The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Good records management helps organizations to manage their information more efficiently in the face of rapidly changing technologies.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phanupongli, 2022-04-02 04:07:51

การจัดการเอกสาร หลักการและแนวปฏิบัติในอค์กรยุคดิจิทัล

Good records management helps organizations to manage their information more efficiently in the face of rapidly changing technologies.

Keywords: การจัดการเอกสาร

หมวด ๕ คำอธิบายหมวดหมู/ กำหนดอายดุ การจดั เกบ็
บค-บริหารงานบุคคล แนวทางการกำหนดชอื่ แฟม /ตวั อยางเอกสารทจ่ี ดั เกบ็
-สญั ญาจา ง (แยกแฟม รายบุคคล) ทุกหนว ยงาน
บค.๑๓.๒ ลกู จา งช่วั คราว หลงั จากเลกิ จาง/ลาออก
-การประเมินผล เกบ็ ๒ ป ทำลาย
-หลกั ฐานการลงเวลาปฏบิ ัติงาน (แยกแฟมตามพ.ศ.) เกบ็ ๒ ป ทำลาย
-ใบลา (แยกแฟมตามประเภทการลา และ พ.ศ.) เกบ็ ๒ ป ทำลาย
-รายงานสรุปสถติ ิการมาปฏิบตั ิงาน การลาประจำเดือน เกบ็ ๒ ป ทำลาย
เกบ็ ๒ ป ทำลาย

ภาพ6-5 ตวั อยา งตารางกำหนดอายกุ ารเก็บเอกสารของสำนักหอจดหมายเหตแุ หง ชาติ (ท่มี า: กรมศลิ ปากร, 2555)

ภาพ 6-6 ตวั อยางตารางกำหนดอายเุ อกสาร ตามคำแนะนำของหอจดหมายเหตุแหงชาติ สหรัฐอเมริกา (ทีม่ า: The U.S.
national archives and records administration, 2021)

136 การจดั การเอกสาร | Records Management

ภาพ6-7 ตัวอยางตารางกำหนดอายุเอกสารของ OSU (ทมี่ า:The Ohio state university, 2016)

จดุ เร่มิ นับอายกุ ารเก็บเอกสาร ระยะเวลา การดำเนนิ การ
ทำลาย
เมอ่ื ปดแฟมแลว +4 ป โอนยายไปศนู ยเ กบ็ เอกสาร
ทำลาย
เมื่อสิน้ สดุ โครงการ +1ป

หลงั จากเลิกจา ง/ลาออก +2ป

ภาพ 6-8 ตวั อยางจุดเริม่ นับอายเุ กบ็ เอกสาร 1

จุดเร่มิ นบั อายกุ ารเกบ็ ระยะเวลา ระยะเวลา ระยะเวลา รวม การดำเนนิ การ
เอกสาร
5 ป ทำลาย
เมอ่ื ปดแฟม แลว +1ป ในฝา ย แลว สง +4ป ในกองบรรณสาร
เมอื่ สน้ิ สดุ โครงการ เกบ็ ท่ีกองบรรณสาร 15 ป สงมอบใหห อ
จดหมายเหตุแหงชาติ
+2 ป ในฝาย แลว สง +3 ป ในหอ งเก็บเอกสาร +10ป ในกอง
เก็บทหี่ องเก็บเอกสาร แลว สงเกบ็ ท่กี องบรรณสาร บรรณสาร
ของหนว ยงาน

ภาพ6-9 ตวั อยางจดุ เร่ิมนบั อายุเกบ็ เอกสาร 2

การสํารวจเอกสาร การประเมินคณุ คา่ การกาํ หนดอายเุ อกสาร 137

สญั ลักษณ ความหมาย

A Archives/จดหมายเหตุ/เก็บตลอดไป
D Destroy/เมอ่ื งานส้ินสุดแลว ขออนุมตั ทิ าํ ลายแฟม เอกสารได
1D เมือ่ งานสน้ิ สดุ แลวเกบ็ แฟม ไวอีก 1 ป จึงขออนุมตั ทิ ําลายแฟม เอกสาร
5D เมื่องานสนิ้ สุดแลว เก็บแฟม ไวอีก 5 ป จงึ ขออนุมัตทิ าํ ลายแฟม เอกสาร
10D เมอ่ื งานสน้ิ สุดแลวเกบ็ แฟม ไวอ ีก 10 ป จงึ ขออนุมัตทิ าํ ลายแฟม เอกสาร

ภาพ6-10 ตัวอยางสญั ลักษณแ ทนความหมายของอายุจดั เกบ็ และทำลายเอกสาร

ในบางหนวยงานตารางกำหนดอายเุ อกสาร มีความซำ้ ซอ น เขา ใจยาก ไมเ ออ้ื ตอ การปฏบิ ตั ิ ดังนัน้ กลมุ วชิ าชพี นักจดั การ
เอกสารในอเมริกาเหนือ จึงเสนอแนวคิดการจัดทำตารางกำหนดอายุเอกสารทย่ี ืดหยุน ขึ้น โดยการรวมรายการยอยๆหลาย
รายการใหเปน รายการใหญ เรยี กเทคนิคน้ีวา “Bฺ ig bucket” หรอื ตารางกำหนดอายเุ อกสารรวมขนาดใหญ (Large
aggregation schedule) เมอ่ื จะปรับปรงุ ตารางกำหนดอายุเอกสาร ก็ดำเนนิ การเชน เดยี วกบั ระเบียบวิธีทางการจดั การ
เอกสารท่วั ไป คือ ใชเทคนคิ การสำรวจเอกสาร เพ่ือหาขอ คนพบ และขอเสนอแนะในการปรบั ปรงุ จากนน้ั จงึ ดำเนินการดวย
เทคนคิ Big bucket ดงั น้ี (Franks, 2018)

● กำหนดเอกสารแตละชุด (Series) เทียบไดกบั ถังหน่ึง (Buckets)
● รวมถงั เหลานนั้ ลงเปน ถงั ใหมท ่ใี หญก วา โดยกำหนดจากชว งเวลาเก็บรกั ษาท่ียาวท่ีสดุ ในกลมุ
● ถังใหญน ี้เช่อื มโยงไปยงั เน้อื หาในตารางเดมิ (Crosswalks) และปรบั ปรงุ การกำหนดอายุใหสอดคลองกบั ความ

ตอ งการเอกสาร ท้ังแบบดงั้ เดิมและแบบดิจิทัล
● ดำเนินการทดลองใช วเิ คราะหผ ลตอบรบั และปรับปรงุ แกไ ขกอ นนำไปใชจรงิ ในองคก าร

138 การจดั การเอกสาร | Records Management

ภาพ6-11 ตัวอยาง AGENCY: Small Business Services Agency (ที่มา: The U.S. national archives and records
administration, 2010)

สรุป

โดยทั่วไปการสำรวจสารสนเทศดำเนินการเพอ่ื ใหไดข อ มูลซงึ่ เปน สวนหนึง่ ของการวางแผนทางธรุ กจิ สำหรบั การสำรวจ
เอกสารมีความเฉพาะเจาะจงกวา เพราะเปน การรวบรวมขอ มูลเกย่ี วกบั เอกสารที่มีอยใู นองคก าร เพ่ือนำไปออกแบบแผน
งานจดั การเอกสาร อันจะมผี ลตอ ประสทิ ธิภาพการทำงานท่วั ท้ังองคก าร ชวยในการระบบุ ง ชเี้ อกสารทม่ี ีอยู ซงึ่ เอกสารนนั้
จำเปน ตองจับเกบ็ เขา สูระบบ เกบ็ นานเทา ไร และเก็บไวทไี่ หน การสำรวจยงั ชว ยใหไ ดข อ มูลเกย่ี วกบั ความตองการจัดเกบ็
เอกสาร ความตอ งกาารดแู ลเอกสาร ใชเ ปน ขอมูลสำหรับการปรับปรงุ ระบบจบั เก็บ และดูแลเอกสารในอนาคต โดยผลทไี่ ด
คอื บัญชสี ำรวจเอกสาร ซ่ึงใชเปนแหลง อา งอิงในกจิ กรรมการจดั การเอกสารอ่ืนๆตอ ไป โดยเฉพาะอยา งยิง่ การประเมนิ
คุณคา และการกำหนดอายุเอกสาร

การประเมินคุณคา และการกำหนดอายเุ อกสาร เปน กิจกรรมสำคญั เพอ่ื ลดปญ หาดานสถานทจี่ ดั เกบ็ เอกสาร ลดปริมาณ
เอกสารท่ีมีมากเกนิ ไป ลดภาระคา ใชจ า ยในการจัดเกบ็ และดูแลรักษาเอกสารทจี่ ำเปน ตองเกบ็ เพอื่ ปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย
ระเบยี บท่ีกำหนดไว และเพือ่ เพ่มิ ประสิทธภิ าพของการปฏิบัติงานตามความมุงหมายขององคการ เอกสารของแตละองคการ
มีคุณคาแตกตา งกัน ฉะนนั้ แตล ะองคการจะตองมีการกำหนดหลักเกณฑ แนวทางการประเมนิ คุณคาทเี่ หมาะสมกบั บรบิ ท
ของตนเอง

การประเมนิ อยางมปี ระสทิ ธภิ าพมีหลายปจ จัยทเ่ี กยี่ วขอ งทรัพยากรตางๆ เชน บุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ และเวลา
จำเปน ตอ งประเมนิ ท้งั บริบทและเนือ้ หาสาระของเอกสาร โดยคำนงึ ถึงความตอ งการเอกสารขององคก ารและผูมสี วนไดส ว น
เสยี เปน สำคญั อยา งไรกด็ นี กั จัดการเอกสารพึงตระหนักวา ความตอ งการเปน สิง่ ที่คนหาไดยาก และไมม ีทางเปนไปไดวา จะ
ตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั การกำหนดอายุเอกสารไดถ กู ตองสมบูรณเ สมอไป ความเสย่ี งทตี่ ามมากบั การกำหนดอายุและคาใชจ า ยใน

การสํารวจเอกสาร การประเมนิ คุณค่า การกาํ หนดอายเุ อกสาร 139

การกำจดั เอกสารอาจถกู นำมาพิจารณาดวย การประเมินความเสยี่ งกเ็ พอ่ื ใหทราบผลท่ีตามมาของการเก็บหรอื ไมเก็บ
เอกสารน้ันไว

การประเมนิ คณุ คาเอกสาร โดยการวเิ คราะหถ งึ องคป ระกอบตามบริบทของสภาพแวดลององคการ กฎระเบยี บ และความ
ตอ งการของผใู ชเ อกสาร ทำใหไ ดผลลัพธ คือ การตดั สินใจเกี่ยวกบั การกำหนดอายเุ อกสาร การตัดสินใจดงั กลา วตอ งจดั ทำ
เปนหลกั ฐานที่ใหแ นวทางและการปฏิบัติกับเอกสารตลอดอายขุ องการจดั เก็บ ในลักษณะตารางกำหนดอายุการจัดเก็บ
เอกสาร ซึ่งตองนำไปใชกับเอกสารทั้งองคก าร ดงั นนั้ นอกจากการจัดทำแลว นกั จดั การเอกสารตอ งทำหนาทเี่ ผยแพร
ซกั ซอมความเขา ใจในเรอื่ งดงั กลาวใหกับพนักงานเจา หนา ท่ี ตลอดจนมกี ารปรับปรุงแกไขใหสอดคลองกับสถานการณท่ี
เปลย่ี นแปลงอยูเ สมอ จึงจะทำใหเกดิ ประสิทธิภาพสงู สดุ

คาํ ถามทบทวนทา้ ยบท

● การสำรวจเอกสารมีความจำเปนตอ องคการอยา งไร
● หลกั การประเมนิ คณุ คาเอกสารแบบมหภาค และแบบจลุ ภาคตา งกนั อยางไร
● การกำหนดอายุเอกสารควรพจิ ารณาในประเดน็ ใดบา ง

140 การจัดการเอกสาร | Records Management

บรรณานุกรม

กรมศลิ ปากร. (2555). ตารางกำหนดอายกุ ารเก็บเอกสารของสำนกั หอจดหมายเหตุแหงชาติ. สำนกั หอจดหมายเหตุ
แหง ชาติ.

ศรนิ ยา ศรีสุข. (2562). การระบุบงชีเ้ อกสารสำคญั ท่สี ุดในหนว ยงานบรหิ ารงานกลางของมหาวทิ ยาลัยขอนแกน [รายงาน
การศึกษาอิสระ ไมไ ดตพี ิมพ] มหาวิทยาลยั ขอนแกน .

ศรนิ ยา ศรีสุข และวศิ ปต ย ชยั ชวย. (2562). การระบุบง ช้เี อกสารสำคญั ทส่ี ดุ ในหนว ยงานบรหิ ารงานกลางของมหาวทิ ยาลัย
ขอนแกน . เอกสารประมวลผลการประชมุ ทางวชิ าการ (Proceeding) การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวจิ ัย
ระดับชาตแิ ละนานาชาตคิ รั้งท่ี 10 "Global Goals, Local Actions: Looking Back and Moving Forward"
บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนสนุ ันทา. ณ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสวนสนุ ันทา กรงุ เทพฯ วนั ท่ี 29
มีนาคม 2562. 869-880.

Bole, F. & Young, J.M. (1985). Exploring the black box: The appraisal of university administrative records,
The American Archivist, 48 (2), 121-140.

Brunskill, C. & Demb, S. R. (2012). Records management for museums and galleries : an introduction.
Chandos.

Cook, T. (2011). We are what we keep; we keep what we are: archival appraisal past, present and
future. Journal of the society of archivists, 32 (2), 173-189.

Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
International organization for standardization. (2016). ISO 15489-1 Information and documentation --

Records management-- part 1: concepts and principles. ISO central secretariat.
Read-Smith, J., & Ginn, M. L. (2007). Records management. Ohio: Thomson South-Western.
Shepherd, E., & Yeo, G. (2003). Managing records : a handbook of principles and practice. Facet.
Smith, K. (2007). Public sector records management: a practical guide. Ashgate.
The Ohio state university. (2016). Saving (and destroying) academic records.

https://odee.osu.edu/news/2016/05/23/saving-and-destroying-academic-records
The U.S. national archives and records administration. (2010). Flexible scheduling FAQ.

https://www.archives.gov/records-mgmt/faqs/flexible-scheduling.html
The U.S. national archives and records administration. (2020). NARA records schedule.

https://www.archives.gov/files/about/records-schedule/nara-records-schedule-list.pdf
Upward, F. (2000). Modelling the continuum as paradigm shift in recordkeeping and archiving processes,

and beyond a personal reflection, Records management journal, 10 (3),
115-139,doi:10.1108/EUM0000000007259

การสํารวจเอกสาร การประเมินคุณค่า การกาํ หนดอายุเอกสาร 141

142 การจดั การเอกสาร | Records Management

บทที 7

การจดั การเอกสารสําคัญทสี ุด

วตั ถุประสงคข์ องบท

● อธิบายลกั ษณะของเอกสารสำคญั ที่สดุ ขององคการ
● ระบุหนาท่ี และความรับผดิ ชอบของแผนงานเอกสารสำคญั ที่สดุ
● ระบกุ ระบวนการจัดการเอกสารสำคญั ที่สดุ ขององคก าร

ความนํา

เอกสารสำคญั ทีส่ ดุ (Vital records) เปน สนิ ทรัพยสารสนเทศ (Information assets) ท่ีองคการตอ งใหความสำคญั มาก
ทีส่ ุด เพราะหากปราศจากเอกสารสำคัญทส่ี ุด ยอ มทำใหไมส ามารถดำเนนิ กจิ การตอ ไปไดอีก จงึ ตองมีระบบปอ งกนั เอกสาร
สำคัญท่ีสดุ ใหป ลอดภยั , มีการสำรองขอ มลู รวมถงึ ดแู ลเปน อยา งดตี ัง้ แตการสราง ไปจนถึงกำจัดเอกสาร
องคก ารไมวา จะขนาดเลก็ หรือใหญ จำเปนตอ งมแี ผนงานเอกสารสำคญั ทส่ี ุด (Vital records program) เพ่ือปกปกรักษา
สารสนเทศสำคญั จากภยั พบิ ตั ทิ ่ีอาจเกดิ ขึน้ ทงั้ ภยั ตามธรรมชาติและจากมนษุ ย รวมถึงการฟน ฟูหลังจากเกดิ ภยั พบิ ตั ิแลว
ดว ย เอกสารสำคญั ท่ีสดุ เหลา นี้ ทายสดุ แลวแมส ิน้ กระแสการใชง านไปแลว จะยงั มีคุณคาและสมควรเก็บรกั ษาไวอ ยางถาวร
ในฐานะเปนจดหมายเหตุตอไป

143

ลกั ษณะของเอกสารสําคญั ทสี ุด

เอกสารในองคการแบงไดหลายประเภท แตห ากจดั แบงเอกสารองคการออกตามความสำคญั สามารถจดั ได 4 ประเภท ซึง่
แตล ะประเภทมลี ักษณะ ปรมิ าณ และตัวอยาง ดังน้ี (Smallwood, 2013; University of Washington, 2015; Franks,
2018; University of Missouri System, 2019)

ตาราง7.1 ประเภทและลกั ษณะของเอกสารในองคก าร จำแนกตามความสำคญั

ประเภท ลกั ษณะ ปริมาณ (%) ตวั อยาง

เอกสารสาํ คญั ทีส่ ดุ มคี ณุ คา และความสําคัญสูงสดุ เปนเอกสารทส่ี นับสนุน 3-7 ● ขอ มูลทางการเงิน, แผนธุรกจิ
(Vital Records) ภารกิจหลกั ขององคก าร (Core function/Business) ● เอกสารจดั ตัง้ หรอื ถอื ครองกรรมสิทธ์ิ
จำเปนสำหรับการดำเนินงานอยา งตอเนอ่ื ง การเปนหลัก ● เอกสารที่เปน มติจากทป่ี ระชุมอันจะนำ
ฐานทางกฎหมาย การเงนิ ผลประโยชนของผมู ีสว นไดสว น
เสยี มผี ลตอความอยรู อด และความนา เชือ่ ถือขององคก าร ไปสกู ารกำหนดนโยบายตา งๆ
หากสญู หายหรือถูกทำลายไมสามารถจดั ทำขน้ึ ทดแทนใหม ● สญั ญาตา งๆ ทง้ั ในอดีตและปจ จุบัน
ได หรอื สำเนาเอกสารอาจไมมคี ณุ คาเทากบั ตน ฉบบั ● สัญญาอนญุ าตซอฟตแ วร
● เวชระเบียน
● ขอ มูลทางการวิจยั รวมถงึ โครงการวจิ ยั ที่

กำลงั ดำเนนิ การอยู
● เอกสารทางประวตั ิศาสตรหรอื หลกั ฐาน

ทางกฎหมาย

เอกสารสำคญั มีคุณคารองลงมาจากเอกสารสำคญั ทสี่ ดุ จดั ทาํ ขึ้นหรอื 20-25 ● หลกั สตู ร
(Important รับไวต ามภาระหนา ที่ และกจิ กรรมขององคก าร เปน ● คมู ือการฝกอบรม
Records) พยานหลักฐานของการดาํ เนนิ งาน และเปน แหลงขอ มลู ● รายงานการประชมุ หารือ
สารสนเทศ หากเอกสารน้ีสญู หายสามารถจัดทำใหม ● ขอ มูลการติดตอทางธรุ กิจ
ทดแทนไดแ ตม คี า ใชจา ยจำนวนมาก เสียเวลา และแรงงาน ● ไปรษณียอ ิเลก็ ทรอนิกส หรอื จดหมาย

หลกั ฐานท่มี ผี ลทางกฎหมาย

เอกสารทม่ี ี มีคณุ คา ในระยะเวลาหนง่ึ เม่ือเสรจ็ ส้ินการดําเนนิ งานตาม 50-75 ● ขอ มลู การตดิ ตอ ท้งั หมด

ประโยชน วัตถุประสงคแ ลว ก็จะหมดคุณคาไป เอกสารเหลานี้ ● จดหมายโตต อบ

(Useful Records) สามารถผลติ ใหม หรอื นํามาแทนท่ีชุดเดมิ ท่ีเสยี หายได หาก ● ประวัติการซือ้ ขาย
สูญหายอาจทำใหก ารดำเนนิ งานไมสะดวกสบาย ● แผนการตลาด

เอกสารท่ีไมสำคญั มีคุณคานอ ย ใชเพยี งแจง ขอมลู ขาวสาร จะมีหรอื ไมม ี 25-30 ● ไปรษณียอ เิ ล็กทรอนกิ ส หรอื หนังสอื เวยี น

(Non-Essential เอกสารเหลา นกี้ ็ไมสง ผลกระทบใดๆกับองคการ หาก ที่เจา หนา ทแ่ี จง เวียนและเหตกุ ารณส ้นิ สดุ

