รหสั ตัวชีว้ ัด
ท 1.1 ม.3 / 1, ม.3/2, ม.3 / 3, ม.3/4 , ม.3 /5
ท 1.1 ม.3/6, ม.3 /7, ม.3/8, ม.3 / 9, ม.3/10
ท 2.1 ม.3 /1, ม.3 / 2, ม.3/3, ม.3 / 4, ม.3/5
ท 2.1 ม.3 /6, ม.3 / 7, ม.3/8,ม.3 / 9
ท 3.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3,ม.3/4, ม.3/5
ท 3.1 ม.3/6
ท 4.1ม.3 / 1, ม.3 / 2, ม.3 / 3, ม.3 / 4 , ม.3 / 5
ท 4.1ม.3 / 6
ท 5.1 ม.3 / 1, ม.3 / 2, ม.3 / 3, ม.3 / 4
รวมทั้งหมด 35 ตัวชว้ี ัด
คําอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย
วิชา ภาษาไทยพ้นื ฐาน รหสั วชิ า ท23102 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 3
จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.5 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทั้งส้ิน 60 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
อานรอยแกวและรอยกรองไดถูกตองเหมาะสมกับเรื่องที่อาน ระบุความแตกตางของคําท่ีมีความหมาย
โดยตรงและความหมายโดยนัย ระบุใจความสําคัญของขอมูล อานเร่ืองตาง ๆ แลวเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด
บันทึก ยอความ และรายงาน วิเคราะห วิจารณ และประเมินเรื่องที่อานโดยใชกลวิธีเปรียบเทียบ ประเมินความ
ถกู ตอ งของขอมูลท่ีใชสนับสนุนในเรื่องที่อาน วิจารณความสมเหตุสมผล การลําดับความและความเปนไปไดของเร่ือง
ตคี วาม และประเมนิ คุณคา แนวคดิ ท่ไี ดจากงานเขียนอยางหลากหลาย คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนขอความ
ไดถูกตองตามระดับภาษา เขียนยอความ เขียนจดหมายกิจธุระเขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็น และโตแยง
อยางมีเหตุผล เขียนวิเคราะห วิจารณ และแสดงความรูความคิดเห็นหรือโตแยงในเรื่องตาง ๆ กรอกแบบสมัครงาน
เขียนรายรจําแนกคําและใชคําภาษาตางประเทศที่ใชในภาษาไทย วิเคราะหโครงสรางประโยคท่ีซับซอน วิเคราะห
ระดับภาษา ใชคําทับศัพทและศัพทบัญญัติ อธิบายความหมายคําศัพททางวิชาการและวิชาชีพ แตงบทรอยกรอง
ประเภทโคลงส่ีสุภาพ สรุปเนื้อหาของวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมทองถ่ินในระดับท่ียากย่ิงข้ึน วิเคราะหวิถี
ไทยและคุณคาจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน สรุปความรูและขอคิดที่ไดจากการอาน เพื่อนําไปประยุกตใชใน
ชีวิตจริง ทองจําและบอกคุณคาบทอาขยานตามที่กําหนดและบทรอยกรองท่ีมีคุณคาโดยใชกระบวนการอาน
กระบวนการเขียน กระบวนการคิด กระบวนการกลุม การฝกทักษะการฟง การดูและการพูด การศึกษาคนควา การ
สืบคน การอธิบาย การรายงาน การอภิปราย การสาธิต การแสดงบทบาทสมมุติ การปฏิบัติจริง การใชส่ือเทคโนโลยี
แหลงเรยี นรู การแสดงผลงานเพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีจิตสํานึก รักความเปนไทย อนุรักษภาษาไทย
สามารถใชภาษาไทยในการสื่อสารในชีวิตประจําวันไดอยางมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่
เหมาะสม รักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงม่ันในการทํางาน รักความเปน
ไทย มจี ติ สาธารณะ บนพื้นฐานเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ท 1.1 ม.3 / 1, ม.3/2, ม.3 / 3, ม.3/4, ม.3 /5
ท 1.1 ม.3/6, ม.3 /7, ม.3/8,ม.3 / 9, ม.3/10
ท 2.1 ม.3 /1, ม.3 / 2, ม.3/3, ม.3 / 4, ม.3/5
ท 2.1 ม.3 /6, ม.3 / 7, ม.3/8, ม.3 / 9
ท 3.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ท 3.1 ม.3/6
ท 4.1 ม.3 / 1, ม.3 / 2, ม.3 / 3, ม.3 / 4 , ม.3 / 5
ท 4.1 ม.3 / 6
ท 5.1 ม.3 / 1, ม.3 / 2 , ม.3 / 3 , ม.3 / 4
รวมทง้ั หมด 35 ตวั ชีว้ ดั
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย
วิชา เสริมทกั ษะภาษาไทย 1 รหสั วิชา ท22201 ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 1
จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรียนทงั้ สนิ้ 20 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ศึกษาหลักการอาน การเขียนคําท่ีมีเสียงวรรณยุกต คําที่ใช ใ- ไ- ไอย อัย อํา อําม อัม คําใช ณ น ศ ษ ส ซ
ทร และหลักการใชไ มไตคู โดยฝก ทักษะการอา นออกเสยี งและการเขยี นคําใหถูกตองเพื่อใหเกิดความรูและความเขาใจ
ใฝเรียน ใฝรู มีนสิ ยั รกั การอา น การสอนมีบรรยากาศในการอานและการเขียน สามาถนําความรูไปใชใหเกิดประโยชน
ตลอดจนมเี จตคตทิ ีด่ ตี อภาษาไทย
ผลการเรยี นรู
1. มีความรูค วามเขา ใจในการอานเขยี นคําที่มวี รรณยุกต
2. นกั เรยี นสามารถอานเขียนคาํ ทม่ี ีเสยี งวรรณยกุ ตไดถกู ตอง
3. นกั เรยี นสามารถอา นเขยี นคาํ และออกเสียงคําทใ่ี ช ใ- ไ- ไอย อัย ไดถ ูกตอง
4. นักเรียนสามารถอา นเขียนคําทใ่ี ช ณ น ศ ษ ส ซ ทร ไมไตคู ไดถ กู ตอ ง
5. สามารถนําความรทู ีไ่ ดร บั ไปใชใ นการเขียนเร่อื งไดถูกตอง
6. มมี ารยาทในการอา นและเขียน
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย
วชิ า เสริมทักษะภาษาไทย 2 รหัสวิชา ท22202 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1
จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นทง้ั สน้ิ 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรยี น
ศึกษาหลักการแตง คําประพันธป ระเภทกลอนสภุ าพ กาพยยานี 11 ศึกษาหลกั การอานกลอนสุภาพและกาพย
ยานี 11 โดยฝก ทกั ษะการแตงกลอนสุภาพและกาพยยานี 11
ผลการเรียนรู
1. มีความรูความเขาใจในการแตงกลอนสุภาพและกาพยย านี 11
2. นกั เรยี นสามารถแตงกลอนสุภาพได
3. นักเรียนบอกหลกั เกณฑใ นการแตงกาพยยานี 11 ได
4. นกั เรยี นบอกความแตกตางระหวางกลอนสุภาพและกาพยย านี 11 ได
5. นกั เรียนอา นทาํ นองเสนาะ กลอนสุภาพ และกาพยย านี 11 ได
6. นักเรียนมีมารยาทในการอา นและการเขยี นบทประพันธ
รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรียนรู
คําอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย
วิชา หลกั ภาษาไทย 1 รหัสวชิ า ท20203 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทง้ั สน้ิ 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน
ศกึ ษาหลักภาษาไทย เรื่องเสียงในภาษาไทย ทั้งรูปและเสียง คํา กลุมคํา และความหมายประโยคชนิดตาง ๆ
รวมท้ังประโยคบกพรอง เพื่อใหมีความรู ความเขาใจหลักภาษาไทย สามารถนําความรูไปใชวิเคราะหคํา กลุมคํา
ประโยค การใชภาษาไทยไดอยางถูกตอง มีนิสัยรักการอาน การเขียน ตระหนักในวัฒนธรรมการใชภาษาและความ
เปน ไทยอันจะนาํ ไปสกู ารอนรุ ักษและพฒั นาภาษาไทย
ผลการเรียนรู
1. อธิบายและยกตัวอยาง พยัญชนะตน สระ พยัญชนะทาย วรรณยกุ ตแ ละการนําไปใชไ ดถ กู ตอ ง
2. อธิบาย ยกตัวอยา ง และจําแนก คาํ มูล คําประสม และมีนสิ ยั รักการอา น การเขยี น
3. อธบิ ายและยกตวั อยา ง และบอกประโยชนของคาํ ซาํ้ คําซอ นได
4. สงั เกต อธิบายคําเปน คําตาย และยกตวั อยางได
5. สังเกต อธบิ ายคาํ เปน คําครุ ลหุ และยกตวั อยางได
6. อธบิ ายความหมายและจาํ แนกคําไทยจากภาษาอื่นได
7. อธิบายลกั ษณะคาํ ความหมาย และการนําไปใช
8. อธิบายความหมายและยกตวั อยา งคําทีม่ ีความหมายเหมือนกนั ได
9. บอกลกั ษณะและยกตัวอยางคําใกลเ คยี งและคาํ ตรงขามได
10. บอกลกั ษณะ และอธบิ ายความหมายคําพองรปู คาํ พองเสียงได
11. อธิบายและยกตวั อยา งคําทมี่ คี วามหมายแคบกวางได
12. วเิ คราะหประโยคบกพรอ ง และแกไ ขใหถกู ตอ งได และมีมารยาทในการใชภ าษา
13. อธบิ ายยกตัวอยา งและจําแนกประโยคความเดยี ว ประโยคความรวม และประโยคความซอนได
รวมทั้งหมด 13 ผลการเรียนรู
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลุม สาระการเรียนรู ภาษาไทย
วิชา หลกั ภาษาไทย 2 รหัสวิชา ท20205 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 2
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรียนทง้ั ส้ิน 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน
ศึกษาหลักภาษาไทยเรื่องการเปล่ียนแปลงของภาษาไทย รวมทั้งอิทธิพลภาษาตางประเทศที่มีตอภาษาไทย
การใชคํา สํานวน คําราชาศัพท การอาน การเขียน การคิด โวหารการประพันธ อรรถรสทางการประพันธ เพ่ือใหมี
ความรแู ละความเขา ใจหลกั ภาษาไทย สามารถนําความรูไ ปใชวเิ คราะหคาํ กลุมคํา การใชภาษาไดถูกตองเหมาะสมกับ
ระดับภาษา มีนิสัยรักการอาน การเขียน การคิด ประเมินคุณคางานประพันธดานวรรณศิลป ตระหนักในวัฒนธรรม
การใชภ าษาทีถ่ ูกตอ งเหน็ คณุ คาภาษาไทยซ่ึงเปน ภาษาประจาํ ชาติ อันนาํ ไปสกู ารอนรุ กั ษและเชดิ ชูภาษาไทย
ผลการเรยี นรู
1. จาํ แนกและยกตัวอยา ง คาํ สมาส สมาสแบบกลนื (สนธ)ิ ได บอกลกั ษณะคําสมาส และยกตัวอยา งได
2. บอกลกั ษณะ จําแนก และยกตัวอยา งคาํ บาลี สันสกฤต เขมร จนี และภาษาอังกฤษไดถกู ตอง
3. ใชราชาศพั ทไดเหมาะสมกับบคุ คลและมนี สิ ยั รักการอาน
4. ใชล ักษณะนามไดถูกตองและมมี ารยาทในการใชภ าษา
5. อธบิ ายความหมายและยกตวั อยา งสาํ นวนไทย และนาํ ไปใชในชวี ิตประจาํ วันไดอ ยางเหมาะสม
6. วิเคราะหงานประพันธโ ดยใชภ าษาภาพพจนได
7. วเิ คราะหงานประพนั ธดา นวรรณศลิ ปได
8. อา นและเขียนคําไดถูกตอง มนี ิสัยรกั การอาน การเขยี น
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย
วิชา ภาษาไทยเพ่ือการส่ือสาร 1 รหสั วิชา ท20201 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3
จํานวน 1 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทัง้ สิน้ 20 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน
ศึกษารูปแบบของการเขียนบันทึกเหตุการณ นิทาน เร่ืองเลา บันเทิงคดี สารคดี หลักการเลือกใชโวหารท่ี
เหมาะสม หลักการเขียนเชิงสรางสรรค และหลักการวิเคราะห วิจารณงานเขียนเชิงสรางสรรคฝกทักษะการเขียนเชิง
สรางสรรคใ นรูปแบบตา ง ๆ ท่ีเปนรอยแกว วเิ คราะห วิจารณงานเขยี นของผูอื่นอยา งมมี ารยาท เพ่อื ใหส ามารถพูดและ
เขยี นไดอ ยา งมศี ิลปะ มนี สิ ัยรักการอา น การเขียน และ มมี ารยาทในการอานและเขยี น
ผลการเรียนรู
1. เขียนบนั ทกึ เหตุการณ เรอื่ งเลา บันเทิงคดี และสารคดตี า งๆได ดวยถอยคาํ และไวยกรณท่ถี กู ตองและเหมาะสม
2. เขียนขอความและบทความตางๆ หรือเขียนส่ือสารในรูปแบบตางๆ ใหตรงตามวัตถุประสงค โดยใชภาษา เรียบ
เรยี งถูกตอง มขี อ มูลสาระสาํ คัญชัดเจนและสรา งสรรค
