The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

60ปี สุเมธาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-12-01 08:24:15

60ปี สุเมธาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

60ปี สุเมธาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

สเุ มธ ปราดเปร่ืองถอ้ ย อรรถคดี

ศริ ิ สวสั ดิ์พพิ ัฒนม์ ี กอบเกื้อ

คุณ อเนกอนนั ต์ทวี นีตศิ าสตร์ เชยี่ วแล

โชติ ช่วงอร่ามอะเคอ้ื ศษิ ย์น้อมมทุ ิตา

บุปผางาม มักผลิบาน มบิ อ่ ยนัก เรอื่ งดมี ัก มอิ ย่นู าน โบราณว่า
ยามเกษยี ณ ของอาจารย์ ใกล้เขา้ มา ในอุรา ศษิ ยค์ ะนึง ถงึ พระคณุ

หวนรำ�ลึก เร่อื งอากร อกี ภาษี ศษิ ยไ์ ดด้ ี เพราะครแู นะ และเกอื้ หนนุ
อบรมศษิ ย์ ดว้ ยเมตตา และการณุ ย ์ นบั เป็นบญุ ของศิษย์น้ี ที่มคี รู

วิชุดา ธนาพุฒิภรณ์
ณฐั พล จนั ทรง์ าม

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

60 ปี สเุ มธาจารย์

พมิ พ์ : สิงหาคม 2558
ผพู้ มิ พ์ และ ผูจ้ ัดจำ�หนา่ ย : คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
จำ�นวนพมิ พ์ : 300 เลม่
ราคา : 350 บาท
ISBN : 978-974-466-821-9

พิมพท์ ่ี : โรงพมิ พเ์ ดอื นตุลา
โทรศพั ท ์ 02-996-7392-4
ดาวน์โหลโทดจราสการระ บบ TUDC โดย นายอ0ร2่า-ม99ด6ว-ง7จ3ัน9ท5ร์

กระดาษไข

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

60 ปี สเุ มธาจารย์

กระดาษไข

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

4

สารจากคณบดี

ในโอกาสท่ี ศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศิรคิ ุณโชติ มีอายุครบหกสบิ ปี คณะนติ ิศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ไดต้ ระหนกั ถงึ ความทุ่มเททอี่ าจารย์ ไดส้ อน วิจัย บริการทางวิชาการ
โดยเฉพาะอย่างย่ิงการจัดอบรมให้แก่นักกฎหมายเพ่ือให้มีความรู้ความเช่ียวชาญเฉพาะด้าน
เกี่ยวกับภาษีอากร ซ่ึงถือว่าท่านเป็นผู้เช่ียวชาญท่ีสุดท่านหนึ่งในประเทศไทย นอกจากนี้
ตลอดเวลาที่ท่านได้ปฏิบัติหน้าท่ีเป็นอาจารย์ประจำ�ที่คณะนิติศาสตร์ ท่านได้สร้างบัณฑิต
นติ ศิ าสตรใ์ หม้ คี วามรทู้ างดา้ นกฎหมายภาษี ทงั้ ในระดบั ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท จ�ำ นวนมากมาย
และลูกศิษย์เหล่านี้ ได้นำ�ความรู้ท่ีได้ไปทำ�งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกท้ังได้สร้างช่ือเสียง
ในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงนับได้ว่าเป็นผลงานและผลผลิตที่ก่อให้
เกิดคุณปู การทท่ี ่านศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศริ คิ ุณโชติ ได้สร้างไวใ้ ห้แก่คณะนิตศิ าสตร์ และ
สังคมไทย

ในด้านการเป็นเพ่ือนร่วมงานในคณะนิติศาสตร์ ท่านเป็นผู้หน่ึงที่ให้ความสนใจและ
ยนิ ดอี ยา่ งยงิ่ ทจี่ ะเขา้ มารว่ มงานกบั คณะนติ ศิ าสตร์ ในดา้ นตา่ ง ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ การประชมุ สมั มนา
เพอื่ ปรบั ปรงุ หลกั สตู ร พฒั นาคณะนติ ศิ าสตร์ รวมถงึ การสรา้ งความรว่ มมอื ใหท้ างดา้ นกฎหมาย
กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญ่ีปุ่น และจีน ซึง่ ในการสร้างความร่วม
มือนี้ ทา่ นไดท้ ุ่มเทอยา่ งสดุ ความสามารถทจี่ ะดำ�เนนิ การอบรมระยะสั้นให้กบั นักศึกษาตา่ งชาติ
ซ่ึงถือเป็นโครงการอบรมระยะส้ันโครงการแรกท่ีคณะนิติศาสตร์จัดทำ�และประสบความสำ�เร็จ
จนทำ�ให้นักศึกษาต่างประเทศ สนใจท่ีจะเข้ารับการอบรมเพิ่มข้ึนในปีต่อมา นอกจากนี้ท่าน
ยังนำ�นักศึกษาในระดับปริญญาโท สาขากฎหมายภาษี ไปดูงานท้ังในและต่างประเทศ ทำ�ให้
นักศึกษาไดม้ ีโอกาสเปดิ โลกทศั นใ์ นดา้ นกฎหมายภาษอี ากรต่อไป

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

5

60 ปี สุเมธาจารย์

ความเออ้ื อาทร ความเสียสละ และการเปน็ แบบอย่างของ ศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ
ศิริคุณโชติ ทำ�ให้ทั้งคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษามีความรู้สึกยินดีที่จะทำ�งานร่วมด้วย
และยินดีท่ีจะได้รับคำ�แนะนำ�ที่เป็นประโยชน์จากข้อเสนอแนะของท่าน จึงถือได้ว่า ท่านเป็น
ท้ังผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการและเป็นแบบอย่างท่ีดีให้กับเพื่อนร่วมงาน นักศึกษา สมกับเป็น
ปรมาจารย์ทา่ นหนึ่งในด้านภาษอี ากร

คณะนิติศาสตร์จึงขอแสดงความคารวะในความเสียสละและทุ่มเทของท่านต่อการ
ทำ�งานในคณะนติ ศิ าสตร์ และขอขอบคุณคณะทำ�งานทีไ่ ด้จดั ทำ�หนังสอื วิชาการเนอ่ื งในโอกาส
ครบรอบหกสิบปี ศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศิริคุณโชติ จนสำ�เร็จลงได้ด้วยดี ขอขอบพระคุณ
ผเู้ ขียนทกุ ท่านทกี่ รุณาส่งบทความมาร่วมตีพิมพใ์ นหนงั สือเลม่ นี้ เพอ่ื เป็นการเผยแพรแ่ ละสาน
ต่อแนวคิดทางวิชาการทีศ่ าสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศิรคิ ณุ โชติ ท่ไี ด้วางรากฐานไว้ใหก้ ับลกู ศษิ ย์
ทงั้ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ และมหาวทิ ยาลยั อน่ื ๆ รวมถงึ หนว่ ยงานในภาครฐั และภาคเอกชน
ทเี่ กย่ี วขอ้ ง จงึ หวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ หนงั สอื เลม่ นี้ นอกจากจะเปน็ ร�ำ ลกึ ถงึ ศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ
ศริ คิ ณุ โชติ ซงึ่ เปน็ หนงึ่ ในดา้ นภาษอี ากรแลว้ คงจะยงั ประโยชนใ์ หแ้ กผ่ อู้ า่ นทจี่ ะไดร้ บั ความรู้ ใน
แงม่ มุ ตา่ ง ๆ ของกฎหมายทจี่ ะได้น�ำ ไปเป็นประโยชนใ์ นการปรบั ใช้กบั งานของท่าน และพฒั นา
องคค์ วามรู้ในกฎหมายด้านภาษีอากรต่อไป


รองศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ
คณบดีคณะนติ ิศาสตร์

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจนั ทร์

6

บทบรรณาธกิ าร

หนงั สอื “60 ปี สเุ มธาจารย”์ เปน็ หนงั สอื รวมบทความทางวชิ าการทคี่ ณะนติ ศิ าสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดทำ�ขึ้นเน่ืองในโอกาสท่ีศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศิริคุณโชติ มี
อายุครบ 60 ปี ในปี 2558 นี้

เนื้อหาในหนังสือเล่มน้ีแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ 1. รวมบทความทางวิชาการ
2. รวมบทร�ำ ลกึ และ 3. รวมประวตั แิ ละผลงานดา้ นตา่ ง ๆ ของศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศริ คิ ณุ โชติ

ในส่วนของรวมบทความทางวชิ าการและบทรำ�ลกึ นน้ั ประกอบดว้ ยบทความจ�ำ นวน
18 บทความ และบทร�ำ ลกึ 13 บท ซงึ่ ได้รับความอนเุ คราะหจ์ ากทางคณาจารย์ ประจำ�คณะ
นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เช่ียวชาญทางด้านกฎหมายภาษีจากหลายหน่วยงาน
ตลอดถึงลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศิริคุณโชติ ในช้ันปริญญาตรี และปริญญาโท
ทง้ั ศษิ ยเ์ กา่ และศษิ ยป์ จั จบุ นั จ�ำ นวนหลายทา่ นทไ่ี ดร้ ว่ มสง่ ผลงานเพอ่ื เปน็ สว่ นหนง่ึ ของหนงั สอื เลม่ น้ี

ในสว่ นของรวมประวตั แิ ละผลงานดา้ นตา่ ง ๆ ของศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศริ คิ ณุ โชติ
นน้ั ประกอบดว้ ยประวัตสิ ว่ นตัวของศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศริ คิ ุณโชติ และช่ือผลงานตา่ ง ๆ
ท่ีศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศิรคิ ุณโชติ ได้สรรสรา้ งขึ้นมาซงึ่ นอกจากท่านจะเปน็ ผมู้ คี วามรคู้ วาม
สามารถทางกฎหมายภาษีเป็นอยา่ งดแี ลว้ ทา่ นยงั เปน็ ผทู้ ี่มคี วามเชีย่ วชาญทางดา้ นภาษาญป่ี ุ่น
เปน็ อยา่ งมากอกี ดว้ ย ซ่งึ เห็นไดจ้ ากผลงานทางวิชาการหลายฉบบั ที่ทา่ นเขยี นเป็นภาษาญ่ีปนุ่

นอกจากนใ้ี นการจดั ทำ�หนงั สอื “60 ปี สเุ มธาจารย”์ ยงั ไดร้ บั ความรว่ มมอื จากบคุ คล
อกี หลายทา่ นทชี่ ว่ ยเสนอแนวคดิ แนวทางการจดั ท�ำ หนงั สอื ตงั้ แตเ่ รม่ิ ตน้ จนถงึ เปน็ รปู เลม่ สมบรู ณ์
แม้ด้วยภารกิจของแต่ละคนที่มีทั้งในหน้าท่ีการงาน และการเรียนการศึกษาทำ�ให้ใช้เวลาพอ
สมควรในการจดั ท�ำ หนงั สือฉบับนี้ แตเ่ พราะความรกั ทมี่ ีตอ่ ศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศริ ิคุณโชติ

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

7

60 ปี สเุ มธาจารย์

การจดั ทำ�หนังสือเล่มนไ้ี ดส้ ำ�เรจ็ ผลในที่สุด
คณะกรรมการจดั ท�ำ หนงั สอื หวงั วา่ เมอ่ื ผอู้ า่ นไดอ้ า่ นหนงั สอื เลม่ นจ้ี นจบนอกจากจะได้

รบั ความรจู้ ากบทความของผเู้ ขยี นทกุ ทา่ นแลว้ ผอู้ า่ นยงั จะไดร้ จู้ กั ศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศริ คิ ณุ โชติ
มากข้นึ ด้วย และเช่อื เหลือเกินว่าผู้อ่านต้องเห็นด้วยกับช่ือหนังสือ “60 ปีสุเมธาจารย์” ว่า
เหมาะสมกับท่ีจะเป็นหนงั สอื ของ ศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศริ คิ ณุ โชตจิ รงิ ๆ

สุดท้ายน้ี คณะกรรมการจดั ทำ�หนงั สือขอกราบขอบพระคุณและขอบคุณทกุ ทา่ นทม่ี ี
ส่วนรว่ มใหห้ นังสอื “60 ปี สเุ มธาจารย”์ เล่มน้ีเสรจ็ สมบูรณใ์ นท่ีสุด ขอมอบหนงั สือเล่มน้ีเปน็
“ของขวัญ” แทนคำ�ขอบคุณท่ีศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศิริคุณโชติ ได้ทุ่มเททั้งแรงกายและ
แรงใจตอ่ คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตรแ์ ละวงการกฎหมายภาษอี ยา่ งดีตลอดมา

สหธน รัตนไพจติ ร
บรรณาธิการ

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

8

60 ปี สุเมธาจารย์

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์ 60 ปี

สุเมธาจารย์

9

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

10

สารบัญ

บทความ 17

Development of Royalties Tax Interpretation in Thailand 25
Chinapat Visuttipat……………………………………….......................................... 34
หลักเกณฑก์ ารพจิ ารณาความเปน็ ผูม้ ถี ิ่นทอ่ี ยู่ (Resident) เพ่อื ประโยชน์
ในการจัดเก็บภาษีเงินได้ 43
ชยั สทิ ธิ์ ตราชูธรรม…………….............................………...........................…………. 72
รฐั ธรรมนญู กับปัญหาการเมืองการปกครองของไทย 76
บุญศรี มีวงศ์อโุ ฆษ………………………………………….............................….…………. 80
“ธรรมศาสตรว์ นิ ยั ” ในคมั ภรี ์ศาสนาที่ส�ำ คัญของโลกในการรักษา ปฏริ ปู วินัย
การเงินการคลัง
ปรีชา สุวรรณทัต…....................…………......……………………………………………….
สังคมส�ำ หรบั ทกุ คน “สังคมอยเู่ ย็นเป็นสขุ ร่วมกนั (Inclusive Society)”
วิรยิ ะ นามศริ ิพงศพ์ นั ธุ์………………………........................……..........................….
แนวคดิ เกี่ยวกับสวสั ดกิ ารสงั คมสำ�หรับคนพิการ
วริ ิยะ นามศริ ิพงศ์พนั ธ์ุ……………......................…………............................………..
ภาษีป้าย : จา่ ยแพงกวา่ ท�ำ ไม ?
ดาวนโ์ หล ดจากระชบบเู กTียUรDตCิ โดดลิยกนแายพอทรา่ ยม์…ดว…งจ…ัน…ทร…์ …….........................………..............................…….

11

60 ปี สุเมธาจารย์

ความรับผิดในคา่ ภาษีศลุ กากรขาเขา้ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยศลุ กากร
ชชู าติ อัศวโรจน์…………...............................……............................…………..……. 87
ปัญหา “บางประการ” ของกฎหมายวา่ ดว้ ยภาษีเงินได้ระหวา่ งประเทศ
พนิต ธรี ภาพวงศ์….................................……...........................………………………. 108
ประเด็นร้อนอธบิ ดกี รมสรรพากรแก้กฎหมายคมุ เขม้ เลง็ เก็บอากรแสตมปจ์ าก
สญั ญาเช่าและสัญญาจา้ งทำ�ของเพม่ิ
พทุ ธิมา เกดิ ศริ ิ……............................……………...................................……………. 122
การจดทะเบียนภาษีมูลคา่ เพม่ิ ของผ้ปู ระกอบการขายสินคา้ ในตา่ งประเทศ
วิชุดา พงศาปาน…................................……………............................………………. 133
ระบบกฎหมายกรรมสทิ ธท์ิ ด่ี นิ และการใชป้ ระโยชนท์ ด่ี นิ ในประเทศสาธารณประชาชนจนี
วธิ วนิ ห์ โตเกียรติรงุ่ เรอื ง………...............................…........…..………………………. 150
การบังคับใชอ้ นสุ ญั ญาภาษีซอ้ นเกยี่ วกับการระงบั ข้อพพิ าททางภาษีระหว่าง
รฐั สมาชิกอาเซียนในกรอบหน้าท่ีของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน
สวุ ณญั ฐ์ ไม้สงู ดี….....................................…..........................………………………. 166
การเกบ็ ภาษเี งินไดต้ ามหลักแหลง่ เงนิ ไดแ้ ก่ค่าเสียหายทเ่ี กดิ จากการละเมดิ ทรัพยส์ นิ
ทางปัญญา
สรายุทธ์ วฒุ ยาภรณ์…...............................…..........................………………………. 204
วธิ ีเก็บออมพรอ้ มการประหยัดภาษดี ว้ ย RMF และ LTF
สวุ ชั รีภรณ์ สพี ลลา…….........................…….............................………………………. 255
ประเทศไทยควรปฏิรปู ภาษีอยา่ งไร...เพ่อื รองรบั การแข่งขนั เสรี
อมรศักดิ์ พงศ์พศตุ ม…์ …...................................……......................…………………. 268
ปัญหาเกยี่ วกบั การจดั เก็บภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดาจากคณะบคุ คลทีม่ ิใช่นติ บิ ุคคล
อานนท์ ทัศนเ์ อยี่ ม…......................……………………….......…….………..……………. 273

