The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มหาจักรีวงศ์ บรมราชาภิเษก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

มหาจักรีวงศ์ บรมราชาภิเษก

มหาจักรีวงศ์ บรมราชาภิเษก

มหาจักรวี งศ์
บรมราชาภิเษก

รัฐบาลในพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดี
ศรสี ินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
จัดพมิ พท์ ูลเกล้าทลู กระหมอ่ มถวายเฉลมิ พระเกยี รติ

เน่ืองในวันฉัตรมงคล ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔



มหาจกั รวี งศ์
บรมราชาภิเษก

รฐั บาลในพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รีสินทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อย่หู วั
จดั พิมพท์ ูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเฉลิมพระเกียรตเิ น่ืองในวันฉตั รมงคล
๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔





ค�ำ ปรารภ

พลเอก ประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ในโอกาสจดั พิมพ์หนังสอื เฉลิมพระเกยี รตพิ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัว

เนื่องในวันฉัตรมงคล วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔

นับแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยาม
เทวมหามกุฏวิทยมหาราชเป็นต้นมา เมื่อสมเด็จพระมหากษัตราธิราชทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด�ำรงสิริ
ราไชศวรรยป์ กครองสยามรฐั สมี ามณฑลโดยสมบรู ณ์ ตามโบราณขตั ตยิ ราชประเพณแี ลว้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ยอ่ มทรง
พระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหต้ ง้ั การพระราชพธิ ที รงบำ� เพญ็ พระราชกศุ ลและสมโภชพระมหาเศวตฉตั รเครอื่ งราชกกธุ ภณั ฑ์
ในวันคล้ายวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นเป็นประจ�ำทุกปี เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแห่งราชสมบัติตามคตินิยม
ขานนามพระราชพธิ ีดงั กล่าวในกาลต่อมาว่า “พระราชพธิ ีฉัตรมงคล”
เนื่องในโอกาสอันเป็นอภิลักขิตสมัยวันฉัตรมงคล พุทธศักราช ๒๕๖๔ รัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร
รามาธบิ ดีศรสี ินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หวั ไดม้ อบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมจัดท�ำหนังสือ “มหาจกั รวี งศ์
บรมราชาภิเษก” ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพ่ือเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดีส�ำนึกในพระมหา
กรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาท่ีสุดมิได้ ด้วยนับแต่ทรงรับพระบรมราชาภิเษกสืบต่อจากพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงบ�ำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นหิตานุหิตประโยชน์
ดว้ ยทศพธิ ราชธรรมจริยาเปน็ อเนกปริยาย สมดงั พระปฐมบรมราชโองการทีไ่ ด้พระราชทานไว้ในพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกวา่
“เราจะสบื สาน รักษา และตอ่ ยอด และครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพื่อประโยชน์สขุ แหง่ อาณาราษฎรตลอดไป” อกี ทง้ั ยังเปน็ วาระ
อันสมควรย่ิงที่จะได้รวบรวมองค์ความรู้และรายละเอียดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแห่งสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราช
ในพระบรมราชจกั รวี งศ์ เพอื่ เปน็ เอกสารสำ� คญั จารกึ เรอื่ งราวทางประวตั ศิ าสตรโ์ บราณราชประเพณอี นั ทรงคณุ คา่ เฉลมิ พระเกยี รตยิ ศ
แห่งมหาจกั รบี รมราชวงศ์ให้ปรากฏแผไ่ พศาลสบื ไป
รฐั บาลและปวงชนชาวไทยทกุ หมเู่ หลา่ ขอพระราชทานพระบรมราชานญุ าตอญั เชญิ พลานภุ าพแหง่ คณุ พระศรรี ตั นตรยั
พระสยามเทวาธิราช เทพยดาที่รักษาพระมหาเศวตฉัตร สิริราชกกุธภัณฑ์ และสิ่งศักด์ิสิทธ์ิทั้งหลายในสากลพิภพ ตลอดจน
พระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช โปรดอภิบาลรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เจริญ
พระชนมพรรษาสิริสวัสด์ิ สรรพพิบัติอุปัทวันตรายจงเส่ือมมลายสูญสนิท เสด็จสถิตด�ำรงมไหสวรรยาธิปัตย์สิริราชสมบัติ
เปน็ ฉตั รแก้วรม่ เกลา้ เหล่าพสกนกิ รชาวไทยตราบจริ ัฐติ ิกาล

พลเอก
(ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
นายกรัฐมนตรี

ค�ำ แถลง

นายวษิ ณุ เครืองาม รองนายกรฐั มนตรี
ในโอกาสจัดพมิ พ์หนงั สือเฉลมิ พระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั

เนอ่ื งในวนั ฉัตรมงคล วนั ท่ี ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔

สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยท้ังประเทศ และเป็นสถาบันหลักท่ีมีความผูกพันและด�ำรงอยู่
คสู่ งั คมไทยมาอยา่ งยาวนาน เนอื่ งดว้ ยพระมหากษตั รยิ น์ บั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั ลว้ นทรงพระคณุ อนั ประเสรฐิ ทรงอทุ ศิ พระองค์
ประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นแก่ราชอาณาจักร และน�ำความผาสุกมาสู่อาณา
ประชาราษฎรโ์ ดยล�ำดับ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นโบราณราชประเพณีที่ปรากฏหลักฐานว่าได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาตั้งแต่คร้ังก่อนสมัย
สโุ ขทยั จนถงึ สมยั รัตนโกสนิ ทร์ นับเป็นโบราณขตั ติยราชประเพณีท่สี �ำคัญยิง่ แหง่ การเสด็จเถลงิ ถวลั ยราชสมบตั ิ ด้วยเปน็ เครอ่ื ง
เฉลมิ พระเกยี รตยิ ศใหป้ รากฏแผไ่ พศาลไปทว่ั ทศิ านทุ ศิ วา่ ไดท้ รงดำ� รงพระราชสถานะพระประมขุ แหง่ รฐั สมี ามณฑลโดยสมบรู ณ์
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๑๐
แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงรับพระบรมราชาภิเษกในวันท่ี ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เพ่ือความเป็นสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง
อนั ถอื เปน็ เหตกุ ารณส์ ำ� คญั ยงิ่ ในประวตั ศิ าสตรข์ องชาติ และเนอ่ื งในโอกาสวนั ฉตั รมงคลคลา้ ยวนั บรมราชาภเิ ษกเวยี นมาบรรจบ
อกี วาระหนงึ่ นำ� ความปลาบปลมื้ ปตี มิ าสปู่ ระชาชนชาวไทยทกุ หมเู่ หลา่ รฐั บาลโดย พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรี
จงึ ดำ� รใิ หจ้ ดั ทำ� หนงั สอื “มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก” เพอื่ น�ำขน้ึ ทลู เกลา้ ทลู กระหมอ่ มถวายพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และ
เพื่อเฉลิมพระเกียรตเิ นือ่ งในโอกาสอนั เป็นมหามงคลน้ี
หนังสือ “มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก” เป็นการจดจารึกมรดกทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับโบราณราชประเพณี
อนั เนอื่ งดว้ ยพระมหากษตั รยิ ท์ มี่ กี ารปรบั เปลย่ี นไปตามกาลสมยั และยงั คงไดร้ บั การปฏบิ ตั แิ ละสบื สานตอ่ มา อนั เปน็ เครอ่ื งแสดง
ให้ประจกั ษ์ถงึ พระอจั ฉริยภาพและพระวสิ ยั ทศั น์อันกวา้ งไกล ทรงรู้เท่าทนั กระแสธารแหง่ ความเปลยี่ นแปลง และสามารถธ�ำรง
รกั ษาเอกราชและเอกลกั ษณข์ องชาตใิ ห้ดำ� รงอยู่คู่ชาติไทยสืบมาตราบจนปจั จบุ ัน

(นายวิษณุ เครืองาม)
รองนายกรัฐมนตรี

สาร

นายอทิ ธพิ ล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงวัฒนธรรม
ในโอกาสจดั พมิ พห์ นังสือเฉลิมพระเกียรตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั

เนอื่ งในวนั ฉัตรมงคล วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔

ด้วยรัฐบาลตระหนักถึงความส�ำคัญของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นพระราชพิธีศักด์ิสิทธ์ิส�ำคัญย่ิงของ
พระมหากษัตริย์ ในการเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี กอปรกับ
ในโอกาสที่วันฉัตรมงคลซ่ึงเป็นวันท่ีระลึกการครบรอบปีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๑๐ แห่ง
พระบรมราชจกั รวี งศใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เวยี นมาบรรจบ
อีกค�ำรบหน่ึงในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รัฐบาลจึงเห็นควรจัดท�ำหนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์
ในพระบรมราชจักรีวงศ์เพ่ือน�ำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและ
แสดงถงึ ความจงรักภกั ดี เคารพเทิดทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ใ์ ห้ทรงพระเกียรติยศสงู สุดในฐานะท่ีทรงเป็นศนู ยร์ วมจติ ใจของ
ปวงชนชาวไทยตลอดมา อีกทงั้ เพ่อื แสดงถึงวัฒนธรรมอันงดงามของชาตใิ หเ้ ปน็ ท่ปี ระจักษ์แกน่ านาอารยประเทศ
ในโอกาสอันเป็นมหามงคลวนั ฉตั รมงคล วนั ท่ี ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ น้ี กระทรวงวัฒนธรรมซึ่งมภี ารกิจหน้าทใี่ นการ
ธ�ำรงรักษา ส่งเสริม และสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีอันเนื่องด้วยสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้รับมอบ
หมายให้เป็นหน่วยงานหลักด�ำเนินการจัดท�ำหนังสือเฉลิมพระเกียรติเรื่อง “มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก” มีเนื้อหาเก่ียวกับ
การพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกนบั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั ทงั้ ในสาระทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละจารตี ประเพณอี ยา่ งครบถว้ นสมบรู ณ์
เพื่อธ�ำรงรกั ษาไว้ซ่งึ สถาบันพระมหากษตั ริย์และโบราณราชประเพณอี ันทรงคุณค่าของชาตสิ ืบไป

(นายอิทธิพล คุณปลื้ม)
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวัฒนธรรม

คำ�น�ำ

นางยุพา ทววี ัฒนะกจิ บวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ในโอกาสจดั พมิ พห์ นังสอื เฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั

เน่ืองในวันฉัตรมงคล วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔

เน่ืองในโอกาสวันฉัตรมงคล วันท่ี ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ อันเป็นศุภวาระท่ีวันครบรอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เวียนมาบรรจบ น�ำมาซ่ึงความปลื้มปีติโสมนัสของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า รัฐบาลจึงได้มีด�ำริท่ีจะจัดท�ำหนังสือเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั เพือ่ นำ� ขึ้นทลู เกล้าทลู กระหม่อมถวายในโอกาสอนั เป็นมหามงคลน้ี
การจัดท�ำหนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสท่ีวันฉัตรมงคลเวียนมาบรรจบครบรอบน้ี
รฐั บาลโดยพลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรี ไดม้ อบหมายใหก้ ระทรวงวฒั นธรรมเปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการดำ� เนนิ การ
โดยแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการจัดท�ำหนังสือ “มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก” มีเน้ือหาเก่ียวกับประวัติ
ความเปน็ มาของพระราชพิธบี รมราชาภิเษกต้ังแต่รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ จวบจน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั รัชกาลปัจจุบัน ซงึ่ การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนับเปน็ โบราณราชประเพณีท่ีส�ำคัญยิ่ง
ของสถาบันพระมหากษัตริย์และของชาติ เน่ืองจากพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตทุกพระองค์จะต้องทรงรับการบรมราชาภิเษก
เฉลิมพระปรมาภิไธยเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงด�ำรงพระราชสถานะเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ นอกจากนี้
หนังสือเล่มน้ียังเป็นการประมวลภาพส�ำคัญในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์
จึงนับเป็นเอกสารประวัติศาสตร์และองค์ความรู้ที่ทรงคุณค่าของชาติ เฉลิมพระเกียรติยศในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เปน็ ท่ปี ระจักษ์แผไ่ พศาลสบื ไป
กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจอันเก่ียวเน่ืองกับการเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
มงุ่ หวงั เป็นอยา่ งยิ่งในการเผยแพร่หนงั สือ “มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก” ไปสหู่ น่วยงานตา่ ง ๆ ทง้ั ภาครัฐและเอกชน สถาบนั
การศึกษา ห้องสมุด รวมท้ังประชาชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์ ในฐานะท่ที รงเป็นศนู ย์รวมจิตใจและความสมัครสมานสามคั คีของปวงชนชาวไทยนับแตอ่ ดตี ตราบจนปัจจุบัน

(นางยพุ า ทววี ฒั นะกิจบวร)
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

ค�ำ ชีแ้ จง

อธบิ ดีกรมศลิ ปากร

นบั แตพ่ ระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ปฐมกษตั รยิ แ์ หง่ พระบรมราชจกั รวี งศท์ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้
โปรดกระหม่อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ข้ึนเป็นราชธานี ต้ังการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด�ำรงพระบรมราชอิสริยยศสมเด็จ
พระมหากษัตริยาธิราชตามโบราณขตั ติยราชประเพณสี ืบมา พระมหากษัตริย์แหง่ พระบรมราชจกั รวี งศ์ทกุ พระองคท์ รงบำ� เพ็ญ
พระราชกรณยี กจิ นานปั การ เพอ่ื บำ� บดั ทกุ ขบ์ ำ� รงุ สขุ อาณาประชาราษฎรด์ ว้ ยพระปรชี าสามารถและพระมหากรณุ าธคิ ณุ ปกเกลา้
ปกกระหม่อม กอปรด้วยทศพิธราชธรรมจริยา ทรงเป็นหลักชัยน�ำพาราชอาณาจักรให้เจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นม่ันคงตราบถึง
ปัจจบุ ัน
วันอังคาร ที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ นับเป็นอภิลักขิตสมัยคล้ายวันบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จ
พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงวัฒนธรรมได้มอบหมายให้กรมศิลปากร
โดยส�ำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์จัดท�ำหนังสือ “มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก” ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
เพอ่ื เฉลมิ พระเกียรตใิ นโอกาสอนั เป็นมหามงคลยงิ่ แห่งรชั สมยั
“มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก” เปน็ หนงั สอื ทค่ี น้ ควา้ เรยี บเรยี งจากเอกสารอนั เกยี่ วเนอ่ื งกบั พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
สมัยรัตนโกสินทร์เป็นส�ำคัญ ทั้งท่เี ปน็ เอกสารชน้ั ตน้ งานศกึ ษาวิจยั ทางวชิ าการ ตลอดจนภาพถา่ ยต่าง ๆ โดยนำ� เสนอเนอื้ หา
การพระราชพิธีล�ำดับตามรัชกาล นับตั้งแต่การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ถึงการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบรายละเอียดการพระราชพิธีในแต่ละขั้นตอน เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการของ
พระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมยั รัตนโกสินทรต์ ลอดระยะเวลากว่าสองศตวรรษ
การจดั พมิ พห์ นงั สอื เลม่ น้ี กรมศลิ ปากรไดร้ บั ความอนเุ คราะหจ์ ากผทู้ รงคณุ วฒุ ทิ เ่ี ชย่ี วชาญดา้ นประวตั ศิ าสตร์ โบราณ
ราชประเพณี และไทยคดศี ึกษา ไดแ้ ก่ ศาสตราจารย์พเิ ศษ ธงทอง จันทรางศุ นางสาวฉวงี าม มาเจรญิ อดีตนักอกั ษรศาสตร์
ทรงคณุ วฒุ ิ ขา้ ราชการบ�ำนาญ กรมศลิ ปากร และนางสาวพมิ พพ์ รรณ ไพบลู ยห์ วงั เจรญิ นกั อกั ษรศาสตรท์ รงคณุ วฒุ ิ ผเู้ ชย่ี วชาญ
เฉพาะดา้ นอกั ษรศาสตร์ (ภาษา เอกสาร และหนงั สอื ) กรณุ าใหค้ ำ� แนะนำ� และตรวจแกต้ น้ ฉบบั จงึ ขอขอบพระคณุ มา ณ โอกาสน้ี
กรมศลิ ปากรขอนอ้ มเกลา้ นอ้ มกระหมอ่ มถวายหนงั สอื “มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก” เปน็ ราชสกั การะแดส่ มเดจ็ พระ
บูรพมหากษัตริยาธิราชและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ
ท้งั หลายในสากลจักรวาล ตลอดจนพระบรมเดชานภุ าพแหง่ สมเดจ็ พระบรู พมหากษัตรยิ าธิราชทกุ พระองค์ โปรดอภบิ าลรกั ษา
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ใหท้ รงพระราชสิรสิ วัสดิ์พิพฒั นมงคล ทรงเจริญพระชนมพรรษาย่งิ ยืนนาน ทรงพระเกษมส�ำราญ
พระบารมแี ผ่ไพศาล สถิตเสถียรในไอศรู ยส์ ิริราชสมบตั ิ เปน็ มง่ิ ขวญั ปกเกล้าเหลา่ พสกนกิ รตราบจริ ัฐติ ิกาลเทอญ