3. เขียนวิเคราะห วิจารณงานเขียนของผูอ่ืน สามารถแสดงความรูความคิดเห็น หรือโตแยงในเรื่องตางๆ อยางมี
มารยาท
รวมทั้งหมด 3 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย
วิชา เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย 3 รหสั วชิ า ท20204 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 3
จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกิต
จํานวนเวลาเรียนทั้งสน้ิ 20 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน
ฝก ทกั ษะการฟง พูด อา น และเขยี นเพ่ิมเติม โดยเนน กระบวนการจดั กจิ กรรม ในรปู แบบการปฏบิ ตั ิจริง
เพ่ือให สามารถใชภ าษาในการส่ือสารไดอยา งถกู ตอง เหมาะสมกบั กาลเทศะ นา ฟง นาอานไดอ ยา งคลอ งแคลวมากขน้ึ
ผลการเรียนรู
1. อานออกเสยี งบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดอยา งถูกตอ งและเหมาะสมกบั เร่ืองท่ีอา น
2. อานหนังสือ บทความตาง ๆ อยางหลากหลายและประเมินคุณคา หรือแนวคิดที่ไดจากการอาน เพ่ือนําไปใช
แกป ญหาตา ง ๆ
3. เขยี นส่อื สาร สรปุ แบบตาง ๆ ไดต รงตามวัตถุประสงคโดยใชภ าษาเรียบเรียงถูกตองมขี อมลู สาระสาํ คัญชดั เจน
4. พูดสรปุ ใจความสําคญั พูดในโอกาสตา ง ๆ ไดตรงตามวตั ถปุ ระสงค และมีมารยาทในการฟง และพูด
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวิชาพื้นฐาน
กลุม สาระการเรยี นรู ภาษาไทย
วชิ า ภาษาไทยพื้นฐาน รหสั วชิ า ท31101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นท้ังสิน้ 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน
ฝกอานออกเสียงบทรอยแกวและรอยกรองไดถูกตอง เขาใจ ตีความ แปลความขยายความเรื่องที่อานได
วิเคราะหวิจารณเร่ืองท่ีอาน ตอบคําถาม แสดงความความคิด โตแยง คาดคะเนเหตุการณและเสนอความคิดใหมจาก
การอานอยางมีเหตุผล มีมารยาทและมีนิสัยรักการอาน ฝกเขียนส่ือสารในรูปแบบตาง ๆ โดยใชภาษาไดถูกตองตาม
วัตถุประสงค ยอความจากส่ือที่มีรูปแบบและเนื้อหาสาระท่ีหลากหลาย เรียงความแสดงความความคิดเชิงสรางสรรค
โดยใชโวหารตาง ๆ มีมารยาทในการเขียนต้ังคําถามและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟงและดู มีวิจารณญาณใน
การเลือกเร่ืองท่ีฟงและดู วิเคราะหวัตถุประสงค แนวคิด การใชภาษา ความนาเชื่อถือของเรื่องที่ฟงและดู รวมทั้งมี
มารยาทในการฟง การดู และการพูด ใชคําและกลุมคํา สรางประโยคไดตรงตามวัตถุประสงค แตงคําประพันธ ใช
ภาษาไดเหมาะสมกับกาลเทศะ วิเคราะหหลักการสรางคําในภาษาไทยและภาษาถ่ิน วิเคราะหและประเมินการใช
ภาษาจากส่ือสิ่งพิมพและส่ืออีเล็กทรอนิกส วิเคราะหวิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณวรรณคดี
เบื้องตน รูและเขาใจลักษณะเดนของวรรณคดี ภูมิปญญาทางภาษาและวรรณคดีพ้ืนบาน เชื่อมโยงกับการเรียนรูทาง
ประวัติศาสตรและวิถีไทย ประเมินคาดานวรรณศิลป ดานสังคมและวัฒนธรรม ทองจําบทอาขยานและนําขอคิดจาก
วรรณคดี และวรรณกรรมไปประยกุ ตใชในชีวติ จรงิ
รหัสตัวชวี้ ดั
ท. 1.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/4, ม.4/5, ม4/6, ม. 4/9
ท. 2.1ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/8,
ท. 3.1ม.4/1, ม.4/2, ม.4/4, ม4/6
ท. 4.1 ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม4/6, ม.4/7
ท. 5.1ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม4/6
รวมทงั้ หมด 26 ตัวชีว้ ัด
คําอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย
วิชา ภาษาไทยพื้นฐาน รหสั วิชา ท31102 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 4
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรียนท้ังสิ้น 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ฝกอานออกเสียงบทรอยแกวและรอยกรองไดถูกตอง เขียนกรอบแนวคิดผังความคิด บันทึก ยอความ และ
เขียนรายงานจากสิ่งที่อาน สังเคราะห ประเมินคา และนําความรูความคิดจากการอานมาพัฒนาตนเอง พัฒนาการ
เรียนและพัฒนาความรูทางอาชีพ และนําความรูความคิดไปประยุกตใชแกปญหาในการดําเนินชีวิต มีมารยาทและมี
นิสัยรักการอาน ฝกเขียนสื่อสารในรูปแบบตาง ๆ โดยใชภาษาไดถูกตองตามวัตถุประสงค เขียนบันทึก รายงาน
การศึกษาคนควาตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ ใชขอมูลสารสนเทศในการอางอิง ผลิตผลงานของตนเองในรูปแบบ
สารคดี รวมท้ังประเมินงานเขียนของผูอ่ืนและนํามาพัฒนางานเขียนของตนเอง และมีมารยาทในการเขียน ตั้งคําถาม
และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องท่ีฟงและดู มีวิจารณญาณในการเลือกเร่ืองที่ฟงและดู วิเคราะหวัตถุประสงค
แนวคิด การใชภาษา ความนา เชอื่ ถอื ของเรอ่ื งทฟี่ งและดู ประเมนิ สง่ิ ท่ีฟงและดูและนําไปประยุกตใชในการดําเนินชีวิต
มีทกั ษะในการพูดในโอกาสตา ง ๆ ทั้งทีเ่ ปน ทางการไมเปนทางการโดยใชภาษาที่ถูกตอง พูดแสดงทรรศนะโตแยง โนม
นาวและเสนอแนวคิดใหมอยางมีเหตุผล รวมท้ังมีมารยาทในการฟง การดู และการพูดเชาใจและแตงคําประพันธ ใช
ภาษาไดเหมาะสมกับกาลเทศะ วิเคราะหและประเมินการใชภาษาจากส่ือส่ิงพิมพและส่ืออีเล็กทรอนิกส วิเคราะห
วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณวรรณคดีเบื้องตน รูและเขาใจลักษณะเดนของวรรณคดี ภูมิ
ปญญาทางภาษาและวรรณคดีพ้ืนบาน เชื่อมโยงกับการเรียนรูทางประวัติศาสตรและวิถีไทย ประเมินคาดาน
วรรณศลิ ป ดานสังคมและวัฒนธรรม ทอ งจําและนาํ ขอคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรมไปประยุกตใชใ นชีวติ จรงิ
รหสั ตัวชว้ี ัด
ท. 1.1 ม.4/1, ม.4/7, ม.4/8, ม. 4/9
ท. 2.1ม.4/1,ม.4/4, ม.4/5, ม4/6,ม. ม.4/8
ท. 3.1ม.4/1,ม.4/3, ม.4/4, ม4/6
ท. 4.1 ม.4/3, ม.4/4, ม.4/7
ท. 5.1ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม4/6
รวมทง้ั หมด 22 ตัวชี้วดั
คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย
วิชา ภาษาไทยพืน้ ฐาน รหสั วชิ า ท32101 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 5
จํานวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทงั้ ส้ิน 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ฝกอา นออกเสียงบทรอ ยแกวและรอยกรองไดถูกตอง และเขา ใจ ตีความ แปลความ และขยายความ
เรือ่ งท่อี านได วิเคราะหว จิ ารณเ รอ่ื งท่อี าน ตอบคาํ ถาม แสดงความความคดิ โตแ ยง และเสนอความคิดใหมจาก
การอา นอยางมเี หตผุ ล คาดคะเนเหตกุ ารณจากเรื่องทอี่ า น มมี ารยาทและมีนิสัยรักการอาน ฝกเขียนส่ือสารในรูปแบบ
ตาง ๆ โดยใชภาษาไดถูกตองตามวัตถุประสงค ยอความจากส่ือที่มีรูปแบบและเน้ือหาสาระท่ีหลากหลาย เรียงความ
แสดงความความคิดเชิงสรา งสรรคโดยใชโวหารตาง ๆ มมี ารยาทในการเขยี น ต้งั คําถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
เร่ืองที่ฟงและดู มีวิจารณญาณในการเลือกเร่ืองท่ีฟงและดู วิเคราะหวัตถุประสงค แนวคิด การใชภาษา ความ
นาเชื่อถือของเรอ่ื งท่ฟี งและดู ประเมนิ สิง่ ทฟ่ี ง และดแู ละนําไปประยุกตใชใ นการดาํ เนินชีวิต รวมท้ังมีมารยาทในการฟง
ดู และพูด เขาใจธรรมชาติของภาษา อิทธิพลของภาษา และลักษณะของภาษาไทย แตงคําประพันธ วิเคราะหและ
ประเมินการใชภาษาจากส่ือสิ่งพิมพและส่ืออีเล็กทรอนิกส วิเคราะหวิจารณวรรณคดี และวรรณกรรมตามหลักการ
วิจารณวรรณคดเี บอ้ื งตน รูแ ละเขา ใจลกั ษณะเดน ของวรรณคดี ภูมปิ ญ ญาทางภาษาและวรรณคดีพื้นบาน เช่ือมโยงกับ
การเรียนรูทางประวตั ศิ าสตรและวถิ ีไทย ประเมินคา ดานวรรณศิลป ดานสังคมและวัฒนธรรม ทองจําบทอาขยานและ
นําขอคิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมไปประยุกตใ ชใ นชวี ติ จรงิ
รหัสตัวชี้วดั
ท. 1.1 ม.4/1,ม.4/2,ม.4/3, ม.4/4,ม.4/5, ม4/6, ม.4/7, ม. 4/9
ท. 2.1 ม.4/1,ม.4/2,ม.4/3, ม.4/8
ท. 3.1 ม.4/1,ม.4/2,ม.4/3, ม.4/4,ม4/6
ท. 4.1 ม.4/1,ม.4/7
ท. 5.1 ม.4/1,ม.4/2,ม.4/3, ม.4/4,ม.4/5, ม4/6
รวมทัง้ หมด 25 ตัวชวี้ ัด
คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาไทย
วิชา ภาษาไทยพน้ื ฐาน รหสั วิชา ท32102 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 5
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรียนทงั้ สิ้น 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ฝก อานออกเสียงบทรอ ยแกวและรอ ยกรองไดถ กู ตองและเขาใจ ตีความ แปลความและขยายความเร่ืองที่อาน
ได วเิ คราะหว จิ ารณเ ร่ืองที่อาน บนั ทึก ยอความ และเขยี นรายงานจากส่งิ ท่ีอา น สงั เคราะห ประเมินคา
และนําความรูความคิดจากการอา นมาพัฒนาตนเอง พัฒนาการเรียนและพัฒนาความรูทางอาชีพ และนําความรู
ความคิดไปประยุกตใชแกปญหาในการดําเนินชีวิต มีมารยาทและมีนิสัยรักการอาน ฝกเขียนสื่อสารในรูปแบบตาง ๆ
โดยใชภาษาไดถูกตองตามวัตถุประสงค เขียนบันทึก รายงาน การศึกษาคนควาตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ ใช
ขอมูลสารสนเทศในการอางอิง ผลิตผลงานของตนเองในรูปแบบสารคดี รวมท้ังประเมินงานเขียนของผูอ่ืน และนํามา
พัฒนางานเขียนของตนเอง มีมารยาทในการเขียน ต้ังคําถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่ฟงและดู มี
วิจารณญาณในการเลือกเร่ืองที่ฟงและดู วิเคราะหวัตถุประสงค แนวคิด การใชภาษา ความนาเชื่อถือของเร่ืองท่ีฟง
และดู ประเมินสิ่งที่ฟงและดู และนําไปประยุกตใชในการดําเนินชีวิต มีทักษะในการพูดในโอกาสตาง ๆ ท้ังที่เปน
ทางการไมเปนทางการโดยใชภาษาที่ถูกตอง พูดแสดงทรรศนะโตแยง โนมนาวและเสนอแนวคิดใหมอยางมีเหตุผล
รวมทั้งมีมารยาทในการฟง ดู และพูด เขาใจธรรมชาติของภาษา อิทธิพลของภาษา และลักษณะของ วิเคราะหและ
ประเมินการใชภาษาจากส่ือส่ิงพิมพและส่ืออีเล็กทรอนิกส วิเคราะหวิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการ
วิจารณวรรณคดีเบอ้ื งตน รแู ละเขาใจลักษณะเดน ของวรรณคดี ภูมิปญญาทางภาษาและวรรณคดีพื้นบาน เชื่อมโยงกับ
การเรยี นรูทางประวัติศาสตรและวถิ ไี ทย ประเมนิ คา ดา นวรรณศิลป ดานสังคมและวัฒนธรรม ทองจําบทอาขยานและ
นําขอ คดิ จากวรรณคดี และวรรณกรรมไปประยกุ ตใชในชีวติ จรงิ
รหัสตัวชว้ี ัด
ท. 1.1 ม.4/1,ม.4/2,ม.4/3, ม.4/7,ม.4/8,ม. 4/9
ท. 2.1 ม.4/1,ม.4/4,ม.4/5, ม4/6,ม.4/7,ม.4/8
ท. 3.1 ม.4/1,ม.4/2,ม.4/3, ม.4/4,ม.4/5,ม4/6
