The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Good records management helps organizations to manage their information more efficiently in the face of rapidly changing technologies.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phanupongli, 2022-04-02 04:07:51

การจัดการเอกสาร หลักการและแนวปฏิบัติในอค์กรยุคดิจิทัล

Good records management helps organizations to manage their information more efficiently in the face of rapidly changing technologies.

Keywords: การจัดการเอกสาร

บรรณานุกรม

สถาบนั ทปี่ รกึ ษาเพื่อพฒั นาประสิทธภิ าพในราชการ.(2533). คมู ือปรบั ปรุงงานสารบรรณ. สำนกั งาน ก.พ.
สมสรวง พฤตกิ ุล (2546). การจดั การเอกสาร. ภาควชิ าภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.
Awre, C., Green, Mays,V. & Burg, J. (2008). Using an institutional repository to support records

management and digital preservation (RMDP).https://hull-repository.worktribe.com/
output/459065/using-an-institutional-repository-to-support-
records-management-and-digital-preservation-rmdp
Read-Smith, J. & Ginn, M. L. (2007). Records management. Ohio: Thomson South-Western.
Simon Fraser University. (2020). Procedure for transferring records. https://www.sfu.ca/
archives/records-management/procedure-for-transferring-records.html
Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.
Smith, K. (2007). Planning and implementing electronic records management: a practical guide. Facet.
United nation, Archives and records management section. (2020). Transfer records to ARMS.
https://archives.un.org/content/transfer
Yusof, Z. & Chell, R. (2005). Issues in records management. Penerbit Universiti Kebangsaan Malaysia
(UKM)

236 การจดั การเอกสาร | Records Management

บทที 11

การดาํ เนนิ งานเอกสารสินกระแสการใชง้ าน

วตั ถปุ ระสงค์ของบท

● อธิบายกระบวนการกำจัดเอกสาร
● เสนอแนวทางการบริหารงานจดหมายเหตุ
● แนะนำวิธกี ารสงวนรักษาเอกสารเบือ้ งตน

ความนาํ

เอกสารเปนสอื่ กลางท่ีใชใ นการบริหารงานองคการ จดั ทำขึน้ หรือรบั ไวเ พอ่ื ประโยชนในการดำเนินภารกิจใหบรรลเุ ปา หมาย
ตอ เมื่อเวลาผานไป โครงการหรอื กิจกรรมตา งๆสิน้ สุดลง เอกสารก็จะมคี ณุ คาลดลงตามไปดว ย มเี อกสารเพียงจำนวนนอ ยท่ี
ยงั มีคณุ คา อยางตอเนือ่ ง ดงั น้นั แตละหนวยงานจึงตอ งมีการกำจัดเอกสารเพ่ือลดภาระการบรหิ ารจัดการ และประหยดั งบ
ประมาณทใ่ี ชดูแลเอกสาร สำหรบั เอกสารทย่ี งั มีคุณคา ในเชิงการเปนสารสนเทศสำหรบั การคน ควา วจิ ยั และประวัติศาสตร
จำเปน ตองถกู โอนยายไปเก็บรักษาอยา งถาวรในหอจดหมายเหตุ ซ่งึ เปน หนว ยงานทรี่ ับผดิ ชอบบรหิ ารงานเอกสารทมี่ ีคุณคา
ขององคก าร ในบทนจ้ี ะกลาวถงึ การดำเนินงานเอกสารท่ีสิน้ กระแสการใชง าน ซงึ่ เกีย่ วของกับกิจกรรมสำคญั คอื การกำจดั
เอกสาร การบรหิ ารงานจดหมายเหตุ และการสงวนรักษาเอกสาร โดยเชอื่ มโยงกับแนวปฏบิ ตั ิตาม ระเบยี บสำนกั นายก
รัฐมนตรี วา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และฉบบั แกไ ขเพิม่ เตมิ (ฉบับที่ 2) 2548, (ฉบับท่ี 3) 2560, (ฉบับที่4) 2564 ใน
กรณขี องการดำเนนิ งานเอกสารภาครฐั สำหรับบทนจ้ี ะมไิ ดล งรายละเอยี ดทางการจดั การจดหมายเหตุทัง้ หมด เพียงแต
เปน การนำเสนอขนั้ แนะนำในสว นที่เก่ยี วขอ งกับการจดั การเอกสาร ซึ่งสัมพันธก ันอยางใกลชิดเทา นั้น

237

เอกสารสินกระแสการใชง้ าน

เอกสารส้นิ กระแสการใชงาน (Non-current records/Inactive records) หมายถงึ เอกสารท่ีสน้ิ สุดการใชง านตามหนาท่ี
และวตั ถุประสงคทสี่ รางข้ึนแลว มีอายคุ รบตามตารางกำหนดอายเุ อกสาร หรือตามกฎหมายและระเบยี บกำหนดไว ถอื
เปนชว งสดุ ทา ยของเอกสารตามหลกั การวงจรชีวติ เอกสาร 3 ชว ง

เอกสารย่ิงผา นระยะเวลาการใชงานนานเพียงใด ยงิ่ มีคุณคา ในทางการใชงานลดนอยลงเรือ่ ยๆ จนกระท่งั หมดคุณคาไปใน
ทส่ี ดุ ในทางทฤษฎีแลว มีเอกสารราว 5-7 เปอรเซน็ ต ของท้ังหมดในองคก ารเทานั้น ทมี่ คี ุณคา อยางตอเนอ่ื ง (Continuing
value) หรอื มีคณุ คาชน้ั รอง (Secondary value) (IRMT, 1999; Franks, 2018) กลาวคอื แมเอกสารจะสิ้นสดุ คณุ คาตาม
วตั ถุประสงคการจดั ทำแลว แตย ังคงมปี ระโยชนในทางการศึกษาคนควา วิจัย เปนหลักฐานทางประวัติศาสตร มีความนา เชอ่ื
ถอื ใชอางอิงได เอกสารกลุมนีจ้ ะไดร ับการประเมนิ คุณคาใหเปน เอกสารจดหมายเหตทุ ี่สมควรเกบ็ รกั ษาเอาไวอยางถาวร

ในบรรดาเอกสารที่มคี ณุ คาควรเก็บรักษาเอาไวอยางถาวรน้ี สวนใหญมักเปน เอกสารสาํ คัญทส่ี ดุ (Vital records) ท่ีหาก
สูญหายหรอื ถูกทำลายแลวไมส ามารถจดั ทำขึน้ ทดแทนใหมไ ด ตลอดจนมผี ลตอความอยรู อด และความนา เชอื่ ถือของหนวย
งาน ดังนนั้ หากแตล ะองคการมีแผนงานจดั การเอกสารสำคญั ท่ีสดุ เปนอยา งดแี ลว ยอมทำใหการโอนยา ยเอกสารกลุม นี้ ไป
เกบ็ รักษาไวเปน เอกสารจดหมายเหตุ เปน ไปอยา งราบรืน่ และมปี ระสทิ ธภิ าพดวย

แมว า ในทางหลกั การแลว เอกสารทสี่ ้นิ กระแสการใชง าน คอื เอกสารท่ีผา นชว งอยใู นกระแสการใชงาน และก่ึงกระแสการใช
งานมาแลว แตใ นทางปฏบิ ตั ขิ องการจัดการเอกสารยคุ ปจ จุบัน เอกสารบางอยา งหลงั จากทผี่ านชว งอยูในกระแสการใชง าน
แลว สามารถทำลายไดทันที หรอื โอนยา ยไปเปนเอกสารจดหมายเหตุไดโ ดยไมต องรอใหผ านชว งกงึ่ กระแสการใชงาน ทง้ั น้ี
ขึ้นอยูก บั การวางแผนกอ นการจดั ทำเอกสาร (Pre-creation) และการระบไุ วในตารางกำหนดอายเุ อกสาร

การกําจดั เอกสาร

เอกสารท่ีองคการจดั ทำขึน้ หรือรบั ไวต ามภารกจิ มีจำนวนเพม่ิ มากขนึ้ ในทุกๆวัน หนวยงานไมสามารถเกบ็ เอกสารไวได
ทง้ั หมด เพราะเปน การส้นิ เปลืองงบประมาณ บคุ ลากร สถานที่ สำหรับการจดั เก็บรักษา การกำจัดเอกสารจงึ เปนกจิ กรรม
สำคญั ในการดำเนินงานสารบรรณ

การกำจดั เอกสาร (Disposal/Disposition) คอื ข้นั ตอน การปฏิบตั ิ และการตัดสินใจวาจะทำลายเอกสารทสี่ นิ้ กระแสการ
ใชงานแลว ดวยวิธีการตา งๆ หรือโอนยายเอกสารไปยงั ทจ่ี ัดเก็บเอาไวใ นสถานท่ีแหงใหม ภายใตการดแู ลของบคุ ลากรใน
หนวยงานที่รับผิดชอบ ซ่ึงโดยทว่ั ไปแลว คอื หอจดหมายเหตขุ ององคก ารนน้ั ๆ (Smith, 2007; Smallwood, 2013) โดยการ
ดำเนนิ การกำจัดเอกสารจะกระทำไดหลังจากเอกสารนนั้ ครบอายกุ ารจดั เก็บ ตามทรี่ ะบุไวในตารางกำหนดอายุเอกสาร

เพราะฉะนัน้ เปาหมายของการกำจดั เอกสาร คือ เพ่ือใหแ นใจวาเอกสารทไ่ี มม ีคณุ คาไดถ กู ทำลายอยางถูกตอง และเอกสารท่ี
มีคุณคา อยา งตอ เน่อื ง ไดถ กู โอนยายไปเก็บรกั ษายงั หอจดหมายเหตุ ในเวลาที่เหมาะสม ตามทรี่ ะบุไวใ นตารางกำหนดอายุ

238 การจดั การเอกสาร | Records Management

เอกสาร ในบางหนวยงานที่ใชระบบสารสนเทศสำหรับการจัดการเอกสารดจิ ิทลั (ERMS, EDRMS) ระบบจะแจง เตือนตาม
ปฏิทนิ การกำจัดเอกสารที่ถกู ออกแบบไวต ัง้ แตแรก เมอื่ ถงึ เวลาทกี่ ำหนด ระบบจะดำเนินการกำจดั เอกสารดจิ ทิ ัลตามท่ี
โปรแกรมไวโดยอัตโนมัติ อยางไรกด็ ไี มวาจะเปน การโอนยายไปยงั หอจดหมายเหตุ หรือการทำลายเอกสาร ควรทำอยา ง
ระมัดระวงั และตรวจสอบอยางถ่ีถว นทกุ ครง้ั ควรมีการทำบันทึกหลกั ฐาน (Documentation) หรอื ทำรายการขอ มูลอภิ
พนั ธุ (Metadata) ทรี่ ะบถุ งึ การกำจดั เอกสารกำกบั ไวเ พอ่ื ประโยชนในการบริหารเอกสารดวย

ประเดน็ เก่ียวกับการกำจัดเอกสารนี้ Elizabeth Shepherd & Geoffrey Yeo (2003) ใหขอ สงั เกตวาการกำหนดอายุ
เอกสารมกั กระทำในระดับชุด (Series level) สวนการกำจดั เอกสารมกั ดำเนนิ การในระดบั แฟม (File level) โดยเฉพาะใน
กรณที ่ีเปน เอกสารกระดาษ สวน IRMT (1999) เหน็ วา การกำจดั เอกสารควรกระทำในระดับชุดและไมควรกระทำในระดับ
แฟมหรอื ฉบบั เพราะเปน ไปไมไดท หี่ นว ยงานจะมที รัพยากรเพียงพอในการมาพจิ ารณาเอกสารทลี ะแฟมๆ วาควรโอนยา ย
หรอื ทำลาย อีกทงั้ การแยกพจิ ารณาทีละแฟม/ฉบับยงั มแี นวโนม ทำใหเอกสารถกู แยกจากบริบท (กจิ กรรมทท่ี ำใหเกดิ
เอกสาร, หนวยงานเจาของเอกสาร ฯลฯ) อันจะเปน การทำหลายแหลงทม่ี าของเอกสาร (Provenance) อกี ดว ย

การกำจดั เอกสารสามารถทำไดห ลายวิธี คือ

● การโอนยายเอกสารที่มีคณุ คาตอเนือ่ งไปยังหอจดหมายเหตุ/แหลงอ่ืนๆ
● การทำลายเอกสารทไี่ มมคี ณุ คา
● การเปลยี่ นสภาพ เชน เปล่ยี นจากกระดาษเปนวัสดุยอ สวน วัสดยุ อสวน (Microforms) หรือแปลงจากกระดาษ

เปนดจิ ิทัล
● การยกเลิกสภาพความสำคญั ของเอกสาร
● การจำหนา ย

อยางไรก็ดี วธิ กี ารกำจัดเอกสาร อาจแบง ออกเปน 2 วิธหี ลกั คือ การโอนยาย และการทำลายเอกสาร

การโอนยา้ ยเอกสาร

เอกสารท่ีส้ินกระแสการใชง านแลว และไดร ับการประเมินคณุ คา เหน็ สมควรใหเกบ็ รกั ษาไวอ ยา งถาวร (ดูรายละเอียดเกย่ี ว

กับการประเมินคุณคาเอกสารในบทที6่ ) ตามที่ระบไุ วใ นตารางกำหนดอายุเอกสาร จะถกู โอนยายไปยงั หอจดหมายเหตุ

โดยมแี นวปฏิบตั ิเชนเดยี วกับการโอนยายเอกสารกึง่ กระแสการใชงานมายังศูนยเอกสาร โดยใชบ ัญชีโอนยา ยเอกสาร

(Records transfer form) เปน เคร่อื งมือสำคญั ในการปฏิบตั งิ าน สว นขอแตกตา งกนั คอื การโอนยา ยเอกสารก่งึ กระแสการ

ใชงานมายังศนู ยเอกสาร เปนแตเ พยี งการโอนยายทางกายภาพ หรือตวั เอกสารเทานั้น ความเปนเจาของ หรอื กรรมสทิ ธ์ิใน

ทรพั ย (Dominion) ยงั คงเปน ของหนว ยงานเจาของเอกสารอยเู ชนเดิม สวนการโอนยายเอกสารทส่ี ิน้ กระแสการใชงาน

มายังหอจดหมายเหตุนัน้ เปน การโอนท้ังตวั เอกสารและกรรมสิทธใิ์ นเอกสารน้นั มาอยใู นความครอบครองของหอ

จดหมายเหตุดวย (Read-Smith & Ginn, 2010)

การดาํ เนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 239

การโอนยา ยเอกสารสิ้นกระแสการใชงาน มีแนวทางดงั นี้

1) กำหนดวธิ ีการโอนยายอยางเปนระบบ มขี นั้ ตอนทชี่ ัดเจน โดยอาจจดั ทำเปน คมู ือ หรือ มาตรฐานขน้ั ตอนการ
ปฏบิ ตั ิงาน(Standard operating procedure: SOP) เพอื่ จะไดเ ขา ใจตรงกนั

2) ศูนยเอกสารจัดทำบญั ชีโอนยา ยเอกสาร โดยตรวจสอบกบั ตารางกำหนดอายุเอกสาร
3) ขออนมุ ัตโิ อนยา ยเอกสาร โดยผมู ีอำนาจเห็นชอบและอนมุ ัตติ ามข้ันตอนและระเบียบปฏิบัติ
4) ดำเนินการโอนยายเอกสาร ระหวา งศูนยเอกสารกบั หอจดหมายเหตุ โดยการจัดเรียงเอกสารใหเรียบรอยเปน หนว ย

ตามแบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร, บรรจุเอกสารในแฟม กลอ ง อยางเหมาะสม, ตรวจสอบกับบัญชีโอนยาย
เอกสารใหถกู ตอง
5) แจง ผลการดำเนนิ การใหผเู ก่ียวขอ งทราบ

สำหรับการโอนยายเอกสารราชการ ทสี่ ิ้นกระแสการใชงาน และไดรบั การประเมนิ คณุ คาวาควรแกการเก็บรกั ษาอนรุ กั ษไ ว
นั้น พระราชบญั ญัติจดหมายเหตุแหง ชาติ พ.ศ.2556 กำหนดไวใ น มาตรา 7-9 วา ใหหนวยงานของรัฐดูแลรักษา เอกสารที่
มลี ักษณะอยา งใดอยา งหนงึ่ คือ (1)มคี ณุ คา ตามวัตถปุ ระสงคข องหนว ยงานของรฐั น้ัน (2)มคี ุณคา ทางประวัตศิ าสตร (3)มี
คณุ คาเพ่อื การศึกษา การคน ควา หรอื การวิจยั ไวอยา งครบถวนสมบรู ณและสามารถตรวจสอบอา งอิงได และเมื่อเอกสาร
เหลา น้ีครบกำหนดระยะเวลาจัดเก็บแลว ใหสงมอบเอกสารราชการนน้ั แกกรมศิลปากร เม่อื กรมศลิ ปากรไดร ับมอบและไดมี
การประเมินคณุ คา แลว ก็จะจดั ทำทะเบียนไวเ ปน เอกสารจดหมายเหตเุ พือ่ เกบ็ รักษาและอนุรักษทหี่ อจดหมายเหตุแหงชาติ
ตอไป

การทําลายเอกสาร

การทำลายอาจทำไดหลายวธิ ี แตกตางกนั ตามเงอ่ื นไขของแตล ะองคการ ตลอดจนขึน้ อยกู ับความจำเปนดานความปลอดภยั
งบประมาณ ผลกระทบตอ สิ่งแวดลอม ทงั้ ทท่ี ำเองโดยบุคลากรของหนวยงาน หรือการจางจากภายนอก การทำลายเอกสาร
มีแนวทางปฏิบตั ิ ดังนี้

1) กำหนดวธิ ีการดำเนนิ งานอยา งเปน ระบบ มขี ้ันตอนท่ีชัดเจน โดยอาจจัดทำเปน คมู อื หรอื มาตรฐานขัน้ ตอนการ
ปฏบิ ัตงิ าน (SOP) เพือ่ จะไดเ ขาใจตรงกนั

2) กำหนดผูรับผิดชอบการทำลายเอกสารของหนวยงาน โดยอาจเปน คณะกรรมการ ท่มี าจากสว นงานทเ่ี กย่ี วขอ ง
3) จดั ทำรายการเอกสารท่ีจะขอทำลาย โดยตรวจสอบกับตารางกำหนดอายุเอกสารใหช ัดเจนวา เอกสารนน้ั ไดดำเนนิ

การสนิ้ สดุ สมบรู ณและไมมีประโยชนแลว
4) ขออนมุ ตั ทิ ำลายเอกสาร โดยผมู อี ำนาจเหน็ ชอบและอนุมตั ติ ามขั้นตอนและระเบยี บปฏิบตั ิ กรณที เ่ี ห็นวาเอกสาร

บางชุดยังไมสมควรทำลาย อาจพจิ ารณาขยายอายกุ ารจดั เก็บออกไปอกี กไ็ ด
5) ดำเนนิ การทำลายเอกสารอยางเปนรอบครอบ รัดกุม ถกู ตอ งตามข้นั ตอนท่ีวางแผนเอาไว
6) แจง ผลการดำเนินการใหผ เู ก่ยี วขอ งทราบ

240 การจัดการเอกสาร | Records Management

การทำลายเอกสาร ถา เปน กระดาษอาจใชวิธเี ผา, ฉีก, ยอย, บด ใหเสยี สภาพไมส ามารถอา นเปน ใจความไดอีก สวนในกรณี
ของเอกสารดิจิทัล การใชเ พยี งคำส่งั Delete ไมส ามารถทจี่ ะลบเอกสารไดอ ยางสนิ้ เชิง อาจตองใชการฟอรแมตดสิ ก
(Reformatting) หรอื ทุบทำลายส่อื บันทกึ ไมใหส ามารถอานขอ มลู ไดอกี ตอ ไป

อกี วิธีการหนงึ่ ที่นิยมสำหรบั การทำลายขอมลู บนอุปกรณบนั ทึกแบบแผนจานแมเหลก็ (Magnetic disk) เชน Hard drives,
USB thumb drives, Floppy disks คอื การใชส นามแมเ หล็กทำลายจานแมเหล็ก (Degaussing) ทำใหข อมูลหายไปอยาง
ถาวรและอปุ กรณเ หลาน้ีไมส ามารถนำกลบั มาใชไ ดอ ีก

ในระบบราชการไทย การกำจัดเอกสารมกี ารระบไุ วในระเบียบฯ วาดว ยงานสารบรรณฯ โดยมีขน้ั ตอนสำคัญดงั น้ี

ขั้นตอนท1ี่ การดำเนินการสำรวจ โดยกำหนดใหเ จา หนา ที่ผูร บั ผิดชอบในการเก็บหนังสอื ดำเนินการสำรวจหนงั สือท่ีครบ
อายกุ ารเก็บในปห นึ่งๆ ทัง้ หนังสือทสี่ ว นราชการนั้นเก็บรกั ษาไวเอง และหนังสือที่สวนราชการนั้นนำไปฝากไวท ี่หอ
จดหมายเหตุแหงชาติ กรมศลิ ปากร แลวจดั ทำบัญชีหนังสอื ขอทำลาย (ตามแบบท่ี 25 ทา ยระเบยี บฯ) เสนอหัวหนาสว น
ราชการระดับกรม เพ่อื พจิ ารณาแตง ตัง้ คณะกรรมการทำลายหนังสือตอ ไป ทงั้ นใ้ี หแลวเสร็จภายใน 60 วัน นับตัง้ แตว นั ส้นิ
ปปฏิทิน

ขัน้ ตอนที2่ การแตง ตง้ั คณะกรรมการทำลายหนงั สอื คณะกรรมการชุดนแ้ี ตงตงั้ จากขาราชการตงั้ แตร ะดบั 3 (ระดับ
ปฏบิ ตั กิ าร/ปฏิบตั งิ าน) หรอื เทียบเทาขึ้นไป ประกอบดวยประธานคณะกรรมการ และคณะกรรมการอกี อยางนอยสองคน
โดยหัวหนาสวนราชการระดับกรมเปนผูแตง ต้งั หากปรากฎวาประธานกรรมการไมสามารถปฏิบัติหนา ที่ได ใหกรรมการ
ทม่ี าประชมุ เลือกรรมการคนหนึง่ ทำหนา ทปี่ ระธาน และเมอ่ื มีความเหน็ ขัดแยง เกิดขนึ้ ในการพิจารณาหนังสือ ใหถือเอาเสียง
ขา งมากของกรรมการเปน ขอยตุ ิ โดยใหท ำบนั ทึกความเหน็ แยง ไวด ว ย

ขัน้ ตอนท3ี่ การพิจารณาหนังสือของคณะกรรมการทำลายหนังสอื มแี นวทางปฏบิ ัตดิ ังนี้

1) กรณที ี่คณะกรรมการทำลายหนังสือมีความเหน็ วา หนังสอื ฉบบั ใดไมควรทำลาย และควรขยายเวลาการเกบ็ ออกไป
ใหบนั ทึกเปน ความเห็นลงในบญั ชีหนงั สอื ขอทำลาย (ตามแบบที่ 25 ทา ยระเบยี บฯ) พรอ มท้งั แกไขอายุการเก็บ
หนงั สือในตรากำหนดเกบ็ หนังสือ และประธานคณะกรรมการทำลายหนงั สอื ลงลายมือชอื่ กำกบั การแกไขไวด ว ย

2) กรณที ี่คณะกรรมการทำลายหนังสอื มีความเห็นวาหนงั สือฉบับใดควรทำลาย ใหบนั ทึกเครอ่ื งหมายกากบาท (X)
ลงในบญั ชีหนังสอื ขอทำลาย

3) คณะกรรมการทำลายหนงั สอื ทำรายงานผลการพจิ ารณาหนังสอื ขอทำลาย พรอมความเหน ขัดแยง (ถามี) เสนอ
ตอ หัวหนาสว นราชการระดบั กรม เพ่อื พิจารณาสงั่ การตอไป

ข้นั ตอนที่4 การพจิ ารณาของหวั หนาสวนราชการระดับกรม เมือ่ หัวหนา สวนราชการระดบั กรม ไดร ับรายงานผลการ
พิจารณาหนังสือขอทำลายจากคณะกรรมการทำลายหนังสือแลว ก็จะพิจารณาสง่ั การแยกเปน 2 กรณี

การดาํ เนินงานเอกสารสินกระแสการใชง้ าน 241

1) กรณเี ห็นวา หนงั สือฉบับใดไมควรทำลาย กจ็ ะส่ังการใหเก็บหนังสอื ฉบับนั้นจนกวา จะถึงกำหนดทำลายหนังสอื ครง้ั
ตอไป และจดั สง หนงั สือน้ไี ปเกบ็ ที่หนวยเก็บของสว นราชการนัน้ ตามเดมิ