(นายประทปี เพง็ ตะโก)
อธบิ ดกี รมศิลปากร

คำ�อธิบาย

หนังสือ “มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก” เป็นการค้นคว้าเรียบเรียงข้อมูลอันเก่ียวเน่ืองกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ของพระมหากษตั รยิ ใ์ นพระบรมราชจกั รวี งศจ์ ากเอกสารประเภทตา่ ง ๆ เพอื่ นำ� เสนอขอ้ มลู โดยสงั เขปของการพระราชพธิ ลี ำ� ดบั
ตามหมายก�ำหนดการเปน็ ส�ำคญั พรอ้ มทงั้ ไดว้ เิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บรายละเอยี ดแสดงพฒั นาการของพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
ในแต่ละรัชสมัย ซึ่งข้อมูลโดยละเอียดของการพระราชพิธีในแต่ละรัชสมัยสามารถค้นคว้าเพ่ิมเติมได้จากแหล่งข้อมูลท่ีระบุไว้
ในเชิงอรรถท้ายหน้า เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ศึกษารายละเอียด
เพมิ่ เตมิ ไดใ้ นพระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ รชั กาลท่ี ๑ ฉบบั เจา้ พระยาทพิ ากรวงศมหาโกษาธบิ ดี ทงั้ น้ี ไดพ้ จิ ารณาคดั เลอื ก
ภาพถ่ายประวตั ศิ าสตรก์ ารพระราชพธิ บี รมราชาภิเษกรชั กาลที่ ๖ รัชกาลท่ี ๗ รัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน รวมถงึ ภาพถ่าย
ทเี่ กย่ี วขอ้ ง เชน่ พระพทุ ธปฏมิ าอนั เนอ่ื งดว้ ยการพระราชพธิ ี เครอ่ื งเบญจราชกกธุ ภณั ฑ์ เครอื่ งบรมราชอสิ รยิ ราชปู โภค พระทนี่ งั่
ทปี่ ระกอบการพระราชพิธี เปน็ ตน้ มาพิมพป์ ระกอบเนอ้ื หาเพอื่ ประโยชน์ในการศกึ ษาค้นคว้าต่อไป
พระปรมาภไิ ธย พระนามาภไิ ธย พระนาม ทกี่ ล่าวถึงในหนงั สอื เลม่ นใ้ี ชต้ ามพระบรมราชอิสริยยศ พระราชอสิ รยิ ยศ
พระอิสริยยศ และพระยศสุดท้าย เช่น พระปรมาภิไธยรัชกาลที่ ๔ ใช้ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร
มหามงกฎุ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว พระสยามเทวมหามกฏุ วิทยมหาราช” พระปรมาภิไธยรชั กาลที่ ๙ ใชว้ า่ “พระบาทสมเดจ็
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” เฉพาะเน้ือหาว่าด้วยล�ำดับพระราชพิธีในส่วนของ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์ จะขานพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และพระนาม ตามที่ปรากฏในเอกสาร
ช้นั ตน้ เชน่ ออกพระนามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เม่อื ยงั มิได้ทรง
รบั พระบรมราชาภเิ ษกวา่ “สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ” ครนั้ ทรงรบั พระบรมราชาภเิ ษกแลว้ จงึ ออกพระปรมาภไิ ธยวา่ “พระบาทสมเดจ็
พระเจ้าอยู่หัว” ออกพระนามาภิไธยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า
“สมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมาร”ี ออกพระนามสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชยั นาทนเรนทร วา่
“พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมขนุ ชยั นาทนเรนทร” เป็นตน้
อนึ่ง พระปรมาภิไธยท่ีเชิญมาพิมพ์คู่กับพระบรมสาทิสลักษณ์และพระบรมฉายาลักษณ์ใช้ตามพระปรมาภิไธย
ทจี่ ารกึ ในพระสพุ รรณบฏั เมอื่ คราวรบั พระบรมราชาภเิ ษก เชน่ พระปรมาภไิ ธยพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ใช้ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี
จักรนี ฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพติ ร” ทัง้ น้ี พระปรมาภิไธยในรชั กาลท่ี ๖ รชั กาลท่ี ๗ รชั กาลที่ ๙ สะกดตามท่ี
ปรากฏในหนงั สอื จดหมายเหตพุ ระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก สว่ นพระปรมาภไิ ธยรชั กาลปจั บุ นั ใชต้ ามประกาศพระบรมราชโองการ
เรื่อง “พระปรมาภไิ ธย พระนามาภิไธย คำ� อ่าน และสรรพนาม คำ� ขึน้ ตน้ คำ� ลงท้าย ในการกราบบงั คมทลู กราบทูล” ลงวันท่ี
๙ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒
อย่างไรก็ตาม พระปรมาภิไธยนับแต่รัชกาลท่ี ๑ ถึงรัชกาลที่ ๕ พบการสะกดพระปรมาภิไธยหลายแบบในเอกสาร
ช้ันต้น ท้ังในพระราชพงศาวดาร จดหมายเหตุ เอกสารราชการที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น ในหนังสือเล่มน้ี
จงึ พจิ ารณาสะกดตามหนงั สอื ของ นายภาวาส บนุ นาค อดตี รองราชเลขาธกิ าร เรอ่ื ง “พระปรมาภไิ ธย สมเดจ็ พระมหากษตั รยิ แ์ หง่
กรงุ รตั นโกสนิ ทร”์ ซงึ่ ผอู้ า่ นสามารถคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ ไดจ้ ากเอกสารดงั กลา่ ว เนอ่ื งจากเปน็ งานศกึ ษาคน้ ควา้ วเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บ
และอธบิ ายเรอ่ื งพระปรมาภิไธยพระมหากษัตรยิ ์ในพระบรมราชจกั รีวงศ์จากเอกสารช้นั ตน้ ทางประวตั ิศาสตรโ์ ดยละเอียด

สารบญั

ค�ำปรารภ ๔
ค�ำแถลง ๕
สาร ๖
ค�ำน�ำ ๗
ค�ำชแี้ จง ๘
ค�ำอธบิ าย ๙
พระราชประวัติ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดศี รีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกล้าเจ้าอย่หู ัว ๑๓
บทน�ำ ๒๗
พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกกอ่ นสมัยรตั นโกสินทร์ ๓๑
ราชาภิเษกในคติอินเดีย : ตน้ ธารพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกของไทย ๓๒
พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกสมัยสโุ ขทัย ๓๘
พระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกสมัยอยธุ ยา ๔๑
พระราชพธิ บี รมราชาภิเษกสมยั ธนบรุ ี ๔๖
ธนบุรี - ตน้ รตั นโกสินทร์ : การรอื้ ฟน้ื องคค์ วามรู้ว่าดว้ ยแบบแผนธรรมเนียม ๔๘
การพระราชพธิ ีครั้งกรุงศรีอยุธยา ๕๙
พระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกสมัยรตั นโกสนิ ทร์ ๖๓
พระราชพิธบี รมราชาภิเษกพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ๖๘
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั ๗๖
พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระนัง่ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว พระมหาเจษฎาราชเจา้ ๘๐
พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรีสินทรมหามงกฎุ ๘๖
พระจอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ๙๔
พระราชพิธบี รมราชาภิเษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว ๑๓๐
พระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ๑๗๑
พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ๑๗๔
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล พระอฐั มรามาธบิ ดินทร ๒๑๖
พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
พระราชพิธบี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรีสินทร
มหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกล้าเจ้าอยู่หวั

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 11

พฒั นาการและความเปลยี่ นแปลงของพระราชพธิ บี รมราชาภิเษกสมยั รตั นโกสินทร ์ ๒๗๙
การทำ� นำ้� อภเิ ษก ๒๘๐
การจารึกพระสุพรรณบฏั พระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจ�ำรัชกาล ๒๘๘
การต้ังแตง่ สถานที่ประกอบพระราชพธิ ี ๒๙๔
การถวายสกั การะเพือ่ เป็นสวสั ดมิ งคลในการพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก ๓๐๔
การเจรญิ พระพุทธมนตบ์ รมราชาภเิ ษก - ตงั้ พิธีพราหมณ์ ๓๑๐
การสรงพระมุรธาภิเษก ๓๑๒
การถวายนำ้� อภเิ ษก ๓๑๖
การถวายเครื่องสิริราชกกุธภณั ฑ์และเคร่อื งประกอบพระบรมราชอสิ รยิ ยศ ๓๑๘
การเสด็จออกท้องพระโรง ๓๒๓
ขา้ ราชการฝ่ายในถวายตัว - สถาปนาสมเด็จพระบรมราชินี ๓๒๖
การประกาศพระองค์เปน็ พุทธศาสนูปถมั ภกและถวายบังคมสมเดจ็ พระบรมราชบพุ การ ี ๓๒๘
การเฉลิมพระราชมณเฑยี ร ๓๒๙
การถวายดอกไม้ธูปเทยี นและทรงสดบั พระธรรมเทศนาบรมราชาภิเษก ๓๓๐
การเสด็จออกรับการถวายพระพรชัยมงคลจากคณะทตู านุทตู ๓๓๓
ผแู้ ทนคณะบคุ คลทางศาสนา ผแู้ ทนคณะพาณชิ ย์ และอาณาประชาราษฎร ๓๓๕
การเสด็จพระราชด�ำเนนิ เลยี บพระนคร ๓๔๓
การสงั เวยอดีตพระมหากษตั ริย์ ณ พระราชวังโบราณ พระนครศรอี ยธุ ยา ๓๔๗
บทสรุป ๓๕๐
บรรณานุกรม ๓๕๖
ค�ำสง่ั กระทรวงวฒั นธรรม ท่ี ๒๕๐/๒๕๖๓
เรอ่ื ง แต่งตงั้ คณะกรรมการจัดท�ำหนังสอื เฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ๓๕๘
เน่อื งในวนั ฉตั รมงคล วนั ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔
ค�ำสั่งคณะกรรมการจัดทำ� หนงั สอื เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั
เนอื่ งในวนั ฉตั รมงคล วันท่ี ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ท่ี ๑/๒๕๖๔
เรอ่ื ง แตง่ ต้ังคณะอนกุ รรมการจดั ท�ำหนังสอื พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๑๐ รชั กาล



มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก 13

พระราชประวัติ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระมหากษตั รยิ ร์ ชั กาลที่ ๑๐
แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระนามเดิม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสดจ็ พระราชสมภพ ณ พระทีน่ ่งั อัมพรสถาน พระราชวังดสุ ติ เมอื่ วนั จนั ทร์ ที่ ๒๘ กรกฎาคม
พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๕ มพี ระเชษฐภคนิ ี ๑ พระองค์ คอื ทลู กระหมอ่ มหญงิ อบุ ลรตั นราชกญั ญา สริ วิ ฒั นาพรรณวดี และพระขนษิ ฐภคนิ ี
๒ พระองค์ คอื สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี และสมเดจ็ พระเจา้ นอ้ งนางเธอ
เจ้าฟา้ จฬุ าภรณวลยั ลกั ษณ์ อคั รราชกุมารี กรมพระศรีสวางควฒั น วรขตั ติยราชนารี

14 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก

ขณะยังทรงพระเยาว์ ทรงเข้ารับการศึกษาเบื้องต้น ณ โรงเรียนจิตรลดา ในพระราชวังดุสิต ถึงพุทธศักราช ๒๕๐๙
จากนั้น เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงศึกษาท่ีประเทศอังกฤษ ณ โรงเรียนคิงส์มีด เมืองซีฟอร์ด แคว้นซัสเซกส์ และโรงเรียน
มิลล์ฟิลด์ เมืองสตรีท แคว้นซอมเมอร์เซท จนถึงพุทธศักราช ๒๕๑๓ จึงเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงศึกษาวิชาการทหาร
ตามที่ทรงต้ังพระราชหฤทัยไว้ ณ ประเทศออสเตรเลีย ในระดับเตรียมทหารท่ีคิงส์สกูล นครซิดนีย์ และวิชาการทหารช้ันสูง
ที่วิทยาลัยวิชาการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา หลังจากทรงส�ำเร็จการศึกษาและเสด็จพระราชด�ำเนินกลับประเทศไทย
ทรงเข้าศึกษาต่อ ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ ๔๖ จากน้ัน ทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
สาขาวชิ านิตศิ าสตร์ รนุ่ ท่ี ๒ ทรงส�ำเรจ็ การศึกษานติ ศิ าสตรบณั ฑิต (เกยี รตินยิ มอนั ดบั ๒) และทรงเขา้ รับการศึกษา ณ วิทยาลยั
ปอ้ งกันราชอาณาจักรแห่งสหราชอาณาจักร ตามล�ำดับ

มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 15

วนั ที่ ๒๘ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
ทรงรับการสถาปนาพระราชอิสริยยศขึ้นเปน็
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกฎุ ราชกมุ าร

16 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก

พุทธศกั ราช ๒๕๑๕ ทรงเจรญิ พระชนมพรรษา ๒๐ พรรษาบรบิ ูรณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหส้ ถาปนาพระราช
อสิ รยิ ยศขนึ้ เปน็ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช เจา้ ฟา้ มหาวชริ าลงกรณ สยามมกุฎราชกมุ าร
พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๑ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มพี ระราชศรทั ธาทรงผนวชในพระพทุ ธศาสนา ณ วดั พระศรี
รัตนศาสดาราม โดยมีสมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ราชวรวิหาร เป็นพระราชอปุ ัธยาจารย์ ทรงไดร้ บั พระสมณฉายาวา่ “วชริ าลงกฺ รโณ”

มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก 17

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพชั รกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ สมเดจ็ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปงั กรรัศมีโชติ
กรมหลวงราชสาริณีสิริพชั ร มหาวชั รราชธิดา เจ้าฟ้าสิริวณั ณวรี นารีรัตนราชกญั ญา มหาวชิโรตตมางกรู สิริวิบูลยราชกุมาร

พระราชโอรสและพระราชธดิ า

๑. สมเด็จพระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ยิ าภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารณิ สี ริ พิ ัชร มหาวชั รราชธิดา
๒. สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟ้าสิริวัณณวรี นารีรตั นราชกญั ญา
๓. สมเดจ็ พระเจ้าลกู ยาเธอ เจ้าฟา้ ทปี ังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบลู ยราชกมุ าร

