The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มหาจักรีวงศ์ บรมราชาภิเษก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

มหาจักรีวงศ์ บรมราชาภิเษก

มหาจักรีวงศ์ บรมราชาภิเษก

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 249

250 มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก
สมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี
ครงั้ ทรงด�ำรงพระราชอสิ รยิ ยศเป็นสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี

เฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาท กราบบงั คมทูลพระกรณุ าถวายพระพรชัยมงคลในพระนามพระบรมวงศานุวงศ์
พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณบดที ูต คณะทตู านุทตู ต่างประเทศประจำ� ประเทศไทย นายกรฐั มนตรี รัฐมนตรี
ประธานสภานติ ิบญั ญัติแห่งชาติ และคณะประธานศาลฎกี าและคณะ ประธานองคก์ รอสิ ระและคณะ ข้าราชการทหาร ตำ� รวจ พลเรอื น

และสมาชกิ จุลจอมเกล้า เฝา้ ทลู ละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 251
พระทน่ี ั่งราเชนทรยานเทียบท่เี กยพระทน่ี ัง่ ดุสิดาภริ มยใ์ นการเสด็จออกมหาสมาคมรบั การถวายพระพรชยั มงคล

เรือพระท่นี ั่งสพุ รรณหงสเ์ ทยี บท่ที า่ ราชวรดฐิ ในการเสด็จออกมหาสมาคมรบั การถวายพระพรชยั มงคล

252 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัว ทรงเคร่อื งบรมขัตติยราชภษู ิตาภรณ์ ฉลองพระองคค์ รยุ สายสะพายนพรตั น์ราชวราภรณ์ สายสรอ้ ยจุลจอมเกลา้

ทรงพระมาลาเส้าสงู ประทบั พระราชยานพดุ ตานทอง เข้าขบวนพระบรมราชอิสรยิ ยศ เสดจ็ พระราชดำ� เนินไปทรงนมสั การพระพทุ ธมหามณรี ัตนปฏมิ ากร
และประกาศพระองคเ์ ป็นพุทธศาสนูปถัมภก ณ พระอโุ บสถวัดพระศรีรตั นศาสดาราม พร้อมกับถวายบงั คมพระบรมรปู สมเดจ็ พระบูรพมหากษตั ริยาธิราช

ณ ปราสาทพระเทพบดิ ร

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 253
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว มีพระราชดำ� รัสประกาศพระองค์เปน็ พทุ ธศาสนูปถัมภกในที่ชุมนุมสงฆ์ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการ

ณ พระอโุ บสถวดั พระศรีรตั นศาสดาราม
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว ทรงสกั การะพระบรมรปู สมเด็จพระบูรพมหากษตั รยิ าธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

254 มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ประทบั พระราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชดำ� เนินโดยขบวนพระบรมราชอิสรยิ ยศจากเกยหลังวดั พระศรรี ัตนศาสดาราม
ไปยังเกยพระทีน่ ่ังอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท

มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 255
ทรงจุดธปู เทียนเคร่อื งนมัสการบูชาพระพุทธรปู ประจำ� พระชนมวารพระบรมอฐั ิ พระอฐั ิ ทป่ี ระดิษฐานบนพระแทน่ ราชบรรจถรณป์ ระดบั มุก

และเครอื่ งราชสักการะถวายบงั คมพระบรมอัฐิ พระอัฐิสมเดจ็ พระบรมราชบุพการี ที่ประดษิ ฐานบนพระแทน่ ราชบลั ลงั กป์ ระดบั มกุ
ภายใตน้ พปฎลมหาเศวตฉัตร

พระสงฆ์ ๒๒ รปู สดบั ปกรณ์ ถวายอนโุ มทนา ถวายอดเิ รก และถวายพระพรลา

256 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงฉลองพระองค์เฉลมิ พระราชมณเฑยี ร ทรงพระสังวาลนพรตั นร์ าชวราภรณ์ พระสังวาลพระนพ
พรอ้ มดว้ ยสมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ ี ณ ท้องพระโรงหนา้ พระทน่ี ง่ั จกั รพรรดิพมิ าน

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 257
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว ทรงโปรยเหรียญกษาปณห์ มุนเวยี น รชั กาลที่ ๑๐ ชนดิ ราคา ๒ บาท (สีทอง) พระราชทานแกข่ า้ ราชบรพิ าร

ตลอดเสน้ ทางขบวนเสดจ็ พระราชด�ำเนิน เวยี นประทักษิณโดยรอบพระราชมณเฑียร

258 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก

วนั อาทติ ย์ ที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เวลาเชา้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ี
เสด็จพระราชด�ำเนินไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักด์ิพระบรมวงศ์
ณ พระทนี่ ัง่ อมรนิ ทรวนิ ิจฉัย ในโอกาสนี้ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปริณายก ทรงแสดง
พระธรรมเทศนาทศพิธราชธรรมจรยิ ากถา
ครัน้ ถึงก�ำหนดเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย สายสะพายจักรี สายสร้อยจุลจอมเกล้า ทรงพระมาลาเส้าสูง และ
ทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี ประทับเหนือพระราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชด�ำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
ตามโบราณราชประเพณีจากพระบรมมหาราชวังไปนมัสการพระพุทธปฏิมาตลอดจนปูชนียวัตถุส�ำคัญ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
วัดราชบพธิ สถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม ตามลำ� ดับ

ถวายพานพระสุพรรณบฏั ทรงจุดธปู เทียนเคร่อื งทองน้อยถวายราชสกั การะหน้าพระบรมฉายาลกั ษณ์
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 259
ถวายพานพระสุพรรณบัฏและเหรยี ญรัตนาภรณ์ รชั กาลท่ี ๑๐
ชัน้ ท่ี ๑ หนา้ พระฉายาลักษณ์สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ติ ิ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปหี ลวง
แล้วทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทยี นแพ
พระราชทานน�้ำพระมหาสงั ข์ ใบมะตมู ทรงเจิม และพระราชทานพระสุพรรณบัฏพระนามาภิไธย
พรอ้ มกับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รชั กาลท่ี ๑๐ ชั้นที่ ๑ แกส่ มเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า เจา้ ฟา้ มหาจกั รสี ริ นิ ธร
มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สริ กิ จิ การิณพี รี ยพฒั น รัฐสมี าคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกมุ ารี

260 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก
พระราชทานน้�ำพระมหาสงั ข์ ใบมะตูม ทรงเจิม และพระราชทานพระสพุ รรณบัฏพรอ้ มกับพระราชทานเหรียญรตั นาภรณ์ รัชกาลท่ี ๑๐ ชน้ั ท่ี ๑
แก่สมเด็จพระเจา้ น้องนางเธอ เจ้าฟ้าจฬุ าภรณวลยั ลักษณ์ อคั รราชกุมารี กรมพระศรสี วางควัฒน วรขัตติยราชนารี
พระราชทานน้�ำพระมหาสังข์ ใบมะตมู ทรงเจิม พระราชทานพระสุพรรณบัฏและเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณอ์ ันเป็นโบราณมงคลนพรตั นราชวราภรณ์
กบั เหรียญรตั นาภรณ์ รชั กาลท่ี ๑๐ ชน้ั ที่ ๑ แกพ่ ระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ โสมสวลี กรมหมืน่ สทุ ธนารนี าถ

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก 261
พระราชทานน�้ำพระมหาสงั ข์ ใบมะตมู ทรงเจิม พระราชทานพระสพุ รรณบฏั และเครอ่ื งขัตตยิ ราชอิสริยาภรณอ์ นั มเี กยี รตคิ ุณรงุ่ เรอื งย่งิ มหาจกั รบี รมราชวงศ์

พรอ้ มกบั เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลท่ี ๑๐ ชัน้ ที่ ๑ แกส่ มเด็จพระเจ้าลกู เธอ เจา้ ฟา้ พชั รกติ ิยาภา นเรนทริ าเทพยวดี
(ตอ่ มาทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเดจ็ พระเจ้าลกู เธอ เจ้าฟ้าพัชรกิตยิ าภา นเรนทริ าเทพยวดี กรมหลวงราชสารณิ สี ิริพัชร มหาวชั รราชธิดา

เมือ่ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒)
พระราชทานน้�ำพระมหาสังข์ ใบมะตูม ทรงเจิม พระราชทานพระสุพรรณบัฏและเครอื่ งขัตติยราชอิสรยิ าภรณ์อนั มเี กยี รตคิ ุณรุ่งเรอื งย่ิงมหาจกั รบี รมราชวงศ์

พร้อมกับเหรียญรตั นาภรณ์ รัชกาลท่ี ๑๐ ช้ันที่ ๑ แกส่ มเดจ็ พระเจ้าลกู เธอ เจ้าฟา้ สริ วิ ัณณวรี นารีรัตนราชกญั ญา

262 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระราชทานน�้ำพระมหาสงั ข์ ใบมะตมู ทรงเจิม พระราชทานพระสพุ รรณบฏั และเครอ่ื งขตั ตยิ ราชอิสรยิ าภรณอ์ ันมเี กยี รตคิ ณุ ร่งุ เรืองยง่ิ มหาจักรบี รมราชวงศ์
พร้อมกบั เหรยี ญรตั นาภรณ์ รัชกาลท่ี ๑๐ ช้ันที่ ๑ แกส่ มเด็จพระเจา้ ลูกยาเธอ เจา้ ฟา้ ทปี งั กรรศั มีโชติ มหาวชโิ รตตมางกูร สิริวบิ ูลยราชกุมาร
พระราชทานนำ้� พระมหาสงั ข์ ใบมะตูม ทรงเจมิ พระราชทานพระสุพรรณบฏั และเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณจ์ ลุ จอมเกลา้ ฝ่ายใน ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า
พร้อมกบั เหรยี ญรัตนาภรณ์ รัชกาลท่ี ๑๐ ชัน้ ที่ ๑ แกพ่ ระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ สริ ิภาจุฑาภรณ์

มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 263
พระราชทานน้�ำพระมหาสงั ข์ ใบมะตมู ทรงเจิม พระราชทานพระสพุ รรณบัฏและเครื่องราชอสิ รยิ าภรณ์จลุ จอมเกลา้ ฝ่ายใน ชั้นปฐมจุลจอมเกลา้

