The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 เรียนที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 เรียนที่ 2

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 เรียนที่ 2

ชุดการจดั กจิ กรรมการเรียนรู (สาํ หรบั ครูผูสอน)
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๓

ภาคเรียนท่ี ๒ รายวชิ าภาษาไทย

สาํ นกั งานโครงการสวนพระองคสมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจา
กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
สํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครูผสู้ อน)

กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๓
ภาคเรยี นท่ี ๒ รายวิชาภาษาไทย

สำ�นกั งานโครงการส่วนพระองคส์ มเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ส�ำ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี



คำนำ

ตามที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงมีพระราชดาริ เม่ือวันท่ี ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ให้จัดทาสื่อการเรียนเป็นชุดการเรียนรู้สมบูรณ์แบบ
(Comprehensive Learning Package) สาหรบั โรงเรยี นขนาดเลก็ สงั กดั สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
สังกัดกองบัญชาการตารวจตระเวนชายแดน โรงเรียนพระปริยัติธรรม สังกัดสานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
และโรงเรียนเอกชน สังกัดสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนา
คุณภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยเน้นการใช้บริบทชีวิตจริงของผู้เรียนและชุมชนเป็นฐาน
ในการเรียน ทาการบูรณาการสาระตามหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับการดารงชีวิตท้ังปัจจุบันและอนาคต
ตามแนวพระราชดาริ ท่ีทรงแนะนาให้ใช้โครงการศึกษาทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการพฒั นาสอื่ การเรยี น

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้จัดทาชุดการเรียนรู้ (สาหรับครูผู้สอน)
ให้สอดคล้องกับหลักสูตรท่ีอิงมาตรฐานและเชื่อมโยงไปสู่สมรรถนะ เน้นการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
ท่ีส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมผู้เรียนรอบด้าน ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถค้นคว้าต่อเน่ืองในลักษณะ
การเรียนรู้ตามความสนใจได้ และเพื่อให้สะดวกต่อการนาไปใช้ จึงจัดแยกเป็นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ – ๓
และแยกเปน็ ภาคเรียนท่ี ๑ และภาคเรยี นท่ี ๒ ทัง้ ๕ กลุม่ สาระการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย

- ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครูผ้สู อน) กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ – ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ และภาคเรียนที่ ๒

- ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครูผูส้ อน) กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ – ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ และภาคเรยี นที่ ๒

- ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ – ๓ ภาคเรียนที่ ๑ และภาคเรียนที่ ๒

- ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครูผูส้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ – ๓ ภาคเรียนที่ ๑ และภาคเรียนที่ ๒

- ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครูผสู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ – ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ และภาคเรยี นท่ี ๒

การนาชุดการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ไปใช้ ครูผสู้ อนตอ้ งศกึ ษาเอกสาร คู่มอื การใช้ชดุ การจดั กจิ กรรม
การเรียนรู้ และศึกษาคาช้ีแจงในเอกสารชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรับครูผู้สอน) เพ่ือให้ทราบถึงแนวคิด
การจัดกระบวนการเรียนรู้ การเตรียมตัวของครู สื่อการจัดการเรียนรู้ ลักษณะชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลของแต่ละหน่วยการเรยี นรู้

หวังว่าชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรับครูผู้สอน) และชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
(สาหรับนกั เรียน) น้ี จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอน อนั จะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้นต่อไป

ขอขอบคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู อาจารย์ นักวิชาการ
และทุกทา่ นทีม่ ีสว่ นเกย่ี วขอ้ งกบั การจดั ทาเอกสารมา ณ โอกาสน้ี

สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน



สารบญั หนา้
2
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 วชิ าล้วนชวนตรองตริ 9
แผนการจดั เรียนรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง สบื เสาะคน้ คว้า (1) 16
แผนการจดั เรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง สบื เสาะคน้ ควา้ (๒) 24
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 3 เร่ือง สืบเสาะคน้ ควา้ (3) 30
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 4 เร่ือง สืบเสาะคน้ ควา้ (4) 40
แผนการจัดเรียนรทู้ ี่ 5 เรอ่ื ง สบื เสาะคน้ คว้า (5) 44
แผนการจดั เรยี นรทู้ ี่ 6 เรื่อง เลอค่าถ้อยคา (๑) 51
แผนการจดั เรยี นรู้ท่ี 7 เรอ่ื ง เลอคา่ ถ้อยคา (2) 56
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 8 เรื่อง งามลาเนรมิต (๑) 66
แผนการจดั เรยี นรู้ท่ี 9 เร่อื ง งามลาเนรมติ (2) 72
แผนการจัดเรียนรทู้ ่ี 10 เรื่อง ลิขิตพรรณนา (๑) 81
แผนการจัดเรียนรู้ท่ี 11 เรือ่ ง ลขิ ติ พรรณนา (2) 86
แผนการจดั เรยี นรู้ที่ 12 เรอ่ื ง นาพาโน้มนา้ วใจ (๑) 91
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 13 เรอื่ ง นาพาโนม้ นา้ วใจ (2) 102
แผนการจดั เรียนรู้ท่ี 14 เรอ่ื ง ให้ขอ้ คิดพินิจคา่ (๑) 108
แผนการจัดเรียนรู้ที่ 15 เรือ่ ง ให้ข้อคิดพินจิ คา่ (2) 112
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 16 เรื่อง ใหข้ อ้ คิดพนิ จิ คา่ (3) 116
แผนการจดั เรียนรู้ท่ี 17 เรอ่ื ง ใหข้ อ้ คดิ พินจิ คา่ (4) 125
แผนการจดั เรยี นรทู้ ่ี 18 เร่ือง ศึกษาตานาน (๑) 129
แผนการจัดเรยี นรู้ท่ี 19 เร่อื ง ศกึ ษาตานาน (2) 135
แผนการจัดเรียนรทู้ ่ี 20 เร่ือง งานเขยี นสนกุ สนาน (๑) 139
แผนการจัดเรียนรู้ท่ี 21 เรื่อง งานเขียนสนุกสนาน (2) 146
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 22 เรอ่ื ง งานเขียนสนกุ สนาน (3) 150
แผนการจัดเรียนรทู้ ี่ 23 เร่อื ง งานเขียนสนกุ สนาน (4) 155
แผนการจัดเรยี นรทู้ ่ี 24 เรอื่ ง พจิ ารณ์ความคดิ (๑) 161
แผนการจัดเรยี นรทู้ ี่ 25 เร่อื ง พจิ ารณ์ความคดิ (2) 165
แผนการจดั เรยี นรทู้ ี่ 26 เรื่อง พจิ ารณค์ วามคิด (3) 170
แผนการจัดเรียนร้ทู ี่ 27 เรอ่ื ง ลิขิตบทความ (๑) 177
แผนการจดั เรยี นรู้ที่ 28 เร่ือง ลขิ ติ บทความ (2) 181
แผนการจัดเรยี นรู้ที่ 29 เรอื่ ง ลขิ ิตบทความ (3)
แผนการจัดเรยี นร้ทู ี่ 30 เร่อื ง ลขิ ิตบทความ (4)

สารบัญ (ตอ่ ) หน้า
189
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5 ลิขิตสารงานแบบพิมพ์ 203
แผนการจัดเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง จดหมายกจิ ธรุ ะ (1) 205
แผนการจัดเรียนรทู้ ่ี 2 เร่อื ง จดหมายกิจธุระ (2) 207
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 3 เรื่อง จดหมายกจิ ธุระ (3) 215
แผนการจัดเรยี นรทู้ ่ี 4 เร่ือง วาทะคาสอน (๑) 217
แผนการจัดเรยี นร้ทู ่ี 5 เรื่อง วาทะคาสอน (2) 226
แผนการจัดเรยี นรทู้ ี่ 6 เรอ่ื ง ถอ้ ยสุนทรข้ามชาติ (๑) 231
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 7 เรื่อง ถอ้ ยสนุ ทรข้ามชาติ (๒) 236
แผนการจดั เรียนรู้ที่ 8 เรื่อง ถ้อยสนุ ทรข้ามชาติ (๓) 242
แผนการจัดเรียนรทู้ ่ี 9 เรอ่ื ง ถอ้ ยสุนทรข้ามชาติ (๔) 244
แผนการจัดเรียนรู้ท่ี 10 เรอ่ื ง ถ้อยสุนทรข้ามชาติ (๕) 252
แผนการจัดเรยี นรทู้ ่ี 11 เรือ่ ง เปรือ่ งปราดจับประเดน็ (๑) 257
แผนการจัดเรยี นรู้ที่ 12 เร่ือง เปรื่องปราดจบั ประเดน็ (๒) 260
แผนการจัดเรยี นรู้ที่ 13 เรื่อง เปร่อื งปราดจับประเดน็ (๓) 261
แผนการจัดเรียนร้ทู ่ี 14 เร่อื ง เปร่อื งปราดจบั ประเดน็ (๔) 265
แผนการจดั เรยี นรู้ที่ 15 เร่ือง เนน้ ใช้หลากภาษา (๑) 268
แผนการจัดเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง เนน้ ใช้หลากภาษา (๒) 273
แผนการจัดเรยี นรทู้ ่ี 17 เรื่อง เน้นใช้หลากภาษา (๓) 276
แผนการจดั เรยี นรทู้ ี่ 18 เรื่อง เน้นใชห้ ลากภาษา (๔) 282
แผนการจดั เรียนรทู้ ี่ 19 เรอ่ื ง เน้นใช้หลากภาษา (๕) 286
แผนการจัดเรียนรู้ที่ 20 เร่อื ง เนน้ ใช้หลากภาษา (๖) 291
แผนการจดั เรียนรูท้ ่ี 21 เรอ่ื ง เน้นใชห้ ลากภาษา (๗) 294
แผนการจัดเรยี นรู้ที่ 22 เรือ่ ง เนน้ ใช้หลากภาษา (๘) 297
แผนการจัดเรียนรทู้ ่ี 23 เรื่อง เนน้ ใช้หลกั ภาษา (๙) 302
แผนการจัดเรียนรู้ที่ 24 เรอื่ ง พดู ตอ่ หน้าสาธารณะ (๑) 304
แผนการจัดเรยี นรทู้ ่ี 25 เรื่อง พดู ต่อหน้าสาธารณะ (๒) 306
แผนการจดั เรยี นรู้ที่ 26 เรื่อง พดู ตอ่ หน้าสาธารณะ (๓) 310
แผนการจัดเรยี นรทู้ ่ี 27 เรื่อง สาระทางการ (๑) 313
แผนการจดั เรียนรู้ที่ 28 เรอ่ื ง สาระทางการ (๒) 315
แผนการจัดเรยี นรู้ท่ี 29 เรื่อง สาระทางการ (๓)
แผนการจัดเรียนรทู้ ี่ 30 เรื่อง สาระทางการ (๔)

