The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 เรียนที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 เรียนที่ 2

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 เรียนที่ 2

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๕ : ลิขติ สารงานแบบพมิ พ์ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6 เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย เร่ือง ถอ้ ยสนุ ทรขา้ มชาติ (๑) ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๓
ทักษะและกระบวนการ รายวิชา ภาษาไทย ๓
ความคดิ คายมื ภาษาตา่ งประเทศ” พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม
๑. จาแนกคาท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศได้
๒. ใช้คายืมภาษาตา่ งประเทศไดถ้ กู ต้อง ขั้นสรปุ
ดา้ นคุณลักษณะ นักเรียนแสดงความคิดเห็นร่วมกนั ว่าการศึกษาเร่ือง
๑. ใฝ่เรียนรู้
๒. มุ่งมั่นในการทางาน คายืมภาษาตา่ งประเทศ มีประโยชนด์ ้านใด อย่างไรกบั นกั เรียน

สมรรถนะทตี่ อ้ งการใหเ้ กิดกับผู้เรยี น แนวคาตอบ
1. การส่ือสาร ท า ใ ห้ เ ข้ าใ จลั ก ษณะ คายื มของ ภา ษา ต่ างประเทศ
2. การคดิ ข้นั สงู และนาไปใชส้ ่ือสารได้อย่างเหมาะสม

-218-

218

คายืมภาษาต่างประเทศ ใบความรู้
“คายืมภาษาต่างประเทศ”

การยืมคาภาษาตา่ งประเทศเป็นสงิ่ ท่ีเกิดขึน้ ในทกุ ภาษาหากมีการตดิ ต่อสือ่ สารกบั ค นที่พูด
ภาษานน้ั ๆ คาตา่ งประเทศแบง่ ได้ ๒ กลุ่ม คอื
๑. คาต่างประเทศที่จาเป็นต้องใช้ หากคาตา่ งประเทศทใ่ี ชน้ ้นั เปน็ คาเรยี กสิ่งที่ไม่มมี าก่อ น
ในสงั คมไทย เชน่ เทม็ ปรุ ะ ซาลาเปา เปาะเปีย๊ ะ บารบ์ ีคิว ซีอิ๊ว ก็จาเปน็ ต้องใช้คาต่างประเทศ
๒. คาต่างประเทศท่ีไม่จาเป็นต้องใช้ คาต่างประเทศทม่ี ีคาไทยใชอ้ ยู่แลว้ อาจแปลเป็น
คาไทยไดห้ รอื มศี พั ทบ์ ญั ญัตใิ ช้อยู่แล้ว กค็ วรใช้คาภาษาไทย เชน่
สต๊าร์ต ใชว้ ่า เริม่
คอนเฟริ ์ม ใช้วา่ ยืนยนั
แจม ใชว้ ่า ร่วม
โชว์ ใช้วา่ แสดง
ไอเดยี ใช้วา่ ความคดิ
เดก๊ คอเหรด ใช้ว่า ตกแต่ง
ช็อปปิ้ง ใชว้ า่ ซ้อื ของ
เมนู ใชว้ า่ รายการอาหาร
ซูชิ ใชว้ ่า ข้าวปั้น
ซฟี ู้ด ใชว้ า่ อาหารทะเล
ปารต์ ี้ ใช้ว่า งานสังสรรค์
มกิ ซ์แอนด์แมต็ ช์ ใช้ว่า ผสมให้เข้ากนั

ในยุคโลกาภิวัตน์เช่นปัจจุบนั อิทธิพลต่างประเทศท่ีผ่านสื่อเข้ามาส่งผลให้ภาษาไทย
เปลี่ยนแปลง ไปอยา่ งรวดเร็ว ภาษาไทยปัจจุบันจึงมีคายืมภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนมาก
ท้ังที่จาเป็นและไม่จาเป็น ผู้ใช้ภาษาจึงควรเลือกใช้คาภาษาต่างประเทศเฉพาะที่จาเป็นตอ้ งใช้
ถา้ มคี าไทยใช้อยู่แลว้ กค็ วรใช้คาไทย

การรูว้ ่าคาทเี่ ราใชอ้ ยู่เป็นคาท่ยี มื มากจากภาษาใด และทราบหลกั การเขียนหลกั การออกเสยี ง
และหลักการใช้คายืมจากภาษาต่างประเทศ จาทาให้ใช้คายมื นั้น ๆ ได้ถูกต้อง ท้ังในการเขียน
การออกเสยี ง และการใช้ให้ถูกความหมายจึงควรหมั่นสังเกตคายืมจากภาษาตา่ งประเทศที่นามาใชใ้ น
ภาษาไทย และอาจใชพ้ จนานุกรมเพื่อตรวจสอบว่า คาท่นี ามาใชใ้ นภาษาไทยนน้ั ยืมมาจากภาษาใด
และคาเดิมมรี ูปเป็นอยา่ งไร

เรอ่ื งทน่ี ามาใหอ้ า่ นมคี ายืมจากภาษาจีน ภาษาญีป่ ุ่น และภาษาอังกฤษอยู่หลายคา และเป็น
คาท่ีนา่ สงั เกต ในท่ีนีจ้ ึงจะให้ตัวอยา่ งคายืมท่มี าจากภาษาทัง้ สามเพ่ิมเตมิ ดังน้ี

-221199-

คายมื ภาษาจีน

คาภาษาจีนสว่ นใหญท่ ภ่ี าษาไทยในปัจจุบนั ยมื มาใชเ้ ป็นคาภาษาจีนแต้จ๋ิวอาจมีคาภาษ าจีน
ฮกเก้ยี น ภาษาจนี กวางตุ้งอยบู่ ้าง แต่มีจานวนไมม่ ากเท่าคายมื ภาษาจีนเหล่าน้ีมกั เขียนตรงตามเสียง
ใช้เคร่ืองหมายวรรณยุกตต์ ามระบบอักขรวธิ ไี ทย มีขอ้ สงั เกตประการหนึ่งวา่ คายืมภาษาจีนหลายคาใช้
เคร่อื งหมายวรรณยุกต์ตรี และวรรณยกุ ต์จัตวาเขยี นกากับอยู่ดว้ ย โดยปรกตเิ ครอ่ื งหมายวรรณยกุ ต์
ท้งั สองนีไ้ มพ่ บบ่อยนกั คายมื ภาษาจนี สว่ นใหญเ่ ป็นชอ่ื สง่ิ ตา่ ง ๆ ดงั น้ี

ชือ่ อาหาร เชน่ มีส่ ้ัว
กว๋ ยเตย๋ี ว เกีย๊ ว บะหม่ี เต้าหู้
เซง่ จี๊ โจก๊ ซีเซก็ ฉา่ ย ตอื ฮวน
จันอบั จับเลีย้ ง โอเลีย้ ง ตังโอ๋
ชื่อผกั ผลไม้ ดอกไม้ เช่น ทอ้
กยุ ชา่ ย คะนา้ ไช้เท้า ขึ้นฉ่าย
บ๊วย เกก๊ ฮวย หนาเล้ียบ บุ้งก้ี
โบต๋นั โปย๊ เซยี น โปยเลง้ อง้ั โล่
ช่ือเครอ่ื งเรือนและของใช้ตา่ ง ๆ เช่น หมวย
โต๊ะ เกา้ อี้ ตู้ แปะ๊
กยุ เลย้ หยวนโล้ ซาเลง้
คาเรียกญาติ เช่น กก๊
เฮีย ต๋ี เจ๊ ถัว
ซม้ิ ซ้อ อาโก ปาห่ี
อาม้า อากง
คาอืน่ ๆ เช่น โมจิ
ป้าย ห้าง ห้นุ อูด้ง
กง๊ แป๊ะเจย๊ี ะ ฮว้ั
ซินแส ฮวงซยุ้ โหงวเฮ้ง
คายมื ภาษาญี่ปุ่น
ตัวอย่างคาภาษาญ่ีปนุ่ ที่ภาษาไทยยืมมาใช้
ชือ่ อาหาร เช่น
สกุ ียากี้ ซาบะ วาซาบิ
ยากโิ ซบะ ซชู ิ เทม็ ปุระ
ชอื่ กีฬา เชน่
ยูโด คาราเต้ ซโู ม่
คาอืน่ ๆ เชน่
กโิ มโน สนึ ามิ คาราโอเกะ
ซาโยนาระ ซามไู ร ฮาราคีรี

-222200-

คายมื ภาษาองั กฤษ
คายืมจากภาษาอังกฤษมีทงั้ คาทีใ่ ช้ทั่วไป และคายมื ทเ่ี ป็นศพั ทท์ างวิชาการศัพทว์ ทิ ยาศาสตร์
ศพั ทท์ เี่ กีย่ วกับเทคโนโลยี แฟชน่ั อาหาร และอ่นื ๆ คาภาษาอังกฤษมกั เขียนโดยวธิ ีทบั ศพั ท์ คอื ใช้ตวั
อักษรไทยแทนตัวอักษรโรมัน
คาทับศพั ท์ภาษาองั กฤษท่ีปรากฏในพจนานุกรมมกั ไม่ใช้เคร่ืองหมายไมไ้ ตค่ กู้ ากบั เสยี งสัน้ ทา
ให้รูปสระสน้ั -ยาวแตกตา่ งกับเสยี งสระทอ่ี อกจรงิ ไมใ่ ช้ ห เขยี นคาทอี่ อกเสียงแบบ ห นา และไมใ่ ช้
เครือ่ งหมายวรรณยกุ ตก์ ากบั เสียงให้ใกล้เคียงกับเสยี งทอี่ อกจรงิ ทาใหร้ ูปเขียนคายืมภาษาองั กฤษใน
พจนานกุ รมเขยี นแตกตา่ งกบั เสยี งท่ีออกจรงิ ดงั ตัวอยา่ งต่อไปนี้
คาภาษาองั กฤษ เขยี นตามพจนานุกรม เขียนตรงตามท่อี อกเสียง
ด้วยอกั ขรวธิ ีไทย

knot นอต นอ็ ต

film ฟลิ ม์ ฟีล์ม
technic, technique เทคนิค เท็คหนิก
technology เทคโนโลยี เท็คโนโลย่ี
swing สวิง สะวงิ
plastic พลาสติก พลา้ สติก
chalk ชอลก์ ชอ้ ลก์

คาภาษาอังกฤษทย่ี มื มาใชใ้ นภาษาไทยปัจจุบันพบไดท้ วั่ ไป คาทีป่ รากฏในพจนานุกรมฉบับ
ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เขียนตามพจนานกุ รม สว่ นคาท่ีไมป่ รากฏในพจนานุกรมได้เขียนให้
ใกล้เคยี งกบั เสยี งทค่ี นไทยออกเสยี งจริง

ทางวชิ าการ เชน่ เทคโนโลยี เคมี ฟสิ ิกส์
การทูต เชน่ โปรโตคอล วซี ่า รีเซ็ฟชนั่
ธรุ กจิ การคา้ เช่น ดีลเลอ่ ร์ เอเยน่ ต์ ชปิ ปงิ้
การเงินและการธนาคาร เชน่ ฟายแน้นซ์ เช็ค เอทีเอ็ม เครดิต
การคมนาคม เชน่ มอเตอรไ์ ซค์ สแควร์ ไฮเวย์ แอร์เวย์ รันเวย์
การบนั เทงิ เช่น สตริง โจ๊ก ซิมโฟน่ี คอนเสริ ต์ ไวโอลิน
แฟชั่น เช่น สไตล์ โมเดล ยนี เชิต้
อาหาร เช่น เยลล่ี เค้ก เบเกอร่ี ช็อกโกแลต ไอศกรีม แยม
การกฬี า เชน่ ฟุตบอล เทนนิส ปิงปอง แชรบ์ อล รักบ้ี เจต๊ สกี
การแพทย์ เช่น ไทฟอยด์ มาลาเลยี เซรมุ่ วัคซีน โปลิโอ ซลิ โิ คน
นอกจากคายืมภาษาจนี ภาษาญป่ี นุ่ และภาษาองั กฤษแลว้ ในภาษาไทยยงั มีคายืมจากภาษา
บาลีสันสกฤตและภาษาเขมรอีกด้วย

-222211-

คายมื ภาษาเขมร

คาเขมรท่ยี มื มาใช้ภาษาไทย มกั เป็นคาเขมรโบราณในราวพทุ ธศตวรรษที่ 15-19 คาเขมร
เขา้ มาปะปนอย่ใู นภาษาไทยทั้งในภาษาธรรมดาและคาในวรรณคดเี นื่องจากการรบั วัฒนธรรมท าง
พระพุทธศาสนาผา่ นทางเขมร และการอยู่ร่วมกันในล่มุ น้าเจ้าพระยามาแต่สมัยโบราณ คาเขมร
จานวนหนง่ึ มลี ักษณะเหมือนคาไทยคาไทยบางคาก็เขียนเป็นแบบคาเขมร ในช่วงพทุ ธศตวรรษที่
๒๓ - ๒๔ เขมร กลับเปน็ ฝ่ายรบั วฒั นธรรมจากไทย จึงมีคาภาษาไทยไปเปน็ คายืมในภาษาเขมรดว้ ย

คายมื ภาษาเขมรอาจแบ่งได้เป็น ๓ กลุ่ม คอื

๑. คาทใ่ี ช้เป็นราชาศัพท์ เช่น

กระยา ตรัส ถวาย ถวายบังคม
ทรง ประชวร เสวย บรรทม
เสดจ็ สมเดจ็ สนบั เพลา
๒. คาท่ีใช้ในวรรณคดี เชน่

กรรบิด กันดาล กาสรด กาสรวล
เจรียง ฉนา ฉบัง เขมา
ดารง ได เถกิง ไถง
บงั อวจ ไผท เมิล ผกา
พนม ลออ
๓. คาทีใ่ ชท้ วั่ ไป เช่น

กรรไกร กระจก กระเชอ กระเทยี ม
กระบือ กระเพาะ กาเดา กาเนดิ
กาลงั ขลัง ขลาด จมกู
จงั หวดั จังหัน จาเนยี ร จานอง
จานา จาเจรญิ ชะเอม ชานาญ
ชมุ นุม เชลย เชญิ ดาริ
เดนิ ตะคริว ทราบ ทรุดโทรม
บรรทุก บายศรี บาบดั ประกายพรึก
เพลิง อวยพร
คาทั่วไปทนี่ ามาใชซ้ ้อนกับคาไทย เช่น

กล้าหาญ ใกล้ชดิ รา้ ยกาจ โง่เขลา
ด่าทอ ครบถว้ น ถนนหนทาง สนนราคา

-222222-

คาไทยที่เขมรยมื ไป เช่น

ยา่ ง ตื่น เกลอ เครอ่ื ง
แคร่ สองข้าง สามสบิ สีส่ ิบ
รอ้ ย พนั หม่ืน แสน
ลา้ น เขม็ ขดั ตุ้มหู กระดมุ

-222233-

ใบงาน
“แผนภาพความคดิ คายืมภาษาตา่ งประเทศ”

คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นสรุปความรู้คายืมภาษาตา่ งประเทศเป็นแผนภาพความคิดพรอ้ มตกแตง่ ใหส้ วยงาม

-222244-

แบบประเมนิ การทางานกลุม่

คาช้แี จง ใหค้ รูประเมินการทางานกลุ่มของนักเรยี นตามรายการประเมิน

รายการประเมิน ระดับคะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มีการกาหนด
สมาชิกอยา่ งชดั เจน สมาชกิ ไมค่ รบถ้วน บทบาทหน้าที่

๒. การมสี ่วนร่วม มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนร่วมในการ มสี ว่ นรว่ มในการ
ปฏิบัตงิ านกลุม่ ปฏบิ ัตงิ านกลมุ่ บา้ ง ปฏบิ ตั งิ านกลมุ่ นอ้ ย
มากหรือไม่มสี ว่ นร่วม

