มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก 299
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตัง้ พระที่นัง่ อัฐทิศอทุ มุ พรราชอาสน์
และพระท่นี ่งั ภัทรบฐิ ประจำ� ไว้เปน็ การถาวร ณ พระทน่ี ่งั ไพศาลทักษิณ
300 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภเิ ษก
นอกจากนี้ ยังปรากฏธรรมเนียมส�ำคัญในการตั้งแต่งนพปฎลมหาเศวตฉัตร ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยและ
พระแท่นราชบรรจถรณ์ส�ำหรับการเฉลิมพระราชมณเฑียร กล่าวคือ เมื่อเปล่ียนรัชกาลใหม่เจ้าพนักงานจะได้เชิญพระมหา
เศวตฉตั รลงซ่อมแซมและเปลยี่ นผา้ หมุ้ ใหม่ แลว้ ยกกลบั ขนึ้ ตง้ั ในวนั แรกแหง่ การบรมราชาภเิ ษก ดงั เช่นในสมยั รัชกาลท่ี ๖ และ
รชั กาลท่ี ๗ เจา้ พนกั งานทอดพระมหาเศวตฉตั รทแ่ี ตง่ ใหมน่ น้ั ไวบ้ นขาทราย และไดเ้ ชญิ ขน้ึ ประดษิ ฐานเหนอื พระแทน่ ราชบลั ลงั ก์
พร้อมกับพระฤกษ์สรงพระมุรธาภิเษก อย่างไรก็ตาม ในสมัยรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน เมื่อเจ้าพนักงานแต่งพระมหา
เศวตฉัตรแล้วได้เชิญพระมหาเศวตฉัตรขนึ้ ปักเหนอื พระแท่นราชบลั ลังก์ไวพ้ ร้อม
ตามธรรมเนียมเดมิ เจา้ พนักงานทอดนพปฎลมหาเศวตฉตั รไว้บนขาทรายก่อนเชิญข้นึ ปักเหนือพระแท่นราชบัลลังก์
ภายในพระทนี่ ง่ั อมรนิ ทรวินจิ ฉยั พร้อมกับพระฤกษ์สรงพระมรุ ธาภิเษก
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก 301
ส่วนการตั้งแต่งพระแท่นราชบรรจถรณ์ในพระท่ีนั่งจักรพรรดิพิมานจะได้เปล่ียนระหว่างตอนข้างเหนือกับตอนข้างใต้
ตามลำ� ดับรชั กาล ดังในพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกรัชกาลท่ี ๖ ตงั้ พระแท่นราชบรรจถรณ์ในพระฉากข้างใต้ ครน้ั ในพระราชพธิ ี
บรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๗ ต้ังพระแท่นราชบรรจถรณ์ในพระฉากข้างเหนือ เป็นราชประเพณีที่ยึดถือสืบมา ดังปรากฏใน
โคลงลิลติ สุภาพ ตำ� รับพระบรมราชาภิเษกสัปดมะราชมหาจักรีวงศ์ เมือ่ พุทธศก ๒๔๖๘ ความว่า
“...รัชชะกาลกอ่ นสถิตเบ้อื ง ทกั ษณิ
เปล่ยี นทศิ เปลี่ยนแผน่ ดิน เปล่ยี นต้ัง
ตามขนบผ่านพภิ พภญิ เญาวะภาพ ผะเดยี งเอย
ราชะประเพณีครั้ง กว่ารอ้ ยพรรษา...” ๒๑
นพปฎลมหาเศวตฉัตรกางกนั้ เหนอื พระแท่นราชบรรจถรณ์ ณ พระท่ีนงั่ จักรพรรดิพมิ าน
๒๑ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ,์ โคลงลลิ ิตสุภาพ ต�ำรบั พระบรมราชาภิเษกสัปดมะราชมหาจกั รวี งศ์ เมอื่ พุทธศก ๒๔๖๘ (เลม่ ตน้ )
(พระนคร: โรงพมิ พ์อกั ษรนิต,ิ ๒๔๗๒), หน้า ๔๗.
302 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภิเษก
ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๔ ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้ต้ังการพระราชพิธี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ปรากฏการตั้งมณฑปพระกระยาสนานท่ีสนามสวนขวา
ข้างพระที่นั่งพิมานรัถยาหน้าเขาไกรลาส ประดิษฐานพระท่ีน่ังอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ที่ชาลารักแร้พระท่ีน่ังดุสิตมหาปราสาท
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประดิษฐานพระท่ีนั่งภัทรบิฐมนังคศิลารามราชอาสน์กลางพระท่ีนั่งดุสิตมหาปราสาทตรงศูนย์ยอด
พระมหาปราสาท รวมท้ังต้ังแต่งพระแท่นมณฑลและจัดสถานที่เจริญพระพุทธมนต์ก่อนการพระราชพิธี ณ พระอุโบสถ
วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม
พระทีน่ ั่งภัทรบิฐมนังคศิลารามราชอาสน์ ณ พระท่นี ่งั ดุสติ มหาปราสาท
มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภิเษก 303
พระทนี่ ่งั ภัทรบฐิ ณ พระทนี่ ่งั ไพศาลทักษิณ
ทั้งน้ี พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์และพระท่ีนั่งภัทรบิฐดังกล่าวเป็นคนละองค์กับที่ประดิษฐาน ณ พระที่น่ัง
ไพศาลทักษิณ ดว้ ยทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้สรา้ งพระที่น่ังอฐั ทศิ อทุ ุมพรราชอาสน์ ลกั ษณะเป็นรูป ๘ เหลย่ี ม มเี สา ๘ เสา
ดาดเพดานผ้าขาว ๘ เหล่ียม ระบาย ๓ ชั้น ครีบทองห้อยพวงอุบะจ�ำปาทองยอดเป็นนพปฎลเศวตฉัตร มีพระสูตรขาว
ครีบครุยทองผูกทุกเสา ทอดราชอาสน์ผ้าขาว ส่วนพระท่ีน่ังภัทรบิฐน้ันได้เชิญพระแท่นมนังคศิลาบาตรที่เช่ือว่าเป็นพระแท่น
ของพ่อขุนรามค�ำแหงมหาราชครั้งกรุงสุโขทัยน�ำมาประกอบฐานแล้วออกนามว่า “พระที่นั่งภัทรบิฐมนังคศิลารามราชอาสน์”
ซง่ึ อาจมนี ยั สะท้อนถึงคติพระราชบัลลงั ก์ทใ่ี ช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกของอังกฤษ (The Coronation Chair) ท้ังยงั อาจสะทอ้ น
แนวความคดิ ว่าพระมหากษตั รยิ ท์ รงมสี ิทธิธรรมทสี่ ืบเน่อื งมาตัง้ แตค่ รง้ั สโุ ขทัย ๒๒
๒๒ ดูรายละเอยี ดการใหค้ วามส�ำคัญกบั ประวตั ศิ าสตร์สุโขทัยของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยูห่ ัว ใน วริศรา ตง้ั คา้ วานิช, “‘รุง่ อรุณแหง่ ความสุข’ :
การสร้างประวัติศาสตร์ ‘สุโขทัย’ พ.ศ. ๒๔๕๐ - ๒๕๓๔,” (วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์
คณะอกั ษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย, ๒๕๕๕).
304 มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก
การถวายสักการะเพื่อเป็นสวสั ดมิ งคลในการพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก
ก่อนถึงวันเจริญพระพุทธมนต์บรมราชาภิเษก ปรากฏธรรมเนียมที่สมเด็จพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชด�ำเนินไป
ถวายราชสักการะพระบรมราชบุพการีเพื่อเป็นสวัสดิมงคลในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยพบว่าหากรัชกาลก่อนเป็น
สมเด็จพระบรมชนกนาถ ซ่ึงพระบรมศพยังคงประดิษฐาน ณ พระท่ีน่ังดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่ีทรงรับ
บรมราชาภเิ ษกจะเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปถวายราชสกั การะพระบรมศพเปน็ ปฐม ดงั ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกเฉลมิ พระราช-
มณเฑียรพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงกราบถวายบงั คมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว
ทีป่ ระดษิ ฐาน ณ พระท่ีนง่ั ดสุ ิตมหาปราสาท แต่หากรชั กาลก่อนเป็นสมเด็จพระบรมเชษฐาธริ าช สมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัวทีท่ รงรับ
บรมราชาภเิ ษกจะเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปถวายบงั คมพระบรมอฐั สิ มเดจ็ พระบรมราชบพุ การแี ลว้ จงึ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปถวาย
บังคมพระบรมศพรัชกาลก่อน ดังในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชด�ำเนินไป
ถวายบังคมพระบรมอฐั ริ ชั กาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๓ พระบรมราชนิ ี และสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ณ หอพระธาตมุ ณเฑยี ร
จากนนั้ เสด็จพระราชดำ� เนินไปถวายบงั คมพระบรมอัฐิรัชกาลที่ ๔ รัชกาลท่ี ๕ และพระบรมราชนิ ีท้งั สองรัชกาล ณ พระวิมาน
พระทนี่ งั่ จักรมี หาปราสาท แลว้ จงึ เสด็จพระราชด�ำเนนิ ไปถวายบงั คมพระบรมศพรัชกาลที่ ๖ ณ พระท่นี ่ังดุสติ มหาปราสาท ๒๓
พระวมิ านทอง พระท่นี ง่ั จกั รมี หาปราสาท
๒๓ โคลงลิลิตสุภาพต�ำรับพระบรมราชาภิเษกสัปดมะราชมหาจักรีวงศ์ เล่มต้น กล่าวถึงธรรมเนียมประการหนึ่งเม่ือสมเด็จพระมหากษัตริย์ทรงรับราชสมบัติ
แลว้ จะเสด็จไปทรงเคารพพระประยูรญาตผิ ู้ใหญ่และทรงรับพระพร โดยรชั กาลท่ี ๗ เสดจ็ ไปทรงเคารพและรับพระพร ณ ท่ีประทับของพระบรมวงศ์พระองคน์ นั้ ๆ เชน่
สมเดจ็ พระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจา้ ฟา้ ภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพนั ธุวงศ์วรเดช ณ วังบูรพาภิรมย์ สมเดจ็ พระศรสี วรินทิรา บรมราชเทวี พระพนั วสั สา
อัยยกิ าเจา้ ณ วงั สระปทุม เปน็ ตน้
มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 305
หอพระธาตุมณเฑียร
306 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก
ครน้ั ถงึ การพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ทจี่ ดั ขนึ้ ภายหลงั พระราชพธิ ถี วายพระเพลงิ พระบรมศพรชั กาลกอ่ น จงึ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปถวายบงั คมพระบรมอฐั แิ ละพระอฐั ิ
สมเดจ็ พระบรมราชบพุ การี ณ หอพระธาตมุ ณเฑยี ร สว่ นในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกรชั กาลปจั จบุ นั ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไป
ถวายราชสักการะปูชนยี สถานและปูชนยี วัตถุส�ำคัญตา่ ง ๆ ตามลำ� ดบั ดังน้ี
๑. พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ณ พระลานพระราชวงั ดุสิต
๒. พระบรมรปู พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ณ ปฐมบรมราชานสุ รณ์ สะพานพระพุทธยอดฟา้
๓. พระหลักเมอื งและเทพารกั ษ์ ณ ศาลหลักเมอื ง
๔. พระพุทธปฏิมาชยั วัฒน์ รัชกาลที่ ๑ ณ หอพระสุราลัยพิมาน
๕. เทวดารักษาพระบวรเศวตฉัตร ณ พระท่ีนั่งอฐั ทิศอุทุมพรราชอาสน์
๖. พระสยามเทวาธิราช
๗. เทวดารกั ษาพระมหาเศวตฉตั ร ณ พระท่ีน่ังภทั รบฐิ
๘. พระบรมอฐั แิ ละพระอฐั สิ มเด็จพระบรมราชบุพการี ณ หอพระธาตมุ ณเฑียร
๙. เทวดารักษาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ พระที่น่ังพุดตานกาญจนสิงหาสน์ พระมหาเศวตฉัตร พระแท่นราชบรรจถรณ์
ณ พระทนี่ ั่งจกั รพรรดิพิมาน
พระบรมรปู พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยูห่ วั
ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพทุ ธยอดฟ้า ณ พระลานพระราชวังดสุ ติ
มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก 307
พระพทุ ธปฏมิ าชัยวฒั น์ รัชกาลที่ ๑
308 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระวมิ านประดษิ ฐานพระสยามเทวาธิราช
มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก 309
พระท่นี ั่งจกั รพรรดพิ มิ านองคต์ ะวนั ตกเปน็ ท่ปี ระดษิ ฐานเคร่อื งเบญจราชกกธุ ภัณฑ์ เครื่องราชปู โภค และพระแสงราชศัสตราวุธสำ� คัญ
310 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก
การเจรญิ พระพุทธมนตบ์ รมราชาภิเษก - ตงั้ พิธพี ราหมณ์
พธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนตก์ อ่ นถงึ วนั พระฤกษส์ รงพระมรุ ธาภเิ ษกประกอบดว้ ยขน้ั ตอนตา่ ง ๆ คอื การเจรญิ พระพทุ ธมนต์
ต้ังน�้ำวงด้าย จุดเทียนชัย ประกาศการพระราชพิธี เจริญพระพุทธมนต์บรมราชาภิเษก พราหมณ์ถวายใบสมิต ราชบัณฑิต
และโหรบชู าทศิ ทงั้ แปด ณ พระทน่ี ง่ั อฐั ทศิ อทุ มุ พรราชอาสน์ ซงึ่ นบั ตงั้ แตร่ ชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏ
วิทยมหาราช กระท�ำพธิ เี จรญิ พระพุทธมนตพ์ ระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกในตอนเย็นและเลีย้ งพระในวันรุ่งข้นึ เป็นเวลา ๓ วนั
ครั้นตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ไดเ้ พม่ิ พธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนตต์ งั้ นำ�้ วงดา้ ยขน้ึ อกี ๑ วนั กอ่ นทจี่ ะถงึ วนั พธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนตบ์ รมราชาภเิ ษก ตอ้ งดว้ ยพระราชดำ� ริ
ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจา้ อย่หู ัว พระสยามเทวมหามกฏุ วทิ ยมหาราชว่า
การสวดภาณวารอยา่ งแต่กอ่ นไมค่ รบ ๓ วันบริบูรณ์ เพราะจุดเทยี นชัยและต้งั ตน้ สวดภาณวารตอ่ ในวันที่ ๒ จงึ ทรงแก้ไขใหเ้ พิม่
พธิ ีต้งั น้�ำวงด้ายมสี วดมนต์เลยี้ งพระกอ่ นวันงานอกี วันหนง่ึ เพือ่ ให้ไดจ้ ุดเทยี นชัยและเริม่ สวดภาณวารในเวลาเช้า วนั ที่ ๑ แหง่
การพระราชพธิ ี ๒๔
การตงั้ แต่งตู้เทยี นชัยและเตียงพระสวดภาณวารในพระราชพิธบี รมราชาภิเษกพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
ณ พระที่น่ังอมรนิ ทรวินจิ ฉยั
๒๔ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพ, พระราชพงศาวดาร รชั กาลท่ี ๕, พมิ พค์ รงั้ ที่ ๔, หนา้ ๑๑๓ - ๑๑๔.
มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก 311
อนึ่ง ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต้ังพิธีเจริญพระพุทธมนต์
เพียงวันเดียวก่อนพระฤกษ์บรมราชาภิเษก ส่วนพิธีพราหมณ์ต้ังการพิธี ๓ วันเช่นเดียวกับครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เฉลิมพระราชมณเฑียร
ครน้ั ถงึ การพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ไดต้ ดั ทอนการเจรญิ พระพทุ ธมนตต์ ง้ั นำ้� วงดา้ ยลง สว่ นการจดุ เทยี นชยั การเจรญิ พระพทุ ธมนตบ์ รมราชาภเิ ษก และพธิ พี ราหมณ์
กระทำ� เพียงวนั เดียว ซ่ึงได้เปน็ แบบแผนในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกรชั กาลปจั จบุ นั ด้วย
นอกจากการเพ่ิมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ตั้งน้�ำวงด้ายแล้ว ยังปรากฏรายละเอียดในพิธีเบ้ืองต้นหลายประการ
ทสี่ บื เนอื่ งมาจากพระราชด�ำรใิ นพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหามงกฎุ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระสยาม
เทวมหามกุฏวทิ ยมหาราช ดงั รายละเอียดในพระราชพงศาวดารกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ รชั กาลที่ ๕ ความวา่
“...โปรดฯ ให้ย้ายท่ีพระสงฆ์ราชาคณะหมู่ใหญ่สวดมนต์จากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานองค์ตะวันตก
ลงมาสวดมนต์ที่พระท่ีน่ังไพศาลทักษิณด้วยเป็นที่ต้ังพระแท่นมณฑล แลเป็นที่ท�ำพระราชพิธีราชาภิเษก
และเมื่อก่อนจะสวดมนต์ให้พระราชาคณะผู้จะขดั ตำ� นานประกาศเทวดาโดยพสิ ดารดว้ ย แต่คงสวดสตปริตร
และมีเลี้ยงพระทุกวันเหมือนแต่ก่อน การที่พระสงฆ์วัดราชสิทธิ์เคยสวดภาณวารในท่ีพระบรรทมน้ัน
เปล่ียนเป็นพระสงฆ์ธรรมยุติกา ๕ รูปสวดสตปริตรในท่ีพระบรรทม๒๕ แต่คงเสด็จประทับสดับพระปริตร
ในห้องท่ีพระบรรทมอย่างเดิม ส่วนการสวดภาณวารนั้นโปรดให้ตั้งระเบียบข้ึนใหม่คล้ายกับพิธีตรุษ คือจัด
ทพี่ ระสงฆส์ วดมนต์ ตงั้ เตยี งสวดและตเู้ ทยี นชยั ในพระทน่ี ง่ั อมรนิ ทรวนิ จิ ฉยั อกี แหง่ หนง่ึ นมิ นตพ์ ระราชาคณะ
สามัญเพ่มิ อกี จำ� นวนหนึ่งมาสวดมนต์ ๓ วนั แล้วผลัดกันสวดภาณวารคราวละ ๔ รูป มีพระราชาคณะผู้ใหญ่
น่ังปรกสวดตลอด ๓ วนั ๓ คืน...” ๒๖
ธรรมเนียมปฏิบัติอีกประการหน่ึงในวันเจริญพระพุทธมนต์บรมราชาภิเษก คือ การที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะได้ทรง
อุทิศเคร่ืองพลีกรรมให้เจ้าพนักงานเชิญไปบวงสรวงเทวดา ณ สถานท่ีต่าง ๆ ดังปรากฏหลักฐานชัดเจนในการพระราชพิธี
บรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พ.ศ. ๒๔๑๑ ครน้ั รชั กาลตอ่ ๆ มา จงึ ไดม้ กี ารเพม่ิ เตมิ สถานทบ่ี วงสรวง
โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกรชั กาลปจั จบุ นั ปรากฏวา่ ไดเ้ พม่ิ เตมิ การบชู าพระเศวตฉตั รในทตี่ า่ ง ๆ ไดแ้ ก่
พระท่ีนั่งวโรภาษพิมาน พระท่ีน่ังจักรพรรดิพิมาน ปราสาทพระเทพบิดร ห้อง ว.ป.ร. พระที่นั่งอัมพรสถาน และพิพิธภัณฑ์
วัดพระศรีรตั นศาสดาราม ทีก่ างก้นั เหนอื พระแท่นมนังคศิลาบาตร
๒๕ ในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกเฉลมิ พระราชมณเฑยี รพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั นอกจากการเจรญิ พระพทุ ธมนต์ ณ พระแทน่ ราชบรรจถรณ์
พระทนี่ ่ังจักรพรรดิพิมานแลว้ ยังไดน้ มิ นตพ์ ระสงฆ์ธรรมยุตกิ นิกาย ๕ รปู เจริญพระพทุ ธมนต์บนพระแทน่ ทีบ่ รรทม ณ พระท่ีน่ังอมรพิมานมณีในหม่พู ระทนี่ ัง่ จกั รมี หา
ปราสาทเพมิ่ เติมด้วย ตามพระด�ำริของสมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรสวา่ พระท่ีนั่งองค์นีจ้ ะไดใ้ ชเ้ ปน็ ท่ีประทับจรงิ ต่อไป
๒๖ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ, พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ ๕, พมิ พค์ รง้ั ที่ ๔, หน้า ๑๑๓.
312 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก
การสรงพระมรุ ธาภิเษก
ขั้นตอนปฏิบตั ใิ นการสรงพระมรุ ธาภิเษกมแี บบแผนคลา้ ยกนั ในทกุ รชั กาลนับต้งั แต่ทรงผลดั ฉลองพระองค์เศวตพัสตร์
เสด็จโดยริ้วขบวนจากหอพระสุราลัยพิมานมายังมณฑปพระกระยาสนาน ทรงจุดธูปเทียนบูชาเทวดากลางหาว แล้วเสด็จขึ้น
ประทบั เหนอื ตงั่ ไมอ้ ทุ มุ พรหมุ้ ผา้ ขาวผนิ พระพกั ตรส์ มู่ งคลทศิ ในแตล่ ะรชั กาล ดงั กรณพี ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ทรงแปรพระพักตร์ทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแปรพระพักตร์ทิศอาคเนย์
(ตะวันออกเฉียงใต้) พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงแปรพระพักตร์
ทิศบูรพา (ตะวันออก) ทง้ั น้ี ปรากฏค�ำอธิบายถึงสาเหตใุ นการผนิ พระพกั ตรไ์ ปยังมงคลทศิ ตา่ ง ๆ วา่
“..ราชประเพณีสรงพระมรุ ธาภิเษกมี ๒ อย่าง อยา่ ง ๑ ถา้ วันไหนทิศไหนเป็นสริ ิมงคลแล้ว เวลาสรง
สมเดจ็ พระมหากษตั รยิ ก์ ท็ รงแปรพระพกั ตรสทู่ ศิ นนั้ เพอื่ สริ มิ งคลแดพ่ ระองค์ อกี อยา่ ง ๑ วนั สรงจะเปน็ วนั ใด
กต็ าม เวลาสรงทรงแปรพระพักตรสทู่ ศิ บรู พา คือ ทศิ ตะวนั ออก พระราชปฏบิ ัตเิ ช่นนี้เปน็ พระราชปฏิบตั เิ พื่อ
สวัสดสิ ุขแดป่ วงชน...” ๒๗
นอกจากการแปรพระพักตร์ไปในมงคลทิศต่าง ๆ แล้ว ยังปรากฏธรรมเนียมการทอดใบไม้กาลกิณีให้ทรงเหยียบ
ซง่ึ แตกตา่ งกนั ในแต่ละรชั กาลด้วย เช่น รัชกาลท่ี ๖ ทอดใบกระถิน รชั กาลที่ ๗ ทอดใบตะขบ รัชกาลท่ี ๙ ทอดใบออ้
ในส่วนของการถวายน้�ำพระพุทธมนต์และน้�ำเทพมนตร์ด้วยพระเต้า พระครอบ และพระมหาสังข์ต่าง ๆ นั้น
โดยปกตบิ คุ คลทปี่ ฏบิ ตั หิ นา้ ทดี่ งั กลา่ ว ไดแ้ ก่ สมเดจ็ พระสงั ฆราช พระบรมวงศผ์ ใู้ หญฝ่ า่ ยหนา้ พระราชครพู ราหมณ์ เจา้ พนกั งาน
แต่ในบางรัชกาลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีบุคคลปฏิบัติหน้าที่ถวายน้�ำเพ่ิมเติม ดังเช่นในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เฉลมิ พระราชมณเฑยี รพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดอ้ าราธนาสมเดจ็ พระราชาคณะ ๓ รปู ถวายนำ�้ พระพทุ ธมนต์
หลังจากที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสถวายน้�ำพระพุทธมนต์ที่พระขนองและพระหัตถ์แล้ว รวมทั้ง
ได้ทลู เชญิ สมเด็จพระศรพี ชั รนิ ทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง ถวายน้�ำดว้ ยพระเต้าศลิ ายอดเกย้ี วท่ีพระขนอง
และพระหตั ถด์ ว้ ย ๒๘
๒๗ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดย หมอ่ มราชวงศ์ เทวาธริ าช ป. มาลากุล สมหุ พระราชพิธ,ี ” ใน บุญชู เจนพนัส (รวบรวมและเรยี บเรยี ง), ราชกิจจานเุ บกษา
ฉบบั จดหมายเหตพุ ระราชพธิ รี าชาภเิ ษกสมรส พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก และพระราชพธิ เี ฉลมิ พระราชมนเทยี ร พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
สยามนิ ทราธริ าช (พระนคร: โรงพิมพบ์ �ำรงุ นกุ ูลกจิ , ๒๔๙๓), หนา้ ๑๓.
๒๘ ดรู ายละเอียดเร่ืองการเตรียมบุคคลในการถวายน้�ำสรงมุรธาภเิ ษก ใน “ปญั หาเรอ่ื งถวายน�้ำสรง,” ใน ราม.วชิราวธุ , ประวัตติ ้นรชั กาลที่ ๖, พิมพค์ ร้งั ท่ี ๗
(กรงุ เทพฯ: มติชน, ๒๕๕๙), หนา้ ๙๔ - ๑๐๒.