โครงสร้างของชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

โครงสร้างของชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย

5. 1. 2.กรองคานาจิต
ลขิ ติ สาร สรา้ งสรรค์สารพรอ้ ง (18 ช่วั โมง)
งานแบบพิมพ์
(30 ช่วั โมง) (22 ชัว่ โมง) 2.กรองคานาจิต
(18 ชวั่ โมง)
5. 1.
ลขิ ติ สาร สร้างสรรค์สารพร้อง 3.
งานแบบพมิ พ์ นริ มิตผ่านปญั ญา
(30 ชัว่ โมง) (22 ช่ัวโมง)
(20 ชว่ั โมง)
4. หน่วยการเรยี นรู้
วิชาล้วนชวนตรองตริ ภาษาไทย
ช้นั ม.3
(30 ชว่ั โมง)
(120 ชัว่ โมง/ปี)

หนว่ ยการเรียนรู้
ภาษาไทย
ชั้น ม.3

(120 ช่ัวโมง/ปี)

4. 3.
วชิ าล้วนชวนตรองตริ นริ มิตผา่ นปัญญา

(30 ชว่ั โมง) (20 ชว่ั โมง)

แนวทางการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒

ที่ หน่วยการเรียนรู้ เวลา ท่ี หน่วยการเรียนรู้ เวลา
(ชั่วโมง) (ชั่วโมง)
1. สร้างสรรค์สารพร้อง
2. กรองคานาจติ 22 4. วิชาลว้ นชวนตรองตริ 30
3. นิรมิตผา่ นปัญญา 30
18 5. ลขิ ิตสารงานแบบพมิ พ์
รวม 60
20 รวม
60

รวมตลอดปี 120 ช่ัวโมง

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2
___________________________________________________________________________
ศึกษาหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ การอา่ นจบั ใจความสาคัญ
การอา่ นวิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมไทย เร่ืองบทพากยเ์ อราวัณ และพระบรมราโชวาท
การอา่ นบทอ่านในหนังสือเรียนกลุ่มสาระอื่นและส่ือประเภทอ่นื ๆ ในชวี ิตประจาวัน การคัดลายมอื ตัวบรรจง
คร่ึงบรรทัด การเขียนอัตชีวประวัติ การเขียนอธิบาย การเขียนแสดงความรู้ความคิดเห็น การกรอกแบบสมัครงาน
หลกั การพูดโน้มนา้ วใจ หลกั การพดู แสดงความคิดเหน็ การพดู วเิ คราะหว์ ิจารณ์ คาท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ
ไดแ้ ก่ จีน ญ่ปี ุน่ เขมร อังกฤษ คาทบั ศพั ท์ คาศัพทบ์ ัญญัติ คาศัพทท์ างวิชาการและวชิ าชีพโดยใช้กระบวนการ
เรยี นรูแ้ บบบูรณาการทกั ษะทง้ั การฟัง การพูด การอา่ น และการเขยี นระดบั ต่าง ๆ การฝึกปฏิบัติการใชภ้ าษา
อย่างมีวิจารณญาณ เพ่ือการสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ การฝึกใช้ภาษาเพ่ือการค้นคว้า วิเคราะห์
และนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพ่อื ใหผ้ ู้เรียนพัฒนาทกั ษะการสือ่ สารอยา่ งรอบด้านทุกทกั ษะ สรา้ งสรรค์
ผลงานโดยใชภ้ าษาไทยอย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีสุนทรยี ภาพ เพ่ือพฒั นาบุคลกิ ภาพส่วนตนและสร้าง
ประโยชน์แก่สังคม มีมารยาทในการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร ตระหนักถึงประโยชนแ์ ละความสาคัญของ
ภาษาไทยในฐานะเคร่อื งมอื สอื่ สารที่มีประสิทธิภาพและเปน็ ภาษาประจาชาติ และตระหนักถึงประโยชน์
และความสาคัญของวรรณคดี และวรรณกรรมไทยในฐานะมรดกของชาติและแหลง่ เรียนรูเ้ พือ่ พัฒนาความรู้
ทกั ษะทางภาษา และทกั ษะชวี ิต

ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ม.๓/๒ ท ๑.๑ ม.๓/๓ ท ๑.๑ ม.๓/๔ ท ๑.๑ ม.๓/๕
ท ๑.๑ ม.๓/๑ ท ๑.๑ ม.๓/๗ ท ๑.๑ ม.๓/๘ ท ๑.๑ ม.๓/๙ ท ๑.๑ ม.๓/๑๐
ท ๑.๑ ม.๓/๖ ท ๒.๑ ม.๓/๒ ท ๒.๑ ม.๓/๑๐ ท ๓.๑ ม.๓/๖
ท ๒.๑ ม.๓/๑ ท ๓.๑ ม.๓/๒ ท ๓.๑ ม.๓/๔ ท ๓.๑ ม.๓/๕
ท ๓.๑ ม.๓/๑ ท ๕.๑ ม.๓/๒ ท ๕.๑ ม.๓/๓ ท ๕.๑ ม.๓/๔
ท ๕.๑ ม.๓/๑

รวมท้งั หมด 22 ตัวชี้วดั

โครงสรา้ งรายวชิ า
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยท่ี ชือ่ หน่วยการเรยี น มาตรฐานการเรียนร/ู้ สมรรถนะ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ/ เวลา นา้ หนัก
4 วชิ าล้วนชวนตรองตริ ตัวช้ีวัด ความคิดรวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
 การจัดการตนเอง - อ่านอ อกเสียงบ ทร้อ ย การศึกษาความรดู้ ว้ ยตนเอง 30
ท ๑.๑ ม.๓/๑  การส่อื สาร แก้วแล ะบท ร้อยก รอ งได้ เป็นทักษะในการแสวงหาความรู้ 35
ท ๑.๑ ม.๓/๒
ท ๑.๑ ม.๓/๓  การรวมพลงั ทางาน ถูกต้องแล ะเห มาะสมกับ ขั้นพน้ื ฐานที่สาคัญซึ่งจะชว่ ยให้
ท ๑.๑ ม.๓/๔ เป็นทมี เรอ่ื งท่ีอ่าน ผเู้ รยี นเกิดลกั ษณะนสิ ยั การคิด
ท ๑.๑ ม.๓/๕  การคดิ ขัน้ สูง - ระบุความแตกต่างของคา อยา่ งเป็นระบบ และตอ่ ยอด
ท ๑.๑ ม.๓/๖
ท ๑.๑ ม.๓/๗  การเป็นพลเมือง ทีม่ คี วามหมายโดยตรงและ ในการใชค้ วามวิจารณญาณ
ท ๑.๑ ม.๓/๘ ทเ่ี ขม้ แข็ง ความหมายโดยนยั ในการรับสารทีถ่ กู ตอ้ ง
ท ๑.๑ ม.๓/๙ - ระบุใจค วามส าคัญแล ะ บทพากย์หรอื คาพากย์
ท ๑.๑ ม.๓/๑๐ รายละเอียดข องข้อ มูล ที่ รูปแบบคาประพนั ธม์ กั จะเป็น
สนับสนนุ จากเรอื่ งที่อา่ น กาพย์ยานี ๑๑ คาพากย์ยาว คอื
- อา่ นเร่ืองต่าง ๆ แล้วเขียน บทพากยห์ นงั ใหญท่ ีม่ เี รือ่ ง
ท ๒.๑ ม.๓/๑ กรอบแนวคิด ผังความคิด ติดต่อกนั เป็นเรอื่ งขนาดยาว
ท ๒.๑ ม.๓/๑๐ บั นทึ ก ย่ อ ค ว าม แ ล ะ ส่วนคาพากยส์ ้นั คอื บทพากย์
รายงาน โขนท่มี ีการดาเนนิ เรือ่ งไม่
ท ๓.๑ ม.๓/๑ - วิเคราะห์ วิจารณ์ แ ล ะ ติดตอ่ กนั เชน่ ตอนนางลอย
ท ๓.๑ ม.๓/๒ ประเมินเร่ืองที่อ่านโดยใช้ ตอนนาคบาศ โดยมจี ุดประสงค์
ท ๓.๑ ม.๓/๔ ก ล วิธีก ารเป รีย บ เทีย บ เพอ่ื สรา้ งความเพลิดเพลนิ และ
ท ๓.๑ ม.๓/๕ เพ่อื ให้ผู้อ่านเข้าใจไดด้ ีขึน้ แสดงให้เห็นถึงบทพรรณนา
ท ๓.๑ ม.๓/๖ - ประเมินความถูกต้องของ ท่ีเดน่ ชดั จากความสามารถของ
ขอ้ มูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่อง นกั กวี
ท ๕.๑ ม.๓/๑ ที่อ่าน บทพากย์เอราวัณ ตอนศึก -
ท ๕.๑ ม.๓/๒ - วจิ ารณ์ความสมเหตสุ มผล อินทรชิต เป็นการพรรณนาถึง
ท ๕.๑ ม.๓/๓ การลาดับความ และความ ความงามของกองทัพพระราม

โครงสรา้ งรายวชิ า
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการเรียน มาตรฐานการเรียนร/ู้ สมรรถนะ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคญั / เวลา นา้ หนัก
ตัวช้ีวดั ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
เปน็ ไปไดข้ องเร่ือง และช้างเอราวณั ซึ่งกวีได้รงั สรร
ท ๕.๑ ม.๓/๔ - วิเคราะห์เพ่ือแสดงความ คาไพเราะงดงาม สร้างจินตภาพ

คิดเหน็ โตแ้ ยง้ เกย่ี วกับเร่อื งที่ ให้กบั ผู้อ่านอยา่ งชัดเจน ซึง่ จะ
อา่ น ช่วยให้ผเู้ รียนได้เกิดอรรถรสใน
- ตีความและประเมนิ คณุ ค่า การอ่านว รรณ ค ดี รวมไป ถึง
แนวคิดที่ได้จากงานเขีย น แนวคิดที่แฝงในเรือ่ งเกี่ยวกับ
อ ย่ าง ห ล าก ห ล าย เพ่ื อ ความไม่ป ระมาทที่จะสามารถ
นาไปใชแ้ ก้ปัญหาในชวี ิต นาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้
- มมี ารยาทในการอา่ น คานามกับ คากริยา เป็นค า
- คัดลายมือตัวบรรจงครึ่ง สาคัญในการสือ่ สาร ซ่งึ คานามที่
บรรทดั อยู่หน้าคากริยากับ คากริยาที่
- มมี ารยาทในการเขียน ตามหลงั คานามมีความสัมพันธ์
- แส ดงคว ามคิดเห็นแล ะ กันในด้านเปน็ ผู้กระทา ผมู้ สี ภาพ
ประเมนิ เรอื่ งจากการฟงั และ แ ล ะ เป็ น ผู้ ป ระ ส บ ห รือ มี
การดู ความรู้สึก ดังนั้น การเรีย นใน
- วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์เรื่อง เรอ่ื งของความสัมพันธ์ระหว่าง
ทีฟ่ ังและดูเพ่ือนาข้อคดิ มา คานามกับค ากริยาจะช่วย ให้
ประยุกต์ใช้ในการดาเนิน ผู้เรียนได้รับทราบหน้าที่ของคา
ชีวติ และสามารถใช้คาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
- พูดในโอกาสตา่ ง ๆ ได้ตรง การเขียนเชงิ พรรณนาเปน็ การ
ตามวตั ถุประสงค์ เขยี นเพอ่ื ใหร้ ายละเอียดในสง่ิ ที่
- พดู โน้มน้าวใจโดยนาเสนอ ผู้เขียนต้องการจะสื่อ เพื่อ ให้
หลักฐานตามลาดับเน้ือหา ผูอ้ ่านได้เกิดจินตภาพและการ

