ภาพ9-1 ขัน้ ตอนการจัดทำหนังสอื ราชการ
เหน็ ไดว า การจดั ทำหนังสือราชการแตล ะฉบบั น้นั มขี ้ันตอนอยไู มนอ ย จนทำใหมักไดรับการวิจารณวาราชการทำงานลา ชา
เหตุท่ีเปนเชนน้ีเพราะมมุ มองของราชการตอหนงั สือราชการนน้ั แทบไมต า งจากทรัพยส นิ ของราชการทเี่ ปนวสั ดุ ครุภณั ฑ ซึง่
ตอ งมกี ารลงทะเบียนคุมทรัพยสนิ มีขัน้ ตอนปฏิบตั ิเก่ียวกบั การยมื เก็บรักษา การทำลาย อยางรัดกุมมาก เพราะฉะนน้ั
หนว ยงานของรฐั จงึ ควรพิจารณาอยา งรอบคอบกอนจดั ทำเอกสารวา ขอมลู สารสนเทศใด จำเปนตองจัดทำเปน หนงั สือ
ราชการ หรอื แมแตเมื่อตดั สนิ ใจวาจะจัดทำเปน หนงั สือราชการแลว ก็ตอ งมาพิจารณาวา ควรใชแบบเอกสารประเภทใด โดย
เฉพาะหนังสือทมี่ ลี ักษณะเปน แบบพิธี คือ หนังสือภายใน และภายนอก ซ่งึ หวั หนาสวนราชการระดับกรมขึน้ ไป หรือผูวา
ราชการจงั หวัด เปนผลู งนาม ทป่ี จ จบุ ันหลายหนวยงานมไิ ดป ฏิบัติตามอยางเครง ครัด บางครัง้ พบวา หัวหนาหนว ยงานระดบั
กอง หรอื แมแ ตพนกั งานเจา หนาที่ระดับปฏบิ ัติ เปน ผูลงนามเองกม็ ี
ในทรรศนะของผูเขียนเหน็ วา หนงั สอื ราชการโดยเฉพาะหนังสอื ที่มลี ักษณะเปนแบบพธิ ี ไมค วรจดั ทำอยา งพร่ำเพร่อื เกนิ
ความจำเปน และมิใชวาขอ มลู ทกุ อยา งหรือทุกเร่อื ง ตอ งทำบนั ทึกไวเ ปนหนังสอื ราชการ บางอยางควรเปน แคบ รรณสารท่ี
ไมต อ งลงทะเบียน เม่ือใชง านเสร็จกก็ ำจัดไดท นั ที เพราะเมือ่ ใดก็ตามท่ีหนวยงานของรัฐจดั ทำหนังสอื ราชการข้นึ ยอ มตอง
ตามมาดวยการดูแลรกั ษาเชนเดียวกับทรพั ยส นิ ของราชการอยางเครง ครัด ตามขอ 61 แหงตามระเบียบฯ วา ดวยงานสาร
บรรณฯ ระบุวา เจาหนา ทตี่ องระมดั ระวังรักษาหนังสอื ใหอยใู นสภาพใชราชการไดท ุกโอกาส หากชำรุดเสียหายตอ งรบี ซอม
ใหใชราชการไดเหมอื นเดิม หากสูญหายตอ งหาสำเนามาแทน ถา ชำรุดเสียหายไมส ามารถซอ มแซมได ตองรายงานผูบังคญั
บัญชา ถา หนังสือสำคญั ที่เปน การแสดงเอกสารสิทธิ หรือเอกสารสิทธติ ามกฎหมายสูญหาย ตองดำเนินการแจงความตอ
พนักงานสอบสวน
186 การจัดการเอกสาร | Records Management
การเขยี นหนงั สือราชการ
การเขียนหนงั สือราชการ หรือเอกสารตางๆ ควรยึดหลักการดงั ตอไปน้ี
● ความชดั เจน เน้ือหาสาระตอ งอานแลวเขาใจไดท นั ทีวา มจี ดุ มุงหมายอยา งไร ขอความไมกำกวม วกวน หรือ
คลุมเครือ ซ่ึงจะทำใหเขาใจผดิ ได
● ความสัมพนั ธเชื่อมโยง ขอ ความแตล ะประโยค แตล ะวรรค ควรดำเนนิ ตามลำดับตอเนอ่ื งกัน เปนเหตเุ ปน ผลอาน
แลวจบั ใจความไดง า ย
● ความถกู ตอ ง ควรถูกตองทงั้ ประเภท รปู แบบ เน้อื หา หลักภาษา ใชภาษาทางการไมใชภาษาพดู
● ความสละสลวย ใชถอ ยคำสภุ าพ อา นแลวไมกระทบกระเทอื นใจ ทำลายจิตใจ หรอื ทำใหผูอา นหมดกำลังใจ พิมพ
อยางสะอาด เรยี บรอ ย สวยงาม
แนวทางการเขยี นหนงั สือราชการลักษณะตางๆ
● ขอความรว มมือ มแี นวทางการเขยี น ดังน้ี
○ แจงวตั ถุประสงคใหชดั เจน
○ ใหเ หตุผลในการขอความรว มมือ
○ ชคี้ วามสำคญั ของผูรับและระบุประโยชนท่จี ะไดร ับจากความรว มมอื น้นั
○ แสดงความหวังและขอบคณุ ทจ่ี ะไดรับความรว มมอื
● ตอบรบั เปนการตอบรับเอกสาร การเชิญ การนัดหมาย หรือขอ ตกลงตา งๆ ควรตอบทันที เพือ่ แสดงความสภุ าพ
หลีกเลี่ยงความเขา ใจผดิ และ/หรอื เปนหลักฐานดวย แนวทางการเขยี นมดี งั น้ี
○ ไดรับอะไร จำนวนเทา ไร
○ ขอบคณุ ในกรณีทไ่ี ดร บั สงิ่ ที่เปน ประโยชน
○ แสดงความเต็มใจทจ่ี ะชวยเหลือ เมอื่ ไดรบั เชญิ หรือนดั หมาย
● ตอบปฏิเสธ ไมควรปฏิเสธทนั ทที ่เี ร่มิ ตน แนวการเขียนมีดงั นี้
○ แสดงความชืน่ ชม และช้คี ณุ คา ของความรว มมอื นนั้
○ ใหเ หตผุ ลอยา งชัดเจนถงึ สาเหตุทตี่ อ งปฏเิ สธ
○ ใหค วามหวงั วาจะรวมมอื ในโอกาสตอไป
● ตอบขอ สอบถาม มีแนวการเขยี นมดี ังน้ี
○ ใหรายละเอยี ดครอบคลุมทุกเรื่องท่ผี ถู ามตองการใหมากทสี่ ดุ เทาทีจ่ ะทำได
○ ถารายละเอียดบางสว นไมสามารถหาใหไ ด ก็ควรแสดงความเสยี ใจและรบั รองวาจะจัดหาใหโดยดว น
หรอื โดยเร็วตอไป หรอื แนะนำใหเขาไปหาจากแหลง อน่ื
○ ถา ปฏิเสธไมได ไมควรตอบโพลง ๆ ทือ่ ๆ แตค วรใหเ หตุผลท่ีสละสลวย
○ แสดงไมตรจี ติ ตอผถู าม โดยเอาใจชวยใหการดำเนนิ งานของผถู ามประสบความสำเรจ็ และพรอ มทจ่ี ะให
คำแนะนำหรอื ขอ ชี้แจงในโอกาสตอ ไป
การดาํ เนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 187
● เชิญ มแี นวการเขียนมดี ังน้ี
○ แจงวัตถุประสงคข องการเชิญอยา งชัดเจน
○ ใหความสำคัญแกผถู ูกเชญิ
○ ใหร ายละเอยี ดอยา งครบถว นวา ใหผูร บั จะทำอะไร ทีไ่ หน เม่อื ใด
○ แสดงความหวังและความขอบคณุ ในการรับเชญิ ของผูรบั
● นำสง มีแนวการเขยี นมดี ังนี
○ สงอะไรไปให จำนวนเทา ใด
○ ตองการใหผรู ับปฏบิ ัติอยา งไร
การจบั เก็บเอกสาร
เม่อื เอกสารจดั ทำข้ึนหรอื รบั ไว ข้ันตอนสำคัญตอ ไปคอื การจับเก็บเอกสาร (Records capture) โดยทั่วไปแลว คำวา
“Capture” หมายถงึ การจบั กมุ ; การยดึ ; จับใหอยูในรปู แบบถาวร; เกบ็ (ขอ มลู ); จับ(ภาพ) แตในวิชาการจดั การเอกสาร
คำนม้ี ีความหมายแตกตา งจากศพั ทท ัว่ ไป กลาวคือ หมายถึง การนำเอาเอกสารทจ่ี ัดทำขน้ึ หรอื รับไว ไปไวยังทมี่ นั่ คง
ปลอดภยั และมปี ระสิทธภิ าพ ซ่งึ ในทนี่ ้ีกค็ ือในระบบจดั การเอกสาร (RMS) เพอื่ ใหสามารถควบคมุ ดูแลและทำใหเ ขาถงึ ได ถา
เปนเอกสารกระดาษ คือ การลงทะเบียนและบรรจุเอกสารลงในแฟม ใหเรียบรอย ตลอดจนรวบรวมเปนกลมุ หรอื ชุดอยา ง
ถกู ตอ งตามแบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร ถาเปน เอกสารดจิ ิทัล คอื การใชค ำสง่ั บันทกึ ไฟล (save) ไวในระบบจดั การ
เอกสารดิจทิ ลั โดยไมเผลอลบท้งิ หรือบันทกึ ทับไฟลเ ดิม (Shepherd & Yeo, 2003; Franks, 2018)
เนื่องจากปจจุบนั ยงั ไมมีคำศัพทภ าษาไทยทม่ี ีความหมายตรงกบั คำวา “Capture” ในสาขาวิชาการเอกสาร ดังน้ันผเู ขยี นจงึ
จะใชคำวา “จบั เก็บ” เปนศพั ทบ ัญญตั ิภาษาไทย เพอ่ื หลีกเล่ยี งการทบั ศพั ทไปพลางกอนจะมกี ารบญั ญัติศพั ทอ ยา งเปน
ทางการโดยองคการทางวชิ าการ เชน สำนักงานราชบัณฑติ ยสภา ทั้งนี้ผเู ขยี นนำคำวา “จบั ” และ “เก็บ” ซึง่ เปนคำทตี่ รง
กับความหมายโดยทัว่ ไปของCapture มาประกอบกนั ขึ้นเพอื่ แสดงนยั ความหมายวา เปนการ“จบั ”เอาเอกสารเขา มา“เกบ็ ”
ยังระบบการจัดการเอกสารซง่ึ อาจเปนแบบด้ังเดมิ หรือแบบดจิ ทิ ลั ก็ได
การจบั เกบ็ เอกสารในระบบราชการไทย อาจเทียบไดก บั การรับ-สง และการลงทะเบยี นหนงั สอื ราชการ ตามระเบยี บฯ สาร
บรรณฯ ซึง่ เปน การนำเอกสารเขา สูระบบงานสารบรรณ และควบคมุ ดว ยการบันทึกรายการขอ มลู เกย่ี วกบั เอกสาร การ
ดำเนนิ การ ตลอดจนการใชเอกสารนน้ั
การจับเกบ็ เอกสารมีเปาหมายสำคัญ คือ
● เพื่อกำหนดความสมั พันธระหวางเอกสาร กับผูจัดทำและบริบททางธุรกิจ (Business context) ทท่ี ำใหเกิด
เอกสารนนั้ ขนึ้
● จัดวางเอกสารและความสัมพนั ธของเอกสารไวในระบบจัดการเอกสาร
● เชื่อมโยงเอกสารและความสมั พนั ธเขากบั เอกสารในกลมุ อื่นๆ
188 การจัดการเอกสาร | Records Management
● กำหนดขอ มลู อภิพันธุ เพอ่ื ประโยชนในการบรหิ ารจัดการเอกสาร
หลักการจับเกบ็ เอกสาร
นกั วชิ าการบางทา น (Shepherd & Yeo, 2003; Franks, 2018) มแี นวคิดวา เอกสารขององคการไมวา จะอยใู นรูปแบบ
หรอื ลักษณะใดกต็ าม ควรถูกนำเขาไวในระบบ เปาหมายของการนำเขา สูระบบนน้ั กเ็ พอ่ื ทำใหเกิดความเชื่อมโยงกันระหวา ง
เอกสารกบั ผจู ดั ทำ และบริบทขององคก ารน้ัน ตลอดจนเชือ่ มโยงไปสูเอกสารกลุมอื่นๆ สารสนเทศในองคการทถ่ี อื วาเปน
เอกสารตอ งถูกจับเก็บเขาสรู ะบบแลวเทานั้น สวนทไ่ี มไดน ำเขา ไวใ นระบบเปน เพยี งบรรณสาร หรอื ขอมลู ขา วสารทว่ั ไป
ดงั น้ันการจดั เอกสารใหป ระสบความสำเร็จ จำเปนตอ งจับเก็บเอกสารเขาสรู ะบบจดั การเอกสารเสยี กอ น
ตาราง9.2 ตวั อยา งการจบั เกบ็ เอกสาร
ระบบกระดาษ ระบบดจิ ทิ ัล
พิมพจ ากคอมพวิ เตอรมาใสแ ฟม กลอ ง หรอื ชน้ั ลงทะเบียนเอกสารในระบบจัดการเอกสาร
ใชบ รกิ ารระบบคลาวด เพือ่ เก็บ
ทำสำเนาจากตนฉบับ แลว จดั เก็บในแฟม กลอ ง หรอื ระบบบันทกึ ขอ มูลโดยอัตโนมตั เิ ม่อื นำเอกสารเขา
ชนั้ ใช web crawler
รับฉบับสำเนา คูสัญญา มาเก็บไวในหอ งกนั ไฟ สแกน หรือแปลงใหเ ปนดจิ ทิ ลั เพอื่ เก็บในระบบใชเ คร่อื งมอื
ตา งๆจาก google
การจบั เก็บเอกสาร ควรยดึ หลกั ตอไปนี้
● ความเปน ระบบ: การจบั เกบ็ ควรถูกออกแบบไวตงั้ แตต นในระบบเอกสาร โดยวเิ คราะหวา ในงานประจำใดๆจะ
ตอ งเกิดเอกสารอะไรบา ง เอกสารทเี่ กดิ ขึ้นจากการออกแบบระบบนจ้ี ะถูกจับเกบ็ ทนั ที และควรกำหนดหมวดหมู
ใหกบั เอกสารตามแบบแผนการจดั หมวดหมเู อกสารทอ่ี อกแบบไวแลว บางครั้ง การจัดทำ, จบั เก็บ, จัดหมวดหมู
อาจกระทำไปพรอมๆกนั ได
● ความรวดเรว็ : การตัดสินใจวา เอกสารใดควรจับเก็บ ควรทำทันทีหลงั จากจดั ทำหรอื รับเอกสารไว อยางนอยทนั ที
ท่กี ิจกรรมเสร็จสมบูรณ ไมค วรผลดั หรือเล่ือนเวลา เพราะถาหากตดั สนิ ใจชาอาจเกิดความเสีย่ งกับเอกสารแทน
● ความงาย: การจบั เกบ็ ควรทำใหง าย ไมซบั ซอนยงุ ยาก ควรลดเวลาและลดภาระทต่ี อ งอทุ ิศในการจับเกบ็ เอกสาร
โดยอาจใชร ะบบอัตโนมตั เิ พ่ือลดโอกาสในความผดิ พลาดของมนษุ ย เชน การลงทะเบยี นเร่อื ง/แฟม เมื่อมกี จิ กรรม
ใหม ระบบควรกำหนดใหโดยอยภู ายใตชดุ เอกสารตามแบบแผนการจดั หมวดหมูเอกสาร ใหเลขรหสั ดรรชนี ตดิ
ฉลาก (Label) ประจำแฟม โดยอตั โนมตั ิ
การดําเนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใชง้ าน 189
ในอดตี หลายหนว ยงานใชร ะบบสารบรรณกลาง (Central mailrooms) คัดแยกเอกสาร/บรรณสารสวนตัวกบั ของหนวย
งาน สง ใหกบั แตละงาน/บคุ คล ปจ จุบันหลายหนว ยงานยกเลกิ งานคัดแยกกลาง และพัฒนาแยกไปตามแตล ะหนว ยธรุ กจิ ,
กลมุ งาน, บุคคล การเตบิ โตของจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกสแ ละเอกสารดจิ ิทลั ทำใหเกดิ การกระจายการจัดการจากศูนยกลาง
ออกไป องคก ารจึงจำเปนตอ งมีนโยบายวา จะนำเอกสารใดบา งเขาสรู ะบบจัดการเอกสาร เพ่ือใหต อบสนองความตอ งการ
สนบั สนนุ หนา ท่ี กฎหมาย หรือความคาดหวงั ของผมู ีสวนเกย่ี วของ การจบั เกบ็ เอกสารยงั สมั พันธก บั ระยะเวลาทต่ี องเก็บ
และเกณฑก ารประเมินเอกสาร ซึ่งทำใหต ัดสินใจไดว าเอกสารใดตอ งนำเขา หรอื หลีกเลย่ี งการนำเขาเอกสารทเี่ กินความ
จำเปน หรอื ทำลายเอกสารกอ นกำหนด
เน่อื งจากการจดั ทำและจับเก็บเอกสารเปนงานทที่ กุ คนในองคการรวมถึงนอกองคก ารตางมีสวนรว มทง้ั ส้นิ ดงั นน้ั องคก าร
ควรจดั เตรยี มสง่ิ สนับสนุนพ้นื ฐานเหลา นใ้ี หพ รอ ม
● นโยบาย, ข้นั ตอน, แนวทาง
● ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศทมี่ ีประสิทธภิ าพ
● การกำกบั การปฏบิ ัติตามหลกั การจัดการเอกสาร
● การฝกอบรมผปู ฏบิ ตั งิ าน
ขอ้ ควรพิจารณาในการจับเก็บเอกสาร
● สารสนเทศบางอยางควรทำลายกอนนำเขาสู RMS เชน ฉบบั ราง (Draft), อีเมลขยะ (Junk mail)
● เอกสารฉบบั รางบางอยา งกค็ วรเกบ็ ไว เชน เอกสารการประชุม เอกสารการกำหนดนโยบาย ทก่ี วา จะเปน ฉบบั
สมบรู ณ (Final version) ซง่ึ อาจแสดงใหเห็นถึงหลกั ฐาน การพัฒนาโดยผูมีสวนเก่ียวขอ งหรอื แสดงขนั้ ตอนสำคญั
ของการทำงาน
● ควรเก็บรา งการทำงาน (Working draft), รางความเหน็ ชอบ (Approval draft), ฉบับสมบรู ณ ทง้ั หมดรวมกนั แต
ตอ งมีการควบคมุ เวอรช ่นั เอกสาร (Version control) ดว ย
● เกบ็ ฉบบั สำเนา (Copy) ไวเปน หลกั ฐานของการสงออก
● เก็บฉบับสำเนาคูฉ บบั สำหรับเอกสารทางกฎหมาย
การเลอื กสือสําหรบั การจับเกบ็ เอกสาร
เอกสารขององคก ารนั้นบนั ทึกอยใู นหลายรปู แบบ มีท้ังทเี่ ปน กระดาษและดิจิทัล การตัดสนิ ใจวา เอกสารทนี่ ำเขา สรู ะบบงาน
สารบรรณ หรือ RMS ควรบนั ทกึ ดว ยสื่อชนิดใดนัน้ ขน้ึ อยกู ับวาองคการมรี ะบบการจัดการเอกสารแบบใด กลา วคอื
● การจดั การเอกสารในระบบกระดาษ ควรนำเขาฉบบั จริงและสำเนาเปน กระดาษ ลบฉบบั สำเนาดจิ ทิ ัล ยกเวนจะ
เกบ็ ไวเ ปนแมแ บบ
● การจัดการเอกสารในระบบดจิ ทิ ลั ทมี่ ีบางข้นั ตอนดำเนินงานบนกระดาษ เชน การสงจดหมายไปยังภายนอก
องคก าร ควรเก็บสำเนาไวเ ปนดิจทิ ัล
190 การจัดการเอกสาร | Records Management
● การจดั การเอกสารในระบบผสม ทม่ี ีการดำเนินงานท้ังแบบกระดาษและดจิ ิทลั อาจนำเขา ไวท้งั สองแบบ แตถ า เปน
ไปไดเอกสารท่ีมเี พียงข้ันตอนเดยี ว ควรเก็บเพียงส่อื เดยี ว เทา นน้ั เชน เอกสารตอบรับ ควรเกบ็ เปนกระดาษหรือ
ไฟลแสกน อยางใดอยา งหน่ึง
● สารสนเทศ สิง่ พิมพภ ายนอกหรอื หนงั สอื อา งองิ ควรเกบ็ ไวใ นระบบหองสมุดไมจำเปนตองนำเขา ระบบ RMS
ยกเวนเกีย่ วขอ งกบั การเก็บไวเ ปนพยานหลกั ฐาน หรือเก่ียวกับกิจกรรมบางอยา งโดยเฉพาะ
การตงั ชอื เอกสารและแฟม
การตัง้ ชือ่ เอกสารและแฟม นอกจากจะทำใหแ ยกแยะเอกสารแตล ะชิ้น/ชุด ไดแลว ยงั เปน ประโยชนต อการสืบคนในระบบ
RMS อกี ดว ย โดยแนวทางการตงั้ ชอื่ เอกสารและแฟม มีดงั น้ี
● ช่อื ตองมีความหมาย ส้นั กระชับและเปน คำสำคญั (Keyword) เชน บนั ทึกการประชุม, รายงานผลประกอบการ,
หนังสอื แจงเตือน
● ใชส ัญลักษณ - คั่นแบงคำสำคัญ เพื่อขยายความหรือเพมิ่ ความชัดเจน โดยใชป ระเภทเอกสาร, เรื่อง, วนั เดอื น ป,
ชือ่ บคุ คล, ชอ่ื สถานท่,ี ชือ่ ทางภูมิศาสตร เชน รายงานการประชมุ -iSchool KKU-1/2564
● ไมควรตั้งช่อื ดว ยคำวา เบด็ เตล็ด, ท่ัวไป, อื่นๆ เนือ่ งจากไมมคี วามเฉพาะเจาะจง
● ตอ งไมมีเครอื่ งหมายพเิ ศษเหลา นี้ \ ? : * “ < > |
● สามารถใชช องวาง (Blank) ไดแ ตตอ งใชอ ยางระมัดระวัง ควรใชเ ครอื่ งหมาย _ (underscore) แทนจะดีกวา
ขนั ตอนการรับ-ส่งหนังสือราชการ
การรบั -สง หนงั สือราชการ คอื กจิ กรรมการรับเอาเอกสารทส่ี งมาถงึ หนว ยงานสารบรรณ ทัง้ ภายในและภายนอกหนว ยงาน
ราชการ มาดำเนนิ การตามขนั้ ตอน โดยเอกสารทรี่ บั เขา นัน้ อาจมีที่มาจากหนวยงานหรอื บุคคล และมาดวยวิธีการตา งๆ เชน
ทางไปรษณีย ทางผสู ง เอกสาร (Messenger) ทางโทรสาร หรือทางอิเล็กทรอนิกส ถอื เปนสว นหนึ่งของการจบั เก็บเอกสาร
ในระบบราชการไทย ระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณฯ ไดใหแนวปฏิบตั ิเกีย่ วกบั การรับ-สง หนังสือ พอสรปุ ไดดงั น้ี
การรบั หนงั สอื
1) รับหนังสอื เมอ่ื มีหนงั สือเขามาในหนวยงาน ใหลงลายมือช่อื ในใบรบั หนงั สือ หรอื สมุดสงเพื่อเปน หลกั ฐานในการ
รบั โดยอาจแยกเปน เอกสารทไ่ี มเกยี่ วกบั ภารกจิ ขององคก าร เชน จดหมายสว นตัว แผนพับโฆษณา ซึง่ ไมตอ งนำ
ไปลงทะเบยี น และเอกสารทเ่ี กี่ยวขอ งกับองคการ ซึ่งตองนำไปลงทะเบยี น แลว จำแนกตามหนว ยงานปลายทาง
หรอื ผรู บั กรณที ่ีรับผา นระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สก ็เชน กัน ควรแยกแยะเอกสาร กับสงิ่ ทไี่ มใ ชเ อกสาร