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

12

สารบญั

ขอ้ สงั เกตบางประการเก่ยี วกับภาษีเงินได้กรณกี ารลงทุนในทรสั ตเ์ พอ่ื การลงทุน
ในอสังหารมิ ทรพั ย์ (REIT) : ศึกษากรณผี ลประโยชน์ทที่ รสั ตจี า่ ยจาก REIT
และผลประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการโอนใบทรสั ต์ (Trust certificate)
ตามแนวการตคี วามของกรมสรรพากรและ OECD Commentaries
อวยชยั สุขวงค…์ ......................................……………............................……………. 287

บทร�ำ ลึก

Everlasting Friendship with Professor Dr. Sumet Sirikunchoat
Prof. Norihisa YOSHIMURA…................................…………………................…. 303
Best regards for Prof. Dr. Sumet Sirikunchoat’s 60th birthday from
Tokyo
Yumi Nishiyama….........................………………………………….……………..………. 306
คร.ู ..ผู้เปิดโลกกวา้ งแก่ศษิ ย์
กรี ะเกยี รติ พระทยั ….....................…………………………………………...................…. 308
ระลึกคณุ อาจารย์
เชยี่ วชาญ ลิม้ นพคณุ …….................................………………..........……………………. 311
บทความรำ�ลกึ ถึงศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศิรคิ ณุ โชติ
ธัญญมาศ เลาห์วรี ะพานิช…….....................................……….………………………... 312
บทร�ำ ลกึ แด่ศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศิริคุณโชติ
ธนภณ แก้วสถิต….............................….........................…….…………………....……. 314
ศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศริ ิคณุ โชต.ิ .. “คร”ู ผู้เปน็ “ต้นแบบ”
ประภาศ คงเอยี ด…...............................…………..............…..….………………………. 316
ศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศิริคณุ โชติ
วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ……...............................…………….…........……..………………. 318

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

13

60 ปี สุเมธาจารย์

ศาสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศริ คิ ุณโชติ ที่ผมรจู้ กั
วรี วฒั น์ จนั ทโชต…ิ …………………………………………………............................……… 321
พ่ีเมธ
สหธน รตั นไพจิตร……............................……………..........………….…………………. 324
พสี่ ุเมธฯ ทร่ี ้จู กั
สาโรช ทองประค�ำ …….........................……….............………….………………….……. 326
ศาสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศริ คิ ณุ โชติ The Great Teacher
สปุ รยี า แก้วละเอียด…...................................…..……………….………………..………. 328
แด่อาจารย์สุเมธ
อานนท์ มาเมา้ ……...............................……….....………………….……………….……... 331

ประวัตแิ ละผลงาน………..........…………………….………………............…….…. 335
ภาพความทรงจ�ำ ……….………….....……….………………………....................... 345
จากใจคณะท�ำ งาน…..........…………………….……………………….................... 351

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

14

กระดาษไข

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

15

60 ปี สุเมธาจารย์

กระดาษไข

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

16

Development of Royalties Tax
Interpretation in Thailand

Chinapat Visuttipat1

It is a long time since the Supreme Court ruled in 1988 to clarify the
interpretation of ‘royalties’ under Thai tax laws until 2014. It is different from
the ‘royalties’ specifically defined under the tax treaties entered into between
Thailand and other 58 countries.
Until now, no specific definition of royalties for income tax purposes
under domestic Thai tax laws and no subsequent interpretation on its definition.
Under Thai income tax laws, royalties is a type of income from all of 8 types of
income. Royalties under such type of income includes “value of goodwill, value
of copyright or other rights, annuity, or income in the same nature deriving from
will, other juristic act or court decision”. The Supreme Court ruled in the past
to explain that ‘other rights’ shall be the rights in the same nature of goodwill
and copyright, and therefore, leasehold right is not regarded as other rights in
terms of royalties.
From this interpretation, development of tax interpretation on royalties
in Thailand is in line with the remuneration of intellectual properties and the

1 Partner – Siam City Law Office, Visiting lecturer on tax and intellectual properties programs :
(1) Thammasat University, (2) University of Thai Chamber of Commerce, (3) Ramkhamhang
University, (4) Sripatoom University, (5) Mae Fah Luaung University, (6) Dusit Thani College
ดาวนโ์ หล ดจEากmรaะiบlบ: cThUiDnaCpโaดtย.laนwายcอluร่าbม@ดgวmงจaนั ilท.cรo์ m

17

60 ปี สเุ มธาจารย์

Thai Revenue Department (“TRD”) adopted this concept in its practices until
now. In practice, the TRD considered the royalties from the substances of
transactions and activities between the contractual parties in addition to the
obligations under the relevant contracts.
At the TRD level, we can learn from its certain private tax rulings
whether it shall be regarded as royalties or not.
For example in 2004, payment for standard computer program (non-
customized) and sale in shrink-wrapped packaging including manual and CD.
Ownership of program does not transfer to the distributor while end-customer
has the right to use the program under the end-user license but no right to
reproduce. Therefore, local sale of shrink-wrapped software in Thailand is required
to deduct tax on the payment made by the purchaser at the rate of 3%.
This practice is not concurrent with the practices adopted by other countries
e.g. Singapore and Korea.
In addition, TRD ruled in the same year for non-royalties transaction that
embedded software is a part of system to operate the storage hardware without
separation of software and hardware prices. In this case, no separation of purchase
orders (contract) and invoices shall be involved in the transaction. Accordingly,
this transaction shall not be regarded as payment of royalties. With this ruling,
trigger points are separation of price and documentation, and therefore, it is
a potential tax planning for the offshore seller.
Subsequently, the TRD ruled in 2006 that debt release of unpaid royalties
on trademark licensing made by offshore party to the Thai corporate debtor is
not subject to withholding tax under Thai tax laws. The amount of debt release
shall be taxable income for Thai debtor, however, Thai debtor is required to
self-assess VAT on debt release of unpaid royalties. This ruling is a good example
to understand the different position of the TRD between withholding tax and

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจนั ทร์

18

Development of Royalties Tax Interpretation in Thailand

VAT implications. Please note that tax point for withholding tax and self-assessed
VAT is the payment of fee from Thailand to offshore party. It is arguable that
VAT should not be self-assessed due to no payment on the debt release made
to offshore party.
In other cases, the TRD ruled in its many tax rulings that payments for
commissioning, installation, test-run, staff training, localization, customization,
technical assistance, program and technology updating, hot-line and help-desk
services, software rectification, maintenance service in relation to the use of
computer software shall be considered the payment of royalties. In addition,
the TRD considered that any activities relate to confidential information,
secret formula, know-how, intellectual property, market channel and
customers database and proprietary rights shall be deemed as royalties
transaction.
As above, it is arguable that the above tax position of the TRD may not
be correct in view of Supreme Court if the structure of transactions is
rearranged and the taxpayer pursues its case into the court level.
In relation to VAT, the TRD considered the above royalties transaction
is a provision of service and subject to VAT at the rate of 7%. However,
some elements of royalties transaction are in the nature of hire of work (e.g.
installation, staff training, maintenance) while some transactions are not
(e.g. licensing). In Thailand, hire of work contract is subject to stamp duty at
the rate of 0.1% but licensing contract is not subject to stamp duty in view of
the TRD. Therefore, separation of related-royalties contracts should be considered
for tax efficiency purposes rather than the use of mixed contract in the royalties
transaction.

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

19

60 ปี สเุ มธาจารย์

Precedent Cases of Royalties Tax Interpretation

Scrutiny on cross-border transactions by the TRD, particularly related to
withholding tax on payment of royalties, has recently increased. It is worthwhile
to understand the major tax cases related to royalties ruled by the court’s decision
in order to foresee future decisions and therefore mitigate future tax risks.

The TRD interpretations and Supreme Court decisions in relation to
royalty income have significant impacts on the franchise market. As a result of
this landslide case in the Pizza Hut case, the franchising parties should review
its franchise contract in order to restructure the franchising transactions and
amend the terms and condition of franchise in order to avoid further tax
investigation on future royalties on cross-border transactions. However, current
amendments to franchise agreements cannot adjust the royalties paid in the
past and therefore a risk of a tax investigation still exists.

It is important for taxpayers to understand the development of this
interpretation in order to avoid any tax risk that may arise in the future.

The Supreme Court ruled in the major tax cases relating to royalties as
follows :

Year Supreme Court Decisions

1976 Facts : issuance of company shares in exchange for receiving the
right to use the patent in manufacturing of tyres.
Held : issuance of shares deemed to be payment of royalties.
1988 Facts : design of the plant and layout as well as construct the
factory of plastic manufacturing including installation of equipment
without provision of technology.
Held : activities not regarded to be those that would generate
ดาวน์โหล ดจา กระบบ TUDC โtดhยeนาrยoอyรa่ามltดieวงsจ.ันทร์

20

Development of Royalties Tax Interpretation in Thailand

Year Supreme Court Decisions

1989 Facts : lump sum fee that consisted of royalties and other
consulting fees.  Tax assessment for the whole amount to be
treated as royalties.
Held : consulting fees not deemed royalties income and tax
assessment not accepted by the Supreme Court.

1992 Facts : provision of right to use the information and technology
in petroleum exploration with the restriction not to disclose
such technology.
Held : activity considered to generate royalties income.  

1993 Facts (Nestle case) : remuneration for the right to produce coffee
using a specific formula and know-how with advice on the
processing of production and condition to retain the confidential
information and return all relevant documents after expiration of
agreement.
Held : remuneration regarded as payment of royalties.

1995 Facts (Carnation case) : engineering and technical assistance
agreement relating to the trademark license agreement with
a condition to maintain high quality of dairy cream and advising
on process of production. The advice of technical assistance
must be kept confidential and all advising documents returned
to the service provider after termination of contract.
Held : remuneration for technical assistance agreement considered
royalties.

2004 Facts : marketing service agreement to provide advice, assist
with the general administration and negotiate commercial

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

21

60 ปี สุเมธาจารย์

Year Supreme Court Decisions

contracts, select distributors, promote, procure, advertise the sale
of products in Thailand.  Marketing materials under consultation
become the ownership of the service recipient. No provision of
sole distributorship to use the brand or trademark for the sale
of products. No provision of special information and experience
which is not restricted to disclose to the public.
Held : remuneration under this agreement not deemed as royalties.

2006 Facts : remuneration for the marketing and commercial channel
including database of customers (name, address, price, terms of
business).
Held : remuneration regarded as royalties as the information
relates to commercial experience.

2009 Facts (Pizza Hut case) : under the Franchise Agreement, the Thai
franchisee is required to follow to the control and sole discretion
of foreign franchisor in relation to promotion and advertising.
Franchisee has no independence to do the advertising in terms
of form and content.  Franchisee is responsible for the budget of
the promotion and advertising in Thailand but does not pay it
to the franchisor.
Held : while the budget is not the fee derivable directly by the
franchisor, it does benefit the franchisor economically not to pay
this budget to promote its franchise in Thailand.  The promoting
budget is required to be paid at certain rate of gross sale in
exchange of provision of franchise, and therefore, it shall be
deemed that the franchisor derives this assessable income as
ดาวน์โหล ดจา กระบบ TUDC โaดยpนaาrยtอรo่าfมfดrวaงnจันcทhรis์ ing fee and be regarded as royalties.

22

Development of Royalties Tax Interpretation in Thailand

Year Supreme Court Decisions

2012 Facts (Philips Electric case) : marketing fee paid by Thai subsidiary
company to its Dutch parent company is regarded as ‘business
profit’ and eligible for tax exemption under the double tax
treaty between Thailand and the Netherlands. The TRD viewed
that the marketing fee is regarded as ‘royalties’ on the basis that
the Marketing Service Agreement (1) required confidentiality
conditions (2) trade secret was used to provide the service
(3) the service provider is a veteran marketing service with almost
100 years of service.
Held : marketing fee is regarded as royalties.

2012 Facts (Esso case) : cost allocation from the US parent company
to the Thai subsidiary company is not subject to withholding tax
under the Thai tax laws and double tax agreement between
Thailand and US. The TRD challenged that source of cost
allocation is a payment for the license fee of SAP Accounting
Software and is subject to withholding tax.
Held : cost allocation in connection with the license fee is
regarded as royalties and subject to withholding tax.

2013 Facts (Thai Tank Terminal case) : remuneration for the
management services provided by the Dutch parent company to
its Thai subsidiary company with high percentage and low
percentage of royalties payment for the license of parent company.
Management fee is deemed as royalties payment in view of the TRD.
Held : management fee is not regarded as royalties as the
management service was paid to reflect the real transaction of
ดาวนโ์ หล ดจา กระบบ TUDC โmดยaนnาaยอgรe่าmม ดeวnงจtันaทcร์tivities provided by the parent company.

23

60 ปี สุเมธาจารย์

As above, we can see from development of royalties tax interpretation
that the Supreme Court decisions on rely on ‘substance over form’ with the
following key factors :
1. Provision of specific information arisen from the experience
2. Provision of the right to use the intellectual property or trade secret
3. Confidentiality conditions

In practice, there are many tax rulings issued by the TRD on cross-border
royalties but unfortunately many cases have not been brought to the high court
to conclude the final interpretation the legal status of royalties or not.

Care should be taken for cross-border transactions to ensure that you
are comply with the relevant tax laws and practices in Thailand.

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจนั ทร์

24

หลกั เกณฑก์ ารพจิ ารณาความเป็นผู้มถี น่ิ ที่อยู่
(Resident)

เพ่อื ประโยชนใ์ นการจัดเก็บภาษเี งนิ ได้

ชยั สทิ ธ์ิ ตราชูธรรม1

อ�ำ นาจรฐั ในการจัดเก็บภาษี (Tax Jurisdiction) จะเกดิ ขนึ้ ต่อเมอ่ื เข้าองค์ประกอบ
ส�ำ คญั 3 ประการ ประการแรก มบี คุ คลทจี่ ะตอ้ งเสยี ภาษเี กดิ ขน้ึ (Tax Subject) ประการทสี่ อง
มีส่ิงที่จะตอ้ งเสียภาษีหรือฐานภาษเี กดิ ขนึ้ (Tax Object) และประการสุดทา้ ย มคี วามสัมพันธ์
หรือจุดเกาะเก่ียวระหว่างบุคคลและส่ิงที่จะต้องเสียภาษีกับรัฐเกิดข้ึน (Connecting Factor)
หากไม่มคี วามสมั พนั ธน์ เี้ กิดข้ึน รัฐก็ไม่มอี �ำ นาจท่ีจะจัดเกบ็ ภาษี แม้จะมีบุคคลและส่งิ ทจี่ ะตอ้ ง
เสยี ภาษเี กดิ ขนึ้ กต็ าม ความสมั พนั ธห์ รอื จดุ เกาะเกย่ี วระหวา่ งบคุ คลและสงิ่ ทจ่ี ะตอ้ งเสยี ภาษอี าจ
เป็นความสมั พนั ธ์หรือจดุ เกาะเกย่ี วจากสญั ชาติ ถน่ิ ที่อยู่ หรือแหล่งเงินได้ จงึ มีหลกั ทใ่ี ช้ในการ
จดั เกบ็ ภาษอี ยู่ 3 หลักคือ 1. หลกั สัญชาติ (Nationality Rule) 2. หลักถ่ินท่อี ยู่ (Residence
Rule) 3. หลักแหลง่ เงนิ ได้

หลกั สัญชาติ คอื หลกั ท่วี ่าเม่ือบคุ คลใดถือสญั ชาติของประเทศใด บุคคลนน้ั มหี นา้ ท่ี
ต้องเสียภาษีให้แก่ประเทศนั้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีถ่ินที่อยู่ในประเทศนั้นหรือไม่ และไม่ว่า
เงินได้ท่ีบุคคลนั้นได้รับจะเกิดขึ้นในประเทศหรือไม่ ประเทศที่ใช้หลักนี้มีไม่ก่ีประเทศ เช่น
สหรัฐอเมริกา ฟลิ ปิ ปนิ ส์ เกาหลีเหนอื 2

หลักถิน่ ท่อี ยคู่ ือหลักทวี่ ่า เมือ่ บุคคลใดมีถน่ิ ทีอ่ ยใู่ นประเทศใด บคุ คลนน้ั มหี น้าท่ีตอ้ ง

1 ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดุลยลักษณ์ ตราชูธรรม อาจารย์พิเศษ
คณะพาณิชยศาสตรแ์ ละการบัญชี มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ฯลฯ

2 Reuven S. AI – Yonah, U.S. International Taxation, (New York : Foundation Press,
ดาวน์โหล2ด0จ0า2ก)ร, ะpบ.2บ2T. UDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

25

60 ปี สุเมธาจารย์

เสยี ภาษใี หแ้ กป่ ระเทศนนั้ โดยไมค่ �ำ นงึ วา่ บคุ คลนนั้ จะถอื สญั ชาตขิ องประเทศนน้ั หรอื ไม่ และไม่
คำ�นึงว่าเงินได้ท่ีบุคคลน้ันได้รับจะเกิดข้ึนจากในหรือนอกประเทศนั้น หลักนี้จึงมีอีกชื่อหน่ึงว่า
“หลกั เงนิ ไดท้ ัว่ โลก (Worldwide Income Basis)” หรอื “หลักความรับผดิ โดยไม่จำ�กดั
(Unlimited Liability Basis)”

