แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 7 วนั ท่ี 5สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ความปลอดภยั ของตนเองจากผู้อนื่
1. ชือ่ กจิ กรรม สรา้ งสรรค์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เป่าสีตามจินตนาการได้
2) ตอ่ เตมิ ภาพจากรปู ทรงกลมท่ีก้าหนดได้
3) ใชก้ ล้ามเน้ือเลก็ ท้างานประสานสัมพนั ธ์ระหวา่ งมอื -ตาได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การเป่าสีตามจินตนาการ 1) การเขยี นภาพและเลน่ กบั สี
2) การตอ่ เติมภาพจากรูปทรงกลมทก่ี ้าหนด 2) การแสดงความคดิ สรา้ งสรรค์ผ่านสอ่ื วสั ดุ
ต่างๆ
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครจู ดั เตรียมกิจกรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ เปา่ สตี ามจินตนาการ และการตอ่ เติมภาพจากรปู ทรงกลม
ทีก่ า้ หนด
2) ครูแนะนา้ อปุ กรณว์ ิธกี ารปฏิบัติ และทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเป่าสี และการ
ต่อเตมิ ภาพจากรปู ทรงกลมท่ีก้าหนด ดงั น้ี
2.1 การเป่าสีตามจินตนาการ
- ครูแนะน้าอุปกรณ์ในการเป่าสี
- ครูสาธิตการเปา่ สีใหเ้ ดก็ ดู
- เดก็ เป่าตามจนิ ตนาการ
2.2 การต่อเติมภาพจากรูปทรงกลมที่กา้ หนด
- ครูแนะน้าอปุ กรณ์การต่อเติมภาพจากรปู ทรงกลม
- ครูน้าใบงานรปู ทรงกลมตา่ ง ๆ มาใหเ้ ดก็ ดู
- ให้เดก็ วาดภาพต่อเตมิ ตามจินตนาการ
3) เดก็ เลือกปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ แลว้ นา้ ผลงานมาบอกช่ือและเล่าเรื่องใหค้ รูจดบนั ทกึ
4) อาสาสมัครเลอื กผลงานตนเองระหว่างการเป่าสี และการวาดภาพตอ่ เติมจากรปู ทรงกลมมาเลา่ ให้
เพอื่ นฟังหน้าชั้นเรียน
5) เด็กทุกคนช่วยกันจดั อุปกรณ์ใหเ้ รยี บรอ้ ย
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1) สนี ้า 2) หลอดเป่า
3) ใบงาน 4) สีเทียนสไี ม้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการใชก้ ลา้ มเน้ือเล็ก
2) สังเกตการบอกชื่อผลงาน
3) การตรวจผลงานจากการเปา่ สี และการต่อเตมิ ภาพทรงกลม
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 7 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ความปลอดภยั ของตนเองจากผอู้ ่ืน
1. ชอ่ื กิจกรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) สังเกต สา้ รวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ปัญหาในการท้างานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณต์ รงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ต่องานและส่งิ ทต่ี นเลน่
3) มวี ินยั ความรับผดิ ชอบมมี ารยาท ชว่ ยเหลือ แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมจี ติ สาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสติปัญญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้
- การเล่นตามศนู ยเ์ ป็นการเล่นในศนู ย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างอสิ ระผ่านการเลน่ ทดลอง
คดิ ค้นควา้ สรา้ งสรรค์ การแก้ปัญหาและการแสวงหาคา้ ตอบ ซ่งึ จะช่วยพฒั นาความคิด จนิ ตนาการ
- ภาษา ควบคูไ่ ปกบั ความมีวินยั ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน การใฝร่ ้แู ละการอยู่รว่ มกัน
เพือ่ พัฒนาการเข้าส่สู ังคม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเลน่ เครอ่ื งเล่นสัมผัสและการสร้างสิง่ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การตอ่ ของชน้ิ เล็กเตมิ ในชน้ิ ใหญ่ใหส้ มบูรณ์และการแยกช้ินส่วน
3) การเลน่ และการท้างานร่วมกับผู้อ่ืน
4) การรับรู้ แสดงความรสู้ กึ ผ่านส่ือ วสั ดุ ของเลน่ และชิน้ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เล่นตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ้นิ งานโดยใชร้ ปู รา่ ง รูปทรงจากวสั ดุทห่ี ลากหลาย
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะน้าการเล่นการปฏบิ ัติตนในการเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เดก็ เลอื กเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูให้คา้ แนะน้า กระตุ้น สง่ เสรมิ ให้ค้าชมเชยเพื่อใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศักยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเล่นอย่างอสิ ระหลังจากเลิกเล่นให้เดก็ ท้าความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกับเก็บของเข้าที่ให้เรียบรอ้ ย
5. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- อปุ กรณ์ต่างๆ ทจี่ ดั ไว้ตามศนู ย์กิจกรรมเสรี ตอ้ งสอดคลอ้ งสมั พนั ธ์กับหน่วยการเรยี นรู้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตพฤติกรรมการสา้ รวจ ทดลอง ค้นคว้า คดิ แกป้ ัญหาในการท้างานและการเลน่ เป็นกลมุ่
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการคดิ สรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งท่เี ล่น
3) สังเกตความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและมี
จติ สาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหน้าของพฒั นาการทั้ง 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 7 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นร้ยู ่อย ความปลอดภยั ของตนเองจากผูอ้ ื่น
1. ชอ่ื กิจกรรม กลางแจ้ง
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ใชก้ ล้ามเน้ือเล็กและกล้ามเนอ้ื ใหญไ่ ด้
2) เลน่ ร่วมกนั ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การฟังและปฏิบัตติ ามสัญญาณ 1) การเล่นนอกหอ้ งเรยี น
2) การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตา่ งๆตาม
ความสามารถของตนเอง
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) ครเู ตรียมไมบ้ ล็อก หรอื ลูกยาง หรอื วสั ดุอย่างอ่ืนทีใ่ ชแ้ ทนกันได้ จ้านวน 20 ชิ้น ตะกรา้ หรอื กลอ่ ง
4 ใบ นกหวดี หรอื เคร่ืองให้สัญญาณ
2) ขีดเส้นเริม่ และเสน้ ชยั ห่างกนั ประมาณ 5 เมตร
3) วางไมบ้ ล็อก หรือลูกยาง หรอื วสั ดุอยา่ งอืน่ ท่ใี ชแ้ ทนกนั ไดเ้ ป็นระยะ ๆ ห่างกันพอสมควร
จ้านวน 4 แถว
4) ครใู หเ้ ด็กยนื หลังเส้นเรม่ิ แถวละ 1 คน และวางตะกร้าหรอื กลอ่ งไว้ขา้ งหลังเดก็ ท่ยี นื แถวละ 1 ใบ
5) ครูให้สัญญาณเดก็ ว่งิ เกบ็ ไปของท่ีวางไวใ้ นแถวของตนเองมาใส่ตะกรา้ โดยเกบ็ ไดเ้ ท่ยี วละ 1 ช้ิน
6) เมอ่ื เกบ็ ของใส่ตะกร้าจนครบแล้วใหเ้ อาตะกรา้ ไปท่ีเส้นชัยใครถงึ ก่อนคนนั้นชนะ
7) ใหเ้ ด็กสลับสับเปลี่ยนกันออกมาทา้ กจิ กรรม
5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1) ตัวเดก็
2) ไม้บล็อก หรือลูกยาง หรือวสั ดอุ ยา่ งอ่ืนที่ใช้แทนกนั ได้
3) ตะกรา้ หรอื กล่อง
6. การประเมินผล
1)สงั เกตการใช้กล้ามเนอ้ื เล็กและกลา้ มเน้ือใหญ่
2)สังเกตการเลน่ ร่วมกัน
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 7 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นรูย้ อ่ ย ความปลอดภยั ของตนเองจากผูอ้ ่นื
1. ชื่อกจิ กรรม เกมการศกึ ษา
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) เลน่ เกมจบั คู่ภาพอนั ตรายจากคนแปลกหนา้ ได้
2) สง่ เสรมิ การเล่นร่วมกนั
3) เล่นแลว้ เก็บเกมการศึกษาเข้าทีไ่ ด้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) เกมจับคภู่ าพอนั ตรายจากคนแปลกหน้า 1) การตอ่ ของชนิ้ เล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้
สมบรู ณ์และการแยกสว่ น
2) การมสี ่วนรว่ มในการเลือกวิธีการ
แก้ปญั หา
3) การเลน่ รายบุคคล กลุ่มย่อยและกลมุ่ ใหญ่
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนา้ ถึงวิธีเล่นเกมจับค่ภู าพอันตรายจากคนแปลกหนา้ ให้เด็กๆฟัง และสาธิตวิธีการเลน่ ใหเ้ ด็กดู
2) ครแู จกเกมใหเ้ ดก็ ๆเด็กท่ีได้สงั เกตความเหมอื นความต่างของภาพเกมจับคู่ภาพอนั ตรายจาก
คนแปลกหน้าภาพทเ่ี หมือนกันจับคู่กัน
3) ใหเ้ ดก็ เลน่ เกมจับค่ภู าพอันตรายจากคนแปลกหนา้
4) ขณะเดก็ เล่นเกมครดู ูแลและให้ค้าแนะนา้ ในการเลน่ อยา่ งใกลช้ ดิ พรอ้ มกบั แนะนา้ ดงั น้ี
- การเล่นทถ่ี กู ต้อง
- การรอคอย
- การชว่ ยกนั คิด แก้ปัญหา
- ความอดทนเล่นจนจบเกม
5) เด็กจดั เก็บเกมเข้าทเ่ี ม่ือเลิกเล่นก่อนไปเลน่ เกมอ่ืน
5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1) เกมจบั คู่ภาพอนั ตรายจากคนแปลกหนา้
2) เกมชุดเดิม
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการตดั สนิ ใจและการแกป้ ญั หาในการเลน่ เกม
2)สงั เกตการเลน่ รว่ มกบั ผู้อ่นื
3) สังเกตการเกบ็ ของเขา้ ที่เมื่อเลิกเลน่
7. ภาคผนวก
เพลง ของเล่น
ค้าร้อง-ทา้ นอง กัมปนาท โนนศรี
เพ่อื นๆ จ๋ามาเลน่ ของเลน่ กนั นะ เพ่ือนๆ จ๊ะหยบิ ของเล่นออกมาเล่นได้
แบ่งปันกนั เลน่ ด้วยกนั สุขใจ เล่นเสรจ็ เรว็ ไวช่วยกนั เกบ็ เอย
ชว่ ยกนั ช่วยกนั เกบ็ เอย เพอ่ื นๆ คนเก่งชว่ ยกันเก็บเอย
เพลง ข้ามถนน
(ไม่ทราบนามผแู้ ต่ง)
จะขา้ มถนน ต้องขา้ มตรงทางมา้ ลาย (ซ้า)
สัญญาณไฟเขียว เราหยุด ให้รถผา่ นไป
เราจะข้ามได้ เมื่อเปิดไฟแดงสญั ญาณ
เพลงอย่าเหม่อมอง
(ไมป่ รากฏนามผู้แต่ง)
อย่าเหม่อมองต้องดูขา้ งหนา้ อีกซา้ ยและขวาเม่อื จะข้ามถนน
หากยวดยานหลากก็ต้องอดใจทน อยา่ ตดั หน้ารถยนตท์ กุ ๆ คนควร
ระวงั เอยโมง แซ่ โมง แซ่ โมง ตะล่มุ ตุ่ม โมง
เพลง ของแหลมคม
( ศิริลักษณ์ อนุกลู )
หนู หนู หนู ดใู หด้ ี
ของเหลา่ น้ีมีอันตราย
มดี ตะปู เข็ม กรรไกร
และอีกมากมายอนั ตรายจริง จริง
คาคลอ้ งจอง ของเลน่ ของใช้
(ไม่ทราบนามผูแ้ ตง่ )
ของเล่นของใช้ อย่าใหเ้ กะกะ
ชว่ ยกนั เก็บนะ มองแลว้ นา่ ดู
หนูจา๋ เรว็ ไว มาชว่ ยคุณครู
เก็บของใส่ตู้ ไมร่ กรุงรงั
คาคลอ้ งจอง ปลอดภยั ไว้ดีกวา่
( กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ )
จะเล่นทไ่ี หน ดใู ห้ปลอดภัย
บอ่ นา้ ริมถนน ใกลส้ ่ิงก่อสร้าง
ที่ห่างผ้คู น ไม่ระวงั ตน เป็นอนั ตราย
ต้นไมบ้ ันได พลาดพล้ังตกไป แขนหกั งา่ ยง่าย
เลน่ ไฟไม้ขีด เล่นมีดกรรไกร
ปนื ผาหน้าไม้ เจ็บได้ทั้งนน้ั
จุดธปู เทยี นเลน่ ควรจะละเว้น ไฟไหม้หมดกนั
สตั วเ์ ลยี้ งตา่ งต่าง ดงึ หางหมู นั
มันอาจหนุ หนั กัดให้เจบ็ ตวั
นา้ เดอื ดเปน็ ไอ เตารดี ปลก๊ั ไฟ เป็นภยั นา่ กลัว
ถุงพลาสติกใส เอาไปสวมหวั
ตายไม่ร้ตู วั ถา้ เลน่ แผลงแผลง
เมลด็ พืชยางไม้ ลกู โป่งแตกได้ อนั ตรายรนุ แรง
ยากนิ ยาทา ยาฆา่ แมลง
ก่อนใชค้ วรแจ้ง ผู้ใหญใ่ หร้ ู้
คนทีฉ่ ลาด เขาไมป่ ระมาท รเู้ ล่นรอู้ ยู่
เขาเลือกเล่นของ เขาตรวจคดิ ดู
ไดท้ ง้ั ความรู้ แลว้ ยังปลอดภัย
นิทาน เร่ืองลกู หมีใจดี
(อาจารย์อ้านาจ เยน็ สบาย)
ลกู หมเี ปน็ นกั เรยี นตัวโตท่ีสดุ ในชั้น นอกจากตวั โตแล้วลูกหมยี ังแข็งแรงกว่าลูกหมู ลกู เป็ด ลกู ไก่
ซง่ึ เปน็ เพื่อนอยู่ในช้ันเรยี นเดียวกนั ลูกหมีเป็นคนรักเพื่อนไม่ตอ้ งการอยู่คนเดยี วในโลก ดังนน้ั เม่ือลูกหมี
ถกู เพอื่ น ล้อเลียนเยา้ แหยล่ ูกหมีกจ็ ะไมท่ ้ารา้ ยใคร เพราะกลวั เพอื่ นบาดเจ็บ เวลาเลน่ กนั ลูกหมีร้วู า่ เพื่อน
ตวั เลก็ กว่า จงึ ไม่เล่นกบั เพื่อนแรงๆ เพราะกลัวเพื่อนๆ บาดเจบ็ หรือพิการ เวลาเพือ่ นจะยกของหนกั ๆ
ลูกหมีก็จะชว่ ยเหลือเพ่ือนยกของ ยิงชว่ ยเหลือผอู้ ่ืนกย็ ิ่งท้าใหล้ ูกหมีมเี พ่ือนมาก และเพื่อนๆ ตา่ งกร็ ักลูกหมี
เพราะลูกหมไี มท่ า้ ร้ายใคร ไมเ่ ลน่ กับเพ่ือนแรงๆ มีนา้ ใจชว่ ยเหลอื ยามมอี าหารทกุ คนจึงแบ่งปันให้
ลกู หมีเสมอ
วันหนึง่ ลกู หมีลม้ ป่วยเป็นไข้ไมม่ าโรงเรียน เพ่ือนๆร้เู ข้าจึงเดนิ ทางไปเย่ยี มเยียน และต่างอวยพร
ขอใหล้ กู หมหี ายเรว็ ๆ ลูกหมีกินยาตามหมอส่ัง พักผ่อนตามทห่ี มอเตือน เพยี ง 3 วัน ลกู หมีกห็ ายไข้ไป
โรงเรียนได้แล้วเพอื่ นๆ โห่รอ้ งดใี จให้กับลกู หมเี พ่ือนที่แสนดี
นิทาน เรื่องหนนู อ้ ยหมวกแดง
(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
วนั หนงึ่ แม่ให้หนนู ้อยหมวกแดงน้าขนมไปเย่ยี มคณุ ย่า แม่บอกว่าอยา่ เถลไถลไปไหนไกล และไม่ให้
หลงเชอื่ ใครระหว่างทางใหร้ ะมัดระวงั ตนเอง หนนู ้อยหมวกแดงรับปากกับแม่ แล้วเดนิ ทางน้าขนมไปเยีย่ ม
คณุ ย่า ระหวา่ งทางมีหมาป่าดุร้ายแอบซุ่มดูหนนู อ้ ยหมวกแดงและหวิ กระหายมาก อยากจะกนิ คุณยา่ และ
หนนู ้อยหมวกแดงมาก จงึ คดิ อบุ ายหลอกล่อใหห้ นูน้อยหมวกแดงเดนิ ชมสวนดอกไมจ้ นเพลนิ หมาป่าจึง
แอบปลอมตวั เปน็ หนูน้อยหมวกแดงไปเยี่ยมคุณยา่ แลว้ หมาปา่ ก็กินคุณย่า แลว้ กป็ ลอมตัวเป็นคุณยา่ แทน
ท้าทา่ ทางนอนปว่ ยอยูบ่ นเตียง เมือ่ หนนู ้อยหมวกแดงมาหายา่ หมาปา่ กจ็ ะกินหนนู ้อยหมวกแดงอีกคน
แตน่ ายพรานมาช่วยไวไ้ ด้ทัน และยงิ หมาป่าตาย จากนน้ั ก็ผ่าท้องหมาป่าน้าตวั คุณยา่ ออกมาได้
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 3-4 ปี
สัปดาหท์ ี่ 8 สาระการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอื่ งราวเก่ียวกบั ตัวเด็ก
หน่วยการเรียนรู้ หนูน้อยนกั สัมผัส
ความคิดรวบยอด
ประสาทสมั ผัสหรืออวัยวะรบั สมั ผัสแต่ละสว่ นมหี นา้ ท่แี ตกต่างกนั ตามการรบั สัมผสั ของอวัยวะนัน้