โครงสรา้ งรายวิชา
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการเรียน มาตรฐานการเรียนรู้/ สมรรถนะ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ/ เวลา นา้ หนกั
ตวั ชี้วดั ความคิดรวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
อยา่ งมีเหตผุ ลและน่าเชอ่ื ถือ รับร้ทู ี่สูงขนึ้ ซง่ึ เปน็ การฝกึ ทกั ษะ
- มีมารยาทในการฟัง การดู และพัฒ นาการเขียนในล าดับ
และการพูด ที่สูง
- ส รุป เน้ื อ ห าว รรณ ค ดี การโฆษณาเป็นตัวอย่างของ
วรรณกรรม และวรรณกรรม การใช้ภาษาในทางสรา้ งสรรค์
ท้องถ่นิ ในระดบั ทยี่ ากย่ิงข้ึน ซึ่งจะต้องสรรห าคาที่กระชับ
- วิเค ราะห์ วิถีไ ท ย แ ล ะ เข้ า ใ จ ง่ า ย แ ล ะ มี ค ว า ม
คุณ ค่าจากว รรณ ค ดีแ ล ะ เปรียบเทียบท่ีชัดเจน ช่วยให้
วรรณกรรมท่อี า่ น ผเู้ รียนสามารถใชว้ จิ ารณญาณใน
- สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ จาก การพิจารณาข้อมูลทีถ่ กู ตอ้ งและ
ก า ร อ่ า น เพื่ อ น า ไ ป เปน็ ประโยชน์
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ บ ท พ า ก ย์ เอ รา วั ณ เป็ น
- ทอ่ งจาและบอกคณุ คา่ ของ วรรณ ค ดีที่มีค วามง ามห รือ
บทอาขยานตามท่ีกาหนด สุนทรียภ าพทางวรรณ ศิลป์ท่ี
และบทร้อยกรองท่มี ีคุณค่า เดน่ ชัด ดว้ ยลกั ษณะการใช้ภาษา
ตามความสนใจและนาไปใช้ กลวิธีในการประพันธ์ ซ่ึงทาให้
อ้างองิ ผู้เรียนอ่านแล้วเห็นภาพ รวมท้ัง
เห็นค วามงามทางภ าษาใน
วรรณคดีได้
ตานานหมาย ถึง เร่ืองที่เล่า
ตอ่ ๆ กันมา ส่วนใหญ่มักมีเรือ่ ง
ปาฏิหาริย์หรอื สง่ิ เหนอื ธรรมชาติ
ก ารศึก ษ าต านานจึง ช่วย ใ ห้

โครงสรา้ งรายวิชา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ยการเรยี น มาตรฐานการเรียนรู้/ สมรรถนะ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั / เวลา นา้ หนัก
ตัวช้ีวดั ความคิดรวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
ผู้เรียนเพิ่มพู นความรู้เก่ียวกับ
ค ว า ม เป็ น ม าข อ งช น ช า ติ
ป ระ เพ ณี วั ฒ น ธ รร ม ห รื อ
เรอื่ งราวพฤตกิ รรมท่เี กีย่ วขอ้ งกบั
กลุ่มคน
งานเขี ย นส ร้ างส รรค์ เป็ นง าน
เขีย นที่เกิด จากความคิดริเร่ิม
โดยใช้ประสบการณ์ จินตนาการ
และทักษะทางภาษาในการเขีย น
ซ่ึงจะช่ว ยให้ผู้เรีย นส ามารถ
ถ่ า ย ท อ ด ค ว า ม คิ ด แ ล ะ
จนิ ตนาการผ่านการใช้ภาษาได้
อยา่ งเหมาะสม
การศึกษาค้นคว้าความรู้เป็น
การหาความรู้โดยมีการกลั่นกรอง
หาแ ห ล่ง คว ามรู้ท่ีน่าเชื่อ ถือ
พจิ ารณาความถกู ต้องและความ
สมเหตุสมผล ซึ่งจะเปน็ ทักษะท่ี
ช่วยใหผ้ ูเ้ รียนสามารถเรยี นรดู้ ้วย
ตนเองไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
บ ท ค ว ามเป็นง านเขีย น ท่ี
มุง่ เน้นการให้สาระความรู้ โดย
การอ่านบทค วามต้องคิดแล ะ

โครงสรา้ งรายวชิ า
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หนว่ ยการเรียน มาตรฐานการเรียนร/ู้ สมรรถนะ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ/ เวลา น้าหนัก
5 ตัวชี้วดั ความคดิ รวบยอด (ชว่ั โมง) คะแนน
การจดั การตนเอง พิ จ า ร ณ า เน้ื อ ห า อ ย่ า ง มี
 การสอ่ื สาร วิจารณ ญ าณ เพ่ื อ ให้ ผู้เรีย น 30 35
 การรวมพลงั ทางาน สามารถรับป ระโยชน์จาก การ
เป็นทมี อ่านบทความได้
 การคดิ ขน้ั สูง ก าร เรีย บ เรีย ง บ ท ค ว า ม
 การเป็นพลเมือง วิชาการ เปน็ การเรียบเรียงขอ้ มลู
ทเ่ี ข้มแขง็ หรอื ข้อเท็จจริงด้วยสานวนของ
ผู้เขียน ใช้ภ าษ าท่ีเข้าใจง่าย
ชดั เจน จดั ลาดับไม่ใหเ้ กิดความ
สับส น หากนักเรียนได้ศึกษ า
เก่ียวกับการเรยี บเรยี งบทความ
วชิ าการจะชว่ ยให้ผู้เรยี นสามารถ
เขี ย น ข้ อ คว ามได้ ต รงตา ม
วัตถุป ระสงค์ แ ละฝึกการคิด
อยา่ งเป็นระบบ
ลิขิตสารงานแบบพิมพ์ ท ๑.๑ ม.๓/๑ - อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ จดหมายกิจธุระหมายถึง
ท ๑.๑ ม.๓/๒ และบทรอ้ ยกรองได้ถกู ตอ้ ง จดหมายทีใ่ ช้ติดต่อกนั เก่ยี วกบั
ท ๑.๑ ม.๓/๓ และเหมาะสมกับเร่อื งทอี่ ่าน เร่ืองงาน กจิ ธรุ ะตา่ ง ๆ ท่ีเป็น
ท ๑.๑ ม.๓/๔ - ระบุความแตกต่างของคา ส่วนหนึ่งของการดาเนนิ ชีวิตและ
ท ๑.๑ ม.๓/๕ ท่มี ีความหมายโดยตรงและ เพอื่ ประโยชนใ์ นการดาเนนิ งาน
ท ๑.๑ ม.๓/๖ ความหมายโดยนัย รวมท้ังแสดงไมตรจี ติ ทีม่ ตี ่อกัน
ท ๑.๑ ม.๓/๗ - ระบุใจค วามส าคัญแล ะ เชน่ จดหมายเชิญวิทยากร

โครงสร้างรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยท่ี ช่อื หนว่ ยการเรยี น มาตรฐานการเรียนร้/ู สมรรถนะ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ/ เวลา น้าหนัก
ตัวชี้วดั ความคิดรวบยอด (ชว่ั โมง) คะแนน
รายละเอียดข องข้อ มูล ท่ี จดหมายขอเขา้ ชมสถานท่ี
ท ๑.๑ ม.๓/๘ สนับสนนุ จากเร่ืองท่ีอา่ น จดหมายขอความช่วยเหลือ หรอื
ท ๑.๑ ม.๓/๙ - อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียน ความรว่ มมอื จดหมายขอบคณุ
ท ๑.๑ ม.๓/๑๐ กรอบแนวคิด ผังความคิด การเขียนจดหมายกิจธรุ ะอาจ
ท ๒.๑ ม.๓/๒ บั นทึ ก ย่ อ ค ว าม แ ล ะ เป็นการตดิ ตอ่ ระหวา่ งบคุ คลกบั
ท ๒.๑ ม.๓/๑๐ รายงาน บคุ คล หรอื บริษทั หา้ งรา้ น
ท ๓.๑ ม.๓/๖ - วิเคราะห์ วิจารณ์ แ ล ะ หน่วยงานองค์การตา่ งๆ การ
ประเมินเรื่องท่ีอ่านโดยใช้ เขียนจดหมายประเภทน้ีต้อง
ก ล วิธีก ารเป รีย บ เทีย บ พจิ ารณาการใช้รูปแบบ ถอ้ ยคา
เพ่อื ใหผ้ ู้อา่ นเข้าใจไดด้ ีขึ้น สานวนให้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ท ๕.๑ ม.๓/๑ - ประเมินความถูกต้องของ โอกาสและบคุ คล
ท ๕.๑ ม.๓/๒ ข้อมูลที่ใชส้ นับสนุนในเรือ่ ง พระบรมราโชวาทเปน็
ท ๕.๑ ม.๓/๓ ทอี่ ่าน วรรณคดีทีพ่ ระบาทสมเด็จ
ท ๕.๑ ม.๓/๔ - วิจารณ์ความสมเหตุสมผล พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ทรงพระ
การลาดับความ และความ ราชนพิ นธ์ดว้ ยร้อยแกว้
เปน็ ไปไดข้ องเร่ือง ลักษณะของจดหมาย ถา่ ยทอด
- วิเคราะห์เพื่อแสดงความ ความคิดสร้างสรรค์ผา่ นถ้อยคาท่ี
คดิ เหน็ โต้แย้งเก่ยี วกับเรื่องท่ี เรยี บง่าย ทาใหผ้ เู้ รยี นได้รับ
อ่าน ข้อคดิ คติเตอื นใจและลักษณะ
- ตคี วามและประเมินคุณค่า การเขยี นจดหมายจากการศึกษา
แนวคิดที่ได้จากงานเขีย น คายืมภาษาต่างประเทศเป็น
อ ย่ าง ห ล าก ห ล าย เพ่ื อ สงิ่ ท่เี กดิ ขึ้นในทกุ ภาษาหากมีการ
นาไปใช้แก้ปัญหาในชวี ิต ตดิ ต่อสอื่ สารกบั คนทีพ่ ูดภาษา

