คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
วชิ า คณิตศาสตรพ้นื ฐาน 2 รหัสวชิ า ค31102 ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 4
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนว ยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นทัง้ สิ้น 40 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น
หลกั การนับเบื้องตน หลกั การบวกและหลกั การคณู การเรียงสบั เปล่ยี นเชิงเสนของสงิ่ ของทแี่ ตกตางกัน
ทง้ั หมด การจัดหมูกรณีท่ีสิ่งของแตกตางกนั ทง้ั หมด
ความนา จะเปน การทดลองสุมและเหตุการณ ความนาจะเปน ของเหตุการณ
โดยจัดประสบการณห รือสถานการณใ นชวี ติ ประจาวนั ท่ีใกลตวั ใหผ ูเรียนไดศ กึ ษาคนควา และสรา งองคความรู
(Research and Knowledge Formation) ผเู รยี นไดปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุปรายงาน สอ่ื สารและนาเสนอ
(Communication and Presentation) อยา งเปนลาดับข้ันตอน เพ่ือพัฒนาทกั ษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร
นาํ ประสบการณดา นความรู ความคิด ทักษะ/กระบวนการทไ่ี ด ไปใชในการเรยี นรูสงิ่ ตา ง ๆ รวมทง้ั เห็นคณุ คาและมี
เจตคติท่ดี ตี อคณติ ศาสตร สามารถทางานอยา งเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณ
และมคี วามเช่ือมน่ั ในตนเอง ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง การวดั และประเมินผล ใชวธิ กี ารที่หลากหลาย
ตามสภาพจริงใหส อดคลอ งกับเนอื้ หาทักษะ ท่ีตองการวัดและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
รหสั ตวั ชี้วัด
ค 3.2 ม.4/1
ค 3.2 ม.4/2
รวม 2 ตัวช้วี ัด
คาํ อธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร
วิชา คณิตศาสตรพ น้ื ฐาน 4 รหสั วชิ า ค32102 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 5
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรยี นท้ังสิ้น 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ลาํ ดับและอนุกรม ลําดบั ความหมายของลําดบั ลําดับเลขคณิต ลาํ ดับเรขาคณติ อนุกรมเลขคณติ อนกุ รม
เรขาคณิต การประยุกตของลาํ ดับและอนุกรม
โดยการจดั ประสบการณหรือสรา งสถานการณในชวี ติ ประจําวันท่ีใกลต ัวใหผ เู รยี นไดศกึ ษา คน ควา ฝก ทักษะ
โดยการปฏบิ ัตจิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพอ่ื พฒั นาทักษะ กระบวนการในการคดิ คํานวณ การแกป ญ หา การให
เหตผุ ล การสือ่ ความหมาย ทางคณิตศาสตร และนําประสบการณดา นความรู ความคิด ทกั ษะและกระบวนการท่ีไดไป
ใชใ นการเรยี นรสู ิ่งตา ง ๆ และใชใ น ชีวิตประจาํ วนั อยางสรา งสรรค
เพือ่ ใหเ หน็ คุณคาและมีเจตคติทีด่ ตี อคณติ ศาสตรส ามารถทาํ งานไดอยางเปนระบบ มีระเบียบ รอบคอบ มี
ความรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ มคี วามคิดรเิ ร่มิ สรางสรรคและมีความเช่อื ม่ันในตนเอง
รหัสตัวชี้วัด
ค 1.2 ม.5/1
รวม 1 ตัวช้ีวัด
คําอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
วิชา คณติ ศาสตรเ พ่ิมเติม 1 รหัสวชิ า ค31201 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4
จํานวน 4 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 2.0 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรยี นทง้ั สน้ิ 80 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน
ศึกษาฝกทักษะและกระบวนการในสาระความรเู บื้องตนและสัญลักษณพื้นฐานเกีย่ วกับเซต
ตรรกศาสตรเ บ้ืองตน ประพจนและตัวเช่อื ม ประโยคทม่ี ตี ัวบงปรมิ าณตวั เดยี ว การอางเหตุผล จาํ นวนจริง
และสมบัตขิ องระบบจาํ นวนจรงิ คา สมั บูรณของจํานวนจริงและสมบตั ิของคา สัมบรู ณของจํานวนจรงิ
จํานวนจรงิ ในรปู กรณฑและจํานวนจริงในรปู เลขยกกําลัง
โดยจดั ประสบการณหรือสรา งสถานการณ ในชีวิตประจําวันท่ใี กลต วั ใหผ ูเ รยี นไดศึกษาคนควาโดยการปฏบิ ัติ
จรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คํานวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การ
ส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร และนําประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการทไ่ี ดไปใชใ นการ
เรยี นรสู ่ิงตา งๆ และใชในชวี ิตประจาํ วนั อยา งสรางสรรค รวมทั้งเห็นคณุ คาและมีเจตคติทด่ี ีตอ คณิตศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปน ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณและมคี วามเช่ือมัน่ ในตนเอง
การวดั ผลประเมินผล ใชวธิ ีการที่หลากหลายตามสภาพความเปน จริง ใหส อดคลองกับเน้ือหา และทักษะที่
ตองการวดั
ผลการเรียนรู
1. เขา ใจและใชความรเู ก่ยี วกับเซตในการส่ือสารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
2. เขาใจและใชค วามรูเกี่ยวกับตรรกศาสตรเ บ้ืองตน ในการส่ือสาร ส่อื ความหมายและอา งเหตุผล
3. เขา ใจจํานวนจรงิ และใชสมบตั ขิ องจาํ นวนจรงิ ในการแกปญหา
4. แกสมการและอสมการพหนุ ามตวั แปรเดยี วดกี รไี มเ กินส่ีและนาํ ไปใชในการแกปญ หา
5. แกส มการและอสมการเศษสว นของพหุนามตวั แปรเดยี วและนําไปใชใ นการแกป ญ หา
6. แกสมการและอสมการคา สมั บูรณข องพหุนามตัวแปรเดียวและนาํ ไปใชในการแกปญหา
จาํ นวน 6 ผลการเรยี นรู
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
วิชา คณิตศาสตรเ พิ่มเตมิ 3 รหสั วชิ า ค32201 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 5
จํานวน 4 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 2.0 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรียนทั้งสิ้น 80 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน
ฟงกชันตรโี กณมิติ ฟง กไซนและโคไซน คาของฟงกไซนและโคไซน ฟงกชนั ตรโี กณมิติอื่นๆ การอานคา
ของฟง กช ันตรโี กณมติ จิ ากตาราง ฟง กช นั ตรีโกณมติ ขิ องมุม กราฟของฟง กชันตรีโกณมิติ ฟง กช ันตรโี กณมิตขิ อง
ผลบวกและผลตา งของจํานวนจรงิ หรอื มุม ตวั ผกผนั ของฟงกช นั ตรีโกณมิติ เอกลกั ษณและสมการตรีโกณมติ ิ กฎไซน
และโคไซน การหาระยะทางและความสูง
เมทริกซ เมทรกิ ซ ดเี ทอรม ิแนนต ของเมทริกซข นาด และ เมทรกิ ซผ กผนั การหาคําตอบของระบบ
สมการเชงิ เสน
เวกเตอร เวกเตอรแ ละสมบัติของเวกเตอร ระบบพิกัดฉากสามมิติ เวกเตอรในระบบพิกัดฉาก ผลคณู เชงิ ส
เกลาร ผลคณู เชิงเวกเตอร
โดยจดั ประสบการณใหผูเ รียนไดพ ัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร อนั ไดแก การแกปญ หา การ
ส่อื สารและการสื่อความหมายทางคณิตสาสตร การเช่ือมโยง การให็เหตุผล และการคิดสรางสรรคก ารใชส ่ือ อปุ กรณ
เทคโนโลยี และแหลงขอมูล และนําประสบการณ ตลอดจนทักษะและกระบวนการท่ีได ไปใชใ นการเรียนรสู ง่ิ ตางๆ
และใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั อยา งสรา งสรรค รวมท้งั เหน็ คุณคาและมเี จตคติท่ีดีตอคณิตศาสตร สามารถทาํ งานอยางเปน
ระบบ มคี วามรอบคอบและมีวจิ ารณญาณ
การวัดผลประเมินผล ใชวิธกี ารทีห่ ลากหลายตามสภาพความเปน จรงิ ใหสอดคลอ งกบั เน้ือหาและทักษะท่ี
ตอ งการวดั
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจฟง กช นั ตรีโกณมติ ิและลักษณะกราฟของฟง กช ันตรโี กณมติ แิ ละนําไปใชใ นการแกป ญ หา
2. แกสมการตรีโกณมติ แิ ละนาํ ไปใชในการแกป ญหา
3. ใชกฎของโคไซนและกฎของไซนในการแกปญหารวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู
4. เขาใจความหมาย หาผลลัพธข องการบวกเมทริกซ การคณู เมทริกซกับจํานวนจรงิ การคูณ
ระหวา งเมทริกซ และหาเมทริกซสลับเปล่ยี น หาดเี ทอรมิแนนตของเมทรกิ ซ n x n เม่อื n เปน จาํ นวนนบั ที่ไม
เกินสาม
5. หาเมทริกซผ กผันของเมทริกซ 2 x 2
6. แกร ะบบสมการเชิงเสนโดยใชเ มทริกซผ กผันและการดําเนินการตามแถว
7. แกส มการพหุนามตัวแปรเดียวดีกรไี มเ กินสท่ี ม่ี สี มั ประสิทธเิ์ ปน จํานวนเต็มและนาํ ไปใชในการ
แกปญ หา
8. หาผลลัพธข องการบวก การลบเวกเตอรก ารคณู เวกเตอรด ว ยสเกลารหาผลคณู เชิงสเกลาร และ
ผลคูณเชงิ เวกเตอร
9. นําความรเู กี่ยวกบั เวกเตอรใ นสามมิติไปใชใ นการแกป ญหา
จาํ นวน 9 ผลการเรียนรู
คําอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
วชิ า คณิตศาสตรเพิ่มเติม 5 รหัสวชิ า ค33201 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 6
จํานวน 4 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 2.0 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรยี นท้ังส้นิ 80 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน
ศกึ ษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร อนั ไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล การส่อื สาร
การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร และการนาํ เสนอ การเชื่อมโยงความรตู า งๆ ทางคณิตศาสตรและเชื่อมโยง
คณติ ศาสตรกับศาสตรอืน่ ๆ และมคี วามคิดสรา งสรรคในสาระตอไปน้ี
การแจกแจงความนา จะเปนเบอ้ื งตน ไดแก การแจกแจงเอกรปู การแจกแจงทวินาม และ การแจกแจงปกติ
ลาํ ดับและอนุกรม ไดแ ก ลําดับจํากดั และลําดับอนนั ต ลําดับเลขคณิตและลาํ ดับเรขาคณิต ลมิ ิตของลาํ ดับ
อนันตอ นุกรมเลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณติ
โดยจัดประสบการณใหผูเรยี นไดศึกษา ฝกทักษะการคดิ คํานวณ และฝก แกป ญ หาเพอื่ พัฒนาทักษะ/
กระบวนการในการคดิ คาํ นวณ การแกปญ หา การใหเ หตผุ ล การสื่อความหมาย ทางคณิตศาสตรและนําประสบการณ
ดา นความรูค วามคดิ ทักษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตร ตระหนักในคณุ คาและมีเจตคติทด่ี ีตอ คณิตศาสตร สามารถ
ทาํ งานไดอยางมีระบบ รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเอง
การวัดและประเมินผล ดว ยวธิ ีหลากหลาย สอดคลอ งตามสภาพความเปนจริงท้งั เนื้อหา/ทกั ษะ/กระบวนการ
และคุณลักษณะทตี่ อ งการวัดผลและประเมินผล
ผลการเรยี นรู
1. หาความนา จะเปนของเหตุการณท เ่ี กิดจากตัวแปรสมุ ที่มีการแจกแจงเอกรปู การแจกแจงทวินาม
และ การแจกแจงปกติและนําไปใชในการแกปญ หา
2. ระบไุ ดว าลําดับที่กําหนดใหเ ปนลําดบั ลูเขา หรือลูออก
3. หาผลบวก n พจนแ รกของอนกุ รมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณติ
จาํ นวน 3 ผลการเรยี นรู
คาํ อธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
วชิ า คณติ ศาสตรเ พิ่มเติม 2 รหัสวิชา ค31202 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 4
จาํ นวน 4 คาบ/สัปดาห จํานวน 2.0 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรยี นทั้งส้ิน 80 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน
ศกึ ษาฝกทกั ษะ/กระบวนการในเร่ือง ความสัมพนั ธของฟง กช ัน ฟง กช ัน การใชฟงกชันในชีวิตจริง กราฟของ
ฟงกชนั การดําเนินการของฟงกชัน ฟง กช ันผกผนั เลขยกกําลัง ฟงกช ันเอกซโ พเนนเซยี ล ฟง กช ันลอการทิ มึ การหาคา