พร้อมกับเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลท่ี ๑๐ ชัน้ ท่ี ๑ แกพ่ ระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทติ ยาทรกิตคิ ุณ
ทรงรับดอกไม้ ธูปเทียนแพทพ่ี ลเอก เปรม ตณิ สูลานนท์ ประธานองคมนตรี ทูลเกลา้ ฯ ถวาย

264 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก
ทรงรบั ดอกไม้ ธปู เทยี นแพท่ีพลเอก ประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทลู เกลา้ ฯ ถวาย

ทรงรับดอกไม้ ธูปเทียนแพทีพ่ ลอากาศเอก สถติ ย์พงษ์ สขุ วมิ ล ประธานขา้ ราชบริพารในพระองค์ ทลู เกล้าฯ ถวาย

มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 265
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว ทรงเครอ่ื งบรมขตั ตยิ ราชภษู ติ าภรณ์ ฉลองพระองค์ครยุ สายสะพายจกั รี สายสรอ้ ยจุลจอมเกลา้ ทรงพระมาลาเส้าสงู

และทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี ประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จพระราชด�ำเนินเลยี บพระนคร
โดยขบวนพยหุ ยาตราทางสถลมารคตามโบราณราชประเพณี

266 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก

มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 267

268 มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก

วันจันทร์ ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหค้ ณะกรรมการกลางอสิ ลามและผแู้ ทนคณะพาณชิ ย์ ๔ คณะ พรอ้ มทงั้ ผแู้ ทนคณะบคุ คลทางศาสนา
๔ คณะ กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องพระโรง พระที่น่ังสุทไธสวรรย์ปราสาท จากน้ันเสด็จออกสีหบัญชร
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯใหน้ ายกรฐั มนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการอำ� นวยการจดั งานพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกกราบบงั คมทลู
พระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนราษฎรทุกหมเู่ หล่า พร้อมทัง้ กลา่ วนำ� ถวายพระพร “ทรงพระเจรญิ ” สามคำ� รบ
จากน้ันเสด็จออกท้องพระโรงกลางพระท่ีนั่งจักรีมหาปราสาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณบดีคณะทูต
กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล ในนามคณะทูตานุทูต กงสุลต่างประเทศประจ�ำประเทศไทย และผู้แทน
องค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย ในโอกาสน้ี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเล้ียงรับรอง ณ พระท่ีน่ัง
บรมราชสถิตยมโหฬาร

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว และสมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ ี เสด็จออกสีหบญั ชรพระทีน่ ัง่ สทุ ไธสวรรย์ปราสาท
พร้อมดว้ ยพระราชธดิ า พระราชโอรส ทรงโบกพระหัตถแ์ ก่ประชาชนผมู้ าเฝา้ ทลู ละอองธุลีพระบาท

มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก 269
อาณาประชาราษฎรทกุ หมู่เหลา่ มารอเฝา้ ฯ ถวายพระพรชยั มงคลเบ้อื งหนา้ พระที่น่งั สุทไธสวรรยป์ ราสาท

270 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก
นางฉัว่ ซวิ่ ซาน เอกอัครราชทตู สาธารณรัฐสิงคโปร์ ในฐานะคณบดคี ณะทูตกราบบงั คมทลู พระกรณุ าถวายพระพรชยั มงคล
ในนามของผ้เู ฝ้าทลู ละอองธลุ ีพระบาท ณ ทอ้ งพระโรงกลาง พระที่นง่ั จกั รมี หาปราสาท
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั มีพระราชดำ� รสั ตอบ

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 271
คณะทตู านุทตู กงสลุ ต่างประเทศประจ�ำประเทศไทย และผ้แู ทนองค์การระหวา่ งประเทศในประเทศไทย เฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาทถวายพระพรชัยมงคล

272 มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก

วันพฤหัสบดี ท่ี ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์
สายสะพายนพรัตน์ราชวราภรณ์ สวมสายสร้อยจุลจอมเกล้า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชด�ำเนิน
พรอ้ มด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟา้ พชั รกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณสี ิรพิ ัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จ
พระเจ้าลกู เธอ เจา้ ฟา้ สริ ิวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอ เจา้ ฟ้าทีปังกรรัศมโี ชติ มหาวชิโรตตมางกรู
สิริวิบูลยราชกุมาร ประทับเรือพระท่ีน่ังเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจากท่าวาสุกรี
ไปตามชลวิถีท้องน้�ำเจ้าพระยาไปยังท่าราชวรดิฐ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระราชยานพุดตานทอง
เสด็จพระราชด�ำเนนิ โดยริว้ ขบวนราบจากท่าราชวรดฐิ ไปยังพระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั และสมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินี ประทบั พระราชอาสนใ์ นบัลลงั กก์ ญั ญา เรือพระทีน่ งั่ สพุ รรณหงส์

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 273
สมเด็จพระเจ้าลกู เธอ เจา้ ฟ้าพชั รกติ ยิ าภา นเรนทริ าเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณสี ริ พิ ัชร มหาวชั รราชธิดา
และสมเดจ็ พระเจ้าลกู เธอ เจา้ ฟา้ สริ วิ ณั ณวรี นารีรตั นราชกญั ญา ประทบั พระเก้าอใ้ี นบัลลงั ก์กัญญาเรอื พระท่ีน่ังอเนกชาติภชุ งค์

ตามเสด็จในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

274 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภิเษก
เรือพระท่ีนงั่ อนันตนาคราชเชญิ บษุ บกประดิษฐานพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลท่ี ๙ ขณะเคลื่อนผ่านพระที่นั่งสนั ตชิ ัยปราการ
ขบวนเรอื พระราชพธิ ขี ณะยาตรามุง่ หน้าส่ทู า่ ราชวรดฐิ แลเห็นพระปรางคว์ ัดอรุณราชวรารามเป็นฉากหลงั

มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก 275
เรอื พระท่นี ่งั สุพรรณหงส์ เรอื พระที่น่งั ลำ� ทรงในการเสดจ็ พระราชดำ� เนินเลยี บพระนครโดยขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค

276 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั และสมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสดจ็ ขึ้นจากเรอื พระทน่ี ่งั สพุ รรณหงส์

พลเรอื เอก ลือชยั รดุ ดษิ ฐ์ ผ้บู ัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บญั ชาการขบวนเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เลยี บพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เนอื่ งในพระราชพิธบี รมราชาภิเษก พทุ ธศักราช ๒๕๖๒ เฝา้ ฯ กราบบังคมทลู พระกรณุ าถวายรายงาน

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 277

พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว เสดจ็ พระราชดำ� เนินโดยรวิ้ ขบวนราบ ยาตราขบวนจากทา่ ราชวรดิฐไปยงั พระบรมมหาราชวงั

พระ ไตรรตั นะแผว้ เผด็จมาร
บรม ทพิ ย์โสฬสสถาน เทพถว้ น
ราชา ธริ าชบุราณ บรุ พกษตั ริย์
ภิเษก เสกสรรพพรล้วน หลงั่ ฟา้ มาถวาย

กาพยเ์ ห่เรือเฉลมิ พระเกียรติ
เสด็จพระราชดำ� เนินเลยี บพระนครโดยขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค

เนอื่ งในพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก พทุ ธศักราช ๒๕๖๒



มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก 279

พัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง
ของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สมยั รัตนโกสินทร์

280 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธี
บรมราชาภเิ ษกตามโบราณขตั ตยิ ราชประเพณี โดยทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหผ้ รู้ สู้ อบคน้ การพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมเดจ็
พระเจ้าอุทุมพรครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นแบบ รวมทั้งได้ปรับปรุงเพิ่มเติมรายละเอียดการพระราชพิธีให้ครบถ้วนสมบูรณ์และ
ไดย้ ดึ ถอื ปฏบิ ตั สิ บื เนอ่ื งมาตลอดทกุ รชั กาล อยา่ งไรกต็ าม เมอื่ พจิ ารณาการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมยั รตั นโกสนิ ทรใ์ นแตล่ ะ
รชั สมยั จะพบวา่ รายละเอยี ดขน้ั ตอนบางประการปรากฏทงั้ ความสบื เนอื่ งและคลคี่ ลายแตกตา่ งกนั ไปตามพระราชนยิ ม รวมทง้ั
ปจั จยั ทางสภาพสังคมและวฒั นธรรมในแตล่ ะช่วงเวลา

การท�ำน�ำ้ อภเิ ษก

การสรงพระมุรธาภเิ ษกและทรงรับน้�ำอภิเษกนบั เป็นขัน้ ตอนสำ� คัญในการพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก โดยความเขา้ ใจ
ทว่ั ไป เชอ่ื วา่ นำ้� สรงพระมรุ ธาภเิ ษกและนำ�้ อภเิ ษกตามคตพิ ราหมณจ์ ะตอ้ งใชน้ ำ้� จากแมน่ ำ�้ สำ� คญั ๕ สายในชมพทู วปี คอื แมน่ ำ�้ คงคา
แมน่ ำ�้ ยมนา แมน่ ำ�้ มหิ แมน่ ำ�้ อจริ วดี และแมน่ ำ้� สรภู เรยี กวา่ ปญั จมหานที ดว้ ยเชอ่ื วา่ แมน่ ้�ำเหลา่ นม้ี ตี น้ กำ� เนดิ มาจากเขาไกรลาส
อนั เปน็ ทส่ี ถติ ของพระอศิ วร๑อยา่ งไรกต็ าม ไมป่ รากฏหลกั ฐานวา่ พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกของไทยไดใ้ ชน้ ำ�้ ปญั จมหานทหี รอื ไม่
พบแต่เพียงการใช้น้�ำจากสระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ ในแขวงเมืองสุพรรณบุรีเป็นส�ำคัญ ดังพระบรมราชาธิบาย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว ความตอนหนึ่งวา่

