บรรณานุกรม
สถาบนั ทปี่ รกึ ษาเพื่อพฒั นาประสิทธภิ าพในราชการ.(2533). คมู ือปรบั ปรุงงานสารบรรณ. สำนกั งาน ก.พ.
สมสรวง พฤตกิ ุล (2546). การจดั การเอกสาร. ภาควชิ าภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.
Awre, C., Green, Mays,V. & Burg, J. (2008). Using an institutional repository to support records
management and digital preservation (RMDP).https://hull-repository.worktribe.com/
output/459065/using-an-institutional-repository-to-support-
records-management-and-digital-preservation-rmdp
Read-Smith, J. & Ginn, M. L. (2007). Records management. Ohio: Thomson South-Western.
Simon Fraser University. (2020). Procedure for transferring records. https://www.sfu.ca/
archives/records-management/procedure-for-transferring-records.html
Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.
Smith, K. (2007). Planning and implementing electronic records management: a practical guide. Facet.
United nation, Archives and records management section. (2020). Transfer records to ARMS.
https://archives.un.org/content/transfer
Yusof, Z. & Chell, R. (2005). Issues in records management. Penerbit Universiti Kebangsaan Malaysia
(UKM)
236 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 11
การดาํ เนนิ งานเอกสารสินกระแสการใชง้ าน
วตั ถปุ ระสงค์ของบท
● อธิบายกระบวนการกำจัดเอกสาร
● เสนอแนวทางการบริหารงานจดหมายเหตุ
● แนะนำวิธกี ารสงวนรักษาเอกสารเบือ้ งตน
ความนาํ
เอกสารเปนสอื่ กลางท่ีใชใ นการบริหารงานองคการ จดั ทำขึน้ หรือรบั ไวเ พอ่ื ประโยชนในการดำเนินภารกิจใหบรรลเุ ปา หมาย
ตอ เมื่อเวลาผานไป โครงการหรอื กิจกรรมตา งๆสิน้ สุดลง เอกสารก็จะมคี ณุ คาลดลงตามไปดว ย มเี อกสารเพียงจำนวนนอ ยท่ี
ยงั มีคณุ คา อยางตอเนือ่ ง ดงั น้นั แตละหนวยงานจึงตอ งมีการกำจัดเอกสารเพ่ือลดภาระการบรหิ ารจัดการ และประหยดั งบ
ประมาณทใ่ี ชดูแลเอกสาร สำหรบั เอกสารทย่ี งั มีคุณคา ในเชิงการเปนสารสนเทศสำหรบั การคน ควา วจิ ยั และประวัติศาสตร
จำเปน ตองถกู โอนยายไปเก็บรักษาอยา งถาวรในหอจดหมายเหตุ ซ่งึ เปน หนว ยงานทรี่ ับผดิ ชอบบรหิ ารงานเอกสารทมี่ ีคุณคา
ขององคก าร ในบทนจ้ี ะกลาวถงึ การดำเนินงานเอกสารท่ีสิน้ กระแสการใชง าน ซงึ่ เกีย่ วของกับกิจกรรมสำคญั คอื การกำจดั
เอกสาร การบรหิ ารงานจดหมายเหตุ และการสงวนรักษาเอกสาร โดยเชอื่ มโยงกับแนวปฏบิ ตั ิตาม ระเบยี บสำนกั นายก
รัฐมนตรี วา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และฉบบั แกไ ขเพิม่ เตมิ (ฉบับที่ 2) 2548, (ฉบับท่ี 3) 2560, (ฉบับที่4) 2564 ใน
กรณขี องการดำเนนิ งานเอกสารภาครฐั สำหรับบทนจ้ี ะมไิ ดล งรายละเอยี ดทางการจดั การจดหมายเหตุทัง้ หมด เพียงแต
เปน การนำเสนอขนั้ แนะนำในสว นที่เก่ยี วขอ งกับการจดั การเอกสาร ซึ่งสัมพันธก ันอยางใกลชิดเทา นั้น
237
เอกสารสินกระแสการใชง้ าน
เอกสารส้นิ กระแสการใชงาน (Non-current records/Inactive records) หมายถงึ เอกสารท่ีสน้ิ สุดการใชง านตามหนาท่ี
และวตั ถุประสงคทสี่ รางข้ึนแลว มีอายคุ รบตามตารางกำหนดอายเุ อกสาร หรือตามกฎหมายและระเบยี บกำหนดไว ถอื
เปนชว งสดุ ทา ยของเอกสารตามหลกั การวงจรชีวติ เอกสาร 3 ชว ง
เอกสารย่ิงผา นระยะเวลาการใชงานนานเพียงใด ยงิ่ มีคุณคา ในทางการใชงานลดนอยลงเรือ่ ยๆ จนกระท่งั หมดคุณคาไปใน
ทส่ี ดุ ในทางทฤษฎีแลว มีเอกสารราว 5-7 เปอรเซน็ ต ของท้ังหมดในองคก ารเทานั้น ทมี่ คี ุณคา อยางตอเนอ่ื ง (Continuing
value) หรอื มีคณุ คาชน้ั รอง (Secondary value) (IRMT, 1999; Franks, 2018) กลาวคอื แมเอกสารจะสิ้นสดุ คณุ คาตาม
วตั ถุประสงคการจดั ทำแลว แตย ังคงมปี ระโยชนในทางการศึกษาคนควา วิจัย เปนหลักฐานทางประวัติศาสตร มีความนา เชอ่ื
ถอื ใชอางอิงได เอกสารกลุมนีจ้ ะไดร ับการประเมนิ คุณคาใหเปน เอกสารจดหมายเหตทุ ี่สมควรเกบ็ รกั ษาเอาไวอยางถาวร
ในบรรดาเอกสารที่มคี ณุ คาควรเก็บรักษาเอาไวอยางถาวรน้ี สวนใหญมักเปน เอกสารสาํ คัญทส่ี ดุ (Vital records) ท่ีหาก
สูญหายหรอื ถูกทำลายแลวไมส ามารถจดั ทำขึน้ ทดแทนใหมไ ด ตลอดจนมผี ลตอความอยรู อด และความนา เชอื่ ถือของหนวย
งาน ดังนนั้ หากแตล ะองคการมีแผนงานจดั การเอกสารสำคญั ท่ีสดุ เปนอยา งดแี ลว ยอมทำใหการโอนยา ยเอกสารกลุม นี้ ไป
เกบ็ รักษาไวเปน เอกสารจดหมายเหตุ เปน ไปอยา งราบรืน่ และมปี ระสทิ ธภิ าพดวย
แมว า ในทางหลกั การแลว เอกสารทสี่ ้นิ กระแสการใชง าน คอื เอกสารท่ีผา นชว งอยใู นกระแสการใชงาน และก่ึงกระแสการใช
งานมาแลว แตใ นทางปฏบิ ตั ขิ องการจัดการเอกสารยคุ ปจ จุบัน เอกสารบางอยา งหลงั จากทผี่ านชว งอยูในกระแสการใชง าน
แลว สามารถทำลายไดทันที หรอื โอนยา ยไปเปนเอกสารจดหมายเหตุไดโ ดยไมต องรอใหผ านชว งกงึ่ กระแสการใชงาน ทง้ั น้ี
ขึ้นอยูก บั การวางแผนกอ นการจดั ทำเอกสาร (Pre-creation) และการระบไุ วในตารางกำหนดอายเุ อกสาร
การกําจดั เอกสาร
เอกสารท่ีองคการจดั ทำขึน้ หรือรบั ไวต ามภารกจิ มีจำนวนเพม่ิ มากขนึ้ ในทุกๆวัน หนวยงานไมสามารถเกบ็ เอกสารไวได
ทง้ั หมด เพราะเปน การส้นิ เปลืองงบประมาณ บคุ ลากร สถานที่ สำหรับการจดั เก็บรักษา การกำจัดเอกสารจงึ เปนกจิ กรรม
สำคญั ในการดำเนินงานสารบรรณ
การกำจดั เอกสาร (Disposal/Disposition) คอื ข้นั ตอน การปฏิบตั ิ และการตัดสินใจวาจะทำลายเอกสารทสี่ นิ้ กระแสการ
ใชงานแลว ดวยวิธีการตา งๆ หรือโอนยายเอกสารไปยงั ทจ่ี ัดเก็บเอาไวใ นสถานท่ีแหงใหม ภายใตการดแู ลของบคุ ลากรใน
หนวยงานที่รับผิดชอบ ซ่ึงโดยทว่ั ไปแลว คอื หอจดหมายเหตขุ ององคก ารนน้ั ๆ (Smith, 2007; Smallwood, 2013) โดยการ
ดำเนนิ การกำจัดเอกสารจะกระทำไดหลังจากเอกสารนนั้ ครบอายกุ ารจดั เก็บ ตามทรี่ ะบุไวในตารางกำหนดอายุเอกสาร
เพราะฉะนัน้ เปาหมายของการกำจดั เอกสาร คือ เพ่ือใหแ นใจวาเอกสารทไ่ี มม ีคณุ คาไดถ กู ทำลายอยางถูกตอง และเอกสารท่ี
มีคุณคา อยา งตอ เน่อื ง ไดถ กู โอนยายไปเก็บรกั ษายงั หอจดหมายเหตุ ในเวลาที่เหมาะสม ตามทรี่ ะบุไวใ นตารางกำหนดอายุ
238 การจดั การเอกสาร | Records Management
เอกสาร ในบางหนวยงานที่ใชระบบสารสนเทศสำหรับการจัดการเอกสารดจิ ิทลั (ERMS, EDRMS) ระบบจะแจง เตือนตาม
ปฏิทนิ การกำจัดเอกสารที่ถกู ออกแบบไวต ัง้ แตแรก เมอื่ ถงึ เวลาทกี่ ำหนด ระบบจะดำเนินการกำจดั เอกสารดจิ ทิ ัลตามท่ี
โปรแกรมไวโดยอัตโนมัติ อยางไรกด็ ไี มวาจะเปน การโอนยายไปยงั หอจดหมายเหตุ หรือการทำลายเอกสาร ควรทำอยา ง
ระมัดระวงั และตรวจสอบอยางถ่ีถว นทกุ ครง้ั ควรมีการทำบันทึกหลกั ฐาน (Documentation) หรอื ทำรายการขอ มูลอภิ
พนั ธุ (Metadata) ทรี่ ะบถุ งึ การกำจดั เอกสารกำกบั ไวเ พอ่ื ประโยชนในการบริหารเอกสารดวย
ประเดน็ เก่ียวกับการกำจัดเอกสารนี้ Elizabeth Shepherd & Geoffrey Yeo (2003) ใหขอ สงั เกตวาการกำหนดอายุ
เอกสารมกั กระทำในระดับชุด (Series level) สวนการกำจดั เอกสารมกั ดำเนนิ การในระดบั แฟม (File level) โดยเฉพาะใน
กรณที ่ีเปน เอกสารกระดาษ สวน IRMT (1999) เหน็ วา การกำจดั เอกสารควรกระทำในระดับชุดและไมควรกระทำในระดับ
แฟมหรอื ฉบบั เพราะเปน ไปไมไดท หี่ นว ยงานจะมที รัพยากรเพียงพอในการมาพจิ ารณาเอกสารทลี ะแฟมๆ วาควรโอนยา ย
หรอื ทำลาย อีกทงั้ การแยกพจิ ารณาทีละแฟม/ฉบับยงั มแี นวโนม ทำใหเอกสารถกู แยกจากบริบท (กจิ กรรมทท่ี ำใหเกดิ
เอกสาร, หนวยงานเจาของเอกสาร ฯลฯ) อันจะเปน การทำหลายแหลงทม่ี าของเอกสาร (Provenance) อกี ดว ย
การกำจดั เอกสารสามารถทำไดห ลายวิธี คือ
● การโอนยายเอกสารที่มีคณุ คาตอเนือ่ งไปยังหอจดหมายเหตุ/แหลงอ่ืนๆ
● การทำลายเอกสารทไี่ มมคี ณุ คา
● การเปลยี่ นสภาพ เชน เปล่ยี นจากกระดาษเปนวัสดุยอ สวน วัสดยุ อสวน (Microforms) หรือแปลงจากกระดาษ
เปนดจิ ิทัล
● การยกเลิกสภาพความสำคญั ของเอกสาร
● การจำหนา ย
อยางไรก็ดี วธิ กี ารกำจัดเอกสาร อาจแบง ออกเปน 2 วิธหี ลกั คือ การโอนยาย และการทำลายเอกสาร
การโอนยา้ ยเอกสาร
เอกสารท่ีส้ินกระแสการใชง านแลว และไดร ับการประเมินคณุ คา เหน็ สมควรใหเกบ็ รกั ษาไวอ ยา งถาวร (ดูรายละเอียดเกย่ี ว
กับการประเมินคุณคาเอกสารในบทที6่ ) ตามที่ระบไุ วใ นตารางกำหนดอายุเอกสาร จะถกู โอนยายไปยงั หอจดหมายเหตุ
โดยมแี นวปฏิบตั ิเชนเดยี วกับการโอนยายเอกสารกึง่ กระแสการใชงานมายังศูนยเอกสาร โดยใชบ ัญชีโอนยา ยเอกสาร
(Records transfer form) เปน เคร่อื งมือสำคญั ในการปฏิบตั งิ าน สว นขอแตกตา งกนั คอื การโอนยา ยเอกสารก่งึ กระแสการ
ใชงานมายังศนู ยเอกสาร เปนแตเ พยี งการโอนยายทางกายภาพ หรือตวั เอกสารเทานั้น ความเปนเจาของ หรอื กรรมสทิ ธ์ิใน
ทรพั ย (Dominion) ยงั คงเปน ของหนว ยงานเจาของเอกสารอยเู ชนเดิม สวนการโอนยายเอกสารทส่ี ิน้ กระแสการใชงาน
มายังหอจดหมายเหตุนัน้ เปน การโอนท้ังตวั เอกสารและกรรมสิทธใิ์ นเอกสารน้นั มาอยใู นความครอบครองของหอ
จดหมายเหตุดวย (Read-Smith & Ginn, 2010)
การดาํ เนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 239
การโอนยา ยเอกสารสิ้นกระแสการใชงาน มีแนวทางดงั นี้
1) กำหนดวธิ ีการโอนยายอยางเปนระบบ มขี นั้ ตอนทชี่ ัดเจน โดยอาจจดั ทำเปน คมู ือ หรือ มาตรฐานขน้ั ตอนการ
ปฏบิ ตั ิงาน(Standard operating procedure: SOP) เพอื่ จะไดเ ขา ใจตรงกนั
2) ศูนยเอกสารจัดทำบญั ชีโอนยา ยเอกสาร โดยตรวจสอบกบั ตารางกำหนดอายุเอกสาร
3) ขออนมุ ัตโิ อนยา ยเอกสาร โดยผมู ีอำนาจเห็นชอบและอนมุ ัตติ ามข้ันตอนและระเบียบปฏิบัติ
4) ดำเนินการโอนยายเอกสาร ระหวา งศูนยเอกสารกบั หอจดหมายเหตุ โดยการจัดเรียงเอกสารใหเรียบรอยเปน หนว ย
ตามแบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร, บรรจุเอกสารในแฟม กลอ ง อยางเหมาะสม, ตรวจสอบกับบัญชีโอนยาย
เอกสารใหถกู ตอง
5) แจง ผลการดำเนนิ การใหผเู ก่ียวขอ งทราบ
สำหรับการโอนยายเอกสารราชการ ทสี่ ิ้นกระแสการใชงาน และไดรบั การประเมนิ คณุ คาวาควรแกการเก็บรกั ษาอนรุ กั ษไ ว
นั้น พระราชบญั ญัติจดหมายเหตุแหง ชาติ พ.ศ.2556 กำหนดไวใ น มาตรา 7-9 วา ใหหนวยงานของรัฐดูแลรักษา เอกสารที่
มลี ักษณะอยา งใดอยา งหนงึ่ คือ (1)มคี ณุ คา ตามวัตถปุ ระสงคข องหนว ยงานของรฐั น้ัน (2)มคี ุณคา ทางประวัตศิ าสตร (3)มี
คณุ คาเพ่อื การศึกษา การคน ควา หรอื การวิจยั ไวอยา งครบถวนสมบรู ณและสามารถตรวจสอบอา งอิงได และเมื่อเอกสาร
เหลา น้ีครบกำหนดระยะเวลาจัดเก็บแลว ใหสงมอบเอกสารราชการนน้ั แกกรมศิลปากร เม่อื กรมศลิ ปากรไดร ับมอบและไดมี
การประเมินคณุ คา แลว ก็จะจดั ทำทะเบียนไวเ ปน เอกสารจดหมายเหตเุ พือ่ เกบ็ รักษาและอนุรักษทหี่ อจดหมายเหตุแหงชาติ
ตอไป
การทําลายเอกสาร
การทำลายอาจทำไดหลายวธิ ี แตกตางกนั ตามเงอ่ื นไขของแตล ะองคการ ตลอดจนขึน้ อยกู ับความจำเปนดานความปลอดภยั
งบประมาณ ผลกระทบตอ สิ่งแวดลอม ทงั้ ทท่ี ำเองโดยบุคลากรของหนวยงาน หรือการจางจากภายนอก การทำลายเอกสาร
มีแนวทางปฏิบตั ิ ดังนี้
1) กำหนดวธิ ีการดำเนนิ งานอยา งเปน ระบบ มขี ้ันตอนท่ีชัดเจน โดยอาจจัดทำเปน คมู อื หรอื มาตรฐานขัน้ ตอนการ
ปฏบิ ัตงิ าน (SOP) เพือ่ จะไดเ ขาใจตรงกนั
2) กำหนดผูรับผิดชอบการทำลายเอกสารของหนวยงาน โดยอาจเปน คณะกรรมการ ท่มี าจากสว นงานทเ่ี กย่ี วขอ ง
3) จดั ทำรายการเอกสารท่ีจะขอทำลาย โดยตรวจสอบกับตารางกำหนดอายุเอกสารใหช ัดเจนวา เอกสารนน้ั ไดดำเนนิ
การสนิ้ สดุ สมบรู ณและไมมีประโยชนแลว
4) ขออนมุ ตั ทิ ำลายเอกสาร โดยผมู อี ำนาจเหน็ ชอบและอนุมตั ติ ามขั้นตอนและระเบยี บปฏิบตั ิ กรณที เ่ี ห็นวาเอกสาร
บางชุดยังไมสมควรทำลาย อาจพจิ ารณาขยายอายกุ ารจดั เก็บออกไปอกี กไ็ ด
5) ดำเนนิ การทำลายเอกสารอยางเปนรอบครอบ รัดกุม ถกู ตอ งตามข้นั ตอนท่ีวางแผนเอาไว
6) แจง ผลการดำเนินการใหผ เู ก่ยี วขอ งทราบ
240 การจัดการเอกสาร | Records Management
การทำลายเอกสาร ถา เปน กระดาษอาจใชวิธเี ผา, ฉีก, ยอย, บด ใหเสยี สภาพไมส ามารถอา นเปน ใจความไดอีก สวนในกรณี
ของเอกสารดิจิทัล การใชเ พยี งคำส่งั Delete ไมส ามารถทจี่ ะลบเอกสารไดอ ยางสนิ้ เชิง อาจตองใชการฟอรแมตดสิ ก
(Reformatting) หรอื ทุบทำลายส่อื บันทกึ ไมใหส ามารถอานขอ มลู ไดอกี ตอ ไป
อกี วิธีการหนงึ่ ที่นิยมสำหรบั การทำลายขอมลู บนอุปกรณบนั ทึกแบบแผนจานแมเหลก็ (Magnetic disk) เชน Hard drives,
USB thumb drives, Floppy disks คอื การใชส นามแมเ หล็กทำลายจานแมเหล็ก (Degaussing) ทำใหข อมูลหายไปอยาง
ถาวรและอปุ กรณเ หลาน้ีไมส ามารถนำกลบั มาใชไ ดอ ีก
ในระบบราชการไทย การกำจัดเอกสารมกี ารระบไุ วในระเบียบฯ วาดว ยงานสารบรรณฯ โดยมีขน้ั ตอนสำคัญดงั น้ี
ขั้นตอนท1ี่ การดำเนินการสำรวจ โดยกำหนดใหเ จา หนา ที่ผูร บั ผิดชอบในการเก็บหนังสอื ดำเนินการสำรวจหนงั สือท่ีครบ
อายกุ ารเก็บในปห นึ่งๆ ทัง้ หนังสือทสี่ ว นราชการนั้นเก็บรกั ษาไวเอง และหนังสือที่สวนราชการนั้นนำไปฝากไวท ี่หอ
จดหมายเหตุแหงชาติ กรมศลิ ปากร แลวจดั ทำบัญชีหนังสอื ขอทำลาย (ตามแบบท่ี 25 ทา ยระเบยี บฯ) เสนอหัวหนาสว น
ราชการระดับกรม เพ่อื พจิ ารณาแตง ตัง้ คณะกรรมการทำลายหนังสือตอ ไป ทงั้ นใ้ี หแลวเสร็จภายใน 60 วัน นับตัง้ แตว นั ส้นิ
ปปฏิทิน
ขัน้ ตอนที2่ การแตง ตง้ั คณะกรรมการทำลายหนงั สอื คณะกรรมการชุดนแ้ี ตงตงั้ จากขาราชการตงั้ แตร ะดบั 3 (ระดับ
ปฏบิ ตั กิ าร/ปฏิบตั งิ าน) หรอื เทียบเทาขึ้นไป ประกอบดวยประธานคณะกรรมการ และคณะกรรมการอกี อยางนอยสองคน
โดยหัวหนาสวนราชการระดับกรมเปนผูแตง ต้งั หากปรากฎวาประธานกรรมการไมสามารถปฏิบัติหนา ที่ได ใหกรรมการ
ทม่ี าประชมุ เลือกรรมการคนหนึง่ ทำหนา ทปี่ ระธาน และเมอ่ื มีความเหน็ ขัดแยง เกิดขนึ้ ในการพิจารณาหนังสือ ใหถือเอาเสียง
ขา งมากของกรรมการเปน ขอยตุ ิ โดยใหท ำบนั ทึกความเหน็ แยง ไวด ว ย
ขัน้ ตอนท3ี่ การพิจารณาหนังสือของคณะกรรมการทำลายหนังสอื มแี นวทางปฏบิ ัตดิ ังนี้
1) กรณที ี่คณะกรรมการทำลายหนังสือมีความเหน็ วา หนังสอื ฉบบั ใดไมควรทำลาย และควรขยายเวลาการเกบ็ ออกไป
ใหบนั ทึกเปน ความเห็นลงในบญั ชีหนงั สอื ขอทำลาย (ตามแบบที่ 25 ทา ยระเบยี บฯ) พรอ มท้งั แกไขอายุการเก็บ
หนงั สือในตรากำหนดเกบ็ หนังสือ และประธานคณะกรรมการทำลายหนงั สอื ลงลายมือชอื่ กำกบั การแกไขไวด ว ย
2) กรณที ี่คณะกรรมการทำลายหนังสอื มีความเห็นวาหนงั สือฉบับใดควรทำลาย ใหบนั ทึกเครอ่ื งหมายกากบาท (X)
ลงในบญั ชีหนังสอื ขอทำลาย
3) คณะกรรมการทำลายหนงั สอื ทำรายงานผลการพจิ ารณาหนังสอื ขอทำลาย พรอมความเหน ขัดแยง (ถามี) เสนอ
ตอ หัวหนาสว นราชการระดบั กรม เพ่อื พิจารณาสงั่ การตอไป
ข้นั ตอนที่4 การพจิ ารณาของหวั หนาสวนราชการระดับกรม เมือ่ หัวหนา สวนราชการระดบั กรม ไดร ับรายงานผลการ
พิจารณาหนังสือขอทำลายจากคณะกรรมการทำลายหนังสือแลว ก็จะพิจารณาสง่ั การแยกเปน 2 กรณี
การดาํ เนินงานเอกสารสินกระแสการใชง้ าน 241
1) กรณเี ห็นวา หนงั สือฉบับใดไมควรทำลาย กจ็ ะส่ังการใหเก็บหนังสอื ฉบับนั้นจนกวา จะถึงกำหนดทำลายหนังสอื ครง้ั
ตอไป และจดั สง หนงั สือน้ไี ปเกบ็ ที่หนวยเก็บของสว นราชการนัน้ ตามเดมิ
2) กรณที ี่เห็นวา หนังสือฉบับใดควรทำลาย ก็ใหจ ัดสง บัญชีหนังสอื ขอทำลายไปยงั หอจดหมายเหตุแหง ชาติ เพื่อขอ
ความเห็นชอบกอ น เวน แตหนังสอื บางประเภทที่สว นราชการไดท ำความตกลงขอยกเวน กับหอจดหมายเหตแุ หง
ชาติไวก อ นแลว
ขนั้ ตอนท่ี5 การพจิ ารณาของหอจดหมายเหตุแหงชาติ เม่อื หอจดหมายเหตุแหง ชาติไดร ับบญั ชีขอทำลายของสว นราชการ
หนึง่ ๆ ผลการพิจารณามักแบงเปน 2 กรณี คอื
1) กรณหี อจดหมายเหตุแหง ชาติ พิจารณาตรวจสอบแลว เหน็ ชอบดว ย และแจงใหส วนราชการนน้ั ๆทราบ เพ่ือดำเนนิ
การทำลายตอไป แตม เี ง่ือนไขวาหากหอจดหมายเหตุแหง ชาติ ไมแจงใหทราบภายใน 60 วนั นบั แตว ันที่สวน
ราชการไดสงเรือ่ งไป ใหถ อื วา ไดร ับความเหน็ ชอบแลว และสามารถดำเนินการทำลายหนังสือได
2) กรณหี อจดหมายเหตุแหงชาติ พิจารณาแลว เหน็ วา หนังสือฉบับใดควรขยายอายุการเกบ็ ออกไป ใหแ จงสว น
