ในยคุ ปฏิวตั อิ ตุ สาหกรรมครง้ั ที่ 4 วิทยาการขอมูล (Data science) และวทิ ยาการวเิ คราะหข อ มูล (Data analytics)
กาวหนา ไปอยางรวดเรว็ เกิดเทคโนโลยที ส่ี งผลกระทบกอ สงั คมอยางกวา งขวาง เชน ปญญาประดิษฐ (AI), ความเปนจริง
เสริม (AR), ขอ มูลขนาดใหญ (Big data), บลอ็ กเชน (Blockchain), เงนิ ตราเขา รหัสลบั (Cryptocurrency) ซึง่ จะนำมาสู
ความเปลย่ี นแปลงอยางมหาศาลในการทำงานและการดำรงชีวติ ของคนยคุ นอี้ ยางแนน อน และยอมสงผลมาถงึ การจดั การ
เอกสารและวิชาชพี ท่ีเกยี่ วขอ งอยา งหลกี เลย่ี งไมได แมจะยังไมส ามารถบอกไดว าจะเปลี่ยนแปลงในไปในรูปแบบ หรือ
ทิศทางใดอยา งชัดเจน ผทู ่ีเกย่ี วขอ งทั้งในวชิ าการและวชิ าชีพการจดั การเอกสาร ก็ควรเตรยี มความพรอ มรบั กบั ความ
เปลี่ยนแปลงใหท นั ทวงทเี สมอ
วชิ าชีพนกั จดั การเอกสาร
วชิ าชีพนกั จดั การเอกสาร หรอื ผูจดั การเอกสาร (Records manager) มพี ฒั นาการมาจากวิชาชพี นักจดหมายเหตุ
(Archivist) ในชว งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เน่อื งจากเอกสารในรปู กระดาษเพ่ิมปรมิ าณขนึ้ อยา งมหาศาล ในระยะแรก
หนา ทข่ี องผจู ัดการเอกสารมีเพยี งการชว ยใหผูใชเ ขา ถงึ ขอ มูลในเอกสารเม่ือตอ งการเทาน้นั ตอ มาจึงพัฒนามาเปน วิชาชพี ทมี่ ี
บทบาทหนาท่มี ากข้ึน และตอ งมีความชำนาญเฉพาะทางในราวป ค.ศ.1950 เปน ตน มา
บทบาทหนา้ ที
นกั จดั การ; ผจู ดั การ; ผบู ริหาร (Manager) คือ บุคคลทที่ ำงานรว มกับผูอื่น โดยทำหนา ที่เปนผูประสานงานและดแู ลงานของ
คนอ่ืนๆในทมี งานหรือในแผนกงาน รวมทงั้ ประสานงานกบั บคุ คลหรอื แผนกงานหรือองคการภายนอกดวย เพื่อใหบรรลุเปา
หมายของหนวยงานหรือองคการ ในองคการตา งๆมกั จำแนกระดบั ของผจู ดั การออกเปน 3 ระดบั คือ
● ระดบั ตน มหี นาทใี่ นการกำกับดแู ลและประสานงานของผปู ฏบิ ัติงานทไ่ี มไดเ ปนผูบริหาร
● ระดบั กลาง มหี นาที่ในการกำกับดแู ลและประสานงานระหวา งผูบรหิ ารระดับตน และผูบ ริหารระดับสงู
● ระดบั สูง มีหนา ท่แี ละความรับผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจกำหนดแผนและเปาหมายทจ่ี ะมผี ลตอ องคการโดยรวม
ภาพ 1-1 ระดบั ของผูบรหิ ารในองคก าร
36 การจัดการเอกสาร | Records Management
ผจู ัดการทกุ ระดบั ตอ งมที กั ษะ 3 ดานคอื
● ทกั ษะดานการทำงาน (Technical skills) คือ ความชำนาญงานสาขาตา งๆในหนว ยงานของตน เชน บัญชี,
คอมพิวเตอร ซงึ่ ผบู ริหารระดับตน จะตอ งมีทักษะดา นนีม้ ากกวาผบู รหิ ารระดับสูง
● ทกั ษะดานมนษุ ยสมั พนั ธ (Human skills) ท่ีจะทำงานรว มกบั ผอู ่นื ไดด ที งั้ สว นบคุ คลและกลุม บคุ คล ทกั ษะดานนี้
จำเปน ตองมีอยางมากในผูบ ริหารทกุ ระดบั
● ทกั ษะดา นความคดิ (Conceptual skills) คือ ความสามารถในการวิเคราะห, วางแผน,ประสานงานขององคก าร
โดยรวม ทักษะดา นนี้จำเปนมากสำหรบั ผบู รหิ ารระดบั สูง
นักจดั การเอกสาร เปน วชิ าชพี ทท่ี ำหนาทใ่ี นการจัดการเอกสารและสารสนเทศที่องคการจัดทำขึน้ หรือรับไว โดยไมจำกัดรปู
แบบและสอ่ื บันทึก เปนวิชาชพี ท่ีมีบทบาทในระดบั กวาง โดยใหคำปรกึ ษาออกแบบ จัดการระบบงานเอกสารในประเด็น
ตางๆ และวางแผนกลยทุ ธเพอ่ื เพิม่ ประสทิ ธภิ าพในการดำเนินงานเอกสาร มบี ทบาทในการพฒั นาจัดการสารสนเทศ และ
จดั การความรู โดยดำเนินงานใหสอดคลอ งเปนไปตามกฎหมาย ระเบยี บ ขอบังคับ เกีย่ วกบั ขอ มูลขา วสาร เอกสาร
กระบวนการจดั การ (Management process) ซ่ึงนักจดั การเอกสารเปน ผมู สี ว นสำคัญ คอื
● การวางแผน (Planning) คอื การกำหนดเปาหมาย กำหนดกลยุทธเพ่ือใหบรรลุเปา หมาย รวมทั้งการรวบรวมและ
ประสานงานกิจกรรมตา งๆใหส อดคลองกับกฎหมาย
● การกำกับควบคมุ (Organizing/Overseeing) ซ่ึงเก่ยี วของกับการกำหนดกจิ กรรมทต่ี องดำเนนิ การ, บคุ คลทจ่ี ะ
เปน ผรู บั ผดิ ชอบและปฏบิ ัติงาน, การจดั โครงสรางองคการ, การจดั กลุมงานและการกำหนดสายการบังคบั บญั ชา
ตามหนาท่ีการจัดการเอกสารขององคก าร (Records management function)
● การนำ (Leading) หมายถงึ การส่ังการและจงู ใจใหบ ุคลการทกุ ฝา ยทำงานรวมกันอยางเต็มใจ มีคณุ ภาพเพอ่ื ให
บรรลุเปา หมายขององคก าร
● การควบคุม (Controlling) เกี่ยวของกบั การตรวจสอบผลการปฏิบตั งิ านเพื่อใหเปน ไปตามแผนงานท่ีกำหนดไว
อยางมีประสทิ ธภิ าพ และประสทิ ธิผลถูกตองตามกฎระเบยี บ
ในประเทศตะวนั ตก หนวยงานขนาดใหญอาจมนี กั จัดการเอกสารอยหู ลายระดบั นักจดั การเอกสารระดบั ชำนาญการมี
บทบาทหนาทค่ี าบเก่ยี วอยูระหวา งการเปน ผปู ฏบิ ัติการและเปน ผูวางแผนกลยทุ ธ ตอเม่ือเลอ่ื นขัน้ เปนนักจดั การเอกสาร
อาวุโส (ชำนาญการพเิ ศษ) แลว จงึ เปลยี่ นบทบาทมาเปน ผบู รหิ ารระดบั สูง (เชย่ี วชาญ) อยา งเต็มตวั
การจดั การเอกสารและวชิ าชพี จัดการเอกสาร 37
ตาราง2.3 หนาที่ของนักจัดการเอกสาร (Ashe & Nealy, 2004; Brunskill & Demb, 2012; Franks, 2018)
หนาท่ี งาน
จัดเก็บ ดูแลรกั ษาและกำจัดเอกสาร งานเทคนิค:
ในแตล ะวนั ● จดั เกบ็ จดั เรยี ง จัดทำดรรชนี จดั หมวดหมเู อกสาร
● พฒั นาระบบจดั เกบ็ เอกสารตารางกำหนดอายจุ ดั เก็บและทำลายเอกสารใหสอดคลอ ง
ชว ยใหผูใชเขา ถึงสารสนเทศใน กับกฎหมายระเบยี บขอบงั คับ การเงิน
เอกสารท่ตี องการได ● สรา งระบบเอกสาร รวมท้งั การบำรุงรักษา ตรวจสอบ จดั ทำหลกั ฐาน
● ควบคมุ พจิ ารณาสิทธใิ นการเขา ถงึ เอกสาร
แนะนำและชว ยเหลอื หนวยงานใน
องคการเก่ยี วกบั การจัดการเอกสาร งานบรกิ าร:
● แนะนำแหลง ความรูเกยี่ วกบั การจดั การเอกสารที่
วัดประสทิ ธภิ าพของระบบจัดการ เหมาะสมกับองคการ
เอกสารทง้ั หมด ● จัดการกบั การเปลย่ี นระบบเอกสารจากรปู กระดาษ
ไปสูดิจิทลั
● รักษามรดกและความทรงจำรวมขององคการ (Corporate memory)
งานใหค วามร:ู
● ใหค ำแนะนำผูปฏบิ ตั ิงานกลุม อื่นๆในการจดั การเอกสารสารสนเทศของตนเอง
● ฝกอบรมและควบคมุ ผปู ฏิบัตงิ านดานเอกสาร
● แนะนำหลกั การจดั เกบ็ เอกสารและการสอ่ื บันทึก
● ใหคำแนะนำและจัดเตรยี มขอมลู เกี่ยวกบั นโยบาย ดานการจัดการเอกสาร
ใหมร วมถึงระบบการจัดหมวดหมทู ม่ี ีประสิทธิภาพมากกวาเดิม
● ใหกรอบในการทำงานสำหรับผูปฏิบตั งิ านวา จะจดั การเอกสารในองคก ารอยางไร
● สรา งมาตรฐานสำหรับเอกสาร/สารสนเทศตลอดท้ังองคก าร
● ตดั สนิ ปญหาทีเ่ กดิ จากการจดั การเอกสารและสารสนเทศดวยการใชซ อฟแวรท ่มี ี
ประสิทธภิ าพและแหลง ความรูอื่นๆ
● ตอบคำถามเกี่ยวกบั การจัดการเอกสารทง้ั จาภายในและภายนอกองคก าร
การประเมินและประกันคุณภาพ:
● ตรวจสอบการจดั การสารสนเทศทเ่ี ปนอเิ ลก็ ทรอนิกสแ ละท่อี ยใู นรปู กระดาษ
● ใหค วามมั่นใจกบั องคก ารวา ไดป ฏบิ ัตงิ านสอด
คลอ งกับกฎหมาย
● ตรวจสอบและเขยี นรายงานเสนอผูมอี ำนาจ
● ใหค ำแนะนำเก่ยี วกับประเดน็ ดานขอปฏิบตั ิตามกฎหมายวา ดวยเสรภี าพในการรับรู
ขอมูลขา วสาร
คุณสมบตั ิของนกั จดั การเอกสาร
NHS Digital (2010) ระบถุ งึ คณุ สมบัตขิ องนกั จัดการเอกสาร ซ่ึงแบงเปน คณุ สมบตั ิทจ่ี ำเปน และคุณสมบัติทพ่ี งึ ประสงค
ดังน้ี
เกณฑคณุ สมบัติทจ่ี ำเปน
ความเช่ียวชาญ/ความสามารถ/ทักษะ
● สามารถส่อื สารไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพทงั้ ดวยวาจาและการเขยี นไปยงั เจาหนาท่ที กุ ระดบั
38 การจดั การเอกสาร | Records Management
● สามารถจัดทำรายงาน, นโยบาย, คูมอื , และแนวทางปฏบิ ตั ิทีด่ ีสำหรบั ใชในการทำงาน
ความรทู างทฤษฎี (Theoretical knowledge) (Digital
● ความรูเก่ยี วกับการคมุ ครองขอมูลและกฎหมายเก่ียวกบั ขอ มูลขาวสารของทางราชการ
● ความรูทางทฤษฎีเกยี่ วกับการการเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส และประเด็นการสงวนรักษาแบบดิจิทลั
preservation)
คุณวฒุ กิ ารศกึ ษา
● ไดร บั วุฒทิ างการจัดการเอกสาร, การจดหมายเหตุ หรือสาขาวชิ าทเ่ี ก่ียวของ
เกณฑค ณุ สมบตั ทิ ่พี งึ ประสงค
● มีประสบการณท ำงานดา นการจดั การเอกสาร หรือสาขาทเี่ ก่ยี วของ
● มีทักษะการทำงานในองคการทดี่ ี
● มที ักษะการคดิ วิเคราะหทด่ี ี
● ความสามารถในการทำงานในหลายอยาง (Multiple tasks) และใหความสำคัญกับการแขงขัน
● มปี ระสบการณด านการศกึ ษาหรอื การวิจยั ระดับสงู เกย่ี วกบั สภาพแวดลอ ม, โครงสรางและการดำเนินงาน ของ
องคก าร
● มปี ระสบการณการทำงานเกี่ยวกับการคุม ครองขอมูลและกฎหมายเกีย่ วกับขอมูลขาวสารของทางราชการ
● มปี ระสบการณในการบริหารโครงการ (Project management.)
หนา้ ทีการจัดการเอกสารในระบบราชการไทย
ในประเทศไทยยงั ไมม ีการกำหนดตำแหนง นกั จัดการเอกสารในระบบราชการอยางชัดเจน เดิมมเี พียงตำแหนง ผูปฏบิ ัตงิ าน
สารบรรณ ท่ีเรยี กวา เจาหนาทธ่ี ุรการ, เจาพนกั งานธุรการ, เจา หนาทบ่ี ันทึกขอมลู , พนกั งานพมิ พด ีด ตอ มาปรบั เปลย่ี นเปน
เจาพนักงานธุรการ ซ่งึ ตอ งรบั ผิดชอบหนาที่อืน่ ๆนอกจากงานสารบรรณดวย
พระราชบัญญัติระเบยี บขา ราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 45 กำหนดใหตำแหนง ขาราชการพลเรอื นสามัญมี 4
ประเภท ไดแก (1)ตำแหนงประเภทบริหาร (2)ตำแหนง ประเภทอำนวยการ (3)ตำแหนงประเภทวิชาการ และ (4)ตำแหนง
ประเภทท่ัวไป มาตรา48 ใหสำนักงานคณะกรรมการขา ราชการพลเรือน (ก.พ.) จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหนง โดยจำแนก
ตำแหนงเปน ประเภทและสายงานตามลกั ษณะงาน เพ่ือใหยึดถอื เปน หลักในการกำหนดตำแหนง ขา ราชการพลเรือนสามญั
ทุกตำแหนง ในสว นราชการ (สำนกั งานคณะกรรมการขา ราชการพลเรอื น, 2564)
ตามมาตรฐานกำหนดตำแหนง ของ ก.พ. จดั ใหเจาพนกั งานธุรการ อยใู นตำแหนง ประเภททว่ั ไป (General positions: O)
กลุมอาชีพ 1 หมายถงึ กลุมอาชีพบริหาร อำนวยการ ธุรการ งานสถิติ งานนติ ิการ งานการฑูต และตา งประเทศ มี 3 ระดับ
คอื ระดบั ปฏบิ ัตงิ าน (Operational level: o1) ระดบั ชำนาญงาน (Experienced level: o2) ระดบั อาวุโส (Senior level:
o3)
การจดั การเอกสารและวิชาชพี จัดการเอกสาร 39
ลักษณะงานโดยท่ัวไป คอื สายงานนค้ี ลมุ ถึงตำแหนง ตา งๆ ที่ปฏิบตั งิ านธรุ การและงานสารบรรณ ซึง่ มีลักษณะงานทป่ี ฏิบตั ิ
เกย่ี วกับการราง โตตอบ บนั ทึก ยอ เร่ือง ตรวจทานหนังสอื การดำเนินการเกยี่ วกบั เอกสารสิทธิ์ในทรัพยส ินของทางราชการ
การดำเนินการเกี่ยวกบั พัสดุ ครุภัณฑ การตรวจสอบหรือเปล่ียนแปลงรายการและเก็บรกั ษาเอกสารสำคญั ของทางราชการ
การรวบรวมขอ มูลหรอื จัดเตรียมเอกสาร การเตรยี มการประชมุ และจดบันทึกรายงานการประชุม และปฏิบัตหิ นา ที่อื่นท่ี
เก่ยี วขอ ง
สว นสายงานประเภทวิชาการ มีเพยี งตำแหนงนกั จดหมายเหตุ ซ่ึงมลี กั ษณะงานโดยทวั่ ไป คือ “ปฏิบตั เิ กีย่ วกับการเสาะ
แสวงหา รวบรวมเร่ืองราวและเอกสารที่เกยี่ วกับเหตกุ ารณต างๆของชาติ รวมทง้ั เอกสารที่เกย่ี วกับเหตกุ ารณทาง
ประวัตศิ าสตร พิจารณาและประเมนิ คุณคา เอกสารทเี่ ก่ียวกับเรื่องดงั กลา ว และเรอื่ งท่วั ไปท่ีเก่ยี วกบั ความสนใจของ
ประชาชน เสนอแนะเกย่ี วกบั การทำลายเอกสารที่ไมมคี วามสำคญั ในดา นจดหมายเหตุ วิเคราะหและจัดทำเร่ืองยอ ของ
เหตุการณส ำคญั ๆเหลา นัน้ เพือ่ ชว ยในการอา งอิงตางๆ จดั ทำดชั นจี ะทำบัญชแี ยกหมวดหมเู รอ่ื งราวตา งๆเพ่ือชวยในการ
คน หาเก็บ และดูแลซอ มแซมรกั ษาเอกสารสำคัญและโสตทศั นวัสดุทเี่ ก่ียวกบั จดหมายเหตุของชาติ ศึกษาคน ควา และให
บรกิ ารเกย่ี วกบั การศกึ ษาคน ควาเอกสารจดหมายเหตแุ ละปฏิบัติหนาที่อื่นที่เกยี่ วของ” (สำนักงานคณะกรรมการขาราชการ
พลเรอื น, 2564)
จะเหน็ ไดวา สายงานจดหมายเหตคุ รอบคลมุ เฉพาะการดแู ลเอกสารทส่ี น้ิ กระแสการใชงานแลว และตำแหนงนักจดหมายเหตุ
สวนใหญ สงั กดั สำนักหอจดหมายเหตุแหง ชาติ กรมศลิ ปากร มิไดมที ว่ั ไปในหนวยงานของรัฐอ่นื ๆ
จากการศึกษาของสถาบนั ท่ีปรึกษาเพ่ือพฒั นาประสทิ ธภิ าพในราชการ (2533) พบวา งานสารบรรณมักถูกมองวาเปนงาน
งาย มคี วามสำคญั นอย มีลักษณะจำเจ และเปน งานของเจาหนาท่ีธรุ การเทานนั้ ผบู ริหารมกั ไมใ หค วามสำคัญเทาทค่ี วร จึง
สงผลตอขวญั กำลงั ใจการทำงาน ในขณะทร่ี ะบบราชการไทยมผี ูทำหนาทเี่ กี่ยวกับงานสารบรรณโดยตรงถึงรอยละ 11.5
ของตำแหนง ขา ราชการพลเรือนสามญั ทงั้ หมด แตเจา หนาท่ีสว นใหญไมไ ดรบั การเอาใจใสท ัดเทียมเจา หนา ที่ในสายงานหลัก
อ่นื ๆ ทั้งในดา นทางกา วหนา เกียรติ ศกั ดศ์ิ รี และสภาพแวดลอมการทำงาน ซึ่งสง ผลกระทบตอขวญั กำลังใจและ
ประสิทธิภาพในการทำงานทสี่ ุด
เชนเดยี วกบั การศึกษาของ สำนักสงเสริมการศกึ ษาและการเรยี นรู สถาบันราชภัฏสวนดุสติ (2545) พบวา ปญหาและ
อุปสรรคของการจดั เก็บเอกสารของหนวยงานราชการ คือ เจาหนาที่ผดู แู ลระบบการจัดเก็บเอกสารขาดความรคู วามเขาใจที่
ดีพอ ทำใหร ะบบไมส ัมฤทธิ์ผลเทา ทคี่ วร, ระบบการจัดเกบ็ เอกสารมิไดเกิดจากนโยบายของหนวยงานหรือนโยบายของผู
บรหิ าร มีเพียงเจาหนาทร่ี ะดับปฏิบตั ิเปน ผรู บั ผิดชอบเพียงฝา ยเดียว, หนวยงานของรฐั แตล ะแหง ตา งกำหนดรูปแบบการจดั
เกบ็ เอกสารข้ึนใชกนั เอง ทำใหขาดความเปนเอกภาพ ระบบขาดความตอ เน่ืองในนการพัฒนารปู แบบ และไมม ีทิศทางการ
พัฒนาท่ชี ัดเจน
ในขณะทปี่ จ จบุ ันสถานภาพของผูทำงานสารบรรณกแ็ ทบไมแ ตกตา งจากผลการศึกษาเม่ือ 30 ปกอ นนัก คอื ยงั คงถกู จดั ให
เปน ตำแหนง งานประเภททวั่ ไปเชน เดมิ มใิ ชงานบริหาร, อำนวยการ, วชิ าการ ตำแหนง เจาพนกั งานธรุ การมีความกาวหนา
40 การจัดการเอกสาร | Records Management
นอ ย ในระบบราชการไทยยังไมมตี ำแหนง นักจัดการเอกสาร ซงึ่ ควรเปนประเภทอำนวยการ หรอื วิชาการ เชน เดยี วกบั นัก
ทรัพยากรบุคคล, นักวเิ คราะหนโยบายและแผน, นกั วิชาการคอมพวิ เตอร ท่ีทกุ หนวยงานราชการจำเปน ตองมี
จากนโยบายการพัฒนาระบบราชการและบรกิ ารภาครัฐ การปรับเปลีย่ นองคก ารสูดจิ ิทัล ตามวสิ ยั ทัศนป ระเทศไทย 4.0
แตการเอกสารซ่ึงเปนรากฐานขององคการยังไมไดรับการพฒั นา ยกระดบั เทา ท่ีควร ผูเขยี นจึงเห็นวา ถึงเวลาแลวทผี่ ูเกีย่ ว
กับกำลงั พลภาครฐั อยางสำนักงานคณะกรรมการขาราชการพลเรอื น (สำนักงาน ก.พ.) ควรมีการทบทวน ปรบั ปรุง เพิม่ เตมิ
ตำแหนงนกั จัดการเอกสาร ใหมใี นสวนราชการไทย และในขณะเดยี วกันตอ งยกระดบั สมรรถนะผูปฏบิ ตั งิ านสารบรรณใหสูง
ขึน้ และสามารถเขา สตู ำแหนงนกั จดั การเอกสารไดในทสี่ ุด ซึ่งน่นั จะเปน ผลดตี อ การพัฒนาระบบราชการไทยในระยะยาว
การศึกษาและฝกอบรมบคุ ลากร
ความเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยี การบริหารองคการ นโยบายของรัฐ ทำใหนกั จัดการเอกสาร ตองปรับเปล่ียนวิธคี ิดและวิธี
การทำงาน เพื่อจะใหส ามารถเทา ทนั กับความเปล่ียนแปลงดังกลา วได โดยตอ งมกี ารศึกษาและฝกอบรมอยางตอเนือ่ ง
ในตางประเทศการศกึ ษาและฝกอบรมทางการจดั การเอกสาร จัดข้ึนในหลายระดับ ต้งั แตประกาศนียบตั ร (Graduate
Diploma) วฒุ ิบัตร (Certificate programe) ปริญญาบัตร (Degree) ทัง้ แบบทางไกลหรอื ออนไลน และแบบท่ีตอ งไปเรยี น
