The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Good records management helps organizations to manage their information more efficiently in the face of rapidly changing technologies.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phanupongli, 2022-04-02 04:07:51

การจัดการเอกสาร หลักการและแนวปฏิบัติในอค์กรยุคดิจิทัล

Good records management helps organizations to manage their information more efficiently in the face of rapidly changing technologies.

Keywords: การจัดการเอกสาร

ภาพ9-1 ขัน้ ตอนการจัดทำหนังสอื ราชการ

เหน็ ไดว า การจดั ทำหนังสือราชการแตล ะฉบบั น้นั มขี ้ันตอนอยไู มนอ ย จนทำใหมักไดรับการวิจารณวาราชการทำงานลา ชา
เหตุท่ีเปนเชนน้ีเพราะมมุ มองของราชการตอหนงั สือราชการนน้ั แทบไมต า งจากทรัพยส นิ ของราชการทเี่ ปนวสั ดุ ครุภณั ฑ ซึง่
ตอ งมกี ารลงทะเบียนคุมทรัพยสนิ มีขัน้ ตอนปฏิบตั ิเก่ียวกบั การยมื เก็บรักษา การทำลาย อยางรัดกุมมาก เพราะฉะนน้ั
หนว ยงานของรฐั จงึ ควรพิจารณาอยา งรอบคอบกอนจดั ทำเอกสารวา ขอมลู สารสนเทศใด จำเปนตองจัดทำเปน หนงั สือ
ราชการ หรอื แมแตเมื่อตดั สนิ ใจวาจะจัดทำเปน หนงั สือราชการแลว ก็ตอ งมาพิจารณาวา ควรใชแบบเอกสารประเภทใด โดย
เฉพาะหนังสือทมี่ ลี ักษณะเปน แบบพิธี คือ หนังสือภายใน และภายนอก ซ่งึ หวั หนาสวนราชการระดับกรมขึน้ ไป หรือผูวา
ราชการจงั หวัด เปนผลู งนาม ทป่ี จ จบุ ันหลายหนวยงานมไิ ดป ฏิบัติตามอยางเครง ครัด บางครัง้ พบวา หัวหนาหนว ยงานระดบั
กอง หรอื แมแ ตพนกั งานเจา หนาที่ระดับปฏบิ ัติ เปน ผูลงนามเองกม็ ี

ในทรรศนะของผูเขียนเหน็ วา หนงั สอื ราชการโดยเฉพาะหนังสอื ที่มลี ักษณะเปนแบบพธิ ี ไมค วรจดั ทำอยา งพร่ำเพร่อื เกนิ
ความจำเปน และมิใชวาขอ มลู ทกุ อยา งหรือทุกเร่อื ง ตอ งทำบนั ทึกไวเ ปนหนังสอื ราชการ บางอยางควรเปน แคบ รรณสารท่ี
ไมต อ งลงทะเบียน เม่ือใชง านเสร็จกก็ ำจัดไดท นั ที เพราะเมือ่ ใดก็ตามท่ีหนวยงานของรัฐจดั ทำหนังสอื ราชการข้นึ ยอ มตอง
ตามมาดวยการดูแลรกั ษาเชนเดียวกับทรพั ยส นิ ของราชการอยางเครง ครัด ตามขอ 61 แหงตามระเบียบฯ วา ดวยงานสาร
บรรณฯ ระบุวา เจาหนา ทตี่ องระมดั ระวังรักษาหนังสอื ใหอยใู นสภาพใชราชการไดท ุกโอกาส หากชำรุดเสียหายตอ งรบี ซอม
ใหใชราชการไดเหมอื นเดิม หากสูญหายตอ งหาสำเนามาแทน ถา ชำรุดเสียหายไมส ามารถซอ มแซมได ตองรายงานผูบังคญั
บัญชา ถา หนังสือสำคญั ที่เปน การแสดงเอกสารสิทธิ หรือเอกสารสิทธติ ามกฎหมายสูญหาย ตองดำเนินการแจงความตอ
พนักงานสอบสวน

186 การจัดการเอกสาร | Records Management

การเขยี นหนงั สือราชการ

การเขียนหนงั สือราชการ หรือเอกสารตางๆ ควรยึดหลักการดงั ตอไปน้ี

● ความชดั เจน เน้ือหาสาระตอ งอานแลวเขาใจไดท นั ทีวา มจี ดุ มุงหมายอยา งไร ขอความไมกำกวม วกวน หรือ
คลุมเครือ ซ่ึงจะทำใหเขาใจผดิ ได

● ความสัมพนั ธเชื่อมโยง ขอ ความแตล ะประโยค แตล ะวรรค ควรดำเนนิ ตามลำดับตอเนอ่ื งกัน เปนเหตเุ ปน ผลอาน
แลวจบั ใจความไดง า ย

● ความถกู ตอ ง ควรถูกตองทงั้ ประเภท รปู แบบ เน้อื หา หลักภาษา ใชภาษาทางการไมใชภาษาพดู
● ความสละสลวย ใชถอ ยคำสภุ าพ อา นแลวไมกระทบกระเทอื นใจ ทำลายจิตใจ หรอื ทำใหผูอา นหมดกำลังใจ พิมพ

อยางสะอาด เรยี บรอ ย สวยงาม

แนวทางการเขยี นหนงั สือราชการลักษณะตางๆ

● ขอความรว มมือ มแี นวทางการเขยี น ดังน้ี
○ แจงวตั ถุประสงคใหชดั เจน
○ ใหเ หตุผลในการขอความรว มมือ
○ ชคี้ วามสำคญั ของผูรับและระบุประโยชนท่จี ะไดร ับจากความรว มมอื น้นั
○ แสดงความหวังและขอบคณุ ทจ่ี ะไดรับความรว มมอื

● ตอบรบั เปนการตอบรับเอกสาร การเชิญ การนัดหมาย หรือขอ ตกลงตา งๆ ควรตอบทันที เพือ่ แสดงความสภุ าพ
หลีกเลี่ยงความเขา ใจผดิ และ/หรอื เปนหลักฐานดวย แนวทางการเขยี นมดี งั น้ี
○ ไดรับอะไร จำนวนเทา ไร
○ ขอบคณุ ในกรณีทไ่ี ดร บั สงิ่ ที่เปน ประโยชน
○ แสดงความเต็มใจทจ่ี ะชวยเหลือ เมอื่ ไดรบั เชญิ หรือนดั หมาย

● ตอบปฏิเสธ ไมควรปฏิเสธทนั ทที ่เี ร่มิ ตน แนวการเขียนมีดงั นี้
○ แสดงความชืน่ ชม และช้คี ณุ คา ของความรว มมอื นนั้
○ ใหเ หตผุ ลอยา งชัดเจนถงึ สาเหตุทตี่ อ งปฏเิ สธ
○ ใหค วามหวงั วาจะรวมมอื ในโอกาสตอไป

● ตอบขอ สอบถาม มีแนวการเขยี นมดี ังน้ี
○ ใหรายละเอยี ดครอบคลุมทุกเรื่องท่ผี ถู ามตองการใหมากทสี่ ดุ เทาทีจ่ ะทำได
○ ถารายละเอียดบางสว นไมสามารถหาใหไ ด ก็ควรแสดงความเสยี ใจและรบั รองวาจะจัดหาใหโดยดว น
หรอื โดยเร็วตอไป หรอื แนะนำใหเขาไปหาจากแหลง อน่ื
○ ถา ปฏิเสธไมได ไมควรตอบโพลง ๆ ทือ่ ๆ แตค วรใหเ หตุผลท่ีสละสลวย
○ แสดงไมตรจี ติ ตอผถู าม โดยเอาใจชวยใหการดำเนนิ งานของผถู ามประสบความสำเรจ็ และพรอ มทจ่ี ะให
คำแนะนำหรอื ขอ ชี้แจงในโอกาสตอ ไป

การดาํ เนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 187

● เชิญ มแี นวการเขียนมดี ังน้ี
○ แจงวัตถุประสงคข องการเชิญอยา งชัดเจน
○ ใหความสำคัญแกผถู ูกเชญิ
○ ใหร ายละเอยี ดอยา งครบถว นวา ใหผูร บั จะทำอะไร ทีไ่ หน เม่อื ใด
○ แสดงความหวังและความขอบคณุ ในการรับเชญิ ของผูรบั

● นำสง มีแนวการเขยี นมดี ังนี
○ สงอะไรไปให จำนวนเทา ใด
○ ตองการใหผรู ับปฏบิ ัติอยา งไร

การจบั เก็บเอกสาร

เม่อื เอกสารจดั ทำข้ึนหรอื รบั ไว ข้ันตอนสำคัญตอ ไปคอื การจับเก็บเอกสาร (Records capture) โดยทั่วไปแลว คำวา
“Capture” หมายถงึ การจบั กมุ ; การยดึ ; จับใหอยูในรปู แบบถาวร; เกบ็ (ขอ มลู ); จับ(ภาพ) แตในวิชาการจดั การเอกสาร
คำนม้ี ีความหมายแตกตา งจากศพั ทท ัว่ ไป กลาวคือ หมายถึง การนำเอาเอกสารทจ่ี ัดทำขน้ึ หรอื รับไว ไปไวยังทมี่ นั่ คง
ปลอดภยั และมปี ระสิทธภิ าพ ซ่งึ ในทนี่ ้ีกค็ ือในระบบจดั การเอกสาร (RMS) เพอื่ ใหสามารถควบคมุ ดูแลและทำใหเ ขาถงึ ได ถา
เปนเอกสารกระดาษ คือ การลงทะเบียนและบรรจุเอกสารลงในแฟม ใหเรียบรอย ตลอดจนรวบรวมเปนกลมุ หรอื ชุดอยา ง
ถกู ตอ งตามแบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร ถาเปน เอกสารดจิ ิทัล คอื การใชค ำสง่ั บันทกึ ไฟล (save) ไวในระบบจดั การ
เอกสารดิจทิ ลั โดยไมเผลอลบท้งิ หรือบันทกึ ทับไฟลเ ดิม (Shepherd & Yeo, 2003; Franks, 2018)

เนื่องจากปจจุบนั ยงั ไมมีคำศัพทภ าษาไทยทม่ี ีความหมายตรงกบั คำวา “Capture” ในสาขาวิชาการเอกสาร ดังน้ันผเู ขยี นจงึ
จะใชคำวา “จบั เก็บ” เปนศพั ทบ ัญญตั ิภาษาไทย เพอ่ื หลีกเล่ยี งการทบั ศพั ทไปพลางกอนจะมกี ารบญั ญัติศพั ทอ ยา งเปน
ทางการโดยองคการทางวชิ าการ เชน สำนักงานราชบัณฑติ ยสภา ทั้งนี้ผเู ขยี นนำคำวา “จบั ” และ “เก็บ” ซึง่ เปนคำทตี่ รง
กับความหมายโดยทัว่ ไปของCapture มาประกอบกนั ขึ้นเพอื่ แสดงนยั ความหมายวา เปนการ“จบั ”เอาเอกสารเขา มา“เกบ็ ”
ยังระบบการจัดการเอกสารซง่ึ อาจเปนแบบด้ังเดมิ หรือแบบดจิ ทิ ลั ก็ได

การจบั เกบ็ เอกสารในระบบราชการไทย อาจเทียบไดก บั การรับ-สง และการลงทะเบยี นหนงั สอื ราชการ ตามระเบยี บฯ สาร
บรรณฯ ซึง่ เปน การนำเอกสารเขา สูระบบงานสารบรรณ และควบคมุ ดว ยการบันทึกรายการขอ มลู เกย่ี วกบั เอกสาร การ
ดำเนนิ การ ตลอดจนการใชเอกสารนน้ั

การจับเกบ็ เอกสารมีเปาหมายสำคัญ คือ

● เพื่อกำหนดความสมั พันธระหวางเอกสาร กับผูจัดทำและบริบททางธุรกิจ (Business context) ทท่ี ำใหเกิด
เอกสารนนั้ ขนึ้

● จัดวางเอกสารและความสัมพนั ธของเอกสารไวในระบบจัดการเอกสาร
● เชื่อมโยงเอกสารและความสมั พนั ธเขากบั เอกสารในกลมุ อื่นๆ

188 การจัดการเอกสาร | Records Management

● กำหนดขอ มลู อภิพันธุ เพอ่ื ประโยชนในการบรหิ ารจัดการเอกสาร

หลักการจับเกบ็ เอกสาร

นกั วชิ าการบางทา น (Shepherd & Yeo, 2003; Franks, 2018) มแี นวคิดวา เอกสารขององคการไมวา จะอยใู นรูปแบบ
หรอื ลักษณะใดกต็ าม ควรถูกนำเขาไวในระบบ เปาหมายของการนำเขา สูระบบนน้ั กเ็ พอ่ื ทำใหเกิดความเชื่อมโยงกันระหวา ง
เอกสารกบั ผจู ดั ทำ และบริบทขององคก ารน้ัน ตลอดจนเชือ่ มโยงไปสูเอกสารกลุมอื่นๆ สารสนเทศในองคการทถ่ี อื วาเปน
เอกสารตอ งถูกจับเก็บเขาสรู ะบบแลวเทานั้น สวนทไ่ี มไดน ำเขา ไวใ นระบบเปน เพยี งบรรณสาร หรอื ขอมลู ขา วสารทว่ั ไป
ดงั น้ันการจดั เอกสารใหป ระสบความสำเร็จ จำเปนตอ งจับเก็บเอกสารเขาสรู ะบบจดั การเอกสารเสยี กอ น

ตาราง9.2 ตวั อยา งการจบั เกบ็ เอกสาร

ระบบกระดาษ ระบบดจิ ทิ ัล

พิมพจ ากคอมพวิ เตอรมาใสแ ฟม กลอ ง หรอื ชน้ั ลงทะเบียนเอกสารในระบบจัดการเอกสาร
ใชบ รกิ ารระบบคลาวด เพือ่ เก็บ

ทำสำเนาจากตนฉบับ แลว จดั เก็บในแฟม กลอ ง หรอื ระบบบันทกึ ขอ มูลโดยอัตโนมตั เิ ม่อื นำเอกสารเขา
ชนั้ ใช web crawler

รับฉบับสำเนา คูสัญญา มาเก็บไวในหอ งกนั ไฟ สแกน หรือแปลงใหเ ปนดจิ ทิ ลั เพอื่ เก็บในระบบใชเ คร่อื งมอื
ตา งๆจาก google

การจบั เก็บเอกสาร ควรยดึ หลกั ตอไปนี้

● ความเปน ระบบ: การจบั เกบ็ ควรถูกออกแบบไวตงั้ แตต นในระบบเอกสาร โดยวเิ คราะหวา ในงานประจำใดๆจะ
ตอ งเกิดเอกสารอะไรบา ง เอกสารทเี่ กดิ ขึ้นจากการออกแบบระบบนจ้ี ะถูกจับเกบ็ ทนั ที และควรกำหนดหมวดหมู
ใหกบั เอกสารตามแบบแผนการจดั หมวดหมเู อกสารทอ่ี อกแบบไวแลว บางครั้ง การจัดทำ, จบั เก็บ, จัดหมวดหมู
อาจกระทำไปพรอมๆกนั ได

● ความรวดเรว็ : การตัดสินใจวา เอกสารใดควรจับเก็บ ควรทำทันทีหลงั จากจดั ทำหรอื รับเอกสารไว อยางนอยทนั ที
ท่กี ิจกรรมเสร็จสมบูรณ ไมค วรผลดั หรือเล่ือนเวลา เพราะถาหากตดั สนิ ใจชาอาจเกิดความเสีย่ งกับเอกสารแทน

● ความงาย: การจบั เกบ็ ควรทำใหง าย ไมซบั ซอนยงุ ยาก ควรลดเวลาและลดภาระทต่ี อ งอทุ ิศในการจับเกบ็ เอกสาร
โดยอาจใชร ะบบอัตโนมตั เิ พ่ือลดโอกาสในความผดิ พลาดของมนษุ ย เชน การลงทะเบยี นเร่อื ง/แฟม เมื่อมกี จิ กรรม
ใหม ระบบควรกำหนดใหโดยอยภู ายใตชดุ เอกสารตามแบบแผนการจดั หมวดหมูเอกสาร ใหเลขรหสั ดรรชนี ตดิ
ฉลาก (Label) ประจำแฟม โดยอตั โนมตั ิ

การดําเนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใชง้ าน 189

ในอดตี หลายหนว ยงานใชร ะบบสารบรรณกลาง (Central mailrooms) คัดแยกเอกสาร/บรรณสารสวนตัวกบั ของหนวย
งาน สง ใหกบั แตละงาน/บคุ คล ปจ จุบันหลายหนว ยงานยกเลกิ งานคัดแยกกลาง และพัฒนาแยกไปตามแตล ะหนว ยธรุ กจิ ,
กลมุ งาน, บุคคล การเตบิ โตของจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกสแ ละเอกสารดจิ ิทลั ทำใหเกดิ การกระจายการจัดการจากศูนยกลาง
ออกไป องคก ารจึงจำเปนตอ งมีนโยบายวา จะนำเอกสารใดบา งเขาสรู ะบบจัดการเอกสาร เพ่ือใหต อบสนองความตอ งการ
สนบั สนนุ หนา ท่ี กฎหมาย หรือความคาดหวงั ของผมู ีสวนเกย่ี วของ การจบั เกบ็ เอกสารยงั สมั พันธก บั ระยะเวลาทต่ี องเก็บ
และเกณฑก ารประเมินเอกสาร ซึ่งทำใหต ัดสินใจไดว าเอกสารใดตอ งนำเขา หรอื หลีกเลย่ี งการนำเขาเอกสารทเี่ กินความ
จำเปน หรอื ทำลายเอกสารกอ นกำหนด

เน่อื งจากการจดั ทำและจับเก็บเอกสารเปนงานทที่ กุ คนในองคการรวมถึงนอกองคก ารตางมีสวนรว มทง้ั ส้นิ ดงั นน้ั องคก าร
ควรจดั เตรยี มสง่ิ สนับสนุนพ้นื ฐานเหลา นใ้ี หพ รอ ม

● นโยบาย, ข้นั ตอน, แนวทาง
● ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศทมี่ ีประสิทธภิ าพ
● การกำกบั การปฏบิ ัติตามหลกั การจัดการเอกสาร
● การฝกอบรมผปู ฏบิ ตั งิ าน

ขอ้ ควรพิจารณาในการจับเก็บเอกสาร

● สารสนเทศบางอยางควรทำลายกอนนำเขาสู RMS เชน ฉบบั ราง (Draft), อีเมลขยะ (Junk mail)
● เอกสารฉบบั รางบางอยา งกค็ วรเกบ็ ไว เชน เอกสารการประชุม เอกสารการกำหนดนโยบาย ทก่ี วา จะเปน ฉบบั

สมบรู ณ (Final version) ซง่ึ อาจแสดงใหเห็นถึงหลกั ฐาน การพัฒนาโดยผูมีสวนเก่ียวขอ งหรอื แสดงขนั้ ตอนสำคญั
ของการทำงาน
● ควรเก็บรา งการทำงาน (Working draft), รางความเหน็ ชอบ (Approval draft), ฉบับสมบรู ณ ทง้ั หมดรวมกนั แต
ตอ งมีการควบคมุ เวอรช ่นั เอกสาร (Version control) ดว ย
● เกบ็ ฉบบั สำเนา (Copy) ไวเปน หลกั ฐานของการสงออก
● เก็บฉบับสำเนาคูฉ บบั สำหรับเอกสารทางกฎหมาย

การเลอื กสือสําหรบั การจับเกบ็ เอกสาร

เอกสารขององคก ารนั้นบนั ทึกอยใู นหลายรปู แบบ มีท้ังทเี่ ปน กระดาษและดิจิทัล การตัดสนิ ใจวา เอกสารทนี่ ำเขา สรู ะบบงาน
สารบรรณ หรือ RMS ควรบนั ทกึ ดว ยสื่อชนิดใดนัน้ ขน้ึ อยกู ับวาองคการมรี ะบบการจัดการเอกสารแบบใด กลา วคอื

● การจดั การเอกสารในระบบกระดาษ ควรนำเขาฉบบั จริงและสำเนาเปน กระดาษ ลบฉบบั สำเนาดจิ ทิ ัล ยกเวนจะ
เกบ็ ไวเ ปนแมแ บบ

● การจัดการเอกสารในระบบดจิ ทิ ลั ทมี่ ีบางข้นั ตอนดำเนินงานบนกระดาษ เชน การสงจดหมายไปยังภายนอก
องคก าร ควรเก็บสำเนาไวเ ปนดิจทิ ัล

190 การจัดการเอกสาร | Records Management

● การจดั การเอกสารในระบบผสม ทม่ี ีการดำเนินงานท้ังแบบกระดาษและดจิ ิทลั อาจนำเขา ไวท้งั สองแบบ แตถ า เปน
ไปไดเอกสารท่ีมเี พียงข้ันตอนเดยี ว ควรเก็บเพียงส่อื เดยี ว เทา นน้ั เชน เอกสารตอบรับ ควรเกบ็ เปนกระดาษหรือ
ไฟลแสกน อยางใดอยา งหน่ึง

● สารสนเทศ สิง่ พิมพภ ายนอกหรอื หนงั สอื อา งองิ ควรเกบ็ ไวใ นระบบหองสมุดไมจำเปนตองนำเขา ระบบ RMS
ยกเวนเกีย่ วขอ งกบั การเก็บไวเ ปนพยานหลกั ฐาน หรือเก่ียวกับกิจกรรมบางอยา งโดยเฉพาะ

การตงั ชอื เอกสารและแฟม

การตัง้ ชือ่ เอกสารและแฟม นอกจากจะทำใหแ ยกแยะเอกสารแตล ะชิ้น/ชุด ไดแลว ยงั เปน ประโยชนต อการสืบคนในระบบ
RMS อกี ดว ย โดยแนวทางการตงั้ ชอื่ เอกสารและแฟม มีดงั น้ี

● ช่อื ตองมีความหมาย ส้นั กระชับและเปน คำสำคญั (Keyword) เชน บนั ทึกการประชุม, รายงานผลประกอบการ,
หนังสอื แจงเตือน

● ใชส ัญลักษณ - คั่นแบงคำสำคัญ เพื่อขยายความหรือเพมิ่ ความชัดเจน โดยใชป ระเภทเอกสาร, เรื่อง, วนั เดอื น ป,
ชือ่ บคุ คล, ชอ่ื สถานท่,ี ชือ่ ทางภูมิศาสตร เชน รายงานการประชมุ -iSchool KKU-1/2564

● ไมควรตั้งช่อื ดว ยคำวา เบด็ เตล็ด, ท่ัวไป, อื่นๆ เนือ่ งจากไมมคี วามเฉพาะเจาะจง
● ตอ งไมมีเครอื่ งหมายพเิ ศษเหลา นี้ \ ? : * “ < > |
● สามารถใชช องวาง (Blank) ไดแ ตตอ งใชอ ยางระมัดระวัง ควรใชเ ครอื่ งหมาย _ (underscore) แทนจะดีกวา