ราชการนั้นทราบ และใหส วนราชการนั้นดำเนนิ การแกไ ขตามความเหน็ ของหอจดหมายเหตุแหง ชาติ อนง่ึ หากหอ
จดหมายเหตุแหงชาติ เหน็ วา หนังสือฉบบั ใดควรสง ไปเก็บไวท ่ีหอจดหมายเหตแุ หงชาติ ใหสว นราชการถือปฏบิ ัติ
ตามนน้ั
อยางไรกด็ ใี นระเบยี บฯยังกำหนดไวด ว ยวา เพ่อื ประโยชนใ นการทำลายหนังสือนี้ หอจดหมายเหตแุ หง ชาติ อาจสง เจาหนา ท่ี
มารวมตรวจสอบหนงั สือของสว นราชการน้ันก็ได
ขัน้ ตอนท่6ี การทำลายหนังสือ เมอ่ื บัญชีหนงั สอื ขอทำลายของสว นราชการไดผ านความเหน็ ชอบตามขัน้ ตอนท่ี 5 แลวให
สวนราชการทำลายหนงั สือตอ ไป ในการทำลายหนังสือน้นั คณะกรรมการทำลายหนงั สือ ตองควบคุมการทำลาย โดยการ
เผาหรือวิธีอื่นใด ที่จะไมใ หหนังสอื นนั้ สามารถอา นเปนเรอื่ งไดอ ีก เม่อื ดำเนินการทำลายเสรจ็ เรียบรอ ยแลว คณะกรรมการ
ทำลายหนังสือ จัดทำรายงานผลการปฏบิ ัติงานโดยลงนามรว มกัน เสนอหวั หนาสวนราชการระดบั กรมทราบ
242 การจัดการเอกสาร | Records Management
ภาพ11-1 ขัน้ ตอนการทำลายหนงั สือราชการ
สำหรบั การทำลายหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สน ้ัน ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรี วาดว ยงานสารบรรณ (ฉบับท4ี่ ) 2564 ขอ 89/5
กำหนดใหหัวหนา สวนราชการมคี ำสั่งใหทำลายหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ สท ม่ี ใิ ชเอกสารจดหมายเหตุ ทเ่ี ก็บในระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนกิ สม าเปน เวลาเกนิ กวา 10 ปแลวได โดยใหใชว ิธีลบออกจากระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส โดยลบหนงั สือทเ่ี กบ็
ไวเปนเวลานานที่สดุ ยอ นข้ึนมา รวมถึงการทำลายหนงั สอื อิเล็กทรอนิกส ทเี่ กบ็ รกั ษาไวใ นการสำรองขอมูล (Backup) ของ
สว นราชการ เปน เวลาเกนิ กวา 20 ป สำหรบั ขั้นตอนการทำลายนัน้ ใหอ นุโลมใชเ ชน เดียวกับหนังสอื ราชการในรูปแบบ
กระดาษ (หมวด 3 การเกบ็ รกั ษา ยืม และ ทำลายหนงั สอื )
การศกึ ษาของสถาบันท่ีปรกึ ษาเพื่อพฒั นาประสทิ ธิภาพในราชการ (2533) พบวา ขน้ั ตอนการทำลายหนังสือราชการมีความ
สัมพันธโดยตรงตอ ระบบการเกบ็ หนังสอื กลาวคอื หากสามารถทำลายหนังสือราชการท่ีไมม ีความคัญไดอยา งเปนระบบ
ถูกตอง กจ็ ะลดภาระการเกบ็ หนงั สือของสว นราชการ ในขณะเดยี วกนั กจ็ ะสามารถรกั ษาหนงั สือทม่ี ีคณุ คา ทาง
ประวัติศาสตรเ อาไวเ ปนเอกสารจดหมายเหตไุ ดอ ยางครบถว น แตพบวา หนวยงานสว นใหญมกั ไมคอยปฏิบตั ติ ามระเบียบฯ
วา ดว ยงานสารบรรณฯ อยา งจรงิ จังนกั ทั้งน้อี าจเปนเพราะ
● ระเบยี บฯ ไดกำหนดขนั้ ตอนการปฏิบัติซบั ซอนมากเกินไป
● ขาราชการโดยทว่ั ไปไมเขาใจระเบียบ หรอื เขาใจระเบยี บฯไมตรงกัน จึงทำใหก ารปฏิบัตงิ านไมส อดคลอ งกนั
● ขาราชการทเ่ี กี่ยวของมองไมเห็นความสำคัญท่จี ะตองปฏิบัติตามระเบียบ
เม่อื มกี ารละเลยไมปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บฯ แลวก็ไมมีการลงโทษใดๆทงั้ สิน้ ซงึ่ สงผลใหเกิดปญหาอยางมาก กลา วคือ หนงั สอื
ราชการท่ีมคี วามสำคญั ทางประวัตศิ าสตรถ ูกปลอ ยปละละเลย ท้งิ ไวจนเกดิ ความเสียหายโดยรเู ทาไมถงึ การณ ขณะเดยี วกัน
หนงั สอื ธรรมดาๆที่ไมม ีความสำคัญ กลบั ถูกรกั ษาไวน านเกินความจำเปน โดยเจา หนา ที่ผูเกี่ยวขอ งเองก็ไมอ าจบอกไดวา เก็บ
หนังสอื เหลา นั้นไวท ำไม ขอ เท็จจรงิ ในเรอ่ื งน้จี ะสามารถสังเกตเหน็ ไดโ ดยทว่ั ไปทุกสวนราชการ
การดาํ เนินงานเอกสารสินกระแสการใชง้ าน 243
การบริหารงานจดหมายเหตุ
เอกสารจดหมายเหตุ คือ เอกสารทส่ี ้นิ กระแสการใชง านแลว แตไ ดร ับการประเมินแลววามคี ณุ คาอยา งตอ เนอื่ ง สมควรเก็บ
รกั ษาเอาไวอยางถาวรในหอจดหมายเหตุ โดยมีนกั จดหมายเหตุ เปนวชิ าชพี ทีร่ บั ผดิ ชอบในการจัดการนั้น
ความแตกตางระหวา งหอจดหมายเหตุ กบั ศูนยเอกสาร คอื ศูนยเอกสารจัดตงั้ ขึน้ เพอ่ื ใหบ ริการเฉพาะหนว ยงานภายใน
องคการ หรือเพ่อื ประสทิ ธภิ าพในการบริหารทรัพยากร มากกวาเพอ่ื ประโยชนท างการคนควาวิจัย หรือทางสงั คมวัฒนธรรม
เพราะสิทธิในเอกสารยงั เปน ของหนวยงานเจา ของเอกสาร ขณะทห่ี อจดหมายเหตุ มุงเนนประโยชนเชิงการเปน แหลง
สารสนเทศทางการวิจัย หรือเปนแหลง สารสนเทศมรดกทางวฒั นธรรม ท่ีรกั ษาเอกสารทางประวัติศาสตร เปด โอกาสใหนกั
วจิ ยั ผูใชงานจากภายนอก สามารถเขา มาศึกษาคนควาเอกสารประวัตศิ าสตรได
อยางไรก็ดกี ารที่จะมีเอกสารประวัตศิ าสตร มาเก็บรักษาไวเ ปน มรดกทางวฒั นธรรม หรอื มรดกความทรงจำรวมในหอ
จดหมายเหตุไดอ ยา งครบถว นสมบรู ณน ั้น ขนึ้ อยกู บั วา องคการมกี ารจดั การเอกสารทด่ี ีดว ย ดงั นั้นจงึ มีแนวคดิ วาทั้งศนู ย
เอกสารและหอจดหมายเหตุ ควรถูกบรู ณาการเขาไวดว ยกัน ในลกั ษณะทเี่ ปน แผนงานแบบครบวงจร (Unified program)
ที่ทำใหอ งคก ารสามารถบริหารเอกสารตัง้ แตอยใู นกระแสการใชงาน ก่งึ กระแสการใชง าน ไปจนถงึ สนิ้ กระแสการใชง านได
อยางตอ เน่ืองไมข าดตอน ดงั ท่ี The international records management trust (IRMT, 1999) เนน ยำ้ วา ขณะทห่ี อ
จดหมายเหตุมุงดแู ลรักษาเอกสารเอกสารทางประวตั ิศาสตร แตก ไ็ มม ีอะไรจะรับประกนั วา หอจดหมายเหตจุ ะไดรบั เอกสาร
เหลานัน้ มา หากมิไดเชือ่ มตอ กับหนวยงานเจา ของเอกสารและนักจัดการเอกสารอยา งใกลช ดิ ดงั นั้น ถา ปราศจากการ
จดั การเอกสารในปจจุบนั ทีด่ ี ก็ยอมทำใหไ มม จี ดหมายเหตุในอนาคตดวยเชนกนั
เพราะฉะนนั้ แลว นกั จดหมายเหตุ จงึ ควรมบี ทบาทสำคญั ในการสรางสมดุลระหวางปจ จัย 3 ประการ คือ
1) ความจำเปนทางเศรษฐกิจและประสิทธภิ าพในองคก าร
2) ความเสยี่ งจากการใชงานเอกสาร ท่อี าจถูกทำลายหรอื เกิดความสูญเสีย
3) ความรบั ผดิ ชอบในการดูแลเอกสารสำคญั ตามกฎหมาย
การบริหารงานจดหมายเหตุ (Archives administration) มีกจิ กรรมสำคญั คอื การจัดหาและรบั มอบเอกสาร, การจดั เรียง
และจัดทำคำอธบิ าย, การเก็บรักษา, การใหบ ริการ (IRMT, 1999; Shepherd & Yeo, 2003; Franks, 2018)
การจัดหาและการรับมอบเอกสารจดหมายเหตุ
การจดั หา (Acquisition) คอื วิธไี ดม าซึ่งเอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งไมเหมอื นกบั การจดั หาทรัพยากรหองสมดุ เพราะเอกสาร
ขององคการไมส ามารถจดั ซ้อื แลกเปลยี่ น ยืมไดท ่วั ไปเหมอื นหนงั สอื ดงั นน้ั วิธกี ารจดั หาหลัก คอื การโอนยายเอกสารทัง้ ใน
ทางกายภาพและสทิ ธิครอบครอง จากหนวยงานเจา ของเอกสารเดิม มายังหอจดหมายเหตุ เพอ่ื การดำเนินการตามหลกั วิชา
มีบางกรณีเทา น้ันท่ีจะจดั หาเอกสารดว ยวิธีการซอ้ื เชน เอกสารนัน้ เกี่ยวของกบั องคการ เปนเอกสารหายาก ไมส ามารถหา
ไดจ ากท่ีไหน หากไดม าจะชว ยเสรมิ ใหก ารศกึ ษาวจิ ยั ครบถวน
244 การจัดการเอกสาร | Records Management
สำหรบั หนว ยงานของรฐั เอกสารทไ่ี ดร ับการประเมนิ วามีคณุ คา อยางตอเนื่อง จะตองถูกโอนยา ยไปเกบ็ รักษายงั หอ
จดหมายเหตุแหงชาติ ตามพระราชบญั ญตั ิจดหมายเหตแุ หงชาติ พ.ศ.2556 โดยหนวยงานของรฐั ตอ งดูแลรกั ษารกั ษา
เอกสารไวใหค รบถวนสมบูรณแ ละสามารถตรวจสอบอางอิงได เมอื่ หนว ยงานสงมอบเอกสารใหก บั หอจดหมายเหตแุ หง ชาติ
และไดร ับการประเมนิ คุณคาแลว ตอ งจดั ทำทะเบยี นไวเ ปนเอกสารจดหมายเหตุ และเกบ็ รักษาไวใ นหอจดหมายเหตแุ หง
ชาติ หากหนว ยงานเจา ของเอกสารเดิมประสงคจะเก็บไวเองใหท ำความตกลงกบั กรมศลิ ปากร
การรับมอบ (Accession) เปนขนั้ ตอนทเ่ี กิดข้นึ ตอ เนอ่ื งจากการโอนยายเอกสารมายงั หอจดหมายเหตุ เพ่อื ใหเ อกสาร
จดหมายเหตุมาอยใู นการดแู ลอารักขา (Custody) โดยหอจดหมายเหตุอยางถูกตอ ง สมบรู ณ ศนู ยเอกสารตองตระเตรียม
เอกสารสำหรับโอนยายมายงั หอจดหมายเหตุ ตามหลักดงั น้ี (IRMT, 1999)
● จดั เรียง (Arrangement) ทำใหเอกสารเปนระเบยี บ ท้งั ในแงก ายภาพ คือ เปน แฟม เปนชุด เปนกลอง ไมส ลับ
สบั สน และในแงร ะบบ คือ เปน กลุมตามแบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร
● ปกปอง (Protecting) ทำใหเ อกสารปลอดภัย ไมมีความเส่ยี งเกดิ ความชำรดุ เสียหาย รวมถึงการสงวนรกั ษาเบื้อง
ตน เชน การกำจัดแมลง การแกะคลปิ เหล็ก ลวดเย็บกระดาษท่ขี ึน้ สนิม
● ทำคำอธบิ าย (Describing) การโอนยายเอกสารมายังหอจดหมายเหตุ ควรมาพรอมกับบญั ชโี อนยา ยอกสาร ที่
บันทกึ ขอ มูลเอกสารอยา งครบถว น ถูกตอ ง เพราะแมจะเปน การลงรายการอยางสั้นๆ แตน ักจดหมายเหตกุ ็จะ
สามารถใชเปนเคร่อื งมือควบคุมเอกสารไดตั้งแตเน่ินๆ
เมือ่ หอจดหมายเหตุไดรบั เอกสารพรอ มดว ยบัญชโี อนยาย ก็จะทำการตรวจสอบความถกู ตอ งของเอกสารกับขอ มูลในบัญชี
หากไมครบถวน กจ็ ะตอ งแจง ไปยงั ศูนยเอกสารใหแ กไ ข หากครบถวนแลวกจ็ ะแจงผลการรับมอบใหศูนยเ อกสารหรือหนวย
งานเจาของเอกสารทราบตอ ไป
หอจดหมายเหตุ จะลงทะเบยี นรับมอบเอกสาร (Accession register) โดยอาศยั ทั้งขอ มูลจากบัญชีโอนยายอกสาร ท่ีสง มา
จากหนวยงานเจา ของเอกสารเดมิ หรอื ศูนยเอกสาร รวมกับการตรวจสอบโดยหอจดหมายเหตุ ทะเบยี นรับมอบเอกสารมกั
จดั ทำเปน ฐานขอมูล โดยมสี วนตางๆดงั ตอ ไปน้ี
1) เลขทะเบยี น (Accession number) เปน เลขทใ่ี ชส ำหรับควบคุมเอกสารแตล ะชุดทีร่ ับมอบมา 1 ชดุ ตอ 1 เลข
2) สถานทีจ่ ดั เก็บ
3) แหลง ท่มี า
4) หนวยงานเจา ของเอกสารเดมิ
5) วันทไี่ ดรบั
6) อายุเอกสาร ตงั้ แตเรมิ่ จนจบชดุ
7) ขอบเขตและเนื้อหา
8) ลักษณะทางกายภาพและปรมิ าณ
9) เงอื่ นไขการเขา ถงึ
การดําเนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 245
10) วันท่ีบนั ทกึ ขอ มูล
11) ช่อื ผูจ ดั ทำทะเบียน
หอจดหมายเหตจุ ะตรวจสอบสภาพเอกสารเบื้องตน หากพบปญหาความเสียหายจาก แมลง หนู เช้อื รา ความเปนกรด
ตองรีบดำเนนิ การสงวนรักษาเอกสารเบอื้ งตน ตามอาการ แลวจึงนำเอกสารไปเก็บไวใ นหองเก็บเอกสารทม่ี กี ารควบคมุ
อณุ หภูมิ และความชนื้ เพ่อื รอการจดั เอกสารตอไป
การจดั เรยี งและจดั ทําคําอธิบายเอกสารจดหมายเหตุ
เมือ่ หอจดหมายเหตุ รบั มอบเอกสารจากหนว ยงานหรอื ศนู ยเ อกสารแลว กจ็ ะนำมาจัดเรยี งและจัดทำคำอธิบายเอกสาร
จดหมายเหตุ เพ่อื ประโยชนในการควบคุมดแู ลรกั ษา และการใหบริการแกผ ใู ช
การจดั เรยี ง (Arrangement)
คือ กระบวนการจดั เอกสารจดหมายเหตุใหเปน หนวย (Unit) ท่ีมีระบบระเบียบ โดยคำนงึ ถงึ แหลงทมี่ า (Provenance) และ
ระเบยี บเดมิ (Original order) เพื่อรักษาบริบทของเอกสาร อนั จะสะทอ นใหเหน็ ถึงการสรางและใชงานเอกสารในบริบท
ของโครงสราง และ/หรอื ภารกิจขององคก าร แสดงใหเ ห็นความสมั พนั ธของเอกสารจดหมายเหตุแตล ะกลมุ ควบคุมเอกสาร
ท้งั ในเชิงกายภาพ (Physical) และเนือ้ หาสาระ (Intellectual) ทำใหจดั เกบ็ สืบคน เขาถึงเอกสารไดอยา งมปี ระสิทธิภาพ
การจัดเรียงเอกสารจดหมายเหตุ อาศัยหลกั การ “Respect des fonds”1 คือ การพยายามรักษาระบบระเบียบด้ังเดมิ หรอื
แสดงแหลง ทม่ี าเดมิ ของเอกสาร โดยไมรวมเอกสารจากหนว ยงานหนึง่ มาไวก บั อีกหนว ยงานหน่ึง ไมจัดเอกสารไวดว ยกนั
เพียงเพราะมลี ักษณะทางกายภาพเหมอื นกัน เน้อื หาเดียวกนั ปเ ดียวกัน โดยทไ่ี มไดม าจากแหลง เดียวกนั หรือจัดทำข้ึนตาม
ภารกจิ เดยี วกนั
หลักการพ้ืนฐานน้ี ไดพ ฒั นาเปน 2 หลักการจดั การเรยี งเอกสารจดหมายเหตุ ทีใ่ ชก ันมาจนถึงปจ จุบัน คอื
1) หลักระเบยี บเดมิ (Principle of original order) เปน การจัดเรยี งเอกสารตามระเบยี บเดมิ ทห่ี นว ยงานเจา ของ
เอกสารไดเคยจดั ระหวา งการใชแ ละเก็บรกั ษาเอกสาร เพอ่ื สะทอ นใหเ ห็นถงึ กจิ กรรมทเี่ คยเกิดขน้ึ
2) หลักแหลงที่มา (Principle of provenance) เปนการจดั เอกสารของบคุ คล หนว ยงาน องคก ร สถาบันเดยี วกนั ไว
ดว ยกนั ไมนำมาปะปนกนั เพ่อื ใหเ อกสารสะทอ นใหเหน็ หนา ทแี่ ละกจิ กรรมของหนว ยงานเจา ของเอกสาร
การจดั เรยี งเอกสาร มีโครงสรางเปน ลำดับชน้ั (Hierarchy structure) จากระดับบนลงลา ง (Top-down) ทำใหเห็นภาพ
รวมของเอกสารทง้ั ชุดไปจนถึงเรอ่ื ง ดังนี้
1 มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลวา เคารพตอ ผจู ัดทำเอกสาร (Respect for the creator of the records) ในภาษาเยอรมนั เรียกหลกั การน้ีวา
“Provenienzprinzip”
246 การจัดการเอกสาร | Records Management
● ระดับท่ี 1 กลุม (Group/Founds) คือ เอกสารจดหมายเหตุของบคุ คล หนวยงาน องคการหนึง่ เชน เอกสาร
จดหมายเหตุมหาวทิ ยาลัยขอนแกน ทงั้ หมดเปน 1 กลุม ภายใตก ลุมยงั สามารถจำแนกเปนกลมุ ยอ ย
(Sub-group) ไดอีก เชน เอกสารจดหมายเหตวุ ทิ ยาเขตหนองคาย เปน 1 กลมุ ยอย ภายใตเ อกสารจดหมายเหตุ
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
● ระดับที่ 2 ชุด (Series/Class) คือ การจดั เอกสารทมี่ าจากกลุมเดียวกนั ใหเ ปน หนว ยยอ ย โดยรวมเอกสารที่
สัมพันธกนั ไวดวยกัน ตามเงื่อนไข หรอื หลกั เกณฑ อาทิ จัดตามภารกิจ, จดั ตามโครงสรา งองคกร, จดั ตามประเภท
ส่ือ เชนเอกสารจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยขอนแกน แบงเปน 4 ชุดหลกั คือ (1)การจดั การศกึ ษา (2)การวิจยั (3)
การบรกิ ารวชิ าการ (4)การทำนุบำรงุ ศลิ ปวัฒนธรรม เอกสารในระดบั น้ียังสามารถจดั เปนชุดยอ ย (Sub-series) ได
ตามความซับซอนของเอกสาร หรือแหลงกำเนิดของเอกสาร เชน เอกสารชดุ การทำนุบำรงุ ศิลปวัฒนธรรม จัดเปน
ชดุ ยอ ยได คือ (1)ภายในมหาวิทยาลยั (2)ภายนอกมหาวทิ ยาลัย
● ระดับที่ 3 แฟม (File) คือ จัดเอกสารแตล ะกจิ กรรม ธรุ กรรม หรืองานทสี่ มั พนั ธก ันภายใตช ุดเดียวกนั ไวด ว ยกนั
ตามลำดบั ป ตัวอักษร เลขรหัส หรืออยา งใดอยา งหนึง่ เชน การสรา งเครือขายทางศิลปวฒั นธรรม เปนแฟมภายใต
ชดุ การทำนุบำรงุ ศิลปวฒั นธรรม
● ระดบั ท่ี 4 รายการ (Item) คือ หนวยทเี่ ลก็ ท่สี ดุ จนไมส ามารถแบง ยอ ยลงไปไดอกี เปนรายการเอกสารแตละชิน้
เชน จดหมาย, บนั ทึกขอตกลง, รายงาน, ภาพ
ภาพ11-2 โครงสรา งการจดั เรยี งเอกสาร (ปรบั ปรงุ จาก ISAD(G) 2nd )
การดําเนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 247
การจดั ทำคำอธิบาย (Description)
คือ การวิเคราะหและการจดั ทำคำอธิบายเอกสารจดหมายเหตุ ในดานเน้ือหา บรบิ ท และโครงสรา ง เชน แหลง ทีม่ า ชอ่ื กลมุ
เอกสาร เน้ือหาสาระสำคญั ระบบการจดั เรยี งเอกสาร เพอ่ื ใหเ ปนตวั แทนเอกสาร สำหรับการระบบุ ง ช้ี ควบคมุ ดแู ล ตลอด
จนนำไปทำเปน เครอื่ งมอื เพ่ือชว ยคน คนื (Archival finding aid) เชน
● บญั ชที ะเบียนเอกสาร (Accession list)
● บัญชรี ายการเอกสาร (lnventory)
● ดรรชนี (lndex)
● คมู อื แนะนำเอกสารจดหมายเหตุ หรอื คูม อื แนะนำสถาบนั จดหมายเหตุ (Guide)
สภาการจดหมายเหตุนานาชาติ (International Council on Archives: ICA) ไดก ำหนดมาตรฐานการลงรายการคำอธิบาย
เอกสารจดหมายเหตุ ที่เรยี กวา General international standard for archival description – ISAD(G) สำหรับเปน
หลกั เกณฑก ารลงรายการคำอธบิ ายของเอกสารจดหมายเหตุใหเ ปน มาตรฐาน สามารถนำมาจัดทำเปน หลักฐานการควบคุม
และจดั ทำเปนเคร่ืองมือชวยคนเอกสารจดหมายเหตุได ประกอบดว ย 7 สว น (Area) 26 องคป ระกอบ (Elements) ดังนี้
1) คำอธบิ ายเกยี่ วกบั เอกสาร (Identity statement area) เปน สว นทใี่ หขอ มลู สำคัญในการอางถงึ เอกสาร ประกอบ
ดว ย รหัสอางองิ , ชอ่ื เอกสาร, วนั เดือนปข องเอกสาร, ระดับคำอธบิ ายเอกสาร, ขนาดและปริมาณเอกสาร
2) บรบิ ทเอกสาร (Context area) ประกอบดว ย ผจู ัดทำเอกสาร, ประวตั หิ นว ยงาน/เจาของเอกสาร,ประวัติเอกสาร,
แหลงทไ่ี ดร ับมอบ/โอนยา ยเอกสาร
3) เนอื้ หาและโครงสรา งเอกสาร (Content and structure area) เปน สว นทใ่ี หขอ มลู เกี่ยวกบั ท่ีมาของเอกสาร
ประกอบดว ย ขอบเขตและเนอื้ หา, การประเมินคุณคา การทำลาย และการกำหนดอายุเอกสาร, การเพ่ิมข้นึ ของ
เอกสาร, ระบบการจัดเรยี งเอกสาร
4) เง่ือนไขการเขาถึงและการใชเ อกสาร (Condition of access and use area) เปน สว นทใี่ หขอ มลู เก่ียวกับเอกสาร
ท่ีชวยใหผ ใู ชไ ดพจิ ารณาเพอ่ื การตัดสินใจใชเ อกสารนนั้ ประกอบดวย เงอื่ นไขการเขาถงึ เอกสาร, เงอ่ื นไขการทำ
สำเนา, ภาษา/ตวั อกั ษร, ลกั ษณะทางกายภาพและความตอ งการทางเทคนิค, เคร่อื งมอื ชวยคน
5) วัสดทุ ่ีเก่ยี วขอ ง (Allied materials area) เปน สวนที่ใหข อมลู เก่ยี วของกับวสั ดุอน่ื ๆทเี่ กีย่ วขอ ง ประกอบดวย
