The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by laminta.pi, 2022-08-28 23:47:45

หลักสูตรโรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์

หลักสูตรโรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์

รายวิชาท่เี ปดสอน กลุม สาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศึกษา (รายวชิ าพ้ืนฐาน)
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย

รหัสวชิ า รายวิชา จํานวน จํานวน ชนั้ ภาคเรยี น
หนว ยกติ ชวั่ โมง
พ31101 สุขศกึ ษา ม.4 1
พ31102 สุขศึกษา 0.5 40 ม.4 2
พ32101 สุขศกึ ษา ม.5 1
พ32102 สขุ ศึกษา 0.5 40 ม.5 2
พ33101 สขุ ศึกษา ม.6 1
พ33102 สุขศกึ ษา 0.5 40 ม.6 2

0.5 40

0.5 40
0.5 40

รายวิชาท่ีเปดสอน กลมุ สาระการเรียนรูส ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา (รายวชิ าเพมิ่ เตมิ )
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

รหัสวิชา รายวิชา จํานวน จํานวน ชนั้ ภาคเรยี น
หนว ยกติ ช่ัวโมง
พ31201 พลศึกษา(วอลเลยบ อล) ม.4 1
พ31202 พลศึกษา(แบดมนิ ตัน) 0.5 40 ม.4 2
พ32201 พลศกึ ษา(แฮนดบอล) ม.5 1
พ32202 พลศึกษา(ฟตุ ซอล) 0.5 40 ม.5 2
พ33201 พลศกึ ษา(นนั ทนาการ) ม.6 1
พ33202 พลศึกษา(เปตอง) 0.5 40 ม.6 2

0.5 40

0.5 40
0.5 40

คําอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา

วชิ า สุขศกึ ษา รหัสวชิ า พ21101 ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 1

จาํ นวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนวยกิต

จํานวนเวลาเรียนท้งั ส้ิน 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษาความสําคัญของระบบประสาทและระบบตอมไรทอท่ีมีผลตอสุขภาพการเจริญเติบโตและพัฒนาการ

ของวยั รนุ วิธีดูแลรักษาระบบประสาทและระบบตอมไรทอใหทํางานตามปกติ ภาวการณเจริญเติบโตทางรางกายของ

รางกาย ของตนเองกับเกณฑมาตรฐาน แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองใหเจริญเติบโตสมวัย อธิบายวิธีการ

ปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงทางรางกาย จิตใจ อารมณและพัฒนาการทางเพศอยางเหมาะสม ทักษะการปฏิเสธเพื่อ

ปองกันตนเองจากการถูกลวงละเมิดทางเพศ โดยใชทักษะตาง ๆ และนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตตาม

หลักแนวการคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับวัย วิเคราะหปญหาท่ีเกิดจาก

ภาวะโภชนาการที่มีผลกระทบตอสุขภาพ การควบคุมนํ้าหนัก การสรางเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตาผล

การทดสอบ ตลอดจนแสดงวิธีการปฐมพยาบาลและเคล่ือนยายผูปวยอยางปลอดภัย อธิบายลักษณะอาการของผูติด

สารเสพติดและการปองกัน รวมท้ังแสดงความสัมพันธของการใชสารเสพติดกับการเกิดโรคและอุบัติเหตุ และแสดง

วิธกี ารชักชวนผูอ่ืนใหลด เลิกสารเสพติดดว ยกระบวนการและทกั ษะตา ง ๆ อธิบายหลักการเคล่ือนไหวท่ีใชทักษะกลไก

และทักษะพ้ืนฐานท่ีนําไปสูการพัฒนาทักษะการเลนกีฬา กีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะ

พื้นฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด กิจกรรมนันทนาการอยางนอย 1 กิจกรรม ความสําคัญของการออกกําลังกาย

และการเลนกีฬาท่เี ลอื กและการเลนกฬี าและการทาํ งานเปน ทีมอยา งสนุกสนาน ความแตกตางระหวางวิธีการเลนกีฬา

ของตนเองกบั ผูอ่ืน

โดยใชกระบวนการทางสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา การอธิบาย การวเิ คราะห การแสวงหา การแสดง การเพมิ่ พนู

ความสามารถ และนาํ ความรูทไ่ี ดไปเช่อื มโยงสัมพันธก ับวิชาอืน่ ภายใตก รอบแนวทางตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง การ

ปฏิบัติ การวางแผน การประเมินตนเองและผูอน่ื การปรบั ปรงุ และการนําไปใชอยา งเปนระบบ การรว มมือ การเปรยี บเทยี บ

และการยอมรับ การเลือกการบรโิ ภคและอปุ โภค การควบคุมนา้ํ หนักตนเอง และการสรา งเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพ

เพื่อใหเ ห็นคุณคา ในการดแู ลรักษาสุขภาพ รกั การเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสขุ

ศกึ ษาและพลศึกษา เกดิ ความคิด การแกไขปองกันปญ หา เห็นความสําคัญของการออกกําลงั กายและเลนกีฬาจนเปน วิถีชวี ติ

ทด่ี ี มสี ุขภาพทดี่ ี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถส่ือสารสิ่งทเี่ รยี นรู มที กั ษะในการดํารงชีวติ และนําความรสู ุขศึกษาและพล

ศึกษาเปน เคร่ืองมือในการเรียนรวู ิชาอ่ืนและนาํ ไปใชในชีวติ ประจาํ วันอยางถูกตองและเหมาะสม

ตวั ชีว้ ดั
พ.1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
พ.2.1 ม.1/1, ม.1/2
พ.4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
พ.5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4

รวม 14 ตัวชี้วดั

คําอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

วิชา สุขศกึ ษา รหัสวิชา พ21102 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 1

จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกิต

จํานวนเวลาเรยี นทงั้ สนิ้ 20 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

ศึกษาความสําคัญของระบบประสาทและระบบตอมไรทอที่มีผลตอสุขภาพการเจริญเติบโตและพัฒนาการ

ของวัยรุน วิธีดแู ลรกั ษาระบบประสาทและระบบตอ มไรท อ ใหท าํ งานตามปกติ ภาวการณเจริญเติบโตทางรางกายของรางกาย

ของตนเองกับเกณฑมาตรฐาน แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองใหเจริญเติบโตสมวัย อธิบายวิธีการปรับตัวตอการ

เปล่ียนแปลงทางรางกาย จิตใจ อารมณและพัฒนาการทางเพศอยางเหมาะสม ทักษะการปฏิเสธเพื่อปองกันตนเองจากการ

ถูกลวงละเมิดทางเพศ โดยใชทักษะตาง ๆ และนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตตามหลักแนวการคิดของปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพียง เลือกรับประทานอาหารท่ีเหมาะสมกับวัย วิเคราะหปญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการท่ีมีผลกระทบตอ

สุขภาพ การควบคุมนํ้าหนัก การสรางเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตาผลการทดสอบ ตลอดจนแสดงวิธีการปฐม

พยาบาลและเคลื่อนยายผูปวยอยางปลอดภัย อธิบายลักษณะอาการของผูติดสารเสพติดและการปองกัน รวมทั้งแสดง

ความสัมพันธของการใชสารเสพติดกับการเกิดโรคและอุบัติเหตุ และแสดงวิธีการชักชวนผูอื่นใหลด เลิกสารเสพติดดวย

กระบวนการและทักษะตาง ๆ อธิบายหลักการเคลื่อนไหวที่ใชทักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐานท่ีนําไปสูการพัฒนาทักษะการ

เลนกีฬา กีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด กิจกรรม

นนั ทนาการอยา งนอย 1 กิจกรรม ความสําคัญของการออกกาํ ลงั กายและการเลนกีฬาทีเ่ ลือกและการเลนกีฬาและการทํางาน

เปนทีมอยางสนุกสนาน

โดยใชก ระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา การอธิบาย การวิเคราะห การแสวงหา การแสดง การเพ่ิมพูน

ความสามารถ และนําความรูท ไ่ี ดไปเชื่อมโยงสัมพนั ธกบั วิชาอื่น ภายใตกรอบแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การ

ปฏบิ ัติ การวางแผน การประเมินตนเองและผูอ่ืน การปรับปรุงและการนําไปใชอยางเปนระบบ การรวมมือ การเปรียบเทียบ

และการยอมรับ การเลอื กการบริโภคและอปุ โภค การควบคมุ นา้ํ หนกั ตนเอง และการสรางเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพ

เพื่อใหเห็นคุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุข

ศกึ ษาและพลศกึ ษา เกดิ ความคิด การแกไ ขปอ งกนั ปญหา เห็นความสําคัญของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิต

ท่ีดี มีสุขภาพที่ดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู มีทักษะในการดํารงชีวิต และนําความรูสุขศึกษาและพล

ศึกษาเปนเคร่ืองมือในการเรียนรวู ชิ าอน่ื และนําไปใชใ นชวี ิตประจําวันอยางถูกตองและเหมาะสม

ตวั ชีว้ ดั
พ.1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
พ.2.1 ม.1/1 , ม.1/2
พ.4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
พ.5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, 1/4

รวม 14 ตวั ชี้วดั

คาํ อธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

กลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

วิชา พลศึกษา (เทเบลิ เทนนสิ ) รหสั วชิ า พ21111 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 1

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นทง้ั สนิ้ 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาประวัติ ความเปน มาและววิ ฒั นาการของการเลนกีฬาเทเบิลเทนนิส ประโยชนของการเลนกีฬาเทเบิล

เทนนิส อุปกรณ สนาม สถานที่ใชในการแขงขันและการดูแลรักษาอุปกรณ วิธีการเสริมสรางสมรรถภาพเพื่อสุขภาพและ

สมรรถภาพที่เก่ียวของกับการเลนกีฬาเทเบิลเทนนิส มารยาท กฎ กติกา และมีทักษะพื้นฐานในการเลน เชน การจับไม

การตีลูกหนามือ หลังมือ การเสิรฟ การตบ การตีลูกตัด การตีลูกหมุน ลูกหยอด รูปแบบการเคลื่อนไหวในกีฬา และมี

ความสามารถในการเคล่ือนไหว ทักษะกลไกในการออกกําลังกายโดย การรวมเลนกีฬา รูคุณคาของการออกกําลังกาย กล

ยุทธในการเลนกีฬาสากล ความมีน้ําใจ และประโยชนของการทํางานเปนทีม การแขงขัน ความสําคัญของการมีสุขภาพดี

หลกั และวิธกี ารเสริมสรางสมรรถภาพทางกาย การทดสอบ อธิบายหลกั การเคลอื่ นไหวทใ่ี ชทักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐาน

ท่นี าํ ไปสูการพฒั นาทกั ษะการเลนกฬี า กีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬาอยาง

ละ 1 ชนดิ กิจกรรมนนั ทนาการอยางนอ ย 1 กิจกรรม ความสาํ คญั ของการออกกาํ ลงั กายและการเลน กีฬาท่ีเลือกและการเลน

กีฬาและการทาํ งานเปน ทีมอยางสนกุ สนาน ความแตกตา งระหวา งวธิ กี ารเลนกฬี าของตนเองกับผอู นื่

โดยนําเทคนิคการสอนกีฬาเทเบิลเทนนิสสมัยใหมมาสอนและใชในการฝกปฏิบัติ มุงเนนใหผูเรียนใช

กระบวนการแสวงหาความรู การฝกทักษะโดยใชกิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกกําลังกาย การเลนเกมและกีฬาเทเบิล

เทนนิส เปนเคร่ืองมือและแนวทางในการฝกทักษะพ้ืนฐานในการเลนกีฬาเทเบิลเทนนิส รวมท้ังการเสริมสรางสมรรถภาพ

เพ่ือสุขภาพและสมรรถภาพที่เก่ียวของกับการเลนกีฬาเทเบิลเทนนิส ท้ังทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และ

สตปิ ญ ญา การสรา งเจตคติท่ดี ี และสามารถนาํ ไปปฏิบตั ิอยูเ ปนประจาํ อยา งสมํ่าเสมอ

เพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรู มีทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาเทเบิลเทนนิส มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยม

คุณลักษณะอันพึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง

มุงม่ันในการทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่นในตนเอง

พรอมทั้งตระหนกั และเหน็ คุณคา และเจตคติทดี่ ีในการออกกาํ ลงั กาย ใชเ วลาวางใหเกิดประโยชนและหางไกลจากยาเสพติด

สามารถนําไปประยกุ ตใ ชใ หเกิดประโยชนแกตนเอง ชุมชน และสังคมสวนรวมอยางเปนสุข

ตวั ชี้วดั

พ.3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3

พ.3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6

รวม 10 ตวั ช้ีวดั

คําอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา

วชิ า พลศึกษา (กรีฑา) รหสั วิชา พ21112 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 1

จาํ นวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นทงั้ สิน้ 20 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาประวตั ิ ความเปน มาและความรทู ว่ั ไปเก่ยี วกบั กรฑี า ประโยชนของการเลน กรีฑา มารยาทในการเปนผู