ท. 4.1 ม.4/1,ม.4/4,ม.4/7
ท. 5.1 ม.4/1,ม.4/2,ม.4/3 ม.4/4,ม.4/5,ม4/6
รวมทง้ั หมด 27 ตัวชว้ี ดั
คาํ อธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย
วชิ า ภาษาไทยพนื้ ฐาน รหัสวชิ า ท33101 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 6
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรยี นทั้งส้นิ 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ฝก อา นออกเสียงบทรอยแกวและรอยกรองประเภทกาพยเ ปน ทํานองเสนาะไดถ ูกตอ ง และเขาใจ ตีความ แปลความ
และขยายความเร่อื งที่อานได วิเคราะหวจิ ารณเรือ่ งท่ีอา น แสดงความความคดิ โตแยง และเสนอความคดิ ใหมจากการ
อานอยางมีเหตผุ ล คาดคะเนเหตุการณจากเรอื่ งทีอ่ า น เขียนกรอบแนวคิดผังความคิด บันทกึ ยอความ และเขียน
รายงานจากสิ่งท่ีอา น สังเคราะห ประเมนิ คา และนาํ ความรูความคดิ จากการอานมาพัฒนาตนเอง พฒั นาการเรียนและ
พัฒนาความรูทางอาชีพ และนําความรูความคดิ ไปประยกุ ตใชแ กป ญหาในการดําเนินชีวติ มมี ารยาทและมนี ิสัยรกั การ
อาน ฝกเขยี นสอ่ื สารในรปู แบบตา ง ๆ โดยใชภาษาไดถูกตองตามวัตถปุ ระสงค ยอ ความจากสื่อทม่ี รี ปู แบบและ
เนือ้ หาสาระทหี่ ลากหลาย เรียงความแสดงความความคิดเชงิ สรา งสรรคโดยใชโวหารตาง ๆ เขียนบนั ทึก รายงาน
การศกึ ษาคนควา ตามหลกั การเขยี นเชิงวชิ าการ ใชข อมลู สารสนเทศในการอางองิ ผลติ ผลงานของตนเองในรปู แบบ
สารคดี รวมท้งั ประเมนิ งานเขียนของผูอน่ื และนํามาพฒั นางานเขียนของตนเอง
ต้งั คําถามและแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับเรือ่ งท่ฟี งและดู มีวิจารณญาณในการเลือกเร่อื งท่ฟี ง และดู วิเคราะห
วตั ถุประสงค แนวคิด การใชภาษา ความนา เชื่อถอื ของเร่ืองทฟ่ี ง และดู ประเมินสิง่ ท่ีฟง และดู และนาํ ไปประยุกตใชใน
การดําเนนิ ชีวติ มีทักษะในการพูดในโอกาสตาง ๆ ท้ังที่เปน ทางการไมเ ปนทางการโดยใชภาษาที่ถูกตอ ง พดู แสดง
ทรรศนะโตแยง โนมนาวและเสนอแนวคิดใหมอยางมเี หตผุ ล รวมทง้ั มมี ารยาทในการฟง ดู และพดู เขา ใจธรรมชาติ
ของภาษา อิทธิพลของภาษา และลกั ษณะของภาษาไทย ใชค าํ และกลุมคาํ สรา งประโยคไดตรงตามวัตถปุ ระสงค แตง
คาํ ประพันธป ระเภทฉันท ใชภาษาไดเ หมาะสมกับกาลเทศะ และใชร าชาศพั ทและคาํ สุภาพไดอยา งถูกตอง วิเคราะห
หลกั การสรา งคาํ ในภาษาไทยและ ภาษาถน่ิ วิเคราะหและประเมินการใชภ าษาจากสื่อสิ่งพิมพและสื่ออเี ล็กทรอนกิ ส
วิเคราะหวจิ ารณว รรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวิจารณวรรณคดเี บ้ืองตน รแู ละเขาใจลกั ษณะเดนของ
วรรณคดี ภูมิปญ ญาทางภาษาและวรรณคดีพ้นื บาน เชอ่ื มโยงกบั การเรยี นรูทางประวตั ศิ าสตรแ ละวถิ ีไทย ประเมินคา
ดานวรรณศลิ ป ดา นสงั คมและวฒั นธรรม และนาํ ขอคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมไปประยุกตใชใ นชีวิตจริง
รหสั ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4 , ม.4-6/5, ม.4-6/6
ท 1.1 ม.4-6/7 , ม.4-6/8 , ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.4-6/4 , ม.4-6/5, ม.4-6/6 , ม. 4-6/7
ท 2.1 ม. 4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2 , ม.4-6/3, ม.4-6/4 , ม.4-6/5, ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2 , ม. 4-6/3, ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6
รวม 36 ตวั ชี้วดั
คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย
วิชา ภาษาไทยพืน้ ฐาน รหสั วิชา ท33102 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 6
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรียนทั้งสน้ิ 40 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน
ฝกอานออกเสียงบทรอยแกวและรอยกรองประเภทกลอนเปนทํานองเสนาะไดถูกตอง และเขาใจ ตีความ
แปลความ และขยายความเร่ืองท่ีอานได วิเคราะหวิจารณเรื่องท่ีอาน แสดงความความคิดโตแยง และเสนอความคิด
ใหมจากการอานอยางมีเหตุผล คาดคะเนเหตุการณจากเรื่องที่อาน เขียนกรอบแนวคิดผังความคิด บันทึก ยอความ
และเขียนรายงานจากสิ่งที่อาน สังเคราะห ประเมินคา และนําความรูความคิดจากการอานมาพัฒนาตนเอง
พัฒนาการเรียนและพัฒนาความรูทางอาชีพ และนําความรูความคิดไปประยุกตใชแกปญหาในการดําเนินชีวิต มี
มารยาทและมีนิสัยรักการอา น ฝก เขยี นสื่อสารในรูปแบบตา ง ๆ โดยใชภาษาไดถูกตองตามวตั ถปุ ระสงค
ยอความจากส่ือทีม่ ีรูปแบบและเนือ้ หาสาระท่หี ลากหลาย เรียงความแสดงความความคิดเชิงสรางสรรคโดยใช
โวหารตาง ๆ เขียนบันทึก รายงานการศึกษาคนควาตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ ใชขอมูลสารสนเทศในการอางอิง
ผลติ ผลงานของตนเองในรปู แบบบันเทงิ คดี รวมทง้ั ประเมนิ งานเขยี นของผูอืน่ และนาํ มาพัฒนางานเขยี นขอตนเอง
ต้งั คําถามและแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั เรอ่ื งทฟ่ี งและดู มีวิจารณญาณในการเลือกเร่ืองที่ฟงและดู วิเคราะห
วัตถปุ ระสงค แนวคดิ การใชภาษา ความนา เชื่อถือของเรื่องท่ีฟงและดู ประเมินส่ิงท่ีฟงและดุ และนําไปประยุกตใชใน
การดําเนินชีวิต มีทักษะในการพูดในโอกาสตาง ๆ ท้ังท่ีเปนทางการไมเปนทางการโดยใชภาษาท่ีถูกตอง พูดแสดง
ทรรศนะโตแ ยง โนมนาวและเสนอแนวคิดใหมอ ยา งมีเหตุผล รวมทั้งมีมารยาทในการฟง ดู และพดู เขาใจธรรมชาติของ
ภาษา อิทธิพลของภาษา และลักษณะของภาษาไทย ใชคําและกลุมคําสรางประโยคไดตรงตามวัตถุประสงค แตงคํา
ประพันธประเภทกลอน ใชภาษาไดเหมาะสมกับกาลเทศะ และใชราชาศัพทและคําสุภาพไดอยางถูกตอง วิเคราะห
หลักการสรางคําในภาษาไทยและภาษาถิ่น วิเคราะหและประเมินการใชภาษาจากสื่อส่ิงพิมพและสื่ออีเล็กทรอนิกส
วิเคราะหวิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณวรรณคดีเบ้ืองตน รูและเขาใจ ลักษณะเดนของ
วรรณคดี ภูมิปญญาทางภาษาและวรรณคดีพ้ืนบาน เช่ือมโยงกับการเรียนรูทางประวัติศาสตร และวิถีไทย ประเมิน
คา ดานวรรณศิลป ดานสงั คมและวฒั นธรรม และนําขอคดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมไป ประยกุ ตใชใ นชีวิตจรงิ
รหสั ตัวชี้วัด
ท 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6
ท 1.1 ม.4-6/7, ม.4-6/8 , ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม. 4-6/7
ท 2.1 ม. 4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3, ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.4-6/4, ม.4-6/5 , ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2, ม. 4-6/3 , ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6
รวม 36 ตัวช้ีวดั
คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาไทย
วชิ า การใชห องสมดุ 1 รหัสวิชา ท30201 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 4
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรียนทัง้ สน้ิ 40 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน
ศึกษากฎระเบียบ วิธีการใชบริการแหลงการเรียนรูและหองสมุด ลักษณะและวิธีใช ทรัพยากรสารนิเทศเพื่อ
การศึกษาคนควา ความรูขอมูล ขา วสาร
โดยใชกระบวนการศึกษาสํารวจ สังเกต การใชหองสมุด การอาน และการคนหา สารนิเทศจากแหลงขอมูล
ตา ง ๆ
เพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจ วิธีการแสวงหาความรูการศึกษาคนควาดวยตนเอง เปนผูใฝรูใฝเรียน สามารถ
นา ไปประยกุ ตใชกับการเรยี นและชวี ติประจําวนั ไดอ ยางมคี ุณธรรม จริยธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. ใชบ ริการแหลงการเรียนรูและหองสมดุ เพื่อการศึกษาคนควาได
2. ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บการใช หองสมุดได
3. อธิบายลักษณะและวิธกี ารใชท รพั ยากรสารนิเทศได
4. คนหาความรขู อม ลู ขา วสารท่ตี องการจากทรัพยากรสารนิเทศได
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลุม สาระการเรียนรู ภาษาไทย
วชิ า การใชห องสมุด 2 รหัสวิชา ท30202 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 4
จํานวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นท้ังส้นิ 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษาระบบการจดหั มวดหมูหนังสือ การจัดเรียนหนังสือบนช้ัน และการใชเครื่องมือ สืบคนสารนิเทศภายใน
หองสมุด
โดยใชกระบวนการศึกษา สํารวจ สังเกต การใชหองสมุด และการฝกทักษะใชเครื่องมือ สืบคนสารนิเทศ
ภายในหอ งสมุด
เพื่อใหเ กิดความรู ความเขาใจ วิธีการแสวงหาความรู การศึกษาคนควาดวยตนเอง เปนผูใฝรูใฝเรียน สามารถ
นา ไปประยกุ ตใ ชกับการเรียนและชีวตปิ ระจาํ วนั ไดอยา งมีคุณธรรม จริยธรรม และคา นยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายประเภทและลกั ษณะของหนงั สอื ได
2. เลือกอา นสารนเิ ทศทีม่ ปี ระโยชนไ ด
3. อธบิ ายระบบการจดัหมวดหมูหนงั สอื ได
4. บอกเลขหมขู องหนังสือท่ตี องการคน หาได
5. คน หาหนงั สือภายในหอ งสมดุ ได
6. อธิบายวธิ ีสืบคน สารนิเทศในหองสมุดได
7. สบื คนสารนิเทศท่ีตอ งการได
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรียนรู
คําอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย
วิชา การอานและการเขยี น 1 รหสั วิชา ท30205 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 4
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรียนทงั้ ส้นิ 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน
ใชก ระบวนการเขียนเพื่อพัฒนาการเขียน มคี วามรพู ้นื ฐานทางการเขยี น เขยี นจดหมายส่ือสารอยา งมี
ประสิทธภิ าพ เขยี นเรียงความ ยอความ และเขียนเสนอเร่ืองราวในรูปแบบตา ง ๆ ได ตามจุดประสงคข องการ
เขยี น เขียนรายงานเชิงวิชาการตามขัน้ ตอนและสามารถเขียนรอยกรองอยางงายๆ ได ถกู ตองตามฉันทลกั ษณ
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรคู วามเขา ใจกระบวนการเขยี นในลกั ษณะตา ง ๆ
2. เขยี นจดหมายสือ่ สารได
3. เขยี นเรยี งความยอความได
4. เขยี นเรอ่ื งราวในรปู แบบตา ง ๆ ได
5. เขียนรอยกรองอยา งงา ยๆ ได
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาไทย
วิชา การอานและการเขยี น 2 รหสั วชิ า ท30207 ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 4