ขนั ตอนการรับ-ส่งหนังสือราชการ

การรบั -สง หนงั สือราชการ คอื กจิ กรรมการรับเอาเอกสารทส่ี งมาถงึ หนว ยงานสารบรรณ ทัง้ ภายในและภายนอกหนว ยงาน
ราชการ มาดำเนนิ การตามขนั้ ตอน โดยเอกสารทรี่ บั เขา นัน้ อาจมีที่มาจากหนวยงานหรอื บุคคล และมาดวยวิธีการตา งๆ เชน
ทางไปรษณีย ทางผสู ง เอกสาร (Messenger) ทางโทรสาร หรือทางอิเล็กทรอนิกส ถอื เปนสว นหนึ่งของการจบั เก็บเอกสาร
ในระบบราชการไทย ระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณฯ ไดใหแนวปฏิบตั ิเกีย่ วกบั การรับ-สง หนังสือ พอสรปุ ไดดงั น้ี

การรบั หนงั สอื

1) รับหนังสอื เมอ่ื มีหนงั สือเขามาในหนวยงาน ใหลงลายมือช่อื ในใบรบั หนงั สือ หรอื สมุดสงเพื่อเปน หลกั ฐานในการ
รบั โดยอาจแยกเปน เอกสารทไ่ี มเกยี่ วกบั ภารกจิ ขององคก าร เชน จดหมายสว นตัว แผนพับโฆษณา ซึง่ ไมตอ งนำ
ไปลงทะเบยี น และเอกสารทเ่ี กี่ยวขอ งกับองคการ ซึ่งตองนำไปลงทะเบยี น แลว จำแนกตามหนว ยงานปลายทาง
หรอื ผรู บั กรณที ่ีรับผา นระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สก ็เชน กัน ควรแยกแยะเอกสาร กับสงิ่ ทไี่ มใ ชเ อกสาร
(Non-records) เสยี กอ น แลว จึงดำเนินการตามขน้ั ตอน

2) พจิ ารณาลำดับความเรง ดวน ตามทก่ี ำกับมา โดยเรยี งจาก ดว นทีส่ ดุ ดวนมาก และดว น ตามลำดับ
3) เปดซองเอกสาร เพอ่ื ตรวจสอบเอกสารภายในซอง หากเปนจดหมายสวนตัวจะสงถึงเจาตวั โดยไมเ ปด ซอง

การดาํ เนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 191

● กรณเี ปนเอกสารลับ ใหปฏบิ ัติตามระเบียบวาดว ยการรักษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.2545 หากรับ
ผา นระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส ใหผ ูใชงานหรอื ผูปฏบิ ัตงิ านที่ไดร บั การแตง ตั้งใหเ ขา ถงึ เอกสารลบั
แตล ะระดับ เปน ผูรับผานระบบการรกั ษาความปลอดภยั โดยใหเ ปน ไปตามระเบยี บวา ดว ยการรกั ษา
ความลบั ของทางราชการ

● กรณพี บเอกสารบกพรอง เชน ไมไดล งเลขทหี่ นงั สือ, ไมระบวุ นั ท,่ี ส่ิงที่สง มาดวยไมครบ, ไมไดล งลายมอื
ช่ือ ใหด ำเนนิ การ คือ
● แจง สว นราชการเจา ของเรื่อง ถาแกไ ขไมไดล งบันทกึ ขอ บกพรอ งไวเปนหลักฐาน แลว สง เร่ืองคนื
กลบั สว นราชการเจา ของเรอื่ ง เชน กรณไี มไดล งลายมือชื่อ
● แจงสวนราชการเจาของเรอื่ ง ถา แกไ ขไมไ ดลงบนั ทึกขอบกพรอ งไวเ ปน หลักฐาน แลว ดำเนิน
การตอ เชน กรณีทส่ี ง มาดว ยไมครบ และทางสวนราชการเจา ของเรื่องจะสงมาเพ่มิ เติมภายหลัง
● แจง สวนราชการเจาของเร่ืองเพ่ือขอแกไข ถา แกไ ขได ดำเนินการตอ เชน ขอเลขทหี่ นังสือ ขอ
วนั ที่

4) พิจารณาตามลำดบั ความสำคัญ ในบางครัง้ หนังสือท่ีมคี วามสำคัญอาจมิไดร ะบุไวท หี่ นาซอง เจาหนาที่ของหนว ย
งานสารบรรณตองเปน คนอา น พจิ ารณาประกอบกนั ดวย

5) ประทับตราหนงั สือและลงทะเบียนรบั เพือ่ เปนหลักฐานวา หนังสอื นน้ั ไดผ านขัน้ ตอนการรับของหนวยงาน
สารบรรณกลางแลว โดยประทบั ตรารับไวทมี่ ุมบนดา นขวาของหนงั สอื ระบุเลขรบั , วันท่ี, เวลา แลวจึงลงทะเบียน
ในทะเบียนหนังสือรบั ในระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส อาจใชการกรอกขอมลู อภพิ ันธุ แทนการประทับตรา

6) ทำบตั รตรวจคน เพ่ือรวบรวมเร่อื งใดเรอ่ื งหนงึ่ ไวด ว ยกัน ใหสะดวกในการตรวจคน วาเร่ืองราวดำเนินมาอยา งไร
บา ง ใน โดยระบุ เรื่อง รหสั เลขทะเบียนรับ เลขทหี่ นงั สอื วันท่ี รายการเรื่องยอ การปฏบิ ัติ ปจจบุ นั อาจประยุกต
ใชการลงรายการขอ มูลอภพิ นั ธุ ในระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกสแทนได

7) แยกเอกสารที่จะจดั สง ตามหนวยงาน การแยกเอกสารจดั สงตามหนวยงานท่ีรบั ผดิ ชอบ เจาหนา ที่ของหนวยงาน
สารบรรณจะตองทราบวาหนวยงานใดรับผดิ ชอบเรอื่ งใด และจดั สงตามเวลาที่จัดข้นึ และตกลงกันภายในสว นราช
การนั้นๆ ในกรณีทเ่ี ปน หนังสือเวียนสง ไปยงั หนว ยงานท่ีรบั ผดิ ชอบนัน้ ๆ และหากวา ผูรบั หนงั สือเวยี นเห็นสมควรสง
ตอ ใหผบู งั คบั บญั ชาระดับใดทราบ กจ็ ดั ทำสำเนาหนังสือตามจำนวนที่ตองการและแจกจายตามหนว ยงานหรอื
บคุ คลทีเ่ ห็นสมควร

192 การจัดการเอกสาร | Records Management

ภาพ9-2 ขัน้ ตอนการรับหนังสือ
การสงหนงั สือ

1) เจาของเร่อื งตรวจสอบความเรียบรอ ย เปน ข้ันตอนท่ีควรทำอยา งรอบคอบ ระมดั ระวงั เพอ่ื ลดปญหาที่จะเกิดขนึ้
ภายหลงั โดยตรวจสอบความครบถวนสมบรู ณข องหนงั สือราชการ และสิง่ ที่จะสงไปดว ยทุกครง้ั แลว จึงสงใหเจา
หนาท่ขี องหนว ยงานสารบรรณกลาง ดำเนินการสงออก

2) ลงทะเบียนหนงั สอื สง เมื่อไดรบั เรอื่ งเจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลางจะดำเนนิ การลงทะเบยี นหนังสือสง
โดยกรอก วนั ทล่ี งทะเบียน, ใหเลขทะเบยี นสง (Running number), ลงเลขทหี่ นงั สอื , วัน เดือน ป ทจี่ ะสงหนงั สือ
น้นั ออก, ตำแหนง หรือสว นราชการเจา ของหนงั สือ, ตำแหนง หรือสวนราชการหรอื บุคคลที่หนงั สือน้ันมถี ึง, เรื่อง,
การปฏิบัติ

การดําเนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 193

3) ลงเลขที่หนังสือและวนั ท่ี เจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลาง ลงเลขท่ี และวนั เดือน ป ท้งั ในหนงั สอื ตนฉบบั
และสำเนาคูฉบับ 2 ชุด ใหตรงกบั ขอมูลในทะเบียนหนังสือสง

4) การเก็บสำเนา เจาหนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลาง เกบ็ สำเนาไวท ่หี นวยงาน 1 ชุด สงคนื เจา ของเร่อื ง 1 ชุด
5) ตรวจความเรยี บรอยและบรรจุซอง ปดผนกึ จาหนา เจา หนา ทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลางตรวจความ

เรยี บรอ ยของเอกสารตอลดจนสงิ่ ทสี่ งไปดวยอีกครัง้ หนึง่ กอ นบรรจุ ปดผนกึ เอกสารที่ไมม คี วามสำคญั อาจไม
ตอ งบรรจุซอง แตพบั แลว ยึดดวยลวดเย็บแทน จาหนาซอง (ตามแบบท่ี 15 ทา ยระเบยี บฯ)
6) สงหนงั สอื ซง่ึ ทำไดโ ดย

● นำสง เอง กรณีนผ้ี ูสง ตอ งใหผ รู บั เซ็นชื่อรบั ในสมุดสงหนงั สอื (ตามแบบที่16 ทายระเบียบฯ) หรอื เซ็น
ใบรับแลว นำมาผนึกกับสำเนาคฉู บบั ไวเ ปนหลกั ฐาน

● สงทางไปรษณยี  ใหป ฏบิ ตั ิตามระเบียบหรือวิธกี ารที่การสื่อสารแหงประเทศไทยกำหนด
● สง ทางระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส ใหผ สู ง ตรวจสอบผลการสง ทกุ ครงั้ และใหผ ูรบั แจง ตอบรับ เพื่อ

ยนื ยนั วาหนังสือไดจ ดั สงไปยงั ผูร บั เรยี บรอ ยแลว และสวนราชการผูสงไมต องจดั สง หนังสอื เปน กระดาษ
อีก เวนแตก รณีเปน เร่อื งสาํ คัญจาํ เปน ตองยืนยนั ดว ยกระดาษ จงึ ใหทําหนังสอื ยนื ยันตามไปทนั ที การสง
หนงั สือท่ีมชี นั้ ความลับ ในชั้นลบั หรอื ลับมากดว ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส ใหผูใชง านหรอื ผปู ฏบิ ตั ิ
งานทไ่ี ดรับการแตง ตงั้ ใหเขา ถงึ เอกสารลบั แตล ะระดับ เปน ผสู ง ผานระบบการรักษาความปลอดภัย โดย
ใหเปน ไปตามระเบียบวาดว ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ
● สงทางเครือ่ งมอื สอ่ื สาร ใหผรู ับปฏิบัติเชน เดยี วกบั ไดร บั หนงั สอื ในกรณีที่จาํ เปนตอ งยนื ยันเปนหนงั สือ
ใหทาํ หนังสอื ยืนยนั ตามไปทันที การสง ขอความทางเครือ่ งมอื สอ่ื สารซึง่ ไมม หี ลกั ฐานปรากฏชัดแจง เชน
ทางโทรศัพทว ิทยสุ ื่อสาร วทิ ยุกระจายเสียง หรอื วิทยุโทรทศั น ใ หผสู ง และผูร บั บันทึกขอความไวเ ปน
หลักฐาน

194 การจดั การเอกสาร | Records Management

ภาพ9-3 ข้ันตอนการสงหนงั สอื

การลงทะเบยี นเอกสาร

ทะเบยี นเอกสาร (Registry) คือ หลกั ฐานแสดงใหทราบถงึ แหลง ทีม่ าหรอื แหลง กำเนดิ ของเอกสาร แสดงรองรอยการ
เคลือ่ นไหวเอกสาร ตลอดจนคำอธิบายอนื่ ๆทท่ี ำใหส ามารถระบุบง ชี้ และคน หาเอกสารไดส ะดวก ทะเบยี นเอกสารใชเ ปน
เครื่องมือควบคุมเอกสารใหอ ยใู นระบบ โดยอาจใชส มุดทะเบียนหรอื ฐานขอ มลู อตั โนมัตกิ ็ได
การลงทะเบียนเอกสาร (Registration) เปน สว นหนึ่งของกระบวนการจับเก็บเอกสาร หลกั พื้นฐานของการลงทะเบยี น คอื
การกำหนดเลขทะเบียน (Unique identifier) ใหก ับเอกสารแตล ะชน้ิ /ชดุ เพื่อใชค วบคมุ จำแนกแยกแยะ และเปน
ประโยชนใ นการอางอิง เรียกใช สืบคน และจดั เกบ็ ในระบบแบบด้ังเดิมอาจใหรหสั เอกสารตามพืน้ ท่ี/ช้ันเกบ็ สว นใน
ระบบดจิ ิทัลอาจกำหนดใหโ ดยอตั โนมัติ

การดาํ เนินงานเอกสารระหวา่ งกระแสการใช้งาน 195

บางคร้งั การลงทะเบียนอาจดเู หมอื นจะเปนกระบวนการสำหรับเอกสารกระดาษ อยา งไรก็ดใี นระบบดจิ ทิ ัลกม็ คี วามสำคัญ
ไมน อ ยไปกวากัน หนวยงานสามารถลงทะเบียนเอกสารไดในทกุ ระดับ ตง้ั แตระดับชนิ้ (Item), แฟม (File), โฟลเดอร
(Folder), ชดุ (Series) โดยเฉพาะในระดับเรือ่ ง เอกสารควรไดรบั การลงทะเบียนไมว าจะดวยระบบใดๆก็ตาม ถา เอกสาร
ไมม ีทะเบยี น หรือไมไดล งทะเบียนถือวา เอกสารนน้ั ไมถ กู จับเก็บเขา มาในระบบงานสารบรรณ

การกำหนดเลขทะเบยี นหรอื รหสั เอกสาร มหี ลกั การ คือ (IRMT, 1999 ; Shepherd and Yeo, 2003)

● ไมซำ้ (Unique) เอกสาร 1 ชนิ้ /ชุด/แฟม มเี ลขเฉพาะสำหรับ ช้ิน/แฟม /ชดุ นน้ั ๆ ไมซ ำ้ กัน แมเ อกสารถกู ทำลาย
แลว รหัสน้นั ก็จะไมนำมาใชใ หม

● คงที่ (Persistence) ใชอยา งไรใชอ ยางนน้ั ไมเ ปลี่ยนแปลง
● รหสั อาจเปนเลข/ อักษร หรือแบบผสม (Alphanumerical) แตต องระวงั ตัว I, O, Z เพราะใกลเ คียง 1, 0, 2
● ไมควรใชชื่อเอกสารเปน รหัสเพราะมโี อกาสซำ้ ได
● การใหเลขวิ่ง (Running number) เปนส่ิงทส่ี ะดวกและงาย แตพอเลขมากขนึ้ ก็จะทำใหสับสนได อาจใชสีแบง

ตวั เลข 3 ตวั หนา หรือ 3 ตัวหลงั บางคร้ังใชป 2019_001 ขึ้นปใ หมก็เร่ิมเลขใหม
● อาจกำหนดเลขรหสั โดยอา งองิ กบั รหัสระดับชดุ แลวกำหนดลงไประดบั เรื่อง เชน P1 คือเรื่อง/ไฟลแรกในชดุ P,

P2 คือเรื่อง/ไฟลที่ 2 ในชดุ P บางครัง้ ในชุด P อาจมีชดุ ยอย กเ็ ปน P/A, P/B ระดบั เรอ่ื ง/ไฟลกจ็ ะเปน P/A1,
P/A2….
● ควรมีความเปนหน่ึงเดยี วและชดั เจนแนนอน จะใชแ บบใด แบบอักษร, ตัวเลข, ลำดับเลขวิ่ง ชื่อผสม ฯลฯ คน
กำหนด/เครอ่ื งกำหนด ก็ข้ึนอยกู ับเปา หมาย, การใชง านของแตละองคก าร วาจะใชว ิธีควบคุมดูแล, สืบคน, อา งอิง
เอกสารอยางไร ลงขอ มูลเมตา ใหกบั เอกสารดวย
● การลงทะเบียนสมั พนั ธกบั ขอมลู เมตา คือ อาจแสดงใหเหน็ ถงึ เน้อื หา บริบท โครงสรา งของเอกสาร บอกขอบเขตก
วา งๆไดวาเปน เอกสารแบบไหน เกี่ยวกับเรอ่ื งอะไร ปทเี่ ทาไร ฉบับทเี่ ทา ไร
● การลงทะเบยี นระดบั เรื่อง/ไฟลเปนส่ิงสำคัญ ชว ยในการติดตามเอกสารนั้นๆ และเพ่ิมการควบคมุ ดแู ลใหเขม ขนข้นึ
ระบบควรออกแบบใหสามารถกำหนดรหัสไดโ ดยอัตโนมตั ิ เพ่อื สะดวกและประหยดั เวลาและกำลังคนทตี่ อ งทำ
เรอื่ งนดี้ วย

ขอมลู ทคี่ วรบนั ทึกไวใ นทะเบียนเอกสาร คอื

● เลขทะเบยี น
● วนั ที่ลงทะเบียน
● ชื่อเรอื่ ง/เอกสาร
● เนื้อหาโดยยอ
● หนว ยงานหรือบุคคลผสู งเอกสาร
● หนวยงานหรอื บคุ คลผูรบั เอกสาร
● ลกั ษณะทางกายภาพ

196 การจัดการเอกสาร | Records Management

● วิธีการรับ-สง
● ความเกี่ยวขอ งกบั เอกสารอ่ืนๆ

เอกสารไมวาจะอยูในรูปกระดาษหรอื ดจิ ทิ ลั กค็ วรมีระบบลงทะเบียนไปในทางเดยี วกนั อยา งไรกด็ ีในกรณีเอกสารดจิ ทิ ัล
อาจตองบนั ทกึ รายการขอ มูลท่ีตา งออกไป เชน ซอรฟแวร ชนดิ ของไฟล ขนาดไฟล ซ่งึ สามารถกำหนดเปนเคารางขอ มลู อภิ
พนั ธุ (Metadata scheme) ได

ทะเบยี นหนังสือราชการ

ในระบบงานสารบรรณของราชการไทย การลงทะเบยี นเปนการควบคุมเอกสารระดับเรอื่ ง คอื ลงทะเบียนทล่ี ะฉบับทสี่ ง
ออกหรือรบั เขา ใหมีหมายเลขเฉพาะไมซ้ำกนั สมสรวง พฤติกลุ (2546) ตั้งขอ สังเกตวา การลงทะเบยี นดังกลา วเปนลักษณะ
เฉพาะของงานสารบรรณไทยทน่ี าภาคภมู ิใจอยา งย่งิ เพราะสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั เอกสารดจิ ิทลั ไดส ะดวก เนื่องจาก
การรบั -สง เอกสารดิจทิ ลั ที่ผูรบั -ผูสง จะรับ-สง เอกสารไดท ลี ะรายการ/เร่อื งและกระจายถงึ แตล ะคนได การศกึ ษายังพบวา
ประเทศไทยมกี ารลงทะเบยี นดวยรูปแบบดังกลาวมาตง้ั แตรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา อยหู ัว โดยนาจะไดรับ
อิทธิพลทางแนวคิดมาจากกลมุ ประเทศยุโรป ผา นการจางผูเชี่ยวชาญชาวตางประเทศมาเปนทป่ี รกึ ษากระทรวงตางๆ
ลักษณะเดนของระบบทะเบียนเอกสารของสวนราชการไทย มดี งั น้ี

● เปน สว นสำคญั ของกระบวนการบรหิ ารงานสารบรรณ
● เปน สวนหน่งึ ของแบบเอกสาร
● เปน กลไกและเคร่ืองมอื ในการควบคุมเอกสาร
● เปน การเพ่มิ คุณคาของเอกสารและสรา งความจริงแทข องเอกสาร
● เปน สอ่ื กลางทนี่ ำมาเปนหลกั ฐานพสิ ูจนความจรงิ แทข องเอกสาร
● เปนสื่อกลางทน่ี ำมาสืบคน รอ งรอยการเคลือ่ นไหวของเอกสาร

ระบบทะเบยี นหนังสือ ตามระเบยี บฯ วาดวยงานสารบรรณฯ มลี ักษณะสำคญั ดังนี้

1) การกำหนดเลขที่หนงั สือออก เปน เลขมาตรฐาน ใชร ะบบตัวอกั ษรผสมตวั เลข เปน พยญั ชนะสองตัว ตามดวย
เครื่องหมาย / แลว ตอ ดวยเลขประจำของสวนราชการเจา ของเรือ่ ง ดังนี้

● รหัสพยัญชนะสองตวั แรก ใชแ ทนชอ่ื กระทรวง จังหวดั หรือสว นราชการทไ่ี มสังกดั สำนกั นายกรัฐมนตรี
เชน อว (กระทรวงการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม), พว (สำนักพระราชวัง), ขก (จงั หวัด
ขอนแกน)

● เลขประจำของสว นราชการเจา ของเรื่อง ประกอบดวยตวั เลขส่ีตัว ใหก ำหนดดังน้ี

ราชการบริหารสวนกลาง ตัวเลขสองตัวแรก หมายถึง สว นราชการระดับกรม ตวั เลขสองตัวหลงั หมาย
ถงึ กอง หรอื สว นราชการทมี่ ฐี านะเทยี บเทา กอง กรณีทม่ี ีหนว ยงานระดบั กองตัง้ แต 100 หนวยงานขึน้

การดําเนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 197

ไป เลขหลงั ใหเริ่มตน ท่ี 001 เชน กองกลาง สำนักงานปลดั กระทรวงยุตธิ รรม เลขทหี่ นังสือออก คือ ยธ
02001

ราชการสว นภูมิภาค ตัวเลขสองตวั แรกหมายถึง อำเภอ ตัวเลขสองตัวหลงั หมายถึง หนว ยงานสว น
ภมู ภิ าคที่สงั กดั จงั หวดั หรอื อำเภอ โดยเริม่ จากตวั เลข 01 เรียงไปตามลำดบั สว นราชการตามกฎหมายวา
ดว ยการแบงสว นราชการ

หากมกี ารเปลย่ี นแปลงโดยยุบสว นราชการใดใหปลอ ยตัวเลขน้ันวา ง หากมกี ารจดั ตงั้ สวนราชการขึน้ ใหม
ใหใชเ รียงลำดบั ถดั ไปในกรณที มี่ ีกองหรอื หนว ยงานระดับกองทม่ี ไิ ดจ ัดตง้ั โดยกฎหมายวา ดว ยการแบง
สว นราชการ ใหห ัวหนาสว นราชการระดับกรมเปน ผกู ำหนดตัวเลขสองตวั หลงั โดยใชต ัวเลขในลำดบั ตอ
จากกองหรอื หนวยงานระดบั กอง

2) การลงทะเบียนหนงั สอื ออก ตอ งลงในสมดุ แบบฟอรม หรือฐานขอมลู ทะเบยี นสง (แบบที่ 14 ทายระเบียบฯ) ซงึ่ มี
รายการขอมูลทีบ่ ันทึกดังน้ี

● วัน เดือน ป ทล่ี งทะเบียนสง หนงั สอื
● เลขทะเบยี นสง ลงเลขลาํ ดบั เรียงตดิ ตอกนั ไปตลอดปป ฏทิ ิน
● ที่ ใชร หสั ตัวพยญั ชนะ และเลขประจาํ ของสวนราชการเจาของเร่ืองในหนังสือทจ่ี ะสงออก ถาไมม ีใหว า ง

