แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 6 วนั ท่ี 2 สาระการเรยี นรูย้ อ่ ย ประโยชน์ของการออกกาลังกาย
1. ชอื่ กิจกรรม กลางแจง้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) โยนบอลลงตะกร้า ระยะ 3 เมตรได้ 2) มีทักษะในการใช้กลา้ มเน้ือมัดใหญ่-มัดเลก็
3) ฟังและปฏิบัติตามกฎ กฏกิ าในการเล่นได้ 4) เกิดความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ ขณะทากิจกรรม
4) เล่นและทากจิ กรรมรว่ มกับผู้อ่ืน 6) อดทน รอคอยและรจู้ ักการแบง่ ปนั
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) โยนบอลลงตะกร้า 1) การเคลือ่ นไหวท่ีใช้การประสานสัมพนั ธข์ อง
การใช้กลา้ มเนื้อมดั ใหญ่ ในการขว้าง การจบั
การโยน การเตะ
3) การร่วมกาหนดข้อตกลงของห้องเรียน
4. วิธีการจดั กจิ กรรม
1) เดก็ และครูรว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลงในการออกไปทากิจกรรมนอกห้องเรยี นโดยบนั ทึกในแผ่นชารต์
2) เดก็ และครูอบอุน่ รา่ งกายด้วยทา่ กายบรหิ ารรวมท้ังนับเลข 1-10 ไปพร้อมกับการออกกาลงั กา
3) เด็กนง่ั เป็นวงกลมเตรยี มฟังคาแนะนาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมกลางแจ้ง
4) ครูแนะนาช่ือกจิ กรรมกลางแจ้งท่จี ะปฏิบตั ิในวันนใ้ี ห้เด็กทราบ
5) ครูแนะนาอปุ กรณ์และสาธิตการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมโยนบอลลงตะกรา้ ระยะ 2-3 เมตร ใหเ้ ด็กสังเกต
6) เดก็ ออกมาสาธิตการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมโยนบอลลงตะกรา้ ระยะ 2-3 เมตร ใหเ้ พื่อนสงั เกต
7) เดก็ ผลดั เปล่ยี นกันปฏิบตั กิ จิ กรรมโยนบอลลงตะกร้า ระยะ 2-3 เมตร ครบทุกคน
8) ครใู ห้สัญญาณโดยการเป่านกหวีดเพ่ือเปลีย่ นกจิ กรรม
9) เดก็ ชว่ ยกันเก็บวัสดุ-อปุ กณ์ ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมโยนบอลลงตะกร้าอย่างเรียบรอ้ ย
5. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1) ลกู บอล เบอร์ 5 2) นกหวีด 3) กรวย
4) แผน่ ชาร์ตข้อตกลง 5) ตะกร้าแชร์บอล 6) แผ่นชาร์ตขอ้ ตกลง
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการโยนบอลลงตะกร้าระยะ 3 เมตร 2) สังเกตการใชก้ ล้ามเนื้อมัดใหญ่-มัดเลก็
3) สงั เกตการฟังและปฏิบัติตามกฎ กฏกิ าในการเล่น 4) สงั เกตพฤติกรรมขณะทากจิ กรรม
5) สงั เกตการเลน่ และทากิจกรรมรว่ มกับผอู้ ่ืน
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 6 วนั ท่ี 2 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย ประโยชน์ของการออกกาลงั กาย
1. ชอื่ กิกจรรม เกมการศกึ ษา 2) ฟังและปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงได้
4) อดทน รอคอยและรจู้ กั การแบ่งปนั
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 6) รู้จักการเกบ็ ของเขา้ ที่หลงั ปฏบิ ตั ิกิจกรรม
1) จับคภู่ าพเหมือนกันไดถ้ ูกต้อง ประสบการณส์ าคญั
3) มที ักษะในการใชก้ ล้ามเนอื้ เล็ก 1) การมีสว่ นรว่ มในการเลือกวิธีการแก้ปัญหา
5) สนุกสนานขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม 2) การจบั คู่ การเปรียบเทียบและการเรยี ง
3. สาระการเรยี นรู้ ลาดบั สงิ่ ต่างๆตามลักษณะความยาว/ความสูง
น้าหนัก ปริมาตร
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ 3) การทางานและเลน่ ร่วมกับผ้อู ื่น
1) จบั คู่ภาพเหมอื น
2) การรอ้ งเพลง
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) ครแู นะนาช่อื กจิ กรรมและวธิ ีการเล่นใหเ้ ด็กทราบพร้อมกนั
2) ครสู าธติ การเล่นเกมจับค่ภู าพเหมือนให้เด็กสงั เกต
3) เดก็ ออกมาสาธติ การเล่นเกมจับคูภ่ าพเหมือนให้เพ่ือนสงั เกต
4) เดก็ นงั่ เปน็ กลุ่มๆละ 4-5 คนตามความสมัครใจ เพ่ือเล่นเกมจบั คู่ภาพเหมือน
5) ตวั แทนออกมารบั เกมจับคู่ภาพเหมือนไปร่วมกนั เล่นกับเพ่ือนในกลมุ่ ของตนโดยมีครู คอยแนะนาและ
กระตุน้ เมอ่ื เด็กปฏบิ ตั ิกิจกรรมไมไ่ ด้
6) ครูรอ้ งเพลง“เก็บของ”เพื่อเป็นสญั ญาณใหเ้ ดก็ ช่วยกันเกบ็ อปุ กรณ์การเล่นเขา้ ท่ีให้เรียบร้อย
7) เดก็ ทาความสะอาดรา่ งกายและเตรยี มตวั กลบั บ้าน
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1) จับคภู่ าพเหมือน 2) เกมท่ีเคยเล่นมาแล้ว 3) เพลง “เก็บของ”
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการจบั ค่ภู าพเหมือน 2) สงั เกตการฟังและปฏิบัตติ ามข้อตกลงได้
3) ร้จู กั การเก็บของเขา้ ท่หี ลงั ปฏิบัตกิ จิ กรรม 4) สงั เกตการใชก้ ล้ามเนื้อเลก็
5) สงั เกตการอดทน รอคอยและรู้จักการแบ่งปันขณะทากจิ กรรม
6) สงั เกตพฤติกรรมการแสดงออกถึงสนุกสนานขณะปฏิบัตกิ ิจกรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 6 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรูย้ อ่ ย การปฏบิ ัติตนในการออกกาลงั กายและการพกั ผอ่ น
1. ชือ่ กจิ กรรม เคลอ่ื นไหวและจังหวะ
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เคลือ่ นไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกายได้คล่องแคล่วว่องไว
2) ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงในการเคลอื่ นไหวรา่ งกายได้ 3) เคล่ือนไหวประกอบเพลงได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การเคลือ่ นไหวประกอบเพลง 1) การฟงั เพลงการร้องเพลงและการแสดงปฏิกิรยิ า
2) การปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง โตต้ อบเสียงดนตรี
2) การฟงั และปฏบิ ตั ิตามคาแนะนา
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) เด็กกาหนดพื้นท่ีวา่ งในการเคลอื่ นไหวรา่ งกายด้วยตนเอง
2) ครูสร้างข้อตกลงในการเคลื่อนไหวร่างกาย ดงั นี้
-เคาะ 1 ครั้ง กระโดด 1 ครง้ั
-เคาะ 2 คร้งั ตดิ กนั หยุดเปน็ ท่าทางตา่ งๆ ตามจินตนาการ
-เคาะเร็วๆ กระโดดเร็วๆ
3) ครเู คาะจังหวะให้เด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายตามข้อตกลง 2-3 ครัง้
4) ครแู นะนากิจกรรมทจี่ ะปฏิบตั ใิ นวันน้ี คือ การเคลอ่ื นไหวรา่ งกายประกอบเพลง “กายบริหาร”
5) ครูร้องเพลง “กายบริหาร” ให้เดก็ ร่วมกนั ร้องตามทลี ะวรรค
6) เด็กและครรู ่วมกนั รอ้ งเพลง“กายบริหาร” 2-3 ครง้ั
7) เด็กและครเู คล่อื นไหวร่างกายตามจินตนาการประกอบเพลง“กายบรหิ าร” ซา้ อกี 2-3 ครั้ง
หรอื ตามความเหมาะสม
8) ครูให้สัญญาณบอกเวลาพักเพื่อปฏบิ ตั ิกิจวัตรสว่ นตัวและเตรยี มปฏิบตั ิกจิ กรรมต่อไป
5. สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
1) เคร่ืองเคาะ 2) เทป 3) แผน่ เพลง 4) นกหวดี
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย 2) สังเกตการปฏิบัติตามขอ้ ตกลง
3) สังเกตการแสดงท่าทางประกอบเพลงตามจินตนาการ
4) สงั เกตความม่นั ใจและกลา้ แสดงออกในขณะปฏิบตั กิ ิจกรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 6 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย การปฏิบัติตนในการออกกาลังกายและการพกั ผ่อน
1. ช่อื กิจกรรม เสรมิ ประสบการณ์
ความคิดรอบยอด
การปฏิบตั ิตนในการออกกาลังกาย ควรคานึงเรื่องการแตง่ กายให้เหมาะสม ออกกาลงั กายให้
เหมาะกับสภาพรา่ งกายอย่างนอ้ ยสปั ดาห์ละ 3 ครง้ั และควรด่ืมนา้ และทานอาหารที่มีประโยชน์
การพกั ผอ่ นท่ดี ที สี่ ุดคือการนอนหลับ และการนอนหลับใหม้ สี ุขภาพดีน้ันต้องหยดุ ปฏิบตั กิ จิ กรรม
ทที่ าใหเ้ กดิ ความเครียดก่อนนอน ไม่ควรนอนดึกจนเกนิ ไปรวมท้ังควรแตง่ กายใหเ้ หมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกวธิ ีปฏิบัตติ นในการออกกาลังกายและการพกั ผ่อนได้ 2) ลากเสน้ ประพยัญชนะ ง ได้
3) ขีดเขียนตามความพอใจแสดงถงึ ความสามารถในการบงั คบั กลา้ มเน้ือเล็กได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การปฏิบตั ติ นในการออกกากลงั กายและการพกั ผ่อน 1) การรว่ มสนทนาและการแลกเปล่ียน
2) ลากเส้นประพยัญชนะ ง ความคิดเห็น
2) การรอจงั หวะท่ีเหมาะสมในการพูด
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) เดก็ และครรู ่วมกนั รอ้ งเพลง “ออกกาลัง” ตามแผน่ ชารต์ 1-2 ครั้ง
2) เด็กและครูรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั ภาพการออกกาลังกายชนิดตา่ งๆ และการพกั ผ่อนนอนหลบั
3) ครนู าเคร่อื งแต่งกายสาหรบั การออกกาลงั กายและการพกั ผอ่ นนอนหลับ ให้เด็กสงั เกต
4) เด็กและครูรว่ มกันสนทนาเก่ียวกับการปฏบิ ัติตนในการออกกาลังกายและการพักผ่อน
5) ครนู าบัตรภาพพยญั ชนะ ง ใหเ้ ดก็ สงั เกตและสาธติ วิธีการลากเส้นประพยัญชนะ ง ให้เด็กสงั เกต
6) เด็กฝึกลากเสน้ ประพยัญชนะ ง อย่างอสิ ระตามศักยภาพของแต่ละคน
7) เดก็ และครูร่วมกันสรปุ การปฏบิ ัตติ นในการออกกาลังกายและการพกั ผ่อนอีกคร้งั
5. สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1) แผน่ ชาร์ตเพลง 2) บัตรภาพการออกกาลงั กายและการพักผ่อน
3) บตั รภาพพยญั ชนะ ง 4) แบบฝึกทักษะการลากเสน้ พยัญชนะ ง
6. การประเมินผล
1) บอกวธิ ีปฏิบัตติ นในการออกกาลังกายและการพักผ่อน
2) สนทนาโต้ตอบซักถามเร่ืองราวส้ันๆ
3) สังเกตการลากเสน้ ประพยัญชนะ ง
4) ขีดเขียนตามความพอใจแสดงถงึ ความสามารถในการบงั คบั กลา้ มเนอ้ื เล็ก
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 6 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นร้ยู ่อย การปฏิบัตติ นในการออกกาลังกายและการพกั ผ่อน
1. ชอ่ื กิกจรรม สรา้ งสรรค์ 2) พดู แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับผลงานได้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 4) ฟงั และปฏบิ ัติตามข้อตกลงได้
6) สนุกสนานเพลิดเพลิน
1) พบั สหี รือเป่าสไี ด้
3) ทางานรว่ มกับผูอ้ ่ืนได้ ประสบการณ์สาคัญ
5) มีทักษะในการใชก้ ลา้ มเนอ้ื มือ 1) การทากจิ กรรมศลิ ปะต่างๆ
3. สาระการเรียนรู้ 2) การแสดงความคดิ สรา้ งสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง
สาระท่ีควรเรียนรู้ การเคล่ือนไหว และศลิ ปะ
1) การพับสี
2) การเป่าสี
4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1) ครจู ดั เตรยี มวสั ดุ-อปุ กรณใ์ นการปฏบิ ัติกิจกรรมการพับสีนา้ และการเป่าสใี ห้เดก็ เลือกตามความสนใจ
2) ครแู นะนาวัสดุ-อุปกรณ์และวธิ ีการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ดงั นี้
2.1 การพับสี
-แนะนาวสั ดุ-อปุ กรณ์ในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมพับสี
-สาธิตการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการพบั สใี ห้เดก็ สงั เกต
2.2 การเป่าสี
-แนะนาวัสดุ-อปุ กรณ์ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเป่าสี
-สาธติ วธิ ีการปฏิบัติกจิ กรรมเป่าสีให้เดก็ สงั เกต
3) เด็กและครรู ว่ มกันสร้างข้อตกลงก่อนการปฏิบัติกจิ กรรมพับสีและเป่าสี
4) เด็กเลือกปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสนใจพร้อมทัง้ นาเสนอผลงานของตนให้ครูบันทึกขอ้ มูล
5) อาสาสมัครนาผลงานการปฏิบัติกจิ กรรมการพับสนี า้ และการเป่าสีมาเลา่ ให้เพ่ือนฟัง
6) เด็กและครูช่วยกันจัดเก็บและทาความสะอาดอุปกรณ์ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมอย่างเรียบร้อย
7) เด็กทาความสะอาดร่างกายอย่างเรยี บร้อยและเตรยี มปฏิบัติกิจกรรมต่อไป
5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) สนี ้า 2) กระดาษ 3) จานสี 4) พู่กนั
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการพบั สหี รือเป่าสี 2) สงั เกตการพดู แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั ผลงาน
3) สงั เกตทางานร่วมกบั ผู้อ่ืน 4) สงั เกตการฟงั และปฏิบัติตามข้อตกลง
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 6 วันที่ 3 สาระการเรียนรู้ย่อย การปฏิบัตติ นในการออกกาลงั กายและการพักผ่อน
1. ชือ่ กิกจรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเล่นเป็นกลมุ่
2) มปี ระสบการณใ์ นการณต์ รงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรคต์ ่องานและส่งิ ที่ตนเลน่
3) มวี ินยั ความรับผดิ ชอบ มมี ารยาท ชว่ ยเหลือแบง่ ปันอดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มีพฒั นาการทางร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสติปญั ญาอยา่ งสมดลุ รอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
1) การเล่นตามศูนย์เป็นการเลน่ ในศูนยป์ ระสบการณ์ตา่ งๆ อย่างอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง คิดคน้ คว้า สร้างสรรค์
การแก้ปญั หาและการแสวงหาคาตอบซง่ึ จะช่วยพฒั นาความคดิ จินตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกับความมีวนิ ัย
ความรับผิดชอบการรอคอย แบ่งปัน การใฝ่รู้และการอยรู่ ่วมกันเพ่ือพฒั นาการเขา้ สสู่ งั คม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเลน่ เครือ่ งเลน่ สมั ผัสและการสรา้ งส่งิ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การตอ่ ของชิ้นเลก็ เติมในชิน้ ใหญใ่ หส้ มบรู ณ์และการแยกชิน้ สว่ น
3) การเล่นและการทางานร่วมกับผอู้ ื่น
4) การรับรู้ แสดงความรูส้ ึกผ่านสือ่ วัสดุ ของเล่นและชิ้นงาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ/์ มมุ เลน่ ต่างๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ้นิ งานโดยใชร้ ปู รา่ ง รปู ทรงจากวสั ดุทห่ี ลากหลาย
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ตั ิตนในการเล่นศูนยก์ จิ กรรมเสรตี ามขอ้ ตกลง
