The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by laminta.pi, 2022-08-28 23:47:45

หลักสูตรโรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์

หลักสูตรโรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์

๕. อธิบายและเขียนแผนผังเก่ียวกับการตอบสนองของรางกายแบบไมจําเพาะและแบบจําเพาะตอส่ิง
แปลกปลอมของรางกาย

๖. สืบคน ขอ มลู อธบิ ายและยกตวั อยางโรคหรอื อาการทีเ่ กิดจากความผดิ ปกติของระบบภูมิคมุ กัน
๗. อธบิ ายภาวะภูมิคมุ กันบกพรองทีม่ ีสาเหตุมาจากการตดิ เช้ือ HIV
๘. ทดสอบและบอกชนดิ ของสารอาหารท่พี ืชสงั เคราะหไ ด
๙. สืบคนขอมูล อภิปราย และ ยกตัวอยางเกี่ยวกับการใชประโยชนจากสารตาง ๆ ที่พืชบางชนิดสราง

ขน้ึ
๑๐. ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธบิ ายเกีย่ วกับปจจยั ภายนอกท่ีมีผลตอการเจริญเติบโตของพชื
๑๑. สืบคนขอมูลเก่ียวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชที่มนุษยสังเคราะหข้ึน และยกตัวอยางการ

นาํ มาประยกุ ตใชทางดานการเกษตรของพชื
๑๒. สังเกตและอธบิ ายการตอบสนองของพืชตอส่งิ เรา ในรปู แบบตา ง ๆ ท่ีมีผลตอการดํารงชวี ิต
๑๓. สืบคนขอมูลและอธิบายความสัมพันธของสภาพทางภูมิศาสตรบนโลกกับความหลากหลายของไบ

โอม และยกตวั อยา งไบโอมชนิดตาง ๆ

๑๔. สืบคน ขอมูล อภิปรายสาเหตุ และยกตัวอยางการเปลย่ี นแปลงแทนทข่ี องระบบนิเวศ

๑๕. สบื คน ขอมลู อธบิ ายและยกตวั อยา งเกย่ี วกบั การเปล่ยี นแปลงขององคประกอบทางกายภาพและทาง
ชวี ภาพทีม่ ผี ลตอการเปล่ียนแปลงขนาดของประชากรส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศ

๑๖. สืบคนขอมูลและอภิปรายเกี่ยวกับปญหาและผลกระทบที่มีตอทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
พรอ มท้ังนาํ เสนอแนวทางในการอนรุ กั ษทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการแกไขปญหาสงิ่ แวดลอ ม

๑๗. อธิบายความสมั พันธระหวางยีน การสงั เคราะหโ ปรตีน และลักษณะทางพนั ธุกรรม

๑๘. อธบิ ายหลกั การถายทอดลกั ษณะท่ถี ูกควบคุมดว ยยนี ท่อี ยูบนโครโมโซมเพศและมัลตเิ ปล แอลลลี

๑๙. อธบิ ายผลทีเ่ กดิ จากการเปลีย่ นแปลงลาํ ดับนวิ คลโี อไทดใ นดีเอ็นเอตอการแสดงลกั ษณะของสิ่งมชี ีวิต

๒๐. สบื คน ขอมูล และยกตัวอยา งการนาํ มิวเทชันไปใชประโยชน

๒๑. สืบคน ขอ มลู และอภปิ รายผลของเทคโนโลยที างดเี อน็ เอทม่ี ตี อ มนษุ ยแ ละสงิ่ แวดลอม

๒๒. สบื คน ขอมลู อธบิ าย และยกตัวอยา งความหลากหลายของสิง่ มีชีวิต ซึ่งเปนผลมาจากววิ ฒั นาการ

รวม 22 ตัวช้วี ัด

คําอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วิชา วิทยาศาสตรก ายภาพเพ่ิมเตมิ รหสั วชิ า ว30207 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 6

จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนท้ังสนิ้ 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน

ศึกษาการเคล่ือนท่ีแนวตรง ตําแหนง ระยะทาง และการกระจดั อตั ราเร็วและความเร็วของวัตถุ ความเรง
แรงและการเคลื่อนท่ี แรงและความเรง การหาแรงลพั ธ แรงกิรยิ าและแรงปฏิกิริยา การเคล่อื นท่แี บบตา ง ๆ การ
เคล่อื นท่ีแบบโพรเจกไทล การเคลอ่ื นทีแ่ บบวงกลม การเคลอื่ นท่ีแบบส่ัน แรงโนมถว งกับการเคลอ่ื นท่ขี องวตั ถตุ าง ๆ
รอบโลก สนามแมเ หล็กจากเสน ลวดทม่ี กี ระแสไฟฟา ผา น แรงแมเหล็กทีก่ ระทํากบั อนภุ าคท่ีมปี ระจุไฟฟาและ
เสนลวดตัวนําท่มี กี ระแสไฟฟาผา น การเหนยี่ วนําแมเหล็กไฟฟา แรงออนและแรงเขม เซลลส ุริยะ พลงั งานนิวเคลียร
เทคโนโลยดี า นพลังงาน คลน่ื กล พฤติกรรมของคล่ืน ความถี่ธรรมชาติ และการสน่ั พอง พฤติกรรมของเสยี ง การไดย ิน
เสยี ง ความเขมเสียงและระดับเสยี ง ความถ่เี สียง ผลของความถแี่ ละระดับเสียงท่ีมีตอ การไดยนิ เสียง การไดย นิ เสียง
สะทอนกลบั การสน่ั พองของเสียง บีต ปรากฏการณดอปเพลอร ประโยชนข องเสียงในดา นตา ง ๆ การมองเหน็ สขี อง
วัตถุ ตากับการเห็นสี การบอดสี แผน กรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสี การมองเห็นสขี องวัตถภุ ายใตแ สง
สีตา ง การนําไปใชป ระโยชนข องสารสแี ละแสงสี สว นประกอบของคลื่นแมเ หลก็ ไฟฟา หลักการทํางานของอุปกรณท่ใี ช
คลื่นแมเ หลก็ ไฟฟา การส่ือสารโดยอาศยั คล่นื แมเ หล็กไฟฟา

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสบื คนขอมูล การสงั เกต วเิ คราะห
เปรยี บเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพอ่ื ใหเ กดิ ความรูความเขา ใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ มที ักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร รวมทัง้ ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ในดา นการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ ดานการคดิ และ
การแกปญหา สามารถสื่อสารส่งิ ทเี่ รียนรูและนาํ ความรูไปใชใ นชีวติ ของตนเอง

มีจิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. วิเคราะหและแปลความหมายขอมลู ความเร็วกับเวลาของการเคล่ือนท่ีของวัตถุเพื่ออธิบายความเรง
ของวตั ถุ
2. สงั เกตและอธิบายการหาแรงลพั ธทีเ่ กดิ จากแรงหลายแรงท่ีอยูในระนาบเดียวกันทีก่ ระทาํ ตอ
วัตถโุ ดยการเขยี นแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร
3. สังเกต วเิ คราะหแ ละอธิบายความสัมพนั ธร ะหวางความเรงของวัตถกุ บั แรงลัพธทกี่ ระทาํ ตอ

วัตถแุ ละมวลของวตั ถุ
4. สังเกตและอธิบายแรงกริ ยิ าและแรงปฏกิ ิริยาระหวางวัตถุคูหนงึ่ ๆ
5. สังเกตและอธบิ ายผลของความเรงทีม่ ตี อการเคล่ือนที่แบบตา ง ๆ ของวตั ถไุ ดแก การเคลื่อนที่

แนวตรง การเคล่ือนทีแ่ บบโพรเจกไทล การเคลือ่ นทแี่ บบวงกลม และการเคลอื่ นทแี่ บบส่ัน
6. สืบคนขอมูลและอธิบายแรงโนม ถวงทเี่ กี่ยวกบั การเคลื่อนที่ของวตั ถุตางๆ รอบโลก
7. สงั เกตและอธิบายการเกดิ สนามแมเ หลก็ เนอ่ื งจากกระแสไฟฟา
8. สงั เกตและอธิบายแรงแมเ หลก็ ที่กระทาํ ตออนภุ าคทม่ี ปี ระจไุ ฟฟา ทเ่ี คล่ือนที่ในสนามแมเหล็กและแรง

แมเหล็กท่ีกระทําตอลวดตัวนําท่ีมีกระแสไฟฟาผานในสนามแมเหล็ก รวมท้ังอธิบายหลักการทํางาน
ของมอเตอร
9. สังเกตและอธบิ ายการเกิดอีเอ็มเอฟเหน่ยี วนํา รวมทง้ั ยกตัวอยางการนําความรไู ปใชป ระโยชน
10. สืบคน ขอมลู และอธบิ ายแรงเขม และแรงออน
11. สบื คน ขอมลู และอธิบายพลังงานนวิ เคลยี ร ฟชชันและฟว ชนั และความสมั พนั ธระหวา งมวลกับ
พลังงานทป่ี ลดปลอ ยออกมาจากฟชชันและฟวชัน
12. สบื คนขอมูลและอธิบายการเปลี่ยนพลังงานทดแทนเปนพลังงานไฟฟารวมทัง้ สืบคน และ
อภปิ รายเก่ียวกบั เทคโนโลยอี ่ืนๆ ทนี่ าํ มาแกปญหาหรือตอบสนองความตองการทางดานพลังงานโดย
เนนดานประสิทธิภาพและความคุม คา ดา นคาใชจาย
13. สังเกตและอธิบายการสะทอน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวมคลื่น
14. สังเกตและอธิบายความถธ่ี รรมชาติ การส่ันพอง และผลท่เี กดิ ข้นึ จากการสั่นพอ ง
15. สงั เกตและอธบิ ายการสะทอ น การหกั เห การเล้ยี วเบน และการรวมคลื่นของคล่ืนเสยี ง
16. สืบคน ขอ มลู และอธบิ ายความสัมพันธระหวา งความเขมเสียงกับระดับเสียง และผลของความถี่
กบั ระดบั เสียงที่มตี อการไดย ินเสยี ง
17. สงั เกตและอธิบายการเกิดเสียงสะทอนกลับ บีต ดอปเพลอร และการสัน่ พองของเสียง
18. สืบคน ขอ มลู และยกตัวอยา งการนาํ ความรเู กยี่ วกบั เสียงไปใชประโยชนใ นชีวิตประจําวนั
19. สังเกตและอธบิ ายการมองเห็นสขี องวตั ถุและความผิดปกติในการมองเหน็ สี
20. สังเกตและอธบิ ายการทาํ งานของแผน กรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสี และการนาํ ไปใช
ประโยชนในชวี ติ ประจําวนั
21. สืบคนขอมลู และอธบิ ายคลื่นแมเหลก็ ไฟฟา สวนประกอบคลื่นแมเ หล็กไฟฟา และ หลักการ
ทํางานของอุปกรณบางชนดิ ท่อี าศัยคลน่ื แมเ หลก็ ไฟฟา
22. สบื คนขอ มูลและอธิบายการสื่อสารโดยอาศยั คลืน่ แมเหลก็ ไฟฟาในการสงผานสารสนเทศและ
เปรยี บเทียบการสื่อสารดว ยสญั ญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดจิ ทิ ัล

รวม 22 ผลการเรียนรู

คําอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วชิ า วทิ ยาศาสตรเสรมิ ความรู รหสั วิชา ว30283 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 6

จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรียนทงั้ สิน้ 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น

ศึกษา วิเคราะห และเปรียบเทียบ การศึกษาการเกิดพันธะเคมีในโมเลกุลของสาร การเกิดพันธะโคเวเลนต
ชนิดของพันธะโคเวเลนต การอานช่ือสารประกอบโคเวเลนต สภาพข้ัวโมเลกุลของโคเวเลนต แรงยึดเหน่ียวระหวาง
โมเลกุลโคเวเลนต สมบัติของสารประกอบโคเวเลนต การเกิดพันธะไอออนิก การเขียนสูตรและการเรียกชื่อ
สารประกอบไอออนิก และสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สมบัติของกรด เบส และเกลือ สารละลายอิ
เล็กโทรไลตและนอนอิเล็กโทรไลต สารประกอบไฮโดรคารบอน ศึกษาโครงสราง สมบัติ ประเภทของพอลิเมอร
ตัวอยางพอลิเมอรธรรมชาติและพอลิเมอรสังเคราะห ปฏิกิริยาการสังเคราะหพอลิเมอร รวมท้ังการใชประโยชนและ
ผลกระทบจากการใชผลิตภัณฑของพอลิเมอร ศึกษาและทดลองการเกิดปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ศึกษาและทดลองปจจัยท่ีมีผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวันและการใชประโยชน
ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ ศึกษาสมบัติของสารกมั มันตรงั สีและคํานวณครึ่งชีวิตและปริมาณของสารกัมมันตรังสี ประโยชนและ
อันตรายของสารกัมมันตรังสี