โครงสรา้ งรายวิชา
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการเรียน มาตรฐานการเรียนร/ู้ สมรรถนะ สาระการเรยี นรู้ สาระสาคัญ/ เวลา น้าหนัก
ตัวช้ีวดั ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
- มมี ารยาทในการอ่าน น้ัน ๆ ในยคุ โลกาภิวตั น์ อิทธิพล
- เขีย นข้ อ ค ว าม โด ย ใ ช้ ต่างประเทศท่ีผ่านสอื่ เข้ามา
ถ้อยคาไดถ้ ูกต้องตามระดับ สง่ ผลใหภ้ าษาไทยเปลย่ี นแปลง
ภาษา ไปอย่างรวดเรว็ ภาษาไทย
- มีมารยาทในการเขียน ปจั จุบันจึงมคี ายมื
- มีมารยาทในการฟัง การดู ภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปน
และการพดู ทง้ั ที่จาเปน็ และไมจ่ าเป็น เรา
- ส รุป เนื้ อ ห าว รรณ ค ดี ควรร้วู ่าคาท่เี ราใชอ้ ยเู่ ปน็ คายมื
วรรณกรรม และวรรณกรรม มาจากภาษาใด ทราบหลกั การ
ท้องถิ่นในระดับที่ยากยง่ิ ข้นึ เขยี น การออกเสยี ง และ
- วิเค ราะห์ วิถีไ ท ย แ ล ะ หลักการใช้คายืมจาก
คุณ ค่าจากว รรณ ค ดีแ ล ะ ภาษาตา่ งประเทศ จะทาใหใ้ ช้คา
วรรณกรรมทอ่ี า่ น ยมื นน้ั ๆไดถ้ ูกตอ้ ง คายมื มาจาก
- สรปุ ความรแู้ ละขอ้ คดิ จาก ภาษาตา่ งประเทศแบง่ ไดเ้ ปน็ ๒
ก า ร อ่ า น เพ่ื อ น า ไ ป กลมุ่ คอื ๑. คาตา่ งประเทศท่ี
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง จาเปน็ ตอ้ งใช้ ๒. คาตา่ งประเทศ
- ทอ่ งจาและบอกคุณคา่ ของ ทไี่ ม่จาเป็นต้องใช้
บทอาขยานตามท่ีกาหนด การทับศัพท์เปน็ วธิ ีการถ่ายรูป
และบทร้อยกรองที่มีคุณค่า คาภาษาองั กฤษมาเขยี นดว้ ยตัว
ตามความสนใจและนาไปใช้ อักษรไทยโดยการเทียบตวั อักษร
อา้ งอิง ตวั ต่อตัว เพ่อื ใหส้ ามารถแปรรูป
คาทบั ศัพทก์ ลับไปสคู่ า
ภาษาอังกฤษได้ คาทบั ศัพทไ์ ม่ได้

โครงสรา้ งรายวิชา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ยการเรยี น มาตรฐานการเรียนรู้/ สมรรถนะ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ/ เวลา น้าหนัก
ตัวช้ีวดั ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
แสดงการออกเสียงคาใน
ภาษาอังกฤษ ทัง้ ไมไ่ ดแ้ สดงวา่
เป็นคาในภาษาไทย คาทับศัพท์
เปน็ เพยี งการเขยี นคา
ภาษาองั กฤษด้วยตัวอกั ษรไทย
พอเป็นเคา้ ใหท้ ราบวา่ คาๆน้ัน
ภาษาอังกฤษหรอื
ภาษาต่างประเทศอ่นื คือคาอะไร
คาใดมีศพั ท์บัญญตั ใิ ชแ้ ลว้ กไ็ ม่
ตอ้ งใชค้ าทบั ศพั ท์ตอ่ ไป
ศพั ท์บญั ญัติ คือ คาทค่ี ิดข้นึ
เพือ่ ใช้แทนคาภาษาตา่ งประเทศ
โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงคาศัพทท์ าง
วชิ าการภาษาอังกฤษซงึ่ รบั มาใช้
ภาษาไทยพรอ้ มกบั วทิ ยาการ
และความเจริญดา้ นต่าง ๆ
การจับป ระเด็นส าคัญ คือ
การอ่านท่ีมุ่งค้นห าสาระขอ ง
เรื่องหรอื ของหนังสอื แตล่ ะเลม่ ที่
เปน็ ส่วนใจความสาคญั และส่วน
ขยายป ระเด็นสาคัญของเร่อื ง
ประเด็นสาคญั จะมลี ักษณะเป็น
ประโยค ซ่ึงอาจปรากฏ อยู่ใน

โครงสรา้ งรายวิชา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ยการเรยี น มาตรฐานการเรียนรู้/ สมรรถนะ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั / เวลา น้าหนัก
ตัวช้ีวดั ความคดิ รวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
ส่ วนใ ด ส่ ว นห น่ึ ง ข อ ง ย่ อ ห น้ าก็
ได้
ก ารวิเคราะ ห์คุณ ค่าแ ล ะ
ว รรณ ก รรม ต้ อ งวิเค ราะ ห์
องค์ประกอบ ตคี วามสาระสาคัญ
ขอ้ คิดพิจารณาความดีเด่นของ
เนอ้ื หาและกลวิธีในการนาเสนอ
เพื่ อประเมินค่าวรรณ ค ดีแล ะ
วรรณกรรมนัน้ ๆ อย่างมีเหตผุ ล
เพือ่ ทาใหเ้ กิดความเข้าใจ ความ
ซาบซึ้ง ตระหนัก ในคุณคา่ และ
คว ามงามข อ งว รรณ คดีแ ล ะ
วรรณกรรม ทาให้เกิดความหวง
แหน ต้องการรักษาไว้เป็นสมบัติ
ของชาติ
ประโยคสามัญ เป็นประโยคท่ี
น า ค า ม า เรี ย ง กั น เเ ล้ ว มี
ความหมายสมบรู ณบ์ อกให้รู้ว่า
ใค ร ท าอะไร โดยมีเนื้อคว าม
เพียงเนอื้ ความเดียวหรือกล่าวถงึ
สภ าพอย่างใดอย่างหน่ึงเพี ยง
สภาพเดียว ประโยคสามัญ มี
ส่วนป ระกอบที่สาคัญ ๒ ส่วน

โครงสรา้ งรายวิชา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ยการเรยี น มาตรฐานการเรียนรู้/ สมรรถนะ สาระการเรียนรู้ สาระสาคัญ/ เวลา น้าหนัก
ตัวช้ีวดั ความคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน
คือ ภาคประธาน และภาคเเสดง
ซง่ึ ท้งั ภาคประธานและภาคเเสดง
น้ีอ าจมีบ ท ข ย าย เพ่ื อ ท าใ ห้
ประโยคมีความหมายชดั เจนมาก
ขึ้น
ประโยครวม คือ ประโยค ที่
รวมเอาประโยคความเดยี วตัง้ แต่
๒ ประโยคขน้ึ ไปมารวมกัน โดย
ใช้สันธ านเป็ นตัว เชื่อ มแ ต่ก็
สาม ารถ แ ยก อ อ ก เป็ นป ระ โ ย ค
ความเดียวที่มีใจความสมบรู ณไ์ ด้
เหมือนเดมิ โดยไม่ตอ้ งเพิ่มส่วนใด
สว่ นหนึ่งในประโยค การเรยี นรู้
ในเร่อื งประโยคความรวมจะทา
ให้ผู้เรีย น สามารถวิเคราะห์
ประโยคไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ประโยคท่ีซบั ซ้อน คอื การนา
รปู ประโยค ท้ังประโยคสามัญ
ประโยครวมและประโยคซอ้ นมา
ขยายความใหซ้ บั ซอ้ นยิ่งขน้ึ การ
เรียนรูใ้ นเร่ืองประโยคซบั ซอ้ นจะ
ทาให้ผู้เรียน สามารถวิเคราะห์
รปู แบบของประประโยคได้อยา่ ง

โครงสรา้ งรายวิชา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยท่ี ชื่อหนว่ ยการเรยี น มาตรฐานการเรียนรู้/ สมรรถนะ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั / เวลา น้าหนัก
ตัวช้ีวดั ความคดิ รวบยอด (ช่ัวโมง) คะแนน
ถูก ต้อ งต าม โค รง ส ร้าง ข อ ง
ประโยค
ภาษาไทย เป็นเอกลั กษณ์ทาง
วฒั นธรรม เป็นเครื่องสืบท อด
วัฒนธรรม ภาษาไทยนิยมความ
คล้อ ง จอ ง เพื่ อ คว ามไ พ เราะ
ภาษ าไท ย มี ทั้ งภ าษ าม าต รฐ าน
และภาษาถิ่นต่าง ๆ รวมทั้งมี
วรรณคดีวรรณกรรมท่ีสะท้อน
วัฒ นธรรมและวิถีชีวิตของคน
ไทยไดเ้ ป็นอย่างดี
การพูดในท่ีประชุมชนมีหลาย
แบบ ท้งั การพูดคนเดยี วหรอื พูด
เด่ียว กับพูดหลายคน การพูด
เด่ียวอาจพดู ในลกั ษณะการเปิด
ป ระชุ มสัมมนา สุนท รพ จน์
ปาฐกถาหรือบรรยาย การพู ด
หลาย คนมีการอ ภิป ราย การ
โต้วาที การยอวาที เปน็ ต้น
ศพั ทท์ างวิชาการและวิชาชีพ
คอื ศัพท์เฉพาะทส่ี รา้ งขึ้นเพ่ือใช้
ในศาสตรแ์ ขนงต่าง ๆ ตามสาขา
หรือวิชาชีพน้ัน ๆ จาเป็นต้อ ง

โครงสรา้ งรายวิชา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2

หนว่ ยท่ี ชอื่ หนว่ ยการเรียน มาตรฐานการเรียนรู้/ สมรรถนะ สาระการเรียนรู้ สาระสาคญั / เวลา น้าหนกั
ตวั ชี้วดั ความคิดรวบยอด (ช่ัวโมง) คะแนน
ศึก ษ าเรีย น รู้เพื่ อ ใ ห้ เข้ าใ จ ๗๐*
ความหมาย
แบบฟอร์มสมัครงานนนั้ เป็น
แ บ บ ฟ อ ร์มป ระเภ ท ติด ต่อ กั บ
หนว่ ยงานซ่ึงนักเรียนต้องอ่านให้
รอ บ ค อ บ แ ละ ก รอ กข้ อ มู ล ต รง
ตามความจรงิ
รวมตลอดภาคเรียน ๖๐

