แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 9 วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรู้ย่อย มารยาทในการฟงั พูด
1. ชอื่ กจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
มารยาทที่ดีในการ ฟงั พูด คือ การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อื่น การพูดเสนอความคิด
ของตนเองสื่อสารใหผ้ ูอ้ นื่ เขา้ ใจได้ ควรฝึกมารยาทในการพูดจาใหไ้ พเราะสุภาพอ่อนหวาน ไมค่ วรคยุ กัน
ขณะทม่ี ผี ้พู ูดอยู่ ควรใหค้ วามสนใจและฟังอย่างตั้งใจ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- บอกมารยาทในการฟงั พูดทีด่ ไี ด้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- การปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผ้มู มี ารยาทในการพูด-การฟังที่ดี 1) การการร่วมสนทนาและแลกเปลย่ี นความ
คดิ เหน็
2) การฟังนิทานเกี่ยวกบั คุณธรรม จรยิ ธรรม
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) ครใู หเ้ ดก็ ทอ่ งคําคลอ้ งจองวาจานา่ ฟังสนทนาเกีย่ วกับมารยาทในการพดู – การฟงั โดย
ยกตัวอย่างจากพฤติกรรมของเด็กแตล่ ะคนขณะท่ีพูดคยุ กบั ครูและเพื่อน ๆ
2) ครแู นะนาํ ให้เด็กรู้จักยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อืน่ โดยใช้คําถามดังนี้
- “ขณะทีเ่ ราฟงั ครูพดู อยู่แลว้ มีคนมาคุยกันเสียงดงั ข้างๆ เรา เด็กๆ มคี วามร้สู ึกอยา่ งไร”
- “ถา้ มีแต่ผพู้ ดู ไม่มผี ใู้ ดเป็นผู้ฟังเลย เดก็ ๆ คดิ ว่าจะเกดิ อะไรขน้ึ ”
- ถ้าเด็กๆ พดู แลว้ ไมม่ ีใครเชื่อเลยท้ังๆ ทเี่ ราพูดความจริง เดก็ ๆ จะรู้สึกอย่างไร” ฯลฯ
3) ครูเลา่ นิทานเรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ” ให้เด็กฟังแล้วร่วมสนทนาตอบคําถามเกี่ยวกบั เนื้อเรอ่ื งในนทิ าน
5. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
- นทิ านเดก็ เลย้ี งแกะ
6. การประเมินผล
- สังเกตการตอบคาํ ถามและแสดงความคดิ เหน็
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วนั ที่ 2 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย มารยาทในการฟัง พดู
1. ช่อื กิจกรรม สร้างสรรค์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ลากเสน้ ประตามรอยอักษร D – DOG และระบายสีได้
2) ฉีกปะกระดาษสีได้
3) ใชก้ ลา้ มเน้ือเลก็ ทาํ งานประสานสมั พันธร์ ะหว่างมือ-ตาได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การลากเสน้ ประตามรอยอักษร D – DOG 1) การปน้ั
และระบายสี 2) การเขยี นภาพและเลน่ กับสี
2) การฉกี ปะกระดาษสี 3) การหยิบจบั การใช้กรรไกร การฉกี การปะ
และการรอ้ ยวสั ดุ
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูจดั เตรยี มกจิ กรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การลากเส้นประตามรอยอักษร D – DOG และระบายสี
และการฉีกปะกระดาษสี
2) ครแู นะนําอุปกรณ์วธิ กี ารปฏบิ ตั ิ และทบทวนข้อตกลงในการปฏิบัตกิ จิ กรรมการปนั้ ดนิ นํา้ มนั
และการฉีกปะกระดาษสี ดังนี้
2.1 การลากเสน้ ประตามรอยอกั ษร D – DOG และระบายสี
- ครูแนะนําอุปกรณ์ในการลากเสน้ ประตามรอยอักษร D – DOG และระบายสี
- ครูสาธติ การลากเส้นประตามรอยอกั ษร D – DOG และระบายสี
- เด็กลากเส้นประตามรอยอักษร D – DOG และระบายสี
2.2 การฉกี ปะกระดาษสี
- ครูแนะนําอุปกรณ์การฉีกปะกระดาษสี
- ครูสาธิตการฉกี ปะกระดาษสี และปะตดิ กระดาษให้เด็กดู
- ให้เด็กวาดภาพตอ่ เตมิ ตามจนิ ตนาการ
3) เดก็ เลอื กปฏิบตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ แลว้ นาํ ผลงานมาบอกชือ่ และเล่าเรอ่ื งให้ครูจดบนั ทกึ
4) อาสาสมัครเลือกผลงานตนเองระหว่างการลากเส้นประตามรอยอกั ษรD – DOG และระบายสีและ
การฉกี ปะกระดาษสี มาเล่าให้เพอื่ นฟงั หน้าช้นั เรียน
5) เด็กทุกคนชว่ ยกนั จดั อปุ กรณ์ใหเ้ รยี บร้อย
5. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1) กระดาษสี 2) กาว
3) ใบงานลากเส้นประตามรอยอักษร D – DOG และระบายสี 3) สีเทียนสีไม้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการใช้กล้ามเน้ือเล็ก 2) สงั เกตการบอกช่ือผลงาน
3) การตรวจผลงานการลากเสน้ ประ และการฉีกปะกระดาษ
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 9 วนั ที่ 2 สาระการเรยี นรูย้ ่อย มารยาทในการฟัง พดู
1. ชอื่ กิจกรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สงั เกต สํารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ญั หาในการทํางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณต์ รงในการใช้ภาษา มจี ินตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสง่ิ ท่ีตนเลน่
3) มีวนิ ัย ความรบั ผิดชอบ มีมารยาท ช่วยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสติปัญญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้
- การเล่นตามศนู ย์เป็นการเลน่ ในศูนยป์ ระสบการณ์ต่าง ๆ อยา่ งอสิ ระผา่ นการเล่น ทดลอง
คดิ ค้นควา้ สรา้ งสรรค์ การแกป้ ญั หาและการแสวงหาคาํ ตอบ ซึง่ จะชว่ ยพฒั นาความคิด จนิ ตนาการ
ภาษา ควบคไู่ ปกบั ความมีวินัย ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบ่งปัน การใฝร่ ู้และการอยู่ร่วมกัน
เพ่ือพฒั นาการเข้าสู่สงั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเล่นเคร่ืองเล่นสัมผัสและการสร้างส่งิ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของชน้ิ เล็กเติมในชนิ้ ใหญ่ให้สมบูรณ์และการแยกชนิ้ ส่วน
3) การเล่นและการทาํ งานร่วมกับผู้อน่ื
4) การรับรู้ แสดงความร้สู กึ ผ่านสือ่ วัสดุ ของเล่นและชิ้นงาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ/์ มุมเล่นต่างๆ
6) การสรา้ งสรรค์ช้นิ งานโดยใช้รปู รา่ ง รูปทรงจากวัสดุทห่ี ลากหลาย
4. วิธกี ารจัดกจิ กรรม
1) ครแู นะนําการเล่นการปฏบิ ตั ิตนในการเลน่ ศูนย์กจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู ห้คาํ แนะนํา กระตนุ้ ส่งเสริม ใหค้ าํ ชมเชยเพ่ือใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศักยภาพ
4) ใหเ้ ดก็ เล่นอยา่ งอสิ ระหลังจากเลกิ เลน่ ใหเ้ ด็กทําความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกบั เก็บของเขา้ ทใี่ ห้เรยี บรอ้ ย
5. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
- อุปกรณ์ต่างๆ ท่ีจดั ไว้ตามศูนยก์ ิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตพฤตกิ รรมการสํารวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแกป้ ญั หาในการทาํ งานและการเลน่ เปน็ กล่มุ
2) สงั เกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการคิดสร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งทเี่ ล่น
3) สงั เกตความมีวินยั ความรับผดิ ชอบ มารยาท การชว่ ยเหลือ แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมี
จติ สาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหน้าของพฒั นาการท้งั 4 ดา้ น
หมายเหตุ ครูปรบั เปลี่ยนสอ่ื วัสดุอุปกรณ์ในศูนยใ์ หส้ มั พันธก์ บั หน่วยการเรียนรู้ตามความพรอ้ ม
และจุดเน้นของสถานศึกษา
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วนั ที่ 2 สาระการเรยี นรยู้ ่อย มารยาทในการฟัง พดู
1. ชอื่ กิจกรรม กลางแจง้
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ใชก้ ลา้ มเนอื้ เล็กและกลา้ มเน้ือใหญ่ได้
2) ส่งเสริมการเลน่ รว่ มกัน
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
- การฟังและปฏิบตั ิตามสญั ญาณ 1) การเคล่อื นไหวโดยควบคุมตนเองไปในทิศทาง
ระดบั และพ้นื ที่
2) การเคล่อื นไหวที่ใชก้ ารประสานสัมพนั ธ์
ของการใชก้ ล้ามเนื้อใหญ่ในการขวา้ ง การจบั
การโยน การเตะ
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครใู ห้เด็กน่งั หรือยืนเป็นวงกลมระยะห่าง 1 ช่วงแขนเด็ก
2) ครูเตรียมนกหวีด หรือกลอง และเตรยี มลูกบอล หรือหอ่ ของ 1 ชน้ิ
3) ใหเ้ ดก็ คนใดคนหนึ่งถอื ลูกบอล หรือหอ่ ของในมือ ส่วนคนอืน่ ๆปรบมือเป็นจังหวะ แลว้ ให้
คนท่ีถอื ลกู บอลหรือห่อของส่งใหเ้ พื่อนคนถดั ไป แลว้ ส่งตอ่ กันไปเร่ือย ๆ รอบๆแถววงกลม
เม่ือใครคนใดทสี่ ง่ ของให้เพอ่ื นไปแลว้ กป็ รบมือเชน่ เดยี วกบั คนอื่นๆต่อไป
4) เม่ือครูใหส้ ญั ญาณให้หยุดปรบมอื ถ้าของอย่ใู นมือใคร คนนน้ั ต้องออกมาจากการเล่นทันที
5) ทําเชน่ น้ีเรือ่ ยไปจนเหลอื คนสุดท้าย คนนัน้ จะเป็นผชู้ นะ
5. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
1) ตัวเด็ก
2) นกหวีด หรือกลอง
3) ลกู บอล หรือห่อของ
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการใชก้ ล้ามเน้ือเล็กและกล้ามเน้ือใหญ่
2) สังเกตการเลน่ รว่ มกนั
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วันท่ี 2 สาระการเรียนรยู้ ่อย มารยาทในการฟัง พดู
1. ชอื่ กิจกรรม เกมการศกึ ษา
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เลน่ เกมจบั ค่ภู าพมารยาทในการฟัง พดู ได้
2) การเลน่ รว่ มกัน
3) เลน่ แลว้ เกบ็ เกมการศึกษาเข้าที่ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
- เลน่ เกมจบั คู่ภาพมารยาทในการฟัง พูด 1) การมสี ่วนร่วมในการเลือกวธิ ีการ
เก่ยี วกบั เครื่องใชไ้ ฟฟ้า และของมคี ม แก้ปัญหา
2) การใหค้ วามร่วมมอื ในการปฏบิ ัติกจิ กรรม
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครแู นะนําถงึ วิธเี ลน่ เกมจับคู่ภาพมารยาทในการฟัง พูดให้เดก็ ๆฟัง และสาธิตวิธีการเล่นให้เด็กดู
2) ครแู จกเกมเกมจบั คภู่ าพมารยาทในการฟัง พูดใหเ้ ดก็ ๆเดก็ ท่ีได้สงั เกตความเหมือนความตา่ ง
ของภาพ และคาํ ท่เี หมือนกนั จับคู่ภาพให้ถูกต้อง
3) ให้เด็กเลน่ เกมจบั คภู่ าพมารยาทในการฟัง พูด
4) ขณะเดก็ เลน่ เกมครูดูแลและใหค้ าํ แนะนาํ ในการเล่นอย่างใกล้ชิด พรอ้ มกบั แนะนําดังนี้
- การเลน่ ทีถ่ กู ต้อง
- การรอคอย
- การช่วยกันคดิ แก้ปญั หา
- ความอดทนเลน่ จนจบเกม
5) เด็กจัดเก็บเกมเข้าทเ่ี มอ่ื เลิกเล่นก่อนไปเล่นเกมอ่นื
5. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมจับคู่ภาพมารยาทในการฟัง พูด
2) เกมชดุ เดมิ
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการเล่นเกมจบั คภู่ าพมารยาทในการฟงั พูด
2) สงั เกตการการเลน่ ร่วมกัน
3) สงั เกตการเล่นแล้วเก็บเกมการศึกษาเข้าที่เดิม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 9 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรูย้ ่อย มารยาทในการเดินผา่ นผู้ใหญ่
1. ชื่อกจิ กรรม เคล่ือนไหวและจังหวะ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) ใชก้ ล้ามเนอ้ื เลก็ และกล้ามเนอื้ ใหญ่ได้
2) ฟังและปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
- การทําทา่ ทางประกอบเพลง 1) การเลน่ เครอ่ื งดนตรปี ระกอบจังหวะ
2) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) แบ่งเดก็ ออกเป็นทีม ๆ ละ 5-6 คน เท่า ๆ กนั จํานวน 4 กลมุ่
2) ใหเ้ ด็กเคล่อื นไหวร่างกายอย่างอสิ ระ ตามจงั หวะทีค่ รเู คาะสญั ญาณ เม่อื ได้ยินสญั ญาณ “หยุด”
ใหห้ ยดุ ในท่านั้นทันที จากนัน้ ฟังและปฏิบตั ติ ามสัญญาณ
3) ครูบอกเดก็ ให้ทราบว่า กลุ่มท่ี 1 เปน็ พอ่ กลุ่มท่ี 2 เปน็ แม่ กลุ่มที่ 3 เป็นพ่ี และกลุม่ ท่ี 4
เป็นนอ้ ง
4) ครใู ห้เด็กปฏบิ ัตติ ามคําส่งั ดังน้ี
- พอ่ เดนิ ชา้
- แม่ เดินเรว็
- พี่ วิ่ง
- นอ้ ง กระโดด
5) ให้แตล่ ะกลมุ่ ทดลองทําดูก่อนจนคล่อง แล้วครูจงึ ออกคําสัง่ ให้เดก็ ทําพร้อมกนั
6) ครอู าจเปลี่ยนคําส่ังสลับกันบา้ งกไ็ ด้
7) ถ้ากลมุ่ ใดทําผดิ เพียงคนเดยี ว ก็ตอ้ งออกไปท้ังกลมุ่ กลมุ่ ที่ทําไม่ผิดเลยจะเป็นกลมุ่ ทชี่ นะ
6. การประเมินผล
1) สังเกตการใชก้ ล้ามเนื้อเล็กและกลา้ มเน้ือใหญ่
2) สังเกตการฟังและปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 9 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรยู้ ่อย มารยาทในการเดนิ ผ่านผู้ใหญ่
1. ช่ือกจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