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1 หนว ยกิต
จาํ นวนเวลาเรียนทงั้ สนิ้ 40 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน
ฝก เขียนบทสนทนาทีแ่ สดงอารมณแ ละความรูส กึ ตา ง ๆ โดยใชจินตนาการหรอื กําหนดสถานการณข ้ึน
ฝกเขยี นบทความส้นั ๆ แสดงความคิดเหน็ หรอื อาจฝก เขยี นบรรยายประสบการณพรรณนาทัศนียภาพหรืออาจเขียนใน
รูปแบบอื่น ฝกแตงคําประพันธตามความคิดและหัวขอที่กําหนดใหเพื่อใหเขียนไดอยางมีเน้ือหาสาระ นาอาน ใช
ถอ ยคําสํานวนสละสลวยกอใหเกิดความเพลิดเพลนิ และชว ยพฒั นาความคิด
ผลการเรียนรู
1. มีความรูค วามเขา ใจการเขียนบทสนทนา การเขยี นบรรยายประสบการณ
2. มีความรูความเขา ใจการเขียนบทประพนั ธ ประเภทกลอนสุภาพ
3. นักเรยี นสามารถบอกหลกั เกณฑใ นการเขียนท่ใี ชจนิ ตนาการได
4. นักเรยี นบอกหลกั เกณฑการเขียนบทความได
5. นกั เรยี นสามารถเขียนแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเรื่องตา ง ๆได
6. นักเรียนสามารถใชถ อยคาํ ไดนา อานขนึ้
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย
วิชา หลกั ภาษาไทย 3 รหัสวิชา ท30208 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 5
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรยี นทั้งสิน้ 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศึกษาหลักภาษาไทย เรื่องเสยี งในภาษาไทย ท้งั รปู และเสยี ง คํา กลมุ คํา และความหมายประโยคชนิดตา ง ๆ
รวมทงั้ ประโยคบกพรอง เพอ่ื ใหมคี วามรู ความเขา ใจหลักภาษาไทย สามารถนําความรไู ปใชวิเคราะหค าํ กลุมคํา
ประโยค การใชภ าษาไทยไดอ ยางถกู ตอง มนี สิ ัยรักการอาน การเขียน ตระหนกั ในวัฒนธรรมการใชภ าษาและความ
เปน ไทยอนั จะนําไปสกู ารอนุรักษแ ละพฒั นาภาษาไทย
ผลการเรียนรู
1. อธิบายและยกตัวอยาง พยัญชนะตน สระ พยัญชนะทาย วรรณยกุ ตและการนาํ ไปใชไ ดถูกตอง
2. อธบิ าย ยกตัวอยา ง และจาํ แนก คาํ มูล คาํ ประสม และมีนิสยั รกั การอา น การเขยี น
3. อธบิ ายและยกตวั อยา ง และบอกประโยชนของคาํ ซ้ํา คําซอ นได
4. สงั เกต อธบิ ายคําเปน คําตาย และยกตัวอยา งได
5. สังเกต อธิบายคาํ เปน คําครุ ลหุ และยกตัวอยางได
6. อธบิ ายความหมายและจาํ แนกคําไทยจากภาษาอ่ืนได
7. อธิบายลกั ษณะคาํ ความหมาย และการนําไปใช
8. อธบิ ายความหมายและยกตัวอยางคาํ ท่มี ีความหมายเหมือนกนั ได
9. บอกลักษณะและยกตวั อยางคาํ ใกลเ คยี งและคาํ ตรงขามได
10. บอกลกั ษณะ และอธิบายความหมายคาํ พองรูป คําพองเสยี งได
11. อธิบายและยกตวั อยางคาํ ทมี่ คี วามหมายแคบกวางได
12. วเิ คราะหประโยคบกพรอง และแกไขใหถกู ตองได และมมี ารยาทในการใชภาษา
13. อธิบายยกตัวอยางและจําแนกประโยคความเดียว ประโยคความรวม และประโยคความซอนได
รวมท้ังหมด 13 ผลการเรียนรู
คําอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย
วิชา หลกั ภาษาไทย 4 รหสั วชิ า ท30209 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 5
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรียนทั้งสน้ิ 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศึกษาหลักภาษาไทยเรอื่ งการเปลยี่ นแปลงของภาษาไทย รวมท้งั อิทธิพลภาษาตา งประเทศทมี่ ีตอภาษาไทย
การใชค ํา สํานวน คาํ ราชาศัพท การอาน การเขียน การคิด โวหารการประพนั ธ อรรถรสทางการ
ประพนั ธ เพอื่ ใหมีความรูและความเขาใจหลักภาษาไทย สามารถนําความรูไปใชว ิเคราะหคํา กลมุ คาํ การใชภาษาได
ถูกตองเหมาะสมกบั ระดบั ภาษา มนี สิ ยั รกั การอา น การเขียน การคิด ประเมินคุณคา งานประพนั ธดานวรรณศลิ ป
ตระหนักในวฒั นธรรมการใชภาษาทถ่ี ูกตองเห็นคุณคาภาษาไทยซึ่งเปนภาษาประจาํ ชาติ อนั นําไปสูการอนรุ ักษแ ละ
เชดิ ชภู าษาไทย
ผลการเรยี นรู
1. จําแนกและยกตวั อยาง คาํ สมาส สมาสแบบกลนื (สนธ)ิ ได บอกลักษณะคาํ สมาส และยกตัวอยา งได
2. บอกลกั ษณะ จาํ แนก และยกตัวอยา งคําบาลี สันสกฤต เขมร จนี และภาษาองั กฤษไดถูกตอง
3. ใชราชาศพั ทไดเหมาะสมกับบคุ คลและมนี ิสัยรักการอาน
4. ใชลักษณะนามไดถูกตองและมีมารยาทในการใชภ าษา
5. อธบิ ายความหมายและยกตัวอยางสํานวนไทย และนําไปใชในชีวิตประจาํ วนั ไดอ ยางเหมาะสม
6. วเิ คราะหง านประพันธโ ดยใชภ าษาภาพพจนได
7. วเิ คราะหงานประพันธด า นวรรณศลิ ปได
8. อานและเขียนคําไดถ ูกตอ ง มนี สิ ยั รกั การอาน การเขียน
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวชิ า กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
รายวิชาท่ีเปดสอน กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร (รายวิชาพ้ืนฐาน)
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
รหัสวชิ า รายวชิ า จาํ นวน จํานวน ชัน้ ภาคเรยี น
หนวยกิต ชวั่ โมง
ค21101 คณิตศาสตร 1 ม.1 1
ค22101 คณิตศาสตร 3 1.5 60 ม.2 1
ค23101 คณิตศาสตร 5 ม.3 1
ค21102 คณติ ศาสตร 2 1.5 60 ม.1 2
ค22102 คณติ ศาสตร 4 ม.2 2
ค23102 คณิตศาสตร 6 1.5 60 ม.3 2
1.5 60
1.5 60
1.5 60
รายวชิ าทีเ่ ปด สอน กลุม สาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร (รายวิชาเพิ่มเติม)
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน
รหัสวิชา รายวิชา จาํ นวน จาํ นวน ชนั้ ภาคเรยี น
หนวยกิต ชั่วโมง
ค21201 คณติ ศาสตรเพิ่มเตมิ 1 ม.1 1
ค22201 คณติ ศาสตรเพิ่มเติม 3 1.0 40 ม.2 1
ค23201 คณติ ศาสตรเ พ่ิมเติม 5 1.5 60 ม.3 1
ค21203 คณติ ศาสตรเ พิ่มพูน 1 1.5 60 ม.1 1
ค22203 คณติ ศาสตรเพม่ิ พนู 3 1.0 40 ม.2 1
ค23203 คณิตศาสตรเ พิ่มพูน 5 1.0 40 ม.3 1
ค21202 คณติ ศาสตรเ พิ่มเติม 2 1.0 40 ม.1 2
ค22202 คณิตศาสตรเพิ่มเติม 4 1.0 40 ม.2 2
ค23202 คณิตศาสตรเ พม่ิ เติม 6 1.5 60 ม.3 2
ค21204 คณติ ศาสตรเพม่ิ พนู 2 1.5 60 ม.1 2
ค22204 คณิตศาสตรเพม่ิ พูน 4 1.0 40 ม.2 2
ค23204 คณติ ศาสตรเ พิม่ พนู 6 1.0 40 ม.3 2
1.0 40
รายวิชาท่ีเปด สอน กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร (รายวิชาพ้ืนฐาน)
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รหัสวชิ า รายวชิ า จาํ นวน จํานวน ชัน้ ภาคเรยี น
หนวยกิต ชัว่ โมง
ค31101 คณติ ศาสตร 1 ม.4 1
ค32101 คณิตศาสตร 3 1.0 40 ม.5 1
ค33101 คณิตศาสตร 5 ม.6 1
ค31102 คณติ ศาสตร 2 1.0 40 ม.4 2
ค32102 คณติ ศาสตร 4 ม.5 2
ค33102 คณิตศาสตร 6 1.0 40 ม.6 2
1.0 40
1.0 40
1.0 40
รายวิชาท่เี ปดสอน กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตรค ณติ ศาสตร (รายวชิ าเพ่ิมเตมิ )
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
รหัสวิชา รายวชิ า จาํ นวน จํานวน ชน้ั ภาคเรยี น
หนว ยกิต ช่วั โมง
ค31201 คณติ ศาสตรเ พิ่มเตมิ 1 ม.4 1
ค32201 คณิตศาสตรเพิ่มเตมิ 3 2.0 80 ม.4 1
ค33201 คณติ ศาสตรเ พิ่มเตมิ 5 ม.4 1
ค31202 คณิตศาสตรเพิ่มเติม 2 2.0 80 ม.4 2
ค32202 คณติ ศาสตรเพิ่มเตมิ 4 ม.4 2
ค33202 คณิตศาสตรเ พิ่มเตมิ 6 2.0 80 ม.4 2
2.0 80
2.0 80
2.0 80
คําอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
วิชา คณิตศาสตร 1 รหสั วิชา ค21101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 1
จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.5 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทัง้ สิน้ 60 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น
ศึกษา ฝก ทกั ษะ กระบวนการในสาระการเรียนรูเ ร่ือง จาํ นวนตรรกยะ จํานวนเตม็ จํานวนเตม็ บวก จาํ นวน
เต็มลบและศนู ย การเปรียบเทียบจาํ นวนเต็ม การบวก ลบ คณู และหารจาํ นวนเต็ม สมบัตขิ องจํานวนเต็มและการ
นําไปใช สาระการเรียนรูพน้ื ฐานทางเรขาคณติ การสรางรูปเรขาคณิตสองมิตโิ ดยใชวงเวยี นและสันตรง รวมท้งั
โปรแกรม Geometer’s Sketchpad การนําความรเู กีย่ วกับการสรา งพ้นื ฐานทางเรขาคณติ ไปใชใ นชวี ิตจริงสาระการ
เรียนรเู ลขยกกําลงั ความหมายของเลขยกกาํ ลัง การคูณและการหารเลขยกกําลงั ท่ีมีฐานเดียวกนั และเลขชก้ี ําลงั เปน
จาํ นวนเตม็ การเขียนแสดงจํานวนในรูปสัญกรณว ทิ ยาศาสตร
สาระการเรยี นรเู ศษสว นและทศนิยม การเปรยี บเทียบเศษสว นและทศนยิ ม การบวก ลบ คูณ หาร
เศษสวนและทศนิยม โจทยปญหาหรือสถานการณเก่ยี วกับเศษสวนและทศนยิ มสาระการเรียนรมู ิตสิ มั พนั ธของรปู
เรขาคณติ หนาตัดของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ ภาพสองมติ ทิ ่ีไดจากการมองทางดา นหนา (front view) ดา นขา ง
(side view) หรอื ดา นบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติทีป่ ระกอบขน้ึ จากลูกบาศก
โดยจดั ประสบการณห รือสรา งสถานการณในชีวิตประจําวันทใ่ี กลตวั ใหผ เู รียนไดศกึ ษาคน ควาโดยการปฏบิ ัติ
จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะ/กระบวนกานในการคดิ คํานวณ การแกปญ หา การใหเหตผุ ล การ
สอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร และการนําประสบการณด า นความรู ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีไดไปใชในการ
เรยี นรูสง่ิ ตา ง ๆ และใชใ นชวี ติ ประจําวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเหน็ คุณคา และเจตคติที่ดีตอ คณติ ศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปนระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณและมีความเชือ่ มนั่ ในตนเอง
การวัดผลประเมนิ ผลใชว ธิ ีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกบั เน้ือหาและทักษะที่
ตองการวัด
รหัสตัวช้ีวัด
ค 1.1 ม.1/1, ม.1/2
ค 2.2 ม.1/1, ม.1/2
รวม 4 ตวั ช้วี ัด
คําอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุมสาระการเรียนรูค ณิตศาสตร
วิชา คณิตศาสตร 3 รหัสวิชา ค22101 ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 2
จํานวน 3 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.5 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรยี นท้ังสิ้น 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น
ศึกษา ฝก ทักษะและกระบวนการเลขยกกาํ ลังเปน จาํ นวนเต็ม การคณู และการหารเลขยกกาํ ลัง เมื่อเลขช้ี