เลนและผูชมกรีฑาท่ีดี การดูแลรักษาอุปกรณกรีฑา ปฏิบัติทักษะกรีฑาประเภทลู ทักษะการต้ังตนออกวิ่ง ทักษะทาทางการ

ตง้ั ตน ออกวงิ่ หลักวิธกี ารตั้งตน ออกว่งิ ทกั ษะการวิง่ ระยะสัน้ ทกั ษะการวิ่งระยะกลาง ทักษะการว่ิงระยะไกล การว่ิงผลัด การ

เขาสูเสนชัย กฎ กติกาการแขงขันกรีฑา และความปลอดภัยในการเลนกรีฑา นําผลการปฏิบัติตนเก่ียวกับทักษะกลไกและ

ทักษะการเคลื่อนไหวและนําขอมูลมาสรุปเปนวิธีท่ีเหมาะสมกับตนเอง สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพและรูปแบบการ

เคลื่อนไหวท่ีสงผลตอการเลนและกิจกรรมในชีวิตประจําวัน อธิบายหลักการเคลื่อนไหวท่ีใชทักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐานที่

นาํ ไปสกู ารพฒั นาทกั ษะการเลนกฬี ากฬี าไทยและกฬี าสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬาอยางละ

1 ชนิด กิจกรรมนันทนาการอยางนอย 1 กิจกรรม ความสําคัญของการออกกําลังกายและการเลนกีฬาท่ีเลือกและการเลน

กฬี าและการทํางานเปนทีมอยา งสนกุ สนาน ความแตกตา งระหวา งวิธีการเลนกีฬาของตนเองกบั ผอู ืน่

โดยนําเทคนิคการเรยี นการสอนกรฑี ามาสอนและใชใ นการฝก ปฏิบัติ มุงเนนใหผูเรียนใชกระบวนการแสวงหา

ความรู การฝกทักษะโดยใชกิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกกําลังกาย การเลนเกมและการเลนกรีฑา เปนเครื่องมือและ

แนวทางในการฝกทกั ษะพนื้ ฐานในการเลนกรฑี า รวมทัง้ การเสริมสรางสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพและสมรรถภาพที่เก่ียวของกับ

การเลนกรฑี า ทัง้ ทางดานรา งกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญ ญา การสรางเจตคติที่ดี และสามารถนําไปปฏิบัติอยู

เปน ประจําอยา งสมํา่ เสมอ

เพ่อื ใหผูเ รียนเกิดการเรยี นรู มที ักษะพ้ืนฐานในการเลน กรีฑา มีคุณธรรม จริยธรรม คา นิยม คุณลักษณะอัน

พึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงม่ันในการ

ทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่นในตนเอง พรอมทั้ง

ตระหนกั และเห็นคณุ คาและเจตคติที่ดใี นการออกกาํ ลังกาย ใชเวลาวางใหเกิดประโยชนและหางไกลจากยาเสพติด สามารถ

นําไปประยกุ ตใชใหเกิดประโยชนแกต นเอง ชุมชน และสงั คมสวนรวมอยางเปนสขุ

ตัวช้ีวัด

พ.3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4

พ.3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5

รวม 9 ตัวช้ีวัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศึกษา

วชิ า สุขศกึ ษา รหัสวิชา พ22101 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 2

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกิต

จาํ นวนเวลาเรยี นทัง้ สิ้น 20 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น

อธิบายการเปลี่ยนแปลงดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคมและสติปญญาในวัยรุน โดยระบุปจจัยที่มี

ผลกระทบตอการเจริญเติบโตและพัฒนาการในทุกดาน วิเคราะหปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอเจตคติในเรื่องเพศ ปญหาและ

ผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธในวัยเรียน อธิบายวิธีการปองกันตนเองและหลีกเล่ียงจากโรคติดตอทางเพศสัมพันธ

โรคเอดส และการตั้งครรภโดยไมพึงประสงค ความเสมอภาคทางเพศและการวางตัวสามารถเลือกใชบริการทางสุขภาพอยาง

มเี หตุผล โดยสามารถวเิ คราะหผลของการใชเทคโนโลยีที่มีตอสุขภาพ รวมถึงวิเคราะหความเจริญกาวหนาทางการแพทยท่ีมี

ผลตอสขุ ภาพและนําความรไู ปใชประโยชนใ นการดํารงชีวิตตามหลักแนวการคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสัมพันธ

ระหวางสุขภาพกายและสุขภาพจิต วิธีการปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณและความเครียด รวมทั้งพัฒนาสมรรถภาพทาง

กายตนเองใหเปนไปตามเกณฑท่ีกําหนด ระบุวิธีการ ปจจัยและแหลงใหการชวยเหลือ ฟนฟูผูติดสารเสพติด อธิบายวิธีการ

หลกี เลย่ี งพฤติกรรมเส่ียงและสถานการณเสี่ยง สามารถใชทักษะชีวิตในการปองกันตนเองและหลีกเลี่ยงสถานการณคับขันที่

อาจนาํ ไปสอู นั ตราย

โดยใชกระบวนการทางสุขศกึ ษาและพลศึกษา การอธบิ าย การวเิ คราะห การแสวงหา การแสดง การเพ่ิมพูน

ความสามารถ และนาํ ความรูทีไ่ ดไ ปเชอ่ื มโยงสัมพันธกับวิชาอืน่ ภายใตกรอบแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การ

ปฏบิ ตั ิ การวางแผน การประเมนิ ตนเองและผูอ่ืน การปรับปรุงและการนําไปใชอยางเปนระบบ การรวมมือ การเปรียบเทียบ

และการยอมรับ การปองกันตนเอง การวางตัวและการเลือกใชบริการทางสุขภาพ และการพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพและ

สมรรถภาพ

เพ่ือใหเห็นคุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุข

ศึกษาและพลศกึ ษา เกดิ ความคดิ การแกไ ขปองกนั ปญหา เห็นความสําคัญของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิต

ที่ดี มีสุขภาพที่ดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู มีทักษะในการดํารงชีวิตและนําความรูสุขศึกษาและพล

ศึกษาเปน เครื่องมอื ในการเรยี นรูวิชาอน่ื และนาํ ไปใชในชีวติ ประจาํ วันอยางถูกตอ งและเหมาะสม

ตัวชวี้ ดั
พ.1.1 ม.2/1, ม.2/2
พ.2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
พ.4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
พ.5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3

รวม 16 ตวั ช้ีวัด

คาํ อธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน

กลุมสาระการเรียนรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

วชิ า สขุ ศึกษา รหสั วชิ า พ22102 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 2

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนทั้งส้ิน 20 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

อธิบายการเปลี่ยนแปลงดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคมและสติปญญาในวัยรุน โดยระบุปจจัยท่ีมี

ผลกระทบตอการเจริญเติบโตและพัฒนาการในทุกดาน วิเคราะหปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอเจตคติในเรื่องเพศ ปญหาและ

ผลกระทบท่ีเกิดจากการมีเพศสัมพันธในวัยเรียน อธิบายวิธีการปองกันตนเองและหลีกเลี่ยงจากโรคติดตอทางเพศสัมพันธ

โรคเอดส และการตงั้ ครรภโ ดยไมพ ึงประสงค ความเสมอภาคทางเพศและการวางตัวสามารถเลือกใชบริการทางสุขภาพอยาง

มีเหตผุ ล โดยสามารถวเิ คราะหผลของการใชเทคโนโลยีท่ีมีตอสุขภาพ รวมถึงวิเคราะหความเจริญกาวหนาทางการแพทยท่ีมี

ผลตอสุขภาพ ความสัมพันธระหวางสุขภาพกายและสุขภาพจิต วิธีการปฏิบัติตนเพ่ือจัดการกับอารมณและความเครียด

รวมท้ังพัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองใหเปนไปตามเกณฑท่ีกําหนด ระบุวิธีการ ปจจัยและแหลงใหการชวยเหลือ ฟนฟูผู

ติดสารเสพติด อธิบายวิธีการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณเส่ียง สามารถใชทักษะชีวิตในการปองกันตนเองและ

หลีกเลี่ยงสถานการณค ับขนั ท่อี าจนําไปสูอนั ตราย

โดยใชก ระบวนการทางสุขศึกษาและพลศกึ ษา การอธิบาย การวิเคราะห การแสวงหา การแสดง การเพิ่มพูน

ความสามารถ และนําความรูท่ีไดไปเชือ่ มโยงสมั พนั ธก บั วิชาอน่ื ภายใตกรอบแนวทางตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การ

ปฏบิ ตั ิ การวางแผน การประเมนิ ตนเองและผูอื่น การปรับปรุงและการนําไปใชอยางเปนระบบ การรวมมือ การเปรียบเทียบ

และการยอมรับ การปอ งกนั ตนเอง การวางตัวและการเลือกใชบริการทางสุขภาพ และการพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพและ

สมรรถภาพ

เพ่ือใหเห็นคุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุข

ศกึ ษาและพลศึกษา เกิดความคดิ การแกไ ขปอ งกันปญหา เห็นความสําคัญของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิต

ที่ดี มีสุขภาพท่ีดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู มีทักษะในการดํารงชีวิตและนําความรูสุขศึกษาและพล

ศกึ ษาเปน เคร่ืองมอื ในการเรียนรูวิชาอน่ื และนาํ ไปใชใ นชีวิตประจาํ วนั อยางถูกตอ งและเหมาะสม

ตัวช้วี ดั

พ.1.1 ม.2/1, ม.2/2

พ.2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4

พ.4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7

พ.5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3

รวม 16 ตัวชี้วดั

คําอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

วชิ า พลศึกษา (กรฑี า) รหสั วชิ า พ22111 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 2

จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนวยกติ

จํานวนเวลาเรียนทงั้ สน้ิ 20 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาประวัติ ความเปนมาและความรูทั่วไปเก่ียวกับกรีฑา ประโยชนของการเลนกรีฑา มารยาทในการเปนผู

เลนและผูชมกรีฑาที่ดี การดูแลรักษาอุปกรณกรีฑา ปฏิบัติทักษะกรีฑาประเภทลาน กฎ กติกาการแขงขันกรีฑา และความ

ปลอดภัยในการเลนกรีฑา นําผลการปฏิบัติตนเก่ียวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวและนําขอมูลมาสรุปเปนวิธีที่

เหมาะสมกับตนเอง สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพและรูปแบบการเคลื่อนไหวท่ีสงผลตอการเลนและกิจกรรมใน

ชวี ติ ประจําวนั อธิบายหลกั การเคลอื่ นไหวท่ใี ชท ักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐานที่นําไปสูการพัฒนาทักษะการเลนกีฬา กีฬาไทย

และกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด กิจกรรมนันทนาการอยางนอย 1

กจิ กรรม ความสําคัญของการออกกําลังกายและการเลนกีฬาท่ีเลือกและการเลนกีฬาและการทํางานเปนทีมอยางสนุกสนาน

ความแตกตางระหวา งวิธกี ารเลน กีฬาของตนเองกบั ผูอ่นื

โดยนําเทคนคิ การเรียนการสอนกรฑี ามาสอนและใชใ นการฝกปฏิบตั ิ มุง เนน ใหผูเรียนใชกระบวนการแสวงหา

ความรู การฝกทักษะโดยใชกิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกกําลังกาย การเลนเกมและการเลนกรีฑา เปนเครื่องมือและ

แนวทางในการฝก ทักษะพ้นื ฐานในการเลนกรีฑา รวมทัง้ การเสริมสรางสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพและสมรรถภาพที่เกี่ยวของกับ

การเลน กรฑี า ทัง้ ทางดา นรางกาย จติ ใจ อารมณ สงั คม และสตปิ ญ ญา การสรางเจตคติท่ีดี และสามารถนําไปปฏิบัติอยู

เปนประจาํ อยา งสมา่ํ เสมอ

เพือ่ ใหผเู รียนเกิดการเรียนรู มที กั ษะพ้ืนฐานในการเลน กรีฑา มีคณุ ธรรม จริยธรรม คานิยม คุณลักษณะอัน

พึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงม่ันในการ

ทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มีความเช่ือมั่นในตนเอง พรอมท้ัง

ตระหนักและเห็นคุณคาและเจตคติที่ดีในการออกกําลังกาย ใชเวลาวางใหเกิดประโยชนและหางไกลจากยาเสพติด

สามารถนําไปประยุกตใชใ หเ กิดประโยชนแกตนเอง ชุมชน และสงั คมสวนรวมอยา งเปนสุข

ตวั ชวี้ ดั

พ.3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4

พ.3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5

รวม 9 ตัวชี้วดั

คําอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

วชิ า พลศึกษา (บาสเกตบอล) รหัสวชิ า พ22112 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 2

จาํ นวน 1 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกติ

จํานวนเวลาเรยี นทั้งส้ิน 20 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน

ศึกษาประวัติ ความเปนมาและความรูท่ัวไปเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอล ประโยชนของการเลนกีฬา