สถานที่จัดเก็บเอกสารตนฉบับ, สถานที่จัดเกบ็ เอกสารฉบับสำเนา, เอกสารทีเ่ กยี่ วของ, บนั ทกึ เกยี่ วกบั การพิมพ
6) หมายเหตุ (Notes area) เปน สว นทใ่ี หขอ มลู เพ่มิ เตมิ ทไ่ี มสามารถจัดใหอยใู นสว นอนื่ ๆ ทั้ง 5 สวนขา งตนได มี 1
หนว ยขอ มลู คือ หมายเหตุ
7) การควบคมุ การจดั ทำคำอธบิ ายเอกสาร (Description control area) เปนสวนทใ่ี หขอ มูลเกี่ยวกบั การจดั ทำคำ
อธบิ ายเอกสาร ซงึ่ ใชเ ปนหลักฐานในการควบคมุ เอกสาร ประกอบดวย บนั ทึกของนักจดหมายเหต,ุ กฎ ระเบียบ
หรือแนวปฏบิ ตั ,ิ วนั เดือนปทจ่ี ดั ทำ
248 การจดั การเอกสาร | Records Management
การเก็บรกั ษา
เอกสารจดหมายเหตุท่ีดำเนินการจัดเรียง จดั ทำคำอธิบายแลว จะถกู นำไปเกบ็ รกั ษาไวใ นคลังเกบ็ (Repository) ของหอ
จดหมายเหตุ ซ่ึงมี 2 กรณี คอื
1) เกบ็ ไวในหอจดหมายเหตขุ ององคการ (In-house archives unit) เชน หอจดหมายเหตมุ หาวทิ ยาลยั หอ
จดหมายเหตุรัฐสภา หอจดหมายเหตุธนาคาร
2) เก็บไวในหอจดหมายเหตภุ ายนอกองคการ (External archives service) เชน กรณีการโอนยา ยไปเก็บรักษาไวท่ี
หอจดหมายเหตุแหง ชาติ หรอื สว นกลาง
การเกบ็ รักษาทงั้ สองแบบ แตกตางกนั มที ั้งขอดีและขอจำกัด ทค่ี วรพิจารณา เชน ถาเกบ็ ไวทหี่ อจดหมายเหตุขององคการก็
จะเปนการสะดวกในการโอนยายและใชง านเอกสาร แตมีขอ จำกดั ในดา นเทคนิค ท่ีตองใชนักจดหมายเหตุ นักอนุรกั ษท ี่มี
ความรูเชิงเทคนิคโดยเฉพาะ สว นการโอนยา ยไปไวห อจดหมายเหตภุ ายนอกองคก าร อาจทำใหการเขาถงึ หรอื ใชง านเอกสาร
ไมส ะดวก แตกม็ ั่นใจไดวาเอกสารจะไดร ับการดแู ลในระยะยาวเปน อยา งดี เพ่อื ประโยชนในทางวฒั นธรรม ตามภารกจิ ของ
หอจดหมายเหตุ อยา งไรก็ดกี ารโอนยา ยจะตอ งทำขอ มูลอภพิ นั ธุ หรือทำบันทึกหลกั ฐาน (Documentation) ทค่ี รบถว น
สมบรู ณเ สมอ
หนว ยงานหลายแหงมกั จดั ตงั้ หอจดหมายเหตุ หอประวตั ิ พพิ ิธภณั ฑ เพ่อื ประโยชนท างวฒั นธรรม โดยใชอ าคาร
ประวตั ิศาสตร หรืออาคารเกา เปนพื้นทจี่ ัดเก็บและจดั แสดงทรัพยากร ทำใหเ กิดการใชประโยชนจากอาคารดงั กลาวอยา ง
คุม คา แตท ั้งน้ีควรตระหนกั วา เปา หมายของการเกบ็ เอกสารจดหมายเหตุ ก็เพอื่ รักษาเอกสารสำคญั นน้ั ไวอ ยางถาวร ฉะนน้ั
การเกบ็ รักษาเอกสารตองคำนึงถงึ ความม่ันคง ปลอดภยั มีประสทิ ธภิ าพ จึงจะทำใหส ามารถเกบ็ รักษาเอกสารไวอ ยา งถาวร
ตลอดไปได
มีประเด็นทค่ี วรพิจารณา ดงั นี้
● ตวั อาคาร มคี วามคงทน แข็งแรง ผนังอาคารหนาเพ่ือใหอุณหภมู แิ ละความชื้นในตวั อาคารคงที่ แบงเปน 2 สวน ท่ี
แยกจากกัน คือ สว นสำนักงานและสวนคลงั เก็บเอกสาร หอจดหมายเหตใุ ชพืน้ ทม่ี ากวา รอ ยละ 70 สำหรับเปน
คลงั เก็บ
● คลังเก็บเอกสาร เปน หองทึบไมม ีหนา ตา งหรอื ชองแสง เพราะแสงสวาง ไมว าจะเปนแสงแดดหรอื แสงไฟฟา ท่ีแรง
จัดเปน อนั ตรายกบั เอกสารทง้ั สนิ้ หอ งเก็บเอกสารจงึ ควรเปนหองปด มดิ ชิด แสงแดดสอ งเขาไมได ควบคมุ
อณุ หภูมิและความชื้นใหคงทไี่ ด พ้นื ที่โลง กวาง รองรับการเกบ็ เอกสารปริมาณมากที่ตองเพ่มิ ขึ้นทุกป คลังเก็บไม
ควรเปน ชั้นใตด ิน เพราะเสย่ี งกับความชื้นทจ่ี ะเกิดขนึ้ มรี ะบบดับเพลิงโดยใชเ คมีภัณฑ
● พัสดุ ครภุ ณั ฑ ชัน้ วางเอกสาร ตเู ก็บเอกสาร ควรมีความแข็งแรง คงทน รบั นำ้ หนกั ไดดี วัสดุควรทำจากเหล็ก หลกี
เล่ียงไม เพราะเสย่ี งกบั แมลงและเช้ือรา เลือกใชทมี่ ขี นาดและปริมาณเหมาะสมกบั เอกสารแตละประเภท เชน
ฟล ม แผนท่ี แผนผัง กระดาษ ส่อื ดิจทิ ัล
การดําเนนิ งานเอกสารสินกระแสการใชง้ าน 249
● กลองและแฟมบรรจเุ อกสาร ควรเลือกกลองและแฟมทที่ ำจากวสั ดไุ รกรด สามารถปองกนั การชำรดุ เสยี หายของ
เอกสารหรอื ยดื อายุเอกสารใหค งทนถาวรไดด ี มีขนาดสัมพนั ธก บั ท่ีเก็บ
● อณุ หภูมิ ความช้นื ควรมคี วามคงท่ี เหมาะสมกบั เอกสารแตละประเภท เพอื่ ใหค งสภาพอยไู ดอ ยา ถาวร ดงั นัน้ คลัง
เก็บเอกสารจึงตอ งตดิ ต้ังเครือ่ งปรับอากาศ เครื่องควบคุมความช้ืน และเครอื่ งฟอกอากาศ ปอ งกนั เชือ้ รา
แบคทีเรยี ฝุนละอองทีจ่ ะมาทำลายเอกสาร
● สภาพแวดลอ มและความปลอดภยั หอจดหมายเหตคุ วรตงั้ อยใู นพ้ืนทกี่ ารคมนาคมสญั จรสะดวก ไมเปน ทลี่ มุ ต่ำ
น้ำทวมถงึ มสี ภาพแวดลอมเอื้อตอ การศกึ ษาคน ควา มีการปองกนั อัคคภี ยั อุทกภัย วาตภัย การจลาจล มีระบบ
รักษาความปลอดภัย สำหรบั คลงั เก็บเอกสารนั้นสงวนไวเ ฉพาะผูปฏิบัตงิ านท่ีไดร ับมอบหมายเทานน้ั ตลอดจนมี
แผนบริหารความตอเน่ือง (Business continuity plan: BCP) และแผนฟนฟูภยั พบิ ตั ิ (Disaster recovery plan:
DRP)
การใหบ้ ริการ
หอจดหมายเหตุ มุงเนน การบรกิ ารในเชงิ การคนควา วจิ ัยแกส ังคม ตลอดจนเปน แหลงสารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม
เพราะฉะนน้ั จงึ เปด โอกาสใหผ ใู ชเอกสารจากภายนอกองคการ เขา มาใชบ ริการ สบื คน เขา ถงึ เอกสารจดหมายเหตุได ตา ง
จากศูนยเอกสารทใี่ หบ รกิ ารจำกัดเฉพาะคนในองคก ารเทา น้นั
การใหบริการของหอจดหมายเหตุ มักดำเนินการในลักษณะดังตอไปนี้
● บริการสบื คนสารสนเทศ
● บรกิ ารตอบคำถาม และชว ยการคนควา
● บริการการอานและใชงานเอกสารจดหมายเหตุ
● บริการทำสำเนาเอกสารจดหมายเหตุ
● บริการชมุ ชน และสง เสริมการใชห อจดหมายเหตุ เชน การจัดนิทรรศการ สมั มนา เสวนา นำชม เผยแพรความรู
เกยี่ วกับจดหมายเหตุ
Gregory S. Hunter (2003) เสนอวา การใหบ ริการของหอจดหมายเหตคุ วรคำนึงถึงหลกั การพื้นฐาน ดังนี้
1) เขา ถึงอยางเสมอภาค (Equal access) เปดโอกาสใหผ ใู ชสามารถเขา คนควา ศกึ ษา วิจัยเอกสารจดหมายเหตุได
อยา งเทา เทยี ม ปราศจากอคติ โดยไมนำเร่อื งเพศ วยั สภาพรางกาย ระดบั การศกึ ษามาเปนเงอ่ื นไง
2) เขา ถงึ แบบเตม็ (Full access) อำนวยความสะดวกใหผใู ชส ามารถเขา ถงึ เอกสารจดหมายเหตุทใ่ี หบริการ ไดอ ยา ง
ครบถวน สมบูรณ ตรงกบั ความตอ งการ ไมปกปดอำพราง
3) การใชสิทธ์ิ (Competing rights) นกั จดหมายเหตจุ ดั การบรกิ าร โดยคำนึงถงึ สทิ ธิ์ 2 ประการหลกั คอื (1)สิทธใ์ิ น
การรบั รู (Right to know) ของผใู ชต ามกฎหมายเกีย่ วกบั ขอมลู ขา วสาร และ (2)สิทธ์ิในความเปนสว นตวั (Right
to privacy) ซง่ึ นักจดหมายเหตอุ าจตอ งพิทกั ษความเปนสว นตวั ของบคุ คลที่มอี ยใู นเอกสาร ทัง้ นยี้ อ มเปนไปตาม
กฎหมายทเี่ กีย่ วกบั ความเปนสว นตวั ของประเทศนั้นๆ
250 การจัดการเอกสาร | Records Management
4) การจำกัด (Restrictions) เปนวิธีการทน่ี ักจดหมายเหตพุ ยายามสรางความสมดุลใหกับการใชส ทิ ธใิ์ นการรบั รู หรอืิ
เปด เผยขอ มลู ไมใ หกระทบกบั ความเปน สว นตัวของบคุ คลอ่ืน การจำกดั หรอื การปกปดขอ มลู บางสว น ตอ งแจง แก
ผใู ชงานกอ นเสมอ
การสงวนรกั ษาเอกสาร
เอกสารไมวา จะอยูระหวา งกระแสการใชง าน ก่งึ กระแสการใชง าน หรือสน้ิ กระแสการใชง าน ควรไดรบั การดแู ลรักษาให
ปลอดภยั ซึง่ เกี่ยวของกบั แนวคดิ การสงวนรักษาและอนุรกั ษเอกสาร (วิศปตย ชยั ชว ย และยศสั วนิ บุญชว ย, 2552;
(Smith, 2007; Millar, 2017)
การสงวนรักษา (Preservation) หมายถงึ การปองกันมใิ หเ อกสารถูกทำลายถูกทำลายหรอื เส่อื มสภาพ ดว ยการเก็บรักษา
ใหป ลอดภัย การจัดสภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสม มีการจัดเก็บทมี่ นั่ คง รอดพน จากปจ จัยท่ีจะมผี ลตอ การเส่อื มสภาพของ
เอกสาร เชน แสง แมลง มนุษย รวมถงึ การรูจ ักใชอยางระมดั ระวงั ถูกวิธี
การอนรุ กั ษ (Conservation) หมายถึง การบำรงุ รักษา การแกไ ขเปลี่ยนโครงสรางทางเคมี และทางกายภาพของเอกสารท่ี
เกิดการชำรดุ เสียหาย เสื่อมสภาพไปแลว ใหกลับมาอยใู นสภาพทแี่ ขง็ แรง หรอื ลดการเสอ่ื มสภาพไมใหลุกลามไปมากกวา
เดมิ ซึ่งครอบคลุมถึงการบรู ณะ (Restoration) ซอมแซมวัตถทุ ี่ชำรุด ใหคืนสภาพ เพราะหากปลอยไวจ ะเปน อันตรายราย
แรง
การอนุรักษ จำเปน ตอ งอาศัยผเู ช่ยี วชาญเฉพาะ เทคนิค วัสดอุ ุปกรณ หอ งปฏบิ ัติการ และเวลา ซง่ึ หอจดหมายเหตสุ วนใหญ
มีขอจำกัด อีกทัง้ ใน พรบ.จดหมายเหตแุ หงชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 18 กำหนดไวว า “หา มมิใหผูใดซอมแซมเอกสาร
จดหมายเหตุ เวนแตจะเปนการซอ มแซมโดยกรมศิลปากร หรอื โดยไดร ับอนญุ าตจากอธบิ าดี” ดว ยเหตุนห้ี อจดหมายเหตจุ งึ
ควรใหความสำคัญกบั การสงวนรกั ษา เปนอันดบั แรก เพราะมตี น ทุนที่นอยกวา และคุม คา กวา การรอใหเ อกสารชำรดุ แลว
คอ ยนำเขา สกู ระบวนการอนุรักษ บูรณะ ซอ มแซม
ประเด็นท่ีควรคำนึงถึงในการสงวนรักษาเอกสารคือ
● การควบคมุ และปองกันสาเหตทุ ท่ี ำใหเอกสารชำรุดเส่ือมสภาพ
● การแปลงเปนดิจทิ ัล (Digitaization)
● การพฒั นาแผนการสงวนรกั ษาและแผนรับมอื เหตุฉุกเฉนิ
การควบคมุ และปองกนั สาเหตทุ ที าํ ให้เอกสารชํารดุ เสือมสภาพ
เอกสารเมอ่ื พน จากชว งอยใู นกระแสการใชง านแลว หากเกบ็ รกั ษาไมดี อาจเกดิ ความชำรดุ เสียหายได โดยสาเหตุของความ
ชำรดุ มาจาก 2 ปจจัยหลกั คือ
การดาํ เนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 251
1) ปจ จยั ภายใน ไดแ ก วัสดทุ ่ีใชใ นการผลติ เอกสาร เชน กระดาษ หมึก สารเคมี เหลา น้ีลวนมอี ายุการใชงาน เมอื่ ผาน
ระยะเวลาหนึ่ง ก็จะเกิดความเปนกรด ทำใหเ อกสารเสื่อมสภาพ
2) ปจจยั ภายนอก ไดแก การเกบ็ รกั ษาทไี่ มเหมาะสม ความไมระมดั ระวงั ในการเก็บการใชง าน สภาพแวดลอมไมดี
เชน มลภาวะ ความสกปรก ฝุน แสงแดด อุณหภมู ิ ความช้นื ท่ีไมเ หมาะสม ทำใหเอกสารชำรุด รวมถงึ ภัยจากสตั ว
ฟน แทะ และแมลง ท่ีกดั กนิ เอกสาร หรอื ระบบไฟฟา ทไี่ มเสถยี รทำใหอุปกรณจ ดั เกบ็ เอกสารดิจิทลั ชำรดุ เสียหาย
การทำใหเอกสารมน่ั คงปลอดภยั เขา ถงึ ได เขา ใจได ตราบเทาท่ีองคการมคี วามตองการใชง าน คือองคประกอบสำคัญของ
การจดั การเอกสาร สำหรบั เอกสารกระดาษมุง เนนท่ีการรกั ษาสภาพสื่อบนั ทกึ ใหค งทนยาวนาน สวนเอกสารดจิ ิทลั มงุ เนน
วธิ ีการที่ทำใหส ามารถเขาถึง และอา นเอกสารได แมวา จะเปลีย่ นรุนของสือ่ บนั ทึกไปแลว เฉพาะฉะนน้ั การเก็บเอกสาร
กระดาษจงึ มตี นทนุ พ้นื ทจี่ ดั เกบ็ สว นเอกสารดิจิทลั ก็มีตนทนุ ดานระบบคอมพวิ เตอร
ศูนยเ อกสารและหอจดหมายเหตุ ควรเตรียมการเกีย่ วกบั การควบคมุ และปองกนั สาเหตทุ ่ีทำใหเ อกสารชำรดุ เสอื่ มสภาพ ใน
ประเดน็ ตอ ไปน้ี
1) ไฟฟา เปน สง่ิ ที่จำเปนสำหรับทุกแหง ถา ปราศจากไฟฟา ระบบคอมพวิ เตอร เครอ่ื งปรับอากาศ เครอ่ื งฟอกอากาศ
ประตอู ัตโนมตั ิ ก็จะไมทำงาน ทำใหเ อกสารเสยี หาย เพราะฉะน้ันควรมรี ะบบสำรองไฟ มีการสำรองขอมูลใน
คอมพิวเตอรอ ยา งสม่ำเสมอ และมแี ผนปฏิบัตกิ ารในกรณไี ฟดับ
2) อุณหภูมิ ระดบั ความรอ น ความเยน็ และความช้ืนสมั พนั ธ มีผลตอ เอกสารอยา งมีนยั สำคัญ เอกสารแตละประเภท
เชน กระดาษ ภาพถา ย แผนที่ ฟลม มอี ุณภมู ทิ เี่ หมาะสมกบั การจดั เกบ็ ที่แตกตางกนั ขณะที่ความชนื้ หากมมี ากไป
ก็เสย่ี งเกิดเชือ้ รา หรือมีนอ ยไปก็ทำใหเ อกสารแหง เปราะ แตกหกั ได โดยท่วั ไปแลวอณุ ภูมคิ วรอยรู ะหวาง 18-20
องศาเซลเซียส และความชน้ื สัมพนั ธระหวาง 35-40% หอจดหมายเหตจุ งึ ตอ งมกี ารควบคมุ อณุ หภมู แิ ละความชน้ื
ใหพอเหมาะพอดีกับเอกสาร และมคี วามคงที่ โดยหมั่นตรวจสอบประสทิ ธภิ าพของเครอ่ื งปรับอากาศ เครือ่ งลด
ความชื้น ตลอดจนบันทึกขอมลู อณุ ภมู ิและความชน้ื อยางสมำ่ เสมอ
3) การหยิบจับใชง าน เอกสารแตละชนิดมคี วามบอบบางและไวตอ การสัมผัสท่ีแตกตา งกัน การหยบิ จับ ใชง านอยา ง
ไมระมดั ระวัง กอ ใหเ กดิ ความเสยี หายกับเอกสารได เชน หนา กระดาษหลดุ ออกจากปก เกดิ ลายนวิ้ มือทภี่ าพ เหงื่อ
ทำใหเกิดความชื้น ดังนั้นจึงควรสวมถุงมือเม่ือตอ งสัมผสั เอกสารโดยตรง ในกรณีเอกสารดิจิทัล ควรใหผใู ชเ ขา ถงึ
และใชง านฉบับสำเนา เพอื่ ปองกนั ความเสยี หายทจ่ี ะเกดิ กบั เอกสารตนฉบับ ดงั นั้นจึงควรมีการปฐมนเิ ทศผูใช ให
ทราบถงึ วิธีการใชง านเอกสารอยางถูกตอง ชแ้ี จงเง่อื นไข และระเบยี บปฏบิ ตั ใิ หเขาใจ
4) ความเปนกรด กรด (Acid) เปน สารทมี่ ีคณุ สมบัตกิ รอนเนือ้ เยื่อท้งั พืชและสัตว โดยจะทำลายโมเลกุลของวสั ดุ โดย
เฉพาะกระดาษ ไม ผา ทำใหเซลลโู ลสเส่ือมสภาพ แตกหัก เปลีย่ นสี กระดาษบางชนิดมีกรดมาตั้งแต
กระบวนการผลติ เม่ือผานระยะเวลาไป ก็จะเสอ่ื มสภาพ ดงั นั้นวัสดุทจ่ี ะใชจดั ทำ จัดเกบ็ สำหรบั งานจดหมายเหตุ
ควรเปนประเภทไรก รด (Acid free) หรือปองกนั ลดปฏกิ รยิ าความเปนกรด
5) แสงสวา ง แสงเปน ตวั เรงการออกซไิ ดส (Oxidation) ซึง่ ทำใหกระดาษเสื่อมสภาพ โลหะเกดิ สนิม แสงยงั ทำลาย
พนั ธะเคมี ทำใหหมึกจางลง รงั สอี ลั ตราไวโอเลต (Ultraviolet Radiation: UV) ท้งั ในแสงแดดและจากหลอดฟลู
252 การจดั การเอกสาร | Records Management
ออเรสเซนต เปนอันตรายมากทส่ี ุด เน่ืองจากความยาวคล่ืนของแสงทำใหเกดิ การแผรังสีมากข้ึน ทำใหสารเคมี
เสื่อมสภาพ ดงั นั้นจึงตอ งควบคมุ แสง โดยไมใ หเอกสารโดนแสงโดยตรง หรอื อยใู กลแ หลงกำเนดิ แสง หองอา น
เอกสาร ควรมมี าน มูล่ี หรือแผนกรองแสง ใชหลอดไฟทไี่ มป ลอยรงั สี UV
6) มลพษิ เปนอันตรายตอเอกสาร ทง้ั มลพิษท่ีเกดิ ข้ึนจากภายนอกอาคาร เชน กา ซ สารเคมี สารพิษ และมลพิษท่ี
เกิดขนึ้ ภายในอาคาร จากเคร่อื งถา ยเอกสาร อุปกรณทำความสะอาด สี ไม พลาสตกิ กาว ฝุนผง แมแ ตน ้ำประปา
อนุภาคทกี่ อ ใหเ กิดมลพิษนั้นเปนกรดมีฤทธก์ิ ดั กรอน กอ ใหเ กิดคราบ ฝุนยังสามารถสรา งความเสียหายอยางรา ย
แรงกับอุปกรณค อมพวิ เตอร วิธที ่ีดที ส่ี ุดในการลดมลพษิ คอื การติดตงั้ ระบบกรองอากาศทก่ี รองอนภุ าคในอากาศที่
ปนเปอ น กระบวนการนมี้ ีราคาแพงและตอ งมกี ารบำรงุ รกั ษาอยา งสม่ำเสมอ นอกจากน้ีการจดั เกบ็ เอกสารใน
กลอ ง ตู ช้ัน ท่เี หมาะสมชว ยลดการสมั ผัสกบั สารมลพษิ การทำความสะอาด ดูดฝนุ ควรปฏบิ ัติอยางเปนประจำ
7) น้ำและไฟ การเกิดอัคคีภัย หรืออทุ กภยั ทำใหเ กิดความเสียหายอยางใหญหลวงกับเอกสาร ศนู ยเอกสารและหอ
จดหมายเหตุควรมรี ะบบปอ งกันอัคคภี ยั โดยใชสารเคมดี ับไฟ มสี ัญญาณเตือนเม่ือเกิดควนั ไฟ ระมัดระวังไมใหเกิด
ประกายไฟ คลังเก็บเอกสารตอ งไมอยบู นพน้ื ท่ีเส่ยี งนำ้ ทว ม ไมอ ยชู ้ันใตด นิ หรอื ใตหลังคา เพราะทัง้ สองจดุ มักเปน
สว นแรกในอาคารทไี่ ดรับความเสยี หายจากเหตไุ ฟไหมห รอื นำ้ ทวม เอกสารท่ีเกบ็ ควรอยสู งู เหนอื พ้ืนไมต่ำกวา 6-8
นิว้ มแี ผนปอ งกนั และฟน ฟเู มื่อเกิดอัคคีภัย หรอื อทุ กภัย
8) ส่ิงมชี ีวิต เช้ือรา แมลง หนู เปน ตัวทำลายเอกสาร ดังนั้นตองจัดสภาพแวดลอ มทไ่ี มเอื้อใหสง่ิ มชี วี ิตทเ่ี ปนศัตรูกบั
เอกสารเจรญิ เติบโต โดยมกี ารควบคุมสภาพอากาศ รกั ษาความชน้ื สัมพัทธใ หตำ่ ปอ งกันเชอื้ รา การทำความ
สะอาดพืน้ ทบ่ี ริการ และคลงั เอกสาร อบเอกสารเพื่อฆา เชอ้ื ราและแมลงกอนนำมาจัดเก็บและใหบรกิ าร
การแปลงใหเ้ ปนดจิ ิทัล
การแปลงเปน ดิจทิ ัล (Digitization) คือ การถายโอนเอกสารจากรูปแบบอนาลอ็ ก เชน กระดาษ ภาพถา ย เทปบันทกึ เสยี ง
ไปเปนรูปแบบดิจิทัล ถือเปนกลยทุ ธใ นการสงวนรกั ษา ท่ีมาเสริมหรือทดแทนการสงวนรักษาเอกสารดวยการทำเปนวสั ดยุ อ
สว น (Microform) โดยเฉพาะ ไมโครฟล ม (Microfilm) ซึ่งนิยมใชใ นหอจดหมายเหตมุ าแตเ ดมิ
หากเอกสารหรือรูปภาพถูกแปลงเปน ดจิ ิทัล ผใู ชก ็ไมต อ งสมั ผัสกับเอกสารตน ฉบับโดยตรง ลดการถกู แสงหรือเปลย่ี นแปลง
อณุ หภูมิ กจ็ ะชวยลดการสกึ หรอและยดื อายุของตน ฉบบั อยางไรก็ดศี นู ยเอกสารและหอจดดหมายเหตุ ควรดำเนนิ การใน
ประเด็นดังตอ ไปนี้
● การวางแผนงาน การแปลงใหเปน ดิจทิ ลั ตองใชเวลานาน และมคี าใชจ า ยสูง บางกรณีอาจสรา งความเสียหายตอ
เอกสารได ดงั นัน้ จงึ ตองมีการวางแผนมาอยา งดีเพอื่ ใหเ กิดประสทิ ธภิ าพ คุมคา และยัง่ ยนื ตลอดจนตอ ง
พิจารณาถงึ ความยง่ั ยนื โดยรวมดวย การแปลงใหเปนดจิ ทิ ลั ไมไดเ ปนเพียงการวางรูปถา ยบนเคร่ืองสแกน และกด
ปมุ เทาน้นั กระบวนการตางๆตองไมเปนอันตรายตอ เอกสารตน ฉบับ มมี าตรฐานในการแปลงใหเ ปนดิจทิ ลั ไฟล
ดจิ ิทัลตองมคี ณุ ภาพ มีความละเอียดเพียงพอ มขี นาดที่เหมาะสม มเี ครอื่ งมอื ชวยคน สำหรบั การเขา ถึงและใชง าน
เอกสารไดอยา งมีประสิทธิภาพดว ย
การดําเนินงานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 253
● ชวงชวี ติ ของสารสนเทศดจิ ิทลั ไฟลทไ่ี ดจ ากการแปลงใหเ ปน ดิจิทลั มีความเสี่ยงตอการเสยี หาย หรือสญู หาย อนั
