The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Good records management helps organizations to manage their information more efficiently in the face of rapidly changing technologies.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phanupongli, 2022-04-02 04:07:51

การจัดการเอกสาร หลักการและแนวปฏิบัติในอค์กรยุคดิจิทัล

Good records management helps organizations to manage their information more efficiently in the face of rapidly changing technologies.

Keywords: การจัดการเอกสาร

ระบบนิเวศดจิ ทิ ลั

ระบบนเิ วศ (Ecosystems) ในความหมายโดยท่ัวไป คอื พื้นทท่ี างภมู ศิ าสตรท ี่พืช สัตว และสิง่ มีชีวติ อืน่ ๆ รวมท้งั สภาพ
อากาศและภมู ปิ ระเทศ ทำงานอยางสัมพันธกนั เพ่อื สรา งวัฏจกั รชีวติ (National geographic, 2011) เมอ่ื ใดกต็ ามทม่ี ีการ
เปลยี่ นแปลงในระบบนิเวศ ยอ มสง ผลตอ สิ่งตางๆในระบบอยา งหลีกเลี่ยงไมไ ด เพราะในระบบนเิ วศ ทุกๆสง่ิ มีความสมั พนั ธ
เชอ่ื มโยงกันอยา งแยกไมออก ตอ มามีการนำแนวคิดนม้ี าประยุกตใชกบั ธรุ กิจ โดยมองวาองคกรธุรกิจเปน สว นหนึง่ ของระบบ
นิเวศทางธรุ กจิ (Business ecosystem) ทต่ี องทำงานรว มกับผมู สี วนเกี่ยวของในการพฒั นาในดานตางๆ ธรุ กิจและ
นวตั กรรม ไมส ามารถทจ่ี ะเติบโตหรอื พฒั นาไดดวยตนเอง

แนวคิดเรื่องระบบนิเวศไดม กี ารพฒั นาและปรับตวั เร่อื ยมา จนมาถงึ ยุคดจิ ทิ ัลท่ีธุรกจิ จะตอ งอาศยั เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ในการ
เพิม่ ผลผลิต สรางมลู คาเพิม่ ใหแ กสนิ คา และบรกิ าร เกิดเปน ระบบนเิ วศดิจิทัล (Digital ecosystem) ซ่ึงเปนระบบสังคม
ผสมผสานเทคนคิ (Socio-technical systems: STS) แบบเปด หรอื แบบกระจาย มคี ุณสมบตั ิของการจัดระเบียบตนเอง มี
ความสามารถในการขยายขนาด และสรา งความยัง่ ยืน ประกอบดวยองคก รหรอื หนว ยงานที่โตต อบ เชือ่ มตอ มีปฏสิ ัมพันธ
ทางดิจิทัล กอ ใหเกิดความรวมมือโดยอาศยั ความเช่ียวชาญซึ่งกนั และกัน เกิดการแขง ขนั กนั ระหวางหนวยงานที่หลากหลาย
จากการเชอื่ มตอ หลายระบบบริการดจิ ิทลั เขา ดว ยกัน เชน อีคอมเมิรซแพลตฟอรม เชอ่ื มโยงกบั ธรุ กจิ คาปลีกนำเสนอ
ผลติ ภัณฑทห่ี ลากหลายใหกบั ลกู คา รว มมอื กบั ธนาคารในการเพมิ่ ทางเลือกในการชำระเงนิ เชอ่ื มตอกบั ผใู หบริการดาน
ขนสง สินคา เพ่ืออำนวยความสะดวกใหกบั ผบู รโิ ภคในการใชงานตางๆผา นชองทางเดยี ว (พชร อารยะการกุล, 2562;
Canteli, 2018; Texas department of information resources, 2021)

การจัดการเอกสาร ในฐานะที่เปน ภารกิจหนง่ึ ในองคก าร ยอ มหนีไมพ น การเปลีย่ นแปลงเม่อื องคการเปลีย่ นเปนดจิ ิทัล เชน
ในอตุ สาหกรรมธนาคาร ท่ีแทบทุกธุรกรรมตงั้ แต ฝาก ถอน โอน จา ยเงิน ลวนอยใู นระบบดิจิทัล เอกสารการเงนิ ตางๆจึง
กลายเปน แบบดจิ ิทัลไปดวย ระบบนิเวศดจิ ทิ ลั นำความทาทายดานความปลอดภยั และความเปน สวนตัวท่ีซบั ซอ นมากมาย
มาสอู งคการ ทำใหต องมีการปรับกลยุทธการจัดการเอกสาร จำเปนตองมวี ธิ ที ย่ี ดื หยนุ และเปน มิตรกับผูใชง าน ในการจดั เก็บ
และเขาถงึ เอกสารดิจิทลั มากข้นึ

รายงานของ NECC (The national electronic commerce coordinating council, 2004) เร่ืองความทาทายในการ
จัดการเอกสารในศตวรรษที่ 21 ของสหรัฐอเมริกา สรุปวา ครัง้ หนึง่ การเตบิ โตของเทคโนโลยคี อมพิวเตอรทำใหหลายฝา ย
คิดวาเรากำลงั จะเขาสยู คุ สำนักงานไรก ระดาษ ทวาเรากลบั ประสบกบั ปริมาณการเตบิ โตแบบทวีคูณของเอกสารและสำเนา
ย่งิ ไปกวา นั้น การจดั การเอกสารไมไดข นึ้ อยกู ับแผนงานจดั การเอกสาร หรอื เจาหนา ฝา ยสารบรรณอยา งเบด็ เสร็จอีกตอไป
ดงั นนั้ จงึ เปนสงิ่ สำคัญสำหรบั หนวยงานของรฐั และเอกชน ในการเรงพัฒนาแผนงานการจัดการเอกสารท่ีดี โดยมพี ้นื ฐานมา
จากนโยบายและขนั้ ตอนทร่ี อบคอบและมปี ระสิทธภิ าพ ซึง่ จะทำใหบคุ ลากรในหนว ยงานทราบถงึ ลกั ษณะของเอกสาร รูวา
เอกสารใดทค่ี วรเปดเผยตอสาธารณะหรอื เปนความลับ ทราบวธิ ีการจำแนก จดั ระเบยี บ รักษาเอกสาร และกำจดั เอกสาร
อยา งถูกตอง

286 การจัดการเอกสาร | Records Management

ประเด็นการจดั การเอกสารในระบบนเิ วศดิจทิ ัล

ประเด็น (Issues) หมายถึง หัวขอ ของเร่อื งแตละเรอ่ื งท่ียกขน้ึ มาพิจารณา เรือ่ งหนง่ึ ๆอาจมเี พียงประเด็นเดียวหรือหลาย
ประเดน็ ก็ได ขน้ึ อยกู ับวาตองการจะกลา วถึงเรื่องใดมากนอ ย หรือใหค วามสำคญั กับเรื่องใดเปนพิเศษ ประเดน็ ยงั หมายถึง
เรือ่ งทยี่ ังไมม ีคำตอบชดั เจน และถกู หยิบยกขนึ้ มาอภิปรายถกเถยี ง เพื่อใหไดแ นวทางหรอื เกิดความรูใหม สำหรบั การ
จดั การเอกสารในระบบนเิ วศดิจทิ ลั มปี ระเดน็ ทีค่ วรหยบิ ยกมากลาวถงึ ดังน้ี

● การแปลงเปน ดจิ ทิ ัล (Digital transformation)
● ไปรษณยี อิเล็กทรอนิกส (Electronic mail)
● ลายมือชอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส (Electronic signature)
● เอกสารส่ือสงั คม (Social media records)
● ขอมลู อภิพันธุ (Metadata)
● ความตอเน่ืองทางดิจทิ ลั (Digital continuity)
● การสงวนรกั ษาดิจทิ ลั (Digital preservation)

การแปลงเปนดิจิทัล

การแปลงเปนดจิ ิทลั (การเปล่ยี นแปลงทางดจิ ทิ ลั ; การเปลีย่ นผานเปนดจิ ทิ ลั ; Digital transformation: DX) คอื
กระบวนการในการปรับเปลยี่ นองคก ไปสกู ารเปนองคก รดิจทิ ัลอยางครอบคลมุ ท้ัง 3 มติ ิ คอื กระบวนการธรุ กิจ (ฺBusiness
process), วฒั นธรรมองคก ร (Organizational culture), ขอ เสนอคณุ คา สำหรับลูกคา (Value proposition) ดว ยการ
บรู ณาการเทคโนโลยดี ิจิทลั เพือ่ เพ่ิมประสิทธภิ าพ ลดการใชทรพั ยากรและตนทนุ

DX สงผลใหเ กดิ การเปล่ยี นแปลงถึงระดบั พื้นฐานการดำเนินธุรกิจ บางองคก ารอาจละท้ิงกระบวนการทางธรุ กิจทท่ี ำมา
อยางยาวนาน เปลย่ี นแปลงวัฒนธรรมแบบเดมิ ๆไปสคู วามคดิ ความเช่ือแบบใหม เชน การกลาทดลองส่งิ ใหม และยอมรับ
ความลม เหลวได

John Palfreyman (2020) ใหค ำจำกัดความของ DX วาเปนวธิ ที อี่ งคการจะไดเ ปรียบในการแขงขนั อยา งย่ังยนื ผา นการใช
เทคโนโลยอี ยา งชาญฉลาด

DX ประกอบไปดวย 2 สว น ทสี่ ัมพันธกนั คอื

● Digitization คอื การเปล่ียนกระบวนการทำงานแบบแอนะลอ็ กใหอ ยใู นรูปแบบดิจิทลั เชน เปลีย่ นจากการยนื่
แบบคำขอกระดาษ เปนแบบคำขอดจิ ิทลั การใชซอรฟ แวรร ะบบงานอัตโนมัติ การติดเซนเซอรด จิ ิทลั หรอื อุปกรณ
เพ่อื เก็บรวบรวมขอมลู นำมาวเิ คราะห สามารถคนพบและแกปญ หา (Pain point) ไดตรงจุด หรือตอบสนองความ
ตอ งการของลูกคา ไดแ มนยำยง่ิ ข้นึ

การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดจิ ิทลั 287

● Digitalization คอื การนำเทคโนโลยดี จิ ิทลั มาตอ ยอดธรุ กจิ สรางโมเดลธุรกจิ ใหม แหลง รายไดใหม และใหคณุ คา
ใหมกบั ลกู คา เพื่อกาวสูการเปนองคการ/ธรุ กิจดิจทิ ลั เชน การเสนอขายสนิ คา และบรกิ ารใหมบ นแพลตฟอรม
ดจิ ิทลั , การทำการตลาดดจิ ิทลั , การพฒั นานวตั กรรม, การใหประสบการณโ ดยรวม (Total Experience) ทแ่ี ตก
ตา งจากคูแ ขง แกผ มู ีสว นไดสว นเสยี

ดว ยพลงั ของดจิ ิทัลท่ีสามารถเปล่ยี นองคการไปสคู วามสำเรจ็ ในอนาคตได หลายหนว ยงานจงึ เขา ใจวา ตองมเี ทคโนโลยีท่ีทัน
สมัย ตอ งมีคอมพวิ เตอรรุนใหม ตองมีระบบทร่ี าคาแพง ซึ่งน่นั ไมใ ชถ ูกตองเทา ใดนัก แทจ ริงแลว เทคโนโลยดี ิจทิ ลั เปน เพียง
องคป ระกอบหนง่ึ ในการบรรลวุ ัตถปุ ระสงคเ ชงิ กลยุทธเทานนั้ องคกรตอ งเปล่ียนแปลงวัฒนธรรมความคดิ ความเชอ่ื แบบ
เดิมไปสแู บบดจิ ทิ ลั , ตองอาศัยขอมลู สารสนเทศ และความรเู ปนฐาน ซงึ่ ยากกวาการจัดซอื้ วัสดุครุภณั ฑและใชเ วลานาน
กวา จะสำเร็จ และหากไมม ีกลยทุ ธท ชี่ ัดเจน การเปลยี่ นแปลงรปู แบบใดๆไมวา จะเปน ดจิ ิทัลหรือไมก ็ตามมีแนวโนมวาจะลม
เหลวทงั้ นนั้ อกี เง่ือนไขสำคญั ของ DX ทป่ี ระสบความสำเร็จ คอื บคุ ลากรจะตองมสี มรรถนะทางดจิ ิทลั ดวย คือ มคี วามรู
ทักษะ กระบวนการคดิ แบบดจิ ิทลั ซง่ึ ตอ งตระหนักเสมอวา DX เปน เรื่องของทกุ คนในองคกร มิใชบทบาทของ CDO (Chief
Digital Officer) เพียงผเู ดยี ว (สวนสือ่ สารองคก ร สถาบนั เพิม่ ผลผลติ แหง ชาต,ิ 2563; ฉกาจ ชลายุทธ, 2563; ธนชาติ นมุ
นนท, 2565; Palfreyman, 2020)

การจดั การเอกสารเปนพ้นื ฐานสำคญั ของ DX เพราะเปน กิจกรรมสนบั สนุนทที่ กุ หนวยงานตอ งมี หากกระบวนงานเอกสาร
เชน การจดั ทำ การรับ-สง สง่ั การ ใชง าน เก็บ ยังเปนกระดาษ ตองอาศยั คนดำเนินการทุกขัน้ ตอน ยอมเปนอปุ สรรคตอ การ
บรรลเุ ปา หมายการเปน องคก ารดิจทิ ัลอยา งแนน อน ในหลายประเทศทวั่ โลกจงึ หันมาปรบั ปรงุ การเอกสารภาครัฐขนานใหญ
ในแงก ารออกกฎหมาย การกำหนดนโยบาย การสนบั สนุน สง เสริม กำกับติดตามใหห นว ยงานภาครฐั ทำงานและใหบริการ
ประชาชนผา นระบบเอกสารเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส เชน การเปลยี่ นจากเอกสารกระดาษมาเปน เอกสารดิจิทัลในการทำ
ธุรกรรมตางๆ, ออกเอกสารสำคัญ หรือใบรับรองแบบดจิ ิทัล, เกบ็ เอกสารเปนดิจทิ ัล ฯลฯ (วศิน ปน ทอง, 2564; Combs,
2019)

ในสว นของประเทศไทย กม็ ีความตนื่ ตัวในการแปลงเปน ดิจทิ ัล ไมว า จะเปน การออกนโยบายประเทศไทย 4.0, นโยบายและ
แผนระดบั ชาตวิ าดวยการพัฒนาดจิ ิทลั เพ่ือเศรษฐกิจและสงั คม(พ.ศ.2561-2580), แผนพฒั นารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย
พ.ศ.2563-2565, กำหนดกรอบสมรรถนะดานดจิ ิทลั สำหรับพลเมืองไทย, การจดั ตง้ั หนว ยบรกิ ารทางดิจทิ ัลในภาครฐั
(Digital government unit), มรี ะเบยี บ กฎหมายทเี่ อื้อใหสามารถใชเอกสารอิเล็กทรอนิกสแ ละลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสไ ด
เทา เทยี มกบั เอกสารแบบกระดาษ แตถึงกระนน้ั ก็ตามยงั พบวา มหี นวยงานของรัฐจำนวนไมน อย ยงั จดั ทำและใชง านเอกสาร
แบบกระดาษ และตอ งลงลายมือชอ่ื อยเู ชนเดมิ ในบางหนวยงานมกี ารนำระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกสม าใช แตก เ็ ปน แต
เพยี งอำนวยความสะดวกสำหรับการรบั -สง ลงทะเบียนเทานัน้ บางแหงเม่ือรับหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกสจ ากระบบแลว ตอ งมา
พมิ พเ ปนกระดาษใสแ ฟมเพอ่ื เสนอผมู ีอำนาจลงนาม และเมอ่ื จะนำเขาระบบอกี ครง้ั กต็ องแสกนหนังสอื น้นั ซง่ึ นอกจากจะ
ไมอ ำนวยความสะดวกแลว ยงั เพิม่ ขนั้ ตอนการทำงานเขา ไปอกี

สภาพการณเชนน้ี เปนสิ่งท่ีตองไดรบั การแกไขอยา งเรง ดว น โดยถือโอกาสทท่ี กุ หนว ยงานกำลงั เผชญิ กบั การเปลีย่ นฉับพลัน
ทางดิจิทัล (Digital disruption) บวกกับวิกฤต COVID 2019 เปน ตวั เรง ปฏิกริยาใหหนวยงานตองทำ DX อยา งจรงิ จงั โดย

288 การจัดการเอกสาร | Records Management

ตอ งยกระดบั งานสารบรรณ จากงานปฏิบัติ (Operation) ไปสงู านบริหารหรอื จัดการ (Administration/Management)
ฝก อบรมบุคลากรใหมีสมรรถนะสงู ขึน้ ใหสามารถทำหนา ท่ีเปนนักจัดการเอกสารดิจทิ ัล ประยุกตใชเ ครอื่ งมอื เทคโนโลยี
ดจิ ิทัล ในการจดั การเอกสารไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ

ไปรษณียอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์

ไปรษณยี อ ิเลก็ ทรอนิกส (Electronic mail) เรยี กโดยยอวา อีเมล (E-mail) คือ สารสนเทศทเ่ี กดิ จากซอรฟแวรป ระยุกต
สำหรับการรับ-สงสารสนเทศผานทางระบบอิเลก็ ทรอนิกส คลา ยกบั การเขยี นจดหมาย โดยสามารถแนบไฟลข อ มลู ท้งั ทเี่ ปน
ภาพ เสียง หรือวีดทิ ศั น ไปพรอ มกบั จดหมายได และยงั สง ไปถงึ ผรู บั คนเดยี วหรือหลายคนในคราวเดยี วกนั ได

ดว ยความสะดวกรวดเร็วและมปี ระสทิ ธิภาพของอีเมล แตละองคการจงึ นำมาใชเปน เครอ่ื งมือพ้ืนฐานสำหรบั การสอ่ื สาร
อยา งกวา งขวาง แมใ นปจจบุ ันจะมีสอื่ สังคม (Social media) หรอื โปรแกรมสนทนาท่ีใชต ิดตอ สอ่ื สารไดง า ยข้นึ แตอ เี มลกย็ งั
คงมีความจำเปน ในหลายหนวยงานมีนโยบายใหพ นักงานใชอ เี มลขององคก ารในการติดตอ สื่อสารอยางเปน ทางการ และ
ถือวาสารสนเทศจากอเี มลเปน เอกสารขององคการดว ย เพราะธุรกรรมและการตัดสินใจทางธรุ กจิ จำนวนมากมกั ถกู บันทกึ ไว
เปนขอความตลอดจนไฟลตา งๆทแ่ี นบมาพรอ มกับอเี มล เชน สเปรดชตี , รายงานทางการเงิน, รายการราคาผลิตภณั ฑ,
แผนการตลาด, การวิเคราะหการแขง ขนั , ขอมลู ดานความปลอดภัย, รายละเอียดการรบั สมคั รและเงินเดือน, ความคบื หนา
ในการเจรจาสญั ญา และอน่ื ๆ เพราะฉะนนั้ อเี มลจึงถือเปน เอกสารทางการอยางหนึง่ ทต่ี องไดร บั การจัดการเชนเดยี วกับ
เอกสารอืน่ ๆอยา งเหมาะสม (Smallwood, 2013; The national records of Scotland, 2021)

ใชวาอีเมลทุกฉบบั จะถือเปน เอกสาร ในกลอ งจดหมายของผใู ชง านแตล ะคนยอ มพบท้ังอีเมลขยะ (Junk mail) อเี มลโฆษณา
ประชาสมั พนั ธ หรอื กระทง่ั อเี มลแจง เตือนการใชจ า ยออนไลนต า ง ซึง่ ถือเปน เพียงขอมูลขาวสาร หรือบรรณสารเทาน้ัน ขณะ
เดยี วกันความสะดวก รวดเร็ว ก็นำมาซง่ึ ความยากลำบาก จากปริมาณอีเมลท่ีมากขึ้นแตล ะวัน, ความเสยี่ งจากอาชญากรรม
คอมพวิ เตอร, การโจมตีระบบทแ่ี ฝงมากบั อเี มล, การบังคับใชกฎหมาย ระเบียบขอ บังคับทเี่ พ่มิ ขึน้ เชน พรบ.ดวยการ
กระทำความผดิ เกี่ยวกบั คอมพวิ เตอร, พรบ.ขอมูลขาวสารของราชการ, พรบ.คุม ครองขอมลู สวนบุคคล ดวยเหตุนหี้ นว ยงาน
ตางๆตองหนั มาตระหนกั ถึงความสำคัญของการจัดการอเี มล อยางรอบครอบและเปน ระบบ โดยอาศยั มมุ มองของการ
จดั การเอกสารและการกำกับดูแลสารสนเทศ

การจดั การอีเมล ในฐานะที่เปนเอกสาร มเี ปา หมายคือการผดงุ ความเปนพยานหลักฐานของการกระทำ และรกั ษาคุณคา
ของเอกสารใหมคี ณุ สมบตั ิ ดงั น้ี

● ความจริงแท (Authenticity) เพ่อื แสดงความจริงแทของอเี มล ขอมลู ผูสง และผูรบั ท้ังหมด ซง่ึ รวมถงึ ทุกฝา ยทไี่ ด
รับอเี มลเปน สำเนา (CC) หรอื สำเนาลับ (BCC) จะตอ งถูกโอนไปเก็บพรอ มกบั อเี มล ความคดิ เห็นทางกฎหมายบาง
ขอยงั ยืนยนั วา อีเมลถอื เปนเอกสารทางกฎหมายไดกต็ อ เมื่อผูเขยี นไดพ มิ พชอื่ หรอื อักษรยอ ดว ยตนเองทสี่ ว นทาย
ของขอความเทานนั้ การใชชือ่ ทร่ี วมไวเปนสวนหน่ึงของลายเซน็ อีเมลโดยอัตโนมัตอิ าจไมถ อื วาเพยี งพอในเรอ่ื งน้ี

การจดั การเอกสารในระบบนเิ วศดจิ ทิ ัล 289

● ความครบถวน (Completeness) เกิดข้ึนก็ตอ เม่อื สว นประกอบท้งั หมดของอีเมล ซึ่งรวมถงึ ขอ ความที่อยใู นตัว
อีเมล ขอมลู การสงท่ีรวมอยใู นสว นหัวของอเี มล และไฟลแ นบใดๆที่เชอื่ มโยงกบั ขอความ ถกู โอนและเก็บรกั ษาไว
ดว ยกันเปนเอกสารเดยี ว

● ความนาเชอ่ื ถอื (Reliability) เนื้อหาของอีเมลถูกตองหรอื ไมน้ันขนึ้ อยกู บั ผูเขยี นเดมิ เปนหลัก อยา งไรก็ตาม สงิ่
สำคัญคอื ตองมนั่ ใจวา ไมม กี ารเปลีย่ นแปลงเนอ้ื หาระหวางกระบวนการถา ยโอนไปยงั ระบบการเก็บเอกสาร (RMS)
เชน จากรปู แบบขอความ Outlook ด้ังเดิมหรอื HTML ไปเปน ไฟลขอ ความ

● ความคงท่ี (Fixity) คือตอ งทำใหแ นใ จและสามารถแสดงใหเ หน็ วา ไมมีองคประกอบของอเี มลใด และและไฟล
แนบสามารถเปลีย่ นแปลงไดห ลังจากนำเขาสรู ะบบเอกสารแลว โดยอาจเปลี่ยนเปนสถานะ “อานอยา งเดยี ว”
หรอื การแกไขตอ งขออนญุ าตเฉพาะเทา น้ัน

เครอ่ื งมือท่ีใชส ำหรับจัดการอเี มล อาจเปน สวนหนึง่ ในระบบ EDRMS/ECMS หรือมีการพัฒนาขนึ้ โดยเฉพาะ เชน ePADD
ซงึ่ เปนซอฟตแวรโอเพนซอรส (Open source) ทพ่ี ัฒนาข้ึนโดยหอจดหมายเหตแุ ละสารสนเทศลักษณะพิเศษ มหาวิทยาลยั
สแตนฟอรด (Stanford university's special collections & university archives) โดยนำเทคนิคทางวิทยาการ
คอมพิวเตอรและภาษาศาสตรเ ชิงคำนวณ (Computational linguistics), การเรยี นรขู องเคร่อื ง (Machine learning),
การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural language processing) และการรูจำชือ่ เฉพาะ(Named entity recognition)
รวมเขาไวดว ยกัน เนอ่ื งจากเปน การเขียนอเี มลโตตอบกนั จึงมชี ือ่ เฉพาะตา ง ๆ เปนจำนวนมาก ท้ัง ชอ่ื บคุ คล ชือ่ สถานที่ ชอ่ื
หนว ยงาน เครื่องมือที่ใชก นั ทวั่ ไปไมเพยี งพอในการจำแนกช่ือตางๆ เพอื่ ชวยใหผใู ชเ ขา ถงึ และคนหาอีเมลทมี่ คี ุณคาทาง
ประวตั ศิ าสตรแ ละวฒั นธรรมไดตรงตามความตอ งการ ePADD รองรบั การจดั การอเี มลครอบคลุมกระบวนงาน 4 ดานตาม
วงจรชวี ติ เอกสาร สนับสนนุ การประเมนิ คุณคา , การประมวลผล, การเก็บรกั ษา, การคนหา และการโอนยายไปเปน เอกสาร
จดหมายเหตุ