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมูลและการ
อภิปราย เพ่ือใหผูเรียนเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ
เห็นคุณคาของการนาํ ความรูไ ปใชป ระโยชนใ นชีวิตประจาํ วนั

มีความรบั ผดิ ชอบตอ สงิ่ แวดลอมและเจตคติทดี่ ตี อ วิชาวิทยาศาสตร

ผลการเรียนรู
๑. ระบุวาพันธะโคเวเลนตเปนพันธะเดย่ี ว พนั ธะคู หรือพนั ธะสาม และระบุจาํ นวนคูอ เิ ล็กตรอนระหวา งอะตอม
ครู ว มพนั ธะจากสตู รโครงสราง

๒. ระบุสภาพขั้วของสารทโ่ี มเลกลุ ประกอบดวย 2 อะตอม
๓. ระบสุ ารทเี่ กิดพันธะไฮโดรเจนไดจากสตู รโครงสรา ง
๔. อธิบายความสัมพันธระหวางจุดเดือดของสารโคเวเลนตกับแรงดึงดูดระหวางโมเลกุลตามสภาพข้ัวหรือการ

เกิดพนั ธะไฮโดรเจน

๕. เขยี นสตู รเคมขี องไอออนและสารประกอบไอออนิก
๖. ระบุวาสารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไมแตกตัวพรอมใหเหตุผลและระบุวาสารละลายท่ีไดเปน

สารละลายอเิ ล็กโทรไลตหรือนอนอเิ ล็กโทรไลต
๗. ระบุสารประกอบอนิ ทรยี ป ระเภทไฮโดรคารบ อนวาอิม่ ตัวหรือไมอ่มิ ตวั จากสตู รโครงสราง
๘. สืบคน ขอ มูลและเปรยี บเทียบสมบตั ิทางกายภาพระหวางพอลเิ มอรและมอนอเมอรของพอลิเมอร ชนิดนนั้
๙. ระบสุ มบัตคิ วามเปนกรดเบสจากโครงสรางของสารประกอบอนิ ทรีย-
๑๐. อธิบายสมบตั กิ ารละลายในตัวทาํ ละลายชนิดตางๆ ของสาร
๑๑. วิเคราะหและอธบิ ายความสัมพันธร ะหวางโครงสรางกับสมบตั ิเทอรมอพลาสตกิ และเทอรมอ เชตของ

พอลเิ มอร และการนําพอลเิ มอรไปใชป ระโยชน
๑๒. สบื คนขอมูลและนําเสนอผลกระทบของการใชผ ลติ ภณั ฑพอลเิ มอรทม่ี ตี อส่ิงมชี วี ติ และสงิ่ แวดลอม พรอม

แนวทางปองกนั หรอื แกไข
๑๓. ระบุสูตรเคมีของสารตั้งตน ผลิตภณั ฑ และแปลความหมายของสัญลกั ษณในสมการเคมีของปฏกิ ิรยิ าเคมี
๑๔. ทดลองและอธิบายผลของความเขม ขนพน้ื ทีผ่ ิว อณุ หภูมแิ ละตัวเรงปฏิกิริยาท่ีมผี ลตออัตราการเกิดปฏิกริ ิยา

เคมี
๑๕. สืบคนขอ มลู และอธิบายปจ จยั ท่ีมีผลตอ อัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมีท่ีใชประโยชนใ น ชวี ิตประจําวนั หรือใน

อตุ สาหกรรม
๑๖. อธบิ ายความหมายของปฏกิ ิริยารีดอกซ
๑๗. อธบิ ายสมบตั ขิ องสารกัมมนั ตรงั สแี ละคาํ นวณครึ่งชีวิตและปรมิ าณของสารกมั มันตรังสี
๑๘. สืบคน ขอ มูลและนําเสนอตวั อยางประโยชนของสารกัมมนั ตรงั สีและการปองกนั อนั ตรายท่เี กดิ จาก

กมั มนั ตภาพรังสี

รวม 18 ผลการเรยี นรู

คาํ อธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว31285 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 4

จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.0 หนวยกิต

จํานวนเวลาเรยี นทัง้ สิ้น 40 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น

ศึกษาแนวคดิ หลักของเทคโนโลยี การเปลยี่ นแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีทเ่ี กิดขึ้นและความสัมพนั ธ
ของเทคโนโลยกี บั ศาสตรอืน่ ออกแบบ สราง หรือพัฒนาผลงานสําหรับแกป ญ หาท่ีคํานึงถึง ผลกระทบตอ สังคมใน
ประเดน็ ทเ่ี ก่ียวของกับสขุ ภาพและการบริการโดยใชก ระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ซึง่ ใชค วามรู ทกั ษะ และ
เลอื กใชวสั ดุ อปุ กรณ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา และอิเล็กทรอนกิ ส เพือ่ แกป ญหาไดอยาง ถูกตอง เหมาะสม ปลอดภัย
คาํ นึงถึงทรัพยสินทางปญญา ใชซ อฟตแวรชว ยในการออกแบบและนําเสนอผลงาน

รหัสตัวช้ีวดั
ว 4.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5

รวมท้ังหมด 5 ตัวช้ีวดั

คําอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วิชา วทิ ยาการคํานวณ รหสั วิชา ว31286 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 4

จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนทั้งส้นิ 40 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน

ศึกษาหลักการของแนวคดิ เชิงคํานวณ การแยกสวนประกอบและการยอยปญหา การหารูปแบบ การคิดเชงิ
นามธรรม ตัวอยางและประโยชนข องแนวคดิ เชิงคํานวณเพื่อแกป ญหาในชวี ิตประจาํ วัน ประยกุ ตใ ช แนวคิดเชงิ
คาํ นวณในการออกแบบขัน้ ตอนวธิ สี าํ หรับแกปญ หา การแกปญหาดวยคอมพวิ เตอร การระบขุ อมูลเขา ขอ มลู ออก
และเงื่อนไขของปญหา การออกแบบข้ันตอนวธิ ี การท าซา  การจดั เรยี งและคนหา ขอ มูล ตัวอยางการออกแบบ
ขนั้ ตอนวิธเี พ่ือแกปญ หาดว ยคอมพวิ เตอร การศึกษาตัวอยางโครงงาน ทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ การก าหนดปญ หา
ศึกษา วางแผน ด าเนนิ งาน สรปุ ผลและเผยแพรในการพัฒนา โครงงานทม่ี ีการบูรณาการรวมกบั วชิ าอนื่ และเชื่อมโยง
กบั ชีวิตจริง

รหัสตัวชี้วัด
ว 4.2 ม.4/1

รวมทั้งหมด 1 ตวั ชี้วัด

คาํ อธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว32285 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 5

จาํ นวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนวยกติ

จํานวนเวลาเรยี นทั้งส้ิน 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาและวิเคราะหสถานการณหรอื ความตอ งการที่คํานึงถึงผูใชด ว ยยการคดิ เชิงออกแบบ และความรู
ทางดา นวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร และศาสตรอืน่ ๆ เพื่อทําความเขาใจปญ หาอยางลกึ ซึ้ง และรอบดาน เพื่อ พฒั นา
วิธีการแกปญ หาทต่ี รงความตองการ พัฒนาโครงงานเพ่ือแกปญ หาจากสถานการณท ต่ี นเองสนใจโดยใช กระบวนการ
ออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ศกึ ษาการพัฒนาผลงาน การสรา งประโยชนจากผลงาน และการคุมครอง ทรัพยส ินทางปญ ญา
เพอื่ นําความรไู ปประยุกตใชในการพฒั นาหรือสรางประโยชนจากผลงานของตนเอง และ เผยแพรป ระชาสัมพันธ
ผลงานของตนเองใหเปน ท่ีรูจักและกอใหเกิดประโยชน

รหัสตัวช้ีวัด
ว 4.1 ม.5/1

รวมทั้งหมด 1 ตัวชี้วัด

คาํ อธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วิชา วทิ ยาการคาํ นวณ รหสั วิชา ว32286 ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 5

จาํ นวน 2 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.0 หนว ยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นทั้งสนิ้ 40 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน

ศึกษาหลักการของวทิ ยาการขอมูลและหลักการคดิ เชงิ ออกแบบเพื่อเพ่ิมมูลคาใหบ รกิ ารหรอื ผลติ ภัณฑ
วธิ กี ารเกบ็ ขอ มูลและเตรยี มขอมลู การวเิ คราะหข อมลู การประมวลผลขอ มลู เคร่ืองมอื ทางเทคโนโลยี สารสนเทศที่ใช
ในการประมวลผลขอ มลู การจัดเก็บขอมูล การน าเสนอขอมลู การแปลงขอมูลใหเ ปน ภาพ การเลือกใชขอมูลจาก
ฐานขอมูลขนาดใหญ การใชป ระโยชนจากขอมูลและตวั อยางกรณศี ึกษา

รหัสตวั ช้ีวัด
ว 4.2 ม.5/1

รวมทั้งหมด 1 ตวั ชี้วดั

คาํ อธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า วิทยาการคาํ นวณ รหสั วิชา ว33286 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 6

จํานวน 2 คาบ/สัปดาห จํานวน 1.0 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนทง้ั สน้ิ 40 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาการใชเทคโนโลยใี นการน าเสนอและแบงปน ขอมลู อยา งปลอดภัยและมีจริยธรรม การสรางชนิ้ งาน
และ เผยแพรผ า นส่ือตา ง ๆ ท่ีคาํ นงึ ถงึ จริยธรรม ลขิ สิทธ์ิ ทรัพยส นิ ทางปญ ญา และกฎหมาย หลกั การของ
ปญญาประดิษฐ และเทคโนโลยีในอนาคต กรณศี ึกษาเกี่ยวกบั นวัตกรรมหรอื เทคโนโลยที ี่เกีย่ วของกบั ชวี ิตประจ าวนั
อาชีพท่ีเก่ยี วของกับงานทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวอยางผลกระทบของเทคโนโลยี สารสนเทศ

รหัสตัวช้ีวัด
ว 4.2 ม.6/1

รวมทั้งหมด 1 ตวั ชี้วัด

คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วชิ า การเขยี นบทดําเนินเรื่อง รหสั วิชา ว31291 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 4

จาํ นวน 4 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 2.0 หนว ยกิต

จาํ นวนเวลาเรียนท้ังส้ิน 80 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาหลักการและเทคนิควิธกี ารเขยี นบทสาํ หรบั งานมลั ติมีเดีย ประวตั ศิ าสตรบทละคร บทภาพยนตร
กระบวนการคิดโครงเรื่อง การคน ควาหาขอมลู การกําหนดประโยคหลกั สาํ คญั

การเขยี นเรื่องยอ การเขยี นโครงเร่ืองขยาย การเขยี นบทละคร บทภาพยนตร การเขียนบทถา ยทาํ การเขียน
บทภาพ (สตอร่ีบอรด) การเกริน่ นาํ การวางเนื้อเร่ืองหรือตัวเร่อื ง การวางจดุ หกั มมุ การสรุปหรือสง ทา ย คําศพั ททใ่ี ช
ในบทโทรทัศน ตัวอยางบทโทรทัศน ตัวอยางบทภาพยนตร ตวั อยา งบทหนังสั้น ตัวอยางบทรายการ

โดยใชกระบวนการทางเทคโนโลยี การสบื คนขอ มูล การอภิปราย และการปฏิบัติ เพื่อใหเ กิดความรู
ความคดิ ความเขาใจ สามารถส่ือสารส่งิ ท่ีเรียนรู มีทักษะการทํางาน การจัดการ การแกปญ หา การนาํ เสนองาน มี
ความรบั ผดิ ชอบ ใฝเรยี นรู มคี วามมงุ ม่นั ในการทาํ งาน และมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมท่เี หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. มคี วามเขา ใจเกยี่ วกบั การเขยี นบทเบ้ืองตน
2. สามารถถายทอดกระบวนการทางความคดิ ในเรอ่ื งของการเขียนพ้นื ฐานได
3. สามารถเขยี นโครงเร่ือง ตัวละครและฉากในการเขียนบทได
4. มีความเขา ใจเก่ยี วกบั ทัศนะ ทวงทํานองในการเขียนบท พรอ มท้งั การสรางอารมณความรูสกึ ใหกับงาน

เขียน
5. สามารถเขยี นสตอรบ่ี อรดไดต ามหลักการเขียนและเทคนิคในการเขียนสตอรบี่ อรด

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

คําอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วิชา การจัดองคประกอบศลิ ป รหัสวชิ า ว31292 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 4