หลกั แหลง่ เงนิ ได้ คอื หลกั ทวี่ า่ เมอ่ื บคุ คลใดมเี งนิ ไดจ้ ากแหลง่ ในประเทศใด บคุ คลนน้ั
มีหน้าท่ีต้องเสียภาษีให้แก่ประเทศน้ัน โดยไม่คำ�นึงว่าบุคคลนั้นจะถือสัญชาติของประเทศนั้น
หรอื ไม่ และไมค่ �ำ นงึ ว่าบุคคลนั้นจะมถี น่ิ ทอี่ ยู่ในประเทศนนั้ หรอื ไม่ เปน็ การเก็บภาษจี ากเงินได้
ท่ีเกิดขึ้นภายในอาณาเขตของประเทศน้ันเท่านั้น หลักนี้จึงมีอีกช่ือหน่ึงว่า “หลักอาณาเขต
(Territory Basis)” หรอื “หลักความรับผดิ โดยจ�ำ กดั (Limited Liability Basis)”

ประเทศสว่ นใหญใ่ ชห้ ลกั ถน่ิ ทอ่ี ยแู่ ละหลกั แหลง่ เงนิ ไดใ้ นการจดั เกบ็ ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คล
ธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล ข้อท่ีเหมือนกันระหว่างหลักถิ่นท่ีอยู่และหลักแหล่งเงินได้ก็
คือ ท้ังสองหลักจะเก็บภาษีจากเงินได้ที่เกิดข้ึนภายในอาณาเขตของประเทศน้ัน (Domestic
Source Income) คงต่างกนั ทห่ี ลักถนิ่ ท่อี ยจู่ ะเกบ็ ภาษจี ากเงินไดน้ อกประเทศด้วย ในขณะท่ี
หลักแหล่งเงินได้ไม่เก็บภาษีจากด้านนอกประเทศ แม้ผู้มีเงินได้จะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ (Resident)
ในประเทศนัน้ กต็ าม เชน่ ฮ่องกง มอรเิ ชียส อิสราเอล จอร์แดน และบางประเทศเกบ็ ภาษีจาก
เงนิ ไดน้ อกประเทศ แมบ้ คุ คลนน้ั จะไมเ่ ปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอ่ี ยู่ (Nonresident) ในประเทศนน้ั กต็ าม เชน่
บังคลาเทศ อนิ เดยี อสิ ราเอล จาไมกา

กรณีใดจึงจะถือว่าเป็นผู้มีถ่ินท่ีอยู่ในประเทศนั้น ย่อมเป็นไปตามกฎหมายภายใน
(Domestic Law) ของประเทศนน้ั ซง่ึ แตล่ ะประเทศยอ่ มมหี ลกั เกณฑใ์ นการพจิ ารณาความเปน็
ผมู้ ีถิน่ ท่ีอยใู่ นประเทศของตน อาจจะเหมอื นหรอื แตกต่างจากประเทศอน่ื บุคคลหนง่ึ อาจมีถนิ่
ท่ีอยซู่ าํ้ ซอ้ นได้ (Dual Resident) ในหลายประเทศกไ็ ด้ และบุคคลบางคนอาจไมม่ ถี ิ่นท่ีอย่ใู น
ประเทศใดเลยกไ็ ด้ ในเมอ่ื ไมเ่ ขา้ หลกั เกณฑค์ วามเปน็ ผมู้ ถี นิ่ ทอี่ ยขู่ องประเทศนนั้ บคุ คลนนั้ จงึ คง
เสยี ภาษีตามหลักแหลง่ เงนิ ได้จากเงินไดท้ เ่ี กิดข้นึ ในประเทศนั้น ๆ เท่าน้ัน ซึ่งการมถี ิ่นทีอ่ ยซู่ า้ํ
ซ้อนและการไม่มีถนิ่ ท่อี ยู่ในประเทศใดเลยอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลกไ็ ด้

หลักเกณฑ์การพจิ ารณาความเปน็ ผูม้ ีถิ่นท่ีอยูข่ องบุคคลธรรมดา

มีหลักเกณฑ์ท่ีพิจารณาความเป็นผู้มีถิ่นท่ีอยู่ของบุคคลธรรมดาเพื่อประโยชน์ในการ
ดาวน์โหลจดัดจเากกรบ็ ะภบบาษTUเี งDนิ Cไโดด้อยยนู่า2ยอหร่าลมกั ดวคงอืจนั 1ท.ร์ หลกั ระยะเวลาการปรากฏตวั (Physical Presence Rule)

26

หลักเกณฑก์ ารพจิ ารณาความเปน็ ผมู้ ถี ่ินท่อี ยู่ (Resident) เพ่ือประโยชนใ์ นการจัดเก็บภาษเี งนิ ได้

และ 2. หลกั ขอ้ เทจ็ จรงิ และลกั ษณะของการอยู่อาศยั (Facts and Circumstances Rule)

1. หลกั ระยะเวลาการปรากฏตัว

ตามหลกั นหี้ ากบคุ คลธรรมดาผใู้ ดปรากฏตวั อยใู่ นประเทศนนั้ มรี ะยะเวลาไมน่ อ้ ยกวา่
ทกี่ ฎหมายของประเทศน้ันกำ�หนด จะถือว่าบุคคลนน้ั เป็นผ้มู ถี นิ่ ทีอ่ ยใู่ นประเทศน้นั ซ่งึ ประเทศ
ส่วนใหญใ่ ช้ระยะเวลาปรากฏตวั ในประเทศของตนไมน่ อ้ ยกว่า 183 วัน หรือ 6 เดือนในปีภาษี
นัน้ ๆ หรือภายในระยะเวลา 12 เดอื นใด ๆ หรือมากกวา่

ระยะเวลา 1 วนั นัน้ บางประเทศเศษของ 1 วนั ให้ถือเปน็ 1 วนั เช่น สหรัฐอเมริกา
บางประเทศนับระยะเวลาการพักผ่อน ท่องเท่ียว หรือเจ็บป่วยหรือรักษาพยาบาลอยู่ในต่าง
ประเทศดว้ ย และบางประเทศไมน่ บั วนั ทเ่ี ดนิ ทางมาถงึ และวนั ทเ่ี ดนิ ทางกลบั ดว้ ย เชน่ ออสเตรยี
ไอร์แลนด์

2. หลักข้อเท็จจริงและลกั ษณะของการอยอู่ าศัย

ตามหลกั นบ้ี างประเทศถอื วา่ บคุ คลทมี่ ที อี่ ยอู่ าศยั ถาวรในประเทศของตนเปน็ ผมู้ ถี น่ิ ที่
อยู่ในประเทศของตน โดยไม่คำ�นึงว่าจะมีเจตนาอยู่อาศัยเป็นการถาวรหรือไม่ ฉะน้ัน แม้จะมี
อพาร์ตเม้นท์เพ่ือใช้ในการพักผ่อนเท่านั้นก็คือเป็นท่ีอยู่อาศัยถาวรได้ ประเทศท่ีใช้หลักน้ี เช่น
ออสเตรยี เยอรมนั ฮงั การี เกาหลีใต้ นวิ ซีแลนด์ โปรตเุ กส

บางประเทศถือว่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม หรือครอบครัวเป็น
สำ�คัญอยู่ในประเทศของตนถือเป็นผู้มีถิ่นท่ีอยู่ในประเทศของตน เป็นการพิจารณาจากวิถีการ
ด�ำ เนนิ ชวี ติ และครอบครวั ตลอดจนความสมั พนั ธท์ างสงั คม การเมอื ง และวฒั นธรรมของบคุ คล
นนั้ กบั ประเทศนนั้ เปน็ ส�ำ คญั ซงึ่ มคี วามหมายกวา้ งกวา่ การมที อี่ ยอู่ าศยั ในประเทศนนั้ ๆ ประเทศ
ทีใ่ ช้หลักนีเ้ ชน่ เบลเยียม แคนาดา ฝร่งั เศส อิตาลี เนเธอรแ์ ลนด์ นิวซแี ลนด์ สวติ เซอรแ์ ลนด์

บางประเทศถือว่าผู้ที่มีที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำ�คัญหรือใช้ชีวิตเป็นปกติวิสัย หรือ
กล่าวอีกนัยหนึ่งมีภูมิลำ�เนา (Domicile) ในประเทศของตนเป็นผู้มีถ่ินที่อยู่ในประเทศของตน
ประเทศที่ใช้หลักน้ี เช่น ออสเตรเลีย ออสเตรีย ฝร่ังเศส เยอรมัน อิตาลี เบลเยียม ฮังการี
สหราชอาณาจักร นวิ ซแี ลนด์ สงิ คโปร์ ฟลิ ปิ สินส์

บางประเทศถอื วา่ บคุ คลผมู้ เี จตนาอยอู่ าศยั เปน็ การถาวรในประเทศของตนเปน็ ผมู้ ถี นิ่
ท่ีอยใู่ นประเทศของตน ประเทศทีใ่ ชห้ ลกั นี้ เชน่ ชลิ ี กรซี อนิ โดนิเซยี ไอรแ์ ลนด์ ญีป่ ุ่น นอรเ์ วย์

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

27

60 ปี สเุ มธาจารย์

ฟิลปิ ปินส์ สิงคโปร์ สหราชอาณาจกั ร ตุรกี
บางประเทศถือว่าบุคคลที่มีช่ืออยู่ในทะเบียนประชากรของประเทศของตน เป็นผู้มี

ถิน่ ท่อี ยใู่ นประเทศของตน ประเทศท่ใี ชห้ ลักนี้ เช่น เบลเยยี ม อติ าลี เนเธอรแ์ ลนด์
บางประเทศถือว่าบุคคลที่ถือสัญชาติของประเทศตนเป็นผู้มีถ่ินที่อยู่ในประเทศของ

ตน เชน่ อารเ์ จนตนิ า่ บราซลิ ชลิ ี อหิ รา่ น ไนจเี รยี ปานามา เปรู ฟลิ ปิ ปนิ ส์ เกาหลใี ต้ สหรฐั อเมรกิ า
บางประเทศถอื วา่ บคุ คลทไี่ ดร้ บั วซี า่ ประเภทถน่ิ ทอ่ี ยู่ (Residence Visa) จากส�ำ นกั งาน

ตรวจคนเข้าเมืองในประเทศของตน ถอื ว่าเป็นผมู้ ถี ่นิ ทีอ่ ยูใ่ นประเทศของตน ประเทศทีใ่ ชห้ ลกั
นี้ เชน่ ออสเตรเลยี บราซิล แคนาดา อสิ ราเอล สหรฐั อเมรกิ า

ประเทศสว่ นใหญใ่ ชท้ ง้ั สองหลกั ในการพจิ ารณาความเปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอ่ี ยขู่ องบคุ คลธรรมดา
จึงทำ�ให้บุคคลเดียวมีถิ่นท่ีอยู่ซํ้าซ้อนในหลายประเทศ ทำ�ให้เกิดการเสียภาษีซํ้าซ้อนในหลาย
ประเทศ เช่น ในปี 2014 Mr. A เป็นผู้มีถ่นิ ทอ่ี ย่ทู ัง้ ในประเทศออสเตรเลีย และเบลเยียม ตอ้ ง
เสียภาษีให้แก่ทงั้ สองประเทศตามหลักถ่นิ ท่ีอยู่ OECD Model Convention ข้อ 4 (2) จึงวาง
หลักการพิจารณาใหเ้ หลอื เพียงถน่ิ ทอี่ ย่เู ดยี ว (Tie-breaker Rule) ดงั นี้

(ก) ให้ถือว่าบุคคลธรรมดานั้นเป็นผู้มีถ่ินที่อยู่ของรัฐซ่ึงบุคคลน้ันมีถิ่นท่ีอยู่ถาวร ถ้า
บคุ คลนนั้ มถี น่ิ ทอ่ี ยถู่ าวรในทง้ั สองรฐั ใหถ้ อื วา่ เปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอี่ ยขู่ องรฐั ซง่ึ บคุ คลนนั้ มคี วามสมั พนั ธ์
ทางส่วนตวั และทางเศรษฐกจิ ใกล้ชิดกว่า (ศูนย์กลางของผลประโยชนอ์ นั สำ�คญั )

(ข) ถา้ ไมอ่ าจก�ำ หนดรฐั ซงึ่ บคุ คลนนั้ มศี นู ยก์ ลางของผลประโยชนอ์ นั ส�ำ คญั ได้ หรอื ถา้
บคุ คลธรรมดานั้นไมม่ ีท่ีอย่ถู าวรในรฐั หนึ่งรฐั ใด ให้ถอื ว่าบคุ คลธรรมดาน้นั เป็นผู้มถี น่ิ ทอี่ ยู่ในรฐั
ทบ่ี ุคคลนน้ั มที อ่ี ยู่เปน็ ปกตวิ สิ ัย

(ค) ถ้าบคุ คลธรรมดานนั้ มที ่อี ยู่เป็นปกติวสิ ัยในทั้งสองรัฐ หรือไมม่ ีทอ่ี ย่เู ป็นปกตวิ สิ ยั
ในท้ังสองรัฐ ให้ถอื ว่าเป็นผมู้ ถี นิ่ ที่อยขู่ องรัฐท่บี ุคคลน้ันเป็นคนชาติ

(ง) ถา้ บคุ คลธรรมดาเปน็ คนชาตขิ องทงั้ สองรฐั หรอื มไิ ดเ้ ปน็ คนชาตขิ องทง้ั สองรฐั เจา้
หนา้ ที่ผมู้ ีอำ�นาจของรัฐผทู้ ำ�สัญญาท้งั สองรัฐจะแกไ้ ขปญั หาโดยความตกลงร่วมกนั

ประเทศไทยใช้หลักระยะเวลาการปรากฏตัว (Physical Presence Rule) ในการ
พจิ ารณาว่าเป็นผู้มีถิ่นทีอ่ ย่ใู นประเทศไทยหรือไม่ กลา่ วคอื บุคคลใดอยใู่ นประเทศไทยชวั่ ระยะ
เวลาหนงึ่ หรอื หลายระยะรวมกนั ถงึ 180 วนั ในปภี าษใี ด ถอื วา่ บคุ คลนนั้ เปน็ ผอู้ ยใู่ นประเทศไทย
ดาวน์โหลตด้อจงากเสระียบภบาTษUีตDCามโดหยลนักายถอิ่นร่าทมี่อดยวู่งจเนัมทื่อรม์ ีการนำ�เงินที่ได้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยในปี

28

หลกั เกณฑก์ ารพจิ ารณาความเป็นผมู้ ถี ิ่นท่ีอยู่ (Resident) เพ่อื ประโยชน์ในการจัดเก็บภาษเี งนิ ได้

ภาษเี ดียวกัน (ประมวลรษั ฎากร มาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม) ประเทศไทยใชห้ ลักดงั
กลา่ วเพยี งหลกั เดยี ว ตา่ งกบั หลายประเทศทใี่ ชท้ ง้ั หลกั ดงั กลา่ วและหลกั ขอ้ เทจ็ จรงิ และลกั ษณะ
ของการอยู่อาศยั ดว้ ย เช่น ออสเตรเลยี แคนาดา ฝร่ังเศส เยอรมัน นวิ ซแี ลนด์ นอร์เวย์ สงิ คโปร์

การท่ีประเทศไทยใช้เพียงหลักเดียวทำ�ให้บุคคลธรรมดาเป็นผู้มีถ่ินที่อยู่ซํ้าซ้อนใน
หลายประเทศและต้องเสียภาษีซํ้าซ้อนในหลายประเทศ เช่น Mr. A ภูมิลำ�เนาอยู่ในประเทศ
เยอรมัน แตใ่ นปี 2014 เขา้ มาอยู่ในประเทศไทยรวม 180 วัน ดังน้ี Mr. A เปน็ ผู้มถี ิน่ ทอี่ ยทู่ ง้ั ใน
ประเทศไทยและเยอรมัน ซึ่งอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยกับเยอรมันใช้หลักการ
พิจารณาใหเ้ หลอื เพยี งถ่ินที่อยเู่ ดียว (Tie-breaker Rule) ตาม OECD Model Convention
ขอ้ 4 (2) ดงั กลา่ วมาแลว้ แตถ่ า้ ไมม่ อี นสุ ญั ญาภาษซี อ้ น การเปน็ ผมู้ ที อ่ี ยซู่ า้ํ ซอ้ นและการเสยี ภาษี
ซํ้าซ้อนในหลายประเทศกย็ งั คงมอี ยู่

หลักเกณฑ์การพจิ ารณาความเปน็ ผ้มู ีถิน่ ทีอ่ ยู่ของนติ ิบคุ คล

มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความเป็นผู้มีถ่ินท่ีอยู่ของนิติบุคคลเพ่ือประโยชน์ในการ
จัดเกบ็ ภาษีเงินไดอ้ ยู่ 3 หลกั คือ 1. หลกั สถานท่ีจดทะเบยี นจดั ตงั้ (Place of Incorporation
Rule) 2. หลักสถานที่ทีใ่ ชใ้ นการบริหารจดั การ (Place of Management Rule) และ 3. หลกั
อื่น ๆ (Other Criteria)