แนวทางการจดั การอีเมลเพอ่ื ใหบรรลเุ ปา หมายอยางมปี ระสทิ ธิภาพทั่วทั้งองคการ มีดังน้ี (Smallwood, 2013; University
of Manitoba, 2014; The national records of Scotland, 2021; The national archives United Kingdom, 2021)

การกำหนดนโยบาย

การกำหนดนโยบายเก่ยี วกบั การใชอีเมลขององคก าร โดยคำนึงถึงขอ กำหนดทางกฎหมายและขอกำหนดทางธุรกิจ เปน เรื่อง
สำคัญที่ควรไดรบั การพิจารณาอยา งรอบครอบ ควรไดร ับการรับรองโดยผบู ริหารระดบั สูงและประกาศใชท ่ัวทั้งองคก าร
โดยนโยบายนนั้ ตองมีความชดั เจน และมเี นือ้ หาเก่ยี วขอ งกับเรอื่ งดังตอ ไปนี้

● ระบปุ ระเภทของอีเมลท่ีจะนำเขา ระบบจัดการเอกสาร เมอื่ ใดควรเก็บและกำหนดวาใครจะตองเปนผรู ับผดิ ชอบใน
การดำเนินการนี้

● กำหนดใหการตดิ ตอ ส่อื สารผานอีเมลระหวา งเร่อื งสว นตวั กบั เร่อื งทเี่ ปนทางการแยกจากกนั ใหชัดเจน
● กำหนดระยะเวลาวาตอ งเกบ็ อีเมลไวน านแคไหน
● ระบคุ วามเปน สวนตวั และควบคมุ วา ใครสามารถเขาถงึ อีเมลได

290 การจดั การเอกสาร | Records Management

● ครอบคลุมถงึ แนวปฏบิ ัติการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศขององคกร และเนนย้ำถึงความสำคญั ของการไมสรางหรือเผย
แพรเ นื้อหาทีไ่ มเ หมาะสม

● มกี ารกำหนดมาตรการและบทลงโทษ เม่อื มีการละเมิดนโยบาย
● นโยบายตอ งไมเ ขมงวดเกนิ ไปหรอื เชือ่ มโยงกบั เทคโนโลยเี ฉพาะอยา ง ควรมคี วามยืดหยนุ เพียงพอท่ีจะรองรับการ

เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยแี ละควรไดร บั การตรวจสอบ ปรับปรงุ อยางสมำ่ เสมอ

กระบวนการจัดการอเี มล

เมื่ออเี มลถอื วา เปนเอกสารของหนวยงานประเภทหน่งึ ดงั นนั้ กระบวนการจัดการยอ มตอ งกระทำโดยหลกั การเชนเดยี วกบั
เอกสารอ่ืนๆ โดยมีประเด็นทค่ี วรพิจารณาดังน้ี

1.การจดั ทำ

● จดั ทำเอกสารโดยมโี ครงสรา งเชน เดยี วกับจดหมายทางธรุ กจิ หรอื หนงั สอื ราชการ คอื มสี ว นนำ สว นเนื้อหา
และสวนลงทา ย อยา งครบถว น

● เชน เดยี วกบั เอกสารกระดาษ หรือหนงั สอื ราชการ ควรสรางอเี มลเทาทจ่ี ำเปน หรอื ตามขอบเขตทนี่ โยบาย
กำหนด เพราะเมื่อเอกสารเขาสรู ะบบ บางเรือ่ งอาจใชก ารสือ่ สารลักษณะอ่นื เชน การสนทนาโดยตรงหรอื
ทางโทรศัพท เพราะการมอี ีเมลจำนวนมาก ยอมตามมาดว ยเวลาและงบประมาณ ท่ีตอ งเสียไปกับความยุง
ยากในการจดั การ

● กำหนดชือ่ เรอื่ งท่ีชดั เจน และลงขอ มลู เมตาใหครบถว น
● เนือ้ หา มคี วามชดั เจน กระชบั ถูกตอ ง สุภาพ ไมก ำกวม
● ในกรณเี รง ดวนควรระบุสถานะวาอีเมลน้ัน ดว น ดว นมาก ดวนท่ีสดุ
● หลีกเล่ียงการสงไฟลแนบขนาดใหญไปยงั ผรู ับหลายคน ควรใชวิธแี นบลิงกข องไฟลท เี่ กบ็ ไวใ น EDRM หรือ

ระบบคลาวดที่ใชรวมกนั การแจกจายเอกสารในลักษณะนจ้ี ะชวยสงเสรมิ วฒั นธรรมการแบงปนขอ มลู
ภายในองคกร นอกจากน้ยี ังลดจำนวนสำเนาของเอกสารในโฟลเดอรด ว ย

2.การเก็บรกั ษา

● ควรมกี ารกำหนดอายอุ ีเมล เอาไวในตารางกำหนดอายเุ อกสารขององคก าร
● เก็บรกั ษาเฉพาะอีเมลทไ่ี ดรับการประเมนิ วามีคุณคาเหมาะสม การเกบ็ อีเมลท้ังหมดจะสง ผลใหเกดิ ภาระใน

การจัดเกบ็ และเพิม่ ความเสี่ยงของการไมป ฏิบตั ติ ามขอกำหนด อีเมลทไี่ มสำคัญหรือไมมีคณุ คา ในระยะยาว
ควรถกู ลบโดยเร็วทส่ี ดุ โดยอาจใชเ กณฑจากระเบยี บ ขอ บังคับ กฎหมายมาประยุกตใ ช
● จัดเกบ็ ในรูปแบบทก่ี ารแสดงเอกสารแบบด้งั เดิม เพื่อใหส ามารถรกั ษาความถกู ตองและความสมบูรณของ
ขอ มูลผสู งและผูรับท้งั หมด ขอ มูลการสงและไฟลแ นบจำเปน ตอ งไดรบั การเก็บรักษาไวเ ปนสวนหน่ึงของ
อเี มล

การจดั การเอกสารในระบบนเิ วศดิจิทัล 291

● พ้นื ท่ีเก็บขอ มลู ของอีเมลมักมีปริมาณจำกัด เพ่อื ปอ งกันไมใ หมกี ารสะสมอีเมลจนเกินไป อีเมลทอี่ ยกู งึ่ กระแส
การใชงาน หรอื ส้ินสุดกจิ กรรมแลว ควรไดร ับการดูแลโดยศนู ยเอกสาร เพ่ือปอ งกันการสูญหายหรือถูก
ทำลายโดยไมตง้ั ใจ โดยการโอนยายตามระยะเวลาทีก่ ำหนด

3.การกำจดั

● อเี มลท่ีสิน้ สุดกระแสการใชง าน ไดรับการประเมนิ วา ไมม คี ุณคา อกี ตอไป ตอ งถกู ทำลายตามทก่ี ำหนดไวใน
ตารางกำหนดอายุเอกสารเชนเดยี วกบั ขอมลู ประเภทอน่ื ๆ

● ตองทำใหม่ันใจวา อเี มลท่ีสนิ้ สดุ อายุจดั เกบ็ เม่อื ลบทงิ้ แลวจะไมส ามารถกูคนื ได
● อีเมลที่ส้ินสดุ กระแสการใชง าน แตย ังมคี ุณคาอยางตอ เน่อื ง ตอ งถูกโอนยา ยไปยังหอจดหมายเหตอุ ยางครบ

ถว น เพือ่ เก็บรกั ษาเอาไวอยา งถาวร
● การเกบ็ รักษาอเี มลไวเ ปนจดหมายเหตนุ ้นั อาจมคี วามซบั ซอน และจะตองใชนโยบาย เทคโนโลยี และการมี

สว นรวมจากหลายฝาย

4.การฝกอบรมบคุ ลากร

● ควรฝกอบรมหรอื สอนหลกั สูตรการใชอ ีเมลใหแกบ ุคลากร โดยมีเน้อื หาครอบคลุมต้ังแตว ิธีสรา งและสง อีเมล
วธิ ตี ้ังชอ่ื อีเมลอยางเหมาะสม วธิ ีจัดการกลองจดหมาย วิธกี ารทำเนอื้ หาท่เี หมาะสม ฯลฯ

● การฝก อบรมทางอเี มลใหกบั บุคลากรอยา งตอเนือ่ งจะสง ผลกระทบในเชงิ บวกในประเดน็ ตางๆ เชน การ
ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบและธรรมาภิบาล รวมท้ังผลโดยตรงตอการประหยัดเงินของในการจัดการอีเมลทต่ี าม
มาดวย

การจดั การอีเมลตามระเบยี บฯ วาดว ยงานสารบรรณฯ

ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรี วาดว ยงานสารบรรณ (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ.2564 กำหนดใหส วนราชการใชระบบสารบรรณ
อเิ ล็กทรอนิกสใ นการปฏิบัตงิ าน หรืออยา งนอ ยตอ งมีทอี่ ยอู ีเมลสำหรบั การรบั และสง หนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส โดยกำหนดหลกั
เกณฑแ ละวธิ ีปฏิบตั ิเก่ยี วกบั อีเมล ไวใ นภาคผนวก 7 ของระเบียบฯ มีสาระสำคญั ดังนี้

1.ชือ่ ท่ีอยอู เี มล ใหตงั้ ทอ่ี ยอู ีเมลของหนวยงานสารบรรณกลาง โดยใชชื่อ saraban ตามดว ยช่อื โดเมน (Domain
name) ของสวนราชการนั้น กรณีสว นราชการใดมีหนว ยงานในสงั กัดทตี่ ัง้ อยใู นภูมภิ าค หรอื จำเปน ตองมหี นว ยงาน
สารบรรณแยกตางหากจากสวนกลาง สามารถมที ่ีอยอู เี มลกลางเฉพาะของหนว ยงานน้นั ๆได แตตอ งลงทายดวยชอ่ื โดเมน
เนมของสวนราชการตน สังกดั เชน

292 การจดั การเอกสาร | Records Management

ทอี่ ยอู เี มล หนว ยงาน

[email protected] สารบรรณกลาง กระทรวงการตางประเทศ

[email protected] สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการตางประเทศ

[email protected] สำนักงานเลขานกุ ารปลดั กระทรวง สำนกั งานปลดั กระทรวงการตางประเทศ

[email protected] มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล

[email protected] จังหวดั ขอนแกน

[email protected] สำนักงานยตุ ิธรรมจังหวดั ขอนแกน

[email protected] เทศบาลตำบลกะเปอร อำเภอกะเปอร จังหวัดระนอง

อยา งไรกด็ รี ายชอื่ ท่ีอยอู ีเมลของสวนราชการไทยทร่ี วบรวมและเผยแพรโ ดยสำนักงานพัฒนารฐั บาลดจิ ทิ ัล (องคการมหาชน)
(2564) พบวา มกี ารตง้ั ช่ือท่ีอยอู ีเมลทแ่ี ตกตางหลากหลาย เชน [email protected] (สำนกั งานการกฬี าแหง ประเทศไทย
จังหวัดลำปาง), [email protected] (กรมการแพทย) , [email protected] (สถาบนั อุทยานการเรยี นร)ู ,
[email protected](เทศบาลตำบลเขาสวนกวาง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวดั ขอนแกน), [email protected]
(มหาวิทยาลยั ขอนแกน ) รวมทง้ั การใชสับสนระหวา งคำวา “saraban” กบั “sarabun” ในหลายหนวยงาน

2.ผูรับผิดชอบ หวั หนา สวนราชการมอบหมายเจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลาง หรอื เจา หนาท่ีในสงั กดั สวน
ราชการตัง้ แตห นง่ึ คนขน้ึ ไป ทำหนา ท:ี่

● รบั -สงขอ มลู ขา วสารหรอื หนงั สือของสวนราชการทางอีเมล
● ลงทะเบยี นหนงั สือรบั -สง โดยใชแ นวปฏบิ ตั เิ ชนเดียวกบั การรบั -สง หนังสือที่เปนเอกสารกระดาษ
● ตรวจสอบขอมลู ขาวสารและหนังสือราชการทไี่ ดร บั ในกลอ งจดหมายเขา (Inbox) เปนประจำ ไมน อ ย

กวาวนั ละสองครงั้ ในเวลาราชการ อาจเปนชวงเชา หนง่ึ ครั้ง ชวงบา ยอกี หน่งึ คร้ัง
● ตรวจสอบอเี มลในโฟลเดอรอีเมลขยะ และโฟลเดอรอืน่ ๆ หากพบอีเมลที่สง มาจากสว นราชการหรอื

หนว ยงานของรฐั ในโฟลเดอรอเี มลขยะหรือโฟลเดอรอ ืน่ ใด ใหยายไปยังกลองจดหมายเขา
● ลบอเี มลขยะ อีเมลโฆษณา ท้งิ ทนั ทเี มือ่ ตรวจสอบพบ
● ในกรณีที่สวนราชการใดอนุญาตหรอื จดั ใหมีทอ่ี ยอู ีเมลกลาง สำหรบั หนวยงานในสังกัดทตี่ ้งั อยใู นภูมภิ าค

หรอื หนว ยงานในสงั กดั ทจ่ี ำเปนตองมีหนวยงานสารบรรณกลางแยกตา งหากจากสว นกลาง หรอื กรณีมี
เหตุผลความจำเปนอื่นใด ใหหัวหนา หนว ยงานน้ันมอบหมายเจา หนาท่ีของหนวยงานคนใดคนหนง่ึ หรอื
หลายคน ทำหนาทีเ่ ชนเดยี วกบั เจาหนาทข่ี องหนว ยงานสารบรรณกลาง

การจดั การเอกสารในระบบนเิ วศดจิ ิทัล 293

3.การเขยี นอเี มล

● สวนช่อื เรือ่ งของอีเมล (Subject) ใหระบโุ ดยใชชอ่ื เรอื่ งตามทร่ี ะบุในหนงั สอื ท้ังนี้ ในกรณีมกี ารกำหนด
ช้ันความเรว็ ใหร ะบุช้ันความเร็วในช่อื เรื่องของอเี มลตามดวย เคร่ืองหมายทวภิ าค (:) แลว จึงระบชุ ือ่ เรื่อง
ตัวอยา ง เชน ดวนทส่ี ดุ : ขอเชิญประชมุ คณะกรรมการ ตรวจรบั พัสดตุ ามสัญญาเลขที่ … ครงั้ ท่ี …

● สวนเนื้อหาอีเมล ใหจัดรูปแบบเนื้อหาเปน HTML โดยใหใ ชการเขา รหัสขอความ (Text encoding)
แบบ UTF-8 และใชต วั แบบอักษร (Font) Arial หรอื Verdana หรอื Times New Roman หรอื แบบ
อกั ษรอ่ืนใดซง่ึ รองรับการแสดงผลภาษาไทย และสามารถแสดงผลบนอปุ กรณสวนใหญไ ด เนอื้ หาของ
อีเมลตอ งมกี ารจัดเรยี งและมเี นือ้ หาของขอความดงั ตอไปนี้
○ คำข้ึนตน ใหใชค ำขน้ึ ตนตามฐานะของผรู ับหนังสอื ตามตารางการใชค ำขึ้นตน สรรพนาม และ
คำลงทาย ทกี่ ำหนดไวใ นภาคผนวก 2 ของระเบียบฯ แลว ลงตำแหนง ของผทู อ่ี เี มลนน้ั มีถงึ หรอื
ช่ือบุคคลในกรณที ่ีมีถงึ ตัวบคุ คลไมเกยี่ วกบั ตำแหนง หนา ท่ี
○ ขอ ความเนื้อหาสาระ ใหลงสรปุ สาระสำคัญของเร่อื งใหชัดเจนและเขา ใจงาย หากมคี วาม
ประสงคห ลายประการใหแยกเปน ขอ ๆ
○ ขอความขอใหตอบกลับ เพอื่ ขอใหผ ูร บั อเี มลหรือเจา หนาท่ีผเู ก่ยี วของแจงตอบกลับ (Reply)
วาไดร ับอเี มลนน้ั แลว ตัวอยา งเชน “หากทานไดร บั อเี มลนี้แลวกรณุ าแจงการไดร บั กลับมายงั ที่
อยู อีเมลนีด้ วย จะขอบคุณยง่ิ ”
○ คำลงทาย ใหใชค ำลงทายตามฐานะของผูร บั หนงั สือตามตารางการใชคำขน้ึ ตน สรรพนาม และ
คำลงทา ย ที่กำหนดไวใ นภาคผนวก 2 ของระเบยี บฯ
○ ลงชือ่ ใหพ มิ พช ือ่ สวนราชการทีส่ งหนังสือนนั้
○ ขอ มลู ตดิ ตอ ใหพิมพช่อื สวนราชการเจาของเรอื่ งหรอื หนว ยงานที่ออกหนงั สอื และหมายเลข
โทรศพั ท ทัง้ น้ี ใหระบชุ อ่ื เจาหนา ที่ทเ่ี ปน เจา ของเรือ่ งและหมายเลข โทรศัพททต่ี ดิ ตอ กับเจา
หนาที่นัน้ ไดไ วด ว ย
○ เสนปด ขอ ความ โดยใหมีเสนประหรือเสน ทบึ ปดขอ ความ ยาวตลอดบรรทัดทอี่ ยใู ตขอ มูลตดิ ตอ
เพือ่ แสดงใหเ หน็ วา สิ้นสุดเนอื้ หาของอีเมล
○ ขอ ความจำกดั ความรับผดิ มาตรฐาน ใหพ มิ พข อ ความ ท้งั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ดังตอ
ไปนี้

294 การจัดการเอกสาร | Records Management

“อเี มล (และ/หรอื เอกสารแนบ) นี้เปน ขอมลู ทเ่ี ปน ความลบั และอาจเปนขอมลู ทเี่ ปนเอกสทิ ธ์ิเฉพาะบคุ คล
การนำขอ มูลดังกลาวไปใชห รือเปดเผยใหบคุ คลอืน่ ใด ลว งรู เปนการกระทำท่ีไมไ ดรับอนุญาต หากทา นมไิ ด
เปน บคุ คลที่อเี มลฉบบั นร้ี ะบุถึงแลว กรณุ าลบ อีเมลนอี้ อกจากคอมพวิ เตอรท่ีทา นไดรับ ทั้งนี้ ขอขอบคุณหาก
ทา นไดแจง ผสู ง ถงึ การจดั สงอเี มล ผิดพลาดดว ย

This e-mail (and/or attachments) is confidential and may be privileged. Use or disclosure of
it by anyone other than a designated addressee is unauthorized. If you are not an intended
recipient, please delete this e-mail from the computer on which you received it. We thank
you for notifying us immediately.”

4.การจดั ทำไฟล ใหสวนราชการดำเนินการจดั ทำขอ มูลขาวสารหรือหนังสือราชการเพอ่ื สง ทางอเี มล ดงั น้ี

● จัดทำรา งหนงั สอื ใหผ ูมอี ำนาจลงชอ่ื หรือใหค วามเหน็ ชอบรา งหนังสือทีจ่ ะสงออกไปภายนอก
● เมือ่ ผมู ีอำนาจลงช่ือไดลงลายมือช่ือหรือใหค วามเหน็ ชอบหนงั สอื แลว ใหเจา ของเรื่อง ตรวจสอบความ

เรียบรอ ยของหนังสือและสงิ่ ทจ่ี ะสงไปดว ย และใหป ระสานหนว ยงานสารบรรณกลาง เพอ่ื กำหนดเลข
ทะเบยี นหนงั สอื สง และลงรายการทะเบยี นหนังสือสง
● สว นราชการทใ่ี ชร ะบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกสจ ดั ทำหนงั สอื และออกเลขหนังสือไดโดยอัตโนมัติ เมื่อผมู ี
อำนาจลงชอ่ื ไดแ สดงเจตนาเห็นชอบดวยวิธีการทางอเิ ล็กทรอนกิ ส ถอื วาไดด ำเนนิ การอยา งถกู ตองเชน
เดียวกัน
● ใหเจา ของเร่อื งแปลงหนงั สือและส่งิ ทจ่ี ะสงไปดว ยใหเ ปนไฟลอ เิ ลก็ ทรอนกิ สป ระเภท PDF เปนไฟลเดียว
ความละเอยี ดไมนอยกวา 300 dpi หากที่ส่ิงที่จะสง ไปดว ยมจี ำนวนหนามาก จะแยกไฟลต า งหากกไ็ ด
● ในกรณีท่ีไฟลทจ่ี ะแนบไปกบั อีเมลมขี นาดใหญเกนิ กวาทจี่ ะสามารถแนบไปไดแลว ใหนำไฟลดงั กลาวไป
จัดเก็บไวในท่ีทผ่ี รู ับอีเมลหรือผรู ับหนังสอื สามารถเขาถงึ ไดตามทส่ี ว นราชการกำหนด และใหคัดลอกท่ี
อยขู องไฟลอ ิเล็กทรอนกิ สน้นั ไประบไุ วใ นสว นเนอ้ื หาของอเี มลแทน
● การตั้งชอื่ ไฟลใหใชเ ลขอารบกิ และใชเ คร่อื งหมายขีดลาง (_) แทนการเวน วรรคหรือเครอื่ งหมายหรือ
สัญลักษณพิเศษ ทสี่ งวนไมใหใชใ นชื่อไฟล (Reserved characters) เชน (/) (.) หรอื ($) ตามหลกั เกณฑ
และลำดับ คอื ปพ .ศ._รหัสตวั อักษรโรมันประจำสวนราชการ_เลขประจำของสวนราชการเจาของ
เร่อื ง_เลขท่ีของหนงั สอื ตามทะเบียนหนงั สอื สง เชน 2564_HESI_อว660301_7_50.pdf คอื ไฟลห นงั สือ
คณะมนุษยศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยขอนแกน กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร วิจยั
และนวตั กรรม
● กรณมี หี ลายไฟล ใหไฟลส ง่ิ ทจี่ ะสง ไปดว ยใชช ่ือไฟลเดยี วกับหนงั สือ แลวตามดว ยตัวเลขต้งั แตเลข 1
เปน ตน ไปตามลำดับ เชน

การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดจิ ิทลั 295

○ หนงั สือ 2564_HESI_อว660301_7_50.pdf

○ สงิ่ ท่ีสงมาดวย1 2564_HESI_อว660301_7_50_1.pdf

○ สงิ่ ทส่ี งมาดวย2 2564_HESI_อว660301_7_50_2.pdf

5.การรบั ใหสว นราชการดำเนินการรับขอ มลู ขาวสารหรอื หนังสอื ราชการทางอเี มล ดังนี้

● เมื่อไดร ับอีเมลจากภายนอก ใหล งทะเบยี นรบั หนงั สอื ท่แี นบมากบั อเี มลน้นั ในทะเบียนหนงั สอื รบั
● รับหนังสอื ทางทอี่ ยูอเี มล โดยลงทะเบียนรับ และนำเขา ระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส
● กรณหี นวยงานทไ่ี มมีระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส ใหพ มิ พอ อก (Print out) แลวดำเนนิ การเชนเดียว

กับเอกสารกระดาษ
● แจงยนื ยันการไดร บั อเี มล โดยการตอบกลบั (Reply) ไปยังที่อยอู เี มลทสี่ งมา ภายในวันทำการทไี่ ดรบั

อีเมลน้นั โดยตอ งมีขอ ความตามโครงสรางคือ เนอ้ื หาระบุวาสวนราชการไดร ับอีเมลแลว และ หมายเลข
โทรศัพทข องสว นราชการ ทั้งภาษาไทยและภาษาองั กฤษ เชน

“ไดรับอีเมลของทา นแลว
สำนกั งานปลดั สำนกั นายกรัฐมนตรี
0 2283 4244
Your e-mail is well received.
Office of the Permanent Secretary, Prime Minister’s Office
+66 2283 4244”

● กรณไี ดร ับอีเมลหลังเวลา 16:30 น. ใหตอบกลับอยางชาไมเ กนิ 13:00 น.ของวนั ทำการถดั ไป

6.การสง ใหสว นราชการดำเนนิ การสง ขอ มลู ขา วสารหรือหนังสือราชการทางอีเมล ดงั นี้

● ใหเจาของเรอ่ื งนำสงไฟลอิเลก็ ทรอนกิ สท ี่ตอ งการจะสง รวมทั้งแจงทอ่ี ยอู เี มลของผรู ับ และหมายเลข
โทรศพั ทข องผูรบั (ถา ม)ี ใหเจาหนา ทีง่ านสารบรรณกลางเพ่ือดำเนนิ การสง อีเมลตอ ไป

