หมวด ๕ คำอธิบายหมวดหมู/ กำหนดอายดุ การจดั เกบ็
บค-บริหารงานบุคคล แนวทางการกำหนดชอื่ แฟม /ตวั อยางเอกสารทจ่ี ดั เกบ็
-สญั ญาจา ง (แยกแฟม รายบุคคล) ทุกหนว ยงาน
บค.๑๓.๒ ลกู จา งช่วั คราว หลงั จากเลกิ จาง/ลาออก
-การประเมินผล เกบ็ ๒ ป ทำลาย
-หลกั ฐานการลงเวลาปฏบิ ัติงาน (แยกแฟมตามพ.ศ.) เกบ็ ๒ ป ทำลาย
-ใบลา (แยกแฟมตามประเภทการลา และ พ.ศ.) เกบ็ ๒ ป ทำลาย
-รายงานสรุปสถติ ิการมาปฏิบตั ิงาน การลาประจำเดือน เกบ็ ๒ ป ทำลาย
เกบ็ ๒ ป ทำลาย
ภาพ6-5 ตวั อยา งตารางกำหนดอายกุ ารเก็บเอกสารของสำนักหอจดหมายเหตแุ หง ชาติ (ท่มี า: กรมศลิ ปากร, 2555)
ภาพ 6-6 ตวั อยางตารางกำหนดอายเุ อกสาร ตามคำแนะนำของหอจดหมายเหตุแหงชาติ สหรัฐอเมริกา (ทีม่ า: The U.S.
national archives and records administration, 2021)
136 การจดั การเอกสาร | Records Management
ภาพ6-7 ตัวอยางตารางกำหนดอายุเอกสารของ OSU (ทมี่ า:The Ohio state university, 2016)
จดุ เร่มิ นับอายกุ ารเก็บเอกสาร ระยะเวลา การดำเนนิ การ
ทำลาย
เมอ่ื ปดแฟมแลว +4 ป โอนยายไปศนู ยเ กบ็ เอกสาร
ทำลาย
เมื่อสิน้ สดุ โครงการ +1ป
หลงั จากเลิกจา ง/ลาออก +2ป
ภาพ 6-8 ตวั อยางจุดเริม่ นับอายเุ กบ็ เอกสาร 1
จุดเร่มิ นบั อายกุ ารเกบ็ ระยะเวลา ระยะเวลา ระยะเวลา รวม การดำเนนิ การ
เอกสาร
5 ป ทำลาย
เมอ่ื ปดแฟม แลว +1ป ในฝา ย แลว สง +4ป ในกองบรรณสาร
เมอื่ สน้ิ สดุ โครงการ เกบ็ ท่ีกองบรรณสาร 15 ป สงมอบใหห อ
จดหมายเหตุแหงชาติ
+2 ป ในฝาย แลว สง +3 ป ในหอ งเก็บเอกสาร +10ป ในกอง
เก็บทหี่ องเก็บเอกสาร แลว สงเกบ็ ท่กี องบรรณสาร บรรณสาร
ของหนว ยงาน
ภาพ6-9 ตวั อยางจดุ เร่ิมนบั อายุเกบ็ เอกสาร 2
การสํารวจเอกสาร การประเมินคณุ คา่ การกาํ หนดอายเุ อกสาร 137
สญั ลักษณ ความหมาย
A Archives/จดหมายเหตุ/เก็บตลอดไป
D Destroy/เมอ่ื งานส้ินสุดแลว ขออนุมตั ทิ าํ ลายแฟม เอกสารได
1D เมือ่ งานสน้ิ สดุ แลวเกบ็ แฟม ไวอีก 1 ป จึงขออนุมตั ทิ ําลายแฟม เอกสาร
5D เมื่องานสนิ้ สุดแลว เก็บแฟม ไวอีก 5 ป จงึ ขออนุมัตทิ าํ ลายแฟม เอกสาร
10D เมอ่ื งานสน้ิ สุดแลวเกบ็ แฟม ไวอ ีก 10 ป จงึ ขออนุมัตทิ าํ ลายแฟม เอกสาร
ภาพ6-10 ตัวอยางสญั ลักษณแ ทนความหมายของอายุจดั เกบ็ และทำลายเอกสาร
ในบางหนวยงานตารางกำหนดอายเุ อกสาร มีความซำ้ ซอ น เขา ใจยาก ไมเ ออ้ื ตอ การปฏบิ ตั ิ ดังนัน้ กลมุ วชิ าชพี นักจดั การ
เอกสารในอเมริกาเหนือ จึงเสนอแนวคิดการจัดทำตารางกำหนดอายุเอกสารทย่ี ืดหยุน ขึ้น โดยการรวมรายการยอยๆหลาย
รายการใหเปน รายการใหญ เรยี กเทคนิคน้ีวา “Bฺ ig bucket” หรอื ตารางกำหนดอายเุ อกสารรวมขนาดใหญ (Large
aggregation schedule) เมอ่ื จะปรับปรงุ ตารางกำหนดอายุเอกสาร ก็ดำเนนิ การเชน เดยี วกบั ระเบียบวิธีทางการจดั การ
เอกสารท่วั ไป คือ ใชเทคนคิ การสำรวจเอกสาร เพ่ือหาขอ คนพบ และขอเสนอแนะในการปรบั ปรงุ จากนน้ั จงึ ดำเนินการดวย
เทคนคิ Big bucket ดงั น้ี (Franks, 2018)
● กำหนดเอกสารแตละชุด (Series) เทียบไดกบั ถังหน่ึง (Buckets)
● รวมถงั เหลานนั้ ลงเปน ถงั ใหมท ่ใี หญก วา โดยกำหนดจากชว งเวลาเก็บรกั ษาท่ียาวท่ีสดุ ในกลมุ