(Non-records) เสยี กอ น แลว จึงดำเนินการตามขน้ั ตอน
2) พจิ ารณาลำดับความเรง ดวน ตามทก่ี ำกับมา โดยเรยี งจาก ดว นทีส่ ดุ ดวนมาก และดว น ตามลำดับ
3) เปดซองเอกสาร เพอ่ื ตรวจสอบเอกสารภายในซอง หากเปนจดหมายสวนตัวจะสงถึงเจาตวั โดยไมเ ปด ซอง
การดาํ เนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 191
● กรณเี ปนเอกสารลับ ใหปฏบิ ัติตามระเบียบวาดว ยการรักษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.2545 หากรับ
ผา นระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส ใหผ ูใชงานหรอื ผูปฏบิ ัตงิ านที่ไดร บั การแตง ตั้งใหเ ขา ถงึ เอกสารลบั
แตล ะระดับ เปน ผูรับผานระบบการรกั ษาความปลอดภยั โดยใหเ ปน ไปตามระเบยี บวา ดว ยการรกั ษา
ความลบั ของทางราชการ
● กรณพี บเอกสารบกพรอง เชน ไมไดล งเลขทหี่ นงั สือ, ไมระบวุ นั ท,่ี ส่ิงที่สง มาดวยไมครบ, ไมไดล งลายมอื
ช่ือ ใหด ำเนนิ การ คือ
● แจง สว นราชการเจา ของเรื่อง ถาแกไ ขไมไดล งบันทกึ ขอ บกพรอ งไวเปนหลักฐาน แลว สง เร่ืองคนื
กลบั สว นราชการเจา ของเรอื่ ง เชน กรณไี มไดล งลายมือชื่อ
● แจงสวนราชการเจาของเรอื่ ง ถา แกไ ขไมไ ดลงบนั ทึกขอบกพรอ งไวเ ปน หลักฐาน แลว ดำเนิน
การตอ เชน กรณีทส่ี ง มาดว ยไมครบ และทางสวนราชการเจา ของเรื่องจะสงมาเพ่มิ เติมภายหลัง
● แจง สวนราชการเจาของเร่ืองเพ่ือขอแกไข ถา แกไ ขได ดำเนินการตอ เชน ขอเลขทหี่ นังสือ ขอ
วนั ที่
4) พิจารณาตามลำดบั ความสำคัญ ในบางครัง้ หนังสือท่ีมคี วามสำคัญอาจมิไดร ะบุไวท หี่ นาซอง เจาหนาที่ของหนว ย
งานสารบรรณตองเปน คนอา น พจิ ารณาประกอบกนั ดวย
5) ประทับตราหนงั สือและลงทะเบียนรบั เพือ่ เปนหลักฐานวา หนังสอื นน้ั ไดผ านขัน้ ตอนการรับของหนวยงาน
สารบรรณกลางแลว โดยประทบั ตรารับไวทมี่ ุมบนดา นขวาของหนงั สอื ระบุเลขรบั , วันท่ี, เวลา แลวจึงลงทะเบียน
ในทะเบียนหนังสือรบั ในระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส อาจใชการกรอกขอมลู อภพิ ันธุ แทนการประทับตรา
6) ทำบตั รตรวจคน เพ่ือรวบรวมเร่อื งใดเรอ่ื งหนงึ่ ไวด ว ยกัน ใหสะดวกในการตรวจคน วาเร่ืองราวดำเนินมาอยา งไร
บา ง ใน โดยระบุ เรื่อง รหสั เลขทะเบียนรับ เลขทหี่ นงั สอื วันท่ี รายการเรื่องยอ การปฏบิ ัติ ปจจบุ นั อาจประยุกต
ใชการลงรายการขอ มูลอภพิ นั ธุ ในระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสแทนได
7) แยกเอกสารที่จะจดั สง ตามหนวยงาน การแยกเอกสารจดั สงตามหนวยงานท่ีรบั ผดิ ชอบ เจาหนา ที่ของหนวยงาน
สารบรรณจะตองทราบวาหนวยงานใดรับผดิ ชอบเรอื่ งใด และจดั สงตามเวลาที่จัดข้นึ และตกลงกันภายในสว นราช
การนั้นๆ ในกรณีทเ่ี ปน หนังสือเวียนสง ไปยงั หนว ยงานท่ีรบั ผดิ ชอบนัน้ ๆ และหากวา ผูรบั หนงั สือเวยี นเห็นสมควรสง
ตอ ใหผบู งั คบั บญั ชาระดับใดทราบ กจ็ ดั ทำสำเนาหนังสือตามจำนวนที่ตองการและแจกจายตามหนว ยงานหรอื
บคุ คลทีเ่ ห็นสมควร
192 การจัดการเอกสาร | Records Management
ภาพ9-2 ขัน้ ตอนการรับหนังสือ
การสงหนงั สือ
1) เจาของเร่อื งตรวจสอบความเรียบรอ ย เปน ข้ันตอนท่ีควรทำอยา งรอบคอบ ระมดั ระวงั เพอ่ื ลดปญหาที่จะเกิดขนึ้
ภายหลงั โดยตรวจสอบความครบถวนสมบรู ณข องหนงั สือราชการ และสิง่ ที่จะสงไปดว ยทุกครง้ั แลว จึงสงใหเจา
หนาท่ขี องหนว ยงานสารบรรณกลาง ดำเนินการสงออก
2) ลงทะเบียนหนงั สอื สง เมื่อไดรบั เรอื่ งเจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลางจะดำเนนิ การลงทะเบยี นหนังสือสง
โดยกรอก วนั ทล่ี งทะเบียน, ใหเลขทะเบยี นสง (Running number), ลงเลขทหี่ นงั สอื , วัน เดือน ป ทจี่ ะสงหนงั สือ
น้นั ออก, ตำแหนง หรือสว นราชการเจา ของหนงั สือ, ตำแหนง หรือสวนราชการหรอื บุคคลที่หนงั สือน้ันมถี ึง, เรื่อง,
การปฏิบัติ
การดําเนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 193
3) ลงเลขที่หนังสือและวนั ท่ี เจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลาง ลงเลขท่ี และวนั เดือน ป ท้งั ในหนงั สอื ตนฉบบั
และสำเนาคูฉบับ 2 ชุด ใหตรงกบั ขอมูลในทะเบียนหนังสือสง
4) การเก็บสำเนา เจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลาง เกบ็ สำเนาไวท ่หี นวยงาน 1 ชุด สงคนื เจา ของเร่อื ง 1 ชุด
5) ตรวจความเรยี บรอยและบรรจุซอง ปดผนกึ จาหนา เจา หนา ทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลางตรวจความ
เรยี บรอ ยของเอกสารตอลดจนสงิ่ ทสี่ งไปดวยอีกครัง้ หนึง่ กอ นบรรจุ ปดผนกึ เอกสารที่ไมม คี วามสำคญั อาจไม
ตอ งบรรจุซอง แตพบั แลว ยึดดวยลวดเย็บแทน จาหนาซอง (ตามแบบท่ี 15 ทา ยระเบยี บฯ)
6) สงหนงั สอื ซง่ึ ทำไดโ ดย
● นำสง เอง กรณีนผ้ี ูสง ตอ งใหผ รู บั เซ็นชื่อรบั ในสมุดสงหนงั สอื (ตามแบบที่16 ทายระเบียบฯ) หรอื เซ็น
ใบรับแลว นำมาผนึกกับสำเนาคฉู บบั ไวเ ปนหลกั ฐาน
● สงทางไปรษณยี ใหป ฏบิ ตั ิตามระเบียบหรือวิธกี ารที่การสื่อสารแหงประเทศไทยกำหนด
● สง ทางระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส ใหผ สู ง ตรวจสอบผลการสง ทกุ ครงั้ และใหผ ูรบั แจง ตอบรับ เพื่อ
ยนื ยนั วาหนังสือไดจ ดั สงไปยงั ผูร บั เรยี บรอ ยแลว และสวนราชการผูสงไมต องจดั สง หนังสอื เปน กระดาษ
อีก เวนแตก รณีเปน เร่อื งสาํ คัญจาํ เปน ตองยืนยนั ดว ยกระดาษ จงึ ใหทําหนังสอื ยนื ยันตามไปทนั ที การสง
หนงั สือท่ีมชี นั้ ความลับ ในชั้นลบั หรอื ลับมากดว ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส ใหผูใชง านหรอื ผปู ฏบิ ตั ิ
งานทไ่ี ดรับการแตง ตงั้ ใหเขา ถงึ เอกสารลบั แตล ะระดับ เปน ผสู ง ผานระบบการรักษาความปลอดภัย โดย
ใหเปน ไปตามระเบียบวาดว ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ
● สงทางเครือ่ งมอื สอ่ื สาร ใหผรู ับปฏิบัติเชน เดยี วกบั ไดร บั หนงั สอื ในกรณีที่จาํ เปนตอ งยนื ยันเปนหนงั สือ
ใหทาํ หนังสอื ยืนยนั ตามไปทันที การสง ขอความทางเครือ่ งมอื สอ่ื สารซึง่ ไมม หี ลกั ฐานปรากฏชัดแจง เชน
ทางโทรศัพทว ิทยสุ ื่อสาร วทิ ยุกระจายเสียง หรอื วิทยุโทรทศั น ใ หผสู ง และผูร บั บันทึกขอความไวเ ปน
หลักฐาน
194 การจดั การเอกสาร | Records Management
ภาพ9-3 ข้ันตอนการสงหนงั สอื
การลงทะเบยี นเอกสาร
ทะเบยี นเอกสาร (Registry) คือ หลกั ฐานแสดงใหทราบถงึ แหลง ทีม่ าหรอื แหลง กำเนดิ ของเอกสาร แสดงรองรอยการ
เคลือ่ นไหวเอกสาร ตลอดจนคำอธิบายอนื่ ๆทท่ี ำใหส ามารถระบุบง ชี้ และคน หาเอกสารไดส ะดวก ทะเบยี นเอกสารใชเ ปน
เครื่องมือควบคุมเอกสารใหอ ยใู นระบบ โดยอาจใชส มุดทะเบียนหรอื ฐานขอ มลู อตั โนมัตกิ ็ได
การลงทะเบียนเอกสาร (Registration) เปน สว นหนึ่งของกระบวนการจับเก็บเอกสาร หลกั พื้นฐานของการลงทะเบยี น คอื
การกำหนดเลขทะเบียน (Unique identifier) ใหก ับเอกสารแตล ะชน้ิ /ชดุ เพื่อใชค วบคมุ จำแนกแยกแยะ และเปน
ประโยชนใ นการอางอิง เรียกใช สืบคน และจดั เกบ็ ในระบบแบบด้ังเดิมอาจใหรหสั เอกสารตามพืน้ ท่ี/ช้ันเกบ็ สว นใน
ระบบดจิ ิทัลอาจกำหนดใหโ ดยอตั โนมัติ
การดาํ เนินงานเอกสารระหวา่ งกระแสการใช้งาน 195
บางคร้งั การลงทะเบียนอาจดเู หมอื นจะเปนกระบวนการสำหรับเอกสารกระดาษ อยา งไรก็ดใี นระบบดจิ ทิ ัลกม็ คี วามสำคัญ
ไมน อ ยไปกวากัน หนวยงานสามารถลงทะเบียนเอกสารไดในทกุ ระดับ ตง้ั แตระดับชนิ้ (Item), แฟม (File), โฟลเดอร
(Folder), ชดุ (Series) โดยเฉพาะในระดับเรือ่ ง เอกสารควรไดรบั การลงทะเบียนไมว าจะดวยระบบใดๆก็ตาม ถา เอกสาร
ไมม ีทะเบยี น หรือไมไดล งทะเบียนถือวา เอกสารนน้ั ไมถ กู จับเก็บเขา มาในระบบงานสารบรรณ
การกำหนดเลขทะเบยี นหรอื รหสั เอกสาร มหี ลกั การ คือ (IRMT, 1999 ; Shepherd and Yeo, 2003)
● ไมซำ้ (Unique) เอกสาร 1 ชนิ้ /ชุด/แฟม มเี ลขเฉพาะสำหรับ ช้ิน/แฟม /ชดุ นน้ั ๆ ไมซ ำ้ กัน แมเ อกสารถกู ทำลาย
แลว รหัสน้นั ก็จะไมนำมาใชใ หม
● คงที่ (Persistence) ใชอยา งไรใชอ ยางนน้ั ไมเ ปลี่ยนแปลง
● รหสั อาจเปนเลข/ อักษร หรือแบบผสม (Alphanumerical) แตต องระวงั ตัว I, O, Z เพราะใกลเ คียง 1, 0, 2
● ไมควรใชชื่อเอกสารเปน รหัสเพราะมโี อกาสซำ้ ได
● การใหเลขวิ่ง (Running number) เปนส่ิงทส่ี ะดวกและงาย แตพอเลขมากขนึ้ ก็จะทำใหสับสนได อาจใชสีแบง
ตวั เลข 3 ตวั หนา หรือ 3 ตัวหลงั บางคร้ังใชป 2019_001 ขึ้นปใ หมก็เร่ิมเลขใหม
● อาจกำหนดเลขรหสั โดยอา งองิ กบั รหัสระดับชดุ แลวกำหนดลงไประดบั เรื่อง เชน P1 คือเรื่อง/ไฟลแรกในชดุ P,
P2 คือเรื่อง/ไฟลที่ 2 ในชดุ P บางครัง้ ในชุด P อาจมีชดุ ยอย กเ็ ปน P/A, P/B ระดบั เรอ่ื ง/ไฟลกจ็ ะเปน P/A1,
P/A2….
● ควรมีความเปนหน่ึงเดยี วและชดั เจนแนนอน จะใชแ บบใด แบบอักษร, ตัวเลข, ลำดับเลขวิ่ง ชื่อผสม ฯลฯ คน
กำหนด/เครอ่ื งกำหนด ก็ข้ึนอยกู ับเปา หมาย, การใชง านของแตละองคก าร วาจะใชว ิธีควบคุมดูแล, สืบคน, อา งอิง
เอกสารอยางไร ลงขอ มูลเมตา ใหกบั เอกสารดวย
● การลงทะเบียนสมั พนั ธกบั ขอมลู เมตา คือ อาจแสดงใหเหน็ ถงึ เน้อื หา บริบท โครงสรา งของเอกสาร บอกขอบเขตก
วา งๆไดวาเปน เอกสารแบบไหน เกี่ยวกับเรอ่ื งอะไร ปทเี่ ทาไร ฉบับทเี่ ทา ไร
● การลงทะเบยี นระดบั เรื่อง/ไฟลเปนส่ิงสำคัญ ชว ยในการติดตามเอกสารนั้นๆ และเพ่ิมการควบคมุ ดแู ลใหเขม ขนข้นึ
ระบบควรออกแบบใหสามารถกำหนดรหัสไดโ ดยอัตโนมตั ิ เพ่อื สะดวกและประหยดั เวลาและกำลังคนทตี่ อ งทำ
เรอื่ งนดี้ วย
ขอมลู ทคี่ วรบนั ทึกไวใ นทะเบียนเอกสาร คอื
● เลขทะเบยี น
● วนั ที่ลงทะเบียน
● ชื่อเรอื่ ง/เอกสาร
● เนื้อหาโดยยอ
● หนว ยงานหรือบุคคลผสู งเอกสาร
● หนวยงานหรอื บคุ คลผูรบั เอกสาร
● ลกั ษณะทางกายภาพ
196 การจัดการเอกสาร | Records Management
● วิธีการรับ-สง
● ความเกี่ยวขอ งกบั เอกสารอ่ืนๆ
เอกสารไมวาจะอยูในรูปกระดาษหรอื ดจิ ทิ ลั กค็ วรมีระบบลงทะเบียนไปในทางเดยี วกนั อยา งไรกด็ ีในกรณีเอกสารดจิ ทิ ัล
อาจตองบนั ทกึ รายการขอ มูลท่ีตา งออกไป เชน ซอรฟแวร ชนดิ ของไฟล ขนาดไฟล ซ่งึ สามารถกำหนดเปนเคารางขอ มลู อภิ
พนั ธุ (Metadata scheme) ได
ทะเบยี นหนังสือราชการ
ในระบบงานสารบรรณของราชการไทย การลงทะเบยี นเปนการควบคุมเอกสารระดับเรอื่ ง คอื ลงทะเบียนทล่ี ะฉบับทสี่ ง
ออกหรือรบั เขา ใหมีหมายเลขเฉพาะไมซ้ำกนั สมสรวง พฤติกลุ (2546) ตั้งขอ สังเกตวา การลงทะเบยี นดังกลา วเปนลักษณะ
เฉพาะของงานสารบรรณไทยทน่ี าภาคภมู ิใจอยา งย่งิ เพราะสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั เอกสารดจิ ิทลั ไดส ะดวก เนื่องจาก
การรบั -สง เอกสารดิจทิ ลั ที่ผูรบั -ผูสง จะรับ-สง เอกสารไดท ลี ะรายการ/เร่อื งและกระจายถงึ แตล ะคนได การศกึ ษายังพบวา
ประเทศไทยมกี ารลงทะเบยี นดวยรูปแบบดังกลาวมาตง้ั แตรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา อยหู ัว โดยนาจะไดรับ
อิทธิพลทางแนวคิดมาจากกลมุ ประเทศยุโรป ผา นการจางผูเชี่ยวชาญชาวตางประเทศมาเปนทป่ี รกึ ษากระทรวงตางๆ
ลักษณะเดนของระบบทะเบียนเอกสารของสวนราชการไทย มดี งั น้ี
● เปน สว นสำคญั ของกระบวนการบรหิ ารงานสารบรรณ
● เปน สวนหน่งึ ของแบบเอกสาร
● เปน กลไกและเคร่ืองมอื ในการควบคุมเอกสาร
● เปน การเพ่มิ คุณคาของเอกสารและสรา งความจริงแทข องเอกสาร
● เปน สอ่ื กลางทนี่ ำมาเปนหลกั ฐานพสิ ูจนความจรงิ แทข องเอกสาร
● เปนสื่อกลางทน่ี ำมาสืบคน รอ งรอยการเคลือ่ นไหวของเอกสาร
ระบบทะเบยี นหนังสือ ตามระเบยี บฯ วาดวยงานสารบรรณฯ มลี ักษณะสำคญั ดังนี้
1) การกำหนดเลขที่หนงั สือออก เปน เลขมาตรฐาน ใชร ะบบตัวอกั ษรผสมตวั เลข เปน พยญั ชนะสองตัว ตามดวย
เครื่องหมาย / แลว ตอ ดวยเลขประจำของสวนราชการเจา ของเรือ่ ง ดังนี้
● รหัสพยัญชนะสองตวั แรก ใชแ ทนชอ่ื กระทรวง จังหวดั หรือสว นราชการทไ่ี มสังกดั สำนกั นายกรัฐมนตรี
เชน อว (กระทรวงการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม), พว (สำนักพระราชวัง), ขก (จงั หวัด
ขอนแกน)
● เลขประจำของสว นราชการเจา ของเรื่อง ประกอบดวยตวั เลขส่ีตัว ใหก ำหนดดังน้ี
ราชการบริหารสวนกลาง ตัวเลขสองตัวแรก หมายถึง สว นราชการระดับกรม ตวั เลขสองตัวหลงั หมาย
ถงึ กอง หรอื สว นราชการทมี่ ฐี านะเทยี บเทา กอง กรณีทม่ี ีหนว ยงานระดบั กองตัง้ แต 100 หนวยงานขึน้
การดําเนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 197
ไป เลขหลงั ใหเริ่มตน ท่ี 001 เชน กองกลาง สำนักงานปลดั กระทรวงยุตธิ รรม เลขทหี่ นังสือออก คือ ยธ
02001
ราชการสว นภูมิภาค ตัวเลขสองตวั แรกหมายถึง อำเภอ ตัวเลขสองตัวหลงั หมายถึง หนว ยงานสว น
ภมู ภิ าคที่สงั กดั จงั หวดั หรอื อำเภอ โดยเริม่ จากตวั เลข 01 เรียงไปตามลำดบั สว นราชการตามกฎหมายวา
ดว ยการแบงสว นราชการ
หากมกี ารเปลย่ี นแปลงโดยยุบสว นราชการใดใหปลอ ยตัวเลขน้ันวา ง หากมกี ารจดั ตงั้ สวนราชการขึน้ ใหม
ใหใชเ รียงลำดบั ถดั ไปในกรณที มี่ ีกองหรอื หนว ยงานระดับกองทม่ี ไิ ดจ ัดตง้ั โดยกฎหมายวา ดว ยการแบง
สว นราชการ ใหห ัวหนาสว นราชการระดับกรมเปน ผกู ำหนดตัวเลขสองตวั หลงั โดยใชต ัวเลขในลำดบั ตอ
จากกองหรอื หนวยงานระดบั กอง
2) การลงทะเบียนหนงั สอื ออก ตอ งลงในสมดุ แบบฟอรม หรือฐานขอมลู ทะเบยี นสง (แบบที่ 14 ทายระเบียบฯ) ซงึ่ มี
รายการขอมูลทีบ่ ันทึกดังน้ี
● วัน เดือน ป ทล่ี งทะเบียนสง หนงั สอื
● เลขทะเบยี นสง ลงเลขลาํ ดบั เรียงตดิ ตอกนั ไปตลอดปป ฏทิ ิน
● ที่ ใชร หสั ตัวพยญั ชนะ และเลขประจาํ ของสวนราชการเจาของเร่ืองในหนังสือทจ่ี ะสงออก ถาไมม ีใหว า ง
ไว
● ลงวนั เดอื น ป ทจ่ี ะสงหนังสือนน้ั ออก
● จาก ลงตําแหนง เจา ของหนังสอื หรอื ชอ่ื สว นราชการ หรอื ช่ือบคุ คลในกรณีท่ีไมม ีตำแหนง
● ถงึ ลงตาํ แหนงของผูท่ีหนงั สอื นน้ั มีถงึ หรือชอื่ สวนราชการ หรือชอื่ บคุ คลในกรณที ่ีไมม ตี ำแหน
● เรอ่ื ง ลงชื่อเรื่องของหนงั สือฉบบั นนั้ ในกรณีท่ไี มมีชือ่ เรื่อง ใหล งสรุปเรอื่ งยอ
● การปฏบิ ัติ บันทึกการปฏิบัติเก่ยี วกับหนังสือฉบับน้ัน
● หมายเหตุ บันทกึ ขอความอน่ื ใด (ถาม)ี
3) การลงทะเบียนหนงั สอื เขา ตองลงในสมุด แบบฟอรม หรือฐานขอมูลทะเบียนรับ (แบบท่ี 13 ทา ยระเบยี บฯ) ซ่งึ มี
รายการขอ มลู ทบ่ี นั ทกึ ดงั นี้
● วนั เดือน ป ทล่ี งทะเบยี นรบั หนงั สอื
● เลขทะเบียนรับ ลงเลขลําดบั ของทะเบียนหนงั สอื รับเรยี งลาํ ดบั ตดิ ตอกนั ไปตลอดปป ฏิทนิ เลขทะเบียน
ของหนงั สอื รบั จะตองตรงกับเลขท่ีในตรารบั หนงั สอื
● ที่ ใหล งเลขท่ีของหนงั สอื ทร่ี บั เขา มา