2) เด็กเลอื กเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครแู นะนา กระตนุ้ ส่งเสรมิ ใหค้ าชมเชยเพือ่ ให้เดก็ เกดิ การพฒั นาอย่างสมดลุ รอบด้านเตม็ ตามศักยภาพ
4) ให้เดก็ เล่นอย่างอสิ ระ หลังจากเลกิ เล่นให้เด็กทาความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมทัง้ เก็บของเข้าทใ่ี หเ้ รียบรอ้ ย
5. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
-ส่อื และอปุ กรณต์ า่ งๆ ท่ีจดั ไวต้ ามศูนย์กจิ กรรมเสรตี อ้ งสอดคลอ้ งสมั พันธ์กบั หนว่ ยการเรยี นรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง ค้นคว้า คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเลน่ เปน็ กลุ่ม
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงาน การปฏิบตั ิกจิ กรรมการความคิดสรา้ งสรรคต์ อ่ งานและสง่ิ ทีต่ นเล่น
3) สงั เกตความมวี ินยั ความรับผดิ ชอบ มีมารยาท การช่วยเหลอื แบง่ ปัน อดทนรอคอย และมีจติ สาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหน้าของพฒั นาการทงั้ 4 ด้าน หมายเหตุ ครปู รับเปลย่ี นสอื่ อปุ กรณใ์ นศูนย์ให้สมั พนั ธ์กบั หนว่ ย
การเรยี นรู้ตามความพร้อมและจดุ เน้นของสถานศึกษา
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 6 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรู้ย่อย การปฏิบัตติ นในการออกกาลังกายและการพกั ผอ่ น
1. ช่ือกิกจรรม กลางแจ้ง
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ขว้างบอลไปข้างหนา้ ได้ 2) ฟงั และปฏิบตั ิตามข้อตกลงได้
3) มที ักษะในการใชก้ ลา้ มเนอื้ เล็ก-ใหญ่ 4) สนุกสนานเพลิดเพลนิ
5) อดทน รอคอยและรู้จกั การแบ่งปนั 6) ช่วยเหลือตนเองได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) ขวา้ งบอล 1) การเคลื่อนไหวที่ใชก้ ารประสานสมั พันธ์ของ
2) การเคลือ่ นแบบผนู้ าผูต้ าม การใช้กล้ามเนือ้ มัดใหญ่ ในการขว้าง การจับ
การโยนการเตะ
2) การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอปุ กรณ์
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) เด็กและครูรว่ มกนั สรา้ งข้อตกลงในการออกไปทากจิ กรรมนอกห้องเรียนโดยบันทึกในแผ่นชาร์ต
2) เด็กและครูอบอุ่นร่างกายดว้ ยทา่ กายบรหิ ารรวมทงั้ นับเลข 1-10 ไปพรอ้ มกบั การออกกาลงั กาย
3) เดก็ น่ังเปน็ วงกลมเตรียมฟงั คาแนะนาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมกลางแจ้ง
4) ครแู นะนาช่ือกิจกรรมกลางแจ้งทีจ่ ะปฏบิ ัติในวันน้ใี หเ้ ด็กทราบ
5) ครูแนะนาอุปกรณ์และสาธติ การปฏิบตั กิ จิ กรรมขว้างบอลให้เด็กสงั เกต
6) เดก็ ออกมาสาธติ การปฏิบตั กิ จิ กรรมขว้างบอลใหเ้ พ่ือนสังเกต
7) เด็กปฏิบตั ิกจิ กรรมขว้างบอลจนครบทุกคน
8) ครใู ห้สัญญาณโดยการเปา่ นกหวดี เพื่อเปล่ยี นกจิ กรรม
9) เด็กชว่ ยกนั เกบ็ วสั ดุ-อุปกรณ์ ในการปฏฺ ิบัติกจิ กรรมขว้างบอลเขา้ ท่ีอยา่ งเรยี บร้อย
10) เด็กเข้าแถวทาความสะอาดรา่ งกายและเตรยี มทากจิ กรรมตอ่ ไป
5. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1) ลูกบอลเทนนิส 2) นกหวีด 3) กรวย 4) แผน่ ชาร์ตขอ้ ตกลง
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการขว้างบอลไปข้างหน้า 2) สงั เกตการฟังและการปฏิบตั ิตามข้อตกลง
3) สงั เกตการใชก้ ลา้ มเนื้อเลก็ -ใหญ่ 4) สังเกตพฤตกรรมการแสดงออกดา้ นอารมณ์ จติ ใจ
5) สังเกตพฤติกรรมขณะรอคอยปฏิบตั ิกิจกรรม 6) สงั เกตการช่วยเหลือตนเอง
แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 6 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย การปฏบิ ัตติ นในการออกกาลงั กายและการพกั ผ่อน
1. ชือ่ กิกจรรม เกมการศกึ ษา 2) ฟงั และปฏิบตั ิตามข้อตกลงได้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 4) สนกุ สนานเพลดิ เพลนิ
6) เก็บของเล่นเขา้ ทไี่ ด้เรยี บร้อย
1) เกมเรียงลาดับขนาดเลก็ -ใหญ่ ได้
3) มีทักษะในการใช้กล้ามเนื้อเลก็ ประสบการณ์สาคัญ
5) อดทน รอคอยและรู้จักการแบง่ ปนั 1) การเปรียบเทยี บและเรียงลาดับ
3. สาระการเรียนรู้ จานวนของสิ่งตา่ งๆ
สาระทีค่ วรเรียนรู้ 2) การเล่นรายบุคคล กลมุ่ ย่อยและ
1) เกมเรยี งลาดบั ขนาดเล็ก-ใหญ่ กลมุ่ ใหญ่
2) การร้องเพลง
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ครูแนะนาชือ่ กจิ กรรมและวิธีการเลน่ ให้เดก็ ทราบพร้อมกนั
2) ครสู าธติ การเลน่ เกมเรียงลาดบั ขนาดเลก็ -ใหญ่ ใหเ้ ด็กสงั เกต
3) เด็กสาธิตการเล่นเกมเรียงลาดับขนาดเลก็ -ใหญ่ ใหเ้ พื่อนสงั เกต
4) เด็กนั่งเป็นกลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน ตามความสมัครใจ
5) ตวั แทนออกมารบั เกมเรียงลาดบั ขนาดเลก็ -ใหญ่ ไปร่วมกนั เลน่ กบั เพอื่ นในกลุม่ โดยมีครูคอยแนะนา
6) ครูร้องเพลง “เกบ็ ของ” เพือ่ เปน็ สัญญาณใหเ้ ดก็ ช่วยกนั เก็บอปุ กรณก์ ารเลน่ เข้าที่ใหเ้ รียบร้อย
7) เด็กและครูร่วมกนั สรปุ ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับจากการปฏิบัตกิ จิ จรรมการเล่นเกมเรียงลาดบั ขนาดเล็ก-ใหญ่
8) เดก็ เขา้ แถวทาความสะอาดร่างกายและเตรยี มตัวกลับบา้ น
5. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เกมเรยี งลาดบั ขนาดเลก็ -ใหญ่ 2) เกมที่เคยเลน่ มาแล้ว 3) เพลง เกบ็ ของ
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการเล่นเกมเรยี งลาดับขนาดเล็ก-ใหญ่ 2) สงั เกตการฟังและปฏิบัตติ ามข้อตกลง
3) สงั เกตการใช้กล้ามเนอื้ เล็ก 4) สงั เกตการเก็บของเล่นเข้าที่
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 6 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นรู้ย่อย ประเภทของการออกกาลังกาย
1. ชื่อกจิ กรรม เคล่ือนไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายได้คล่องแคลว่ 2) ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงในการเคลอื่ นไหวรา่ งกายได้
3) แสดงทา่ ทางประกอบคาบรรยายตามจนิ ตนาการได้ 4) มีความมัน่ ใจและกลา้ แสดงออก
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) การเคลือ่ นไหวตามคาบรรยาย 1) การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ตา่ งๆ
2) การเคลอ่ื นไหวตามคาส่งั 2) การเลน่ เคร่อื งดนตรปี ระกอบจังหวะ
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) เดก็ กาหนดพื้นท่วี า่ งในการเคล่อื นไหวรา่ งกายด้วยตนเอง
2) ครสู รา้ งขอ้ ตกลงในการเคลือ่ นไหวรา่ งกาย ดงั น้ี
-เคาะ 1 ครั้ง ผงกศีรษะ 1 ครั้ง
-เคาะ 2 ครงั้ ตดิ กนั หยดุ เปน็ ท่าทางต่างๆ ตามจนิ ตนาการ
-เคาะเร็วๆ ผงกศีรษะเร็วๆ
3) ครเู คาะจงั หวะให้เดก็ เคลอื่ นไหวรา่ งกายตามข้อตกลง 2-3 คร้ัง
4) ครแู นะนากจิ กรรมท่จี ะปฏิบตั ใิ นวนั นี้ คอื การเคลอ่ื นไหวร่างกายตามคาบรรยาย
5) ครูอา่ นแผน่ ชารต์ ในกระดาน “เร่ืองนกน้อย” ให้เด็กพดู ตามทีละวรรค
6) เดก็ และครรู ว่ มกันอ่านแผ่นชาร์ตในกระดาน “เรอื่ งนกน้อย” 2-3 ครงั้
7) เดก็ เคลอ่ื นไหวตามจนิ ตนาการ “เรื่องนกน้อย”หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสม 2-3 ครงั้
8) ครใู หส้ ญั ญาณบอกเวลาพกั เพือ่ ปฏิบตั ิกจิ วัตรสว่ นตวั และเตรียมปฏิบตั ิกิจกรรมต่อไป
5. ส่ือและแหลง่ เรยี นรู้
1. เครื่องเคาะ 2) แผ่นชาร์ต 4) นกหวดี ให้สญั ญาณ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการเคลอื่ นไหวสว่ นตา่ งๆ ของร่างกาย
2) สงั เกตการปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการเคล่อื นไหวร่างกาย
3) สงั เกตการแสดงท่าทางประกอบคาบรรยายตามจินตนาการ
4) สงั เกตความมน่ั ใจและกลา้ แสดงออกในขณะปฏิบตั ิกิจกรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 6 วนั ที่ 4 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ประเภทของการออกกาลังกาย
1. ช่ือกิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
การออกกาลงั กายมี 2 ประเภท คือ การออกกาลังกายแบบแอโรบกิ (Aearobic) เปน็ การออก
กาลงั กายทม่ี ีการเคลื่อนไหวตลอดทั้งร่างกายอย่างตอ่ เน่ืองและไมร่ ุนแรง เช่น การวงิ่ เหยาะๆ วง่ิ ทางไกล
ปัน่ จกั รยาน ฯลฯ และการออกกาลังกายแบบแอนแอโรบิก (Anaerobic) เปน็ การออกกาลังกายท่ีให้
กล้ามเน้ือแขง็ แรงและมกี ารกลนั้ การหายใจ เช่น การวง่ิ ระยะสั้น การยกน้าหนัก การเลน่ ฯลฯ
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกประเภทของการออกกาลงั กายได้ 2) ขดี เขยี นตวั อักษร A
3) มีความรับผิดชอบต่องานท่มี อบหมาย 4) มคี วามสนใจและรักการเรยี นรู้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) ประเภทของการออกกาลังกาย 1) การให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ัติกจิ กรรม
2) การลากเส้นตวั อักษร A 2) การเขียนร่วมกนั ตามโอกาส และการเขยี น
อิสระ
3) การการรว่ มสนทนาและแลกเปล่ยี นความ
คิดเห็น
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) เดก็ และครูร่วมกนั รอ้ งเพลงออกกาลังตามแผน่ ชารต์ 1-2 คร้ัง
2) เดก็ และครรู ่วมกนั สนทนาเกย่ี วกับประเภทของการออกกาลงั กายโดยใชค้ าถาม ดังน้ี
-เดก็ ๆ ชอบเล่นกีฬาอะไร -กฬี าชนดิ น้ีใช้อวัยวะส่วนใดในการเล่นออกกาลงั กาย
3) ครูนาบัตรภาพการออกกาลงั กายชนิดต่างๆ มาให้เด็กสงั เกตพร้อมสนทนาและแสดงความคิดเห็น
4) เดก็ และครูร่วมกันจาแนกประเภทของการออกกาลังกายจากบตั รภาพ
5) ครูมอบหมายงานให้เด็กไปหาภาพกีฬาที่ตนเองช่ืนชอบทีส่ ุดจากนติ ยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร ฯลฯ
เพอ่ื นาขอ้ มลู มาสรุปเป็นผลงานวิจยั เร่ือง “กีฬาท่ีเด็กเลก็ ชืน่ ชอบ”
5) ครนู าบัตรภาพตวั อักษร A ให้เด็กสังเกตพร้อมท้งั แนะนาใหเ้ ด็กฝกึ ลากเสน้ ตัวอักษร A อย่างอิสระ
5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1) แผน่ ชารต์ เพลง 2) บตั รภาพชนดิ การออกกาลังกาย 3) บัตรภาพและแบบฝกึ ตัวอักษร A
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตบอกประเภทของการออกกาลังกายได้ 2) สงั เกตการขีดเขียนตัวอกั ษร A
3) สังเกตความรบั ผิดชอบต่องานท่ีมอบหมาย 4) พฤตกิ รรมขณะทากิจกรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 6 วนั ที่ 4 สาระการเรียนรยู้ ่อย ประเภทของการออกกาลังกาย
1. ช่ือกิกจรรม สรา้ งสรรค์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ฉีก-ปะ กระดาษหรือระบายสีภาพลูกบอล 2) จัดเก็บอุปกรณเ์ ขา้ ท่ีได้อยา่ งเรียบร้อย
3) ทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ 4) ฟังและปฏิบัติตามข้อตกลงได้
5) มที ักษะในการใชก้ ลา้ มเนอ้ื มือ 6) สนุกสนานเพลิดเพลินขณะทากิจกรรม
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) ฉกี -ปะ กระดาษภาพลูกบอล 1) การแสดงความคดิ สร้างสรรคผ์ ่าน
2) ระบายสภี าพลูกบอล ภาษา ทา่ ทาง การเคลือ่ นไหว และศิลปะ
2) การเขียนภาพและเล่นกบั สี
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูจดั เตรยี มกิจกรรมฉีก-ปะ กระดาษภาพลูกบอลและระบายสภี าพลูกบอลให้เด็กเลอื ก
2) ครแู นะนาวสั ดุ-อุปกรณ์และการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดงั น้ี
2.1 ฉกี -ปะ กระดาษภาพลูกบอล
-แนะนาวัสดุ-อปุ กรณ์ในการฉีก-ปะ กระดาษภาพลกู บอล
-สาธิตวธิ ีการฉีก-ปะ กระดาษภาพลูกบอลให้เด็กสงั เกต
2.2 การระบายสภี าพลูกบอล
-แนะนาวัสดุ-อปุ กรณใ์ นการระบายสีภาพลูกบอล
-สาธติ วธิ กี ารระบายสีภาพลกู บอลใหเ้ ดก็ สงั เกต
3) เด็กและครรู ่วมกันสร้างข้อตกลงก่อนการปฏิบตั ิกิจกรรม
4) เดก็ เลือกปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามความสนใจพรอ้ มทง้ั นาเสนอผลงานของตน
5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1) กระดาษสสี องหน้า 2) ภาพลกู บอล 3) กาว
4) ตะกรา้ เล็ก 5) สีเทยี น 6) ตะกร้าใสก่ ระดาษฉกี
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการฉีก-ปะ กระดาษหรือระบายสีภาพลกู บอล 2) สังเกตการจดั เก็บอุปกรณ์เขา้ ที่
3) สงั เกตพฤติกรรมการฟังและปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง 4) สังเกตการทางานรว่ มกบั ผ้อู นื่ ได้
5) มีทักษะในการใช้กลา้ มเนื้อมือ 6) สงั เกตพฤติกรรมขณะปฏบิ ัติกจิ กรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 6 วันที่ 4 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย ประเภทของการออกกาลังกาย
1. ชื่อกิกจรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง ค้นคว้า คดิ แก้ปญั หาในการทางานและการเลน่ เป็นกลมุ่
2) มีประสบการณใ์ นการณ์ตรงในการใช้ภาษา มจี ินตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ต่องานและสง่ิ ที่ตนเลน่
3) มวี นิ ัย ความรบั ผิดชอบ มมี ารยาท ช่วยเหลือแบ่งปนั อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มีพัฒนาการทางรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสติปญั ญาอยา่ งสมดุลรอบดา้ น
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
1) การเลน่ ตามศนู ย์เป็นการเลน่ ในศูนยป์ ระสบการณ์ต่างๆ อยา่ งอิสระผ่านการเล่น ทดลอง คิดค้นคว้า
สรา้ งสรรค์
2) การแก้ปญั หาและการแสวงหาคาตอบซงึ่ จะชว่ ยพฒั นาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกบั ความมีวนิ ัย