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก 313
พระมหาสงั ข์ทักษณิ าวัฏ พระมหาสงั ข์เพชรนอ้ ย
พระมหาสังข์ทอง
พระมหาสังขเ์ งนิ
พระมหาสงั ขง์ าชา้ งเผือก พระมหาสังข์สมั ฤทธ์ิ
314 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก
พระเตา้ เบญจคัพยร์ อง
พระเตา้ เบญจคพั ย์ รชั กาลที่ ๑
พระเต้าเบญจคัพย์ รัชกาลท่ี ๕
พระเต้าเบญจคพั ยห์ ้าห้อง
พระเตา้ ปทุมนิมิต
ทองคำ� นาก เงิน สมั ฤทธิ์
หนิ ออ่ น สมั ฤทธ์ิ พระเต้าหา้ กษตั รยิ ์
เงนิ
ทองค�ำ นาก
มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภิเษก 315
พระเต้ากลบี บัวใหญ่
พระเตา้ ไกรลาส
พระเต้ากลีบบัวแดง
พระเต้าบัวหยกเขียว
พระเต้าศิลาจารกึ อักษร
พระเตา้ กลบี บวั ขาวยอดเกยี้ ว
พระเตา้ นวเคราะห์ พระเตา้ เทวบฐิ
316 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
การถวายน�้ำอภิเษก
เมื่อสมเด็จพระมหากษัตริย์ทรงผลัดฉลองพระองค์เป็นเคร่ืองบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ๒๙ แล้ว เสด็จออกพระที่นั่ง
ไพศาลทกั ษณิ ประทบั เหนอื พระทน่ี งั่ อฐั ทศิ อทุ มุ พรราชอาสนภ์ ายใตพ้ ระบวรเศวตฉตั ร เพอ่ื ทรงรบั นำ�้ อภเิ ษกจากผแู้ ทนทศิ ทงั้ แปด
โดยทรงผันพระพักตรส์ ู่ทิศตะวันออกเป็นปฐม แต่รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช ทรงผนั พระพกั ตรส์ ู่
ทศิ เหนอื และรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงผนั พระพกั ตรส์ ทู่ ศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ในคราวพระราชพธิ บี รม
ราชาภิเษกครงั้ แรก ราชบัณฑิตประจ�ำทิศเข้าไปคกุ เข่าถวายบงั คมกล่าวคำ� ถวายพระพรชยั มงคล ถวายแวน่ แควน้ ถวายดินแดน
ถวายพทุ ธศาสนา และถวายประชาชนซ่งึ อยู่ในทิศนนั้ ๆ ใหท้ รงปกปอ้ งคมุ้ ครองและท�ำนุบ�ำรงุ แลว้ จงึ ถวายน�้ำอภเิ ษก ทรงรบั
น้�ำอภิเษกดว้ ยพระหตั ถ์แลว้ ทรงจบิ และทรงลูบพระพกั ตร์ กับทรงรบั ด้วยพระเต้าเบญจคพั ยแ์ ลว้ จงึ มกี ระแสพระราชดำ� รสั ตอบ
เม่ือส้ินกระแสพระราชด�ำรัส พราหมณ์เป่าสังข์ พราหมณ์พิธีถวายน้�ำพระมหาสังข์ พราหมณ์พฤฒิบาศถวายน�้ำเทพมนตร์
ดว้ ยพระครอบสัมฤทธ์ิ ต่อจากน้ันจึงทรงผันพระองคไ์ ปโดยทักษณิ าวรรต ทรงปฏิบัตโิ ดยนยั เดียวกับทศิ บรู พาจนรอบพระทีน่ ่ัง
อฐั ทิศอทุ ุมพรราชอาสนโ์ ดยลำ� ดับ
แต่เดิมนับต้ังแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้า
เจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า พราหมณ์เป็นผู้ถวายน�้ำอภิเษก น�้ำพระมหาสังข์ และน้�ำเทพมนตร์ และนับต้ังแต่รัชกาล
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช
จนถงึ รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หวั ราชบัณฑติ เปน็ ผ้ถู วายน�้ำอภิเษก พราหมณพ์ ิธถี วายนำ้� พระมหาสงั ข์ และ
พราหมณพ์ ฤฒบิ าศถวายน�้ำเทพมนตร์
ครั้นถึงการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร เปน็ กาลสมัยที่ไดม้ รี ะบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตยซึ่งมีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ แลว้ จึงได้มีการ
เปลย่ี นผถู้ วายนำ้� อภเิ ษกมาเปน็ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรเพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ระบอบการปกครอง สว่ นการถวายนำ�้ พระมหาสงั ข์
และน้�ำเทพมนตร์คงเป็นพราหมณ์เช่นเดิม ส่วนผู้ถวายน�้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลปัจจุบัน ประกอบด้วย
พระอนวุ งศ์ ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานสภานติ ิบญั ญตั ิแหง่ ชาติ ประธานศาลฎกี า และราชบัณฑติ
การเปลี่ยนแปลงท่ีส�ำคัญอีกประการหน่ึงที่ปรากฏมาตั้งแต่ครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๔๙๓ คือ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชครูพราหมณ์น้อมเกล้าฯ ถวายนพปฎลมหาเศวตฉัตร ภายหลังจากท่ีถวายน้�ำอภิเษก
ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์เป็นปฐม ก่อนเสด็จพระราชด�ำเนินไปประทับเหนือพระที่น่ังภัทรบิฐเพ่ือทรงรับ
เคร่ืองราชกกุธภัณฑ์และเคร่ืองประกอบพระบรมราชอิสริยยศต่อไป ธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าวได้ยึดถือเป็นแบบแผนมาถึง
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลปัจจุบัน อันส่งผลให้พระเศวตฉัตรที่กางกั้นเหนือพระที่น่ังภัทรบิฐในรัชกาลที่ ๙ และ
รัชกาลที่ ๑๐ เปล่ยี นจากพระบวรเศวตฉตั รเป็นนพปฎลมหาเศวตฉัตร
๒๙ เฉพาะในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๕๔ เมื่อเสด็จมาประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์พระท่ีนั่ง
อัฐทิศ ทรงเคร่อื งพระภูษาฉลองพระองค์ครยุ สะพักเฉวียงพระอังสาภายนอกล้วนดว้ ยเศวตพสั ตร์ขอบขลบิ ทองและทรงฉลองพระบาทขาว
มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 317
ตามธรรมเนียมเดมิ พระทนี่ งั่ ภัทรบิฐจะกางก้ันดว้ ยพระบวรเศวตฉัตร หากแต่ในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก พ.ศ. ๒๔๙๓
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้พระราชครพู ราหมณ์นอ้ มเกลา้ ฯ ถวายนพปฎลมหาเศวตฉตั ร
ณ พระทน่ี งั่ อฐั ทศิ อทุ มุ พรราชอาสน์เปน็ ปฐม เปน็ เหตใุ หธ้ รรมเนยี มการกางกนั้ พระเศวตฉตั รเหนอื พระที่นง่ั ภทั รบิฐ
เปลย่ี นจากพระบวรเศวตฉัตรเปน็ นพปฎลมหาเศวตฉตั รนับแตน่ น้ั
318 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภิเษก
การถวายเครื่องสริ ิราชกกธุ ภัณฑ์และเคร่อื งประกอบพระบรมราชอสิ รยิ ยศ
เม่ือทรงรับน้�ำอภิเษกแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระด�ำเนินไปประทับเหนือพระท่ีน่ังภัทรบิฐ ซึ่งตาม
ธรรมเนยี มเกา่ นน้ั พระมหาราชครจู ะตอ้ งประคองพระองคพ์ ระมหากษตั รยิ ข์ นึ้ ประทบั จากนนั้ พระมหาราชครพู ราหมณร์ า่ ยเวทย์
สรรเสริญเปิดศิวาลยั ไกรลาส กราบบงั คมทูลเฉลมิ พระปรมาภิไธย กราบบังคมทูลถวายเคร่อื งราชกกุธภณั ฑ์และเครือ่ งประกอบ
พระบรมราชอสิ รยิ ยศทง้ั ปวง ตลอดจนเปน็ ผรู้ บั พระบรมราชโองการเปน็ ปฐม ขน้ั ตอนดงั กลา่ วขา้ งตน้ สะทอ้ นใหเ้ หน็ บทบาทของ
พราหมณใ์ นพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกอยา่ งเดน่ ชดั ดงั พระบรมราชาธบิ ายพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ความวา่
“...การบรมราชาภิเษกน้ันท�ำได้แต่พราหมณ์พวกเดียว ถ้าผู้อ่ืนท�ำเป็นการจัญไรท้ังผู้ท�ำและผู้รับ
พราหมณ์ต้องเป็นผู้อุ้มพระเจ้าแผ่นดินขึ้นบนพระภัทรบิฐ พระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จขึ้นเองไม่ได้ เมื่อน้ัน
พราหมณต์ อ้ งถวายพระสพุ รรณบฏั จารกึ พระนามพระเจา้ แผน่ ดนิ ถวายพระมหามงกฎุ เครอื่ งราชกกธุ ภณั ฑ์
พระแสงอัษฎาวุธ พระเจ้าแผ่นดินจึงรับมาสอดทรงแล้วพราหมณ์ต้องกราบทูลถวายแผ่นดินเชิญข้ึนเป็น
พระเจา้ แผน่ ดนิ และเปน็ ผปู้ ระกาศเกยี รตยิ ศพระเจา้ แผน่ ดนิ ดว้ ยรบั พระบรมราชโองการเปน็ ปฐม ถา้ พราหมณ์
ยงั ไม่ได้รบั พระราชโองการก่อน คนอนื่ ด่วนรบั กถ็ ือวา่ เป็นจญั ไร...” ๓๐
เครอ่ื งเบญจราชกกุธภณั ฑ์
๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั , พระราชนพิ นธใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยูห่ ัวทรงวจิ ารณเ์ ร่ืองพระราชพงศาวดารกับเรือ่ ง
ราชประเพณีการต้งั พระมหาอปุ ราช (กรงุ เทพฯ: โรงพิมพพ์ ระจนั ทร์, ๒๕๑๖, พิมพใ์ นงานฌาปนกจิ ศพนายพงษ์เจรญิ สง่ ศริ ิ ๑๑ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๑๖), หน้า ๒๐ - ๒๑.
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก 319
เคร่ืองประกอบพระบรมราชอิสริยยศในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๘
พระมณฑปรตั นกรณั ฑ์ พานพระขันหมากสำ� รบั ใหญ่
320 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก
พระมงั สี (พานทรงรี) และซองพลู
พระแสงมีดเจียนหมาก
พานพระขันหมากใหญ่ ซับพระโอษฐ์ และตลบั พูใ่ สส่ ผี ้งึ
พระผอบทรงมณฑปส�ำหรับยาเส้น
พระสุพรรณศรีบัวแฉก พระสพุ รรณราช
มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก 321
พระสังวาลพระนพ
พระธำ� มรงคม์ รกต
พระธ�ำมรงค์รัตนวราวธุ
พระธ�ำมรงคว์ เิ ชยี รจนิ ดา
พระสงั วาลไพฑรู ย์
พระสังวาลนพรัตน์ราชวราภรณ์
322 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก
การพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการนับเป็นขั้นตอนส�ำคัญภายหลังจากการถวายเคร่ืองสิริราชกกุธภัณฑ์และ
เคร่ืองประกอบพระบรมราชอิสริยยศท่ีมีพัฒนาการของถ้อยพระวาจาสัมพันธ์อยู่กับสภาพการเมืองการปกครอง สังคมและ
วัฒนธรรม๓๑ กล่าวคอื นบั แต่ปลายอยธุ ยาถงึ พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกคร้งั แรกของพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
พระปฐมบรมราชโองการมีเนอื้ ความเดียวกนั คอื “พรรณพฤกษ์ชลธี แลสง่ิ ของในแผ่นดินท่วั เขตพระนคร ซึ่งหาผหู้ วงแหนไมไ่ ด้
นน้ั ตามแตส่ มณชพี ราหมณาจารยร์ าษฎรปรารถนาเถดิ ” ความเปลยี่ นแปลงอยา่ งเดน่ ชดั ปรากฏขนึ้ ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคร้ังหลังท่ีทรงได้รับพระราชอ�ำนาจบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์จากผู้ส�ำเร็จ
ราชการแทนพระองค์ พระองค์มพี ระปฐมบรมราชโองการ ความวา่
“...คร้งั น้ที า่ นทั้งปวงพรอ้ มใจกนั ยอมใหเ้ ราเปนเจ้าครองราชสมบัติไดร้ ับมรุ ธาภิเษกเปนใหญใ่ นสยาม
ราษฎรว์ ราณาจกั รนแี้ ลว้ เราอนญุ าตยอมใหโ้ ดยธรรมกิ ราชประเพณี พรรณพฤกษชลธใี นสยามราษฎรว์ ราณา
จักรนี้ ซ่ึงไม่มเี จา้ ของหวงแหนน้นั ตามแต่สมณพราหมณาจารย์ ประชาราษฎรท้งั ปวง จะปรารถนาใชส้ อย
เทอญฯ...” ๓๒
คร้ันถึงการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปล่ียนถ้อยค�ำในพระปฐม
บรมราชโองการของพระองค์เปน็
“ดูกรพราหมณ์ บัดน้ีเราทรงราชภาระครองแผ่นดินโดยธรรมสม�่ำเสมอ เพ่ือประโยชน์เก้ือกูลและ
สุขแห่งมหาชน เราแผ่ราชอาณาเหนือท่านท้ังหลายกับโภคสมบัติ เปนที่พึ่งจัดการปกครองรักษาป้องกัน
อนั เปนธรรมสืบไป ทา่ นทั้งหลายจงวางใจอยู่ตามสบายเทอญฯ” ๓๓
เนื้อความในพระปฐมบรมราชโองการดังกล่าวยังคงสืบเนื่องมาในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จ
พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ครน้ั ถงึ การพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร มพี ระปฐมบรมราชโองการวา่ “เราจะครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพอื่ ประโยชนส์ ขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม” ๓๔ สว่ นใน
รชั กาลปจั จบุ นั มีพระปฐมบรมราชโองการวา่ “เราจะสืบสาน รักษา และตอ่ ยอด และครองแผน่ ดินโดยธรรม เพ่ือประโยชนส์ ุข
แหง่ อาณาราษฎรตลอดไป” ๓๕
๓๑ ดูงานศึกษาวิเคราะห์พระปฐมบรมราชโองการในฐานะตัวบทที่แสดงให้เหน็ พฒั นาการทางประวัตศิ าสตรข์ องทฤษฎคี วามเป็นกษัตริย์ อำ� นาจอธปิ ไตย และ
ทฤษฎีทางกฎหมายของสงั คมไทย ใน คงสจั จา สวุ รรณเพช็ ร, “อา่ นประวตั ิศาสตรพ์ ระปฐมบรมราชโองการ (ใหม่) คันฉอ่ งสะท้อนนยั ยะทางกฎหมายและการเมอื งของ
กษัตริยแ์ ละสยามสมยั ใหม,่ ” ฟ้าเดยี วกนั ๑๘, ๒ (กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๓): ๑๓ - ๔๔.