เด็กควรได้รบั การปลูกฝงั มารยาทท่ีดีในการเดนิ ผา่ นหน้าผู้ใหญอ่ ย่างสุภาพและเหมาะสม ควรกม้
ตัวลงใหอ้ อ่ นน้อม ไมค่ วรวงิ่ ผ่านหนา้ ผูใ้ หญ่ หากผู้ใหญน่ ่งั พบั เพียบกบั พ้นื หากเดก็ ๆ จะเดนิ ผา่ น ควรใช้
วิธีเดินเข่า หรือคลานผา่ นอย่างชา้ ๆอยา่ งสภุ าพไม่ควรรบี ร้อนปฏบิ ัติ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกวธิ กี ารเดนิ ผ่านผ้ใู หญ่ได้
2) เดนิ ผ่านผใู้ หญไ่ ด้
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- มารยาทในการเดินผา่ นผใู้ หญ่ 1) การร่วมสนทนาและแลกเปลยี่ นความคิดเห็น
2) การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ทา่ ทาง
การเคลื่อนไหว และศิลปะ เคารพความคดิ เหน็ ของ
ผอู้ น่ื
4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1) ครใู หเ้ ด็กทอ่ งคาํ คลอ้ งจองการเดนิ ผา่ นผ้ใู หญ่ ใหเ้ ดก็ พูดตามครูทลี ะบรรทดั แล้วนําภาพการเดิน
ผา่ นหน้าผใู้ หญ่ การคลานเข่า และคลานผ่านหนา้ ผใู้ หญม่ าใหเ้ ด็กดูแล้วสนทนาซกั ถามเก่ียวกับ
รปู ภาพมารยาททคี่ วรปฏบิ ตั ิ
2) ครสู าธิตวิธีการเดินผา่ นหน้าผใู้ หญ่ การเดินเข่า และคลานผา่ นหน้าผใู้ หญ่มาให้เด็กดู
3) ให้เด็กจับคกู่ ันเพ่ือปฏิบตั ิมารยาททีด่ ใี นการเดินผ่านหน้าผู้ใหญ่ การเดินเขา่ และคลานผา่ น
หน้าผูใ้ หญ่
4) ปฏบิ ตั ิซ้าํ อกี โดยให้เด็ก ๆสลับเปล่ยี นคูก่ นั ไปเร่ือย ๆ ครูและเด็กร่วมกันสรุปมารยาททด่ี ี และวิธีการ
เดินผา่ นหน้าผ้ใู หญ่ การคลานเขา่ และคลานผา่ นหนา้ ผู้ใหญ่
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
- ภาพการเดินผา่ นหนา้ ผใู้ หญ่ การเดินเขา่ และคลานผา่ นหน้าผู้ใหญ่
6. การประเมินผล
1) สังเกตการบอกวิธีการเดินผา่ นผใู้ หญ่
2) สงั เกตการร่วมกิจกรรม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 9 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย มารยาทในการเดนิ ผา่ นผู้ใหญ่
1. ชื่อกิจกรรม สร้างสรรค์
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ลากเส้นตามรอย และระบายสีได้ 2) ร้อยหลอดสเี ป็นสรอ้ ยคอได้
3) ใช้กลา้ มเนื้อเลก็ ทาํ งานประสานสมั พันธร์ ะหวา่ งมอื -ตาได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การลากเส้นตามรอยประและระบายสี 1) การปัน้
2) การร้อยหลอดสีเปน็ สรอ้ ยคอ 2) การเขียนภาพและเลน่ กบั สี
3) การทํากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ
4. วิธกี ารจัดกิจกรรม
1) ครูจัดเตรียมกจิ กรรมไว้ 2 กิจกรรม คือ การลากเส้นตามรอยประ และระบายสี และการร้อย
หลอดสีเป็นสรอ้ ยคอ
2) ครูแนะนําอุปกรณ์วิธกี ารปฏิบัติ และทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัติกิจกรรมการลากเส้นตาม
รอยประและระบายสี และการร้อยหลอดสเี ปน็ สรอ้ ยคอ ดงั น้ี
2.1 การลากเสน้ ตามรอยประ และระบายสี
- ครูแนะนําอปุ กรณ์ในการลากเสน้ ตามรอยประและระบายสี
- ครูนาํ ดนิ นํ้ามันมาสาธติ การลากเสน้ ตามรอยประและระบายสี
- เด็กลากเส้นตามรอยประและระบายสี
2.2 การร้อยหลอดสเี ป็นสร้อยคอ
- ครูแนะนาํ อุปกรณ์การรอ้ ยหลอดสเี ป็นสรอ้ ยคอ
- ครูสาธิตการร้อยหลอดสีเป็นสร้อยคอ มาใหเ้ ด็กดู
- ใหเ้ ดก็ วาดภาพต่อเติมตามจนิ ตนาการ
3) เด็กเลอื กปฏิบัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ แล้วนําผลงานมาบอกชอ่ื และเลา่ เรื่องใหค้ รูจดบนั ทึก
4) อาสาสมคั รเลือกผลงานตนเองระหวา่ งการลากเสน้ ตามรอยประ กบั ระบายสีและการร้อยหลอดสี
เปน็ สร้อยคอมาเลา่ ให้เพื่อนฟังหนา้ ชนั้ เรยี น
5) เดก็ ทุกคนชว่ ยกนั จัดอปุ กรณ์ให้เรยี บรอ้ ย
5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
1) แบบฝึกลากเสน้ ตามรอย และระบายสี 2) ลูกปัด
3) ใบงาน 3) สเี ทียนสไี ม้
6. การประเมินผล
1) สังเกตการใชก้ ล้ามเน้ือเล็ก 2) สงั เกตการบอกช่ือผลงาน
3) การตรวจผลงานจากการลากเส้นตามรอยประและระบายสี และการร้อยหลอดสเี ปน็ สรอ้ ยคอ
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 9 วันท่ี 3 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย มารยาทในการเดินผา่ นผู้ใหญ่
1. ชือ่ กจิ กรรม เสรี
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) สงั เกต สํารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แก้ปัญหาในการทํางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณต์ รงในการใชภ้ าษา มีจนิ ตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่ตนเล่น
3) มวี นิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ มมี ารยาท ช่วยเหลอื แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มีพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสติปัญญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้
- การเล่นตามศนู ย์เป็นการเล่นในศูนยป์ ระสบการณต์ ่าง ๆ อยา่ งอสิ ระผา่ นการเล่น ทดลอง
คดิ คน้ คว้าสรา้ งสรรค์ การแก้ปัญหาและการแสวงหาคาํ ตอบ ซึง่ จะช่วยพัฒนาความคดิ จินตนาการ
ภาษา ควบคู่ไปกบั ความมวี ินัย ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบ่งปนั การใฝ่รูแ้ ละการอยู่รว่ มกัน
เพอื่ พฒั นาการเข้าสูส่ งั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเลน่ เคร่อื งเลน่ สัมผสั และการสร้างสง่ิ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชิ้นเล็กเติมในช้ินใหญ่ใหส้ มบูรณ์และการแยกช้นิ สว่ น
3) การเล่นและการทาํ งานร่วมกับผู้อื่น
4) การรับรู้ แสดงความรสู้ กึ ผ่านสอื่ วัสดุ ของเล่นและชิน้ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เล่นตา่ งๆ
6) การสร้างสรรคช์ นิ้ งานโดยใชร้ ูปร่าง รูปทรงจากวัสดุทหี่ ลากหลาย
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครแู นะนาํ การเล่นการปฏิบัติตนในการเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู ห้คําแนะนํา กระต้นุ ส่งเสรมิ ให้คาํ ชมเชยเพื่อใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็มตาม
ศักยภาพ
4) ให้เดก็ เลน่ อย่างอิสระหลังจากเลกิ เลน่ ใหเ้ ดก็ ทาํ ความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกับเกบ็ ของเข้าท่ใี หเ้ รยี บรอ้ ย
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
- อปุ กรณต์ ่างๆ ท่ีจัดไว้ตามศนู ยก์ จิ กรรมเสรี ตอ้ งสอดคลอ้ งสัมพันธก์ ับหนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤตกิ รรมการสาํ รวจ ทดลอง คน้ คว้า คดิ แกป้ ัญหาในการทาํ งานและการเลน่ เปน็ กลมุ่
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏิบัตกิ จิ กรรมการคิดสรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งที่เล่น
3) สังเกตความมีวินัย ความรบั ผิดชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมี
จิตสาธารณะ
4) สังเกตความกา้ วหน้าของพฒั นาการทง้ั 4 ด้าน
หมายเหตุ ครปู รับเปล่ียนสอื่ วัสดุอุปกรณ์ในศูนยใ์ หส้ มั พันธก์ บั หนว่ ยการเรียนร้ตู ามความพรอ้ ม
และจุดเน้นของสถานศึก
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วันท่ี 3 สาระการเรียนรยู้ ่อย มารยาทในการเดนิ ผา่ นผู้ใหญ่
1. ชื่อกจิ กรรม กลางแจง้
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ใช้กล้ามเนือ้ เลก็ และกล้ามเนือ้ ใหญ่ได้
2) เลน่ ร่วมกบั ผ้อู ืน่ ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การเลน่ เครือ่ งเล่นสนาม 1) การเลน่ เคร่อื งเล่นอย่างปลอดภยั
2) การเลน่ รายบุคคล กลุ่มย่อยและกล่มุ ใหญ่
4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1) แถวละประมาณ 7 คน (จะจดั กี่แถวก็ได้ตามความเหมาะสม)
2) ครูเตรียมเครือ่ งประกอบจังหวะ หรอื เพลง
3) ครูตั้งคําถามถึงลักษณะและเสียงของเปด็ และไก่
4) ครูทาํ ทา่ เปด็ และเดินไก่ใหเ้ ด็กดู แล้วให้เดก็ ทาํ ตาม โดยใชห้ ลังมือแตะสะโพกทั้งสองข้าง
เข่าชิดกนั แยกเท้าท้ังสองขา้ งออกห่างจากกันพอสมควร ทําปากยืน่ ยดื ลาํ ตวั ก้นงอนเลก็ น้อย
คล้ายเป็ดและยกแขนงอเข้าหาลําตวั แลว้ ทําท่าขยับแขนขึน้ ลงไปมาเป็นทา่ ตีปีก
5) ครูใหเ้ ดก็ ร้องเพลง “เป็ดเดิน” เพลง”ไก่เล้ยี งลูก” และทาํ ท่าทางประกอบ
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1) ตวั เด็ก
2) เพลงเปด็ เดนิ เพลงไก่เล้ียงลูก
3) เคร่ืองเคาะจงั หวะ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการใชก้ ลา้ มเนื้อเลก็ และกลา้ มเนื้อใหญ่
2) สังเกตการเล่นรว่ มกัน
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 9 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรยู้ ่อย มารยาทในการเดนิ ผ่านผู้ใหญ่
1. ชื่อกิจกรรม เกมการศกึ ษา
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) เลน่ เกมจับค่ภู าพความสัมพนั ธแ์ บบตรงขา้ มได้
2) สง่ เสริมการเลน่ ร่วมกนั
3) เลน่ แล้วเก็บเกมการศึกษาเขา้ ท่ไี ด้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
- เกมจับคู่ภาพความสัมพันธ์แบบตรงข้าม 1) การจับคู่ การเปรียบเทยี บและการ
เก่ยี วกับเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ และของมคี ม เรยี งลาํ ดับสิ่งต่างๆตาม
2) การเล่นรายบุคคล กล่มุ ย่อยและกลมุ่ ใหญ่
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ครูแนะนําถงึ วิธีเล่นเกมจับคภู่ าพความสัมพันธ์แบบตรงขา้ มให้เด็กๆฟัง และสาธิตวิธกี ารเล่นให้เด็กดู
2) ครแู จกเกมให้เด็กๆเด็กที่ไดส้ งั เกตความเหมอื นความตา่ งของภาพ และคําทีเ่ หมือนกันจับคู่ภาพ
ความสมั พันธ์แบบตรงข้ามใหถ้ ูกต้อง
3) ใหเ้ ด็กเลน่ เกมเกมจับคู่ภาพความสัมพันธแ์ บบตรงขา้ ม
4) ขณะเด็กเล่นเกมครูดแู ลและให้คาํ แนะนาํ ในการเล่นอย่างใกลช้ ิด พรอ้ มกบั แนะนําดังนี้
- การเล่นทถี่ ูกต้อง
- การรอคอย
- การชว่ ยกันคิด แก้ปัญหา
- ความอดทนเล่นจนจบเกม
5) เด็กจัดเก็บเกมเขา้ ทีเ่ มอื่ เลิกเล่นก่อนไปเลน่ เกมอ่ืน
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เกมจบั คู่ภาพความสัมพันธ์แบบตรงขา้ ม
2) เกมชดุ เก่า
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการตัดสินใจและการแก้ปัญหาในการเล่นเกม
2) สงั เกตการเล่นร่วมกบั ผู้อื่น
3) สงั เกตการเกบ็ ของเข้าท่เี มื่อเลกิ เลน่
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 9 วันท่ี 4 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การนงั่ อยา่ งถูกวิธี
1. ช่อื กจิ กรรม เคล่ือนไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ใช้กล้ามเนอ้ื เล็กและกลา้ มเนื้อใหญ่ได้
2) ฟงั และปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลงได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การฟงั และปฏบิ ตั ิตามสญั ญาณ 1) การเคลื่อนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
2) การเคลื่อนไหวเคลื่อนท่ี
4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม
1) ใหเ้ ด็กนง่ั เป็นวงกลม ครูเตรยี มเพลง หรือเครื่องประกอบจังหวะ
2) ครูใหเ้ ดก็ รอ้ งเพลง “ลมเพลมพดั ” จนจําเนื้อได้
3) ใหเ้ ดก็ คนใดคนหนึ่งหรือครเู ปน็ ผูร้ อ้ งเพลง เมื่อร้องถงึ ตอน “ฉันจะบอกให้......ผู้ร้องกเ็ ตมิ คําลงไป
เชน่ “พัดคนใสเ่ ส้ือขาว” คนท่ใี สเ่ สอื้ สขี าวต้องรบี ลุกข้นึ ว่งิ เปล่ยี นท่ีไปน่ังกบั คนอื่น
4) ถ้าเด็กคนใดชา้ กจ็ ะให้เต้นอะไรก็ได้ง่าย ๆ แลว้ ให้นง่ั ที่
5) เรม่ิ รอ้ งเพลงต่อไปใหม่ เม่ือถึงตอน...ก็เปลี่ยนจาก “คนใส่เสอื้ สขี าว” เป็นคาํ อืน่ เด็กทม่ี ีลักษณะ
เชน่ คํานั้นๆ ต้องว่ิงเปลย่ี นทีก่ ันเหมือนกบั ครง้ั แรก
6) ทาํ เชน่ นี้เร่ือย ๆ จนกว่าจะสิ้นสุดการเลน่
5. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1) ตัวเด็ก
2) เพลง “ลมเพลมพัด”
3) เครอื่ งประกอบจงั หวะ
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคล่ือนไหวสว่ นต่างๆของร่างกาย
2) สังเกตการฟังและปฏบิ ัตติ ามสญั ญาณ
