กฎหมายที่ ความรบั ผิดชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการส่งั /อนุมตั ิ/ หน่วยงาน
เกีย่ วข้อง ในฐานะ ผวจ. อนุญาต/แนวทางปฏิบัติหรือการดำเนนิ การ รับผิดชอบ
ในพนื้ ที่
ล ง วั น ท่ี 2 3 ว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน
พฤษภาคม 2561 การจา่ ยเงิน การเก็บรกั ษาเงิน และการนำเงิน
ส่งคลัง พ.ศ. 2562
- ร ะ เ บ ี ย บ ปฏิบัติราชการแทน มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในการขาย สำนักงาน
กระทรวง การคลัง ปลัดกระทรวง พัสดุที่จัดซื้อโดยงบประมาณของสำนักงาน จังหวดั
ว่าด้วยการจัดซื้อ มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และได้จัดสรรไปให้
จัดจ้างและการ จังหวัดใช้ในราชการ และเมื่อได้ดำเนินการ
บร ิ หารพ ั สดุ ขายพัสดุเสร็จสิ้นแล้ว ให้รายงานผล
ภาครัฐ พ.ศ. รายละเอียดของพัสดุที่ขายให้สำนักงาน
2560 ขอ้ 215 ปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบดว้ ย
- คำสั่งสำนักงาน
ปลัด กระทรวง
มหาดไทย ท่ี
989/2561
ล ง ว ั น ที่ 3 0
พฤษภาคม 2561
- ร ะ เ บ ี ย บ ปฏิบัติราชการแทน มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในการ สำนักงาน
กระทรวง การคลัง ปลัดกระทรวง อนุมัติให้เบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการ จงั หวดั
ว่าด้วยการเบิก มหาดไทย บริหารงานของสำนักงานจังหวัดตามความ
ค่าใช้จ่ายในการ จำเป็น เหมาะสม และประหยัด ทั้งนี้ ผู้ว่า
บริหารงานส่วน ราชการจังหวัด อาจมอบให้รองผู้ว่าราชการ
ราชการ พ.ศ. จังหวัดหรือหัวหน้าสำนักงานจังหวัด เป็นผู้
2553 ปฏิบัติราชการแทนก็ได้ โดยให้รายงาน
- หนังสอื กระทรวง ปลัดกระทรวงมหาดไทยดว้ ย
การคลัง ที่ กค - แกไ้ ขเพิม่ เติมคำสัง่ สำนักงานปลดั กระทรวง
0406.4/ว 96 มหาดไทย ท่ี 1074/2561 ลงวนั ที่ 13
ลงวันที่ 16 มิถนุ ายน 2561 ดังน้ี
กนั ยายน 2553 1. วรรค 2 จาก “ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการ
- คำสั่งสำนักงาน จังหวัดสามารถมอบอำนาจต่อได้ตาม
ปลัด กระทรวง กฎหมาย โดยให้รายงานปลัดกระทรวง
มหาดไทย มหาดไทย ทราบด้วย” เป็น “ทั้งน้ี ผู้ว่า
ที่ 1073/2561 ราชการจังหวัดสามารถมอบอำนาจต่อให้รอง
ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหัวหน้าสำนักงาน
386
กฎหมายท่ี ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการส่งั /อนุมัต/ิ หนว่ ยงาน
เกย่ี วข้อง ในฐานะ ผวจ. อนุญาต/แนวทางปฏบิ ตั ิหรอื การดำเนินการ รับผิดชอบ
ในพืน้ ที่
ล ง ว ั น ท่ี 1 3 ปฏิบัติราชการแทน โดยให้รายงาน
มถิ ุนายน 2561 ปลดั กระทรวงมหาดไทย ทราบด้วย”
- คำสั่งสำนักงาน 2. นอกจากที่แก้ไขเพิ่มเติมตามข้อ 1. ให้
ปลัดกระทรวง คงเป็นไปตามคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวง
มหาดไทย ท่ี มหาดไทย ที่ 1074/2561 ลงวันที่ 13
1265/2561 มิถุนายน 2561 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้ว่า
ล ง ว ั น ท่ี 1 2 ราชการจังหวัดปฏิบตั ริ าชการแทนปลัดกระทรวง
กรกฎาคม 2561 มหาดไทย
-ระเบียบกระทรวง ปฏิบัติราชการแทน มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งการ สำนกั งาน
การคลังว่าด้วย ปลัดกระทรวง อนุญาต การปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินการ จังหวัด
ค่าใช้จ่ายในการ มหาดไทย อื่นใดในเรื่องกฎหมาย มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่าง
ฝึกอบรมการจัด อื่นแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยในการ
งานและการ ดำเนินการอนุมัติโครงการหรือการฝึกอบรม
ประชุมระหว่าง ที่ส่วนราชการเปน็ ผู้จัดหรือจดั ร่วมกับหน่วยงานอนื่
ประเทศ พ.ศ. และการพิจารณาอนุมัติในการจัดงาน
2549 และ ตามแผนงาน โครงการ ตามภารกจิ ปกติ หรือตาม
ทีแ่ กไ้ ขเพิ่มเติม นโยบายของทางราชการให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่าย
- คำสั่งสำนักงาน เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสม
ปลัดกระทรวง และประหยัด ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถ
ม ห า ด ไ ท ย ที่ มอบอำนาจต่อได้ตามกฎหมาย โดยให้รายงาน
1074/2561 ปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบดว้ ย
ล ง ว ั น ที่ 1 3
มิถุนายน 2561
ข้อพึงระวัง
-
หน่วยงานส่วนกลางทรี่ บั ผิดชอบ สำนัก/กอง
กลุ่มงานการเงิน กองคลัง สป.
เบอร์ติดตอ่ : 08 9897 9260
387
ระบบคน
กองการเจ้าหน้าท่ี
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
1. ประเดน็ การมอบอำนาจ
สรปุ สาระสำคัญตามประเดน็
1.1 การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
มหาดไทยในการแต่งต้ังผูร้ ักษาราชการแทนผ้วู า่ ราชการจงั หวดั เป็นไปตามมาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 40
และมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
และพระราชกฤษฎกี าว่าดว้ ยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550
1.2 การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
มหาดไทยในการบริหารงานบุคคล ในการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด
และการสั่งให้ข้าราชการรักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานหรือกลุ่มของสำนักงานจังหวัด
เปน็ ไปตามมาตรา 38 และมาตรา 47 แหง่ พระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 มาตรา 57 และมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และพระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550
กฎหมายที่ ความรบั ผิดชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสั่ง/อนุมตั /ิ อนญุ าต/ หนว่ ยงาน
เก่ียวข้อง ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัตหิ รือการดำเนินการ รับผดิ ชอบ
ในพ้ืนท่ี
1. พระราชบัญญัติ การบรหิ าร การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผู้ว่า สำนักงาน
ระเบียบบริหารราชการ ทรัพยากรบุคคล ราชการจังหวัด จงั หวัด
แผน่ ดินพ.ศ. 2534 (การมอบอำนาจ) การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
และท่แี ก้ไขเพม่ิ เตมิ ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
2. พระราชกฤษฎีกาวา่ มหาดไทย ในการแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการ
ด้วยการมอบอำนาจ จังหวัด และปลัดจังหวัด ตามลำดับ
พ.ศ. 2550 และ เป็นผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการ
ท่แี กไ้ ขเพิ่มเติม จังหวัด ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง
3. คำสั่งกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจ
มหาดไทยที่ 889/2560 ปฏิบัติราชการได้ โดยในการแต่งตั้งรอง
ลงวันที่ 1 มิถุนายน ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รักษาราชการ
2560 เรื่อง การมอบ แทน ใหพ้ ิจารณาแตง่ ต้ังเรียงลำดบั อาวุโส
อำนาจให้ผู้ว่าราชการ ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
จังหวัดปฏิบัติราชการ หรือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ เมื่อได้
แทนปลั ดกระทรวง
388
กฎหมายท่ี ความรับผิดชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสงั่ /อนุมตั /ิ อนญุ าต/ หน่วยงาน
เกี่ยวข้อง ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ัตหิ รือการดำเนินการ รับผดิ ชอบ
ในพนื้ ท่ี
มหาดไทยในการ ดำเนินการแล้ว ให้รายงานปลัดกระทรวง
แต่งตั้งผู้รักษาราชการ มหาดไทย เพอื่ ทราบทุกครัง้
แทนผู้วา่ ราชการจงั หวดั
1. พระราชบัญญัติ การบรหิ าร การบริหารงานบุคคลของผู้ว่าราชการ สำนกั งาน
ระเบียบบริหารราชการ ทรพั ยากรบุคคล จงั หวัด จังหวัด
แผ่นดนิ พ.ศ. 2534 (การมอบอำนาจ) การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ
และทแี่ กไ้ ขเพ่ิมเติม จังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 มหาดไทยในการบรหิ ารงานบุคคล ดงั น้ี
2. พระราชบัญญัติ 1. การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน
ระเบียบข้าราชการ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ในกรณีที่ไม่มี
พลเรือน พ.ศ. 2551 ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัด
3. พระราชกฤษฎีกา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้มี
ว่าด้วยการมอบอำนาจ อำนาจแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ
พ.ศ. 2550 และ ในสังกัดสำนักงานจังหวัดและปฏิบัติ
ทแี่ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ หน้าที่ในสำนักงานจังหวัดนั้น เป็นผู้รักษา
4. คำสั่งสำนักงาน ราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด โดย
ปลัดกระทรวงมหาดไทย พิจารณาแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำ
ที่ 227/2556 กว่าตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญ
ลงวันที่ 14พฤษภาคม การ หรือตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับ
2556 เรื่อง การมอบ ชำนาญงาน ตามความเหมาะสมหรือ
อำนาจการบริหาร เรียงลำดับอาวุโสตามระเบียบแบบแผน
งานบุคคลให้กับผู้ว่า ของทางราชการ
ราชการจงั หวัด 2. การสั่งให้ข้าราชการรักษาการ
ในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานหรือกลุ่มของ
สำนักงานจังหวัดในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรง
ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานหรอื กลุ่ม หรือมี
แต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้มีอำนาจ
ในการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ
ในสังกัดสำนักงานจังหวัดและปฏิบัติ
หน้าที่ในสำนักงานจังหวัดนั้น เป็นผู้
389
กฎหมายท่ี ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการส่ัง/อนุมตั ิ/อนญุ าต/ หน่วยงาน
เกี่ยวข้อง ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ตั ิหรือการดำเนินการ รับผดิ ชอบ
ในพืน้ ที่
รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงาน
หรือกลุ่ม โดยพิจารณาสั่งจากผู้ดำรง
ตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภท
วิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่ง
ประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน ตาม
ความเหมาะสมหรือเรียงลำดับอาวุโสตาม
ระเบียบแบบแผนของทางราชการ
ท้ังน้ี ใหน้ ำเรียนปลัดกระทรวงมหาดไทย
ทราบทุกครั้งที่มีคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการ
ตามขอ้ 1 และ 2
ขอ้ พึงระวงั
ในประเดน็ การมอบอำนาจ ดังนี้
1. การจดั ทำคำส่ังรักษาราชการแทนผวู้ า่ ราชการจังหวดั
ตามมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่า ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรง
ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด
เป็นผูร้ ักษาราชการแทน ถ้าไมม่ ผี ู้ชว่ ยผู้ว่าราชการจังหวดั หรอื มีแตไ่ มอ่ าจปฏบิ ัติราชการได้ ใหป้ ลดั จงั หวัด
เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้วา่ ราชการจังหวัด หรือปลัดจังหวัดหลายคน
ให้ปลัดกระทรวงแต่งต้ังรองผู้วา่ ราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจงั หวัด หรือปลัดจังหวดั คนใดคนหนึ่ง
แล้วแต่กรณี เป็นผรู้ ักษาราชการแทน
กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งที่ 889/2560 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2560
มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวดั ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ในการแต่งตั้งรองผู้ว่า
ราชการจังหวัด และปลัดจังหวัดเป็นผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ในกรณีที่ไม่มีผู้ด ำรง
ตำแหนง่ ผวู้ ่าราชการจังหวดั หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ทง้ั น้ี ใหพ้ จิ ารณาแต่งตั้งโดยเรียงลำดับ
อาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ หรือตามความเหมาะสม เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว
ให้รายงานปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบทกุ ครง้ั
ดงั น้ัน การจดั ทำคำสงั่ รักษาราชการแทนผู้วา่ ราชการจังหวดั จะตอ้ งดำเนนิ การ ดงั น้ี
1.1 หวั คำส่ังจะตอ้ งเปน็ “คำสงั่ กระทรวงมหาดไทย” (มใิ ชค่ ำสงั่ จงั หวัด)
390
1.2 เนื้อหาคำสั่งจะต้องอ้างคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 889/2560
ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2560 ที่มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
มหาดไทย ระเบียบ และกฎหมายที่เกีย่ วขอ้ งใหค้ รบถว้ น
1.3 การลงนามจะต้องเป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย” เนื่องจากเปน็ อำนาจของปลัดกระทรวง (มาตรา 56) โดยได้มีการมอบอำนาจให้
ผ้วู า่ ราชการจงั หวัด
1.4 เลขคำสั่งจะตอ้ งออกเลขท่ีกองกลาง สป.
แตอ่ ยา่ งไรก็ดี จังหวดั อาจออกเป็นคำส่งั จังหวดั และลงนามโดยผู้ว่าราชการ
จังหวัดได้ โดยออกเลขคำสั่งที่จังหวัด ทั้งนี้ ต้องอ้างคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 889/2560 ลงวันท่ี
1 มิถุนายน 2560 ที่มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย
ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ส่วนกรณีการออกคำส่ังจะระบุเป็นคำส่ังของหน่วยงานใด
ใหด้ ูฐานอำนาจของผู้มอี ำนาจในการออกคำสงั่
นอกจากนี้ ในการจัดทำคำสั่งรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 56
บัญญัติให้ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดจังหวัด เป็นผู้รักษา
ราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจ
ปฏิบัติราชการได้ ดังนั้น หากเป็นตำแหน่งนอกเหนือจากนี้ ให้จัดทำประกาศจังหวัดการจัดลำดับ
อาวโุ สทางราชการของหวั หนา้ ส่วนราชการประจำจงั หวัดเพ่ือประกอบการแต่งต้ังผรู้ ักษาราชการแทน
ผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผวู้ ่าราชการจังหวัด รองผูว้ ่าราชการจังหวัด และปลัดจังหวัด
หรอื มีแต่ไมอ่ าจปฏบิ ัติราชการได้
2. การจัดทำคำส่งั รักษาราชการแทนหวั หน้าสำนักงานจงั หวัด
ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2534 บัญญัติว่า ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขานุการกรมตามมาตรา 33 วรรคหน่ึง
หรือหัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา 33 วรรคสอง (ผู้อำนวยการกอง หัวหน้ากอง หัวหน้าส่วน
ราชการที่มีชื่ออย่างอื่นที่เทียบเท่าผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้ากอง) หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการ
ได้ ให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการในกรมคนหนึ่งซึ่งดำรงตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากองหรือเทียบเท่า
เปน็ ผรู้ กั ษาราชการแทน...
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งที่ 227/2556 ลงวันท่ี
14 พฤษภาคม 2564 มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจงั หวัดปฏิบตั ริ าชการแทนปลดั กระทรวงมหาดไทย
ในการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้า
สำนักงานจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัด
สำนักงานจังหวัดและปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานจังหวดั นั้น เป็นผู้รักษาราชการแทนหัวหนา้ สำนักงาน
จังหวัด โดยพิจารณาจากผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่ง
391
ประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน ตามความเหมาะสมหรือเรียงลำดับอาวุโสตามระเบียบแบบแผน
ของทางราชการ
ดังนั้น การจัดทำคำสั่งรักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัด จะต้อง
ดำเนินการ ดังน้ี
2.1 หัวคำสั่งจะตอ้ งเปน็ “คำสั่งสำนกั งานปลัดกระทรวงมหาดไทย” (มใิ ช่
คำสัง่ จังหวดั )
2.2 เนื้อหาคำสั่งจะต้องอ้างคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ท่ี 227/2556 ลงวนั ท่ี 14 พฤษภาคม 2556 ที่มอบอำนาจใหผ้ ้วู า่ ราชการจังหวัดปฏิบตั ิราชการแทน
ปลดั กระทรวงมหาดไทย ระเบยี บ และกฎหมายทเี่ กย่ี วข้องใหค้ รบถว้ น
2.3 การลงนามจะต้องเป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย” เนื่องจากเป็นอำนาจของปลัดกระทรวง (มาตรา 47) โดยได้มีการมอบอำนาจ
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
2.4 เลขคำสั่งจะตอ้ งออกเลขท่กี องกลาง สป.