3) ความรับผดิ ชอบการรอคอย แบ่งปนั การใฝ่รู้และการอยรู่ ว่ มกันเพื่อพัฒนาการเขา้ สสู่ งั คม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเลน่ เคร่ืองเล่นสมั ผสั และการสร้างส่งิ ตา่ งๆจากแทง่ ไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชิ้นเล็กเติมในช้นิ ใหญใ่ ห้สมบรู ณ์และการแยกช้นิ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานร่วมกบั ผู้อ่นื
4) การรับรู้ แสดงความร้สู กึ ผา่ นส่อื วัสดุ ของเลน่ และช้นิ งาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มุมเลน่ ต่างๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ิ้นงานโดยใชร้ ปู ร่าง รปู ทรงจากวสั ดทุ ี่หลากหลาย
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเลน่ การปฏบิ ัตติ นในการเลน่ ศูนย์กจิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลือกเล่นศนู ยก์ ิจกรรมเสรตี ามความสนใจ
3) ครแู นะนา กระตน้ ส่งเสรมิ ให้คาชมเชยเพอ่ื ให้เด็กเกดิ การพัฒนาอยา่ งสมดลุ รอบดา้ นเต็มตามศกั ยภาพ
4) ให้เด็กเล่นอยา่ งอิสระ หลงั จากเลกิ เลน่ ใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มทั้งเก็บของเข้าทใี่ ห้เรยี บรอ้ ย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
-สื่อและอุปกรณต์ า่ งๆ ท่จี ดั ไวต้ ามศนู ย์กจิ กรรมเสรีตอ้ งสอดคล้องสมั พันธก์ บั หนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแกป้ ญั หาในการทางานและการเลน่ เปน็ กลุ่ม
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงาน การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการความคดิ สรา้ งสรรคต์ อ่ งานและสิ่งท่ตี นเลน่
3) สงั เกตความมีวินยั ความรบั ผิดชอบ มมี ารยาท การช่วยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอย และมีจติ สาธารณะ
4) สังเกตความก้าวหนา้ ของพฒั นาการท้ัง 4 ด้าน
หมายเหตุ ครูปรับเปลีย่ นสอ่ื อุปกรณใ์ นศนู ยใ์ หส้ ัมพันธก์ ับหนว่ ยการเรียนรูต้ ามความพร้อมและจุดเน้นของ
สถานศกึ ษา
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาห์ที่ 6 วันท่ี 4 สาระการเรยี นรู้ย่อย ประเภทของการออกกาลังกาย
1. ชอื่ กิกจรรม กลางแจง้ 2) ฟงั และปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงได้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 4) สนกุ สนานเพลิดเพลิน
6) ช่วยเหลอื ตนเองได้
1) วง่ิ เกบ็ ของตามจุดท่ีกาหนดใหไ้ ด้
3) มที ักษะในการใช้กล้ามเนือ้ มัดเลก็ -ใหญ่ ประสบการณส์ าคญั
5) อดทน รอคอยและรจู้ กั การแบ่งปัน 1) การเคล่ือนไหวพร้อมวัสดอุ ุปกรณ์
3. สาระการเรียนรู้ 2) การเคล่ือนไหวเพ่ือควบคมุ ตนเองไปใน
สาระท่คี วรเรยี นรู้
1) วงิ่ เกบ็ ของ ทศิ ทางระดับและพืน้ ท่ี
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) เดก็ และครรู ่วมกันสรา้ งขอ้ ตกลงในการออกไปทากจิ กรรมนอกห้องเรียน
2) เด็กและครอู บอุ่นรา่ งกายดว้ ยท่ากายบรหิ ารรวมท้ังนับเลข 1-10 ไปพรอ้ มกับการทาทา่ ออกกาลังกาย
3) ครูแนะนาและสาธติ การปฏิบตั กิ จิ กรรมวงิ่ เก็บของตามจดุ ทีก่ าหนดใหเ้ ด็กทุกคนสังเกต
4) ครูขออาสาสมคั ร 3-4 คน ออกมาสาธิตการปฏิบัตกิ ิจกรรมว่งิ เกบ็ ของตามจุดท่ีกาหนดใหเ้ พ่ือนสังเกต
5) ครูแนะนาใหเ้ ด็กยนื ตามจุดเรม่ิ ต้นในการปฏบิ ัติกจิ กรรมวง่ิ เกบ็ ของ คร้ังละ 3-4 คน
6) เด็กผลดั เปลี่ยนกนั ปฏบิ ตั ิกิจกรรมวิ่งเก็บของตามจดุ ที่กาหนดจนครบทุกคน
7) เดก็ และครรู ว่ มกนั สรปุ ประโยชนท์ ่ีได้รบั จากการปฏบิ ัติกจิ กรรมว่งิ เก็บของตามจุดท่ีกาหนด
8) เด็กเขา้ แถวทาความสะอาดรา่ งกายและเตรียมทากิจกรรมตอ่ ไป
5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1) ลูกบอลเทนนสิ 2) นกหวดี 3) กรวย
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการวิ่งเกบ็ ของตามจุดที่กาหนด 2) สงั เกตการฟังและปฏิบตั ิตามข้อตกลงได้
3) สังเกตการใช้กลา้ มเน้ือมัดเลก็ -ใหญ่ 4) สังเกตพฤติกรรมจากการทากิจกรรม
5) สังเกตการอดทน รอคอยและรู้จักการแบ่งปัน 6) สงั เกตการช่วยเหลอื ตนเอง
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 6 วนั ท่ี 4 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ประเภทของการออกกาลังกาย
1. ช่อื กิกจรรม เกมการศกึ ษา 2) ฟงั และปฏิบตั ติ ามข้อตกลงได้
4) อดทน รอคอยและรูจ้ ักการแบง่ ปัน
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ประสบการณส์ าคญั
1) เล่นเกมจบั คคู่ าทเ่ี หมือนกนั ได้ถูกต้อง 1) การจับคู่ การเปรียบเทียบและการ
3) มที ักษะในการใช้กล้ามเนอ้ื เลก็
3. สาระการเรียนรู้ เรยี งลาดับสงิ่ ตา่ งๆตามลักษณะความยาว/
ความสงู นา้ หนกั ปรมิ าตร
สาระทคี่ วรเรียนรู้ 2) การร้องเพลง
1) เกมจบั คคู่ าทเ่ี หมือนกนั 3) การทางานและเล่นรว่ มกับผอู้ ่ืน
2) การเรียนรคู้ าศัพท์
3) การร้องเพลง
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาชื่อกจิ กรรมและวธิ ีการเล่นเกมจบั คู่คาทเี่ หมือนกันใหเ้ ดก็ ทราบพร้อมกัน
2) ครแู นะนาให้เด็กฝกึ พดู คาคพั ท์ JUMP ,RUN ,WALK ตามครทู ลี ะคาศพั ท์ 2-3 ครั้ง
3) ครูแนะนาการเลน่ เกมจับคคู่ าที่เหมือนกนั JUMP ,RUN ,WALK ใหเ้ พื่อนสงั เกต
3) เด็กออกมาสาธติ การเล่นเกมจับคู่คาท่ีเหมอื นกัน JUMP ,RUN ,WALK ใหเ้ พอ่ื นสังเกต
4) เดก็ น่งั เป็นกล่มุ ๆละ 4-5 คนตามความสมคั รใจ เพื่อเล่นเกมจบั คู่คาทเ่ี หมอื นกัน
5) ตัวแทนออกมารบั เกมจับคคู่ าท่ีเหมอื นกันไปรว่ มกันเล่นกับเพื่อนในกลุ่มของตนโดยมคี รูคอยแนะนา
6) ครูร้องเพลง “เกบ็ ของ” เพ่อื เป็นสญั ญาณใหเ้ ด็กชว่ ยกันเกบ็ อปุ กรณ์การเล่นเข้าท่ใี หเ้ รยี บร้อย
7) เด็กและครูร่วมกนั สรุปความหมายของคาวา่ JUMP ,RUN ,WALK
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมจบั คู่คาทเี่ หมอื นกัน 2) เกมท่ีเคยเลน่ มาแล้ว 3) เพลง เก็บของ
6. การประเมนิ ผล
1) การเลน่ เกมจบั คคู่ าที่เหมอื นกัน 2) ฟงั และปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงได้
3) สังเกตการใช้กลา้ มเน้ือเล็ก 4) อดทน รอคอยและรูจ้ ักการแบง่ ปัน
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 6 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย การเล่นเครือ่ งเลน่ สนาม
1. ชอ่ื กจิ กรรม เคลอ่ื นไหวและจังหวะ 2) มีความม่ันใจและกลา้ แสดงออก
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 4) สนกุ สนานเพลิดเพลินขณะทากิจกรรม
1) ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผนู้ าและผ้ตู ามท่ดี ไี ด้ ประสบการณส์ าคญั
3) ทากจิ กรรมรว่ มกับผอู้ ื่นได้ 1) การเคลื่อนไหวอยูก่ ับท่ีและการเคลอื่ นไหวเคล่อื นที่
3. สาระการเรยี นรู้ 2) การปฏบิ ตั ิตนเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียน
สาระที่ควรเรียนรู้ 3) การใหค้ วามรว่ มมือในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ งๆ
1) การเป็นผ้นู าและผู้ตาม
2) การปฏบิ ัตติ ามคาสั่ง
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) เดก็ กาหนดพ้นื ท่ีวา่ งในการเคลือ่ นไหวรา่ งกายด้วยตนเอง
2) ครูสรา้ งข้อตกลงในการเคลื่อนไหวรา่ งกาย ดงั น้ี
-เคาะ 1 คร้ัง กระโดด 1 คร้ัง
-เคาะ 2 ครั้งติดกัน หยุดเปน็ ท่าทางต่างๆ ตามจนิ ตนาการ
-เคาะเรว็ ๆ กระโดดเร็วๆ
3) ครูเคาะจังหวะให้เด็กเคล่ือนไหวร่างกายตามข้อตกลง 2-3 ครั้ง
4) ครูแนะนาการปฏิบตั ิกิจกรรมการในวันน้ีคือการเปน็ ผู้นาและผู้ตาม
5) ครสู าธิตเปน็ ผ้นู าการเคลอ่ื นไหวร่างกาย คือ กระโดดตบ จานวน 10 คร้งั
6) เด็กปฏบิ ัตติ ามครูโดยกระโดดตบ จานวน 10 ครั้ง
7) เดก็ อาสาสมัครออกมาเปน็ ผู้นาทา่ ทางการออกกาลงั กายตามจนิ ตนาการให้เพ่อื นปฏิบตั ิตาม
8) เด็กผลัดเปล่ียนกนั ออกมาเปน็ ผ้นู าและผตู้ ามจนครบทกุ คน
9) ครูให้สัญญาณนง่ั พกั ผ่อนประมาณ 3-5 นาทเี พื่อปฏบิ ัตกิ จิ วัตรส่วนตวั และเตรียมปฏิบัตกิ จิ กรรมต่อไป
5. สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้
1) เคร่ืองเคาะ 2) นกหวดี
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการปฏิบัติตนเป็นผู้นาและผู้ตามที่ดี 2) สังเกตการมีความม่ันใจและกลา้ แสดงออก
3) สังเกตการทากจิ กรรมร่วมกบั ผอู้ ่ืน 4) สังเกตพฤติกรรมขณะปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 6 วันท่ี 5 สาระการเรียนรูย้ อ่ ย การเลน่ เครอ่ื งเลน่ สนาม
1. ชื่อกิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
การเลน่ เครื่องเลน่ สนาม เปน็ การสง่ เสริมให้เด็กได้ออกกาลังกายและพัฒนากลา้ มเนื้อมดั ใหญ่
กอ่ นเลน่ เครื่องเลน่ สนามต้องตรวจดสู ภาพความเรยี บรอ้ ยเครือ่ งเลน่ ทุกครงั้ และควรเลน่ เคร่อื งเล่น
สนามใหถ้ กู วิธเี พื่อความปลอดภยั ของร่างกาย
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) บอกวิธกี ารเล่นเคร่ืองเลน่ สนามให้ปลอดภยั ได้ 2) เลน่ เครื่องเลน่ สนามไดถ้ ูกวิธี
3) บอกช่ือเคร่ืองเล่นสนามทใี่ นโรงเรียนได้ 4) สนทนาซักถามเกี่ยวกับเร่ืองราวท่ีเรยี นรไู้ ด้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การเลน่ เครอื่ งเล่นสนาม 1) การเลน่ เครอ่ื งเลน่ อย่างปลอดภัย
2) การเคลอื่ นไหวประกอบเพลง 2) การฟังเพลง นิทาน คาคล้องจอง บทร้อย
กรอง หรอื เร่อื งราว
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) เดก็ และครรู ่วมกนั รอ้ ง“โรงเรยี นของเราน่าอยู่” ในแผ่นชารต์ 1-2 คร้ัง
2) เด็กและครูร้องเพลงและแสดงทา่ ทางประกอบเพลง“โรงเรียนของเราน่าอยู่” ตามจินตนาการ
3) ครูเลา่ นทิ าน “เรือ่ งโอย๊ ..เจ็บ” พรอ้ มทั้งสนทนาเรอ่ื งราวตา่ งๆ ในนทิ าน
4) ครูนาบตั รภาพเคร่ืองเล่นสนามชนิดตา่ งๆ มาใหเ้ ด็กสังเกตพร้อมสนทนาโดยใช้คาถาม ดงั น้ี
-เคร่อื งเลน่ สนามชนดิ น้ีเรยี กว่าอย่างไร -เครือ่ งเล่นสนามชนดิ น้เี ล่นอยา่ งไรให้ปลอดภัย
-โรงเรียนของเรามเี คร่ืองเลน่ สนามอะไรบา้ ง -เมือ่ เลน่ เครื่องเล่นสนามเสร็จแล้วควรทาอย่างไร
5) เด็กและครูเขา้ แถวเพื่อไปเรียนร้เู ร่อื งการเลน่ เคร่ืองเล่นสนามทสี่ นามเด็กเล่น
6) ครูแนะนาการการเล่นเครอ่ื งเล่นสนามอย่างถูกวธิ ีและปลอดภัย
7) เด็กเลือกเล่นเคร่อื งเล่นสนามตามความสนใจโดยมีครูคอยดูแลอย่างใกลช้ ิด
8) ครใู หส้ ญั ญาณเปลย่ี นกิจกรรมและทาความสะอาดร่างกายใหเ้ รยี บร้อยรอ้ ย
5. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1) แผ่นชาร์ตเพลง 2) บัตรภาพเครื่องเลน่ สนาม 3) เครอื่ งเลน่ สนาม 4) นิทาน
6. การประเมนิ ผล
1) บอกวธิ กี ารเล่นเครื่องเล่นสนามให้ปลอดภัย 2) สงั เกตการเลน่ เครอ่ื งเล่นสนาม
3) บอกชือ่ เครื่องเล่นสนามทีใ่ นโรงเรียน 4) สนทนาซกั ถามเก่ียวกับเรอ่ื งราวที่เรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 6 วันที่ 5 สาระการเรยี นรูย้ ่อย การเลน่ เคร่อื งเล่นสนาม
1. ช่อื กกิ จรรม สร้างสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ตัด-ปะหรอื ฉีก-ปะกระดาษภาพเครอ่ื งเล่นสนามได้ 2) มคี วามคิดสรา้ งสรรคแ์ ละจินตนาการ
3) ทางานรว่ มกับผอู้ ่นื ได้ 4) จดั เกบ็ อุปกรณเ์ ขา้ ที่ได้อย่างเรียบร้อย
5) มที ักษะในการใช้กลา้ มเนื้อมือ 6) สนกุ สนานเพลิดเพลินขณะทากจิ กรรม
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) ตดั -ปะ กระดาษภาพเครื่องเล่นสนาม 1) การหยิบจบั การใชก้ รรไกร การฉีก การตดั
2 ) ฉกี -ปะกระดาษภาพเคร่ืองเล่นสนาม
การปะและการร้อยวสั ดุ
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม 2) การประดิษฐส์ งิ่ ต่างๆด้วยเศษวสั ดุ
1) ครจู ัดเตรียมวัสดุ-อปุ กณ์ในการปฏบิ ัติกจิ กรรมการตดั -ปะและการฉีก-ปะกระดาษภาพเครื่องเล่นสนาม
2) ครูแนะนาวสั ดุ-อุปกรณ์และการปฏบิ ัติกจิ กรรม ดังน้ี
2.1 ตดั -ปะ กระดาษภาพเครื่องเลน่ สนาม
-แนะนาวสั ดุ-อุปกรณ์ในการตัด-ปะ กระดาษภาพเครื่องเล่นสนาม
-สาธติ วิธกี ารฉกี -ปะ กระดาษภาพเครื่องเลน่ สนามให้เด็กสงั เกต
2.2 การฉกี -ปะกระดาษภาพเคร่ืองเล่นสนาม
-แนะนาวสั ดุ-อปุ กรณ์ในการฉีก-ปะกระดาษภาพเครื่องเลน่ สนาม
-สาธิตวธิ ีการฉีก-ปะกระดาษภาพเคร่ืองเลน่ สนาม
3) เด็กและครูรว่ มกันสรา้ งขอ้ ตกลงก่อนการปฏบิ ัติกจิ กรรม
4) เดก็ เลอื กปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจพร้อมทง้ั นาเสนอผลงานของตน
5. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
1) กระดาษสสี องหนา้ 2) ภาพเคร่ืองเล่นสนาม 3) กาว 4) ตะกร้าเลก็ 5) กรรไกร
6. การประเมินผล
1) สังเกตการตัด-ปะหรือ ฉีก-ปะกระดาษภาพเครื่องเล่นสนาม 2) สงั เกตจดั เก็บอุปกรณ์เขา้ ท่ี
3) สังเกตการใช้กลา้ มเนื้อมือ 4) สงั เกตการปฏบิ ัติกิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 6 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นรยู้ ่อย การเล่นเครื่องเล่นสนาม
1. ชื่อกกิ จรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง ค้นควา้ คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเล่นเป็นกลมุ่
2) มปี ระสบการณ์ในการณต์ รงในการใชภ้ าษา มจี ินตนาการ ความคิดสรา้ งสรรคต์ ่องานและสง่ิ ทีต่ นเล่น
3) มวี นิ ยั ความรับผดิ ชอบ มีมารยาท ช่วยเหลือแบ่งปันอดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทางรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสตปิ ญั ญาอยา่ งสมดลุ รอบดา้ น
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้
1) การเล่นตามศูนยเ์ ปน็ การเลน่ ในศนู ยป์ ระสบการณ์ต่างๆ อยา่ งอิสระผ่านการเล่น ทดลอง คดิ ค้นควา้ สรา้ งสรรค์