กําลังเปน จํานวนเตม็ สัญกรณวิทยาศาสตร และการนาํ ความรูเ ก่ียวกับเลขยกกําลังไปใชในชีวติ จริง การเขียน
เศษสวนในรปู ทศนิยมซา้ํ การเขยี นทศนิยมซา้ํ ในรปู เศษสวน จํานวนจรงิ สมบัตขิ องจาํ นวนจรงิ รากทส่ี องและรากที่
สามของจํานวนจรงิ การหารากท่สี องและรากทีส่ ามของจํานวนจรงิ โดยการแยกตวั ประกอบ การประมาณคา เปด
ตาราง และใชเคร่ืองคํานวณ และการนําความรูเกี่ยวกบั จํานวนจริงไปใชในชวี ติ จรงิ เอกนาม การบวกและการลบ
เอกนาม พหนุ าม การบวกและการลบพหนุ าม การคณู ระหวา งเอกนามกับเอกนาม การคณู ระหวา งเอกนามกับพหุ
นาม การคณู ระหวางพหุนาม กบั พหนุ าม การหาเอกนามดว ยเอกนาม การหาพหนุ ามดว ยเอกนามท่มี ีผลหารเปน
พหุนาม ทฤษฎบี ทพีทาโกรัส บทกลับของทฤษฎบี ทพีทาโกรสั และการนาํ ความรเู กย่ี วกับทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบท
กลับไปใชในชวี ติ จรงิ ความรเู กี่ยวกบั ปรมิ าตร พน้ื ท่ผี ิวของปรซิ มึ ปรมิ าตรของปรซิ มึ การนาํ ความรูเกีย่ วกบั พนื้ ท่ผี ิว
และปรมิ าตรของปรซิ ึมไปใชใ นชวี ิตจรงิ การแปลง การแปลงทางเรขาคณติ การเล่อื นขนาน การสะทอน และการ
หมนุ ความสัมพนั ธของการเลอ่ื นขนาน การสะทอ น และการหมุน และการนําสมบตั ิของการเล่อื นขนาน การ
สะทอ นและการหมนุ ไปใชในชีวติ จริง
โดยการจัดประสบการณหรอื สรางสถานการณทใี่ กลตวั ใหผูเรยี นไดศึกษาคน ควาดว ยการปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง
สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะ / กระบวนการ ในการคดิ คํานวณ การแกปญหา การใหเ หตผุ ล การสือ่ ความหมาย
ทางคณิตศาสตร และการนําประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีไดไ ปใชใ นการเรยี นรู ส่งิ ตา งๆ
และใชในชีวิตประจาํ วนั อยา งสรางสรรค รวมท้งั เห็นคุณคาและเจตคติท่ีดตี อคณิตศาสตร สามารถทํางานอยา งเปน
ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ และมคี วามเชือ่ มนั่ ในตวั เอง
รหัสตวั ช้ีวัด
ค 1.1ม.2/1 , ม.2/2
ค 1.2ม.2/1
ค 2.1ม.2/1 , ม.2/2
ค 2.2ม.2/3 , ม.2/5
รวม 5 ตัวช้วี ดั
คําอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
วชิ า คณิตศาสตร 5 รหัสวิชา ค23101 ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3
จาํ นวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นทงั้ สนิ้ 60 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศึกษา ฝกทักษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปนี้
ปรมิ าตร การหาปริมาตรของพรี ะมิด กรวยและทรงกลม การนาํ ความรูเกย่ี วกับหาปริมาตรของพรี ะมิด กรวย
และทรงกลมไปใชในการแกปญหา
ระบบสมการ ระบบสมการเชิงเสนสองตวั แปร การแกระบบสมการเชงิ เสนสองตัวแปร การนําความรเู ก่ยี วกบั การ
แกระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปรใชใ นการแกปญหา
ความคลาย รปู สามเหลย่ี มที่คลายกนั การนําความรูเก่ียวกบั ความคลา ยไปใชในการแกปญหา โดยจัดประสบการณ
หรอื สรา งสถานการณใ นชวี ติ ประจําวนั ทใ่ี กลต วั ใหผูเรยี นไดศ ึกษาคนควาโดยการปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รายงาน
เพื่อพฒั นาทักษะ/กระบวนกานในการคิดคาํ นวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
และการนําประสบการณดา นความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการทไี่ ดไปใชในการเรยี นรูสง่ิ ตา ง ๆ และใชใน
ชีวติ ประจําวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเห็นคุณคา และเจตคตทิ ี่ดีตอคณติ ศาสตร สามารถทาํ งานอยางเปน ระบบ
ระเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและมคี วามเชอ่ื ม่นั ในตนเอง การวัดผลประเมินผลใช
วธิ ีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเปน จรงิ ใหสอดคลอ งกับเน้ือหาและทักษะทีต่ องการวัด
รหสั ตวั ช้ีวดั
ค 1.3 ม.3/3
ค 2.1 ม.3/2
ค 2.2 ม.3/3
รวม 3 ตัวชี้วัด
คําอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
วชิ า คณิตศาสตร 2 รหัสวชิ า ค21102 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1
จาํ นวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.5 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรียนทง้ั สนิ้ 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น
ศึกษาและฝกทักษะ ในสาระการเรียนรตู อ ไปน้ี สมการเชงิ เสนตัวแปรเดียว การเตรียม
ความพรอมกอนรูจกั สมการ สมการและคําตอบของสมการ การแกสมการเชิงเสนตวั แปรเดียว โจทยป ญ หาเกีย่ วกับ
สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว อัตราสว น สดั สวนและรอ ยละ อัตราสวน สดั สว น รอยละ บทประยุกต กราฟและ
ความสมั พนั ธเ ชิงเสน คูอันดบั และกราฟของคูอันดับ กราฟและการนาํ ไปใช ความสัมพันธเ ชิงเสน สถิติ (1) คาํ ถามทาง
สถิติ การเก็บรวบรวมขอมลู การนาํ เสนอขอมูลและการแปลความหมายขอมลู
การจัดกระบวนการเรยี นรูโดยสอดแทรกทกั ษะกระบวนการณท างคณิตศาสตร ไดแก ทักษะ
การแกปญหา ทักษะการสอ่ื สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร ทักษะการเชอื่ มโยง ทกั ษะการใหเหตุผล
ทกั ษะการคิดสรางสรรค และจําลองสถานการณใ นชีวิตประจําวันทใ่ี กลตัว สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
นกั เรยี นมเี จตคติท่ดี ีตอวชิ าคณิตศาสตร สามารถทํางานอยางเปนระบบระเบียบ มีความรับผดิ ชอบในตนเอง มคี วาม
ซ่ือสัตย มคี วามเชื่อม่นั ในตนเองและความมุงม่ันในการทาํ งาน
รหสั ตัวช้ีวดั
ค 1.1 ม.1/3
ค 1.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ค 3.1 ม.1/1
รวม 7 ตวั ช้ีวัด
คําอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
วชิ า คณติ ศาสตร 4 รหสั วิชา ค22102 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 2
จาํ นวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต
จํานวนเวลาเรยี นทัง้ สน้ิ 60 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษา ฝก ทกั ษะและกระบวนการหารพหนุ าม ตวั ประกอบของพหุนาม การแยกตวั ประกอบของพหุนามโดย
ใชสมบตั กิ ารแจกแจง การแยกตัวประกอบของพหนุ ามดีกรีสองตวั แปรเดียว การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรี
สองทีเ่ ปน กาํ ลงั สองสมบรู ณ การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรสี องที่เปนผลตางกาํ ลังสอง แผนภาพจดุ แผนภาพ
ตน -ใบ ฮสิ โทแกรม คา เฉล่ียเลขคณติ มัธยฐาน ฐานนยิ ม การเลอื กใชคาเฉล่ยี เลขคณิต การเลือกใชม ธั ยฐาน การ
เลอื กใชฐ านนยิ ม และการใชความรเู กยี่ วกบั สถิตปิ ระกอบการตดั สนิ ใจ ประโยคเงื่อนไข บทกลับของประโยคเง่ือนไข
การใหเหตุผลเกย่ี วกับการสรางทางเรขาคณิต การนําความรเู กย่ี วกับการสรางทางเรขาคณติ และการใหเ หตุผลไปใชใ น
ชีวิตจริง ความเทา กันทุกประการของรูปเรขาคณิต ความเทากนั ทุกประการของสวนของเสน ตรง ความเทา กันทกุ
ประการของมุม ความเทากันทุกประการของรปู สามเหล่ยี ม ความเทากนั ทุกประการของรูปสามเหล่ยี มสองรูปที่มี
ความสัมพนั ธแ บบตา ง ๆ รูปสามเหลย่ี มสองรูปท่สี ัมพันธก นั แบบ ดาน-มุม-ดา น รปู สามเหลี่ยมสองรูปท่ีสัมพนั ธกนั
แบบ มมุ -ดาน-มมุ รปู สามเหลีย่ มสองรปู ทีส่ มั พันธกันแบบ ดา น-ดา น-ดาน รปู สามเหลี่ยมสองรูปที่สมั พันธกันแบบ
มมุ -มุม-ดา น รูปสามเหลย่ี มสองรปู ทส่ี ัมพนั ธก ันแบบ ฉาก-ดา น-ดา น และการนําความรูเกี่ยวกับความเทากันทกุ
ประการไปใชใ นการแกปญหา เสน ขนานและมุมภายใน เสน ขนานและมุมแยง เสน ขนานและมุมภายนอกกับมุม
ภายใน เสน ขนานและรปู สามเหลยี่ ม การใหเหตผุ ลและการแกป ญหาโดยใชส มบตั ิของเสน ขนาน และความเทากนั
ทกุ ประการของรปู สามเหลย่ี ม
โดยการจัดประสบการณหรอื สรางสถานการณทใี่ กลต วั ใหผูเรียนไดศ ึกษาคนควาดวยการปฏบิ ตั ิจรงิ ทดลอง
สรปุ รายงาน เพือ่ พฒั นาทกั ษะ / กระบวนการ ในการคิดคํานวณ การแกปญ หา การใหเ หตผุ ล การสอ่ื ความหมาย
ทางคณิตศาสตร และการนาํ ประสบการณดา นความรู ความคดิ ทักษะกระบวนการท่ีไดไปใชใ นการเรยี นรู สิ่งตา งๆ
และใชในชีวติ ประจาํ วนั อยา งสรางสรรค รวมทั้งเหน็ คณุ คาและเจตคติทด่ี ตี อคณิตศาสตร สามารถทํางานอยางเปน
ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ และมีความเชื่อมั่นในตวั เอง
รหสั ตวั ชี้วดั
ค 1.2 ม.2/2
ค 2.2 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/4
ค 3.1 ม.2/1
รวม 5 ตวั ชี้วดั
คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
วชิ า คณติ ศาสตร 6 รหสั วิชา ค23102 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3
จาํ นวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.5 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรยี นท้ังสน้ิ 60 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน
ศึกษา ฝกทกั ษะ/กระบวนการในสาระตอไปน้ี
อสมการเชิงเสน ตัวแปรเดียว อสมการเชงิ เสนตวั แปรเดยี ว การแกอสมการเชิงเสนตวั แปรเดยี ว การนําความรู
เก่ยี วกบั การแกอสมการเชงิ เสนตวั แปรเดียวไปใชใ นการแกปญ หา
ความนา จะเปน เหตกุ ารณจากการทดลองสมุ ความนา จะเปน การนาํ ความรเู กี่ยวกับความนาจะเปน ไปใชในชีวิต
จรงิ
สถิติ ขอมลู และการวิเคราะหขอ มลู จาก แผนภาพกลอง การแปลความหมายผลลพั ธ การนาํ เสนอสถติ ิไปใชใ นชีวิต
จรงิ
อตั ราสวนตรีโกณมิติ อัตราสวนตรโี กณมติ ิ การนาํ คาอตั ราสวนตรโี กณมิตขิ องมมุ 30 องศา 45 องศา 60 องศาไปใช
ในการแกปญหา
โดยจดั ประสบการณห รือสรางสถานการณในชวี ติ ประจําวันที่ใกลตัวใหผเู รียนไดศึกษาคนควา โดยการปฏบิ ตั ิ
จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะ/กระบวนกานในการคิดคํานวณ การแกปญ หา การใหเ หตผุ ล การ
สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร และการนําประสบการณดา นความรู ความคดิ ทักษะกระบวนการท่ไี ดไปใชใ นการ
เรยี นรูส่ิงตาง ๆ และใชในชีวิตประจําวนั อยา งสรางสรรค รวมทัง้ เหน็ คุณคาและเจตคติที่ดตี อคณิตศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณและมีความเช่อื มนั่ ในตนเอง การ
วดั ผลประเมนิ ผลใชว ธิ กี ารทีห่ ลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหส อดคลองกับเน้ือหาและทักษะทตี่ อ งการวดั