๓๒ “จดหมายเหตุบรมราชาภิเษกคร้ังหลัง รัชกาลที่ ๕ ปีระกา จ.ศ. ๑๒๓๕ พ.ศ. ๒๔๑๖,” ใน สำ� นักงานราชบัณฑิตยสภา, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
(กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นตง้ิ แอนด์พบั ลชิ ชิ่ง, ๒๕๖๓), หน้า ๑๓๔.
๓๓ จดหมายเหตพุ ระราชพิธบี รมราชาภเิ ษกสมเด็จพระรามาธบิ ดี ศรสี ินทรมหาวชริ าวุธ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั , หน้า ๓๖.
๓๔ บุญชู เจนพนสั (รวบรวมและเรยี บเรียง), ราชกจิ จานุเบกษาฉบบั จดหมายเหตุพระราชพิธีราชาภเิ ษกสมรส พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก และพระราช
พิธีเฉลิมพระราชมนเทยี ร พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช สยามนิ ทราธิราช พ.ศ. ๒๔๙๓ (พระนคร: โรงพมิ พบ์ �ำรุงนุกูลกจิ , ๒๔๙๓), หน้า ๘๔.
๓๕ “ประกาศพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒,” ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๔ ข (๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒): ๑.
มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก 323
การเสด็จออกทอ้ งพระโรง
นับตั้งแต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ถึงพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นธรรมเนียมปฏิบัติท่ีภายหลังจากที่สมเด็จพระมหากษัตริย์ทรงรับพระบรมราชาภิเษกแล้ว
วันเดียวกันนั้นทรงเคร่ืองบรมราชภูษิตาภรณ์เสด็จออกท้องพระโรงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับเหนือพระท่ีน่ัง
พุดตานกาญจนสิงหาสน์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มุขมนตรีและเสนาบดีจตุสดมภ์
กลา่ วคำ� กราบบงั คมทูลนอ้ มเกล้าฯ ถวายสรรพสง่ิ ในราชอาณาจักรท้ังปวงตามอำ� นาจหนา้ ท่บี ังคับบญั ชา ดังนี้
สมุหนายก กราบบังคมทูลถวายพระยาช้างต้น พระยาม้าต้น หัวเมืองเอก โท ตรี จัตวา และไพร่พลฝ่ายพลเรือน
สมุหพระกลาโหม กราบบังคมทูลถวายพระมหาพิชัยราชรถ เรือพระท่ีนั่ง เรือกระบวนพร้อมเครื่องสรรพยุทธกับถวาย
หัวเมอื งเอก โท ตรี จตั วา และไพรพ่ ลฝา่ ยทหาร เสนาบดจี ตุสดมภ์ฝ่ายวัง กราบบังคมทลู ถวายพระมหาปราสาท พระราชวงั
พระราเชนทรยาน และเคร่ืองสูงเฉลิมพระเกียรติยศ เสนาบดีจตุสดมภ์ฝ่ายเวียง กราบบังคมทูลถวายกรุงเทพพระมหานคร
เสนาบดจี ตสุ ดมภฝ์ า่ ยคลงั กราบบงั คมทลู ถวายเครอื่ งราชพทั ยากรราชสมบตั ทิ งั้ สบิ สองทอ้ งพระคลงั เสนาบดจี ตสุ ดมภฝ์ า่ ยนา
กราบบังคมทลู ถวายธญั ญาหารแดนสถานลานนาทัว่ พระราชอาณาจกั ร
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวมี “พระราชโองการปฏสิ นั ถาร” ใหเ้ จา้ พระยาเสนาบดที ง้ั หลายท�ำนุบ�ำรุงสรรพส่งิ ตา่ ง ๆ
ทอ่ี ยใู่ นความรบั ผดิ ชอบของตนไวใ้ หด้ ี เพอ่ื ประโยชนท์ จี่ ะปอ้ งกนั รกั ษาแผน่ ดนิ ทำ� นบุ ำ� รงุ พระพทุ ธศาสนาและประชาชนสบื ไป๓๖
คร้ันถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียรพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ ฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี และขา้ ทูลละอองธลุ ีพระบาทฝ่ายหน้าทัง้ ปวงกราบบังคมทูลถวายพระพรชยั มงคล
และสำ� แดงความจงรกั ภกั ดี แทนการกราบบงั คมทลู ถวายสรรพสมบตั ติ ามจารตี โบราณ สว่ นกระแสพระราชดำ� รสั ตอบมขี อ้ ความ
โดยสรุปทรงขอบพระทัยและขอบใจและทรงขอให้ทุกคนพร้อมกันปฏิบัติราชการแผ่นดินเพ่ือความเจริญรุ่งเรืองของพระบวร
พุทธศาสนาและราชอาณาจักรกับเพื่อความสมบูรณ์พูนสุขของอาณาราษฎร ธรรมเนียมการถวายพระพรชัยมงคลในลักษณะ
ดังกลา่ วปฏิบัติสืบเน่ืองมาถึงการพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั
๓๖ ดูประเดน็ เร่ืองความหมายของ “พระปฐมบรมราชโองการ” และ “พระราชโองการปฏิสันถาร” ใน บณั ฑติ ลวิ่ ชัยชาญ, “ ‘พระปฐมบรมราชโองการ’ กบั
‘พระราชโองการปฏิสันถาร’ แตกตา่ งกันอยา่ งไร,” ศลิ ปากร ๖๐, ๓ (พฤษภาคม - มิถนุ ายน ๒๕๖๐): ๑๐๔ - ๑๑๕.
324 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั เสด็จออกมหาสมาคม เน่ืองในพระราชพิธบี รมราชาภิเษก ณ พระที่น่งั อมรนิ ทรวินิจฉยั
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก 325
ภายในพระที่น่ังอมรนิ ทรวินิจฉยั มไหยสูรยพิมาน ในหมู่พระมหามณเฑียร ราว พ.ศ. ๒๔๑๒
ทอดพระแทน่ ออกขุนนางเบอื้ งหนา้ พระแทน่ ราชบัลลังก์ตามธรรมเนยี มโบราณ
อน่ึง ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๔ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ เสนาบดี และข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายหน้ากราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลและ
ส�ำแดงความจงรักภกั ดีเฉพาะพระพกั ตร์หนา้ พระทนี่ ่ังภัทรบิฐมนงั คศิลารตั นสิงหาสน์ แลว้ จงึ เสดจ็ ออกมหาสมาคม ณ มขุ เด็จ
พระท่ีน่ังดุสิตมหาปราสาทแทนการเสด็จออกท้องพระโรงพระที่น่ังอมรินทรวินิจฉัย ประทับเหนือพระราชอาสน์ภายในบุษบก
ข้าราชบริพารกราบถวายบังคม ๓ ลา เจ้ากรมพระอาลักษณ์กราบบังคมทูลแสดงความสวามิภักดิ์แทนท้ังฝ่ายพลเรือนและ
ฝา่ ยราชสำ� นกั มกี ระแสพระราชด�ำรสั ตอบแลว้ จงึ เสด็จข้นึ
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กล่าวค�ำถวายพระพรชัยมงคลในนามคณะรัฐมนตรีและข้าราชการทั้งฝ่าย
ทหารและพลเรือน ส่วนประธานรัฐสภาเป็นผู้กล่าวค�ำถวายพระพรในนามประชาชน โดยในส่วนของพระบรมวงศานุวงศ์
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาชยั นาทนเรนทร กราบบงั คมทลู พระกรณุ าแทนพระบรมวงศานวุ งศ์
และขา้ ทูลละอองธลุ พี ระบาทท้งั ปวง ณ พระท่ีนงั่ ไพศาลทกั ษิณ
พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศี รีสินทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคลพร้อมกัน ณ พระที่น่ัง
อมรนิ ทรวินิจฉยั ตามลำ� ดบั ดังน้ี
326 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กราบบังคมทูลพระกรุณา
ถวายพระพรชัยมงคลในพระนามพระบรมวงศานวุ งศ์
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามคณะรัฐมนตรี
ขา้ ราชการทหาร ตำ� รวจ พลเรือน และราษฎรทุกหมเู่ หลา่
นายพรเพชร วชิ ติ ชลชยั ประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาติ กราบบงั คมทลู พระกรณุ าถวายพระพรชยั มงคลในนามสมาชกิ
สภานิตบิ ญั ญัติแห่งชาติ
นายชพี จลุ มนต์ ประธานศาลฎกี า กราบบังคมทลู พระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามของขา้ ราชการตลุ าการ
อนง่ึ ในการเสดจ็ ออกมหาสมาคมนป้ี รากฏธรรมเนยี มการเทยี บพระราชพาหนะตา่ ง ๆ ซง่ึ สนั นษิ ฐานวา่ สบื เนอื่ งมาจาก
การถวายสรรพส่ิงของท้ังปวงในราชอาณาจักรตามจารีตโบราณ กล่าวคือ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๔๕๓ เทียบ
พระราเชนทรยานและพระยาชา้ งตน้ ทเี่ กย พระยามา้ ตน้ ยนื ทสี่ นามหญา้ หนา้ พระทวารเทเวศรรกั ษา พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
พ.ศ. ๒๔๖๘ เทยี บพระยาชา้ งตน้ ผกู เครอ่ื งพรอ้ มอยา่ งคชพาหนะละคอทเี่ กยหนา้ พระทนี่ ง่ั ดสุ ดิ าภริ มยด์ า้ นตะวนั ตก พระยามา้ ตน้
อยู่ท่ีสนามหญ้าหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทองค์ตะวันออก พระท่ีนั่งราเชนทรยานเทียบอยู่ท่ีเกยพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์
ดา้ นเหนอื
ส่วนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๔๙๓ นอกจากการเทียบพระยาช้างต้น พระยาม้าต้น และพระท่ีน่ัง
ราเชนทรยานแล้ว ปรากฏการเทียบเรือพระท่ีน่ังสุพรรณหงส์ ณ ท่าราชวรดิฐ และเทียบรถยนต์พระท่ีน่ัง ณ พระท่ีนั่งจักรี
มหาปราสาท ครั้นถึงในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๕๖๒ เจ้าหน้าที่เทียบเฉพาะพระที่นงั่ ราเชนทรยานท่ีเกยพระท่ีน่ัง
ดุสิดาภริ มย์ เทยี บรถยนตพ์ ระทีน่ ั่งทีห่ น้าพระที่น่ังจักรมี หาปราสาท และเทียบเรอื พระทน่ี ัง่ สุพรรณหงสท์ ี่ท่าราชวรดฐิ
ธรรมเนยี มการเสดจ็ ออกทอ้ งพระโรงในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกทจ่ี �ำแนกไดเ้ ปน็ ๓ ชว่ งดงั กลา่ วขา้ งตน้ สะทอ้ นใหเ้ หน็
ความคล่ีคลายของจารีตประเพณีที่อาจมีความเก่ียวเน่ืองกับพัฒนาการทางการเมืองการปกครอง กล่าวคือ การท่ีเสนาบดี
เป็นผู้กราบบังคมทูลน้อมเกล้าฯ ถวายสรรพส่ิงท้ังปวงที่เนื่องกับอ�ำนาจหน้าที่ของตน แสดงให้เห็นบทบาทท่ีส�ำคัญของกลุ่ม
ขนุ นางในการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ตง้ั แตส่ มยั รชั กาลท่ี ๑ ถงึ ตน้ รชั กาลที่ ๕ อยา่ งไรกต็ าม เมอ่ื พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจา้ อยหู่ วั ทรงปฏริ ปู การปกครองแผน่ ดนิ สง่ ผลใหบ้ ทบาทของขนุ นางแบบจารตี ลดนอ้ ยลง และอาจเปน็ เหตใุ หม้ กี ารเปลย่ี นแปลง
ธรรมเนียมท่ีเสนาบดีกราบบงั คมทลู ถวายสรรพส่ิงตา่ ง ๆ เนื่องจากสรรพส่ิงทั้งปวงที่เคยเป็นสัญลักษณข์ องการกระจายอำ� นาจ
ในหมู่เสนาบดีท้งั ๖ ตำ� แหนง่ ได้ถูกผนวกรวมไว้กับองคพ์ ระมหากษัตริยโ์ ดยสมบูรณแ์ ล้ว การเปลย่ี นแปลงรปู แบบธรรมเนยี ม
ดังกล่าวปรากฏอีกครั้งหนึ่งภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ ส่งผลให้ผู้แทนอ�ำนาจท้ังฝ่ายนิติบัญญัติ
ฝา่ ยบริหาร และฝ่ายตุลาการเป็นผ้มู ีบทบาทในการถวายพระพรชยั มงคล
ขา้ ราชการฝ่ายในถวายตวั - สถาปนาสมเดจ็ พระบรมราชนิ ี
ภายหลงั การเสดจ็ ออกทอ้ งพระโรงซงึ่ แตเ่ ดมิ เปน็ การเฉพาะของพระบรมวงศานวุ งศแ์ ละขา้ ราชการฝา่ ยหนา้ พระบาทสมเดจ็