ณ สถาบันนัน้ ๆ มที ั้งท่ีจดั การศึกษาและฝก อบรมโดยสถาบันอดุ มศึกษา หรือสมาคมวิชาชีพ เชน ARMA International
(2021) เปดหลกั สตู รการจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส (ERM) โดยการสอนแบบออนไลน ทผ่ี ูเขา เรยี นใชเวลาไมเกิน 12
เดือน เนือ้ หาแบงออกเปน 15 หมวด เชน หมวดที่ 1 ERM คืออะไร หมวดท่ี3 การจัดต้ังแผนงาน ERM หมวดที่ 4 เอกสาร
สำคญั ท่สี ุดขององคการ หมวดท่ี 8 การจดั เกบ็ และทำลายเอกสาร
สำหรบั การศึกษาดา นการจัดการเอกสารของประเทศไทยน้นั แตเ ดมิ เปน การฝกอบรมระยะสนั้ สำหรับผูปฏบิ ตั ิงาน
สารบรรณ เชน คณะรัฐศาสตร มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร จดั ฝกอบรมขา ราชการเกย่ี วกับระเบยี บปฏบิ ัตใิ นงานสารบรรณ
ของประเทศสหรฐั อเมริการ โดย Mr.Bent Morgan เปนวทิ ยากรฝกอบรม (บญุ ชู เจนพนสั และสมศรี พนมวัน ณ อยธุ ยา,
2518) ตอมาจึงมกี ารเปดสอนเปน รายวชิ าในหลกั สูตรปรญิ ญาตรีทางบรรณารกั ษศาสตร, สารสนเทศศาสตร, สารสนเทศ
ศกึ ษา เชน หลักสตู รสารสนเทศศาสตรบณั ฑติ มหาวิทยาลยั ขอนแกน เปด สอนชุดวชิ า HS 213 205 การจดั การเอกสาร
เปน ชุดวชิ าเสรมิ สำหรับในระดบั บณั ฑิตศึกษามักจะเปด สอนในหลกั สตู รสารสนเทศศาสตร หรือหลักสูตรวิชาการ
จดหมายเหตุ เชน มหาวิทยาลัยศลิ ปากร เปดสอนในหลกั สูตรศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาการจัดการจดหมายเหตแุ ละ
สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม สวนการฝกอบรมระยะส้นั มีการเปดหลักสูตร การจดั การเอกสารสำหรับองคก ารภาครัฐ
โดยสาขาวิชาสารสนเทศศาสตร คณะมนุษยศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน (iSchool KKU) ในป 2561
เปน รุน ท่ี 1
จะเห็นไดวาการฝก อบรมสำหรับผปู ฏิบัติงานสารบรรณ ใหมีความรู ทักษะทางการจัดการเอกสารน้นั ยังมีอยคู อนขา งนอ ย
สวนใหญม ักเปนการฝกอบรมในเชิงการเขยี นหนงั สอื ราชการ การปฏิบัติตามระเบียบฯสารบรรณฯ การใชร ะบบสารบรรณ
การจัดการเอกสารและวิชาชพี จดั การเอกสาร 41
อเิ ลก็ ทรอนิกส ซง่ึ ยงั ไมครอบคลมุ การจัดการเอกสารทัง้ หมด จึงทำใหประเทศไทยแมจ ะมีผูปฏิบัติงานสารบรรณจำนวนมาก
แตก ลบั ขาดแคลนผูท ี่จะทำหนาที่เปน นกั จดั การเอกสารขององคก ารไดน ่ันเอง
สรุป
ปจจุบนั หนว ยงานของรัฐตอ งเผชิญกบั ความเปลีย่ นแปลงท้ังภายในและภายนอกองคการอยางมาก เชน ความเปล่ยี นแปลง
ในเทคโนโลย,ี ภัยคุกคามตอเสถียรภาพในดานตางๆ, ธรรมมาภบิ าลและจรยิ ธรรมของผบู ริหาร, ความเขมขน ของการแขงขัน
มากขึน้ ความเปลย่ี นแปลงเหลา นล้ี วนแตม ีผลกระทบตอ ความอยรู อดขององคการ ในการบรหิ ารขอมูลขา วสารและ
สารสนเทศในองคก าร ก็เชน กันกับการบริหารทรัพยากรเชิงกลยุทธอื่นๆ ทตี่ องมผี บู รหิ าร หรือนักจดั การเขา มาทำหนาทใ่ี ห
องคการสามารถบรรลเุ ปา หมาย แมว า ในขณะนี้ในระบบราชการไทยจะยงั ไมม ตี ำแหนงนกั จัดการเอกสาร แตกไ็ มได
หมายความวาหนว ยงานภาครฐั ไมจำเปนตองจัดการเอกสาร การพฒั นาบุคลากรทรี่ ับผดิ ชอบงานสารบรรณ ใหเ ปนนัก
จดั การเอกสาร และยกระดับใหง านสารบรรณเปน งานจัดการเอกสารและสารสนเทศเชงิ กลยุทธ จงึ เปน เง่อื นไขสำคัญของ
การพัฒนาหนว ยงานราชการไทยใหสอดรับกับแนวนโยบาย ประเทศไทย 4.0 เชนเดยี วกัน
แตเดมิ การจัดการเอกสารและจดหมายเหตุถือเปนสาขาท่ีแยกกัน การจดั การเอกสาร ถือเปนหนา ท่ีบริหาร
(Administrative functions) ขององคการภาครัฐและเอกชน โดยมนี ักจดั การเอกสารเปนผูรบั ผิดชอบดูแลเอกสารทย่ี ังอยู
ในกระแสการใชงาน สวนการจดั การจดหมายเหตุ มกั ถูกจดั เปน กจิ กรรมทางวฒั นธรรมเชนเดยี วกบั งานทางพิพธิ ภัณฑและ
หอสมดุ โดยมนี กั จดหมายเหตุคอยกำกับดูแล และแมว า ทงั้ สองสวนจะมีเปาหมายเชน กัน คือ การดแู ลรักษาและทำให
เอกสารและจดหมายเหตุใชป ระโยชนไ ด แตก ็มกั ดำเนินการแยกจากกัน ทั้งทง่ี านทง้ั สองเกี่ยวของซอ นทบั กนั อยู การปรบั
เปลยี่ นมุมมองตอเอกสารวาเปนทรัพยากรเชิงกลยทุ ธ ทำใหเ หตผุ ลหลกั ในดแู ลรักษาเอกสารเปล่ียนไปจากการเก็บไวใ นเชงิ
ประวตั ศิ าสตร ไปเปน การเก็บรักษาและใชป ระโยชนจ ากเอกสารในฐานะท่ีเปน ทรัพยากรการบรหิ ารของรัฐและเปน รากฐาน
ทางสงั คม วัฒนธรรมของประเทศโดยรวม งานจดั การเอกสารจึงเปน ตนทางท่ีกำหนดทิศทาง และปลายทางของเอกสาร
และเปนเงอ่ื นไขสำคญั ของการแขงขนั สรา งความไดเ ปรยี บขององคการไดอ ยางยัง่ ยนื ดวย
คาํ ถามทบทวนท้ายบท
● การจดั การเอกสาร มคี วามสำคญั และจำเปนตอการบริหารองคก ารอยา งไร
● นักจดั การเอกสารมหี นา ท่สี ำคญั กี่ดาน
42 การจดั การเอกสาร | Records Management
บรรณานกุ รม
โครงการหองสมุดดจิ ทิ ลั วชริ ญาณ. (2558). นิทานโบราณคดี นิทานเรอื่ งที่ 9 เรอื่ งหนงั สือหอหลวง.
https://vajirayana.org/
ทนุสิทธิ์ สกุณวฒั น. (2559). ความไดเปรยี บในการแขงขนั ขององคกรในยคุ เศรษฐกิจดจิ ิทัล.
http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/639646
บญุ ชู เจนพนสั และสมศรี พนมวัน ณ อยุธยา. (2518). ประวัติระเบยี บงานสารบรรณ คำอธิบายระเบยี บสำนกั นายก
รัฐมนตรวี าดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2506. บริการสวสั ดิการ ก.พ.
พชิ ญนาฎ วะยาคำ. (2548). การกำหนดอายกุ ารเกบ็ เอกสารราชการ กรณศี ึกษากรมการกงสลุ กระทรวงการตางประเทศ
[วิทยานิพนธป รญิ ญามหาบณั ฑิต ไมไดต พี ิมพ]. มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร
สมสรวง พฤตกิ ลุ (2546). การจัดการเอกสาร. ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.
สำนักงานคณะกรรมการขาราชการพลเรือน. (2564). มาตรฐานกำหนดตำแหนง . https://www.ocsc.go.th/
job/standard-position
สำนกั สง เสริมการศึกษาและการเรยี นรู สถาบันราชภัฏสวนดุสิต. (2545). รายงานการศกึ ษาหาระบบและหลักเกณฑในการ
จดั ระบบหมวดหมแู ละการจัดเก็บเอกสารของหนวยงานรัฐ. สำนกั งานคณะกรรมการขอ มูลขา วสารของราชการ
สำนักนายกรฐั มนตรี
อรพรรณ สนิ ธศิริมานะ. (2548). การวเิ คราะหล ักษณะและเน้ือหาของพระราชหัตถเลขา ในพระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา เจา อยูหวั เอกสารชุดกรมราชเลขาธกิ าร รชั กาลท่ี 5 หมวดเบด็ เตลด็ [วิทยานิพนธปรญิ ญามหาบัณฑติ
ไมไดต พี ิมพ] . มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร
ARMA International. (2021). ARMA online store: Learning. https://www.arma.org/store/
viewproduct.aspx?id=10539468
Ashe, C., & Nealy, C. (2004). Records management: effective information systems. Pearson Prentice
Brunskill, C. & Demb, S. R. (2012). Records management for museums and galleries: an
introduction. Chandos.
Bantin, P.C. (2004). Understanding data and information systems for recordkeeping. Neal-Schuman
Davies, j. (2013). Big data and records management. https://www.infotoday.eu/Articles/Editorial/
Featured-Articles/Big-Data-and-Records-Management-90229.aspx
Franks, P.C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
International Organization for Standardization. (2016). ISO 15489-1 Information and documentation --
Records management-- part 1: concepts and principles. ISO central secretariat.
การจัดการเอกสารและวิชาชีพจัดการเอกสาร 43
IRMT. (1999). The management of public sector records: principles and context. The international
records management trust. http://www.irmt.org/documents/educ_training/publicsectorrec/
IRMT_principles.pdf
Jurevicius, O. (2013). Resource based view. https://www.strategicmanagementinsight.com
/topics/resource-based-view.html
National archives of Australia. (2015). Records management. http://www.naa.gov.au/
records-management/ agency/ create-capture-describe/creating/index.aspx
NHS Digital. (2010). The information governance toolkit records manage. https://www.igt.hscic.gov.uk/
KnowledgeBaseNew/NHS%20CFH_Job%20Description%20-%20Records%20Manager.doc
Pearce-Moses, R. (2005). A glossary of archival and records terminology. Society of American Archivists.
Read-Smith, J. & Ginn, M. L. (2007). Records management. Thomson South-Western.
Shepherd, E., & Yeo, G. (2003). Managing records : a handbook of principles and practice. Facet.
Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.
Smith, K. (2007). Public sector records management: a practical guide. Ashgate.
The national archives of Scotland (2005). Records management. http://www.nas.gov.uk/
recordKeeping/recordsManagement.asp
44 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 3
หลกั การและทฤษฎกี ารจดั การเอกสาร
วัตถปุ ระสงคข์ องบท
● อธบิ ายหลักการและทฤษฎกี ารจัดการเอกสาร
● เปรยี บเทียบหลกั การและทฤษฎจี ัดการเอกสาร
● แนะนำวิธกี ารนำหลักการและทฤษฎไี ปประยกุ ตใ ชก บั บริบทการจดั การเอกสารขององคการ
ความนํา
เอกสารมีคุณคาและความสำคัญในฐานะทเ่ี ปน พยานหลกั ฐาน เปนทรัพยสิน และเปน สารสนเทศทม่ี คี วามจำเปน ตอองคก าร
ดงั นนั้ จงึ จำเปน ตอ งมีการจดั การเอกสารใหเหมาะสมกบั ลกั ษณะขององคก าร เพอ่ื ใหส ามารถกำกบั ดแู ลเอกสารภายใน
องคการไดอยางเปน ระบบ เขา ถงึ เอกสารไดร วดเรว็ ตรงความตองการ ซ่งึ ตองอาศัยแนวคิดและหลกั การในการจัดการ
เอกสารเปนสำคัญ ในบทนี้จะกลา วถงึ แนวคิดและหลักการสำคัญทใ่ี ชใ นการจดั การเอกสารคอื หลกั พื้นฐานของงาน
สารบรรณ หลกั ชุดเอกสาร หลักการวงจรชีวิตเอกสาร และหลกั การจัดการเอกสารอยางตอเน่ืองหลักการดำเนินงานเอกสาร
ทด่ี ี
45
หลักการชดุ เอกสาร
ชุดเอกสาร (Records series) เปน หลกั การสำคัญในการจัดการเอกสารที่นักจดั การเอกสารตองเขาใจเปน เบือ้ งตน เน่อื งจาก
เปน ระดับทเ่ี อกสารควรตอ งไดรับการจดั การ
ชดุ เอกสาร คือ หนวยทัว่ ไป (Common unit) สำหรับการควบคุมและจดั ระบบเอกสารเพอ่ื ประโยชนใ นการใชง านดว ยกัน
การประเมินคุณคา และการกำหนดอายเุ อกสาร ชุดเอกสารเปนกลมุ ของเอกสารทส่ี มั พันธก ันในแงข องการใชง าน ลักษณะ
ทางกายภาพ ลกั ษณะเน้ือหา ระยะเวลา หรอื เปนผลจากหนา ท่ีกจิ กรรม ธุรกรรมที่เหมือนกัน หรือเกีย่ วเน่ืองสมั พันธก ับ
เอกสารในชดุ อ่นื ๆ
ชดุ เอกสารประกอบไปดว ยเอกสารรายช้นิ (Item) ที่ถกู จัดเกบ็ ไวใ นแฟม (File) และรวมหลายแฟมเขา เปนชดุ (Series)
ตวั อยางชดุ เอกสาร เชน รายงานผลการดำเนนิ งาน, เอกสารการประชมุ คณะกรรมการตางๆ, เอกสารโตตอบโครงการ การ
ตดั สินใจดำเนินการเกยี่ วกับเอกสาร เชน การจัดเรียง การจัดเกบ็ การกำหนดอายุ หรอื การทำลาย มักทำในระดบั ชดุ
มากกวา จะทำในระดับชน้ิ
หากมองในแงระบบ ชุดเอกสาร ประกอบดว ย เอกสารของทุกกิจกรรมท่ีมกี ระบวนการทำใหเกดิ เอกสารขึ้น เอกสารชดุ หนึ่ง
อาจมขี นาดใหญห รือเลก็ ก็ได แตท้ังนต้ี องสามารถสะทอนใหเห็นถงึ การเปนพยานหลักฐานของการกระทำในแตละกจิ กรรม
ได (Shepherd & Yeo, 2003 ; Brunskill & Charlotte, 2012; Franks, 2018)
โดยปกตแิ ลวมกั จัดเอกสารเขา เปนชุดดวยหลักเกณฑต า งๆ คอื
● ตามหนา ทข่ี ององคก าร เชน การบริหารบุคคล การเงิน เอกสารสว นบุคคล หรอื ตามธรรมชาตขิ องเอกสารใน
องคก าร เชน เอกสารลกู คา เอกสารโครงการ
● ตามส่อื บันทกึ เชน ฟล ม แผนท่ี แผนผัง สอื่ ดิจทิ ัล
● ตามหนวยงานทจ่ี ัดทำข้ึน เชน เอกสารของแผนก ฝา ย กรม กระทรวง
หลกั การดําเนินงานเอกสารทดี ี
ในการจดั การสมยั ใหมถือวาเอกสารเปน ทรพั ยากรเชงิ กลยุทธ ดังนัน้ การจัดการเอกสารทดี่ ี ตอ งทำใหมน่ั ใจไดวาเอกสาร
ภายในองคการมลี ักษณะดังน้ี (The national records of Scotland, 2021)
● จรงิ แท (Authentic) กลา วคือสามารถตรวจสอบไดว า ใครเปนผผู ลิตเอกสารข้นึ และผลติ ขน้ึ ดวยวัตถุประสงค
อะไร การเพม่ิ ขอมูลใหมอ น่ื ใดเขา มาในเอกสารเดมิ จะตอ งมีสญั ลักษณทบ่ี อกไดวา เพิม่ เขามาเมอ่ื ใด ในเอกสาร
ดจิ ทิ ลั กเ็ ชน เดียวกนั ทีจ่ ะตองสามารถตรวจสอบขอ มูลได
● เทีย่ งตรง (Accurate) สะทอ นใหเ หน็ ถึงความสมั พันธร ะหวางเอกสารในชุดนั้นๆ
● เขา ถงึ ได (Accessible) เมอ่ื มีความตอ งการใชต องสามารถเขา ถึงเอกสารไดท ันที
46 การจัดการเอกสาร | Records Management
● ครบถว น สมบูรณ (Complete) ในแงเ นื้อหาสาระ บรบิ ท โครงสรา ง ท่ีสะทอนใหเหน็ ภารกิจของหนว ยงานหรือ
องคการเจา ของเอกสารนน้ั
● ครอบคลมุ (Comprehensive) คือจะตองเปน หลกั ฐานทง้ั หมดของกจิ กรรมภายในองคก าร
● เปน ไปตามกฎระเบียบ (Compliant) เอกสารในองคก ารตอ งเปน ไปตามกฎระเบยี บขอบงั คับของการจดั การ
เอกสาร
● ประสทิ ธภิ าพ (Effective) เอกสารตองไดรับการดูแลรักษาไวเพ่ือวัตถปุ ระสงคจ ำเพาะ (ทางกฎหมาย/หลกั ฐาน
ทางประวัตศิ าสตร) และขอ มลู ในเอกสารจะตองสอดคลอ งกบั วตั ถุประสงคดวย เอกสารจะตองแสดงใหเห็นหรือ
เช่ือมโยงกบั ภาระหนา ทข่ี ององคการ และสามารถนำมาใชในการดำเนนิ การทางธุรกรรมได
● ม่นั คง (Secure) เอกสารจะตองไดรับการรกั ษาไวเ พื่อปอ งกันการสญู เสีย ไมว าจะเปนการเปล่ียนแปลงเน้อื หา การ
ทำลาย การเคลื่อนยาย ตอ งถูกเก็บรกั ษาไวใ นที่ปลอดภยั ตามลำดบั ข้นั ความลบั หรือความสำคัญ แมวาจะมกี าร
เปลย่ี นแปลงทางเทคโนโลยี เอกสารนั้นกจ็ ะตองมคี วามจริงแทและมคี วามเท่ียงตรงอยูเสมอ
หลกั พืนฐานของงานสารบรรณ
ในป 2009 สมาคมนักจดั การและบรหิ ารเอกสารนานาชาติ (ARMA International) ไดพ ัฒนาหลกั พ้นื ฐานของงาน
สารบรรณ (The Generally Accepted Recordkeeping Principles® : GAR Principle) ซงึ่ รากฐานมาจากการวเิ คราะห
พจิ ารณาหลกั ทางกฎหมาย ทฤษฎที างสารสนเทศ และมาจากแนวปฏิบัติทดี่ ีของแผนงานการกำกับดแู ลสารสนเทศ
(Information governance program) ของหลายองคก าร เพื่อสงเสรมิ ใหเ กดิ ความตระหนักรูอยา งกวางขวางเก่ียวกบั
มาตรฐานและหลักการกำกับดแู ลสารสนเทศ เสนอแนะองคก ารในการพฒั นาระบบสารสนเทศทสี่ อดคลองกับหลกั การดงั
กลาว ประกอบไปดวยหลักการ 8 ขอ โดยแตละขอไมจ ำเปนตองเรียงลำดบั กนั ดงั นี้
● หลักภาระรบั ผิดชอบ (Principle of accountability) ผบู ริหารอาวโุ ส หรือผูมีอำนาจตัดสินใจ ตองเปนผูกำกบั
ดูแลแผนงานกำกับดูแลสารสนเทศ และมอบหมายหนาท่ีความรบั ผดิ ชอบในการจดั การเอกสารและสารสนเทศให
กบั บคุ คลที่เหมาะสม องคก ารตอ งกำหนดนโยบายและขั้นตอนการปฏบิ ตั ิ เพื่อเปนแนวทางใหกบั บคุ ลากร เพอ่ื
ประโยชนในการเปดเผยขอมูลและการตรวจสอบได
● หลักบูรณภาพ (Principle of integrity) แผนงานกำกบั ดูแลสารสนเทศควรถกู กำหนดขนึ้ เพื่อใหเอกสารและ
สารสนเทศขององคการมีความเหมาะสม ถกู ตอ ง และรับประกนั ความถูกตอง เช่อื ถอื ได