● ถังใหญน ี้เช่อื มโยงไปยงั เน้อื หาในตารางเดมิ (Crosswalks) และปรบั ปรงุ การกำหนดอายุใหสอดคลองกบั ความ
ตอ งการเอกสาร ท้ังแบบดงั้ เดิมและแบบดิจิทัล
● ดำเนินการทดลองใช วเิ คราะหผ ลตอบรบั และปรับปรงุ แกไ ขกอ นนำไปใชจรงิ ในองคก าร
138 การจดั การเอกสาร | Records Management
ภาพ6-11 ตัวอยาง AGENCY: Small Business Services Agency (ที่มา: The U.S. national archives and records
administration, 2010)
สรุป
โดยทั่วไปการสำรวจสารสนเทศดำเนินการเพอ่ื ใหไดข อ มูลซงึ่ เปน สวนหนึง่ ของการวางแผนทางธรุ กจิ สำหรบั การสำรวจ
เอกสารมีความเฉพาะเจาะจงกวา เพราะเปน การรวบรวมขอ มูลเกย่ี วกบั เอกสารที่มีอยใู นองคก าร เพ่ือนำไปออกแบบแผน
งานจดั การเอกสาร อันจะมผี ลตอ ประสทิ ธิภาพการทำงานท่วั ท้ังองคก าร ชวยในการระบบุ ง ชเี้ อกสารทม่ี ีอยู ซงึ่ เอกสารนนั้
จำเปน ตองจับเกบ็ เขา สูระบบ เกบ็ นานเทา ไร และเก็บไวทไี่ หน การสำรวจยงั ชว ยใหไ ดข อ มูลเกย่ี วกบั ความตองการจัดเกบ็
เอกสาร ความตอ งกาารดแู ลเอกสาร ใชเ ปน ขอมูลสำหรับการปรับปรงุ ระบบจบั เก็บ และดูแลเอกสารในอนาคต โดยผลทไี่ ด
คอื บัญชสี ำรวจเอกสาร ซ่ึงใชเปนแหลง อา งอิงในกจิ กรรมการจดั การเอกสารอ่ืนๆตอ ไป โดยเฉพาะอยา งยิง่ การประเมนิ
คุณคา และการกำหนดอายุเอกสาร
การประเมินคุณคา และการกำหนดอายเุ อกสาร เปน กิจกรรมสำคญั เพอ่ื ลดปญ หาดานสถานทจี่ ดั เกบ็ เอกสาร ลดปริมาณ
เอกสารท่ีมีมากเกนิ ไป ลดภาระคา ใชจ า ยในการจัดเกบ็ และดูแลรักษาเอกสารทจี่ ำเปน ตองเกบ็ เพอื่ ปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย
ระเบยี บท่ีกำหนดไว และเพือ่ เพ่มิ ประสิทธภิ าพของการปฏิบัติงานตามความมุงหมายขององคการ เอกสารของแตละองคการ
มีคุณคาแตกตา งกัน ฉะนนั้ แตล ะองคการจะตองมีการกำหนดหลักเกณฑ แนวทางการประเมนิ คุณคาทเี่ หมาะสมกบั บรบิ ท
ของตนเอง
การประเมนิ อยางมปี ระสทิ ธภิ าพมีหลายปจ จัยทเ่ี กยี่ วขอ งทรัพยากรตางๆ เชน บุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ และเวลา
จำเปน ตอ งประเมนิ ท้งั บริบทและเนือ้ หาสาระของเอกสาร โดยคำนงึ ถึงความตอ งการเอกสารขององคก ารและผูมสี วนไดส ว น
เสยี เปน สำคญั อยา งไรกด็ นี กั จัดการเอกสารพึงตระหนักวา ความตอ งการเปน สิง่ ที่คนหาไดยาก และไมม ีทางเปนไปไดวา จะ
ตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั การกำหนดอายุเอกสารไดถ กู ตองสมบูรณเ สมอไป ความเสย่ี งทตี่ ามมากบั การกำหนดอายุและคาใชจ า ยใน
การสํารวจเอกสาร การประเมนิ คุณค่า การกาํ หนดอายเุ อกสาร 139
การกำจดั เอกสารอาจถกู นำมาพิจารณาดวย การประเมินความเสยี่ งกเ็ พอ่ื ใหทราบผลท่ีตามมาของการเก็บหรอื ไมเก็บ
เอกสารน้ันไว
การประเมนิ คณุ คาเอกสาร โดยการวเิ คราะหถ งึ องคป ระกอบตามบริบทของสภาพแวดลององคการ กฎระเบยี บ และความ
ตอ งการของผใู ชเ อกสาร ทำใหไ ดผลลัพธ คือ การตดั สินใจเกี่ยวกบั การกำหนดอายเุ อกสาร การตัดสินใจดงั กลา วตอ งจดั ทำ
เปนหลกั ฐานที่ใหแ นวทางและการปฏิบัติกับเอกสารตลอดอายขุ องการจดั เก็บ ในลักษณะตารางกำหนดอายุการจัดเก็บ