“...น้�ำซ่ึงใช้ในสหสั ธาราน้นั ใช้น้ำ� สส่ี ระคอื นำ�้ สระแก้ว สระเกศ สระคา สระยมนา รวมกัน นำ้� สสี่ ระน้ี
เปน็ น�้ำสำ� หรบั บรมราชาภิเษกมาแตค่ ร้งั พระร่วงกรุงสุโขทยั มลี ทั ธถิ ือกันว่านำ�้ สส่ี ระน้ี ถา้ ผใู้ ดเอาไปกนิ อาบ
เป็นเสนียดจัญไรมักให้เปื่อยพัง และมีอันตรายต่างๆ ท่ีว่านี้ตามค�ำกล่าวไว้แต่โบราณผู้ท่ีมีความย�ำเกรง
ต่อพระเจ้าแผ่นดินอยู่ ก็ไม่มีผู้ใดท่ีจะคิดอ่านทดลอง ได้ทราบค�ำเล่าบอกว่ามีผู้ที่ฟุ้งๆ วุ่นวายได้ทดลอง
กบ็ ังเกดิ อนั ตรายต่างๆ เพราะผู้นั้นมจี ติ ใจไม่สสู้ จุ ริตอยแู่ ล้ว...” ๒

๑ จากการศึกษาเปรียบเทียบการราชาภิเษกระหว่างคติอินเดียและคติไทยในวิทยานิพนธ์ของศรีนวล ภิญโญสุนันท์ ไม่พบการใช้น้�ำจากแม่น�้ำทั้งห้าสายน้ี
อย่างไรกต็ าม คตดิ ังกล่าวกส็ ะท้อนใหเ้ หน็ โลกทศั นข์ องชนชนั้ นำ� ในสงั คมไทยทใี่ ห้ความส�ำคญั กบั แหล่งน้�ำในชมพูทวปี ซงึ่ ถอื เป็นต้นธารของพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก
๒ เร่ืองพระราชพิธีสิบสองเดือนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (กรุงเทพฯ:
โรงพมิ พไ์ ทย, ๒๔๖๓, พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ ๖ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ มิ พเ์ ปนของพระราชทานในงานพระศพ พระเจา้ พนี่ างเธอ
พระองคเ์ จ้าเจรญิ ศรีชนมายุ ปีวอก พ.ศ. ๒๔๖๓), หนา้ ๓๖๕.

มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก 281

ภาพมมุ สงู สระนำ้� ศกั ดิส์ ิทธ์ิ สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ
ตำ� บลสระแกว้ อำ� เภอเมืองสพุ รรณบรุ ี จังหวัดสุพรรณบรุ ี

ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช นอกจากการใช้
น�้ำท่ีตักจากสระทั้งส่ีในเมืองสุพรรณบุรีดังกล่าวแล้ว ยังปรากฏการใช้น้�ำจากแม่น�้ำส�ำคัญในราชอาณาจักร ๕ สาย เรียกว่า
เบญจสุทธคงคา ได้แก่ แม่น้�ำบางปะกง แม่น�้ำป่าสัก แม่น�้ำเจ้าพระยา แม่น้�ำราชบุรี และแม่น�้ำเพชรบุรี นัยว่าใช้แทนน�้ำ
ปญั จมหานทใี นชมพทู วีป อนึ่ง ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัวคร้ังหลงั พ.ศ. ๒๔๑๖
สันนิษฐานว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสอินเดียทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตักน�้ำจาก
ปัญจมหานทีของอินเดียมาเจือลงในน�้ำเบญจสทุ ธคงคาให้ตอ้ งตามคตนิ ยิ มด้วย๓

๓ ในพระบรมมหาราชวังมีขวดแก้วเจียระไนจ�ำนวนหนึ่งเก็บไว้ท่ีหอศาสตราคม สันนิษฐานว่าอาจใช้บรรจุน้�ำปัญจมหานทีที่ตักมาจากอินเดียในสมัยรัชกาล
ที่ ๕ และนำ้� จาก ๔ สระศกั ดส์ิ ทิ ธใ์ิ นเมอื งสพุ รรณบรุ ี นอกจากน้ี ขวดเจยี ระไนดงั กลา่ วยงั อาจเปน็ ขวดบรรจนุ ำ้� มนั สำ� หรบั พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก ซง่ึ อาจเกย่ี วเนอื่ งกบั
ธรรมเนยี มการใช้ “นำ้� มนั ” (anointing oil) ในพระราชพธิ รี าชาภเิ ษกขององั กฤษ ดรู ายละเอยี ดใน บหุ ลง ศรกี นก, “สบื คน้ รอ่ งรอยเปดิ ขอ้ สนั นษิ ฐานใหมใ่ นประวตั ศิ าสตร์
พระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก,” ใน ธงทอง จนั ทรางศุ (บรรณาธกิ าร), ดวงใจในทรงจำ� (กรุงเทพฯ: มตชิ น, ๒๕๖๒), หนา้ ๗๓ - ๗๔.

282 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียรพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๓
ใช้น�้ำอภเิ ษกเชน่ เดียวกบั พระราชพิธบี รมราชาภิเษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยูห่ วั คร้งั หลงั ครัน้ ถึงการพระราชพธิ ี
บรมราชาภิเษกสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๔ ไดม้ กี ารตกั นำ้� จากแม่นำ�้ และแหล่งนำ้� อื่น ๆ ตามมณฑลตา่ ง ๆ ทีถ่ อื ว่าเป็นแหล่งสำ� คญั
และเปน็ สริ ิมงคลมาตงั้ ทำ� พธิ ีเสกนำ้� ณ มหาเจดียสถานทเ่ี ปน็ หลกั พระมหานครโบราณ ๗ แหง่ รวมทัง้ วดั สำ� คญั ๑๐ มณฑล๔

ตารางแสดงแหลง่ น้�ำและสถานทต่ี ้งั พธิ ีเสกนำ้� เนอ่ื งในพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๔

ท ่ี แหลง่ นำ�้ สถานท่ีตั้งพิธีเสกน้�ำ ความสำ� คญั
มหาเจดยี สถานอยู่ในมณฑลประเทศทีต่ ัง้
๑. ในจดหมายเหตพุ ระราชพธิ ี พระพุทธบาท กรุงละโวแ้ ละกรุงศรีอยุธยา
บรม ราชาภิเษกสม เด็จพระราม าธบิ ดี มหาเจดียสถานอยใู่ นโบราณราชธานีฝา่ ยเหนอื
๒. ศรีสินทรมหาวชิราวธุ พระวหิ ารพระพทุ ธชนิ ราช มหาเจดยี สถานโบราณราชธานี
พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั วดั พระศรรี ัตนมหาธาตุ ครัง้ สมเดจ็ พระร่วงเจา้
๓ . ไจมาป่กแราหกลฏ่งวใด่าทกำ� ลพา่ ธิวกีแรตร่เมพตียกังนว่าำ้� ศกั ดส์ิ ิทธ์ิ วดั พระมหาธาต ุ โบราณมหาเจดยี ป์ ระเทศท่ตี ง้ั นครศรีวชิ ยั
เมืองสวรรคโลก ราชธานี
๔ . ทเป่ไี น็ดน้ใชำ้� เ้ ใปน็นสนถ้�ำาอนภทิเศี่ษกั กดขส์ิอิทงอธ์ิดีตมหาราช พระปฐมเจดยี ์ มหาเจดียสถานอยู่ในโบราณราชธานี
เมืองนครชัยศรี ศรธี รรมราช
๕๖.. ขมบไใพ นดอาร.ศ้รพมแงอะ. ตรรนมบ๒ะาโ่ .่งึถุบรชร๔างึาร.ใ๕วสชนาภ.ถพณ๔งแิเษาาสิธกนนอกบีงานสทยรลครู่ามพิ่ีพ รยงรนลัง้ ช์ากีกลธัดชรร์เดเราุงรจาื่อภรมนวัตงิเตัลษน“กัยกพโน์กสร ำ�้สมะอินรโภภาทชิเชรษพ์”กธิ ี เววมดดัั อื พพงรรนะะคธบรารศตมรหุธีธรารภิตรุญ ุมรชาัยช
๗. พระธาตพุ นม มหาเจดียสถานในแวน่ แควน้ โบราณราชธานี
เมืองนครพนม ทงั้ หลายในฝ่ายเหนือ คอื นครหริภญุ ไชย
๘. วัดบรมธาตุ เมืองชยั นาท นครเขลางค์ นครเชยี งแสน นครเชยี งราย
๙. วดั มหาธาตุ เมอื งเพชรบรู ณ์ นครพเยาว์ และนครเชยี งใหม่
๑๐. วัดกลาง เมอื งนครราชสีมา มหาเจดียสถานอยู่ในประเทศ
๑๑. วัดสที อง เมืองอุบลราชธานี ทีต่ งั้ โบราณราชธานโี คตรบรู พห์ ลวง
๑๒. วัดยโสธร เมืองฉะเชงิ เทรา วัดส�ำคัญในมณฑลนครสวรรค์
๑๓. วดั พลบั เมอื งจนั ทบรุ ี วดั สำ� คญั ในมณฑลเพชรบรู ณ์
๑๔. วัดตานนี รสโมสร เมอื งตานี วัดสำ� คญั ในมณฑลนครราชสมี า
๑๕. วัดพระทอง เมืองถลาง วดั สำ� คัญในมณฑลอสี าน
๑๖. วัดพระธาตุ เมืองไชยา วัดส�ำคญั ในมณฑลปราจีนบรุ ี
๑๗. วัดมหาธาตุ เมอื งเพชรบุรี วดั ส�ำคัญในมณฑลจนั ทบุรี
วัดสำ� คญั ในมณฑลปัตตานี
วัดสำ� คัญในมณฑลภเู ก็ต
วดั สำ� คญั ในมณฑลชมุ พร
วดั ส�ำคญั ในมณฑลราชบรุ ี

๔ “พธิ ที ำ� นำ้� มนตอ์ ภเิ ษก,” ใน จดหมายเหตพุ ระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมเดจ็ พระรามาธบิ ดี ศรสี นิ ทรมหาวชริ าวธุ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั (พระนคร: โรงพมิ พ์
โสภณพพิ รรฒธนากร, ๒๔๖๖, ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้หอพระสมุดสำ� หรบั พระนครรวบรวมพิมพ์พระราชทานในงารเฉลมิ พระชนม์พรรษา ปกี ุญ พ.ศ. ๒๔๖๖),
หน้า ๗๖ - ๗๙.

มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 283

พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดต้ ง้ั พธิ ที ำ� นำ�้ อภเิ ษกทห่ี วั เมอื งมณฑลตา่ ง ๆ ๑๘ แหง่
โดยสถานที่ต้ังพิธีท�ำน้�ำอภิเษกเป็นสถานท่ีเดียวกับรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพียงแต่เปล่ียนจาก
วัดมหาธาตุ เมืองเพชรบูรณ์ มาต้ังท่ีวัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ มณฑลมหาราษฎร์ และเพ่ิมอีกแห่งหนึ่งที่บึงพระลานชัย
จังหวัดร้อยเอ็ด มณฑลร้อยเอ็ด๕ ส่วนแหล่งน�้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกคร้ังนั้น ปรากฏความโดยละเอียด
ในโคลงลิลิตสุภาพต�ำรับพระบรมราชาภิเษกสัปดมะราชมหาจักรีวงศ์ ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็นหลักฐานสำ� คัญที่ระบุสถานที่ตักน�้ำ
อภิเษกเนอ่ื งในพระราชพิธบี รมราชาภิเษกของไทยท่สี มบูรณท์ ส่ี ดุ เป็นครัง้ แรก๖
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ไดพ้ ลกี รรมตกั นำ้� จากแหลง่ นำ้� ศกั ดสิ์ ทิ ธติ์ า่ งๆ คลา้ ยกบั เมอ่ื ครง้ั พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ๗
รวมท้ังต้ังพิธีท�ำน�้ำอภิเษก ณ สถานท่ีเดียวกับเม่ือคร้ังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เพียงแต่เปล่ียนจากวัดพระธาตุ
ช่อแฮ จังหวัดแพร่ เป็นวัดพระธาตแุ ช่แห้ง จงั หวดั นา่ น เนือ่ งจากในการประชมุ พจิ ารณาด�ำเนินการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส
พระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก และเฉลมิ พระราชมณเฑยี ร เมอ่ื วันท่ี ๒๒ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๙๓ มีมตวิ า่

“...การท�ำน้�ำอภเิ ษกซง่ึ แตเ่ ดิมในรัชกาลกอ่ น ๆ กำ� หนดไวท้ ว่ี ัดพระธาตชุ อ่ แฮ จงั หวดั แพร่ เนื่องด้วย
เปน็ จงั หวดั ทม่ี คี วามสำ� คญั เมอื่ ครงั้ ทส่ี ยามยงั มกี ารบรหิ ารราชการแบบมณฑล ตอ่ มาเมอ่ื ยกเลกิ ระบบมณฑล
แลว้ ไดพ้ จิ ารณาจงั หวดั ทมี่ คี วามเหมาะสมและเกยี่ วขอ้ งกบั เจา้ นายฝา่ ยเหนอื จงึ มมี ตเิ ปลยี่ นเปน็ จงั หวดั นา่ น
แทน...” ๘
เหน็ ได้ว่านอกจากแหลง่ น�้ำศกั ด์สิ ทิ ธิ์ตามจารีตโบราณ คือ ปัญจมหานที เบญจสุทธคงคา และสระในเมอื งสุพรรณบุรี
แลว้ เมอ่ื สยามแบง่ การปกครองทอ้ งถน่ิ ออกเปน็ มณฑลตา่ ง ๆ จงึ พบธรรมเนยี มการน�ำนำ�้ จากแหลง่ นำ้� ศกั ดสิ์ ทิ ธใิ์ นหวั เมอื งของ
แตล่ ะมณฑลมาใชเ้ ปน็ นำ�้ อภเิ ษก ดงั ทป่ี รากฏในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๔ และพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
พ.ศ. ๒๔๖๘ อาจเพ่ือสะท้อนให้เห็นว่าทรงแผ่พระบรมเดชานุภาพไปท่ัวพระราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ในพระราชพิธี
บรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร แมจ้ ะไดย้ กเลกิ การปกครอง
แบบมณฑลเทศาภิบาลไปแลว้ แตย่ ังคงยึดถือธรรมเนยี มการตักน�้ำจากแหล่งนำ้� ศกั ด์ิสิทธดิ์ ังกล่าวขา้ งตน้ เป็นสำ� คัญ

๕ “พธิ เี สกนำ้� มรุ ธาภเิ ษก,”ในรายการละเอยี ดพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกเฉลมิ พระราชมนเทยี รและเสดจ็ เลยี บพระนครในพระบาทสมเดจ็ ฯพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พุทธศักราช ๒๔๖๘ (พระนคร: โรงพิมพ์รุ่งธรรม, ๒๔๙๖, สมเด็จพระนางเจ้าร�ำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ โปรดให้พิมพ์ในงานพระศพพระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจา้ มนศั สวาสดิ์ วนั ท่ี ๓ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๙๖), หนา้ ๓ - ๖.
๖ ดรู ายละเอียดแหลง่ ตักนำ้� ศักดิ์สทิ ธใ์ิ นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ใน “แหล่งเชญี นำ�้ อภิเษก,” ใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์, โคลงลิลิตสุภาพ ต�ำรับพระบรมราชาภิเษกสัปดมะราชมหาจักรีวงศ์ เม่ือพุทธศก ๒๔๖๘ (เล่มต้น) (พระนคร: โรงพิมพ์อักษรนิติ,
๒๔๗๒), หน้า ๓๐ - ๓๕.
๗ ดังเช่นน�้ำศกั ด์สิ ิทธ์ิที่นำ� มาตั้งพธิ เี สก ณ วัดพระพุทธบาท สระบุรี ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลท่ี ๗ ประกอบด้วย นำ้� สรงพระพุทธบาท วดั ศรีอโยธยา
วัดพนัญเชิง วัดโปรดสัตว์ หนองโสน ทะเลชุบศร ท่าราบ วัดจักร์ศรี คร้ันถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลท่ี ๙ เหลือเพียงน้�ำจากท่าราบและน้�ำสรง
รอยพระพุทธบาทเท่านน้ั
๘ สำ� นกั หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกระทรวงมหาดไทย. มท.๐๒๐๑.๒.๑.๓๑.๑/๕ [๒๑]. เรอื่ ง การประชุมพิจารณาดำ� เนินการพระราชพิธรี าชาภิเษก
สมรส พระราชพธิ บี รมราชาภิเษก และเฉลิมพระราชมณเฑยี ร ( ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๙๓).

284 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก

วดั พระพุทธบาท วดั พระศรรี ัตนมหาธาตุ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดพระปฐมเจดยี ์
จังหวัดสระบุรี จงั หวดั พษิ ณโุ ลก จงั หวดั สโุ ขทยั จงั หวัดนครปฐม

วัดพระมหาธาตุ วดั พระธาตหุ ริภุญชยั วดั พระธาตพุ นม วดั พระบรมธาตุ
จังหวดั นครศรธี รรมราช จังหวัดล�ำพนู จงั หวดั นครพนม จังหวัดชยั นาท

วัดพระธาตุแชแ่ หง้ วัดพระนารายณม์ หาราช วัดบึงพระลานชัย วัดอุบลรตั นาราม
จังหวัดน่าน จังหวัดนครราชสีมา จงั หวัดรอ้ ยเอด็ จงั หวดั อุบลราชธานี

วดั ตานีนรสโมสร วดั โสธรวราราม วดั พลบั วดั พระทอง
จังหวัดปัตตานี จังหวดั ฉะเชงิ เทรา จังหวดั จนั ทบรุ ี จังหวัดภเู ก็ต

วดั พระบรมธาตุไชยา วัดมหาธาตุ วัดมหาธาตุ วดั พระธาตชุ อ่ แฮ
จงั หวดั สุราษฎร์ธานี จงั หวดั เพชรบรุ ี จงั หวดั เพชรบูรณ์ จังหวดั แพร่

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 285

ครั้นถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า
เจา้ อยหู่ วั ไดก้ ำ� หนดใหม้ พี ธิ พี ลกี รรมตกั นำ�้ อภเิ ษกจากแหลง่ นำ�้ ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ ๑๐๘ แหง่ ทวั่ ทกุ จงั หวดั ๙ และตง้ั พธิ เี สกนำ้� ในพระอาราม
จงั หวัดนน้ั ๆ ก่อนเชิญมาท�ำพิธเี สกรวมอีกครั้งหน่ึง ณ วดั สทุ ัศนเทพวราราม กรงุ เทพมหานคร สะทอ้ นใหเ้ ห็นการเปลยี่ นแปลง
ธรรมเนียมการเตรียมน�้ำอภิเษกให้สอดรับกับรูปแบบการปกครองในปัจจุบันท่ีแบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคเป็นจังหวัดต่างๆ
และท่ีส�ำคัญการก�ำหนดพ้ืนที่จังหวัดส�ำหรับพลีกรรมตักน้�ำและเสกน�้ำครั้งน้ีไม่ได้แบ่งจังหวัดตามหลักเกณฑ์ทางภูมิศาสตร์
หากแต่ได้ใช้แนวความคิดเร่ือง “อัฐทิศ” หรือทิศทั้งแปด ซ่ึงอาจเกี่ยวเนื่องกับคติการถวายน้�ำอภิเษกจากผู้แทนทิศทั้ง ๘
ณ พระทน่ี ง่ั อัฐทิศอทุ มุ พรราชอาสน์

ตารางแสดงแหล่งนำ้� ศักดิส์ ทิ ธิแ์ ละสถานทต่ี ัง้ พธิ ีเสกน้�ำในพระราชพิธบี รมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๕๖๒
ท่ีกำ� หนดโดยใชแ้ นวความคดิ เร่อื ง “อฐั ทศิ ”