2) กรณที ี่เห็นวา หนังสือฉบับใดควรทำลาย ก็ใหจ ัดสง บัญชีหนังสอื ขอทำลายไปยงั หอจดหมายเหตุแหง ชาติ เพื่อขอ
ความเห็นชอบกอ น เวน แตหนังสอื บางประเภทที่สว นราชการไดท ำความตกลงขอยกเวน กับหอจดหมายเหตแุ หง
ชาติไวก อ นแลว

ขนั้ ตอนท่ี5 การพจิ ารณาของหอจดหมายเหตุแหงชาติ เม่อื หอจดหมายเหตุแหง ชาติไดร ับบญั ชีขอทำลายของสว นราชการ
หนึง่ ๆ ผลการพิจารณามักแบงเปน 2 กรณี คอื

1) กรณหี อจดหมายเหตุแหง ชาติ พิจารณาตรวจสอบแลว เหน็ ชอบดว ย และแจงใหส วนราชการนน้ั ๆทราบ เพ่ือดำเนนิ
การทำลายตอไป แตม เี ง่ือนไขวาหากหอจดหมายเหตุแหง ชาติ ไมแจงใหทราบภายใน 60 วนั นบั แตว ันที่สวน
ราชการไดสงเรือ่ งไป ใหถ อื วา ไดร ับความเหน็ ชอบแลว และสามารถดำเนินการทำลายหนังสือได

2) กรณหี อจดหมายเหตุแหงชาติ พิจารณาแลว เหน็ วา หนังสือฉบับใดควรขยายอายุการเกบ็ ออกไป ใหแ จงสว น
ราชการนั้นทราบ และใหส วนราชการนั้นดำเนนิ การแกไ ขตามความเหน็ ของหอจดหมายเหตุแหง ชาติ อนง่ึ หากหอ
จดหมายเหตุแหงชาติ เหน็ วา หนังสือฉบบั ใดควรสง ไปเก็บไวท ่ีหอจดหมายเหตแุ หงชาติ ใหสว นราชการถือปฏบิ ัติ
ตามนน้ั

อยางไรกด็ ใี นระเบยี บฯยังกำหนดไวด ว ยวา เพ่อื ประโยชนใ นการทำลายหนังสือนี้ หอจดหมายเหตแุ หง ชาติ อาจสง เจาหนา ท่ี
มารวมตรวจสอบหนงั สือของสว นราชการน้ันก็ได
ขัน้ ตอนท่6ี การทำลายหนังสือ เมอ่ื บัญชีหนงั สอื ขอทำลายของสว นราชการไดผ านความเหน็ ชอบตามขัน้ ตอนท่ี 5 แลวให
สวนราชการทำลายหนงั สือตอ ไป ในการทำลายหนังสือน้นั คณะกรรมการทำลายหนงั สือ ตองควบคุมการทำลาย โดยการ
เผาหรือวิธีอื่นใด ที่จะไมใ หหนังสอื นนั้ สามารถอา นเปนเรอื่ งไดอ ีก เม่อื ดำเนินการทำลายเสรจ็ เรียบรอ ยแลว คณะกรรมการ
ทำลายหนังสือ จัดทำรายงานผลการปฏบิ ัติงานโดยลงนามรว มกัน เสนอหวั หนาสวนราชการระดบั กรมทราบ

242 การจัดการเอกสาร | Records Management

ภาพ11-1 ขัน้ ตอนการทำลายหนงั สือราชการ

สำหรบั การทำลายหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สน ้ัน ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรี วาดว ยงานสารบรรณ (ฉบับท4ี่ ) 2564 ขอ 89/5
กำหนดใหหัวหนา สวนราชการมคี ำสั่งใหทำลายหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ สท ม่ี ใิ ชเอกสารจดหมายเหตุ ทเ่ี ก็บในระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนกิ สม าเปน เวลาเกนิ กวา 10 ปแลวได โดยใหใชว ิธีลบออกจากระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส โดยลบหนงั สือทเ่ี กบ็
ไวเปนเวลานานที่สดุ ยอ นข้ึนมา รวมถึงการทำลายหนงั สอื อิเล็กทรอนิกส ทเี่ กบ็ รกั ษาไวใ นการสำรองขอมูล (Backup) ของ
สว นราชการ เปน เวลาเกนิ กวา 20 ป สำหรบั ขั้นตอนการทำลายนัน้ ใหอ นุโลมใชเ ชน เดียวกับหนังสอื ราชการในรูปแบบ
กระดาษ (หมวด 3 การเกบ็ รกั ษา ยืม และ ทำลายหนงั สอื )

การศกึ ษาของสถาบันท่ีปรกึ ษาเพื่อพฒั นาประสทิ ธิภาพในราชการ (2533) พบวา ขน้ั ตอนการทำลายหนังสือราชการมีความ
สัมพันธโดยตรงตอ ระบบการเกบ็ หนังสอื กลาวคอื หากสามารถทำลายหนังสือราชการท่ีไมม ีความคัญไดอยา งเปนระบบ
ถูกตอง กจ็ ะลดภาระการเกบ็ หนงั สือของสว นราชการ ในขณะเดยี วกนั กจ็ ะสามารถรกั ษาหนงั สือทม่ี ีคณุ คา ทาง
ประวัติศาสตรเ อาไวเ ปนเอกสารจดหมายเหตไุ ดอ ยางครบถว น แตพบวา หนวยงานสว นใหญมกั ไมคอยปฏิบตั ติ ามระเบียบฯ
วา ดว ยงานสารบรรณฯ อยา งจรงิ จังนกั ทั้งน้อี าจเปนเพราะ

● ระเบยี บฯ ไดกำหนดขนั้ ตอนการปฏิบัติซบั ซอนมากเกินไป
● ขาราชการโดยทว่ั ไปไมเขาใจระเบียบ หรอื เขาใจระเบยี บฯไมตรงกัน จึงทำใหก ารปฏิบัตงิ านไมส อดคลอ งกนั
● ขาราชการทเ่ี กี่ยวของมองไมเห็นความสำคัญท่จี ะตองปฏิบัติตามระเบียบ

เม่อื มกี ารละเลยไมปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บฯ แลวก็ไมมีการลงโทษใดๆทงั้ สิน้ ซงึ่ สงผลใหเกิดปญหาอยางมาก กลา วคือ หนงั สอื
ราชการท่ีมคี วามสำคญั ทางประวัตศิ าสตรถ ูกปลอ ยปละละเลย ท้งิ ไวจนเกดิ ความเสียหายโดยรเู ทาไมถงึ การณ ขณะเดยี วกัน
หนงั สอื ธรรมดาๆที่ไมม ีความสำคัญ กลบั ถูกรกั ษาไวน านเกินความจำเปน โดยเจา หนา ที่ผูเกี่ยวขอ งเองก็ไมอ าจบอกไดวา เก็บ
หนังสอื เหลา นั้นไวท ำไม ขอ เท็จจรงิ ในเรอ่ื งน้จี ะสามารถสังเกตเหน็ ไดโ ดยทว่ั ไปทุกสวนราชการ

การดาํ เนินงานเอกสารสินกระแสการใชง้ าน 243

การบริหารงานจดหมายเหตุ

เอกสารจดหมายเหตุ คือ เอกสารทส่ี ้นิ กระแสการใชง านแลว แตไ ดร ับการประเมินแลววามคี ณุ คาอยา งตอ เนอื่ ง สมควรเก็บ
รกั ษาเอาไวอยางถาวรในหอจดหมายเหตุ โดยมีนกั จดหมายเหตุ เปนวชิ าชพี ทีร่ บั ผดิ ชอบในการจัดการนั้น

ความแตกตางระหวา งหอจดหมายเหตุ กบั ศูนยเอกสาร คอื ศูนยเอกสารจัดตงั้ ขึน้ เพอ่ื ใหบ ริการเฉพาะหนว ยงานภายใน
องคการ หรือเพ่อื ประสทิ ธภิ าพในการบริหารทรัพยากร มากกวาเพอ่ื ประโยชนท างการคนควาวิจัย หรือทางสงั คมวัฒนธรรม
เพราะสิทธิในเอกสารยงั เปน ของหนวยงานเจา ของเอกสาร ขณะทห่ี อจดหมายเหตุ มุงเนนประโยชนเชิงการเปน แหลง
สารสนเทศทางการวิจัย หรือเปนแหลง สารสนเทศมรดกทางวฒั นธรรม ท่ีรกั ษาเอกสารทางประวัติศาสตร เปด โอกาสใหนกั
วจิ ยั ผูใชงานจากภายนอก สามารถเขา มาศึกษาคนควาเอกสารประวัตศิ าสตรได

อยางไรก็ดกี ารที่จะมีเอกสารประวัตศิ าสตร มาเก็บรักษาไวเ ปน มรดกทางวฒั นธรรม หรอื มรดกความทรงจำรวมในหอ
จดหมายเหตุไดอ ยา งครบถว นสมบรู ณน ั้น ขนึ้ อยกู บั วา องคการมกี ารจดั การเอกสารทด่ี ีดว ย ดงั นั้นจงึ มีแนวคดิ วาทั้งศนู ย
เอกสารและหอจดหมายเหตุ ควรถูกบรู ณาการเขาไวดว ยกัน ในลกั ษณะทเี่ ปน แผนงานแบบครบวงจร (Unified program)
ที่ทำใหอ งคก ารสามารถบริหารเอกสารตัง้ แตอยใู นกระแสการใชงาน ก่งึ กระแสการใชง าน ไปจนถงึ สนิ้ กระแสการใชง านได
อยางตอ เน่ืองไมข าดตอน ดงั ท่ี The international records management trust (IRMT, 1999) เนน ยำ้ วา ขณะทห่ี อ
จดหมายเหตุมุงดแู ลรักษาเอกสารเอกสารทางประวตั ิศาสตร แตก ไ็ มม ีอะไรจะรับประกนั วา หอจดหมายเหตจุ ะไดรบั เอกสาร
เหลานัน้ มา หากมิไดเชือ่ มตอ กับหนวยงานเจา ของเอกสารและนักจัดการเอกสารอยา งใกลช ดิ ดงั นั้น ถา ปราศจากการ
จดั การเอกสารในปจจุบนั ทีด่ ี ก็ยอมทำใหไ มม จี ดหมายเหตุในอนาคตดวยเชนกนั

เพราะฉะนนั้ แลว นกั จดหมายเหตุ จงึ ควรมบี ทบาทสำคญั ในการสรางสมดุลระหวางปจ จัย 3 ประการ คือ

1) ความจำเปนทางเศรษฐกิจและประสิทธภิ าพในองคก าร
2) ความเสยี่ งจากการใชงานเอกสาร ท่อี าจถูกทำลายหรอื เกิดความสูญเสีย
3) ความรบั ผดิ ชอบในการดูแลเอกสารสำคญั ตามกฎหมาย

การบริหารงานจดหมายเหตุ (Archives administration) มีกจิ กรรมสำคญั คอื การจัดหาและรบั มอบเอกสาร, การจดั เรียง
และจัดทำคำอธบิ าย, การเก็บรักษา, การใหบ ริการ (IRMT, 1999; Shepherd & Yeo, 2003; Franks, 2018)

การจัดหาและการรับมอบเอกสารจดหมายเหตุ

การจดั หา (Acquisition) คอื วิธไี ดม าซึ่งเอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งไมเหมอื นกบั การจดั หาทรัพยากรหองสมดุ เพราะเอกสาร
ขององคการไมส ามารถจดั ซ้อื แลกเปลยี่ น ยืมไดท ่วั ไปเหมอื นหนงั สอื ดงั นน้ั วิธกี ารจดั หาหลัก คอื การโอนยายเอกสารทัง้ ใน
ทางกายภาพและสทิ ธิครอบครอง จากหนวยงานเจา ของเอกสารเดิม มายังหอจดหมายเหตุ เพอ่ื การดำเนินการตามหลกั วิชา
มีบางกรณีเทา น้ันท่ีจะจดั หาเอกสารดว ยวิธีการซอ้ื เชน เอกสารนัน้ เกี่ยวของกบั องคการ เปนเอกสารหายาก ไมส ามารถหา
ไดจ ากท่ีไหน หากไดม าจะชว ยเสรมิ ใหก ารศกึ ษาวจิ ยั ครบถวน

244 การจัดการเอกสาร | Records Management

สำหรบั หนว ยงานของรฐั เอกสารทไ่ี ดร ับการประเมนิ วามีคณุ คา อยางตอเนื่อง จะตองถูกโอนยา ยไปเกบ็ รักษายงั หอ
จดหมายเหตุแหงชาติ ตามพระราชบญั ญตั ิจดหมายเหตแุ หงชาติ พ.ศ.2556 โดยหนวยงานของรฐั ตอ งดูแลรกั ษารกั ษา
เอกสารไวใหค รบถวนสมบูรณแ ละสามารถตรวจสอบอางอิงได เมอื่ หนว ยงานสงมอบเอกสารใหก บั หอจดหมายเหตแุ หง ชาติ
และไดร ับการประเมนิ คุณคาแลว ตอ งจดั ทำทะเบยี นไวเ ปนเอกสารจดหมายเหตุ และเกบ็ รักษาไวใ นหอจดหมายเหตแุ หง
ชาติ หากหนว ยงานเจา ของเอกสารเดิมประสงคจะเก็บไวเองใหท ำความตกลงกบั กรมศลิ ปากร

การรับมอบ (Accession) เปนขนั้ ตอนทเ่ี กิดข้นึ ตอ เนอ่ื งจากการโอนยายเอกสารมายงั หอจดหมายเหตุ เพ่อื ใหเ อกสาร
จดหมายเหตุมาอยใู นการดแู ลอารักขา (Custody) โดยหอจดหมายเหตุอยางถูกตอ ง สมบรู ณ ศนู ยเอกสารตองตระเตรียม
เอกสารสำหรับโอนยายมายงั หอจดหมายเหตุ ตามหลักดงั น้ี (IRMT, 1999)

● จดั เรียง (Arrangement) ทำใหเอกสารเปนระเบยี บ ท้งั ในแงก ายภาพ คือ เปน แฟม เปนชุด เปนกลอง ไมส ลับ
สบั สน และในแงร ะบบ คือ เปน กลุมตามแบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร

● ปกปอง (Protecting) ทำใหเ อกสารปลอดภัย ไมมีความเส่ยี งเกดิ ความชำรดุ เสียหาย รวมถึงการสงวนรกั ษาเบื้อง
ตน เชน การกำจัดแมลง การแกะคลปิ เหล็ก ลวดเย็บกระดาษท่ขี ึน้ สนิม

● ทำคำอธบิ าย (Describing) การโอนยายเอกสารมายังหอจดหมายเหตุ ควรมาพรอมกับบญั ชโี อนยา ยอกสาร ที่
บันทกึ ขอ มูลเอกสารอยา งครบถว น ถูกตอ ง เพราะแมจะเปน การลงรายการอยางสั้นๆ แตน ักจดหมายเหตกุ ็จะ
สามารถใชเปนเคร่อื งมือควบคุมเอกสารไดตั้งแตเน่ินๆ

เมือ่ หอจดหมายเหตุไดรบั เอกสารพรอ มดว ยบัญชโี อนยาย ก็จะทำการตรวจสอบความถกู ตอ งของเอกสารกับขอ มูลในบัญชี
หากไมครบถวน กจ็ ะตอ งแจง ไปยงั ศูนยเอกสารใหแ กไ ข หากครบถวนแลวกจ็ ะแจงผลการรับมอบใหศูนยเ อกสารหรือหนวย
งานเจาของเอกสารทราบตอ ไป

หอจดหมายเหตุ จะลงทะเบยี นรับมอบเอกสาร (Accession register) โดยอาศยั ทั้งขอ มูลจากบัญชีโอนยายอกสาร ท่ีสง มา
จากหนวยงานเจา ของเอกสารเดมิ หรอื ศูนยเอกสาร รวมกับการตรวจสอบโดยหอจดหมายเหตุ ทะเบยี นรับมอบเอกสารมกั
จดั ทำเปน ฐานขอมูล โดยมสี วนตางๆดงั ตอ ไปน้ี

1) เลขทะเบยี น (Accession number) เปน เลขทใ่ี ชส ำหรับควบคุมเอกสารแตล ะชุดทีร่ ับมอบมา 1 ชดุ ตอ 1 เลข
2) สถานทีจ่ ดั เก็บ
3) แหลง ท่มี า
4) หนวยงานเจา ของเอกสารเดมิ
5) วันทไี่ ดรบั
6) อายุเอกสาร ตงั้ แตเรมิ่ จนจบชดุ
7) ขอบเขตและเนื้อหา
8) ลักษณะทางกายภาพและปรมิ าณ
9) เงอื่ นไขการเขา ถงึ

การดําเนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 245

10) วันท่ีบนั ทกึ ขอ มูล
11) ช่อื ผูจ ดั ทำทะเบียน

หอจดหมายเหตจุ ะตรวจสอบสภาพเอกสารเบื้องตน หากพบปญหาความเสียหายจาก แมลง หนู เช้อื รา ความเปนกรด
ตองรีบดำเนนิ การสงวนรักษาเอกสารเบอื้ งตน ตามอาการ แลวจึงนำเอกสารไปเก็บไวใ นหองเก็บเอกสารทม่ี กี ารควบคมุ
อณุ หภูมิ และความชนื้ เพ่อื รอการจดั เอกสารตอไป

การจดั เรยี งและจดั ทําคําอธิบายเอกสารจดหมายเหตุ

เมือ่ หอจดหมายเหตุ รบั มอบเอกสารจากหนว ยงานหรอื ศนู ยเ อกสารแลว กจ็ ะนำมาจัดเรยี งและจัดทำคำอธิบายเอกสาร
จดหมายเหตุ เพ่อื ประโยชนในการควบคุมดแู ลรกั ษา และการใหบริการแกผ ใู ช

การจดั เรยี ง (Arrangement)

คือ กระบวนการจดั เอกสารจดหมายเหตุใหเปน หนวย (Unit) ท่ีมีระบบระเบียบ โดยคำนงึ ถงึ แหลงทมี่ า (Provenance) และ
ระเบยี บเดมิ (Original order) เพื่อรักษาบริบทของเอกสาร อนั จะสะทอ นใหเหน็ ถึงการสรางและใชงานเอกสารในบริบท
ของโครงสราง และ/หรอื ภารกิจขององคก าร แสดงใหเ ห็นความสมั พนั ธของเอกสารจดหมายเหตุแตล ะกลมุ ควบคุมเอกสาร
ท้งั ในเชิงกายภาพ (Physical) และเนือ้ หาสาระ (Intellectual) ทำใหจดั เกบ็ สืบคน เขาถึงเอกสารไดอยา งมปี ระสิทธิภาพ

การจัดเรียงเอกสารจดหมายเหตุ อาศัยหลกั การ “Respect des fonds”1 คือ การพยายามรักษาระบบระเบียบด้ังเดมิ หรอื
แสดงแหลง ทม่ี าเดมิ ของเอกสาร โดยไมรวมเอกสารจากหนว ยงานหนึง่ มาไวก บั อีกหนว ยงานหน่ึง ไมจัดเอกสารไวดว ยกนั
เพียงเพราะมลี ักษณะทางกายภาพเหมอื นกัน เน้อื หาเดียวกนั ปเ ดียวกัน โดยทไ่ี มไดม าจากแหลง เดียวกนั หรือจัดทำข้ึนตาม
ภารกจิ เดยี วกนั

หลักการพ้ืนฐานน้ี ไดพ ฒั นาเปน 2 หลักการจดั การเรยี งเอกสารจดหมายเหตุ ทีใ่ ชก ันมาจนถึงปจ จุบัน คอื

1) หลักระเบยี บเดมิ (Principle of original order) เปน การจัดเรยี งเอกสารตามระเบยี บเดมิ ทห่ี นว ยงานเจา ของ
เอกสารไดเคยจดั ระหวา งการใชแ ละเก็บรกั ษาเอกสาร เพอ่ื สะทอ นใหเ ห็นถงึ กจิ กรรมทเี่ คยเกิดขน้ึ

2) หลักแหลงที่มา (Principle of provenance) เปนการจดั เอกสารของบคุ คล หนว ยงาน องคก ร สถาบันเดยี วกนั ไว
ดว ยกนั ไมนำมาปะปนกนั เพ่อื ใหเ อกสารสะทอ นใหเหน็ หนา ทแี่ ละกจิ กรรมของหนว ยงานเจา ของเอกสาร

การจดั เรยี งเอกสาร มีโครงสรางเปน ลำดับชน้ั (Hierarchy structure) จากระดับบนลงลา ง (Top-down) ทำใหเห็นภาพ
รวมของเอกสารทง้ั ชุดไปจนถึงเรอ่ื ง ดังนี้

1 มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลวา เคารพตอ ผจู ัดทำเอกสาร (Respect for the creator of the records) ในภาษาเยอรมนั เรียกหลกั การน้ีวา
“Provenienzprinzip”

246 การจัดการเอกสาร | Records Management

● ระดับท่ี 1 กลุม (Group/Founds) คือ เอกสารจดหมายเหตุของบคุ คล หนวยงาน องคการหนึง่ เชน เอกสาร
จดหมายเหตุมหาวทิ ยาลัยขอนแกน ทงั้ หมดเปน 1 กลุม ภายใตก ลุมยงั สามารถจำแนกเปนกลมุ ยอ ย
(Sub-group) ไดอีก เชน เอกสารจดหมายเหตวุ ทิ ยาเขตหนองคาย เปน 1 กลมุ ยอย ภายใตเ อกสารจดหมายเหตุ
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน

● ระดับที่ 2 ชุด (Series/Class) คือ การจดั เอกสารทมี่ าจากกลุมเดียวกนั ใหเ ปน หนว ยยอ ย โดยรวมเอกสารที่
สัมพันธกนั ไวดวยกัน ตามเงื่อนไข หรอื หลกั เกณฑ อาทิ จัดตามภารกิจ, จดั ตามโครงสรา งองคกร, จดั ตามประเภท
ส่ือ เชนเอกสารจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยขอนแกน แบงเปน 4 ชุดหลกั คือ (1)การจดั การศกึ ษา (2)การวิจยั (3)
การบรกิ ารวชิ าการ (4)การทำนุบำรงุ ศลิ ปวัฒนธรรม เอกสารในระดบั น้ียังสามารถจดั เปนชุดยอ ย (Sub-series) ได
ตามความซับซอนของเอกสาร หรือแหลงกำเนิดของเอกสาร เชน เอกสารชดุ การทำนุบำรงุ ศิลปวัฒนธรรม จัดเปน
ชดุ ยอ ยได คือ (1)ภายในมหาวิทยาลยั (2)ภายนอกมหาวทิ ยาลัย

● ระดับที่ 3 แฟม (File) คือ จัดเอกสารแตล ะกจิ กรรม ธรุ กรรม หรืองานทสี่ มั พนั ธก ันภายใตช ุดเดียวกนั ไวด ว ยกนั
ตามลำดบั ป ตัวอักษร เลขรหัส หรืออยา งใดอยา งหนึง่ เชน การสรา งเครือขายทางศิลปวฒั นธรรม เปนแฟมภายใต
ชดุ การทำนุบำรงุ ศิลปวฒั นธรรม

● ระดบั ท่ี 4 รายการ (Item) คือ หนวยทเี่ ลก็ ท่สี ดุ จนไมส ามารถแบง ยอ ยลงไปไดอกี เปนรายการเอกสารแตละชิน้
เชน จดหมาย, บนั ทึกขอตกลง, รายงาน, ภาพ

ภาพ11-2 โครงสรา งการจดั เรยี งเอกสาร (ปรบั ปรงุ จาก ISAD(G) 2nd )

การดําเนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 247

การจดั ทำคำอธิบาย (Description)

คือ การวิเคราะหและการจดั ทำคำอธิบายเอกสารจดหมายเหตุ ในดานเน้ือหา บรบิ ท และโครงสรา ง เชน แหลง ทีม่ า ชอ่ื กลมุ
เอกสาร เน้ือหาสาระสำคญั ระบบการจดั เรยี งเอกสาร เพอ่ื ใหเ ปนตวั แทนเอกสาร สำหรับการระบบุ ง ช้ี ควบคมุ ดแู ล ตลอด
จนนำไปทำเปน เครอื่ งมอื เพ่ือชว ยคน คนื (Archival finding aid) เชน

● บญั ชที ะเบียนเอกสาร (Accession list)
● บัญชรี ายการเอกสาร (lnventory)
● ดรรชนี (lndex)
● คมู อื แนะนำเอกสารจดหมายเหตุ หรอื คูม อื แนะนำสถาบนั จดหมายเหตุ (Guide)