เมอ่ื มองในกระจกจะทาให้เห็นภาพสะท้อนของตวั เรา ซงึ่ เราจะมองเห็นรปู รา่ งหน้าตาอวัยวะตา่ งๆ โดย
แต่ละคนจะมีรปู ร่างหน้าตาหรือลกั ษณะอวยั วะบนใบหนา้ แตกตา่ งกัน
การสมั ผสั การมองเหน็
หนูน้อยนักสัมผสั
การชมิ รส การดมกลน่ิ
การได้ยิน
สิ่งทเ่ี ด็กรู้แลว้ ส่งิ ที่เด็กตอ้ งการรู้ ส่งิ ที่เด็กควรรู้
1. หนา้ ทขี่ องตา 1. ความสาคญั ตา จมูก หู ปาก มอื 1. การมองเห็น
2. หน้าที่ของจมูก 2. การดแู ลรักษาอวัยวะ ตา จมูก หู ปาก มือ 2. การดมกลนิ่
3. หนา้ ทข่ี องหู 3. โรคและการปอ้ งกัน 3. การได้ยนิ
4. หนา้ ท่ีของปาก 4. ...................................................................... 4. การชมิ รส
5. หน้าที่ของมอื 5. ...................................................................... 5. การสมั ผัส
แนวการจัดประสบการณ์เรียนรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 3 - 4 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 8 สาระการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ืองราวเกีย่ วกบั ตัวเด็ก
หน่วยการเรยี นรู้ หนูนอ้ ยนกั สัมผสั
กจิ กรรม เคล่ือนไหว เสริม เสรี กลางแจง้ เกมการศึกษา
วันท่ี และจงั หวะ ประสบการณ์ สร้างสรรค์
-เกมตุ๊กตาซอ่ นหา -เกมภาพตดั ต่อเดก็
1 -เคลอ่ื นไหว -การสนทนาตอบ -การจุ่มสี -เปดิ โอกาสให้เด็กได้ สอ่ งแว่นขยาย
2 ประกอบอปุ กรณ์ คาถาม -การหยดสี เลอื กเลน่ ในศนู ย์ตาม -เตะบอล
-การเคลื่อนไหว -ตวั อกั ษร C ความสนใจและความ -เกมจบั คภู่ าพกับเงา
3 ตามคาสง่ั -บอกตาแหน่ง ขา้ งบน -การฉกี -ปะ ถนัดของตนเองโดย -เกมน่ังขวา้ งเป้า รปู ทรงเรขาคณติ
ขา้ งล่าง ขา้ งใน -การหยดสี จดั ใหส้ อดคล้องตาม
4 -การเคล่ือนไหว หน่วยการเรยี นรู้ -เกมนั่งส่งบอลข้าม -เกมจบั คภู่ าพอวยั วะ
ประกอบเพลง -การปฏิบตั ิการทดลอง -การวาดภาพ ศรี ษะ
5 -การเคลอ่ื นไหว -การเขียนพยัญชนะ ว -การปัน้ ดินน้ามนั -เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ -เกมจบั ค่กู ระโดด -เกมจับคู่ภาพ
ตามข้อตกลง เลอื กเลน่ ในศูนย์ตาม รสชาติอาหาร
-การปฏบิ ตั กิ ารทดลอง -การพับสี ความสนใจและความ
-การเคลอ่ื นไหว -การประดิษฐ์ชน้ิ งาน -การเป่าสี ถนดั ของตนเองโดย -เกมจดั หมวดหมู่
ประกอบเพลง -พยัญชนะ ร ธ จัดให้สอดคล้องตาม อาหารรอ้ น-เย็น
พร้อมอุปกรณ์ -การโรยทรายสี หนว่ ยการเรียนรู้
-การเคลื่อนไหว -การปฏิบัตกิ ารทดลอง -การปน้ั ดนิ นา้ มนั
ตามขอ้ ตกลง -การประกอบอาหาร -เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้
-คาศัพท์ SWEET เลือกเล่นในศนู ย์ตาม
-เคล่ือนไหวตาม ความสนใจและความ
จนิ ตนาการ -สนทนาตอบคาถาม ถนัดของตนเองโดย
-การเคลอื่ นไหว -การปฏบิ ัติการทดลอง จัดใหส้ อดคล้องตาม
ตามขอ้ ตกลง -ตัวเลข ๑ หนว่ ยการเรียนรู้
-การเคล่ือนไหว -เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้
ตามคาบรรยาย เลือกเลน่ ในศูนยต์ าม
-การเคลื่อนไหว ความสนใจและความ
ตามขอ้ ตกลง ถนดั ของตนเองโดย
จดั ให้สอดคล้องตาม
หน่วยการเรยี นรู้
-เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ได้
เลือกเลน่ ในศนู ยต์ าม
ความสนใจและความ
ถนดั ของตนเองโดย
จัดให้สอดคล้องตาม
หน่วยการเรยี นรู้
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาห์ที่ 8 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย การมองเหน็
1. ชอ่ื กิจกรรม เคล่อื นไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เคลอื่ นไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกายได้คลอ่ งแคลว่ วอ่ งไว 2) เคลอ่ื นไหวประกอบอปุ กรณอ์ ย่างอสิ ระได้
3) ปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการเคลื่อนไหวร่างกายได้ 4) มีความมั่นใจและกลา้ แสดงออก
5) แสดงท่าทางประกอบเพลงตามจินตนาการได้ 6) มีความสนุกสนานขณะทากิจกรรม
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) การเคล่อื นไหวพร้อมอุปกรณป์ ระกอบเพลง 1) การเคลอื่ นไหวอยกู่ บั ท่ี
2) การเคลอ่ื นไหวตามคาสั่ง 2) การเคล่ือนไหวพร้อมวัสดุอปุ กรณ์
3) การเคลอื่ นไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) เด็กกาหนดพ้ืนท่ีในการเคลือ่ นไหวรา่ งกายดว้ ยตนเอง
2) ครสู รา้ งขอ้ ตกลงกับเด็กในการเคล่อื นไหว ดงั นี้
-เคาะ 1 ครงั้ เดิน 1 คร้งั
-เคาะ 2 คร้ัง ติดต่อกนั หยดุ เคลอื่ นไหวเปน็ ท่าทางตามจินตนาการ
-เคาะเรว็ ๆ เดนิ เร็วๆ
3) ครูเคาะจงั หวะใหเ้ ดก็ เคลื่อนไหวตามข้อตกลง 2-3 ครง้ั
4) ครูแนะนากิจกรรมทจ่ี ะปฏบิ ัตใิ นวนั นี้ คือ การเคลอื่ นไหวพรอ้ มอปุ กรณป์ ระกอบเพลง
5) ครสู าธติ การเคลอ่ื นไหวพร้อมอปุ กรณ์ประกอบเพลง
6) เดก็ หยิบริบบ้ินถอื ไวค้ นละ 1 เสน้
7) ครเู ปิดเพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา” หรือเพลงอ่ืนๆ ตามความเหมาะสม
8) เดก็ ถอื ริบบิ้นเคลอื่ นไหวรา่ งกายประกอบเพลงอย่างอิสระ เม่ือเพลงหยุดเดก็ หยุดเคลื่อนไหวทันที
9) เด็กปฏิบตั ิกิจกรรม ซ้า 2-3 ครัง้
5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) เครื่องเคาะจังหวะ 2) ริบบ้นิ
3) เทป 4) ซีดเี พลง
6. การประเมนิ ผล 2) สังเกตการเคล่ือนไหวประกอบอุปกรณ์
1) สงั เกตการเคลือ่ นไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกาย 4) สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก
3) สังเกตการปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการเคลื่อนไหวร่างกาย
5) สงั เกตการแสดงท่าทางประกอบเพลง
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 8 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย การมองเห็น
1. ช่อื กิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด ดวงตาชว่ ยใหเ้ รามองเหน็ สง่ิ ต่างๆ รอบตวั และเป็นอวยั วะทมี่ ีความละเอยี ดอ่อน
การดูแลดวงตาจึงเปน็ สงิ่ สาคัญ ควรทานอาหารทม่ี ีประโยชน์ โดยเฉพาะพชื ผักผลไม้ทม่ี ีวิตามนิ เอ และ
ควรตรวจสขุ ภาพตาปลี ะครั้ง เพอ่ื รักษาสุขภาพดวงตาให้ดีอยเู่ สมอ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) บอกความสาคัญของดวงตาได้ 2) บอกตาแหนง่ ขา้ งบน ขา้ งลา่ ง ขา้ งใน ได้
3) บอกวิธีดูแลรักษาดวงตาได้ 4) ขดี เขยี นตวั อกั ษร C ไดบ้ ้าง
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) หน้าที่ของตา 1) การร้องเพลง
2) การดแู ลรักษาดวงตา 2) การปฏบิ ัตติ นตามสขุ อนามัยสุขนสิ ยั ท่ีดใี น
กจิ วัตรประจาวัน
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครูร้องเพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา” บนแผ่นชาร์ตพร้อมท้ังใหเ้ ด็กร้องเพลงตามทีละวรรค
2) ครทู บทวนความร้เู ดมิ ของเดก็ เกีย่ วกับอวยั วะตา่ งๆ ของร่างกาย โดยครใู ชค้ าถามนาการอภปิ ราย
3) ครนู าหุ่นจาลองร่างกายมนษุ ย์และภาพอวัยวะดวงตามาร่วมสนทนาเกี่ยวกับหน้าที่และการดูแล
รกั ษาดวงตาให้มสี ุขภาพดีอยู่เสมอ
4) ครเู ปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ซักถามในส่ิงทส่ี งสัยเก่ียวกับอวัยวะดวงตา
5) ครูนากล่องนม ดอกไม้ รถจาลอง ตุก๊ ตา วางบนโต๊ะ ใต้โตะ๊ ในลนิ้ ชกั เพ่ือเลน่ เกมการบอกตาแหน่ง
ข้างบน ขา้ งล่าง ข้างใน
6) เด็กเลน่ เกมหยิบโดยมีครเู ปน็ ผอู้ อกคาสง่ั ใหเ้ ด็กปฏบิ ัติตามทลี ะคน ดังนี้
-หยบิ กล่องนมท่วี างอยู่บนโตะ๊ -หยบิ ดอกไมท้ ว่ี างในลิ้นชกั
-หยบิ รถจาลองที่วางอยใู่ ต้โตะ๊ -ผลัดเปลีย่ นกันเลน่ เกมจนครบทุกคน
7) เด็กวาดภาพสิง่ ทม่ี องเห็นในห้องและนอกหอ้ งเรยี นลงในแบบบนั ทึก
8) เดก็ ขีดเขียนตามเสน้ ประตวั อกั ษร C ในแบบฝกึ ทักษะ
9) เดก็ และครูร่วมกนั สรุปเก่ียวกับหน้าท่ีและการดูแลรักษาดวงตาให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) หุ่นจาลอง 2) บตั รภาพดวงตา 3) ดอกไม้ 4) รถจาลอง
5) ตกุ๊ ตา 6) กล่องนม 7) แบบบนั ทกึ 8) แบบฝกึ ทกั ษะ
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการสนทนาและตอบคาถามเกีย่ วกับหน้าท่ีและการดูแลรักษาดวงตาของตา
2) สงั เกตการเล่นเกมบอกตาแหนง่ ขา้ งบน ข้างลา่ ง ข้างใน
3) สงั เกตการขีดเขยี นตามเสน้ ประตัวอกั ษร C ในแบบฝึกทักษะ
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 8 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรูย้ อ่ ย การมองเห็น
1. ชอื่ กจิ กรรม สร้างสรรค์
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) จมุ่ สีภาพต้นไม้ได้ 2) มคี วามคิดสรา้ งสรรคแ์ ละจนิ ตนาการ
3) หยดสีภาพต้นไม้ได้ 4) ทาความสะอาดร่างกายหลังทากจิ กรรมได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การจุ่มสี 1) การทากจิ กรรมศลิ ปะตา่ งๆ
2) การหยดสี 2) การเขยี นภาพและเลน่ กบั สี
3) การพูดอยา่ งสรา้ งสรรค์ในการเลน่ และการ
กระทาต่างๆ
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครูจัดเตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมการจมุ่ สแี ละการหยดสใี ห้เดก็ เลือกตามความสนใจ
2) ครูแนะนาวัสดุ-อุปกรณ์และวธิ กี ารปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ดังนี้
2.1 การจมุ่ สี
-แนะนาวสั ดุ-อุปกรณใ์ นการปฏบิ ัติกจิ กรรมการจุ่มสีภาพต้นไม้
-สาธติ การปฏบิ ตั ิกิจกรรมการจมุ่ สตี ามจนิ ตนาการให้เด็กสงั เกต
2.2 การหยดสี
-แนะนาวัสดุ-อุปกรณ์ในการปฏิบัติกจิ กรรมการหยดสีภาพต้นไม้
-สาธิตการปฏบิ ัติกิจกรรมการหยดสบี นกระดาษใหเ้ ดก็ สังเกต
3) เด็กและครรู ว่ มกันสร้างข้อตกลงก่อนปฏิบัตกิ ิจกรรมการจ่มุ สแี ละการหยดสี
4) เด็กเลอื กปฏิบัตติ ามความสนใจพร้อมทั้งนาเสนอผลงานให้ครูบันทึก
5) อาสาสมัครนาผลงานการปฏิบัตกิ จิ กรรมการจมุ่ สีและการหยดสีภาพตน้ ไม้มาเล่าให้เพื่อนฟงั
6) เด็กและครชู ว่ ยกนั จัดเกบ็ และทาความสะอาดอปุ กรณใ์ นการปฏิบตั ิกิจกรรมอยา่ งเรียบรอ้ ย
7) เดก็ ทาความสะอาดร่างกายอย่างเรียบร้อยและเตรยี มปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่อไป
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1) สีโปสเตอร์ 2) จานสี 3) ชอ้ น 4) ภาพต้นไม้
5) กระดาษ 6) ผ้าเชด็ มอื 7) ตะเกยี บ 8) ผ้าเชด็ มอื
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการจมุ่ สีภาพตน้ ไม้ 2) บนั ทึกผลการนาเสนอชน้ิ งาน
3) สงั เกตการหยดสีภาพต้นไม้ 4) สงั เกตการทาความสะอาดรา่ งกายหลงั ทากิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 8 วนั ที่ 1 สาระการเรยี นร้ยู ่อย การมองเหน็
1. ช่อื กกิ จรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้1) สังเกต สารวจ ทดลอง ค้นควา้ คดิ แก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มปี ระสบการณใ์ นการณต์ รงในการใช้ภาษา มจี นิ ตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ตอ่ งานและสิ่งท่ตี นเล่น
3) มีวนิ ัย ความรับผดิ ชอบ มีมารยาท ช่วยเหลือแบ่งปนั อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสตปิ ญั ญาอย่างสมดุลรอบดา้ น
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้
1) การเล่นตามศูนยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณต์ า่ งๆ อย่างอสิ ระผา่ นการเลน่ ทดลอง คดิ ค้นคว้า
สรา้ งสรรค์
การแก้ปัญหาและการแสวงหาคาตอบซง่ึ จะชว่ ยพฒั นาความคดิ จินตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกับความมีวนิ ัย
ความรับผดิ ชอบการรอคอย แบง่ ปนั การใฝ่รแู้ ละการอยู่รว่ มกันเพ่อื พัฒนาการเข้าสสู่ งั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเลน่ เคร่ืองเลน่ สัมผัสและการสร้างสง่ิ ตา่ งๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของชิ้นเล็กเติมในชนิ้ ใหญ่ให้สมบูรณ์และการแยกชนิ้ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกบั ผู้อน่ื
4) การรับรู้ แสดงความรสู้ กึ ผา่ นสื่อ วสั ดุ ของเลน่ และชิน้ งาน
5) การเล่นตามมมุ ประสบการณ์/มุมเลน่ ตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ นิ้ งานโดยใช้รปู ร่าง รูปทรงจากวสั ดทุ หี่ ลากหลาย
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ตั ิตนในการเล่นศูนย์กจิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลือกเล่นศนู ย์กจิ กรรมเสรตี ามความสนใจ
3) ครแู นะนา กระตนุ้ สง่ เสรมิ ให้คาชมเชยเพ่ือให้เดก็ เกดิ การพัฒนาอยา่ งสมดลุ รอบด้านเต็มตามศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ดก็ เลน่ อยา่ งอิสระ หลงั จากเลกิ เลน่ ใหเ้ ด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มทง้ั เกบ็ ของเขา้ ท่ีให้เรยี บรอ้ ย
5. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
-สอื่ และอปุ กรณต์ า่ งๆ ทจี่ ดั ไว้ตามศูนย์กจิ กรรมเสรตี ้องสอดคล้องสมั พนั ธก์ ับหนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง คน้ คว้า คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเลน่ เปน็ กล่มุ
2) สงั เกตการใช้ภาษา ตรวจผลงาน การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการความคิดสรา้ งสรรคต์ อ่ งานและส่งิ ทตี่ นเลน่