● วัน เดอื น ป ของหนงั สอื ทรี่ บั เขา มา
● จาก ลงตําแหนง เจาของหนงั สือ หรือชือ่ สวนราชการ หรอื ชือ่ บคุ คลในกรณีท่ีไมมีตาํ แหนง
● ถึง ลงตาํ แหนง ของผูทห่ี นังสอื นนั้ มีถึง หรอื ช่ือสวนราชการ หรือ ช่ือบุคคล ในกรณที ่ีไมมีตาํ แหนง
198 การจดั การเอกสาร | Records Management
● เรอ่ื ง ลงชอ่ื เรื่องของหนังสอื ฉบบั นั้น ในกรณที ่ีไมม ชี ่อื เร่อื งใหล งสรปุ เรื่องยอ
● การปฏบิ ตั ิ บนั ทึกการปฏิบตั เิ กีย่ วกบั หนังสอื ฉบับนนั้
● หมายเหตุ บนั ทึกขอความอืน่ ใด (ถา มี)
4) การประทับตรารบั หนังสือเขา ทกุ ฉบับจะประทบั ตรารับ (ตามแบบท่ี 12 ทายระเบียบฯ) ทมี่ มุ บนขวาของหนงั สอื
พรอมบันทึกขอ มูล ดังน้ี
● เลขรับ ลงเลขทรี่ บั ตามเลขทรี่ บั ในทะเบยี นรับ
● วนั เดือน ป ทีร่ บั หนังสือ
● เวลา ทร่ี บั หนังสอื
องคป ระกอบเหลา นส้ี ามารถนำไปประยกุ ตใ ชเ ปน ขอกำหนดความตองการในระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สได
ปญหาในการรับ-ส่งและลงทะเบยี นหนังสือราชการ
การจบั เกบ็ เอกสารในระบบสารบรรณของราชการไทย ประกอบดว ยกจิ กรรมสำคญั คือ การรับ-สง และลงทะเบยี น ซ่งึ พบ
วา ปญหาทเ่ี กิดข้ึน แทบไมแตกตางจากการศึกษาของสถาบันที่ปรึกษาเพ่อื พฒั นาประสิทธิภาพในราชการ (2533) เมื่อสาม
ทศวรรษกอน คือ
ความลา ชาของเอกสาร
ความลาชา ของเอกสารในงานสารบรรณนัน้ มาจากการที่ระบบราชการดำเนนิ งานโดยอาศยั หนังสอื ราชการเปนเครอ่ื งมอื
สำคญั เมื่อใดก็ตามทยี่ งั ไมมีหนงั สือราชการปรากฎเปน หลักฐานการสงั่ การอยางชัดเจน กจ็ ะยังไมมีการปฏิบตั ิ ตอ งไดร ับการ
อนุมัตจิ ากผบู งั คบั บัญชาเปนลำดบั ชน้ั อยา งเปนลายลักษณอ กั ษรทุกครั้ง ดังนน้ั หากหนงั สือราชการลา ชาแลว การปฏบิ ตั ิ
ราชการกจ็ ะลา ชา ตามไปดว ย ความลา ชามักเกิดจากสองสวน คือ ความลาชา ของเอกสารที่มชี น้ั ความเรว็ กับความลาชาของ
เอกสารปกติ
ความลา ชา ของเอกสารท่ีมชี ัน้ ความเรว็ มสี าเหตมุ าจาก เอกสารไมไดร ับการดำเนินการตามลำดับชนั้ ความเรว็ จริงๆ แตกลับ
ไปดำเนนิ การเชนเดียวกบั เอกสารปกติ
ความลา ชา ของเอกสารเอกสารปกติ มกั จะเกิดจากสาเหตุ การมอบหมายงานไมช ัดเจน หรอื ไมท ราบโดยทัว่ กัน ทำใหเสน
ทางเดนิ เอกสารวกวน ไมถึงผมู หี นา ทรี่ ับผิดชอบโดยตรง เชน งานท่ีอธกิ ารบดีไดม อบหมายใหรองอธกิ ารบดีคนใดคนหนึ่ง
รับผิดชอบแลว แตเ อกสารน้ันกย็ ังถกู สง ไปยงั อธกิ ารบดี เหตเุ พราะเอกสารนนั้ เรียน อธกิ ารบดี เทาน้นั อกี ประการหนงึ่ คอื
ความลา ชาในการตดั สินใจสงั่ การ ทำใหเ อกสารหยดุ ชะงกั การเดนิ ทาง
แนวทางแกไข อาจดำเนนิ การดงั น้ี
● แยกชองทางการรับเอกสารที่มลี ำดบั ช้ันความเรว็ และความสำคญั ออกจากชอ งทางเอกสารปกติ
การดําเนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 199
● แฟม, ซอง ที่บรรจเุ อกสารที่มชี นั้ ความเร็วควรมีลักษณะท่ีสังเกตไดอ ยางชดั เจน เชน ใชส แี ดง, สีเหลอื ง เพื่อระบุ
ความเรว็ และความสำคัญ เพอื่ จะไดด ำเนนิ การอยางรวดเร็ว
● ควรมกี ารมอบหมายหนาท่ีอยา งชดั เจน ทงั้ ผูปฏิบตั ิ ผอู นมุ ัติ โดยจดั ทำเปนคูมือและมีการประกาศใชอ ยา งท่ัวท้งั
องคก าร เพือ่ จะไดทราบวาหนังสอื เร่อื งใดตอ งสง ไปยงั ผูใด
● ควรมรี ะบบติดตาม (Tracking) เสนทางการเดินหนังสือ เพอ่ื ควบคุมเวลาการตดั สนิ ใจแตล ะข้นั ตอน และเรยี ง
ลำดบั ข้นั ตอนการเสนอความเหน็ ใหเปนลำดับ เพือ่ สะดวกในการพิจารณาเรื่องราว และตรวจสอบวา เอกสาร
ตกคางอยูก ับผูใดเปนเวลานานเทา ไร
การกำหนดชัน้ ความเร็วใหกบั หนังสือเกนิ ความจำเปน
เกิดจากการที่หนวยงานมกั ไมม มี าตรฐานในการกำหนดช้นั ความเรว็ ที่ชัดเจนประการหนึง่ อีกประการหนึ่งเปนผลมาจาก
ความลา ชาในการจัดทำเอกสาร ทำใหเ มอ่ื ตองรบั -สง จำเปนตองทำใหเรว็ ข้นึ ไมเ ชน นน้ั จะเสยี หายตอ ทางราชการ รวมท้ัง
เกิดจากความไมไวในในประสิทธภิ าพของงานสารบรรณ วา จะดำเนนิ การสงหนังสือไดทนั ตามกำหนดเวลาหรอื ไม
เมอ่ื หนงั สอื มชี ั้นความเร็วมาก เจา หนาทง่ี านสารบรรณก็จะตอ งปฏิบตั งิ านนอกระบบปกตมิ ากข้ึนดวย เพราะการจดั สง
หนังสอื ท่ีมีชั้นความเร็วตอ งทำทันที หรอื ตามทร่ี ะบุไวห นาซอง เมอ่ื เจา หนา ทต่ี องใชเ วลาในการรับและแจกจา ยหนงั สือดว น
ดว นทสี่ ดุ กจ็ ะทำใหง านสารบรรณอันเก่ียวกับหนงั สอื ปกตหิ ยดุ ชะงัก และลา ชา ตามไปดวย
แนวทางแกไ ข อาจดำเนนิ การดงั นี้
● กำหนดมาตรฐานในการลำดบั ชน้ั ความเร็ว วา เอกสารลกั ษณะใดควรมชี นั้ ดว น ดว นทส่ี ุด ตลอดจนมอบหมาย
หนาทีใ่ หพ นักงานเจา หนา ท่รี บั ผิดชอบอยา งชดั เจน
● เพ่ิมประสิทธิภาพในการจัดทำเอกสาร เพอ่ื ลดภาระในข้ันตอนการรับ-สง
การลงทะเบียนซ้ำซอน
หนว ยงานสารบรรณเจาของเรื่องลงทะเบียนหนงั สอื สงออกของหนว ยงาน และเมือ่ สง เรือ่ งไปถงึ สารบรรณกลางแลว กต็ อง
ลงรายละเอียดที่มีเนอื้ หาสว นใหญซ ้ำกัน แตส ำหรับเอกสารดิจิทัลแลว หากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสมกี ารกำหนดให
ลงขอ มลู อภพิ ันธกุ จ็ ะชวยลดความซ้ำซอ นลงได
สำเนาหนงั สือมมี าก
เพราะระเบียบฯ กำหนดไววาหนงั สือทุกชนิ้ ทจ่ี ะสงออก ตองมีสำเนาเก็บไวท สี่ ารบรรณกลาง 1 ฉบับ ทำใหมีจำนวนเอกสาร
จำนวนมากตองจัดเกบ็ ในสำนักงาน ซ่งึ อาจมีสาเหตุ คือ (1)ไมม รี ะบบทำลายเอกสารที่ดพี อ (2)เก็บสำเนาเอกสารไวท งั้ หมด
เกนิ ความจำเปน
200 การจดั การเอกสาร | Records Management
วิธีแกไข คือ สำเนาเก็บที่สารบรรณกลาง ควรเปน เพยี งหนงั สอื นำสง เทานั้น, การเกบ็ สำเนาหนังสอื นำสง ควรเก็บเรยี งตาม
เลขที่ออกในแตละวัน เพือ่ สะดวกในการคน และทำลาย, ระบบทำลายตองมอี ยางสม่ำเสมอทกุ ป แกปญหาทเ่ี ก็บไมพอ สว น
เอกสารดจิ ิทลั สามารถกำหนดใหระบบจัดเกบ็ สำเนาได แตต อ งเผอื่ พนื้ ทีจ่ ัดเกบ็ ไฟล (Server) ใหเ พยี งพอดวย
การใชง้ านเอกสาร
เม่อื เอกสารจดั ทำข้นึ และไดรับการจบั เก็บเขา ไวในระบบแลว เอกสารนน้ั จะถูกนำไปใชง านตามวตั ถุประสงค เชน ใชสงั่ การ
ใชเปนพยานหลกั ฐานของการกระทำ ใชป ระกอบการตดั สินใจในการบรหิ ารและการดำเนนิ งาน ใชเ ปนสื่อกลางแจงขอมูล
ขาวสาร ฯลฯ
ในระบบราชการไทย หนังสือท่ีผา นการลงทะเบยี นเรยี บรอ ยแลว จะถูกนำเสนอผบู ังคับบัญชา หรอื ผูมอี ำนาจใหพจิ ารณา
และดำเนินการ, สงั่ การ, ใหความเหน็ หรือลงนาม กอนสง หนังสือน้นั ถึงเจาหนา ที่ผรู ับผดิ ชอบปฏิบตั ติ อไป ในบางองคก าร
เจา หนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณอาจบันทกึ ขอความสรุปเก่ียวกบั หนงั สือ หรอื เสนอขอคดิ เหน็ เบือ้ งตน กอนนำเสนอผู
บังคบั บญั ชาสง่ั การ/ลงนามรับทราบ โดยมักบันทกึ ดวยขอ ความสั้นๆไวท ่ีมุมลางซายของหนงั สือ หากไมมีพนื้ ทมี่ ักพับทบ
ครึ่งและบันทึกขอความที่ดา นหลงั เอกสาร หากไมมีพนื้ ทอี่ าจเขยี นเปน บนั ทึกขอความแนบไปพรอมกบั หนงั สอื นัน้ ๆ ขณะ
เดยี วกนั ผูบงั คบั บญั ชากส็ ามารถเขยี นบนั ทึก สงั่ การใหค วามเหน็ ลงในลักษณะเดยี วกนั ได เรียกการบนั ทึกการสั่งการ โตต อบ
บนเอกสารนวี้ า การเกษยี นหนังสอื ซ่งึ แบงไดเ ปน 2 แบบ คือ
● การสรปุ ประเดน็ เปนการเกษียนของเจาหนาท่ี มกั เปนการบันทึกเรอื่ งยอของหนังสือ, ใหข อมลู เพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั
ระเบียบ กฎหมาย แนวปฏบิ ัติทเี่ ก่ยี วขอ งกับเรอ่ื งนั้น และเสนอความคิดเห็นตอผูบังคญั บัญชาเพ่อื ตัดสินใจ แลว ลง
ลายมือช่อื และวนั เดอื น ป กำกบั
● การวนิ จิ ฉัยสัง่ การ เปนการเกษียนของผูบังคบั บัญชา ทจ่ี ะสัง่ การไปตามทข่ี อ เชน “ทราบ”, “ดำเนินการ”, “
อนมุ ัต”ิ หรืออาจใหความเห็นเพิ่มเติม เชน “ใหใ ชจา ยอยา งประหยัด”, “ใหก ำกับตดิ ตามทุก 3 เดือน”, “ใหทำ
รายงานสรปุ ” ฯลฯ แลวลงลายมอื ช่ือ และวัน เดือน ป กำกบั
การเกษียนหนงั สอื ควรคำนงึ ถึงเรือ่ งดังตอไปนี้
● จัดลาํ ดับประเดน็ และเรยี บเรียงเนอื้ หาใหครบถว น ถกู ตอง
● ใชภ าษาท่สี ั้น กระชบั ไมวกวน
● หาขอมูลเพ่ิมเตมิ ประกอบการเกษยี นหนงั สือ เชน เรอื่ งเดิมทม่ี ลี กั ษณะคลา ยคลึงกัน หรือมีแนวปฏิบัตเิ ดียวกัน, กฎ
ระเบยี บ ขอบังคบั ทเี่ ก่ียวขอ ง, แนวทางการวนิ ิจฉัย ที่เปน ประโยชนและชวยลดเวลาการตดั สนิ ใจของผูบริหาร
● หากเขียนดว ยลายมอื ควรเขยี นใหอานงา ย
● ระบุ วนั เดอื น ป ใหต รงกบั ความเปน จรงิ เพื่อประโยชนในการกำกับตดิ ตามและอางอิง
● อาจใชแบบฟอรมเพ่อื ใหงายตอการใชง าน
การดาํ เนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใช้งาน 201
การเกษียนหนงั สือ ในระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส อาจใชค ำสัง่ แทรก>แสดงความคดิ เห็น (Insert comment) ซึ่งขนึ้ อยู
กบั การออกแบบระบบใหเหมาะสมกับบรบิ ทการทำงานในแตล ะองคก าร
หลงั จากผูบังคับบัญชาหรือผูมอี ำนาจ พจิ ารณาและตดั สนิ ใจแลว เอกสารนัน้ จะถกู จดั สง ไปยังหนว ยงานหรอื ผูร บั ผดิ ชอบ
เพ่อื นำไปดำเนินการตามท่ีผบู ังคับบญั ชาสัง่ การตามหนาที่ความรับผดิ ชอบ เม่ือดำเนินการแลว เสร็จ จงึ สงเอกสารทง้ั หมดไป
ใหห นว ยงานสารบรรณ เก็บรักษาเอาไวเปนพยานหลักฐานตอ ไป
การใชเ อกสารในระบบราชการไทย คือ การเสนอเร่ือง-สัง่ การ และมอบหมายใหผ รู บั ผิดชอบนำไปปฏบิ ัตินัน่ เอง
การดูแลเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน
เอกสารท่ีอยใู นกระแสการใชง านตามวงจรชวี ิตเอกสาร อาจเปน เอกสารทยี่ งั ไมสน้ิ สุดกระบวนการใชง าน หรอื ยังถกู เรียกใช
เพ่อื การปฏบิ ัตงิ านประจำวนั ของพนกั งานเจา หนาที่ ดังนนั้ เอกสารเหลา นจ้ี ึงยังถูกเก็บรักษาเอาไวในสำนักงาน โดยบรรจุไว
ในแฟม วางไวบนชน้ั เก็บไวตู อยใู นเครือ่ งคอมพวิ เตอรส วนบคุ คล หรือฐานขอมลู ที่ตอ งสามารถคน คืนไดอยางรวดเรว็ ใน
ระเบียบฯ วาดว ยงานสารบรรณฯ ขอ 53 เรียกวา การเกบ็ ระหวางปฏิบัติ คือ การเกบ็ หนงั สือทย่ี ังปฏิบตั ิไมเ สรจ็ ใหอ ยใู น
ความรับผดิ ชอบของเจาของเรอื่ ง โดยใหกำหนดวธิ กี ารเกบ็ ใหเหมาะสมตามขนั้ ตอนของการปฏบิ ตั งิ าน อยางไรกด็ ีระยะ
เวลาในการเก็บรกั ษาเอกสารระหวา งกระแสการใชง าน ควรกำหนดเอาไวใ นตารางกำหนดอายุเอกสารดว ยวา มรี ะยะเวลา
นานเทาใด
การดูแลรักษาเอกสารในกระแสการใชง าน เก่ียวขอ งกบั กจิ กรรมตา งๆ (สมสรวง พฤตกิ ุล, 2546; IRMT, 1999 ; Shepherd
& Yeo, 2003) คอื
● การจำแนกและจดั กลมุ เอกสาร (Sorting & Grouping)
● การจัดทำดรรชนี (Indexing)
● การจดั ทำแฟม เอกสาร (Filing)
● การตดิ ตามเอกสาร (Tracking)
การจาํ แนกและจัดกลุม่ เอกสาร
คอื กระบวนการกำหนดใหเอกสารจดั เรยี งอยา งเปน ระบบ เชน เรยี งตามวนั ทร่ี บั เขา, เรียงตามทม่ี า, เรียงตามลำดับเรอื่ ง,
เรยี งตามลำดบั อกั ษร ฯลฯ และอยใู นทๆ่ี เหมาะสม สามารถเรยี กใชและคน หาได ภายใตกลุม หรือหมวดหมทู ่ีกำหนดเอาไว
แลว
การจำแนกเอกสาร
หากเปนเอกสารท่ียังอยรู ะหวา งการดำเนนิ การ อาจจำแนกอยา งงายๆ เชน แยกเปนเอกสารเพื่อใชในการบริหารท่ัวไป
เอกสารที่เปน หลักฐานทางการเงนิ เอกสารทางพสั ดุ เอกสารโครงการ แผน หรอื งานทก่ี ำลังดำเนินการ หนงั สอื เวยี นท่ัวไป
202 การจัดการเอกสาร | Records Management
หนงั สอื เวียนเพ่อื ปฏิบตั ิ หรือจำแนกตามประเภทของเอกสาร เชน คำสั่ง ระเบยี บ ขอ บังคับ ประกาศ ใบเสนอราคา แลว
บรรจุใสแฟมเปนเรอ่ื งๆ โดยควรกำหนดขอบเขตใหช ดั เจน เชน
● เอกสารนโยบาย (Policy files) สำหรับเรอื่ งทเี่ กี่ยวกบั การกำหนดนโยบาย แนวทาง ขนั้ ตอนการปฏิบัติงานของ
องคการ
● เอกสารภารกิจ (Operational/Functional/Subject files) สำหรับเอกสารท่ีสรางขึ้นเพื่อวตั ถปุ ระสงคในการ
ดำเนินงานตามภารกิจหลักขององคก ร หรอื เกีย่ วขอ งกบั การนำนโยบายและแนวทางขององคก ารไปปฏิบัติ
● เอกสารบรหิ ารทวั่ ไป (Administrative/Housekeeping files) สำหรบั เอกสารทเ่ี กยี่ วขอ งกบั กจิ กรรมการบรหิ าร
งานท่ัวไปทพี่ บไดภายในแตล ะองคการ เชน การดแู ลอาคาร สถานที,่ การเงนิ , บคุ ลากร
● เอกสารเฉพาะกรณี (Case files) สำหรบั เอกสารเฉพาะกจิ ซงึ่ เกี่ยวกบั เร่อื งราว, การตัดสนิ ใจ, กิจกรรม, โครงการ,
บุคคล, สถานที่ ซ่ึงตอ งพจิ ารณาหรอื ดำเนินการโดยเฉพาะ ทัง้ นี้อาจรวมเอกสารลับไวใ นกลมุ น้ีกไ็ ด เมือ่ เวลาผา นไป
หรือการดำเนินการแลวเสร็จ เอกสารในกลมุ น้ีอาจถูกพจิ ารณานำไปจดั ไวเ ปน แฟม เอกสารนโยบาย, ภารกิจ,
บรหิ ารทัว่ ไป ไดต ามความเหมาะสม
การจดั กลุม เอกสาร
สำหรับเอกสารท่ีดำเนนิ การเสร็จหรอื โตตอบเรยี บรอ ย (Post-custodian) และไมต องการใชเ อกสารแลว ควรนำมาแยกจดั
เก็บเปน หมวดหมูหรือชดุ ตามภารกิจและกจิ กรรมขององคการ ทกี่ ำหนดไวใ นแบบแผนการจดั หมวดหมเู อกสาร
(Classification scheme) ซึ่งควรมีลกั ษณะ ดังนี้
● ไมส ลบั ซบั ซอน เหมาะกับบรบิ ทการใชง านขององคการ
● มเี ลขอางองิ หรอื รหสั ทบ่ี อกหมวดหมู
● มีกฎเกณฑ โครงสราง และคำศัพททใี่ ชช ดั เจน เขา ใจตรงกนั
● ไดร ับการปรบั ปรงุ ใหทนั สมยั และมคี วามยืดหยุน เพอื่ สะทอ นการเปลยี่ นแปลงในภารกิจและกจิ กรรมองคก าร
หมวดหมู หรือชุดเอกสารของแตละองคการ มีความแตกตางกัน ขน้ึ อยกู บั ภารกิจ โครงสราง ขนาด หรือความซับซอนของ
แตล ะองคการ ดังนนั้ การจัดหมวดหมเู อกสารของแตล ะแหงจึงไมเหมอื นกนั หรอื ไมสามารถนำหมวดหมูของหนวยงานหน่ึง
ไปใชกับหนวยงานหน่ึงไดโ ดยตรง
การดาํ เนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 203
ตาราง9.3 ตัวอยา งหมวดหมูเอกสาร องคก ารขนาดใหญ
องคการขนาดเล็ก ชุด:
● การฝก อบรม
ชดุ :
● การฝกอบรม ชดุ ยอ ย:
● การฝกอบรมภายใน
แฟม : ● การฝกอบรมภายนอก
● การฝก อบรมภายใน ● การฝก อบรมทางวชิ าชพี เฉพาะดาน
● การฝกอบรมภายนอก
● การฝก อบรมทางวิชาชพี เฉพาะดาน ชุดยอ ย:
● การฝกอบรมภายใน
แฟม :
● ซักซอมแผนอคั คีภัย
● ปฐมนเิ ทศพนกั งาน
● อบรมการใชโปรแกรมจัดการเอกสาร
การจัดทาํ ดรรชนี
คือ กระบวนการสรา งและประยกุ ตใชค ำศัพทจ ากเนือ้ หาหรอื ภารกิจ/กจิ กรรมขององคการ เพอื่ เปนจุดเขาถึงเอกสาร รวมถึง
การทำฉลาก (Label) หรอื ติดปายบอก (Tag) สำหรับการสบื คน ซ่ึงสามารถทำไดห ลายระดบั ตั้งแต
● ระดบั กลุม คอื เอกสารทัง้ หมดจำแนกตามภารกิจองคการ
● ระดับชดุ คอื เอกสารตามกจิ กรรมที่เกิดขึน้ ในองคการ
● ระดบั เรอื่ ง คอื เอกสารตามแฟม หรอื เรื่อง ทเี่ กิดข้นึ ภายใตก ิจกรรมและภารกจิ จขององคก าร
แมว า เปาหมายของการจดั หมวดหมเู อกสารและการจัดทำดรรชนี จะตรงกัน คอื การทำใหสามารถคน หาและเรยี กใช
เอกสารไดอยา งรวดเร็ว และสะดวก แตการจดั หมวดหมูเอกสารน้นั เนนทบ่ี รบิ ทของเอกสาร ซ่ึงก็คือ ภารกิจ กจิ กรรม และ