การแก้ปัญหาและการแสวงหาคาตอบซง่ึ จะชว่ ยพัฒนาความคดิ จินตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกบั ความมีวนิ ัย ความ
รบั ผดิ ชอบ การรอคอย แบ่งปนั การใฝร่ แู้ ละการอย่รู ่วมกันเพอ่ื พัฒนาการเข้าสูส่ งั คม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเลน่ เครือ่ งเลน่ สมั ผัสและการสรา้ งสงิ่ ตา่ งๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การตอ่ ของชน้ิ เล็กเติมในชน้ิ ใหญใ่ หส้ มบูรณ์และการแยกชิน้ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานร่วมกบั ผ้อู ื่น
4) การรบั รู้ แสดงความรสู้ กึ ผา่ นสอื่ วัสดุ ของเลน่ และช้นิ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เล่นตา่ งๆ
6) การสร้างสรรค์ช้ินงานโดยใชร้ ปู ร่าง รปู ทรงจากวสั ดุทหี่ ลากหลาย
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครแู นะนาการเล่นการปฏบิ ตั ติ นในการเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรตี ามขอ้ ตกลง
2) เดก็ เลือกเลน่ ศูนย์กจิ กรรมเสรตี ามความสนใจ
3) ครแู นะนา กระต้น สง่ เสรมิ ใหค้ าชมเชยเพ่อื ให้เด็กเกดิ การพฒั นาอยา่ งสมดลุ รอบด้านเตม็ ตามศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเลน่ อย่างอิสระ หลังจากเลกิ เลน่ ให้เด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมทั้งเกบ็ ของเข้าทใ่ี หเ้ รียบร้อย
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
-สอ่ื และอปุ กรณต์ ่างๆ ทจี่ ัดไว้ตามศนู ย์กิจกรรมเสรตี อ้ งสอดคล้องสัมพนั ธก์ บั หนว่ ยการเรยี นรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ปัญหาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) สงั เกตการใช้ภาษา ตรวจผลงาน การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการความคิดสรา้ งสรรคต์ ่องานและส่ิงท่ีตนเลน่
3) สังเกตความมีวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ มีมารยาท การชว่ ยเหลือแบ่งปนั อดทนรอคอย และมีจติ สาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพฒั นาการท้ัง 4 ดา้ น
หมายเหตุ ครปู รับเปลย่ี นส่อื อุปกรณใ์ นศนู ยใ์ หส้ ัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรตู้ ามความพรอ้ มและจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 6 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นรู้ย่อย การเลน่ เครื่องเลน่ สนาม
1. ชอ่ื กิกจรรม กลางแจง้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เลน่ เครอื่ งสนามได้ถูกวิธีและปลอดภัย 2) ฟงั และปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงได้
3) มีทกั ษะในการใช้กล้ามเนอื้ มดั เลก็ -ใหญ่ 4) สนกุ สนานเพลิดเพลนิ
5) อดทน รอคอยและรจู้ ักการแบง่ ปัน 6) ช่วยเหลอื ตนเองได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) การเลน่ เคร่ืองเลน่ สนาม 1) การเล่นเคร่ืองเล่นอยา่ งปลอดภยั
2) การนับ ONE-TEN 2) การเล่นอิสระและการเลน่ นอกหอ้ งเรยี น
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) เดก็ และครรู ่วมกนั สรา้ งขอ้ ตกลงในการออกไปทากิจกรรมนอกห้องเรยี น
2) เดก็ และครเู ขา้ แถวเพื่อไปเรยี นรเู้ รือ่ งการเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามทส่ี นามเด็กเล่น
3) เดก็ และครจู บั มือยนื เป็นวงกลมทีบ่ ริเวณสนามเด็กเลน่
4) ครเู ปน็ ผนู้ าอบอ่นุ รา่ งกายดว้ ยท่ากายบริหารพร้อมทงั้ นบั เลข ONE-TEN
5) เดก็ ออกมาเปน็ ผ้นู าในการอบอนุ่ ร่างกายด้วยท่ากายบริหารตา่ งๆ พร้อมทง้ั นับเลข ONE-TEN
6) ครแู นะนาการการเล่นเครอ่ื งเล่นสนามอยา่ งถูกวธิ ีและปลอดภยั
7) เด็กเลอื กเล่นเครื่องเล่นสนามตามความสนใจโดยมคี รูคอยดูแลอย่างใกลช้ ิด
8) ครใู หส้ ัญญาณเปล่ียนกจิ กรรมและทาความสะอาดรา่ งกายให้เรียบร้อยร้อย
9) เดก็ และครเู ข้าแถวข้ึนห้องเรียนและเตรียมปฏิบตั กิ ิจกรรมต่อไป
5. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1) เคร่อื งเลน่ สนาม 2) ศูนยน์ ้า-ศูนย์ทราย 3) นกหวดี
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการเคร่ืองเล่นสนาม 2) สังเกตการฟงั และปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงได้
3) สงั เกตการใช้กล้ามเน้ือมดั เลก็ -ใหญ่ 4) สงั เกตพฤตกิ รรมจากการทากจิ กรรม
5) สงั เกตการอดทน รอคอยและรจู้ ักการแบ่งปัน 6) สงั เกตการช่วยเหลือตนเอง
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 6 วันที่ 5 สาระการเรียนรูย้ อ่ ย การเล่นเคร่ืองเลน่ สนาม
1. ช่ือกิกจรรม เกมการศึกษา
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) จับคภู่ าพกบั เงาได้ 2) พฒั นาทกั ษะการสงั เกตและการเปรียบเทียบ
3) พฒั นาประสาทสัมพนั ธ์ระหว่างมือกับตา 4) มรี ะเบยี บวินัยและความรบั ผิดชอบ
5) สนกุ สนานขณะปฏิบตั ิกจิ กรรม 6) รู้จักการเก็บของเขา้ ทห่ี ลังปฏิบตั ิกิจกรรม
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) การจับคภู่ าพกับเงา 1) การจับคู่ การเปรียบเทยี บและการเรียงลาดบั
2) การร้องเพลง
ส่งิ ต่างๆตามลักษณะความยาว/ความสงู นา้ หนัก
ปรมิ าตร
2) การรอ้ งเพลง
3) การทางานและเล่นรว่ มกับผ้อู ื่น
4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม
1) ครแู นะนาช่อื กจิ กรรมและวิธีการเลน่ “เกมจับคู่ภาพกบั เงา” เด็กทราบพร้อมกัน ดังนี้
-สงั เกตและเปรียบเทียบรายละเอยี ดของภาพ
-นาภาพกบั เงามาวางเรียงกนั เป็นคๆู่
-เมอ่ื เล่นเสร็จใหเ้ กบ็ ใส่กลอ่ งแลว้ เก็บเข้าที่ใหเ้ รยี บร้อย
2) ครูสาธิตการเล่นเกม“เกมจบั คูภ่ าพกบั เงา” ใหเ้ ด็กสงั เกต
3) เด็กออกมาสาธติ การเล่น“เกมจบั ค่ภู าพกับเงา” ใหเ้ พ่ือนสงั เกต
4) เดก็ นั่งเปน็ กลมุ่ ๆละ 4-5 คนตามความสมคั รใจ เพื่อเล่น“เกมจับค่ภู าพกับเงา”
5) ตวั แทนออกมารบั “เกมจบั คู่ภาพกับเงา” ไปรว่ มกนั เล่นกับเพื่อนในกลุ่มของตนโดยมคี รูคอยแนะนา
6) ครูรอ้ งเพลง “เกบ็ ของ” เพ่ือเปน็ สญั ญาณให้เด็กชว่ ยกันเกบ็ อุปกรณ์การเล่นเข้าท่ใี ห้เรยี บร้อย
7) เด็กทาความสะอาดร่างกายและเตรียมตวั กลับบา้ น
5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมจบั คู่ภาพกับเงา 2) เกมทเ่ี คยเลน่ มาแล้ว 3) เพลง“เก็บของ”
6. การประเมนิ ผล
1) จบั คภู่ าพกับเงา 2) สงั เกตการใชท้ กั ษะการเปรยี บเทยี บ
3) สงั เกตการใช้ประสาทสัมพันธร์ ะหวา่ งมือกบั ตา 4) สังเกตความมีระเบยี บวินัยขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
5) สังเกตพฤตกิ รรมขณะปฏิบัตกิ ิจกรรม 6) สังเกตการเกบ็ ของเขา้ ท่ี
7. ภาคผนวก
เพลง ตนื่ แตเ่ ช้า เรารบี เรง่ เรว็ ไว
ต่ืน ตืน่ ตืน่ แต่เช้า อาบนา้ ลา้ งหนา้ แปรงฟัน
ลุกทันใด ดูซิพวกแมงแมงไมก่ วนใจ
แปรงฟันนน่ั ฟันจะแข็งแรง เรารีบเรง่ เรว็ ไว
ตืน่ ตน่ื ตน่ื แต่เชา้ อาบน้าลา้ งหน้าแปรงฟัน
ลกุ ทันใด เราถงึ ต้องแปรงพวกแมงไม่กวนใจ
แปรงฟันนน่ั ฟันจะแขง็ แรง เรารบี เร่งเรว็ ไว
ตนื่ ตืน่ ตน่ื แต่เช้า อาบนา้ ล้างหนา้ แปรงฟัน
ลกุ ทันใด เราถงึ ตอ้ งแปรงทุก ทกุ วนั
แปรงฟันนน่ั ฟนั จะแขง็ แรง
(ไม่ทราบนามผูแ้ ตง่ )
เพลง เก็บของ
มาชว่ ยกนั เก็บของที
เก็บ เก็บ เกบ็ เล่นแล้วชว่ ยกนั เก็บเอย
เรว็ คนดี
(ไม่ทราบผ้แู ต่ง)
เพลง กายบรหิ าร
ชูมอื ขึ้นโบกไปมา (ซ้า)
กามือข้ึนแลว้ หมุนหมุน พับแขนมือแตะไหล่
กางแขนข้ึนและลง ชมู อื ตรงหมนุ ไปรอบตวั
กางแขนข้ึนและลง
(ศรีนวล รตั นสวุ รรณ)
คาบรรยาย
ทมี่ ีความสุข
เจา้ นกตัวนอ้ ย ร้องเพลง
เกาะบนกง่ิ ไม้ งว่ งเหงาหาวนอน
เจา้ นกตัวนอ้ ย ใตป้ กี แม่เอย
อบอุน่
(ไมท่ ราบผแู้ ต่ง)
คาคลอ้ งจอง/คากลอน
โอมนะมะนะเม่ยี ง โอมเพีย้ ง โอมเพ้ียง นกเอยี้ งเลย้ี งควาย โอมนะมะนะเมีย่ ง
โอมเพีย้ ง โอมเพ้ียง ขอให้เด็กๆ จงกลายเป็น..................................... ประเดี๋ยวน้ี
(สนุ นั ทา พ่วงทอง)
8. บันทึกผลการจัดประสบการณ์
ข้อดี
...............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
ข้อควรปรบั ปรุง
............................................................................................................................. ..................................
...............................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้การศึกษาปฐมวัยอายุ 3-4 ปี
สปั ดาห์ที่ 7 สาระการเรียนร้ทู ่1ี เร่ืองราวเก่ียวกบั ตวั เดก็
หนว่ ยการเรียนรู้ ปลอดภัยไว้ก่อน
ความคดิ รวบยอด
การดแู ลความปลอดภัยของเดก็ สามารถปฏิบัติได้อย่างง่ายๆ เช่น การเล่นของเล่นให้ถูกวิธีสามารถ
ช่วยใหเ้ ราปลอดภัยได้ รวมไปถงึ การปฏิบัตติ ามกฎระเบียบท่ีจะชว่ ยให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อตนเอง
และผู้อ่ืน เช่น การข้ามถนนต้องใช้สะพานลอยหรือทางม้าลายเด็กได้แลกเปล่ียนเรียนรู้เกี่ยวกับ
ประสบการณใ์ นการเกดิ อุบัตเิ หตุจากส่งิ ที่ใกล้ตัวและระมัดระวังตนเอง ใหป้ ลอดภยั จากอุบตั ิเหตุตา่ งๆ
การระมดั ระวงั ตนเอง ชื่อของเลน่ วิธีการเลน่
จากคนแปลกหน้า
ความปลอดภยั ในการเลน่
ความปลอดภยั ของ ชื่อเครื่องใช้ไฟฟา้ วธิ ีการใช้
ตนเองจากผู้อ่ืน
การขอความช่วยเหลอื เม่อื ปลอดภยั ไว้ก่อน ความปลอดภยั ในการใช้
เกิดภยั อนั ตรายขนึ ้ กบั ตนเอง เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ และของมคี ม
การข้ามถนน
ความปลอดภยั บนท้องถนน
ความปลอดภยั ในการใช้ยา ชื่อของมีคม วิธีการใช้
การระมดั ระวงั ตนเองในการ ชื่อยา วธิ ีการใช้
เดนิ ทางโดยใช้ยานพาหนะ
สิ่งท่ีเดก็ ร้แู ลว้ สง่ิ ท่เี ดก็ ต้องการรู้ ส่ิงทเี่ ดก็ ควรรู้
1. ชอ่ื ของเล่นในห้องเรียน 1. ความปลอดภยั ในการเลน่ 1. ความปลอดภยั ในการเล่น
2. ชอ่ื เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ 2.ความปลอดภยั ในการใช้ 2. ความปลอดภยั ในการใช้
3. การข้ามถนนตรงทางมา้ ลาย
4.................................................. เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ และของมีคม เครื่องใช้ไฟฟา้ และของมีคม
5. ................................................. 3. ความปลอดภยั ในการใช้ยา 3. ความปลอดภยั ในการใช้ยา
4. ความปลอดภัยบนท้องถนน 4. ความปลอดภัยบนท้องถนน
5. ความปลอดภยั ของตนเองจากผ้อู ่นื 5. ความปลอดภัยของตนเองจากผูอ้ นื่
แนวการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 3-4 ปี
สปั ดาหท์ ่ี 7 สาระการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอ่ื งราวเกย่ี วกับตัวเด็ก
หน่วยการเรยี นรปู้ ลอดภยั ไวก้ อ่ น
กิจกรรม เคลื่อนไหวและ เสริมประสบการณ์ สร้างสรรค์ เสรี กลางแจง้ เกมการศึกษา
วันท่ี จงั หวะ - เล่นเคร่อื ง - เกมจับคู่
- ความปลอดภยั ใน - ปน้ั ดนิ นา้ มนั - เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ เล่นสนาม การละเลน่
1 - เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย การเลน่ และกา ตาม เลือกเลน่ ในศนู ยต์ าม อย่างอิสระ เดก็ ไทย
ประกอบอุปกรณ์ ระมัดระวังตนเอง จินตนาการ ความสนใจและคน้ หา
2 (แถบผา้ สี ) ในการเลน่ กบั - ระบายสภี าพ ความถนัดของตนเอง - การเล่น - เกมจัด
3 -การบอกทา่ ทาง โยนบอลลง หมวดหมู่
4 ตนเองและผูอ้ ่นื เดก็ เล่นของ โดยจดั ใหส้ อดคล้องกับ ตะกร้า เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้
- เคลอื่ นไหวรา่ งกาย เลน่ หน่วยการเรยี นรู้ และของมีคม
5 ประกอบอปุ กรณ์ - การเล่น
(แถบผา้ สี ) - วิธีปอ้ งกัน - โรยทรายสี - เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ วง่ิ สามขา - เกมจับคูภ่ าพ
- ปฏิบัติตาม อันตรายจากการใช้ บนเลข 1 เลอื กเลน่ ในศนู ยต์ าม กบั เงาคนอ้วน-
ขอ้ ตกลง เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ไฟ อารบกิ ความสนใจและคน้ หา - การเล่น คนผอม
และของ - รอ้ ยหลอดสี ความถนดั ของตนเอง เกมลอด -เกมเรียงล้าดบั
- เคล่อื นไหวร่างกาย มคี ม เปน็ สร้อย โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกบั อุโมงค์ ส้ันกวา่ - ยาว
อยา่ งอิสระประกอบ หนว่ ยการเรียนรู้ กว่า
จังหวะ ช้า เร็ว - การวิ่งเกบ็ - เกมภาพตดั ตอ่
-บอกความหมาย - ความปลอดภยั ใน - กลง้ิ สีจาก - เปิดโอกาสให้เดก็ ได้ ของเปน็ ทมี ความปลอดภัย
บน ล่าง ได้ บนท้องถนน
การใช้ยา ลูกแกว้ เลอื กเล่นในศนู ยต์ าม
- เคลอ่ื นไหวร่างกาย - บอกวิธีการใช้ยา - ระบายสี ความสนใจและค้นหา - เกมจับคู่ภาพ
อยา่ งอสิ ระ อยา่ งถูกวิธี เทยี น ตวั ความถนดั ของตนเอง อันตรายจากบคุ คล
- ปฏบิ ตั ิตาม B - BEAR โดยจดั ให้สอดคล้องกบั แปลกหนา้
สัญญาณเสยี งเครื่อง หนว่ ยการเรียนรู้
ดนตรี
- ความปลอดภยั -พิมพ์ภาพดว้ ย - เปดิ โอกาสให้เด็กได้
- เคลอ่ื นไหวร่างกาย
อยา่ งอสิ ระ บนท้องถนนและ- นว้ิ มือ เลือกเลน่ ในศนู ยต์ าม
- ปฏิบตั ิการเป็นผูน้ ้า
ผู้ตามทดี่ ีได้ บอกวธิ ปี อ้ งกัน - ประดิษฐ์ ความสนใจและคน้ หา
- กล้าแสดงออก อนั ตราย หน้าสัตว์ ความถนัดของตนเอง
- บัตรภาพ ประหลาด โดยจดั ใหส้ อดคล้องกบั
กถภ หน่วยการเรียนรู้
- อันตรายจากคนแปลก - เปา่ สอี สิ ระ - เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้
หน้า -วาดภาพตอ่ เติม เลือกเล่นในศนู ย์ตาม
-บอกวธิ ีป้องกนั จากวงกลม ความสนใจและคน้ หา
ระมัดระวังตนเองจาก ความถนัดของตนเอง
ภยั อันตรายจากการคน โดยจดั ใหส้ อดคลอ้ งกับ