เอกสาร ซึ่งตองนำไปใชกับเอกสารทั้งองคก าร ดงั นนั้ นอกจากการจัดทำแลว นกั จดั การเอกสารตอ งทำหนาทเี่ ผยแพร
ซกั ซอมความเขา ใจในเรอื่ งดงั กลาวใหกับพนักงานเจา หนา ท่ี ตลอดจนมกี ารปรับปรุงแกไขใหสอดคลองกับสถานการณท่ี
เปลย่ี นแปลงอยูเ สมอ จึงจะทำใหเกดิ ประสิทธิภาพสงู สดุ
คาํ ถามทบทวนทา้ ยบท
● การสำรวจเอกสารมีความจำเปนตอ องคการอยา งไร
● หลกั การประเมนิ คณุ คาเอกสารแบบมหภาค และแบบจลุ ภาคตา งกนั อยางไร
● การกำหนดอายุเอกสารควรพจิ ารณาในประเดน็ ใดบา ง
140 การจัดการเอกสาร | Records Management
บรรณานุกรม
กรมศลิ ปากร. (2555). ตารางกำหนดอายกุ ารเก็บเอกสารของสำนกั หอจดหมายเหตุแหงชาติ. สำนกั หอจดหมายเหตุ
แหง ชาติ.
ศรนิ ยา ศรีสุข. (2562). การระบุบงชีเ้ อกสารสำคญั ท่สี ุดในหนว ยงานบรหิ ารงานกลางของมหาวทิ ยาลัยขอนแกน [รายงาน
การศึกษาอิสระ ไมไ ดตพี ิมพ] มหาวิทยาลยั ขอนแกน .
ศรนิ ยา ศรีสุข และวศิ ปต ย ชยั ชวย. (2562). การระบุบง ช้เี อกสารสำคญั ทส่ี ดุ ในหนว ยงานบรหิ ารงานกลางของมหาวทิ ยาลัย
ขอนแกน . เอกสารประมวลผลการประชมุ ทางวชิ าการ (Proceeding) การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวจิ ัย
ระดับชาตแิ ละนานาชาตคิ รั้งท่ี 10 "Global Goals, Local Actions: Looking Back and Moving Forward"
บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนสนุ ันทา. ณ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสวนสนุ ันทา กรงุ เทพฯ วนั ท่ี 29
มีนาคม 2562. 869-880.
Bole, F. & Young, J.M. (1985). Exploring the black box: The appraisal of university administrative records,
The American Archivist, 48 (2), 121-140.
Brunskill, C. & Demb, S. R. (2012). Records management for museums and galleries : an introduction.
Chandos.
Cook, T. (2011). We are what we keep; we keep what we are: archival appraisal past, present and
future. Journal of the society of archivists, 32 (2), 173-189.
Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
International organization for standardization. (2016). ISO 15489-1 Information and documentation --
Records management-- part 1: concepts and principles. ISO central secretariat.
Read-Smith, J., & Ginn, M. L. (2007). Records management. Ohio: Thomson South-Western.
Shepherd, E., & Yeo, G. (2003). Managing records : a handbook of principles and practice. Facet.
Smith, K. (2007). Public sector records management: a practical guide. Ashgate.
The Ohio state university. (2016). Saving (and destroying) academic records.
https://odee.osu.edu/news/2016/05/23/saving-and-destroying-academic-records
The U.S. national archives and records administration. (2010). Flexible scheduling FAQ.
https://www.archives.gov/records-mgmt/faqs/flexible-scheduling.html
The U.S. national archives and records administration. (2020). NARA records schedule.