๓. การรับฟังและแสดงความ รบั ฟงั และแสดงความ รับฟงั และแสดงความ รบั ฟังความคิดเห็น
คิดเหน็ คดิ เห็นอย่างมเี หตุผล คิดเหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล ของผูอ้ ่ืนนอ้ ยมาก
และสร้างสรรค์อยา่ ง และสร้างสรรค์เป็น หรือไม่รับฟังความ
สมา่ เสมอ บางคร้ัง คดิ เห็นผู้อื่น

๔. ความรบั ผดิ ชอบ รับผดิ ชอบงานท่ไี ด้รับ รบั ผิดชอบงานทีไ่ ด้รับ ไมร่ ับผดิ ชอบงานที่
มอบหมายและเสรจ็ มอบหมาย แตเ่ สร็จไม่ ไดร้ บั มอบหมาย
ตามเวลาทกี่ าหนด ทันตามกาหนด

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนที่ได้/12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดมี าก
การแปลผลการประเมิน ดี
พอใช้
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ปรับปรงุ
ร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐
รอ้ ยละ ๗๐ – ๗๙
ร้อยละ ๕๐ – ๖๙
ร้อยละ ๐ – ๔๙

-222255-

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๕ : ลิขติ สารงานแบบพมิ พ์ เร่อื ง ถอ้ ยสนุ ทรข้ามชาติ (๒) เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓

สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหลง่ เรยี นรู้
คายืมภาษาต่างประเทศเป็นสงิ่ ทีเ่ กิดข้นึ ในทกุ ภาษา ขน้ั นา ห้องสมุด

ห าก มีก ารติด ต่อ ส่ือ สารกับ คนท่ีพูด ภาษานั้น ๆ ใ น นักเรียนยกตัวอย่างคายืมภาษาจีนและญ่ีป่นุ เก่ยี วกับ สื่อ
ยุคโลกาภิวตั น์ อทิ ธิพลต่างประเทศทผี่ ่านสื่อเขา้ มา สง่ ผลให้ อาหาร ผกั ผลไม้ คนละ ๑ คา ๑. เกม “เพอ่ื นฉนั อยู่ไหน”
ภาษาไทยเปลย่ี นแปลงไปอยา่ งรวดเร็ว ภาษาไทยปจั จุบัน ๒. ใบความรู้ เร่ือง “คายืมภาษาตา่ งประเทศ”
จึงมีคายมื ภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนทงั้ ที่จาเป็นและ ข้นั สอน
ไมจ่ าเปน็ เราควรรวู้ ่าคาที่เราใช้อยู่เป็นคายมื มาจากภาษาใด ๑. นักเรยี นอา่ นใบความรู้ “คายืมภาษาตา่ งประเทศ” (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6)
ทราบหลกั การเขยี น การออกเสยี ง และหลักการใชค้ ายืม ๒. นักเรียนร่วมกันร้องเพลงคายืมภาษาจีน เพ่ือสังเกต ภาระงาน/ช้นิ งาน
จากภาษาต่างประเทศ จะทาใหใ้ ชค้ ายมื นัน้ ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง ลกั ษณะของคายืมภาษาจนี
-226- เพลงคายมื ภาษาจนี (ทานองเพลงใส่ใจไดแ้ ตม่ อง) -
คายมื มาจากภาษาตา่ งประเทศแบง่ ไดเ้ ปน็ ๒ กล่มุ คือ ภาษาจีนในไทย จดจาไดง้ า่ ยดาย การวดั และประเมินผล
๑. คาต่างประเทศทจี่ าเป็นตอ้ งใช้ ๒. คาตา่ งประเทศท่ีไม่ อกั ษรกลางมากมาย สระเสยี งส้ันจดจาไว้
จาเป็นต้องใช้ เสยี งตรจี ัตวา อาหารเครือญาติไง แบบประเมนิ การทางานกลุม่

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ หมวดผักผลไม้ รวมทงั้ ของใช้ประเทศจีน
ดา้ นความรู้ เฉาก๊วย ซาลาเปา อาหารทย่ี ืมมา
กุย๊ ช่าย แปะก๊วยหนา อยูใ่ นหมวดผกั ผลไม้
บอกความหมายและลักษณะของคาที่มาจาก ซาเลง้ เกา้ อเ้ี ข่ง คนเกง่ ไม่ยากเลย
ภาษาตา่ งประเทศได้
ทกั ษะและกระบวนการ เจ๊ ตี๋ อาหมวยเอ๋ย คาเครือญาติจนี จาใหด้ ี
3. นกั เรียนแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 2 - 3 คน เล่นเกม “เพอ่ื น
๑. จาแนกคาท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศได้ ฉันอย่ไู หน” โดยครูติดแผ่นปา้ ยคาวา่ ภาษาจีน ภาษาญป่ี นุ่

226

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๕ : ลิขติ สารงานแบบพมิ พ์ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 7 เวลา ๑ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย เร่ือง ถอ้ ยสุนทรข้ามชาติ (๒) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๓
-227- ๒. ใช้คายมื ภาษาตา่ งประเทศไดถ้ กู ตอ้ ง ภาษาองั กฤษ และภาษาเขมรหนา้ กระดาน จากนน้ั ครูแจกบตั ร
ดา้ นคณุ ลักษณะ คา คายืมภาษาจีน ภาษาญป่ี นุ่ ภาษาองั กฤษ และภาษาเขมร
ให้นักเรยี นนาคาศพั ทท์ ่ไี ดร้ บั ไปติดกระดาน โดยจบั เวลาภายใน
๑. นกั เรียนใฝเ่ รยี นรู้ ๒๐ วนิ าที กลมุ่ ไหนติดกอ่ นและถูกตอ้ งทสี่ ุดเปน็ กลมุ่ ชนะ
๒. นักเรียนมงุ่ มน่ั ในการทางาน 4. นกั เรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ และแสดงความคดิ เห็นรว่ มกัน

สมรรถนะที่ตอ้ งการใหเ้ กิดกบั ผู้เรยี น ขัน้ สรปุ
1. การสอื่ สาร นัก เรีย นร่ว มกันส รุป ค ว า ม รู้จ าก เ ร่ือ ง ค ายืม
2. การคดิ ข้ันสงู
ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย

227

เกม “เพ่ือนฉันอยู่ไหน”

คาชแี้ จง นาบัตรคาท่ีกาหนดให้ ไปใสใ่ ห้ถูกตรงตามชอ่ื ประเทศเจ้าของภาษา

ก๋วยเตย๋ี ว พลาสตกิ วาซาบิ
ไอเดยี ถวาย กาเนดิ
ชอล์ก คาราเต้ เกา้ อี้
ซาเลง้ ชานาญ ฟุตบอล
ฮวงซยุ้ คาราโอเกะ บรรทุก

จีน ญ่ปี ่นุ อังกฤษ เขมร

-222288-

แนวคาตอบ
เกม “เพื่อนฉันอยไู่ หน”

คาชแี้ จง นาบตั รคาทกี่ าหนดให้ ไปใสใ่ ห้ถกู ตรงตามชอ่ื ประเทศเจา้ ของภาษา

กว๋ ยเตีย๋ ว พลาสตกิ วาซาบิ
ไอเดยี ถวาย กาเนิด
ชอลก์ คาราเต้ เกา้ อี้
ซาเลง้ ชานาญ ฟตุ บอล
ฮวงซุ้ย คาราโอเกะ บรรทกุ

จนี ญ่ีปนุ่ องั กฤษ เขมร
ก๋วยเต๋ียว คาราเต้ ไอเดยี ถวาย
คาราโอเกะ ชานาญ
ซาเลง้ ชอล์ก กาเนิด
วาซาบิ พลาสติก
ฮวงซุ้ย ฟุตบอล บรรทกุ
เก้าอี้

-222299-

แบบประเมนิ การทางานกลมุ่

คาชีแ้ จง ใหค้ รูประเมนิ การทางานกลมุ่ ของนักเรยี นตามรายการประเมนิ

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มกี ารกาหนด
สมาชกิ อยา่ งชดั เจน สมาชิกไม่ครบถว้ น บทบาทหนา้ ที่

๒. การมีสว่ นรว่ ม มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนร่วมในการ มีส่วนร่วมในการ
ปฏิบัตงิ านกลุ่ม ปฏบิ ัติงานกลมุ่ บา้ ง ปฏบิ ัติงานกลุม่ น้อย
มากหรอื ไม่มสี ่วนรว่ ม

๓. การรับฟงั และแสดงความ รับฟังและแสดงความ รับฟงั และแสดงความ รบั ฟงั ความคดิ เห็น
คดิ เหน็ คดิ เหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล คดิ เหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล ของผอู้ น่ื น้อยมาก
และสรา้ งสรรค์อย่าง และสรา้ งสรรค์เปน็ หรือไม่รับฟงั ความ
สมา่ เสมอ บางครงั้ คดิ เหน็ ผอู้ นื่

๔. ความรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบงานทีไ่ ด้รบั รับผิดชอบงานที่ไดร้ บั ไมร่ ับผดิ ชอบงานที่
มอบหมายและเสร็จ มอบหมาย แต่เสร็จไม่ ไดร้ ับมอบหมาย
ตามเวลาท่กี าหนด ทนั ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ีได/้ 12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดีมาก
การแปลผลการประเมิน ดี
พอใช้
เกณฑข์ องระดับคะแนน ปรับปรงุ
รอ้ ยละ ๘๐ – ๑๐๐
รอ้ ยละ ๗๐ – ๗๙
รอ้ ยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

2-32030-

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 8

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๖ : ลิขติ สารงานแบบพมิ พ์ เรือ่ ง ถอ้ ยสุนทรข้ามชาติ (๓) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๖ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓

สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหลง่ เรยี นรู้
ก ารทั บ ศั พ ท์ เ ป็ นวิ ธี ก ารถ่ าย รู ป ค าภ าษ าอั ง ก ฤ ษ ขัน้ นา ห้องสมุด
๑. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับคายืม สอ่ื
มาเขียนด้วยตัวอกั ษรไทยโดยการเทยี บตัวอกั ษรตวั ต่อ ตัว ภาษาอังกฤษด้วยวิธีการทบั ศพั ทใ์ หน้ ักเรียนสังเกตวา่ มเี สียง
เพอื่ ใหส้ ามารถแปรรปู คาทับศพั ท์กลบั ไปสูค่ าภาษาอังกฤษ แตกต่างกันหรือคล้ายกันอยา่ งไร เชน่ ๑. ใบความรู้ “คาทบั ศัพท์”
ได้ คาทับศพั ทไ์ มไ่ ด้แสดงการออกเสยี งคาในภาษาอังกฤษ Football = ฟุตบอล Cartoon = การต์ นู ๒. บัตรคา “คาทับศพั ท์และคาบญั ญตั ิศพั ท์”
ท้งั ไม่ไดแ้ สดงวา่ เป็นคาในภาษาไทย คาทับศพั ท์เป็นเพียง Game = เกม Computer = คอมพวิ เตอร์ (เกมคาทบั ศัพท์คายมื ภาษาองั กฤษ)
-231- การเขียนคาภาษาอังกฤษด้วยตัวอกั ษรไทยพอเป็นเค้าให้ แนวคาตอบ มีเสยี งใกลเ้ คยี งกบั ภาษาเดมิ ความหมาย
ทราบวา่ คาๆนน้ั ภาษาองั กฤษหรือภาษาต่างประเทศอ่ืนคอื ยังคงเดิม ภาระงาน/ช้ินงาน
คาอะไร คาใดมีศพั ทบ์ ญั ญัติใชแ้ ล้วกไ็ มต่ ้องใชค้ าทบั ศัพท์ ขนั้ สอน -
ตอ่ ไป ๑. นักเรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ ๓ - ๔ กลุ่มเท่า ๆ กัน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพื่อเล่นเกมคาทับศัพท์คายืมภาษาองั กฤษ โดยมกี ตกิ าการเลน่ การวัดและประเมนิ ผล
ด้านความรู้ แบบประเมินการทางานกลุม่

บอกความหมายของคาทบั ศัพทไ์ ด้ คือ - ค รูนาบัต รค าศัพ ท์ที่เป็นค าทับ ศัพ ท์ แ ล ะคา
ทักษะและกระบวนการ
เขยี นคาทบั ศัพทไ์ ด้ บั ญญั ติ ศั พ ท์ จาก ภ าษ าอั ง ก ฤ ษ เ รี ย ง ไ ว้ ฝ่ั ง ต รง ข้ าม นั ก เ รี ยน
- นักเรียนแต่ละกลมุ่ ต้องวิ่งไปหยิบบัตรคาทับศพั ท์
ด้านคณุ ลกั ษณะ เทา่ น้ันท่อี ยฝู่ ัง่ ตรงขา้ มและวง่ิ กลับมาแตะมือเพื่อนกล่มุ ตนเอง
๑. นกั เรยี นใฝเ่ รยี นรู้ จากน้ันสมาชกิ คนท่ี ๒ ของกลุ่มต้องว่งิ ไปหยบิ บัตรคาท่ีมีคา

231

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๖ : ลิขิตสารงานแบบพมิ พ์ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8 เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย เรอ่ื ง ถ้อยสุนทรข้ามชาติ (๓) ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๖
๒. นกั เรยี นมคี วามมุ่งมั่นในการทางาน ทับศัพท์มาแตะมือคนที่ ๓ ต่อไป ว่ิงหยับสลับไปมาเร่อื ย ๆ
ภายในเวลา ๑ นาที กลมุ่ ไหนหยิบบตั รคาทบั ศัพทไ์ ดเ้ ยอะทีส่ ดุ
สมรรถนะท่ีตอ้ งการใหเ้ กดิ กบั ผ้เู รยี น และถูกตอ้ งทส่ี ดุ เป็นกลมุ่ ชนะ
1. การส่อื สาร ๒.นักเรียนร่วมกันศึกษ าใบความรู้ “คาทับศัพท์ ”
2. การคดิ ข้ันสูง เพ่ือให้สามารถจดจาคาเหล่าน้ันไดอ้ ย่างแมน่ ยาและนาไปใช้ได้
ถกู ต้อง
-232-
ข้นั สรุป
นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เร่ืองคาทับศพั ท์ โดยครใู ห้

คาแนะนาเพ่ิมเติม

232

ใบความรู้
“คาทบั ศัพท์”

การทบั ศพั ท์ เป็นวธิ กี ารถา่ ยรูปคาภาษาองั กฤษมาเขียนด้วยอกั ษรไทยโดยการเทยี บตวั อักษร
ตวั ต่อตวั ท้งั นีเ้ พอ่ื ให้สามารถแปรรปู คาทับศัพทก์ ลบั ไปสคู่ าภาษาองั กฤษได้ การทบั ศัพท์เปน็ วธิ กี ารที่
ศาสตราจารยน์ ายแพทย์อวย เกตสุ งิ ห์ คดิ ขึน้ ใช้ในการเขียนบทความทางการแพทย์ทตี่ ีพิมพ์ในสารศิริ
ราช เมอื่ ๕๐ กวา่ ปีมาแลว้ ศาสตราจารย์นายแพทยอ์ วย เกตุสิงห์ เปน็ บรรณาธกิ ารวารสารแพทย์
ฉบบั น้นั และไดพ้ บวา่ ผูเ้ ขยี นบทความและรายงานผลการวิจัยทางการแพทยส์ ว่ นมากเขียนบทความ
ภาษาไทยโดยมีคาภาษาองั กฤษท่ีเขยี นดว้ ยตวั อักษรโรมนั แทรกอยเู่ ป็นจานวนมาก เพราะแพทย์ยงั ไม่
สามารถแปลหรอื บญั ญัติคาภาษาไทยใชเ้ พื่อแทนคาภาษาอังกฤษน้ัน ๆ ได้ จงึ ถ่ายคาภาษาองั กฤษ
เป็นตวั อักษรไทยตรง ๆ