แปลกหนา้ หนว่ ยการเรยี นรู้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี7 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นร้ยู ่อยความปลอดภัยในการเลน่
1. ชื่อกจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1)ใช้กลา้ มเนื้อเลก็ และกล้ามเน้ือใหญ่ได้
2)ฟังและปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงได้
3)ปฏิบัติตามสญั ญาณได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การทา้ ทา่ ทางประกอบจังหวะ 1) การเคลือ่ นไหวอย่กู บั ท่ี
2) การเคล่อื นไหวร่างกายประกอบอุปกรณ์ 2) การเคล่ือนไหวพร้อมวสั ดุอุปกรณ์
3) การเคล่ือนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
4) การเล่นเครือ่ งดนตรีประกอบจงั หวะ
4. วิธกี ารจัดกิจกรรม
1) ครูให้เด็กร้องเพลง ของเล่นตามทีละวรรคและท้าทา่ ทางประกอบอย่างอสิ ระตามจังหวะที่ครเู คาะ
เม่ือได้ยนิ สญั ญาณหยุดให้หยุดในทา่ น้ันทนั ที
2) เด็กรับแถบผา้ สีคนละ 1 ผืน
3) เดก็ เคลือ่ นไหวรา่ งกายอยู่กับที่อย่างอสิ ระประกอบผา้ สีตามจังหวะท่ีครเู คาะเม่ือได้ยินสญั ญาณหยดุ
ให้หยุดในทา่ นัน้ ทนั ทแี ล้วให้บอกว่าตนเองท้าทา่ ทางอะไรโดยครเู ป็นผู้ถามน้า
4) เด็กปฏิบตั ติ ามข้อ 3 ซา้ อีก 2 ครงั้
5) เด็กพักคลายกลา้ มเนื้อโดยการนง่ั หรือนอนในท่าท่สี บาย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เครอ่ื งเคาะจังหวะ
2) แถบผ้าสีตามจ้านวนเด็กหรอื อปุ กรณ์อน่ื ทใี่ ช้แทนกันได้
3) เพลงของเลน่
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคลอื่ นไหวส่วนตา่ งๆของร่างกาย
2) สังเกตการฟังและปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง
3) สังเกตการเคลื่อนไหวรา่ งกายประกอบอุปกรณ์ ( แถบผ้าสี )
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 7 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย ความปลอดภัยในการเลน่
1. ชอ่ื กจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
การดูแลความปลอดภัยของเด็กสามารถปฏบิ ัติไดอ้ ย่างง่ายๆ เชน่ การเลน่ ของเล่นให้ถูกวธิ ี
สามารถชว่ ยให้ เราปลอดภัยได้ เด็กไดเ้ รยี นรเู้ กี่ยวกับวิธีการใชเ้ ครือ่ งใชต้ า่ งๆ และวิธีการเล่น
ของเลน่ อย่างถูกวิธีให้เกิดความปลอดภยั ตอ่ ตนเองและผู้อน่ื
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) บอกถงึ อบุ ตั เิ หตุท่ีเกดิ ขน้ึ ขณะเลน่ นอกหอ้ งเรียนได้
2) บอกคา่ จ้านวน 1 และตัวเลข 1 ฮินดอู ารบิกได้
3) เลน่ นอกห้องเรียนไดด้ ้วยความปลอดภัย
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
- อบุ ัตเิ หตทุ ี่เกิดขึ้นขณะเล่นนอกห้องเรียน 1) การแลกเปลย่ี นความคิดเห็นการเคลอื่ นไหวตาม
เสียงเพลง/ดนตรี
2) การปฏบิ ตั ิตนให้ปลอดภยั ในชีวติ ประจา้ วัน
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) เดก็ น่งั เป็นรปู ครึง่ วงกลมครรู อ้ งเพลง “ เดนิ และว่ิง” เด็กรอ้ งเพลงตามครูทลี ะวรรค
2) เด็กร้องเพลง “ เดินและวิง่ ” เองพรอ้ มท้าท่าทางประกอบอยา่ งอสิ ระ
3) เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนาซักถามเกีย่ วกบั เนื้อหาของเพลง โดยครูเป็นผู้ถามนา้ เชน่ อบุ ัติเหตทุ ่ีมกั
เกดิ ข้ึนขณะเล่นนอกห้องเรียนมีอะไรบ้างเรามวี ิธีปอ้ งกนั อุบตั เิ หตุ ได้อย่างไร ถ้าเกดิ อบุ ัติเหตุ
แล้วควรท้าอยา่ งไร เป็นตน้
4) เดก็ และครรู ่วมกันสรุปถึงอุบัติเหตุและการป้องกนั ขณะเล่นนอกหอ้ งเรยี น
5) เดก็ ดบู ตั รภาพจา้ นวน ตัวเลข 1 และบตั รภาพจ้านวนและตวั เลข 1 - 5มาให้เด็กดูและบอกจ้านวน
ตามบตั รภาพที่ครูให้ดู โดยไม่มตี ัวเลขบอก
5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1) บตั รภาพจา้ นวน 1
2) บัตรตวั เลข 1 – 5
3) เพลงเดนิ และว่ิง
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการบอกถงึ อุบัตเิ หตุท่ีเกดิ ขึ้นขณะเล่นนอกหอ้ งเรียน
2) สังเกตการบอกค่าจา้ นวน 1 และตวั เลข 1ฮินดอู ารบิกได้
3) เล่นนอกห้องเรยี นไดด้ ว้ ยความปลอดภัย
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 7 วันท่ี 1 สาระการเรียนรู้ย่อย มารยาทในการรบั ประทานอาหาร
1. ชื่อกิจกรรม สร้างสรรค์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ปั้นดินน้ามันตามจินตนาการได้ 2) ระบายสีภาพเดก็ เล่นของเล่นได้
3) ใชก้ ล้ามเน้ือเล็กท้างานประสานสมั พนั ธร์ ะหว่างมือ-ตาได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การปั้นดนิ น้ามนั ตามจนิ ตนาการ 1) การป้นั
2) การระบายสีภาพเด็กเล่นของเลน่ 2) การเขียนภาพและเลน่ กับสี
4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม
1) ครจู ัดเตรียมกิจกรรมไว้ 2 กิจกรรม คือ การปั้นดนิ น้ามนั และการระบายสภี าพเด็กเล่นของเล่น
2) ครแู นะนา้ อปุ กรณ์วิธกี ารปฏิบตั ิและทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการปน้ั ดินน้ามนั
และระบายสภี าพเด็กเล่นของเล่นดงั นี้
2.1 การป้นั ดินน้ามัน
- ครูแนะนา้ อปุ กรณ์ในการปัน้ ดนิ น้ามัน
- ครูน้าดนิ น้ามนั มาสาธิตการนวดและบบี จนดินน้ามนั น่ิม
- เด็กปน้ั ดินน้ามันตามจินตนาการ
2.2 การระบายสีภาพเดก็ เลน่ ของเล่น
- ครแู นะนา้ อปุ กรณ์การระบายสีภาพเด็กเล่นของเล่น
- ครนู า้ ใบงานระบายสีมามาให้เด็กดูและแนะนา้ วธิ กี ารระบายสใี ห้เด็กฟัง
- ใหเ้ ด็กระบายสภี าพเด็กเล่นของเล่น
3) เด็กเลือกปฏบิ ัติกิจกรรมตามความสนใจแล้วน้าผลงานมาบอกชอื่ และเลา่ เร่ืองให้ครจู ดบนั ทกึ
4) อาสาสมัครเลอื กผลงานตนเองระหว่างการปัน้ ดินน้ามันและการระบายสภี าพเด็กเลน่ ของเล่น
มาเลา่ ให้เพือ่ นฟงั หนา้ ช้ันเรียน
5) เด็กทุกคนช่วยกนั จดั อปุ กรณ์ใหเ้ รยี บร้อย
5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1) ดนิ นา้ มนั 2) แผ่นรองปน้ั ดินนา้ มัน
3) ใบงานระบายสีภาพเด็กเล่นของเลน่ 4) สเี ทยี นสีไม้
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการปั้นดินน้ามันตามจินตนาการ 2) สังเกตการระบายสภี าพ
3) สงั เกตการใช้กลา้ มเนื้อเลก็ ท้างานประสานสัมพันธ์ระหว่างมอื -ตา
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 7 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย ความปลอดภยั ในการเลน่
1. ช่อื กิจกรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สังเกต ส้ารวจ ทดลอง คน้ คว้า คิดแกป้ ญั หาในการท้างานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและส่ิงท่ีตนเลน่
3) มวี นิ ยั ความรบั ผดิ ชอบมีมารยาท ช่วยเหลือ แบ่งปัน อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสติปัญญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้
- การเล่นตามศนู ยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณต์ ่าง ๆ อยา่ งอิสระผา่ นการเล่น ทดลอง
คดิ ค้นควา้ สร้างสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาค้าตอบ ซึ่งจะชว่ ยพัฒนาความคดิ จินตนาการ
- ภาษา ควบคู่ไปกบั ความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ การรอคอย การแบง่ ปนั การใฝ่รูแ้ ละการอย่รู ว่ มกนั
เพ่ือพัฒนาการเข้าสูส่ งั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเลน่ เครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างสง่ิ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชนิ้ เล็กเตมิ ในชน้ิ ใหญใ่ หส้ มบรู ณแ์ ละการแยกช้ินส่วน
3) การเลน่ และการทา้ งานร่วมกับผู้อื่น
4) การรับรู้ แสดงความรู้สกึ ผ่านสื่อ วัสดุ ของเลน่ และชน้ิ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเล่นต่างๆ
6) การสร้างสรรคช์ นิ้ งานโดยใช้รปู ร่าง รูปทรงจากวัสดทุ ่หี ลากหลาย
4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1) ครูแนะนา้ การเล่นการปฏิบตั ิตนในการเล่นศนู ย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเลน่ ศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูให้คา้ แนะนา้ กระตนุ้ สง่ เสริม ให้คา้ ชมเชยเพ่ือให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ให้เด็กเล่นอยา่ งอิสระหลังจากเลกิ เลน่ ให้เดก็ ท้าความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกบั เกบ็ ของเขา้ ท่ใี ห้เรยี บรอ้ ย
5. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
- อปุ กรณ์ต่างๆ ท่ีจดั ไว้ตามศนู ยก์ ิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพนั ธก์ ับหน่วยการเรยี นรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตพฤตกิ รรมการส้ารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คิดแกป้ ัญหาในการทา้ งานและการเลน่ เปน็ กลมุ่
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏิบตั ิกิจกรรมการคิดสรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสิง่ ทเ่ี ล่น
3) สังเกตความมีวนิ ยั ความรบั ผิดชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและมี
จิตสาธารณะ
4) สังเกตความกา้ วหนา้ ของพฒั นาการทง้ั 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 7 วนั ที่ 1 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย ความปลอดภัยในการเล่น
1. ชอื่ กิจกรรม กลางแจ้ง
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1)ใช้กลา้ มเน้อื เล็กและกลา้ มเนื้อใหญ่ได้
2)เล่นรว่ มร่วมกบั ผู้อ่นื ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
- การเล่นเครื่องเล่นสนาม 1) การเล่นเคร่ืองเล่นอยา่ งปลอดภัย
2) การเล่นนอกหอ้ งเรียน
3) การเลน่ หรอื ทา้ ร่วมกบั กลมุ่ เพ่อื น
4) การเล่นเครือ่ งเล่นสนามอยา่ งอสิ ระ
4.วิธกี ารจดั กิจกรรม
1)เด็กและครรู ว่ มกันสรา้ งข้อตกลงในการเล่นเครือ่ งเล่นสนามดังนี้
- เลน่ ด้วยความระมดั ระวัง
- รจู้ ักรอคอยและแบง่ ปนั กนั เล่น
2)ครตู รวจดูความพร้อมของเครื่องเล่นสนามกอ่ นทุกคร้งั หากเกิดความช้ารดุ ใหร้ ีบทา้ การซอ่ มแซม
เพอ่ื ความปลอดภยั
3) ครูแนะน้าเคร่ืองเลน่ สนามและวธิ กี ารเล่นทถี่ ูกวธิ ีเพือ่ ความปลอดภยั
4)เดก็ เล่นเครือ่ งเล่นสนามอย่างอสิ ระตามความสนใจ
5)ขณะท่เี ดก็ เลน่ ครูเดินดูการเล่นอยา่ งใกลช้ ิดพรอ้ มแนะน้าการเล่นที่ถูกวิธีและปลอดภัย
6)เด็กดูแลความสะอาดบริเวณทเ่ี ลน่ แลว้ จึงไปท้าความสะอาดร่างกาย
7) เดก็ พักคลายกล้ามเน้ือโดยการนั่งหรือนอนในท่าท่ีสบาย
5. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
- เคร่ืองเล่นสนาม
6. การประเมนิ ผล
1)สงั เกตการใช้กลา้ มเนื้อเล็กและกลา้ มเนื้อใหญ่
2)สงั เกตการเลน่ ร่วมกับผู้อ่ืน
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 7 วนั ที่ 1 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย ความปลอดภยั ในการเลน่
1. ชอ่ื กจิ กรรม เกมการศกึ ษา
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) จบั คูภ่ าพการละเล่นเด็กไทยได้
2) ส่งเสรมิ การเลน่ รว่ มกนั
3) เล่นแลว้ เก็บเกมการศึกษาเข้าทไ่ี ด้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
- เกมจับคภู่ าพการละเล่นเด็กไทย 1) การจับคู่ การเปรยี บเทียบและการ
เรยี งลา้ ดบั สิง่ ตา่ งๆตามลกั ษณะความยาว/
ความสงู น้าหนกั ปริมาตร
2) การเล่นรายบคุ คล กลมุ่ ย่อยและกลมุ่ ใหญ่
3) การเล่นบทบาทสมมติในการปฏิบัตติ นในความเปน็
คนไทย
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครแู นะน้าถงึ วธิ เี ลน่ เกมจับคู่ภาพการละเล่นเด็กไทยให้เดก็ ๆฟัง และสาธติ วธิ กี ารเล่นใหเ้ ดก็ ดู
2) ครแู จกเกมจบั ค่ภู าพการละเล่นเดก็ ไทย ให้เด็กท่ีได้สังเกตความเหมือนความตา่ งของ
3) ให้เดก็ เล่นเกมจับคู่ภาพแบบหนงึ่ ต่อหนึง่
4) ขณะเดก็ เลน่ เกมครูดแู ลและให้คา้ แนะน้าในการเล่นอย่างใกลช้ ดิ พร้อมกบั แนะนา้ ดังนี้
- การเลน่ ทีถ่ กู ต้อง
- การรอคอย
- การชว่ ยกนั คดิ แก้ปญั หา
5) เด็กจัดเกบ็ เกมเข้าทเี่ มื่อเลิกเลน่ ก่อนไปเลน่ เกมอืน่
5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
1) เกมจบั คู่ภาพการละเลน่ เด็กไทย
2) เกมชดุ เดิม
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการตัดสินใจและการแกป้ ัญหาในการเล่นเกม
2) สงั เกตการเล่นร่วมกบั ผ้อู น่ื
3) สังเกตการเกบ็ ของเขา้ ท่ีเม่ือเลิกเลน่
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 7 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ความปลอดภัยในการใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าและของมีคม
1. ชอ่ื กิจกรรม เคล่ือนไหวและจงั หวะ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1)ใช้กล้ามเนอื้ เล็กและกล้ามเนอื้ ใหญ่ได้ตามที่ครูก้าหนด
2) ฟังและปฏิบตั ติ ามข้อตกลงได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) จงั หวะ ชา้ – เร็ว 1) การเคล่อื นไหวอยู่กบั ที่
2) ฟังและปฏิบตั ิตามสญั ญาณ 2) การเล่นบทบาทสมมตเิ หตุการณ์ตา่ งๆ
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครูใหเ้ ด็กรอ้ งเพลง ของแหลมคมตามครู และให้เด็กเคล่ือนไหวร่างกายอย่างอิสระตามจงั หวะ
ทค่ี รูเคาะเมื่อได้ยินสัญญาณหยุดให้หยุดในท่านน้ั ทนั ที
2) เดก็ จับมือเปน็ วงกลมแลว้ น่งั ลง
3) อาสาสมัคร 1 คนออกมาแสดงทา่ ทางตามที่ครูก้าหนด เช่น มดี บาดนวิ้ มือ ใหเ้ ด็กที่เหลือทา้ ตาม
เปลี่ยนอาสาสมคั รออกมาทา้ ท่าทาง
4) เดก็ เคลอ่ื นไหวร่างกายอยา่ งอสิ ระตามจงั หวะที่ครเู คาะเมื่อได้ยินสญั ญาณหยดุ ให้กลบั มานงั่ เปน็ รปู