https://www.archives.gov/files/about/records-schedule/nara-records-schedule-list.pdf
Upward, F. (2000). Modelling the continuum as paradigm shift in recordkeeping and archiving processes,
and beyond a personal reflection, Records management journal, 10 (3),
115-139,doi:10.1108/EUM0000000007259
การสํารวจเอกสาร การประเมินคุณค่า การกาํ หนดอายุเอกสาร 141
142 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 7
การจดั การเอกสารสําคัญทสี ุด
วตั ถุประสงคข์ องบท
● อธิบายลกั ษณะของเอกสารสำคญั ที่สดุ ขององคการ
● ระบุหนาท่ี และความรับผดิ ชอบของแผนงานเอกสารสำคญั ที่สดุ
● ระบกุ ระบวนการจัดการเอกสารสำคญั ที่สดุ ขององคก าร
ความนํา
เอกสารสำคญั ทีส่ ดุ (Vital records) เปน สนิ ทรัพยสารสนเทศ (Information assets) ท่ีองคการตอ งใหความสำคญั มาก
ทีส่ ุด เพราะหากปราศจากเอกสารสำคัญทส่ี ุด ยอ มทำใหไมส ามารถดำเนนิ กจิ การตอ ไปไดอีก จงึ ตองมีระบบปอ งกนั เอกสาร
สำคัญท่ีสดุ ใหป ลอดภยั , มีการสำรองขอ มลู รวมถงึ ดแู ลเปน อยา งดตี ัง้ แตการสราง ไปจนถึงกำจัดเอกสาร
องคก ารไมวา จะขนาดเลก็ หรือใหญ จำเปนตอ งมแี ผนงานเอกสารสำคญั ทส่ี ุด (Vital records program) เพ่ือปกปกรักษา
สารสนเทศสำคญั จากภยั พบิ ตั ทิ ่ีอาจเกดิ ขึน้ ทงั้ ภยั ตามธรรมชาติและจากมนษุ ย รวมถึงการฟน ฟูหลังจากเกดิ ภยั พบิ ตั ิแลว
ดว ย เอกสารสำคญั ท่ีสดุ เหลา นี้ ทายสดุ แลวแมส ิน้ กระแสการใชง านไปแลว จะยงั มีคุณคาและสมควรเก็บรกั ษาไวอ ยางถาวร
ในฐานะเปนจดหมายเหตุตอไป
143
ลกั ษณะของเอกสารสําคญั ทสี ุด
เอกสารในองคการแบงไดหลายประเภท แตห ากจดั แบงเอกสารองคการออกตามความสำคญั สามารถจดั ได 4 ประเภท ซึง่
แตล ะประเภทมลี ักษณะ ปรมิ าณ และตัวอยาง ดังน้ี (Smallwood, 2013; University of Washington, 2015; Franks,
2018; University of Missouri System, 2019)
ตาราง7.1 ประเภทและลกั ษณะของเอกสารในองคก าร จำแนกตามความสำคญั
ประเภท ลกั ษณะ ปริมาณ (%) ตวั อยาง
เอกสารสาํ คญั ทีส่ ดุ มคี ณุ คา และความสําคัญสูงสดุ เปนเอกสารทส่ี นับสนุน 3-7 ● ขอ มูลทางการเงิน, แผนธุรกจิ
(Vital Records) ภารกิจหลกั ขององคก าร (Core function/Business) ● เอกสารจดั ตัง้ หรอื ถอื ครองกรรมสิทธ์ิ
จำเปนสำหรับการดำเนินงานอยา งตอเนอ่ื ง การเปนหลัก ● เอกสารที่เปน มติจากทป่ี ระชุมอันจะนำ
ฐานทางกฎหมาย การเงนิ ผลประโยชนของผมู ีสว นไดสว น
เสยี มผี ลตอความอยรู อด และความนา เชือ่ ถือขององคก าร ไปสกู ารกำหนดนโยบายตา งๆ
หากสญู หายหรือถูกทำลายไมสามารถจดั ทำขน้ึ ทดแทนใหม ● สญั ญาตา งๆ ทง้ั ในอดีตและปจ จุบัน
ได หรอื สำเนาเอกสารอาจไมมคี ณุ คาเทากบั ตน ฉบบั ● สัญญาอนญุ าตซอฟตแ วร
● เวชระเบียน
● ขอ มูลทางการวิจยั รวมถงึ โครงการวจิ ยั ที่
กำลงั ดำเนนิ การอยู
● เอกสารทางประวตั ิศาสตรหรอื หลกั ฐาน
ทางกฎหมาย
เอกสารสำคญั มีคุณคารองลงมาจากเอกสารสำคญั ทสี่ ดุ จดั ทาํ ขึ้นหรอื 20-25 ● หลกั สตู ร