จาํ นวน 4 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 2.0 หนวยกิต

จาํ นวนเวลาเรียนทัง้ สน้ิ 80 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาทฤษฏีเกี่ยวกบั ทัศนธาตุและหลกั การทางองคประกอบศิลปของงานกราฟก และหลักการทาง
องคป ระกอบศลิ ปของงานกราฟก ความหมายของการออกแบบกราฟก คุณคา ของงานกราฟก ความสาํ คญั ของการ
ออกแบบงานกราฟก รปู แบบตวั อกั ษรและขนาด

การกาํ หนดระยะหางและพน้ื ทีว่ าง การกําหนดสี การจดั วางตาํ แหนง การใชจุด เสน สี การกําหนดรูปราง
รูปทรง ลักษณะพื้นผิว แสงและเงา มุมมองทศั นียภาพ จังหวะและลีลา เทคนิคเก่ยี วกบั ภาพ การนาํ เสนอรปู แบบ
วรรณะสี สแี สดงอารมณ หลกั การพจิ ารณาเก่ียวกับสี

โดยใชกระบวนการทางเทคโนโลยี การสืบคนขอมลู การอภิปราย และการปฏิบตั ิ เพ่อื ใหเ กิดความรู
ความคดิ ความเขา ใจ สามารถสอ่ื สารสิ่งท่เี รียนรู มที ักษะการทาํ งาน การจดั การ การแกปญหา การนําเสนองาน มี
ความรับผิดชอบ ใฝเ รยี นรู มีความมุง มัน่ ในการทาํ งาน และมีคุณธรรมจริยธรรมทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. มีความเขาใจเกยี่ วกับการออกแบบกราฟก
2. มคี วามเขาใจเกยี่ วกับพนื้ ฐานทางศิลปะ
3. มีความเขา ใจเกย่ี วกบั องคประกอบพน้ื ฐานในการสรางสรรคง านศิลปะ
4. มีความเขา ใจเกยี่ วกบั องคประกอบท่ีเปนหลักในการสรางสรรคง านศิลปะ
5. มคี วามเขาใจและสามารถจดั ภาพและแยกประเภทของการถายภาพได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

คาํ อธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วิชา การถายภาพและตกแตงภาพ รหัสวชิ า ว31293 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 4

จาํ นวน 4 คาบ/สปั ดาห จํานวน 2.0 หนวยกติ

จํานวนเวลาเรียนทง้ั สนิ้ 80 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษาความรูเก่ียวกบั บทบาทความสาํ คญั ภาพถายและประวัติความเปน มาของการถา ยภาพ ประเภทของ
กลอ งถายภาพ กลองถา ยภาพและการถา ยภาพดว ยเทคโนโลยีการถา ยภาพระบบดิจิตอล

ปฏบิ ัติการฝกถา ยภาพเพื่อใหมคี วามรแู ละความเขา ใจเกี่ยวกบั หลักการทาํ งานของกลองถา ยภาพและการใช
วัสดุอุปกรณในการถายภาพฝกการถายภาพตามหัวขอ ทีก่ าํ หนดเพ่ือความรูค วามเขาใจและทกั ษะความสามารถในการ
จัดองคป ระกอบของภาพถา ย เทคนคิ และวธิ ีการถายภาพ และเรยี นรกู ารใชโปรแกรมคอมพิวเตอรเ พื่อการตกแตง
ภาพถา ยและฝก การตกแตงสรางสรรคภาพถายดว ยโปรแกรมคอมพิวเตอร

เพื่อใหม ีทักษะในดา นความมุงมัน่ ในการทํางาน มวี ินยั ใฝเ รียนรู มีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถ
ในการคิด และความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

ผลการเรียนรู
1. มีความรูความเขาใจเก่ยี วกับบทบาทความสําคัญภาพถา ยและประวตั ิความเปน มาของการถายภาพ
2. มีความรูความเขา ใจเกย่ี วกับประเภทของกลองถายภาพ กลอ งถายภาพและการถายภาพดว ยเทคโนโลยี

การถายภาพระบบดิจิตอลและหลกั การทํางานของกลองถา ยภาพ
3. สามารถใชกลอ งถา ยภาพและวสั ดอุ ุปกรณในการถา ยภาพไดอยางถูกตองเหมาะสมกบั วัตถุประสงคของ

การถา ยภาพ
4. สามารถใชเทคนิควธิ ีการถายภาพ และจัดองคประกอบของภาพถาย ไดอ ยา งถกู ตอ งเหมาะสมกบั

วัตถปุ ระสงคของการถายภาพ
5. สามารถใชโ ปรแกรมคอมพิวเตอรเพื่อการตกแตงภาพถายและฝก การตกแตง สรางสรรคภาพถา ยดว ย

โปรแกรมคอมพิวเตอร

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู

คําอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า การเขยี นผังงาน รหสั วชิ า ว31294 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 4

จาํ นวน 4 คาบ/สปั ดาห จํานวน 2.0 หนว ยกิต

จาํ นวนเวลาเรียนทัง้ ส้ิน 80 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน

กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอร ตรรกศาสตร การวิเคราะหป ญ หา ผังงาน โครงสรางแบบเรยี งลําดับ
โครงสรา งแบบมีเง่ือนไข โครงสรางแบบวนซา้ํ หลกั การเขยี นโปรแกรม

อธิบายสวนประกอบและหลกั การทํางานของคอมพิวเตอร การคดิ อยางมีเหตผุ ล การเขียนผังงานแกปญหาใน
ชวี ติ ประจาํ วนั การเขยี นผังงานแบบเรียงลาํ ดับ การเขยี นผงั งานแบบมเี ง่ือนไข การเขียนผงั งานแบบวนซ้าํ การแปลง
ผังงานในรูปแบบตาง ๆ เปน ภาษาเขยี นโปรแกรม

มคี วามมุง มัน่ ในการทํางาน ใฝเรยี นรู มีความคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรค มจี ติ สํานกึ และรบั ผิดชอบ

ผลการเรยี นรู
1. บอกประโยชนและหลักการเขียนผงั งาน Flowchart
2. บอกความหมายของสญั ลักษณผ งั งาน
3. ลําดบั ข้ันตอนในการเขยี นผังงาน
4. ออกแบบผงั งานตามที่กําหนดไดถูกตองและเหมาะสม
5. สามารถคดิ ขนั้ ตอนในการแกป ญ หาได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วชิ า การออกแบบและสรางกราฟก รหัสวชิ า ว31295 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 4

จาํ นวน 4 คาบ/สัปดาห จํานวน 2.0 หนว ยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นท้ังสน้ิ 80 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาและปฏิบตั ิเกยี่ วกับความหมายและหลักการของกราฟก 2 มติ ิ การใชโ ปรแกรมสรางภาพกราฟก 2 มติ ิ
การใชโ ปรแกรมตกแตงภาพ

ผลการเรียนรู
1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับงานการออกแบบและสรา งภาพกราฟก 2 มิติเบื้องตน
2. มีความรูเ ก่ียวกบั วสั ดกุ ราฟก หลกั การ และแนวทางในการออกแบบกราฟก
3. สามารถแยกลกั ษณะ ประโยชนข องงานกราฟก และภาพกราฟกได
4. สามารถเลือกประเภทงาน ฮารด แวรแ ละซอฟตแวรสาํ หรับงานกราฟก 2 มติ ิ
5. มที กั ษะในการประยุกตใ ชง าน และสามารถนําไปใชใ นชีวิตประจาํ วันได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

คาํ อธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วชิ า การออกแบบและสรางกราฟก รหสั วิชา ว31296 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 4

จาํ นวน 4 คาบ/สัปดาห จํานวน 2.0 หนวยกติ

จํานวนเวลาเรียนทั้งส้ิน 80 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

ความหมายของนวตั กรรม และเทคโนโลยี ความหมายของแอนิเมชั่น ววิ ฒั นาการของนวัตกรรมและ
เทคโนโลยีแอนิเมชนั่ ประโยชนข องการใชง านนวตั กรรมและเทคโนโลยแี อนิเมชัน่ ซอฟตแวรทใี่ ชใ นงานแอนนิเมช่ัน
ชนดิ ของแอนิเมช่ัน แอนิเมชน่ั ชนิดท่ีเกดิ จากการวาดภาพหลายๆ ภาพ (Drawn Animation) แอนเิ มชน่ั ชนิดจาก
การถา ยภาพแตล ะขณะของหุนจาํ ลองที่คอยๆ ขยับ (Stop Motion) แอนิเมชนั่ ชนดิ จากการใชซอฟทแวรในการทาํ
แอนเิ มช่ัน (Computer Animation) เรียนรขู ัน้ ตอนในการผลิตงานสาํ หรับทาํ การตูนแอนเิ มชัน ข้นั ตอนสรา งไอเดยี
(Idea) ขน้ั ตอนวางโครงเรือ่ ง (Story) ข้ันตอนเขียนสคริปต (Script) ขนั้ ตอนวาดบอรดภาพน่ิง (Storyboards)
ข้นั ตอนการบันทึกเสยี ง (Sound Recording) ขน้ั ตอนการตรวจความเรยี บรอ ยของแอนิเมช่นั (Animatic Checking)
ขนั้ ตอนปรบั แตงชนิ้ งาน (Refining the Animation) การนําเสนอผลงาน

ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรูค วามเขาใจเกีย่ วกับนวตั กรรมและเทคโนโลยแี อนิเมชน่ั เบอ้ื งตน
2. มีความรคู วามเขาใจเก่ียวกบั ประโยชนเทคโนโลยีแอนิเมช่นั
3. มคี วามรูค วามเขาใจเก่ียวกับรูปแบบการผลิตงานแอนิเมชั่น
4. มีความรูความเขา ใจเกี่ยวกบั องคป ระกอบการสรางงานแอนิเมชน่ั
5. สามารถทาํ งานตามขั้นตอนกระบวนการผลิตแอนิเมชั่น2 มิติ
6. สามารถทํางานตามขน้ั ตอนกระบวนการผลิตแอนิเมช่ัน 3 มติ ิ
7. สามารถวาดภาพแอนิเมชน่ั (Animation Method)
8. มคี วามรูค วามเขา ใจเกย่ี วกบั กฎการแสดงทา ทาง (Method Of Acting)
9. สามารถปรับแตงช้นิ งานแอนเิ มชน่ั (Customized Animation Techniques)
10. มคี วามรูความเขา ใจเกี่ยวกับกฎพน้ื ฐานการสรางแอนเิ มชนั่ 12 ขอ (Principles of Animation)

รวมท้ังหมด 10 ผลการเรยี นรู

คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วิชา การสรางวิชวลเอ็ฟเฟกตกับแอนเิ มช่นั รหัสวิชา ว32291 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 5

จํานวน 4 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 2.0 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนทง้ั สิน้ 80 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น

การเพิ่มเตมิ เทคนิคพิเศษใหงานภาพเคล่ือนไหว ดว ยโปรแกรม After Effect และโปรแกรมอา งอิงพกิ ดั กลอง
(Camera Tracking) เพ่ือใหเ กดิ การผสมผสานระหวางภาพที่ถายทาํ จากสถานทจ่ี รงิ กับภาพทีส่ รางขน้ึ ดว ย
กระบวนการคอมพวิ เตอรกราฟก

ผลการเรียนรู
1. มคี วามรคู วามเขาใจเกย่ี วกับวิชวลเอฟ็ เฟกต
2. มคี วามรูค วามเขา ใจเกย่ี วกบั โปรแกรมสาํ เร็จรูปท่ีใชเ พอื่ การสรา งงาน
3. มคี วามรคู วามเขา ใจเก่ยี วกับ Video Encoder และ Export
4. สามารถลาํ ดบั ภาพดวยโปรแกรม Adobe After Effect
5. สามารถสรางการเคล่ือนไหวและ Effect ดวยโปรแกรม Adobe After Effect
6. มคี วามรูความเขาใจเกย่ี วกบั การสราง VFX ดวย Particle
7. สามารถสราง Adobe After Effect VFX Workshop 1
8. สามารถสรา ง Adobe After Effect VFX Workshop 2
9. สามารถสราง Adobe After Effect VFX Workshop 3
10. สามารถสราง Adobe After Effect VFX Workshop 4

รวมท้ังหมด 10 ผลการเรยี นรู

คําอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า โปรแกรมประยุกตคอมพิวเตอรกราฟก 2 มิติ รหัสวิชา ว32292 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5