3) สังเกตความมีวินยั ความรบั ผิดชอบ มีมารยาท การช่วยเหลอื แบ่งปัน อดทนรอคอย และมจี ิตสาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหนา้ ของพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 8 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย การมองเห็น
1. ชื่อกิจกรรม กลางแจ้ง
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) เล่นเกมตุ๊กตาซ่อนหาได้ 2) ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงของห้องเรียนได้
3) เขา้ แถวไปทากิจกรรมนอกหอ้ งเรียนได้ 4) ปฏิบัตกิ ิจวัตรสว่ นตัวได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) เกมตุ๊กตาซ่อนหา 1) การเล่นรายบุคคล กลุม่ ยอ่ ยและกลุ่มใหญ่
2) การนบั เลข 2) การเล่นนอกหอ้ งเรยี น
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) เด็กและครรู ่วมกนั ร้องเพลง “ตาและหู” บนแผ่นชารต์ หนา้ หอ้ งเรียน
2) เดก็ และครรู ว่ มกันสร้างขอ้ ตกลงก่อนเข้าแถวไปทากิจกรรมนอกห้องเรียน
3) เด็กและครทู าทา่ กายบรหิ ารเพื่ออบอุ่นร่างกายกอ่ นปฏิบตั ิกจิ กรรมพร้อมทง้ั นับเลข 1-10 ครง้ั
4) ครแู นะนาและอธบิ ายกฎ กติกา วธิ กี ารเล่นเกมตุก๊ ตาซอ่ นหา ดังนี้
-ครูนาตุ๊กตาตัวเลก็ (10 ตัว ขึ้นไป) นาไปซ่อนในบรเิ วณต่างๆ รอบสนาม
-แบ่งเดก็ ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน
-เดก็ แตล่ ะกลุ่มออกตามหาต๊กุ ตาที่ครูนาไปซ่อน ภายในเวลา 10 นาที
-เมือ่ หมดเวลา กลุ่มใดเจอตุ๊กตาที่ครูซอ่ นไดจ้ านวนมากท่สี ดุ เป็นกลุ่มชนะ
5) เดก็ เล่นเกมตุ๊กตาซ่อนหาร่วมกัน
6) เดก็ เล่นเกมตกุ๊ ตาซ่อนหาซ้าๆ 2 - 3 ครั้ง
7) เดก็ และครรู ว่ มกันสรุปประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับจากการเลน่ เกมตุ๊กตาซ่อนหา
8) เด็กนั่งพักคลายกลา้ มเนอื้ ประมาณ 2 -3 นาที
9) เด็กเข้าแถวทาความสะอาดร่างกายและแต่งกายใหเ้ รียบร้อยก่อนเข้าห้องเรยี น
5. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1) เกมตุ๊กตาซ่อนหา 2) ต๊กุ ตาตวั เลก็ 3) แผน่ ชารต์ เพลง “ตาและหู”
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเล่นเกมตุ๊กตาซ่อนหา 2) สงั เกตการปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลงของห้องเรียน
3) สังเกตการเข้าแถวไปทากิจกรรมนอกหอ้ งเรยี น 4) สังเกตการปฏบิ ตั ิกจิ วัตรส่วนตัวหลังทากจิ กรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 8 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนรยู้ ่อย การมองเหน็
1. ช่อื กิจกรรม เกมการศึกษา
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เล่นเกมภาพตดั ตอ่ เด็กสอ่ งแวน่ ขยายใหส้ มบรู ณไ์ ด้
2) ส่งเสริมการเล่นร่วมกัน
3) เลน่ แลว้ เกบ็ เกมการศึกษาเข้าทไ่ี ด้
4) ร้องเพลงและแสดงท่าทางประกอบไดต้ ามจนิ ตนาการ
5) แสดงความคิดเห็นในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) เกมภาพตัดต่อเด็กส่องแว่นขยาย 1) การต่อของชิน้ เล็กเติมในชนิ้ ใหญใ่ ห้สมบรู ณแ์ ละ
2) การรอ้ งเพลง การแยกสว่ น
2) การใหค้ วามรว่ มมือในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) เด็กและครรู ว่ มกันรอ้ งเพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา” พร้อมทาท่าทางประกอบเพลง
2) ครแู นะนาและสาธิตวิธีการเลน่ เกมภาพตดั ต่อเดก็ ส่องแวน่ ขยายให้เด็กสงั เกต
3) เด็กนั่งเป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คน ตามความสมัครใจ
4) ตวั แทนกลุ่มออกมาหยิบเกมภาพตัดต่อเดก็ ส่องแว่นขยายที่ตอ่ สมบูรณไ์ ปสังเกตรายละเอียด
5) ครูใช้คาถามเพือ่ ร่วมกนั สนทนารายละเอยี ดของภาพตดั ต่อเดก็ ส่องแว่นขยายที่แตล่ ะกลุม่ ไดร้ บั
6) เดก็ เล่นเกมภาพตัดต่อเด็กสอ่ งแว่นขยายโดยมีครูดูแลและใหค้ าแนะนาในการเล่นที่ถกู ต้อง
7) เดก็ จดั เก็บเกมเข้าทีเ่ ม่ือเลกิ เล่นกอ่ นไปเลน่ เกมอื่น
5. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1) เกมภาพตดั ต่อเดก็ ส่องแว่นขยาย
2) เกมชุดเก่า
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการตัดสินใจและการแก้ปัญหาในการเล่นเกม
2) สังเกตการเล่นรว่ มกับผู้อ่ืน
3) สงั เกตการเกบ็ ของเข้าทเ่ี มื่อเลิกเล่น
4) สงั เกตการรอ้ งเพลงประกอบทา่ ทาง
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 8 วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย การดมกล่นิ
1. ช่อื กิจกรรม เคลอื่ นไหวและจงั หวะ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) เคล่ือนไหวส่วนต่างๆของรา่ งกายได้คลอ่ งแคลว่ 2) ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการเคลือ่ นไหวร่างกายได้
3) มคี วามม่นั ใจและกลา้ แสดงออก 4) แสดงท่าทางประกอบเพลงตามจินตนาการได้
5) มีความสนกุ สนานขณะทากจิ กรรม 6) มีระเบียบวินยั ในการเขา้ แถว
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การเคลอื่ นไหวประกอบเพลง 1) การเคลอื่ นไหวอยูก่ ับที่
2) การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง 2) การเคลอ่ื นไหวเคล่ือนที่
3) การเคล่ือนไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) เด็กกาหนดพื้นที่ในการเคลื่อนไหวรา่ งกายด้วยตนเอง
2) ครูสร้างข้อตกลงกับเด็กในการเคล่อื นไหว ดงั น้ี
-เคาะ 1 คร้งั เดนิ 1 ครัง้
-เคาะ 2 ครั้ง ตดิ ตอ่ กนั หยดุ เคลอ่ื นไหวเปน็ ท่าทางตามจนิ ตนาการ
-เคาะเรว็ ๆ เดนิ เรว็ ๆ
3) ครูเคาะจังหวะใหเ้ ด็กเคล่ือนไหวตามขอ้ ตกลง 2-3 ครั้ง
4) ครแู นะนากิจกรรมทจ่ี ะปฏบิ ตั ิในวันนี้ คอื การเคลือ่ นไหวประกอบเพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา”
5) ครเู ปดิ เพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา” หรือเพลงอน่ื ๆตามความเหมาะสม
6) เด็กและครูเคล่อื นไหวร่างกายประกอบเพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา”
7) เด็กปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ซา้ อีก 2-3 ครง้ั
8) เดก็ น่ังพักผ่อนและเขา้ แถวดม่ื น้าพรอ้ มท้งั ทากิจวตั รสว่ นตัวเพ่ือเตรยี มปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่อไป
5. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1) เคร่ืองเคาะไม้ 2) กลอง 3) เทป 4) ซีดีเพลง
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย 2) สงั เกตการแสดงท่าทางประกอบเพลง
3) สังเกตการปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงในการเคลื่อนไหว 4) สงั เกตการณเ์ ขา้ แถวเรียงลาดับกอ่ นหลัง
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 8 วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การดมกลนิ่
1. ช่อื กจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด จมกู ของเรามีไวห้ ายใจและดมกล่ิน ส่วนหน้าของรูจมกู มขี นเหมือนกบั ขนของ
ผิวหนงั สว่ นอน่ื ๆ ของรา่ งกาย ขนน้มี หี น้าท่ีกันไม่ให้เศษฝนุ่ ละออง ตัวแมลงหลงเขา้ ไปทางเดินหายใจ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) บอกความสาคัญของจมูกได้ 2) บอกวิธีดแู ลรักษาจมูกได้
3) บอกและเขยี นพยัญชนะ ว ไดถ้ กู ตอ้ ง 4) จาแนกกลิน่ ตา่ งๆ ได้ถูกต้อง
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) หนา้ ท่ีของจมกู 1) การปฏบิ ัตติ นตามสุขอนามยั สุขนสิ ยั ทด่ี ีใน
2) การดูแลรักษาจมกู กจิ วตั รประจาวนั
2) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตาม
ความสามารถของตนเอง
4. วิธกี ารจัดกิจกรรม
1) ครูร้องเพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา” บนแผ่นชารต์ พร้อมทง้ั ให้เดก็ ร้องเพลงตามทลี ะวรรค
2) ครทู บทวนความรเู้ ดมิ ของเดก็ เก่ียวกับอวัยวะตา่ งๆ ของร่างกาย โดยครใู ช้คาถามนาการอภิปราย
3) ครนู าหุ่นจาลองร่างกายมนษุ ย์และภาพจมกู มาร่วมสนทนาเกี่ยวกับหนา้ ที่และการดูแลรกั ษาจมูก
4) ครนู าสิง่ ของท่ีมีกล่นิ หอมและเหม็นใส่ในกล่อง 4 กล่อง คือ สบู่ แชมพู กะปิ ข้าวบูด และปิดให้สนิท
โดยเจาะรูสาหรับไวด้ มกล่นิ ดา้ นขา้ งของกลอ่ งทั้ง 4 กล่อง
6) ครูแนะนากิจกรรมท่จี ะปฏบิ ัติคอื “หนนู ้อยนักสืบ” โดยให้แต่ละคนมาดมกล่นิ สง่ิ ต่างๆ ในกลอ่ ง ดงั นี้
-กล่นิ หอมให้ระบายสีชมพูในชอ่ ง
-กลิน่ เหม็นให้ระบายสีดาในช่อง
7) เดก็ ทกุ คนทดลองปฏิบัตกิ ิจกรรม“หนนู ้อยนักสืบ” โดยการดมกล่ินสิ่งของในกล่องท้งั 4 กลอ่ ง
8) เดก็ และครูรว่ มกันสนทนาและเปดิ กล่องทง้ั 4 กล่อง เพือ่ ตรวจสอบผลการทดลองดมกลน่ิ
8) เดก็ และครูร่วมกันสนทนาเก่ียวกบั ความสาคัญและการดแู ลรักษาจมูกรวมถึงการป้องกนั โรคต่างๆ
9) ครแู นะนาและสาธิตวิธกี ารลากเสน้ ประพยญั ชนะ ว
10) เด็กฝกึ ลากเส้นประพยญั ชนะ ว ในแบบฝกึ ทักษะตามความสนใจโดยมีคุณครูคอยแนะนา
11) ครูให้สญั ญาณเกบ็ วัสดุ-อปุ กรณ์และทาความสะอาดห้องเรยี นเพ่ือเตรยี มทากิจกรรมต่อไป
5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) กล่อง 2) สบู่ 3) แชมพู 4) กะปิ
5) ข้าวบูด 6) แบบบันทึก 7) แบบฝึกทักษะ 8) หุน่ จาลอง
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการตอบคาถามเรือ่ งหน้าทแี่ ละความสาคญั ของจมูก 2) สังเกตการบอกและเขยี นพยญั ชนะ ว
3) สังเกตการสนทนาตอบคาถามวิธีดูแลรักษาจมูก 4) สังเกตการจาแนกกลิน่ ต่างๆ ในแผน่ ชารต์
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 8 วนั ที่ 2 สาระการเรยี นรยู้ ่อย การดมกล่นิ
1. ชื่อกจิ กรรม สร้างสรรค์ 2) มีความคิดสรา้ งสรรคแ์ ละจินตนาการ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 4) ทาความสะอาดร่างกายหลังทากจิ กรรมได้
1) ฉีก-ปะ ภาพดอกไม้ได้ ประสบการณ์สาคญั
3) หยดสีตามจนิ ตนาการได้ 1) การทากิจกรรมศลิ ปะต่างๆ
3. สาระการเรยี นรู้ 2) การเขียนภาพและเล่นกับสี
สาระทีค่ วรเรียนรู้ 3) การพูดอย่างสรา้ งสรรค์ในการเล่นและการ
1) การฉีก-ปะ
2) การหยดสี กระทาต่างๆ
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครูจัดเตรียมวสั ดุ-อุปกรณใ์ นการปฏิบตั ิกจิ กรรมการฉกี -ปะ ภาพดอกไม้และการหยดสใี ห้เด็กเลอื ก
2) ครูแนะนาวัสดุ-อปุ กรณ์และวธิ กี ารปฏบิ ัติกิจกรรม ดงั น้ี
2.1 การฉกี -ปะ ภาพดอกไม้
-แนะนาวัสดุ-อปุ กรณใ์ นการปฏบิ ัติกจิ กรรมการฉีก-ปะภาพดอกไม้
-สาธติ การปฏิบัตกิ ิจกรรมกิจกรรมการฉกี -ปะภาพดอกไม้ใหเ้ ด็กสงั เกต
2.2 การหยดสี
-แนะนาวสั ดุ-อปุ กรณใ์ นการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการหยดสี
-สาธติ การปฏบิ ัติกิจกรรมการหยดสีบนกระดาษใหเ้ ดก็ สังเกต
3) เด็กและครูร่วมกันสร้างข้อตกลงก่อนการปฏิบตั ิทากิจกรรมการฉีก-ปะภาพดอกไม้และการหยดสี
4) เดก็ เลือกปฏิบัตติ ามความสนใจพร้อมทั้งนาเสนอผลงานใหค้ รูบันทึก
5) อาสาสมคั รนาผลงานการปฏิบัติกิจกรรมการฉีก-ปะภาพดอกไม้และการหยดสีตามจนิ ตนาการมาเล่า
ใหเ้ พอื่ นฟัง
6) เดก็ และครูช่วยกันจดั เก็บและทาความสะอาดอุปกรณ์ในการปฏบิ ัติกิจกรรมอยา่ งเรียบรอ้ ย
7) เดก็ ทาความสะอาดรา่ งกายอยา่ งเรียบรอ้ ยและเตรียมปฏิบัติกจิ กรรมต่อไป
5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1) สีโปสเตอร์ 2) จานสี 3) ช้อน 4) ภาพดอกไม้
5) กระดาษสี 6) ผ้าเช็ดมอื 7) ตะเกียบ 8) กระดาษ A4
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการฉีก-ปะภาพดอกไม้ 2) บนั ทึกผลการนาเสนอช้ินงาน
3) สงั เกตการหยดสตี ามจนิ ตนาการ 4) สงั เกตการทาความสะอาดร่างกายหลงั ทากจิ กรรม
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 8 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การดมกล่นิ
1. ช่อื กกิ จรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) สังเกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แก้ปัญหาในการทางานและการเลน่ เป็นกลุ่ม
2) มปี ระสบการณ์ในการณต์ รงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคิดสรา้ งสรรคต์ ่องานและสงิ่ ทต่ี นเลน่
3) มวี นิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ มมี ารยาท ช่วยเหลือแบง่ ปนั อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มีพัฒนาการทางรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสติปญั ญาอย่างสมดุลรอบดา้ น
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้
1) การเล่นตามศูนย์เป็นการเลน่ ในศูนย์ประสบการณต์ า่ งๆ อย่างอสิ ระผา่ นการเล่น ทดลอง คดิ ค้นคว้า
สรา้ งสรรค์
การแก้ปัญหาและการแสวงหาคาตอบซงึ่ จะชว่ ยพัฒนาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกบั ความมวี นิ ยั
ความรับผดิ ชอบการรอคอย แบ่งปนั การใฝร่ ้แู ละการอยรู่ ว่ มกนั เพือ่ พฒั นาการเขา้ สสู่ งั คม
ประสบการณส์ าคญั
1) การเล่นเคร่ืองเล่นสัมผัสและการสร้างสิ่งตา่ งๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชน้ิ เล็กเติมในช้นิ ใหญใ่ หส้ มบรู ณ์และการแยกชน้ิ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานร่วมกับผู้อนื่