*หมายเหตุ นา้ หนักคะแนน 70 คะแนน คือ คะแนนเก็บ อกี 30 คะแนน คือ คะแนนสอบกลางภาค 15 คะแนน และสอบปลายภาค 15 คะแนน

หนว่ ยที่ 4 วิชาลว้ นชวนตรองตริ สมรรถนะ
ประเดน็ พจิ ารณาการทาหน่วย

แผนที่ ช่อื แผน ความเชื่อมโยง (On Life)สาระการเรยี นรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเรียน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวงวัย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเ ็ปนทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

1. สืบเสาะคน้ ควา้ (1)      การศึกษาความรู้ด้วยตนเอง - --
2. สืบเสาะคน้ คว้า (2)      กาพย์ฉบงั 16
3. สืบเสาะค้นคว้า (3)      การศึกษาความรู้ดว้ ยตนเอง - --
4. สบื เสาะคน้ คว้า (4)      บทพากยเ์ อราวัณ
5. สบื เสาะคน้ คว้า (5)      บทพากย์เอราวณั - --
6. เลอคา่ ถ้อยคา (๑)      คานามกับคากริยา
- --

- --

- --

ประเดน็ พิจารณาการทาหน่วย สมรรถนะ

แผนที่ ชอ่ื แผน ความเชื่อมโยง (On Life) สาระการเรยี นรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเ ีรยน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวง ัวย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเป็นทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

7. เลอคา่ ถ้อยคา (2)      คานามกับคากรยิ า - --

8. งามล้าเนรมิต (๑)      บทพากยเ์ อราวัณ - --
9. งามลา้ เนรมิต (2)      บทพากย์เอราวัณ
10. ลขิ ิตพรรณนา (๑)      การเขยี นพรรณนา - --
11. ลขิ ิตพรรณนา (2)      การเขยี นพรรณนา
12. นาพาโนม้ นา้ วใจ (๑)      การโฆษณา - --

- --

- --

ประเดน็ พิจารณาการทาหน่วย สมรรถนะ

แผนที่ ช่ือแผน ความเชื่อมโยง (On Life) สาระการเรยี นรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเ ีรยน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวง ัวย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเป็นทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

13. นาพาโน้มน้าวใจ (2)      การโฆษณา - --

14. ให้ข้อคดิ พนิ จิ คา่ (๑)      บทพากย์เอราวณั - --
15. ให้ขอ้ คิดพนิ จิ ค่า (2)      บทพากยเ์ อราวัณ
16. ใหข้ ้อคิดพนิ ิจค่า (3)      บทพากย์เอราวณั - --
17. ใหข้ อ้ คิดพนิ ิจคา่ (4)      บทพากย์เอราวณั
- --
18. ศึกษาตานาน (๑)      ตานาน
- --

- --

ประเด็นพจิ ารณาการทาหน่วย สมรรถนะ

แผนที่ ช่อื แผน ความเชื่อมโยง (On Life) สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเ ีรยน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวง ัวย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเป็นทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

19. ศกึ ษาตานาน (2)      ตานาน - --
20. งานเขยี นสนกุ สนาน (๑)      งานเขยี นสรา้ งสรรค์
21. งานเขยี นสนุกสนาน (2)      งานเขียนสร้างสรรค์ - --
22. งานเขียนสนุกสนาน (3)      งานเขยี นสรา้ งสรรค์
23. งานเขยี นสนกุ สนาน (4)      งานเขยี นสร้างสรรค์ - --

24. พจิ ารณค์ วามคดิ (๑)      การประเมนิ คณุ ค่าบทความ - --
- --

- --

ประเดน็ พจิ ารณาการทาหน่วย สมรรถนะ

แผนที่ ชอ่ื แผน ความเชื่อมโยง (On Life) สาระการเรยี นรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเรียน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวงวัย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเ ็ปนทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

25. พิจารณ์ความคิด (2)      การประเมนิ คุณคา่ บทความ - --

26. พิจารณค์ วามคิด (3)      การประเมินคุณคา่ บทความ - --
27. ลขิ ิตบทความ (๑)      การเขียนบทความวิชาการ
28. ลิขิตบทความ (2)      การเรียบเรียงบทความวชิ าการ - --

29. ลิขิตบทความ (3)      การเรียบเรียงบทความวชิ าการ - --
30. ลขิ ิตบทความ (4)      การเรียบเรยี งบทความวชิ าการ
- --
- --

หนว่ ยที่ 5 ลขิ ติ สารงานแบบพมิ พ์ สมรรถนะ
ประเด็นพจิ ารณาการทาหนว่ ย

แผนที่ ชอ่ื แผน ความเชื่อมโยง (On Life)สาระการเรยี นรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเรียน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวงวัย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเ ็ปนทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

1. จดหมายกิจธุระ (1)      จดหมายกิจธุระ - --
2. จดหมายกจิ ธรุ ะ (2)      จดหมายกิจธุระ
3. จดหมายกิจธรุ ะ (3)      จดหมายกิจธุระ - --
4. วาทะคาสอน (๑)      พระบรมราโชวาท
5. วาทะคาสอน (2)      พระบรมราโชวาท - --
6. ถอ้ ยสุนทรข้ามชาติ (๑)      คายืมภาษาต่างประเทศ
- --

- --

- --

ประเด็นพจิ ารณาการทาหนว่ ย สมรรถนะ

แผนท่ี ชอ่ื แผน ความเชื่อมโยง (On Life) สาระการเรยี นรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเ ีรยน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวง ัวย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเป็นทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

7. ถอ้ ยสนุ ทรข้ามชาติ (2)      คายมื ภาษาตา่ งประเทศ - --

8. ถ้อยสนุ ทรข้ามชาติ (3)      การทบั ศัพท์ - --

9. ถ้อยสนุ ทรข้ามชาติ (4)      การทับศัพท์ - --
10. ถอ้ ยสุนทรข้ามชาติ (5)      ศัพทบ์ ัญญัติ
- --
11. เปร่อื งปราดจับประเดน็ (๑)      พระบรมราโชวาท
- --

12. เปรอ่ื งปราดจบั ประเด็น (2)      การจับประเด็นสาคัญ - --

ประเดน็ พจิ ารณาการทาหน่วย สมรรถนะ

แผนที่ ชอื่ แผน ความเชื่อมโยง (On Life) สาระการเรยี นรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเ ีรยน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวง ัวย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเป็นทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

13. เปรอ่ื งปราดจบั ประเดน็ (3)      การจับประเด็นสาคัญ - --

14. เปรอ่ื งปราดจบั ประเดน็ (4)     การวิเคราะห์คณุ คา่ วรรณคดีและ - --
วรรณกรรม
15. เนน้ ใช้หลากภาษา (๑)  - --
16. เน้นใชห้ ลากภาษา (2)     ประโยคสามัญ
17. เน้นใช้หลากภาษา (3)     ประโยครวม - --

   ประโยคซับซ้อน - --

18. เนน้ ใช้หลากภาษา (4)      ประโยคซับซ้อน - --

ประเดน็ พิจารณาการทาหนว่ ย สมรรถนะ

แผนท่ี ชอ่ื แผน ความเชื่อมโยง (On Life) สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเ ีรยน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวง ัวย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเป็นทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

19. เน้นใชห้ ลากภาษา (5)      ภาษาราชการ - --

20. เนน้ ใช้หลากภาษา (6)      ภาษาราชการ - --
21. เนน้ ใชห้ ลากภาษา (7)      ภาษาถิ่น
22. เน้นใช้หลากภาษา (8)      ภาษาถน่ิ - --

23. เนน้ ใชห้ ลากภาษา (9)      ภาษาถ่ิน - --
- --
24. พูดต่อหน้าสาธารณะ (๑)      การพูดในทปี่ ระชุมชน
- --

ประเดน็ พจิ ารณาการทาหนว่ ย สมรรถนะ

แผนที่ ช่อื แผน ความเชื่อมโยง (On Life) สาระการเรยี นรู้ หมายเหตุ
การ ูบรณาการ
ิกจกรรมปฏิรูปการเรียน ูร้
การเ ีรยนรู้ตาม ่ชวงวัย
ความย่ังยืนของความ ูร้
การจัดการตนเอง
การ ื่สอสาร
การรวมพ ัลงทางานเ ็ปนทีม
การ ิคดข้ันสูง
การเ ็ปนพลเ ืมองที่เ ้ขมแ ็ขง

25. พดู ตอ่ หน้าสาธารณะ (2)      การพูดในทปี่ ระชุมชน - --

26. พูดต่อหน้าสาธารณะ (3)      การพดู ในที่ประชุมชน - --
27. สาระทางการ (๑)      ศพั ท์ทางวชิ าการและวชิ าชพี
28. สาระทางการ (2)      ศพั ท์ทางวิชาการและวิชาชีพ - --

29. สาระทางการ (3)      การกรอกแบบสมัครงาน - --
- --
30. สาระทางการ (4)      การกรอกแบบสมคั รงาน
- --



หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4

“วชิ าลว้ นชวนตรองตริ”


1

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรับครูผู้สอ-น1) ก-ลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษา

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๔ : วชิ าลว้ นชวนตรองตริ เรื่อง สืบเสาะคน้ คว้า (๑) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๖ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหลง่ เรยี นรู้
การศกึ ษาความรู้ด้วยตนเอง เปน็ ทกั ษะในการ ขั้นนา ห้องสมดุ
สื่อ
แสวงหาความรขู้ ั้นพ้ืนฐานทส่ี าคญั ซง่ึ จะชว่ ยใหผ้ ้เู รยี น ๑. นักเรียนสังเกตภาพ “ช้างเอราวัณ” ที่ครูนามา ๑. กระดาษจดบันทึก
เกดิ ลกั ษณะนสิ ัยการคดิ อย่างเป็นระบบ และต่อยอดใน และแสดงความคดิ เหน็ ว่า จากภาพนกั เรียนเหน็ สว่ นประกอบ ๒. ใบความรู้ “ลกั ษณะของช้างเอราวณั ”
การใชค้ วามวิจารณญาณในการรบั สารทีถ่ ูกตอ้ ง ใดบ้างของชา้ งเอราวณั ท่ีแตกตา่ งจากช้างทัว่ ไป 3. ใบงาน “บทพากย์เอราวัณ”
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ แนวคาตอบ
บอกขัน้ ตอนหรอื วธิ ีการในการศกึ ษาคน้ ควา้ เปน็ ชา้ งทอ่ี ยู่ในจินตนาการ ไมม่ อี ยู่จรงิ และในส่วนหวั ของชา้ งมี
ความรู้ด้วยตนเอง จานวนมาก
-2- ทกั ษะและกระบวนการ ภาระงาน/ชิน้ งาน
๒. นักเรียนจดบันทึกส่วนประกอบของช้างเอราวัณ การทาใบงาน “บทพากยเ์ อราวัณ”
ทนี่ กั เรียนสังเกตเห็น ลงในกระดาษท่ีครูแจก
นักเรียนสามารถคน้ ควา้ ความรดู้ ้วยตนเองอย่าง ขั้นสอน
เหมาะสม ๑. นกั เรียนอา่ นใบความรู้ “ลกั ษณะของช้างเอราวัณ” การวัดและประเมนิ ผล
ดา้ นคุณลักษณะ ๒.นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 - ๔ คน เพอ่ื แลกเปล่ียน แบบประเมินการทางานกลุ่ม