บาสเกตบอล มารยาทในการเปนผูเลนและผูชมที่ดี การดูแลรักษาอุปกรณกีฬาบาสเกตบอล ปฏิบัติทักษะเบื้องตนของการ

เลนกีฬาบาสเกตบอล การทรงตัว การหยุด การครอบครองลูกและการหมุนตัน การสงลูกบาสเกตบอล การรับลูก

บาสเกตบอล การเลี้ยงลูกบาสเกตบอล ทักษะขั้นสูงของการเลนกีฬาบาสเกตบอล การยิงประตูบาสเกตบอล การหลอกลอ

ทักษะการเลนเปน ทีม ตําแหนงและการวางตัวผเู ลน วิธกี ารเลนเปนทีม เทคนคิ ในการเลนเปน ฝา ยโจมตีหรือฝายรุก เทคนิคใน

การเลนเปนฝายปอ งกนั หรอื ฝา ยรับ กติกาการแขงขัน นําผลการปฏิบัติตนเก่ียวกับทักษะกลไกและทักษะการเคล่ือนไหวและ

นําขอมูลมาสรุปเปนวธิ ที เ่ี หมาะสมกับตนเอง สามารถเปรยี บเทียบประสทิ ธภิ าพและรปู แบบการเคลือ่ นไหวที่สงผลตอการเลน

และกิจกรรมในชีวิตประจําวัน อธิบายหลักการเคลื่อนไหวที่ใชทักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐานท่ีนําไปสูการพัฒนาทักษะการ

เลนกีฬา กีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะพ้ืนฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด กิจกรรม

นันทนาการอยา งนอย 1 กิจกรรม ความสาํ คญั ของการออกกําลงั กายและการเลน กีฬาทีเ่ ลอื กและการเลนกีฬาและการทํางาน

เปนทมี อยางสนุกสนาน ความแตกตางระหวางวธิ ีการเลนกฬี าของตนเองกับผูอ ่ืน

โดยนําเทคนิคการเรียนการสอนแบดมินตันมาสอนและใชในการฝกปฏิบัติ มุงเนนใหผูเรียนใชกระบวนการ

แสวงหาความรู การฝกทักษะโดยใชกิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกกําลังกาย การเลนเกมและการเลนกีฬาบาสเกตบอล

เปนเครือ่ งมอื และแนวทางในการฝกทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาบาสเกตบอล รวมท้ังการเสริมสรางสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ

และสมรรถภาพที่เกี่ยวของกับการเลนบาสเกตบอล ทั้งทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา การสราง

เจตคติทีด่ ี และสามารถนําไปปฏบิ ตั อิ ยเู ปนประจําอยา งสมา่ํ เสมอ

เพื่อใหผูเรียนเกิดการเรียนรู มีทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาบาสเกตบอล มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยม

คุณลักษณะอันพึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง

มุงมั่นในการทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มีความเชื่อม่ันในตนเอง

พรอมท้งั ตระหนักและเหน็ คุณคา และเจตคตทิ ด่ี ีในการออกกําลงั กาย ใชเ วลาวางใหเกิดประโยชนและหางไกลจากยาเสพติด

สามารถนาํ ไปประยกุ ตใชใหเกดิ ประโยชนแกต นเอง ชุมชน และสงั คมสวนรวมอยา งเปนสขุ

ตวั ชีว้ ดั
พ.3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
พ.3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5

รวม 9 ตัวช้ีวดั

คําอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

วชิ า สุขศกึ ษา รหัสวิชา พ23101 ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 3

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนว ยกิต

จาํ นวนเวลาเรียนทัง้ สนิ้ 20 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น

เปรียบเทียบการเปล่ียนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคมและสติปญญา แตละชวงของชีวิต

วิเคราะหอิทธิพลและความคาดหวังของสังคมตอการเปล่ียนแปลงของวัยรุน วิเคราะหผลของสื่อท่ีมีตอการเจริญเติบโตและ

พัฒนาการของวัยรุน อธิบายอนามัยแมและเด็ก การวางแผนครอบครัวและวิธีการปฏิบัติตนท่ีเหมาะสม วิเคราะหปจจัยที่มี

ผลตอการต้ังครรภ รวมถึงการวิเคราะหหาสาเหตุ การเสนอแนวทางการปองกัน แกไขความขัดแยงในครอบครัว สามารถ

กําหนดรายการอาหารท่ีเหมาะสมกับวัยตาง ๆ โดยคํานึงถึงความประหยัดและคุณคาทางโภชนาการ เสนอแนวทางปองกัน

โรคที่เปนสาเหตุสําคัญของการเจ็บปวยและการตายของคนไทย รวบรวมขอมูลและเสนอแนวทางแกไขปญหาสุขภาพใน

ชมุ ชนของตนเอง มกี ารวางแผนและจดั เวลาในการออกกําลงั กาย การพกั ผอนและการสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย ทดสอบ

สมรรถภาพทางกายและพัฒนาไดตามความแตกตางระหวางบุคคลและนําความรูไปใชประโยชนในการดํารงชีวิตตามหลัก

แนวการคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนวิเคราะหปจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลตอสุขภาพและแนวทาง

ปองกัน การหลกี เล่ยี งการใชความรุนแรงและชักชวนเพอ่ื นใหห ลีกเลี่ยงการใชค วามรุนแรงในการแกปญหา อิทธิพลของสื่อตอ

พฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง วิเคราะหถึงความสัมพันธของการด่ืมเครื่องด่ืมตางๆท่ีมีแอลกอฮอลลตอสุขภาพและการ

เกิดอุบัตเิ หตุ รวมท้งั สามารถปฏิบตั แิ ละแสดงวธิ ีการชว ยฟนคืนชีพอยางถกู วิธี

โดยใชก ระบวนการทางสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา การอธิบาย การวิเคราะห การแสวงหา การแสดง การเพิ่มพูน

ความสามารถ การเลน การรว มกิจกรรมและนําความรูทีไ่ ดไ ปเช่อื มโยงสมั พันธกับวิชาอ่นื การออกกําลังกายและการเลือกเขา

มารวมเลน การประเมินการเลนของตนเองและผูอื่น การปฏิบัติ การวางแผน การนําไปใชในการเลนอยางเปนระบบ การ

รวมมือ การเปรยี บเทียบ และการยอมรบั การกําหนดและการเลือกการบริโภคและอุปโภค การปองกันตนเองจากสาเหตุการ

เจ็บปว ย การวางแผนและจัดเวลาในการออกกาํ ลงั กายและการพัฒนาการสรางเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพ

เพ่ือใหเห็นคุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุข

ศกึ ษาและพลศกึ ษา เกิดความคดิ การแกไขปอ งกันปญหา เห็นความสําคัญของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิต

ท่ีดี มีสุขภาพที่ดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีทักษะในการดํารงชีวิต และนําความรูสุขศึกษาและพล

ศกึ ษาเปน เครื่องมือในการเรียนรวู ชิ าอน่ื และนาํ ไปใชใ นชวี ิตประจําวันอยางถูกตอ งและเหมาะสม

ตวั ชี้วดั
พ.1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
พ.2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
พ.4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
พ.5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 16 ตัวช้ีวัด

คําอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศึกษา

วชิ า สขุ ศกึ ษา รหสั วิชา พ23102 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 3

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกติ

จํานวนเวลาเรียนทง้ั ส้นิ 20 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน

เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สงั คมและสตปิ ญญา แตละชว งของชวี ติ

วิเคราะหอิทธิพลและความคาดหวงั ของสงั คมตอการเปลีย่ นแปลงของวัยรุน วิเคราะหผ ลของส่อื ทีม่ ีตอการเจรญิ เตบิ โตและ

พัฒนาการของวัยรุน อธิบายอนามัยแมแ ละเดก็ การวางแผนครอบครัวและวธิ กี ารปฏิบัติตนท่เี หมาะสม วเิ คราะหป จจัยทม่ี ี

ผลตอ การต้งั ครรภ รวมถึงการวเิ คราะหหาสาเหตุ การเสนอแนวทางการปองกนั แกไขความขดั แยงในครอบครวั สามารถ

กาํ หนดรายการอาหารทเ่ี หมาะสมกบั วยั ตา ง ๆ โดยคาํ นึงถงึ ความประหยัดและคณุ คา ทางโภชนาการ เสนอแนวทางปอ งกัน

โรคทเี่ ปนสาเหตสุ าํ คญั ของการเจบ็ ปวยและการตายของคนไทย รวบรวมขอมลู และเสนอแนวทางแกไ ขปญ หาสขุ ภาพใน

ชมุ ชนของตนเอง มีการวางแผนและจดั เวลาในการออกกําลงั กาย การพกั ผอนและการสรางเสรมิ สมรรถภาพทางกาย ทดสอบ

สมรรถภาพทางกายและพัฒนาไดต ามความแตกตางระหวางบุคคลและนําความรูไปใชประโยชนในการดาํ รงชวี ิตตามหลกั

แนวการคดิ ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตลอดจนวิเคราะหป จจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสยี่ งท่ีมีผลตอสุขภาพและแนวทาง

ปองกนั การหลกี เลย่ี งการใชความรนุ แรงและชักชวนเพ่อื นใหหลกี เลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกป ญหา อทิ ธพิ ลของสือ่ ตอ

พฤติกรรมสขุ ภาพและความรุนแรง วิเคราะหถงึ ความสัมพนั ธของการด่ืมเคร่ืองด่ืมที่มแี อลกอฮอลลตอสุขภาพและการเกดิ

อบุ ตั ิเหตุ รวมทงั้ สามรถปฏบิ ัตแิ ละแสดงวธิ ีการชว ยฟน คืนชพี อยางถกู วิธี

โดยใชก ระบวนการทางสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา การอธบิ าย การวเิ คราะห การแสวงหา การแสดง การเพ่ิมพนู

ความสามารถ การเลน การรวมกจิ กรรมและนําความรูทไี่ ดไปเชื่อมโยงสมั พนั ธกับวชิ าอืน่ การออกกําลงั กายและการเลือกเขา

มารว มเลน การประเมินการเลน ของตนเองและผอู ่นื การปฏิบตั ิ การวางแผน การนาํ ไปใชในการเลน อยางเปนระบบ การ

รวมมอื การเปรียบเทียบ และการยอมรับ การกําหนดและการเลอื กการบรโิ ภคและอุปโภค การปองกนั ตนเองจากสาเหตกุ าร

เจบ็ ปวย การวางแผนและจัดเวลาในการออกกาํ ลงั กายและการพฒั นาการสรางเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพ

เพื่อใหเ หน็ คณุ คาในการดแู ลรักษาสขุ ภาพ รกั การเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสขุ

ศกึ ษาและพลศึกษา เกดิ ความคิด การแกไขปองกนั ปญ หา เห็นความสาํ คญั ของการออกกาํ ลงั กายและเลนกีฬาจนเปน วิถีชวี ติ

ทด่ี ี มสี ุขภาพทด่ี ี มวี นิ ยั มจี ิตสาธารณะ สามารถส่ือสารสิง่ ท่ีเรียนรู มที ักษะในการดํารงชวี ติ และนาํ ความรูส ุขศึกษาและพล

ศกึ ษาเปน เคร่ืองมือในการเรยี นรวู ิชาอน่ื และนําไปใชในชีวิตประจําวนั อยางถกู ตองและเหมาะสม

ตวั ชี้วดั
พ.1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
พ.2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
พ.4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
พ.5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 16 ตัวช้ีวัด

คาํ อธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา

วิชา พลศึกษา (เซปก ตะกรอ) รหสั วชิ า พ23111 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 3

จาํ นวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรยี นทัง้ สิ้น 20 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาประวตั ิ ความเปนมาและววิ ฒั นาการของกีฬาเซปกตะกรอ ประโยชนของการเลนกีฬาเซปกตะกรอ

สนามที่ใชในการแขง ขนั และการดูแลรักษาอุปกรณ วธิ กี ารเสรมิ สรางสมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพและสมรรถภาพที่

เกี่ยวขอ งกับการเลน กฬี าเซปกตะกรอ ทักษะการเคล่ือนทแี่ ละการทรงตัว ทกั ษะการสรา งความคุนเคยกับลกู เซปก

ตะกรอ ทักษะการหยุดและบังคบั ลูก ทักษะการสงและการสนบั สนุนการเลน เซปก ตะกรอ ทักษะการโหมงลูกเซปก

ตะกรอ ทักษะการเลีย้ งลูกเซปกตะกรอ ทักษะการยงิ ประตูและทกั ษะการเปน ผูรักษาประตู ( ตามความถนดั และความ

สนใจของแตละบุคคล )

โดยนําเทคนคิ การสอนกฬี าเซปก ตะกรอ สมัยใหมม าสอนและใชในการฝกปฏิบตั ิ มุงเนน ใหผเู รียนใช

กระบวนการแสวงหาความรู การฝกทักษะโดยใชก ิจกรรมการเคลือ่ นไหว การออกกําลังกาย การเลนเกมและกีฬา