● กอ นการสงอเี มลออกใหเจาหนา ที่งานสารบรรณกลาง ตรวจสอบความเรยี บรอยของไฟลอ เิ ล็กทรอนกิ ส
และการลงลายมือชอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส (ถาม)ี เพอื่ รับรองความถูกตองของไฟลอ เิ ลก็ ทรอนกิ สน ั้น

● เขา สรู ะบบอเี มล โดยใชท ่ีอยูอเี มลกลางของสวนราชการ
● ใหระบทุ ่ีอยอู ีเมลของผูร บั ไวใ นชอ ง “ถงึ ” (To) โดยในกรณีที่มผี ูรบั หลายคน ใหเ รียงลำดับทอี่ ยอู ีเมลใน

ชอ งเดยี วกัน
● สำหรบั กรณีที่ตองสง อเี มลทสี่ ง ออกเปนสำเนาใหบคุ คลอืน่ ใดดว ยแลว ใหร ะบทุ อี่ ยอู เี มลของผรู ับสำเนาใน

ชอ ง “สำเนาถงึ ” (CC) โดยใหสงสำเนาไปยังทอ่ี ยอู เี มลของเจาของเรื่องดวย (ถาม)ี และใหใ ชชอง “สำเนา
ลบั ถงึ ” (BCC) สำหรบั กรณดี ังตอไปนี้

296 การจัดการเอกสาร | Records Management

○ การสง ไปจัดเกบ็ เปนสำเนาภายในระบบของสว นราชการ
○ การสงหนงั สือไปยังผูร บั จำนวนเกนิ กวาหนง่ึ คน ซง่ึ สวนราชการเหน็ วา จำเปนตอ งมีการปกปด ไม

ใหผรู ับทราบวาไดส งไปยงั บุคคลอน่ื ดว ย
● ลงทะเบยี นหนงั สอื สง วาไดสง หนังสือโดยทางอีเมลแลว
● ในกรณีท่ีปรากฏวาไมสามารถสง อเี มลไปยังผูร ับไดแ ลว ใหใ หเ จา หนาท่ีของหนวยงานสารบรรณกลาง

ตรวจสอบและแกไ ขท่อี ยอู เี มลใหถกู ตอ งตามท่ีมีการประกาศเผยแพรห รือทไี่ ดใ หไวแกสว นราชการน้นั
แลว สงใหมอกี คร้งั หากตรวจสอบพบวาถูกตอ งแลว หรอื ไมสามารถแกไขทอ่ี ยอู ีเมลได ใหแจง เจา ของเร่อื ง
โดยเร็ว
● เมอ่ื ไดร ับแจง ใหเจา ของเรอื่ งติดตอหนวยงานหรือบคุ คล ผูรบั อเี มลเพอ่ื ยนื ยันทอี่ ยอู ีเมลทส่ี ามารถรับสง
ได และแจงใหเจา หนา ทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลาง เพ่อื ดำเนนิ การสงอีเมลอีกครัง้ หากเจาหนา ที่ของ
หนว ยงานสารบรรณกลาง สงอีเมลไปใหมแ ลวแตยงั ไมสามารถสงไดส ำเรจ็ ใหดำเนนิ การสง หนงั สอื ดว ย
วิธีการอน่ื ตอ ไป ท้ังนใ้ี นกรณที ี่ผรู ับหนังสอื เปนหนว ยงานของรัฐ ใหผสู งระบุเหตุการณทไี่ มสามารถสง
หนงั สือน้นั โดยทางอีเมลไดไวใ นหนังสอื นนั้ เพอื่ ใหห ัวหนา หนวยงานผรู ับไดทราบดว ย

7.การสง ตอ

● หัวหนาสวนราชการกำหนดหลักเกณฑ วธิ กี าร และระยะเวลาในการจัดสง อีเมลที่ไดล งทะเบียนรับแลว ให
ผทู ีเ่ กีย่ วขอ งภายในสว นราชการ

● ภายหลังจากไดสง อเี มลแลว หากไดร ับการตอบกลบั (Reply) ตามวาไดรบั อีเมลแลว ใหเจา หนาท่ีของ
หนว ยงานสารบรรณกลาง สงตอ (Forward) อเี มลตอบกลับดงั กลาวใหเจาของเร่ืองทราบดว ย

● ในกรณีท่ีไดร บั หนงั สอื ราชการทางท่ีอยอู ีเมลอ่ืนทไ่ี มใชท ่ีอยอู เี มลกลาง ใหผใู ชง านทอ่ี ยอู ีเมลนน้ั สงตอ ไป
ยงั ทอ่ี ยูอเี มลกลาง เพ่ือดำเนนิ การตอไปตามท่ี และใหเจา หนา ทง่ี านสารบรรณ สง อีเมลแจง กลับไปยังผู
สง เพือ่ ทราบที่อยูอ ีเมลกลางท่ถี กู ตอง สำหรบั การจัดสงครั้งตอไปดว ย

8.การดำเนนิ การอเี มลที่มีช้ันความเร็ว

● อเี มลท่ีมกี ารกำหนดช้ันความเร็วประเภทดวนท่สี ดุ หรอื มีผลใหผ ูรบั ตองดำเนนิ การอยางหน่ึงอยา งใด
ภายในกำหนดเวลาแลว ใหเจาของเร่ืองมหี นา ที่ติดตอ เจาหนา ทข่ี องผรู บั ทางโทรศัพทหรอื ชอ งทางอ่ืนใด
เพอ่ื ยืนยนั วาไดร บั หนังสอื นั้นแลว ภายหลงั จากที่เจา หนา ของหนว ยงานสารบรรณกลางไดจ ดั สง อีเมล

● เมอื่ ไดร บั แจงแลว ใหเจาของเรือ่ งแจงใหเ จา หนา ของหนวยงานสารบรรณกลาง บันทกึ ไวใ นหมายเหตุของ
ทะเบียนหนงั สอื สงวาไดย ืนยันกับผรู บั แลว พรอ มท้ังระบวุ ันและเวลาทไ่ี ดร ับการยนื ยนั จากผูรับดว ย ทงั้ น้ี
เวน แตก รณีทไ่ี ดร ับการตอบกลับวา ไดร บั อเี มลแลว จะไมด ำเนินการตามขอ น้กี ไ็ ด

การจัดการเอกสารในระบบนิเวศดิจิทลั 297

9.การดำเนนิ การอเี มลทมี่ ชี น้ั ความลบั

● กรณไี ดรับอีเมลทกี่ ำหนดในชน้ั ลบั หรอื ลับมาก ใหดำเนินการตามระเบียบวาดว ยการรกั ษาความลับของ
ทางราชการ และระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรี วา ดว ยการรักษาความปลอดภัยแหง ชาติ

● กรณีไดรับอเี มลท่ใี นชนั้ ความลับที่สดุ ใหติดตอผสู ง เพ่ือแจงใหทราบวาหนงั สอื น้นั ไมอาจสงและรับดวยวิธี
การทางอิเล็กทรอนิกสไ ด และขอใหด ำเนนิ การสงใหมอ กี ครงั้ เปนเอกสารกระดาษ เมอื่ ไดแจงแลว ใหเ จา
หนา ท่ขี องหนว ยงานสารบรรณกลางลบอเี มลน้ันท้งิ ทนั ที

● การพิมพหนงั สอื ชน้ั ลบั หรือลบั มากออกเปน เอกสารกระดาษ ใหน ายทะเบยี นขอ มูลขา วสารลับ หรือผูทไ่ี ด
รับการแตง ตง้ั ใหเขาถงึ เอกสารลับแตละระดบั เปนผดู ำเนินการ ในระหวา งการดำเนินการตองระมัดระวงั มิ
ใหบคุ คลอื่นใดอานหรือเขาถงึ อเี มลและหนังสอื นน้ั ได

10.การสำรองขอ มูล

● หวั หนา สวนราชการกำหนดหลกั เกณฑและวิธกี ารสำรองขอ มลู อเี มล (Backup) ในรูปแบบอเิ ล็กทรอนิกส
ใหส ามารถเรียกดูในภายหลังได

การจดั การอีเมลตามความในระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ น้ี เปน เพียงแนวทางสำหรบั หนวยงานของรฐั เทา นัน้ ยังมอี กี
หลายสวนท่ีตองใหแตละสวนราชการกำหนดหลักเกณฑและวธิ กี ารเฉพาะลงไปอกี ซง่ึ ยง่ิ ยำ้ ใหเห็นวาหนวยงานของรฐั
จำเปน ตอ งยกระดบั งานสารบรรณ จากงานปฏิบตั ิการไปสงู านจดั การเอกสารอยา งแทจริง

ลายมอื ชืออิเล็กทรอนิกส์

ปจ จุบันรฐั บาลหลายประเทศ รวมท้ังประเทศไทย มีนโนบายปฏริ ูปการบรหิ ารงานภาครัฐใหเ ปนรัฐบาลดจิ ิทลั (Digital
government) เพื่อใหเกิดความคลอ งตัวในการบรหิ ารงาน มีประสทิ ธภิ าพ มีการกำหนดนโยบายใหนำเทคโนโลยีดิจิทลั มา
ใชเ ชงิ เศรษฐกิจและสังคม

องคป ระกอบสำคัญประการหนึง่ ทแ่ี สดงถงึ การเปน รัฐบาลดิจทิ ลั คือ หนวยงานของรฐั ตองสามารถบริการประชาชน ผาน
ระบบดิจทิ ลั ได การตดิ ตอสอื่ สาร ส่ังการ สามารถใชเ อกสารอิเลก็ ทรอนกิ สไ ดเ ทา เทยี มกบั เอกสารกระดาษแบบดัง้ เดมิ ดังนน้ั
ลายมือชือ่ อิเล็กทรอนิกส จงึ มีความสำคัญและจำเปนมากในยคุ นี้

การลงลายมือช่อื คอื การทำใหเกดิ หลักฐาน ทส่ี ามารถระบุตวั เจา ของลายมอื ชอ่ื และสามารถแสดงเจตนาของเจา ของ
ลายมือช่ือเกย่ี วกับขอความทตี่ นเองลงลายมอื ช่ือได เมอื่ บคุ คลตอ งการแสดงเจตนาท่ีจะเชอ่ื มโยงตนเองเขากบั เอกสารเพอ่ื
ใหเ กิดผลผูกพัน เชน การอนมุ ัติเห็นชอบ หรือยอมรบั ขอ กำหนด,การเปนพยาน, การรับรองหรอื ยืนยันความถูกตองของ
ขอ ความในเอกสาร (Notarization), การตอบแจง การเขา ถงึ หรือการรับทราบขอความ (Acknowledgement) การลง
ลายมือชือ่ มักเปน ข้นั ตอนสุดทายในกระบวนการจดั ทำเอกสารหรอื หนังสือราชการ

298 การจัดการเอกสาร | Records Management

พรบ.วาดว ยธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกสฯ รองรบั การลงลายมอื ช่อื อิเล็กทรอนกิ สใ หม ผี ลทางกฎหมาย เชนเดียวกบั การลง
ลายมอื ชื่อบนเอกสารกระดาษ ลายมือชอ่ื อิเลก็ ทรอนิกสต ามมาตรา 4 แหงกฎหมายนี้ หมายความวา “อกั ษร อักขระ
ตวั เลข เสยี งหรอื สัญลักษณอนื่ ใดทส่ี รา งข้นึ ใหอยใู นรูปแบบอิเลก็ ทรอนิกส ซึ่งนำมาใชป ระกอบกับขอมูลอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ พื่อ
แสดงความสัมพันธระหวา งบุคคลกับขอมลู อิเล็กทรอนิกส โดยมวี ัตถุประสงคเพื่อระบตุ วั บคุ คลผูเปน เจา ของลายมือชื่อ
อเิ ลก็ ทรอนิกสท ่ีเกย่ี วขอ งกบั ขอมูลอิเลก็ ทรอนิกสน น้ั และเพอื่ แสดงวา บุคคลดังกลาวยอมรบั ขอความในขอมลู
อเิ ลก็ ทรอนกิ สน้ัน”

ในระบบสารสนเทศสำหรับจดั การบรรณสารและเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส (ERMS/EDRMS) หรอื ระบบสารบรรณ
อิเลก็ ทรอนกิ ส สามารถกำหนดรูปแบบการลงลายมอื ชือ่ อเิ ล็กทรอนกิ สต างๆ โดยตอ งมีการควบคุมการเขา ถงึ การยืนยนั ตวั
ตน และการตรวจสอบสิทธขิ องผใู ชง าน กอนอนญุ าตใหผูใชงานดำเนินการลงลายมอื ชือ่ อิเลก็ ทรอนกิ ส

องคประกอบของลายมอื ชอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส

หลกั การสำคญั ของลายมอื ชอื่ อเิ ล็กทรอนกิ ส คอื ตองมีความนาเชอื่ ถอื โดยองคป ระกอบทท่ี ำใหลายมอื ชือ่ อเิ ล็กทรอนิกสเ กดิ
ความนาเชื่อถอื คือ (สำนกั งานพฒั นาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส, 2563)

● การพิสูจนแ ละยืนยนั ตัวตน ลายมอื ช่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ สท ่ีนำมาใชประกอบกับเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส ตองสามารถ
ระบตุ วั บุคคลผเู ปนเจาของลายมือชอ่ื ทเี่ ก่ียวขอ งกบั เอกสารอิเล็กทรอนิกสน ั้น ดังนน้ั ความนา เชื่อถือของลายมือชื่อ
อเิ ลก็ ทรอนิกสส วนหนงึ่ จะพิจารณาจากระดับความนาเช่อื ถอื ของการพสิ จู นและยนื ยันตัวตน ซงึ่ ประกอบดว ย
ระดบั ความนา เชื่อถอื ของไอเดนทติ ี (IAL) ในกระบวนการพิสูจนต ัวตน และระดับความนาเชอื่ ถือของสง่ิ ทใ่ี ช
ยนื ยันตัวตน (AAL) ในกระบวนการยนื ยันตวั ตน

● เจตนาในการลงลายมือชื่อ วิธีการลงลายมือชื่อตองมีกระบวนการหรือหลกั ฐานท่ีแสดงไดวาบคุ คลไดย อมรบั
แสดงเจตนาตามท่ีตนไดล งลายมือช่อื อยา งแทจริง โดยควรมีการออกแบบระบบใหบ ุคคลเขา ใจวา กำลงั ลงลายมือ
ชือ่ กบั เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส และมีการบงบอกวัตถปุ ระสงคห รือเหตุผลของการลงลายมอื ช่ือในรูปแบบหรอื
ขอ ความโดยใชภาษาที่เขาใจงายวา ลายมอื ชอ่ื นำมาใชเพือ่ วตั ถปุ ระสงคใ ด เชน อนมุ ตั ิ, รับรอง, ยนื ยนั ความถกู ตอง
, ตอบแจงการรบั ขอ ความ, ยอมรับ, เปนพยาน หรือเพือ่ วัตถุประสงคอ ่ืนใด

● การรักษาความครบถว นของขอ มลู จะตอ งมหี ลักฐานแสดงไดว า ไมมีการเปลีย่ นแปลงความหมายของเอกสารท่ี
ลงลายมือชอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส สามารถตรวจพบการเปลีย่ นแปลงของขอความและลายมือชื่ออเิ ลก็ ทรอนิกสได
ลายมอื ชอื่ อิเล็กทรอนิกส และขอมูลอน่ื ๆที่เกยี่ วขอ ง จะตองมกี ารเกบ็ รกั ษาใหม ีความครบถวนและไมม กี าร
เปล่ยี นแปลงตลอดระยะเวลา หรอื ใชบ ุคคลทส่ี ามทเ่ี ชือ่ ถือไดเ ปน เสมือนพยานในการรับรองความครบถวนของ
ขอ มลู ดวยการใชลายมอื ชื่อดิจทิ ัลของบคุ คลดงั กลา ว

การจัดการเอกสารในระบบนิเวศดิจิทลั 299

รปู แบบของลายมือช่อื อิเล็กทรอนกิ ส

ลายมือชื่ออิเลก็ ทรอนิกสสามารถจดั ทำในรปู แบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ ดๆก็ได แตต อ งมีความนาเช่อื ถือ ซงึ่ พรบ.วา ดวยธรุ กรรม
ทางอิเล็กทรอนกิ สฯ (มาตรา 9 และ 26) ไดกำหนดคุณสมบัตคิ ือ

● ใชว ิธีการที่สามารถระบตุ ัวเจา ของลายมอื ชื่อ และสามารถแสดงไดวา เจา ของลายมือช่อื รับรองขอ ความในขอ มูล

อเิ ล็กทรอนกิ สนั้นวา เปน ของตน

● ใชว ธิ ีการท่ีเช่ือถอื ไดโดยเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงคข องการสรางหรือสง ขอมลู อเิ ล็กทรอนกิ ส โดยคำนงึ ถงึ

พฤติการณแวดลอมหรอื ขอ ตกลงของคกู รณี

● ขอ มลู สำหรับใชส รา งลายมือช่ืออเิ ลก็ ทรอนิกสน น้ั ไดเชอื่ มโยงไปยงั เจาของลายมือช่อื โดยไมเชอ่ื มโยงไปยงั บคุ คล

อื่นภายใตส ภาพทน่ี ำมาใช

● ในขณะสรา งลายมือชือ่ อิเลก็ ทรอนกิ สนั้น ขอ มลู สำหรับใชสรา งลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสอ ยภู ายใตก ารควบคุมของ

เจา ของลายมือชอื่ โดยไมมีการควบคมุ ของบคุ คลอ่นื

● การเปลยี่ นแปลงใด ๆ ที่เกิดแกลายมือชื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส นบั แตเ วลาท่ไี ดสรา งขนึ้ สามารถจะตรวจพบได

● ในกรณีที่กฎหมายกำหนดใหการลงลายมือชอื่ อิเลก็ ทรอนิกสเ ปน ไปเพ่อื รับรองความครบถว น และไมม กี าร

เปลีย่ นแปลงของขอ ความ การเปลี่ยนแปลงใดแกขอ ความนัน้ สามารถตรวจพบไดน ับแตเวลาทลี่ งลายมอื ช่อื

อเิ ลก็ ทรอนิกส

อาจจำแนกลายมอื ชอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ สอ อกเปน 3 แบบใหญๆ คอื (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส, 2563;
Digisign, 2018)

1) แบบงา ย (Simple) คือ เปนอกั ษร อักขระ ตวั เลข เสยี งหรอื สัญลักษณอ่นื ใดที่สรางขน้ึ ใหอ ยใู นรูปแบบ
อิเลก็ ทรอนิกส ไมไดร บั การปอ งกนั โดยวิธกี ารเขา รหสั ใดๆ ดังน้นั จึงไมสามารถแสดงตวั ตนของผลู งนามหรอื การ
เปลี่ยนแปลงท่ีเกดิ ขน้ึ ในเอกสารหลงั จากท่ีลงนามในเอกสารแลว และยังงายตอการทำซำ้ หรอื ปลอมแปลง ตวั อยาง
ที่พบบอย เชน การพิมพช ่ือไวทา ยเน้อื หาของอีเมล, การสแกนภาพของลายมอื ช่อื ท่ีเขยี นดว ยมอื และแนบไปกบั
เอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส, การใชส ไตลัส (Stylus) เขยี นลายมือชื่อดวยมอื ลงบนหนาจอและบันทกึ ไวใ นรูปแบบ
อเิ ล็กทรอนกิ ส, การทำเครอ่ื งหมายในชองยอมรบั ขอ กำหนดและเงอ่ื นไขในกระบวนการตดิ ต้งั ซอฟตแ วร

2) แบบพ้นื ฐาน (Basic) คือ มีลกั ษณะคลา ยกบั ลายมือชอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ สแ บบงาย แตสามารถการแสดงความ
เปลี่ยนแปลงท่ีเกดิ ข้ึนหลังจากลงนามในเอกสารแลว เปน ลายมอื ชอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ สท ่ีเช่อื ถือได เชน ลายมือชอื่ ที่
อาศยั โครงสรางพ้ืนฐานกุญแจสาธารณะ (Public key infrastructure: PKI)

3) แบบขนั้ สูง (Advanced) เปนลายมอื ช่ืออิเล็กทรอนิกสท ่ีเช่อื ถือไดซงึ่ ใชใบรับรองที่ออกโดยผูใหบริการออกใบ
รบั รอง สรา งขน้ึ ดว ยกระบวนการเขา รหัสลับขอ มลู อิเลก็ ทรอนกิ สด วยกุญแจสวนตวั (Private key) ในระบบรหสั
แบบอสมมาตร (Asymmetric cryptography) สามารถแสดงเวลา สถานท่ี และอุปกรณใ ดทจ่ี ะใชใ นระหวา ง
กระบวนการลงลายมอื ช่ือ และยงั ทราบการเปลย่ี นแปลงท้งั หมดทเ่ี กดิ ขึน้ หลังจากลงนามในเอกสารได ตอ งมี
กระบวนการระบตุ ัวตนเจา ของลายมอื ชอ่ื ผานการยืนยนั ตัวตน 2 ข้นั (Two-factor authentication: 2FA) จงึ

300 การจัดการเอกสาร | Records Management

จะสามารถลงนามในเอกสารได วธิ ีการตรวจสอบสิทธท์ิ ี่ใชก แ็ ตกตา งกนั ไป ต้ังแตการสง รหัสผานคร้ังเดียว (One

time passwords: OTP) ผาน SMS ไปจนถึงการสแกนลายน้วิ มอื หรือใบหนา (Biometric) บนโทรศพั ทม อื ถอื

ทำใหเจาของลายมอื ช่อื ไมส ามารถปฏิเสธความรับผดิ จากขอ ความทตี่ นเองลงลายมือชือ่ ได ลายมือชือ่

อิเลก็ ทรอนิกสแ บบนม้ี ีความนา เชือ่ ถือสูงสดุ

ทผี่ านมาแมจ ะมคี วามพยามในการรณรงคใหใชล ายมือชือ่ อเิ ล็กทรอนกิ สล งนามในเอกสารหรือหนังสือราชการ แตเ นื่องจาก
ผบู ริหารและผปู ฏิบัตงิ าน ยงั ไมม นั่ ใจวาสามารถทำได หรือปลอดภัยเทา ท่ีควร จึงเลอื กที่จะพิมพเ อกสารเปน กระดาษแลว ลง
นามกนั ดวยปากกาเชน เดิม (ศศธิ ร สถิตย และวศิ ปตย ชัยชว ย,2560) อยางไรก็ตามหลังจากวิกฤต COVID-19 ท่ีทำให
หนวยงานตอ งปรบั นโยบายมาเปนการทำงานจากที่บา น ติดตอสือ่ สารผา นระบบอิเล็กทรอนกิ ส และ เทคโนโลยนี ้ีไดร ับการ
ยอมรบั มากยงิ่ ขึ้น มกี ฎหมายออกมารองรบั สามารถใชล ายมือชอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ สใ นทุกๆกระบวนการ นับตง้ั แตการติดตอ
สือ่ สาร สงั่ การ จนไปถงึ การจดั ซอื้ จัดจา ง จงึ อยทู ่ีวา ผบู รหิ ารในหนวยงานจะเหน็ ความสำคญั และกำหนดใหเปน นโยบาย
ปฏิบัตทิ ั่วท้งั องคกรหรือไม

เอกสารสือสังคม

สือ่ สงั คม (Social media) เปน รูปแบบการส่อื สารทางอินเทอรเนต็ โดยใชเทคโนโลยเี ชงิ โตต อบ (Interactive
technologies) ท่ีอำนวยความสะดวกใหผใู ชง านสามารถแบง ปนขอมูล ความคดิ ความสนใจ, สนทนา,ตดิ ตอ สอื่ สาร และ
สรา งเน้ือหาผา นชุมชนและเครือขายเสมอื นได แพลตฟอรม สอ่ื สังคมมหี ลายรูปแบบ เชน บล็อก, ไมโครบล็อก, วกิ ,ิ เวบ็ ไซต
แบงปน รูปภาพ, ขอ ความโตต อบแบบทนั ที, เว็บไซตแบง ปนวดิ ีโอ, พอดแคสต และอนื่ ๆ ตวั อยางที่รูจกั กนั ดเี ชน Facebook,
LINE, Instagram, Twitter

ภาพ13-1 ตวั อยางส่อื สังคม (ที่มา: Wikimedia Commons, the free media repository)

การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดจิ ทิ ัล 301

ส่ือสังคมมีคุณลักษณะทวั่ ไปบางประการ คอื (Obar, Jonathan & Steve,2015; University of South Florida, 2021)

● เปนแอปพลเิ คชนั่ บนอนิ เทอรเนต็ แบบโตตอบ หรือ เวบ็ 2.0
● เน้อื หา (Content) ในสอ่ื สงั คมสวนใหญม าจากผูใชส รา งข้ึน เชน โพสตข อความ ความคดิ เห็น ภาพถายดิจิทัลหรือ