พระเจ้าอยหู่ วั จะเสด็จพระราชดำ� เนนิ ขึน้ สู่พระทน่ี ่งั ไพศาลทกั ษณิ และประทบั เหนอื พระท่นี ั่งภทั รบิฐอีกคร้งั หนึ่ง ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ฝา่ ยใน ทา้ วนาง ข้าราชสำ� นกั ฝ่ายใน เฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาทพรอ้ มกบั ทลู เกลา้ ฯ ถวาย
ดอกไมธ้ ูปเทียนถวายตวั ในการน้ี ทา้ วนางผู้ใหญใ่ นพระราชส�ำนักกราบบังคมทลู ถวายสิบสองพระกำ� นัลตามราชประเพณี
การถวายสบิ สองพระกำ� นลั นเ้ี ปน็ ธรรมเนยี มทปี่ ฏบิ ตั สิ บื เนอ่ื งมาตงั้ แตร่ ชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลก
มหาราช กระทง่ั ถงึ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ตอ่ มาในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปล่ียนธรรมเนียมการถวายสิบสองพระก�ำนัลเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ตลอดจน
ข้าทูลละอองธลุ พี ระบาทฝา่ ยในกราบบังคมทลู ถวายพระพรชัยมงคลแทน
มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 327
การยกเลิกพิธถี วายสบิ สองพระก�ำนัลนี้มีผู้สันนษิ ฐานวา่ อาจเป็นเพราะทรงไดร้ ับแนวความคิดแบบตะวนั ตกท่ตี ่อตา้ น
การมภี รรยาหลายคน ดว้ ยวฒั นธรรมตะวนั ตกประการหนงึ่ คอื การยกยอ่ งใหเ้ กยี รตสิ ตรแี ละการนยิ มมภี รรยาเพยี งคนเดยี ว ดงั ท่ี
ปรากฏว่าทรงต้ังพระราชหฤทัยตั้งแต่แรกที่จะมีพระมเหสีเพียงองค์เดียว๓๗ แนวความคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัด
ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกรชั กาลตอ่ ๆ มาทท่ี รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ กี ารสถาปนาสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ี
เพมิ่ เตมิ ขน้ึ นอกเหนอื จากการกราบบงั คมทลู ถวายพระพรชยั มงคล ดงั ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้
เจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ต่อจากนั้นพระราชวงศ์
ฝ่ายในจึงกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลแด่ท้ังสองพระองค์ ส่วนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติเช่นเดียวกับคร้ังรัชกาลท่ี ๗ เฉพาะการถวายพระพร
ชัยมงคลเท่านั้นท่ีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ฝ่ายหน้ากราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคลในนามพระบรม
วงศานวุ งศ์ทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน
สมเดจ็ พระนางเจา้ รำ� ไพพรรณี พระบรมราชินีในรชั กาลท่ี ๗ ประทับพระเก้าอแี้ วดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระราชอสิ รยิ ยศ
ในการสถาปนาพระอิสริยฐานนั ดรศักดิเ์ น่ืองในพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก พุทธศกั ราช ๒๔๖๘
๓๗ ศราวุฒิ วัชระปันตี, “พระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมัยรตั นโกสนิ ทร,์ ” (วทิ ยานิพนธ์ศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ (ไทยศกึ ษา) มหาวทิ ยาลยั รามค�ำแหง, ๒๕๔๙),
หน้า ๑๑๗.
328 มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ
กรมพระยาชยั นาทนเรนทร
กราบบงั คมทูลถวายพระพรชัยมงคลในนาม
พระบรมวงศานุวงศท์ งั้ ฝ่ายหน้าและฝา่ ยใน
อย่างไรก็ตาม ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชริ เกลา้ เจา้ อยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพธิ สี ถาปนาสมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ ี ตอ่ จากที่ทรงรบั
เครอื่ งเบญจราชกกธุ ภณั ฑ์ เครอ่ื งประกอบพระบรมราชอสิ รยิ ยศ พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ และทรงหลงั่ ทกั ษโิ ณทก
ตงั้ พระราชสตั ยาธษิ ฐาน ณ พระทนี่ ง่ั ภทั รบฐิ กอ่ นเสดจ็ ออกมหาสมาคมรบั การถวายพระพรชยั มงคล ณ พระทนี่ ง่ั อมรนิ ทรวนิ จิ ฉยั
การประกาศพระองค์เป็นพทุ ธศาสนูปถมั ภกและถวายบังคมสมเดจ็ พระบรมราชบพุ การี
ตามธรรมเนียมเดมิ นนั้ เมือ่ เสรจ็ การถวายสิบสองพระกำ� นลั แลว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั เสดจ็ ขนึ้ เฉลมิ พระราช
มณเฑยี รกอ่ น แลว้ จงึ เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ไปถวายบงั คมพระบรมศพพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลกอ่ นทย่ี งั คงประดษิ ฐาน
ณ พระท่ีนั่งดุสิตมหาปราสาท บางรัชกาลเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถ
วดั พระศรีรตั นศาสดารามก่อน แล้วจึงเสด็จมาถวายบังคมพระบรมศพ
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จฬุ าโลกมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย มาประดษิ ฐาน ณ พระอุโบสถวดั พระศรีรตั นศาสดาราม เพ่อื ที่
จะได้ถวายบังคมพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีในโอกาสที่เสด็จพระราชด�ำเนินไปถวายเคร่ืองนมัสการพระพุทธ
มหามณีรัตนปฏิมากร แล้วจึงเสด็จพระราชด�ำเนินไปถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ณ พระที่น่ังดุสิต
มหาปราสาท
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 329
อยา่ งไรกต็ าม การประดษิ ฐานพระโกศพระบรมอฐั สิ มเดจ็ พระบรมราชบพุ การี ณ พระอโุ บสถวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม
ปรากฏเฉพาะในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๓๙๔ ส่วนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลต่อๆ มา ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐาน ณ พระท่ีนั่งดุสิตมหาปราสาทอันเป็นท่ีประดิษฐานพระบรมศพรัชกาลก่อน ส่วนในพระราชพิธี
บรมราชาภเิ ษก พ.ศ. ๒๔๑๖ พ.ศ. ๒๔๙๓ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลปจั จบุ ัน ซงึ่ ประกอบการพระราชพิธภี ายหลัง
การถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลก่อน จึงปรากฏเฉพาะการประดิษฐานพระโกศพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรม
ราชบพุ การเี ท่านนั้
นอกจากการเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและถวายบังคมพระบรมศพ
พระบรมอฐั ิ พระอฐั ิ แลว้ คร้นั ถงึ การพระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมโภชพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ ัว พ.ศ. ๒๔๕๔
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มพิธีประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภกในการเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงนมัสการ
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซ่ึงอาจเกี่ยวเนื่องกับแนวความคิดเรื่องบทบาทของ
พระพทุ ธศาสนาในการสง่ เสรมิ ความมนั่ คงของชาตทิ ไี่ ดร้ บั การขบั เนน้ อยา่ งเดน่ ชดั ในสมยั รชั กาลท่ี ๖๓๘ ดว้ ยเหตนุ ้ี จงึ เปน็ ธรรมเนยี ม
ในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกทจี่ ะตอ้ งประกาศพระองคเ์ ปน็ พทุ ธศาสนปู ถมั ภกเปน็ ปฐม กอ่ นเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ โดยขบวน
พระบรมราชอิสรยิ ยศไปถวายบังคมพระบรมอัฐิ พระอัฐิ และพระบรมศพ ๓๙
อนึ่ง ในบางรัชกาลนอกจากเสด็จพระราชด�ำเนินไปถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมอัฐิ พระอัฐิแล้ว ยังได้เสด็จไป
ถวายดอกไมธ้ ปู เทยี นแดพ่ ระบรมราชบพุ การที ท่ี รงเคารพดว้ ย ดงั ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจ้าอยู่หัว ครั้งหลัง ได้เสด็จไปเฝ้าและถวายดอกไม้ธูปเทียนแด่สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยิกาเธอ กรมพระยาสุดารัตน์
ราชประยูร ส่วนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมณเฑียรพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จไปเฝ้า
และถวายดอกไมธ้ ูปเทยี นแดส่ มเด็จพระศรพี ชั รินทรา บรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปหี ลวง
การเฉลมิ พระราชมณเฑียร
การเฉลิมพระราชมณเฑียรนับตั้งแต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ถงึ พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกเฉลมิ พระราชมณเฑยี รพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั กระท�ำเปน็ ลำ� ดบั ตอ่ จากการถวาย
สิบสองพระก�ำนัลหรือหลังจากท่ีเสด็จออกให้พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในถวายพระพรชัยมงคลก่อนเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรง
นมัสการพระพทุ ธมหามณรี ัตนปฏิมากรและถวายบังคมสมเด็จพระบรมราชบุพการี
ครนั้ ถงึ ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เปน็ ตน้ มา พบวา่ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ใหป้ ระกอบการเฉลมิ พระราชมณเฑยี รหลงั จากทท่ี รงประกาศพระองคเ์ ปน็ พทุ ธศาสนปู ถมั ภกและถวายบงั คมสมเดจ็ พระบรมราช
บพุ การแี ลว้ โดยในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั และพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดี
ศรสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดป้ ระกอบพธิ เี ฉลมิ พระราชมณเฑยี รในชว่ งคำ�่ วนั เดยี วกบั การบรมราชาภเิ ษก
ส่วนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบการเฉลิมพระราชมณเฑยี รในช่วงค�่ำของวนั รงุ่ ข้นึ
๓๘ Walter F. Vella, Chaiyo! King Vajiravudh and the Development of Thai Nationalism (Honolulu HI: The University Press of Hawaii,
1978), p. 216.