ลอการิทึม การเปลี่ยนฐานของลอการทิ ึม สมการและอสมการลอการิทึม การประยุกตของฟงกชนั เอกซโพเนนเซยี ล
ฟงกช นั ลอการทิ ึม เรขาคณิตวิเคราะห หาระยะทางระหวางจดุ สองจุด จดุ กงึ่ กลางของสวนของเสนตรง ความชนั ของ
เสน ตรง เสน ขนาน เสนตง้ั ฉาก ความสัมพนั ธซ ง่ึ มีกราฟเปนเสน ตรง ระยะหา ง ระหวางเสนตรงกับจดุ ภาคตดั กรวย
วงกลม วงรี พาราโบลา ไฮเพอรโ บลา การเลื่อนกราฟ
โดยจัดประสบการณหรือสรา งสถานการณ ในชีวติ ประจําวนั ทีใ่ กลตวั ใหผ ูเ รยี นไดศึกษา คน ควาโดยการ
ปฏิบตั ิจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพอ่ื พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคํานวณ การแกป ญ หา การใหเ หตผุ ล
การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร และนําประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการทีไ่ ดไปใชในการ
เรียนรูส งิ่ ตา งๆ และใชในชวี ิตประจําวนั อยางสรางสรรค รวมทั้งเหน็ คุณคา และมีเจตคติท่ดี ตี อคณติ ศาสตร สามารถ
ทาํ งานอยางเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณและมคี วามเชื่อมน่ั ในตนเอง
การวัดผลประเมนิ ผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจรงิ ใหส อดคลองกับเน้ือหา และทักษะท่ี
ตองการวดั
ผลการเรยี นรู
1. ใชฟ งกช ันและกราฟของฟงกชันอธิบายสถานการณท ี่กําหนด
2. หาผลลัพธข องการบวก การลบ การคณู การหาร ฟง กชนั หาฟงกช นั ประกอบและฟงกช นั ผกผนั
3. ใชสมบัตขิ องฟงกชนั ในการแกปญหา
4. เขาใจลักษณะกราฟของฟงกชนั เอกซโพเนนเชียลและฟง กช นั ลอการิทมึ และการนาํ ไปใชใ นการ
แกปญหา
5. แกส มการเอกซโ พเนนเชยี ลและสมการลอการทิ มึ และนาํ ไปใชใ นการแกปญหา
6. เขาใจและใชความรูเกย่ี วกับเรขาคณติ วิเคราะหในการแกป ญหา
จํานวน 6 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุม สาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร
วิชา คณิตศาสตรเ พ่ิมเตมิ 6 รหัสวิชา ค31202 ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 4
จาํ นวน 4 คาบ/สปั ดาห จํานวน 2.0 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรยี นทง้ั สิ้น 80 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร อันไดแก การแกป ญหา การใหเ หตุผล การส่อื สาร การ
สื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนาํ เสนอ การเช่อื มโยงความรูตา งๆ ทางคณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตร
กบั ศาสตรอืน่ ๆ และมีความคิดสรางสรรคในสาระตอไปนี้
ลาํ ดบั และอนุกรม (ตอ) ไดแก ผลบวกอนุกรมอนันต สัญลักษณแ ทนการบวก การนําความรูเกีย่ วกับลําดบั
และอนุกรมไปใชใ นการแกปญหามลู คา ของเงนิ และคารายงวด
แคลคลู ัสเบอื้ งตน ไดแก ลิมิตของฟงกชนั ความตอเน่ืองของฟง กชนั ความชันของเสนโคง อนพุ นั ธข อง
ฟง กชัน การหาอนุพันธของฟงกช นั พชี คณิตโดยใชส ูตร อนุพนั ธของฟงกชนั ประกอบ อนุพันธอ นั ดบั สูง การประยุกต
ของอนุพนั ธ ปฏิยานุพนั ธ ปริพันธไ มจ าํ กัดเขต ปริพันธจ ํากัดและหาพ้ืนท่ีที่ปดลอมดว ยกราฟ
โดยจัดประสบการณใหผเู รียนไดศ ึกษา ฝกทักษะการคดิ คํานวณ และฝก แกปญ หาเพือ่ พัฒนาทกั ษะ/
กระบวนการในการคิดคาํ นวณ การแกปญ หา การใหเหตผุ ล การส่ือความหมาย ทางคณิตศาสตรแ ละนําประสบการณ
ดา นความรูค วามคดิ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร ตระหนักในคุณคาและมีเจตคติท่ีดตี อคณติ ศาสตร สามารถ
ทํางานไดอยา งมรี ะบบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณและเชื่อมนั่ ในตนเอง
การวดั และประเมนิ ผล ดวยวิธีหลากหลาย สอดคลองตามสภาพความเปนจริงท้ังเนอื้ หา/ทกั ษะ/กระบวนการ
และคุณลักษณะทต่ี องการวดั ผลและประเมนิ ผล
ผลการเรียนรู
1. หาผลบวกอนกุ รมอนันต
2. เขา ใจและนาํ ความรเู กี่ยวกบั ลําดบั และอนุกรมไปใชในการแกป ญหามลู คา ของเงินและคารายงวด
3. ตรวจสอบความตอ เนอ่ื งของฟง กช นั ที่กาํ หนดให
4. หาอนุพนั ธของฟง กชันพชี คณิตทีก่ ําหนดใหแ ละนาํ ไปใชแ กป ญหา
5. หาปรพิ นั ธไ มจาํ กดั เขตและจาํ กัดเขตของฟง กชนั พชี คณิตทกี่ าํ หนดให และนาํ ไปใชแ กป ญ หา
จํานวน 5 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวิชา กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าท่เี ปดสอน กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (รายวิชาพนื้ ฐาน)
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
รหสั วิชา รายวิชา จาํ นวน จาํ นวน ช้นั ภาคเรยี น
หนวยกิต ชั่วโมง
ว21101 วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 1
ว21102 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.5 60 ม.1 1
ว21103 วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 2 1.0 40 ม.1 1
ว21104 วทิ ยาการคาํ นวณ 1.5 60 ม.1 2
ว22101 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 1 1.0 40 ม.1 2
ว22102 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.5 60 ม.2 1
ว22103 วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 2 1.0 40 ม.2 1
ว22104 วิทยาการคาํ นวณ 1.5 60 ม.2 2
ว23101 วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 1 1.0 40 ม.2 2
ว23102 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.5 60 ม.3 1
ว23103 วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 2 1.0 40 ม.3 1
ว23104 วทิ ยาการคาํ นวณ 1.5 60 ม.3 2
1.0 40 ม.3 2
รายวิชาทเี่ ปดสอน กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (รายวิชาเพ่ิมเตมิ )
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
รหสั วชิ า รายวชิ า จํานวน จาํ นวน ชั้น ภาคเรยี น
หนวยกิต ชวั่ โมง
ว20201 ของเลน เชงิ วทิ ยาศาสตร ม.1-3 1-2
ว20202 ชวี วิทยานา รู1 0.5 20 ม.1-3 1-2
ว20203 วทิ ยาศาสตรก บั ของเลนพ้ืนบาน 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20204 วิทยาศาสตรก ับความงาม1 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20205 ชวี วทิ ยานา ร2ู 0.5 20 ม.1-3 1-2
ว20206 วทิ ยาศาสตรก ับความงาม2 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20207 สนกุ กบั โครงงานวทิ ยาศาสตร 1.0 20 ม.1-3 1-2
ว20208 เคมีนา ร1ู 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20209 สะเตม็ เพอื่ พัฒนาคุณภาพชวี ิต 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20210 เคมีนา ร2ู 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20211 เคมีหรรษา 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20212 พลงั งานทดแทนกบั การใชป ระโยชน 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20213 ฟส กิ สน ารู1 0.5 20 ม.1-3 1-2
ว20204 เชอื้ เพลงิ เพือ่ การคมนาคม 1.0 40 ม.1-3 1-2
ว20215 ฟสิกสน า ร2ู 0.5 20 ม.1-3 1-2
1.0 40
รายวชิ าที่เปด สอน กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (รายวชิ าพน้ื ฐาน)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
รหสั วชิ า รายวิชา จํานวน จาํ นวน ช้ัน ภาคเรยี น
หนว ยกิต ชั่วโมง
ว30101 ฟสิกสพืน้ ฐาน1 ม.4-6 1-2
ว30121 เคมีพ้ืนฐาน1 2.0 4 ม.4-6 1-2
ว30141 ชวี วทิ ยา1 1.5 3 ม.4-6 1-2
ว30161 โลก ดาราศาสตร และอวกาศ1 1.5 3 ม.4-6 1-2
ว31101 วิทยาศาสตรชีวภาพ 1.0 2 ม.4 1
ว32102 วิทยาศาสตรก ายภาพ1 1.5 3 ม.5 1
ว32103 วิทยาศาสตรกายภาพ2 1.5 3 ม.5 2
ว33104 วทิ ยาศาสตรโลกและอวกาศ 1.5 3 ม.6 1
1.5 3
รายวิชาท่เี ปดสอน กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (รายวชิ าเพ่ิมเตมิ )
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
รหัสวชิ า รายวชิ า จาํ นวน จาํ นวน ชนั้ ภาคเรยี น
หนวยกติ ชว่ั โมง
ว31202 ฟส ิกส2 ม.4 2
ว32203 ฟส ิกส3 2.0 4 ม.5 1
ว32204 ฟส กิ ส4 2.0 4 ม.5 2
ว33205 ฟส ิกส5 2.0 4 ม.6 1
ว33206 ฟสกิ ส6 2.0 4 ม.6 2
ว31222 เคมี2 2.0 4 ม.4 2
ว32223 เคมี3 1.5 3 ม.5 1
ว32224 เคม4ี 1.5 3 ม.5 2
ว33225 เคม5ี 1.5 3 ม.6 1
ว33226 เคม6ี 1.5 3 ม.6 2
ว31242 ชวี วทิ ยา2 1.5 3 ม.4 2
ว32243 ชีววทิ ยา3 1.5 3 ม.5 1
ว32244 ชวี วทิ ยา4 1.5 3 ม.5 2
ว33245 ชีววิทยา5 1.5 3 ม.6 1
ว33246 ชีววิทยา6 1.5 3 ม.6 2
ว31262 โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ2 1.5 3 ม.4 2
ว32263 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ3 1.0 2 ม.5 1
ว32264 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ4 1.0 2 ม.5 2
ว33265 โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ5 1.0 2 ม.6 1
ว33266 โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ6 1.0 2 ม.6 2
ว30281 ทักษะปฏิบัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตร1 1.0 2 ม.4
ว30282 ทักษะปฏิบตั กิ ารทางวทิ ยาศาสตร2 0.5 1 ม.4
ว30227 ปรบั พ้ืนฐานวชิ าเคมี 0.5 1 ม.4
ว30247 วทิ ยาศาสตรชวี ภาพเพ่ิมเตมิ 1.0 2 ม.6
ว30207 วทิ ยาศาสตรกายภาพเพิ่มเตมิ 1.0 2 ม.6
ว30283 วิทยาศาสตรเสริมความรู 1.0 2 ม.6
ว31285 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.0 2 ม.4 1
1.0 2
รหสั วิชา รายวชิ า จาํ นวน จํานวน ชัน้ ภาคเรียน
หนวยกติ ชว่ั โมง
ว31286 วทิ ยาการคํานวณ ม.4 2
ว32285 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.0 2 ม.5 1
ว32286 วิทยาการคํานวณ 1.0 2 ม.5 2
ว33286 วทิ ยาการคํานวณ 1.0 2 ม.6 1
ว31291 การเขยี นบทดําเนินเรื่อง 1.0 2 ม.4 1
ว31292 การจดั องคประกอบศลิ ป 2.0 4 ม.4 1
ว31293 การถา ยภาพและตกแตง ภาพ 2.0 4 ม.4 1
ว31294 การเขียนผังงาน 2.0 4 ม.4 2
ว31295 การออกแบบและสรา งภาพกราฟก 2.0 4 ม.4 2
ว31296 นวตั กรรมและเทคโนโลยแี อนิเมชน่ั 2.0 4 ม.4 2
ว32291 การสรา งวชิ วลเอ็ฟเฟกตก ับแอนเิ มชัน่ 2.0 4 ม.5 1
ว32292 โปรแกรมประยุกตด า นคอมพิวเตอรก ราฟก 2 มติ ิ 2.0 4 ม.5 1
ว32293 โปรแกรมประยุกตด า นแอนเิ มช่นั 2 มติ ิ 2.0 4 ม.5 1
ว32294 คอมพวิ เตอรกราฟก และแอนเิ มช่ัน 2.0 4 ม.5 2
ว32295 โปรแกรมประยุกตดานคอมพิวเตอรกราฟก 3 มิติ 2.0 4 ม.5 2
ว32296 โปรแกรมประยุกตดานแอนิเมชั่น 3 มติ ิ 2.0 4 ม.5 2
ว33291 การสรา ง webpage 2.0 4 ม.6 1
ว33292 โครงงานกราฟก และแอนิเมช่ัน1 2.0 4 ม.6 1
ว33293 การสรา งเกม 2.0 4 ม.6 1
ว33294 โครงงานกราฟก และแอนิเมชั่น2 2.0 4 ม.6 2
ว33295 การตดั ตอภาพแอนิเมชน่ั 2.0 4 ม.6 2
ว33296 การพัฒนาทักษะการทํางาน 2.0 4 ม.6 2
2.0 4
คาํ อธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 1 รหสั วชิ า ว21101 ระดบั ชัน้ ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1
จาํ นวน 3 คาบ/สัปดาห จาํ นวนหนวยกติ 1.5 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรียนทงั้ สน้ิ 60 คาบ/ชั่วโมง : ภาคเรียน
ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจําแนกสารดวยสถานะ เน้ือสาร และขนาดอนุภาคของสาร การ
เปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธิ์และสารผสม สมบัติของสารบริสุทธ์ิและสารผสม การใชความรู ทางเคมีใหเปน
ประโยชนตอ การเลอื กใชสารเคมใี นชีวิตประจําวันไดอยางเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการ
ทางวิทยาศาสตร ศึกษาประเภทโครงสรางและหนาท่ีของสวนประกอบภายในเซลลสิ่งมีชีวิตดวยกลองจุลทรรศน
ศึกษากระบวนการลําเลียงสารเขาและออกจากเซลลดวยวิธีการแพรและ การออสโมซิส ศึกษาการดํารงชีวิตของ
พชื กระบวนการสังเคราะหดว ยแสง การลําเลยี งสารในพชื การเจริญเติบโตของพชื การสืบพนั ธขุ องพืช และ
เทคโนโลยชี วี ภาพของพืช ศึกษาเกี่ยวกับอุณหภูมแิ ละการวดั ผลของความรอนทีม่ ีผลตอการเปล่ียนแปลงของสาร การ
ถายโอนความรอน การดูดกลืนและคายความรอน สมดุลความรอน องคประกอบของบรรยากาศ การแบงชั้น
บรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตยตอบรรยากาศ องคประกอบของบรรยากาศ ไดแก อุณหภูมิอากาศ ความดัน
อากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟาคะนอง พายุหมุนเขตรอน มรสุม การพยากรณอากาศ และการ
เปล่ียนแปลงภมู อิ ากาศของโลก
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต
การวิเคราะห การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรูและนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร มี
คณุ ธรรม และจรยิ ธรรม
รหัสตวั ชี้วัด
ว 1.1 ม1/1-13
รวม 13 ตัวชี้วัด
คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วิชา วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว21102 ระดบั ชัน้ ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 1
จํานวน 3 คาบ/สัปดาห จาํ นวนหนวยกติ 1.5 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรยี นทงั้ สิ้น 60 คาบ/ช่ัวโมง : ภาคเรียน
ศึกษา วเิ คราะหเ ก่ียวกับงาน พลงั งาน การถายโอนความรอน การขยายตัวของวตั ถุ การดูดดกลืนแสง การ
คายคามรอน แรง แรงเสียทาน โมเมนตของแรง การคเลอ่ื นท่ีในหนงึ่ มิติ สวนประกอบและการแบง ช้ันบรรยากาศ
อุณหภูมขิ องอากาศและความชื้น ความกดอากาศและภมู ิอากาศ การเปล่ยี นแปลงภูมอิ ากาศ การพยากรณอากาศ ผล
ของลมฟา อากาศที่กอ ใหเกิดภาะโลกรอ น รูโหว โอโซน ฝนกรดท่สี ง ผลตอการดาํ รงชีวิตของสงิ่ มชี วี ติ และสิ่งแวดลอ ม
โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละจติ วทิ ยาศาสตร ในการสบื เสาะหาความรกู ารแกปญ หา มคี วามสา
มาถในการสาํ รวจ ตรวจสอบ การสืบคน ขอมลู และการอภิปราย
เพือ่ ใหเ กดิ ความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถสือ่ สารสงิ่ ทเี่ รยี นรูและนาํ ความรไู ปใชป ระโยชนในการ
ดํารงชวี ติ และดสู ง่ิ แวดลอม มีคุณธรรม จริยธรรม คานยิ มที่เหมาะสม และเขาใจวา วิทยาศาสตร สังคม และ
สง่ิ แวดลอมเกยี่ วของสมั พันธก ัน
รหสั ตัวช้ีวัด
ว 3.2 ม.1/1-2
ว 5.1 ม.1/1
ว 6.1 ม1/1-7
รวม 10 ตัวชี้วดั
คําอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วิชา วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 1 รหสั วชิ า ว22101 ระดบั ช้ันช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 2
จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวนหนว ยกิต 1.5 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนท้ังสิน้ 60 คาบ/ช่ัวโมง : ภาคเรยี น
ศึกษาการแยกสารโดยการระเหยแหง การตกผลึก การกลน่ั อยางงาย โครมาโทกราฟแ บบกระดาษ การสกดั
ดว ยตวั ทาํ ละลาย ผลของชนิดตวั ละลาย ชนดิ ตัวทําละลาย อณุ หภูมทิ ่ีมีตอ สภาพละลายไดข องสาร รวมท้งั อธบิ ายผล
ของความดนั ที่มีตอ สภาพละลายได ของสาร ศกึ ษาและวเิ คราะหก ารเคล่อื นที่ของวัตถทุ ่ีเปน ผลตอแรงลัพธ ออกแบบ
การทดลอง ศกึ ษาแรงพยงุ การจม และการลอยของวัตถุ ในของเหลว อธิบายแรงเสยี ดทาน โมเมนต ของแรง
เปรยี บเทยี บแหลงของสนามแมเ หลก็ สนามไฟฟา สนามโนมถว ง และทิศทางของแรงที่กระทําตอวตั ถทุ ี่อยใู นแตละ
สนาม ศึกษาแรงแมเหล็ก แรงไฟฟา และแรงโนม ถวงท่ี อธบิ ายอัตราเร็วและความเร็วของการเคลอื่ นทขี่ องวตั ถุ
หลักการทํางานของเคร่ืองกลอยางงาย ปจ จยั ที่มีผลตอ พลงั งานจลน และพลังงานศกั ยโนมถวง อธบิ ายการ
เปลย่ี นแปลงพลงั งานระหวา งพลงั งานศักยโนม ถว ง และพลังงานจลนของวตั ถโุ ดยพลังงานกลของวตั ถุ มีคาคงตวั จาก
ขอมูลทร่ี วบรวมได วิเคราะหส ถานการณและอธบิ ายการเปลีย่ น และการถา ยโอนพลงั งานโดยใช กฎการอนุรักษ
พลงั งาน
โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสบื คน ขอมูลการสงั เกต
การวเิ คราะห การอธิบาย การสรา งแบบจาํ ลอง การออกแบบการทดลอง การอภปิ ราย สรปุ ผลและบรู ณาการ
วทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยแี ละวศิ วกรรมศาสตร
เพ่อื ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ สื่อสารสง่ิ ทีเ่ รียนรู และนาํ ความรูไป
ใชในชวี ติ ประจําวนั และดแู ลรักษาส่งิ มีชวี ติ อนื่ เฝาระวัง และพฒั นาสิ่งแวดลอมอยางย่งั ยนื มีจติ วทิ ยาศาสตร
คุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พงึ ประสงค
รหัสตวั ช้ีวดั
ว 2.1 ม. 2/1 ม. 2/2 ม. 2/3 ม. 2/4 ม. 2/5 ม. 2/ 6
ว 2.2 ม. 2/1 ม. 2/2 ม. 2/3 ม. 2/4 ม. 2/5 ม. 2/6 ม. 2/7 ม. 2/8 ม. 2/9 ม. 2/10
ม. 2/11 ม. 2/12 ม. 2/13 ม. 2/14 ม. 2/15
ว 2.3 ม. 2/1 ม. 2/2 ม. 2/3 ม. 2/4 ม. 2/5 ม. 2/6
รวม 27 ตวั ชี้วดั
คําอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วิชา วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว22102 ระดบั ชน้ั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2
จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จาํ นวนหนว ยกิต 1.5 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรยี นท้งั สิน้ 60 คาบ/ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ศึกษา โครงสรางและหนา ที่ของระบบตางๆในรางกายมนุษย และสตั ว ระบบยอยอาหาร
ระบบหมนุ เวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขบั ถา ย ระบบประสาท ระบบสบื พนั ธุ ศกึ ษากระบวนการเกดิ และสมบตั ิ
การใชประโยชนรวมทั้งอธิบายผลกระทบจากการใช เชื้อเพลงิ ซากดกึ ดาํ บรรพ แนวทางการใชพ ลังงานทดแทน ท่ี
เหมาะสม โครงสรา งภายในโลก กระบวนการผพุ ังอยูกับที่ การกรอน และการสะสมตวั ของตะกอน อธบิ ายลักษณะ
ของชน้ั หนาตดั ดนิ และกระบวนการ เกิดดนิ ปจ จยั และกระบวนการเกดิ แหลง น้าํ ผวิ ดนิ และแหลง นํา้ ใตดิน อธบิ ายการ
ใชน ้าํ และ แนวทางการใชน ํา้ อยางยงั่ ยืน ผลกระทบของน้าํ ทวม การกัดเซาะชายฝง ดนิ ถลม หลมุ ยบุ แผนดินทรดุ
โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ การสืบคน ขอ มูลการสังเกต
การวเิ คราะห การอธิบาย การสรางแบบจาํ ลอง การอภปิ ราย และสรปุ ผล
เพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขา ใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ สอื่ สารสงิ่ ท่ีเรยี นรู และนําความรูไป
ใชใ นชวี ิตประจาํ วัน และดแู ลรักษาสง่ิ มชี ีวิตอ่ืน เฝาระวัง และพฒั นาสง่ิ แวดลอมอยา งย่งั ยืน มีจิตวทิ ยาศาสตร
คุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นิยมทีพ่ งึ ประสงค
รหัสตัวช้ีวดั
ว 1.2 ม. 2/1 ม. 2/2 ม. 2/3 ม. 2/4 ม. 2/5 ม. 2/6 ม. 2/7 ม. 2/8 ม. 2/9 ม. 2/10
ม. 2/11 ม. 2/12 ม. 2/13 ม. 2/14 ม. 2/15 ม. 2/16 ม. 2/17
ว 3.2 ม. 2/1 ม. 2/2 ม. 2/3 ม. 2/4 ม. 2/5 ม. 2/6 ม. 2/7 ม. 2/8 ม. 2/9 ม. 2/10
รวม 27 ตัวชี้วัด
คาํ อธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน/เพ่มิ เติม
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วิชา วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี 1 รหัสวิชา ว23101 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3
จาํ นวน 3 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรียนทงั้ ส้นิ 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน
ศึกษา วเิ คราะห เขาใจความหลากหลายของระบบนิเวศ การถายทอดพลังงานในระบบนิเวศ ความหมายของ
ประชากร ปญหาและผลกระทบที่มีตอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม แนวทางในการอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติและการแกไข การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทาง
พนั ธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ ววิ ัฒนาการของสิง่ มีชีวิต สมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร สมบัติของ
สสาร โครงสราง และแรงยึดเหนี่ยวระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
สารละลาย ปฏิกิรยิ าเคมี โดยใชก ารสบื เสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและ
ทกั ษะการเรียนรใู นศตวรรษท่ี 21 การสบื คนขอ มลู และการอภิปราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคา นิยมทเ่ี หมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวดั
ว 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ว 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6,ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10, ม.3/11
ว 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6,ม.3/7, ม.3/8,
รวม 25 ตัวชีว้ ดั
คาํ อธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน/เพ่ิมเติม
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว23102 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 3
จาํ นวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.5 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทง้ั สนิ้ 60 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษา วิเคราะห เขา ใจพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถายโอนพลงั งาน ปฏิสมั พนั ธระหวางสสาร และ
พลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจาํ วนั ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณทเ่ี กี่ยวของกับเสยี ง แสง และคล่นื
แมเ หล็กไฟฟา การนําไปใชป ระโยชน องคป ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และววิ ัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ และระบบสุรยิ ะ รวมท้งั ปฏสิ มั พันธภายในระบบสุรยิ ะทีส่ งผลตอส่งิ มชี ีวติ และการประยุกตใชเ ทคโนโลยี
อวกาศ โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทักษะการเรยี นรู
ในศตวรรษท่ี 21 การสืบคนขอมลู และการอภปิ ราย เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่อื สารส่งิ ที่
เรยี นรู มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ การแกป ญหา การนําความรูไปใชในชีวติ ประจําวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม
คณุ ธรรม และคานยิ มท่ีเหมาะสม
รหัสตัวช้ีวดั ม.