● หลกั การอารกั ขา (Principle of protection) แผนงานกำกบั ดแู ลสารสนเทศควรถูกกำหนดขึ้นเพ่ือใหม่นั ใจวา มี
การอารักขาคมุ ครองเอกสารและสารสนเทศในระดับทเี่ หมาะสม ปองกนั มใิ หผูทไ่ี มมีสิทธเิ์ ขาถึงได ไมวา จะเปน
สารสนเทศสวนบคุ คล,ขอมูลความลบั , ขอ มลู ทเี่ ปน เอกสิทธ์ิ,ความลับทางธุรกจิ หรอื ขอ มลู ท่ีจำเปนตอ การดำเนนิ
ธุรกิจอยางตอเนอื่ ง
● หลกั การปฏบิ ัติตามกฎขอ บงั คบั (Principle of compliance) แผนงานกำกบั ดแู ลสารสนเทศควรถูกกำหนดข้ึน
เพอื่ ใหปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายทบ่ี ังคับใช และขอ กำหนดท่ีมผี ลผกู พนั อ่ืนๆ ตลอดจนนโยบายขององคก าร ดงั นั้นการ
ดำเนนิ งานสารบรรณตองเปนไปตามขอกำหนด กฎหมาย ระเบียบ มาตรฐานท่เี กีย่ วของ
หลักการและทฤษฎกี ารจัดการเอกสาร 47
● หลกั ความพรอ มใชป ระโยชน (Principle of availability) องคก ารควรดแู ลเอกสารและสารสนเทศใหมีสภาพ
พรอ มใชง านเมอ่ื ตอ งการมกี ารจดั ระบบและสืบคนเขาถึงไดง า ย
● หลักการกำหนดอายจุ ดั เกบ็ (Principle of retention) องคก ารควรตอ งเก็บรักษาเอกสารและสารสนเทศตาม
อายทุ ี่เหมาะสม โดยใหเ ปนไปตามกฎหมาย ระเบียบขอบังคับ สอดคลองกบั งบประมาณ การบริหาร และความ
จำเปนทางประวตั ศิ าสตร โดยควรจดั ทำเปน ตารางกำหนดอายจุ ดั เกบ็ และทำลายเอกสารอยางชัดเจน
● หลักการกำจัด (Principle of disposition) องคก ารควรตอ งมีการกำจดั เอกสารและสารสนเทศทไ่ี มจำเปนอยาง
ปลอดภัยและเหมาะสม โดยเปนไปตามกฎหมายและนโยบายขององคการ
● หลักความโปรง ใส (Principle of transparency) กระบวนการและกจิ กรรมในแผนงานกำกบั ดแู ลสารสนเทศ
ควรไดรับการบนั ทึกไวเปน หลกั ฐานในรปู แบบทเ่ี ปดเผยและตรวจสอบได รวมถึงใหผูทเ่ี กย่ี วขอ งหรอื ผมู สี ว นไดสวน
เสยี เขา ถงึ ไดโ ดยเทา เทียมกนั
หลักการวงจรชวี ติ เอกสาร
หลักการวงจรชีวิตเอกสาร (The records life cycle concept) เกดิ จากแนวคิดทวี่ า เอกสารไมใ ชส ิ่งทอี่ ยนู ิง่ แตม ีวงจรชวี ิต
เชน เดยี วกบั ส่งิ มชี วี ติ คือ เริ่มตน จากการเกิด เตบิ โตเขา สูวัยทำงาน เขาสวู ยั ชรา และเสยี ชีวติ ตามลำดบั แตละชว งชีวติ มี
กิจกรรมและหนาที่ทแ่ี ตกตางกนั พัฒนาการของแนวคิดดงั กลาวเริ่มข้ึนในชวงทศวรรษที่ 1930 โดย Schellenberg และ
กลุม นกั วชิ าการดานจดหมายเหตใุ นประเทศสหรัฐอเมริกา ในเวลานนั้ แนวคดิ แบงเอกสารออกเปน 3 ชวง คือ ชว งการสรา ง
เอกสาร ชว งการใชการบำรุงรกั ษา และชวงการทำลายเอกสาร ตอมาหอจดหมายเหตแุ หง ชาตสิ หรัฐอเมริกา ไดข ยายพฒั นา
แนวคิดใหส อดคลองกับปรมิ าณของเอกสารทซี่ ับซอ นเพ่มิ มากข้นึ ของหนวยงานทผี่ ลิต โดยมกี ารนิยามความหมายและ
ลกั ษณะของเอกสารในแตละชวง ตง้ั แตเ กิดจนถงึ ตาย ภายใตก รอบความคดิ ของระบบการจัดการเอกสาร แนวคดิ นจ้ี ึงไดมี
การนำมาพัฒนาสหู ลกั การปฏบิ ัติทแ่ี พรหลายมากยิง่ ข้นึ และมนี กั วิชาการกำหนดวงจรชีวติ เอกสารออกเปนชวงตา งๆ ดงั นี้
(Charman, 1984; Yusof & Chell, 2005; Smith, 2007)
1.วงจรชวี ติ เอกสาร 3 ชว ง (The tree stages of the life cycle)
ถือเปน แนวคิดที่นำไปสูหลักปฏิบัติทแ่ี พรห ลายมากทีส่ ดุ โดยแบงเอกสารออกเปน 3 ชวง ดงั น้ี
1) เอกสารระหวางกระแสการใชง าน (Current or active records) เปนชว งเวลาท่ีเอกสารถกู สรางหรอื ผลิตข้นึ และ
ใชใ นการปฏิบัตงิ านตามกิจกรรมหรือหนา ทขี่ องหนวยงานทจี่ ดั ทำข้ึนหรือรับไว การดูแลควบคมุ เอกสารในชวงน้ี
ควรมีการจัดเก็บไวใ นสำนกั งานเพอื่ ความสะดวกในการนำมาใช
2) เอกสารก่งึ กระแสการใชง าน (Semi-current or semi-active records) คือเอกสารทผี่ า นชวงท่ี 1 มาแลว แต
กิจกรรมหรอื หนาทน่ี นั้ ยังไมสิน้ สุด เอกสารยงั ตองมกี ารจัดเก็บไวต ามกฎหมาย หรือระเบยี บขอบงั คบั เอกสารจะ
ถูกเรียกใชใ นบางกรณเี ทา นนั้ การจดั เกบ็ เอกสารในชว งน้ี ควรนำเอกสารจากเดมิ ท่ีอยใู นสำนกั งานมารวมกนั ใน
ศนู ยเกบ็ เอกสารอยางเปนระบบ
48 การจดั การเอกสาร | Records Management
3) เอกสารสิ้นกระแสการใชง าน (Non-current or non-active records) เปน เอกสารทใี่ ชงานสิน้ สดุ ตามหนาที่และ
วตั ถปุ ระสงค ไมจ ำเปนตอ งใชอ กี แลว หรือ ครบกำหนดอายใุ นการจดั เกบ็ ตามระเบียบขอบังคับ กฎหมายกำหนด
เอกสารท่ีไมม ีประโยชนจ ะถูกทำลายไป สว นเอกสารทผ่ี า นการประเมนิ วามีคุณคา ทางประวัตศิ าสตร หรือสามารถ
ใชอางองิ ตามกฎหมายตอ ไปได จะถูกเก็บไวเ ปนเอกสารจดหมายเหตตุ ลอดไป เอกสารในชวงนจ้ี ะมีสวนหนง่ึ ท่ีถูก
ทำลายไป และอีกสว นหน่ึงจะถกู โอนยา ยไปยงั หอจดหมายเหตุ
ภาพ3-1 วงจรชวี ติ เอกสาร 3 ชว ง
2. วงจรชีวิตเอกสาร 4 ชวง (The four stages of the life cycle)
เปนการพจิ ารณาชวงชวี ิตเอกสารจากคณุ คาในทางธุรกจิ ดงั น้ี (1) ชว งการสรางเอกสาร (2) ชว งการใชแ ละดูแลเอกสาร
(3) ชวงก่ึงการใชเ อกสารและเก็บรักษาเอกสาร (4) ชว งพนการใชง านและทำลายเอกสาร
3. วงจรชวี ิตเอกสาร 5 ชวง (The five stages of the life cycle)
จัดแบง ตามกจิ กรรมการดำเนินงานเอกสาร ประกอบดว ย (1) ชว งการสรา งเอกสาร (2) ชวงการแจกจา ยและใชเ อกสาร (3)
ชวงการจัดเก็บและดแู ลเอกสาร (Maintenance) (4)ชว งการประเมนิ เอกสารท่ีจะเก็บและทำลาย (5) ชว งการสงวนรักษา
ในฐานะเอกสารจดหมายเหตุ
4. วงจรชวี ติ เอกสาร 7 ชว ง (The seven stages of the life cycle)
หลกั การและทฤษฎกี ารจดั การเอกสาร 49
เปน การแบง ชว งชีวติ เอกสารโดยพิจารณาจากข้นั ตอนหรือกิจกรรมในการจดั การเอกสาร ประกอบดว ย (1)การสราง
เอกสาร (2)การแจกจายเอกสาร (3)การใชป ระโยชนจากเอกสาร (4)การจดั เก็บเอกสารทยี่ ังมีการใชอยู (5)การโอนยาย
เอกสาร (6)การจดั เกบ็ เอกสารทไี่ มมีการใชง าน (7)การทำลายหรอื การจดั เกบ็ เอกสารอยางถาวร
5.วงจรชีวิตเอกสาร 10 ชวง (The ten stages of the life cycle)
เปนการแบง ชวงชีวิตเอกสารโดยพิจารณาจากขน้ั ตอนหรอื กิจกรรมในการจัดการเอกสาร ประกอบดว ย (1)การออกแบบ
และการสรา งเอกสาร (2)การใหเลข รหสั การจำแนกเอกสาร (3)การสรา งความจรงิ แทใ หกับเอกสาร ดว ยการลงนามหรือ
อนมุ ตั จิ ากผมู อี ำนาจท่ีเกยี่ วขอ ง (4)การยืนยนั (5)การตรวจสอบ (6)การไหลเวียนของเอกสารไปตามระบบ (7)การสืบคน
เขาถึงเอกสาร (8)การใชและการยมื เอกสาร (9)การสำรองขอมลู และวางแผนปอ งกันอนั ตรายทจี่ ะเกดิ ขึน้ กบั เอกสาร (10)
การทำตารางกำหนดอายเุ อกสาร และการทำลายเอกสาร
กจิ กรรมสําคัญทเี กดิ ขึนตามหลักการวงจรชวี ติ เอกสาร
อาจแบง เปน 5 งานตามลำดบั เร่ิมจาก
1) การจดั ทำเอกสาร (Creation) ในรปู แบบตา งๆ เชน หนงั สอื โตตอบ รายงาน ภาพวาด ไฟลค อมพวิ เตอรฯลฯ
2) การแจกจา ย (Distribution) ท้ังภายในองคการและภายนอกองคการ
3) การใช (Use) ท้งั เพอ่ื การตัดสนิ ใจ การเปน หลกั ฐาน การอา งอิง หรอื ตามกฎหมาย
4) การดูแลรกั ษา (Maintenance) ซึ่งรวมถึงการคน คนื การถา ยโอน
5) การทำลาย (Disposition) เอกสารในไมม ปี ระโยชน และการโอนไปจัดเกบ็ ยงั หอจดหมายเหตสุ ำหรบั เอกสารท่ีมี
คุณคา ตอ เนอื่ ง โดยภายใตแตล ะกิจกรรม อาจจะมีกจิ กรรมยอ ยไดอีกหลายกจิ กรรมตามลกั ษณะของเอกสารใน
หนว ยงานนัน้ ๆซ่ึงมลี ักษณะเฉพาะแตกตางกนั ไปตามภาระหนา ทขี่ องตนเอง
ภาพ3-2 กจิ กรรมสำคัญตามวงจรชีวิตเอกสาร
50 การจดั การเอกสาร | Records Management
ในการปฏิบตั ิงานตามหลักการวงจรชีวติ เอกสาร วชิ าชพี ทร่ี บั ผดิ ชอบจัดการเอกสารทอ่ี ยใู นกระแสการใชง าน ก่งึ กระแสการ
ใชงาน และทำลายเอกสารที่ส้ินกระแสการใชง านทไ่ี มมีคุณคาตอ เนื่อง จะเปน นกั จดั การเอกสาร สวนผูทร่ี บั ผิดชอบจดั การ
เอกสารท่ีสนิ้ กระแสการใชง านแตยังมคี ุณคา ตอ เนือ่ งทเ่ี รยี กวา เอกสารจดหมายเหตุ จะเปน นักจดหมายเหตโุ ดยวชิ าชพี ท้งั
สองน้ีจะใชต ารางกำหนดอายเุ อกสาร (Records retention schedule) เปน เคร่ืองมอื ในการเชอ่ื มโยงการทำงานระหวาง
สองวิชาชพี
ทฤษฎีการจัดการเอกสารอยา่ งต่อเนือง
นับต้งั แตเ ทคโนโลยีสารสนเทศเริ่มเขามามีบทบาทในทกุ สาขาวชิ า ตั้งแตปลายครสิ ตศ ตวรรษท่ี 20 เปนตน มา ทำใหเกิด
เอกสารดิจทิ ัล ซง่ึ มลี กั ษณะแตกตางจากเอกสารในรปู กระดาษ ทงั้ ในดานลักษณะทางกายภาพและคุณลักษณะอน่ื ๆ เชน
เอกสารดจิ ิทัลไมสามารถจบั ตองได (Intangible) ทางกายภาพ การเขาถึง การอา นตอ งใชเคร่อื งคอมพวิ เตอร การ
เปลย่ี นแปลงแกไขเอกสารสามารถทำไดตลอดเวลา การจำแนกแยกแยะวา เอกสารใดเปน เอกสารในกระแสการใชง าน กง่ึ
กระแสการใชง าน และสิน้ กระแสการใชง านตดั สินไดยากยิง่ ขน้ึ โดยเฉพาะอยา งย่ิง การพิสูจนค วามจรงิ แทข องเอกสารยงั
เปน สิง่ ท่ีมกี ารถกเถยี งกันอยา งกวา งขวาง นกั วชิ าการดานการจัดการเอกสารจึงเริ่มเห็นวาการใชห ลกั การวงจรชวี ติ เอกสาร
เรมิ่ ไมส อดคลอ งกบั ความเปลย่ี นแปลงของเอกสารในสิง่ แวดลอ มทเ่ี ปนดิจทิ ลั (Digital environment) ท่ีมีแนวโนม วา จะ
เพม่ิ มากข้นึ ในอนาคต Heywood (1992) ตงั้ ขอสงั เกตวาหลักการวงจรชวี ิตเอกสารเหมาะกับจดั การเอกสารทเี่ ปน กระดาษ
(Paper-based) มากกวา จะใชกับเอกสารดิจิทัล เนอ่ื งจากหลกั การจะมองระบบเอกสารเปนขน้ั ตอนนับตงั้ แตก ารสราง
เอกสารไปจนถึงการทำลาย และมุงเนนการจัดการเอกสารในระดับกายภาพมากกวา แตส ำหรับเอกสารดิจิทลั แลว หลกั การ
ดังกลาวยงั ไมสามารถอธบิ ายไดอยา งครอบคลมุ ชดั เจนนกั และการแบง หนา ท่ีของนักเอกสารกับนกั จดหมายเหตอุ อกจากกนั
ทำใหเกดิ ความไมต อ เนือ่ งในการบรหิ ารจดั การระบบเอกสารดจิ ทิ ลั เทา ไรนัก
ทฤษฎีการจดั การเอกสารอยา งตอ เนอื่ ง (The records continuum theory) จงึ ไดถูกพัฒนาขึ้นเพอื่ ใชเปน หลกั การและ
แนวปฏิบตั สิ ำหรับการดำเนินงานเอกสารในยคุ ใหม พฒั นาการของแนวคดิ เร่ิมตนเม่ือทศวรรษที่ 1950 เปน ตน มา โดย Ian
Maclean ไดเสนอวา นักจัดการเอกสารกับนักจดหมายเหตคุ อื วิชาชพี เดยี วกนั และวิชาการจดหมายเหตตุ องมีการศกึ ษา
คุณลกั ษณะของเอกสาร ระบบการจดั การเอกสาร และกระบวนการวเิ คราะหจัดหมวดหมเู อกสาร (Upward, 2000) โดย
สรปุ ทศั นะของ Ian Maclean กค็ อื ตอ งแสวงหาวธิ ีการบรหิ ารเอกสารอยา งตอเนอื่ งที่มีประสทิ ธภิ าพ ตง้ั แตการดำเนนิ งาน
เอกสารตัง้ แตต น ไปจนถงึ การเก็บรกั ษาเอกสารไวใ นฐานะเปนผลลัพธทางวฒั นธรรม (จดหมายเหต)ุ ตอ มาแนวคดิ ดงั กลา ว
ไดรบั การขยายความใหช ดั เจนโดย Jay Atherton นกั จดหมายเหตุชาวแคนนาดาซึ่งไดเ สนอในที่ประชุมสมาคมนัก
จดหมายเหตุแคนนาดา (The Association of Canadian Archivists: ACA) ในปค .ศ.1985 มสี าระสำคญั วา ทกุ ขน้ั ตอน
ของการจดั การเอกสารมีความสัมพนั ธซ ง่ึ กันและกนั อยางตอ เนื่อง วชิ าชพี นักจดั การเอกสารและนกั จดหมายเหตุเปนวชิ าชพี
ท่สี มั พนั ธกนั อยา งแยกไมออก และยงั ไดแ สดงใหเห็นขอจำกดั ของหลักการวงจรชวี ิตเอกสารทแ่ี ยกนักจดหมายเหตุและนกั
จดั การเอกสารออกจากกัน หลักการจดั การเอกสารอยางตอ เนื่อง เริม่ เปน รูปธรรมมากข้ึนในทศวรรษท่ี 1990 โดยนัก
หลักการและทฤษฎีการจดั การเอกสาร 51
วชิ าการในกลุม RCRG (The Records Continuum Research Group) มหาวทิ ยาลัยโมนาชประเทศออสเตรเลีย นำโดย
Frank Upward, Sue McKemmish และ Livia Iacovino ไดน ำเสนอหลักการทางทฤษฎแี ละพัฒนาเปนตวั แบบการ
จัดการเอกสารอยางตอ เนอ่ื งขึน้ และเรม่ิ เผยแพรค ร้ังแรกในป ค.ศ.1996 โดยมงุ หวังใหเ ปนมมุ มองใหมท ่ีมาปรับเปล่ียน
กระบวนทัศนท างการจดั การเอกสาร
Frank Upward ไดเสนอโลกทัศนก อ นเกดิ วงจรชีวติ เอกสาร (Pre-existing records life cycle) ดงึ เอาหลักปรชั ญาหลงั
สมัยใหม (Postmodern) โดยเฉพาะงานประวัตศิ าสตรนิพนธ (Historiography) ของ Michel Foucault และ Jacques
Derrida ทวี่ า ดวยจดหมายเหตุ ตลอดจนทฤษฎที างสงั คมรวมสมัย โดยเฉพาะทฤษฎปี รภิ มู ิ-เวลา (Spacetime) และ การกอ
ตวั ของโครงสรา งความสมั พนั ธทางสังคม (Structuration) ของ Anthony Giddens มาสรางคำอธบิ ายทฤษฎีความตอ เน่ือง
ของเอกสาร และพฒั นาแบบจำลองความคิด (Concaptual model) ที่มีองคป ระกอบสำคญั ตางๆ ทำใหมมี ุมมองตอ การ
จดั การเอกสารที่หลากหลายมติ ิไปตามเวลาและสถานท่ี ในขณะเดียวกัน Livia Iacovino ก็รเิ ริม่ ใชหลักการและแบบจำลอง
ดังกลาวเปนจุดเชื่อมตองานเอกสารกับกฎหมายเขาไวดว ยกนั ทำใหทา ยทีส่ ดุ ทฤษฎนี จี้ งึ นำเสนอเปน แบบจำลองการจดั การ
เอกสารอยางตอเนือ่ ง (The records continuum model: RCM) ทบี่ ูรณาการกระบวนการทางเอกสาร และกระบวนการ
ทางจดหมายเหตเุ ขาไวด วยกนั
ในแบบจำลอง RCM ใชค ำวา “Archival documents [record]” เพือ่ หมายถงึ สารสนเทศที่ถกู บันทกึ ไวต ามการทำ
ธรุ กรรม (Transactions) เปนผลลพั ธจ ากกิจกรรมทกุ ระดับ ตง้ั แต บคุ คล, หนว ยงาน, องคก าร, ชมุ ชน, ภาคธุรกิจ, ภาครฐั
สารสนเทศนน้ั อาจอยใู นรปู ดิจิทัล หรือแบบดงั้ เดิมก็ได ครอบคลมุ ทง้ั ท่ียงั อยใู นกระแสการใช และทตี่ องเกบ็ รักษาไวอ ยาง
ถาวร (Archive) ตามลำดบั สำหรับหนังสือเลมนจ้ี ะใชค ำวา “บรรณสาร” แทนคำวา “Archival document”
แนวคิดทร่ี วมเปนหนึ่งเดยี วและตอ เนอื่ งของ บรรณสาร-เอกสาร-จดหมายเหตุ มงุ ความสนใจไปท่ีกระบวนการอยางตอเน่ือง
ในการจัดการเอกสารใหมีคณุ ภาพสำหรับใชเ ปน พยานหลักฐานของกิจกรรม และสะสมรวบรวมเปนความทรงจำรว มของ
มนษุ ยใ นสังคม
ลกั ษณะสําคญั ของหลักการจดั การเอกสารอยา่ งต่อเนือง
การจัดการเอกสารอยา งตอ เนอื่ ง มคี ณุ ลกั ษณะสำคัญ คอื (Upward, 2000; McKemmish, 2017)
● การจดั การเอกสาร ครอบคลมุ ถึงเอกสารที่มีคณุ คา ตอ เนอ่ื ง (จดหมายเหตุ) ตลอดชว งชวี ติ เอกสารไมวาเอกสารน้ัน
จะมีอายสุ ้ันหรอื ยาวเพยี งใด มุงแสดงความสมั พนั ธเ ก่ยี วกบั การใชเอกสาร การเปนพยานหลักฐาน การเปน
อนุสรณความทรงจำ และความรว มมือระหวา งงานจัดการเอกสารและงานจดหมายเหตุ
● มมุ มองตอเอกสารหรอื การเพม่ิ ขน้ึ ของเอกสาร มีมากกวา 1 มติ ิ แตกตางจากหลักวงจรชีวติ เอกสาร คอื บริบท,
การใช, การถา ยโอน, การสะสมเพ่มิ พนู
● มุงใหค วามสนใจกบั เนือ้ หาสาระมากกวาลักษณะทางกายภาพ ไมว าเอกสารนั้นจะเปนกระดาษหรือในรูปดิจทิ ัล
กต็ าม
52 การจัดการเอกสาร | Records Management
● เนน การออกแบบระบบการจัดเก็บเอกสารและกระบวนงานจดหมายเหตุ (มติ ทิ 3่ี -4) กอนทจ่ี ะจดั ทำบรรณสาร-
เอกสาร (มติ ทิ ี่ 1) และจบั เกบ็ เอกสาร (มิตทิ ี่ 2)
● แสดงบทบาทของงานจัดการเอกสาร/งานสารบรรณทมี่ คี วามเฉพาะเจาะจงพเิ ศษ ตอบสนองตอการบูรณาการเขา
กับกระบวนการทางธุรกจิ /สังคม และความมงุ หมายขององคก าร/สังคม
● บรู ณาการการทำงานเอกสารและงานจดหมายเหตุ โดยเฉพาะหนาที่ของนกั จัดการเอกสารและนักจดหมายเหตทุ ่ี
ตองประสานกันอยางใกลชิด
● ขยายการใหบ ริการแกผูใชเ อกสาร ทงั้ ภายในและภายนอกองคการ ในฐานะที่เอกสารเปน ความทรงจำรว มของ
สังคม
ภาพ3-3 แบบจำลองการจัดการเอกสารอยา งตอเนอ่ื ง (ปรบั ปรุงจาก Upward, 2000)