Records) สญู หายกส็ ามารถกคู ืนได ลงแลว
● เอกสารโฆษณา

● แผนพับ

● ประกาศขาว

144 การจัดการเอกสาร | Records Management

ภาพ7-1 ประมาณการปรมิ าณเอกสารทัง้ หมดในองคก าร จำแนกตามความสำคญั

จากภาพท่ี 7-1 จะเหน็ ไดว าเอกสารสำคญั ทสี่ ดุ แมจะมีปริมาณนอยท่ีสุดในองคก รแตกลับสำคัญทสี่ ุด เพราะเกยี่ วของกบั
ภารกจิ หลกั ขององคการ ในทุกๆหนว ยงานสามารถพบเอกสารสำคญั ที่สุดได เชน โรงพยาบาล จำเปน ตองใชเ วชระเบยี น ใน
การรักษาพยาบาลไดอยา งถูกตอ งและตอ เนื่อง บรษิ ทั ยาไมส ามารถดำเนินงานไดห ากไมมสี ทิ ธิบัตรและเอกสารการปรงุ ยา
ธนาคาร สถาบันการเงิน ตองมีขอ มลู ลกู คา สัญญาการกูยมื โรงงานจำเปนตอ งมีเอกสารขอ มูลความปลอดภัย (Material
safety data sheets: MSDS) ทแ่ี สดงขอ มลู ของสารเคมหี รอื เคมภี ณั ฑเก่ียวกบั ลักษณะความเปน อันตราย พิษ วิธีใช การ
เกบ็ รักษา การขนสง การกำจัด และการจดั การ อืน่ ๆ เพ่ือใหก ารดำเนินการเกีย่ วกบั สารเคมนี ัน้ เปน ไปอยา งถูกตองและ
ปลอดภยั ปองกนั ความผดิ พลาดจากการใชส ารเคมใี นโรงงาน ฯลฯ หากขาดเอกสารเหลา นไี้ ปองคการยอ มไดรับความเส่ยี ง
ไมท างใดกท็ างหนึ่ง (Smallwood, 2013; Franks, 2018)

เอกสารสำคญั ที่สุด ยงั แบง ไดเ ปน 2 กลมุ คือ

● เอกสารปฏิบตั ิการฉกุ เฉิน (Emergency operating records) คือ เอกสารท่ีจำเปนตอ การดำเนนิ ภารกิจใน
ภาวะฉุกเฉิน และหลงั ภาวะฉกุ เฉนิ เพื่อประกันความตอเนือ่ งขององคการ เชน แผนเตรียมความพรอมกรณีฉุกเฉิน,
การสำรองขอ มลู ระบบ

● เอกสารสทิ ธแิ ละผลประโยชน (Rights and interests records) คือ เอกสารทจี่ ำเปน ตอการคมุ ครองสิทธติ าม
กฎหมายและการเงนิ ของบุคคลและหนว ยงานที่ไดร บั ผลกระทบโดยตรงจากกจิ กรรมขององคก าร เชน บญั ชีเงิน
เดือน, สัญญาจาง

การจัดการเอกสารสําคญั ทสี ุด 145

จากเหตุผลดา นความตอ เนอื่ งของธรุ กิจและความเสี่ยง จึงจำเปน ตอ งบรรจุเร่อื งเก่ยี วกบั การจัดการเอกสารสำคัญทส่ี ุดเอาไว
ในแผนบริหารความตอเน่อื งทางธุรกิจ (Business continuity: BC) และแผนกคู นื ระบบเม่อื เกดิ ภยั พบิ ตั ิ (Disaster
recovery: DR) ขององคการดว ย โดยมักกำหนดใหเปน แผนงานสำหรบั เอกสารกลมุ นีโ้ ดยเฉพาะ

แผนงานเอกสารสําคญั ทสี ุด

แผนงานเอกสารสำคญั ทส่ี ุดขององคก ร คอื ระบบการบรหิ ารจดั การเอกสารสำคัญทส่ี ดุ ขององคการ ซ่ึงมักประกอบดว ย
มาตรการและข้ันตอนการปองกัน, ขอ กำหนดการเก็บรกั ษา, สถานทจี่ ดั เกบ็ , พนกั งานเจาหนา ท่ี ผรู ับผดิ ชอบ, ขอ มูลการ
ตดิ ตอ , การทำบนั ทกึ หลักฐาน เปน สว นหนง่ึ ของแผนงานจดั การเอกสารแบบครบวงจร (Unified program)

แผนงานจดั การเอกสารสำคัญที่สดุ มีหนาทีต่ อไปน้ี

● กำหนดนโยบาย: วางแผน พฒั นาแผนงาน โดยนำมาจากนโยบายการกำกบั ดแู ลสารสนเทศ (IG) ซึง่ เปนนโยบาย
หลัก ลงมาใชกับเอกสารสำคญั ท่ีสุด และประกาศใหร ับรูทว่ั ทงั้ องคก ารโดยผบู รหิ าร

● สำรวจเอกสาร: ระบบุ ง ชี้ และทำรายการเอกสารสำคญั ทส่ี ุด
● ประเมนิ ความเสย่ี ง: พิจารณาภยั คุกคาม และส่ิงทจ่ี ะทำใหเ กิดความเสียหายตอเอกสาร
● ดแู ลความปลอดภยั : ประเมนิ และหาทางปองกันภยั ทจี่ ะเกิดข้นึ หาแนวทางกคู นื กรณีเกดิ เหตสุ ุดวสิ ยั การดแู ล

สภาพทางกายภาพ การโอนยา ย การปอ งกันในระบบดจิ ทิ ัล
● ใหค วามร:ู ฝกอบรมบุคลากร ส่อื สารทำความเขาใจกบั ผูเกี่ยวขอ ง ถงึ ความสำคญั และจำเปน ของเอกสารสำคญั

ท่ีสุด
● ประเมิน ทวนสอบ: หม่นั ทบทวนแผน ซักซอมความเขา ใจ ฝกซอ มปองกันภยั พบิ ัติตามทวี่ างแผนไวอ ยเู สมอ เพ่อื

ใหแ นใจวา แผนงาน และกระบวนการเปน ไปตามทีต่ งั้ ใจไว

ผลลพั ธส ำคญั จากการดำเนินงานแผนงานจดั การเอกสารสำคญั ท่สี ุด คือ

● รายการเอกสารสำคญั ท่สี ดุ ที่เก่ียวกบั สินทรพั ย, กฎหมาย, งบประมาณ การเงนิ , การปองกันสิทธ,ิ การจา งงาน,
ลูกคา, ผูมสี ว นไดส วนเสยี

● ข้ันตอน และการปฏิบัตเิ พอื่ ปอ งกนั รกั ษาเอกสารสำคญั ที่สุด
● ขัน้ ตอนและการปฏิบตั เิ กย่ี วกบั เอกสารสำคญั ทีส่ ุดในกรณฉี ุกเฉนิ

กจิ กรรมการจัดการเอกสารสําคญั ทสี ุด

การจดั การเอกสารสำคัญทส่ี ุด ควรประกอบดว ย 7 กิจกรรมสำคญั คอื (Franks, 2018; University of Washington,
2015; University of Missouri system, 2019)

1) การจัดทำแผน (Developing a plan)

146 การจดั การเอกสาร | Records Management

2) การระบุบงช้เี อกสารสำคัญทสี่ ดุ (Identifying vital records)
3) การประเมินภัยคกุ คาม (Assessing the threat)
4) เลือกวิธีการปองกัน (Selecting protection methods)
5) นำไปปฏิบตั ิและทดสอบ (Implementation and testing)
6) ทำบนั ทกึ ไวเปนหลักฐาน (Documenting the program)
7) ดำเนินแผนงานตอไป (Maintaining the program)

1.การจดั ทําแผน

● ทบทวนแผนงานจัดการเอกสารสำคญั ทีส่ ดุ เดมิ ท่ีใชอ ยใู นปจ จบุ ัน: รวมถงึ แผนการบริหารความตอ เนอ่ื งทางธรุ กิจ,
แผนฟนฟูภยั พิบัติ แบบแผนการจดั หมวดหมูเอกสารในปจ จบุ นั (Fileplan/BCS/RCS) ตารางกำหนดอายุ
เอกสาร โดยเฉพาะเอกสารชุดทน่ี า จะเปนเอกสารสำคัญท่สี ุด

● ระบุสง่ิ ทจี่ ะตอ งทำใหสำเร็จ: รางวธิ กี ารพฒั นาและบริหารแผนงาน
● พัฒนาแบบเกบ็ ขอมูล: โดยยดึ ตามภารกิจสำคัญทสี่ ดุ (Vital functions) และรางรายการเอกสารทสี่ นับสนนุ

ภารกิจเหลานน้ั
● ระบหุ มวดหมูเอกสารสำคัญ: หมวดหมูอาจรวมถึงบางสวนหรือทง้ั หมดของชดุ เอกสารหรอื กลมุ เอกสาร เชน ชดุ

เอกสารสว นบุคคล, เอกสารระบบ
● ขออนมุ ตั จิ ากฝายบริหารเพ่ือนำลงสูการปฏิบตั :ิ หากเปนไปไดควรลงนามจากผบู รหิ ารสูงสดุ
● ประสานงานรวมกบั หนว ยงานตางๆ: ปรกึ ษาหารือกับผทู รี่ ับผดิ ชอบโดยตรงกับการดำเนนิ การในภาวะฉกุ เฉิน

ทำงานรวมกบั หนวยงานทเี่ กยี่ วขอ งกบั การบริหารจัดการเอกสารสำคญั ทส่ี ดุ เชน คณะกรรมการบริหาร
สถานการณฉกุ เฉนิ , ฝายรักษาความปลอดภัยทางสารสนเทศ, การจดั การความเสยี่ ง ฯลฯ
● มอบหมายงานตามแผนงาน: กำหนดบทบาท หนา ที่ ความรบั ผิดชอบของพนักงานเจาหนา ท่ีแตล ะระดบั
● สือ่ สารแผนไปยงั ผปู ฏิบัตงิ าน: ใหเกดิ ความเขาใจตรงกนั โดยอาจจดั ประชมุ ช้แี จงซักซอมความเขา ใจ, ทำสอ่ื
ประชาสมั พันธ
● กำหนดกรอบเวลา: ระบุชวงเวลาในการปฏิบตั งิ านแตล ะขัน้ ตอนจนกระทั่งส้ินสดุ

ผลลัพธสำคญั ที่ไดจากขัน้ ตอนน้ี คอื
● แบบสำรวจเอกสาร
● รายการหมวดหมูเอกสารสำคัญท่สี ุด
● คำอธบิ ายหนาทีค่ วามรับผิดชอบ
● ขอมลู อา งองิ สำหรับการปฏบิ ตั ิงานของพนกั งานเจาหนาที่
● คำช้ีแจง, ส่ือประชาสัมพันธ

การจดั การเอกสารสําคญั ทีสุด 147

2.การระบุบง่ ชเี อกสารสําคัญทีสุด หัวหนาแผนก คณะกรรมการบรหิ าร

● ประชุมบคุ ลากรท่ีทำหนาทสี่ ำรวจเอกสาร เชน นักจัดการเอกสาร
สถานการณฉุกเฉิน

● สรุปทำความเขา ใจใหกับหัวหนาสวนงาน
● ตระเตรยี มผูเก็บขอมูล เกีย่ วกบั วิธีการสำรวจ สมั ภาษณ สงั เกต
● ลงมือโดยใชเ ทคนิควิธีการสำรวจเอกสารตามทีว่ างแผนไว
● จดั ทำรายการเอกสารที่ไดจากการสำรวจ จำแนกตามภารกิจสำคัญ

ผลลพั ธส ำคัญท่ีไดจ ากขนั้ ตอนนี้ คือ

● ขอ มูลจากการสำรวจ สมั ภาษณ สังเกต
● รายการเอกสารสำคญั ทีส่ ุด
● วิธีการดูแลเอกสารสำคัญท่ีสดุ

3.ประเมินภยั คกุ คาม

● ทบทวนแผนฟน ฟภู ยั พิบตั ิเดมิ
● ระบภุ ยั คกุ คามและความเสี่ยงทเี่ ก่ียวขอ งกับเอกสารสำคญั ทสี่ ดุ เชน อคั คภี ัย, วาตภยั , อุทกภยั , ธรณพี บิ ัติภัย, การ

กอ วินาศกรรม กอ การราย, ความผิดพลาดหรือความประมาทของมนษุ ย, อาคาร สถานท่ี อปุ กรณช ำรดุ , ไฟฟา ดับ
ไฟฟา ลดั วงจร, แมลง หนู ศัตรูพืช, เชอื้ รา แบคทเี รีย ไวรัส, สื่อบันทกึ เสอื่ มสภาพ, สงคราม การจราจล, โรคระบาด

ผลลัพธสำคญั ท่ไี ดจากข้ันตอนน้ี คอื

● รายงานการประเมินความเสี่ยง

4. เลือกวธิ กี ารปองกัน

● ทบทวนขอมลู ท่ีไดจากการสำรวจเอกสาร
● เปรยี บเทียบรายการเอกสารสำคัญทีส่ ุดกับตารางกำหนดอายุเอกสาร เพือ่ ตัดสินใจวาควรดำเนนิ การอยา งไร เชน

เอกสารบางอยา งควรทำสำเนาเปน ไมโครฟลม เพือ่ ปอ งกันความเสยี หาย เอกสารท่ีเปน ดจิ ิทัลควรถูกจดั เกบ็ ไวบน
เครือขาย หรือเมนเฟรมคอมพิวเตอรส ว นกลาง ไมควรเก็บไวใ นคอมพวิ เตอรส ว นบุคคล แลปทอป หรือแทปเล็ต
● ประเมนิ พ้นื ที่เกบ็ ขอมูลและแนวทางปฏบิ ัตใิ นปจจบุ นั
● กำหนดวิธีการปอ งกนั สำหรบั เอกสารแตละชุด เชน การทำสำเนาหลายฉบับ หลายสอ่ื , แยกเก็บรักษาในท่ี
ปลอดภัย, ยา ยไปเกบ็ นอกพื้นท,ี่ เก็บรกั ษาดว ยวัสดุทนไฟ, กำหนดเงอื่ นไขพิเศษในการเขา ถึง
● รวบรวมรายชอื่ หนวยงานทเ่ี กย่ี วของกับการฟนฟูภัยพิบัติ, บริษทั ประกันภัย, สถานีตำรวจ, สถานดี ับเพลงิ ฯลฯ
ปรบั ปรงุ ขอมูลใหถ กู ตองทนั สมยั เสมอ
● รวบรวมรายชอ่ื เว็บไซต ท่ีจำเปน ตอเอกสารดจิ ิทลั , แอปพลเิ คชนั , โปรแกรม ทจี่ ำเปน โดยปกติแลวซอรฟ แวรตา งๆ
มักมีอายเุ พียง 3 ป ดังน้นั หนว ยงานพงึ อัพเดทอยเู สมอ เพอื่ ปองกันเอกสารสำคัญสูญหาย

148 การจัดการเอกสาร | Records Management

● สง รายการเอกสารสำคญั ท่สี ดุ และวิธีการปองกันแตละประเภทไปใหห วั หนา แผนก หรอื ผูเกยี่ วของใหข อ เสนอแนะ
● แกไ ขรายการเอกสารตามขอ เสนอแนะ
● จัดทำรายช่อื เอกสารสำคญั ทส่ี ดุ และวธิ ีปองกันฉบับสมบรู ณ
● ขออนุมัติจากผูบรหิ ารสูงสุด

ผลลัพธสำคัญทไี่ ดจ ากข้นั ตอนนี้ คอื

● รายชอ่ื เอกสารสำคญั ทสี่ ดุ และวธิ ีปองกนั
● ขอเสนอแนะจากผูเกยี่ วขอ ง
● รายช่ือหนวยงาน เว็บไซต แหลง ขอมูลที่เก่ยี วขอ งกับการฟนฟูภยั พบิ ตั ิ

5. นําไปปฏิบตั แิ ละทดสอบ

● เลือกอุปกรณแ ละสถานทเ่ี กบ็ รักษาทัง้ ในพนื้ ท่ีทำงาน (On-site) และนอกทที่ ำงาน (Off-site) อยางเหมาะสม เชน
เลือกเก็บในศนู ยเ กบ็ เอกสารกลาง, เกบ็ ในตูนริ ภยั , เกบ็ ไวในหนว ยงานรกั ษาความปลอดภัย

● จดั ซอ้ื และดูแลพสั ดุ อปุ กรณสำหรับการกูคนื เอกสาร กรณเี กิดภัยพบิ ตั ิ เชน ถุงมอื , หนากากกนั ฝนุ , กลอง
● ทำตารางกำหนดการวาระการทำงานของผดู แู ลเอกสารสำคญั ท่ีสุด และกำหนดกระบวนการโอนยายหรือสำรอง

ขอ มูล เชน ตองโอนยายไปเมื่อใดและอยา งไร ตองสำรองขอมูลในสอ่ื ไหนและเม่อื ใด
● ฝก อบรมบุคลากร สอ่ื สารทำความเขาใจกบั ผูเ ก่ยี วของ
● โอนยายเอกสารสำคัญทสี่ ุดและสำเนาไปยงั พื้นที่เกบ็ ทแี่ ละอุปกรณท ่ีปลอดภัย
● ทดสอบแผนงาน 1-2 เดือน กอนรางแผนข้ันสดุ ทา ย (Final plan) โดยอาจเลอื ก 1-2 แผนก สำหรับการทดสอบ

ตลอดจนฝก ซอ มการใชอุปกรณ ขั้นตอนการกูคืน เสมอื นเกดิ เหตภุ ยั พิบัตจิ รงิ
● เมอื่ ทดสอบและแกไ ขจนเสร็จสมบรู ณ จึงนำแผนงานไปใชท่ัวทั้งองคก าร

ผลลัพธสำคญั ที่ไดจากขนั้ ตอนนี้ คอื

● ข้ันตอนท่เี ปนลายลกั ษณอ ักษรสำหรับการทำสำเนาเอกสารสำคัญที่สุด และกำหนดการเวลาสำรองขอ มูลลว งหนา
● ข้นั ตอนทเี่ ปนลายลักษณอักษรสำหรับการโอนยา ยเอกสารไปยังพืน้ ทเ่ี ก็บทง้ั ภายในและภายนอกองคการ รวมถงึ

รปู แบบและวัสดบุ นั ทกึ
● เอกสารประกอบการฝกอบรมบุคคลากร

6. ทําบนั ทึกไวเ้ ปนหลกั ฐาน

● ทำแถบสี (Highlighted tabs) ใหกบั รายการเอกสารสำคัญท่ีสดุ เพือ่ ใหแตละแผนกหรอื ฝายทรี่ บั ผดิ ชอบ สะดวก
ในการคน หา และปฏิบตั ิตามคำแนะนำในคมู ือ

● ตระหนกั วาแผนฟน ฟภู ัยพิบตั ขิ องหนว ยงานจะไมส มบูรณหากขาดแผนการปองกนั เอกสารสำคัญที่สดุ ดวย
● เขยี นรายงานฉบบั สมบูรณเ กย่ี วกับการพัฒนาแผนงาน การนำไปปฏบิ ัติ การทดสอบ การบรหิ ารจดั การ การใช

คมู อื ดูแลเอกสารสำคัญที่สุด และแผนปองกันภัยพิบัติ

การจัดการเอกสารสําคญั ทีสุด 149

ผลลัพธสำคญั ทีไ่ ดจากขัน้ ตอนนี้ คอื

● รายงานฉบบั สมบูรณของการพัฒนาแผนงานจดั การเอกสารสำคญั ทส่ี ุด
● คูม ือการปฏบิ ตั ติ ามแผนปอ งกันเอกสารสำคัญ แผนกคู นื ระบบเมื่อเกดิ ภัยพิบตั ิ ท่ีระบขุ ้ันตอนการทำงานแยกตาม

หนวยงาน/แผนกทร่ี ับผดิ ชอบเอกสารสำคัญที่สุดแตล ะชุด
● สำเนาคมู อื ท่ีแจกจา ยไปยงั หนวยงาน บุคลากรทเ่ี ก่ียวของ

7.ดําเนนิ แผนงานต่อไป

● ปฏบิ ัติตามขน้ั ตอน วธิ กี าร ตามกำหนดการทว่ี างเอาไวในแผน
● ทำการตรวจสอบเปน ระยะ ๆ ทดสอบแผนและขน้ั ตอนทกี่ ำหนดไว (ปล ะครั้งหรือมากกวา)
● หาแนวทาง วธิ ีการใหมๆในการปอ งกนั เอกสาร
● ตรวจสอบเอกสารท่ีควรเพ่ิมเตมิ หรือนำออกจากแผนงาน
● จำลองเหตกุ ารณภ ยั พบิ ัติเพื่อทดสอบระบบ
● ตรวจสอบระบบสำรองขอ มลู และทดลองคนคืนเอกสารเปนระยะๆ

ผลลพั ธสำคัญทไ่ี ดจากขน้ั ตอนน้ี คือ

● ไฟลร ายงานการตรวจสอบระบบ (Audit report file)