ว 2.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6,ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10, ม.3/11
ม.3/12, ม.3/13, ม.3/14, ม.3/15, ม.3/16,ม.3/17, ม.3/18, ม.3/19, ม.3/20,
3/21
ว 3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวม 25 ตัวช้วี ดั
คาํ อธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว21102 ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 1
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกิต
จํานวนเวลาเรียนทง้ั ส้นิ 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน
ศกึ ษาความหมายของเทคโนโลยี วเิ คราะหส าเหตุหรอื ปจ จัยท่ีสง ผลตอ การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี การ
ทํางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกตใ ชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวเิ คราะห เปรยี บเทยี บและ เลือกขอมลู
ที่จําเปนเพื่อออกแบบวิธีการแกป ญหาในชวี ติ ประจําวันในดานการเกษตรและอาหาร และสรา ง ชิ้นงานหรอื พัฒนา
วิธกี ารโดยใชก ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมท้ังเลือกใชว สั ดุ อุปกรณ เครื่องมือ ในการแกป ญ หาไดอยาง
ถกู ตอง เหมาะสม และปลอดภยั
รหัสตัวชี้วัด
ว 4.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5
รวมท้ังหมด 5 ตวั ช้ีวดั
คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วิชา วทิ ยาการคาํ นวณ รหัสวชิ า ว21104 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรียนทั้งสน้ิ 40 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น
ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคดั เลือกคุณลักษณะท่จี าเปน ตอ การแกป ญ หา ขน้ั ตอนการแกปญหา
การเขียนรหัสลําลองและผงั งาน การเขยี นออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงา ยท่ีมกี ารใชงานตัวแปร เงอ่ื นไข และ
การวนซาํ้ เพื่อแกป ญ หาทางคณิตศาสตรหรอื วทิ ยาศาสตร การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิ การประมวลผลขอ มลู การสราง
ทางเลอื กและประเมินผลเพอ่ื ตัดสนิ ใจ ซอฟตแวรและบริการบนอินเทอรเ น็ตท่ใี ชใ นการจัดการขอมูล แนวทางการใช
งานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภยั การจัดการอตั ลักษณ การพิจารณาความเหมาะสมของ เนื้อหา ขอตกลงและ
ขอ กําหนดการใชสื่อและแหลง ขอ มูล นําแนวคดิ เชิงนามธรรมและขัน้ ตอนการแกปญหาไปประยุกตใชใ นการเขียน
โปรแกรม หรอื การแกปญ หา ในชวี ติ จริง รวบรวมขอมูลและสรางทางเลือกในการตดั สนิ ใจไดอยางมปี ระสิทธภิ าพ และ
ตระหนกั ถึงการใชงาน เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา งปลอดภยั เกดิ ประโยชนตอ การเรยี นรู และไมส รางความเสียหาย
ใหแกผูอ ่นื
ตวั ชว้ี ดั
ว. 4.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
รวมท้ังหมด 4 ตวั ช้ีวัด
คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว22102 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 2
จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.0 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรียนทง้ั สนิ้ 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน
ศกึ ษาสาเหตุหรือปจจยั ท่ีทําใหเ กดิ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณแนวโนม เทคโนโลยี ใน
อนาคต เลือกใชเ ทคโนโลยีโดยคํานึงถงึ ผลกระทบที่เกดิ ข้นึ ตอชวี ิตสงั คม และสิ่งแวดลอม ประยกุ ตใชความรู ทักษะ
และทรัพยากร โดยวิเคราะห เปรียบเทียบและเลือกขอมูลจาํ เปนเพ่ือออกแบบวธิ กี ารแกปญหาใน ชมุ ชนหรือทองถิน่
ในดา นพลังงาน สง่ิ แวดลอม การเกษตรและอาหาร และสรางชน้ิ งานหรือพฒั นาวธิ กี ารโดย ใชก ระบวนการออกแบบ
เชงิ วิศวกรรม รวมท้งั เลอื กใชวัสดุ อปุ กรณ เครื่องมือในการแกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย
รหัสตวั ชี้วัด
ว 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด
คําอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วิชา วิทยาการคาํ นวณ รหสั วิชา ว22104 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 2
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกิต
จํานวนเวลาเรยี นท้ังส้ิน 40 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษาแนวคิดเชงิ คํานวณ การแกปญ หาโดยใชแ นวคดิ เชิงคํานวณ การเขียนโปรแกรมทมี่ ีการใชต รรกะ
และฟง กชนั องคประกอบและหลักการท างานของระบบคอมพวิ เตอร เทคโนโลยีสือ่ สาร แนวทางการปฏบิ ตั ิ
เมอ่ื พบเนอ้ื หาท่ีไมเ หมาะสม การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา งมคี วามรับผิดชอบ วิธกี ารสรา งและกาํ หนดสิทธิ
ความเปนเจาของผลงาน
นาํ แนวคิดเชงิ คํานวณไปประยุกตใ ชใ นการเขยี นโปรแกรมหรอื การแกป ญ หาในชวี ิตจรงิ สรางและกําหนดสิทธ์ิ
การใชข อมูล ตระหนักถึงผลกระทบในการเผยแพรข อ มลู
ตัวชี้วดั
ว. 4.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
รวมท้ังหมด 4 ตัวชี้วดั
คําอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว23102 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 3
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทั้งสน้ิ 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษาและวิเคราะหสาเหตหุ รือปจจยั ทที่ ําใหเกดิ การเปลย่ี นแปลงเทคโนโลยี และความสัมพันธข อง
เทคโนโลยกี ับศาสตรอ ื่น ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะหสถานการณเพื่อสรุปกรอบของ
ปญ หา เปรียบเทยี บและเลือกขอ มูลท่จี ําเปน โดยคาํ นงึ ถึงทรัพยส ินทางปญ ญา เพ่ือออกแบบวธิ กี ารแกป ญหาใน
งานอาชพี ดานการเกษตร อาหาร พลงั งานและขนสง โดยใชก ระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม รวมท้ังเลือกใช
วสั ดุ อปุ กรณ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟาและอิเลก็ ทรอนิกสใ นการแกปญหาไดอ ยางถูกตอง เหมาะสม และ ปลอดภยั
รหัสตวั ช้ีวดั
ว 4.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5
รวมท้ังหมด 5 ตัวชี้วดั
คําอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วชิ า วทิ ยาการคํานวณ รหสั วิชา ว23104 ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 3
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นทั้งสิ้น 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน
ศกึ ษาขนั้ ตอนการพฒั นาแอปพลเิ คชนั Internet of Things (IoT) การเขียนโปรแกรมเพอ่ื พัฒนา
แอปพลเิ คชัน ขอ มลู ปฐมภูมแิ ละทุติยภมู ิ การประมวลผลขอมูล การสรางทางเลือกและประเมินผล ซอฟตแ วรห รือ
บริการบนอินเทอรเนต็ ทีใ่ ชในการจดั การขอ มูล การประเมินการความนา เชื่อถือของขอมูล การสืบคนหาแหลงตนตอ
ของขอ มลู เหตผุ ลวิวตั ิ ผลกระทบจากขา วสารทผ่ี ิดพลาด การรูเทาทนั สือ่ กฎหมายที่ เก่ียวกบั คอมพวิ เตอร การใช
ลขิ สทิ ธ์ขิ อง ผอู ่นื โดยชอบธรรม
รวบรวมขอ มูลปฐมภมู ิหรือทุตยิ ภูมิ ประมวลผล สรา งทางเลือก และน าเสนอการตัดสนิ ใจไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ ออกแบบและเขียนโปรแกรม เพอื่ พัฒนาแอปพลิเคชันทม่ี ีการบรู ณาการกับวชิ าอ่ืน อยา งสรา งสรรค
ใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ อยางรเู ทา ทนั และมคี วามรับผดิ ชอบตอ สงั คม
ตัวชว้ี ดั
ว. 4.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วดั
คําอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน/เพม่ิ เตมิ
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วชิ า ของเลน เชิงวทิ ยาศาสตร รหสั วชิ า 20201 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1
จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนวยกิต
จํานวนเวลาเรียนทัง้ ส้นิ 20 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ศึกษา วเิ คราะห ออกแบบ สรางของเลนอยางงายตามแบบทก่ี าํ หนดให ดัดแปลงหรือ ประดิษฐข องเลนท่ีใช
เครอื่ งกลอยา งงา ยหรือหลกั การทางไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสอ ยา งงาย และอธิบายการทํางานของของเลน ดว ย
หลักการทางวิทยาศาสตร สามารถใชก ระบวนการสบื เสาะหาความรทู างวิทยาศาสตร การแกป ญหา สามารถส่อื สารส่ิง
ทเ่ี รยี นรู สามารถตัดสินใจ นาํ ความรไู ปใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรมและคานิยมท่ี
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. ตง้ั คาํ ถามเกยี่ วกับหลกั การทางวทิ ยาศาสตรที่สงั เกตไดจากการเลนของเลน
2. สงั เกตและอธิบายหลักการทํางานของเครื่องกลอยางงา ย วงจรไฟฟาและอเิ ลก็ ทรอนิกสอ ยางงายที่ประกอบ
ขึน้ ในของเลน
3. ตรวจสอบและแกไขขอบกพรองของเครื่องกลอยางงาย วงจรไฟฟา และอิเล็กทรอนิกสอยางงา ยทปี่ ระกอบขนึ้
ในของเลน ท่กี ําหนด
4. ออกแบบและประดษิ ฐของเลนโดยใชเครอ่ื งกลอยา งงา ย และไฟฟาและอิเล็กทรอนกิ สอยางงา ย
5. มเี จตคตทิ ่ดี ีตอ หลักการทางวิทยาศาสตรใ นของเลน
รวม 5 ผลการเรยี นรู
คําอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน/เพมิ่ เตมิ
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วิชา ชีววทิ ยานารู 1 รหสั วิชา ว20202 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 1
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นทงั้ ส้ิน 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน
เขาใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หนวยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลําเลียงสารผานเซลล ความสัมพันธของโครงสราง
และหนาทขี่ องระบบตา ง ๆ ของสตั วแ ละมนษุ ยท ท่ี าํ งานสมั พันธกนั ความสัมพนั ธของโครงสรา ง และหนาท่ีของอวัยวะ
ตาง ๆ ของพชื ท่ที ํางานสัมพันธกนั
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุปเพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ
ปฏบิ ัตกิ ารทางวิทยาศาสตร รวมทัง้ ทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยี สารสนเทศ ดานการคิดและ
การแกป ญหา ดา นการสื่อสาร สามารถสอื่ สารสง่ิ ที่เรยี นรแู ละนําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง
มจี ติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. เปรยี บเทียบรูปรา งและโครงสรางของเซลลพ ืชและเซลลส ัตว รวมท้งั บรรยายหนา ทข่ี องผนงั เซลล เยือ่ หุม