เกดิ จากเทคโนโลยที ่ีเปลี่ยนแปลงไป ดงั นน้ั อาจตอ งปรับปรงุ รปู แบบไฟล ยา ยส่อื บนั ทึกใหมทุกๆ 3-5 ป เพือ่ ให
สามารถใชงานไดอ ยางตอ เน่ือง และพึงระลึกเสมอวาเอกสารทแี่ ปลงเปน ดิจทิ ลั นัน้ ถอื เปน ฉบับสำเนาที่ไมส ามารถ
ทดแทนเอกสารตนฉบบั ได มใิ ชว า แปลงเปนดจิ ทิ ัลแลว จะสามารถทำลายตน ฉบบั ได การแปลงเปน ดิจิทลั ก็เพียง
เพือ่ ความสะดวกในการใหบริการ และการปอ งกนั ความเสียหายกบั เอกสารตน ฉบบั เทานนั้
● ความจริงแทและลขิ สิทธ การแปลงใหเปน ดิจทิ ลั สามารถปรบั ปรุงไฟลใ หมคี วามคมชัด อานหรอื ดูไดงายข้ึน การ
เปลี่ยนแปลงดังกลา วควรทำอยางรอบครอบ มเิ ชนนั้นจะกลายเปน การปรับปรงุ เปล่ยี นแปลงจนบิดเบอื นความจรงิ
แท (Authenticity) ของเอกสารไป เชน ตนฉบับเปน ภาพขาวดำ แตน ำมาแปลงใหเ ปน ภาพสี ซ่งึ กลายเปนการ
ดัดแปลงไป เมือ่ หอจดหมายเหตตุ ัดสินใจวา จะแปลงเอกสารใดใหเปน ดิจทิ ลั ตอ งพจิ ารณาถึงลขิ สทิ ธิ์ ความเปน
สว นตวั และสทิ ธ์ิในการเผยแพร ตลอดจนขอ จำกดั ตา งๆ หากเกรงวาจะมกี ารนำเอกสารดิจิทลั ไปทำซำ้ หรอื
แสวงหาผลประโยชนอ นื่ ใดนอกเหนือจากทอี่ นุญาต หอจดหมายเหตอุ าจเพิม่ ลายนำ้ (Watermark) เชน ตวั อักษร
หรือสญั ลักษณ ทับลงไป แตการทำเชน น้กี จ็ ะลดทอนความสวยงามและอาจเปน อปุ สรรคในการอา นของผูใชไปดวย
● การจัดลำดับความสำคญั และทรพั ยากร การแปลงใหเ ปนดิจิทัลตอ งใชท ง้ั ระยะเวลา บุคลากร งบประมาณ วัสดุ
อปุ กรณ โครงสรางพื้นฐานทางเทคโนโลยี ดงั นั้นจงึ เปน ไปไดยากทจี่ ะแปลงเอกสารทุกอยา งใหเปน ดจิ ิทลั ได หอ
จดหมายเหตุ หรือศนู ยเอกสาร ควรวิเคราะหถึงความคุมคา ท่ีจะแปลงเอกสารชุดหนงึ่ ๆ ตลอดจนพจิ ารณาคุณคา
ประโยชน ความสำคัญจากการแปลงเอกสารชุดนั้นๆ ทงั้ จากฝง ของหอจดหมายเหตุ และฝง ของผูร บั บริการอยา ง
สมดลุ
สำหรับประเด็นเกี่ยวกบั การสงวนรกั ษาดิจทิ ัล จะกลา วถงึ อีกครัง้ ในบทที่ 13
การพัฒนาแผนการสงวนรกั ษาและแผนรับมือเหตฉุ กุ เฉนิ
การมีแผนชวยใหก ารสงวนรกั ษาเอกสาร มขี ั้นตอน แนวปฏิบตั ิทเ่ี ขาใจตรงกัน สามารถรบั มือกับเหตฉุ ุกเฉินไดอ ยางถกู ตอง
การพฒั นาแผนการสงวนรกั ษา และแผนรับมือเหตุฉุกเฉนิ เปน สวนหน่ึงของการวางแผนเชิงกลยุทธ ควรมนี โยบายรองรบั มี
การกำหนดหนาทคี่ วามรบั ผิดชอบ และแนวปฏิบัติอยางชัดเจน การพัฒนาแผนมแี นวทาง คอื
● ดำเนินการสำรวจเอกสาร เพอ่ื หาสภาพปจจุบัน ปญ หา และแนวทางแกไ ขปญ หา (ดูรายละเอียดเกีย่ วกบั การ
สำรวจเอกสารในบทที่ 6)
● ระบุเอกสารสำคญั ที่สดุ ขององคก าร ทจี่ ำเปน ตอ งไดร บั จัดลำดบั ความสำคญั ในการสงวนรกั ษาเปนพิเศษ
● รางนโยบายการสงวนรักษา ใหสอดคลอ งกับวิสยั ทัศน พันธกจิ ของสถาบัน
● รา งแผนการสงวนรักษา
● รา งแผนรับมือเหตฉุ ุกเฉนิ
● ปรบั ปรงุ แกไข และประกาศใชโดยผูมีอำนาจ
254 การจัดการเอกสาร | Records Management
สรปุ
การดำเนนิ งานเอกสารส้นิ กระแสการใชง าน เปนหลกั ปฏิบตั ิสำคัญในระดบั งานสารบรรณ ท่ีประกอบดวย การกำจัดเอกสาร
การบริหารงานจดหมายเหตุ และการสงวนรักษาเอกสาร ซึง่ ลวนแตมคี วามสัมพนั ธกนั อยา งใกลช ดิ การกำจัดเอกสาร กเ็ พ่ือ
ลดปญหาดา นสถานที่จัดเกบ็ เอกสาร ลดปริมาณเอกสารทม่ี ีมากเกินไป ลดภาระคาใชจา ยในการจัดเก็บและดูแลรกั ษา
เอกสารท่ีจำเปน ตอ งเกบ็ และเพ่ือเพิม่ ประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานตามความมงุ หมายขององคการ เอกสารทไ่ี มมีคุณคา
จะไดร บั การกำจดั อยา งถูกวิธี และเอกสารทม่ี คี ณุ คาอยางตอเนอ่ื งจะไดร ับการดูแลรักษา ตามหลักวชิ าการจดหมายเหตุ
ตลอดจนสงวนรักษาเอาไวเ พ่ือเปนมรดกทางวฒั นธรรมตอ ไป
เปนที่นา สงั เกตวา ในทางปฏิบตั ิ โดยเฉพาะอยา งยงิ่ งานสารบรรณของหนวยราชการไทย แมจะมกี ารกำหนดขนั้ ตอนการ
ดำเนนิ งานเกี่ยวกบั เอกสารส้นิ กระแสการใชง านเอาไวอยางละเอยี ดในระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ แลว กต็ าม แตล ะ
หนวยงานมกั เผชิญปญ หาคลายๆกนั คอื ไมสามารถจดั ทำบัญชีขอทำลายเอกสารไดค รบถว น เหมาะสม แลว เสรจ็ ตามเวลา
หรอื อายทุ ี่กำหนด คณะกรรมการพิจารณาทำลายเอกสาร ลา ชา ไมส ามารถตัดสนิ ใจไดอยา งรอบครอบ รดั กมุ และเดด็ ขาด
หอจดหมายเหตแุ หงชาติไมไดรบั ความรว มมือจากสวนราชการในการสง บัญชขี อทำลายเอกสารมาใหพ จิ ารณา และถึงแมจะ
ไดร ับความรวมมือ ก็เปน เรื่องยากท่ีหนว ยงานขนาดเลก็ มบี ุคคลากรจำนวนนอย อยา งสำนกั หอจดหมายเหตแุ หง ชาติ จะ
สามารถพจิ ารณาบัญชีฯจาก 20 กระทรวง ซึ่งประกอบดว ยกรมตา งๆอกี รบั รอ ยไดแ ลวเสร็จภายใน 60 วัน นยี่ งั ไมรวมถงึ
ปญ หาตา งๆที่จะตามมาเมือ่ เอกสารของหนว ยงานราชการอยใู นรูปดิจทิ ัล ในขณะที่โครงสรา งพืน้ ฐานสำหรบั การจดั เก็บ โอน
ยาย สงวนรกั ษา ยงั ไมเพียงพอ ปญ หาเลา น้ีควรไดร บั การแกไขอยางจรงิ จัง โดยตอ งอาศยั หลายฝา ยเขามารวมกนั พรอมกัน
น้นั ตอ งยกระดับงานสารบรรณใหก ลายเปน การจัดการทรพั ยากรเชงิ กลยทุ ธขององคการอยา งแทจ ริง
คําถามทบทวนทา้ ยบท
● การจัดการเอกสารส้ินกระแสการใชงานมีกิจกรรมสำคัญอะไรบา ง
● หอจดหมายเหตุตางจากศนู ยเ อกสารในประเด็นใดบาง
การดาํ เนนิ งานเอกสารสินกระแสการใช้งาน 255
บรรณานุกรม
วศิ ปตย ชยั ชวย และยศสั วิน บญุ ชว ย. (2552). การสงวนรักษาเอกสารจดหมายเหตุประเภทภาพถายดจิ ทิ ลั , วารสาร
มนษุ ยศาสตรสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยทักษณิ , 3 (2), 200-223.
สมสรวง พฤตกิ ุล. (2539). หลกั และแนวปฏบิ ตั งิ านจดหมายเหตุสำหรับภาครัฐและเอกชน. โรงพิมพม หาวิทยาลยั
สุโขทยั ธรรมมาธิราช.
สถาบนั ทป่ี รกึ ษาเพื่อพฒั นาประสทิ ธภิ าพในราชการ.(2533). คมู อื ปรับปรงุ งานสารบรรณ. สำนักงาน ก.พ.
Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
Hunter, G. S. (2020). Developing and maintaining practical archives. (3rd ed.). ALA Neal-Schuman.
International council on archives. (2011). ISAD(G): General international standard archival description -
second edition. https://www.ica.org/en/isadg-general-international-standard-
archival-description-second-edition
IRMT. (1999). Managing archives. The international records management Trust.
https://www.irmt.org/documents/educ_training/public_sector_rec/IRMT_manage_archives.pdf
Millar, L. A. (2017). Archives: principles and practices.(2nd ed.). ALA Neal-Schuman.
Read-Smith, J. & Ginn, M. L. (2007). Records management. Ohio: Thomson South-Western.
Shepherd, E. & Yeo, G. (2003). Managing records : a handbook of principles and practice. Facet.
Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.
Smith, K. (2007). Public sector records management: a practical guide. Ashgate.
256 การจดั การเอกสาร | Records Management
ตอนที 4
ประเด็นและแนวโน้ม
การจัดการเอกสารในยุคดิจทิ ลั
257
258 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 12
เอกสารอิเล็กทรอนิกส์
วัตถุประสงค์ของบท
● อธิบายลกั ษณะของเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส/ดิจิทัล
● จำแนกระบบสารสนเทศสำหรบั จัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส
● ระบฟุ งกช นั การทำงานของระบบเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส
ความนํา
ปจ จุบนั หนว ยงานตางๆนำเอาอปุ กรณด จิ ิทัลมาใชเ ปนเครื่องมอื ในการทำงานอยา งแพรหลาย ดว ยความสะดวก รวดเร็ว ใช
งานงาย ทำใหเกิดเอกสารดิจทิ ลั ข้นึ เปน จำนวนมาก แมวา โดยหลักการแลว เอกสารดิจิทัล มคี ุณลักษณะพนื้ ฐานไมตางจาก
เอกสารแบบดงั้ เดิม แตใ นรายละเอียดของกระบวนการจดั การยอ มมีความแตกตางอยางแนนอน เอกสารดิจิทัล จำเปนตอ ง
ใชระบบสารสนเทศสำหรับการจดั การโดยเฉพาะ จึงจะสามารถบรหิ ารและใชป ระโยชนจ ากเอกสารในฐานะทเี่ ปน ทรัพยากร
เชงิ กลยทุ ธไดอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ และสำหรับสวนราชการในประเทศไทย ก็มรี ะเบยี บฯทกี่ ำหนดใหแ ตละหนวยงานตอ งมี
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส เพอื่ บริหารเอกสารของรฐั และอำนวยความสะดวกในการตดิ ตอราชการของประชาชน
สำหรบั บทน้ีจะกลา วถงึ เอกสารดิจิทัล และระบบท่ีใชส ำหรบั จัดการ ตลอดจนเสนอวาระบบควรมีฟง กช ันการทำงานอะไร
บา ง
ระบบจัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์ 259
เอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์/ดจิ ิทลั
คำวา “เอกสารอิเล็กทรอนิกส” (Electronic records) และ “เอกสารดจิ ิทัล” (Digital records) มคี วามหมายใกลเคียงกัน
และใชแ ทนกันได เพราะคำวา “เอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส” มคี วามหมายครอบคลมุ ถงึ สารสนเทศทป่ี ระมวลผลดว ยแอนะล็อก
คอมพวิ เตอร (Analog computer) และดจิ ิทลั คอมพิวเตอร (Digital computer) แตเมื่อกลา วถึง “เอกสารอเิ ล็กทรอนิกส”
คนสว นใหญก ม็ กั จะนกึ ถงึ เอกสารทแี่ สดงผลบนหนา จอดิจทิ ัลคอมพวิ เตอร ไมวา จะเปน คอมพวิ เตอรสวนบคุ คล, พาลม ทอ็ ป
คอมพวิ เตอร, โนตบุกคอมพวิ เตอร, โนตแพดคอมพวิ เตอร, แล็ปทอ็ ปคอมพิวเตอร หรอื โทรศพั ทม อื ถอื ซึ่งใชร ะบบดจิ ทิ ลั
และเรยี กเอกสารน้นั วา “เอกสารดจิ ทิ ลั ” ไปโดยปรยิ าย สำหรบั หนังสือนี้จะใชท ้งั คำวา “เอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส” และ
“เอกสารดจิ ทิ ัล” ในความหมายเดยี วกนั
มอี งคการและนกั วิชาการ ไดใ หค ำนยิ ามของเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส/ ดิจทิ ัล เอาไวด ังตัวอยา งตอไปนี้
ตาราง12.1 นยิ ามของเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส/ดิจิทลั
ผใู หนยิ าม นยิ าม
The international records เอกสารท่ีจัดทำ, กอเกิด, สง , ส่อื สาร, รับ หรอื จัดเก็บ ดวยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส และ
management Trust ตองใชเทคโนโลยคี อมพวิ เตอรเ พอ่ื เขาถงึ และใชงาน
(IRMT, 2009)
The U.S. national archives สารสนเทศใดๆ ท่ีบันทึกไวในรปู แบบทคี่ อมพิวเตอรประมวลผลได สำหรับเอกสาร
and records administration: อเิ ลก็ ทรอนิกสของรัฐบาลกลางไมจำเปนตองเก็บไวในระบบงานสารบรรณ
(NARA, 2019) (Recordkeeping system) เสมอไป แตอาจอยใู นระบบสารสนเทศอิเล็กทรอนิกสท ่วั ไป
หรือจัดทำขน้ึ โดยแอปพลเิ คชัน เชน การประมวลผลคำหรือจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส กไ็ ด
Society of American archivists ขอ มลู หรือสารสนเทศทถ่ี ูกนำเขา สรู ะบบอตั โนมตั ิ และทำใหเปนระเบยี บ เพ่อื การเก็บรักษา
(SAA, 2021) และการจดั การ ซ่งึ จำเปน ตองใชร ะบบอตั โนมตั เิ พอื่ แสดงผล ใหบุคคลสามารถอา น
ทำความเขาใจได
The national archives United เอกสารท่ีสรา งขึ้นในรูปแบบดิจิทัล สว นใหญเปนเอกสารแบบขอ ความ เชน เอกสาร
Kingdom (2021) ประมวลผลคำ สเปรดชีต สไลดก ารนำเสนอ และไปรษณียอ เิ ล็กทรอนกิ ส และยงั เปนวดิ ีโอ
โมเดล 3 มิติ และภาพถายไดอ กี ดวย
Kelvin Smith (2007) เอกสารทจ่ี ัดทำขึ้น, บรรจไุ ว หรือ สง ผา นโดยวิธอี เิ ล็กทรอนิกส มากกวา วิธที างกายภาพ
และตรงตามนิยามของ “เอกสาร” โดยทวั่ ไป เอกสารอาจประกอบดวยวตั ถหุ นง่ึ หรอื หลาย
รายการกไ็ ด เชน เว็บเพจ, ไฟล, โฟลเดอร, ไปรษณียอเิ ล็กทรอนกิ ส
Robert F. Smallwood (2013) เอกสารที่บันทกึ ไวใ นรปู แบบท่ตี อ งใชค อมพวิ เตอรหรือเครื่องอนื่ ๆเพ่ือประมวลผลและดู
โดยเอกสารนั้นเปน ไปตามนิยามทางกฎหมายหรือทางธรุ กิจ
260 การจัดการเอกสาร | Records Management
เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสไ มวา จะเปนไฟลภาพ เสยี ง ขอ ความ ลว นประกอบข้นึ จากบิต (Bit) ซงึ่ เปน หนว ยทเ่ี ลก็ ที่สดุ ของขอมลู
ที่จดั เกบ็ ในระบบคอมพิวเตอร แทนดว ยเลขฐานสองที่มีสถานะเปน 0 กบั 1 เกดิ ข้ึนโดยการปอนคำสั่งหรือขอ มูลเขาสูระบบ
คอมพิวเตอรดวยอุปกรณต างๆ เชน คียบอรด การแสกน การสมั ผัสหนา จอ อาจแบงเอกสารอิเล็กทรอนิกส ไดเ ปน 2
ลักษณะใหญ (IRMT, 2009; Franks, 2018; SAA, 2021) คอื
1) เอกสารที่เปนดิจทิ ลั ตง้ั แตกำเนดิ (Born digital) เชน ภาพถายจากกลองถายภาพดิจทิ ลั ไฟลโปรแกรมประมวล
ผลคำ ไฟลจากเครอ่ื งบนั ทกึ เสยี งดิจทิ ลั
2) เอกสารท่ีทำใหกลายเปนดจิ ิทัล (Reborn digital / Born analog) ดว ยการแสกน ถายภาพ หรอื เทคนคิ วธิ อี ่ืนๆ
Luciana Duranti & Heather MacNeil (1996) อธบิ ายลักษณะของเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส โดยใชก รอบแนวคิดเรอื่ ง
การศกึ ษาวเิ คราะหเอกสาร (Diplomatic) วา เอกสารอิเล็กทรอนกิ ส กม็ ลี กั ษณะเชนเดียวกับเอกสารแบบดั้งเดิม คือ
ประกอบดว ย
● สอื่ (Medium) ทบ่ี ันทกึ ขอความหรอื เนือ้ หาสาระ
● รปู แบบ (Form) กฎเกณฑท ่ใี ชส ำหรับแสดง หรือสื่อสารเนื้อหาสาระ
● บุคลากร (Persons) ทดี่ ำเนนิ การ หรือกระทำการเกี่ยวกบั เอกสาร
● การกระทำ (Action) ตามเจตนาหรอื หนาที่ ไมว า จะเปน การจัดทำเอกสาร การดูแล การเปลยี่ นแปลง การทำลาย
● บริบท (Context) กรอบกฎหมาย การดำเนินการตางๆ
● พันธะทางจดหมายเหตุ (Archival bond) คอื ความสมั พันธท เี่ ชอื่ มโยงเอกสารแตละชดุ เขาไวด วยกันภายใต
กจิ กรรมเดยี วกัน
● เน้อื หาสาระ (Content) คือ ขอความ สารสนเทศทบ่ี ันทึกไวใ นเอกสาร
โดยหากตอ งการใหเ อกสารอิเล็กทรอนกิ สม คี วามนา เชือ่ ถือ (Reliable) และรกั ษาความจรงิ แท (Authentic) เอาไว จำเปน
ตอ งผนวกองคประกอบเหลาน้ไี วด ว ยกันเพอื่ ใหจ ดั การได
สมาคมนกั จดหมายเหตุอเมริกนั (SAA, 2021) ก็ระบใุ นทำนองเดยี วกนั วา เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสอ าจมีลกั ษณะคลายกบั
เอกสารกระดาษ เชน ไปรณยี อ ิเล็กทรอนกิ ส คลา ยกบั จดหมาย รายงานจากโปรแกรมประมวลผลคำ คลายกบั รายงานจาก
การตพี ิมพ แตใ นขณะเดียวกนั กอ็ าจมลี กั ษณะท่ซี บั ซอ นกวา เชน ฐานขอ มูล และระบบสารสนเทศทางภมู ศิ าสตร (GIS)
ปจ จุบันเปนที่ยอมรบั กันในทางกฎหมายวา เอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส สามารถใชง านและมผี ลทางกฎหมายไดเ ชนเดียวกบั
เอกสารแบบดง้ั เดมิ ท่ีเปน กระดาษ พระราชบัญญัติวาดวยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส พ.ศ. 2544 ระบไุ วใ นหมวด 1 วา
“ในกรณีทก่ี ฎหมายกำหนดใหการใดตอ งทำเปนหนงั สือ มีหลักฐานเปนหนังสอื หรอื มเี อกสารมาแสดง ถาไดม ีการจัดทำ
ขอความขึ้นเปนขอมูลอเิ ล็กทรอนกิ สทสี่ ามารถเขา ถึงและนำกลบั มาใชไ ดโดยความหมายไมเปล่ียนแปลง ใหถือวา ขอความ
น้ันไดท ำเปน หนงั สือ มหี ลกั ฐานเปน หนังสอื หรอื มเี อกสารมาแสดงแลว” (มาตรา 8) ทัง้ นกี้ ฎหมายดงั กลาวไดร ะบุอยาง
ระบบจดั การเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 261
ชัดเจนวา “หา มมใิ หปฏเิ สธความมีผลผูกพันและการบังคับใชทางกฎหมายของขอความใดเพยี งเพราะเหตทุ ่ีขอ ความนั้นอยู
ในรปู ของขอ มูลอเิ ล็กทรอนกิ ส” (มาตรา 7)
ความท้าทายของการจัดการเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส์
เอกสารแบบดง้ั เดมิ ที่เปนกระดาษนั้น สามารถสังเกตเห็นสาระและรองรอยหลักฐาน, การประทบั ตรา, ลายมือช่ือ, การ
เกษียน ที่เกีย่ วโยงไปยงั ธุรกรรมตา งๆไปพรอมกัน แตลกั ษณะดังกลา วไมสามารถสังเกตไดอ ยา งชัดเจนในเอกสาร
อิเลก็ ทรอนกิ ส ทง้ั ยงั ดเู หมอื นวา เปนเอกสารทไ่ี มถาวร (Transitory), ไมม่ันคง (Insubstantial), ไมม โี ครงสรางทชี่ ัดเจน
(Unstructured) และเนือ้ หายงั ขึน้ อยกู ับเทคโนโลยที ี่ควบคมุ เอกสารอกี ดว ย (Yusuf & Chell, 2005) ลักษณะของเอกสาร
อิเล็กทรอนิกสท ี่แตกตา งจากเอกสารด้ังเดิมประการสำคญั คือ การสราง, จดั เกบ็ , ใชงาน, อา น, แกไ ข ตองอาศยั อุปกรณ
อิเลก็ ทรอนิกสแ ละเทคโนโลยดี จิ ิทัลทัง้ สิน้ ดงั นั้นการเก็บรกั ษาเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส จงึ ไมใ ชแ คการเกบ็ สือ่ บันทึกหรือไฟล
เอกสารนน้ั หากตอ งคำนึงถึงซอรฟ แวร ฮารดแวรสำหรบั เปด อา นและใชงานเอกสารดว ย รวมท้งั การวางแผนในกรณีการ
เปลี่ยนรนุ (Version) เพือ่ ใหสามารถเขาถงึ และคน คนื เอกสารตราบเทาทีก่ ำหนดอายไุ วไ ด