วดิ ีโอ และขอมูลทส่ี รางขึน้ ผานการโตตอบออนไลนทงั้ หมด
● ผใู ชส รา งโปรไฟลจ ากเวบ็ ไซตห รอื แพลตฟอรม ทีอ่ อกแบบและดแู ลโดยผูใหบ ริการแพลตฟอรม
● สอื่ สังคมสรางเครือขา ยโดยการเช่ือมตอโปรไฟลข องผูใ ชกับบุคคลหรือกลุมอน่ื ๆทางออนไลน

อาจกลาวไดว า ในรอบทศวรรษท่ีผา นมา สอ่ื สังคมเปนเทคโนโลยีอบุ ตั ิใหมท ี่มอี ทิ ธิพลอยา งมากตอ การทำงานในองคการ ที่
สรา งกระบวนทัศนใ หมทางการมีปฏิสัมพันธแ ละการมสี ว นรว มระหวางผูมีสว นไดส ว นเสียหลายฝา ย ดว ยพฒั นาการอยาง
รวดเร็วของเทคโนโลยีบรอดแบนด อปุ กรณสื่อสารแบบพกพา และอินเทอรเน็ตความเรว็ สงู ทำใหการสือ่ สารองคกรไปยงั
มวลชนทำไดโ ดยตรง ฉับไว มีประสทิ ธภิ าพ ประหยดั (Cost & time saving)

หนวยงานท้ังภาครัฐและเอกชนตางใชส ่ือสังคม โดยมีวัตถุประสงคห ลกั เพอ่ื (International institute of municipal
clerks, 2019; The government of Western Australia, 2021)

● ส่ังการ (Command) มอบหมายงาน ใหบ ุคคล หรอื ทมี โดยตรงผานแอปพลิเคชนั หรือโปรแกรมสนทนาแบบสง
ขอความทนั ที (instant messaging: IM) เชน LINE, Facebook messenger, Discord, Wechat, Whatsapp

● แบง ปน (Share) ขอมลู ขาวสาร เก่ียวกับสินคาและบริการทม่ี สี ำหรบั ลกู คาหรอื ประชาชน ผลลัพธ คือ การเขา ถึง
บรกิ ารทก่ี วา งขวางมากขน้ึ

● รับฟง (Listen) เสียงสะทอน ความคาดหวงั จากลกู คาหรือประชาชน เก่ยี วกบั องคการ สนิ คา การบรกิ าร ไดข อ มลู
เชงิ ลกึ ท่ีเปน ประโยชนเ ก่ยี วกับความรูสกึ สาธารณะ ผลลพั ธ คอื การปรบั ปรุงการบริการ การพฒั นาองคก าร ชวย
ในการตดั สนิ ใจของรฐั บาลและนโยบายสาธารณะ

● มสี วนรว ม (Engage) ตอบสนอง รว มมือ รวมพลงั กบั ภาคพลเมอื งไดโดยตรงในการตดั สินใจทสี่ งผลกระทบตอวง
กวาง สนบั สนนุ ความโปรงใส ตรวจสอบได

เมอื่ หนวยงานใชส่ือสงั คมตามภารกิจหนา ท่ี สารสนเทศทเ่ี กดิ ข้ึนผานสอื่ สงั คมยอมถอื เปนเปน บรรณสารและเอกสารของ
องคการ ที่ตอ งมกี ารจดั การดว ยเชนกัน มีการใชค ำวา เอกสารส่ือสงั คม (Social media records) เพอ่ื แสดงถึงเอกสาร
ทัง้ หมดที่สรา งขน้ึ หรอื โพสตผ านทางสื่อสงั คมโดยใชค อมพวิ เตอรแมขา ย (Host) จากผูใหบริการภายนอกหรือจากภายใน
องคกรเอง

การจดั การเอกสารสอ่ื สังคมแตกตางจากการจดั การเอกสารโดยทั่วไป เน่ืองจากลกั ษณะแบบพลวตั ของส่ือจงึ กอ ใหเกดิ ความ
ทาทายใหม เชน การจัดการเนื้อหาเอกสารในสภาพแวดลอ มการทำงานรวมกันหลายชองทาง และหลายสถานท,่ี การ
จดั การปญหาความเปนเจา ของเนือ่ งจากเอกสารอยูทอี่ ยใู นสื่อสงั คมไดร บั การปรับปรงุ บอ ยครง้ั , จำเปน ตองมีการจบั เก็บทมี่ ี

302 การจดั การเอกสาร | Records Management

ประสิทธิภาพเพ่อื ใหแนใจวา มีความถกู ตองและความพรอ มใชงาน, ตอ งใชต ารางกำหนดอายเุ อกสารประเภทใดและวิธีโอน
ยายเอกสารและลบเอกสารอยา งถาวร, จะประยกุ ตใชว ธิ ที างกฎหมายหรอื ดำเนินการจัดการเอกสารอืน่ ๆอยา งไร

ประเดน็ ทคี่ วรพจิ ารณาเกีย่ วกบั การจัดการเอกสารสอ่ื สังคม ดังนี้ (The U.S. national archives and records
administration, 2014; Chandler, Vargas & Provenzano, 2017, Public record office Victoria, 2020; The
government of Western Australia, 2021)

นโยบาย

● ตองมกี ารกำหนดนโยบายการจัดการเอกสารขององคก ารใหค รอบคลมุ เอกสารส่อื สงั คม
● ระบุเหตุผลและความจำเปน ในการใชส ่อื สงั คมของหนว ยงาน
● ใหค ำจำกดั ความของเอกสารส่อื สังคมกบั เน้ือหาในสอื่ สงั คม และระบขุ อมลู อภพิ นั ธทุ จี่ ำเปน
● ประกาศตอ สาธารณะวาหนว ยงานจะเก็บรวบรวมขอมูลจากสือ่ สังคมไวเ ปนหลกั ฐาน
● บังคับใช ประเมิน และปรบั ปรงุ นโยบายและแนวทางปฏิบตั ิ เกย่ี วกบั การจัดการเอกสารและสารสนเทศส่ือสงั คม

ขององคก ารอยา งตอเนือ่ ง
● กำหนดความเปน เจาของเนือ้ หาและ หนา ที่ ความรบั ผิดชอบ ในการจดั การเอกสารของบุคลากรทเี่ กีย่ วขอ งให

ชัดเจน
● กำหนดวา พนกั งานสามารถใชส ือ่ สังคมและ IM ไดใ นกรณีใดอยา งชัดเจน เนอ้ื หาแบบใดทีส่ ามารถสงตอได
● กำหนดบทลงโทษสำหรับการละเมิดนโยบาย
● การส่ือสารนโยบายเกย่ี วกบั เอกสารเพอ่ื ใหพนักงานและประชาชนทั่วไปทราบโดยทั่วกนั

แผนงานจดั การเอกสาร (RMP)

● จัดตงั้ คณะทำงานดานสื่อสงั คมขององคการ ที่ประกอบดว ยผเู กี่ยวของและผูมีสว นไดส วนเสยี หลายฝาย เชน นกั
จดั การเอกสาร ผดู ูแลเว็บไซตและสอื่ สงั คม (Admin), เจา หนา ทเี่ ทคโนโลยีสารสนเทศ (IT), นกั ประชาสัมพนั ธ, ท่ี
ปรกึ ษาหนว ยงาน

● กำหนดกระบวนการ ขน้ั ตอน ขอ พงึ ระวงั เกีย่ วกับเอกสารส่อื สงั คมอยา งชดั เจน เชน ไมควรเปดลงิ กห รือไฟลแนบ
จากบคุ คลท่ีไมร จู ักใน IM เพ่ือปอ งกนั มลั แวร พิชชงิ่ หรือแสปม, ไมเ ปดเผยขอมูลสวนบุคคลใดๆ เกนิ ความจำเปน ,
หามสงขอ มูลลับของหนว ยงานผานส่ือสังคม

● ตดิ ตามการใชแพลตฟอรมสือ่ สังคมอยา งตอเนอ่ื งเพ่ือตรวจสอบวาทำใหคณุ คา ของเอกสารเปลยี่ นแปลงหรือไม

● ปรบั ปรงุ หลกั สูตรอบรมการจดั การเอกสารใหค รอบคลมุ ถงึ เอกสารส่อื สงั คม และอบรมการใชส่ือสังคม การเผย
แพร ส่ือสาร ใชงานเอกสารผานสื่อสงั คมแกบ คุ ลากรอยา งตอเนื่อง

การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดิจทิ ัล 303

การกำหนดอายุจดั เกบ็

● ตองพจิ ารณาขอกำหนดอายุการเก็บรกั ษาเอกสารตามกฎหมาย
● ตรวจสอบตารางกำหนดอายเุ อกสารทม่ี อี ยูแลววาครอบคลุมเอกสารในสอ่ื สังคมหรอื ไม ตลอดจนปรบั ปรุงใหท นั

สมัยสอดคลองสอดคลองกับรปู แบบของเอกสารสื่อสังคม
● กำหนดระยะเวลาเก็บบนั ทกึ การใชง าน (Chat log) และเงอ่ื นไขวาหนว ยงานมสี ทิ ธทิ์ จี่ ะตรวจสอบ ตามขอกำหนด

กฎหมายขององคก าร และเหตผุ ลดา นความปลอดภัย
● ลบขอมลู ทถี่ กู จดั เก็บในรปู แบบอิเล็กทรอนกิ ส (Electronically stored information: ESI) เปนระยะ ตาม

นโยบายการเก็บรักษาขององคก าร
● นำโปรแกรมชวยจัดเก็บสอื่ สงั คมระยะยาว (Social media archiving) มาใช

ปจจบุ ันการจัดการเอกสารสอื่ สังคม ยังคงเปนประเด็นที่ใหมท ี่มคี วามทา ทาย ซ่ึงนกั จัดการเอกสารและวิชาชีพทเ่ี กี่ยวของ
ตองศกึ ษาคน ควา หาแนวทางในการจัดการ เพอ่ื รกั ษาคุณลักษณะความเปนพยานหลักฐานของเอกสาร ตลอดจนปฏิบตั ิตาม
กฎหมายและขอ บังคับที่เกยี่ วขอ งตอไป

ข้อมลู อภพิ ันธุ์

ขอมลู อภพิ นั ธุ (Metadata; เมทาดาตา; ขอ มูลเมทา) หมายถึง สารสนเทศทถ่ี กู พฒั นาขนึ้ อยางมีโครงสรา งเพื่อใชในการ
บรรยายทรัพยากรสารสนเทศอีกชดุ หน่ึง ในดานลักษณะโครงสรา ง (Structure) เนือ้ หา (Content) บริบท (Context)
และความสมั พันธ (Relation) ระหวา งองคประกอบ (Elements) ทใี่ ชใ นการบรรยายทรัพยากรสารสนเทศ จัดทำขึ้นตาม
เคา รา ง (Metadata scheme) ซึง่ เปน กฎเกณฑในการเลือกและแสดงคา ของขอมูลในแตล ะองคป ระกอบ ตลอดจนวธิ ีการ
เขา รหัส (Encode) องคป ระกอบเพ่อื ใหเครือ่ งอานได (วศิ ปตย ชัยชวย, ลำปาง แมนมาตย, วิลาศ ววู งศ และนิศาชล
จำนงศร,ี 2560) ขอมลู อภิพนั ธุในยคุ กอนเทคโนโลยสี ารสนเทศจะแพรห ลาย มกั รจู กั กนั ในรูปแบบบัตรรายการ หรือ
ทะเบียนเอกสาร ขณะที่ในปจ จบุ นั ขอมลู อภพิ นั ธุมีท้ังที่ฝงอยกู บั ตัวสารสนเทศอเิ ล็กทรอนกิ ส และท่ีเปน ฐานขอมูล ตัวอยาง
ขององคประกอบของขอมลู อภพิ นั ธุ เชน ชื่อเอกสาร, ประเภทไฟล, ผจู ดั ทำ, วันทจี่ ดั ทำ, วันที่แกไข, โปรแกรมทใ่ี ชจัดทำ,
หวั เรื่อง, คำสำคัญ ฯลฯ

ขอมูลอภพิ นั ธสุ ำหรบั การเอกสาร (Recordkeeping metadata) มักเกดิ ข้นึ เมือ่ มีการสรางหรอื นำเอกสารเขาสูระบบ เม่อื มี
กจิ กรรมการใชเอกสาร จดั เกบ็ ดูแลรกั ษา โอนยา ย ก็จะเกดิ การบันทกึ ขอ มลู ลงไปโดยอตั โนมัติ หากระบบมกี ารออกแบบไว
ตงั้ แตตน หรือบางสวนเกิดจากการเพ่ิมขอ มูลลงในระบบ

ขอมูลอภพิ ันธุ มีประโยชนแ ละความจำเปน ตอการจัดการเอกสารดจิ ิทัลอยา งมาก เน่อื งจากเปนสารสนเทศทต่ี องอานหรือใช
งานผา นฮารดแวรแ ละซอฟตแ วรเทา นัน้ ขอมลู อภพิ นั ธจุ งึ เขา มามีบทบาทในการชว ยใหสามารถแยกแยะ และระบคุ วาม
แตกตางของเอกสารหนง่ึ กบั เอกสารหนึ่งไดอ ยา งชัดเจน แมเอกสารนนั้ จะคลา ยคลึงกันอยางมากกต็ าม (The U.S.
national archives and records administration, 2016)

304 การจดั การเอกสาร | Records Management

ISO 15489-1:2016 ขอ 5.2.3 กำหนดวา ขอ มูลอภพิ ันธุสำหรบั เอกสาร ควรแสดงถึงส่ิงตอไปน้ี

● บริบททางธรุ กจิ
● การพึ่งพาและความสมั พันธร ะหวา งระบบเอกสารและเอกสาร
● ความสัมพันธก ับบรบิ ททางกฎหมายและบริบททางสังคม
● ความสัมพนั ธก บั หนว ยงานทีส่ ราง จัดการ และใชเอกสาร

ขอ มูลอภิพันธสุ ำหรับเอกสาร ตอ งประกอบดว ยขอมูลดงั ตอ ไปน้ี

● คำอธบิ ายของเนอ้ื หาเอกสาร
● โครงสรา งเอกสาร (เชน รูปแบบ ชนดิ และความสัมพันธระหวา งสวนทปี่ ระกอบข้ึนเปน เอกสาร)
● บรบิ ททางธุรกจิ ท่จี ัดทำเอกสารข้นึ หรือรับไว และใชง าน
● ความสมั พนั ธก บั เอกสารชุดอ่ืนและขอ มูลอภิพันธชุ ุดอืน่
● ตวั ระบุ (Identifiers) และขอ มูลอ่ืน ๆ ทจี่ ำเปนในการสืบคนและนำเสนอเอกสาร เชน ขอมูลรูปแบบ หรอื ขอมูล

การจัดเกบ็ เอกสาร
● การดำเนินธรุ กจิ (Business actions) และเหตุการณทเี่ กย่ี วของกับเอกสารตลอดที่ดำเนนิ การในระบบ (รวมถึงวัน

ท่แี ละเวลาของการดำเนินการ, การเปลี่ยนแปลงขอ มลู อภิพันธุ และหนวยงานทีด่ ำเนินการ)

ISO 15489-1:2016 ยังระบวุ าขอมูลอภพิ ันธุสำหรบั เอกสาร ควรไดรับการจัดการในฐานะทต่ี ัวมนั เองเปนเอกสารเชน กนั คือ
ตอ งปอ งกันการสูญหาย การลบ หรือทำลายโดยไมไดร ับอนญุ าต การเขา ถึงขอ มลู อภพิ ันธุควรตอ งไดรบั อนุญาตตาม
ระเบียบทีว่ างไว

ประเดน็ เรอื่ งขอ มลู อภพิ นั ธุ เปน อกี หนง่ึ ความทา ทายของการจัดการเอกสารยคุ ดิจทิ ัล เพราะโดยธรรมชาติของเอกสารใน
แตล ะองคก ารยอ มมคี วามแตกตางกัน ในขณะเดียวกันกไ็ มม ีเคารางขอ มลู อภพิ ันธุใด จะสามารถใชไดครอบคลมุ กบั เอกสาร
ในทกุ หนวยงาน (No “one-size-fits-all” metadata scheme) (Baca, 2003; Hofman, 2006) จงึ จำเปน ทแ่ี ตละหนวย
งานจะตองพัฒนาเคารางขอ มูลอภพิ ันธุ รวมทั้งปรับปรุงใหสอดคลองกบั บรบิ ทขององคก าร ดงั กรณีของ มหาวิทยาลยั ควนี ส
ประเทศแคนาดา (Queen's University) ไดอ อกขอ กำหนดความตอ งการขอ มูลอภพิ ันธขุ องเอกสาร (Recordkeeping
metadata requirements) สำหรบั ใหหนว ยงานภายในมหาวิทยาลยั ใชเปน แนวทางสำหรับการกำหนดองคประกอบขอมลู
อภิพนั ธุ โดยกำหนดเปนมาตรฐานขนั้ ตำ่ (ระดับทองแดง) มาตรฐานขัน้ กลาง (ระดบั เงนิ ) และมาตรฐานขัน้ สมบูรณ (ระดับ
ทองคำ) ท่ีสามารถเลอื กใชไ ดต ามความเหมาะสม ตัวอยางองคป ระกอบทท่ี ุกระดบั จำเปนตองมี เชน Title, Creator,
Record Date, Security Classification (Records management and privacy office - Queen's University, 2022)

กรณขี องรฐั มินนโิ ซตา ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ไดพ ฒั นามาตรฐานขอมลู อภพิ ันธุสำหรับเอกสารรฐั มินนโิ ซตา (MN.IT IRM
Standard 20) สำหรับจัดการเอกสารของรฐั ในทกุ ระดับ เพื่อประโยชน คอื

● การปฏิบัติตามระเบยี บ กฎหมายเกยี่ วกับเอกสารของรฐั

การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดิจิทลั 305

● เขาถงึ เอกสารอยางเหมาะสมตามกฎหมายวาดว ยการขอมูลขาวสารของรฐั และระเบยี บปฏิบัติอน่ื ๆ
● การแบง ปน ขอมลู ภายในและระหวางหนวยงาน
● การเกบ็ รกั ษาเอกสารตามระยะเวลาในตำรางกำหนดอายุเอกสาร
● การกำจัดเอกสารอยางมีประสิทธภิ าพและทนั เวลาตามทก่ี ำหนดไว
● การตรวจสอบกจิ กรรมของรัฐ
● ระบตุ ำแหนง และสบื คน เอกสารสำหรับการใชงานของหนว ยงานและการเขาถงึ ของประชาชน
● การประเมินคุณคาเอกสาร
● การลดตน ทนุ ดวยการกำจัดความซ้ำซอ นและการจดั เกบ็ เอกสารทีไ่ มจำเปน
● เปน แนวทางมาตรฐานสำหรับนกั พัฒนาระบบ ทปี่ รึกษา และผจู ัดจำหนายระบบ

MN.IT IRM Standard 20 ไดป ระยกุ ตใ ชหลายองคป ระกอบรวมกับมาตรฐานอน่ื ๆ เชน Dublin Core ประกอบดวย 20
องคป ระกอบ และมี 10 องคป ระกอบทบี่ งั คับ ใหตองลงรายการ (Mandatory) เชน Agent, Right management, Title,
Subject (Minnesota historical society, 2015)

ความต่อเนืองทางดิจิทลั

เอกสารดิจิทัล มคี ุณสมบตั มิ คี ุณสมบตั ิเดนกวาเอกสารแบบด้งั เดิมในหลายแง เชน ความสะดวก รวดเรว็ ใชง านงา ย แตอ ีก
ดา นหน่ึงก็เสีย่ งตอการถูกทำลาย หรอื ไมสามารถเปด อานไดม ากกวา เพราะเอกสารดจิ ทิ ัลตอ งอาศยั อุปกรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
และโปรแกรมประยกุ ตส ำหรับอาน หากไฟลช ำรดุ เครอ่ื งไมส ามารถอา นได เอกสารน้ันกจ็ ะขาดความตอเน่อื งทางดจิ ิทัล ผล
ท่ตี ามมาอาจรายแรงเทา กบั การสูญเสียอื่นๆ

ความตอเนอ่ื งทางดจิ ิทัล (Digital continuity) คอื ความสามารถในการใชส ารสนเทศดจิ ทิ ลั ในแบบทต่ี อ งการไดน านตราบ
เทา ที่มีความตองการ ดวยการตรวจสอบ ดำเนินการอยา งรอบครอบใหแ นใจวาสารสนเทศครบถวน พรอ มใชง าน และใชได
ตามความตองการทางธุรกจิ (The national archives United Kingdom, 2017)

เอกสารมีความตอเนือ่ งทางดจิ ทิ ลั ไดตราบเทา ทีย่ ังสามารถ:

● คน หาได เมอ่ื ตองการ
● เปด ไดต ามทต่ี อ งการ
● ทำงานกบั ในแบบท่ตี องการ
● เขา ใจไดว าคืออะไรและเกยี่ วกบั อะไร
● เชื่อไดว า มันคอื สิ่งนัน้ โดยแทจริง

ความตอเนอื่ งทางดิจิทัลขนึ้ อยูกบั การทำความเขา ใจวา เราใชสารสนเทศเพอื่ รองรบั ความตองการทางธุรกิจอยางไร จากนัน้
ตรวจสอบใหแนใ จวาการจดั การสภาพแวดลอมทางเทคนคิ และการจัดการสินทรัพยสารสนเทศรองรบั การใชง านทางธรุ กจิ

306 การจดั การเอกสาร | Records Management

การจดั การความตอเนอ่ื งทางดจิ ิทัลชวยปกปอ งเอกสารขององคก าร ชว ยใหสามารถดำเนินการไดอ ยา งถูกตอ งตามกฎหมาย
มปี ระสิทธิผลและประสทิ ธผิ ล ลดคาใชจ ายและสง มอบบรกิ ารสาธารณะทดี่ ีขน้ึ โดยคำนึงถงึ องคประกอบสำคัญ 3 ประการ
ที่ผสานกนั ใหเ กิดความตอ เนอ่ื งทางดิจทิ ัล คอื

● ใชง านได (Usable) สารสนเทศของตรงตามความตองการ ตามวิธที เ่ี ราตองการใชส ารสนเทศ (ตัวอยา งเชน เพ่ือ
อาน, แกไ ข,หรือจัดการสารสนเทศ)

● ครบถว นสมบูรณ (Complete) มเี นือ้ หา, บรบิ ท, ขอมูลเมทา อยางครบถว นสำหรบั การใช, ทำความเขาใจ, และ
ทำใหเ ช่อื ถอื ในสารสนเทศ ได

● พรอ มใชง าน (Available) คณุ สามารถคน หาสงิ่ ท่ีตองการและมเี ทคโนโลยที ี่ถกู ตองเพือ่ เปด และใชง านไดในแบบที่
ตอ งการ

ความปลอดภยั ของเอกสารดิจทิ ัลจำเปน สำหรบั การรักษาความตอเนอื่ งดิจิทัล ซ่งึ ระบบจัดการเอกสารดิจิทัลจะตองสามารถ
จัดการในประเดน็ ตอ ไปน้ี

● การรกั ษาความลับ (Confidentiality) ไมใ หผ ไู มมีอำนาจสามารถเขา ถงึ เอกสารอเิ ล็กทรอนกิ สนั้นๆได วธิ ีการ
รกั ษาความลับสว นใหญจ ะใชว ิธกี ารเขา รหสั โดยหนวยงานจะตองมกี ารกำหนดนโยบายหรือขอ บังคบั ในการรกั ษา
ความลับของเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส

● บูรณภาพ (Integrity) เอกสารอเิ ล็กทรอนกิ สจะตองไมข าดหาย ไมถ กู แกไข และตองมัน่ ใจไดวา เอกสารฉบบั ท่ีสง
ไปถงึ ผรู ับหรือจดั เก็บไว เปนฉบบั จริงทไ่ี มมีการแกไ ขเปล่ยี นแปลงใดๆ หรอื แมแตส ว นหนึง่ สวนเของเอกสาร

● ความพรอมใชงาน (Availability) เอกสารอเิ ล็กทรอนิกส ตองสามารถเรียกใชง านไดต ลอดเวลาทต่ี อ งการ ดงั น้นั
จึงตอ งมวี ิธกี ารปองกนั การสูญหายจากการทีร่ ะบบลม เหลว การไดร ับความเสยี หายทางกายภาพ

● การพสิ ูจนต ัวตน (Authenticity) วาเปน เอกสารฉบบั จรงิ ไมใชเ อกสารอิเล็กทรอนกิ สท ี่ถกู คดั ลอก ปลอมแปลง
ซง่ึ อาจจะกระทำดวยการใชล ายมือชื่ออเิ ล็กทรอนกิ สห รอื ระบบติดตามเอกสาร หรือระบบอื่นๆทีเ่ หมาะสม