(Important รับไวต ามภาระหนา ที่ และกจิ กรรมขององคก าร เปน ● คมู ือการฝกอบรม
Records) พยานหลักฐานของการดาํ เนนิ งาน และเปน แหลงขอ มลู ● รายงานการประชมุ หารือ
สารสนเทศ หากเอกสารน้ีสญู หายสามารถจัดทำใหม ● ขอ มูลการติดตอทางธรุ กิจ
ทดแทนไดแ ตม คี า ใชจา ยจำนวนมาก เสียเวลา และแรงงาน ● ไปรษณียอ ิเลก็ ทรอนิกส หรอื จดหมาย
หลกั ฐานท่มี ผี ลทางกฎหมาย
เอกสารทม่ี ี มีคณุ คา ในระยะเวลาหนง่ึ เม่ือเสรจ็ ส้ินการดําเนนิ งานตาม 50-75 ● ขอ มลู การตดิ ตอ ท้งั หมด
ประโยชน วัตถุประสงคแ ลว ก็จะหมดคุณคาไป เอกสารเหลานี้ ● จดหมายโตต อบ
(Useful Records) สามารถผลติ ใหม หรอื นํามาแทนท่ีชุดเดมิ ท่ีเสยี หายได หาก ● ประวัติการซือ้ ขาย
สูญหายอาจทำใหก ารดำเนนิ งานไมสะดวกสบาย ● แผนการตลาด
เอกสารท่ีไมสำคญั มีคุณคานอ ย ใชเพยี งแจง ขอมลู ขาวสาร จะมีหรอื ไมม ี 25-30 ● ไปรษณียอ เิ ล็กทรอนกิ ส หรอื หนังสอื เวยี น
(Non-Essential เอกสารเหลา นกี้ ็ไมสง ผลกระทบใดๆกับองคการ หาก ที่เจา หนา ทแ่ี จง เวียนและเหตกุ ารณส ้นิ สดุ
Records) สญู หายกส็ ามารถกคู ืนได ลงแลว
● เอกสารโฆษณา
● แผนพับ
● ประกาศขาว
144 การจัดการเอกสาร | Records Management
ภาพ7-1 ประมาณการปรมิ าณเอกสารทัง้ หมดในองคก าร จำแนกตามความสำคญั
จากภาพท่ี 7-1 จะเหน็ ไดว าเอกสารสำคญั ทสี่ ดุ แมจะมีปริมาณนอยท่ีสุดในองคก รแตกลับสำคัญทสี่ ุด เพราะเกยี่ วของกบั
ภารกจิ หลกั ขององคการ ในทุกๆหนว ยงานสามารถพบเอกสารสำคญั ที่สุดได เชน โรงพยาบาล จำเปน ตองใชเ วชระเบยี น ใน
การรักษาพยาบาลไดอยา งถูกตอ งและตอ เนื่อง บรษิ ทั ยาไมส ามารถดำเนินงานไดห ากไมมสี ทิ ธิบัตรและเอกสารการปรงุ ยา
ธนาคาร สถาบันการเงิน ตองมีขอ มลู ลกู คา สัญญาการกูยมื โรงงานจำเปนตอ งมีเอกสารขอ มูลความปลอดภัย (Material
safety data sheets: MSDS) ทแ่ี สดงขอ มลู ของสารเคมหี รอื เคมภี ณั ฑเก่ียวกบั ลักษณะความเปน อันตราย พิษ วิธีใช การ
เกบ็ รักษา การขนสง การกำจัด และการจดั การ อืน่ ๆ เพ่ือใหก ารดำเนินการเกีย่ วกบั สารเคมนี ัน้ เปน ไปอยา งถูกตองและ
ปลอดภยั ปองกนั ความผดิ พลาดจากการใชส ารเคมใี นโรงงาน ฯลฯ หากขาดเอกสารเหลา นไี้ ปองคการยอ มไดรับความเส่ยี ง
ไมท างใดกท็ างหนึ่ง (Smallwood, 2013; Franks, 2018)
เอกสารสำคญั ที่สุด ยงั แบง ไดเ ปน 2 กลมุ คือ
● เอกสารปฏิบตั ิการฉกุ เฉิน (Emergency operating records) คือ เอกสารท่ีจำเปนตอ การดำเนนิ ภารกิจใน
ภาวะฉุกเฉิน และหลงั ภาวะฉกุ เฉนิ เพื่อประกันความตอเนือ่ งขององคการ เชน แผนเตรียมความพรอมกรณีฉุกเฉิน,
การสำรองขอ มลู ระบบ
● เอกสารสทิ ธแิ ละผลประโยชน (Rights and interests records) คือ เอกสารทจี่ ำเปน ตอการคมุ ครองสิทธติ าม
กฎหมายและการเงนิ ของบุคคลและหนว ยงานที่ไดร บั ผลกระทบโดยตรงจากกจิ กรรมขององคก าร เชน บญั ชีเงิน
เดือน, สัญญาจาง
การจัดการเอกสารสําคญั ทสี ุด 145