คาทับศพั ทไ์ มไ่ ดแ้ สดงการออกเสียงคาในภาษาอังกฤษ ทัง้ ไมไ่ ดแ้ สดงวา่ เปน็ คาในภาษาไทย
คาทับศัพท์เป็นเพยี งการเขียนคาภาษาอังกฤษด้วยตัวอักษรไทยพอเป็นเค้าให้ทราบวา่ คานั้น ๆ
ภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างประเทศอืน่ คอื คาอะไรคาใดมีศพั ท์บัญญตั ใิ ช้แล้วก็ไม่ต้องใช้คาทับศัพท์
อีกต่อไป เช่นคาว่า polynomial, allotropic, bond, เดิมเคยใช้คาทับศัพทว์ ่า โพลิโนเมียล,
แอลดลโทรปิก, บอนด์ แต่ปัจจุบนั มีศัพท์บัญญัติวา่ พหุนาม, อัญรูป และ พันธบัตร ตามลาดับ
จึงไมต่ ้องใชค้ าทบั ศัพท์ คาทรี่ บั มาจากภาษาอังกฤษคาใดไม่สามารถคดิ ศพั ท์บัญญัติข้นึ ใช้แทนไดก้ ต็ อ้ ง
รบั เป็นคายืม จึงเขียนและออกเสียงอย่างภาษาไทย เชน่ ก๊าซ รกั บ้ี แทก็ ซ่ี เตน็ ท์ สตรอวเ์ บอร์รี ฯลฯ

-223333-

บัตรคา
“คาทบั ศพั ทแ์ ละคาบัญญตั ิศัพท์”

แท็กซี่ เต้นท์

แอปเปล้ิ ก๊าซ

รกั บ้ี ฟุตบอล

เปอเซ็นต์ ปอนด์

อวกาศ ฝนกรด

สทิ ธิ บรรยากาศ

ธรณี

-223344-

แบบประเมนิ การทางานกลมุ่

คาชีแ้ จง ใหค้ รูประเมนิ การทางานกลมุ่ ของนักเรยี นตามรายการประเมนิ

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มกี ารกาหนด
สมาชกิ อยา่ งชดั เจน สมาชิกไม่ครบถว้ น บทบาทหนา้ ที่

๒. การมีสว่ นรว่ ม มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนร่วมในการ มีส่วนร่วมในการ
ปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม ปฏบิ ัติงานกลมุ่ บา้ ง ปฏบิ ัติงานกลุม่ น้อย
มากหรอื ไม่มสี ่วนรว่ ม

๓. การรับฟงั และแสดงความ รับฟังและแสดงความ รับฟงั และแสดงความ รบั ฟงั ความคดิ เห็น
คดิ เหน็ คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล คดิ เหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล ของผอู้ น่ื น้อยมาก
และสรา้ งสรรค์อย่าง และสรา้ งสรรค์เปน็ หรือไม่รับฟงั ความ
สมา่ เสมอ บางครงั้ คดิ เหน็ ผอู้ นื่

๔. ความรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบงานทีไ่ ด้รบั รับผิดชอบงานที่ไดร้ บั ไมร่ ับผดิ ชอบงานที่
มอบหมายและเสร็จ มอบหมาย แต่เสร็จไม่ ไดร้ ับมอบหมาย
ตามเวลาท่กี าหนด ทนั ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ีได/้ 12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดีมาก
การแปลผลการประเมิน ดี
พอใช้
เกณฑข์ องระดับคะแนน ปรับปรงุ
รอ้ ยละ ๘๐ – ๑๐๐
รอ้ ยละ ๗๐ – ๗๙
รอ้ ยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

2-32535-

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 9

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๖ : ลิขติ สารงานแบบพิมพ์ เรอ่ื ง ถ้อยสุนทรข้ามชาติ (๔) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๖ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

-236- สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรยี นรู้
ก ารทั บ ศั พ ท์ เ ป็ นวิ ธี ก ารถ่ าย รู ป ค าภ าษ าอั ง ก ฤ ษ ขั้นนา หอ้ งสมดุ

มาเขยี นด้วยตัวอักษรไทยโดยการเทยี บตวั อกั ษรตวั ต่อ ตัว นักเรียนแสดงความคิดเห็นเร่ืองลกั ษณะ ข้อสังเกต สอื่
เพอื่ ใหส้ ามารถแปรรปู คาทบั ศพั ทก์ ลบั ไปสู่คาภาษาองั กฤษได้ คาทับศัพท์ร่วมกัน เพ่ือเตรียมความพร้อมสาหรับการทา 1. พระบรมราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั รัชกาลท่ี ๑๐
คาทับศัพท์ไม่ได้แสดงการออกเสียงคาในภาษาองั กฤษ กจิ กรรม
ทัง้ ไมไ่ ดแ้ สดงว่าเปน็ คาในภาษาไทย คาทบั ศัพท์เป็นเพียง ข้นั สอน ท่ีพระราชทานเนือ่ งในโอกาสวันเดก็ แห่งชาติ ประจาปี ๒๕๖๑
การเขียนคาภาษาอังกฤษด้วยตวั อักษรไทยพอเป็นเคา้ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เม่ือวันอาทติ ยท์ ี่
ให้ทราบว่า คา ๆ น้ัน ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ ๑. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3 - 4 คน เพอ่ื ร่วมกนั อ่าน ๒๔ ธนั วาคม ๒๕๖๐
อื่นคือคาอะไร คาใดมีศัพท์บัญญัติใช้แล้วก็ไม่ต้องใช้ พ ระบ รม ราโ ช วาทส มเด็จพ ระเจ้าอ ยู่หัวรัช กาลท่ี ๑๐
คาทับศพั ท์ต่อไป ท่พี ระราชทานเนื่องในโอกาสวนั เด็กแหง่ ชาติ ประจาปี ๒๕๖๑ 2. พระบรมราโชวาทพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ณ พระท่ีน่ังอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เม่ือวันอาทิตยท์ ี่ เจา้ อยูห่ วั ทพ่ี ระราชทานแก่พระเจ้าลูกยาเธอท้ัง ๔ พระองค์
ด้านความรู้ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ ทเี่ สดจ็ ไปทรงศึกษาวิชาการ ณ ต่างประเทศ

นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของคาทบั ศัพท์ได้ “บ้านเมอื งเรามสี งิ่ ดงี ามมากมายทีบ่ รรพบุรุษไดส้ ร้างสม ภาระงาน/ช้นิ งาน
ไว้ให้เรา เด็กทุกคนผู้เปน็ อนาคตของชาติ จึงมีหน้าที่ สรุปใจความสาคญั ลงในสมดุ
ทักษะและกระบวนการ
นักเรียนสามารถเขียนคาทบั ศัพทไ์ ดถ้ กู ต้อง สืบสานและรักษาสิ่งดีงามเหลา่ นนั้ ไว้ พร้อมทั้งสรา้ งเสริม การวดั และประเมินผล
พัฒนาใหเ้ จริญงอกงามย่งิ ๆ ข้ึนไป” แบบประเมนิ การทางานกลมุ่
ด้านคุณลักษณะ
๑. นักเรยี นใฝเ่ รียนรู้ ๒. นักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกนั บอกใจความสาคัญและ
๒. นกั เรียนมีความมงุ่ มั่นในการทางาน จดุ มุ่งหมายของพระบรมราโชวาทดังกล่าววา่ พระองคท์ รงสั่ง
สอนหรอื ช้แี นะกล่มุ บคุ คลใด

236

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๖ : ลิขติ สารงานแบบพิมพ์ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9 เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เรอื่ ง ถอ้ ยสนุ ทรข้ามชาติ (๔) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓
สมรรถนะท่ตี อ้ งการใหเ้ กดิ กับผู้เรยี น รายวชิ า ภาษาไทย ๖

1. การส่อื สาร แนวคาตอบ
2. การคดิ ขั้นสูง เด็กทกุ คนควรสืบสานและรักษาส่ิงดีงามทบ่ี รรพบรุ ุษได้สรา้ ง
ไว้และพฒั นาให้เจริญยิง่ ๆ ข้ึนไป จุดมุง่ หมาย คือ พระองค์ทรง
-237- สัง่ สอนและช้แี นะเดก็ ไทยทกุ คน

๓. นักเรียนอ่านพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว ทพ่ี ระราชทานแก่พระเจ้าลกู ยาเธอ
ทัง้ ๔ พระองค์ ที่เสดจ็ ไปทรงศึกษาวิชาการ ณ ตา่ งประเทศ
ดงั นี้

การซ่ึงจะให้ออกไปเรยี นคร้ังน้ี มีความประสงค์มงุ่ หมายแต่จะให้ได้
วิชาความรู้อยา่ งเดยี ว ไมม่ ่ันหมายจะให้เป็นเกียรติยศชอ่ื เสียงอยา่ ง
หนึ่งอยา่ งใด ในชั้นซง่ึ ยงั เป็นผ้เู รียนวิชาอยู่นเ้ี ลยเพราะฉะน้นั ท่ีจะไป
คร้ังนี้ อย่าใหไ้ วย้ ศว่าเป็นเจา้ ใหถ้ อื เอาบรรดาศกั ดิ์เสมอลูกผมู้ ตี ระกลู
ในกรงุ สยาม คอื อยา่ ให้ใช้ฮิสรอแยลไฮเนสปรนิ สน์ าหนา้ ชื่อ ให้ใชช้ อ่ื
เดมิ ของตัวเฉย ๆ เมื่อผู้อ่ืนเขาเตมิ หนา้ ชอ่ื หรอื จะเตมิ ท้ายชื่อตามธรรม
เนียมอังกฤษ เป็นมิสเตอรห์ รอื เอสไควร์ก็ตามทเี ถดิ อย่าคัดค้านเขา
เลย แต่ไมต่ ้องใชค้ าวา่ นายตามอยา่ งไทย ซึง่ เปน็ คานาของชอื่ ลูกขนุ
นางท่ีเคยใช้แทนมิสเตอร์ เม่ือเรียกชือ่ ไทยในภาษาอังกฤษบอ่ ย ๆ
เพราะวา่ เป็นภาษาไทย ซงึ่ จะทาใหเ้ ปน็ ทฟ่ี ังขดั ๆ หูไป

๔. นักเรียนสังเกตคาในพระบรมราโชวาทท่อี ่าน และ
ช่วยกนั ตอบว่า มีการใช้คาทับศัพท์หรอื ไม่ คอื คาว่าอะไรบ้าง

237

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๖ : ลขิ ิตสารงานแบบพิมพ์ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9 เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เรือ่ ง ถอ้ ยสุนทรข้ามชาติ (๔) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๖
-238- แตล่ ะคามีความหมายวา่ อะไร และเพราะเหตุใดจึงมกี ารใช้คา
ทับศัพท์

แนวคาตอบ
มี ก า ร ใ ช้ คา ทับ ศั พท์ ดั ง น้ี ฮิ สร อ แ ย ลไฮ เน สปรินซ์
มิสเตอร์ และเอสไควร์ ฮิสรอแยลไฮเนสปรินซ์ คอื คานาหนา้ นาม
พระราชโอรสและนัดดาในราชวงศ์อังกฤษ มิสเตอร์ คือคานาหน้า
ช่ือผชู้ าย (นาย) เอสไควร์ คอื คาท่ใี ชเ้ ติมหลงั นามสกุลสุภาพบุ รุษ
คาเรยี กผชู้ ายในเชิงช่นื ชม ผดู้ ีตามบ้านนอกในอังกฤษ และสาเหตทุ ม่ี ี
การใช้คาทบั ศัพท์ เพราะ ๑. สะดวกในการออกเสียง ๒. ไม่มกี าร
บัญญัติศพั ท์ไว้ ๓.ไม่ทราบว่ามคี าภาษาไทยใช้แทนวา่ อยา่ งอยา่ งไร
๓. รู้จักคาภาษาไทยแต่ไม่ใช้เพราะคาทับศัพท์จางา่ ย ๔. เป็นคาศัพท์
เฉพาะสายงาน

๕. นักเรียนบอกใจความสาคญั ของพระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั ทพ่ี ระราชทานแก่
พระเจ้าลูกยาเธอทง้ั ๔ พระองค์ ที่เสดจ็ ไปทรงศึกษาวิชาการ
ณ ตา่ งประเทศ

แนวคาตอบ
การไปเรียนในครัง้ นี้ใหต้ ง้ั ใจไปเพอ่ื ศกึ ษาวชิ าความรอู้ ยา่ งเดยี ว
ไม่ควรไปเปิดเผยหรอื เผยแพรเ่ กียรติยศช่อื เสียง ไม่ควรประกาศตนวา่
เปน็ เจา้ เพราะการไว้ยศนนั้ ทาให้วางตนลาบาก จะต้องรักษายศศกั ด์ิ
จึงควรประพฤตติ นเยีย่ งสามญั ชนท่ัวไป

ขน้ั สรุป

238

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๖ : ลขิ ิตสารงานแบบพมิ พ์ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9 เวลา ๑ ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เรอื่ ง ถอ้ ยสนุ ทรขา้ มชาติ (๔) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓
รายวิชา ภาษาไทย ๖
-239- นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ไ ด้จากการเรีย นเ รื่อ ง
คาทบั ศพั ทล์ งในสมดุ

แนวการคาตอบ
การทบั ศพั ท์เป็นวธิ กี ารถ่ายรปู คาภาษาองั กฤษมาเขียนด้วย
ตัวอักษรไทยโดยการเทียบตัวอักษรตวั ตอ่ ตวั เพอื่ ให้สามารถแปรรูป
คา ทั บ ศั พ ท์ ก ลั บ ไ ป สู่ คา ภ า ษา อั ง ก ฤ ษไ ด้ คา ทั บ ศั พ ท์ ไม่ ได้ แสดง
การออกเสยี งคาในภาษาองั กฤษท้ังไมไ่ ดแ้ สดงวา่ เป็นคาในภาษาไทย
คาทับศัพท์เป็นเพยี งการเขียนคาภาษาอังกฤษด้วยตัวอักษรไทย
พอเปน็ เคา้ ให้ทราบว่า คา ๆ นั้น ภาษาอังกฤษหรอื ภาษาต่างประเทศ
อ่ื น คื อ คา อ ะ ไ ร คา ใ ดมี ศั พ ท์ บั ญญั ติ ใ ช้ แ ล้ ว ก็ ไ ม่ ต้ อ ง ใ ช้
คาทับศัพท์ตอ่ ไป

239

พระบรมราโชวาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัวรชั กาลที่ ๑๐
ที่พระราชทานเน่ืองในโอกาสวันเดก็ แห่งชาติ ประจาปี ๒๕๖๑

ณ พระที่นง่ั อมั พรสถาน พระราชวังดสุ ิต
เม่อื วันอาทติ ย์ท่ี ๒๔ ธนั วาคม ๒๕๖๐

“บ้านเมืองเรามีสิง่ ดงี ามมากมายท่ีบรรพบุรุษได้สร้างสมไว้ใหเ้ รา เด็กทุกคนผู้เป็นอนาคต
ของชาติ จึงมหี น้าทสี่ ืบสานและรักษาสิ่งดงี ามเหล่านั้นไว้ พร้อมทงั้ สร้างเสริมพฒั นาให้เจริญ
งอกงามย่งิ ๆ ข้นึ ไป”

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หวั
ทพ่ี ระราชทานแก่พระเจ้าลูกยาเธอท้ัง ๔ พระองค์
ท่เี สด็จไปทรงศึกษาวชิ าการ ณ ตา่ งประเทศ