เอกสารอิเล็กทรอนกิ ส มขี อไดเ ปรียบเอกสารแบบด้งั เดมิ ในแงการประหยัด (Smallwood, 2013; Franks, 2018) คือ
1) การประหยัดตนทนุ (Cost savings) ในการจดั ทำ แกไ ข จดั หมวดหมู ใชงาน
2) การประหยดั เวลา (Time savings) ในการทำสำเนา จดั สง ที่งา ย สะดวกรวดเรว็
3) การประหยดั พ้ืนทจี่ ัดเก็บ (Building space savings) ทไี่ มต องอาศยั อาคาร ช้ันวาง กลอง แฟม
องคก ารสามารถใชเ อกสารดจิ ทิ ลั เปน เครื่องมอื พน้ื ฐานของการทำงาน ตดิ ตอ ส่ือสาร สง่ั การ ทำงานรว มกันไดท ุกที่ ทุกเวลา
สอดคลองกบั กลยุทธการเปลีย่ นแปลงทางดิจทิ ัล (Digital transformation: DX) ที่ทำใหร ปู แบบการทำงานเปลี่ยนไป เชน
การทำงานจากท่ีบา น (Work from home) พนกั งานสามารถสรา งเอกสารจากทีพ่ ัก สง เขา เกบ็ ไวใ นระบบคลาวดของบรษิ ัท
ใหผูบริหารหรอื ผจู ัดการสามารถเปดใชง าน และลงลายมอื ชอื่ อิเล็กทรอนิกสไ ด ในบางหนวยงานกำหนดเปน นโยบายวา ให
จดั ทำเอกสารดิจิทลั เปน หลกั (Digital-first) สว นเอกสารกระดาษจดั ทำในกรณีจำเปนเทา นั้น
ปจ จบุ ันในหลายประเทศ ยอมรบั การใชเ อกสารดิจทิ ลั และระบบจัดการเอกสารดจิ ทิ ัล ใหม ผี ลทางกฎหมายเชน เดียวกบั
เอกสารแบบดง้ั เดมิ เชน ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ไดดำเนนิ การปรบั ปรุงการจัดการเอกสารภายในรฐั บาลกลางสหรัฐ ตาม
บนั ทกึ ความเขาใจประธานาธบิ ดี เรือ่ ง การจัดการเอกสารของรัฐบาล (Presidential memorandum-managing
government records) ในป ค.ศ.2011 เพอ่ื ใหบรรลุเปาหมาย คอื ภายในปค.ศ. 2016 ตองจัดการเอกสารทเี่ ปน ไปรษณยี
อเิ ลก็ ทรอนกิ สท ัง้ แบบถาวรและชัว่ คราวใหเขา ถงึ ได ภายในปค.ศ.2019 ตองจัดการเอกสารท้ังหมดในรปู แบบอิเลก็ ทรอนิกส
(Franks, 2018) และภายในป ค.ค.2022 หอจดหมายเหตุแหงชาตสิ หรัฐอเมรกิ า จะไมรบั โอนเอกสารจากหนว ยงานของรัฐ
ในรปู แบบแอนะลอ็ กอกี ตอ ไป โดยจะรับเฉพาะเอกสารในอิเล็กทรอนกิ สพรอ มดว ยขอมูลอภพิ นั ธุที่เหมาะสมตามขอ กำหนด
เทา นนั้
262 การจัดการเอกสาร | Records Management
สำหรบั ประเทศไทยแมจ ะมีการออกระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรวี าดวยงานสารบรรณ (ฉบบั ที่2) พ.ศ.2548 กำหนดให
หนวยงานของรัฐ สามารถใชห นังสอื อเิ ล็กทรอนกิ สและระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส ไดเ ชนเดียวกับเอกสารรปู แบบด้งั เดมิ
แตหนว ยงานสว นใหญย ังคงใชเอกสารกระดาษเปน หลกั เชนเดิม จนกระทั่งในปพ.ศ.2564 รัฐบาลไดมีความพยามใหห นวย
งานของรัฐเปลี่ยนมาใชร ะบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสอ ยา งจรงิ จงั โดยกำหนดเรอื่ งระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สไวเ ปน
หมวด 5 ในระเบยี บฯ วา ดว ยงานสารบรรณ (ฉบับที4่ ) พ.ศ.2564 ใหก ารติดตอราชการดำเนินการดวยระบบสารบรรณ
อิเลก็ ทรอนิกสเ ปน หลัก ทำใหห นวยงานของรัฐเริ่มปรบั ตวั มากขน้ึ เชน มหาวทิ ยาลัยขอนแกน ไดม บี นั ทึกขอความท่ี อว
660201.1.1/ว 595 ลงวันท่ี 4 สิงหาคม 2564 เร่ือง เปล่ยี นแปลงแนวปฏบิ ัติการใชลายมอื ชอื่ ดจิ ทิ ัล และการจัดสง เอกสาร
ท่ีลงลายมอื ชื่อดจิ ทิ ลั แจง ใหส วนงาน/หนวยงาน สามารถจัดทำหนังสอื หรอื เอกสารตางๆ ในรปู แบบอิเลก็ ทรอนิกสและลง
นามดว ยลายมือชือ่ ดจิ ิทลั ไดท กุ กรณี
อยา งไรกด็ หี ลายหนว ยงาน ตลอดจนผปู ฏบิ ัติงานเอกสารก็ยังกงั วลใจในประเด็นเรือ่ งความจรงิ แท และความนาเชื่อถอื ของ
เอกสาร รวมถึงความเสยี่ งตอ การสูญหายหรือถกู ทำลายไดงา ยเชน กนั ดงั น้ันจงึ เปนประเด็นสำคญั ที่องคการตอ งสรางกลไก
การจัดการเอกสารดจิ ทิ ัลที่มีประสิทธภิ าพและเหมาะสม เพ่ือใหเ อกสารมีคุณภาพ คงความเปนพยานหลกั ฐานของการกระ
ทำไดอ ยางครบถว น และสรางความเชือ่ มนั่ ใหก ับผใู ชงานทุกระดบั
ในยุคนอ้ี งคก ารตองเผชิญกบั ความทาทายของการจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ สหลายประการ ไดแก (Smallwood, 2013;
Franks, 2018; วิศปต ย ชัยชว ย, 2559)
● การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย ทเ่ี ก่ียวขอ งกบั เอกสารอเิ ล็กทรอนิกส เชน พรบ.จดหมายเหตแุ หง ชาติ, พรบ.ขอ มูล
ขาวสารของราชการ, พรบ.คมุ ครองขอ มูลสว นบุคคล, พรบ.วา ดวยการกระทำความผิดเกย่ี วกับคอมพิวเตอร ฯลฯ
ทำใหองคก ารแตล ะแหง ตองปรบั ปรุงแกไขนโยบายและกระบวนการทำงานใหส อดคลอ งกบั กฎหมายดงั กลา ว
● ตน ทุนในการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย (Compliance cost) คือ บรรดาคา ใชจ า ยอันเกดิ จากการท่ีประชาชน องคก าร
หรือผปู ระกอบการ มีหนา ทต่ี อ งทำตามบทบญั ญตั ิของกฎหมาย เชน การรวบรวมขอมูล, การประมวลผลขอ มูล,
การนำขอมลู มาจัดทำเปน รายงาน, การเสนอรายงานตอ ผมู ีอำนาจ อันเปน ตน ทนุ ในการประกอบการ
(Administrative burden: AB) ท้ังสน้ิ โดยสว นใหญแ ลวแผนงานจัดการเอกสาร (RMP) มกั ไมไดสรา งรายไดใ ห
กับองคการ ขณะเดยี วกันบุคลากรกม็ จี ำนวนนอย จงึ เปนความทา ทายสำหรับผบู รหิ ารในการสรางสมดุลของงบ
ประมาณกับการปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย
● การกำกับดูแลสารสนเทศในองคก าร ทอี่ งคการตองเพ่ิมขอกำหนดเกี่ยวกบั การกำกับดแู ลสารสนเทศไมวาจะ
เปน ทางความโปรงใส การดำรงหลกั นติ ิรัฐ และแสดงภาระรบั ผิดชอบตามหนา ที่ อนั เปนผลตอเน่ืองจากการ
เปลีย่ นแปลงทางกฎหมาย และมาตรฐานตางๆ
● การจดั การตารางกำหนดอายุเอกสาร เมอ่ื องคการตอ งจดั การทงั้ เอกสารแบบด้งั เดิมและเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
ซงึ่ แตกตางกันในแงกายภาพ ในขณะเดยี วกันกฎหมายและการกำกับดูแลสารสนเทศกป็ รับเปล่ยี นไปจากเดิม สง
ระบบจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 263
ผลกระทบตอ ระยะเวลาการเกบ็ รักษาเอกสาร เชน ระเบยี บสำนกั นายกรัฐมนตรี วา ดวยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 4)
พ.ศ. 2564 กำหนดใหเ ก็บหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สไ วต ลอดไป โดยไมมีอายกุ ารเก็บหนงั สอื ซึง่ ยอมตามมาดว ย
กระบวนการสงวนรักษาแบบดิจิทัล พ้นื ทีแ่ ละเทคโนโลยีสำหรบั การจัดเกบ็ แบบถาวร (Archiving)
● การเปล่ียนของแพลตฟอรมดจิ ทิ ัลในการสง และจดั เกบ็ สารสนเทศ ไมว า จะเปนการประมวลผลแบบคลาวด,
คอมพวิ เตอรพกพา, เว็บ2.0, สอ่ื สงั คม ทำใหเ กดิ เอกสารดจิ ิทัลในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งนักจดั การเอกสารตอ งรู
เทาทัน ตลอดจนคาดคะเนแนวโนมเทคโนโลยี เพ่ือใหสามารถรกั ษาความสมบรู ณ ความนา เชือ่ ถือของเอกสารเอา
ไวไ ด
● ความปลอดภยั การเกบ็ รกั ษาและปองกันเอกสารขององคก ารเปนสิ่งสำคัญย่ิง เพราะเอกสารดิจิทัลมคี วามเส่ียง
ตอ การจารกรรมขอ มูลโดยแฮกเกอร แตผ ูใชง านก็ตองมสี ทิ ธ์ิเขา ถึงเอกสารอยางสมเหตุสมผลเพอื่ ดำเนินภารกิจใน
แตล ะวัน แตละหนวยงานจงึ ตองพยามหาสมดลุ ระหวา งความจำเปนในการเขาถึงเอกสาร กบั ความจำเปนในการ
ปอ งกนั รักษาความปลอดภัยของเอกสารใหไ ด
● การพ่ึงพาเทคโนโลยดี ิจทิ ลั และแผนกไอที การจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนิกสจ ำเปนตอ งอาศยั เทคโนโลยดี จิ ิทลั
และบคุ ลากรจากแผนกไอทเี ขามาเกยี่ วขอ ง บางองคการอาจวา จางงานจากภายนอกมาพฒั นาระบบ RMS อยางไร
กด็ บี ุคลากรทางไอทีมกั เชีย่ วชาญเชิงเทคนคิ มากกวามมี ุมมองทางการจดั การเอกสาร ฉะนนั้ นกั จดั การเอกสารของ
องคก ารจงึ ตองพยายามสรา งความเขาใจ และทำงานรวมกบั แผนกไอทอี ยางใกลชิด ตลอดจนเรียนรูเทคโนโลยีใหม
ไปพรอ มกัน
● การปฏบิ ัตติ ามขอ กำหนดของผูใชง าน ในแตล ะแผนก พนกั งานมักดำเนินงานเอกสารตามแนวทางของตนเอง
เพอ่ื ความสะดวกหรือความเคยชิน เชน การตั้งชื่อไฟล การบนั ทึก จดั เก็บ ซึง่ แตกตางจากแนวทางของ RMP การ
ทำใหผใู ชจากแผนกตา งๆในองคก รปฏิบตั ิขอกำหนด กฎ ระเบยี บการทางการจดั การเอกสาร อยา งสมำ่ เสมอเปน
งานทีย่ งุ ยากและไมส ิน้ สดุ แตส ามารถทำไดดว ยการฝกอบรมอยา งเปน ระบบและการเสริมแรงอยา งตอเน่อื ง
ระบบจัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์
การจัดการเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส (Electronic records management: ERM) คอื การนำระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สมาจดั การ
เอกสารทง้ั หมด ไมวา จะเปน รปู แบบดิจิทลั หรือแบบดง้ั เดิม และอีกนัยหน่ึง ERM หมายถึง ระบบอิเล็กทรอนกิ สท ่ีนำหลกั
การจัดการเอกสารมาประยกุ ตใ ช (ARMA International, 2016) ERM ชว ยใหองคการมสี มรรถนะสงู มคี วามสามารถใน
การกำกบั ดแู ลสารสนเทศ ลดความเสี่ยงของการปฏิบตั ติ ามขอกำหนดหรอื ผลทางกฎหมาย การลงทนุ ใน ERM จงึ เปนการ
ลงทนุ ในระบบกระบวนการทางธุรกิจทใ่ี หผ ลตอบแทนในแงการสนับสนนุ ใหการทำงานมีประสทิ ธิภาพ
ERM มปี ระโยชนต อองคการ สรปุ ไดดงั นี้ (Joseph, 2008; Smallwood, 2013)
264 การจัดการเอกสาร | Records Management
● ควบคมุ เอกสารได ERM ทม่ี ีประสทิ ธภิ าพจะสามารถควบคุมการสรา งเอกสารเทา ทจี่ ำเปนและเพียงพอตอ การ
ดำเนินธรุ กิจ ดว ยตนทุนทเี่ หมาะสม เก็บรกั ษาเอกสารทจี่ ำเปน และทำลายเอกสารที่ไรป ระโยชน เพื่อมใิ หเปน
ภาระในการดูแลรกั ษา ซงึ่ ทำใหการเติบโตของเอกสารในทุกรปู แบบมเี สถียรภาพ
● รองรับเทคโนโลยกี ารจดั การเอกสารใหม การลงทุนในระบบคอมพิวเตอรอ ยา งเดียว ไมส ามารถแกป ญ หาการ
ดแู ลเอกสารได เวนเสยี แตจ ะมีการวเิ คราะหร ะบบการเกบ็ เอกสาร และมีการยกเคร่อื งแกไ ขกอนทจ่ี ะนำระบบ
อตั โนมตั มิ าใช ERM ทีด่ ชี ว ยใหอ งคการมีความสามารถในการรบั เอาเทคโนโลยีใหมๆ และใชประโยชนอยางเต็มที่
● ปกปอ งเอกสารสำคัญทสี่ ดุ ขององคก าร ไมว า องคการภาครัฐและเอกชนตางก็มคี วามเส่ยี งทเ่ี อกสารและ
สารสนเทศสำคัญจะสญู หายจากภยั พบิ ตั ิตางๆ ดังนน้ั จึงตองการระบบท่ีปอฃกัยความเสีย่ งนั้นท้ังส้ิน โดยเฉพาะ
ความเส่ยี งในยคุ ดจิ ิทัล ทเี่ อกสารสูญหายไดงา ย ถูกจารกรรมไดง า ย ERM ทอี่ อกแบบมาเปน อยางดจี ะชว ยรักษา
ความสมบรู ณและปองกนั ความลับของเอกสารทส่ี ำคญั ที่สดุ ในฐานะท่เี ปน สินทรัพยสารสนเทศ แบบหนึ่ง
● รกั ษาความทรงจำรวมขององคก าร (Coperate memory) เอกสารเปนผลมาจากการกระทำตามหนา ท่ีความรับ
ผิดชอบในแตล ะกจิ กรรม เมื่อสัง่ สม สืบทอดตอมากก็ ลายเปน ความทรงจำรว มทสี่ ะทอ นถงึ บทเรยี น ความสำเรจ็
ความลม เหลวขององคการได ซงึ่ เปน สินทรัพยท ่ีไมส ามารถหาไดจ ากทอี่ น่ื ยกเวนการดูแลรักษาภายในองคการเอง
ERM จงึ เปน เงือ่ นไขสำคัญของการรักษาเอกสารใหเ ปนความทรงจำรวมเอาไวใหม ากทส่ี ุด และครบถวนทีส่ ุด
● สง เสริมความเปนมอื อาชพี ในการดำเนนิ งาน การท่ีองคก ารมีการจดั เอกสารอยางเปนระบบ คนหาไดง าย ยอม
สรา งภาพลกั ษณท ่ีดตี อลกู คาและสาธารณชน เปนสภาพแวดลอ มการทำงานทด่ี ีของพนักงาน ทำใหเกดิ ความ
มัน่ ใจตอองคการ
การจัดการทงั้ เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสจำเปนตองใชร ะบบสารสนเทศเปนเครื่องมือ เพ่อื อำนวยความสะดวกใหบคุ ลากรเขาถงึ
สารสนเทศไดดขี ึ้น ลดตน ทนุ ลดเวลาในการคนหาเอกสาร รกั ษาความลับและความปลอดภยั ของเอกสารสำคญั ทส่ี ดุ ของ
องคการ ปรับปรงุ ประสทิ ธภิ าพการทำงานของผปู ฏิบตั ิงาน เพิ่มความม่นั ใจในการทำงานใหส ามารถตัดสนิ ใจไดถ ูกตอ ง
แมนยำ สนบั สนุนใหก ระแสงาน (Workflow) ราบรน่ื คลองตวั ย่งิ ขน้ึ ทำใหองคการใชประโยชนจากทรพั ยากรสารสนเทศ
ไดอยางมีประสทิ ธิภาพมากขน้ึ จากทใ่ี ชระบบด้ังเดิม มีชอ่ื เรียกระบบสารสนเทศและโปรแกรมประยุกต ทใี่ ชส ำหรบั จัดการ
บรรณสาร-เอกสารขององคการอยา งหลากหลาย บางชือ่ ทมี่ ีความหมายตรงกัน ใชแทนกันได ขณะที่บางชอื่ มีระดับขอบเขต
ที่แตกตางกนั (The archive-skills consultancy, 2004; Smith, 2007; Joseph, 2008; Smallwood, 2013; The
Ohio State University - university libraries, 2021) ดังน้ี
EDMS (Electronic document management system)
EDM/EDMS คอื ระบบสำหรับควบคุมบรรณสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ตั้งแตก ารจดั ทำ ตดิ ตาม ควบคมุ ฉบับ (Version control)
ทบทวนและอนมุ ัติ โดยนำซอรฟ แวรหรอื โปรแกรมประยุกตม าใช เพ่ืออำนวยความสะดวกตามกระแสงานหรอื กระบวนการ
ทางธุรกิจ ไมวา บรรณสารน้ันตอมาจะกลายเปนเอกสารหรือไมกต็ าม บรรณสารในระบบ EDMS มไี ดหลายฉบับ เชน ฉบับ
ราง, ฉบับสำเนา, ฉบบั ตรวจทาน ผูใชง านสามารถสามารถแกไ ข ลบ เปลน่ี แปลงได โดยไมต องใชต ารางกำหนดอายเุ อกสาร
ควบคมุ จำแนกไฟลโดยใชโครงสรา งโฟลเดอร (Folder structure) ซึง่ ผูใชง านในองคการสามารถสราง แกไ ขได รองรบั
ระบบจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 265
การทำงานตามกจิ วตั รประจำวนั เปนหลัก สว น DMS (Document management system) หมายถงึ ระบบที่ออกแบบ
มาเพ่อื จดั การบรรณสารทุกรปู แบบทงั้ กระดาษและดจิ ิทัล อยางไรกต็ ามเมอื่ กลา วถึง DMS สวนมากมักจะหมายถึง EDMS
นนั่ เอง
EDMS อาจมขี นาดเลก็ เปนระบบปฏิบตั ิการแบบเดี่ยว (Stand-alone OS) หรอื มีขนาดใหญที่ใชก ับเซริ ฟ เวอรท่ัวทั้งองคกร
กไ็ ด ขึน้ อยกู บั แตล ะผลติ ภัณฑข องผจู ัดทำหนา ยหรอื ผูพัฒนาระบบ EDMS บางผลิตภัณฑอาจบรู ณาการความสามารถใน
การจัดการเอกสารเขาไปดว ยก็ได ในกรณนี ี้ EDMS จะมคี วามหมายเทา กับ EDRMS
โดยท่ัวไปแลว EDMS มักสนบั สนนุ ความตอ งการทางธุรกิจแบบพืน้ ฐาน และไมครอบคลุมหนา ทก่ี ารจัดการเอกสารทั้งหมด
เชน การกำหนดอายเุ อกสาร การทำลายเอกสาร กลา วอกี นัยหนง่ึ คือิ เปน ระบบการจดั การในระดบั บรรณสาร
(Document level) ฟง กช นั การทำงานของระบบ EDMS มักครอบคลุม
● การสรา งบรรณสาร
● การควบคุมแกไขและเปลย่ี นแปลงฉบับตา งๆ
● การรบั สง ตดิ ตาม
● การประมวลภาพ (Image processing)
● การเกบ็
● การแสดงผลและการจดั ทำรายงาน
● การใหดรรชนี คน คืน
● สว นตอประสานกบั ระบบอ่ืน เชน ระบบกระแสงาน ระบบประมวลผลคำ
ERMS (Electronic records management system)
ERM/ERMS คอื ระบบที่ออกแบบสำหรบั จดั การเอกสารเปนหลัก โดยนำเขาบรรณสารอเิ ลก็ ทรอนกิ สม าผานกระบวนการ
ใหกลายเปนเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส และจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทอนิกสเหลานัน้ ตั้งแตเ ร่มิ ตน จนถึงทำลายตามวงจรชวี ิตเอกสาร
ชวยใหอ งคการสามารถดำเนนิ การใหเ ปน ไปตามทก่ี ำหนดไวตารางกำหนดอายเุ อกสาร
ERMS บางครง้ั เรียกวา โปรแกรมประยกุ ตจัดการเอกสาร (Records management application: RMA) หรือซอฟตแ วร
การจัดการเอกสาร ERMS อาจมขี นาดเลก็ หรอื ใหญไดเ ชน เดียวกับ EDMS แตต า งตรงท่ีไมส ามารถแกไขเอกสารหรอื เนื้อหา
ไดเม่อื จับเก็บ (Capture) เขาสรู ะบบ เพ่อื รกั ษาคณุ ลักษณะความจริงแท, ความคงท,ี่ แสดงถึงอำนาจหนาที่, ความเปน หน่ึง
เดียวของเอกสาร ERMS ตองมีองคประกอบสำหรบั การจัดการเอกสารใหค รบถวน คอื
● การดำเนินงานพืน้ ฐานตามงานสารบรรณ (Recordkeeping)
● การจัดหมวดหมู ทำดรรชนี ทำรายการขอมูลเมตา
● การกำหนดอายเุ อกสาร การประเมนิ คณุ คา
● การโอนยายและทำลายเอกสาร
266 การจดั การเอกสาร | Records Management
● การคนคนื การใหบ ริการ
● การปฏิบัตติ ามขอ กำนด กฎหมาย และการกำกับดแู ลสารสนเทศ
● การสวนรักษาเอกสาร หรอื เก็บถาวรไวเปน จดหมายเหตุ
ERMS อาจบูรณาการความสามารถในการจดั การบรรณสารเขา ไปดวยก็ได ในกรณีน้ี ERMS ก็จะมีความหมายเทา กับ
EDRMS
ตาราง12.2 เปรยี บเทียบระบบ EDMS และ ERMS
EDMS ERMS
● เปน ระบบจัดการระดับบรรณสาร ● เปน ระบบจัดการระดับเอกสาร
● มกั จะไมร วมแงมุมตามบริบทของเอกสาร ● ตองรวมแงมมุ ตามบริบทของเอกสารและความสัมพันธ
● อนญุ าตใหแกไ ขและ/หรือแกไ ขบรรณสารไดห ลายฉบบั
● อาจอนุญาตใหเจา ของลบบรรณสารได ระหวางกัน
● อาจรวมถงึ การควบคมุ การเกบ็ รกั ษา ● ปอ งกันไมใหเอกสารถูกแกไข
● อาจรวมถึงการจดั ประเภทบรรณสารและโครงสรา ง ● ปองกนั ไมใ หเอกสารถูกลบ ยกเวน เปน สวนหนึ่งของตาราง
การจดั เกบ็ ซึง่ อาจอยูภ ายใตก ารควบคมุ ของผูใช กำหนดอายเุ อกสาร
● มจี ุดมุงหมายเพื่อสนบั สนนุ การใชบ รรณสารในแตละ ● ตอ งมกี ารควบคมุ การเกบ็ รกั ษาอยา งเขมงวด