ไว
● ลงวนั เดอื น ป ทจ่ี ะสงหนังสือนน้ั ออก
● จาก ลงตําแหนง เจา ของหนังสอื หรอื ชอ่ื สว นราชการ หรอื ช่ือบคุ คลในกรณีท่ีไมม ีตำแหนง
● ถงึ ลงตาํ แหนงของผูท่ีหนงั สอื นน้ั มีถงึ หรือชอื่ สวนราชการ หรือชอื่ บคุ คลในกรณที ่ีไมม ตี ำแหน
● เรอ่ื ง ลงชื่อเรื่องของหนงั สือฉบบั นนั้ ในกรณีท่ไี มมีชือ่ เรื่อง ใหล งสรุปเรอื่ งยอ
● การปฏบิ ัติ บันทึกการปฏิบัติเก่ยี วกับหนังสือฉบับน้ัน
● หมายเหตุ บันทกึ ขอความอน่ื ใด (ถาม)ี
3) การลงทะเบียนหนงั สอื เขา ตองลงในสมุด แบบฟอรม หรือฐานขอมูลทะเบียนรับ (แบบท่ี 13 ทา ยระเบยี บฯ) ซ่งึ มี
รายการขอ มลู ทบ่ี นั ทกึ ดงั นี้

● วนั เดือน ป ทล่ี งทะเบยี นรบั หนงั สอื
● เลขทะเบียนรับ ลงเลขลําดบั ของทะเบียนหนงั สอื รับเรยี งลาํ ดบั ตดิ ตอกนั ไปตลอดปป ฏิทนิ เลขทะเบียน

ของหนงั สอื รบั จะตองตรงกับเลขท่ีในตรารบั หนงั สอื
● ที่ ใหล งเลขท่ีของหนงั สอื ทร่ี บั เขา มา
● วัน เดอื น ป ของหนงั สอื ทรี่ บั เขา มา
● จาก ลงตําแหนง เจาของหนงั สือ หรือชือ่ สวนราชการ หรอื ชือ่ บคุ คลในกรณีท่ีไมมีตาํ แหนง
● ถึง ลงตาํ แหนง ของผูทห่ี นังสอื นนั้ มีถึง หรอื ช่ือสวนราชการ หรือ ช่ือบุคคล ในกรณที ่ีไมมีตาํ แหนง

198 การจดั การเอกสาร | Records Management

● เรอ่ื ง ลงชอ่ื เรื่องของหนังสอื ฉบบั นั้น ในกรณที ่ีไมม ชี ่อื เร่อื งใหล งสรปุ เรื่องยอ
● การปฏบิ ตั ิ บนั ทึกการปฏิบตั เิ กีย่ วกบั หนังสอื ฉบับนนั้
● หมายเหตุ บนั ทึกขอความอืน่ ใด (ถา มี)
4) การประทับตรารบั หนังสือเขา ทกุ ฉบับจะประทบั ตรารับ (ตามแบบท่ี 12 ทายระเบียบฯ) ทมี่ มุ บนขวาของหนงั สอื
พรอมบันทึกขอ มูล ดังน้ี

● เลขรับ ลงเลขทรี่ บั ตามเลขทรี่ บั ในทะเบยี นรับ
● วนั เดือน ป ทีร่ บั หนังสือ
● เวลา ทร่ี บั หนังสอื

องคป ระกอบเหลา นส้ี ามารถนำไปประยกุ ตใ ชเ ปน ขอกำหนดความตองการในระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ สได

ปญหาในการรับ-ส่งและลงทะเบยี นหนังสือราชการ

การจบั เกบ็ เอกสารในระบบสารบรรณของราชการไทย ประกอบดว ยกจิ กรรมสำคญั คือ การรับ-สง และลงทะเบยี น ซ่งึ พบ
วา ปญหาทเ่ี กิดข้ึน แทบไมแตกตางจากการศึกษาของสถาบันที่ปรึกษาเพ่อื พฒั นาประสิทธิภาพในราชการ (2533) เมื่อสาม
ทศวรรษกอน คือ

ความลา ชาของเอกสาร

ความลาชา ของเอกสารในงานสารบรรณนัน้ มาจากการที่ระบบราชการดำเนนิ งานโดยอาศยั หนังสอื ราชการเปนเครอ่ื งมอื
สำคญั เมื่อใดก็ตามทยี่ งั ไมมีหนงั สือราชการปรากฎเปน หลักฐานการสงั่ การอยางชัดเจน กจ็ ะยังไมมีการปฏิบตั ิ ตอ งไดร ับการ
อนุมัตจิ ากผบู งั คบั บัญชาเปนลำดบั ชน้ั อยา งเปนลายลักษณอ กั ษรทุกครั้ง ดังนน้ั หากหนงั สือราชการลา ชาแลว การปฏบิ ตั ิ
ราชการกจ็ ะลา ชา ตามไปดว ย ความลา ชามักเกิดจากสองสวน คือ ความลาชา ของเอกสารที่มชี น้ั ความเรว็ กับความลาชาของ
เอกสารปกติ

ความลา ชา ของเอกสารท่ีมชี ัน้ ความเรว็ มสี าเหตมุ าจาก เอกสารไมไดร ับการดำเนินการตามลำดับชนั้ ความเรว็ จริงๆ แตกลับ
ไปดำเนนิ การเชนเดียวกบั เอกสารปกติ

ความลา ชา ของเอกสารเอกสารปกติ มกั จะเกิดจากสาเหตุ การมอบหมายงานไมช ัดเจน หรอื ไมท ราบโดยทัว่ กัน ทำใหเสน
ทางเดนิ เอกสารวกวน ไมถึงผมู หี นา ทรี่ ับผิดชอบโดยตรง เชน งานท่ีอธกิ ารบดีไดม อบหมายใหรองอธกิ ารบดีคนใดคนหนึ่ง
รับผิดชอบแลว แตเ อกสารน้ันกย็ ังถกู สง ไปยงั อธกิ ารบดี เหตเุ พราะเอกสารนนั้ เรียน อธกิ ารบดี เทาน้นั อกี ประการหนงึ่ คอื
ความลา ชาในการตดั สินใจสงั่ การ ทำใหเ อกสารหยดุ ชะงกั การเดนิ ทาง

แนวทางแกไข อาจดำเนนิ การดงั น้ี

● แยกชองทางการรับเอกสารที่มลี ำดบั ช้ันความเรว็ และความสำคญั ออกจากชอ งทางเอกสารปกติ

การดําเนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 199

● แฟม, ซอง ที่บรรจเุ อกสารที่มชี นั้ ความเร็วควรมีลักษณะท่ีสังเกตไดอ ยางชดั เจน เชน ใชส แี ดง, สีเหลอื ง เพื่อระบุ
ความเรว็ และความสำคัญ เพอื่ จะไดด ำเนนิ การอยางรวดเร็ว

● ควรมกี ารมอบหมายหนาท่ีอยา งชดั เจน ทงั้ ผูปฏิบตั ิ ผอู นมุ ัติ โดยจดั ทำเปนคูมือและมีการประกาศใชอ ยา งท่ัวท้งั
องคก าร เพือ่ จะไดทราบวาหนังสอื เร่อื งใดตอ งสง ไปยงั ผูใด

● ควรมรี ะบบติดตาม (Tracking) เสนทางการเดินหนังสือ เพอ่ื ควบคุมเวลาการตดั สนิ ใจแตล ะข้นั ตอน และเรยี ง
ลำดบั ข้นั ตอนการเสนอความเหน็ ใหเปนลำดับ เพือ่ สะดวกในการพิจารณาเรื่องราว และตรวจสอบวา เอกสาร
ตกคางอยูก ับผูใดเปนเวลานานเทา ไร

การกำหนดชัน้ ความเร็วใหกบั หนังสือเกนิ ความจำเปน

เกิดจากการที่หนวยงานมกั ไมม มี าตรฐานในการกำหนดช้นั ความเรว็ ที่ชัดเจนประการหนึง่ อีกประการหนึ่งเปนผลมาจาก
ความลา ชาในการจัดทำเอกสาร ทำใหเ มอ่ื ตองรบั -สง จำเปนตองทำใหเรว็ ข้นึ ไมเ ชน นน้ั จะเสยี หายตอ ทางราชการ รวมท้ัง
เกิดจากความไมไวในในประสิทธภิ าพของงานสารบรรณ วา จะดำเนนิ การสงหนังสือไดทนั ตามกำหนดเวลาหรอื ไม

เมอ่ื หนงั สอื มชี ั้นความเร็วมาก เจา หนาทง่ี านสารบรรณก็จะตอ งปฏิบตั งิ านนอกระบบปกตมิ ากข้ึนดวย เพราะการจดั สง
หนังสอื ท่ีมีชั้นความเร็วตอ งทำทันที หรอื ตามทร่ี ะบุไวห นาซอง เมอ่ื เจา หนา ทต่ี องใชเ วลาในการรับและแจกจา ยหนงั สือดว น
ดว นทสี่ ดุ กจ็ ะทำใหง านสารบรรณอันเก่ียวกับหนงั สอื ปกตหิ ยดุ ชะงัก และลา ชา ตามไปดวย

แนวทางแกไ ข อาจดำเนนิ การดงั นี้

● กำหนดมาตรฐานในการลำดบั ชน้ั ความเร็ว วา เอกสารลกั ษณะใดควรมชี นั้ ดว น ดว นทส่ี ุด ตลอดจนมอบหมาย
หนาทีใ่ หพ นักงานเจา หนา ท่รี บั ผิดชอบอยา งชดั เจน

● เพ่ิมประสิทธิภาพในการจัดทำเอกสาร เพอ่ื ลดภาระในข้ันตอนการรับ-สง

การลงทะเบียนซ้ำซอน

หนว ยงานสารบรรณเจาของเรื่องลงทะเบียนหนงั สอื สงออกของหนว ยงาน และเมือ่ สง เรือ่ งไปถงึ สารบรรณกลางแลว กต็ อง
ลงรายละเอียดที่มีเนอื้ หาสว นใหญซ ้ำกัน แตส ำหรับเอกสารดิจิทัลแลว หากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสมกี ารกำหนดให
ลงขอ มลู อภพิ ันธกุ จ็ ะชวยลดความซ้ำซอ นลงได

สำเนาหนงั สือมมี าก

เพราะระเบียบฯ กำหนดไววาหนงั สือทุกชนิ้ ทจ่ี ะสงออก ตองมีสำเนาเก็บไวท สี่ ารบรรณกลาง 1 ฉบับ ทำใหมีจำนวนเอกสาร
จำนวนมากตองจัดเกบ็ ในสำนักงาน ซ่งึ อาจมีสาเหตุ คือ (1)ไมม รี ะบบทำลายเอกสารที่ดพี อ (2)เก็บสำเนาเอกสารไวท งั้ หมด
เกนิ ความจำเปน

200 การจดั การเอกสาร | Records Management

วิธีแกไข คือ สำเนาเก็บที่สารบรรณกลาง ควรเปน เพยี งหนงั สอื นำสง เทานั้น, การเกบ็ สำเนาหนังสอื นำสง ควรเก็บเรยี งตาม
เลขที่ออกในแตละวัน เพือ่ สะดวกในการคน และทำลาย, ระบบทำลายตองมอี ยางสม่ำเสมอทกุ ป แกปญหาทเ่ี ก็บไมพอ สว น
เอกสารดจิ ิทลั สามารถกำหนดใหระบบจัดเกบ็ สำเนาได แตต อ งเผอื่ พนื้ ทีจ่ ัดเกบ็ ไฟล (Server) ใหเ พยี งพอดวย

การใชง้ านเอกสาร

เม่อื เอกสารจดั ทำข้นึ และไดรับการจบั เก็บเขา ไวในระบบแลว เอกสารนน้ั จะถูกนำไปใชง านตามวตั ถุประสงค เชน ใชสงั่ การ
ใชเปนพยานหลกั ฐานของการกระทำ ใชป ระกอบการตดั สินใจในการบรหิ ารและการดำเนนิ งาน ใชเ ปนสื่อกลางแจงขอมูล
ขาวสาร ฯลฯ

ในระบบราชการไทย หนังสือท่ีผา นการลงทะเบยี นเรยี บรอ ยแลว จะถูกนำเสนอผบู ังคับบัญชา หรอื ผูมอี ำนาจใหพจิ ารณา
และดำเนินการ, สงั่ การ, ใหความเหน็ หรือลงนาม กอนสง หนังสือน้นั ถึงเจาหนา ที่ผรู ับผดิ ชอบปฏิบตั ติ อไป ในบางองคก าร
เจา หนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณอาจบันทกึ ขอความสรุปเก่ียวกบั หนงั สือ หรอื เสนอขอคดิ เหน็ เบือ้ งตน กอนนำเสนอผู
บังคบั บญั ชาสง่ั การ/ลงนามรับทราบ โดยมักบันทกึ ดวยขอ ความสั้นๆไวท ่ีมุมลางซายของหนงั สือ หากไมมีพนื้ ทมี่ ักพับทบ
ครึ่งและบันทึกขอความที่ดา นหลงั เอกสาร หากไมมีพนื้ ทอี่ าจเขยี นเปน บนั ทึกขอความแนบไปพรอมกบั หนงั สอื นัน้ ๆ ขณะ
เดยี วกนั ผูบงั คบั บญั ชากส็ ามารถเขยี นบนั ทึก สงั่ การใหค วามเหน็ ลงในลักษณะเดยี วกนั ได เรียกการบนั ทึกการสั่งการ โตต อบ
บนเอกสารนวี้ า การเกษยี นหนังสอื ซ่งึ แบงไดเ ปน 2 แบบ คือ

● การสรปุ ประเดน็ เปนการเกษียนของเจาหนาท่ี มกั เปนการบันทึกเรอื่ งยอของหนังสือ, ใหข อมลู เพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั
ระเบียบ กฎหมาย แนวปฏบิ ัติทเี่ ก่ยี วขอ งกับเรอ่ื งนั้น และเสนอความคิดเห็นตอผูบังคญั บัญชาเพ่อื ตัดสินใจ แลว ลง
ลายมือช่อื และวนั เดอื น ป กำกบั

● การวนิ จิ ฉัยสัง่ การ เปนการเกษียนของผูบังคบั บัญชา ทจ่ี ะสัง่ การไปตามทข่ี อ เชน “ทราบ”, “ดำเนินการ”, “
อนมุ ัต”ิ หรืออาจใหความเห็นเพิ่มเติม เชน “ใหใ ชจา ยอยา งประหยัด”, “ใหก ำกับตดิ ตามทุก 3 เดือน”, “ใหทำ
รายงานสรปุ ” ฯลฯ แลวลงลายมอื ช่ือ และวัน เดือน ป กำกบั

การเกษียนหนงั สอื ควรคำนงึ ถึงเรือ่ งดังตอไปนี้

● จัดลาํ ดับประเดน็ และเรยี บเรียงเนอื้ หาใหครบถว น ถกู ตอง
● ใชภ าษาท่สี ั้น กระชบั ไมวกวน
● หาขอมูลเพ่ิมเตมิ ประกอบการเกษยี นหนงั สือ เชน เรอื่ งเดิมทม่ี ลี กั ษณะคลา ยคลึงกัน หรือมีแนวปฏิบัตเิ ดียวกัน, กฎ

ระเบยี บ ขอบังคบั ทเี่ ก่ียวขอ ง, แนวทางการวนิ ิจฉัย ที่เปน ประโยชนและชวยลดเวลาการตดั สนิ ใจของผูบริหาร
● หากเขียนดว ยลายมอื ควรเขยี นใหอานงา ย
● ระบุ วนั เดอื น ป ใหต รงกบั ความเปน จรงิ เพื่อประโยชนในการกำกับตดิ ตามและอางอิง
● อาจใชแบบฟอรมเพ่อื ใหงายตอการใชง าน

การดาํ เนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใช้งาน 201

การเกษียนหนงั สือ ในระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส อาจใชค ำสัง่ แทรก>แสดงความคดิ เห็น (Insert comment) ซึ่งขนึ้ อยู
กบั การออกแบบระบบใหเหมาะสมกับบรบิ ทการทำงานในแตล ะองคก าร

หลงั จากผูบังคับบัญชาหรือผูมอี ำนาจ พจิ ารณาและตดั สนิ ใจแลว เอกสารนัน้ จะถกู จดั สง ไปยังหนว ยงานหรอื ผูร บั ผดิ ชอบ
เพ่อื นำไปดำเนินการตามท่ีผบู ังคับบญั ชาสัง่ การตามหนาที่ความรับผดิ ชอบ เม่ือดำเนินการแลว เสร็จ จงึ สงเอกสารทง้ั หมดไป
ใหห นว ยงานสารบรรณ เก็บรักษาเอาไวเปนพยานหลักฐานตอ ไป

การใชเ อกสารในระบบราชการไทย คือ การเสนอเร่ือง-สัง่ การ และมอบหมายใหผ รู บั ผิดชอบนำไปปฏบิ ัตินัน่ เอง

การดูแลเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน

เอกสารท่ีอยใู นกระแสการใชง านตามวงจรชวี ิตเอกสาร อาจเปน เอกสารทยี่ งั ไมสน้ิ สุดกระบวนการใชง าน หรอื ยังถกู เรียกใช
เพ่อื การปฏบิ ัตงิ านประจำวนั ของพนกั งานเจา หนาที่ ดังนนั้ เอกสารเหลา นจ้ี ึงยังถูกเก็บรักษาเอาไวในสำนักงาน โดยบรรจุไว
ในแฟม วางไวบนชน้ั เก็บไวตู อยใู นเครือ่ งคอมพวิ เตอรส วนบคุ คล หรือฐานขอมลู ที่ตอ งสามารถคน คืนไดอยางรวดเรว็ ใน
ระเบียบฯ วาดว ยงานสารบรรณฯ ขอ 53 เรียกวา การเกบ็ ระหวางปฏิบัติ คือ การเกบ็ หนงั สือทย่ี ังปฏิบตั ิไมเ สรจ็ ใหอ ยใู น
ความรับผดิ ชอบของเจาของเรอื่ ง โดยใหกำหนดวธิ กี ารเกบ็ ใหเหมาะสมตามขนั้ ตอนของการปฏบิ ตั งิ าน อยางไรกด็ ีระยะ
เวลาในการเก็บรกั ษาเอกสารระหวา งกระแสการใชง าน ควรกำหนดเอาไวใ นตารางกำหนดอายุเอกสารดว ยวา มรี ะยะเวลา
นานเทาใด

การดูแลรักษาเอกสารในกระแสการใชง าน เก่ียวขอ งกบั กจิ กรรมตา งๆ (สมสรวง พฤตกิ ุล, 2546; IRMT, 1999 ; Shepherd
& Yeo, 2003) คอื

● การจำแนกและจดั กลมุ เอกสาร (Sorting & Grouping)
● การจัดทำดรรชนี (Indexing)
● การจดั ทำแฟม เอกสาร (Filing)
● การตดิ ตามเอกสาร (Tracking)

การจาํ แนกและจัดกลุม่ เอกสาร

คอื กระบวนการกำหนดใหเอกสารจดั เรยี งอยา งเปน ระบบ เชน เรยี งตามวนั ทร่ี บั เขา, เรียงตามทม่ี า, เรียงตามลำดับเรอื่ ง,
เรยี งตามลำดบั อกั ษร ฯลฯ และอยใู นทๆ่ี เหมาะสม สามารถเรยี กใชและคน หาได ภายใตกลุม หรือหมวดหมทู ่ีกำหนดเอาไว
แลว

การจำแนกเอกสาร

หากเปนเอกสารท่ียังอยรู ะหวา งการดำเนนิ การ อาจจำแนกอยา งงายๆ เชน แยกเปนเอกสารเพื่อใชในการบริหารท่ัวไป
เอกสารที่เปน หลักฐานทางการเงนิ เอกสารทางพสั ดุ เอกสารโครงการ แผน หรอื งานทก่ี ำลังดำเนินการ หนงั สอื เวยี นท่ัวไป

202 การจัดการเอกสาร | Records Management

หนงั สอื เวียนเพ่อื ปฏิบตั ิ หรือจำแนกตามประเภทของเอกสาร เชน คำสั่ง ระเบยี บ ขอ บังคับ ประกาศ ใบเสนอราคา แลว
บรรจุใสแฟมเปนเรอ่ื งๆ โดยควรกำหนดขอบเขตใหช ดั เจน เชน

● เอกสารนโยบาย (Policy files) สำหรับเรอื่ งทเี่ กี่ยวกบั การกำหนดนโยบาย แนวทาง ขนั้ ตอนการปฏิบัติงานของ
องคการ

● เอกสารภารกิจ (Operational/Functional/Subject files) สำหรับเอกสารท่ีสรางขึ้นเพื่อวตั ถปุ ระสงคในการ
ดำเนินงานตามภารกิจหลักขององคก ร หรอื เกีย่ วขอ งกบั การนำนโยบายและแนวทางขององคก ารไปปฏิบัติ

● เอกสารบรหิ ารทวั่ ไป (Administrative/Housekeeping files) สำหรบั เอกสารทเ่ี กยี่ วขอ งกบั กจิ กรรมการบรหิ าร
งานท่ัวไปทพี่ บไดภายในแตล ะองคการ เชน การดแู ลอาคาร สถานที,่ การเงนิ , บคุ ลากร

● เอกสารเฉพาะกรณี (Case files) สำหรบั เอกสารเฉพาะกจิ ซงึ่ เกี่ยวกบั เร่อื งราว, การตัดสนิ ใจ, กิจกรรม, โครงการ,
บุคคล, สถานที่ ซ่ึงตอ งพจิ ารณาหรอื ดำเนินการโดยเฉพาะ ทัง้ นี้อาจรวมเอกสารลับไวใ นกลมุ น้ีกไ็ ด เมือ่ เวลาผา นไป
หรือการดำเนินการแลวเสร็จ เอกสารในกลมุ น้ีอาจถูกพจิ ารณานำไปจดั ไวเ ปน แฟม เอกสารนโยบาย, ภารกิจ,
บรหิ ารทัว่ ไป ไดต ามความเหมาะสม

การจดั กลุม เอกสาร
สำหรับเอกสารท่ีดำเนนิ การเสร็จหรอื โตตอบเรยี บรอ ย (Post-custodian) และไมต องการใชเ อกสารแลว ควรนำมาแยกจดั
เก็บเปน หมวดหมูหรือชดุ ตามภารกิจและกจิ กรรมขององคการ ทกี่ ำหนดไวใ นแบบแผนการจดั หมวดหมเู อกสาร
(Classification scheme) ซึ่งควรมีลกั ษณะ ดังนี้

● ไมส ลบั ซบั ซอน เหมาะกับบรบิ ทการใชง านขององคการ
● มเี ลขอางองิ หรอื รหสั ทบ่ี อกหมวดหมู
● มีกฎเกณฑ โครงสราง และคำศัพททใี่ ชช ดั เจน เขา ใจตรงกนั
● ไดร ับการปรบั ปรงุ ใหทนั สมยั และมคี วามยืดหยุน เพอื่ สะทอ นการเปลยี่ นแปลงในภารกิจและกจิ กรรมองคก าร
หมวดหมู หรือชุดเอกสารของแตละองคการ มีความแตกตางกัน ขน้ึ อยกู บั ภารกิจ โครงสราง ขนาด หรือความซับซอนของ
แตล ะองคการ ดังนนั้ การจัดหมวดหมเู อกสารของแตล ะแหงจึงไมเหมอื นกนั หรอื ไมสามารถนำหมวดหมูของหนวยงานหน่ึง
ไปใชกับหนวยงานหน่ึงไดโ ดยตรง