เซปกตะกรอ เปน เคร่ืองมือและแนวทางในการฝกทกั ษะพนื้ ฐานในการเลน กีฬาเซปกตะกรอ รวมทัง้ การเสริมสราง

สมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพและสมรรถภาพท่เี กย่ี วของกับการเลนกีฬาเซปกตะกรอ ทัง้ ทางดานรา งกาย จิตใจ อารมณ

สังคม และสตปิ ญญา การสรา งเจตคติทดี่ ี และสามารถนําไปปฏบิ ัตอิ ยูเ ปนประจาํ อยา งสมา่ํ เสมอ

เพื่อใหผูเรยี นเกดิ การเรยี นรู มีทกั ษะพนื้ ฐานในการเลนกีฬาเซปก ตะกรอ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค ไดแก รักษช าติ ศาสนา พระมหากษตั ริย ซือ่ สตั ยส จุ รติ มวี ินยั ใฝเรยี นรู อยูอยา ง

พอเพยี ง มงุ มัน่ ในการทํางาน รกั ษาความเปน ไทย มีความรับผิดชอบ

มีจิตสาธารณะ มคี วามรบั ผิดชอบ มคี วามเชือ่ มัน่ ในตนเอง พรอมทั้งตระหนักและเหน็ คุณคาและเจตคติทีด่ ีในการ

ออกกาํ ลังกาย ใชเ วลาวา งใหเ กดิ ประโยชนและหางไกลจากยาเสพตดิ สามารถนาํ ไปประยกุ ตใ ชใ หเกิดประโยชนแ ก

ตนเอง ชมุ ชน และสงั คมสวนรวมอยางเปน สขุ

ตวั ชวี้ ัด

พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 9 ตัวชี้วดั

คาํ อธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

กลุมสาระการเรียนรสู ุขศกึ ษาและพลศึกษา

วิชา พลศึกษา (ฟุตบอล) รหัสวิชา พ23112 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 3

จํานวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรียนท้งั สน้ิ 20 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน

ศึกษาประวัติ ความเปนมาและความรูท่ัวไปเก่ียวกับกีฬาฟุตบอล ประโยชนของการเลนกีฬาฟุตบอล

มารยาทในการเปนผูเลนและผูชมท่ีดี การดูแลรักษาอุปกรณกีฬาฟุตบอล ปฏิบัติทักษะเบื้องตนของการเลนกีฬา

ฟุตบอล ทักษะการเคลอ่ื นไหว ทักษะการรับ สง ฟตุ บอล การโหมง การยงิ ประตู ทักษะพ้ืนฐานการเลนเปนทีม การ

วางตําแหนงของผูเลน กติกาการแขงขันปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวและนําขอมูลมาสรุป

เปนวิธีท่ีเหมาะสมกับตนเอง สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่สงผลตอการเลนและ

กจิ กรรมในชีวติ ประจาํ วัน อธิบายหลักการเคลื่อนไหวท่ีใชทักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐานท่ีนําไปสูการพัฒนาทักษะการ

เลนกีฬา กีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด กิจกรรม

นนั ทนาการอยางนอย 1 กิจกรรม ความสาํ คัญของการออกกาํ ลงั กายและการเลนกฬี าท่ีเลือกและการเลนกีฬาและการ

ทาํ งานเปน ทีมอยางสนกุ สนาน ความแตกตา งระหวางวิธกี ารเลนกีฬาของตนเองกับผูอ่ืน

โดยนําเทคนิคการเรียนการสอนกีฬาฟุตบอลมาสอนและใชในการฝกปฏิบัติ มุงเนนใหผูเรียนใชกระบวนการ

แสวงหาความรู การฝกทักษะโดยใชกิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกกําลังกาย การเลนเกมและการเลนกีฬาเปน

เครื่องมือและแนวทางในการฝกทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาฟุตบอล รวมทั้งการเสริมสรางสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ

และสมรรถภาพทเ่ี กีย่ วของกับการเลนกีฬาฟุตบอล ทัง้ ทางดา นรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา การ

สรางเจตคตทิ ่ดี ี และสามารถนําไปปฏบิ ตั อิ ยเู ปน ประจาํ อยางสมา่ํ เสมอ

เพ่อื ใหผเู รยี นเกดิ การเรียนรู มีทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาฟุตบอล มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยม

คุณลักษณะอันพึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยาง

พอเพียง มุงมั่นในการทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มีความ

เชื่อมั่นในตนเอง พรอมท้ังตระหนักและเห็นคุณคาและเจตคติที่ดีในการออกกําลังกาย ใชเวลาวางใหเกิดประโยชน

และหางไกลจากยาเสพติดสามารถนําไปประยุกตใชใหเกิดประโยชนแกตนเอง ชุมชน และสังคมสวนรวมอยางเปน

สุข

ตวั ชี้วดั

พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 8 ตวั ชี้วัด

คําอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรสู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

วชิ า สขุ ศกึ ษา รหสั วิชา พ31101 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 4

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนทง้ั ส้ิน 20 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรยี น

อธบิ ายกระบวนการสรา งเสริมและดาํ รงประสิทธภิ าพการทํางาน ของระบบอวยั วะตาง ๆ และวางแผนดูแลสขุ ภาพตาม

ภาวการณเ จรญิ เติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครวั วเิ คราะหอิทธิพลของครอบครัว เพ่ือน สงั คมและ

วฒั นธรรมท่ีมีผลตอพฤติกรรมทางเพศและการดําเนนิ ชีวติ วิเคราะหคา นยิ มในเรื่องเพศ ตามวัฒนธรรมไทยและวฒั นธรรม

อน่ื ๆ เลือกใชทักษะทเี่ หมาะสมในการปองกนั ลดความขดั แยงและแกป ญ หาเรื่องเพศและครอบครวั วิเคราะหห าสาเหตุและ

ผลของความขดั แยง ระหวางนักเรียนหรือเยาวชนในชมุ ชนและเสนอแนวทางแกไขปญหาและนาํ ความรูไปใชป ระโยชนในการ

ดาํ รงชีวิตตามหลกั แนวการคดิ ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง วเิ คราะหค วามคิดรวบยอดเกีย่ วกับการเคลื่อนไหวในรูปแบบ

ตาง ๆ ในการเลน กีฬาและศลิ ปะการปองกนั ตวั โดยใชค วามสามารถของตนเพื่อเพ่ิมศักยภาพของทมี โดยคาํ นงึ ถงึ ผลท่ีเกิดตอ

ผูอ นื่ และสังคม แสดงความสามารถในการเคลื่อนไหวไดอยางสรา งสรรค ออกกาํ ลังกายไดอ ยา งสมํ่าเสมอ อธบิ ายและปฏิบตั ิ

ตามกฎ กติกา และนําประยุกตใชใ นชวี ิตประจําวัน พรอมการแสดงออกถงึ การมีมารยาทในการดูและการเลน ดว ยความมี

น้ําใจนักกีฬา และนําไปใชป ฏบิ ัตทิ ุกโอกาสจนเปนบุคลิกภาพท่ดี ี รว มกิจกรรมทางกายและการเลน กฬี าอยางมคี วามสุข ชน่ื

ชมในคุณคาและความงามของการกีฬา

โดยใชก ระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา การอธบิ าย การวเิ คราะห การแสวงหา การแสดง การเพ่ิมพนู

ความสามารถ การเลน การรวมกิจกรรมและนําความรูท่ีไดไปเช่ือมโยงสมั พนั ธกบั วิชาอน่ื การออกกาํ ลังกายและการเลือกเขา

มารว มเลน การประเมินการเลน ของตนเองและผูอ ืน่ การปฏบิ ตั ิ การวางแผน การนําไปใชในการเลนอยา งเปนระบบ การ

รวมมอื การเปรียบเทียบ และการยอมรบั การกําหนดและการเลอื กการบริโภคและอปุ โภค การปองกันตนเองจากสาเหตุการ

เจ็บปวย การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลงั กายและการพฒั นาการสรางเสรมิ สขุ ภาพและสมรรถภาพตามหลัก

วิทยาศาสตรก ารกฬี า

เพอื่ ใหเหน็ คุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรยี นรูส ุขศกึ ษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสขุ

ศกึ ษาและพลศกึ ษา เกิดความคดิ การแกไขปองกันปญหา เห็นความสําคญั ของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวถิ ีชวี ติ

ที่ดี มีสขุ ภาพท่ีดี มีวนิ ยั มีจิตสาธารณะ สามารถส่ือสารสง่ิ ทเี่ รยี นรู มที กั ษะในการดํารงชีวติ และนาํ ความรูสุขศึกษาและพล

ศึกษาเปน เครื่องมือในการเรียนรูวชิ าอืน่ และนาํ ไปใชในชวี ิตประจาํ วนั อยางถกู ตองและเหมาะสม

ตวั ชีว้ ัด
พ.1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2
พ.2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
พ.3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
พ.3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4

รวม 15 ตัวช้ีวดั

คาํ อธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

กลมุ สาระการเรียนรูส ุขศึกษาและพลศกึ ษา

วชิ า สุขศกึ ษา รหัสวชิ า พ31102 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 4

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนท้ังสิ้น 20 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น

วิเคราะหบทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีตอการสรางเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชน

วิเคราะหอ ิทธิพลของส่อื โฆษณาเกย่ี วกบั สุขภาพเพอ่ื การบรโิ ภค วเิ คราะหหาสาเหตุและเสนอแนวทางการปองกันการเจ็บปวย

และการตายของคนไทย วางแผนและปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสุขภาพของตนเองและครอบครัว มีสวนรวมในการสงเสริม

และพฒั นาสุขภาพของบุคคลในชุมชน ตลอดจนวางแผนและปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพ

ทางกลไก มีสวนรวมในการปองกันความเส่ียงตอการใชยา การใชสารเสพติดและความรุนแรง เพื่อสุขภาพของตนเอง

ครอบครัวและสังคม วิเคราะหปจจัยที่มีผลตอสุขภาพหรือความรุนแรงของคนไทยพรอมเสนอแนวทางการปองกัน วางแผน

และกําหนดแนวทางลดอุบัติเหตุและสรางเสริมความปลอดภัยในชุมชน ตัดสินใจแกปญหาในสถานการณท่ีเสี่ยงตอสุขภาพ

และความรุนแรง และแสดงวธิ ีการชวยฟน คืนชีพอยางถกู วิธี

โดยใชกระบวนการทางสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา การอธิบาย การวิเคราะห การแสวงหา การแสดง การเพ่ิมพูน

ความสามารถ การเลน การรวมกิจกรรมและนําความรทู ่ีไดไ ปเช่อื มโยงสัมพันธกับวิชาอ่ืนและนําความรูไปใชประโยชนในการ

ดาํ รงชีวติ ตามหลักแนวการคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การออกกําลังกายและการเลือกเขามารวมเลน การประเมินการ

เลนของตนเองและผูอื่น การปฏิบัติ การวางแผน การนําไปใชในการเลนอยางเปนระบบ การรวมมือ การเปรียบเทียบ และ

การยอมรับ การกาํ หนดและการเลือกการบริโภคและอุปโภค การปองกันตนเองจากสาเหตุการเจ็บปวย การวางแผนและจัด

เวลาในการออกกําลงั กายและการพฒั นาการสรา งเสริมสุขภาพและสมรรถภาพตามหลักวิทยาศาสตรการกีฬา

เพ่ือใหเห็นคุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุข

ศกึ ษาและพลศึกษา เกดิ ความคดิ การแกไ ขปอ งกันปญหา เห็นความสําคัญของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิต

ที่ดี มีสุขภาพที่ดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู มีทักษะในการดํารงชีวิต และนําความรูสุขศึกษาและพล

ศึกษาเปน เครอื่ งมือในการเรยี นรวู ชิ าอ่ืนและนําไปใชในชีวติ ประจาํ วนั อยางถูกตอ งและเหมาะสม

ตัวช้วี ดั

พ.3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5

พ.3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4

พ.4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7

พ.5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7

รวม 28 ตัวชี้วดั

คาํ อธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

วิชา สุขศกึ ษา รหสั วชิ า พ32101 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 5

จํานวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนวยกิต

จํานวนเวลาเรียนท้ังสนิ้ 20 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรยี น

อธิบายกระบวนการสรางเสริมและดํารงประสิทธิภาพการทํางาน ของระบบอวัยวะตาง ๆ และวางแผนดูแล

สุขภาพตามภาวการณเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัว วิเคราะหอิทธิพลของครอบครัว เพื่อน

สังคมและวัฒนธรรมท่ีมีผลตอพฤติกรรมทางเพศและการดําเนินชีวิต วิเคราะหคานิยมในเร่ืองเพศ ตามวัฒนธรรมไทยและ

วัฒนธรรม อืน่ ๆ เลือกใชท ักษะที่เหมาะสมในการปอ งกัน ลดความขดั แยงและแกปญหาเรื่องเพศและครอบครัว วิเคราะหหา