สภาการจดหมายเหตุนานาชาติ (International Council on Archives: ICA) ไดก ำหนดมาตรฐานการลงรายการคำอธิบาย
เอกสารจดหมายเหตุ ที่เรยี กวา General international standard for archival description – ISAD(G) สำหรับเปน
หลกั เกณฑก ารลงรายการคำอธบิ ายของเอกสารจดหมายเหตุใหเ ปน มาตรฐาน สามารถนำมาจัดทำเปน หลักฐานการควบคุม
และจดั ทำเปนเคร่ืองมือชวยคนเอกสารจดหมายเหตุได ประกอบดว ย 7 สว น (Area) 26 องคป ระกอบ (Elements) ดังนี้

1) คำอธบิ ายเกยี่ วกบั เอกสาร (Identity statement area) เปน สว นทใี่ หขอ มลู สำคัญในการอางถงึ เอกสาร ประกอบ
ดว ย รหัสอางองิ , ชอ่ื เอกสาร, วนั เดือนปข องเอกสาร, ระดับคำอธบิ ายเอกสาร, ขนาดและปริมาณเอกสาร

2) บรบิ ทเอกสาร (Context area) ประกอบดว ย ผจู ัดทำเอกสาร, ประวตั หิ นว ยงาน/เจาของเอกสาร,ประวัติเอกสาร,
แหลงทไ่ี ดร ับมอบ/โอนยา ยเอกสาร

3) เนอื้ หาและโครงสรา งเอกสาร (Content and structure area) เปน สว นทใ่ี หขอ มลู เกี่ยวกบั ท่ีมาของเอกสาร
ประกอบดว ย ขอบเขตและเนอื้ หา, การประเมินคุณคา การทำลาย และการกำหนดอายุเอกสาร, การเพ่ิมข้นึ ของ
เอกสาร, ระบบการจัดเรยี งเอกสาร

4) เง่ือนไขการเขาถึงและการใชเ อกสาร (Condition of access and use area) เปน สว นทใี่ หขอ มลู เก่ียวกับเอกสาร
ท่ีชวยใหผ ใู ชไ ดพจิ ารณาเพอ่ื การตัดสินใจใชเ อกสารนนั้ ประกอบดวย เงอื่ นไขการเขาถงึ เอกสาร, เงอ่ื นไขการทำ
สำเนา, ภาษา/ตวั อกั ษร, ลกั ษณะทางกายภาพและความตอ งการทางเทคนิค, เคร่อื งมอื ชวยคน

5) วัสดทุ ่ีเก่ยี วขอ ง (Allied materials area) เปน สวนที่ใหข อมลู เก่ยี วของกับวสั ดุอน่ื ๆทเี่ กีย่ วขอ ง ประกอบดวย
สถานที่จัดเก็บเอกสารตนฉบับ, สถานที่จัดเกบ็ เอกสารฉบับสำเนา, เอกสารทีเ่ กยี่ วของ, บนั ทกึ เกยี่ วกบั การพิมพ

6) หมายเหตุ (Notes area) เปน สว นทใ่ี หขอ มลู เพ่มิ เตมิ ทไ่ี มสามารถจัดใหอยใู นสว นอนื่ ๆ ทั้ง 5 สวนขา งตนได มี 1
หนว ยขอ มลู คือ หมายเหตุ

7) การควบคมุ การจดั ทำคำอธบิ ายเอกสาร (Description control area) เปนสวนทใ่ี หขอ มูลเกี่ยวกบั การจดั ทำคำ
อธบิ ายเอกสาร ซงึ่ ใชเ ปนหลักฐานในการควบคมุ เอกสาร ประกอบดวย บนั ทึกของนักจดหมายเหต,ุ กฎ ระเบียบ
หรือแนวปฏบิ ตั ,ิ วนั เดือนปทจ่ี ดั ทำ

248 การจดั การเอกสาร | Records Management

การเก็บรกั ษา

เอกสารจดหมายเหตุท่ีดำเนินการจัดเรียง จดั ทำคำอธิบายแลว จะถกู นำไปเกบ็ รกั ษาไวใ นคลังเกบ็ (Repository) ของหอ
จดหมายเหตุ ซ่ึงมี 2 กรณี คอื

1) เกบ็ ไวในหอจดหมายเหตขุ ององคการ (In-house archives unit) เชน หอจดหมายเหตมุ หาวทิ ยาลยั หอ
จดหมายเหตุรัฐสภา หอจดหมายเหตุธนาคาร

2) เก็บไวในหอจดหมายเหตภุ ายนอกองคการ (External archives service) เชน กรณีการโอนยา ยไปเก็บรักษาไวท่ี
หอจดหมายเหตุแหง ชาติ หรอื สว นกลาง

การเกบ็ รักษาทงั้ สองแบบ แตกตางกนั มที ั้งขอดีและขอจำกัด ทค่ี วรพิจารณา เชน ถาเกบ็ ไวทหี่ อจดหมายเหตุขององคการก็
จะเปนการสะดวกในการโอนยายและใชง านเอกสาร แตมีขอ จำกดั ในดา นเทคนิค ท่ีตองใชนักจดหมายเหตุ นักอนุรกั ษท ี่มี
ความรูเชิงเทคนิคโดยเฉพาะ สว นการโอนยา ยไปไวห อจดหมายเหตภุ ายนอกองคก าร อาจทำใหการเขาถงึ หรอื ใชง านเอกสาร
ไมส ะดวก แตกม็ ั่นใจไดวาเอกสารจะไดร ับการดแู ลในระยะยาวเปน อยา งดี เพ่อื ประโยชนในทางวฒั นธรรม ตามภารกจิ ของ
หอจดหมายเหตุ อยา งไรก็ดกี ารโอนยา ยจะตอ งทำขอ มูลอภพิ นั ธุ หรือทำบันทึกหลกั ฐาน (Documentation) ทค่ี รบถว น
สมบรู ณเ สมอ

หนว ยงานหลายแหงมกั จดั ตงั้ หอจดหมายเหตุ หอประวตั ิ พพิ ิธภณั ฑ เพ่อื ประโยชนท างวฒั นธรรม โดยใชอ าคาร
ประวตั ิศาสตร หรืออาคารเกา เปนพื้นทจี่ ัดเก็บและจดั แสดงทรัพยากร ทำใหเ กิดการใชประโยชนจากอาคารดงั กลาวอยา ง
คุม คา แตท ั้งน้ีควรตระหนกั วา เปา หมายของการเกบ็ เอกสารจดหมายเหตุ ก็เพอื่ รักษาเอกสารสำคญั นน้ั ไวอ ยางถาวร ฉะนน้ั
การเกบ็ รักษาเอกสารตองคำนึงถงึ ความม่ันคง ปลอดภยั มีประสทิ ธภิ าพ จึงจะทำใหส ามารถเกบ็ รักษาเอกสารไวอ ยา งถาวร
ตลอดไปได

มีประเด็นทค่ี วรพิจารณา ดงั นี้

● ตวั อาคาร มคี วามคงทน แข็งแรง ผนังอาคารหนาเพ่ือใหอุณหภมู แิ ละความชื้นในตวั อาคารคงที่ แบงเปน 2 สวน ท่ี
แยกจากกัน คือ สว นสำนักงานและสวนคลงั เก็บเอกสาร หอจดหมายเหตใุ ชพืน้ ทม่ี ากวา รอ ยละ 70 สำหรับเปน
คลงั เก็บ

● คลังเก็บเอกสาร เปน หองทึบไมม ีหนา ตา งหรอื ชองแสง เพราะแสงสวาง ไมว าจะเปนแสงแดดหรอื แสงไฟฟา ท่ีแรง
จัดเปน อนั ตรายกบั เอกสารทง้ั สนิ้ หอ งเก็บเอกสารจงึ ควรเปนหองปด มดิ ชิด แสงแดดสอ งเขาไมได ควบคมุ
อณุ หภูมิและความชื้นใหคงทไี่ ด พ้นื ที่โลง กวาง รองรับการเกบ็ เอกสารปริมาณมากที่ตองเพ่มิ ขึ้นทุกป คลังเก็บไม
ควรเปน ชั้นใตด ิน เพราะเสย่ี งกับความชื้นทจ่ี ะเกิดขนึ้ มรี ะบบดับเพลิงโดยใชเ คมีภัณฑ

● พัสดุ ครภุ ณั ฑ ชัน้ วางเอกสาร ตเู ก็บเอกสาร ควรมีความแข็งแรง คงทน รบั นำ้ หนกั ไดดี วัสดุควรทำจากเหล็ก หลกี
เล่ียงไม เพราะเสย่ี งกบั แมลงและเช้ือรา เลือกใชทมี่ ขี นาดและปริมาณเหมาะสมกบั เอกสารแตละประเภท เชน
ฟล ม แผนท่ี แผนผัง กระดาษ ส่อื ดิจทิ ัล

การดําเนนิ งานเอกสารสินกระแสการใชง้ าน 249

● กลองและแฟมบรรจเุ อกสาร ควรเลือกกลองและแฟมทที่ ำจากวสั ดไุ รกรด สามารถปองกนั การชำรดุ เสยี หายของ
เอกสารหรอื ยดื อายุเอกสารใหค งทนถาวรไดด ี มีขนาดสัมพนั ธก บั ท่ีเก็บ

● อณุ หภูมิ ความช้นื ควรมคี วามคงท่ี เหมาะสมกบั เอกสารแตละประเภท เพอื่ ใหค งสภาพอยไู ดอ ยา ถาวร ดงั นัน้ คลัง
เก็บเอกสารจึงตอ งตดิ ต้ังเครือ่ งปรับอากาศ เครื่องควบคุมความช้ืน และเครอื่ งฟอกอากาศ ปอ งกนั เชือ้ รา
แบคทีเรยี ฝุนละอองทีจ่ ะมาทำลายเอกสาร

● สภาพแวดลอ มและความปลอดภยั หอจดหมายเหตคุ วรตงั้ อยใู นพ้ืนทกี่ ารคมนาคมสญั จรสะดวก ไมเปน ทลี่ มุ ต่ำ
น้ำทวมถงึ มสี ภาพแวดลอมเอื้อตอ การศกึ ษาคน ควา มีการปองกนั อัคคภี ยั อุทกภัย วาตภัย การจลาจล มีระบบ
รักษาความปลอดภัย สำหรบั คลงั เก็บเอกสารนั้นสงวนไวเ ฉพาะผูปฏิบัตงิ านท่ีไดร ับมอบหมายเทานน้ั ตลอดจนมี
แผนบริหารความตอเน่ือง (Business continuity plan: BCP) และแผนฟนฟูภยั พบิ ตั ิ (Disaster recovery plan:
DRP)

การใหบ้ ริการ

หอจดหมายเหตุ มุงเนน การบรกิ ารในเชงิ การคนควา วจิ ัยแกส ังคม ตลอดจนเปน แหลงสารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม
เพราะฉะนน้ั จงึ เปด โอกาสใหผ ใู ชเอกสารจากภายนอกองคการ เขา มาใชบ ริการ สบื คน เขา ถงึ เอกสารจดหมายเหตุได ตา ง
จากศูนยเอกสารทใี่ หบ รกิ ารจำกัดเฉพาะคนในองคก ารเทา น้นั

การใหบริการของหอจดหมายเหตุ มักดำเนินการในลักษณะดังตอไปนี้

● บริการสบื คนสารสนเทศ
● บรกิ ารตอบคำถาม และชว ยการคนควา
● บริการการอานและใชงานเอกสารจดหมายเหตุ
● บริการทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุ
● บริการชมุ ชน และสง เสริมการใชห อจดหมายเหตุ เชน การจัดนิทรรศการ สมั มนา เสวนา นำชม เผยแพรความรู

เกยี่ วกับจดหมายเหตุ

Gregory S. Hunter (2003) เสนอวา การใหบ ริการของหอจดหมายเหตคุ วรคำนึงถึงหลกั การพื้นฐาน ดังนี้

1) เขา ถึงอยางเสมอภาค (Equal access) เปดโอกาสใหผ ใู ชสามารถเขา คนควา ศกึ ษา วิจัยเอกสารจดหมายเหตุได
อยา งเทา เทยี ม ปราศจากอคติ โดยไมนำเร่อื งเพศ วยั สภาพรางกาย ระดบั การศกึ ษามาเปนเงอ่ื นไง

2) เขา ถงึ แบบเตม็ (Full access) อำนวยความสะดวกใหผใู ชส ามารถเขา ถงึ เอกสารจดหมายเหตุทใ่ี หบริการ ไดอ ยา ง
ครบถวน สมบูรณ ตรงกบั ความตอ งการ ไมปกปดอำพราง

3) การใชสิทธ์ิ (Competing rights) นกั จดหมายเหตจุ ดั การบรกิ าร โดยคำนึงถงึ สทิ ธิ์ 2 ประการหลกั คอื (1)สิทธใ์ิ น
การรบั รู (Right to know) ของผใู ชต ามกฎหมายเกีย่ วกบั ขอมลู ขา วสาร และ (2)สิทธ์ิในความเปนสว นตวั (Right
to privacy) ซง่ึ นักจดหมายเหตอุ าจตอ งพิทกั ษความเปนสว นตวั ของบคุ คลที่มอี ยใู นเอกสาร ทัง้ นยี้ อ มเปนไปตาม
กฎหมายทเี่ กีย่ วกบั ความเปนสว นตวั ของประเทศนั้นๆ

250 การจัดการเอกสาร | Records Management

4) การจำกัด (Restrictions) เปนวิธีการทน่ี ักจดหมายเหตพุ ยายามสรางความสมดุลใหกับการใชส ทิ ธใิ์ นการรบั รู หรอืิ
เปด เผยขอ มลู ไมใ หกระทบกบั ความเปน สว นตัวของบคุ คลอ่ืน การจำกดั หรอื การปกปดขอ มลู บางสว น ตอ งแจง แก
ผใู ชงานกอ นเสมอ

การสงวนรกั ษาเอกสาร

เอกสารไมวา จะอยูระหวา งกระแสการใชง าน ก่งึ กระแสการใชง าน หรือสน้ิ กระแสการใชง าน ควรไดรบั การดแู ลรักษาให
ปลอดภยั ซึง่ เกี่ยวของกบั แนวคดิ การสงวนรักษาและอนุรกั ษเอกสาร (วิศปตย ชยั ชว ย และยศสั วนิ บุญชว ย, 2552;
(Smith, 2007; Millar, 2017)

การสงวนรักษา (Preservation) หมายถงึ การปองกันมใิ หเ อกสารถูกทำลายถูกทำลายหรอื เส่อื มสภาพ ดว ยการเก็บรักษา
ใหป ลอดภัย การจัดสภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสม มีการจัดเก็บทมี่ นั่ คง รอดพน จากปจ จัยท่ีจะมผี ลตอ การเส่อื มสภาพของ
เอกสาร เชน แสง แมลง มนุษย รวมถงึ การรูจ ักใชอยางระมดั ระวงั ถูกวิธี

การอนรุ กั ษ (Conservation) หมายถึง การบำรงุ รักษา การแกไ ขเปลี่ยนโครงสรางทางเคมี และทางกายภาพของเอกสารท่ี
เกิดการชำรดุ เสียหาย เสื่อมสภาพไปแลว ใหกลับมาอยใู นสภาพทแี่ ขง็ แรง หรอื ลดการเสอ่ื มสภาพไมใหลุกลามไปมากกวา
เดมิ ซึ่งครอบคลุมถึงการบรู ณะ (Restoration) ซอมแซมวัตถทุ ี่ชำรุด ใหคืนสภาพ เพราะหากปลอยไวจ ะเปน อันตรายราย
แรง

การอนุรักษ จำเปน ตอ งอาศัยผเู ช่ยี วชาญเฉพาะ เทคนิค วัสดอุ ุปกรณ หอ งปฏบิ ัติการ และเวลา ซง่ึ หอจดหมายเหตสุ วนใหญ
มีขอจำกัด อีกทัง้ ใน พรบ.จดหมายเหตแุ หงชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 18 กำหนดไวว า “หา มมิใหผูใดซอมแซมเอกสาร
จดหมายเหตุ เวนแตจะเปนการซอ มแซมโดยกรมศิลปากร หรอื โดยไดร ับอนญุ าตจากอธบิ าดี” ดว ยเหตุนห้ี อจดหมายเหตจุ งึ
ควรใหความสำคัญกบั การสงวนรกั ษา เปนอันดบั แรก เพราะมตี น ทุนที่นอยกวา และคุม คา กวา การรอใหเ อกสารชำรดุ แลว
คอ ยนำเขา สกู ระบวนการอนุรักษ บูรณะ ซอ มแซม

ประเด็นท่ีควรคำนึงถึงในการสงวนรักษาเอกสารคือ

● การควบคมุ และปองกันสาเหตทุ ท่ี ำใหเอกสารชำรุดเส่ือมสภาพ
● การแปลงเปนดิจทิ ัล (Digitaization)
● การพฒั นาแผนการสงวนรกั ษาและแผนรับมอื เหตุฉุกเฉนิ

การควบคมุ และปองกนั สาเหตทุ ที าํ ให้เอกสารชํารดุ เสือมสภาพ

เอกสารเมอ่ื พน จากชว งอยใู นกระแสการใชง านแลว หากเกบ็ รกั ษาไมดี อาจเกดิ ความชำรดุ เสียหายได โดยสาเหตุของความ
ชำรดุ มาจาก 2 ปจจัยหลกั คือ

การดาํ เนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 251

1) ปจ จยั ภายใน ไดแ ก วัสดทุ ่ีใชใ นการผลติ เอกสาร เชน กระดาษ หมึก สารเคมี เหลา น้ีลวนมอี ายุการใชงาน เมอื่ ผาน
ระยะเวลาหนึ่ง ก็จะเกิดความเปนกรด ทำใหเ อกสารเสื่อมสภาพ

2) ปจจยั ภายนอก ไดแก การเกบ็ รกั ษาทไี่ มเหมาะสม ความไมระมดั ระวงั ในการเก็บการใชง าน สภาพแวดลอมไมดี
เชน มลภาวะ ความสกปรก ฝุน แสงแดด อุณหภมู ิ ความช้นื ท่ีไมเ หมาะสม ทำใหเอกสารชำรุด รวมถงึ ภัยจากสตั ว
ฟน แทะ และแมลง ท่ีกดั กนิ เอกสาร หรอื ระบบไฟฟา ทไี่ มเสถยี รทำใหอุปกรณจ ดั เกบ็ เอกสารดิจิทลั ชำรดุ เสียหาย

การทำใหเอกสารมน่ั คงปลอดภยั เขา ถงึ ได เขา ใจได ตราบเทาท่ีองคการมคี วามตองการใชง าน คือองคประกอบสำคัญของ
การจดั การเอกสาร สำหรบั เอกสารกระดาษมุง เนนท่ีการรกั ษาสภาพสื่อบนั ทกึ ใหค งทนยาวนาน สวนเอกสารดจิ ิทลั มงุ เนน
วธิ ีการที่ทำใหส ามารถเขาถึง และอา นเอกสารได แมวา จะเปลีย่ นรุนของสือ่ บนั ทึกไปแลว เฉพาะฉะนน้ั การเก็บเอกสาร
กระดาษจงึ มตี นทนุ พ้นื ทจี่ ดั เกบ็ สว นเอกสารดิจิทลั ก็มีตนทนุ ดานระบบคอมพวิ เตอร

ศูนยเ อกสารและหอจดหมายเหตุ ควรเตรียมการเกีย่ วกบั การควบคมุ และปองกนั สาเหตทุ ่ีทำใหเ อกสารชำรดุ เสอื่ มสภาพ ใน
ประเดน็ ตอ ไปน้ี

1) ไฟฟา เปน สง่ิ ที่จำเปนสำหรับทุกแหง ถา ปราศจากไฟฟา ระบบคอมพวิ เตอร เครอ่ื งปรับอากาศ เครอ่ื งฟอกอากาศ
ประตอู ัตโนมตั ิ ก็จะไมทำงาน ทำใหเ อกสารเสยี หาย เพราะฉะน้ันควรมรี ะบบสำรองไฟ มีการสำรองขอมูลใน
คอมพิวเตอรอ ยา งสม่ำเสมอ และมแี ผนปฏิบัตกิ ารในกรณไี ฟดับ

2) อุณหภูมิ ระดบั ความรอ น ความเยน็ และความช้ืนสมั พนั ธ มีผลตอ เอกสารอยา งมีนยั สำคัญ เอกสารแตละประเภท
เชน กระดาษ ภาพถา ย แผนที่ ฟลม มอี ุณภมู ทิ เี่ หมาะสมกบั การจดั เกบ็ ที่แตกตางกนั ขณะที่ความชนื้ หากมมี ากไป
ก็เสย่ี งเกิดเชือ้ รา หรือมีนอ ยไปก็ทำใหเ อกสารแหง เปราะ แตกหกั ได โดยท่วั ไปแลวอณุ ภูมคิ วรอยรู ะหวาง 18-20
องศาเซลเซียส และความชน้ื สัมพนั ธระหวาง 35-40% หอจดหมายเหตจุ งึ ตอ งมกี ารควบคมุ อณุ หภมู แิ ละความชน้ื
ใหพอเหมาะพอดีกับเอกสาร และมคี วามคงที่ โดยหมั่นตรวจสอบประสทิ ธภิ าพของเครอ่ื งปรับอากาศ เครือ่ งลด
ความชื้น ตลอดจนบันทึกขอมลู อณุ ภมู ิและความชน้ื อยางสมำ่ เสมอ

3) การหยิบจับใชง าน เอกสารแตละชนิดมคี วามบอบบางและไวตอ การสัมผัสท่ีแตกตา งกัน การหยบิ จับ ใชง านอยา ง
ไมระมดั ระวัง กอ ใหเ กดิ ความเสยี หายกับเอกสารได เชน หนา กระดาษหลดุ ออกจากปก เกดิ ลายนวิ้ มือทภี่ าพ เหงื่อ
ทำใหเกิดความชื้น ดังนั้นจึงควรสวมถุงมือเม่ือตอ งสัมผสั เอกสารโดยตรง ในกรณีเอกสารดิจิทัล ควรใหผใู ชเ ขา ถงึ
และใชง านฉบับสำเนา เพอื่ ปองกนั ความเสยี หายทจ่ี ะเกดิ กบั เอกสารตนฉบับ ดงั นั้นจึงควรมีการปฐมนเิ ทศผูใช ให
ทราบถงึ วิธีการใชง านเอกสารอยางถูกตอง ชแ้ี จงเง่อื นไข และระเบยี บปฏบิ ตั ใิ หเขาใจ

4) ความเปนกรด กรด (Acid) เปน สารทมี่ ีคณุ สมบัตกิ รอนเนือ้ เยื่อท้งั พืชและสัตว โดยจะทำลายโมเลกุลของวสั ดุ โดย
เฉพาะกระดาษ ไม ผา ทำใหเซลลโู ลสเส่ือมสภาพ แตกหัก เปลีย่ นสี กระดาษบางชนิดมีกรดมาตั้งแต
กระบวนการผลติ เม่ือผานระยะเวลาไป ก็จะเสอ่ื มสภาพ ดงั นั้นวัสดุทจ่ี ะใชจดั ทำ จัดเกบ็ สำหรบั งานจดหมายเหตุ
ควรเปนประเภทไรก รด (Acid free) หรือปองกนั ลดปฏกิ รยิ าความเปนกรด

5) แสงสวา ง แสงเปน ตวั เรงการออกซไิ ดส (Oxidation) ซึง่ ทำใหกระดาษเสื่อมสภาพ โลหะเกดิ สนิม แสงยงั ทำลาย
พนั ธะเคมี ทำใหหมึกจางลง รงั สอี ลั ตราไวโอเลต (Ultraviolet Radiation: UV) ท้งั ในแสงแดดและจากหลอดฟลู