หนว ยงานท่ีทำใหเ กิดเอกสาร ขณะทด่ี รรชนี เนน ทเี่ นื้อหา คือ คำทแี่ ทนความหมายสาระของเอกสารนนั้ ๆ โดยไมคำนึงถึง
บริบท หรอื ท่ีมาของเอกสาร อยางไรกด็ ี ดรรชนีอาจใชค ำทีบ่ อกถงึ กิจกรรม หรือภารกจิ ซง่ึ กค็ ือบรบิ ทไดเชน กัน
ในทางปฏิบตั ิ การจดั หมวดหมเู อกสารและการจัดทำดรรชนเี ปน สิง่ ที่พ่ึงพาซึ่งกนั และกนั ตวั อยางเชน เมอ่ื ลงทะเบียนแฟม
เอกสาร และจดั ลงในหมวดหมหู รอื ชุดทเ่ี หมาะสม ก็ตองมีการตงั้ ชื่อแฟมใหส ะทอนเน้ือหาโดยใชศ ัพทค วบคุม กถ็ ือเปนการ
ทำดรรชนีไปในขณะเดียวกัน และศพั ทนั้นก็ควรสะทอ นภารกจิ หรอื กิจกรรมขององคการดว ย
การทำดรรชนเี อกสาร ถา ใชคำศัพทอ สิ ระตามทแ่ี ตล ะคนกำหนดให เรียกวา คำสำคญั (Keywords) แตถา กำหนดใหใ ชคำ
ศัพทใ ดคำหนึ่งเฉพาะ เพื่อใหเ ปน ไปในทิศทางเดยี วกัน เรียกวา ศพั ทควบคุม (Controlled vocabularies) เชน คำวา “การ
204 การจัดการเอกสาร | Records Management
บรหิ ารทรพั ยากรมนุษย, การเจา หนา ท,ี่ การบริหารงานบคุ คล, HR, HRM” กำหนดใหใ ชคำวา “การบริหารทรพั ยากร
บุคคล” เทา น้ัน การใชศ พั ทค วบคมุ จะชว ยเสรมิ ประสทิ ธภิ าพของการสืบคนใหด ขี น้ึ แตก็มีขอ จำกัดคอื บางครงั้ ผูคนเองกน็ ึก
คำศพั ทไมอ อก หรอื ไมคนุ เคยกับศัพทค วบคุม ก็ทำใหคน หาเอกสารไมเ จอไดเ ชนกัน
ดรรชนใี นระบบสืบคน เอกสาร มีหลายประเภท ดังนี้
● คำสำคัญ (Keyword) คือ คำทแี่ สดงลกั ษณะของเนื้อหาและใชจุดเขาถึงหรือดงึ ขอ มูล อาจเปน คำที่กำหนดข้ึน
หรือเปน คำท่รี วบรวมมาจากขอ ความในเอกสารหรอื ไฟล
● อรรถาภิธานศพั ท (Thesaurus) คือ คำศัพทค วบคมุ ท่ีมีโครงสรา งเพอื่ ใชค วบคมุ คำทม่ี คี วามหมายเหมือนกัน
(Synonym) คำพอ งเสยี ง (Homophone) หรือคำพอ งรปู (Homograph) แสดงความสมั พนั ธเ ชิงลำดบั ชน้ั กบั คำ
ศพั ทอ ่นื ๆในลกั ษณะ คำทกี่ วา งกวา (Broader Term: BT), คำทแี่ คบกวา (Narrower Term: NT), คำทเี่ ก่ียวขอ ง
(Related Term: RT) รวมทัง้ การโยงคำบอกวาคำท่ีโยงไปไมใชแ ลว ใหใชค ำนแ้ี ทน (Use For: UF) และบอกวา คำ
นี้ไมใ ชแ ลว ใหใ ชคำท่ีโยงไปแทน (USE) เชน เอกสาร UF หนงั สือ, หนังสอื USE เอกสาร
● รายการควบคุม (Authority list) คอื รายการของคำสำคญั เรยี งตามลำดับตัวอักษร ที่กำหนดใหเปนมาตรฐาน
ตรงกนั เพอ่ื ใชเ ปนจุดเขา ถงึ ขอมลู มกั เปนชือ่ ตา งๆ คือ ชอ่ื บุคคล, ชอ่ื ทางภมู ิศาสตร, ช่อื หนวยงาน จะใชช ่ือยอ หรอื
ช่อื เตม็ หนวยงาน, จะตอ งมคี ำนำหนา นาม หรือไมม ี ฯลฯ ใหเปน มาตรฐานตรงกนั เชน มหาวทิ ยาลัยขอนแกน
กำหนดใหใชชือ่ ยอ วา มข.ในภาษาไทย และ KKU ในภาษาอังกฤษ
● รายการคำสำคญั (Keyword list) คือ คำศัพทค วบคุม ที่จำกัดการเลอื กคำสำคัญเมือ่ จัดทำดรรชนี ทำใหสบื คน ได
เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เปน กลไกการควบคุมใหการจัดทำดรรชนมี ีความแมนยำและคงที่มากข้นึ รายการคำนจี้ ะให
คำที่เปนมาตรฐานสำหรับการตัง้ ช่อื แฟม/ไฟลเ อกสาร หรือจำกดั ไมใหใ ชคำใดในการตัง้ ช่อื ในระบบมกั กำหนดให
คลกิ เลือกจากรายการที่กำหนดไวแลว
การจัดทำดรรชนี โดยเฉพาะอรรถาภิธานศัพท มีแนวทางดงั นี้
1) ทำความเขาใจภารกิจ และกจิ กรรมขององคการ ใหถอ งแท
2) พัฒนาคำคน โดยการวิเคราะหภ ารกจิ และกจิ กรรม รวมถงึ การสมั ภาษณผปู ฏบิ ตั งิ าน และศกึ ษากระบวนการ
ทำงานเกยี่ วกบั เอกสาร เปน ตนวา การต้งั ช่อื แฟม หรอื มาตรฐาน รายการคำสำคัญทเ่ี คยมอี ยู
3) กำหนดขอบเขตของคำศัพทค วบคมุ เชน ระดบั หรอื ความลกึ ของดรรชนี ชือ่ เฉพาะ หรือคำท่ัวๆไปท่ไี มควรใช
4) รา งรายการศพั ทค วบคมุ
5) สรางความสัมพันธข องคำ โดย
● ตัดสินใจวาควรจะแยกวลอี อกเปน สว นๆ หรือเกบ็ วลีน้นั ไว หรอื ควรจะรวมคำเปนวลีผสม (Compound
phrases)
● กำหนดและจัดกลุม คำตามความกวา งกวา และแคบกวา
● ระบคุ ำทีไ่ มใหใชและเชอ่ื มโยงไปยังคำทีใ่ หใ ช
● เขียนคำจำกัดความ (Scope note) เพอ่ื อธบิ ายคำและความหมายของคำตลอดจนเงอ่ื ไขอื่นๆ
การดาํ เนินงานเอกสารระหวา่ งกระแสการใช้งาน 205
● นำไปใชแ ละปรับปรงุ แกไ ข
การจัดทำดรรชนตี องอาศยั ความเอาใจใสแ ละความสมำ่ เสมอ รายการคำสำคญั จะไมม ีประโยชนห รือใชการไมได หากไมม ี
การควบคุมคำและไมมกี ารเพ่มิ เติมคำใหมๆ ดวยเหตนุ ี้ รายการคำสำคญั และศพั ทค วบคุมตา งๆ ควรไดรับการดูแลปรบั ปรุง
โดยนักจัดการเอกสารอยา งตอ เนือ่ ง
การกำหนดคำสำคญั ในกับเอกสารควรดำเนนิ การต้งั แตชว งการจัดทำเอกสาร ซง่ึ ปจ จุบนั มโี ปรแกรมคอมพิวเตอรทส่ี ามารถ
ทำไดโดยอัตโนมัติ อยา งไรก็ดกี ารกำหนดกฎเกณฑ โครงสรา งท่ีชดั เจนต้ังแตตน ถือเปนเงอ่ื นไขสำคัญทท่ี ำใหการทำดรรชนี
และจัดหมวดหมูเอกสารสอดคลองสัมพนั ธกนั ดวยดี
การจัดแฟมเอกสาร
คือ การจดั เอกสารท่ีมเี นื้อหาเดียวกันหรือกจิ กรรมเดียวกนั มารวมไวด วยกนั ภายใตแฟม เดยี วกัน ใหร หัส ทำฉลาก (Label)
และหมายเลขประจำแฟม เอกสารทจ่ี ัดทำข้นึ หรือรบั ไว จำเปน จะตองจัดเกบ็ ในแฟม เพ่อื ใหเอกสารมนั่ คง ปลอดภัย และ
สะดวกในการใชง าน เอกสารควรไดร บั การเก็บตามลำดับอยางมตี รรกะ
เมื่อพดู ถึงคำวา แฟม (File) ท่ใี ชใ นทางการจัดการเอกสารท่ัวไปนัน้ แตกตางจากคำวา File ในทางคอมพิวเตอร คอื
● เอกสาร/บรรณสาร ทเี่ ปนเร่อื งหรือชิน้ ในทางคอมพวิ เตอรเรยี กวา File
● แฟมท่บี รรจุเอกสาร/บรรณสาร ในทางคอมพิวเตอรเรียกวา Folder หรอื Sub-directory
● ชดุ เอกสาร ทร่ี วมแฟมตางๆเขาไวด วยกัน ในทางคอมพวิ เตอรเ รยี กวา Directory
ดงั นน้ั ในการจัดการเอกสารดิจิทัล การจัดแฟม จึงเทียบไดก ับการสรา งโฟลเดอร (Folder) แลว นำ File มาบรรจุไวอ ยางเปน
ระบบ
การจัดแฟม เอกสาร มีวธิ กี าร ดังนี้
1) จัดทำหนาปกแฟม เพ่อื ชว ยใหสามารถระบแุ ฟมได และคน หาไดง าย การทำหนาปกแฟมอาจจะทำเปนมาตรฐาน
เดียวกัน โดยอาจจะมีรายละเอียดดงั น้ี
● รหัสอา งองิ
● ชือ่ แฟม
● หมวดของเอกสาร
● วนั ทีเ่ ปดแฟม
● หนวยงานที่สรางแฟม
● วันที่ปด แฟม
● ชั้นความลับ
206 การจัดการเอกสาร | Records Management
● วันทต่ี รวจสอบแฟม
2) นำเอกสารเขาแฟม เมอื่ กิจกรรมหรือโครงการตา งๆสำเร็จลง และพรอมทจี่ ะปดแฟมในกิจกรรมนน้ั ๆ หากเอกสารยงั อยู
ในรปู ดิจทิ ัลใหพิมพอ อกมาในรูปกระดาษเพื่อใหมน่ั ใจวาเอกสารน้ันๆไดรบั การจดั เก็บจริง จากน้นั จึงคอ ยจัดระเบียบ วธิ กี าร
นเ้ี ปนหนทางเดยี วทจ่ี ะเชื่อมน่ั ไดว า เอกสารเร่ืองเดยี วกันจะรวมอยูดวยกนั วธิ ีการนมี้ ขี อ ดีคือ
● เอกสารมคี วามมนั่ คงในระดบั หนึ่ง
● เอกสารจะไมสูญหายดวยตวั เจา หนาท่ี
● เอกสารมีความสมบรู ณ
● ชอ งวา งระหวา งเอกสารกระดาษกับเอกสารดิจิทัลจะหมดไปเพราะเอกสารทัง้ หมดจะตอเนอ่ื งเปน ลำดบั
● ถาหากเอกสารเกีย่ วพนั กับหลายเรอื่ งจนยากจะตัดสนิ วา จะเก็บไวใ นแฟม ไหน หรือเรื่องใดอาจประยกุ ตใ ชห ลักดังน้ี
○ ทำสำเนา แลว เกบ็ เขา ทุกแฟม ทีเ่ กี่ยวของ
○ ระบวุ าเปน “สำเนา” เพื่อใหแตกตางจากตน ฉบบั
○ บนั ทึกลงบนสำเนาวา เอกสารตน ฉบับอยทู ไี่ หน
○ เกบ็ ตนฉบับไวในแฟม ที่สามารถเชื่อมโยงถึงแฟมเรื่องตางๆทเ่ี ก่ยี วขอ งกนั ได
3) การใหเ ลขลำดบั เอกสาร คือการใหเลขเรยี งลำดับเอกสารภายในแฟม อาจทำในระดับรายชนิ้ หรอื ในระดับแผน โดยมี
วัตถุประสงคเ พือ่ ควบคมุ เอกสาร สามารถทราบไดว า เอกสารใดถกู ยา ยไปจากแฟม การใหเ ลขลำดับเอกสารทำไดด งั นี้
● จัดเรียงเอกสารตามลำดบั เวลาทเี่ อกสารเขามาในแฟม
● ลงเลขจากหลงั สุดไปหนาสุด บรเิ วณมุมบนขวาของเอกสาร
● เมอื่ เอกสารข้ึนแฟมใหมกใ็ หเริ่มจากเลข 1 ใหม
4) การปดแฟม ควรมกี ารปด แฟม อยา งเปน ระยะและเปน ระบบ การปดแฟม มิไดหมายความวา เปน การเอาเอกสารออกจาก
ระบบ แตห มายถึงจะไมม ีการเพิ่มเอกสารเขา ไปในแฟมเร่อื งนนั้ อีก และจะใชแ ฟมนัน้ สำหรบั การอา งอิงเทาน้นั หากแฟม ไม
ไดรับการปดก็มีแนวโนม ทจี่ ะเกดิ ขึน้ ดงั นี้
● แฟม ไมเปนระเบยี บ เอกสารเรียงลำดับสับสน
● แฟม มขี นาดใหญ มนี ้ำหนกั มาก
● การเขา ถงึ เอกสารแตละเร่ืองยาก
● เอกสารทีส่ ้นิ กระแสการใชงานจะปะปนกับเอกสารท่ียงั อยูในกระแสการใชงาน
การปดแฟมมปี ระโยชน คือ
● เอกสารจะอยูใ นแฟมทมี่ ขี นาดพอเหมาะตอ การจัดการ
● เปนระเบียบ เรยี บรอย
การดําเนินงานเอกสารระหว่างกระแสการใชง้ าน 207
● เขาถงึ ไดง ายแยกเอกสารทส่ี ิ้นกระแสการใชง านจากเอกสารกึง่ กระแสการใชง าน หรอื อยใู นกระแสการใชงานได
ควรปด แฟม เมอ่ื
● แฟม มีความหนา
● ไมม ีเอกสารเขา แฟม เกนิ 2 ป
● มเี นื้อหาเกนิ 5 ป
● สน้ิ ปภาษี หรอื ส้ินปก ารศกึ ษา
● สิ้นสดุ โครงการ หรอื กจิ กรรม
วิธกี ารปด แฟม ทำไดดังน้ี
● ระบคุ ำวา “ปดแฟม ” พรอ มทง้ั วนั ที่ ลงบนหนา ปกแฟม
● ตรวจสอบกับตารางกำหนดอายเุ กบ็ เอกสารวาตอ งดำเนนิ การกบั แฟม น้ันอยา งไร เชน โอนยายไปจดั เก็บในศูนย
เอกสาร ทำลายไดเมือ่ ถึงอายุ ฯลฯ
● กำจัดเอกสารท่ีเปนสำเนาได
5) การปรบั ปรงุ เปล่ียนแปลงแฟม เชน การนำแฟมมารวมกันเปนเร่ืองเดียวกนั สามารถทำได แตควรไดรบั การพิจารณา
อยางรอบคอบ และทำในกรณีท่จี ำเปน ทำในกรณีท่ี
● แฟม ไมไดสะทอนเนื้อหาตามทค่ี วรจะเปน เชน ชอ่ื แฟม กับเอกสารไมสัมพันธก ัน ซึ่งจะสงผลตอ ประสทิ ธภิ าพของ
การสบื คน
● มกี ารปรบั เปลย่ี นหนาท่กี จิ กรรมของงาน โดยเพม่ิ หรือลด หนา ที่ในงานน้นั ๆ
● มีระบบใหมทด่ี ีกวาถกู นำมาใช
6) การตรวจตรา บำรงุ รักษาแฟม เอกสารทจ่ี ดั เกบ็ ในแฟม ควรไดร ับการตรวจตรา บำรุงรักษาอยางสมำ่ เสมอ โดยเฉพาะ
อยางยง่ิ ปจจยั ที่จะทำใหเอกสารเสียหายเส่อื มสภาพ จากการใชว สั ดทุ ่ีไมเ หมาะสม เชน Post-it note, ยางรดั , เทปกาว,
ลวดเย็บกระดาษ, ปกพลาสติก
การจดั การแฟมเอกสารดิจทิ ัล
สำหรบั กรณีแฟม เอกสารดิจทิ ลั (Folder) อาจมีความแตกตางกับการจดั การแฟมเอกสารกระดาษในทางปฏิบัติ แตเ หมือน
กนั ในทางหลักการ
1) การเปด แฟม คอื การสราง Sub-directory ขนึ้ มาในระบบการจดั การเอกสารดิจิทลั เพอ่ื รองรับการทำงานของผูใชง าน
ระบบ โดยตองเปน ไปตามแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสาร (Rฺ CS) หรอื ผงั แฟม ขอมลู (File plan) ที่กำหนดเอาไว โดย
● ผูป ฏบิ ตั งิ าน ย่ืนคำรอ งขอเปด แฟมตอนกั จัดการเอกสาร
208 การจดั การเอกสาร | Records Management
● นกั จัดการเอกสาร พิจารณาเปดแฟม, กำหนดชัน้ ความลับ, กำหนดการตง้ั ชื่อแฟม และชอ่ื ไฟล, สทิ ธกิ ารใชง าน
และการเขา ถึง เชน อานได (Read), จัดการได (Manage), แกไ ขได (Amend)
● นักจัดการเอกสารเสนอใหผ บู รหิ ารที่รับผิดชอบอนุมัติการเปดแฟม
● นกั จดั การเอกสารแจง ผลการดำเนนิ งานใหผ ูเ ก่ียวของทราบ
● ผปู ฏิบัตงิ านหรอื นกั จัดการเอกสารบันทึกขอ มูลเก่ยี วกับแฟมอยา งครบถวน โดยใชระบบขอ มลู อภพิ ันธุเปรียบ
เสมือนการทำหนา แฟม
2)การนำเอกสาร (ไฟล) เขา แฟม
● จดั ทำ จบั เก็บ เอกสารดิจิทัลลงในแฟม โดยตง้ั ช่ือตามหลักเกณฑท กี่ ำหนด
● บนั ทึกขอ มลู อภิพนั ธุ ใหค รบถวน
● หากเปน เอกสารลับใหด ำเนินการตามวธิ กี ารและข้ันตอนท่หี นว ยงานกำหนดตามระเบียบเกี่ยวกบั การจัดการ
เอกสารลับ
● สง Link เอกสารใหก บั ผเู กีย่ วขอ งทราบ
● ปด แฟมเม่อื สิ้นสุดโครงการ กจิ กรรม หรอื ตามเงื่อนไขท่ีกำหนดไวแ ลว
● สำรองขอ มูลอยา งสม่ำเสมอ โอนยายแฟมขอ มูลไปยังส่ือบนั ทกึ ตามระยะเวลาทก่ี ำหนด
● กำหนดสิทธิการเขา ถึงแฟม ขอมูลสำหรับแตล ะบคุ คล/ฝา ย/แผนก
3)การปดแฟม เมอ่ื สิน้ สดุ กิจกรรม หรือกระบวนการสิน้ สดุ โดยผบู ริหารเห็นชอบใหปด แฟมนน้ั สามารถดำเนินการไดโ ดย
● ผปู ฏบิ ัติงาน ยืน่ คำรองขอปด แฟม ตอ นักจดั การเอกสาร
● นักจัดการเอกสาร ตรวจสอบความถูกตอง ครบถวนของเอกสาร ในแฟม
● นกั จดั การเอกสารขออนมุ ัตปิ ดแฟม ตอผูบ รหิ าร
● ดำเนนิ การปด แฟม , ถอดช้นั ความลบั (แลวแตกรณี), เร่มิ นบั อายุตามตารางกำหนดอายุเอกสาร
● นักจัดการเอกสารแจง ผลการดำเนินงานใหผเู กี่ยวของทราบ
4) การปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงแฟม ในกรณีทย่ี ังไมไดโ อนยา ยไปยงั ศูนยเ อกสาร หรอื หอจดหมายเหตุ เชน เปด แฟมอกี
ครง้ั เพ่อื เพม่ิ เอกสาร หรือเพิม่ เตมิ การเชอ่ื มโยงไปยงั เอกสารกระดาษ เพอ่ื ความสมบรู ณ ดำเนินการไดโดย
● ผปู ฏิบัตงิ านยื่นคำรอ งขอปรบั ปรงุ เปลีย่ นแปลงแฟม ตอนักจดั การเอกสาร
● นกั จัดการเอกสาร ศกึ ษาผลกระทบ ระเบียบ เงือ่ นไขทางกฎหมายแลวเสนอขออนมุ ัตติ อ ผบู ริหาร
● นักจดั การเอกสารดำเนนิ การเปด แฟมใหมอ กี คร้งั ใหผูปฏบิ ตั งิ านดำเนนิ การตามที่ขอ
● ปดแฟมทนั ทีท่ีดำเนินการเสร็จ โดยระบบจะนับอายแุ ฟม ใหม
● นกั จดั การเอกสารแจง ผลการดำเนินงานใหผเู กย่ี วของทราบ
การดาํ เนินงานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 209
การตดิ ตาม
คือ การตดิ ตามความเคล่อื นไหวของเอกสาร วาขณะนอ้ี ยทู ่ีใด หรือมใี ครรับผิดชอบดำเนินการอยู อกี ทัง้ ยงั ใชตรวจสอบ
สถานะวามีการใชง านหรอื ไมอยา งไรอีกดวย
โดยทั่วไป ระบบตดิ ตามเอกสาร มักเปนการควบคมุ การเคลื่อนไหวของเอกสารในเชิงกายภาพ ตลอดจนประเด็นเรือ่ ง และ
บันทกึ การถายโอนเอกสารระหวา งหนวยงานหรือบุคคล มาจนถงึ ที่จัดเก็บ โดยใชบ ญั ชตี ดิ ตามเอกสาร (Transit sheet) ซึ่ง
อยา งนอ ยควรมขี อมูลตอ ไปนี้
● ลำดับช้นั ความลับ (ในกรณีที่จำเปน )
● เลขทะเบยี นเอกสาร สำหรับอา งองิ
● ช่ือเร่ือง
● สถานที่ บุคคลหรือหนว ยงานทีเ่ อกสารนนั้ ไปถึง
● วันที่/เวลาท่ีเอกสารมีการเคลื่อนไหว
หนวยงานอาจประยกุ ตใชเ ทคโนโลยสี ำหรับการติดตามเอกสาร เชน การแสกนบารโ คด, ควิ อารโ คด , RFID หรอื บางระบบ
จดั การเอกสาร อาจมกี ารบันทกึ เสน ทางของเอกสารดิจทิ ลั โดยอตั โนมตั ิ สามารถตรวจสอบสถานะของเอกสารไดท นั ที
การติดตามเอกสารยงั รวมถงึ กรณที เี่ อกสารถูกยืมไปโดยบุคคล หรอื หนว ยงานอ่นื ๆ องคก ารจึงควรมกี ารกำหนดระเบยี บ
การยืม เงื่อนไขการยมื ระยะเวลาและวิธกี ารทจ่ี ะควบคมุ เอกสารทยี่ ืมนัน้ ออกไปดว ย โดยนำระบบการติดตามเอกสารมาใช
เพือ่ ใชตรวจสอบสถานะการใชงาน ตลอดจนตำแหนงที่อยขู องเอกสารทเี่ ปน ปจ จุบนั เพื่อปอ งกันการสูญหายของเอกสาร
นนั่ เอง
สรุป
การดำเนินงานเอกสารระหวา งกระแสการใชง าน มีกจิ กรรมสำคญั เริ่มตน ท่ี การจัดทำและนำเอกสารเขา สรู ะบบ ซ่งึ มีทงั้ ใน
สวนท่ีเกี่ยวกบั กอนการสรา งเอกสาร (Pre-creation) ซง่ึ ไดแ กก ารวางแผน กำหนดและวเิ คราะหค วามตอ งการเอกสาร และ
สวนท่ีเก่ียวกับการปฏบิ ัตกิ าร ซ่งึ มเี ทคนคิ วิธกี ารตางๆและขัน้ ตอนตางๆ สำหรับประเทศไทยระบบราชการมีความซับซอน
มาก มักใชห นังสือเปน สือ่ กลางการทำงานในทุกระดบั ตั้งแตก ารสมคั รงาน จนถงึ ลาออก จากสภาพดังกลาว ทำใหระบบ