หวั ใจสำคัญของการจดั การเอกสารสำคัญทส่ี ุด คอื การระบบุ งชใ้ี หไดวา ในองคการมีเอกสารสำคญั ท่ีสดุ ชดุ ใดบา ง ซึง่ จะนำ
ไปสกู ารปรับปรุง พฒั นาระบบการจัดการเอกสารใหมีประสทิ ธิภาพมากขน้ึ เพราะการจดั การเอกสารสำคญั ทส่ี ุด เปน เรอ่ื งท่ี
เก่ยี วขอ งกบั การประเมนิ ตรวจสอบ การรกั ษาความปลอดภยั วสั ดุอุปกรณ บคุ ลากร ทตี่ อ งใชง บประมาณลงทุนไปไมนอ ย
และในความเปนจริง การลงทนุ นจี้ ะไดรบั ผลตอบแทนชดั เจนก็ตอ เมอ่ื เกิดภัยพบิ ัติเทาน้ัน (Smallwood, 2013)

แตบางครัง้ เสน แบงระหวา งเอกสารสำคญั ท่สี ดุ กับ เอกสารสำคัญ ในแตล ะหนวยงานหรือแผนกอาจดูไมช ัดเจนนกั ดงั นั้นจึง
เปน หนา ทขี่ องนักจัดการเอกสารและผมู ีสว นเกยี่ วขอ ง เชน นักกฎหมาย นกั วิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ นักบญั ชี ผู
บรหิ าร ฯลฯ รวมกันระบบุ งชี้ออกมาใหไ ด ตัวอยา งเชน งานวิจยั ของศรินยา ศรสี ขุ และวิศปตย ชัยชวย (2562) ซง่ึ มี
วตั ถปุ ระสงคเพื่อระบบุ ง ช้ีเอกสารสำคญั ทีส่ ุดของหนว ยงานบรหิ ารงานกลางของมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน คอื สำนักงานสภา
มหาวิทยาลยั และสำนกั งานอธิการบดี ผลการวจิ ัย ทำใหไดบ ัญชรี ายการเอกสารสำคญั ทส่ี ุด 16 ชุดเอกสาร คือ

1) มติรายงานการประชุมสภามหาวทิ ยาลัย
2) มติรายงานการประชมุ คณบดีหรอื กรรมการบรหิ ารมหาวทิ ยาลัย
3) มตริ ายงานการประชมุ คณะกรรมการสง เสริมกิจการ มหาวทิ ยาลยั
4) เอกสารที่เกี่ยวขอ งกับ กระบวนการสรรหาผบู รหิ าร
5) บันทึกขอตกลงความรวมมือ (MOU) กบั หนว ยงานในประเทศ
6) บนั ทึกขอ ตกลงความรวมมือ (MOU) กบั หนวยงานตา งประเทศ
7) สัญญารบั ทนุ วิจัยและทนุ การศกึ ษา กับหนว ยงานตา งประเทศ

150 การจัดการเอกสาร | Records Management

8) เอกสารการประเมินความกา วหนา บุคลากรเพ่อื ตำแหนงท่ีสูงข้ึน  (สายวชิ าการและสายสนบั สนุน)
9) ทะเบยี นประวตั ิและสญั ญาจา งบุคลากร
10) สญั ญารับทนุ วิจัย (ทนุ ภายในมหาวทิ ยาลยั )
11) สญั ญารับทุนวจิ ัย (ทนุ ภายนอกกบั หนวยงานในประเทศ)
12) เอกสารทรัพยส ินทางปญญา (สิทธบิ ตั ร/อนสุ ิทธบิ ตั ร)
13) สัญญาซื้อขายหรือสญั ญาจางเครอื่ งมือวจิ ยั
14) แผนการบรหิ ารและพัฒนายุทธศาสตรม หาวิทยาลยั
15) แบบแปลนกอสรางอาคารสถานทแี่ ละผงั แมบท
16) สัญญาจางและสัญญาการกอ สราง

ภาพ7-2 ตัวอยา งบัญชรี ายการเอกสารสำคัญทส่ี ดุ (ที่มา: ศรินยา ศรสี ขุ และวิศปต ย ชยั ชว ย, 2562)

ข้อมลู ขา่ วสารลับ

ในหนว ยงานราชการไทย ส่ิงทอ่ี นมุ านไดวา เปนเอกสารสำคัญทสี่ ุดขององคการอยางหนง่ึ คอื ขอ มูลขาวสารลับ ซง่ึ ตาม
ระเบยี บวา ดว ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.2544 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561 หมายความวา ขอมลู ขาวสารตาม
มาตรา 14 หรือ 15 ของพระราชบัญญัติขอมลู ขาวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ที่มีคำสง่ั ไมใหเ ปดเผยและอยูในความครอบ
ครองหรอื ควบคุมดแู ลของหนวยงานของรัฐ ไมวาจะเปนเรือ่ งที่เกยี่ วกับการดำเนนิ งานของรัฐ หรือทเี่ ก่ยี วกับเอกชน ซึง่ มี

การจัดการเอกสารสําคัญทสี ุด 151

การกำหนดใหมีช้ันความลับออกเปน ช้ันลบั , ชนั้ ลบั มาก หรอื ช้นั ลบั ท่ีสดุ ตามระเบียบนี้ โดยคำนึงถึงการปฏิบัตหิ นาท่ีของ
หนว ยงานของรัฐและประโยชนแ หงรฐั ประกอบกนั
สำหรับขอ มูลขา วสารลบั หรอื ขอ มูลขาวสารทไี่ มตอ งเปด เผย คือ

● ขอมูลขา วสารของราชการทีอ่ าจกอใหเกิดความเสยี หายตอสถาบันพระมหากษตั รยิ 
● ขอมูลขา วสารของราชการทเ่ี จาหนาทหี่ รอื หนว ยงานของรัฐอาจมีคำสงั่ มใิ หเ ปดเผย เชน การเปด เผยจะกอใหเกดิ

ความเสียหายตอ ความม่ันคงของประเทศ ความสัมพันธระหวา งประเทศ หรอื ความม่ันคงในทางเศรษฐกิจ หรอื การ
คลงั ของประเทศ การเปดเผยจะกอใหเกิดอนั ตรายตอ ชวี ติ หรอื ความปลอดภัยของบุคคลหนงึ่ บุคคลใด โดยคำนงึ ถงึ
การปฏิบัตหิ นา ทตี่ าม กฎหมายของหนวยงานของรัฐ ประโยชนสาธารณะและประโยชนของประชาชนท่ีเกี่ยวของ
ประกอบกนั คำสั่งมิใหเ ปด เผยขอมูลขาวสารของราชการจะกำหนดเงอ่ื นไขอยา งใดกไ็ ดแตตองระบไุ วดวยวา ที่
เปดเผยไมไ ดเพราะเปน ขอมลู ขาวสารประเภทใด และเพราะเหตใุ ด และใหถือวา การมีคำสัง่ เปด เผยขอมลู ขา วสาร
ของราชการเปนดลุ พินิจโดยเฉพาะของเจา หนา ท่ีของรัฐตามลำดบั สายการบังคับ บญั ชา แตผขู ออาจอทุ ธรณตอ
คณะกรรมการ วินิจฉัยการเปดเผยขอ มูลขา วสารไดต ามทกี่ ำหนดในพระราชบญั ญัติ
การกำหนดใหขอมูลขาวสารอยใู นชนั้ ความลับใด ใหพ ิจารณาประกอบอยา งนอยตอ ไปนี้
● ความสำคัญของเนื้อหา
● แหลง ทม่ี าของขอมลู ขา วสาร
● วิธีการนำไปใชประโยชน
● จำนวนบคุ คลทคี่ วรรับทราบ
● ผลกระทบหากมกี ารเปด เผย
● หนวยงานของรัฐที่รับผดิ ชอบในฐานะเจาของเร่ืองหรอื ผูอนมุ ตั ิ

152 การจัดการเอกสาร | Records Management

ตาราง7.2 ขอมลู ท่หี นวยงานของรัฐหรือเจาหนา ที่ของรัฐหามมิใหเปดเผย หรอื อาจมีคำสั่งมใิ หเ ปด เผย

ลักษณะขอ มูลขา วสาร ตวั อยาง

ขอ มูลขา วสารทอ่ี าจกอใหเ กิดความเสยี หายตอ ขอ มูลขา วสารของราชการ ที่มีขา ยลกั ษณะอาจกอใหเกดิ ความเสียหายตอ สถาบันพระมหากษัตริย
สถาบันพระมหากษตั รยิ  หนวยงานของรัฐ หรอื เจา หนา ท่ีของรฐั จะตอ งไมเปด เผย ไมมีขอ ยกเวนใหไปพิจารณาใชด ลุ พินิจชง่ั นำ้
หนักทงั้ สิน้
ขอมูลขาวสารทกี่ ารเปดเผยจะกอใหเ กดิ ความเสยี
หายตอ ความมั่นคงของประเทศ ความสมั พันธ แผนปองกันหรือตอตานกองกำลังตา งชาติ ในกรณที ี่ประเทศไทยถกู โจมตี รายงานการสืบสวนเกี่ยวกบั
ระหวา งประเทศ หรือความม่นั คงในทางเศรษฐกจิ ขบวนการกอการรายทอี่ าจเขามาปฏิบตั ิการในประเทศไทย
หรือการคลงั ของประเทศ
ขอ มูลขาวสารทม่ี ีเนือ้ หาเก่ยี วกบั เร่อื งปญ หาการบริหารงานภายในของประเทศอื่น

ขอมลู ขา วสารเกีย่ วกบั หลักเกณฑและกลยทุ ธใ นการบริหารอัตราแลกเปล่ยี น ซง่ึ มีวตั ถปุ ระสงคใ นการ
รกั ษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปล่ยี นและระบบเศรษฐกจิ

2.2 ขอ มูลขาวสารทกี่ ารเปด เผยจะทำใหการบังคับ ขอ มลู ขา วสารเกี่ยวกับการสอบสวนวนิ ยั การสอบสวนขอ เท็จจริง ซ่ึงยงั ดำเนนิ การสอบสวนไมแลว เสรจ็
กฎหมายเสื่อมประสทิ ธภิ าพหรือไมอาจสำเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงคไดไมวาจะเกี่ยวกับการฟอ งคดี การ
ปองกนั การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ
หรอื การรูแหลง ทมี่ าของขอ มูลขาวสารหรือไมก ต็ าม

ความเห็นหรอื คำแนะนำภายในหนวยงานของรฐั ใน ขอ มูลการเสนอความเห็นเพอ่ื ประกอบการพิจารณาตดั สินใจ ซ่งึ ในแตละชัน้ อาจมคี วามเห็นทแ่ี ตกตา งกนั
การดำเนนิ การเร่ืองใดเรื่องหนึง่ แตท ั้งน้ีไมร วมถงึ หรือในการพจิ ารณาชน้ั ตนอาจมีความเห็นอยางหน่งึ แตเ ม่อื พิจารณาในขัน้ สดุ ทายอาจมีขอยุติ หรือขอ
รายงานทางวิชาการ รายงานขอ เท็จจริง หรอื ขอมลู สรปุ ในการพจิ ารณาแตกตา งจากคร้งั แรก
ขา วสารที่นำมาใชในการทำความเหน็ หรือคำแนะนำ
ภายในดงั กลาว

ขอมลู ขาวสารทเ่ี ปด เผยแลวอาจกอ ใหเ กดิ อันตรายตอ ขอมูลขาวสารทเี่ กย่ี วกับพยานในการสอบสวนเร่อื งตา ง ๆ ตลอดจนผทู เ่ี ปนผรู องเรียนเก่ยี วกับการทจุ รติ
ชวี ติ หรอื ความปลอดภัยของบคุ คลใดบุคคลหนง่ึ หรอื ประพฤติไมถกู ตองตา ง ๆ ซง่ึ อาจไดร ับอันตรายถามกี ารเปดเผยขอ มูลทท่ี ำใหรตู ัวพยานเหลา นี้

ขอมูลขาวสารท่ีเก่ยี วกับรายงานแพทย หรอื ขอ มูล ประวตั สิ ุขภาพ หรือประวตั กิ ารรกั ษาพยาบาลของบคุ คลใดบุคคลหน่งึ และเปน ขอ มลู ขาวสารสวนบคุ คล
ขาวสารสวนบคุ คล ซ่ึงการเปด เผยจะเปนการรุกล้ำ อยา งหนง่ึ
สทิ ธสิ วนบุคคลโดยไมส มควร
ประวตั ิการทำงานของเจาหนาท่ี หรือขอ มลู ขา วสารสว นบุคคลซ่งึ รวมอยหู รือเปน สว นหน่งึ ของขอมลู
ขา วสารของราชการอื่น ๆ ท่ีอาจจะเปนการรุกล้ำสิทธิสว นบคุ คลโดยไมสมควร

ขอมลู ขา วสารของราชการท่มี กี ฎหมายคมุ ครองมิให ขอมลู ขาวสารเก่ยี วกับกิจการของผเู สยี ภาษีแกผ ูใดเวนแตเ จาพนักงานผมู อี ำนาจหรือศาล
เปดเผย หรอื ขอ มูลขา วสารท่ีมผี ใู หมาโดยไมประสงค
ใหทางราชการนำไปเปดเผยตอผูอ่ืน ขอมูลขา วสารทผ่ี ูใหขอมูลขาวสารไดระบไุ วเปน ลายลกั ษณอกั ษรวา ไมประสงคจ ะใหราชการนำไปเปด
เผย หรอื อาจมีการทำสญั ญาตอกันไวร ะหวางหนวยงานของรฐั กบั เจา ของขอ มลู

การแจง เบาะแสเก่ยี วกบั การทุจริตประพฤติมชิ อบ หรอื การทำผิดในเร่ืองสำคญั เชน เรอ่ื งยาเสพตดิ

ขอ มูลขา วสารทม่ี กี ารกำหนดในพระราชกฤษฎกี าเพม่ิ ขอมลู ขาวสารทค่ี ณะกรรมการขอมูลขา วสารของราชการพิจารณาแลว เห็นวา ควรกำหนดใหหนวยงาน
เติม ของรฐั หรือเจา หนาที่ของรฐั อาจมคี ำสั่งมใิ หเ ปด เผย โดยจะตอ งนำไปกำหนดในพระราชกฤษฎกี า

การจดั การเอกสารสําคัญทสี ุด 153

จะเหน็ ไดวา การดำเนนิ การเกย่ี วกับขอมลู ขาวสารลับ ตามระเบยี บฯ น้ี กค็ อื การจัดการเอกสารสำคญั ท่สี ดุ นัน่ เอง โดยเฉพาะ
การโอนขอ มลู ขา วสารลับระหวางหนวยงานของรฐั หรอื การโอนภายในหนวยงานเดยี วกัน เจา หนา ที่ผโู อนและรับโอน ตอ ง
จัดทำบันทกึ ตามแบบ และใหนายทะเบียนขอ มลู ขาวสารรลบั จดแจง การโอนไวในทะเบียนควบคุมขอมลู ขาวสารลบั ซึง่ ผทู ี่
ทำหนาทเ่ี หลาน้ี ควรมีความรคู วามเขาใจเกี่ยวกับการจดั การเอกสารสำคญั ท่สี ุด นจ่ี งึ เปน เหตุผลวาทำไมหนวยงานของรฐั
ควรมีตำแหนง นกั จัดการเอกสาร เพอ่ื รับผิดชอบหนาทส่ี ำคญั เหลา นีโ้ ดยเฉพาะ

สรปุ

เอกสารสำคัญท่ีสดุ มีเพยี งรอ ยละ 3-7 จากเอกสารท้ังหมดในองคก าร ไมไ ดขน้ึ อยกู ับสื่อบันทึกวาเปน กระดาษ หรือแบบ
ดจิ ิทลั ไมจำกดั สถานะวา อยใู นกระแส ก่ึงกระแส หรือสิ้นกระแสการใชงาน แตอยกู ับการประเมนิ ในบรบิ ทขณะนน้ั วา
เอกสารใดสมควรมีความสำคญั ท่สี ดุ และอาจะเปลีย่ นแปลงไดใ นกรณีที่สภาพแวดลองทางธุรกิจเปลยี่ นไป เชน การควบรวม
กิจการ
กระบวนการจัดการเอกสารสำคัญที่สุด มีลกั ษณะเชนเดยี วกบั การจดั การเชิงกลยทุ ธ คือ เรม่ิ จากการวางแผน การปฏิบัติ
ตามกลยทุ ธ และการประเมินผล ซ่ึงตองทำอยา งตอเนื่องและเปนระบบ ในลักษณะแผนงานเอกสารสำคญั ทสี่ ดุ ซงึ่ ตองมนี
โยบาย ข้นั ตอนบคุ ลากรผรู บั ผิดชอบทช่ี ดั เจน อนั จะชว ยใหองคการสามารถดำเนินธุรกิจไปไดอ ยางราบร่ืน ลดความเสี่ยง
หากเกดิ ภยั พบิ ัติหรอื เกดิ เหตฉุ ุกเฉนิ ใดๆ ตองสามารถนำสนิ ทรพั ยสารสนเทศกลับคนื มาไดอยา งทันที และนำไปไวใ นที่
ปลอดภัยไดอยา งเรงดวน ไมเพยี งเทานน้ั แผนงานยังทำใหม ่นั ใจวา เอกสารจะยังคงมีคุณลักษณะความจริงแท เชื่อถอื ได ใช
งานได และครบถว นสมบรู ณ อีกดว ย

คาํ ถามทบทวนท้ายบท

● เอกสารสำคัญที่สุดขององคก ารแตกตางจากเอกสารทมี่ ปี ระโยชนอ ยา งไร
● เหตใุ ดจึงตอ งมีการจัดตัง้ แผนงานขน้ึ มาโดยเฉพาะสำหรบั เอกสารสำคญั ทส่ี ุดขององคการ
● การจัดการเอกสารสำคัญทีส่ ุดขององคการ มกี ระบวนสำคญั อะไรบา ง

154 การจดั การเอกสาร | Records Management

บรรณานุกรม

ศรนิ ยา ศรสี ุข และวิศปตย ชยั ชว ย. (2562). การระบุบงชี้เอกสารสำคัญที่สดุ ในหนวยงานบริหารงานกลางของมหาวิทยาลยั
ขอนแกน . เอกสารประมวลผลการประชมุ ทางวิชาการ (Proceeding) การประชมุ วิชาการและนำเสนอผลงานวจิ ัย
ระดับชาตแิ ละนานาชาตคิ ร้ังที่ 10 "Global Goals, Local Actions: Looking Back and Moving Forward"
บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. ณ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ นั ทา กรุงเทพฯ วนั ที่ 29
มีนาคม 2562. 869-880.

Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John

Wiley and Sons.
University of Missouri System. (2019). Vital records protection program guide.

https://www.umsystem.edu/ums/fa/management/records/disaster-vital
University of Washington (2015). Vital records. http://f2.washington.edu/

fm/recmgt/managing/vitalrecords

การจดั การเอกสารสําคญั ทสี ุด 155

156 การจดั การเอกสาร | Records Management

บทที 8

มาตรฐานและกฎหมายทางการจดั การเอกสาร

วตั ถปุ ระสงคข์ องบท

● อธบิ ายถงึ ความหมาย และประโยชน ของมาตรฐานในทางการจัดการเอกสาร
● ระบถุ งึ สาระสำคญั ของกฎหมายที่เกี่ยวกับการจดั การเอกสาร
● เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในทางการจัดการเอกสาร

ความนํา

เหตทุ ่ีเอกสารเปน พยานหลกั ฐานของการกระทำ สามารถใชอา งองิ ในทางกฎหมายได และเปนสง่ิ แสดงถงึ ภาระรับผิดชอบ
ตรวจสอบได ดงั นั้นการจัดการเอกสารจึงตองมีกฎหมายและมาตรฐานสำหรบั การปฏิบัติงานรองรบั นักจัดการเอกสาร
จำเปนตองรูขอ กฎหมายทจ่ี ะกำหนดใหกระทำหรือไมส ามารถกระทำไดในการจัดการเอกสาร เพื่อปอ งกนั ความผดิ พลาดท่ี
จะเกิดขึ้น ตลอดจนรจู กั มาตรฐานการจัดการเอกสาร และสามารถนำมาใชเพือ่ สรางประสทิ ธิภาพของการทำงานได ในบทนี้
จะกลาวถงึ มาตรฐานและกฏหมายที่เกีย่ วขอ งกบั การจดั การเอกสาร โดยเฉพาะ ISO 15489-1:2016 ท่ีอยใู นหมวดหมู
มาตรฐานสากลทางสารสนเทศศาสตร (ICS 01.140.20) ซงึ่ องคการระหวา งประเทศวา ดว ยการมาตรฐาน (International
Organization for Standardization: ISO) โดยคณะกรรมการวชิ าการชุดท่ี 46 คณะอนุกรรมการวชิ าการกลุมท่ี 11 (ISO
TC46/SC11) เปนผรู ับผิดชอบการพัฒนา กลา วถงึ กฎหมายของประเทศไทยทเี่ กยี่ วกับการจัดการเอกสาร เชน พระราช
บัญญัติจดหมายเหตุแหง ชาติ พ.ศ.2556 พระราชบญั ญตั ิขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ.2540 ระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรี
วา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และฉบบั แกไ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ 2) 2548, (ฉบับที่ 3) 2560, (ฉบบั ที4่ ) 2564 ตลอดจน
เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในบริบทของหนวยงานภาครฐั ในประเทศไทย

157

มาตรฐาน

มาตรฐาน คือ ฉนั ทามติของกลุมบคุ คล/คณะ/องคก าร ท่ีกำหนดเปนกรอบหรือแนวทางรวมกันขึ้น เพือ่ ชวยใหคนและ
องคก ารมคี วามเขา ใจทต่ี รงกัน และใชเปน เคร่ืองมอื ในการส่อื สาร, การวัด, การคา และการผลิต ทำใหเ กิดการพัฒนาไปใน
ทิศทางตรงกนั และสามารถทำงานรว มกันได มาตรฐานชว ยตอบคำถามพ้ืนฐานวา “อะไรคอื วิธีทด่ี ีท่ีสุดในการทำสิง่ นี้”
(ISO, 2022)

มาตรฐานแบง ไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ

1) มาตรฐานเชงิ นติ นิ ัย (De jure) คอื มาตรฐานท่ีกำหนดขึ้นโดยสถาบันกำหนดมาตรฐาน เชน ISO, สำนักงาน
มาตรฐานผลติ ภัณฑอ ตุ สาหกรรม (สมอ.) มาตรฐานทป่ี ระกาศโดยหนว ยงานลกั ษณะนเ้ี ปน มาตรฐานอยา งเปน
ทางการ และมักมีการรบั รองมาตรฐานดวย โดยมาตรฐานสากลอาจถกู นำมาเปนแนวทางในการพฒั นามาตรฐาน
ระดับชาติ เชน ANSI และ NIST ของสหรฐั อเมรกิ า และ BSI ขององั กฤษ ทีพ่ ฒั นามาจาก ISO

2) มาตรฐานเชงิ พฤตนิ ยั (De facto) คอื มาตรฐานท่ีไมไ ดก ำหนดขนึ้ อยางเปนทางการโดยสถาบันกำหนดมาตฐาน
แตไ ดรบั การยอมรับอยา งแพรหลายจากหนวยงานลักษณะเดยี วกนั หรอื เกดิ ขนึ้ จากความนิยมใชง าน เชน
มาตรฐานระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows หรอื กำหนดขนึ้ โดยสถาบนั วชิ าชพี เชน หอจดหมายเหตแุ หงชาต,ิ สมาคม
วชิ าชพี หรอื บางครั้งก็เปน แนวปฏบิ ัติรว มกนั ทไ่ี มไดม ชี ่ือเรยี กวา มาตรฐาน แตใชวารายงานทางเทคนิค (Technical
reports) เชน ISO-TR 13028 ซง่ึ กำหนดขน้ึ โดย ISO

มาตรฐานการจดั การเอกสารไมว า จะเปนแบบนิตนิ ยั หรอื พฤตนิ ยั มักระบุถึง หลักการ หรอื รายละเอียดกระบวนการจดั การ
เอกสาร หรอื ความตองการสำหรับระบบ RMS เสมอ

ประโยชนท ี่ไดรับจากการพฒั นาและสงเสรมิ มาตรฐาน (กระทรวงอุตสาหกรรม, 2559; British standards institution,
2019; ISO, 2022; Hofman, 2005) คือ

ดา นองคก าร
● สนับสนุนการทำงานรว มกนั ระหวา งระบบหรือแพลตฟอรม ตา งๆ (Interoperability)
● ปรบั ปรุงประสิทธิภาพการทำงาน สงเสรมิ วัฒนธรรมการแกไขพัฒนาอยางตอ เนื่อง
● ลดตน ทุน เม่ือระบบการทำงานเปนมาตรฐาน คาใชจา ยทเ่ี กดิ จากความผิดพลาดกน็ อยลง ทำใหประหยดั คา ใชจ า ย
ในระยะยาว
● ลดความเสีย่ งทางธรุ กจิ ทำใหรูวา ทรพั ยากรไปอยางสมเหตสุ มผลหรือไม องคก รมีความย่งั ยืนมากข้ึน
● กอใหเกดิ ภาพลักษณท ดี่ แี กองคก ร ผลติ ภัณฑและบรกิ าร ไดร ับการยอมรบั ในระดับสากล เพราะมาตรฐานกเ็ ปน
เสมอื นแนวปฏบิ ตั ิทีด่ ที ่ีสุด ท่คี วรทำตามจากประสบการณข องทั่วโลก
● ทำใหส ามารถปฏิบตั ิตามกฎหมายและขอ บงั คับทเ่ี กย่ี วของไดดีขนึ้
● ใชตรวจสอบการรบั รองมาตรฐาน เพอื่ สรา งการยอมรับในวงกวาง

158 การจัดการเอกสาร | Records Management

ดานผปู ฏิบตั งิ าน
● มกี ารทำงานเปนระบบ เพมิ่ ประสิทธภิ าพในการทำงาน
● เปนกรอบการทำงาน ชว ยใหแนวทางในการดำเนินโครงการหรือแผนงาน มีการทำงานอยางเปนขัน้ ตอน ถกู ตอ ง
ครบถว น
● ใชบริหารความเสีย่ งทตี่ อ งเผชิญในขณะท่กี ารดำเนนิ งาน ลดความผิดพลาดของการทำงาน
● แสดงใหเห็นถงึ คุณภาพของสง่ิ ทีท่ ำกบั ลกู คา และชว ยใหเหน็ วิธีการปฏบิ ตั ิท่ดี ที ี่สุดในองคก ร
● มจี ติ สำนกึ ในเรือ่ งของคุณภาพมากขน้ึ มวี นิ ยั ในการทำงาน
● พัฒนาการทำงานเปนทมี หรอื เปน กลมุ มกี ารประสานงานท่ดี ี
● สามารถพฒั นาตนเองตลอดจนเกิดทศั นคตทิ ีด่ ีตอ การทำงาน

ดานลูกคา/ผรู บั บริการ
● ทำใหม นั่ ใจไดวา สินคา บรกิ าร มคี ุณภาพตามทต่ี องการ
● สะดวกประหยดั เวลาและคาใชจ ายโดยไมต อ งตรวจสอบคณุ ภาพซ้ำ
● ไดร ับการคุม ครองดา นคณุ ภาพความปลอดภยั และการใชงาน

อยางไรกด็ กี ารนำมาตรฐานใดๆมาใช ควรคำนงึ ถึงประเดน็ ดงั น้ี

● ความยืดหยนุ บางคร้ังการพัฒนาหรือประยกุ ตใชม าตรฐาน ก็ทำใหข าดความยืดหยนุ ในการทำงาน ทงั้ ยังทำใหผูก
ติดกับเทคโนโลยีหรือวิธีการแบบเกาๆได

● ความสับสน จากมาตรฐานทแ่ี ตกตางหรือทับซอนกัน เชน มาตรฐานสากลอาจใชค ำศพั ทแ บบหนึง่ มาตรฐาน
เฉพาะหนวยงานใชค ำศัพทอีกอยา งหนง่ึ

● ไมสอดคลองกบั สภาพความเปน จรงิ เพราะมาตรฐานมกั อยบู นฐานทางทฤษฏีมากกวา ปฏิบัติ มาตรฐานทม่ี าก
เกิดนไป อาจทำใหเกดิ ความสับสนและเปน ไปไดย ากในโลกของความจริง

● คาใชจ าย ในการพฒั นา ปรับปรุง หรอื ปฏบิ ัติตามมาตรฐาน ลว นมคี าใชจายดวยกันท้ังส้ิน บางคร้ังกด็ เู หมือนจะ
เปนการสิ้นเปลอื งเสียดว ยซ้ำ

มาตรฐานพบไดทั่วไปในชีวิตประจำวันของเรา นบั ตง้ั แต ขนาดรองเทา, รูปแบบการเขยี นวันท่ี-เวลา, ปลก๊ั ไฟ ฯลฯ ไปจนถึง
กระบวนการทำงาน หรือแมกระท่งั การเปลยี่ นแปลงของสภาพภมู ิอากาศ การจดั การเอกสารกเ็ ชน กนั ทม่ี ีมาตรฐานตง้ั แต
ระดับสากล, ประเทศ, องคการ ซึง่ มปี ระโยชนในการตดั สินใจเลอื กหรอื พัฒนาระบบการจดั การเอกสาร ซอรฟแวร หรอื
โปรแกรมประยุกตสำหรับองคก าร

มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วขอ้ งกับการจดั การเอกสาร 159

ISO 15489-1:2016

ISO 15489-1:2016 Information and documentation-Records management เปนมาตรฐานสากลสำหรบั การ
จัดการเอกสาร มีเปาหมายเพอื่ การประยกุ ตใ ชใ นการจดั ทำ การจบั เกบ็ การจดั การเอกสาร ทกุ โครงสรา ง หรอื รูปแบบ ใน
ทกุ ธรุ กจิ และทกุ สภาพแวดลอมทางเทคโนโลยี แตไ มร วมถงึ การจัดการเอกสารจดหมายเหตุ โดยหอจดหมายเหตุ

มาตรฐานนี้พัฒนามาจาก AS4390-1996 ซ่งึ เปนมาตรฐานการจดั การเอกสารของออสเตรเลยี สำหรบั การจัดทำเอกสารทมี่ ี
คุณภาพ เพ่อื ใหตอบมาตรฐานระบบคณุ ภาพ ISO 9000 (Moro-Cabero, Martín-Pozuelo, & Zazo, 2011) และ
ประกาศใชเ ปน รุน ท่ี 1 ในปค .ศ.2001 ซงึ่ มีสองสวนคือ สว นที่1 หลกั การทั่วไป และ สว นท2่ี แนวปฏิบตั ิ(รายงานเชงิ เทคนิค)
หลังจากที่มีการแผยแพรมาได 15 ป กไ็ ดรบั การปรบั ปรุงแกไ ขดว ยการมสี วนรวมของผเู ชย่ี วชาญจากท่ัวโลก เปนเปน รุน ท2ี่
ในป ค.ศ.2016 ซึง่ มเี ฉพาะสว นท่ี 1 โดยไมม ีสว นท่ี 2 เน่ืองจากแนวคดิ และคำแนะนำทง้ั หมดที่กลา วถงึ ในรายงานเชงิ
เทคนิคไดรวมอยใู นมาตรฐานอื่นๆแลว โดยขณะเดียวกนั ISO กำลงั พฒั นามาตรฐานการประเมินคณุ คาสำหรับการจดั การ
เอกสาร และมาตรฐานการออกแบบระบบการจัดการเอกสารเพื่อทดแทนรายงานเชงิ เทคนคิ ดว ย (Bustelo, 2016)

Elizabeth Gasiorowski-Denis (2016) ชีแ้ จงวา การเปลย่ี นแปลงภมู ทิ ศั นของการจดั การเอกสารในยคุ ดิจทิ ลั ทำให
แนวคิดและหลักการของ ISO 15489-1 ถกู ออกแบบมาเพ่อื ใหส ามารถจัดทำ จบั เก็บ และจัดการเอกสาร ในสภาพแวดลอม
แบบดจิ ทิ ัลได แตก ม็ ิไดละเลยตอ การจดั การเอกสารทเ่ี ปน กระดาษหรอื แบบผสม (Physical/Digital) มหิ นำซ้ำยงั สามารถนำ
ไปใชแ ละนำไปใชอ ยางสมดุลอีกดวย

ISO ออกมาตรฐานมาเพือ่ เปนตัวแบบหรือแนวทาง มากกวา จะเปนขอกำหนดเฉพาะ (Specific requirements) สำหรบั
ระบบการตรวจสอบประเมนิ ผล เชน เดยี วกันในป ค.ศ.2011 สภาการจดหมายเหตุระหวา งประเทศ (The international
council on archives: ICA) ไดป ระยุกตใช ISO 16175 พฒั นาเปน ICA-Req: Principles and functional
requirements for records in electronic office environments: guidelines and training material เพือ่ เปน
แนวทางการปฏิบัติงาน มไิ ดใชเพ่ือระบบทดสอบหรือการออกใบรับรอง

ISO 15489-1:2016 มีสาระสำคญั คือ (1)ใหแนวทางในการกำหนดความรับผิดชอบขององคก าร เกี่ยวกับนโยบายเอกสาร
ข้ันตอนการทำงาน, ระบบ, กระบวนงานเอกสาร, (2)ใหแนวทางการจัดการเอกสาร ท่ีสนับสนุนกรอบกระบวนการคุณภาพ
การทำงาน ที่สอดคลองกบั ISO 9001 และ ISO 14001, (3)ใหแ นวทางในการออกแบบระบบเอกสารและการนำไปปฏบิ ัติ
ประกอบไปดวย 9 หวั ขอคือ

1.ขอบเขต ระบวุ าขอบเขตของมาตรฐาน ครอบคลุม 5 เรื่อง คอื

● เอกสาร, ขอมลู อภพิ ันธุ (Metadata) สำหรับเอกสาร และระบบเอกสาร
● นโยบาย, การกำหนดความรับผิดชอบ, การตรวจสอบเฝาระวงั , การฝกอบรม เพ่อื สนบั สนนุ การจัดการเอกสารได

อยางมปี ระสิทธิภาพ
● การวิเคราะหบ รบิ ททางธรุ กิจและการกำหนดความตองการเอกสาร

160 การจดั การเอกสาร | Records Management

● การควบคมุ เอกสาร
● กระบวนการจัดทำ จบั เกบ็ และบรหิ ารเอกสาร

2.มาตรฐานอางองิ (Normative references) ไมมกี ารอา งอิงมาจากมาตรฐานอน่ื

3.คำศัพทและนิยาม ระบคุ ำศพั ทและนยิ ามความหมาย จำนวน 19 คำ เชน Business classification scheme,
Disposition authority, Record(s)

4.หลกั การจดั การเอกสาร มดี งั นี้

● การจัดทำ จับเกบ็ และการบรหิ ารเอกสาร เปนสวนสำคัญในบรบิ ทการดำเนนิ ธุรกิจ ฺ
● เอกสาร ไมวาจะมรี ปู แบบหรอื โครงสรา งใด หากมีคุณลกั ษณะ คอื มคี วามจรงิ แท (Authenticity), ความนา เชอ่ื ถือ

(Reliability), บรู ณภาพ (Integrity), ใชงานได (Useability) ถือเปน หลักฐานท่ีเชอื่ ถอื ไดใ นทางธรุ กจิ
● เอกสารประกอบดวย เน้อื หา และขอมูลอภพิ นั ธุทอี่ ธบิ าย เน้ือหา, บรบิ ท และโครงสรางของเอกสาร รวมถงึ ขอมูล

เกย่ี วกับการจัดการตางๆ
● การตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั การจัดทำ จับเก็บและบริหารเอกสาร ขนึ้ อยกู ับการวเิ คราะหและการประเมนิ ความเส่ยี งของ

กจิ กรรมทางธุรกิจ ในบรบิ ทของการดำเนนิ งาน กฎหมาย ระเบยี บ และบรบิ ททางสงั คม
● ระบบสำหรับการจัดการเอกสาร ไมวา จะอัตโนมัติหรอื ไมก็ตาม ตองประยกุ ตใ ชเพ่อื การควบคมุ เอกสารและดำเนนิ

การในกระบวนการจัดทำ จับเกบ็ และบรหิ ารเอกสาร โดยขนึ้ อยกู ับนโยบาย, ความรับผดิ ชอบ, การกำกบั ตดิ ตาม
และประเมนิ ผล รวมถึงการฝกอบรม เพื่อใหเปนไปตามขอกำหนดความตองการเอกสารขององคก ร (Records
requirements)

5.เอกสารและระบบเอกสาร กลา วถงึ การอธบิ ายความหมายและคุณลักษณะของเอกสาร ซง่ึ ตอ งมี 4 ประการ คือ ความ
จริงแท, นาเชอื่ ถอื , บรู ณภาพ, ใชงานได และไมส ามารถจดั การเอกสารไดหากขาดขอ มลู อภิพันธทุ ่ีครบถวน

การจัดการเอกสารตองมีระบบเอกสาร ซง่ึ ตองมลี ักษณะ คือ นาเชอื่ ถอื (Reliable), ปลอดภัย (Secure), เปนไปตามความ
ตอ งการทางธุรกจิ ระเบยี บ กฎหมาย (Compliant), ครอบคลุมทุกกจิ กรรมเกย่ี วกบั เอกสาร (Comprehensive), ดำเนนิ
การอยา งเปน ระบบ (Systematic)

6.นโยบายและความรบั ผิดชอบ ระบุวา นโยบายและความรับผดิ ชอบควรสนับสนนุ การปฏบิ ัติตามขอกำหนดสำหรับการจดั
ทำ จับเกบ็ และบรหิ ารเอกสาร ตลอดจนการออกแบบ ใชง าน บรหิ ารระบบเอกสาร โดยควรกำหนดข้นึ สำหรบั ผจู ดั ทำ
เอกสาร, ผูทเี่ กย่ี วของกบั การจัดการเอกสาร และผูใชง านระบบเอกสารอื่นๆ หวั ขอนยี้ ังระบุวา ควรมีการฝก อบรมเก่ยี วกับ
นโยบาย ขัน้ ตอน การดำเนินงานของระบบเอกสารดวย

7.การประเมินคุณคา คือ กระบวนการประเมินกิจกรรมทางธุรกิจ เพ่ือกำหนดวาเอกสารใดทจี่ ำเปน ตอ งจดั ทำ จับเกบ็ และ
ควรเกบ็ รักษาเอาไวนานเทาใด ในสว นนกี้ ลาวถงึ ขอบเขตของการประเมนิ คณุ คา , การทำความเขา ใจธรุ กจิ หรอื องคการ, การ

มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วข้องกับการจัดการเอกสาร 161

กำหนดความตองการเอกสารขององคการ โดยการวเิ คราะหกจิ กรรมทางธรุ กิจและบริบทขององคก าร, และการนำขอ
กำหนดความตองการไปใช

8.การควบคุมเอกสาร ควรพัฒนาใหตรงกบั ขอ กำหนดความตอ งการเอกสารขององคการ การควบคุมเอกสารควบประกอบ
ดว ยเคารางขอ มลู อภพิ ันธุ (Metadata schemas) สำหรับเอกสาร, แบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร (Business
classification schemes), กฎเกณฑการเขา ถึงและอนุญาต, การอนุมตั ทิ ำลายเอกสาร

9.กระบวนการ จัดทำ, จับเก็บ และบรหิ ารเอกสาร ควรบูรณาการกับขนั้ ตอนการทำงาน ระบบเอกสาร ตลอดจนการควร
คมุ เอกสารตามความเหมาะสม โดยตองมีนโยบาย ความรับผดิ ชอบ ขัน้ ตอน และการฝก อบรมทเี่ หมาะสม ในหัวขอนกี้ ลาว
ถงึ

● การจดั ทำเอกสาร
● การจบั เก็บเอกสาร
● การจดั หมวดหมแู ละทำดัชนี
● การเก็บเอกสาร
● การใชเ อกสาร
● การโยกยายหรือการแปลงเอกสาร (Migration or Conversion)
● การกำจัดเอกสาร

ตวั อยางหนวยงานทไี่ ดรับการรบั รองตามมาตรฐาน ISO 15489-1: 2001 (รนุ ที1่ ) เปนแหงแรกของเอเชยี ในป ค.ศ.2013
คอื ศูนยป ระมวลผลกลางกรมสรรพากร ประเทศอินเดยี (The income tax department's centralised processing
centre: CPC) จากทตี่ อ งประมวลผลเอกสารเพ่ือคืนภาษเี งนิ ไดก วา 47 ลา นฉบับตอป เม่ือนำ ISO 15489-1: 2001 ทำให
ปจจุบัน CPC เปนคลงั เก็บเอกสารภาษีเงินไดอ ิเลก็ ทรอนกิ สท ี่ใหญท สี่ ดุ และสามารถจดั การไดอยางมปี ระสิทธิภาพตลอด
วงจรชวี ิตเอกสาร (The Economic Times, 2013)

มาตรฐานอนื ๆ

นอกจากมาตรฐาน ISO15489-1:2016 ซง่ึ กำหนดสำหรับการจดั การเอกสารโดยตรงแลว จากการสำรวจเว็บไซต
https://www.iso.org/ ในป ค.ศ.2020 พบวายังมมี าตรฐานอืน่ ๆโดยเฉพาะในหมวดหมูมาตรฐานสากลทางสารสนเทศ
ศาสตร (ICS 01.140.20) ทีอ่ าจเกย่ี วของกบั การจดั การเอกสารในแงมมุ อ่ืนๆ เชน

● ISO 13008:2012 Information and documentation -- Digital records conversion and migration
process

● ISO/TR 13028:2010 Information and documentation - Implementation guidelines for digitization
of records