แผนงานจัดการเอกสาร อาจกำหนดวธิ กี ารหรือแนวปฏบิ ตั สิ ำหรับรักษาความปลอดภัยเอกสารดจิ ทิ ลั ตลอดจนระบบ ดังน้ี
(The united methodist church, 2016)

● จำกดั การเขาถงึ เอกสารดจิ ทิ ลั และระบบเอกสาร อนญุ าตใหเฉพาะบคุ ลากรทมี่ ีหนาทร่ี บั ผดิ ชอบเทา นน้ั เพอ่ื
ปกปองบรู ณภาพของเอกสารและปอ งกันการดัดแปลงหรือทำลายเอกสารโดยไมชอบดว ยกฎหมาย

● สรางระบบรักษาความปลอดภัยเครอื ขา ยคอมพวิ เตอร เชน ไฟรว อลส (Firewalls) เพอ่ื ปองกันการเขาถึงระบบ
โดยไมไ ดร บั อนญุ าต

● ตดิ ตัง้ ซอฟตแวรต วั กรองเกตเวย (Gateway filter) ทเ่ี หมาะสมบนระบบการรบั สง ขอความ และตรวจสอบใหแนใ จ
วามีการปรบั ปรุงเปนประจำ เพอื่ ปอ งกันการสแปม การโจมตี และไวรัสคอมพิวเตอร

● ใชเ ทคโนโลยกี ารเขา รหัสโครงสรางพ้นื ฐานกุญแจสาธารณะ (PKI) เพื่อใหก ารสง เอกสารดิจิทัลไปยังบคุ คลภายนอก
ปลอดภยั

การจดั การเอกสารในระบบนเิ วศดจิ ิทลั 307

● ล็อกเอกสารดิจทิ ลั ท่ีตอ งการเกบ็ รักษาเพอ่ื ปองกันการเปลีย่ นแปลงใดๆ ในภายหลังหรือการทำลายโดยไมไดตงั้ ใจ
เชน ทำใหเ อกสารเปนแบบอา นอยา งเดยี ว (Read-only)

● ใชเทคโนโลยลี ายมอื ช่ือดิจิทลั เพ่อื ตรวจสอบความถูกตองของเอกสารดจิ ิทัล
● จัดเก็บเอกสารดิจิทลั ท่สี ำคญั ในระบบออฟไลนห ากจำเปน
● กำหนดขน้ั ตอนการสำรองขอ มลู ระบบและกลยุทธการกูคืนระบบท่ีเหมาะสม เพือ่ ปองกนั เอกสารดิจทิ ัลสญู หาย
● พฒั นาและใชหลกั ฐานการตรวจสอบ (Audit trails) เพอ่ื หาวาใครเขา ถงึ ระบบ ปฏบิ ตั ิตามข้ันตอนการรักษาความ

ปลอดภัยทีก่ ำหนดไวหรอื ไม มีการทุจรติ หรอื การกระทำทไ่ี มไ ดรบั อนญุ าตเกิดขนึ้ หรอื ไม อยางไร

การสงวนรกั ษาดิจิทัล

การสงวนรักษาดจิ ทิ ัล (Digital preservation) เปนประเด็นท่ีสมั พันธก ับความตอเนอ่ื งทางดิจทิ ลั เพราะการจะทำให
เอกสารดิจทิ ัลสามารถใชง านได ครบถว นสมบูรณ ตอ งอาศัยการสงวนรักษาอยางเหมาะสม

คำวา การสงวนรักษา มคี วามหมายครอบคลมุ ถงึ เอกสารก่ึงกระแสการใชงานท่ีถกู โอนยายไปยงั ศูนยเ ก็บเอกสาร เพ่อื รกั ษา
เอาไวอยางปลอดภยั และเอกสารทสี่ ้ินกระแสการใชง านท่ีถกู โอนยา ยไปยงั หอจดหมายเหตุ เพ่อื เกบ็ รักษาไวอ ยา งถาวร หลัก
การนถี้ กู นำมาใชกับเอกสารดจิ ทิ ัล เมื่อพูดถึงการสงวนรกั ษาท้ังระยะสน้ั และระยะยาว

เมอื่ กลา วถึงการสงวนรักษาระยะยาว สำหรับเอกสารแบบกระดาษ มกั หมายถึงเวลาตง้ั แต 25 ปขนึ้ ไป แตส ำหรับเอกสาร
ดิจิทัล เวลา 5-7 ป ถอื วายาวนานแลว ฉะนั้นในบรบิ ทของดิจิทลั คำวา ระยะยาว จึงหมายถึงมากกวา 1 ชั่วอายขุ อง
เทคโนโลยี (Greater than one generation of technology) ซึ่งมกั เปลยี่ นในชวง 5-7 ป ต้งั แตตัวระบบปฏบิ ตั ิการ
ซอรฟแวร พนื้ ทีจ่ ัดเก็บ เทคนคิ วิธี ฯลฯ (Smith, 2007)

มเี อกสารดจิ ทิ ัลจำนวนมากที่ถูกกำหนดอายไุ วเ กินกวา 1 ช่ัวอายุของเทคโนโลยี สำหรับการใชงานตามภารกจิ หรือกิจกรรม
แตล ะวนั , ใชส นับสนุนการวางแผนกลยทุ ธและการตัดสนิ ใจ, แสดงการปฏบิ ัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอ บงั คับ และเปน การ
รกั ษามรดกความทรงจำรว มเอาไว ในฐานะทเ่ี ปนทรพั ยสินขององคก าร ดังน้ันนักจัดการเอกสารจำเปนตอ งพจิ ารณาในเร่อื ง
ตอ ไปนี้เปนพเิ ศษ คอื

● สื่อบนั ทกึ ของเอกสารดิจทิ ลั มลี ักษณะเปราะบาง ไมคอ ยมัน่ คง ถาเก็บไมด ีมักเสยี หาย เสอ่ื มสภาพไดง าย
● เอกสารดิจิทัล ตอ งใชอปุ กรณแ ละระบบปฏบิ ตั ิการในการจัดทำ, อาน, เขา ถงึ ถา หากปราศจากอปุ กรณใดๆ กใ็ ช

งานไมได
● ความเปลยี่ นแปลงใดๆสงผลตอ คณุ สมบัติสำคญั ของเอกสาร คอื ความจรงิ แท, ความนาเชื่อถอื , บรู ณภาพ และ

การใชงานได
● มีขอ มูลดจิ ทิ ัลเกดิ ขึ้นมหาศาลในแตละวนั ๆ มากจนอาจทำใหส งวนรกั ษาไวไมท ัน
● การลำดบั ความสำคัญใหกบั เอกสารดจิ ทิ ลั เปนเร่ืองจำเปน ถาสงวนรกั ษาชา หรือไมท นั การ กจ็ ะทำใหข อ มลู

สูญหายไปเลย
● การสงวนรกั ษาเอกสารดจิ ทิ ลั ตองใชท ักษะใหมแ ละตองทำงานรว มกบั ผเู ชี่ยวชาญสาขาอื่นๆ

308 การจดั การเอกสาร | Records Management

● โครงสรางใหมข ององคการตอ งสนับสนุนงานสงวนรกั ษาเอกสารดิจิทัล
● ขอกำหนด กฎหมาย ระเบียบดา นลิขสทิ ธิ์ มมี ากขึ้น ทำใหต อ งระมดั ระวังมากขนึ้

ท่กี ลาวมาขา งตนแสดงใหเห็นวา การสงวนรักษาเอกสารทเ่ี ปนกระดาษและดิจทิ ัลมวี ธิ ีทแี่ ตกตางกัน การดำเนนิ งานสงวน
รกั ษาดจิ ิทลั ควรมแี ผนปฏิบตั ิการและนำไปใชในชว งเวลาท่ีเหมาะสม เทา ทเ่ี ปน ไปได และโดยอตั โนมตั ิ

การสงวนรักษาเอกสารดจิ ิทลั มงุ เนน ใหเกดิ ความยงั่ ยืน (Sustainability) ซึ่งครอบคลมุ ท้งั ตัวเอกสารและขอมลู อภพิ นั ธุ
โดยการการปองกนั การเปลย่ี นแปลงเนื้อหาและบรบิ ท เพอื่ รักษาความจรงิ แทค วามนา เช่อื ถอื ใหคงอยู และดูแลรักษาในรปู
แบบท่ีเหมาะสมอยางตอ เนื่อง ทำใหยังเขาถงึ ไดตราบนานเทา ที่กำหนดอายุเอาไว เพอ่ื ใหบรรลเุ ปาหมายของการสงวนรกั ษา
องคการตองมบี ุคลากรผเู ชี่ยวชาญ มวี ิธีการ ขน้ั ตอนการดำเนินการท่ีเหมาะสมควบคไู ปกบั การมีเครือ่ งมอื เทคโนโลยีที่
จำเปน มาสนบั สนุน

เทคนิคในการสงวนรักษาเอกสารดิจทิ ลั

โดยทวั่ ไปมีดังน้ี (วิศปตย ชัยชว ย และยศสั วิน บญุ ชวย, 2552; National archives administration, 2021)

● การปรับสภาพ (Refreshing) คอื การ คัดลอก (Copy) ขอ มูลจากสอื่ บนั ทกึ หนง่ึ ไปยังอีกสือ่ บันทึกหนงึ่ เมือ่ สอื่ เดมิ
ลา สมยั (Obsolescence) หรอื กอนทส่ี ื่อเดิมจะเส่ือมสภาพ เชน คัดลอกจาก CD-ROM ไปยงั DVD โดยไมมีผล
ใดๆตอรปู แบบ (Format) เปนวธิ ที พี่ ยายามรกั ษาบรู ณภาพของเอกสารเอาไวทุกประการ อยางไรก็ตามสอ่ื บนั ทึก
มกั มอี ายสุ ั้น ตองเปลย่ี นอยเู สมอ ในตารางกำหนดอายุเอกสารควรระบุเวลาทตี่ อ งปรบั สภาพเปล่ียนสอ่ื บนั ทึก
เพราะหากดำเนินการชาไปก็อาจไมสามารถเรยี กขอ มูลออกมาได หรอื ทำเรว็ ไปก็จะสิ้นเปลืองงบประมาณ อนงึ่ วิธี
การน้ีอาจเหมาะกับการสงวนรักษาระยะสน้ั มากกวาระยะยาว

● การสงวนรกั ษาเทคโนโลยี (Technology preservation) คอื การรักษาสภาพแวดลอมทางเทคโนโลยีท้ัง
ฮารด แวร และซอฟตแ วร ทจี่ ะทำใหส ามารถอานเอกสารดจิ ิทลั ได วธิ กี ารน้ีจะชวยรกั ษารปู ลักษณแ ละความรูสกึ
(Look & Feel) แบบเดิมของเอกสารได แตวธิ กี ารน้ีใชงบประมาณสูง ในการจัดหา ดูแลรกั ษาวสั ดุอุปกรณต างๆ
และอาจเจอปญหาที่ชน้ิ สวนบางอยางเลกิ ผลติ ไปแลวทำใหไมส ามารถใชก ารได วิธีนจี้ ึงเหมาะกับการสงวนรกั ษา
ระยะสั้นมากกวา ระยะยาว

● การเลียนแบบ (Emulation) คือ การจำลองสภาพแวดลอมของฮารด แวรและซอฟตแวร เพอ่ื ใหส ามารถอา นหรือ
ใชไ ฟลเอกสารที่ตางแพลตฟอรม กันได เชน การจำลองระบบปฏิบตั กิ ารลนี ุกซบนเครื่องคอมพวิ เตอรแ มข า ยทใ่ี ช
ระบบปฏิบัตวิ นิ โดวส เพอื่ ใหส ามารถจดั การไฟลเ อกสารได

● การยาย (Migration) เปนการถา ยโอนขอมูลหรอื เอกสารไปยงั สภาพแวดลอ มระบบทใี่ หมกวา แตยังคงบูรณภาพ
คอื การเก็บรกั ษาความสมบูรณถ ูกตอ งของเอกสาร การสืบคน การแสดงผล และนำขอมลู มาใชไ ดแมเ ทคโนโลยีจะ
เปลี่ยนแปลงไป ซ่งึ อาจรวมถึงการแปลงจากรปู แบบไฟลห นึ่งไปเปนอีกรปู แบบหนึ่ง เชน การแปลง Microsoft
Word เปน PDF หรอื OpenDocument หรอื จากระบบปฏิบัตกิ ารหนง่ึ ไปเปน อีกระบบหนึ่ง เชน Windows เปน

การจัดการเอกสารในระบบนิเวศดิจทิ ลั 309

Linux ขอ เสียของวิธีนคี้ ือจะสญู เสยี รปู ลักษณแ ละความรสู กึ แบบเดมิ ไป และอาจทำใหข อ มลู สญู หายไปบางสวน
ระหวางการยา ย โดยเฉพาะขอมลู ทมี่ ลี ักษณะซับซอ น เชน มลั ติมีเดียและเวบ็ เพจ

● การหอ หุม (Encapsulation) เปนเทคนคิ ในการรวมหรือฝงขอมลู อภพิ นั ธกุ ับเอกสารดจิ ิทลั เขา ไวดว ยกันใน
โครงสรา งที่เรียกวา ตัวหอ หมุ (Container/Wrappers) ทำใหเ กดิ ความสมั พนั ธร ะหวางวตั ถดุ ิจทิ ลั กบั ขอมูลอภิ
พันธุ เพอ่ื ทำใหทำความเขา ใจเอกสารและเขา ถงึ ไดโดยเทคโนโลยใี นอนาคตได วธิ ีการนม้ี ิไดใหท ำใหเปดไฟล
เอกสารลาสมยั ดใู นหนาจอคอมพิวเตอรรนุ ใหมไ ดโดยตรง แตเปนการทำใหแ นใจวา ขอมลู อภพิ ันธเุ กยี่ วท่ีอธบิ าย
เอกสารทุกอยา งจะถูกรวมไว เพอื่ สนับสนนุ กลยทุ ธก ารสงวนรกั ษาอ่ืนๆ เชน การยาย, การเลยี นแบบ หรอื ใหน ัก
จดั การเอกสารใชเปนขอ มูลสำหรบั ตัดสนิ ใจวาจะจดั การกับเอกสารนีอ้ ยางไรในอนาคต

ปจ จบุ นั มีเครือ่ งมอื สำหรบั การสงวนรกั ษาดิจทิ ัล ทสี่ ามารถจดั เก็บเอกสารในรูปแบบดัง้ เดิม และโยกยา ยไปรูปแบบใหมเ ม่ือ
ลา สมยั เชน ซอฟตแวร Preservica, Portico, DigiSafe ซงึ่ แตละหนวยงานสามารถศึกษารายละเอยี ดไดจากเวบ็ ไซตข องผู
ผลิตหรอื ใหบรกิ าร และเลือกใชใ หเ หมาะสมกบั บริบทขององคก ร

ประเด็นทค่ี วรพิจารณาเกีย่ วกบั การสงวนรกั ษาเอกสารดิจิทัล

● การรกั ษาคณุ สมบัติของเอกสาร องคก ารควรมีนโยบายและแนวปฏิบัตเิ ก่ียวกบั การสงวนรกั ษาเอกสารดจิ ทิ ลั
อยา งชดั เจน ครอบคลมุ การจดั ทำ การดแู ลรักษา การแจกจา ย ทำลาย เพือ่ ใหเ กิดความม่นั ใจวาจะยงั รกั ษา
คณุ สมบัติความจรงิ แท, ความนาเชื่อถือ, การใชง านไดแ ละบรู ณภาพของเอกสารไดอยางครบถวน

● การเฝาระวังทางเทคโนโลยี (Technology watch) องคก ารจำเปนตองมีหนวยเฝา ระวงั เทคโนโลยี เพอ่ื ดูแล
ตดิ ตามวามีการเปลีย่ นแปลงซอรฟแวร ฮารต แวร แพลตฟอรม ในระบบนเิ วศดจิ ิทลั อยา งไร และพฒั นาแนวปฏิบัติ
ใหสามารถรับมือกับความเปล่ียนแปลงไดอยา งทนั ทวงที

● การจดั การ องคการควรตอ งมกี ระบวนการจัดการเชิงกลยทุ ธ ซึง่ ประกอบดวย นโยบาย, กระบวนการ, บคุ ลากร
เพ่อื รบั มอื กับประเด็นทางการสงวนรกั ษา ซ่งึ งานสำคัญท่ีตองทำคอื การระบ/ุ กำหนดเอกสารทต่ี อ งสงวนรกั ษา
และกำหนดระยะเวลาการเกบ็ , กำหนดวธิ ีการนำเทคนิคการสงวนรกั ษาไปใช, กำหนดวาการสงวนรกั ษา จะดำเนนิ
ไปอยา งสอดคลองกับคุณสมบตั ิสำคัญของเอกสารไดอ ยา งไร, กำหนดบทบาทหนาที่ ความรับผิดชอบ ทรพั ยากรท่ี
จำเปนตอการนำกลยทุ ธไปใช, การสอ่ื สารขอ มลู การสงวนรักษา ทงั้ ภายในและภายนอกองคก าร, บูรณาการ
กลยุทธกบั ขัน้ ตอนการวดั สมรรถนะ, อางอิงถงึ การปฏบิ ัตติ ามกฎหมายท่สี งกระทบตอ การสงวนรักษา

การสงวนรกั ษาดจิ ิทัล ยงั เปน ประเดน็ ทที่ าทายตอการศกึ ษาคน ควา ตอไป เพราะการเตบิ โตของเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ยังมแี นว
โนมขยายตัวอยางกาวกระโดด ปจ จุบันยงั ไมมีการรับประกนั วาไฟลดิจิทัลรปู แบบใดท่ีดที สี่ ุด หรือจะคงทนยาวนานทีส่ ุด
องคก ารและนกั จดั การเอกสารจงึ ตอ งเตรียมพรอ มกบั ความเปลย่ี นแปลงที่เกิดขน้ึ ในอนาคตอยูเ สมอ

310 การจดั การเอกสาร | Records Management

สรุป

การปฏิวตั ิอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ทำใหเ กิดระบบนเิ วศดิจทิ ลั ท่ีจะเปลี่ยนแปลงรปู แบบการทำงาน การใชชวี ติ เศรษฐกิจ
สงั คม สิ่งแวดลอมของมนษุ ยไ ปอยางพลกิ ผนั หลายองคการกำลังขับเคล่อื นยทุ ธศาสตรก ารแปลงเปนดิจิทัล (DX) เอกสาร
ดิจิทัลท่ีขยายตัวขึ้นเรือ่ ยๆมากกวายคุ ใดทผ่ี านมา ขณะเดียวกนั องคก รจำนวนมากจะยงั คงจดั การเอกสารกระดาษและ
ดจิ ิทัลพรอมกนั ตอไปเปน ระยะเวลาหนง่ึ ทำใหย ากในการระบุ รวบรวม และจดั การเอกสารในทุกรูปแบบอยางแมน ยำและ
สมำ่ เสมอ มีประเดน็ ท่ีเกดิ ขน้ึ และเปน เรื่องทา ทายวาแนวคิด ทฤษฎี หลกั การ วธิ กี ารจัดการเอกสารทม่ี ีอยู จะสามารถใชได
อีกตอ ไปหรือไม และหากตองเปลีย่ นแปลง จะตองไปในทศิ ทางใด ไมว า จะเปน ระบบเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ สท อ่ี ยบู นคลาวด,
การไปรษณียอ ิเล็กทรอนิกส, ลายมือชอ่ื อิเล็กทรอนิกส, เอกสารสอ่ื สงั คม, ความตอ เนือ่ งทางดิจิทลั , การสงวนรกั ษาทาง
ดจิ ทิ ลั ฯลฯ
การเปล่ียนแปลงเปนสิ่งท่ีหลกี เลี่ยงไมได แตเ ตรยี มตัวรบั มอื ได ฉะนนั้ การจัดการเอกสารในระบบนิเวศดิจิทัล นักจดั การ
เอกสารและผบู รหิ ารองคการตองมองหากลยุทธแ ละวธิ ีการใหมๆ ยืดหยุน และปรับใหเ ขากับยุคสมยั ทเ่ี ปล่ยี นแปลงไป มีการ
วางแผนอยางรอบคอบและปรับใหเ ขากับความตองการทางธรุ กิจขององคก ร ภายใตก รอบการกำกับดแู ลที่ดี ติดตาม
ประเมินแนวโนม การจดั การเอกสาร และความกาวหนาของเทคโนโลยอี ุบตั ใิ หมทอ่ี าจสง ผลกระทบตอ แผนงานจดั การ
เอกสารขององคการอยางสมำ่ เสมอ

คาํ ถามทบทวนทา้ ยบท

● หนว ยงานของรัฐควรพจิ ารณาประเดน็ การจดั การเอกสารในระบบนิเวศดิจิทลั ใดเปนพิเศษ เพราะเหตุใด
● วิชาชพี นกั จัดการเอกสารควรตองปรบั ตวั อยา งไรกับการทำงานในระบบนิเวศดิจิทัล

การจัดการเอกสารในระบบนิเวศดจิ ิทัล 311

บรรณานุกรม

ฉกาจ ชลายทุ ธ. (2563). Digital Transformation ตองเริ่มท่ีคนไมใ ชท ่ีเคร่อื งมอื . https://docs.google.com/
document/d/1_ahj4QZ0jhKWZJm6ZAvwFBIe936_g-N0DzScWbjfoWs/edit#

ธนชาติ นมุ นนท. (2565). ป 2565 เมอ่ื โลกกาวเขา สยู ุค Digital Transformation 2.0.
https://www.bangkokbiznews.com/columnist/980464

พชร อารยะการกุล. (2562). แขงขนั อยางไรข อบเขตผา น Digital Ecosystem.
https://forbesthailand.com/commentaries/

วศนิ ปนทอง. (2564). Digital Transformation กับนวัตกรรมการจัดบริการสาธารณะ: บทเรยี นจากเอสโตเนยี เกาหลีใต
และสหราชอาณาจักร. http://www.polsci.tu.ac.th/direk/view.aspx?ID=502

วศิ ปตย ชยั ชว ย และยศัสวิน บุญชวย. (2552). การสงวนรกั ษาเอกสารจดหมายเหตุประเภทภาพถายดิจิทลั , วารสาร
มนุษยศาสตรส ังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ , 3(2), 200-223.

วศิ ปต ย ชยั ชวย, ลำปาง แมนมาตย, วิลาศ ววู งศ และนิศาชล จำนงศร.ี (2560). การวเิ คราะหค ณุ ลักษณะทางสารสนเทศ
เพอ่ื กำหนดองคประกอบเมทาดาตาของจารึก. วารสารวิทยบรกิ าร มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร. 28 (1) 39-52
DOI: http://dx.doi.org/10.14456/asj-psu.2017.4

สว นสือ่ สารองคก ร สถาบนั เพ่มิ ผลผลิตแหง ชาติ. (2563). Digital Transformation เปล่ียนความทา ทายเปนโอกาส.
https://www.ftpi.or.th/2020/37780

สำนกั งานพฒั นาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส. (2563). ขอเสนอแนะมาตรฐานดา นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารท่ี
จำเปน ตอ ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส. https://standard.etda.or.th/
wp-content/uploads/2020/06/20200529-ER-E-Signature-Guideline-V08-36F.pdf

สำนกั งานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส. (2564). ปญญาประดิษฐในการใหบ ริการของภาครฐั .
https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/Knowledge-Sharing/Articles/AI-in-Government-Servic
es.aspx

สำนกั งานพัฒนารัฐบาลดจิ ทิ ลั (องคการมหาชน). (2564). จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ สของแตล ะหนว ยงานเพือ่ รบั และสงหนงั สอื
ระหวา งหนว ยงาน. https://www.dga.or.th/document-sharing/dga-3263/mailgothai/

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2562). Artificial intelligence (AI) ปญ ญาประดิษฐ (เอไอ).
https://www.facebook.com/RatchabanditThai/

Adam, Azad. (2008). Implementing electronic document and record management systems. Auerbach
Publications Taylor & Francis Group.

Arizona State library, archives, and public records. (2017). Managing government records in any format
(Paper or Electronic). https://azlibrary.gov/arm/programs-training-and-presentations/classes

Baca, M. (2003). Practical issues in applying metadata schemas and controlled vocabularies to cultural
heritage information. Cataloging & classification quarterly, 36(3-4), 47–55.