สาเหตุและผลของความขัดแยงระหวางนักเรียนหรือเยาวชนในชุมชนและเสนอแนวทางแกไขปญหา วิเคราะหความคิดรวบ

ยอดเก่ียวกับการเคลื่อนไหวในรูปแบบตาง ๆ ในการเลนกีฬา โดยใชความสามารถของตนเพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม โดย

คํานงึ ถึงผลทเ่ี กดิ ตอ ผูอื่นและสังคม แสดงความสามารถในการเคลื่อนไหวไดอยางสรางสรรค ออกกําลังกายไดอยางสมํ่าเสมอ

อธบิ ายและปฏิบัติตามกฎ กติกา และนําประยุกตใชในชีวิตประจําวัน พรอมการแสดงออกถึงการมีมารยาทในการดูและการ

เลน ดว ยความมีนํ้าใจนกั กฬี า และนําไปใชปฏิบัติทุกโอกาสจนเปนบุคลิกภาพที่ดี รวมกิจกรรมทางกายและการเลนกีฬาอยาง

มีความสขุ ชืน่ ชมในคุณคาและความงามของการกีฬา

โดยใชกระบวนการทางสุขศกึ ษาและพลศึกษา การอธิบาย การวิเคราะห การแสวงหา การแสดง การเพิ่มพูน

ความสามารถ การเลน การรวมกิจกรรมและนําความรทู ่ีไดไ ปเชื่อมโยงสมั พันธกบั วชิ าอ่ืน การออกกําลังกายและการเลือกเขา

มารวมเลน การประเมินการเลนของตนเองและผูอ่ืน การปฏิบัติ การวางแผน การนําไปใชในการเลนอยางเปนระบบ การ

รว มมือ การเปรยี บเทียบ และการยอมรบั การกําหนดและการเลือกการบริโภคและอุปโภค การปองกันตนเองจากสาเหตุการ

เจ็บปวย การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกายและการพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพและสมรรถภาพตามหลัก

วทิ ยาศาสตรการกฬี า

เพื่อใหเห็นคุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุข

ศกึ ษาและพลศึกษา เกดิ ความคดิ การแกไขปองกันปญหา เห็นความสําคัญของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิต

ที่ดี มีสุขภาพที่ดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู มีทักษะในการดํารงชีวิต และนําความรูสุขศึกษาและพล

ศึกษาเปน เครื่องมือในการเรียนรูวชิ าอืน่ และนําไปใชใ นชวี ิตประจาํ วนั อยางถูกตองและเหมาะสม

ตวั ชีว้ ัด
พ.1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2
พ.2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/3
พ.3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
พ.3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4

รวม 14 ตัวช้ีวดั

คําอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

กลมุ สาระการเรยี นรูส ุขศึกษาและพลศึกษา

วชิ า สุขศกึ ษา รหัสวิชา พ32102 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 5

จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนท้ังสนิ้ 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรยี น

วิเคราะหบทบาทและความรับผดิ ชอบของบคุ คลท่มี ตี อการสรา งเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชน วิเคราะหอ ิทธิพล

ของสื่อโฆษณาเก่ียวกับสุขภาพเพื่อการบรโิ ภค วเิ คราะหห าสาเหตแุ ละเสนอแนวทางการปอ งกนั การเจ็บปวยและการตายของ

คนไทย วางแผนและปฏิบตั ติ ามแผนการพัฒนาสขุ ภาพของตนเองและครอบครัว มสี ว นรว มในการสง เสรมิ และพัฒนาสุขภาพ

ของบุคคลในชุมชน ตลอดจนวางแผนและปฏบิ ัติตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก มสี ว นรวม

ในการปองกันความเสย่ี งตอการใชย า การใชสารเสพติดและความรนุ แรง เพ่ือสุขภาพของตนเอง ครอบครวั และสงั คม

วเิ คราะหป จ จัยที่มผี ลตอสขุ ภาพหรอื ความรุนแรงของคนไทยพรอ มเสนอแนวทางการปองกัน วางแผนและกําหนดแนวทางลด

อุบตั เิ หตแุ ละสรางเสริมความปลอดภัยในชุมชน ตัดสินใจแกปญ หาในสถานการณท ีเ่ สีย่ งตอสุขภาพและความรุนแรง และ

แสดงวธิ ีการชวยฟนคืนชีพอยางถูกวธิ ี

โดยใชกระบวนการทางสขุ ศึกษาและพลศึกษา การอธบิ าย การวเิ คราะห การแสวงหา การแสดง การเพ่ิมพูน

ความสามารถ การเลน การรวมกจิ กรรมและนําความรูทีไ่ ดไปเชือ่ มโยงสมั พนั ธก ับวิชาอื่นและนาํ ความรูไปใชประโยชนใ นการ

ดาํ รงชีวติ ตามหลกั แนวการคดิ ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง การออกกาํ ลงั กายและการเลือกเขา มารวมเลน การประเมินการ

เลนของตนเองและผูอ นื่ การปฏบิ ตั ิ การวางแผน การนําไปใชในการเลน อยางเปน ระบบ การรว มมือ การเปรียบเทียบ และ

การยอมรับ การกําหนดและการเลอื กการบรโิ ภคและอปุ โภค การปอ งกันตนเองจากสาเหตุการเจ็บปวย การวางแผนและจัด

เวลาในการออกกาํ ลงั กายและการพฒั นาการสรางเสริมสุขภาพและสมรรถภาพตามหลักวิทยาศาสตรการกีฬา

เพือ่ ใหเห็นคุณคา ในการดแู ลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา มที ักษะกระบวนการทางสุข

ศึกษาและพลศึกษา เกดิ ความคิด การแกไขปองกันปญหา เห็นความสาํ คัญของการออกกําลงั กายและเลนกีฬาจนเปนวถิ ชี ีวติ

ท่ดี ี มสี ขุ ภาพทดี่ ี มีวินยั มีจิตสาธารณะ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรยี นรู มที ักษะในการดํารงชวี ติ และนําความรูส ขุ ศึกษาและพล

ศกึ ษาเปน เคร่ืองมือในการเรยี นรวู ชิ าอ่ืนและนําไปใชในชีวิตประจําวันอยางถูกตองและเหมาะสม

ตัวช้วี ดั

พ.3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5

พ.3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4

พ.4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7

พ.5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ม.4-6/4 , ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7

รวม 23 ตวั ช้ีวัด

คาํ อธิบายรายวิชาพื้นฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

วชิ า สุขศกึ ษา รหสั วิชา พ33101 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 6

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกติ

จํานวนเวลาเรยี นท้ังสิ้น 20 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

อธิบายกระบวนการสรางเสริมและดํารงประสิทธิภาพการทํางาน ของระบบอวัยวะตาง ๆ และวางแผนดูแล

สุขภาพตามภาวการณเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัว วิเคราะหอิทธิพลของครอบครัว เพื่อน

สังคมและวัฒนธรรมที่มีผลตอพฤติกรรมทางเพศและการดําเนินชีวิต วิเคราะหคานิยมในเร่ืองเพศ ตามวัฒนธรรมไทยและ

วฒั นธรรม อ่นื ๆ เลอื กใชท ักษะทเ่ี หมาะสมในการปอ งกัน ลดความขดั แยงและแกปญหาเรื่องเพศและครอบครัว วิเคราะหหา

สาเหตุและผลของความขัดแยงระหวางนักเรียนหรือเยาวชนในชุมชนและเสนอแนวทางแกไขปญหาและนําความรูไปใช

ประโยชนในการดํารงชีวิตตามหลักแนวการคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะหความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการ

เคลื่อนไหวในรูปแบบตาง ๆ ในการเลนกีฬา โดยใชความสามารถของตนเพ่ือเพ่ิมศักยภาพของทีม โดยคํานึงถึงผลท่ีเกิดตอ

ผูอน่ื และสังคม แสดงความสามารถในการเคลื่อนไหวไดอยางสรางสรรค ออกกําลังกายไดอยางสม่ําเสมอ อธิบายและปฏิบัติ

ตามกฎ กติกา และนําประยุกตใชในชีวิตประจําวัน พรอมการแสดงออกถึงการมีมารยาทในการดูและการเลนดวยความมี

น้ําใจนักกีฬา และนําไปใชปฏิบัติทุกโอกาสจนเปนบุคลิกภาพที่ดี รวมกิจกรรมทางกายและการเลนกีฬาอยางมีความสุข ช่ืน

ชมในคณุ คาและความงามของการกีฬา

โดยใชก ระบวนการทางสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา การอธิบาย การวิเคราะห การแสวงหา การแสดง การเพิ่มพูน

ความสามารถ การเลน การรวมกิจกรรมและนําความรูทไ่ี ดไปเชอื่ มโยงสัมพนั ธก บั วิชาอื่น การออกกําลังกายและการเลือกเขา

มารวมเลน การประเมินการเลนของตนเองและผูอื่น การปฏิบัติ การวางแผน การนําไปใชในการเลนอยางเปนระบบ การ

รว มมือ การเปรียบเทียบ และการยอมรบั การกาํ หนดและการเลือกการบริโภคและอุปโภค การปองกันตนเองจากสาเหตุการ

เจ็บปวย การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกายและการพัฒนาการสรางเสริมสุขภาพและสมรรถภาพตามหลัก

วทิ ยาศาสตรก ารกีฬา

เพ่ือใหเห็นคุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุข

ศึกษาและพลศึกษา เกดิ ความคดิ การแกไขปอ งกันปญหา เห็นความสําคัญของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิต

ท่ีดี มีสุขภาพที่ดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู มีทักษะในการดํารงชีวิต และนําความรูสุขศึกษาและพล

ศึกษาเปนเคร่ืองมอื ในการเรียนรูวชิ าอื่นและนาํ ไปใชใ นชีวิตประจาํ วนั อยางถูกตองและเหมาะสม

ตวั ชีว้ ัด
พ.1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2
พ.2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/3
พ.3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5
พ.3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4

รวม 14 ตัวช้ีวดั

คาํ อธิบายรายวิชาพื้นฐาน

กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา

วชิ า สขุ ศึกษา รหัสวชิ า พ33102 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นทง้ั สิ้น 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรยี น

วิเคราะหบทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีตอการสรางเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชน

วเิ คราะหอ ทิ ธพิ ลของสื่อโฆษณาเกยี่ วกบั สขุ ภาพเพอ่ื การบริโภค วิเคราะหห าสาเหตุและเสนอแนวทางการปองกันการเจ็บปวย

และการตายของคนไทย วางแผนและปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสุขภาพของตนเองและครอบครัว มีสวนรวมในการสงเสริม

และพฒั นาสุขภาพของบุคคลในชุมชน ตลอดจนวางแผนและปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพ

ทางกลไก มีสวนรวมในการปองกันความเส่ียงตอการใชยา การใชสารเสพติดและความรุนแรง เพ่ือสุขภาพของตนเอง

ครอบครัวและสังคม วิเคราะหปจจัยท่ีมีผลตอสุขภาพหรือความรุนแรงของคนไทยพรอมเสนอแนวทางการปองกัน วางแผน

และกําหนดแนวทางลดอุบัติเหตุและสรางเสริมความปลอดภัยในชุมชน ตัดสินใจแกปญหาในสถานการณท่ีเสี่ยงตอสุขภาพ

และความรุนแรง และแสดงวธิ กี ารชวยฟน คืนชพี อยา งถูกวิธี

โดยใชก ระบวนการทางสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา การอธิบาย การวิเคราะห การแสวงหา การแสดง การเพิ่มพูน

ความสามารถ การเลน การรวมกจิ กรรมและนําความรูที่ไดไ ปเชือ่ มโยงสัมพันธกับวิชาอ่ืนและนําความรูไปใชประโยชนในการ

ดาํ รงชีวิตตามหลักแนวการคิดของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง การออกกาํ ลังกายและการเลือกเขามารวมเลน การประเมินการ

เลนของตนเองและผูอ่ืน การปฏิบัติ การวางแผน การนําไปใชในการเลนอยางเปนระบบ การรวมมือ การเปรียบเทียบ และ

การยอมรบั การกาํ หนดและการเลือกการบริโภคและอุปโภค การปองกันตนเองจากสาเหตุการเจ็บปวย การวางแผนและจัด

เวลาในการออกกําลงั กายและการพฒั นาการสรางเสริมสุขภาพและสมรรถภาพตามหลักวทิ ยาศาสตรการกีฬา

เพ่ือใหเห็นคุณคาในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุข

ศกึ ษาและพลศึกษา เกิดความคิด การแกไ ขปองกันปญหา เห็นความสําคัญของการออกกําลังกายและเลนกีฬาจนเปนวิถีชีวิต

ที่ดี มีสุขภาพที่ดี มีวินัย มีจิตสาธารณะ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู มีทักษะในการดํารงชีวิต และนําความรูสุขศึกษาและพล

ศกึ ษาเปน เคร่อื งมือในการเรยี นรูวชิ าอื่นและนาํ ไปใชในชวี ติ ประจาํ วนั อยางถูกตอ งและเหมาะสม