252 การจดั การเอกสาร | Records Management

ออเรสเซนต เปนอันตรายมากทส่ี ุด เน่ืองจากความยาวคล่ืนของแสงทำใหเกดิ การแผรังสีมากข้ึน ทำใหสารเคมี
เสื่อมสภาพ ดงั นั้นจึงตอ งควบคมุ แสง โดยไมใ หเอกสารโดนแสงโดยตรง หรอื อยใู กลแ หลงกำเนดิ แสง หองอา น
เอกสาร ควรมมี าน มูล่ี หรือแผนกรองแสง ใชหลอดไฟทไี่ มป ลอยรงั สี UV
6) มลพษิ เปนอันตรายตอเอกสาร ทง้ั มลพิษท่ีเกดิ ข้ึนจากภายนอกอาคาร เชน กา ซ สารเคมี สารพิษ และมลพิษท่ี
เกิดขนึ้ ภายในอาคาร จากเคร่อื งถา ยเอกสาร อุปกรณทำความสะอาด สี ไม พลาสตกิ กาว ฝุนผง แมแ ตน ้ำประปา
อนุภาคทกี่ อ ใหเ กิดมลพิษนั้นเปนกรดมีฤทธก์ิ ดั กรอน กอ ใหเ กิดคราบ ฝุนยังสามารถสรา งความเสียหายอยางรา ย
แรงกับอุปกรณค อมพวิ เตอร วิธที ่ีดที ส่ี ุดในการลดมลพษิ คอื การติดตงั้ ระบบกรองอากาศทก่ี รองอนภุ าคในอากาศที่
ปนเปอ น กระบวนการนมี้ ีราคาแพงและตอ งมกี ารบำรงุ รกั ษาอยา งสม่ำเสมอ นอกจากน้ีการจดั เกบ็ เอกสารใน
กลอ ง ตู ช้ัน ท่เี หมาะสมชว ยลดการสมั ผัสกบั สารมลพษิ การทำความสะอาด ดูดฝนุ ควรปฏบิ ัติอยางเปนประจำ
7) น้ำและไฟ การเกิดอัคคีภัย หรืออทุ กภยั ทำใหเ กิดความเสียหายอยางใหญหลวงกับเอกสาร ศนู ยเอกสารและหอ
จดหมายเหตุควรมรี ะบบปอ งกันอัคคภี ยั โดยใชสารเคมดี ับไฟ มสี ัญญาณเตือนเม่ือเกิดควนั ไฟ ระมัดระวังไมใหเกิด
ประกายไฟ คลังเก็บเอกสารตอ งไมอยบู นพน้ื ท่ีเส่ยี งนำ้ ทว ม ไมอ ยชู ้ันใตด นิ หรอื ใตหลังคา เพราะทัง้ สองจดุ มักเปน
สว นแรกในอาคารทไี่ ดรับความเสยี หายจากเหตไุ ฟไหมห รอื นำ้ ทวม เอกสารท่ีเกบ็ ควรอยสู งู เหนอื พ้ืนไมต่ำกวา 6-8
นิว้ มแี ผนปอ งกนั และฟน ฟเู มื่อเกิดอัคคีภัย หรอื อทุ กภัย
8) ส่ิงมชี ีวิต เช้ือรา แมลง หนู เปน ตัวทำลายเอกสาร ดังนั้นตองจัดสภาพแวดลอ มทไ่ี มเอื้อใหสง่ิ มชี วี ิตทเ่ี ปนศัตรูกบั
เอกสารเจรญิ เติบโต โดยมกี ารควบคุมสภาพอากาศ รกั ษาความชน้ื สัมพัทธใ หตำ่ ปอ งกันเชอื้ รา การทำความ
สะอาดพืน้ ทบ่ี ริการ และคลงั เอกสาร อบเอกสารเพื่อฆา เชอ้ื ราและแมลงกอนนำมาจัดเก็บและใหบรกิ าร

การแปลงใหเ้ ปนดจิ ิทัล

การแปลงเปน ดิจทิ ัล (Digitization) คือ การถายโอนเอกสารจากรูปแบบอนาลอ็ ก เชน กระดาษ ภาพถา ย เทปบันทกึ เสยี ง
ไปเปนรูปแบบดิจิทัล ถือเปนกลยทุ ธใ นการสงวนรกั ษา ท่ีมาเสริมหรือทดแทนการสงวนรักษาเอกสารดวยการทำเปนวสั ดยุ อ
สว น (Microform) โดยเฉพาะ ไมโครฟล ม (Microfilm) ซึ่งนิยมใชใ นหอจดหมายเหตมุ าแตเ ดมิ

หากเอกสารหรือรูปภาพถูกแปลงเปน ดจิ ิทัล ผใู ชก ็ไมต อ งสมั ผัสกับเอกสารตน ฉบับโดยตรง ลดการถกู แสงหรือเปลย่ี นแปลง
อณุ หภูมิ กจ็ ะชวยลดการสกึ หรอและยดื อายุของตน ฉบบั อยางไรก็ดศี นู ยเอกสารและหอจดดหมายเหตุ ควรดำเนนิ การใน
ประเด็นดังตอ ไปนี้

● การวางแผนงาน การแปลงใหเปน ดิจทิ ลั ตองใชเวลานาน และมคี าใชจ า ยสูง บางกรณีอาจสรา งความเสียหายตอ
เอกสารได ดงั นัน้ จงึ ตองมีการวางแผนมาอยา งดีเพอื่ ใหเ กิดประสทิ ธภิ าพ คุมคา และยัง่ ยนื ตลอดจนตอ ง
พิจารณาถงึ ความยง่ั ยนื โดยรวมดวย การแปลงใหเปนดจิ ทิ ลั ไมไดเ ปนเพียงการวางรูปถา ยบนเคร่ืองสแกน และกด
ปมุ เทาน้นั กระบวนการตางๆตองไมเปนอันตรายตอ เอกสารตน ฉบับ มมี าตรฐานในการแปลงใหเ ปนดิจทิ ลั ไฟล
ดจิ ิทัลตองมคี ณุ ภาพ มีความละเอียดเพียงพอ มขี นาดที่เหมาะสม มเี ครอื่ งมอื ชวยคน สำหรบั การเขา ถึงและใชง าน
เอกสารไดอยา งมีประสิทธิภาพดว ย

การดําเนินงานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 253

● ชวงชวี ติ ของสารสนเทศดจิ ิทลั ไฟลทไ่ี ดจ ากการแปลงใหเ ปน ดิจิทลั มีความเสี่ยงตอการเสยี หาย หรือสญู หาย อนั
เกดิ จากเทคโนโลยที ่ีเปลี่ยนแปลงไป ดงั นน้ั อาจตอ งปรับปรงุ รปู แบบไฟล ยา ยส่อื บนั ทึกใหมทุกๆ 3-5 ป เพือ่ ให
สามารถใชงานไดอ ยางตอ เน่ือง และพึงระลึกเสมอวาเอกสารทแี่ ปลงเปน ดิจทิ ลั นัน้ ถอื เปน ฉบับสำเนาที่ไมส ามารถ
ทดแทนเอกสารตนฉบบั ได มใิ ชว า แปลงเปนดจิ ทิ ัลแลว จะสามารถทำลายตน ฉบบั ได การแปลงเปน ดิจิทลั ก็เพียง
เพือ่ ความสะดวกในการใหบริการ และการปอ งกนั ความเสียหายกบั เอกสารตน ฉบบั เทานนั้

● ความจริงแทและลขิ สิทธ การแปลงใหเปน ดิจทิ ลั สามารถปรบั ปรุงไฟลใ หมคี วามคมชัด อานหรอื ดูไดงายข้ึน การ
เปลี่ยนแปลงดังกลา วควรทำอยางรอบครอบ มเิ ชนนั้นจะกลายเปน การปรับปรงุ เปล่ยี นแปลงจนบิดเบอื นความจรงิ
แท (Authenticity) ของเอกสารไป เชน ตนฉบับเปน ภาพขาวดำ แตน ำมาแปลงใหเ ปน ภาพสี ซ่งึ กลายเปนการ
ดัดแปลงไป เมือ่ หอจดหมายเหตตุ ัดสินใจวา จะแปลงเอกสารใดใหเปน ดิจทิ ลั ตอ งพจิ ารณาถึงลขิ สทิ ธิ์ ความเปน
สว นตวั และสทิ ธ์ิในการเผยแพร ตลอดจนขอ จำกดั ตา งๆ หากเกรงวาจะมกี ารนำเอกสารดิจิทลั ไปทำซำ้ หรอื
แสวงหาผลประโยชนอ นื่ ใดนอกเหนือจากทอี่ นุญาต หอจดหมายเหตอุ าจเพิม่ ลายนำ้ (Watermark) เชน ตวั อักษร
หรือสญั ลักษณ ทับลงไป แตการทำเชน น้กี จ็ ะลดทอนความสวยงามและอาจเปน อปุ สรรคในการอา นของผูใชไปดวย

● การจัดลำดับความสำคญั และทรพั ยากร การแปลงใหเ ปนดิจิทัลตอ งใชท ง้ั ระยะเวลา บุคลากร งบประมาณ วัสดุ
อปุ กรณ โครงสรางพื้นฐานทางเทคโนโลยี ดงั นั้นจงึ เปน ไปไดยากทจี่ ะแปลงเอกสารทุกอยา งใหเปน ดจิ ิทลั ได หอ
จดหมายเหตุ หรือศนู ยเอกสาร ควรวิเคราะหถึงความคุมคา ท่ีจะแปลงเอกสารชุดหนงึ่ ๆ ตลอดจนพจิ ารณาคุณคา
ประโยชน ความสำคัญจากการแปลงเอกสารชุดนั้นๆ ทงั้ จากฝง ของหอจดหมายเหตุ และฝง ของผูร บั บริการอยา ง
สมดลุ

สำหรับประเด็นเกี่ยวกบั การสงวนรกั ษาดิจทิ ัล จะกลา วถงึ อีกครัง้ ในบทที่ 13

การพัฒนาแผนการสงวนรกั ษาและแผนรับมือเหตฉุ กุ เฉนิ

การมีแผนชวยใหก ารสงวนรกั ษาเอกสาร มขี ั้นตอน แนวปฏิบตั ิทเ่ี ขาใจตรงกัน สามารถรบั มือกับเหตฉุ ุกเฉินไดอ ยางถกู ตอง
การพฒั นาแผนการสงวนรกั ษา และแผนรับมือเหตุฉุกเฉนิ เปน สวนหน่ึงของการวางแผนเชิงกลยุทธ ควรมนี โยบายรองรบั มี
การกำหนดหนาทคี่ วามรบั ผิดชอบ และแนวปฏิบัติอยางชัดเจน การพัฒนาแผนมแี นวทาง คอื

● ดำเนินการสำรวจเอกสาร เพอ่ื หาสภาพปจจุบัน ปญ หา และแนวทางแกไ ขปญ หา (ดูรายละเอียดเกีย่ วกบั การ
สำรวจเอกสารในบทที่ 6)

● ระบุเอกสารสำคญั ที่สดุ ขององคก าร ทจี่ ำเปน ตอ งไดร บั จัดลำดบั ความสำคญั ในการสงวนรกั ษาเปนพิเศษ
● รางนโยบายการสงวนรักษา ใหสอดคลอ งกับวิสยั ทัศน พันธกจิ ของสถาบัน
● รา งแผนการสงวนรักษา
● รา งแผนรับมือเหตฉุ ุกเฉนิ
● ปรบั ปรงุ แกไข และประกาศใชโดยผูมีอำนาจ

254 การจัดการเอกสาร | Records Management

สรปุ

การดำเนนิ งานเอกสารส้นิ กระแสการใชง าน เปนหลกั ปฏิบตั ิสำคัญในระดบั งานสารบรรณ ท่ีประกอบดวย การกำจัดเอกสาร
การบริหารงานจดหมายเหตุ และการสงวนรักษาเอกสาร ซึง่ ลวนแตมคี วามสัมพนั ธกนั อยา งใกลช ดิ การกำจัดเอกสาร กเ็ พ่ือ
ลดปญหาดา นสถานที่จัดเกบ็ เอกสาร ลดปริมาณเอกสารทม่ี ีมากเกินไป ลดภาระคาใชจา ยในการจัดเก็บและดูแลรกั ษา
เอกสารท่ีจำเปน ตอ งเกบ็ และเพ่ือเพิม่ ประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานตามความมงุ หมายขององคการ เอกสารทไ่ี มมีคุณคา
จะไดร บั การกำจดั อยา งถูกวิธี และเอกสารทม่ี คี ณุ คาอยางตอเนอ่ื งจะไดร ับการดูแลรักษา ตามหลักวชิ าการจดหมายเหตุ
ตลอดจนสงวนรักษาเอาไวเ พ่ือเปนมรดกทางวฒั นธรรมตอ ไป
เปนที่นา สงั เกตวา ในทางปฏิบตั ิ โดยเฉพาะอยา งยงิ่ งานสารบรรณของหนวยราชการไทย แมจะมกี ารกำหนดขนั้ ตอนการ
ดำเนนิ งานเกี่ยวกบั เอกสารส้นิ กระแสการใชง านเอาไวอยางละเอยี ดในระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ แลว กต็ าม แตล ะ
หนวยงานมกั เผชิญปญ หาคลายๆกนั คอื ไมสามารถจดั ทำบัญชีขอทำลายเอกสารไดค รบถว น เหมาะสม แลว เสรจ็ ตามเวลา
หรอื อายทุ ี่กำหนด คณะกรรมการพิจารณาทำลายเอกสาร ลา ชา ไมส ามารถตัดสนิ ใจไดอยา งรอบครอบ รดั กมุ และเดด็ ขาด
หอจดหมายเหตแุ หงชาติไมไดรบั ความรว มมือจากสวนราชการในการสง บัญชขี อทำลายเอกสารมาใหพ จิ ารณา และถึงแมจะ
ไดร ับความรวมมือ ก็เปน เรื่องยากท่ีหนว ยงานขนาดเลก็ มบี ุคคลากรจำนวนนอย อยา งสำนกั หอจดหมายเหตแุ หง ชาติ จะ
สามารถพจิ ารณาบัญชีฯจาก 20 กระทรวง ซึ่งประกอบดว ยกรมตา งๆอกี รบั รอ ยไดแ ลวเสร็จภายใน 60 วัน นยี่ งั ไมรวมถงึ
ปญ หาตา งๆที่จะตามมาเมือ่ เอกสารของหนว ยงานราชการอยใู นรูปดิจทิ ัล ในขณะที่โครงสรา งพืน้ ฐานสำหรบั การจดั เก็บ โอน
ยาย สงวนรกั ษา ยงั ไมเพียงพอ ปญ หาเลา น้ีควรไดร บั การแกไขอยางจรงิ จัง โดยตอ งอาศยั หลายฝา ยเขามารวมกนั พรอมกัน
น้นั ตอ งยกระดับงานสารบรรณใหก ลายเปน การจัดการทรพั ยากรเชงิ กลยทุ ธขององคการอยา งแทจ ริง

คําถามทบทวนทา้ ยบท

● การจัดการเอกสารส้ินกระแสการใชงานมีกิจกรรมสำคัญอะไรบา ง
● หอจดหมายเหตุตางจากศนู ยเ อกสารในประเด็นใดบาง

การดาํ เนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 255

บรรณานุกรม

วศิ ปตย ชยั ชวย และยศสั วิน บญุ ชว ย. (2552). การสงวนรักษาเอกสารจดหมายเหตุประเภทภาพถายดจิ ทิ ลั , วารสาร
มนษุ ยศาสตรสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยทักษณิ , 3 (2), 200-223.

สมสรวง พฤตกิ ุล. (2539). หลกั และแนวปฏบิ ตั งิ านจดหมายเหตุสำหรับภาครัฐและเอกชน. โรงพิมพม หาวิทยาลยั
สุโขทยั ธรรมมาธิราช.

สถาบนั ทป่ี รกึ ษาเพื่อพฒั นาประสทิ ธภิ าพในราชการ.(2533). คมู อื ปรับปรงุ งานสารบรรณ. สำนักงาน ก.พ.
Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
Hunter, G. S. (2020). Developing and maintaining practical archives. (3rd ed.). ALA Neal-Schuman.
International council on archives. (2011). ISAD(G): General international standard archival description -

second edition. https://www.ica.org/en/isadg-general-international-standard-
archival-description-second-edition
IRMT. (1999). Managing archives. The international records management Trust.
https://www.irmt.org/documents/educ_training/public_sector_rec/IRMT_manage_archives.pdf
Millar, L. A. (2017). Archives: principles and practices.(2nd ed.). ALA Neal-Schuman.
Read-Smith, J. & Ginn, M. L. (2007). Records management. Ohio: Thomson South-Western.
Shepherd, E. & Yeo, G. (2003). Managing records : a handbook of principles and practice. Facet.
Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.
Smith, K. (2007). Public sector records management: a practical guide. Ashgate.

256 การจดั การเอกสาร | Records Management

ตอนที 4

ประเด็นและแนวโน้ม
การจัดการเอกสารในยุคดิจทิ ลั

257

258 การจดั การเอกสาร | Records Management

บทที 12

เอกสารอิเล็กทรอนิกส์

วัตถุประสงค์ของบท

● อธิบายลกั ษณะของเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส/ดิจิทัล
● จำแนกระบบสารสนเทศสำหรบั จัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส
● ระบฟุ งกช นั การทำงานของระบบเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส

ความนํา

ปจ จุบนั หนว ยงานตางๆนำเอาอปุ กรณด จิ ิทัลมาใชเ ปนเครื่องมอื ในการทำงานอยา งแพรหลาย ดว ยความสะดวก รวดเร็ว ใช
งานงาย ทำใหเกิดเอกสารดิจทิ ลั ข้นึ เปน จำนวนมาก แมวา โดยหลักการแลว เอกสารดิจิทัล มคี ุณลักษณะพนื้ ฐานไมตางจาก
เอกสารแบบดงั้ เดิม แตใ นรายละเอียดของกระบวนการจดั การยอ มมีความแตกตางอยางแนนอน เอกสารดิจิทัล จำเปนตอ ง
ใชระบบสารสนเทศสำหรับการจดั การโดยเฉพาะ จึงจะสามารถบรหิ ารและใชป ระโยชนจ ากเอกสารในฐานะทเี่ ปน ทรัพยากร
เชงิ กลยทุ ธไดอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ และสำหรับสวนราชการในประเทศไทย ก็มรี ะเบยี บฯทกี่ ำหนดใหแ ตละหนวยงานตอ งมี
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส เพอื่ บริหารเอกสารของรฐั และอำนวยความสะดวกในการตดิ ตอราชการของประชาชน
สำหรบั บทน้ีจะกลา วถงึ เอกสารดิจิทัล และระบบท่ีใชส ำหรบั จัดการ ตลอดจนเสนอวาระบบควรมีฟง กช ันการทำงานอะไร
บา ง

ระบบจัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์ 259

เอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์/ดจิ ิทลั

คำวา “เอกสารอิเล็กทรอนิกส” (Electronic records) และ “เอกสารดจิ ิทัล” (Digital records) มคี วามหมายใกลเคียงกัน
และใชแ ทนกันได เพราะคำวา “เอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส” มคี วามหมายครอบคลมุ ถงึ สารสนเทศทป่ี ระมวลผลดว ยแอนะล็อก
คอมพวิ เตอร (Analog computer) และดจิ ิทลั คอมพิวเตอร (Digital computer) แตเมื่อกลา วถึง “เอกสารอเิ ล็กทรอนิกส”
คนสว นใหญก ม็ กั จะนกึ ถงึ เอกสารทแี่ สดงผลบนหนา จอดิจทิ ัลคอมพวิ เตอร ไมวา จะเปน คอมพวิ เตอรสวนบคุ คล, พาลม ทอ็ ป
คอมพวิ เตอร, โนตบุกคอมพวิ เตอร, โนตแพดคอมพวิ เตอร, แล็ปทอ็ ปคอมพิวเตอร หรอื โทรศพั ทม อื ถอื ซึ่งใชร ะบบดจิ ทิ ลั
และเรยี กเอกสารน้นั วา “เอกสารดจิ ทิ ลั ” ไปโดยปรยิ าย สำหรบั หนังสือนี้จะใชท ้งั คำวา “เอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส” และ
“เอกสารดจิ ทิ ัล” ในความหมายเดยี วกนั

มอี งคการและนกั วิชาการ ไดใ หค ำนยิ ามของเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส/ ดิจทิ ัล เอาไวด ังตัวอยา งตอไปนี้

ตาราง12.1 นยิ ามของเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส/ดิจิทลั

ผใู หนยิ าม นยิ าม

The international records เอกสารท่ีจัดทำ, กอเกิด, สง , ส่อื สาร, รับ หรอื จัดเก็บ ดวยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส และ
management Trust ตองใชเทคโนโลยคี อมพวิ เตอรเ พอ่ื เขาถงึ และใชงาน
(IRMT, 2009)

The U.S. national archives สารสนเทศใดๆ ท่ีบันทึกไวในรปู แบบทคี่ อมพิวเตอรประมวลผลได สำหรับเอกสาร
and records administration: อเิ ลก็ ทรอนิกสของรัฐบาลกลางไมจำเปนตองเก็บไวในระบบงานสารบรรณ
(NARA, 2019) (Recordkeeping system) เสมอไป แตอาจอยใู นระบบสารสนเทศอิเล็กทรอนิกสท ่วั ไป
หรือจัดทำขน้ึ โดยแอปพลเิ คชัน เชน การประมวลผลคำหรือจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส กไ็ ด

Society of American archivists ขอ มลู หรือสารสนเทศทถ่ี ูกนำเขา สรู ะบบอตั โนมตั ิ และทำใหเปนระเบยี บ เพ่อื การเก็บรักษา

(SAA, 2021) และการจดั การ ซ่งึ จำเปน ตองใชร ะบบอตั โนมตั เิ พอื่ แสดงผล ใหบุคคลสามารถอา น

ทำความเขาใจได

The national archives United เอกสารท่ีสรา งขึ้นในรูปแบบดิจิทัล สว นใหญเปนเอกสารแบบขอ ความ เชน เอกสาร

Kingdom (2021) ประมวลผลคำ สเปรดชีต สไลดก ารนำเสนอ และไปรษณียอ เิ ล็กทรอนกิ ส และยงั เปนวดิ ีโอ

โมเดล 3 มิติ และภาพถายไดอ กี ดวย

Kelvin Smith (2007) เอกสารทจ่ี ัดทำขึ้น, บรรจไุ ว หรือ สง ผา นโดยวิธอี เิ ล็กทรอนิกส มากกวา วิธที างกายภาพ
และตรงตามนิยามของ “เอกสาร” โดยทวั่ ไป เอกสารอาจประกอบดวยวตั ถหุ นง่ึ หรอื หลาย
รายการกไ็ ด เชน เว็บเพจ, ไฟล, โฟลเดอร, ไปรษณียอเิ ล็กทรอนกิ ส

Robert F. Smallwood (2013) เอกสารที่บันทกึ ไวใ นรปู แบบท่ตี อ งใชค อมพวิ เตอรหรือเครื่องอนื่ ๆเพ่ือประมวลผลและดู
โดยเอกสารนั้นเปน ไปตามนิยามทางกฎหมายหรือทางธรุ กิจ

260 การจัดการเอกสาร | Records Management

เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสไ มวา จะเปนไฟลภาพ เสยี ง ขอ ความ ลว นประกอบข้นึ จากบิต (Bit) ซงึ่ เปน หนว ยทเ่ี ลก็ ที่สดุ ของขอมลู
ที่จดั เกบ็ ในระบบคอมพิวเตอร แทนดว ยเลขฐานสองที่มีสถานะเปน 0 กบั 1 เกดิ ข้ึนโดยการปอนคำสั่งหรือขอ มูลเขาสูระบบ
คอมพิวเตอรดวยอุปกรณต างๆ เชน คียบอรด การแสกน การสมั ผัสหนา จอ อาจแบงเอกสารอิเล็กทรอนิกส ไดเ ปน 2
ลักษณะใหญ (IRMT, 2009; Franks, 2018; SAA, 2021) คอื

1) เอกสารที่เปนดิจทิ ลั ตง้ั แตกำเนดิ (Born digital) เชน ภาพถายจากกลองถายภาพดิจทิ ลั ไฟลโปรแกรมประมวล
ผลคำ ไฟลจากเครอ่ื งบนั ทกึ เสยี งดิจทิ ลั

2) เอกสารท่ีทำใหกลายเปนดจิ ิทัล (Reborn digital / Born analog) ดว ยการแสกน ถายภาพ หรอื เทคนคิ วธิ อี ่ืนๆ

Luciana Duranti & Heather MacNeil (1996) อธบิ ายลักษณะของเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส โดยใชก รอบแนวคิดเรอื่ ง
การศกึ ษาวเิ คราะหเอกสาร (Diplomatic) วา เอกสารอิเล็กทรอนกิ ส กม็ ลี กั ษณะเชนเดียวกับเอกสารแบบดั้งเดิม คือ
ประกอบดว ย

● สอื่ (Medium) ทบ่ี ันทกึ ขอความหรอื เนือ้ หาสาระ
● รปู แบบ (Form) กฎเกณฑท ่ใี ชส ำหรับแสดง หรือสื่อสารเนื้อหาสาระ
● บุคลากร (Persons) ทดี่ ำเนนิ การ หรือกระทำการเกี่ยวกบั เอกสาร
● การกระทำ (Action) ตามเจตนาหรอื หนาที่ ไมว า จะเปน การจัดทำเอกสาร การดูแล การเปลยี่ นแปลง การทำลาย
● บริบท (Context) กรอบกฎหมาย การดำเนินการตางๆ
● พันธะทางจดหมายเหตุ (Archival bond) คอื ความสมั พันธท เี่ ชอื่ มโยงเอกสารแตละชดุ เขาไวด วยกันภายใต