● ตองมกี ารจดั ตามแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสารและดแู ล
วันเพอ่ื วัตถปุ ระสงคทางธุรกิจหรือสารสนเทศเปนหลกั
โดยผูด แู ลระบบที่กำหนด
● อาจสนับสนุนการทำงานแบบวนั ตอวัน แตมีจุดมงุ หมายเพ่ือ
ใหเ ปน ที่เก็บขอ มูลทีป่ ลอดภยั สำหรับการเก็บรักษาและการ
เขา ถงึ เอกสารทางธุรกจิ ทม่ี ีความหมายเมื่อเวลาผานไป
EDRMS (Electronic document & records management system)
คือ ระบบที่บูรณาการฟง กช นั การทำงานของ EDMS และ ERMS เขาไวดว ยกัน ทำใหสามารถจดั การทง้ั บรรณสารและ
เอกสารอเิ ล็กทรอนกิ สไ ด ซอฟตแ วร EDRMS รุนใหมมักออกแบบมาใหม ฟี ง กชันการทำงานท่ีเช่อื มตอหรือเอ้อื ใหทำงานรวม
กบั ระบบสำนกั งานอตั โนมัตทิ ่วั ไป เชน การประมวลผลคำ, การแสกน, การจัดการไปรษณียอิเล็กทรอนกิ ส EDRMS เปน
เซตยอ ยของ ECMS และโดยปกตทิ ้งั สองระบบนี้มักมาจากผูผลิต/ผจู ดั จำหนายรายเดียวกนั
ECMS (Enterprise content management system)
CMS/ECM/ECMS คอื ระบบทร่ี วมชดุ เทคโนโลยแี ละรูปแบบการจัดการเนอ้ื หาเขาดว ยกัน เพอ่ื ใชใ นการจดั การ บำรงุ
สงวนรกั ษา และสงมอบเนือ้ หาสารสนเทศทกุ รูปแบบทว่ั ทง้ั องคก ร เชน เนื้อหาเว็บไปจนถงึ รายงาน ขอมลู ทางธุรกิจ โดยไม
จำกัดแคบรรณสารหรอื เอกสาร อาจกลาวไดว า ECCMS เปน ระบบหรอื ซอฟตแ วรท ี่พัฒนาตอเนอ่ื งมาจาก EDMS โดย
นอกจากมเี ครือ่ งมือทใ่ี ชใน EDMS และ ERMS แลว ECMS ยงั มีเคร่ืองมอื การทำงานรวมกัน (Collaboration tools)
ระบบจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส์ 267
เครือ่ งมอื จดั การสนิ ทรพั ยด ิจิทัล (Digital asset management tool) และเครอ่ื งมอื จัดการเนื้อหาเว็บ (Web content
management tools) อีกดวย
ECMS ครอบคลมุ องคประกอบหลกั ดังตอไปน:้ี
● การจัดการบรรณสาร สำหรบั ตรวจสอบ ตดิ ตาม ควบคมุ ฉบบั รกั ษาความปลอดภยั
● การจัดการเอกสาร สำหรบั การจัดเกบ็ เอกสารใหเ ปน ไปตามระเบียบ ขอ ปฏิบัติ กฎหมาย
● การจัดการเนือ้ หาบนเวบ็
● การทำงานรวมกนั
● การสนบั สนุนการทำงานตามกระบวนการทางธรุ กจิ และกระแสงาน
พัฒนาการของการจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
การจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส มพี ัฒนาการไปพรอ มกับการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยีดจิ ิทลั ที่นำมาประยกุ ตใชก ับการ
ทำงานขององคการ และยงั คงเตบิ โตอยา งตอ เน่อื ง สรุปลำดบั โดยสังเขปดังน้ี (Joseph, 2008; Adam, 2008; Franks,
2018; Warland, 2021)
ในยุคทศวรรษ 1980 เริ่มมกี ารพัฒนาโปรแกรมสำหรับการทำงานรวมกัน (Groupware) บนเมนเฟรมคอมพิวเตอร คอื
Lotus Notes ที่ใชใ นการชวยจดั การงานธุรกิจ ไมว าจะเปน การสนทนาอิเล็กทรอนกิ ส, ไปรษณียอ เิ ลก็ ทรอนกิ ส, สมดุ
โทรศพั ท, ตารางนัดหมาย ทำใหเ กิดบรรณสารอิเลก็ ทรอนิกสข้ึน
การนำเอาระบบสารสนเทศมาใชจัดการเอกสาร เร่ิมปรากฏครงั้ แรกในทศวรรษ 1990 สวนใหญใชจ ัดการตำแหนงทาง
กายภาพของเอกสารที่เปนกระดาษ หรอื ใชท ำดัชนสี ำหรบั การสืบคน ในยคุ แรก ระบบการจัดการเอกสาร (RMS) กบั ระบบ
การจัดการบรรณสาร (DMS) ยังแยกจากกนั อยา งชดั เจน โดย RMS มกั ใชจ ดั การควบคุมเฉพาะเอกสารกระดาษ สำหรบั การ
จัดเกบ็ สืบคน แฟมเอกสารท่ีจดั เก็บไวในตเู กบ็ เอกสารหรอื ในสำนกั งานเปนหลกั คลา ยคลงึ กบั ระบบสืบคน บัตรรายการ
หนังสอื ในหองสมุด สวน DMS มกั ใชส ำหรบั จัดการเฉพาะภาพถา ยที่สแกนเทา น้ัน ตวั อยา งระบบทพ่ี ฒั นาขึ้นในยุคน้ี เชน
FileNet, DocFind, RecFind, TRIM
กระทั่งถึงชวงกลางทศวรรษ 1990 การพัฒนาทางเทคโนโลยีอยา งรวดเรว็ คอมพิวเตอรส วนบุคคลราคาถูกลงและมี
ประสทิ ธภิ าพมากขึน้ ทำใหส ำนักงานตางๆ นำโปรแกรมประยกุ ตม าใชจดั ทำบรรณสารและเอกสารอยา งแพรหลาย เชน
โปรแกรมประมวลผลคำ, ประมวลผลภาพ, สเปรดชีต การพฒั นาสถาปต ยกรรมระบบ DMS เริ่มผสานรวมกบั โปรแกรม
ประยกุ ตใ นระบบสำนกั งานอัตโนมัติ (Office automation system: OAS) ทำใหม ีฟงกช นั การทำงานตา งๆสำหรับจัดการ
บรรณสารอิเล็กทรอนกิ ส ดังนนั้ จึงเปลีย่ นจาก DMS มาเรียกวา EDMS แทน
การเพ่ิมข้นึ ของไฟล XML ปรมิ าณของไปรษณยี อิเล็กทรอนกิ สเ พิ่มขน้ึ อยา งตอ เนื่อง สงผลกระทบตอ วธิ กี ารเกบ็ รักษา
สารสนเทศอเิ ล็กทรอนกิ ส ผูพัฒนาและจำหนา ยซอรฟ แวรห ลายราย เปดตัวระบบที่สามารถใชจ ดั การบรรณสาร
268 การจัดการเอกสาร | Records Management
อิเลก็ ทรอนกิ สไ ดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ในขณะเดียวกันระบบการจดั การเน้ือหา (CM) และการจดั การความรู (KM) กเ็ ริ่ม
พัฒนาข้นึ
จากที่แทบไมมีมาตรฐาน หรอื ขอกำหนดความตอ งการสำหรบั ระบบจัดการบรรณสารและเอกสารอิเล็กทรอนิกสอ ยาง
ชดั เจน ในปลายทศวรรษ 1990 แตละประเทศ เชน สหรฐั อเมรกิ า สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมนั ตา ง
ออกแนวทาง กฎเกณฑ ระเบียบ มาตรฐานทเ่ี กยี่ วการจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส ท้ังแบบควบคมุ โดยสว นกลาง และแบบ
กระจายอำนาจไปยังสวนทอ งถ่นิ
คณะทำงานกลมุ แรกๆท่ีทำเร่อื งนคี้ อื DLM Forum (Données Lisibles par Machine: machine-readable data) ซ่งึ
กอ ตง้ั โดยคณะมนตรยี ุโรป (European council) เพื่อสง เสริมความรวมมอื ระหวางรัฐบาลยุโรปในการจดั การสารสนเทศ
เอกสารและจดหมายเหตุ ผลลพั ธอ ยา งหนึง่ ของการประชมุ ในป 1994 คือ การริเรมิ่ พัฒนาแบบจำลองความตองการสำหรบั
การจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส หรือ MoReq (Modular requirements for records systems) จนกระท่ังเผยแพรครั้ง
แรกในป 2001 ปรับปรงุ แกไขฉบับที่ 2 ป 2008 และฉบบั ปจ จุบนั คอื MoReq2010 ซงึ่ เผยแพรป 2011
ในป 1996 นักวิจัยในมหาวิทยาลยั พิตสเบริ ก ประเทศออสเตรเลยี ไดเ ริ่มพัฒนา “ขอกำหนดความตอ งการหนาที่พ้ืนฐาน
สำหรับหลักฐานในงานสารบรรณ” (Functional requirements for evidence in recordkeeping) ทรี่ ูจกั กันในนาม
โครงการพิตสเ บริ ก โครงการนจี้ ดั ทำกรอบงานซงึ่ ชว ยองคก ารพัฒนาหรอื ประเมินระบบการจดั การเอกสารท้งั ในสภาพ
แวดลอ มแบบกระดาษและอิเลก็ ทรอนิกส งานนมี้ ีอิทธพิ ลตอการพฒั นาทงั้ MoReq2010 และมาตรฐาน ICA ที่ตอ มากลาย
เปน ISO 16175-2010
ในชว งเดยี วกันนัน้ ประเทศออสเตรเลยี ไดอ อกมาตรฐานการจัดการเอกสารระดบั ชาติฉบับแรก คือ AS4390 “Records
Management–General” มาตรฐานนใ้ี หแนวทางสำหรับการดำเนนิ การตามกลยุทธ ขั้นตอน และวธิ ปี ฏบิ ตั ิในการจดั การ
เอกสาร Tower Software ซึ่งเปน ผูพฒั นาระบบ TRIM มีสว นในการพฒั นามาตรฐาน แมวา จะไมไ ดมขี อ กำหนดความ
ตอ งการสำหรับการจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนิกสก็ตาม ตอมา AS 4390 พัฒนาเปนมาตรฐาน ISO 15489 ในป 2002
ทางฝงอเมริกาเหนือ มหาวทิ ยาลัยบรติ ชิ โคลมั เบีย (UBC) ก็เร่มิ โครงการวิจัยการรักษาความสมบรู ณของเอกสาร
อิเล็กทรอนกิ ส เพอื่ พัฒนาขอ กำหนดความตองการสำหรับการสราง จดั การ เกบ็ รักษาเอกสารอิเล็กทรอนิกสทเ่ี ชอ่ื ถือไดและ
จริงแทใ นระบบสารบรรณ (the requirements for creating, handling and preserving reliable and authentic
electronic records in active recordkeeping systems) โดยนักวิจยั คนสำคัญ คือ Luciana Duranti และ Terry
Eastwood ทำงานรวมกันอยา งใกลชดิ กับคณะทำงานดานการจดั การเอกสารของกระทรวงกลาโหมสหรฐั อเมริกา เพอื่ ออก
ขอ กำหนดความตองการสำหรับแอปพลเิ คชนั การจดั การเอกสาร (RMA) งานของ UBC มอี ิทธพิ ลตอ การพฒั นามาตรฐาน
DOD 5015.2 และการพฒั นาระบบการจดั การบรรณสารและเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส ในภายหลงั
ป 1997 ประเทศสหรัฐอเมรกิ า เผชิญกับความทา ทายดา นการจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสอ ยา งมากมาย จากปรมิ าณ
เอกสารดิจทิ ัลที่เพมิ่ ขึ้นเร่อื ยๆ รวมถงึ ขอกงั วลเรื่องความสามารถในการรกั ษาและเขาถึงเอกสารเมอ่ื เวลาผานไป หอ
ระบบจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 269
จดหมายเหตุแหงชาติ (The national archives and records administration: NARA) และกระทรวงกลาโหมของ
สหรัฐฯ จึงไดออกมาตรฐาน DOD (Design criteria standard for electronic records management software
applications) ซึ่งสืบเนอ่ื งมาจากโครงการวจิ ยั ของ UBC สง ผลใหห นวยงานของรฐั ตอ งปรับปรุงระบบ ERMS ทม่ี อี ยกู อ น
การอนุมัตมิ าตรฐานน้ใี หไ ปตามมาตรฐานภายในเดอื นพฤศจิกายน ป 1999
สวนประเทศเยอรมนั หนวยงานประสานงานและใหคำปรึกษาของรฐั บาลกลางดานเทคโนโลยีสารสนเทศในการบรหิ ารของ
รฐั บาลกลาง (KBSt) ไดทำโครงการนำรองชื่อ DOMEA (Document management and electronic archiving in
computer-assisted business processes) เพอ่ื ใหไ ดกรอบงานทเ่ี หมาะสมและมปี ระสิทธภิ าพสำหรบั การจัดการเอกสาร
อิเล็กทรอนกิ สใ นระบบสำนกั งาน กรอบงานของ DOMEA ทมี่ คี ำแนะนำสำหรบั การจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนกิ สไ ดต ีพิมพ
เผยแพรในป 1998
ในยคุ นเี้ รมิ่ มคี วามชดั เจนวา XML (Extensible markup language) ซงึ่ เปนภาษาใชใ นแลกเปลยี่ นขอ มูลระหวางเครื่อง
คอมพวิ เตอรที่แตกตา งกนั และเนน การแลกเปล่ียนขอ มูลผานอินเทอรเ น็ต นาจะมีบทบาทสำคญั ในการกำหนดมาตรฐาน
ของรูปแบบเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส โครงสรางเอกสารแบบ XML ทำใหส ามารถเพ่มิ ขอมูลเมตาไวด วยกนั แทนทจ่ี ะแยกไว
ตา งหากแบบหนงั สอื บนช้นั ท่ีแยกจากบัตรรายการ ตงั้ แตป 2000 บรษิ ัท Microsoft ใช XML สำหรับเอกสาร Office เปน
รปู แบบไฟลใหมสำหรบั Microsoft Word และ Excel หรือที่เรียกวารูปแบบ Microsoft Office XML โดยมี “x” ทสี่ วน
ทา ยของนามสกุลเอกสาร
นบั ตง้ั แตท ศวรรษที่ 1980 EDMS กับ ERMS ถือเปนระบบท่ีมคี วามแตกตางมาอยา งชดั เจน จนกระทงั่ ในชว งปลายทศวรรษ
1990 และตน ทศวรรษ 2000 บริษัทซอรฟแวร EDMS และ ERMS จึงเร่มิ มีการพฒั นาปรบั ปรุงความสามารถของผลิตภัณฑ
จนกลายเปน EDRMS ซง่ึ สามารถจัดการบรรณสารและเอกสารขององคกร ท้ังแบบกระดาษและอิเลก็ ทรอนกิ ส โดยใช 4
แนวทาง คือ
1) ขยายขีดความสามารถของผลิตภณั ฑ EDMS เดมิ ใหรวม ERMS ดว ย
2) ขยายขีดความสามารถของผลิตภณั ฑ ERMS เดิม ใหร วม EDMS ดวย
3) สรา งผลติ ภัณฑ EDRMS ใหม
4) ควบรวม EDMS และ ERMS ทแ่ี ยกจากกันใหเปน ผลิตภณั ฑเ ดียวกัน
ในชวงนี้ระบบสามารถทำงานบนเว็บ หรอื ทำงานบนอินทราเน็ตได ตัวอยา งผลติ ภณั ฑท เ่ี ริม่ ตนจากการเปน EDMS เชน
Documentum, Livelink, DOCS Open สวนผลิตภณั ฑทเ่ี ร่มิ ตน ดวยการเปน EEMS เชน TRIM, Foremost, iRIMS,
Cuadra Star
การจะจะจำแนกวา EDMS กบั ERMS ตา งกันอยา งไรนนั้ อาจตองอาศยั มุมมองทางทางสารสนเทศองคการ คอื EDMS มงุ
ตอบสนองความตอ งการของกระบวนการทางธุรกจิ (Business process requirements) ขณะท่ี ERMS มงุ ตอบสนอง
ความตอ งการปฏบิ ตั ติ ามตามระเบียบ และการสงวนรกั ษาเอกสารเอาไวร ะยะยาว
270 การจดั การเอกสาร | Records Management
หลังจากนนั้ มา ในชวงตน ทศวรรษ 2000 การพัฒนาทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอรอยางตอเนือ่ งไดนำไปสูการรวม EDRMS
เขากบั ระบบอเิ ล็กทรอนิกสอ นื่ ๆ ตัวอยา งของการผสานรวมดงั กลา ว ไดแก ระบบเขยี นแบบ (Computer-aided design
and drafting: CADD), ระบบการวางแผนทรัพยากรองคก ร (Enterprise resource planning: ERP), ระบบสารสนเทศ
ทางภูมิศาสตร (Geographic information system: GIS) ฯลฯ ซ่งึ สนบั สนนุ การวางแผนธรุ กจิ และการปฏบิ ัติการตา งๆ
ขององคก าร ในขณะเดยี วกันระบบการจัดการสนิ ทรพั ยดิจทิ ลั (Digital asset management: DAM) กเ็ ร่มิ มกี ารพฒั นา
ข้ึนในยุคนี้
การจดั การเน้ือหากลายเปน สวนหนึง่ ของโครงสรางพนื้ ฐานองคก าร ราวป 2002 ระบบ ECMS เรมิ่ เปนทกี่ ลา วถึงอยางแพร
หลาย บรษิ ัทผพู ฒั นาผลิตภณั ฑจึงไดผ นวกรวมการจดั การบรรณสารและเอกสาร การจัดการความรู ใหเปนสวนหนึ่งของ
ระบบการจัดการเน้อื หา ซ่งึ เปน ระบบใหญขององคก าร อนั เปน ผลสวนหนงึ่ มาจากการควบรวมกจิ การของบริษัทซอรฟ แวร
และการแขง ขนั ทางการตลาดที่สงู มากขึ้น ตัวอยา งผลติ ภัณฑใ นยคุ นี้ เชน Open Text’s Livelink, Hummingbird’s
PowerDOCS for DM and CyberDOCS, iManage’s DeskSite for DM, Elite’s Encompass
การกำหนดมาตรฐานและการพฒั นาขอ กำหนดความตองการของระบบจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสโ ดยสถาบนั ตา งๆ ยังคง
ทำอยา งตอ เน่ือง ป 2006 หอจดหมายเหตุแหง ชาติของออสเตรเลีย (NAA) ไดเ ผยแพร ขอกำหนดคณุ สมบตั ิการทำงานของ
สำหรบั ซอฟตแวรระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส (Functional specifications for electronic records
management systems software) สำหรบั หนว ยงานรัฐบาล ใชใ นการตรวจสอบ ประเมิน หรอื หรือปรบั ปรงุ ซอฟตแ วร
ERMS ของหนว ยงานทมี่ ีอยู หรือใชเ ปน ขอกำหนดในเอกสารประกวดราคาเมอ่ื ซ้ือซอฟตแ วร ERMS ใหม เพ่อื ใหมั่นใจวา
ซอรฟแวรระบบ มีฟงกช ันการทำงานทีค่ รบถวนเพยี งพอ
ในป 2008 องคการมาตรฐานสากล (ISO) โดยคณะกรรมการชุด ISO/TC171/SC2 Document management
applications ไดเสนอกรอบการทำงานสำหรบั การบรู ณาการ EDMS และ ERMS โดยแยกแยะวา EDMS ใชเ พอื่ จัดการ,
ควบคมุ , คน คืนสารสนเทศในระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส สวน ERMS ใชเพือ่ จัดการทงั้ เอกสารอิเล็กทรอนกิ สแ ละที่ไมใ ช
อิเล็กทรอนกิ สต ามหลกั การจดั การเอกสาร สว น EDRMS คอื การบรู ณาการความสามารถทัง้ สองอยา งเขา ดวยกัน
และเมือ่ เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เตบิ โตอยางกาวกระโดด รูปแบบการทำงานเปลยี่ นแปลงไปอยา งรวดเรว็ การดำเนินการ การใช
งานเอกสารมีลกั ษณะที่ตองตอบสนอง ณ เวลาจริง ผพู ัฒนาผลติ ภัณฑก ็ตองพฒั นาฟงกชนั การทำงานของ EDRMS จากยุค
เวบ็ 1.0 มาสยู ุคเวบ็ 2.0 ทเี่ นน การโตต อบปฏิสัมพนั ธของผูใชงานระบบ ใหส ามารถทำงาน, สรา ง, จัดการ, แบงปนเนือ้ หา
บนส่ือสงั คมและเคร่ืองมอื การทำงานรวมกันบนเวบ็ 2.0 ใหผ ใู ชสามารถเพมิ่ ปจ เจกวิธาน (Folksonomy) ลงในเน้อื หาหรอื
เอกสารสำหรับการจำแนกสารสนเทศทางธุรกจิ นอกเหนอื จากแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสารแบบดัง้ เดิม ทกี่ ำหนดโดย
นักจดั การเอกสาร ต้ังแตป 2000 เร่ิมมกี ารนำเอาปญ ญาประดิษฐ (Artificial intelligence: AI) มาใชก ับการจัดการเอกสาร
เชน AutoRecords ซ่งึ เปนผลติ ภณั ฑแรกทนี่ ำ AI เพอ่ื จัดประเภทเอกสารอิเลก็ ทรอนิกสโดยอตั โนมตั ิ
เมื่อเกิดเกิดวิกฤตการเงนิ โลก (Hamburger crisis) ในป 2008 ทำใหเ กดิ การเปลย่ี นแปลงเก่ียวกับระบบการจัดการเอกสาร
อิเลก็ ทรอนิกสอ ีกคร้ัง เพราะองคการมขี ดี จำกดั ในการนำ ERMS ซึ่งมรี าคาแพงอยา งมหาศาลมาใช และการออกผลติ ภณั ฑ
ระบบจดั การเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส์ 271
Microsoft SharePoint 2010 ซึ่งมีศกั ยภาพพอทจี่ ะทำงานแทนได บริษัทซอรฟแวร EDMS-ERMS-EDRMS ตองสญู เสยี
ลูกคาเปนจำนวนมาก อีกประการหน่ึงคือสภาพแวดลอ มของผใู ชง านเปลี่ยนแปลงไป จากการทำงานบนระบบประมวลผล
แบบคลาวด การตดิ ตอส่ือสาร สง่ั การ แบง ปน สารสนเทศผา นเครอ่ื งมือเครอื ขา ยสังคมและแอปพลเิ คชันบนโทรศพั ทมือถอื
จนเปน เรอ่ื งปกติ ทำใหบางครง้ั ERMS ถูกมองวาเปน ระบบทีไ่ มตอบสนองความตองการอกี ตอไป
แมจะมีผกู ลาววา ERMS แบบเดิมถึงจุดจบในป 2010 แตผ ลิตภัณฑจำนวนมากยงั คงเติบโตอยางตอ เน่อื ง ในรูปแบบระบบ
ECMS ที่มคี วามสามารถดาน EDM และ ERM เชน Alfresco ECM, Hyland OnBase, IBM ECM, Knowledgeone
RecFind EDRM, Laserfiche RME, Lexmark RIM, Micro Focus Content Manager, Newgen RMS, Objective
ECM, Open Text ECM
ฟงกช์ ันการทาํ งานของระบบจัดการเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์
แมในทางทฤษฎีจะสามารถแบง ระบบสารสนเทศสำหรับจดั การบรรณสารและเอกสารอิเล็กทรอนกิ สไ ด แตในทางฏิบตั ิอาจ