เสด็จข้นึ ทรงราชย์

วนั พฤหัสบดี ที่ ๑๓ ตลุ าคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๙ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร เสดจ็ สวรรคต ประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาตทิ ำ� หนา้ ทปี่ ระธานรฐั สภากราบบงั คมทลู อญั เชญิ
สมเด็จพระบรมโอรสาธริ าช เจา้ ฟา้ มหาวชริ าลงกรณ สยามมกฎุ ราชกมุ าร เสดจ็ ขนึ้ ด�ำรงสริ ริ าชสมบตั สิ บื ราชสนั ตตวิ งศ์
เปน็ พระมหากษตั รยิ ร์ ชั กาลท่ี ๑๐ แหง่ พระบรมราชจกั รวี งศ์ เฉลมิ พระปรมาภไิ ธยวา่ “สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร”

18 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก

วันที่ ๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
ทรงตอบรบั การเชิญเสดจ็ ขึ้นทรงราชย์ ณ พระทีน่ ง่ั อมั พรสถาน พระราชวังดสุ ิต

มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก 19

พระราชพธิ รี าชาภิเษกสมรส

วนั พธุ ท่ี ๑ พฤษภาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๒ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว ทรงประกอบพระราชพธิ ีราชาภเิ ษกสมรส
กับพลเอกหญงิ สุทิดา วชริ าลงกรณ์ ณ อยธุ ยา ณ พระทนี่ ั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และมพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้
โปรดกระหม่อมให้สถาปนาพลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา พระอัครมเหสี เป็นสมเด็จพระราชินีสุทิดา ต่อมา
ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาสมเด็จพระราชินีสุทิดา เป็น
สมเด็จพระนางเจา้ สทุ ิดา พัชรสุธาพมิ ลลกั ษณ พระบรมราชนิ ี

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วนั เสาร์ ที่ ๔ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก
ตามโบราณราชประเพณี เฉลิมพระปรมาภิไธยตามท่ีจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี
ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร
พระวชิรเกลา้ เจ้าอยู่หัว”

20 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก

พระปรีชาสามารถ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว สนพระราชหฤทยั ใฝร่ ใู้ นกจิ การงานหลากหลายสาขา โดยเฉพาะ
ดา้ นการบนิ ทรงศกึ ษาหลกั สตู รการบนิ ทง้ั ของกองทพั บกและกองทพั อากาศ ตลอดจนเสดจ็ พระราชด�ำเนนิ
ไปทรงศึกษาเทคนิคการบินจากประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงหลักสูตรนักบินพาณิชย์จากสถาบัน
การบินพลเรือน ทรงพระปรีชาสามารถในการขับอากาศยานหลากหลายแบบทั้งอากาศยานทหารและ
อากาศยานพาณิชย์ ทรงปฏบิ ัติหนา้ ทคี่ รูการบนิ แก่นักบินของกองทพั อากาศ จนทรงไดร้ บั การทลู เกลา้ ฯ
ถวายกิตตบิ ตั รครฝู กึ การบินเครือ่ งบนิ ขบั ไลส่ มรรถนะสูง
ดา้ นภาษาและวรรณศลิ ป์ ทรงพระราชนพิ นธบ์ ทประพนั ธท์ ง้ั รอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองพระราชทาน
แกบ่ คุ คลในโอกาสตา่ ง ๆ ด้านภูมสิ ถาปตั ยกรรม ทรงเป่ยี มดว้ ยพระปรชี าสามารถในศาสตรอ์ ันเนื่องดว้ ย
สถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรม ดังเป็นที่ประจักษ์ชัดจากแนวพระราชด�ำริในการออกแบบ วางผัง
และตกแตง่ อาคารสถานทส่ี �ำคญั ๆ อนั ทรงคุณคา่ ทางประวตั ศิ าสตรข์ องชาติ

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 21

วนั ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเสดจ็ สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระราชกรณียกจิ
พระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง
ไปทรงเยย่ี มราษฎรบา้ นหว้ ยสมอทบ ต�ำ บลดินจี่ อ�ำ เภอคำ�ม่วง จงั หวัดกาฬสินธุ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบ�ำเพ็ญพระราช
กรณียกิจเพื่อบ้านเมืองมาแต่ยังทรงพระเยาว์ ได้โดยเสด็จ
สมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี
ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในชนบทที่ห่างไกลทั่วทุกภูมิภาค
ขณะทรงดำ� รงพระราชอสิ รยิ ยศสมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร มาโดยตลอด ทั้งงานพระราชพิธี
งานดา้ นการศกึ ษา ศาสนา สงั คม สาธารณสขุ การทหาร และ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังประโยชน์แก่บ้านเมืองเป็น
อเนกประการ ครน้ั เม่ือเสด็จดำ� รงสิรริ าชสมบัติ จงึ มีพระราช
ปณธิ านทจี่ ะทรงสบื สานพระราชกรณยี กจิ ของสมเดจ็ พระบรม
ชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี เพ่ือพัฒนาคุณภาพ
ชวี ติ ของราษฎรและยงั ความผาสุกรม่ เยน็ แกบ่ า้ นเมืองสบื ไป

วนั ที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ด้านการศึกษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสดจ็ ออก ณ พระทีน่ ัง่ อัมพรสถาน พระราชวังดสุ ิต ทรงตระหนักในความส�ำคัญของการศึกษาว่ามีส่วนช่วย
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นกั เรียนทุนการศึกษาพระราชทานฯ ดีเด่น พัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถ อันจะน�ำไปสู่การ
รุ่นที่ ๘ และครูดีเด่นประจ�ำ ปี ๒๕๖๒ เฝ้าฯ รบั พระราชทานทุนการศึกษา พัฒนาชาติให้ก้าวหน้าต่อไป ได้พระราชทานพระราชทรัพย์
และโล่เชิดชูเกียรติ และนกั ศึกษาทนุ การศึกษาพระราชทาน ส่วนพระองค์จัดสร้างโรงเรียนมัธยมในท้องถิ่นทุรกันดาร
ทีส่ ำ�เร็จปริญญาตรี ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เฝ้าฯ กราบส�ำ นึกในพระมหากรณุ าธิคุณ ทั่วประเทศและทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ท้ังยังทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานทุน
การศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดี ประพฤติดี ฐานะยากจน
ครอบคลมุ หลากหลายสาขา อาทิ ดา้ นการแพทย์ การพยาบาล
และการเกษตร

22 มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก

วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ด้านการเกษตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชด�ำ เนินไปทรงหว่านข้าว ณ บริเวณแปลงนาเกษตร หมู่ที่ ๕ ทรงให้ความสำ� คญั กบั งานดา้ นเกษตรกรรมทกุ แขนง ขณะทรง
ตำ�บลบางงาม อ�ำ เภอศรีประจนั ต์ จงั หวัดสพุ รรณบุรี ดำ� รงพระราชอสิ รยิ ยศสมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ
วนั ท่ี ๒๖ - ๓๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ราชกมุ าร ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ แทนพระองคพ์ ระบาทสมเดจ็
ทรงน�ำ สมเดจ็ พระจกั รพรรดอิ ากฮิ โิ ตะ และสมเดจ็ พระจกั รพรรดนิ มี ชิ โิ กะ แหง่ ญป่ี นุ่ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
เสดจ็ พระราชด�ำ เนนิ ไปทอดพระเนตรโบราณสถานในจงั หวดั พษิ ณโุ ลก สโุ ขทยั และเชยี งใหม่ บรมนาถบพิตร ไปในการพระราชพิธพี ืชมงคลจรดพระนังคัล
แรกนาขวัญ เพ่ือพระราชทานขวัญและก�ำลังใจแก่เกษตรกร
ในการประกอบอาชีพ และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
ดังกล่าวอย่างต่อเน่ือง ทรงให้การอุปถัมภ์และส่งเสริมงาน
ด้านเกษตรกรรมอย่างครบวงจร ท้ังการพัฒนาผลผลิตและ
ยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของเกษตรกร ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้
โปรดกระหม่อมให้จัดต้ังโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนท่ี
ใหบ้ รกิ ารความรทู้ งั้ ดา้ นการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลติ และให้
คำ� ปรกึ ษาแกไ้ ขปญั หาอปุ สรรคตา่ ง ๆ แกเ่ กษตรกร นอกจากนี้
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั สรา้ งอาคารวจิ ยั
และพัฒนาวิทยาศาสตร์เกษตร ภายในมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ รวมท้ังพระราชทานทุนส�ำหรับการวิจัย และ
พระราชทานท่ีดินส่วนพระองค์จัดสร้างศูนย์เรียนรู้ด้าน
การเกษตรบนพ้ืนท่ีสูง ภาคเหนือ “เกษตรวิชญา” ที่อ�ำเภอ
แม่รมิ จังหวัดเชียงใหม่
ด้านศิลปวฒั นธรรม พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
มพี ระราชหฤทยั ตง้ั มน่ั ทจี่ ะทรงสบื สานพระราชปณธิ านในการ
บำ� เพญ็ พระราชกรณยี กจิ เพอื่ ธำ� รงไวซ้ ง่ึ มรดกศลิ ปวฒั นธรรม
อนั ทรงคณุ คา่ ของชาติ อาทิ ดา้ นประวตั ศิ าสตรแ์ ละโบราณคดี
โดยสนพระราชหฤทยั ในการเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทอดพระเนตร
โบราณสถานและแหลง่ เรยี นรทู้ างประวตั ศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านนาฏศิลป์และดนตรี
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั แสดงโขนกลาง
แปลงพระราชทานในหลายโอกาส เพ่ือเป็นการธ�ำรงรักษา
สืบทอดและเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของ
ชาติสืบไป

มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก 23

วนั ท่ี ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เสดจ็ พระราชด�ำ เนนิ ไปทรงเปลย่ี นเครอ่ื งทรงฤดรู อ้ นเปน็ เครอ่ื งทรงฤดฝู น
ถวายพระพทุ ธมหามณรี ตั นปฏมิ ากร หรอื พระแกว้ มรกต ณ พระอโุ บสถวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม

ดา้ นการศาสนา พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มพี ระราชศรทั ธาในพระบวรพทุ ธศาสนาอยา่ งมน่ั คง ทรงประกาศพระองค์
เปน็ พทุ ธมามกะ เมอื่ พทุ ธศกั ราช ๒๕๐๙ รวมถงึ ในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ นอกจากนี้ ยงั ทรงปฏบิ ตั ิ
พระราชกรณียกิจเน่ืองในพระพุทธศาสนาทุกโอกาส ท้ังการพระราชพิธีที่เสด็จพระราชด�ำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เปน็ ประจำ� ตง้ั แตพ่ ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ คอื พระราชพธิ เี ปลยี่ น
เคร่ืองทรงพระพุทธมหามณรี ตั นปฏิมากร ณ วัดพระศรีรตั นศาสดาราม พระราชพธิ ปี ระจ�ำเนอ่ื งในวันสำ� คัญทางศาสนา ได้แก่
วนั มาฆบชู า วนั วสิ าขบชู า และวนั อาสาฬหบชู า รวมทงั้ การพระราชพธิ จี ร และพธิ ตี า่ ง ๆ นอกจากนี้ ยงั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้
โปรดกระหม่อมใหจ้ ดั พธิ ีมหามงคลเจรญิ พระพุทธมนตใ์ นโอกาสสำ� คัญ ๆ ณ พระลานพระราชวงั ดุสิต รวมทง้ั จดั พิมพห์ นงั สือ
บทเจรญิ พระพุทธมนต์พระราชทานแก่ประชาชนที่มาร่วมพิธเี พอื่ เปน็ พระราชกุศลธรรมทาน
นอกจากพระราชกรณียกิจในการท�ำนุบ�ำรุงพระพุทธศาสนาแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงเป็น
องคเ์ อกอคั รศาสนปู ถมั ภกศาสนาทกุ ศาสนา และทรงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ เนอ่ื งในกจิ กรรมของศาสนาอน่ื ๆ ทง้ั ศาสนาครสิ ต์
อสิ ลาม พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์

24 มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก

วันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชทานพระราชทรพั ย์ ๒,๔๐๐ ล้านบาท จัดซื้อเครื่องมือแพทย์
ให้แก่โรงพยาบาล ๒๗ แห่ง ท่ัวประเทศ

ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักว่าปัจจัยส�ำคัญในการพัฒนา
ประเทศให้มั่นคง คือ การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชาติให้ผาสุก ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ทรงเล็งเห็นถึงปัญหา
การขาดแคลนแพทย์และการบริการด้านสาธารณสุข พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่ “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช”
ในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ต้ังแต่พุทธศักราช ๒๕๒๐ นอกจากนี้ ยังทรงเป็นประธานอ�ำนวยการจัดสร้างอาคาร
“ศนู ยโ์ รคหวั ใจ สมเดจ็ พระบรมราชนิ นี าถ” โรงพยาบาลศริ ริ าช เพอื่ เฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
พระบรมราชชนนพี นั ปีหลวง เน่อื งในโอกาสทรงเจรญิ พระชนมพรรษา ๕ รอบ พทุ ธศักราช ๒๕๓๕ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า
โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั ตง้ั โครงการกาญจนบารมี เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ผปู้ ว่ ยมะเรง็ ยากไร้ และทรงเปน็ ประธานจดั สรา้ งศนู ยบ์ ำ� บดั รกั ษา
ผปู้ ว่ ยโรคมะเรง็ จงั หวดั ปทมุ ธานี พระราชทานนามวา่ “ศนู ยม์ หาวชริ าลงกรณธญั บรุ ”ี สถาบนั มะเรง็ แหง่ ชาติ เพอ่ื เฉลมิ พระเกยี รติ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ
ครบ ๕๐ ปี พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๙ นอกจากน้ี ยงั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั สรา้ งโรงพยาบาลสงเคราะหพ์ ระสงฆ์
ทอ่ี าพาธในภมู ภิ าค เนือ่ งในโอกาสมหามงคลทรงเจรญิ พระชนมพรรษา ๕๐ พรรษา พุทธศกั ราช ๒๕๔๕ ตลอดจนพระราชทาน
พระราชทรัพย์จ�ำนวน ๒,๔๐๐ ลา้ นบาทแกโ่ รงพยาบาล ๒๗ แหง่ ทว่ั ประเทศ เพอ่ื จดั ซอื้ เครอ่ื งมอื และอปุ กรณท์ างการแพทย์
และพระราชทานหนว่ ยแพทยเ์ คล่อื นทพ่ี ระราชทาน ดูแลรักษาประชาชนท่ีประสบภยั พิบตั ทิ ้งั ในประเทศและประเทศเพื่อนบา้ น
ใกลเ้ คียง

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 25

โครงการจติ อาสาพระราชทาน พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหจ้ ดั ตง้ั โครงการ
จติ อาสาพระราชทาน เพอื่ เสรมิ สรา้ งความสมคั รสมานสามคั คขี องคนในชาตใิ นการประกอบกจิ กรรมสาธารณประโยชน์ โดยแบง่
กจิ กรรมจติ อาสาพระราชทานเปน็ ๓ ประเภท คอื จติ อาสาพฒั นา จติ อาสาภยั พบิ ตั ิ และจติ อาสาเฉพาะกจิ ปจั จบุ นั การจดั กจิ กรรม
จติ อาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำ� ริ ไดด้ ำ� เนนิ การไปแลว้ ในพน้ื ทแ่ี หลง่ ชมุ ชนตา่ ง ๆ ทว่ั ประเทศ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงหว่ งใยและตระหนกั ถงึ ความอยดู่ มี สี ขุ ของพสกนกิ รทกุ หมเู่ หลา่ จงึ มพี ระราชปณธิ าน
ท่ีจะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพ่อื ความวัฒนาผาสกุ ของปวงชนชาวไทยและความเจรญิ ก้าวหน้าของชาตบิ า้ นเมอื งสืบไป
ดงั พระปฐมบรมราชโองการ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมอื่ วนั เสาร์ ท่ี ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ วา่ “เราจะสืบสาน
รักษา และต่อยอด และครองแผน่ ดินโดยธรรม เพือ่ ประโยชน์สขุ แหง่ อาณาราษฎรตลอดไป”



มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 27

บทน�ำ

28 มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก

พุทธศกั ราช ๒๕๖๒ นับเปน็ ปมี หามงคลของปวงชนชาวไทยทุกหม่เู หล่า ดว้ ยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี
ศรีสนิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ตงั้ การพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกตามโบราณ
ขตั ตยิ ราชประเพณี ดำ� รงพระบรมราชอสิ รยิ ยศสมเดจ็ พระมหากษตั รยิ าธริ าชแหง่ พระบรมราชจกั รวี งศส์ บื ตอ่ จากพระบาทสมเดจ็
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของอาณาประชาราษฎร์
และบ้านเมือง การน้ีนับเป็นโอกาสส�ำคัญอันหาได้ยากย่ิงในช่วงชีวิตของพสกนิกรชาวไทยท่ีจะได้ช่ืนชมการพระราชพิธีส�ำคัญ
ของบ้านเมือง ซ่งึ ไดป้ รากฏแกส่ ายตาอาณาประชาราษฎร์ครง้ั หลงั สดุ เมื่อกวา่ เจ็ดทศวรรษล่วงมาแลว้
เหตกุ ารณด์ งั กลา่ วสง่ ผลใหอ้ งคค์ วามรอู้ นั เนอ่ื งดว้ ยประวตั ศิ าสตรจ์ ารตี ประเพณกี ารพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกซงึ่ เปน็
มรดกทางวัฒนธรรมของชาติได้รับความสนใจจากผู้คนในสังคมเป็นจ�ำนวนมาก สังเกตได้จากการเผยแพร่องค์ความรู้เก่ียวกับ
การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทั้งในรูปแบบการจัดพิมพ์หนังสือ การจัดเสวนา/บรรยายทางวิชาการ การจัดนิทรรศการ
ในหลายวาระ
เมื่อพิจารณางานศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แม้จะมีการอธิบายประวัติความเป็นมา
ของการพระราชพิธีว่า ได้ปฏิบัติสืบทอดมาแต่คร้ังสมัยสุโขทัยและปรากฏเด่นชัดในสมัยอยุธยา กระน้ันระเบียบแบบแผนการ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกท่ีปรากฏในปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่ได้รับการช�ำระเพ่ิมเติมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จฬุ าโลกมหาราช ปฐมกษตั ริย์แหง่ พระบรมราชจกั รวี งศ์ ท้งั ยงั ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สอดรบั กบั สภาพทางสงั คมและ
วัฒนธรรมในแต่ละรัชสมัยอย่างมีพลวัตมาโดยตลอด จนอาจกล่าวอีกนัยหน่ึงได้ว่าการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกท่ีปรากฏใน
สงั คมไทยปัจจบุ ันเป็นอตั ลกั ษณ์การพระราชพิธบี รมราชาภิเษกของกรงุ รัตนโกสนิ ทร์โดยแท้
เรื่องราวโดยละเอยี ดเกีย่ วกับการพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสนิ ทร์ปรากฏในเอกสารจำ� นวนมาก ท้งั ท่เี ปน็
เอกสารชนั้ ตน้ รว่ มสมยั ประเภทหมายรบั สงั่ พระราชพงศาวดาร จดหมายเหตุ รายงานการประชมุ บนั ทกึ ความทรงจำ� และเอกสาร
ท่ีมีการศึกษาวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆ โดยอาศัยทฤษฎีและวิธีวิทยาทางวิชาการ เช่น ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์
นิรุกติศาสตร์ มานุษยวิทยา เพ่ืออธิบายความเป็นไปท่ีเกิดข้ึนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแต่ละช่วงเวลา ซ่ึงรายละเอียด
บางประการจากการศกึ ษาวเิ คราะห์ นอกจากจะทำ� ใหเ้ หน็ พฒั นาการของพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกแลว้ ยงั สามารถนำ� มาอธบิ าย
หรอื ช่วยเตมิ เตม็ ความรคู้ วามเขา้ ใจสภาพสงั คมและวัฒนธรรมของสยาม/ไทยในแตล่ ะยุคสมัยได้
งานเขียนเรือ่ ง “มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก” น้ี เป็นการค้นคว้าเรียบเรียงเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก
สมยั รตั นโกสนิ ทรน์ บั ตงั้ แตร่ ชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช จนถงึ รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทร
รามาธิบดีศรสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกล้าเจา้ อยูห่ วั จากเอกสารทัง้ สองประเภทดังกล่าวขา้ งตน้ เป็นสำ� คัญ ในลักษณะ
เปน็ เอกสารเบอ้ื งตน้ ทแ่ี สดงภาพรวมขนั้ ตอนและพฒั นาการ ตลอดจนประเดน็ วเิ คราะหบ์ างประการอนั เกย่ี วเนอ่ื งกบั พระราชพธิ ี
บรมราชาภเิ ษกสมัยรตั นโกสนิ ทร์ โดยแบ่งเนื้อหาในการนำ� เสนอออกเปน็ ๓ ส่วนส�ำคญั คอื พระราชพิธบี รมราชาภิเษกกอ่ น
สมยั รตั นโกสนิ ทร์ พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมยั รตั นโกสนิ ทร์ พฒั นาการและความเปลยี่ นแปลงของพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
สมัยรัตนโกสนิ ทร์

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก 29

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ ว่าด้วยสังเขปพัฒนาการของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกท่ีปรากฏ
ในดนิ แดนประเทศไทยนบั ตง้ั แตไ่ ดร้ บั อทิ ธพิ ลจากการราชาภเิ ษกในคตอิ นิ เดยี ผา่ นกระบวนการทำ� ใหเ้ ปน็ ทอ้ งถน่ิ (Localization)
ในสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการปรากฏหลักฐานลายลักษณ์ในจารึกสมัยสุโขทัยที่เชื่อว่าเป็นหลักฐาน
เก่าสุดที่แสดงถึงการมีอยู่ของพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ในชุมชนแรกเร่ิมของ “คนไทย” ตราบจนกระทั่งปรากฏรายละเอียด
ข้ันตอนการพระราชพิธีที่เป็นแบบแผนมากขึ้นในสมัยอยุธยา ซึ่งนับเป็นต้นแบบส�ำคัญท่ีได้ส่งอิทธิพลให้แก่การราชาภิเษก
ในสมยั ธนบุรแี ละต้นกรงุ รตั นโกสินทร์
พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมยั รตั นโกสนิ ทร์ วา่ ดว้ ยสงั เขปพระราชประวตั แิ ละการประกอบพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
นบั ตง้ั แต่รชั สมยั พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช ถึงรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี ินทร
มหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกล้าเจา้ อยหู่ วั แสดงใหเ้ ห็นภาพรวมของการพระราชพิธใี นแตล่ ะรัชสมยั โดยคน้ คว้าเรยี บเรียงจาก
เอกสารชน้ั ตน้ ประเภทตา่ งๆ ทง้ั พระราชพงศาวดาร เชน่ พระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ รชั กาลท่ี ๑ - ๔ ฉบบั เจา้ พระยาทพิ ากร
วงศมหาโกษาธิบดี (ขำ� บุนนาค) หมายรับสง่ั เช่น หมายรบั สง่ั รชั กาลท่ี ๒ เรอ่ื งพระราชพิธีมหาปราบดาภิเษกและพระราชพิธี
เฉลมิ พระราชมณเฑยี ร รัชกาลที่ ๒ ปีมะเสง็ เอกศก จ.ศ. ๑๑๗๑ จดหมายเหตุ เชน่ จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สพมระเดพจ็ ุทพธรเะลรศิ าหมลาธา้ บินดภีาศลรัยสี นิ โทดยรมลหำ� ดาวบั ชเนริ าื้อวหธุ าพตราะมมวงนั กเฎุ ดเือกนลา้ปเีทจา้่ปี อรยะหู่กวัอบวรกราณรพกรรระมราเชชน่พธิพีใรนะแรตาช่ลนะขพิ นั้ นตธอย์ อนพ*ระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็

พัฒนาการและความเปล่ียนแปลงของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์ ว่าด้วยการศึกษาเปรียบเทียบ
รายละเอียดข้ันตอนการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนับตั้งแต่การเตรียมพระราชพิธี พิธีเบื้องต้น พิธีเบื้องกลางหรือการบรม
ราชาภิเษก พิธีเบ้อื งปลาย และธรรมเนยี มปฏบิ ตั อิ ันเน่อื งดว้ ยพระราชพธิ บี รมราชาภิเษกในแต่ละรัชสมยั ซงึ่ จะท�ำใหเ้ กิดความรู้
และความเข้าใจในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์ยิ่งข้ึน นอกจากการศึกษาค้นคว้าในเชิงเปรียบเทียบแล้ว
ในบางหัวข้อยังได้น�ำเสนอประเด็นที่สัมพันธ์อยู่กับสภาพทางสังคมและวัฒนธรรม เพ่ือประโยชน์ในการต่อยอดแนวความคิด
ท่ีเก่ียวเน่ืองต่อไป ดังเช่น กรณีการแสดงพระธรรมเทศนาบรมราชาภิเษกและการพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการอันมี
นยั สมั พันธก์ บั พระราชสถานะของพระมหากษัตริย์ในแต่ละยุคสมยั

* วันเดอิื นปที ปี่ รากฏในหนงั สือเลม่ นี้ใช้ตามเอกสารชั้นต้นหากเปน็ เอกสารท่กี ลา่ วถงึ เหตุการณก์ ่อน พ.ศ. ๒๔๘๔ ทีย่ งั คงนบั เวลาตามปฏิทินแบบเกา่

ตามจันทรคติ ท่ีเร่ิมปีใหม่เดือนเมษายน และปลายปีเดือนมีนาคมแล้วจึงเปล่ียนศักราชใหม่ ซ่ึงต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๘๔ จึงเริ่มปีใหม่ในเดือนมกราคม
ตามสากลนิยม ซึง่ ตอ้ งตรวจสอบและเทียบวันเดือนปีทางจันทรคตเิ ป็นสุริยคติ โดย “ปฏทิ นิ สำ� หรับคน้ วันเดือนจันทรคตกิ บั สุริยคตแิ ต่ปีขาลจัตวาศก ร.ศ. ๑
พ.ศ. ๒๓๒๕ จ.ศ. ๑๑๔๔ ถงึ ปีวอกจัตวาศก ร.ศ. ๑๕๑ พ.ศ. ๒๔๗๕ จ.ศ. ๑๒๙๔”



มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 31

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ก่อนสมัยรตั นโกสินทร์

32 มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับเป็นพระราชพิธีส�ำคัญสูงสุดส�ำหรับผู้ท่ีจะขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น

พระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ สันนิษฐานว่าการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อันหมายรวมถึงดินแดนท่ีเป็นประเทศไทยด้วยน้ัน น่าจะได้รับอิทธิพลบางประการมาจากรูปแบบพิธีกรรมในคัมภีร์สันสกฤต
ของอินเดีย โดยเฉพาะอย่างย่ิง “พิธีราชสูยะ” ซึ่งจัดข้ึนเพื่อเฉลิมพระเกียรติยศแห่งพระราชาธิบดีที่ได้แผ่พระบรมเดชานุภาพ
เหนือบรรดาพระราชาทั้งปวง
อย่างไรก็ตาม เมื่อองค์ความรู้ดังกล่าวเผยแพร่เข้ามาในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีการผสมผสานคติ
ความเชื่อและพิธีกรรมท้ังของศาสนาพราหมณ์ ศาสนาพุทธ และความเชื่อในประเพณีดั้งเดิม ส่งผลให้รายละเอียดขั้นตอน
การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกปรากฏท้ังที่เหมือนและแตกต่างกัน โดยในส่วนของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของไทยได้มี
พัฒนาการสบื เนือ่ งอย่างน้อยมาตั้งแต่สมัยสโุ ขทยั และปรากฏเด่นชัดในสมัยอยุธยา

ราชาภเิ ษกในคติอินเดยี : ตน้ ธารพระราชพธิ บี รมราชาภิเษกของไทย

แมใ้ นปัจจบุ นั จะมีผู้เสนอว่ากรอบคดิ เรื่องกระบวนการภารตภิวัตน์ (Indianization) หรือการแผ่อิทธิพลของอารยธรรม
อินเดียน้ัน ไม่อาจแสดงให้เห็นพัฒนาการของดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยตระหนักว่ากระบวนการ
ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในภูมิภาคน้ีไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดรับ หากแต่มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมที่เคยมีอยู่เดิม
จนกลายเปน็ เอกลกั ษณ์เฉพาะถิน่ ข้นึ มาในท่สี ุด เรยี กกระบวนการดังกล่าวว่าการทำ� ใหเ้ ป็นท้องถน่ิ (Localization)
ถึงกระน้ัน ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวัฒนธรรมอินเดียเป็นต้นธารส�ำคัญแห่งหนึ่งที่ส่งอิทธิพลต่อรูปแบบสังคมและ
วัฒนธรรมให้แก่ภูมิภาคน้ีท้ังโดยตรงและโดยอ้อม ดังน้ัน การท�ำความเข้าใจเร่ืองราวเกี่ยวกับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ของไทยทป่ี รากฏสบื เนอ่ื งถงึ ปจั จบุ นั จงึ ไมอ่ าจละเลยทจี่ ะศกึ ษาเปรยี บเทยี บลกั ษณะการราชาภเิ ษกในคตอิ นิ เดยี กบั การราชาภเิ ษก
ในคติไทยได้

มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 33

ดินแดนเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใตเ้ ป็นพนื้ ท่สี ำ� คญั ทไี่ ดร้ บั อิทธพิ ลทางวฒั นธรรมจากอินเดยี ทัง้ โดยตรงและโดยอ้อม
หนงึ่ น้ันคือรปู แบบการพระราชพธิ ีราชาภเิ ษกทีไ่ ด้ปรับปรุงให้สอดรับกับสภาพสังคมวฒั นธรรมในแต่ละทอ้ งถ่ินและได้ยึดถือปฏิบตั ิสืบตอ่ มา

ดังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชาธิบายถึงลักษณะของการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ของไทยที่แม้ว่าจะปรากฏพิธีทางพุทธศาสนาแทรกอยู่ในการพระราชพิธี ถึงกระนั้นพิธีพราหมณ์ยังคงเป็นสาระส�ำคัญสูงสุด
ของการพระราชพธิ ี อันสะทอ้ นให้เห็นอิทธพิ ลด้ังเดิมของพิธรี าชาภเิ ษกอนั มีต้นธารสบื เนอ่ื งมาจากวฒั นธรรมอนิ เดีย

“...พธิ บี รมราชาภเิ ษกนั้น เปน็ พธิ พี ราหมณแ์ ท้ พธิ ีฝา่ ยพระพุทธสาสนาทก่ี ระท�ำดว้ ยนน้ั ถ้าจะวา่ ไป
ตามจริงแล้วไม่ใช่ส่วนส�ำคัญแห่งการราชาภิเษกเลย เพราะว่าการราชาภิเษกถ้าจะท�ำโดยไม่มีพิธีสงฆ์เลย
ก็นับว่าเป็นอันส�ำเร็จกิจได้ แต่ถ้างดพิธีพราหมณ์เสียแล้วจะเป็นอันส�ำเร็จกิจไม่ได้เลยเป็นอันขาด
การสวดมนตแ์ ละสวดภาณวารนน้ั อนั ทจี่ รงิ เปน็ สงิ่ สำ� หรบั กบั การเฉลมิ พระราชมณเฑยี รแทๆ้ และพธิ สี วดมนต์
และภาณวารกม็ ไิ ดใ้ ชแ้ ตเ่ ฉพาะสำ� หรบั ราชาภเิ ษก การอนื่ ๆ กม็ สี วดภาณวารได้ แตพ่ ธิ รี าชาภเิ ษกของพราหมณ์
จะเอาไปใช้ท�ำอยา่ งอน่ื ไม่ไดเ้ ลย...” ๑

๑ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั , เรอ่ื งพระศนุ หเศป (พระนคร: โรงพมิ พข์ องสมาคมสงั คมศาสตรแ์ หง่ ประเทศไทย, ๒๕๑๓, พมิ พเ์ ปน็ อนสุ รณใ์ นงาน
พระราชทานเพลงิ ศพหลวงประเสรฐิ มนูกิจ (ประเสริฐ ศริ ิสัมพันธ์) ณ เมรุวัดธาตุทอง พระโขนง วนั ท่ี ๒๗ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๓), หน้า ง.