กจิ กรรมเดยี วกัน
● เน้อื หาสาระ (Content) คือ ขอความ สารสนเทศทบ่ี ันทึกไวใ นเอกสาร

โดยหากตอ งการใหเ อกสารอิเล็กทรอนกิ สม คี วามนา เชือ่ ถือ (Reliable) และรกั ษาความจรงิ แท (Authentic) เอาไว จำเปน
ตอ งผนวกองคประกอบเหลาน้ไี วด ว ยกันเพอื่ ใหจ ดั การได

สมาคมนกั จดหมายเหตุอเมริกนั (SAA, 2021) ก็ระบใุ นทำนองเดยี วกนั วา เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสอ าจมีลกั ษณะคลายกบั
เอกสารกระดาษ เชน ไปรณยี อ ิเล็กทรอนกิ ส คลา ยกบั จดหมาย รายงานจากโปรแกรมประมวลผลคำ คลายกบั รายงานจาก
การตพี ิมพ แตใ นขณะเดียวกนั กอ็ าจมลี กั ษณะท่ซี บั ซอ นกวา เชน ฐานขอ มูล และระบบสารสนเทศทางภมู ศิ าสตร (GIS)

ปจ จุบันเปนที่ยอมรบั กันในทางกฎหมายวา เอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส สามารถใชง านและมผี ลทางกฎหมายไดเ ชนเดียวกบั
เอกสารแบบดง้ั เดมิ ท่ีเปน กระดาษ พระราชบัญญัติวาดวยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส พ.ศ. 2544 ระบไุ วใ นหมวด 1 วา
“ในกรณีทก่ี ฎหมายกำหนดใหการใดตอ งทำเปนหนงั สือ มีหลักฐานเปนหนังสอื หรอื มเี อกสารมาแสดง ถาไดม ีการจัดทำ
ขอความขึ้นเปนขอมูลอเิ ล็กทรอนกิ สทสี่ ามารถเขา ถึงและนำกลบั มาใชไ ดโดยความหมายไมเปล่ียนแปลง ใหถือวา ขอความ
น้ันไดท ำเปน หนงั สือ มหี ลกั ฐานเปน หนังสอื หรอื มเี อกสารมาแสดงแลว” (มาตรา 8) ทัง้ นกี้ ฎหมายดงั กลาวไดร ะบุอยาง

ระบบจดั การเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 261

ชัดเจนวา “หา มมใิ หปฏเิ สธความมีผลผูกพันและการบังคับใชทางกฎหมายของขอความใดเพยี งเพราะเหตทุ ่ีขอ ความนั้นอยู
ในรปู ของขอ มูลอเิ ล็กทรอนกิ ส” (มาตรา 7)

ความท้าทายของการจัดการเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส์

เอกสารแบบดง้ั เดมิ ที่เปนกระดาษนั้น สามารถสังเกตเห็นสาระและรองรอยหลักฐาน, การประทบั ตรา, ลายมือช่ือ, การ
เกษียน ที่เกีย่ วโยงไปยงั ธุรกรรมตา งๆไปพรอมกัน แตลกั ษณะดังกลา วไมสามารถสังเกตไดอ ยา งชัดเจนในเอกสาร
อิเลก็ ทรอนกิ ส ทง้ั ยงั ดเู หมอื นวา เปนเอกสารทไ่ี มถาวร (Transitory), ไมม่ันคง (Insubstantial), ไมม โี ครงสรางทชี่ ัดเจน
(Unstructured) และเนือ้ หายงั ขึน้ อยกู ับเทคโนโลยที ี่ควบคมุ เอกสารอกี ดว ย (Yusuf & Chell, 2005) ลักษณะของเอกสาร
อิเล็กทรอนิกสท ี่แตกตา งจากเอกสารด้ังเดิมประการสำคญั คือ การสราง, จดั เกบ็ , ใชงาน, อา น, แกไ ข ตองอาศยั อุปกรณ
อิเลก็ ทรอนิกสแ ละเทคโนโลยดี จิ ิทัลทัง้ สิน้ ดงั นั้นการเก็บรกั ษาเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส จงึ ไมใ ชแ คการเกบ็ สือ่ บันทึกหรือไฟล
เอกสารนน้ั หากตอ งคำนึงถึงซอรฟ แวร ฮารดแวรสำหรบั เปด อา นและใชงานเอกสารดว ย รวมท้งั การวางแผนในกรณีการ
เปลี่ยนรนุ (Version) เพือ่ ใหสามารถเขาถงึ และคน คนื เอกสารตราบเทาทีก่ ำหนดอายไุ วไ ด

เอกสารอิเล็กทรอนกิ ส มขี อไดเ ปรียบเอกสารแบบด้งั เดมิ ในแงการประหยัด (Smallwood, 2013; Franks, 2018) คือ

1) การประหยัดตนทนุ (Cost savings) ในการจดั ทำ แกไ ข จดั หมวดหมู ใชงาน
2) การประหยดั เวลา (Time savings) ในการทำสำเนา จดั สง ที่งา ย สะดวกรวดเรว็
3) การประหยดั พ้ืนทจี่ ัดเก็บ (Building space savings) ทไี่ มต องอาศยั อาคาร ช้ันวาง กลอง แฟม

องคก ารสามารถใชเ อกสารดจิ ทิ ลั เปน เครื่องมอื พน้ื ฐานของการทำงาน ตดิ ตอ ส่ือสาร สง่ั การ ทำงานรว มกันไดท ุกที่ ทุกเวลา
สอดคลองกบั กลยุทธการเปลีย่ นแปลงทางดิจทิ ัล (Digital transformation: DX) ที่ทำใหร ปู แบบการทำงานเปลี่ยนไป เชน
การทำงานจากท่ีบา น (Work from home) พนกั งานสามารถสรา งเอกสารจากทีพ่ ัก สง เขา เกบ็ ไวใ นระบบคลาวดของบรษิ ัท
ใหผูบริหารหรอื ผจู ัดการสามารถเปดใชง าน และลงลายมอื ชอื่ อิเล็กทรอนิกสไ ด ในบางหนวยงานกำหนดเปน นโยบายวา ให
จดั ทำเอกสารดิจิทลั เปน หลกั (Digital-first) สว นเอกสารกระดาษจดั ทำในกรณีจำเปนเทา นั้น

ปจ จบุ ันในหลายประเทศ ยอมรบั การใชเ อกสารดิจทิ ลั และระบบจัดการเอกสารดจิ ทิ ัล ใหม ผี ลทางกฎหมายเชน เดียวกบั
เอกสารแบบดง้ั เดมิ เชน ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ไดดำเนนิ การปรบั ปรุงการจัดการเอกสารภายในรฐั บาลกลางสหรัฐ ตาม
บนั ทกึ ความเขาใจประธานาธบิ ดี เรือ่ ง การจัดการเอกสารของรัฐบาล (Presidential memorandum-managing
government records) ในป ค.ศ.2011 เพอ่ื ใหบรรลุเปาหมาย คอื ภายในปค.ศ. 2016 ตองจัดการเอกสารทเี่ ปน ไปรษณยี 
อเิ ลก็ ทรอนกิ สท ัง้ แบบถาวรและชัว่ คราวใหเขา ถงึ ได ภายในปค.ศ.2019 ตองจัดการเอกสารท้ังหมดในรปู แบบอิเลก็ ทรอนิกส
(Franks, 2018) และภายในป ค.ค.2022 หอจดหมายเหตุแหงชาตสิ หรัฐอเมรกิ า จะไมรบั โอนเอกสารจากหนว ยงานของรัฐ
ในรปู แบบแอนะลอ็ กอกี ตอ ไป โดยจะรับเฉพาะเอกสารในอิเล็กทรอนกิ สพรอ มดว ยขอมูลอภพิ นั ธุที่เหมาะสมตามขอ กำหนด
เทา นนั้

262 การจัดการเอกสาร | Records Management

สำหรบั ประเทศไทยแมจ ะมีการออกระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรวี าดวยงานสารบรรณ (ฉบบั ที่2) พ.ศ.2548 กำหนดให
หนวยงานของรัฐ สามารถใชห นังสอื อเิ ล็กทรอนกิ สและระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส ไดเ ชนเดียวกับเอกสารรปู แบบด้งั เดมิ
แตหนว ยงานสว นใหญย ังคงใชเอกสารกระดาษเปน หลกั เชนเดิม จนกระทั่งในปพ.ศ.2564 รัฐบาลไดมีความพยามใหห นวย
งานของรัฐเปลี่ยนมาใชร ะบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสอ ยา งจรงิ จงั โดยกำหนดเรอื่ งระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สไวเ ปน
หมวด 5 ในระเบยี บฯ วา ดว ยงานสารบรรณ (ฉบับที4่ ) พ.ศ.2564 ใหก ารติดตอราชการดำเนินการดวยระบบสารบรรณ
อิเลก็ ทรอนิกสเ ปน หลัก ทำใหห นวยงานของรัฐเริ่มปรบั ตวั มากขน้ึ เชน มหาวทิ ยาลัยขอนแกน ไดม บี นั ทึกขอความท่ี อว
660201.1.1/ว 595 ลงวันท่ี 4 สิงหาคม 2564 เร่ือง เปล่ยี นแปลงแนวปฏบิ ัติการใชลายมอื ชอื่ ดจิ ทิ ัล และการจัดสง เอกสาร
ท่ีลงลายมอื ชื่อดจิ ทิ ลั แจง ใหส วนงาน/หนวยงาน สามารถจัดทำหนังสอื หรอื เอกสารตางๆ ในรปู แบบอิเลก็ ทรอนิกสและลง
นามดว ยลายมือชือ่ ดจิ ิทลั ไดท กุ กรณี

อยา งไรกด็ หี ลายหนว ยงาน ตลอดจนผปู ฏบิ ัติงานเอกสารก็ยังกงั วลใจในประเด็นเรือ่ งความจรงิ แท และความนาเชื่อถอื ของ
เอกสาร รวมถึงความเสยี่ งตอ การสูญหายหรือถกู ทำลายไดงา ยเชน กนั ดงั น้ันจงึ เปนประเด็นสำคญั ที่องคการตอ งสรางกลไก
การจัดการเอกสารดจิ ทิ ัลที่มีประสิทธภิ าพและเหมาะสม เพ่ือใหเ อกสารมีคุณภาพ คงความเปนพยานหลกั ฐานของการกระ
ทำไดอ ยางครบถว น และสรางความเชือ่ มนั่ ใหก ับผใู ชงานทุกระดบั

ในยุคนอ้ี งคก ารตองเผชิญกบั ความทาทายของการจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ สหลายประการ ไดแก (Smallwood, 2013;
Franks, 2018; วิศปต ย ชัยชว ย, 2559)

● การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย ทเ่ี ก่ียวขอ งกบั เอกสารอเิ ล็กทรอนิกส เชน พรบ.จดหมายเหตแุ หง ชาติ, พรบ.ขอ มูล
ขาวสารของราชการ, พรบ.คมุ ครองขอ มูลสว นบุคคล, พรบ.วา ดวยการกระทำความผิดเกย่ี วกับคอมพิวเตอร ฯลฯ
ทำใหองคก ารแตล ะแหง ตองปรบั ปรุงแกไขนโยบายและกระบวนการทำงานใหส อดคลอ งกบั กฎหมายดงั กลา ว

● ตน ทุนในการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย (Compliance cost) คือ บรรดาคา ใชจ า ยอันเกดิ จากการท่ีประชาชน องคก าร
หรือผปู ระกอบการ มีหนา ทต่ี อ งทำตามบทบญั ญตั ิของกฎหมาย เชน การรวบรวมขอมูล, การประมวลผลขอ มูล,
การนำขอมลู มาจัดทำเปน รายงาน, การเสนอรายงานตอ ผมู ีอำนาจ อันเปน ตน ทนุ ในการประกอบการ
(Administrative burden: AB) ท้ังสน้ิ โดยสว นใหญแ ลวแผนงานจัดการเอกสาร (RMP) มกั ไมไดสรา งรายไดใ ห
กับองคการ ขณะเดยี วกันบุคลากรกม็ จี ำนวนนอย จงึ เปนความทา ทายสำหรับผบู รหิ ารในการสรางสมดุลของงบ
ประมาณกับการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย

● การกำกับดูแลสารสนเทศในองคก าร ทอี่ งคการตองเพ่ิมขอกำหนดเกี่ยวกบั การกำกับดแู ลสารสนเทศไมวาจะ
เปน ทางความโปรงใส การดำรงหลกั นติ ิรัฐ และแสดงภาระรบั ผิดชอบตามหนา ที่ อนั เปนผลตอเน่ืองจากการ
เปลีย่ นแปลงทางกฎหมาย และมาตรฐานตางๆ

● การจดั การตารางกำหนดอายุเอกสาร เมอ่ื องคการตอ งจดั การทงั้ เอกสารแบบด้งั เดิมและเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
ซงึ่ แตกตางกันในแงกายภาพ ในขณะเดยี วกันกฎหมายและการกำกับดูแลสารสนเทศกป็ รับเปล่ยี นไปจากเดิม สง

ระบบจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 263

ผลกระทบตอ ระยะเวลาการเกบ็ รักษาเอกสาร เชน ระเบยี บสำนกั นายกรัฐมนตรี วา ดวยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 4)
พ.ศ. 2564 กำหนดใหเ ก็บหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สไ วต ลอดไป โดยไมมีอายกุ ารเก็บหนงั สอื ซึง่ ยอมตามมาดว ย
กระบวนการสงวนรักษาแบบดิจิทัล พ้นื ทีแ่ ละเทคโนโลยีสำหรบั การจัดเกบ็ แบบถาวร (Archiving)

● การเปล่ียนของแพลตฟอรมดจิ ทิ ัลในการสง และจดั เกบ็ สารสนเทศ ไมว า จะเปนการประมวลผลแบบคลาวด,
คอมพวิ เตอรพกพา, เว็บ2.0, สอ่ื สงั คม ทำใหเ กดิ เอกสารดจิ ิทัลในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งนักจดั การเอกสารตอ งรู
เทาทัน ตลอดจนคาดคะเนแนวโนมเทคโนโลยี เพ่ือใหสามารถรกั ษาความสมบรู ณ ความนา เชือ่ ถือของเอกสารเอา
ไวไ ด

● ความปลอดภยั การเกบ็ รกั ษาและปองกันเอกสารขององคก ารเปนสิ่งสำคัญย่ิง เพราะเอกสารดิจิทัลมคี วามเส่ียง
ตอ การจารกรรมขอ มูลโดยแฮกเกอร แตผ ูใชง านก็ตองมสี ทิ ธ์ิเขา ถึงเอกสารอยางสมเหตุสมผลเพอื่ ดำเนินภารกิจใน
แตล ะวัน แตละหนวยงานจงึ ตองพยามหาสมดลุ ระหวา งความจำเปนในการเขาถึงเอกสาร กบั ความจำเปนในการ
ปอ งกนั รักษาความปลอดภัยของเอกสารใหไ ด

● การพ่ึงพาเทคโนโลยดี ิจทิ ลั และแผนกไอที การจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนิกสจ ำเปนตอ งอาศยั เทคโนโลยดี จิ ิทลั
และบคุ ลากรจากแผนกไอทเี ขามาเกยี่ วขอ ง บางองคการอาจวา จางงานจากภายนอกมาพฒั นาระบบ RMS อยางไร
กด็ บี ุคลากรทางไอทีมกั เชีย่ วชาญเชิงเทคนคิ มากกวามมี ุมมองทางการจดั การเอกสาร ฉะนนั้ นกั จดั การเอกสารของ
องคก ารจงึ ตองพยายามสรา งความเขาใจ และทำงานรวมกบั แผนกไอทอี ยางใกลชิด ตลอดจนเรียนรูเทคโนโลยีใหม
ไปพรอ มกัน

● การปฏบิ ัตติ ามขอ กำหนดของผูใชง าน ในแตล ะแผนก พนกั งานมักดำเนินงานเอกสารตามแนวทางของตนเอง
เพอ่ื ความสะดวกหรือความเคยชิน เชน การตั้งชื่อไฟล การบนั ทึก จดั เก็บ ซึง่ แตกตางจากแนวทางของ RMP การ
ทำใหผใู ชจากแผนกตา งๆในองคก รปฏิบตั ิขอกำหนด กฎ ระเบยี บการทางการจดั การเอกสาร อยา งสมำ่ เสมอเปน
งานทีย่ งุ ยากและไมส ิน้ สดุ แตส ามารถทำไดดว ยการฝกอบรมอยา งเปน ระบบและการเสริมแรงอยา งตอเน่อื ง

ระบบจัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์

การจัดการเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส (Electronic records management: ERM) คอื การนำระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สมาจดั การ
เอกสารทง้ั หมด ไมวา จะเปน รปู แบบดิจิทลั หรือแบบดง้ั เดิม และอีกนัยหน่ึง ERM หมายถึง ระบบอิเล็กทรอนกิ สท ่ีนำหลกั
การจัดการเอกสารมาประยกุ ตใ ช (ARMA International, 2016) ERM ชว ยใหองคการมสี มรรถนะสงู มคี วามสามารถใน
การกำกบั ดแู ลสารสนเทศ ลดความเสี่ยงของการปฏิบตั ติ ามขอกำหนดหรอื ผลทางกฎหมาย การลงทนุ ใน ERM จงึ เปนการ
ลงทนุ ในระบบกระบวนการทางธุรกิจทใ่ี หผ ลตอบแทนในแงการสนับสนนุ ใหการทำงานมีประสทิ ธิภาพ

ERM มปี ระโยชนต อองคการ สรปุ ไดดงั นี้ (Joseph, 2008; Smallwood, 2013)

264 การจัดการเอกสาร | Records Management

● ควบคมุ เอกสารได ERM ทม่ี ีประสทิ ธภิ าพจะสามารถควบคุมการสรา งเอกสารเทา ทจี่ ำเปนและเพียงพอตอ การ

ดำเนินธรุ กิจ ดว ยตนทุนทเี่ หมาะสม เก็บรกั ษาเอกสารทจี่ ำเปน และทำลายเอกสารที่ไรป ระโยชน เพื่อมใิ หเปน

ภาระในการดูแลรกั ษา ซงึ่ ทำใหการเติบโตของเอกสารในทุกรปู แบบมเี สถียรภาพ

● รองรับเทคโนโลยกี ารจดั การเอกสารใหม การลงทุนในระบบคอมพิวเตอรอ ยา งเดียว ไมส ามารถแกป ญ หาการ

ดแู ลเอกสารได เวนเสยี แตจ ะมีการวเิ คราะหร ะบบการเกบ็ เอกสาร และมีการยกเคร่อื งแกไ ขกอนทจ่ี ะนำระบบ

อตั โนมตั มิ าใช ERM ทีด่ ชี ว ยใหอ งคการมีความสามารถในการรบั เอาเทคโนโลยีใหมๆ และใชประโยชนอยางเต็มที่

● ปกปอ งเอกสารสำคัญทสี่ ดุ ขององคก าร ไมว า องคการภาครัฐและเอกชนตางก็มคี วามเส่ยี งทเ่ี อกสารและ

สารสนเทศสำคัญจะสญู หายจากภยั พบิ ตั ิตางๆ ดังนน้ั จึงตองการระบบท่ีปอฃกัยความเสีย่ งนั้นท้ังส้ิน โดยเฉพาะ

ความเส่ยี งในยคุ ดจิ ิทัล ทเี่ อกสารสูญหายไดงา ย ถูกจารกรรมไดง า ย ERM ทอี่ อกแบบมาเปน อยางดจี ะชว ยรักษา

ความสมบรู ณและปองกนั ความลับของเอกสารทส่ี ำคญั ที่สดุ ในฐานะท่เี ปน สินทรัพยสารสนเทศ แบบหนึ่ง

● รกั ษาความทรงจำรวมขององคก าร (Coperate memory) เอกสารเปนผลมาจากการกระทำตามหนา ท่ีความรับ

ผิดชอบในแตล ะกจิ กรรม เมื่อสัง่ สม สืบทอดตอมากก็ ลายเปน ความทรงจำรว มทสี่ ะทอ นถงึ บทเรยี น ความสำเรจ็

ความลม เหลวขององคการได ซงึ่ เปน สินทรัพยท ่ีไมส ามารถหาไดจ ากทอี่ น่ื ยกเวนการดูแลรักษาภายในองคการเอง

ERM จงึ เปน เงือ่ นไขสำคัญของการรักษาเอกสารใหเ ปนความทรงจำรวมเอาไวใหม ากทส่ี ุด และครบถวนทีส่ ุด

● สง เสริมความเปนมอื อาชพี ในการดำเนนิ งาน การท่ีองคก ารมีการจดั เอกสารอยางเปนระบบ คนหาไดง าย ยอม

สรา งภาพลกั ษณท ่ีดตี อลกู คาและสาธารณชน เปนสภาพแวดลอ มการทำงานทด่ี ีของพนักงาน ทำใหเกดิ ความ

มัน่ ใจตอองคการ

การจัดการทงั้ เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสจำเปนตองใชร ะบบสารสนเทศเปนเครื่องมือ เพ่อื อำนวยความสะดวกใหบคุ ลากรเขาถงึ
สารสนเทศไดดขี ึ้น ลดตน ทนุ ลดเวลาในการคนหาเอกสาร รกั ษาความลับและความปลอดภยั ของเอกสารสำคญั ทส่ี ดุ ของ
องคการ ปรับปรงุ ประสทิ ธภิ าพการทำงานของผปู ฏิบตั ิงาน เพิ่มความม่นั ใจในการทำงานใหส ามารถตัดสนิ ใจไดถ ูกตอ ง
แมนยำ สนบั สนุนใหก ระแสงาน (Workflow) ราบรน่ื คลองตวั ย่งิ ขน้ึ ทำใหองคการใชประโยชนจากทรพั ยากรสารสนเทศ
ไดอยางมีประสทิ ธิภาพมากขน้ึ จากทใ่ี ชระบบด้ังเดิม มีชอ่ื เรียกระบบสารสนเทศและโปรแกรมประยุกต ทใี่ ชส ำหรบั จัดการ
บรรณสาร-เอกสารขององคการอยา งหลากหลาย บางชือ่ ทมี่ ีความหมายตรงกัน ใชแทนกันได ขณะที่บางชอื่ มีระดับขอบเขต
ที่แตกตางกนั (The archive-skills consultancy, 2004; Smith, 2007; Joseph, 2008; Smallwood, 2013; The
Ohio State University - university libraries, 2021) ดังน้ี

EDMS (Electronic document management system)

EDM/EDMS คอื ระบบสำหรับควบคุมบรรณสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ตั้งแตก ารจดั ทำ ตดิ ตาม ควบคมุ ฉบับ (Version control)
ทบทวนและอนมุ ัติ โดยนำซอรฟ แวรหรอื โปรแกรมประยุกตม าใช เพ่ืออำนวยความสะดวกตามกระแสงานหรอื กระบวนการ
ทางธุรกิจ ไมวา บรรณสารน้ันตอมาจะกลายเปนเอกสารหรือไมกต็ าม บรรณสารในระบบ EDMS มไี ดหลายฉบับ เชน ฉบับ
ราง, ฉบับสำเนา, ฉบบั ตรวจทาน ผูใชง านสามารถสามารถแกไ ข ลบ เปลน่ี แปลงได โดยไมต องใชต ารางกำหนดอายเุ อกสาร
ควบคมุ จำแนกไฟลโดยใชโครงสรา งโฟลเดอร (Folder structure) ซึง่ ผูใชง านในองคการสามารถสราง แกไ ขได รองรบั

ระบบจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 265

การทำงานตามกจิ วตั รประจำวนั เปนหลัก สว น DMS (Document management system) หมายถงึ ระบบที่ออกแบบ
มาเพ่อื จดั การบรรณสารทุกรปู แบบทงั้ กระดาษและดจิ ิทัล อยางไรกต็ ามเมอื่ กลา วถึง DMS สวนมากมักจะหมายถึง EDMS
นนั่ เอง

EDMS อาจมขี นาดเลก็ เปนระบบปฏิบตั ิการแบบเดี่ยว (Stand-alone OS) หรอื มีขนาดใหญที่ใชก ับเซริ ฟ เวอรท่ัวทั้งองคกร
กไ็ ด ขึน้ อยกู บั แตล ะผลติ ภัณฑข องผจู ัดทำหนา ยหรอื ผูพัฒนาระบบ EDMS บางผลิตภัณฑอาจบรู ณาการความสามารถใน
การจัดการเอกสารเขาไปดว ยก็ได ในกรณนี ี้ EDMS จะมคี วามหมายเทา กับ EDRMS

