มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 99
พระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมโภช
พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๔ จำ� แนกไดเ้ ปน็ ๓ ตอน ไดแ้ ก่ ตอนตน้ คอื ตง้ั พธิ ตี ามหวั เมอื งทกุ มณฑล
ในการทำ� นำ้� อภเิ ษกสำ� หรบั ถวาย ณ พระทน่ี ง่ั อฐั ทศิ อทุ มุ พรราชอาสน์ เปน็ เครอ่ื งหมายถวายแผน่ ดนิ ทง้ั รฐั สมี าอาณาเขตประเทศ
สยาม ตอนกลาง คือ ตงั้ การพระราชพิธบี รมราชาภิเษก และตอนทา้ ย เป็นงานสมโภชเล้ยี งลกู ขุน
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเครอื่ งบรมขตั ตยิ ราชภษู ติ าภรณ์ ทรงพระมหาพชิ ยั มงกฎุ ประทบั เหนอื พระทน่ี ง่ั ภทั รบฐิ มนงั คศลิ ารตั นสงิ หาสน์
แวดล้อมด้วยเครื่องบรมราชอสิ รยิ ราชูปโภค เนอ่ื งในการพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกสมโภช พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๔
100 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั ทรงเคร่ืองบรมขัตติยราชภษู ติ าภรณ์ ทรงพระชฎามหากฐิน
ประทบั เหนือพระทีน่ งั่ พุดตานกาญจนสงิ หาสน์ แวดลอ้ มด้วยข้าราชสำ� นกั ฝ่ายหนา้ เชิญเครอ่ื งประกอบพระบรมราชอิสริยยศ
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 101
วันพธุ ท่ี ๘ ถงึ วนั ศุกร์ ท่ี ๑๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๕๔ ต้ังพิธีเสกน้�ำอภิเษกซ่ึงพลกี รรมตกั น้�ำจากสถานท่ีศกั ดิส์ ทิ ธิ์
ตา่ ง ๆ ณ พระมหาเจดยี สถาน ซง่ึ เปน็ หลกั พระมหานครโบราณในราชอาณาจกั รทงั้ ๗ แหง่ คร้ันถงึ วนั เสาร์ ที่ ๑๑ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๔๕๔ อนั เปน็ วนั บรรจบรอบปกี ารพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกเฉลมิ พระราชมณเฑยี ร จงึ ไดด้ บั เทยี นชยั และตงั้ บายศรเี วยี น
เทยี นสมโภชน้�ำอภเิ ษก แลว้ แตง่ ตัง้ ใหข้ ้าราชการเชญิ น�้ำอภิเษกดงั กลา่ วมาเก็บรักษาไว้ในพระอโุ บสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ก่อนเชิญไปต้ังในมณฑลพระราชพิธีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ทั้งนี้ มณฑลอ่ืนๆ เริ่มต้นพิธีเสกน้�ำอภิเษก
ในวันพธุ ที่ ๑๕ ถงึ วันศกุ ร์ ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔
อน่ึง ก่อนถึงก�ำหนดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานต้ังแต่งมณฑล
พระราชพธิ ใี นหมพู่ ระทนี่ งั่ ดสุ ติ มหาปราสาทและวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม ตลอดจนรอบกำ� แพงพระบรมมหาราชวงั และสถลวถิ ี
ที่จะเสด็จพระราชด�ำเนินเลียบพระนคร พร้อมท้ังจัดงานต้อนรับเจ้านานาประเทศและเอกอัครราชทูตพิเศษที่พระเจ้าแผ่นดิน
กับประธานาธิบดีประเทศตา่ ง ๆ โปรดหรอื แต่งตงั้ ใหม้ าร่วมในการพระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมโภชอย่างสมพระเกียรติ
วันพุธ ท่ี ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ เริ่มต้ังพระราชพิธีพราหมณ์ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช
ตั้งเครื่องบวงสรวงเทวดา ณ พระที่นั่งและสถานท่ีต่างๆ รวม ๑๗ แห่ง รวมท้ังทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายใบสมิตมาทรงปัด
พระองค์แล้วพระราชทานใหพ้ ระมหาราชครพู ธิ ไี ปกระท�ำพธิ ีศาสตรป์ ณุ ยาชุบโหมกุณฑ์ ณ หอพระราชพิธีพราหมณ์
วนั ศกุ ร์ ท่ี ๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ เปน็ วนั ตงั้ พระราชพธิ สี งฆร์ วมนำ้� อภเิ ษกทงั้ ปวงในราชอาณาจกั ร เสกนำ�้ พระปรติ ร
มรุ ธาภิเษกสนานในการพระราชพธิ บี รมราชาภิเษกสมโภช ณ พระอโุ บสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครน้ั ถึงอุดมมงคลฤกษแ์ ล้ว
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงจุดเทียนชัย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์อ่านประกาศการพระราชพิธี
บรมราชาภิเษกสมโภช พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระราชาคณะสวดภาณวาร พร้อมกันน้ัน ราชบัณฑิตบูชาจุลาฏฐทิศ
โหรบูชาเทวดาอธิไทโพธบิ าตกับบชู านวเคราะห์ทพี่ ระที่นัง่ อัฐทิศ และบชู าจตั ุโลกบาลเทวราชท่มี ณฑปพระกระยาสนานดว้ ย
วนั เสาร์ ที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ เมอื่ ได้เวลามหาอดุ มพชิ ยั มงคลฤกษ์ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวทรงพระภูษา
เศวตพสั ตร์ ทรงสะพกั ขาวขอบขลบิ ทองคำ� เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ยงั มณฑปพระกระยาสนานโดยขบวนนำ� และตามเสดจ็ ประทบั เหนอื
ตง่ั อทุ มุ พรราชอาสนแ์ ปรพระพกั ตรส์ สู่ ริ มิ งคลทศิ อดุ ร ทรงรบั เครอื่ งสรงพระกระยาสนาน สรงสหสั ธารานำ้� พระปรติ รอนั เจอื ดว้ ย
น้�ำอภเิ ษก นำ�้ สีส่ ระในเมืองสุพรรณบรุ ี น�้ำเบญจสุทธคงคา และนำ้� ปญั จมหานที แล้วทรงรับน�้ำพระพทุ ธมนต์และนำ้� เทพมนตร์