จํานวน 4 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 2.0 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นทั้งสิ้น 80 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษา การใชงานโปรแกรม Photoshop , Illustrator และ Indesign เบ้ืองตน ซ่ึงเปนโปรแกรมทนี่ ิยมใน
การสรา งสรรคง านดา นคอมพิวเตอรก ราฟฟกโดยทว่ั ไปทั้งในระดับโฮมยูส และอตุ สาหกรรมสิง่ พมิ พ ในรายวิชาน้ี
ผูเรียนจะไดเรียนรขู นั้ ตอนการผลิตงานต้งั แตเ ร่มิ ตน

ประยกุ ตใชเครื่องมือชนดิ ตาง ๆ ของแตละโปรแกรม รวมถึงการออกแบบ การจดั องค ประกอบ การใชสี การ
สงงานเขา โรงพิมพ ความเขาใจดานการพิมพ ตลอดจน การแกไขปญหาตางๆ ในระหวา งการทาํ งาน

โดยใชกระบวนการทางเทคโนโลยี การสืบคนขอมลู และการปฏิบตั ิ เพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความ
เขา ใจ สามารถส่ือสารส่งิ ทีเ่ รียนรู มที ักษะการทํางาน การจดั การ การแกปญหา การนําเสนองาน มีความ
รบั ผิดชอบ ใฝเรียนรู มีความมงุ มน่ั ในการทํางาน และมคี ุณธรรมจริยธรรมท่เี หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. เขาใจสวนประกอบของโปรแกรม Adobe Photoshop และมพี ื้นฐานการใชโปรแกรม Adobe Photoshop
เบ้ืองตน
2. เขา ใจสว นประกอบของโปรแกรม Adobe Illustrator และมีพืน้ ฐานการใชโ ปรแกรม Adobe Illustrator
เบื้องตน
3. เขา ใจสวนประกอบของโปรแกรม Adobe Indesign และมพี น้ื ฐานการใชโ ปรแกรม Adobe Indesign
เบื้องตน
4. สามารถนาํ มาประยุกตใชใ นชีวติ ประจาํ วนั ได

รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู

คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า โปรแกรมประยกุ ตแอนเิ มชั่น 2 มิติ รหัสวชิ า ว32293 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 5

จํานวน 4 คาบ/สปั ดาห จํานวน 2.0 หนวยกิต

จาํ นวนเวลาเรยี นทัง้ สน้ิ 80 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน

ศึกษาพน้ื ฐานและข้นั ตอนการทาํ ภาพยนตรแ อนเิ มช่นั 2 มิติ โดย เจาะลกึ อยา งละเอยี ดที่ละขน้ั ตอนการผลติ
และวธิ กี ารทํางานโดยรวมของแอนเิ มช่ัน 2 มิตโิ ดยเริ่มต้งั แตการ เรียนรูพน้ื ฐานทฤษฎอี งคประกอบศิลปและหลักการ
ออกแบบกราฟฟกเบื้องตนและกฎ 12 ขอ สําหรับการ สรางสรรคง านแอนเิ มช่ัน ซ่งึ เปน พ้ืนฐานสําคญั ในการทาํ งาน
และพฒั นางานแอนิเมช่ัน การสรา งบทและการพัฒนาตวั ละครทง้ั จนถึงการ Convert File และการเผยแพรผลงานใน
รูปแบบตาง ๆ ไดอยางมี ประสิทธภิ าพ

ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายความเปนมา ความหมาย หลักการ และบอกประเภทของเอนิเมชน่ั ได
2. รจู ักและบอกสวนประกอบตา ง ๆ และสว นการทาํ งานตา ง ๆ ของ Flashได
3. สรางวตั ถุใหเ กิดการเคล่อื นไหวในรปู แบบตา ง ๆ ตามความตอ งการได

รวมท้ังหมด 3 ผลการเรยี นรู

คําอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า คอมพิวเตอรก ราฟกและแอนนิเมชัน่ รหสั วชิ า ว32294 ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 5

จาํ นวน 4 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 2.0 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนท้ังส้นิ 80 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาความรูเบื้องตนเกีย่ วกับการสรางความเขาใจพน้ื ฐาน และสรา งแรงบนั ดาลใจในการสรางสรรคผ ลงานท่ี
แปลกใหม ใหผ เู รยี นมีพ้ืนฐานทีจ่ ะตอยอดความคดิ สรางสรรคดานคอมพิวเตอรกราฟกและแอนิเมช่นั ประยุกตไดมาก
ข้ึน

ใหนักเรยี นเรียนรคู วามรูพ้นื ฐานเก่ยี วกบั คอมพวิ เตอรกราฟกและแอนิเมช่นั ประยุกต, การปน ตัวการตูนดิน
นํ้ามัน, การเคลื่อนไหวและบันทกึ ภาพ Stop Motion, การสรา งตัวการตนู แอนเิ มชัน่ กระดาษเพ่ือเทคนิค Cutout,
การถายทําแอนิเมช่นั แบบ Cut out, Computer Rotoscope Animation, แอนเิ มชน่ั ทดลอง (Experimental
Animation), Workshop / Re – Production, Animation Effects และ ไฟลภาพ และการสง ออกภาพเคลื่อนไหว

โดยใชกระบวนการทางเทคโนโลยี การสืบคน ขอ มลู การอภปิ ราย และการปฏิบัติ เพือ่ ใหเกดิ ความรู
ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรยี นรู มีทักษะการทํางาน การจัดการ การแกป ญ หา การนาํ เสนองาน
มีความรับผดิ ชอบ ใฝเ รียนรู มีความมุง มัน่ ในการทาํ งาน และมคี ุณธรรมจริยธรรมท่เี หมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. มีความรทู างเทคนิคการสราง Animation ดา นการออกแบบ เชงิ สรางสรรค
2. สรา งสรรคต ัวการต ูนและถายทําเพ่ือทาํ เปนตัวการต ูนสาํ หรบั แอนิเมชั่นเทคนคิ Cutout ได
3. สรางสรรคงาน Computer Rotoscope Animation ได
4. วิเคราะหง านแอนเิ มช่นั ทดลอง ท่ีมีเทคนิคแปลกใหม เพื่อเปน แรงกระตุน ความคิดสรา งสรรคและทักษะ
และเปนแบบอยางของเทคนิคที่สามารถนําไปพฒั นาสรางสรรคเปน ผลงานทม่ี ีรปู แบบเปนของตนเองได
5. ใชโปรแกรมลาํ ดบั ภาพเคล่ือนไหวเพ่ือสรางสรรคง านแอนเิ มชั่นทีม่ เี ทคนิคพิเศษท่แี ปลกตา นา สนใจไดดีขน้ึ
และเลือกใชไ ฟลภ าพไดเ หมาะสมกับความตองการ ท้ังไฟลวตั ถุดบิ ทนี่ ําเขา และไฟลภ าพเคลอ่ื นไหวท่ี
สง ออก

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วิชา โปรแกรมประยกุ ตคอมพิวเตอรก ราฟก 3 มติ ิ รหัสวิชา ว32295 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที่ 5

จํานวน 4 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 2.0 หนวยกิต

จาํ นวนเวลาเรยี นทง้ั ส้นิ 80 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น

ศึกษาการใชโปรแกรม 3 มิติขั้นพ้นื ฐาน การสรา งวัตถรุ ปู ทรงเรขาคณิต (Geometric) การสรา งวตั ถรุ ปู ทรง
อสิ ระ(Freeform) การสรางโมเดลเพ่ือแสดงอารมณและทาทาง การใชคาส่งั Modifier List โครงสรางกระดูกโมเดล
การใสโ ครงกระดกู ใหกบั โมเดล การสราง Effect ใหกับชิ้นงาน การสรา ง Geometry List การสรางงาน Animation

การสรางสรรคผ ลงานภาพเคลือ่ นไหว โดยใชคําสั่งของโปรแกรมประยกุ ตร ว มกับทักษะทางศิลปะ ตง้ั แตการ
ขึน้ รปู 3 มิติ การใสสแี ละพื้นผิวใหกบั วัตถุ การจัดแสง การกาํ หนดการเคล่ือนไหว จนถงึ การประมวลภาพน่ิงและ
ภาพเคล่อื นไหว ดวยโปรแกรม Autodesk 3ds max 2014 รวมกบั โปรแกรมกราฟกพื้นฐานอยา ง Adobe
Photoshop ดว ย

โดยใชกระบวนการทางเทคโนโลยี การสบื คน ขอ มลู และการปฏิบตั ิ เพอ่ื ใหเกิดความรู ความคดิ ความ
เขาใจ สามารถสื่อสารสงิ่ ทเี่ รียนรู มที กั ษะการทาํ งาน การจัดการ การแกปญหา การนาํ เสนองาน มคี วาม
รบั ผิดชอบ ใฝเรียนรู มคี วามมงุ มน่ั ในการทํางาน และมีคุณธรรมจริยธรรมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. เขาใจพื้นฐานการใชง านโปรแกรม Autodesk 3ds max 2014
2. สามารถออกแบบและสรา งวตั ถุ 3 มติ ไิ ด
3. สามารถปรบั แตงวตั ถใุ นโปรแกรม Autodesk 3ds max 2014 ได
4. สามารถสรา ง Effect และการเคลอื่ นไหวใหกบั วตั ถไุ ด
5. สามารถสรางการตนู แอนิเมช่ันได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

คาํ อธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า โปรแกรมประยกุ ตแอนเิ มชัน่ 3 มติ ิ รหสั วิชา ว32296 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 5

จาํ นวน 4 คาบ/สปั ดาห จํานวน 2.0 หนว ยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนทัง้ สิน้ 80 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาการสรางงานแอนิเมชัน่ 3 มิติอยางงาย จนิ ตนาการและสรางสรรคเ รอ่ื งราวภาพเคล่อื นไหวของวตั ถุท่ี
ไมซบั ซอน (Object Animation) เพือ่ ใหเ กิดสื่อท่ีนา สนใจ มคี วามสมบรู ณทง้ั ในทางศลิ ปะ และเทคนคิ การสรา งภาพ

การสรา งสรรคผ ลงานภาพเคล่ือนไหว โดยใชคําส่งั ของโปรแกรมประยุกตรว มกับทักษะทางศลิ ปะ ต้งั แตก าร
ข้นึ รปู 3 มิติ การใสสแี ละพน้ื ผิวใหกบั วัตถุ การจัดแสง การกาํ หนดการเคลอ่ื นไหว จนถงึ การประมวลภาพน่ิงและ
ภาพเคล่อื นไหว ดว ยโปรแกรม Autodesk 3ds max 2014 รว มกบั โปรแกรมกราฟกพ้นื ฐานอยา ง Adobe
Photoshop ดวย

โดยใชก ระบวนการทางเทคโนโลยี การสบื คน ขอมูล และการปฏบิ ตั ิ เพอ่ื ใหเ กดิ ความรู ความคดิ ความ
เขา ใจ สามารถส่ือสารส่งิ ทีเ่ รยี นรู มที กั ษะการทํางาน การจดั การ การแกปญหา การนําเสนองาน มีความ
รบั ผดิ ชอบ ใฝเรยี นรู มีความมุงมัน่ ในการทํางาน และมคี ุณธรรมจรยิ ธรรมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. เขาใจเก่ยี วกับเทคโนโลยี 3 มิติ
2. เขาใจพื้นฐานการใชง านโปรแกรม Autodesk 3ds max 2014
3. สามารถสรา งวัตถแุ ละปรับแตงวัตถขุ น้ั ตน ในโปรแกรม Autodesk 3ds max 2014 ได
4. สามารถสรางการเคล่ือนไหวใหกบั วตั ถไุ ด
5. สามารถประมวลผล (Rendering) และสรางงานแอนเิ มชัน่ 3 มิติ จากโปรแกรมได

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู

คําอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า การสราง Webpage รหัสวชิ า ว33291 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 6

จาํ นวน 4 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 2.0 หนว ยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นท้ังส้นิ 80 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษา ฝก ทักษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปน้ี
คนควาและศกึ ษาเกี่ยวกับอนิ เตอรเ นต็ จดุ กาํ เนิดความเปน มา โครงสรา งพื้นฐาน และลักษณะเว็บไซตตางๆ
รวมไปถึงคาํ ศัพทเ ฉพาะ การสรา งเว็บไซตดว ยภาษา HTML ท่ีเปนภาษาเร่ิมตน และนยิ มในการสรางเวบ็ ไซต ศึกษา
โครงสรา งภาษา ชุดคาํ ส่งั การเขียนโคดดงิ้ รปู แบบไฟลตา งๆ ไมวา จะเปน รปู ภาพ เสยี ง วดิ โิ อ โดยนาํ มาประยกุ ตให
เขา กับเว็บไซตใหมีความสวยงามและเหมาะสม ทําความรูจักเกย่ี วกับการสรางเว็บไซตแ บบออนไลนที่สามารถใชง าน
ไดจริงอยา ง Google Site ท่ีใหบริการในการสรา งเว็บไซตแบบไมคิดคาธรรมเนียม ออกแบบเว็บไซตใหด ูสวยงามและ
นา สนใจ โดยสามารถนําไปประยุกตใชเปนเว็บไซตผลงานของตนเองในการศึกษาตอได