ทศิ จงั หวดั แหลง่ น�้ำ สถานท่ีเสกน�ำ้
กลาง กรงุ เทพฯ หอศาสตราคม พระบรมมหาราชวัง พระอโุ บสถวดั สทุ ัศนเทพวราราม
เหนอื กำ� แพงเพชร บอ่ สามแสน พระอโุ บสถ วดั คูยาง พระอารามหลวง
แพร ่ บ่อนำ้� ศักดส์ิ ทิ ธล์ิ �ำน้�ำแม่คำ� มี พระอุโบสถวัดพระบาทมิ่งเมอื ง วรวหิ าร
บอ่ น้�ำวดั บ้านนันทาราม บ่อน�้ำพระฤาษี
บอ่ น้�ำศักด์ิสิทธิ์วดั พระหลวง พระอโุ บสถวัดกวศิ ราราม ราชวรวหิ าร
ลพบรุ ี บ่อนำ�้ ศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ วดั กวศิ ราราม ราชวรวิหาร พระอุโบสถวดั พระแกว้ ดอนเตา้ สุชาดาราม
ลำ� ปาง บอ่ นำ�้ เล้ยี งพระนางจามเทวี พระอารามหลวง
พระวิหารวดั พระธาตุหริภุญชัย วรมหาวหิ าร
ลำ� พนู บอ่ นำ้� ทพิ ย์ ดอยขะมอ้ พระอโุ บสถวดั ศรสี ทุ ธาวาส พระอารามหลวง
เลย ถำ�้ เพยี งดิน พระอโุ บสถวดั พระนอนจกั รสหี ์ วรวหิ าร
สิงหบ์ รุ ี สระนำ้� ศักดิ์สิทธวิ์ ดั โพธเิ์ ก้าตน้ พระอโุ บสถวดั พระศรรี ัตนมหาธาตุ ราชวรวหิ าร
สุโขทัย บอ่ แกว้ บอ่ ทอง ตระพังทอง พระอโุ บสถวดั ไชโย วรวิหาร
อ่างทอง แมน่ ำ้� เจา้ พระยา พระอโุ บสถวดั มหาธาตุ พระอารามหลวง
บรเิ วณหนา้ พระอโุ บสถวัดไชโย วรวิหาร พระวิหารพระพทุ ธชินราช
เพชรบูรณ ์ สระแกว้ สระขวญั วัดพระศรีรตั นมหาธาตุ วรมหาวิหาร
พิษณุโลก สระสองห้อง พระอุโบสถวัดพระบรมธาตุ วรวิหาร
พระอโุ บสถวดั พระแกว้ พระอารามหลวง
ชยั นาท แม่นำ�้ เจ้าพระยา พระวหิ ารวัดพระสงิ ห์ วรมหาวหิ าร
บริเวณหนา้ วัดธรรมามลู วรวิหาร
เชยี งราย บอ่ นำ้� ทพิ ย์ วดั พระธาตดุ อยตุง
เชียงใหม ่ บ่อนำ�้ ศักด์สิ ทิ ธ์ิวดั บพุ พาราม อา่ งกาหลวง

๙ การกำ� หนดจำ� นวนแหลง่ นำ�้ ๑๐๘ แห่ง ส�ำหรับพลกี รรมมาใชเ้ ป็นน้�ำอภเิ ษกในการพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก รชั กาลที่ ๑๐ สนั นิษฐานว่าอาจเก่ยี วเนื่องกบั
ความเชอื่ เรอื่ งเลข ๑๐๘ ที่นิยมว่าเปน็ เลขมงคล ซึ่งมกั ปรากฏการใชเ้ ลขจ�ำนวนน้ีในหลายกรณี เช่น ลายมงคล ๑๐๘ ท่ีประดับรอยพระพุทธบาท การเชญิ พราหมณ์
เจนจบไตรเพท ๑๐๘ คน มาบริโภคขา้ วมธุปายาสเม่อื พระมหาสตั ว์ประสตู ิได้ ๗ วัน จ�ำนวนรวมแหง่ คุณพระรตั นตรยั จ�ำนวนรวมแหง่ ก�ำลังของเทวดาอฐั เคราะห์

286 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก

ทศิ จงั หวดั แหลง่ นำ้� สถานทีเ่ สกน�ำ้

นครสวรรค ์ บงึ บอระเพด็ พระอุโบสถวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง
นา่ น บอ่ นำ้� ศักด์สิ ทิ ธิ์วัดสวนตาล พระวิหารวดั พระธาตุแชแ่ หง้
พระอารามหลวง
พระนครศรีอยธุ ยา น�้ำภายในพระเศียรหลวงพ่อทองสขุ สมั ฤทธ์ิ วิหารพระมงคลบพิตร
และบอ่ น้�ำศกั ด์ิสทิ ธิว์ ดั ตมู
พะเยา ขุนน้�ำแมป่ มื น�้ำตกคะ (นำ้� คะ) วิหารวัดศรีโคมค�ำ หรือวัดพระเจ้าตนหลวง
พระอารามหลวง
พิจิตร แมน่ ้�ำน่าน บรเิ วณหนา้ พระอโุ บสถวัดทา่ หลวง พระอโุ บสถวดั ทา่ หลวง
อตุ รดิตถ์ บ่อน�้ำทพิ ย์ พระวิหารวดั พระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง
ใต ้ กระบ ี่ วงั เทวดา พระอุโบสถวดั แก้วโกรวาราม
สตลู บ่อนำ�้ พุร้อนทงุ่ นุ้ย พระอุโบสถวดั ชนาธิปเฉลมิ พระอารามหลวง
สงขลา บอ่ นำ้� ศักดส์ิ ิทธว์ิ ัดแหลมบ่อทอ่ พระอโุ บสถวดั ชยั มงคล พระอารามหลวง
ยะลา สระแกว้ พระอุโบสถวดั พทุ ธภูมิ พระอารามหลวง
ภเู ก็ต บอ่ นำ้� ศักดิส์ ทิ ธวิ์ ัดไชยธาราราม วิหารวดั พระทอง
พัทลุง สระนำ้� ศักด์ิสิทธิ์วดั ดอนศาลา พระอุโบสถวัดคหู าสวรรค์
บ่อน้�ำศักดิ์สิทธิ์พระบรมธาตุเขียนบางแกว้
ถ้�ำน้ำ� บนหุบเขาชัยบุรี
ปัตตาน ี บ่อทอง (บ่อชา่ งขดุ ) บอ่ ไชย บ่อฤาษี พระอโุ บสถวดั ตานีนรสโมสร
สระวงั พลายบัว
นราธิวาส นำ้� แบ่ง น�ำ้ ตกสิรินธร พระอโุ บสถวดั ประชมุ ชลธารา
นครศรธี รรมราช บ่อนำ�้ ศกั ดิ์สิทธิ์วดั หน้าพระลาน พระวิหารหลวงวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร
บ่อน้�ำศกั ดิส์ ิทธิ์วดั เสมาเมอื ง
บอ่ น�้ำศกั ดส์ิ ทิ ธว์ิ ัดเสมาไชย
บ่อน�้ำศักดส์ิ ทิ ธว์ิ ดั ประตขู าว
หว้ ยเขามหาชยั หว้ ยปากนาคราช
ตรัง แมน่ ำ�้ ตรัง บริเวณทา่ น้�ำหนา้ วดั ประสิทธิชัย พระอุโบสถวัดกะพงั สุรนิ ทร์ พระอารามหลวง
สรุ าษฎรธ์ าน ี แหลง่ นำ้� ศกั ดสิ์ ทิ ธวิ์ ดั พระบรมธาตไุ ชยา ราชวรวหิ าร พระวหิ ารหลวงวัดพระบรมธาตไุ ชยา ราชวรวิหาร
ตะวนั ออก ฉะเชิงเทรา ปากนำ้� โจโ้ ล้ พระอโุ บสถวดั โสธรวราราม วรวิหาร
บรุ รี มั ย ์ แหลง่ นำ้� ศักดสิ์ ิทธ์วิ ัดกลาง พระอุโบสถวดั กลาง พระอารามหลวง
ปราจีนบุร ี บอ่ นำ้� หน้าโบราณสถานรอยพระพทุ ธบาทคู่ พระอุโบสถวัดบางกะเบา
โบราณสถานสระแกว้
ศรีสะเกษ บ่อนำ้� ศักดส์ิ ทิ ธป์ิ ราสาทสระกำ� แพงน้อย พระวิหารวดั มหาพทุ ธาราม
สระแก้ว สระแก้ว - สระขวัญ พระอุโบสถวดั สระแก้ว พระอารามหลวง
สุรินทร ์ สระโบราณ บรเิ วณโรงพยาบาลสรุ ินทร์ พระอโุ บสถวัดบูรพาราม
พระอารามหลวงเฉลิมพระเกยี รติ

มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 287

ทิศ จงั หวัด แหล่งนำ�้ สถานทีเ่ สกน�้ำ

อุบลราชธานี บอ่ น้�ำโจก้ พระอโุ บสถวัดสปุ ฏั นาราม วรวิหาร
ตะวันตก นครปฐม สระน�้ำจนั ทร์ หรือสระบวั พระวิหารหลวงวดั พระปฐมเจดยี ์
ราชวรมหาวหิ าร
ราชบุรี สระโกสนิ ารายณ์ พระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ วรวหิ าร
ตะวนั ออก กาฬสินธุ์ กดุ น�้ำกนิ พระอุโบสถวัดกลาง พระอารามหลวง
เฉยี งเหนือ อุดรธานี บอ่ น้�ำศักด์ิสทิ ธิค์ ำ� ชะโนด พระอโุ บสถวดั มัชฌมิ าวาส พระอารามหลวง
อ�ำนาจเจรญิ อา่ งเก็บน้�ำพุทธอุทยาน พระอุโบสถวัดส�ำราญนิเวศ พระอารามหลวง
หรืออา่ งเก็บน้�ำห้วยปลาแดก
หนองบวั ล�ำภู บอ่ น�้ำศักดิ์สทิ ธิ์วดั ศรีคณู เมอื ง พระอโุ บสถวดั ศรคี ูณเมอื ง
หนองคาย สระมจุ ลนิ ท์ หรอื สระพญานาค พระอุโบสถวัดโพธ์ชิ ัย พระอารามหลวง
สระบุรี แม่น�้ำป่าสกั บริเวณบ้านท่าราบ พระมณฑปรอยพระพทุ ธบาท
วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวหิ าร
สกลนคร บ่อน้�ำศกั ดิ์สิทธิ์ภนู ำ�้ ลอด พระอุโบสถวัดพระธาตเุ ชงิ ชมุ วรวหิ าร
รอ้ ยเอด็ สระชัยมงคล พระอุโบสถวดั บงึ พระลานชัย พระอารามหลวง
ยโสธร ทา่ ค�ำทอง พระอโุ บสถวัดศรีธรรมาราม
มกุ ดาหาร น�้ำตกศักดสิ์ ทิ ธ์ิ พระอุโบสถวัดศรมี งคลใต้
เขตพื้นทร่ี กั ษาพนั ธุ์สัตว์ภูสีฐาน
น�้ำตกแก้งชา้ งเนียม
มหาสารคาม บอ่ น�้ำศักดสิ์ ิทธิ์ หรือหนองดูน พระอโุ บสถวดั มหาชยั พระอารามหลวง
ปทมุ ธานี แม่น้�ำเจา้ พระยาบรเิ วณหนา้ วดั ศาลเจา้ พระอุโบสถวดั ชินวราราม วรวิหาร
นครราชสีมา ตน้ น้�ำล�ำตะคอง พระวิหารวัดพระนารายณม์ หาราช วรวิหาร
นครพนม สระน้�ำมูรธาภเิ ษก หรอื บ่อน�ำ้ พระอินทร์ พระอุโบสถวัดพระธาตุพนม วรมหาวหิ าร
นครนายก เขื่อนขุนดา่ นปราการชล บอ่ น�้ำทพิ ย์ พระอุโบสถวัดอดุ มธานี
บงึ พระอาจารย์
ชัยภมู ิ บ่อน�้ำศักดิส์ ิทธิ์วัดไพรีพนิ าศ ชีผดุ แมน่ �้ำชี พระอุโบสถวัดไพรพี นิ าศ (วัดกลางเมอื งเกา่ )
ขอนแก่น บ่อน้�ำศกั ดส์ิ ิทธ์ิ (บาราย) วดั กู่ประภาชยั พระอโุ บสถวดั หนองแวง พระอารามหลวง
บงึ กาฬ พื้นทชี่ ุ่มนำ้� บงึ โขงหลง พระอโุ บสถวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง
บ่อน�้ำศักดส์ิ ิทธิ์ถ�้ำพระ
ตะวนั ออก จันทบุร ี สระแกว้ ธารนารายณ์ บอ่ น�้ำศักดิส์ ิทธิว์ ัดพลับ อโุ บสถวดั พลับ
เฉยี งใต้ ชลบุรี สระเจา้ คณุ เฒา่ พระอโุ บสถวดั เขาบางทราย
ตราด น้�ำตกธารมะยม พระอโุ บสถวัดโยธานมิ ติ
ระยอง วังสามพญา พระอุโบสถวดั ป่าประดู่ พระอารามหลวง
สมุทรปราการ แม่น�้ำเจ้าพระยาบริเวณหนา้ องค์พระสมุทรเจดยี ์ พระอโุ บสถ (หลงั เก่า) วดั พิชัยสงคราม