ไมใ ชเชน นัน้ การศึกษาในยุคแรกของ Linh Thuy Nguyen, Paula M.C Swatman & Bardo Fraunholz (2007) ชใี้ ห
เหน็ วา การระบคุ วามแตกตางอยา งชดั เจนของระบบเหลานเี้ ปน เรื่องทค่ี อ นขางยาก เพราะบริษัทซอฟตแ วรเองกไ็ มไดระบุ
ชดุ ฟง กช ันการทำงานที่จะแยกแยะวา ใชส ำหรับจัดการบรรณสาร เอกสาร หรือจัดการเนือ้ หา ไดอ ยา งชัดเจนเชน กัน
เมอื่ มมี มุ มองสำคัญวา การจดั การเอกสาร คอื การจดั การทรัพยากรเชิงกลยุทธ การนำระบบสารสนเทศมาใชจ ัดการเอกสาร
กเ็ พ่ือทำใหอ งคก ารสามารถสรางความไดเ ปรียบในการแขง ขนั ระบบการจัดการเอกสาร อาจเรยี กวา DMS, RMS, DRMS,
EDRMS, CMS, ECMS หรอื อ่นื ๆก็ได ตามทผ่ี ผู ลติ และจดั จำหนายซอรฟ แวรจ ะระบุ หากมฟี ง กชนั การทำงานทค่ี รอบคลุม
ครบถวน สามารถจดั การเอกสารไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพ นำมาใชเปน อาวุธสรางความไดเปรียบในการแขงขัน กถ็ อื เปน
ระบบการจัดการเอกสารเชิงกลยทุ ธไดท ัง้ สิน้ เพราะคุณคาของกลยุทธไ มใชอ ยทู ช่ี ่อื เรียกประเภทของระบบสารสนเทศ
และระบบสารสนเทศจะมีประโยชนก ็ตอ เมอื่ สามารถสรา ง หรือสนับสนนุ ความสามารถในการแขงขนั ทางขององคก ารได
(ทพิ วรรณ หลอสุวรรณรตั น, 2557) อยางคำพังเพยท่ีวา “แมวขาวแมวดำไมส ำคัญขอใหจ บั หนูไดเ ปนพอ” ดังนัน้ การนำเอา
ระบบสารสนเทศใดๆมาใชจ ดั การเอกสารดิจทิ ัล จงึ ควรมาจากการกำหนดความตองการระบบ (System requirement)
หรือส่ิงทีร่ ะบบควรจะทำได ใหส อดคลองกับเปา หมายขององคการ และเปนไปตามหลกั การจัดการเอกสาร
หากประมวลสงั เคราะหจ ากมาตรฐาน เชน ISO 15489-1:2016, MoReq2010 และขอ เสนอของนกั วิชาการ (Bantin,
2004 ; Smith, 2004; Smallwood, 2013) อาจสรุปไดว า ขอกำหนดความตอ งการระบบการจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส
ควรมดี ังนี้
ความตอ้ งการหน้าทพี ืนฐานสําหรบั ระบบ (Primary functional requirements)
ความตอ งการหนาที่พื้นฐานสำหรบั ระบบ ตาม ISO 15489-1:2016 ซง่ึ ไดก ำหนดคุณลกั ษณะของระบบเอกสาร
(Characteristics of records systems) เอาไว 5 ประการ คือ
272 การจัดการเอกสาร | Records Management
1.เชื่อถอื ได (Reliable) ระบบควรดำเนินการไดอยางตอเนอ่ื งและสม่ำเสมอตามนโยบายและข้นั ตอนท่ีไดร บั อนญุ าต โดย
● จบั เกบ็ เอกสารภายในขอบเขตของกิจกรรมทางธรุ กิจที่ระบบสนบั สนนุ
● ทำหนาท่เี ปน แหลงขอมลู หลักที่บันทึกการกระทำใดๆเกีย่ วกับเอกสาร
● อนุญาตใหเ ฉพาะบางบุคคลท่ีมีหนา ท่ี ความรบั ผิดชอบเขามามสี วนรวมในเอกสาร
● แสดงเอกสารในรูปแบบที่ใชงานได
● รองรับการเขาถงึ เอกสารอยา งทันทวงที
● เก็บรกั ษาเอกสารไวไดนานตราบเทา ทีต่ องการ
● จัดใหม ีกลไกสำหรบั การนำเอกสารกบั ขอ มลู เมตาเขาสูร ะบบ หรอื สงออกจากระบบหนึง่ ไปยงั อีกระบบหนง่ึ
● อนุญาตใหดำเนนิ การกำจัดเอกสารอยางถูกตอ ง
ควรจัดทำเปน เอกสารบนั ทกึ การปฏิบตั ิงาน, ขน้ั ตอน และระเบียบปฏบิ ตั ิทางเทคโนโลยเี ก่ยี วกับระบบเอกสาร เพื่อใหเ กิด
ความนา เชื่อถือ ขอ มลู เมตาสำหรบั เอกสารก็ควรแสดงใหเ หน็ ถึงความนาเชื่อถือของระบบเชน กัน
2.ปลอดภัย (Secure) มาตรการรกั ษาความปลอดภัยสารสนเทศและความตอเน่ืองทางธุรกจิ ขององคก าร ควรรวมถึง
มาตรการสำหรบั ระบบเอกสารดวย โดยใชมาตรการตา งๆ เชน การควบคมุ การเขาถึง, การเฝา ตดิ ตาม, การตรวจสอบความ
ถูกตอง, การอนุมตั ิ เพ่อื ปองกันการเขาถึง, การเปล่ยี นแปลง, การปกปด หรือการทำลายเอกสารโดยไมไ ดรับอนุญาต ขอมูล
เก่ียวกับการควบคุมท่ใี ชกับเอกสารและเหตุการณดา นความปลอดภัยใดๆ ทส่ี ง ผลตอเอกสารควรบนั ทกึ ไวเปนขอมลู เมตา
3.เปนไปตามขอกำหนด (Compliant) ระบบเอกสารควรเปน ไปตามขอกำหนดทเี่ กดิ จากความคาดหวงั ทางธุรกิจ ชมุ ชน
หรอื สงั คม และตามสภาพแวดลอมทางกฎหมายและระเบียบขอ บังคบั การทำตามขอกำหนดดังกลา วควรไดรับการประเมิน
อยา งสมำ่ เสมอ มีการบนั ทกึ เอาไวเ ปน หลกั ฐานดวย
4.ครอบคลมุ (Comprehensive) ระบบเอกสารควรมคี วามสามารถจัดการเอกสารทุกอยางท่ีเกีย่ วขอ งกับกิจกรรมทาง
ธุรกจิ ตลอดจนมีความสามารถจัดการเอกสารทส่ี รางขนึ้ โดยเทคโนโลยที กุ ชนดิ ท่ีใชใ นกิจกรรมทางธุรกิจ (จัดการเอกสารได
ทกุ ชนดิ และทกุ รูปแบบ)
5.เปน ระบบ (Systematic) กระบวนการตา งๆ ไมว า จะเปน การจัดทำ, จดั เก็บ, จัดการเอกสาร ตองถูกออกแบบมาเปน
อยา งดี เปน ไปตามนโยบายและขน้ั ตอนพธิ กี ารท่ีไดร ับอนมุ ัติแลว
ความตอ้ งการเฉพาะสําหรบั ระบบ (Specific requirement)
MoReq2010 ซง่ึ เปน ชดุ ขอ กำหนดความตองการสำหรับระบบการจดั การเอกสาร ไดก ำหนดฟง กชันการทำงานหลักที่
จำเปนสำหรบั ระบบเอกสารไมวา จะใชง านในหนว ยงานภาครัฐ หรือองคก รเอกชน มสี าระสำคญั โดยสรุป คิอื ระบบตอ ง
สามารถ
● รองรับการจดั หมวดหมูเ อกสาร โดยเชื่อมโยงเอกสารกบั ภารกจิ กจิ กรรม และธุรกรรมขององคก ารท่สี รา งเอกสาร
ระบบจดั การเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 273
● รวมเอกสารที่มลี กั ษณะเดยี วกนั เขา ไวดว ยกันเปนชุด
● กำหนดอายุจัดเกบ็ และทำลายเอกสารไดอ ยา งถูกตอ งตามตารางกำหนดอายเุ อกสาร
● ทำลาย หรอื ระงับการทำลายเอกสารไดตามเง่ือนไขท่กี ำหนด
● แสดงหลกั ฐานการทำลายเอกสารอยา งถูกตอ งตามอำนาจหนา ที่และระเบียบขอ บังคับ
● กำหนดขอ มลู อภิพันธใุ หกบั เอกสาร
● กำหนดสทิ ธิการเขา ถงึ ใชงาน แกไข เปลยี่ นแปลงเอกสาร ตามอำนาจหนาท่คี วามรับผิดชอบของแตล ะบุคคล
● เกบ็ ประวตั ิการกระทำใดๆเก่ียวกับเอกสาร เชน การใชง าน การแกไ ข เปลย่ี นแปลง
● อำนวยความสะดวกในการสบื คนเอกสาร การรายงานผล
● แสดงผลเน้อื หาในรปู แบบทีใ่ ชกันท่ัวไป สามารถอาน ทำความเขา ใจได
นกั วชิ าการหลายทา นกลา วตรงกนั วา ฟงกช่ันการทำงานของระบบการจดั การเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส แบง ออกเปน การจับ
เกบ็ (Capture), การควบคมุ ตรวจสอบ (Audit control), การเขา ถงึ และใชง าน (Access and use), การกำหนดอายแุ ละ
ทำลาย (Retention and disposal) , การรักษาความปลอดภัยและการควบคมุ (Security and control), การสงวนรักษา
สำรองขอมลู และการกคู นื (Preservation, backup and recovery), การจัดการเอกสารแบบดง้ั เดิม (Non-electronic
Record), การทำบนั ทึกหลกั ฐาน (Documentation)
1.การจบั เกบ็
ประกอบดว ย 3 กิจกรรมสำคญั คอื ข้ันตอนการจบั เก็บ (Capture process), ลงทะเบยี น (Register), กำหนดขอ มลู
หมวดหมูและขอ มูลอภพิ ันธุ (Assigning classsification data and other metadata)
1)ขั้นตอนการจบั เก็บ
● ระบบตอ งสามารถนำเขา เอกสารท่ีเกิดขน้ึ ตามหนา ทแี่ ละกจิ กรรมขององคการไดอยา งครบถวน ไมวา จะ
เปน แบบดวยมือ หรอื แบบอตั โนมัติ กต็ าม
● ระบบตอ งสามารถจบั เก็บเอกสารไดท กุ รูปแบบ จากทุกโปรแกรมประยุกต ไมว า จะเปน โปรแกรม
ประมวลผลคำ, ประมวลผลภาพ, ไปรษณยี อ ิเล็กทรอนกิ ส, สเปรดชตี และฐานขอ มูล
● ระบบตอ งอนญุ าตใหจบั เกบ็ องคป ระกอบอื่นมารวมไวเ ปนเอกสารได เชน หนา เวบ็ ตอ งรวมกราฟก
หรือ ขอ ความในไปรษณยี อ ิเลก็ ทรอนกิ สต อ งรวมไฟลท แ่ี นบมาดว ย ระบบตอ งจบั เก็บองคป ระกอบเหลา น้ี
ใหค รบถว นในฐานะท่เี ปน สว นหนงึ่ ของเอกสาร
● ระบบตอ งรองรบั เอกสารหลากหลายฉบบั (Version) ในบางกรณที ม่ี มี ากกวา 1 ฉบับ (ฉบบั ราง, ฉบับ
แกไ ข, ฉบับสมบูรณ) ระบบตองสามารถจบั เกบ็ ไดครบถว น และแยกแยกความแตกตา งของแตละฉบบั ได
ดวยการลงขอมลู อภิพันธุ
● ระบบตองทำใหการจบั เก็บเอกสารมคี วามนาเชือ่ ถือ เอกสารจะตองไมสญู หายหรอื ถกู แกไ ขระหวาง
กระบวนการจบั เก็บ
274 การจัดการเอกสาร | Records Management
2)ลงทะเบยี นเอกสาร
● ระบบสามารถกำหนดเลขทะเบียน (Unique identifier) ใหก บั เอกสารแตละชิน้ /ชุด เพ่อื จำแนก
แยกแยะ และเปนประโยชนใ นการเรยี กใช สบื คน และจดั เก็บ
● ระบบตองปองกนั การแกไข หรือ การเปลย่ี นแปลงเนื้อหา เมอื่ มีการลงทะเบียนเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส
เรียบรอยแลว
● ระบบตอ งปองกันการทำลายหรอื ลบเอกสารอเิ ลก็ ทรอนกิ สโดยไมไ ดรบั อนุญาต เวนแตจ ะดำเนินการตาม
ตารางกำหนดอายขุ องเอกสาร
3)กำหนดหมวดหมเู อกสารและขอ มูลอภพิ ันธุ
● ระบบตอ งมแี บบแผนการจดั หมวดหมเู อกสาร (RCS) และเคา รางขอมูลอภพิ ันธุ (Metadata scheme) ท่ี
มคี วามชัดเจน และเหมาะสมที่นำมาใชกับเอกสารไดโ ดยอตั โนมตั ิ ตง้ั แตเ รมิ่ จัดทำมาจนถงึ จบั เก็บ
เอกสาร
● ระบบจะตอ งสามารถแยกแยะองคประกอบขอมลู อภพิ นั ธุ (Extracting metadata elements) ไดอ ยา ง
อตั โนมัตเิ มื่อจับเกบ็ เอกสาร
● ระบบจะตองแสดงความสัมพนั ธของเอกสารและขอ มลู อภิพนั ธุท ีเ่ ก่ียวของไดอ ยา งมตี รรกะ
2.การควบคมุ ตรวจสอบ
● ระบบตองเก็บขอ มลู ทุกกระบวนการทเี่ กีย่ วกับเอกสาร เชน การจดั ทำ, การปรบั ปรงุ , แกไข, ลบ, สบื คน, เขา ถึง ไว
เปน หลกั ฐานการตรวจสอบ (Audit trails)
● ระบบตองติดตามไดว า ใคร ทำอะไร เมอื่ ไร อยางไรกบั เอกสารไดโดยอตั โนมตั ิ
● ระบบตอ งออกรายงานสำหรบั การควบคมุ ตรวจสอบได โดยมีรายการตา งๆอยางครบถวน
3.การเขาถึงและใชงาน
● ระบบตองคน คืนเอกสารไดงาย ประหยดั เวลา ไมซ ับซอ น
● ระบบตอ งสามารถสบื คนเนอ้ื หาจากเอกสารฉบับเต็ม (Full-text) ได
● ระบบตองสามารถแสดงทง้ั ขอ มูลอภิพนั ธุ และเนือ้ หาของเอกสารได
● ระบบตอ งสามารถสบื คน เอกสารไดต ามแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสาร
4.การกำหนดอายุและทำลาย
● ระบบตอ งสามารถกำหนดอายุจดั เกบ็ และทำลายใหก บั เอกสารไดโ ดยอตั โนมัติ ตามทรี่ ะบุไวในตารางกำหนดอายุ
เอกสารตง้ั แตตน
● ระบบตอ งกำหนดอายจุ ัดเก็บและทำลายเอกสารไดทุกชนิด ทกุ ประเภท หรือตามแบบแผนการจัดหมวดหมู
เอกสาร
ระบบจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 275
● ระบบตอ งยินยอมใหผ บู รหิ ารระบบสามารถเปล่ียนแปลง หรอื ทบทวนอายจุ ดั เก็บและทำลายเอกสารได
5.การรกั ษาความปลอดภยั และการควบคุม
● การสรา งเอกสาร นำเอกสารเขาสูระบบ ปรับปรงุ แกไข หรือทำลายเอกสาร ตองกระทำโดยบุคคลทร่ี ะบบกำหนด
สทิ ธ์ิอนญุ าตใหทำไดเ ทา น้ัน
● เอกสารจะตอ งไดร บั การปอ งกันการแกไ ขเนอื้ หา โครงสรา งและบริบท ไมวา ดวยความต้ังใจหรือไมต ง้ั ใจก็ตามเพือ่
รักษาไวซ งึ่ ความจริงแทข องเอกสาร
● ระบบจะตองควบคุมการเขาถึงและการแกไขขอมูลอภพิ ันธดุ วย
6.การสงวนรักษา สำรองขอ มลู และการกูคืน
● กรณที ี่มีการเปลี่ยนแปลงระบบใหม หรือเปลี่ยนซอฟตแ วร ฮารดแวร ระบบตอ งสามารถโอนยา ยหรอื แปลงเอกสาร
รวมทัง้ ขอ มลู ตางๆไปไดอ ยา งครบถว น
● ระบบจะตองกูค ืนไดในกรณีท่ีมีขอ ผิดพลาดและตอ งแจงเตอื นผลไปยังผดู แู ลระบบ
● ระบบตองมกี ลไกการสำรองขอ มูลอัตโนมัติ และสามารถกูคืนขอมูลทท่ี ำใหมน่ั ใจวาเอกสารและขอ มลู ทเ่ี กี่ยวขอ ง
จะปลอดภัย ไมสญู หาย
● ระบบตอ งออกรายงานท่ีแสดงผลรายการเอกสารท่ีโอนยา ยไมส ำเร็จ และระบวุ า มาจากปญ หาอะไรได
● ระบบตอ งสามารถตรวจสอบพน้ื ท่เี ก็บขอ มูลและแจงใหผ ดู ูแลระบบเมอ่ื พืน้ ทเ่ี หลืออยใู นระดบั ต่ำ
7.การจดั การเอกสารแบบดง้ั เดมิ
● ระบบตองสามารถจดั การกับเอกสารแบบดงั้ เดมิ ทมี่ ใิ ชอ เิ ล็กทรอนิกส ไมวา จะเปน การจบั เก็บ, จดั หมวดหม,ู
สบื คน-เขาถงึ , รักษาความปลอดภยั , กำหนดอายุและทำลาย ฯลฯ ไดต ามความตอ งการเชนเดยี วกันกับเอกสาร
อเิ ล็กทรอนกิ ส
8.การทำบนั ทกึ หลักฐาน
● นโยบาย แนวปฏิบตั ิ หรือพธิ กี ารเก่ียวกบั ระบบเอกสาร ควรจดั ทำเปนบันทึกหลกั ฐานเอาไวเปนลายลักษณอ ักษร
โดยผูบ ริหารระบบเปนผรู บั รอง
● บันทกึ หลกั ฐาน อยางนอยควรประกอบดวย ภาพรวม เปา หมายของระบบ, นโยบาย แนวปฏิบัติ ขัน้ ตอนพธิ ีการ
เก่ียวกบั ระบบ, การควบคุมคณุ ภาพ, การรักษาความปลอดภัย, การทดสอบระบบ,ความตอ งการซอฟตแ วร
ฮารด แวร
● บันทกึ หลักฐานตองปรับปรงุ ใหท นั สมยั อยูเสมอ เผยแพรไปยังบคุ ลากรทีเ่ กี่ยวขอ ง ใหเ ขาถึงและใชง านรว มกันได
276 การจัดการเอกสาร | Records Management
ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ในประเทศไทย หนวยงานราชการคนุ เคยกบั คำวา “ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส” มาอยา งนอ ยต้ังแตป พ.ศ.2548 เพราะ
เริม่ ใชอยา งเปนทางการครง้ั แรกในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี วา ดว ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2548 เพือ่ หมายถึง
“การรับสงขอ มลู ขา วสารหรือหนงั สอื ผา นระบบส่ือสารดวยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนิกส”ตามนยิ ามน้จี ะเห็นวาระบบสารบรรณ
อเิ ล็กทรอนิกสน ี้ มไี วเเพอื่ การรบั -สง หนงั สอื เทานนั้ ขณะทคี่ วามหมายของงานสารบรรณ คอื “งานท่ีเกี่ยวของกบั การ
บริหารงานเอกสารเรม่ิ ต้งั แตการจัดทำ การรบั การสง การเกบ็ รกั ษา การยืม จนถงึ การทำลาย”
หลังจากนัน้ อีก 16 ป จึงไดป ระกาศใชร ะเบยี บฯ วาดว ยงานสารบรรณ (ฉบับท4ี่ ) พ.ศ.2564 ซึ่งเนน ความสำคญั ของระบบ
สารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสม ากขึ้น โดยเพิม่ เติมเปนหมวดที่ 5 กำหนดใหสวนราชการตอ งมรี ะบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส
สำหรับปฏิบัตงิ านสารบรรณ ตลอดจนกำหนดหลกั เกณฑแ ละวธิ ีการปฏบิ ตั ใิ นการรับสงและเก็บรกั ษาขอมูลขาวสารและ
หนังสือราชการ ดว ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส ในภาคผนวก 6 ระเบียบฯ ฉบับน้ีไดม กี ารแกไขเพม่ิ เติมคำวา “ระบบ
สารบรรณอิเล็กทรอนิกส” เปน “การรบั สงและเกบ็ รกั ษาขอมลู ขาวสารหรอื หนังสือ ผา นระบบส่อื สารดวยวธิ ีการทาง
อิเลก็ ทรอนิกส โดยรวมถงึ การรับสงโดยใชไปรษณียอ ิเล็กทรอนิกสของสว นราชการหรือทส่ี วนราชการจัดใหแกเ จา หนา ท่ี
และระบบสอื่ สารทางอิเล็กทรอนกิ สอ ่นื ใดตามทห่ี ัวหนาสวนราชการกำหนดดวย” ซ่ึงก็ยงั คงเนน เรื่อง การรบั -สงหนังสอื โดย
ขยายวาสามารถรบั -สงผานระบบสอ่ื สารอเิ ลก็ ทรอนิกสร วมถึงไปรษณยี อเิ ล็กทรอนกิ ส สวนท่ีเพมิ่ เติมอีกประการหน่งึ คือ
การเกบ็ รกั ษาหนังสือ ถงึ กระนน้ั กย็ ังไมค รอบคลุมไปจนถงึ การยมื และการทำลายอยูดี
อยา งไรกต็ ามเพื่อพิจารณาระเบียบฯ วาดว ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท4่ี ) พ.ศ.2564 ท้ังฉบบั จะพบวามีขอ ความหลายสว น ที่
ระบุถงึ ฟงกชัน่ การทำงานหรอื สง่ิ ท่รี ะบบควรทำได เชน
ขอ 26 วรรคสาม ระบวุ า “ในกรณีทบ่ี ันทกึ 1จัดทำในระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส หรอื โดยการพิมพข อ ความในไปรษณีย
อิเลก็ ทรอนิกส หรอื ระบบสือ่ สารอน่ื ใดทม่ี กี ารยนื ยนั ตัวตน จะพมิ พชอ่ื ผูบนั ทกึ แทนการลงลายมือชอ่ื ก็ได และจะไมลงวันที่
เดอื น ป ท่ีบันทกึ ก็ได หากระบบมีการบนั ทึก วนั เดือน ปไวอ ยูแลว ”
ขอ 29/1 ระบวุ า “ใหส วนราชการจัดใหมีทะเบียนหนังสอื รบั ทะเบยี นหนงั สอื สง บญั ชีหนงั สือสงเกบ็ ทะเบียนหนังสอื
เก็บ บญั ชีสง มอบหนงั สอื ครบ 20 ป บญั ชีหนังสอื ครบ 20 ปท ข่ี อเก็บเอง บญั ชีฝากหนงั สอื และบญั ชีหนังสือขอทำลาย
ในรูปแบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส โดยกรอกรายละเอยี ด เชนเดียวกบั ทะเบียนหรือบัญชีในรูปแบบเอกสาร และ “ทะเบยี นหรือ
บญั ชอี เิ ลก็ ทรอนิกสต ามวรรคหนง่ึ จะอยใู นระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสห รอื จดั ทำโดยใชโ ปรแกรม เชน Microsoft Excel
หรอื Google Sheets หรอื Apple Numbers หรอื แอปพลิเคชันอืน่ ใดก็ได ท้ังน้ี เมื่อมีทะเบยี นหรอื บญั ชดี งั กลาวในรูป
แบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ ลวไมต องจดั ทำทะเบยี นหรือบญั ชีใดเปน เอกสารอกี ”
1บันทกึ คือ ขอ ความท่ีผใู ตบ งั คับบัญชาเสนอตอผบู ังคบั บญั ชา หรอื ผบู ังคับบัญชาสง่ั การแกผ ูใตบ ังคับบัญชา หรือขอ ความที่เจา หนา ที่ หรอื หนว ยงานระดบั ตำ่ กวาสว นราชการระดบั กรม
ติดตอกันในการปฏิบัติราชการ โดยปกติใหใชก ระดาษบันทกึ ขอ ความ
ระบบจัดการเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 277
ดงั นัน้ เม่อื อา นวเิ คราะหร ะเบยี บฯฉบบั นโ้ี ดยละเอียด สามารถประมวลเปนขอ กำหนดความตองการระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส ไดด ังนี้