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 9 วันท่ี 4 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย การน่ังอย่างถูกวธิ ี
1. ชอ่ื กจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
การนงั่ มีวธิ ี ตอ้ งนง่ั ให้ถูกกาลเทศะ และสถานที่ เช่น การพับเพยี บต่อหน้าผูใ้ หญ่
การนง่ั ขัดสมาธิโดยสํารวม ควรนงั่ ใหล้ าํ ตัวตงั้ ตรง ไม่ควรนงั่ งอหลงั หรอื นง่ั เอยี ง ส่งผลดีต่อสุขภาพ
และบคุ ลิกภาพ เดก็ ควรฝึกปฏบิ ัติใหถ้ กู ตอ้ ง ซ่งึ แสดงออกถึงความเปน็ ไทยไดเ้ ปน็ อย่างดี
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกวิธกี ารน่ังอย่างมีมารยาทได้
2) ฝึกการน่งั ได้อยา่ งถูกวิธี
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
- มารยาทในการนั่ง 1) การรว่ มสนทนาและแลกเปล่ียนความคิดเหน็
2) การเลน่ บทบาทสมมติ
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ใหเ้ ดก็ เคลื่อนไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระตามการเคาะจังหวะของครู
2) เม่อื ครชู ภู าพบคุ คลในอิริยาบทตา่ งๆ ใหเ้ ดก็ แสดงท่าทางและกล่าวคําพูดทเ่ี หมาะสมให้สมั พนั ธ์
กับภาพนนั้ ภาพผใู้ หญ่นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ
3) ครูสาธติ วธิ ีการนั่งพบั เพยี บ น่งั ขัดสมาธิใหเ้ ดก็ ดู
4) ใหเ้ ดก็ จับคู่กันเพ่ือปฏิบตั ิมารยาทท่ีดีในการนั่งพบั เพียบ น่ังขัดสมาธิปฏิบตั ซิ ํ้าอีกโดยใหเ้ ดก็ ๆ
สลบั เปลย่ี นคู่กนั ไปเรอ่ื ย ๆ
5) ครู และเดก็ ร่วมกันสรุปมารยาททีด่ นี ั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ
5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
- ภาพผู้ใหญ่นงั่ พับเพยี บ น่ังขดั สมาธิ
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการตอบคําถาม
2) สงั เกตการ่วมกจิ กรรม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 9 วนั ท่ี 4 สาระการเรียนร้ยู ่อย การนั่งอยา่ งถกู วิธี
1. ชอ่ื กิจกรรม สร้างสรรค์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ระบายสีภาพเด็กไทยได้
2) เป่าสไี ด้
3) ใช้กลา้ มเน้อื เล็กทํางานประสานสมั พันธ์ระหว่างมือ-ตาได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การระบายสีภาพเด็กไทย 1) การปัน้
2) การเปา่ สี 2) การเขียนภาพและเล่นกับสี
3) การทํากิจกรรมศิลปะตา่ งๆ
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครจู ัดเตรยี มกจิ กรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การระบายสภี าพเดก็ ไทยและการเป่าสี
2) ครูแนะนําอุปกรณ์วธิ ีการปฏิบัติ และทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัติกจิ กรรมการระบายสีภาพ
เด็กไทยและการเปา่ สี ดังนี้
2.1 การระบายสภี าพเด็กไทย
- ครูแนะนาํ อุปกรณ์ในการระบายสภี าพเด็กไทย
- ครูนาํ ภาพระบายสภี าพเด็กไทยมาใหเ้ ดก็ ดูและแนะนาํ วธิ ีการระบายสีใหเ้ ด็กฟัง
- เดก็ ระบายสภี าพเด็กไทย
2.2 การเป่าสี
- ครแู นะนาํ อปุ กรณ์การเป่าสี
- ครูสาธิตการเป่าสีใหเ้ ดก็ ดู
- ใหเ้ ด็กเปา่ สีตามขั้นตอน
3) เด็กเลอื กปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ แลว้ นําผลงานมาบอกชื่อและเล่าเรอื่ งใหค้ รูจดบันทึก
4) อาสาสมคั รเลือกผลงานตนเองระหวา่ งการระบายสีภาพเดก็ ไทย และการเป่าสมี าเลา่ ใหเ้ พื่อนฟัง
หน้าช้นั เรียน
5) เด็กทุกคนชว่ ยกนั จัดอุปกรณ์ให้เรยี บรอ้ ย
5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1) สนี ํา้ 2) หลอด
3) ใบงานระบายสีภาพเด็กไทย 4) สเี ทยี นสีไม้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการใชก้ ล้ามเน้ือเล็ก 2) สังเกตการบอกชื่อผลงาน
3) การตรวจผลงานจากการระบายสภี าพเด็กไทยและการเป่าสี
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 9 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นรยู้ ่อย การนั่งอยา่ งถูกวิธี
1. ชอ่ื กจิ กรรม เสรี
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สังเกต สาํ รวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแกป้ ัญหาในการทํางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใชภ้ าษา มีจินตนาการ ความคิดสรา้ งสรรค์ ต่องานและสิ่งทต่ี นเล่น
3) มีวินยั ความรับผิดชอบ มีมารยาท ชว่ ยเหลือ แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มีพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสตปิ ัญญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้
- การเล่นตามศนู ยเ์ ปน็ การเล่นในศูนย์ประสบการณ์ตา่ ง ๆ อย่างอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง
คิดค้นควา้ สร้างสรรค์ การแก้ปัญหาและการแสวงหาคาํ ตอบ ซ่งึ จะชว่ ยพัฒนาความคดิ จินตนาการ
ภาษา ควบคู่ไปกับความมวี ินัย ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบ่งปนั การใฝร่ ูแ้ ละการอยรู่ ่วมกัน
เพ่อื พัฒนาการเข้าสู่สังคม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างส่งิ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชิ้นเล็กเตมิ ในช้นิ ใหญ่ใหส้ มบูรณแ์ ละการแยกชน้ิ สว่ น
3) การเล่นและการทํางานรว่ มกับผอู้ ่ืน
4) การรับรู้ แสดงความรู้สึกผ่านส่อื วัสดุ ของเล่นและช้ินงาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ์/มมุ เล่นต่างๆ
6) การสรา้ งสรรค์ชน้ิ งานโดยใช้รปู ร่าง รูปทรงจากวสั ดุที่หลากหลาย
4. วิธกี ารจัดกจิ กรรม
1) ครแู นะนาํ การเล่นการปฏบิ ตั ิตนในการเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ 3) ครูให้คําแนะนํา กระตุ้น ส่งเสริม ให้คําชมเชยเพื่อให้
เดก็ เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเตม็ ตา ศักยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเลน่ อยา่ งอิสระหลงั จากเลกิ เล่นให้เด็กทาํ ความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มกบั เก็บของเขา้ ท่ใี หเ้ รยี บรอ้ ย
5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
- อุปกรณต์ ่างๆ ทจ่ี ัดไวต้ ามศูนยก์ ิจกรรมเสรี ตอ้ งสอดคล้องสมั พนั ธก์ ับหนว่ ยการเรยี นรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสํารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แก้ปญั หาในการทาํ งานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) สงั เกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏิบัตกิ จิ กรรมการคดิ สร้างสรรค์ ต่องานและสงิ่ ทเ่ี ลน่
3) สังเกตความมีวินัย ความรบั ผิดชอบ มารยาท การชว่ ยเหลือ แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมี
จติ สาธารณะ 4) สงั เกตความกา้ วหน้าของพฒั นาการทง้ั 4 ด้าน
หมายเหตุ ครูปรับเปล่ียนสื่อ วัสดุอุปกรณ์ในศูนย์ให้สัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ตามความพร้อม
และจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 9 วันที่ 4 สาระการเรียนรูย้ ่อย การน่ังอย่างถกู วิธี
1. ช่อื กิจกรรม กลางแจ้ง
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) ใชก้ ลา้ มเนอ้ื เลก็ และกลา้ มเนอ้ื ใหญ่ได้
2) การเล่นรว่ มกนั ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
- การฟงั และปฏิบัติตามสัญญาณ 1) การเลน่ รายบุคคล กลมุ่ ย่อยและกลุ่มใหญ่
2) การเล่นนอกหอ้ งเรยี น
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) แบ่งเดก็ ออกเป็นทมี ๆ ละ 6-8 คน เทา่ ๆ กนั
2) ครูเตรยี มไมบ้ ล็อกและผ้าเชด็ หนา้ หรอื ส่ิงอน่ื ทใ่ี ช้แทนกันได้ ทมี ละ 1 ชดุ
3) เรมิ่ เล่นโดยคนทีอ่ ยหู่ วั แถววงิ่ ไปทีเ่ สน้ กลบั ตวั ซึ่งมีของสองสิง่ วางอยู่
4) ให้ว่ิงไปเกบ็ สิ่งของมา 1 ส่งิ แลว้ ว่งิ กลบั ไปทแ่ี ถวของตนเอง สง่ ของส่งิ น้นั ให้กับผ้เู ล่นคนท่ี 2
ผู้เลน่ คนที่ 2 วิง่ ถือของส่งิ นน้ั ไปทีเ่ ส้นกลับตวั วางของที่ถือและหยบิ ของวงิ่ กลับมาให้คนท่ี 3
5) ให้ทําสลบั กนั ไปมาเช่นนจี้ นหมดแถว แถวใดเสร็จก่อนเป็นทีมชนะ
5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
- ไมบ้ ลอ็ กและผ้าเชด็ หนา้
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคลอ่ื นไหวร่างกาย
2) สังเกตการเลน่ ร่วมกัน
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย การนั่งอย่างถูกวธิ ี
1. ชื่อกจิ กรรม เกมการศกึ ษา
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) เลน่ เกมจบั คภู่ าพกับเงาได้
2) เลน่ รว่ มกบั ผอู้ ืน่ ได้
3) เล่นแลว้ เกบ็ เกมการศึกษาเขา้ ที่ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- เกมจบั คภู่ าพกบั เงาเด็กไทย 1) การมสี ่วนรว่ มในการเลอื กวธิ ีการแก้ปัญหา
เกี่ยวกบั เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า และของมีคม 2) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่
4. วิธกี ารจัดกิจกรรม
1) ครแู นะนําถงึ วธิ ีเลน่ เกมจับคภู่ าพกับเงาเด็กไทยให้เด็กๆฟงั และสาธติ วิธกี ารเล่นให้เด็กดู
2) ครแู จกเกมจับคูภ่ าพกบั เงา สังเกตความเหมือนความต่างของภาพ แล้วจับคู่ภาพใหถ้ ูกตอ้ ง
3) ให้เด็กเลน่ เกมจบั คูภ่ าพกับเงาเดก็ ไทย
4) ขณะเด็กเลน่ เกม ครูดแู ลและใหค้ าํ แนะนาํ ในการเล่นอยา่ งใกล้ชิด พร้อมกบั แนะนํา ดังน้ี
- การเล่นทถ่ี กู ต้อง
- การรอคอย
- การชว่ ยกันคดิ แก้ปัญหา
- ความอดทนเลน่ จนจบเกม
5) เดก็ จดั เก็บเกมเข้าท่เี มอื่ เลิกเลน่ กอ่ นไปเลน่ เกมอนื่
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1) เกมจบั คภู่ าพกบั เงาเด็กไทย
2) เกมชดุ เดิม
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการตัดสินใจและการแก้ปญั หาในการเล่นเกม
2) สังเกตการเล่นรว่ มกบั ผอู้ ่ืน
3) สังเกตการเก็บของเข้าทเ่ี ม่ือเลกิ เล่น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 9 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย การนอนอย่างถูกวิธี
1. ช่อื กจิ กรรม เคลื่อนไหวและจงั หวะ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) ใชก้ ล้ามเนอื้ เลก็ และกล้ามเน้ือใหญ่ได้
2) ฟังและปฏิบัติตามข้อตกลงได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
- การทาํ ทา่ ทางฝึกประสาทสัมพนั ธ์ 1) การเคล่ือนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
4. วิธีการจดั กิจกรรม
1) ให้เดก็ จับคู่กัน แล้วนัง่ หนั หนา้ เขา้ หากนั
2) คนหนง่ึ กาํ มอื หนึ่งใหเ้ หลือแต่นิว้ ช้ี
3) อกี คนหนง่ึ แบมอื แลว้ ให้คนท่ีหนึ่งชที้ ี่กลางใจมือ ขณะที่ร้อง “จี จ่อ เจยี๊ บ” พอถงึ คาํ ว่า
“เจี๊ยบ” คนที่แบมือก็จะกาํ นวิ้ ชข้ี องอีกคนหน่งึ
4) ถา้ ตะปบน้วิ ช้ีได้ คนทกี่ ํากเ็ ปน็ ผู้ชนะ แลว้ เปลี่ยนใหผ้ แู้ พ้มาเป็นผู้แบมือกาํ บ้าง แต่ถ้ากํายัง
ไม่ไดก้ ็เล่นกนั ต่อไปจนกวา่ จะกําได้ หรอื ถ้าเห็นว่าเลน่ กนั นานพอสมควรแลว้ ยังตะปบไม่ได้
กค็ วรเปลี่ยนคู่ใหอ้ ีกคนหน่งึ มาเปน็ ผกู้ าํ บ้าง
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- เกมจี จอ่ เจยี๊ บ
6. การประเมินผล
1) สังเกตการใชก้ ล้ามเน้ือเล็กและกล้ามเน้ือใหญ่
2) สังเกตการฟังและปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลงได้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 9 วันที่ 5 สาระการเรยี นรยู้ ่อย การนอนอยา่ งถูกวธิ ี
1. ชือ่ กิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
การนอนหลบั สนทิ เปน็ การนอนหลบั ท่ดี ีท่ีสดุ ไม่ควรนอนดึก หรือนอนผดิ เวลา ไม่ควรหลอก
ลอ้ หรือเล่นกนั ไม่ควรรบั ประทานอาหารหรอื นาํ สิ่งของเข้าปากขณะนอน และควรนอนในทา่ ทางทถ่ี ูกต้อง
เพื่อใหร้ ่างกายหลบั ไดเ้ ตม็ ท่ี
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกวธิ กี ารนอนอย่างถูกวธิ ี
2) บอกส่ิงท่ไี มค่ วรกระทําขณะนอนหลับพักผ่อน และอันตรายทอ่ี าจเกดิ ขึน้ จากการนอนผิดวธิ ี
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การนอนอย่างถูกวธิ ี 1)การรว่ มสนทนาและแลกเปลีย่ นความคดิ เห็น