ตวั ชวี้ ัด

พ.3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5

พ.3.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4

พ.4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7

พ.5.1 ม.4-6/1, 4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7

รวม 23 ตวั ช้ีวัด

คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กลุม สาระการเรียนรูสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

วิชา พลศึกษา (วอลเลยบ อล) รหัสวิชา พ31201 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 4

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกิต

จาํ นวนเวลาเรียนท้งั ส้ิน 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษาประวัติ ความเปน มาและความรูท่ัวไปเกี่ยวกับกีฬาวอลเลยบอล ประวัติกีฬาวอลเลยบอลในทวีปเอเซีย

ประวัติกีฬาวอลเลยบอลในประเทศไทย วอลเลยบอลกับการแขงขันระดับนานาชาติ ประโยชนของการเลนกีฬา

วอลเลย บ อล มารยาทในการเปนผูเ ลน และผชู มทีด่ ี การดูแลรักษาอุปกรณกีฬาวอลเลยบอล ปฏิบัติทักษะเบ้ืองตนของ

การเลน กฬี าวอลเลยบอล ทักษะการเคล่ือนไหวและการแตะชลู กู ดวยมือลา งสองมือและมือบนสองมือ ทักษะการเสิรฟ

ลกู วอลเลยบ อลดว ยมือลางและมอื บน ทักษะการเสิรฟลูกวอลเลย บ อลดวยการกระโดดเสิรฟ ทักษะการกระโดดตบลูก

วอลเลยบอล ทักษะการสกัดกั้น ทักษะพ้ืนฐานการเลนเปนทีม การวางตําแหนงของผูเลน กติกาการแขงขัน

วอลเลยบอล วิธีการเลนเปนทีม เทคนิคในการเลนเปนฝายโจมตีหรือฝายรุก เทคนิคในการเลนเปนฝายปองกันหรือ

ฝายรับ กติกาการแขงขัน การเลน ขนาดและอุปกรณการเลน เจาหนาที่และหนาท่ี ผูเลน ผูเลนสํารองและผูฝกสอน

ขอกําหนดการแขงขัน การผิดระเบียบ นาํ ผลการปฏบิ ตั ติ นเกี่ยวกบั ทักษะกลไกและทักษะการเคล่ือนไหวและนําขอมูล

มาสรุปเปนวิธีที่เหมาะสมกับตนเอง สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพและรูปแบบการเคล่ือนไหวท่ีสงผลตอการเลน

และกจิ กรรมในชวี ติ ประจาํ วนั อธบิ ายหลกั การเคลือ่ นไหวทีใ่ ชท ักษะกลไกและทักษะพื้นฐานท่ีนําไปสูการพัฒนาทักษะ

การเลนกีฬา กีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใชทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด

กจิ กรรมนนั ทนาการอยางนอ ย 1 กิจกรรม

โดยนาํ เทคนิคการเรียนการสอนกีฬาวอลเลยบอลมาสอนและใชในการฝกปฏิบัติ มุงเนนใหผูเรียนใช

กระบวนการแสวงหาความรู การฝกทกั ษะโดยใชก ิจกรรมการเคลือ่ นไหว การออกกาํ ลังกาย การเลนเกมและการเลน

กีฬาวอลเลย บอล เปนเครอ่ื งมอื และแนวทางในการฝก ทักษะพื้นฐานในการเลน กฬี าวอลเลยบ อล รวมทงั้ การเสริมสราง

สมรรถภาพเพื่อสุขภาพและสมรรถภาพที่เก่ียวของกับการเลนกีฬาวอลเลยบอลท้ังทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ

สังคม และสตปิ ญ ญา การสรางเจตคตทิ ี่ดี และสามารถนาํ ไปปฏบิ ัตอิ ยเู ปนประจําอยางสมา่ํ เสมอ

เพื่อใหผูเรียนเกิดการเรียนรู มีทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาวอลเลยบอล มีคุณธรรม จริยธรรม

คา นยิ ม คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยู

อยางพอเพียง มุงม่ันในการทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มี

ความเช่ือม่ันในตนเอง พรอมท้ังตระหนักและเห็นคุณคาและเจตคติท่ีดีในการออกกําลังกาย ใชเวลาวางใหเกิด

ประโยชนและหา งไกลจากยาเสพตดิ สามารถนาํ ไปประยกุ ตใชใหเ กดิ ประโยชนแกตนเอง ชุมชน และสังคมสวนรวม
อยางเปนสุข
ตวั ช้วี ดั

พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
รวม 8 ตวั ช้ีวัด

คําอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

วชิ า พลศึกษา (แบดมนิ ตัน) รหัสวิชา พ31202 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 4

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนวยกิต

จํานวนเวลาเรียนทง้ั สนิ้ 20 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษาความรูความเขาใจพื้นฐานเก่ยี วกบั กีฬาแบดมินตัน ทักษะพื้นฐานทสี่ ําคญั ในการเลนแบดมินตนั ทักษะ

การเลนลกู หนา มือ ลูกหลงั หลังมือการเลน ลกู เหนือศรีษะ ทักษะการเสิรฟ การเลนลูกหนาตาขา ยเพ่อื ทําคะแนน การ

ปอ งกัน การเลนเกมรุก การอบอนุ รา งกายกอนการฝก การพฒั นาสมรรถภาพกลา มเน้ือดวยการยกนา้ํ หนัก และ การ

ตดั สนิ

เพอ่ื ใหน ักเรยี นมีทักษะในการปฏิบตั กิ ฬี าแบดมนิ ตัน มีทกั ษะพืน้ ฐานท่ีสาํ คญั ในการเลนแบดมินตนั ทกั ษะ

พื้นฐานที่สาํ คญั ในการเลนแบดมินตนั การเลน ลูกหนา มือ ลูกหลังหลงั มอื การเลนลูกโอเวอเฮดทักษะการเสริ ฟ การเลน

ลกู หนาตาขา ยเพอ่ื ทําคะแนน การปอ งกัน การเลน เกมรกุ การอบอุนรา งกายกอนการฝก การพัฒนาสมรรถภาพ

กลา มเน้อื ดว ยการยกนํ้าหนัก และการตดั สิน และมีความรคู วามเขา ใจพ้นื ฐานเกีย่ วกบั กีฬาแบดมนิ ตัน

เพ่อื ใหน ักเรียนมเี จตคตทิ ี่ถูกตองและเหมาะสมเกยี่ วกับกิจกรรมการออกกําลงั กายตามความถนดั และ ความ

สนใจ และสามารถนาํ ทักษะกีฬาแบดมนิ ตันไปใชใ นการออกกาํ ลังกายเพ่ือพฒั นาบุคลกิ ภาพ และสมรรถภาพตอไป

ตวั ชวี้ ดั

พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 8 ตวั ช้ีวัด

คําอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

วิชา พลศึกษา (แฮนดบ อล) รหัสวิชา พ32201 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 5

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนวยกิต

จํานวนเวลาเรยี นทงั้ ส้ิน 20 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น

ศึกษาประวัติ ความเปนมาและความรูท่ัวไปเกี่ยวกับกีฬาแฮนดบอล ประโยชนของการเลนกีฬาแฮนดบอล

มารยาทในการเปนผูเลนและผูชมท่ีดี การดูแลรักษาอุปกรณกีฬาแฮนดบอล ปฏิบัติทักษะเบื้องตนของการเลนกีฬา

แฮนดบอล ทักษะการเคล่ือนไหว ทักษะการสกัดก้ัน ทักษะพื้นฐานการเลนเปนทีม การวางตําแหนงของผูเลน กติกา

การแขงขันแฮนดบอล เทคนิคในการเลนเปนฝายปองกันหรือฝายรับ กติกาการแขงขัน ขอกําหนดการแขงขัน การ

ผดิ ระเบียบ นําผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคล่ือนไหวและนําขอมูลมาสรุปเปนวิธีท่ีเหมาะสม

กับตนเอง สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพและรูปแบบการเคลื่อนไหวท่ีสงผลตอการเลนและกิจกรรมใน

ชีวิตประจําวัน อธิบายหลักการเคล่ือนไหวที่ใชทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานที่นําไปสูการพัฒนาทักษะการเลนกีฬา

กฬี าไทยและกีฬาสากลประเภทบคุ คลและทีมโดยใชทักษะพ้ืนฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด กิจกรรมนันทนาการ

อยางนอ ย 1 กจิ กรรม

โดยนําเทคนิคการเรียนการสอนกีฬาแฮนดบอลมาสอนและใชในการฝกปฏิบัติ มุงเนนใหผูเรียนใช

กระบวนการแสวงหาความรู การฝกทกั ษะโดยใชกจิ กรรมการเคล่ือนไหว การออกกําลงั กาย การเลนเกมและการเลน

กีฬาแฮนดบอล เปนเครื่องมือและแนวทางในการฝกทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาแฮนดบอลรวมท้ังการเสริมสราง

สมรรถภาพเพ่ือสุขภาพและสมรรถภาพท่ีเกี่ยวของกับการเลนกีฬาแฮนดบอลท้ังทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ

สงั คม และสติปญ ญา การสรางเจตคตทิ ่ดี ี และสามารถนําไปปฏบิ ตั อิ ยเู ปน ประจําอยา งสมาํ่ เสมอ

เพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรู มีทักษะพ้ืนฐานในการเลนกีฬาแฮนดบอล มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยม

คุณลักษณะอันพึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยาง

พอเพียง มุงม่ันในการทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มีความ

เชื่อม่ันในตนเอง พรอมท้ังตระหนักและเห็นคุณคาและเจตคติท่ีดีในการออกกําลังกาย ใชเวลาวางใหเกิดประโยชน

และหางไกลจากยาเสพติดสามารถนําไปประยุกตใชใหเกิดประโยชนแกตนเอง ชุมชน และสังคมสวนรวมอยางเปน

สุข

ตัวชีว้ ัด
พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 8 ตวั ช้ีวัด

คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรูส ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

วิชา พลศึกษา (ฟุตซอล) รหัสวิชา พ32202 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 5

จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรยี นทง้ั ส้นิ 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรยี น

ศึกษาประวตั ิ ความเปนมาและวิวฒั นาการของกีฬาฟุตซอล ประโยชนของการเลน กฬี าฟุตซอล

สนามท่ใี ชในการแขง ขันและการดแู ลรกั ษาอุปกรณ วิธกี ารเสริมสรางสมรรถภาพเพือ่ สขุ ภาพและสมรรถภาพที่

เกย่ี วขอ งกบั การเลน กีฬาฟตุ ซอล ทกั ษะการเคลื่อนทแี่ ละการทรงตวั ทกั ษะการสรา งความคนุ เคยกับลูกฟุตซอล

ทักษะการหยุดและบงั คบั ลูก ทักษะการสง และการสนบั สนนุ การเลนฟตุ ซอล ทกั ษะการโหมงลูกฟตุ ซอล ทักษะการ

เลี้ยงลกู ฟุตซอล ทกั ษะการยงิ ประตูและทกั ษะการเปนผรู ักษาประตู ( ตามความถนัดและความสนใจของแตล ะบุคคล )

โดยนาํ เทคนคิ การสอนกีฬาฟุตซอลสมัยใหมมาสอนและใชในการฝก ปฏิบัติ มุงเนน ใหผ ูเรียนใช

กระบวนการแสวงหาความรู การฝกทักษะโดยใชก ิจกรรมการเคลื่อนไหว การออกกําลังกาย การเลน เกมและกีฬาฟุต

ซอล เปน เคร่อื งมือและแนวทางในการฝก ทักษะพน้ื ฐานในการเลน กฬี าฟุตซอล รวมท้ังการเสรมิ สรา งสมรรถภาพเพื่อ

สุขภาพและสมรรถภาพท่ีเก่ียวของกับการเลนกีฬาฟุตซอล

ทง้ั ทางดา นรางกาย จติ ใจ อารมณ สังคม และสตปิ ญญา การสรางเจตคตทิ ีด่ ี และสามารถนําไปปฏิบตั อิ ยูเปน

ประจาํ อยา งสมํ่าเสมอ

เพ่อื ใหผ ูเรยี นเกดิ การเรยี นรู มีทกั ษะพนื้ ฐานในการเลน กีฬาฟตุ ซอล มีคุณธรรม จรยิ ธรรม คานยิ ม

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ไดแก รักษช าติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ  ซอื่ สัตยสุจริต มีวินัย ใฝเ รยี นรู อยอู ยา ง

พอเพียง มงุ มนั่ ในการทาํ งาน รกั ษาความเปน ไทย มีความรบั ผิดชอบ มีจติ สาธารณะ มคี วามรบั ผิดชอบ มีความ

เชือ่ ม่ันในตนเอง พรอมทั้งตระหนักและเหน็ คุณคา และเจตคตทิ ด่ี ีในการออกกําลงั กาย ใชเ วลาวา งใหเกดิ ประโยชน