1. หลกั สถานที่จดทะเบียนจัดตัง้

ตามหลักน้ีนิติบุคคลใดหากจดทะเบียนจัดต้ังข้ึนตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใน
ประเทศใด ถอื ว่าเปน็ ผู้มถี นิ่ ทีอ่ ยใู่ นประเทศนัน้ โดยไมค่ ำ�นึงว่าสถานท่บี รหิ ารจดั การ (Place of
Management) ของนิติบุคคลนั้นจะอยู่ในประเทศนั้นหรือไม่ ประเทศท่ีใช้หลักน้ี เช่น
อาร์เจนตนิ า ไนจเี รีย ชลิ ี กัมพชู า คองโก อยี ิปต์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส กรซี ญีป่ นุ่ เนเธอร์แลนด์
ไตห้ วัน สวเี ดน สหรัฐอเมรกิ า

2. หลักสถานท่ที ี่ใช้ในการบริหารจดั การ

ตามหลักน้ีนิติบุคคลหากมีสถานท่ีท่ีใช้ในการบริหารจัดการอยู่ในประเทศใด ถือว่า
เปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอ่ี ยใู่ นประเทศนน้ั โดยไมค่ �ำ นงึ วา่ นติ บิ คุ คลนน้ั จะจดทะเบยี นเปน็ นติ บิ คุ คลในประเทศ
น้นั หรอื ไม่ ประเทศทีใ่ ชห้ ลักนี้ เชน่ ฮ่องกง มาเลเซีย สงิ คโปร์ บรูไน ออสเตรเลีย ออสเตรีย

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

29

60 ปี สุเมธาจารย์

เบลเยียม เดนมาร์ก อินเดีย อสิ ราเอล สหราชอาณาจกั ร สเปน
ความหมายของสถานที่ที่ใช้ในการบริหารจัดการนั้น บางประเทศถือสถานที่ท่ีเป็น

ศนู ยก์ ลางการบรหิ ารและควบคมุ กจิ การ (Central Management and Control) ของนติ บิ คุ คล
เป็นถ่ินท่ีอยู่ของนิติบุคคล ศูนย์กลางน้ีจะเป็นท่ีอยู่ของผู้บริหารระดับนโยบายและระดับสูงสุด
ของนติ บิ คุ คล สว่ นสถานทท่ี ใี่ ชใ้ นการบรหิ ารจดั การงานประจ�ำ วนั (Operational Management
หรือ Day – to – day Management) จะไมถ่ อื เปน็ ถ่ินทีอ่ ยู่ของนิติบุคคล ประเทศท่ใี ชห้ ลกั นี้
เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา ฮอ่ งกง อิสราเอล มาเลเซีย นวิ ซีแลนด์ นอร์เวย์ โปรตเุ กส สิงคโปร์
ศรลี ังกา

บางประเทศถือสถานจัดการใหญ่ (Effective Management) เป็นถ่ินท่ีอยู่ของ
นติ ิบุคคล ซ่ึงอาจจะเปน็ สถานท่ีที่ผู้บริหารระดบั นโยบายหรอื ระดับสูงสุดประจำ�อยู่ (Superior
Management) หรอื สถานทที่ ใ่ี ชบ้ รหิ ารจดั การประจ�ำ วนั กไ็ ด้ (Day – to – day Management)
เชน่ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน และนิวซีแลนด์ ถือสถานทีใ่ ชบ้ รหิ ารจดั การประจ�ำ วนั เป็น
ถ่ินที่อยู่ของนิติบุคคล แต่เยอรมันถือสถานท่ีท่ีผู้บริหารระดับสูงประจำ�อยู่เป็นถ่ินท่ีอยู่ของ
นิติบุคคล ในขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ถือทั้งสถานที่ใช้บริหารจัดการประจำ�วันและสถานท่ีท่ี
ผู้บริหารระดับสูงสุดประจำ�อยู่เป็นถ่ินที่อยู่ของนิติบุคคล และมีหลายประเทศท่ีถือสถานท่ีที่
กรรมการของนติ บิ คุ คลประชมุ รว่ มกนั หรอื ถน่ิ ทอ่ี ยขู่ องผบู้ รหิ ารระดบั สงู เปน็ ถน่ิ ทอ่ี ยขู่ องนติ บิ คุ คล
OECD Commentary 2000 ได้ให้ความหมายของสถานจัดการใหญ่ว่าหมายถึงสถานท่ีท่ี
ผ้บู รหิ ารระดับนโยบายและระดบั สงู สุดของนิตบิ ุคคลประจำ�อยเู่ ทา่ นั้น สถานทใ่ี ชใ้ นการบรหิ าร
จดั การอาจมหี ลายแหง่ แต่สถานที่ที่มีการบรหิ ารจัดการใหญ่มเี พียงแห่งเดียว

บางประเทศใชห้ ลกั สถานทจ่ี ดทะเบยี นจดั ตง้ั เพยี งหลกั เดยี วในการพจิ ารณาวา่ นติ บิ คุ คล
มถี ิ่นที่อยใู่ นประเทศใด เชน่ ชิลี ฝรง่ั เศส ฟนิ แลนด์ กรซี ฮงั การี เมียนมาร์ เนเธอรแ์ ลนด์ ไต้หวนั
สหรฐั อเมรกิ า แตบ่ างประเทศกใ็ ชท้ ง้ั หลกั สถานทจ่ี ดทะเบยี นจดั ตง้ั และสถานทท่ี ใ่ี ชใ้ นการบรหิ าร
จดั การในการพจิ ารณาวา่ นติ บิ คุ คลเปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอ่ี ยใู่ นประเทศใด เชน่ ออสเตรเลยี เยอรมนั ญปี่ นุ่
อินเดีย อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แต่
บางประเทศกใ็ ชห้ ลกั สถานทที่ ใี่ ชใ้ นการบรหิ ารจดั การเพยี งหลกั เดยี วในการพจิ ารณาวา่ นติ บิ คุ คล
นั้นเป็นผมู้ ถี ิ่นทอี่ ย่ใู นประเทศใด เช่น บงั คลาเทศ ฮอ่ งกง มาเลเซีย สงิ คโปร์ บาฮามาส บรติ ิช
เวอรจ์ นิ ไอซแ์ ลนด์

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

30

หลกั เกณฑ์การพิจารณาความเปน็ ผมู้ ถี ่ินทอี่ ยู่ (Resident) เพอ่ื ประโยชน์ในการจัดเก็บภาษเี งินได้

3. หลกั อื่น ๆ

นอกจาก 2 หลักดงั กลา่ วแลว้ บางประเทศใหถ้ อื วา่ สถานที่ตงั้ ส�ำ นกั งานใหญ่ (Head
Office) เปน็ ถนิ่ ท่ีอยู่ของนิตบิ ุคคล เช่น เบลเยยี ม บราซิล กรีซ อินโดนีเซีย อิตาลี ญปี่ ุ่น เม็กซโิ ก
เนเธอรแ์ ลนด์ นวิ ซแี ลนด์ แตบ่ างประเทศถอื ว่าสถานทท่ี ี่ด�ำ เนินธรุ กิจหลกั (Principal Activity)
ของนิติบุคคลน้ันเป็นถิ่นท่ีอยู่ของนิติบุคคลนั้น และบางประเทศก็ถือสัญชาติหรือถ่ินท่ีอยู่ทาง
ภาษี (Tax Residence) ของผู้ถือหุน้ ใหญ่หรือกรรมการของนติ บิ คุ คลเป็นถิน่ ทีอ่ ยู่ของนติ บิ คุ คล
นนั้ เชน่ ออสเตรเลยี ฟิจิ เลบานอน นวิ ซีแลนด์ ปาปัวนวิ กินี สเปน สวเี ดน บางประเทศถอื วา่
สถานทที่ สี่ ำ�นกั งานใหญต่ ง้ั อยเู่ ปน็ ถนิ่ ทอ่ี ยู่ แตจ่ ะตอ้ งจดทะเบยี นจดั ตงั้ นติ บิ คุ คลในประเทศของ
ตน เช่น บราซิล บริษัทท่ีจะถือว่าเป็นผู้มีถิ่นท่ีอยู่ในบราซิล ต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนใน
ประเทศบราซิล และมีสำ�นักงานใหญ่อยู่ในบราซิลด้วย ถ้ามีสำ�นักงานใหญ่อยู่ในประเทศอื่น
ถอื วา่ มิไดเ้ ป็นผมู้ ถี ่นิ ท่อี ยู่ในบราซลิ แมจ้ ะจดทะเบยี นจัดตัง้ ในบราซิลกต็ าม

ผลจากการทบี่ างประเทศใช้เพยี งหลักใดหลักหนงึ่ เพียงหลักเดยี วและบางประเทศใช้
หลายหลกั ในการพจิ ารณาวา่ นติ บิ คุ คลเปน็ ผมู้ ถี นิ่ ทอี่ ยใู่ นประเทศของตนหรอื ไม่ จงึ กอ่ ใหเ้ กดิ การ
เปน็ ผมู้ ถี ิ่นทีอ่ ยซู่ ํ้าซอ้ น (Dual Resident) ในหลายประเทศ เชน่ บรษิ ัท A จดทะเบียนจดั ต้งั
ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มีศูนย์กลางการบริหารและควบคุมกิจการอยู่ในประเทศสิงคโปร์
บรษิ ทั A กจ็ ะเปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอ่ี ยทู่ ง้ั ในประเทศสหรฐั อเมรกิ าและในสงิ คโปรซ์ า้ํ ซอ้ นกนั หรอื บรษิ ทั B
จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศออสเตรเลีย แตม่ สี ถานจัดการใหญอ่ ย่ใู นเดนมาร์ก บรษิ ัท B ก็จะ
เปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอี่ ยทู่ ง้ั ในประเทศออสเตรเลยี และเดนมารก์ ซาํ้ ซอ้ นกนั จงึ มหี ลกั การพจิ ารณาใหเ้ หลอื
เพียงถ่ินทีอ่ ย่เู ดยี ว (Tie – breaker Rule) ซง่ึ OECD Model Convention ข้อ 4 (3) ให้ถือ
สถานจัดการใหญเ่ ป็นถิ่นทอ่ี ยูข่ องนิติบคุ คลนั้น แต่หลักการดงั กล่าวก็ใชบ้ ังคบั เฉพาะประเทศที่
มอี นสุ ญั ญาภาษีซอ้ น (Double Taxation Agreement) ระหว่างกนั เท่านนั้

ประเทศไทยใช้หลักสถานท่ีจดทะเบียนจัดต้ังเป็นถ่ินท่ีอยู่ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
นติ บิ คุ คล บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลทจี่ ดทะเบยี นจดั ตงั้ ขน้ึ ตามประมวลกฎหมายแพง่ และ
พาณชิ ย์ หรอื พระราชบัญญตั บิ รษิ ทั มหาชนจ�ำ กัด พ.ศ. 2535 จึงตอ้ งเสียภาษีจากแหล่งเงินได้
ทั้งในและนอกราชอาณาจกั รตามหลกั ถน่ิ ท่ีอยตู่ ามมาตรา 66 วรรคหน่ึง แห่งประมวลรษั ฎากร
และบรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลทตี่ งั้ ขนึ้ ตามกฎหมายตา่ งประเทศคงเสยี ภาษจี ากแหลง่ เงนิ
ได้ในประเทศไทยตามหลกั แหล่งเงนิ ไดต้ ามมาตรา 66 วรรคหน่ึง 76 ทวิ และ 70 เทา่ น้นั

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

31

60 ปี สเุ มธาจารย์

อยา่ งไรกด็ ี บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลทจ่ี ดทะเบยี นในประเทศไทยแตม่ ศี นู ยก์ ลาง
บรหิ ารและควบคมุ กจิ การหรอื สถานจดั การใหญอ่ ยใู่ นประเทศอน่ื เชน่ แคนาดา ฮอ่ งกง เดนมารก์
เนเธอรแ์ ลนด์ สเปน นวิ ซแี ลนด์ หรอื เยอรมนั กจ็ ะเปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอี่ ยซู่ าํ้ ซอ้ นในหลายประเทศ หรอื
บริษทั หรือห้างหุ้นสว่ นนติ ิบุคคลทจ่ี ดทะเบยี นในประเทศอ่ืน ๆ เช่น ออสเตรเลยี เยอรมนั ญีป่ ่นุ
อินเดีย อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แต่
มีศูนย์กลางการบริหารและควบคุมกิจการหรือสถานจัดการใหญ่อยู่ในประเทศไทย ก็จะเป็น
ผู้มีถ่ินท่ีอยู่ซํ้าซ้อนในหลายประเทศเช่นเดียวกัน หากประเทศน้ันมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับ
ประเทศไทย กจ็ ะมีวธิ ีขจดั ปญั หาความเป็นผูม้ ถี ิน่ ท่อี ยู่ซ้ําซ้อนโดยใช้หลักการพิจารณาใหเ้ หลอื
เพยี งถ่นิ ท่อี ยเู่ ดียว (Tie – breaker Rule) ซง่ึ อาจจะถอื ว่าประเทศทมี่ ีการจดทะเบยี นจัดตั้งเป็น
ประเทศถน่ิ ทอี่ ยู่ เชน่ อนสุ ญั ญาภาษซี อ้ นระหวา่ งประเทศไทยกบั เบลเยยี ม ออสเตรเลยี ฟลิ ปิ ปนิ ส์
หรืออาจใช้ความตกลงร่วมกัน เช่น อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา อินเดีย
สิงคโปร์ แต่ถ้าไมม่ อี นุสัญญาภาษซี อ้ นก็จะมถี ิน่ ทอ่ี ยซู่ ้ําซ้อนในหลายประเทศ และต้องเสียภาษี
ซ้ําซ้อนตามหลักถน่ิ ทอี่ ยู่ในหลายประเทศ

ความสง่ ทา้ ย

หลักเกณฑ์การพิจารณาความเป็นผู้มีถ่ินท่ีอยู่ (Resident) ของบุคคลธรรมดาและ
นิติบุคคลเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเงินได้น้ันมีความแตกต่างกัน บุคคลธรรมดาใช้หลัก
ระยะเวลาการปรากฏตัว (Physical Presence Rule) หลกั ข้อเทจ็ จรงิ และลกั ษณะของการอยู่
อาศัย (Facts and Circumstances Rule) ส่วนนิติบุคคลใช้หลักสถานท่ีจดทะเบียน
จัดต้ัง (Place of Incorporation Rule) หลักสถานท่ีที่ใช้ในการบริหารจัดการ (Place of
Management) และหลักอนื่ ๆ (Other Criteria)

การใชห้ ลกั ทแ่ี ตกตา่ งกนั ยอ่ มท�ำ ใหเ้ กดิ ความเปน็ ผมู้ ถี น่ิ ทอี่ ยซู่ า้ํ ซอ้ น (Dual Resident)
ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเปน็ บุคคลธรรมดาหรือนิติบคุ คล แมจ้ ะมวี ิธขี จดั ปัญหาความเป็นผู้มี
ถิ่นท่อี ยซู่ า้ํ ซ้อนโดยใช้หลกั การพิจารณาใหเ้ หลอื เพียงถ่นิ ทีอ่ ย่เู ดยี ว (Tie - breaker Rule) แต่
วธิ ดี งั กลา่ วกใ็ ชบ้ งั คบั ไดเ้ ฉพาะประเทศทม่ี อี นสุ ญั ญาภาษซี อ้ น (Double Taxation Agreement)
ระหว่างกันเท่าน้ัน หากไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน ความเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ซํ้าซ้อนในหลายประเทศ
ยงั คงมอี ยแู่ ละเปน็ เหตใุ หต้ อ้ งเสยี ภาษซี า้ํ ซอ้ นตามหลกั ถน่ิ ทอี่ ยใู่ นหลายประเทศ เชน่ ประเทศไทย
ดาวน์โหลใดชจห้ ากลรกั ะรบะบยTะUเDวCลโาดกยานราปยอรรา่ากมฏดตวงวัจอันทยรใู่ ์นประเทศไทยเปน็ ระยะเวลาหนง่ึ หรอื หลายระยะเวลารวม

32

หลกั เกณฑ์การพจิ ารณาความเปน็ ผูม้ ถี นิ่ ท่ีอยู่ (Resident) เพอ่ื ประโยชนใ์ นการจัดเกบ็ ภาษเี งนิ ได้