34 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก

พธิ รี าชาภเิ ษกในอารยธรรมอนิ เดยี โบราณเปน็ พธิ เี กา่ แกท่ ม่ี มี าชา้ นานตงั้ แตส่ มยั พระเวท โดยหากกลา่ วถงึ พธิ รี าชาภเิ ษก
ที่มีข้ันตอนการรดน�้ำอภิเษกเป็นสาระส�ำคัญ๒ ซ่ึงสอดคล้องกับความหมายด้ังเดิมของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของไทย๓
พธิ ีราชาภเิ ษกในคติอินเดียท่ปี รากฏลกั ษณะเช่นนี้ ไดแ้ ก่ พธิ ีปนุ รภิเษก พิธไี อนทรมหาภเิ ษก และพิธอี ภิเษจนยี ะซงึ่ เป็นสว่ นหนึ่ง
ของพธิ รี าชสยู ะ การเปรยี บเทยี บรายละเอยี ดขน้ั ตอนพธิ รี าชาภเิ ษกในคตอิ นิ เดยี กบั พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกของไทยนบั ตง้ั แต่
การเตรยี มพระราชพธิ จี นถงึ พระราชพธิ เี บ้อื งปลาย แมจ้ ะพบสว่ นทแี่ ตกตา่ งมากกว่าสว่ นทีค่ ลา้ ยคลงึ กันอันเน่อื งมาจากเง่อื นไข
ทางด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความคิด และคติความเช่ือในท้องถิ่น๔ ถึงกระน้ันการราชาภิเษกในคติอินเดีย
นบั เปน็ รอ่ งรอยสำ� คญั ทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเปน็ มาของการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกทป่ี รากฏในสงั คมไทยไดช้ ดั เจนมากยงิ่ ขน้ึ
การเตรียมพระราชพิธี ในพิธีอภิเษจนียะปรากฏการเตรียมน�้ำอภิเษกที่จะใช้ในพิธีด้วยการท�ำพิธีเซ่นสรวงบูชาน�้ำ
ที่จะใช้เป็นน�้ำอภิเษกเช่นเดียวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของไทย สะท้อนให้เห็นคติความเช่ือว่าน�้ำอภิเษกตามคติอินเดีย
และคติไทยต้องผ่านการท�ำให้ศักด์ิสิทธิ์เสียก่อน นอกจากการเตรียมน้�ำอภิเษกแล้วยังพบการเตรียมต่ังไม้มะเดื่อ เพื่อใช้เป็น
ท่ีประทับของพระมหากษัตริย์ในการถวายน้�ำอภิเษกด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนแหล่งท่ีมาของน�้ำอภิเษกนั้นพบว่ามีความ
แตกตา่ งกนั อยา่ งสิน้ เชงิ กลา่ วคือ น้�ำอภเิ ษกของไทยเปน็ น้�ำเพยี งอยา่ งเดียวโดยไม่มีสง่ิ อ่ืนเจอื ปน
นอกจากการเตรียมพิธีในสองส่วนดังกล่าวแล้วจะพบว่าการเตรียมการอื่นๆ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตามคติอินเดีย
และคตไิ ทยเทา่ นน้ั ดงั เชน่ ในคตอิ นิ เดยี ปรากฏการเตรยี มบาตรเพอื่ ใสน่ ำ�้ อภเิ ษกทท่ี ำ� จากพรรณไมต้ า่ งๆ การเตรยี มกงิ่ ไมม้ ะเดอื่
เพอื่ ใชค้ ลมุ พระองคต์ อนถวายนำ้� อภเิ ษก เปน็ ตน้ สว่ นในคตไิ ทยปรากฏการเตรยี มการพระราชพธิ ี เชน่ การจารกึ พระสพุ รรณบฏั
การตง้ั แต่งมณฑลพระราชพิธี การตงั้ แตง่ มณฑปพระกระยาสนาน เป็นต้น
พธิ เี บื้องต้น ในพิธีอภเิ ษจนยี ะมีการบูชาบวงสรวงนำ้� โสม การถวายเคร่ืองพลีกรรม การเซน่ สรวงนำ�้ อภิเษก การเซน่
สรวงเคร่ืองพลีกรรม การกรองน�้ำอภิเษกให้บริสุทธ์ิ การแต่งพระองค์พระราชาด้วยพระภูษา ๓ ชุด การเสด็จลงสรงสนาน
การเสดจ็ ไปยังทิศท้งั หลาย การวางตะกว่ั ไวท้ างดา้ นหลังของหนงั เสือโครง่ และการวางทองคำ� ไวท้ ่ีใต้พระบาทและบนพระเศียร
พระราชา สว่ นในพธิ รี าชาภเิ ษกตามคตไิ ทยมกี ารเจรญิ พระพทุ ธมนต์ การจดุ เทยี นชยั การประกาศการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
(ปรากฏครั้งแรกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้า
เจา้ อยู่หัว พระสยามเทวมหามกฏุ วิทยมหาราช) การถวายนำ�้ พระมหาสงั ข์ และการถวายใบสมติ

๒ ราชาภิเษก เป็นค�ำภาษาสันสกฤต มาจากการสนธิของค�ำว่า “ราช-” กับ “อภิเษก-” แปลตามรูปศัพท์ได้ว่า การถวายการรดน�้ำแด่พระราชา,
การสถาปนาเป็นพระราชาดว้ ยการรดนำ�้ สว่ นภาษาบาลใี ชว้ า่ “ราชาภเิ สก”
๓ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร, “เรื่องบรมราชาภิเษก,” ใน ชุมนุมพระนิพนธ์ของพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร
(กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๕๑๗, ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระศพพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ณ พระเมรุ
วดั เทพศริ นิ ทราวาส วันอาทิตย์ ที่ ๑๕ ธนั วาคม พุทธศักราช ๒๕๑๗), หนา้ ๙๒.
๔ ดูการศึกษาเปรียบเทียบพระราชพิธีราชาภิเษกตามคติอินเดียและคติไทยโดยละเอียดใน ศรีนวล ภิญโญสุนันท์, “พิธีราชาภิเษกในคติอินเดียและไทย :
การศกึ ษาเปรียบเทยี บ,” (วิทยานพิ นธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควชิ าภาษาตะวันออก บณั ฑติ วทิ ยาลัย จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๒๘)

มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 35

บรมราชาภิเษก ในคตไิ ทยจะมกี ารถวายการรดน�้ำอภเิ ษกแดพ่ ระมหากษัตริย์ ๓ คำ� รบ กล่าวคอื ค�ำรบแรก เปน็ การ
สรงพระมุรธาภิเษกโดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวักน้�ำในพระครอบซ่ึงเป็นน�้ำพระพุทธมนต์ลูบพระเจ้า เพ่ือแสดงว่าพระองค์
ทรงเป็นพุทธมามกะก่อนอื่นใดและได้ทรงท�ำความบริสุทธ์ิในพระพุทธศาสนาให้แก่พระองค์เองด้วยการสรงพระเจ้าด้วย
น้�ำพระพุทธมนต์๕ ค�ำรบสอง เป็นการสรงสหัสธาราด้วยน้�ำจากแม่น�้ำสายส�ำคัญของราชอาณาจักรและแหล่งน้�ำศักดิ์สิทธ์ิ
ที่ผ่านการท�ำพิธีเสกมาแล้ว ค�ำรบสาม เป็นการถวายน�้ำพระพุทธมนต์และน้�ำเทพมนตร์โดยสมเด็จพระสังฆราชขึ้นถวายน้�ำ
พระพุทธมนต์ด้วยพระครอบพระกริ่ง ต่อมาพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ขึ้นถวายน�้ำพระพุทธมนต์ด้วยพระเต้า เจ้าพนักงานภูษามาลา
ถวายน้�ำพระมหาสังข์ เจ้าหน้าทีพ่ ระราชพธิ ผี ใู้ หญ่ถวายนำ้� พระพุทธมนตด์ ว้ ยพระครอบและพระเต้าต่าง ๆ พราหมณข์ ึ้นถวาย
น้�ำเทพมนตร์ดว้ ยพระมหาสงั ข์และพระเตา้ เบญจคพั ย์ ตามลำ� ดับ
เม่ือพิจารณาการถวายรดน้�ำดังกล่าวพบว่ามีลักษณะคล้ายกับพิธีอภิเษจนียะในคติอินเดีย กล่าวคือ คร้ังแรก
เป็นการเสด็จสรงสนานของพระราชา ครั้งท่ีสอง เป็นพิธีถวายการรดน�้ำอภิเษกแด่พระราชา และครั้งที่สาม เป็นการชโลม
น�้ำอภิเษกท่ัวพระองค์ด้วยเขากวางด�ำ นอกจากนี้ ในพิธีปุนรภิเษกและพิธีไอนทรมหาภิเษกในคติอินเดียยังปรากฏการต้ังต่ัง
ไม้มะเด่ือเปน็ ทป่ี ระทับขณะถวายการรดน�้ำอภิเษกเช่นเดยี วกับทป่ี รากฏในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกของไทย
ข้นั ตอนต่อมาในคติอนิ เดยี พระมหากษตั ริยจ์ ะทรงเครอ่ื งศริ าภรณ์ ได้แก่ กะบังหนา้ พระภูษา ผา้ รตั กัมพล แลว้ เสดจ็
ประทบั บนบลั ลังก์ยนื อยู่บนหนังราชสหี ์ ซง่ึ ปูไวเ้ บือ้ งหนา้ ราชสีหาสน์ ขณะน้นั ปโุ รหติ ประกาศพระนามและพระมหากษตั ริย์ทรง
กระทำ� สัตย์สาบานท่จี ะปกครองบา้ นเมอื งโดยธรรม แลว้ เสด็จข้นึ ประทับบนราชสหี าสน์ จากนั้นบรรดาพราหมณ์ถวายน�ำ้ มนต์
และสวดถวายพรแล้วถวายเคร่อื งราชสมบัติ ซ่ึงจะสังเกตเห็นวา่ ข้นั ตอนการพิธดี ังกลา่ วข้างต้นคลา้ ยคลงึ กับขนั้ ตอนในพระราช
พิธีบรมราชาภเิ ษกของไทยเมอ่ื ประทับเหนอื พระทนี่ ั่งภัทรบฐิ
พธิ ีเบ้ืองปลาย ทีป่ รากฏตามคติอินเดียส่วนใหญ่มีความแตกตา่ งกบั พธิ เี บ้ืองปลายตามทีป่ รากฏในคติไทย กลา่ วคือ
ในพธิ ปี นุ รภเิ ษก ประกอบดว้ ย พธิ เี สวยนำ�้ จณั ฑ์ พธิ เี สดจ็ จากตง่ั ลงบนกง่ิ ไมม้ ะเดอื่ พธิ เี สดจ็ ประทบั ทางทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
และพิธีสวดออ้ นวอนขอการบังเกดิ ข้ึนของฝงู โค ฝงู ม้า และฝงู คน สว่ นในพธิ ีไอนทรมหาภิเษก ประกอบดว้ ย พธิ ีพระราชทาน
ทักษิณาแก่พราหมณ์ผู้ถวายการรดน้�ำอภิเษกและพิธีเสวยน�้ำจัณฑ์ ในขณะท่ีพิธีอภิเษจนียะ ประกอบด้วย การก้าววิษณุกรม
การเทน้�ำอภิเษกท่ีเหลือไว้ในบาตรของพราหมณ์ การเสด็จพระราชด�ำเนินไปโดยราชรถ การเซ่นสรวงเครื่องพลีกรรม
การสวมฉลองพระบาทที่ท�ำด้วยหนังสุกรป่า การเสด็จลงจากราชรถ การวางลูกเต๋าลงในพระหัตถ์ของพระราชาผู้ประทับ
บนตงั่ ไมส้ เี สยี ด การตรสั ทกั ทายพราหมณ์ การขานพระนามอนั เปน็ สริ มิ งคลของพระราชา และการบชู าบวงสรวงเครอ่ื งพลกี รรม
ส่วนพระราชพิธีราชาภิเษกในคติไทยประกอบด้วย พิธีเสด็จออกมหาสมาคม (ปรากฏครั้งแรกในการพระราชพิธี
บรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียรพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่เดิมพิธีน้ีเป็นการเสด็จออกรับราชสมบัติ)
พิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมราชินี (ปรากฏคร้ังแรกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
แต่เดิมพิธีน้ีเป็นพิธีถวายสิบสองพระก�ำนัล) พิธีประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก (ปรากฏครั้งแรกในการพระราชพิธี
บรมราชาภิเษกสมโภชพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) พิธีถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมอัฐิ พระอัฐิ สมเด็จ
พระบรมราชบุพการี และพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร นอกจากน้ี ยังปรากฏการเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวน
พยหุ ยาตราท้ังทางสถลมารคและชลมารค อนั เปน็ สว่ นตอ่ เน่ืองกับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย

๕ ม.ร.ว. คกึ ฤทธ์ิ ปราโมช, “ภาค ๑ : สังคมไทย,” ใน ลกั ษณะไทย เลม่ ๑ : ภมู หิ ลัง (กรงุ เทพฯ: ไทยวฒั นาพานชิ , ๒๕๒๕), หนา้ ๒๙.