การซึ่งจะให้ออกไปเรียนครั้งน้ี มีความประสงคม์ ุ่งหมายแต่จะให้ได้วิชาความรู้อย่างเดียว
ไมม่ ่ันหมายจะให้เปน็ เกียรตยิ ศช่อื เสยี งอย่างหนง่ึ อย่างใด ในช้นั ซึง่ ยงั เป็นผู้เรยี นวชิ าอย่นู ้ีเล ย
เพราะฉะนั้นท่ีจะไปครั้งน้ี อย่าให้ไว้ยศว่าเปน็ เจ้า ให้ถือเอาบรรดาศกั ดเิ์ สมอลกู ผมู้ ีตระกูล
ในกรงุ สยาม คืออย่าใหใ้ ชฮ้ สิ รอแยลไฮเนสปรินสน์ าหน้าชื่อ ให้ใช้ช่อื เดิมของตวั เฉย ๆ เม่อื ผู้อ่นื
เขาเตมิ หน้าช่ือหรือจะเตมิ ทา้ ยช่อื ตามธรรมเนียมองั กฤษ เป็นมสิ เตอร์หรือเอสไควร์กต็ ามทีเถิด
อย่าคัดค้านเขาเลย แต่ไม่ตอ้ งใช้คาวา่ นายตามอย่างไทย ซ่ึงเปน็ คานาของชื่อลกู ขนุ นางทเ่ี คยใช้
แทนมสิ เตอร์ เมอ่ื เรียกชอ่ื ไทยในภาษาอังกฤษบ่อย ๆ เพราะวา่ เปน็ ภาษาไทย ซ่ึงจะทาให้เปน็ ท่ี
ฟังขดั ๆ หูไป

24-0240-

แบบประเมินการทางานกลมุ่

คาชีแ้ จง ให้ครูประเมินการทางานกลมุ่ ของนกั เรยี นตามรายการประเมิน

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มกี ารกาหนด
สมาชิกอย่างชัดเจน สมาชิกไม่ครบถว้ น บทบาทหนา้ ที่

๒. การมีส่วนรว่ ม มีส่วนร่วมในการ มสี ว่ นรว่ มในการ มสี ว่ นรว่ มในการ
ปฏิบัตงิ านกลุม่ ปฏิบัตงิ านกลุ่มบา้ ง ปฏบิ ัติงานกล่มุ น้อย
มากหรือไมม่ สี ่วนรว่ ม

๓. การรับฟังและแสดงความ รบั ฟงั และแสดงความ รับฟงั และแสดงความ รับฟังความคดิ เห็น
คดิ เห็น คดิ เหน็ อย่างมีเหตผุ ล คิดเหน็ อย่างมีเหตุผล ของผู้อนื่ นอ้ ยมาก
และสรา้ งสรรคอ์ ย่าง และสรา้ งสรรคเ์ ปน็ หรอื ไม่รบั ฟงั ความ
สม่าเสมอ บางคร้งั คิดเหน็ ผู้อน่ื

๔. ความรับผิดชอบ รับผดิ ชอบงานท่ีได้รับ รบั ผิดชอบงานทีไ่ ด้รบั ไมร่ ับผิดชอบงานท่ี
มอบหมายและเสรจ็ มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไม่ ได้รับมอบหมาย
ตามเวลาท่ีกาหนด ทนั ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนท่ีได/้ 12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดีมาก
การแปลผลการประเมนิ ดี
พอใช้
เกณฑข์ องระดับคะแนน ปรบั ปรุง
ร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐
ร้อยละ ๗๐ – ๗๙
ร้อยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

-224411-

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๕ : ลขิ ติ สารงานแบบพิมพ์ เรื่อง ถ้อยสุนทรขา้ มชาติ (๕) เวลา ๑ ช่วั โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

-242- สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหลง่ เรียนรู้
ศัพ ท์บัญญัติ คือ ค าที่คิด ข้ึนเพื่ อ ใ ช้แ ท น ค า ข้ันนา หอ้ งสมดุ

ภาษาตา่ งประเทศโดยเฉพาะอย่างย่ิงคาศพั ทท์ างวิช าก าร ๑. นัก เรีย นอ าส าส มัค ร ๔ - ๕ ค น ย ก ตัวอย่าง สอ่ื
ภาษาองั กฤษซ่ึงรับมาใชภ้ าษาไทยพร้อมกับวิทยาการและ คาทบั ศัพทเ์ กย่ี วกบั กีฬา -
ความเจรญิ ดา้ นต่าง ๆ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ แนวคาตอบ ภาระงาน/ช้ินงาน
ดา้ นความรู้ ฟตุ บอล เทนนสิ วอลเลยบ์ อล บาสเกตบอล แบดมนิ ตัน -

บอกความหมายและลกั ษณะของศพั ท์บญั ญัติได้ ๒. นักเรียนดโู ทรศพั ท์ของครู จากนั้นนักเรยี นตอบคาถาม การวดั และประเมินผล
ทักษะและกระบวนการ ภาพนี้เรยี กว่าอะไร -

จาแนกศพั ท์บัญญตั ิได้ แนวคาตอบ
ดา้ นคุณลกั ษณะ โทรศพั ท์ โทรศัพทม์ ือถือ มอื ถือ

๑. ใฝเ่ รียนรู้ - คาศัพทภ์ าษาอังกฤษเรยี กวา่ อะไร
๒. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
แนวคาตอบ
- telephone

ขั้นสอน
สมรรถนะท่ีต้องการให้เกิดกบั ผ้เู รยี น ๑. นักเรียนเปรียบเทียบคาว่า ฟุตบอล กับ โทรศัพท์
1. การสื่อสาร จากคาศพั ทภ์ าษาองั กฤษ แลว้ ตอบคาถาม
- คาว่า ฟุตบอล มาจากภาษาอังกฤษคาวา่ อะไร
2. การคิดข้นั สูง แนวคาตอบ football

242

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ : ลขิ ิตสารงานแบบพิมพ์ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 10 เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย เรื่อง ถอ้ ยสุนทรข้ามชาติ (๕) ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๓
-243- - การสร้างคาใ นภาษ าไทย จากค าว่า football กับ
telephone ต่างกนั หรอื ไม่ อย่างไร

แนวคาตอบ
- ตา่ งกนั การสร้างคาในภาษาไทยจากคาวา่ football เปน็
การทับศัพท์ ส่วนคาว่า telephone เป็นศพั ท์บัญญตั ิ

ข้ันสรุป
นั ก เ รี ย นร่ ว ม กั น ส รุ ป ค ว าม รู้ เ กี่ ยวกั บลั กษ ณ ะ ของศัพท์

บัญญตั ิ และประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั จากการศึกษาลักษณะคาศัพท์
บญั ญตั ิ

243

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 11

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๕ : ลขิ ิตสารงานแบบพิมพ์ เรอื่ ง เปรอื่ งปราดจบั ประเดน็ (๑) เวลา ๑ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓

สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
พระบรมราโชวาทเป็นวรรณคดีที่พระบาทสมเดจ็ ขน้ั นา ห้องสมุด

พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่ทรงพระราชนิพนธ์ดว้ ยรอ้ ยแกว้ นักเรียนตอบคาถามทบทวนท่ีมาของเร่ืองพระบ รม สื่อ ใบความรู้ “พระบรมราโชวาท”
ลักษณะของจดหมาย ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่าน ราโชวาท
ถ้อยคาท่เี รียบง่าย ทาใหผ้ ู้เรียนได้รบั ขอ้ คดิ คตเิ ตอื นใจและ - พระบรมราโชวาทเปน็ วรรณคดีทม่ี คี าสอนด้วยการเขียน
ลกั ษณะการเขียนจดหมายจากการศกึ ษา ในรปู แบบใด ภาระงาน/ชิน้ งาน
แนวคาตอบ การเขียนจดหมาย -
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ ขั้นสอน
-244- สรุปความเรอื่ งพระบรมราโชวาท ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น ๓ กลุ่ม โดยแบ่งกนั การวัดและประเมินผล
แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
ด้านทกั ษะและกระบวนการ แปลความเนือ้ เร่ือง พระบรมราโชวาท ดังน้ี
ทกั ษะในการทางานกลุ่ม - กลุ่มที่ ๑ โอวาทขอ้ ท่ี ๕
- กลมุ่ ท่ี ๒ โอวาทข้อท่ี ๖
ดา้ นคุณลกั ษณะ - กลุ่มที่ ๓ โอวาทขอ้ ท่ี ๗
ใฝเ่ รยี นรู้ ๒. ตวั แทนนกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอเน้ือเร่ือ งที่
ร่วมกนั แปลความ
สมรรถนะท่ตี อ้ งการใหเ้ กดิ กับผเู้ รียน ข้ันสรุป
๑. ความสามารถในการคิด
๒. ความสามารถในการสื่อสาร นักเรยี นร่วมกนั สรุปความเรื่องพระบรมราโชวาท โดยครูให้
คาแนะนาเพ่ิมเติม

244

ใบความรู้
“พระบรมราโชวาท”

พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว
ขอจดหมายคาสงั่ ตามความประสงคใ์ ห้แก่ลกู บรรดาซ่งึ จะใหอ้ อกไปเรยี นหนงั สือในประเทศ

ยุโรปจงประพฤตติ ามโอวาททีจ่ ะกลา่ วต่อไปน้ี
๑. การซง่ึ จะให้ออกไปเรยี นคร้งั น้ี มีความประสงคม์ ุ่งหมายแต่จะใหไ้ ดว้ ชิ าความรอู้ ย่างเดยี ว

ไม่ม่ันหมายจะให้เป็นเกียรติยศช่ือเสียงอยา่ งหน่ึงอย่างใดในชั้นซ่ึงยังเป็นผู้เรียนวิชาอยนู่ เ้ี ลย
เพราะฉะน้นั ท่ีจะไปครง้ั นี้ อยา่ ให้ไว้ยศว่าเป็นเจา้ ใหถ้ ือเอาบรรดาศักดเิ์ สมอลกู ผู้มตี ระกลู ในกรุงสยาม
คอื อย่าให้ใช้ฮสิ รอแยลไฮเนสปรินซ์นาหนา้ ชื่อ ใหใ้ ช้แต่ชอ่ื เดมิ ของตัวเฉย ๆ เมอ่ื ผ้อู น่ื เขาจะเตมิ หน้าชื่อ
หรอื จะเติมท้ายชอื่ ตามธรรมเนยี มอังกฤษ เป็นมสิ เตอร์หรือเอสไควร์ก็ตามทีเถิด อย่าคัดคา้ นเขาเลย
แต่ไมต่ อ้ งใชค้ าว่านายตามอยา่ งไทยซึ่งเป็นคานาของชือ่ ลูกขนุ นางทีเ่ คยใชแ้ ทนมิสเตอร์ เมอื่ เรียกชอ่ื
ไทยในภาษาอังกฤษบอ่ ย ๆ เพราะว่าเปน็ ภาษาไทยซ่ึงจะทาใหเ้ ปน็ ที่ฟังขดั ๆ หไู ป

ขออธบิ ายความประสงค์ขอ้ นีใ้ หช้ ัดว่า เหตใุ ดจึงได้ไม่ใหไ้ ปเป็นยศเจ้าเหมือนอาของตวั ท่ีเคย
ไปแตก่ ่อน ความประสงคข์ ้อน้ี ใชว่ ่าจะเกดิ ข้นึ เพราะไมม่ คี วามเมตตากรุณาหรือจะปิดบังซ่อนเร้นไม่ให้
รู้ว่าเป็นลกู อย่างนนั้ เลย พ่อคงรับว่าเปน็ ลูก และมีความเมตตากรุณาตามธรรมดาท่ีบิดาจะก รุณ า
ตอ่ บุตร แตเ่ ห็นว่าซง่ึ จะเปน็ ยศเจ้าไปนน้ั ไมเ่ ปน็ ประโยชนอ์ นั ใดแก่ตวั นัก ดว้ ยธรรมดาเจ้านายฝ่ายเขา
นั้นมีน้อย เจ้านายฝ่านเรามีมาก ข้างฝ่ายเขามีน้อยตัวก็ยกยอ่ งทานุบารุงกันใหญ่โตมากกว่าเรา
ฝ่ายเราจะไปมียศเสมออยกู่ ับเขา แต่ความบริบรู ณ์และยศศักดิไ์ ม่เต็มทเี่ หมือนอย่างเขาก็จะเป็น
ทน่ี ้อยหน้า และเห็นเปน็ เจา้ นายเมอื งไทยเลวไปและถ้าเป็นเจ้านายแล้ว ตอ้ งรกั ษายศศกั ดิใ์ นกจิ การ
ท้งั ปวงท่ีจะทาทกุ อยา่ ง เป็นเครอื่ งลอ่ ตาลอ่ หูคนทงั้ ปวงทจ่ี ะใหพ้ อใจดูพอใจฟงั จะทาอนั ใดกต็ อ้ งระวงั
ตวั ไปทุกอยา่ ง ทสี่ ุดจนจะซอื้ จา่ ยอนั ใดกแ็ พงกว่าคนสามญั เพราะเขาถอื วา่ มัง่ มี เป็นการเปลืองทรัพย์
ในท่ไี มค่ วรจะเปลือง เพราะเหตุวา่ ถึงจะเปน็ เจา้ นายก็ดเี ป็นไพร่ก็ดี เม่ืออยใู่ นประเทศมิใช่บา้ นเมือง
ของตัวกจ็ ะไมม่ ีอานาจทจี่ ะทาฤทธ์เิ ดชอันใดไปผิดกับคนสามญั ได้ จะมปี ระโยชนอ์ ยู่นิดหนงึ่ แต่เพียง
เข้าท่ีประชมุ สงู ๆ ได้ แต่ถ้าเป็นลูกผู้มีตระกลู ก็จะเขา้ ท่ีประชมุ สูง ๆ ได้เท่ากนั กบั เป็นเจ้านน้ั เอง
เพราะฉะนั้นจึงขอหา้ มเสียว่าอยา่ ให้ไปอวดอา้ งเอง หรอื อยา่ ให้คนใช้สอยอวดอ้างวา่ เปน็ เจ้านายอันใด
จงประพฤตใิ หถ้ กู ตามคาส่ังนี้

๒. เงนิ คา่ ท่จี ะใช้สอยในการเลา่ เรียนกินอยนู่ ่งุ ห่มทง้ั ปวงน้ัน จะใชเ้ งนิ พระคลังขา้ งท่ี คอื เงิน
ท่ีเปน็ ส่วนสิทธ์ขิ าดแก่ตวั พอ่ เอง ไมใ่ ชเ้ งินท่ีสาหรับจา่ ยราชการแผ่นดิน เงินรายนไ้ี ดฝ้ ากไว้ที่แบงก์
ซึ่งจะได้มคี าส่ังใหร้ าชทูตจ่ายเป็นเงินสาหรับเรยี นวชิ าชั้นต้น ๕ ปี ปลี ะ ๓๒๐ ปอนด์ เงนิ ๑,๖๐๐
ปอนด์ สาหรบั เรียนวชิ าช้นั หลงั อกี ๕ ปี ปีละ ๔๐๐ ปอนด์ เงิน ๒,๐๐๐ ปอนด์ รวมเปน็ คนละ ๓,๖๐๐
ปอนด์ จะไดร้ วู้ ชิ าเสรจ็ สิน้ อยา่ งชา้ ใน ๑๐ ปี แต่เงินน้ีฝากไวใ้ นแบงก์คงจะมีดอกเบีย้ มากขน้ึ เหลือการเลา่
เรยี นแลว้ จะได้ใชป้ ระโยชน์ของตัวเองตามชอบใจ เปน็ ส่วนยกให้ เงินส่วนของใครจะให้ลงชื่อเปน็ ของ
ผนู้ น้ั ฝากเอง แตใ่ นกาหนดยงั ไมถ่ ึงอายุ ๒๑ ปีเตม็ จะเรยี กเอาเงนิ คา่ ใชส้ อยเองมิได้ จะตั้งผู้จัดการ

-224455-

แทนไวท้ น่ี อก ให้เป็นผชู้ ว่ ยจัดการไปฝากเงินไวแ้ ห่งใดเทา่ ใ ด และผู้ใดเป็นผ้จู ัดการจะได้ทาห นังสือ
มอบให้อีกฉบบั หนึง่ สาหรบั ทจ่ี ะได้ไปทวงเอาในเวลาต้องการได้