๓๙ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลปัจจุบัน หลังจากทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้ว
เสด็จพระราชด�ำเนินไปยังปราสาทพระเทพบิดร เพื่อถวายราชสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช แล้วจึงเสด็จพระราชด�ำเนินโดยขบวน
พระบรมราชอสิ ริยยศไปยงั พระทน่ี ง่ั ดสุ ิตมหาปราสาท
330 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก
ข้ันตอนการเฉลิมพระราชมณเฑียรบริเวณส่วนท่ีประทับจะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของข้าราชส�ำนักฝ่ายในเป็นส�ำคัญ
โดยพระมหากษตั รยิ เ์ สดจ็ เขา้ รว้ิ กระบวนนางเชอ้ื พระวงศเ์ ชญิ เครอื่ งราชปู โภคและเครอ่ื งเฉลมิ พระราชมณเฑยี ร ประทกั ษณิ รอบ
พระมหามณเฑยี รและเสดจ็ ไปยงั หอ้ งพระบรรทม ณ พระทนี่ ง่ั จกั รพรรดพิ มิ าน จากนนั้ พระบรมวงศแ์ ละทา้ วนางฝา่ ยในทลู เกลา้ ฯ
ถวายพระแส้หางชา้ งเผือก จนั่ หมากทองค�ำ และกญุ แจทองคำ� แลว้ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั จงึ ทรงเอนพระองคล์ งบรรทม
บนพระแทน่ ราชบรรจถรณ์เปน็ พระฤกษ์กอ่ นทีพ่ ระบรมวงศ์อาวโุ สฝา่ ยในจะถวายพระพร
อนึ่ง การเฉลิมพระราชมณเฑียรในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร
มหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ปรากฏธรรมเนยี มปฏบิ ตั บิ างประการทแี่ ตกตา่ งไปจากรชั กาลกอ่ น ๆ คอื ทรงพระกรณุ า
โปรดเกลา้ ฯ ให้ขา้ ราชบรพิ ารฝ่ายหน้าปฏิบัตหิ น้าทีผ่ ู้เชิญเครอ่ื งราชปู โภค เคร่ืองเฉลมิ พระราชมณเฑยี ร ปูลาดพระแท่นบรรทม
ตลอดจนเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวายพระแส้ขนหางช้างเผือก จ่ันหมากทองค�ำ และกุญแจทอง๔๐ นอกจากนั้น ในการพระราชพิธี
บรมราชาภเิ ษกครงั้ นย้ี งั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหจ้ ดั สรา้ งไกแ่ จข้ าวและวฬิ าร์ อนั เปน็ สว่ นหนง่ึ ในเครอ่ื งเฉลมิ พระราชมณเฑยี ร
จ�ำลองข้นึ ใช้แทนด้วย ๔๑
การถวายดอกไมธ้ ูปเทียนและทรงสดับพระธรรมเทศนาบรมราชาภเิ ษก
ภายหลงั จากวนั พระฤกษบ์ รมราชาภเิ ษก ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระบรมวงศานวุ งศแ์ ละขา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาท
ถวายดอกไม้ธูปเทียนเพื่อแสดงความจงรักภักดี อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต้ังพิธีสถาปนาสมณศักด์ิเป็นปฐมฤกษ์
ในรัชกาล เรยี กพระสงฆท์ ี่ไดร้ บั การสถาปนาในการพระราชพธิ นี ้วี ่า “พระราชาคณะฤกษ์” ตลอดจนตง้ั พธิ สี ถาปนาฐานันดรศกั ด์ิ
พระราชวงศ์และพระราชทานบรรดาศักด์ิเสนาบดีผู้ใหญ่ ซึ่งพบทั้งท่ีปฏิบัติต่อเนื่องกับการพระราชพิธีหรือโปรดเกล้าฯ
ใหเ้ ลอื่ นไปทำ� ในปถี ดั ๆ ไป ดงั เชน่ การสถาปนาพระเกยี รตยิ ศพระบรมวงศานวุ งศใ์ นพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็
พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัย ซงึ่ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพ ทรงพบหลกั ฐานจดหมายเหตอุ าลกั ษณ์
กลา่ ววา่ ตอ้ งรอให้เสร็จศึกพม่าจึงไดเ้ ร่ิมการสถาปนา๔๒ สว่ นในพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร และพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้
เจา้ อยหู่ ัว ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ต้งั การสถาปนาพระบรมวงศเ์ ป็นพิธตี อ่ เนอ่ื งกับการพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก
๔๐ “ที่ ๑๐/๒๕๖๒ หมายกำ� หนดการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒,” ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓ ข (๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒):
๕๑ - ๕๒.
๔๑ ชาลี นวธราดล, “นค่ี ือการท�ำงานครั้งประวัติศาสตร์ สาธติ ไชยหงษ์ นายชา่ งผู้ท�ำไก่แจข้ าว,” ใน ธงทอง จนั ทรางศุ (บรรณาธกิ าร), ดวงใจในทรงจำ�
(กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๖๒), หน้า ๓๐๒ - ๓๐๗.
๔๒ “การอนั เนือ่ งตอ่ พระราชพิธีบรมราชาภเิ ศก,” ใน สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ, พระราชพงษาวดาร กรงุ รตั นโกสินทร รชั กาล
ท่ี ๒ (พระนคร: โรงพมิ พไ์ ทย, ๒๔๕๙), หน้า ๔๒.
มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 331
ตามธรรมเนยี มเดิมทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จ้าพนักงานตงั้ แต่งพระแท่นมหาเศวตฉัตรในพระที่นง่ั อมรนิ ทรวินจิ ฉยั
เป็นอาสนส์ �ำหรบั พระสงฆ์ขน้ึ แสดงพระธรรมเทศนาเนอ่ื งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
332 มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก
นอกจากน้ี ยังปรากฏธรรมเนยี มการแสดงพระธรรมเทศนาเนอื่ งในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก ซึ่งปรากฏหลกั ฐานว่า
ธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าวจัดขึ้นครั้งแรกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ มีพระด�ำริว่าจัดข้ึนตามพระราชนิยมของพระบาทสมเด็จ
พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช๔๓ และยึดถือเป็น
แบบแผนสืบเน่ืองมาในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกทกุ รชั กาล๔๔
ตารางแสดงรายละเอยี ดหัวข้อพระธรรมเทศนาและพระสงฆผ์ ู้ถวายพระธรรมเทศนา
ในพระราชพิธบี รมราชาภิเษก รัชกาลท่ี ๕ - รัชกาลท่ี ๗ และรชั กาลที่ ๙ - รชั กาลที่ ๑๐
รชั กาล หัวขอ้ พระธรรมเทศนา พระสงฆผ์ ู้ถวายพระธรรมเทศนา
สมเดจ็ พระพฒุ าจารย์ (โต)
รชั กาลท่ี ๕ ทศพิธราชธรรม + จักรวรรดิวตั ร กรมหม่นื บวรรังษสี ุรยิ พันธ์
เทศนาว่าดว้ ยพระราชพงศาวดาร
พระสาสนโสภณ วดั ราชประดิษฐ
เทศนามงคลสตู ร สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ วัดประยรุ วงศาวาส
เทศนารตั นสตู ร พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระสถาพรพริ ิยพรต
รชั กาลที่ ๖ มงคลสตู ร สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
รตั นสูตร พระพิมลธรรม
เมตตสตู ร พระธรรมวโรดม
เทวตาทิสนกถา
ทศพิธราชธรรม + สงั คหวตั ถุ + จักรวรรดวิ ตั ร พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวชริ ญาณวโรรส
พระสาสนโสภณ วดั เทพศิรนิ ทราวาส
รัชกาลที่ ๗ มงคลสตู ร + รัตนสตู ร + กรณยี เมตสตู ร
เทวตาทสิ นกถา + จักรวรรดวิ ตั ร + พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ กรมหมน่ื ชนิ วรสริ ิวัฒน์ สมเดจ็ พระสังฆราชเจ้า
ทศพิธราชธรรม
สมเด็จพระพทุ ธโฆษาจารย์
รัชกาลที่ ๙ มงคลสูตร + รัตนสูตร + เมตตสูตร สมเด็จพระวชริ ญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช
เทวตาทสิ นกถา + ทศพิธราชธรรม +
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
จกั รวรรดวิ ัตร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
รัชกาลท่ี ๑๐ ทศพิธราชธรรมจรยิ าทิกถา
๔๓ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ, พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๕ (พระนคร: โรงพมิ พ์บริษทั รฐั ภักดี จ�ำกัด,
๒๔๙๓, พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าอดสิ ยั สุริยาภาทรงพมิ พ์ในงานฉลองพระชันษาครบ ๕ รอบ เมือ่ พ.ศ. ๒๔๙๓), หน้า ๑๐๑.
๔๔ ดูรายละเอียดการวิเคราะห์ความส�ำคัญของการแสดงพระธรรมเทศนาบรมราชาภิเษกในฐานะตัวบทว่าด้วยพระราชสถานะของพระมหากษัตริย์
ภายใต้บรบิ ทการก่อรูปของรฐั สยามใหม่ ใน ทตั พล พลู สวุ รรณ, “อา่ น ‘พระธรรมเทศนาบรมราชาภิเษก’ ในฐานะตวั บทว่าด้วยพระราชสถานะของพระมหากษัตริย,์ ”
ศลิ ปวัฒนธรรม ๔๐, ๗ (พฤษภาคม ๒๕๖๒): ๑๑๔ - ๑๓๘.
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก 333
การเสดจ็ ออกรับการถวายพระพรชยั มงคลจากคณะทูตานทุ ตู
ผ้แู ทนคณะบคุ คลทางศาสนา ผู้แทนคณะพาณชิ ย์ และอาณาประชาราษฎร
นับตั้งแต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้คณะทูตานุทูต ผู้แทนคณะพาณิชย์ และผู้แทนคณะบุคคลทางศาสนา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล
ณ ท้องพระโรงกลาง พระที่นงั่ จกั รมี หาปราสาท จากน้นั เสดจ็ ออกมขุ เดจ็ พระทีน่ ัง่ จักรมี หาปราสาททรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ
ให้อาณาประชาราษฎรเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล คร้ันถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนคณะพาณิชย์และ
ผู้แทนคณะบคุ คลทางศาสนาเขา้ เฝา้ ทูลละอองธุลพี ระบาทถวายพระพรชยั มงคล ณ ท้องพระโรง พระท่ีนง่ั สุทไธสวรรยป์ ราสาท
กอ่ นเสดจ็ ออกสหี บญั ชรพระทน่ี งั่ สทุ ไธสวรรยป์ ราสาท เพอื่ ทรงรบั การถวายพระพรชยั มงคลจากอาณาประชาราษฎรทกุ หมเู่ หลา่ ๔๕
สว่ นในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกรชั กาลปจั จบุ นั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหค้ ณะผแู้ ทนพาณชิ ยแ์ ละศาสนาเขา้ เฝา้ ทลู ละออง
ธลุ พี ระบาท รวมทั้งเสดจ็ ออกสหี บัญชร ณ พระท่ีน่ังสทุ ไธสวรรย์ปราสาท แลว้ จึงเสดจ็ ออกให้คณะทูตานทุ ตู เฝ้าทลู ละอองธลุ ี
พระบาทถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องพระโรงกลาง พระทีน่ ั่งจักรมี หาปราสาท๔๖
พระทีน่ ัง่ สุทไธสวรรยป์ ราสาท ดา้ นในกำ� แพงพระบรมมหาราชวัง
๔๕ แต่เดมิ จะจัดที่มขุ เด็จพระทน่ี ่งั จกั รมี หาปราสาทเชน่ เดยี วกบั ครั้งพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยูห่ วั แต่พิจารณาแล้วสถานท่ีดงั กล่าวคบั แคบจงึ เปล่ียน
เป็นเสด็จออกสีหบัญชรพระท่ีน่ังสุทไธสวรรย์ปราสาท ดูใน ส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. มท. ๐๒๐๑.๒.๑.๓๑.๑/๕ [๒๔] เรื่อง รายงานการประชุมก�ำหนดการ
พระราชพิธีราชาภเิ ษก ณ ห้องประชุมส�ำนกั พระราชวัง ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๔๙๓.
๔๖ “ที่ ๑๐/๒๕๖๒ หมายกำ� หนดการพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก พุทธศกั ราช ๒๕๖๒,” ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๓๖ ตอนท่ี ๑๓ ข (๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒):
๒๕ - ๒๖.