288 มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก

ทศิ จังหวดั แหลง่ นำ้� สถานทเ่ี สกนำ�้

ตะวนั ตก กาญจนบุรี สามประสบ พระอุโบสถวดั ไชยชมุ พลชนะสงคราม (วดั ใต้)
เฉียงเหนือ ตาก อา่ งเกบ็ น�้ำเขอื่ นภมู ิพล พระอโุ บสถวดั มณีบรรพต วรวหิ าร
นนทบรุ ี กลางแมน่ �้ำเจ้าพระยาเบอ้ื งหน้า พระอโุ บสถวดั เฉลมิ พระเกยี รติ วรวิหาร
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเดจ็
พระนัง่ เกลา้ เจ้าอย่หู ัว วดั เฉลมิ พระเกียรติวรวิหาร
แมฮ่ อ่ งสอน ถำ้� ปลา พระอุโบสถวัดพระธาตุดอยกองมู
สุพรรณบุร ี สระแก้ว สระคา สระยมนา สระเกษ พระวิหารหลวงพอ่ โต วัดปา่ เลไลยก์ วรวิหาร
อุทัยธาน ี แมน่ ำ้� สะแกกรัง พระอโุ บสถวัดมณีสถติ กปิฏฐาราม
(บริเวณปากคลองวดั ขมุ ทรัพย์) พระอารามหลวง
สระน้�ำมนต์ศักดส์ิ ทิ ธิ์ วดั มณีสถิตกปฏิ ฐาราม
ตะวันตก ชุมพร บ่อน�้ำทิพยถ์ ำ้� เขาพลู พระอโุ บสถวดั ชมุ พรรังสรรค์ พระอารามหลวง
เฉียงใต ้ ประจวบครี ีขนั ธ์ บอ่ น�้ำทพิ ย์ (ถ�้ำเขาม้ารอ้ ง) พระอโุ บสถวัดคลองวาฬ
พังงา บ่อน้�ำศกั ด์สิ ิทธ์ิ ถ�้ำน้�ำผดุ พระอุโบสถวัดประชมุ โยธี พระอารามหลวง
เพชรบรุ ี ท่าน้�ำวัดท่าไชยศิร ิ พระวหิ ารวดั มหาธาตุ วรวิหาร
ระนอง บอ่ น�้ำพุรอ้ นรกั ษะวาริน พระอโุ บสถวัดสุวรรณคีรวี หิ าร
สมุทรสงคราม คลองดาวดงึ ษ์ พระอโุ บสถวดั เพชรสมุทร วรวิหาร
(บริเวณสามแยกหนา้ วดั ดาวดึงษ)์
สมทุ รสาคร คลองด�ำเนินสะดวก พระอโุ บสถวัดเจษฎาราม
(บรเิ วณหน้าวดั หลกั สีร่ าษฎรส์ โมสร)

การจารกึ พระสพุ รรณบฏั พระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ
และแกะพระราชลัญจกรประจ�ำรชั กาล

ก่อนเริ่มการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏพระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ และ
แกะพระราชลัญจกรประจ�ำรัชกาล ณ พระอุโบสถวดั พระศรีรัตนศาสดาราม ซ่งึ มรี ายละเอียดการปฏิบัตคิ ล้ายกันในทุกรชั กาล
โดยก่อนถึงวันพระฤกษ์ได้ตั้งพิธีเจริญพระพุทธมนต์ รุ่งข้ึนเม่ือประกอบพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏตลอดจนแกะพระราชลัญจกร
แล้ว พราหมณ์จะได้เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชและประดิษฐานพระสุพรรณบัฏและพระราชลัญจกรไว้ในพระอุโบสถวัดพระ
ศรีรตั นศาสดาราม กอ่ นเชิญไปประดษิ ฐานบนพระแทน่ มณฑลในวันเร่ิมพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก ณ พระท่นี ัง่ ไพศาลทกั ษณิ
พิธีดังกล่าวในแต่ละรัชกาลอาจมีการเปล่ียนแปลงรายละเอียดบางประการให้สอดคล้องกับพระราชนิยม ตลอดจน
สภาพสังคมและวัฒนธรรม ดังเช่นในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร พ.ศ. ๒๔๙๓ เปล่ียนรูปแบบการจัดท่ีน่ังส�ำหรับเจ้าพนักงานผู้ท�ำหน้าที่จารึกจากเดิมท่ีเป็นการน่ัง
บนพ้ืนและจารึกบนตั่งเปล่ียนเป็นการนั่งโต๊ะเก้าอ้ีแบบสากล รวมท้ังในบางรัชกาลยังปรากฏธรรมเนียมจารึกพระสุพรรณบัฏ
พระนามาภไิ ธย และพระนามพระบรมวงศท์ จ่ี ะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ถาปนาเนอ่ื งในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกในวาระ
เดยี วกนั นดี้ ้วย เช่น ในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกรชั กาลท่ี ๙ และรัชกาลปจั จุบัน

มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 289
ภายในพระอโุ บสถวดั พระศรรี ตั นศาสดารามเบอื้ งหนา้ พระพุทธมหามณีรตั นปฏิมากรใช้เป็นมณฑลพระราชพธิ ใี นการจารึกพระสุพรรณบัฏ

ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจำ� รัชกาล
พธิ ีจารึกพระสพุ รรณบฏั ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลญั จกรประจำ� รัชกาล
เน่ืองในพระราชพิธบี รมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศกั ราช ๒๔๖๘

290 มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก

พธิ จี ารึกพระสพุ รรณบฏั ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจำ� รัชกาล
เน่ืองในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พทุ ธศักราช ๒๔๙๓

กลา่ วถงึ พระปรมาภไิ ธยทจ่ี ารกึ ลงในพระสพุ รรณบฏั นบั ตง้ั แตร่ ชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
จนถงึ รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระมหาเจษฎาราชเจา้ เปน็ พระปรมาภไิ ธยอยา่ งเดยี วกนั หมด อาจแตกตา่ ง
กนั บา้ งทก่ี ารสะกดและถอ้ ยคำ� เลก็ นอ้ ยเทา่ นน้ั อนงึ่ พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระมหาเจษฎาราชเจา้ ทรงพระกรณุ า
โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งพระพทุ ธรปู ทรงเครอื่ งฉลองพระองคส์ มเดจ็ พระบรมอยั กาธริ าชและสมเดจ็ พระบรมชนกนาถ ถวายพระนามวา่
พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกย์ และพระพุทธเลศิ หล้าสรุ าไลย (ภายหลงั รชั กาลที่ ๔ เปลยี่ นเป็น พระพุทธเลศิ หล้านภาไลย) ครัน้ ถึง
รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหามงกฎุ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระสยามเทวมหามกฏุ วทิ ยมหาราช
ได้ทรงเปล่ียนพระปรมาภิไธยท่ีเคยซ�้ำกันทั้ง ๓ รัชกาล ให้มีความวิจิตรท้ังถ้อยค�ำและความหมาย แสดงพระคุณวิเศษแห่ง
พระมหากษัตริย์รัชกาลนั้นๆ ท่ีส�ำคัญคือการเปลี่ยนค�ำขึ้นต้นพระปรมาภิไธยที่จารึกลงในพระสุพรรณบัฏของพระองค์เป็น
“พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทร” รวมทงั้ เพมิ่ พระนามแผน่ ดนิ หรอื พระนามรชั กาลซงึ่ แปลงมาจากพระนามเดมิ ทา้ ยพระปรมาภไิ ธย
ว่า “พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั ” ๑๐
ครั้นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏ
วทิ ยมหาราช ทรงพระประชวรหนกั ใกลส้ วรรคตใน พ.ศ. ๒๔๑๑ จึงไดม้ พี ระบรมราชโองการดำ� รสั ส่งั แก่พระยาศรสี ุนทรโวหาร
(ฟัก) พระอาลกั ษณ์ เพื่อทรงวางระเบยี บแบบแผนพระปรมาภไิ ธยสำ� หรับพระมหากษัตริย์ในรชั กาลตอ่ มา ดังน้ี

๑๐ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช
พุทธศักราช ๒๓๙๔ ในพระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ รัชกาลที่ ๔ ของเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ข�ำ บนุ นาค),” ใน กรมศลิ ปากร, ประมวลเอกสาร
พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก, พมิ พค์ ร้งั ท่ี ๒, หนา้ ๑๒๓.

มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 291

พระพทุ ธรปู พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพทุ ธรูปพระพุทธเลศิ หลา้ นภาไลย

“...พระนามพระเจ้าแผ่นดินต่อไปน้นั รวังอย่าใหเ้ ปนปรเมศได้ ให้จดหมายลงไวว้ า่ ปรมินทร กบั คำ�
ที่วา่ อุภโตสุชาตสงั สทุ ธเคราะหณี นั้นใชไ้ ด้เหมือนกับพระองคท์ ่าน ใหค้ งอยตู่ ามเดิม แต่ถา้ พระมารดาไม่ได้
เปน็ เจา้ อยา่ ใหใ้ ช้ กับค�ำท่วี า่ สยามมาทโิ ลกยดิลก น้ันดูเพ้อเจ้อมากไป ใหแ้ กแ้ ต่เพยี งวา่ สยามาทินครวตุ
เมกราชดิลก นอกนนั้ ก็ให้คงอยูต่ ามเดมิ เปล่ียนแต่คุณวเิ ศษของพระเจ้าแผ่นดนิ ตามควร...” ๑๑

๑๑ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู วั , พระราชกรัณยานสุ รณ,์ พมิ พ์คร้ังที่ ๓ (กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัตศิ าสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๔๑),
หน้า ๓๕.

292 มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก

ด้วยเหตุน้ี นับตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช เป็นต้นมา แบบแผนการถวายพระปรมาภิไธยแด่พระมหากษัตริย์จึงขึ้นต้นด้วยค�ำว่า
“พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทร” และ “พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร” สลับรัชกาลกันลงมาโดยล�ำดบั รวมทง้ั พระนามแผน่ ดิน
หรือพระนามรัชกาลท้ายพระปรมาภิไธยที่แปลงมาจากพระนามเดิม คือ พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว พระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หวั พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว๑๒
ต่อมาเม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธย
พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยเปล่ียนวรรคต้นของพระปรมาภิไธยเป็น “สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร”
ทุกรชั กาล ดว้ ยมีพระราชดำ� ริวา่

“...เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาโบราณสมัยสมเด็จพระเจ้ารามเมืองอู่ทองผ่านพิภพสยามประเทศมณฑล
เปนประถมบรมกระษตั ริย์ ทรงพระนามว่าสมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี ๑ แล้ว กน็ า่ ท่สี มเด็จพระราชาธบิ ดซี งึ่ สืบ
ราชสมบตั ติ ่อลงมาจะทรงพระนามว่าสมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี ๒ ท่ี ๓ ตามลำ� ดับ แต่หาเปนเช่นนน้ั ไม่ ท้งั นี้ก็
เพราะเหตทุ สี่ มเดจ็ พระราชาธริ าชซง่ึ สบื ราชสมบตั ติ อ่ แตส่ มเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ ๑ ลงมานน้ั หาไดส้ บื สนั ตตวิ งศ์
โดยตรงเปนล�ำดับกนั มาไม่ ส่วนในพระบรมราชวงศม์ หาจักรีน้ี ...สบื สนั ตตวิ งศโ์ ดยตรงลงมาจนปัตยบุ นั นี้...
ท้ังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลท่ี ๒ แลท่ี ๓ ก็ได้ทรงพระนามสมเด็จพระรามาธิบดีต่อเนื่อง
กันมา พึ่งมาเปลี่ยนพระราชประเพณีใช้ค�ำอ่ืนน�ำพระนามเม่ือในรัชกาลท่ี ๔ อาไศรยเหตุชนี้ จึงควรเฉลิม
พระปรมาภิไธย ให้ทรงพระนามสมเด็จพระรามาธิบดีทุกรัชกาลด้วย...อนึ่ง สมเด็จพระราชาธิราชซ่ึงจะสืบ
สนั ตตบิ รมราชมหาจกั รวี งศต์ อ่ ไปนน้ั กใ็ หท้ รงพระปรมาภไิ ธย สมเดจ็ พระรามาธบิ ดเี ปนอาทโิ ดยนยั ะพระราช
ประเพณีนี้เปนลำ� ดบั ไปตราบเท่ากลั ปาวสาน” ๑๓
อย่างไรก็ตาม พระราชนยิ มในการขน้ึ วรรคตน้ พระปรมาภิไธยดว้ ยคำ� ว่า “สมเดจ็ พระรามาธิบดศี รสี ินทร” ไมป่ รากฏวา่
ได้จารกึ ลงพระสพุ รรณบฏั ในรัชกาลตอ่ ๆ มา คร้นั ภายหลังการเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ พบวา่ พระปรมาภไิ ธย
ที่จารกึ ในพระสพุ รรณบฏั เนือ่ งในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก ดังเช่นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร แมจ้ ะมเี นื้อความสนั้ ลงโดยไมป่ รากฏถอ้ ยคำ� แสดงพระคณุ วเิ ศษในพระองค์เช่นทีเ่ คยถวาย
ตามแบบโบราณราชประเพณี อกี ทงั้ ไมป่ รากฏพระนามแผน่ ดนิ หรอื พระนามรชั กาลทา้ ยพระปรมาภไิ ธยทแี่ ปลงมาจากพระนาม
เดมิ ถึงกระนน้ั ยงั คงวรรคตน้ พระปรมาภิไธยว่า “พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร” ตามแบบแผนทปี่ ฏิบัติสบื มา

๑๒ พระนามแผน่ ดินในรัชกาลที่ ๓ รัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๗ เขา้ ใจวา่ แปลงมาจากพระนามเดิมคือ พระองค์เจ้าทับ เจา้ ฟา้ มงกุฎ เจา้ ฟ้าจฬุ าลงกรณ์
เจ้าฟ้าประชาธิปก ตามล�ำดับ ส่วนพระนามแผ่นดินในรัชกาลท่ี ๖ คือ พระมงกุฎเกล้านั้น เข้าใจว่าแปลงมาจากพระนามเดิม “มหาวชิราวุธ” อันมีความหมายว่า
ผมู้ สี ายฟา้ เปน็ อาวธุ ซงึ่ สอื่ ความถงึ พระอนิ ทรผ์ เู้ ปน็ ประมขุ ของสวรรคช์ นั้ ดาวดงึ ส์ ดว้ ยนยั นจ้ี งึ อาจอนโุ ลมไดว้ า่ ทรงเปน็ ประมขุ ของปวงชนดง่ั มงกฎุ ทอี่ ยสู่ งู สดุ เหนอื เศยี ร
เกลา้ คนทั้งปวง ดูเพ่มิ เตมิ ใน ถาวร สิกขโกศล, ช่อื แซแ่ ละระบบตระกลู แซ่ : อัตลกั ษณส์ ำ� คญั เบื้องตน้ ของคนจนี (กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๙)
๑๓ “ประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธย,” ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๓๓ (๑๑ พฤศจกิ ายน ๒๔๕๙): ๒๑๕ - ๒๑๖.

มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก 293

พระสุพรรณบฏั จารกึ พระปรมาภไิ ธย
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ครงั้ การพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
พุทธศกั ราช ๒๔๙๓

อน่ึง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระอฐั มรามาธบิ ดนิ ทร แมจ้ ะเสดจ็ สวรรคตกอ่ นรบั พระบรมราชา
ภเิ ษก แตไ่ ดม้ กี ารถวายพระปรมาภไิ ธยเฉลมิ พระบรมราชอสิ รยิ ยศ
ขึ้น ๒ วาระ คอื วาระแรก เม่ือคณะผสู้ �ำเร็จราชการแทนพระองค์
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชถวาย
นพปฎลมหาเศวตฉัตรกางก้ันพระบรมโกศ๑๔ อีกวาระหน่ึง
เมอื่ ศภุ วารมหามงคลสมยั ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราช
สมบตั ิครบ ๕๐ ปี โดยเฉลิมพระปรมาภิไธยอยา่ งเต็มตามโบราณ
ราชประเพณวี ่า ๑๕

พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ถวายนพปฎลมหาเศวตฉตั รกางกน้ั เหนือพระโกศพระบรมศพ
สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พรอ้ มกับประกาศเฉลมิ พระปรมาภิไธย
๑๔ “ประกาศเฉลิมพระปรมาภไิ ธยสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั อานันทมหดิ ล,” ราชกจิ จานุเบกษา ตอนท่ี ๕๔ เลม่ ๖๓ (๑๓ สิงหาคม ๒๔๘๙): ๔๓๙ - ๔๔๓.
๑๕ “ประกาศเฉลมิ พระปรมาภไิ ธยพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล,” ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๑๓ ตอนท่ี ๑๑ ข (๘ มถิ นุ ายน ๒๕๓๙): ๑ - ๓.

294 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก

พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล อดลุ ยเดชวมิ ลรามาธบิ ดี จฬุ าลงกรณราชปรยี วรนดั ดา
มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศวิสุทธ์ วรุตมขัตติยศักตอรรคอุดม จักรีบรมราชวงศนิวิฐ ทศพิธราช
ธรรมอุกฤษฎนิบุณ อดุลยกฤษฎาภินิหารรังสฤษฎ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ
สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคล
อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศ
วิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวไศรย
พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ วิศิษฏศักตอัครนเรศรามาธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการ
สกลไพศาลมหารษั ฎาธิบดี พระอฐั มรามาธิบดนิ ทร สยามนิ ทราธริ าช บรมนาถบพติ ร
คร้ันถึงในรัชกาลปัจจุบันได้ปรากฏธรรมเนียมในการขานพระปรมาภิไธย โดยผนวกพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จ
พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ที่ข้ึนวรรคต้น
พระปรมาภิไธยด้วยค�ำว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร” และลงวรรคท้ายพระปรมาภิไธยด้วยพระนามแผ่นดินที่แปลงจาก
พระนามเดิม รวมทั้งพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ข้ึนวรรคต้นพระปรมาภิไธยว่า “สมเด็จพระ
รามาธิบดีศรีสินทร” ดังปรากฏพระปรมาภิไธยตามท่ีจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี
ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร
พระวชิรเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ในสว่ นของพระราชลญั จกรประจำ� รชั กาลนบั ตงั้ แตพ่ ระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลก
มหาราช ถงึ พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไมป่ รากฏหลกั ฐานวา่ มกี ารแกะพระราชลญั จกร
ดังกล่าวพร้อมกันกับพิธีจารึกพระสุพรรณบฏั พระปรมาภิไธยและดวงพระบรมราชสมภพ พบแตเ่ พียงข้อความกล่าวถึงการเชิญ
“พระอณุ าโลมท�ำแทง่ ” มาประดิษฐานพรอ้ มกับพระสุพรรณบัฏบนพระแท่นมณฑล๑๖ และมคี ำ� อธิบายเพม่ิ เตมิ ว่าในสมยั รัชกาล
ท่ี ๔ เปล่ียนเป็นเชิญพระราชลัญจกรมาต้ังแทน๑๗ อย่างไรก็ตาม การแกะพระราชลัญจกรประจ�ำรัชกาลพร้อมกับการจารึก
พระสุพรรณบัฏพระปรมาภิไธยและดวงพระบรมราชสมภพ ปรากฏหลักฐานเด่นชัดคร้ังแรกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เฉลมิ พระราชมณเฑียรพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หวั พ.ศ. ๒๔๕๓ ๑๘