RCM ประกอบดว ย 4 วงซอนกัน แทนมติ ิ (Dimension) และ 4 เสนและจุดตดั แทนแกน (Axis) คำอธิบายจะเริม่ จาก
วงกลมชนั้ ในสดุ ไปหาช้ันนอกสุด แตก ็สามารถอธิบายยอนกลับจากดานนอกสุดมาหาในสดุ ไดเชนกัน แตล ะสวนมรี าย
ละเอยี ดดังนี้ (สมสรวง พฤตกิ ลุ , 2546; Upward, 2000; McKemmish, 2017)
ดา นมติ ิ (Dimension) มี 4 มิติ อธิบายไดด งั นี้
● มติ ทิ ี่ 1 การจดั ทำบรรณสาร (Create) ในฐานะเปนรองรอยของการกระทำ โดยผูกระทำ ไดกระทำการ ไมวา จะ
เปน การตดั สนิ ใจ, สอ่ื สาร, ลงมอื ดวยตนเอง ทำใหเ กิดบรรณสารที่บันทึกรอ งรอยของการกระทำเอาไว บรรณสาร
หลักการและทฤษฎีการจัดการเอกสาร 53
ในมติ นิ ้ีตองมีคุณสมบัติของความเปน สารสนเทศที่ครบถวน คือ มีเนือ้ หา หรือรองรอย มีโครงสราง อยใู นรูปแบบ
ใดรปู แบบหนึง่ มบี ริบทของการกระทำที่สามารถจดั เกบ็ และสืบคน ได
● มติ ทิ ี่ 2 การจับเก็บเอกสาร (Capture) ไวเ ปนพยานหลกั ฐาน โดยการนำบรรณสาร-เอกสารของบุคคลหรอื หนวย
งานทเ่ี กิดตามกระบวนการทางธรุ กิจเขา สูระบบการจัดการเอกสาร (RMS) ไวเปนหลักฐานของการดำเนนิ กิจกรรม
ตา งๆ, ใหข อ มลู อภิพันธส ำหรับเอกสาร เพ่ือเช่อื มโยงบรบิ ทและรกั ษาคุณภาพของเอกสาร, ทำใหส ามารถใชง านได
เขา ถงึ ไดตลอดระยะเวลาทผี่ ูใชต องการ, ตลอดจนเกบ็ รักษาเอาไวอ ยา งปลอดภยั ดังน้ันในมติ ิท่ี 2 จึงเกยี่ วของกบั
การออกแบบระบบการจดั การเอกสารและกระบวนงานสารบรรณ การนำระบบไปใช การกำหนดมาตรฐานและ
แนวปฏิบตั ิทด่ี ี ซึ่งจะสงผลถงึ มติ ทิ ่ี 3 และ 4
● มติ ทิ ี่3 การจดั การเอกสาร (Organize) ไวเปน ความทรงจำขององคการ ประกอบดวยการกำหนดขน้ั ตอนการ
ดำเนนิ งานเอกสารจากที่เปนพยานหลักฐานของการกระทำ ไปสูการเปนความทรงจำของคนและองคการ ใน
ลกั ษณะของจดหมายเหตุ ดังนั้นมติ ทิ ี่ 3 จึงเกีย่ วกบั การกำหนดความตอ งการของบคุ คลและองคก ารเก่ยี วกับพยาน
หลักฐาน (เอกสาร)และความทรงจำ (จดหมายเหตุ), กำหนดขอบเขต ขนั้ ตอนของงานบริหารเอกสาร, การสรา ง
ฐานความรแู ละแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร, การกำหนดทเ่ี กบ็ และกลยทุ ธการสงวนรกั ษา, พฒั นากลยทุ ธการเขา
ถงึ และเงอ่ื นไขการใชทส่ี อดคลอ งกบั กฎระเบยี บขอบังคบั ตามสิทธิ์ของแตล ะบคุ คลและหนวยงาน
● มิตทิ ี่ 4 การเพิม่ พูนจดหมายเหตุ (Pluralize) หรือรวบรวมใหเปนความทรงจำรว มทางสังคม เปน มติ ิทเ่ี กยี่ วกับ
กรอบการทำงานเพื่อใหเอกสารจดหมายเหตมุ าเชื่อมรอ ยกันเปน ความทรงจำรวมทางสังคม หรือเปน หลักฐานทาง
ประวัตศิ าสตรแ ละวัฒนธรรมของสถาบันทางสังคม ดังนน้ั ในมิตนิ ี้จงึ เกย่ี วกับการกำหนดความตองการของบคุ คล
องคการและสถาบันทางสงั คม เกี่ยวกับพยานหลกั ฐาน(เอกสาร) และความทรงจำ(จดหมายเหต)ุ , กำหนดขอบเขต
ขั้นตอนการบริหารงานจดหมายเหต,ุ การสรางฐานความรแู ละแผนการจดั หมวดหมเู อกสารจดหมายเหต,ุ การ
กำหนดที่เก็บและกลยทุ ธการสงวนรักษา, พฒั นากลยุทธก ารเขาถงึ และเง่ือนไขการใชเ อกสารจดหมายเหตทุ ี่
สอดคลองกบั กฎหมายตามสิทธขิ์ องของพลเมอื ง
ดานแกน (Axis) มี 4 แกน แตล ะแกนแสดงถึงการจดั การเอกสาร ดงั นี้
● แกนท่ี 1 แกนการเอกสาร (Recordkeeping axis) แสดงเกีย่ วกบั ตัวสารสนเทศ ตัง้ แต บรรณสาร-เอกสาร,
จดหมายเหตุสว นบคุ คล, จดหมายเหตขุ ององคการ, จดหมายเหตุแหงชาติ ดังนน้ั ในแกนนจ้ี งึ เปนจดุ ทเ่ี กี่ยวของกบั
แบบเอกสาร (Documentary form) ทใี่ ชส ำหรับจดั ทำบรรณสาร-เอกสาร, ระบบเอกสารทใ่ี ชจบั เก็บเอกสาร, การ
รวบรวมเพ่ือเพม่ิ พูนจดหมายเหตุ
● แกนท่ี 2 แกนพยานหลกั ฐาน (Evidential axis) แสดงคุณภาพและความเปน เอกสาร (Recordsness) บทบาท
ของบรรณสาร-เอกสาร-จดหมายเหตุ ในฐานะทเ่ี ปน รองรอยของการกระทำ, เปนพยานหลกั ฐาน, เปน ความทรงจำ
ของบุคคลและองคการ, ความทรงจำรว มทางสงั คม ดังน้ันในแกนนจ้ี ึงเปน จุดท่ีเกี่ยวของกับคุณสมบตั ิ คุณลักษณะ
ของเอกสาร ในการแจงขาวสาร (Informing) เปน หลักฐาน (Witnessing) เปน ความทรงจำ (Memorializing)
ของบคุ คล องคการ และสังคม
54 การจดั การเอกสาร | Records Management
● แกนท่ี 3 แกนการดำเนนิ งาน (Transactional axis) แสดงเก่ียวกับการกระทำ เชน การตดั สินใจ, การสือ่ สาร,
การลงมอื ปฏิบัติ อันมาจากกจิ กรรมทางธุรกจิ หรอื กิจกรรมทางสงั คม ตามภารกจิ ซง่ึ มาจากความมงุ หมายของ
องคการและสงั คม ดังน้นั ในแกนนี้จึงเปน จดุ ทเี่ ก่ียวขอ งกับ การกระทำ (Act), กิจกรรม (Activity), ภารกิจ
(Function), ความมุง หมาย (Purpose) ของบคุ คล-องคการ-สงั คม
● แกนที่ 4 แกนสถานะ (Identity axis) แสดงผกู ระทำ, หนวยงาน, องคการ, และสถาบนั ทปี่ ฏบิ ัติกิจกรรม ตาม
ภารกจิ อันมาจากความมงุ หมาย ดังน้นั ในแกนน้ีจึงเปน จุดทเ่ี กีย่ วของกบั ผปู ฏิบัตงิ าน, กลมุ งาน/หนว ยงาน,
องคการ/นติ บิ คุ คล, สถาบนั ทางสงั คม
แบบจำลองแสดงใหเ หน็ วา มิตทิ ่ี 1 และ 2 เปน การดำเนนิ งานโดยผูปฏบิ ัติงานดานเอกสารหรอื งานสารบรรณ เพอ่ื ใชเปน
หลักฐานของการดำเนินงาน มติ ทิ ่ี 3 ดำเนนิ งานโดยหนว ยงานหรอื คนภายในองคก าร มติ ิท่ี 4 ดำเนินงานโดยคนภายนอก
หรอื สังคม ในการควบคุม การออกกฎระเบยี บ การสรางมาตรฐานและการตรวจสอบ เพอ่ื ใหเ อกสารมคี ุณคา เปน ความทรง
จำขององคก ารและของสงั คม หากพิจารณาวงกลมแตล ะชัน้ จะเหน็ ความสัมพนั ธของดานแกนและมิติของวงกลมแตล ะชัน้
ดงั น้ี
● วงกลมชนั้ ท่ี 1 บคุ คลผกู ระทำ (Actor) ไดกระทำการตามหนา ที่ (Act) ใหเ กิดบรรณสาร (Archival document)
ท่ีเปนรองรอยของการกระทำ (Trace)
● วงกลมช้นั ท่ี 2 หนวยงาน (Unit) ซ่ึงประกอบดว ยหลายๆคนรวมกัน ไดดำเนินกิจกรรมตามหนา ที่ (Activities)
ทำใหเกิดการรวมเอกสารของแตละคนในการดำเนนิ กิจกรรมหนึง่ ๆ (Records) เพอื่ เปนพยานหลกั ฐานการดำเนนิ
งาน (Evidence)
● วงกลมช้ันท่ี 3 องคก าร (Organization) ซึง่ ประกอบดว ยหลายๆหนวยงานรวมกัน ไดด ำเนินภารกิจ (Function)
ตามความมงุ หมาย ทำใหเกดิ ชดุ เอกสารทม่ี คี ณุ คา (Archive) ทถี่ อื เปนความทรงจำของบคุ คล นิติบคุ คล และ
องคก าร (Individual/Corporate/Organizational memory)
● วงกลมชนั้ ที่ 4 สถาบัน (Institution) ซ่งึ รวมหลายๆองคก ร เชน สถาบนั อุดมศึกษามาจากการรวมมหาวทิ ยาลัย
ตางๆ ไดด ำเนนิ การใหบรรลตุ ามความมุงหมาย (Purpose) ทำใหเกิดเอกสารท่ีมีคณุ คาสะสมเพ่ิมพูน (Archives)
เปน ความทรงจำรว มของสังคม (Collective memory) เชน ความภาคภูมิใจของคนในชาติ, บทเรยี นของสังคม,
ประเพณี วัฒนธรรม คานิยมของชาติ
กลาวโดยสรปุ ทฤษฎีจัดการเอกสารอยางตอเนือ่ ง มุง เนนกระบวนการท่ีมีความตอเนอ่ื ง โดยไมข้นึ อยกู บั ลำดับขนั้ ตอน
แบบวงจรชีวิตเอกสาร แตม ุงพจิ ารณาวา บรรณสาร-เอกสารใดควรถกู สรา งขึ้น (มติ ทิ 1่ี ) เมื่อสรางขึ้นแลว ควรดำเนินการ
อยา งไรในการจับเก็บ ใชง าน ดแู ล (มติ ทิ ่2ี ) มีเอกสารใดควรควรเก็บรกั ษาไวเ ปนความทรงจำขององคการ (มิติที3่ ) ทำ
อยา งไรใหเ พม่ิ พนู งอกงามเปนความทรงจำของสงั คม (มิติท่4ี ) ดวยมุมมองเชน นก้ี ารจัดการเอกสารจึงขยายขอบเขตจากแค
ดำเนินงานเกีย่ วกับตัวเอกสาร ตามชว งชวี ติ แตเปน กาารวางแผนกอนท่ีจะเกดิ เอกสาร การบริหารเอกสารอยางคมุ คา และ
สงมอบใหเ ปน มรดกของคนรนุ หลงั วิชาชพี นกั จดั การเอกสาร และนกั จดหมายเหตุ ตองทำงานรวมกนั อยา งใกลชิด จน
กระทั่งเรยี กไดวา เปน วิชาชพี เดยี วกนั
หลกั การและทฤษฎกี ารจัดการเอกสาร 55
แนวทางการจัดการเอกสารอย่างตอ่ เนอื งตามวงจรชวี ิต
พฒั นาการของเทคโนโลยสี ารสนเทศและดิจทิ ัลทเ่ี จริญกา วหนา ขึ้น ทำใหเอกสารเปล่ยี นรูปแบบจากกระดาษมาเปน ดจิ ิทลั
เอกสารไมไดม ีสภาพเปน วัตถทุ ่ีจบั ตองไดอ กี ตอ ไป แตเปน ไดทัง้ ฮารด แวรแ ละซอรฟแวร และยงั มลี กั ษณะ“มาเรว็ -ลา สมยั ไว”
ไมเพยี งแตเ น้อื หาของเอกสารเทา นน้ั ตวั ส่อื บันทกึ ก็เปนสง่ิ ทตี่ อ งกงั วลในสภาพแวดลอมแบบดิจิทัลดว ยเชน กนั ถา หาก
เอกสารตอ งข้ึนอยูกบั เทคโนโลยี ตัวเน้อื หาสาระก็มีแนวโนมทจ่ี ะถูกปรับ/แปลงได ประเดน็ นจี้ งึ ถูกนำมาพจิ ารณาในหลกั การ
จัดการเอกสารอยา งตอเนอ่ื ง และใชเ ปนจุดสำคัญในการเผยแพรแนวคิดตอ วงวชิ าการ โดยระบุวา หลกั การวงจรชวี ิต
เอกสารอาจจะเหมาะกบั เอกสารแบบกระดาษ สว นหลกั การจัดการเอกสารอยา งตอ เนือ่ ง ดเู หมอื นจะเปน แนวทางการ
จัดการท่ดี ีสำหรับเอกสารดจิ ิทลั
จากขอจำกัดดา นความเหมาะสมของหลกั การวงจรชีวิตเอกสาร ในเชิงความสัมพนั ธก ับเอกสารดจิ ทิ ลั ทย่ี ังถกเถียงกนั อยู
ACCIS (The United Nations Advisory Committee for the Co-ordination of Information Systems) ไดเ สนอวา
หลักการวงจรชวี ิตเอกสารควรถกู นำมาผนวกเขา กับหลักการระดบั กวา งของการจดั การสารสนเทศ โดยทเ่ี อกสารดจิ ิทลั อาจ
ไมต อ งผานแตล ะขนั้ ตอน เหมอื นกับวงจรชวี ิตของกระดาษ (Yusof & Chell, 2005)
ภาพ3-4 วงจรชวี ติ ของเอกสารกระดาษ (ปรบั ปรุงจาก Yusuf & Chell, 2005)
จากภาพ3-4 จะเหน็ วา เอกสารกระดาษ อาจถูกทำลายหลงั จาก (X1), (X1+X2) หรอื (X1 +X2+ X3) ป หรอื กลายเปน
จดหมายเหตุหลังจากผลรวมของ X1, X2 , X3 ป จำนวนปนั้นขน้ึ อยกู บั การประเมินจากความตองการ (Requirement) ท้งั
ภายในและภายนอก ซึง่ ถกู กำหนดไวในตารางกำหนดอายุเอกสารของแตล ะองคการ
แตเสน ทางของเอกสารดิจิทัลไมเหมือนกบั เอกสารกระดาษ ซงึ่ แสดงไดด งั ภาพท่ี 3-5 เอกสารดิจทิ ลั สามารถเคลอ่ื นยายจาก
รูปแบบหนงึ่ ไปยังอีกรูปแบบหน่งึ ไดโ ดยไมม ีทส่ี ้นิ สดุ เพราะระบบสามารถเปลย่ี นรนุ ไดเ สมอ และไมส ามารถคาดการณอตั รา
ความเปลี่ยนแปลงได การที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเรว็ ทำใหผ ลิตภณั ฑใ หมถ ูกนำมาแทนที่ของเกา อยา งงา ยดาย ซ่งึ การเปล่ยี น
ระบบแตล ะครงั้ เอกสารกจ็ ะถูกโยกยา ยไปสูรปู แบบใหม ขณะทอ่ี กี บางสวนก็จะถกู เก็บถาวร (Archived) ในรูปแบบดัง้ เดมิ
56 การจัดการเอกสาร | Records Management
ในขัน้ น้ีจึงเกิดขอสงสัยวา เอกสารทถี่ ูกสรา งโดยเทคโนโลยรี นุ กอ นท่ีจะถูกปรับ (Upgrade) นัน้ เปนแบบเดยี วกนั ใชแ ทนกนั
ได หรอื อา นไดโ ดยเทคโนโลยีรุนใหมก วาหรือไม ซ่ึงแสดงไดด งั ภาพ 3-6
ภาพ3-5 วงจรชวี ิตเอกสารดิจิทัล (ปรับปรุงจาก Yusuf & Chell, 2005)
ภาพ 3-6 วงจรชีวติ /อยางตอ เน่ืองของเอกสารดิจิทลั (ปรับปรงุ จาก Yusuf & Chell, 2005)
นกั วชิ าการหลายทา นเสนอวา ท้ังหลักการวงจรชวี ิตเอกสาร และหลักการจัดการเอกสารอยา งตอเนือ่ ง ตา งกม็ ขี อดี หากมี
การนำสองหลักการมาประยุกตใ ชใ นการปฏิบัตจิ รงิ กจ็ ะเปนประโยชนต อ การจัดการเอกสารขององคก าร ดังน้นั จึงพบวา มี
การนำสองหลกั การน้ีมาผนวกรวมกัน คือ แนวทางการจัดการเอกสารอยางตอ เนอ่ื งตามวงจรชวี ิตเอกสาร (The
continuum approach to managing records through the life cycle) ของ The international records
management trust (IRMT, 1999)
หลักการและทฤษฎีการจัดการเอกสาร 57
ภาพ 3-7 แนวทางการจัดการเอกสารอยางตอเนือ่ งตามวงจรชีวติ เอกสาร (ปรบั ปรงุ จาก IRMT, 1999)
58 การจัดการเอกสาร | Records Management
หลกั การวงจรชวี ิตของการจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส์
แมว าหลกั การวงจรชีวิตเอกสารจากทางอเมริกา จะถูกวิจารณโ ดยนกั วิชาการจากทางออสเตรเลยี วา ไมเ หมาะสมกับการ
จดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส และเสนอวาควรใช RCM แทน อยา งไรก็ดนี กั วิชาการและนกั วิชาชพี การเอกสารใน
สหรัฐอเมรกิ ากม็ ิไดยอมรับและนำ RCM มาใชอ ยา งแพรห ลาย หากเลือกที่จะพัฒนาปรบั ปรงุ หลักการวงจรชีวิตเอกสารเดิม
ใหเปนหลกั การวงจรชวี ิตของการจัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ สแ ทน (The lifecycle of electronic records
management) โดยประกอบดวย 6 สวน สำคญั คือ
1) การจบั เก็บ (Capture)
2) การบำรงุ รกั ษาและการใชง าน (Maintenance & Use)
3) การกำจดั (Disposal)
4) การโอนยาย (Transfer)
5) ขอมูลอภพิ นั ธุ (Metadata)
6) การรายงานผล (Reporting)
หอจดหมายเหตแุ หงชาติสหรัฐอเมรกิ า (The U.S. national archives and records administration, 2020) ไดประกาศ
ขอ กำหนดการจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสส ากล (The universal electronic records management (ERM)
requirements) รนุ ท2่ี (Version2) ในป ค.ศ.2020 สำหรับหนว ยงานของรฐั ใชเ ปนพื้นฐานการพฒั นาความตอ งการของ
ระบบ EMR โดยรายการขอกำหนดอยบู นฐานของวงจรชวี ติ ของการจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส 6 สว น ดงั กลาว
สรปุ
การจัดการเอกสารเปนเรือ่ งทเ่ี กี่ยวขอ งกับการบรหิ ารทรัพยากรเชงิ กลยุทธขององคก าร ดงั น้นั จึงตองอาศยั แนวคิดและหลัก
การในการนำมาปฏิบัติ เพื่อใหสามารถบรรลเุ ปาหมายขององคก ารไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ หลักการจดั การเอกสารเอกสาร
วาวา จะเปน หลักการวงจรชวี ติ เอกสาร หลกั การจดั การเอกสารอยางตอเน่อื ง หลักการดำเนินงานเอกสารที่ดี ตา งกม็ ีพน้ื
ฐานความคิดเดียวกันคอื การควบคุมดูแลใหเอกสารคงความจรงิ แท ความนา เชอ่ื ถือ และสามารถเขา ถึงใชง านไดต ราบเทา ที่
ยงั มีความตองการ
คาํ ถามทบทวนท้ายบท
● เหตใุ ดหลกั ชุดเอกสาร จึงเปน หลักการพ้นื ฐานที่นักจดั การเอกสารตองทำความเขา ใจ
● แนวคดิ วงจรชวี ติ เอกสารและแนวคดิ การจดั การเอกสารอยางตอเนอ่ื ง มคี วามแตกตางกนั อยางไร แตละแนวคดิ มี
ขอดีและขอ จำกัดอยา งไร
● การจดั การเอกสารแบบดิจิทลั ควรประยกุ ตใชแ นวคิดทฤษฎีใด เพราะเหตุใด
หลักการและทฤษฎกี ารจดั การเอกสาร 59
บรรณานกุ รม
สมสรวง พฤติกุล (2546). การจดั การเอกสาร. ภาควิชาภาษาตะวนั ออก คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.
Brunskill, C. & Demb,S. R. (2012). Records management for museums and galleries: an introduction.
Oxford.
Charman, D. (1984). Records surveys and schedules: a RAMP study with guidelines. UNESCO.
Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
Heywood, P. (1992). Document management: the container and the content. Records management
bulletin, 53(Dec.), 17.
IRMT. (1999). The management of public sector records: principles and context. The international
records management trust. . http://www.irmt.org/documents/educ_training/public_sector_rec/
IRMT_principles.pdf
McKemmish, S. (2017). Recordkeeping in the continuum. In A. J. Gilliland, S. McKemmish, & A. J. Lau
(Eds.), Research in the archival multiverse (pp.122-160). Monash university publishing.
Shepherd, E., & Yeo, G. (2003). Managing records : a handbook of principles and practice. Facet.
Smith, K. (2007). Public sector records management: a practical guide. Ashgate.