ด้วยพระครอบและพระเต้าตา่ ง ๆ ตามล�ำดบั
คร้ันแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคร่ืองพระภูษาฉลองพระองค์ครุยสะพักเฉวียงพระอังสาภายนอกล้วน
ด้วยเศวตพัสตร์ขอบขลิบทองค�ำ ฉลองพระบาทขาว ประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์พระที่น่ังอัฐทิศภายใต้นพปฎลเศวตฉัตร
ผันพระพักตร์สู่บุรพทิศเป็นปฐม พระบรมวงศ์และราชบัณฑิต ทูลเกล้าฯ ถวายน้�ำอภิเษก รวมทั้งทรงรับน้�ำพระมหาสังข์และ
พระครอบจากพราหมณ์เวยี นไปโดยทกั ษิณาวรรตจนครบทงั้ ๘ ทศิ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องตามสีพิชัยสงครามทรงพระสนับเพลาเชิงงอน พระภูษาสังเวียนพื้นด�ำ
ฉลองพระองคต์ าดไทยพนื้ ดำ� ประดบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณต์ ลอดจนพระสงั วาลตา่ งๆ ทรงพระด�ำเนนิ โดยขบวนนำ� และตามเสดจ็
ประทบั เหนอื พระทน่ี ง่ั ภทั รบฐิ มนงั คศลิ ารตั นสงิ หาสนภ์ ายใตพ้ ระมหาเศวตฉตั รผนั พระพกั ตรส์ เู่ บอื้ งอดุ รทศิ ทรงรบั เครอื่ งสริ ริ าช
กกุธภัณฑ์เฉลิมพระบรมราชาภิเษกสมโภชตลอดจนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศทั้งปวง มีพระบรมราชโองการ
พระราชทานอภัยและอารักขาประชาราษฎร จากนั้นผู้แทนพระบรมวงศานุวงศ์และผู้แทนข้าราชการกราบบังคมทูลแสดง
สวามิภกั ดิ์ แลว้ จงึ ทรงหลัง่ ทักษโิ ณทก ตงั้ พระราชสตั ยาธษิ ฐาน ตงั้ พระราชหฤทยั บำ� เพ็ญพระราชกรณยี กิจโดยราชธรรมจรยิ า
102 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก
จากนนั้ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั เสดจ็ ออกประทับเหนอื บษุ บกมขุ เด็จพระท่ีนงั่ ดสุ ิตมหาปราสาท ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้ข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายเสนาอ�ำมาตย์และราชเสวกที่ไม่ได้มีต�ำแหน่งเฝ้าในพระที่น่ังดุสิตมหาปราสาท
กราบบังคมทูลพระกรุณาแสดงสวามิภักดิ์ คร้ันถึงช่วงบ่าย เสด็จพระราชด�ำเนินโดยขบวนพยุหยาตราไปยังวัดพระศรีรัตน
ศาสดารามในการประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก แล้วเสด็จข้ึนถวายดอกไม้ธูปเทียนสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนี
อน่งึ ช่วงเย็นไดม้ กี ารตง้ั บายศรเี วียนเทียนสมโภชพระพทุ ธมหามณีรัตนปฏิมากร เคร่ืองราชกกุธภัณฑ์ และพระราช-
มณเฑียรสถานตามพระราชประเพณี ส่วนต้ังแต่ช่วงค่�ำทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงพระบรมวงศานุวงศ์
พร้อมด้วยเจ้านานาประเทศ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท รวมทั้งเสด็จพระราชด�ำเนินทอดพระเนตรการจุดประทีป
การมหรสพตา่ ง ๆ ตลอดจนทรงเปดิ การสโมสรกาลานกุ าลออกร้านขายของงานปนี มสั การพระพทุ ธชินราช วดั เบญจมบพิตร
ดุสิตวนาราม ณ สวนมสิ กวัน
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หวั ทรงเครือ่ งพระภษู าฉลองพระองค์ครยุ สะพักเฉวยี งพระองั สาภายนอกลว้ นด้วยเศวตพัสตรข์ อบขลิบทองคำ�
เสดจ็ ขึน้ สถติ เหนอื พระทน่ี งั่ อัฐทศิ อุทุมพรราชอาสน์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 103
เจ้านานาประเทศและพระบรมวงศานุวงศเ์ ฝา้ ทลู ละอองธุลีพระบาท ณ พลบั พลาทอง ขณะทท่ี รงรบั น้�ำอภเิ ษก
ณ พระทนี่ ั่งอัฐทิศอทุ มุ พรราชอาสน์
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว เสด็จขน้ึ ประทบั พระทน่ี ัง่ ภัทรบฐิ มนังคศิลารัตนสิงหาสน์ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร
พระมหาราชครพู ราหมณพ์ ิธีกราบบงั คมทลู ถวายสริ ริ าชกกุธภณั ฑ์และเครอ่ื งราชปู โภค
104 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษติ าภรณ์ ทรงพระมหาพชิ ยั มงกฎุ ประทับพระทีน่ ่ังภทั รบิฐมนังคศลิ ารัตนสงิ หาสน์
ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉตั ร แวดล้อมดว้ ยข้าราชบริพารฝ่ายหนา้ เชิญเคร่ืองราชกกธุ ภณั ฑ์ เครอ่ื งราชูปโภค และเครอ่ื งประกอบพระบรมราชอิสริยยศ
มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 105
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หัว สถิตเหนอื พระบรมราชอาสน์ ภายในพระท่นี ง่ั บษุ บกมาลา
เสดจ็ ออกมหาสมาคม ณ มขุ เดจ็ พระที่น่ังดุสติ มหาปราสาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสใหเ้ สนามาตย์ราชเสวก
เฝ้าทลู ละอองธลุ พี ระบาทแสดงความสวามิภกั ดิ์
106 มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู ัว
สถติ เหนอื พระบรมราชอาสน์ ภายในพระทน่ี ัง่ บษุ บกมาลา
เสดจ็ ออกมหาสมาคม ณ มุขเด็จพระที่น่งั ดสุ ติ มหาปราสาท
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เสนามาตยร์ าชเสวก
เฝา้ ทูลละอองธลุ พี ระบาทแสดงความสวามิภกั ด์ิ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอย่หู ัว ทรงเครอ่ื งบรมขัตติยราชภษู ิตาภรณ์ ทรงพระมหาพิชยั มงกฎุ ประทับพระท่ีนั่งราเชนทรยาน พร่งั พรอ้ มด้วย