จากเหตุผลดา นความตอ เนอื่ งของธรุ กิจและความเสี่ยง จึงจำเปน ตอ งบรรจุเร่อื งเก่ยี วกบั การจัดการเอกสารสำคัญทส่ี ุดเอาไว
ในแผนบริหารความตอเน่อื งทางธุรกิจ (Business continuity: BC) และแผนกคู นื ระบบเม่อื เกดิ ภยั พบิ ตั ิ (Disaster
recovery: DR) ขององคการดว ย โดยมักกำหนดใหเปน แผนงานสำหรบั เอกสารกลมุ นีโ้ ดยเฉพาะ
แผนงานเอกสารสําคญั ทสี ุด
แผนงานเอกสารสำคญั ทส่ี ุดขององคก ร คอื ระบบการบรหิ ารจดั การเอกสารสำคัญทส่ี ดุ ขององคการ ซ่ึงมักประกอบดว ย
มาตรการและข้ันตอนการปองกัน, ขอ กำหนดการเก็บรกั ษา, สถานทจี่ ดั เกบ็ , พนกั งานเจาหนา ท่ี ผรู ับผดิ ชอบ, ขอ มูลการ
ตดิ ตอ , การทำบนั ทกึ หลักฐาน เปน สว นหนง่ึ ของแผนงานจดั การเอกสารแบบครบวงจร (Unified program)
แผนงานจดั การเอกสารสำคัญที่สดุ มีหนาทีต่ อไปน้ี
● กำหนดนโยบาย: วางแผน พฒั นาแผนงาน โดยนำมาจากนโยบายการกำกบั ดแู ลสารสนเทศ (IG) ซึง่ เปนนโยบาย
หลัก ลงมาใชกับเอกสารสำคญั ท่ีสุด และประกาศใหร ับรูทว่ั ทงั้ องคก ารโดยผบู รหิ าร
● สำรวจเอกสาร: ระบบุ ง ชี้ และทำรายการเอกสารสำคญั ทส่ี ุด
● ประเมนิ ความเสย่ี ง: พิจารณาภยั คุกคาม และส่ิงทจ่ี ะทำใหเ กิดความเสียหายตอเอกสาร
● ดแู ลความปลอดภยั : ประเมนิ และหาทางปองกันภยั ทจี่ ะเกิดข้นึ หาแนวทางกคู นื กรณีเกดิ เหตสุ ุดวสิ ยั การดแู ล
สภาพทางกายภาพ การโอนยา ย การปอ งกันในระบบดจิ ทิ ัล
● ใหค วามร:ู ฝกอบรมบุคลากร ส่อื สารทำความเขาใจกบั ผูเกี่ยวขอ ง ถงึ ความสำคญั และจำเปน ของเอกสารสำคญั
ท่ีสุด
● ประเมิน ทวนสอบ: หม่นั ทบทวนแผน ซักซอมความเขา ใจ ฝกซอ มปองกันภยั พบิ ัติตามทวี่ างแผนไวอ ยเู สมอ เพ่อื
ใหแ นใจวา แผนงาน และกระบวนการเปน ไปตามทีต่ งั้ ใจไว
ผลลพั ธส ำคญั จากการดำเนินงานแผนงานจดั การเอกสารสำคญั ท่สี ุด คือ
● รายการเอกสารสำคญั ท่สี ดุ ที่เก่ียวกบั สินทรพั ย, กฎหมาย, งบประมาณ การเงนิ , การปองกันสิทธ,ิ การจา งงาน,
ลูกคา, ผูมสี ว นไดส วนเสยี
● ข้ันตอน และการปฏิบัตเิ พอื่ ปอ งกนั รกั ษาเอกสารสำคญั ที่สุด
● ขัน้ ตอนและการปฏิบตั เิ กย่ี วกบั เอกสารสำคญั ทีส่ ุดในกรณฉี ุกเฉนิ
กจิ กรรมการจัดการเอกสารสําคญั ทสี ุด
การจดั การเอกสารสำคัญทส่ี ุด ควรประกอบดว ย 7 กิจกรรมสำคญั คอื (Franks, 2018; University of Washington,
2015; University of Missouri system, 2019)
1) การจัดทำแผน (Developing a plan)
146 การจดั การเอกสาร | Records Management
2) การระบุบงช้เี อกสารสำคัญทสี่ ดุ (Identifying vital records)
3) การประเมินภัยคกุ คาม (Assessing the threat)
4) เลือกวิธีการปองกัน (Selecting protection methods)
5) นำไปปฏิบตั ิและทดสอบ (Implementation and testing)
6) ทำบนั ทกึ ไวเปนหลักฐาน (Documenting the program)
7) ดำเนินแผนงานตอไป (Maintaining the program)
1.การจดั ทําแผน
● ทบทวนแผนงานจัดการเอกสารสำคญั ทีส่ ดุ เดมิ ท่ีใชอ ยใู นปจ จบุ ัน: รวมถงึ แผนการบริหารความตอ เนอ่ื งทางธรุ กิจ,