ผลการเรียนรู
1. รูจกั และเขาใจความหมายของอนิ เตอรเน็ต
2. เขา ใจประเภทของไฟลต า ง ๆ และสามารถนํามาประยุกต
4. รจู กั โครงสรา งภาษา HTML
5. สรา งเว็บไซตด วยภาษา HTML
6. รูจกั และศึกษาการสรางเว็บไซตออนไลน
7. สรา งเว็บไซตออนไลนดวย Google site

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู

คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วิชา โครงสรา งกราฟกและแอนิเมช่นั 1 รหสั วชิ า ว33292 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 6

จํานวน 4 คาบ/สปั ดาห จํานวน 2.0 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรยี นท้ังส้นิ 80 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาพืน้ ฐานในการทําโครงงาน ประเภทของโครงงาน การทบทวนวรรณกรรมที่เก่ียวขอ ง
เครื่องมือและวธิ ีการเลอื กใช การเกบ็ รวบรวมขอมูล การเขียนรายงานขอ เสนอโครงงาน การนําเสนอหวั ขอโครงงาน
การทดลองหรือพฒั นาโครงงานตามวตั ถปุ ระสงคแ ละขอบเขต การทดสอบและการประเมินผลโครงงาน โดยนําเอา
งานกราฟกและแอนิเมชั่นมาออกแบบและสรา งชนิ้ งานแลวจัดทาํ เปน โครงงาน

ผลการเรียนรู
1.มคี วามรูความเขา ใจพ้นื ฐานของการทาํ โครงงานได
2. รูจกั เลอื กหวั ขอในการทาํ โครงงานกราฟกและแอนิเมช่นั ท่ีจะนาํ ไปใชประโยชนได
3.สามารถจัดทําโครงงานตามข้นั ตอนตาง ๆ โดยใชห ลกั การได
4.สามารถนําโครงงานกราฟกและแอนเิ มชัน่ ไปใชง านจรงิ ได
5.สามารถนําโครงงานไปพัฒนาตอยอดได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

คําอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า การสรา งเกม รหัสวชิ า ว33293 ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 6

จาํ นวน 4 คาบ/สปั ดาห จํานวน 2.0 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรียนทัง้ ส้นิ 80 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรยี น

ศึกษาการสรา งเกมดวยโปรแกรม Construct 2 ไดแก เกม ขน้ั ตอนการพัฒนาซอฟตแวรเกม เครอ่ื งมือทใ่ี ชใน
การพฒั นาซอฟตแ วรเกม Layout และ Layer Game Object และ Behavior Event Collision HUD การเพ่ิมเสยี ง
ลงในเกมและ การสงออกเกม

ผลการเรียนรู
1. สามารถอธิบายพน้ื ฐานเกมเบ้อื งตน ในรูปแบบตาง ๆ ได
2. สามารถออกแบบเกมทเ่ี กี่ยวขอ งกบั Behavior ได
3. สามารถสรา งเกมดว ยโปรแกรม construct ได
4. สามารถพฒั นา แกไข และนาํ ออกไปใชงานได
5. สามารถนําเกมท่ีสรางไปใชใ นชวี ิตประจาํ วันได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

คําอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

วชิ า การตัดตอภาพแอนเิ มช่นั รหสั วชิ า ว33295 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 6

จํานวน 4 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 2.0 หนว ยกิต

จาํ นวนเวลาเรียนท้งั ส้นิ 80 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน

ศกึ ษาเก่ยี วกบั การตดั ตอภาพเคล่ือนไหว วีดทิ ศั น การเพ่ิมเติมองคประกอบ และสสี นั หรือแกไ ข
ภาพเคลื่อนไหว ท่ถี ายทํามาไมสมบรู ณใ หด ีขึน้ หรือเปนผลงานแอนเิ มช่นั ท่ีเสรจ็ สมบรู ณได โดยใชค ําส่ังของโปรแกรม
ประยุกตรวมกับทักษะทางศลิ ปะของผูเ รยี นดว ยโปรแกรม Adobe Premiere

ผลการเรียนรู
1. มีความรูความเขา ใจเก่ียวกับการตดั ตอภาพเคลอื่ นไหวในรูปแบบตาง ๆ ได
2. สามารถเขาใจและใชงานโปรแกรม Adobe Premiere เบอ้ื งตน ได
3. สามารถทาํ การตัดตอ และแกไ ขภาพเคลื่อนไหวในรปู แบบตาง ๆ ได
4. สามารถตัดตอ ภาพแอนิเมชั่นใหอ อกมาเปนช้นิ งานได
5. สามารถนาํ ความรูไปใชในชวี ิตประจําวันได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

วชิ า การพัฒนาทกั ษะการทํางาน รหัสวชิ า ว33296 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 6

จํานวน 4 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 2.0 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนทั้งส้นิ 80 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาการใชง านโปรแกรมตา ง ๆ ทางดานคอมพวิ เตอร อาชีพท่ีเก่ียวของกบั งานดานคอมพวิ เตอร

ปฏิบตั ิการฝก ทักษะเพื่อเพิ่มความชํานาญการใชงานโปรแกรมตาง ๆ ทางดา นคอมพวิ เตอร โดยใชความรู
ความคิด จินตนาการ ทกั ษะ เหตผุ ล และกระบวนการตา ง ๆ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่อื ใหเ กดิ ความรใู หมท่เี ปน
ประโยชน โดยมกี ารบรู ณาการความรดู านตาง ๆ หรอื จากรายวิชาอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วของเขา มารวมดวย

เพอื่ ใหม ีความรู ความเขา ใจและความชาํ นาญในการใชงานโปรแกรมตาง ๆ ทางดา นคอมพิวเตอรมา
ประยกุ ตใ ชใ นการสรา งงานในชวี ิตประจําวนั ได รวมถงึ มีเจตคติทีด่ ีตออาชพี สจุ รติ ทางดา นคอมพวิ เตอร

ผลการเรยี นรู

1. พฒั นาทกั ษะความรูค วามชาํ นาญเกีย่ วกับคอมพิวเตอร
2. เรยี นรเู กี่ยวกับอาชีพและสรา งเจตคตทิ ีด่ ตี ออาชพี ดานคอมพวิ เตอร
3. ปฏิบตั งิ านดานคอมพิวเตอรเ พื่อเพิ่มความชํานาญ ตามความสนใจของนักเรยี น

รวมท้ังหมด 3 ผลการเรยี นรู

คาํ อธบิ ายรายวชิ า กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวิชาท่ีเปดสอน กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (รายวชิ าพ้นื ฐาน)
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน

รหัสวิชา รายวิชา จํานวน จาํ นวน ช้นั ภาคเรยี น
หนว ยกิต ชั่วโมง
ส 21101 สงั คมศึกษา ม.1 1
ส 21103 ประวตั ศิ าสตร 1.5 60 ม.1 1
0.5 20 ม.1 2
ส 21102 สังคมศึกษา 1.5 ม.1 2
ส 21104 ประวัติศาสตร 60 ม.2 1
ส 22101 สงั คมศึกษา 0.5 ม.2 1
ส 22103 ประวตั ิศาสตร 20 ม.2 2
ส 22102 สงั คมศึกษา 1.5 ม.2 2
ส 22104 ประวัตศิ าสตร 60 ม.3 1
ส 23101 สังคมศึกษา 0.5 ม.3 1
ส 23103 ประวัติศาสตร 20 ม.3 2
ส 23102 สังคมศกึ ษา 1.5 ม.3 2
ส 23104 ประวัตศิ าสตร 60
0.5
20
1.5
60
0.5
20
1.5
60
0.5
20

รายวิชาทเี่ ปดสอน กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (รายวชิ าเพ่ิมเติม)
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน

รหัสวิชา รายวชิ า จาํ นวน จํานวน ช้ัน ภาคเรยี น
หนว ยกิต ช่ัวโมง
ส 20225 อาเซียนศึกษา ม.1 1
0.5 20 ม.1 1
ส 21231 หนา ที่พลเมอื ง 1 ม.1 2
ส 21232 หนาที่พลเมอื ง 2 0.5 20 ม.2 1
ส 22233 หนา ทีพ่ ลเมอื ง 3 ม.2 2
ส 22234 หนาที่พลเมือง 4 0.5 20 ม.3 1
ส 23235 หนา ที่พลเมือง 5 ม.3 2
ส 23236 หนา ทีพ่ ลเมอื ง 6 0.5 20

0.5 20
0.5
20
0.5
20

รายวชิ าทเี่ ปดสอน กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม (รายวชิ าพ้ืนฐาน)
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

รหสั วิชา รายวิชา จํานวน จํานวน ชน้ั ภาคเรยี น
หนวยกติ ชัว่ โมง
ส 31101 สังคมศึกษาพืน้ ฐาน 1
ส 31103 ประวตั ศิ าสตรสากล 1.0 40 ม.4 1
ส 31102 สังคมศึกษาพน้ื ฐาน 2 0.5 20 ม.4 1
ส 31104 ประวตั ศิ าสตรสากล 1.0 40 ม.4 2
ส 32101 สงั คมศึกษาพน้ื ฐาน 3 0.5 20 ม.4 2
ส 32103 ประวตั ิศาสตรไทย 1.0 40 ม.5 1
ส 32102 สงั คมศึกษาพื้นฐาน 4 0.5 20 ม.5 1
ส 32104 ประวตั ศิ าสตรไ ทย 1.0 40 ม.5 2
ส 33101 สังคมศึกษาพนื้ ฐาน 5 0.5 20 ม.5 2
ส 33102 สังคมศึกษาพ้ืนฐาน 6 1.0 40 ม.6 1
1.0 40 ม.6 2

รายวิชาทเี่ ปด สอน กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม (รายวิชาเพ่มิ เตมิ )
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

รหสั วิชา รายวชิ า จาํ นวน จาํ นวน ชนั้ ภาคเรยี น
หนว ยกิต ชั่วโมง
ส 30201 ศาสนาสากล
ส 30231 หนาทพ่ี ลเมือง 1 1.0 40 ม.4 1
ส 30284 ภูมิศาสตรเ ศรษฐกจิ 0.5 20 ม.4 1
ส 30222 การเมืองการปกครองของไทย 1.0 40 ม.4 1
ส 30232 หนา ทีพ่ ลเมือง 2 1.0 40 ม.4 2
ส 30282 ประชากรกับส่งิ แวดลอ ม 0.5 20 ม.4 2
ส 30225 อาเซียนศึกษา 1.0 40 ม.4 2
ส 30233 หนา ทพี่ ลเมือง 3 1.0 40 ม.5 1
ส 30286 ภูมิศาสตรก ารทองเทีย่ ว 0.5 20 ม.5 1
ส 30281 ภยั พบิ ัติธรรมชาติศกึ ษา 1.0 40 ม.5 1
ส 30234 หนา ทพี่ ลเมือง 4 1.0 40 ม.5 2
ส 30287 ภูมิศาสตรกายภาพ 0.5 20 ม.5 2
ส 30223 กฎหมายที่ประชาชนควรรู 1.0 40 ม.5 2
ส 30241 การเงิน การคลงั การธนาคาร 1.0 40 ม.6 1
ส 30264 เหตุการณปจ จบุ ัน 1.0 40 ม.6 1
ส 30226 จริยธรรมกับบคุ คล 1.0 40 ม.6 2
1.0 40 ม.6 2

คาํ อธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุม สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

วิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 21101 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1

จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.5 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนทง้ั ส้นิ 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรยี น