เสวกามาตย์ราชบรพิ าร เสดจ็ พระราชด�ำเนินโดยขบวนพยุหยาตราจากพระท่นี ั่งอาภรณ์พโิ มกขป์ ราสาทไปทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถมั ภก
ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก 107
ขบวนเสด็จพระราชด�ำเนนิ ผา่ นห้องเวรกรมพระอาลกั ษณ์ ก่อนเลี้ยวออกทางประตูพมิ านไชยศรี ในพระบรมมหาราชวัง
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั ประทบั พระท่ีนง่ั ราเชนทรยาน เสด็จพระราชดำ� เนินโดยขบวนพยหุ ยาตรากลบั คืนพระราชมณเฑียร
หลังจากเสร็จพธิ ปี ระกาศพระองค์เป็นพทุ ธศาสนปู ถมั ภก ณ พระอโุ บสถวดั พระศรรี ัตนศาสดาราม
108 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
ยาตราขบวนกลับ ผา่ นประตพู มิ านไชยศรเี ข้าสู่ถนนอมรวถิ ี
มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก 109
วันอาทติ ย์ ที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหก้ �ำหนดการเสด็จพระราชดำ� เนินเลยี บพระนคร
โดยขบวนพยหุ ยาตราทางสถลมารคประทกั ษณิ รอบพระนคร และไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ยงั วดั บวรนเิ วศวหิ ารและวดั พระเชตพุ น
วมิ ลมงั คลาราม เพอ่ื ทรงนมสั การพระพทุ ธปฏมิ าสำ� คญั ตลอดจนปชู นยี วตั ถใุ นพระอารามนนั้ ๆ ในการนี้ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ใหอ้ าณาประชาราษฎรท์ ง้ั ชาวไทยและชาวยโุ รปกราบบงั คมทลู ถวายพระพรชยั มงคล ณ พลบั พลาทอ้ งสนามหลวง และพลบั พลา
ถนนราชด�ำเนินกลาง ตามลำ� ดบั
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรสี ุรเดช ครั้งทรงดำ� รงพระยศเป็น สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพษิ ณโุ ลกประชานาถ
นายพลเอก พระเจา้ พีย่ าเธอ กรมหลวงนครไชยศรสี รุ เดช ครงั้ ทรงดำ� รงพระยศเป็น นายพลโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
กรมหลวงพษิ ณโุ ลกประชานาถ ทรงมา้ น�ำขบวนเสด็จพระราชด�ำเนนิ
เสนาบดกี ระทรวงกลาโหม ทรงมา้ น�ำขบวนเสดจ็ พระราชดำ� เนิน
ในขบวนพยุหยาตราเลยี บพระนครทางสถลมารค ในขบวนพยหุ ยาตราเลียบพระนครทางสถลมารค
แต่หน้าประตูวิเศษไชยศรี
110 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
ขบวนทหารกองทัพบกแห่น�ำเสดจ็ ขบวนพยุหยาตราเลียบพระนครทางสถลมารค
แตรวงทหารน�ำขบวนทหารในขบวนพยุหยาตราเลยี บพระนครทางสถลมารค
มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก 111
เคลื่อนขบวนพยุหยาตราเข้าเทียบเกย หลังพลบั พลาจตั ุรมขุ ท้องสนามหลวง
ในการเสดจ็ ออกให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคลในมงคลวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกสมโภช
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยูห่ ัว เสดจ็ ออกพลับพลาจตั รุ มุขท้องสนามหลวง
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสใหร้ าษฎรเฝ้าทลู ละอองธลุ พี ระบาท ถวายพระพรชัยมงคล
112 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หวั ประทับพระราชยานพดุ ตานทอง เสด็จพระราชดำ� เนินโดยขบวนพยุหยาตราไปยงั วัดบวรนเิ วศวิหาร
มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก 113
หลังจากทรงถวายต้นไม้ทองเงินและผา้ ทรงสะพกั เปน็ พุทธบูชาพระพุทธชนิ สหี ์ ทรงถวายดอกไมธ้ ูปเทียนสมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระบรมราชอุปัธยาจารย์ และทรงถวายวตั ถุปจั จัยบำ� รงุ พระอาราม
ณ พระอุโบสถวดั บวรนิเวศวิหารแลว้ เสด็จประทบั เกยพลบั พลาเปลือ้ งเครอ่ื งวดั บวรนิเวศวิหาร
ประทบั พระราชยานพดุ ตานทอง เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ โดยขบวนพยหุ ยาตราไปยงั พลับพลาสแี่ ยกถนนดนิ สอ ถนนราชด�ำเนนิ กลาง
พระราชทานพระบรมราชวโรกาสใหช้ าวยุโรปทอี่ าศยั อยูใ่ นกรงุ สยามเฝา้ ทลู ละอองธุลพี ระบาทถวายพระพรชยั มงคล
114 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
วนั จนั ทร์ ที่ ๔ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหก้ ำ� หนดการเสดจ็ พระราชด�ำเนินเลียบพระนคร
โดยขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารคจากทา่ ราชวรดฐิ ไปยงั วดั อรณุ ราชวราราม เพอื่ ถวายราชสกั การะพระพทุ ธปฏมิ าและปชู ยี วตั ถุ
ส�ำคัญในพระอาราม แล้วเสด็จพระราชด�ำเนินกลับด้วยขบวนพยุหยาตราโดยชลวิถียังท่าราชวรดิฐ เสด็จคืนสู่พระราชนิเวศน์
มณเฑยี รสถาน คร้นั ค�่ำลงวันนั้นทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ พระราชทานเล้ยี งลูกขุน ณ พระท่นี ่ังอมรินทรวนิ จิ ฉัย
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว ทรงเครื่องบรมขตั ติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองคแ์ ละพระภูษาสขี าว ตามสกี ำ� ลังวนั
ทรงฉลองพระองค์ครยุ กรองทอง ทรงพระมาลาเสา้ สูง ประทับเหนอื พระราชยานทองคำ� ลงยาราชาวดี