โดยท่ัวไปแลว EDMS มักสนบั สนนุ ความตอ งการทางธุรกิจแบบพืน้ ฐาน และไมครอบคลุมหนา ทก่ี ารจัดการเอกสารทั้งหมด
เชน การกำหนดอายเุ อกสาร การทำลายเอกสาร กลา วอกี นัยหนง่ึ คือิ เปน ระบบการจดั การในระดบั บรรณสาร
(Document level) ฟง กช นั การทำงานของระบบ EDMS มักครอบคลุม

● การสรา งบรรณสาร
● การควบคุมแกไขและเปลย่ี นแปลงฉบับตา งๆ
● การรบั สง ตดิ ตาม
● การประมวลภาพ (Image processing)
● การเกบ็
● การแสดงผลและการจดั ทำรายงาน
● การใหดรรชนี คน คืน
● สว นตอประสานกบั ระบบอ่ืน เชน ระบบกระแสงาน ระบบประมวลผลคำ

ERMS (Electronic records management system)

ERM/ERMS คอื ระบบที่ออกแบบสำหรบั จดั การเอกสารเปนหลัก โดยนำเขาบรรณสารอเิ ลก็ ทรอนกิ สม าผานกระบวนการ
ใหกลายเปนเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส และจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทอนิกสเหลานัน้ ตั้งแตเ ร่มิ ตน จนถึงทำลายตามวงจรชวี ิตเอกสาร
ชวยใหอ งคการสามารถดำเนนิ การใหเ ปน ไปตามทก่ี ำหนดไวตารางกำหนดอายเุ อกสาร

ERMS บางครง้ั เรียกวา โปรแกรมประยกุ ตจัดการเอกสาร (Records management application: RMA) หรือซอฟตแ วร
การจัดการเอกสาร ERMS อาจมขี นาดเลก็ หรอื ใหญไดเ ชน เดียวกับ EDMS แตต า งตรงท่ีไมส ามารถแกไขเอกสารหรอื เนื้อหา
ไดเม่อื จับเก็บ (Capture) เขาสรู ะบบ เพ่อื รกั ษาคณุ ลักษณะความจริงแท, ความคงท,ี่ แสดงถึงอำนาจหนาที่, ความเปน หน่ึง
เดียวของเอกสาร ERMS ตองมีองคประกอบสำหรบั การจัดการเอกสารใหค รบถวน คอื

● การดำเนินงานพืน้ ฐานตามงานสารบรรณ (Recordkeeping)
● การจัดหมวดหมู ทำดรรชนี ทำรายการขอมูลเมตา
● การกำหนดอายเุ อกสาร การประเมนิ คณุ คา
● การโอนยายและทำลายเอกสาร

266 การจดั การเอกสาร | Records Management

● การคนคนื การใหบ ริการ
● การปฏิบัตติ ามขอ กำนด กฎหมาย และการกำกับดแู ลสารสนเทศ
● การสวนรักษาเอกสาร หรอื เก็บถาวรไวเปน จดหมายเหตุ

ERMS อาจบูรณาการความสามารถในการจดั การบรรณสารเขา ไปดวยก็ได ในกรณีน้ี ERMS ก็จะมีความหมายเทา กับ
EDRMS

ตาราง12.2 เปรยี บเทียบระบบ EDMS และ ERMS

EDMS ERMS

● เปน ระบบจัดการระดับบรรณสาร ● เปน ระบบจัดการระดับเอกสาร
● มกั จะไมร วมแงมุมตามบริบทของเอกสาร ● ตองรวมแงมมุ ตามบริบทของเอกสารและความสัมพันธ
● อนญุ าตใหแกไ ขและ/หรือแกไ ขบรรณสารไดห ลายฉบบั
● อาจอนุญาตใหเจา ของลบบรรณสารได ระหวางกัน
● อาจรวมถงึ การควบคมุ การเกบ็ รกั ษา ● ปอ งกันไมใหเอกสารถูกแกไข
● อาจรวมถึงการจดั ประเภทบรรณสารและโครงสรา ง ● ปองกนั ไมใ หเอกสารถูกลบ ยกเวน เปน สวนหนึ่งของตาราง

การจดั เกบ็ ซึง่ อาจอยูภ ายใตก ารควบคมุ ของผูใช กำหนดอายเุ อกสาร
● มจี ุดมุงหมายเพื่อสนบั สนนุ การใชบ รรณสารในแตละ ● ตอ งมกี ารควบคมุ การเกบ็ รกั ษาอยา งเขมงวด
● ตองมกี ารจดั ตามแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสารและดแู ล
วันเพอ่ื วัตถปุ ระสงคทางธุรกิจหรือสารสนเทศเปนหลกั
โดยผูด แู ลระบบที่กำหนด
● อาจสนับสนุนการทำงานแบบวนั ตอวัน แตมีจุดมงุ หมายเพ่ือ

ใหเ ปน ที่เก็บขอ มูลทีป่ ลอดภยั สำหรับการเก็บรักษาและการ
เขา ถงึ เอกสารทางธุรกจิ ทม่ี ีความหมายเมื่อเวลาผานไป

EDRMS (Electronic document & records management system)

คือ ระบบที่บูรณาการฟง กช นั การทำงานของ EDMS และ ERMS เขาไวดว ยกัน ทำใหสามารถจดั การทง้ั บรรณสารและ
เอกสารอเิ ล็กทรอนกิ สไ ด ซอฟตแ วร EDRMS รุนใหมมักออกแบบมาใหม ฟี ง กชันการทำงานท่ีเช่อื มตอหรือเอ้อื ใหทำงานรวม
กบั ระบบสำนกั งานอตั โนมัตทิ ่วั ไป เชน การประมวลผลคำ, การแสกน, การจัดการไปรษณียอิเล็กทรอนกิ ส EDRMS เปน
เซตยอ ยของ ECMS และโดยปกตทิ ้งั สองระบบนี้มักมาจากผูผลิต/ผจู ดั จำหนายรายเดียวกนั

ECMS (Enterprise content management system)

CMS/ECM/ECMS คอื ระบบทร่ี วมชดุ เทคโนโลยแี ละรูปแบบการจัดการเนอ้ื หาเขาดว ยกัน เพอ่ื ใชใ นการจดั การ บำรงุ
สงวนรกั ษา และสงมอบเนือ้ หาสารสนเทศทกุ รูปแบบทว่ั ทง้ั องคก ร เชน เนื้อหาเว็บไปจนถงึ รายงาน ขอมลู ทางธุรกิจ โดยไม
จำกัดแคบรรณสารหรอื เอกสาร อาจกลาวไดว า ECCMS เปน ระบบหรอื ซอฟตแ วรท ี่พัฒนาตอเนอ่ื งมาจาก EDMS โดย
นอกจากมเี ครือ่ งมือทใ่ี ชใน EDMS และ ERMS แลว ECMS ยงั มีเคร่ืองมอื การทำงานรวมกัน (Collaboration tools)

ระบบจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส์ 267

เครือ่ งมอื จดั การสนิ ทรพั ยด ิจิทัล (Digital asset management tool) และเครอ่ื งมอื จัดการเนื้อหาเว็บ (Web content
management tools) อีกดวย

ECMS ครอบคลมุ องคประกอบหลกั ดังตอไปน:้ี

● การจัดการบรรณสาร สำหรบั ตรวจสอบ ตดิ ตาม ควบคมุ ฉบบั รกั ษาความปลอดภยั
● การจัดการเอกสาร สำหรบั การจัดเกบ็ เอกสารใหเ ปน ไปตามระเบียบ ขอ ปฏิบัติ กฎหมาย
● การจัดการเนือ้ หาบนเวบ็
● การทำงานรวมกนั
● การสนบั สนุนการทำงานตามกระบวนการทางธรุ กจิ และกระแสงาน

พัฒนาการของการจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

การจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส มพี ัฒนาการไปพรอ มกับการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยีดจิ ิทลั ที่นำมาประยกุ ตใชก ับการ
ทำงานขององคการ และยงั คงเตบิ โตอยา งตอ เน่อื ง สรุปลำดบั โดยสังเขปดังน้ี (Joseph, 2008; Adam, 2008; Franks,
2018; Warland, 2021)

ในยุคทศวรรษ 1980 เริ่มมกี ารพัฒนาโปรแกรมสำหรับการทำงานรวมกัน (Groupware) บนเมนเฟรมคอมพิวเตอร คอื
Lotus Notes ที่ใชใ นการชวยจดั การงานธุรกิจ ไมว าจะเปน การสนทนาอิเล็กทรอนกิ ส, ไปรษณียอ เิ ลก็ ทรอนกิ ส, สมดุ
โทรศพั ท, ตารางนัดหมาย ทำใหเ กิดบรรณสารอิเลก็ ทรอนิกสข้ึน

การนำเอาระบบสารสนเทศมาใชจัดการเอกสาร เร่ิมปรากฏครงั้ แรกในทศวรรษ 1990 สวนใหญใชจ ัดการตำแหนงทาง
กายภาพของเอกสารที่เปนกระดาษ หรอื ใชท ำดัชนสี ำหรบั การสืบคน ในยคุ แรก ระบบการจัดการเอกสาร (RMS) กบั ระบบ
การจัดการบรรณสาร (DMS) ยังแยกจากกนั อยา งชดั เจน โดย RMS มกั ใชจ ดั การควบคุมเฉพาะเอกสารกระดาษ สำหรบั การ
จัดเกบ็ สืบคน แฟมเอกสารท่ีจดั เก็บไวในตเู กบ็ เอกสารหรอื ในสำนกั งานเปนหลกั คลา ยคลงึ กบั ระบบสืบคน บัตรรายการ
หนังสอื ในหองสมุด สวน DMS มกั ใชส ำหรบั จัดการเฉพาะภาพถา ยที่สแกนเทา น้ัน ตวั อยา งระบบทพ่ี ฒั นาขึ้นในยุคน้ี เชน
FileNet, DocFind, RecFind, TRIM

กระทั่งถึงชวงกลางทศวรรษ 1990 การพัฒนาทางเทคโนโลยีอยา งรวดเรว็ คอมพิวเตอรส วนบุคคลราคาถูกลงและมี
ประสทิ ธภิ าพมากขึน้ ทำใหส ำนักงานตางๆ นำโปรแกรมประยกุ ตม าใชจดั ทำบรรณสารและเอกสารอยา งแพรหลาย เชน
โปรแกรมประมวลผลคำ, ประมวลผลภาพ, สเปรดชีต การพฒั นาสถาปต ยกรรมระบบ DMS เริ่มผสานรวมกบั โปรแกรม
ประยกุ ตใ นระบบสำนกั งานอัตโนมัติ (Office automation system: OAS) ทำใหม ีฟงกช นั การทำงานตา งๆสำหรับจัดการ
บรรณสารอิเล็กทรอนกิ ส ดังนนั้ จึงเปลีย่ นจาก DMS มาเรียกวา EDMS แทน

การเพ่ิมข้นึ ของไฟล XML ปรมิ าณของไปรษณยี อิเล็กทรอนกิ สเ พิ่มขน้ึ อยา งตอ เนื่อง สงผลกระทบตอ วธิ กี ารเกบ็ รักษา
สารสนเทศอเิ ล็กทรอนกิ ส ผูพัฒนาและจำหนา ยซอรฟ แวรห ลายราย เปดตัวระบบที่สามารถใชจ ดั การบรรณสาร

268 การจัดการเอกสาร | Records Management

อิเลก็ ทรอนกิ สไ ดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ในขณะเดียวกันระบบการจดั การเน้ือหา (CM) และการจดั การความรู (KM) กเ็ ริ่ม
พัฒนาข้นึ

จากที่แทบไมมีมาตรฐาน หรอื ขอกำหนดความตอ งการสำหรบั ระบบจัดการบรรณสารและเอกสารอิเล็กทรอนิกสอ ยาง
ชดั เจน ในปลายทศวรรษ 1990 แตละประเทศ เชน สหรฐั อเมรกิ า สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมนั ตา ง
ออกแนวทาง กฎเกณฑ ระเบียบ มาตรฐานทเ่ี กยี่ วการจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส ท้ังแบบควบคมุ โดยสว นกลาง และแบบ
กระจายอำนาจไปยังสวนทอ งถ่นิ

คณะทำงานกลมุ แรกๆท่ีทำเร่อื งนคี้ อื DLM Forum (Données Lisibles par Machine: machine-readable data) ซ่งึ
กอ ตง้ั โดยคณะมนตรยี ุโรป (European council) เพื่อสง เสริมความรวมมอื ระหวางรัฐบาลยุโรปในการจดั การสารสนเทศ
เอกสารและจดหมายเหตุ ผลลพั ธอ ยา งหนึง่ ของการประชมุ ในป 1994 คือ การริเรมิ่ พัฒนาแบบจำลองความตองการสำหรบั
การจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส หรือ MoReq (Modular requirements for records systems) จนกระท่ังเผยแพรครั้ง
แรกในป 2001 ปรับปรงุ แกไขฉบับที่ 2 ป 2008 และฉบบั ปจ จุบนั คอื MoReq2010 ซงึ่ เผยแพรป  2011

ในป 1996 นักวิจัยในมหาวิทยาลยั พิตสเบริ ก ประเทศออสเตรเลยี ไดเ ริ่มพัฒนา “ขอกำหนดความตอ งการหนาที่พ้ืนฐาน
สำหรับหลักฐานในงานสารบรรณ” (Functional requirements for evidence in recordkeeping) ทรี่ ูจกั กันในนาม
โครงการพิตสเ บริ ก โครงการนจี้ ดั ทำกรอบงานซงึ่ ชว ยองคก ารพัฒนาหรอื ประเมินระบบการจดั การเอกสารท้งั ในสภาพ
แวดลอ มแบบกระดาษและอิเลก็ ทรอนิกส งานนมี้ ีอิทธพิ ลตอการพฒั นาทงั้ MoReq2010 และมาตรฐาน ICA ที่ตอ มากลาย
เปน ISO 16175-2010

ในชว งเดยี วกันนัน้ ประเทศออสเตรเลยี ไดอ อกมาตรฐานการจัดการเอกสารระดบั ชาติฉบับแรก คือ AS4390 “Records
Management–General” มาตรฐานนใ้ี หแนวทางสำหรับการดำเนนิ การตามกลยุทธ ขั้นตอน และวธิ ปี ฏบิ ตั ิในการจดั การ
เอกสาร Tower Software ซึ่งเปน ผูพฒั นาระบบ TRIM มีสว นในการพฒั นามาตรฐาน แมวา จะไมไ ดมขี อ กำหนดความ
ตอ งการสำหรับการจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนิกสก็ตาม ตอมา AS 4390 พัฒนาเปนมาตรฐาน ISO 15489 ในป 2002

ทางฝงอเมริกาเหนือ มหาวทิ ยาลัยบรติ ชิ โคลมั เบีย (UBC) ก็เร่มิ โครงการวิจัยการรักษาความสมบรู ณของเอกสาร
อิเล็กทรอนกิ ส เพอื่ พัฒนาขอ กำหนดความตองการสำหรับการสราง จดั การ เกบ็ รักษาเอกสารอิเล็กทรอนิกสทเ่ี ชอ่ื ถือไดและ
จริงแทใ นระบบสารบรรณ (the requirements for creating, handling and preserving reliable and authentic
electronic records in active recordkeeping systems) โดยนักวิจยั คนสำคัญ คือ Luciana Duranti และ Terry
Eastwood ทำงานรวมกันอยา งใกลชดิ กับคณะทำงานดานการจดั การเอกสารของกระทรวงกลาโหมสหรฐั อเมริกา เพอื่ ออก
ขอ กำหนดความตองการสำหรับแอปพลเิ คชนั การจดั การเอกสาร (RMA) งานของ UBC มอี ิทธพิ ลตอ การพฒั นามาตรฐาน
DOD 5015.2 และการพฒั นาระบบการจดั การบรรณสารและเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส ในภายหลงั

ป 1997 ประเทศสหรัฐอเมรกิ า เผชิญกับความทา ทายดา นการจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสอ ยา งมากมาย จากปรมิ าณ
เอกสารดิจทิ ัลที่เพมิ่ ขึ้นเร่อื ยๆ รวมถงึ ขอกงั วลเรื่องความสามารถในการรกั ษาและเขาถึงเอกสารเมอ่ื เวลาผานไป หอ

ระบบจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 269

จดหมายเหตุแหงชาติ (The national archives and records administration: NARA) และกระทรวงกลาโหมของ
สหรัฐฯ จึงไดออกมาตรฐาน DOD (Design criteria standard for electronic records management software
applications) ซึ่งสืบเนอ่ื งมาจากโครงการวจิ ยั ของ UBC สง ผลใหห นวยงานของรฐั ตอ งปรับปรุงระบบ ERMS ทม่ี อี ยกู อ น
การอนุมัตมิ าตรฐานน้ใี หไ ปตามมาตรฐานภายในเดอื นพฤศจิกายน ป 1999

สวนประเทศเยอรมนั หนวยงานประสานงานและใหคำปรึกษาของรฐั บาลกลางดานเทคโนโลยีสารสนเทศในการบรหิ ารของ
รฐั บาลกลาง (KBSt) ไดทำโครงการนำรองชื่อ DOMEA (Document management and electronic archiving in
computer-assisted business processes) เพอ่ื ใหไ ดกรอบงานทเ่ี หมาะสมและมปี ระสิทธภิ าพสำหรบั การจัดการเอกสาร
อิเล็กทรอนกิ สใ นระบบสำนกั งาน กรอบงานของ DOMEA ทมี่ คี ำแนะนำสำหรบั การจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ สไ ดต ีพิมพ
เผยแพรในป 1998

ในยคุ นเี้ รมิ่ มคี วามชดั เจนวา XML (Extensible markup language) ซงึ่ เปนภาษาใชใ นแลกเปลยี่ นขอ มูลระหวางเครื่อง
คอมพวิ เตอรที่แตกตา งกนั และเนน การแลกเปล่ียนขอ มูลผานอินเทอรเ น็ต นาจะมีบทบาทสำคญั ในการกำหนดมาตรฐาน
ของรูปแบบเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส โครงสรางเอกสารแบบ XML ทำใหส ามารถเพ่มิ ขอมูลเมตาไวด วยกนั แทนทจ่ี ะแยกไว
ตา งหากแบบหนงั สอื บนช้นั ท่ีแยกจากบัตรรายการ ตงั้ แตป 2000 บรษิ ัท Microsoft ใช XML สำหรับเอกสาร Office เปน
รปู แบบไฟลใหมสำหรบั Microsoft Word และ Excel หรือที่เรียกวารูปแบบ Microsoft Office XML โดยมี “x” ทสี่ วน
ทา ยของนามสกุลเอกสาร

นบั ตง้ั แตท ศวรรษที่ 1980 EDMS กับ ERMS ถือเปนระบบท่ีมคี วามแตกตางมาอยา งชดั เจน จนกระทงั่ ในชว งปลายทศวรรษ
1990 และตน ทศวรรษ 2000 บริษัทซอรฟแวร EDMS และ ERMS จึงเร่มิ มีการพฒั นาปรบั ปรุงความสามารถของผลิตภัณฑ
จนกลายเปน EDRMS ซง่ึ สามารถจัดการบรรณสารและเอกสารขององคกร ท้ังแบบกระดาษและอิเลก็ ทรอนกิ ส โดยใช 4
แนวทาง คือ

1) ขยายขีดความสามารถของผลิตภณั ฑ EDMS เดมิ ใหรวม ERMS ดว ย
2) ขยายขีดความสามารถของผลิตภณั ฑ ERMS เดิม ใหร วม EDMS ดวย
3) สรา งผลติ ภัณฑ EDRMS ใหม
4) ควบรวม EDMS และ ERMS ทแ่ี ยกจากกันใหเปน ผลิตภณั ฑเ ดียวกัน

ในชวงนี้ระบบสามารถทำงานบนเว็บ หรอื ทำงานบนอินทราเน็ตได ตัวอยา งผลติ ภณั ฑท เ่ี ริม่ ตนจากการเปน EDMS เชน
Documentum, Livelink, DOCS Open สวนผลิตภณั ฑทเ่ี ร่มิ ตน ดวยการเปน EEMS เชน TRIM, Foremost, iRIMS,
Cuadra Star

การจะจะจำแนกวา EDMS กบั ERMS ตา งกันอยา งไรนนั้ อาจตองอาศยั มุมมองทางทางสารสนเทศองคการ คอื EDMS มงุ
ตอบสนองความตอ งการของกระบวนการทางธุรกจิ (Business process requirements) ขณะท่ี ERMS มงุ ตอบสนอง
ความตอ งการปฏบิ ตั ติ ามตามระเบียบ และการสงวนรกั ษาเอกสารเอาไวร ะยะยาว

270 การจดั การเอกสาร | Records Management

หลังจากนนั้ มา ในชวงตน ทศวรรษ 2000 การพัฒนาทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอรอยางตอเนือ่ งไดนำไปสูการรวม EDRMS
เขากบั ระบบอเิ ล็กทรอนิกสอ นื่ ๆ ตัวอยา งของการผสานรวมดงั กลา ว ไดแก ระบบเขยี นแบบ (Computer-aided design
and drafting: CADD), ระบบการวางแผนทรัพยากรองคก ร (Enterprise resource planning: ERP), ระบบสารสนเทศ
ทางภูมิศาสตร (Geographic information system: GIS) ฯลฯ ซ่งึ สนบั สนนุ การวางแผนธรุ กจิ และการปฏบิ ัติการตา งๆ
ขององคก าร ในขณะเดยี วกันระบบการจัดการสนิ ทรพั ยดิจทิ ลั (Digital asset management: DAM) กเ็ ร่มิ มกี ารพฒั นา
ข้ึนในยุคนี้

การจดั การเน้ือหากลายเปน สวนหนึง่ ของโครงสรางพนื้ ฐานองคก าร ราวป 2002 ระบบ ECMS เรมิ่ เปนทกี่ ลา วถึงอยางแพร
หลาย บรษิ ัทผพู ฒั นาผลิตภณั ฑจึงไดผ นวกรวมการจดั การบรรณสารและเอกสาร การจัดการความรู ใหเปนสวนหนึ่งของ
ระบบการจัดการเน้อื หา ซ่งึ เปน ระบบใหญขององคก าร อนั เปน ผลสวนหนงึ่ มาจากการควบรวมกจิ การของบริษัทซอรฟ แวร
และการแขง ขนั ทางการตลาดที่สงู มากขึ้น ตัวอยา งผลติ ภัณฑใ นยคุ นี้ เชน Open Text’s Livelink, Hummingbird’s
PowerDOCS for DM and CyberDOCS, iManage’s DeskSite for DM, Elite’s Encompass

การกำหนดมาตรฐานและการพฒั นาขอ กำหนดความตองการของระบบจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสโ ดยสถาบนั ตา งๆ ยังคง
ทำอยา งตอ เน่ือง ป 2006 หอจดหมายเหตุแหง ชาติของออสเตรเลีย (NAA) ไดเ ผยแพร ขอกำหนดคณุ สมบตั ิการทำงานของ
สำหรบั ซอฟตแวรระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส (Functional specifications for electronic records
management systems software) สำหรบั หนว ยงานรัฐบาล ใชใ นการตรวจสอบ ประเมิน หรอื หรือปรบั ปรงุ ซอฟตแ วร
ERMS ของหนว ยงานทมี่ ีอยู หรือใชเ ปน ขอกำหนดในเอกสารประกวดราคาเมอ่ื ซ้ือซอฟตแ วร ERMS ใหม เพ่อื ใหมั่นใจวา
ซอรฟแวรระบบ มีฟงกช ันการทำงานทีค่ รบถวนเพยี งพอ

ในป 2008 องคการมาตรฐานสากล (ISO) โดยคณะกรรมการชุด ISO/TC171/SC2 Document management
applications ไดเสนอกรอบการทำงานสำหรบั การบรู ณาการ EDMS และ ERMS โดยแยกแยะวา EDMS ใชเ พอื่ จัดการ,
ควบคมุ , คน คืนสารสนเทศในระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส สวน ERMS ใชเพือ่ จัดการทงั้ เอกสารอิเล็กทรอนกิ สแ ละที่ไมใ ช
อิเล็กทรอนกิ สต ามหลกั การจดั การเอกสาร สว น EDRMS คอื การบรู ณาการความสามารถทัง้ สองอยา งเขา ดวยกัน