และหางไกลจากยาเสพติด สามารถนําไปประยุกตใ ชใหเ กิดประโยชนแ กตนเอง ชุมชน และสงั คมสวนรวมอยางเปน

สุข

ตวั ชวี้ ัด

พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 8 ตวั ชี้วดั

คาํ อธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลุมสาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา

วชิ า พลศึกษา (นนั ทนาการ) รหสั วชิ า พ33201 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 6

จํานวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนวยกิต

จาํ นวนเวลาเรยี นทั้งส้นิ 20 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาประวัติ ความเปน มาและความรูท่ัวไปเกี่ยวกับนันทนาการประโยชนของการเลนนันทนาการ มารยาท

ในการเปนผเู ลน และผชู มที่ดี ปฏบิ ตั ิทักษะเบ้ืองตนของการเลนนันทนาการทักษะการเคล่ือนไหว ขอกําหนดการเลน

นันทนาการ นําผลการปฏิบัตติ นเก่ยี วกับทักษะกลไกและทักษะการเคล่ือนไหวและนําขอมูลมาสรุปเปนวิธีที่เหมาะสม

กับตนเอง สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่สงผลตอการเลนและกิจกรรมใน

ชีวิตประจําวัน อธิบายหลักการเคล่ือนไหวท่ีใชทักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐานที่นําไปสูการพัฒนาทักษะการเลนกีฬา

กฬี าไทยและกฬี าสากลประเภทบคุ คลและทีมโดยใชทักษะพ้ืนฐานตามชนิดกีฬาอยางละ 1 ชนิด กิจกรรมนันทนาการ

อยา งนอ ย 1 กจิ กรรม

โดยนําเทคนิคการเรียนการสอนนันทนาการมาสอนและใชในการฝกปฏิบัติ มุงเนนใหผูเรียนใชกระบวนการ

แสวงหาความรู การฝกทักษะโดยใชกิจกรรมการเคลื่อนไหว การออกกําลังกาย การเลนเกมและการเลนนันทนาการ

เปนเคร่อื งมอื และแนวทางในการฝกทกั ษะพื้นฐานในการเลนนันทนาการรวมท้ังการเสริมสรางสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ

และสมรรถภาพที่เก่ียวของกับการเลนกีฬาแฮนดบอลทั้งทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา

การสรา งเจตคติทีด่ ี และสามารถนําไปปฏิบตั อิ ยเู ปนประจาํ อยางสมํ่าเสมอ

เพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรู มีทักษะพ้ืนฐานในการเลนนันทนาการมีคุณธรรม จริยธรรม คานิยม

คุณลักษณะอันพึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยาง

พอเพียง มุงมั่นในการทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มีความ

เชื่อม่ันในตนเอง พรอมทั้งตระหนักและเห็นคุณคาและเจตคติที่ดีในการออกกําลังกาย ใชเวลาวางใหเกิดประโยชน

และหางไกลจากยาเสพติดสามารถนําไปประยุกตใชใหเกิดประโยชนแกตนเอง ชุมชน และสังคมสวนรวมอยางเปน

สขุ

ตวั ชวี้ ดั

พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 8 ตวั ช้ีวัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุมสาระการเรยี นรสู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

วชิ า พลศึกษา (เปตอง) รหสั วิชา พ33202 ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 6

จํานวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรยี นท้งั ส้นิ 20 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรยี น

ศึกษาประวัติ ความเปนมาและวิวัฒนาการของกีฬาเปตอง ประโยชนของการเลนกีฬาเปตอง สนามที่ใชใน

การแขงขนั และการดูแลรักษาอุปกรณ วธิ ีการเสริมสรา งสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพและสมรรถภาพท่ีเกี่ยวของกับการเลน

กีฬาเปตอง ทักษะการเคลื่อนที่และการทรงตัว ทักษะการสรางความคุนเคยกับลูกเปตอง ทักษะการวาง การยิง

ลูกเปตอง

โดยนําเทคนิคการสอนกีฬาเปตองมาสอนและใชในการฝกปฏิบัติ มุงเนนใหผูเรียนใชกระบวนการแสวงหา

ความรู การฝกทักษะโดยใชกิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกกําลังกาย การเลนเกมและกีฬาเปตอง เปนเคร่ืองมือ

และแนวทางในการฝกทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาเปตอง รวมทั้งการเสริมสรางสมรรถภาพเพ่ือสุขภาพและ

สมรรถภาพท่เี ก่ียวขอ งกบั การเลน กีฬาเปตอง ทั้งทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา การสราง

เจตคติทีด่ ี และสามารถนาํ ไปปฏิบตั ิอยูเปนประจาํ อยางสม่ําเสมอ

เพื่อใหผูเรียนเกิดการเรียนรู มีทักษะพื้นฐานในการเลนกีฬาเปตอง มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยม

คุณลักษณะอันพึงประสงค ไดแก รักษชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยาง

พอเพียง มุงมั่นในการทํางาน รักษาความเปนไทย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ มีความ

เชื่อมั่นในตนเอง พรอมท้ังตระหนักและเห็นคุณคาและเจตคติที่ดีในการออกกําลังกาย ใชเวลาวางใหเกิดประโยชน

และหางไกลจากยาเสพตดิ สามารถนําไปประยุกตใชใ หเกิดประโยชนแกตนเอง ชุมชน และสังคมสวนรวมอยางเปน

สุข

ตัวชว้ี ัด

พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3

พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

รวม 8 ตัวชี้วัด

คาํ อธบิ ายรายวชิ า กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ

รายวชิ าท่เี ปด สอน กลมุ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ (รายวิชาพื้นฐาน)
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน

รหัสวชิ า รายวชิ า จาํ นวน จาํ นวน ชัน้ ภาคเรยี น
หนว ยกติ ชั่วโมง
ศ21101 ศลิ ปะ ม.1 1
ศ21102 ศิลปะ 1 40 ม.1 2
ศ22101 ศลิ ปะ ม.2 1
ศ22102 ศิลปะ 1 40 ม.2 2
ศ23101 ศิลปะ ม.3 1
ศ23102 ศลิ ปะ 1 40 ม.3 2

1 40

1 40
1 40

รายวชิ าที่เปด สอน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ (รายวิชาพน้ื ฐาน)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รหัสวชิ า รายวิชา จํานวน จํานวน ชัน้ ภาคเรยี น
หนว ยกติ ช่วั โมง
ศ31101 ศลิ ปะ ม.4 1
ศ31102 ศิลปะ 0.5 20 ม.4 2
ศ32101 ศิลปะ ม.5 1
ศ32102 ศลิ ปะ 0.5 20 ม.5 2
ศ33101 ศลิ ปะ ม.6 1
ศ33102 ศลิ ปะ 0.5 20 ม.6 2
0.5 20

0.5 20

0.5 20

คาํ อธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูศ ิลปะ

วิชา ศิลปะ รหัสวิชา ศ21101 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1

จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรยี นทั้งส้นิ 40 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาและปฏบิ ตั เิ ก่ยี วกับโขน ละครนอก นาฏศลิ ปม าตรฐานนาฏศิลปพืน้ เมือง นาฏยวจิ ักขณ นาฏย
ประดิษฐ นาฏยานรุ กั ษ การแสดงบลั เลต การแดงละครโอเปรา ละครบรอ ดเวย ทฤษฎีการละคร และ
เทคนิคการแสดงละคร

กจิ กรรมการเรียนการรเู ปนการใหน ักเรยี นพูดคุย สะทอ นประสบการณ เขียนอธิบายความคดิ จนิ ตนาการ
ลงในแผนภาพ ฝกปฏบิ ตั ิทฤษฎีนาฏศิลปใ นรูปแบบตา งๆ อภปิ รายถงึ ความงดงามขอนาฏศิลปไ ทย พูดคยุ วพิ ากษ

วิจารณผ ลงานของตนเองและผลงานของเพือ่ น และการแสดงบทบาทสมมตุ ิ ผูเรียนสามารถปฏิบัติ กิจกรรม
เกี่ยวกบั นาฏศลิ ปไทยอยางเหมาะสมเกิดการสรา งสรรคแ ละจินตนาการมา ขึน้ ตระหนักและชน่ื ชมนาฏศิลปไทย
นาฏศลิ ปสากล นาฏศิลปพ ื้นเมอื ง พรอมท้ังอนรุ ักษและรว มสบื สานนาฏศิลปไ ทย และสามารถนําความรทู าง
นาฏศิลปไปประยุกตใ ชใ นชวี ิตประจาํ วนั

รหัสตวั ช้ีวัด
ศ3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม. 1/3, ม.1/4, ม. 1/5
ศ3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3,

รวมท้ังหมด 7 ตัวชี้วดั

คําอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ

วิชา ศิลปะ รหสั วชิ า ศ22101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 2

จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรยี นทงั้ ส้นิ 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาปจ จยั สําคัญที่มีอิทธพิ ลตอการสรา งสรรคงานดนตรี บทบาทและอทิ ธิพลของดนตรใี นวัฒนธรรมของ
ประเทศตางๆ การบูรณาการศลิ ปะแขนงอืน่ ๆ การใชองคประกอบดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตา งกนั บรรยาย
อารมณของเพลงและความรูส กึ ที่มีตอบทเพลงท่ีฟง ระบุงานอาชีพตางๆที่เกีย่ วของกับดนตรแี ละบทบาทของดนตรใี น
ธุรกิจบันเทงิ สามารถ อา น เขียนรอ งโนตไทยและโนต สากลท่มี เี คร่ืองหมายแปลงเสยี ง รอ งเพลง และเลนดนตรี
เดยี่ วและรวมวง ประเมินพฒั นาการทักษะทางดนตรีของตนเองหลงั จากการฝกปฏิบตั โิ ดยใชท กั ษะกระบวนการคิด
ทกั ษะกระบวนการแกป ญหา ทกั ษะกระบวนการใชช วี ติ ทักษะกระบวนการสื่อสาร และทกั ษะกระบวนการใช
เทคโนโลยี เพื่อใหม ีความรูความเขา ใจ กลาคิด กลาแสดงออกทางศลิ ปะอยา งสรางสรรค เห็นคณุ คา ซื่อสตั ยสจุ รติ มี
วินัย ใฝเ รยี นรู อยอู ยางพอเพียง มงุ มั่นในการทาํ งาน รักชาติ ศาสนก ษตั รยิ  รกั ความเปนไทย มจี ติ สาธารณะ และ
สามารถประยุกตใชในชวี ิตประจาํ วัน

ตวั ช้วี ดั ม.1/1, ม.1/2 , ม.1/4 ม.1/5, ม.1/7, ม.1/9
(ม.1) ศ 2.1 ม.1/1,ม.1/2
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3,ม.2/5
ศ 2.2 ม.2/1,ม2/2
(ม.2) ศ 2.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ม.3/1, ม.3/3
ศ 2.2
(ม.3) ศ 2.1

ศ 2.2

รวมท้ังหมด 23 ตวั ช้วี ัด

คําอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ

วิชา ศิลปะ รหสั วชิ า ศ22101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 2

จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรยี นทงั้ ส้นิ 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาปจ จยั สําคัญที่มีอิทธพิ ลตอการสรา งสรรคงานดนตรี บทบาทและอทิ ธิพลของดนตรใี นวัฒนธรรมของ
ประเทศตางๆ การบูรณาการศลิ ปะแขนงอืน่ ๆ การใชองคประกอบดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตา งกนั บรรยาย
อารมณของเพลงและความรูส กึ ที่มีตอบทเพลงท่ีฟง ระบุงานอาชีพตางๆที่เกีย่ วของกับดนตรแี ละบทบาทของดนตรใี น
ธุรกิจบันเทงิ สามารถ อา น เขียนรอ งโนตไทยและโนต สากลท่มี เี คร่ืองหมายแปลงเสยี ง รอ งเพลง และเลนดนตรี
เดยี่ วและรวมวง ประเมินพฒั นาการทักษะทางดนตรีของตนเองหลงั จากการฝกปฏิบตั โิ ดยใชท กั ษะกระบวนการคิด
ทกั ษะกระบวนการแกป ญหา ทกั ษะกระบวนการใชช วี ติ ทักษะกระบวนการสื่อสาร และทกั ษะกระบวนการใช
เทคโนโลยี เพื่อใหม ีความรูความเขา ใจ กลาคิด กลาแสดงออกทางศลิ ปะอยา งสรางสรรค เห็นคณุ คา ซื่อสตั ยส จุ รติ มี
วินัย ใฝเ รยี นรู อยอู ยางพอเพียง มงุ มั่นในการทาํ งาน รักชาติ ศาสนก ษตั รยิ  รกั ความเปนไทย มจี ติ สาธารณะ และ
สามารถประยุกตใชในชวี ิตประจาํ วัน

ตวั ช้วี ดั ม.1/1, ม.1/2 , ม.1/4 ม.1/5, ม.1/7, ม.1/9
(ม.1) ศ 2.1 ม.1/1,ม.1/2
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3,ม.2/5
ศ 2.2 ม.2/1,ม2/2
(ม.2) ศ 2.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ม.3/1, ม.3/3
ศ 2.2
(ม.3) ศ 2.1