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ โดยขบวนราบมาถงึ พระที่นัง่ ราชกจิ วินิจฉัย ในการเสดจ็ พระราชดำ� เนินเลยี บพระนครโดยขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค
มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 115
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ โดยทางลาดพระบาทจากพระที่น่งั ราชกจิ วินจิ ฉัย ไปยังพลบั พลาทา่ ราชวรดฐิ
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หวั ทรงพระชฎามหากฐนิ แลว้ ประทบั พระบรมราชอาสนภ์ ายในบษุ บก เรือพระทีน่ ัง่ สพุ รรณหงส์
ในการเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เลียบพระนครโดยขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค
116 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก
เรือพระท่นี ั่งสพุ รรณหงส์บา่ ยหน้าส่วู ัดอรณุ ราชวราราม แลเหน็ พระบรมมหาราชวังและทา่ ราชวรดฐิ เป็นฉากหลัง
มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก 117
ขบวนเรอื พระท่ีน่ังในการเสด็จ
พระราชด�ำเนนิ เลียบพระนคร
โดยขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หัว ประทบั พระราชอาสนภ์ ายในบษุ บก เรอื พระท่นี งั่ สพุ รรณหงส์
118 มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภิเษก
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอย่หู ัว ทรงพระมาลาเสา้ สงู ตาดทอง เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ขึ้นท่าพระฉนวนวดั อรุณราชวราราม
มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก 119
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู วั
ประทบั พระราชยานงาเสดจ็ พระราชดำ� เนินโดยขบวนราบ
ไปยงั พระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม เพ่ือทรงถวายบังคมพระบรมอัฐิ
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัย ทรงถวายสะพักตาด
พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตดุ ลิ ก และทรงพระราชอทุ ิศวตั ถปุ จั จยั
บำ� รุงพระอาราม
วันอังคาร ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ เสด็จพระราชด�ำเนินไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพิธีทรง
ตรงึ หมุดธงชัยเฉลมิ พล เพ่อื พระราชทานแกก่ รมทหารกองตา่ ง ๆ จากนน้ั เสด็จพระราชดำ� เนนิ ไปยงั พลับพลาท้องสนามหลวง
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ หลา่ นกั เรยี นเฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาททลู เกลา้ ฯ ถวายดอกไมธ้ ปู เทยี น ครนั้ คำ่� ลงวนั นนั้ ไดม้ กี าร
จัดงานมหรสพโขนหลวงเฉลมิ พระเกียรติเน่ืองในการพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษกสมโภช ณ โรงโขนหลวง สวนมสิ กวนั
ลกู เสอื นกั เรยี นชายหญงิ ฝา่ ยพลเรอื น และนักเรยี นฝ่ายทหาร เข้าแถวรอรบั เสด็จหนา้ พลับพลาจตั รุ มขุ ทอ้ งสนามหลวง
120 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก
เมอื่ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแล้ว นักเรียนฝา่ ยทหาร จำ� นวน ๑,๓๒๓ คน เดนิ สวนสนามถวายตวั
โรงโขนหลวง สวนดสุ ติ
เปน็ ทจี่ ัดงานมหรสพโขนหลวงเฉลิมพระเกยี รติ
ในการพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษกสมโภช
มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 121
วนั พธุ ที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ เม่อื พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ได้ทรงประกอบพิธพี ระราชทานธงชยั เฉลิมพล
ณ พลับพลาท้องสนามหลวงแล้ว ได้เสด็จพระราชด�ำเนินไปยังพระท่ีน่ังบรมราชสถิตยมโหฬารเนื่องในการพระราชทานเล้ียง
นายทหาร ตลอดจนเจา้ นานาประเทศ พระบรมวงศานวุ งศ์ เอกอคั รราชทตู อคั รราชทตู พิเศษ และทตู านุทตู พร้อมท้งั จดั งาน
เต้นร�ำเฉลมิ พระเกียรติ ณ กระทรวงนครบาลภายหลงั งานพระราชทานเลยี้ งดว้ ย
ทหารบกกองต่าง ๆ ที่จะรบั พระราชทานธงชัยเฉลิมพลตั้งแถวหน้าพลบั พลาทอ้ งสนามหลวง
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว เสด็จออกประทับมุขเด็จพลับพลาจตั รุ มขุ ทอ้ งสนามหลวง
122 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
นายทหารผู้ได้รับพระราชทานธงชัยเฉลิมพล เมอื่ เชญิ ธงไปมอบแกท่ หารผ้เู ชิญธงแลว้ ตงั้ แถวเดินสวนสนามถวายตัว
พระท่นี ง่ั บรมราชสถติ ยมโหฬาร (องคเ์ ดิม) ใชเ้ ป็นสถานท่ีพระราชทานเลี้ยงนายทหาร ตลอดจนเจ้านานาประเทศ พระบรมวงศานุวงศ์ เอกอคั รราชทตู
อคั รราชทูตพิเศษ และทตู านุทตู
มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก 123
วันพฤหัสบดี ท่ี ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชด�ำเนินตรวจพลสวนสนาม
ณ ทอ้ งสนามหลวง หลงั จากนน้ั ในชว่ งกลางคนื เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ในการราตรสี โมสรทก่ี ระทรวงกลาโหมจดั ขน้ึ เฉลมิ พระเกยี รติ
ในการพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกสมโภช ณ ศาลาวา่ การกระทรวงกลาโหม
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงมา้ พระทีน่ ัง่ “สยามพนั ธ์ุ” นายทหารมา้ เชญิ ธงชัยราชกระบธี่ ุชพระครฑุ พ่าห์
นำ� เสด็จออกประตูวิเศษไชยศรไี ปยังทอ้ งสนามหลวง
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทบั มา้ พระทน่ี ัง่ ทอดพระเนตรทหารบกสวนสนาม พร้อมด้วยสมเดจ็ พระศรพี ัชรนิ ทราบรมราชนิ ีนาถ
พระบรมราชชนนีพนั ปหี ลวง พระราชวงศต์ ่างประเทศ และพระบรมวงศ์บางพระองค์
124 มหาจกั รวี งศ์บรมราชาภิเษก
วนั ศกุ ร์ ท่ี ๘ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวเสดจ็ พระราชด�ำเนนิ เลยี บพระนครโดยขบวนรถมา้
พระท่ีนั่ง ในการน้ี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ่อค้าจีนและแขกกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล ครั้นค่�ำลงวันน้ัน
เสด็จพระราชด�ำเนินไปในงานเล้ียงเจ้านานาประเทศ พระบรมวงศานุวงศ์ เอกอัครราชทูต อัครราชทูตพิเศษ ทูตานุทูต และ
ขา้ ราชการ ณ ศาลาว่าการตา่ งประเทศ จากนัน้ เสด็จพระราชด�ำเนินไปในการราตรสี โมสร ณ กระทรวงทหารเรอื
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว ประทบั รถพระท่นี ั่งเทยี มมา้ ๘ มนี ายทหารเชญิ ธงชยั ราชกระบธี่ ุชพระครุฑพา่ ห์นำ� เสด็จพระราชดำ� เนนิ
ไปตามถนนเจรญิ กรงุ ถนนพาหรุ ดั ถนนเยาวราช ถนนลำ� พูนไชย และถนนหัวล�ำโพงใน
บ้านเรือนราษฎรที่ถนนเจรญิ กรุงบรเิ วณใกล้ประตสู ามยอดและบา้ นเรอื นทีอ่ ย่ใู นบรเิ วณทีเ่ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ผา่ นตกแตง่ ประดับธงกบั บปุ ผามาลา
และต้งั เครอ่ื งสกั การบชู ารบั เสดจ็ ตลอดทาง
มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก 125
ขบวนเสดจ็ พระราชดำ� เนินกลับหยุดประทับรถมา้ พระท่ีน่ังทีพ่ ลบั พลาสามแยกถนนเจรญิ กรุง
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขตั ติยราชภูษิตาภรณป์ ระทับพระราชบลั ลังกท์ มี่ ุขพลับพลาพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้
พอ่ ค้าชาวจีน ชาวมุสลิม และชาวอนิ เดียเฝา้ ทูลละอองธลุ ีพระบาทถวายพระพรชยั มงคล
126 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก
พอ่ คา้ ชาวจีนทีม่ าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล ณ พลบั พลาสามแยกถนนเจริญกรุง
พอ่ ค้าชาวอินเดยี คนส�ำคญั ทม่ี าเฝา้ ทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล ณ พลับพลาสามแยกถนนเจรญิ กรงุ
มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 127
วันเสาร์ ที่ ๙ ถึงวันอาทิตย์ ท่ี ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ สมาชิกกองเสือป่าได้ประชุมเสือป่าในกรุงเทพฯ
และหวั เมอื งเฝา้ ทูลละอองธลุ พี ระบาทถวายชยั มงคลในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมโภช ณ สโมสรเสือปา่ พระราชวงั ดสุ ติ
โดยวนั แรกเปน็ การเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ออกตรวจพลสวนสนาม สว่ นวนั ตอ่ มาเปน็ งานเลยี้ งถวายเฉลมิ พระเกยี รตยิ ศนายกเสอื ปา่
และการราตรสี โมสรสมาชิกเสอื ป่าท่วั ไป
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ทรงเครอื่ งยศเสอื ปา่ ทรงมา้ พระทนี่ ง่ั “สยามพนั ธุ์”
เสด็จพระราชด�ำเนินพร้อมด้วยเสือป่ากองมา้ หลวงรักษาพระองค์ จากโรงทหารราบท่ี ๑ เข้าสู่บริเวณสโมสรเสอื ปา่
มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก 129
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาประชาธปิ ก มหันตเดชนดลิ กรามาธิบดี เทพยปรียมหาราชรววิ งศ
อสมั ภนิ พงศพรี ะกษตั ร บรุ ษุ รตั นราชนิกโรดม จาตุรนั ตบรมมหาจักรพรรดิราชสงั กาศ
อุภโตสุชาตส�ำศุทธเคราหณี จกั รีบรมนาถ จุฬาลงกรณราชวรางกรู มหามกุฏวงศวีรสูรชษิ ฐ
ราชธรรมทศพิธอุต์กฤษฏนิบณุ อดุลยกฤษฏาภนิ รี ์หาร บรู พาธิการสสุ าธิต ธนั ยลกั ษณว์ จิ ิตรเสาวภาคยสรรพางค์
มหาชโนตมางคมานท สนธมิ ตสมนั ตสมาคม บรมราชสมภาร ทิพยเทพาวตาร ไพศาลเกยี รติคุณ
อดลุ ยศักดเิ ดช สรรพเทเวศปริยานุรักษ มงคลลัคนเนมาหวยั สุโขทยั ธรรมราชา
อภเิ นาวศิลปศึกษาเดชนาวธุ วิชัยยทุ ธศาสตรโกศล วิมลนรรยพนิ ติ สุจริตสมาจาร ภัทรภชิ ญาณ ประดิภานสุนทร
ประวรศาสโนปสดมภก มลู มุขมาตยวรนายกมหาเสนานี สราชนาวีพยหู โยธโพยมจร บรมเชษฐโสทรสมมต
เอกราชยยศสธิคม บรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉตั ร ศรรี ัตโนปลกั ษณมหาบรมราชาภเิ ษกาภิษิกต์
สรรพทศทิศวชิ ติ เดโชไชย สกลมไหศวรยมหาสวามนิ ทร มเหศวรมหนิ ทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชนั ยาศรยั
พุทธาทไิ ตรรตั นศรณารักษ์ วิศษิ ฏศกั ตอัครนเรศวราธิบดี เมตตากรณุ าศตี ลหฤทยั อโนปไมยบนุ ยการ
สกลไพศาลมหารษั ฎราธิบดนิ ทร์ ปรมินทรธรรมกิ มหาราชาธิราช บรมนาถบพติ ร พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