แตอ่ ยา่ งไรก็ดี จังหวดั อาจออกเป็นคำส่งั จังหวัดและลงนามโดยผู้ว่าราชการ
จังหวัดได้ โดยออกเลขคำสั่งที่จังหวัด ทั้งนี้ ต้องอ้างคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ที่ 227/2556 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 ทม่ี อบอำนาจใหผ้ ู้วา่ ราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระเบียบ และกฎหมายที่เกีย่ วขอ้ งใหค้ รบถ้วน ส่วนกรณีการออกคำส่ังจะระบุ
เปน็ คำสั่งของหน่วยงานใดใหด้ ฐู านอำนาจของผมู้ ีอำนาจในการออกคำสง่ั
3. การจัดทำประกาศจงั หวัดเรอื่ งการจดั เรยี งลำดบั อาวโุ ส
สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญนน้ั มไิ ด้มีระเบยี บแบบแผนในการจัดลำดับ
อาวุโสไว้ชัดเจน แต่สำนักงาน ก.พ. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าน่าจะจัดลำดับอาวุโสในราชการของ
ข้าราชการดังกล่าวได้ตามลำดบั ดังนี้ (ตามหนังสือสำนกั งาน ก.พ. ที่ นร 0604/1184 ลงวันที่ 17
ตลุ าคม 2529)
3.1 ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่า ถือว่า
ผนู้ ้นั อาวุโสกว่า
3.2 ถ้าเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งในระดับเดียวกัน ผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ดำรง
ตำแหน่งในระดบั นั้นก่อน ถอื วา่ ผนู้ น้ั อาวุโสกว่า
3.3 ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกันพร้อมกัน
ผูใ้ ดไดร้ บั เงินเดือนมากกวา่ ถอื วา่ ผนู้ ้นั อาวโุ สกว่า
3.4 ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับเงนิ เดือนเท่ากัน ผู้ใดมีอายุราชการมากกว่าถือวา่ ผ้นู ้ัน
อาวโุ สกวา่
3.5 ถ้าเป็นผู้ที่มีอายุราชการเท่ากัน ผู้ใดได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ในชนั้ สงู กว่าถือวา่ ผูน้ ้ันอาวุโสกว่า
392
3.6 ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในชั้นเดียวกัน ผู้ใดได้รับ
เครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณช์ น้ั นั้นก่อนให้ถือว่าผู้น้นั อาวุโสกวา่
3.7 ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในชั้นเดียวกันพร้อมกัน ผู้ใด
มอี ายุแก่กวา่ ให้ถอื ว่าผนู้ ัน้ อาวโุ สกวา่
ทั้งนี้ ตามมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่า ...ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการ
ประจำจังหวัดซึ่งมอี าวุโสตามระเบยี บแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รกั ษาราชการแทน
4. การจัดทำคำสั่งรกั ษาการในตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการกลมุ่ งาน
ตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 บัญญัติว่า ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญว่าลง หรือผู้ดำรงตำแหน่ง
ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ และเป็นกรณีที่มิได้บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร
ราชการแผ่นดิน ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการ
พลเรอื นท่ีเหน็ สมควรรกั ษาการในตำแหนง่ นัน้ ได้
ประกอบกับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่ง ที่ 227/2556
ลงวันท่ี 14 พฤษภาคม 2556 มอบอำนาจการบริหารงานบุคคลให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในการส่ัง
ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดสำนักงานจังหวัดและปฏิบัติหน้าที่ในสำนั กงานจังหวัดนั้น
เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานของสำนักงานจังหวัด ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการกลุ่มงาน หรือมีแตไ่ ม่อาจปฏบิ ตั ิราชการได้ โดยพิจารณาส่ังจากผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกวา่
ตำแหนง่ ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหนง่ ประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน ตามความ
เหมาะสมหรือเรียงลำดับอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และให้นำเรียนปลัดกระทรวง
มหาดไทยทราบทุกครงั้ ที่มีคำส่ัง
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการสั่งให้ข้าราชการรักษาการ
ในตำแหน่งตามนัยมาตรา 57 (11) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
เพียงแต่คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ 227/2556 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2556
กำหนดแนวทางเพิ่มเติมให้มีความชัดเจน คือ กำหนดให้เฉพาะข้าราชการในสังกัดสำนักงานจังหวัด
ผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่งประเภททั่วไป
ระดับชำนาญงานตามความเหมาะสมหรือเรียงลำดับอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
เป็นผรู้ ักษาการในตำแหนง่
ดังนั้น ในกรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานของสำนักงานจังหวัด
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามนัยมาตรา 57 (11)
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกับคำสั่งสำนักงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ 227/2556 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 สั่งให้ (ไม่ใช่แต่งตั้ง)
393
ข้าราชการในสังกัดสำนักงานจังหวัดผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ
หรือตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงานตามความเหมาะสมหรือเรียงลำดับอาวุโสตามระเบียบ
แบบแผนของทางราชการ เปน็ ผู้รักษาการในตำแหนง่ ผู้อำนวยการกลุม่ งาน โดยคำสง่ั ที่ออก เป็นคำสั่ง
จังหวัด และให้ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ลงนามในคำสงั่ น้ัน
หน่วยงานส่วนกลางทร่ี บั ผิดชอบ สำนกั /กอง
กลุม่ งานวางแผนอตั รากำลงั กองการเจา้ หนา้ ที่ สป.
เบอร์ติดต่อ : 0 2223 8790
2. ประเด็น การสรรหาและเลือกสรร
สรุปสาระสำคญั ตามประเดน็
การสรรหาและเลือกสรรบคุ คลเพื่อจ้างเปน็ พนักงานราชการเป็นไปตามข้อ 10
แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรวี ่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 9
และขอ้ 10 แห่งประกาศคณะกรรมการบรหิ ารพนกั งานราชการ เรอ่ื ง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข
การสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการและแบบสัญญาจ้างพนักงานราชการ พ.ศ. 2552
ประกอบกับได้มีการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย
ในการบริหารพนักงานราชการเกย่ี วกับการสรรหาและการเลอื กสรรบุคคลเพ่ือจ้างเปน็ พนักงานราชการ
กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้อง ความรับผิดชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการส่ัง/อนมุ ตั ิ/อนุญาต/ หน่วยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัติหรือการดำเนนิ การ รับผิดชอบ
ในพื้นท่ี
1. พระราชบัญญัติ การบริหาร การสรรหาและเลือกสรรพนักงาน สำนกั งาน
ระเบียบบริหารราชการ ทรพั ยากรบุคคล ราชการ จังหวดั
แผ่นดิน พ.ศ. 2534 (การสรรหา การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
และที่แก้ไขเพิ่มเติม และเลือกสรร) ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระ ทรว ง
(ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 มหาดไทยในการบริหารงานพนักงาน
2. พระราชกฤษฎีกา ราชการเกี่ยวกับการสรรหาและการ
ว่าด้วยการมอบอำนาจ เลือกสรรบุคคลเพื่อจ้างเป็นพนักงาน
พ.ศ. 2550 ราชการ ดังนี้
3. ระเบียบสำนักนายก 1. การแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา
รฐั มนตรวี ่าดว้ ยพนกั งาน และเลือกสรรพนักงานราชการ และมอี ำนาจ
ราชการพ.ศ. 2547 หน ้ าท ี ่ ดำเน ิ น การส รร ห าแล ะเลื อ กส ร ร
4. ประกาศคณะ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
กรรมการบริหาร ท่กี ำหนดในประกาศรับสมัคร
พนักงานราชการ 2. การสรรหาและเลือกสรรพนักงาน
เรื่อง หลัก เ ก ณ ฑ์ ราชการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
394
กฎหมายทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ความรบั ผิดชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสัง่ /อนุมตั ิ/อนญุ าต/ หนว่ ยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัตหิ รือการดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
ในพนื้ ที่
วิธีการ และเงื่อนไข ตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงาน
การสรรหาและการ ราชการ เร่ือง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไข
เลือกสรรพนักงาน การสรรหาและการเลือกสรรพนักงาน
ราชการและแบบ ร า ช ก า ร แ ล ะ แ บ บ สั ญ ญ า จ ้ า ง พ น ั ก ง า น
สัญญาจ้างพนักงาน ราชการ พ.ศ. 2552 ข้อ 6 และที่เพิ่มเติม
ราชการ พ.ศ. 2552 ต า ม ท่ี ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร บ ร ิ ห า ร พ น ั ก ง า น
5. คำสั่งสำนักงาน ราชการกำหนด
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ 3. การจัดจ้างพนักงานราชการ
๑๘๓/๒๕๕๖ลงวันท่ี ๕ ในตำแหน่งที่ว่างเพิ่ม จากบัญชีผู้ผ่าน
เมษายน ๒๕๕๖ เร่ือง การ เ ล ื อกส ร ร พน ั ก งา น ร าช กา ร ท ี ่ ย ั ง ไ ม่
การมอบอำนาจการ หมดอายุ ทั้งนี้ โดยต้องเป็นตำแหน่งว่าง
บรหิ ารงานบุคคล ในงานลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน
ของพนักงานราชการ เทา่ น้ัน
4. การใช้บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร
พนักงานราชการของส่วนราชการอ่ืน
ในกรณีที่ส่วนราชการมีตำแหน่งว่าง
และไม่มีบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรพนักงาน
ราชการ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงลักษณะงาน
ท่เี หมือนกนั หรือคล้ายคลงึ เทา่ นน้ั
หนว่ ยงานสว่ นกลางทร่ี ับผิดชอบ สำนกั /กอง
กลุ่มงานสรรหาและประเมินบคุ คล กองการเจา้ หนา้ ที่ สป.
เบอร์ติดตอ่ : 0 2223 9353
3. ประเดน็ การบรรจแุ ละแต่งตั้ง
สรปุ สาระสำคญั ตามประเด็น
3.1 การทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่าง
ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ เป็นไปตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้ข้าราชการผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ ไม่ว่าโดยการสอบแข่งขัน
ตามมาตรา 53 หรือการคัดเลือกตามมาตรา 55 ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและให้ได้รับการ
พัฒนาเพื่อให้รู้ระเบียบแบบแผนของทางราชการและเป็นข้าราชการที่ดี ตามที่กำหนดใน กฎ ก.พ.
395
ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าท่ี
ราชการ พ.ศ. 2553
3.2 การแต่งตัง้ (ยา้ ย) ขา้ ราชการ
3.2.1 มาตรา 57 (11) แหง่ พระราชบญั ญัติระเบยี บข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง และมีอำนาจแต่งตั้ง
(ย้าย) ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาคให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ
(มาตรา ๕๗ (9) แหง่ พระราชบัญญัตริ ะเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551) และตำแหน่งประเภท
วิชาการ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ชำนาญงาน
และอาวโุ ส (มาตรา ๕๗ (10) แห่งพระราชบญั ญัตริ ะเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551)
3.2.2 มาตรา 63 วรรคหน่งึ แห่งพระราชบญั ญตั ริ ะเบียบขา้ ราชการพลเรอื น
พ.ศ. 2551 การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ข้าราชการพลเรือนสามญั ในหรือต่างกระทรวงหรือกรม แลว้ แต่กรณี ใหเ้ ปน็ ไปตามทก่ี ำหนดในกฎ ก.พ.