4) การรบั รู้ แสดงความรู้สึกผ่านสอื่ วสั ดุ ของเลน่ และชนิ้ งาน
5) การเล่นตามมมุ ประสบการณ์/มุมเล่นตา่ งๆ
6) การสร้างสรรคช์ ้ินงานโดยใชร้ ูปร่าง รปู ทรงจากวสั ดุที่หลากหลาย
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครแู นะนาการเลน่ การปฏบิ ตั ติ นในการเล่นศนู ย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เดก็ เลอื กเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครแู นะนา กระตนุ้ ส่งเสรมิ ใหค้ าชมเชยเพอ่ื ใหเ้ ดก็ เกดิ การพฒั นาอยา่ งสมดลุ รอบด้านเตม็ ตามศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ดก็ เล่นอย่างอสิ ระ หลงั จากเลิกเล่นให้เดก็ ทาความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมทง้ั เกบ็ ของเขา้ ท่ใี ห้เรียบร้อย
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
-สื่อและอุปกรณต์ า่ งๆ ท่จี ัดไว้ตามศนู ยก์ ิจกรรมเสรตี ้องสอดคลอ้ งสมั พนั ธก์ บั หน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลมุ่
2) สงั เกตการใช้ภาษา ตรวจผลงาน การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการความคดิ สร้างสรรคต์ ่องานและสง่ิ ทีต่ นเลน่
3) สังเกตความมีวนิ ยั ความรับผิดชอบ มีมารยาท การชว่ ยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอย และมีจติ สาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหนา้ ของพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาห์ที่ 8 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรยู้ ่อย การดมกลนิ่
1. ชื่อกจิ กรรมกลางแจ้ง 2) มีทักษะในการใช้กลา้ มเนอ้ื มัดใหญ่-มัดเลก็
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) เตะบอล ระยะ 5 เมตร ได้
3) ฟงั และปฏบิ ตั ิตามกฎ กฏิกาในการเล่นได้ 4) เกิดความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ ขณะทากิจกรรม
4) เล่นและทากิจกรรมร่วมกับผอู้ น่ื 6) อดทน รอคอยและรจู้ กั การแบ่งปนั
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) การเตะบอล ระยะ 5 เมตร 1) การเล่นนอกห้องเรยี น
2) การปฏิบตั ติ ามข้อตกลง 2) เคล่ือนไหวทีใ่ ชก้ ารประสานสมั พนั ธ์ของ
การใชก้ ลา้ มเนือ้ ใหญใ่ นการขว้าง การจับ การโยน
การเตะ
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) เดก็ และครูร่วมกนั สร้างขอ้ ตกลงในการออกไปทากิจกรรมนอกห้องเรยี นโดยบันทึกในแผ่นชาร์ต
2) เดก็ และครูอบอุ่นร่างกายด้วยท่ากายบรหิ ารรวมทั้งนับเลข 1-10 ไปพรอ้ มกับการออกกาลังกาย
3) เด็กน่งั เป็นวงกลมเตรยี มฟังคาแนะนาในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลางแจ้ง
4) ครูแนะนาชอื่ กิจกรรมกลางแจง้ ทจ่ี ะปฏิบตั ิในวนั นใ้ี ห้เด็กทราบ
5) ครูแนะนาอปุ กรณ์และสาธติ การปฏิบตั ิกิจกรรมเตะบอล ระยะ 5 เมตร ใหเ้ ดก็ สังเกต
6) เด็กออกมาสาธิตการปฏบิ ัติเตะบอล ระยะ 5 เมตร ให้เพ่ือนสงั เกต
7) เดก็ ผลัดเปล่ยี นกนั ปฏิบตั ิกจิ กรรมเตะบอล ระยะ 5 เมตร จนครบทุกคน
8) ครใู ห้สัญญาณโดยการเปา่ นกหวีดเพื่อเปล่ยี นกิจกรรม
9) เด็กชว่ ยกันเกบ็ วสั ดุ-อุปกณใ์ นปฏิบตั ิกจิ กรรมเตะบอลอยา่ งเรียบร้อย
10) เด็กเขา้ แถวทาความสะอาดร่างกายและเตรียมทากิจกรรมต่อไป
5. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้ 2) นกหวีด 3) ประตูบอล
1) ลูกบอล
6. การประเมินผล 2) สังเกตการใช้กลา้ มเนื้อมดั ใหญ่-มดั เล็ก
1) สังเกตการเตะบอล ระยะ 5 เมตร
3) สังเกตการฟังและปฏบิ ัติตามกฎ กฏกิ าในการเล่น 4) สังเกตพฤตกิ รรมขณะทากิจกรรม
5) สงั เกตการเลน่ และทากิจกรรมรว่ มกับผูอ้ ่ืน
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 8 วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย การดมกล่ิน
1. ชื่อกิจกรรม เกมการศกึ ษา ประสบการณส์ าคัญ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) การต่อของชน้ิ เล็กเตมิ ในชนิ้ ใหญ่ให้
สมบูรณ์และการแยกสว่ น
1) เล่นเกมจับคภู่ าพกับเงารูปทรงเรขาคณติ ได้ 2) การมสี ่วนร่วมในการเลอื กวิธีการแก้ปัญหา
2) สง่ เสริมการเลน่ รว่ มกนั
3) เล่นแล้วเกบ็ เกมการศึกษาเข้าท่ไี ด้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้
1) เกมจับคภู่ าพกบั เงารูปทรงเรขาคณติ
2) การปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงในการเลน่
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาชื่อกจิ กรรมและวธิ กี ารเลน่ ใหเ้ ดก็ ทราบ คือ เกมจับคู่ภาพกบั เงารูปทรงเรขาคณิต
2) ครูสาธิตการเกมจับคู่ภาพกบั เงารูปทรงเรขาคณติ ให้เดก็ สงั เกต
3) เดก็ ออกมาสาธิตการเล่นเกมจบั คู่ภาพกบั เงารูปทรงเรขาคณิตใหเ้ พ่ือนสงั เกต
4) เดก็ และครรู ่วมกันสรา้ งข้อตกลงก่อนการเล่นเกมจบั คู่ภาพกับเงารูปทรงเรขาคณิต
5) เดก็ นั่งเปน็ กลมุ่ ๆ ละ 4-5 คนตามความสมัครใจ เพือ่ เล่นเกมจบั ค่ภู าพกับเงารูปทรงเรขาคณติ
6) ตัวแทนออกมารับเกมจับคภู่ าพกับเงารูปทรงเรขาคณิตไปรว่ มกันเลน่ กับเพ่ือนในกลมุ่ ของตนโดยมคี รู
คอยแนะนาและกระตนุ้ เมอื่ เด็กปฏิบตั กิ จิ กรรมไมไ่ ด้
7) ครรู ้องเพลง“เก็บของ”เพือ่ เป็นสญั ญาณใหเ้ ด็กชว่ ยกันเกบ็ อุปกรณ์การเล่นเข้าที่ให้เรยี บร้อย
8) เดก็ ทาความสะอาดรา่ งกายและเตรยี มตวั กลับบา้ น
5. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
1) เกมจบั ค่ภู าพกับเงารปู ทรงเรขาคณติ
2) เกมทีเ่ คยเล่นมาแล้ว
6. การประเมินผล
1) สังเกตการตดั สินใจและการแก้ปัญหาในการเล่นเกม
2) สังเกตการเลน่ ร่วมกบั ผู้อ่ืน
3) สงั เกตการเกบ็ ของเขา้ ทเี่ มื่อเลิกเลน่
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 8 วนั ที่ 3 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย การได้ยนิ
1. ชอ่ื กิจกรรม เคล่อื นไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เคล่อื นไหวสว่ นตา่ งๆของรา่ งกายได้คล่องแคลว่ 2) เคลอื่ นไหวประกอบอุปกรณ์อย่างอิสระได้
3) ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการเคลื่อนไหวร่างกายได้ 4) มคี วามมั่นใจและกลา้ แสดงออก
5) แสดงท่าทางประกอบเพลงตามจนิ ตนาการได้ 6) มคี วามสนกุ สนานขณะทากิจกรรม
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การเคล่ือนไหวพร้อมอุปกรณป์ ระกอบเพลง 1) การเคลอ่ื นไหวอยู่กับท่ี
2) การเคล่อื นไหวตามข้อตกลง 2) การเคล่อื นไหวเคลอ่ื นท่ี
3) การเคล่ือนไหวพร้อมวัสดุอุปกรณ์
4. วิธีการจดั กจิ กรรม
1) เด็กกาหนดพน้ื ที่ในการเคลื่อนไหวร่างกายดว้ ยตนเอง
2) ครสู ร้างขอ้ ตกลงกับเด็กในการเคลอ่ื นไหว ดังน้ี
-เคาะ 1 ครั้ง เดิน 1 ครงั้
-เคาะ 2 คร้งั ตดิ ตอ่ กนั หยดุ เคลื่อนไหวเป็นทา่ ทางตามจนิ ตนาการ
-เคาะเร็วๆ เดนิ เร็วๆ
3) ครเู คาะจังหวะใหเ้ ด็กเคล่ือนไหวตามขอ้ ตกลง 2-3 ครง้ั
4) ครูแนะนากจิ กรรมทีจ่ ะปฏิบตั ใิ นวันน้ี คือ การเคลื่อนไหวพรอ้ มอุปกรณป์ ระกอบเพลง
5) ครูสาธติ การเคล่ือนไหวพร้อมอุปกรณ์ประกอบเพลง
6) เด็กหยิบริบบ้นิ ถอื ไวค้ นละ 1 เสน้
7) ครูเปดิ เพลง “ตา หู จมกู ปาก ตา ” หรือเพลงอ่นื ๆตามความเหมาะสม
8) เดก็ ถือรบิ บ้นิ เคล่อื นไหวร่างกายประกอบเพลงอย่างอสิ ระเมื่อเพลงหยุดเดก็ หยดุ เคลอ่ื นไหวทันที
9) เดก็ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม ซ้า 2-3 คร้งั
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เครื่องเคาะจังหวะ 2) ริบบิ้น
3) เทป 4) ซดี เี พลง
6. การประเมินผล 2) สงั เกตการเคลื่อนไหวประกอบอปุ กรณ์
1) สังเกตการเคล่ือนไหวสว่ นต่างๆของร่างกาย 4) สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก
3) สังเกตการปฏิบตั ิตามข้อตกลงในการเคล่ือนไหวรา่ งกาย
5) สังเกตการแสดงท่าทางประกอบเพลง
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาห์ที่ 8 วนั ที่ 3 สาระการเรยี นรูย้ ่อย การได้ยิน
1. ชอ่ื กิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด หเู ป็นอวยั วะส่วนหนงึ่ ที่อยูใ่ นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ซ่ึงมีความสาคัญมากโดยทาหน้าที่
รบั ฟังเสยี งตา่ งๆ เราจึงควรระมดั ระวงั ดูแลรกั ษาหู เพื่อใชห้ อู ย่างมปี ระสิทธิภาพ เม่ือหเู กดิ ความผดิ ปกติ
ไม่ควรละเลยจากการรักษา ควรรีบเขา้ พบแพทย์ทนั ทเี พราะอาจนาไปสู่โรคร้ายแรงได้
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกความสาคัญของหูได้ 2) บอกวธิ ดี แู ลรกั ษาโรคทเี่ กิดกบั หไู ด้
3) บอกชอื่ พยัญชนะ ร ธ ไดถ้ ูกต้อง 4) ทายเสยี งได้ถูกต้องบา้ ง
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) หน้าที่และการดูแลรกั ษาหู 1) การปฏิบตั ิตนตามสขุ อนามัยสขุ นสิ ัยทีด่ ีใน
2) การประดิษฐเ์ ครอ่ื งดนตรี กจิ วัตรประจาวนั
2) การเคล่ือนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครูร้องเพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา” บนแผน่ ชารต์ พร้อมทง้ั ให้เดก็ ร้องเพลงตามทลี ะวรรค
2) ครทู บทวนความรู้เดมิ ของเดก็ เกี่ยวกบั อวยั วะต่างๆ ของร่างกาย โดยครใู ช้คาถามนาการอภปิ ราย
3) ครนู าหุ่นจาลองและภาพหูมารว่ มสนทนาเก่ียวกับความสาคัญและการป้องกันโรคที่เกดิ ข้ึนกบั หู
4) ครูแนะนาและสาธิตการปฏิบตั ิกิจกรรม “ทายซิเสยี งอะไรเอย่ ” ดังนี้
-วางบตั รภาพมา้ ช้าง หมู แมว รถมอเตอร์ไซด์ รถไฟ บนส่ือผนื เลก็ ฯลฯ
-เปดิ เสยี งใหเ้ ด็กฟงั จานวน 2 คร้งั
-เด็ก 4-5 คน ออกมาหยิบภาพเสียงท่ีฟังใหถ้ ูกต้อง
5) เด็กปฏบิ ตั ิกจิ กรรม“ทายซเิ สียงอะไรเอ่ย” จนครบทุกคน
6) ครูแนะนากิจกรรม “ประดิษฐ์เคร่ืองดนตรี” จากอปุ กรณท์ ีเ่ ตรยี มไว้ คือ กระปอ๋ งนา้ เมลด็ ถว่ั
เมล็ดถัว่ แมงลัก ทรายสี ก้อนหินขาว เทปกาว สตก๊ิ เกอร์ตัวอักษร กระดาษสี กรรไกร
7) เด็กเขา้ แถวเลอื กอปุ กรณ์ “ประดิษฐเ์ คร่อื งดนตรี” ตามความสนใจพร้อมท้งั ออกมานาเสนอผลงาน
8) ครใู หส้ ญั ญาณเก็บวัสดุ-อุปกรณ์และทาความสะอาดห้องเรียนเพ่ือเตรยี มทากจิ กรรมตอ่ ไป
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) แผน่ ชาร์ตเพลง 2) หุ่นจาลอง 3) บัตรภาพหู 4) บัตรภาพเสยี งสตั ว์
5) บตั รภาพเสยี งรถ 6) กระป๋องนา้ 7) เมลด็ ถ่วั 8) ก้อนหนิ
9) เทปกาว 10) สตกิ๊ เกอรต์ วั อกั ษร 11) กระดาษสี 12) กรรไกร
6. การประเมินผล
1) สังเกตการตอบคาถามเร่ืองหนา้ ทแ่ี ละความสาคญั ของหู
2) สังเกตการสนทนาตอบคาถามวธิ ีดแู ลรกั ษาหู
3) สงั เกตการบอกชื่อพยญั ชนะ ร ธ
4) สงั เกตการปฏิบัตกิ ิจกรรม“ทายซิเสียงอะไรเอย่ ”
แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 8 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ย่อย การได้ยิน
1. ช่ือกิจกรรม สร้างสรรค์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) วาดภาพดว้ ยสเี ทียนตามจินตนาการได้ 2) มคี วามคิดสรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
3) ปั้นดินน้ามันตามจินตนาการได้ 4) ทาความสะอาดร่างกายหลังทากิจกรรมได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การวาดภาพอสิ ระดว้ ยสีเทยี น 1) การทากจิ กรรมศิลปะตา่ งๆ
2) การปั้นดนิ นา้ มัน 2) การเขียนภาพและเล่นกับสี
3) การป้นั
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณใ์ นการปฏิบตั ิกิจกรรมวาดภาพด้วยสีเทยี นและการปน้ั ดินนา้
2) ครูแนะนาวัสดุ-อุปกรณ์และวิธกี ารปฏิบัติกจิ กรรม ดงั น้ี
2.1 การวาดภาพด้วยสีเทยี น
-แนะนาวัสดุ-อุปกรณใ์ นการปฏิบตั ิกิจกรรมวาดภาพดว้ ยสีเทียน
2.2 การปั้นดินน้ามัน
-แนะนาวัสดุ-อุปกรณ์ในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมปัน้ ดินน้า
-สาธิตการปฏิบัตกิ ิจกรรมปั้นดินน้าใหเ้ ด็กสังเกต
3) เดก็ และครูรว่ มกันสรา้ งข้อตกลงก่อนการปฏบิ ัติกิจกรรมวาดภาพดว้ ยสีเทยี นและการปัน้ ดินน้ามัน
4) เดก็ เลือกปฏิบตั ิตามความสนใจพร้อมทั้งนาเสนอผลงานให้ครูบันทึก
5) อาสาสมคั รนาผลงานการปฏิบตั ิกจิ กรรมวาดภาพดว้ ยสเี ทียนและการป้นั ดินนา้ มันมาเลา่ ให้เพื่อนฟงั
6) เด็กและครูช่วยกันจัดเกบ็ และทาความสะอาดอุปกรณ์ในการปฏิบัติกจิ กรรมอย่างเรียบร้อย
7) เดก็ ทาความสะอาดร่างกายอย่างเรยี บร้อยและเตรียมปฏิบัตกิ จิ กรรมต่อไป
5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1) สีเทียน 2) กระดาษ A4 3) ผ้าเชด็ มอื
4) ดนิ น้ามันไร้สาร 5) แผน่ รองป้ัน 6) สบู่ลา้ งมือ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการวาดภาพดว้ ยสเี ทียน 2) สงั เกตการนาเสนอช้นิ งาน
3) สงั เกตการปั้นดินน้ามัน 4) สงั เกตการทาความสะอาดรา่ งกายหลังทากจิ กรรม
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 8 วนั ที่ 3 สาระการเรยี นรู้ย่อย การไดย้ ิน
1. ชื่อกกิ จรรม เสรี
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ คว้า คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเลน่ เป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณ์ในการณต์ รงในการใชภ้ าษา มีจนิ ตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ตอ่ งานและส่งิ ท่ีตนเลน่