130 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ
พระศรพี ชั รนิ ทราบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปีหลวง เสดจ็ พระราชสมภพเมื่อวันพุธ ท่ี ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๖
ทรงพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
กรมขุนศุโขทัยธรรมราชา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ และได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงศุโขทัยธรรมราชา
เม่ือ พ.ศ. ๒๔๖๘ ครั้นเม่ือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต จึงได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น
พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๗ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เมือ่ วนั พฤหัสบดี ท่ี ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘๗
ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั มพี ระราชหตั ถเลขาสละราชสมบตั เิ มอ่ื วนั เสาร์ ที่ ๒ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๗๗
และไดป้ ระทบั ณ สหราชอาณาจกั ร ตราบจนกระทงั่ เสดจ็ สวรรคตเมอ่ื วนั ศกุ ร์ ที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ สริ พิ ระชนมพรรษา
๔๘ พรรษา ทรงดำ� รงสิรริ าชสมบตั ิ ๙ ปี
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก�ำหนดจัดข้ึนวันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๔๖๘ โดยก่อนถึงการพระราชพิธีได้ก�ำหนดพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏพระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะ
พระราชลญั จกรประจ�ำรัชกาล ณ พระอโุ บสถวดั พระศรรี ัตนศาสดาราม ระหวา่ งวันพุธ ท่ี ๓ ถงึ วันพฤหสั บดี ที่ ๔ กมุ ภาพนั ธ์
พ.ศ. ๒๔๖๘
อนึง่ วันพฤหสั บดี ท่ี ๔ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ ไดต้ ้งั พธิ ีเสกน�้ำมุรธาภเิ ษก ณ ปชู นียสถานส�ำคญั ๑๘ แห่ง ใน ๑๗
มณฑลทั่วพระราชอาณาจักร รุ่งข้ึนจึงแต่งตั้งให้ข้าราชการเชิญน�้ำอภิเษกท่ีเจือด้วยน�้ำพระพุทธมนต์ดังกล่าวเข้ามายังกรุงเทพ
พระมหานคร โดยรกั ษาไวใ้ นพระอโุ บสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามเพือ่ จะได้รวมตง้ั ในมณฑลพระราชพิธตี อ่ ไป
ก่อนถงึ วนั เรมิ่ การพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก สมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั เสดจ็ พระราชดำ� เนินไปถวายราชสักการะพระบรม
อฐั แิ ละพระอฐั สิ มเดจ็ พระบรมราชบพุ การี ณ หอพระธาตมุ ณเฑยี ร และหอพระบรมอฐั ิ ณ พระวมิ าน พระทนี่ งั่ จกั รมี หาปราสาท
แล้วเสด็จพระราชดำ� เนนิ ไปถวายบงั คมพระบรมศพสมเดจ็ พระบรมเชษฐาธริ าช ณ พระทนี่ งั่ ดสุ ติ มหาปราสาท เพอื่ เป็นพระราช
สิริสวัสด์ิในการทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมกันนั้นเจ้าพนักงานได้ตั้งแต่งมณฑลพระราชพิธีในหมู่พระมหา
มณเฑยี รและวัดพระศรรี ตั นศาสดารามไว้พรอ้ มสรรพตามโบราณราชประเพณี
๗ ดรู ายละเอียดการพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ใน “ราชกิจจานุเบกษาพิเศษ กรุงเทพมหานครในพระบรมมหาราชวัง
ณ วนั ที่ ๒๕ กมุ ภาพันธ์ ถงึ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ ฉบบั ตรวจสอบช�ำระและเพิ่มเติมเชิงอรรถ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑,” ใน กรมศิลปากร, ประมวลเอกสารพระราช
พธิ บี รมราชาภเิ ษก, พมิ พค์ ร้งั ที่ ๒ (กรุงเทพฯ: อมรินทรพ์ ร้ินต้ิงแอนดพ์ บั ลิชชง่ิ , ๒๕๖๒), หนา้ ๓๒๓ - ๔๐๒.; รายการละเอยี ด พระราชพธิ บี รมราชาภิเษกเฉลิม
พระราชมณเฑียร (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธปิ ก พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หัว) และเสดจเลยี บพระนคร พระพุทธศกั ราช ๒๔๖๘ (กรุงเทพฯ: ส�ำนกั งาน
เสรมิ สรา้ งเอกลกั ษณ์ของชาต,ิ ๒๕๕๘); จดหมายเหตพุ ระราชกิจรายวันพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาประชาธปิ ก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๗ ภาคต้น
วนั ที่ ๒๖ พฤศจกิ ายน ๒๔๖๘ - วนั ที่ ๓๑ ธนั วาคม ๒๔๗๑ (กรงุ เทพฯ: วชั รนิ ทรก์ ารพมิ พ,์ ๒๕๓๗), หนา้ ๓๘ - ๗๒.; พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระนราธปิ ประพนั ธพ์ งศ,์
โคลงลิลิตสุภาพ ต�ำรับพระบรมราชาภิเษกสัปดมะราชมหาจักรีวงศ์ เม่ือพุทธศก ๒๔๖๘ (พระนคร: โรงพิมพ์อักษรนิติ, ๒๔๗๒).; H.G. Quaritch Wales,
Siamese State Ceremonies : Their History and Function (London: Bernard Quaritch, 1931), pp. 67 - 120
มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 131
วันอาทติ ย์ ที่ ๒๑ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ เชญิ พระสพุ รรณบฏั และพระราชลัญจกรประจำ� รชั กาลมาประดิษฐาน