รหัสตวั ช้ีวดั
ค 1.3 ม.3/1
ค 2.2 ม.3/2
ค 3.1 ม.3/1
ค 3.2 ม.3/1
รวม 4 ตัวชว้ี ดั
คาํ อธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
วิชา คณิตศาสตรเพิ่มเติม 1 รหสั วิชา ค21201 ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 1
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.0 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรียนทง้ั สิ้น 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน
ศกึ ษา ฝกทักษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปน้ี
จาํ นวนเตม็ การบวกจํานวนเต็มการลบจาํ นวนเตม็ การคูณจํานวนเตม็ การหารจํานวนเต็ม สมบตั ิของการ
บวกและการคณู จํานวนเต็ม ทศนิยมและการเปรยี บเทียบทศนิยม การบวกและการลบทศนิยม การคณู และการ
หารทศนิยม เศษสวนและการเปรียบเทยี บเศษสวน การบวกและการลบเศษสว น การคูณและการหารเศษสว น
ความสมั พันธร ะหวา งทศนยิ มและเศษสว น
โดยจดั ประสบการณห รือสรางสถานการณในชีวิตประจาํ วันทใี่ กลตวั ใหผูเ รียนไดศึกษาคน ควาโดยการปฏิบตั ิ
จรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพฒั นาทักษะ/กระบวนกานในการคิดคาํ นวณ การแกปญ หา การใหเ หตผุ ล การ
ส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร และการนาํ ประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการทไี่ ดไปใชในการ
เรยี นรูส ิ่งตาง ๆ และใชใ นชีวติ ประจําวันอยา งสรา งสรรค รวมทั้งเหน็ คณุ คาและเจตคติที่ดตี อ คณติ ศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปนระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชอื่ ม่นั ในตนเอง
การวัดผลประเมนิ ผลใชวธิ ีการที่หลากหลายตามสภาพความเปน จรงิ ใหส อดคลองกับเนื้อหาและทักษะที่
ตองการวดั
ผลการเรียนรู
1. บวก ลบ คณู หาร จํานวนเต็มและประยกุ ตใชได
2. บวก ลบ คูณ หาร ทศนยิ มและประยกุ ตใชได
3. บวก ลบ คูณ หาร เศษสวนและประยุกตใชไ ด
จาํ นวน 3 ผลการเรยี นรู
คําอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
วิชา คณิตศาสตรเพิ่มเตมิ 3 รหสั วชิ า ค22201 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 2
จาํ นวน 3 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรียนทงั้ ส้นิ 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษา ฝก ทักษะและกระบวนการในเร่ืองสมบตั ขิ องเลขยกกําลงั บทนยิ ามและสมบัติอ่ืน ๆ ของเลขยกกําลัง
การคณู และการหารเลขยกกําลังที่มีเลขชีก้ ําลงั เปนจํานวนเต็มและการนาํ ไปใชใ นการแกปญ หาหรอื สถานการณตา ง ๆ
การใชเลขยกกําลงั ในการเขยี นแสดงจาํ นวนท่ีมคี านอยๆ หรอื มาก ๆ ในรูปสัญกรณว ิทยาศาสตร การคํานวณ
เก่ยี วกับจํานวนทอี่ ยูในรปู สญั กรณวทิ ยาศาสตรพหนุ ามและเศษสว นของพหนุ ามอยา งงา ยการบวก การลบ การคณู
และการหารพหนุ ามการบวก การลบ การคูณและการหารเศษสว นของพหุนามท่ีมีดีกรีไมเกนิ หนงึ่ การประยกุ ตของ
อัตราสวนและรอยละการแกปญหาหรือสถานการณโดยใชอตั ราสวนและสดั สว น การแกป ญหาหรอื สถานการณใน
ชวี ิตประจําวนั โดยใชรอ ยละ
โดยการจัดประสบการณห รือสรางสถานการณท่ีใกลต ัวใหผ ูเรยี นไดศึกษาคน ควาดว ยการปฏิบตั ิจริง ทดลอง
สรปุ รายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะ / กระบวนการ ในการคดิ คาํ นวณ การแกปญหา การใหเ หตุผล การส่ือความหมาย
ทางคณิตศาสตร และการนําประสบการณดานความรู ความคดิ ทักษะกระบวนการท่ีไดไปใชใ นการเรยี นรู สิ่งตา งๆ
และใชใ นชวี ิตประจาํ วนั อยา งสรา งสรรค รวมทัง้ เหน็ คณุ คาและเจตคติที่ดตี อคณิตศาสตร สามารถทํางานอยางเปน
ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ และมคี วามเชอื่ ม่นั ในตัวเอง
ผลการเรียนรู
1. คณู และหารของจํานวนท่ีอยูใ นรูปเลขยกกาํ ลังท่มี เี ลขช้ีกาํ ลังเปนจาํ นวนเต็มโดยใชบทนิยามและ
สมบตั ิของเลขยกกาํ ลงั และนาํ ไปใชใ นการแกป ญ หาได
2. คํานวณและใชเ ลขยกกาํ ลังในการเขียนแสดงจํานวนที่มีคา นอย ๆ หรอื มาก ๆ ในรูปสัญกรณ
วทิ ยาศาสตรไ ด
3. บวก ลบ คณู และหารพหนุ ามได
4. บวก ลบ คณู และหารเศษสวนของพหุนามทพ่ี หนุ ามมีดีกรไี มเกินหน่ึงได
5. ใชค วามรเู กี่ยวกับอตั ราสว น สดั สว น และรอยละแกปญหาหรือสถานการณต า งๆ ได
จาํ นวน 5 ผลการเรียนรู
คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
วชิ า คณิตศาสตรเ พิ่มเติม 5 รหัสวิชา ค23201 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3
จาํ นวน 3 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.5 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรียนทงั้ สนิ้ 60 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน
ศกึ ษา และฝก ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรอนั ไดแก การแกป ญหา การใหเ หตผุ ล การ
สื่อสารการสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร และการนําเสนอ การเชือ่ มโยงความรตู างๆ ทางคณิตศาสตร และ
เชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอ ่ืนๆและมคี วามคิดรเิ รมิ่ สรางสรรค ในสาระตอไปนี้
การแยกตัวประกอบของพหุนาม การแยกตวั ประกอบของพหุนามสงู กวาสอง การแยกตัวประกอบของพหุ
นามสูงกวา สองในการแกปญ หาคณติ สาสตร
สมการกาํ ลังสองตัวแปรเดียว สมการกําลังสองตัวแปรเดียว การแกส มการกําลังสองตัวแปรเดยี ว การนํา
ความรเู กี่ยวกบั การแกส มการกาํ ลังสองตวั แปรเดยี วไปใชในการแกป ญหา
พน้ื ทผ่ี ิว การหาพน้ื ทีผ่ วิ ของพีระมิด กรวย และทรงกลม การนาํ ความรเู กี่ยวกับพืน้ ที่ผิวของพีระมดิ กรวย
และทรงกลมไปใชใ นการแกป ญหา
โดยจดั ประสบการณหรือสรางสถานการณในชวี ติ ประจาํ วันทีใ่ กลต วั ใหผ ูเรียนไดศึกษาคนควา โดยการปฏบิ ัติ
จรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคํานวณ การแกปญ หาโดยการใหเ หตุผล การ
สื่อความหมายทางคณติ ศาสตร และนําประสบการณด านความรู ความคดิ ทักษะและกระบวนการท่ีไดไ ปใชก าร
เรยี นรสู ิง่ ตา งๆ และใชใ นชวี ติ ประจาํ วันอยางสรางสรรค รวมท้ังเหน็ คุณคา และมีเจตคตทิ ี่ดตี อคณิตศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปน ระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ และมคี วามเชื่อม่ันในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชวธิ กี ารทห่ี ลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลอ งกบั เน้อื หาและทกั ษะที่
ตอ งการวดั
ผลการเรียนรู
1. แยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รสี องโดยวิธที าํ เปน กาํ ลงั สองสมบรู ณได
2. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรสี งู กวา สองทมี่ สี ัมประสิทธ์ิของแตละพจนเ ปน จาํ นวนเตม็ และได
ตัว ประกอบทม่ี ีสมั ประสิทธิ์ของแตละพจนเปนจํานวนเต็ม โดยอาศยั วธิ ที าํ เปนกําลังสองสมบูรณห รือใชท ฤษฎีเศษ
เหลอื ได
3. แกสมการกาํ ลงั สองตัวแปรเดียวได
4. แกโจทยป ญหาเกีย่ วกบั สมการกาํ ลงั สองตวั แปรเดยี วได
5.. ตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคาํ ตอบท่ไี ด
6. หาพน้ื ทผ่ี ิวของพรี ะมิด กรวยและทรงกลมได
7. แกป ญ หาหรือสถานการณท่กี ําหนดใหโ ดยใชค วามรูเก่ยี วกับพืน้ ทผี่ ิวและปริมาตรได
จาํ นวน 7 ผลการเรยี นรู
คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
วชิ า คณิตศาสตรเพ่ิมเตมิ 2 รหัสวชิ า ค21202 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 1
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรียนท้ังสน้ิ 40 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน
ศกึ ษา ฝกทักษะ/กระบวนการในสาระตอไปน้ี
การเตรียมความพรอมในการใหเหตุผล ขอความคาดการณ ประโยคเงื่อนไข บทกลับของประโยคเง่ือนไข
การใหเหตุผล
พหุนาม เอกนาม การบวก การลบ การคูณ การหารเอกนาม พหุนาม การบวก การลบพหนุ าม การคณู และการ
หารพหนุ ามอยางงาย
โดยจดั ประสบการณหรือสรางสถานการณในชวี ิตประจาํ วนั ทใ่ี กลตัวใหผ เู รยี นไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบตั ิ
จรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะ/กระบวนกานในการคิดคํานวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การ
สอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร และการนาํ ประสบการณด านความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการทไ่ี ดไปใชใ นการ
เรียนรูสิง่ ตา ง ๆ และใชใ นชวี ิตประจําวนั อยา งสรา งสรรค รวมทั้งเหน็ คุณคาและเจตคติที่ดีตอ คณติ ศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปน ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณและมีความเช่อื มั่นในตนเอง
การวดั ผลประเมินผลใชวิธกี ารที่หลากหลายตามสภาพความเปน จริงใหสอดคลอ งกับเนื้อหาและทักษะท่ี
ตอ งการวดั
ผลการเรียนรู
1. หาผลบวกและผลลบของเอกนามและพหุนามได
2. หาผลคณู และผลหารของเอกนามและพหุนามอยา งงายได
3. สงั เกต ใหข อ ความคาดการณ และใหเ หตผุ ลทางคณติ ศาสตรอ ยางงายได
จาํ นวน 3 ผลการเรียนรู
คําอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
วิชา คณิตศาสตรเ พ่ิมเตมิ 4 รหัสวชิ า ค22202 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 2
จาํ นวน 3 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทั้งส้ิน 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน
ศึกษา ฝก ทกั ษะและกระบวนการในเร่ืองการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรสี อง การแยกตัวประกอบของ
พหุนามดีกรีสองโดยใชสมบัติการแจกแจง การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรสี องที่อยูในรูป เม่อื เปนคาคงตวั
และ การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรสี องที่อยูในรปู กาํ ลงั สองสมบูรณ การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรี
สองที่อยูในรูปผลตา งกําลังสองสมการกําลังสองตัวแปรเดยี ว การแกสมการกาํ ลังสองตวั แปรเดียวโดยใชการแยกตัว
ประกอบ การแกโจทยป ญหาเกยี่ วกับสมการกาํ ลังสองตวั แปรเดียวโดยใชก ารแยกตวั ประกอบการแปรผัน การแปร