และเมือ่ เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เตบิ โตอยางกาวกระโดด รูปแบบการทำงานเปลยี่ นแปลงไปอยา งรวดเรว็ การดำเนินการ การใช
งานเอกสารมีลกั ษณะที่ตองตอบสนอง ณ เวลาจริง ผพู ัฒนาผลติ ภัณฑก ็ตองพฒั นาฟงกชนั การทำงานของ EDRMS จากยุค
เวบ็ 1.0 มาสยู ุคเวบ็ 2.0 ทเี่ นน การโตต อบปฏิสัมพนั ธของผูใชงานระบบ ใหส ามารถทำงาน, สรา ง, จัดการ, แบงปนเนือ้ หา
บนส่ือสงั คมและเคร่ืองมอื การทำงานรวมกันบนเวบ็ 2.0 ใหผ ใู ชสามารถเพมิ่ ปจ เจกวิธาน (Folksonomy) ลงในเน้อื หาหรอื
เอกสารสำหรับการจำแนกสารสนเทศทางธุรกจิ นอกเหนอื จากแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสารแบบดัง้ เดิม ทกี่ ำหนดโดย
นักจดั การเอกสาร ต้ังแตป  2000 เร่ิมมกี ารนำเอาปญ ญาประดิษฐ (Artificial intelligence: AI) มาใชก ับการจัดการเอกสาร
เชน AutoRecords ซ่งึ เปนผลติ ภณั ฑแรกทนี่ ำ AI เพอ่ื จัดประเภทเอกสารอิเลก็ ทรอนิกสโดยอตั โนมตั ิ

เมื่อเกิดเกิดวิกฤตการเงนิ โลก (Hamburger crisis) ในป 2008 ทำใหเ กดิ การเปลย่ี นแปลงเก่ียวกับระบบการจัดการเอกสาร
อิเลก็ ทรอนิกสอ ีกคร้ัง เพราะองคการมขี ดี จำกดั ในการนำ ERMS ซึ่งมรี าคาแพงอยา งมหาศาลมาใช และการออกผลติ ภณั ฑ

ระบบจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส์ 271

Microsoft SharePoint 2010 ซึ่งมีศกั ยภาพพอทจี่ ะทำงานแทนได บริษัทซอรฟแวร EDMS-ERMS-EDRMS ตองสญู เสยี
ลูกคาเปนจำนวนมาก อีกประการหน่ึงคือสภาพแวดลอ มของผใู ชง านเปลี่ยนแปลงไป จากการทำงานบนระบบประมวลผล
แบบคลาวด การตดิ ตอส่ือสาร สง่ั การ แบง ปน สารสนเทศผา นเครอ่ื งมือเครอื ขา ยสังคมและแอปพลเิ คชันบนโทรศพั ทมือถอื
จนเปน เรอ่ื งปกติ ทำใหบางครง้ั ERMS ถูกมองวาเปน ระบบทีไ่ มตอบสนองความตองการอกี ตอไป

แมจะมีผกู ลาววา ERMS แบบเดิมถึงจุดจบในป 2010 แตผ ลิตภัณฑจำนวนมากยงั คงเติบโตอยางตอ เน่อื ง ในรูปแบบระบบ
ECMS ที่มคี วามสามารถดาน EDM และ ERM เชน Alfresco ECM, Hyland OnBase, IBM ECM, Knowledgeone
RecFind EDRM, Laserfiche RME, Lexmark RIM, Micro Focus Content Manager, Newgen RMS, Objective
ECM, Open Text ECM

ฟงกช์ ันการทาํ งานของระบบจัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์

แมในทางทฤษฎีจะสามารถแบง ระบบสารสนเทศสำหรับจดั การบรรณสารและเอกสารอิเล็กทรอนกิ สไ ด แตในทางฏิบตั ิอาจ
ไมใ ชเชน นัน้ การศึกษาในยุคแรกของ Linh Thuy Nguyen, Paula M.C Swatman & Bardo Fraunholz (2007) ชใี้ ห
เหน็ วา การระบคุ วามแตกตางอยา งชดั เจนของระบบเหลานเี้ ปน เรื่องทค่ี อ นขางยาก เพราะบริษัทซอฟตแ วรเองกไ็ มไดระบุ
ชดุ ฟง กช ันการทำงานที่จะแยกแยะวา ใชส ำหรับจัดการบรรณสาร เอกสาร หรือจัดการเนือ้ หา ไดอ ยา งชัดเจนเชน กัน

เมอื่ มมี มุ มองสำคัญวา การจดั การเอกสาร คอื การจดั การทรัพยากรเชิงกลยุทธ การนำระบบสารสนเทศมาใชจ ัดการเอกสาร
กเ็ พ่ือทำใหอ งคก ารสามารถสรางความไดเ ปรียบในการแขง ขนั ระบบการจัดการเอกสาร อาจเรยี กวา DMS, RMS, DRMS,
EDRMS, CMS, ECMS หรอื อ่นื ๆก็ได ตามทผ่ี ผู ลติ และจดั จำหนายซอรฟ แวรจ ะระบุ หากมฟี ง กชนั การทำงานทค่ี รอบคลุม
ครบถวน สามารถจดั การเอกสารไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพ นำมาใชเปน อาวุธสรางความไดเปรียบในการแขงขัน กถ็ อื เปน
ระบบการจัดการเอกสารเชิงกลยทุ ธไดท ัง้ สิน้ เพราะคุณคาของกลยุทธไ มใชอ ยทู ช่ี ่อื เรียกประเภทของระบบสารสนเทศ
และระบบสารสนเทศจะมีประโยชนก ็ตอ เมอื่ สามารถสรา ง หรือสนับสนนุ ความสามารถในการแขงขนั ทางขององคก ารได
(ทพิ วรรณ หลอสุวรรณรตั น, 2557) อยางคำพังเพยท่ีวา “แมวขาวแมวดำไมส ำคัญขอใหจ บั หนูไดเ ปนพอ” ดังนัน้ การนำเอา
ระบบสารสนเทศใดๆมาใชจ ดั การเอกสารดิจทิ ัล จงึ ควรมาจากการกำหนดความตองการระบบ (System requirement)
หรือส่ิงทีร่ ะบบควรจะทำได ใหส อดคลองกับเปา หมายขององคการ และเปนไปตามหลกั การจัดการเอกสาร

หากประมวลสงั เคราะหจ ากมาตรฐาน เชน ISO 15489-1:2016, MoReq2010 และขอ เสนอของนกั วิชาการ (Bantin,
2004 ; Smith, 2004; Smallwood, 2013) อาจสรุปไดว า ขอกำหนดความตอ งการระบบการจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส
ควรมดี ังนี้

ความตอ้ งการหน้าทพี ืนฐานสําหรบั ระบบ (Primary functional requirements)

ความตอ งการหนาที่พื้นฐานสำหรบั ระบบ ตาม ISO 15489-1:2016 ซง่ึ ไดก ำหนดคุณลกั ษณะของระบบเอกสาร
(Characteristics of records systems) เอาไว 5 ประการ คือ

272 การจัดการเอกสาร | Records Management

1.เชื่อถอื ได (Reliable) ระบบควรดำเนินการไดอยางตอเนอ่ื งและสม่ำเสมอตามนโยบายและข้นั ตอนท่ีไดร บั อนญุ าต โดย

● จบั เกบ็ เอกสารภายในขอบเขตของกิจกรรมทางธรุ กิจที่ระบบสนบั สนนุ
● ทำหนาท่เี ปน แหลงขอมลู หลักที่บันทึกการกระทำใดๆเกีย่ วกับเอกสาร
● อนุญาตใหเ ฉพาะบางบุคคลท่ีมีหนา ท่ี ความรบั ผิดชอบเขามามสี วนรวมในเอกสาร
● แสดงเอกสารในรูปแบบที่ใชงานได
● รองรับการเขาถงึ เอกสารอยา งทันทวงที
● เก็บรกั ษาเอกสารไวไดนานตราบเทา ทีต่ องการ
● จัดใหม ีกลไกสำหรบั การนำเอกสารกบั ขอ มลู เมตาเขาสูร ะบบ หรอื สงออกจากระบบหนึง่ ไปยงั อีกระบบหนง่ึ
● อนุญาตใหดำเนนิ การกำจัดเอกสารอยางถูกตอ ง

ควรจัดทำเปน เอกสารบนั ทกึ การปฏิบตั ิงาน, ขน้ั ตอน และระเบียบปฏบิ ตั ิทางเทคโนโลยเี ก่ยี วกับระบบเอกสาร เพื่อใหเ กิด
ความนา เชื่อถือ ขอ มลู เมตาสำหรบั เอกสารก็ควรแสดงใหเ หน็ ถึงความนาเชื่อถือของระบบเชน กัน

2.ปลอดภัย (Secure) มาตรการรกั ษาความปลอดภัยสารสนเทศและความตอเน่ืองทางธุรกจิ ขององคก าร ควรรวมถึง
มาตรการสำหรบั ระบบเอกสารดวย โดยใชมาตรการตา งๆ เชน การควบคมุ การเขาถึง, การเฝา ตดิ ตาม, การตรวจสอบความ
ถูกตอง, การอนุมตั ิ เพ่อื ปองกันการเขาถึง, การเปล่ยี นแปลง, การปกปด หรือการทำลายเอกสารโดยไมไ ดรับอนุญาต ขอมูล
เก่ียวกับการควบคุมท่ใี ชกับเอกสารและเหตุการณดา นความปลอดภัยใดๆ ทส่ี ง ผลตอเอกสารควรบนั ทกึ ไวเปนขอมลู เมตา

3.เปนไปตามขอกำหนด (Compliant) ระบบเอกสารควรเปน ไปตามขอกำหนดทเี่ กดิ จากความคาดหวงั ทางธุรกิจ ชมุ ชน
หรอื สงั คม และตามสภาพแวดลอมทางกฎหมายและระเบียบขอ บังคบั การทำตามขอกำหนดดังกลา วควรไดรับการประเมิน
อยา งสมำ่ เสมอ มีการบนั ทกึ เอาไวเ ปน หลกั ฐานดวย

4.ครอบคลมุ (Comprehensive) ระบบเอกสารควรมคี วามสามารถจัดการเอกสารทุกอยางท่ีเกีย่ วขอ งกับกิจกรรมทาง
ธุรกจิ ตลอดจนมีความสามารถจัดการเอกสารทส่ี รางขนึ้ โดยเทคโนโลยที กุ ชนดิ ท่ีใชใ นกิจกรรมทางธุรกิจ (จัดการเอกสารได
ทกุ ชนดิ และทกุ รูปแบบ)

5.เปน ระบบ (Systematic) กระบวนการตา งๆ ไมว า จะเปน การจัดทำ, จดั เก็บ, จัดการเอกสาร ตองถูกออกแบบมาเปน
อยา งดี เปน ไปตามนโยบายและขน้ั ตอนพธิ กี ารท่ีไดร ับอนมุ ัติแลว

ความตอ้ งการเฉพาะสําหรบั ระบบ (Specific requirement)

MoReq2010 ซง่ึ เปน ชดุ ขอ กำหนดความตองการสำหรับระบบการจดั การเอกสาร ไดก ำหนดฟง กชันการทำงานหลักที่
จำเปนสำหรบั ระบบเอกสารไมวา จะใชง านในหนว ยงานภาครัฐ หรือองคก รเอกชน มสี าระสำคญั โดยสรุป คิอื ระบบตอ ง
สามารถ

● รองรับการจดั หมวดหมูเ อกสาร โดยเชื่อมโยงเอกสารกบั ภารกจิ กจิ กรรม และธุรกรรมขององคก ารท่สี รา งเอกสาร

ระบบจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 273

● รวมเอกสารที่มลี กั ษณะเดยี วกนั เขา ไวดว ยกันเปนชุด
● กำหนดอายุจัดเกบ็ และทำลายเอกสารไดอ ยา งถูกตอ งตามตารางกำหนดอายเุ อกสาร
● ทำลาย หรอื ระงับการทำลายเอกสารไดตามเง่ือนไขท่กี ำหนด
● แสดงหลกั ฐานการทำลายเอกสารอยา งถูกตอ งตามอำนาจหนา ที่และระเบียบขอ บังคับ
● กำหนดขอ มลู อภิพันธใุ หกบั เอกสาร
● กำหนดสทิ ธิการเขา ถงึ ใชงาน แกไข เปลยี่ นแปลงเอกสาร ตามอำนาจหนาท่คี วามรับผิดชอบของแตล ะบุคคล
● เกบ็ ประวตั ิการกระทำใดๆเก่ียวกับเอกสาร เชน การใชง าน การแกไ ข เปลย่ี นแปลง
● อำนวยความสะดวกในการสบื คนเอกสาร การรายงานผล
● แสดงผลเน้อื หาในรปู แบบทีใ่ ชกันท่ัวไป สามารถอาน ทำความเขา ใจได

นกั วชิ าการหลายทา นกลา วตรงกนั วา ฟงกช่ันการทำงานของระบบการจดั การเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส แบง ออกเปน การจับ
เกบ็ (Capture), การควบคมุ ตรวจสอบ (Audit control), การเขา ถงึ และใชง าน (Access and use), การกำหนดอายแุ ละ
ทำลาย (Retention and disposal) , การรักษาความปลอดภัยและการควบคมุ (Security and control), การสงวนรักษา
สำรองขอมลู และการกคู นื (Preservation, backup and recovery), การจัดการเอกสารแบบดง้ั เดิม (Non-electronic
Record), การทำบนั ทึกหลกั ฐาน (Documentation)

1.การจบั เกบ็

ประกอบดว ย 3 กิจกรรมสำคญั คอื ข้ันตอนการจบั เก็บ (Capture process), ลงทะเบยี น (Register), กำหนดขอ มลู
หมวดหมูและขอ มูลอภพิ ันธุ (Assigning classsification data and other metadata)

1)ขั้นตอนการจบั เก็บ

● ระบบตอ งสามารถนำเขา เอกสารท่ีเกิดขน้ึ ตามหนา ทแี่ ละกจิ กรรมขององคการไดอยา งครบถวน ไมวา จะ
เปน แบบดวยมือ หรอื แบบอตั โนมัติ กต็ าม

● ระบบตอ งสามารถจบั เก็บเอกสารไดท กุ รูปแบบ จากทุกโปรแกรมประยุกต ไมว า จะเปน โปรแกรม
ประมวลผลคำ, ประมวลผลภาพ, ไปรษณยี อ ิเล็กทรอนกิ ส, สเปรดชตี และฐานขอ มูล

● ระบบตอ งอนญุ าตใหจบั เกบ็ องคป ระกอบอื่นมารวมไวเ ปนเอกสารได เชน หนา เวบ็ ตอ งรวมกราฟก
หรือ ขอ ความในไปรษณยี อ ิเลก็ ทรอนกิ สต อ งรวมไฟลท แ่ี นบมาดว ย ระบบตอ งจบั เก็บองคป ระกอบเหลา น้ี
ใหค รบถว นในฐานะท่เี ปน สว นหนงึ่ ของเอกสาร

● ระบบตอ งรองรบั เอกสารหลากหลายฉบบั (Version) ในบางกรณที ม่ี มี ากกวา 1 ฉบับ (ฉบบั ราง, ฉบับ
แกไ ข, ฉบับสมบูรณ) ระบบตองสามารถจบั เกบ็ ไดครบถว น และแยกแยกความแตกตา งของแตละฉบบั ได
ดวยการลงขอมลู อภิพันธุ

● ระบบตองทำใหการจบั เก็บเอกสารมคี วามนาเชือ่ ถือ เอกสารจะตองไมสญู หายหรอื ถกู แกไ ขระหวาง
กระบวนการจบั เก็บ

274 การจัดการเอกสาร | Records Management

2)ลงทะเบยี นเอกสาร

● ระบบสามารถกำหนดเลขทะเบียน (Unique identifier) ใหก บั เอกสารแตละชิน้ /ชุด เพ่อื จำแนก
แยกแยะ และเปนประโยชนใ นการเรยี กใช สบื คน และจดั เก็บ

● ระบบตองปองกนั การแกไข หรือ การเปลย่ี นแปลงเนื้อหา เมอื่ มีการลงทะเบียนเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส
เรียบรอยแลว

● ระบบตอ งปองกันการทำลายหรอื ลบเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ สโดยไมไ ดรบั อนุญาต เวนแตจ ะดำเนินการตาม
ตารางกำหนดอายขุ องเอกสาร

3)กำหนดหมวดหมเู อกสารและขอ มูลอภพิ ันธุ

● ระบบตอ งมแี บบแผนการจดั หมวดหมเู อกสาร (RCS) และเคา รางขอมูลอภพิ ันธุ (Metadata scheme) ท่ี
มคี วามชัดเจน และเหมาะสมที่นำมาใชกับเอกสารไดโ ดยอตั โนมตั ิ ตง้ั แตเ รมิ่ จัดทำมาจนถงึ จบั เก็บ
เอกสาร

● ระบบจะตอ งสามารถแยกแยะองคประกอบขอมลู อภพิ นั ธุ (Extracting metadata elements) ไดอ ยา ง
อตั โนมัตเิ มื่อจับเกบ็ เอกสาร

● ระบบจะตองแสดงความสัมพนั ธของเอกสารและขอ มลู อภิพนั ธุท ีเ่ ก่ียวของไดอ ยา งมตี รรกะ

2.การควบคมุ ตรวจสอบ

● ระบบตองเก็บขอ มลู ทุกกระบวนการทเี่ กีย่ วกับเอกสาร เชน การจดั ทำ, การปรบั ปรงุ , แกไข, ลบ, สบื คน, เขา ถึง ไว
เปน หลกั ฐานการตรวจสอบ (Audit trails)

● ระบบตองติดตามไดว า ใคร ทำอะไร เมอื่ ไร อยางไรกบั เอกสารไดโดยอตั โนมตั ิ
● ระบบตอ งออกรายงานสำหรบั การควบคมุ ตรวจสอบได โดยมีรายการตา งๆอยางครบถวน

3.การเขาถึงและใชงาน

● ระบบตองคน คืนเอกสารไดงาย ประหยดั เวลา ไมซ ับซอ น
● ระบบตอ งสามารถสบื คนเนอ้ื หาจากเอกสารฉบับเต็ม (Full-text) ได
● ระบบตองสามารถแสดงทง้ั ขอ มูลอภิพนั ธุ และเนือ้ หาของเอกสารได
● ระบบตอ งสามารถสบื คน เอกสารไดต ามแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสาร

4.การกำหนดอายุและทำลาย

● ระบบตอ งสามารถกำหนดอายุจดั เกบ็ และทำลายใหก บั เอกสารไดโ ดยอตั โนมัติ ตามทรี่ ะบุไวในตารางกำหนดอายุ
เอกสารตง้ั แตตน

● ระบบตอ งกำหนดอายจุ ัดเก็บและทำลายเอกสารไดทุกชนิด ทกุ ประเภท หรือตามแบบแผนการจัดหมวดหมู
เอกสาร

ระบบจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 275

● ระบบตอ งยินยอมใหผ บู รหิ ารระบบสามารถเปล่ียนแปลง หรอื ทบทวนอายจุ ดั เก็บและทำลายเอกสารได

5.การรกั ษาความปลอดภยั และการควบคุม

● การสรา งเอกสาร นำเอกสารเขาสูระบบ ปรับปรงุ แกไข หรือทำลายเอกสาร ตองกระทำโดยบุคคลทร่ี ะบบกำหนด
สทิ ธ์ิอนญุ าตใหทำไดเ ทา น้ัน

● เอกสารจะตอ งไดร บั การปอ งกันการแกไ ขเนอื้ หา โครงสรา งและบริบท ไมวา ดวยความต้ังใจหรือไมต ง้ั ใจก็ตามเพือ่
รักษาไวซ งึ่ ความจริงแทข องเอกสาร

● ระบบจะตองควบคุมการเขาถึงและการแกไขขอมูลอภพิ ันธดุ วย

6.การสงวนรักษา สำรองขอ มลู และการกูคืน

● กรณที ี่มีการเปลี่ยนแปลงระบบใหม หรือเปลี่ยนซอฟตแ วร ฮารดแวร ระบบตอ งสามารถโอนยา ยหรอื แปลงเอกสาร
รวมทัง้ ขอ มลู ตางๆไปไดอ ยา งครบถว น

● ระบบจะตองกูค ืนไดในกรณีท่ีมีขอ ผิดพลาดและตอ งแจงเตอื นผลไปยังผดู แู ลระบบ
● ระบบตองมกี ลไกการสำรองขอ มูลอัตโนมัติ และสามารถกูคืนขอมูลทท่ี ำใหมน่ั ใจวาเอกสารและขอ มลู ทเ่ี กี่ยวขอ ง

จะปลอดภัย ไมสญู หาย
● ระบบตอ งออกรายงานท่ีแสดงผลรายการเอกสารท่ีโอนยา ยไมส ำเร็จ และระบวุ า มาจากปญ หาอะไรได
● ระบบตอ งสามารถตรวจสอบพน้ื ท่เี ก็บขอ มูลและแจงใหผ ดู ูแลระบบเมอ่ื พืน้ ทเ่ี หลืออยใู นระดบั ต่ำ

7.การจดั การเอกสารแบบดง้ั เดมิ

● ระบบตองสามารถจดั การกับเอกสารแบบดงั้ เดมิ ทมี่ ใิ ชอ เิ ล็กทรอนิกส ไมวา จะเปน การจบั เก็บ, จดั หมวดหม,ู
สบื คน-เขาถงึ , รักษาความปลอดภยั , กำหนดอายุและทำลาย ฯลฯ ไดต ามความตอ งการเชนเดยี วกันกับเอกสาร
อเิ ล็กทรอนกิ ส

8.การทำบนั ทกึ หลักฐาน

● นโยบาย แนวปฏิบตั ิ หรือพธิ กี ารเก่ียวกบั ระบบเอกสาร ควรจดั ทำเปนบันทึกหลกั ฐานเอาไวเปนลายลักษณอ ักษร
โดยผูบ ริหารระบบเปนผรู บั รอง

● บันทกึ หลกั ฐาน อยางนอยควรประกอบดวย ภาพรวม เปา หมายของระบบ, นโยบาย แนวปฏิบัติ ขัน้ ตอนพธิ ีการ
เก่ียวกบั ระบบ, การควบคุมคณุ ภาพ, การรักษาความปลอดภัย, การทดสอบระบบ,ความตอ งการซอฟตแ วร
ฮารด แวร

● บันทกึ หลักฐานตองปรับปรงุ ใหท นั สมยั อยูเสมอ เผยแพรไปยังบคุ ลากรทีเ่ กี่ยวขอ ง ใหเ ขาถึงและใชง านรว มกันได

276 การจัดการเอกสาร | Records Management

ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส์

ในประเทศไทย หนวยงานราชการคนุ เคยกบั คำวา “ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส” มาอยา งนอ ยต้ังแตป พ.ศ.2548 เพราะ
เริม่ ใชอยา งเปนทางการครง้ั แรกในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วา ดว ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2548 เพือ่ หมายถึง
“การรับสงขอ มลู ขา วสารหรือหนงั สอื ผา นระบบส่ือสารดวยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกส”ตามนยิ ามน้จี ะเห็นวาระบบสารบรรณ
อเิ ล็กทรอนิกสน ี้ มไี วเเพอื่ การรบั -สง หนงั สอื เทานนั้ ขณะทคี่ วามหมายของงานสารบรรณ คอื “งานท่ีเกี่ยวของกบั การ
บริหารงานเอกสารเรม่ิ ต้งั แตการจัดทำ การรบั การสง การเกบ็ รกั ษา การยืม จนถงึ การทำลาย”

หลังจากนัน้ อีก 16 ป จึงไดป ระกาศใชร ะเบยี บฯ วาดว ยงานสารบรรณ (ฉบับท4ี่ ) พ.ศ.2564 ซึ่งเนน ความสำคญั ของระบบ
สารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสม ากขึ้น โดยเพิม่ เติมเปนหมวดที่ 5 กำหนดใหสวนราชการตอ งมรี ะบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส
สำหรับปฏิบัตงิ านสารบรรณ ตลอดจนกำหนดหลกั เกณฑแ ละวธิ ีการปฏบิ ตั ใิ นการรับสงและเก็บรกั ษาขอมูลขาวสารและ
หนังสือราชการ ดว ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส ในภาคผนวก 6 ระเบียบฯ ฉบับน้ีไดม กี ารแกไขเพม่ิ เติมคำวา “ระบบ
สารบรรณอิเล็กทรอนิกส” เปน “การรบั สงและเกบ็ รกั ษาขอมลู ขาวสารหรอื หนังสือ ผา นระบบส่อื สารดวยวธิ ีการทาง
อิเลก็ ทรอนิกส โดยรวมถงึ การรับสงโดยใชไปรษณียอ ิเล็กทรอนิกสของสว นราชการหรือทส่ี วนราชการจัดใหแกเ จา หนา ท่ี
และระบบสอื่ สารทางอิเล็กทรอนกิ สอ ่นื ใดตามทห่ี ัวหนาสวนราชการกำหนดดวย” ซ่ึงก็ยงั คงเนน เรื่อง การรบั -สงหนังสอื โดย
ขยายวาสามารถรบั -สงผานระบบสอ่ื สารอเิ ลก็ ทรอนิกสร วมถึงไปรษณยี อเิ ล็กทรอนกิ ส สวนท่ีเพมิ่ เติมอีกประการหน่งึ คือ
การเกบ็ รกั ษาหนังสือ ถงึ กระนน้ั กย็ ังไมค รอบคลุมไปจนถงึ การยมื และการทำลายอยูดี