แผนฟนฟูภยั พิบัติ แบบแผนการจดั หมวดหมูเอกสารในปจ จบุ นั (Fileplan/BCS/RCS) ตารางกำหนดอายุ
เอกสาร โดยเฉพาะเอกสารชุดทน่ี า จะเปนเอกสารสำคัญท่สี ุด
● ระบุสง่ิ ทจี่ ะตอ งทำใหสำเร็จ: รางวธิ กี ารพฒั นาและบริหารแผนงาน
● พัฒนาแบบเกบ็ ขอมูล: โดยยดึ ตามภารกิจสำคัญทสี่ ดุ (Vital functions) และรางรายการเอกสารทสี่ นับสนนุ
ภารกิจเหลานน้ั
● ระบหุ มวดหมูเอกสารสำคัญ: หมวดหมูอาจรวมถึงบางสวนหรือทง้ั หมดของชดุ เอกสารหรอื กลมุ เอกสาร เชน ชดุ
เอกสารสว นบุคคล, เอกสารระบบ
● ขออนมุ ตั จิ ากฝายบริหารเพ่ือนำลงสูการปฏิบตั :ิ หากเปนไปไดควรลงนามจากผบู รหิ ารสูงสดุ
● ประสานงานรวมกบั หนว ยงานตางๆ: ปรกึ ษาหารือกับผทู รี่ ับผดิ ชอบโดยตรงกับการดำเนนิ การในภาวะฉกุ เฉิน
ทำงานรวมกบั หนวยงานทเี่ กยี่ วขอ งกบั การบริหารจัดการเอกสารสำคญั ทส่ี ดุ เชน คณะกรรมการบริหาร
สถานการณฉกุ เฉนิ , ฝายรักษาความปลอดภัยทางสารสนเทศ, การจดั การความเสยี่ ง ฯลฯ
● มอบหมายงานตามแผนงาน: กำหนดบทบาท หนา ที่ ความรบั ผิดชอบของพนักงานเจาหนา ท่ีแตล ะระดบั
● สือ่ สารแผนไปยงั ผปู ฏิบัตงิ าน: ใหเกดิ ความเขาใจตรงกนั โดยอาจจดั ประชมุ ช้แี จงซักซอมความเขา ใจ, ทำสอ่ื
ประชาสมั พันธ
● กำหนดกรอบเวลา: ระบุชวงเวลาในการปฏิบตั งิ านแตล ะขัน้ ตอนจนกระทั่งส้ินสดุ
ผลลัพธสำคญั ที่ไดจากขัน้ ตอนน้ี คอื
● แบบสำรวจเอกสาร
● รายการหมวดหมูเอกสารสำคัญท่สี ุด
● คำอธบิ ายหนาทีค่ วามรับผิดชอบ
● ขอมลู อา งองิ สำหรับการปฏบิ ตั ิงานของพนกั งานเจาหนาที่
● คำช้ีแจง, ส่ือประชาสัมพันธ
การจดั การเอกสารสําคญั ทีสุด 147
2.การระบุบง่ ชเี อกสารสําคัญทีสุด หัวหนาแผนก คณะกรรมการบรหิ าร
● ประชุมบคุ ลากรท่ีทำหนาทสี่ ำรวจเอกสาร เชน นักจัดการเอกสาร
สถานการณฉุกเฉิน
● สรุปทำความเขา ใจใหกับหัวหนาสวนงาน
● ตระเตรยี มผูเก็บขอมูล เกีย่ วกบั วิธีการสำรวจ สมั ภาษณ สงั เกต
● ลงมือโดยใชเ ทคนิควิธีการสำรวจเอกสารตามทีว่ างแผนไว
● จดั ทำรายการเอกสารที่ไดจากการสำรวจ จำแนกตามภารกิจสำคัญ
ผลลพั ธส ำคัญท่ีไดจ ากขนั้ ตอนนี้ คือ
● ขอ มูลจากการสำรวจ สมั ภาษณ สังเกต
● รายการเอกสารสำคญั ทีส่ ุด
● วิธีการดูแลเอกสารสำคัญท่ีสดุ
3.ประเมินภยั คกุ คาม
● ทบทวนแผนฟน ฟภู ยั พิบตั ิเดมิ
● ระบภุ ยั คกุ คามและความเสี่ยงทเี่ ก่ียวขอ งกับเอกสารสำคญั ทสี่ ดุ เชน อคั คภี ัย, วาตภยั , อุทกภยั , ธรณพี บิ ัติภัย, การ
กอ วินาศกรรม กอ การราย, ความผิดพลาดหรือความประมาทของมนษุ ย, อาคาร สถานท่ี อปุ กรณช ำรดุ , ไฟฟา ดับ
ไฟฟา ลดั วงจร, แมลง หนู ศัตรูพืช, เชอื้ รา แบคทเี รีย ไวรัส, สื่อบันทกึ เสอื่ มสภาพ, สงคราม การจราจล, โรคระบาด
ผลลัพธสำคญั ท่ไี ดจากข้ันตอนน้ี คอื
● รายงานการประเมินความเสี่ยง
4. เลือกวธิ กี ารปองกัน
● ทบทวนขอมลู ท่ีไดจากการสำรวจเอกสาร
● เปรยี บเทียบรายการเอกสารสำคัญทีส่ ุดกับตารางกำหนดอายุเอกสาร เพือ่ ตัดสินใจวาควรดำเนนิ การอยา งไร เชน