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) ครนู าํ เด็กท่องคําคล้องจอง หลบั ตาเสยี แลว้ สนทนาเกย่ี วกับการนอน
2) ครนู าํ ภาพการนอนหลบั พักผ่อนมาให้เด็กดู
3) สนทนารว่ มกับเดก็ เกีย่ วกับภาพการนอนหลับพักผอ่ น และอันตรายจากการนอนผิดวธิ ี โดยใช้ถาม
- ขณะนอนเด็กไมค่ วรทาํ ในส่ิงใด เพราะเหตุใด และควรนอนอยา่ งไรให้ถกู วิธี
- เดก็ ควรพักผ่อนเวลาใด เพราะเหตุใดจึงต้องพักผ่อนนอนหลบั
4) ครูสรุปรว่ มกับเด็กถงึ เวลาที่ควรนอนหลับพกั ผ่อนทีเ่ หมาะสม และการนอนอย่างถูกวธิ ี
5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
1) ภาพการนอนหลบั พักผ่อน
2) คาํ คล้องจอง “หลบั ตาเสีย”
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการบอกวธิ ีการนอนอย่างถูกวธิ ี
2) สังเกตการตอบคาํ ถาม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 9 วันที่ 5 สาระการเรียนรูย้ ่อย การนอนอยา่ งถูกวิธี
1. ช่ือกจิ กรรม สร้างสรรค์
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ลากเส้นตามรอยประพยญั ชนะ บ ป ษ ได้
2) พับกระดาษเปน็ พดั ได้
3) ใชก้ ลา้ มเนื้อเล็กทํางานประสานสัมพันธร์ ะหว่างมอื -ตาได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) การลากเสน้ ตามรอยประพยญั ชนะ บ ป ษ 1) การปน้ั
2) การพบั กระดาษเป็นพดั 2) การทาํ กจิ กรรมศลิ ปะต่างๆ
3) การทํางานศลิ ปะท่ีนาํ วัสดุหรอื สง่ิ ของ
เคร่ืองใช้ที่ใชแ้ ล้วมาใช้ซํา้ หรอื แปรรูปแล้ว
กลบั มาใช้ใหม่
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครูจดั เตรยี มกจิ กรรมไว้ 2 กิจกรรมคือการลากเส้นตามรอยประพยญั ชนะ บ ป ษ และการพบั กระดาษ
เปน็ พัด
2) ครแู นะนําอุปกรณ์วิธกี ารปฏิบัติ และทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการลากเสน้ ตามรอยประ
พยญั ชนะ บ ป ษ และการพบั กระดาษเปน็ พัด ดงั นี้
2.1 การลากเสน้ ตามรอยประพยัญชนะบ ป ษ
- ครแู นะนาํ การลากเส้นตามรอยประพยญั ชนะ บ ป ษ
- เด็กลากเส้นตามรอยประพยัญชนะ บ ป ษ และระบายสใี หส้ วยงาม
2.2 การพับกระดาษเปน็ พัด
- ครูแนะนําอปุ กรณ์การพบั กระดาษเป็นพดั
- ครูสาธติ วิธีการพับกระดาษเปน็ พดั มาใหเ้ ดก็ ดู
- ใหเ้ ดก็ พบั กระดาษเปน็ พดั
3) เด็กเลอื กปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ แล้วนาํ ผลงานมาบอกชือ่ และเล่าเรอ่ื งให้ครจู ดบันทึก
4) อาสาสมัครเลือกผลงานตนเองระหวา่ งการลากเสน้ ตามรอยประพยัญชนะ บ ป ษ และการพับกระดาษ
เป็นพัดมาเลา่ ให้เพื่อนฟังหนา้ ชัน้ เรียน
5) เด็กทุกคนช่วยกนั จดั อุปกรณ์ให้เรยี บร้อย
5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1) กระดาษสขี นาดเทา่ A 4 2) ใบงานรอยประพยญั ชนะบป ษและระบายสี
3) สเี ทยี นสีไม้
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการใช้กลา้ มเน้ือเล็ก 2) สังเกตการบอกชอื่ ผลงาน
3) ตรวจผลงานจากการลากเสน้ ตามรอยประพยัญชนะ บ ป ษ และการพบั กระดาษเปน็ พดั
แผนการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นรยู้ ่อย การนอนอย่างถูกวธิ ี
1. ช่อื กิจกรรม เสรี
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) สังเกต สาํ รวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ัญหาในการทํางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มจี นิ ตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ต่องานและส่งิ ทตี่ นเล่น
3) มีวนิ ยั ความรบั ผิดชอบ มมี ารยาท ช่วยเหลอื แบ่งปัน อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสตปิ ญั ญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้
- การเล่นตามศูนยเ์ ปน็ การเล่นในศูนยป์ ระสบการณ์ตา่ ง ๆ อย่างอสิ ระผา่ นการเล่น ทดลอง
คดิ ค้นคว้าสรา้ งสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาํ ตอบ ซึง่ จะชว่ ยพัฒนาความคดิ จนิ ตนาการ
- ภาษา ควบค่ไู ปกบั ความมีวนิ ยั ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน การใฝร่ ้แู ละการอยู่รว่ มกัน
เพือ่ พฒั นาการเข้าสสู่ ังคม
ประสบการณส์ าคญั
1) การเล่นเครอ่ื งเล่นสัมผัสและการสรา้ งส่ิงต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การตอ่ ของชนิ้ เล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์และการแยกช้ินส่วน
3) การเล่นและการทํางานรว่ มกับผู้อน่ื
4) การรบั รู้ แสดงความรู้สึกผ่านสอื่ วัสดุ ของเลน่ และชน้ิ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเลน่ ตา่ งๆ
6) การสร้างสรรค์ชนิ้ งานโดยใช้รปู ร่าง รปู ทรงจากวัสดทุ ีห่ ลากหลาย
4. วิธีการจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาํ การเล่นการปฏบิ ัติตนในการเล่นศนู ย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูใหค้ าํ แนะนาํ กระตุ้น สง่ เสรมิ ให้คาํ ชมเชยเพ่ือให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ให้เดก็ เล่นอย่างอิสระหลังจากเลกิ เลน่ ใหเ้ ด็กทําความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกบั เก็บของเขา้ ที่ใหเ้ รียบรอ้ ย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
- อปุ กรณ์ต่างๆ ท่จี ัดไว้ตามศูนย์กจิ กรรมเสรี ต้องสอดคลอ้ งสัมพันธก์ ับหน่วยการเรยี นรู้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตพฤตกิ รรมการสํารวจ ทดลอง คน้ คว้า คิดแก้ปัญหาในการทาํ งานและการเลน่ เปน็ กล่มุ
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการคดิ สรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและส่ิงทเี่ ล่น
3) สงั เกตความมวี นิ ัย ความรับผิดชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและมี
จิตสาธารณะ 4) สังเกตความกา้ วหนา้ ของพฒั นาการท้งั 4 ด้าน
หมายเหตุ ครูปรับเปล่ยี นสื่อ วัสดุอปุ กรณ์ในศนู ยใ์ ห้สัมพนั ธ์กบั หนว่ ยการเรียนรตู้ ามความพร้อม
และจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 9 วันที่ 5 สาระการเรียนรู้ย่อย การนอนอยา่ งถูกวิธี
1. ชื่อกจิ กรรม กลางแจง้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ใช้กล้ามเน้ือเล็กและกลา้ มเนอ้ื ใหญ่ได้
2) เลน่ ร่วมกันได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
- การเลน่ รว่ มกับผ้อู ืน่ 1) การเลน่ รายบุคคล กล่มุ ย่อยและกลมุ่ ใหญ่
2) การเล่นนอกห้องเรยี น
4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม
1) แบ่งเด็กออกเป็นทีม ๆ ละ 6-8 คน เทา่ ๆ กนั
2) ครเู ตรยี มลูกบอลหรือสงิ่ ท่ีใช้แทนกนั ได้ เทา่ จํานวนเด็ก และตะกร้า เทา่ จาํ นวนกลุ่ม
3) ให้เดก็ แตล่ ะทีมเข้าแถวตอน เด็กทุกคนถือลกู บอลไว้ในมอื
4) วางตะกร้าเรยี งแถวไว้ ขีดเส้นสาํ หรับยืนโยนลูกบอลให้หา่ งจากตะกรา้ ประมาณ 1 เมตรครง่ึ
5) การโยนให้โยนครง้ั ละ 1 คน คนใดโยนเสร็จให้ไปต่อทา้ ยแถว เมอ่ื โยนครบทกุ คนแล้วให้ครู
นับลูกบอล แถวใดโยนลกู บอลเขา้ ตะกรา้ ได้มากท่ีสดุ เปน็ ทีมชนะ
5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1) ลกู บอลหรอื สิ่งทใี่ ช้แทนกันได้
2) ตะกรา้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตใชก้ ล้ามเน้อื เล็กและกล้ามเน้ือใหญ่
2) สังเกตการปฏบิ ตั ติ ามคําสั่ง
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 9 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นร้ยู ่อย การนอนอยา่ งถกู วิธี
1. ชือ่ กจิ กรรม เกมการศกึ ษา
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เล่นเกมสังเกตรายละเอยี ดภาพรูปทรงเรขาคณติ ได้
2) การเลน่ ร่วมกนั ๆได้
3) เลน่ แล้วเกบ็ เกมการศึกษาเข้าที่ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- เกมสังเกตรายละเอียดภาพรปู ทรงเรขาคณติ 1) การแกป้ ญั หาในการเล่น
เกยี่ วกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และของมคี ม 2) การเลน่ รว่ มกบั ผู้อ่ืน
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนําถึงวิธเี ล่นเกมสังเกตรายละเอียดภาพรูปทรงเรขาคณติ ใหเ้ ด็กๆฟงั และสาธติ วธิ ีการเล่น
2) ครแู จกเกมสังเกตรายละเอียดภาพรูปทรงเรขาคณติ ให้สังเกตความเหมอื นความต่างของภาพ
แลว้ จบั คู่ภาพใหถ้ กู ต้อง
3) ใหเ้ ด็กเลน่ เกมสงั เกตรายละเอียดภาพรูปทรงเรขาคณิต
4) ขณะเด็กเลน่ เกมครูดูแลและใหค้ ําแนะนําในการเลน่ อย่างใกล้ชิด พรอ้ มกับแนะนํา ดังน้ี
- การเลน่ ทถี่ กู ต้อง
- การรอคอย
- การช่วยกนั คดิ แกป้ ญั หา
- ความอดทนเล่นจนจบเกม
5) เด็กจดั เก็บเกมเข้าท่เี มอ่ื เลิกเลน่ กอ่ นไปเลน่ เกมอ่ืน
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมสงั เกตรายละเอียดภาพรปู ทรงเรขาคณิต
2) เกมชุดเดมิ
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการตดั สินใจและการแกป้ ัญหาในการเล่นเกม
2) สังเกตการเลน่ รว่ มกบั ผ้อู ื่น
3) สงั เกตการเกบ็ ของเขา้ ทเี่ มื่อเลิกเล่น
7. ภาคผนวก
เพลง เปด็ เดนิ
(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
ยามเม่อื เป็ดมันเดินไป มองแล้วไมน่ ่าดูเลย
จาํ ไวเ้ ถิดเพื่อนเอ๋ย จงอยา่ เดนิ ให้เหมอื นเป็ด
เพลง ไก่
(ไม่ทราบนามผแู้ ต่ง)
ไก่ ไก่ ไก่ เล้ยี งลูกมาจนใหญ่ ไมม่ นี มใหล้ ูกกิน
ลกู รอ้ งเจีย๊ บ เจี๊ยบ แม่ก็เรียกไปคุย้ ดนิ
ทาํ มาหากินตามประสาไก่เอย
เพลง หลับตานอนหลบั
(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
หลับตาเสยี ออ่ นเพลยี ท้งั วนั
หลบั ตาฝันถงึ เทวดา มารา่ ยมาราํ งามขาํ โสภา
พอตนื่ ขึ้นมา เทวดาไม่มี
เพลง ลมพัด
(ไม่ทราบนามผแู้ ต่ง)
ลมเพ ลมพดั โบกสะบัดพัดมาไวไว
ลมเอยลมพดั อะไร (ซ้าํ ) ฉนั จะบอกให้ลมพดั ...............(คนใส่เสอื้ ขาว คนผมยาว คนใส่ถงุ เทา้ ฯลฯ)
คาคลอ้ งจอง เดนิ ผา่ นผู้ใหญ่
(นุช เลก็ ประโคน)
เด็กเอย๋ เดก็ ดี ควรมีมารยาท
หากเดินผา่ นใคร ต้องไปชา้ ๆ
ไม่ว่งิ ไมซ่ น เด๋ยี วชนผ้ใู หญ่
ถ้าจะหากรบี ไป ควรไหว้ขอโทษ
หนูขอผา่ นทาง หนูจะระวัง
เดินก้มลงมา อย่างช้าๆเอย
คาคลอ้ งจอง อาหารมปี ระโยชน์
(ประสทิ ธ์ิ ชํานาญไพร)
ถึงเวลาอาหารมาแลว้ หนจู กุ หนูแจ๋ว เข้าแถวมาน่ี
ฟอกสบลู่ ้างมือให้ดี เชด็ อีกที เขา้ ท่ปี ระจาํ
รับประทานให้เปน็ ระเบยี บ น่งั เรียบร้อยอ่ิมแลว้ ดืม่ นํา้
ชว่ ยเก็บกวาดอย่างทเ่ี คยทํา หยบิ แกว้ น้ําแปรงฟันทกุ วนั เอย
คาคล้องจอง วาจานา่ ฟัง
(ประสิทธิ์ ชํานาญไพร)
คุณหนโู ปรดฟงั ทางนี้ ถา้ หนูอยากเป็นเด็กดี
ต้องเช่อื ฟังพอ่ แม่ เช่ือฟังคณุ ครู แล้วคณุ หนกู จ็ ะน่ารกั
ฟังแล้วแสนเสนาะ ถ้อยคําไพเราะ เหมาะสมน่าฟัง
คาคลอ้ งจอง กนิ นอน เล่น เป็นเวลา
(ประสทิ ธ์ิ ชํานาญไพร)
ได้เวลากนิ เรากนิ กิน กนิ กนิ กิน
ไดเ้ วลานอน เรานอน นอน นอน นอน นอน
ไดเ้ วลาเลน่ เราเลน่ เล่น เลน่ เลน่ เลน่
นิทาน เร่อื งเดก็ เล้ียงแกะ
(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
คร้ังหน่งึ มีเด็กเลี้ยงแกะอยผู่ ู้หนง่ึ ซงึ่ มนี ิสยั ชอบโกหก ในวันหนงึ่ ขณะทเ่ี ขาปลอ่ ยใหฝ้ งู
แกะกินหญ้าอยทู่ ีเ่ นินเขานน้ั ก็เกดิ ความคดิ อะไรสนกุ ๆข้ึนมา จึงตะโกนใหช้ าวบา้ นแถวๆนัน้ ไดย้ ินว่า
“ชว่ ยด้วย ๆ ๆ มาปา่ มากินลูกแกะ” ชาวบา้ นไดย้ ินกต็ ่างตกใจ และรบี หาอาวุธตา่ งๆในมอื มาชว่ ยขบั ไล่
หมาป่า แตพ่ อมาถงึ กลบั ไม่ พบหมาปา่ แม้แต่ตัวเดยี ว มีแตเ่ พียงเด็กเลี้ยงแกะที่ยนื หัวเราะชอบใจอยู่ เด็ก
เลยี้ งแกะเห็นวา่ การโกหกเปน็ เรือ่ งสนุกจงึ หลอกชาวบ้านอีกคร้งั ครง้ั แล้วครั้งเล่า จนชาวบา้ นต่างโกรธและ
เอือมระอาต่อการกระทาํ ของเขา อยมู่ าวนั หนงึ่ ขณะทเ่ี ด็กเล้ียงแกะกําลงั เฝ้าฝูงแกะอยเู่ ชน่ ทุกครั้ง กเ็ กิด
มีหมาป่าเข้ามาจับแกะกนิ จริง ๆ เด็กเลีย้ งแกะตกใจจึงตะโกนบอกชาวบา้ นเพื่อขอความชว่ ยเหลือ แต่คราว
น้ีไม่ว่าเขาจะตะโกนอย่างไร ก็ไม่มใี ครสนใจที่จะออกมาชว่ ยสักคน จนกระทั่งหมาป่าไล่กินลกู แกะจนหมด
ฝงู ในท่ีสดุ
8. บนั ทกึ ผลการจัดประสบการณ์
ขอ้ ดี
....................................................................................................................... .......................................