312 การจดั การเอกสาร | Records Management

Canteli, A. (2018). Digital business ecosystem. https://www.openkm.com/
blog/digital-business-ecosystem.html

Chandler k., Vargas R. & Provenzano T. (2017). Social Media Records Management.
https://azlibrary.gov/sites/default/files/arm-training-rm_session_6-social_media_2_7_2017_0.pdf

Combs, T. (2019). Digital transformation for records management and governance.
https://www.alfresco.com/blogs/digital-transformation/digital-transformation-records-manageme
nt-and-governance

Digisign. (2018). 3 types of digital signature. https://digisign.id/eng-3jenisdigi.html.
Haralampus, L. (2017). Big data issues for federal records managers. https://arma-metromd.org/

wp-content/uploads/2017/05/4-Big-Data-Issues-for-Federal-Records-Managers.pdf
Hofman, H. (2006). Standards: not ‘one size fits all’. The information management journal, 40(3),

36-45. http://www.interpares.org/ display_file.cfm?doc=ip2_dissemination_
jar_hofman_imj_40_2006.pdf
International institute of municipal clerks. (2019). The clerk’s guide to social media recordkeeping.
https://www.iimc.com/DocumentCenter/View/5463/The-Clerks-Guide-to-Social-Media-Record-Ke
eping
Minnesota historical society. (2015). Minnesota recordkeeping metadata standard.
https://www.mnhs.org/preserve/records/metamrms.php
National archives administration. (2021). Electronic records preservation management primary issues.
https://www.archives.gov.tw/english/Publish.aspx?cnid=502&p=595
National geographic. (2011). Ecosystem. https://www.nationalgeographic.org/encyclopedia/ecosystem/
National records of Scotland. (2021). Electronic records management. https://www.nrscotland.gov.uk/
record-keeping/electronic-records-management
Obar, J. A., Wildman, S. (2015). Social media definition and the governance challenge: An introduction
to the special issue. Telecommunications policy, 39 (9), 745–750.
doi:10.1016/j.telpol.2015.07.014. SSRN 2647377.
Palfreyman, J. (2020). Digital transformation handbook: an agile approach to maximise value. Kindle
Direct Publishing
Public record office Victoria. (2020). What is social media and how is it different to traditional media?.
https://prov.vic.gov.au/recordkeeping-government/a-z-topics/social-media-records
Records management and privacy office - Queen's University. (2022). Recordkeeping metadata
requirements. https://www.queensu.ca/accessandprivacy/guidance/guidelines/
recordkeeping-metadata-requirements

การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดิจิทัล 313

Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.

Smith, K. (2007). Planning and implementing electronic records management: a practical guide. Facet.
Stanford university's special collections & university archives. (2021). ePADD.

https://library.stanford.edu/projects/epadd
Steele, A. (2020). Why the evolution of blockchain reliability is critical to protecting your digital assets.

https://www.weforum.org/agenda/2020/06/evolution-of-blockchain-reliability-and-digital-asset-p
rotection/
Texas Department of information resources. (2021). Digital Transformation. https://pubext.dir.texas.gov/
portal/internal/resources/DocumentLibrary/Digital%20Transformation%20Guide.pdf

The government of Western Australia. (2021). Guidance social media content as government records.
https://www.wa.gov.au/government/publications/records-management-advice-social-media-cont
ent-government-records

The national archives United Kingdom, (2021). Managing emails.
https://umanitoba.ca/admin/vp_admin/ofp/fippa/media/Email_Guidance.pdf

The national archives United Kingdom. (2017). Understanding digital continuity.
https://cdn.nationalarchives.gov.uk/documents/information-management/understanding-digital-
continuity.pdf

The national electronic commerce coordinating council. (2004). Challenges in managing records in the
21st century. http://pearcemoses.info/papers/Challenges_in_El_Records.pdf

The U.S. national archives and records administration. (2014). Guidance on managing social media
records. https://www.archives.gov/records-mgmt/bulletins/2014/2014-02.html

The U.S. national archives and records administration. (2016). Metadata in electronic records
management. https://records-express.blogs.archives.gov/
2016/11/21/metadata-in-electronic-records-management/

The united methodist church. (2016). Guidelines for managing electronic records.
https://www.ctcumc.org/files/fileshare/digital+records+-+gcah.pdf

University of Manitoba. (2014). Managing email as a records.
https://umanitoba.ca/admin/vp_admin/ofp/fippa/media/Email_Guidance.pdf

University of South Florida. (2021). Introduction to social media.
https://www.usf.edu/ucm/marketing/intro-social-media.aspx

314 การจัดการเอกสาร | Records Management

บทที 14

เทคโนโลยอี ุบตั ิใหมท่ ีมีผลตอ่ การจัดการเอกสาร

วตั ถปุ ระสงค์ของบท

● ระบุถึงเทคโนโลยีอบุ ตั ใิ หมท ่ีมแี นวโนม สงผลตอ การจัดการเอกสารดิจทิ ลั
● แนะนำตวั อยา งเครอื่ งมือโอเพนซอรส สำหรับจดั การเอกสาร

ความนาํ

เทคโนโลยอี ุบัติใหม (Emerging technologies) คอื เทคโนโลยใี หมท ี่กำลงั พฒั นา (Developing technologies) หรือกำลงั
จะถูกพฒั นาในอีกหาถึงสิบปขางหนา ซ่ึงจะเปลย่ี นแปลงรปู แบบธุรกจิ และสภาพแวดลอมทางสงั คมอยางมากมาย (Franks,
2018) ยุคปฏวิ ตั ิอตุ สาหกรรมคร้ังที่ 4 หรอื ยุค 4.0 มีการพฒั นาเทคโนโลยอี ยางกาวกระโดด ไมวา จะเปนเทคโนโลยี
สารสนเทศดจิ ทิ ัล, เทคโนโลยชี ีวภาพ, การสอ่ื สารขอมูลแบบไรสาย, การส่อื สารระหวางคนกับเครอ่ื งจักร, การพิมพสามมติ ิ
และวิทยาการหนุ ยนตข ั้นสูง ฯลฯ ซ่ึงสภาเศรษฐกิจโลกคาดการณวา การเปลยี่ นแปลงที่กำลังดำเนินอยจู ะผิดแผกไปอยาง
มากจากการปฏิวัตอิ ตุ สาหกรรมครั้งทผ่ี านมาในประวตั ิศาสตร (Schwab, 2017) ในบทน้ีจะนำเสนอเทคโนโลยอี ุบัติใหมทมี่ ี
แนวโนมวา จะสงผลตอการจดั การเอกสารและสารสนเทศในองคก ารไมท างตรงก็ทางออ ม ซ่ึงนักจดั การเอกสารควรติดตาม
ความกา วหนา อยา งใกลช ดิ

315

บล็อกเชน

บลอ็ กเชน (Blockchain) คอื เทคโนโลยีการบันทึก จดั เก็บ และประมวลผลขอ มลู แบบกระจายศูนย (Distributed ledger
technology: DLT) หรอื บัญชแี ยกประเภทแบบกระจาย โดยใชว ิทยาการเขา รหสั ลบั (Cryptography) รวมกบั กลไกฉนั ทา
มติ (Consensus protocol/Consensus mechanism) เพ่ือรว มกนั ควบคุมและยนื ยันความถกู ตอ งของขอ มูลโดยไม
จำเปน ตองพึ่งตัวกลาง เกิดสภาวะทที่ ุกคนเหน็ บญั ชีของทุกคนแตไ มมคี นใดคนหนึ่งเขาไปแกไ ขไดโ ดยพละการ (Tamper
resistance) (สำนักงานพฒั นารฐั บาลดิจิทลั (องคก ารมหาชน), 2564; ธนาคารแหงประเทศไทย,2564; The U.S.
national archives and records administration, 2019)

รวมศูนย แยกจากศนู ย กระจายศนู ย

ภาพ13.1 แผนภาพจำลองการประมวลผลขอ มูลแบบรวมศูนย (Centralised) แยกจากศนู ย (Decentralised) และ

กระจายศูนย (Distributed) (ปรบั ปรงุ จาก Wikimedia Commons, the free media repository)

หลักการทำงานบล็อกเชน คือ ฐานขอ มลู แบบ DLT จะกระจายขอ มูลท่ีจดั เก็บไปยังแตละโหนด (Node) ซ่งึ เปนเครือ่ ง
ประมวลผล เชน คอมพิวเตอร โทรศัพทม อื ถือ แทบ็ เลต็ พีซี ท่ีเช่อื มโยงกันในเครอื ขายบล็อกเชนแบบเพยี รท ูเพยี ร
(Peer-to-peer network) จะไมมเี ครื่องใดเครอ่ื งหนึ่งเปนศนู ยกลางหรือเครื่องแมขา ย ไมถ ูกควบคมุ โดยคนเพียงคนเดียว
โดยกลุมขอ มูลซึ่งเรยี กวา บล็อก (Block) จะเช่อื มตอ กนั เปนหว งโซ (Chain) ดวยกระบวนการเขา รหัส แตล ะบล็อกจะมคี า
ทางคณติ ศาสตร คือ รหัสแฮช (Hash) ของบลอ็ กกอ นหนา เพอ่ื ใชสอบทานความถกู ตอง ทำใหทกุ ขอมลู มีการเชอ่ื มโยงกนั ท้งั
ระบบ กลายเปนบลอ็ กเชน และเม่อื มรี ายการธุรกรรมใหมเ กิดขนึ้ จะตอ งมกี ารประกาศบอกทุกโหนดในระบบใหรับรู จึง
ทำใหไมจ ำเปน ตองมีตัวกลางในการจดั เก็บหรอื ควบคุม แตต อ งมกี ารกำหนดขอตกลงกฎเกณฑในการตรวจสอบ ดว ยกลไก
ในการควบคุมความถกู ตอ งของขอมลู ในทุกโหนดผา นอลั กอริทึมตางๆขึน้ มาใชใ นเครือขาย โดยสมาชกิ ตองเห็นพอ งตอ งกนั
เพอื่ ใหขอ มูลมคี วามถูกตอ งเท่ียงตรงและเปนขอมูลชดุ เดยี วกนั รวมท้งั มกี ารจดั เก็บมีลำดับการจดั เกบ็ สอดคลองตรงกัน
(สำนกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส,2564; สำนกั งานสงเสริมเศรษฐกจิ ดิจทิ ัล, 2564; Drescher, 2017)

แนวคดิ เร่อื งบลอ็ กเชน เผยแพรครั้งแรกในสมดุ ปกขาว เรอ่ื ง Bitcoin: a peer-to-peer electronic cash system โดย
บคุ คลท่ีใชนามวา Satoshi Nakamoto (2008) ในชว งแรกบล็อกเชนสรา งขนึ้ เพื่อตรวจสอบธรุ กรรมของบติ คอยน (Bitcoin)
ซึง่ เปน เงินตราเขารหสั ลบั (Cyptocurrency) สกุลหนึ่ง ทำใหการแลกเปลี่ยนสกุลเงนิ ทำไดอ ยา งปลอดภัยโดยไมตอ งใช
ธนาคารเปน ตวั กลาง และตอ มาไดม ีการพัฒนาอยา งรวดเร็ว ดวยคุณสมบตั เิ ดน ของระบบทไี่ มม ีศนู ยก ลาง จึงชว ยลดตน ทุน

316 การจดั การเอกสาร | Records Management

ดา นการทำธรุ กรรม ลดข้นั ตอนและระยะเวลาในการจา ยเงนิ ผา นแพลตฟอรม ทำใหผซู อ้ื สามารถทำธุรกรรมกับผูขายได
โดยตรง มีศกั ยภาพสามารถนำมาประยกุ ตใ ชใ นภาคธุรกจิ อนื่ ๆได บลอ็ กเชนกำลังเปน ท่ีนิยมอยางมากในธรุ กจิ ทรัพยสินทาง
ปญญา (Steele, 2020) เชน ชา งภาพสามารถใชบ ลอ็ กเชนเพอ่ื จัดการสิทธใ์ิ นผลงานสรา งสรรค และแมก ระท่ังเพ่ือเปดใช
งานการชำระคา ลขิ สิทธใ์ิ นคลังภาพ ปจจุบนั บลอ็ กเชน จงึ ถกู ใชในอตุ สาหกรรมอ่นื ๆ ไมจ ำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมการเงิน
และการธนาคารอกี ตอ ไป

ประโยชน์ของบล็อกเชน

● ประหยัดคา ใชจ าย เปนประโยชนทช่ี ัดเจนที่สดุ เนอื่ งจากธุรกรรมผา นบล็อกเชนไมต อ งอาศยั ตวั กลาง ไมจำเปน
ตองใหผตู รวจสอบบัญชีหรือผูเชีย่ วชาญดา นกฎหมายตรวจสอบความถกู ตอ งของขอมลู กระบวนการจึงสามารถ
ทำไดอยา งมีประสิทธิภาพและราคาไมแพง ไมจำเปนตองเสียคาธรรมเนยี มใหก ับตัวกลางแตอ ยา งใด ยงั คงมีเพยี ง
ตน ทุนคา ธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนแพลตฟอรมเทา น้นั

● ประสทิ ธภิ าพ ใชท รัพยากรบุคคลนอยลง แตไ ดผ ลลัพธเพิ่มข้ึน ธรุ กรรมทอี่ าจใชเวลาหลายวนั สามารถทำไดภายใน
ไมกว่ี นิ าที สามารถตดั ความผิดพลาดทอ่ี าจเกิดขึ้นจากมนษุ ยใ นการคำนวณของระบบออกไปไดทงั้ หมด ยงิ่ มผี เู ขา
รวมในการทำธุรกรรมนอยลง ความเสย่ี งทีจ่ ะมบี างอยางผดิ พลาดกล็ ดลงตามไปดว ย

● ความปลอดภยั หากขอมูลถกู เขา รหัสและเกบ็ รกั ษาไวใ นบล็อกแลวจะไมสามารถลบหรือแกไ ขไดอ กี และยัง
สามารถตรวจสอบรหัสแฮชเอกสารยอ นกลับวามกี ารเปลี่ยนแปลงใดๆหรือไม

● ความยดื หยุน ไมเพยี งแตเ งนิ ตราเขา รหัส แตย ังสามารถนำบล็อกเชนมาบรหิ ารสนิ ทรพั ยไดอ ยางหลากหลาย เชน
สามารถใชบ ล็อกเชนเพอ่ื กำหนดความจรงิ แทข องอสงั หาริมทรัพยไ ด ใชเปน ใบรบั รองผลงานศิลปะใหผซู อ้ื มัน่ ใจวา
ผลงานทีซ่ อื้ นน้ั เปน ของแท

● ความไดเปรยี บทางการแขงขนั เอ้ือใหเกิดโอกาสในการนำเสนอสนิ คาและบริการใหมๆท่ีเปนประโยชนต อทงั้ ผซู ้อื
และผขู าย

บลอ็ กเชนกับการจดั การเอกสาร

ขอ กังขาวา ขอมลู สารสนเทศ ทอี่ ยใู นบล็อกเชนนน้ั ถือวา เปน เอกสารหรอื ไมน ัน้ หอจดหมายเหตุแหงชาติสหรัฐอเมรกิ า
(NARA) ระบไุ วในสมดุ ปกขาวเรื่องบล็อกเชน (NARA Blockchain white paper) วา รหัสแฮช, สว นหัวของบลอ็ ก (Block
header) และขอมูลธรุ กรรม อาจถอื เปนเอกสารของรฐั บาลกลาง โดยเฉพาะอยางยง่ิ หากจัดทำขึ้นโดยหนา ที่ราชการ
เอกสารภายในบลอ็ คอาจประกอบดว ยเอกสารหลายประเภททีม่ าจากธุรกรรมหลายรายการ ความสามารถของบลอ็ กเชนใน
การทำธรุ กรรมแบบกระจายศนู ย จะทำใหเ อกสารถูกจัดเกบ็ ไวในเครอื ขา ยหรือแพลตฟอรมบล็อกเชนและแชรระหวา งโหนด
ท่ีสมัครรบั ขอมลู ท้งั หมด (The U.S. national archives and records administration, 2019) ถงึ เชนนัน้ การมีกฎหมาย
รับรองสถานะของเอกสารในบลอ็ กเชนยังมีความจำเปน และรัฐบาลตองใหความสำคญั อยา งเรงดวน

การจดั การเอกสารในระบบนิเวศดจิ ทิ ลั 317

จากรูปแบบการทำธรุ กรรมที่เปลี่ยนไป กฎระเบียบตา งๆทเี่ พ่ิมมากขึน้ ในชวง 10 ปทผี่ า นมา กำหนดใหหนวยงานตองเก็บ
รักษาขอมูล สารสนเทศและเอกสารเอาไวเ ปน พยานหลกั ฐานและใหพรอ มใชงานไดเ สมอ ทำใหการจัดการเอกสารมคี วาม
ซับซอนมากขน้ึ คาดการณวาบลอ็ กเชนจะมอี ิทธิพลตอการจัดการเอกสารของภาครัฐและเอกชนหลายประการ เชน
(Hrvoje, 2018; Joo, 2019)

● แกจ ดุ ออ นของเอกสารดิจิทลั ทแี่ ตเดิมสามารถเปลย่ี นแปลงแกไขและคัดลอกโดยงา ย จงึ ทำใหขาดความนา เชอ่ื ถอื
ดว ยความสามารถของบลอ็ กเชนดานการสรา งความนาเชอ่ื ถือ (Reliability), พิสูจนความจริงแท (Authenticity),
รบั รองบรู ณภาพ (Integrity) และปรับปรุงการใชงานได (Usability) ซ่งึ สอดคลอ งกับเปา หมายของการจดั การ
เอกสาร ที่มุง พทิ ักษร ักษาคณุ สมบัตสิ ำคัญของเอกสาร 4 ประการดังกลา ว หนวยงานจะสามารถดำเนินการ
เอกสารสำคัญในบลอ็ กเชน เขน การจัดซ้ือจดั จา ง การรับรองเอกสารทางกฎหมาย งบการเงิน ใบสมคั ร การลง
นามในสัญญา การเปล่ยี นแปลงในโฉนดทีด่ นิ การลงคะแนนเสยี ง และอ่นื ๆ ไดอ ยางงา ยดายและนา เชอื่ ถอื
ปลอดภยั

● แกป ญหาระบบลายเซน็ อิเล็กทรอนิกสท มี่ ีคาใชจายสงู และใบรับรองมกั หมดอายภุ ายในสองถึงหา ป ตลอดจน

ความไมแนน อนเก่ยี วกับความเปน กลางของผูใหบ รกิ ารออกใบรบั รองลายเซ็นดจิ ิทลั การจัดเก็บลายเซน็

อเิ ลก็ ทรอนิกสพ รอมกับรหสั แฮชของเอกสารในบล็อกเชน จะเปนประโยชนสำหรบั การจดั เก็บเอกสารระยะยาว

เชน สญั ญา โฉนดทีด่ นิ และพนิ ัยกรรม

● แกป ญ หาการละเมดิ ความปลอดภัยขอมูลจากจดุ ออนของฐานขอมลู แบบรวมศูนย สามารถลงทะเบียนหลกั ฐาน

การตรวจสอบ (Audit-trail) เพอื่ พิสจู นกระบวนการวา ใครทำอะไร เมอ่ื ไหร และนานแคไ หนในระบบได

● ขยายขดี ความสามารถของระบบการจดั การเอกสาร (RMS) ในแงก ารรบั รองความจริงแท นา เช่อื ถือ ใชงานไดแ ละ

มีบรู ณภาพ

● เปนประโยชนต อ การสงวนรักษาเอกสาร สามารถเก็บไฟลใ นรูปแบบดง้ั เดมิ เชน Excel, PPT, CAD ไดอ ยา งถาวร

และยงั พสิ จู นความถูกตองของเอกสารได โดยไมตอ งแปลงเปน รปู แบบ PDF/A เพือ่ เก็บถาวรซึ่งเส่ยี งตอความเสีย

หายได

● ชว ยใหเ จาของเอกสารสามารถควบคมุ เอกสารไดโ ดยไมตองเปด เผยขอมูลสวนบคุ คล เชน ช่อื หรอื หมายเลขประกนั

สังคม

เห็นไดว า บล็อกเชนมีประโยชนต อการเอกสารในหลายประการ แมก ระนั้นกย็ งั มีความไมชดั เจนในแงก ารปฏบิ ัติซง่ึ นกั จัดการ
เอกสารและจดหมายเหตุ ตอ งตดิ ตามความเปลยี่ นแปลงอยางใกลช ิดในประเดน็ ดังตอ ไปนี้ (The U.S. national archives
and records administration, 2019)

● นโยบาย หนวยงานสวนใหญยังไมม ีนโยบายเกยี่ วกับเอกสารบลอ็ กเชน หรือมนี โยบายแตย ังไมชัดเจน องคก าร
ตองมกี ารพัฒนานโยบายเพือ่ จัดการกบั ผลกระทบของเอกสารของบลอ็ คเชนอยา งตอ เนื่อง นำนโยบายไปปฏบิ ตั ิ มี
กลไกการสรางความมั่นใจวา จะสามารถเขาถงึ เอกสาร ขอ มลู ธรุ กรรมในบล็อกเชนไดต ลอดเวลาทีต่ อ งการ

318 การจัดการเอกสาร | Records Management

● การกำหนดอายุเอกสาร ยังไมมีความแนนอนและชัดเจนเกยี่ วกบั การกำหนดอายุสำหรบั เอกสารบล็อกเชน
เพราะการใชง านยงั ไมแพรห ลาย เอกสารใดควรทำลาย เอกสารใดควรเกบ็ ไวอ ยางถาวร ยงั ไมมีคำตอบท่ีแนชัด
แนวทางเดมิ ทใ่ี ชป ระเมินคุณคา และกำหนดอายุเอกสารอาจตอ งปรับเปลี่ยน

● การโอนยา ยเอกสาร เปน สงิ่ ท่ียงั มกี ารถกเถียงอภปิ รายกนั อยางกวางขวาง ขณะนย้ี งั ไมมีการกำหนดใหเอกสาร
บลอ็ คเชนเปนเอกสารจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุอาจตอ งสรางโหนดหรือสวนหน่งึ ของบล็อกเชนเพอ่ื เขา ถึง
เอกสารของรฐั หรอื ไม หนว ยงานของรฐั จะตอ งโอนเอกสารในบลอ็ กเชนทงั้ หมดหรอื สวนใดสวนหน่ึงไปยังหอ
จดหมายเหตุหรอื ไม เหลานยี้ งั ตอ งหาคำตอบตอ ไป

● การปรับเปลย่ี นและบูรณาการศาสตรอน่ื วิชาชพี การจัดการเอกสารและจดหมายเหตุตองมกี ารปรับเปลยี่ นใหมี
ทกั ษะดานคอมพิวเตอรหรือไอทมี ากข้ึน ไมวา จะเปนการจดั การฐานขอ มลู การเขยี นโคด และการดูแลระบบดิจิทลั
ตลอดจนตอ งทำงานบูรณาการขา มสาขาวิชากับนกั คอมพวิ เตอร วิศวกรซอฟตแวร ผูเชี่ยวชาญอ่นื ๆดวย

บล็อคเชนเปนเทคโนโลยีอบุ ตั ิใหมทก่ี ำลังปฏิวัติรูปแบบการทำงานในหลายองคก ารทัง้ ภาครฐั และเอกชน ในเวลาอกี ไมนาน
บลอ็ กเชนจะกลายเปนโครงสรางพนื้ ฐานทางสารสนเทศท่ีปลอดภัย โปรงใส ชวยใหหนวยงานสามารถผสานการจดั การ
เอกสาร การทำธรุ กรรมเขา ไวดวยกนั ไดอ ยางนา เช่อื ถอื ในท่สี ุดอาจเปลย่ี นงานพ้ืนฐานของรฐั บาล เชน การรับรองขอ มูล
ขา วสาร, ธุรกรรมทางการเงิน, ระบบสขุ ภาพ, การประกันสงั คม, การเสยี ภาษีของประชาชน การเปลย่ี นแปลงนจ้ี ะสง ผล
กระทบโดยตรงตอรฐั บาลในฐานะทถ่ี ือครองสารสนเทศหรอื เปนผกู ำกบั ดูแลเอกสารทเี่ ชอ่ื ถอื ได ดงั นน้ั นกั จัดการเอกสาร จะ
ตอ งติดตามแนวโนม วา บล็อคเชนจะถูกนำไปใชอ ยางไรตอไปอยางใกลชดิ

ขอ้ มลู ขนาดใหญ่

ขอ มูลขนาดใหญ (ขอมลู ใหญ; ขอ มลู เกินนับ; ขอมูลมหตั ; Big data) หมายถึง ขอ มูลทุกชนดิ ทั้งท่ีมโี ครงสราง กงึ่ มโี ครงสราง
และไมม โี ครงสรา ง ซง่ึ ถกู บันทึกดว ยวิธกี ารตา งๆ ในรปู แบบตางๆและในสอื่ ตา งๆ โดยมีคุณลกั ษณะสำคัญ ดงั น้ี
(Haralampus, 2017; Zgurovsky & Zaychenko, 2020)

● ปรมิ าตร (Volume) คือ มีขอ มูลจำนวนมหาศาลเปนลานแถว ลา นคอลมั น หรือขนาดใหญเ กินกวาเทราไบต (1TB
เทากบั หนึง่ ลา นลานไบต)