36 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก

นอกจากรายละเอียดข้ันตอนการพิธีราชาภิเษกท่ีปรากฏในคัมภีร์ทางศาสนาพราหมณ์แล้ว เอกสารทางพุทธศาสนา
อย่างคัมภีร์อรรถกถาได้กล่าวถึงเครื่องราชกกุธภัณฑ์อันเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์รวมถึง
เคร่อื งใช้ในการประกอบพธิ ีราชาภเิ ษกดว้ ย ดงั เชน่ ที่ปรากฏในอรรถกถา มหาวภิ ังค์ ปฐมภาค เวรัญชกัณฑ์ (วา่ ดว้ ยตอนพระเจา้
อโศกส่งเครอ่ื งเบญจราชกกธุ ภัณฑไ์ ปถวายพระเจ้าเทวานมั ปยิ ตสิ สะ) ความว่า

“...พระเจา้ อโศกทรงเลอื่ มใส แลว้ ทรงสง่ เครอ่ื งราชกกธุ ภณั ฑ์ ๕ อยา่ งไปถวายแดท่ า้ วเธอ คอื เศวตฉตั ร
๑ แสจ้ ามร (วาลวชิ นี) ๑ พระขรรค์ ๑ รตั นะประดบั พระเมาลี (คือ พระอุณหิส ตดิ พระมหาพิชัยมงกฎุ ) ๑
ฉลองพระบาท ๑ และเครอ่ื งบรรณาการอยา่ งอนื่ หลายชนิด เพ่ือประโยชนแ์ ก่การอภิเษก คือ สังข์ ๑ คงั โค
ทกวารี (น้�ำทแ่ี มน่ �ำ้ คงคาหรือน�้ำท่เี กิดจากสระอโนดาต) ๑ วฒั นมานะ (จุณส�ำหรบั สรงสนาน) ๑ วฏังสกะ
(พระมาลากรองส�ำหรับประดับพระกรรณ หรือกรรเจียกเครือ่ งประดบั ห)ู ๑ ภิงคารพระเตา้ ทอง ๑ นนั ทิยา
วฏะภาชนะทอง (ท�ำไว้เพือ่ การมงคลมีสัณฐานเหมือนรูปกากบาท) ๑ สวิ ิกะ (วอหรอื เสลี่ยง) ๑ กัญญาขตั ตยิ
กมุ ารี ๑ อโธวมิ ทุสสยุคะ (คูพ่ ระภูษาทีไ่ ม่ต้องซกั ) ๑ หัตถปญุ ฉนะ (ผา้ ส�ำหรบั เชด็ พระหตั ถ)์ ๑ หริจันทนะ
(แกน่ จันทนแ์ ดง) ๑ อรณุ วณั ณมตั ติกะ (ดินสอี รณุ ) ๑ อญั ชนะ (ยาหยอดพระเนตร) ๑ หรตี กะ (พระโอสถ
สมอ) ๑ อามลกะ (พระโอสถมะขามปอ้ ม) ๑ ฉะนแ้ี ล” ๖
พระคัมภีร์มหาวงศ์ ที่พระมหานามเถระชาวลังกาเรียบเรียงข้ึนเป็นภาษาบาลีประมาณต้นพุทธศตวรรษท่ี ๑๑ และ
พระยาธรรมปโรหิตแปลเรียบเรยี งเปน็ ภาษาไทยเมอื่ พ.ศ. ๒๓๓๙ ในรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
เปน็ เอกสารอกี เรอ่ื งหนง่ึ ทกี่ ลา่ วถงึ เครอื่ งราชกกธุ ภณั ฑใ์ นพระราชพธิ รี าชาภเิ ษกพระเจา้ เทวานมั ปยิ ตสิ สะวา่ มที งั้ หมด ๕ สง่ิ ไดแ้ ก่
“วาลวชิ นี คือ พัดวาลวชิ นีอนั กระท�ำดว้ ยขนทรายจามรี ๑ อุณณฺ หิสสํ คอื พระมหาพิชัยมงกฎุ ๑ ขคฺค คือ พระแสงขรรค์ ๑
ฉตตฺ ํ คอื เศวตฉัตร ๑ ปาทุกํ ฉลองพระบาทแก้ว ๑” ๗ เช่นเดยี วกับ พระคัมภีร์อภธิ านัปปทีปิกา หรอื พระคัมภีรพ์ จนานกุ รมบาลี
ประเภทอภิธานซ่ึงพระโมคคัลลานเถระแห่งคณะเชตวันมหาวิหารเรียบเรียงข้ึนท่ีประเทศศรีลังกาในสมัยพระเจ้าปรักกรมพาหุ
ที่ ๑ เม่ือประมาณต้นพทุ ธศตวรรษที่ ๑๗ และพระเจ้าวรวงศเ์ ธอ กรมหลวงชนิ วรสิริวัฒน์ สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ ทรงแปลและ
เรยี บเรยี งเปน็ ภาษาไทยเม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๖๘ ในคาถาที่ ๓๕๘ กล่าวถงึ เครือ่ งราชกกุธภณั ฑ์ คอื “ราชกกุธภัณฑ์ ๕ คือ พระขรรค,์
ฉัตร, อณุ หิส, ฉลองพระบาท, วาลวชิ นี ขคฺโค. (จ) ฉตฺต, -มุณหสี ํ, ปาทุกา; วาฬวิชนี; (อิเม กกธุ ภณฺฑานิ ภวนฺติ ปญจฺ ราชนุ ํ)” ๙

๖ “อรรถกถา มหาวภิ งั ค์ ปฐมภาค เวรญั ชกณั ฑ,์ ” สบื คน้ เมอ่ื ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๖๓, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=1&i=1&p=5
๗ พระมหานามเถระ, วรรณกรรมสมยั รตั นโกสินทร์ เล่ม ๑ (หมวดศาสนจักร) คมั ภีรม์ หาวงศ,์ แปลโดย พระยาธรรมปโรหิตและพระยาปรยิ ัติธรรมธาดา
(แพ ตาละลักษมณ์) (กรุงเทพฯ: กองวรรณคดแี ละประวัติศาสตร์ กรมศลิ ปากร, ๒๕๓๔), หน้า ๑๗๘.
๘ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า, พระคัมภีร์อภิธานัปปทีปิกาหรือพจนานุกรมภาษาบาลีแปลเป็นไทย,
พมิ พค์ รง้ั ที่ ๕ (กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวทิ ยาลัย, ๒๕๔๑), หนา้ ง.
๙ เรอื่ งเดียวกนั , หนา้ ๙๖.

มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 37

แผ่นไม้จำ� หลกั รูปเคร่อื งราชกกุธภัณฑ์
ประกอบด้วย อุณหิสหรอื กรอบพักตร์
พระขรรค์ พระแสจ้ ามรี ธารพระกร
และฉลองพระบาทเชงิ งอน

การรับวัฒนธรรมผ่านการติดต่อระหว่างอินเดียและดินแดนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยปัจจัยหลายประการ
น�ำมาซึ่งการผสมผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรมของอินเดียกับท้องถ่ิน กระทั่งเกิดเป็นวัฒนธรรมท่ีเป็นเอกลักษณ์
ดังในกรณีของพธิ ีราชาภเิ ษกอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมส�ำคัญที่เชือ่ วา่ มตี ้นธารจากอินเดยี ดงั กล่าวข้างตน้ ได้ปรากฏหลกั ฐาน
ท่ีสะท้อนถึงความเก่ียวเน่ืองกับการประกอบพิธีราชาภิเษกในดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน ดังเช่นการค้นพบแผ่นจุณเจิมศิลปะ
ทวารวดี อายุราวพทุ ธศตวรรษที่ ๑๒ ที่พระปฐมเจดยี ์ จังหวัดนครปฐม เปน็ รปู แส้ (จามร) วัชระ ขอสับช้าง (องั กุศะ) พดั โบก
(วาลวชิ น)ี ฉตั ร ปลาและสงั ขอ์ ยา่ งละคู่ และมหี มอ้ นำ้� (ปรู ณฆฏะ) อยตู่ อนลา่ ง ตรงมมุ ทง้ั สท่ี ำ� เปน็ รปู ดอกบวั เสย้ี วเดยี ว๑๐สนั นษิ ฐาน
ว่าเป็นแผน่ หนิ ทีใ่ ช้รองรบั หมอ้ นำ้� (ปรู ณฆฏะ) เพอ่ื ใช้สรงน�้ำเทพและเทพี (อภเิ ษจนยี ะ) ในพิธรี าชสยู ะ หรอื พิธรี าชาภเิ ษกของ
กษตั รยิ ท์ วารวด๑ี ๑

แผ่นจุณเจิมศลิ ปะทวารวดสี ันนษิ ฐานว่า
เปน็ แผน่ หนิ ทใ่ี ชร้ องรบั หม้อนำ้� (ปรู ณฆฏะ)
เพอื่ ใชส้ รงนำ�้ เทพและเทพี (อภเิ ษจนียะ)
ในพิธีราชสยู ะหรือพิธีราชาภิเษกของกษตั ริย์ทวารวดี
๑๐ สุรศักด์ิ ศรสี �ำอาง และคณะ, ศิลปะทวารวดี : ตน้ ก�ำเนิดพทุ ธศิลปใ์ นประเทศไทย (กรงุ เทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๕๒), หน้า ๑๑๗.
๑๑ บรุ ยา ศราภยั วานชิ , “เครอื่ งประกอบพระราชอสิ รยิ ยศสำ� หรบั พระมหากษตั รยิ ท์ ปี่ รากฏในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมยั รตั นโกสนิ ทร,์ ” (การคน้ ควา้ อสิ ระ
ตามหลกั สตู รปรญิ ญาศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าโบราณคดสี มยั ประวตั ศิ าสตร์ ภาควชิ าโบราณคดี บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร, ๒๕๕๖), หนา้ ๔๗.

38 มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก

นอกจากน้แี ลว้ ยังปรากฏหลักฐานประเภทศิลาจารึกท่ีมอี ายุตงั้ แต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ ในดินแดนประเทศไทยปัจจุบนั
ได้แก่ ศิลาจารึกของเจ้าชายจิตรเสน (ราว พ.ศ. ๑๑๔๓ - ๑๑๕๙) เป็นจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ดังเช่นในจารึก
ปากนำ�้ มูล ๒ พบท่จี งั หวดั อุบลราชธานี แปลความไดว้ า่

พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใด ทรงพระนามว่าจิตรเสน ผู้เป็นพระโอรสของพระเจ้าศรีวีรวรมัน
เปน็ พระราชนดั ดาของพระเจา้ ศรสี ารวเคามะ แมโ้ ดยศกั ดจิ์ ะเปน็ พระอนชุ า แตก่ ไ็ ดเ้ ปน็ พระเชษฐาของพระเจา้
ศรีภววรมัน ผู้มีพระนามปรากฏในด้านคุณธรรมแต่พระเยาว์ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น ได้รับพระนาม
อนั เกดิ แตก่ ารอภเิ ษกวา่ พระเจา้ ศรมี เหนทรวรมนั (หลงั จาก) ชนะประเทศ (กมั พ)ู นท้ี ง้ั หมดแลว้ ไดส้ รา้ งพระ
ศิวลึงค์ อนั เปน็ เสมือนหนึง่ เครอ่ื งหมายแหง่ ชยั ชนะของพระองค์ ไว้บนภเู ขานี้ ฯ ๑๒
ข้อความในศิลาจารึกดังกล่าวสะท้อนให้เห็นคติเรื่องการเปล่ียนผ่านสถานภาพให้เป็นดุจด่ังเทพเจ้าด้วยการอภิเษก
สงั เกตไดจ้ ากการเปลี่ยนพระนามจาก “จิตรเสน” เป็น “พระเจ้าศรมี เหนทรวรมนั ” หมายถงึ ผู้อยูใ่ นความพทิ ักษ์ของพระอนิ ทร์
ผยู้ งิ่ ใหญ่ อนั เปน็ ธรรมเนยี มทกี่ ษตั รยิ จ์ ะทรงเปลย่ี นพระนามแสดงความยง่ิ ใหญผ่ า่ นลทั ธคิ วามเชอ่ื ทก่ี ษตั รยิ แ์ ตล่ ะพระองคย์ ดึ ถอื
สะท้อนถึงพระบุญญาบารมีของกษัตริย์เพ่ือให้เกิดการยอมรับจากบรรดาพสกนิกร อีกทั้งการผ่านพิธีอภิเษกนั้นยังเป็นการ
ประกาศสถานภาพความเป็นกษัตริย์ให้รฐั อืน่ ๆ ไดร้ ับรู้ ๑๓
ท่ีส�ำคัญข้อมูลในจารึกบางหลักเช่นศิลาจารึกเมืองเสมายังแสดงให้เห็นบทบาทของพราหมณ์ในฐานะผู้ประกอบพิธี
โดยสันนิษฐานว่าอาจเป็นพราหมณท์ ่มี าจากอินเดยี ก็เปน็ ได้ เน่อื งจากเนือ้ ความในจารกึ ใหค้ วามสำ� คัญกับคุณลักษณะว่าเป็นผู้
เชี่ยวชาญในไตรเพท รวมทงั้ เวทมนตรแ์ ละขน้ั ตอนของการประกอบพธิ กี รรมซง่ึ อาจมีมากกวา่ พราหมณใ์ นท้องถิน่ ๑๔
“ ...พระเจา้ ชยั วรมนั ...พวกพราหมณผ์ เู้ ชยี่ วชาญในไตรเพทไดอ้ ภเิ ษกพระองคใ์ หส้ ถติ อยใู่ นราชสมบตั ิ
เสมอื นจะให้สถิตอยใู่ นสถานท่ขี องผู้ประเสรฐิ เพราะรวบรวมวิทยาการได้แก่ข้อความในพระเวท...” ๑๕

พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกสมยั สโุ ขทัย

การประกอบพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกซง่ึ ไดม้ พี ฒั นาการสบื เนอ่ื งคลค่ี ลายมาจากคตอิ นิ เดยี ดงั กลา่ วไดเ้ ปน็ ธรรมเนยี ม
ส�ำคัญของการดำ� รงพระราชสถานะองค์พระมหากษัตรยิ โ์ ดยสมบูรณ์ ซึ่งได้แพรห่ ลายในรัฐต่างๆ ในชว่ งเวลาตอ่ มา ดงั ปรากฏ
ใหเ้ ห็นในศลิ าจารึกหลายหลักกลา่ วถึงการราชาภเิ ษกของกษัตรยิ ส์ มัยสุโขทัย คอื พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และพระมหาธรรมราชา
(ลิไท)

๑๒ ยอรช์ เซเดส์ และชะเอม แก้วคล้าย (ผ้อู า่ นและผแู้ ปล), “จารึกปากน�้ำมลู ๒,” สืบค้นเม่ือ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓, เขา้ ถึงได้จาก https://db.sac.or.th/
inscriptions/inscribe/image_detail/682
๑๓ นนทพร อยมู่ งั่ ม,ี “พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก,” ใน นนทพร อยมู่ ัง่ มี และพสั วีสริ ิ เปรมกุลนนั ท์, เสวยราชสมบตั กิ ษตั รา (กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๖๒), หนา้
๒๒ - ๒๓.
๑๔ เร่ืองเดยี วกนั , หนา้ ๒๓.
๑๕ อ�ำไพ ค�ำโท (ผู้อ่านและผู้แปล), “จารึกเมืองเสมา,” สืบค้นเมื่อ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓, เข้าถึงได้จาก https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/
image_detail/354

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก 39

จารกึ วดั ศรชี ุม ดา้ นที่ ๑ บรรทดั ท่ี ๒๘ - ๓๒ ความว่า
ขุนบางกลางหาวและขอมสบาดโขลญล�ำพงรบกัน พ่อขุนบางกลางหาวให้ไปบอกแก่พ่อขุนผาเมือง
ขอมสบาดโขลญล�ำพงพายพัง พ่อขุนผาเมืองจึงยังเมืองสุโขทัยเข้าได้เวนเมืองแก่พ่อขุนบางกลางหาว
พอ่ ขนุ บางกลางหาวมสิ เู้ ขา้ เพอ่ื เกรงแกพ่ ระสหาย พอ่ ขนุ ผาเมอื งจงึ เอาพลออก พอ่ ขนุ บางกลางหาวจงึ เขา้ เมอื ง
พอ่ ขนุ ผาเมอื งจงึ อภเิ ษกพอ่ ขนุ บางกลางหาวใหเ้ มอื งสโุ ขทยั ใหท้ งั้ ชอื่ ตนแกพ่ ระสหายเรยี กชอ่ื ศรอี นิ ทรบดนิ
ทราทิตย์ นามเดมิ กมรเตงอญั ผาเมือง ๑๖

จารึกนครชุม ดา้ นที่ ๑ บรรทัดท่ี ๑ - ๗ ความวา่
ศักราช ๑๒๗๙ ปรี ะกา เดือนแปด ออกหา้ คำ่� วันศุกร์ หนไทยกัดเล้า บรู พผลคุณีนกั ษัตร เม่อื ยาม
อันสถาปนาน้ันเป็นหกค�่ำ แลพระยาลือไทยราช... เปน็ หลานแก่พระยารามราช เมอ่ื ไดเ้ สวยราชย์ในเมือง
ศรสี ชั นาลยั สโุ ขทยั ไดร้ าชาภเิ ษกอนั ฝงู ทา้ วพระยาทงั้ หลายอนั เปน็ มติ รสหายอนั มใี นสท่ี ศิ น้ี แตง่ กระยาดงวาย
ของฝากหมากปลามาไหว้ อนั ยดั ยัญอภิเษกเปน็ ทา้ วเปน็ พระยาจงึ ช่อื ศรสี ุริยพงศม์ หาธรรมราชาธริ าช ๑๗