กันไมน่ อ้ ยกวา่ 180 วนั ในการถือวา่ เป็นผู้มถี ิน่ ท่ีอยใู่ นประเทศไทย ในขณะที่เปรูใชห้ ลักข้อเท็จ
จรงิ และลกั ษณะการอยอู่ าศยั คอื หากมภี มู ลิ �ำ เนา (ทอ่ี ยอู่ าศยั เปน็ การถาวร) ในประเทศเปรแู ลว้
ถือเป็นผู้มีถ่ินที่อยู่ในประเทศเปรู ดังน้ัน จึงเกิดการเป็นผู้มีถ่ินที่อยู่ซํ้าซ้อนใน 2 ประเทศได้
เม่ือประเทศเปรูมิได้มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย ก็ทำ�ให้ผู้มีเงินได้ต้องเสียภาษีให้
ทั้งสองประเทศตามหลักถ่ินท่ีอยู่ การทำ�อนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศอื่นจึงช่วยขจัดหรือ
บรรเทาปญั หาการเสยี ภาษซี าํ้ ซอ้ นระหวา่ งประเทศไทยได้ ซง่ึ ขณะนปี้ ระเทศไทยไดท้ �ำ อนสุ ญั ญา
ภาษีซ้อนกับประเทศต่าง ๆ แล้วรวม 56 ประเทศ สมควรที่จะทำ�เพ่ิมเติมต่อไปเพ่ือส่งเสริม
ให้คนไทยไปทำ�งานหรือประกอบธุรกิจในต่างประเทศ นำ�เงินกลับเข้าประเทศอันจะเป็นผลดี
ต่อเศรษฐกิจไทยและความเป็นอยู่ท่ีดีของคนไทย และส่งเสริมให้ต่างประเทศหรือบริษัท
ต่างประเทศเขา้ มาท�ำ งานหรือประกอบธุรกจิ ในประเทศไทย

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจนั ทร์

33

60 ปี สุเมธาจารย์ รัฐธรรมนูญกับปัญหา
การเมอื งการปกครองของไทย

บุญศรี มวี งศอ์ โุ ฆษ1

ความน�ำ

เนือ่ งในโอกาสท่ศี าสตราจารย์ ดร. สุเมธ ศริ ิคุณโชตจิ ะมีอายุครบ 60 ปี ผเู้ ขียนใน
ฐานะทีเ่ ปน็ เพื่อนร่วมงานท่มี คี วามคุ้นเคยเป็นอยา่ งดี โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ในช่วงระหวา่ งปี พ.ศ.
2532 ซ่งึ เปน็ ปที ศ่ี าสตราจารย์ ดร. สเุ มธ ศิรคิ ุณโชตเิ พงิ่ จะย้ายจากกรมสรรพากรมาประจ�ำ อยู่
ที่คณะนิติศาสตร์ จนถึงปี พ.ศ. 2535 ซ่ึงเป็นปีท่ีท่านได้รับทุนไปศึกษาต่อ ณ ประเทศญ่ีปุ่น
จึงใครข่ อร่วมแสดงมุทติ าจติ ในโอกาสอันดีนี้ ด้วยการนำ�เสนอบทความชน้ิ น้ี

เมอื่ เกดิ ปญั หาใด ๆ กต็ ามขนึ้ มา ยอ่ มเปน็ เรอ่ื งปกตธิ รรมดาทจ่ี ะตอ้ งพจิ ารณาหาสาเหตุ
ของปัญหานั้น ๆ ตัวอย่างที่น่าสนใจในการมองปัญหาที่ผู้เขียนจะขอหยิบยกมาประกอบการ
พิจารณาในที่น้ีเป็นข้อเขียนของนักเศรษฐศาสตร์ผู้สร้างช่ือจากมุมมองในการแก้ปัญหาวิกฤต
เศรษฐกิจโลกในปี ค.ศ. 1929 และผลงานของท่านยังเป็นแหล่งอ้างอิงท่ีสำ�คัญมาถึงทุกวันน้ี
ทา่ นผู้น้ี คอื John Maynard Keynes2 โดยท่านได้ชใี้ หเ้ ห็นว่า “ผคู้ นท่ที ำ�แตง่ านประจ�ำ โดยคิด
วา่ ตวั เองไมอ่ ยู่ภายใตอ้ ทิ ธพิ ลทางความคดิ ของใครเลยนนั้ ลว้ นแตเ่ ป็นทาสทางความคิดของนัก
เศรษฐศาสตร์ท่ีส้ินชีวิตไปนานแล้วท้ังส้ิน ย่ิงคนเพี้ยน ๆ ท่ีมีตำ�แหน่งสูง ๆ ที่ฟังแต่เสียงจาก
อากาศรอบตวั ย่งิ ตัวดี เพราะเป็นพวกท่ีรบั เอาความคิดไร้สาระ มาจากผลงานทน่ี ักวิชาการไม่
คนใดก็คนหนึ่งเขียนขึ้นเม่ือหลายปีก่อน” ข้อเขียนนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจากการที่
ผู้มีอำ�นาจรับฟังความเห็นเพียงด้านเดียวที่ตนเองอยากฟัง แล้วตัดสินใจไปตามน้ัน จนนำ�พา
ระบอบการปกครองไปสูเ่ สน้ ทางทไ่ี ร้ทางออก

ในส่วนของการพิจารณาปัญหาการเมืองการปกครองของประเทศไทย โดยเฉพาะ

1 ศาสตราจารยป์ ระจำ� คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
ดาวน์โหลดจากระบบ T2 UผDลCงาโดนยชิน้นาเอยกอขร่าอมงทดา่วนงจคันอืทรG์ eneral Theory of Employment, Interest and Money, 1936.

34

รฐั ธรรมนญู กบั ปัญหาการเมืองการปกครองของไทย

อย่างยิ่งปัญหาท่ีมีความเช่ือมโยงกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซ่ึงต้องมีการมีส่วน
รว่ มของประชาชนเปน็ ประการส�ำ คญั ยอ่ มเปน็ การหลกี เลย่ี งไมไ่ ดท้ จ่ี ะตอ้ งพจิ ารณาประเดน็ ทาง
สังคมวิทยา3 และประเด็นทางสังคมวิทยาของไทยซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมที่นำ�มาสู่
ปัญหาทางการปกครองจวบจนทุกวันน้ี เป็นประเด็นที่ได้เคยมีการกล่าวถึงโดยนักวิชาการ
ชาวต่างประเทศ ซึ่งได้มีโอกาสเข้ามาทำ�งานในประเทศไทยในช่วงปลายรัชกาลท่ี 5 ถึงต้น
รัชกาลท่ี 6 ไดส้ ร้างผลงานทางสถาปตั ยกรรมที่สำ�คญั คือ พระราชวังบ้านปืน ท่านผนู้ ค้ี อื Prof.
Dr. Karl Doehring4 ชาวเยอรมัน ผู้เขียนหนังสือบรรยายความเป็นไปของแผ่นดินและผู้คน
ชาวสยามซ่ึงมีข้อความตอนหน่ึงว่า

“เนอ่ื งจากความสมั พนั ธแ์ บบพง่ึ พาในประเทศสยามมรี ปู แบบทไ่ี มเ่ ขม้ ขน้ นกั ประชาชน
จึงมคี วามคนุ้ เคยกับความสมั พันธ์ดงั กลา่ วนี้ กระทัง่ แมว้ ่ากฎหมายใหมจ่ ะไมร่ บั รองอีกตอ่ ไป ก็
ยังปรากฏวา่ มีความสัมพันธ์แบบพ่ึงพาดังกล่าวอยตู่ ่อไปจนถงึ สมยั สงครามโลก โดยทาสเหล่าน้ี
ก็ยังคงอาศัยอยู่กับเจ้านายภายใต้ความสัมพันธแ์ บบเดมิ ทัง้ ๆ ที่ตามบทบัญญตั ขิ องกฎหมาย
แล้วบุคคลเหล่านี้นา่ จะเปน็ ไทแกต่ วั ตง้ั นานแล้ว คนเหล่านีแ้ ม้จะมเี สรภี าพในการประกอบการ
แต่ก็ไม่อาจปรับตัวให้คุ้นชินกับการต่อสู้เพ่ือความอยู่รอดของตนเองได้โดยปราศจากความ
คุ้มครองและสนับสนุน แทนท่ีจะเลือกเสรีภาพพวกเขากลับเลือกการพึ่งพาที่ให้ความรู้สึก
ปลอดภัย ไร้ความกังวลใด ๆ ได้มากกว่า แม้ว่าจะมีความเป็นอยู่แบบไร้อิสระก็ตาม ในช่วงที่
กฎหมายใหมเ่ พงิ่ จะมผี ลใชบ้ งั คบั มหี ลายกรณที ที่ าสเปน็ ฝา่ ยขอรอ้ งเจา้ นายคนเดมิ ใหย้ งั คงเลยี้ ง
ตนเองต่อไป และใหท้ ่ีพำ�นักและความคุ้มครองเหมอื นดงั ท่ตี นเองเคยได้รับแต่เดิมมา…”

“เนอื่ งจากเจา้ นายมกั จะมที ด่ี นิ อยใู่ นครอบครองทเ่ี ปน็ ไรน่ ามากมาย จนเปน็ ไปไมไ่ ดท้ ี่
จะดแู ลพื้นที่ทั้งหมดไดด้ ว้ ยตนเอง หากไม่ได้เหลา่ ไพรเ่ ดิมที่อาสาเข้ามาช่วย โดยฝ่ายเจา้ นายจะ
ตอบแทนดว้ ยการชว่ ยในเรอื่ งทง้ั หลายทเ่ี กย่ี วกบั คดแี ละภาษี ดว้ ยเหตนุ ี้ ความสมั พนั ธแ์ บบพงึ่ พา
ทีม่ มี าแตเ่ ดิมจงึ ยังคงด�ำ รงอยู่ในรฐั สมัยใหม่ต่อไปแมจ้ ะในสภาพที่อ่อนลงก็ตาม…”

จากขอ้ เขยี นของทัง้ สองทา่ น สามารถน�ำ มาใชใ้ นการพิจารณาถงึ ปญั หาการเมอื งการ
ปกครองของไทยในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี เป็นต้นว่า ในการเลือกตั้งจะมีปัญหาเกี่ยวกับ

3 โปรดดู อมร จนั ทรสมบรู ณ,์ การปฏริ ปู การเมอื ง : คอนสตติ วิ ชน่ั แนลลสิ ม์ ทางออกของประเทศไทย,
พิมพ์คร้งั ท่ี 2, มปพ. 2539, หน้า 71- 74.

4 Karl Doehring, Siam : Land und Volk, แปลโดย ชูศรี มวี งศ์อุโฆษ,แผ่นดินและผ้คู นชาวสยาม,
หนงั สอื ในโครงการร�ำ ลกึ 100 ปี วนั สวรรคตพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั คณะอกั ษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์
ดาวนโ์ หลมดหจาาวกทิ รยะบาลบัยTลUำ�DดCบั โทดี่ย1,นโารยงอพรมิ่ามพแ์ดหวงง่ จจันุฬทารล์ งกรณ์มหาวทิ ยาลยั 2555, หนา้ 20 และ 23

35

60 ปี สุเมธาจารย์

ระบบอุปถัมภ์ ควบคู่กับการซ้ือสิทธิขายเสียงไม่ว่าจะในระดับการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรหรือการเลอื กต้งั สมาชิกวุฒิสภา และเมอื่ ไดร้ ับเลือกตั้งเข้าไปในสภาแล้ว ระบบอปุ ถมั ภ์
ยังตามมามีอิทธิพลในการทำ�งานของสภาทั้งสองท้ังในรูปแบบของการควบคุมสมาชิกสภาท้ัง
สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรและสมาชกิ วฒุ สิ ภา ผา่ นทางพรรคการเมอื งหรอื การอปุ ถมั ภแ์ บบนอก
ระบบ โดยการจ่ายค่าอุปถัมภ์กันเป็นรายเดือนเพื่อให้มีสมาชิกจำ�นวนท่ีแน่นอนอยู่ในโอวาท
ตลอดเวลา การทม่ี คี นกลมุ่ หนง่ึ ที่ “แทนทจ่ี ะเลอื กเสรภี าพพวกเขากลบั เลอื กการพงึ่ พาทใี่ หค้ วาม
ร้สู ึกปลอดภยั ไรค้ วามกังวลใด ๆ ได้มากกวา่ แม้วา่ จะมีความเปน็ อย่แู บบไรอ้ สิ ระก็ตาม” อยู่
จำ�นวนไม่น้อยแม้ในสังคมยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเม่ือคนเหล่านี้เข้ามามีบทบาททาง
การเมืองและกลายเปน็ ตัวปัญหาท่จี �ำ เป็นตอ้ งได้รับการแก้ไขด้วยเชน่ กัน

ในสว่ นของระบบการปกครองทม่ี กั เกิดปญั หาเปน็ ระยะ ๆ น้ัน การใชแ้ ละการตคี วาม
กฎหมายเพ่ือบังคับใช้กฎหมายย่อมมีความสำ�คัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน การใช้และการตีความ
กฎหมายจึงเป็นประเด็นท่ีต้องมีการหยิบยกข้ึนมาพิจารณาเช่นกันหากจะศึกษาถึงปัญหาที่เกิด
ขึ้นในการเมืองการปกครองของไทย เนื่องจากรัฐบาลแต่ละชุดย่อมอยากฟังความเห็นทาง
กฎหมายทเี่ ออื้ ประโยชนแ์ กฝ่ า่ ยตนมากทส่ี ดุ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ รฐั บาลทหี่ มดสนิ้ ความชอบธรรม
ไปแลว้ ยอ่ มอยากไดค้ วามเหน็ ทางกฎหมายทีบ่ อกวา่ “รฐั บาลลาออกไมไ่ ด้ !” จนนำ�ประเทศ
ไปสู่ทางตนั และตามมาด้วยการต้องแกป้ ญั หาดว้ ยวิธีการนอกระบบ

ย่อมเป็นท่ีคาดหมายได้ว่า ผู้ให้ความเห็นทำ�นองดังกล่าวและ “คนเพ้ียน ๆ ท่ีมี
อำ�นาจ” คงจะต้องมีอยู่ต่อไป แต่ประเด็นสำ�หรับช่วงเวลานี้ ก็คือ ในการพิจารณาถึงปัญหา
การเมืองการปกครองของไทยจะพิจารณามาถึงปัญหาน้ีด้วยหรือไม่และถ้าเห็นเป็นปัญหาแล้ว
จะจัดการกบั ปญั หาดงั กล่าวนี้อยา่ งไร

ส่วนทห่ี นง่ึ ปญั หาท่ีน�ำ มาสูก่ ารรฐั ประหาร

การรัฐประหารเมื่อวันท่ี 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 มใิ ชเ่ ป็นการรัฐประหารท่ีเกดิ ข้นึ
เปน็ ครง้ั แรก และหากในชว่ งเวลาตอ่ ไปน้ี เรายงั ไมส่ ามารถท�ำ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั ปญั หาทนี่ �ำ มา
สู่การรัฐประหารได้ ก็คงสามารถกล่าวต่อไปได้เลยว่า การรัฐประหารคร้ังนี้ก็คงจะมิใช่การ
รฐั ประหารครงั้ สดุ ทา้ ยอยา่ งแนน่ อน ผเู้ ขยี นจงึ ใครข่ อน�ำ เสนอมมุ มองเกย่ี วกบั ปญั หาตา่ ง ๆ เหลา่
นี้ ซง่ึ ประกอบดว้ ยปัญหาทมี่ ีสาเหตมุ าจากรฐั ธรรมนญู นั้นเอง และปัญหาจากสาเหตอุ น่ื ๆ ดงั
จะน�ำ เสนอต่อไปนี้

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

36

รัฐธรรมนูญกบั ปัญหาการเมืองการปกครองของไทย

1. ปญั หาทมี่ ีสาเหตมุ าจากรัฐธรรมนญู

ปัญหาต่าง ๆ ที่มีสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญนั้น เป็นปัญหาท่ีเกิดจากการท่ีผู้ร่าง
รัฐธรรมนูญบัญญัติหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นมาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วก่อให้เกิดปัญหาตามมา
ซงึ่ สาเหตขุ องปรากฏการณด์ งั กลา่ วอาจเกดิ จากความรบี รอ้ น เนอื่ งจากในการยกรา่ งรฐั ธรรมนญู
ในระยะหลัง ๆ มีการกำ�หนดกรอบเวลาไว้ค่อนข้างสั้น โดยมิได้คำ�นึงถึงประสิทธิภาพในการ
ท�ำ งานของผยู้ กรา่ ง หรอื การน�ำ แบบอยา่ งของตา่ งประเทศมาใชโ้ ดยมไิ ดค้ �ำ นงึ ถงึ สภาพความเปน็
จรงิ ทางสงั คมไทย ผลลพั ธท์ ีต่ ามมาก็คอื รัฐธรรมนญู ท่ีเปน็ ท่ีรวมของบทบญั ญตั ิตา่ ง ๆ จ�ำ นวน
มากเกนิ ความจ�ำ เปน็