● หลากหลาย (Variety) หมายถงึ ขอมูลแตล ะชนดิ น้นั มคี วามหลากหลายลกั ษณะ เชน ภาพนิ่ง, ภาพเคลื่อนไหว,
ขอ ความ หลากหลายรปู แบบ เชน การแสดงความคดิ เห็นทางสอ่ื สงั คมจดั เปนขอมลู แบบไมมีโครงสรา ง การโพสต
ดว ยแฮซแท็ก (Hashtag) เปนขอ มูลกึง่ โครงสรา ง การตอบแบบสอบถามผา นฟอรม ทม่ี ีคำถามและคำตอบใหเลอื ก
อยา งชัดเจน เปน ชดุ ขอมลู แบบมีโครงสรา ง

● เพ่มิ ขึน้ อยา งรวดเร็ว (Velocity) คือ ขอ มูลมกี ารเปลีย่ นแปลง มีขอ มลู ไหลเขาเปนรายวินาที เปน กระแสตอ เนือ่ ง
ของขอมลู (Data streaming) เพม่ิ ขน้ึ อยา งรวดเร็วตลอดเวลา และมีการวิเคราะหป ระมวลผลแบบทันที
(Real-time) เชน ขอมลู การจราจร, ขอมลู การรบั ชมวดิ โิ อสตรีมมิง, ขอมูลดชั นีการคน คืนของเว็บ, ขอ มูลการ
พยากรณอากาศ, ขอ มูลภาพถายดาวเทยี ม ฯลฯ

การจดั การเอกสารในระบบนิเวศดจิ ทิ ลั 319

● สัตยจ รงิ (Veracity) คอื ความถกู ตองชัดเจนของขอ มูล ซง่ึ จะเปนสว นสำคัญที่จะสามารถนำขอมลู เหลานั้นมา
ประมวลผลเพือ่ การใชงานตอในอนาคตได อันจะเกิดประโยชนสูงสุดตอองคก ร

● คุณคา (Value) หมายถึง ขอ มลู สามารถนำไปใชป ระโยชนไมว า จะเปนทางธุรกิจ การตัดสนิ ใจ การใหบริการ
ประชาชนไดอยา งถูกตอ ง แมนยำ

มโนทศั นเ รื่องขอมลู ขนาดใหญ มรี ากฐานมาจากยคุ การระเบดิ ของสารสนเทศ (Information explosion) ในชว ง
สงครามโลกครั้งท่ี 2 สว นการใชค ำวา Big data ในความหมายเฉพาะนนั้ เรม่ิ ปรากฏในปค.ศ. 1997 ในบทความเรื่อง
Visualization โดย Michael Cox และ David Ellsworth ตพี ิมพครง้ั แรกในหนังสอื ประมวลบทความการประชมุ วชิ าการ
IEEE 8th โดยระบวุ า ชุดขอมูลในคอมพิวเตอรน ้นั มีขนาดคอนขา งใหญ เมือ่ ชดุ ขอ มลู ไมพอดีกบั หนว ยความจำหลักหรอื
ฮารต ดิสก วธิ ีแกป ญ หาที่พบบอ ยที่สดุ คือการจัดหาทรพั ยากรเพ่ิมเตมิ เราเรยี กสิง่ นี้วาปญ หาของขอมลู ขนาดใหญ (Davies,
2013)

ประโยชนข์ องขอ้ มูลขนาดใหญ่

ในยคุ ปฏิวัตอิ ตุ สาหกรรมคร้งั ท่ี 4 พฒั นาการของเทคโนโลยดี จิ ิทลั ทำใหเ กิดความสามารถในการรวบรวมขอมูลจำนวนมาก
วเิ คราะหไดอ ยา งรวดเร็ว และใหข อสรปุ ทแี่ ปลกใหมจากขอมูลเหลานั้น ขอ มลู ในยคุ นจี้ ึงเปนเสมอื นน้ำมนั ท่ีทำใหอ งคก าร
สามารถขบั เคลอ่ื นไดอยา งรวดเรว็ ขอ มลู ขนาดใหญเม่ือนำมาวเิ คราะหแ ละประมวลผลโดยใชห ลักวิชาวทิ ยาการขอ มูล
(Data Science) หรือใชห ลักการธรุ กจิ อัจฉรยิ ะ (Business intelligence) กจ็ ะทำใหเ กิดประโยชนตอ องคกร ตามระดบั ของ
การวิเคราะห คอื

● พรรณนา (Descriptive) สรุปและรายงานสิง่ ทเี่ กดิ ข้ึนท้ังในอดีตและปจจบุ ัน เห็นสญั ญาณที่อาจมีบางอยา งทผ่ี ิด
ปกติจากชวงกอนหนา เชน ทราบยอดขายในเดอื นทผี่ า นมาของแตละสาขา พฤตกิ รรมของลูกคา ทเี่ คยซื้อสินคา
ชอ งทางที่มคี นดูสินคา มากทสี่ ดุ พฤตกิ รรมการเขาเว็บไซตของผชู มในเดือนท่ผี า นมา ฯลฯ

● วินจิ ฉยั (Diagnostic) บอกถงึ สาเหตวุ า สิ่งนัน้ เกดิ ข้นึ เพราะอะไร มีตัวแปรหรือปจจัย และความสมั พันธร ะหวา ง
ปจจัยใด เชน ความสมั พนั ธระหวา งยอดขายตอกจิ กรรมทางการตลาดแตล ะประเภท รูสาเหตุทท่ี ำใหค นเขา
เวบ็ ไซตเ พิ่มขึ้น ระบุสาเหตทุ ี่ทำใหม คี นคลกิ เขาชมโฆษณามากเปน พเิ ศษ

● พยากรณ (Predictive) คาดการณส ่ิงทก่ี ำลงั จะเกดิ ขน้ึ หรือนา จะเกดิ ขึ้น บอกรูปแบบ (Pattern) ทม่ี แี นวโนมจะ
เกดิ ขนึ้ หรือมคี วามเปนไปไดทจี่ ะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต เชน คาดการณไ ดว า ในอกี 1 เดือนถัดไปจะตอ งผลติ สินคา ใด
จำนวนเทา ไหร ไปวางจำหนายในสาขาไหนบา ง, ผลประชามตจิ ะออกมาเปน อยา งไร

● ใหคำแนะนำ (Prescriptive analytics) บอกสิง่ ตา งๆท่ีจะเกดิ ขนึ้ ขอดี ขอเสยี สาเหตุ และระยะเวลาของส่งิ ที่จะ
เกดิ ข้ึน ทางเลอื กตางๆทมี่ ีอยู และผลของแตล ะทางเลอื ก ถา ทำแบบน้ีแลว จะเกิดอะไรขึน้ บา ง แนะนำแนวทางที่

320 การจดั การเอกสาร | Records Management

เหมาะสมใหอกี ดว ย ทำใหส ามารถรบั มือหรือแกไ ขสถานการณไดอ ยา งถูกตอ ง ตลอดจนแนะนำใหเ ห็นถงึ โอกาส
ใหมๆ ทเ่ี กดิ ขึน้

ดว ยการวิเคราะหขอ มลู ขนาดใหญ จงึ ทำใหอ งคการสามารถมองเหน็ ปญ หา (Pain point) ของธุรกจิ เขาใจพฤติกรรมของผู
บรโิ ภคไดชัดขนึ้ ปรับตัวตามแนวโนมตลาดไดดยี ง่ิ ขึ้น ใหข อเสนอคณุ คา ของธรุ กจิ ทแี่ ตกตาง (Value proposition) สรา ง
สนิ คา ผลิตภณั ฑ บรกิ ารและโอกาสใหมทตี่ อบสนองตอ ความตองการของผบู ริโภคไดอยางตรงจุด สรางผลกำไร พฒั นาขดี
ความสามารถในการแขงขัน และเติบโตไดอ ยา งยงั่ ยืน

หนว ยงานของรัฐเองกส็ ามารถใชข อ มลู ขนาดใหญสำหรบั การกำหนดนโยบายที่สงผลกระทบตอผมู ีสว นไดสว นเสยี ออกแบบ
ปรบั ปรงุ บรกิ ารสำหรบั ประชาชน รวมถงึ คาดการณผ ลทจ่ี ะเกดิ ข้นึ เชน รวบรวมขอ มลู ดานสุขภาพระดับชมุ ชนเพ่อื ใหมีทาง
เลือกดานสขุ ภาพท่ีดีข้นึ ตรวจสอบธรุ กรรมทางการเงนิ เพอ่ื ตรวจจบั การฉอ โกง ระบคุ วามเสี่ยงจากไฟปา ฯลฯ

ขอ้ มลู ขนาดใหญ่กบั การจัดการเอกสาร

ในทัศนะของผเู ขยี น แทจ ริงแลวขอมูลขนาดใหญทผ่ี านการวิเคราะห ก็คอื สารสนเทศเชิงกลยทุ ธที่มคี ณุ ภาพนน่ั เอง และหาก
สารสนเทศนนั้ จดั ทำข้นึ หรอื รบั ไว ตามภารกิจหนา ทข่ี ององคก าร กค็ วรถือวาเปน เอกสารขององคก ารดวยเชน กัน กลาวอีก
นยั หนงึ่ ขอมลู ขนาดใหญท่ผี า นการวเิ คราะห คือ เอกสารขององคก าร นนั่ เอง

อยางไรก็ตามประเด็นนี้ยังเปน เรือ่ งทา ทายสำหรบั นกั จดั การเอกสารในระดับสากล โดยเฉพาะตอคำถามเหลา นี้ (Davies,
2013; Haralampus, 2017)

● ขอ มูลขนาดใหญจะกลายเปน เอกสารตามกฎหมายเม่อื ใด
● ขอมลู ขนาดใหญถ ูกประมวลผลและจดั เกบ็ ทไ่ี หนและอยา งไร
● ตอ งใชง บประมาณ วัสดุ อปุ กรณใ นการรวบรวมและจัดเก็บมหาศาลตามไปดวยหรือไม
● จะจดั ขอมลู ขนาดใหญเปน ชดุ กลุม หรือแหลงทม่ี าเชนเดียวกับเอกสารอ่ืนๆไดหรอื ไมแ ละอยางไร
● จะประเมนิ คณุ คา กำหนดอายุของขอ มลู ขนาดใหญอ ยางไร ขอมลู ตองถูกเกบ็ ไวน านแคไหน
● การทำลาย หรอื โอนยายขอมลู ขนาดใหญไปยังหอจดหมายเหตุตอ งทำอยางไร
● ขอ มูลขนาดใหญท่ีรวบรวมมาจากภายนอกองคการ เชน หนวยงานอน่ื ๆ, บรษิ ทั เอกชน, มหาวิทยาลยั , อปุ กรณ

ดจิ ิทัล, สือ่ สังคม ฯลฯ ถอื เปน เอกสารขององคการหรอื ไม
● พฤติกรรมและความคาดหวงั ของผูใชง านจะเปลีย่ นไปเปน เชน ไร
● จะมแี นวทางปกปอ งความเปนสวนตัว ความปลอดภยั ของขอ มลู ฯลฯ ไดอ ยางไร?
● เรากำลังมงุ สแู นวคิด "เกบ็ ทุกอยาง" หรือไม
● จะเกดิ อะไรขน้ึ หากมขี อมลู มากเกินไป
● ประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการเกบ็ รักษาทค่ี วรระมดั ระวงั คืออะไร

การจัดการเอกสารในระบบนิเวศดจิ ิทลั 321

การจัดการกบั ขอ มูลขนาดใหญ เปน เรือ่ งใหม ทต่ี องอาศยั ความรู และเทคนคิ ใหม ซ่ึงแนวคดิ และเทคนิคเดมิ อาจไมเพียง
พอทจ่ี ะนำมาใชจ ัดการได คลา ยกบั ที่ Emmett Leahy ไดเ ผชญิ กบั เอกสารปริมาณมหาศาลในยุคสงครามโลกครงั้ ที่ 2 จน
นำไปสกู ารพฒั นาเปนหลกั การวงจรชวี ิตเอกสาร และวิธีการประเมนิ เพือ่ กำจัดเอกสารที่ไมมคี ุณคาในทสี่ ุด นกั จัดการ
เอกสารในยุคปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรมครง้ั ที่ 4 จำเปนจะตอ งพฒั นาความรแู ละทกั ษะใหม ใหเพยี งพอสำหรบั การจัดการเอกสาร
ลกั ษณะใหม โดยตองทำงานรว มกบั ผูเชยี่ วชาญในวิทยาการคอมพิวเตอร คณติ ศาสตร และสถิติ อยางใกลช ดิ โดยมบี ทบาท
ในการรวมวเิ คราะหแ ละการคาดคะเนขอ มูลขนาดใหญ, ประเมนิ และเลือกแหลงขอมูล, เลือกใชเ คร่อื งมอื อลั กอรธิ มึ และ
แบบจำลอง, การตีความผลลัพธ, สรา งแนวการปฏบิ ัติตามกฎระเบียบตางๆท่ีเกย่ี วขอ ง และเชน เดยี วกับเทคโนโลยีอน่ื ๆ นกั
จัดการเอกสารจะตอ งติดตามความเปลยี่ นแปลงอยางใกลชิด

ปญญาประดษิ ฐ์

สำนักงานราชบัณฑติ ยสภา (2562) ไดใ หนยิ ามของ ปญ ญาประดิษฐ (Artificial intelligence) หรือ เอไอ (AI) ไวดงั นี้

1) สาขาหนง่ึ ของวิทยาการคอมพวิ เตอร ซ่งึ เนน เรอ่ื งท่ีจะทำใหค อมพิวเตอรท ำงานไดใ กลเคียงมนุษยมากขนึ้ แบง ยอ ย
ออกเปน สาขาตา ง ๆ เชน การแปลภาษาดวยเคร่อื ง, ระบบผูเชยี่ วชาญ, วิทยาการหุนยนต, การรจู ำแบบ, การรับรู
เยี่ยงมนษุ ย (Human perception) ฯลฯ (ศพั ทคอมพวิ เตอรแ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ)

2) ความสามารถของส่ิงประดิษฐ เชน คอมพิวเตอร หนุ ยนต เคร่อื งอิเล็กทรอนิกส ในการแสดงปฏิกริ ิยาหรือกระทำ
การใดๆ ในสถานการณอ ยา งหนึง่ อยา งใดดวยตนเองเสมือนการทำงานของสมองมนุษย ความสามารถนเี้ กิดจากคำ
ส่ังหรือชดุ คำส่ังทสี่ รา งขึ้น มิใชเ พียงเพอ่ื ใหค อมพวิ เตอรทำงานใหเกิดผลอยา งใดอยางหนง่ึ ทแ่ี นน อน แตใ ห
คอมพิวเตอรสามารถรวบรวมขอมลู วิเคราะหแ ละประมวลผลขอมลู แลว สัง่ ใหหนุ ยนต เครื่องอิเล็กทรอนกิ ส
กระทำการหรอื ไมกระทำการอยา งหน่ึงอยางใดหรอื หลายอยาง เพอื่ ใหเ กดิ หรอื ระงบั ซ่งึ ผลอยางหนงึ่ อยา งใดหรือ
หลายอยาง โดยปราศจากการสงั่ การเพิม่ เตมิ ของมนษุ ยหรอื รว มกับการควบคมุ ของมนุษย เชน โปรแกรม
คอมพวิ เตอรที่สรางปญญาประดิษฐใหกับยานพาหนะอันเดนิ ดว ยกำลงั เครอ่ื งจกั รกลสามารถบงั คับการเคลือ่ นไหว
ของยานพาหนะโดยอัตโนมตั ิ (Auto pilot) ไมวาจะเปน ยานพาหนะทางบก ทางน้ำ หรอื ทางอากาศ ปญ ญา
ประดษิ ฐท ่ีใชกับการตรวจรกั ษาทางการแพทย การใหคำปรกึ ษาขอ กฎหมาย การวางแผนภาษี การวาดภาพ การ
ประพันธวรรณกรรม การเลน เกม

ปญญาประดษิ ฐแ ตกตา งจากปญ ญาตามธรรมชาติ (Natural intelligence) เชน ปญญาของมนุษย (Human
intelligence) ปญญาของสัตว (Animal intelligence) (ศัพทนิตศิ าสตร)

แนวคดิ เกย่ี วกับสิ่งประดิษฐห รือเครือ่ งจกั รทม่ี ีความคิดอานอยา งมนุษยปรากฏในนทิ าน ตำนาน มาตัง้ แตสมยั กรกี โบราณ
ประมาณ 300 ปกอนคริสตศักราช เรอื่ ยมาจนถงึ ยุคปจจบุ นั แนวคิดเรื่องปญญาประดษิ ฐม คี วามชัดเจนในทางทฤษฎีมา
ตั้งแตป  ค.ศ.1956 โดยศาสตรทางปญ ญาประดิษฐแ บง ออกไดเปน 2 แนวทางคือ (1) การใชความรูทมี่ นษุ ยส รา งข้ึนเขาแก
ปญ หา (Knowledge-based approach) และ (2) การพัฒนาตอ เนอ่ื งโครงขา ยงานประสาทเทียม (Connectionist

322 การจดั การเอกสาร | Records Management

approach) จนกระทง่ั ตอ มาในป 2016 เกิดเอไอ ท่ีมีชอ่ื เสยี งโดง ดังคือ โปรแกรมอลั ฟาโกะ (AlphaGo) ท่ีสามารถเลน เกม
หมากลอมหรือเกมโกะชนะนกั หมากลอมระดบั แชมปโ ลกไดส ำเร็จ (ธนารกั ษ ธรี ะม่นั คง, 2560)

หลังจากนนั้ ก็เริ่มมีการพฒั นาเอไอ อยางหลากหลายรปู แบบ เชน การรจู ำเสียงพดู , การรจู ำตวั อักษรเขียน, การรูจำปา ย
จราจร, การบงั คบั รถแบบอตั โนมตั ิ, หนุ ยนตโ ตต อบการสนทนา (Chatbot) ฯลฯ มกี ารนำเอไอไปเชือ่ มโยงประยกุ ตกบั
เทคโนโลยอี ่ืนๆ เชน ขอมลู ขนาดใหญ, อินเทอรเ น็ตของสรรพสิง่ (Internet of Things: IoT) และอนื่ ๆ ทำใหเอไอเปน
เทคโนโลยีอบุ ัตใิ หมท ี่จะสง ผลอยางกวางขวางตอการดำรงชีวติ และการทำงานในอนาคต

เอไอจำลองกระบวนการเรยี นรแู บบมนษุ ย เปน กระบวนการจดจำ ทำความเขาใจ ตอบสนองตอ ภาษา ตดั สินใจ และแกไ ข
ปญหา โดยอาศัยขอ มูลจำนวนมากทมี่ ลี กั ษณะซ้ำๆ เหมือนกัน เรยี กกระบวนการนว้ี า การเรยี นรูของเครื่อง (Machine
learning) เปรยี บเสมือนสมองของเอไอ ทปี่ ระกอบดวย อลั กอริทึม (Algorithm) หรือ ชดุ คำสั่งหรือเงอ่ื นไขแบบทลี ะขั้น
ตอน ท่ีจะทำใหค อมพวิ เตอร หุนยนต เคร่อื งจกั ร หรอื อุปกรณดิจิทัลตา ง ๆ ทำการเรยี นรูดวยตนเอง โดยการใช ขอ มูลขนาด
ใหญ (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส, 2564)

แนวคิดพื้นฐานการทำงานของเอไอ คือ การตัดสินใจแบบใช- ไมใช (Yes-No) กระบวนการนส้ี ามารถแบง ออกเปน สามขัน้
ตอน คือ (Lepak, 2021)

1) ปอ นขอมูล (Input data)

2) เอไอวเิ คราะหข อ มูลตามเกณฑข องอัลกอริธมึ ที่มหี ลายประเภท เชน ตนไมตดั สนิ ใจ (Decision trees), โครงขาย
ประสาทเทียม (Neural networks), การเรียนรูเ ชิงลกึ (Deep Learning) กอ นตัดสินใจใชหรอื ไมใช

3) เอไอกำหนดวา ใช หรอื ไมใ ช และดำเนินการตามนั้น

เอไอแบง ไดเ ปนสองประเภทใหญๆ คอื

1) AI สำหรับการโตตอบ (AI for interaction) มีปฏิสัมพันธก ับผใู ชงาน ลักษณะเปน ผูชวย เชน Siri

2) AI สำหรับเนอ้ื หา (AI for content) สามารถใชเ พื่อจัดประเภทขอ มลู เชน ขอ ความ รูปภาพ เอกสาร เพ่ือดึง
ขอ มลู ทเี่ ปนประโยชนโ ดยใชอลั กอรธิ มึ เพอ่ื ปรบั แตง เปรียบเทียบ ตดิ ตามได

ประโยชน์ของเอไอ

เทคโนโลยเี อไอสามารถนำมาประยกุ ตใชก บั งานของภาครฐั และเอกชนไดอ ยา งหลากหลาย และกอใหเกดิ ประโยชนโ ดยรวม
ดงั น้ี

● เพม่ิ ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลการดำเนินงาน เชน นำเอไอมาใชทดแทนการทำงานโดยมนุษยใ นงานมี
ลกั ษณะเดิม ๆ ซำ้ ๆ เปนกจิ วตั ร, นำเอไอมาชว ยในกระบวนการออกแบบ พัฒนา และปรบั ปรงุ การปฏบิ ัติงานใหดี

การจดั การเอกสารในระบบนเิ วศดิจทิ ัล 323

ขึน้ ลดความซำ้ ซอ นของงาน ลดขอผดิ พลาดในการใหบ รกิ าร ลดการใชทรพั ยากร สามารถกำกบั ตดิ ตาม และ
วดั ผลไดอ ยางชดั เจน กอใหเ กดิ ผลกำไร
● พฒั นานวตั กรรมสินคาและบรกิ าร เชน พฒั นาเครือ่ งมือชว ยคน (Search engine) ใหสามารถสบื คนดว ยใบหนา
เสียง เขา ใจภาษามนุษยแ มนยำมากข้ึน, ยานยนตอัจฉริยะ, บา นอจั ฉรยิ ะ, สญั ญาณไฟอัจฉริยะ, สอื่ บันเทิงใหม,
การวนิ ิจฉัยโรคท่ีแมนยำ, การเฝาระวังปองกนั การกออาชญากรรม ฯลฯ ทำใหก ารดำรงชวี ติ สะดวกสบายข้ึน
● สรางการมีสว นรว ม ทงั้ ในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยการรวบรวมวิเคราะหพฤติกรรม ความคดิ
เห็น ความตองการ ขอ เสนอแนะ ทำใหทราบแนวโนม ของประเดน็ ปญ หาและความตองการของสังคม สามารถจดั
ลำดบั ความสำคญั ของประเดน็ ตางๆ และนำไปสกู ารแกไขปญหาจากฐานการมสี วนรวมโดยแทจริง

เอไอกับการจัดการเอกสาร

จากจุดเร่มิ ตน ของการปฏิวตั ิทางดจิ ทิ ลั โดยการนำคอมพิวเตอรม าใชในการทำงานขององคก าร ตง้ั แตทศวรรษ 1960
เปน ตนมา ปจ จุบนั องคการตอ งเผชญิ กับปญหาการเพม่ิ ขน้ึ ของขอมูลอยางมหาศาลในการทำธุรกรรมในแตล ะวนั เอกสาร
ดิจทิ ลั มีแนวโนมจะเพิม่ ปริมาณสูงขน้ึ ซบั ซอนมากขึ้น ท้ังในแงป รมิ าณและความรวดเรว็ เน่ืองจากอัลกอรธิ ึมทใี่ ชส ราง
เนอื้ หา เชน โดยการตอบกลบั อตั โนมตั ิ การออกคำสง่ั ซอื้ การออกใบรบั รอง ฯลฯ จนยากทจ่ี ะจัดการโดยใชมนุษยท ำงาน
ท้งั หมด มีการคาดการณว า AI จะเขามามีบทบาทในกระบวนการจัดการเอกสารดังนี้ (Lappin, 2020; Lepak, 2021;
Jones, 2022)

● การจดั การเอกสาร และการกำกับดูแลสารสนเทศจะบรู ณาการกบั วิทยาการขอ มลู
● เอกสารจะอยูในรปู ขอมูลทม่ี ีโครงสรางมากขน้ึ เน่อื งจากจัดทำขนึ้ โดยเอไอ และจะสามารถนำไปประมวลผลเปน

ขอ มูลขนาดใหญไ ดม ากข้นึ
● เอไอจะชว ยควบคมุ คณุ ภาพของขอมูลซึง่ เปนปญ หาท่เี กิดกับทุกองคกร ลดความผดิ พลาดจากการกรอกขอมลู โดย

มนษุ ย เชน การสะกดผดิ ขอ มลู ทว่ี างผดิ ที่ ชอื่ ผดิ ใสรหัสผิด ฯลฯ ทำใหเ อกสารมีคณุ ภาพ นา เช่อื ถือมากขน้ึ
● เอไอสามารถกำหนดขอมลู อภพิ นั ธใุ หก ับเอกสารไดโดยอัตโนมัตติ ัง้ แตเ รม่ิ สรางเอกสาร
● การประเมินคุณคา และการกำหนดอายจุ ัดเกบ็ เอกสารทำโดยเอไอ สามารถจำแนกแยกแยกเอกสาร และ