162 การจัดการเอกสาร | Records Management

● ISO 16175-1:2010 Information and documentation -- Principles and functional requirements for
records in electronic office environments -- Part 1: Overview and statement of principles

● ISO 16175-2:2011 Information and documentation -- Principles and functional requirements for
records in electronic office environments -- Part 2: Guidelines and functional requirements for
digital records management systems

● ISO 16175-3:2010 Information and documentation -- Principles and functional requirements for
records in electronic office environments -- Part 3: Guidelines and functional requirements for
records in business systems

● ISO 17068:2017 Information and documentation -- Trusted third party repository for digital
records

● ISO/TR 18128:2014 Information and documentation -- Risk assessment for records processes
and systems

● ISO 22310:2006 Information and documentation -- Guidelines for standards drafters for stating
records management requirements in standards

● ISO 23081-1:2017 Information and documentation -- Records management processes --
Metadata for records -- Part 1: Principles

● ISO 23081-2:2009 Information and documentation -- Managing metadata for records -- Part 2:
Conceptual and implementation issues

● ISO/TR 23081-3:2011 Information and documentation -- Managing metadata for records -- Part 3:
Self-assessment method ISO/TR 26122:2008 Information and documentation -- Work process
analysis for records

● Information and documentation — Work process analysis for records — Technical Corrigendum
1

● ISO 30300:2011 Information and documentation -- Management systems for records --
Fundamentals and vocabulary

● ISO 30301:2011 Information and documentation -- Management systems for records --
Requirements

● ISO 30302:2015 Information and documentation -- Management systems for records --
Guidelines for implementation

รวมถงึ มาตรฐานท่อี ยรู ะหวา งการพฒั นาและควรติดตามความคืบหนา เชน

มาตรฐานและกฎหมายทีเกียวขอ้ งกับการจดั การเอกสาร 163

● ISO/AWI 16175-2 [Under development] Information and documentation -- Principles and
functional requirements for records in electronic office environments --Part 2: Guidelines and
functional requirements for digital records management systems

● ISO/AWI 16175-1 [Under development] Information and documentation -- Principles and
functional requirements for records in electronic office environments -- Part 1: Overview and
statement of principles

● ISO/AWI TR 21946 [Under development] Information and documentation -- Appraisal for
managing records

● ISO/DTR 21965 [Under development] Information and documentation -- Records management
in enterprise architecture

● ISO/DTR 22428 [Under development] Information and documentation -- Records management
in the cloud: Issues and concerns

● ISO/AWI 30300 [Under development] Information and documentation -- Records management --
Core concepts and vocabulary

● ISO/DIS 30301 [Under development] Information and documentation -- Management systems
for records -- Requirements

กฎหมาย

ในประเทศท่ีพัฒนาแลว คอ นขา งใหความสำคญั กับการจัดการเอกสารจดหมายเหตุ โดยเฉพาะเอกสารของภาครัฐ ซง่ึ
เกยี่ วของกับการบรหิ ารราชการแผน ดนิ กฎหมาย และธรรมาภิบาล โดยมกี ารตรากฎหมายเพอื่ ปกปก รักษาเอกสารสำคญั
หรือเอกสารประวัตศิ าสตรข องรฐั มีบทบัญญัตใิ หหอจดหมายเหตหุ รอื หนว ยงานระดบั ชาตทิ ำหนาทจ่ี ัดการเอกสารสำคัญ
ของชาติ เพือ่ ใหประชาชนสามารถเขาถงึ และใชป ระโยชนไดต ลอดไป เชน ประเทศองั กฤษมกี ารตรากฎหมายเกี่ยวกบั
เอกสารมากวา 100 ป (The public record office act 1838), ประเทศออสเตรเลยี มกี ฎหมาย Archives act 1983,
ประเทศญ่ปี ุนมี Public records and archives management act :Act No. 66 of 2009 กฎหมายลักษณะเชน นมี้ ักมี
บทบัญญัตกิ ำหนดใหเ อกสารสำคญั ของของรัฐ ตอ งไดร บั การคุม ครอง มีการกำหนดอายุจดั เกบ็ และเปด เผยขอ มลู กำหนด
แนวปฏิบตั เิ กยี่ วกบั การจัดการเอกสาร เชน การจัดเรียง การสงวนรกั ษา การใชเ อกสาร กำหนดบทบาทหนา ที่ใหหอ
จดหมายเหตแุ หง ชาติทำหนา ทจี่ ัดการเอกสารสำคญั ของชาติ เพอื่ ใหป ระชาชนสามารถเขาถงึ และใชประโยชนไ ดต ลอดไป

สำหรับประเทศไทยแมจ ะมีการกอ ตัง้ หอจดหมายเหตุแหง ชาติมาต้ังแตป  พ.ศ.2495 แตก็ยงั ไมมกี ารตราเปน พระราชบญั ญตั ิ
เพือ่ กำหนดใหหนว ยงานของรัฐตองดำเนนิ การเกีย่ วกบั เอกสารจดหมายเหตอุ ยางชดั เจน มเี พยี งระเบยี บสำนักนายก
รัฐมนตรีวา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2506 (ยกเลกิ ) พ.ศ.2526 และ พ.ศ.2548 (ปรับปรุง) จนกระทงั่ ในปพ .ศ. 2556 จงึ ไดมี

164 การจัดการเอกสาร | Records Management

การออกพระราชบัญญัติจดหมายเหตแุ หง ชาตขิ ้นึ ซง่ึ มีผลบงั คับใชกับหนวยงานของรฐั ท้งั หมด สำหรบั หวั ขอน้ีจะกลาวถึง
กฎหมายทเ่ี กี่ยวกับการจัดการเอกสารของไทย

พระราชบัญญัติจดหมายเหตแุ ห่งชาติ พ.ศ.2556

พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ ตราขึน้ เมอื่ วนั ที่ 28 กมุ ภาพันธ พ.ศ.2556 ประกาศใชใ นราชกจิ จานุเบกษา เลม ท่ี 130 วันที่ 13
มนี าคม 2556 ในสว นหมายเหตไุ ดแ สดงทีม่ าและเจตนารมณข องกฎหมายฉบับน้ีวา “โดยทเ่ี อกสารจดหมายเหตเุ ปนขอ มูลที่
แสดงและอธิบายถึงขอเทจ็ จริง รวมทัง้ ความเปนมาทเ่ี กดิ ข้ึนในอดีต การเก็บรกั ษาและอนุรักษเอกสารดงั กลาวไวใหม ีสภาพ
สมบูรณห รือเกิดความชำรุดเสยี หายนอยท่ีสดุ เพ่ือเปน มรดกทางวัฒนธรรมทีม่ ีคุณคาทางประวัตศิ าสตรของชาติจงึ มีความ
สำคัญ สมควรกำหนดใหมรี ะบบการเกบ็ รักษา อนุรกั ษ และการคุมครองเอกสารจดหมายเหตุ ตลอดจนใหมีหอจดหมายเหตุ
แหงชาติเพือ่ เปน สถานท่ีเกบ็ รกั ษา อนุรกั ษ และใหบรกิ ารแกประชาชนในการศึกษา การคน ควา หรือการวิจัยเอกสาร
จดหมายเหตุ จงึ จำเปน ตองตราพระราชบญั ญตั ิน”ี้ พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ ประกอบดว ย 32 มาตรา แบง เปน 5 หมวด
คอื

หมวด 1 เอกสารจดหมายเหตุ ตง้ั แตมาตรา 6 ถงึ มาตรา 11 มเี นือ้ หาระบุอำนาจหนา ที่ของกรมศลิ ปากรในการดำเนนิ การ
เกยี่ วกบั เอกสารจดหมายเหตุ คือ การประเมนิ คุณคาเอกสาร การจัดทำทะเบียนเอกสารจดหมายเหตุ ใหคำแนะนำหนวย
งานของรัฐในการจัดทำตารางเกบ็ รักษาเอกสารราชการ จัดทำคมู อื ทางวชิ าการและทางบริหารเพ่ือสนบั สนนุ การเกบ็ รกั ษา
เอกสาร พฒั นาระบบการจดั เก็บเอกสารและระบบการใหบริการเอกสารจดหมายเหตุ ระบถุ ึงลกั ษณะของเอกสารราชการท่ี
มคี ุณคาซง่ึ หนวยงานของรฐั ตองเกบ็ รักษาและสง มอบใหแ กกรมศิลปากร โดยหนว ยงานของรัฐตองดแู ลรักษารกั ษาเอกสาร
ไวใหค รบถวนสมบูรณแ ละสามารถตรวจสอบอา งองิ ได เม่อื หนว ยงานสง มอบเอกสารใหกับกรมศลิ ปากร และกรมศลิ ปากร
ประเมินคณุ คา แลว ตองจัดทำทะเบยี นไวเปนเอกสารจดหมายเหตุ และเกบ็ รักษาไวใ นหอจดหมายเหตแุ หง ชาติ หากหนวย
งานเจาของเอกสารเดิมประสงคจ ะเก็บไวเองใหทำความตกลงกบั กรมศิลปากร สำหรบั เอกสารทป่ี ระเมินแลววาไมม ีคณุ คา
เปน เอกสารจดหมายเหตุใหก รมศิลปากรดำเนนิ การทำลายตอ ไป ในกรณีเอกสารสวนบุคคลที่อาจมคี ณุ คาเปน เอกสาร
จดหมายเหตุ กรมศิลปากรสามารถขอเขา ตรวจสอบ ประเมนิ คณุ คา รบั มอบ นำมาเกบ็ รกั ษาหรอื ทำสำเนา บนั ทึกราย
ละเอียดไวเปน หลกั ฐาน อนุรักษไวทหี่ อจดหมายเหตุแหง ชาตไิ ด แตท ง้ั นต้ี องคำนึงถึงการคุม ครองขอมลู สวนบคุ คลตามหลัก
เกณฑและวิธกี ารทีก่ ฎหมายกำหนด

หมวด 2 หอจดหมายเหตแุ หงชาติ ตง้ั แตมาตรา 12 ถงึ มาตรา 16 มสี าระสำคญั คอื กำหนดใหหอจดหมายเหตแุ หงชาติ
เปน แหลงเก็บรักษา อนรุ กั ษ และใหบรกิ ารการศึกษา การคนควา หรือทำการวจิ ัยเอกสารจดหมายเหตุ มหี นาที่ 11
ประการ โดยเปนหนา ทต่ี ามหลกั การจดหมายเหตสุ ากล เชน การจัดหา จัดหมวดหมู จดั ทำเคร่ืองมอื ชวยคน ใหบรกิ าร
สนับสนุนงานดานวชิ าการแกห อจดหมายเหตุของหนวยงานรฐั ทอ งถนิ่ และเอกชน รวมถงึ หนา ท่ีซ่ึงเปน ลักษณะเฉพาะของ
หอจดหมายเหตแุ หงชาติไทย คือ การจดบันทึกเหตกุ ารณเกยี่ วกับพระราชพิธี รฐั พิธีและศาสนพิธี การรวบรวมเอกสาร
เหตุการณสำคญั ของชาติ

มาตรฐานและกฎหมายทเี กียวข้องกบั การจัดการเอกสาร 165

หมวด 3 การคุม ครองเอกสารจดหมายเหตุ ตงั้ แตม าตรา 17 ถงึ มาตรา 23 ระบขุ อ หา มเกี่ยวกบั เอกสารจดหมายเหตุ เชน
หามแกไข ดัดแปลง หา มผใู ดซอ มยกเวน ซอ มโดยกรมศิลปากรหรือไดรับอนุญาตจากอธิบดี หามสง หรอื นำออกนอกประเทศ
หามทำปลอม ในหมวดนี้ยังกำหนดใหสำเนาของเอกสารจดหมายเหตุทไ่ี ดร บั การรับรองความถูกตอ งโดยอธิบดี สามารถใช
เปนพยานเอกสารในศาลแทนตนฉบับได

หมวด 4 กองทุนสงเสรมิ งานจดหมายเหตุ ตง้ั แตม าตรา 24 ถึง 28 กำหนดใหจ ดั ต้งั กองทุนสงเสริมงานจดหมายเหตุ
ในกรมศิลปากร เพอ่ื ใชเ ปนทนุ สำหรบั กจิ การดา นเอกสารจดหมายเหตุ มคี ณะกรรมการกองทุนทำหนาทบ่ี รกิ ารจัดการ
ตลอดจนชว ยเหลอื สนบั สนนุ การดำเนนิ งานของหอจดหมายเหตุแหงชาติ

หมวด 5 บทกำหนดโทษ ต้งั แตมาตรา 17 ถงึ มาตรา 32 กำหนดบทลงโทษผทู ฝี่ าฝน ผลติ หรือทำซ้ำเอกสารจดหมายเหตุ
แกไขหรือดดั แปลง ทำลาย ทำใหเสียหาย หรอื ทำใหเ สอ่ื มคา ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน จำหนาย หรอื รับไว ทำปลอม ซอมแซม
โดยไมไดรบั อนุญาต สง หรือนำเอกสารจดหมายเหตอุ อกนอกราชอาณาจักร โดยมีโทษจำคุกสงู สดุ 5 ป ปรับหนง่ึ แสนบาท
หรอื ทงั้ จำทัง้ ปรับ

พระราชบัญญตั ขิ อ้ มลู ข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540

พระราชบญั ญตั ิขอมูลขา วสารของราชการ พ.ศ.2540 หรอื ทจี่ ะเรยี กโดยยอ ตอ จากน้ีวา พรบ.ขอมูลขาวสารฯ เปน กฎหมาย
ทมี่ ีบางมาตราเกย่ี วขอ งกับการจดั การเอกสารภาครัฐ พระราชบัญญัติฉบบั น้ี เปนผลสบื เน่อื งจากรัฐธรรมนูญแหงราช
อาณาจกั รไทย พ.ศ. 2540 ที่มาตรา 58 บญั ญัติวา "บคุ คลยอมมสี ิทธไิ ดรับทราบขอ มลู หรอื ขาวสารสาธารณะในครอบครอง
ของหนวยราชการ หนว ยงานของรัฐ รฐั วสิ าหกิจ หรือราชการสวนทอ งถน่ิ เวนแตก ารเปด เผยขอมลู นนั้ จะกระทบตอ ความ
มนั่ คงของรัฐความปลอดภยั ของประชาชนหรอื สว นไดเสยี อันพึงไดร บั ความคมุ ครองของบคุ คลอ่ืน ทัง้ น้ี ตามทกี่ ฎหมาย
บัญญตั ิ"

พรบ.ขอมูลขา วสารฯ ประกอบดว ย 43 มาตรา แบง เปน 7 หมวด และบทเฉพาะกาล คอื

หมวด 1 การเปด เผยขอมูลขาวสาร

ตั้งแตม าตรา 7 ถงึ มาตรา 13 ระบุขอ มูลขา วสารของราชการที่ตอ งเปด เผย และมวี ธิ กี ารปฏิบัติในการเปดเผยอยางไร
กำหนดใหห นวยงานของรฐั รวมรวมและจดั ใหมีขอ มลู ขา วสารไวเ ผยแพรหรือจำหนาย ณ ท่ที ำการของหนว ยงานของรัฐ

หมวด 2 ขอ มูลขาวสารทีไ่ มต อ งเปดเผย

ต้ังแตม าตรา 14 ถงึ มาตรา 20 ระบุลักษณะของขอมลู ขา วสารทไ่ี มตองเปดเผย เชน ขอ มลู ทอี่ าจกอ ใหเ กดิ ความเสียหายตอ
สถาบันพระมหากษัตรยิ , เกิดความเสียหายตอ ความม่ันคงของประเทศ, เกิดอนั ตรายตอ ชวี ติ หรือความปลอดภยั ของบคุ คล
หน่ึง และวธิ ปี ฏิบตั ิเกี่ยวกับขอมูลขาวสารทไี่ มตองเปด เผย

หมวด 3 ขอ มลู ขา วสารสวนบุคคล

166 การจดั การเอกสาร | Records Management

ต้ังแตม าตรา 21 ถงึ มาตรา 25 กำหนดวิธกี ารปฏิบตั เิ กีย่ วกับการจัดระบบขอ มูลขาวสารสารบคุ คล การเปดเผยขอมลู
ขา วสารสวนบคุ คล สิทธิของบคุ คลในการรูขอ มูลขา วสารสวนบคุ คลท่ีเกี่ยวกับตน การแกไ ขเปลี่ยนแปลง หรือลบขอ มลู
ขาวสารสวนบคุ คล

หมวด 4 เอกสารประวัตศิ าสตร

เปน หมวดท่ีเกย่ี วของกับการจดั การเอกสารมากท่ีสดุ กลา วคือ มาตรา 26 ขอ มลู ขาวสารของราชการที่หนวยงานของรฐั ไม
ประสงคจะเกบ็ รักษาหรอื มีอายุครบกำหนดตามวรรคสองนบั แตวันท่ีเสร็จสนิ้ การจัดใหม ขี อ มูลขา วสารนนั้ ใหหนวยงานของ
รฐั สง มอบใหแกห อจดหมายเหตุแหง ชาติ กรมศลิ ปากร หรือหนวยงานอืน่ ของรฐั ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎกี า เพื่อคัด
เลอื กไวใหประชาชนไดศึกษาคน ควากำหนดเวลาตองสงขอมลู ขา วสารของราชการตามวรรคหนึง่ ใหแยกตามประเภทดังน้ี

1) ขอมลู ขา วสารของราชการตามมาตรา 14 เม่อื ครบเจ็ดสิบหา ป

2) ขอ มลู ขาวสารของราชการตามมาตรา 15 เมือ่ ครบย่สี บิ ปกำหนดเวลาตามวรรคสอง อาจขยายออกไปไดใ นกรณีดังตอไป
นี้

2.1)หนวยงานของรัฐยงั จำเปน ตองเกบ็ รกั ษาขอ มลู ขา วสารของราชการไวเอง เพอื่ ประโยชนในการใชสอยโดยตอง
จดั เก็บและจดั ใหประชาชนไดศึกษาคนควา ตามที่จะตกลงกบั หอจดหมายเหตแุ หงชาติกรมศลิ ปากร

2.2)หนว ยงานของรฐั เห็นวา ขอมลู ขาวสารของราชการน้นั ยังไมควรเปดเผยโดยมคี ำส่ังขยายเวลากำกบั ไวเปน การ
เฉพาะรายคำสั่งการขยายเวลาน้ันใหกำหนดระยะเวลาไวดวยแตจ ะกำหนดเกนิ คราวละหา ปไมไดก ารตรวจสอบหรอื ทบทวน
มิใหมีการขยายระยะเวลาไมเปด เผยจนเกนิ ความจำเปนใหเปนไปตามหลักเกณฑแ ละวธิ กี ารที่กำหนดในกฎกระทรวง
บทบญั ญตั ติ ามมาตราน้มี ใิ หใชบ งั คบั กบั ขอมลู ขา วสารของราชการตามทคี่ ณะรัฐมนตรอี อกระเบียบกำหนดใหหนวยงานของ
รัฐหรือเจา หนา ท่ีของรัฐจะตองทำลายหรืออาจทำลายไดโดยไมตองเก็บรกั ษา

หมวด 5 คณะกรรมการขอมลู ขาวสารของราชการ

ตง้ั แตม าตรา 27 ถงึ มาตรา 34 กำหนดใหมีคณะกรรมการขอมลู ขา วสารของราชการ กำหนดองคประกอบอำนาจหนา ท่ี
วาระการดำรงตำแหนง การพน ตำแหนง ของคณะกรรมการฯ

หมวด 6 คณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปด เผยขอ มลู ขา วสาร

มาตรา 35 ถึง มาตรา 39 กำหนดใหมีคณะกรรมการวินจิ ฉยั การเปดเผยขอ มูลขาวสารสาขาตางๆตามความเหมาะสมเชน
ความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจและการคลังของประเทศ หรือการบังคบั ใชกฎหมาย ระบกุ ารแตงต้ัง อำนาจหนา ท่ี องค
ประกอบ

หมวด 7 บทกำหนดโทษ

มาตรฐานและกฎหมายทเี กียวขอ้ งกับการจัดการเอกสาร 167

มาตรา 40 ถงึ มาตรา 41 ระบุบทกำหนดโทษผูทม่ี ปฏบิ ัติตามคำสั่งของคณะกรรมการขอ มลู ขา วสารของราชการ และผู
ฝาฝนหรือไมปฏิบตั ิตามขอ จำกดั หรือเง่ือนไขท่ีเจาหนาทีข่ องรัฐกำหนด

พระราชบัญญัติว่าดว้ ยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และฉบับแก้ไขเพิมเติม (ฉบับที 2) พ.ศ.
2551 (ฉบับที 3) พ.ศ. 2562 (ฉบับที 4) พ.ศ. 2562