อยา งไรกต็ ามเพื่อพิจารณาระเบียบฯ วาดว ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท4่ี ) พ.ศ.2564 ท้ังฉบบั จะพบวามีขอ ความหลายสว น ที่
ระบุถงึ ฟงกชัน่ การทำงานหรอื สง่ิ ท่รี ะบบควรทำได เชน

ขอ 26 วรรคสาม ระบวุ า “ในกรณีทบ่ี ันทกึ 1จัดทำในระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส หรอื โดยการพิมพข อ ความในไปรษณีย
อิเลก็ ทรอนิกส หรอื ระบบสือ่ สารอน่ื ใดทม่ี กี ารยนื ยนั ตัวตน จะพมิ พชอ่ื ผูบนั ทกึ แทนการลงลายมือชอ่ื ก็ได และจะไมลงวันที่
เดอื น ป ท่ีบันทกึ ก็ได หากระบบมีการบนั ทึก วนั เดือน ปไวอ ยูแลว ”

ขอ 29/1 ระบวุ า “ใหส วนราชการจัดใหมีทะเบียนหนังสอื รบั ทะเบยี นหนงั สอื สง บญั ชีหนงั สือสงเกบ็ ทะเบียนหนังสอื
เก็บ บญั ชีสง มอบหนงั สอื ครบ 20 ป บญั ชีหนังสอื ครบ 20 ปท ข่ี อเก็บเอง บญั ชีฝากหนงั สอื และบญั ชีหนังสือขอทำลาย
ในรูปแบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส โดยกรอกรายละเอยี ด เชนเดียวกบั ทะเบียนหรือบัญชีในรูปแบบเอกสาร และ “ทะเบยี นหรือ
บญั ชอี เิ ลก็ ทรอนิกสต ามวรรคหนง่ึ จะอยใู นระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสห รอื จดั ทำโดยใชโ ปรแกรม เชน Microsoft Excel
หรอื Google Sheets หรอื Apple Numbers หรอื แอปพลิเคชันอืน่ ใดก็ได ท้ังน้ี เมื่อมีทะเบยี นหรอื บญั ชดี งั กลาวในรูป
แบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ ลวไมต องจดั ทำทะเบยี นหรือบญั ชีใดเปน เอกสารอกี ”

1บันทกึ คือ ขอ ความท่ีผใู ตบ งั คับบัญชาเสนอตอผบู ังคบั บญั ชา หรอื ผบู ังคับบัญชาสง่ั การแกผ ูใตบ ังคับบัญชา หรือขอ ความที่เจา หนา ที่ หรอื หนว ยงานระดบั ตำ่ กวาสว นราชการระดบั กรม
ติดตอกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติใหใชก ระดาษบันทกึ ขอ ความ

ระบบจัดการเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 277

ดงั นัน้ เม่อื อา นวเิ คราะหร ะเบยี บฯฉบบั นโ้ี ดยละเอียด สามารถประมวลเปนขอ กำหนดความตองการระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส ไดด ังนี้

การจัดทำ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ สตอ งสามารถ:

● จดั ทำหนงั สือราชการอเิ ลก็ ทรอนิกส (Born digital) ไดต ามรูปแบบทกี่ ำหนด คอื (1)หนังสือภายนอก (2)หนังสือ
ภายใน (3)หนงั สือประทบั ตรา (4)หนังสอื ส่ังการ (5)หนงั สือประชาสมั พันธ (6)หนงั สอื ทเี่ จา หนาทจี่ ัดทำขนึ้ หรอื รับ
ไวเ ปน หลกั ฐาน

● รองรับหนังสอื ทีแ่ ปลงจากกระดาษใหก ลายเปน ดจิ ทิ ลั (Reborn digital)
● รางหนงั สอื
● ระบุตวั ตนและแสดงเจตนาของเจา ของลายมือช่อื (เชน การใชช อื่ ผูใชแ ละรหสั ผาน)
● ออกเลขทหี่ นังสอื
● เก็บรกั ษาสำเนาหนงั สือ

การรับ-สง ลงทะเบยี น ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ สต อ งสามารถ:

● รับ-สงขอมลู ขาวสารหรอื หนงั สือและการตดิ ตอ ราชการ
● รับ-สง หนังสอื ทางไปรษณยี อเิ ล็กทรอนิกส
● ทำทะเบียนหนังสือรบั ทะเบียนหนงั สอื สง
● ลงทะเบียนรับ-สง หนงั สอื โดยมเี ลขท่ีทะเบยี นตามลำดบั ตดิ ตอกันไปตลอดปป ฏทิ ิน
● ยืนยนั ผลการสงโดยอตั โนมตั ิในระบบของผสู ง วาหนงั สือไดจ ัดสงไปยังผูร บั เรียบรอยแลว และแจง เตือนกรณีทไ่ี ม

สามารถสงหนงั สือไปยังผูรบั ได
● สงผลการรับหนังสือกลับไปยงั ผูส งและจัดสง ใหผ ูรับภายในหนวยงานตอ ไป
● แสดงวัน เดือน ป และเวลาทร่ี บั และสงขอมลู ขาวสารหรือหนงั สือใหปรากฏแกผูรบั ผูสง
● กำหนดสทิ ธิผใู ช (User) ในการรบั -สง หนงั สอื เปนรายบุคคล และตองสามารถตรวจสอบยืนยันผูใชโดยวธิ ีการถาม

ชือ่ ผูใชแ ละรหัสผานเปน อยา งต่ำ
● อนุญาตใหเจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลางทไ่ี ดรับมอบหมายจากหัวหนาสว นราชการ ทำหนา ที่รับสง

หนงั สอื
● อนุญาตใหเจาหนา ทที่ ่ีไดร บั การแตงต้งั ใหเ ขาถงึ เอกสารชน้ั ความลบั ทำหนาท่ีรบั สงหนงั สอื ทม่ี ชี น้ั ความลบั เฉพาะ

ในชั้นลับหรือลับมาก โดยทำการเขา รหัสหนังสือ เพือ่ มใิ หผูทีไ่ มไดรับอนุญาตสามารถอา นขอ ความได

การใชง าน ระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ สตอ งสามารถ:

● แสดงขอมูลเกย่ี วกับการปฏบิ ัติของหนังสือ

278 การจัดการเอกสาร | Records Management

● กำหนดสิทธิผใู ช (User) ในการเปดหนังสือเปนรายบุคคลได และตอ งสามารถตรวจสอบยืนยันผูใชโ ดยวธิ ีการถาม
ชือ่ ผใู ชแ ละรหสั ผา นเปน อยา งต่ำ

● ทำการเขารหสั หนงั สือเพื่อปอ งกันมิใหผทู ไ่ี มไดร ับอนุญาต สามารถอานขอความได
● อนญุ าตใหเจา หนาทท่ี ี่ไดร บั มอบหมายหรอื แตง ตั้ง ตรวจสอบหนังสอื ทไี่ ดร บั ในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสของ

สว นราชการเปน ประจำ ทัง้ นี้ตอ งไมนอยกวา วนั ละสองคร้งั ในเวลาราชการ อยางนอยหนง่ึ ครง้ั ในชวงเชา และอยาง
นอยหนึง่ คร้ังในชวงบา ย
● อนญุ าตใหผใู ชระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส จดั เกบ็ หนงั สือทห่ี นว ยงานไดร ับไวใ นสอื่ กลางบนั ทึกขอ มูล และลบ
หนงั สือที่ไมจำเปนตอ งใชง านแลว โดยดำเนินการเปน ประจำตามระยะเวลาทเี่ หมาะสม ตามทห่ี วั หนา สว นราชการ
กำหนด

การเก็บ การรกั ษาและการกำหนดอายเุ อกสาร ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสตองสามารถ:

● เกบ็ รักษาหนังสอื ที่มกี ารรับสงโดยใชร ะบบ หรอื หนงั สือที่นำเขาภายหลงั
● เก็บรกั ษาสำเนาหนงั สือที่สงไปแลว
● ทำบญั ชีหนังสือสงเก็บ (ตามแบบท1่ี 9 ทา ยระเบยี บฯ) เพือ่ การเก็บหนงั สอื ที่ปฏบิ ัตเิ สร็จเรยี บรอ ยแลว และไมม ี

อะไรทีจ่ ะตองปฏิบตั ิตอ ไปอกี โดยหนงั สือจะตอ งถกู สงไปยงั หนวยเก็บ (ศนู ยเ อกสาร)
● กำหนดอายกุ ารเก็บหนงั สือ (ดเู พิม่ เตมิ บทท่ี 10)
● ลงทะเบียนหนังสอื เกบ็ (ตามแบบท่ี 20 ทายระเบียบฯ) โดยเจา หนาท่ผี รู ับผดิ ชอบในการเกบ็ หนงั สอื ในหนว ยเก็บ
● กำหนดเลขลำดบั หมวดหมกู ารจดั แฟม เกบ็ หนังสอื (ดเู พิม่ เติมบทท่ี 10)
● มีระบบสำรองขอมูล (Backup system) ทส่ี ามารถกคู นื ขอมลู เพ่อื ปองกันการเสยี หายหรือสูญหายของขอมูลนนั้
● รองรับการเกบ็ รกั ษาหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกสไ วใ นระบบสำรองขอ มูล ดวยรูปแบบมาตรฐาน เชน PDF ความ

ละเอียดไมนอยกวา 150 dpi
● เกบ็ รกั ษาหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกสไวไ ดต ลอดไป (Archiving)

การสืบคน ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สต องสามารถ:

● สนับสนนุ การสบื คน ขอมูลหนังสอื ท่ีมีการจัดเก็บไว

การกำจดั เอกสาร ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสตอ งสามารถ:

● ทำบญั ชีสง มอบหนังสือครบ 20 ป สงมอบใหห อจดหมายเหตุแหง ชาติ (ตามแบบที่ 21 ทายระเบยี บฯ)
● ทำบัญชีหนงั สือครบ 20 ปท ข่ี อเก็บเอง สงมอบใหหอจดหมายเหตุแหง ชาติ (ตามแบบที่ 22 ทา ยระเบียบฯ)
● ทำบญั ชีฝากหนังสอื สำหรับหนังสอื ทย่ี ังไมถ งึ กำหนดทำลาย และสวนราชการเห็นวา เปนหนังสือทมี่ คี วามสำคญั

และประสงคจะฝากใหหอจดหมายเหตุแหงชาติ เก็บไว (ตามแบบท่ี 23 ทา ยระเบยี บฯ)
● ทำบัญชหี นังสือขอทำลาย (ตามแบบท่ี 25 ทายระเบยี บฯ) (ดูเพ่ิมเตมิ บทที่ 11)

ระบบจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์ 279

● รองรบั การสง มอบหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกสใ หกบั หอจดหมายเหตุแหง ชาติ ดว ยรปู แบบมาตรฐาน เชน PDF ความ
ละเอียดไมนอ ยกวา 150 dpi

● ทำลายหนังสือในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ สท มี่ ใิ ชเ อกสารจดหมายเหตุตามกฎหมายวา ดวยจดหมายเหตแุ หง
ชาติ ท่ีเก็บมาเปน เวลาเกนิ กวา 10 ปแ ลวได โดยการลบหนังสือทีเ่ กบ็ ไวเ ปนเวลานานที่สุดยอนข้ึนมา

● ทำลายหนังสือในระบบสำรองขอมลู ทเี่ ก็บมาเปนเวลาเกินกวา 20 ปแ ลว

มขี อ สงั เกตอีกประการหน่ึงในระเบยี บฯ วาดวยงานสารบรรณ (ฉบับท่ี4) พ.ศ.2564 คอื การใชค ำวา “เอกสาร” ทมี่ คี วาม
หมายแตกตา งจากระเบยี บฯ ฉบบั กอ นหนา ในหลายแหง เชน

“ทะเบียนหรอื บัญชอี ิเลก็ ทรอนกิ สต ามวรรคหนงึ่ จะอยใู นระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สห รอื จดั ทำโดยใชโ ปรแกรม เชน
Microsoft excel หรอื Google sheets หรอื Apple numbers หรอื แอปพลิเคชันอ่นื ใดก็ได ท้ังนี้ เมอ่ื มีทะเบียนหรือบญั ชี
ดงั กลา วในรูปแบบอิเล็กทรอนกิ สแ ลว ไมตอ งจัดทำทะเบยี นหรอื บัญชใี ดเปนเอกสารอกี ” (ขอ 29/1)

“หนงั สอื ที่จดั ทำขึน้ ตามวรรคหนึ่งและหนวยงานสารบรรณกลางไดส ง หนงั สือดวยระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกสแลว ให
ถอื วาการเก็บสำเนาหนังสอื ไวในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสท สี่ ง นน้ั เปน การเกบ็ สำเนาไวทห่ี นวยงานสารบรรณกลางตาม
วรรคหนึง่ แลว ทั้งน้ี โดยไมต อ งเกบ็ เปนเอกสารอีก” (ขอ 30 ววรคสาม)

“เมอ่ื ไดส ง หนงั สือดว ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ สแ ลว สวนราชการผสู ง ไมตองจดั สง หนงั สอื เปนเอกสารอกี ” (ภาค
ผนวก 6)

ตามขอ ความน้ีสะทอ นวา “เอกสาร” หมายถึง หนังสอื , ทะเบียน, บญั ชีทไ่ี มไดอ ยใู นรูปแบบอิเลก็ ทรอนิกส และอาจหมาย
ถงึ ที่อยใู นรปู แบบกระดาษ/สิง่ พมิ พ ซึง่ มคี วามหมายแคบ ขณะท่ีในระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่2ี ) พ.ศ.2548
หมวด 1 ขอ 9 ระบวุ า “หนังสือราชการ คอื เอกสารท่ีเปน หลักฐานในราชการ” ซงึ่ มิไดจำกัดเฉพาะส่อื บนั ทกึ ใดๆและมี
ความหมายกวางกวา การใชค ำทไ่ี มสมำ่ เสมอเชนนี้ อาจทำใหเ กดิ ความสับสนในการตคี วามและการปฏบิ ตั ไิ ด

การนำระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสมาใชใ นหนว ยงานราชการเปน เวลามากกวา 10 ป ทำใหแตละหนวยงานมีเครือ่ งมอื
พนื้ ฐานสำหรับปฏบิ ัตงิ านสารบรรณ อยางไรก็ดี ผลวิจยั ของ ศศิธร สถติ ย และวิศปตย ชยั ชว ย (2560) ทศ่ี ึกษาฟง กช นั การ
ทำงานของระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ นหนว ยงานราชการสว นกลาง จำนวน 115 แหง ช้ีใหเ ห็นวา ระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนกิ สท ่ีหนว ยงานราชการใช มฟี ง กชันการทำงานที่ไมค รบถว นตามกระบวนการสารบรรณ หรือไมครอบคลมุ วงจร
ชวี ิตเอกสาร โดยสวนใหญระบบมีความสามารถสำหรับใชล งทะเบยี นหนงั สอื , ตรวจสอบผลการสง และ ระบุเวลานำหนังสือ
เขา สรู ะบบ สวนฟง กชันท่ีทุกหนว ยงานขาดทง้ั ทจ่ี ำเปน ตอ ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกสอ ยา งมาก คือ การลงลายมือชือ่
อเิ ลก็ ทรอนิกส และการกำหนดอายุการจัดเกบ็ และทำลายเอกสาร จึงเปนเรื่องทนี่ า เปน หว งวา หากหนวยงานของรฐั ยังขาด
ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สท ี่สามารถรองรับทกุ กิจกรรมการจัดการเอกสารในหนว ยงาน ยอ มสง ผลกระทบตอ งานพืน้
ฐานในหนวยงานราชการ เกิดความลำบากในการใหบรกิ ารประชาชน และเปน อปุ สรรคสำคญั ตอการทภ่ี าครฐั ตอ งการจะมุง
เปน รฐั บาลอิเลก็ ทรอนิกส หรือการพัฒนาดจิ ิทัลเพือ่ เศรษฐกจิ และสังคมของประเทศไทย

280 การจดั การเอกสาร | Records Management

สรปุ

แมว าคำจำกัดความของเอกสาร ในฐานะทเ่ี ปนพยานหลกั ฐานของกิจกรรม จะยังคงไมเ ปลยี่ นแปลงในชว งสองทศวรรษท่ี
ผา นมา ทวาเอกสารดจิ ทิ ลั ก็พัฒนารปู แบบทหี่ ลากหลายขน้ึ และยังคงเปลี่ยนแปลงไมหยุดยัง้ องคก รจำนวนมากจะยังคง
จัดการเอกสารกระดาษและดิจทิ ัลพรอ มกันไปอีกระยะเวลาหนงึ่ พรอ มกบั การเปล่ียนผา นเปน องคก ารดจิ ิทลั ขณะทโี่ ลก
ดจิ ิทัลกำลังขยายตัวขน้ึ เร่อื ยๆ ทำใหย ากทจ่ี ะจัดการกับเอกสารดจิ ทิ ลั ทกุ รูปแบบ ไดอ ยางแมนยำและสมำ่ เสมอ ซึง่ ทา ทาย
ตอแนวคดิ ท่ีวา เอกสารทงั้ หมดสามารถจัดเก็บไวใ นระบบเดยี วได ฉะนนั้ คณุ สมบัตขิ องระบบ ERM/EDRM/ECM ซ่งึ องคการ
จำเปน ตองนำมาใชกับเอกสารดจิ ิทัล เพอ่ื ใหสามารถจับเก็บ, ใชง าน, ดูแลรักษา ใหดำรงไวซ่ึงความจริงแทและความนา เช่ือ
ถอื ของเอกสาร จงึ ยงั คงเปนสงิ่ ทน่ี ักจดั การเอกสารตองติดตามความกา วหนา อยา งใกลชิด

คําถามทบทวนท้ายบท

● เอกสารดิจิทลั มีความเหมอื นหรอื ตา งจากเอกสารด้ังเดมิ ในแงใ ดบา ง
● ระบบเอกสาร ตองมีคุณลกั ษณะพื้นฐานใดบาง
● ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสควรมีฟงกช ันการทำงานใดบา ง

ระบบจดั การเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 281

บรรณานกุ รม

ทพิ วรรณ หลอ สุวรรณรัตน. (2557). ระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการ. (พิมพครง้ั ที่ 13). แซทโฟร พร้นิ ติ้ง จำกัด.
วิศปตย ชยั ชว ย. (2559). แนวทางการจัดการเอกสารหนวยงานของรัฐทส่ี อดคลองกับพระราชบัญญัตจิ ดหมายเหตแุ หงชาติ

พ.ศ.2556. สารสนเทศศาสตร, 34(2), 114-129.
ศศิธร สถติ ย และวิศปตย ชัยชวย. (2560). การศึกษาฟงกช ่ันการทำงานของระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ สใ นหนวยงาน

ของรัฐในประเทศไทย.ใน รตั นา จนั ทรเทาว (บรรณาธิการ), การประชมุ ทางวชิ าการระดบั นานาชาติมนุษยศาสตร
และ สงั คมศาสตร ครงั้ ท่ี 13 (IC-HUSO 2017) 2560, (น.1886-1897). คณะมนษุ ยศาสตรแ ละสังคมศาสตร
มหาวิทยาลยั ขอนแกน .
Adam, A. (2008). Implementing electronic document and record management systems. Auerbach
Publications Taylor & Francis Group.
ARMA International. (2016). Glossary of records and information management and information
governance Terms. (5th ed.). ARMA International.
Bantin, P.C. (2004). Understanding data and information systems for recordkeeping. Neal-Schuman
Duranti, L. & MacNeil, H. (1996). The protection of the integrity of electronic records: an overview of the
UBC-MAS research project Archivaria, 42, 46–67. https://archivaria.ca
/index.php/archivaria/article/view/12153/13158, preserved at https://perma.cc/YH48-GHEL.
Duranti, L. (2018). Diplomatics. In J.D. McDonald & M. Levine-Clark (Eds.), Encyclopedia of library and
information sciencesVolume 1 (4td ed.) (pp.1338-1346). CRC Press
Franks,P. C. (2018). Records and information management. (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
IRMT. (2009). Understanding the context of electronic records management. The international records
Management Trust. http://www.irmt.org/documents
/educ_training/term%20modules/IRMT%20TERM%20Module%201.pdf
Joseph, P. (2008). EDRMS 101: the basics. Information and Records Management Annual (IRMA).
https://espace.curtin.edu.au/bitstream/handle/20.500.11937/19879/131103_13295_EDRMS%201
01_The%20Basics.pdf?sequence=2&isAllowed=y
National records of scotland. (2021). Electronic Records Management. https://www.nrscotland.gov.uk/
record-keeping/electronic-records-management
Nguyen, L. T., Swatman, P. MC. & Fraunholz, B. (2007). EDMS, ERMS, ECMS or EDRMS: fighting through
the acronyms towards a strategy for effective corporate records management, In ACIS 2007
Proceedings (pp.1859-800). https://aisel.aisnet.org/ cgi/viewcontent.cgi?referer=https://
www.google.com/&httpsredir=1&article=1088&context=acis2007

282 การจัดการเอกสาร | Records Management

Oladejo, B. & Hadzidedic, S. (2021). Electronic records management a state of the art review. Records
Management Journal, 31(1), 74-88.

Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.

Smith, K. (2007). Planning and implementing electronic records management : a practical guide. Facet.
Society of American Archivists. (2021). Electronic record. https://www2.archivists.org/dictionary
The archive-skills consultancy. (2004). EDMS, ERMS and EDRMS.

https://www.archive-skills.com/infobytes/edms.pdf
The national archives United Kingdom. (2021). Understanding digital records.

https://www.nationalarchives.gov.uk/help-with-your-research/discovery-help/understanding-digi
tal-records/
The Ohio State University- university libraries. (2021). EDMS/ERMS/ECM Explained.
https://library.osu.edu/osu-records-management/ecm
The U.S. national archives and records administration. (2019). Context for electronic records
management [ERM]. https://www.archives.gov/records-mgmt/initiatives/context-for-erm.html
Warland, A. (2021). A brief history of electronic document and records management systems and
related standards https://andrewwarland.wordpress.com/
2021/02/11/a-brief-history-of-electronic-document-and-records-management-systems-and-relate
d-standards/
Yusof, Z. & Chell, R. (2005). Issues in records management. Penerbit Universiti Kebangsaan Malaysia
(UKM).

ระบบจดั การเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส์ 283

284 การจดั การเอกสาร | Records Management

บทที 13

ประเด็นการจดั การเอกสารในระบบนิเวศดจิ ทิ ลั

วัตถุประสงคข์ องบท

● อธบิ ายแนวคดิ เร่อื งระบบนเิ วศดิจิทัล
● เสนอประเดน็ ทน่ี าสนใจเก่ยี วกบั การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดจิ ิทัล

ความนาํ

การเติบโตแบบกาวกระโดด (Exponential growth) ของเทคโนโลยดี ิจทิ ลั ทำใหเ กิดความเปลย่ี นแปลงอยางมหาศาลกบั
องคก าร สงผลกระทบตอรูปแบบการทำงาน การบริหารจดั การ ทำใหหลายองคการพยามปรับเปลย่ี นไปสูการเปน องคก าร
ดจิ ิทัล (Digital transformation) ภายใตระบบนิเวศดิจิทัล (Digital ecosystem) การทำงานพื้นฐานขององคการยอ มตอ ง
อาศยั เอกสารท่ีเปนดิจิทัลดว ยเชนกัน การจัดการเอกสารในระบบนิเวศดจิ ทิ ลั เปน สิ่งท่ีองคก ารตอ งเผชิญในอนาคตอนั ใกล
องคก ารจะตองปรบั ตัวอยางไร ตลอดจนวชิ าชีพนกั จัดการเอกสารตอ งเปล่ียนแปลงมุมมอง วธิ ีการปฏบิ ตั งิ าน และการศกึ ษา
อยางไร ในบทนมี้ ุงนำเสนอประเดน็ การจดั การเอกสาร ทเ่ี ปลี่ยนจากการจดั การเอกสารแบบดั้งเดิมมาสูดิจิทัล

285


Click to View FlipBook Version