3) มีวินยั ความรบั ผิดชอบ มมี ารยาท ชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มีพฒั นาการทางรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสตปิ ญั ญาอยา่ งสมดุลรอบดา้ น
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้
1) การเล่นตามศูนย์เปน็ การเลน่ ในศูนย์ประสบการณ์ตา่ งๆ อย่างอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง คดิ ค้นคว้า
สร้างสรรค์
การแกป้ ญั หาและการแสวงหาคาตอบซง่ึ จะช่วยพฒั นาความคิด จนิ ตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกับความมวี นิ ยั
ความรับผดิ ชอบการรอคอย แบ่งปนั การใฝร่ แู้ ละการอยรู่ ว่ มกันเพอ่ื พัฒนาการเข้าสสู่ ังคม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสรา้ งสงิ่ ตา่ งๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของช้ินเล็กเติมในชน้ิ ใหญ่ใหส้ มบูรณ์และการแยกชิน้ ส่วน
3) การเลน่ และการทางานร่วมกบั ผู้อ่ืน
4) การรบั รู้ แสดงความร้สู กึ ผ่านสื่อ วสั ดุ ของเล่นและชน้ิ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเลน่ ตา่ งๆ
6) การสร้างสรรค์ชนิ้ งานโดยใชร้ ูปร่าง รูปทรงจากวสั ดุท่หี ลากหลาย
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ตั ิตนในการเลน่ ศนู ยก์ จิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลือกเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูแนะนา กระตนุ้ ส่งเสรมิ ให้คาชมเชยเพอ่ื ให้เดก็ เกดิ การพฒั นาอยา่ งสมดลุ รอบด้านเตม็ ตามศกั ยภาพ
4) ให้เด็กเล่นอย่างอิสระ หลงั จากเลกิ เล่นให้เด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมท้ังเกบ็ ของเข้าทใี่ หเ้ รยี บร้อย
5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
-สอื่ และอปุ กรณต์ ่างๆ ทีจ่ ดั ไว้ตามศนู ยก์ จิ กรรมเสรตี อ้ งสอดคลอ้ งสมั พันธก์ ับหนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง คน้ คว้า คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเลน่ เปน็ กลุม่
2) สงั เกตการใช้ภาษา ตรวจผลงาน การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการความคิดสร้างสรรคต์ ่องานและสิ่งท่ีตนเลน่
3) สังเกตความมวี ินัย ความรบั ผดิ ชอบ มมี ารยาท การชว่ ยเหลือแบง่ ปนั อดทนรอคอย และมจี ิตสาธารณะ
4) สังเกตความก้าวหนา้ ของพัฒนาการทัง้ 4 ด้าน
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 8 วนั ที่ 3 สาระการเรียนรูย้ ่อย การไดย้ ิน
1. ช่อื กิจกรรมกลางแจง้ 2) มีทักษะในการใชก้ ลา้ มเนอื้ มัดใหญ่-มัดเลก็
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) เล่นเกมนั่งขวา้ งเป้าไดบ้ ้าง
3) ฟงั และปฏบิ ตั ติ ามกฎ กฏิกาในการเล่นได้ 4) เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะทากิจกรรม
3. สาระการเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
สาระทคี่ วรเรียนรู้
1) การเลน่ เกมนัง่ ขวา้ งเป้า 1) การเล่นนอกห้องเรยี น
2) การปฏบิ ัติตามข้อตกลง 2) การเลน่ หรอื ทาร่วมกับกลมุ่ เพื่อน
3) การเคล่ือนไหวที่ใช้การประสานสัมพนั ธ์ของการ
ใชก้ ล้ามเนื้อใหญใ่ นการขว้าง การจบั การโยน
การเตะ
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) เด็กและครูร่วมกนั สรา้ งขอ้ ตกลงในการออกไปทากิจกรรมนอกห้องเรยี นโดยบนั ทึกในแผน่ ชารต์
2) เดก็ และครูอบอุ่นรา่ งกายดว้ ยทา่ กายบริหารพรอ้ มท้ังนบั เลข 1-10 ไปพร้อมกับการออกกาลงั กาย
3) เด็กนง่ั เปน็ วงกลมเตรยี มฟงั คาแนะนาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมกลางแจ้ง
4) ครูแนะนาและสาธิตกจิ กรรมท่ีจะปฏิบตั ใิ นวันนใ้ี หเ้ ด็กทราบ คือ การเล่นเกมนง่ั ขว้างเปา้ ดังน้ี
-เด็กนัง่ เปน็ แถวละเท่าๆ กัน จานวน 4-5 แถว
-เด็กน่งั ทีจ่ ดุ เร่มิ ต้นโดยห่างจากเป้าประมาณ 3-4 เมตร (กระป๋องหรือแทง่ ไมท้ เ่ี ตรยี มไว)้
-เด็กคนท่ี 1 ของแถวนัง่ ขว้างเปา้ ใหล้ ้ม (กระปอ๋ งหรือแท่งไม้ทเ่ี ตรยี มไว)้
-ถ้าขวา้ งล้มใหน้ บั 1 แต้ม แล้วไปตงั้ กระป๋องขนึ้ ใหม่
-เด็กทขี่ ว้างเสรจ็ แลว้ ลุกไปตอ่ ท้ายแถว ใหค้ นต่อไปนั่งขวา้ งเป้าแทนท่เี ด็กคนท่ี 1
-แถวใดขวา้ งเปา้ ได้แต้มมากกวา่ แถวนน้ั ชนะ
5) ตวั แทนเด็ก 4-5 คน ออกมาสาธิตการปฏิบตั ิกิจกรรมการเลน่ เกมนั่งขว้างเป้าใหเ้ พ่อื นสังเกต
6) เดก็ นัง่ เปน็ แถวๆ ละเท่ากนั จานวน 4-5 แถว ตามความสมัครใจ
7) เดก็ ผลัดเปลี่ยนกนั เล่นเกมนง่ั ขว้างเปา้ จนครบทุกคน
8) ครสู รปุ ผลการปฏิบตั ิกิจกรรมใหเ้ ด็กทราบ
9) เด็กช่วยกันเกบ็ วัสดุ-อุปกณ์ในปฏบิ ัติกจิ กรรมอย่างเรียบร้อย
10) เดก็ เข้าแถวทาความสะอาดร่างกายและเตรียมทากิจกรรมต่อไป
5. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1) ลูกเทนนสิ 2) นกหวดี 3) กระป๋องนมหรือแท่งไม้
2) สังเกตการใช้กล้ามเน้ือมัดใหญ่-มดั เลก็
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการนง่ั ขวา้ งเปา้ ระยะ 3-4 เมตร
3) สังเกตการฟังและปฏิบัตติ ามกฎ กฏิกาในการเลน่ 4) สงั เกตพฤติกรรมขณะทากิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 8 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรยู้ ่อย การไดย้ นิ
1. ชือ่ กจิ กรรม เกมการศึกษา
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เลน่ เกมจับคูภ่ าพอวยั วะรบั สัมผัสได้บา้ ง 2) รูจ้ ักการสงั เกต เปรียบเทยี บ ภาพอวัยวะตา่ งๆ
3) มือตาประสานสัมพนั ธ์กนั อยา่ งเหมาะสมตามวยั 4) มีระเบยี บวินยั ขณะปฏิบัติกจิ กรรม
5) ร้จู ักอดทน รอคอยและมีนา้ ใจตอ่ เพ่ือนในกลุ่ม 6) เก็บของเล่นเขา้ ที่ได้อย่างเรยี บร้อย
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) เกมเกมจบั คภู่ าพอวัยวะรับสัมผสั 1) การต่อของชน้ิ เลก็ เตมิ ในชน้ิ ใหญใ่ หส้ มบรู ณ์
2) การปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงในการเลน่ และการแยกส่วน
2) การมีส่วนร่วมในการเลือกวธิ กี ารแก้ปญั หา
4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1) ครแู นะนาชื่อกิจกรรมและวธิ กี ารเลน่ เกมจับค่ภู าพอวัยวะรับสัมผสั ใหเ้ ดก็ ทราบ
2) ครูสาธิตวธิ ีการเลน่ เกมจับคภู่ าพอวยั วะรับสัมผสั ใหเ้ ดก็ สงั เกต
3) เด็กออกมาสาธิตวธิ ีการเลน่ เกมจับคู่ภาพอวัยวะรับสัมผสั ใหเ้ พ่อื นสังเกต
4) เด็กและครรู ่วมกันสรา้ งข้อตกลงก่อนการเล่นเกมจับคู่ภาพอวยั วะรบั สัมผัส
5) เด็กน่งั เป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คนตามความสมคั รใจ เพอื่ เลน่ เกมจับคู่ภาพอวัยวะรับสัมผัส
6) ตัวแทนออกมารับเกมจับคูภ่ าพอวัยวะรับสัมผัสไปร่วมกนั เล่นกับเพ่ือนในกล่มุ ของตนโดยมีครู
คอยแนะนาและกระตุน้ เม่ือเด็กปฏิบัตกิ ิจกรรมไมไ่ ด้
7) ครรู อ้ งเพลง“เกบ็ ของ”เพื่อเป็นสญั ญาณใหเ้ ดก็ ชว่ ยกันเกบ็ อปุ กรณ์การเลน่ เขา้ ท่ีให้เรียบร้อย
8) เดก็ ทาความสะอาดร่างกายและเตรยี มตัวกลบั บา้ น
5. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1) เกมจับคภู่ าพกับเงารปู ทรงเรขาคณิต 2) เกมทเี่ คยเล่นมาแล้ว
6. การประเมนิ ผล 2) สงั เกตการเปรียบเทยี บภาพอวยั วะต่างๆ
1) สงั เกตการเลน่ เกมจับคู่ภาพอวยั วะรบั สมั ผสั
3) สงั เกตการใช้ประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา 4) สงั เกตพฤตกิ รรมขณะปฏิบัติกิจกรรม
5) สงั เกตการเก็บของเขา้ ที่ 6) สงั เกตความมีระเบียบวนิ ัยขณะทากิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 8 วนั ท่ี 4 สาระการเรียนรู้ย่อย การชิมรส
1. ชือ่ กิจกรรม เคลื่อนไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) เคล่ือนไหวส่วนต่างๆ ของรา่ งกายตามจนิ ตนาการได้ 2) มคี วามมน่ั ใจและกลา้ แสดงออก
3) ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการเคล่อื นไหวรา่ งกายได้ 4) มีความสนุกสนานขณะทากิจกรรม
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การเคลื่อนไหวตามจินตนาการ 1) การเคลือ่ นไหวอยกู่ ับท่ี
2) การเคล่ือนไหวตามข้อตกลง 2) การเคลือ่ นไหวเคลอ่ื นที่
3) การเล่นเครื่องดนตรีประกอบจงั หวะ
4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม
1) เด็กกาหนดพ้ืนที่ในการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยตนเอง
2) ครสู รา้ งข้อตกลงกับเด็กในการเคลื่อนไหว ดงั นี้
-เคาะ 1 ครง้ั กระโดดเหมอื นกระตา่ ย 1 คร้ัง
-เคาะ 2 ครง้ั ติดตอ่ กัน หยุดเคล่ือนไหว
-เคาะเรว็ ๆ กระโดดเหมอื นกระต่ายเรว็ ๆ
3) ครเู คาะจังหวะให้เดก็ เคลอื่ นไหวตามขอ้ ตกลง 2-3 ครง้ั
4) ครูแนะนากิจกรรมท่ีจะปฏิบัติในวนั นี้ คอื การเคลอื่ นไหวตามจนิ ตนาการประกอบเพลง
5) ครูเปิดเพลงให้เด็กเคลื่อนไหวตามจินตนาการ
6) เดก็ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ซ้า 2-3 ครง้ั
7) ครูให้สญั ญาณนกหวดี น่ังพกั ผ่อน ด่มื น้าและทากจิ วัตรส่วนตวั เพอื่ เตรยี มทากิจกรรมต่อไป
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1) เคร่ืองเคาะจังหวะ 2) นกหวดี
3) เทป 4) ซดี เี พลง
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคลื่อนไหวตามจินตนาการ 2) สังเกตพฤตกิ รรมด้านอารมณ์-จิตใจ
3) สงั เกตการปฏิบตั ิตามข้อตกลง 4) สังเกตการแสดงออกขณะทากิจกรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 8 วนั ที่ 4 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย การชมิ รส
1. ชอ่ื กจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด ล้ินเป็นอวยั วะรับสัมผสั หรอื ประสาทสัมผัสสว่ นหนึง่ ของรา่ งกาย ล้ินสามารถรับรส
ได้หลายอย่าง เช่น รสเปร้ียว รสหวาน รสเค็ม รสเผ็ด และรสขม
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) บอกความสาคญั ของล้ินได้ 2) เปรียบเทียบรสชาติของอาหารได้บ้าง
3) จัดกลุ่มอาหารท่ีมีรสชาติเหมือนกันได้ 4) รแู้ ละเขา้ ใจความหมายของคาว่า SWEET
5) บันทึกอาหารชนิดต่างๆทช่ี มิ ได้บา้ ง 6) ปฏิบัตกิ จิ กรรมทาวุ้นนา้ ผลไม้ไดบ้ า้ ง
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) ความสาคญั ของล้นิ 1) การสังเกตลักษณะสว่ นประกอบการเปล่ยี นแปลง
2) ปฏิบัติกจิ กรรมทาวุ้นผลไม้ โดยใช้ประสาทสัมผัสอยา่ งเหมาะสม
2) การมสี ่วนร่วมในการเลือกวธิ ีการแกป้ ญั หา
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูร้องเพลง “ตา หู จมูก ปาก ตา” บนแผน่ ชารต์ พร้อมทง้ั ให้เด็กร้องเพลงตามทีละวรรค
2) ครูทบทวนความรู้เดมิ ของเด็กเก่ียวกับอวัยวะตา่ งๆ ของรา่ งกาย โดยครใู ช้คาถามนาการอภปิ ราย
3) ครูนา มะนาว เกลือ น้าผ้ึง มะระ และผักชนิดต่างๆ ให้เด็กสารวจรูปร่างและให้ชิมรสชาติ
4) เด็กและครูร่วมสนทนาเก่ียวกับรสชาติต่างๆ ที่เด็กชิม
5) เด็กดูบัตรภาพผักและผลไม้ชนิดต่างๆ พร้อมท้ังสนทนาเก่ียวกับรสชาติและกากบาททับภาพ
ผักและผลไม้ท่ีมีรสชาติแตกต่างจากภาพอื่น
6) เด็กจัดหมวดหมบู่ ัตรภาพผักผลไม้และอาหารชนิดตา่ งๆ ตามรสชาติที่เหมอื นกนั เขา้ กลมุ่ เดียวกัน
7) ครแู นะนาวัสดุ-อุปกรณ์สาหรบั ประกอบอาหาร “วุ้นผลไม”้ คอื ผงวุ้น น้าตาล เกลือ น้าเปล่า
ผลไม้ หม้อ แบบพิมพ์ ถาด ช้อน
8) ครแู นะนาและสาธติ การปฏบิ ตั ิกิจกรรมทา“ว้นุ ผลไม้” ใหเ้ ดก็ สงั เกต
9) เด็กและครูร่วมกนั ปฏิบัติกิจกรรมการทา “วุ้นผลไม้” พรอ้ มชิมรสชาติ
10) ครูใหส้ ัญญาณเก็บวสั ดุ-อปุ กรณ์และทาความสะอาดหอ้ งเรียนเพ่ือเตรียมทากิจกรรมต่อไป
5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรูป
1) แผ่นชารต์ เพลง 2) มะนาว 3) เกลอื 4) นา้ ผึง้ 5) มะระ
6) ผัก 7) ผลไม้ 8) ผงวุ้น 9) นา้ ตาล 10) เกลือ
11) น้าเปล่า 12) หม้อ 13) แบบพมิ พ์ 14) ถาด 15) ช้อน
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการบอกความสาคัญของลิ้น 2) สังเกตการเปรียบเทียบรสชาติของอาหาร
3) สังเกตการจัดกลุ่มอาหารท่ีมีรสชาติเหมือนกัน 4) สงั เกตการณ์พดู บอกความหมายคาว่า SWEET
5) สังเกตการบันทึกอาหารชนิดต่างๆท่ีชมิ 6) สังเกตการปฏบิ ัติกิจกรรมทาวุน้ น้าผลไม้
แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 8 วนั ที่ 4 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย การชิมรส
1. ชื่อกิจกรรม สรา้ งสรรค์ 2) มคี วามคิดสรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 4) ทาความสะอาดรา่ งกายหลังทากจิ กรรมได้
1) พบั สเี ปน็ รูปรา่ งต่างๆ ตามจนิ ตนาการได้ ประสบการณส์ าคัญ
3) เป่าสีตามจนิ ตนาการได้ 1) การทากจิ กรรมศลิ ปะต่างๆ
3. สาระการเรียนรู้ 2) การเขียนภาพและเล่นกับสี
สาระท่คี วรเรียนรู้
1) การพับสี
2) การเป่าสี
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณใ์ นการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการพบั สีและการเปา่ สีใหเ้ ด็กเลือก
2) ครูแนะนาวสั ดุ-อปุ กรณ์และวิธีการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ดงั น้ี
2.1 การพับสี
-แนะนาวสั ดุ-อุปกรณ์ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการพับสี
-สาธิตการปฏิบัติกิจกรรมการพับสี
2.2 การเป่าสี