3.3 การออกจากราชการของขา้ ราชการ
3.3.1 มาตรา 57 (11) แหง่ พระราชบญั ญัติระเบียบขา้ ราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 กำหนดใหผ้ ูว้ ่าราชการจังหวัดเปน็ ผู้มอี ำนาจส่งั บรรจแุ ละแต่งตงั้ ตำแหน่งประเภทวชิ าการ
ระดับชำนาญการพิเศษ (มาตรา ๕๗ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551) และตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ตำแหน่งประเภททั่วไป
ระดับปฏิบัติงาน ชำนาญงาน และอาวุโส (มาตรา ๕๗ (10) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรอื น พ.ศ. 2551)
3.3.2 การออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ เป็นไปตาม
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กรณีดังนี้ มาตรา 109 ออกจากราชการ
และได้รับอนุญาตให้ลาออก มาตรา 110 ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และ มาตรา 111 ออกจากราชการเพ่อื ไปรับราชการ
ทหารตามกฎหมายว่าดว้ ยการรับราชการทหาร
3.4 การบรรจุและแต่งตั้งลูกจ้างประจำเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง
วา่ ดว้ ยลูกจ้างประจำของสว่ นราชการ พ.ศ. 2537 กรณดี งั น้ี
3.4.1 ข้อ 15 การบังคบั บัญชาลกู จา้ งประจำ
3.4.2 ข้อ 17 การปรับระดับชั้นงานของตำแหน่งลูกจ้างประจำ
จากระดับ 1 เป็นระดับ 2 หรือจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 หรือจากระดบั 3 เป็นระดับ 4 เมื่อผู้ดำรง
ตำแหน่งมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้สำหรับตำแหน่งที่สูงกว่า ทั้งน้ี
ไมเ่ กินระดับสูงสดุ ในแต่ละสายงาน (ช่อื ตำแหน่ง) ทีส่ ำนักงาน ก.พ. กำหนด
396
3.4.3 ข้อ 19 การบรรจุลูกจ้างประจำผู้ไปรับราชการทหารตามกฎหมาย
ว่าด้วยการรับราชการทหาร และพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหายกลับเข้ารับราชการ
ตามเดมิ ภายใน 180 วัน
3.4.4 ข้อ 20 การบรรจุและแต่งตั้งลูกจ้างประจำผู้ออกจากราชการไป
แลว้ กลับเขา้ รับราชการ
3.4.5 ขอ้ 21 การให้ลูกจ้างประจำออกจากราชการเนื่องจากขาดคุณสมบตั ิ
3.5 การออกจากราชการของลูกจ้างประจำเป็นไปตามระเบียบกระทรวง
การคลงั ว่าด้วยลูกจ้างประจำของสว่ นราชการ พ.ศ. 2537 กรณี ดังนี้
3.5.1 ข้อ 58 การพจิ ารณาและอนุญาตใหล้ กู จา้ งประจำลาออก
3.5.2 ข้อ 59 การสั่งให้ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหาร
ตามกฎหมายวา่ ด้วยการรับราชการทหารและเปลีย่ นแปลงคำสง่ั กรณีจะตอ้ งถกู ส่ังใหอ้ อกจากราชการ
ด้วยเหตุอืน่ อยกู่ ่อนไปรบั ราชการทหาร
3.5.3 ข้อ 60 การสั่งให้ออกจากราชการเพอื่ รบั บำเหน็จ
3.5.4 ข้อ 61 การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและสั่งให้ออกจาก
ราชการด้วยเหตุหย่อนความสามารถในอันที่จะต้องปฏิบัติหน้าท่ี ของตนบกพร่องในหน้าที่ราชการ
หรือประพฤตติ นไมเ่ หมาะสมกับตำแหน่งหนา้ ท่ี
3.5.5 ข้อ 62 การสั่งให้ลูกจ้างประจำออกจากราชการด้วยเหตุรับโทษ
จำคุกนอกจากน้ี ผูว้ า่ ราชการจงั หวดั จะเป็นผู้รบั รองประวัตกิ ารทำงาน และเวลาทวคี ณู ระหว่างประจำ
ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตที่ได้รับการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค
0504/30846 ลงวันท่ี 27 มถิ นุ ายน 2526
3.6 การทำสัญญาจ้างพนักงานราชการเป็นไปตามข้อ 11 แห่งระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ประกอบกับได้มีการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ
จังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยในการบริหารพนักงานราชการเกี่ยวกับการทำ
สัญญาจ้างพนกั งานราชการ
3.7 การสิ้นสุดสัญญาจ้างพนักงานราชการเป็นไปตามข้อ 29 และข้อ 30
แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ประกอบกับได้มีการมอบ
อำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลั ดกระทรวงมหาดไทยในการบริหารพนักงาน
ราชการเกย่ี วกบั การสิ้นสุดสัญญาจ้างพนักงานราชการ
397
กฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ความ อำนาจของ ผวจ.ในการสั่ง/อนมุ ตั /ิ อนุญาต/ หนว่ ยงาน
รบั ผิดชอบ
1. พระราชบัญญัติ ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ตั ิหรือการดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
ระเบยี บขา้ ราชการพล การบริหาร
เรือน พ.ศ. 2551 ทรพั ยากร ในพ้นื ที่
2. กฎ ก.พ. ว่าด้วย บคุ คล
การทดลองปฏิบตั ิ (การบรรจุ การทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและ สำนักงาน
หน้าทรี่ าชการและการ และแตง่ ตั้ง)
พัฒนาขา้ ราชการทอ่ี ยู่ การพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่าง จังหวัด
ระหวา่ งทดลองปฏบิ ตั ิ การบริหาร
หน้าทรี่ าชการ พ.ศ. ทรพั ยากรบคุ คล ทดลองปฏิบตั ิหน้าท่ีราชการ
2553 (การบรรจุ
และแตง่ ตั้ง) ผู้ว่าราชการจงั หวดั ในฐานผู้บังคับบัญชา
1. พระราชบัญญัติ
ระเบยี บขา้ ราชการพล ซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ (11)
เรอื นพ.ศ.2551
2. กฎ ก.พ. ว่าด้วย สำหรบั ข้าราชการสังกัดราชการบริหารส่วน
การย้าย การโอน หรือ
การเล่ือนข้าราชการ ภูมิภาคจะเป็น ผู้สั่งให้ข้าราชการผู้ที่มีผล
พลเรือนสามัญไป
แตง่ ตง้ั ใหด้ ำรง การประเมินทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ตำแหนง่ ขา้ ราชการพล
เรอื นสามัญตำแหน่ง ตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. ไม่ต่ำกว่า
ประเภททั่วไปในหรอื
ต่างกระทรวงหรือกรม มาตรฐานที่กำหนดรับราชการต่อไป แต่ถ้า
พ.ศ. 2564
3. กฎ ก.พ. ว่าดว้ ย ข้าราชการผู้นั้นมีผลการประเมินทดลอง
การยา้ ย การโอน หรือ
การเลอื่ นข้าราชการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการต่ำกว่ามาตรฐานท่ี
พลเรอื นสามัญไป
แต่งตั้งใหด้ ำรง กำหนด ก็จะเป็นผู้สั่งให้ข้าราชการผู้นั้น
ตำแหน่งขา้ ราชการพล
ออกจากราชการ
การแตง่ ต้งั (ยา้ ย) ขา้ ราชการ สำนักงาน
ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้มีอำนาจ จงั หวัด
สั่งบรรจุและแต่งตั้ง ออกคำสั่งแต่งตั้ง (ย้าย)
ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาคตำแหน่ง
ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ชำนาญ
การ และชำนาญการพิเศษ ประเภททั่วไป
ระดับปฏิบัติงาน ชำนาญงาน และอาวุโส
โดยพิจารณาจากคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในงาน
และประโยชนท์ ที่ างราชการจะได้รับ
398
กฎหมายที่เก่ียวข้อง ความ อำนาจของ ผวจ.ในการส่ัง/อนมุ ตั /ิ อนญุ าต/ หน่วยงาน
แนวทางปฏิบตั ิหรือการดำเนนิ การ รบั ผิดชอบ
รบั ผิดชอบ ในพืน้ ท่ี
ในฐานะ ผวจ. การออกจากราชการของขา้ ราชการ สำนักงาน
ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้มี จังหวัด
เรือนสามัญตำแหน่ง
อำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง ออกคำสั่งให้
ประเภทวชิ าการ ใน ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาคตำแหน่ง
ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ชำนาญการ
หรอื ต่างกระทรวงหรือ และชำนาญการพิเศษ ประเภททั่วไป
ระดับปฏิบัติงาน ชำนาญงาน และอาวุโส
กรม พ.ศ. 2564 ออกจากราชการ ตามมาตรา 109 มาตรา
110 หรือมาตรา 111 แหง่ พระราชบัญญัติ
1. พระราชบญั ญัติ การบรหิ าร ระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ระเบียบข้าราชการพล ทรัพยากร
เรือน พ.ศ. 2551 บุคคล
2. ระเบียบ ก.พ. (การบรรจุ
วา่ ด้วยการลาออกจาก และแต่งตั้ง)
ราชการของขา้ ราชการ
พลเรอื นสามัญ พ.ศ.
2551
3. กฎ ก.พ.ว่าดว้ ยการ
ส่ังใหข้ ้าราชการพล
เรอื นสามญั ออกจาก
ราชการกรณี
ขาดคุณสมบตั ิทัว่ ไป
หรือมีลักษณะต้องห้าม
กรณหี ยอ่ น
ความสามารถ
บกพร่องในหน้าที่ หรอื
ประพฤติตนไม่
เหมาะสม กรณมี ี
มลทนิ หรือมัวหมอง
และกรณีต้องรบั โทษ
จำคกุ ในความผิดที่ได้
กระทำโดยประมาท
หรอื ความผิดลหโุ ทษ
หรือต้องรบั โทษจำคุก
โดยคำสง่ั ของศาล พ.ศ.
2556
399
กฎหมายท่เี ก่ียวข้อง ความ อำนาจของ ผวจ.ในการส่ัง/อนมุ ตั /ิ อนุญาต/ หน่วยงาน
รบั ผดิ ชอบ แนวทางปฏบิ ตั หิ รือการดำเนินการ รับผดิ ชอบ
1. ระเบียบกระทรวง ในฐานะ ผวจ. ในพ้นื ท่ี
การคลงั ว่าดว้ ยลูกจ้าง การบริหาร
ประจำของสว่ น ทรพั ยากร การบรรจุและแต่งตั้งลกู จ้างประจำ สำนกั งาน
ราชการ บุคคล การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ จังหวดั
พ.ศ. 2537 (การบรรจุ
2. หนังสอื และแตง่ ตั้ง) จังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
กรมบญั ชกี ลาง ม ห า ด ไ ท ย ใ น ก า ร บ ร ร จ ุ แ ล ะ แ ต ่ ง ตั้ ง
ท่ี กค 0420/ว 370 การบริหาร ลูกจา้ งประจำ ดังน้ี
ลงวนั ที่ 5 สงิ หาคม ทรพั ยากร
2562 เรือ่ ง บุคคล 1. การปรับระดับชั้นงานของตำแหน่ง
หลักเกณฑก์ ารแต่งตั้ง ลูกจ้าง ประจำ จากระดับ 1 เป็นระดับ 2
ลกู จา้ งประจำไปดำรง หรือจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 หรือจากระดับ
ตำแหน่งใหม่ 3 เป็นระดับ 4 เมื่อผู้ดำรงตำแหน่ง
3. คำสง่ั สำนกั งาน ม ี ค ุ ณ ส ม บ ั ต ิ เ ฉ พ า ะ ต ำ แ ห น ่ ง ต า ม ที่
ปลัดกระทรวง กระทรวงการคลังกำหนดไว้สำหรับตำแหน่ง
มหาดไทย ที่สูงกว่า ทั้งนี้ ไม่เกินระดับสูงสุดในแต่ละ
ท่ี 421/2554 สายงาน (ชื่อตำแหน่ง) ที่สำนักงาน ก.พ.
ลงวันที่ 13 กนั ยายน กำหนด
2554 เรื่อง มอบ
อำนาจเกีย่ วกับ 2. การบงั คับบญั ชาลกู จ้างประจำ
ลกู จา้ งประจำ 3. การบรรจุลูกจ้างประจำผู้ไปรับ
4. คำสง่ั สำนักงาน ราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับ
ปลัดกระทรวง ราชการทหาร และพ้นจากราชการทหาร
มหาดไทย โดยไม่มีความเสียหายกลับเข้ารับราชการ
ท่ี 673/2555 ตามเดิมภายใน 180 วนั
ลงวนั ที่ 28 4. การบรรจุและแต่งตั้งลูกจ้างประจำผู้
พฤศจิกายน 2555 ออกจากราชการไปแล้วกลบั เข้ารบั ราชการ
เรอื่ ง แก้ไขคำส่ัง 5. การให้ลูกจ้างประจำออกจาก
มอบอำนาจเกย่ี วกับ ราชการเนอ่ื งจากขาดคณุ สมบตั ิ
ลกู จา้ งประจำ
1. ระเบียบ การออกจากราชการของลูกจ้างประจำ สำนกั งาน
กระทรวงการคลังวา่ การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ จงั หวดั
จังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
400
กฎหมายทเ่ี ก่ียวข้อง ความ อำนาจของ ผวจ.ในการส่ัง/อนุมตั /ิ อนุญาต/ หน่วยงาน
รบั ผดิ ชอบ แนวทางปฏิบัติหรือการดำเนินการ รบั ผดิ ชอบ
ด้วยลกู จ้างประจำของ ในฐานะ ผวจ. ในพ้นื ที่
ส่วนราชการ (การบรรจุ
พ.ศ. 2537 และแต่งต้ัง) มหาดไทยในการออกจากราชการของ
2. คำส่ังสำนกั งาน ลกู จ้างประจำ ดงั น้ี
ปลัดกระทรวง การบริหาร
มหาดไทย ทรัพยากร 1.การพิจารณาและอนุญาต
ท่ี 421/2554 บุคคล ให้ลกู จ้างประจำลาออกจากราชการ
ลงวันที่ 13 กันยายน (การบรรจุ
2554 เรื่อง มอบ และแตง่ ต้ัง) 2. การสั่งให้ออกจากราชการเพื่อไป
อำนาจเกี่ยวกับ รับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการ
ลูกจ้างประจำ รับราชการทหารและเปลี่ยนแปลงคำส่ัง
3. คำสงั่ สำนักงาน กรณีจะตอ้ งถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วย
ปลัดกระทรวง เหตุอื่นอยูก่ ่อนไปรับราชการทหาร
มหาดไทย
ท่ี 673/2555 3. การสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับ
ลงวันที่ 28 บำเหน็จ
พฤศจิกายน 2555
เรอื่ ง แก้ไขคำสง่ั มอบ 4. การแต่งตั้งคณะกรรมการ
อำนาจเกีย่ วกับ สอบสวนและสั่งให้ออกจากราชการด้วย
ลกู จ้างประจำ เหตุหย่อนความสามารถในอันที่จะต้อง
ปฏิบัติหน้าที่ของตนบกพร่องในหน้าที่
1. พระราชบัญญัติ ราชการหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับ
ระเบียบบริหารราชการ ตำแหน่งหนา้ ท่ี
แผ่นดิน
5. การสั่งให้ลูกจ้างประจำออกจาก
ราชการเพื่อรับบำเหน็จด้วยเหตุมีมลทิน
หรือมัวหมอง
6. การสั่งให้ลูกจ้างประจำออกจาก
ราชการดว้ ยเหตรุ ับโทษจำคุก
7. การให้ลูกจ้างประจำออกจาก
ราชการดว้ ยเหตุเกษียณอายุ
8. การรับรองประวัติการทำงาน
และเวลาทวีคูณระหว่างประจำปฏิบัติ
หน้าที่อยู่ในเขตที่ได้รับการประกาศ
ใชก้ ฎอัยการศึก
การทำสญั ญาจา้ งพนกั งานราชการ สำนักงาน
การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัด
ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย
ในการบริหารงานพนักงานราชการเกี่ยวกับ
การทำสัญญาจ้างพนักงานราชการกับผู้
401
กฎหมายท่เี ก่ียวข้อง ความ อำนาจของ ผวจ.ในการสั่ง/อนุมตั ิ/อนญุ าต/ หน่วยงาน
รบั ผิดชอบ แนวทางปฏิบตั ิหรือการดำเนินการ รับผิดชอบ
พ.ศ. 2534 ในฐานะ ผวจ. ในพน้ื ท่ี
และท่แี ก้ไขเพ่มิ เติม
(ฉบับท่ี 7) การบริหาร ได้รับการสรรหาหรือการเลือกสรรเป็น
พ.ศ. 2550 ทรพั ยากร พนักงานราชการ ยกเว้น การกำหนด
2. พระราชกฤษฎีกาว่า บุคคล ระยะเวลาการจ้างตามสัญญาจ้าง โดย
ดว้ ยการมอบอำนาจ พ.ศ. (การบรรจุ ดำเนนิ การดังน้ี
2550 และแตง่ ตั้ง)
3. ระเบียบสำนัก 1. ผู้ว่าราชการจังหวัดทำสัญญาจ้าง
นายกรัฐมนตรี วา่ ด้วย กับผู้ได้รับการสรรหาหรือการเลือกสรรเป็น
พนกั งานราชการ พนักงานราชการและต่อสัญญาจ้างพนักงาน
พ.ศ. 2547 ราชการรายเดิมที่ผ่านการประเมินผลการ
4. ประกาศ ปฏิบัติงาน ซึ่งแบบสัญญาจ้างเป็นไปตามที่
คณะกรรมการบรหิ าร คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ
พนกั งานราชการ เรื่อง กำหนด สำหรับพนักงานราชการที่มีผลการ
หลกั เกณฑ์ วิธีการ และ ประเมินการปฏิบัติงานต่ำกว่าระดับดี
เงือ่ นไขการสรรหาและ ติดต่อกัน 2 รอบการประเมิน ไม่ให้ต่อ
การเลือกสรรพนกั งาน สญั ญาจา้ ง
ราชการและแบบสัญญา
จ้างพนกั งานราชการ 2. เมื่อทำสัญญาจ้างเสร็จเรียบร้อย
พ.ศ. 2552 แล้ว ให้ส่งสำเนาสัญญาจ้างให้กองการ
5. คำสัง่ สำนกั งาน เจ้าหน้าที่ สป. (กลุ่มงานบรรจุแต่งตั้งและ
ปลดั กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลบุคคล) เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
ที่ ๑๘๓/๒๕๕๖ และแจ้งเวียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ
ลงวนั ท่ี ๕ เมษายน ดำเนนิ การต่อไป
๒๕๕๖ เรอื่ ง การมอบ
อำนาจการบริหารงาน การสน้ิ สุดสัญญาจา้ งพนักงานราชการ สำนกั งาน
บุคคลของพนักงาน การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ จงั หวดั
ราชการ
1. พระราชบัญญตั ิ จังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
ระเบียบบริหาร มหาดไทยในการบริหารงานพนักงาน
ราชการแผ่นดิน
พ.ศ. 2534
และทแ่ี กไ้ ขเพ่ิมเติม
402
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความ อำนาจของ ผวจ.ในการสัง่ /อนุมตั /ิ อนญุ าต/ หน่วยงาน
รับผิดชอบ แนวทางปฏิบตั หิ รือการดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
(ฉบบั ท่ี 7) ในฐานะ ผวจ. ในพนื้ ท่ี
พ.ศ. 2550
2. พระราชกฤษฎีกา ราชการเกี่ยวกับการสิ้นสุดสัญญาจ้าง
วา่ ดว้ ยการมอบอำนาจ พนักงานราชการ ดังน้ี
พ.ศ. 2550
3. ระเบยี บสำนัก 1. การอนุญาตให้พนักงานราชการ
นายกรฐั มนตรี ลาออกจากการปฏบิ ตั ิงาน
วา่ ด้วยพนักงานราชการ
พ.ศ. 2547 2. การบอกเลิกสัญญาจ้างก่อนครบ
4. คำสั่งสำนักงาน กำหนดตามสัญญาจ้าง โดยไม่ต้องบอก
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวล่วงหน้า ทั้งนี้โดยต้องได้รับการ
ท่ี ๑๘๓/๒๕๕๖ เห็นชอบจากปลดั กระทรวงมหาดไทยกอ่ น
ลงวันที่ ๕เมษายน๒๕๕๖
เรือ่ งการมอบอำนาจการ
บริหารงานบคุ คลของ
พนกั งานราชการ
ข้อพงึ ระวัง
ในประเดน็ การบรรจแุ ละแตง่ ตง้ั ดงั นี้
1. การแต่งตง้ั (ยา้ ย) ขา้ ราชการ
1.1 ขอให้จังหวัดพิจารณาจากคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ความรู้
ความสามารถความเชี่ยวชาญในงานและประโยชนท์ ่ที างราชการจะไดร้ บั
1.2 สำนักงานจังหวัดจะต้องประสานงานตรวจสอบตำแหน่งเลขที่
และอัตราเงินเดือนของตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง (ย้าย) กับกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวง
มหาดไทย และเมื่อกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจสอบความถูกต้อง
แลว้ จะแจ้งให้สำนกั งานจงั หวัดทราบแล้วใหจ้ ังหวดั ออกคำส่ังแตง่ ต้ัง (ยา้ ย) โดยใช้รูปแบบคำส่ังตามท่ี
ก.พ. กำหนดให้ถือปฏบิ ตั ิ
๒. การบรรจแุ ละแตง่ ต้ังลูกจา้ งประจำ
เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสมบูรณ์ จังหวัดจะต้องตรวจสอบข้อมูล
ที่เป็นปัจจุบัน อาทิ กฎหมาย ระเบียบ และหนังสือเวียนจากกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง
หรอื จะประสานงานกองการเจ้าหนา้ ท่ี สำนกั งานปลัดกระทรวงมหาดไทย กอ่ นที่จะดำเนนิ การ
3. การทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการและการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่าง
ทดลองปฏบิ ตั ิหนา้ ทร่ี าชการ
403
3.1 การแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการทดลองปฏิบตั ิหน้าท่ีราชการ
ให้แต่งตั้งกรรมการโดยระบุชื่อบุคคลท่ีได้รับการแต่งตัง้ และบุคคลดังกล่าวจะตอ้ งมีความเกี่ยวขอ้ งกับงาน
ที่ผู้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการมอบหมายงาน
การสอนงานการให้คำปรึกษาแนะนำและการประเมินผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ของข้าราชการดังกล่าวตามข้อ 5 และ 6 ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
และการพฒั นาขา้ ราชการท่ีอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหนา้ ท่ีราชการ พ.ศ. 2553
3.2 ควรกำชับผู้ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการทดลองปฏิบัติหน้าที่
ราชการ ปฏบิ ตั หิ น้าท่ที ีไ่ ดร้ ับมอบหมายอย่างเคร่งครัด อาทิ การดแู ลใหผ้ ้ทู ดลองปฏิบัติหน้าท่ีราชการ
ดำเนินการเรียนรู้ด้วยตนเอง (e-learning) ตามระยะเวลาที่กำหนด (ไม่เกิน 6 เดือน) และการดูแล
การจดั ทำแบบรายงานการประเมนิ ผลการทดลองปฏิบตั ิหน้าที่ให้มีความถูกต้องและเป็นไปตามกรอบ
ระยะเวลา ฯลฯ เพื่อให้การดำเนินการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
แล้วเสรจ็ ตามระยะเวลาทกี่ ำหนด
หนว่ ยงานส่วนกลางที่รับผดิ ชอบ สำนกั /กอง
กลมุ่ งานสรรหาและประเมนิ บุคคล และกล่มุ งานบรรจุแต่งตั้งและขอ้ มลู บคุ คล
กองการเจ้าหน้าท่ี สป.