The national records of Scotland. (2021). The principles of good records management.
https://www.nrscotland.gov.uk/record-keeping/records-management
The U.S. national archives and records administration. (2020). The universal electronic records
management (ERM) requirements. https://www.archives.gov/records-mgmt/policy/
universalermrequirements
Upward, F. (2000). Modelling the continuum as paradigm shift in recordkeeping and archiving processes,
and beyond-a personal reflection, Records Management Journal, 10 (3), 115-139,
doi:10.1108/EUM0000000007259
Yusof, Z. & Chell, R. (2005). Issues in records management. Penerbit Universiti Kebangsaan Malaysia
(UKM)
60 การจัดการเอกสาร | Records Management
ตอนที 2
แนวปฏบิ ตั กิ ารจัดการเอกสาร
61
62 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 4
แผนงานจัดการเอกสาร
วัตถปุ ระสงคข์ องบท
● แสดงลกั ษณะของแผนงานจดั การเอกสารขององคก าร
● ระบุเทคนิคท่ใี ชในการวิเคราะหบ ริบทขององคการทเี่ กีย่ วของกบั การจัดการเอกสาร
● อธบิ ายแนวทางการพัฒนาแผนงานจัดการเอกสารในองคก าร
ความนาํ
องคการ หมายถึง การรวมกลุมกันของคนเพือ่ ดำเนินการใหบรรลุวตั ถุประสงคบ างประการรว มกนั องคการแตล ะแหง มี
ความมงุ หมายและภารกิจท่ีแตกตางกัน บทบาทหนาที่สำคญั ของนักจัดการเอกสารคอื ดำเนนิ การใหแ ผนงานจัดการเอกสาร
(Records management program: RMP) สามารถตอบสนองตอความมุง หมายขององคก ารได ดงั นัน้ นกั จดั การเอกสาร
จงึ ตองมคี วามรคู วามเขา ใจเกย่ี วกับองคก ารและบรบิ ทอยา งชดั เจน โดยมีการวเิ คราะหบริบทขององคก ารทส่ี ง ผลตอการ
จัดการเอกสาร ออกแบบและขับเคลือ่ นการดำเนินงานของแผนงานจัดการเอกสาร ใหส ามารถตอบสนองตอ ความตอ งการ
ขององคการ และผปู ฏบิ ัตงิ านแตล ะสวนไดอ ยา งเหมาะสม ในบทนี้จะกลา วถงึ ลักษณะของแผนงานจัดการเอกสาร การ
วิเคราะหบรบิ ทขององคการ และการพัฒนาแผนงานจัดการเอกสาร ซง่ึ เปนสวนที่มีความสำคัญและเปน สง่ิ ทปี่ ระกันความ
สำเรจ็ ของการจัดการเอกสารในองคก าร โดยจะแทนคำวา แผนงานจัดการเอกสาร ดวยอกั ษรยอ RMP ในบางกรณี
แผนงานจัดการเอกสาร 63
ลักษณะของแผนงานจดั การเอกสาร
การจัดการเอกสารเปนงานทมี่ ีความตอ เนื่องและสงผลกระทบท่ัวทง้ั องคการ ดังน้ันการจดั การเอกสารควรเปน หนา ท่ีเชิงกล
ยุทธท่ีตองมีแผนงาน (Program) หรือหนว ย (Unit) ท่ีทำหนาทรี่ ับผิดชอบในการจดั การเอกสาร เรียกวา แผนงานจดั การ
เอกสาร ซง่ึ ในปจจบุ ันมกั ทำหนาทดี่ แู ลท้งั เอกสารท่ียงั ไมส ้ินกระแสการใชงาน และสนิ้ กระแสการใชง าน หรือเอกสาร
จดหมายเหตุดว ยในลกั ษณะท่ีเปน แผนงานแบบครบวงจร (Unified program) สำหรบั ระบบราชการไทย มีหนวยงานทที่ ำ
หนาทใี่ กลเคยี ง RMP คอื หนวยงานสารบรรณ แตย ังเนนที่การปฏิบตั งิ านเกี่ยวกบั ตัวเอกสาร มากกวา เปน การบรหิ าร
จัดการทง้ั ระบบ
หนาท่ีของแผนงานจัดการเอกสาร ตามท่ีมาตรฐาน ISO 15489-1:2016 ระบุ คือ ออกนโยบายและขน้ั ตอนการทำงาน กำหนด
หนาท่ีและความรับผดิ ชอบ สราง เผยแพรขนั้ ตอนและแนวทางการปฏิบัติ ใหการบรกิ ารในขอบเขตทเี่ กี่ยวของกบั การจดั การและการ
ใชเ อกสาร ออกแบบระบบเฉพาะสำหรับจัดการเอกสาร นำระบบลงสกู ารปฏิบตั ิ บรหิ ารระบบบรู ณาการการจดั การเอกสารลงสู
ระบบธรุ กิจและในกระบวนการตา งๆ
โดยท่วั ไปแลว RMP ดำเนนิ กจิ กรรมสำคัญ ดังน้ี (Shepherd & Yeo, 2003; Franks, 2018)
1) กำหนดและกำหนดนโยบาย มาตรฐาน สำหรบั การจดั การเอกสารท่วั ท้ังองคการ
2) ออกแบบระบบจัดการเอกสารและนำไปสกู ารปฏิบตั ิ
3) สำรวจเอกสาร ประเมนิ คณุ คา เอกสาร กำหนดอายจุ ดั เก็บและทำลายเอกสาร
4) ดำเนนิ งานสารบรรณ (จดั การเอกสารในระหวางกระแสการใชงาน, ก่งึ กระแสการใชงาน, สิ้นกระแสการใชง าน)
5) ดำเนินแผนงานการจดั การเอกสารสำคญั ทส่ี ดุ ขององคก าร
6) ใหความรูและฝก อบรมบุคลากรเก่ียวกับการจัดการเอกสาร
ในองคก ารขนาดเลก็ อาจมีนกั จดั การเอกสารขบั เคลอื่ น RMP เพยี งคนเดยี วได แตใ นองคการขนาดใหญจ ำเปนจะตอ งมกี ารต้งั หนว ย
งาน/แผนกสำหรับจดั การเอกสารโดยเฉพาะ
64 การจดั การเอกสาร | Records Management
ภาพ4-1 หนา ทขี่ อง RMP ในธนาคารแหง ประเทศไทย (ที่มา: ทีมบริหารงานเอกสาร ฝายสงเสริมความรูทางการเงิน
ธนาคารแหง ประเทศไทย)
การวิเคราะห์บรบิ ททเี กียวข้องกับการจัดการเอกสาร
ในการพัฒนาหรือจัดตง้ั แผนงานจดั การเอกสารข้ึนมาใหมในองคก าร นกั จัดการเอกสารจำเปน ตอ งมคี วามรูความเขา ใจ
บรบิ ทในระดับตา งๆ ท้งั ในสว นที่เก่ยี วกับตัวองคการ ผลิตภัณฑและบริการ กิจกรรมทท่ี ำใหเกิดเอกสาร และระบบทใ่ี ช
ควบคุมเอกสาร ตอ งทำความเขา ใจวาการจดั การเอกสารจะชวยใหอ งคการบรรลคุ วามมงุ หมายไดอยา งไร
เพ่อื ใหไดค วามรคู วามเขา ใจดงั กลาว นักจดั การเอกสารจะตองวเิ คราะหบ ทบาทและความรบั ผิดชอบ โครงสรางและวิธกี าร
ทำงานขององคการ ตลอดจนประเด็นอืน่ ๆทเ่ี กี่ยวของ เชน วฒั นธรรมรวม มุมมองของผูมสี วนไดส วนเสยี ท้ังภายในและ
ภายนอกองคก าร ความรเู กี่ยวกับสภาพแวดลอ มการดำเนนิ งานองคการนเี้ อง จะเปน องคป ระกอบสำคญั ในการออกแบบ
RMP ท่ีมีประสทิ ธภิ าพ
เมอ่ื นกั จัดการเอกสารไดทำการศึกษาองคการในระดับกวา งแลว ขั้นตอมา คอื ตองทำความเขาใจในระดบั ลึกเกย่ี วกับ
ภารกจิ (Functions) และกจิ กรรม (Activities) ที่องคก ารดำเนนิ อยู ความรูความเขาใจทไี่ ดจากการศกึ ษานจ้ี ะใชส ำหรบั
การประเมนิ วา ปจ จยั ใดบางที่มีผลตอ การจดั การเอกสาร และองคการมคี วามตองการในระดับใด สำหรบั นำไปออกแบบและ
ดำเนนิ การใหส อดคลอ งกบั ความตอ งการนัน้ ดังน้นั นักจดั การเอกสารจึงตองอาศัยแนวการวิเคราะหห ลายเทคนคิ ซ่ึงการ
แผนงานจัดการเอกสาร 65
เลือกใชเทคนิควเิ คราะหใดนั้นขน้ึ อยกู บั ความมุง หมายและวัตถปุ ระสงคข องงานเปน สำคญั โดยท่ัวไปมกั วเิ คราะหจ ากระดบั
ใหญไปหาระดับยอ ย
เทคนิคการวิเคราะหหลายอยา งมาจากทฤษฎรี ะบบ (System theory) ซึ่งนำมาใชอยา งแพรหลายในศาสตรต างๆ เชน
วิทยาการคอมพิวเตอร, การบริหารองคก าร, การบรหิ ารธรุ กิจ ซงึ่ อาจมีรายละเอยี ดทแี่ ตกตา งกัน แตโดยหลักการแลวมี
ความสอดคลองกนั การวเิ คราะหร ะบบสามารถนำมาใชระบบุ งชภี้ ารกิจและกจิ กรรมขององคก าร และยงั ทำใหข อ มลู ที่แสดง
ใหเ ห็นถึงความสัมพันธระหวางกิจกรรม บุคลากร และ โครงสรา งองคก าร ใชอ อกแบบกิจกรรม กระบวนการใหมใหม ี
ประสิทธภิ าพเพม่ิ ขน้ึ อีกดว ย ในการจดั การเอกสาร การนำเอาเทคนคิ วเิ คราะหระบบมาใช กเ็ พ่อื แสดงใหเห็นความสมั พันธ
ระหวางเอกสาร กับระบบขององคการ ทที่ ำใหเ กดิ เอกสารและใชง าน ชว ยในการพฒั นาระบบเอกสารใหมใหส นบั สนุน
ภารกจิ และกิจกรรม อันจะผลกั ดนั ใหอ งคก ารบรรลเุ ปา หมายได หรือปรบั ปรงุ ระบบทีม่ อี ยแู ลว ใหด ีย่ิงขึ้นก็ได
เทคนคิ การวิเคราะหองคการ ที่นกั จัดการเอกสารสามารถนำมาประยกุ ตใ ชเพ่ือจดั ต้ังหรอื พัฒนาแผนงานจัดการเอกสาร มี
ดงั นี้ (Shepherd & Yeo, 2003; Robbins & Coulter, 2018)
● การวเิ คราะหสภาพแวดลอมองคการ (Environmental analysis)
● การศกึ ษาวฒั นธรรมองคก าร (Organizational culture)
● การศึกษาโครงสรา งองคก าร (Organization structure)
● การวเิ คราะหภารกจิ ขององคการ (Functional analysis)
1.การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มองค์การ
นกั จดั การเอกสารจำเปนตองศกึ ษาเกี่ยวกับสภาพแวดลอ มท่ีสง ผลตอ การดำเนนิ งานของ RMP ซง่ึ ประกอบดว ย ความเขาใจ
เก่ียวกบั แรงกดดนั ทง้ั ภายในและภายนอกขององคการในภาพรวม ตลอดจนลกั ษณะของสภาพแวดลอม เปน ตนวา ระเบียบ
ขอ บังคับ ซ่งึ สงผลโดยตรงตอ การจัดการเอกสารโดยเฉพาะการประเมนิ ความตอ งการเอกสารขององคก าร และกำหนด
ทิศทางของบุคลากรและทรัพยากรในแผนงานจดั การเอกสาร
คำวา สภาพแวดลอม ในท่ีนี้ หมายถงึ สภาพของปจจัยตางๆ ท่ีอยภู ายในและภายนอกองคก ารซึ่งสามารถสง อทิ ธิพลมายัง
ระบบการบริหารภายในองคก าร มผี ลตอ ประสิทธิภาพและความสำเรจ็ ของการบรหิ ารงานในองคก าร สภาพแวดลอม
ภายในองคการ (Internal environment) คือ ปจจยั ตางๆท่ีสามารถควบคมุ ไดต ามความตอ งการขององคก าร เชน
นโยบายการบรหิ าร, ความมุงหมายในการดำเนนิ ธุรกิจ, โครงสรางการบรหิ าร, ระบบการบริหาร, ปรชั ญาและวัฒนธรรม
ตลอดจนนโยบายฝายตางๆ สภาพแวดลอ มภายนอกองคก าร (External environment) คือ ปจ จยั ตา งๆทไ่ี มสามารถ
ควบคมุ ไดและอาจสง ผลตอ การดำเนินงานขององคก าร เชน สังคม กฎหมาย การเมือง เทคโนโลยี โดยเทคนคิ ทนี่ ยิ มใช
วเิ คราะหส ภาพแวดลอมองคก ารเพ่อื ชวยในการจดั การเชิงกลยทุ ธ คือ เทคนคิ การวเิ คราะห PEST (PEST analysis)
คำวา PEST เปนคำยอของ Political, Economic, Social, Technology ซ่ึงเปนสภาพแวดลอ มภายนอกองคการ ที่แม
ไมม ีความเกยี่ วขอ งโดยตรงกบั การดำเนินงานขององคการ แตก ็มอี ิทธิพลหรอื สง ผลกระทบทางออมตอ การปฏบิ ตั ิการของ
66 การจดั การเอกสาร | Records Management
องคก าร นักวางแผนกลยทุ ธจึงใชการวเิ คราะห PEST เปนเครือ่ งในการศกึ ษาภาพรวมในอนาคตของธุรกจิ , แนวโนมดา น
การตลาด, ปจจัยที่จะมผี ลตอ การเปลย่ี นแปลงในอนาคต
ตาราง4.1 FEST analysis
ปจจยั ความสำคัญ แนวทางการวิเคราะห
● สถานะความมั่นคงของรฐั บาล และรปู แบบของรัฐบาล
P สงผลกระทบตอ องคการไดท้ังทางบวกและทางลบข้นึ ● เสรภี าพของสื่อสารตามหลักนติ ิธรรมและระบบการ
ดานการเมืองและ อยกู ับวา ผลกระทบดังกลา วเปนโอกาสหรอื อปุ สรรค
กฎหมาย ตอ องคการ เชน นโยบายและเสถยี รภาพของรัฐบาล ดำเนนิ การของราชการในแตละทอ งถ่นิ
(Political and legal พฒั นาการทางการเมือง และนโยบายของรฐั ที่มผี ลตอ ● เสรีภาพในการทำธรุ กจิ หลากหลายรูปแบบของแตล ะ
factors) อุตสาหกรรม
ทอ งถ่ิน
E การแกไ ขกฎหมายและการปรบั ปรุงระเบยี บตางๆ ที่มี ● ธรรมภิบาลและปญ หาคอรปั ชัน่ ของรฐั บาล
ดา นเศรษฐกจิ ผลตอ การปรบั เปล่ยี นวิธกี ารทางการบรหิ าร โดย ● แนวโนมของกฎระเบยี บขอ บังคบั ที่จะออกมาใหม และ
(Economic factors) กฎหมายบางอยางนน้ั จะเอ้อื ประโยชนตอ การดำเนิน
กลยทุ ธขององคก าร แตก ฎหมายบางอยา งก็ขัดตอ กฎระเบียบขอ บังคบั ท่ีใชอ ยูในปจ จบุ นั
การดำเนินกลยทุ ธ ดงั น้นั ผูบริหารจะตอ งพจิ ารณาวา ● นโยบายภาษแี ละการคา
ขอกฎหมายนนั้ จะเออื้ ประโยชนห รอื เปนอุปสรรคตอ ● กฎหมายในดานตา งๆ เชน ดานสง่ิ แวดลอ ม ดานการ
องคการ
คุมครองทรพั ยสินทางปญญา ขอมลู ขา วสารภาครฐั
เปน เครอ่ื งบงช้ีใหเห็นถึงการจดั สรรทรพั ยากรทางการ และบุคคล สวสั ดิการแรงงาน
บริหาร และมสี ว นสำคญั ตอการดำเนนิ งานทางธุรกจิ
ขององคก ารอยา งสงู การวเิ คราะหป จ จัยดาน ● ขนั้ ตอนของวฏั จักรธุรกิจ
เศรษฐกิจกค็ อื การวเิ คราะหเพอ่ื การพยากรณภ าวะ ● สถานการณปจจบุ ันและการคาดการณก ารขยายตัว
เศรษฐกจิ ในอนาคตเพ่อื ที่องคการจะไดสามารถ
วางแผนการดำเนินงานไดอยางถูกตอ ง ทางเศรษฐกจิ ของอัตราเงินเฟอและอัตราดอกเบีย้
● การวา งงานและอปุ ทานของแรงงาน
S มีสวนเกีย่ วขอ งโดยตรงกับชวี ิตประจำวนั และมี ● ตน ทุนคาแรงงาน (ทงั้ แรงงานข้นั ต่ำ และ คา แรง
ดานสงั คมและ อทิ ธิพลตอพฤติกรรมการซอ้ื ของผบู ริโภค ผบู รหิ ารจะ
วัฒนธรรม ตองพจิ ารณาถงึ ปจจยั เหลา นีโ้ ดยจะตองพจิ ารณาถึง พนกั งานระดบั ฝมอื แรงงาน)
(Sociocultural การเปล่ียนแปลงในดา นตางๆ ที่เกิดข้ึนตลอดจนจะ ● ระดับรายไดแ ละการกระจายระดับชั้นของรายไดของ
factors) ตอ งพยายามมองหาโอกาสหรอื อุปสรรคทม่ี ตี อการ
ดำเนินงานทางธรุ กจิ ขององคก ารเพื่อนำมาใช คนทำงาน
ประกอบในการพจิ ารณากำหนดกลยทุ ธไดอ ยาง ● ผลกระทบของระบบเศรษฐกิจดิจิทลั
เหมาะสม ● แนวโนมผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงทาง
T การเขามาของเทคโนโลยใี หมสง ผลกระทบตอองคก าร เทคโนโลยหี รืออื่นๆ ท่มี ีผลตอเศรษฐกจิ
ดา นเทคโนโลยี ในแงข องระดบั ขีดความสามารถในการแขงขัน ● อตั ราการเตบิ โตของจำนวนประชากรและอายุเฉลย่ี
(Technological ● สขุ ภาพของประชากร และการเคล่อื นยายถิน่ ฐานของ
Factors)
ประชากร สังคมวิถีชวี ติ ของสังคมเมอื ง และสังคม
ชนบท ระดับการศึกษาเฉล่ยี และทัศนคตติ อการ
ติดตอการคา กบั ประเทศตางๆ
● ประชากรทใี่ ชแรงงานในตลาดแรงงาน
● ทัศนคตติ อ การทำงานกับบริษทั ตา งชาติ
● รูปแบบของประเพณีวฒั นธรรม วิถชี ีวติ ทอ งถิ่น
● การเปล่ียนแปลงทางสังคมและวฒั นธรรมทีก่ ำลังเกดิ
ขนึ้ ในทองถน่ิ นั้นๆ
● ผลกระทบของเทคโนโลยีอบุ ัติใหม
● ผลกระทบของระบบอนิ เตอรเ นต็ และระบบการตดิ ตอ
สอ่ื สารแบบดิจิทัล
● กิจกรรมการวจิ ัยและพัฒนา
● ผลกระทบของการถา ยทอดดานเทคโนโลยี
แผนงานจดั การเอกสาร 67
การวิเคราะห PEST มกี ระบวนการ 3 ขนั้ ตอน ดังน้ี
1)ระดมนักวางแผนกลยทุ ธท่ีจะตอ งชวยกันกำหนดปจจยั ตา งๆทเี่ ก่ียวขอ งกบั องคการ และนำไปใสใ นตารางการวิเคราะห
PEST
ตาราง4.2 ตารางวเิ คราะห PEST
Political Economic
● ขอ มูล1 ● ขอมูล1
● ขอมลู 2 ● ขอ มลู 2
● ขอมลู 3 ● ขอ มลู 3
●… ●…
Social Technology
● ขอมูล1 ● ขอมลู 1
● ขอมลู 2 ● ขอมูล2
● ขอมูล3 ● ขอมลู 3
●… ●…
2)กำหนดความสำคัญของขอมูล ประเมินความนา เชื่อถือของขอมูล และกำหนดน้ำหนกั ของปจ จัยที่จะมีผลกระทบตอ ธรุ กจิ
ของคุณแตละลำดับชนั้
3)สรุปผลจากขอมูลท่ีได กรอกในตารางและทำการวิเคราะหผลกระทบตอ ธรุ กจิ ตามนำ้ หนักท่ีไดก ำหนดไวต ง้ั แตต อนแรก
เพ่อื ปองกันการเขาขา งตวั เองของผูกรอก
นกั จัดการเอกสารใชเทคนคิ การวิเคราะหน ้ีเพ่ือทำความเขา ใจการดำเนนิ งานเชงิ ยทุ ธศาสตรท ง้ั หมดขององคการ เพื่อทจ่ี ะ
ประเมินผลกระทบตอการสรางเอกสาร และการกำหนดอายุเอกสาร
2.การศึกษาวฒั นธรรมองค์การ
วัฒนธรรมองคการ (Organizational culture) คือ คา นยิ มและความเชื่อท่ีมรี วมกนั อยางเปนระบบ อนั เกิดขน้ึ ในองคก าร
และใชเปนแนวทางในการกำหนดพฤตกิ รรมของคนในองคการนน้ั ดังนั้นวฒั นธรรมองคการจงึ เปน เสมอื นบคุ ลิกภาพ
(Personality) หรือ จิตวญิ ญาณ (Spirit) ขององคการ (Robbins & Coulter, 2018) โดยมีลักษณะสำคญั คือ
1) เปน คำอธบิ าย (Descriptive term) ถงึ ลักษณะหรือมติ ทิ ่ีองคการยดึ ถือตอ เนือ่ งมาเปน เวลายาวนาน
2) เปน การรับรรู วมกนั ของคนในองคก าร จากการมีประสบการณต างๆรว มกนั
3) เปน สงิ่ ท่ีคนในองคก ารสามารถเขาใจและอธิบายวัฒนธรรมองคก ารไดเ หมอื นกนั แมจะมีตำแหนง หนา ท่ี สถานะ
ตา งกัน
4) เปนสง่ิ ท่สี ามารถปรบั เปลย่ี นได เมอ่ื เวลาและสถานการณต า งๆเปลย่ี นไป
68 การจดั การเอกสาร | Records Management