เซลล ไซโทพลาซึม นิวเคลยี สแวควิ โอล ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพลาสต
2. ใชกลอ งจุลทรรศนใชแ สงศกึ ษาเซลลแ ละโครงสรางตา ง ๆ ภายในเซลล
3. อธบิ ายความสัมพันธระหวางรูปรา ง กับการทําหนาท่ีของเซลล
4. อธิบายการจดั ระบบของสิ่งมีชีวิต โดยเรมิ่ จากเซลล เน้ือเยือ่ อวัยวะ ระบบอวัยวะจนเปน สิง่ มีชวี ติ
5. อธบิ ายกระบวนการแพรและออสโมซสิ จากหลักฐานเชงิ ประจักษ และยกตวั อยางการแพรและออสโมซิส
ในชวี ิตประจาํ วัน
6. ระบปุ จจัยท่ีจําเปน ในการสังเคราะหด วยแสงและผลผลิตที่เกดิ ขึ้นจากการสังเคราะหด ว ยแสง โดยใช
หลักฐานเชงิ ประจักษ
7. อธิบายความสําคัญของการสงั เคราะหด วยแสงของพืชตอส่งิ มชี วี ติ และสิง่ แวดลอม
8. บรรยายลักษณะและหนาทีข่ องไซเล็มและโฟลเอม็
9. เขยี นแผนภาพทีบ่ รรยายทิศทางการลําเลียงสารในไซเลม็ และโฟลเอ็มของพชื
10. อธิบายการสบื พันธุแบบอาศัยเพศและไมอ าศัยเพศของพชื ดอก
11. อธิบายลักษณะโครงสรางของดอกท่ีมสี วนทาํ ใหเ กิดการถา ยเรณู รวมทง้ั บรรยายการปฏิสนธิของพืชดอก
การเกิดผลและเมลด็ การกระจายเมล็ด และการงอกของเมลด็
12. ระบอุ วัยวะและบรรยายหนาที่ของอวัยวะทเ่ี ก่ียวของในระบบหายใจ
13. อธิบายกลไกการหายใจเขาและออก โดยใชแ บบจาํ ลอง รวมท้งั อธิบายกระบวนการแลกเปล่ยี นแกส
14. ตระหนกั ถึงความสําคญั ของระบบหายใจโดยการบอกแนวทางในการดแู ลรกั ษาอวัยวะในระบบหายใจให
ทํางานเปน ปกติ
15. ระบุอวยั วะและบรรยายหนาทีข่ องอวัยวะในระบบขับถายในการกาํ จัดของเสียทางไต
16. ตระหนกั ถึงความสาํ คัญของระบบขบั ถายในการกาํ จัดของเสียทางไต โดยการบอกแนวทางในการปฏบิ ัติ
ตนทชี่ วยใหร ะบบขบั ถายทําหนา ท่ไี ดอยา งปกติ
17. บรรยายโครงสรางและหนาที่ของหัวใจหลอดเลือด และเลอื ด
18. อธบิ ายการทาํ งานของระบบหมนุ เวยี นเลอื ดโดยใชแบบจําลอง
19. ตระหนกั ถึงความสําคัญของระบบหมนุ เวยี นเลือด โดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบ
หมนุ เวยี นเลือดใหทาํ งานเปนปกติ
20. ระบุอวยั วะและบรรยายหนาทข่ี องอวัยวะในระบบประสาทสว นกลาง ในการควบคมุ การทาํ งานตา ง ๆ
ของรางกาย
21. ตระหนักถึงความสาํ คัญของระบบประสาทโดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษา รวมถึงการปองกนั การ
กระทบ กระเทอื นและอันตรายตอสมองและไขสันหลัง
22. ระบุอวยั วะและบรรยายหนา ที่ของอวยั วะในระบบสืบพนั ธุของเพศชายและเพศหญิงโดยใชแ บบจาํ ลอง
23. อธิบายผลของฮอรโ มนเพศชายและเพศหญงิ ที่ควบคุมการเปลีย่ นแปลงของรางกายเมอ่ื เขาสูวัยหนมุ สาว
24. ตระหนักถึงการเปลีย่ นแปลงของรางกายเม่ือเขาสูว ยั หนุม สาวโดยการดูแลรกั ษารา งกายและจิตใจของ
ตนเองในชวงท่มี ีการเปลี่ยนแปลง
25. อธิบายการตกไข การมีประจําเดอื นการปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกตจนคลอดเปน ทารก
26. เลือกวิธกี ารคุมกําเนิดทเี่ หมาะสมกบั สถานการณท ่กี ําหนด
รวม 26 ผลการเรยี นรู
คาํ อธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน/เพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วชิ า วิทยาศาสตรกับของเลนพื้นบาน รหสั วชิ า ว20203 ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 1
จํานวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรียนท้ังส้ิน 40 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน
ศึกษาเกย่ี วกบั ความหมายของวิทยาศาสตร กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร ระยะทาง การกระจัด ความเรว็ อตั ราเร็ว แรงและการเคลอ่ื นที่ และของเลนพ้ืนบา นตา งๆ
โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสบื คนขอมลู การสํารวจตรวจสอบ การ
อภปิ ราย การลงขอสรุป และการอธบิ าย
เพ่ือใหเกิดความรู ความคิด ความเขา ใจ สามารถสอื่ สารสิง่ ทเี่ รยี นรู มีความสามารถในการตัดสินใจ มคี วาม
อยากรูอยากเหน็ มีความรบั ผิดชอบ รอบคอบ ทํางานเปน กลุม สามารถนาํ ความรูไปใชในชวี ติ ประจําวนั ได มจี ิต
วทิ ยาศาสตรแ ละจริยธรรมในการ ใชค วามรูทางวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีอยา งมีคุณธรรมตอสงั คมและสิ่งแวดลอม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร
2. อธิบายทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
3.ทดลองและอธบิ ายแรง ระยะทาง อัตราเรว็ และความเรว็ ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ
4. สืบคนขอ มูลและนาํ ความรูเกีย่ วกับแรงไปใชประโยชนใ นชวี ติ ประจําวัน
5. สบื คน ขอมูลและนําเสนอของเลน พ้ืนบา น พรอมท้งั อธบิ ายวธิ เี ลนและประโยชนจากการเลนได
6.ประดษิ ฐของเลนพ้ืนบานอธิบายหลักการทาํ งานของของเลน พน้ื บานโดยใชห ลักการทาง
วทิ ยาศาสตรได
รวม 6 ผลการเรยี นรู
คําอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน/เพิ่มเติม
กลุม สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวิชา วิทยาศาสตรก ับความงาม รหัสวชิ า ว20204 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 1
จาํ นวน 1 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรียนท้ังหมด 20 คาบ/ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศึกษา วเิ คราะห ตรวจสอบ และอธบิ าย ความงามท่สี มวยั และปจจัยทม่ี ผี ลตอความงาม การดูแลความงาม
และการเลือกใชเครื่องสาํ อาง เคร่ืองสําอางในชีวติ ประจาํ วัน การใชส มนุ ไพรในทองถ่ินเพือ่ ความงามและสุขภาพ
เทคโนโลยเี พือ่ ความงามและสุขภาพ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคิด ความเขา ใจ
สามารถสื่อสารส่งิ ท่รี ู มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นาํ ความรไู ปใชใ นชีวติ ประจาํ วนั มีจิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม
คณุ ธรรมและคา นยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู
1.อธิบายสว นตา ง ๆ ของรา งกายท่ีเก่ียวขอ งกบั ความงาม และแนวทางในการดูแลอยา งถูกตองและ
เหมาะสม
2.สืบคน ขอ มูล สํารวจตรวจสอบและอธบิ ายผลติ ภัณฑแ ละเทคโนโลยีเก่ียวกบั ความงามประเภทตางๆ
3.สืบคนขอมลู และสาํ รวจตรวจสอบภมู ปิ ญ ญาไทยที่เก่ยี วกับความงาม
4.นําความรไู ปใชในการเลือกใชผลติ ภัณฑและเทคโนโลยเี กี่ยวกับความงามไดอยางถูกตองและ เหมาะสม
5.สื่อสารสิ่งท่เี รียนรู และสรา งสรรคผ ลงานเกยี่ วกบั ความงามอยา งมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
รวม 5 ผลการเรยี นรู
คาํ อธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน/เพิ่มเติม
กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า ชวี วทิ ยานา รู 2 รหัสวิชา ว20205 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 1
จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรยี นทง้ั หมด 40 คาบ/ช่ัวโมง : ภาคเรยี น
เขาใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธระหวางส่ิงไมมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ
ระหวางส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตตาง ๆ ในระบบนิเวศ การถายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ
ความหมายของประชากรปญหาและผลกระทบที่มีตอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม แนวทางในการอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ ขปญ หาส่ิงแวดลอ ม เขาใจกระบวนการและความสําคัญของการถายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลตอสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ
ววิ ฒั นาการของส่งิ มชี วี ติ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุปเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ
ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมท้ังทักษะแหงศตวรรษท่ี 21 ในดานการใชเทคโนโลยี สารสนเทศ ดานการคิดและ
การแกป ญ หา ดานการสอ่ื สาร สามารถสื่อสารส่ิงท่เี รยี นรแู ละนําความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง
มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคา นิยมท่ีเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความสัมพันธร ะหวา ง ยนี ดเี อน็ เอและโครโมโซม โดยใชแบบจาํ ลอง
2. อธิบายการถายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมจากการผสมโดยพจิ ารณาลกั ษณะเดยี วที่แอลลลี เดน ขม แอลลีล
ดอ ยอยางสมบรู ณ
3. อธบิ ายการเกดิ จีโนไทปและฟโนไทปข องลกู และคํานวณอัตราสว นการเกิดจโี นไทปและฟโนไทปข องรุน ลูก
4. อธบิ ายผลทีเ่ กดิ จากการเปลีย่ นแปลงลาํ ดบั นวิ คลีโอไทดใ นดเี อ็นเอตอ การแสดงลกั ษณะของสิ่งมีชีวติ
5. สบื คนขอ มูลและยกตวั อยางการนาํ มวิ เทชันไปใชประโยชน
6. สบื คนขอมลู และอภิปรายผลของเทคโนโลยีทางดเี อ็นเอที่มีตอมนุษยและสิง่ แวดลอม
7. สืบคนขอมลู อธบิ าย และยกตัวอยางความหลากหลายของสิง่ มีชีวติ ซ่ึงเปน ผลมาจากวิวฒั นาการ
8. อธบิ ายปฏสิ ัมพันธขององคป ระกอบของระบบนิเวศท่ีไดจากการสาํ รวจ
9. อธิบายรปู แบบความสัมพันธระหวางสิง่ มชี วี ติ กับส่งิ มชี วี ิตรูปแบบตาง ๆ ในแหลง ทอี่ ยเู ดยี วกัน ท่ีไดจากการ
สาํ รวจ
10. สรา งแบบจาํ ลองในการอธิบายการถา ยทอดพลังงานในสายใยอาหาร
11. อธบิ ายความสมั พันธของผผู ลติ ผบู รโิ ภคและผยู อ ยสลายสารอนิ ทรยี ใ นระบบนิเวศ
12. อธิบายการสะสมสารพษิ ในสิง่ มีชีวติ ในโซอาหาร
13. ตระหนกั ถึงความสมั พันธข องสงิ่ มชี วี ิตและสิ่งแวดลอมในระบบนเิ วศ โดยไมท าํ ลายสมดลุ ของระบบนเิ วศ
รวม 13 ผลการเรยี นรู
คําอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน/เพ่มิ เตมิ
กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วชิ า วทิ ยาศาสตรกับความงาม 2 รหสั วิชา ว20206 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 1
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรียนทั้งสิ้น 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรยี น
ศึกษา วิเคราะห ตรวจสอบ และอธิบาย ความงามทส่ี มวยั และปจ จัยทม่ี ีผลตอ ความงาม การดูแลความงาม
และการเลือกใชเ คร่ืองสาํ อาง เครอ่ื งสาํ อางในชวี ิตประจาํ วัน การใชสมนุ ไพรในทองถิ่นเพื่อความงามและสุขภาพ
เทคโนโลยเี พอ่ื ความงามและสุขภาพ โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ
สามารถสื่อสารส่งิ ทร่ี ู มีความสามารถในการตดั สินใจ นําความรูไปใชในชวี ิตประจําวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม
คุณธรรมและคานยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1.อธิบายสว นตา ง ๆ ของรา งกายท่ีเก่ยี วของกับความงาม และแนวทางในการดูแลอยางถกู ตองและ
เหมาะสม
2.สบื คนขอมูล สาํ รวจตรวจสอบและอธบิ ายผลิตภัณฑและเทคโนโลยเี กย่ี วกบั ความงามประเภทตา งๆ
3.สบื คนขอมูลและสํารวจตรวจสอบภูมิปญ ญาไทยทีเ่ กยี่ วกับความงาม
4.นําความรูไปใชใ นการเลือกใชผลติ ภัณฑและเทคโนโลยเี ก่ียวกบั ความงามไดอยา งถูกตองและ เหมาะสม
5.สอื่ สารสงิ่ ทีเ่ รียนรู และสรางสรรคผลงานเกย่ี วกับความงามอยา งมคี ณุ ธรรมและจริยธรรม
รวม 5 ผลการเรยี นรู
คําอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน/เพม่ิ เตมิ
กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า สนกุ กบั โครงงานวิทยาศาสตร 1 รหัสวชิ า ว20207 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 2
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.0 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรยี นท้งั หมด 40 คาบ/ชั่วโมง : ภาคเรียน
ศึกษา วิเคราะห ทํากจิ กรรม สรา งแรงบันดาลใจ ในการทาํ โครงงานวทิ ยาศาสตร ลักษณะสําคัญของโครงงาน
วิทยาศาสตรป ระเภทตา ง ๆ การเริม่ ตน ทาํ โครงงานวทิ ยาศาสตร ดว ยการต้งั คําถามและการสืบคนขอมูล การวางแผน
และการออกแบบโครงงานวทิ ยาศาสตร การเขียนเคา โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีรู มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ นําความรูไ ปใชในชวี ิตประจาํ วนั
มีจิตวทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา นยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู
1. ต้งั คําถามจากสถานการณตา ง ๆ ตามความสนใจ โดยมีประเด็นหรอื ตัวแปรที่สําคัญในการสํารวจ
ตรวจสอบหรอื ศกึ ษาไดอ ยา งครอบคลุมและเชื่อถือได
2.ออกแบบและวางแผนการสํารวจตรวจสอบ โดยมกี ารกําหนดและควบคุมตวั แปรตาง ๆ กาํ หนด
นยิ ามเชงิ ปฏบิ ตั ิการ เลือกวธิ ีการสาํ รวจตรวจสอบเชงิ ปรมิ าณ เชงิ คณุ ภาพท่ีไดผ ลเที่ยงตรงและ ปลอดภัย
โดยใชวสั ดุและเครือ่ งมอื ที่เหมาะสมรวมถึงจดั ทาํ เคาโครงของโครงงานวิทยาศาสตรไ ด
รวม 2 ผลการเรยี นรู
คาํ อธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน/เพิ่มเติม
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า สนกุ กบั โครงงานวทิ ยาศาสตร 2 รหัสวชิ า ว20207 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 2
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรยี นท้ังหมด 40 คาบ/ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศึกษา วเิ คราะห ทาํ กจิ กรรม สรา งแรงบันดาลใจ ในการทําโครงงานวทิ ยาศาสตร ลักษณะสําคัญของโครงงาน
วิทยาศาสตรป ระเภทตา ง ๆ การเรมิ่ ตนทาํ โครงงานวิทยาศาสตร ดว ยการตง้ั คาํ ถามและการสืบคนขอมูล การวางแผน
และการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร การเขียนเคาโครงของโครงงานวิทยาศาสตร การทําโครงงานวิทยาศาสตร
การเขียนรายงาน และการนาํ เสนอโครงงานวทิ ยาศาสตร
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีรู มี
ความสามารถในการตดั สินใจ นําความรูไปใชในชีวติ ประจําวัน
มจี ติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา นิยมท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1.วเิ คราะหแ ละอธบิ ายผลการทดลองเชื่อมโยงกบั สมมติฐาน และสถานการณในชวี ิตประจําวันได
2.ทําโครงงานวทิ ยาศาสตร ตามความสนใจ โดยมขี น้ั ตอนของกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ในการ
แกปญ หา และนําเสนอไดอยางเหมาะสม
รวม 2 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน/เพิ่มเตมิ
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวชิ า เคมีนารู 1 รหสั วิชา ว20208 ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 2
จํานวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.0 หนวยกิต
จํานวนเวลาเรยี นทั้งหมด 40 คาบ/ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษา วเิ คราะห และอธบิ ายฝกทักษะการเลอื กใชอ ุปกรณหรือเครื่องมือในการปฏิบัตกิ ารเคมีไดอยา ง
เหมาะสม สํารวจและอธบิ ายองคประกอบ สมบตั ิของธาตุและสารประกอบ และสารประกอบพรอมทั้งเปรยี บเทียบ
สมบัตขิ องธาตโุ ลหะ อโลหะ ธาตุก่ีงโลหะ และธาตุกัมมันตรังสไี ด สามารถนาํ ความรไู ปปรบั ใชในการเรียนได อธิบาย
หลักการแยกสารแตล ะวธิ ีและนาํ ความรูไปใชป ระโยชนไ ด อธิบายการเปล่ยี นแปลงสมบตั ิ มวลและพลงั งานเม่อื สาร
เกิดปฏกิ ิริยาเคมไี ด และบอกปจ จัยและอธบิ ายผลของการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมีได สามารถเขียนแผนการทดลอง ทดลอง
และเขยี นรายงานการทดลองไดอ ยา งถูกตอง พรอ มท้ังเขียนสมการเคมีทเี่ กิดขึ้น รูจ กั สารเคมใี นชีวิตประจาํ วนั และนํา
สารท่ีรจู กั ไปใชประโยชนไดอยา งถกู ตอง
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห
เปรียบเทียบ อธิบาย และสรุป เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ มีความสามารถ ในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการ
ทางวิทยาศาสตร รวมท้ังทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิดและ
การแกปญหา ดานการสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรูและนําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง เห็นคุณคาของการนําความรูไปใช
ประโยชนใ นชวี ติ ประจาํ วนั
มจี ติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. เลอื กใชอ ุปกรณห รือเคร่ืองมือในการปฏิบัติการเคมีไดอยางเหมาะสม
2. สาํ รวจและอธบิ ายองคประกอบ สมบัตขิ องธาตุและสารประกอบ
3. เปรียบเทียบสมบตั ิของธาตโุ ลหะ ธาตอุ โลหะ ธาตุกึง่ โลหะและธาตุกัมมันตรังสีและนําความรูไปใชป ระโยชน
4. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบตั ิ มวล และพลงั งานเมื่อสารเกิดปฏกิ ิริยาเคมี รวมท้งั อธิบายปจจยั ท่ี
มผี ลตอ การเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
5. ทดลอง อธิบายและเขยี นสมการเคมีของปฏิกิรยิ าของสารตางๆ และนําความรไู ปใชป ระโยชน
6. สืบคน ขอ มลู และอภิปรายผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมีตอสงิ่ มชี วี ติ และสง่ิ แวดลอม
รวม 6 ผลการเรยี นรู
คําอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน/เพิ่มเตมิ
กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวชิ า สะเตม็ เพอื่ พัฒนาคุณภาพชวี ิต รหสั วชิ า ว20209 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 2
จํานวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.0 หนว ยกิต
จาํ นวนเวลาเรียนท้งั หมด 40 คาบ/ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ระบุปญ หาทีพ่ บจากการรวบรวมขอ มูลโดยใชก ารคิดอยางมวี ิจารณญาณ กาํ หนดขอบเขตของปญ หา
วเิ คราะหแ ละเลือกขอมูลทเ่ี หมาะสมเพื่อแกป ญหาและประเมินความเปนไปไดของวธิ กี ารแกปญ หาได ออกแบบวิธีการ
แกปญหาโดยเช่ือมโยงความรูและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตรและคณิตศาสตร โดย
เลอื กวิธกี ารแกป ญ หาทเ่ี หมาะสมภายใตเ งื่อนไขทกี่ าํ หนด อธิบายแนวคดิ ทีใ่ ชใ นการออกแบบวิธีการแกปญ หา วาง
แผนการแกป ญหาอยางเปนขั้นตอน ดําเนินการแกปญ หาโดยใชเ ครื่องมือ และอุปกรณอยา งถกู ตองและปลอดภัย
บันทึกขั้นตอนการแกปญหาและผลการแกป ญหาอยา งเปน ระบบ ตามความเปน จริงและสอดคลองกบั ปญหา ทดสอบ
และประเมินผลและปรบั ปรงุ แกไ ขเพ่ือเพิ่มประสิทธภิ าพของวิธีการแกป ญหาหรอื เพิ่มประสทิ ธภิ าพของผลผลิต
นําเสนอวิธีการแกปญหาและผลการแกป ญหาใหผอู ื่นเขา ใจโดใชทักษะการสื่อสารอยางมีประสิทธภิ าพ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูลและการ
อภิปราย เพื่อใหผูเรียนเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ
เห็นคุณคาของการนําความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจําวัน มีความรับผิดชอบตอส่ิงแวดลอมและเจตคติที่ดีตอวิชา
วิทยาศาสตร
ผลการเรยี นรู
1. ระบปุ ญ หาที่พบ
2. รวบรวมขอมูลและแนวคิดที่เก่ียวของกับปญหา
3. ออกแบบวธิ ีการแกป ญ หาโดยเช่อื มโยงความรูและกระบวนการทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี
วิศวกรรมศาสตรแ ละคณติ ศาสตร
4. วางแผนและดําเนนิ การแกป ญหา
5. ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรงุ แกไ ขวธิ กี ารแกปญหา
6. นาํ เสนอวิธีการแกป ญหาและผลการแกป ญ หา
รวม 6 ผลการเรยี นรู
คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน/เพม่ิ เตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวิชา เคมีนา รู 1 รหัสวิชา ว20210 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 2
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนว ยกติ
จํานวนเวลาเรยี นทงั้ หมด 40 คาบ/ชวั่ โมง : ภาคเรยี น
ศึกษา วิเคราะห และอธิบาย สบื คน ขอมลู และอธบิ ายโครงสรา งอะตอม และสัญลกั ษณนิวเคลยี รข องธาตุ
สืบคนขอ มลู ทดลองและอธิบายการหลักการแยกสารดวยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การกล่ัน และโคร
มาโทกราฟ และนําความรไู ปใชประโยชนศึกษาองคประกอบและทดลองการเกดิ ปฏิกิรยิ าบางชนิดของไขมนั และนา้ํ มัน
คารโบไฮเดรต โปรตนี และองคป ระกอบและประเภทของกรดนวิ คลีอิก
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห
เปรียบเทยี บ อธิบาย และสรุป เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ มีความสามารถ ในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการ
ทางวิทยาศาสตร รวมท้ังทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิดและ
การแกปญหา ดานการส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรูและนําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง เห็นคุณคาของการนําความรูไปใช
ประโยชนในชวี ิตประจําวนั
มีจติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. สบื คน ขอมูลและอธบิ ายโครงสรางอะตอม และสัญลักษณนิวเคลียรข องธาตุ
2. ทดลองและอธบิ ายการหลกั การแยกสารดวยวิธกี ารกรอง การตกผลึก การสกดั การกล่ัน และโครมาโทก
ราฟ และนําความรไู ปใชประโยชน
3. ทดลองและอธิบายองคประกอบ ประโยชน และปฏกิ ริ ยิ า บางชนดิ ของคารโบไฮเดรต
4. ทดลองและอธบิ ายองคประกอบ ประโยชน และปฏกิ ริ ิยา บางชนดิ ของไขมันและน้าํ มนั