เบอร์ตดิ ตอ่ : 0 2223 9353 และ 0 2221 7097
4. ประเดน็ การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติราชการและคา่ ตอบแทน
สรุปสาระสำคญั ตามประเด็น
4.1 การประเมินผลการปฏบิ ตั ิราชการของขา้ ราชการใหผ้ ู้บังคบั บัญชามีหน้าที่
ประเมินผลการปฏิบัติราชการของผอู้ ยูใ่ ต้บงั คับบญั ชาเพื่อใชป้ ระกอบการพิจารณาแตง่ ตัง้ และเลอื่ นเงินเดือน
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด และผลการประเมินให้นำไปใช้เพื่อประโยชน์
ในการพัฒนาและเพิ่มพูนประสิทธิภาพ การปฏิบัติราชการด้วย ตามมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบยี บข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
4.2 การบรหิ ารวงเงินและการเลือ่ นเงนิ เดือนของขา้ ราชการ
4.2.1 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการจะเลื่อนปีละ 2 ครั้ง คือ ณ วันท่ี
๑ เมษายน และวนั ที่ 1 ตลุ าคม
4.2.2 ในราชการบริหารส่วนภูมิภาคผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บริหาร
วงเงนิ สำหรบั ตำแหนง่ ประเภทวชิ าการ (ระดบั ชำนาญการพเิ ศษ ระดับชำนาญการ และระดบั ปฏิบัติการ)
และประเภททั่วไป (ระดบั อาวโุ ส ระดับชำนาญงาน และระดบั ปฏิบตั งิ าน)
4.2.3 วงเงินสำหรับการเล่ือนเงินเดือนในแต่ละครัง้ อยู่ภายในวงเงินร้อยละ 3
ของเงินเดือนทีจ่ ่ายให้ข้าราชการ ณ วนั ที่ 1 มีนาคม และ 1 กนั ยายนของรอบการเลื่อนเงนิ เดือนนั้น
404
4.2.4 กรณีที่มีการกันวงเงินไว้เพื่อการบริหาร ให้ผู้บริหารวงเงิน (ผู้ว่า
ราชการจังหวดั ) กำหนดวงเงินการเล่ือนเงินเดือนและกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการบริหารวงเงิน
ท่กี ันไวแ้ ล้วประกาศให้ขา้ ราชการทราบเป็นการทัว่ ไปก่อนมีคำส่ังเล่อื นเงนิ เดอื น
4.2.5 ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถพิจารณาเลื่อนเงินเดือนหัวหน้าส่วน
ราชการประจำจังหวัดที่มีผลการปฏิบัติงานในระดับดีเด่นในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้นจา กการเลื่อน
เงินเดือนกรณปี กติในอัตราไมเ่ กินร้อยละ ๑ ของฐานในการคำนวณ
4.2.6 เลื่อนเงนิ เดือนได้ไมเ่ กินรอ้ ยละ ๖
4.3 การเลื่อนขนั้ คา่ จา้ งลกู จา้ งประจำ
4.3.1 การเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำในส่วนภูมิภาคปลัดกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นผู้สัง่ เลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำ ได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยในเรื่องการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวกับลูกจ้างประจำ
ที่เบิกจ่ายค่าจ้างทางราชการบริหารส่วนภูมิภาคในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าดว้ ยลูกจ้างประจำของสว่ นราชการ พ.ศ. 2537 ขอ้ 13 ข้อ 23 - 25 และข้อ 27
4.3.2 การเลือ่ นข้ันคา่ จา้ งลูกจ้างประจำให้เลื่อนปีละสองครั้ง
4.3.2.1 คร้งั ที่ 1 ครึ่งปีแรก เลอ่ื นวนั ที่ 1 เมษายนของปีที่ได้เล่ือน
4.3.2.2 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง เลื่อนวันที่ 1 ตุลาคมของปีถัดไป
ตามระเบยี บกระทรวงการคลังว่าดว้ ยการเลอื่ นขัน้ คา่ จา้ งลกู จ้างประจำของสว่ นราชการ พ.ศ. 2544 ขอ้ 7
4.3.3 การเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำครึ่งปีแรก (วันที่ 1 เมษายน)
ให้ควบคุมจำนวนผู้ที่ได้รับการเลื่อนขั้นหนึ่งขั้นต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของอัตราลูกจ้างประจำที่ครองอยู่
ณ วนั ท่ี 1 มนี าคม สำหรับการเลอ่ื นข้ันค่าจ้างลกู จ้างประจำคร่งึ ปหี ลงั (วันท่ี 1 ตุลาคม) ให้อยู่ภายใน
วงเงินเลื่อนขัน้ ร้อยละ 6 ของจำนวนอัตราค่าจา้ งที่มีผู้ครองอยู่ ณ วันที่ 1 กันยายน โดยให้นำจำนวน
เงินที่ได้ในการเลื่อนขั้นครึ่งปีแรก (วันที่ 1 เมษายน) มาหักออกก่อน (ไม่รวมค่าตอบแทนพิเศษ) ทั้งน้ี
จำนวนผู้ที่ได้รับการเลื่อนขั้นค่าจ้างรวมกันทั้งปีสองขั้นจะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของจำนวน
ลูกจ้างประจำที่ครองอยู่ ณ วันที่ 1 มีนาคม ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0428/ว 97
ลงวันท่ี 20 กนั ยายน 2553
4.3.4 กรณีที่มีการกันวงเงินไว้เพื่อการบริหาร ให้ผู้บริหารวงเงิน
(ผู้ว่าราชการจังหวัด) กำหนดวงเงินการเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำและกำหนดหลักเกณฑ์
และเงื่อนไขการบริหารวงเงินที่กันไว้แล้วประกาศให้ลูกจ้างประจำท ราบเป็นการทั่วไปก่อนมีคำสั่ง
เลื่อนข้นั ค่าจ้างลกู จา้ งประจำ
4.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการ โดยปลัดกระทรวง
มหาดไทยได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหา ดไทย
ในการบริหารงานพนักงานราชการตามคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ 183/2556
405
ลงวันที่ 5 เมษายน 2556 โดยให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการ ตามข้อ 19
ขอ้ 20 และขอ้ 21 ของระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547
กฎหมายที่ ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการสงั่ /อนมุ ตั ิ/ หนว่ ยงาน
เก่ียวข้อง ในฐานะ ผวจ. อนุญาต/แนวทางปฏิบัติหรือการดำเนินการ รับผดิ ชอบ
ในพื้นที่
1. พระราชบัญญัติ การบรหิ าร การประเมินผลการปฏิบัติราชการของ สำนักงาน
ระเบียบข้าราชการ ทรพั ยากรบคุ คล ขา้ ราชการ จังหวัด
พลเรอื น พ.ศ. 2551 (กาประเมนิ ผล 1. ก่อนเริ่มรอบการประเมินหรือในช่วง
2. หนังสือสำนักงาน การปฏบิ ตั ิราชการ เริ่มรอบการประเมิน ผู้ว่าราชการจังหวัด
ก.พ.ที่ นร1012/ว20 และค่าตอบแทน) ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผล
ลงวันที่ 3 กันยายน การปฏิบัติราชการให้ข้าราชการในจังหวัด
2552 ทราบโดยทั่วกนั
3. หนังสือสำนักงาน 2. ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการ
ก.พ. ที่ นร 1008.1/ กลั่นกรองผลการประเมินผลการปฏิบัติ
ว 12 ลงวันที่ 30 ราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ
สิงหาคม 2555 จังหวัด ประกอบด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวดั
ผู้รับผิดชอบงานบริหารด้านทรัพยากรบุคคล
ของจังหวัดเปน็ ประธานกรรมการ ข้าราชการ
พลเรือนสามัญในราชการบริหารส่วนภูมิภาค
ในจังหวัดนั้นตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัด
เห็นสมควรไม่น้อยกว่า 4 คน เป็นกรรมการ
และให้หวั หนา้ หนว่ ยงานท่รี ับผดิ ชอบงานการ
เจ้าหน้าที่ของจังหวัดเป็นเลขานุการ มีหน้าที่
เสนอความเห็นเกี่ยวกับผลการประเมินผล
การปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือน
สามัญผู้ดำรงตำแหน่งในราชการบริหารส่วน
ภูมิภาคในจังหวัดนั้น ๆ ยกเว้นรองผู้ว่า
ราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และผู้ดำรง
ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด
กอ่ นนำเสนอผู้วา่ ราชการจังหวดั เพื่อพิจารณา
เ ห ็ น ช อ บ ผ ล ก า ร ป ร ะ เ ม ิ น ผ ล ก า ร ป ฏ ิ บ ั ติ
ราชการ
3. ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจให้ความ
เ ห ็ น ช อ บ ผ ล ก า ร ป ร ะ เ ม ิ น ผ ล ก า ร ป ฏ ิ บ ั ติ
ราชการ ที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรอง
จากคณะกรรมการ กลั่นกรองผลการ
406
กฎหมายท่ี ความรับผิดชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการสั่ง/อนมุ ตั ิ/ หน่วยงาน
เกยี่ วข้อง ในฐานะ ผวจ. อนญุ าต/แนวทางปฏิบัติหรือการดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
ในพ้นื ท่ี
ประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการ
พลเรอื นสามัญระดับจังหวัดแลว้
1. กฎ ก.พ. ว่าด้วย การบรหิ าร การบริหารวงเงินและการเลื่อนเงินเดือน สำนักงาน
การเลื่อนเงินเดือน ทรัพยากรบคุ คล ของข้าราชการ (อำนาจในการบริหาร จังหวดั
พ.ศ. 2552 และ (การประเมิน วงเงนิ )
ที่ แ ก ้ ไ ข เ พ่ิ ม เ ติ ม ผลการปฏบิ ตั ิ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บริหารวงเงิน
(ฉบบั ท่ี 2)พ.ศ.2556 ราชการและ สำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับ
2. หนังสือสำนักงาน คา่ ตอบแทน) ช ำนาญการพิเศษ ระดับช ำนาญการ
ก.พ. ที่ นร 1008.1/ และระดับปฏิบัติการ ตำแหน่งประเภททั่วไป
ว 28 ลงวันที่ 22 ระดับอาวุโส ระดับชำนาญงาน และระดับ
ตลุ าคม 2552 ปฏิบัตงิ าน ในราชการบรหิ ารสว่ นภูมภิ าค
1. หนังสือสำนักงาน การบริหาร การบริหารวงเงินและการเลื่อนเงินเดือน สำนักงาน
ก.พ. ที่ นร 1008.1/ ทรพั ยากรบุคคล ของข้าราชการ (การกันวงเงินไว้เพื่อการ จังหวัด
ว 12 ลงวันที่ 30 (การประเมนิ ผล บริหาร)
สงิ หาคม 2555 การปฏบิ ัติ 1. กรณีที่มีการกันวงเงินไว้เพื่อการบริหาร
2. หนังสือสำนัก ราชการและ ให้ผู้บริหารวงเงิน (ผู้ว่าราชการจังหวัด)
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี คา่ ตอบแทน) กำหนดวงเงินการเลื่อนเงินเดือนและกำหนด
ท่ี นร 0505/ว ๓๔๗ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการบริหารวงเงินท่กี ัน
ลงวันท่ี ๒๐ ตุลาคม ไว้แล้วประกาศให้ข้าราชการทราบเป็นการ
๒๕๕๙ ทัว่ ไปกอ่ นมีคำสัง่ เลื่อนเงินเดือน
1.1 จังหวัดได้รับการจัดสรรวงเงิน
สำหรับการเลื่อนเงินเดือนในแต่ละครั้ง
ภายในวงเงินรอ้ ยละ 3 ของเงนิ เดือนที่จ่ายให้
ข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับ
ชำนาญการพิเศษ ระดับชำนาญการ
และระดับปฏิบัติการ ตำแหน่งประเภททั่วไป
ระดับอาวุโส ระดับชำนาญงาน และระดับ
ปฏิบัติงาน ในราชการบริหารส่วนภูมิภาค ณ
วนั ท่ี 1 มีนาคม และ 1 กันยายน ตามลำดับ
1.2 กรณีข้าราชการสำนั กงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้ได้รับมอบหมายให้
มาช่วยราชการหรือปฏิบัติราชการในจังหวัด
เกินกว่ากึ่งหนึ่งของรอบการประเมินผลการ
407
กฎหมายที่ ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการสั่ง/อนมุ ัติ/ หน่วยงาน
เกยี่ วข้อง ในฐานะ ผวจ. อนุญาต/แนวทางปฏบิ ตั ิหรอื การดำเนินการ รบั ผดิ ชอบ