การดาํ เนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 203

ตาราง9.3 ตัวอยา งหมวดหมูเอกสาร องคก ารขนาดใหญ

องคการขนาดเล็ก ชุด:
● การฝก อบรม
ชดุ :
● การฝกอบรม ชดุ ยอ ย:
● การฝกอบรมภายใน
แฟม : ● การฝกอบรมภายนอก
● การฝก อบรมภายใน ● การฝก อบรมทางวชิ าชพี เฉพาะดาน
● การฝกอบรมภายนอก
● การฝก อบรมทางวิชาชพี เฉพาะดาน ชุดยอ ย:
● การฝกอบรมภายใน

แฟม :
● ซักซอมแผนอคั คีภัย
● ปฐมนเิ ทศพนกั งาน
● อบรมการใชโปรแกรมจัดการเอกสาร

การจัดทาํ ดรรชนี

คือ กระบวนการสรา งและประยกุ ตใชค ำศัพทจ ากเนือ้ หาหรอื ภารกิจ/กจิ กรรมขององคการ เพอื่ เปนจุดเขาถึงเอกสาร รวมถึง
การทำฉลาก (Label) หรอื ติดปายบอก (Tag) สำหรับการสบื คน ซ่ึงสามารถทำไดห ลายระดบั ตั้งแต

● ระดบั กลุม คอื เอกสารทัง้ หมดจำแนกตามภารกิจองคการ
● ระดับชดุ คอื เอกสารตามกจิ กรรมที่เกิดขึน้ ในองคการ
● ระดบั เรอื่ ง คอื เอกสารตามแฟม หรอื เรื่อง ทเี่ กิดข้นึ ภายใตก ิจกรรมและภารกจิ จขององคก าร

แมว า เปาหมายของการจดั หมวดหมเู อกสารและการจัดทำดรรชนี จะตรงกัน คอื การทำใหสามารถคน หาและเรยี กใช
เอกสารไดอยา งรวดเร็ว และสะดวก แตการจดั หมวดหมูเอกสารน้นั เนนทบ่ี รบิ ทของเอกสาร ซ่ึงก็คือ ภารกิจ กจิ กรรม และ
หนว ยงานท่ีทำใหเ กิดเอกสาร ขณะทด่ี รรชนี เนน ทเี่ นื้อหา คือ คำทแี่ ทนความหมายสาระของเอกสารนนั้ ๆ โดยไมคำนึงถึง
บริบท หรอื ท่ีมาของเอกสาร อยางไรกด็ ี ดรรชนีอาจใชค ำทีบ่ อกถงึ กิจกรรม หรือภารกจิ ซง่ึ กค็ ือบรบิ ทไดเชน กัน

ในทางปฏิบตั ิ การจดั หมวดหมเู อกสารและการจัดทำดรรชนเี ปน สิง่ ที่พ่ึงพาซึ่งกนั และกนั ตวั อยางเชน เมอ่ื ลงทะเบียนแฟม
เอกสาร และจดั ลงในหมวดหมหู รอื ชุดทเ่ี หมาะสม ก็ตองมีการตงั้ ชื่อแฟมใหส ะทอนเน้ือหาโดยใชศ ัพทค วบคุม กถ็ ือเปนการ
ทำดรรชนีไปในขณะเดียวกัน และศพั ทนั้นก็ควรสะทอ นภารกจิ หรอื กิจกรรมขององคการดว ย

การทำดรรชนเี อกสาร ถา ใชคำศัพทอ สิ ระตามทแ่ี ตล ะคนกำหนดให เรียกวา คำสำคญั (Keywords) แตถา กำหนดใหใ ชคำ
ศัพทใ ดคำหนึ่งเฉพาะ เพื่อใหเ ปน ไปในทิศทางเดยี วกัน เรียกวา ศพั ทควบคุม (Controlled vocabularies) เชน คำวา “การ

204 การจัดการเอกสาร | Records Management

บรหิ ารทรพั ยากรมนุษย, การเจา หนา ท,ี่ การบริหารงานบคุ คล, HR, HRM” กำหนดใหใ ชคำวา “การบริหารทรพั ยากร
บุคคล” เทา น้ัน การใชศ พั ทค วบคมุ จะชว ยเสรมิ ประสทิ ธภิ าพของการสืบคนใหด ขี น้ึ แตก็มีขอ จำกัดคอื บางครงั้ ผูคนเองกน็ ึก
คำศพั ทไมอ อก หรอื ไมคนุ เคยกับศัพทค วบคุม ก็ทำใหคน หาเอกสารไมเ จอไดเ ชนกัน

ดรรชนใี นระบบสืบคน เอกสาร มีหลายประเภท ดังนี้

● คำสำคัญ (Keyword) คือ คำทแี่ สดงลกั ษณะของเนื้อหาและใชจุดเขาถึงหรือดงึ ขอ มูล อาจเปน คำที่กำหนดข้ึน
หรือเปน คำท่รี วบรวมมาจากขอ ความในเอกสารหรอื ไฟล

● อรรถาภิธานศพั ท (Thesaurus) คือ คำศัพทค วบคมุ ท่ีมีโครงสรา งเพอื่ ใชค วบคมุ คำทม่ี คี วามหมายเหมือนกัน
(Synonym) คำพอ งเสยี ง (Homophone) หรือคำพอ งรปู (Homograph) แสดงความสมั พนั ธเ ชิงลำดบั ชน้ั กบั คำ
ศพั ทอ ่นื ๆในลกั ษณะ คำทกี่ วา งกวา (Broader Term: BT), คำทแี่ คบกวา (Narrower Term: NT), คำทเี่ ก่ียวขอ ง
(Related Term: RT) รวมทัง้ การโยงคำบอกวาคำท่ีโยงไปไมใชแ ลว ใหใชค ำนแ้ี ทน (Use For: UF) และบอกวา คำ
นี้ไมใ ชแ ลว ใหใ ชคำท่ีโยงไปแทน (USE) เชน เอกสาร UF หนงั สือ, หนังสอื USE เอกสาร

● รายการควบคุม (Authority list) คอื รายการของคำสำคญั เรยี งตามลำดับตัวอักษร ที่กำหนดใหเปนมาตรฐาน
ตรงกนั เพอ่ื ใชเ ปนจุดเขา ถงึ ขอมลู มกั เปนชือ่ ตา งๆ คือ ชอ่ื บุคคล, ชอ่ื ทางภมู ิศาสตร, ช่อื หนวยงาน จะใชช ่ือยอ หรอื
ช่อื เตม็ หนวยงาน, จะตอ งมคี ำนำหนา นาม หรือไมม ี ฯลฯ ใหเปน มาตรฐานตรงกนั เชน มหาวทิ ยาลัยขอนแกน
กำหนดใหใชชือ่ ยอ วา มข.ในภาษาไทย และ KKU ในภาษาอังกฤษ

● รายการคำสำคญั (Keyword list) คือ คำศัพทค วบคุม ที่จำกัดการเลอื กคำสำคัญเมือ่ จัดทำดรรชนี ทำใหสบื คน ได
เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เปน กลไกการควบคุมใหการจัดทำดรรชนมี ีความแมนยำและคงที่มากข้นึ รายการคำนจี้ ะให
คำที่เปนมาตรฐานสำหรับการตัง้ ช่อื แฟม/ไฟลเ อกสาร หรือจำกดั ไมใหใ ชคำใดในการตัง้ ช่อื ในระบบมกั กำหนดให
คลกิ เลือกจากรายการที่กำหนดไวแลว

การจัดทำดรรชนี โดยเฉพาะอรรถาภิธานศัพท มีแนวทางดงั นี้

1) ทำความเขาใจภารกิจ และกจิ กรรมขององคการ ใหถอ งแท
2) พัฒนาคำคน โดยการวิเคราะหภ ารกจิ และกจิ กรรม รวมถงึ การสมั ภาษณผปู ฏบิ ตั งิ าน และศกึ ษากระบวนการ

ทำงานเกยี่ วกบั เอกสาร เปน ตนวา การต้งั ช่อื แฟม หรอื มาตรฐาน รายการคำสำคัญทเ่ี คยมอี ยู
3) กำหนดขอบเขตของคำศัพทค วบคมุ เชน ระดบั หรอื ความลกึ ของดรรชนี ชือ่ เฉพาะ หรือคำท่ัวๆไปท่ไี มควรใช
4) รา งรายการศพั ทค วบคมุ
5) สรางความสัมพันธข องคำ โดย

● ตัดสินใจวาควรจะแยกวลอี อกเปน สว นๆ หรือเกบ็ วลีน้นั ไว หรอื ควรจะรวมคำเปนวลีผสม (Compound
phrases)

● กำหนดและจัดกลุม คำตามความกวา งกวา และแคบกวา
● ระบคุ ำทีไ่ มใหใชและเชอ่ื มโยงไปยังคำทีใ่ หใ ช
● เขียนคำจำกัดความ (Scope note) เพอ่ื อธบิ ายคำและความหมายของคำตลอดจนเงอ่ื ไขอื่นๆ

การดาํ เนินงานเอกสารระหวา่ งกระแสการใช้งาน 205

● นำไปใชแ ละปรับปรงุ แกไ ข

การจัดทำดรรชนตี องอาศยั ความเอาใจใสแ ละความสมำ่ เสมอ รายการคำสำคญั จะไมม ีประโยชนห รือใชการไมได หากไมม ี
การควบคุมคำและไมมกี ารเพ่มิ เติมคำใหมๆ ดวยเหตนุ ี้ รายการคำสำคญั และศพั ทค วบคุมตา งๆ ควรไดรับการดูแลปรบั ปรุง
โดยนักจัดการเอกสารอยา งตอ เนือ่ ง

การกำหนดคำสำคญั ในกับเอกสารควรดำเนนิ การต้งั แตชว งการจัดทำเอกสาร ซง่ึ ปจ จุบนั มโี ปรแกรมคอมพิวเตอรทส่ี ามารถ
ทำไดโดยอัตโนมัติ อยา งไรก็ดกี ารกำหนดกฎเกณฑ โครงสรา งท่ีชดั เจนต้ังแตตน ถือเปนเงอ่ื นไขสำคัญทท่ี ำใหการทำดรรชนี
และจัดหมวดหมูเอกสารสอดคลองสัมพนั ธกนั ดวยดี

การจัดแฟมเอกสาร

คือ การจดั เอกสารท่ีมเี นื้อหาเดียวกันหรือกจิ กรรมเดียวกนั มารวมไวด วยกนั ภายใตแฟม เดยี วกัน ใหร หัส ทำฉลาก (Label)
และหมายเลขประจำแฟม เอกสารทจ่ี ัดทำข้นึ หรือรบั ไว จำเปน จะตองจัดเกบ็ ในแฟม เพ่อื ใหเอกสารมนั่ คง ปลอดภัย และ
สะดวกในการใชง าน เอกสารควรไดร บั การเก็บตามลำดับอยางมตี รรกะ

เมื่อพดู ถึงคำวา แฟม (File) ท่ใี ชใ นทางการจัดการเอกสารท่ัวไปนัน้ แตกตางจากคำวา File ในทางคอมพิวเตอร คอื

● เอกสาร/บรรณสาร ทเี่ ปนเร่อื งหรือชิน้ ในทางคอมพวิ เตอรเรยี กวา File
● แฟมท่บี รรจุเอกสาร/บรรณสาร ในทางคอมพิวเตอรเรียกวา Folder หรอื Sub-directory
● ชดุ เอกสาร ทร่ี วมแฟมตางๆเขาไวด วยกัน ในทางคอมพวิ เตอรเ รยี กวา Directory

ดงั นน้ั ในการจัดการเอกสารดิจิทัล การจัดแฟม จึงเทียบไดก ับการสรา งโฟลเดอร (Folder) แลว นำ File มาบรรจุไวอ ยางเปน
ระบบ

การจัดแฟม เอกสาร มีวธิ กี าร ดังนี้

1) จัดทำหนาปกแฟม เพ่อื ชว ยใหสามารถระบแุ ฟมได และคน หาไดง าย การทำหนาปกแฟมอาจจะทำเปนมาตรฐาน
เดียวกัน โดยอาจจะมีรายละเอียดดงั น้ี

● รหัสอา งองิ
● ชือ่ แฟม
● หมวดของเอกสาร
● วนั ทีเ่ ปดแฟม
● หนวยงานที่สรางแฟม
● วันที่ปด แฟม
● ชั้นความลับ

206 การจัดการเอกสาร | Records Management

● วันทต่ี รวจสอบแฟม

2) นำเอกสารเขาแฟม เมอื่ กิจกรรมหรือโครงการตา งๆสำเร็จลง และพรอมทจี่ ะปดแฟมในกิจกรรมนน้ั ๆ หากเอกสารยงั อยู
ในรปู ดิจทิ ัลใหพิมพอ อกมาในรูปกระดาษเพื่อใหมน่ั ใจวาเอกสารน้ันๆไดรบั การจดั เก็บจริง จากน้นั จึงคอ ยจัดระเบียบ วธิ กี าร
นเ้ี ปนหนทางเดยี วทจ่ี ะเชื่อมน่ั ไดว า เอกสารเร่ืองเดยี วกันจะรวมอยูดวยกนั วธิ ีการนมี้ ขี อ ดีคือ

● เอกสารมคี วามมนั่ คงในระดบั หนึ่ง
● เอกสารจะไมสูญหายดวยตวั เจา หนาท่ี
● เอกสารมีความสมบรู ณ
● ชอ งวา งระหวา งเอกสารกระดาษกับเอกสารดิจิทัลจะหมดไปเพราะเอกสารทัง้ หมดจะตอเนอ่ื งเปน ลำดบั
● ถาหากเอกสารเกีย่ วพนั กับหลายเรอื่ งจนยากจะตัดสนิ วา จะเก็บไวใ นแฟม ไหน หรือเรื่องใดอาจประยกุ ตใ ชห ลักดังน้ี

○ ทำสำเนา แลว เกบ็ เขา ทุกแฟม ทีเ่ กี่ยวของ
○ ระบวุ าเปน “สำเนา” เพื่อใหแตกตางจากตน ฉบบั
○ บนั ทึกลงบนสำเนาวา เอกสารตน ฉบับอยทู ไี่ หน
○ เกบ็ ตนฉบับไวในแฟม ที่สามารถเชื่อมโยงถึงแฟมเรื่องตางๆทเ่ี ก่ยี วขอ งกนั ได

3) การใหเ ลขลำดบั เอกสาร คือการใหเลขเรยี งลำดับเอกสารภายในแฟม อาจทำในระดับรายชนิ้ หรอื ในระดับแผน โดยมี
วัตถุประสงคเ พือ่ ควบคมุ เอกสาร สามารถทราบไดว า เอกสารใดถกู ยา ยไปจากแฟม การใหเ ลขลำดับเอกสารทำไดด งั นี้

● จัดเรียงเอกสารตามลำดบั เวลาทเี่ อกสารเขามาในแฟม
● ลงเลขจากหลงั สุดไปหนาสุด บรเิ วณมุมบนขวาของเอกสาร
● เมอื่ เอกสารข้ึนแฟมใหมกใ็ หเริ่มจากเลข 1 ใหม

4) การปดแฟม ควรมกี ารปด แฟม อยา งเปน ระยะและเปน ระบบ การปดแฟม มิไดหมายความวา เปน การเอาเอกสารออกจาก
ระบบ แตห มายถึงจะไมม ีการเพิ่มเอกสารเขา ไปในแฟมเร่อื งนนั้ อีก และจะใชแ ฟมนัน้ สำหรบั การอา งอิงเทาน้นั หากแฟม ไม
ไดรับการปดก็มีแนวโนม ทจี่ ะเกดิ ขึน้ ดงั นี้

● แฟม ไมเปนระเบยี บ เอกสารเรียงลำดับสับสน
● แฟม มขี นาดใหญ มนี ้ำหนกั มาก
● การเขา ถงึ เอกสารแตละเร่ืองยาก
● เอกสารทีส่ ้นิ กระแสการใชงานจะปะปนกับเอกสารท่ียงั อยูในกระแสการใชงาน

การปดแฟมมปี ระโยชน คือ

● เอกสารจะอยูใ นแฟมทมี่ ขี นาดพอเหมาะตอ การจัดการ
● เปนระเบียบ เรยี บรอย

การดําเนินงานเอกสารระหว่างกระแสการใชง้ าน 207

● เขาถงึ ไดง ายแยกเอกสารทส่ี ิ้นกระแสการใชง านจากเอกสารกึง่ กระแสการใชง าน หรอื อยใู นกระแสการใชงานได

ควรปด แฟม เมอ่ื

● แฟม มีความหนา
● ไมม ีเอกสารเขา แฟม เกนิ 2 ป
● มเี นื้อหาเกนิ 5 ป
● สน้ิ ปภาษี หรอื ส้ินปก ารศกึ ษา
● สิ้นสดุ โครงการ หรอื กจิ กรรม

วิธกี ารปด แฟม ทำไดดังน้ี

● ระบคุ ำวา “ปดแฟม ” พรอ มทง้ั วนั ที่ ลงบนหนา ปกแฟม
● ตรวจสอบกับตารางกำหนดอายเุ กบ็ เอกสารวาตอ งดำเนนิ การกบั แฟม น้ันอยา งไร เชน โอนยายไปจดั เก็บในศูนย

เอกสาร ทำลายไดเมือ่ ถึงอายุ ฯลฯ
● กำจัดเอกสารท่ีเปนสำเนาได

5) การปรบั ปรงุ เปล่ียนแปลงแฟม เชน การนำแฟมมารวมกันเปนเร่ืองเดียวกนั สามารถทำได แตควรไดรบั การพิจารณา
อยางรอบคอบ และทำในกรณีท่จี ำเปน ทำในกรณีท่ี

● แฟม ไมไดสะทอนเนื้อหาตามทค่ี วรจะเปน เชน ชอ่ื แฟม กับเอกสารไมสัมพันธก ัน ซึ่งจะสงผลตอ ประสทิ ธภิ าพของ
การสบื คน

● มกี ารปรบั เปลย่ี นหนาท่กี จิ กรรมของงาน โดยเพม่ิ หรือลด หนา ที่ในงานน้นั ๆ
● มีระบบใหมทด่ี ีกวาถกู นำมาใช

6) การตรวจตรา บำรงุ รักษาแฟม เอกสารทจ่ี ดั เกบ็ ในแฟม ควรไดร ับการตรวจตรา บำรุงรักษาอยางสมำ่ เสมอ โดยเฉพาะ
อยางยง่ิ ปจจยั ที่จะทำใหเอกสารเสียหายเส่อื มสภาพ จากการใชว สั ดทุ ่ีไมเ หมาะสม เชน Post-it note, ยางรดั , เทปกาว,
ลวดเย็บกระดาษ, ปกพลาสติก

การจดั การแฟมเอกสารดิจทิ ัล

สำหรบั กรณีแฟม เอกสารดิจทิ ลั (Folder) อาจมีความแตกตางกับการจดั การแฟมเอกสารกระดาษในทางปฏิบัติ แตเ หมือน
กนั ในทางหลักการ

1) การเปด แฟม คอื การสราง Sub-directory ขนึ้ มาในระบบการจดั การเอกสารดิจิทลั เพอ่ื รองรับการทำงานของผูใชง าน
ระบบ โดยตองเปน ไปตามแบบแผนการจัดหมวดหมูเอกสาร (Rฺ CS) หรอื ผงั แฟม ขอมลู (File plan) ที่กำหนดเอาไว โดย

● ผูป ฏบิ ตั งิ าน ย่ืนคำรอ งขอเปด แฟมตอนกั จัดการเอกสาร

208 การจดั การเอกสาร | Records Management

● นกั จัดการเอกสาร พิจารณาเปดแฟม, กำหนดชัน้ ความลับ, กำหนดการตง้ั ชื่อแฟม และชอ่ื ไฟล, สทิ ธกิ ารใชง าน
และการเขา ถึง เชน อานได (Read), จัดการได (Manage), แกไ ขได (Amend)

● นักจัดการเอกสารเสนอใหผ บู รหิ ารที่รับผิดชอบอนุมัติการเปดแฟม
● นกั จดั การเอกสารแจง ผลการดำเนนิ งานใหผ ูเ ก่ียวของทราบ
● ผปู ฏิบัตงิ านหรอื นกั จัดการเอกสารบันทึกขอ มูลเก่ยี วกับแฟมอยา งครบถวน โดยใชระบบขอ มลู อภพิ ันธุเปรียบ

เสมือนการทำหนา แฟม

2)การนำเอกสาร (ไฟล) เขา แฟม

● จดั ทำ จบั เก็บ เอกสารดิจิทัลลงในแฟม โดยตง้ั ช่ือตามหลักเกณฑท กี่ ำหนด
● บนั ทึกขอ มลู อภิพนั ธุ ใหค รบถวน
● หากเปน เอกสารลับใหด ำเนินการตามวธิ กี ารและข้ันตอนท่หี นว ยงานกำหนดตามระเบียบเกี่ยวกบั การจัดการ

เอกสารลับ
● สง Link เอกสารใหก บั ผเู กีย่ วขอ งทราบ
● ปด แฟมเม่อื สิ้นสุดโครงการ กจิ กรรม หรอื ตามเงื่อนไขท่ีกำหนดไวแ ลว
● สำรองขอ มูลอยา งสม่ำเสมอ โอนยายแฟมขอ มูลไปยังส่ือบนั ทกึ ตามระยะเวลาทก่ี ำหนด
● กำหนดสิทธิการเขา ถึงแฟม ขอมูลสำหรับแตล ะบคุ คล/ฝา ย/แผนก

3)การปดแฟม เมอ่ื สิน้ สดุ กิจกรรม หรือกระบวนการสิน้ สดุ โดยผบู ริหารเห็นชอบใหปด แฟมนน้ั สามารถดำเนินการไดโ ดย

● ผปู ฏบิ ัติงาน ยืน่ คำรองขอปด แฟม ตอ นักจดั การเอกสาร
● นักจัดการเอกสาร ตรวจสอบความถูกตอง ครบถวนของเอกสาร ในแฟม
● นกั จดั การเอกสารขออนมุ ัตปิ ดแฟม ตอผูบ รหิ าร
● ดำเนนิ การปด แฟม , ถอดช้นั ความลบั (แลวแตกรณี), เร่มิ นบั อายุตามตารางกำหนดอายุเอกสาร
● นักจัดการเอกสารแจง ผลการดำเนินงานใหผเู กี่ยวของทราบ

4) การปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงแฟม ในกรณีทย่ี ังไมไดโ อนยา ยไปยงั ศูนยเ อกสาร หรอื หอจดหมายเหตุ เชน เปด แฟมอกี
ครง้ั เพ่อื เพม่ิ เอกสาร หรือเพิม่ เตมิ การเชอ่ื มโยงไปยงั เอกสารกระดาษ เพอ่ื ความสมบรู ณ ดำเนินการไดโดย