334 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
ท้องพระโรงกลาง พระที่น่งั จักรมี หาปราสาท ประดษิ ฐานพระที่นงั่ พุดตานถม ภายใตน้ พปฎลมหาเศวตฉตั ร
มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภิเษก 335
การเสด็จพระราชด�ำเนินเลยี บพระนคร
ธรรมเนียมปฏิบัติเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกท่ีส�ำคัญอีกประการหน่ึง คือ การเสด็จพระราชด�ำเนิน
เลยี บพระนครอนั เปน็ ธรรมเนยี มมมี าแตอ่ นิ เดยี โบราณ โดยมลี กั ษณะเปน็ “การประทกั ษณิ ” ตามคตศิ าสนาพราหมณ์ - ฮนิ ดโู บราณ
ความส�ำคัญของการเลียบพระนครอาจสังเกตได้จากคัมภีร์อัคนีปุราณะและคัมภีร์มานสารที่กล่าวว่า พระราชพิธีราชาภิเษก
จะส�ำเรจ็ บริบูรณไ์ ด้กต็ ่อเมอื่ พระมหากษัตริยท์ รงประทักษิณรอบเมอื ง ๔๗
การเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครมีจุดมุ่งหมายส�ำคัญเพื่อให้อาณาประชาราษฎรท่ีไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ในการ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในพระบรมมหาราชวัง ได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทชมพระบารมี และมีโอกาสส�ำแดง
ความจงรกั ภกั ดตี อ่ พระมหากษตั รยิ พ์ ระองคใ์ หม่ ทงั้ ยงั มงุ่ หมายทจ่ี ะใหพ้ สกนกิ รทง้ั ปวงไดเ้ หน็ เดชานภุ าพอนั เกรยี งไกรทส่ี ง่ เสรมิ
พระบรมเดชานภุ าพแห่งพระมหากษัตรยิ ์ ๔๘
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ มีพระวินิจฉัยสันนิษฐานเก่ียวกับธรรมเนียมการเสด็จ
พระราชดำ� เนนิ เลียบพระนคร ไวว้ ่า
“...ประเพณีการเลียบพระนครแห่เสด็จพระเจ้าแผ่นดินเป็นกระบวนพยุหยาตราอย่างใหญ่คล้ายกับ
ยกกองทพั ผิดกบั กระบวนแหเ่ สดจ็ ในการพิธีอ่นื ทั้งน้ัน ชวนให้สันนิษฐานว่าประเพณเี ดมิ เหน็ จะเสดจ็ เลียบ
ถึงเมอื งทร่ี ายรอบมณฑลราชธานี ตอ้ งเสด็จโดยทางบกบา้ ง ทางเรอื บา้ ง และประทบั รอนแรมเป็นระยะไป
หลายวนั จนกวา่ จะรอบมณฑลราชธานี เพอื่ บำ� รงุ ความสามภิ กั ดแ์ิ ละใหป้ ระจกั ษพ์ ระเดชานภุ าพแกป่ ระชาชน
ทั้งหลาย ครั้นนานมาเห็นเป็นการล�ำบากโดยมิจ�ำเป็น จึงย่นระยะทางลงเป็นเพียงเลียบพระนครราชธานี
แล้วย่อลงมาอีกชั้นหนึ่ง คงแห่เสด็จเลียบรอบก�ำแพงพระนครแต่ทางเรือ ส่วนทางบกเป็นแต่แห่เสด็จเลียบ
รอบบรเิ วณพระราชวงั เหน็ จะเปน็ อยา่ งนม้ี าแตส่ มยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา ถงึ กระนน้ั กระบวนแหเ่ สดจ็ เลยี บพระนคร
ยังก�ำหนดจ�ำนวนพลถึง ๑๐๐๐๐ เป็นอย่างต่ํา และพึงสังเกตเห็นเค้าเงื่อนกองทัพได้ในริ้วกระบวนแห่
ที่กรมทหารทุกหมู่เหล่าตลอดจนข้าราชการท่ีเป็นต�ำแหน่งแม่ทัพนายกองเข้าเป็นตราริ้วในกระบวนทั้งสิ้น
ไมใ่ ชแ่ ตข่ า้ ราชการในราชส�ำนักเท่านนั้ ...” ๔๙
๔๗ เจมส์ แฮสตงิ ส,์ อภเิ ษก (Abhiseka), สารานกุ รมศาสนาและชาตพิ นั ธ์ุ เลม่ ๑ (Encyclopedia of Religion and Ethics Vol. 1) อา้ งถงึ ใน ควอรชิ เวลส,์
สทุ ธศิ กั ดิ์ ปาลโพธ์ิ (แปล), พระราชพิธีแหง่ กรุงสยาม ตั้งแต่โบราณกาล ถึง พ.ศ. ๒๔๗๕ (กรุงเทพฯ: รเิ วอร์ บ๊คุ ส์, ๒๕๖๒), หนา้ ๑๐๙.
๔๘ ม.ร.ว. แสงสูรย์ ลดาวลั ย์, กระบวนพยหุ ยาตรา (กรงุ เทพฯ: พุทธบูชาการพมิ พ์, ๒๕๒๕), หน้า ๑ - ๒.
๔๙ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ, พระราชพงศาวดาร รัชกาลท่ี ๕, พิมพค์ ร้ังท่ี ๔, หนา้ ๑๔๙ - ๑๕๐.
336 มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก
การเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เลยี บพระนครโดยขบวนพยหุ ยาตราทางสถลมารค
เช่อื วา่ คล่คี ลายรูปแบบมาจากการจดั กระบวนทัพในการพระราชสงครามตามตำ� ราพิชัยสงคราม
มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก 337
ขบวนพยหุ ยาตราทางสถลมารค
การเสด็จพระราชด�ำเนนิ เลยี บพระนครในสมัยต้นกรุงรตั นโกสินทร์อย่างน้อยนับตัง้ แต่การพระราชพิธบี รมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ปรากฏเฉพาะการเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตรา
ทางสถลมารคเทา่ นนั้ ๕๐ ซงึ่ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพทรงอธบิ ายวา่ เสน้ ทางขบวนแหน่ น้ั เรมิ่ ออกจาก
พระบรมมหาราชวังทางประตูวเิ ศษไชยศรี เวียนประทักษิณพระบรมมหาราชวงั เลี้ยวตรงป้อมเผด็จดัสกร แลว้ ตรงไปยังสะพาน
ข้ามคลองตลาด แล้วเลยี้ วกลับมาทางริมก�ำแพงพระนครมาทางทา้ ยสนมเขา้ ถนนหน้าวงั ที่ท่าพระแลว้ เลี้ยวกลบั เขา้ สู่พระบรม-
มหาราชวังทางประตวู ิเศษไชยศรี ๕๑
อนงึ่ ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหามงกฎุ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มเติมการเทียบพระราชยาน ณ วัดพระเชตุพน
วมิ ลมงั คลาราม เพอื่ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงนมสั การปชู นยี วตั ถสุ ำ� คญั ในพระอาราม ซง่ึ เปน็ ธรรมเนยี มทไ่ี ดป้ ฏบิ ตั สิ บื เนอื่ งมา
จนถงึ การพระราชพิธบี รมราชาภิเษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว ๕๒
พระพทุ ธเทวปฏิมากร พระราชสัญลกั ษณ์ปทมุ อุณาโลมประดบั ผ้าทพิ ย์
พระประธานพระอโุ บสถวดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม พทุ ธบลั ลังก์พระพุทธเทวปฏมิ ากร
เปน็ ทีบ่ รรจพุ ระบรมอัฐิ รัชกาลท่ี ๑
๕๐ ดูรายละเอียดการเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคสมัยรัชกาลท่ี ๒ และบทวิเคราะห์ ใน นุชนารถ กิจงาม,
พระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก : ประวัตศิ าสตรจ์ ารีตประเพณีจากพระราชนพิ นธ์ “ยอพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลัย รชั กาลที่ ๒” (กรุงเทพฯ:
สำ� นักวรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร์ กรมศลิ ปากร, ๒๕๔๖), หน้า ๓๑ - ๔๐, ๙๐ - ๙๒.
๕๑ พระราชพงษาวดาร กรุงรัตนโกสนิ ทร รชั กาลที่ ๒ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระด�ำรงราชานุภาพฯ ทรงนพิ นธ์ (พระนคร: โรงพมิ พ์ไทย, ๒๔๕๙),
หนา้ ๓๒.
๕๒ ในจดหมายเหตบุ รมราชาภิเษก รชั กาลที่ ๕ ระบถุ ึงการเสดจ็ เลียบพระนครเฉพาะพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก คร้งั หลัง เม่อื พ.ศ. ๒๔๑๖ อยา่ งไรก็ดี สมเด็จ
พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพทรงระบวุ า่ มกี ารเลียบพระนครทางสถลมารคทงั้ สองคราว สอดคลอ้ งกับบัญชเี อกสารตน้ ฉบับตัวเขยี นทเ่ี กบ็ รกั ษาไว้
ณ ส�ำนักหอสมดุ แห่งชาติ ซึ่งชีใ้ หเ้ ห็นว่ามีการเสดจ็ เลยี บพระนครทง้ั สองคราว คือ “ริ้วแหเ่ ลียบพระนคร ว่าดว้ ยร้วิ แหเ่ ลียบพระนคร ร.๕ จ.ศ. ๑๒๓๐ (พ.ศ. ๒๔๑๑)”
เลขที่ ๔๔. และ “เสด็จเลยี บพระนครทางสถลมารค จ.ศ. ๑๒๓๕ (พ.ศ. ๒๔๑๖)” เลขท่ี ๓๒๘.
338 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก
ครั้นถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางยาตราขบวนเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
จากการยาตราประทกั ษณิ รอบพระบรมมหาราชวงั เปน็ การยาตราขบวนโดยประทกั ษณิ ในระยะทางทไี่ กลขน้ึ ดว้ ยทรงพระกรณุ า
โปรดเกล้าฯ ให้ก�ำหนดการเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธปฏิมาส�ำคัญ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เพิ่มเติมจากการ
เสดจ็ พระราชด�ำเนินไปทรงนมสั การพระพทุ ธปฏิมา ณ วัดพระเชตพุ นวมิ ลมังคลาราม๕๓
พระพทุ ธชนิ สีห์ พระประธานพระอุโบสถวดั บวรนเิ วศวหิ าร
นอกจากนี้ ในการเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยทางสถลมารคในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชคร้ังน้ัน
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ “ไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎรชาติไทย” และ “กรรมการชาวยุโรปประเทศ” เข้าเฝ้าทูลละออง
ธลุ ีพระบาท ถวายพระพรชยั มงคลในการเสดจ็ พระราชดำ� เนินเลยี บพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ณ พลับพลา
ทอ้ งสนามหลวงและพลับพลาถนนราชด�ำเนิน ตามล�ำดับ ในขณะที่ “พ่อคา้ จีนแลแขก” ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝา้
ถวายพระพรชยั มงคลในการเสดจ็ พระราชด�ำเนนิ เลียบพระนครโดยขบวนรถม้าพระท่ีนั่งเปน็ การเฉพาะ
๕๓ “จดหมายเหตพุ ระราชพธิ บี รมราชาภิเษก สมเดจ็ พระรามาธบิ ดี ศรีสนิ ทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยูห่ วั ,” ใน กรมศิลปากร, ประมวลเอกสาร
พระราชพิธบี รมราชาภิเษก, หน้า ๒๓๗ - ๒๔๗.
มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก 339
ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จข้ึนเถลิงถวัลยราชสมบัติรับพระบรมราชาภิเษก ได้เสด็จ
พระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
โดยสถลวิถี เช่นเดียวกับเม่ือคร้ังรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร งดการเสดจ็ พระราชด�ำเนนิ เลยี บพระนคร
อนั เน่ืองด้วยพระบรมราชสรีระสุข ๕๔
พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก�ำหนดการเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคตามโบราณ
ราชประเพณี โดยยังคงรักษารูปแบบการประทักษิณรอบพระนคร เพียงแต่เปล่ียนแปลงเส้นทางยาตราขบวนและธรรมเนียม
บางประการ เช่น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพ่ิมพระอารามท่ีจะเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงนมัสการปูชียวัตถุส�ำคัญ
ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นอกจากน้ี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้แก่ มารช์ ราชวัลลภ ยามเย็น ใกลร้ ่งุ มาร์ชธงชัยเฉลมิ พล
รวมทั้งเพลงที่มีความเกี่ยวเน่ืองกับองค์พระมหากษัตริย์มาแต่โบราณ ได้แก่ เพลงสรรเสริญพระนารายณ์ และเพลงสรรเสริญ
เสือป่า มาบรรเลงโดยวงดรุ ยิ างคป์ ระกอบร้วิ ขบวนพระบรมราชอิสรยิ ยศด้วย
ปกพระนิพนธโ์ น้ตเพลงสรรเสรญิ เสอื ปา่
๕๔ ในรายงานการประชุมพิจารณาด�ำเนินการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเฉลิมพระราชมณเฑียร วันท่ี ๒๒ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๔๙๓ ที่ประชมุ มคี วามเห็นวา่ การพระราชพธิ คี รั้งนี้ (๒๔๙๓) จะกระทำ� เป็นการย่อ ครั้นเสด็จนิวัตพระนครอีกครง้ั หน่ึงพร้อมกับทรงผนวชแล้ว จงึ จะประกอบ
พระราชพิธีอย่างเต็มรวมถึงมีการเลียบพระนครด้วย ดูใน ส�ำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. มท.๐๒๐๑.๒.๑.๓๑.๑/๕ [๒๐]. เร่ือง การประชุมพิจารณาด�ำเนินการ
พระราชพิธีราชาภเิ ษกสมรส พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก และเฉลมิ พระราชมณเฑียร (๒๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๓).