พระราชบญั ญตั ิวาดวยธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส พ.ศ. 2544 และฉบบั แกไ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2551 (ฉบบั ท่ี 3)
พ.ศ.2562 (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2562 หรอื เรยี กโดยยอ วา พรบ.ธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกสฯ เปนกฎหมายอีกฉบบั หนึ่งทม่ี สี วน
เกีย่ วของกับเอกสารภาครฐั โดยเฉพาะเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส เหตผุ ลในการประกาศใช พรบ.ฉบับน้ี คอื ทผ่ี านมาในการทำ
ธรุ กรรมตา งๆ ผทู ่ีประสงคจ ะขอรับบริการจากผปู ระกอบการหรอื หนว ยงานใดๆ จะตองทำการพิสจู นและยืนยันตัวตนโดย
การแสดงตนตอ ผใู หบ รกิ ารพรอมกบั ตองสง เอกสารหลักฐาน ซ่ึงเปน ภาระตอ ผใู ชบรกิ ารและผใู หบรกิ าร สมควรกำหนดให
บคุ คลสามารถพิสจู นและยนื ยนั ตัวตนผา นระบบการพสิ จู นและยืนยันตวั ตนทางดจิ ทิ ัลได โดยมกี ลไกการควบคุมดแู ลผู
ประกอบธุรกิจบริการทเ่ี กยี่ วของเพอ่ื ใหระบบดงั กลา วมคี วามนา เชือ่ ถอื และปลอดภัย

พรบ.น้ีรับรองสถานะทางกฎหมายของ ขอ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ สทใี่ ชใ นการทำธุรกรรมหรือสัญญาการรบั รองวิธกี ารสง และรบั
ขอมูลอเิ ล็กทรอนิกส การใชล ายมือช่อื อิเล็กทรอนกิ ส ตลอดจนการรบั ฟง พยานหลกั ฐานทเี่ ปนขอ มลู อิเลก็ ทรอนิกส ใหมีผล
เชน เดยี วกบั การทำสญั ญาตามหลักเกณฑท ี่กฎหมายประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ยกำหนดไว ไดแ ก การทำเปน หนังสอื
หลกั ฐานเปนหนงั สอื การลงลายมือชื่อ เพื่อเปนการสง เสริมการทำธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ หน า เช่อื ถือ และมีผลในทาง
กฎหมายเชน เดียวกบั การทำธรุ กรรมโดยวิธีการทัว่ ไปทเี่ คยปฏิบัติอยเู ดิม ประกอบดว ย 46 มาตรา 6 หมวด มีสาระสำคญั ที่
เกี่ยวของกบั การจดั การเอกสาร ดงั นี้

หมวด 1 ธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส

ตง้ั แตม าตรา 7 ถึง มาตรา 25 เปน การรับรองสถานะทางกฎหมายของขอ มูลอิเลก็ ทรอนิกส ทมี่ ีการรบั การสง ผานสือ่
อิเลก็ ทรอนกิ ส ใหถอื วา เปนหนงั สือ หรอื หลกั ฐานเปนหนงั สอื หรือเอกสารได การยอมรับผลทางกฎหมายของขอ มลู
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ลายมือชอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส) ใหถือวา เปนการลงลายมอื ชือ่ ตามกฎหมาย การนำเสนอหรือเก็บรักษาขอความใด
ในสภาพทเ่ี ปน มาแตเ ดิมอยางเอกสารตน ฉบบั ถา ไดน ำเสนอหรือเกบ็ รักษาในรปู ขอมลู อิเล็กทรอนิกสต ามหลกั เกณฑใ หถือวา
เปน เอกสารตน ฉบบั ตามกฎหมาย รวมถงึ หา มมใิ หป ฏิเสธการรบั ฟงขอมูลอิเลก็ ทรอนกิ สเ ปนพยานหลกั ฐานในกระบวนการ
พจิ ารณาตามกฎหมาย การเกบ็ รักษาในรปู ขอมูลอเิ ล็กทรอนกิ สต ามหลักเกณฑทก่ี ำหนด ใหถือวาไดมกี ารเก็บรักษาเอกสาร
หรอื ขอความตามที่กฎหมายตอ งการ

หมวด 2 ลายมือช่อื อิเล็กทรอนิกส

ตงั้ แตม าตรา 26 ถงึ มาตรา 31 ระบุลักษณะของลายมือช่ืออิเล็กทรอนกิ ส ทเี่ ชือ่ ถือได การดำเนนิ การสรา งลายมือช่ือ
อเิ ล็กทรอนิกส การดำเนนิ การของผูใหบรกิ ารออกใบรบั รองเพอ่ื สนบั สนุนลายมือชื่ออิเล็กทรอนกิ ส ใบรับรองหรอื ลายมอื ชอ่ื
อิเลก็ ทรอนกิ สใ หถือวามีผลทางกฎหมายได

168 การจัดการเอกสาร | Records Management

หมวด 3 ธุรกิจบรกิ ารเก่ยี วกับธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส

ตัง้ แตม าตรา 32 ถึง มาตรา 34 กำหนดบคุ คลมสี ิทธิประกอบธุรกจิ บรกิ ารเกีย่ วกับธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส กำหนดใหมี
การตราพระราชกฤษฎีกากำหนดใหการประกอบธรุ กิจบรกิ ารเกย่ี วกับธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกสใ ดเปน กจิ การทีต่ องแจง ให
ทราบ ตองขึน้ ทะเบียน หรอื ตอ งไดรับใบอนุญาตกอ นกไ็ ด

หมวด 4 ธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ สภ าครัฐ

มาตรา 35 กำหนดใหคำขอ การอนญุ าต การจดทะเบียน คำสงั่ ทางปกครอง การชำระเงิน การประกาศ หรอื การดำเนิน
การใดๆ ตามกฎหมายกับหนว ยงานของรัฐหรอื โดยหนว ยงานของรัฐ ถา ไดก ระทำในรูปของขอ มลู อิเล็กทรอนิกสตามหลกั
เกณฑและวิธกี ารท่ีกำหนดไว ใหถ อื วามผี ลโดยชอบดวยกฎหมาย

หมวด 5 คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส

มาตรา 36 ถงึ มาตรา 43 กำหนดใหมคี ณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส กำหนดองคประกอบ อำนาจหนา ท่ี วาระ
การดำรงตำแหนง การพน จากตำแหนง ใหจดั ตั้งสำนกั งานคณะกรรมการธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ สเ ปน สว นราชการ ทำ
หนา ที่เปน หนวยงานธุรการของคณะกรรมการ

หมวด 6 บทกำหนดโทษ

มาตรา 44 ถงึ มาตรา 46 ระบบุ ทลงโทษของผปู ระกอบธุรกจิ บริการเกี่ยวกบั ธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกสโ ดยไมแจงหรอื ขึ้น
ทะเบยี นตอ พนกั งานเจาหนา หรอื ฝา ฝน คำส่งั หามการประกอบธุรกิจของคณะกรรมการ หรอื ประกอบธรุ กจิ บรกิ ารโดยไม
ไดรบั ใบอนญุ าต

ระเบียบสํานักนายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และฉบับแกไ้ ขเพิมเติม (ฉบับที 2) 2548,
(ฉบบั ที 3) 2560, (ฉบบั ที 4) 2564

หลังจากการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 งานสารบรรณกลายเปนเพียงสวนหนงึ่ ของงานบรหิ ารทั่วไป ระบบการ
บรหิ ารงานสารบรรณมีความหลากหลายผสมผสานทง้ั แบบศูนยก ลางและแบบกระจายอำนาจ แตล ะสว นราชการมีระเบียบ
เก่ียวกับหนงั สือราชการเปน ของตนเอง ไมมีหลกั ในการปฏบิ ตั ิทแี่ นน อน ทง้ั ในการจดั ทำ, รบั -สง, จดั เก็บ, คน คืน, ทำลาย
เอกสาร ทำใหไมเ กดิ ระเบยี บไปในทิศทางเดียวกัน ตอมาจงึ มกี ารกำหนดเปนแนวทางเดยี วกัน โดยประกาศใชเ ปน ระเบยี บ
สำนักนายกรฐั มนตรี วา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2497 และเปน รากฐานของระเบียบฯฉบับตอ ๆมา คือ

● ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรีวาดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2506 (ยกเลกิ )
● ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี า ดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
● ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรีวาดว ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่2ี ) พ.ศ.2548
● ระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรวี าดวยงานสารบรรณ (ฉบบั ท3ี่ ) พ.ศ.2560

มาตรฐานและกฎหมายทีเกียวขอ้ งกบั การจดั การเอกสาร 169

● ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรวี าดว ยงานสารบรรณ (ฉบับท่4ี ) พ.ศ.2564

ในหัวขอ นี้จะเรียก ระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรวี า ดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526, 2548, 2560, 2564 โดยยอวา ระเบียบฯ
วา ดวยงานสารบรรณฯ ในบางกรณี

ระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ ใชบ งั คับแกสวนราชการ ซึง่ หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม สำนักงาน หรือหนว ย
งานอืน่ ใดของรฐั ทัง้ ในราชการบรหิ ารสวนกลาง ราชการบรหิ ารสวนภูมิภาค ราชการบรหิ ารสวนทองถน่ิ หรือในตา งประเทศ
และใหห มายความรวมถงึ คณะกรรมการดวย

ระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ มีทัง้ หมด 90 ขอ เนอ้ื หาแบง ออกเปน 5 หมวด ไดแก

หมวด 1 ชนดิ ของหนังสือ

ตั้งแตข อ 9 ถงึ ขอ 34 มสี าระสำคัญวา ดว ยเรื่องการใหคำอธบิ ายขอบเขตของหนงั สอื ราชการ (ขอ 9) การระบุประเภท
หนังสือราชการ 6 ชนิด (ขอ10) จากนัน้ อธบิ ายรายละเอียดเกยี่ วกบั หนงั สือราชการแตละชนิด เชน การใชก ระดาษ คำขึ้น
ตน เนอ้ื ความ คำลงทา ย (ขอ11-34) หมวด 1 แบงเปน 7 สวน คือ สวนที่ 1 หนงั สอื ภายนอก สว นที่ 2 หนงั สอื ภายใน
สว นท่ี 3 หนังสอื ประทบั ตรา สว นท่ี 4 หนงั สือสั่งการ สวนท่ี 5 หนังสือประชาสมั พนั ธ สว นที่ 6 หนงั สอื ทเี่ จาหนาท่ีทำข้ึน
หรือรบั ไวเปนหลกั ฐานในราชการ และสวนที่ 7 บทเบ็ดเตล็ด

หมวด 2 การรับและสง หนังสือ

ตัง้ แตข อ 35 ถงึ ขอ 51 แบงออกเปน 3 สว น คอื สวนที่ 1 การรบั หนังสือ สว นที่ 2 การสงหนงั สือ มเี นอื้ หาเกี่ยวกบั วธิ ี
การ ขัน้ ตอนการในการรับและสง หนงั สอื การกำหนดบทบาทของเจา หนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลาง ลักษณะของ
ทะเบยี นรบั -สง หนงั สอื สวนที่ 3 บทเบ็ดเตลด็ ระบุใหม กี ารสำรวจทะเบียนหนังสือรบั เปน ประจำติดตามเร่อื งวาไดปฏบิ ัตไิ ป
แลว เพียงใด การจัดทำบตั รตรวจคนเพื่อการสะดวกในการคนหา

หมวด 3 การเกบ็ รกั ษา ยืม และทำลายหนงั สือ

ต้งั แตข อ 52 ถึง ขอ 70 แบง ออกเปน 3 สวน คอื สวนท่ี 1 การเก็บรกั ษา กำหนดวธิ ีเกบ็ หนังสอื ระหวา งปฏิบตั ,ิ เกบ็ เม่ือ
ปฏบิ ัตเิ สร็จแลว, เกบ็ ไวเพื่อใชใ นการตรวจสอบ, การจดั ทำบัญชสี ง เก็บ, การลงทะเบียนเกบ็ , กำหนดอายเุ ก็บ, การจดั ทำ
บญั ชสี งมอบการจดั ทำบัญชีฝาก, การจดั สงหนังสือทม่ี ีอายุครบ 20 ป พรอ มทงั้ บญั ชีสงมอบใหหอจดหมายเหตแุ หง ชาติ, ใน
สวนน้ียังระบุแนวทางการรักษาหนงั สือ คอื ตอ งดำเนนิ การอยางระมดั ระวงั , ชำรุดตอ งรีบซอ ม, สญู หายตองหาสำเนาแทน
หากเปนเอกสารกฎหมายหายตองแจง ความ สว นท่ี 2 การยืม ระบวุ ิธีการยมื , บตั รยมื สวนที่ 3 การทำลาย กำหนดวัน
ทำลาย, บญั ชที ำลาย, องคป ระกอบ บทบาท หนาทค่ี ณะกรรมการทำลายหนงั สือ, บทบาทของหอจดหมายเหตุแหงขาติใน
การพิจารณาบัญชีหนังสอื ขอทำลาย

หมวด 4 มาตรฐาน ตรา แบบพมิ พ และซอง

170 การจัดการเอกสาร | Records Management

ตง้ั แตข อ 71 ถึง ขอ 89 มีเนือ้ หาเกย่ี วกบั ขนาด รปู แบบ ลักษณะ สีตราทใ่ี ชในหนงั สือราชการ, กระดาษ, ซอง, ทะเบียน
หนงั สือตา งๆ, สมดุ สง หนงั สือและใบรับหนังสือ, บัญชีตางๆท่ใี ช, บตั รตรวจคน และบตั รยมื หนังสือ

หมวด 5 ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส

เปนหมวดท่ีเพิ่มเตมิ ข้นึ ในระเบยี บฯ ปพ .ศ.2564 (ฉบบั ที่ 4) ต้ังแตขอ 89/1 ถึงขอ 89/5 มีเนอ้ื หาเก่ยี วกับการกำหนดแนว
ปฏบิ ตั กิ ารนำระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกสม าใช การรวบรวมและเผยแพรท ่ีอยไู ปรษณยี อ ิเลก็ ทรอนกิ สสำหรับการรบั และ
การสงหนังสืออิเลก็ ทรอนิกสข องสวนราชการ การรบั สง เกบ็ รกั ษา ยมื ทำลาย หนังสอื อิเล็กทรอนกิ สใ ชห ลักการเดยี วกัน
กับทเ่ี ปนกระดาษตามหมวด 2 และหมวด 3 โดยอนโุ ลม การเก็บหนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส ในระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส
และการสำรองขอ มูล (Backup) กำหนดใหหนังสอื อิเลก็ ทรอนิกสไ มมอี ายกุ ารเกบ็ หนังสอื โดยปกตใิ หเกบ็ ไวต ลอดไป เวน
แตกรณีมคี วามจำเปนตอ งเพม่ิ พ้นื ทจี่ ดั เก็บในระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สข องสวนราชการ หรอื มเี หตุผลความจำเปนอ่นื
ใด

ภาคผนวก

ประกอบดวย ภาคผนวก 1 การกำหนดเลขทห่ี นังสือออก ภาคผนวก 2 คำขน้ึ ตน สรรพนาม คำลงทา ยในหนังสอื ราชการ
และคำท่ีใชใ นการจา หนา ซอง ภาคผนวก 3 การลงชือ่ และตำแหนง ภาคผนวก 4 หนังสอื ราชการภาษาองั กฤษ ภาคผนวก
5 การกำหนดเลขที่หนังสอื ออกและการออกหนังสือราชการของสว นราชการท่ีประจำในตา งประเทศ ภาคผนวก 6 หลกั
เกณฑและวิธีการปฏิบัตใิ นการรับสง ขอมูลขา วสารและหนงั สือราชการ ดว ยระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส ภาคผนวก 7
หลักเกณฑและวิธีการปฏบิ ัตใิ นการรบั สงและเกบ็ รกั ษาขอ มลู ขา วสารและหนงั สอื ราชการโดยไปรษณยี อ เิ ลก็ ทรอนิกส

นอกจากน้ีหนวยงานราชการบางแหงอาจออกระเบียบ ประกาศ เกย่ี วกบั การจดั การเอกสารของตนเอง เพ่ือใชภ ายใน
องคก ารโดยเฉพาะ เชน ระเบียบคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ วาดว ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส พ.ศ.2547,
ระเบยี บคณะกรรมการกจิ การกระจายเสยี ง กิจการโทรทศั น และกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ วา ดวยงานสารบรรณ พ.ศ.
2561 ซ่ึงนกั จดั การเอกสารตองศึกษาเพม่ิ เติมเปน กรณีไป

แนวทางการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย

พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ มผี ลบงั คับใชกบั “หนวยงานของรฐั ” ซ่งึ ไดแ ก กระทรวง ทบวง กรม หนว ยงานสังกัดรัฐสภา
ศาล องคก รตามรฐั ธรรมนูญ และหนว ยงานอืน่ ของรฐั ตามทกี่ ำหนดในกฎกระทรวงท้งั หมด โดยมหี อจดหมายเหตุแหงชาติ
เปน หนว ยงานหลกั ที่รบั ผดิ ชอบดานการเก็บรักษา อนุรกั ษแ ละใหบรกิ าร ขณะเดียวกันกท็ ำหนาท่ีเปน หนวยงานสนับสนุน
ทางวชิ าการใหอ งคการภาครฐั ตา งๆดว ย เม่อื พิจารณาความตาม พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ จะพบวามีความบางมาตราท่ี
เก่ียวของกับการจัดการเอกสารหนวยงานของรฐั ซ่ึงควรมแี นวทางดำเนินการดงั ตอไปนี้ (วศิ ปต ย ชัยชว ย, 2559)

มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วข้องกบั การจดั การเอกสาร 171

จดั ตังแผนงานจัดการเอกสารขององคก์ าร

พรบ.จดหมายเหตุแหง ชาติ ไดกำหนดใหหอจดหมายเหตุแหงชาติมหี นาที่ดำเนนิ การเฉพาะเอกสารราชการท่ีส้ินกระแสการ
ใชงานแลว สว นเอกสารที่อยใู นกระแสการใชง าน และกึง่ กระแสการใชง าน ยงั เปนหนาที่ของหนวยงานของรฐั ทต่ี อ งรับผดิ
ชอบ ซง่ึ ในมาตรา 8 ระบวุ า “ในระหวา งการเก็บรักษาเอกสารราชการตามระยะเวลาทก่ี ำหนดไวใ นมาตรา 7 ใหหนว ยงาน
ของรฐั ดูแลรกั ษาเอกสารไวอยางครบถวนและสามารถตรวจสอบอา งอิงได” ดังนน้ั หนวยงานของรฐั จำเปนตอ งมีฝา ยทท่ี ำ
หนาทจ่ี ดั การเอกสารท่วั ทง้ั องคการ และทำหนา ทตี่ ดิ ตอประสานงานกับหอจดหมายเหตแุ หง ชาติอยางใกลชิด สำหรบั
หนา ทเ่ี ก่ียวกับเอกสารราชการนัน้ แตเ ดมิ มักขึน้ อยกู บั แผนก/งานสารบรรณ หนว ยงานของรัฐจึงควรจัดตงั้ ฝา ยจดั การ
เอกสารขององคก าร (RMP) โดยอาจพัฒนาหรือปรับบทบาทหนาท่ีของแผนกสารบรรณเดมิ หรืออาจรวมเอาหอ
จดหมายเหตุเขา ไวด วยกนั กไ็ ด เพอ่ื ดูแลเอกสารทสี่ ิ้นกระแสการใชงานแลวใหค รบตามวงจรชวี ติ เอกสาร ในกรณีทห่ี นว ยงาน
ของรัฐมีความจำเปนตอ งเกบ็ รกั ษาเอกสารราชการที่มีการจดั ทำทะเบยี นเปน เอกสารจดหมายเหตทุ ห่ี นวยงานของรัฐตลอด
ไปหรือตามระยะเวลาท่ีตกลงกนั ตามมาตรา 9 วรรคสอง ท้ังนหี้ นว ยงานของรฐั ควรมีการจัดสรรตำแหนง บคุ ลากรทมี่ คี วามรู
ความสามารถในทางการจดั การเอกสาร ใหทำหนา ทน่ี กั จดั การเอกสาร หรือนกั จดหมายเหตุ ท้งั ในระดบั บรหิ ารและปฏบิ ตั ิ
การ เพอ่ื ดำเนินงานขบั เคลื่อนภารกิจการจัดการเอกสารใหบรรลุเปาหมายของหนวยงานดวย