การซึ่งใช้เงนิ พระคลังข้างท่ไี มใ่ ช่เงนิ แผ่นดนิ อย่างเชน่ เคยจา่ ยให้เจ้านายและบุตรขา้ ราชการ
ไปเลา่ เรียนแตก่ ่อนน้นั เพราะเหน็ วา่ พ่อมลี กู มากด้วยกนั การซึ่งให้มีโอกาสและให้ทนุ ทรพั ย์ซึ่งจะได้
เลา่ เรยี นวชิ านี้ เปน็ ทรัพย์มรดกอนั ประเสริฐดีกวา่ ทรัพย์สินเงินทองอ่ืน ๆ ด้วยเป็นของตดิ ตวั อยูไ่ ด้
ไมม่ อี ันตรายทจ่ี ะเสือ่ มสูญ ลกู คนใดที่มีสติปญั ญาเฉลียวฉลาดกด็ หี รอื ไมม่ ีสตปิ ัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี
ก็จะตอ้ งส่งออกไปเรยี นวชิ าทุกคนตลอดโอกาสทจี่ ะเปน็ ไปไดเ้ หมือนหน่งึ ไดแ้ บ่งทรพั ย์มรดกใหแ้ ก่ลูก
เสมอ ๆ กันทุกคน ก็ถ้าจะใช้เงินแผ่นดนิ สาหรับใหไ้ ปเล่าเรียนแกผ่ ู้ซง่ึ ไม่มีสตปิ ัญญาเฉลียวฉลาด
กลบั มาไม่ได้ทาราชการคุ้มกบั เงินแผ่นดินที่ลงไปก็จะเป็นท่ีตเิ ตียนของคนบางจาพวกว่ามีลูกมาก
เกนิ ไป จนตอ้ งใช้เงนิ แผน่ ดินสาหรับให้ไปเล่าเรียนมากมายเหลือเกิน แล้วซ้าไม่เลือกฟั้นเอ าแต่ท่ี
เฉลียวฉลาดจะไดร้ าชการ คนโง่คนเง่าก็เอาไปเลา่ เรียนใหเ้ ปลอื งเงนิ เพราะค่าท่ีเป็นลกู ของพ่อ
ไม่อยากจะให้มีมลทินทจ่ี ะพูดติเตียนเกย่ี วข้องกบั ความปรารถนาซึง่ จะสงเคราะหแ์ ก่ลูกใหท้ ่ัวถึง
โดยเที่ยงธรรมจึงมไิ ดใ้ ช้เงินแผน่ ดิน

อีกประการหนึง่ เล่า ถึงวา่ เงนิ พระคลังข้างที่นั้นเองกเ็ ป็นสว่ นหนง่ึ ในเงินแผ่นดินเหมือนกัน
เวน้ แตเ่ ป็นส่วนทีย่ กให้แก่พอ่ ใชส้ อยในการสว่ นตวั มีทาการกุศลและสงเคราะห์บุตรภรรยา เป็นต้น
เห็นว่าการสงเคราะหด์ ว้ ยเล่าเรียนดังนี้เปน็ ดีกว่าอยา่ งอื่น ๆ จึงได้เอาเงินรายนี้ใชเ้ ป็นการมีคุณ
ตอ่ แผ่นดนิ ท่ีไม่ตอ้ งแบ่งเงินแผ่นดินมาใช้เป็นค่าเล่าเรยี นขึ้น อีกสว่ นหนึ่ง และพ้นจากคาคัด ค้าน
ต่าง ๆ เพราะเหตุทีพ่ อ่ ไดเ้ อาเงนิ สว่ นท่ีพอ่ จะไดใ้ ชเ้ องนัน้ ออกให้เลา่ เรยี นด้วยเงินรายน้ี ไม่มีผ้หู น่ึงผู้ใด
ที่จะแทรกแซงว่าควรใชอ้ ยา่ งน้ัน ไม่ควรใช้อย่างน้ันได้เลย

๓. จงรู้สึกตัวเป็นนิจเถดิ วา่ เกิดมาเป็นเจ้านายมียศบรรดาศักดิ์มากจริงอยู่ แต่ไมเ่ ปน็
การจาเป็นเลยท่ผี ู้ใดเปน็ เจ้าแผน่ ดนิ ข้ึน จะตอ้ งใช้ราชการอันเปน็ ชอ่ งทีจ่ ะหาเกยี รตยิ ศ ชอื่ เสยี งและ
ทรพั ยส์ ิน ถ้าจะว่าตามการซ่ึงเป็นมาแตก่ ่อน เจา้ นายซึ่งจะหาชอ่ งทาราชการได้ยากกว่าลูกขุนนาง
เพราะเหตทุ ่เี ป็นผูม้ ีวาสนาบรรดาศักด์ิมาก จะรับราชการในตาแหน่งตา่ ๆ ซ่ึงเป็นกระไดขน้ั แรก
คอื เป็นนายรองห้มุ แพรมหาดเลก็ เปน็ ต้น ก็ไม่ไดเ้ สยี แล้ว จะไปแตง่ ตง้ั ให้วา่ การใหญโ่ ตสมแกย่ ศศกั ด์ิ
เม่อื ไม่มีวิชาความรู้และสติปัญญาพอที่จะทาการในตาแหน่งนั้นไปได้กเ็ ป็นไปไม่ได้ เพราะฉะน้ัน
เจ้านายจะเป็นผู้ได้ทาราชการมีช่อื เสยี งดี ก็อาศัยได้แตส่ ติปัญญาความรู้และความเพียรของตัว
เพราะฉะนั้นจงอุตสาหะเลา่ เรียนโดยความเพยี รอยา่ งยงิ่ เพ่ือจะไดม้ ีโอกาสทจ่ี ะทาการให้เป็นคุณแก่
บ้านเมืองของตวั และโลกทีต่ ัวไดเ้ กิดมา ถา้ จะถอื ว่าเกดิ มาเปน็ เจา้ นายแลว้ นิ่ง ๆ อยู่จนตลอดชวี ิต
กเ็ ป็นสบายดงั นน้ั จะไมผ่ ดิ อัน

ใดกบั สตั วด์ ริ จั ฉานอย่างเลวนัก สัตวด์ ริ จั ฉานมันเกิดมากิน ๆ นอน ๆ แลว้ ก็ตาย แต่สัตว์
บางอย่างยังมีหนงั มีเขามีกระดกู เป็นประโยชน์ไดบ้ า้ ง แตถ่ า้ คนประพฤติอย่างเช่นสัตวด์ ริ ัจฉานแล้ว
จะไม่มปี ระโยชนอ์ นั ใดยงิ่ กวา่ สตั วด์ ริ ัจฉานบางพวกไปอกี เพราะฉะนน้ั จงอตุ สาหะที่จะเรียวชิ าเข้ามา
เป็นกาลังท่ีจะทาตัวให้ดีกว่าสัตว์ดิรัจฉานให้จงได้ จึงจะนับว่าเป็นการไดส้ นองคุณพ่อซึง่ ไดค้ ิ ด
ทานบุ ารงุ เพือ่ จะให้ดตี ัง้ แต่เกิดมา

-224466-

๔. อยา่ ไดถ้ อื ตัวว่าเป็นลกู เจ้าแผ่นดิน พ่อมอี านาจยงิ่ ใหญ่อยู่ในบ้านเมอื ง ถึงจะเกะกะไม่กลวั
เกรงคุมเหงผูใ้ ด เขาก็คงจะมีความเกรงใจพอ่ ไม่ต่อส้หู รือไม่อาจฟ้องร้องว่ากล่าว การซ่ึงเชอ่ื ใจ
ดงั นั้นเปน็ การผิดแทท้ เี ดยี ว เพราะความปรารถนาของพ่อไมอ่ ยากจะให้ลูกมีอานาจท่ีจะเกะกะอย่าง
นน้ั เลย เพราะร้เู ป็นแน่ว่าเมอ่ื รักลกู เกินไป ปลอ่ ยให้ไมก่ ลวั ใครและประพฤตกิ ารช่วั เชน่ นั้น คงจะเป็น
โทษแกต่ วั ลูกนน้ั เองท้งั ในปัจจบุ ันและอนาคต เพราะฉะน้ันจงรเู้ ถิดวา่ ถ้าเมอ่ื ได้ทาความผิดเมื่อใด
จะได้รบั โทษโดยทันที การที่มพี อ่ เป็นเจ้าแผ่นดนิ น้ันจะไมเ่ ป็นการช่วยเหลอื อุดหนนุ แกไ้ ขอันใดไดเ้ ลย
อกี ประการหนง่ึ ชีวติ สังขารของมนุษย์ไม่ยัง่ ยืนยืดยาวเหมอื นเหลก็ เหมือนศลิ า ถงึ โดยวา่ จะมพี ่ออยูใ่ น
ขณะหนึ่งกค็ งจะมเี วลาทีไ่ ม่มีได้ขณะหน่งึ เป็นแนแ่ ท้ ถา้ ประพฤติความชว่ั เสยี แต่ในเวลามพี อ่ อยแู่ ล้ว
โดยจะบดิ บังซ่อนเรน้ อยูไ่ ดด้ ว้ ยอยา่ งหนึ่งอย่างใด เวลาไม่มพี ่อ ความช่วั น้นั คงจะปรากฏเปน็ โทษตดิ ตวั
เหมือนเงาตามหลังอยู่ไมข่ าด เพราะฉะนนั้ จงเปน็ คนอ่อนน้อม ว่าง่ายสอนงา่ ย อยา่ ใหเ้ ปน็ ทฐิ มิ านะไป
ในทางที่ผดิ จงประพฤติตวั หนั มาทางที่ชอบที่ถกู อยู่เสมอเป็นนิจเถิด จงละเว้นเวลาทช่ี ่ัวซงึ่ รูไ้ ด้เอง
แก่ตวั หรอื มีผตู้ ักเตือนแนะนาให้รู้แลว้ อย่าใหล้ ว่ งใหเ้ ปน็ ไปไดเ้ ลยเป็นอันขาด

๕. เงินทองที่จะใชส้ อยในคา่ กนิ อยู่ นุ่งห่มหรือใช้สอยเบ็ดเสร็จท้ังปวงจงเขม็ดแขมใ่ ชแ้ ต่
เพยี งพอทอ่ี นญุ าตใหใ้ ช้ อยา่ ทาใจโตมอื โตสุรยุ่ สรุ ่ายโดยถือวา่ ตวั เปน็ เจา้ นายมงั่ มีมากหรอื ถือวา่ พ่อเปน็
เจา้ แผน่ ดินมเี งินทองถมไป ขอบอกเสียให้ร้แู ต่ตน้ มือวา่ ถ้าผใู้ ดไปเป็นหนี้มาจะไม่ยอมใชห้ น้ีให้เลย
หรอื ถ้าเปน็ การจาเปน็ ตอ้ งใช้ จะไมใ่ ชเ้ ปล่าโดยไมม่ โี ทษแกต่ วั เลยพงึ รเู้ ถดิ วา่ ต้องใช้หนเ้ี มื่อใด กจ็ ะต้อง
รับโทษเม่ือน้ันพรอ้ มกัน อยา่ เชอื่ ถ้อยคาผ้ใู ด หรอื อย่าหมายใจว่าโดยจะใช้สุรุ่ยสรุ า่ ยไปเหมอื นอย่าเชน่
คนเขาไปแตก่ อ่ น ๆ แต่พ่อเขาเปน็ ขนุ นางเขายงั ใช้กนั ได้ไมว่ า่ ไรกัน ถ้าคิดดงั นัน้ คาดดังนนั้ เป็นผิดแท้
ทีเดียว พอ่ รักลูกจรงิ แต่ไมร่ ักลูกอย่างชนิดนั้นเลย เพราะรู้เป็นแน่ว่าถ้าจะรักอย่าน้ันตามใจอย่าน้ัน
จะไม่เป็นการมคี ณุ อนั ใดแก่ตวั ลูกผู้ได้รับความรักนั้นเลย เพราะจะเป็นผ้ไู ม่ได้วิชาทปี่ รารถนาจะให้ได้
จะไปได้แต่วชิ าที่จะทาใหเ้ สยี ชื่อเสียงและได้ความรอ้ นใจอยู่เป็นนิจ จงนึกไว้ให้เสมอวา่ เงินทองที่ แล
เหน็ มาก ๆ ไมไ่ ดเ้ ป็นของหามาได้โดยงา่ ยเหมอื นเวลาทจ่ี ่ายไปง่ายนัน้ เลย เงินทส่ี ่วนตัวไดร้ บั เบีย้ หวดั
หรอื เงินกลางปอี ยู่เสมอน้นั ก็ดว้ ยอาศัยเป็นลกู พ่อ สว่ นเงนิ ท่ีพ่อไดห้ รอื ลกู ไดเ้ พราะพ่อน้ัน ก็เพราะ
อาศัยท่ีพ่อเป็นผูท้ านุบารงุ บา้ นเมือง และราษฎรผ้เู จา้ ของทรพั ย์นน้ั ก็เฉลย่ี เรย่ี ไรกันมาให้ เพือ่ จะให้
เปน็ กาลงั ท่จี ะหาความสุขคมุ้ กับคา่ เหนด็ เหน่ือยท่ีต้องรับการในตาแหน่งอนั สงู คอื เปน็ ผ้รู กั ษาความสขุ
ของเขาทัง้ ปวง เงนิ นัน้ ไมค่ วรจะนามาจาหน่ายในการทไ่ี มเ่ ป็นประโยชน์ไมเ่ ป็นเรอื่ ง และเปน็ การไม่มี
คณุ กลบั ใหโ้ ทษแก่ตวั ตอ้ งใช้แตใ่ นการจาเป็นท่ีจะตอ้ งใช้ ซึง่ จะเป็นการมีคุณประโยชนแ์ ก่ตวั และผอู้ น่ื
ในทางชอบธรรม ซ่ึงจะเอาไปกอบโกยใชห้ นีใ้ หแ้ กล่ ูกผู้ทาความชว่ั จนเสียทรัพยไ์ ปนั้นสมควรอยู่หรือ
เพราะฉะนั้นจงึ ต้องว่าไม่ยอมทจ่ี ะใชห้ นใี้ ห้ โดยว่าจะต้องใชใ้ ห้ก็จะต้องมโี ทษเป็นประกนั มัน่ ใจวา่ จะไม่
ต้องใชอ้ ีก เพราะจะเขด็ หลาบในโทษท่ที าน้ันจงึ จะยอมใชใ้ หไ้ ด้ ใชใ้ ห้เพราะจะไม่ให้ทรัพยผ์ อู้ ่ืนสญู เสยี
เทา่ นั้น ใชจ่ ะใชใ้ ห้โดยความรักใครอ่ ย่างบิดาให้บุตรเมอื่ มีความยินดตี อ่ ความประพฤติของบุตรน้นั เลย
เพราะฉะน้ันจงจาไว้ ตง้ั ใจอยใู่ หเ้ สมอวา่ ตนเป็นคนจนมีเงินใชเ้ ฉพาะแตท่ ่ีจะรกั ษาความสุขของตัว
พอสมควรเทา่ นั้น ไม่ม่งั มเี หมือนใคร ๆ อ่นื และไม่เหมอื นกับผูด้ ีฝร่ังเลย ผดู้ ฝี รงั่ เขามัง่ มมี สี บื ตระกลู กนั
มาด้วยได้ดอกเบ้ยี ค่าเช่าต่าง ๆ ตัวเองเป็นผู้ได้เงินจากราษฎรเลยี้ ง พอสมควรท่ีจะเลยี้ งชีวิต
และรักษาเกียรติยศเทา่ น้นั อย่าไปอวดม่ังอวดมที าเทยี บเทา่ เขาใหฟ้ งุ้ ซา่ นไปเป็นอันขาด