ในพ้นื ท่ี
ปฏิบัติราชการ ให้นำอัตราเงินเดือนของผู้นั้น
มาคำนวณรวมเป็นวงเงินการเลื่อนเงินเดือน
ของจังหวัดที่ผู้นั้นมาช่วยราชการหรือปฏิบัติ
ราชการ แล้วส่งผลการพิจารณาเงินเดือน
ดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อน
เงินเดอื นเปน็ ผูอ้ อกคำสัง่ เลอ่ื นเงนิ เดอื น
1.3 กรณีข้าราชการของสำนักงาน
ปล ั ดกระทรวงม ห า ด ไ ท ย ใ น จ ั ง ห ว ั ด ซ ึ ่ ง โ อ น
หรือย้ายไปที่อื่นหลังวันที่ 1 มีนาคม
หรือ 1 กันยายน ให้นำอัตราเงินเดือน
ของข้าราชการดังกล่าวคำนวณเป็นวงเงิน
การเลื่อนเงินเดือนและการบริหารวงเงิน
การเลื่อนเงินเดือนในจังหวัด แล้วส่งผลการ
พิจารณาการเลื่อนเงินเดือนดังกล่าว
ให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือน
เปน็ ผู้ออกคำสัง่ เลอื่ นเงนิ เดอื น
2. หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการ
พลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นสูง
ของตำแหนง่ ท่ไี ดร้ บั แตง่ ตงั้
2.1 ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรง
ตำแห น ่ ง ป ร ะ เ ภ ท แ ล ะ ร ะ ด ั บ ใ ด ท ี ่ ไ ด ้ รั บ
เงินเดือนถึงอัตราเงินเดือนขั้นสูงตามบัญชี
เงินเดือนฯ เมื่อได้รับการพิจารณาเลื่อน
เงินเดือนตามรอบการประเมินผลการปฏิบัติ
ราชการแล้ว ให้ได้รับเงินเดือนในระดับถัดไป
ของแต่ละประเภทตำแหนง่
2.2 ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใด
ได้รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการน้ี
เมื่อได้รับเงินเดือนจนถึงอัตราเงินเดือนขัน้ สูง
หรืออัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดที่ ก.พ. กำหนด
แลว้ ใหไ้ ดร้ ับค่าตอบแทนพเิ ศษ
408
กฎหมายที่ ความรับผิดชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการสัง่ /อนุมตั /ิ หน่วยงาน
เก่ยี วข้อง ในฐานะ ผวจ. อนุญาต/แนวทางปฏบิ ตั ิหรอื การดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
ในพืน้ ท่ี
หนังสือสำนักเลขาธิการ การบริหาร การบริหารวงเงินและการเลื่อนเงินเดือน สำนักงาน
คณะรัฐมนตรี ท่ี นร ทรัพยากรบุคคล ของข้าราชการ (อำนาจในการให้โควตา จังหวดั
050๖/ว ๕๕ ลงวันที่ (การประเมิน พเิ ศษแกห่ ัวหนา้ ส่วนราชการระดบั จงั หวัด)
๕ มนี าคม ๒๕๕๓ ผลการปฏิบัติ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม
ราชการและ ๒๕๕๓ เห็นชอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
ค่าตอบแทน) พิจารณาเลื่อนเงินเดือนหัวหน้าส่วนราชการ
ประจำจังหวัดที่มีผลการปฏิบัติงานในระดับ
ดีเด่นในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้นจากการเลื่อน
เงินเดือนกรณีปกติในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑
ของฐานในการคำนวณ ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้รับ
การเลื่อนเงินเดือนกรณนี ีจ้ ะตอ้ งมเี วลาปฏบิ ัติงาน
ในฐานะหัวหน้าสำนักงานจังหวัดและหัวหน้าส่วน
ราชการประจำจงั หวดั ไม่น้อยกว่า ๔ เดอื น
1. ระเบียบกระทรวง การบรหิ าร การเล่ือนขนั้ คา่ จา้ งลูกจ้างประจำ สำนักงาน
การคลังว่าด้วยลูกจ้าง ทรัพยากรบุคคล ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบอำนาจ จงั หวดั
ประจำของสว่ นราชการ (การประเมนิ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน
พ.ศ. 2537 ผลการปฏิบัติ ปลัดกระทรวงมหาดไทยในการสั่งเพิ่มค่าจ้าง
2. ระเบียบกระทรวง ราชการและ ประจำปี (เล่อื นขน้ั ค่าจ้าง) ของลูกจ้างประจำ
การคลังว่าด้วยการเลื่อน ค่าตอบแทน) ยกเว้นลูกจ้างประจำในสังกัดส่วนกลาง
ขั้นค่าจ้างลูกจ้าง ทห่ี น่วยงานต้ังอยูใ่ นภูมภิ าค เชน่ ศูนยเ์ ทคโนโลยี
ประจำของส่วนราชการ สารสนเทศและการสือ่ สารเขต เปน็ ต้น
พ.ศ. 2544
3. ระเบียบกระทรวง
การคลังว่าด้วยการ
เบิกจ่ายค่าตอบแทน
พิเศษของข้าราชการ
และลูกจ้างประจำ
ผู้ได้รับเงินเดือนหรอื
ค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือ
ใกล ้ ถ ึ งข ั ้ นส ู งของ
อันดับหรือตำแหน่ง
พ.ศ. 2550 และแก้ไข
409
กฎหมายที่ ความรับผิดชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการส่งั /อนมุ ัต/ิ หน่วยงาน
เกยี่ วข้อง ในฐานะ ผวจ. อนุญาต/แนวทางปฏบิ ัติหรอื การดำเนนิ การ รบั ผดิ ชอบ
ในพนื้ ท่ี
เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2551
4. หนังสือกระทรวง
การคลัง ที่ กค ท่ี
428/ว 97 ลงวันที่
20 กันยายน 2553
เรื่อง การเลื่อนขั้น
ค่าจ้างลูกจ้างประจำ
ของส่วนราชการตาม
ระบบใหม่ ณ วันที่ 1
ตุลาคม
5. หนังสือกระทรวง
การคลงั ท่ี กค0428/
ว 47 ลงวันที่ 29
พฤษภาคม 2558
เร่ืองการปรับโครงสร้าง
อัตราค่าจ้างลูกจ้าง
ของสว่ นราชการ
6. หนังสือกรม
บัญชีกลาง ที่ กค
0420/ว 337
ลงวันที่ 31 สิงหาคม
2559 เรื่อง บัญชี
กำหนดคุณสมบัติ
เ ฉ พ า ะ ต ำ แ ห น่ ง
และอัตราค่าจ้าง
ของลูกจ้างประจำ
7. หนังสือกระทรวง
การคลงั ที่ กค0420/
ว 27 ลงว ั นที่ 6
มีนาคม 2560 เรื่อง
หลกั เกณฑ์ และวธิ ีการ
ให้ลูกจ้างประจำของ
410
กฎหมายท่ี ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการส่ัง/อนมุ ัต/ิ หนว่ ยงาน
เกยี่ วข้อง ในฐานะ ผวจ. อนญุ าต/แนวทางปฏิบตั ิหรือการดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
ในพื้นท่ี
ส ่ วนราชการได ้ รั บ
อัตราค่าจ้างสูงกว่า
อัตราค่าจ้างขั้นสงู ของ
ตำแหน ่ งที่ ได ้ รั บ
แตง่ ต้งั ในแต่ละระดบั
8. คำสั่งสำนักงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ท่ี 421/2554ลงวันท่ี
13 กันยายน 2554
เร่ืองมอบอำนาจเก่ียวกับ
ลกู จ้างประจำ
9. คำสั่งสำนักงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ที่ 673/2555 ลง
วันที่ 28 พฤศจิกายน
2555 เรื่อง แก้ไข
คำส่ั งมอบอำนาจ
เกยี่ วกบั ลูกจ้างประจำ
1. ระเบียบสำนัก การบรหิ าร การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน สำนักงาน
น า ย ก ร ั ฐ ม น ต รี ทรัพยากรบคุ คล ราชการ จงั หวดั
ว่าด้วยพนักงาน (การประเมนิ 1. การแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง
ราชการ พ.ศ. 2547 ผลการปฏิบัติ การประเมินผลการปฏิบตั ิงาน
2. ประกาศคณะ ราชการและ 2. การประเมินผลการปฏิบัติงาน
กรรมการบริหาร คา่ ตอบแทน) ของพนักงานราชการ โดยดำเนินการตาม
พนกั งานราชการ ลง วิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการ
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ บริหารพนักงานราชการ เรื่อง แนวทาง
2554 เรื่อง แนวทาง การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน
การประเมินผลการ ราชการ พ.ศ. 2554
ปฏิบัติงานของ 3. การต่อสัญญาจ้างพนักงานราชการ
พนักงานราชการ โดยการพิจารณาผลการประเมินการ
พ.ศ. 2554 ปฏิบตั ิงาน
3. คำสั่งสำนักงาน
ปลดั กระทรวงมหาดไทย
411
กฎหมายที่ ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ. ในการสง่ั /อนมุ ัต/ิ หนว่ ยงาน
เกี่ยวข้อง ในฐานะ ผวจ. อนญุ าต/แนวทางปฏบิ ัติหรอื การดำเนินการ รบั ผิดชอบ
ในพ้นื ที่
ที่ 183/2556 ลง 4. การเลิกจ้างอันเนื่องมาจากผลการ
วันที่ 5 เมษายน ประเมินการปฏิบัตงิ านมีคะแนนเฉลี่ย 2 คร้ัง
2556เร่อื ง การมอบ ตดิ ตอ่ กันตำ่ กว่าระดับดี
อำนาจการบริหารงาน ทั้งนี้ ยกเว้น การพิจารณาและออกคำส่ัง
บุคคลของพนักงาน เลื่อนค่าตอบแทนของพนักงานราชการ
ราชการ (ซงึ่ เปน็ อำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย)
ข้อพงึ ระวัง
ในประเด็นการประเมนิ ผลการปฏบิ ัตริ าชการและคา่ ตอบแทน ดงั นี้
1. การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการ/การประเมินผล
การปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานราชการ
1.1 ต้องจัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติราชการ (แบบ ปผ.) (กรณี
ข้าราชการ) หรือแบบประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน (กรณีพนักงานราชการ)
1.2 กรณปี ระเมนิ ผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลอง
ปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือมีระยะเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่ในระหว่างรอบการประเมิน
ให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานและพฤติกรรมการปฏิบัติราชการ โดยมีสัดส่วนคะแนนของแต่ละ
องคป์ ระกอบร้อยละ 50
1.3 ต้องแจ้งผลการประเมินให้ผู้รับการประเมินทราบเป็นรายบุคคล
โดยให้ผรู้ ับการประเมนิ ลงลายมอื ช่อื รับทราบผลการประเมนิ
1.4 ต้องจัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองผลการประเมินผลการปฏิบัติ
ราชการพลเรือนสามัญระดับจังหวัด (กรณีข้าราชการ) หรือจัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการ
ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการของจังหวัด (กรณีพนักงานราชการ) ก่อนเสนอ
ผู้วา่ ราชการจงั หวดั พิจารณาให้ความเหน็ ชอบผลการประเมิน
2. การเลือ่ นเงนิ เดือน
ในการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการ เลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำ
และประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานราชการ ต้องพจิ ารณาปจั จยั ดังนี้ด้วย
2.1 วงเงนิ ในการเลอ่ื นเงนิ เดอื นมาใชต้ ่างรอบกันไมไ่ ด้
2.2 การเลอ่ื นเงินเดอื นตอ้ งสอดคลอ้ งกับผลการประเมนิ ฯ
2.3 การแจ้งผลการเลื่อนเงินเดือนทำเป็นการเฉพาะรายบุคคล และต้องแจ้ง
เหตุผลผทู้ ไ่ี ม่ได้เล่ือนเงินเดอื น
2.4 ระยะเวลาทำงาน การถูกส่งั พกั ราชการ จำนวนวนั และครง้ั ในการลา/สาย
412
2.5 ข้อยกเว้น กรณีช่วยราชการหรือปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นเกิน
กว่ากึ่งหนึ่งของรอบการประเมิน กรณีโอนหรือย้ายหลังวันที่ 1 มีนาคม หรือ 1 กันยายน และกรณี
ถึงแกค่ วามตายก่อนวันที่ 1 มนี าคม หรอื 1 กนั ยายน
หนว่ ยงานส่วนกลางท่รี บั ผิดชอบ สำนัก/กอง
กลมุ่ งานพฒั นาระบบบรหิ ารผลการปฏิบตั งิ าน กองการเจ้าหนา้ ท่ี สป.