วงกลม
5) เด็กปฏิบัตติ ามข้อ 3 ซ้าอีก 2 ครัง้
7) เด็กพกั คลายกลา้ มเนื้อโดยการนงั่ หรือนอนในท่าที่สบาย
5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1) เครือ่ งเคาะจงั หวะ
2) นกหวีด
3) เพลงของแหลมคม
6. การประเมินผล
1) สังเกตการใชก้ ลา้ มเน้ือเลก็ และกลา้ มเน้ือใหญ่
2) สังเกตการฟังและปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 7 วันท่ี 2 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟา้ และของมีคม
1. ชอ่ื กิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
ทกุ ๆ สถานท่ีทเ่ี ราทา้ กจิ กรรมอาจทา้ ให้เกิดอบุ ตั ิเหตุไดต้ ลอดเวลาไม่วา่ จะเป็นนอกบา้ น
หรือในบ้าน อบุ ัตเิ หตุในบ้าน เช่น อุบัตเิ หตจุ ากของมีคม อุบัติเหตจุ ากปลั๊กไฟอบุ ัติเหตุจากการ
ใช้บนั ได อบุ ัติเหตุจากการเปดิ -ปดิ ประตู
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกชอ่ื เครื่องใช้ไฟฟ้าและของแหลมคมได้
2) แสดงความคดิ เหน็ ได้
3) บอกวธิ กี ารใชเ้ ครือ่ งใช้ไฟฟ้าและของมีคมได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าและของมคี ม 1) การปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภัยในชวี ิตประจ้าวัน
2) วิธกี ารใช้เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ และของมีคมอย่างปลอดภยั 2) การฟงั นิทานเร่อื งราวเหตกุ ารณเ์ กย่ี วกบั การ
ปอ้ งกันและรักษาความปลอดภัย
4. วิธีการจดั กิจกรรม
1)เดก็ นั่งเป็นรูปวงกลมเล่นเกมปริศนาคา้ ทายเก่ียวกบั การบอกชือ่ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า และของมีคม
จากนั้น ครอู า่ นค้าคล้องจองเร่อื ง“ ปลอดภัยไว้ดีกวา่ ”ใหเ้ ด็กพูดคา้ คล้องจองตามครูทีละวรรค
2) เดก็ และครูร่วมกันสรปุ ชื่อเครื่องใช้ไฟฟา้ และของมีคมทัง้ หมดทเี่ ดก็ ๆบอก
3) เด็กและครูรว่ มกนั สนทนาซกั ถามเกีย่ วกับวธิ กี ารใชแ้ ละปอ้ งกันอนั ตรายจากเครื่องใช้ไฟฟ้า และของ
มีคมทเี่ ดก็ ๆบอกช่ือ เชน่ เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า บอกลกั ษณะและประเภทของของแหลมคมลกั ษณะอยา่ งไร
มีของแหลมคมอะไรบ้าง วธิ ีป้องกันอันตรายจาก เครือ่ งใช้ไฟฟา้ และของแหลมคมได้ การดแู ลรกั ษา
เมื่อไดร้ ับอันตรายจากเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าและของมคี ม เปน็ ตน้
4) เดก็ และครูร่วมกันสรุปถงึ เนือ้ หาในข้อ 3
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เกมปริศนาคา้ ทายเก่ียวกับชือ่ เครื่องใช้ไฟฟา้ และของมีคม
2) คา้ คล้องจองปลอดภยั ไวด้ กี วา่
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการบอกช่ือเคร่อื งใช้ไฟฟ้าและของแหลมคม
2) สงั เกตการสนทนาแสดงความคิดเหน็
3) สังเกตการบอกวธิ ีการใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าและของมคี ม
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 7 วันท่ี 2 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ยความปลอดภัยในการใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าและของมคี ม
1. ชอื่ กจิ กรรมสรา้ งสรรค์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) โรยทรายสีลงบนเลข 1ตามแบบที่ก้าหนดได้ 2) รอ้ ยหลอดสเี ป็นสร้อยคอได้
3) ใชก้ ลา้ มเน้ือเลก็ ท้างานประสานสัมพนั ธร์ ะหวา่ งมือ-ตาได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การโรยทรายสลี งบนเลข 1ตามแบบทกี่ ้าหนด 1) การป้นั
2) การร้อยหลอดสเี ปน็ สร้อยคอดนิ เหนยี ว ดินน้ามันฯลฯ 2) การท้ากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ
4. วิธกี ารจัดกิจกรรม
1) ครจู ดั เตรียมกจิ กรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การโรยทรายสีลงบนเลข 1ตามแบบท่ีก้าหนดและ
การร้อยหลอดสเี ป็นสร้อยคอ
2) ครูแนะนา้ อุปกรณ์วิธีการปฏิบัติ และทบทวนข้อตกลงในการปฏิบัติกจิ กรรมการป้ันดนิ น้ามนั
และการรอ้ ยหลอดสีเป็นสร้อยคอดังนี้
2.1 การโรยทรายสีลงบนเลข 1ตามแบบทีก่ า้ หนด
- ครูแนะน้าอปุ กรณ์ในการโรยทรายสี ลงบนใบงานเลข 1
- ครูนา้ กาวมาทาลงบนกระดาษใบงานเลข 1 แล้วใช้ทรายสีโรยลงบนกระดาษ
- เดก็ ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามขั้นตอนการโรยทรายสลี งบนเลข 1
2.2 การร้อยหลอดสเี ปน็ สรอ้ ยคอ
- ครูแนะนา้ อุปกรณ์การการร้อยหลอดสเี ปน็ สรอ้ ยคอ
- ครูนา้ เชอื กรอ้ ยและหลอดสตี ดั ส้ันขนาด 3-4 ซ.ม. มาร้อยให้เดก็ ดู
- ให้เดก็ รอ้ ยหลอดสีจนเสรจ็ ครูเปน็ ผู้ผกู เชอื กปมใหเ้ ดก็ เปน็ สร้อยคอ
3) เด็กเลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ แล้วน้าผลงานมาบอกชอ่ื และเลา่ เรอื่ งใหค้ รูจดบันทกึ
4) อาสาสมัครเลอื กผลงาน การโรยทรายสีลงบนเลข 1และการร้อยหลอดสีเป็นสรอ้ ยคอมาเล่าให้
เพอ่ื นฟังหน้าช้ันเรียน
5) เด็กทุกคนชว่ ยกนั จดั อปุ กรณใ์ ห้เรยี บร้อย
5. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
1) ทรายสตี ่างๆ 2) กาว
3) ใบงานเลข 1 3) หลอดสีต่างๆ เชือกร้อย
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการใช้กล้ามเน้ือเลก็ 2) สงั เกตการบอกชอื่ ผลงาน 3) การตรวจผลงาน
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 7 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ยความปลอดภัยในการใชเ้ ครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าและของมีคม
1. ช่อื กจิ กรรม เสรี
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สงั เกต ส้ารวจ ทดลอง คน้ คว้า คดิ แกป้ ญั หาในการท้างานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณต์ รงในการใชภ้ าษา มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ตอ่ งานและส่ิงท่ตี นเล่น
3) มีวนิ ัย ความรบั ผิดชอบมมี ารยาท ชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมจี ติ สาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสติปญั ญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้
- การเลน่ ตามศนู ยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อยา่ งอสิ ระผ่านการเลน่ ทดลอง
คิดค้นคว้าสรา้ งสรรค์ การแก้ปญั หาและการแสวงหาคา้ ตอบ ซึ่งจะช่วยพฒั นาความคิด จนิ ตนาการ
ภาษา ควบคู่ไปกับความมวี นิ ัย ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปนั การใฝ่ร้แู ละการอยู่รว่ มกัน
เพื่อพัฒนาการเข้าสูส่ ังคม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเลน่ เคร่ืองเล่นสัมผสั และการสรา้ งสิง่ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของช้นิ เล็กเตมิ ในชนิ้ ใหญ่ใหส้ มบรู ณ์และการแยกชนิ้ ส่วน
3) การเล่นและการท้างานรว่ มกับผอู้ น่ื
4) การรับรู้ แสดงความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่นและชน้ิ งาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ์/มมุ เล่นตา่ งๆ
6) การสร้างสรรค์ช้ินงานโดยใช้รูปร่าง รูปทรงจากวัสดุท่หี ลากหลาย
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ครแู นะนา้ การเล่นการปฏิบตั ิตนในการเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูใหค้ ้าแนะนา้ กระต้นุ ส่งเสริม ใหค้ ้าชมเชยเพ่ือให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเลน่ อย่างอสิ ระหลงั จากเลิกเลน่ ให้เดก็ ทา้ ความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มกบั เกบ็ ของเข้าท่ีใหเ้ รียบร้อย
5. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
- อปุ กรณต์ ่างๆ ทีจ่ ดั ไวต้ ามศูนย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคลอ้ งสมั พนั ธ์กับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสา้ รวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแก้ปญั หาในการทา้ งานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) สงั เกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ัติกจิ กรรมการคิดสร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่เล่น
3) สงั เกตความมีวินัย ความรบั ผดิ ชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบ่งปนั อดทนรอคอยและมี
จิตสาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหน้าของพัฒนาการทั้ง 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 7 วันท่ี 2 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย ความปลอดภัยในการใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ และของมคี ม
1. ชอื่ กิจกรรม กลางแจง้
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ใชก้ ลา้ มเนอื้ เลก็ และกล้ามเน้ือใหญไ่ ด้
2) ปฏิบัติตามขอ้ ตกลงได้
3) โยนลูกบอลลงตะกรา้ ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การโยนลกู บอลลงตะกรา้ 1) การเลน่ นอกห้องเรียน
2) กฎกติกาในการเลน่ 2) การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอปุ กรณ์
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) เดก็ จับมือเป็นรูปวงกลม ให้อาสาสมัคร 1 คนออกมานา้ ทา่ กายบริหารพนื้ ฐาน เดก็ ที่เหลือ
ท้าทา่ ทางตามผู้น้า เปล่ียนผนู้ ้าอีก 5 คน
2) ครูสาธติ การโยนลกู บอลลงตะกรา้ เด็กลองโยนลูกบอลลงตะกร้าทุกคน
3) เด็กแข่งขันเกมโยนลูกบอลลงตะกรา้ โดยครูคอยดูแลและใหค้ ้าแนะนา้ อยา่ งใกลช้ ดิ
4) เด็กพกั คลายกลา้ มเน้ือโดยการนัง่ หรือนอนในท่าท่ีสบาย
5) เดก็ เลน่ อย่างอสิ ระตามความสนใจ
5. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1) เครื่องเลน่ สนาม
2) ตะกร้าพลาสติก ลกู บอล
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการ ใช้กลา้ มเน้ือเลก็ และกลา้ มเนอื้ ใหญ่
2) สังเกตการปฏิบัติตามข้อตกลง
3) สังเกตการโยนลกู บอลลงตะกรา้
แผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 7 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครือ่ งใช้ไฟฟ้าและของมคี ม
1. ชอื่ กิจกรรม เกมการศกึ ษา
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เล่นเกมจดั หมวดหมู่เครอื่ งใช้ไฟฟ้าและของมคี มได้
2) เลน่ กับผ้อู ืน่ ได้
3) เลน่ แลว้ เก็บเกมการศึกษาเขา้ ที่ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
- เกมจัดหมวดหมเู่ คร่ืองใชไ้ ฟฟ้า 1) การคัดแยก การจดั กลุ่มและการจ้าแนกสิง่
และของมีคม ต่างๆตามลักษณะรปู รา่ งและรูปทรง
2) การมีส่วนรว่ มในการเลือกวธิ กี ารแก้ปัญหา
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครูแนะนา้ วธิ เี ล่นเกมจัดหมวดหมเู่ ครอื่ งใช้ไฟฟา้ และของมคี ม และสาธติ วธิ ีการเลน่ ใหเ้ ด็กดู
2) ครูแจกเกมให้เด็กๆเดก็ ท่ีได้สังเกตเกมจดั หมวดหมู่เครือ่ งใช้ไฟฟา้ และของมีคม แลว้ ให้แยกภาพ
ออกเปน็ ของใช้ไฟฟา้ และของมีคมออกจากกันเป็น 2 กลุ่ม
3) ใหเ้ ด็กเล่นเกมจดั หมวดหมู่เครื่องใช้ไฟฟ้า และของมีคม
4) ขณะเดก็ เลน่ เกมครดู ูแลและให้ค้าแนะน้าในการเล่นอย่างใกลช้ ดิ พรอ้ มกับแนะนา้ ดงั น้ี
- การเล่นท่ีถกู ต้อง
- การรอคอย
- การชว่ ยกันคิด แกป้ ญั หา
- ความอดทนเลน่ จนจบเกม
5) เด็กจดั เกบ็ เกมเข้าท่ีเม่ือเลกิ เลน่ ก่อนไปเลน่ เกมอนื่
5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1) เกมจัดหมวดหม่เู ครื่องใชไ้ ฟฟ้า และของมีคม
2) เกมชุดเดิม
6. การประเมินผล
1) สังเกตการตดั สินใจและการแก้ปัญหาในการเลน่ เกม
2) สังเกตการเลน่ รว่ มกบั ผูอ้ ่ืน
3) สังเกตการเกบ็ ของเขา้ ทเ่ี มื่อเลกิ เล่น
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 7 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรยู้ ่อย ความปลอดภัยในการใชย้ า
1. ชื่อกจิ กรรม เคล่ือนไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เคลือ่ นไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกายได้
2) ฟังและปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลงได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) การท้าท่าทางประกอบสญั ญาณ 1) การเคลอื่ นไหวอยู่กับที่
2) การเคลื่อนไหวรา่ งกาย 2) การเคลื่อนไหวเคลื่อนท่ี
4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม
1) เดก็ เคลอ่ื นไหวรา่ งกายอยา่ งอิสระตามจงั หวะท่ีครูเคาะเม่ือไดย้ ินสัญญาณหยุดใหห้ ยุดในท่านั้นทนั ที
2) เด็กเคลอ่ื นไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระตามจงั หวะที่ครเู คาะเม่ือไดย้ นิ สญั ญาณหยุดให้ปฏบิ ัติ
ตามข้อตกลงดังนเ้ี ม่ือไดย้ ินสัญญาณเสียงกลองให้ท้าท่าเดินตามจงั หวะ เมื่อได้ยินสญั ญาณเสยี ง
กระดิ่งให้กระโดดสงู ตามจังหวะไปรอบๆห้อง
3) เดก็ ปฏบิ ัตติ ามข้อ 2 ซา้ อีก 2 ครงั้
4) เดก็ พักคลายกล้ามเน้ือโดยการนัง่ หรือนอนในท่าทีส่ บาย
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เคร่ืองเคาะจงั หวะ
2) นกหวีด กลอง กระด่ิง
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคลอ่ื นไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกาย
2) สังเกตการฟังและปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 7 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ความปลอดภยั ในการใชย้ า
1. ชือ่ กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
ยาคอื สารหรอื สารเคมีท่มี ีฤทธต์ิ ่อสง่ิ มชี ีวติ และไมใ่ ชอ่ าหาร ใชใ้ นการปอ้ งกนั รกั ษา หรือ