ใฝ่เรียนรู้ ความร้เู กี่ยวกบั “ชา้ งเอราวัณ” ในทศั นคติของตนเองกบั เพ่อื น
ในกลุ่ม
สมรรถนะท่ตี อ้ งการใหเ้ กดิ กับผเู้ รียน ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกตัวแทนออกมานาเสนอ
๑. การสือ่ สาร
๒. การคดิ ข้ันสูง ความคิดเห็นในหวั ขอ้ “ความแตกต่างของลกั ษณะช้างเอราวณั
จากภาพทน่ี ักเรยี นเห็นกับรายละเอียดในใบความรู้”
๔. นักเรียนอ่านใบความรู้ “ลักษณะของช้างเอราวัณ”
เพ่ือตอบคาถามว่าช้างเอราวัณมีทีม่ าจากอะไร

2

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๔ : วิชาล้วนชวนตรองตริ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ เวลา ๑ ชวั่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
เร่อื ง สบื เสาะคน้ ควา้ (๑)
-3- รายวิชา ภาษาไทย ๖

แนวคาตอบ
ช้างเอราวณั เป็นความเช่ือที่พบในเรือ่ งของไตรภูมพิ ระ ร่วง
มาจากเทพบตุ รชือ่ วา่ ไอยราวัณ ซงึ่ จะแปลงกายเป็นพาหนะให้กับ
พระอนิ ทร์ ดงั น้นั ชา้ งเอราวณั จึงมคี วามวจิ ติ รอลงั การ
และงดงาม

ขั้นสรปุ
จากการเรยี นในเรือ่ ง ลักษณะและทีม่ าของชา้ งเอราวัณ

นักเรยี นสามารถนาความรู้ไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร

แนวคาตอบ
ส า ม า ร ถ บู ร ณา ก า ร ควา ม ไป ปรั บ ใ ช้ กั บก า ร เขี ย น ร ายงาน
หรอื การเขยี นบทความ ซึ่งเป็นการวเิ คราะหส์ ารใหเ้ กิดองคค์ วามรู้

3

ใบความรู้
“ลักษณะของช้างเอราวณั ”

ช้างเอราวัณ

เอราวัณเป็นช่ือช้างทรงของพ ระอินท ร์ เน่ืองจากเป็นสัตว์ในจินต นาการข อ ง ก วี
จึง มีลัก ษ ณ ะพิ เศษ ต่างกับช้าง โ ดยท่ั วไ ป ใ นพ ระบ รมราช าธิบ ายขอ งพ ระบาท สมเด็จ
พระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวเรื่องช้าง ทรงอธบิ ายว่าตามตานานโบราณของไทย บอกไวแ้ ตเ่ พยี งวา่ ช้าง
เอราวัณ มีกายสขี าวและมเี ศยี ร ๓๓ เศยี ร แต่ในวรรณคดบี างเรอื่ ง เชน่ ไตรภูมพิ ระรว่ งตอนพรรณนา
สวรรค์ช้ันดาวดึงส์ และรามเกียรตติ์ อนพระอนิ ทร์เสด็จลงมาสร้างเมืองอยุธยามบี ทพรรณนา
รายละเอียดของชา้ งเอราวณั ไวอ้ ย่างพสิ ดารว่า เศยี รหนึ่งมี ๗ งา งาหน่งึ มี ๗ สระ สระหนึ่ง มกี อบวั
๗ กอ กอหนงึ่ มีดอกบวั ๗ ดอก ดอกหนงึ่ มี ๗ กลบี กลีบหนงึ่ มีนางฟา้ รา่ ยราอยู่ ๗ องค์ แตล่ ะองคม์ ี
บริวารเปน็ หญงิ งาม ๗ นาง ตัวเลขนท้ี าใหม้ ีผูค้ ิดต้ังโจทยใ์ หเ้ ด็ก ๆ ลองคูณหาคาตอบ เช่น นบั นางฟ้า
ไดส้ ามลา้ นแปดแสนแปดหม่ืนสองพนั สรี่ อ้ ยสิบเจ็ดองค์ เปน็ ต้น จานวนมหาศาลน้เี ปน็ เพยี งการสมมุติ
ให้เกิดจนิ ตภาพความอลงั การของช้างเอราวัณซึ่งเปน็ เทพพาหนะ

ตามเร่ืองในไตรภูมิพระร่วง เอราวัณเปน็ เทพบุตรชื่อไอยราวัณ เม่ือพระอินทร์จะเสดจ็
ทใี่ ด ไอยราวณั ก็จะเนรมติ ตนเปน็ ชา้ งเผือกใหญเ่ พ่อื เปน็ พาหนะของพระอนิ ทร์ ในเรื่องรามเกยี รต์ิ ชา้ ง
เอราวัณหรอื ไอยราพตปรากฏในตอนศกึ อินทรชติ ซ่งึ บรรยายเหตุการณต์ อนที่อนิ ทรชิต โอรสของ
ทศกณั ฐย์ กทพั ไปรบกบั พระราม อินทรชิตแปลงกายเปน็ พระอนิ ทร์ แลว้ ใหเ้ สนายกั ษช์ อ่ื การุณราช
แปลงกายเป็นชา้ งเอราวัณ บทละครเร่ืองรามเกยี รตพิ์ ระราชนพิ นธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราชพรรณนาลักษณะขอ งช้างเอราวัณว่ามีกายสูงใหญ่ สีขาวดังเงินยวง และมี
รายละเอียดต่าง ๆ ดงั นี้

………………………………... ………………………………..

สามสบิ สามเศียรอลงการ์ เศียรหนง่ึ เจ็ดงางามงอน

งาหนง่ึ เจด็ สระโกสุม สระหน่ึงมีปทุมเกสร

เจด็ กอชกู ้านอรชร กอหน่งึ บานสลอนเจ็ดผกา

-44-

ใบงาน
“บทพากย์เอราวณั ”

คาชี้แจง ให้นกั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ต้อง
๑. ลักษณะคาประพันธข์ องเร่ืองบทพากย์เอราวัณมอี ยา่ งไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. ผูแ้ ต่งมคี วามมงุ่ หมายอย่างไรในการแตง่ เรอ่ื งบทพากย์เอราวณั

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. การเขียนโวหารแบบพรรณนาโวหารมีจุดมงุ่ หมายและหลักการท่สี าคัญอย่างไร

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. คณุ ค่าท่ีไดจ้ ากเรอื่ ง บทพากย์เอราวัณ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๕. นกั เรยี นไดร้ บั คุณค่าอะไรจากการเขยี นโครงงาน และจะนาไปใชใ้ นชีวิตประจาอยา่ งไร

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………….……………..

-55-

เฉลยใบงาน
“บทพากย์เอราวัณ”

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ใี หถ้ ูกต้อง

๑. ลักษณะคาประพันธข์ องเรื่องบทพากยเ์ อราวัณมอี ย่างไรบา้ ง
ตอบ บทพากยเ์ อราวัณแตง่ ด้วยคาประพนั ธ์ประเภทกาพยฉ์ บงั ๑๖ โดยหน่ึงบทจะมี ๑๖ คา/
พยางค์ โดย ๑ บท มี ๓ วรรค มีสัมผสั บงั คบั อยทู่ คี่ าสดุ ทา้ ยของวรรคแรกและวรรคทสี่ อง
ส่วนคาสดุ ทา้ ยของวรรคทส่ี ามใชส้ ง่ เขา้ บทถดั ไป กาพยฉ์ บงั ๑๖ มฉี ันทลกั ษณ์และตวั อยา่ งดงั นี้
สิบหกคามที า้ ยวรรคหนึง่ , สอดคล้องกนั

๒. ผู้แตง่ มีความมุ่งหมายอยา่ งไรในการแต่งเรือ่ งบทพากยเ์ อราวัณ
ตอบ ใหเ้ ห็นโทษของความล่มุ หลงในรูป รส กลิ่น เสียง สมั ผสั จะนามาซึ่งความประมาทอัน
เปน็ เหตุแหง่ หายนะ เช่น พระลักษมณแ์ ละไพร่พลวานรที่มวั แตเ่ พง่ ดเู ทวดา (แปลง) อยา่ ง
เพลิดเพลินจนตอ้ งศรของอนิ ทรชิตในทีส่ ดุ

๓. การเขียนโวหารแบบพรรณนาโวหารมจี ุดมุง่ หมายและหลักการทส่ี าคญั อย่างไร
ตอบ พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้
ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพ่ือใหผ้ อู้ า่ นเกดิ อารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลนิ ไปกบั ข้อความนน้ั การ
เขียนพรรณนาโวหาร จึงยาวกวา่ บรรยายโวหารมาก แตม่ ิใช่การเขยี นอยา่ งเยิ่นเย้อ เพราะ
พรรณนาโวหารต้องมุ่งให้เกดิ ภาพและอารมณ์ ดังน้ัน จึงมักใช้การเล่นคา เล่นเสียง ใช้
ภาพพจน์ แม้เน้อื ความทเ่ี ขยี นจะน้อยแต่เตม็ ดว้ ยสานวนโวหารท่ไี พเราะ อา่ นไดร้ สชาติเป็น
โวหารที่ใชถ้ ้อยคาอธบิ ายหรือบรรยายสิ่งทพี่ บเหน็ อย่างละเอียด โดยใช้สานวนโวหารที่
ไพเราะสอดแทรกอารมณค์ วามรูส้ กึ ของผู้เขียน เพ่อื ใหผ้ อู้ า่ นเกิดความประทบั ใจและความ
ซาบซง้ึ มีความรสู้ กึ และเห็นภาพตามไปด้วยกับคาพรรณนาโวหาร

๔. คุณค่าท่ีได้จากเรื่อง บทพากยเ์ อราวัณ
ตอบ ๑. ได้รับความเพลิดเพลินจากการใชถ้ ้อยคาทแ่ี สดงพลังทางภาษา
๒. ไดศ้ กึ ษาวรรณคดีของชาตทิ แ่ี สดงถึงวัฒนธรรมของคนไทย
๓. ทาให้ทราบถงึ ลักษณะของชา้ งเอราวัณว่ามีลักษณะอย่างไร
๔. แสดงพระอัจฉริยภาพและพระปรชี าสามารถของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศ
หล้านภาลัยในดา้ นกวนี ิพนธ์