เบอรต์ ิดต่อ : 0 2622 0935
5. ประเดน็ การให้สวัสดกิ ารและสทิ ธปิ ระโยชนเ์ กือ้ กูล
สรุปสาระสำคญั ตามประเดน็
5.1 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่ง
ช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย โดย เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์
เป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ผู้กระทำ
ความดีความชอบเป็นประโยชน์แก่ราชการหรือสาธารณชน โดยการพิจารณาเสนอขอพระราชทาน
ของรฐั บาล เพือ่ เปน็ บำเหน็จความชอบและเคร่ืองหมายเชิดชูเกยี รตยิ ศอย่างสงู แกผ่ ู้ได้รบั พระราชทาน
จึงกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสงค์จะเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติ ความดีความชอบของผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
บรหิ ารราชการสว่ นทอ้ งถิน่ และผู้ปฏบิ ัตงิ านตามกฎหมายว่าดว้ ยการปกครองท้องที่
5.2 การขอพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์อันเป็นท่ีสรรเสริญยง่ิ ดเิ รกคุณาภรณ์
โดยผู้ว่าราชการจงั หวดั เป็นผลู้ งลายมือชอื่ รับรองการบริจาคที่มีมูลค่าเกนิ ห้าแสนบาทและเปน็ ผู้แต่งต้ัง
คณะกรรมการเพื่อพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่ง
ดเิ รกคุณาภรณข์ องจังหวดั
5.3 การเสนอขอพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัด
เปน็ ผรู้ ับรองคำขอมบี ัตรตอ่ บคุ คลตามท่กี ำหนดและเปน็ เจ้าพนักงานออกบัตรในเขตพื้นที่จังหวัด
5.4 การเสนอขอพระราชทานเหรยี ญราชการชายแดน โดยผู้ว่าราชการจังหวัด
เป็นผู้รับรองผู้มีคุณสมบัติในการเสนอขอพระราชทานตามที่กำหนด และเป็นผู้รับรองคำขอมีบัตร
ต่อบุคคลและเปน็ เจ้าพนกั งานออกบัตรในเขตพน้ื ทีจ่ งั หวัด
5.5 การลาของขา้ ราชการ ตามข้อ 8 วรรคส่ี แหง่ ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรี
ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 294/2555 ลงวันท่ี
27 เมษายน 2555 มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาตการลา
ของข้าราชการทุกประเภทและระดับตำแหน่งในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ในราชการบริหารส่วนภูมิภาค
ประกอบกับหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0202.4/ว 1883 ลงวันท่ี
27 เมษายน 2555 โดยให้รายงานการอนุญาตให้ข้าราชการไปต่างประเทศในระหว่างการลา
หรือวันหยุดราชการตามแบบฟอร์มทกี่ ำหนดทุกเดือน
413
5.6 การลาของลูกจ้างประจำ โดยใช้ระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ
และแนวทางปฏิบัติเดียวกันกับข้าราชการ ประกอบกับได้มีการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
ปฏบิ ัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยในการบริหารงานบุคคลลูกจ้างประจำเกีย่ วกบั การลาของ
ลกู จา้ งประจำ
5.7 สทิ ธิประโยชนข์ องพนกั งานราชการเปน็ ไปตามข้อ 15 แหง่ ระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และข้อ 4 และข้อ 5 แห่งประกาศ
คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง สิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ พ.ศ. 2554
ประกอบกับได้มีการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย
ในการบรหิ ารพนกั งานราชการเก่ียวกบั สทิ ธปิ ระโยชนข์ องพนักงานราชการ
กฎหมายทีเ่ ก่ียวข้อง ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสงั่ /อนุมตั ิ/อนุญาต/ หน่วยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัตหิ รือการดำเนินการ รับผิดชอบ
ในพ้นื ท่ี
ระเบียบสำนักนายก การบรหิ าร การเสนอขอพระราชทานเครื่องราช สำนักงาน
รัฐมนตรี ว่าด้วยการขอ ทรัพยากรบุคคล อิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก จงั หวดั
พระราชทานเครื่องราช (การใหส้ วสั ดกิ าร และเครื่องราช อิสริยาภรณ์อันมี
อิสริยาภรณ์อันเป็นท่ี และสิทธิประโยชน์ เกียรตยิ ศยงิ่ มงกฎุ ไทย
เชิดชูยิ่งช้างเผือกและ เกือ้ กูล) ข้อ ๑๘ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและ
เครื่องราชอสิ รยิ าภรณ์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ซ่ึงประสงค์
อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎ จะเสนอขอพระราชทานเครื่องราช
ไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ และ อิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน
ทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เติม ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร
ราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ และผ้ปู ฏบิ ัตงิ านตาม
กฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่ในเขต
จังหวัดของตน แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น
คณะหน่งึ ทำหน้าทร่ี วบรวมและตรวจสอบ
รายชื่อ เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ แล้ว
พิจารณาคุณสมบัติและกลั่นกรองความดี
ความชอบ ตามท่ีกำหนดในระเบียบน้ี
พร้อมทั้งรับรองว่าเป็นบุคคลที่สมควรเสนอ
ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้
แล้วเสนอไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย
หรอื สำนกั เลขาธิการคณะรฐั มนตรแี ล้วแต่
กรณี
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การบริหาร การขอพระราชทานเครอื่ งราช อสิ ริยาภรณอ์ ัน สำนกั งาน
การขอพระราชทาน ทรพั ยากรบุคคล เป็นทส่ี รรเสรญิ ยิง่ ดเิ รกคณุ าภรณ์ จังหวัด
414
กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสัง่ /อนุมตั /ิ อนุญาต/ หนว่ ยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัตหิ รือการดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
ในพนื้ ท่ี
เคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ์ (การใหส้ วสั ดิการ (พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราช
อันเป็นที่สรรเสริญย่ิง และสทิ ธปิ ระโยชน์ ทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นท่ี
ดิเรกคณุ าภรณ์ พ.ศ.๒๕๓๘ เกือ้ กลู ) สรรเสรญิ ย่งิ ดิเรกคุณาภรณ์)
และทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เติม มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๖
การกระทำความดีความชอบตามมาตรา
๘ (๒) ต้องมีหนังสือรับรองแสดงรายการ
การบริจาคทรัพย์สินจากหน่วยงานที่รับ
บริจาคโดยมีผู้ลงลายมือชื่อตาม
หลกั เกณฑ์ ดงั น้ี
(ข) ราชการสว่ นภมู ิภาค
๒) การบริจาคทรัพยส์ นิ
ครั้งละเกินห้าแสนบาท ให้หัวหน้าส่วน
ราชการประจำจังหวัดและผู้ว่าราชการ
จังหวัดแห่งท้องที่ที่มีการบริจาคลงลายมือชื่อ
ในหนังสอื รบั รอง
(ค) ราชการส่วนทอ้ งถน่ิ
๒) การบริจาคทรพั ยส์ นิ
ครั้งละเกินห้าแสนบาทให้ผู้ว่าราชการ
จังหวัดแห่งท้องที่ที่มีการบริจาคลงลายมือช่ือ
ในหนงั สือรบั รอง เว้นแต่การบริจาคให้แก่
องค์การบริหารส่วนตำบลให้นายอำเภอ
แห่งท้องที่ที่มีการบริจาคลงลายมือชื่อ
ในหนงั สอื รบั รอง
มาตรา ๑๗ การกระทำความดี
ความชอบตามมาตรา ๘ (๒) ที่ไม่ได้
กระทำให้แก่หน่วยงานตามมาตรา ๑๕
ต้องมีหนังสือรับรองแสดงรายการการ
บริจาคทรัพย์สินที่มีผู้ลงลายมือชื่อตาม
หลกั เกณฑ์ ดงั น้ี
(1) การบริจาคทรัพย์สิน
ใหแ้ ก่ผูร้ ับในเขตจงั หวัด
(ข) การบรจิ าคทรพั ยส์ นิ
ครั้งละเกินห้าแสนบาท ให้หัวหน้าส่วนราชการ
415
กฎหมายทเ่ี ก่ียวข้อง ความรับผิดชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสงั่ /อนมุ ตั ิ/อนุญาต/ หนว่ ยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัติหรือการดำเนินการ รบั ผดิ ชอบ
ในพ้ืนท่ี
ประจำจ ั งหว ั ดท ี ่ เก ี ่ ยวข ้ องมากที่ ส ุ ดและ
ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ที่มีการบริจาค
ลงลายมอื ชื่อในหนังสอื รบั รอง
ระเบียบสำนักนายก การบริหาร การขอพระราชทานเคร่ืองราช อสิ ริยาภรณ์ สำนกั งาน
รัฐมนตรี ว่าด้วยแบบ ทรัพยากรบุคคล อนั เป็นทีส่ รรเสรญิ ยงิ่ ดเิ รกคณุ าภรณ์ (แบบ จงั หวัด
หนังสือรับรองแสดงผลงาน (การให้สวสั ดิการ หนังสือรับรองแสดงผลงานและแบบ
และแบบหนังสือแสดง และสทิ ธิประโยชน์ หนังสอื แสดงรายการบริจาคทรัพย์สิน และ
รายการบริจาคทรัพย์สิน เกอื้ กูล) การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา
และการแต่งต้ั งคณะ ตรวจสอบกลน่ั กรองคณุ สมบตั ิของบุคคลที่
กรรมการพิจารณาตรวจ พึงได้รับการเสนอขอพระราชทานเครื่อง
สอบกล่ันกรองคุณสมบัติ ราช อิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่ง
ของบ ุ คคลที่ พ ึ งได ้ รั บ ดเิ รกคณุ าภรณ)์
การเสนอขอพระราชทาน ข้อ ๖ ให้หน่วยงานที่เสนอขอ
เครื่องราช อิสริยาภรณ์ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
อันเป็นที่สรร เสริญย่ิง แ ต ่ ง ต ั ้ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ข ึ ้ น ค ณ ะ ห น่ึ ง
ดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ. โดยให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คน
๒๕๓๘ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาและตรวจสอบ
คุณสมบัติ ประวัติความประพฤติ
การกระทำความดีความชอบ
และความเหมาะสมของบุคคลที่พึงได้รับ
การพิจารณาเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามหลักเกณฑ์
ดงั ตอ่ ไปน้ี
๖.๒ ราชการส่วนภูมิภาคหรือ
ราชการส่วนท้องถิ่น ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ
ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
กรรมการและหวั หนา้ ส่วนราชการประจำจงั หวดั
หรือขา้ ราชการผู้ดำรงตำแหนง่ ไมต่ ่ำกว่าระดบั ๗
ซึ่งรับราชการอยู่จังหวัดนั้นเป็นกรรมการ ให้
ประธานแต่งตั้งกรรมการคนหน่ึงเป็นกรรมการ
และเลขานุการและจะแต่งตั้งกรรมการและ
ผู้ชว่ ยเลขานกุ ารคนหน่งึ หรือหลายคนดว้ ยก็ได้
416
กฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ ง ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสั่ง/อนมุ ตั /ิ อนญุ าต/ หน่วยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ตั ิหรือการดำเนินการ รับผิดชอบ
ในพื้นท่ี
ระเบียบสำนักนายก การบรหิ าร การเสนอขอพระราชทานเหรียญพิทักษ์ สำนกั งาน
รัฐมนตรีว่าด้วยการขอ ทรพั ยากรบคุ คล เสรีชน (การขอพระราชทาน การ จงั หวดั
พระราชทาน การประดับ (การใหส้ วสั ดิการ ประดับและกรณีที่ให้ประดับเหรียญ
และกรณีที่ให้ประดับ และสทิ ธิประโยชน์ พิทักษ์เสรีชน สิทธิ บัตรประจำตัว และ
เหรียญพิทักษ์เสรีชน เกอ้ื กลู ) การเรียกเหรียญกับบัตรประจำตัวผู้
สิทธ ิ บัตรประจำตั ว ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน
และการเรียกเหรียญ คืน)
ก ั บ บ ั ต ร ป ร ะ จ ำ ตั ว ข้อ ๑๑ ให้ผู้ได้รับพระราชทาน
ผู้ได้รับพระราชทาน เหรียญพิทักษ์ เสรีชน ยื่นคำขอมีบัตรต่อ
เหรียญพิทักษ์เสรีชนคืน บคุ คล ดังต่อไปน้ี
พ.ศ. ๒๕๖๓ (๒) ผู้ว่าราชการจังหวัด
สำหรับผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์
เสรีชน ซึ่งเป็นเจ้ าหน้ าที ่ ของรั ฐ
ที่ปฏิบัติงานในราชการส่วนภูมิภาค
หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือประชาชนที่
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดน้ัน
แล้วแต่กรณี เว้นแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ
ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร
ราชการกรุงเทพมหานครและประชาชน
ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร
ใหย้ ืน่ คำขอตอ่ ผวู้ ่าราชการกรุงเทพมหานคร
ข้อ ๑๒ ให้ผู้รับคำขอมีบัตรตามข้อ ๑๑
พิจารณาตรวจสอบคำขอมีบัตร หากเห็นว่ามี
รายการครบถ้วนและถูกต้อง ให้ลงนามรับรองใน
คำขอมีบัตรและจัดส่งคำขอมีบัตรให้เจ้า
พนกั งานออกบตั รเพอ่ื ดำเนินการออกบัตรต่อไป
ประกาศกระทรวงมหาดไทย การบริหาร การเสนอขอพระราชทานเหรียญพิทักษ์ สำนกั งาน
เรื่อง แบบบัตรประจำตัว ทรพั ยากรบุคคล เสรีชน (ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องแบบ จังหวัด
และคำขอมีบัตรประจำตัว (การให้สวสั ดกิ าร บัตรประจำตัวและคำขอมีบัตรประจำ ตัวผู้
ผู้ได้ รับพระราชทาน และสทิ ธปิ ระโยชน์ ได้รับพระราชทานเหรยี ญพิทกั ษ์เสรีชน)
เหรียญพิทักษ์เสรีชน เกื้อกูล) ข้อ ๓ ให้บุคคลต่อไปนี้เป็นเจ้าพนักงาน
พ.ศ.2563 ออกบัตร ตามข้อ ๑๑ ของระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทาน
417
กฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสง่ั /อนมุ ตั /ิ อนญุ าต/ หนว่ ยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ัตหิ รือการดำเนนิ การ รับผิดชอบ
ในพื้นที่
การประดับและกรณีที่ใหป้ ระดับเหรยี ญพิทักษ์
เสรชี นสทิ ธิ บัตรประจำตัว และการเรียกเหรยี ญ
กับบัตรประจำตัวผู้ได้รับพระราชทานเหรียญ
พิทักษเ์ สรีชนคนื พ.ศ. ๒๕๖๓
(๒) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น
เจา้ พนกั งานออกบัตรในเขตพน้ื ทจ่ี งั หวดั
ระเบียบวา่ ดว้ ยการขอ การบรหิ าร การเสนอขอพระราชทานเหรียญ สำนักงาน
พระราชทานเหรียญ ทรัพยากรบคุ คล ราชการชายแดน (การขอพระราชทาน จังหวดั
ราชการชายแดน สทิ ธิ (การให้สวสั ดกิ าร เหรียญราชการชายแดน สิทธิของผู้
ของผู้ได้รับพระราชทาน และสทิ ธิประโยชน์ ได้รับพระราชทานและการเรียกเหรียญ
และการเรียกเหรียญ เกอื้ กลู ) และบัตรเหรยี ญราชการชายแดนคืน)
และบัตรเหรียญ ข้อ ๓ การขอพระราชทานเหรียญ
ราชการชายแดนคืน ราชการชายแดน ให้เจ้ากระทรวงท่ี
พ.ศ. ๒๕๑๑ และท่ี เ ก ี ่ ย ว ข ้ อ ง พ ิ จ า ร ณ า ต า ม ห ล ั ก เ ก ณ ฑ์
แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ดังต่อไปน้ี
(ก) ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ
หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ข้าราชการซึ่งเป็น
ผู้ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างทหารหรือตำรวจ
ณ อำเภอชายแดน
(ข) บุคคลดังกล่าวใน (ก)
จะต้องเปน็ ผู้ไดร้ ับคำส่ังจากผ้บู งั คับบัญชา
หรือจากกระทรวง เจ้าสังกัด ซึ่งมีอำนาจ
หน้าที่สั่งการเกี่ยวกับการรักษาราชการ
ชายแดน หรือผู้ได้รับมอบหมายอำนาจ
จากเจ้ากระทรวงนั้น หรือผู้บังคับหน่วย
ทหารหรือหน่วยตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่
สั่งการให้ปฏิบัติราชการชายแดนพิเศษ
เกี่ยวกับการป้องกันราชอาณาจักร ทั้งนี้
ต้องมีระยะเวลาปฏิบัติงานติดต่อกัน
ไม่น้อยกว่า ๖ เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับ
คำสั่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่และได้ปฏิบัติ
สมความมุ่งหมายของทางราชการ บุคคล
ดังกล่าวใน (ก) ซึ่งดำรงตำแหน่งในส่วน
418
กฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสั่ง/อนุมตั ิ/อนญุ าต/ หน่วยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบตั ิหรือการดำเนนิ การ รบั ผิดชอบ
ในพ้นื ที่
ราช การที่ที่ตั้งหน่วยมิได้ตั้งอยู่
ในอำเภอชายแดน แต่ได้ปฏิบัติงาน
ในอากาศยาน และได้ทำการบินเข้าไป
ปฏบิ ตั ริ าชการชายแดนพิเศษเก่ยี วกับการ
ป้องกันราชอาณาจักรในท้องที่อำเภอ
ชายแดน โดยมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ (ข)
วรรคหนึ่ง และ (ง) ให้พิจารณาขอ
พระราชทานได้แต่ต้องมีจำนวนเที่ยวบิน
เพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อำเภอชายแดน
ไมต่ ำ่ กวา่ ๒๐ เที่ยวบิน
(ค) การปฏิบัติราชการ
ชายแดนดังกล่าวมาใน (ก) ถ้าเข้าปฏิบัติ
ราชการในเขตท่มี กี ารสู้รบกใ็ ห้พจิ ารณาขอ
พระราชทานตามผลแห่งการปฏิบัตงิ านเปน็ ครง้ั
คราวที่จำเป็น โดยไม่ต้องมีกำหนด
ระยะเวลา การปฏิบัติ ถ้าบุคคลดังกล่าว
ใน (ก) ปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่ใน
หน่วยงานใดที่คณะรัฐมนตรีพิจารณา
อนุมัติให้ได้รับการยกเว้น โดยไม่ถือ
ระยะเวลาการปฏิบัติราชการชายแดน
ตาม (ข) ก็ให้พิจารณาขอพระราชทาน
ตามผลแห่งการปฏิบัติงานสำเร็จสมความ
มุ่งหมายของทางราชการ ซึ่งมีกำหนด
ระยะเวลาการปฏิบัติงานติดต่อกันไม่น้อย
กว่า ๒ เดือน
ทั้งนี้ ในการพิจารณาตาม (ก)
(ข) และ (ค) นี้จะต้องมีหลักฐาน
การรบั รองจากผู้บงั คบั บญั ชาของหนว่ ยราชการ
ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต
ผู้กำกับการ สนับสนุนทางอากาศ ตำรวจ
ตระเวนชายแดน ผู้กำกับการในกอง
บังคับการการฝึกพิเศษ ตำรวจตระเวน
419
กฎหมายทีเ่ กี่ยวข้อง ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสัง่ /อนมุ ตั ิ/อนญุ าต/ หนว่ ยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบตั ิหรือการดำเนนิ การ รบั ผิดชอบ
ในพืน้ ท่ี
ชายแดน หรือผู้บังคับการกรมขึ้นไป
แลว้ แตก่ รณี
(ง) จะต้องเป็นผู้มีความ
ประพฤติเรียบรอ้ ยอยู่ในระเบยี บวินัยอันดี