● ผปู ฏิบัตงิ านยื่นคำรอ งขอปรบั ปรงุ เปลีย่ นแปลงแฟม ตอนักจดั การเอกสาร
● นกั จัดการเอกสาร ศกึ ษาผลกระทบ ระเบียบ เงือ่ นไขทางกฎหมายแลวเสนอขออนมุ ัตติ อ ผบู ริหาร
● นักจดั การเอกสารดำเนนิ การเปด แฟมใหมอ กี คร้งั ใหผูปฏบิ ตั งิ านดำเนนิ การตามที่ขอ
● ปดแฟมทนั ทีท่ีดำเนินการเสร็จ โดยระบบจะนับอายแุ ฟม ใหม
● นกั จดั การเอกสารแจง ผลการดำเนินงานใหผเู กย่ี วของทราบ

การดาํ เนินงานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 209

การตดิ ตาม

คือ การตดิ ตามความเคล่อื นไหวของเอกสาร วาขณะนอ้ี ยทู ่ีใด หรือมใี ครรับผิดชอบดำเนินการอยู อกี ทัง้ ยงั ใชตรวจสอบ
สถานะวามีการใชง านหรอื ไมอยา งไรอีกดวย

โดยทั่วไป ระบบตดิ ตามเอกสาร มักเปนการควบคมุ การเคลื่อนไหวของเอกสารในเชิงกายภาพ ตลอดจนประเด็นเรือ่ ง และ
บันทกึ การถายโอนเอกสารระหวา งหนวยงานหรือบุคคล มาจนถงึ ที่จัดเก็บ โดยใชบ ญั ชตี ดิ ตามเอกสาร (Transit sheet) ซึ่ง
อยา งนอ ยควรมขี อมูลตอ ไปนี้

● ลำดับช้นั ความลับ (ในกรณีที่จำเปน )
● เลขทะเบยี นเอกสาร สำหรับอา งองิ
● ช่ือเร่ือง
● สถานที่ บุคคลหรือหนว ยงานทีเ่ อกสารนนั้ ไปถึง
● วันที่/เวลาท่ีเอกสารมีการเคลื่อนไหว

หนวยงานอาจประยกุ ตใชเ ทคโนโลยสี ำหรับการติดตามเอกสาร เชน การแสกนบารโ คด, ควิ อารโ คด , RFID หรอื บางระบบ
จดั การเอกสาร อาจมกี ารบันทกึ เสน ทางของเอกสารดิจทิ ลั โดยอตั โนมตั ิ สามารถตรวจสอบสถานะของเอกสารไดท นั ที

การติดตามเอกสารยงั รวมถงึ กรณที เี่ อกสารถูกยืมไปโดยบุคคล หรอื หนว ยงานอ่นื ๆ องคก ารจึงควรมกี ารกำหนดระเบยี บ
การยืม เงื่อนไขการยมื ระยะเวลาและวิธกี ารทจ่ี ะควบคมุ เอกสารทยี่ ืมนัน้ ออกไปดว ย โดยนำระบบการติดตามเอกสารมาใช
เพือ่ ใชตรวจสอบสถานะการใชงาน ตลอดจนตำแหนงที่อยขู องเอกสารทเี่ ปน ปจ จุบนั เพื่อปอ งกันการสูญหายของเอกสาร
นนั่ เอง

สรุป

การดำเนินงานเอกสารระหวา งกระแสการใชง าน มีกจิ กรรมสำคญั เริ่มตน ท่ี การจัดทำและนำเอกสารเขา สรู ะบบ ซ่งึ มีทงั้ ใน
สวนท่ีเกี่ยวกบั กอนการสรา งเอกสาร (Pre-creation) ซง่ึ ไดแ กก ารวางแผน กำหนดและวเิ คราะหค วามตอ งการเอกสาร และ
สวนท่ีเก่ียวกับการปฏบิ ัตกิ าร ซ่งึ มเี ทคนคิ วิธกี ารตางๆและขัน้ ตอนตางๆ สำหรับประเทศไทยระบบราชการมีความซับซอน
มาก มักใชห นังสือเปน สือ่ กลางการทำงานในทุกระดบั ตั้งแตก ารสมคั รงาน จนถงึ ลาออก จากสภาพดังกลาว ทำใหระบบ
ราชการมีการจัดทำเอกสารจำนวนมาก สงผลใหกิจกรรมการดำเนนิ งานสารบรรณมจี ำนวนมากตามไปดว ย การดำเนนิ งาน
เอกสารในสว นน้ีจึงเปนจดุ เร่มิ ตน ทส่ี ง ผลตอ คณุ ภาพของเอกสาร ตลอดจนการกล่ันกรองวา เอกสารใดควรนำเขาสรู ะบบการ
จดั การ ก็เปนสว นสำคญั ที่ทำใหอ งคการม่นั ใจวา มีเอกสารทส่ี ามารถสนับสนุนการทำงานไดอ ยา งครบถวน และสามารถ
บริหารจัดการไดอยางเหมาะสม คมุ คา และลดภาระเกี่ยวกับเอกสารทจี่ ะเกิดตามมาอกี ดวย

เม่ือมีการจัดทำและจับเกบ็ เอกสารอยา งเปน ระบบ กจ็ ะสง ผลใหไดเ อกสารทม่ี คี ณุ ภาพ กลาวคือ (1)มีความครบถว นสมบูรณ
ถกู ตอง นา เชอ่ื ถอื (2)สะทอ นวัตถุประสงคข องการจดั ทำเอกสาร (3)มรี ายละเอยี ดเพียงพอตอ ความเขา ใจของบุคคลตาม

210 การจดั การเอกสาร | Records Management

แตละบรบิ ทหรือสภาพแวดลอ ม (4)เปน พยานหลกั ฐานของกิจกรรมทน่ี าเชือ่ ถือ เมอ่ื นำเอกสารไปใชกจ็ ะเกิดความราบรืน่
ตลอดจนเปนเครอ่ื งประกันถงึ หลกั ภาระรบั ผิดชอบ ตรวจสอบไดและความโปรง ใสขององคการตามหลักธรรมาภิบาล
เอกสารที่อยใู นกระแสการใชงาน ตองการการดูแลรกั ษาที่เหมาะสม ดว ยการจำแนกและจัดกลมุ เอกสารตามระเบยี บ
แบบแผนที่กำหนด มกี ารจัดทำดรรชนี เพ่ือใหงา ยตอ การสบื คน จดั ทำแฟมเอกสารเพ่ือใหสะดวกตอการใชง าน และการ
ติดตามเอกสารเพ่อื ใหรวู าอยกู บั ใครและอยทู ่ไี หน ซง่ึ เปน สิง่ ทีน่ กั จดั การเอกสารพึงทำใหเ กดิ ขน้ึ ในองคการ

คาํ ถามทบทวนทา้ ยบท

● การจดั ทำและการจบั เกบ็ เอกสาร มหี ลักและแนวปฏิบตั สิ ำคญั อยางไร
● ปญหาการดำเนินงานเอกสารระหวา งกระแสการใชงานของราชการไทยมปี ระเด็นใดบาง และควรมแี นวทางแกไข

อยา งไร

การดาํ เนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 211

บรรณานุกรม

สถาบันท่ปี รกึ ษาเพอื่ พฒั นาประสทิ ธิภาพในราชการ.(2533). คูมือปรบั ปรุงงานสารบรรณ. กรงุ เทพฯ: สำนกั งาน ก.พ.
สมสรวง พฤตกิ ลุ (2546). การจัดการเอกสาร. กรงุ เทพฯ: ภาควชิ าภาษาตะวันออกคณะโบราณคดี มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.
Duranti, L. (2018). Diplomatics. In J.D. McDonald & M. Levine-Clark (Eds.), Encyclopedia of library and

information sciences Volume 1 (4td ed.) (pp.1338-1346). CRC Press
Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed.). ALA Neal-Schuman.
IRMT. (1999). Organising and controlling current records. the International Records Management Trust.

https://www.irmt.org/documents/educ_training/public_sector_rec/IRMT_organising.pdf
National archives of Australia. (2022). Creating records. https://www.naa.gov.au/

information-management/creating-records
Pearce-Moses, R. (2005). A glossary of archival and records terminology. Chicago: Society of American

Archivists.
Shepherd, E., & Yeo, G. (2003). Managing records: a handbook of principles and practice. London:

Facet.

212 การจดั การเอกสาร | Records Management

บทที 10

การดําเนินงานเอกสารกึงกระแสการใช้งาน

วัตถุประสงคข์ องบท

● อธบิ ายกระบวนการจดั เก็บเอกสารก่ึงกระแสการใชงาน
● เสนอแนวทางการดำเนินงานศูนยเอกสาร
● จำแนกวิธีการใหบ ริการ คนคืน เอกสารกึ่งกระแสการใชง าน

ความนาํ

องคก ารในยคุ ปฏวิ ัติอุตสาหกรรมคร้ังที่ 4 ตอ งอาศยั การขบั เคลอ่ื นธุรกจิ ดวยขอ มลู (Data-driven business), การเปดเผย
ขอ มูล, การทำงานรวมกัน, ความรบั ผิดชอบตอ สงั คมและอนื่ ๆ ทำใหอ งคการตอ งเอาใจใสก ับการจัดการเอกสารมากขึ้น เพื่อ
สนองภาระรบั ผิดชอบ, ประสทิ ธิภาพของธรุ กิจ, การรกั ษาสทิ ธิ และเหตผุ ลในทางสังคม-วฒั นธรรม
เอกสารท่ีถกู ใชในกิจกรรมตามวัตถุประสงคเ รยี บรอ ยแลว บางอยางที่ไมม ปี ระโยชนอกี ตอไปสามารถนำไปกำจดั ไดท ันที แต
เอกสารบางอยา งแมสนิ้ สดุ การใชง านแลว ยงั ตอ งเกบ็ รักษาเอาไวช ่ัวระยะเวลาหน่ึงเพือ่ เปน หลกั ฐานหรอื เพ่ือการตรวจสอบ
เอกสารกลมุ นี้จัดอยูในระยะกึ่งกระแสการใชง านของวงจรชีวิตเอกสาร ซึง่ ตอ งดูแลรกั ษาตางจากเอกสารในกระแสการใช
งาน โดยสวนใหญแ ลว มักไมเ ก็บรักษาไวใ นสำนกั งาน เพราะสิ้นเปลืองพ้ืนที่ และอาจสญู หายได ควรนำไปเกบ็ รักษาไวย งั
ศนู ยเ อกสาร ซง่ึ องคการจัดต้ังข้ึนเอง หรือใชบ รกิ ารจากแหลงภายนอก การดำเนินงานเอกสารกง่ึ กระแสการใชง าน จึงเนน
ท่ีการบริหารศนู ยเอกสาร เพอ่ื ใหเอกสารมีความปลอดภยั เขา ถึงไดต ามความตอ งการ เกบ็ รักษาไวเพ่ือเปนพยานหลกั ฐาน
จนกวาจะสนิ้ สุดกระแสการใชงาน ในบทนจี้ ะกลาวถึงการดำเนินงานเอกสารท่ีอยกู ึ่งกระแสการใชงาน โดยเฉพาะประเดน็
เกยี่ วกบั การบรหิ ารศนู ยเอกสาร และเช่ือมโยงกับแนวปฏบิ ตั ติ ามระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ ฉะนัน้ จึงใชค ำวา
เอกสาร และ หนังสือ แทนกันในบางกรณี

213

เอกสารกึงกระแสการใช้งาน

เอกสารกง่ึ กระแสการใชงาน (Semi current/active records) คอื เอกสารท่ีสิน้ สดุ การดำเนินการตามกิจกรรมโครงการ
แลว หรอื หมดความจำเปน ท่ีตอ งเกบ็ ไวใ นสำนกั งาน แตยังไมสามาถทำลายได ตอ งเกบ็ เอาไวช ว่ั ระยะเวลาหนงึ่ เพอื่
ประโยชนใ นการอางอิง ตรวจสอบทางกฎหมาย, การเงิน, การบรหิ ารงาน หรือการคน ควา วิจยั โดยปกติแลวเอกสารกลมุ น้ี
มักถกู โอนยา ยไปจดั เกบ็ ในศูนยเ อกสาร หรอื อยูน อกพืน้ ท่ีสำนักงาน เพ่อื รอการกำจัดตอไป (IRMT, 1999; Smith, 2007)

เอกสารก่ึงกระแสการใชงาน มีอายกุ ารเก็บทแ่ี ตกตางกนั ตามประเภทหรอื ความสำคญั ของเอกสาร เอกสารบางอยางเม่ือ
ดำเนนิ การเสรจ็ ตามวตั ถุประสงคแลว อาจถูกกำจดั โดยไมตอ งผานระยะกง่ึ กระแสการใชงาน เอกสารใดเกบ็ นานเทาไร
สามารถดไู ดจากตารางกำหนดอายเุ อกสาร (Records retention schedule) ซงึ่ เปน ผลจากการประเมนิ คณุ คาและ
กำหนดเอกสาร

สวนเอกสารหรอื หนังสือราชการของไทย เม่อื ดำเนนิ การ, ส่งั การ จนแลว เสรจ็ ยังไมส ามารถทำลายไดทันทีตองเก็บรกั ษา
เอาไวเปนพยานหลักฐาน ชวั่ ระยะเวลาหน่ึงตามทก่ี ำหนด ระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณฯ กำหนดกรอบกวางๆในการ
กำหนดอายุจัดเก็บเอกสารเอาไววา หนงั สอื ปกติใหเก็บไวไมน อยกวา 10 ปเ วนแตห นงั สอื ดงั ตอไปนี้

● หนังสอื ที่ตองสงวนเปนความลับใหปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ระเบยี บวา ดว ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.
2544 และ ฉบบั ที่2 พ.ศ.2561 หรือ ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี าดว ยการรกั ษาความปลอดภัยแหง ชาติ พ.ศ.
2552

● หนังสอื ท่ีเปน หลักฐานทางอรรถคดีสำนวนของศาล หรอื ของพนักงานสอบสวน หรอื หนงั สืออน่ื ใดท่ีไดม ีกฎหมาย
หรอื ระเบียบแบบแผนกำหนดไวเ ปนพิเศษแลว การเก็บ ใหเ ปน ไปตามกฎหมายและระเบยี บแบบแผนวาดว ยการ
นัน้

● หนงั สอื ที่มคี ุณคา ทางประวตั ศิ าสตรทุกสาขาวิชา และมีคุณคา ตอ การศึกษา คนควา วิจยั ใหเก็บไวเปนหลกั ฐาน
สำคญั ทางประวตั ิศาสตรข องชาตติ ลอดไป หรือตามทสี่ ำนักหอจดหมายเหตแุ หงชาติ กรมศิลปากร กําหนด

● หนังสอื ท่ไี ดป ฏบิ ัตงิ านเสรจ็ ส้นิ แลว และเปน คสู ำเนาทม่ี ีตนเรอื่ ง จะคน ไดจ ากทอ่ี ่นื ใหเ ก็บไวไมนอยกวา 5 ป
● หนงั สอื ที่เปนเร่อื งธรรมดาสามัญซงึ่ ไมมีความสำคญั และเปน เรื่องท่ีเกิดขึ้นเปน ประจำเมือ่ ดำเนนิ การแลว เสรจ็ ให

เก็บไวไ มนอ ยกวา 1 ป
● หนังสือหรือเอกสารเกี่ยวกบั การรับเงิน การจายเงิน หรอื การกอหน้ีผกู พันทางการเงนิ ทไ่ี มเปนหลกั ฐาน/หมด

ความจำเปนในการใชเ ปนหลกั ฐานแหงการกอ , เปลยี่ นแปลง, โอน, สงวน หรือระงบั ซง่ึ สทิ ธิ ในทางการเงนิ เมื่อ
สำนกั งานการตรวจเงินแผน ดินตรวจสอบแลวไมม ีปญหา และไมมีความจำเปน ตองใชป ระกอบการตรวจสอบหรือ
เพือ่ การใดๆ อกี ใหเ กบ็ ไวไ มนอ ยกวา 5 ป
● หนงั สอื เกย่ี วกับการเงิน ซ่งึ เห็นวาไมม ีความจำเปน ตอ งเก็บไวถ ึง 10 ปหรอื 5 ป แลว แตกรณีใหทำความตกลงกบั
กระทรวงการคลงั

214 การจัดการเอกสาร | Records Management

การดําเนินงานเอกสารกงึ กระแสการใชง้ าน ตามระเบียบฯ วา่ ด้วยงานสารบรรณฯ

ระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรีวาดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแกไขเพมิ่ เตมิ (ฉบับที่2) พ.ศ.2548 หมวด 3 ไดก ำหนด
เก่ียวกับ การเก็บรักษา ยมื และทำลายหนงั สอื โดยสวนทเี่ ก่ียวของกบั การดำเนินงานเอกสารกง่ึ กระแสการใชง านน้ัน คอื
การเกบ็ การรักษา และการยืมหนงั สอื

การเก็บหนงั สือ

ระเบียบฯ วา ดว ยงานสารบรรณฯ แบง ประเภทการเก็บหนงั สือออกเปน

● การเก็บระหวางปฏิบตั ิ คือ การเกบ็ หนังสอื ทีป่ ฏิบัติยงั ไมเสร็จ
● การเก็บเมอื่ ปฏบิ ัติเสร็จแลว คอื การเก็บหนงั สอื ทปี่ ฏิบตั ิเสรจ็ เรยี บรอยแลว และไมมอี ะไรทจี่ ะตอ งปฏิบตั ิตอไป

อีก
● การเก็บไวเ พอ่ื การตรวจสอบ คือ การเกบ็ หนังสอื ที่ปฏิบัตเิ สร็จเรียบรอ ยแลว แตจำเปน จะตองใชใ นการตรวจสอบ

เปนประจำ ไมสะดวกในการสง ไปเก็บยังหนว ยเก็บของสวนราชการ

ตามความดังกลาว เมือ่ พิจารณาตามหลกั วงจรชีวติ เอกสาร การเก็บระหวา งปฏิบตั ิ คอื การเก็บเอกสารท่ีอยใู นกระแสการใช
งาน ซึง่ ใหอยใู นความรับผดิ ชอบของเจา ของเร่อื ง โดยใหก ำหนดวธิ กี ารเก็บใหเ หมาะสมตามข้นั ตอนของการปฏบิ ัติงาน สว น
การเกบ็ เม่ือปฏบิ ัตเิ สร็จแลว และการเกบ็ ไวเพอ่ื การตรวจสอบ เปนการเก็บเอกสารทอี่ ยูก ึ่งกระแสการใชง าน

1) การเก็บเม่อื ปฏบิ ัติเสร็จแลว ระเบยี บฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ กำหนดใหดำเนนิ การดงั น้ี

ขั้นตอนที่ 1 จัดทำบัญชหี นังสอื สงเกบ็ ใหเ จาของเรอ่ื งจัดทำบัญชีหนังสอื สง เก็บ (ตามแบบท1่ี 9 ทายระเบียบฯ)
เก็บไวอยา งละฉบบั ใหก รอกรายละเอยี ดตา งๆ คือ เลขลำดับเร่ือง, เลขที่หนงั สือแตละฉบบั , วนั เดือนป ของ
หนังสอื , เรือ่ งหรือสรุปเรื่องยอ โดยเฉพาะอายกุ ารเก็บหนังสือ ทง้ั นเ้ี พราะเจาของเรื่องยอมเปนผทู ราบดวี าหนังสือ
ฉบับนั้นมีความสำคญั อยางไรและสมควรเกบ็ ไวนานเพยี งใด หากใหเ ก็บไวตลอดไป ใหล งคำวา “หามทำลาย” และ
หมายเหตุ

ขน้ั ตอนท่ี 2 สง หนงั สือไปยังหนวยเก็บ ซงึ่ บางหนวยงานอาจเรยี กวา ศูนยเ อกสาร ใหเ จา ของเรื่องจัดสง หนงั สอื
และเรอื่ งปฏิบตั ิทง้ั ปวงท่ีเกยี่ วขอ งกับหนังสือน้นั พรอ มท้งั บัญชหี นังสือสง เกบ็ ไปใหห นว ยเก็บที่สว นราชการนน้ั
กำหนด

ขัน้ ตอนที่ 3 ประทบั ตรากำหนดเก็บ เปนการดำเนนิ การโดยหนวยเกบ็ เม่ือไดร บั เร่อื งแลว ใหเจา หนา ทผ่ี รู ับผิด
ชอบในการเกบ็ หนงั สอื ประทับตรากำหนดเกบ็ หนงั สือและลงลายมือชอ่ื ยอ กำกบั ตรา โดย หนังสอื ทตี่ องเก็บไว
ตลอดไป ใหป ระทับตราคำวา “หา มทำลาย” ดวยหมกึ สแี ดง หนงั สอื ที่เกบ็ โดยมีกำหนดเวลา ใหประทับตราตำวา
“เกบ็ ถึง พ.ศ. …” ดวยหมึกสนี ำ้ เงนิ และลงเลขของปพ.ศ.ท่ใี หเ กบ็ ถึง

การดําเนินงานเอกสารกึงกระแสการใชง้ าน 215

ข้ันตอนที่ 4 ลงทะเบียนหนงั สือเก็บ ใหเ จา หนา ท่ีผรู บั ผิดชอบในการเกบ็ หนงั สอื ลงทะเบยี นหนงั สอื เกบ็ (ตามแบบ
ที่ 20 ทา ยระเบียบฯ) ไวเ ปน หลกั ฐานไว กรอกรายละเอยี ดตา งๆ คือ ลำดับเรอื่ งของหนงั สือเกบ็ , วนั เกบ็ , เลข
ทะเบยี นรบั ของหนังสือแตล ะฉบบั , เรอ่ื งหรือสรุปเร่อื งยอ, รหัสแฟม หรอื เลขลำดับหมวดหมูการจัดแฟม เก็บ
หนงั สอื , ระยะเวลาการเกบ็ ตามท่ปี ระทบั ตรา และหมายเหตุ

2) การเกบ็ ไวเ พ่อื ใชในการตรวจสอบ สำหรับหนังสอื ที่ปฏิบัตเิ สรจ็ เรียบรอยแลว แตจ ําเปนจะตอ งใชในการตรวจ
สอบเปน ประจำ ไมส ะดวกในการสงไปเก็บยงั หนว ยเกบ็ ของสว นราชการ ระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ
กำหนดใหเจา ของเร่ืองเกบ็ เปน เอกเทศ โดยแตงตัง้ เจาหนาท่ีขน้ึ รับผิดชอบกไ็ ด เมื่อหมดความจาํ เปน ทจี่ ะตอ งใชใ น
การตรวจสอบแลว ใหจดั สงหนงั สือนั้นไปยงั หนวยเกบ็ ของสวนราชการ โดยดำเนนิ การเชนเดยี วกบั การเกบ็ เมอื่
ปฏิบัตแิ ลว เสรจ็

การรักษาหนังสอื

ระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณฯ กำหนดใหด ำเนนิ การดงั น้ี

● กรณีการเกบ็ หนังสอื ปกติใหเ จา หนาที่ระมัดระวังหนังสอื ใหอ ยใู นสภาพใชร าชการไดทุกโอกาส
● กรณีทีห่ นังสอื ชำรดุ เสียหายใหด ำเนินการตามขนั้ ตอน คือ