การตง้ั แตง่ สถานที่ประกอบพระราชพธิ ี

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์จัดข้ึนที่หมู่พระมหามณเฑียรเป็นส�ำคัญ โดยก่อนถึงการพระราชพิธี
เจ้าพนักงานจะได้ต้ังแต่งมลฑลพระราชพิธีให้ครบถ้วนตามราชประเพณี นับต้ังแต่การสร้างมณฑปพระกระยาสนานที่ชาลา
ด้านตะวันออกพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน การตั้งแต่งเตียงแว่นฟ้าเป็นพระแท่นมณฑลประดิษฐานปูชนียวัตถุตลอดจนเครื่อง
บรมราชาภเิ ษกตา่ ง ๆ การตงั้ แตง่ พระที่นั่งอฐั ทิศอุทุมพรราชอาสน์ และพระทน่ี ง่ั ภทั รบฐิ ณ พระทีน่ ัง่ ไพศาลทักษิณ การต้ังแตง่
พระแท่นราชบรรจถรณ์ ณ พระท่ีนั่งจักรพรรดิพิมาน การตั้งแต่งเตียงพระสวดภาณวารและตู้เทียนชัย ณ พระที่น่ังอมรินทร
วนิ จิ ฉยั และการตงั้ โรงพระราชพธิ พี ราหมณ์ เฉพาะการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมโภชพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ทท่ี รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหต้ งั้ การพระราชพธิ ี ณ พระท่นี ัง่ ดสุ ิตมหาปราสาท

๑๖ “พระราชพิธีมหาปราบดาภิเษกและพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร รัชกาลที่ ๒ ปีมะเส็ง เอกศก จ.ศ. ๑๑๗๑,” ใน ส�ำนักงานราชบัณฑิตยสภา,
พระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก (กรุงเทพฯ: อมรินทร์พร้ินติง้ แอนด์พบั ลชิ ชิ่ง, ๒๕๖๓), หน้า ๖๓.
๑๗ สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ, พระราชพงศาวดาร รชั กาลที่ ๕, พมิ พค์ รัง้ ท่ี ๔ (กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๕), หน้า ๑๑๗.
๑๘ “จารกึ พระสพุ รรณบฏั ,” ใน จดหมายเหตพุ ระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมเดจ็ พระรามาธบิ ดี ศรสี นิ ทรมหาวชริ าวธุ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั , หนา้ ๔ - ๖.

มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 295
หม่พู ระมหามณเฑียรภายในพระบรมมหาราชวงั
พระทีน่ ่ังไพศาลทกั ษิณเบ้อื งบรู พทศิ ประดษิ ฐานพระทน่ี ่งั อฐั ทิศอทุ มุ พรราชอาสนภ์ ายใตพ้ ระบวรเศวตฉตั ร

296 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระท่นี ั่งไพศาลทักษณิ เบอื้ งประจิมทศิ ประดิษฐานพระท่ีน่งั ภัทรบฐิ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉตั ร
พระท่ีนั่งดสุ ติ มหาปราสาท
ทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ใหต้ ง้ั แตง่ เป็นมณฑลพระราชพิธี
ในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษกสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๔

มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 297

อน่ึง มีผู้ต้ังข้อสังเกตถึงสถานท่ีตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
เมอ่ื พ.ศ. ๒๓๒๘ เนอื่ งจากไดพ้ บหลกั ฐานตน้ ฉบบั หนงั สอื สมดุ ไทยอนั เปน็ ทม่ี าของพระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ รชั กาลที่ ๑
ของเจ้าพระยาทพิ ากรวงศมหาโกษาธบิ ดี (ข�ำ บุนนาค) มีรายละเอยี ดกล่าวถงึ สถานทต่ี งั้ การพระราชพธิ แี ตกตา่ งกบั เน้ือความใน
พระราชพงศาวดาร รัชกาลท่ี ๑ ที่สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานุภาพ ทรงตรวจชำ� ระและทรงพระนพิ นธ์
ค�ำอธบิ าย กล่าวคอื เนอื้ ความในตน้ ฉบบั หนงั สือสมดุ ไทยและตน้ ฉบบั ตวั เขียนซ่ึงเป็นตน้ ฉบบั กอ่ นทีส่ มเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ
กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพทรงตรวจสอบช�ำระ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธี
ณ หมู่พระมหามณเฑียรภายในพระบรมมหาราชวัง ส่วนพระราชพงศาวดารฉบับที่ได้รับการช�ำระกล่าวว่าต้ังการพระราชพิธี
ณ พระทน่ี ง่ั อมรินทราภิเษกมหาปราสาท
อย่างไรก็ดี ผู้ตั้งข้อสังเกตชี้ชวนให้สืบค้นต่อไปว่าเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ใช้ข้อมูลช้ันต้นจากแหล่งใดในการเรียบเรียง
พระราชพงศาวดาร และสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพทรงไดร้ บั ขอ้ มลู หรอื เปน็ เพราะเหตใุ ดทท่ี รงแกไ้ ข
เน้ือความจากพระราชพงศาวดารฉบับตัวเขียน โดยได้ต้ังข้อสังเกตว่าการแก้ไขเน้ือความเก่ียวกับสถานที่ต้ังการพระราชพิธี
อาจมีนัยสมั พันธก์ ับคตวิ า่ ด้วยการนบั ถือพระอินทร์ ๑๙

ภาพวาดพระทน่ี ง่ั อมรินทราภิเษกมหาปราสาทคร้งั ไฟไหม้ พ.ศ. ๒๓๓๒ ประกอบโคลงภาพพระราชพงศาวดาร
๑๙ บ. บุหงามาศ (นามแฝง), “ข้อสังเกตเบื้องต้นเก่ียวกับสถานท่ีต้ังการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พ.ศ. ๒๓๒๘,” ศิลปวฒั นธรรม ๔๐, ๗ (พฤษภาคม ๒๕๖๒): ๑๗๔ - ๑๘๑.

298 มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก

ฉากลายรดน้�ำเล่าเรอื่ งพิธอี นิ ทราภิเษกเคยใช้กั้นมขุ ด้านใตพ้ ระทน่ี ่งั ดุสิตมหาปราสาท
สันนิษฐานว่าอาจเคยใช้ประดับพระท่นี ่งั อมรินทราภิเษกมหาปราสาทมาแตเ่ ดมิ

ครนั้ ถงึ ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ปลยี่ นแปลง
ธรรมเนียมการตั้งแต่งพระท่ีนั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์และพระที่น่ังภัทรบิฐ ดังปรากฏรายละเอียดในพระราชพงศาวดาร
กรุงรตั นโกสินทร์ รัชกาลท่ี ๕ ความว่า

“...พระที่น่ังอัฐทิศอันท�ำด้วยไม้มะเด่ือน้ัน แต่ก่อนมาต่อเม่ือจะมีงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
จึงสร้างขึ้นส�ำหรับใช้ช่ัวคราว พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างจ�ำหลักปิดทอง
เปน็ ของถาวร (สนั นษิ ฐานวา่ เมอื่ งานเฉลมิ พระราชมนเทยี รพระอภเิ นาวนเิ วศ) แลว้ ตง้ั ประจำ� ทไ่ี วใ้ นพระทนี่ ง่ั
อนันตสมาคม พระที่นัง่ อัฐทศิ องค์นี้ จึงพ่ึงใช้งานพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกต้ังแต่รัชกาลที่ ๕ เปน็ ต้นมา
สันนษิ ฐานตอ่ เนื่องไปอีกข้อหน่ึงถงึ เรือ่ งพระท่ีนง่ั ภทั รบิฐ เดิมก็เห็นจะสร้างข้นึ ใชฉ้ ะเพาะงานเหมือน
อย่างพระท่ีนั่งอัฐทิศ พระที่น่ังภัทรบิฐองค์ที่ใช้ในปัจจุบันนี้ ท�ำด้วยถมเป็นรูปพระเก้าอ้ี และมีค�ำกล่าวกัน
มาวา่ เจา้ พระยานครศรธี รรมราชทำ� ถวาย กก็ ารทจี่ ะทำ� พระทน่ี ง่ั ภทั รบฐิ สำ� หรบั ราชาภเิ ษกถวายพระเจา้ แผน่ ดนิ
ซ่ึงทรงราชาภิเษกเสร็จแล้ว ย่อมใช่วิสัยที่จะเป็นได้ พระราชอาสน์ท�ำด้วยถม ซ่ึงเจ้าพระยานครได้ท�ำถวาย
มีปรากฏอกี ๒ องค์ คือพระแทน่ เสดจ็ ออกขุนนางองค์ ๑ พระราชยานองค์ ๑ จงึ สันนิษฐานว่า พระทนี่ ่ัง
ภัทรบิฐถมนี้ เดิมเจ้าพระยานครฯ เห็นจะสร้างเป็นพระเก้าอ้ีส�ำหรับเสด็จประทับรับแขกเมืองถวาย
พระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั เนื่องกับพระราชอาสน์ ๒ องคซ์ ่ึงกลา่ วมาก่อน โปรดใหบ้ รู ณะ
เปน็ พระทน่ี ัง่ ภัทรบิฐในคราวเดยี วกบั ทรงสรา้ งพระทีน่ ั่งอฐั ทศิ จงึ ไดเ้ ป็นคู่กันมาจนทุกวนั นี้...” ๒๐

๒๐ สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ, พระราชพงศาวดาร รชั กาลท่ี ๕, พิมพ์ครง้ั ท่ี ๔, หน้า ๑๑๕.


Click to View FlipBook Version