กำหนดการรักษาความปลอดภัยใหก ับเอกสารแตละชดุ ได
● มีการนำเอไอมาใชส ำหรบั จดั หมวดหมเู อกสาร รวมทงั้ การกำหนดคำสำคญั คำคน โดยอตั โนมตั ิดวยการดึงขอมูล

บคุ คล สถานท่ี และสง่ิ ของ จากเอกสาร และเชอ่ื มโยงเอกสารกลุมหนึ่งกับอีกกลมุ หนงึ่ ไดง า ย
● การกำจดั เอกสาร นำเอไอมาใชเ พอ่ื คดั แยกเอกสารท่ีซ้ำ ไมท ันสมยั ไมสำคัญ

คาดวาอกี ไมน านเอไอจะมีบทบาทมากขึน้ ในทกุ กระบวนการจดั การเอกสาร โดยเฉพาะกับงานทที่ ำแทนมนุษยไ ด ซึง่ อาจ
ทำใหเกิดความกังวลใจตอ พนกั งานเจา หนา ทสี่ ารบรรณ วา จะสูญเสียงานไปหรือไม ขอนไี้ มเพียงแตอาชพี ในทางการเอกสาร
เทา น้นั ที่ตองเจอ มีอีกอาชพี ในอนาคตจะหายไปอยา งแนน อน เชนเดยี วกับอาชพี หลายอาชพี ในอดตี ที่หายไปอยางส้ินเชิง
จากการปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรมคร้ังกอนๆ เชน พนกั งานตอสายโทรศัพท อยา งไรกต็ ามเหน็ ไดช ดั วาเอไอจะเรียนรูไดก ต็ อเมือ่ มี
การสอน ดงั นนั้ บทบาทของนกั จดั การเอกสารในอนาคต อาจไมใชก ารสอนงานบคุ ลากรเทานั้น หากตองเปนการสอนเครอื่ ง

324 การจัดการเอกสาร | Records Management

ใหเรียนรู จดจำ และทำงานแทนมนุษยในเร่ืองซำ้ ๆ ที่สิ้นเปลืองเวลาและกำลังคน เปลี่ยนบทบาทไปสูการวางกลยุทธ กำกบั
ดูแลเอไอ คดิ คนสรางสรรค พฒั นานวตั กรรมการบริการ ทจี่ ะทำใหองคการสามารถใชป ระโยชนแ ละสรา งความไดเ ปรียบใน
การแขง ขนั จากเอกสารไดม ากขน้ึ ซ่งึ ส่งิ เหลา นีย้ งั ตองอาศยั สติปญ ญาของมนุษยเชน เดมิ

เครอื งมือโอเพ่นซอร์สสําหรบั จดั การเอกสาร

ซอรฟแวรโอเพนซอรส (Open source software; OSS) คือ ซอฟตแวรทเ่ี ปดเผยหลักการหรอื แหลง ท่ีมาของเทคโนโลยี
ของซอฟตแวรนนั้ ใหบคุ คลภายนอกไดใ ช ภายใตเงื่อนไขบางประการท่ีเปด โอกาสใหผ ใู ชทำการแกไข ดดั แปลงและเผยแพร
ซอรสโคด ได หรอื ภายใตเง่ือนไขทางขอตกลงทางกฎหมาย เชน สญั ญาอนญุ าตครเี อทฟี คอมมอนส OSS ทเี่ ปนทรี่ จู กั กันดี
ไดแ ก ลินุกซ ไฟรฟ อกซ เพริ ล

หอจดหมายเหตแุ หงชาติสหรฐั อเมรกิ า (NARA) สนับสนนุ ใหห นวยงานของรัฐนำ OSS มาใชในการจัดการเอกสาร
อิเล็กทรอนิกส โดยระบุวา เคร่อื งมือโอเพนซอรส มีศักยภาพในการประหยัดงบประมาณ และสามารถนำไปใชไ ดอ ยางกวา ง
ขวาง มีเครอ่ื งมือหลายอยา งทนี่ าสนใจและมีการพัฒนาอยางสม่ำเสมอโดยชุมชนผูใชงาน ตลอดจนแกไ ขชองโหวด าน
ความปลอดภยั ท่ีเกิดขนึ้ ไดเร็วกวาทซี่ อรฟ แวรท เี่ ปน กรรมสิทธข์ิ องผผู ลติ และจัดจำหนายเฉพาะ (The U.S. national
archives and records administration, 2015) สำหรบั เครื่องมือโอเพนซอรส ที่ NARA แนะนำ เชน

Alfresco Community

เปน ซอรฟ แวรระบบจดั การบรรณสาร, จดั การเน้ือหา ผลติ /พฒั นาโดยบรษิ ัท Alfresco ชวยใหอ งคก รสามารถจดั การเนอ้ื หา
ทกุ ประเภทตงั้ แตเ อกสารสำนกั งานท่วั ไปไปจนถงึ รูปภาพท่ีสแกน ภาพถา ย ภาพวาดทางวศิ วกรรม และไฟลว ดิ โี อขนาดใหญ

AVI-MetaEdit

เปน ซอรฟแวรจัดการขอ มูลอภิพนั ธุ (Metadata management) ผลิต/พัฒนาโดย NARA ชว ยใหส ามารถฝง แกไ ข นำเขา
และสง ออกขอมูลอภิพนั ธขุ องไฟล AVI ได

Axaem

เปน ระบบการจัดการวงจรชีวิตเอกสาร ผลติ /พัฒนาโดย APPX Solfware, Inc. ชวยในการจัดทำตารางกำหนดอายุ
เอกสาร สามารถทำงานผานเว็บได และเชอื่ มโยงระยะเวลาในการเก็บรกั ษากบั กลองในศนู ยเ อกสารกลางได

CollectiveAccess

เปนระบบจดั การชดุ สะสม (Collections management) ผลิต/พัฒนาโดยความรว มมอื ระหวาง Whirl-iGig และสถาบัน
พันธมิตรในสหรฐั อเมริกาและยุโรป สำหรับใชท ำรายการคำอธิบายชุดสะสมในพพิ ิธภณั ฑ หอจดหมายเหตุ และคอลเล็กชัน
พิเศษของหอสมดุ มีความยดื หยุนสงู และปรบั แตงไดงา ย จงึ นิยมใชใ นองคกรไมแ สวงหากำไร ชุดสะสมสว นบคุ คล สตูดิโอ

การจดั การเอกสารในระบบนเิ วศดิจิทลั 325

ของศลิ ปน และกลุมอื่นๆทั่วโลก เปนฐานขอ มลู เชิงสมั พันธท ช่ี วยใหสามารถทำการลงรายการ คน หาและการเรยี กดขู อ มลู
ชุดสะสมบนเวบ็ ทีไ่ ด

DataAccessioner

เปน ระบบสงวนรักษาดิจทิ ัล ผลิต/พฒั นาโดยหอสมุดมหาวิทยาลัยดุก (Duke University) มีสวนตอประสานผูใชท ี่
เรียบงา ย ชวยเหลือผปู ฏิบัตงิ านในการยายขอ มลู (Migration) ออกจากดสิ กไ ปยังเซิรฟ เวอรไ ฟลสำหรบั การสงวนรกั ษาข้นั
พนื้ ฐาน การประเมนิ คุณคา การจัดทำคำอธิบาย เขยี นดว ยภาษา Java เพอื่ ใหหนวยงานขนาดเล็กนำไปใชไดง าย โดยมีเจา
หนา ทีไ่ อทีสนับสนนุ เพยี งเลก็ นอยหรือไมม เี ลย

สรุป

ในยคุ ปฏิวัตอิ ุตสาหกรรมครัง้ ที่ 4 การพัฒนาเทคโนโลยเี ปนไปอยางกา วกระโดด ปรมิ าณขอ มลู ดจิ ทิ ลั ทเ่ี กดิ ขน้ึ อยางมหาศาล
ยง่ิ กวายคุ ใดที่ผานมา วิถีชีวติ ของผคู นผสานไปกับดิจิทลั จนเปนอนั หน่ึงอนั เดียวกัน ในยุค 4.0 มเี ทคโนโลยอี ุบตั ิใหมเกดิ ข้ึน
อยา งมากมาย บางอยางมีการกลาวถงึ อยา งกวางขวาง บางอยางยังไมเปนที่รูจกั และอาจชวนใหฉ งนสงสัยดว ยซำ้ เชน
จักรวาลนฤมติ ร (Metaverse), เทคโนโลยีเพอ่ื ลดคารบ อนไดออกไซด (Decarbonization rises), พชื ที่สรา งปุย ไดเอง
(Crops that self-fertilise), การวนิ จิ ฉัยโรคผานลมหายใจ (Breath sensors diagnose diseases), พลงั งานจากสัญญาณ
ไรสาย (Energy from wireless signals), พันธวุ ิศวกรรมเพ่ือยืดอายุขยั (Engineering better ageing), กรนี แอมโมเนยี
(Green ammonia), อุปกรณบง ชท้ี างชวี ภาพแบบไรสาย (Biomarker devices go wireless), บา นจากเครอ่ื งพิมพ 3 มติ ิ
ดวยวัสดุหางายในทองถน่ิ (Houses printed with local materials)

เทคโนโลยอี บุ ตั ิใหมอาจจะสงผลกระทบในแตละวงการตางกนั สวนท่ีนาจะพลกิ โฉมการจัดการเอกสารขององคการ เชน
บลอ็ กเชน, ขอมูลขนาดใหญ, ปญ ญาประดษิ ฐ, อินเทอรเน็ตของสรรพส่ิง, คอมพวิ เตอรเชงิ ควอนตัม และอ่ืนๆทก่ี ำลังพฒั นา
ลว นแตย ังไมม ีคำตอบที่แนชดั วาจะเปนเชนไรตอไป จึงเปนสิง่ ทน่ี กั จัดการเอกสารและผูบริหารท่ีเก่ียวของควรติดตามความ
กาวหนาอยา งใกลชิด เชื่อวา ในไมชาในบรรดาเทคโนโลยที ไี่ มคนุ เคยเหลา นี้ จะกลายเปนความปกติใหม (New normal)
เหมอื นทเ่ี ราคุนเคยกับอนิ เทอรเนต็ , อีเมล, สมารตโฟน, สอื่ สงั คม นั่นเอง

คําถามทบทวนทา้ ยบท

● เทคโนโลยีอบุ ตั ใิ หมใดทีน่ า จะมอี ทิ ธิพลโดยตรงตอ การจัดการเอกสารในยคุ ปฏวิ ตั อิ ุตสาหกรรมครัง้ ที่ 4
● เหตใุ ด NARA จงึ สนบั สนุนใหห นวยงานของรัฐนำ OSS มาใชใ นการจัดการเอกสาร

326 การจดั การเอกสาร | Records Management

บรรณานกุ รม

ธนาคารแหงประเทศไทย. (2564). แนวปฏบิ ตั กิ ารใชเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain) ในการใหบรกิ ารทางการเงิน.
https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2564/ThaiPDF/25640101.pdf

ธนารกั ษ ธีระมน่ั คง. (2560). ปญ ญาประดษิ ฐ (การเรียนรเู ชงิ ลกึ และเทคโนโลยีหนุ ยนตโ ตตอบการสนทนา).
https://science.royalsociety.go.th/ai-chatbot/

สำนกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส. (2564). ปญญาประดิษฐในการใหบรกิ ารของภาครัฐ.
https://www.etda.or.th/th/ Useful-Resource/Knowledge-Sharing/Articles/
AI-in-Government-Services.aspx

สำนกั งานพฒั นารัฐบาลดจิ ทิ ลั (องคการมหาชน). (2564). การใชเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับภาครฐั . สพร.
สำนกั งานราชบัณฑติ ยสภา. (2562). Artificial intelligence (AI) ปญ ญาประดษิ ฐ (เอไอ).

https://www.facebook.com/RatchabanditThai/
สำนักงานสง เสรมิ เศรษฐกจิ ดจิ ทิ ัล. (2564). Blockchain จะเปลยี่ นโลกของ e-Commerce ไดอยา งไร.

https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/ Knowledge-Sharing/Articles/ e-Commerce/
Blockchain-for-e-Commerce-01.aspx?feed=590fb9ad-c550-4bc5-9a56-459ad4891d74
Davies, j. (2013). Big data and records management. https://www.infotoday.eu/
Articles/Editorial/Featured-Articles/Big-Data-and-Records-Management-90229.aspx
Drescher, D. (2017). Blockchain basics: a non-technical introduction in 25 steps. Apress
Haralampus, L. (2017). Big data issues for federal records managers. https://arma-metromd.org/
wp-content/uploads/2017/05/4-Big-Data-Issues-for-Federal-Records-Managers.pdf
Hrvoje, S. (2018). New technologies applicable to document and records management: blockchain.
https://arxivers.com/wp-content/uploads/2018/10/1.3_Dossier-HStancic.pdf
Iron Mountain Incorporated. (2021). What is blockchain and why should records management
professionals care?. https://www.ironmountain.com/resources/ general-articles/
w/what-is-blockchain-and-why-should-records-management-professionals-care
Jones, D. (2022). Using artificial intelligence for records management. https://www.nuxeo.com/
events/ai-records-management/
Joo, A. (2019). Blockchain technology and recordkeeping. https://magazine.arma.org/
2019/11/summary-blockchain-technology-and-recordkeeping/
Lappin, J. (2020). Records management before and after the AI revolution.https://thinkingrecords.co.uk/
2020/01/30/records-management-before-and-after-the-ai-revolution/

การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดิจทิ ลั 327

Lepak, N. (2021). What is artificial intelligence & why is it valuable for information management?.
https://blog.collabware.com/what-is-artificial-intelligence-
4-ways-to-take-advantage-of-ai-in-records-management#why-ai-for-im

Schwab, K. (2017). The fourth industrial revolution. Currency.
Steele, A. (2020). Why the evolution of blockchain reliability is critical to protecting your digital assets.

https://www.weforum.org/agenda/2020/
06/evolution-of-blockchain-reliability-and-digital-asset-protection/
The U.S. national archives and records administration. (2015). Open source tools for records
management. https://www.archives.gov/files/records-mgmt/
prmd/open-source-tools-for-records-mgmt-report.pdf
The U.S. national archives and records administration. (2019). NARA Blockchain white paper.
https://www.archives.gov/files/records-mgmt/policy/nara-blockchain-whitepaper.pdf
World economic forum. (2021). Top 10 emerging technologies of 2021. https://www3.weforum.org/
docs/WEF_Top_10_Emerging_Technologies_of_2021.pdf
Zgurovsky, M.Z. & Zaychenko, Y.P. (2020). Big data: conceptual analysis and applications. Springer.
https://doi.org/10.1007/978-3-030-14298-8

328 การจดั การเอกสาร | Records Management

ภาคผนวก

อภธิ านศัพท์ (Glossary)

Accessioning การจดั ทำหลกั ฐานควบคมุ เอกสารท่ีรับมอบ
Accession register ทะเบยี นรับมอบเอกสาร
Accessions การรับมอบ
Accountability ภาระรบั ผดิ ชอบตามหนาที่
Acknowledgement การรบั ทราบขอ ความ
Acquisition การจัดหา
Active records เอกสารระหวางกระแสการใชง าน
Activities กิจกรรม
Administrative resource ทรพั ยากรการบริหารของรัฐ
Administrative value คณุ คาทางการบริหาร
Aide-memorie บันทึกชว ยจํา
Appraisal การประเมนิ คณุ คา
Archival agency หนว ยงานจดหมายเหตุ
Archival bond พนั ธะทางจดหมายเหตุ
Archival document เอกสารจดหมายเหตุ
Archival finding aid เครอ่ื งมือชว ยคน เอกสารจดหมายเหตุ
Archival institution สถาบนั จดหมายเหตุ
Archival material วสั ดจุ ดหมายเหตุ
Archival programe แผนงานจดหมายเหตุ

329

Archival record เอกสารจดหมายเหตุ
Archival repository หอจดหมายเหตุ
Archival science วิชาการการจดหมายเหตุ
Archive เก็บรกั ษาไวอยา งถาวร
Archives จดหมายเหตุ
Archivist นกั จดหมายเหตุ
Artificial intelligence ปญญาประดษิ ฐ
Asymmetric cryptography ระบบรหัสแบบอสมมาตร
Audit report file ไฟลรายงานการตรวจสอบระบบ
Audit trails หลกั ฐานการตรวจสอบ
Authenticity ความจริงแท
Authority ความมอี ำนาจ
Authority list รายการควบคมุ
Big data ขอมลู ใหญ, ขอ มลู ใหญ, ขอ มลู เกินนับ, ขอ มลู มหัต
Black box theory ทฤษฎีกลอ งดำ
Blockchain บลอ็ กเชน
Business classification scheme แบบแผนการจดั หมวดหมูธุรกจิ
Business continuity management การบรหิ ารความตอ เนอื่ งการดำเนินงาน
Business continuity plan แผนบรหิ ารความตอ เนอื่ ง
Business intelligence การธุรกจิ อัจฉริยะ
Business process requirements ตอบสนองความตองการของกระบวนการทางธุรกจิ
Business unit หนวยธุรกจิ
Capture จับเก็บ
Case file แฟมเฉพาะเรือ่ ง
Chat log บนั ทึกการใชง าน
Classification การจัดหมวดหมู

330 การจดั การเอกสาร | Records Management

Cloud computing ระบบประมวลผลแบบคลาวด

Collective memory ความทรงจำรว มของสังคม

Common function ภารกจิ พ้นื ฐาน

Complete สมบรู ณ

Compliant เปนไปตามขอ กำหนด

Comprehensive ครอบคลุม

Computational linguistics ภาษาศาสตรเ ชิงคำนวณ

Confidentiality การรักษาความลบั

Consensus mechanism กลไกฉันทามติ

Consensus protocol กลไกฉนั ทามติ

Conservation การอนรุ ักษ

Content เนื้อหา

Context บริบท

Contextual information สารสนเทศเชงิ บรบิ ท

Continuing value คณุ คาอยางตอเนอ่ื ง

Continuum approach to managing
records through the life cycle แนวทางการจดั การเอกสารอยางตอ เน่อื งตามวงจรชวี ิตเอกสาร

Controlled vocabularies ศพั ทค วบคมุ

Copy ฉบบั สำเนา

Core function ภารกจิ หลกั

Corporate governance การกำกับดแู ลกจิ การ, บรรษัทภบิ าล

Cost of retention ตนทนุ ในการเก็บรกั ษาเอกสาร

Creative activities กจิ กรรมเชิงสรางสรรค

Cryptocurrency เงินตราเขา รหสั ลบั

Cryptography วิทยาการเขา รหสั ลบั

Current records เอกสารระหวางกระแสการใชง าน

ภาคผนวก 331

Custodians ผูจัดเก็บเอกสาร
Custody การดแู ลอารักขา
Cyptocurrency เงนิ ตราเขา รหัสลับ
Data analytics วทิ ยาการวเิ คราะหข อมลู
Data science วทิ ยาการขอ มูล
Decision trees ตน ไมต ัดสินใจ
De facto มาตรฐานเชิงพฤตินยั
Degaussing การใชส นามแมเหลก็ ทำลายจานแมเหล็ก
De jure มาตรฐานเชิงนิตนิ ัย
Desk research การวจิ ัยจากขอมูลทตุ ิยภมู ิ
Developing technologies เทคโนโลยใี หมท ่กี ำลังพัฒนา
Digitaization การแปลงเปนดจิ ิทัล
Digital continuity ความตอเนอื่ งทางดิจิทลั
Digital disruption การเปล่ียนฉับพลนั ทางดิจทิ ลั
Digital ecosystem ระบบนเิ วศดจิ ทิ ัล
Digital environment สิง่ แวดลอมท่ีเปน ดจิ ิทัล
Digital government รัฐบาลดิจทิ ลั
Digital preservation การสงวนรักษาดจิ ทิ ลั
Digital records เอกสารดจิ ิทัล
Digital repository คลังเก็บดจิ ิทลั
Digital transformation การแปลงเปนดิจิทลั , การเปล่ียนแปลงทางดจิ ทิ ลั , การเปลีย่ นผา นเปน ดจิ ิทัล
Digitization การเปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบแอนะลอ็ กใหอ ยูในรูปแบบดจิ ิทัล
Diplomatics วิชาการศกึ ษาเอกสาร
Directory สารบบ
Disaster recovery plan แผนฟน ฟูภัยพิบตั ิ
Disposal การกำจดั เอกสาร

332 การจัดการเอกสาร | Records Management

Disposition การกำจัดเอกสาร ดู Disposal
Document บรรณสาร
Documentary form แบบเอกสาร
Documentation การทำบนั ทึกหลกั ฐาน
Effectiveness ประสทิ ธิผล
Efficiency ประสทิ ธิภาพ
Electronic mail ไปรษณยี อ เิ ล็กทรอนิกส, อเี มล
Electronic records เอกสารอเิ ล็กทรอนิกส
Electronic records management การจัดการเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส
Emergency operating records เอกสารปฏิบตั ิการฉกุ เฉนิ
Emerging technologies เทคโนโลยอี ุบตั ใิ หม
Emulation การเลยี นแบบ
Encapsulation การหอหมุ
End user ผใู ชข ้ันปลาย
Essential records เอกสารสำคญั
Evidential value คณุ คาทางการเปนพยานหลกั ฐาน
Extrinsic ลักษณะภายนอก
File แฟม, แฟม ขอ มูล, ไฟล
File plan ผงั แฟม ขอมูล
Filing การจัดทำแฟม
First person formal note หนังสือราชการทเี่ ปน แบบพธิ ี
First person informal note หนังสือราชการทไี่ มเ ปน แบบพธิ ี
Fiscal value คุณคา ทางการเงนิ
Fixity ความคงท่ี
Folder กลองแฟม, โฟลเดอร
Folksonomy ปจ เจกวิธาน

ภาคผนวก 333

Form แบบฟอรม
Functional analysis การวิเคราะหภ ารกิจองคการ
Functional area ขอบเขตของภารกิจ
Functional decomposition chart แผนภมู จิ ำแนกภารกิจ
Functional records เอกสารภารกจิ หลกั ขององคก าร
Functions ภารกิจ
Functions thesaurus อรรถาภธิ านภารกิจ
General administrative records เอกสารการดำเนินงานทวั่ ไป
Generator of records ผูทำใหเอกสารบังเกดิ
Good governance การกำกับดูแลทด่ี ี, ธรรมาภิบาล
Grigg appraisal system หลกั การระบบประเมินสองชน้ั ดู Two-tier review system
Guide คมู อื แนะนำเอกสารจดหมายเหตุ
Hash รหสั แฮช
Hierarchical structure โครงสรา งแบบลำดบั ชนั้
Historical record เอกสารประวัติศาสตร
Host คอมพิวเตอรแ มข า ย
Housekeeping records เอกสารการดำเนินงานท่ัวไป
Identifiable แยกแยะความแตกตา งได
Image processing การประมวลภาพ
Inactive records เอกสารสิ้นกระแสการใชง าน
Indexing การจัดทำดรรชนี
Informational value คุณคาทางการเปน ขอ มูลขาวสารสารสนเทศ
Information assets สนิ ทรพั ยสารสนเทศ
Information audit การตรวจสอบสารสนเทศ ดู Records audit
Information explosion การระเบิดของสารสนเทศ
Information governance การกำกับดูแลสารสนเทศ, การภบิ าลสารสนเทศ

334 การจัดการเอกสาร | Records Management

Information survey การสำรวจสารสนเทศ ดู Records survey

Instant messaging โปรแกรมสง ชอความทันที

Integrity บรู ณภาพ

Interactive technologies เทคโนโลยเี ชงิ โตตอบ

Intermediate level ระดับกลาง

Internet of things อินเทอรเน็ตของสรรพสง่ิ

Interoperability ความสามารถในการทำงานรวมกัน

Intrinsic ลักษณะภายใน

Item ช้ิน, รายการ

Job description คำอธบิ ายตำแหนง งาน

Keywords คำสำคญั

Knowledge management การจดั การความรู

Label ฉลาก

Large aggregation schedule ตารางกำหนดอายเุ อกสารรวมขนาดใหญ

Legal value คณุ คาทางกฎหมาย

Lifecycle of electronic records

management หลกั การวงจรชวี ิตของการจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส

lndex ดรรชนี

lnventory บญั ชรี ายการเอกสาร

Logical ความเปนตรรกะ

Logical model ตัวแบบเชงิ ตรรกภาพ

Lower level ระดบั ลาง

Machine learning การเรยี นรขู องเครอื่ ง

Macro appraisal การประเมนิ ระดบั มหภาค

Maintenance การบำรงุ รักษา

Manuscripts เอกสารสวนบุคคล

ภาคผนวก 335


Click to View FlipBook Version