ราชการมีการจัดทำเอกสารจำนวนมาก สงผลใหกิจกรรมการดำเนนิ งานสารบรรณมจี ำนวนมากตามไปดว ย การดำเนนิ งาน
เอกสารในสว นน้ีจึงเปนจดุ เร่มิ ตน ทส่ี ง ผลตอ คณุ ภาพของเอกสาร ตลอดจนการกล่ันกรองวา เอกสารใดควรนำเขาสรู ะบบการ
จดั การ ก็เปนสว นสำคญั ที่ทำใหอ งคการม่นั ใจวา มีเอกสารทส่ี ามารถสนับสนุนการทำงานไดอ ยา งครบถวน และสามารถ
บริหารจัดการไดอยางเหมาะสม คมุ คา และลดภาระเกี่ยวกับเอกสารทจี่ ะเกิดตามมาอกี ดวย
เม่ือมีการจัดทำและจับเกบ็ เอกสารอยา งเปน ระบบ กจ็ ะสง ผลใหไดเ อกสารทม่ี คี ณุ ภาพ กลาวคือ (1)มีความครบถว นสมบูรณ
ถกู ตอง นา เชอ่ื ถอื (2)สะทอ นวัตถุประสงคข องการจดั ทำเอกสาร (3)มรี ายละเอยี ดเพียงพอตอ ความเขา ใจของบุคคลตาม
210 การจดั การเอกสาร | Records Management
แตละบรบิ ทหรือสภาพแวดลอ ม (4)เปน พยานหลกั ฐานของกิจกรรมทน่ี าเชือ่ ถือ เมอ่ื นำเอกสารไปใชกจ็ ะเกิดความราบรืน่
ตลอดจนเปนเครอ่ื งประกันถงึ หลกั ภาระรบั ผิดชอบ ตรวจสอบไดและความโปรง ใสขององคการตามหลักธรรมาภิบาล
เอกสารที่อยใู นกระแสการใชงาน ตองการการดูแลรกั ษาที่เหมาะสม ดว ยการจำแนกและจัดกลมุ เอกสารตามระเบยี บ
แบบแผนที่กำหนด มกี ารจัดทำดรรชนี เพ่ือใหงา ยตอ การสบื คน จดั ทำแฟมเอกสารเพ่ือใหสะดวกตอการใชง าน และการ
ติดตามเอกสารเพ่อื ใหรวู าอยกู บั ใครและอยทู ่ไี หน ซง่ึ เปน สิง่ ทีน่ กั จดั การเอกสารพึงทำใหเ กดิ ขน้ึ ในองคการ
คาํ ถามทบทวนทา้ ยบท
● การจดั ทำและการจบั เกบ็ เอกสาร มหี ลักและแนวปฏิบตั สิ ำคญั อยางไร
● ปญหาการดำเนินงานเอกสารระหวา งกระแสการใชงานของราชการไทยมปี ระเด็นใดบาง และควรมแี นวทางแกไข
อยา งไร
การดาํ เนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 211
บรรณานุกรม
สถาบันท่ปี รกึ ษาเพอื่ พฒั นาประสทิ ธิภาพในราชการ.(2533). คูมือปรบั ปรุงงานสารบรรณ. กรงุ เทพฯ: สำนกั งาน ก.พ.
สมสรวง พฤตกิ ลุ (2546). การจัดการเอกสาร. กรงุ เทพฯ: ภาควชิ าภาษาตะวันออกคณะโบราณคดี มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.
Duranti, L. (2018). Diplomatics. In J.D. McDonald & M. Levine-Clark (Eds.), Encyclopedia of library and
information sciences Volume 1 (4td ed.) (pp.1338-1346). CRC Press
Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed.). ALA Neal-Schuman.
IRMT. (1999). Organising and controlling current records. the International Records Management Trust.
https://www.irmt.org/documents/educ_training/public_sector_rec/IRMT_organising.pdf
National archives of Australia. (2022). Creating records. https://www.naa.gov.au/
information-management/creating-records
Pearce-Moses, R. (2005). A glossary of archival and records terminology. Chicago: Society of American
Archivists.
Shepherd, E., & Yeo, G. (2003). Managing records: a handbook of principles and practice. London:
Facet.
212 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 10
การดําเนินงานเอกสารกึงกระแสการใช้งาน
วัตถุประสงคข์ องบท
● อธบิ ายกระบวนการจดั เก็บเอกสารก่ึงกระแสการใชงาน
● เสนอแนวทางการดำเนินงานศูนยเอกสาร
● จำแนกวิธีการใหบ ริการ คนคืน เอกสารกึ่งกระแสการใชง าน
ความนาํ
องคก ารในยคุ ปฏวิ ัติอุตสาหกรรมคร้ังที่ 4 ตอ งอาศยั การขบั เคลอ่ื นธุรกจิ ดวยขอ มลู (Data-driven business), การเปดเผย
ขอ มูล, การทำงานรวมกัน, ความรบั ผิดชอบตอ สงั คมและอนื่ ๆ ทำใหอ งคการตอ งเอาใจใสก ับการจัดการเอกสารมากขึ้น เพื่อ
สนองภาระรบั ผิดชอบ, ประสทิ ธิภาพของธรุ กิจ, การรกั ษาสทิ ธิ และเหตผุ ลในทางสังคม-วฒั นธรรม
เอกสารท่ีถกู ใชในกิจกรรมตามวัตถุประสงคเ รยี บรอ ยแลว บางอยางที่ไมม ปี ระโยชนอกี ตอไปสามารถนำไปกำจดั ไดท ันที แต
เอกสารบางอยา งแมสนิ้ สดุ การใชง านแลว ยงั ตอ งเกบ็ รักษาเอาไวช ่ัวระยะเวลาหน่ึงเพือ่ เปน หลกั ฐานหรอื เพ่ือการตรวจสอบ
เอกสารกลมุ นี้จัดอยูในระยะกึ่งกระแสการใชง านของวงจรชีวิตเอกสาร ซึง่ ตอ งดูแลรกั ษาตางจากเอกสารในกระแสการใช
งาน โดยสวนใหญแ ลว มักไมเ ก็บรักษาไวใ นสำนกั งาน เพราะสิ้นเปลืองพ้ืนที่ และอาจสญู หายได ควรนำไปเกบ็ รักษาไวย งั
ศนู ยเ อกสาร ซง่ึ องคการจัดต้ังข้ึนเอง หรือใชบ รกิ ารจากแหลงภายนอก การดำเนินงานเอกสารกง่ึ กระแสการใชง าน จึงเนน
ท่ีการบริหารศนู ยเอกสาร เพอ่ื ใหเอกสารมีความปลอดภยั เขา ถึงไดต ามความตอ งการ เกบ็ รักษาไวเพ่ือเปนพยานหลกั ฐาน
จนกวาจะสนิ้ สุดกระแสการใชงาน ในบทนจี้ ะกลาวถึงการดำเนินงานเอกสารท่ีอยกู ึ่งกระแสการใชงาน โดยเฉพาะประเดน็
เกยี่ วกบั การบรหิ ารศนู ยเอกสาร และเช่ือมโยงกับแนวปฏบิ ตั ติ ามระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ ฉะนัน้ จึงใชค ำวา
เอกสาร และ หนังสือ แทนกันในบางกรณี
213
เอกสารกึงกระแสการใช้งาน
เอกสารกง่ึ กระแสการใชงาน (Semi current/active records) คอื เอกสารท่ีสิน้ สดุ การดำเนินการตามกิจกรรมโครงการ
แลว หรอื หมดความจำเปน ท่ีตอ งเกบ็ ไวใ นสำนกั งาน แตยังไมสามาถทำลายได ตอ งเกบ็ เอาไวช ว่ั ระยะเวลาหนงึ่ เพอื่
ประโยชนใ นการอางอิง ตรวจสอบทางกฎหมาย, การเงิน, การบรหิ ารงาน หรือการคน ควา วิจยั โดยปกติแลวเอกสารกลมุ น้ี
มักถกู โอนยา ยไปจดั เกบ็ ในศูนยเ อกสาร หรอื อยูน อกพืน้ ท่ีสำนักงาน เพ่อื รอการกำจัดตอไป (IRMT, 1999; Smith, 2007)
เอกสารก่ึงกระแสการใชงาน มีอายกุ ารเก็บทแ่ี ตกตางกนั ตามประเภทหรอื ความสำคญั ของเอกสาร เอกสารบางอยางเม่ือ
ดำเนนิ การเสรจ็ ตามวตั ถุประสงคแลว อาจถูกกำจดั โดยไมตอ งผานระยะกง่ึ กระแสการใชงาน เอกสารใดเกบ็ นานเทาไร
สามารถดไู ดจากตารางกำหนดอายเุ อกสาร (Records retention schedule) ซงึ่ เปน ผลจากการประเมนิ คณุ คาและ
กำหนดเอกสาร
สวนเอกสารหรอื หนังสือราชการของไทย เม่อื ดำเนนิ การ, ส่งั การ จนแลว เสรจ็ ยังไมส ามารถทำลายไดทันทีตองเก็บรกั ษา
เอาไวเปนพยานหลักฐาน ชวั่ ระยะเวลาหน่ึงตามทก่ี ำหนด ระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณฯ กำหนดกรอบกวางๆในการ
กำหนดอายุจัดเก็บเอกสารเอาไววา หนงั สอื ปกติใหเก็บไวไมน อยกวา 10 ปเ วนแตห นงั สอื ดงั ตอไปนี้
● หนังสอื ที่ตองสงวนเปนความลับใหปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ระเบยี บวา ดว ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.
2544 และ ฉบบั ที่2 พ.ศ.2561 หรือ ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี าดว ยการรกั ษาความปลอดภัยแหง ชาติ พ.ศ.
2552
● หนังสอื ท่ีเปน หลักฐานทางอรรถคดีสำนวนของศาล หรอื ของพนักงานสอบสวน หรอื หนงั สืออน่ื ใดท่ีไดม ีกฎหมาย
หรอื ระเบียบแบบแผนกำหนดไวเ ปนพิเศษแลว การเก็บ ใหเ ปน ไปตามกฎหมายและระเบยี บแบบแผนวาดว ยการ
นัน้
● หนงั สอื ที่มคี ุณคา ทางประวตั ศิ าสตรทุกสาขาวิชา และมีคุณคา ตอ การศึกษา คนควา วิจยั ใหเก็บไวเปนหลกั ฐาน
สำคญั ทางประวตั ิศาสตรข องชาตติ ลอดไป หรือตามทสี่ ำนักหอจดหมายเหตแุ หงชาติ กรมศิลปากร กําหนด
● หนังสอื ท่ไี ดป ฏบิ ัตงิ านเสรจ็ ส้นิ แลว และเปน คสู ำเนาทม่ี ีตนเรอื่ ง จะคน ไดจ ากทอ่ี ่นื ใหเ ก็บไวไมนอยกวา 5 ป
● หนงั สอื ที่เปนเร่อื งธรรมดาสามัญซงึ่ ไมมีความสำคญั และเปน เรื่องท่ีเกิดขึ้นเปน ประจำเมือ่ ดำเนนิ การแลว เสรจ็ ให
เก็บไวไ มนอ ยกวา 1 ป
● หนังสือหรือเอกสารเกี่ยวกบั การรับเงิน การจายเงิน หรอื การกอหน้ีผกู พันทางการเงนิ ทไ่ี มเปนหลกั ฐาน/หมด
ความจำเปนในการใชเ ปนหลกั ฐานแหงการกอ , เปลยี่ นแปลง, โอน, สงวน หรือระงบั ซง่ึ สทิ ธิ ในทางการเงนิ เมื่อ
สำนกั งานการตรวจเงินแผน ดินตรวจสอบแลวไมม ีปญหา และไมมีความจำเปน ตองใชป ระกอบการตรวจสอบหรือ
เพือ่ การใดๆ อกี ใหเ กบ็ ไวไ มนอ ยกวา 5 ป
● หนงั สอื เกย่ี วกับการเงิน ซ่งึ เห็นวาไมม ีความจำเปน ตอ งเก็บไวถ ึง 10 ปหรอื 5 ป แลว แตกรณีใหทำความตกลงกบั
กระทรวงการคลงั
214 การจัดการเอกสาร | Records Management
การดําเนินงานเอกสารกงึ กระแสการใชง้ าน ตามระเบียบฯ วา่ ด้วยงานสารบรรณฯ
ระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรีวาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแกไขเพมิ่ เตมิ (ฉบับที่2) พ.ศ.2548 หมวด 3 ไดก ำหนด
เก่ียวกับ การเก็บรักษา ยมื และทำลายหนงั สอื โดยสวนทเี่ ก่ียวของกบั การดำเนินงานเอกสารกง่ึ กระแสการใชง านน้ัน คอื
การเกบ็ การรักษา และการยืมหนงั สอื
การเก็บหนงั สือ
ระเบียบฯ วา ดว ยงานสารบรรณฯ แบง ประเภทการเก็บหนงั สือออกเปน
● การเก็บระหวางปฏิบตั ิ คือ การเกบ็ หนังสอื ทีป่ ฏิบัติยงั ไมเสร็จ
● การเก็บเมอื่ ปฏบิ ัติเสร็จแลว คอื การเก็บหนงั สอื ทปี่ ฏิบตั ิเสรจ็ เรยี บรอยแลว และไมมอี ะไรทจี่ ะตอ งปฏิบตั ิตอไป
อีก
● การเก็บไวเ พอ่ื การตรวจสอบ คือ การเกบ็ หนังสอื ที่ปฏิบัตเิ สร็จเรียบรอ ยแลว แตจำเปน จะตองใชใ นการตรวจสอบ
เปนประจำ ไมสะดวกในการสง ไปเก็บยังหนว ยเก็บของสวนราชการ
ตามความดังกลาว เมือ่ พิจารณาตามหลกั วงจรชีวติ เอกสาร การเก็บระหวา งปฏิบตั ิ คอื การเก็บเอกสารท่ีอยใู นกระแสการใช
งาน ซึง่ ใหอยใู นความรับผดิ ชอบของเจา ของเร่อื ง โดยใหก ำหนดวธิ กี ารเก็บใหเ หมาะสมตามข้นั ตอนของการปฏบิ ัติงาน สว น
การเกบ็ เม่ือปฏบิ ัตเิ สร็จแลว และการเกบ็ ไวเพอ่ื การตรวจสอบ เปนการเก็บเอกสารทอี่ ยูก ึ่งกระแสการใชง าน
1) การเก็บเม่อื ปฏบิ ัติเสร็จแลว ระเบยี บฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ กำหนดใหดำเนนิ การดงั น้ี
ขั้นตอนที่ 1 จัดทำบัญชหี นังสอื สงเกบ็ ใหเ จาของเรอ่ื งจัดทำบัญชีหนังสอื สง เก็บ (ตามแบบท1่ี 9 ทายระเบียบฯ)
เก็บไวอยา งละฉบบั ใหก รอกรายละเอยี ดตา งๆ คือ เลขลำดับเร่ือง, เลขที่หนงั สือแตละฉบบั , วนั เดือนป ของ
หนังสอื , เรือ่ งหรือสรุปเรื่องยอ โดยเฉพาะอายกุ ารเก็บหนังสือ ทง้ั นเ้ี พราะเจาของเรื่องยอมเปนผทู ราบดวี าหนังสือ
ฉบับนั้นมีความสำคญั อยางไรและสมควรเกบ็ ไวนานเพยี งใด หากใหเ ก็บไวตลอดไป ใหล งคำวา “หามทำลาย” และ
หมายเหตุ
ขน้ั ตอนท่ี 2 สง หนงั สือไปยังหนวยเก็บ ซงึ่ บางหนวยงานอาจเรยี กวา ศูนยเ อกสาร ใหเ จา ของเรื่องจัดสง หนงั สอื
และเรอื่ งปฏิบตั ิทง้ั ปวงท่ีเกยี่ วขอ งกับหนังสือน้นั พรอ มท้งั บัญชหี นังสือสง เกบ็ ไปใหห นว ยเก็บที่สว นราชการนน้ั
กำหนด
ขัน้ ตอนที่ 3 ประทบั ตรากำหนดเก็บ เปนการดำเนนิ การโดยหนวยเกบ็ เม่ือไดร บั เร่อื งแลว ใหเจา หนา ทผ่ี รู ับผิด
ชอบในการเกบ็ หนงั สอื ประทับตรากำหนดเกบ็ หนงั สือและลงลายมือชอ่ื ยอ กำกบั ตรา โดย หนังสอื ทตี่ องเก็บไว
ตลอดไป ใหป ระทับตราคำวา “หา มทำลาย” ดวยหมกึ สแี ดง หนงั สอื ที่เกบ็ โดยมีกำหนดเวลา ใหประทับตราตำวา
“เกบ็ ถึง พ.ศ. …” ดวยหมึกสนี ำ้ เงนิ และลงเลขของปพ.ศ.ท่ใี หเ กบ็ ถึง
การดําเนินงานเอกสารกึงกระแสการใชง้ าน 215
ข้ันตอนที่ 4 ลงทะเบียนหนงั สือเก็บ ใหเ จา หนา ท่ีผรู บั ผิดชอบในการเกบ็ หนงั สอื ลงทะเบยี นหนงั สอื เกบ็ (ตามแบบ
ที่ 20 ทา ยระเบียบฯ) ไวเ ปน หลกั ฐานไว กรอกรายละเอยี ดตา งๆ คือ ลำดับเรอื่ งของหนงั สือเกบ็ , วนั เกบ็ , เลข
ทะเบยี นรบั ของหนังสือแตล ะฉบบั , เรอ่ื งหรือสรุปเร่อื งยอ, รหัสแฟม หรอื เลขลำดับหมวดหมูการจัดแฟม เก็บ
หนงั สอื , ระยะเวลาการเกบ็ ตามท่ปี ระทบั ตรา และหมายเหตุ
2) การเกบ็ ไวเ พ่อื ใชในการตรวจสอบ สำหรับหนังสอื ที่ปฏิบัตเิ สรจ็ เรียบรอยแลว แตจ ําเปนจะตอ งใชในการตรวจ
สอบเปน ประจำ ไมส ะดวกในการสงไปเก็บยงั หนว ยเกบ็ ของสว นราชการ ระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ
กำหนดใหเจา ของเร่ืองเกบ็ เปน เอกเทศ โดยแตงตัง้ เจาหนาท่ีขน้ึ รับผิดชอบกไ็ ด เมื่อหมดความจาํ เปน ทจี่ ะตอ งใชใ น
การตรวจสอบแลว ใหจดั สงหนงั สือนั้นไปยงั หนวยเกบ็ ของสวนราชการ โดยดำเนนิ การเชนเดยี วกบั การเกบ็ เมอื่
ปฏิบัตแิ ลว เสรจ็
การรักษาหนังสอื
ระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณฯ กำหนดใหด ำเนนิ การดงั น้ี
● กรณีการเกบ็ หนังสอื ปกติใหเ จา หนาที่ระมัดระวังหนังสอื ใหอ ยใู นสภาพใชร าชการไดทุกโอกาส
● กรณีทีห่ นังสอื ชำรดุ เสียหายใหด ำเนินการตามขนั้ ตอน คือ
○ ตองรีบซอมใหใชร าชการไดเหมือนเดมิ
○ หากชำรดุ เสียหายจนไมสามารถซอมแซมใหค งสภาพเดิมไดให รายงานใหผ ูบังคบั บญั ชาทราบ และ
หมายเหตุไวใ นทะเบียนเก็บ
● กรณหี นังสอื สญู หาย ใหด ำเนนิ การ ดังนี้
○ หนงั สือทัว่ ไปสูญหาย ตองหาสำเนามาแทน
○ เอกสารสทิ ธิตามกฎหมาย หรอื หนงั สอื สำคัญที่เปน การแสดงเอกสารสิทธสิ ูญหาย ใหด ำเนินการแจงความ
ตอพนักงานสอบสวน
นอกจากน้ีในพระราชบัญญตั ิจดหมายเหตุแหงชาติ พ.ศ.2556 ยงั กำหนดไวว า ใหหนว ยงานของรัฐดแู ลรักษาเอกสารทม่ี ี
ลกั ษณะอยางใดอยา งหนึ่ง คอื (1) มคี ุณคาตามวัตถุประสงคของหนวยงานของรัฐนัน้ (2)มีคุณคา ทางประวตั ศิ าสตร (3)มี
คณุ คาเพอ่ื การศึกษา การคน ควา หรอื การวจิ ยั ไวอ ยา งครบถว นสมบรู ณแ ละสามารถตรวจสอบอางองิ ได โดยหนวยงานของ
รฐั ตองจดั ทำรายการ/ตารางการเกบ็ รกั ษาเอกสาร ทม่ี ีขอ มูลอยางนอยประกอบดว ย ประเภทและหมวดหมขู องเอกสาร,
ระยะเวลาการเก็บรกั ษาเอกสาร, วิธกี ารเก็บรกั ษาเอกสาร และสงมอบรายการ/ตาราง ตามหลกั เกณฑแ ละวธิ ีการทอ่ี ธิบดี
กรมศลิ ปากรกำหนดดว ย
การยืมหนงั สอื
เปน ขนั้ ตอนที่เกิดขนึ้ ในระหวางการเกบ็ และการรักษาหนงั สือ ระเบยี บฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ ระบถุ งึ ลักษณะการยมื คอื
(1) การยมื หนังสือระหวางสวนราชการ ผยู มื และผูอนุญาตใหยืมตอ งเปนหวั หนาสว นราชการระดับกองขึน้ ไป หรอื ผทู ไี่ ดร ับ
216 การจัดการเอกสาร | Records Management
มอบหมาย (2) การยืมหนังสือภายในสวนราชการเดียวกนั ผยู มื และผูอนญุ าตใหยืมตองเปนหวั หนาสว นราชการระดบั แผนก
ข้ึนไป หรือผูทไี่ ดรบั มอบหมาย การท่ีบคุ คลภายนอกยืมหนังสือจะกระทำมิได เวน ท่ีจะใหด หู รือคัดลอกหนงั สอื ทง้ั นี้จะตอ ง
ไดร ับอนญุ าตจากหัวหนาสว นราชการระดบั กองข้นึ ไป หรือผไู ดร บั มอบหมายกอน
การยมื หนงั สือที่สงเก็บแลว มีขัน้ ตอนพอสรปุ ไดดงั นี้
1) แจง ความประสงค ผยู มื จะตองแจง ใหท ราบวา เรื่องที่ยืมน้นั จะนำไปใชในราชการใด
2) มอบหลกั ฐานการยืมใหเ จาหนาท่ีหนว ยเกบ็ เม่ือผอู นุญาตใหยมื อนญุ าตแลว ผยู ืมจะตอ งมอบหลกั ฐานการยมื ให
เจา หนา ที่หนวยเก็บ
3) ผูย ืมลงชอ่ื รบั เรื่องทย่ี มื ใหผ ยู มื ลงช่อื รับเรอื่ งท่ียืมไวใ นบตั รยืมหนงั สอื (ตามแบบท่ี 24 ภาคผนวก ข.)