5. ทดลองและอธิบายองคประกอบ ประโยชน และปฏกิ ิรยิ าบางชนิดของโปรตีน และกรดนวิ คลีอิก
รวม 5 ผลการเรียนรู
คาํ อธิบายรายวิชาพื้นฐาน/เพิ่มเติม
กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า พลังงานทดแทนกบั การใชประโยชน รหสั วิชา ว20211 ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 3
จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนวยกิต
จํานวนเวลาเรยี นทง้ั หมด 20 คาบ/ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ศึกษา วเิ คราะห ทดลอง ตรวจสอบ เกย่ี วกบั พลังงานแสงอาทติ ย พลงั งานลม พลังงานนํ้า พลังงานชีวมวล
และพลังงานนวิ เคลียร เพื่อใหมีความรคู วามเขา ใจในหลักการทางวิทยาศาสตรของพลงั งานดงั กลาว และการนํามาใช
เปนพลงั งานทดแทน และตระหนักในบทบาทและผลกระทบของพลังงานเหลา น้นั ทีม่ ตี อมนษุ ยและส่ิงแวดลอม โดยใช
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสง่ิ ท่ีเรยี นรู มคี วามสามารถ
ในการตัดสนิ ใจ นําความรไู ปใชในชวี ติ ประจําวนั มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรมและคานิยมท่เี หมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายความสาํ คัญของพลังงานทดแทน
2. อธิบายหลกั การทางวทิ ยาศาสตร ในการนําพลงั งานแสงอาทติ ย พลังงานลม พลังงานนา้ํ พลงั งานชวี มวล
และพลังงานนิวเคลยี ร ไปใชประโยชน
3. อธบิ ายการใชประโยชน พลังงานแสงอาทิตย พลังงานลม พลงั งานน้ํา พลงั งานชีวมวลและพลังงานนิวเคลยี ร
ในประเทศไทย
4. อธบิ ายขอ ดีและขอ จํากัดเกีย่ วกับการใชป ระโยชนและแนวทางการพฒั นา ของพลังงานแสงอาทติ ย พลังงาน
ลม พลังงานนํา้ พลงั งานชวี มวลและพลังงานนิวเคลยี ร
รวม 4 ผลการเรียนรู
คําอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน/เพิม่ เติม
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า ฟสกิ สนา รู 1 รหสั วชิ า ว20212 ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3
จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนวยกติ
จํานวนเวลาเรียนทง้ั หมด 40 คาบ/ช่วั โมง : ภาคเรียน
ศึกษา หลักการของกลศาสตรในเร่อื งคณิตศาสตรส ําหรบั ฟสิกส หนวยวดั ทีจ่ ําเปนตอ งรู ปริมาณทางฟสิกส
การบอกตําแหนง ของวัตถุ หลักการของเครอ่ื งเคาะสญั ญาณเวลา และอธิบายการเคลือ่ นที่แนวตรงของวตั ถุ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห
เปรยี บเทียบ อธิบาย และสรปุ เพอ่ื ใหเกิดความรู ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทาง
วิทยาศาสตร รวมทั้งทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิดและการ
แกปญหา ดานการส่ือสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง เห็นคุณคาของการนําความรูไปใช
ประโยชนใ นชวี ิตประจาํ วนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นิยมทเี่ หมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายคณิตศาสตรพน้ื ฐานทั่วไป สาํ หรับฟส ิกส
2. อธิบายหนว ยวดั ทางฟสกิ สไ ด
3. อธิบายปรมิ าณทางฟสกิ สได
4. วิเคราะหและอธิบายตําแหนงของวตั ถุได
5. อธิบายและวเิ คราะหห ลักการของเคร่ืองเคาะสัญญาณเวลาได
6. อธิบายการเคล่อื นที่แนวตรงของวัตถไุ ด
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู
คําอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน/เพิม่ เติม
กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า เชอ้ื เพลงิ เพอ่ื การคมนาคม รหสั วชิ า ว20213 ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3
จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกิต
จํานวนเวลาเรียนทั้งหมด 20 คาบ/ชั่วโมง : ภาคเรยี น
ศกึ ษา วเิ คราะห ทดลอง องคป ระกอบและประเภทของปโ ตรเลยี ม หินตน กาํ เนิดและแหลงกักเก็บปโตรเลียม
การสํารวจและแหลงปโตรเลียม ผลกระทบและแนวทางแกไขท่ีเกิดจากการสํารวจและการผลิตปโตรเลียม การแยก
กาซธรรมชาติ การกล่ันน้ํามันดิบ ผลิตภัณฑจากกาซธรรมชาติและจากการกลั่นน้ํามันดิบ และการใชประโยชน
ผลกระทบจากกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑจากปโตรเลียมและแนวทางแกไข สถานการณพลังงานของโลกและของ
ประเทศไทย การใชพลังงานดานการคมนาคมของประเทศไทย การกําหนดราคาน้ํามันเช้ือเพลิง ผลกระทบและแนว
ทางการแกไขผลจากการใชเช้ือเพลิงเพ่ือการคมนาคม เชื้อเพลิงที่เปนพลังงานทดแทน โดยใชกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่รู มีความสามารถในการตัดสินใจ นํา
ความรูไ ปใชในชีวิตประจําวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคานยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายความสําคัญ และการกําเนิด ของปโตรเลยี ม กา ซธรรมชาติ ถานหนิ และหนิ นํ้ามัน
2. อธิบายแหลง การสาํ รวจ และปรมิ าณสํารองของปโ ตรเลียม และ แกสธรรมชาติ
3. อธบิ ายผลิตภณั ฑปโ ตรเลยี มและการนาํ ไปใชป ระโยชน
4. อธิบายโครงสรา งราคาและวิเคราะหสถานการณการใชนํา้ มันเชอ้ื เพลงิ เพอ่ื การคมนาคม
5. อธิบายประเภทและการใชป ระโยชน จากเชื้อเพลิงทีเ่ ปนพลงั งานทดแทน
6. นําเสนอแนวทางการใชป โตรเลียม และแกสธรรมชาติ อยางประหยดั และถกู วิธี
รวม 6 ผลการเรยี นรู
คาํ อธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน/เพม่ิ เตมิ
กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวิชา ฟส กิ สน ารู 2 รหัสวชิ า ว20214 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 3
จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนวยกิต
จาํ นวนเวลาเรยี นทั้งหมด 40 คาบ/ชว่ั โมง : ภาคเรยี น
ศึกษา การหาขนาดและทิศทางของแรงลัพธ วิเคราะหมวล น้ําหนัก และความสัมพันธของมวลและน้ําหนัก
ของวตั ถุ กฎการเคล่ือนทข่ี องนิวตัน แรงเสยี ดทานในชวี ติ ประจําวัน และการเคลือ่ นท่แี นวโคง
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคน ขอมูล การสงั เกต
วิเคราะหเปรียบเทียบ อธิบาย และสรุป เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ
มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมท้ังทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
ดา นการคดิ และการแกป ญ หา ดา นการส่อื สารสง่ิ ทเ่ี รียนรูแ ละนาํ ความรูไปใชใ นชีวติ ของตนเอง
เหน็ คณุ คา ของการนําความรูไ ปใชประโยชนในชวี ติ ประจาํ วนั มีจิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม
คุณธรรม และคา นิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู
1. วเิ คราะหแ ละอธบิ ายการหาขนาดและทิศทางของแรงลพั ธได
2. วิเคราะหและอธิบายความหมายของ มวล และนํ้าหนักของวัตถุ และหาความสัมพันธระหวาง
มวลและน้าํ หนกั ของวัตถไุ ด
3. อธิบายกฎการเคลอ่ื นท่ีของนิวตนั ได
4. วิเคราะหและอธบิ ายแรงเสยี ดทานในชวี ติ ประจาํ วนั ได
5. วิเคราะหและอธบิ ายการเคลือ่ นท่แี บบโพรเจคไทลได
6. วิเคราะหและอธิบายการเคลื่อนทแ่ี บบวงกลมได
รวม 6 ผลการเรียนรู
คําอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วชิ า ฟสิกสพ้นื ฐาน 1 รหัสวชิ า ว30101 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 4
จาํ นวน 4 คาบ/สัปดาห จํานวน 2.0 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทั้งสิ้น 80 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน
ศึกษาการคนหาความรูทางฟสิกส ประวัติความเปนมา รวมท้ังพัฒนาการของหลักการและแนวคิด
ทางฟส ิกสทม่ี ผี ลตอการแสวงหาความรใู หมและการพฒั นาเทคโนโลยี การวัดและการรายงานผลการวัด ปริมาณทาง
ฟสกิ ส หลักการของกลศาสตรในเรื่องการเคลื่อนท่ีของวัตถุในแนวตรง แรง การหาแรงลัพธของแรงสองแรงท่ีทํามุม
ตอกัน การเขียนแผนภาพวัตถุอิสระ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโนมถวงสากล แรงเสียดทานระหวาง
ผิวสัมผสั คหู นงึ่ ๆ ในกรณีทีว่ ตั ถหุ ยดุ นิง่ และวัตถเุ คล่อื นท่ี
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห
เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุปเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ
ปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร รวมทัง้ ทักษะแหง ศตวรรษท่ี 21 ในดานการใชเทคโนโลยี สารสนเทศ ดานการคิดและ
การแกป ญหา ดา นการสอ่ื สาร สามารถส่อื สารสง่ิ ที่เรียนรแู ละนําความรไู ปใชใ นชวี ติ ของตนเอง
มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา นิยมทีเ่ หมาะสม
รหัสตวั ช้ีวัด
1. สบื คน และอธบิ ายการคนหาความรูทางฟสกิ ส ประวตั ิความเปนมา รวมท้งั พัฒนาการของ
หลกั การและแนวคดิ ทางฟส ิกสท มี่ ีผลตอการแสวงหาความรูใหมแ ละการพฒั นาเทคโนโลยี
2. วัด และรายงานผลการวดั ปรมิ าณทางฟส กิ สไดถ ูกตองเหมาะสม โดยนาํ ความคลาดเคล่ือน
ในการวดั มาพจิ ารณาในการนําเสนอผล รวมทั้งแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วเิ คราะห
และแปลความหมายจากกราฟเสนตรง
3.ทดลอง และอธิบายความสัมพนั ธร ะหวา ง ตําแหนง การกระจดั ความเรว็ และความเรงของ
การเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุในแนวตรงทีม่ คี วามเรงคงตวั จากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาคา
ความเรงโนม ถว งของโลก และคาํ นวณปริมาณตา ง ๆ ท่ีเก่ียวขอ ง
4.ทดลอง และอธิบายการหาแรงลัพธข องแรงสองแรงที่ทาํ มุมตอกัน
5.เขยี นแผนภาพของแรงที่กระทาํ ตอวตั ถุอิสระทดลอง และอธบิ ายกฎการเคลือ่ นท่ีของนิวตัน
และการใชกฎการเคลื่อนท่ขี องนวิ ตันกับสภาพการเคล่ือนท่ีของวัตถุ รวมท้ังคํานวณปริมาณตา ง ๆ
ทีเ่ ก่ยี วของ
6.อธบิ ายกฎความโนม ถวงสากลและผลของสนามโนม ถวงทท่ี าํ ใหวตั ถุมนี ้าํ หนกั รวมทั้งคาํ นวณ
ปรมิ าณตาง ๆ ที่เกยี่ วของ
7.วเิ คราะห อธิบาย และคํานวณแรงเสียดทานระหวางผวิ สัมผสั ของวัตถุคูหนง่ึ ๆ ในกรณีที่วตั ถุ
หยดุ นิง่ และวัตถเุ คลื่อนท่ี รวมทั้งทดลองหาสมั ประสิทธค์ิ วามเสียดทานระหวา งผิวสัมผสั ของวัตถคุ ู
หนึ่ง ๆ และนาํ ความรูเร่ืองแรงเสียดทานไปใชใ นชีวติ ประจาํ วัน
รวม 7 ตัวช้ีวดั
คาํ อธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
วิชา เคมีพืน้ ฐาน 1 รหัสวิชา ว30121 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 4
จาํ นวน 3 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.5 หนว ยกติ
จาํ นวนเวลาเรยี นทงั้ สน้ิ 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน
ศึกษาเก่ยี วกบั สัญลักษณแสดงความเปนอันตรายของสารเคมใี นระบบ GHS และ NFPA ขอควรปฏบิ ตั ใิ นการ