๕. นักเรียนไดร้ บั คณุ คา่ อะไรจากการเขยี นโครงงาน และจะนาไปใช้ในชีวิตประจาอย่างไร
ตอบ ๑. ช่วยสร้างแนวทางใหม่เพอื่ ริเรม่ิ งานไปส่งู านอาชพี และศึกษาตอ่ ที่ตนเอง
สนใจและถนัด
๒. สรา้ งเสรมิ ประสบการณ์ปฏบิ ตั จิ ริง สง่ ผลใหเ้ กิดความเขา้ ใจอย่างซาบซงึ้ ใน
โครงงาน

-66-

๓. ไดท้ ดสอบความถนัด และแกป้ ญั หาในงานทีส่ นใจและมคี วามพร้อม ทาให้
ม่นั ใจ

๔. ก่อให้เกดิ ความภาคภมู ิใจในโครงงานท่ีได้รเิ ร่มิ สร้างสรรค์
๕. ก่อให้เกิดความรัก ความเขา้ ใจ ความสัมพันธอ์ ันดีระหว่างเพ่ือนนักเรียนที่

ปฏิบตั ริ ว่ มกนั
๖. ก่อให้เกดิ ความรู้ทางวิชาการทก่ี ว้างขวางขนึ้ ได้รับความสาเรจ็ ในการศึกษา

ตามหลักสตู ร

-77-

แบบประเมนิ การทางานกลมุ่

คาช้ีแจง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลมุ่ ของนักเรียนตามรายการประเมนิ

รายการประเมิน ระดับคะแนน
๓๒๑
๑. การกาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี ไม่มกี ารกาหนดบทบาท
๒. การมสี ่วนรว่ ม สมาชกิ อย่างชัดเจน สมาชกิ ไม่ครบถ้วน หนา้ ที่
มสี ่วนรว่ มในการปฏบิ ตั ิ มสี ว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มสี ่วนรว่ มในการปฏบิ ตั ิ
๓. การรบั ฟงั และแสดงความ งานกลมุ่ งานกลมุ่ บ้าง งานกลุม่ น้อยมาก
คดิ เห็น หรือไมม่ สี ว่ นรว่ ม
๔. ความรบั ผิดชอบ รบั ฟังและแสดงความคดิ เห็น รับฟงั และแสดงความคดิ เห็น รับฟงั ความคดิ เห็นของผ้อู น่ื
อย่างมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ อยา่ งมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ นอ้ ยมากหรอื ไม่รับฟงั
อยา่ งสมา่ เสมอ เป็นบางครง้ั ความคดิ เห็นผอู้ ืน่
รบั ผิดชอบงานทไ่ี ดร้ บั รบั ผดิ ชอบงานทไี่ ดร้ บั ไม่รบั ผดิ ชอบงานทไี่ ด้รับ
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แต่เสรจ็ ไม่ทัน มอบหมาย
ทก่ี าหนด ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนรวม/12) x ๑๐๐

การแปลผลการประเมิน การแปลผล
ดีมาก
เกณฑข์ องระดับคะแนน ดี
รอ้ ยละ ๘๐ – ๑๐๐ พอใช้
รอ้ ยละ ๗๐ – ๗๙ ปรับปรุง
ร้อยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

8 -8-

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๒

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ : วิชาลว้ นชวนตรองตริ เรือ่ ง สืบเสาะคน้ คว้า (๒) เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๖ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหลง่ เรยี นรู้
กาพย์ฉบงั ๑๖ เป็นคาประพันธ์ประเภทหน่ึง ขัน้ นา หอ้ งสมุด
ส่ือ
โดยใน ๑ บทประกอบด้วย ๓ วรรค บงั คับจานวนคา ๑. นักเรียนอ่านบทประพนั ธจ์ ากใบความรู้ “ลักษณะคา
และสมั ผสั ไมม่ ีบงั คับเอก-โท หรอื ครุ-ลหุ หากนกั เรยี น ประพันธข์ องกาพยฉ์ บัง ๑๖” ความว่า
ไดศ้ ึกษาเร่อื งการแต่งคาประพันธ์ประเภทกาพย์ จะ 1. ใบความรู้ “กาพยฉ์ บัง ๑๖”
“ฉบงั สิบหกควร ถอ้ ยคาสานวน 2. ใบงาน “ลักษณะคาประพันธ์กาพยฉ์ บัง
ชว่ ยใหน้ กั เรียนสามารถเรยี บเรยี งคาไดอ้ ย่างไพเราะ พงึ เลือกใหเ้ พราะเหมาะกนั ๑๖”
แ ล ะ ฝึ ก ก ระ บ ว นก ารคิ ด แ ล ะ เ ลือ ก สรรค าที่ ถู กต้อง วรรคหนา้ วรรคหลงั ราพนั วรรคหนึ่งพึงสรร
-9- เหมาะสม ใส่วรรคละหกคาเทอญ ภาระงาน/ชน้ิ งาน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ การทาใบงาน “ลกั ษณะคาประพันธก์ าพย์
ด้านความรู้ วรรคสองต้องสคี่ าเชญิ แตง่ เสนาะเพราะเพลนิ ฉบัง ๑๖”
ใครได้สดับจบั ใจ” การวัดและประเมินผล
อธิบายฉนั ทลกั ษณ์ของกาพยฉ์ บงั ๑๖ ๒. นักเรียนอาสาสมัคร ๓ - ๔ คน ตอบคาถามว่า
ทักษะและกระบวนการ “จากบทประพนั ธข์ ้างตน้ วรรคใดทบ่ี ่งบอกถึงช่อื ลกั ษณะของ แบบประเมินการทางานกลุม่

แยกแยะข้อความจากบทประพันธ์ชนดิ กาพย์ คาประพนั ธ์ และจานวนคาในแต่ละวรรคมีจานวนเทา่ ใด”
ฉบงั ๑๖ แนวคาตอบ
ดา้ นคุณลักษณะ วรรคท่ี ๑ บ่งบอกถงึ ช่อื กาพยฉ์ บัง ๑๖ โดยแบง่ จานวนคา
ใฝเ่ รียนรู้ อ อ ก เ ป็ น ว ร รคที่หนึ่ง ๖ คา ว ร ร คท่ี สอ ง ๔ คา ว ร รคหลัง
(วรรคท่ี ๓) ๖ คา
ขั้นสอน

9

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ : วิชาลว้ นชวนตรองตริ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒ เวลา ๑ ช่วั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย เร่อื ง สืบเสาะคน้ คว้า (๒) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
สมรรถนะทต่ี อ้ งการใหเ้ กิดกบั ผเู้ รียน รายวชิ า ภาษาไทย ๖
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๓ กลุ่ม โดยออกมาจบั
๑. การสอ่ื สาร ตัวอยา่ งคาประพันธ์ดงั ตอ่ ไปน้ี
๒. การคดิ ขน้ั สงู
๑. ช้างนริ มติ ฤทธแิ รงแขง็ ขนั เผอื กผ่องผวิ พรรณ
-10- สสี ังข์สะอาดโอฬาร์

๒. สามสบิ สามเศยี รโสภา เศยี รหน่งึ เจด็ งา
ดงั เพชรรตั น์รูจี

๓. งาหนึ่งเจด็ โบกขรณี สระหน่งึ ย่อมมี
เจด็ กออุบลบนั ดาล

๒. นักเรียนเขียนอธบิ ายเน้ือหาจากบทประพันธท์ ต่ี น
จบั ได้ และใหข้ ดี คาสมั ผสั รวมถงึ แบง่ จานวนคาในแต่ละว รรค
ใ ห้ถูก ต้อ ง ล ง ใ นใ บ ง าน “ลัก ษ ณ ะค าป ระพั นธ์ก าพ ย์
ฉบงั ๑๖”

10

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๔ : วชิ าล้วนชวนตรองตริ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๒ เวลา ๑ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เรอื่ ง สบื เสาะค้นควา้ (๒) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๖
-11- ๓. นักเรียนเรยี งลาดับบทประพันธ์จากเรื่อง บทพากย์
เ อ ร า วั ณ ใ น ใ บ ง า น “ลั ก ษ ณ ะ ค า ป ร ะ พั น ธ์ก าพ ย์
ฉบัง ๑๖” ให้ถูกตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์

แนวคาตอบ
๑. ชา้ งนริ มิตฤทธิแรงแขง็ ขัน เผอื กผอ่ งผิวพรรณ
สีสังข์สะอาดโอฬาร์
๒. สามสิบสามเศยี รโสภา เศยี รหนง่ึ เจด็ งา
ดงั เพชรรัตนร์ ูจี
๓. งาหนึ่งเจ็ดโบกขรณี สระหน่ึงยอ่ มมี
เจ็ดกออุบลบันดาล

ขน้ั สรุป
นักเรียนตอบคาถามว่า จากการทากิจกรรมต่อ ค า

ประพนั ธ์ นกั เรยี นใช้วิธกี ารคิดในลกั ษณะเพ่ือหาคาตอบ

แนวคาตอบ
ใช้วิธีการคิดเปรียบเทยี บ ระหวา่ งฉันทลักษณท์ ถี่ ูกตอ้ งกับ
ตวั อยา่ งคาประพันธ์ท่ไี ด้รับ โดยนามาเช่อื มโยงตอ่ กันตามลาดับคา
ประพนั ธ์

11

ใบความรู้
“กาพยฉ์ บัง ๑๖”

ประพันธด์ ว้ ยรูปแบบของกาพย์ฉบัง ๑๖ ซึ่งหนึง่ บทประกอบด้วย ๓ วรรค วรรคแรกบงั คับ
๖ พยางค์ วรรคทีส่ องบงั คบั ๔ พยางค์ วรรคทีส่ ามบงั คบั ๖ พยางค์ รวมทงั้ ส้ิน ๑ บทมี ๑๖ พยางค์
จึงเรียกกาพย์ฉบงั ๑๖ (เน่ืองจากบทพากย์เอราวณั นแ้ี ตง่ ข้นึ เพื่ออา่ นออกเสยี ง จานวนคาในแต่ละ
วรรคจึงไม่ตายตัว อาจมีการเพมิ่ หรอื ลดไดบ้ า้ ง) ไม่บงั คบั เสียงหนักเบาและเสียงวรรณยกุ ต์ แต่บงั คับ
สัมผสั เสยี งสระระหว่างวรรคและสัมผัสระหว่างบท โดยพยางค์สดุ ทา้ ยของวรรคแรกจะสัมผัสกับ
พยางคส์ ุดทา้ ยของวรรคท่ีสอง และพยางค์สดุ ท้ายของวรรคทส่ี ามจะสัมผัสกับพยางค์สุดทา้ ยของวรรค
แรกและวรรคท่ีสอง ในบทถดั ไปดังแผนผังฉนั ทลกั ษณ์