การจัดทำ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ สตอ งสามารถ:
● จดั ทำหนงั สือราชการอเิ ลก็ ทรอนิกส (Born digital) ไดต ามรูปแบบทกี่ ำหนด คอื (1)หนังสือภายนอก (2)หนังสือ
ภายใน (3)หนงั สือประทบั ตรา (4)หนังสอื ส่ังการ (5)หนงั สือประชาสมั พันธ (6)หนงั สอื ทเี่ จา หนาทจี่ ัดทำขนึ้ หรอื รับ
ไวเ ปน หลกั ฐาน
● รองรับหนังสอื ทีแ่ ปลงจากกระดาษใหก ลายเปน ดจิ ทิ ลั (Reborn digital)
● รางหนงั สอื
● ระบุตวั ตนและแสดงเจตนาของเจา ของลายมือช่อื (เชน การใชช อื่ ผูใชแ ละรหสั ผาน)
● ออกเลขทหี่ นังสอื
● เก็บรกั ษาสำเนาหนงั สือ
การรับ-สง ลงทะเบยี น ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ สต อ งสามารถ:
● รับ-สงขอมลู ขาวสารหรอื หนงั สือและการตดิ ตอ ราชการ
● รับ-สง หนังสอื ทางไปรษณยี อเิ ล็กทรอนิกส
● ทำทะเบียนหนังสือรบั ทะเบียนหนงั สอื สง
● ลงทะเบียนรับ-สง หนงั สอื โดยมเี ลขท่ีทะเบยี นตามลำดบั ตดิ ตอกันไปตลอดปป ฏทิ ิน
● ยืนยนั ผลการสงโดยอตั โนมตั ิในระบบของผสู ง วาหนงั สือไดจ ัดสงไปยังผูร บั เรียบรอยแลว และแจง เตือนกรณีทไ่ี ม
สามารถสงหนงั สือไปยังผูรบั ได
● สงผลการรับหนังสือกลับไปยงั ผูส งและจัดสง ใหผ ูรับภายในหนวยงานตอ ไป
● แสดงวัน เดือน ป และเวลาทร่ี บั และสงขอมลู ขาวสารหรือหนงั สือใหปรากฏแกผูรบั ผูสง
● กำหนดสทิ ธิผใู ช (User) ในการรบั -สง หนงั สอื เปนรายบุคคล และตองสามารถตรวจสอบยืนยันผูใชโดยวธิ ีการถาม
ชือ่ ผูใชแ ละรหัสผานเปน อยา งต่ำ
● อนุญาตใหเจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลางทไ่ี ดรับมอบหมายจากหัวหนาสว นราชการ ทำหนา ที่รับสง
หนงั สอื
● อนุญาตใหเจาหนา ทที่ ่ีไดร บั การแตงต้งั ใหเ ขาถงึ เอกสารชน้ั ความลบั ทำหนาท่ีรบั สงหนงั สอื ทม่ี ชี น้ั ความลบั เฉพาะ
ในชั้นลับหรือลับมาก โดยทำการเขา รหัสหนังสือ เพือ่ มใิ หผูทีไ่ มไดรับอนุญาตสามารถอา นขอ ความได
การใชง าน ระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ สตอ งสามารถ:
● แสดงขอมูลเกย่ี วกับการปฏบิ ัติของหนังสือ
278 การจัดการเอกสาร | Records Management
● กำหนดสิทธิผใู ช (User) ในการเปดหนังสือเปนรายบุคคลได และตอ งสามารถตรวจสอบยืนยันผูใชโ ดยวธิ ีการถาม
ชือ่ ผใู ชแ ละรหสั ผา นเปน อยา งต่ำ
● ทำการเขารหสั หนงั สือเพื่อปอ งกันมิใหผทู ไ่ี มไดร ับอนุญาต สามารถอานขอความได
● อนญุ าตใหเจา หนาทท่ี ี่ไดร บั มอบหมายหรอื แตง ตั้ง ตรวจสอบหนังสอื ทไี่ ดร บั ในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสของ
สว นราชการเปน ประจำ ทัง้ นี้ตอ งไมนอยกวา วนั ละสองคร้งั ในเวลาราชการ อยางนอยหนง่ึ ครง้ั ในชวงเชา และอยาง
นอยหนึง่ คร้ังในชวงบา ย
● อนญุ าตใหผใู ชระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส จดั เกบ็ หนงั สือทห่ี นว ยงานไดร ับไวใ นสอื่ กลางบนั ทึกขอ มูล และลบ
หนงั สือที่ไมจำเปนตอ งใชง านแลว โดยดำเนินการเปน ประจำตามระยะเวลาทเี่ หมาะสม ตามทห่ี วั หนา สว นราชการ
กำหนด
การเก็บ การรกั ษาและการกำหนดอายเุ อกสาร ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสตองสามารถ:
● เกบ็ รักษาหนังสอื ที่มกี ารรับสงโดยใชร ะบบ หรอื หนงั สือที่นำเขาภายหลงั
● เก็บรกั ษาสำเนาหนงั สือที่สงไปแลว
● ทำบญั ชีหนังสือสงเก็บ (ตามแบบท1่ี 9 ทา ยระเบยี บฯ) เพือ่ การเก็บหนงั สอื ที่ปฏบิ ัตเิ สร็จเรยี บรอ ยแลว และไมม ี
อะไรทีจ่ ะตองปฏิบตั ิตอ ไปอกี โดยหนงั สือจะตอ งถกู สงไปยงั หนวยเก็บ (ศนู ยเ อกสาร)
● กำหนดอายกุ ารเก็บหนงั สือ (ดเู พิม่ เตมิ บทท่ี 10)
● ลงทะเบียนหนังสอื เกบ็ (ตามแบบท่ี 20 ทายระเบียบฯ) โดยเจา หนาท่ผี รู ับผดิ ชอบในการเกบ็ หนงั สอื ในหนว ยเก็บ
● กำหนดเลขลำดบั หมวดหมกู ารจดั แฟม เกบ็ หนังสอื (ดเู พิม่ เติมบทท่ี 10)
● มีระบบสำรองขอมูล (Backup system) ทส่ี ามารถกคู นื ขอมลู เพ่อื ปองกันการเสยี หายหรือสูญหายของขอมูลนนั้
● รองรับการเกบ็ รกั ษาหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกสไ วใ นระบบสำรองขอ มูล ดวยรูปแบบมาตรฐาน เชน PDF ความ
ละเอียดไมนอยกวา 150 dpi
● เกบ็ รกั ษาหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกสไวไ ดต ลอดไป (Archiving)
การสืบคน ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สต องสามารถ:
● สนับสนนุ การสบื คน ขอมูลหนังสอื ท่ีมีการจัดเก็บไว
การกำจดั เอกสาร ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสตอ งสามารถ:
● ทำบญั ชีสง มอบหนังสือครบ 20 ป สงมอบใหห อจดหมายเหตุแหง ชาติ (ตามแบบที่ 21 ทายระเบยี บฯ)
● ทำบัญชีหนงั สือครบ 20 ปท ข่ี อเก็บเอง สงมอบใหหอจดหมายเหตุแหง ชาติ (ตามแบบที่ 22 ทา ยระเบียบฯ)
● ทำบญั ชีฝากหนังสอื สำหรับหนังสอื ทย่ี ังไมถ งึ กำหนดทำลาย และสวนราชการเห็นวา เปนหนังสือทมี่ คี วามสำคญั
และประสงคจะฝากใหหอจดหมายเหตุแหงชาติ เก็บไว (ตามแบบท่ี 23 ทา ยระเบยี บฯ)
● ทำบัญชหี นังสือขอทำลาย (ตามแบบท่ี 25 ทายระเบยี บฯ) (ดูเพ่ิมเตมิ บทที่ 11)
ระบบจดั การเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์ 279
● รองรบั การสง มอบหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกสใ หกบั หอจดหมายเหตุแหง ชาติ ดว ยรปู แบบมาตรฐาน เชน PDF ความ
ละเอียดไมนอ ยกวา 150 dpi
● ทำลายหนังสือในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ สท มี่ ใิ ชเ อกสารจดหมายเหตุตามกฎหมายวา ดวยจดหมายเหตแุ หง
ชาติ ท่ีเก็บมาเปน เวลาเกนิ กวา 10 ปแ ลวได โดยการลบหนังสือทีเ่ กบ็ ไวเ ปนเวลานานที่สุดยอนข้ึนมา
● ทำลายหนังสือในระบบสำรองขอมลู ทเี่ ก็บมาเปนเวลาเกินกวา 20 ปแ ลว
มขี อ สงั เกตอีกประการหน่ึงในระเบยี บฯ วาดวยงานสารบรรณ (ฉบับท่ี4) พ.ศ.2564 คอื การใชค ำวา “เอกสาร” ทมี่ คี วาม
หมายแตกตา งจากระเบยี บฯ ฉบบั กอ นหนา ในหลายแหง เชน
“ทะเบียนหรอื บัญชอี ิเลก็ ทรอนกิ สต ามวรรคหนงึ่ จะอยใู นระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สห รอื จดั ทำโดยใชโ ปรแกรม เชน
Microsoft excel หรอื Google sheets หรอื Apple numbers หรอื แอปพลิเคชันอ่นื ใดก็ได ท้ังนี้ เมอ่ื มีทะเบียนหรือบญั ชี
ดงั กลา วในรูปแบบอิเล็กทรอนกิ สแ ลว ไมตอ งจัดทำทะเบยี นหรอื บัญชใี ดเปนเอกสารอกี ” (ขอ 29/1)
“หนงั สอื ที่จดั ทำขึน้ ตามวรรคหนึ่งและหนวยงานสารบรรณกลางไดส ง หนงั สือดวยระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกสแลว ให
ถอื วาการเก็บสำเนาหนังสอื ไวในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสท สี่ ง นน้ั เปน การเกบ็ สำเนาไวทห่ี นวยงานสารบรรณกลางตาม
วรรคหนึง่ แลว ทั้งน้ี โดยไมต อ งเกบ็ เปนเอกสารอีก” (ขอ 30 ววรคสาม)
“เมอ่ื ไดส ง หนงั สือดว ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ สแ ลว สวนราชการผสู ง ไมตองจดั สง หนงั สอื เปนเอกสารอกี ” (ภาค
ผนวก 6)
ตามขอ ความน้ีสะทอ นวา “เอกสาร” หมายถึง หนังสอื , ทะเบียน, บญั ชีทไ่ี มไดอ ยใู นรูปแบบอิเลก็ ทรอนิกส และอาจหมาย
ถงึ ที่อยใู นรปู แบบกระดาษ/สิง่ พมิ พ ซึง่ มคี วามหมายแคบ ขณะท่ีในระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่2ี ) พ.ศ.2548
หมวด 1 ขอ 9 ระบวุ า “หนังสือราชการ คอื เอกสารท่ีเปน หลักฐานในราชการ” ซงึ่ มิไดจำกัดเฉพาะส่อื บนั ทกึ ใดๆและมี
ความหมายกวางกวา การใชค ำทไ่ี มสมำ่ เสมอเชนนี้ อาจทำใหเ กดิ ความสับสนในการตคี วามและการปฏบิ ตั ไิ ด
การนำระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสมาใชใ นหนว ยงานราชการเปน เวลามากกวา 10 ป ทำใหแตละหนวยงานมีเครือ่ งมอื
พนื้ ฐานสำหรับปฏบิ ัตงิ านสารบรรณ อยางไรก็ดี ผลวิจยั ของ ศศิธร สถติ ย และวิศปตย ชยั ชว ย (2560) ทศ่ี ึกษาฟง กช นั การ
ทำงานของระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ นหนว ยงานราชการสว นกลาง จำนวน 115 แหง ช้ีใหเ ห็นวา ระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนกิ สท ่ีหนว ยงานราชการใช มฟี ง กชันการทำงานที่ไมค รบถว นตามกระบวนการสารบรรณ หรือไมครอบคลมุ วงจร
ชวี ิตเอกสาร โดยสวนใหญระบบมีความสามารถสำหรับใชล งทะเบยี นหนงั สอื , ตรวจสอบผลการสง และ ระบุเวลานำหนังสือ
เขา สรู ะบบ สวนฟง กชันท่ีทุกหนว ยงานขาดทง้ั ทจ่ี ำเปน ตอ ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกสอ ยา งมาก คือ การลงลายมือชือ่
อเิ ลก็ ทรอนิกส และการกำหนดอายุการจัดเกบ็ และทำลายเอกสาร จึงเปนเรื่องทนี่ า เปน หว งวา หากหนวยงานของรฐั ยังขาด
ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สท ี่สามารถรองรับทกุ กิจกรรมการจัดการเอกสารในหนว ยงาน ยอ มสง ผลกระทบตอ งานพืน้
ฐานในหนวยงานราชการ เกิดความลำบากในการใหบรกิ ารประชาชน และเปน อปุ สรรคสำคญั ตอการทภ่ี าครฐั ตอ งการจะมุง
เปน รฐั บาลอิเลก็ ทรอนิกส หรือการพัฒนาดจิ ิทัลเพือ่ เศรษฐกจิ และสังคมของประเทศไทย
280 การจดั การเอกสาร | Records Management
สรปุ
แมว าคำจำกัดความของเอกสาร ในฐานะทเ่ี ปนพยานหลกั ฐานของกิจกรรม จะยังคงไมเ ปลยี่ นแปลงในชว งสองทศวรรษท่ี
ผา นมา ทวาเอกสารดจิ ทิ ลั ก็พัฒนารปู แบบทหี่ ลากหลายขน้ึ และยังคงเปลี่ยนแปลงไมหยุดยัง้ องคก รจำนวนมากจะยังคง
จัดการเอกสารกระดาษและดิจทิ ัลพรอ มกันไปอีกระยะเวลาหนงึ่ พรอ มกบั การเปล่ียนผา นเปน องคก ารดจิ ิทลั ขณะทโี่ ลก
ดจิ ิทัลกำลังขยายตัวขน้ึ เร่อื ยๆ ทำใหย ากทจ่ี ะจัดการกับเอกสารดจิ ทิ ลั ทกุ รูปแบบ ไดอ ยางแมนยำและสมำ่ เสมอ ซึง่ ทา ทาย
ตอแนวคดิ ท่ีวา เอกสารทงั้ หมดสามารถจัดเก็บไวใ นระบบเดยี วได ฉะนนั้ คณุ สมบัตขิ องระบบ ERM/EDRM/ECM ซ่งึ องคการ
จำเปน ตองนำมาใชกับเอกสารดจิ ิทัล เพอ่ื ใหสามารถจับเก็บ, ใชง าน, ดูแลรักษา ใหดำรงไวซ่ึงความจริงแทและความนา เช่ือ
ถอื ของเอกสาร จงึ ยงั คงเปนสงิ่ ทน่ี ักจดั การเอกสารตองติดตามความกา วหนา อยา งใกลชิด
คําถามทบทวนท้ายบท
● เอกสารดิจิทลั มีความเหมอื นหรอื ตา งจากเอกสารด้ังเดมิ ในแงใ ดบา ง
● ระบบเอกสาร ตองมีคุณลกั ษณะพื้นฐานใดบาง
● ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสควรมีฟงกช ันการทำงานใดบา ง
ระบบจดั การเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 281
บรรณานกุ รม
ทพิ วรรณ หลอ สุวรรณรัตน. (2557). ระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการ. (พิมพครง้ั ที่ 13). แซทโฟร พร้นิ ติ้ง จำกัด.
วิศปตย ชยั ชว ย. (2559). แนวทางการจัดการเอกสารหนวยงานของรัฐทส่ี อดคลองกับพระราชบัญญัตจิ ดหมายเหตแุ หงชาติ
พ.ศ.2556. สารสนเทศศาสตร, 34(2), 114-129.
ศศิธร สถติ ย และวิศปตย ชัยชวย. (2560). การศึกษาฟงกช ่ันการทำงานของระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ สใ นหนวยงาน
ของรัฐในประเทศไทย.ใน รตั นา จนั ทรเทาว (บรรณาธิการ), การประชมุ ทางวชิ าการระดบั นานาชาติมนุษยศาสตร
และ สงั คมศาสตร ครงั้ ท่ี 13 (IC-HUSO 2017) 2560, (น.1886-1897). คณะมนษุ ยศาสตรแ ละสังคมศาสตร
มหาวิทยาลยั ขอนแกน .
Adam, A. (2008). Implementing electronic document and record management systems. Auerbach
Publications Taylor & Francis Group.
ARMA International. (2016). Glossary of records and information management and information
governance Terms. (5th ed.). ARMA International.
Bantin, P.C. (2004). Understanding data and information systems for recordkeeping. Neal-Schuman
Duranti, L. & MacNeil, H. (1996). The protection of the integrity of electronic records: an overview of the
UBC-MAS research project Archivaria, 42, 46–67. https://archivaria.ca
/index.php/archivaria/article/view/12153/13158, preserved at https://perma.cc/YH48-GHEL.
Duranti, L. (2018). Diplomatics. In J.D. McDonald & M. Levine-Clark (Eds.), Encyclopedia of library and
information sciencesVolume 1 (4td ed.) (pp.1338-1346). CRC Press
Franks,P. C. (2018). Records and information management. (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
IRMT. (2009). Understanding the context of electronic records management. The international records
Management Trust. http://www.irmt.org/documents
/educ_training/term%20modules/IRMT%20TERM%20Module%201.pdf
Joseph, P. (2008). EDRMS 101: the basics. Information and Records Management Annual (IRMA).
https://espace.curtin.edu.au/bitstream/handle/20.500.11937/19879/131103_13295_EDRMS%201
01_The%20Basics.pdf?sequence=2&isAllowed=y
National records of scotland. (2021). Electronic Records Management. https://www.nrscotland.gov.uk/
record-keeping/electronic-records-management
Nguyen, L. T., Swatman, P. MC. & Fraunholz, B. (2007). EDMS, ERMS, ECMS or EDRMS: fighting through
the acronyms towards a strategy for effective corporate records management, In ACIS 2007
Proceedings (pp.1859-800). https://aisel.aisnet.org/ cgi/viewcontent.cgi?referer=https://
www.google.com/&httpsredir=1&article=1088&context=acis2007
282 การจัดการเอกสาร | Records Management
Oladejo, B. & Hadzidedic, S. (2021). Electronic records management a state of the art review. Records
Management Journal, 31(1), 74-88.
Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.
Smith, K. (2007). Planning and implementing electronic records management : a practical guide. Facet.
Society of American Archivists. (2021). Electronic record. https://www2.archivists.org/dictionary
The archive-skills consultancy. (2004). EDMS, ERMS and EDRMS.
https://www.archive-skills.com/infobytes/edms.pdf
The national archives United Kingdom. (2021). Understanding digital records.
https://www.nationalarchives.gov.uk/help-with-your-research/discovery-help/understanding-digi
tal-records/
The Ohio State University- university libraries. (2021). EDMS/ERMS/ECM Explained.
https://library.osu.edu/osu-records-management/ecm
The U.S. national archives and records administration. (2019). Context for electronic records
management [ERM]. https://www.archives.gov/records-mgmt/initiatives/context-for-erm.html
Warland, A. (2021). A brief history of electronic document and records management systems and
related standards https://andrewwarland.wordpress.com/
2021/02/11/a-brief-history-of-electronic-document-and-records-management-systems-and-relate
d-standards/
Yusof, Z. & Chell, R. (2005). Issues in records management. Penerbit Universiti Kebangsaan Malaysia
(UKM).
ระบบจดั การเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส์ 283
284 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 13
ประเด็นการจดั การเอกสารในระบบนิเวศดจิ ทิ ลั
วัตถุประสงคข์ องบท
● อธบิ ายแนวคดิ เร่อื งระบบนเิ วศดิจิทัล
● เสนอประเดน็ ทน่ี าสนใจเก่ยี วกบั การจัดการเอกสารในระบบนเิ วศดจิ ิทัล
ความนาํ
การเติบโตแบบกาวกระโดด (Exponential growth) ของเทคโนโลยดี ิจทิ ลั ทำใหเ กิดความเปลย่ี นแปลงอยางมหาศาลกบั
องคก าร สงผลกระทบตอรูปแบบการทำงาน การบริหารจดั การ ทำใหหลายองคการพยามปรับเปลย่ี นไปสูการเปน องคก าร
ดจิ ิทัล (Digital transformation) ภายใตระบบนิเวศดิจิทัล (Digital ecosystem) การทำงานพื้นฐานขององคการยอ มตอ ง
อาศยั เอกสารท่ีเปนดิจิทัลดว ยเชนกัน การจัดการเอกสารในระบบนิเวศดจิ ทิ ลั เปน สิ่งท่ีองคก ารตอ งเผชิญในอนาคตอนั ใกล
องคก ารจะตองปรบั ตัวอยางไร ตลอดจนวชิ าชีพนกั จัดการเอกสารตอ งเปล่ียนแปลงมุมมอง วธิ ีการปฏบิ ตั งิ าน และการศกึ ษา
อยางไร ในบทนมี้ ุงนำเสนอประเดน็ การจดั การเอกสาร ทเ่ี ปลี่ยนจากการจดั การเอกสารแบบดั้งเดิมมาสูดิจิทัล
285