ปัญหาท่ีมีสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญ เป็นต้นว่า การกำ�หนดระบบการเลือกตั้งไว้ใน
รฐั ธรรมนญู จนท�ำ ใหม้ กี ารแกไ้ ขไดย้ าก แมจ้ ะมปี ญั หาเกดิ ขน้ึ การบญั ญตั ใิ หม้ อี งคก์ รอสิ ระขน้ึ มา
มากมาย ท�ำ ใหเ้ กดิ ปญั หาในการสรรหาตวั บคุ คลทมี่ คี วามรคู้ วามสามารถทจี่ ะเขา้ มาปฏบิ ตั ภิ ารกจิ
เหลา่ น้นั ในท่สี ุด จึงเกิดปรากฏการณ์ “ส้มหลน่ ” สกู่ ลมุ่ ข้าราชการบำ�นาญจากบางองคก์ รซง่ึ มี
ระบบเครือข่ายกว้างขวาง ซ่ึงทำ�ให้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีองค์กรอิสระต่างๆ
ตามท่ีได้มีการก่อตั้งไว้แต่ต้นได้ องค์กรอิสระบางองค์กรจึงแทบจะไม่มีบทบาทในการช่วยแก้
ปญั หาของบา้ นเมอื งเลย นอกจากนี้ การตงั้ คณุ สมบตั สิ �ำ หรบั กลมุ่ นกั วชิ าการไวส้ งู เกนิ ไป ดงั เชน่
กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่ีกำ�หนดคุณสมบัติในการสรรหาบุคคลจากกลุ่มวิชาชีพในสาย
วชิ าการวา่ ต้องเป็นศาสตราจารย์ ในขณะที่ ณ เวลานั้นมีผทู้ ่ีเปน็ ศาสตราจารย์อยเู่ พียงไมก่ ี่คน5
ส่งผลท�ำ ใหเ้ ปน็ การจ�ำ กัดโอกาสของบุคคลกลุ่มนไี้ ปโดยปริยาย หากจะเปรียบเทยี บกบั ตัวอยา่ ง
ของตา่ งประเทศทมี่ ไิ ดห้ า่ งไกลจากประเทศไทยมากนกั คอื ประเทศเกาหลใี ต้ จะพบวา่ คณุ สมบตั ิ
ของผูท้ ่ีสามารถเขา้ สรู่ ะบบการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนญู ของประเทศนี้ กฎหมายกำ�หนด
ใหเ้ ป็นตงั้ แต่ระดับผูช้ ่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป ซึ่งท�ำ ใหม้ ีตัวเลอื กในการสรรหามากข้ึน6

2. ปญั หาทม่ี ีสาเหตมุ าจากกฎหมายระดบั พระราชบัญญัติ
เมอื่ มกี ารพจิ ารณาปญั หาเกย่ี วกบั การเมอื งการปกครองคนสว่ นใหญก่ ม็ กั จะคดิ วา่ เปน็
ปัญหามาจากรัฐธรรมนูญ โดยมองข้ามปัญหาที่มีสาเหตุมาจากกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ

5 ต่างจากประเทศเยอรมนีซึ่งมีสมาคมครูสอนกฎหมายมหาชนเยอรมัน ปรากฏว่าสมาคมน้ีมีสมาชิก
เปน็ ผู้สอนกฎหมายมหาชนระดับศาสตราจารยไ์ ม่น้อยกวา่ หกร้อยคน

6 โปรดดู บุญศรี มวี งศอ์ ุโฆษ, กฎหมายรฐั ธรรมนญู , พมิ พค์ รงั้ ท่ี 8, โครงการตำ�ราฯ คณะนิตศิ าสตร์
ดาวน์โหลมดหจาาวกทิ รยะบาลบยั TธUรรDมCศโาดสยตนรา์ 2ย5อ5ร่า7ม, ภดาวคงจสันอทงรบ์ ทที่ 5 หัวขอ้ 4.2.3

37

60 ปี สเุ มธาจารย์

ท้ัง ๆ ที่กฎหมายระดับพระราชบัญญัติน้ีเองท่ีเป็นตัวกำ�หนดรายละเอียดที่ทำ�ให้หลักการตาม
รฐั ธรรมนูญสามารถสง่ ผลทางปฏิบัตไิ ด้ สำ�หรับปญั หาในประเดน็ น้ี ปญั หาของประเทศไทยเร่ิม
ต้นตั้งแต่ตัวองค์กรนิติบัญญัติน้ันเอง เนื่องจากการได้มาซ่ึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีจุดเริ่ม
ตน้ มาจากการก�ำ หนดของกลมุ่ ทนุ ภายในพรรคการเมอื งทส่ี ามารถผกู ขาดการตดั สนิ ใจของพรรค
ในการส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งได้ซึ่งเป็นประเด็นที่จะนำ�มาพิจารณาต่อไป จากน้ันผู้สมัครรับ
เลือกต้งั เหลา่ นก้ี เ็ ข้าสสู่ นามการเลอื กตัง้ ซึง่ แต่ละพรรคก็มรี ะบบเครอื ข่ายในการได้คะแนนเสยี ง
จากประชาชนผ่านหัวคะแนนที่มีมายาวนาน ทำ�ให้เห็นได้ว่าผู้ที่กำ�หนดว่าใครจะได้รับเลือกต้ัง
หาใช่ประชาชนไม่ หากแต่เป็นกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ท่ีเข้าไปมีอำ�นาจในพรรคการเมือง
ทำ�ให้องค์กรรัฐสภามิใช่องค์กรตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง กฎหมายที่จะเข้าช่วยรักษาผล
ประโยชนข์ องประชาชนจงึ ไมม่ โี อกาสผา่ นองคก์ รนอี้ อกมาได้ เปน็ ตน้ วา่ กฎหมายเพอื่ การจดั ตง้ั
องค์การเพ่ือการคุ้มครองผู้บริโภคจึงไม่อาจผ่านออกมาเป็นกฎหมายได้ แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ฉบับพุทธศักราช 2540 ตลอดจนรัฐธรรมนูญฉบับพุทธศักราช 2550
จะไดก้ �ำ หนดใหม้ ีการจดั ต้ังองคก์ ารดังกลา่ วข้นึ ก็ตาม

ตวั อยา่ งตอ่ ไปทจ่ี ะชใ้ี หเ้ หน็ ปญั หาท�ำ นองเดยี วกนั ของกฎหมายระดบั พระราชบญั ญตั ิ
เช่น หลักการตามรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550 มาตรา 65 วรรคสอง
ซึ่งก�ำ หนดให้ “การจัดองค์กรภายใน การด�ำ เนนิ กิจการ และข้อบงั คบั ของพรรคการเมอื ง ตอ้ ง
สอดคล้องกับหลักการพ้ืนฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง
เป็นประมุข” ซึ่งการที่กำ�หนดหลักการน้ีขึ้นมาก็เพื่อให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยข้ึนมาใน
พรรคการเมืองน่ันเอง กฎหมายพรรคการเมืองที่ออกมารองรับหลักการน้ี จึงควรกำ�หนดราย
ละเอียดที่จะทำ�ให้เกิดประชาธิปไตยในพรรคการเมืองได้จริง เป็นต้นว่า รายละเอียดเก่ียวกับ
การประชุมใหญ่สมาชิกพรรค จะต้องมีหลักการท่ปี ้องกันมิให้กลมุ่ ใดกลมุ่ หนง่ึ ในพรรคสามารถ
ผกู ขาดการนำ�ภายในพรรคได้7 ซึ่งปรากฏวา่ เท่าทผ่ี า่ นมากฎหมายพรรคการเมอื งมไิ ดก้ ำ�หนด
หลักเกณฑ์ท่ีเป็นมาตรฐานขั้นต่ําท่ีจะทำ�ให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยขึ้นมาภายในพรรค
การเมือง ทำ�ให้พรรคการเมืองไทยทุกพรรคตกอยู่ภายใต้การนำ�ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดย
เฉพาะอย่างย่งิ คือกลุ่มทนุ ของพรรคเทา่ นน้ั

นอกจากปัญหาเฉพาะประเด็นตามท่ีหยิบยกมาข้างต้นแล้ว กฎหมายระดับพระราช

7 โปรดดู บุญศรี มีวงศ์อุโฆษ, แนวทางการปฏิรูประบบการเลือกต้ังและพรรคการเมือง, สถาบัน
ดาวน์โหลพดรจะาปกกระเกบลบา้ T2U5D5C5 โหดัวยขน้อาย4อ.7ร.่า1ม.4ดวงจันทร์

38

รฐั ธรรมนูญกบั ปัญหาการเมอื งการปกครองของไทย

บญั ญัตขิ องไทยยงั รอการปฏิรปู ทั้งระบบ ซ่ึงประเดน็ การปฏริ ูปกฎหมายนน้ั มกี ารหยบิ ยกข้นึ มา
เปน็ ประเดน็ ตงั้ แตส่ มยั รฐั บาลทนี่ ายอานนั ท์ ปนั ยารชนุ เปน็ นายกรฐั มนตรี แตเ่ ทา่ ทผ่ี า่ นมามกี าร
ดำ�เนินการเพียงแต่รวบรวมกฎหมายทั้งหมดเพ่ือพิจารณาว่ากฎหมายฉบับใดเก่าแล้ว สมควร
ยกเลกิ แตม่ ไิ ดม้ กี ารพจิ ารณาปญั หาเกยี่ วกบั ความละเอยี ดและความชดั เจนของกฎหมายในสว่ น
ทเ่ี กยี่ วกบั การใชอ้ �ำ นาจของพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี ทจ่ี ะชว่ ยใหก้ ารใชด้ ลุ พนิ จิ ของพนกั งานเจา้ หนา้ ที่
ง่ายข้ึน เป็นการลดความเสี่ยงในของความรบั ผิดของพนกั งานเจ้าหน้าท่ีลง

นอกจากนแ้ี ลว้ ยงั มปี ระเดน็ ทเ่ี คยมกี ารหยบิ ยกขน้ึ มาโดยนายอากร ฮนุ ตระกลู แตไ่ ม่
ไดร้ บั ความสนใจจากสาธารณชนเทา่ ท่ีควร กลา่ วคือ ประเด็นท่ีเกี่ยวกบั อ�ำ นาจการตดั สินใจใน
ระบบราชการไทย ซึ่งในระบบกฎหมายของไทยที่ยังใช้กันอยู่น้ันกำ�หนดให้นักการเมืองท่ีเป็น
รัฐมนตรีเข้ามาแย่งงานของขา้ ราชการประจำ�ไปท�ำ โดยอ้างความชอบธรรมท่ีไดร้ ับการเลือกตง้ั
มาจากประชาชน โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในประเดน็ ของการออกใบอนญุ าต หรอื ประทานบตั รตา่ ง ๆ
แต่ในการอ้างความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยน้ัน ผู้อ้างอาจไม่ทราบว่า ในระบอบ
ประชาธิปไตยน้นั เป็นที่เขา้ ใจกันมาตง้ั แตส่ มยั กรีกโบราณแลว้ ว่า ต้องควบคู่กันไปกับการตรวจ
สอบเสมอ8

การท่ีนักการเมืองท่ีเป็นรัฐมนตรีเข้ามาแย่งงานของข้าราชการประจำ�ไปทำ�ส่งผล
ใหก้ ารตรวจสอบภายในเกย่ี วกบั การออกใบอนญุ าต หรอื ประทานบตั รเหลา่ นน้ั ไมอ่ าจเกดิ ขนึ้ ได้
เพราะผมู้ อี �ำ นาจสงู สดุ ในกระทรวงเปน็ ผดู้ �ำ เนนิ การเอง ซงึ่ เปน็ ทม่ี าของการทจุ รติ และคอรร์ ปั ชนั่
ทยี่ ากแกก่ ารควบคมุ การปฏริ ปู กฎหมายท่ีหากจะมกี ารด�ำ เนินการต่อไป จึงต้องหนั มาสนใจใน
ประเดน็ น้ี โดยการคนื งานประจ�ำ เหลา่ นไ้ี ปใหข้ า้ ราชการประจ�ำ ด�ำ เนนิ การ เพอื่ ใหก้ ารตรวจสอบ
ภายในเป็นไปได้

3. ปัญหาท่มี ีสาเหตมุ าจากแนวทางการปฏิบัติ

อาจกล่าวได้ว่า รัฐธรรมนูญทุกฉบับของไทยเท่าท่ีมีมาและต้องประสบกับความล้ม
เหลวนนั้ เพราะมองขา้ มปญั หาทม่ี สี าเหตมุ าจากแนวทางการปฏบิ ตั ิ การท�ำ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั
เรอื่ งนี้ คงตอ้ งอาศยั ความเปน็ รปู ธรรมทรี่ จู้ กั กนั อยา่ งแพรห่ ลายในสงั คมไทยแลว้ เพอื่ ใหส้ ามารถ
ทำ�ความเข้าใจได้ง่ายย่ิงข้ึน กล่าวคือ คำ�กล่าวเก่ียวกับวัฏจักรของการเมืองไทย เมื่อกล่าวถึง
วฏั จกั รของการเมอื งไทยซงึ่ เกดิ ขนึ้ มาจนนบั ครง้ั แทบจะไมถ่ ว้ นแลว้ น้ี จะพบวา่ การเมอื งไทยเปน็

ดาวน์โหลดจากระบบ T8 UโDปCรดโดดยู บนญุ ายศอรรี ่ามมวี งดศวอ์งจโุ ฆันษท,ร์เชิงอรรถท่ี 5, ภาคหนงึ่ สว่ นที่หนง่ึ บทท่ี 1 หัวขอ้ 5.4

39

60 ปี สุเมธาจารย์

หนทางทห่ี ลีกไมพ่ น้ การรฐั ประหาร จากนัน้ จะมกี ารร่างรฐั ธรรมนญู กันใหม่ นำ�ไปส่กู ารเลอื กตง้ั
ได้รัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อบริหารไปได้ช่วงหน่ึงจะเกิดวิกฤตการณ์จนนำ�ไปสู่
การรัฐประหารรอบใหม่ต่อไป จากวงจรดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ทุกข้ันตอนในวงจรนี้ล้วนไม่อาจ
หลีกพ้นจากแนวทางการปฏิบัติไปได้ กล่าวคือ การร่างรัฐธรรมนูญท่ีผ่านมามิได้นำ�เอาปัญหา
ของบา้ นเมอื งมาเปน็ ตวั ตงั้ อยา่ งแทจ้ รงิ รฐั ธรรมนญู มแี ตจ่ ะหนาขน้ึ ทกุ ทแี ตแ่ กป้ ญั หาอะไรกแ็ กไ้ ข
ไม่ได้ การทุจริตคอร์รัปช่ันนับวันจะหนักหน่วงย่ิงขึ้น เมื่อพิจารณาถึงเลือกตั้งยิ่งเห็นได้ชัดว่า
กฎเกณฑ์ตามกฎหมายกับความเป็นจริงในทางปฏิบัติแตกต่างกันอย่างส้ินเชิง โดยที่องค์กรท่ี
ดูแลเกยี่ วกบั เรือ่ งนด้ี เู หมอื นกับ “เอาหไู ปนาเอาตาไปไร”่ จนการซื้อสิทธขิ ายเสียงซง่ึ พัฒนาไป
จนไมจ่ ำ�เป็นตอ้ งซอ้ื ขายกันเปน็ เมด็ เงนิ แล้ว ได้แพรข่ ยายไปสกู่ ารเลอื กต้งั ทกุ ระดบั

รฐั บาลทไ่ี ดม้ าจากกระบวนการเลอื กตง้ั ดงั กลา่ วเมอื่ เขา้ มาบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ แลว้
กจ็ ะอาศยั ชอ่ งทางตามระบบกฎหมายทไี่ ดก้ ลา่ วถงึ ในหวั ขอ้ ทสี่ องขา้ งตน้ ในการถอนทนุ และเออื้
ประโยชนแ์ กพ่ ลพรรคฝา่ ยตน จนน�ำ มาซง่ึ ความขดั แยง้ ในเรอื่ งของผลประโยชน์ ทม่ี ไิ ดม้ กี ารกระ
จายออกไปอยา่ งเปน็ ธรรม และเปน็ ทน่ี า่ สงั เกตวา่ รฐั บาลชดุ ทส่ี รา้ งปญั หาจะไมม่ ชี ดุ ใดทจ่ี ะยอม
ลาออกจากตำ�แหน่ง เป็นเหตุให้ต้องใช้วิธีการนอกระบบเข้ามาแก้ปัญหาเป็นทางเลือกสุดท้าย
ซ่ึงต่างจากแนวทางปฏิบัติของประเทศญ่ีปุ่น ท่ีรัฐบาลลาออกบ่อยครั้ง แต่ทำ�ให้ญ่ีปุ่นสามารถ
รกั ษาระบอบการปกครองไว้ได9้

สว่ นทส่ี อง แนวทางการแก้ไขปัญหา

1. อปุ สรรคในการแก้ไขปัญหา

ก่อนทจ่ี ะกลา่ วถงึ แนวทางการแก้ไขปญั หาได้ จำ�เป็นตอ้ งเขา้ ใจปญั หาต่าง ๆ ซ่ึงมิใช่
จะจ�ำ กดั อยเู่ พยี งเทา่ ทไี่ ดห้ ยบิ ยกขนึ้ มาพจิ ารณาขา้ งตน้ เทา่ นนั้ และตอ่ เมอ่ื ไดท้ ราบถงึ ปญั หาแลว้
จึงจะนำ�ไปสู่หนทางในการแก้ปัญหาดังท่ี Keynes ได้เคยกล่าวไว้ว่า “ความผิดพลาดจะเป็น
ประโยชน์ กต็ อ่ เมอ่ื เรารปู้ ญั หาอยา่ งทนั ทว่ งท”ี และทส่ี �ำ คญั ไมย่ ง่ิ หยอ่ นไปกวา่ กนั กค็ อื “ปญั หา
ความยุ่งยากมิไดอ้ ยทู่ ีก่ ารหาแนวความคิดใหม่ ๆ หากแตอ่ ยู่ที่การละจากแนวความคิดเดมิ ๆ ท่ี
คุ้นเคยมานาน” ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมามีการศึกษาวิจัยและสรุปเป็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ
การปรบั ปรงุ แกไ้ ขรฐั ธรรมนญู มากมาย โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เกย่ี วกบั ระบบการเลอื กตง้ั และองคก์ ร