4) รวบรวมหลกั ฐานการยืม ใหเจา หนาทหี่ นว ยเก็บรวบรวมหลักฐานการยมื โดยเรียงลำดับวัน เดือน ป ไวเ พอื่
ติดตามทวงถาม
5) เกบ็ บัตรยืมหนงั สือ ใหเจาหนาทห่ี นว ยเก็บ เกบ็ บตั รยืมหนังสอื ไวแ ทนหนงั สอื ท่ีถูกยมื ไป
สำหรบั การยืมหนงั สอื ทปี่ ฏิบตั ิยงั ไมเสรจ็ หรอื หนังสอื ทเ่ี ก็บไวเพ่อื การตรวจสอบ ใหถ ือปฏิบัติเชนเดยี วกบั การยมื หนงั สอื ที่สง
เกบ็ แลว โดยอนโุ ลม
แนวปฏบิ ตั ติ ามระเบียบฯ น้ี สะทอ นใหเหน็ มมุ มองตอ เอกสารหรือหนังสอื ราชการ วา มีลกั ษณะเปนทรพั ยส ินของราชการ
ซึง่ หนวยงานของรัฐตอ งดแู ลรกั ษาอยางดี ในทำนองเชนเดียวกับพัสดุ คือ มีการเกบ็ การบันทึก การเบิกจาย การยมื การ
ตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหนา ย ตามมาตรา 113 ของพระราชบญั ญัตกิ ารจดั ซอ้ื จัดจา งและบรหิ ารพัสดภุ าครฐั
พ.ศ.2560 ตองระมดั ระวังมิใหช ำรดุ เสยี หาย หรอื สญู หาย และการนำไปใชในกจิ การซึง่ มิใชป ระโยชนข องทางราชการจะ
กระทำมไิ ด
การดําเนินงานเอกสารกงึ กระแสการใช้งาน 217
ภาพ10-1 ข้ันตอนการเกบ็ รกั ษา-การยืมหนังสือราชการ
218 การจัดการเอกสาร | Records Management
ศูนยเ์ อกสาร
กจิ กรรมหรือโครงการท่ีดำเนนิ การจนเสรจ็ ส้นิ แลว ไมม คี วามจำเปนตอ งใชเอกสารตอไป หรือจะมกี น็ านๆครง้ั เอกสารเหลา
น้หี ากเกบ็ ไวในสำนักงานยอ มสน้ิ เปลอื งพ้นื ทจี่ ัดเกบ็ เสี่ยงตอ ความเสยี หายหรอื สญู หาย รวมถึงมตี น ทนุ ในการดแู ลรักษาสงู
จงึ ควรโอนยา ยไปยังพ้นื ที่สว นกลาง หรืออาคารทเ่ี ปนคลงั เก็บ (Repository) มพี ้นื ทเ่ี พียงพอสำหรบั การจัดเกบ็ เอกสารไป
อยางนอยอกี 10 ป ไดร ับการออกแบบมาเพื่อใหมีความปลอดภัย มกี ารใหบ รกิ ารและกำจัดเอกสารอยางเปนระบบ และ
ประหยัดคาใชจา ยในการดูแลรกั ษาเอกสาร ทเ่ี รยี กวา ศูนยเอกสาร (Records center) หรอื ในระเบียบฯ วา ดวยงานสาร
บรรณฯ เรยี กวา “หนว ยเกบ็ ”
การมศี นู ยเ อกสาร ทำใหไ มสน้ิ เปลืองพนื้ ทเ่ี กบ็ เอกสารในสำนักงาน เอกสารไมสูญหาย และสามารถทำลาย หรอื โอนยาย
เอกสารไปยังหอจดหมายเหตุไดอยา งเปนระบบ สำหรบั หนว ยงานของรฐั ในประเทศไทย การมศี ูนยเอกสาร เปน การปฏบิ ตั ิท่ี
สอดคลองตาม พระราชบญั ญตั ิจดหมายเหตแุ หงชาติ พ.ศ.2556 ซง่ึ กำหนดใหห นว ยงานของรัฐตอ งเก็บรกั ษาเอกสาร
ราชการในการปฏบิ ัตงิ านหรอื ในความครอบครองของหนว ยงานของรัฐไวอ ยา งครบถวนสมบูรณ และสามารถตรวจสอบ
อางอิงได กอนจะสง มอบใหหอจดหมายเหตุแหง ชาตติ อ ไป (วิศปตย ชยั ชว ย, 2559)
Zawiyah M. Yusof & Robert W. Chell (2005) อธบิ ายวา ศูนยเ อกสารเปนสวนหน่ึงของแผนงานจดั การเอกสารแบบ
บูรณาการครบวงจร (Unified program) โดยประสทิ ธภิ าพของศูนยเกบ็ เอกสารวดั ไดจ าก
● การทำใหตนทุนการจัดเกบ็ ตำ่ แตม ีพื้นทีเ่ ก็บเอกสารและการใชป ระโยชนสงู
● การควบคมุ และจัดเรียงเอกสารอยางเปนระบบระเบยี บ
● สามารถปฏิบัติตามขนั้ ตอนทก่ี ำหนดไวไ ดอยา งถกู ตอ ง
ประเภท
ศูนยเอกสารแบง ออกเปน 2 ประเภทหลัก คือ
● ศูนยเก็บเอกสารกลางภายในองคการ (In-house) เปนหนาทห่ี น่ึงภายใตแผนงานการจัดการเอกสารขององคก าร
มกี าร กำหนดบคุ คลากร มอบหมายหนาที่ ความรับผดิ ชอบ และมพี ้นื ที่เกบ็ รักษาเอกสาร
● ศูนยรับฝากเอกสารของเอกชน (Commercial/Outsourcing) ปจ จุบนั มบี รษิ ทั เอกชนทใ่ี หบริการรับฝากเอกสาร
ของหนวยงานตางๆ โดยมีพน้ื ทเี่ กบ็ ระบบจัดการ รักษาความปลอดภัย มีบริการรับสง ตามท่ีตกลงกนั ไว
สำหรบั เอกสารดจิ ิทัล ควรเกบ็ ไวใ นคลังเกบ็ กลาง/คลงั เกบ็ ดิจทิ ัล (Central repository/Digital repository) ซง่ึ เปนสว น
หนึง่ ของสถาปต ยกรรมระบบสารสนเทศสำหรับการจดั การเอกสารอิเล็กทรอนิกส (ERM; EDRM) โดยระบบอาจตงั้ อยบู น
เซริ ฟเวอรเครอื ขา ยหลายเคร่อื ง แตผ ูใชส ามารถทำการคนหาแบบรวมศนู ยและจะปรากฏเปน คลงั เก็บสว นกลาง เชน เดยี ว
กับศูนยเก็บเอกสารที่เปนกระดาษ เพ่อื ใหสามารถควบคมุ เอกสารไดต ามวงจรชวี ิตของเอกสาร (Smallwood, 2013) ทำให
การกำกบั ดูแลสารสนเทศ การปฏิบตั ิตามขอ กำหนด และการตอบสนองทางกฎหมาย ถูกตองและงายตอ การปฏบิ ตั ิ อยางไร
การดําเนนิ งานเอกสารกงึ กระแสการใช้งาน 219
ก็ดี บางหนว ยงานอาจมีระบบท่ีอนญุ าตใหเก็บเอกสารดิจิทัลแบบกระจายศนู ย (Decentralized) ทั้งน้ีขึ้นอยกู ับขนาด
โครงสรางและนโยบายของแตละองคการ
นอกจากน้ีเอกสารท่ีอยูก่ึงกระแสการใชง าน อาจเกบ็ รกั ษาไวใ นคลังสถาบัน (Institutional repository: IR) ซึง่ มีหลกั การ
และแนวคดิ พื้นฐานเชน เดยี วกบั ศนู ยเอกสาร กลาวคือเปน ศูนยรวมทรพั ยากรสารสนเทศดิจิทลั ขององคก าร ทั้งท่ีตพี มิ พเผย
แพรแลว (Post-prints), รอตพี ิมพเ ผยแพร (Pre-prints), ไมม กี ารตีพิมพเ ผยแพรห รือตีพมิ พเผยแพรใ นวงจำกัด (Gray
literature) มกี ระบวนการจัดเก็บ ดูแลรักษา ใหบริการ เผยแพรใ หแ กผูใชภ ายในและภายนอกสถาบัน รวมทงั้ การสงวน
รักษาใหคงไวในระยะยาว (Archiving)
เหตทุ ่คี วรนำ IR มาประยกุ ตใชจ ดั การเอกสารดิจิทัล คือ (Awre, Green, Mays & Burg, 2008)
● IR ถกู ออกแบบมาใหจัดการกบั เนื้อหา
● ขอมูลอภพิ นั ธุและความสมั พนั ธ ใน IR จะใหบริบทเอกสารได
● IR ใหโ ครงสรา งทีช่ ว ยจัดระเบยี บเอกสารได
● IR สนบั สนุน ความจริงแท ความครบถว น ความถูกตอ งของเอกสาร
● IR ทำใหเขา ถึงไดร วดเร็วขึน้
วัตถปุ ระสงค์
การจัดต้ังศูนยเกบ็ เอกสารมวี ตั ถุประสงคข องคอื
● เพ่ือประหยัดงบประมาณและเพิ่มประสิทธภิ าพของการจดั เกบ็ คน คืน และกำจัดเอกสารท่ีอยกู ่งึ กระแสการใชง าน
และสนิ้ การแสการใชง านแลว
● เพื่อเปนการรักษาความปลอดภยั ปอ งกันผไู มมีสิทธเิ ขาถึงเอกสาร และอำนวยความสะดวกใหผมู ีสิทธิเขา ถงึ
เอกสารได
● เพอื่ ปกปก รกั ษามใิ หเ อกสารถูกทำลายจากอุบตั ภิ ัยตางๆ
หนา้ ที
ศนู ยเ อกสาร มหี นาที่สำคัญในองคก าร คอื
● ประสานงานกับหนว ยงานผูจดั ทำเอกสาร เพอ่ื โอนยา ยเอกสารตามระยะเวลาทกี่ ำหนดเอาไวใ นตารางกำหนดอายุ
เอกสาร
● เปน ตวั กลางเชอ่ื มตอระหวา งเอกสารท่มี าจากสำนักงาน (Records office) กบั เอกสารทโ่ี อนยายไปเปน
จดหมายเหตุ
● รบั ผดิ ชอบ ดูแลรกั ษาเอกสารกงึ่ กระแสการใชงานตามระยะเวลาทีก่ ำหนดเอาไวใ นตารางกำหนดอายเุ อกสาร
● วางระบบรักษาความปลอดภยั และจัดสภาพแวดลอมที่เหมาะสมกบั เอกสาร
220 การจัดการเอกสาร | Records Management
● จัดหาวัสดุ อปุ กรณสำหรบั การจดั เก็บท่ไี ดม าตรฐาน
● พัฒนาระบบจัดเก็บ คน คนื เอกสาร เพือ่ อำนวยความสะดวกใหก บั ผใู ชเ มือ่ มคี วามตอ งการเขา ถึง
● ใหค วามรู ใหคำปรกึ ษาเกยี่ วกับการโอนยา ย การยืมเอกสาร
ลักษณะ
ศูนยเ อกสารไมว า สำหรบั เอกสารกระดาษหรอื ดจิ ิทัล ควรมลี ักษณะพน้ื ฐาน คือ (IRMT, 1999; Smith, 2007)
1.ปลอดภยั และม่ันคง (Safe & Secure) ศนู ยเอกสารตอ งมีความแนน หนา มนั่ คง ปลอดภัย ซง่ึ ครอบคลุมถึงพ้ืนที่หรือคลงั
เกบ็ เอกสาร, สภาพแวดลอ ม, ความสะอาด และเปนระเบยี บ ตอ งมโี ครงสรางทแี่ ขง็ แรงรองรบั นำ้ หนักไดม าก โดยเฉพาะการ
เกบ็ เอกสารท่ีเปน กระดาษ ซงึ่ ปกตกิ ลอ งบรรจุเอกสารมาตรฐาน 1 กลอ ง ทบ่ี รรจุเอกสารจนเตม็ จะมีนำ้ หนักประมาณ 30
ปอนด การออกแบบและกอสรางจึงคำนงึ ถงึ น้ำหนกั ทอ่ี าคารตอ งแบกรับ ตลอดจนมมี าตรการปองกันทช่ี ัดเจน เพราะโดย
ปกติแลวศนู ยเ อกสารไมเปดเปนสาธารณะใหบคุ คลภายนอกเขาใช ซึง่ ตา งจากหอจดหมายเหตุที่มงุ ใหบริการแกบ ุคคล
ภายนอกดวย
● คลังเกบ็ ผทู ่ีไมไดร ับอนญุ าต หรือไมเก่ียวของ ยอ มไมมีสิทธ์ิเขามายังสวนน้ี ผทู ี่ไดร ับอนุญาตเองก็ตองมกี ารระบตุ วั
ตน แสดงเวลาเขา /ออก ซง่ึ อาจใชร ะบบคียก ารด หรือ RFID การนำเอกสารเขา/ออกแตละครัง้ ตองถกู บันทึกไวเ ปน
หลกั ฐาน ในสว นของเอกสารดิจิทัลก็เชน กนั การเขา ถงึ เอกสารของแตล ะบุคคล ยอมมรี ะดับช้ันของการเขาถึงที่
แตกตา งกัน ตง้ั แตช นั้ ท่วั ไป, ลับ, ลับมาก, ลบั มากท่ีสุด และระบบตองเกบ็ บันทึกการเขา ถงึ ทกุ ครงั้ ในระบบดจิ ทิ ลั
กเ็ ชน เดยี วกัน ตอ งมีการกำหนดสทิ ธิผเู ขาถึง มีรหัสผา น มีการบนั ทกึ การใชงาน
● สภาพแวดลอม ศูนยเ อกสารควรตัง้ อยบู นพืน้ ทป่ี ลอดภยั จากอคั คภี ยั อุทกภยั และภัยธรรมชาตติ างๆ รวมถึงภยั
จากการโจมตที างไซเบอร หรอื ไวรสั คอมพิวเตอร มรี ะบบเตือนภัยอัตโนมัติ หากเปนไปไดค วรเช่อื มตอไปยังหนว ย
รกั ษาความปลอดภัย หรือดับเพลิง โดยตรง เพ่อื ทเ่ี มือ่ เกิดเหตกุ ารณจะไดแกไขไดท นั ทว งที ในสวนของพนกั งาน
เจา หนาทศี่ นู ยเ อกสาร ก็ควรมกี ารซกั ซอมแผนปฏิบตั ิการเมื่อเกิดภยั พิบตั ิอยา งสมำ่ เสมอดวย ควรมีการควบคมุ อุณ
ภมู ิ และความชื้นทเ่ี หมาะสมกบั เอกสารแตละประเภทดังนี้ (Frannks, 2013)
ประเภทเอกสาร อุณหภมู ิ ความชืน้ สมั พทั ธ
กระดาษ 18-21 °C 40-50 %
ฟลม 13-20 °C 30-40 %
สือ่ ดจิ ิทลั คงท่ี 20 °C 30-40 %
2.ความสะอาดและเปน ระเบียบ (Cleeness & Order) ศูนยเ อกสารตอ งมีความสะอาด เพ่อื ปองกนั เอกสารไมไดถ กู รบกวน
หรือทำลายโดย แมลง, สตั วฟนแทะและเชือ้ รา ดงั นนั้ จงึ หา มไมใ หน ำอาหารเขา มารับประทานในพน้ื ท่ี ตลอดจนหามสบู บุหรี่
หรอื ประกอบอาหารซึง่ อาจเกิดประกายไฟได ภายในคลังเก็บตอ งมคี วามเปนระเบียบ กลองจดั เรยี งบนชนั้ อยางถูกตอ ง มี
การดาํ เนนิ งานเอกสารกงึ กระแสการใชง้ าน 221
ปายและเลขประจำแตล ะกลอง ชนั้ อยา งชดั เจน แตล ะปควรมกี ารตรวจสอบวา เอกสารไดอยใู นพน้ื ทอ่ี ยางถูกตองครบถวน
หรอื ไมด วย
3.มีประสิทธิภาพและคุมคา (Efficiency & Economical) ความมปี ระสทิ ธิภาพของศนู ยเอกสาร ดไู ดจากความเปน ระบบ
ระเบยี บ การคน คืนไดอยา งรวดเร็ว เมื่อสน้ิ สดุ อายจุ ดั เก็บกส็ ามารถกำจัดไดต ามข้นั ตอนไดอยางราบรนื่ โดยหลกั การแลว
การเก็บเอกสารไวในศูนยเอกสารมตี นทุนทถ่ี ูกกวาการเก็บไวใ นสำนกั งาน อยางไรก็ดนี ักจดั การเอกสารควรแสดงใหผบู รหิ าร
เห็นวา หลกั การนเ้ี ปนจริง โดยคำนวณใหเ หน็ วา
● ตนทนุ ตอหนวยของการเกบ็ ในศูนยเ อกสารถูกกวา เกบ็ ในสำนักงาน
● จดั เกบ็ เอกสารไดม ากกวา ในสำนกั งาน เม่อื เทยี บอตั ราสว นระหวา งเอกสารหนวยเปน ลูกบาศกเมตรตอ พื้นทตี่ าราง
เมตร
● ใชเวลาในการสบื คน รวดเรว็ กวา เกบ็ เอกสารไวใ นสำนักงาน
● สามารถดแู ลเอกสารสำคัญท่ีสุดในองคการไดดกี วา ปลอดภัยกวา การเก็บไวใ นสำนักงาน ลดความเสีย่ งในการสูญ
เสยี เอกสารได
พืนที
การจดั พ้ืนที่ในศนู ยเ อกสาร ควรจดั สรรพื้นทส่ี วนใหญเปนคลังเก็บเอกสาร สว นท่ีเหลือ คอื สำนกั งาน, สว นสบื คน , พ้ืนที่จดั
เอกสาร, สว นลำเลยี งเอกสาร ดงั ภาพ
ห้องค้นควา้
พืนทีเก็บ สํานกั งาน
พืนทจี ัดเอกสาร
ส่วนลําเลียงเอกสาร
(Loading bay)
ภาพ10-2 แปลนการแบง พ้นื ทีศ่ ูนยเ อกสาร
สำหรบั พืน้ ทเ่ี ก็บเอกสาร อาจใชส ูตรคำนวณ ดังน้ี (สมสรวง พฤตกิ ุล, 2546; Franks, 2013)
จำนวน ปรมิ าณเอกสาร = พื้นทที่ ่ตี องการ
ความสงู เพดาน X 365
222 การจดั การเอกสาร | Records Management
จำนวน ปรมิ าณเอกสาร = ความสูงของเพดานท่ตี อ งการ
พื้นที่ X 365
พน้ื ที่ X ความสงู เพดาน = ความจุทรี่ ับได
กิจกรรมการดาํ เนินงานเอกสารกึงกระแสการใช้งาน
โดยท่วั ไปแลว ศูนยเ อกสาร มกี จิ กรรมการดำเนนิ งานเอกสารกึง่ กระแสการใชง านทสี่ ำคญั คอื (1)การโอนยา ย (2)การรับ
มอบเอกสาร (3)การเกบ็ รกั ษา (4)การใหบริการและเขาถึงเอกสาร
การโอนยา้ ย
เอกสารท่ีสิน้ สุดการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม เม่อื ครบกำหนดอายุตามที่ระบไุ วใ นตารางกำหนดอายุเอกสาร กจ็ ะ
ถูกโอนยา ย (Transfer) จากหนว ยงานที่รับผิดชอบหน่งึ ไปยงั อีกหนว ยงานหน่งึ โดยผานการเห็นชอบจากผูบริหาร การโอน
ยา ยเอกสารมกั เกิดขึ้นใน 3 กรณี คอื (1) หนว ยงานเจา ของเอกสารโอนยายเอกสารมาไวย ังศูนยเอกสาร ซ่ึงปกติแลว ศูนย
เอกสารจะไมร บั โอนยา ยเอกสารทยี่ ังไมครบกำหนดอายุ ยกเวนแตก รณีพเิ ศษเทาน้ัน (2)ศนู ยเอกสารรับฝากและคืนเอกสาร
กลบั ไปยงั หนวยงานเจา ของเอกสาร (3) ศนู ยเอกสารโอนยายเอกสารที่สนิ้ สดุ อายจุ ัดเก็บไปยังหอจดหมายเหตุ
โดยท่วั ไปแลว มีวธิ กี ารโอนยา ยเอกสาร 2 แบบ คือ (Read & Ginn, 2010)
● วิธีการโอนยายแบบตอ เน่อื ง (Perpetual transfer method) คอื การโอนยา ยเอกสารทส่ี ้นิ สดุ การดำเนินการ
แลว หรือนานๆคร้ังจะมกี ารเรยี กใชง าน ทันทีที่สน้ิ สุดอายกุ ารเก็บในสำนักงานตามตารางกำหนดอายุเอกสาร
มายงั ศนู ยเ อกสาร หรอื หอจดหมายเหตุ เชน แฟมประวัตนิ กั ศกึ ษาหลังสำเร็จการศกึ ษา แฟม คดคี วามทตี่ ัดสนิ แลว
โครงการวจิ ยั ท่ีสนิ้ สุด เวชระเบียนทไี่ มมคี วามเคล่อื นไหว แบบแปลนสถาปตยกรรมทสี่ รา งเสรจ็ แลว ในกรณี
เอกสารดิจิทัลที่บนั ทึกในฮารดไดรฟ อาจโอนยายไฟลไ ปเกบ็ ไวใ นเซิรฟเวอร หรอื ระบบคลาวดของศนู ยเ อกสารโดย
อัตโนมตั ิ การโอนยา ยดว ยวธิ ีนจ้ี ะเกิดขนึ้ เปนประจำเมื่อเอกสารส้ินสุดอายุจัดเก็บในสำนักงาน ขอ ดขี องวิธีการน้ี
คือ เอกสารที่มีความสำคัญจะไดร บั การดูแลอยา งทันทว งที แตม ีขอจำกัดคือ ส้ินเปลืองเวลาและทรัพยากร