ทาํ ปฏิบัติการเคมี ทงั้ กอนทาํ ปฏิบัติการ ขณะทําปฏบิ ัติการ และหลังทาํ ปฏิบตั ิการ การกําจดั สารเคมี และการปฐม
พยาบาลเม่ือไดรบั อบุ ตั เิ หตุจากสารเคมี ศึกษาการพิจารณาความนาเชอ่ื ถือของขอ มูลที่ไดจากการวดั จากความเทย่ี ง
และความแมน อปุ กรณว ดั ปริมาตรและวัดมวล เลขนัยสาํ คัญ หนวยวดั ในระบบเอสไอ แฟกเตอรเปล่ียนหนวย รวมทงั้
วิธีการทางวทิ ยาศาสตร ทักษะกระบวนการการทางวิทยาศาสตร และจิตวทิ ยาศาสตรศกึ ษาแบบจาํ ลองอะตอมขอ
งดอลตัน รทั เทอรฟอรด โบร และแบบกลุม หมอก เขยี นและแปรความหมายสญั ลกั ษณน ิวเคลียรข องธาตุ เลขอะตอม
เลขมวล ไอโซโทป เขียนการจัดเรียงอเิ ลก็ ตรอนในอะตอม ศึกษาความหมายของระดบั พลังงานของอิเล็กตรอน ออร
บทิ ัล เวเลนซอิเลก็ ตรอน ววิ ัฒนาการของการสรางตารางธาตุและตารางธาตุในปจจบุ ัน แนวโนมสมบัติบางประการ
ของธาตใุ นตารางธาตุตามหมูและตามคาบ เก่ยี วกับขนาดอะตอม ขนาดไอออน พลังงานไอออไนเซชัน สมั พรรคภาพ
อิเล็กตรอน อิเล็กโทรเนกาติวิตี ศกึ ษาสมบตั ขิ องธาตุแทรนซชิ ัน ธาตกุ มั มันตรังสี การเกิดกมั มันตภาพรงั สี การนาํ ธาตุ
ไปใชประโยชน รวมทงั้ ผลกระทบตอ สงิ่ มชี ีวติ และส่ิงแวดลอม ศกึ ษาพันธะเคมี สญั ลกั ษณแบบจุดของลวิ อสิ และกฎ
ออกเตต การเกิดพนั ธะไอออนิก สตู รเคมีและชื่อสารประกอบไอออนกิ พลงั งานกับการเกิดสารประกอบไอออนกิ
สมบตั ิของสารประกอบไอออนิก สมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิ การเกดิ พันธะโคเวเลนต โครงสรา งลิวอิส
สตู รโมเลกลุ และช่ือของสารโคเวเลนต ความยาวและพลังงานพนั ธะ เรโซแนนซ การคํานวณพลังงานพันธะและ
พลงั งานของปฏิกริ ิยา รูปรา งและสภาพข้ัวของโมเลกลุ โคเวเลนต แรงยึดเหนีย่ วระหวา งโมเลกลุ และสมบัตขิ องสาร
โคเวเลนต สารโคเวเลนตโ ครงรา งตาขา ย การเกิดพนั ธะโลหะ และสมบัติของโลหะ และการนาํ สารประกอบชนิดตางๆ
ไปใชประโยชน
โดยใชก ารเรยี นรดู วยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู สบื คนขอมลู การสงั เกต
วเิ คราะห เปรยี บเทยี บ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือใหเกดิ ความรู ความเขา ใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะปฏบิ ตั กิ ารทางวิทยาศาสตร รวมทัง้ ทักษะแหงศตวรรษท่ี 21 ในดา นการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิด
และการแกป ญหา ดานการสื่อสาร สามารถสือ่ สารสงิ่ ทเ่ี รยี นรแู ละนาํ ความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง
มจี ิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคา นิยมทเี่ หมาะสม
รหสั ตวั ชี้วดั
1. บอกและอธิบายขอปฏิบัติเบ้ืองตนและปฏิบตั ิตนท่ีแสดงถงึ ความตระหนักในการทําปฏิบัตกิ ารเคมเี พือ่ ใหมี
ความปลอดภัยทัง้ ตอตนเอง ผูอ่ืนและส่ิงแวดลอมและเสนอแนวทางแกไขเมอื่ เกดิ อบุ ตั ิเหตุ
2. เลอื กและใชอปุ กรณหรอื เครอื่ งมือในการทําปฏบิ ตั ิการและวดั ปรมิ าณตางๆไดอยา งเหมาะสม
3. ระบหุ นวยวัดปริมาณตา งๆของสารและเปลยี่ นหนวยวัดใหเ ปน หนวยในระบบเอสไอดวยการใชแ ฟคเตอร
เปล่ียนหนว ย
4. นาํ เสนอแผนการทดลอง ทดลอง และเขียนรายงานการทดลอง
5. สืบคนขอ มูลสมมตุ ิฐาน การทดลองหรอื ผลการทดลองท่เี ปน ประจักษพยานในการเสนอแบบจําลองอะตอม
ของนักวทิ ยาศาสตรและอธบิ ายววิ ัฒนาการของแบบจําลองอะตอม
6. เขยี นสัญลักษณน วิ เคลยี รของธาตุ และระบุจาํ นวนโปรตรอน นวิ ตรอน และอิเล็กตอนของอะตอม
จากสญั ลกั ษณนวิ เคลียรร วมทั้งบอกความหมายของไอโซโทป
7. อธิบายและเขยี นการจัดเรียงอเิ ล็กตอนในระดับพลังงานหลกั และระดบั พลงั งานยอยเมื่อทราบเลขอะตอม
ของธาตุ
8. ระบุหมู คาบ ความเปนโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรเี ซนเททีฟ และธาตุแทรนซซิ ันในตารางธาตุ
9. วเิ คราะหและบอกแนวโนมสมบตั ิของธาตุเรพีเซนตเททีฟตามหมแู ละตามคาบ
10. บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซิซนั และเปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะในกลุม
ธาตเุ รพรีเซนเททีฟ
11. อธบิ ายสมบัติและคํานวณคร่ึงชีวติ ของไอโซโทปกมั มนั ตรังสี
12. สืบคนขอ มลู และยกตัวอยางการนาํ ธาตุมาใชประโยชนรวมทง้ั ผลกระทบตอ สิง่ มีชีวติ และสิ่งแวดลอม
13. อธบิ ายการเกิดไอออนและการเกดิ พนั ธะไอออนิก โดยใชแ ผนภาพ หรอื สญั ลักษณแบบจุดของลิวอสิ
14. เขียนสตู รและเรียกช่ือสารประกอบไอออนิก
15. คาํ นวณพลังงานท่ีเก่ียวของกบั ปฏิกิรยิ าการเกดิ สารประกอบไอออนิกจากวัฎจกั รบอรน -ฮาเบอร
16. อธบิ ายสมบัติของสารประกอบไอออนิก
17. เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏกิ ิริยาของสารประกอบไอออนิก
18. อธบิ ายการเกิดพนั ธะโคเวเลนซแบบพนั ธะเดีย่ ว พันธะคู และพนั ธะสามดว ยโครงสรา งลิวอสิ
19. เขียนสูตรและเรียกชื่อสารโคเวเลนซ
20. วเิ คราะหและเปรยี บเทยี บความยาวพนั ธะ และพลงั งานพนั ธะในสารโคเวเลนซ รวมทง้ั คํานวณพลังงานท่ี
เก่ียวของกับปฏกิ ริ ยิ าของสารโคเวเลนซจ ากพลังงานพนั ธะ
21. คาดคะเนรปู รางโมเลกุลโคเวเลนซโ ดยใชทฤษฎีการผลักระหวางคูอเิ ลก็ ตรอนในวงเลนซ และระบสุ ภาพขวั้
ของโมเลกลุ โคเวเลนซ
22. ระบชุ นดิ ของแรงยดึ เหนยี่ วระหวา งโมเลกลุ โคเวเลนซ และเปรยี บเทยี บจุดหลอมเหลว จุดเดอื ด และการ
ละลายนาํ้ ของสารโคเวเลนซ
23. สืบคน ขอมลู และอธิบายสมบัตขิ องสารโคเวเลนซโครงรางตาขา ยชนิดตางๆ
24. อธบิ ายการเกิดพนั ธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ
25. เปรียบเทยี บสมบตั บิ างประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนซ และโลหะ สบื คน ขอ มลู และ
นําเสนอตัวอยางการใชป ระโยชนของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนซ และโลหะไดอยางเหมาะสม
รวม 25 ผลการเรยี นรู
คาํ อธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
วิชา ชีววิทยา 1 รหัสวิชา ว30141 ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 4
จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.5 หนวยกติ
จาํ นวนเวลาเรียนทงั้ สิน้ 60 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน
ศึกษาเกีย่ วกบั ธรรมชาติของสิ่งมชี วี ติ ลกั ษณะเฉพาะของสงิ มชี ีวิต แขนงวิชาทเี่ ก่ยี วขอ งกับชีววทิ ยาและการใช
ความรทู างชวี วิทยาทเี่ ปนประโยชนต อ มนษุ ยแ ละสิ่งแวดลอ ม ชวี วิทยากบั การดาํ รงชวี ิตของส่งิ มชี วี ิต
ความตระหนักในเร่ืองของชีวจริธรรม การศึกษชีวิหยาโดยใชวิธีการทางวิทยาศาสตร รวมทั้งการศึกษาวิธีการทํางาน
ของนักวทิ ยาศาสตร และการนําความรูเก่ียวกับชีววิทยามาประยุกตใชในชีวิตประจําวัน การทํากิจกรรมสะเต็มศึกษา
โดยใชก ระบวนการออกแบบชงิ วิศวกรรมเพ่ือแกปญ หาในชวี ิตจริง ศกึ ษาเคมีท่เี ปนพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต โครงสรางและ
หนาที่ของสารตาง ๆ ที่เปนองคประกอบในเชลลของส่ิงมีชีวิต และปฏิกิริยากิริยาเคมีในเซลลของส่ิงมีชีวิต ศึกษา
สวนประกอบของกลองจุลทรรศนใชแสง หลักการทํางาน วิธีการใช รวมทั้งการดูแลและเก็บรักษา ศึกษาโครงสราง
และหนาท่ีของสวนท่ีหอหุมเซลล ไซโทพลาซึมและนิวเคลียส กรลําเลียงสารเขาและออกจากเชลล การหายใจระดับ
เชลลซึ่งเปนกระบวนการที่เชลลสรางพลังงานจากการสลายสารอาหาร สําหรับนําไปใชในกิจกรรมตาง ๆ ของเซลล
และการแบง เซลล
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรหรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม การสืบเสาะหาความรู การ
สืบคนขอมูล การสังเกต วิเคราะห เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร รวมท้ังทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ในดาน
การใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคิดและการแกปญหา ดานการส่ือสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรู
ไปใชในชวี ิตของตนเอง
มจี ิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม
รหสั ตัวช้ีวัด
1. อธบิ ายและสรปุ สมบตั ิที่สําคัญของสิง่ มีชีวิต และความสมั พนั ธข องการจัดระบบในสิง่ มีชวี ิตทท่ี าํ ให
ส่งิ มชี วี ติ ดํารงชวี ติ อยูได
2. อภปิ รายและบอกความสาํ คญั ของการระบปุ ญ หา ความสัมพนั ธระหวางปญ หา สมมติฐาน และวิธกี าร
ตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทง้ั ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมติฐาน
3. สืบคนขอมูล อธบิ ายเกี่ยวกับสมบัตขิ องน้ําและบอกความสําคญั ของน้าํ ท่ีมีตอ สิง่ มีชวี ติ และยกตวั อยาง
ธาตุชนิดตาง ๆ ท่ีมคี วามสาํ คญั ตอรางกายสงิ่ มชี ีวิต
4. สืบคน ขอมลู อธบิ ายโครงสรา งของคารโบไฮเดรต ระบุกลมุ ของคารโ บไฮเดรต รวมทงั้ ความสําคญั ของ
คารโบไฮเดรตทีม่ ีตอสงิ่ มีชีวิต
5. สบื คน ขอมลู อธิบายโครงสรา งของโปรตีน และความสาํ คัญของโปรตีนท่ีมีตอสิง่ มีชวี ิต
6. สบื คน ขอมลู อธิบายโครงสรางของลิพดิ และความสาํ คัญของลิพิดทม่ี ีตอส่งิ มชี วี ติ
7. อธิบายโครงสรางของกรดนิวคลิอิก ระบุชนิดของกรดนิวคลิอิก และความสาํ คัญของกรดนิวคลิอิกท่มี ี
ตอ สิ่งมชี วี ติ
8. สบื คนขอมลู และอธิบายปฏกิ ริ ยิ าเคมีทเ่ี กิดข้นึ ในสง่ิ มชี ีวติ
9. อธบิ ายการทาํ งานของเอนไซมในการเรงปฏกิ ิรยิ าเคมใี นสงิ่ มชี วี ิต และระบุปจ จยั ที่มีผลตอการทํางาน
ของเอนไซม
10. บอกวิธกี ารและเตรยี มตวั อยางส่ิงมีชวี ิตเพื่อศึกษาภายใตก ลองจุลทรรศนใชแ สง วดั ขนาด
โดยประมาณ และวาดภาพทป่ี รากฏภายใตกลอง บอกวิธกี ารใช และการดแู ลรกั ษากลองจลุ ทรรศนใช
แสงท่ถี กู ตอง
11. อธิบายโครงสราง และหนา ทขี่ องสวนท่ีหอ หมุ เซลลของเซลลพชื และเซลลสัตว
12. สบื คน ขอมูล อธิบาย และระบชุ นิดและหนา ท่ขี องออรแ กเนลล
13. อธบิ ายโครงสราง และหนา ท่ีของนวิ เคลียส
14. อธิบายและเปรียบเทยี บการแพร ออสโมซสิ การแพรแบบฟาซลิ เิ ทต และแอกทีฟทรานสปอรต
15. สบื คน ขอมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลําเลยี งสารโมเลกุลใหญออกจากเซลลด วยกระบวนการ
เอกโซไซโทซสิ และการลําเลยี งสารโมเลกุลใหญเขา สเู ซลลดวยกระบวนการเอนโดไซโทซิส
16. สังเกตการณแ บง นวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิสจากตวั อยา งภายใตก ลองจุลทรรศนพ รอม
ท้งั อธิบายและเปรียบเทียบการแบง นิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซสิ
17. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปข้ันตอนการหายใจระดับเซลลใ นภาวะท่มี ีออกซเิ จนเพียงพอและภาวะ
ท่มี ีออกซเิ จนไมเ พยี งพอ
รวม 17 ตวั ชี้วัด