ผนั ตรง การแปรผกผนั การแปรผนั เกีย่ วเนือ่ ง การนําไปใช
โดยการจัดประสบการณห รือสรางสถานการณท่ใี กลต วั ใหผูเรียนไดศึกษาคนควา ดว ยการปฏิบัตจิ ริง ทดลอง
สรุป รายงาน เพอ่ื พัฒนาทักษะ / กระบวนการ ในการคดิ คํานวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การสื่อความหมาย
ทางคณิตศาสตร และการนําประสบการณดา นความรู ความคิด ทักษะกระบวนการที่ไดไปใชใ นการเรียนรู สงิ่ ตางๆ
และใชใ นชีวติ ประจาํ วันอยางสรางสรรค รวมทั้งเห็นคุณคาและเจตคติทด่ี ีตอคณิตศาสตร สามารถทาํ งานอยางเปน
ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเชอื่ มั่นในตวั เอง
ผลการเรียนรู
1. แยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสองได
2. แกสมการกําลังสองตวั แปรเดียวโดยใชการแยกตวั ประกอบ
3. แกโ จทยปญ หาเก่ยี วกบั สมการกําลงั สองตวั แปรเดยี วโดยใชการแยกตวั ประกอบ และตระหนัก
ถึงความสมเหตสุ มผลของคําตอบท่ีได
4. เขียนสมการแสดงการแปรผนั ระหวางปริมาณสองปริมาณใด ๆ ที่แปรผนั ตอกนั ได
5. แกป ญหาหรือสถานการณท่ีกําหนดโดยใชค วามรูเ กี่ยวกับการแปรผนั และตระหนกั ถึงความ
สมเหตสุ มผลของคําตอบทไี่ ด
จาํ นวน 5 ผลการเรียนรู
คําอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
กลมุ สาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร
วิชา คณติ ศาสตรเ พ่ิมเติม 6 รหัสวชิ า ค23202 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 3
จํานวน 3 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.5 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรียนทั้งส้ิน 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน
ศึกษา และฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอนั ไดแก การแกป ญหา การใหเหตุผล การ
สื่อสารการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร และการนาํ เสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆ ทางคณิตศาสตร และ
เช่ือมโยงคณิตศาสตรก ับศาสตรอื่นๆและมีความคดิ ริเร่ิมสรางสรรค ในสาระตอไปน้ี
ฟงกชั่นกําลงั สอง กราฟของฟงกชน่ั กําลังสอง การนําความรูเกย่ี วกับฟง กช่ันกําลังสองไปใชใ นการแกปญหา
วงกลม วงกลม คอรด เสนสมั ผัสวงกลม ทฤษฎีบทเกี่ยวกบั วงกลม
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวติ ประจาํ วนั ท่ีใกลตวั ใหผูเ รยี นไดศึกษาคนควา โดยการปฏิบตั ิ
จริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพอ่ื พฒั นาทักษะและกระบวนการในการคดิ คํานวณ การแกปญ หาโดยการใหเหตุผล
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และนําประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ไดไ ปใชการ
เรียนรูสิ่งตา งๆ และใชใ นชวี ิตประจาํ วนั อยางสรา งสรรค รวมทง้ั เห็นคณุ คาและมีเจตคติทีด่ ตี อ คณติ ศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปน ระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชื่อมัน่ ในตนเอง
การวดั และประเมนิ ผล ใชว ิธกี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเปน จรงิ ใหส อดคลอ งกบั เน้อื หาและทักษะที่
ตองการวัด
ผลการเรียนรู
1. บอกลักษณะของกราฟของฟง กช่นั กําลงั สองที่กาํ หนดใหได
2. เขยี นกราฟของฟง กช่นั กาํ ลังสอง
3. แกส มการฟงกช ่นั กําลงั สอง
4. นําความรูเกย่ี วกบั ฟงกชน่ั กําลังสองไปใชใ นการแกป ญ หาคณิตศาสตร
5. ใชสมบตั เิ กยี่ วกบั วงกลมในการใหเ หตผุ ลและแกป ญหาท่ีกําหนดใหไดสมเหตสุ มผลของคําตอบท่ี
ได
จาํ นวน 5 ผลการเรียนรู
คําอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
วิชา คณติ ศาสตรเพ่ิมพูน 1 รหัสวิชา ค21203 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 1
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทัง้ สิ้น 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษา ฝกการคิดวเิ คราะห สืบคน หาความรู ฝกทักษะทีต่ องใชความคิดรเิ ริ่มและความคิดสรางสรรค
ฝก การแกปญ หาและฝก ทักษะอน่ื ๆ ทีอ่ ยูนอกเหนือจากจุดมุงหมายในการเรียนของหลักสูตรปกตใิ นสาระตอไปนี้
1. ลําดบั เชงิ รูป
2. คณิตศาสตรก ับ ICT การใชโ ปรแกรมสาํ เรจ็ รปู เชน GSP Euler Toolbox
3. การใชเกมคณิตศาสตรเ สรมิ สมองเชน เกม Sudoku , เกม 24 , เกม A-math สืบคนหาจาก
อินเตอรเ น็ตเพ่ือเพม่ิ พูนประสบการณ เชน History of mathematics, Fibonacci Number , mathematical
Olympiad การจดั ประสบการณหรอื สรา งสถานการณเพือ่ พัฒนาผูเ รียนใหมคี วามสามารถดา นคณิตศาสตรใ นระดับท่ี
กวาง ยาก และลึกซึง้ กวาหลักสูตรปกติ โดยเนน กระบวนการเรียนรกู ระบวนการคดิ ท่ีหลากหลาย ฝกใหศกึ ษาเร่ืองใด
เรอื่ งหน่ึงอยา งชดั แจง ฝก การทําโครงสรา งการเรยี นรู การวางแผน และการจัดการตามความถนัดและศักยภาพ ฝก
การ ใชค วามคิดริเริ่มสรา งสรรค สามารถบูรณาการกับวชิ าอื่น ๆ ที่เกย่ี วขอ งได ใหผ เู รยี นเขาใจธรรมชาติ ความงาม
ความกระชบั และความชัดเจนของคณิตศาสตร ฝกการท างานอยางมรี ะบบ มีระเบียบวินยั รอบคอบ มีความ
รับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมคี วามเชอื่ มนั่ ในตวั เอง
ผลการเรียนรู
1. สบื เสาะ สังเกต คาดการณ เกีย่ วกบั สมบัตทิ างเรขาคณติ ได
2. วเิ คราะหแ ละอธบิ ายความสมั พันธของแบบรูปได
3. วาด หรือประดษิ ฐร ปู เรขาคณติ สามมิติโดยใชโปรแกรมสาํ เรจ็ รปู ได
4. สบื คนขอมูลจากอินเตอรเนต็ เพอ่ื เพม่ิ พนู ประสบการณได
5. แกป ญ หาหรือสรางสถานการณโ ดยใชเกมได
จํานวน 5 ผลการเรยี นรู
คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
วิชา คณติ ศาสตรเพ่ิมพนู 3 รหัสวชิ า ค22203 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 2
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรยี นทง้ั สนิ้ 40 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน
เพ่ิมพนู ความรแู ละทักษะ ในสาระตอไปน้ี จาํ นวนจรงิ จาํ นวนตรรกยะ จาํ นวนอตรรกยะ รากท่ีสอง รากท่ี
สาม ปรซิ มึ และทรงกระบอก พื้นทผี่ วิ และปรมิ าตรของปรซิ ึม พื้นท่ผี วิ และปริมาตรของทรงกระบอกการจัด
กระบวนการเรยี นรโู ดยสอดแทรกทักษะกระบวนการณทางคณิตศาสตร ไดแ ก ทกั ษะการแกป ญหา ทักษะการสื่อสาร
และการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร ทักษะการเชื่อมโยง ทักษะการใหเหตผุ ล ทักษะการคดิ สรา งสรรค และจําลอง
สถานการณในชวี ติ ประจาํ วันทใี่ กลตวั สอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม
นักเรียนมเี จตคติที่ดีตอวชิ าคณิตศาสตร สามารถทํางานอยางเปน ระบบระเบียบ มคี วามรับผิดชอบในตนเอง
มคี วามซ่ือสตั ย มคี วามเชื่อมน่ั ในตนเอง และมีความมงุ มั่นในการทาํ งาน
ผลการเรียนรู
1. จาํ แนกจาํ นวนจรงิ ไดวา จํานวนใดเปนจํานวนตรรกยะ จํานวนใดเปน จาํ นวนอตรรกยะ
2. เขียนทศนยิ มซ้ําใหอ ยูในรูปเศษสวน
3. เปรียบเทียบจาํ นวนจริง
4. หารากทสี่ องและหารากท่ีสามของจํานวนตรรกยะ
5. แกป ญ หาโดยใชส มบตั ิของจาํ นวนจรงิ
6. หาพ้ืนทีผ่ ิวและปริมาตรของปริซมึ และทรงกระบอก
7. ประยกุ ตใชความรูเก่ยี วกบั พืน้ ที่ผวิ และปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอกในการแกปญ หา
จาํ นวน 7 ผลการเรยี นรู
คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
วิชา คณติ ศาสตรเ พ่ิมพนู 5 รหัสวิชา ค23203 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 3
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรียนทงั้ สนิ้ 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน
พนื้ ทีผ่ ิวและปรมิ าตร การหาพน้ื ที่ผิวและปรมิ าตรของปริซึม ทรงกระบอก พีระมดิ กรวยและทรงกลม การ
แกป ญหาหรือสถานการณโดยใชความรเู กยี่ วกับปริมาตรและพื้นทผี่ ิว
ระบบสมการเชิงเสนการแกระบบสมการเชิงเสน สองตัวแปรโจทยปญหาสมการเชิงเสน สองตัวแปร
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจําวนั ทีใ่ กลต วั ใหผ เู รียนไดศกึ ษาคน ควา โดยการปฏบิ ัติ
จริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนกานในการคิดคํานวณ การแกปญ หา การใหเ หตผุ ล การ
สือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร และการนาํ ประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการท่ไี ดไปใชใ นการ
เรียนรูส่งิ ตาง ๆ และใชใ นชวี ติ ประจาํ วันอยางสรา งสรรค รวมทงั้ เห็นคุณคา และเจตคติท่ีดีตอคณติ ศาสตร สามารถ
ทํางานอยางเปนระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณและมีความเชอื่ มน่ั ในตนเอง
การวัดผลประเมนิ ผลใชวธิ ีการทหี่ ลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหส อดคลองกบั เนื้อหาและทักษะท่ี
ตอ งการวดั
ผลการเรียนรู
1. หาพื้นทผี่ วิ ของปริซึม ทรงกระบอก พรี ะมิด กรวยและทรงกลมได
2. หาปรมิ าตรของปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวยและทรงกลมได
3. ใชค วามรเู ก่ยี วกบั พนื้ ที่ผิวและปริมาตรแกป ญ หาในสถานการณตา ง ๆได
4. แกระบบสมการเชงิ เสน สองตวั แปรและนาํ ไปใชแกปญหาได
จาํ นวน 4 ผลการเรียนรู
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
วิชา คณติ ศาสตรเ พ่ิมพนู 2 รหสั วชิ า ค21204 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรยี นท้งั ส้นิ 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน
ศึกษา ฝกการคดิ วิเคราะห สืบคน หาความรู ฝกทักษะท่ีตองใชความคิดรเิ รม่ิ และความคดิ สรา งสรรค ฝก
การแกป ญหาและฝกทักษะอื่นๆ ที่อยูน อกเหนือจากจดุ มุงหมายในการเรยี นของหลักสตู รปกตใิ นสาระตอไปนี้
1. การคํานวณดว ยวธิ ีท่ีหลากหลาย เชน เวทคณิต เรขาคณติ
2. ลาํ ดับเชิงรูป
3. เลขยกกาํ ลงั
สืบคนหาจากอินเตอรเนต็ เพ่ือเพ่มิ พูนประสบการณ เชน Fractal Geometry , mathematical
Olympiad , Math and chess
การจดั ประสบการณห รือสรา งสถานการณเพ่ือพฒั นาผูเ รยี นใหม คี วามสามารถดา นคณติ ศาสตรในระดบั ที่
กวา ง ยาก และลึกซึง้ กวาหลักสตู รปกติ โดยเนนกระบวนการเรียนรูกระบวนการคดิ ทีห่ ลากหลาย ฝกใหศึกษาเร่ืองใด
เร่ืองหนง่ึ อยา งชดั แจง ฝกการทําโครงสรา งการเรยี นรู การวางแผน และการจดั การตามความถนดั และศักยภาพ ฝก