การศกึ ษาวเิ คราะหวฒั นธรรมองคการ ชว ยใหนักจัดการเอกสาร เขา ใจวาองคการมกี ารดำเนนิ งานเปน อยา งไร ประเมินได
วาการจดั การเอกสารจำเปนตอ องคก ารอยา งไร และระบบเอกสารทเ่ี หมาะสมตอองคก ารควรเปน อยา งไร โดยการวเิ คราะห
วัฒนธรรมองคก ารจากเกณฑคณุ ลกั ษณะขององคก าร ซ่งึ จำแนกออกเปน 4 ประเภทดงั นี้
ตาราง4.3 วัฒนธรรมองคก าร
ประเภท ลักษณะ
1.วัฒนธรรมเนน บทบาท
(Role culture) ● ใหค วามสำคญั กบั การกำหนดตำแหนง บทบาทหนา ทแ่ี ละความรับผิดชอบไวอยา งชัดเจนเปน ลายลกั ษณอกั ษร (Job
2.วฒั นธรรมมุง ผลสำเร็จ description)
(Achievement ● โครงสรา งขององคการกำหนดไวช ดั เจนตามลำดบั ข้ันทางการบรหิ ารท่ีลดหล่นั กันไป (Hierarchy) ชัดเจน มคี ณะ
culture)
กรรมการตา งๆ และแผนกตางๆ
3.วัฒนธรรมมุงเนน ● มีกฎระเบียบขอ บงั คบั ในกระบวนการปฏิบัตติ า งๆชดั เจนทัว่ ทง้ั องคก าร
อำนาจ ● หนา ท่ีและโครงสรางเปลีย่ นแปลงยาก คงอยใู นระยะยาว
(Power culture) ● ไมชอบความเสย่ี ง และปฏิเสธนวัตกรรม หรอื แนวคิดใหมๆ
● อาศัยแบบฟอรม คูมือ ข้นั ตอนการทำงานเปนเครือ่ งมือในการทำงานประจำ
4.วฒั นธรรมมงุ การ ● การจดั สรรทรัพยากรตองมกี ารอนมุ ตั ิตามระดับข้นั
สนับสนุน ● ใชการตดิ ตอ ส่ือสารแบบเปน ทางการ หรือส่งั งานผา นเอกสาร
(Support culture) ● แรงจงู ใจในการทำงานมาจากความมัน่ คงและผลตอบแทนระยะยาว
● มโี ครงสรางยดื หยนุ กระตุนใหค นทำงานเปนทมี ในโครงการตางๆ
● มงุ ทผ่ี ลสำเร็จตามความมงุ หมาย เชน ตวั เลขยอดขายเพิ่มขนึ้ ผลประกอบการมีกำไร หรือมีสว นแบงของตลาดสูงขึ้น
● เนนคา นยิ มแบบแขงขันเชิงรุก ความสามารถรเิ รมิ่ ของบคุ คล และพงึ พอใจตอ การทางานหนักในระยะยาวจนกวาจะบรรลุ
ผลตามความมงุ หมาย
● ใหค วามสำคญั การแขงขัน มุงเอาชนะ พนักงานท่ีมผี ลงานดีจะไดผ ลตอบแทนสูงในขณะทผ่ี ูมผี ลงานตำ่ กวา เปา กจ็ ะถูก
ปรบั ออก
● มีระบบการใหร างวัลจงู ใจอยา งเขมแข็งสาหรบั คนท่ีทางานไดต ามที่กำหนด
● สนองตอบอยางรวดเรว็ ตอความเปลย่ี นแปลง หรอื แรงกดดันจากภายนอก
● สง เสริมการสอ่ื สารท้ังแบบเปน ทางการและไมเ ปน ทางการ ระหวา งแตละคณะทำงาน
● คณะทำงานแตล ะชดุ สามารถตัดสนิ ใจไดเอง โดยไมตองรอการอนมุ ัติจากสว นกลาง
● การทำงานเด่ียวเกิดขน้ึ ในกรณีท่ีตองการคนที่มคี วามรูความสามารถเฉพาะทาง และเปนการจางทำงานช่ัวคราว
● ใชคมู อื และแบบฟอรม ไมม าก
● องคการมักจดั การกบั งานประจำท่ที ำซำ้ ๆหรอื กระบวนการผลิตขนาดใหญไดย าก
● มเี พียงหนงึ่ หรือสองคนเทานั้นที่มอี ำนาจทส่ี ุด สามารถตดั สนิ ใจไดเ ดด็ ขาดเพียงผเู ดียว
● มีวธิ ีการสื่อสารอยา งเปน ทางการภายในองคการไมหลากหลาย
● ลำดบั ช้นั ของโครงสรา งองคก ารไมซับซอ น มคี ณะกรรมการตา งๆนอ ย
● การดำเนินงานมักไมเ ปน ทางการ ไมม กี ารจัดทำหลักฐาน/เอกสารในการตดั สนิ ใจในงานประจำ
● วดั กันท่ผี ลงานมากกวาวิธกี าร
● ตอบสนองตอ การเปล่ียนแปลงไดรวดเรว็ หากมาจากแรงผลัดดันจากผูมีอำนาจส่งั การ
● อาจไมเขม แขง็ หรือยัง่ ยืนหากผมู ีอำนาจออกจากตำแหนงหรอื ตาย
● ไมมีโครงสรา งชัดเจน
● ไมม กี ารบังคับบัญชาแบบลำดับช้นั หรือเปน กฎเกณฑต ายตัว
● สง เสรมิ สัมพนั ธภ าพของสมาชกิ ภายในองคก าร
● เนนใหมีการตอบแทนและมคี วามไววางใจซึง่ กันและกนั
● ใหค วามสนใจสวสั ดิภาพของผอู ืน่
● การตดั สินใจตา งๆมักใชม ติของประชาคมและใชค วามชน่ื ชอบสวนตัวในการตดั สินใจทัง้ น้ีเน่ืองจากตองการหลกี เลี่ยง
ความขัดแยง ภายในกลมุ
● มบี ทบาทรวมกันตามความเชีย่ วชาญ
แผนงานจัดการเอกสาร 69
การจัดการเอกสารเกย่ี วของกบั วฒั นธรรมองคก าร เพราะองคการที่มีวัฒนธรรมแตกตางกันยอมตองการวิธีการจดั การ
เอกสารที่แตกตางกนั อีกทั้งยงั ไมม วี ธิ ีการใดวิธกี ารหนึ่งทใ่ี ชไ ดกบั ทกุ องคการ นอกจากนย้ี งั ทำใหเกดิ ทศั นคติ การตดั สินใจ
ความรบั ผิดชอบ การดำเนินงานของนักจัดการเอกสารทแ่ี ตกตางกันอกี ดว ย
นักจดั การเอกสารจำเปนตอ งพฒั นากลยุทธทเ่ี หมาะสมกับองคก ารทีมวี ัฒนธรรมตา งกันไป แผนงานจัดการเอกสารภายใต
วัฒนธรรมองคการท่ีเนน บทบาท ตอ งมีตำแหนงทชี่ ัดเจน เปน ทางการตามสายการบงั คบั บญั ชาการสง่ั การ รายงานผลตาม
แนวดิ่ง ทำใหน ักจัดการเอกสารตองคน หาวา ใครเปน ผูมีอำนาจส่ังการในแตล ะสวน ซงึ่ เปน เร่ืองคอนขา งยากในการติดตอ
ประสานงานขา มหนว ยงานซง่ึ มีเสนแบง ชัดเจน ถาหากสถานภาพของนักจดั การเอกสารและ RMP อยใู นระดับลา ง ก็อาจจะ
ทำใหหนวยงานอน่ื ๆและเจา หนา ทรี่ ะดับสงู ไมคอยใสใจจะปฏบิ ัตติ ามคำแนะนำหรอื ขอกำหนดของ RMP นกั ในทางตรงกนั
ขา มหากจะทำใหก ารจัดการเอกสารมปี ระสิทธภิ าพ จะตองจัดตั้งคณะกรรมการดา นเอกสาร (Records committee) ขนึ้
หรอื กำหนดนโยบายท่ีเปนลายลักษณอ กั ษรสำหรับเจาหนาทร่ี ะดับอาวุโสเปนผูกำกับดูแล จึงจะสอดคลอ งกบั ลักษณะของ
วัฒนธรรมองคก ารที่เนนบทบาทนี้ โดยมีคูมอื การปฏบิ ัตงิ าน กฎระเบยี บ สำหรับการจัดการเอกสาร เปน เครือ่ งมอื หลักใน
การดำเนินงาน การดำเนนิ การ การตดั สนิ ใจ จะมกี ารบนั ทึกไวเ ปนหลกั ฐาน ซ่ึงจะชวยสนบั สนนุ เก่ียวกบั การสรา ง และการ
จดั เก็บเอกสารอยางเปนระบบดว ย (Shepherd & Yeo, 2003)
ในองคการทมี่ ีวัฒนธรรมแบบมงุ ผลสำเร็จ กจิ กรรมสว นใหญมักอยใู นรปู โครงการ นักจดั การเอกสารจำเปนตองทำความ
เขาใจวา แตล ะโครงการจัดตง้ั และไดรบั การอนุมัตอิ ยางไร เพราะหากไมเชนน้นั แลว การระบุแหลงทมี่ าหรอื แหลง กำเนดิ
(Provenance) และความเจาของเอกสารโครงการน้ันจะทำไดย าก ดงั นั้นจึงควรมกี ารกำหนดเรอ่ื งการจัดการเอกสารเอาไว
ในแผนของโครงการเลย เพ่อื ไมใหมีปญ หาในกรณีท่ีคณะทำงานหมดหนาทลี่ ง เพราะการจดั การเอกสารยอ นหลังจะเปน
เรื่องท่ยี ากมาก
สวนการจัดการเอกสารในองคการทม่ี ีวฒั นธรรมแบบมุงอำนาจ หรอื มงุ การสนับสนุน กเ็ ปน เรื่องทไี่ มคอยงายนัก ดวย
องคการที่มีวัฒนธรรมดังกลา วมักทำงานแบบไมเปนทางการ และบอ ยคร้งั ทกี่ ารตัดสินใจไมไดม ีการบันทึกไวอ ยางชดั เจน มี
เอกสารไมก่ีประเภทที่ถกู สรา งข้นึ เมอื่ โครงสรา งและกิจกรรมเปล่ยี นแปลงไดงา ย ดังนัน้ จึงมบี างประเดน็ นักจัดการเอกสาร
ตองคำนงึ ถึงคอื เมือ่ ผมู ีอำนาจมีเพยี งหนึง่ เดียว จงึ ดเู หมอื นวา เอกสารท่ีจัดทำขนึ้ มลี กั ษณะเปน สวนบคุ คลมากกวาเปน ของ
องคการ และผปู ฏบิ ตั ิงานสวนใหญไ มเห็นดว ยทจี่ ะจัดการเอกสารแบบรวมศูนย ดังนน้ั การจดั การเอกสารจะดำเนนิ การไป
ไดก็ตอเมอื่ มกี ารสนบั สนุนอยา งชัดเจนจากผมู อี ำนาจหรอื ไดรับฉนั ทามตริ วมกันของสวนรวม
วัฒนธรรมองคการนน้ั มคี วามแตกตางกนั ไปตามชว งเวลา เม่อื องคก ารนัน้ เตบิ โตและสภาพแวดลอ มเปล่ียน เชน คณะทำงาน
เลก็ ๆ อาจทำงานรวมกันภายใตว ัฒนธรรมมุงการสนับสนนุ แตเมอื่ สมาชิกบางคนกา วไปสูการเปนผกู อต้ังหรอื รเิ ริม่ งานใหม
มีการบงั คบั บัญชาสั่งการก็อาจเปลยี่ นไปสูวฒั นธรรมแบบมงุ อำนาจแทน การที่องคการจะเนนวัฒนธรรมลักษณะใดน้นั ขึน้
อยูกับความเหมาะสมของแตละองคก าร และปรับเปล่ียนไดเ ม่ือเวลาและสถานการณตางๆเปลี่ยนแปลงไปดว ย ดังนนั้ จึงพบ
วา มีวฒั นธรรมองคก ารรูปแบบใหมๆเกิดข้นึ เชน วฒั นธรรมองคการท่ีเนนการตอบสนองตอ ลกู คา (Customer-responsive
70 การจัดการเอกสาร | Records Management
culture), วฒั นธรรมองคการท่ีเนนนวตั กรรม (Innovative culture), วัฒนธรรมองคการทเ่ี นนจรยิ ธรรม (Ethical
culture), วฒั นธรรมองคการที่เนนความผูกพนั ตอ องคการดวยใจ (Spiritually and organizational culture) ซง่ึ นกั
จัดการเอกสารตอ งทำความเขาใจและปรับเปลย่ี นการทำงานของ RMP ใหส อดคลอ งกับวฒั นธรรมขององคการท่เี ปล่ียนไป
3.การศึกษาโครงสรา้ งองคก์ าร
โครงสรา งองคก าร (Organizational structures) คอื กรอบโครงงานขององคก าร ที่กำหนดงาน กลุมงาน และความ
สัมพนั ธของงานไว (Robbins & Coulter,2018) โครงสรา งขององคการแตละแหง แตกตางกนั องคก ารขนาดใหญกับขนาด
เล็กมีโครงสรา งท่ีไมเ หมอื นกนั แมองคก ารขนาดเดยี วกันก็ไมจ ำเปน ตองเหมอื กกนั การจดั โครงสรา งท่ีเหมาะสมสำหรับ
องคก ารหน่งึ อาจไมเหมาะสมกบั อีกองคการหนึง่ ก็ได
รูปแบบโครงสรา งองคการทีน่ ิยมกันมาแตต้งั เดิม คอื
● โครงสรา งองคก ารแบบงา ย (Simple structure) เหมาะสำหรบั องคการขนาดเล็ก ที่เพง่ิ กอต้ัง มีการแบงฝายนอย
ชวงการบังคับบญั ชากวา ง อำนาจรวมศูนยท ่ีคนเดยี ว การจัดระเบยี บงานนอ ย
● โครงสรา งองคก ารแบบแบงตามภารกิจ (Functional structure) เหมาะกบั องคก ารทมี่ ขี นาดใหญ พนกั งานมาก
ขน้ึ เนนความเฉพาะดานมากข้นึ กฏระเบียบมากขน้ึ จัดกลมุ งานทท่ี ำหนาที่เหมือนกนั เปน ฝา ยหรือแผนก เชน
ฝายการเงนิ ฝายทรพั ยากรมนษุ ย ฝา ยการตลาด
● โครงสรางองคก ารแบบตามหนว ยงาน (Divisional structure) ประกอบดวยหนวยงานทม่ี ีอสิ ระในการดำเนนิ งาน
ตดั สนิ ใจ ผลกำไรเปน ของตนเอง โดยเฉพาะ เชน แบง ตามผลติ ภณั ฑ แบง ตามพ้ืนท,ี่ แบงตามลูกคา, แบงตาม
กระบวนการผลติ
ปจ จุบันองคการสมัยใหมตองการความคลองตัว ยืดหยุน ตอบสนองการเปล่ยี นแปลงไดอยางรวดเรว็ มากขนึ้ จึงพบวามี
โครงสรา งองคก ารแบบใหมๆ เกิดหลายรูปแบบ เชน โครงสรา งแบบทีม (Team-based structure), โครงสรางแบบแมท
ทรกิ ซ (Matrix structure), โครงสรางแบบโครงการ (Project structure), องคการแบบไมม ขี อบเขต (Boundaryless
organization)
องคการแตละแหง มีโครงสรา งที่แตกตา งกนั บางแหงอาจมีโครงสรางที่ยืดหยุน ในขณะที่บางแหงอาจมีโครงสรางที่ตายตวั
กวา ข้นึ อยูกับสภาพแวดลอมหรือบริบทของแตล ะองคการ ตามทฤษฎีการจดั การเชงิ สถานการณ (Contingency theory)
ที่เชื่อวาองคก ารเปน ระบบเปด จึงไดร บั อทิ ธิพลจากสภาพแวดลอมภายนอก ในขณะเดยี วกนั สภาพแวดลอ มภายในของ
แตละองคการกแ็ ตกตางกัน ดังนั้นจึงไมม ีหลกั การบรหิ ารใดทเี่ ปน สากล สามารถนำไปใชไ ดก บั ทุกองคการ ทำใหการจัด
โครงสรา งองคการแตละแหง แตกตา งกันตามสถานการณ หรือบรบิ ททแี่ ตกตางกันการจดั โครงสรางทเ่ี หมาะสมกับองคการ
หน่งึ อาจไมเ หมาะสมกับอีกองคการหนง่ึ
แผนงานจัดการเอกสาร 71
Tom Burns และ G.M. Stalker ซึง่ เปนนกั คิดในกลุมทฤษฎีการจดั การเชิงสถานการณไดจ ัดแบง องคก ารตามลกั ษณะ
โครงสรา งและการบริหารงานเปน 2 ลักษณะคือ (Robbins & Coulter, 2018)
1) องคการแบบเครอื่ งจกั ร (Mechanistic organization) มีโครงสรา งทต่ี ายตัว มีความคงที่ มีกฎระเบยี บแบบแผน
การควบคมุ อยางเขม งวด รัดกมุ มกี ารกำหนดความเชย่ี วชาญของผูทำงานสงู มกี ารแบงกลมุ เปน กลุมยอยจำนวน
มากตามความเช่ยี วชาญ ชว งการควบคุม หรอื จำนวนผูอยใู ตบ งั คบั บญั ชาทถ่ี ูกควบคมุ จากผูบังคบั บญั ชาคนหนึ่ง
โดยตรงมีความแคบ มีความแนน อนสูงความแปรปรวนตำ่ มกี ารรวมอำนาจการตัดสินใจไวท ศ่ี นู ยก ลางผูบรหิ าร
ระดับสงู มาก การส่อื สารจะเปน จากบนลงลางและมีการเปด โอกาสใหผ ทู ำงานในระดบั ลางมสี วนรว มในการตัดสิน
ใจนอ ย ลกั ษณะการทำงานขององคก ารจงึ เปนเหมือนเครื่องจกั ร ลักษณะเชนน้พี บไดในระบบราชการ
2) องคการแบบสิ่งมชี ีวติ (Organic organization) มกี ารกำหนดความสัมพนั ธระหวางคนทำงาน และระหวางหนวย
งานไวอ ยา งหลวมๆ มคี วามยดื หยุนและปรับตัวไดง าย มกี ารกระจายอำนาจสูง การสง่ั การมหี ลายชอ งทาง การ
สอื่ สารเปน แบบสองทาง บคุ ลากรทุกระดบั มีสวนรวมในการเสนอความคดิ เห็นและการตัดสินใจ มีกฎระเบยี บไม
มาก และสามารถเปล่ียนแปลงไดโ ดยงาย ลกั ษณะการทำงานขององคการจึงเปน เหมือนสง่ิ มีชีวติ บางครัง้ เรยี ก
องคก ารแบบน้ีวา องคก ารท่ีมีชวี ิต (Living organization)
ความแตกตา งของโครงสรางองคการ 2 ประเภท อาจพจิ ารณาเปรยี บเทยี บจากองคป ระกอบตางๆ ดังน้ี
ตาราง4.4 เปรียบเทยี บองคประกอบขององคก ารแบบจกั รกล กับองคการแบบสิง่ มีชีวิต
องคประกอบ องคการแบบจักรกล องคก ารแบบสิง่ มีชวี ติ
ความชำนาญงาน ชำนาญงานเฉพาะในหนาท่ีของฝา ย/แผนก ระดมความชำนาญในสาขาตางๆมารวมทมี งานในโครงการ
(Work Specialization) พเิ ศษ
ฝา ย/แผนกมากกวา , มคี วามหนาท่เี ฉพาะเจาะจงชัดเจน
การจัดฝา ย/แผนกงาน ฝาย/แผนกนอ ยกวา ,
(Departmentalization) รวมอำนาจ (Centralization) หนา ทห่ี ลากหลาย
อำนาจบริหาร กระจายอำนาจ (Decentralization)
(Executive Power)
จากผูบ ริหารสงู สดุ ลงมาถงึ ผูปฏิบตั งิ านระดับลา งสดุ ยาว จากผบู รหิ ารสงู สดุ ลงมาถึงผูปฏิบตั ิงานระดบั ลางสุดสัน้
สายการบังคบั บัญชา
(Chain of Command) แคบ กวา ง
ชว งการควบคมุ บนลงลา ง สองทาง
(Span of Control)
มีกฎระเบียบ วธิ ปี ฏบิ ตั มิ าก มกี ฎระเบยี บ วิธปี ฏิบตั ินอย
การส่ือสาร
(Communication)
การจดั ระเบยี บงาน
(Formalization)
องคการเหมาะกับโครงสรา งแบบใดน้ันขน้ึ อยกู บั ปจ จยั สถานการณ (Contingency factors) คือ
1) กลยทุ ธขององคก าร หากใชแ บบเดนิ หนา (Forward) กจ็ ะตอ งจดั โครงสรา งใหมโดยเพม่ิ หนว ยงาน ตำแหนง ฝา ย
หรือหากใชกลยุทธถอดถอย (Retrenchment) ก็ตอ งปรับโครงสรางโดยการยุบ ลดแผนก ฝา ย
2) ขนาด ถาองคการมขี นาดใหญม ักใชโ ครงสรา งแบบจกั รกล ขณะทอี่ งคการขนาดเล็กใชโครงสรางแบบสิง่ มีชีวติ
72 การจัดการเอกสาร | Records Management
3) เทคโนโลยี หากองคก ารใชเ ทคโนโลยที ผี่ ลิตสนิ คาเปน หนว ยใหญ (Unit production) จำนวนไมมาก หรอื การ
ผลติ ท่ีเปน กระบวนการตอ เนือ่ ง (Process production) ควรจัดโครงสรางองคการแบบสง่ิ มชี ีวิต แตห ากเปน การ
ผลิตคร้งั ละมากๆ (Mass Production) ควรจดั โครงสรา งแบบจกั รกล
4) สภาพแวดลอ ม ในสภาพแวดลอมทคี่ อ นขา งแนนอน (Stability) ควรจดั โครงสรางองคการแบบจักรกลแตหาก
สภาพแวดลอมที่คอนขางไมแนนอน (Uncertainty) ควรใชโ ครงสรางองคการแบบสง่ิ มชี วี ติ ซ่ึงยืดหยุนกวา
อาจสรุปไดวาโครงสรา งแบบจกั รกล เหมาะกบั งานในลกั ษณะประจำแนนนอน (Routine) สวนองคการแบบมชี วี ิตเหมาะกับ
งานไมประจำหรือแบบสรา งสรรคมากกวา
การศึกษาโครงสรา งองคการอาจทำไดโ ดยพจิ ารณาจากเอกสารผังโครงสรางองคการ ทม่ี ักระบุสายงานการบงั คับบญั ชา
บุคลากร หนาทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ นักจัดการเอกสารตองรจู กั โครงสรางองคการเปนอยางดี เพราะจะทำใหไดก รอบคิดเชงิ การ
บริหารที่ทำใหเห็นวา เอกสารถูกสรา งข้ึนมาไดอยางไร และยังตองทำความเขาใจวา องคการเปลย่ี นโครงสรางไปอยางไรตลอด
เวลาที่ผานมา เพื่อที่จะสามารถตีความ อธบิ ายบรบิ ทของเอกสารท่ีถูกสรางข้นึ มาในอดตี ได และยงั ชวยใหม่ันใจวาเอกสารท่ี
สรางขึ้นในปจ จุบนั จะยังมีความหมายเพียงพอสำหรับการเขาใจไดในอนาคต
เอกสารที่เกิดขนึ้ ในโครงสรา งองคการเดิม ยอมมบี รบิ ทที่แตกตา งไปจากเอกสารทเ่ี กดิ ข้ึนในโครงสรา งองคก ารใหม นัก