........................................................................................................................ ......................................
ข้อควรปรบั ปรงุ
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................ ......................................
แนวทางการแกไ้ ข
........................................................................................................................ ......................................
.............................................................................................................................................................
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 3-4 ปี
สปั ดาห์ท่ี 10 สาระการเรียนรูท้ ่ี 1 เร่อื งราวเกี่ยวกบั ตวั เด็ก
หน่วยการเรยี นรู้ หนทู าได้
ความคิดรวบยอด
มารยาทไทย หมายถงึ กิริยา วาจาท่สี ภุ าพเรียบรอ้ ย ทบี่ ุคคลพงึ ปฏิบตั ใิ นสังคมโดยมรี ะเบยี บ
แบบแผน อนั เหมาะสมตามกาลเทศะ อันจะครอบคลมุ ถึง วาจาต่างๆ เช่น การทกั ทาย การทาความเคารพ
การไหว้ การกราบ การเดิน การรบั ของ สง่ ของ เป็นต้น
มารยาทในการไหวผ้ ใู้ หญ่
เดนิ ด้วยความระมัดระวงั มารยาทในการกราบผใู้ หญ่
ไมเ่ ล่นกันขณะเดิน
หนูทาได้
มารยาทในการเดิน
มารยาทในการรบั ของ ส่งของ มารยาทในการกราบพระ
ของหนัก ของเบา กราบพระแบบเบญจางคประดษิ ฐ์
ผู้ชายนัง่ ท่าเทพบุตร
ผหู้ ญิงนั่งท่าเทพธดิ า
ส่งิ ทเ่ี ด็กรู้แลว้ ส่งิ ทีเ่ ด็กตอ้ งการรู้ ส่งิ ท่ีเดก็ ควรรู้
1. ไหวเ้ มอ่ื พบผู้ใหญ่ และเม่ือ 1. มารยาทในการไหว้ / กราบ / 1. มารยาทในการไหว้ผใู้ หญ่
ผใู้ หญ่ให้ของ รบั ของ ส่งของ / เดนิ ท่ีถูกต้อง 2. มารยาทในการกราบผูใ้ หญ่
2. ................................................. 2. การกราบพระ 3. มารยาทในการกราบพระ
3. ................................................. แบบเบญจางคประดษิ ฐ์ 4. มารยาทในการรบั ของ ส่งของ
4. ................................................. 3. ................................................. 5. มารยาทในการเดิน
5. ................................................. 4. .................................................
5. .................................................
แนวการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 3-4 ปี
สัปดาหท์ ี่ 10 สาระการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ตัวเดก็
หน่วยการเรียนรู้ หนทู าได้
กิจกรรม เคลอ่ื นไหวและ เสริมประสบการณ์ สรา้ งสรรค์ เสรี กลางแจง้ เกมการศึกษา
วนั ท่ี จังหวะ
- รอ้ งเพลงสวัสดีเธอจา๋ - ระบายสีภาพการ - เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้เลือก - ทาทา่ ทาง - เกมภาพตัดตอ่
1 - เคลอ่ื นไหวตาม - มารยาทในการไหว้ ไหวผ้ ู้ใหญ่ เล่น กายบรหิ าร รปู เด็กไหว้
ข้อตกลง ผู้ใหญ่ - วาดภาพตาม ในศนู ยต์ ามความสนใจ และ - ปฏบิ ัติตน
- เขยี นเส้น จนิ ตนาการ คน้ หาความถนัดของตนโดย เป็นผ้นู า –
จดั ใหส้ อดคลอ้ งกบั หน่วย ผูต้ าม
การเรยี นรู้
- ร้องเพลง - มารยาทในการกราบ - ปน้ั ดินนา้ มนั ตาม - เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้เลือก - เลน่ เคร่ือง - เกมจบั คู่
และทาทา่ ทาง ผู้ใหญ่ แบบเป็นเลข ๒ เลน่ เลน่ สนาม ภาพเหมอื นเดก็
ประกอบเพลง - ฉีก ปะกระดาษเปน็ ในศนู ย์ตามความสนใจ และ กราบผใู้ หญ่
เดก็ ดี เลข ๒ คน้ หาความถนัดของตนโดย
2 มารยาทงาม จดั ใหส้ อดคลอ้ งกบั หน่วย
การเรยี นรู้
- เคลอื่ นไหว - มารยาทในการกราบ - พิมพภ์ าพจากนิ้วมือ - เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้เลือก - เกม - เกมภาพ
ตัดตอ่ รูปเดก็
รา่ งกายประกอบ พระ - เป่าสี เลน่ ในศูนยต์ ามความสนใจ งูเล้อื ย กราบพระ
เพลงสมยั นิยม - เพลงสวัสดวี นั นพ้ี บกนั และคน้ หาความถนดั ของตน
3 โดยจัดให้สอดคลอ้ งกบั
หน่วยการเรียนรู้
- ปฏบิ ัตติ นเป็น - มารยาทในการรับของ - พบั กระดาษ - เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ไดเ้ ลือก - เกม - เกมเรียงลาดบั
ผู้นา ผู้ตาม ส่งของ - ต่อเตมิ ภาพ เล่นในศูนย์ตามความสนใจ กระโดดกบ สิง่ ของท่หี นัก
- นทิ าน - THANK YOU. = ตามจนิ ตนาการ และค้นหาความถนดั ของตน กวา่ เบากวา่
เมอื งแห่งรอยยิ้ม ขอบคุณ โดยจัดใหส้ อดคล้องกบั และหนกั เท่ากนั
4 หน่วยการเรยี นรู้
- เคลอ่ื นไหว - มารยาทในการเดนิ - หยดสตี าม - เปดิ โอกาสให้เด็กไดเ้ ลอื ก - เกมวงิ่ เก็บ - จับคู่ภาพ
ร่างกายอยา่ ง - เพลงสวัสดีแบบไทย จินตนาการ เลน่ สิ่งของ กบั พยัญชนะ ผ
มที ิศทาง และสากล - ตัดกระดาษตาม ในศูนยต์ ามความสนใจ และ เครอ่ื งใช้ ฝย
5 - เขยี นอกั ษรตวั E รปู ทรง คน้ หาความถนดั ของตนโดย
ทก่ี าหนด จดั ใหส้ อดคลอ้ งกบั หนว่ ย
การเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 10 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรยู้ ่อย มารยาทในการไหวผ้ ้ใู หญ่
1. ชอ่ื กิจกรรม เคล่อื นไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) สนใจและมีความสุขในการรว่ มกิจกรรม
2) แสดงทา่ ทางประกอบจังหวะได้
3) ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงงา่ ยๆได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การเคลอ่ื นไหวตามข้อตกลง 1) การเคลื่อนไหวอยกู่ บั ที่
2) การเคลื่อนไหวเคล่ือนท่ี
3) การเล่นบทบาทสมมุติ
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) เดก็ และครทู บทวนการเคล่ือนไหวร่างกายตามจังหวะ โดยครเู คาะจงั หวะ 1 ครง้ั คอื
การเคล่ือนไหวช้า ครูเคาะจงั หวะเร็ว (หลายครั้ง) คือการเคล่อื นไหวเร็ว และครเู คาะจงั หวะ 2 คร้ัง
คอื การหยดุ เคลื่อนไหวร่างกาย
2) เด็กเคลอื่ นไหวร่างกายอย่างอิสระ ตามจงั หวะ ชา้ -เรว็ เมื่อไดย้ นิ สัญญาณหยดุ ให้เด็กจับคูก่ บั เพ่อื น
แล้วทาท่าการไหวผ้ ูใ้ หญ่
3) ปฏบิ ัติตามข้อ 2 ซา้ ๆ 4 - 5 รอบ
4) สมมติให้ตวั แทนเดก็ ชาย 1 คน หญงิ 1 คนเปน็ ผูใ้ หญ่ เมื่อเพื่อนๆ เดนิ ผา่ น ใหห้ ยุด แล้วทาท่าทาง
การไหวจ้ นครบทุกคน
5) เด็กและครรู ว่ มกนั สรปุ ถึงการไหว้ผู้ใหญ่ทีถ่ ูกตอ้ ง
6) เด็กพกั กลา้ มเน้ือ นง่ั เหยียดขาตามสบาย
5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
- เครอ่ื งเคาะจงั หวะ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตความสนใจในการรว่ มกจิ กรรม
2) สงั เกตการแสดงท่าทางประกอบจงั หวะ
3) สังเกตการปฏิบตั ิตนตามข้อตกลงง่ายๆ
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 10 วันท่ี 1 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย มารยาทในการไหว้ผใู้ หญ่
1. ช่อื กิจกรรม เสรมิ ประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
การไหวผ้ ใู้ หญถ่ ือเปน็ มารยาทไทยทสี่ บื ทอดกันมาช้านาน การไหว้เป็นการสมั มาคารวะ และการให้
เกยี รติกนั
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ไหวผ้ ใู้ หญ่ได้ 2) กล้าพูดและกล้าแสดงออก
3) ปฏิบัตติ นตามมารยาทไทยได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การสนทนาและตอบคาถามเกีย่ วกับมารยาท 1) การปฏิบัติกจิ กรรมต่างๆตามความสามารถ
ในการไหวผ้ ู้ใหญ่ ของตนเอง
2) การรอ้ งเพลง 2) การรอ้ งเพลง
3) เสน้
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครูรอ้ งเพลงสวสั ดีเธอจ๋าใหเ้ ด็กฟัง 2 รอบ
2) ครูสอนเดก็ รอ้ งเพลงตามครู ทีละวรรค
3) เด็กและครูรว่ มกันรอ้ งเพลงสวสั ดีเธอจ๋า 3 รอบ และทาทา่ ทางประกอบเพลงรว่ มกนั
4) ครนู าภาพการไหว้ผ้ใู หญม่ าให้เดก็ ดู
5) ครใู ช้คาถาม ถามเด็กว่าสถานการณ์ใดบา้ งท่เี ราต้องไหวผ้ ใู้ หญ่
6) เดก็ และครูรว่ มกันสนทนาถงึ วธิ กี ารไหว้ผู้ใหญท่ ถ่ี ูกต้องตามภาพ โดยมีวิธกี ารดังนี้
ประนมมอื ไหว้ ใหน้ ิ้วหัวแมม่ ืออยู่ทีป่ ลายจมูก ปลายน้วิ ชจี้ รดหว่างค้วิ
ชาย ยนื ตรง คอ้ มตวั ลง พรอ้ มประนมมือขึ้นไหว้
หญิง ยนื ตรง ถอยเท้าข้างท่ถี นดั ไปข้างหลงั ย่อเขา่ ลง พร้อมประนมมือขน้ึ ไหว้
7) ครสู าธิตการไหวผ้ ้ใู หญ่ทถี่ ูกตอ้ งให้เดก็ ดู
8) ขออาสาสมัครมาทาเพื่อนดู
9) เด็กและครูรว่ มกันทาทา่ ทางการไหว้ผู้ใหญ่ทีถ่ กู ต้อง
10) เด็กและครูสรุปถงึ สถานการณ์ทตี่ ้องไหวผ้ ู้ใหญ่ และการไหว้ผู้ใหญ่ทีถ่ กู ต้องอีกครั้ง
11) ครแู นะนาเสน้ พรอ้ มถามเดก็ วา่ นคี่ ือเสน้ อะไร เหมือนอะไร
12) เด็กลากเสน้ ในอากาศ พร้อมทง้ั ทาใบงานเส้น ตามรอยเสน้ ประ
13) สง่ ผลงานของตนเอง
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) รูปมารยาทการไหว้ผ้ใู หญ่ 2) เพลงสวสั ดีเธอจา๋
3) ใบงานเสน้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการไหว้ทถี่ ูกต้อง 2) สังเกตการตอบคาถาม
3) สงั เกตการร่วมกิจกรรม 4) ตรวจผลงาน
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 10 วันท่ี 1 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย มารยาทในการไหว้ผู้ใหญ่
1. ชอ่ื กจิ กรรม สร้างสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ระบายสภี าพการไหวผ้ ู้ใหญ่ได้ 2) วาดภาพตามจินตนาการได้
3) มีความสุขในการทางานศิลปะ 4) บอกชื่อผลงานของตนเองได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การระบายสีภาพการไหวผ้ ใู้ หญ่ 1) การเขยี นภาพและการเลน่ กบั สี
2) การวาดภาพตามจนิ ตนาการ 2) การสร้างสรรคส์ ่ิงสวยงาม
3) การทากิจกรรมศลิ ปะตา่ ง
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครจู ัดเตรยี มกิจกรรมไว้ 2 กิจกรรม คือ ระบายสภี าพการไหว้ผ้ใู หญ่และการวาดภาพตาม
จนิ ตนาการ
2) ครูแนะนาอุปกรณ์ วิธกี ารปฏิบตั ิและทบทวนข้อตกลงในการปฏิบตั กิ จิ กรรมการระบายสีภาพการ
ไหว้ผ้ใู หญแ่ ละการวาดภาพตามจินตนาการ ดงั น้ี
2.1 การระบายสีภาพการ ไหวผ้ ู้ใหญ่
- ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการระบายสี และแนะนาใบงานภาพการไหว้ผ้ใู หญ่
- ครสู าธิตการระบายสภี าพการไหว้ผูใ้ หญใ่ หเ้ ด็กดู
- เดก็ ระบายสีภาพการไหว้ผู้ใหญด่ ้วยตนเอง
- ครูคอยแนะนา และใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในการระบายสภี าพตลอดเวลา
2.2 การวาดภาพตามจนิ ตนาการ
- ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการวาดภาพตามจินตนาการ
- ครสู าธิตการวาดภาพตามจนิ ตนาการให้เดก็ ดู
- เดก็ วาดภาพตามจินตนาการของตนเอง ด้วยตนเอง
- ครูคอยแนะนา และใหค้ วามชว่ ยเหลือ ในการวาดภาพตลอดเวลา
3) เด็กเลือกปฏิบัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกชื่อ และเลา่ เร่ืองใหค้ รูจดบันทึก
4) ใหอ้ าสาสมัคร เลอื กผลงานตนเองระหวา่ งการระบายสีภาพการไหว้ผใู้ หญ่และการวาดภาพตาม
จินตนาการมาเล่าให้เพื่อนฟงั หน้าชนั้ เรยี น
5) ใหเ้ ด็กทกุ คนชว่ ยกนั จดั เก็บอปุ กรณใ์ ห้เรียบรอ้ ย
5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้ 2) สีเทยี น
1) ใบงาน ภาพการไหว้ผ้ใู หญ่ 4) ดนิ สอ
3) กระดาษ A 4
2) สงั เกตการร่วมกิจกรรม
6. การประเมนิ ผล
1) ตรวจผลงาน
3) สังเกตการบอกเลา่ ผลงานของตน
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 10 วันท่ี 1 สาระการเรยี นรู้ย่อย มารยาทในการไหวผ้ ใู้ หญ่
1. ชอื่ กิจกรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คิดแกป้ ัญหาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มปี ระสบการณต์ รงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ต่องานและส่ิงทต่ี นเล่น
3) มวี นิ ยั ความรับผิดชอบ มีมารยาท ช่วยเหลือ แบ่งปัน อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ
4) มีพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสตปิ ัญญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้