จารึกวดั ศรีชมุ ดา้ นท่ี ๑ จารกึ นครชมุ ด้านที่ ๑

๑๖ ยอร์ช เซเดส์ (ผู้อ่านและผู้ปริวรรต), “จารึกวัดศรีชุม,” สืบค้นเม่ือ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓, เข้าถึงได้จาก https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe
/image_detail/178
๑๗ ยอร์ช เซเดส์ (ผู้อ่านและผู้ปริวรรต), “จารึกนครชุม,” สืบค้นเมื่อ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓, เข้าถึงได้จาก https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/
image_detail/184

40 มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก

จารกึ วัดปา่ มะม่วง (ภาษาเขมร) ดา้ นท่ี ๑ บรรทดั ท่ี ๕ - ๑๓ ความวา่
วันศุกร์ ข้นึ ๕ ค�่ำ เดอื น ๗ เมอื่ เสดจ็ มีพระบัณฑูรให้ไพรพ่ ลทัง้ หลายเขา้ ระดมฟนั ประตูประหารศัตรู
ทงั้ หลาย บดั นน้ั จงึ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เขา้ เสวยราชยไ์ อสรู ยาธปิ ตั ยใ์ นเมอื งสโุ ขทยั นแี้ ทนพระบดิ า พระอยั กา
กษัตริย์ท้ังหลายซ่ึงมีในทิศทั้ง ๔ น�ำ มกุฎ พระขรรค์ชัยศรี และเศวตฉัตร อภิเษกแล้วถวายพระนามว่า
พระบาทกัมรเตงอญั ศรีสรุ ยิ พงศรามมหาธรรมราชาธริ าช ๑๘

จารึกวดั ป่ามะม่วง (ภาษาไทย) หลกั ท่ี ๑ ดา้ นที่ ๑ บรรทดั ท่ี ๔ - ๑๕ ความวา่
เมื่อลุนนี้พระยาลอื ไทยรู้พระปิฎกไตร ไดข้ น้ึ เสวยราชย์ในเมืองศรสี ัชชนาลยั สโุ ขทยั อแทนปู่แทนพ่อ
ฝูงเป็นท้าวเป็นพระยาเบ้ืองตะวันออก ตะวันตก หัวนอน ตีนนอน ต่างคนต่างมีใจใคร่ใจรัก เอามกุฎ
ขันชัยศรี เศวตฉัตร มายัดยัญอภิเษกให้เป็นท้าวเป็นพระยา ทั้งหลายจึงสมมติข้ึนช่ือศรีสุริยพงศ์รามมหา
ธรรมราชาธริ าช เสวยราชยช์ อบดว้ ยทศพธิ ราชธรรม ๑๙

จารกึ วดั ป่ามะม่วงภาษาเขมร ด้านที่ ๑ จารึกวดั ป่ามะม่วงภาษาไทย หลกั ท่ี ๑ ด้านท่ี ๑

๑๘ ยอรช์ เซเดส์ (ผู้อา่ นและผแู้ ปล), “จารึกวดั ปา่ มะมว่ ง (ภาษาเขมร),” สบื ค้นเม่อื ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๖๓, เข้าถงึ ได้จาก https://db.sac.or.th/inscriptions/
inscribe/image_detail/1330
๑๙ ยอร์ช เซเดส์ (ผอู้ า่ นและผ้แู ปล), “จารกึ วดั ปา่ มะมว่ ง (ภาษาไทย) หลกั ท่ี ๑,” สืบคน้ เมอ่ื ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๖๓, เข้าถึงไดจ้ าก https://db.sac.or.th/
inscriptions/inscribe/image_detail/131

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 41

ความในจารึกหลักต่างๆ ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความส�ำคัญของการประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกเพื่อสร้างการ
ยอมรบั จากบรรดาขนุ นางนอ้ ยใหญร่ วมถงึ เจา้ เมอื งตา่ ง ๆ ทอี่ ยภู่ ายใตก้ ารปกครองของสโุ ขทยั โดยแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ขนั้ ตอนสำ� คญั
คือการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ รวมถึงการเฉลิมพระนามใหม่เพ่ือบ่งบอกถึงสถานภาพท่ีเปล่ียนไป ดังกรณีพระนาม
“พระบาทกัมรเตงอัญศรีสุริยพงศรามมหาธรรมราชาธิราช” สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานคติความเชื่อในศาสนาพราหมณ์
และศาสนาพุทธไดอ้ ยา่ งเด่นชดั

พระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมัยอยธุ ยา

ในพระราชพธิ ีรชั มังคลาภิเษก พ.ศ. ๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้สร้างพระทนี่ ่ังช่วั คราวองคห์ นง่ึ
บนฐานพระที่น่ังในพระราชวงั โบราณกรงุ เก่า อนั เป็นทีป่ ระกอบพิธีราชาภิเษกคร้ังกรุงศรีอยุธยาแลว้ พระราชทานนามพระท่นี งั่ ชั่วคราวองค์นั้น
ตามความทีป่ รากฏในเอกสารทางประวตั ศิ าสตร์ว่า “พระทน่ี ัง่ สรรเพชญปราสาท”

พรหมพิษณบุ รเมศรเจ้า จอมเมรุ มาศแฮ
ยํเมศมารตุ อร อาศนมา้
พรณุ คนกิ ุเพนทรา สรู เสพย
เรืองรวีวรจ้า แจม่ จันทรฯ
เอกาทสเทพแสง้ เอาองค์ มา
เปน็ พระศรีสรรเพชญ ทีอ่ ้าง
พระเสด็จด�ำรงรกั ษ ล้ยงโลก ไสแ้ ฮ
ทุกเทพทกุ ท้างไหงว ้ ชว่ ยไชยฯ ๒๐

๒๐ ราชบณั ฑติ ยสถาน, พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทย สมัยอยุธยา โคลงยวนพ่าย (กรงุ เทพฯ: นวิ ไทยมิตรการพิมพ์ (๑๙๙๖), ๒๕๔๔), หน้า ๑๑ - ๑๒.

42 มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก

ความตอนหน่ึงใน ยวนพ่ายโคลงดั้น วรรณกรรมสมัยอยุธยาตอนต้นดังกล่าว สะท้อนให้เห็นแนวความคิดส�ำคัญ
ทมี่ ตี อ่ พระราชสถานะของพระมหากษตั รยิ ส์ มยั อยธุ ยาทท่ี รงอยใู่ นฐานะทรงเปน็ องคอ์ วตารของเทพเจา้ ในขณะเดยี วกนั กส็ อ่ื ให้
เหน็ วา่ พระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ พระพทุ ธเจา้ ดว้ ยพระองคเ์ อง ดงั ทใี่ นโคลงขา้ งตน้ กลา่ วถงึ ก�ำเนดิ ของพระมหากษตั รยิ ท์ ม่ี าจากเทพ
๑๑ องค์ ตัง้ พระทัยแบ่งภาคมารวมกันเป็นพระบรมไตรโลกนาถหรือพระศรีสรรเพชญอันเป็นนามที่ใช้กล่าวถึงพระพทุ ธเจ้า ๒๑
ด้วยลักษณะการผสานคติเร่ืองพระราชสถานะของพระมหากษัตริย์ในศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ อาจเป็น
ปจั จยั ประการหนง่ึ ทสี่ ง่ ผลใหพ้ ระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกในสมยั อยธุ ยา แมจ้ ะใหค้ วามสำ� คญั กบั พธิ พี ราหมณต์ ามคตนิ ยิ มดงั้ เดมิ
หากแตย่ งั ปรากฏการสอดแทรกพธิ ที างพทุ ธศาสนาเพมิ่ เตมิ ขน้ึ ดว้ ย ดงั ปรากฏรายละเอยี ดการประกอบพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
สมยั อยธุ ยาในพระราชพงศาวดารและหลกั ฐานประเภทคำ� ใหก้ าร ซงึ่ ไดใ้ หข้ อ้ มลู รายละเอยี ดการพระราชพธิ ไี ดช้ ดั เจนมากยง่ิ ขน้ึ
กว่าหลกั ฐานประเภทจารกึ

พระพุทธนมิ ิตวชิ ติ มารโมลีศรสี รรเพชญบรมไตรโลกนาถ พระประธานพระอโุ บสถวดั หนา้ พระเมรุราชิการาม จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา
ทรงเครอื่ งอย่างจักรพรรดริ าช สะท้อนโลกทัศน์เร่อื งพระราชสถานะของพระมหากษตั ริย์สมยั อยธุ ยาที่ไดผ้ นวกรวมคตเิ ทวราชาในศาสนาพราหมณ์

และคติธรรมราชาในศาสนาพทุ ธอยา่ งเด่นชัด
๒๑ ดบู ทวเิ คราะหเ์ รอ่ื งยวนพา่ ยโคลงดน้ั ในฐานะวรรณกรรมสะทอ้ นแนวความคดิ เรอ่ื งโลกการเมอื งในอดุ มคตแิ ละโลกการเมอื งทแี่ ทจ้ รงิ ใน สมเกยี รติ วนั ทะนะ,
“โลกการเมอื งในยวนพ่ายโคลงดน้ั ,” วารสารอกั ษรศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร ๔๐, ๑ (ม.ค. - ม.ิ ย. ๒๕๖๑): ๑๘๐ - ๒๑๐.

มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 43

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาไม่ได้กล่าวถึงการ “ราชาภิเษก” ของกษัตริย์อยุธยาทุกพระองค์และบางพระองค์
กลา่ วแตเ่ พยี งสงั เขปเทา่ นนั้ แตก่ ม็ บี างพระองคซ์ งึ่ ปรากฏรายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ กลา่ วถงึ ขน้ั ตอน สถานที่ ตลอดจนเครอ่ื งประกอบ
ในการพระราชพิธี ดงั เชน่ พระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททอง ความวา่

“...แลว้ เสนาพฤฒามาตยร์ าชปโุ รหติ ทวชิ าจารยพ์ รอ้ มกนั ใหพ้ ระโหราธบิ ดหี าฤกษ์ กต็ งั้ การพระราชพธิ ี
ปราบดาภิเษกในพระท่นี งั่ มงั คลามหาปราสาท เจ้าพนักงานทงั้ หลายก็จัดแจงแต่งต้งั สุวรรณบลั ลงั กร์ ัตนราช
อาสนะ ลาดดว้ ยหนงั พญาราชสหี ์ มมี หาเศวตฉตั ร เปน็ ตน้ อำ� พนดว้ ยเครอื่ งอภริ มุ ชมุ สายพรายพรรณ จามร
มาศกลดกลิงกรรชิงแทรกสลับสลอน บังสุริยเยนทรบวรด้วยมยุรฉัตรพัชนี พรายเพรามเหาฬารดิเรกโดย
ราชประเพณี ตัง้ พระราชพธิ ีสงฆ์และพธิ ีไสยเวทางคศาสตรท์ ุกประการ แลว้ ตั้งพญาคชสารยนื สถติ ซา้ ยขวา
ทั้งพญาอศั วราชสถิตซ้ายขวาพรอ้ มพล พลพฤตพิ ร้อมถนัดท้ังประทดุ ตระพรองการเสร็จ...
คร้ันรุ่งข้ึนรวิวารมหาศุภฤกษ์อันอุดม บรมทินกรประเวศเหนือนภาลัยจ�ำรัสดวง พระมหาราชครู
พระครู ปโุ รหติ ทวชิ าจารย์ กเ็ ชญิ เสดจ็ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั สำ� อางองคอ์ ลงกตวภิ ษู ติ สรรพาภรณ์ บวรดว้ ยแกว้
กาญจนรจนามณีรัตน์ชชั วาลโอภาสเสรจ็ เสดจ็ ทรงพระราเชนทรยานมาขน้ึ อัฒจนั ทร์ไพชยนตม์ หาปราสาท
พระราชครูท้ังส่ีองค์ปุริโสดมพรหมพิชาจารย์ ก็เป่ามหาสังข์ทักษิณาวรรต ประโคมแตรสังขดนตรีอินทเภรี
เปน็ ประถม สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั กเ็ สดจ็ ในหนา้ ฆอ้ งชยั ช�ำระพระบาท พระยาธรรมาธบิ ดกี ล็ น่ั ฆอ้ งชยั ประโคม
แตรสงั ดรุ ิยดนตรตี ีอินทเภรีเปน็ ทตุ ิยวาร จงึ เสด็จข้ึนไพชยนต์มหาปราสาท สถิตเหนือบลั ลงั ก์อาสนอ์ ลังการ
หมทู่ วชิ าจารยก์ เ็ ปา่ สงั ขท์ กั ษณิ าวรรต ประโคมแตรสงั ขด์ รุ ยิ ดนตรี ตอี นิ ทเภรเี ปน็ ตตยิ วาร สมเดจ็ พระสงั ฆราช
ราชาคณะทงั้ ปวง กส็ วดพระพทุ ธมนตถ์ วายชยั พระมหาราชครพู ระครปู โุ รหติ าสภุ าวดศี รที ชิ าจารย์ทง้ั หลาย
ก็แซ่ซร้องโอมอ่านอิศวรเวทวิศณุมนต์ถวายชัยพร้อมเสร็จก็ถวายมุรธาภิเษกอาเศียรพาทส�ำหรับการ
พระราชพธิ ปี ราบดาภเิ ษกพระมหากษตั ราธริ าชเจา้ สบื มา แลว้ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ถงึ สงิ หบญั ชร พระทน่ี งั่
มงั คลาภเิ ศกอนั วจิ ติ รดว้ ยสวุ รรณรัตโนภาส จึงเบิกทา้ วพระยาสามนตราชราชตระกูลพฤฒามาตย์มขุ มนตรี
ถวายบังคม แล้วเบิกสมโภชเลย้ี งลกู ขุนท้งั ปวงเสรจ็ ...” ๒๒
หลักฐานประเภทค�ำให้การนับเป็นเอกสารส�ำคัญท่ีแสดงให้เห็น
รายละเอยี ดการพระราชพธิ สี มยั อยธุ ยาทคี่ อ่ นขา้ งสมบรู ณ์ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่
ค�ำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม เอกสารจากหอหลวง๒๓ เป็นเอกสารที่
กล่าวถึงการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าเอกทัศพระมหากษัตริย์
พระองค์สดุ ท้ายของอยุธยาโดยละเอียดเกอื บทุกขั้นตอน ดงั น้ี

ในสมุดพมา่ เรอ่ื ง “เอกสารการบันทึกราชสำ� นักพรอ้ มด้วยภาพเขียน”
แสดงภาพสมเดจ็ พระทนี่ ั่งสุริยาสน์อมรินทร์หรือพระเจ้าเอกทัศ
พระมหากษตั ริย์พระองค์สุดท้ายของอยุธยา
ท่ีปรากฏขน้ั ตอนการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกโดยละเอียด
ในคำ� ใหก้ ารขุนหลวงวัดประดทู่ รงธรรม

๒๒ ประชมุ พงศาวดารเลม่ ๓๙ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนมุ าศ (เจิม) (พระนคร: โรงพมิ พค์ ุรสุ ภา ลาดพร้าว, ๒๕๑๒), หน้า ๑๐๙ - ๑๑๑.
๒๓ วินยั พงศศ์ รีเพยี ร (บรรณาธิการ), อโยธยาศรีรามเทพนครบวรทวารวดี มรดกความทรงจำ� แห่งสยามประเทศ เล่ม ๒ (กรุงเทพฯ: โครงการวิจยั อิสระ
ประวัตศิ าสตรไ์ ทย, ๒๕๕๙), หน้า ๒๒๒ - ๒๒๙. ; บหุ ลง ศรีกนก, “ราชประเพณสี มยั อยธุ ยาตอนปลาย: กรณีศึกษาพระราชพิธีราชาภเิ ษก,” ใน สุเนตร ชุตนิ ธรานนท์
(บรรณาธกิ าร), ในยุคอวสาน กรงุ ศรี ฯ ไม่เคยเสอ่ื ม (กรงุ เทพฯ: มติชน, ๒๕๕๘), หนา้ ๑๘๕ - ๑๘๗.