ศึกษา วิเคราะหค วามสาํ คญั ของพุทธศาสนาตอสงั คมไทย พทุ ธประวตั ิ ชาดก วันสาํ คญั ทางพระพุทธศาสนา
พระรัตนตรัย พุทธคุณ 9 อริยสจั 4 พทุ ธศาสนสุภาษิต หลกั ธรรมในการดาํ รงชีวิตแบบพอเพียงและการดูแลรักษา
สิง่ แวดลอม หลกั ธรรมเพ่ือการปฏบิ ตั อิ ยางเหมาะสมตอบคุ คลตา งๆ การเผยแพรพระพทุ ธศาสนาเขา สูป ระเทศไทย
การสังคายนา การสวดมนต แผเมตตา บรหิ ารจิต และการเจริญปญ ญา
ดว ยอานาปานสติ พุทธสาวก พุทธสาวกิ า และพุทธศาสนิกชนตัวอยาง วิถชี ีวิตของพระภิกษุ บทบาทของพระภกิ ษใุ น
การเผยแพรพระพุทธศาสนา การปฏบิ ัตทิ เ่ี หมาะสมตอพระภกิ ษกุ ารจดั พิธีกรรมและการปฏบิ ตั ิตนในศาสนพิธี การ
บาํ เพญ็ ประโยชนแ ละการบํารุงรักษาวดั การศึกษาศาสนาอื่นๆในประเทศไทย การปฏิบตั ิอยางเหมาะสม
ตอศาสนิกชนอื่นในสถาการณตางๆ ตัวอยา งบุคคลท่ีปฏิบตั ิตนนเปน แบบอยางดานศาสนสมั พันธ

ทําความรจู ักรัฐธรรมนญู ความเปนมา หลกั การและเจตนารมณข องรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
โครงสรางและสาระสําคญั ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจักรไทย การปฏิบตั ิตนตามสทิ ธเิ สรีภาพและหนา ทตี่ าม
รฐั ธรรมนูญ อาํ นาจอธปิ ไตยในระบอบประชาธปิ ไตย การถวงดุลอํานาจอธิปไตย กฎหมายคุมครองเด็ก กฎหมาย
การศึกษากฎหมายคมุ ครองการบรโิ ภค กฎหมายลิขสทิ ธิ์ กฎหมายการกระทําผดิ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร วฒั นธรรมไทย
การเรยี นรแู ละเขา ใจวฒั นธรรมเพื่อนบา นในภูมิภาค วฒั นธรรมท่ีเปนปจ จยั ในการสรางความสัมพันธอนั ดีหรืออาจ
นาํ ไปสคู วามเขา ใจผิดตอกนั ความหมายของจิตสาธารณะ แนวทางการปฏบิ ัตติ นโดยเนนจติ สาธารณะ วิเคราะห
คณุ คาของจิตสาธารณะ ความสําคญั ของเยาวชนที่ดตี อสงั คมและประเทศชาติ

โดยใชก ระบวนการคิด กระบวนการสืบคน กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการกลมุ
กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกปญ หา

เพื่อใหเกดิ ความรคู วามเขาใจ สามารถนําไปปฏบิ ัติในการดําเนินชวี ติ นาํ ไปพัฒนาแกป ญหาของตนเองและ
ครอบครัว รกั ษาส่ิงแวดลอ ม มคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซอ่ื สัตย สุจริต มวี นิ ยั ใฝเ รยี นรู
อยูอยางพอเพียง มงุ มั่นในการทํางาน รกั ความเปนไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถอยรู ว มกับผูอ่นื ไดอยางสนั ติสุข

รหสั ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10 , ม.1/11

ส 1.2 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม 1/3 , ม 1/4 , ม 1/5

ส 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
รวม 23 ตวั ชี้วัด

คาํ อธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

วิชา ประวตั ิศาสตร รหัสวชิ า ส 21103 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 1

จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรยี นทง้ั ส้นิ 20 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรียน

ศึกษาและลงมือปฏบิ ตั ิในเร่ือง วเิ คราะหค วามสาํ คัญของเวลาในการศึกษาประวตั ิศาสตร เทยี บศกั ราชตาม
ระบบตา ง ๆ ที่ใชศ ึกษาประวัตศิ าสตร นําวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตรมาใชศ ึกษาเหตุการณทางประวัติศาสตร อธบิ าย
พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศตาง ๆ ในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต ระบุความสําคัญ
ของแหลง อารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต

โดยใชว ธิ ีการทางประวัติศาสตรม าวเิ คราะหเ หตุการณต าง ๆ อยางเปนระบบ เพ่ือใหผเู รียนเขาใจพฒั นาการ
ของมนุษยชาติจากอดตี ถึงปจจุบนั และเขาใจความเปนมาของวฒั นธรรมภมู ปิ ญญาไทย

ตระหนักและเห็นคุณคาของเวลา วถิ ชี ีวิตของชมุ ชนจากอดีตถึงปจ จบุ ัน และมคี วามรักความภมู ิใจในความ
เปนไทย ภมู ปิ ญ ญาไทย และธาํ รงรักษาความเปนไทย

รหัสตวั ชี้วดั
ส 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3

ส 4.2 ม.1/1, ม.1/2

รวมทั้งหมด 5 ตัวช้วี ัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

วิชา สงั คมศึกษา 2 รหสั วิชา ส 21102 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1

จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.5 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรยี นท้ังสิ้น 60 คาบ / ชัว่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษาความหมายและความสําคัญของเศรษฐกจิ การบริโภคอยา งมปี ริทธภิ าพ ปจ จัยท่ีมีอิทธพิ ล คานยิ มและ
พฤติกรรมการบรโิ ภคของคนในสงั คมปจจบุ ัน บทบาทหนาที่และความสาํ คญั ของสถาบนั การเงินและธนาคารกลาง
ความสัมพันธระหวางผผู ลติ ผูบรโิ ภค และสถาบนั การเงนิ ตัวอยางทีส่ ะทอ นใหเ หน็ การพง่ึ พาอาศยั กนั การแขงขนั กัน
ทางเศรษฐกจิ ปญ หาทางเศรษฐกิจในชมุ ชน ชมุ ชน ประเทศ และเสนอแนวทางแกไ ข ปจจัยท่ีมอี ิทธิพลตอการกาํ หนด
อุปสงค อุปทาน กฎหมายท่ีเกี่ยวกับการคมุ ครองทรัพยสนิ ทางปญญา ตวั อยางการละเมดิ ทรัพยท างปญ ญาความ
เปนมา หลกั การ คุณคาและแนวทางการประยกุ ตใ ชป รชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งตอสงั คมไทย หลกั การทรงงานของ
พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัวและโครงการในพระราชดําริ

ใชเ คร่อื งมือทางภูมศิ าสตรศกึ ษาลักษณะทางกายภาพ สังคม ภัยธรรมชาติ และการระวังภัย การเปลย่ี นแปลง
ประชากร เศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม การกอเกิดส่งิ ใหม แนวทางการใชทรพั ยากร ทําเลท่ตี ้งั ทางเศรษฐกิจและ
สังคม ปจ จยั ทางกายภาพและสังคมทมี่ ีผลตอการเลื่อนไหลความคิด เทคโนโลยี สินคา และประชากรในทวปี เอเชยี
ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย และเสนแบง เวลา ความแตกตางของเวลา มาตรฐานกบั เวลาทองถน่ิ ของประเทศไทย
และทวปี ตางๆ

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสบื คนขอ มูล กระบวนการสบื สอบทางสงั คม การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
กระบวนการกลุม กระบวนการเผชญิ สถานการณแ ละแกป ญหา และการใชเ คร่ืองมือทางภูมิศาสตร

เพือ่ ดํารงชวี ติ อยา งมีดุลยภาพ ตระหนกั การใชท รัพยากรทีม่ ีอยูอยา งจาํ กดั ไดอยา งมีประสิทธภิ าพและคุมคา มี
คา นยิ มเปน ผบู รโิ ภคที่ดี เห็นความสาํ คัญและคุณคาของหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ประยุกตใชหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ความสาํ คัญของการใชและวางแผนอนุรักษท รัพยากรในชมุ ชนอยางมีจติ สํานึก และวางแผนการอยู
รวมกันในสงั คมทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี รวมกันอยา งมคี วามสขุ และรวมกันพัฒนาเศรษฐกิจ สงั คม
และวฒั นธรรมอยางย่ังยนื

รหัสตัวชี้วดั
ส 3.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3

ส 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4

ส 5.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3

ส 5.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4

รวมทั้งหมด 14 ตัวช้ีวัด

คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

วชิ า ประวตั ิศาสตร รหสั วชิ า ส 21104 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรียนทัง้ สิ้น 20 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

ศึกษาและลงมือปฏิบัตใิ นเรื่อง อธิบายเรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตรสมยั กอนสุโขทยั ในดินแดนไทยโดยสงั เขป
วิเคราะห พฒั นาการของอาณาจักรสุโขทยั ในดา นตา ง ๆ วิเคราะหอิทธพิ ลของวฒั นธรรมและภมู ิปญ ญาไทยสมยั
สโุ ขทยั และสังคมไทยในปจ จบุ ัน

โดยใชว ธิ ีการทางประวตั ิศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณต าง ๆ อยา งเปนระบบ เพ่ือใหผ เู รยี นเขา ใจพัฒนาการ
ของมนุษยชาตจิ ากอดตี ถงึ ปจ จบุ นั และเขาใจความเปนมาของวัฒนธรรมภูมิปญญาไทย

ตระหนกั และเห็นคุณคาของเวลา วิถีชวี ติ ของชุมชนจากอดีตถงึ ปจจุบัน และมีความรักความภูมใิ จในความ
เปนไทย ภมู ิปญ ญาไทย และธาํ รงรักษาความเปน ไทย
ตัวชว้ี ัด

ส 4.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
รวมท้ังหมด 3 ตัวชวี้ ดั

คาํ อธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

วชิ า สังคมศึกษา 3 รหสั วิชา ส 22101 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1

จาํ นวน 3 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.5 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรียนทง้ั ส้นิ 60 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาคนควาการเผยแผพระพุทธศาสนาเขาสปู ระเทศเพื่อบาน ความสาํ คัญของพระพุทธศาสนา วิเคราะห
ความเปน มาเก่ียวกับพุทธประวตั ิ ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวกิ าและชาดก โครงสรางและสาระสังเขปของ
พระไตรปฎก วันสําคญั ตางๆ ทางพระพุทธศาสนา หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา และพทุ ธศาสนสภุ าษติ พิธีกรรม
ทางศาสนา การบรหิ ารจติ และการเจรญิ ปญญาดว ยอานาปานสติ หนา ท่แี ละมารยาทชาวพทุ ธ ศึกษาวิเคราะห
สถานภาพ บทบาท สิทธเิ สรีภาพและหนา ที่ในฐานะพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย ศึกษาบทบาทความสําคญั และ
ความสัมพนั ธของสถาบนั ทางสงั คม กระบวนการในการตรากฎหมาย ขาวสารทางการเมอื งการปกครองท่ีมี
ผลกระทบตอสังคมไทยในปจ จบุ นั

โดยใชก ระบวนการฝกปฏิบตั ิ กระบวนการกลมุ กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการสบื คน
กระบวนการเปรยี บเทยี บ กระบวนการพฒั นาคุณภาพชีวติ กระบวนการขัดเกลาทางสังคม กระบวนการ
ประชาธิปไตย กระบวนการคิดอยางมวี จิ ารณญาณ

เพอ่ื ใหเ หน็ คุณคาและความสาํ คัญของศาสนา เกิดศรัทธา สํานกึ ในความเปน ไทย เหน็ คุณคาของ
การบรหิ ารจิต ตระหนักถงึ คุณคา ในการเปน พลเมืองดี ทําประโยชนแ กสงั คมและประเทศชาติ สถานภาพ บทบาท
สิทธิเสรีภาพและหนาทีใ่ นฐานะพลเมืองดีของสงั คมและประเทศ
ตวั ชีว้ ดั

ส. 1.1 ม.2/1 , ส. 1.1 ม.2/2 , ส. 1.1 ม.2/3 , ส. 1.1 ม.2/4 , ส. 1.1 ม.2/5 , ส. 1.1 ม.2/6
ส. 1.1 ม.2/7 , ส. 1.1 ม.2/8 , ส. 1.1 ม.2/9 , ส. 1.1 ม.2/10 , ส. 1.1 ม.2/11
ส. 1.2 ม.2/1 , ส. 1.2 ม.2/2 , ส. 1.2 ม.2/3 , ส. 1.2 ม.2/4 , ส. 1.2 ม.2/5
ส. 2.1 ม.2/1 , ส. 2.1 ม.2/2 , ส. 2.1 ม.2/3 , ส. 2.1 ม.2/4
ส. 2.2 ม.2/1 , ส. 2.2 ม.2/2
รวมท้ังหมด 22 ตัวช้ีวัด

คําอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

วิชา ประวตั ศิ าสตร รหสั วชิ า ส 22103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1

จาํ นวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนท้ังส้นิ 20 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน

ศึกษาเรื่อง ประเมนิ ความนา เชอ่ื ถือของหลักฐานทางประวัติศาสตรในลกั ษณะตาง ๆ วิเคราะห
ความแตกตา งระหวางความจรงิ กับขอเท็จจรงิ ของเหตุการณท างประวัติศาสตร เห็นความสําคญั ของการตีความ
หลกั ฐานทางประวัติศาสตรท ี่นา เช่อื ถือ อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของภูมิภาคเอเชยี ระบุ
ความสําคัญของแหลง อารยธรรมโบราณในภมู ิภาคเอเชีย

โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูเนนการใหประสบการณท่ใี กลตัวผเู รยี น เพือ่ ใหเ กิดการเชอ่ื มโยงประสบการณ
เดมิ สูการสรา งประสบการณใหม โดยการใชภ าพ ขาว หรอื สถานการณต าง ๆ ใหผ เู รียนฝกการสังเกต ตอบคาํ ถามหา
แนวทางปฏิบตั ิท่ถี ูกตอง เหมาะสม สงเสรมิ การทํางานกลุม เพ่อื พัฒนาทักษะทางสงั คม นาํ ไปสูการยอมรบั และเห็น
คณุ คาของตนเองและผูอื่น

ตระหนกั และเขา ใจความเปนมาของชาติไทย วฒั นธรรมภมู ิปญ ญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จ
และธาํ รงความเปนไทย
ตัวช้วี ัด

ส 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ส 4.2 ม.2/1, ม.2/2
รวมทั้งหมด 5 ตัวชวี้ ดั

คําอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูส ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

วิชา สังคมศึกษา 4 รหัสวิชา ส 22102 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1

จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.5 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนทัง้ สน้ิ 60 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรียน

ศึกษาความหมาย ความสาํ คัญของการลงทุนและการออม ปจ จัยการผลติ สินคาและบริการ การพัฒนาการ
ผลิตตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง การคุมครองผูบรโิ ภค ระบบเศรษฐกิจแบบตา งๆ การแขง ขันทางการคา ท้ังใน
ประเทศและตา งประเทศ ศึกษาเครื่องมือทางภมู ิศาสตรท แ่ี สดงลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี ยโุ รปและ
แอฟริกา วิเคราะหความสมั พันธระหวางลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวปี ยุโรปและแอฟริกา วเิ คราะหเหตุ
และผลกระทบท่ปี ระเทศไทยไดร บั จากการเปลี่ยนแปลงของสง่ิ แวดลอมในทวีปยโุ รปและแอฟริกา

โดยใชก ระบวนการฝกปฏบิ ัติ กระบวนการกลมุ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสืบคน
กระบวนการเปรียบเทียบ กระบวนการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต กระบวนการขัดเกลาทางสังคม กระบวนการ
ประชาธปิ ไตย กระบวนการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณ

เพ่ือมีวิจารณญาณเก่ยี วกับการตดั สินใจลงทนุ และการออม มีความคิดรวบยอดเกย่ี วกบั บทบาทหนาท่ีและ
การคุมครองผูบ รโิ ภค เพ่ือตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของลกั ษณะทางกายภาพท่ีมีตอ ระบบการดําเนินชีวิตของมนษุ ย มี
วิจารณญาณในการใชเคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร ปรบั เปลย่ี นคา นิยมและวิถชี ีวติ เพอ่ื อนรุ ักษส งิ่ แวดลอ ม
รหัสตวั ชี้วัด

ส. 3.1 ม.2/1 , ส. 3.1 ม.2/2 , ส. 3.1 ม.2/3 , ส. 3.1 ม.2/4
ส. 3.2 ม.2/1 , ส. 3.2 ม.2/2 , ส. 3.2 ม.2/3 , ส. 3.2 ม.2/4
ส. 5.1 ม.2/1 , ส. 5.1 ม.2/2
ส. 5.2 ม.2/1 , ส. 5.2 ม.2/2, ส. 5.2 ม.2/3 , ส. 5.2 ม.2/4
รวม 14 ตัวชี้วดั

คาํ อธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

วิชา ประวัติศาสตร รหัสวิชา ส 22104 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1

จํานวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรียนท้ังสน้ิ 20 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

วิเคราะหพ ัฒนาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบุรใี นดา นตาง ๆ วิเคราะหป จจัยทีส่ ง ผลตอ ความมั่นคง
และความเจริญรุงเรอื งของอาณาจักรอยธุ ยา ระบุภมู ปิ ญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบุรี และอิทธิพล
ของภูมปิ ญ ญาดงั กลาวตอ การพัฒนาชาตไิ ทยในยคุ ตอมา

โดยการจดั กิจกรรมการเรยี นรูเนน การใหประสบการณทใ่ี กลตวั ผเู รยี น เพือ่ ใหเ กิดการเชื่อมโยงประสบการณ
เดิมสูก ารสรา งประสบการณใหม โดยการใชภ าพ ขาว หรอื สถานการณต าง ๆ ใหผ เู รยี นฝกการสังเกต ตอบคําถามหา
แนวทางปฏิบัตทิ ่ถี ูกตอง เหมาะสม สงเสรมิ การทํางานกลมุ เพอ่ื พฒั นาทักษะทางสงั คม นาํ ไปสกู ารยอมรับและเห็น
คุณคา ของตนเองและผูอนื่

ตระหนกั และเขาใจความเปน มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรมภมู ิปญ ญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จ
และธาํ รงความเปน ไทย
ตัวชีว้ ัด

ส 4.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
รวมท้ังหมด 3 ตวั ช้วี ดั

คาํ อธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

วชิ า สังคมศึกษา 3 รหสั วิชา ส 22101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 2

จาํ นวน 3 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.5 หนว ยกิต

จํานวนเวลาเรียนทั้งส้นิ 60 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาคนควาการเผยแผพระพุทธศาสนาเขาสปู ระเทศเพื่อบาน ความสาํ คัญของพระพุทธศาสนา วเิ คราะห
ความเปน มาเก่ียวกับพุทธประวตั ิ ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวกิ าและชาดก โครงสรางและสาระสังเขปของ
พระไตรปฎก วันสําคญั ตางๆ ทางพระพุทธศาสนา หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา และพุทธศาสนสุภาษติ พิธีกรรม
ทางศาสนา การบรหิ ารจติ และการเจรญิ ปญญาดว ยอานาปานสติ หนา ทีแ่ ละมารยาทชาวพทุ ธ ศึกษาวเิ คราะห
สถานภาพ บทบาท สิทธเิ สรีภาพและหนา ท่ีในฐานะพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย ศึกษาบทบาทความสําคญั และ
ความสัมพนั ธของสถาบนั ทางสงั คม กระบวนการในการตรากฎหมาย ขาวสารทางการเมอื งการปกครองท่ีมี
ผลกระทบตอสังคมไทยในปจจบุ นั

โดยใชก ระบวนการฝกปฏิบตั ิ กระบวนการกลมุ กระบวนการคดิ วิเคราะห กระบวนการสบื คน
กระบวนการเปรยี บเทยี บ กระบวนการพฒั นาคุณภาพชีวติ กระบวนการขัดเกลาทางสังคม กระบวนการ
ประชาธิปไตย กระบวนการคิดอยางมวี จิ ารณญาณ

เพอ่ื ใหเ หน็ คุณคาและความสาํ คัญของศาสนา เกิดศรัทธา สํานกึ ในความเปน ไทย เหน็ คุณคาของ
การบรหิ ารจิต ตระหนักถึงคุณคา ในการเปน พลเมืองดี ทําประโยชนแ กสังคมและประเทศชาติ สถานภาพ บทบาท
สิทธิเสรีภาพและหนาทีใ่ นฐานะพลเมืองดีของสงั คมและประเทศ
ตวั ชีว้ ดั

ส. 1.1 ม.2/1 , ส. 1.1 ม.2/2 , ส. 1.1 ม.2/3 , ส. 1.1 ม.2/4 , ส. 1.1 ม.2/5 , ส. 1.1 ม.2/6
ส. 1.1 ม.2/7 , ส. 1.1 ม.2/8 , ส. 1.1 ม.2/9 , ส. 1.1 ม.2/10 , ส. 1.1 ม.2/11
ส. 1.2 ม.2/1 , ส. 1.2 ม.2/2 , ส. 1.2 ม.2/3 , ส. 1.2 ม.2/4 , ส. 1.2 ม.2/5
ส. 2.1 ม.2/1 , ส. 2.1 ม.2/2 , ส. 2.1 ม.2/3 , ส. 2.1 ม.2/4
ส. 2.2 ม.2/1 , ส. 2.2 ม.2/2
รวมท้ังหมด 22 ตัวช้ีวัด

คําอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

วิชา ประวตั ศิ าสตร รหสั วชิ า ส 22103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2

จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรียนทัง้ ส้นิ 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรียน

ศึกษาเร่ือง ประเมินความนาเชอ่ื ถือของหลักฐานทางประวัติศาสตรในลกั ษณะตา ง ๆ วิเคราะห
ความแตกตา งระหวางความจริงกบั ขอเทจ็ จรงิ ของเหตุการณท างประวัติศาสตร เห็นความสาํ คญั ของการตีความ
หลกั ฐานทางประวัติศาสตรที่นาเชื่อถือ อธิบายพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของภมู ภิ าคเอเชีย ระบุ
ความสําคัญของแหลง อารยธรรมโบราณในภมู ิภาคเอเชีย

โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูเนนการใหประสบการณท่ใี กลตัวผเู รยี น เพือ่ ใหเ กิดการเช่ือมโยงประสบการณ
เดิมสูการสรา งประสบการณใหม โดยการใชภ าพ ขาว หรอื สถานการณต าง ๆ ใหผ เู รยี นฝก การสังเกต ตอบคาํ ถามหา
แนวทางปฏิบตั ิที่ถูกตอง เหมาะสม สง เสริมการทํางานกลุม เพ่อื พัฒนาทักษะทางสงั คม นําไปสูก ารยอมรับและเห็น
คณุ คาของตนเองและผูอื่น

ตระหนักและเขา ใจความเปนมาของชาติไทย วฒั นธรรมภมู ิปญ ญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธาํ รงความเปน ไทย
ตวั ช้วี ัด

ส 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ส 4.2 ม.2/1, ม.2/2
รวมทั้งหมด 5 ตัวชวี้ ดั

คําอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูส ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

วิชา สังคมศึกษา 4 รหสั วชิ า ส 22102 ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 2

จํานวน 3 คาบ/สปั ดาห จาํ นวน 1.5 หนวยกติ

จาํ นวนเวลาเรียนทง้ั สิน้ 60 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น

ศึกษาความหมาย ความสาํ คัญของการลงทุนและการออม ปจจัยการผลติ สินคาและบริการ การพัฒนาการ
ผลิตตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง การคุมครองผูบ ริโภค ระบบเศรษฐกจิ แบบตา งๆ การแขงขนั ทางการคา ทั้งใน
ประเทศและตา งประเทศ ศึกษาเครื่องมือทางภมู ิศาสตรท ี่แสดงลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปยโุ รปและ
แอฟริกา วิเคราะหความสัมพนั ธระหวางลักษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยุโรปและแอฟริกา วิเคราะหเ หตุ
และผลกระทบท่ปี ระเทศไทยไดรับจากการเปลย่ี นแปลงของส่งิ แวดลอ มในทวีปยุโรปและแอฟริกา

โดยใชก ระบวนการฝกปฏบิ ตั ิ กระบวนการกลุม กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการสืบคน
กระบวนการเปรียบเทยี บ กระบวนการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต กระบวนการขัดเกลาทางสงั คม กระบวนการ
ประชาธปิ ไตย กระบวนการคิดอยา งมวี ิจารณญาณ

เพ่ือมีวิจารณญาณเก่ยี วกับการตดั สินใจลงทนุ และการออม มคี วามคิดรวบยอดเกยี่ วกบั บทบาทหนาท่ีและ
การคุมครองผูบ รโิ ภค เพ่ือตระหนักถึงความสําคัญของลักษณะทางกายภาพที่มีตอ ระบบการดําเนนิ ชวี ิตของมนษุ ย มี
วิจารณญาณในการใชเครื่องมือทางภมู ิศาสตร ปรับเปลีย่ นคา นยิ มและวถิ ีชีวิต เพือ่ อนุรักษสิง่ แวดลอ ม

รหัสตวั ชี้วัด
ส. 3.1 ม.2/1 , ส. 3.1 ม.2/2 , ส. 3.1 ม.2/3 , ส. 3.1 ม.2/4
ส. 3.2 ม.2/1 , ส. 3.2 ม.2/2 , ส. 3.2 ม.2/3 , ส. 3.2 ม.2/4
ส. 5.1 ม.2/1 , ส. 5.1 ม.2/2
ส. 5.2 ม.2/1 , ส. 5.2 ม.2/2, ส. 5.2 ม.2/3 , ส. 5.2 ม.2/4