○ ตองรีบซอมใหใชร าชการไดเหมือนเดมิ
○ หากชำรดุ เสียหายจนไมสามารถซอมแซมใหค งสภาพเดิมไดให รายงานใหผ ูบังคบั บญั ชาทราบ และ

หมายเหตุไวใ นทะเบียนเก็บ
● กรณหี นังสอื สญู หาย ใหด ำเนนิ การ ดังนี้

○ หนงั สือทัว่ ไปสูญหาย ตองหาสำเนามาแทน
○ เอกสารสทิ ธิตามกฎหมาย หรอื หนงั สอื สำคัญที่เปน การแสดงเอกสารสิทธสิ ูญหาย ใหด ำเนินการแจงความ

ตอพนักงานสอบสวน

นอกจากน้ีในพระราชบัญญตั ิจดหมายเหตุแหงชาติ พ.ศ.2556 ยงั กำหนดไวว า ใหหนว ยงานของรัฐดแู ลรักษาเอกสารทม่ี ี
ลกั ษณะอยางใดอยา งหนึ่ง คอื (1) มคี ุณคาตามวัตถุประสงคของหนวยงานของรัฐนัน้ (2)มีคุณคา ทางประวตั ศิ าสตร (3)มี
คณุ คาเพอ่ื การศึกษา การคน ควา หรอื การวจิ ยั ไวอ ยา งครบถว นสมบรู ณแ ละสามารถตรวจสอบอางองิ ได โดยหนวยงานของ
รฐั ตองจดั ทำรายการ/ตารางการเกบ็ รกั ษาเอกสาร ทม่ี ีขอ มูลอยางนอยประกอบดว ย ประเภทและหมวดหมขู องเอกสาร,
ระยะเวลาการเก็บรกั ษาเอกสาร, วิธกี ารเก็บรกั ษาเอกสาร และสงมอบรายการ/ตาราง ตามหลกั เกณฑแ ละวธิ ีการทอ่ี ธิบดี
กรมศลิ ปากรกำหนดดว ย

การยืมหนงั สอื

เปน ขนั้ ตอนที่เกิดขนึ้ ในระหวางการเกบ็ และการรักษาหนงั สือ ระเบยี บฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ ระบถุ งึ ลักษณะการยมื คอื
(1) การยมื หนังสือระหวางสวนราชการ ผยู มื และผูอนุญาตใหยืมตอ งเปนหวั หนาสว นราชการระดับกองขึน้ ไป หรอื ผทู ไี่ ดร ับ

216 การจัดการเอกสาร | Records Management

มอบหมาย (2) การยืมหนังสือภายในสวนราชการเดียวกนั ผยู มื และผูอนญุ าตใหยืมตองเปนหวั หนาสว นราชการระดบั แผนก
ข้ึนไป หรือผูทไี่ ดรบั มอบหมาย การท่ีบคุ คลภายนอกยืมหนังสือจะกระทำมิได เวน ท่ีจะใหด หู รือคัดลอกหนงั สอื ทง้ั นี้จะตอ ง
ไดร ับอนญุ าตจากหัวหนาสว นราชการระดบั กองข้นึ ไป หรือผไู ดร บั มอบหมายกอน
การยมื หนงั สือที่สงเก็บแลว มีขัน้ ตอนพอสรปุ ไดดงั นี้

1) แจง ความประสงค ผยู มื จะตองแจง ใหท ราบวา เรื่องที่ยืมน้นั จะนำไปใชในราชการใด
2) มอบหลกั ฐานการยืมใหเ จาหนาท่ีหนว ยเกบ็ เม่ือผอู นุญาตใหยมื อนญุ าตแลว ผยู ืมจะตอ งมอบหลกั ฐานการยมื ให

เจา หนา ที่หนวยเก็บ
3) ผูย ืมลงชอ่ื รบั เรื่องทย่ี มื ใหผ ยู มื ลงช่อื รับเรอื่ งท่ียืมไวใ นบตั รยืมหนงั สอื (ตามแบบท่ี 24 ภาคผนวก ข.)
4) รวบรวมหลกั ฐานการยืม ใหเจา หนาทหี่ นว ยเก็บรวบรวมหลักฐานการยมื โดยเรียงลำดับวัน เดือน ป ไวเ พอื่

ติดตามทวงถาม
5) เกบ็ บัตรยืมหนงั สือ ใหเจาหนาทห่ี นว ยเก็บ เกบ็ บตั รยืมหนังสอื ไวแ ทนหนงั สอื ท่ีถูกยมื ไป
สำหรบั การยืมหนงั สอื ทปี่ ฏิบตั ิยงั ไมเสรจ็ หรอื หนังสอื ทเ่ี ก็บไวเพ่อื การตรวจสอบ ใหถ ือปฏิบัติเชนเดยี วกบั การยมื หนงั สอื ที่สง
เกบ็ แลว โดยอนโุ ลม
แนวปฏบิ ตั ติ ามระเบียบฯ น้ี สะทอ นใหเหน็ มมุ มองตอ เอกสารหรือหนังสอื ราชการ วา มีลกั ษณะเปนทรพั ยส ินของราชการ
ซึง่ หนวยงานของรัฐตอ งดแู ลรกั ษาอยางดี ในทำนองเชนเดียวกับพัสดุ คือ มีการเกบ็ การบันทึก การเบิกจาย การยมื การ
ตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหนา ย ตามมาตรา 113 ของพระราชบญั ญัตกิ ารจดั ซอ้ื จัดจา งและบรหิ ารพัสดภุ าครฐั
พ.ศ.2560 ตองระมดั ระวังมิใหช ำรดุ เสยี หาย หรอื สญู หาย และการนำไปใชในกจิ การซึง่ มิใชป ระโยชนข องทางราชการจะ
กระทำมไิ ด

การดําเนินงานเอกสารกงึ กระแสการใช้งาน 217

ภาพ10-1 ข้ันตอนการเกบ็ รกั ษา-การยืมหนังสือราชการ

218 การจัดการเอกสาร | Records Management

ศูนยเ์ อกสาร

กจิ กรรมหรือโครงการท่ีดำเนนิ การจนเสรจ็ ส้นิ แลว ไมม คี วามจำเปนตอ งใชเอกสารตอไป หรือจะมกี น็ านๆครง้ั เอกสารเหลา
น้หี ากเกบ็ ไวในสำนักงานยอ มสน้ิ เปลอื งพ้นื ทจี่ ัดเกบ็ เสี่ยงตอ ความเสยี หายหรอื สญู หาย รวมถึงมตี น ทนุ ในการดแู ลรักษาสงู
จงึ ควรโอนยา ยไปยังพ้นื ที่สว นกลาง หรืออาคารทเ่ี ปนคลงั เก็บ (Repository) มพี ้นื ทเ่ี พียงพอสำหรบั การจัดเกบ็ เอกสารไป
อยางนอยอกี 10 ป ไดร ับการออกแบบมาเพื่อใหมีความปลอดภัย มกี ารใหบ รกิ ารและกำจัดเอกสารอยางเปนระบบ และ
ประหยัดคาใชจา ยในการดูแลรกั ษาเอกสาร ทเ่ี รยี กวา ศูนยเอกสาร (Records center) หรอื ในระเบียบฯ วา ดวยงานสาร
บรรณฯ เรยี กวา “หนว ยเกบ็ ”

การมศี นู ยเ อกสาร ทำใหไ มสน้ิ เปลืองพนื้ ทเ่ี กบ็ เอกสารในสำนักงาน เอกสารไมสูญหาย และสามารถทำลาย หรอื โอนยาย
เอกสารไปยังหอจดหมายเหตุไดอยา งเปนระบบ สำหรบั หนว ยงานของรฐั ในประเทศไทย การมศี ูนยเอกสาร เปน การปฏบิ ตั ิท่ี
สอดคลองตาม พระราชบญั ญตั ิจดหมายเหตแุ หงชาติ พ.ศ.2556 ซง่ึ กำหนดใหห นว ยงานของรัฐตอ งเก็บรกั ษาเอกสาร
ราชการในการปฏบิ ัตงิ านหรอื ในความครอบครองของหนว ยงานของรัฐไวอ ยา งครบถวนสมบูรณ และสามารถตรวจสอบ
อางอิงได กอนจะสง มอบใหหอจดหมายเหตุแหง ชาตติ อ ไป (วิศปตย ชยั ชว ย, 2559)

Zawiyah M. Yusof & Robert W. Chell (2005) อธบิ ายวา ศูนยเ อกสารเปนสวนหน่ึงของแผนงานจดั การเอกสารแบบ
บูรณาการครบวงจร (Unified program) โดยประสทิ ธภิ าพของศูนยเกบ็ เอกสารวดั ไดจ าก

● การทำใหตนทุนการจัดเกบ็ ตำ่ แตม ีพื้นทีเ่ ก็บเอกสารและการใชป ระโยชนสงู
● การควบคมุ และจัดเรียงเอกสารอยางเปนระบบระเบยี บ
● สามารถปฏิบัติตามขนั้ ตอนทก่ี ำหนดไวไ ดอยา งถกู ตอ ง

ประเภท

ศูนยเอกสารแบง ออกเปน 2 ประเภทหลัก คือ

● ศูนยเก็บเอกสารกลางภายในองคการ (In-house) เปนหนาทห่ี น่ึงภายใตแผนงานการจัดการเอกสารขององคก าร
มกี าร กำหนดบคุ คลากร มอบหมายหนาที่ ความรับผดิ ชอบ และมพี ้นื ที่เกบ็ รักษาเอกสาร

● ศูนยรับฝากเอกสารของเอกชน (Commercial/Outsourcing) ปจ จุบนั มบี รษิ ทั เอกชนทใ่ี หบริการรับฝากเอกสาร
ของหนวยงานตางๆ โดยมีพน้ื ทเี่ กบ็ ระบบจัดการ รักษาความปลอดภัย มีบริการรับสง ตามท่ีตกลงกนั ไว

สำหรบั เอกสารดจิ ิทัล ควรเกบ็ ไวใ นคลังเกบ็ กลาง/คลงั เกบ็ ดิจทิ ัล (Central repository/Digital repository) ซง่ึ เปนสว น
หนึง่ ของสถาปต ยกรรมระบบสารสนเทศสำหรับการจดั การเอกสารอิเล็กทรอนิกส (ERM; EDRM) โดยระบบอาจตงั้ อยบู น
เซริ ฟเวอรเครอื ขา ยหลายเคร่อื ง แตผ ูใชส ามารถทำการคนหาแบบรวมศนู ยและจะปรากฏเปน คลงั เก็บสว นกลาง เชน เดยี ว
กับศูนยเก็บเอกสารที่เปนกระดาษ เพ่อื ใหสามารถควบคมุ เอกสารไดต ามวงจรชวี ิตของเอกสาร (Smallwood, 2013) ทำให
การกำกบั ดูแลสารสนเทศ การปฏิบตั ิตามขอ กำหนด และการตอบสนองทางกฎหมาย ถูกตองและงายตอ การปฏบิ ตั ิ อยางไร

การดําเนนิ งานเอกสารกงึ กระแสการใช้งาน 219

ก็ดี บางหนว ยงานอาจมีระบบท่ีอนญุ าตใหเก็บเอกสารดิจิทัลแบบกระจายศนู ย (Decentralized) ทั้งน้ีขึ้นอยกู ับขนาด
โครงสรางและนโยบายของแตละองคการ

นอกจากน้ีเอกสารท่ีอยูก่ึงกระแสการใชง าน อาจเกบ็ รกั ษาไวใ นคลังสถาบัน (Institutional repository: IR) ซึง่ มีหลกั การ
และแนวคดิ พื้นฐานเชน เดยี วกบั ศนู ยเอกสาร กลาวคือเปน ศูนยรวมทรพั ยากรสารสนเทศดิจิทลั ขององคก าร ทั้งท่ีตพี มิ พเผย
แพรแลว (Post-prints), รอตพี ิมพเ ผยแพร (Pre-prints), ไมม กี ารตีพิมพเ ผยแพรห รือตีพมิ พเผยแพรใ นวงจำกัด (Gray
literature) มกี ระบวนการจัดเก็บ ดูแลรักษา ใหบริการ เผยแพรใ หแ กผูใชภ ายในและภายนอกสถาบัน รวมทงั้ การสงวน
รักษาใหคงไวในระยะยาว (Archiving)

เหตทุ ่คี วรนำ IR มาประยกุ ตใชจ ดั การเอกสารดิจิทัล คือ (Awre, Green, Mays & Burg, 2008)

● IR ถกู ออกแบบมาใหจัดการกบั เนื้อหา
● ขอมูลอภพิ นั ธุและความสมั พนั ธ ใน IR จะใหบริบทเอกสารได
● IR ใหโ ครงสรา งทีช่ ว ยจัดระเบยี บเอกสารได
● IR สนบั สนุน ความจริงแท ความครบถว น ความถูกตอ งของเอกสาร
● IR ทำใหเขา ถึงไดร วดเร็วขึน้

วัตถปุ ระสงค์

การจัดต้ังศูนยเกบ็ เอกสารมวี ตั ถุประสงคข องคอื

● เพ่ือประหยัดงบประมาณและเพิ่มประสิทธภิ าพของการจดั เกบ็ คน คืน และกำจัดเอกสารท่ีอยกู ่งึ กระแสการใชง าน
และสนิ้ การแสการใชง านแลว

● เพื่อเปนการรักษาความปลอดภยั ปอ งกันผไู มมีสิทธเิ ขาถึงเอกสาร และอำนวยความสะดวกใหผมู ีสิทธิเขา ถงึ
เอกสารได

● เพอื่ ปกปก รกั ษามใิ หเ อกสารถูกทำลายจากอุบตั ภิ ัยตางๆ

หนา้ ที

ศนู ยเ อกสาร มหี นาที่สำคัญในองคก าร คอื

● ประสานงานกับหนว ยงานผูจดั ทำเอกสาร เพอ่ื โอนยา ยเอกสารตามระยะเวลาทกี่ ำหนดเอาไวใ นตารางกำหนดอายุ
เอกสาร

● เปน ตวั กลางเชอ่ื มตอระหวา งเอกสารท่มี าจากสำนักงาน (Records office) กบั เอกสารทโ่ี อนยายไปเปน
จดหมายเหตุ

● รบั ผดิ ชอบ ดูแลรกั ษาเอกสารกงึ่ กระแสการใชงานตามระยะเวลาทีก่ ำหนดเอาไวใ นตารางกำหนดอายเุ อกสาร
● วางระบบรักษาความปลอดภยั และจัดสภาพแวดลอมที่เหมาะสมกบั เอกสาร

220 การจัดการเอกสาร | Records Management

● จัดหาวัสดุ อปุ กรณสำหรบั การจดั เก็บท่ไี ดม าตรฐาน
● พัฒนาระบบจัดเก็บ คน คนื เอกสาร เพือ่ อำนวยความสะดวกใหก บั ผใู ชเ มือ่ มคี วามตอ งการเขา ถึง
● ใหค วามรู ใหคำปรกึ ษาเกยี่ วกับการโอนยา ย การยืมเอกสาร

ลักษณะ

ศูนยเ อกสารไมว า สำหรบั เอกสารกระดาษหรอื ดจิ ิทัล ควรมลี ักษณะพน้ื ฐาน คือ (IRMT, 1999; Smith, 2007)

1.ปลอดภยั และม่ันคง (Safe & Secure) ศนู ยเอกสารตอ งมีความแนน หนา มนั่ คง ปลอดภัย ซง่ึ ครอบคลุมถึงพ้ืนที่หรือคลงั
เกบ็ เอกสาร, สภาพแวดลอ ม, ความสะอาด และเปนระเบยี บ ตอ งมโี ครงสรางทแี่ ขง็ แรงรองรบั นำ้ หนักไดม าก โดยเฉพาะการ
เกบ็ เอกสารท่ีเปน กระดาษ ซงึ่ ปกตกิ ลอ งบรรจุเอกสารมาตรฐาน 1 กลอ ง ทบ่ี รรจุเอกสารจนเตม็ จะมีนำ้ หนักประมาณ 30
ปอนด การออกแบบและกอสรางจึงคำนงึ ถงึ น้ำหนกั ทอ่ี าคารตอ งแบกรับ ตลอดจนมมี าตรการปองกันทช่ี ัดเจน เพราะโดย
ปกติแลวศนู ยเ อกสารไมเปดเปนสาธารณะใหบคุ คลภายนอกเขาใช ซึง่ ตา งจากหอจดหมายเหตุที่มงุ ใหบริการแกบ ุคคล
ภายนอกดวย

● คลังเกบ็ ผทู ่ีไมไดร ับอนญุ าต หรือไมเก่ียวของ ยอ มไมมีสิทธ์ิเขามายังสวนน้ี ผทู ี่ไดร ับอนุญาตเองก็ตองมกี ารระบตุ วั
ตน แสดงเวลาเขา /ออก ซง่ึ อาจใชร ะบบคียก ารด หรือ RFID การนำเอกสารเขา/ออกแตละครัง้ ตองถกู บันทึกไวเ ปน
หลกั ฐาน ในสว นของเอกสารดิจิทัลก็เชน กนั การเขา ถงึ เอกสารของแตล ะบุคคล ยอมมรี ะดับช้ันของการเขาถึงที่
แตกตา งกัน ตง้ั แตช นั้ ท่วั ไป, ลับ, ลับมาก, ลบั มากท่ีสุด และระบบตองเกบ็ บันทึกการเขา ถงึ ทกุ ครงั้ ในระบบดจิ ทิ ลั
กเ็ ชน เดยี วกัน ตอ งมีการกำหนดสทิ ธิผเู ขาถึง มีรหัสผา น มีการบนั ทกึ การใชงาน

● สภาพแวดลอม ศูนยเ อกสารควรตัง้ อยบู นพืน้ ทป่ี ลอดภยั จากอคั คภี ยั อุทกภยั และภัยธรรมชาตติ างๆ รวมถึงภยั
จากการโจมตที างไซเบอร หรอื ไวรสั คอมพิวเตอร มรี ะบบเตือนภัยอัตโนมัติ หากเปนไปไดค วรเช่อื มตอไปยังหนว ย
รกั ษาความปลอดภัย หรือดับเพลิง โดยตรง เพ่อื ทเ่ี มือ่ เกิดเหตกุ ารณจะไดแกไขไดท นั ทว งที ในสวนของพนกั งาน
เจา หนาทศี่ นู ยเ อกสาร ก็ควรมกี ารซกั ซอมแผนปฏิบตั ิการเมื่อเกิดภยั พิบตั ิอยา งสมำ่ เสมอดวย ควรมีการควบคมุ อุณ
ภมู ิ และความชื้นทเ่ี หมาะสมกบั เอกสารแตละประเภทดังนี้ (Frannks, 2013)

ประเภทเอกสาร อุณหภมู ิ ความชืน้ สมั พทั ธ

กระดาษ 18-21 °C 40-50 %

ฟลม 13-20 °C 30-40 %

สือ่ ดจิ ิทลั คงท่ี 20 °C 30-40 %

2.ความสะอาดและเปน ระเบียบ (Cleeness & Order) ศูนยเ อกสารตอ งมีความสะอาด เพ่อื ปองกนั เอกสารไมไดถ กู รบกวน
หรือทำลายโดย แมลง, สตั วฟนแทะและเชือ้ รา ดงั นนั้ จงึ หา มไมใ หน ำอาหารเขา มารับประทานในพน้ื ท่ี ตลอดจนหามสบู บุหรี่
หรอื ประกอบอาหารซึง่ อาจเกิดประกายไฟได ภายในคลังเก็บตอ งมคี วามเปนระเบียบ กลองจดั เรยี งบนชนั้ อยางถูกตอ ง มี

การดาํ เนนิ งานเอกสารกงึ กระแสการใชง้ าน 221

ปายและเลขประจำแตล ะกลอง ชนั้ อยา งชดั เจน แตล ะปควรมกี ารตรวจสอบวา เอกสารไดอยใู นพน้ื ทอ่ี ยางถูกตองครบถวน
หรอื ไมด วย

3.มีประสิทธิภาพและคุมคา (Efficiency & Economical) ความมปี ระสทิ ธิภาพของศนู ยเอกสาร ดไู ดจากความเปน ระบบ
ระเบยี บ การคน คืนไดอยา งรวดเร็ว เมื่อสน้ิ สดุ อายจุ ดั เก็บกส็ ามารถกำจัดไดต ามข้นั ตอนไดอยางราบรนื่ โดยหลกั การแลว
การเก็บเอกสารไวในศูนยเอกสารมตี นทุนทถ่ี ูกกวาการเก็บไวใ นสำนกั งาน อยางไรก็ดนี ักจดั การเอกสารควรแสดงใหผบู รหิ าร
เห็นวา หลกั การนเ้ี ปนจริง โดยคำนวณใหเ หน็ วา

● ตนทนุ ตอหนวยของการเกบ็ ในศูนยเ อกสารถูกกวา เกบ็ ในสำนักงาน
● จดั เกบ็ เอกสารไดม ากกวา ในสำนกั งาน เม่อื เทยี บอตั ราสว นระหวา งเอกสารหนวยเปน ลูกบาศกเมตรตอ พื้นทตี่ าราง

เมตร
● ใชเวลาในการสบื คน รวดเรว็ กวา เกบ็ เอกสารไวใ นสำนักงาน
● สามารถดแู ลเอกสารสำคัญท่ีสุดในองคการไดดกี วา ปลอดภัยกวา การเก็บไวใ นสำนักงาน ลดความเสีย่ งในการสูญ

เสยี เอกสารได

พืนที

การจดั พ้ืนที่ในศนู ยเ อกสาร ควรจดั สรรพื้นทส่ี วนใหญเปนคลังเก็บเอกสาร สว นท่ีเหลือ คอื สำนกั งาน, สว นสบื คน , พ้ืนที่จดั
เอกสาร, สว นลำเลยี งเอกสาร ดงั ภาพ

ห้องค้นควา้

พืนทีเก็บ สํานกั งาน

พืนทจี ัดเอกสาร

ส่วนลําเลียงเอกสาร
(Loading bay)

ภาพ10-2 แปลนการแบง พ้นื ทีศ่ ูนยเ อกสาร

สำหรบั พืน้ ทเ่ี ก็บเอกสาร อาจใชส ูตรคำนวณ ดังน้ี (สมสรวง พฤตกิ ุล, 2546; Franks, 2013)

จำนวน ปรมิ าณเอกสาร = พื้นทที่ ่ตี องการ
ความสงู เพดาน X 365

222 การจดั การเอกสาร | Records Management

จำนวน ปรมิ าณเอกสาร = ความสูงของเพดานท่ตี อ งการ
พื้นที่ X 365

พน้ื ที่ X ความสงู เพดาน = ความจุทรี่ ับได

กิจกรรมการดาํ เนินงานเอกสารกึงกระแสการใช้งาน

โดยท่วั ไปแลว ศูนยเ อกสาร มกี จิ กรรมการดำเนนิ งานเอกสารกึง่ กระแสการใชง านทสี่ ำคญั คอื (1)การโอนยา ย (2)การรับ
มอบเอกสาร (3)การเกบ็ รกั ษา (4)การใหบริการและเขาถึงเอกสาร