หรือเป็นผู้ไม่เคยกระทำ ความเสื่อมเสีย
อย่างใด ๆ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติราชการ
ชายแดน
ข้อ ๔ ผู้ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ใน
ข้อ ๓ แต่เป็นผู้สั่งการหรือปฏิบัติงาน
เกี่ยวข้องกับราชการชายแดนเป็นผลดีย่ิง
ต่อการป้องกันรักษาชายแดน และ
รัฐมนตรีเจ้าสังกัดรับรองผลการ
ปฏิบัติงาน ก็ให้พิจารณาขอพระราชทาน
เหรียญราชการชายแดนได้เปน็ กรณพี เิ ศษ
โดยมีส่วนราชการที่รัฐมนตรี
เจ้าสังกัด มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ
จังหวัดลงนามรับรองผลการปฏิบัติงานใน
แบบสรุปผลการปฏิบัติราชการชายแดน
(ชด.๑) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จังหวัด
ยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และ
จงั หวัดปตั ตานี ดังน้ี
1. สำนกั งานพระพทุ ธศาสนา
แหง่ ชาติ
2. สำนักงานอัยการสูงสุด
3. กระทรวงยตุ ิธรรม
4. กระทรวงการต่างประเทศ
5. กระทรวงแรงงาน
6. กระทรวงพาณชิ ย์
7. กระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมนั่ คงของมนษุ ย์
8. กระทรวงสาธารณสุข
9. สำนกั งบประมาณ
420
กฎหมายที่เก่ียวข้อง ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการส่งั /อนมุ ตั ิ/อนุญาต/ หนว่ ยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบตั ิหรือการดำเนนิ การ รบั ผิดชอบ
ในพื้นท่ี
10. กระทรวงพลังงาน
11. สำนักขา่ วกรองแหง่ ชาติ
12. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
13. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(กระทรวงการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์
วจิ ยั และนวตั กรรม)
14. กระทรวงคมนาคม
15. กระทรวงอตุ สาหกรรม
16. กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา
17. กระทรวงวฒั นธรรม
18. กระทรวงการคลัง
19. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดลอ้ ม
20. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสาร (กระทรวงดิจิทัลเพ่ือ
เศรษฐกจิ และสงั คม)
21. สำนกั งานสภาความมั่นคงแหง่ ชาติ
22. กระทรวงศกึ ษาธิการ
23. กระทรวงมหาดไทย
24. สำนักงานเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี
25. สำนกั งานคณะกรรมการ
ข้าราชการพลเรือน
ข้อ ๗ เหรียญและบัตรหรือเหรียญ
ราชการชายแดนอาจถูกเรียกคืนได้ใน
กรณี ดงั ต่อไปนี้
(ก) ในกรณีท่ีผู้ไดร้ บั พระราชทานก็
ดีหรือทายาทโดยธรรมผู้เก็บรักษาเหรียญ
ร า ช ก า ร ช า ยแ ด น ไ ว ้ เ ป ็ น ท ี่ ระลึก
ก็ดีกระทำความผิดร้ายแรงหรือประพฤติ
ตนโดยไม่สมควร ให้ผู้บังคับบัญชา หรือ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอคณะกรรมการ
พิจารณาผู้ที่สมควรได้รับพระราชทาน
เหรียญราชการชายแดนซึ่งกระทรวงมหาดไทย
421
กฎหมายทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสง่ั /อนมุ ตั /ิ อนญุ าต/ หน่วยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ตั ิหรือการดำเนนิ การ รับผิดชอบ
ในพื้นที่
ได้ตั้งขึ้นพิจารณา เพื่อนำความกราบ
บังคมทูลให้ทรงเรียกเหรียญและบัตร
เหรียญ ราชการชายแดนคืน เมื่อได้ทรง
เรียกคืนแล้ว ให้ประกาศเรียกเหรยี ญและ
บัตรเหรียญราชการชายแดนคืนในราช
กิจจานเุ บกษา
(ข) ให้ผู้บังคับบัญชาต้นสงั กดั
หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ
เรียกเหรียญ และบัตรเหรียญราชการ
ชายแดนคืนตามประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาถ้าส่งคืนไม่ได้ด้วยประการใด ๆ
ภายใน ๑ เดือน ให้ผู้ได้รับพระราชทาน
หรือทายาทแล้วแต่กรณีขอใช้ราคา
เหรียญนั้นเป็นเงินเหรียญละ ๒๕ บาท
ระเบียบว่าด้วยบัตร การบริหาร การเสนอขอพระราชทานเหรียญ สำนกั งาน
ป ร ะ จ ำ ต ั ว ผู้ ไ ด ้ รั บ ทรัพยากรบคุ คล ราชการชายแดน (บัตรประจำตัว จังหวดั
พระราชทานเหรียญ (การใหส้ วสั ดกิ าร ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชการ
ร า ช ก า ร ช า ย แ ด น และสทิ ธิประโยชน์ ชายแดน)
พ.ศ. ๒๕๔๘ เกื้อกูล) ข้อ ๖ ให้ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญ
ราชการชายแดนยื่นคำขอมีบัตรต่อบคุ คล
ดังต่อไปนี้
(๒) ผู้ว่าราชการจังหวัด
สำหรับผู้ได้รับพระราชทานเหรียญ
ราชการชายแดน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ที่ปฏิบัติงานในราชการส่วนภูมิภาคหรือ
ราชการส่วนท้องถิ่น หรอื ประชาชนที่มีชื่อ
อยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดนั้น แล้วแต่
กรณี เว้นแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาม
กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ
กรุงเทพมหานครและประชาชนที่มีชื่ออยู่
ในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอ
ต่อผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานคร
422
กฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ ง ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสั่ง/อนุมตั /ิ อนุญาต/ หน่วยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัติหรือการดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
ในพนื้ ที่
คำสง่ั กระทรวงมหาดไทย การบรหิ าร การเสนอขอพระราชทานเหรียญราช สำนกั งาน
ที่ ๒๔๖/๒๕๕๒ ลงวันที่ ทรัพยากรบุคคล การชายแดน (การแต่งตั้งเจ้าพนักงาน จงั หวดั
24 กรกฎาคม 2552 (การใหส้ วสั ดกิ าร ออกบัตร)
เรือ่ ง แต่งต้ัง เจา้ พนักงาน และสิทธิประโยชน์ (๒) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น
ออกบัตร เก้ือกลู ) เจ้าพนักงานออกบตั รในเขตพ้นื ทีจ่ งั หวัด
1. ระเบียบสำนักนายก การบริหาร การลาของข้าราชการ สำนักงาน
รัฐมนตรีว่าด้วยการลา ทรัพยากรบุคคล 1. อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการ จงั หวัด
ของขา้ ราชการพ.ศ.2555 (การให้สวสั ดกิ าร พิจารณาอนุญาตการลาของข้าราชการ ได้แก่
2. หนังสือสำนักงาน และสิทธปิ ระโยชน์ การลาป่วย(ไม่เกิน 120วัน)การลากิจส่วนตวั
ปลัดกระทรวงมหาดไทย เกอื้ กูล) (ไม่เกิน 45 วัน) การลาคลอดบุตร
ที่ มท 0202.4/ว1883 การลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร การลา
ลงวันที่ 27 เมษายน พักผ่อน และการลาเข้ารับการตรวจเลือก
2555 หรือเขา้ รับการเตรยี มพล
3. คำสั่ งกระทรวง 2. การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
มหาดไทยท่ี 294/2555 ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยใน
ลงวันที่ 27 เมษายน การพิจารณาอนุญาตการลาของข้าราชการ ดังน้ี
2555 เรื่อง มอบอำนาจ (1) ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา
การพิจารณาอนุญาตการ อนุญาตการลาของข้าราชการทุกประเภท
ลาของข้าราชการสังกัด แ ล ะ ร ะ ด ั บ ต ำ แ ห น ่ ง ใ น ส ั ง กั ด
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย ในราชการบริหาร
ส่วนภูมิภาค ได้แก่ การลาป่วย (เกิน 45
วัน) การลากิจส่วนตัว (เกิน 120 วัน)
การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบ
พิธีฮัจย์ การลาศึกษาฝึกอบรมฯ
ต่างประเทศ/ในประเทศ การลาไป
ปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
การลาติดตามคู่สมรส และการลาไปฟื้นฟู
สมรรถภาพด้านอาชีพ ทั้งน้ี เมื่อได้
อนุญาตการลาข้างต้นแล้ว ให้รายงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบ
เฉพาะการอนุญาตการลาของข้าราชการ
ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น
ประเภทอำนวยการ ระดับสูง ประเภท
423
กฎหมายท่เี กี่ยวข้อง ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสงั่ /อนุมตั /ิ อนญุ าต/ หน่วยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัติหรือการดำเนนิ การ รับผิดชอบ
ในพื้นท่ี
วิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับ
ทรงคุณวุฒิ อนึ่ง กรณีที่ผู้ว่าราชการ
จังหวัดไดอ้ นญุ าตการลาปว่ ยในส่วนท่ีเกิน
120 วันทำการ และการลากิจในส่วนท่ี
เกิน 45 วันทำการแล้ว ให้รายงานการ
อนุญาตให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบ
สำหรับการอนุญาตการลาของข้าราชการ
ทกุ ตำแหน่งและทกุ ระดบั
(2) ให้รายงานการอนุญาตให้
ข้าราชการไปต่างประเทศในระหว่างการ
ลาหรือวันหยุดราชการตามแบบฟอร์มที่
กำหนดทุกเดือน สำหรับข้าราชการที่
ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น
ประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภท
วิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับ
ทรงคุณวฒุ ิ และรายงานทุก 6 เดอื น สำหรบั
ข้าราชการระดับอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก
ที่กล่าวข้างต้น ตามหนังสือสำนักงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0202.4/ว
1883 ลงวันที่ 27 เมษายน 2555
1. ระเบียบกระทรวง การบรหิ าร การลาของลกู จา้ งประจำ สำนกั งาน
การคลังว่าด้วยลูกจ้าง ทรัพยากรบุคคล 1. อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดใน จงั หวดั
ประจำของส่วนราชการ (การใหส้ วสั ดกิ าร ก า ร พ ิ จ า ร ณ า อ น ุ ญ า ต ก า ร ล า ข อ ง
พ.ศ. 2537 และสิทธปิ ระโยชน์ ลูกจ้างประจำโดยใช้ระเบียบว่าด้วยการ
2. ร ะ เ บ ี ย บ ส ำ นั ก เกื้อกูล) ลาของข้าราชการและแนวทางปฏิบัติ
นายกรัฐมนตรีว่าด้วย เดียวกันกับข้าราชการ
การลาของข้าราชการ 2. การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ
พ.ศ. 2555 จังหวัดปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
3. พระราชบัญญัติ มหาดไทยในการพิจารณาอนุญาตการลาของ
ระเบียบบริหารราชการ ลูกจ้างประจำ ได้แก่ การลาอปุ สมบทหรือลา
แผน่ ดิน พ.ศ. 2534 ไปประกอบพิธฮี จั ย์
และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับท่ี 5)พ.ศ. 2545
424
กฎหมายทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการส่ัง/อนุมตั /ิ อนุญาต/ หน่วยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ตั หิ รือการดำเนนิ การ รับผิดชอบ
ในพืน้ ท่ี
4. คำส่ั งสำน ั กงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ที่ 421/2554ลงวันท่ี
13 กั นยายน 2554
เรื่อง มอบอำนาจเกี่ยวกบั
ลูกจ้างประจำ
5. คำสั่งสำนักงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ท่ี 673/2555 ลงวันท่ี
28 พฤศจิกายน 2555
เรื่อง แก้ไขคำสั่งมอบ
อำนาจเกี่ยวกับลูกจ้าง
ประจำ
1. พระราชบัญญัติ การบรหิ าร สิทธปิ ระโยชนพ์ นกั งานราชการ สำนักงาน
ระเบียบบริหารราชการ ทรพั ยากรบุคคล การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวดั
แผ่นดิน พ.ศ. 2534 (การให้สวสั ดกิ าร ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
และที่แก้ไขเพิ่มเติม และสทิ ธปิ ระโยชน์ มหาดไทยในการบริหารงานพนักงาน
(ฉบบั ที่ 7)พ.ศ. 2550 เก้อื กลู ) ราชการเกี่ยวกับการสิ้นสุดสัญญาจ้าง
2. พระราชกฤษฎีกา พนกั งานราชการ ดังนี้
ว่าด้วยการมอบอำนาจ 1. การอนุญาตการลาและการอนุมัติ
พ.ศ. 2550 ใหไ้ ด้รับค่าตอบแทนระหว่างลาดงั น้ี
3. ระเบียบสำนักนายก (1) ลาปว่ ย
รัฐมนตรีว่าด้วยพนักงาน (2) ลาคลอดบตุ ร
ราชการ พ.ศ. 2547 (3) ลากิจสว่ นตัว
4. ประกาศคณะกรรมการ (4) ลาพกั ผ่อนประจำปี
บริหารพนักงานราชการ (5) ลาเพื่อรับราชการทหารใน
เรื่อง สิทธิประโยชน์ การเรียกพลเพ่ือตรวจสอบฯ
ของพน ั กงานราชการ (6) ลาเพอ่ื ไปอปุ สมบท
พ.ศ. 2554 2. การอนุมัติให้ได้รับสิทธิประโยชน์
5. คำสัง่ สำนกั งาน อื่น ๆ
ปลัดกระทรวงมหาดไทย (1) ค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน
ที่ ๑๘๓/๒๕๕๖ ลงวันท่ี นอกเวลาราชการ
๕ เมษายน ๒๕๕๖
425
กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้อง ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสงั่ /อนมุ ตั /ิ อนุญาต/ หนว่ ยงาน
ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ัติหรือการดำเนินการ รับผิดชอบ
เรื่อง การมอบอำนาจ ในพน้ื ที่
การบริหารงานบุคคล (2) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป
ของพนกั งานราชการ ราชการ
(3) ค่าเบย้ี ประชมุ
(4) คา่ ใช้จ่ายในการฝึกอบรม
ข้อพึงระวงั
ในประเด็นการให้สวัสดิการและสทิ ธปิ ระโยชน์เกอ้ื กูล ดงั น้ี
1. การเสนอขอพระราชทานเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ์และเหรียญราชอิสรยิ าภรณ์
การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญราชอิสริยาภรณ์ต้องดำเนินการให้เป็นไป
ตามแนวทางที่กฎหมาย ระเบียบ กำหนด และแนวทางที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
แจง้ ให้กระทรวงมหาดไทยทราบในแตล่ ะครั้ง จงึ มีขอ้ ควรระวัง ดงั นี้
1.1 การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญ
อิสริยาภรณ์ให้พิจารณาโดยรอบคอบว่าบุคคลนั้น ได้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์
แก่ราชการ หรือสาธารณชนจนถึงขนาดควรได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมิใช่
พิจารณาแต่เพียงตำแหน่ง ระดับ ชั้น ชั้นยศ หรือครบกำหนดระยะเวลาที่จะเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้บุคคล ที่ได้รับพระราชทานรู้สึกภาคภูมิใจ
ในเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานอย่างแท้จริง และเพื่อให้เครื่องราชอิสริยาภรณ์
เปน็ เครอื่ งหมายเชดิ ชเู กยี รตอิ ยา่ งสงู ด้วย
1.2 การพิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอขอพระราชทาน ต้องพิจารณาด้วย
ความถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมาย ระเบียบ และแนวทางหลักเกณฑ์ ที่กำหนด โดยต้องไม่เป็น
ผู้ขาดคณุ สมบัตขิ าดระยะเวลา รวมท้งั ต้องมคี วามประพฤติดี มผี ลงานเป็นทปี่ ระจักษ์ว่าเป็นประโยชน์
แก่ราชการหรือสาธารณชน และเป็นผู้มีทัศนคติที่ดีและจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติโดยหาก
การพิจารณาวินิจฉัย ตีความ ในเรื่องของคุณสมบัติผู้เสนอขอพระราชทาน และการรับรองคุณสมบัติ
มีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือมิได้เป็นไปตามที่กฎหมาย ระเบียบและแนวทาง
หลักเกณฑ์ ที่กำหนด อาจทำให้ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ขอพระราชทาน
หรือผู้ที่เสนอขอพระราชทานไม่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ในการเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญราชอิสริยาภรณ์ แต่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้มีคุณสมบัติคร บถ้วน
ในการขอพระราชทานเครอื่ งราชอิสริยาภรณ์ จะเป็นเหตุใหส้ ว่ นราชการต้นสังกดั ตอ้ งดำเนนิ การจัดทำ
เรื่องขอพระราชทานอภัยและขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถอนชื่อผู้ได้รับพระราชทาน
ดงั กลา่ ว ซ่ึงเป็นการมบิ งั ควรอยา่ งย่งิ
1.3 บัตรประจำตัวผู้ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนและเหรียญ
ราชการชายแดน เป็นบัตรที่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของผู้ได้รับ
426
พระราชทานได้ จึงอาจมีผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานจริงแต่เข้าสวมสิทธิ์โดยมาขอทำบัตรแทนผู้มีสิทธิ์
จงึ ควรพิจารณาออกบตั รด้วยความละเอยี ดรอบคอบ
1.4 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญราชอิสริยาภรณ์
เป็นเรื่องที่สำคัญ และต้องได้รับการพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ และเป็นไปตามระเบียบ
กฎหมาย และแนวทางหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณา
กอ่ นดำเนนิ การ
2. การอนุญาตให้ข้าราชการลาอุปสมบท
การอนุญาตให้ข้าราชการลาอุปสมบทจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย 2 ฉบับ
ได้แก่ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 และพระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยการพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ข้าราชการลาอุปสมบท พ.ศ. 2521
โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุญาตให้ข้าราชการลา
อุปสมบทตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555
(คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 294/2555 ลงวันที่ 27 เมษายน 2555) สำหรับการมีหนังสือแสดง
การพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการพระราชทานพระบรม
ราชานุญาตให้ข้าราชการลาอุปสมบท พ.ศ. 2521 ยังคงเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย
ในการพิจารณามิไดม้ กี ารมอบอำนาจใหผ้ ูว้ ่าราชการจงั หวัดในเรือ่ งดงั กล่าว
หนว่ ยงานส่วนกลางที่รับผิดชอบ สำนกั /กอง
กล่มุ งานสวสั ดกิ ารและประโยชนเ์ กือ้ กูล และกลุ่มงานสรรหาและประเมินบคุ คล
กองการเจ้าหน้าท่ี สป.