รวม 14 ตัวชี้วดั

คาํ อธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

วิชา ประวัติศาสตร รหัสวิชา ส 22104 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2

จาํ นวน 1 คาบ/สปั ดาห จํานวน 0.5 หนว ยกิต

จาํ นวนเวลาเรยี นท้ังสน้ิ 20 คาบ / ช่วั โมง : ภาคเรยี น

วิเคราะหพ ัฒนาการของอาณาจกั รอยธุ ยาและธนบุรใี นดา นตาง ๆ วิเคราะหป จจัยทีส่ ง ผลตอ ความมั่นคง
และความเจริญรุงเรอื งของอาณาจักรอยธุ ยา ระบุภมู ปิ ญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบุรี และอิทธิพล
ของภูมปิ ญ ญาดังกลาวตอ การพัฒนาชาตไิ ทยในยคุ ตอมา

โดยการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูเนน การใหประสบการณทใ่ี กลตวั ผเู รยี น เพือ่ ใหเ กิดการเชื่อมโยงประสบการณ
เดมิ สูก ารสรา งประสบการณใหม โดยการใชภ าพ ขาว หรอื สถานการณต าง ๆ ใหผ เู รยี นฝกการสังเกต ตอบคําถามหา
แนวทางปฏิบัติท่ถี ูกตอง เหมาะสม สงเสรมิ การทํางานกลมุ เพอ่ื พฒั นาทักษะทางสงั คม นาํ ไปสกู ารยอมรับและเห็น
คุณคา ของตนเองและผูอนื่

ตระหนกั และเขาใจความเปน มาของชาตไิ ทย วัฒนธรรมภมู ิปญ ญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จ
และธาํ รงความเปนไทย
ตัวชีว้ ัด

ส 4.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
รวมท้ังหมด 3 ตัวชว้ี ดั

คําอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลุม สาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

วชิ า สังคมศึกษา 5 รหัสวชิ า ส 23101 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 3

จาํ นวน 3 คาบ/สปั ดาห จํานวน 1.5 หนว ยกิต

จาํ นวนเวลาเรยี นทง้ั ส้นิ 60 คาบ / ชว่ั โมง : ภาคเรยี น

ศึกษา วเิ คราะห การเผยแพรพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถอื สูประเทศตา ง ๆ ท่ัวโลก
ศกึ ษาถงึ ความสาํ คัญของพระพุทธศาสนาท่ีมีตอสังคมโลก พุทธประวัตจิ ากพระพุทธรปู ปางตา งๆ สรปุ และวเิ คราะห
พทุ ธประวัติ ชาดก ศึกษาประวัติวันสาํ คัญทางพระพุทธศาสนา หลักธรรมพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและการพัฒนาอยางย่ังยนื สงั ฆคณุ และขอธรรมสาํ คญั ในกรอบอริยสจั 4
พุทธศาสนสภุ าษติ การปฏิบัติตนตามหลักธรรมในการพัฒนาตน เพ่ือเตรยี มพรอมสาํ หรบั การทํางานและ
การมคี รอบครวั การพฒั นาจิตเพอ่ื การเรียนรูและการดําเนินชวี ติ ดว ยวิธคี ิดแบบโยนิโสมนสกิ าร คอื วิธคี ิด
แบบอริยสัจ และวธิ ีคิดแบบสบื สาวเหตุปจ จัย การพฒั นาจิตและเจริญปญ ญาตามหลักสตปิ ฎ ฐานเนน อานา
ปานสติ การเปน ศิษยทด่ี ีตามทศิ เบือ้ งขวาในทิศ 6 พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา พุทธศาสนิกชนตัวอยาง หนา ทแ่ี ละบทบาท
ของสาวกและการปฏบิ ตั ิตนตอสาวก การปฎิบตั ิหนา ที่ของชาวพทุ ธ การปฏบิ ตั ติ นในศาสนพิธี
การแสดงตนเปนพุทธมามกะ นาํ เสนอแนวทางการธํารงรักษาพระพุทธศาสนา และศึกษาหลักธรรมและ
การปฏบิ ัตติ นของศาสนิกชนศาสนาอน่ื ๆ ทาํ ใหอยรู ว มกนั ไดอยา งสงบสุข

ศึกษาระบอบการปกครองแบบตา ง ๆ ท่ีใชในยุคปจจบุ นั ศกึ ษา วเิ คราะหเปรยี บเทียบการปกครอง
ของไทยกับประเทศอ่ืน ๆ ทมี่ ีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ศึกษา วเิ คราะหรฐั ธรรมนญู ฉบบั ปจ จุบนั ในมาตรา
ตาง ๆ ทเ่ี กย่ี วของกับการเลือกตงั้ การมสี ว นรวม และการตรวจสอบการใชอ ํานาจรฐั วเิ คราะหป ระเดน็ ปญ หาและ
ผลกระทบท่เี ปนอุปสรรคตอการพัฒนาประชาธปิ ไตยของประเทศไทยและเสนอแนวทางแกไ ข
สกู ารพัฒนาประชาธปิ ไตยอยางย่ังยืน ศึกษา วิเคราะห ความแตกตางของการกระทําความผดิ ระหวางคดีอาญาและ
คดแี พง ศึกษาและมสี ว นรว มในการปกปองคุมครองผูอนื่ ตามหลกั สทิ ธมิ นษุ ยชนตามรัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจักร
ไทย ในวาระและโอกาสท่เี หมาะสม ตระหนักและเห็นคณุ คาของการอนรุ ักษวัฒนธรรมไทย
ภมู ปิ ญ ญาไทย และเลอื กรบั วัฒนธรรมสากลท่เี หมาะสม วเิ คราะหปจ จยั ที่กอ ใหเกิดความขัดแยงในประเทศ
เสนอแนะแนวทางลดความขัดแยง และการสรางความสมานฉนั ท เสนอแนวคดิ ในการการดํารงชวี ติ
อยางมีความสขุ ในประเทศและสงั คมโลก

โดยใชก ระบวนการคดิ กระบวนการสืบคน ขอมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการ
เผชญิ สถานการณแ ละแกปญ หา กระบวนการกลุม

เพ่อื ใหเกดิ ความรูความเขาใจ สามารถนําไปปฏบิ ัติในการดําเนินชวี ิต นาํ ไปพฒั นาและแกป ญ หา
ของชุมชนและสังคม มีคณุ ลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู
อยูอ ยา งพอเพยี ง มงุ มนั่ ในการทาํ งาน รกั ความเปนไทย มีจิตสาธารณะ สามารถดําเนนิ ชวี ติ อยรู ว มกนั
ไดอ ยางสันติสขุ
ตัวช้วี ัด
ส 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10
ส 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ส 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ส 2.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวม 26 ตัวช้ีวดั

คาํ อธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

วิชา ประวัติศาสตร รหสั วชิ า ส 23103 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3

จํานวน 1 คาบ/สัปดาห จํานวน 0.5 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรยี นทง้ั สนิ้ 20 คาบ / ชวั่ โมง : ภาคเรยี น

ศกึ ษาวิเคราะห สบื คน เกี่ยวกบั ขนั้ ตอนวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร เหตุการณส าํ คัญในสมยั รัตนโกสนิ ทร
โดยใชวิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร ในการศกึ ษาเร่อื งราวตางๆ ทตี่ ง้ั และสภาพทางภมู ศิ าสตรข องภมู ิภาคโลก (ยกเวน
เอเชีย) ที่มผี ลตอการพฒั นาโดยสังเขป พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตรส งั คม เศรษฐกิจ การเมืองของภูมิภาคโลก
อิทธพิ ลของอารยธรรมตะวันตก ที่มผี ลตอการพฒั นาและการเปลยี่ นแปลงของสังคมโลก ความรวมมือและความ
ขัดแยงในคริสตศตวรรษที่ 20 เชน สงครามโลกครั้งท่ี 1 และสงครามโลกครงั้ ที่ 2 สงครามเยน็ องคการความ
รวมมือระหวางประเทศ

โดยใชกระบวนการแกป ญหา กระบวนการกลุม กระบวนการทาํ งาน กระบวนการสบื คนวธิ ีการทาง
ประวัติศาสตร กระบวนการสืบคน ทางเทคโนโลยสี มยั ใหม กระบวนการคดิ วเิ คราะห

เพื่อใหเ กดิ ความคดิ สรา งสรรค มีเหตผุ ลและตระหนกั ถงึ ความสําคญั ของวธิ กี าร เหตกุ ารณท างประวตั ศิ าสตร
การเมืองภมู ิภาคโลก รวมทง้ั ความขดั แยงและความรว มมือระหวางประเทศ
ตวั ชีว้ ัด

ส. 4.1 ม.3/1, ส. 4.1 ม.3/2
ส. 4.2 ม.3/1, ส. 4.2 ม.3/2
รวม 4 ตัวช้ีวดั

คําอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
กลุม สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

วชิ า สังคมศึกษา 6 รหัสวิชา ส 23102 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 3

จาํ นวน 3 คาบ/สัปดาห จาํ นวน 1.5 หนว ยกติ

จํานวนเวลาเรยี นท้งั สนิ้ 60 คาบ / ช่ัวโมง : ภาคเรียน

ศึกษากลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ ในเรอ่ื งของตลาด อุปสงค อปุ ทาน การกําหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ
หลักการปรบั และเปล่ยี นแปลงราคาสินคา และบริการ สาํ รวจ วเิ คราะห เสนอแนวทางการแกไขและพัฒนาทองถิน่ ทัง้
ทางดา นสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดลอ ม โดยใชป รัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ศึกษา วเิ คราะหค วามสมั พันธร ะหวาง
แนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียงกบั ระบบสหกรณ ศึกษาบทบาทหนาท่ขี องรฐั บาลในระบบเศรษฐกจิ ศึกษาและแสดงความ
คดิ เหน็ ตอ นโยบายและกจิ กรรมทางเศรษฐกิจของรฐั ที่มตี อ บุคคล กลมุ คน และประเทศชาติ ผลกระทบทเี่ กิดจาก
ภาวะเงนิ เฟอ เงินฝด และเสนอแนวทางแกไข ผลกระทบที่เกดิ จากปญหาการวา งงานและแนวทางแกไข ความสาํ คัญ
การรวมกลุม ทางเศรษฐกิจระหวา งประเทศ การคา และการลงทนุ ระหวา งประเทศ และการการกดี กนั ทางการคา ใน
การคาระหวางประเทศ

ศกึ ษาการใชเ ครื่องมือทางภูมิศาสตรใ นการรวบรวมวิเคราะห และนําเสนอขอมูลเกี่ยวกบั ลกั ษณะทาง
กายภาพและสงั คมของทวปี อเมริกาเหนือและอเมริกาใต ศึกษา วิเคราะหความสมั พันธร ะหวางลักษณะทางกายภาพ
และสงั คมของทวปี อเมริกาเหนอื และอเมริกาใต การเปลย่ี นแปลงประชากร เศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรมของทวีป
อเมรกิ าเหนอื และอเมริกาใต วิเคราะหก ารกอเกดิ สง่ิ แวดลอมใหมทางสงั คม อันเปนผลจากการเปลี่ยนแปลงทาง
ธรรมชาตแิ ละทางสังคมของทวปี อเมริกาเหนือและอเมรกิ าใต พรอมทัง้ เสนอแนวคิดการอนุรักษทรพั ยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดลอ มในทวีปอเมริกาเหนอื และอเมริกาใต อภปิ รายปญหาเกี่ยวกบั สิ่งแวดลอ มท่เี กดิ ขนึ้ ในทวปี อเมรกิ าเหนือ
และอเมรกิ าใต และผลกระทบตอเน่ืองจากการเปลี่ยนแปลงของสงิ่ แวดลอมในทวีปอเมริกาเหนอื และอเมรกิ าใตที่
สง ผลตอประเทศไทย

โดยใชก ระบวนการคิด กระบวนการสืบคน ขอมลู กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการ
เผชญิ สถานการณและแกปญหา กระบวนการกลมุ

เพือ่ ใหเ กิดความรูค วามเขาใจ สามารถนําไปปฏิบัติในการดาํ เนินชีวติ นําไปพฒั นาและแกปญหาของชุมชน
และสังคม มีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซือ่ สัตยสจุ ริต มวี ินยั ใฝเ รยี นรู อยูอยางพอเพียง
มงุ ม่นั ในการทํางาน รกั ความเปนไทย มีจติ สาธารณะ สามารถดาํ เนนิ ชีวติ อยูรว มกนั ไดอ ยางสนั ตสิ ุข


Click to View FlipBook Version