บนพระแท่นมณฑล ณ พระที่น่ังไพศาลทักษิณ ครั้นถึงช่วงเย็นก�ำหนดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ต้ังน�้ำวงด้ายเริ่มการพระราชพิธี
บรมราชาภเิ ษก พรอ้ มท้ังเรม่ิ ตน้ ต้ังการพิธพี ราหมณเ์ น่ืองในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามราชประเพณี
ขบวนแห่เชิญพระสพุ รรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลญั จกรประจำ� รชั กาลจากพระอโุ บสถวดั พระศรีรตั นศาสดาราม
ออกมาทางประตเู กย ไปประดิษฐานบนพระแท่นมณฑล ณ พระท่ีนงั่ ไพศาลทักษิณ
132 มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภิเษก
พระแทน่ มณฑลประดษิ ฐานพระพทุ ธปฏมิ าส�ำคญั เครอื่ งพระมุรธาภิเษก ตลอดจนเคร่อื งประกอบพระบรมราชอิสรยิ ยศ ณ พระท่นี ั่งไพศาลทักษณิ
มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก 133
โรงพระราชพิธีพราหมณ์ปลูกอยูร่ ิมกำ� แพงนอกฉนวนขา้ งพระทีน่ ่งั อมรินทรวินิจฉัยด้านตะวนั ออก
วันจันทร์ ท่ี ๒๒ ถงึ วนั พุธ ท่ี ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ กำ� หนดเปน็ วนั เจรญิ พระพุทธมนต์เนอื่ งในการพระราชพิธี
บรมราชาภเิ ษก โดยในวนั จนั ทร์ ที่ ๒๒ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ เปน็ วนั เจรญิ พระพทุ ธมนตว์ นั แรก ในการนส้ี มเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
ทรงจดุ เทยี นทองเปน็ เทยี นชนวนดว้ ยไฟฟา้ ทรงตง้ั พระราชสตั ยาธษิ ฐาน แลว้ ถวายเทยี นทองแด่ สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ เพอื่ ทรง
จุดเทียนชัย ณ พระทนี่ ัง่ อมรินทรวินจิ ฉยั พรอ้ มกันนไ้ี ด้ทรงอทุ ิศเครื่องบวงสรวงเทวดา ๑๗ สำ� รบั แกเ่ จา้ พนกั งานไปบวงสรวง
ณ สถานทเี่ คารพตา่ งๆ รวมทัง้ ทรงจุดธูปเทียนบชู าท่ีพระแทน่ สวดภาณวาร ณ พระที่น่งั อมรนิ ทรวนิ จิ ฉัย
คร้ันถึงช่วงเย็นพระสาสนโสภณอ่านประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชาคณะเจริญพระพุทธมนต์
พระราชครวู ามเทพมนุ ถี วายนำ�้ พระมหาสงั ขแ์ ละใบสมติ แลว้ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ยงั พระทน่ี ง่ั จกั รพรรดพิ มิ าน ทรงพระมหามงคล
สดับพระราชาคณะเจริญพระพุทธมนต์ ระหว่างน้ันราชบัณฑิตบูชาทิศท่ีพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ และโหรบูชาเทวดา
อธิไทโพธิบาตและเทพยดานพเคราะห์ด้วย
อนึ่ง วันอังคารที่ ๒๓ และวันพุธ ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ มีรายละเอียดการพระราชพิธีต่างๆ เช่นเดียว
กับวันแรก คือ การเจริญพระพุทธมนต์ การสวดภาณวาร การประกาศการพระราชพิธี การถวายน้�ำพระมหาสังข์และใบสมิต
การบูชาอัฐทิศ การบูชาอธิไทโพธิบาต และเทวดานพเคราะห์ การทรงพระมหามงคลสดับพระพุทธมนต์ ยกเว้นแต่เพียงการ
จุดเทยี นชัยเท่านั้น
134 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว ประทับพระราชยานกง เสดจ็ พระราชดำ� เนินโดยขบวนราบแตเ่ กยหน้าพระท่ีนั่งบรมพิมานไปยงั เกย
หนา้ พระทวารเทเวศรรกั ษา เพอ่ื ทรงประกอบพธิ เี จรญิ พระพทุ ธมนตต์ งั้ นำ้� วงด้าย ณ หมู่พระมหามณเฑียร
มหาจักรวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก 135
เจา้ พนักงานตง้ั แตง่ พระท่ีนง่ั อัฐทศิ อุทุมพรราชอาสน์ภายใตพ้ ระบวรเศวตฉตั รสำ� หรบั ราชบัณฑิตบูชาอฐั ทศิ
โหรบชู าเทวดาอธไิ ทโพธิบาตและเทวดานพเคราะหใ์ นการเจรญิ พระพทุ ธมนต์บรมราชาภิเษก
136 มหาจกั รีวงศ์บรมราชาภิเษก
วันพฤหสั บดี ที่ ๒๕ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๖๘ สมเด็จพระเจา้ อย่หู ัวทรงผลัดพระภษู าทรงเศวตพสั ตรแ์ ละทรงสะพัก
ขาวขลิบทอง เสด็จพระราชด�ำเนินยังมณฑปพระกระยาสนานประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์ ผันพระพักตร์สู่มงคลทิศอีสาน
สรงสหสั ธาราอนั เจอื ดว้ ยนำ�้ ปญั จมหานทใี นมธั ยมประเทศ ตลอดจนนำ้� ๔ สระในจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี และนำ้� ศกั ดส์ิ ทิ ธจิ์ ากสถานที่
ตา่ งๆ ที่ได้ต้งั พิธีเสกมาแล้วท้ัง ๑๘ แห่ง จากนน้ั ทรงรบั น้�ำดว้ ยพระครอบ พระเต้า และพระมหาสังข์ ตามลำ� ดบั
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงเครอ่ื งบรมราชภษู ติ าภรณต์ ามสพี ชิ ยั สงคราม ประทบั เหนอื พระทน่ี งั่ อฐั ทศิ อทุ มุ พรราชอาสน์
ภายใต้พระบวรเศวตฉัตรผันพระพักตร์สู่บูรพทิศเป็นปฐม ทรงรับน้�ำอภิเษกที่ราชบัณฑิตและพราหมณ์ทูลเกล้าฯ ถวายไปโดย
ทกั ษณิ าวรรตจนครบทงั้ ๘ ทศิ แลว้ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาประทบั เหนอื พระทนี่ งั่ ภทั รบฐิ ภายใตพ้ ระบวรเศวตฉตั รผนั พระพกั ตรส์ ู่
บรู พทศิ เพอื่ ทรงรบั เครอื่ งราชกกธุ ภณั ฑ์ เครอื่ งประกอบพระบรมราชอสิ รยิ ยศ และนพปฎลมหาเศวตฉตั ร จากนน้ั พระบาทสมเดจ็
พระเจ้าอยู่หัวมีพระปฐมบรมราชโองการพระราชทานอารักขาแก่อาณาประชาราษฎร์ท้ังปวงในราชอาณาจักร เป็นค�ำไทย
ตามความภาษามคธวา่