-แนะนาวัสดุ-อุปกรณใ์ นการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเปา่ สี
-สาธิตการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเป่าสีให้เด็กสังเกต
3) เด็กและครูร่วมกนั สรา้ งข้อตกลงก่อนการปฏบิ ัติกจิ กรรมการพับสีและการเปา่ สี
4) เด็กเลือกปฏบิ ัตติ ามความสนใจพร้อมท้ังนาเสนอผลงานให้ครบู นั ทึก
5) อาสาสมัครนาผลงานการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการพบั สแี ละการเป่าสีมาเลา่ ใหเ้ พอ่ื นฟงั
6) เดก็ และครูช่วยกันจัดเก็บและทาความสะอาดอุปกรณใ์ นการปฏบิ ัติกิจกรรมอย่างเรยี บร้อย
7) เด็กทาความสะอาดรา่ งกายอยา่ งเรียบรอ้ ยและเตรยี มปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่อไป
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) สีโปสเตอร์ 2) กระดาษ A4 3) จานสี
4) ชอ้ นตักสี 5) ผา้ เช็ดมอื 6) สบูล่ ้างมือ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการพับสีเปน็ รูปรา่ งต่างๆ ตามจินตนาการ 2) สังเกตการนาเสนอผลงาน
3) สังเกตการเป่าสีตามจินตนาการ 4) สังเกตการทาความสะอาดร่างกาย
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 8 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นรยู้ ่อย การชิมรส
1. ช่อื กิกจรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สังเกต สารวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแก้ปญั หาในการทางานและการเลน่ เป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณใ์ นการณต์ รงในการใชภ้ าษา มจี นิ ตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ต่องานและส่ิงทต่ี นเล่น
3) มีวนิ ัย ความรับผดิ ชอบ มีมารยาท ช่วยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มีพัฒนาการทางรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสตปิ ญั ญาอยา่ งสมดลุ รอบดา้ น
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้
1) การเลน่ ตามศูนยเ์ ปน็ การเล่นในศูนยป์ ระสบการณ์ตา่ งๆ อยา่ งอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง คดิ คน้ ควา้
สรา้ งสรรค์
การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาตอบซง่ึ จะช่วยพฒั นาความคดิ จนิ ตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกบั ความมีวนิ ยั
ความรบั ผิดชอบการรอคอย แบ่งปนั การใฝร่ แู้ ละการอยรู่ ว่ มกันเพอื่ พฒั นาการเขา้ สูส่ ังคม
ประสบการณส์ าคัญ
1) การเล่นเคร่ืองเลน่ สัมผัสและการสรา้ งสงิ่ ตา่ งๆจากแทง่ ไม้ บล็อก
2) การต่อของชนิ้ เล็กเติมในชน้ิ ใหญ่ให้สมบรู ณ์และการแยกชน้ิ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกับผู้อน่ื
4) การรับรู้ แสดงความรสู้ ึกผา่ นสอ่ื วัสดุ ของเลน่ และชิน้ งาน
5) การเล่นตามมมุ ประสบการณ/์ มุมเลน่ ตา่ งๆ
6) การสร้างสรรคช์ นิ้ งานโดยใชร้ ูปร่าง รปู ทรงจากวสั ดทุ ห่ี ลากหลาย
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครแู นะนาการเล่นการปฏบิ ัตติ นในการเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลอื กเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูแนะนา กระตนุ้ สง่ เสรมิ ให้คาชมเชยเพอ่ื ใหเ้ ดก็ เกิดการพัฒนาอยา่ งสมดลุ รอบดา้ นเตม็ ตามศักยภาพ
4) ใหเ้ ดก็ เล่นอย่างอิสระ หลงั จากเลิกเล่นใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มทงั้ เกบ็ ของเข้าที่ใหเ้ รยี บร้อย
5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
-ส่ือและอุปกรณ์ตา่ งๆ ทจี่ ดั ไวต้ ามศนู ยก์ ิจกรรมเสรตี ้องสอดคล้องสมั พนั ธก์ ับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแกป้ ัญหาในการทางานและการเล่นเปน็ กล่มุ
2) สงั เกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงาน การปฏิบตั ิกจิ กรรมการความคดิ สร้างสรรค์ตอ่ งานและสิ่งทตี่ นเลน่
3) สังเกตความมีวนิ ัย ความรับผดิ ชอบ มมี ารยาท การชว่ ยเหลือแบง่ ปนั อดทนรอคอย และมจี ติ สาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพฒั นาการทั้ง 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 8 วนั ท่ี 4 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย การชิมรส
1. ช่ือกิจกรรมกลางแจง้ 2) มีทักษะในการใช้กลา้ มเนือ้ มัดใหญ่-มดั เล็ก
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) เล่นเกมน่ังสง่ บอลข้ามศีรษะไปข้างหลังได้
3) ฟังและปฏบิ ตั ิตามกฎ กฏกิ าในการเล่นได้ 4) เกดิ ความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะทากิจกรรม
3. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
สาระท่ีควรเรียนรู้ 1) การเลน่ นอกห้องเรียน
1) การเล่นเกมนงั่ สง่ บอลข้ามศรี ษะไปข้างหลัง
2) การปฏบิ ัติตามข้อตกลง 2) การเคลือ่ นไหวท่ใี ชก้ ารประสานสัมพันธ์
ของการใช้กลา้ มเนื้อใหญ่ในการขวา้ ง การจับ การ
โยน การเตะ
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) เดก็ และครูร่วมกนั สรา้ งขอ้ ตกลงในการออกไปทากิจกรรมนอกห้องเรยี นโดยบันทึกในแผน่ ชารต์
2) เด็กและครูอบอุน่ ร่างกายด้วยท่ากายบริหารพรอ้ มท้ังนบั เลข 1-10 ไปพร้อมกบั การออกกาลังกาย
3) เด็กนัง่ เป็นวงกลมเตรียมฟงั คาแนะนาในการปฏบิ ัติกิจกรรมกลางแจ้ง
4) ครแู นะนาและสาธติ การปฏิบตั ใิ นวันนี้ใหเ้ ด็กทราบ คือ เกมน่ังสง่ บอลข้ามศรี ษะไปข้างหลงั ดงั นี้
-เด็กน่งั เปน็ แถวละเท่าๆ กัน จานวน 4-5 แถว
-เดก็ น่งั ยองๆ หรอื นั่งคกุ เขา่ ที่จุดเรม่ิ ตน้ ทไ่ี ดก้ าหนด
-เดก็ คนท่ี 1 ของแถวถือลกู บอลส่งขา้ มศรี ษะไปใหค้ นที่ 2 ท่อี ยูข่ า้ งหลงั ในแถวเดยี วกนั
-เดก็ คนต่อไปก็ทาแบบเดยี วกันจนหมดจานวนผูเ้ ลน่
-ผู้เล่นคนสุดท้ายของแต่ละแถวเม่อื ไดร้ บั ลูกบอลแลว้ ใหย้ ืนขึ้น แถวไหนยืนก่อนแถวนั้นชนะ
5) ตัวแทนเด็ก 4-5 คน ออกมาสาธติ การปฏิบตั ิกจิ กรรมการเล่นเกมนง่ั สง่ บอลขา้ มศีรษะไปขา้ งหลงั
6) เด็กนง่ั เปน็ แถวๆ ละเท่ากันจานวน 4-5 แถว ตามความสมัครใจ
7) เด็กเล่นเกมนงั่ ส่งบอลข้ามศีรษะไปข้างหลัง 2-3 ครั้ง
8) ครูสรุปผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมให้เด็กทราบ
9) เด็กชว่ ยกันเกบ็ วัสดุ-อปุ กณใ์ นการปฏบิ ัติกจิ กรรมอยา่ งเรยี บรอ้ ย
10) เดก็ เขา้ แถวทาความสะอาดร่างกายและเตรยี มทากิจกรรมตอ่ ไป
5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) ลกู บอล 2) นกหวดี 3) สบู่ลา้ งมือ 4) ผา้ เชด็ มือ
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการเลน่ เกมน่งั ส่งบอลข้ามศีรษะไปข้างหลัง 2) สังเกตการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่-มดั เล็ก
3) สังเกตการฟังและปฏิบัตติ ามกฎ กฏิกาในการเล่น 4) สังเกตพฤตกิ รรมขณะทากิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 8 วนั ที่ 4 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย การชิมรส
1. ชอื่ กจิ กรรม เกมการศกึ ษา 2) มีทกั ษะในการเปรียบเทยี บ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 4) มรี ะเบียบวินัยขณะปฏิบัตกิ ิจกรรม
6) เกบ็ ของเล่นเข้าทีไ่ ด้อย่างเรยี บรอ้ ย
1) เลน่ เกมจบั ค่ภู าพสิ่งทมี่ ีรสชาติคล้ายคลงึ กนั ได้
ประสบการณ์สาคญั
3) มือตาประสานสัมพันธ์กนั อย่างเหมาะสมตามวัย 1) การต่อของชิน้ เล็กเตมิ ในชน้ิ ใหญ่ใหส้ มบูรณ์
และการแยกสว่ น
5) รู้จักอดทน รอคอยและมนี ้าใจตอ่ เพ่ือนในกลุ่ม 2) การมสี ่วนรว่ มในการเลือกวธิ ีการแกป้ ัญหา
3) การเลน่ หรือทาร่วมกับกลุ่มเพื่อน
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้
1) เกมจับคภู่ าพสงิ่ ที่มีรสชาตคิ ลา้ ยคลึง
2) การปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการเลน่
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาช่ือกิจกรรมและวิธีการเลน่ เกมจับคู่ภาพอวัยวะรับสัมผัสใหเ้ ดก็ ทราบ
2) ครสู าธติ วธิ กี ารเล่นเกมจับค่ภู าพสงิ่ ที่มีรสชาติคล้ายคลงึ ให้เดก็ สงั เกต
3) เด็กออกมาสาธติ วธิ กี ารเล่นเกมจบั คภู่ าพสงิ่ ทม่ี ีรสชาติคล้ายคลึงใหเ้ พือ่ นสงั เกต
4) เด็กและครรู ว่ มกันสรา้ งขอ้ ตกลงก่อนการเลน่ เกมจบั คู่ภาพสิ่งทมี่ ีรสชาติคล้ายคลึง
5) เดก็ นัง่ เป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คนตามความสมคั รใจ เพ่อื เลน่ เกมจบั คูภ่ าพสิง่ ท่ีมรี สชาติคล้ายคลงึ
6) ตวั แทนออกมารบั เกมจับคู่ภาพส่งิ ท่ีมรี สชาติคล้ายคลึงไปร่วมกนั เล่นกบั เพื่อนในกลมุ่ ของตนโดยมีครู
คอยแนะนาและกระตุ้นเมอื่ เด็กปฏบิ ตั ิกจิ กรรมไม่ได้
7) ครูร้องเพลง“เกบ็ ของ”เพ่ือเป็นสญั ญาณใหเ้ ด็กชว่ ยกันเก็บอปุ กรณ์การเล่นเข้าที่ให้เรียบรอ้ ย
8) เด็กทาความสะอาดร่างกายและเตรียมตัวกลับบา้ น
5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1) เกมจบั คู่ภาพส่ิงท่ีมรี สชาตคิ ล้ายคลงึ 2) เกมทเี่ คยเล่นมาแลว้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการเล่นเกมจับคู่ภาพส่ิงทมี่ ีรสชาติคล้ายคลงึ 2) สงั เกตการใช้ทักษะการเปรยี บเทยี บ
3) สังเกตการใช้ประสาทสมั พันธร์ ะหว่างมือกับตา 4) สังเกตพฤตกิ รรมขณะปฏิบตั ิกิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 8 วนั ที่ 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การสัมผสั
1. ชอื่ กจิ กรรม เคลือ่ นไหวและจังหวะ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) เคลอื่ นไหวและแสดงท่าทางตามคาบรรยายได้ 2) มคี วามม่นั ใจและกล้าแสดงออก
3) ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการเคลอื่ นไหวร่างกายได้ 4) มีความสนุกสนานขณะทากจิ กรรม
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การเคล่อื นไหวตามคาบรรยาย 1) การเคล่ือนไหวอยู่กับที่
2) การเคล่ือนไหวตามข้อตกลง 2) การเคลื่อนไหวเคล่อื นท่ี
3) การเล่นบทบาทสมมติ
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) เด็กกาหนดพน้ื ท่ีในการเคลอ่ื นไหวรา่ งกายด้วยตนเอง
2) ครูสรา้ งข้อตกลงกับเด็กในการเคล่ือนไหว ดังนี้
-เคาะ 1 ครั้ง กระโดดไกล 1 ครง้ั
-เคาะ 2 ครงั้ ตดิ ตอ่ กนั หยดุ เคล่ือนไหว
-เคาะเร็วๆ กระโดดไกลเร็วๆ
3) ครูเคาะจังหวะให้เด็กเคลอ่ื นไหวตามขอ้ ตกลง 2-3 คร้ัง
4) ครแู นะนากจิ กรรมทีจ่ ะปฏิบัตใิ นวันนี้ คอื การเคลอ่ื นไหวและแสดงท่าทางตามคาบรรยาย
5) ครูบรรยายเร่อื งราวต่างๆ จากแผ่นชาร์ตให้เด็กเคล่ือนไหวตามจินตนาการ
6) เด็กปฏิบัติกิจกรรม ซา้ 2-3 ครง้ั
7) ครใู หส้ ญั ญาณนกหวีดน่ังพักผ่อน ด่ืมน้าและทากจิ วตั รส่วนตวั เพ่ือเตรยี มทากจิ กรรมต่อไป
5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1) เครื่องเคาะจังหวะ 2) แผ่นชาร์ตคาบรรยาย
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคล่ือนไหวตามคาบรรยาย 2) สังเกตความมั่นใจในการแสดงออก
3) สังเกตการปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการเคลื่อนไหวร่างกาย 4) สังเกตการแสดงออกขณะทากจิ กรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 8 วนั ที่ 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การสัมผัส
1. ชื่อกิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด คนเรามีประสาทสัมผัสห้าด้าน มือและผิวหนังเป็นประสาทสัมผัสที่รับรู้ความรู้สกึ
นุ่ม แข็ง เย็น ร้อน เปียกและแห้งได้
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกความสาคัญของมือและผวิ หนังได้ 2) บันทึกการใช้มือในการสัมผสั ส่ิงต่างๆ ได้บ้าง
3) บอกลักษณะของสิ่งของที่นุ่มและแข็งได้ 4) บอกลักษณะของสิ่งของที่ร้อนและเย็นได้
5) บอกลักษณะของส่ิงของท่ีเปียกและแห้งได้ 6) สนทนาและตอบคาถามสิ่งที่เรียนรู้ได้บ้าง
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) ความสาคัญมือและผวิ หนัง 1) การสงั เกตลกั ษณะส่วนประกอบการ
2) ลักษณะนุ่ม แข็ง เย็น ร้อน เปียก แห้ง เปลีย่ นแปลงโดยใช้ประสาทสัมผสั อย่างเหมาะสม
2) การมสี ่วนร่วมในการเลอื กวธิ ีการแกป้ ัญหา
4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1) ครูพดู คาคลอ้ งจอง “นิ้วมอื ” บนแผน่ ชาร์ตพร้อมท้งั ให้เดก็ พูดตามทลี ะวรรค
2) ครทู บทวนความรเู้ ดมิ ของเด็กเกีย่ วกับอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย โดยครใู ช้คาถามนาการอภิปราย
3) ครูนา สาลี ก้อนหิน น้าอุ่น น้าแข็ง ผ้าเปียก ผ้าแห้ง ใหเ้ ดก็ สงั เกตและสัมผสั โดยใช้คาถามดังน้ี
-เด็กๆ สังเกตเหน็ อะไรบา้ ง
-ของแต่ละอย่างมรี ูปรา่ งลักษณะอยา่ งไร
-ทาไมเราถึงรูส้ ึกไดว้ ่าน่มุ แห้ง เปียก
4) เด็กบันทึกการสัมผัสส่ิงต่างๆ ที่กาหนดในแบบบันทึก
5) ครูนาบัตรภาพตัวเลข ๑ พร้อมทั้งแนะนาและสาธิตการลากเส้นประให้เด็กสังเกต
6) เด็กฝึกลากเส้นประตัวเลข ๑ ในแบบฝึกทักษะ
7) ครใู ห้สญั ญาณเก็บวสั ดุ-อุปกรณ์และทาความสะอาดห้องเรยี นเพื่อเตรยี มทากจิ กรรมตอ่ ไป
5. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1) แผน่ ชาร์ตคาคลอ้ งจอง 2) สาลี 3) ก้อนหนิ 4) นา้ อุน่
5) นา้ แข็ง 6) ผา้ แห้ง 7) ผา้ เปยี ก 8) นกหวีด