- การเลน่ ตามศูนยเ์ ป็นการเลน่ ในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างอสิ ระผ่านการเลน่ ทดลอง
คิดคน้ คว้าสรา้ งสรรค์ การแกป้ ญั หาและการแสวงหาคาตอบ ซึง่ จะชว่ ยพัฒนาความคดิ จนิ ตนาการ
ภาษา ควบคไู่ ปกบั ความมีวนิ ยั ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน การใฝ่รู้และการอยู่รว่ มกัน
เพอื่ พัฒนาการเข้าสสู่ ังคม
ประสบการณส์ าคญั
1) การเลน่ เครอื่ งเล่นสัมผสั และการสรา้ งส่งิ ต่างๆจากแทง่ ไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชน้ิ เลก็ เตมิ ในชิ้นใหญใ่ ห้สมบรู ณ์และการแยกช้นิ ส่วน
3) การเล่นและการทางานร่วมกับผอู้ ืน่
4) การรบั รู้ แสดงความร้สู กึ ผ่านสื่อ วัสดุ ของเลน่ และช้ินงาน
5) การเลน่ ตามมมุ ประสบการณ์/มมุ เล่นตา่ งๆ
6)การสรา้ งสรรคช์ น้ิ งานโดยใชร้ ปู รา่ ง รูปทรงจากวัสดุท่หี ลากหลาย
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ัติตนในการเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูใหค้ าแนะนา กระตุ้น ส่งเสริม ให้คาชมเชยเพ่ือให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเลน่ อยา่ งอิสระหลังจากเลกิ เล่นให้เดก็ ทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกบั เกบ็ ของเข้าท่ใี หเ้ รยี บร้อย
5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
- อปุ กรณต์ ่างๆ ที่จัดไว้ตามศูนย์กิจกรรมเสรี ตอ้ งสอดคล้องสัมพันธก์ ับหนว่ ยการเรยี นรู้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตพฤติกรรมการสารวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแก้ปัญหาในการทางานและการเล่นเป็นกล่มุ
2) สงั เกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏิบตั กิ จิ กรรมการคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและส่งิ ท่ีเล่น
3) สงั เกตความมวี ินัย ความรบั ผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบ่งปนั อดทนรอคอยและมี
จติ สาธารณะ
4) สังเกตความกา้ วหนา้ ของพัฒนาการท้ัง 4 ด้าน
หมายเหตุ ครปู รบั เปล่ียนสอ่ื วสั ดุอปุ กรณใ์ นศนู ย์ใหส้ มั พนั ธ์กับหน่วยการเรยี นรู้ตามความพร้อม
และจดุ เนน้ ของสถานศึกษา
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 10 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรูย้ ่อย มารยาทในการไหว้ผูใ้ หญ่
1. ชือ่ กิจกรรม กลางแจง้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สนใจและมีความสุขในการออกกาลงั กาย
2) เข้าแถวได้
3) ปฏิบัติตนเปน็ ผู้นาและผู้ตามได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การออกกายบริหาร 1) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่
2) การเลน่ รายบุคคล กลุ่มย่อยและกลมุ่ ใหญ่
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) เด็กเขา้ แถวตอนลกึ โดยเด็กผชู้ ายยนื ข้างหนา้ เด็กผูห้ ญิง
2) ครนู าเด็กอบอนุ่ ร่างกายโดย วง่ิ รอบสนามของโรงเรยี น 1 รอบ
3) เด็กเขา้ แถวตอนลกึ แถวละ 5 คน
4) ครูนาเด็กออกกาลงั กายโดยท่าทางกายบริหาร เชน่ กระโดดตบ หมนุ เอว เปน็ ต้น
5) ครูหาอาสาสมัครออกมานาเพอื่ นๆ ทาท่าทางกายบรหิ าร
6) ปฏิบตั ติ ามข้อ 5 ซ้าๆ อีกครง้ั โดยใหเ้ ด็กหมุนเวียนออกมาเป็นผนู้ าเพื่อนจนครบทกุ คน
7) เด็กพกั คลายกล้ามเนื้อ น่ังเหยยี ดขาตามสบาย
8) เด็กเข้าแถว ทาความสะอาดร่างกาย และแตง่ กายให้เรียบร้อยก่อนเขา้ ห้องเรียน
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- สนามของโรงเรียน
6. การประเมินผล
1) สังเกตความสนใจในการร่วมกิจกรรม
2) สังเกตการเข้าแถว
3) สงั เกตการเปน็ ผ้นู า ผูต้ าม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 10 วันท่ี 1 สาระการเรียนรูย้ ่อย มารยาทในการไหว้ผู้ใหญ่
1. ชอ่ื กิจกรรม เกมการศกึ ษา
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เลน่ เกมต่อภาพตัดต่อได้อย่างนอ้ ย 3 ช้ิน
2) เก็บของเข้าที่ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
- การเล่นเกมภาพตัดต่อ 1) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกจิ กรรม
2) การเล่นหรอื ทาร่วมกบั กลุ่มเพ่ือน
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) ครแู นะนาเกมภาพตัดต่อรูปเดก็ ไหว้
2) ครูแนะนาวิธีการเลน่ เกมภาพตัดต่อรปู เดก็ ไหว้ใหเ้ ดก็ ดู
3) ครจู ดั เด็กเปน็ กล่มุ ๆ ให้เด็กเล่นเกมภาพตดั ต่อรูปเด็กไหว้
4) เดก็ เล่นเกมภาพตัดต่อรปู เด็กไหว้รว่ มกนั
5) ครคู อยสังเกต แนะนา ช่วยเหลือในขณะเด็กเลน่ เกมตัดต่อรปู เด็กไหว้
6) เดก็ และครูร่วมกันสนทนา และสรุป ถงึ การเล่นเกมภาพตดั ต่อรูปเด็กไหว้
7) เดก็ เก็บเกมการศึกษาเขา้ ท่ีให้เรียบรอ้ ย
5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
- เกมภาพตดั ต่อรูปเด็กไหว้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการเลน่ เกมภาพตัดต่อรูปเด็กไหว้
2) สงั เกตการเกบ็ ของเข้าที่
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 10 วนั ท่ี 2 สาระการเรยี นรยู้ ่อย มารยาทในการกราบผูใ้ หญ่
1. ชื่อกจิ กรรม เคลื่อนไหวและจังหวะ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) แสดงท่าทางประกอบเพลงได้
2) แสดงท่าทางตามจงั หวะท่ีให้ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
- การทาท่าทางประกอบเพลง 1) การเคล่ือนไหวอยู่กับท่ี
2) การเคล่ือนไหวเคล่ือนท่ี
3) การเคล่ือนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครรู อ้ งเพลงเด็กดีมารยาทงามให้เดก็ ฟัง 2 รอบ
2) ครสู อนเด็กร้องเพลงตามครูที ละวรรค
3) เดก็ และครูร้องเพลงเด็กดีมารยาทงามพร้อมกัน 2-3 รอบรว่ มกัน
4) เดก็ และครรู ้องเพลงเด็กดีมารยาทงาม และใหเ้ ด็กเคล่ือนไหวรา่ งกายอย่างอิสระ
5) เด็กและครทู บทวนการเคลอื่ นไหวร่างกายตามจงั หวะ โดยครเู คาะจังหวะ 1 คร้ังคือ
การเคล่อื นไหวช้า ครเู คาะจงั หวะเรว็ (หลายครั้ง) คือการเคล่อื นไหวเร็ว และครูเคาะจงั หวะ
2 คร้งั คือการหยุดเคลอ่ื นไหวร่างกาย
6) ครแู ละเดก็ ร้องเพลงเดก็ ดีมารยาทงามรว่ มกันอีก 2-3 รอบ พร้อมกบั กาหนดท่าทางตามเพลง
7) ให้อาสาสมัครมาทาทา่ ทางประกอบเพลงให้เพ่ือนดเู ปน็ ตัวอย่างหนา้ ช้ันเรยี น
8) เด็กท้ังหอ้ ง แสดงท่าทางตามเพลงเด็กดีมารยาทงามทก่ี าหนดพรอ้ มกัน
9) เด็กและครู ร่วมกนั สนทนาสรปุ ถึงเพลงเด็กดมี ารยาทงาม
10) เดก็ พักกลา้ มเน้ือ นงั่ เหยียดขาตามสบาย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เคร่อื งเคาะจงั หวะ
2) เพลงเด็กดีมารยาทงาม
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการแสดงท่าทางประกอบเพลง
2) สงั เกตการเข้ารว่ มกจิ กรรม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 10 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย มารยาทในการกราบผใู้ หญ่
1. ช่ือกจิ กรรม เสรมิ ประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
การกราบผูใ้ หญ่ เปน็ กริ ิยามารยาทอีกอย่างหน่ึงท่ีจดั วา่ เปน็ เอกลักษณ์ไทย ท่ีแสดงใหเ้ ห็น
ถงึ อุปนิสยั และความอ่อนน้อมถ่อมตน การกราบเปน็ วิธแี สดงความเคารพ เมื่อพบปะผู้ใหญ่
หรือให้ สิ่งของหรือทองกนั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) กราบผูใ้ หญ่ได้
2) ปฏบิ ัตติ นตามมารยาทไทยได้
3) กล้าพูดและกลา้ แสดงออก
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- การสนทนาและตอบคาถามเกยี่ วกับมารยาท 1) การเลน่ บทบาทสมมตเิ หตุการณต์ ่างๆ
ในการกราบผูใ้ หญ่ 2) การให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครนู าภาพการกราบผู้ใหญ่มาให้เดก็ ดู
2) เดก็ และครรู ่วมกันสนทนาถงึ การกราบผใู้ หญท่ ี่ถกู ต้องตามภาพ โดยมีวิธีการดังนี้
ผู้กราบท้ังหญงิ และชาย นงั่ พบั เพยี บทอดมอื ทั้งสองข้างลงพร้อมกัน ใหแ้ ขนทง้ั สอง
ครอ่ มเข่าอยูท่ ดี่ ้านล่างเพยี งเขา่ เดยี ว มือประนมต้ังกับพนื้ ไมแ่ บมือ ค้อมตัวลงให้หนา้ ผากแตะ
ส่วนบนของมอื ที่ประนม ในขณะกราบไม่กระดกนว้ิ มือขึ้นรบั หน้าผาก และกราบเพียงคร้ังเดียว
3) ครสู าธติ การกราบผู้ใหญท่ ี่ถกู ต้องใหเ้ ด็กดู
4) ใหอ้ าสาสมัครมาทาเปน็ ตวั อยา่ งใหเ้ ด็กดู
5) เดก็ และครูร่วมกันทาท่าทางการกราบผู้ใหญ่ที่ถูกต้อง
6) ครูใชค้ าถาม ถามเดก็ ว่าสถานการณ์ใดบา้ งท่เี ราต้องกราบผ้ใู หญ่
7) เด็กและครูร่วมกนั ทาทา่ ทางการกราบผู้ใหญท่ ่ีถูกต้องอีก 2 - 3 ครง้ั
8) เด็กและครสู รุปถึงสถานการณ์ทตี่ อ้ งกราบผูใ้ หญ่ และรว่ มกันทาท่าทางการกราบผูใ้ หญ่ทถี่ ูกต้อง
อีกครง้ั
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- ภาพการกราบผ้ใู หญ่
6. การประเมินผล
1) สังเกตการกราบผู้ใหญ่ทีถ่ ูกตอ้ ง
2) สังเกตการรว่ มกจิ กรรม
3) สงั เกตการตอบคาถาม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 10 วันที่ 2 สาระการเรียนรยู้ ่อย มารยาทในการกราบผู้ใหญ่
1. ช่ือกจิ กรรม สร้างสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ปั้นดินน้ามันเป็นเลข ๒ ได้ 2) ฉีก – ปะกระดาษเป็นเลข ๒ ได้
3) สนใจมคี วามสุขในการทางานศิลปะ 4) บอกชอื่ ผลงานของตนเองได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) ปั้นดินน้ามัน 1) การปน้ั
2) ฉกี – ปะกระดาษ 2) การทากจิ กรรมศลิ ปะต่างๆ
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครูจดั เตรยี มกจิ กรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การปั้นดินน้ามนั และฉกี ปะกระดาษเปน็ เลข ๒
2) ครูแนะนาอุปกรณ์ วิธกี ารปฏิบตั แิ ละทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการป้ันดินนา้ มนั และ
ฉีก - ปะกระดาษเป็นเลข ๒ ดงั นี้
2.1 การปั้นดินน้ามันเป็นเลข ๒ ดังน้ี
- ครูแนะนาอุปกรณ์ในการปัน้ ดินนา้ มนั
- ครูสาธิตการปั้นดินน้ามันให้เป็นเลข ๒ ใหเ้ ดก็ ดู
- เด็กปั้นดินน้ามันให้เป็นเลข ๒ ดว้ ยตนเอง
- ครคู อยแนะนา และให้ความช่วยเหลอื ในการป้ันดินน้ามนั เป็นเลข ๒ ตลอดเวลา
2.2 การฉีกปะกระดาษเปน็ เลข ๒
- ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการฉีก - ปะกระดาษใหเ้ ปน็ เลข ๒
- ครสู าธิตการฉกี กระดาษ และปะกระดาษโดยใชก้ าวติด ใหเ้ ด็กดู
- เด็กฉีกปะกระดาษเปน็ เลข ๒ ด้วยตนเอง
- ครูคอยแนะนา และให้ความช่วยเหลือ ในการฉกี – ปะกระดาษตลอดเวลา
3) เด็กเลือกปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามความสนใจ แล้วนาผลงานมาบอกช่ือ และเล่าเรื่องใหค้ รจู ดบนั ทกึ
4) ให้อาสาสมัคร เลอื กผลงานตนเองระหว่างการปั้นดนิ นา้ มนั และฉีกปะกระดาษเปน็ เลข ๒ มาเล่าให้
เพื่อนฟงั หน้าชนั้ เรยี น
5) ให้เดก็ ทกุ คนช่วยกันจัดเก็บอปุ กรณใ์ หเ้ รียบร้อย
5. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
1) ดินน้ามัน 2) กระดานรองปั้น
3) ใบงานเลข ๒ 4) กระดาษสีต่างๆ
5) กาว / ภาชนะใสก่ าว
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการป้ันดนิ นา้ มนั 2) สงั เกตการฉีก-ปะกระดาษ
3) สงั เกตการรว่ มกจิ กรรม 4) สังเกตการบอกเล่าผลงานของตน
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 10 วันท่ี 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย มารยาทในการกราบผใู้ หญ่
1. ช่อื กจิ กรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แก้ปัญหาในการทางานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มจี ินตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิง่ ท่ตี นเล่น
3) มวี นิ ยั ความรับผดิ ชอบ มีมารยาท ช่วยเหลอื แบ่งปัน อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสตปิ ญั ญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
- การเลน่ ตามศูนยเ์ ป็นการเลน่ ในศูนยป์ ระสบการณต์ ่าง ๆ อยา่ งอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง
คดิ คน้ ควา้ สร้างสรรค์ การแกป้ ญั หาและการแสวงหาคาตอบ ซึ่งจะชว่ ยพฒั นาความคิด จินตนาการ
ภาษา ควบคู่ไปกับความมวี ินยั ความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปัน การใฝ่ร้แู ละการอยูร่ ่วมกัน
เพือ่ พฒั นาการเข้าสูส่ ังคม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างสิ่งต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของชน้ิ เล็กเตมิ ในช้นิ ใหญ่ใหส้ มบรู ณ์และการแยกช้นิ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกับผอู้ ืน่
4) การรับรู้ แสดงความรู้สกึ ผ่านสอื่ วัสดุ ของเล่นและช้นิ งาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มมุ เลน่ ตา่ งๆ
6)การสร้างสรรค์ชน้ิ งานโดยใช้รปู ร่าง รูปทรงจากวัสดทุ ี่หลากหลาย
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ัติตนในการเลน่ ศูนย์กจิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลือกเล่นศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูใหค้ าแนะนา กระตนุ้ สง่ เสรมิ ใหค้ าชมเชยเพ่ือใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ให้เดก็ เลน่ อย่างอิสระหลังจากเลิกเลน่ ใหเ้ ด็กทาความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มกับเกบ็ ของเขา้ ที่ให้เรียบรอ้ ย
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- อุปกรณต์ ่างๆ ที่จดั ไวต้ ามศูนย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคลอ้ งสมั พนั ธก์ ับหน่วยการเรยี นรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตพฤตกิ รรมการสารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบัตกิ ิจกรรมการคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งท่เี ลน่
3) สงั เกตความมวี นิ ัย ความรบั ผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลอื แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมี
จิตสาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพัฒนาการทงั้ 4 ดา้ น
หมายเหตุ ครปู รบั เปล่ยี นสอ่ื วัสดุอุปกรณใ์ นศูนยใ์ ห้สัมพนั ธ์กับหนว่ ยการเรียนรู้ตามความพรอ้ ม
และจุดเนน้ ของสถานศกึ ษา
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 10 วนั ที่ 2 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย มารยาทในการกราบผูใ้ หญ่
1. ช่ือกจิ กรรม กลางแจง้
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เล่นเครอ่ื งเลน่ สนามได้อยา่ งปลอดภยั
2) เข้าแถวได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
- การเล่นเครื่องเล่นสนาม 1) การเล่นเคร่ืองเล่นสนามอยา่ งอิสระ
2) การเล่นหรอื ทารว่ มกบั กลุ่มเพื่อน
4. วิธีการจดั กิจกรรม
1) ครูเรียกเด็กเรยี งแถว
2) เดก็ เข้าแถวตอนลึก 2 แถว เด็กผชู้ าย 1 แถว เดก็ ผู้หญงิ 1 แถว เดนิ ไปยงั สนามเด็กเล่น
3) เมื่อถึงสนามเด็กเล่น ครูอบอ่นุ รา่ งกายใหก้ ับเด็ก โดยการบรหิ ารรา่ งกายง่ายๆ เชน่ กระโดดตบ
กระโดดอยูก่ ับที่ เปน็ ต้น
4) ครอู ธิบายเครือ่ งเล่นในสนามเดก็ เล่น แต่ละชนดิ ว่าชือ่ อะไรบ้างใหเ้ ด็กฟัง
5) ครสู าธติ วธิ กี ารเล่นท่ปี ลอดภัยของเคร่ืองเล่นสนามแต่ละชนิด
6) ต้ังข้อตกลงในการเลน่ เครอื่ งเลน่ สนามใหก้ บั เด็ก
7) เดก็ เลน่ เครื่องเลน่ สนาม ประมาณ 15 นาที โดยครูดแู ลอย่างใกลช้ ดิ
8) เมือ่ เลิกเลน่ เดก็ พกั คลายกลา้ มเนอ้ื นง่ั เหยยี ดขาตามสบาย
9) เดก็ เข้าแถว ทาความสะอาดร่างกาย และแต่งกายให้เรียบรอ้ ยก่อนเขา้ ห้องเรยี น
5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
- สนามเด็กเลน่
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการเล่นเคร่ืองเล่นสนาม
2) สงั เกตการเขา้ แถว
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 10 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรู้ย่อย มารยาทในการกราบผใู้ หญ่
1. ชือ่ กจิ กรรม เกมการศกึ ษา
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) เล่นเกมจับคภู่ าพเหมือนเด็กกราบผใู้ หญ่ได้
2) เกบ็ ของเข้าท่ีได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
- การเลน่ เกมจับค่ภู าพเหมือน 1) การจับคู่ การเปรยี บเทยี บและการ
เรยี งลาดับสงิ่ ตา่ งๆตามลักษณะความยาว/ความสูง
น้าหนกั ปริมาตร
2) การเล่นหรอื ทาร่วมกบั กลุ่มเพ่ือน
4. วิธกี ารจดั กิจกรร
1) ครูแนะนาเกมจับคู่ภาพเหมอื นเด็กกราบผู้ใหญ่
2) ครแู นะนาวธิ กี ารเล่นเกมจับคู่ภาพเหมือนเด็กกราบผใู้ หญ่ให้เดก็ ดู
3) ครูจดั เด็กเป็นกลุ่มๆ ใหเ้ ด็กเล่นเกมจบั คูภ่ าพเหมือนเด็กกราบผู้ใหญ่
4) เด็กเลน่ เกมจับคูภ่ าพเหมือนเด็กกราบผู้ใหญ่ร่วมกนั
5) ครูคอยสงั เกต แนะนา ชว่ ยเหลือในขณะเด็กเลน่ เกม
6) เดก็ และครูรว่ มกนั สนทนา และสรุป ถึงการเลน่ เกมจบั คู่ภาพเหมือนเด็กกราบผูใ้ หญ่
7) เด็กเก็บเกมการศึกษาเข้าท่ีได้เรียบร้อย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
- เกมจับคภู่ าพเหมือนเด็กกราบผู้ใหญ่
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการจับคูภ่ าพเหมอื นเดก็ กราบผ้ใู หญ่
2) สงั เกตการเกบ็ ของเข้าที่
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 10 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรยู้ ่อย มารยาทในการกราบพระ
1. ช่อื กิจกรรม เคลื่อนไหวและจงั หวะ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) แสดงท่าทางเคล่ือนไหวประกอบเพลงจังหวะ และดนตรไี ด้
2) สนใจและมีความสุขในเสียงดนตรี
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- การเคลอ่ื นไหวร่างกายประกอบเพลงสมยั นิยม 1) การเคล่ือนไหวอยูก่ บั ที่
2) การเคลื่อนไหวเคล่ือนที่
3) การเคล่ือนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) เด็กและครทู บทวนการเคล่อื นไหวร่างกายตามจงั หวะ โดยครูเคาะจงั หวะ 1 คร้ังคือ
การเคลือ่ นไหวชา้ ครูเคาะจังหวะเร็ว (หลายครงั้ ) คือการเคลอ่ื นไหวเร็ว และครูเคาะจังหวะ
2 ครงั้ คือการหยุดเคลื่อนไหวร่างกาย
2) เดก็ เคล่อื นไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระตามจงั หวะช้า เร็ว หยดุ ทค่ี รูกาหนด
3) ครเู ปิดเพลงสมัยนยิ มให้เด็กฟงั 1 รอบ
4) เดก็ เคลอ่ื นไหวรา่ งกายอยา่ งอสิ ระตามเพลงสมยั นยิ มท่ีครูเปดิ
5) เดก็ และครูกาหนดทา่ ทางเพลงสมยั นิยมรว่ มกนั
6) ใหอ้ าสาสมัครมาทาท่าทางประกอบเพลงสมยั นยิ มให้เพื่อนดเู ปน็ ตวั อย่างหน้าชน้ั เรียน
7) เดก็ ทั้งห้อง แสดงท่าทางตามเพลงสมัยนิยมท่ีกาหนดพร้อมกัน
8) เด็กพกั กลา้ มเนื้อ นง่ั เหยียดขาตามสบาย
5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1) เครื่องเคาะจงั หวะ
2) เพลงสมยั นิยม
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการแสดงท่าทางตามจงั หวะเสียงเพลง
2) สังเกตการร่วมกิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 10 วันที่ 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย มารยาทในการกราบพระ
1. ช่ือกจิ กรรม เสรมิ ประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
การกราบพระ นิยมใชแ้ สดงความเคารพพระรัตนตรัย ในเวลาฟงั พระเจริญพระพทุ ธมนต์ สวดพระ
อภิธรรม ฟงั พระธรรมเทศนา เป็นตน้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) กราบพระได้ 2) ปฏบิ ัตติ นตามมารยาทไทยได้
3) กล้าพดู และกลา้ แสดงออก
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
- การสนทนาและตอบคาถามเกย่ี วกับมารยาท 1) การรว่ มสนทนาและแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
ในการกราบพระ 2) การเลน่ บทบาทสมมตเิ หตุการณต์ า่ งๆ
3) การรอ้ งเพลง
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครรู ้องเพลงสวัสดี วันนี้พบกนั ให้เดก็ ฟงั 2 รอบ
2) ครูสอนเด็กรอ้ งเพลงตามครู ทีละวรรค
3) เด็กและครูรว่ มกันร้องเพลงสวสั ดี วนั น้ีพบกนั 3 รอบ และทาทา่ ทางประกอบเพลงร่วมกนั
4) ครนู าภาพการกราบพระมาให้เด็กดู
5) เดก็ และครูร่วมกันสนทนาถึงการกราบพระทีถ่ กู ต้องตามในภาพโดยมวี ธิ ีการ ดงั น้ี
การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์
การน่ัง
ชาย เรียกท่าเทพบุตร
หญงิ เรียกทา่ เทพธดิ า ขน้ั ตอนการกราบมีทงั้ หมด 3 ขั้นตอนหลัก คือ
อญั ชลี คือ การพนมมอื ไวร้ ะหวา่ งอก ทามมุ เฉียง 45 องศามืออูมเลก็ น้อย น้วิ ทัง้ หา้ เรยี งชิดกนั
วันทา คอื การพนมมือจรดศีรษะ นว้ิ โป้งจรดปลายหวั ควิ้ นิ้วชี้จรดหนา้ ผาก
อภวิ าท คือ การก้มลงกราบ กราบแบมือโดย ชาย ข้อศอกต่อเขา่ หญิง ข้อศอกแนบเขา่
พรอ้ มกบั กราบ 3 ครั้ง
6) ครูสาธติ การกราบพระทถ่ี กู ต้องใหเ้ ดก็ ดู
7) ใหอ้ าสาสมัครมาทาเป็นตวั อย่างให้เด็กดู
8) เดก็ และครูร่วมกนั ทาทา่ ทางการกราบพระทถ่ี ูกตอ้ ง
9) ครูใชค้ าถาม ถามเด็กว่าสถานการณใ์ ดบา้ งทเ่ี ราต้องกราบพระ
10) เด็กและครูร่วมกนั ทาทา่ ทางการกราบพระทถ่ี ูกตอ้ งอกี 2-3 คร้งั
11) เดก็ และครูสรุปถงึ สถานการณท์ ตี่ ้องกราบพระ และรว่ มกนั ทาทา่ ทางการกราบพระท่ีถกู ตอ้ งอกี ครง้ั
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1) ภาพการกราบพระ 2) เพลงสวสั ดี วนั นพี้ บกนั
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการกราบพระทีถ่ กู ตอ้ ง 2) สงั เกตการรว่ มกิจกรรม
3) สงั เกตการตอบคาถาม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 10 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย มารยาทในการกราบพระ
1. ชื่อกิจกรรม สรา้ งสรรค์
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) พมิ พภ์ าพจากนวิ้ มือ ได้ 2) เป่าสีอย่างอิสระได้
3) สนใจและมีความสุขในการทางานศลิ ปะ 4) บอกชือ่ ผลงานของตนเองได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) การพมิ พ์ภาพจากนิ้วมือ 1) การเขียนภาพและการเลน่ กบั สี
2) การเป่าสี 2) การสรา้ งสรรคส์ ง่ิ สวยงาม
3) การทากิจกรรมศิลปะตา่ งๆ
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูจดั เตรยี มกจิ กรรมไว้ 2 กิจกรรม คือ การพิมพ์ภาพจากนิว้ มอื และการเป่าสี
2) ครแู นะนาอุปกรณ์ วธิ กี ารปฏิบตั แิ ละทบทวนข้อตกลงในการปฏิบัตกิ จิ กรรมการพิมพ์ภาพจากนว้ิ มือ
และการเปา่ สี ดังน้ี
2.1 การพมิ พ์ภาพจากน้วิ มือ
- ครแู นะนาอปุ กรณ์ในการพมิ พภ์ าพจากน้วิ มอื
- ครสู าธติ การพิมพภ์ าพจากนิ้วมอื ใหเ้ ด็กดู
- เด็กพมิ พ์ภาพจากนว้ิ มือดว้ ยตนเอง
- ครูคอยแนะนา และใหค้ วามช่วยเหลอื ในการพมิ พ์ภาพจากนว้ิ มือตลอดเวลา
2.2 การเป่าสี
- ครูแนะนาอุปกรณ์ในการการเป่าสี
- ครูสาธิตการเปา่ สีอยา่ งอิสระให้เด็กดู
- เด็กเปา่ สีอยา่ งอสิ ระด้วยตนเอง
- ครูคอยแนะนา และให้ความชว่ ยเหลอื ในการเปา่ สี
3) เด็กเลือกปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามความสนใจ แล้วนาผลงานมาบอกช่ือ และเล่าเร่ืองให้ครูจดบันทกึ
4) ให้อาสาสมัคร เลอื กผลงานตนเองระหวา่ งการพมิ พภ์ าพจากนิ้วมือและการเปา่ สีมาเล่าให้
เพื่อนฟังหน้าช้นั เรียน
5) ให้เด็กทกุ คนช่วยกันจัดเก็บอุปกรณ์ใหเ้ รยี บรอ้ ย
5. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
1) สนี า้ 2) จานสี 3) กระดาษ A4 4) หลอด
6. การประเมินผล
1) สังเกตการพิมพ์ภาพจากนิ้วมือ 2) สังเกตการเป่าสี
3) สงั เกตการร่วมกิจกรรม 4) สงั เกตการบอกเล่าผลงานของตน
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 10 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรยู้ ่อย มารยาทในการกราบพระ
1. ชื่อกจิ กรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) สังเกต สารวจ ทดลอง คน้ คว้า คิดแกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณต์ รงในการใชภ้ าษา มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ต่องานและส่ิงทีต่ นเลน่
3) มีวนิ ยั ความรบั ผิดชอบ มมี ารยาท ช่วยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ
4) มีพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสติปัญญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้
- การเล่นตามศูนยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างอสิ ระผา่ นการเลน่ ทดลอง
คดิ คน้ คว้าสร้างสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซงึ่ จะช่วยพัฒนาความคดิ จินตนาการ
ภาษา ควบค่ไู ปกับความมีวนิ ัย ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน การใฝ่รูแ้ ละการอย่รู ่วมกัน
เพ่ือพฒั นาการเข้าส่สู งั คม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเลน่ เครื่องเล่นสัมผสั และการสรา้ งสิง่ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การตอ่ ของช้นิ เล็กเตมิ ในชน้ิ ใหญ่ให้สมบรู ณ์และการแยกช้ินส่วน
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกบั ผอู้ ่ืน
4) การรบั รู้ แสดงความรู้สกึ ผ่านสือ่ วัสดุ ของเลน่ และช้นิ งาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มุมเลน่ ตา่ งๆ
4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏิบตั ิตนในการเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เดก็ เลอื กเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู หค้ าแนะนา กระตุ้น ส่งเสรมิ ให้คาชมเชยเพ่ือใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ให้เด็กเล่นอยา่ งอสิ ระหลงั จากเลิกเลน่ ให้เด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกับเกบ็ ของเข้าทใี่ หเ้ รยี บร้อย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
- อปุ กรณ์ต่างๆ ที่จดั ไวต้ ามศูนย์กจิ กรรมเสรี ตอ้ งสอดคล้องสัมพนั ธ์กับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสารวจ ทดลอง คน้ คว้า คิดแกป้ ัญหาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) สงั เกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการคดิ สร้างสรรค์ ต่องานและส่งิ ท่ีเล่น
3) สังเกตความมวี นิ ัย ความรับผดิ ชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมี
จิตสาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหนา้ ของพฒั นาการท้งั 4 ด้าน
หมายเหตุ ครูปรับเปลย่ี นส่ือ วสั ดุอุปกรณ์ในศูนยใ์ หส้ ัมพันธก์ ับหนว่ ยการเรยี นรู้ตามความพร้อม
และจุดเน้นของสถานศกึ ษา
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 10 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย มารยาทในการกราบพระ
1. ชอื่ กจิ กรรม กลางแจง้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เล่นเกมงูเล้ือยได้
2) เขา้ แถวได้
3) ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงงา่ ยๆ ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การเลน่ เกมงเู ล้ือย 1) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัตกิ จิ กรรม
2) การเลน่ นอกหอ้ งเรียน
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูเรียกเด็กรวมแถว และให้เด็กจัดแถวเป็นวงกลม
2) ครอู บอุ่นรา่ งกายให้กับเดก็ โดยการบรหิ ารรา่ งกายงา่ ยๆ 5 นาที เช่น เงยหนา้ ผงกศีรษะ
หมุนเอว เป็นต้น
3) ครูอธิบายวิธกี ารเลน่ เกมงูเลี้อย ใหเ้ ดก็ ฟัง พรอ้ มต้ังข้อตกลงและกฎกตกิ าในการเล่นเกมงเู ลือ้ ย
รว่ มกัน
วิธีการเล่น 3.1 เด็กเข้าแถวตอนลกึ 2 แถว เดก็ ผูช้ าย 1 แถว เดก็ ผู้หญิง 1 แถว
3.2 เดก็ จับเอวคนข้างหนา้ เม่ือไดย้ นิ สัญญาณ ใหเ้ ดินไปจุดที่ครกู าหนด โดยไมใ่ ห้
มือหลดุ ออกจากเอวเพื่อน
3.3 แถวใดเดนิ ถึงเสน้ ชยั ก่อน แถวน้ันชนะ
4) ครูสาธติ วิธีการเล่นเกมงเู ล้ือยให้เดก็ ดู
5) เด็กเล่นเกมงูเล้ือยรว่ มกัน 4 - 5 ครั้ง
6) เดก็ และครรู ่วมกนั สรปุ ถึงเกมงเู ล้ือยทเ่ี ล่น
7) เมอ่ื เลิกเลน่ เดก็ พกั คลายกลา้ มเนอ้ื น่งั เหยียดขาตามสบาย
8) เด็กเขา้ แถว ทาความสะอาดร่างกาย และแตง่ กายใหเ้ รียบร้อยก่อนเขา้ ห้องเรยี น
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- นกหวดี
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการเล่นเกมงเู ล้ือย
2) สังเกตการเขา้ แถว
3) สงั เกตการปฏิบตั ติ ามข้อตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 10 วันที่ 3 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย มารยาทในการกราบพระ
1. ชือ่ กิจกรรม เกมการศกึ ษา
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) เล่นเกมต่อภาพตัดตอ่ ได้อยา่ งนอ้ ย 3 ชิ้น
2) เกบ็ ของเข้าที่ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การเลน่ เกมภาพตดั ตอ่ 1) ตดั สินใจแก้ปัญหารว่ มกนั
2) เลน่ และทางานรว่ มกบั ผู้อื่น
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครแู นะนาเกมภาพตดั ต่อรูปเด็กกราบพระ
2) ครแู นะนาวธิ กี ารเลน่ เกมภาพตัดต่อรูปเด็กกราบพระใหเ้ ดก็ ดู
3) ครูจัดเดก็ เปน็ กลมุ่ ๆ ให้เด็กเลน่ เกมภาพตดั ต่อรปู เดก็ กราบพระ
4) เดก็ เลน่ เกมภาพตัดต่อรูปเดก็ กราบพระรว่ มกนั
5) ครคู อยสังเกต แนะนา ช่วยเหลือในขณะเด็กเลน่ เกม
6) เดก็ และครรู ว่ มกนั สนทนา และสรปุ ถงึ การเล่นเกมภาพตัดต่อรปู เด็กกราบพระ
7) เดก็ เกบ็ เกมการศึกษาเขา้ ท่ีให้เรียบรอ้ ย
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1) เกมภาพตัดต่อรูปเด็กกราบพระ
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเล่นเกมภาพตดั ต่อรปู เดก็ กราบพระ
2) สงั เกตการเก็บของเข้าท่ี
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 10 วนั ท่ี 4 สาระการเรียนรยู้ ่อย มารยาทในการรับของ สง่ ของ
1. ชอื่ กจิ กรรม เคล่อื นไหวและจงั หวะ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูน้ าและผ้ตู ามได้
2) รว่ มกจิ กรรมด้วยความสนใจมีความสขุ
3) ฟังนิทาน หนงั สอื สน้ั ๆ แล้วสรุปความคิดรวบยอดได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การปฏิบตั ติ นเป็นผนู้ า – ผตู้ าม 1) การเคลื่อนไหวอยู่กบั ที่
2) นิทานเร่ือง เมืองแห่งรอยยิ้ม 2) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่
3) การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตา่ งๆ
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) เด็กและครทู บทวนการเคลอ่ื นไหวร่างกายตามจงั หวะ โดยครูเคาะจงั หวะ 1 คร้ังคือ
การเคล่อื นไหวชา้ ครเู คาะจังหวะเรว็ (หลายคร้ัง) คือการเคลอ่ื นไหวเร็ว และครเู คาะจงั หวะ
2 ครง้ั คือการหยดุ เคล่ือนไหวร่างกาย
2) เด็กเคลือ่ นไหวร่างกายไปท่ัวๆ บรเิ วณอยา่ งอสิ ระตามจังหวะ เม่ือได้ยนิ สัญญาณหยุด เดก็ หยุด
เคล่ือนไหวทนั ที
3) ให้เดก็ จับมอื กนั เป็นวงกลม ครอู ย่ตู รงกลาง โดยครูแสดงท่าทางและให้เด็กทาท่าทางตามครู
4) ครผู ลดั เปลย่ี นหมนุ เวยี น ให้เด็กออกมาอยู่ตรงกลางวงกลมบ้าง และให้แสดงทา่ ทางเพ่ือใหเ้ พื่อนๆ
ทาตาม
5) ครหู มนุ เวียนใหเ้ ด็กทาท่าทางเปน็ ผู้นาจนครบทุกคน
6) เด็กพกั กล้ามเน้ือ นั่งเหยียดขาตามสบาย ฟงั นิทานเรื่อง เมอื งแห่งรอยย้ิม
7) เด็กและครรู ่วมกนั สรปุ ถึงเนือ้ หาในนทิ าน
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1) เครอื่ งเคาะจังหวะ 2) นทิ านเรอื่ งเมืองแหง่ รอยย้ิม
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเป็นผูน้ า ผู้ตาม
2) สังเกตการร่วมกจิ กรรม
3) สังเกตการตอบคาถาม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 10 วันท่ี 4 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย มารยาทในการรับของ สง่ ของ
1. ชอ่ื กิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
มารยาทในการรับของ สง่ ของ มวี ธิ กี ารปฏบิ ัตเิ ช่นเดียวกนั แตก่ ารรับของจะต้องไหว้
และแสดงความเคารพก่อนทกุ คร้งั เสมอ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) รบั ของ ส่งของได้ถกู ต้อง 2) ปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทไทยได้
3) กลา้ พูดและกลา้ แสดงออก 4) พูดประโยค THANK YOU. = ขอบคณุ ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การสนทนาและตอบคาถามเกี่ยวกบั มารยาท 1) การรว่ มสนทนาและแลกเปลีย่ นความ
รบั ของ สง่ ของได้ถูกต้อง คดิ เหน็
2) ประโยค THANK YOU. = ขอบคุณ 2) การเลน่ บทบาทสมมติ
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูนาภาพการรับของ สง่ ของใหเ้ ด็กดู
2) เดก็ และครูรว่ มกนั สนทนาถึงการรับของ ส่งของทถ่ี ูกตอ้ งตามในภาพโดย มวี ิธกี ารดังน้ี
ของท่ีรับหรือสง่ มีสองลกั ษณะคือ ของหนักและของเบา
ของหนกั ให้ถือสองมือ
ของเบา ใหถ้ ือมือเดยี ว โดยถือดว้ ยมือขวา มือซ้ายปล่อยขา้ งลาตวั ของที่จะรบั หรือสง่ ควรถือ
ตามขวาง
3) ครูสาธิตการรบั ของหนัก เบา และ ส่งของหนัก เบา ที่ถูกตอ้ งให้เดก็ ดู
4) ใหอ้ าสาสมัครมาทาเป็นตัวอยา่ งใหเ้ ด็กดู
5) เด็กและครรู ว่ มกันทาท่าการรบั ของหนัก เบา และ สง่ ของหนกั เบาทถี่ ูกต้อง
6) ครแู นะนาคาว่า THANK YOU. = ขอบคุณ ต้องกลา่ วทุกครัง้ เม่ือตนเองไดร้ บั ของ
7) เดก็ และครูร่วมกนั ทาทา่ ทางการรบั ของ สง่ ของ และกล่าวคาว่า THANK YOU. = ขอบคุณ
ท่ีถูกต้องอีก 2 - 3 คร้งั
8) เด็กและครูสรุปถึงสถานการณท์ ่ีต้องรบั ของ ส่งของ พร้อมกลา่ วคาวา่ THANK YOU. = ขอบคุณ
และร่วมกนั ทาทา่ ทางการรบั ของ สง่ ของที่ถูกต้องอีกคร้งั
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- ภาพการรับของ ส่งของ
6. การประเมินผล
1) สังเกตการรับของ สง่ ของ 2) สงั เกตการรว่ มกจิ กรรม
3) สงั เกตการตอบคาถาม 4) สงั เกตการใชค้ า THANK YOU. = ขอบคุณ
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 10 วันที่ 4 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย มารยาทในการรบั ของ ส่งของ
1. ชอื่ กจิ กรรม สรา้ งสรรค์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) พับกระดาษเปน็ รปู ทรงต่างๆ ได้ 2) ตอ่ เติมภาพ ได้
3) สนใจมคี วามสุขในการทางานศิลปะ 4) บอกชือ่ ผลงานของตนเองได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การพบั กระดาษ 1) การเขียนภาพและการเลน่ กับสี
2) การตอ่ เตมิ ภาพ 2) การสร้างสรรคส์ ิ่งสวยงาม
3) การทากิจกรรมศิลปะต่างๆ
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ครูจดั เตรยี มกจิ กรรมไว้ 2 กิจกรรม คือ การพบั กระดาษใหเ้ ปน็ รปู ทรงตา่ งๆ และการต่อเตมิ ภาพ
ตามจินตนาการ
2) ครแู นะนาอปุ กรณ์ วธิ กี ารปฏิบตั ิและทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการพับกระดาษให้เป็น
รปู ทรงตา่ งๆ และการต่อเตมิ ภาพ ตามจินตนาการ ดังนี้
2.1 การพับกระดาษใหเ้ ปน็ รูปทรงตา่ งๆ
- ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการพับกระดาษใหเ้ ป็นรูปทรงตา่ งๆ
- ครูสาธติ การพบั กระดาษใหเ้ ปน็ รปู ทรงต่างๆ ใหเ้ ด็กดู
- เด็กพับกระดาษใหเ้ ป็นรูปทรงตา่ งๆ ดว้ ยตนเอง
- ครคู อยแนะนา และให้ความช่วยเหลอื ในการพับกระดาษตลอดเวลา
2.2 การตอ่ เติมภาพ ตามจินตนาการ
- ครแู นะนาอปุ กรณ์ในการตอ่ เตมิ ภาพ
- ครูสาธิตการต่อเติมภาพ ใหเ้ ด็กดู
- เด็กต่อเติมภาพ อิสระดว้ ยตนเอง
- ครคู อยแนะนา และใหค้ วามช่วยเหลือ ในการตอ่ เติมภาพ
3) เดก็ เลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ แล้วนาผลงานมาบอกชื่อ และเลา่ เร่ืองให้ครูจดบันทกึ
4) ใหอ้ าสาสมัคร เลอื กผลงานตนเองระหวา่ งการพับกระดาษใหเ้ ปน็ รปู ทรงตา่ งๆ และการต่อเตมิ ภาพ
ตามจินตนาการมาเล่าให้เพ่อื นฟงั หน้าชั้นเรียน
5) ให้เด็กทกุ คนช่วยกนั จัดเก็บอปุ กรณ์ใหเ้ รียบรอ้ ย
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ 2) ใบงาน
1) กระดาษสีตา่ งๆ
2) สังเกตการตอ่ เตมิ รูปภาพ
6. การประเมินผล 4) สังเกตการบอกเล่าผลงานของตน
1) สงั เกตการพับกระดาษ
3) สังเกตการรว่ มกิจกรรม