-224477-

อีกอย่างหน่ึง จะนกึ เอาเองว่าถงึ โดยเป็นหนี้สนิ ลงอย่างไร พ่อจะไม่ใชห้ รือใหใ้ ช้กก็ ลัวตอ้ งทา
โทษ คดิ ว่าเงนิ ทองของตวั ท่ีได้ปหี นงึ่ ๆ มอี ยทู่ ง้ั เบีย้ หวัดและเงนิ กลางปี เวลาออกไปเรยี นไม่ได้ใช้
เงินรายนเ้ี ก็บรวมอยู่เปล่า ๆ จะเอาเงินรายนใ้ี ชห้ นีเ้ สีย ตอ่ ไปก็คงได้ทุกปี ซง่ึ จะคิดอย่างนแี้ ล้ว จะ
จับจา่ ยเงินทองจนตอ้ งเปน็ หน้ีกลับเขา้ มานั้น ก็เป็นการไมถ่ กู เหมือนกัน เพราะว่าผลประโยชน์อนั ใด
ที่จะไดอ้ ยใู่ นเวลามีพ่อกบั เวลาไมม่ ีพอ่ นั้น จะถือเอาเป็นแน่วา่ จะคงทีอ่ ยนู่ ั้นไมไ่ ด้ และยิ่งเปน็ ผู้ใหญ่ข้ึน
กจ็ ะมีบา้ นเรือนบุตรภรรยามากข้นึ คงตอ้ งใช้มากข้ึน เงนิ ท่ีจะได้นน้ั บางทกี จ็ ะไมพ่ อ จะเชอ่ื วา่ วชิ าท่ตี ัว
ไปเรียนจะเป็นเหตุใหไ้ ดท้ าราชการไดผ้ ลประโยชน์ทันใชห้ นี้กเ็ ชื่อไม่ได้ เพราะเหตุทตี่ วั เป็นเจ้ านาย
ถ้าบางทจี ะเปน็ เวลากดี ขัดขอ้ ง เพราะเปน็ เจา้ นายน้นั กจ็ ะทาอะไรไมไ่ ด้เลยถา้ จะหันไปขา้ งทามาหากิน
ซึ่งเป็นการยากที่จะทาเพราะเป็นเจ้านายเหมือนกัน คือไปรับจ้างเขาเป็นเสมียนไมไ่ ด้ เป็นตน้
เมือ่ ทุนรอนท่มี เี อาไปใช้หนเ้ี สียหมดแล้ว จะเอาอันใดเป็นทุนรอนทามาหากินเล่า เพราะฉะนั้นจึงว่า
ถ้าจะคดิ ใชอ้ ยา่ งเชน่ นซ้ี งึ่ ตัวจะคิดเห็นว่าเป็นอันไม่ตอ้ งกวนพ่อแล้วนั้น กย็ ังเป็นการเสียประโยช น์
ภายหนา้ มากไม่ควรจะกอ่ ใหม้ ีใหเ้ ปน็ ขึ้น

๖. วิชาท่ีจะออกไปเรียนนั้น ก็คงต้องเรียนภาษาและหนังสือในสามภาษา คือ อังกฤษ
ฝรงั่ เศส เยอรมัน ใหไ้ ดแ้ มน่ ยาชดั เจนคล่องแคล่วจนถงึ แต่งหนังสือไดส้ องภาษาเปน็ อย่างน้อย เป็นวชิ า
หนังสอื อยา่ งหน่ึง กับวิชาเลขให้เรยี นรู้คิดใช้ได้ในการต่าง ๆ อีกอยา่ งหนงึ่ นีเ้ ปน็ ต้น วชิ าสองอยา่ ง
ท่จี าเป็นจะตอ้ งเรยี นใหร้ ใู้ หไ้ ดจ้ รงิ ๆ เป็นชน้ั ตน้ แตว่ ชิ าอื่น ๆ ที่จะเรยี นตอ่ ไป ให้เปน็ วชิ าชานาญวิเศษ
ในกิจการข้างวชิ านน้ั จะตดั สินเป็นแน่นอนว่าใหเ้ รียนสิ่งใดในเวลาน้กี ็ยังไม่ควร จะต้องไว้เป็นคาสั่ง
ต่อภายหลัง เมอื่ รวู้ ิชาชั้นตน้ พอสมควรแลว้ แตบ่ ัดนี้จะขอตักเตอื นอยา่ งหน่ึงก่อนวา่ ซง่ึ ให้ออกไปเรียน
ภาษาวิชาการในประเทศยโุ รปน้ันใชว่ า่ จะต้องการเอามาใช้แต่เฉพาะภาษาฝร่ังหรืออยา่ งฝรัง่ น้ัน
อย่างเดียว ภาษาไทยและหนังสือไทยซ่ึงเป็นภาษาของตวั หนังสือของตัว คงจะตอ้ งใช้อยเู่ ปน็ นิจ
จงเข้าใจว่าภาษาตา่ งประเทศน้ันเปน็ แต่พ้นื ของความรู้ เพราะวชิ าความรูใ้ นหนงั สอื ไทยที่มีผแู้ ตง่ ไวน้ นั้
เปน็ แตข่ องเก่า ๆ มีนอ้ ย เพราะมิไดส้ มาคมกบั ชาติอน่ื ช้านานเหมือนวชิ าการในประเทศยุโรปที่ได้
สอบสวนซ่ึงกนั และกันจนเจริญรุ่งเรืองมากแลว้ น้ัน ฝา่ ยหนงั สือไทยจงึ ไมพ่ อท่ีจะเลา่ เรียนจึงต้องไป
เรียนภาษาอื่นเพื่อจะไดเ้ รียนวชิ าใหก้ วา้ งขวางออก แล้วจะเอากลบั ลงมาใชเ้ ป็นภาษาไทยทงั้ ส้ิน
เพราะฉะนัน้ จะทิง้ ภาษาของตัวใหล้ ืมถอ้ ยคาทีจ่ ะพูดให้สมควรเสยี หรือจะลมื วธิ ีเขียนหนงั สือไทยทีต่ วั
ได้ฝกึ หดั แลว้ เสยี นั้นไม่ไดเ้ ลย ถา้ รูแ้ ตภ่ าษาต่างประเทศ ไมร่ เู้ ขยี นอ่านแปลลงเป็นภาษาไทยไดก้ ็ไม่เปน็
ประโยชน์อันใด ถ้าอย่างน้นั หาจ้างแตฝ่ รั่งมาใชเ้ ท่าไร ๆ กไ็ ด้ ทต่ี อ้ งการน้นั ตอ้ งให้กลับแปลภาษ า
ต่างประเทศลงเป็นภาษาไทยได้ แปลภาษาไทยออกเป็นภาษาตา่ งประเทศไดจ้ งึ จะนบั ว่าเป็นประโยชน์
อยา่ ตน่ื ตวั เองวา่ ได้ไปร่าเรยี นภาษาฝรั่งแลว้ ลมื ภาษาไทย กลบั เหน็ เป็นการเกก๋ ารกี๋ อย่างเช่นนกั เรยี น
บางคนมกั จะเห็นผิดไปดงั นน้ั แต่ที่จริงเปน็ การเสยี ที่ควรจะตเิ ตียนแท้ทีเดียว เพราะเหตฉุ ะน้ันในเวลา
ทอ่ี อกไปเรยี นวิชาอยู่ ขอบงั คบั ว่าให้เขยี นหนงั สอื ถึงพอ่ ทกุ คน อย่างนอ้ ยเดอื นละฉบับ เม่อื เวลายงั
เขยี นหนงั สืออังกฤษไม่ได้ กใ็ ห้เขียนมาเป็นหนังสือไทย ถ้าเขยี นหนังสอื องั กฤษหรอื ภาษาหนึง่ ภาษาใด
ได้ ให้เขยี นภาษาอืน่ นน้ั มาฉบบั หน่งึ ให้เขียนคาแปลเปน็ ภาษาไทยอีกฉบับหน่งึ ติดกนั มาอย่างให้ขาด
เพราะเหตุท่ลี ูกยงั เป็นเด็กไมไ่ ด้เรียนภาษาไทย แนน่ อนม่งั คง กใ็ หอ้ าศัยไตถ่ ามครไู ทยทีอ่ อกไปอยดู่ ว้ ย
หรือค้นดูตามหนังสอื ภาษาไทยซึง่ ได้จัดออกไปใหด้ ้วย คงจะพอหาถ้อยคาท่จี ะใช้แปลออกเป็น

-224488-

ภาษาไทยได้ แตห่ นังสอื ไทยที่จะเป็นกาลงั ช่วยอย่างนย้ี ังมนี ้อยจริง เมอ่ื เขียนเขา้ มาคาใดผิด จะติเตยี น
ออกไปแล้วจงจาไว้ใช้ให้ถูกต่อไปภายหน้า อย่าใหม้ คี วามกลัวความกระดากวา่ จะผิด ให้ทาตามท่เี ตม็
ความอุตสาหะความแน่ใจวา่ เปน็ ถกู แล้ว เมอ่ื ผิดกแ็ กไ้ ปไม่เสียหายอนั ใด

๗. จงรวู้ า่ การเล่าเรยี นของลูกทั้งปวงน้ัน อาของเจ้า กรมหม่ืนเทวะวงษว์ โรประการได้รับ
ปฏญิ าณตอ่ พอ่ ว่า จะตง้ั ใจอุตสาหะเปน็ ธุระในการเลา่ เรยี นของลูกท้ังปวงทั้งในปจั จุบันและภา ยหน้า
พอ่ ไดม้ คี วามวางใจมอบธุระสิทธิ์ขาดแก่กรมหม่ืนเทวะวงษ์วโรประการเป็นธุระทกุ สิง่ ทกุ อยา่ งอยู่ใ น
กรงุ เทพฯ เม่ือมธี รุ ะขดั ข้องประการใด ใหม้ ีหนงั สือมาถึงกรมหม่นื เทวะวงษ์ฯ กจ็ ะรู้ตลอดได้ถึงพ่อ
และกรมหม่ืนเทวะวงษฯ์ น้ัน คงจะเอาธรุ ะทานบุ ารงุ ทกุ สิง่ ทุกอยา่ งให้สาเร็จตลอดไปได้ สว่ นทใ่ี น
ประเทศยโุ รปนัน้ ถา้ ไปอยู่ในประเทศใดทีม่ ีราชทูตของเราอยู่ ราชทตู คงจะเอาเป็นธุระดูแลทกุ ส่ิงทุก
อย่าง เมื่อมีการขัดข้องลาบากประการใดจงชแี้ จงแจ้งความใหท้ า่ นราชทูตทราบ คงจะจัดการได้
ตลอดไป เมื่อไปอยใู่ นโรงเรียนแห่งใดจงประพฤตกิ ารให้เรียบร้อยตามแบบอยา่ งซ่ึงเขาตั้งลงไว้
อย่าเกะกะวนุ่ วายเชอื่ ตัวเช่อื ฤทธ์ิไปต่าง ๆ จงอตุ สาหะพากเพยี รเรยี นวิชาใหร้ ู้มา ได้ช่วยกาลังพ่อเปน็
ทีช่ น่ื ชมยินดีสมกับที่มคี วามรักนนั้ เถิด

-224499-

กรมหมน่ื เทวะวงษ์วโรประการ คาอธิบายศพั ท์และขอ้ ความ
เจา้ อยู่หัว คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ
เสนาบดี ทรงเปน็ ตน้ ราชสกุลเทวกลุ พระนามเดมิ พระองค์เจ้าเทวญั อุ
วงศานุ ไทยวงษ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้
กับสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา ทรงดารงตาแหน่ง
เงินกลางปี กระทรวงการต่างประเทศ ตามตน้ ร่างประกาศแตง่ ต้ังพระบ รม
เงินพระคลังขา้ งที่ วงศ์ ระบกุ ารเขยี นพระนามในช่วงต่าง ๆ ไว้ดังน้ี
ต้ังลงไว้ ช่วงท่ีทรงเปน็ กรมหมนื่ พระนามเขยี นว่า
เบีย้ หวัด
รับราชการ พระเจา้ น้องยาเธอ กรมหมื่นเทวะวงษ์วโรประการ
เปน็ การเก๋การก๋ี ช่วงที่ทรงเป็นกรมหลวง พระนามเขียนว่า
ฟ้งุ ซ่าน
รบั ปฏิญาณ พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษว์ โรประการ
เลอื กฟั้น ชว่ งท่ที รงเป็นกรมพระ พระนามเขยี นวา่
เลว
เอสไควร์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทวะวงศว์ โรประการ
อิสรอแยลไฮเนสปรนิ ซ์ ช่วงท่ที รงเป็นกรมพระยา พระนามเขียนว่า

สมเด็จพระเจ้าบ รมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะว ง ศ์
วโรประการ (ขอ้ มูลจากการชีแ้ จงของ ม.ร.ว. ปรีดยิ าธร เทวกลุ
ในหนังสอื เร่อื ง สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเทวะวงศ์
วโรประการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กรุงเทพฯ (๑๙๘๔) จากัด,
๒๕๔๗)
เบ้ยี หวดั ทีจ่ ่ายกลางปี
เงินแผ่นดินส่วนทถี่ วายพระมหากษัตรยิ ์เพือ่ ทรงใช้ในพระราชกิจ
ต่าง ๆ
กาหนดไว้
เงินท่ีพระมหากษัตริยพ์ ระราชทานเปน็ รายปีใหแ้ กเ่ จา้ นายหรือผู้ท่ี
สนองพระเดชพระคณุ
เปน็ เรอื่ งโกท้ นั สมัย
ในทน่ี ้ีหมายความวา่ มากเกินไป ในความว่า “อยา่ ไปอวดมั่งอวดมี
ทาเทยี บเทยี มเขาให้ฟงุ้ ซา่ น”
รบั ปาก
เลือกเฟ้น
ตา่ ศักด์ิ ในความวา่ “และเหน็ เปน็ เจา้ นายเมืองไทยเลวไป”
มาจากคาว่า Esquire เป็นคาท่ีใช้เขียนหลังช่ือผู้ชายอังกฤษ
แสดงวา่ เปน็ ผูม้ อี ันจะกินหรือผู้อยู่ในตระกูลคหบดี
มาจากคา His Royal Highness Prince เปน็ คานาหนา้ พระนาม
พระราชโอรสและพระราชนัดดาพระมหากษัตริย์

-225500-

แบบประเมนิ การทางานกลมุ่

คาชีแ้ จง ใหค้ รูประเมนิ การทางานกลมุ่ ของนักเรยี นตามรายการประเมนิ

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มกี ารกาหนด
สมาชกิ อยา่ งชดั เจน สมาชิกไม่ครบถว้ น บทบาทหนา้ ที่

๒. การมีสว่ นรว่ ม มีส่วนรว่ มในการ มีส่วนร่วมในการ มีส่วนร่วมในการ
ปฏบิ ัตงิ านกลุ่ม ปฏบิ ัติงานกลมุ่ บา้ ง ปฏบิ ัติงานกลุม่ น้อย
มากหรอื ไม่มสี ่วนรว่ ม

๓. การรับฟงั และแสดงความ รับฟังและแสดงความ รับฟงั และแสดงความ รบั ฟงั ความคดิ เห็น
คดิ เหน็ คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล คดิ เหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล ของผอู้ น่ื น้อยมาก
และสรา้ งสรรค์อย่าง และสรา้ งสรรค์เปน็ หรือไม่รับฟงั ความ
สมา่ เสมอ บางครงั้ คดิ เหน็ ผอู้ นื่

๔. ความรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบงานทีไ่ ด้รบั รับผิดชอบงานที่ไดร้ บั ไมร่ ับผดิ ชอบงานที่
มอบหมายและเสร็จ มอบหมาย แต่เสร็จไม่ ไดร้ ับมอบหมาย
ตามเวลาท่กี าหนด ทนั ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ีได/้ 12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดีมาก
การแปลผลการประเมิน ดี
พอใช้
เกณฑข์ องระดับคะแนน ปรับปรงุ
รอ้ ยละ ๘๐ – ๑๐๐
รอ้ ยละ ๗๐ – ๗๙
รอ้ ยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

2-52151-

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑2

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๕ ถ้อยสุนทรข้ามชาติ เรื่อง เปรอื่ งปราดจับประเด็น (๒) เวลา ๑ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๓ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