การ ใชค วามคดิ รเิ ริ่มสรา งสรรค สามารถบูรณาการกับวชิ าอน่ื ๆ ท่ีเก่ียวของได ใหผเู รียนเขา ใจธรรมชาติ ความงาม
ความกระชับ และความชดั เจนของคณิตศาสตร ฝก การทาํ งานอยางมีระบบ มีระเบียบวินัย รอบคอบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณและมคี วามเช่อื ม่นั ในตวั เอง
ผลการเรียนรู
1. ใชวธิ กี ารคํานวณไดห ลากหลาย
2. วเิ คราะหแ ละอธิบายความสัมพันธของแบบรูปได
3. ใชสมบตั เิ ลขยกกาํ ลงั ในการแกป ญหาได
4. สืบคนขอ มูลจากอนิ เตอรเน็ตเพ่อื เพ่ิมพนู ประสบการณได
จาํ นวน 4 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
วิชา คณิตศาสตรเพ่ิมพนู 4 รหัสวชิ า ค22204 ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 2
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.0 หนวยกิต
จํานวนเวลาเรียนท้งั ส้นิ 40 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน
เพมิ่ พูนความรูแ ละทักษะ ในสาระตอไปนี้ ความเทากันทุกประการ ความเทากันทกุ ประการของรปู เรขาคณิต
ความเทากนั ทกุ ประการของรูปสามเหล่ยี ม รูปสามเหลี่ยมสองรูปสัมพันธก นั แบบ ดา น-มุม-ดาน รปู สามเหลี่ยมสองรูป
สมั พนั ธกนั แบบ มุม-ดาน-มมุ รปู สามเหล่ียมสองรูปสัมพันธกันแบบ ดา น-ดา น-ดาน รูปสามเหล่ียมสองรูปสัมพันธกนั
แบบ มุม-มุม-ดา น รูปสามเหล่ียมสองรปู สัมพันธกนั แบบ ฉาก-ดาน-ดานการนําไปใช การแปลงทางเรขาคณิต การ
เลอ่ื นขนาน การสะทอน การหมุนการจดั กระบวนการเรียนรโู ดยสอดแทรกทักษะกระบวนการณทางคณิตศาสตร
ไดแก ทักษะการแกปญหา ทักษะการสือ่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร ทักษะการเชือ่ มโยง ทักษะการให
เหตุผล ทกั ษะการคดิ สรางสรรค และจําลองสถานการณใ นชีวติ ประจาํ วันทใี่ กลตวั สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
นกั เรียนมีเจตคติทด่ี ีตอวชิ าคณติ ศาสตร สามารถทํางานอยางเปน ระบบระเบียบ มคี วามรับผดิ ชอบในตนเอง
มีความซ่ือสัตย มีความเชื่อมั่นในตนเอง และมีความมงุ ม่นั ในการทาํ งาน
ผลการเรียนรู
1. บอกสมบตั ิของความเทา กันทุกประการของรปู เรขาคณิต
2. บอกไดว า รูปสามเหล่ยี มท่สี ัมพนั ธก ันแบบ ดาน-มมุ -ดาน, มมุ -ดา น-มุม, ดา น-ดา น-ดา น,
มุม-มมุ -ดา น และ ฉาก-ดา น-ดาน เทา กันทุกประการ
3. นาํ สมบัติของความเทากันทกุ ประการของรปู สามเหล่ียมสองรูปทส่ี ัมพนั ธกนั แบบตาง ๆ
ไปใชอ า งองิ ในการใหเ หตผุ ล
4. อธบิ ายผลท่เี กิดจากการเลื่อนขนาน การสะทอน และการหมุนรูปตนแบบบนระนาบ
5. อธบิ ายส่ิงทเ่ี กิดขน้ึ หรือภาพทไ่ี ดจ ากการแปลงวาเกิดจากการเลอ่ื นขนาน การสะทอน หรือการ
หมนุ
6. นาํ การเล่อื นขนาน การสะทอน และกรหมนุ มาประยุกตใชในการแกปญหาคณิตศาสตร
และปญหาในชีวติ จรงิ
จํานวน 6 ผลการเรียนรู
คําอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
วิชา คณติ ศาสตรเ พิ่มพูน 6 รหัสวชิ า ค23204 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 3
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรยี นทัง้ ส้นิ 40 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน
อสมการ อสมการเชิงเสนตวั แปรเดยี วการแกอสมการเชงิ เสนตวั แปรเดยี วและการนําไปใช
ความนา จะเปน การทดลองสุมและเหตุการณความนาจะเปนของเหตุการณความนา จะเปนกับการตัดสนิ ใจ
สถิติคากลางของขอมลู และการนาํ ไปใช
โดยจดั ประสบการณห รือสรา งสถานการณในชวี ติ ประจาํ วันทใ่ี กลตวั ใหผเู รียนไดศกึ ษาคนควาโดยการปฏิบตั ิ
จริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพฒั นาทักษะ/กระบวนกานในการคิดคาํ นวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การ
สอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร และการนําประสบการณด านความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการทไี่ ดไปใชใ นการ
เรยี นรสู ง่ิ ตาง ๆ และใชในชวี ิตประจําวนั อยา งสรา งสรรค รวมทั้งเห็นคณุ คาและเจตคติท่ีดีตอ คณติ ศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปน ระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและมีความเชอื่ มัน่ ในตนเอง
การวดั ผลประเมนิ ผลใชวธิ กี ารท่ีหลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเน้ือหาและทักษะท่ี
ตอ งการวดั
ผลการเรยี นรู
1.ใชความรเู กย่ี วกบั อสมการเชงิ เสนตัวแปรเดียวในการแกปญหา พรอมทั้งตระหนักถงึ ความ
สมเหตสุ มผลของคาํ ตอบทีไ่ ด
2. หาความนาจะเปน ของเหตุการณจ ากการทดลองสุม ทผ่ี ลแตละตวั มีโอกาสเกดิ ข้ึนเทา ๆ กันได
3. หาคาเฉลีย่ เลขคณติ มัธยฐาน และฐานนยิ มของขอมลู ท่ีไมไดแ จกแจงความถแ่ี ละเลอื กใชไดอยาง
เหมาะสม
จาํ นวน 3 ผลการเรียนรู
คําอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
วชิ า คณติ ศาสตรพ้ืนฐาน 1 รหัสวชิ า ค31101 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 4
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.0 หนว ยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นทัง้ สน้ิ 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
เซต ความรเู บ้อื งตน และสัญลักษณพืน้ ฐานเก่ียวกับเซต การดําเนินการระหวางเซต ยเู นยี น อินเตอรเ ซก
ชนั คอมพลเี มนต ผลตางระหวา งเซต การแกป ญหาโดยใชเซต
ตรรกศาสตรเ บื้องตน ประพจน การเชือ่ มประพจน นิเสธของประพจน การเช่ือมประพจนด วยตัวเช่อื ม
“และ” “หรือ” “ถา...แลว ...” “ก็ตอเมื่อ”
โดยจัดประสบการณห รือสถานการณใ นชีวิตประจําวนั ที่ใกลตัวใหผเู รยี นไดศ ึกษาคน ควา และสราง องค
ความรู (Research and Knowledge Formation) ผเู รียนไดป ฏบิ ตั ิจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน สอ่ื สาร และนําเสนอ
(Communication and Presentation) อยา งเปนลาํ ดบั ข้ันตอน เพ่ือพัฒนาทกั ษะ/ กระบวนการทางคณิตศาสตร นํา
ประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะ/กระบวนการที่ได ไปใชใ นการเรียนรูสิ่งตาง ๆ รวมท้ังเห็นคุณคาและมีเจต
คตทิ ี่ดีตอคณิตศาสตรสามารถทาํ งานอยาง เปน ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ
และมคี วามเชอ่ื มัน่ ในตนเอง ตามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง
การวัดและประเมนิ ผล ใชวธิ ีการท่หี ลากหลายตามสภาพจริงใหส อดคลองกับเนอื้ หาทักษะทต่ี องการวัดและ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
รหัสตัวช้ีวดั
ค 1.1 ม.4/1
รวม 1 ตวั ชวี้ ัด
คําอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
วิชา คณติ ศาสตรพ้ืนฐาน 3 รหสั วชิ า ค32101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 5
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนท้ังสน้ิ 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน
เลขยกกําลงั เลขยกกําลงั ที่มีเลขช้ีกําลงั เปนจํานวนเต็ม รากท่ี n ของจํานวนจริง เลขยกกําลงั ท่ีมเี ลขชี้
กําลังเปนจํานวนตรรกยะ และการนําความรเู รื่องเลขยกกาํ ลงั ไปใชในการแกโ จทยปญ หา
ฟง กชัน ความสมั พันธ ผลคูณคารท ีเซยี น โดเมนและเรนจข องความสมั พนั ธ ฟงกช ัน กราฟของ
ความสมั พันธและฟง กช นั ฟง กช ันเชิงเสน ฟงกช นั กําลังสอง กราฟของฟงกชนั กําลังสอง การแกสมการโดยใชก ราฟ
การแกอสมการโดยใชก ราฟ การแกป ญหาโดยใชความรเู ร่ืองฟงกชันกําลงั สอง ฟงกชนั ข้ันบันได และฟงกช นั เอกซ
โพเนนเชียล
โดยการจัดประสบการณห รือสรา งสถานการณในชวี ติ ประจําวันที่ใกลตวั ใหผ เู รียนไดศกึ ษา คน ควา ฝก ทักษะ
โดยการปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคาํ นวณ การแกปญ หา การให
เหตผุ ล การส่ือความหมาย ทางคณติ ศาสตร และนําประสบการณดา นความรู ความคดิ ทกั ษะและกระบวนการที่ไดไป
ใชใน การเรยี นรสู ง่ิ ตาง ๆ และใชใ นชีวติ ประจาํ วันอยา งสรางสรรค
เหน็ คุณคา และมเี จตคตทิ ่ีดีตอ คณติ ศาสตรส ามารถทํางานไดอยางเปน ระบบ มรี ะเบียบ รอบคอบ มีความ
รับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มีความคดิ ริเริ่มสรา งสรรคและมีความเช่อื มนั่ ในตนเอง
รหัสตัวช้ีวดั
ค 1.1 ม.5/1
ค 1.2 ม.5/1
รวม 2 ตัวชวี้ ัด
คําอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูค ณิตศาสตร
วชิ า คณติ ศาสตรพ น้ื ฐาน 5 รหสั วิชา ค33101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 6
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรียนทง้ั สนิ้ 40 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน
ศกึ ษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร อนั ไดแก การแกป ญ หา การใหเหตุผล การส่อื สาร การ
สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร และการนาํ เสนอ การเชอ่ื มโยงความรูตา งๆ ทางคณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณติ ศาสตร
กบั ศาสตรอ่ืนๆ และมีความคิดสรางสรรคใ นสาระตอไปน้ี
สถติ ิ แบง เปน สถติ ิเชงิ พรรณนา และสถิติเชงิ อนมุ าน ขอมูล ไดแ ก ขอมูลเชิงคุณภาพ ขอมูลเชิงปริมาณ
ขอ มูลปฐมภมู ิ และ ขอมูลทตุ ิยภมู ิ การวัดคา กลางของขอมูล ไดแ ก คาเฉลีย่ เลขคณติ มธั ยฐาน ฐานนิยม การวัด
ตําแหนง ท่ี ไดแก ควอไทล เดไซล และเปอรเ ซน็ ไทล หรอื ตําแหนงสมั พัทธข องขอมลู การวดั การกระจายของขอมูล
ไดแ ก พสิ ัย สว นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และความแปรปรวน การนําเสนอขอมูลเชิงคุณภาพและเชงิ ปริมาณ และการแปล
ความหมายของคาสถิติ
โดยจดั ประสบการณใหผ ูเ รยี นไดศึกษา ฝก ทักษะการคิดคํานวณ และฝกแกปญหาเพอื่ พัฒนาทกั ษะ/
กระบวนการในการคิดคาํ นวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การสือ่ ความหมาย ทางคณิตศาสตรแ ละนําประสบการณ
ดา นความรูค วามคดิ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร ตระหนักในคุณคาและมเี จตคติที่ดีตอ คณติ ศาสตร สามารถ
ทํางานไดอยางมรี ะบบ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณและเช่ือม่นั ในตนเอง
การวัดและประเมนิ ผล ดวยวิธหี ลากหลาย สอดคลอ งตามสภาพความเปน จรงิ ทงั้ เน้ือหา/ทกั ษะ/กระบวนการ
และคณุ ลักษณะทีต่ อ งการวดั ผลและประเมนิ ผล
รหสั ตัวชี้วดั
ค 3.1 ม.6/1
รวม 1 ตัวชว้ี ดั