“ดกู รพราหมณ์ บดั นี้เราทรงราชภาระครองแผน่ ดนิ โดยธรรมสม�่ำเสมอ เพือ่ ประโยชน์
เกื้อกูลและสุขแห่งมหาชน เราแผ่ราชอาณาเหนือท่านทั้งหลายกับโภคสมบัติเปนที่พึ่งจัดการ
ปกครองรกั ษาป้องกนั อันเปนธรรมสืบไป ท่านทง้ั หลายจงวางใจอยตู่ ามสบายเทอญ”
ครนั้ แลว้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงฉลองพระองคเ์ ครอื่ งบรมราชภษู ติ าภรณ์ ประทบั เหนอื พระทนี่ ง่ั พดุ ตานทอง
ภายใตน้ พปฎลมหาเศวตฉตั ร ณ พระทน่ี งั่ อมรนิ ทรวนิ จิ ฉยั พระบรมวงศผ์ ใู้ หญฝ่ า่ ยหนา้ กราบบงั คมทลู ถวายพระพรชยั มงคลและ
ถวายความสวามิภักดิ์ในนามพระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาทท้ังปวง จากน้ันเสด็จพระราชด�ำเนินยังพระท่ีนั่ง
ไพศาลทักษิณประทบั เหนือพระทีน่ ัง่ ภัทรบิฐในการสถาปนาพระเกียรติยศสมเดจ็ พระนางเจา้ ร�ำไพพรรณี พระบรมราชนิ ี ล�ำดบั
นน้ั พระบรมวงศผ์ ใู้ หญฝ่ า่ ยในเฝา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาทกราบบงั คมทลู ถวายพระพรชยั มงคลแทนพระบรมวงศานวุ งศแ์ ละขา้ ทลู
ละอองธุลพี ระบาทฝ่ายใน
เวลาบ่ายเสด็จพระราชด�ำเนินโดยขบวนพยุหยาตราไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในการประกาศพระองค์เป็น
พุทธศาสนูปถัมภก แล้วเสด็จพระราชด�ำเนินไปถวายบังคมพระบรมอัฐิ พระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี และถวายบังคม
พระบรมศพสมเด็จพระบรมเชษฐาธริ าช ณ พระทนี่ ่งั ดสุ ติ มหาปราสาท
ครั้นค่�ำลงวันน้ัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชด�ำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินี มีพระราชวงศ์
ฝ่ายในเชิญพระแสง เคร่ืองเฉลิมพระราชมณเฑียร และเครื่องราชูปโภคตามเสด็จไปยังพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงรับ
พระแส้หางช้างเผือก จั่นหมากทองค�ำ และกุญแจทอง ทรงเอนพระองค์เหนือพระแท่นราชบรรจถรณ์เป็นพระฤกษ์
แล้วพระบรมวงศ์ผูใ้ หญฝ่ ่ายในถวายพระพรชยั มงคล
มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 137
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอย่หู ัว เสด็จพระราชดำ� เนินโดยขบวนราบจากพระท่ีนงั่ บรมพิมานไปทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก
ณ หมู่พระมหามณเฑียร
138 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอย่หู ัว ทรงเศวตพสั ตรส์ ะพักขาวขลบิ ทองแผล่ วด ทรงจดุ ธูปเทยี นสงั เวยเทวดากลางหาว
มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภิเษก 139
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อย่หู ัว ประทบั ตั่งไมอ้ ุทมุ พรผนั พระพกั ตรส์ ่มู งคลทศิ อสี านสรงพระมุรธาภเิ ษกสนาน
140 มหาจกั รีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระเจา้ วรวงศ์เธอ กรมหมื่นชนิ วรสริ วิ ัฒน์ สมเด็จพระสงั ฆราชเจา้ ถวายนำ�้ พระพุทธมนตด์ ้วยพระครอบพระกรงิ่ ท่พี ระอังสาและพระหัตถ์
มหาจักรีวงศ์บรมราชาภิเษก 141
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั ทรงเครอ่ื งบรมราชภษู ติ าภรณป์ ระทับเหนือพระทน่ี ั่งอฐั ทิศอุทมุ พรราชอาสนภ์ ายใตพ้ ระบวรเศวตฉตั ร
ราชบณั ฑติ และพราหมณท์ ูลเกลา้ ฯ ถวายนำ้� อภเิ ษก
142 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอย่หู ัว ทรงพระมหาพชิ ัยมงกฎุ ประทบั เหนอื พระที่น่ังภัทรบฐิ ภายใต้พระบวรเศวตฉัตร
มหาจักรีวงศ์บรมราชาภเิ ษก 143
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั ประทับเหนือพระทน่ี ่ังภัทรบิฐภายใต้พระบวรเศวตฉัตร
แวดลอ้ มด้วยเครื่องประกอบพระบรมราชอสิ รยิ ยศท่ีพระราชครวู ามเทพมนุ ีทูลเกล้าฯ ถวาย
144 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยู่หัว ประทบั พระทีน่ ่ังพดุ ตานทองคำ� รตั นสงิ หาสน์ แวดลอ้ มด้วยข้าราชสำ� นกั ฝา่ ยหนา้
เชญิ เคร่อื งประกอบพระบรมราชอิสริยยศ
มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก 145
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเคร่อื งบรมขตั ตยิ ราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระมหาพชิ ัยมงกฎุ ประทบั เหนอื พระทนี่ ่งั พุดตานทองคำ� รัตนสงิ หาสน์
ภายใตน้ พปฎลมหาเศวตฉัตร เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระทีน่ ่งั อมรินทรวินจิ ฉัย
146 มหาจกั รวี งศบ์ รมราชาภเิ ษก
พระยาช้างตน้ ผกู เครื่องคชาภรณย์ นื แท่นเทียบเกยพระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ดา้ นตะวนั ตก
ในการเสดจ็ ออกมหาสมาคม ณ พระท่ีน่ังอมรินทรวินิจฉัย
มหาจักรีวงศบ์ รมราชาภเิ ษก 147
พระยามา้ ตน้ ผกู เครื่องยืน ณ สนามหญา้ หนา้ พระท่นี ั่งจกั รีมหาปราสาท
148 มหาจักรวี งศ์บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอย่หู วั ทรงหลั่งนำ้� พระมหาสงั ข์ ทรงเจมิ สมเดจ็ พระนางเจา้ รำ� ไพพรรณี พระบรมราชนิ ี
เนอ่ื งในการสถาปนาพระราชอสิ ริยฐานันดรศกั ดิ์