-252- สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
การจับประเด็นสาคัญ คือ การอา่ นทม่ี ุ่งคน้ หาสาระ ขนั้ นา ห้องสมุด

ของเรื่องหรอื ของหนงั สอื แต่ละเลม่ ทเี่ ปน็ สว่ นใจความสาคัญ นักเรียน ๓ - ๔ คน พดู อธบิ ายลักษณะการจบั ประเด็น สื่อ
และส่วนขยายประเด็นสาคญั ของเร่ือง ประเด็นสาคญั จะมี สาคัญ ตามความเข้าใจของตนเอง และรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น ๑. ใบความรู้ “การจับประเด็นสาคัญ”
ลกั ษณะเป็นประโยค ซึง่ อาจปรากฏอยู่ในส่วนใดส่วนหนึง่ ขั้นสอน ๒. ใบความรู้ “พระบรมราโชวาท” (จากแผนการจดั การ
ของยอ่ หนา้ ก็ได้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๒ - ๓ คน จาก นั้น เรยี นรทู้ ่ี 11)
ด้านความรู้ แต่ละกลุม่ ศึกษาใบความรู้ “การจับประเด็นสาคญั ” 3. ใบงาน “การจบั ประเด็นสาคญั ”

จับใจความสาคญั ของเร่อื ง ๒. นกั เรียนทาใบงาน “การจับประเด็นสาคญั ” จากเรอ่ื ง ภาระงาน/ชิ้นงาน
ทกั ษะและกระบวนการ พระบรมราโชวาท ในโอวาทขอ้ ท่ี ๑ - ๔ โดยจัดทาเปน็ แผนภาพ การทาใบงาน “การจบั ประเดน็ สาคัญ”
ความคดิ
แยกแยะประเด็นสาคญั จากเร่ือง การวัดและประเมินผล
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ ๓. ตัวแทนนักเรียนใ นแต่ล ะกลุ่มออก มานา เส นอ แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
งานหนา้ ชัน้ เรยี นเพ่ือแลกเปลีย่ นประเด็นความรู้
มงุ่ ม่ันในการทางาน ขัน้ สรุป
สมรรถนะทต่ี ้องการใหเ้ กิดกบั ผู้เรียน
นกั เรียนร่วมกันสรปุ ความรูเ้ กย่ี วกับการจับประเดน็ สาคัญ
1. การส่ือสาร และร่วมกนั ตอบคาถามวา่ จะนาขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากการศึกษาไป
2. การคดิ ขัน้ สงู ปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อย่างไร

252

ใบความรู้
“การจับประเดน็ สาคญั ”

การฟงั การสนทนา ฟังการอภิปราย การอา่ นหนงั สอื หรืออ่านบทความใด ๆ ผฟู้ ังผอู้ ่านควร
พยายามจบั ประเด็นสาคญั ของเร่ืองใหไ้ ด้ว่า เน้อื หาของเรอื่ งนนั้ กล่าวถงึ อะไร สาระสาคัญหรือประเด็น
หลักคอื อะไร มีเร่อื งอะไรเปน็ ประเดน็ รองอะไรเป็นพลความหรือสว่ นท่ีขยายประเด็นหลกั ใหช้ ัดเจน
ย่งิ ข้นึ ถา้ มีผู้พูด หรือผู้แสดงความคดิ เห็นหลายคน ก็ต้องพยายามแยกความคดิ เห็น และพฤตกิ รรม
ของแตล่ ะคนให้ได้ เพอื่ ใหเ้ ขา้ ใจเรือ่ งได้ถูกต้อง นอกจากเข้าใจเร่ืองแล้ว ควรพยายามพิจารณาหรือ
จดุ มงุ่ หมายของผ้พู ูดผ้เู ขยี น ด้วยจดุ มุง่ หมายน้นั บางครั้งกเ็ หน็ กนั ได้งา่ ย ๆ แตบ่ างครงั้ กอ็ าจซอ่ นอยู่
ต้องวิเคราะหใ์ ห้ลึกจึงจะเห็น

เน้ือหาสาคญั ของเรือ่ งท่อี า่ นในบทนี้ คือ การแสดงโทษของสุรา ซ่งึ ปรากฏในการแสดงความ
คดิ เห็น ของศรัณย์และสพุ จน์ รวมทง้ั ในข้อมลู ความรู้ท่ีนักเรยี นทัง้ สองคน้ คว้ามา จดุ มุง่ หมายของเรื่อง
คือ การโน้มน้าวใจให้งดด่ืมสุราดว้ ยการแสดงโทษของสุราทีม่ ีตอ่ ผู้ดื่ม ทง้ั โทษต่อสุขภาพ โทษตอ่
บุคลกิ ภาพ โทษต่อศีลธรรมและคณุ ธรรม กอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาเศรษฐกิจและทาให้ครอบครัวไม่สงบสุข
ตลอดจนอาจทาใหเ้ กดิ ผลร้ายตอ่ ผู้อื่นโดยไมไ่ ดต้ งั้ ใจ เช่น คนทเี่ มาแล้วขับรถอาจเกดิ อบุ ัติเหตแุ ละทา
ให้ผู้อืน่ บาดเจ็บหรอื เสยี ชีวิต
การศึกษาหาความรดู้ ้วยตัวเอง

ปัจจบุ ันการศึกษาหาความรู้ไม่ได้จากัดอยู่เฉพาะในห้องเรียน มแี หล่งความร้ทู ่นี กั เรีย นจะ
คน้ ควา้ ได้เองอยู่รอบตวั ถ้าสงสยั หรอื มีปญั หาในเร่ืองใด ๆ ไม่วา่ เรื่องนน้ั จะเปน็ ความรวู้ ชิ าการท่ีศกึ ษา
ความรรู้ อบตัว ความรู้เก่ยี วกับการดาเนินชีวิต ปญั หาเกย่ี วกับเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ปัญหาทาง
อารมณ์ ฯลฯ ในหอ้ งสมุด มีหนงั สอื มากมายใหค้ ้นควา้ หาคาตอบ มีแหลง่ เรยี นร้ทู างอนิ เทอร์เน็ตมี
ครอู าจารย์และผ้มู ีความรูป้ ระสบการณ์ในเรอ่ื งนั้น ๆ ทส่ี ามารถไต่ถามเพ่ือให้ไดค้ วามรูแ้ ละขอ้ คิดที่มี
ประโยชน์

การหาความรจู้ าเป็นตอ้ งมกี ารกลัน่ กรอง หาแหล่งความรูท้ ีน่ า่ เชื่อถอื มีสถาบันรบั รอง ตอ้ ง
พิจารณาความถูกตอ้ งและความสมเหตุผลของความรทู้ ่ไี ดร้ บั กอ่ นที่จะเชื่อ ควรยึดหลักของกาลามสตู ร
ท่ีมิให้เช่ือสิ่งใดกอ่ นท่ีจะไดพ้ จิ ารณาไตรต่ รองให้รูเ้ หตุร้ผู ลอย่างถกู ต้อง เมื่อพิจารณาแลว้ เห็นว่าถูกตอ้ ง
เหน็ ว่าเหมาะสมจงึ ควรเชอื่ และปฏบิ ตั ิตาม
การสร้างค่านิยมใหม่

สุราเป็นเครื่องดื่มท่เี ช่อื กนั มาชา้ นานวา่ ใช้ดื่มเพอื่ เข้าสังคม แต่ในปจั จบุ นั ความรู้เร่ืองพษิ ของ
สรุ าทาใหค้ นท่วั ไปเห็นว่า การดม่ื สรุ าทาให้เสยี สขุ ภาพ เสียบุคลิกภาพ ทาใหเ้ สียทรพั ยโ์ ดยไมจ่ าเป็น
และอาจทาใหเ้ กดิ อันตรายขนึ้ ไดง้ ่ายคนจานวนมากจึงงดด่ืมสรุ า เพราะมบี ทพิสจู น์แลว้ วา่ แม้ไม่ดื่มสรุ า
กย็ งั สามารถเขา้ สงั คมได้ดี คนรุน่ ใหม่หลายคนจงึ มีความคดิ ใหม่ คอื หลีกเล่ียงการด่ืมสรุ า และ สรา้ ง
คา่ นิยมใหม่ ไม่ตอ้ งการทาตามค่านยิ มที่ผดิ ๆ และคา่ นิยมท่ีขดั กับศีลธรรมทด่ี ีงาม จะสังเกตเห็นวา่ คน
รนุ่ ใหมไ่ มน่ ิยมสูบบหุ ร่ี เพราะเขา้ ใจดีวา่ บหุ ร่ีเปน็ พษิ ต่อร่างกาย และคนท่ีอยู่ใกล้คนสูบบหุ ร่ีกจ็ ะได้รับ

-225533-

พิษจากควันบุหร่ีด้วย คนรุ่นใหม่นิยมเลน่ กีฬาหรือดนตรี และใชก้ ารเล่นกีฬาการเล่นดนตรีเปน็
กจิ กรรมเช่อื มความสัมพนั ธท์ างสงั คมได้ดยี งิ่

-225544-

ใบงาน
“การจับประเด็นสาคญั ”

คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นจบั ประเด็นสาคญั จากเรื่อง พระบรมราโชวาท ในโอวาทขอ้ ท่ี ๑ - ๔ โดยจัดทา
เป็นแผนภาพความคิด

-225555-

แบบประเมนิ การทางานกลมุ่

คาชีแ้ จง ใหค้ รูประเมนิ การทางานกลมุ่ ของนักเรยี นตามรายการประเมนิ

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มกี ารกาหนด
สมาชกิ อยา่ งชดั เจน สมาชิกไม่ครบถว้ น บทบาทหนา้ ที่

๒. การมีสว่ นรว่ ม มีส่วนรว่ มในการ มีสว่ นร่วมในการ มีส่วนร่วมในการ
ปฏิบัตงิ านกลุ่ม ปฏบิ ัติงานกลมุ่ บา้ ง ปฏบิ ัติงานกลุม่ น้อย
มากหรอื ไม่มสี ่วนรว่ ม

๓. การรับฟงั และแสดงความ รับฟังและแสดงความ รับฟังและแสดงความ รบั ฟงั ความคดิ เห็น
คดิ เหน็ คดิ เหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล คดิ เห็นอยา่ งมีเหตผุ ล ของผอู้ น่ื น้อยมาก
และสรา้ งสรรค์อยา่ ง และสรา้ งสรรค์เปน็ หรือไม่รับฟงั ความ
สมา่ เสมอ บางครงั้ คดิ เหน็ ผอู้ นื่

๔. ความรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบงานทีไ่ ด้รบั รบั ผดิ ชอบงานที่ไดร้ บั ไมร่ ับผดิ ชอบงานที่
มอบหมายและเสรจ็ มอบหมาย แต่เสร็จไม่ ไดร้ ับมอบหมาย
ตามเวลาท่กี าหนด ทนั ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ีได/้ 12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดีมาก
การแปลผลการประเมิน ดี
พอใช้
เกณฑข์ องระดับคะแนน ปรับปรงุ
รอ้ ยละ ๘๐ – ๑๐๐
รอ้ ยละ ๗๐ – ๗๙
รอ้ ยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

2-52656-

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑3

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๕ : ลิขติ สารงานแบบพิมพ์ เรอ่ื ง เปรื่องปราดจบั ประเดน็ (๓) เวลา ๑ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

-257- สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหลง่ เรียนรู้
การจบั ประเดน็ สาคญั คอื การอา่ นทีม่ ุ่งคน้ หาสาระ ขัน้ นา หอ้ งสมดุ

ของเรอ่ื งหรือของหนังสือแตล่ ะเล่มทเ่ี ป็นส่วนใจความสาคญั นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาทบทวนความรู้เร่ือ ง สอื่
และสว่ นขยายประเด็นสาคัญของเรอ่ื ง ประเดน็ สาคัญจะมี การจับประเดน็ สาคญั ๑. ใบความรู้ “พระบรมราโชวาท” (จาก
ลักษณะเปน็ ประโยค ซ่ึงอาจปรากฏอยใู่ นส่วนใดส่วนห น่ึง ขั้นสอน
ของยอ่ หนา้ ก็ได้ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 11)
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 2 - 3 คนเพื่อศกึ ษาความรู้ ๒. ใบงาน “การจับประเดน็ สาคญั ”
ดา้ นความรู้ จากใบความรู้ “พระบรมราโชวาท” ในโอวาทขอ้ ที่ ๕ - ๗
ภาระงาน/ชิ้นงาน
ระบุใจความสาคญั ของเรอื่ งได้ 2. นักเรยี นทาใบงาน “การจับประเดน็ สาคญั ” จากเรือ่ ง การทาใบงาน “การจบั ประเด็นสาคัญ”
ทักษะและกระบวนการ พระบรมราโชวาท ในโอวาทข้อที่ 5 - 7 โดยจัดทาเปน็
แผนภาพความคดิ การวดั และประเมนิ ผล
ทกั ษะการเขยี นแผนผังความคิด แบบประเมินการทางานกลุ่ม
ด้านคณุ ลักษณะ 3. ตวั แทนนักเรียนในแต่ละกลุ่มออกมานาเสนองาน
หน้าชน้ั เรยี นเพอ่ื แลกเปลยี่ นประเดน็ ความรู้
ความมุ่งม่นั ในการทางาน ข้ันสรุป
สมรรถนะที่ต้องการใหเ้ กดิ กับผู้เรียน
นกั เรียนร่วมกนั เสนอแนะช้นิ งานของเพือ่ นในช้นั ว่ามี
1. การส่ือสาร จุดเด่นหรอื ควรพฒั นาอยา่ งไรบา้ ง มปี ระเด็นไหนท่เี พิม่ เติม
2. การคิดขั้นสงู ในแผนผงั ความคิด

257

ใบงาน
“การจับประเด็นสาคญั ”

คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นจบั ประเด็นสาคญั จากเรื่อง พระบรมราโชวาท ในโอวาทขอ้ ท่ี 5 - 7 โดยจัดทา
เป็นแผนภาพความคิด

-225588-

แบบประเมินการทางานกล่มุ

คาช้ีแจง ให้ครูประเมินการทางานกล่มุ ของนักเรยี นตามรายการประเมนิ

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหน้าที่ ไมม่ ีการกาหนด
สมาชิกอย่างชดั เจน สมาชิกไมค่ รบถว้ น บทบาทหนา้ ที่

๒. การมสี ่วนร่วม มีสว่ นรว่ มในการ มสี ว่ นรว่ มในการ มสี ่วนร่วมในการ
ปฏิบตั ิงานกลมุ่ ปฏบิ ัตงิ านกลุ่มบา้ ง ปฏิบตั ิงานกลมุ่ นอ้ ย
มากหรอื ไมม่ สี ่วนรว่ ม

๓. การรบั ฟงั และแสดงความ รับฟังและแสดงความ รับฟงั และแสดงความ รบั ฟังความคิดเห็น
คิดเห็น คิดเห็นอย่างมีเหตผุ ล คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล ของผ้อู ืน่ น้อยมาก
และสรา้ งสรรค์อย่าง และสรา้ งสรรคเ์ ปน็ หรอื ไม่รบั ฟังความ
สม่าเสมอ บางครัง้ คดิ เหน็ ผู้อ่ืน

๔. ความรับผิดชอบ รบั ผดิ ชอบงานทีไ่ ด้รับ รบั ผดิ ชอบงานทไ่ี ด้รบั ไมร่ บั ผดิ ชอบงานท่ี
มอบหมายและเสรจ็ มอบหมาย แต่เสรจ็ ไม่ ไดร้ ับมอบหมาย
ตามเวลาท่ีกาหนด ทนั ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ีได/้ 12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดมี าก
การแปลผลการประเมิน ดี
พอใช้
เกณฑข์ องระดับคะแนน ปรับปรุง
รอ้ ยละ ๘๐ – ๑๐๐
ร้อยละ ๗๐ – ๗๙
ร้อยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