เบอร์ตดิ ต่อ : 0 2221 0565 และ 0 2223 9353
427
6. ประเดน็ การดำเนนิ การทางวนิ ยั
สรปุ สาระสำคญั ตามประเดน็
6.1 การดำเนนิ การทางวินัยขา้ ราชการ
(1) การดำเนินการทางวินัยข้าราชการพลเรือนสามัญถูกกล่าวหา
ว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญาก่อนออกจากราชการ ต้องส่ัง
ลงโทษภายใน 3 ปี นับแตว่ ันทีผ่ ู้นัน้ ออกจากราชการ
การดำเนินการทางวินัยข้าราชการพลเรือนสามัญถูกกล่าวหา
วา่ กระทำผดิ วินยั อย่างร้ายแรงหลังจากออกจากราชการแลว้ ต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนภายใน 1 ปี
นับแตผ่ ้นู ัน้ ออกจากราชการ และตอ้ งส่งั ลงโทษภายใน 3 ปี นับแต่วันท่ีผนู้ น้ั ออกจากราชการ สำหรับ
กรณคี วามผิดทปี่ รากฏชัดแจ้งตอ้ งสงั่ ลงโทษภายใน 3 ปี นับแต่ผูน้ ั้นออกจากราชการ
ในกรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษ
หรือองค์กรพิจารณาอุทธรณ์ เพราะเหตุกระบวนการดำเนินการทางวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยดำเนินการทางวินัย ให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา
ถึงทส่ี ดุ หรอื มคี ำวินจิ ฉยั ถงึ ทส่ี ุดหรอื มมี ติ แลว้ แต่กรณี
6.2 การดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญ
กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือคณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐมีมติชี้มูลความผิดข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดซึ่งออกจาก
ราชการแล้ว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหาร
ในการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต แลว้ แต่กรณี
6.3 การดำเนินการทางวินัยลูกจ้างประจำให้เปน็ ไปตามหมวด 5 แห่งระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2537
6.4 การดำเนินการทางวินัยพนักงานราชการให้เป็นไปตามหมวด 4 แห่ง
ระเบยี บสำนักนายกรฐั มนตรีวา่ ด้วยพนกั งานราชการ พ.ศ. 2547
กฎหมายท่ี ความรับผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสงั่ /อนุมตั ิ/อนุญาต/ หน่วยงาน
เก่ยี วข้อง ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบตั หิ รอื การดำเนนิ การ รบั ผิดชอบ
ในพน้ื ท่ี
พระราชบัญญัติ การบรหิ าร การดำเนินการทางวินยั ขา้ ราชการ สำนักงาน
ระเบียบข้าราชการ ทรพั ยากรบุคคล ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งต้ัง จงั หวัด
พลเรือนพ.ศ. 2551 (การดำเนินการ คณะกรรมการสืบสวนขอ้ เท็จจริง
และทแี่ กไ้ ขเพิ่มเติม ทางวินัย) มาตรา ๙๒ หากผลการสืบสวนมีมูล
(ฉบบั ท่ี 3)พ.ศ.2562 ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ
สอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรง หรือไม่ต้องต้ัง
คณะกรรมการสอบสวนก็สั่งลงโทษได้ เมื่อมีการ
428
กฎหมายที่ ความรบั ผิดชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสงั่ /อนมุ ตั ิ/อนญุ าต/ หน่วยงาน
เกีย่ วข้อง ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบตั หิ รอื การดำเนนิ การ รับผดิ ชอบ
ในพื้นท่ี
แจ้งข้อกล่าวหาและสรปุ พยานหลักฐานให้ผู้ถกู
กล่าวหาทราบ และหากไมม่ มี ูลกส็ ัง่ ยตุ เิ รอื่ ง
มาตรา ๙๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจ
แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่าง
ร้ายแรงข้าราชการตั้งแต่ระดับชำนาญการ
พเิ ศษลงมา
มาตรา 9๖ ผู้ว่าราชการจังหวัด
มีอำนาจสั่งลงโทษ (ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดอื น
หรือลดเงินเดือน) ข้าราชการตั้งแต่ระดับ
ชำนาญการพิเศษลงมา
มาตรา ๙๗ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจ
สั่งลงโทษ (ปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ)
ข้าราชการตัง้ แตร่ ะดับชำนาญการพเิ ศษลงมา
มาตรา ๑๐๐ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้อง
ดำเนินการทางวินัยข้าราชการพลเรือนสามัญ
การดำเนินการทางวินัยข้าราชการพลเรือน
สามัญถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่าง
ร้ายแรง ถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญา
ก่อนออกจากราชการ ต้องสั่งลงโทษภายใน
3 ปี นบั แต่วนั ท่ีผู้นัน้ ออกจากราชการ
การดำเนินการทางวินัยข้าราชการ
พลเรอื นสามญั ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย
อย่างร้ายแรงหลังจากออกจากราชการแลว้
ต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนภายใน 1 ปี
นับแต่ผู้นั้นออกจากราชการ และต้องส่ัง
ลงโทษภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ผู้นั้นออก
จากราชการ สำหรับกรณีความผดิ ท่ีปรากฏ
ชัดแจ้งต้องสั่งลงโทษภายใน 3 ปี นับแต่
ผนู้ ้ันออกจากราชการ
ในกรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษา
ถงึ ที่สุดใหเ้ พิกถอนคำส่ังลงโทษ หรือองค์กร
พิจารณาอุทธรณ์ เพราะเหตุกระบวนการ
ดำเนินการทางวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
429
กฎหมายท่ี ความรบั ผิดชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการสัง่ /อนุมตั /ิ อนญุ าต/ หนว่ ยงาน
เกยี่ วข้อง ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏิบัตหิ รือการดำเนนิ การ รบั ผดิ ชอบ
ในพ้ืนท่ี
1. ระเบียบกระทรวง การบรหิ าร
การคลังว่าด้วย ทรัพยากรบุคคล ให้ผู้มอี ำนาจดำเนินการทางวินัยดำเนินการ
ลูกจ้าง ประจำ (การดำเนนิ การ ทางวินัย ให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่
ของ ส่วนราชการ ทางวนิ ัย) วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือมีคำวินิจฉัย
พ.ศ. 2537 ถึงท่สี ดุ หรือมมี ติ แลว้ แตก่ รณี
2. คำส่งั สำนักงาน
ปลัดกระทรวงมหาดไทย มาตรา ๑๐๐/๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด
ที่ 421/2554 ลง จะต้องดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษ
วันท่ี 13 กันยายน แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นให้เป็นไป
2554 เรื่อง มอบ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้
ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
การป้องกันและปราบปรามการทุจริต
หรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่าย
บริหารในการป้องกันและปราบปรามการ
ทุจริต ในกรณีท่ีคณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตแห่งช าติ
หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
ก า ร ท ุ จ ร ิ ต ใ น ภ า ค ร ั ฐ ม ี ม ต ิ ช ี ้ ม ู ล ค ว า ม ผิ ด
ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดซึ่งออกจาก
ราชการแล้วแล้วแตก่ รณี
มาตรา ๑๐๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด
มีอำนาจสั่งพักราชการหรือ สั่งให้ออกจาก
ราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวน
หรือพิจารณา หรือผลแห่งคดี ข้าราชการ
ตงั้ แตร่ ะดับชำนาญการพิเศษลงมา
การดำเนนิ การทางวนิ ัยลูกจา้ งประจำ สำนกั งาน
การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัด
ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย
ในการดำเนนิ การทางวินยั ลกู จ้างประจำ ดงั น้ี
1. การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ทางวินัย
2. การสง่ั ลงโทษทางวินัย
3. การสั่งให้ลูกจ้างประจำที่ถูกสั่งพัก
ราชการหรอื ให้ออกจากราชการกลับเข้ารับ
ราชการในตำแหน่งเดิมภายหลังสอบสวน
430
กฎหมายท่ี ความรบั ผดิ ชอบ อำนาจของ ผวจ.ในการส่ัง/อนุมตั ิ/อนุญาต/ หน่วยงาน
เกยี่ วข้อง ในฐานะ ผวจ. แนวทางปฏบิ ัตหิ รอื การดำเนนิ การ รบั ผิดชอบ
ในพ้ืนที่
อำนาจเกี่ยวกับ
ลูกจา้ ง ประจำ ได้ว่ามิได้กระทำผิด และการสืบสวนกรณี
ลูกจ้างประจำผู้ถูกสั่งพักราชการ หรือออก
1. ระเบียบสำนัก การบรหิ าร จากราชการแล้วถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด
นายกรัฐมนตรี ทรัพยากรบุคคล ร้ายแรงกรณีอื่นอีก
ว่าด้วยพนักงาน (การดำเนนิ การ
ราชการพ.ศ. 2547 ทางวนิ ัย) การดำเนินการทางวนิ ยั พนกั งานราชการ สำนักงาน
2.คำสั่งสำนักงานปลัด การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จงั หวดั
กระทรวงมหาดไทย
ที่ 183/2556 ลง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง
วันท่ี 5 เมษายน มหาดไทยในการบริหารงานพนักงาน
2556 เร่ือง การมอบ ราชการเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย
อำนาจการบริหาร พนกั งานราชการ ดงั น้ี
ง า น บุ ค ค ล ข อ ง
พนกั งานราชการ 1. การพิจารณาสอบสวนความผิดวินัยอย่าง
ไม่ร้ายแรง และการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
กรณีที่พนักงานราชการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด
วนิ ยั ร้ายแรงท้งั นี้ หลักเกณฑแ์ ละวิธีการสอบสวน
พนักงานราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
และเงื่อนไขของข้าราชการโดยอนโุ ลม
2. การออกคำสั่งลงโทษไล่ออก ตัดเงิน
คา่ ตอบแทน ลดขั้นเงนิ ค่าตอบแทน ลงโทษ
ภาคทณั ฑ์ และส่งั ยตุ ิเรือ่ ง
ขอ้ พงึ ระวงั
ในประเด็นการดำเนินการทางวินัย ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องดำเนินการทาง
วินัยและสั่งลงโทษแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ โดยถือตาม
กฎหมายและระเบยี บท่เี กย่ี วข้องตามกฎหมายที่มีผลบังคบั ใช้ในปจั จุบัน
หนว่ ยงานส่วนกลางทร่ี บั ผิดชอบ สำนัก/กอง
กลุม่ งานวนิ ยั กองการเจ้าหนา้ ท่ี สป.
เบอรต์ ิดต่อ : 0 2222 488
431
กรมการปกครอง
การรักษาความสงบเรยี บร้อยและความมนั่ คงภายใน
1. ประเด็น การรกั ษาความสงบเรยี บร้อยและความมัน่ คงภายใน
(อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวดั ตามกฎหมายว่าด้วยมูลนิธิ)
สรุปสาระสำคญั ตามประเด็น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 136 กำหนดว่า ให้รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยรักษาการตามบทบัญญตั ใิ นส่วนนีแ้ ลว้ ให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนกับการออก
กฎกระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งให้ผู้ว่า
ราชการจงั หวัดเปน็ นายทะเบยี นมูลนธิ ิจังหวดั นัน้
ความ อำนาจของ ผวจ. ในการสั่ง/ หนว่ ยงาน
กฎหมายทเี่ กี่ยวขอ้ ง รับผิดชอบ อนมุ ัติ/อนญุ าต/แนวทาง รับผิดชอบ
ในฐานะ ผวจ. ปฏิบัตหิ รือการดำเนนิ การ ในพนื้ ที่
1. ประมวลกฎหมายแพ่งและ นายทะเบียน เมื่อสำนักงานเขต หรือ ที่ว่าการ ท่วี ่าการ
พาณชิ ย์ (พ.ศ. 2535) มาตรา มูลนิธิในจงั หวดั อำเภอ/กิ่งอำเภอ ได้พิจารณา อำเภอ
110 – 136 อ่นื นอกจาก เอกสารและคำขอแล้ว เห็นว่า /กงิ่ อำเภอ
2. พระราชบัญญัติกำหนด กรงุ เทพมหานคร ครบถว้ นและถูกต้อง กใ็ ห้เสนอ
ความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน เรื่องราวพร้อมความเห็นต่อ
จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด นายทะเบียน โดยส่งเรื่องไป
บริษัทจำกัด มูลนิธิและมูลนิธิ กรุงเทพมหานคร หรือจังหวัด
พ.ศ. 2499 แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี เพื่อตรวจสอบ
(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2535 ความถูกต้อง และเสนอนาย
3. ประมวลรัษฎากร ในส่วนที่ ทะเบียนเพื่อพิจารณาทะเบียน
เกย่ี วขอ้ งกบั มูลนิธิ เมื่อนายทะเบียนพิจารณารับ
4. กฎกระทรวงมหาดไทย ใน จดทะเบียนก็จะออกใบสำคัญ
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ แสดงการจดทะเบียนแล้วส่ง
ได้แก่ เรื่องคืนไปยังสำนักงานเขต
4.1 กฎกระทรวง ว่าด้วย หรอื อำเภอ/กิ่งอำเภอ และแจ้ง
การจดทะเบียนมูลนิธิ การ ให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบเพื่อ
ดำเนินกิจการและการ ขอรับใบสำคัญฯ และชำระ
ทะเบยี นมลู นธิ ิ พ.ศ. 2545 คา่ ธรรมเนยี มตามกฎกระทรวงฯ
4.2 กฎกระทรวง ว่าด้วย
ค่าธรรมเนียมและการยกเว้น
ค่าธรรมเนียมมูลนิธิ พ.ศ.
2545
4.3 กฎกระทรวง ว่าด้วย
แบบบัตรประจำตัวนายทะเบียน
435