บ้าบัดโรคต่างๆ ในคนและสัตว์ เพื่อให้พ้นจากการเจบ็ ป่วยจากโรคภัยตา่ ง ๆ ยามที ้ังทีใ่ ช้ภายนอก
ร่างกาย และชนิดที่ใชร้ บั ประทาน
ยาท่ีใชร้ กั ษาภายนอก คือ ยาที่ใชท้ า นวด หรอื เช็ดแผลภายนอกรา่ งกาย หา้ มใชร้ ับประทาน
เช่นยาเหลือง ยาหมอ่ ง เบทาดนี ใส่แผล
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) บอกชอ่ื ยาทาภายนอกและวธิ ีการใช้
2) สนทนาแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับยาได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- การใช้ยาทาภายนอก 1) การปฏิบัติตนให้ปลอดภยั ในชีวิตประจ้าวนั
ของผู้อ่นื
2) การฟงั นทิ านเร่ืองราวเหตุการณ์เกย่ี วกบั การ
ปอ้ งกันและรักษาความปลอดภัย4. วิธีการจัด
กิจกรรม
1) เด็กน่งั เป็นรูปครึ่งวงกลม ครูน้าตวั อยา่ งยาของจรงิ ทั้งชนดิ ใชภ้ ายนอกและชนิดรบั ประทาน
พรอ้ มทั้งรปู ภาพยาชนิดตา่ ง ๆ มาให้เด็กดู
2) เดก็ และครูร่วมกันสนทนาซกั ถามเกีย่ วกบั ยาที่เห็น โดยครูเปน็ ผถู้ ามน้า เช่น ใครรจู้ ักยาพวกนีบ้ ้าง
ยาทีเ่ หน็ อย่นู ้มี ีความเหมือนและแตกต่างกนั อยา่ งไร ยานี้ใช้ท้าอะไร ยานีร้ บั ประทานได้ไหม
ถา้ รบั ประทานไปแล้วจะเปน็ อยา่ งไร
3) ครสู าธติ การท้าความสะอาดบาดแผลและการทายา โดยครคู อยดูแลและใหค้ ้าแนะน้าอย่างใกล้ชิด
4) เด็กและครรู ่วมกนั สรุปถึงเนือ้ หาจากขอ้ 3
5. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
1) ยาเหลอื ง ยาหม่องเบทาดีน ใส่แผล
2) ภาพยาชนดิ ต่างๆ ทงั้ ใชภ้ ายนอกและยาชนิด
3) แผ่นภาพยาที่ใช้ภายนอก และยารบั ประทาน ชนดิ ท่ใี ชร้ บั ประทาน
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการบอกชือ่ ยาทาภายนอกและวิธกี ารใช้
2) สังเกตการสนทนาแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับยา
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 7 วนั ที่ 3 สาระการเรยี นรยู้ ่อย ความปลอดภยั ในการใชย้ า
1. ช่ือกจิ กรรม สรา้ งสรรค์
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) กล้ิงสจี ากลกู แก้วได้
2) ระบายสตี ัวอกั ษร B และภาพหมีท่ีกา้ หนดได้
3) ใช้กล้ามเน้ือเลก็ ท้างานประสานสมั พันธร์ ะหว่างมอื -ตาได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) การกลิง้ สีจากลูกแกว้ 1) การเขยี นภาพและเลน่ กบั สี
2) การระบายสตี ัวอกั ษร B และภาพหมีที่กา้ หนด 2) การท้ากิจกรรมศลิ ปะตา่ งๆ
4. วิธีการจดั กจิ กรรม
1) ครูจัดเตรยี มกิจกรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การกล้งิ สจี ากลูกแก้วและระบายสตี ัวอักษร B และภาพหมี
2) ครแู นะนา้ อปุ กรณ์วธิ กี ารปฏิบตั ิ และทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการปนั้ ดนิ น้ามัน
และการระบายสีตัวอักษร B และภาพหมที ่ีกา้ หนด ดงั นี้
2.1การกลงิ้ สีจากลูกแกว้
- ครูแนะน้าอปุ กรณ์ในการกล้ิงสีจากลูกแกว้ สนี ้าใส่ถ้วย ลูกแกว้ ใสล่ งในถว้ ยสี และช้อน
- ครนู า้ ฝากล่องลงั กระดาษ 4 หงายข้นึ น้าแผน่ กระดาษ A 4 วางลงขา้ งในฝา แลว้ ใช้ชอ้ น
ตกั ลกู แก้วในถว้ ยสมี าวางลงบนกระดาษในฝากล่อง จากน้ากล้งิ ลูกแกว้ ไปทั่วๆ จนสที ลี่ ูกแก้ว
หมดแลว้ ตักลกู แกง้ ไปใส่ในถ้วยสี และตักมากลง้ิ สอี กี ตามความต้องการ
- เดก็ กล้ิงสีจากลกู แกว้
2.2 การระบายสีตวั อักษร B และภาพหมีท่ีก้าหนด
- ครูแนะนา้ อุปกรณ์การระบายสีตวั อกั ษร B และภาพหมี
- ครนู า้ ใบงานระบายสตี ัวอกั ษร B และภาพหมีมาใหเ้ ด็กดู
- ให้เด็กระบายสตี ัวอักษร B และภาพหมี
3) เด็กเลือกปฏบิ ัติกจิ กรรมตามความสนใจ แลว้ น้าผลงานมาบอกชื่อและเลา่ เร่ืองให้ครูจดบันทึก
4) อาสาสมัครเลือกผลงานตนเองระหวา่ งการกลงิ้ สีจากลกู แกว้ และการระบายสีตวั อักษร B
และภาพหมีทกี่ ้าหนดมาเลา่ ให้เพื่อนฟังหน้าช้นั เรยี น
5)เดก็ ทุกคนชว่ ยกนั จดั อุปกรณใ์ หเ้ รียบรอ้ ย
5. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) ลกู แกว้ 2) สีน้า
3) ใบงาน 4) ฝากลอ่ งกระดาษ A4
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการใช้กล้ามเนื้อเล็ก 2) สงั เกตการบอกชอื่ ผลงาน
3) การตรวจผลงานจากการกลิง้ สจี ากลูกแกว้ และการระบายสตี วั อักษรB และภาพหมีท่ีกา้ หนด
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 7 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ความปลอดภยั ในการใชย้ า
1. ชอื่ กิจกรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) สังเกต สา้ รวจ ทดลอง คน้ คว้า คิดแก้ปัญหาในการท้างานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มปี ระสบการณ์ตรงในการใชภ้ าษา มีจนิ ตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ต่องานและสิง่ ท่ีตนเลน่
3) มวี นิ ัย ความรับผิดชอบมมี ารยาท ชว่ ยเหลือ แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปญั ญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้
- การเล่นตามศนู ยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณต์ ่าง ๆ อยา่ งอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง
คดิ ค้นควา้ สร้างสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคา้ ตอบ ซ่ึงจะช่วยพฒั นาความคดิ จินตนาการ
- ภาษา ควบคไู่ ปกบั ความมีวินัย ความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปนั การใฝ่รแู้ ละการอยรู่ ว่ มกัน
เพอ่ื พฒั นาการเข้าสู่สงั คม
ประสบการณส์ าคัญ
1) การเล่นเคร่ืองเล่นสัมผัสและการสร้างสิ่งต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของช้ินเล็กเติมในช้นิ ใหญ่ให้สมบรู ณ์และการแยกช้นิ ส่วน
3) การเล่นและการทา้ งานรว่ มกบั ผูอ้ น่ื
4) การรับรู้ แสดงความร้สู กึ ผา่ นสื่อ วสั ดุ ของเล่นและชน้ิ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เลน่ ตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ้นิ งานโดยใชร้ ูปรา่ ง รปู ทรงจากวัสดุท่หี ลากหลาย
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครูแนะนา้ การเล่นการปฏบิ ตั ิตนในการเล่นศูนย์กจิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลอื กเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู หค้ า้ แนะน้า กระตุ้น ส่งเสริม ให้ค้าชมเชยเพื่อใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ให้เดก็ เล่นอยา่ งอิสระหลังจากเลิกเล่นให้เดก็ ทา้ ความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มกบั เกบ็ ของเขา้ ทีใ่ ห้เรียบร้อย
5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
- อปุ กรณต์ ่างๆ ที่จดั ไว้ตามศูนยก์ จิ กรรมเสรี ตอ้ งสอดคลอ้ งสมั พันธก์ ับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตพฤติกรรมการส้ารวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแกป้ ญั หาในการท้างานและการเล่นเปน็ กลมุ่
2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสง่ิ ท่ีเล่น
3) สังเกตความมวี ินัย ความรบั ผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบ่งปนั อดทนรอคอยและมี
จติ สาธารณะ
4) สังเกตความก้าวหนา้ ของพฒั นาการท้ัง 4 ด้าน
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 7 วนั ที่ 3 สาระการเรียนรยู้ ่อย ความปลอดภยั ในการใชย้ า
1. ชื่อกิจกรรมกลางแจง้
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ใช้กลา้ มเนื้อเลก็ และกล้ามเน้อื ใหญไ่ ด้
2) เลน่ ร่วมกันได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) การเล่นรว่ มกับผู้อ่นื 1) การเลน่ รายบคุ คล กลมุ่ ย่อยและกล่มุ ใหญ่
2) การเลน่ นอกหอ้ งเรยี น
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครเู ตรียมผา้ ผูกขาเด็ก นกหวดี ให้สัญญาณ
2) ครูให้เด็กจับค่กู ัน แลว้ เอาผา้ ผกู ขาเดก็ ของเด็กเขา้ ด้วยกัน ผูกหลวมๆ (แตอ่ ยา่ หลวมมากจนหลุด
เวลาวิ่ง เดนิ หรอื กระโดด)
3) เม่ือครใู ห้สัญญาณ ผูเ้ ลน่ แต่ละคูใ่ ห้ฟงั และปฏิบัตติ ามค้าส่งั เช่น เดนิ วง่ิ กระโดด หรอื นง่ั ยอง
เดินเข้าเสน้ ชยั ปลายทาง
4) คใู่ ดถงึ ก่อนชนะ
5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1) ตัวเด็ก
2) ผ้าผกู ขา
6. การประเมินผล
1) สังเกตการใช้กล้ามเนื้อเลก็ และกล้ามเน้ือใหญ่
2) สังเกตการเลน่ รว่ มกนั
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 7 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรยู้ ่อย ความปลอดภยั ในการใช้ยา
1. ชอื่ กิจกรรม เกมการศกึ ษา
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) เลน่ เกมจับคภู่ าพกับเงาคนอ้วน – คนผอม และเกมเรยี งล้าดับส้ันกวา่ – ยาวกวา่ ได้
2) สง่ เสรมิ การเล่นร่วมกนั
3) เลน่ แล้วเกบ็ เกมการศึกษาเข้าท่ไี ด้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) เกมจับคภู่ าพกับเงาคนอ้วน – คนผอม 1) การมสี ่วนรว่ มในการเลือกวิธีการแกป้ ัญหา
2) เกมเรยี งลา้ ดบั สัน้ กวา่ – ยาวกว่า 2) การให้ความรว่ มมือในการปฏิบตั ิกจิ กรรม
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) ครแู นะนา้ ถึงวธิ เี ล่นเกมจับคู่ภาพกับเงาคนอว้ น – คนผอม และเกมเรยี งลา้ ดบั สนั้ กวา่ – ยาวกวา่ ให้
เดก็ ๆฟังและสาธติ วธิ กี ารเล่นให้เดก็ ดู
2) ครูแจกเกม ใหเ้ ด็กๆเด็กท่ีได้สงั เกตความเหมือนความต่างของเกมจับคูภ่ าพกบั เงาคนอ้วน – คนผอม
และเกมเรยี งลา้ ดับส้ันกวา่ – ยาวกวา่
3) ใหเ้ ด็กเลน่ เกมจบั คภู่ าพกบั เงาคนอ้วน – คนผอม และเกมเรยี งลา้ ดบั สนั้ กวา่ – ยาวกว่า
4) ขณะเด็กเล่นเกมครูดูแลและใหค้ ้าแนะน้าในการเล่นอย่างใกล้ชิด พรอ้ มกบั แนะนา้ ดังนี้
- การเลน่ ทถี่ ูกต้อง
- การรอคอย
- การช่วยกนั คิด แก้ปัญหา
- ความอดทนเล่นจนจบเกม
5) เดก็ จดั เก็บเกมเข้าทีเ่ มือ่ เลิกเลน่ กอ่ นไปเลน่ เกมอน่ื
5. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1) เกมจบั คู่ภาพกับเงาคนอว้ น – คนผอม
2) เกมเรยี งลา้ ดบั สัน้ กวา่ – ยาวกวา่
3) เกมชุดเดิม
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการตดั สนิ ใจและการแกป้ ญั หาในการเลน่ เกม
2) สงั เกตการเลน่ รว่ มกบั ผู้อนื่
3) สงั เกตการเกบ็ ของเข้าทเ่ี มื่อเลิกเล่น
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 7 วนั ท่ี 4สาระการเรยี นรูย้ อ่ ย ความปลอดภัยบนทอ้ งถนน
1. ช่ือกจิ กรรม เคลอ่ื นไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เคล่ือนไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกายได้
2) ปฏิบัตติ ามสัญญาณและ ข้อตกลงได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- การเคลือ่ นไหวรา่ งกายตามคา้ สั่ง 1) การเคลอื่ นไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
2) การเคล่ือนไหวเคล่ือนท่ี
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครใู ห้เด็กรอ้ งเพลง อย่าเหม่อ มองตามครู และเคลอื่ นไหวรา่ งกายประกอบเพลง จากน้นั ใหเ้ ดก็
ใหเ้ ด็กเคลื่อนไหวร่างกายพนื้ ฐานอยา่ งอิสระ ตามจังหวะท่ีครูเคาะสญั ญาณ เมื่อได้ยนิ สัญญาณ
“หยุด” ใหห้ ยดุ ในท่านั้นทนั ที
2) เด็กเคล่อื นไหวรา่ งกายอย่างอสิ ระตามจังหวะท่ีครเู คาะ ครเู คาะช้า เดก็ เคลือ่ นไหวช้าๆ ครเู คาะเร็ว
เดก็ เคล่ือนไหวร่างกายอยา่ งรวดเรว็ เม่อื ได้ยินสัญญาณหยดุ ให้ปฏิบตั ติ ามค้าสัง่ เช่น
เอามือไว้บนศีรษะ เป็นตน้
3) เดก็ ปฏบิ ตั ติ ามข้อ 2 ซ้าอีก 2 คร้ัง
4) เด็กพกั คลายกลา้ มเน้ือโดยการนั่งหรือนอนในท่าทส่ี บาย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1) เครอ่ื งเคาะจงั หวะ
2) นกหวดี
3) เพลงอย่าเหม่อมอง
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการเคลือ่ นไหวส่วนต่างๆของร่างกาย
2) สังเกตการปฏบิ ตั ิตามสัญญาณ
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 7 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นร้ยู ่อย ความปลอดภัยบนท้องถนน
1. ชอ่ื กิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
การปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บจะช่วยใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ทั้งต่อตนเองและผู้อ่นื เช่น การข้ามถนนต้องใช้
สะพานลอยหรือทางมา้ ลายใช้ความระมัดระวงั เม่ือใชบ้ ริการรถโดยสาร
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกวธิ ปี ฏบิ ัติตนไดอ้ ยา่ งเหมาะสมบนทอ้ งถนนเกีย่ วกับการปอ้ งกันอุบัติเหตุได้
2) แสดงความคิดเหน็ ได้
3) บอกตัวเลขและจา้ นวน ๑ ไทยได้ถกู ต้อง
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) ความปลอดภยั บนท้องถนน 1) การปฏบิ ัตติ นใหป้ ลอดภัยในชีวติ ประจ้าวนั
2) ระมัดระวังตนเอง ให้ปลอดภยั จากของตนเอง 2) การการร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความ
คิดเหน็
4. วิธกี ารจัดกจิ กรรม
1) ครแู ละเดก็ รว่ มกันร้องเพลง ข้ามถนน และทา้ ทา่ ทางประกอบเพลงตามจินตนาการ
2) ครูสนทนาเกีย่ วกบั บทเพลงวา่ กลา่ วถึงอะไร เด็กๆ เคยปฏิบตั ิตามบทเพลงหรือไม่ อย่างไร
ใหเ้ ดก็ ชว่ ยกันคิดแลกเปลย่ี นประสบการณ์เกี่ยวกบั อบุ ัติเหตตุ า่ งๆ ท่ีอาจเกิดขน้ึ กับเด็กๆ
โดยถามค้าถาม แลว้ ให้เด็กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ภาพ เช่นเด็กๆ เหน็ ภาพอุบัติเหตุอะไรบา้ ง
เดก็ ๆ คิดว่าอุบตั เิ หตุท่ีเกิดขนึ้ แต่ละภาพ เกดิ ข้ึนเพราะอะไร
3) ครใู ห้อาสาสมคั ร 2-3 คน ออกมาเล่าประสบการณเ์ กีย่ วกบั การท้าสิง่ ต่างๆ โดยไม่ระมัดระวงั ให้