❖ แผนผงั กาพยฉ์ บัง ๑๖ 
(บทที่ ๑)  

(บทท่ี ๒) 


ตวั อยา่ งคาประพนั ธ์ ถ้อยคาสานวน
“ฉบงั สบิ หกควร วรรคหนงึ่ พงึ สรร
แตง่ เสนาะเพราะเพลิน
พึงเลือกให้เพราะเหมาะกนั
วรรคหน้าวรรคหลังราพัน

ใสว่ รรคละหกคาเทอญ
วรรคสองตอ้ งสคี่ าเชญิ

ใครไดส้ ดับจับใจ”

-1122-

ใบงาน
“ลกั ษณะคาประพนั ธก์ าพยฉ์ บัง ๑๖”

สมาชกิ ในกล่มุ : ๑ ……………………………………………………
๒ …………………………………………………...
๓ ……………………………………………………
๔ ……………………………………………………

คาช้ีแจง นักเรยี นนาตัวอย่างบทประพันธ์จากเรอื่ ง บทพากย์เอราวณั ทีไ่ ด้รบั ใสล่ งในช่องวา่ งทีก่ าหนดให้

ตวั อย่างบทประพันธจ์ ากเรือ่ ง บทพากย์เอราวณั ………………………………………………………..
…………………………………………………

…………………………………………………
สามารถถอดคาประพันธไ์ ดว้ ่า
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
.

คาสง่ั จงเรียงลาดับคาประพันธ์ดงั ต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้องตามฉันทลกั ษณ์

๑. ชา้ งนริ มติ ฤทธแิ รงแขง็ ขนั เผอื กผ่องผวิ พรรณ ………………………………..….. ………….………………………
สสี งั ขส์ ะอาดโอฬาร์
………………………………………

๒. งาหนง่ึ เจด็ โบกขรณี สระหนง่ึ ยอ่ มมี ………………..………………….. …………………….……………
เจด็ กออุบลบนั ดาล ………………………………………

………………..………………….. ……………..……………………
๓. สามสบิ สามเศยี รโสภา เศยี รหนง่ึ เจด็ งา ………………………………………
ดงั เพชรรตั น์รูจี

13 -13-

เฉลยใบงาน
“ลักษณะคาประพนั ธ์กาพยฉ์ บัง ๑๖”

สมาชิกในกลุม่ : ๑ ……………………………………………………
๒ …………………………………………………...
๓ ……………………………………………………
๔ ……………………………………………………

คาช้ีแจง นกั เรยี นนาตัวอย่างบทประพันธ์จากเร่อื ง บทพากยเ์ อราวัณ ทไ่ี ด้รบั ใสล่ งในช่องวา่ งท่ีกาหนดให้

ตวั อย่างบทประพนั ธ์จากเรือ่ ง บทพากย์เอราวัณ ………………………………………………………..
…………………………………………………

…………………………………………………
สามารถถอดคาประพนั ธ์ได้ว่า
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

คาสง่ั จงเรยี งลาดับคาประพันธด์ ังตอ่ ไปนใ้ี ห้ถูกต้องตามฉนั ทลกั ษณ์

๑. ชา้ งนริ มติ ฤทธแิ รงแขง็ ขนั เผอื กผอ่ งผวิ พรรณ
สสี ังข์สะอาดโอฬาร์

๒. สามสบิ สามเศยี รโสภา เศยี รหนง่ึ เจด็ งา
ดงั เพชรรตั นร์ จู ี

๓. งาหนงึ่ เจด็ โบกขรณี สระหนง่ึ ย่อมมี
เจด็ กออุบลบันดาล

14 -14-

แบบประเมินการทางานกลุ่ม

คาชี้แจง ให้ครูประเมนิ การทางานกลุ่มของนักเรยี นตามรายการประเมนิ

รายการประเมนิ ๓ ระดับคะแนน ๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหนา้ ที่ ไมม่ ีการกาหนดบทบาท
สมาชิกอยา่ งชดั เจน สมาชกิ ไม่ครบถว้ น หน้าท่ี
๒. การมสี ่วนร่วม มสี ว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ มีส่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ
งานกลุ่ม งานกลุ่มบ้าง งานกล่มุ น้อยมาก
หรือไมม่ ีสว่ นรว่ ม
๓. การรบั ฟังและแสดงความ รับฟงั และแสดงความคดิ เห็น รบั ฟงั และแสดงความคดิ เห็น รับฟังความคิดเหน็ ของผู้อน่ื
คิดเหน็ อย่างมเี หตุผลและสร้างสรรค์ อยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ น้อยมากหรือไมร่ ับฟัง
อยา่ งสมา่ เสมอ เป็นบางครง้ั ความคดิ เหน็ ผู้อ่ืน
๔. ความรบั ผดิ ชอบ รบั ผิดชอบงานทไ่ี ดร้ ับ รบั ผิดชอบงานทไ่ี ด้รบั ไมร่ บั ผดิ ชอบงานทไี่ ด้รบั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แต่เสร็จไม่ทนั มอบหมาย
ทก่ี าหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนรวม/12) x ๑๐๐

การแปลผลการประเมนิ การแปลผล
ดีมาก
เกณฑ์ของระดับคะแนน ดี
ร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐ พอใช้
ร้อยละ ๗๐ – ๗๙ ปรบั ปรงุ
ร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ร้อยละ ๐ – ๔๙

15-15-

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๔ : วชิ าล้วนชวนตรองตริ เร่อื ง สืบเสาะคน้ ควา้ (๓) เวลา ๑ ช่วั โมง
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๖ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

-16- สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด กิจกรรมการเรยี นรู้ แหลง่ เรยี นรู้
การศกึ ษาความรดู้ ว้ ยตนเอง เปน็ ทกั ษะในการ ขน้ั นา หอ้ งสมุด

แสวงหาความร้ขู น้ั พ้นื ฐานทีส่ าคัญ ซ่ึงจะชว่ ยใหผ้ เู้ รียน ๑. ตัวแทนนักเรยี นอาสาออกมาจับสลากรายชอ่ื ตัวละครใน สอื่
เกดิ ลกั ษณะนิสยั การคิดอยา่ งเปน็ ระบบ และต่อยอด วรรณคดีไทย เช่น ขุนแผน นางสีดา นางวันทอง ทศกัณฐ์ ๑. บัตรคา “รายชื่อตวั ละคร”
ในการใชค้ วามวจิ ารณญาณในการรบั สารทถ่ี กู ต้อง เป็นต้น ๒. ใบความรู้ “ตวั ละครน้ีมีทมี่ า”
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3. ใบงาน “ตวั ละครนมี้ ีท่มี า”
ดา้ นความรู้ ๒. นักเรียนจับกลุ่มกบั เพื่อนทมี่ ีรายช่ือตัวละครใน
วรรณคดีท่ีตนคิดว่ามาจากเร่อื งเดียวกนั ภาระงาน/ชิน้ งาน
บอกข้ันตอนหรอื วธิ กี ารในการศึกษาค้นคว้า การทาใบงาน “ตัวละครนี้มที ่ีมา”
ความรดู้ ้วยตนเอง แนวคาตอบ
ทกั ษะและกระบวนการ วรรณคดีเรอื่ ง ขุนชา้ งขุนแผน ประกอบด้วยตัวละคร ขุนแผน การวัดและประเมนิ ผล
น า ง วั น ท อ ง แ ละ ขุ น ช้ า ง , ว ร ร ณคดี เ รื่ อ ง ร า ม เ กี ย ร ต์ิ แบบประเมนิ การพูดแสดงความคดิ เหน็
นักเรียนสามารถคน้ คว้าความรู้ด้วยตนเองอยา่ ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ตั ว ละ ค ร น า ง สี ด า ท ศ กั ณ ฐ์ พ ร ะ ร า ม
เหมาะสม หนุมาน พระลักษณ์ อินทรชิต วรรณคดีเร่ือง พระอภัยมณฯี
ดา้ นคุณลกั ษณะ ประกอบด้วย นางเงอื ก พระอภยั มณี สินสมทุ ร

ใฝ่เรยี นรู้ ข้นั สอน
สมรรถนะทต่ี อ้ งการให้เกิดกับผเู้ รยี น ๑. นักเรียนทาใบงาน “ตวั ละครน้ีมีที่มา” โดยแสดง

๑. การสอ่ื สาร ความคิดเห็นวา่ ตัวละครตัวใดท่ีอยูใ่ นวรรณคดเี รื่อง “บทพากย์
๒. การคดิ ขัน้ สูง เอราวณั ” จากสลากรายชือ่ ตวั ละครท่นี กั เรียนจบั

16

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ : วิชาลว้ นชวนตรองตริ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๓ เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรอ่ื ง สบื เสาะค้นคว้า (3) ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
รายวิชา ภาษาไทย ๖
-17-
แนวคาตอบ
น า ง สี ดา ท ศกั ณฐ์ พ ร ะ ร า ม ห นุ ม าน พ ร ะลักษณ์
และอนิ ทรชิต

๒. นกั เรียนศึกษาข้อมลู ตัวละครจากเรอ่ื ง “บทพากย์
เอราวณั ” จากใบความรู้ “ตวั ละครนีม้ ีท่ีมา”

๓. นักเรียนวิเคราะห์เก่ียวกบั ลกั ษณะนิสัยของตัว
ละครแตล่ ะตัวจากเรือ่ ง บทพากย์เอราวัณ

แนวคาตอบ
พระลักษณ์ ลักษณะนิสัย มีความประมาท หลงใหลใน
ค ว า ม ง า ม ข อ ง ส ตรี อิ น ท ร ชิ ต มี ลั ก ษ ณ ะ นิ สั ย โ ลภ ใ น
อานาจ หยิง่ ทะนงในความสามารถของตนเอง

๔. นักเรียนนาเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาทเ่ี กดิ
จากตัวละครทไ่ี ดศ้ กึ ษา โดยตัวแทนนักเรยี นอาสาเป็นผตู้ อบ

แนวคาตอบ
ควรมีสติในการใช้ชีวิตเพอื่ ไมใ่ ห้เกิดอันตรายต่อตนเอง
และผู้อื่น ดังกรณีของพระลักษณ์ที่หลงใหลในนางราของกองทัพ
อินทรชิต

ขัน้ สรปุ
จากการทากิจกรรม “ตัวละครนม้ี ีที่มา” นักเรยี นตอบ

คาถามวา่ นกั เรยี นใชว้ ธิ ีการคิดแบบใดเพื่อหาคาตอบ

17


Click to View FlipBook Version