340 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก
ขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค
หากพจิ ารณาตามพระวนิ จิ ฉยั ของสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพเกยี่ วกบั ทม่ี าของธรรมเนยี ม
การเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เลยี บพระนคร ทน่ี า่ จะยน่ ยอ่ มาจากการเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เลยี บพระนครไปยงั เมอื งตา่ ง ๆ รอบราชธานี
จึงอาจมองได้ว่าการเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เป็นการจ�ำลองมาจากการ
เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ โดยทางบก สว่ นการเสดจ็ พระราชด�ำเนนิ เลยี บพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเปน็ การจำ� ลอง
มาจากการเสด็จพระราชดำ� เนนิ โดยทางเรือ
อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏหลักฐานว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของไทยแต่โบราณมีการเสด็จพระราชด�ำเนิน
เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พบแต่เพียงการเสด็จพระราชด�ำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจในโอกาสตา่ ง ๆ เชน่ เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ไปทรงนมัสการพระพทุ ธบาท เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ
ไปทรงบำ� เพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ดังที่ปรากฏในต�ำราร้วิ กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารคแตค่ รง้ั กรงุ เกา่
ตำ� รารวิ้ กระบวนพยุหยาตราเพ็ชรพวงทางชลมารคครง้ั แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 341
พระพุทธธรรมมศิ รราชโลกธาตดุ ลิ ก พระประธานพระอโุ บสถวดั อรณุ ราชวราราม
342 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก
การเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคปรากฏหลักฐานในการพระราชพิธี
บรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏ
วิทยมหาราช โดยมีพระราชดำ� ริถึงการจดั ขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารคคร้งั นั้นว่า
“...พระมหากษตั รยิ ์แต่ก่อนเลยี บพระนครก็แตท่ างสถลมารควันเดียวเท่านัน้ คร้ังนเี้ ห็นว่าราษฎรนยิ ม
ช่ืนชมท่ัวกัน เรือพระท่ีน่ังแลเรือต่างๆ มีอยู่เป็นอันมาก ไม่มีการส่ิงไรเก็บไว้ ก็ไม่มีผู้ใดเห็น คร้ังน้ีจะแห่
พยุหยาตราเรือให้ราษฎรเชยชมพระบรมโพธิสมภารท่ัวกันอีกคราวหนึ่ง จะได้เป็นเกียรติยศปรากฏไป
ภายหน้า...” ๕๕
การเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราครั้งนั้นประกอบด้วยพลพายหม่ืนเศษ เป็นเรือขบวน
๒๖๙ ล�ำ เรือนอกขบวน ๕๐ ล�ำเศษ ยาตราขบวนจากท่าราชวรดิฐประทักษิณรอบพระนคร เสด็จพระราชด�ำเนินไปถวาย
ราชสักการะพระพุทธปฏิมาส�ำคัญในพระอารามที่เสด็จพระราชด�ำเนินผ่าน ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหารและวัดอรุณราชวราราม
นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานกลึงไม้เป็นรูปผลกัลปพฤกษ์ทาสีแดงสีเขียวมีเงินอยู่ภายในโปรยตาม
กระแสชลพระราชทานราษฎรด้วย๕๖
การเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคประทักษิณรอบพระนครในลักษณะน้ี
ปรากฏสบื เน่อื งมาถงึ เพียงพระราชพิธบี รมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั ครง้ั หลัง พ.ศ. ๒๔๑๖ เท่านน้ั
เนื่องจากในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๕๔ และพระราชพิธี
บรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๖๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราขบวนจาก
ท่าราชวรดิฐไปยังวัดอรุณราชวราราม เพ่ือถวายราชสักการะปูชนียวัตถุส�ำคัญในพระอารามแล้วยาตรากลับมายังท่าราชวรดิฐ
ส่วนในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ใหย้ าตราขบวนจากท่าวาสกุ รีมายังทา่ ราชวรดิฐ
๕๕ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช
พทุ ธศกั ราช ๒๓๙๔ ในพระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสินทร์ รชั กาลท่ี ๔ ของเจา้ พระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ข�ำ บนุ นาค),” ใน กรมศลิ ปากร, ประมวลเอกสาร
พระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก, พิมพ์ครัง้ ที่ ๒, หนา้ ๑๒๘.
๕๖ เรือ่ งเดียวกนั , หนา้ ๑๓๓.
มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 343
การสังเวยอดตี พระมหากษตั ริย์ ณ พระราชวังโบราณ พระนครศรอี ยธุ ยา
แม้ว่าในพระราชพงศาวดาร จดหมายเหตุ หมายก�ำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะสิ้นสุดท่ีการเสด็จ
พระราชด�ำเนินเลียบพระนคร อย่างไรก็ตาม ปรากฏธรรมเนียมประการหนึ่งที่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงรับบรมราชาภิเษก
จะทรงปฏิบตั ภิ ายหลงั การประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คอื การเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงสงั เวยอดตี พระมหากษัตรยิ ์
ณ พลบั พลาตรมี ขุ พระราชวงั โบราณ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา นอกจากนี้ ยงั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ งั้ การเฉลมิ พระราช
มณเฑยี ร ณ พระราชวงั บางปะอินดว้ ย ดังปรากฏธรรมเนียมปฏบิ ตั ดิ ังกล่าวในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หัว
และพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ๕๗ ครนั้ ถงึ รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร ปรากฏเฉพาะการเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงสงั เวยอดตี พระมหากษตั รยิ ์ ณ พลบั พลาตรมี ขุ พระราชวงั โบราณ ๕๘
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั มพี ระราชดำ� รสั ตอบและพระราชทานพรแกข่ า้ ราชการและราษฎร
ณ บัลลงั ก์มุขหน้า พลับพลาตรมี ุข เน่ืองในการสังเวยอตีตะมหาราชาธริ าช กรงุ เก่า
๕๗ “การเฉลิมพระราชมณเฑียรพระราชวังบางปอิน แลการสังเวยอตีตะมหาราชาธิราช กรุงเก่า,” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๗ (๑๑ ธันวาคม ๑๒๙) :
๒๐๘๐ - ๒๐๘๙.; “หมายก�ำหนดการเฉลิมพระราชมนเทียรพระราชวังบางปอิน สังเวยอดีตมหาราชท่ีพระนครศรีอยุธยา แลพระราชทานพระกฐิน พฤศจิกายน
พระพุทธศักราช ๒๔๖๙,” ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๔๓ (๗ พฤศจกิ ายน ๒๔๖๙) : ๒๘๓๗ - ๒๘๔๖.
๕๘ “หมายกำ� หนดการสงั เวยอดตี มหาราชทพ่ี ระนครศรอี ยธุ ยาและพระราชทานผา้ พระกฐนิ วดั สวุ รรณดารารามและวดั นเิ วศนธ์ รรมประวตั ิ พฤศจกิ ายน ๒๔๙๖,”
ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๗๐ (๒๓ ตลุ าคม ๒๔๙๖) : ๔๓๖๖ - ๔๓๖๘.
344 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั ขณะเสด็จพระราชดำ� เนินผา่ นซากฐานพระทน่ี ่ังสรรเพชญปราสาทไปทรงบวงสรวงอดตี พระมหากษตั รยิ ์
ณ พลับพลาตรีมุข พระราชวงั โบราณ จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 345
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อย่หู วั และสมเดจ็ พระนางเจ้ารำ� ไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำ� เนนิ ไปทรงบวงสรวงอดตี พระมหากษัตรยิ ์
ณ พลบั พลาตรมี ขุ พระราชวังโบราณ จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั และสมเด็จพระนางเจา้ รำ� ไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ
ให้พระยาโบราณราชธานนิ ทร์ (พร เดชะคุปต)์ สมหุ เทศาภบิ าลกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนประชาชนมณฑลอยุธยา
ณ มุขดา้ นเหนือ พลบั พลาตรีมุข
มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก 347
บทสรุป
348 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก
การติดต่อระหว่างอินเดียและดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยปัจจัยหลายประการ ก่อให้เกิดการผสมผสาน
ทางวัฒนธรรมท้ังของอินเดียกับท้องถิ่น จนกระท่ังเกิดเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของบ้านเมืองต่าง ๆ ในบริเวณน้ี ดังใน
กรณีของพิธีราชาภิเษกอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมส�ำคัญที่เช่ือว่ามีต้นธารจากอินเดียน้ัน ได้ปรากฏหลักฐานสะท้อนถึงความ
เกยี่ วเนอ่ื งกบั การประกอบพธิ รี าชาภเิ ษกของรฐั ตา่ ง ๆ ในดนิ แดนประเทศไทยปจั จบุ นั มาชา้ นาน ตราบถงึ สมยั อยธุ ยาตอนปลาย
จึงได้ปรากฏเอกสารที่กล่าวถึงรายละเอียดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกท่ีเด่นชัดข้ึน และนับเป็นต้นแบบส�ำคัญของการ
พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกในสมัยรัตนโกสนิ ทร์ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
ถงึ รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระมหาเจษฎาราชเจา้ อนั เปน็ ชว่ งเวลาแหง่ การรอื้ ฟน้ื บา้ นเมอื งใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื ง
ดังเช่นคร้งั กรงุ ศรอี ยธุ ยา
อยา่ งไรกต็ าม พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมยั รตั นโกสนิ ทรแ์ มจ้ ะเปน็ โบราณราชประเพณที ส่ี บื เนอื่ งมาจากการพระราชพธิ ี
บรมราชาภิเษกสมัยอยุธยาเป็นส�ำคัญ แต่ภายใต้บริบททางประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ในระยะเวลา ๒๐๐ กวา่ ปที ผี่ า่ นมา ไดส้ ง่ ผลใหร้ ปู แบบการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกในสมยั รตั นโกสนิ ทรแ์ ตกตา่ งไปจากสมยั กอ่ นหนา้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั พระสยามเทวมหามกุฏวทิ ยมหาราช เป็นตน้ มา ทไี่ ดม้ ีการปรับปรงุ เปลีย่ นแปลง เพม่ิ เติมรายละเอียด
หลายประการในพระราชพิธีให้มีลักษณะสอดรับกับสภาพทางสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งอาจสรุปความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ได้เป็น ๔ ช่วงส�ำคัญ ดังน้ี
ช่วงที่ ๑ การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช นับเป็นช่วงเวลาที่มีการปรับปรุงเพ่ิมเติมรายละเอียดการพระราชพิธี
บรมราชาภิเษกจากสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ท่ีค่อนข้างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างย่ิงการเพ่ิมเติมรายละเอียดขั้นตอนอันเน่ือง
ด้วยพระพุทธศาสนาให้ต้องด้วยจารีตประเพณีพิธีกรรม ดังกรณีการเพ่ิมเติมบทประกาศเทวดาหรือท่ีต่อมาเรียกว่า “ประกาศ
การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” การเพิ่มเติมพิธีตั้งน�้ำวงด้ายก่อนพิธีเจริญพระพุทธมนต์บรมราชาภิเษก การย้ายพระสงฆ์
มาเจริญพระพุทธมนต์ ณ พระท่ีนั่งไพศาลทักษิณอันเป็นท่ีตั้งพระแท่นมณฑล รวมท้ังการแขวนยันต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และยันต์พระอรหันต์ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปรับปรุงรายละเอียดบางประการในพระราชพิธีด้วยการสอบค้นจากต�ำรา
และคมั ภรี ต์ ่างๆ เช่น การเปลี่ยนผา้ หมุ้ พระมหาเศวตฉัตรจากตาดเปน็ ผา้ ขาวใหต้ อ้ งตามตำ� รา สะทอ้ นใหเ้ หน็ แนวพระราชด�ำริ
ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช
ในการสร้างแบบแผนการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกใหถ้ กู ต้องสมบูรณม์ ากที่สุด
ชว่ งที่ ๒ นับตัง้ แตก่ ารพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั ครง้ั หลัง พ.ศ. ๒๔๑๖
ปรากฏความเปลี่ยนแปลงในรายละเอยี ดการพระราชพิธี โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในส่วนทีเ่ กย่ี วเนือ่ งกบั การแสดงใหเ้ หน็ ถงึ พระราช
สถานะของพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ท่ีเร่ิมก่อรูปหลังการบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๔๑๖ และเด่นชัดยิ่ง
ในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั นบั ตงั้ แตถ่ อ้ ยพระวาจาใน “พระปฐมบรมราชโองการ”
ที่สะท้อนถึงพระราชสถานะในแต่ละช่วงเวลา การก�ำหนด “แหล่งน้�ำอภิเษก” ท่ีสัมพันธ์กับพ้ืนท่ีการปกครองของสยาม
รวมท้ังการเปล่ียนแปลง “การเสด็จออกท้องพระโรง” จากที่ทรงรับการน้อมเกล้าฯ ถวายสรรพส่ิงในราชอาณาจักรเป็นการ
เสด็จออกมหาสมาคมเพื่อทรงรับการกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล นอกจากน้ี ยังปรากฏการแสดงออกถึงการให้
ความส�ำคัญต่อสถานภาพสตรีในสังคมทเี่ ชื่อวา่ ได้รับอทิ ธิพลแนวคดิ จากวฒั นธรรมตะวนั ตกด้วย คือ การเปลีย่ นแปลงข้ันตอน
การถวายสิบสองพระก�ำนัลเป็นการสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซ่ึงปรากฏเด่นชัดนับต้ังแต่งานพระราชพิธี
บรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอย่หู วั