จัดทําแบบแผนการจดั หมวดหมู่เอกสาร

ใน หมวด1 มาตรา6 (2) ของพรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ กำหนดใหก รมศลิ ปากรมีอำนาจหนา ทใี่ นการ “ใหคำแนะนำแก
หนวยงานของรัฐในการจดั ทำรายการหรอื ตารางการเกบ็ รกั ษาเอกสารราชการ” และในมาตรา 7 วรรคสอง ระบุวา ในการ
เกบ็ รักษาเอกราชการนั้น “...ใหห นว ยงานของรฐั จัดทำรายการหรอื ตารางเกบ็ รกั ษาเอกสารราชการ ซึง่ อยางนอ ยตอง
ประกอบดวย ประเภทและหมวดหมเู อกสาร ระยะเวลาการเกบ็ รกั ษาเอกสาร วธิ กี ารเก็บรักษาเอกสาร และการสง มอบ
รายการหรือตารางเก็บรักษาเอกสารราชการ...” จากความดังกลา วจะเห็นไดว า หนวยงานของรัฐจำเปนตองจัดทำรายการ
หรอื ตารางการเก็บรักษาเอกสารราชการขน้ึ มา ทเี่ รยี กวา แบบแผนการจดั หมวดหมเู อกสาร (RCS) ซง่ึ ตอ งพัฒนาขนึ้ จากจาก
ฐานของการวิเคราะหหนา ที่ กระบวนการ และกจิ กรรมขององคการ อนึ่ง การท่ีหนวยงานของรัฐมกี ารจดั หมวดหมเู อกสาร
ราชการอยางเปนระบบตาม RCS แลว ยอ มเปนผลดีตอ การโอนยายไปยงั หอจดหมายเหตุแหงชาติ ซึ่งจะสามารถจดั เอกสาร
เหลา นน้ั ไวต ามระบบเดมิ (Original of order) โดยไมต อ งมาจัดเรยี งใหมอ ีกดวย

กาํ หนดเกณฑก์ ารประเมินคณุ ค่าเอกสาร

ตามความใน มาตรา 7 ไดก ำหนดใหหนว ยงานของรัฐเกบ็ รักษาเอกสารราชการซ่งึ มลี ักษณะอยา งใดอยา งหน่งึ คือ (1)มี
คุณคาตามวัตถปุ ระสงคของหนว ยงานของรัฐนนั้ (2)มคี ุณคาทางประวตั ศิ าสตร (3)มคี ณุ คาเพ่อื การศึกษา การคน ควา หรือ
การวิจัย เพ่ือสงมอบใหแกก รมศลิ ปากรตอไป การท่ีหนวยงานของรฐั จะทราบวา เอกสารใดมีคณุ คาจำเปน อยางยง่ิ ตองมีการ
กำหนดเกณฑห รือแนวทางการประเมนิ คณุ คาเอกสารของหนว ยงานออกมาเปน ลายลกั ษณ และประกาศใชท่วั ท้ังองคการ
เพ่ือใหตัดสนิ ใจไดว า เอกสารใดควรถูกจบั เกบ็ (Capture) นำเขาสรู ะบบเพือ่ ดูแลรกั ษา ตองเก็บไวน านเทาไร ตลอดจน
ทำลาย หรือโอนยายไปเปนเอกสารจดหมายเหตุเมือ่ ใด โดยเกณฑก ารประเมินนนั้ ขนึ้ อยกู ับเปาหมายและหนาทขี่ องแตละ
องคการท่ีอาจใหคุณคา ดา นการเปนพยานหลกั ฐาน การเปนความรู สารสนเทศ ตอบสนองการใชงานทางธรุ กิจ และตอบ

172 การจัดการเอกสาร | Records Management

สนองความรบั ผิดชอบขององคก ารทแ่ี ตกตา งกนั ในสว นน้ีหนว ยงานของรฐั ควรมคี ณะกรรมการสำหรับพจิ ารณาเอกสารตาม
เกณฑท ต่ี ้ังข้ึน และมีการปรบั ปรุงเกณฑใ หส อดคลอ งกับเอกสารทเ่ี ปลีย่ นแปลงอยา งสมำ่ เสมอ

พัฒนาระบบงานสารบรรณ

พรบ.จดหมายเหตุแหง ชาติ มาตรา 8 ระบุวา “ในระหวางการเก็บรักษาเอกสารราชการตามระยะเวลาทกี่ ำหนดไวใ นมาตรา
7 ใหหนวยงานของรฐั ดูแลรักษาเอกสารไวอ ยา งครบถว นสมบูรณและสามารถตรวจสอบอา งองิ ได” จากความในมาตรานี้
แสดงใหเหน็ วา หนวยงานของรฐั จำเปน ตอ งมีระบบหรอื กลไกในการดูแลรักษาเอกสารตลอดวงจรชวี ติ อยา งตอ เน่ือง ใหมี
ความครบถว นสมบรู ณ ตรวจสอบได สอดคลอ งกบั ISO 15489 ที่กำหนดวาหนว ยงานตอ งมีระบบทจ่ี ะตองสามารถจดั การ
กับคุณลักษณะพืน้ ฐานของเอกสาร คือ ความจรงิ แท, เช่อื ถอื ได, ครบถวนสมบรู ณ และใชง านได ซงึ่ ในทางวชิ าการจัดการ
เอกสารเรียกวา ระบบงานสารบรรณ โดยเฉพาะอยา งย่งิ ในปจจบุ ันทเี่ อกสารของหนวยงานไดเปลย่ี นรปู แบบจากกระดาษ
มาสดู ิจิทัล หนว ยงานกจ็ ำเปน ท่ีตองมรี ะบบงานสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส (Electronic recordkeeping system: ERKS)
เพอ่ื ใชจดั เก็บและคน คืนเอกสาร ตลอดจนควบคมุ เอกสารตามหนาทพ่ี น้ื ฐาน คอื การจัดทำ การจัดเรยี ง และการประเมนิ
เอกสารเพ่ือรักษา ความจรงิ แท, เชอ่ื ถอื ได, ครบถว นสมบรู ณ และใชง านไดข องเอกสารเอาไว

ระบบงานสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกสส ำหรับหนวยงานของรัฐตาม พรบ.จดหมายเหตนุ ้ี ยงั ควรจะเช่อื มโยงกับระบบการจดั เกบ็
เอกสารและการใหบรกิ ารเอกสาร ของหอจดหมายเหตุแหงชาติ ตามทร่ี ะบไุ วใ น หมวดท่ี 1 มาตรา6 (4) โดยเฉพาะการสง
มอบหรอื โอนยายเอกสารอิเลก็ ทรอนิกสจากหนวยงานเดมิ ไปยังหอจดหมายเหตุแหงชาติ ซง่ึ ยงั เปน ประเด็นทาทายทตี่ อ งมี
การศึกษาพัฒนากันตอ ไป

การสงวนรักษาเอกสาร

เปนธรรมดาที่เอกสารเมื่อผานเวลายาวนานยอ มตองมกี ารเสื่อมสภาพ ทงั้ ท่ีอาจเกดิ ข้ึนเองตามธรรมชาติ หรอื จากความรูเทา
ไมถ ึงการณข องมนษุ ย เอกสารจดหมายเหตทุ เี่ สอ่ื มสภาพจำเปนตองไดร ับการอนุรกั ษ (Conservation) โดยการใชส ารเคมี
และเทคนคิ วธิ ีทางวิทยาศาสตรตา งๆทตี่ องอาศัยผเู ชยี่ วชาญเฉพาะ ในกรณีของหนว ยงานของรัฐ พรบ.จดหมายเหตแุ หง
ชาติกำหนดไวใน หมวดท่ี 3 มาตรา 18 หา มมิใหผูใดซอ มแซมเอกสารจดหมายเหตุ เวน แตจะเปน การซอมแซมโดยกรม
ศลิ ปากร หรือโดยไดร บั อนญุ าตจากอธบิ ดี และกำหนดบทลงโทษปรับไมเกินหกหมื่นบาทหากฝา ฝน ไวในมาตรา 31

แตกม็ ใิ ชว าหนวยงานของรฐั ตอ งปลอยใหเอกสารของตนเสื่อมสภาพและรอใหเ ปนหนา ทขี่ องกรมศิลปากรทำการอนรุ ักษแ ต
เพยี งฝา ยเดียว หากแตจำเปน ตอ งดำเนนิ การสงวนรกั ษา (Preservation) ซ่งึ เปน การปองกนั เกบ็ รกั ษาเอกสารใหปลอดภัย
และรอดพน จากส่ิงที่จะมผี ลตอ การเสื่อมสลายของเอกสาร โดยหนว ยงานของรัฐควรตองกำหนดมาตรฐานสำหรับการ
สงวนรักษาเอกสารขององคการ มีการเลอื กใชว สั ดบุ นั ทกึ ทเี่ หมาะสมกบั เอกสารแตละประเภท มีการวางระบบปองกนั อัคคี
ภัย วาตภยั และภยั ทางธรรมชาตอิ นื่ ๆ มแี ผนปอ งกันความเสีย่ งและกูคืนเอกสารในภาวะวกิ ฤต รวมถึงฝกอบรมใหความรู
บคุ ลากรเก่ียวกบั การสงวนรกั ษาเอกสารเบอื้ งตน เพอ่ื ใหเอกสารสำคัญของหนว ยงานยงั คงสภาพดี เมื่อโอนยายเปนเอกสาร

มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วข้องกบั การจดั การเอกสาร 173

จดหมายเหตุกไ็ มจ ำเปนตอ งเขา สกู ระบวนการอนุรักษ ซึ่งมตี นทุนสูง ใชเ วลานาน ในขณะที่นกั วทิ ยาศาสตรอ นรุ ักษใ น
ประเทศไทยก็มีจำนวนนอยมากเม่อื เทียบกับปริมาณเอกสารจดหมายเหตุทง้ั ประเทศ

สรปุ

ปจ จบุ นั มมี าตรฐานเกดิ ข้นึ เปน จำนวนมาก โดยสถาบันกำหนดมาตรฐานตา งๆ แตกม็ ีมาตรฐานอีกจำนวนมากทไี่ มไดถกู นำ
ไปใชเ พราะความยงุ ยากซบั ซอ น ในขณะทมี่ าตรฐานซ่ึงกำหนดข้ึนภายในบางองคการ (De facto) กลับดีกวา การใช
มาตรฐานสากล ดงั นั้นการยึดมัน่ กบั มาตรฐานใดมาตรฐานหน่ึง จึงไมอ าจรบั ประกันวาจะเหมาะสมกับระบบการทำงาน
เสมอไป ข้ึนอยวู ามาตรฐานที่เลอื กใชน นั้ ถูกกำหนดขึ้นและมลี กั ษณะอยางไร เหมาะสมกบั บรบิ ทของแตล ะองคกรหรอื ไม
สวนในประเด็นทางกฎหมาย แมว าพรบ.จดหมายเหตแุ หง ชาติ จะมีสาระสำคญั มุงเนน ทกี่ ารเก็บรกั ษา อนุรักษ และการ
คุม ครองเอกสารจดหมายเหตุ อยา งไรกด็ ี การทจ่ี ะสามารถโอนยายเอกสาร “ตน ทาง” ทมี่ คี ุณคา จากหนวยงานของรัฐมา
เกบ็ รักษาในหอจดหมายเหตแุ หง ชาตซิ ง่ึ เปน “ปลายทาง” ไดอ ยา งครบถวนสมบรู ณแ ละสามารถตรวจสอบอา งอิงไดนั้น
หนว ยงานของรัฐจำเปน ตอ งมรี ะบบการจัดการเอกสารที่ดดี วย ในขณะเดยี วกนั หอจดหมายเหตแุ หงชาติ ซึง่ เปน ผเู ก่ยี วขอ ง
โดยตรงกับกฎหมายฉบบั นี้ กค็ วรจะตอ งรณรงค เผยแพรค วามรเู กยี่ วกบั การจัดการเอกสารและจดหมายเหตุใหก วา งขวาง
ยิง่ ขนึ้ ตลอดจนบงั คับใชกฎหมายอยา งเครง ครัด อันจะกอ ใหเกดิ ประโยชนส งู สุดตามเจตนารมณของการตรากฎหมายฉบบั น้ี
นัน่ เอง

คําถามทบทวนทา้ ยบท

● สาระสำคญั ของ ISO 15489-1:2016 มอี ะไรบา ง
● เจตนารมณใ นการตรา พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ พ.ศ.2556 คืออะไร
● ระเบียบฯ วา ดว ยงานสารบรรณฯ กำหนดใหหนวยงานของรฐั ตองดำเนนิ งานระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใน

ประเดน็ ใดบาง

174 การจดั การเอกสาร | Records Management

บรรณานกุ รม

กระทรวงอตุ สาหกรรม. (2559). ประโยชนข องมาตรฐาน. http://old.industry.go.th/ industry/index.php/
thknowledge/item/10586-2016-05-23-04-40-14

วศิ ปต ย ชัยชวย. (2559). แนวทางการจัดการเอกสารหนว ยงานของรฐั ทสี่ อดคลองกบั พระราชบัญญตั จิ ดหมายเหตแุ หงชาติ
พ.ศ.2556. สารสนเทศศาสตร, 34(2), 114-129.

British standards institution. (2019). So what are standards?. https://www.bsigroup.com/
en-GB/standards/

Bustelo, C. (2016). ISO 15489. Records management standard updated. https://committee.iso.org/
sites/tc46sc11/home/news/content-left-area/news-about-standarization-in-t-1/
iso-15489-records-management-sta.html

Gasiorowski-Denis, E. (2016). Records management in the digital age. https://www.iso.org/
news/2016/04/Ref2072.html

Hofman, H. (2005). The use of standards and models. In J. McLeod & C.Hare (Eds.), Managing electronic
records (pp. 20-21). Facet.

ISO. (2022). ISO standards are internationally agreed by experts. https://www.iso.org/standards.html
Moro-Cabero, M., Martín-Pozuelo, M. & Zazo, J. (2011). ISO 15489 and other standardized management

systems: Analogies and synergies. Records management journal, 21(2), 104-121.
The Economic Times. (2013,Sep 05). ITR-CPC becomes first ISO 15489 compliant organisation in Asia.

https://economictimes.indiatimes.com/news/economy/policy/
itr-cpc-becomes-first-iso-15489-compliant-organisation-in-asia/articleshow/22344743.cms

มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วข้องกบั การจัดการเอกสาร 175

176 การจดั การเอกสาร | Records Management

ตอนที 3

การดาํ เนนิ งานสารบรรณ

177

178 การจดั การเอกสาร | Records Management

บทที 9

การดาํ เนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใชง้ าน

วตั ถปุ ระสงค์ของบท

● อธิบายหลักการดำเนินงานเอกสารระหวางกระแสการใชง าน
● เสนอแนวปฏบิ ตั ทิ ่ีเก่ยี วของกบั การดำเนินงานเอกสารระหวา งกระแสการใชง าน
● ชีใ้ หเ ห็นปญ หาและแนวทางแกไ ขเกี่ยวกับการการจดั ทำและจับเกบ็ เอกสาร ในกระบวนงานสารบรรณ

ความนํา

การดำเนินงานเอกสารระหวางกระแสการใชง าน เปน องคประกอบของงานสารบรรณชวงแรก ตามหลกั วงจรชวี ติ เอกสาร
ประกอบดวยกจิ กรรมทเี่ ก่ยี วของกับการจัดทำเอกสาร การจบั เกบ็ เอกสาร การใชงานเอกสาร การดแู ลรกั ษาเอกสารระหวา ง
กระแสการใชง าน
การจัดทำและจบั เก็บเอกสาร คอื จุดเรม่ิ ตน ของการดำเนินงานสารบรรณ ท่ีจะสง ผลและกอใหเ กดิ กิจกรรมอื่นๆตามมา ไมว า
จะเปนการรบั -สง การเกบ็ รักษาเอกสารและอนื่ ๆ ดังน้นั จึงมคี วามสำคญั อยางยิง่ ตอ ระบบงานสารบรรณโดยรวม หาก
เอกสารมจี ำนวนนอย กจิ กรรมอนื่ ๆก็จะลดลงดวย ทำใหก ารบรหิ ารงานเอกสารมปี ระสิทธิภาพมากขนึ้ โดยอาศัยหลกั คดิ
เร่ืองการดำเนินการกอ นจัดทำเอกสาร กจ็ ะทำใหก ารใชง านเอกสารและการดแู ลรกั ษาเอกสารระหวางกระแสการใชง านไม
กลายมาเปน ภาระของผปู ฏบิ ัติงานไป ในบทนจี้ ะเสนอแนวทางการดำเนนิ งานเอกสารระหวางกระแสการใชง าน และเช่ือม
โยงกับวิธีปฏบิ ตั งิ านสารบรรณที่กำหนดไวใ นระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรี วาดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแกไ ขเพมิ่
เตมิ (ฉบับที2่ ) พ.ศ.2548 และ (ฉบับที่4) พ.ศ.2564 ในฐานะทง่ี านสารบรรณเปนสวนหนง่ึ ของการจดั การเอกสาร ดังน้นั
อาจมกี ารใชคำวา หนงั สอื แทนคำวา เอกสาร ในบางกรณี

การดาํ เนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 179

การจดั ทําเอกสาร

การจัดทำเอกสาร (Records creation) คือ การบันทกึ ขอ มูล/สารสนเทศลงบนวสั ดุใดๆดว ยวธิ กี ารและเทคโนโลยีทมี่ อี ยู
เพอ่ื ใชเ ปนสื่อสำหรบั การตดิ ตอ สื่อสาร เปน พยานหลกั ฐานของการดำเนนิ งานและกิจกรรมตามหนา ที่ หรือเพ่ือใชใ นการ
อางองิ หรอื อ่ืนๆ โดยมีขอบเขตครอบคลมุ ถงึ ผูจดั ทำเอกสาร, เทคนคิ วิธีการจัดทำ, เครื่องมอื , วสั ดอุ ปุ กรณ, ครุภณั ฑ, แบบ
เอกสาร, จำนวน, ขนาด,เทคโนโลยใี นการจัดทำ (สมสรวง พฤติกลุ , 2546; Shepherd & Yeo, 2003; Pearce-Moses,
2005)

แตเดิมการจัดทำเอกสารใชก ารเขียน การจาร หรอื พิมพด ีด เมือ่ เทคโนโลยกี ารบนั ทกึ เปล่ียนไป ทำใหการจดั ทำเอกสารงาย
ขนึ้ ดว ยระบบดิจทิ ัล รวมถงึ การรับ-สง เอกสารผานเทคโนโลยกี ารสอื่ สารสมยั ใหม เชน ไปรษณยี อิเล็กทรอนกิ ส (E-mail)
ระบบประมวลผลแบบคลาวด (Cloud computing) และโปรแกรมสงขอ ความทันที (Instant messaging)

หลักการจดั ทาํ เอกสาร

เอกสารเกิดข้ึนจากกจิ กรรม/งาน ตามหนาทขี่ ององคการ แตบางกจิ กรรม/งาน กไ็ มจำเปนตอ งจัดทำเอกสาร ท้ังนข้ี ้ึนอยกู ับ
วัตถปุ ระสงค ความตอ งการและความจำเปน ของแตละองคการ บางกิจกรรมจำเปน ตอ งมเี อกสารในทุกขั้นตอน แตบางกรณี
อาจไมม กี ็ได เอกสารบางอยา งอาจจดั ทำข้นึ ภายในองคก ารหรอื รับเขา มาจากภายนอกองคก าร และอาจถกู จดั ทำขึ้นหรือรบั
ไวระหวางดำเนินกจิ กรรมหรือหลังกิจกรรม เชน เอกสารการส่งั ซื้อสินคาทเ่ี กดิ ข้นึ ในระหวา งกิจกรรม ขณะท่ีเอกสารสรปุ
โครงการ รายงานการประชมุ เกิดขึ้นหลงั กิจกรรมแลว

แนวคดิ การจดั การเอกสารยุคดจิ ทิ ลั มีมุมมองทแ่ี ตกตา งจากหลักวงจรชีวติ เอกสารแบบเดมิ โดยใหความสำคญั กับการ
ดำเนินการกอ นจัดทำเอกสาร (Pre-creation) คอื การตัดสนิ ใจวา สารสนเทศใด จำเปนตอ งจัดทำและจบั เก็บไวเ ปน เอกสาร
และจะทำอยางไร เมื่อจดั ทำแลวตองเกบ็ รกั ษาไวนานเทาใด มากกวา จะมงุ สรา งเอกสารขึ้นโดยทไ่ี มไ ดออกแบบหรือวางแผน
เอาไวลวงหนา เพราะเอกสารที่เกิดขน้ึ ยอ มตามมาดวยตน ทุนการดแู ลรักษาตลอดชว งอายุเอกสาร ดงั น้ันแผนงานจดั การ
เอกสารขององคก าร (RMP) หรือหนว ยงานสารบรรณของราชการ จึงควรมีบทบาทหนาท่ีสำคัญในการกำหนดและประเมนิ
ตองการในการจดั ทำเอกสาร จากหนวยงานและผูมีสวนไดส วนเสยี ดว ยการวิเคราะหก ระบวนการ (Process analysis)
ตลอดจนขอคำแนะนำจากท่ปี รกึ ษา ใหสอดคลอ งกบั กฎหมาย ระเบยี บ ขอ บงั คบั ที่เกยี่ วขอ งอีกดวย

การกำหนดและประเมินตองการในการจดั ทำเอกสาร มจี ดุ มุงหมายสำคญั คือ

● ระบคุ วามตอ งการขององคกร/หนว ยธรุ กจิ ทต่ี องมเี อกสารเพื่อใชเปนพยานหลกั ฐาน, สารสนเทศสำหรับการปฏิบตั ิ
งาน