การโอนยา้ ย

เอกสารท่ีสิน้ สุดการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม เม่อื ครบกำหนดอายุตามที่ระบไุ วใ นตารางกำหนดอายุเอกสาร กจ็ ะ
ถูกโอนยา ย (Transfer) จากหนว ยงานที่รับผิดชอบหน่งึ ไปยงั อีกหนว ยงานหน่งึ โดยผานการเห็นชอบจากผูบริหาร การโอน
ยา ยเอกสารมกั เกิดขึ้นใน 3 กรณี คอื (1) หนว ยงานเจา ของเอกสารโอนยายเอกสารมาไวย ังศูนยเอกสาร ซ่ึงปกติแลว ศูนย
เอกสารจะไมร บั โอนยา ยเอกสารทยี่ ังไมครบกำหนดอายุ ยกเวนแตก รณีพเิ ศษเทาน้ัน (2)ศนู ยเอกสารรับฝากและคืนเอกสาร
กลบั ไปยงั หนวยงานเจา ของเอกสาร (3) ศนู ยเอกสารโอนยายเอกสารที่สนิ้ สดุ อายจุ ัดเก็บไปยังหอจดหมายเหตุ

โดยท่วั ไปแลว มีวธิ กี ารโอนยา ยเอกสาร 2 แบบ คือ (Read & Ginn, 2010)

● วิธีการโอนยายแบบตอ เน่อื ง (Perpetual transfer method) คอื การโอนยา ยเอกสารทส่ี ้นิ สดุ การดำเนินการ
แลว หรือนานๆคร้ังจะมกี ารเรยี กใชง าน ทันทีที่สน้ิ สุดอายกุ ารเก็บในสำนักงานตามตารางกำหนดอายุเอกสาร
มายงั ศนู ยเ อกสาร หรอื หอจดหมายเหตุ เชน แฟมประวัตนิ กั ศกึ ษาหลังสำเร็จการศกึ ษา แฟม คดคี วามทตี่ ัดสนิ แลว
โครงการวจิ ยั ท่ีสนิ้ สุด เวชระเบียนทไี่ มมคี วามเคล่อื นไหว แบบแปลนสถาปตยกรรมทสี่ รา งเสรจ็ แลว ในกรณี
เอกสารดิจิทัลที่บนั ทึกในฮารดไดรฟ อาจโอนยายไฟลไ ปเกบ็ ไวใ นเซิรฟเวอร หรอื ระบบคลาวดของศนู ยเ อกสารโดย
อัตโนมตั ิ การโอนยา ยดว ยวธิ ีนจ้ี ะเกิดขนึ้ เปนประจำเมื่อเอกสารส้ินสุดอายุจัดเก็บในสำนักงาน ขอ ดขี องวิธีการน้ี
คือ เอกสารที่มีความสำคัญจะไดร บั การดูแลอยา งทันทว งที แตม ีขอจำกัดคือ ส้ินเปลืองเวลาและทรัพยากร
มากกวาวธิ ีการโอนยา ยตามชวงเวลา

● วธิ ีการโอนยา ยตามชวงเวลา (Periodic transfer method) การโอนยา ยเอกสารทส่ี ้นิ สดุ การดำเนินการแลว
หรือนานๆคร้ังจะมีการเรียกใชง าน จากพื้นที่เกบ็ ในสำนกั งาน มายังศูนยเอกสาร หรอื หอจดหมายเหตุ เปนรอบๆ
ตามชวงเวลา เชน ปล ะ 1 ครงั้ ตามปฏทิ ินทแ่ี ผนงานจดั การเอกสารกำหนด หรือ ราย 6 เดือน ตอ คร้งั ขอ ดีของ

การดําเนนิ งานเอกสารกึงกระแสการใชง้ าน 223

วิธีน้ีคือความสะดวกในการปฏิบัติงานทง้ั เจาของเอกสารเดิม และศูนยเอกสาร ที่ทำงานไดต รงกนั ขอ จำกัดคือ
เอกสารบางอยางหากทิง้ ระยะเวลาไวใ นสำนกั งานอาจเสีย่ งตอ ความเสยี หาย หรอื สูญหายได

ส่งิ ท่ีตองคำนึงถึงเกยี่ วกบั การโอนยา ยเอกสารมายงั ศนู ยเ กบ็ เอกสาร คือ (1)จำนวน/ปริมาณเอกสารท่ีจะจัดเกบ็ หนว ยงาน
ตอ งคำนวณปรมิ าณเอกสารที่จะจัดเก็บไวใ นศนู ยเก็บเอกสารไวล วงหนา เพอื่ การวางแผนการดำเนนิ งาน และเตรียมพ้นื ท่ี
สำหรับจัดเกบ็ เอกสาร ตลอดจนพัสดุครุภัณฑ เซริ ฟเวอร อปุ กรณ เคร่อื งมอื ตา งๆทจี่ ำเปน (2)ประเภทเอกสาร เชน
ภาพถาย แผนผงั ฟล ม กระดาษ ไฟลดจิ ิทลั ซึง่ แตละชนดิ มีวธิ กี ารดูแลรักษาท่แี ตกตา งกนั

เม่ือจะมีการโอนยายเอกสาร นกั จัดการเอกสารอาจจะเขา ไปสำรวจเอกสารท่ีจะโอนยาย และใหค ำแนะนำเก่ียวกับการดแู ล
เอกสารในชวงการโอนยาย การทำบญั ชีโอนยา ยเอกสาร แกห นว ยงานเจา ของเอกสาร หรอื จัดทำคมู ือ แนวทางการโอนยาย
เอกสาร ใหแตละหนวยงานเขา ใจตรงกนั

การโอนยายอาจแบงไดเ ปน 2 ขนั้ ใหญ (Simon Fraser University, 2020; United nation, Archives and records
management section, 2020) คือ

ขน้ั เตรยี มการ

● กำหนดเอกสารท่ีจะโอนยา ย โดยพิจารณาแยกแยะวา สง่ิ ใดเปน บรรณสาร หรอื เอกสาร อยใู นรูปแบบใดบาง อยู
กบั ใครบาง คดั แยกส่งิ ท่ีไมใ ชเ อกสาร (Non-records) เชน แผนพับ โบรชัวร หนังสอื พมิ พ ฯลฯ เพอื่ กำจดั เพราะ
สง่ิ เหลานไี้ มค วรถกู โอนยายไปพรอ มเอกสารโดยเดด็ ขาด

● ตรวจสอบตารางกำหนดอายเุ อกสาร วา มีเอกสารใดถึงกำหนดอายทุ ่ีตอ งโอนยา ย หรือกำจัด ตรวจสอบวาดำเนนิ
การปด แฟมเรียบรอ ยแลว ไมส ามารถนำเอกสารเขา มาเพ่ิมได เพื่อปอ งกนั ระบบนบั อายุแฟม ใหม

● จัดระเบยี บเอกสาร คอื การรวบรวมเอกสารใหเปนชุด (Series) ซึง่ อาจประกอบดวยหลายๆแฟม (File) ภายใน
แฟม มีเอกสารหลายชน้ิ (Item) เอกสารชดุ หนงึ่ อาจมีขนาดใหญห รือเลก็ กไ็ ด ขึน้ อยกู บั กิจกรรมและหนา ทนี่ นั้ ๆ
แลว บรรจุลงกลอ ง หรือจัดระเบียบไฟลใ นโฟลเดอรค อมพิวเตอร โดยควรจดั แฟมที่มีอายทุ ำลายปเดยี วกันในกลอ ง
เดยี วกนั การจดั ระเบียบเปน ชดุ เอกสารน้ี สามารถตรวจสอบไดก บั แบบแผนการจดั หมวดหมูเอกสาร หรือผงั แฟม
ขอมูลขององคก าร

● จดั ทำบญั ชีโอนยา ยเอกสารใหเรียบรอ ย โดยอาจทำเปน แบบฟอรม อัตโนมัติในระบบจัดการเอกสารก็ได ดงั เชน
ตวั อยางในภาพ 10-3

● ยื่นเรอ่ื ง ไปยังศูนยเ อกสาร สวนงานตอ งตรวจความถูกตอ ง ครบถวนของเอกสาร และแฟม ท่ีจะโอนยา ยกอนทุก
ครัง้

ขน้ั ดำเนินการ

เมือ่ เจา หนา ทศี่ นู ยเ อกสารไดรับเรอ่ื งจากหนวยงานเจา ของเอกสาร ก็จะตรวจสอบรายละเอยี ดของคำรองตามบญั ชีโอนยา ย
เอกสารน้ัน วาถกู ตองครบถวนหรือไม โดยเฉพาะเอกสารดิจทิ ัล เชน ตรวจสอบชือ่ โฟลเดอร วาถกู ตอ งตามแนวทางการต้งั

224 การจดั การเอกสาร | Records Management

ชอ่ื หรอื ไม การระบเุ ลขที่กลอง การแนบลิงก ฯลฯ หากพบเห็นขอมลู ทไี่ มถูกตอ งหรือไมค รบถวน กจ็ ะตองแจง หนว ยงาน
เจา ของเอกสารใหท ราบและแกไข หากถูกตอ ง จงึ กำหนดวันโอนยายและรับมอบเอกสารตอ ไป

● บรรจุเอกสารลงกลอ ง เพ่ือการขนสง สศู นู ยเ อกสาร (กรณเี อกสารกระดาษ) ควรปฏบิ ัตดิ ังนี้
○ ใชก ลองมาตรฐาน ขนาดเหมาะสมกับเอกสารแตล ะประเภท การใชกลอ งที่มีขนาดมาตรฐานจะทำให
สะดวกในการวางซอ น บางองคก ารอาจกำหนดใหก ลองท่ีจัดทำขน้ึ สำหรับหนว ยงานโดยเฉพาะ เชน มี
ตราสัญลกั ษณ มบี ารโคด มชี อ งสำหรบั กรอกขอ มูล เปนแบบแผนเดยี วกัน กลอ งเอกสารขนาดมาตรฐาน
มักทำจากกระดาษแขง็ ลูกฟูกและออกแบบมาเพื่อรองรบั เอกสารไดป ระมาณหน่ึงลกู บาศกฟ ตุ (สูง 12 นิ้ว
x กวาง 12 นิว้ ลกึ 12 น้ิว)
○ จัดเรยี งเอกสารใหเปน ระบบ เชน จัดเรยี งตามตัวอกั ษร ตามตวั เลข หรอื ตามป
○ วางแฟมเอกสารในแนวตงั้ ใหเ ปนระเบียบ ไมวางแฟมแนวนอนทับแนวต้ัง เมือ่ เปดกลองสามารถมองเห็น
ชื่อแฟมไดช ดั เจน
○ บรรจเุ อกสารตามขนาดของกลอ ง เหลือเนอื้ ท่ีไวป ระมาณ 2-3 นิว้ เผ่ือสำหรับการนำเอกสารเพม่ิ หรอื ลด
จะทำไดส ะดวก นำ้ หนกั ควรไมเกนิ 11 กิโลกรมั ตอหน่งึ กลอง
○ ไมบรรจเุ อกสารจนแนนไป เพราะเปน อุปสรรคในการคนหาเอกสาร รวมทั้งทำใหอากาศไมไหลเวยี น
อับช้นื เกิดเชื้อราเปนอันตรายแกเอกสาร และไมบ รรจเุ อกสารหลวมไป เพราะจะทำใหเอกสารมวน
และยับได

● ขนยา ย อยางระมดั ระวัง บางหนวยงานอาจเลอื กใชบรกิ ารบริษทั ขนยายสิง่ ของ ซง่ึ มีรถและแรงงานคน
● กำหนดพ้นื ทจ่ี ดั เกบ็ ศูนยเอกสารตองเตรียมจัดพ้นื ที่เก็บ ใหพ อเหมาะกบั การเกบ็ เอกสารของแตล ะหนวยงาน

บางหนวยงานอาจมรี ะบบกำหนดพน้ื ที่ใหโ ดยอัตโนมัติ
● ตรวจสอบความถกู ตอง ศนู ยเอกสารจะตรวจสอบความถูกตองตามบญั ชที ี่แนบมาพรอมกบั เอกสาร หากไมถ กู

ตองควรแจง หนวยงานเจาของเอกสารอยา งเรง ดวน เพอ่ื แกไ ขใหเ รียบรอ ย

การดําเนนิ งานเอกสารกึงกระแสการใช้งาน 225

ภาพ10-3 ตัวอยา งบัญชโี อนยายเอกสาร

การโอนยายเอกสารดจิ ิทัล

การโอนยา ยเอกสารดจิ ิทลั มหี ลกั การเชน เดยี วกบั การโอนยา ยเอกสารรปู แบบกระดาษ ตางแตเพียงข้ันการดำเนนิ การ ทัง้ นี้
ควรมีการสำรวจวา มีเอกสารดจิ ทิ ัลรปู แบบใดบางที่ตองโอนยาย และควรระบเุ อาไวใหช ดั เจนในนโยบายการจดั การเอกสาร
หรือคมู อื การปฏิบตั ิงาน เชน

● ภาพ (Images): นามสกุลตา งๆ เชน Tagged Image File Format (TIFF), Portable Network Graphics
(PNG), Graphics Interchange Format (GIF), Basic Image Interchange Format (BIIF), File Interchange
Format (JFIF, JPEG), Bitmap (.bmp).

● ไฟลขอ มลู และฐานขอ มูล (Data files & Databases): ประกอบดว ยขอ มูลตา งๆ ทั้งตวั เลขและตวั อกั ษร ในรปู
แบบสเปรดชีต (XLS, XSLS, ODX, etc) และไฟลฐานขอมูล (DB, FP7, MDF, MDB)

● ไฟลเว็บ (Web records): ไดแก Hypertext Markup Language (HTML) และรปู แบบอื่นๆ เชน TIFF, PDF ท่ี
ฝง ใน HTML

● อเี มล ท้ังสวนทีเ่ ปนเนื้อความและสิง่ ทแ่ี นบมา (Email attachments)
● ไฟลขอความ (Text-records): เปนตนวา ไฟลโปรแกรมประมวลผลคำ (DOC, DOCX, ODF, ODT, TXT). ไฟลใน

รูปแบบ Portable Document Format (PDF)

226 การจัดการเอกสาร | Records Management

● ไฟลเสียงและภาพเคลื่อนไหว (Non-text records): ไฟลเ สยี งหรือภาพเคลอ่ื นไหวทบ่ี นั ทึกในรูปแบบตา งๆ (MP3,
AVI, WAV, MPEG-4, AAC)

● ไฟลนำเสนอ (Presentation Materials): ไดแ ก สไลดนำเสนองานตา งๆ (PPT, ODP)
● ไฟลส อ่ื สังคมตา งๆ เชน Facebook, Twitter, Flickr, YouTube

การจัดสงเอกสารดิจิทัล อาจทำได 2 แบบใหญๆคอื

1) จดั สงผา นอุปกรณจดั เกบ็ (Storage device) โดยบันทกึ เอกสารดจิ ิทัลไวใน แฟลชไดรฟ , จานบนั ทกึ แบบแข็ง
(HDD), การด ความจำ, จานบนั ทึกออฟตกิ ส (CD, DVD, Blu-Ray) ตา งๆ ท่ีเหมาะสมกบั รปู แบบและปรมิ าณของ
เอกสาร ควรมบี นั ทกึ ระบดุ ว ยวาอปุ กรณแตล ะชนิดน้นั บันทึกเอกสารใดไวบ า ง แลว จึงบรรจกุ ลองกนั กระแทก จดั
สง ไปยงั ศนู ยเ อกสาร

2) จดั สงดว ยวิธีอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (Electronic delivery) ศูนยเอกสารแตล ะแหง อาจใหบรกิ ารจัดสง ดวยวิธี
อเิ ล็กทรอนกิ สใ นหลายชอ งทาง เชน (1)ทางอีเมล ในกรณีเอกสารมีปริมาณนอย หรอื อยูในรปู อีเมล (2)ระบบ
คลาวด โดยทางศูนยเ อกสารจะสรา งโฟลเดอรใ หหนว ยงานเจาของเอกสารอพั โหลดเอกสาร พรอมดวยบัญชโี อน
ยา ยเอกสารข้ึนไวใ นน้ัน (3)โปรโตคอลการโอนยายไฟล (File Transfer Protocol: FTP) มักใชเ พอ่ื จดั การไฟล
จำนวนมาก สามารถจัดการการถา ยโอนไฟลเ ซริ ฟเวอรจ ำนวนมากภายในระบบปด

การโอนยายเอกสารดิจิทัล นักจดั การเอกสารควรรวมมอื กบั นกั คอมพิวเตอรห รือนกั เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการเลือกวิธี
การและอุปกรณท ี่ปลอดภัย เหมาะสมกบั เอกสารดจิ ทิ ลั ขององคก าร โดยคำนึงถึงหลกั ความตอเนื่องทางดจิ ิทลั (Digital
continuity) ท่ีเอกสารดจิ ทิ ัลจะยงั คงความสามารถใชงานในแบบท่ตี องการ ไดนานตราบเทา ที่ผูใชมีความตอ งการได

การรบั มอบเอกสาร

การรับมอบ (Accessions) หมายถงึ การรบั เอาเอกสาร จากหนวยงานเจาของเอกสารเดิม ใหเขามาอยใู นความครอบครอง
ดแู ลของศูนยเ อกสารอยางถูกตอ ง ดวยการจดั ทำหลักฐานควบคุมเอกสารทร่ี บั มอบ (Accessioning) ใน 2 ลักษณะคอื การ
ควบคมุ ทางปญ ญา (Intellectual control) เกยี่ วกับลักษณะเน้อื หาสาระ บรบิ ท และความสัมพันธของเอกสาร และการ
ควบคุมทางกายภาพ (Physical control) เก่ยี วกบั ลักษณะทางกายภาพ หรือสอ่ื บนั ทึก (Medium) ซ่งึ จะเปน ประโยชนต อ
การเขา ถึงเอกสาร (Smith, 2007) การรบั มอบ เปนกระบวนการที่ตอ เนือ่ งจากการโอนยา ยเอกสาร

ศนู ยเ อกสารจะจัดทำทะเบียนรับมอบเอกสาร (Accession register) ซึ่งอาจเปนระบบฐานขอมูล เพอ่ื ใชล งทะเบียนเอกสาร
ท่โี อนยา ยเขามา โดยควรมีขอมลู สวนตางๆดงั ตอ ไปน้ี

1) เลขทะเบียน (Accession number) เปนเลขท่ใี ชส ำหรบั ควบคมุ เอกสารแตละชดุ ท่ีรับมอบมา 1 ชดุ ตอ 1 เลข
2) สถานทจี่ ัดเกบ็
3) แหลงทีม่ า
4) หนว ยงานเจาของเอกสารเดมิ

การดาํ เนินงานเอกสารกึงกระแสการใชง้ าน 227

5) วันท่ีไดร ับ
6) อายุเอกสาร ต้งั แตเ ร่ิมจนจบชดุ
7) ขอบเขตและเน้ือหา
8) ลักษณะทางกายภาพและปรมิ าณ
9) สิทธิเ์ งอ่ื นไขการเขา ถงึ
10) วนั ท่ีบันทกึ ขอมลู
11) ชือ่ ผจู ดั ทำ

เอกสารท่ีสงมาจากหนวยงานตา งๆอาจมคี วามชำรดุ เสยี หาย หรือมสี ภาพท่ียงั ไมพ รอ มจัดเกบ็ ดงั น้ันศูนยเ อกสารควรมกี าร
ตรวจสอบและทำการการสงวนรักษาเอกสารขนั้ ตน โดย ทำการสำรวจเอกสารอยา งครา วๆ (Brief survey) เพื่อดปู ญหาท่ี
อาจเกิดขึ้นกับเอกสารโดยเฉพาะอยางยงิ่ แมลง หนู เช้ือรา ความเปน กรด ถาพบปญ หาดังกลาว ตอ งรีบทำการสงวนรกั ษา
เอกสารเบื้องตน ตามสภาพความเสยี หาย นำเอกสารไปเกบ็ ไวใ นหองเกบ็ เอกสารทมี่ กี ารควบคมุ อณุ หภมู ิ และความชืน้ เพอ่ื
รอการจัดเอกสารตอ ไป

การเก็บรักษาเอกสาร

เอกสารท่ีโอนยา ยและรบั มอบเรยี บรอ ยแลว จะถกู นำไปเกบ็ รกั ษาไวใ นท่ีปลอดภัย และเขาถึงไดเม่อื มีความตองการ โดยตอง
มีการทำฉลากหรอื ปา ยประจำกลองเอกสาร (Labeling boxes) เพ่อื บอกรายละเอยี ดขอมลู เอกสารทบี่ รรจุในกลอ ง ชว ย
ใหการควบคมุ และคน หาเอกสารงา ยและเร็วขึ้น อาจพิมพเปนแบบฟอรม สำหรบั กรอกลงบนตัวกลอ ง หรืออาจจะพิมพเ ปน
ฉลากตดิ ลงบนกลองภายหลงั กไ็ ด ตองมีเลขทะเบียน (Accession number), ชือ่ บุคคลหรอื หนวยงานเจาของเอกสารเดิม
(Agency code), ชดุ เอกสาร, ประเภทเอกสาร, จำนวนเอกสารในกลอง ช่อื แฟมแรกในกลอ งและแฟม สุดทา ยในกลอ ง
(Content/Rang of files), ลำดบั ทกี่ ลอ งจากท้งั หมด (Box number) เชน 1/25 , 7/25, 12/25… กรอกขอ มูลลงบน
พนื้ ที่ท่ีสามารถเห็นไดเดนชดั แมเ มื่อนำไปเก็บ การกรอกขอ มูลควรใชดนิ สอ 4B สวนวสั ดุอน่ื ๆ เชน แกว เทป ใหใชเ คร่ือง
เขียนทเ่ี หมาะสมกับเอกสาร

ศนู ยเ อกสารอาจประยกุ ตใ ชเทคโนโลยี RFID, บารโคด มาใชใ นการบนั ทกึ ขอมลู กลองเอกสาร อำนวยความสะดวกในการ
จดั เกบ็ และคนคนื เอกสารไดตามความเหมาะสม

การจัดพื้นท่ีสำหรับการเกบ็ เอกสารในศนู ยเ อกสาร อาจจดั ในลกั ษณะใดลกั ษณะหนงึ่ ท้งั นขี้ น้ึ อยูกบั ความเหมาะสมตาม
ปรมิ าณเอกสาร และขนาดพน้ื ทขี่ องศนู ยเอกสารแตล ะแหง ดังน้ี (สมสรวง พฤติกลุ , 2546)

● วิธีที่1 รวมเลขประจำแถวและพน้ื ท่ี (Raw-space number method) เปน การกำหนดเลขประจำแถวตามลำดับ
โดยเรมิ่ จาก 01 ในแถวแรก และนบั หมายเลขตอเนื่องไปจนถึงแถวสดุ ทาย และใชร วมกบั เลขประจำพืน้ ทซี่ งึ่ เปน
เลขตำแหนงทเี่ ก็บของกลอ งเอกสาร

● วิธีท่ี 2 รวมเลขประจำแถว ช้ัน และพืน้ ที่ (Raw-unit-sapce method) เปน การกำหนดเลขประจำแถวตามลำดบั
และใชร ว มกับเลขประจำชน้ั และพน้ื ท่ี