มากกวาวธิ ีการโอนยา ยตามชวงเวลา
● วธิ ีการโอนยา ยตามชวงเวลา (Periodic transfer method) การโอนยา ยเอกสารทส่ี ้นิ สดุ การดำเนินการแลว
หรือนานๆคร้ังจะมีการเรียกใชง าน จากพื้นที่เกบ็ ในสำนกั งาน มายังศูนยเอกสาร หรอื หอจดหมายเหตุ เปนรอบๆ
ตามชวงเวลา เชน ปล ะ 1 ครงั้ ตามปฏทิ ินทแ่ี ผนงานจดั การเอกสารกำหนด หรือ ราย 6 เดือน ตอ คร้งั ขอ ดีของ
การดําเนนิ งานเอกสารกึงกระแสการใชง้ าน 223
วิธีน้ีคือความสะดวกในการปฏิบัติงานทง้ั เจาของเอกสารเดิม และศูนยเอกสาร ที่ทำงานไดต รงกนั ขอ จำกัดคือ
เอกสารบางอยางหากทิง้ ระยะเวลาไวใ นสำนกั งานอาจเสีย่ งตอ ความเสยี หาย หรอื สูญหายได
ส่งิ ท่ีตองคำนึงถึงเกยี่ วกบั การโอนยา ยเอกสารมายงั ศนู ยเ กบ็ เอกสาร คือ (1)จำนวน/ปริมาณเอกสารท่ีจะจัดเกบ็ หนว ยงาน
ตอ งคำนวณปรมิ าณเอกสารที่จะจัดเก็บไวใ นศนู ยเก็บเอกสารไวล วงหนา เพอื่ การวางแผนการดำเนนิ งาน และเตรียมพ้นื ท่ี
สำหรับจัดเกบ็ เอกสาร ตลอดจนพัสดุครุภัณฑ เซริ ฟเวอร อปุ กรณ เคร่อื งมอื ตา งๆทจี่ ำเปน (2)ประเภทเอกสาร เชน
ภาพถาย แผนผงั ฟล ม กระดาษ ไฟลดจิ ิทลั ซึง่ แตละชนดิ มีวธิ กี ารดูแลรักษาท่แี ตกตา งกนั
เม่ือจะมีการโอนยายเอกสาร นกั จัดการเอกสารอาจจะเขา ไปสำรวจเอกสารท่ีจะโอนยาย และใหค ำแนะนำเก่ียวกับการดแู ล
เอกสารในชวงการโอนยาย การทำบญั ชีโอนยา ยเอกสาร แกห นว ยงานเจา ของเอกสาร หรอื จัดทำคมู ือ แนวทางการโอนยาย
เอกสาร ใหแตละหนวยงานเขา ใจตรงกนั
การโอนยายอาจแบงไดเ ปน 2 ขนั้ ใหญ (Simon Fraser University, 2020; United nation, Archives and records
management section, 2020) คือ
ขน้ั เตรยี มการ
● กำหนดเอกสารท่ีจะโอนยา ย โดยพิจารณาแยกแยะวา สง่ิ ใดเปน บรรณสาร หรอื เอกสาร อยใู นรูปแบบใดบาง อยู
กบั ใครบาง คดั แยกส่งิ ท่ีไมใ ชเ อกสาร (Non-records) เชน แผนพับ โบรชัวร หนังสอื พมิ พ ฯลฯ เพอื่ กำจดั เพราะ
สง่ิ เหลานไี้ มค วรถกู โอนยายไปพรอ มเอกสารโดยเดด็ ขาด
● ตรวจสอบตารางกำหนดอายเุ อกสาร วา มีเอกสารใดถึงกำหนดอายทุ ่ีตอ งโอนยา ย หรือกำจัด ตรวจสอบวาดำเนนิ
การปด แฟมเรียบรอ ยแลว ไมส ามารถนำเอกสารเขา มาเพ่ิมได เพื่อปอ งกนั ระบบนบั อายุแฟม ใหม
● จัดระเบยี บเอกสาร คอื การรวบรวมเอกสารใหเปนชุด (Series) ซึง่ อาจประกอบดวยหลายๆแฟม (File) ภายใน
แฟม มีเอกสารหลายชน้ิ (Item) เอกสารชดุ หนงึ่ อาจมีขนาดใหญห รือเลก็ กไ็ ด ขึน้ อยกู บั กิจกรรมและหนา ทนี่ นั้ ๆ
แลว บรรจุลงกลอ ง หรือจัดระเบียบไฟลใ นโฟลเดอรค อมพิวเตอร โดยควรจดั แฟมที่มีอายทุ ำลายปเดยี วกันในกลอ ง
เดยี วกนั การจดั ระเบียบเปน ชดุ เอกสารน้ี สามารถตรวจสอบไดก บั แบบแผนการจดั หมวดหมูเอกสาร หรือผงั แฟม
ขอมูลขององคก าร
● จดั ทำบญั ชีโอนยา ยเอกสารใหเรียบรอ ย โดยอาจทำเปน แบบฟอรม อัตโนมัติในระบบจัดการเอกสารก็ได ดงั เชน
ตวั อยางในภาพ 10-3
● ยื่นเรอ่ื ง ไปยังศูนยเ อกสาร สวนงานตอ งตรวจความถูกตอ ง ครบถวนของเอกสาร และแฟม ท่ีจะโอนยา ยกอนทุก
ครัง้
ขน้ั ดำเนินการ
เมือ่ เจา หนา ทศี่ นู ยเ อกสารไดรับเรอ่ื งจากหนวยงานเจา ของเอกสาร ก็จะตรวจสอบรายละเอยี ดของคำรองตามบญั ชีโอนยา ย
เอกสารน้ัน วาถกู ตองครบถวนหรือไม โดยเฉพาะเอกสารดิจทิ ัล เชน ตรวจสอบชือ่ โฟลเดอร วาถกู ตอ งตามแนวทางการต้งั
224 การจดั การเอกสาร | Records Management
ชอ่ื หรอื ไม การระบเุ ลขที่กลอง การแนบลิงก ฯลฯ หากพบเห็นขอมลู ทไี่ มถูกตอ งหรือไมค รบถวน กจ็ ะตองแจง หนว ยงาน
เจา ของเอกสารใหท ราบและแกไข หากถูกตอ ง จงึ กำหนดวันโอนยายและรับมอบเอกสารตอ ไป
● บรรจุเอกสารลงกลอ ง เพ่ือการขนสง สศู นู ยเ อกสาร (กรณเี อกสารกระดาษ) ควรปฏบิ ัตดิ ังนี้
○ ใชก ลองมาตรฐาน ขนาดเหมาะสมกับเอกสารแตล ะประเภท การใชกลอ งที่มีขนาดมาตรฐานจะทำให
สะดวกในการวางซอ น บางองคก ารอาจกำหนดใหก ลองท่ีจัดทำขน้ึ สำหรับหนว ยงานโดยเฉพาะ เชน มี
ตราสัญลกั ษณ มบี ารโคด มชี อ งสำหรบั กรอกขอ มูล เปนแบบแผนเดยี วกัน กลอ งเอกสารขนาดมาตรฐาน
มักทำจากกระดาษแขง็ ลูกฟูกและออกแบบมาเพื่อรองรบั เอกสารไดป ระมาณหน่ึงลกู บาศกฟ ตุ (สูง 12 นิ้ว
x กวาง 12 นิว้ ลกึ 12 น้ิว)
○ จัดเรยี งเอกสารใหเปน ระบบ เชน จัดเรยี งตามตัวอกั ษร ตามตวั เลข หรอื ตามป
○ วางแฟมเอกสารในแนวตงั้ ใหเ ปนระเบียบ ไมวางแฟมแนวนอนทับแนวต้ัง เมือ่ เปดกลองสามารถมองเห็น
ชื่อแฟมไดช ดั เจน
○ บรรจเุ อกสารตามขนาดของกลอ ง เหลือเนอื้ ท่ีไวป ระมาณ 2-3 นิว้ เผ่ือสำหรับการนำเอกสารเพม่ิ หรอื ลด
จะทำไดส ะดวก นำ้ หนกั ควรไมเกนิ 11 กิโลกรมั ตอหน่งึ กลอง
○ ไมบรรจเุ อกสารจนแนนไป เพราะเปน อุปสรรคในการคนหาเอกสาร รวมทั้งทำใหอากาศไมไหลเวยี น
อับช้นื เกิดเชื้อราเปนอันตรายแกเอกสาร และไมบ รรจเุ อกสารหลวมไป เพราะจะทำใหเอกสารมวน
และยับได
● ขนยา ย อยางระมดั ระวัง บางหนวยงานอาจเลอื กใชบรกิ ารบริษทั ขนยายสิง่ ของ ซง่ึ มีรถและแรงงานคน
● กำหนดพ้นื ทจ่ี ดั เกบ็ ศูนยเอกสารตองเตรียมจัดพ้นื ที่เก็บ ใหพ อเหมาะกบั การเกบ็ เอกสารของแตล ะหนวยงาน
บางหนวยงานอาจมรี ะบบกำหนดพน้ื ที่ใหโ ดยอัตโนมัติ
● ตรวจสอบความถกู ตอง ศนู ยเอกสารจะตรวจสอบความถูกตองตามบญั ชที ี่แนบมาพรอมกบั เอกสาร หากไมถ กู
ตองควรแจง หนวยงานเจาของเอกสารอยา งเรง ดวน เพอ่ื แกไ ขใหเ รียบรอ ย
การดําเนนิ งานเอกสารกึงกระแสการใช้งาน 225
ภาพ10-3 ตัวอยา งบัญชโี อนยายเอกสาร
การโอนยายเอกสารดจิ ิทัล
การโอนยา ยเอกสารดจิ ิทลั มหี ลกั การเชน เดยี วกบั การโอนยา ยเอกสารรปู แบบกระดาษ ตางแตเพียงข้ันการดำเนนิ การ ทัง้ นี้
ควรมีการสำรวจวา มีเอกสารดจิ ทิ ัลรปู แบบใดบางที่ตองโอนยาย และควรระบเุ อาไวใหช ดั เจนในนโยบายการจดั การเอกสาร
หรือคมู อื การปฏิบตั ิงาน เชน
● ภาพ (Images): นามสกุลตา งๆ เชน Tagged Image File Format (TIFF), Portable Network Graphics
(PNG), Graphics Interchange Format (GIF), Basic Image Interchange Format (BIIF), File Interchange
Format (JFIF, JPEG), Bitmap (.bmp).
● ไฟลขอ มลู และฐานขอ มูล (Data files & Databases): ประกอบดว ยขอ มูลตา งๆ ทั้งตวั เลขและตวั อกั ษร ในรปู
แบบสเปรดชีต (XLS, XSLS, ODX, etc) และไฟลฐานขอมูล (DB, FP7, MDF, MDB)
● ไฟลเว็บ (Web records): ไดแก Hypertext Markup Language (HTML) และรปู แบบอื่นๆ เชน TIFF, PDF ท่ี
ฝง ใน HTML
● อเี มล ท้ังสวนทีเ่ ปนเนื้อความและสิง่ ทแ่ี นบมา (Email attachments)
● ไฟลขอความ (Text-records): เปนตนวา ไฟลโปรแกรมประมวลผลคำ (DOC, DOCX, ODF, ODT, TXT). ไฟลใน
รูปแบบ Portable Document Format (PDF)
226 การจัดการเอกสาร | Records Management
● ไฟลเสียงและภาพเคลื่อนไหว (Non-text records): ไฟลเ สยี งหรือภาพเคลอ่ื นไหวทบ่ี นั ทึกในรูปแบบตา งๆ (MP3,
AVI, WAV, MPEG-4, AAC)
● ไฟลนำเสนอ (Presentation Materials): ไดแ ก สไลดนำเสนองานตา งๆ (PPT, ODP)
● ไฟลส อ่ื สังคมตา งๆ เชน Facebook, Twitter, Flickr, YouTube
การจัดสงเอกสารดิจิทัล อาจทำได 2 แบบใหญๆคอื
1) จดั สงผา นอุปกรณจดั เกบ็ (Storage device) โดยบันทกึ เอกสารดจิ ิทัลไวใน แฟลชไดรฟ , จานบนั ทกึ แบบแข็ง
(HDD), การด ความจำ, จานบนั ทึกออฟตกิ ส (CD, DVD, Blu-Ray) ตา งๆ ท่ีเหมาะสมกบั รปู แบบและปรมิ าณของ
เอกสาร ควรมบี นั ทกึ ระบดุ ว ยวาอปุ กรณแตล ะชนิดน้นั บันทึกเอกสารใดไวบ า ง แลว จึงบรรจกุ ลองกนั กระแทก จดั
สง ไปยงั ศนู ยเ อกสาร
2) จดั สงดว ยวิธีอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (Electronic delivery) ศูนยเอกสารแตล ะแหง อาจใหบรกิ ารจัดสง ดวยวิธี
อเิ ล็กทรอนกิ สใ นหลายชอ งทาง เชน (1)ทางอีเมล ในกรณีเอกสารมีปริมาณนอย หรอื อยูในรปู อีเมล (2)ระบบ
คลาวด โดยทางศูนยเ อกสารจะสรา งโฟลเดอรใ หหนว ยงานเจาของเอกสารอพั โหลดเอกสาร พรอมดวยบัญชโี อน
ยา ยเอกสารข้ึนไวใ นน้ัน (3)โปรโตคอลการโอนยายไฟล (File Transfer Protocol: FTP) มักใชเ พอ่ื จดั การไฟล
จำนวนมาก สามารถจัดการการถา ยโอนไฟลเ ซริ ฟเวอรจ ำนวนมากภายในระบบปด
การโอนยายเอกสารดิจิทัล นักจดั การเอกสารควรรวมมอื กบั นกั คอมพิวเตอรห รือนกั เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการเลือกวิธี
การและอุปกรณท ี่ปลอดภัย เหมาะสมกบั เอกสารดจิ ทิ ลั ขององคก าร โดยคำนึงถึงหลกั ความตอเนื่องทางดจิ ิทลั (Digital
continuity) ท่ีเอกสารดจิ ทิ ัลจะยงั คงความสามารถใชงานในแบบท่ตี องการ ไดนานตราบเทา ที่ผูใชมีความตอ งการได
การรบั มอบเอกสาร
การรับมอบ (Accessions) หมายถงึ การรบั เอาเอกสาร จากหนวยงานเจาของเอกสารเดิม ใหเขามาอยใู นความครอบครอง
ดแู ลของศูนยเ อกสารอยางถูกตอ ง ดวยการจดั ทำหลักฐานควบคุมเอกสารทร่ี บั มอบ (Accessioning) ใน 2 ลักษณะคอื การ
ควบคมุ ทางปญ ญา (Intellectual control) เกยี่ วกับลักษณะเน้อื หาสาระ บรบิ ท และความสัมพันธของเอกสาร และการ
ควบคุมทางกายภาพ (Physical control) เก่ยี วกบั ลักษณะทางกายภาพ หรือสอ่ื บนั ทึก (Medium) ซ่งึ จะเปน ประโยชนต อ
การเขา ถึงเอกสาร (Smith, 2007) การรบั มอบ เปนกระบวนการที่ตอ เนือ่ งจากการโอนยา ยเอกสาร
ศนู ยเ อกสารจะจัดทำทะเบียนรับมอบเอกสาร (Accession register) ซึ่งอาจเปนระบบฐานขอมูล เพอ่ื ใชล งทะเบียนเอกสาร
ท่โี อนยา ยเขามา โดยควรมีขอมลู สวนตางๆดงั ตอ ไปน้ี
1) เลขทะเบียน (Accession number) เปนเลขท่ใี ชส ำหรบั ควบคมุ เอกสารแตละชดุ ท่ีรับมอบมา 1 ชดุ ตอ 1 เลข
2) สถานทจี่ ัดเกบ็
3) แหลงทีม่ า
4) หนว ยงานเจาของเอกสารเดมิ
การดาํ เนินงานเอกสารกึงกระแสการใชง้ าน 227
5) วันท่ีไดร ับ
6) อายุเอกสาร ต้งั แตเ ร่ิมจนจบชดุ
7) ขอบเขตและเน้ือหา
8) ลักษณะทางกายภาพและปรมิ าณ
9) สิทธิเ์ งอ่ื นไขการเขา ถงึ
10) วนั ท่ีบันทกึ ขอมลู
11) ชือ่ ผจู ดั ทำ
เอกสารท่ีสงมาจากหนวยงานตา งๆอาจมคี วามชำรดุ เสยี หาย หรือมสี ภาพท่ียงั ไมพ รอ มจัดเกบ็ ดงั น้ันศูนยเ อกสารควรมกี าร
ตรวจสอบและทำการการสงวนรักษาเอกสารขนั้ ตน โดย ทำการสำรวจเอกสารอยา งครา วๆ (Brief survey) เพื่อดปู ญหาท่ี
อาจเกิดขึ้นกับเอกสารโดยเฉพาะอยางยงิ่ แมลง หนู เช้ือรา ความเปน กรด ถาพบปญ หาดังกลาว ตอ งรีบทำการสงวนรกั ษา
เอกสารเบื้องตน ตามสภาพความเสยี หาย นำเอกสารไปเกบ็ ไวใ นหองเกบ็ เอกสารทมี่ กี ารควบคมุ อณุ หภมู ิ และความชืน้ เพอ่ื
รอการจัดเอกสารตอ ไป
การเก็บรักษาเอกสาร
เอกสารท่ีโอนยา ยและรบั มอบเรยี บรอ ยแลว จะถกู นำไปเกบ็ รกั ษาไวใ นท่ีปลอดภัย และเขาถึงไดเม่อื มีความตองการ โดยตอง
มีการทำฉลากหรอื ปา ยประจำกลองเอกสาร (Labeling boxes) เพ่อื บอกรายละเอยี ดขอมลู เอกสารทบี่ รรจุในกลอ ง ชว ย
ใหการควบคมุ และคน หาเอกสารงา ยและเร็วขึ้น อาจพิมพเปนแบบฟอรม สำหรบั กรอกลงบนตัวกลอ ง หรืออาจจะพิมพเ ปน
ฉลากตดิ ลงบนกลองภายหลงั กไ็ ด ตองมีเลขทะเบียน (Accession number), ชือ่ บุคคลหรอื หนวยงานเจาของเอกสารเดิม
(Agency code), ชดุ เอกสาร, ประเภทเอกสาร, จำนวนเอกสารในกลอง ช่อื แฟมแรกในกลอ งและแฟม สุดทา ยในกลอ ง
(Content/Rang of files), ลำดบั ทกี่ ลอ งจากท้งั หมด (Box number) เชน 1/25 , 7/25, 12/25… กรอกขอ มูลลงบน
พนื้ ที่ท่ีสามารถเห็นไดเดนชดั แมเ มื่อนำไปเก็บ การกรอกขอ มูลควรใชดนิ สอ 4B สวนวสั ดุอน่ื ๆ เชน แกว เทป ใหใชเ คร่ือง
เขียนทเ่ี หมาะสมกับเอกสาร
ศนู ยเ อกสารอาจประยกุ ตใ ชเทคโนโลยี RFID, บารโคด มาใชใ นการบนั ทกึ ขอมลู กลองเอกสาร อำนวยความสะดวกในการ
จดั เกบ็ และคนคนื เอกสารไดตามความเหมาะสม
การจัดพื้นท่ีสำหรับการเกบ็ เอกสารในศนู ยเ อกสาร อาจจดั ในลกั ษณะใดลกั ษณะหนงึ่ ท้งั นขี้ น้ึ อยูกบั ความเหมาะสมตาม
ปรมิ าณเอกสาร และขนาดพน้ื ทขี่ องศนู ยเอกสารแตล ะแหง ดังน้ี (สมสรวง พฤติกลุ , 2546)
● วิธีที่1 รวมเลขประจำแถวและพน้ื ท่ี (Raw-space number method) เปน การกำหนดเลขประจำแถวตามลำดับ
โดยเรมิ่ จาก 01 ในแถวแรก และนบั หมายเลขตอเนื่องไปจนถึงแถวสดุ ทาย และใชร วมกบั เลขประจำพืน้ ทซี่ งึ่ เปน
เลขตำแหนงทเี่ ก็บของกลอ งเอกสาร
● วิธีท่ี 2 รวมเลขประจำแถว ช้ัน และพืน้ ที่ (Raw-unit-sapce method) เปน การกำหนดเลขประจำแถวตามลำดบั
และใชร ว มกับเลขประจำชน้ั และพน้ื ท่ี
228 การจดั การเอกสาร | Records Management
● วิธีที่ 3 รวมเลขประจำแถว ช้ัน ชองชัน้ และพนื้ ท่ี (Raw-unit-Shelf-space method) เปน การกำหนดเลขประจำ
แถวตามลำดบั และใชรวมกบั เลขประจำชนั้ เลขประจำชองชน้ั และพ้ืนท่ี
● วิธีที่ 4 ลำดับซกิ แซก (Sequential zigzag method) เปนการกำหนดหมายเลขช้ันแตละชัน้ จากชองชัน้ ลา งไป
ชองช้นั บนและจากชอ งช้นั บนลงชองช้ันลา ง โดยวนจากซายไปขวา แบบนี้มักใชก บั ศนู ยเอกสารขนาดกลางและ
เลก็
ภาพ10-4 กลองเกบ็ เอกสารและช้นั วางในศนู ยเ ก็บเอกสาร ของธนาคารแหง ประเทศไทย (ที่มา: ผูเ ขียน)
การเกบ็ รกั ษาเอกสารในศนู ยเอกสารนั้น จะสัมพนั ธกับระยะเวลาในตารางกำหนดอายุเอกสาร กลา วคอื