2-52959-

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑4

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ : ลิขิตสารงานแบบพมิ พ์ เรื่อง เปร่อื งปราดจบั ประเดน็ (๔) เวลา ๑ ชั่วโมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
สอสวแคขรงอวมลาครงาระบณเ์ปมะนวัตรกสซรกือ้ ขิะาราาหรกรอณบครวาองมซญัแเิกบชคทึ้ลรงราระาาต/ตตมะใกริคีคหหนะลววค์้เ้ัหวนากาณุิธมนิดๆมีสใัคกคนคาอ่ใาริดกวนยวะราาคร่าสรมวรณุงนาณหมบคคาีควเยหัญ่าเดงสอแตแีแนดลุผหลขอะละ้อนคเวพคเวพรื่อิาดรตื่มอปณ้อพงทรกางิจาะมกราใเรขรหามมณอริเ้นตกรงาคกัวอ้ิคดร่งาษควรววาาวณเิรมไาครควมดรณด้เเีาขเปีแดะค้าล็ห่ในดนจะ์ี
กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
ข้ันนา ห้องสมดุ

๑. นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาทบทวนความรเู้ ร่ือง ส่ือ
พระบรมราโชวาท -

๒. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั ข้อคิดท่ีได้ ภาระงาน/ช้นิ งาน
จากพระบรมราโชวาท และนักเรียนจะนาข้อคิดดังกล่าวไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั อยา่ งไร
-260- ดวจรุดา้ รนปณครนควะักดสาเมแีงรครลียู้์กะนาวสรรรเารณมียกานรรรถรู้ มบไอดถ้กูกหตล้อักงการวิเคราะห์คุณค่าของ ขนั้ สอน -
การวัดและประเมนิ ผล
๑. ครูอธิบายเนื้อหาเก่ียวกับก ารวิเค ราะห์คุณ ค่า
ท้ัง ๓ ด้าน ได้แก่ คณุ ค่าด้านเน้อื หา คุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ และ -

ทอยัก่าษงะนถแกัูกลเตระ้อียกงนรตวะริเบงคตวราานมะกหหาลค์ รกัุณกคาา่รของวรรณคดแี ละวรรณกรรมได้ คณุ คา่ ดา้ นสงั คม
๒. ครูและนักเรียนร่วมกนั วิเคราะห์คณุ คา่ ทั้ง ๓ ดา้ นจาก

เร่ืองพระบรมราโชวาท
๓. ครูเพ่ิมเติมเกี่ยวกับคุณคา่ ของวรรณคดีวรรณกรรม
ดท้า่อี นา่ คนนณุไักดลเ้ รกั ียษนณซาะบซึ้งในคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรม ที่นาไปสู่ความซาบซ้งึ และการเห็นคุณค่าของวรรณคดีเรอื่ ง
สมรร21ถ..นกกะาาทรร่ตีคส้อดื่ิองสขกัน้าารสรงู ใหเ้ กิดกับผู้เรียน พระบรมราโชวาทกับการนาไปใช้ชีวติ ประจาวันของนักเรยี น
ขน้ั สรปุ
นักเรียนร่วมกับสรุปคุณค่าของวรรณคดี วรรณกรรม

ที่ไดจ้ ากเรือ่ งพระบรมราโชวาทบนกระดานดาและสรปุ หลักการ
วิเคราะหค์ ณุ คา่ วรรณคดีและวรรณกรรม

260

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑5

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๕ : ลิขติ สารงานแบบพมิ พ์ เรอื่ ง เน้นใชห้ ลากภาษา (๑) เวลา ๑ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๓

สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้
ประโยคสามัญ เป็นประโยคที่นาคามาเรยี งกัน ขน้ั นา หอ้ งสมุด

เเลว้ มคี วามหมายสมบรู ณ์บอกใหร้ ้วู า่ ใคร ทาอะไร โดยมี ๑. นกั เรยี นสังเกตแถบขอ้ ความพระบรมราโชวาทบนกระดาน สือ่
เน้อื ความเพียงเนื้อความเดียวหรือกลา่ วถงึ สภาพอย่างใด แล้วร่วมกันพจิ ารณาวา่ แตล่ ะขอ้ ความมคี วามชัดเจนหรอื ไม่ เพราะ -
อยา่ งหนงึ่ เพยี งสภาพเดียว ประโยคสามญั มสี ว่ นประกอบ เหตใุ ด
ท่สี าคญั ๒ สว่ น คือ ภาคประธาน และภาคเเสดง ซง่ึ ท้ัง แถบขอ้ ความท่ี ๑ ภาระงาน/ชิน้ งาน
ภาคประธานและภาคเเสดงน้ีอาจมบี ทขยาย เพื่อทาให้ -
ประโยคมคี วามหมายชัดเจนมากขนึ้ อีกประการหน่งึ เลา่ การวดั และประเมินผล
-261- แบบประเมินการทางานกลุ่ม
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ แนวคาตอบ
ด้านความรู้ ไม่สมบรู ณ์ เพราะเปน็ กลุม่ คา

นักเรียนสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งของประโยคสามัญ แถบขอ้ ความที่ 2
ได้ถูกต้อง
ทักษะและกระบวนการ พระบรมราโชวาทพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว

นกั เรยี นสามารถแตง่ ประโยคสามญั ได้ถกู ตอ้ ง แนวคาตอบ
สมบรู ณ์
ดา้ นคุณลักษณะ
1. ใฝ่เรยี นรู้ ๒. นกั เรยี นและครูร่วมกันทบทวนความรเู้ รอ่ื งคา กลุ่มคาและ
2. มุง่ ม่ันในการทางาน โครงสร้างประโยคความเดียวทีเ่ คยเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๒
ซงึ่ ในชนั้ มธั ยมศกึ ษาที่ท่ี ๓ น้จี ะเรียนประโยคในระดบั ที่ยากข้ึนคือ
สมรรถนะที่ต้องการใหเ้ กิดกับผูเ้ รยี น ประโยคซับซ้อน
1. การส่ือสาร ขั้นสอน
2. การคดิ ข้ันสูง

261

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๕ : ลขิ ติ สารงานแบบพิมพ์ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑5 เวลา ๑ ชัว่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง เนน้ ใช้หลากภาษา (๑) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๓
-262- ๑. ครูและนักเรยี นพูดคุยกันถึงเรือ่ ง ความหมายของ
ประโยค
๒. ครูอธบิ ายความหมายของประโยคสามัญให้นกั เรีย นฟัง
พรอ้ มยกตัวอย่างประโยค เช่น นกบนิ ฉันกินขา้ ว ขึ้นบนกระดาน
หน้าชน้ั เรยี น
๓. นกั เรยี นยกตัวอย่างประโยคงา่ ย ๆ ทใี่ ช้ในชีวิตประจาวนั
คนละ ๑ ประโยค ครูเขยี นข้นึ บนกระดาน
4. ครูสรุปความร้เู รอ่ื งประโยคสามัญร่วมกับนักเรียนอีกหน่งึ
ครัง้ เพอื่ เป็นการทบทวน
5. นักเรียนทากจิ กรรมกลุม่ “จบั คาทาประโยค” ดังน้ี
5.๑ นกั เรียนแบ่งกลุม่ ออกเป็น ๔ กล่มุ กลุ่มละเทา่ ๆ กนั
(กลมุ่ สามารถปรบั ได้ตามความเหมาะสม)
5.๒ นักเรียนแต่กลมุ่ รว่ มกันแตง่ ประโยคสามญั ใหไ้ ด้มาก
ทส่ี ดุ ภายในเวลา ๒ นาที
5.๓ นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนนาเสนอผลงานหนา้ ช้ัน
เรียน
5.๔ ครแู ละนักเรียนภายในห้องร่วมกันตรวจสอบคว าม
ถูกต้อง และแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ในส่วนทีผ่ ิด
ข้ันสรุป

262

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๕ : ลิขิตสารงานแบบพิมพ์ แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑5 เวลา ๑ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย เรอ่ื ง เนน้ ใช้หลากภาษา (๑) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
รายวิชา ภาษาไทย ๓
ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้ โดยวิธกี ารถาม -ตอบ ดงั น้ี
คาถามกระตุ้นความคดิ
- ประโยคสามัญคอื อะไร
- โครงสรา้ งของประโยคสามัญประกอบไปดว้ ยอะไรบา้ ง
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียนโดยให้อยูใ่ นดุลยพนิ จิ ของ
ครผู ูส้ อน)

-263-

263

แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม

คาช้ีแจง ใหค้ รูประเมินการทางานกลมุ่ ของนักเรียนตามรายการประเมนิ

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไมม่ กี ารกาหนด
สมาชกิ อย่างชดั เจน สมาชกิ ไมค่ รบถว้ น บทบาทหนา้ ท่ี

๒. การมสี ว่ นรว่ ม มีส่วนรว่ มในการ มสี ่วนรว่ มในการ มีสว่ นรว่ มในการ
ปฏบิ ตั งิ านกลมุ่ ปฏิบตั ิงานกล่มุ บา้ ง ปฏิบัติงานกลมุ่ นอ้ ย
มากหรือไม่มสี ่วนร่วม

๓. การรบั ฟังและแสดงความ รบั ฟังและแสดงความ รบั ฟังและแสดงความ รับฟังความคดิ เหน็
คดิ เหน็ คิดเห็นอย่างมีเหตผุ ล คิดเห็นอยา่ งมเี หตุผล ของผ้อู น่ื นอ้ ยมาก
และสรา้ งสรรค์อยา่ ง และสร้างสรรคเ์ ปน็ หรือไมร่ บั ฟังความ
สมา่ เสมอ บางคร้งั คิดเห็นผ้อู ื่น

๔. ความรบั ผิดชอบ รับผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ ับ รับผดิ ชอบงานท่ีไดร้ บั ไม่รับผดิ ชอบงานที่
มอบหมายและเสรจ็ มอบหมาย แต่เสรจ็ ไม่ ไดร้ ับมอบหมาย
ตามเวลาทกี่ าหนด ทนั ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนที่ได้/12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดมี าก
การแปลผลการประเมนิ ดี
พอใช้
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ปรับปรุง
รอ้ ยละ ๘๐ – ๑๐๐
ร้อยละ ๗๐ – ๗๙
ร้อยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

26-2464-

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑6

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๕ : ลขิ ิตสารงานแบบพิมพ์ เรอ่ื ง เนน้ ใช้หลากภาษา (๒) เวลา ๑ ชัว่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓. ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

-265- สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
ประโยครวม คือประโยคท่ีรวมเอาประโยคคว าม ขั้นนา ห้องสมุด

เดยี วต้ังแต่ ๒ ประโยคขน้ึ ไปมารวมกนั โดยใชส้ ันธานเป็น ๑. นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนความรู้เรื่องประโยค สอ่ื
ตัวเชื่อมแต่ก็สามารถแยกออกเปน็ ประโยคความเดยี วที่มี สามัญท่ีนกั เรียนเคยศึกษาในคาบเรียนท่ีผ่านมา -
ใจความสมบูรณไ์ ดเ้ หมอื นเดมิ โดยไมต่ ้องเพมิ่ สว่ นใดส่วน
หนึ่งในประโยค การเรยี นรู้ในเร่ืองประโยคความรวมจะทา ๒. นักเรียนสังเกตแถบขอ้ ความบนกระดานหน้าชั้นเรียน ภาระงาน/ชิน้ งาน
ให้ผูเ้ รยี น สามารถวเิ คราะหป์ ระโยคไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง แล้วรว่ มกนั พจิ ารณาข้อความข้างต้นวา่ มอี ะไรเหมือนหรือแตกต่าง -
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กนั อยา่ งไร
ด้านความรู้ แถบข้อความท่ี ๑ การวดั และประเมนิ ผล
แบบประเมนิ การทางานกล่มุ
นกั เรียนสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งของประโยครวม เด็กชายปรีชาน่งั ในห้องเรียน

ไดถ้ กู ต้อง แถบข้อความท่ี ๒
ทักษะและกระบวนการ
๑. นักเรียนสามารถจาแนกประเภทของประโยค เด็กชายปรชี าและเด็กชายสมชายนั่งในห้องเรยี น

รวมได้ถกู ตอ้ ง ๓. นักเรียนบอกความเหมอื นและความต่างของข้อความ
๒. นักเรียนสามารถแต่งประโยครวมได้ถกู ต้อง ครูเขยี นคาตอบขึ้นบนกระดาน แลว้ เชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนโดยการ
ดา้ นคุณลกั ษณะ ทากจิ กรรมกลมุ่
1. ใฝ่เรยี นรู้ ขน้ั สอน
2. มุ่งมัน่ ในการทางาน นักเรียนทากิจกรรมกลุ่ม “จับสามัญทาประโยครวม” ดงั นี้

265

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๕ : ลขิ ิตสารงานแบบพิมพ์ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑6 เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เร่ือง เนน้ ใช้หลากภาษา (๒) ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓
สมรรถนะท่ีต้องการใหเ้ กิดกับผู้เรยี น รายวิชา ภาษาไทย ๓.
- นักเรียนแบ่งกล่มุ ออกเป็น ๔ กลุ่ม กล่มุ ละเทา่ ๆ กัน
1. การสื่อสาร (กล่มุ สามารถปรับไดต้ ามความเหมาะสม) ใหร้ ่วมกนั ทากจิ กรรม
2. การคิดขน้ั สูง การแต่งประโยคตามประเภทประโยครวม
- นกั เรยี นแต่ละกลุม่ นาเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น และ
-266- อธิบายประเดน็ ความรู้เพิ่มเติมเพื่อใหเ้ พอื่ นนักเรียนในชน้ั เรยี น
เขา้ ใจยง่ิ ข้ึน

ข้นั สรปุ
นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้โดยครูใหค้ าแนะนาเพ่ิมเติม

ดว้ ยวิธกี ารถาม - ตอบ ดงั นี้
- ประโยครวมคืออะไร
- โครงสรา้ งของประโยครวมประกอบไปดว้ ยอะไรบา้ ง
- ลักษณะของประโยครวมเปน็ อยา่ งไร

266

แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม

คาชีแ้ จง ให้ครูประเมนิ การทางานกลมุ่ ของนกั เรยี นตามรายการประเมนิ

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

๑. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ ไมม่ ีการกาหนด
สมาชิกอยา่ งชดั เจน สมาชิกไม่ครบถว้ น บทบาทหนา้ ท่ี

๒. การมสี ว่ นร่วม มีสว่ นรว่ มในการ มสี ่วนรว่ มในการ มีสว่ นรว่ มในการ
ปฏิบัติงานกลุ่ม ปฏบิ ตั ิงานกล่มุ บา้ ง ปฏิบัตงิ านกลุ่มนอ้ ย
มากหรือไม่มสี ่วนร่วม

๓. การรบั ฟังและแสดงความ รบั ฟังและแสดงความ รับฟังและแสดงความ รับฟงั ความคดิ เหน็
คดิ เหน็ คิดเห็นอยา่ งมีเหตผุ ล คิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ล ของผู้อื่นนอ้ ยมาก
และสร้างสรรค์อย่าง และสรา้ งสรรค์เป็น หรือไมร่ บั ฟงั ความ
สม่าเสมอ บางครั้ง คดิ เห็นผ้อู น่ื

๔. ความรับผิดชอบ รบั ผิดชอบงานที่ได้รับ รบั ผิดชอบงานทไ่ี ด้รบั ไม่รับผดิ ชอบงานท่ี
มอบหมายและเสรจ็ มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไม่ ไดร้ บั มอบหมาย
ตามเวลาทีก่ าหนด ทันตามกาหนด

* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนที่ได/้ 12) x ๑๐๐ การแปลผล
ดมี าก
การแปลผลการประเมนิ ดี
พอใช้
เกณฑ์ของระดับคะแนน ปรับปรุง
ร้อยละ ๘๐ – ๑๐๐
รอ้ ยละ ๗๐ – ๗๙
ร้อยละ ๕๐ – ๖๙
รอ้ ยละ ๐ – ๔๙

26-7267-


Click to View FlipBook Version