9  โปรดดู บุญศรี มีวงศ์อโุ ฆษ, เชงิ อรรถท่ี 5, ภาคหนงึ่ ส่วนที่สอง บทที่ 8 การปกครองของประเทศญ่ีปนุ่
ดาวน์โหลหดัวจขาอ้ กร5ะ.บ4.บ2.T3UDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

40

รฐั ธรรมนูญกบั ปัญหาการเมืองการปกครองของไทย

ตลอดจนวิธีการที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ผลของความเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึนมักจะออกมาใน
แนวทางที่ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความคุ้นเคย มากกว่าท่ีจะเป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น โดยจะ
เห็นได้ว่า ระบบการเลือกต้ังของเยอรมันเป็นประเด็นท่ีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้
ความสนใจมาต้ังแต่สมัยท่ีมีการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517
แตจ่ นบัดนี้ สสี่ ิบปใี หห้ ลัง หลกั การตามระบบการเลอื กตงั้ ของเยอรมันท่ีใชร้ ะบบสดั ส่วนเขา้ มา
แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งของระบบการเลอื กตงั้ ตามเสยี งขา้ งมากกย็ งั ไมป่ รากฏในระบบการเลอื กตง้ั ของ
ไทย ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบัน คนไทยและคนเยอรมันต่างก็มีสิทธิเลือกตั้งคนและเลือกทั้งพรรค
ได้เหมือนกัน แต่ผลการเลือกต้ังท่ีได้ของไทยก็ยังคงไม่เป็นธรรมสำ�หรับพรรคเป็นรองในเขต
เลอื กตง้ั เนอื่ งจากพรรคท่ชี นะในเขตเลอื กตง้ั ไดท้ ี่น่ังในสภามากกวา่ สัดสว่ นทค่ี วรไดร้ ับ ในขณะ
ทรี่ ะบบของเยอรมันให้ความเปน็ ธรรมแก่พรรคทเี่ ป็นรองในเขตเลอื กตัง้ ไดม้ ากกว่า10

ในส่วนขององค์กรท่ีดูแลการเลือกต้ังของไทยท่ีได้รับการผลักดันให้เป็นองค์กรอิสระ
ได้สำ�เร็จตั้งแต่รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2540 จะเห็นได้วา่ มีการเนน้ ไป
ท่ีการจัดองค์กรเป็นแบบถาวร ซ่ึงเป็นรูปแบบท่ีคนของกระทรวงมหาดไทยมีความคุ้นเคย จน
ทำ�ใหก้ ารเลือกต้ังของไทยมคี ่าใช้จา่ ยท่ีสูงมาก ซ่ึงต่างจากระบบท่ใี ชก้ นั ในตา่ งประเทศ ซ่ึงเน้น
ความเปน็ อสิ ระของคณะกรรมการการเลอื กตง้ั แตก่ ลไกทางปฏบิ ตั ยิ งั คงองิ หนว่ ยราชการทม่ี อี ยู่
แล้ว ทำ�ให้ลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก นอกจากน้ีจะเห็นได้ว่า ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของ
ประเทศสหรฐั อเมริกานัน้ มใิ ชจ่ ะมีการเลอื กตั้งแตต่ ำ�แหน่งประธานาธบิ ดเี ท่าน้ัน หากแต่มีการ
เลือกตั้งพร้อมกันทุกระดับ ทั้งสมาชิกสภาผู้แทน สมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งการเลือกต้ังในระดับ
ทอ้ งถิ่น ทำ�ใหล้ ดคา่ จ่ายลงไดม้ าก แม้ประเทศนจ้ี ะเป็นประเทศอภิมหาอำ�นาจและเป็นประเทศ
ท่ีมีฐานะทางเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ก็ใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างประหยัด
และคุ้มคา่

จากตวั อยา่ งทยี่ กมาท�ำ ใหเ้ หน็ ไดว้ า่ ปญั หาทน่ี า่ กลวั แตม่ กั จะถกู มองขา้ มกค็ อื ผทู้ เี่ สนอ
ตวั เขา้ มาแกป้ ญั หาสว่ นหนงึ่ เขา้ มาเพอ่ื แสวงหาประโยชนเ์ ฉพาะหนา้ และกรยุ ทางเพอ่ื ประโยชน์
ในอนาคตของตนเอง ซ่งึ จะเหน็ ไดจ้ ากการปฏริ ูปการเมอื งในหลาย ๆ คร้งั ที่ผา่ นมา นอกจากน้ี
แล้ว การจะทำ�ความเข้าใจกับปัญหาตลอดจนแนวทางในการแก้ปัญหาล้วนเป็นส่ิงท่ีต้องอาศัย
เวลา โดยเฉพาะอย่างย่งิ หากปัญหานั้นเปน็ ปญั หาทีค่ ่กู ับสังคมมานาน ดังเช่นปัญหาของระบบ
อุปถัมภ์ท่ีได้กล่าวมาแล้ว แนวทางการแก้ปัญหาที่จะนำ�มาใช้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงอาจ

ดาวนโ์ หลดจากระบบ T10UDโปCรโดดดยู บนาญุ ยศอรรี่ามมีวดงวศง์อจโุ นั ฆทษร,์ เชิงอรรถที่ 5, ภาคสอง บทท่ี 4 หวั ขอ้ 3.2.3

41

60 ปี สเุ มธาจารย์

จะยังมิใช่เร่ืองที่ผ่านการพิจารณาพิเคราะห์และสังเคราะห์จนเรียกได้ว่าตกผลึกแล้ว หากแต่
เป็นเพยี งการลองผิดลองถูกเท่านนั้

2. แนวทางการแก้ไขปญั หาที่ควรจะเปน็

ด้วยเหตุผลท่ีกล่าวมาข้างตน้ นี้ การปฏริ ูปการปกครองของไทยจึงมิใชเ่ ร่ืองทส่ี ามารถ
ด�ำ เนนิ การใหเ้ สรจ็ สนิ้ ไดใ้ นครง้ั เดยี ว แลว้ ใชไ้ ดผ้ ลตลอดไป หากแตเ่ ปน็ เรอ่ื งทจี่ ะตอ้ งมกี ารด�ำ เนนิ
การตอ่ เนอ่ื ง แตใ่ นขณะเดยี วกนั สงั คมไทยเปน็ สงั คมทคี่ นสว่ นใหญใ่ จรอ้ น ยอ่ มเปน็ การยากทจี่ ะ
ใหท้ �ำ การศกึ ษาวจิ ยั กนั ไดอ้ ยา่ งยาวนาน จากทง้ั สองขว้ั ทางความคดิ ดงั กลา่ ว ผเู้ ขยี นจงึ อยากเหน็
แนวทางสายกลาง ซ่ึงก็คือ การปฏิรูปเฉพาะหน้าที่จะดำ�เนินการต่อไปน้ี เม่ือได้ข้อสรุปแล้ว
และข้อสรุปดังกล่าวยังกล่าวได้ว่ามีลักษณะของการลองผิดลองถูกดังท่ีได้กล่าวมาแล้ว จึงควร
ก�ำ หนดให้วาระของสภาผูแ้ ทนราษฎรสนั้ ลง ดังตวั อยา่ งของสภาผู้แทนราษฎรในสภาคองเกรส
อเมริกัน ท่ีมีวาระเพียงสองปี ซ่ึงในการร่างรัฐธรรมนูญอเมริกันก็มีผู้หยิบยกประเด็นน้ีมา
พจิ ารณาโดยให้เหตุผลว่า หากในการเลือกต้ังได้คนไม่ดเี ขา้ สภา จะไดไ้ มต่ ้องให้คนไม่ดีเหล่านน้ั
อยูน่ านเกินไป ข้อดอี ีกประการหน่งึ ของการมีวาระส้นั ดงั กล่าว ก็คอื ประชาชนก็จะมโี อกาสได้
ฝกึ ฝนประชาธปิ ไตยไดม้ ากขนึ้ และลดโอกาสถอนทนุ ลงท�ำ ใหส้ ามารถลดความคมุ้ คา่ ในการลงทนุ
ซ้ือเสยี งลงได้มาก

ข้อสังเกตท่ีน่าสนใจอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการรัฐประหารทุกคร้ังของไทย ก็คือ
ประเด็นหลักของการทำ�รัฐประหารแต่ละคร้ังท่ีผ่านมานั้น ต้องการเพียงแต่เปล่ียนตัวผู้นำ�ทาง
การเมอื งในขณะนน้ั เทา่ นน้ั และเนอ่ื งจากไมม่ หี นทางอนื่ ตามบทบญั ญตั ใิ นรฐั ธรรมนญู ทเ่ี ปดิ ชอ่ ง
ใหท้ �ำ ได้ จึงเหลอื มาตรการสดุ ท้าย (ultima ratio) นนั่ คอื การใช้กำ�ลงั เท่าน้นั

ดังนัน้ หากไมอ่ ยากเห็นการรฐั ประหารครัง้ ต่อ ๆ ไป กจ็ ำ�เป็นตอ้ งหาวธิ กี ารเปลยี่ น
ผู้น�ำ ทางการเมอื งมาบญั ญัตไิ ว้ในรฐั ธรรมนูญเพ่อื มิใหต้ ้องใชม้ าตรการสดุ ทา้ ยดงั กลา่ ว

สรุป

การยกร่างรัฐธรรมนูญท่ีจะดำ�เนินการกันต่อไปนี้ หากไม่ต้องการให้เป็นเพียง
การยนื ยนั ความเปน็ จรงิ ของวฏั จกั รทางการเมอื งของไทย จนเกดิ เปน็ อาชพี นกั ยกรา่ งรฐั ธรรมนญู
ข้ึนมา คงจะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญโดยต้องคำ�นึงถึงสภาพทางสังคมวิทยาของสังคมไทยเป็น
พ้ืนฐาน และต้องละจากความคนุ้ เคยเดิม ๆ เพ่อื มิใหร้ ัฐธรรมนูญเป็นเพียงที่รวมของบทบญั ญัติ
ตา่ ง ๆ ท่ีมีความหนามากขึน้ ทกุ ครั้งท่ีมีการยกรา่ งข้นึ มาใหม่ หากแตใ่ หเ้ ป็นท่รี วมของหลกั การ
ดาวน์โหลสด�ำ จคากัญระๆบบใTนUกDาCรโปดยกคนารยอองร่าปมรดะวเงทจนัศทอรย์ า่ งแทจ้ ริง

42

“ธรรมศาสตรว์ นิ ัย”
ในคมั ภรี ศ์ าสนาทีส่ ำ�คญั ของโลก
ในการรักษา ปฏิรปู วนิ ัยการเงนิ การคลัง

ปรชี า สุวรรณทตั

พทุ ธวรรค

ณ กหาปณวสเฺ สน ติตตฺ ิ กาเมสุ วิชชฺ งติ
อปปฺ สสฺ าทา ทุกฺขา กามา อิติ วญิ ญฺ าย ปณฑฺ โิ ต
อปิ ทพิ เฺ พสุ กาเมสุ รตโิ ส นาธิคจฺฉติ
ตณหฺ กฺขยรโต โหติ สมฺมาสมพทุ ฺธสาวโก.

“แม้เหรยี ญกษาปน์ตกมาดังหา่ ฝน ก็มิทำ�ให้กามชนอ่มิ ในกาม”

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

43

60 ปี สเุ มธาจารย์

กถามุข

กถามรรคทีเ่ ป็น “ธรรมวินยั ” ทางการเงนิ การคลงั ในหนงั สอื เล่มนี้ ผูเ้ ขียนได้สกดั
ออกมาจากหนังสือ “วิชาธรรมศาสตร์ว่าด้วยการเงิน การคลัง” ท่ีใช้ประกอบการสอนวิชา
กฎหมายการคลังและภาษีอากรท่ีเป็นวิชาบังคับในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และในคณะนติ ิศาสตร์มหาวิทยาลัยอน่ื ๆ

ในทน่ี ข้ี อกลา่ วถงึ ค�ำ วา่ “ธรรมศาสตร”์ ทน่ี �ำ มาใชเ้ ปน็ แกน่ องคป์ ระกอบของวชิ านก้ี อ่ น
อันคำ�ว่า “ธรรมศาสตร์” ที่อ้างถึงน้ีมีความหมายท่ีกว้างกินความลึกซ้ึงถึงวิชาการ
ทุกศาสตร์ ทุกสาขา ทุกส่ิงอย่าง มิใช่มีความหมายเพียงวิชากฎหมาย หรือวิชาธรรมศาสตร์
(Jurisprudence) ของประเทศอังกฤษ หรอื ของทวปี ยุโรป หรอื “วิชาความรู้เบ้ืองตน้ เก่ยี วกับ
กฎหมายทวั่ ไป” ทเ่ี ป็นวชิ าส�ำ คัญยิ่ง เพราะจะนำ�ไปสกู่ ารเรยี นวชิ ากฎหมายตา่ ง ๆ รวมทง้ั วิชา
กฎหมายการคลงั ในคณะนิติศาสตร์อย่างมีประสิทธภิ าพ
แต่ในที่น้ีเป็นวิชา “ธรรมศาสตร์การคลัง” ที่ใช้จริยธรรมทางศาสนา (Ethical
Jurisprudence) เป็นกรอบวินัยที่แท้จริงคือวิชาการคลังท่ีมี “ธรรมะ” เป็นวินัยที่สูงย่ิงกว่า
รัฐธรรมนูญ ใช้นำ�เพื่อแสวงหาวิธีการที่จะนำ�มาเป็นความคิดใช้ในการดำ�รงรักษาวินัยทางการ
เงนิ การคลัง โดยใช้ “ธรรมะ” เปน็ “ศาสตรา” คอื ค�ำ ว่า “ธรรมศาสตร”์ เพราะเปน็ “กรอบ
วินัย” ท่ีแท้จริง หรือเป็น “กรอบวินัย” ท่ีครอบ “กรอบวินัย” ทางการเงิน การคลัง และ
งบประมาณรวมทง้ั ตามทบี่ ญั ญตั ไิ วใ้ นหมวด 8 ของรฐั ธรรมนญู พทุ ธศกั ราช 2550 และกฎหมาย
วา่ ดว้ ยการเงินและการคลังอน่ื ๆ
ส่วน “ธรรมะ” ในศาสนาใดจะมีอิทธิพลมากน้อยประกอบการใดในการกำ�หนด
นโยบายทางการเงินและการคลังของรัฐบาล และการเกิดข้ึนของการตรากฎหมายหรือเป็นบ่อ
เกดิ ท่ีเก่ยี วกับการสรา้ งวินยั ทางการเงนิ การคลังกข็ นึ้ อยู่กับความเชื่อ นับถือ ศรัทธา หรอื ความ
เป็นมิจฉาทิฐิของผู้มีอ�ำ นาจในการกำ�หนดนโยบายของประเทศนน้ั ๆ

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

44

“ธรรมศาสตร์วินยั ” ในคมั ภรี ศ์ าสนาทสี่ ำ�คญั ของโลก ในการรักษา ปฏริ ปู วินยั การเงนิ การคลงั

สารบญั

กถามขุ

กถามรรคที่ 1 ววิ ัฒนาการความคิดท่ีเป็นพลวตั รของ “ธรรมศาสตรว์ ินยั ”
วา่ ด้วยการเงนิ และการคลัง
กถามรรคท่ี 2 “ธรรมศาสตรว์ นิ ยั ” ในคมั ภรี ์ศาสนาที่ส�ำ คญั ของโลกวา่ ด้วย
การเงนิ และการคลงั

กถามรรคที่ 3 พระปฏภิ าณของพระพุทธเจ้าที่เปน็ บทเฉพาะว่าด้วยเรอื่ งการเงิน
และการคลัง

กถามรรคท่ี 4 ปรัชญาวา่ ดว้ ยการเงนิ และการคลังในศาสนาอนื่ ทีส่ �ำ คญั ของโลก
1. การคลงั การเงินก่อนพุทธกาล
2. ปรชั ญาการเงินการคลังในคมั ภรี ์อัลกรุ อานของศาสนาอสิ ลาม
3. ปรัชญาการเงินการคลงั ในศาสนายดู าย
4. ปรชั ญาการเงินการคลงั ในศาสนาครสิ ต์
5. ปรชั ญาการปกครองการคลงั ของขงจอื๊