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการบอกความสาคัญของมือและผิวหนงั 2) สังเกตการบันทึกการสัมผัสสิ่งต่างๆ
3) สังเกตการบอกลักษณะสิ่งของท่ีนุ่มและแข็ง 4) สังเกตการบอกลักษณะส่ิงของที่ร้อนและเย็น
5) สังเกตการบอกลักษณะสิ่งของท่ีเปียกและแห้ง 6) สังเกตการตอบคาถามส่ิงที่เรียนรู้
แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 8 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นร้ยู ่อย การสมั ผัส
1. ช่อื กิจกรรม สรา้ งสรรค์
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) โรยทรายสีภาพมือได้ 2) มีความคดิ สรา้ งสรรค์และจินตนาการ
3) ปั้นดินน้ามันตามจินตนาการได้ 4) ทาความสะอาดร่างกายหลังทากิจกรรมได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) โรยทรายสี 1) การทากิจกรรมศิลปะตา่ งๆ
2) ปั้นดินน้ามัน 2) การเขยี นภาพและเลน่ กบั สี
3) การร่วมกาหนดข้อตกลงของห้องเรียน
4) การปัน้
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครูจดั เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณใ์ นการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการโรยทรายสีและการปั้นดนิ น้ามันใหเ้ ด็กเลือก
2) ครูแนะนาวัสดุ-อุปกรณ์และวิธกี ารปฏิบัตกิ ิจกรรม ดังนี้
2.1 การโรยทรายสี
-แนะนาวสั ดุ-อุปกรณใ์ นการปฏิบัติกิจกรรมการโรยทรายสี
-สาธิตการปฏิบตั ิกิจกรรมโรยทรายสภี าพมือ
2.2 การปั้นดินน้ามัน
-แนะนาวสั ดุ-อุปกรณ์ในการปฏิบตั ิกจิ กรรมการป้ันดินน้ามัน
-สาธิตการปฏิบตั ิกิจกรรมการปัน้ ดนิ น้ามันให้เด็กสังเกต
3) เดก็ และครูรว่ มกนั สรา้ งขอ้ ตกลงก่อนการปฏบิ ัติกิจกรรมการโรยทรายสแี ละการปนั้ ดินนา้ มนั
4) เด็กเลือกปฏิบัตติ ามความสนใจพร้อมทั้งนาเสนอผลงานให้ครูบันทึก
5)อาสาสมคั รนาผลงานการปฏิบตั กิ จิ กรรมการโรยทรายสีภาพมือและการปนั้ ดินน้ามันมาเล่าใหเ้ พื่อนฟงั
6) เด็กและครชู ่วยกนั จดั เก็บและทาความสะอาดอุปกรณใ์ นการปฏบิ ัติกจิ กรรมอยา่ งเรยี บรอ้ ย
7) เด็กทาความสะอาดรา่ งกายอย่างเรยี บรอ้ ยและเตรียมปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่อไป
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1) ทรายสี 2) กาว 3) ถว้ ย 4) ภาพมือ
5) ดินน้ามัน 6) ที่รองปั้น 7) ผ้าเช็ดมอื 8) สบ่ลู า้ งมอื
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการโรยสภี าพมือ 2) สงั เกตการปั้นดนิ น้ามันตามจินตนาการ
3) สังเกตการนาเสนอผลงาน 4) สงั เกตการทาความสะอาดรา่ งกายหลงั ทากจิ กรรม
แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 8 วนั ท่ี 5 สาระการเรียนรู้ย่อย การสัมผัส
1. ชื่อกิกจรรม เสรี
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) สังเกต สารวจ ทดลอง ค้นควา้ คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเลน่ เป็นกลุ่ม
2) มปี ระสบการณ์ในการณต์ รงในการใชภ้ าษา มีจนิ ตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรคต์ อ่ งานและสงิ่ ทตี่ นเลน่
3) มวี ินยั ความรบั ผดิ ชอบ มีมารยาท ชว่ ยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ
4) มีพฒั นาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสตปิ ญั ญาอย่างสมดุลรอบดา้ น
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้
1) การเล่นตามศูนย์เป็นการเลน่ ในศูนยป์ ระสบการณ์ตา่ งๆ อยา่ งอสิ ระผา่ นการเลน่ ทดลอง คดิ คน้ ควา้
สร้างสรรค์
การแกป้ ญั หาและการแสวงหาคาตอบซึง่ จะช่วยพฒั นาความคดิ จนิ ตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกบั ความมีวนิ ยั
ความรับผดิ ชอบการรอคอย แบ่งปนั การใฝร่ แู้ ละการอยูร่ ว่ มกนั เพอื่ พฒั นาการเข้าสู่สงั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเล่นเครื่องเลน่ สมั ผัสและการสรา้ งส่งิ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของช้ินเล็กเติมในช้ินใหญ่ให้สมบรู ณ์และการแยกช้นิ ส่วน
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกับผู้อื่น
4) การรบั รู้ แสดงความรสู้ กึ ผา่ นสอื่ วสั ดุ ของเลน่ และชิ้นงาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเลน่ ต่างๆ
6) การสร้างสรรคช์ ิน้ งานโดยใช้รปู รา่ ง รปู ทรงจากวสั ดทุ หี่ ลากหลาย
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ครูแนะนาการเลน่ การปฏบิ ัตติ นในการเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครแู นะนา กระตนุ้ สง่ เสรมิ ให้คาชมเชยเพือ่ ใหเ้ ดก็ เกดิ การพัฒนาอยา่ งสมดลุ รอบด้านเตม็ ตามศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเล่นอย่างอิสระ หลงั จากเลิกเล่นให้เดก็ ทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มทง้ั เก็บของเข้าทใี่ ห้เรียบร้อย
5. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
-ส่ือและอปุ กรณต์ ่างๆ ทจี่ ัดไว้ตามศูนย์กิจกรรมเสรีตอ้ งสอดคลอ้ งสัมพนั ธก์ ับหนว่ ยการเรยี นรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง ค้นควา้ คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเลน่ เปน็ กล่มุ
2) สงั เกตการใช้ภาษา ตรวจผลงาน การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการความคิดสรา้ งสรรค์ต่องานและส่งิ ทต่ี นเลน่
3) สังเกตความมวี ินัย ความรับผดิ ชอบ มมี ารยาท การช่วยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอย และมีจติ สาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหนา้ ของพัฒนาการทั้ง 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 8 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย การสมั ผสั
1. ช่ือกิจกรรมกลางแจ้ง
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 2) มที กั ษะในการใช้กลา้ มเนอ้ื มัดใหญ่-มดั เล็ก
1) เลน่ เกมจับคกู่ ระโดดได้
3) ฟงั และปฏิบัติตามกฎ กฏกิ าในการเล่นได้ 4) เกดิ ความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ ขณะทากจิ กรรม
3. สาระการเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
สาระทคี่ วรเรยี นรู้
1) การเล่นเกมจับคู่กระโดด 1) การเล่นนอกหอ้ งเรยี น
2) การปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง 2) การเคล่ือนไหวทใี่ ช้การประสานสมั พันธ์
ของการใชก้ ลา้ มเน้ือใหญใ่ นการขวา้ ง การจับ การ
โยน การเตะ
3) การให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ัติกิจกรรม
4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม
1) เด็กและครรู ่วมกันสร้างข้อตกลงในการออกไปทากจิ กรรมนอกห้องเรยี นโดยบนั ทึกในแผน่ ชารต์
2) เด็กและครูอบอุ่นรา่ งกายด้วยท่ากายบริหารพร้อมท้ังนบั เลข 1-10 ไปพร้อมกบั การออกกาลังกาย
3) เดก็ นัง่ เป็นวงกลมเตรียมฟงั คาแนะนาในการปฏิบตั ิกิจกรรมกลางแจ้ง
4) ครูแนะนาและสาธติ การปฏบิ ตั ิในวนั นี้ให้เดก็ ทราบ คือ การเลน่ เกมจบั คู่กระโดด ดังนี้
-เด็กจบั คู่ 2 คน ตามความสมัครใจ
-ครใู หส้ ญั ญาณนกหวีดพรอ้ มออกคาส่ังกระโดดไปขา้ งหน้า ไปขา้ งหลัง ทางขวา ทางซา้ ย ฯลฯ
-ถา้ คู่ใดมือหลุดออกจากกัน คู่นนั้ เป็นผู้แพ้ จะต้องออกจากการแข่งขัน
5) ตวั แทนเด็ก 4 คน ออกมาสาธิตการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเล่นเกมจบั คู่กระโดดใหเ้ พื่อนสังเกต
6) เด็กจบั ค่ตู ามความสมัครใจปฏิบัตกิ ิจกรรมการเลน่ เกมจบั คกู่ ระโดด
7) เด็กเปล่ียนคู่และปฏิบัติกจิ กรรมการเล่นเกมจับค่กู ระโดด 2-3 ครง้ั
8) ครูใหส้ ญั ญาณการเข้าแถวทาความสะอาดรา่ งกายและปฏิบัติกจิ วตั รสว่ นตัวเพอื่ ทากิจกรรมต่อไป
5. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้ 2) นกหวีด
1) สบู่ลา้ งมือ
3) ผ้าเชด็ มอื 4) แผน่ ชารต์ ข้อตกลง
6. การประเมินผล 2) สังเกตการใชก้ ลา้ มเนอ้ื มัดใหญ่-มัดเล็ก
1) สังเกตการเลน่ เกมจับคู่กระโดด
3) สงั เกตการฟังและปฏิบัติตามกฎ กฏกิ าในการเลน่ 4) สังเกตพฤติกรรมขณะทากจิ กรรม
แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 8 วนั ท่ี 5 สาระการเรียนรู้ย่อย การสมั ผัส
1. ชอื่ กจิ กรรม เกมการศึกษา
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2) มที ักษะในการสงั เกตเปรียบเทียบ
1) เล่นเกมจดั หมวดหมู่อาหารรอ้ น-เย็นได้
3) มือตาประสานสัมพันธ์กันอยา่ งเหมาะสมตามวัย 4) มรี ะเบียบวนิ ยั ขณะปฏิบัติกจิ กรรม
5) ร้จู กั อดทน รอคอยและมีน้าใจตอ่ เพ่ือนในกลุ่ม 6) เกบ็ ของเล่นเข้าทไ่ี ด้อยา่ งเรียบร้อย
3. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
สาระที่ควรเรียนรู้ 1) การคัดแยกการจัดกลุ่มและการจาแนกสิ่ง
1) เกมจดั หมวดหมู่อาหารร้อน-เย็น
2) การปฏิบตั ิตามข้อตกลง ตา่ งๆตามลักษณะรูปร่างและรปู ทรง
2) การมสี ว่ นรว่ มในการเลือกวิธกี ารแก้ปัญหา
3) การเล่นร่วมกบั ผูอ้ นื่
4. วิธีการจดั กิจกรรม
1) ครูแนะนาชื่อกิจกรรมและวิธกี ารเล่นเกมจดั หมวดหมู่อาหารรอ้ น-เย็น ให้เด็กทราบ
2) ครูสาธติ วธิ กี ารเล่นเกมจดั หมวดหมู่อาหารร้อน-เยน็ ให้เด็กสงั เกต
3) เด็กออกมาสาธิตวิธีการเล่นเกมจัดหมวดหมู่อาหารรอ้ น-เยน็ ใหเ้ พ่อื นสงั เกต
4) เดก็ และครูรว่ มกนั สร้างขอ้ ตกลงก่อนการเลน่ เกมจัดหมวดหมอู่ าหารร้อน-เย็น
5) เด็กนั่งเป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คนตามความสมัครใจ เพอื่ เลน่ เกมจัดหมวดหมู่อาหารรอ้ น-เย็น
6) ตัวแทนออกมารบั เกมจัดหมวดหมู่อาหารร้อน-เย็นไปร่วมกนั เลน่ กับเพ่ือนในกลุม่ ของตนโดยมคี รู
คอยแนะนาการเล่นที่ถูกต้อง การชว่ ยกนั คดิ แก้ปัญหา เม่ือเด็กปฏบิ ตั ิกิจกรรมไม่ได้
7) ครรู ้องเพลง“เกบ็ ของ”เพอื่ เปน็ สญั ญาณให้เด็กช่วยกันเก็บอปุ กรณ์การเล่นเข้าท่ีให้เรยี บรอ้ ย
8) เดก็ ทาความสะอาดร่างกายและเตรียมตวั กลับบา้ น
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมจัดหมวดหมู่อาหารรอ้ น-เยน็ 2) เกมท่เี คยเลน่ มาแลว้
3) แผน่ ชาร์ตข้อตกลง 4) แผ่นชารต์ เพลงเก็บของ
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเลน่ เกมจดั หมวดหม่อู าหารร้อน-เยน็ 2) สงั เกตการใช้ทักษะการเปรียบเทยี บ
3) สงั เกตการใชป้ ระสาทสมั พันธร์ ะหว่างมือกับตา 4) สังเกตการมวี นิ ัยขณะปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
5) สงั เกตพฤติกรรมขณะปฏิบัติกิจกรรม 6) สังเกตการเก็บเกมการศึกษาเขา้ ท่ี
7. ภาคผนวก
เพลง สวัสดี
Goog morning ผมเป็นเดก็ ดีไม่มปี ัญหา Goog morning หนูเปน็ เด็กดีไม่มีปัญหา
ตา หู จมูก ปาก ตา หู จมกู ปาก ตา หู จมกู ปาก ตา Hi
ตา หู จมูก ปาก ตา หู จมกู ปาก ตา หู จมูก ปาก ตา Hi
เพลง เกบ็ ของ (โดยสุนันทา พ่วงทอง)
เกบ็ เก็บ เก็บ มาชว่ ยกนั เก็บของที
เรว็ คนดี เล่นแล้วช่วยกันเกบ็ เอย
เพลงตาและหู (ไมท่ ราบผแู้ ต่ง)
เรามตี าไว้ดู เรามหี ูไว้ฟัง
คุณครูท่านสอนท่านสัง่ ต้องต้ังใจฟัง ต้องตงั้ ใจดู
(ไมท่ ราบผแู้ ต่ง)
เพลงสว่ นต่างๆ ของรา่ งกาย
นี่คอื ผม นี่คือหนา้ ผาก น่คี อื ปาก นคี่ ือลกู ตา
นี่คือขา นีค่ อื หวั ไหล่ ยื่นออกไป เขาเรียกว่าแขน
อันแบนๆ เรยี กว่าสะโพก เอาไวโ้ ยก แซมบ้า ๆ
(ไมท่ ราบผู้แต่ง)
คาคล้องจอง
นว้ิ มือของฉัน เรยี งกนั เปน็ แถว ฉันนบั ดูแลว้ สบิ นว้ิ พอดี
นิว้ มอื ของฉันเคล่อื นไหวได้คล่อง หยิบฉวยจบั ต้องว่องไวดว้ ยซิ
พนมมือก็ได้ ไหวส้ วยทุกที ข้เี ล็บไมม่ สี ะอาดดเี อย
(ไมท่ ราบผู้แต่ง)
8. บนั ทกึ ผลการจัดประสบการณ์
ข้อดี
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ข้อควรปรบั ปรงุ
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรกู้ ารศึกษาปฐมวยั อายุ 3-4 ปี
สปั ดาห์ท่ี 9 สาระการเรียนรู้ท่ี 1 เรือ่ งราวเกีย่ วกบั ตวั เดก็
หนว่ ยการเรยี นรู้ หนนู อ้ ยน่ารัก
ความคดิ รวบยอด
มารยาททดี่ ขี องคนไทยควรฝกึ ปฏบิ ัตติ นอย่างถูกวิธี เชน่ มารยาทในการรบั ประทานอาหารอยา่ ง
มีมารยาท การนั่งกราบ-ไหว้พระที่ถกู วิธี การนัง่ ต่อหน้าผู้ใหญแ่ ละคนอนื่ ๆ อยา่ งสุภาพใหเ้ หมาะสม
กาลเทศะ การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผูอ้ ื่น การพดู เสนอความคดิ ของตนเองส่อื สารให้ผอู้ นื่ เข้าใจได้
และควรฝึกมารยาทในการนอนให้ถูกวธิ เี ม่ือนอนร่วมกับผูอ้ ่ืน
การรับประทานอาหารร่วมกบั ผ้อู นื่
การนอนที่โรงเรียนร่วมกบั ผ้อู นื่ มารยาทในการรับประทานอาหาร ความสภุ าพ
การนอนอยา่ งถกู วธิ ี มารยาทในการฟังและพูดทด่ี ี พดู จาอ่อนหวานไพเราะ
การนงั่ กราบพระ หนนู ้อยนา่ รัก มารยาทในการฟงั พูด
แบบเบญจางคประดษิ ฐ์
การใชภ้ าษาในการพดู ทด่ี ตี อ้ ง
การนง่ั อยา่ งถกู วิธี พดู ใหถ้ ูกต้อง
มารยาทในการเดินผา่ นผ้ใู หญ่
การนง่ั ในสถานท่ีตา่ งๆ การนง่ั ตอ่ หน้าผ้ใู หญ่ การเดินผา่ นผ้ใู หญ่ การเดินเขา่ ผา่ นผ้ใู หญ่
สิ่งทีเ่ ด็กรูแ้ ล้ว สิ่งทเ่ี ด็กตอ้ งการรู้ สงิ่ ทีเ่ ด็กควรรู้
1. การรบั ประทานอาหารท่ีดี 1. มารยาทในการรบั ประทาน 1. มารยาทในการรบั ประทาน
2. มารยาทท่ีดีในการฟัง พดู อาหาร อาหาร
3. .................................................