จดั การเอกสารอาจตอ งสัมภาษณบคุ ลากรเพิ่มเติม เพ่อื ชวยใหภ าพของโครงสรางองคก ารทัง้ ในอดตี และปจจบุ นั ชัดเจนย่ิงขึน้
และนกั จัดการเอกสารอาจตอ งเพิ่มเตมิ โครงสรางในสวนทย่ี งั ขาดใหสมบูรณ โดยการศกึ ษาจากตัวเอกสารเองอีกดวย
4.การวิเคราะหภ์ ารกจิ และกิจกรรมขององค์การ
องคก าร คอื กลมุ บุคคลท่ีมารวมตัวกัน โดยมคี วามมุงหมายบางอยา งรวมกนั และดำเนินกจิ กรรมอยา งมขี นั้ ตอนเพ่อื ให
บรรลคุ วามมงุ หมายนัน้ นักจดั การเอกสารตอ งทำความเขา ใจความมงุ หมาย ภารกิจ และกจิ กรรมขององคการอยา งชดั เจน
เพือ่ ใหสามารถพัฒนาระบบการจดั การเอกสารทีม่ ปี ระสิทธิภาพและสง เสรมิ ใหอ งคการบรรลุความมุงหมายได
ความมงุ หมาย (Purpose) หรอื เปาหมายเปน ส่งิ ที่สามารถแปลงลงสภู ารกจิ ขององคก าร เชน ความมุงหมายขององคก าร
ทางการเงนิ ยอมตองมภี ารกิจดา นการผลติ การตลาด การขาย ความมงุ หมายขององคก ารมักระบุไวใ นเอกสารท่ีเปน
ทางการ และมกั แสดงอยใู นรปู การประกาศวิสัยทัศน (Vision) และแสดงพนั ธกจิ (Mission) เพ่อื เปนตัวกำหนดทิศทางของ
องคการ และเปนเหตผุ ลแหง การดำรงอยขู องกิจการ
วัตถปุ ระสงค (Objectives) เปนตวั กำหนดความมงุ หมายเฉพาะเจาะจง แคบกวา และชดั เจนกวา เปนจุดท่ีตอ งใชค วาม
พยายามทีจ่ ะไปถึงเปรยี บเสมือนเปน เข็มทศิ นำทางใหด ำเนินไปขางหนา
ภารกิจ (Function) เปน หนวยใหญสดุ ของกิจกรรมทางธรุ กิจขององคการ เปน ความรบั ผดิ ชอบหลักขององคการที่กระทำ
เพ่อื ใหบรรลคุ วามมุง หมาย และเปน ผลรวมระดบั สงู สุดของกิจกรรม ภารกิจอาจมภี ารกิจยอ ย (Sub-function) ไดอ กี ใน
บรบิ ทขององคการองคการ ภารกจิ คือสง่ิ ทเี่ ปน ตรรกะ (Logical entities) และถกู อธิบายดว ยทำท่ีมคี วามหมายเขาใจตรง
แผนงานจัดการเอกสาร 73
กนั ท้งั องคการ ในทางปฏิบัตเิ มือ่ เปา (Aims) และวัตถุประสงค (Objectives) ขององคก ารเปลีย่ น ภารกิจใหมอาจเกิดขน้ึ
หรอื ภารกิจเดิมหยุดไป ยกเวนแตบ างภารกิจพ้ืนฐานท่ีทุกองคก ารควรมีก็จะดำเนนิ ตอ ไป เพยี งแตยา ยไปสโู ครงสรางใหม
โดยโครงสรางขององคการจะถูกออกแบบบนพน้ื ฐานของภารกิจในองคการนน่ั เอง
องคก ารอาจมีภารกจิ เฉพาะไดต้งั แต 5-10 ภารกิจ เชน การบริหารทรัพยากรบุคคล, การเงนิ , งานอาคาร/บริหารสินทรพั ย,
การอนามัยและความปลอดภยั , การประชาสัมพันธ, การตลาด, การจดั การเอกสารและสารสนเทศ นอกเหนือจากภารกิจ
เชิงการบรหิ ารทว่ั ไปท่ีทกุ ๆองคก ารตองมี ซ่ึงจำนวนภารกิจน้ันไมข้นึ อยกู บั ขนาดขององคก าร ในองคการบางแหงอาจมี
ภารกจิ เฉพาะไมก ่ีภารกิจ ขณะทีบ่ างองคก ารมหี ลายภารกจิ ได (Franks, 2018)
กิจกรรม (Activities) เปนหนว ยยอยของภารกิจ เปน สวนหลกั ของการดำเนนิ งานโดยองคการ เพือ่ ใหบรรลุความมุงหมาย
ตามภารกจิ ตัวอยางเชน ภารกจิ ดา นการบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล อาจมีกจิ กรรมดงั ตอ ไปนี้ การรบั สมัครบคุ ลากร, การฝก
อบรม, สวสั ดกิ าร และอ่นื ๆ กจิ กรรมเปน การกระทำหรือชดุ ของการกระทำทร่ี บั ผดิ ชอบโดยบุคคล กลมุ บุคคลหรือหนว ยงาน
ถา ในกจิ กรรมน้นั มผี มู ารว มกันดำเนินการตั้งแต 2 ฝาย เปนตน ไป เรียกวา ธุรกรรมหรือการดำเนินงาน (Transaction)
องคก ารตอ งมีกจิ กรรมเพ่ือใหภารกจิ ขบั เคลือ่ นไดก จิ กรรมทส่ี มบรู ณตองมีผลลัพธ (Output) ซึง่ มาจากปจ จัยนำเขา (Input)
ดว ย
กิจกรรม แบงออกเปน 2 ประเภท ตามธรรมชาติของงานหรือขนั้ ตอนทตี่ า งกันคอื (1)กิจกรรมประจำ (Routine activities)
ประกอบดวยระบบยอยที่เปน แบบแผน มขี นั้ ตอนการดำเนินงานชัดเจน (2)กจิ กรรมเชงิ สรางสรรค (Creative activities)
ประกอบดว ยระบบยอ ยที่เปน งานสรางสรรคและ/หรือ เปนแบบแผนงานประเภทนมี้ ตี ง้ั แตขนาดใหญไ ปจนถงึ เล็ก เชน การ
สรางโรงพยาบาล, การเขียนบทความทางวชิ าการ ความแตกตางระหวางขนั้ ตอนงานทเ่ี ปนแบบแผนกบั งานสรางสรรค เปน
ปจ จยั สำคญั ในการออกแบบระบบการจัดการเอกสาร
การดำเนนิ งาน/งาน (Transaction/Task) คือ ส่ิงทเี่ กดิ ขึ้นในแตละกิจกรรม ซ่งึ เกดิ ขน้ึ และเรยี งกันไปเปน ขนั้ ตอน (Step)
การดำเนินการบางอยา งอาจรับผดิ ชอบโดยบางคน หรอื หลายคน บางงานทำใหเกดิ เอกสารขน้ึ และเอกสารทเี่ กิดจาก
หลายๆงานรวมกนั เปน เอกสารของกิจกรรม ตวั อยางกจิ กรรมรบั สมัครบุคลากร อาจประกอบดวยการดำเนนิ การ/งาน ตอ ไป
น้ี ประกาศประชาสัมพันธ, สมั ภาษณ, สอบคดั เลอื ก
ข้นั ตอน (Step) คือ หนว ยทเ่ี ลก็ ทส่ี ุดของกจิ กรรมทางธุรกิจ เกดิ ขึ้นเปนลำดับ และยังสามารถแยกยอยลงไปอกี
(sub-sub-step)
74 การจดั การเอกสาร | Records Management
ภาพ 4-1 แสดงความสัมพันธระหวาง หนาท-่ี กิจกรรม-การดำเนินงาน
ภารกิจและกิจกรรมมคี วามแตกตา งกันในดา นกรอบเวลา โดยกจิ กรรมตองมกี ารกำหนดจดุ เร่มิ ตนและสน้ิ สุด ขณะที่ภารกิจ
ดำเนนิ ไปโดยไมมีเวลาส้ินสุด เชน ภารกิจการทำนบุ ำรงุ ศิลปวฒั นธรรม เปน สง่ิ ทอ่ี งคการทำมาโดยตลอด โดยมีกจิ กรรม วัน
สงกรานต วนั ลอยกระทง และวนั อ่นื ๆเกดิ ขน้ึ ในแตล ะปหรืออาจละเวนไมจัดบางปก็ได ภารกิจคือคำอธิบายความรบั ผิดชอบ
ขององคก ารอยางกวา ง และเปน สิง่ ทม่ี คี วามเฉพาะตามขอบเขตของภารกิจน้นั ๆ ตอ งแตกตา งหรือไมซ้ำกนั กบั ภารกจิ อ่นื ใน
ขณะท่กี จิ กรรมอาจเกดิ ขนึ้ ซำ้ กนั ในหลายภารกจิ ก็ได (Shepherd & Yeo, 2003 ; Public record office Victoria,2010)
ภาพ 4-2 แสดงความสัมพนั ธระหวาง เปา หมายขององคก าร-หนา ท่-ี กิจกรรม-การดำเนินงาน (ปรบั ปรงุ จาก Shepherd &
Yeo, 2003)
แผนงานจดั การเอกสาร 75
1)เทคนคิ การวเิ คราะหภ์ ารกจิ องคก์ าร (Functional analysis)
เอกสารขององคก าร ยอ มเกดิ ขึน้ ตามกิจกรรมทที่ ำข้นึ เพื่อใหบ รรลุความมุงหมายหมายขององคการ เพอื่ ใหเขาใจบริบทของ
องคก ารในระดบั กวาง นกั จัดการเอกสารตองวิเคราะหภ ารกจิ และความรับผิดชอบขององคการ ซงึ่ เปน กระบวนการของการ
คนหาและบนั ทึกวาองคการดำเนนิ ธุรกิจอะไร โดยใชห ลักการวเิ คราะหจากบนลงลาง (Top-down approach) การ
วเิ คราะหระดบั บนสุดจะทำใหภาพกวา งของระบบสว นประกอบอนื่ ๆในระดบั ถัดมาเปน ระบบยอย (Sub-system) ขอ มูลที่
จำเปนตอ การวิเคราะหภารกิจองคก ารไดม าจาก การวิจยั จากขอ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ (Desk research), การสมั ภาษณ, การสงั เกต,
รายงานประจำป, แผน, คูม ือ, การอภิปรายของผมู สี ว นไดส วนเสีย ผลจากการวิเคราะหภารกิจองคก ารทำใหได แบบจำลอง
ตรรกะภาพของภารกจิ และกจิ กรรมภายในองคก าร (Logical model) ทแี่ สดงระบบและระบบยอย โดยแบบจำลองอาจอยู
ในรูปแผนภาพหรือตารางจำแนกองคประกอบท่ีเปน ลำดับช้ัน (Hierarchical model) ซ่งึ จะใหคำอธบิ ายทชี่ ดั เจนเก่ยี วกับ
ภารกจิ และกิจกรรมขององคการ เกณฑพ้ืนฐานสำหรบั การจัดหมวดหมู ประเมินคณุ คา เปนจดุ เริ่มตน ท่ีดีในการพฒั นา
RMP และเปนเครือ่ งมือหลกั ในการวางแผนและปฏิบตั ิการของ RMP ทง้ั ยังเปนวิธีท่ีทำใหไ ดก รอบการทำงานทแ่ี สดงภาพ
รวมท้งั หมดวาองคก ารทำภารกิจและกิจกรรมใดบางอีกดว ย
การวิเคราะหภารกิจองคก ารมแี นวทางดังน้ี (Public record office Victoria, 2010)
● ข้ันวางแผน (Planning) ในขั้นนเ้ี ปน การระดมสมอง ปรึกษาหารอื ผูมสี ว นไดส วนเสยี ตลอดจนทบทวนขอบเขต
การทำงาน งบประมาณ ตัง้ คณะกรรมการดำเนนิ งาน คณะกรรมการท่ีปรึกษา ดำเนินการศกึ ษาขอ มลู เบือ้ งตน
เพือ่ นำไปรางภารกิจและกิจกรรมขององคการในข้นั ตอนตอไป
● ขนั้ พัฒนา (Development) ในขน้ั นเ้ี ปนการวเิ คราะห ยกรางภารกิจและกจิ กรรมขององคการ จากน้ันจึงใหผ มู ี
สวนไดสว นเสยี ยืนยนั ความถกู ตอ ง ตรวจสอบการใชภาษา ความสม่ำเสมอของคำอธิบายแลว จงึ นำผลที่ไดไ ปใหผู
บรหิ ารพิจารณาประกาศใช
● ขนั้ ดแู ล (Maintenance) ในขั้นนเี้ ปน การนำผลไปใช ตลอดจนการตรวจสอบ ปรบั ปรงุ แกไ ขใหทนั สมัยและถูกตอ ง
ย่ิงขน้ึ
2)เทคนิคการวเิ คราะห์กระบวนการ (Process analysis)
เทคนิคการวิเคราะหน้ีใหภาพระดับลกึ เกีย่ วกบั การจัดทำและใชงานเอกสารในแตละกระบวนการ เปนเทคนคิ ทเี่ หมาะ
สำหรับใชวเิ คราะหกระบวนการท่ีทำเปนประจำ (Routine process) การวิเคราะหก ระบวนการมคี วามซบั ซอนและใชเ วลา
มาก โดยเฉพาะอยางย่งิ ในองคก ารขนาดใหญ ทมี่ กี ระบวนการหลากหลาย อยา งไรก็ดี ปจ จุบันมซี อรฟแวรจำนวนมากที่
สนับสนุนการวิเคราะหก ระบวนการ และมีเทคโนโลยีทชี่ วยในการวเิ คราะหก ารเคล่ือนไหวของเอกสารและขอมูลใน
กระบวนการทีท่ ำเปน ประจำ
ประโยชนข องการวิเคราะหกระบวนการ ในงานจดั การเอกสาร คอื ใชส ำหรบั การวางแผน และนำระบบการจดั การเอกสาร
ไปใช ทง้ั ในบรบิ ทของเอกสารกระดาษและดจิ ทิ ัล และยงั ใหความเขา ใจเชงิ ลึกเก่ียวกบั การสรา งเอกสารตั้งแตระดบั แรก ชวย
ใหนกั จดั การเอกสารเขา ใจเกี่ยวกับการเคลอ่ื นทขี่ องเอกสารในแตละขนั้ ตอนตลอดทั้งกระบวนการ และยังใหจ ดุ เนนสำคญั ที่
76 การจัดการเอกสาร | Records Management
ควรตระหนกั ในอนาคตเกยี่ วกบั การนำเอกสารเขา สรู ะบบ หรอื ใชกำหนดสมรรถนะของโปรแกรมจัดการเอกสารดิจิทลั ไดอ กี
ดวย
การพัฒนาแผนงานจัดการเอกสาร
ในการพัฒนา RMP จำเปนตอ งใชวิธกี ารเชงิ ระบบ (Systematic approach) ในการวางแผน ออกแบบ และนำไปใช การ
วิเคราะหบรบิ ทขององคการโดยใชเทคนคิ ตางๆ ทัง้ ในระดบั ลกึ และกวา ง ก็เพือ่ นำไปสูการจัดต้งั หรือพัฒนา RMP และชว ย
สนองตอบตอ การเปล่ยี นแปลง สำหรบั ประเดน็ สำคญั ในการพัฒนาแผนงานจัดการเอกสาร ประกอบดวย
1) การกำหนดนโยบายการจดั การเอกสาร
2) การกำหนดหนาทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ
3) การพฒั นาระบบงานเอกสาร
การกําหนดนโยบายการจดั การเอกสาร
ในการจดั ตง้ั และดำเนนิ งานใหแผนงานจัดการเอกสารประสบความความสำเร็จ ทุกองคก ารจำเปน ตองมขี อตกลง/นโยบายท่ี
ชัดเจนเก่ียวกับการจัดการเอกสาร โดยเปา หมายของนโยบาย ก็เพอื่ สรา งและจดั การใหเ อกสารยังคงความจรงิ แท
(Authentic), นา เช่ือถือ (Reliable), สมบรู ณ (Complete), ใชงานได (Useable) สามารถสนบั สนนุ ภารกจิ และกิจกรรม
ขององคการตราบเทาท่ียงั มคี วามตอ งการอยู นโยบายการจัดการเอกสารควรกำหนดอยา งเปนลายลกั ษณอ กั ษร โดยผมู ี
อำนาจระดับบนสุดของการตดั สนิ ใจประกาศใหมผี ลบังคบั ใชท ่ัวทัง้ องคการ สำหรบั หนว ยงานของรฐั มักกำหนดนโยบายการ
จดั การเอกสารในรปู แบบของระเบียบทอี่ าศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตางๆ เชน ธนาคารแหง ประเทศไทย ออก
ระเบียบธนาคารแหง ประเทศไทย ที่ ท22/2552 เรือ่ ง การจดั การเอกสารของธนาคารแหง ประเทศไทย ระเบียบธนาคาร
แหงประเทศไทย ท่ี ท 45/2554 เร่ือง การจดั การเอกสารจดหมายเหตขุ องธนาคารแหง ประเทศไทย มหาวทิ ยาลัยขอนแกน
ออก ระเบียบมหาวทิ ยาลัยขอนแกน วาดวย งานสารบรรณ พ.ศ. 2561
นโยบายควรมสี วนประกอบดงั น้ี (สมสรวง พฤตกิ ุล, 2546 ; ARMA International, 2016)
● สวนอารมั ภบท (General policy statement) ขอ ความทใ่ี หทราบวานโยบายการจัดการเอกสารเปนกรอบ
สำหรับการบรหิ ารจัดการ และการดำเนนิ งานเอกสารขององคการ และระบหุ นว ยงานบุคคลทเ่ี ก่ยี วของ
● สวนระบคุ วามรบั ผิดชอบ (Responsibilities) ขอความที่ระบชุ ่ือหนว ยงานทม่ี อี ำนาจหนาที่ ความรบั ผิดชอบใน
การบริหารจดั การเอกสารขององคก าร และผทู ีใ่ หอ ำนาจดังกลาว
● วัตถปุ ระสงคของแผนงานจดั การเอกสาร (Objectives) ขอความกลา วถึงวตั ถุประสงคของการจดั การเอกสารทม่ี ี
ตอ องคก ารและสังคม
แผนงานจดั การเอกสาร 77
● คำจำกัดความ ท่ีตองเขาใจตรงกันตามนโยบาย
● ขอ กำหนดในการบริหารจัดการเอกสารของผูร บั ผดิ ชอบการบรหิ ารและดำเนินงานจดั การเอกสาร ขอบขายงาน
และลกั ษณะของการดำเนินการจดั การเอกสารแตล ะกจิ กรรม
● ขอความกลาวถึงการฝกอบรมบุคลากร กำหนดการและเตรียมการดำเนินงานการฝก อบรมบุคลากร
● ขอความกลา วถงึ การประเมินระบบ กำหนดวิธีการและระยะเวลาการประเมนิ และติดตามผลระบบการจดั การ
เอกสารเพอ่ื การปรับปรุงระบบใหท ันตอการเปลยี่ นแปลงตา งๆ
แตเดิมเหตุผลสำคัญที่ตอ งกำหนดนโยบายการจัดการเอกสาร กเ็ พ่ือทำใหชว ยใหล ดพ้นื ที่จดั เก็บ หรือลดคาใชจายในการดูแล
เอกสาร แตในยุคดจิ ทิ ลั ซง่ึ ไมต อ งกังวลในเรือ่ งพนื้ ที่จดั เก็บเอกสารเชิงกายภาพอีกตอ ไป นโยบายการจัดการเอกสารยุคใหม
ควรเนน ท่ีความจำเปนหรือประโยชนตอการกำกบั ดแู ลสารสนเทศ โดยเฉพาะประเด็นภาระรับผดิ ชอบ หนาที่ตามกฎหมาย
การเปนพยานหลกั ฐาน และขอ มลู เพื่อสนบั สนนุ ศักยภาพในทางธุรกจิ แทน
ภาพ 4-3 ตัวอยางนโยบายการจัดการเอกสารของธนาคารแหง ประเทศไทย (ท่ีมา: ทมี บรหิ ารงานเอกสาร ฝายสงเสรมิ ความ
รทู างการเงิน ธนาคารแหง ประเทศไทย)
78 การจดั การเอกสาร | Records Management
การกาํ หนดหน้าทีความรบั ผดิ ชอบ
เมื่อแผนงานจัดการเอกสารถูกจดั ตง้ั ข้นึ ในองคการ ความรบั ผดิ ชอบจะถกู แบง เปน หลายระดบั ท้งั ระดับบริหาร ซงึ่ ทำหนาที่
กำหนด กำกบั นโยบาย ตดั สินใจ และระดบั ปฏิบัติการ ซึง่ รับผดิ ชอบกระบวนการทำงานในรายละเอียด องคการอาจเลอื กใช
แนวทางตา งๆ เชน แตง ตั้งทปี่ รึกษากำหนดความรบั ผดิ ชอบใหกับบุคลากรทม่ี ีอยู หรือวาจา งนกั จดั การเอกสารทม่ี ี
ประสบการณ ใหม าทำหนา ท่ใี นวางแผนและขับเคล่อื นแผนงานจดั การเอกสาร
ในองคการไมว า จะขนาดเทาไรกต็ าม จำเปน ตอ งอาศัยทมี งานจากหลายสาขา เขามาทำงานรว มกัน มสี ว นรว มในการกำหนด
นโยบายรวมกัน โดยนักจัดการเอกสารอาจทำหนาท่เี ปนผนู ำหรอื ผปู ระสานงานโครงการก็ได
ตวั อยางการกำหนดหนา ทีค่ วามรับผิดชอบ
ชื่อตำแหนง : นกั จดั การเอกสารอาวุโส (Senior Records Manager)
วัตถปุ ระสงคข องตำแหนง งาน: วางแผน ออกแบบ พัฒนา และปรบั ปรุงระบบการจดั การเอกสาร ดว ยการประยกุ ตใ ชเ ทคโนโลยี
ท่ีเหมาะสม เพอื่ ใหก ารจัดการเอกสารทง้ั รปู กระดาษและดิจิทลั ไดม าตรฐานอยางครบวงจร ต้งั แตก ารสรา ง จดั เก็บ สืบคน จนถงึ
การทําลายเอกสาร วางแนวทางในการออกแบบ จัดทำแบบแผนการจดั หมวดหมเู อกสาร ใหสอดคลอ งกับภารกิจขององคก าร
ควบคุมดูแลจัดการแฟม เอกสารท่ีมชี ั้นความลับทุกสว นงาน ตลอดจนบรหิ ารความเสี่ยงการเกบ็ รักษาเอกสารสําคญั ซ่งึ เปน
สนิ ทรพั ยอนั มคี าขององคก ารใหมคี วามปลอดภัย
กรอบความรับผิดชอบ (Overall responsibility)
● ควบคมุ และดแู ลการวเิ คราะห ออกแบบ จัดทํา กาํ หนดสิทธิ ปรับปรุงแบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร ประเมินคณุ
คา และกาํ หนดอายเุ อกสาร 20%
● วางแผนและควบคมุ การสนบั สนนุ ผลกั ดัน ตดิ ตาม และควบคมุ คุณภาพการจัดการเอกสารของสวนงาน ใหเ ปนไปตาม