44 มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก
เครอื่ งอทุ ิศพบในกรุปรางค์ประธานวดั ราชบรู ณะ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา

สรา้ งจำ� ลองเครอ่ื งราชกกุธภัณฑ์ เครอ่ื งสูง เคร่อื งราชปู โภค และเคร่ืองเฉลมิ พระราชมณเฑยี ร

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก 45

การเตรยี มการพระราชพธิ ี
อัครมหาเสนาและมหาปโรหิตตั้งการราชาภิเษกตามอยา่ งธรรมเนยี ม
ล�ำดับการพระราชพธิ ี
- ตั้งพธิ สี งฆ์ ๓ วัน สวดพระปริตรถวายพระพร ถวายไทยทาน
- ตงั้ พธิ พี ราหมณ์ ๓ วนั
- เชิญเสดจ็ ข้ึนบนเตียงทอง พระมหาปโรหติ ราชครทู ัง้ ๘ อ่านพระเวท ถวายพระพรทั้งแปดทศิ
- เสด็จขึน้ เบญจสนามอาสภิ าค สรงสหัสธารานำ�้ ดั้นน�ำ้ ดาษแลว้ เปลอื้ งเคร่อื งทรงใหแ้ กพ่ ราหมณ์
- เสด็จข้ึนบนภทั รบิฐอันท�ำด้วยไม้มะเดื่อ ราชครทู ง้ั ๘ ถวายพระพรทั้ง ๘ ทิศ แล้วต้ังอาหรุ ะดชี ักสายสิญจน์
- เสด็จข้ึนบนเตยี งทอง ถวายเครื่องเบญจราชกกธุ ภณั ฑ์ทั้ง ๕ เครอื่ งมหาพิชัยสงครามทัง้ ๕
- มหาปโรหิตท้ัง ๘ คน เป่าพระมหาสงั ขท์ ักษิณาวฏั ตีกลองอนิ ทเภรี ลอยพระเคราะห์
- มหาเสนาบดีผู้ใหญแ่ ละมหาราชครูปโรหิตทงั้ ๘ คน ถวายอาณาจกั รให้เสดจ็ ขึน้ ครองราชอาสน์และราชบัลลงั ก์
การเถลิงพระราชอาสน์
- เสดจ็ ข้ึนราชอาสน์ ราชบัลลังก์ ปูลาดพระยภี่ ู่ บนพระยภี่ ู่ปหู นงั ราชสีห์
- มหาปโรหติ ราชครูท้ัง ๘ ทศิ ถวายพระพร
- หนา้ ราชบัลลังก์มเี ตียงตงั้ เครือ่ งราชปู โภค เครือ่ งเบญจราชกกุธภณั ฑ์ พานทองสองช้นั รองพระสุพรรณบัฏ
พานพระขนั หมากทองประดบั เชิงครุฑถมราชาวดี เคร่ืองในมพี ระเต้ากรอบทอง พระคนทีทอง พระสุพรรณศรี
พระสพุ รรณราช
- พระเศวตฉตั รซา้ ยขวาขา้ งละสองคัน กำ� ภูฉตั รข้างละสคี่ ัน ยอดและระบายคนั หมุ้ ทอง อภริ มุ ธงทอง พัดโบก จามร
ทานตะวัน บงั สูริย์ บงั แทรก พชั นคี นั หมุ้ ทอง
- หน้าบลั ลงั ก์ มเี คียงซา้ ยขวา ปูสุจหน่ี ตง้ั พานทองสำ� หรบั รองพระราชสาสน์
การทรงพระเคร่อื งตน้
- ทรงภษู าพนื้ แดง ฉลองพระองคอ์ ย่างน้อยช้นั ใน ทรงซบั นอกอย่างเทศกรองทอง ประดบั สงั เวียนยก
- ทรงพระมหามงกฎุ ประดบั เพชร ตาบทศิ ตาบหนา้ สังวาล
- ทรงพระธ�ำมรงค์เพชร
- ทรงพระแสงบาตราใจเพชร
การเสด็จออกมหาสมาคม
- ประโคมฆ้องกลองแตรสงั ข์ ชกั ม่านทองสองไข เสด็จออกบนพระราชบัลลงั ก์
- มหาเสนาบดี อำ� มาตย์ราชครูนอ้ ยใหญน่ ง่ั ตามตำ� แหน่ง กราบถวายบังคมสามลา
- ขา้ งปราสาทซา้ ยขวามโี รงชา้ ง ผกู ชา้ งตน้ ผกู ชา้ งทรง เครอื่ งชา้ งทองประดบั เครอ่ื งฝรง่ั เศส มขี า่ ยทองปกหนา้ ภหู่ อ้ ย
ผา้ ปกหลงั กรองเชงิ ประดบั สเี่ ทา้ และทองรดั งา เครอื่ งกนิ ชา้ งมตี ะคอ่ งนำ้� ทอง ถาดเงนิ มฝี าใสห่ ญา้ กลว้ ยออ้ ย มสี ปั ทน
กระตักเงินขอทอง รองหญา้ พานเงิน
- ม้าต้นซ้ายขวา ผูกมหาเนาวรัตน์ เครื่องกินตะค่องน้�ำ ถาดเงินรองหญ้า ถั่ว ข้าว มีสัปทน แส้ไม้คอนคันเงินรอง
ซ้าย ๘ ขวา ๘ ผกู เคร่อื งหลน่ั กนั ลงมา
การถวายพระสพุ รรณบัฏ
- ราชครูมหาปโรหิต เสนาผู้ใหญ่ ชูพานทองใส่พระนามพระสุพรรณบัฏ อ่านพระนามถวาย คือ สมเด็จพระบรม
ราชาธริ าชฯ สมมตนิ ามวา่ พระบรมเอกทศั ราชาอนั ประเสรฐิ มหาปโรหติ ท้ัง ๘ อา่ นพระเวทถวายพระพร
- ประโคมฆ้องกลองและอนิ ทเภรี แตรสังข์ มโหรปี ่พี าทย์ท้งั ปวง ตกี ลองโยน เสด็จเขา้ ขา้ งใน

46 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภิเษก

การเฉลิมพระราชมณเฑียร
- ฉลองพระโอษฐ์ ๔ คน คือ ท้าวทรงกันดาร ท้าวอินสรแสง ท้าวสมศักด์ิ ท้าววรจันทร์ ทูลถวายพระอัครมเหสี
พระสนมชาวแม่ พระก�ำนลั สิบสองกรม
- ถวายผ้าทรง ถวายอาภรณ์
การเสด็จเลยี บพระนคร
เสด็จเลียบพระนครโดยกระบวนทัพใหญ่เป็นพยุหยาตราออกประตูพระราชวังฝ่ายทิศบูรพ์ประตูมงคลสุนทร
ไปออกประตูกรุงฝ่ายบรู พช์ ื่อทา่ กลาโหม แหแ่ หนไปทศิ ทกั ษิณ ระหว่างทางทรงโปรยสง่ิ ของอันมีคา่ เช่น ทอง ให้ทานแก่อาณา
ประชาราษฎร เลียบพระนครรอบกรงุ แลว้ เสดจ็ เขา้ ประตูทศิ บรู พด์ งั เดมิ แลว้ มีพระราชโองการให้เลกิ สว่ ยสาอากร ขนอนตลาด
ปลอ่ ยคนโทษในคกุ เรอื นจำ� และใหอ้ าณาราษฎรถอื เบญจศลี และอโุ บสถศลี ในการนโี้ ปรดใหเ้ อาเครอ่ื งประดบั หลอ่ พระพทุ ธรปู
อญั เชิญไปประดิษฐานในวดั พระศรีสรรเพชญ์

แบบจำ� ลองวดั พระศรสี รรเพชญ์ครงั้ ยังมสี ภาพสมบรู ณ์ จดั แสดง ณ ศนู ยศ์ ึกษาประวตั ศิ าสตร์อยุธยา

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยธนบรุ ี

ในสมัยธนบุรีแม้จะไม่พบหลักฐานท่ีเกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกท่ีชัดเจนนัก แต่ได้พบเอกสารร่วมสมัย
เช่น โคลงยอพระเกียรติสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี แต่งโดยนายสวน มหาดเล็ก กล่าวถึงการพระราชพิธีปราบดาภิเษก
ของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ความว่า

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 47

“...ใครอาจอาตมตั้ง ตวั ผจญ ได้
พา่ ยพระกศุ ลพล ทว่ั ท้าว
ปราบดาภเิ ษกบน ภทั รบิฐ บัวแฮ
สมบตั ิสมบรู ณ์ด้าว แด่นฟ้า มาปาน ฯ...” ๒๔

นอกจากน้ี ยังพบหนังสือเร่ืองต้ังเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ที่พบการใช้พระราชโองการเต็มตามแบบอย่าง
สมัยอยุธยา ซ่ึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ มีพระวินิจฉัยว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
น่าจะทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกโดยสังเขป อนุโลมตามแบบอย่างเม่ือคร้ังแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าบรมโกศแห่ง
กรุงศรีอยุธยา ลักษณะพระราชพิธีจึงไม่ถูกต้องตามต�ำรา จึงมีค�ำกล่าวสืบมาว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไม่ได้ประกอบ
พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก ๒๕

จิตรกรรมภายในต�ำหนักเก๋ง พระราชวงั เดมิ แสดงเหตุการณเ์ มอื่ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชเกณฑไ์ พร่พล
มาสร้างเมืองหลวงใหม่ท่กี รงุ ธนบุรีและปราบดาภิเษกข้ึนเปน็ พระมหากษัตรยิ ์

๒๔ กรมศลิ ปากร, วรรณกรรมสมัยธนบรุ ี เลม่ ๑ (กรุงเทพฯ: อมรินทร์ พรน้ิ ตง้ิ กรพุ๊ , ๒๕๓๒), หนา้ ๒๘๔.
๒๕ สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ, พระราชพงศาวดารกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ รชั กาลท่ี ๒, พมิ พค์ รง้ั ที่ ๙ (กรุงเทพฯ: กรมศลิ ปากร,
๒๕๔๖), หนา้ ๙ - ๑๐.

48 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภเิ ษก

อย่างไรก็ตาม แมจ้ ะมีข้อสนั นษิ ฐานวา่ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช ไมไ่ ดป้ ระกอบพระราชพิธบี รมราชาภิเษกอย่าง
เตม็ ตำ� รา หากแตใ่ น นริ าศพระยามหานภุ าพไปเมอื งจนี หรอื นริ าศเมอื งกวางตงุ้ ของพระยามหานภุ าพ (อน้ ) ไดป้ รากฏเนอ้ื ความ
เปรียบเทียบพระราชจริยาวัตรทางธรรมของพระองค์เสมือนกับเคร่ืองราชกกุธภัณฑ์และเคร่ืองประกอบพระบรมราชอิสริยยศ
ที่พระมหากษัตริย์ทรงรับในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สะท้อนให้เห็นความคิดของผู้คนร่วมสมัยว่าพระองค์ทรงด�ำรง
พระราชสถานะพระมหากษตั รยิ ์โดยสมบูรณ์

“...จึงดลใจใหพ้ ระองค์ทรงนงั่ บลั ลงั ก์รักรศพระกรรมฐาน
ให้ทรงเคร่อื งนพรตั น์ชัชวาล พระชมฌานแทนเบญจกกุธภัณฑ์
เอาพระไตรลักษณ์ทรงเปนมงกฎุ กง็ ามสดุ ยอดฟ้าสุธาสวรรค์
เอาพระศลี สุจริตในกิจธรรม์ เปนสวุ รรณเนาวรตั นส์ งั วาล
เอาพระวิมตุ ิธรรมเ์ ปนคนั ฉัตร เอาพระสจั เปนระไบไพศาล
ล้วนเคร่ืองศลี วัตรอนั ชชั วาลย์ พระอเุ บกขาญาณเปนธารกร
เอาพระไวยปญั ญาเปนอาวธุ ตดั วิมุติสงไสยแลว้ ส่งั สอน
สว่างแจ้งกว่าแสงทินกร สถาวรทั่วโลกแลงาม...” ๒๖

ธนบุรี - ตน้ รัตนโกสนิ ทร์ :
การรอ้ื ฟนื้ องค์ความรู้วา่ ด้วยแบบแผนธรรมเนยี มการพระราชพธิ ีคร้ังกรงุ ศรอี ยุธยา

กลา่ วไดว้ า่ นบั ตงั้ แตส่ งครามคราวเสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยา พ.ศ. ๒๓๑๐ เปน็ ปจั จยั สำ� คญั ทสี่ ง่ ผลใหอ้ งคค์ วามรทู้ เี่ กย่ี วเนอ่ื งกบั
ธรรมเนียมการพระราชพิธีต่างๆ สูญหายไปเป็นจ�ำนวนมาก ทั้งในส่วนของบุคคลผู้รู้ระเบียบแบบแผนการพระราชพิธีและ
เอกสารต�ำรา ดังนั้นจึงปรากฏการรื้อฟื้นองค์ความรู้เหล่านี้ต้ังแต่สมัยธนบุรี โดยพยายามรวบรวมผู้รู้ครั้งกรุงเก่าสอบค้น
เรียบเรียงต�ำราธรรมเนียมการพระราชพิธี ดังเช่นการเรียบเรียงต�ำรากระบวนเสด็จพระราชด�ำเนิน ต�ำรากระบวนเสด็จขึ้น
พระพุทธบาท และตำ� รารักษาพระนครเวลาเสดจ็ ไมอ่ ยู่ ๒๗
เมอื่ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ทรงสถาปนากรงุ รตั นโกสนิ ทรเ์ ปน็ ราชธานใี น พ.ศ. ๒๓๒๕ ปรากฏ
การสอบคน้ และเรยี บเรยี งตำ� ราแบบธรรมเนยี มพระราชพธิ ตี า่ งๆ เพม่ิ เตมิ ขนึ้ เปน็ จ�ำนวนมาก โดยในสว่ นทเี่ กยี่ วกบั การพระราชพธิ ี
บรมราชาภิเษกพบว่ามีการคัดสาระเร่ืองปัญจราชาภิเษกและทศกุศลธรรมจากคัมภีร์พระโลกบัญญัติและฎีกาพระมงคลทีปนี
เมอื่ พ.ศ. ๒๓๒๕ ๒๘ นอกจากนยี้ งั มกี ารสรา้ งเครอ่ื งราชปู โภคขนึ้ มาสำ� รบั หนงึ่ สนั นษิ ฐานวา่ เพอ่ื ใชใ้ นการพระราชพธิ ปี ราบดาภเิ ษก
พ.ศ. ๒๓๒๕ ๒๙ ประกอบด้วย

๒๖ กรมศลิ ปากร, วรรณกรรมสมยั ธนบรุ ี เลม่ ๑, หน้า ๓๘๒.
๒๗ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ, “ค�ำอธิบาย,” ใน มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ๒๖ ภาค
เลม่ ๒ ภาคท่ี ๑๔ - ๒๖ (นนทบรุ :ี โรงพมิ พม์ ตชิ นปากเกร็ด, ๒๕๕๘), หนา้ ๕๘.
๒๘ บัณฑติ ลิว่ ชยั ชาญ (ตรวจสอบช�ำระ), “ปญั จราชาภิเษก,” ใน กรมศลิ ปากร, ประมวลเอกสารพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก, พมิ พค์ รั้งที่ ๒ (กรงุ เทพฯ:
อมรนิ ทรพ์ ร้นิ ติ้งแอนดพ์ ับลิชชงิ่ , ๒๕๖๒), หน้า ๔๑ - ๔๖.
๒๙ “๙ สิ่งของเครื่องราชูปโภคจะสร้างใหม่,” ใน มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, ลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ ๒๖ ภาค เล่ม ๒ ภาคที่ ๑๔ - ๒๖,
หน้า ๑๑๓.


Click to View FlipBook Version