4. ................................................. 2. มารยาทในการฟัง พูด 2. มารยาทในการฟงั พูด
3. มารยาทในการเดนิ ผา่ นผูใ้ หญ่ 3. มารยาทในการเดนิ ผา่ นผใู้ หญ่
4. การน่ังอย่างถูกวธิ ี 4. การนัง่ อยา่ งถูกวธิ ี
5. การนอนอย่างถูกวิธี 5. การนอนอย่างถูกวิธี
แนวการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 3-4 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 9 สาระการเรยี นรู้ที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกบั ตัวเด็ก
หน่วยการเรียนรู้ หนูนอ้ ยน่ารกั
กจิ กรรม เคลอ่ื นไหวและ เสริม สร้างสรรค์ เสรี กลางแจง้ เกมการศกึ ษา
วันท่ี จงั หวะ ประสบการณ์
- โรยทรายสี - เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ - เล่นเกมลอด - ตอ่ ภาพตัด
- เคลอ่ื นไหว - มารยาทในการ บนเลข 2 เลอื กเลน่ ในศนู ยต์ าม อุโมงค์เปน็ ต่อการ
ร่างกายอยา่ งมี รับประทาน - ป้นั ดินนา้ํ มนั ความสนใจและค้นหา แถวตอน รับประทาน
1 ทิศทาง ขา้ งหนา้ อาหาร อสิ ระ ความถนัดของตนเอง อาหาร
ขา้ งหลัง ซา้ ย - เดก็ ดคี นชม โดยจดั ให้สอดคล้อง
ขวา เรียนรศู้ พั ท์ กับหนว่ ยการเรียนรู้
GOOD
- เคลอ่ื นไหว - มารยาทในการ - ลากเสน้ ประ - เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ - การเล่นส่ง - เกมจบั คู่
รา่ งกายและปฏิบตั ิ ฟงั พดู ตามรอยอักษร เลือกเลน่ ในศูนยต์ าม บอล สิ่งของ ภาพมารยาท
2 ตามขอ้ ตกลง การ D – DOG ความสนใจและคน้ หา เปน็ วงกลม ในการฟงั พดู
เลน่ เกมคณุ ครรู กั และระบายสี ความถนดั ของตนเอง หยุดที่ใครคน
ใคร -ฉกี ปะ โดยจดั ใหส้ อดคลอ้ ง นน่ั ออก
กระดาษสี กบั หน่วยการเรียนรู้
- เคลื่อนไหว - มารยาทใน -ลากเสน้ ตาม - เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ - เกมเดินเปด็ - เกมจับคู่
รา่ งกายอย่าง การเดนิ ผ่าน รอย เลอื กเล่นในศนู ยต์ าม เดนิ ไก่ เป็นทมี ภาพ
3 อสิ ระประกอบ ผูใ้ หญ่ และระบายสี ความสนใจและค้นหา ความสมั พันธ์
จังหวะ ชา้ เร็ว -รอ้ ยหลอดสี ความถนัดของตนเอง แบบตรงกัน
เดินช้า เดนิ เรว็ วงิ่ เปน็ สร้อยคอ โดยจดั ใหส้ อดคล้อง ขา้ ม
กระโดด กบั หน่วยการเรยี นรู้
4 - เคลอ่ื นไหว - การนั่งอยา่ ง - ระบายสี - เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ - การวงิ่ - เกมจับคู่
ร่างกายอย่าง ถูกวิธี ภาพเด็กไทย เลอื กเล่นในศนู ยต์ าม เปล่ยี นของ ภาพกบั เงา
อิสระการเป็นผนู้ ํา น่งั ความสนใจและคน้ หา เปน็ ทมี มารยาท
ผ้ตู ามเล่นเกมลม -เปา่ สี ความถนดั ของตนเอง เด็กไทย
เพ ลมพดั โดยจดั ให้สอดคล้อง
กับหน่วยการเรยี นรู้
- เคล่ือนไหว - การนอนอย่าง -ลากเสน้ ตามรอย - เปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้ - การโยนบอลลง - เกมสงั เกต
รา่ งกายและใช้ ถูกวธิ ี ประพยญั ชนะ เลือกเล่นในศูนย์ตาม ตะกรา้ รายละเอียดภาพ
5 ประสาทสมั พนั ธ์ บ ป ษ ความสนใจและคน้ หา รปู ทรงเรขาคณติ
ประกอบ การเลน่ - พับกระดาษ ความถนัดของตนเอง
เกมจี จอ่ เจ๊ยี บ เปน็ พดั โดยจดั ให้สอดคลอ้ ง
กับหน่วยการเรยี นรู้
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 9 วันที่ 1 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย มารยาทในการรับประทานอาหาร
1. ชอื่ กจิ กรรม เคลอื่ นไหวและจังหวะ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ใชก้ ล้ามเนื้อเลก็ และกล้ามเน้อื ใหญ่ได้
2) ฟงั และปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลงได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
- การทาํ ท่าทาง 1) การเคลื่อนไหวอยู่กับท่ี
2) การเคลื่อนไหวเคล่ือนที่
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ใหเ้ ดก็ ร้องเพลงกนิ นอนเลน่ เป็นเวลา ตามครู และเคล่ือนไหวรา่ งกายอย่างอิสระ ตามจงั หวะท่คี รู
เคาะสัญญาณ เม่ือได้ยินสัญญาณ “หยุด” ใหห้ ยดุ ในท่านัน้ ทันที จากนนั้ ใหฟ้ งั และปฏบิ ตั ติ าม
คาํ ส่ังครู
2) ใหเ้ ด็กจับคู่กันเองตามชอบใจ โดยให้ท้ังคจู่ ับมือกันไว้ และหันหน้าไปทางเดียวกนั
3) เม่อื เดก็ จบั คู่กนั เรยี บรอ้ ยแล้ว ครอู อกคาํ สง่ั ใหเ้ ด็กกระโดดไปในทศิ ทางใดก็ได้ เชน่ ไปขา้ งหนา้
ไปข้างหลงั ไปทางขวา ไปทางซ้าย หรือกระโดดอยู่กับที่
4) ถ้าค่ใู ดมอื หลดุ ออกจากกัน คู่น้ันจะเป็นผแู้ พ้ จะตอ้ งออกจากการแข่งขัน ออกมาเปน็ กองเชียร์
เพอ่ื นๆคู่อ่ืนๆต่อไป
5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
- เคร่ืองเคาะจงั หวะ
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการใช้กล้ามเนื้อเล็กและกลา้ มเนื้อใหญ่
2) สังเกตการฟงั และปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรู้ย่อย มารยาทในการรบั ประทานอาหาร
1. ชอ่ื กจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
ในการรบั ประทานอาหารร่วมกับผู้อืน่ เราตอ้ งรู้มารยาทในการรบั ประทาน เช่น การไม่พดู คุย
ระหว่างมอี าหารอยู่ในปาก ไม่เค้ยี วเสียงดงั นอกจากนีเ้ ด็กๆ ควรรจู้ ักการใชอ้ ปุ กรณใ์ นการรับประทาน
อาหารใหถ้ ูกตอ้ ง
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) บอกมารยาททดี่ ใี นการรบั ประทานอาหารได้
2) บอกวธิ กี ารใช้อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
- มารยาทในการรับประทานอาหาร 1) การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตา่ งๆตาม
ความสามารถของตนเอง
2) การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ต่างๆ
4. วิธกี ารจัดกิจกรรม
1) เด็กและครูร้องเพลงอาหารมปี ระโยชน์ แลว้ รว่ มสนทนาเกยี่ วกบั การรับประทานอาหารรว่ มกบั
ผูอ้ ืน่ บนโตะ๊ อาหาร
2) ครอู ธบิ ายใหเ้ ด็กฟังเกี่ยวกับวิธีการใช้อุปกรณ์ในการรับประทานอาหารและมารยาท
ในการรบั ประทานอาหารร่วมกบั ผ้อู ืน่
3) ครูให้อาสาสมัครออกมาแสดงบทบาทสมมตุ ิในการรับประทานอาหารรว่ มกันบนโต๊ะอาหาร
4) ใหเ้ ด็กๆ ที่ไม่ได้แสดงสงั เกตว่าเพ่ือนปฏิบตั ิตัวไดเ้ หมาะสมหรอื ไม่
5) ใหเ้ ด็กๆ ทแ่ี สดงบทบาทสมมุตมิ าเลา่ ใหเ้ พ่ือนๆ ฟังว่ารู้สกึ อย่างไร และต้องทําอะไรบ้าง
6) ครูและเด็กรว่ มกันสรปุ วา่ มารยาทในการรับประทานอาหารร่วมกับผอู้ ่นื มีอะไรบ้าง
และเดก็ ควรปฏิบตั ติ วั อย่างไรในการรบั ประทานอาหารรว่ มกับผ้อู ่ืน
7) ให้เด็กเรยี นรู้คาํ ศัพท์ เรยี นรศู้ พั ท์ GOOD = ดี ชื่นชมเด็กเม่ือทําความดีแล้วกล่าวชมเด็กใหเ้ ด็ก
พูดตาม
5. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
1) อปุ กรณ์ในการรบั ประทานอาหาร 2) อาหาร
3) โต๊ะอาหาร
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการบอกมารยาทที่ดีในการรบั ประทานอาหาร
2) สงั เกตการบอกวธิ กี ารใชอ้ ุปกรณใ์ นการรับประทานอาหาร
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 9 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย มารยาทในการรับประทานอาหาร
1. ชอื่ กิจกรรม สรา้ งสรรค์
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ปั้นดินน้ํามันตามจินตนาการได้
2) โรยทรายสบี นเลข 2 ได้
3) ใช้กล้ามเนื้อเลก็ ทํางานประสานสัมพันธ์ระหวา่ งมือ-ตาได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การปนั้ ดินน้ํามันตามจนิ ตนาการ 1) การปั้น
2) การโรยทรายสบี นเลข 2 2) การเขยี นภาพและเล่นกับสี
3) การทาํ กจิ กรรมศลิ ปะต่างๆ
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครจู ดั เตรยี มกจิ กรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การป้นั ดนิ นาํ้ มนั และการโรยทรายสบี นเลข 2
2) ครูแนะนําอุปกรณว์ ิธกี ารปฏบิ ัติ และทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการป้นั ดินน้าํ มัน
และโรยทรายสบี นเลข 2 ดงั น้ี
2.1 การปั้นดนิ นํา้ มัน
- ครแู นะนําอปุ กรณ์ในการปั้นดนิ นํ้ามัน
- ครนู ําดินน้ํามันมาสาธิตการนวดและบบี จนดินนํา้ มนั นิ่ม
- เด็กปั้นดนิ นา้ํ มันตามจินตนาการ
2.2 การโรยทรายสีบนเลข 2
- ครแู นะนําอปุ กรณ์การโรยทรายสบี นเลข 2
- ครูสาธติ การโรยทรายสีบนเลข 2 ใหเ้ ด็กดู
- ให้เด็กวาดภาพตอ่ เติมตามจินตนาการ
3) เดก็ เลือกปฏิบัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ แล้วนาํ ผลงานมาบอกชื่อและเลา่ เรอ่ื งให้ครูจดบันทกึ
4) อาสาสมคั รเลือกผลงานตนเองระหวา่ งการป้นั ดินนํา้ มัน และการโรยทรายสีบนเลข 2 มาเลา่
ให้เพอื่ นฟังหน้าชั้นเรียน
5) เด็กทุกคนช่วยกนั จัดอปุ กรณ์ให้เรียบรอ้ ย
5. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1) ดนิ นา้ํ มนั 2) แผ่นรองป้นั ดนิ นาํ้ มัน
3) ใบงานเลข 2 4) สเี ทียนสไี ม้
6. การประเมินผล
1) สังเกตการใชก้ ล้ามเนื้อเล็ก 2) สังเกตการบอกชอื่ ผลงาน
3) การตรวจผลงานจากการปน้ั ดนิ นํา้ มนั และการโรยทรายสีบนเลข 2
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วันที่ 1 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย มารยาทในการรบั ประทานอาหาร
1. ชือ่ กจิ กรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สงั เกต สาํ รวจ ทดลอง คน้ ควา้ คิดแก้ปญั หาในการทํางานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งทีต่ นเลน่
3) มีวนิ ยั ความรับผดิ ชอบ มมี ารยาท ช่วยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสตปิ ัญญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
- การเลน่ ตามศนู ยเ์ ปน็ การเลน่ ในศูนย์ประสบการณต์ า่ ง ๆ อย่างอสิ ระผ่านการเลน่ ทดลอง
คดิ ค้นคว้าสร้างสรรค์ การแกป้ ญั หาและการแสวงหาคาํ ตอบ ซ่ึงจะช่วยพัฒนาความคิด จนิ ตนาการ
- ภาษา ควบคไู่ ปกบั ความมีวนิ ัย ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปนั การใฝ่ร้แู ละการอย่รู ่วมกนั
เพ่ือพัฒนาการเข้าสสู่ งั คม
ประสบการณส์ าคัญ
1) การเลน่ เคร่อื งเล่นสัมผัสและการสรา้ งส่ิงตา่ งๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของช้นิ เล็กเตมิ ในชิน้ ใหญใ่ หส้ มบรู ณแ์ ละการแยกชิ้นส่วน
3) การเลน่ และการทํางานร่วมกบั ผู้อื่น
4) การรบั รู้ แสดงความรสู้ กึ ผ่านส่ือ วัสดุ ของเล่นและชน้ิ งาน
5) การเลน่ ตามมมุ ประสบการณ์/มมุ เลน่ ตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรค์ชิน้ งานโดยใช้รูปร่าง รปู ทรงจากวสั ดุที่หลากหลาย
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครูแนะนาํ การเล่นการปฏิบัติตนในการเลน่ ศนู ย์กจิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เด็กเลอื กเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูใหค้ ําแนะนํา กระต้นุ สง่ เสริม ให้คาํ ชมเชยเพื่อใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ให้เด็กเลน่ อยา่ งอสิ ระหลงั จากเลกิ เล่นให้เดก็ ทาํ ความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกับเก็บของเขา้ ทใ่ี ห้เรยี บร้อย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
- อุปกรณ์ต่างๆ ท่จี ดั ไวต้ ามศนู ย์กจิ กรรมเสรี ต้องสอดคล้องสมั พันธก์ ับหนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสาํ รวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ญั หาในการทํางานและการเลน่ เปน็ กลุ่ม
2) สงั เกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบตั ิกิจกรรมการคดิ สร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งที่เลน่
3) สังเกตความมีวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ มารยาท การชว่ ยเหลือ แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมี
จิตสาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหน้าของพฒั นาการทั้ง 4 ดา้ น
หมายเหตุ ครปู รับเปลยี่ นส่ือ วัสดุอุปกรณ์ในศนู ยใ์ หส้ ัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรตู้ ามความพร้อม
และจดุ เนน้ ของสถานศึกษา
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 9 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย มารยาทในการรับประทานอาหาร
1. ช่อื กิจกรรม กลางแจง้
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) ใชก้ ล้ามเนอื้ เลก็ และกล้ามเนอื้ ใหญ่ได้
2) เล่นกับผู้อืน่ ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- การวงิ่ ลอดอโุ มงค์ 1) การเล่นนอกหอ้ งเรยี น
2) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของ
ตนเอง
3) การมีส่วนรว่ มในการเลือกวธิ ีการแก้ปัญหา
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) แบ่งเด็กออกเป็นทมี ๆ ละ 5-6 คน เท่า ๆ กนั จาํ นวน 4 แถว
2) ใหเ้ ดก็ แถวที่ 1 จบั คู่กบั แถวที่ 2 และเด็กแถวท่ี 3 คู่กบั แถวที่ 4 แลว้ ใหห้ นั หนา้ จับมือกนั
เป็นอุโมงค์ ก็จะเหลือเปน็ 2 แถว
3) เริ่มเลน่ โดยคแู่ รกของแต่ละแถว ปล่อยมือแลว้ แยกกันออกวิง่ ไปทางทา้ ยแถว โดยวิง่ ทาง
ดา้ นนอกของแถวขา้ งละคน แลว้ ลอดอุโมงค์ออกมาทางหวั แถวกลับไปยืนที่เดิม โดยไมต่ อ้ งจบั มอื
เปน็ อุโมงคอ์ ีก
4) คู่ตอ่ ไปก็ทําเช่นเดยี วกัน จนครบทกุ คู่
5) แถวใดเสรจ็ ก่อนแถวนัน้ ชนะ
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
- เกมวงิ่ ลอดอโุ มงค์
6. การประเมินผล
1) สังเกตการใชก้ ลา้ มเน้ือเล็กและกล้ามเนอื้ ใหญ่
2) สังเกตการเล่นร่วมกนั
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 9 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรู้ย่อย มารยาทในการรับประทานอาหาร
1. ชือ่ กจิ กรรม เกมการศกึ ษา
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) เลน่ เกมภาพตดั ต่อมารยาทการรับประทานอาหารได้
2) ส่งเสรมิ การเล่นร่วมกัน
3) เล่นแล้วเก็บเกมการศึกษาเขา้ ทไี่ ด้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- เกมภาพตดั ต่อมารยาทการรบั ประทานอาหาร 1) การตอ่ ของช้ินเลก็ เติมในชิน้ ใหญ่ให้
สมบรู ณแ์ ละการแยกสว่ น
2) การมสี ่วนรว่ มในการเลือกวิธีการ
แก้ปญั หา
3) การให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ัติ
กิจกรรม
4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1) ครูแนะนําถึงวิธเี ลน่ เกมภาพตัดต่อมารยาทการรบั ประทานอาหารใหเ้ ด็กๆฟงั และสาธติ วธิ ี
การเล่นให้เด็กดู
2) ครแู จกเกมภาพตัดต่อมารยาทการรับประทานอาหารให้เดก็ ๆเล่นต่อภาพช้นิ ส่วนใหถ้ ูกตอ้ งสมบรู ณ์
3) ใหเ้ ดก็ เล่นเกมภาพตัดตอ่ มารยาทการรบั ประทานอาหาร
4) ขณะเดก็ เล่นเกมครูดูแลและให้คาํ แนะนําในการเล่นอย่างใกลช้ ดิ พรอ้ มกบั แนะนาํ ดังนี้
- การเล่นท่ีถกู ต้อง
- การรอคอย
- การช่วยกนั คดิ แก้ปญั หา
- ความอดทนเลน่ จนจบเกม
5) เด็กจดั เก็บเกมเข้าทีเ่ มือ่ เลิกเล่นกอ่ นไปเล่นเกมอน่ื
5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1) เกมภาพตดั ต่อมารยาทการรบั ประทานอาหาร
2) เกมชุดเดมิ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการตดั สินใจและการแกป้ ัญหาในการเล่นเกม
2) สังเกตการเล่นรว่ มกบั ผู้อื่น
3) สังเกตการเกบ็ ของเข้าทีเ่ มื่อเลกิ เลน่
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 9 วันท่ี 2 สาระการเรียนรยู้ ่อย มารยาทในการฟัง พูด
1. ชอื่ กิจกรรม เคล่ือนไหวและจังหวะ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ฟังและปฏิบัติตามสัญญาณได้
2) ฟังและปฏิบัติตามขอ้ ตกลงได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การเคลื่อนไหวรา่ งกายประกอบจังหวะและ 1) การเคลื่อนไหวอยู่กบั ท่ี
การฟงั ปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาณ 2) การเคลื่อนไหวเคล่ือนท่ี
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1. เด็กเคลอ่ื นไหวรา่ งกายไปทัว่ ๆบริเวณอย่างอิสระตามจังหวะทีค่ รูเคาะ เม่ือได้ยนิ สัญญาณ
“หยดุ ” ให้หยุดในท่านน้ั ทันทีจากนน้ั ใหฟ้ ังและปฏิบตั ิตามคาํ ส่ัง
2) ใหเ้ ด็กนง่ั เป็นวงกลม หันหน้าเข้าหาวง
3) ให้เดก็ ถามคุณครวู า่ “คุณครรู ักใคร”
4) คณุ ครตู อบวา่ “รักคนใส่ชดุ นักเรยี น” ให้ทกุ คนทีใ่ ส่ชุดนกั เรยี นวิ่งสลบั ทกี่ นั โดยเร็ว
5) ให้เด็กถามต่ออีกวา่ “คณุ ครูรกั ใคร” ครเู ปลี่ยนคําตอบ เช่น “คนทมี่ ีผมยาว” “คนที่สวม
กระโปรง” “คนท่สี วมกางเกง” “คนที่ตดิ ก๊บิ ” ฯลฯ เมือ่ ได้คําตอบแลว้ ให้เดก็ ทีค่ รูตอบและ
มีคุณสมบัตติ ามนัน้ เปลี่ยนสลบั ทกี่ ันไปเรื่อย ๆ
6) ปฏิบัติกจิ กรรมไปเร่ือย ๆ จนสมควรแกเ่ วลาจึงยตุ ิ
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
แหล่งการเรยี นรู้
- เครือ่ งเคาะจังหวะ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการฟงั และปฏิบตั ิตามสญั ญาณ
2) สงั เกตการฟงั และปฏิบัติตามข้อตกลง