228 การจดั การเอกสาร | Records Management

● วิธีที่ 3 รวมเลขประจำแถว ช้ัน ชองชัน้ และพนื้ ท่ี (Raw-unit-Shelf-space method) เปน การกำหนดเลขประจำ
แถวตามลำดบั และใชรวมกบั เลขประจำชนั้ เลขประจำชองชน้ั และพ้ืนท่ี

● วิธีที่ 4 ลำดับซกิ แซก (Sequential zigzag method) เปนการกำหนดหมายเลขช้ันแตละชัน้ จากชองชัน้ ลา งไป
ชองช้นั บนและจากชอ งช้นั บนลงชองช้ันลา ง โดยวนจากซายไปขวา แบบนี้มักใชก บั ศนู ยเอกสารขนาดกลางและ
เลก็

ภาพ10-4 กลองเกบ็ เอกสารและช้นั วางในศนู ยเ ก็บเอกสาร ของธนาคารแหง ประเทศไทย (ที่มา: ผูเ ขียน)
การเกบ็ รกั ษาเอกสารในศนู ยเอกสารนั้น จะสัมพนั ธกับระยะเวลาในตารางกำหนดอายุเอกสาร กลา วคอื

● หากกำหนดใหท ำลายเอกสารเม่อื สน้ิ สดุ อายจุ ดั เก็บในศูนยเอกสาร เอกสารแตละแฟม ในกลองอาจมวี นั ทท่ี ำลายไม
เทากนั ดงั นนั้ ใหใ ชวนั ทขี่ องแฟมท่ีตองทำลายเปน อนั ดบั สดุ ทา ย ไวเ ปน วันทำลายเอกสารของทัง้ กลอ ง

● หากกำหนดใหท บทวนเอกสาร (Review) เมอ่ื สน้ิ สดุ อายุจดั เก็บในศนู ยเอกสาร เอกสารแตละแฟม ในกลองอาจมี
วันท่ีทบทวนไมเ ทากนั ดังน้ันใหใชว ันท่ีของแฟมท่ีตองทบทวนเปน อันดับสดุ ทาย ไวเ ปน วนั ทบทวนเอกสารของทง้ั
กลอง

● หากกำหนดใหโ อนยา ยเอกสารไปยงั หอจดหมายเหตุ เมือ่ ส้ินสดุ อายจุ ัดเก็บในศนู ยเ อกสาร เอกสารแตละแฟมใน
กลอ งอาจมวี ันที่โอนยา ยไมเทา กนั ดังน้ันใหใ ชวันทข่ี องแฟมทต่ี องโอนยา ยเปน อนั ดับสดุ ทา ย ไวเ ปนวนั โอนยา ย
เอกสารของทั้งกลอ ง

การดาํ เนินงานเอกสารกงึ กระแสการใชง้ าน 229

ในแตล ะป ศูนยเ ก็บเอกสารจะตองทำการสำรวจเอกสารประจำป (Inventory) เพ่ือคดั แยกเอกสารทค่ี รบอายุจัดเกบ็ ไป
ทบทวนอายุจดั เก็บ กำจดั หรอื โอนยา ย ตามแตก รณี

การใหบ้ รกิ ารและเข้าถงึ เอกสาร

เมอ่ื เอกสารกึง่ กระแสการใชง านแมจะสนิ้ สุดการปฏบิ ัติไปแลว แตย ังจำเปนตอ งเกบ็ รกั ษาไวเ พ่ือเปน พยานหลักฐาน หรอื ไว
ใชอางองิ ตรวจสอบ จนกวา จะสนิ้ สดุ อายกุ ารจดั เก็บ เอกสารเหลา นี้จึงมโี อกาสถูกเรียกใชไ ดเ สมอ ดังนน้ั เมื่อโอนยายและรับ
มอบมาอยใู นความดูแลของศูนยเ อกสารแลว หนา ที่ประการสำคญั ของศนู ยเอกสาร คอื การใหบ รกิ ารและทำใหผูใชส ามารถ
เขา ถึงเอกสาร (Access) ไดอ ยางสะดวก รวดเรว็ และตรงความตองการ

การใหบ ริการ

ศนู ยเ อกสารในองคก ารบางแหง อาจมรี ะบบสืบคนเอกสารใหบรกิ ารในเวบ็ ไซต หรือ อนิ ทราเน็ต ภายในหนวยงาน ผูใช
สามารถสบื คน เอกสาร ตามกลมุ เอกสาร, แฟม, หนว ยงานเจาของเอกสาร, หรือเรือ่ ง แลวแตเ ครื่องมอื ชวยคน น้นั จะสามารถ
สืบคนไดตามเงื่อนไขใด เม่อื ผูใชท ราบเอกสารทต่ี องการแลว จงึ ทำเรือ่ งขอใชเ อกสาร โดยอาจสง คำรองผา นแบบฟอรม
อัตโนมัตใิ นระบบ, แจงความประสงคผานอเี มล หรือโทรศัพทไปยงั ศูนยเอกสารตามแตก รณี ดงั น้นั บริการสำคญั ของศนู ย
เอกสารคือ การยมื -คืนเอกสาร

เมอื่ ผใู ชต องการเอกสารกระดาษ ศูนยเอกสารจะใหบ ริการแฟมเอกสาร (File level) บางครัง้ กเ็ ปนเอกสารทั้งกลอ ง (Box
level) ซง่ึ ภายในบรรจแุ ฟมเอกสาร การหาเอกสารเรือ่ งหน่ึงๆอาจใชเ วลานาน จากการไลเปดดทู ีละแฟมๆจนกวาจะพบเรอื่ ง
ท่ีตองการ สว นเอกสารดจิ ทิ ลั สามารถนำเอาขอ มูลอภพิ ันธุ มาประยุกตใ ชสำหรับการสืบคน ไดไ มจำกดั เฉพาะแคร ะดับแฟม
เอกสาร แตสามารถใชใ นทกุ ระดบั ไปจนถึงเอกสารแตล ะฉบบั ประสิทธภิ าพของการสบื คน เอกสารดจิ ิทลั นั้น จงึ ขึน้ อยกู บั
การลงรายการขอ มลู อภิพนั ธุ วาใหรายละเอียดมากนอยเพียงใด มีการใชคำศัพทค วบคุม คำสำคัญ หรือศัพทสมั พนั ธ ท่ี
เหมาะสมหรือไม

ในกรณีหนว ยงานของรัฐในประเทศไทย การมศี ูนยเอกสาร นอกจากจะทำหนาทเี่ ปน “หนว ยเก็บ” ตามระเบียบฯ วาดวย
งาน สารบรรณฯแลว ยังสามารถทำหนา ทเ่ี ปน “สถานทต่ี ิดตอเพ่ือขอรับขอ มลู ขาวสารหรอื คำแนะนำในการติดตอกับ
หนวยงานของรฐั ” ตามพระราชบัญญตั ขิ อ มูลขาวสารของราชการ พ.ศ.2540 ไดอ ีกดวย โดยหนว ยงานอาจวางแนวทางการ
ใหบ ริการแกประชาชน อยางถูกตอง ทั่วถงึ และเปนธรรม โดยอาจมแี นวทางคือ

● ผูข อใชแ จง ความประสงคใ ชสทิ ธ์ิขอขอ มูลของรัฐตอหนว ยงานที่รบั ผิดชอบ
● กรอกแบบฟอรม ขอใชบริการ
● สงแบบฟอรมขอใชบ รกิ ารใหหนวยงานของรัฐทปี่ ระสงคจะขอขอมูล อาจสงดว ยตนเอง ทางไปรษณีย โทรสาร

หรือ สง ผานระบบดิจิทลั ตามความเหมาะสม

230 การจัดการเอกสาร | Records Management

● เมอื่ เจา หนา ทร่ี ับเรอื่ งแลว จะตองดำเนินการพจิ ารณาคำรองขอ ตามกฎหมาย ระเบยี บ หลกั เกณฑ ภายในเวลาอัน
สมควรแลว จึงแจงผลการพิจารณาใหผ ขู อขอมลู ทราบ ภายในวนั และเวลาทก่ี ำหนดไว

ภาพ10-5 ตัวอยางแบบขอใชบรกิ ารขอ มูลขาวสารของราชการ สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาผูแทนราษฎร
การที่ประชาชนสามารถเขา ถงึ เอกสารของราชการ ถือวา เปน สทิ ธิขั้นพ้นื ฐานในสังคมประชาธิปไตย ดงั เจตนารมยของ
กฎหมายที่ระบวุ า “ประชาชนจะสามารถแสดงความคดิ เหน็ และใชสทิ ธทิ างการเมืองไดโ ดยถูกตองกบั ความเปน จริง อัน

การดาํ เนนิ งานเอกสารกึงกระแสการใชง้ าน 231

เปนการสง เสริมใหม ีความเปน รฐั บาลโดยประชาชนมากยิ่งขึ้น สมควรกำหนดใหประชาชนมีสิทธไิ ดร ูขอ มูลขาวสารของ
ราชการ”

การเขา ถงึ

เนื่องจากเอกสารเปน ทรพั ยส นิ ที่มีคา ขององคการ การรกั ษาความปลอดภยั สำหรบั เอกสารจึงเปน เรื่องสำคญั ดว ย หลกั การ
เขา ถงึ นน้ั ควรคำนึงถึงการปอ งกนั มใิ หผูไมมีสทิ ธิ หรอื ไมไดร บั อนญุ าตเขา ถึงเอกสารได ขณะเดียวกันกต็ องทำใหผ ูทมี่ ีสิทธิ
หรือไดรบั อนญุ าตสามารถและเขา ถึง และใชเอกสารไดโดยสะดวกเชน กนั

เอกสารและสารสนเทศขององคการ โดยทว่ั ไปแลวจดั ทำขนึ้ ดวยเหตุผลหลกั 3 ประการ คอื

● เหตผุ ลเชงิ ภาระรบั ผิดชอบ ซ่งึ เปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอ บังคบั ตางๆ
● เหตผุ ลเชิงการบริหารงาน หรือทางธุรกจิ ซง่ึ เกดิ จากกระบวนการดำเนนิ การตามหนา ท่ีและกจิ กรรมตา งๆ
● เหตุผลเชงิ สังคม ซง่ึ เกี่ยวกบั ความตองการของผูมสี ว นรว มในองคการ ความจำเปน ในการศกึ ษา คนควา หรือ

ประวตั ศิ าสตรแ ละวัฒนธรรม

องคการจงึ ควรมนี โยบายในการกำหนดผูทสี่ ามารถเขา ถงึ เอกสารได โดยอาจองิ ตามกฎหมาย หรือขอ บงั คับตางๆ เชน พระ
ราชบญั ญัติขอมลู ขาวสารของราชการ พศ.2540 พระราชบัญญตั ิคุมครองขอมลู สวนบุคคล พ.ศ.2562 ระเบียบวา ดวยการ
รกั ษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ. 2544

เอกสารที่เกบ็ ไวที่ศนู ยเ กบ็ เอกสาร ยังคงเปนกรรมสทิ ธข์ิ องหนว ยงานเจาของเอกสาร เอกสารบางแฟม อาจมีช้ันความลับ ท่ี
สงวนไวเ ฉพาะบคุ คลใดบุคคลหนง่ึ ทไี่ ดร ับอนุญาตใหเ ขาถึงเทานน้ั ดงั นัน้ การใหบริการสืบคน เขาถงึ และใชงานเอกสาร ใน
ศูนยเ อกสารจงึ แตกตา งจากหอจดหมายเหตุ ทเ่ี ปดใหค นทัว่ ไปเขามาใชง านได ศูนยเอกสารมกั กำหนดรหสั อนญุ าตเขาถึง
เอกสารเฉพาะ (Unique access authorization code/Customer code) ใหก ับแตล ะแผนก หรือบุคคลทป่ี ระสงคขอใช
งาน เพื่อควบคุมดแู ลไดอยา งรดั กมุ น่ันเอง

การเขา ถงึ มอี ยหู ลายระดบั ตามหนา ท่คี วามรับผิดชอบในระบบเอกสาร (Smith, 2007) คอื

● ผดู แู ลระบบ (System administrator) เปน บคุ คลทดี่ ูแลระบบเอกสารทง้ั ระบบ สามารถกำหนดบทบาทหนา ที่
ของบุคคลในระบบได ควบคุม กำกับ ดูแล การเขาถงึ เอกสารใหเหมาะสมกับความตองการขององคการ

● ผดู ูแลระบบยอย (Local administrator) มีอำนาจ หนาท่ีใกลเคียงกบั ผดู ูแลระบบใหญ หรือนักจัดการเอกสาร
แตจ ำกัดเฉพาะระบบยอ ย หรอื ในบางสวนของผังแฟม ขอ มลู (File plan)

● นักจดั การเอกสาร (Records manager) รับผิดชอบการดำเนินงานระบบเอกสารดจิ ิทลั ในสว นของกระบวนการ
ตา งๆ เชน การกำหนดอาย,ุ การโอนยา ย, กำจัดเอกสาร หรอื รับผดิ ชอบในสว นของการกำหนดขอมูลอภพิ ันธุ ให
กับเอกสาร

232 การจัดการเอกสาร | Records Management

● ผใู ชข ั้นปลาย (End user) เปนผใู ชบ รกิ ารสืบคน เขา ถงึ เอกสารในระบบ ซ่ึงการเขา ถงึ นน้ั อาจจำกัดเฉพาะเอกสาร
ที่เกยี่ วของกบั หนา ทค่ี วามรับผดิ ชอบในองคก ารนัน้ ๆ เชน หัวหนาฝา ยการเงิน สามารถดูโฟลเดอรใ นผังแฟมขอมลู
ชุดเอกสารการเงิน และเปดอา นได แตไ มส ามารถเขาดูหรอื เปดอานโฟลเดอรใ นผังแฟมขอมลู ชุดเอกสารการ
บรหิ ารงานบุคคล ซ่งึ หวั หนาฝายบรหิ ารงานบุคคล รบั ผดิ ชอบได

● ผใู ชร ะดับสงู (Super users) บคุ คลในบางหนว ยท่ีทำงานใกลช ิดกบั นกั จัดการเอกสาร สามารถสรางโฟลเดอรใ น
ระบบไดในบางสว น

● ผจู ดั เก็บเอกสาร (Custodians) ในบางระบบเอกสาร อาจกำหนดผจู ัดเกบ็ เอกสารที่รับผดิ ชอบโดยตรงกับเอกสาร
ในแตละโฟลเดอรโ ดยเฉพาะ ซง่ึ จะสามารถเพิม่ ลบ จดั การไดเ ฉพาะโฟลเดอรน้นั ๆ

ดงั นน้ั แลว แตละองคก ารจำเปน ตอ งกำหนดบทบาท ความรบั ผดิ ชอบในแตละตำแหนงอยางชัดเจน เพ่อื ใหมั่นใจวาสิทธิใน
การเขาถึง ถกู ตอ ง และปอ งกันความผดิ พลาดอันจะเกดิ ข้นึ ตอระบบได
การกำหนดระดบั ชน้ั ของเอกสาร กม็ สี ว นสำคญั ทีท่ ำใหการเขา ถงึ เปนไปตามเง่อื นไข เชน

● เอกสารหวงหาม (Resticted)
● เอกสารปกปด (Confidential)
● เอกสารลับ (Secret)
● เอกสารลับท่สี ดุ (Top secret)
หลกั การทศ่ี ูนยเอกสารควรคำนึงถึงในการใหบรกิ ารคอื การใชงานได (Usability) ซง่ึ ตอ งมีผงั แฟม ขอมูล หรือแบบแผนการ
จดั หมวดหมเู อกสาร เปน หัวใจสำคัญ เพราะผังแฟม ขอมลู ทไี่ มซบั ซอ น ยืดหยุน ชัดเจน มีขอมลู อภพิ ันธุทคี่ รบถว น ยอ มเอ้ือ
ใหผใู ชส ามารถสืบคน เอกสารไดส ะดวกเชนกัน
อาจนำขอ กำหนดความตองการตอ ไปนี้ ไปใชส ำหรับการออกแบบระบบการเขา ถงึ เอกสาร

การดําเนินงานเอกสารกงึ กระแสการใช้งาน 233

ขอ รายการขอกำหนดความตองการ M/HD/D

1 ระบบตอ งมกี ลไกการพสิ ูจนตัวจรงิ (Authentication) ในการเขา ใชระบบและการเขาถงึ เอกสารดิจิทัล เชน การกำหนดผูใช M
และรหสั ผา นเฉพาะ

2 ระบบตอ งสามารถสนบั สนนุ ผใู ชตามบทบาทหนา ทใี่ นระบบ สามารถควบคุมการเขาถึงในแตล ะฟง กช ันได M

3 ระบบตอ งสนบั สนนุ การใชง านในระดบั แผนก, ทมี หรอื บุคคลได D

4 ระบบตอ งมีลำดบั ช้นั การปอ งกนั เอกสาร คือ M
● เอกสารไมห วงหา ม (Unresticted)
● เอกสารหวงหา ม (Resticted)
● เอกสารปกปด (Confidential)
● เอกสารลบั (Secret)
● เอกสารลับทีส่ ดุ (Top secret)

5 ระบบสามารถอนุญาตใหผ ูใชเขา ถึงโฟลเดอร, โฟลเดอรย อ ย และไฟลต ามขอบเขตทผ่ี ใู ชไดรับอนุญาต M

6 ระบบตอ งปองกนั ผใู ชไ มใ หสามารถเขาถึงโฟลเดอร, โฟลเดอรยอย และไฟลท่ไี มไ ดร ับอนุญาต M

7 ระบบสามารถอนญุ าตใหผใู ชสามารถคน หาขอมูลอภิพนั ธขุ องเอกสารไดตามสิทธิในการเขา ถึง HD

8 ระบบตอ งเปนไปตามเง่อื นไขของกฎหมายท่เี ก่ยี วขอ ง HD

9 การแกไ ขสทิ ธกิ ารเขา ถงึ เอกสาร เปน ไปตามอำนาจหนาทขี่ องผูดแู ลระบบ M

10 การควบคุม ดูแล กำหนดวธิ ีการเขา ถึงเอกสาร ใหเ ปนหนา ท่ีของผดู แู ลระบบ M

11 ระบบตองสามารถจัดสรรโฟลเดอรยอ ย ภายใตโฟลเดอรห ลัก ไดอ ยา งถกู ตองเหมาะสม HD

12 ระบบตอ งสามารถปรบั ปรุง (Upgrading) ระดับชั้นการปอ งกนั เอกสารไดโดยอัตโนมตั ิ เม่ือเกิดการเปลีย่ นแปลงใน M
ระดบั บนสดุ ตามผังแฟม ขอมูล

13 ระบบตอ งสามารถแจง เตอื นักจัดการเอกสารกอนเกิดการเปลีย่ นแปลงใดๆ เก่ยี วกบั การเขา ถึงเอกสาร HD

*M-Mandatory (จำเปน ตอ งมี), HD-Highly desirable (ควรมีอยางมาก), D-Desirable (ควรม)ี

ภาพ10-6 ขอกำหนดความตอ งการเขา ถงึ เอกสาร (Requirement for access) ในระบบเอกสารดิจิทลั (ปรับปรุงจาก
Smith, 2007)

234 การจดั การเอกสาร | Records Management

สรุป

เอกสารกึ่งกระแสการใชง าน เปน ทรพั ยากรสารสนเทศขององคการ ที่ตองอาศัยการบรหิ ารจัดการจึงจะกอใหเกิดประโยชน
สงู สุดหวั ใจสำคัญของการดำเนินงานเอกสารก่ึงกระแสการใชง านคือ การบรหิ ารศนู ยเอกสารหรือคลงั เก็บ ท่ีเอกสารจะไดรับ
การปกปองอยางเหมาะสม สามารถเขาถึงเรื่องท่ีถกู ตอ ง ในรปู แบบที่ถูกตอง โดยผูใชท ถี่ ูกตอ ง ในเวลาทถ่ี กู ตอ ง เพราะฉะน้นั
การบริหารศนู ยเอกสาร คอื การเปลี่ยนจากตนทุนดานบคุ ลากร มาเปน ตน ทนุ ดานสถานท่ี (From staff cost to space
cost) ซงึ่ ประหยดั และปลอดภัยกวา
ในทางกลับกันหากเอกสารไมไ ดรบั การดูแลอยา งเหมาะสม ก็จะกลายเปน ภาระหรอื ตนทนุ ทห่ี นวยงานตอ งแบกรบั ในบาง
หนวยงานท่ีไมมศี นู ยเ อกสาร หรือไมไดป ฏบิ ัติตามระเบียบ และหลักวชิ า มกั นำเอาเอกสารไปซกุ เก็บไวต ามทตี่ า งๆ เชน
พนื้ ท่ีใตบ นั ได, หองเกบ็ ของเกา, ใตถ นุ ตกึ ซ่ึงเมอ่ื เกดิ ความตอ งการใชก็มักจะหาไมพบ กอใหเ กิดความเสียหายในการปฏบิ ัติ
งาน แมก ระท่งั เอกสารสำคญั ทส่ี ุดในองคการ หรือเอกสารประวตั ิศาสตร กจ็ ะไมไ ดรบั การโอนยายไปเกบ็ รักษาอยางถาวรไว
ในหอจดหมายเหตุ กลายเปนผล กระทบตอเน่อื ง
ในปจ จบุ นั หลายหนว ยงานท้ังภาครัฐและเอกชน ใหความสนใจในการจัดตง้ั หอจดหมายเหตุ เพอื่ เก็บรักษาประวตั แิ ละ
แสดงออกถงึ ความภาคภมู ใิ จในเกียรตภิ มู ิของหนวยงาน แตก็มักพบวาไมสามารถโอนยา ยเอกสารไดอ ยา งครบถว นสมบูรณ
ท้งั นก้ี ม็ าจากปญ หาสำคญั คือไมม ีการดำเนินงานเอกสารก่งึ กระแสการใชง านทด่ี ีพอนนั่ เอง แนวคิดการจัดการเอกสารในยคุ
ใหมจงึ มักผนวกรวมศูนยเ อกสารและหอจดหมายเหตเุ ขาไวด วยกัน เปน สว นหนึง่ ของแผนงานจัดการเอกสารแบบบูรณาการ
ครบวงจร ซึ่งจะทำใหสามารถโอนยา ยและรับมอบเอกสารจากระยะกึ่งกระแสการใชงานไปสูระยะสิ้นกระแสการใชง านได
อยา งตอ เน่ือง ทัง้ นข้ี อ สำคัญอกี ประการหนง่ึ คอื ตอ งมกี ารใหค วามรู ฝกอบรมผูปฏบิ ัติงานทเี่ กย่ี วขอ งกับเอกสารทกุ ระดับ ให
มีความเขา ใจ และสามารถดำเนินงานเอกสารในสว นท่ตี นเองรบั ผิดชอบไดอยางถูกตองดว ย

คําถามทบทวนท้ายบท

● เอกสารกงึ่ กระแสการใชง านแตกตา งจากเอกสารในกระแสการใชง านอยา งไร
● ในแงก ารบริหารทรัพยากร ทำไมองคก ารจงึ ควรมีศูนยเ อกสาร

การดาํ เนนิ งานเอกสารกงึ กระแสการใชง้ าน 235


Click to View FlipBook Version