นโยบายและระเบียบการจดั การเอกสาร 20%
● วางแผนและควบคมุ การบริหารจดั การศูนยเ อกสาร บรกิ ารรบั ฝากจดั เกบ็ บรกิ ารคน ยมื -คนื เอกสารทรี่ ับฝาก ถอน
ทําลาย ขยายเวลาถอนทําลายเอกสารที่ครบอายกุ ารจดั เกบ็ และสํารวจเอกสารฝากศูนยเ อกสารประจําป 20%
● ควบคมุ การใหคาํ ปรึกษาดา นการจดั การเอกสารและแกไ ขปญ หา เก่ยี วกับการจัดการเอกสาร ใหแกสว นงาน 10%
● วางแผนและควบคมุ การจดั การฝกอบรมพนกั งานใหมีความรูค วามเขา ใจเรอ่ื งการจัดการเอกสาร 10%
● วางแผนและควบคุมการจัดทาํ บัญชรี ายช่ืออแฟมเอกสารทําลายประจาํ ป 10%
● ควบคมุ และดูแลการจดั ทํา ปรบั ปรุง คำสัง่ ระเบยี บ หลักเกณฑ คูมอื ฯลฯ ที่เก่ยี วของกบั การบรหิ ารงาน เอกสาร 5%
● ควบคมุ และดแู ลจัดประชมุ คณะกรรมการบรหิ ารงานเอกสาร 5%
ความทา ทายในงาน (Job challenge)
● การวิเคราะห จบั ประเด็น แยกกลมุ กจิ กรรมงานเพื่อพัฒนาแบบแผนการจดั หมวดหมเู อกสารใหส อดคลอ งและเหมาะสม
กับภารกิจขององคก าร ใหส ามารถจดั เก็บเอกสารไดอยางถูกตองและเหมาะสม
● การเจรจาตอ รองและโนม นาวใหสวนงานยอมรบั การเปล่ยี นนแปลงรูปแบบและวิธีการทาํ งานดวยวิธกี ารจัดการเอกสาร
แบบดจิ ิทัล
● การจัดการควบคมุ คุณภาพและความปลอดภัยเกยี่ วกับการเขาถึงเอกสารดจิ ทิ ลั ในระบบ EDRMS
แผนงานจดั การเอกสาร 79
คุณสมบตั ิที่จำเปน (Required qualifications)
● วฒุ กิ ารศกึ ษา/การฝกอบรม วุฒิการศึกษาระดบั ปริญญาตรี และการฝกอบรมเพิ่มเติมดา นการจดั การเอกสาร/
จดหมายเหตุ จากสถาบนั ทไ่ี ดรับการยอมรับในวชิ าชีพ
● ประสบการณทำงาน 10 ป
พฤตกิ รรมท่ีเปน แบบอยาง (Role model) ท่ีพึงแสดง
● การซ่อื ตรงตอหนา ที่และมีคณุ ธรรม (Integrity/ Ethics)
● การออ นนอ มถอ มตนไมว างตวั เหนือผูอน่ื (Humility)
● ความผูกพนั ทีม่ ตี อ องคการ (Engagement)
ความเสยี่ งในงาน (Job risk)
● ดา นปฏิบตั กิ าร ในการเขาถึงขอ มลู ในระบบการจัดการเอกสารซ่งึ อาจทาํ ใหเ กิดการสูญหาย รั่วไหล หรอื ถกู ทําลายได
หากไมตรวจสอบถกู ตอง
● ดานปฏบิ ตั ิการระบบงานอาจหยุดชะงกั และมผี ลกระทบตองานของสวนงานอ่นื อยา งมาก
● ดานปฏิบตั กิ าร เก่ยี วกับความปลอดภัยดา นสขุ อนามยั ของพนกั งาน อนั เน่ืองจากฝุนขนาดเล็กและเชอื้ ราจากกลอ งและ
แฟม เอกสารเกา มีผล กระทบตอสุขภาพผูปฏบิ ัตงิ าน
สมรรถนะทาวชิ าชีพ (Professional competency: PC )
Core Competency Leadership Competency Additional Competency
● การคิดรเิ ร่ิมสรา งสรรค ● วิสัยทศั นและความคดิ เชิงกล ● การคิดเชงิ วิเคราะห
● ความมงุ มัน่ ตอ ความสําเร็จ ยทุ ธ ● จิตสาํ นึกการใหบ รกิ ารและ
● การสรางเครือขา ยความ
● การแกปญ หาและการตดั สนิ ใจ มุงเนน ลูกคา
สมั พันธฯ ● การนําการเปลย่ี นแปลง
● การสื่อสาร ● การวางแผนและการจดั การ
สมรรถนะทางเทคนคิ (Functional competency: FC)
● การใชโ ปรแกรมคอมพวิ เตอร
● การสื่อสารประชาสัมพนั ธด ว ยส่ิอใหม
● การบริหารงานสถาบนั สารสนเทศ
ตัววดั ผลสําเร็จของตาํ แหนง งาน (Achievement indicators)
● ผลสํารวจความพงึ พอใจดานการจัดการเอกสาร
● การยกระดับคณุ ภาพการจดั การเอกสารของสวนงานสําเร็จตามแผนงานทกี่ ําหนด
● การสํารวจ โอนยา ยเอกสารของศนู ยเอกสาร เขาสรู ะบบจดั การจดหมายเหตุ สาํ เรจ็ ตามแผนงานทีก่ าํ หนด
80 การจดั การเอกสาร | Records Management
การพัฒนาระบบงานเอกสาร
กระบวนการออกแบบและการขับเคลื่อนระบบงานเอกสาร (Records system) ในองคก ารใหส ามารถดำเนนิ ไปอยา งยั่งยนื
นน้ั อาจอาศยั กรอบแนวทางการออกแบบระบบงานเอกสารตาม DIRKS (เปนคำยอมาจาก Designing and
Implementing Recordkeeping Systems) ทพี่ ัฒนาข้นึ โดยหอจดหมายเหตุแหง ชาติออสเตรเลีย ซึ่งประกอบดวย 8 ขั้น
ตอน แตอ าจขา มบางขน้ั ตอนได ดังน้ี
● A การตรวจสอบเบือ้ งตน (Preliminary investigation) คอื การสำรวจ ตรวจสอบสภาพปจ จบุ นั ความเปนไป
ไดในการพัฒนาระบบสำหรับองคก าร หลกั การคือรวบรวมขอ มลู เพื่อระบุภารกจิ โครงสราง และลักษณะของ
องคก าร,ทำความเขาใจปจ จยั ทมี่ ีผลตอ ความตองการในการจัดการเอกสารขององคก าร, ทำความเขา ใจเกยี่ วกับ
ภารกิจ กิจกรรมขององคก าร, โครงสรางพน้ื ฐานทางเทคโนโลยี, ผมู ีสว นไดสวนเสยี และความเส่ยี งตา งๆ
● B การวเิ คราะหก ิจกรรมทางธุรกิจขององคการ (Analysis of business activity) คอื การวิเคราะหโ ครงสราง,
ภารกิจ, กระบวนการและกิจกรรม, แยกแยะปจ จัยภายนอกทสี่ งผลตอ การดำเนนิ งานขององคการ โดยใชเ ทคนิค
การวเิ คราะหตางๆเพอ่ื ใหเ ขาใจองคก ารโดยละเอยี ด อันจะนำไปสูการจัดทำแบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร
(Classification schemes) ซง่ึ เปนเคร่ืองมอื สำคัญในการบรหิ ารจัดการเอกสารขององคการ แบบแผนจะบอก
โครงสรา งของระบบการจัดการเอกสารและความสมั พันธระหวางเอกสารและกิจกรรมที่ทำใหเกดิ เอกสารขน้ึ มา
เปนพ้นื ฐานสำคญั สำหรบั การควบคมุ เนอื้ หาและเอือ้ ใหจัดการและการใชเ อกสาร
● C การกำหนดความตอ งการของระบบการเอกสาร (Identification of recordkeeping requirements) คอื
การศึกษากฎหมาย กิจกรรมการดำเนนิ งาน และอนื่ ๆเพ่ือกำหนดความตองการในการจดั การเอกสาร ในเชิงการ
เปน พยานหลักฐานทางกฎหมาย และเปนสารสนเทศ ความรูขององคการ ประเภทของความตองการประกอบดว ย
การสรางเอกสาร, การเกบ็ และรักษา,การกำหนดอายุและทำลาย, การสบื คน และเขาถึง, การประเมิน
● D การประเมินระบบทมี่ ีอยูในปจ จุบนั (Assessment of existing systems) คือ การตรวจสอบวาระบบทมี่ ีอยู
ในปจ จุบันมีอะไรบางคน หาวาสวนใดของระบบนที้ ีย่ ังไมตอบสนองตอ ความตองการในการจัดการเอกสารของ
องคการ เพื่อใหทราบวาปจ จุบนั มีระบบใดบางทใี่ ชส ำหรบั ดำเนินงานเอกสาร ตลอดจนวางแผนสำหรับจดั การ
เอกสารที่จะจัดทำขนึ้ ในอนาคต เครอ่ื งมอื สำคัญในการทำความเขาใจ คือ การสำรวจเอกสาร (Records survey)
ซ่ึงจะชวยนักจัดการเอกสารประเมินตวั เอกสารและระบบที่ถกู ใชจ ดั การมาในอดีตได ทำใหท ราบวาองคการทำ
ภารกิจอะไร มโี ครงสรา ง สภาพแวดลอมที่สง ผลตอ การจดั ทำ ดแู ลรกั ษาเอกสารอยา งไร ตลอดจนคนพบวา ระบบ
เดิมนัน้ ตรงกับความตองการมานานเทา ใด และระบไุ ดว า เม่ือไรที่ระบบนนั้ ไมตรงกบั ความตองการ
● E การกำหนดกลยุทธสำหรบั ระบบการเอกสาร (Identification of strategies for recordkeeping) การ
กำหนดกลยุทธ เปน การประยุกต เลือกสรร หรอื ผสมผสานเอานโยบาย มาตรฐาน แนวทาง ข้ันตอนการทำงาน
และหลกั การปฏบิ ตั ิมาใชใหเกิดประโยชน การเลอื กใชก ลยุทธต อ งใหเ หมาะกบั สภาพแวดลอ ม วฒั นธรรม ความ
สามารถขององคก าร
● F การออกแบบระบบการเอกสาร (Design of a recordkeeping system) คอื การออกแบบระบบตามกลยทุ ธ
ทไี่ ดเลอื กไว
แผนงานจัดการเอกสาร 81
● G การดำเนินการตามระบบการเอกสาร (Implementation of a recordkeeping system) คอื การตรวจสอบ
ใหมนั่ ใจวา องคประกอบทง้ั หมดของระบบทพี่ ฒั นาขึ้นสอดคลองกบั ความตองการขององคการ ใหความรูบุคลากร
เกีย่ วกบั ระบบใหม เผยแพรแปลงขอ มูลเดมิ สรู ะบบใหมจ ัดการความเปลยี่ นแปลง
● H การประเมินทบทวนระบบ (Post-implementation review) เปนการรวบรวมขอ มูลเกี่ยวกับประสทิ ธภิ าพ
ของระบบดวยวิธีการตา งๆ เชน สำรวจหรอื สัมภาษณบ คุ ลากรเก่ียวกบั ความพอใจในระบบเพ่อื ใหทราบวาปจจุบัน
มีระบบใดบา งท่ีใชส ำหรับดำเนินงานเอกสาร ตลอดจนวางแผนสำหรับจดั การเอกสารที่จะจดั ทำขึ้นในอนาคต
เครอื่ งมือสำคัญในการทำความเขา ใจ คอื การสำรวจเอกสาร (Records survey) ซงึ่ จะชว ยนักจัดการเอกสาร
ประเมินตัวเอกสารและระบบทถี่ กู ใชจ ัดการมาในอดตี ได ทำใหทราบวา องคก ารทำภารกจิ อะไร มโี ครงสรา ง สภาพ
แวดลอมท่ีสงผลตอการจัดทำ ดแู ลรกั ษาเอกสารอยา งไร ตลอดจนคนพบวาระบบเดมิ นน้ั ตรงกับความตองการมา
นานเทา ใด และระบุไดว า เม่ือไรทรี่ ะบบน้ันไมต รงกับความตองการ อนั จะนำไปสกู ารปรับปรุงแกไขปญหาท่ีเกดิ ข้ึน
ภาพ 4-4 ตวั อยา งระบบงานเอกสารของธนาคารแหง ประเทศไทย (ที่มา: ทมี บรหิ ารงานเอกสาร ฝา ยสงเสริมความรู
ทางการเงิน ธนาคารแหง ประเทศไทย)
การใหค้ วามรแู้ ละฝกอบรมบุคลากร
บคุ ลากร ถอื เปนทรัพยากรทางการบรหิ ารทส่ี ำคัญทส่ี ดุ เพราะเปน ผูทำใหอ งคการเพิ่มขดี ความสามารถในการแขงขันดว ย
ความรู ความเชีย่ วชาญ ความคิดสรา งสรรค การพฒั นาบุคลากรทางการจดั การเอกสารและสารสนเทศคอื ความจำเปน ของ
82 การจัดการเอกสาร | Records Management
องคการ เพอื่ ใหบุคลากรมกี ารพฒั นาทางวชิ าชีพและพัฒนาตนเองใหทนั กบั ความเปล่ียนแปลงในสังคม อนั จะนำมาสคู วาม
สำเรจ็ ประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลขององคการโดยรวม (ชุติมา สัจจานันท, 2561)
องคการภาครฐั ควรสง เสรมิ ใหม โี ปรแกรมการฝก อบรมสำหรบั บุคลากรท่ัวท้งั องคก าร ใหม ีความรูความเขาใจเบื้องตน เกย่ี ว
กบั เอกสารในฐานะทเี่ ปนทรัพยากรเชิงกลยุทธ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ การจัดทำและจบั เกบ็ เอกสาร, ระบบงานสารบรรณ, การ
ดแู ลรักษาเอกสารตามตลอดชวงอายุ
สำหรบั บุคลากรที่เกีย่ วของกบั การจัดการเอกสาร โดยเฉพาะพนักงานเจาหนาทผ่ี รู ับผิดชอบงานสารบรรณ ควรไดรบั การฝก
อบรมในโปรแกรมทใ่ี หความรูเก่ยี วกบั แนวคิด หลกั การ หลักปฏิบัตกิ ารจดั การเอกสาร ครอบคลมุ หวั ขอ เกีย่ วกับ การ
ออกแบบระบบงานจัดการเอกสาร, การจัดทำและจบั เก็บเอกสารเขาสรู ะบบ, การจดั หมวดหมูเอกสาร, การจัดทำตาราง
กำหนดอายุจดั เก็บและทำลายเอกสาร, การอนุรกั ษส งวนรกั ษาเบ้อื งตน ฯลฯ เพ่อื ชว ยยกระดบั ใหง านสารบรรณ เปนงาน
บริหารจัดการเอกสารภาครัฐ
ในขณะเดียวกนั หนว ยงานของรัฐท่ีมีการจัดตง้ั หอจดหมายเหตแุ ลว กค็ วรตองใหโอกาสนักจดหมายเหตุ หรอื ผปู ฏิบตั งิ านใน
หอจดหมายเหตนุ น้ั ไดรับการศึกษาและฝก อบรมอยา งตอ เนอื่ ง โดยเฉพาะในกระบวนการจัดการเอกสารตงั้ แตแรกเริ่มจน
กระท่งั สิน้ สดุ เพราะหอจดหมายเหตจุ ะไมม ีทางไดเ อกสารที่ครบถว นและมคี ุณคา ไดเลยหากขาดการจัดการเอกสารทดี่ ีต้งั แต
ตน
การใหความรแู กบคุ ลากรควรมลี ักษณะทเี่ หมาะสมกับแตละกลุม เชน การฝกอบรมระยะสัน้ ควรจดั ใหก ับบคุ ลากรที่บรรจุ
ใหม, การประชุมซกั ซอมความเขาใจควรจัดใหกบั พนกั งานเจา หนาทเี่ ดิมในกรณีทมี่ ีการเปล่ียนแปลงดา นกฎหมาย, การสัม
นาในประเด็นใหมๆ ดา นการจดั การเอกสารควรเปน สงิ่ ทผี่ ูบรหิ ารตองเขา รว มแลกเปล่ยี นเรยี นรู
หนว ยงานของรฐั อาจจดั ใหม กี ารฝกอบรมการจดั การเอกสาร สำหรบั พนกั งานเจาหนาท่ีซ่งึ รับผิดชอบงานสารบรรณ โดย
แบง ออกเปนระดบั คอื
● ชน้ั ตน มงุ ปรับเปล่ยี นแนวคิด ใหหลกั การทฤษฎเี กยี่ วกับการจัดการเอกสาร, กฎหมายระเบียบทเี่ กี่ยวของ,
บทบาทและความรับผิดชอบของการจดั การเอกสาร, กรอบการปฏิบตั ิงานตามสภาพแวดลอ มทีเ่ ปลยี่ นแปลงไป
● ช้ันกลาง ที่เนน การวเิ คราะหค วามตอ งการการจดั การเอกสารขององคก าร, การกำหนดนโยบายการจัดการ
เอกสาร, ออกแบบแผนงานจดั การเอกสาร, การสำรวจเอกสา
● ชนั้ สงู ที่เนน การพัฒนาแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสาร, การจัดทำตารางกำหนดอายจุ ดั เกบ็ และทำลายเอกสาร,
การบริหารเอกสารสำคัญที่สดุ ขององคการ, ระบบการจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส
แผนงานจัดการเอกสาร 83
สรุป
การจดั การเอกสารเปนภารกิจหนงึ่ ที่สำคัญตอองคการ ตอ งมีหนวยที่ทำหนา ทเี่ ชงิ กลยุทธในองคก าร คือ แผนงานจัดการ
เอกสาร ซ่ึงมวี ตั ถุประสงคหลักเพ่อื ทำใหเอกสารเขาถึงได ใชง านได ตราบเทาเอกสารนั้นยังมีประโยชนแ ละมีคณุ คา ชว ยให
องคการเกดิ ความไดเปรียบในการแขง ขัน มีโอกาสอยรู อดและเตบิ โตอยางตอเนอ่ื ง ทา มกลางความเปล่ียนแปลงอยา ง
รวดเร็วของสภาพแวดลอ ม
การจัดตั้งหรือพฒั นา RMP นั้น นกั จัดการเอกสารใชเ ทคนิคการวิเคราะหต างๆ เพอื่ ใหเกดิ ความเขาใจองคก ารและความ
จำเปนในการจดั การเอกสาร และใหสามารถประเมนิ การขยายตวั ของเอกสาร ทำใหระบบเอกสารตรงกับความตองการ
การศกึ ษาความเปนไปไดเ บื้องตนและการวิเคราะหภารกจิ จะใหขอ มลู พน้ื ฐานเก่ียวกับปจจยั ที่สง ผลตอความตองการในการ
จดั ทำ ดูแลรกั ษาเอกสาร การระบหุ รอื กำหนดความตองการของผูเกี่ยวขอ งกับเอกสารในกระบวนการตางๆถอื วา เปน สวน
สำคัญ เพราะเกี่ยวของโดยตรงกบั คาใชจ ายทต่ี องเกิดขนึ้ เชน การตดั สนิ ใจวาเอกสารใดตองเก็บยาวนานเทา ไร สิ่งทต่ี ามมา
คือ ตอ งใชงบประมาณเทา ไรในการดูแลเอกสารดวย การขบั เคลอ่ื นแผนงานจัดการเอกสารใหสำเรจ็ ตองมปี จจัยสนับสนุ
นอื่นๆ เชน นโยบาย มาตรฐานการ ระบบ แนวทางปฏบิ ตั ิ โครงสราง และบคุ ลากรผูร ับผดิ ชอบทช่ี ดั เจน มงี บประมาณ
และสง่ิ อำนวยความสะดวกทเี่ พยี งพอ มีการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศทเ่ี หมาะสม จึงจะชว ยใหองคการบรรลเุ ปาหมายสงู สดุ ท่ี
ต้ังไวได
คําถามทบทวนทา้ ยบท
● เทคนคิ การวเิ คราะหอ งคก ารตางๆ มปี ระโยชนตอการจดั ต้ังแผนงานจดั การเอกสารอยางไร
● เหตใุ ดจงึ ควรมีการฝกอบรม พฒั นาบุคลากรดา นการจดั การเอกสารอยางสม่ำเสมอ
84 การจดั การเอกสาร | Records Management
บรรณานุกรม
ชุติมา สัจจานนั ท. (2561). บทบาทสมาคมและองคก ารวิชาชีพในการสรา งสรรคส งั คมแหงการเรียนรู. ใน สุจิตร สวุ ภาพ
(บรรณาธกิ าร), การประชุมทางวิชาการระดับชาติ เรอื่ ง รว มมือสรรคสรา งสงั คมการเรยี นรู (Together We
Create Learning Society) และประชมุ ใหญสามญั ประจำป พทุ ธศกั ราช 2560. (น.38-46). กรุงเทพฯ: สมาคม
หอ งสมุดแหงประเทศไทยฯ.
สมสรวง พฤติกลุ . (2546). การจดั การเอกสาร. ภาควชิ าภาษาตะวนั ออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลยั ศิลปากร.
ARMA International. (2016). Glossary of records management and information governance terms
(5th ed.). ARMA International.
ARMA International. (2017). Records and information management core competencies. (2nd ed.). ARMA
International. https://www.idahorecords.com/ sites/default/files/imce/ts/
Records%20and%20Information%20Management%20Core%20Competencies.pdf
Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
Shepherd, E., & Yeo, G. (2003). Managing records : a handbook of principles and practice. Facet.
Robbins, S. P. & Coulter, M.A. (2018) Management. (14th ed.). New York, NY: Pearson Education.
Public record office Victoria (2010) PROS 10/17: Guideline 1: Functional analysis.
http://www.isu.edu/infomgmt/program_scope.shtml
แผนงานจัดการเอกสาร 85