เพ่ือนฟัง เพือ่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อเสนอแนะในการปฏบิ ัตติ นครงั้ ต่อไป ไมใ่ ห้เกดิ อนั ตราย
ขึน้ อีก
4) ครูใหเ้ ด็กดูภาพทเี่ ปน็ สาเหตุให้เกิดอบุ ัตเิ หตุ เชน่ ภาพเด็กข้ามถนนไมร่ ะวงั รถ เด็กเล่นฟตุ บอล
ข้างถนนแลว้ ให้เด็กช่วยกนั แสดงความคิดเห็นวา่ จะมวี ธิ ปี อ้ งกันอุบัติเหตุเหลา่ น้ีได้อยา่ งไร
5) ครแู ละเด็กรว่ มกันสรุปวธิ ีการปอ้ งกนั อบุ ตั เิ หตใุ นการป้องกันอุบตั เิ หตุในชวี ติ ประจ้าวนั รว่ มกนั
ครเู นน้ ย้าให้เด็กระมัดระวงั ตนเองโดยไม่ประมาทในขณะปฏิบัตกิ จิ กรรมระหว่างวันท้ังที่บา้ น
และที่โรงเรียน
5. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
1) บัตรหรอื ภาพเกี่ยวกบั อุบตั ิเหตุบนทอ้ งถนน
2) เพลงข้ามถนน
6. การประเมินผล
1) สังเกตการบอกวธิ ปี ฏิบตั ติ นไดอ้ ย่างเหมาะสมบนท้องถนนเกยี่ วกบั การป้องกันอบุ ตั ิเหตุ
2) แสดงความคดิ เห็น
3) บอกตวั เลขและจ้านวน 1 ไทยไดถ้ ูกต้อง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 7 วนั ที่ 4 สาระการเรยี นรยู้ ่อยความปลอดภัยบนท้องถนน
1. ชื่อกจิ กรรม สรา้ งสรรค์
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) พิมพ์ภาพจากนว้ิ มือได้
2) ประดษิ ฐห์ น้าสตั ว์ประหลาดได้
3) ใช้กลา้ มเน้ือเลก็ ท้างานประสานสมั พันธร์ ะหวา่ งมือ-ตาได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การพมิ พ์ภาพจากนวิ้ มือ 1) การเขียนภาพและเลน่ กบั สี
2) การประดษิ ฐ์หนา้ สตั ว์ประหลาด 2) การปน้ั
3) การทา้ กิจกรรมศิลปะต่างๆ
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) ครจู ัดเตรียมกิจกรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การพมิ พภ์ าพจากน้วิ มอื และการประดษิ ฐ์หน้า
สัตว์ประหลาด
2) ครแู นะน้าอุปกรณ์วธิ กี ารปฏิบตั ิ และทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการพิมพ์ภาพจากนิว้ มือ
และการประดษิ ฐห์ นา้ สัตว์ประหลาด ดังนี้
2.1 การพมิ พ์ภาพจากนว้ิ มือ
- ครแู นะนา้ อปุ กรณ์ในการพมิ พ์ภาพจากนวิ้ มอื
- ครูสาธิตการใชน้ ิว้ มือจุ่มสีน้าลากไปบนกระดาษตามจนิ ตนาการ
- เดก็ พมิ พ์ภาพจากนิ้วมอื
2.2 การประดิษฐห์ นา้ สตั วป์ ระหลาด
- ครแู นะนา้ อุปกรณ์การประดิษฐห์ น้าสตั ว์ประหลาด
- ครนู ้าครตู ัดรูปหน้าสตั วป์ ระหลาด ปาก ลิน้ ตา เตรยี มไว้ใหเ้ ด็ก
- เดก็ นา้ ปาก ล้ิน ตา มาตดิ ลงในรูปใบหนา้ และใช้สแี ตง่ เตมิ ตามตอ้ งการ
3) เด็กเลือกปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสนใจแลว้ นา้ ผลงานมาบอกช่อื และเลา่ เร่ืองให้ครูจดบนั ทึก
4) อาสาสมัครเลือกผลงานตนเองระหวา่ งการพิมพภ์ าพจากน้ิวมือ และการประดิษฐ์หน้าสัตว์ประหลาด
มาเลา่ ใหเ้ พื่อนฟังหน้าชน้ั เรยี น
5) เด็กทุกคนชว่ ยกันจดั อปุ กรณ์ให้เรยี บรอ้ ย
5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1) สีน้า 2) กระดาษสีรูปทรงตา่ งๆท่ีใชป้ ระดษิ ฐห์ นา้ สัตว์
3) ใบงาน 4) สเี ทียนสไี ม้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการใช้กล้ามเน้ือเล็ก
2) สังเกตการบอกชอ่ื ผลงาน
3) การตรวจผลงานจากการพิมพ์ภาพจากนว้ิ มือ และการประดษิ ฐห์ นา้ สตั ว์ประหลาด
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 7 วนั ที่ 4 สาระการเรยี นรูย้ อ่ ย ความปลอดภัยบนท้องถนน
1. ช่ือกจิ กรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) สังเกต สา้ รวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แก้ปัญหาในการท้างานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใชภ้ าษา มีจนิ ตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งทตี่ นเล่น
3) มีวินยั ความรบั ผิดชอบมีมารยาท ช่วยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสติปญั ญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้
- การเลน่ ตามศนู ย์เป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณต์ ่าง ๆ อยา่ งอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง
คดิ ค้นควา้ สรา้ งสรรค์ การแก้ปญั หาและการแสวงหาคา้ ตอบ ซึง่ จะช่วยพัฒนาความคดิ จนิ ตนาการ
- ภาษา ควบค่ไู ปกบั ความมีวินัย ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปัน การใฝร่ แู้ ละการอยูร่ ว่ มกัน
เพื่อพัฒนาการเข้าสสู่ งั คม
ประสบการณส์ าคัญ
1) การเล่นเครือ่ งเลน่ สัมผสั และการสรา้ งสง่ิ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิน้ ใหญ่ใหส้ มบรู ณ์และการแยกชิ้นส่วน
3) การเลน่ และการท้างานรว่ มกบั ผ้อู น่ื
4) การรบั รู้ แสดงความร้สู กึ ผา่ นส่ือ วัสดุ ของเล่นและชน้ิ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เล่นต่างๆ
6) การสร้างสรรค์ช้นิ งานโดยใชร้ ปู ร่าง รูปทรงจากวัสดทุ หี่ ลากหลาย
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครแู นะน้าการเล่นการปฏบิ ตั ิตนในการเล่นศูนย์กจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู หค้ ้าแนะน้า กระต้นุ สง่ เสรมิ ให้คา้ ชมเชยเพ่ือใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศักยภาพ
4) ให้เดก็ เล่นอย่างอิสระหลงั จากเลิกเล่นใหเ้ ด็กท้าความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกบั เกบ็ ของเขา้ ที่ให้เรียบรอ้ ย
5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
- อปุ กรณ์ต่างๆ ทีจ่ ัดไวต้ ามศูนยก์ จิ กรรมเสรี ต้องสอดคล้องสมั พนั ธ์กับหนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตพฤตกิ รรมการสา้ รวจ ทดลอง ค้นคว้า คดิ แก้ปญั หาในการท้างานและการเล่นเปน็ กลมุ่
2) สงั เกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการคิดสรา้ งสรรค์ ต่องานและส่งิ ทเ่ี ล่น
3) สงั เกตความมวี นิ ัย ความรบั ผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลอื แบ่งปัน อดทนรอคอยและมี
จติ สาธารณะ
3) สังเกตความก้าวหนา้ ของพัฒนาการทั้ง 4 ดา้ น
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 7 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นรูย้ ่อย ความปลอดภยั บนท้องถนน
1. ชื่อกิจกรรม กลางแจ้ง
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1 )ใช้กลา้ มเนือ้ เลก็ และกล้ามเนอื้ ใหญไ่ ด้
2) เลน่ กับผู้อื่นได้
3) ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) เกมการลอดซมุ้ 1) การเล่นนอกหอ้ งเรียน
2) การปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง 2) การให้ความร่วมมือในการปฏิบตั ิกิจกรรม
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) แบ่งเด็กเปน็ 2 วงเทา่ ๆ กัน ครเู ตรยี มนกหวีดใหส้ ญั ญาณเลน่ เกมลอดซุ้ม
2) ให้เดก็ ยืนเป็นวงกลมซ้อนกัน 2 วงทกุ คนหันหนา้ เข้าหาจุดศนู ยก์ ลางของวงกลม
3) คนท่อี ยวู่ งนอกถ่างขาให้ห่าง
4) เม่ือครูให้สญั ญาณ คนเล่นทอ่ี ยู่วงในหันหน้าเขา้ หาคู่ของตนเองแล้วก้มตัว คลานลอดใต้ขาคู่
ของตน แล้ววงิ่ วนรอบวงดา้ นนอก 1 รอบ กลบั มาหาค่ขู องตนเองแล้วคลานกลบั เขา้ ไปนั่งอยทู่ เ่ี ดิม
ของตนเอง คนที่นั่งได้ก่อนเป็นผูช้ นะ
5) แล้วรบี เปล่ียนใหค้ นอยวู่ งนอกเข้ามาอยู่วงใน คนท่ีอยวู่ งในให้ไปอยวู่ งนอก สลับกันไปเช่นนี้
จนหมดเวลาเลน่ กจิ กรรม
6) ควรให้เดก็ ผู้หญงิ คู่กันผูห้ ญิง ผ้ชู ายคู่กบั ผชู้ าย
5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) นกหวดี 2) เกมลอดซุม้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการใชก้ ลา้ มเนื้อเลก็ และกลา้ มเนื้อใหญ่ 2) สังเกตการเล่นร่วมกนั
3) สังเกตการปฏบิ ัติตามข้อตกลง
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 7 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ยความปลอดภยั บนทอ้ งถนน
1. ชอื่ กิจกรรม เกมการศึกษา
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เล่นเกมภาพตดั ต่อภาพการข้ามถนนอย่างปลอดภัยให้สมบูรณ์ได้
2) สง่ เสริมการเล่นร่วมกัน
3) เล่นแลว้ เกบ็ เกมการศึกษาเข้าท่ีได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- เกมภาพตัดต่อภาพการขา้ มถนนอย่างปลอดภัย 1)การต่อของชนิ้ เล็กเติมในชน้ิ ใหญใ่ ห้สมบรู ณ์
และการแยกส่วน
2) การมสี ว่ นร่วมในการเลอื กวธิ ีการแก้ปญั หา
3) การให้ความรว่ มมือในการปฏิบัติกจิ กรรม
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครูแนะนา้ ถงึ วธิ เี ลน่ เกมภาพตัดต่อภาพการข้ามถนนอย่างปลอดภยั ใหเ้ ด็กๆฟัง และสาธติ วธิ ี
การเลน่ ใหเ้ ด็กดู
2) ครแู จกเกมให้เด็กๆเดก็ ที่ได้สังเกตความเหมอื นความต่างของภาพตัดต่อภาพการขา้ มถนน
อย่างปลอดภัยทีต่ ่อสมบูรณ์ แล้วแยกสว่ นยอ่ ย ให้เดก็ นา้ ชนิ้ ส่วนของภาพมาตอ่ กันใหเ้ ป็นภาพ
ทสี่ มบรู ณ์
3) ให้เด็กเลน่ เกมภาพตัดต่อภาพการข้ามถนนอยา่ งปลอดภัย
4) ขณะเดก็ เลน่ เกมครูดูแลและใหค้ า้ แนะน้าในการเล่นอย่างใกล้ชดิ พร้อมกบั แนะน้าดงั นี้
- การเลน่ ท่ถี กู ต้อง
- การรอคอย
- การช่วยกันคิด แกป้ ญั หา
-ความอดทนเลน่ จนจบเกม
5) เดก็ จัดเก็บเกมเข้าท่เี มื่อเลิกเล่นกอ่ นไปเลน่ เกมอ่ืน
5. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมภาพตดั ต่อภาพการขา้ มถนนอย่างปลอดภยั
2) เกมชุดเก่า
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการตัดสนิ ใจและการแกป้ ัญหาในการเลน่ เกม
2) สงั เกตการเลน่ รว่ มกับผอู้ นื่
3) สังเกตการเก็บของเข้าทเ่ี ม่ือเลกิ เลน่
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 7 วนั ท่ี 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ความปลอดภัยของตนเองจากผู้อืน่
1. ช่ือกิจกรรม เคลอ่ื นไหวและจังหวะ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของรา่ งกายได้
2) ฟงั และปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- การเคล่ือนไหวรา่ งกายประกอบอุปกรณ์ 1) การเคลื่อนไหวอยู่กบั ที่
2) การเคล่ือนไหวพรอ้ มวัสดุอุปกรณ์
โดยสญั ญาณ
4. วิธกี ารจัดกจิ กรรม
1) ครใู ช้เชอื ก หรือรบิ บนิ้ ผ้าหรอื วสั ดุอน่ื ทใ่ี ช้แทนกนั ได้ ตัดเป็นเส้นยาว เส้นละ 2-3 เมตร
2) ให้เดก็ ๆ ยนื กระจายกนั อยู่ท่ัวสนาม สมมตุ ิวา่ ตนเองเป็นปลา ครูกา้ หนดเขตสนาม ห้ามว่ิงออกมา
นอกเขตใครออกมานอกเขตที่กา้ หนดใครออกนอกเขตจะต้องออกจากการแขง่ ขัน
3) ให้เด็ก 2 คนจับคู่ ถือปลายเชอื กคนละข้างสมมุติวา่ เป็นอวน (หรือมากกว่า 2 คนกไ็ ด้ ถ้ามีเชอื ก
หรอื รบิ บ้ินหลายเสน้ )
4) เด็กๆ ที่ถอื เชือกพยายามวิ่งไล่ต้อนปลาใหเ้ ขา้ อวนของตนเอง โดยพยายามลอ้ มกรอบเพอื่ นๆ
ใหไ้ ด้มากทสี่ ุด
5) ปลาที่ถูกจับได้ใหเ้ ปลี่ยนมาเปน็ อวนแทน ส่วนคนท่เี ป็นอวนเปลีย่ นไปเป็นปลา
6) ทา้ เชน่ น้เี ร่ือยไปจนหมดเวลา หรอื หยุดกิจกรรม
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1) เชือก
2) หรือริบบ้ินผ้า หรือวสั ดุอ่ืนทใ่ี ชแ้ ทนกนั ได้
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคลอื่ นไหวรา่ งกายพร้อมประกอบอุปกรณ์
2) สังเกตการฟังและปฏบิ ัติตามข้อตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 7 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นร้ยู ่อย ความปลอดภยั ของตนเองจากผอู้ นื่
1. ช่ือกจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
คนแปลกหน้า หมายถงึ คนที่เดก็ ไม่เคยรจู้ กั มาก่อนในฐานะญาติพน่ี ้อง ครู เพ่ือนเล่น
เพ่ือนบา้ น และอาจเป็นคนตา่ งชาติ ซึ่งบคุ คลเหล่าน้ีอาจเปน็ ท้ังมิตรและไมใ่ ช่มิตรก็ได้เพราะ
สภาพสงั คมทุกวนั นแ้ี ฝงไปดว้ ยภยั อนั ตรายเป็นภัยสังคมทีเ่ กิดข้นึ โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ เช่น
ข่าวเด็กหาย ข่าวล่อลวงเด็ก ใชเ้ ด็กเป็นผ้ขู นยาเสพตดิ การถกู ลวนลามลว่ งละเมิดทางเพศ
พอ่ แมผ่ ูป้ กครองและครตู ้องใหเ้ ด็กระมัดระวังอันตรายจากบุคคลแปลกหน้า
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) บอกภยั อนั ตรายจากคนแปลกหน้า
2) บอกวธิ ีดูแลตนเองใหป้ ลอดภยั ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) ภยั อันตรายจากคนแปลกหน้า 1) การฟงั และการปฏบิ ตั ิตามค้าแนะน้า
2) วธิ ีดแู ลตนเองใหป้ ลอดภัยจากภยั อันตราย 2) การฟงั นทิ านเรื่องราวเหตุการณ์เกยี่ วกับ
การ ปอ้ งกันและรักษาความปลอดภยั
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครูเลา่ นิทาน “หนูน้อยหมวกแดง” ใหเ้ ด็กฟัง และสนทนาเก่ียวกบั การหลงเช่ือไว้ใจผู้อื่นจนเกดิ
อันตราย โดยใช้คา้ ถามกระตนุ้ ให้เดก็ ตอบเชน่ เกิดอะไรข้นึ กับหนูน้อยหมวกแดง เพราะเหตุใด
หนนู ้อยหมวกแดงจงึ โดยหลอก ถา้ เด็ก ๆ เปน็ หนูน้อยหมวกแดง จะท้าอย่างไรใหป้ ลอดภยั จาก
หมาป่า หรอื คนแปลกหน้า
2) ครนู ้าภาพข่าวเด็กถูกลกั พาตวั และเดก็ หายมาใหเ้ ด็กดแู ละสนทนาเกี่ยวกบั ภาพ เดก็ ๆจะมีวธิ ี
ป้องกันตวั อยา่ งไรจากผู้รา้ ย เด็กๆควรปฏิบัติตนอย่างไร เมื่อเกิดเหตรุ า้ ยขนึ้ เด็ก ๆ จะบอกใคร
ใหช้ ว่ ยเหลอื ได้
3) ครูและเดก็ รว่ มกนั สรุปภัยอนั ตรายจากคนแปลกหนา้ และวิธปี ้องกันระมดั ระวงั ตนเองให้ปลอดภัย
5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
1) นิทานหนนู อ้ ยหมวกแดง
2) ภาพข่าวเหตุการณเ์ ด็กหาย และอันตรายท่เี กดิ กบั เด็ก
6. การประเมินผล
1) สังเกตการบอกภยั อนั ตรายจากคนแปลกหน้า
2) สงั เกตการบอกวิธีดูแลตนเองใหป้ ลอดภยั