● หากกำหนดใหท ำลายเอกสารเม่อื สน้ิ สดุ อายจุ ดั เก็บในศูนยเอกสาร เอกสารแตละแฟม ในกลองอาจมวี นั ทท่ี ำลายไม
เทากนั ดงั นนั้ ใหใ ชวนั ทขี่ องแฟมท่ีตองทำลายเปน อนั ดบั สดุ ทา ย ไวเ ปน วันทำลายเอกสารของทัง้ กลอ ง
● หากกำหนดใหท บทวนเอกสาร (Review) เมอ่ื สน้ิ สดุ อายุจดั เก็บในศนู ยเอกสาร เอกสารแตละแฟม ในกลองอาจมี
วันท่ีทบทวนไมเ ทากนั ดังน้ันใหใชว ันท่ีของแฟมท่ีตองทบทวนเปน อันดับสดุ ทาย ไวเ ปน วนั ทบทวนเอกสารของทง้ั
กลอง
● หากกำหนดใหโ อนยา ยเอกสารไปยงั หอจดหมายเหตุ เมือ่ ส้ินสดุ อายจุ ัดเก็บในศนู ยเ อกสาร เอกสารแตละแฟมใน
กลอ งอาจมวี ันที่โอนยา ยไมเทา กนั ดังน้ันใหใ ชวันทข่ี องแฟมทต่ี องโอนยา ยเปน อนั ดับสดุ ทา ย ไวเ ปนวนั โอนยา ย
เอกสารของทั้งกลอ ง
การดาํ เนินงานเอกสารกงึ กระแสการใชง้ าน 229
ในแตล ะป ศูนยเ ก็บเอกสารจะตองทำการสำรวจเอกสารประจำป (Inventory) เพ่ือคดั แยกเอกสารทค่ี รบอายุจัดเกบ็ ไป
ทบทวนอายุจดั เก็บ กำจดั หรอื โอนยา ย ตามแตก รณี
การใหบ้ รกิ ารและเข้าถงึ เอกสาร
เมอ่ื เอกสารกึง่ กระแสการใชง านแมจะสนิ้ สุดการปฏบิ ัติไปแลว แตย ังจำเปนตอ งเกบ็ รกั ษาไวเ พ่ือเปน พยานหลักฐาน หรอื ไว
ใชอางองิ ตรวจสอบ จนกวา จะสนิ้ สดุ อายกุ ารจดั เก็บ เอกสารเหลา นี้จึงมโี อกาสถูกเรียกใชไ ดเ สมอ ดังนน้ั เมื่อโอนยายและรับ
มอบมาอยใู นความดูแลของศูนยเ อกสารแลว หนา ที่ประการสำคญั ของศนู ยเอกสาร คอื การใหบ รกิ ารและทำใหผูใชส ามารถ
เขา ถึงเอกสาร (Access) ไดอ ยางสะดวก รวดเรว็ และตรงความตองการ
การใหบ ริการ
ศนู ยเ อกสารในองคก ารบางแหง อาจมรี ะบบสืบคนเอกสารใหบรกิ ารในเวบ็ ไซต หรือ อนิ ทราเน็ต ภายในหนวยงาน ผูใช
สามารถสบื คน เอกสาร ตามกลมุ เอกสาร, แฟม, หนว ยงานเจาของเอกสาร, หรือเรือ่ ง แลวแตเ ครื่องมอื ชวยคน น้นั จะสามารถ
สืบคนไดตามเงื่อนไขใด เม่อื ผูใชท ราบเอกสารทต่ี องการแลว จงึ ทำเรือ่ งขอใชเ อกสาร โดยอาจสง คำรองผา นแบบฟอรม
อัตโนมัตใิ นระบบ, แจงความประสงคผานอเี มล หรือโทรศัพทไปยงั ศูนยเอกสารตามแตก รณี ดงั น้นั บริการสำคญั ของศนู ย
เอกสารคือ การยมื -คืนเอกสาร
เมอื่ ผใู ชต องการเอกสารกระดาษ ศูนยเอกสารจะใหบ ริการแฟมเอกสาร (File level) บางครัง้ กเ็ ปนเอกสารทั้งกลอ ง (Box
level) ซง่ึ ภายในบรรจแุ ฟมเอกสาร การหาเอกสารเรือ่ งหน่ึงๆอาจใชเ วลานาน จากการไลเปดดทู ีละแฟมๆจนกวาจะพบเรอื่ ง
ท่ีตองการ สว นเอกสารดจิ ทิ ลั สามารถนำเอาขอ มูลอภพิ ันธุ มาประยุกตใ ชสำหรับการสืบคน ไดไ มจำกดั เฉพาะแคร ะดับแฟม
เอกสาร แตสามารถใชใ นทกุ ระดบั ไปจนถึงเอกสารแตล ะฉบบั ประสิทธภิ าพของการสบื คน เอกสารดจิ ิทลั นั้น จงึ ขึน้ อยกู บั
การลงรายการขอ มลู อภิพนั ธุ วาใหรายละเอียดมากนอยเพียงใด มีการใชคำศัพทค วบคุม คำสำคัญ หรือศัพทสมั พนั ธ ท่ี
เหมาะสมหรือไม
ในกรณีหนว ยงานของรัฐในประเทศไทย การมศี ูนยเอกสาร นอกจากจะทำหนาทเี่ ปน “หนว ยเก็บ” ตามระเบียบฯ วาดวย
งาน สารบรรณฯแลว ยังสามารถทำหนา ทเ่ี ปน “สถานทต่ี ิดตอเพ่ือขอรับขอ มลู ขาวสารหรอื คำแนะนำในการติดตอกับ
หนวยงานของรฐั ” ตามพระราชบัญญตั ขิ อ มูลขาวสารของราชการ พ.ศ.2540 ไดอ ีกดวย โดยหนว ยงานอาจวางแนวทางการ
ใหบ ริการแกประชาชน อยางถูกตอง ทั่วถงึ และเปนธรรม โดยอาจมแี นวทางคือ
● ผูข อใชแ จง ความประสงคใ ชสทิ ธ์ิขอขอ มูลของรัฐตอหนว ยงานที่รบั ผิดชอบ
● กรอกแบบฟอรม ขอใชบริการ
● สงแบบฟอรมขอใชบ รกิ ารใหหนวยงานของรัฐทปี่ ระสงคจะขอขอมูล อาจสงดว ยตนเอง ทางไปรษณีย โทรสาร
หรือ สง ผานระบบดิจิทลั ตามความเหมาะสม
230 การจัดการเอกสาร | Records Management
● เมอื่ เจา หนา ทร่ี ับเรอื่ งแลว จะตองดำเนินการพจิ ารณาคำรองขอ ตามกฎหมาย ระเบยี บ หลกั เกณฑ ภายในเวลาอัน
สมควรแลว จึงแจงผลการพิจารณาใหผ ขู อขอมลู ทราบ ภายในวนั และเวลาทก่ี ำหนดไว
ภาพ10-5 ตัวอยางแบบขอใชบรกิ ารขอ มูลขาวสารของราชการ สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาผูแทนราษฎร
การที่ประชาชนสามารถเขา ถงึ เอกสารของราชการ ถือวา เปน สทิ ธิขั้นพ้นื ฐานในสังคมประชาธิปไตย ดงั เจตนารมยของ
กฎหมายที่ระบวุ า “ประชาชนจะสามารถแสดงความคดิ เหน็ และใชสทิ ธทิ างการเมืองไดโ ดยถูกตองกบั ความเปน จริง อัน
การดาํ เนนิ งานเอกสารกึงกระแสการใชง้ าน 231
เปนการสง เสริมใหม ีความเปน รฐั บาลโดยประชาชนมากยิ่งขึ้น สมควรกำหนดใหประชาชนมีสิทธไิ ดร ูขอ มูลขาวสารของ
ราชการ”
การเขา ถงึ
เนื่องจากเอกสารเปน ทรพั ยส นิ ที่มีคา ขององคการ การรกั ษาความปลอดภยั สำหรบั เอกสารจึงเปน เรื่องสำคญั ดว ย หลกั การ
เขา ถงึ นน้ั ควรคำนึงถึงการปอ งกนั มใิ หผูไมมีสทิ ธิ หรอื ไมไดร บั อนญุ าตเขา ถึงเอกสารได ขณะเดียวกันกต็ องทำใหผ ูทมี่ ีสิทธิ
หรือไดรบั อนญุ าตสามารถและเขา ถึง และใชเอกสารไดโดยสะดวกเชน กนั
เอกสารและสารสนเทศขององคการ โดยทว่ั ไปแลวจดั ทำขนึ้ ดวยเหตุผลหลกั 3 ประการ คอื
● เหตผุ ลเชงิ ภาระรบั ผิดชอบ ซ่งึ เปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอ บังคบั ตางๆ
● เหตผุ ลเชิงการบริหารงาน หรือทางธุรกจิ ซง่ึ เกดิ จากกระบวนการดำเนนิ การตามหนา ท่ีและกจิ กรรมตา งๆ
● เหตุผลเชงิ สังคม ซง่ึ เกี่ยวกบั ความตองการของผูมสี ว นรว มในองคการ ความจำเปน ในการศกึ ษา คนควา หรือ
ประวตั ศิ าสตรแ ละวัฒนธรรม
องคการจงึ ควรมนี โยบายในการกำหนดผูทสี่ ามารถเขา ถงึ เอกสารได โดยอาจองิ ตามกฎหมาย หรือขอ บงั คับตางๆ เชน พระ
ราชบญั ญัติขอมลู ขาวสารของราชการ พศ.2540 พระราชบัญญตั ิคุมครองขอมลู สวนบุคคล พ.ศ.2562 ระเบียบวา ดวยการ
รกั ษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ. 2544
เอกสารที่เกบ็ ไวที่ศนู ยเ กบ็ เอกสาร ยังคงเปนกรรมสทิ ธข์ิ องหนว ยงานเจาของเอกสาร เอกสารบางแฟม อาจมีช้ันความลับ ท่ี
สงวนไวเ ฉพาะบคุ คลใดบุคคลหนง่ึ ทไี่ ดร ับอนุญาตใหเ ขาถึงเทานน้ั ดงั นัน้ การใหบริการสืบคน เขาถงึ และใชงานเอกสาร ใน
ศูนยเ อกสารจงึ แตกตา งจากหอจดหมายเหตุ ทเ่ี ปดใหค นทัว่ ไปเขามาใชง านได ศูนยเอกสารมกั กำหนดรหสั อนญุ าตเขาถึง
เอกสารเฉพาะ (Unique access authorization code/Customer code) ใหก ับแตล ะแผนก หรือบุคคลทป่ี ระสงคขอใช
งาน เพื่อควบคุมดแู ลไดอยา งรดั กมุ น่ันเอง
การเขา ถงึ มอี ยหู ลายระดบั ตามหนา ท่คี วามรับผิดชอบในระบบเอกสาร (Smith, 2007) คอื
● ผดู แู ลระบบ (System administrator) เปน บคุ คลทดี่ ูแลระบบเอกสารทง้ั ระบบ สามารถกำหนดบทบาทหนา ที่
ของบุคคลในระบบได ควบคุม กำกับ ดูแล การเขาถงึ เอกสารใหเหมาะสมกับความตองการขององคการ
● ผดู ูแลระบบยอย (Local administrator) มีอำนาจ หนาท่ีใกลเคียงกบั ผดู ูแลระบบใหญ หรือนักจัดการเอกสาร
แตจ ำกัดเฉพาะระบบยอ ย หรอื ในบางสวนของผังแฟม ขอ มลู (File plan)
● นักจดั การเอกสาร (Records manager) รับผิดชอบการดำเนินงานระบบเอกสารดจิ ิทลั ในสว นของกระบวนการ
ตา งๆ เชน การกำหนดอาย,ุ การโอนยา ย, กำจัดเอกสาร หรอื รับผดิ ชอบในสว นของการกำหนดขอมูลอภพิ ันธุ ให
กับเอกสาร
232 การจัดการเอกสาร | Records Management
● ผใู ชข ั้นปลาย (End user) เปนผใู ชบ รกิ ารสืบคน เขา ถงึ เอกสารในระบบ ซ่ึงการเขา ถงึ นน้ั อาจจำกัดเฉพาะเอกสาร
ที่เกยี่ วของกบั หนา ทค่ี วามรับผดิ ชอบในองคก ารนัน้ ๆ เชน หัวหนาฝา ยการเงิน สามารถดูโฟลเดอรใ นผังแฟมขอมลู
ชุดเอกสารการเงิน และเปดอา นได แตไ มส ามารถเขาดูหรอื เปดอานโฟลเดอรใ นผังแฟมขอมลู ชุดเอกสารการ
บรหิ ารงานบุคคล ซ่งึ หวั หนาฝายบรหิ ารงานบุคคล รบั ผดิ ชอบได
● ผใู ชร ะดับสงู (Super users) บคุ คลในบางหนว ยท่ีทำงานใกลช ิดกบั นกั จัดการเอกสาร สามารถสรางโฟลเดอรใ น
ระบบไดในบางสว น
● ผจู ดั เก็บเอกสาร (Custodians) ในบางระบบเอกสาร อาจกำหนดผจู ัดเกบ็ เอกสารที่รับผดิ ชอบโดยตรงกับเอกสาร
ในแตละโฟลเดอรโ ดยเฉพาะ ซง่ึ จะสามารถเพิม่ ลบ จดั การไดเ ฉพาะโฟลเดอรน้นั ๆ
ดงั นน้ั แลว แตละองคก ารจำเปน ตอ งกำหนดบทบาท ความรบั ผดิ ชอบในแตละตำแหนงอยางชัดเจน เพ่อื ใหมั่นใจวาสิทธิใน
การเขาถึง ถกู ตอ ง และปอ งกันความผดิ พลาดอันจะเกดิ ข้นึ ตอระบบได
การกำหนดระดบั ชน้ั ของเอกสาร กม็ สี ว นสำคญั ทีท่ ำใหการเขา ถงึ เปนไปตามเง่อื นไข เชน
● เอกสารหวงหาม (Resticted)
● เอกสารปกปด (Confidential)
● เอกสารลับ (Secret)
● เอกสารลับท่สี ดุ (Top secret)
หลกั การทศ่ี ูนยเอกสารควรคำนึงถึงในการใหบรกิ ารคอื การใชงานได (Usability) ซง่ึ ตอ งมีผงั แฟม ขอมูล หรือแบบแผนการ
จดั หมวดหมเู อกสาร เปน หัวใจสำคัญ เพราะผังแฟม ขอมลู ทไี่ มซบั ซอ น ยืดหยุน ชัดเจน มีขอมลู อภพิ ันธุทคี่ รบถว น ยอ มเอ้ือ
ใหผใู ชส ามารถสืบคน เอกสารไดส ะดวกเชนกัน
อาจนำขอ กำหนดความตองการตอ ไปนี้ ไปใชส ำหรับการออกแบบระบบการเขา ถงึ เอกสาร
การดําเนินงานเอกสารกงึ กระแสการใช้งาน 233
ขอ รายการขอกำหนดความตองการ M/HD/D
1 ระบบตอ งมกี ลไกการพสิ ูจนตัวจรงิ (Authentication) ในการเขา ใชระบบและการเขาถงึ เอกสารดิจิทัล เชน การกำหนดผูใช M
และรหสั ผา นเฉพาะ
2 ระบบตอ งสามารถสนบั สนนุ ผใู ชตามบทบาทหนา ทใี่ นระบบ สามารถควบคุมการเขาถึงในแตล ะฟง กช ันได M
3 ระบบตอ งสนบั สนนุ การใชง านในระดบั แผนก, ทมี หรอื บุคคลได D
4 ระบบตอ งมีลำดบั ช้นั การปอ งกนั เอกสาร คือ M
● เอกสารไมห วงหา ม (Unresticted)
● เอกสารหวงหา ม (Resticted)
● เอกสารปกปด (Confidential)
● เอกสารลบั (Secret)
● เอกสารลับทีส่ ดุ (Top secret)
5 ระบบสามารถอนุญาตใหผ ูใชเขา ถึงโฟลเดอร, โฟลเดอรย อ ย และไฟลต ามขอบเขตทผ่ี ใู ชไดรับอนุญาต M
6 ระบบตอ งปองกนั ผใู ชไ มใ หสามารถเขาถึงโฟลเดอร, โฟลเดอรยอย และไฟลท่ไี มไ ดร ับอนุญาต M
7 ระบบสามารถอนญุ าตใหผใู ชสามารถคน หาขอมูลอภิพนั ธขุ องเอกสารไดตามสิทธิในการเขา ถึง HD
8 ระบบตอ งเปนไปตามเง่อื นไขของกฎหมายท่เี ก่ยี วขอ ง HD
9 การแกไ ขสทิ ธกิ ารเขา ถงึ เอกสาร เปน ไปตามอำนาจหนาทขี่ องผูดแู ลระบบ M
10 การควบคุม ดูแล กำหนดวธิ ีการเขา ถึงเอกสาร ใหเ ปนหนา ท่ีของผดู แู ลระบบ M
11 ระบบตองสามารถจัดสรรโฟลเดอรยอ ย ภายใตโฟลเดอรห ลัก ไดอ ยา งถกู ตองเหมาะสม HD
12 ระบบตอ งสามารถปรบั ปรุง (Upgrading) ระดับชั้นการปอ งกนั เอกสารไดโดยอัตโนมตั ิ เม่ือเกิดการเปลีย่ นแปลงใน M
ระดบั บนสดุ ตามผังแฟม ขอมูล
13 ระบบตอ งสามารถแจง เตอื นักจัดการเอกสารกอนเกิดการเปลีย่ นแปลงใดๆ เก่ยี วกบั การเขา ถึงเอกสาร HD
*M-Mandatory (จำเปน ตอ งมี), HD-Highly desirable (ควรมีอยางมาก), D-Desirable (ควรม)ี
ภาพ10-6 ขอกำหนดความตอ งการเขา ถงึ เอกสาร (Requirement for access) ในระบบเอกสารดิจิทลั (ปรับปรุงจาก
Smith, 2007)
234 การจดั การเอกสาร | Records Management
สรุป
เอกสารกึ่งกระแสการใชง าน เปน ทรพั ยากรสารสนเทศขององคการ ที่ตองอาศัยการบรหิ ารจัดการจึงจะกอใหเกิดประโยชน
สงู สุดหวั ใจสำคัญของการดำเนินงานเอกสารก่ึงกระแสการใชง านคือ การบรหิ ารศนู ยเอกสารหรือคลงั เก็บ ท่ีเอกสารจะไดรับ
การปกปองอยางเหมาะสม สามารถเขาถึงเรื่องท่ีถกู ตอ ง ในรปู แบบที่ถูกตอง โดยผูใชท ถี่ ูกตอ ง ในเวลาทถ่ี กู ตอ ง เพราะฉะน้นั
การบริหารศนู ยเอกสาร คอื การเปลี่ยนจากตนทุนดานบคุ ลากร มาเปน ตน ทนุ ดานสถานท่ี (From staff cost to space
cost) ซงึ่ ประหยดั และปลอดภัยกวา
ในทางกลับกันหากเอกสารไมไ ดรบั การดูแลอยา งเหมาะสม ก็จะกลายเปน ภาระหรอื ตนทนุ ทห่ี นวยงานตอ งแบกรบั ในบาง
หนวยงานท่ีไมมศี นู ยเ อกสาร หรือไมไดป ฏบิ ัติตามระเบียบ และหลักวชิ า มกั นำเอาเอกสารไปซกุ เก็บไวต ามทตี่ า งๆ เชน
พนื้ ท่ีใตบ นั ได, หองเกบ็ ของเกา, ใตถ นุ ตกึ ซ่ึงเมอ่ื เกดิ ความตอ งการใชก็มักจะหาไมพบ กอใหเ กิดความเสียหายในการปฏบิ ัติ
งาน แมก ระท่งั เอกสารสำคญั ทส่ี ุดในองคการ หรือเอกสารประวตั ิศาสตร กจ็ ะไมไ ดรบั การโอนยายไปเกบ็ รักษาอยางถาวรไว
ในหอจดหมายเหตุ กลายเปนผล กระทบตอเน่อื ง
ในปจ จบุ นั หลายหนว ยงานท้ังภาครัฐและเอกชน ใหความสนใจในการจัดตง้ั หอจดหมายเหตุ เพอื่ เก็บรักษาประวตั แิ ละ
แสดงออกถงึ ความภาคภมู ใิ จในเกียรตภิ มู ิของหนวยงาน แตก็มักพบวาไมสามารถโอนยา ยเอกสารไดอ ยา งครบถว นสมบูรณ
ท้งั นก้ี ม็ าจากปญ หาสำคญั คือไมม ีการดำเนินงานเอกสารก่งึ กระแสการใชง านทด่ี ีพอนนั่ เอง แนวคิดการจัดการเอกสารในยคุ
ใหมจงึ มักผนวกรวมศูนยเ อกสารและหอจดหมายเหตเุ ขาไวด วยกัน เปน สว นหนึง่ ของแผนงานจัดการเอกสารแบบบูรณาการ
ครบวงจร ซึ่งจะทำใหสามารถโอนยา ยและรับมอบเอกสารจากระยะกึ่งกระแสการใชงานไปสูระยะสิ้นกระแสการใชง านได
อยา งตอ เน่ือง ทัง้ นข้ี อ สำคัญอกี ประการหนง่ึ คอื ตอ งมกี ารใหค วามรู ฝกอบรมผูปฏบิ ัติงานทเี่ กย่ี วขอ งกับเอกสารทกุ ระดับ ให
มีความเขา ใจ และสามารถดำเนินงานเอกสารในสว นท่ตี นเองรบั ผิดชอบไดอยางถูกตองดว ย
คําถามทบทวนท้ายบท
● เอกสารกงึ่ กระแสการใชง านแตกตา งจากเอกสารในกระแสการใชง านอยา งไร
● ในแงก ารบริหารทรัพยากร ทำไมองคก ารจงึ ควรมีศูนยเ อกสาร
การดาํ เนนิ งานเอกสารกงึ กระแสการใชง้ าน 235