ปจั ฉิมภาค ว่าดว้ ยบัณฑติ

กาลามสูตรกังขานยิ ฐาน 10

บรรณานกุ รม

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

45

60 ปี สเุ มธาจารย์

กถามรรคที่ 1

วิวฒั นาการความคิดท่ีเป็นพลวัตรของ “ธรรมศาสตร์วนิ ัย”
วา่ ด้วยการเงนิ และการคลัง

จากนโยบาย “ธรรมวชิ ยั ” ของพระเจา้ อโศกมหาราช (พ.ศ. 240-312 หรอื 304-232
BC.) ที่ทรงสลดพระทัยต่อความทุกข์ยากของประชาชน และได้หันมานับถือวิถีแห่งสันติและ
เมตตาของพระพุทธศาสนาประกาศละเลิกสังคามวิชัย หันมาดำ�เนินนโยบาย “ธรรมวิชัย”
ยึดหลักการไม่เบียดเบียนคือ “อหิงสา” และ “อวิหิงสา” ตามพุทธโอวาท เน้นการสร้างสิ่ง
สาธารณปู โภค บ�ำ รงุ ความสขุ และศลี ธรรมของประชาชน อปุ ถมั ภบ์ �ำ รงุ พระสงฆ์ สรา้ งวหิ าร (วดั )
84,000 แหง่ เปน็ ศนู ยก์ ลางการศกึ ษา และทำ�ศลิ าจารกึ สอ่ื สารเสรมิ ธรรมแกป่ ระชาชน ประกาศ
หลักการแห่งเสรีภาพแบบสมัครสมานทางศาสนา (สมวายะ) โดยเฉพาะในจารึกหลักศิลาท่ี
ลุมพินีท่ีพระพุทธเจ้าประสูติ จะเห็นชัดว่า พระเจ้าอโศกมหาราชทรงมีพระราชศรัทธามาก
เพยี งใด ดังค�ำ ศลิ าจารึกหลกั ศลิ าทีล่ ุมพนิ ีเกยี่ วกบั การคลงั ภาษีอากรไว้วา่

“สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ปรยิ ทรรศ์ ผเู้ ปน็ ทร่ี กั แหง่ ทวยเทพ เมอื่ อภเิ ษกแลว้ ได้ 20 พรรษา
(พ.ศ. 238) ได้เสดจ็ มาด้วยพระองค์เองแล้ว ทรงท�ำ การบชู า (ณ ทน่ี ้ี) เพราะว่าพระพุทธศากยะ
มุนีได้ประสูติแล้ว ณ สถานที่นี้ (พระองค์) ได้โปรดให้สร้างร้ัวศิลาแล้วโปรดให้ประดิษฐาน
หลักศลิ าขึ้นไว้

“โดยเหตุท่ีพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประสูติ ณ ที่นี้ จึงโปรดให้หมู่บ้านถ่ินลุมพินีเป็น
“เขตปลอดภาษ”ี และให้เสยี สละ (ผลติ ผลจากแผ่นดนิ เปน็ ทรพั ยแ์ ผ่นดินเพยี ง 1 ใน 8 สว่ น)”1

การแยกศาสนาออกจากกฎหมายจากรัฐน้ัน ๆ หรือความเชื่อเรื่องบาปบุญ เช่น
มีบทบญั ญัติบางศาสนาท่ีห้ามมใิ หท้ �ำ การกู้ยมื โดยมีดอกเบ้ยี ดงั เช่นในอดตี การที่คณะสงฆ์แห่ง
กรุงเวียนนาได้ตราข้อห้ามข้ึนใน ค.ศ. 1311 มิให้คริสต์สาสนิกชนทำ�การให้กู้ยืมเงินโดยเรียก
ดอกเบยี้ ระหว่างกนั โดยมคี วามคิดทส่ี ืบมาจากท่านผเู้ ป็นตน้ บญั ญตั ิแห่งศาสนาครสิ ต์

1 พระพรหมคุณาภรณ์ ป.อ. ปยตุ โฺ ต, กาลานุกรม พระพุทธศาสนาในอารยธรรมโลก, บริษัท สหพันธ์
ดาวน์โหลไปดจเบากอรระซ์ บเี มบนTตU์ Dจำ�Cกโดั ดย(มนหาายชอนรา่)ม25ด5วง2จ.ันนท.ร2์ 5-27

46

“ธรรมศาสตรว์ นิ ัย” ในคัมภรี ์ศาสนาทสี่ ำ�คญั ของโลก ในการรักษา ปฏิรปู วินยั การเงินการคลัง

ดงั เช่นถ้าได้ศึกษาประวัติศาสตร์ย้อนวนั วาน กาลเวลาข้ึนไปในรชั กาลของจกั รพรรดิ
คอนสแตนตนิ แหง่ จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ออกไดใ้ ช้ “ศกั ราชภาษ”ี (The Indication) ศกั ราชภาษี
นี้นับรอบละ 15 ปี ระยะ 15 ปีเป็นช่วงเวลาว่างเว้นจากการประเมินภาษี ปีเร่ิมต้นของรอบ
ศักราชจึงเป็นปีภาษ2ี

แม้จะมีการแยกจากกันดังตัวอย่างน้ี แต่การประสานกัน ร่วมมือกัน ในด้านกิจการ
ต่าง ๆ ศาสนาทุกศาสนาก็ยังมีอานุภาพทางจิตใจ (Spirituelle) กับรัฐท่ีมีอานุภาพทางโลก
(Temporelle) เพราะกฎหมายของรัฐแม้กฎหมายรัฐธรรมนูญท่ีถือกันว่าเป็นกฎหมายที่อยู่
สูงสุดเป็นเพียง “กฎของมนุษย์” ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ที่ยังมีกิเลสจึงไม่ได้สูงกว่าสัจธรรม
ทางศาสนาไมว่ ่าศาสนาใด

การใหค้ วามส�ำ คญั ทางศาสนาทกุ ศาสนาทเ่ี ปน็ องคใ์ หมใ่ นพระราชปรารภของรฐั ธรรมนญู
แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2550 ท่เี พ่มิ จากคำ�นำ�ในรา่ งรฐั ธรรมนญู ฉบับใหม้ กี ารออก
เสยี งประชามติ (ฉบับเลม่ เหลอื ง) ทไ่ี มม่ ีความน้ีดงั ความองคใ์ หมท่ ข่ี องอญั เชญิ มาดงั นี้

“การท�ำ นบุ ำ�รุงรักษาศาสนาทุกศาสนาใหส้ ถติ สถาพร”3
สำ�หรับประเทศไทยพระพุทธศาสนากับกฎหมายทางสังคมของบ้านเมืองมิอาจแยก
ออกจากกนั ได้ แตย่ ่ิงกลับมคี วามแนบสนิทมาแตอ่ ดตี กาล กล่าวโดยเฉพาะในตรากฎหมายและ
การประกาศใช้กฎหมายของประเทศไทยท้ังในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์และตามระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ในปจั จุบันทย่ี ังคงเน้นมิตทิ างประวัติศาสตร์
ตามโบราณราชนติ ปิ ระเพณที มี่ บี อ่ เกดิ มาจาก “คมั ภรี พ์ ระธรรมศาสตร”์ ทใี่ หค้ วามรใู้ นวชิ าทมี่ ี
อาณากวา้ งขวางมไิ ดจ้ �ำ กดั อยใู่ นทางนติ ศิ าสตรอ์ ยา่ งเดยี วเพราะยงั มบี ทบญั ญตั ใิ นทางเศรษฐศาสตร์
และการคลังมหาชนมีข้อบัญญัติวางกฎเกณฑ์ในการเรียกเก็บภาษีอากรและในการครองชีพ
ของประชาชนและมีความเป็นอยู่ของประชาชนในสมัยพุทธกาลดังท่ีศาสตราจารย์ C. A. F.
Rhys Davids แห่ง University College London ได้เรียบเรียงไว้ในหนังสือ “Economic

2 กรมวชิ าการ กระทรวงศึกษาธกิ าร, วันวาร กาลเวลา แลนานาศกั ราช, พิมพค์ ร้ังท1่ี พ.ศ. 2546
น. 34

3 ดูพระราชปรารภฉบับทีม่ คี วามเตม็ ท้งั องค์ในรัฐธรรมนญู ฉบับปจั จุบัน พ.ศ.2550 ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม 24 ตอนท่ี 47 ก. 24 สงิ หาคม 2550 เพือ่ เปรยี นในค�ำ นำ�ของรา่ งรฐั ธรรมนูญฉบบั ให้ลงประชามติในวันท่ี 19
ดาวนโ์ หลสดงิ จหาากครมะบพบ.ศT.U25D5C0โด(เยลม่นปายกอเหร่าลมอื งด)วงจนั ทร์

47

60 ปี สเุ มธาจารย์

Conditions according to early Buddhist literature” และนายมนุ เดรห์ ศาสตราจารยช์ าว
เยอรมนั ไดบ้ นั ทกึ ไวแ้ ละตรงกบั ทพี่ ทุ ธทาสอนิ ทฺ ปญโญ ไดใ้ หค้ วามหมาย ค�ำ วา่ “ธรรมศาสตรา”
มีค่าเทา่ กบั ปัญญาวธุ เป็นศาสตร์ท่ีตดั ปัญหาทุกชนดิ ซึ่งไมไ่ ดเ้ รียนอย่ใู นธรรมศาสตรก์ ็ได4้

ดังปรากฏในพระบรมราชโองการประกาศใช้กฎหมายทุกฉบับตามโบราณราชนิติ
ประเพณโี ดยเรมิ่ ตน้ คำ�ใน “พระราชปรารภ” ท่ีเน้นถึง กาละ วาระ อายุ แห่งพระพุทธศาสนา
ทเี่ ปน็ “ศาสนาประจ�ำ ชาต”ิ โดยจติ ส�ำ นกึ หรอื จติ วญิ ญาณ ทแี่ นบสนทิ ไปกบั พระบรมราชโองการ
ขององค์พระมหากษัตริย์ท่ีตามรัฐธรรมนูญต้องเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภ์
โดยมคี วามอยใู่ นประกาศใชก้ ฎหมายอยา่ งแยบคายทมี่ จิ �ำ ตอ้ งบญั ญตั ไิ วใ้ นมาตราของรฐั ธรรมนญู
อันมีศักด์ิที่ตํ่าที่ไม่อาจจะไปเปรียบเทียบไปรองรับสิ่งท่ีสูงยิ่งคือ “พระธรรมวินัย” ที่ตรัสรู้โดย
พระพุทธองคว์ ่า “ศาสนาพทุ ธเปน็ ศาสนาประจ�ำ ชาติ” โดยเร่มิ ใช้ประโยคแรกไวใ้ นพระบรม
ราชโองการอย่างลกึ ซึ้งว่า

“ศุภมัสดุ พระพทุ ธศาสนาเปน็ อดตี ภาค........พรรษา”
และยงั มรี ปู แบบของกฎหมายทแ่ี ทจ้ รงิ ทม่ี ชี อ่ื วา่ “พระ” น�ำ หนา้ คอื “พระราชบญั ญตั ”ิ
หรอื “พระราชกำ�หนด” และ “พระราชกฤษฎกี า” แมแ้ ตร่ ฐั ธรรมนญู ฉบบั แรกกม็ ีชอื่ วา่ “พระ
ราชบัญญตั ิธรรมนญู การปกครองแผ่นดนิ สยาม (ชวั่ คราว) พทุ ธศกั ราช 2475”
องคเ์ รม่ิ ตน้ ทส่ี งู สง่ ในอารมั ภบท ดงั ในค�ำ ปรารภหรอื ในค�ำ น�ำ ในการประกาศใชก้ ฎหมาย
อยา่ งนไ้ี มอ่ าจทจ่ี ะหาไดใ้ นกฎหมายของประเทศอน่ื ๆ ทน่ี �ำ กาละ วาระ อายุ ของศาสนานน้ั ๆ
ท่ีประชาชนส่วนใหญ่ของชาติน้ันนับถือมาเป็นคำ�ในปรารภดังเช่นในกฎหมายของประเทศไทย
ทีป่ ระชาชนสว่ นใหญ่นบั ถือพระพุทธศาสนาท่ีเป็นศาสนาประจ�ำ ชาตโิ ดยจติ วญิ ญาณ


4 นายกี อยู่โพธ์ิ ผู้เรียบเรียง “ความเป็นอยู่ของประชาชนในสมัยพุทธกาล” จากหนังสือเรื่อง
Economic conditions according to early Buddhist literature โดย C. A. R. Rhys Davids University
college London เรยี บเรยี ง และทา่ นเจา้ คณุ อนมุ านราชธน แปลเปน็ ภาษาไทย นายปพาฬ บญุ -หลง พมิ พเ์ ปน็ สกั การ
ในงานศพ นายเสยี ง พนมยงค์ บดิ าหลวงประดิษฐม์ นธู รรม วนั ท่ี 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2479 และ พทุ ธทาศ อินปฺ ญโญ
ธรรมศาสตร์ (เล่ม 1) ม.ธ.ก. 75 ปี 24 มถิ ุนายน 2552 จดั พิมพ์โดยศนู ยห์ นงั สือมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ น. 1-10
และ พระยานติ ศิ าสตรไ์ พศาล, ค�ำ สอนชน้ั ปรญิ ญาตรปี ระวตั ศิ าสตรก์ ฎหมายไทย, โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ดาวน์โหลตดลุ จาาคกมระ2บ5บ51T,UนD.C1โ1ด9ยแนลาะยอ1ร3่า0ม.ดวงจนั ทร์

48

“ธรรมศาสตรว์ ินัย” ในคัมภีร์ศาสนาทสี่ ำ�คญั ของโลก ในการรกั ษา ปฏริ ปู วินัยการเงนิ การคลัง

กถามรรคที่ 2

“ธรรมศาสตรว์ นิ ยั ” ในคัมภีรศ์ าสนาทส่ี �ำ คญั ของโลก
วา่ ดว้ ยการเงนิ และการคลงั

ปรชั ญาในดา้ น การวนิ ยั การเงนิ การคลงั และงบประมาณ จะมอี ยใู่ นคมั ภรี ข์ องศาสนา
ทีส่ ำ�คญั ของโลกดงั เชน่ ศาสนาพทุ ธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาครสิ ต์ ศาสนายดู ายและในคำ�สอนที่
เป็นปรชั ญาของทา่ นขงจอ้ื

ดังเช่นแนวทาง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ก็มาจากปรัชญาเศรษฐศาสตร์แนว
พุทธที่เป็นเศรษฐศาสตร์สายกลางหรือเศรษฐศาสตร์มัชฌิมาปฏิปทาน่ันเอง อันเป็นคำ�สอน
ของสมเดจ็ พระบรมศาสดาในพระพทุ ธศาสนาทม่ี คี วามเปน็ สากลทสี่ ดุ เพราะมคี มั ภรี ส์ �ำ คญั มาก
หลายในพระพทุ ธศาสนารองรบั ยนื ยนั ไดไ้ วว้ า่ “พระพทุ ธศาสนาเปน็ ศาสนาประจ�ำ สากลโลก”
อนั จะสง่ ผลไมว่ า่ ทางตรงหรอื ทางออ้ มใหแ้ นวทาง “ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง” เปน็ กรอบวนิ ยั
ทางการเงนิ การคลังและงบประมาณสว่ นหน่งึ ของโลกในปจั จุบนั และในอนาคต5

ดงั มี นกั คดิ ระดบั โลกเหน็ ดว้ ยกบั แนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง และการน�ำ เสนอบทความ
บทสัมภาษณ์เป็นการยืน่ เสนอแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี งใหแ้ กโ่ ลก เชน่

 ศาสตราจารย์ ดร. วลู ฟ์ กงั ซคั ส์ นกั วชิ าการดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มคนสำ�คญั ของเยอรมนี
สนใจในการประยุกตใ์ ชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ อย่างมาก และมองวา่
น่าจะเปน็ อกี ทางเลือกหน่ึงส�ำ หรับทกุ ชาตใิ นเวลานีท้ ัง้ มีแนวคดิ ผลกั ดนั เศรษฐกิจ
พอเพียงใหเ้ ปน็ ทีร่ ู้จกั ในเยอรมนี
 ศาสตราจารย์ ดร. อมาตยา เซน ศาสตราจารย์มหาวทิ ยาลยั โคลมั เบีบชาวอินเดีย
เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี ค.ศ.1998 มองว่า ปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพียงเป็นการใช้สิ่งต่าง ๆ ที่จำ�เป็นต่อการดำ�รงชีพ และใช้โอกาสให้พอเพียง
กับชีวิตทด่ี ี ซ่ึงไม่ไดห้ มายถึงความไม่ต้องการ แต่ตอ้ งรจู้ กั ใชช้ ีวิตใหด้ พี อ อยา่ ให้
ความส�ำ คญั กับเร่อื งของรายได้และความร่าํ รวย แต่ใหม้ องคณุ คา่ ของชีวติ มนษุ ย์

ดาวน์โหลดจากระบบ T5 UDhCttpโด:/ย/wนาwยwอร.eา่ มsaดnว.nงจfeัน.ทgรo์ .th/bestpractices/Mcat=4 (access : April 29,2011)

49


Click to View FlipBook Version