● ระบคุ วามตอ งการเอกสารสำหรบั การสนบั สนนุ ภาระรับผิดชอบตามหนาที่ (Accountability)
● ประมาณการคา ใชจายสำหรบั การสรางเอกสาร, การจบั เกบ็ เอกสาร, การดแู ลรกั ษาเอกสาร
● ประเมินความเสีย่ งในกรณที ่อี งคการไมมีเอกสาร

180 การจดั การเอกสาร | Records Management

องคการตองมแี นวปฏิบัติที่ชดั เจนเกยี่ วกับการจัดทำเอกสาร เพื่อใหแ นใจวา เอกสารจะถกู จดั ทำขึน้ อยา งถูกตอ ง ใชเ ปน
พยานหลกั ฐานของกิจกรรมได โดยตองคำนึงถึงประเดน็ ดังตอไปนี้ (National archives of Australia, 2022)

● มเี อกสารอะไรบา งทีต่ องจัดทำ
● ตอ งมีการตดั สนิ ใจหรือคำแนะนำอะไรบาง
● ตอ งไดรบั คำสง่ั หรอื คำอนุมัตอิ ะไรบาง
● ตอ งจดั ทำเอกสารเมอ่ื ใด
● ใครเปน ผมู สี ว นเกย่ี วขอ งกับการจัดทำเอกสาร
● ลำดับเหตุการณแ ละการตดั สนิ ใจเปนอยางไร
เอกสารขององคการสว นใหญ สามารถแยกแยะไดจ ากโครงสรา ง เชน หนงั สอื ภายใน, หนงั สอื ภายนอก, จดหมาย, ประกาศ
แตส วนเนอ้ื หา มักเปน การใสข อความโดยอิสระ (Free text) ดงั นนั้ องคก ารควรกำหนดทศิ ทางใหไ ปในลักษณะเดยี วกัน โดย
การอบรมพนักงาน และตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพดวย เปน ตน วา เอกสารท่ีสรางโดยโปรแกรมคอมพวิ เตอร กค็ วรใชเครือ่ ง
มือของโปรแกรม ในการตรวจสอบคณุ ภาพดวย เชน การตรวจคำผดิ กำหนดแมแบบ (Template) เพือ่ ความสมำ่ เสมอ
การจัดทำเอกสารควรคำนงึ ถึงบรบิ ทของเอกสาร เชน ชื่อผูสรา ง, ชือ่ เรือ่ ง, ชื่อ-ทอ่ี ยขู ององคก ร, ระดบั ชั้นความลับ, ลายมอื
ช่ือ/ผรู บั ผิดชอบเอกสารนน้ั ชดั เจน, ระบไุ ดว ามกี ารแกไ ขอยา งไร สำหรบั เอกสารดิจิทลั สว นท่ีมีความสำคญั ไมแพต ัวเอกสาร
เอง คอื ขอ มลู อภพิ นั ธุ (Metadata) ซงึ่ ใชอธบิ ายตัวเอกสารในแงม ุมตา งๆ เชน ชอ่ื ผูจดั ทำ เนอ้ื หา โครงสราง ดังนัน้ การจัด
ทำเอกสารแตละครง้ั ควรมีขอ มูลอภิพันธุท ี่ครบถวนดว ย
สวนวสั ดบุ นั ทึกก็ควรไดร ับการพิจารณาอยา งรอบคอบ วา เอกสารใดควรบันทกึ ไวด วยวสั ดุใด เพราะสือ่ แตล ะประเภทมอี ายุ
ท่ีแตกตา งกัน โดยเฉพาะเอกสารดจิ ทิ ัล ทตี่ องหม่ันตรวจสอบใหท นั ตอความเปล่ยี นแปลงทางเทคโนโลยีอยูเสมอ

องค์ประกอบสําคญั ทมี ผี ลต่อการจดั ทาํ เอกสาร

ในการจดั ทำเอกสารแตละฉบบั มอี งคป ระกอบหลายดา นทส่ี ัมพนั ธกนั และสง ผลตอ การจัดทำเอกสาร เชน การกำหนด
วัตถุประสงคของการสรางใหชัดเจน จะมผี ลตอการเลอื กรปู แบบของเอกสาร องคป ระกอบดานบคุ คล มีผลตอการเลอื กใช
ภาษา ช้ันความลบั วธิ กี ารดำเนนิ การ มผี ลการกำหนดงบประมาณ การดแู ลเอกสาร ฯลฯ องคป ระกอบสำคัญทมี่ ีผลตอการ
จัดทำเอกสาร จำแนกไดด งั น้ี

การดําเนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใช้งาน 181

ตาราง9.1 องคป ระกอบทม่ี ีผลตอ การจดั ทำเอกสาร

องคประกอบ รายละเอียด

วัตถปุ ระสงค ทำใหตัดสินใจวาตอ งจดั ทำเอกสารประเภทใด รปู แบบใด ตอ งใชเทคโนโลยอี ะไรในการจัดทำ

บคุ คล ผูจัดทำเอกสาร: ตอ งมที ักษะความรคู วามสามารถในการออกแบบและจดั ทำเอกสารระดับใด เปน
บุคคล หรือกลุม บุคคล ในกระบวนการจดั ทำเอกสารมผี เู กย่ี วของ 2 กลมุ คอื
● ผใู หกำเนิดเอกสาร (Origin of records) หมายถึง ผูเปน เจา ของความคิดหรอื เจาของ
เร่ือง เชน เจาหนาทผี่ ูรบั ผดิ ชอบในการปฏิบตั ิงานนนั้ หรือผรู างหนังสอื
● ผทู ำใหเอกสารบังเกดิ (Generator of records) หมายถงึ ผทู ่ีใชเ ทคนคิ วิธีการ เครอื่ ง
มอื เทคโนโลยี ทำใหเ กดิ เอกสาร เชน เจา หนา ทผ่ี พู ิมพ เจา หนาทปี่ อนขอ มูล
ในบางกรณีทั้งสองกลุมอาจเปน คนๆเดียวกนั ก็ได อยางไรก็ดกี ารกำหนดบทบาทหนาทค่ี วามรบั ผิด
ชอบในการจดั ทำเอกสารทชี่ ดั เจน ยอมทำใหการจดั ทำเอกสารขององคก ารเปน ระบบ และมี
ประสิทธภิ าพเพิม่ มากขึน้
ผสู ง : สงไปในนามของบุคคล หรอื องคการ
ผูรับ: รบั ในนามบคุ คลหรอื องคการ

วิธกี าร วธิ ีการนำเสนอเนอื้ หา: ตองนำเสนออยางไร รปู แบบใด
วธิ กี ารสง : สง อยางไร ดว ยเทคโนโลยอี ะไร ผา นตวั กลางแบบใด
วิธีจัดเก็บและคนคืน: เทคโนโลยี ระยะเวลา ความคุมคา

ตน ทนุ จำนวนท่ตี อ งผลิตในแตล ะครง้ั
งบประมาณคาใชจ า ย วัสดุ ครภุ ัณฑ

เทคนคิ วธิ กี ารจดั ทาํ เอกสาร

การจดั ทำเอกสาร อาจใชเทคนิควธิ ีการไดหลายแบบ ท้งั น้ขี ้นึ อยกู ับความเหมาะสมของแตละองคการ ดังนี้

● เขยี นตามคำบอก
● เขยี นตามคำบอกบางสวน และเขยี นเติมขอความบางสวนในแบบฟอรม
● เขียนเติมขอ ความในแบบฟอรม
● รา งแตง ดวยลายมอื
● จดบันทึกประเด็นและมอบใหผ รู บั ผดิ ชอบเรียบเรยี ง
● เขยี นตอบตอ สว นทายของเอกสารที่รับเขา มา
● จดชวเลข

182 การจัดการเอกสาร | Records Management

● เขียนและสง ไปรษณยี อ ิเล็กทรอนิกส
● จัดทำบันทึกสำหรบั แตละแฟม
● จดั ทำเอกสารโดยใชโปรแกรมประมวลผลคำ
● บนั ทึกขอ มลู ลงในฐานขอมูล
● บันทกึ เสียง/ภาพ
● แสกน

การจดั ทาํ แบบฟอร์ม

แบบฟอรม (Form) เปน เครอ่ื งมือในการปฏบิ ัติงานในแทบทกุ องคก ร สำหรับการส่อื สาร ส่ังการ แบบฟอรมทดี่ ีควรมี
ลักษณะดงั น้ี

● มชี ่อื และรหัสใหแ ยกแยะความแตกตา งไดเชน แบบ ภ.ง.ด.91, บ.ช.1
● มคี ำแนะนำในการกรอก หรือตวั อยาง
● จัดเรยี งลำดับใหม คี วามเหมาะสมอยางเปน ตรรกะเชน มีสวนตน สว นเนือ้ ความ สว นทา ย
● คำยอ /คำศัพทต างๆตอ งมีการอธิบายใหเ ขาใจตรงกนั
● มพี ้นื ทส่ี ำหรบั ลงลายมือชอื่ เพียงพอ
● ถา เปน แบบฟอรมดิจิทัล ควรใชการติก้ (Tick mask)
● ใช Drop-down list ชว ยในการกรอกแบบฟอรมดจิ ทิ ัล
● มีการกำหนดขอมูลบังคบั (Mandatory) ในการกรอกแบบฟอรม ดิจทิ ลั
● คำนงึ ถึงการปองกันความปลอดภยั ของขอ มลู และความเปนสว นตัวของผกู รอก

ท้งั นอี้ งคก ารควรตระหนักอยเู สมอวา แบบฟอรมตอ งชว ยลดความซ้ำซอ น ลดขัน้ ตอนการกรอกเอกสาร และชวยอำนวย
ความสะดวกแกผูใช เพราะไมม ผี ูใชค นใดชอบการกรอกขอ มลู จำนวนมาก หรือกรอกขอมลู ซำ้ ซอน

แบบเอกสาร

แบบเอกสาร (Documentary form) คือ องคประกอบภายนอกและภายในของเอกสารแตล ะชน้ิ /ฉบับ ทท่ี ำใหเอกสาร
แตล ะชิ้น/ฉบบั แตกตา งกนั และใชในการจำแนกเน้ือหา บุคคล และสถานที่ทเ่ี ก่ยี วขอ งกับเอกสารน้ัน (Duranti, 2018)

ในยคุ กลางของยุโรป แบบเอกสาร เปนสวนหนง่ึ ของวชิ าการศึกษาวิเคราะหเ อกสาร (Diplomatics) ซึ่งเปนสวนหนึง่ ของ
วชิ าท่ีนักจดหมายเหตใุ นกลุมประเทศแถบยุโรป ตองศึกษาเพ่ือใหเ กดิ ความเขาใจและสามารถวิเคราะหเ อกสารแตล ะฉบับได
อันจะชว ยใหส ามารถจดั การ ควบคุม ดแู ลรกั ษาเอกสารไดอยา งถกู ตองเหมาะสม และใชเปน กลไกในการพิสจู นความจรงิ แท
ของเอกสาร (สมสรวง พฤติกุล, 2546; Duranti, 2018)

แบบเอกสารแบงออกเปน 2 สวน คือ

การดําเนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 183

● แบบเอกสารทางกายภาพหรอื ภายนอก (Physical/External/Extrinsic form) คือสว นที่เปน รปู รางหนา ตาของ
เอกสารที่สามารถสงั เกตเหน็ ไดท นั ที เชน วสั ดทุ ่ีใชจ ัดทำ ขอความ อกั ษร เครอ่ื งหมาย ตราประทับ รองรอย
ลายมอื หมายเหตุ คำอธบิ ายประกอบหรือบรรณนทิ ศั น (Annotation)

● แบบเอกสารทางปญ ญาหรือภายใน (Intellectual/Intrinsic form) คือสว นท่ีตอ งอา นและทำความเขา ใจรวมท้งั
วเิ คราะห สังเคราะห เชน วธิ ีการนำเสนอเนื้อหา ต้ังแตสวนนำ สว นเน้ือเรอ่ื ง และสวนทา ย ลีลา สำนวนการเขียน

จากการศึกษาของ สมสรวง พฤติกลุ (2546) พบวา ประเทศไทยเปน หนง่ึ ในจำนวนไมก ่ีประเทศท่ีมมี าตรฐานแบบเอกสาร
สำหรับหนังสอื ราชการอยา งเปนเอกลกั ษณเฉพาะ ดังทปี่ รากฏในระเบียบฯ วาดว ยงานสารบรรณฯ ทำใหหนว ยงาน
ราชการสามารถใชจดั ทำเอกสารไดอ ยางเหมาะสมกบั ลกั ษณะการใชง าน เปน แบบแผนปฏบิ ตั เิ ดียวกนั

ขนั ตอนการจัดทาํ หนังสือราชการ

ตามระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ สามารถสรปุ ขัน้ ตอนการจดั ทำหนังสอื ราชการ ได 9 ข้นั ตอน ดังนี้

1) กำหนดช้นั ความลับ ในกรณที ี่หนงั สือนัน้ มขี อมูลขา วสารลบั ซึง่ หากเปด เผยทั้งหมดหรือเพียงบางสว นจะกอ ใหเกดิ
ความเสียหายแกประโยชนแ หงรัฐ ตองปฏิบัตติ ามระเบียบวา ดวยการรักษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.2545
ชั้นความลับของขอมูลขาวสารลบั มี 3 ประเภท คอื

● ลับทส่ี ุด (Top secret) หมายความถงึ ขอมลู ขา วสารลบั ซ่ึงหากเปดเผยทง้ั หมดหรอื เพยี งบางสว นจะกอ
ใหเกิดความเสยี หายแกประโยชนแ หงรัฐอยางรายแรงทสี่ ุด

● ลบั มาก (Secret) หมายความถึง ขอ มลู ขาวสารลับซงึ่ หากเปดเผยทั้งหมดหรือเพียงบางสวนจะกอใหเกดิ
ความเสยี หายแกป ระโยชนแ หงรัฐอยา งรา ยแรง

● ลบั (Confidential) หมายความถึง ขอ มลู ขาวสารลบั ซึง่ หากเปดเผยทง้ั หมดหรอื เพยี งบางสว นจะกอให
เกดิ ความเสียหายแกประโยชนแหง รัฐ

โดยผมู ีอำนาจในการกำหนดช้นั ความลบั คอื หวั หนาหนว ยงานของรัฐ เชน อธิบด,ี ผูวา ราชการจงั หวดั , นายก
เทศมนตรี นายกเมืองพทั ยา, อธกิ ารบด,ี ผูบรหิ ารกิจการของรัฐวสิ าหกจิ ฯลฯ ตอ งมเี จา หนาท่ีควบคุมรับผิดชอบ
การดำเนินการเกีย่ วกับขอมลู ขาวสารลบั ทำหนา ที่เกบ็ รักษา ลงทะเบยี น รบั สง ทำลาย เรยี กวา นายทะเบยี น
ขอมูลขา วสารลบั และอาจแตง ตงั้ ผูชว ยนายทะเบียนขอมลู ขา วสารลบั ดว ยก็ได ซง่ึ การกำหนดช้นั ความลบั น้นั จะ
ตอ งพิจารณาอยา รอบคอบเพอ่ื ไมใหเสียหายตอ ทางราชการ และตองคำนึงถงึ ภาระของงานสารบรรณทจ่ี ะตามมา
เนือ่ งจากเอกสารลบั นัน้ จะมกี ารปฏิบัตทิ พ่ี เิ ศษกวา เอกสารปกติ ไมวา จะเปน การจดั ทำ การรับ การสง การเกบ็
รักษา และทำลาย

2) กำหนดชัน้ ความเรว็ ในกรณีทห่ี นงั สอื ที่ตอ งปฏิบตั ิใหเ ร็วกวา ปกติ ตอ งจดั สงและดำเนนิ การทางสารบรรณดว ย
ความรวดเร็วเปนพเิ ศษ มี 3 ประเภท คอื

184 การจดั การเอกสาร | Records Management

● ดว น คอื ใหเ จา หนา ที่ปฏบิ ตั ิในทนั ทที ไ่ี ดรับหนงั สือนั้น
● ดว นมาก คือ ใหเ จา หนาทีป่ ฏิบตั ิโดยเร็ว
● ดวนทสี่ ุด คอื ใหเ จา หนาทีป่ ฏบิ ัติเรว็ กวา ปกติ เทาทจ่ี ะทำได

นอกจากน้ีในกรณที ี่ตอ งการใหห นงั สอื สงถงึ ผูรบั ภายในเวลาท่ีกำหนด โดยใหร ะบคุ ำวา “ดว นภายใน” แลว ลง วัน
เดือน ป และกำหนดเวลาทต่ี อ งการใหหนังสือน้ันไปถึงผรู บั มีขอสังเกตวาในระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ
มิไดมีการระบผุ มู ีอำนาจหนาทใี่ นการกำหนดชั้นความเร็วไว แตล ะหนว ยงานจึงควรพิจารณามอบหมายใหมีผทู ำ
หนา ทน่ี ี้เพอื่ หนาพจิ ารณาอยา งรอบคอบ โดยคำนึงถงึ ภาระทจี่ ะตามมาอันเน่ืองจากหนงั สือท่ีมชี ั้นความเร็ว มเิ ชน
นน้ั จะทำใหเ กดิ ภาระของงานสารบรรณทจี่ ะตามมา เชน การท่ีเจา หนาที่ตองเรง ในการรับ การสง การปฏบิ ัติ ซง่ึ
หากไดกำหนดผูมีอำนาจหนาท่ีไวชัดเจน ก็จะชวยปองกนั กรณดี งั กลา วได

3) การรา งหนังสือ โดยปกติเจาของเร่ืองทผี่ ูบงั คับบัญชามอบหมายจะเปน ผรู างหนังสอื หลงั จากไดศกึ ษาและเขาใจ
เรื่องถอ งแทแ ลว จึงดำเนนิ การรา งเพือ่ เสนอผบู ังคับบญั ชาตรวจแกไขตอ ไป

4) การตรวจแกไข เมือ่ เจา ของเรื่องรา งหนงั สอื เสรจ็ แลว จะเสนอผูบังคบั บญั ชาตรวจแกไ ขตามลำดบั ชนั้ ท่ีกำหนดไว
หรือแลวแตก รณี เชน อาจเปนหัวหนา งาน หัวหนา ฝาย ถึงหัวหนากอง หรือบางกรณีอาจถงึ รองหวั หนา สวน
ราชการระดบั กรม เพ่ือพิจารณาแกไขรา งใหถ กู ตอง เหมาะสมกอ นพิมพตอ ไป

5) การพิมพ ในอดตี หนวยงานราชการมักมตี ำแหนง พนกั งานพิมพด ดี , เจาหนา ท่ีบันทึกขอ มลู ทำหนาทพ่ี ิมพหนังสอื
หรอื บันทึกขอ มลู ดว ยเคร่ืองพิมพดดี ตรวจทานหนังสอื เรียงกระดาษ เย็บรวบรวมเรอ่ื ง รางหนังสอื โตตอบ ทำ
บันทึก รับ-สงลงทะเบียนหนังสือ เก็บและคน หาหนังสือ ปจจุบนั หนา ทพี่ มิ พหนังสือราชการ มักมอบหมายใหเปน
หนาทขี่ อง เจาพนักงานธรุ การ และใชเ ครอ่ื งคอมพวิ เตอรในการพมิ พแทนเคร่ืองพิมพดีด

6) การตรวจทาน มกั เปน หนา ทขี่ องเจาพนกั งานธุรการโดยตรง ที่ตอ งตรวจทานความถูกตอ งของการพิมพ และแกไ ข
เมอ่ื พบคำผิด อยา งไรก็ตาม เจา ของเรอื่ งควรตรวจทาน เพื่อความถูกตอ งสมบูรณอกี ครง้ั

7) การเสนอผูบงั คับบญั ชา เม่ือหนังสือไดพมิ พถ กู ตองแลว เจา ของเร่ืองจะเขียนบนั ทึกสรปุ เรอ่ื งเสนอผูบงั คับบญั ชา
ไดลงนาม โดยสวนราชการตา งๆอาจมีแบบฟอรมท่ีจะมสี รปุ เน้ือหาของหนงั สอื และระบุผบู งั คับบัญชาช้ันสงู สุดที่
เสนอ

8) การตรวจเรอื่ งผาน หนงั สอื จะเสนอผานผบู ังคับบญั ชาตามลำดบั ชน้ั ซึง่ จะเปนไปตามระเบียบของทางราชการ เพอ่ื
ตรวจความถกู ตอง เสนอความเหน็ และอ่ืนๆแลวแตก รณี จนถึงผูบงั คับบัญชาแตล ะชนั้ ทห่ี นงั สือผานจะลงนาม
กำกบั ไวทุกคร้ัง

9) การลงนาม โดยผมู อี ำนาจตามท่ีกำหนดไว ทำใหห นงั สือนนั้ มผี ลโดยสมบูรณ ซง่ึ ปจ จบุ นั สามารถลงนามดวย
ลายมือช่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส

การดําเนินงานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 185


Click to View FlipBook Version