ศ 2.2

รวมท้ังหมด 23 ตวั ช้วี ัด

คําอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ

วิชา ศิลปะ รหสั วิชา ศ22102 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 2

จํานวน 2 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนทง้ั ส้ิน 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน

ศึกษาเปรยี บเทยี บการใชอ งคประกอบดนตรี บทบาท อิทธิพลของดนตรใี นวฒั นธรรมของประเทศตาง ๆ
พรอมบรรยายวฒั นธรรมและเหตกุ ารณใ นประวตั ิศาสตรกับการเปลี่ยนแปลงทางดนตรีในประเทศไทยสามารถอา น
เขียน รองโนตไทยและโนต สากลทมี่ ีเครื่องหมายแปลงเสียง สามารถระบุปจจยั สาํ คัญท่ีมีอิทธิพลตอ การสรางสรรคงาน
ดนตรี และรอ งเพลง เลน ดนตรเี ดยี่ วและรวมวงได พรอมบรรยายอารมณของเพลงและความรสู กึ ทีม่ ีตอบทเพลงท่ีฟง
ประเมินและพัฒนาความสามารถทางดนตรี สามารถระบุงานอาชีพตาง ๆ ท่ีเกย่ี วของกับดนตรีและบทบาทของ
ดนตรใี นธุรกิจบันเทงิ โดยใชทักษะกระบวนการทางดนตรีในการแสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรคก ารวิเคราะห
วพิ ากษว ิจารณคุณคา งานดนตรี เพ่อื ใหเ หน็ คุณคา งานดนตรีที่เปน มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทองถิ่น และเขาใจ
ความสัมพันธระหวางดนตรี-กับประวตั ศิ าสตรและวัฒนธรรมและการนําความรูไปประยุกตใ ชในชวี ิตประจําวนั

ตวั ชวี้ ัด ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
ศ2.1 ม.2/1, ม.2/2

ศ2.2

รวม 9 ตวั ชวี้ ัด

คําอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ

วชิ า ศลิ ปะ รหัสวิชา ศ23101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 3

จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนวยกติ

จํานวนเวลาเรยี นทั้งสน้ิ 40 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษา ความรูเ รื่องทัศนธาตแุ ละหลักการสรา งงานทศั นศิลป วเิ คราะหระบุบรรยายสงิ่ แวดลอม และงาน
ทัศนศลิ ปท่ีเลือกมาโดยใชความรูเร่ืองทัศนธาตุ และหลกั การออกแบบ บรรยายเกย่ี วกับความเหมือนและควาแตกตาง
ของรปู แบบการใชวัสดอุ ปุ กรณในงานทัศนศิลปของศิลปน วาดภาพแสดงบคุ ลิกลักษณะของตวั ละคร วาดภาพ
ทัศนยี ภาพแสดงใหเหน็ ระยะไกลใกล เปน 3มติ ิออกแบบรปู ภาพสญั ลกั ษณ หรือกราฟกอื่น ๆ ในการนําเสนความคิด
และขอมลู บรรยายวิธกี ารใชงานทัศนศลิ ปใ นการโฆษณาเพื่อโนมนา วใจ และนาํ เสนอตัวอยางประกอบ วาดภาพดว ย
เทคนคิ ทห่ี ลากหลายในการสอ่ื ความหมายและเร่ืองราวตางๆ เพือ่ ถา ยทอดประสบการณและจนิ ตนาการพัฒนา
ความคดิ สรางสรรคโดยใชท ักษะกระบวนการคิดกระบวนการแกปญหาทักษะการใชชีวิตทกั ษะการส่ือสาร การใช
เทคโนโลยเี พื่อใหมีความรูความเขา ใจ กลาคดิ กลาแสดงออกทางศลิ ปะอยา งสรางสรรค เห็นคุณคา ซ่ือสัตยส จุ ริต มี
วินัย ใฝเ รียนรู อยอู ยาพอเพยี ง มุงม่นั ในการทํางาน รักชาติ ศาสน กษัตริย รกั ความเปนไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถ
ประยุกตใ ชใ นชวี ิตประจาํ วัน

ตวั ช้วี ดั ม.1/1, ม.1/2 , ม.1/3 ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
ศ 1.1 ม.2/1, ม.2/6, ม.2/7
ม.3/1, ม.3/3 , ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/9
ศ 1.1

ศ 1.1

รวมท้ังหมด 16 ตัวช้ีวดั

คาํ อธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ

วชิ า ศลิ ปะ รหัสวชิ า ศ23102 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 3

จํานวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรยี นทั้งสิ้น 40 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษารปู แบบการใชว ัสดุอปุ กรณในการสรา งงานของศลิ ปนวิเคราหความเหมอื นและความแตกตา งของงาน
ทศั นศิลปของทอ งถ่นิ ของชาติจากอดดี จนถงึ ปจ จุบนั เปรียบเทียบทัศนศลิ ปภ าคตา งๆในประเทศไทยจุดปรสงค ของ
การสรางงานของทัศนศิลปไทยและสากล สรา งงาน2 มิติและ3 มิตเิ พื่อถา ยทอดจนิ ตนาการ และประสบการณส ่อื
ความหมายเรื่องราวโดยใชทัศนธาตุแลหลกั การจัดภาพองคปรกอบศิลป เลอื กใชว สั ดอุ ปุ กรณ เทคนิคหลากหลายท่ี
เหมาะสม สรา งงานทศั นศลิ ปอ ยางนอย3ประเภท ผสมผสานวสั ดตุ า งๆโดยใชห ลกั การออกแบบ บรรยายวเิ คราะห
สรางเกณฑปรเมินวิจารณผลงานของตนเอง และผูอ ื่นเพ่ือนํามาพัฒนางานสคู วามเปน สากล ระบุบรรยายงาน
ทัศนศลิ ปในปจ จุบนั ทีส่ ทอนถึงวฒั นธรรมตางๆ สรางเกณฑเ ลือกผลงานไปจัดนิทรรศการ รักความเปน ไทยรักชาติ
ศาสนาพระมหากษัตรยิ  ใฝเรียนรอู ยูอยางพอเพียง

รหสั ตัวชี้วดั ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
(ม. 1) ศ1.2 ม.2/2 , ม.2/4 , ม.2/5
(ม. 2) ศ1.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3
ศ1.2 ม.3/2 , ม.3/10 , ม.3/11
(ม. 3) ศ1.1 ม.3/1 , ม.3/2
ศ1.2

รวมท้ังหมด 14 ตัวช้ีวัด

คําอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูศ ลิ ปะ

วชิ า ศิลปะ รหสั วชิ า ศ31101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 1 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนทั้งส้ิน 20 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน

วิเคราะห ตีความวรรณกรรมหรือบทละคร โดยเลอื กใชรปู แบบท่ีเหมาะสม นาํ มาเปน แบบฝก หัดในการ
แสดงใหไ ดผ ลตามตอ งการ แสดงออกทางนาฏศิลปใ นรูปแบบตางๆ บนหลักความงามเลือกใชและผสมผสาน
องคประกอบและพฒั นาทกั ษะทางนาฏศลิ ป แสดงความคิดเหน็ เชงิ วพิ ากษวจิ ารณดว ยคําพดู การเขียนบทวิจารณ
งา ยๆสาํ รวจทําความเขาใจกบั วิวฒั นาการของนาฏศิลปและการละครทัง้ ของไทยและสากลในบริบททางประวตั ศิ าสตร
สงั คม และวัฒนธรรม

รหัสตวั ช้ีวดั ม.4/1 - ม.4/4
ศ 3.1 ม.4/1 - ม.4/2

ศ 3.2

รวมทั้งหมด 6 ตัวช้วี ัด

คาํ อธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูศลิ ปะ

วิชา ศลิ ปะ รหัสวิชา ศ31102 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 4

จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นทัง้ สิ้น 20 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น

มคี วามรู ความเขาใจเรือ่ งนาฏศลิ ปไทยเบื้องตน นาฏศลิ ปม าตรฐาน นาฏศลิ ปพ ืน้ เมืองใชร างกาย เสียง
และภาษาในการสอื่ ความหมาย ฝกทักษะในการแสดงนาฏศิลปไทย และนาฏศิลปพืน้ เมือง ใชส ุนทรยี ะทางนาฏศลิ ป
วิเคราะหแ ละประดิษฐท า รํา รวมทั้งบริหารจัดการแสดงนาฏศลิ ปไ ทยและตระหนกั ในคณุ คาของการจัดกจิ กรรม
นาฏศิลป เพื่อบง บอกคา นยิ ม ประเพณี และวฒั นธรรม

รหสั ตวั ชี้วดั ม.4/5 - ม.4/8
ศ 3.1 ม.4/3 - ม.4/4

ศ 3.2

รวมท้ังหมด 6 ตัวช้ีวัด

คาํ อธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูศิลปะ

วชิ า ศิลปะ รหัสวชิ า ศ32101 ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5

จํานวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1 หนว ยกิต

จาํ นวนเวลาเรียนท้ังสน้ิ 20 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

ดา นทศั นศิลป ศึกษาหลักการออกแบบงานทัศนศลิ ป การจดั องคประกอบศิลป จดุ หมายของศลิ ปนในการ
เลอื กใชว สั ดอุ ุปกรณ เทคนคิ และเน้อื หาในการสรางสรรคผลงานทัศนศลิ ปในรูปแบบตาง ๆ ประยกุ ตใ ชเ ทคโนโลยี
อยา งเหมาะสม ดวยความชน่ื ชมเหน็ คุณคา

ดา นดนตรี ศึกษาคนควา เรื่องเครือ่ งหมายและสัญลักษณท างดนตรี โนตเพลงไทย ปจจัยในการสรา งสรรค
ผลงานดนตรใี นแตล ะวัฒนธรรม เกย่ี วกับความเช่ือ ศาสนา วิถชี วี ติ และ เทคโนโลยี ทถ่ี า ยทอดอารมณความรสู ึกของ
งานดนตรใี นแตล ะวฒั นธรรม

ดานนาฏศลิ ป ศกึ ษาประวัติความเปนมาของนาฏศิลปและการละคร ปฏบิ ัตสิ รา งสรรคละครประเภทตาง ๆ
ประเมินคุณภาพของการแสดงเพ่ือใหมคี วามรคู วามเขา ใจ เกดิ ทักษะ เหน็ คุณคา มสี นุ ทรยี ภาพทงั้ ดา นทัศนศลิ ป
และดนตรนี าฏศิลป

รหัสตวั ช้ีวดั ศ 1.1 ม.4-6/ 6 ศ 1.1 ม.4-6/7
ศ 1.1 ม.4-6/ 5 ศ 2.1 ม4-6/4 ศ 2.1 ม4-6/7
ศ 2.1 ม4-6/3 ศ 3.1 ม.4-6/5 ศ 3.1 ม.4-6/7

ศ 3.1 ม.4-6/2

รวมทั้งหมด 9 ตวั ชี้วดั

คําอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ

วชิ า ศิลปะ รหัสวิชา ศ32102 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 5

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรียนทัง้ สิน้ 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาและฝกทักษะทางดนตรีผานกระบวนการอธบิ าย อาน เขียน โนต ดนตรไี ทยและสากล ในอตั ราจงั หวะ
ตา ง ๆ รองเพลง หรอื เลน เครื่องดนตรเี ด่ียวและรวมวง โดยเนนเทคนิคการแสดงออกและคณุ ภาพของการแสดง
จาํ แนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรที ง้ั ไทยและสากล อธบิ ายเหตผุ ลทค่ี นตา งวฒั นธรรมสรางสรรคงานดนตรี
แตกตา งกนั สรา งเกณฑส ําหรับประเมนิ คุณภาพการประพันธและการเลน ดนตรขี องตนเองและผูอน่ื ไดอ ยางเหมาะสม
นาํ ดนตรีไปประยกุ ตใชในงานอน่ื ๆ วเิ คราะหส ถานะทางสังคมของนกั ดนตรีในวฒั นธรรมตา ง ๆ เปรยี บเทยี บลกั ษณะ
เดน ของดนตรใี นวัฒนธรรมตาง ๆ อธิบายบทบาทของดนตรีในการสะทอ นแนวความคดิ และคานยิ มท่เี ปล่ยี นไปของคน
ในสังคม โดยใชท ักษะกระบวนการทางดนตรี ในการแสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรค การวิเคราะหวพิ ากษวิจารณ
คณุ คา งานดนตรี เพ่ือใหเ หน็ คุณคา งานดนตรีทีเ่ ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญญาทอ งถิ่น และเขา ใจความสมั พนั ธ
ระหวางดนตรกี บั ประวัตศิ าสตรแ ละวฒั นธรรม และการนาํ ความรูไปประยุกตใชใ นชีวติ ประจาํ วัน

ตัวช้ีวดั
ศ 2.1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/8

ศ 2.2 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4

รวมทง้ั หมด 9 ตัวชว้ี ดั


Click to View FlipBook Version