เอกสารบางอยา งควรทำสำเนาเปน ไมโครฟลม เพือ่ ปอ งกันความเสยี หาย เอกสารท่ีเปน ดจิ ิทัลควรถูกจดั เกบ็ ไวบน
เครือขาย หรือเมนเฟรมคอมพิวเตอรส ว นกลาง ไมควรเก็บไวใ นคอมพวิ เตอรส ว นบุคคล แลปทอป หรือแทปเล็ต
● ประเมนิ พ้นื ที่เกบ็ ขอมูลและแนวทางปฏบิ ัตใิ นปจจบุ นั
● กำหนดวิธีการปอ งกนั สำหรบั เอกสารแตละชุด เชน การทำสำเนาหลายฉบับ หลายสอ่ื , แยกเก็บรักษาในท่ี
ปลอดภัย, ยา ยไปเกบ็ นอกพื้นท,ี่ เก็บรกั ษาดว ยวัสดุทนไฟ, กำหนดเงอื่ นไขพิเศษในการเขา ถึง
● รวบรวมรายชอื่ หนวยงานทเ่ี กย่ี วของกับการฟนฟูภัยพิบัติ, บริษทั ประกันภัย, สถานีตำรวจ, สถานดี ับเพลงิ ฯลฯ
ปรบั ปรงุ ขอมูลใหถ กู ตองทนั สมยั เสมอ
● รวบรวมรายชอ่ื เว็บไซต ท่ีจำเปน ตอเอกสารดจิ ิทลั , แอปพลเิ คชนั , โปรแกรม ทจี่ ำเปน โดยปกติแลวซอรฟ แวรตา งๆ
มักมีอายเุ พียง 3 ป ดังน้นั หนว ยงานพงึ อัพเดทอยเู สมอ เพอื่ ปองกันเอกสารสำคัญสูญหาย
148 การจัดการเอกสาร | Records Management
● สง รายการเอกสารสำคญั ท่สี ดุ และวิธีการปองกันแตละประเภทไปใหห วั หนา แผนก หรอื ผูเกยี่ วของใหข อ เสนอแนะ
● แกไ ขรายการเอกสารตามขอ เสนอแนะ
● จัดทำรายช่อื เอกสารสำคญั ทส่ี ดุ และวธิ ีปองกันฉบับสมบรู ณ
● ขออนุมัติจากผูบรหิ ารสูงสุด
ผลลัพธสำคัญทไี่ ดจ ากข้นั ตอนนี้ คอื
● รายชอ่ื เอกสารสำคญั ทสี่ ดุ และวธิ ีปองกนั
● ขอเสนอแนะจากผูเกยี่ วขอ ง
● รายช่ือหนวยงาน เว็บไซต แหลง ขอมูลที่เก่ยี วขอ งกับการฟนฟูภยั พบิ ตั ิ
5. นําไปปฏิบตั แิ ละทดสอบ
● เลือกอุปกรณแ ละสถานทเ่ี กบ็ รักษาทัง้ ในพนื้ ท่ีทำงาน (On-site) และนอกทที่ ำงาน (Off-site) อยางเหมาะสม เชน
เลือกเก็บในศนู ยเ กบ็ เอกสารกลาง, เกบ็ ในตูนริ ภยั , เกบ็ ไวในหนว ยงานรกั ษาความปลอดภัย
● จดั ซอ้ื และดูแลพสั ดุ อปุ กรณสำหรับการกูคนื เอกสาร กรณเี กิดภัยพบิ ตั ิ เชน ถุงมอื , หนากากกนั ฝนุ , กลอง
● ทำตารางกำหนดการวาระการทำงานของผดู แู ลเอกสารสำคญั ท่ีสุด และกำหนดกระบวนการโอนยายหรือสำรอง
ขอ มูล เชน ตองโอนยายไปเมื่อใดและอยา งไร ตองสำรองขอมูลในสอ่ื ไหนและเม่อื ใด
● ฝก อบรมบุคลากร สอ่ื สารทำความเขาใจกบั ผูเ ก่ยี วของ
● โอนยายเอกสารสำคัญทสี่ ุดและสำเนาไปยงั พื้นที่เกบ็ ทแี่ ละอุปกรณท ่ีปลอดภัย
● ทดสอบแผนงาน 1-2 เดือน กอนรางแผนข้ันสดุ ทา ย (Final plan) โดยอาจเลอื ก 1-2 แผนก สำหรับการทดสอบ
ตลอดจนฝก ซอ มการใชอุปกรณ ขั้นตอนการกูคืน เสมอื นเกดิ เหตภุ ยั พิบัตจิ รงิ
● เมอื่ ทดสอบและแกไ ขจนเสร็จสมบรู ณ จึงนำแผนงานไปใชท่ัวทั้งองคก าร
ผลลัพธสำคญั ที่ไดจากขนั้ ตอนนี้ คอื
● ข้ันตอนท่เี ปนลายลกั ษณอ ักษรสำหรับการทำสำเนาเอกสารสำคัญที่สุด และกำหนดการเวลาสำรองขอ มูลลว งหนา
● ข้นั ตอนทเี่ ปนลายลักษณอักษรสำหรับการโอนยา ยเอกสารไปยังพืน้ ทเ่ี ก็บทง้ั ภายในและภายนอกองคการ รวมถงึ
รปู แบบและวัสดบุ นั ทกึ
● เอกสารประกอบการฝกอบรมบุคคลากร
6. ทําบนั ทึกไวเ้ ปนหลกั ฐาน
● ทำแถบสี (Highlighted tabs) ใหกบั รายการเอกสารสำคัญท่ีสดุ เพือ่ ใหแตละแผนกหรอื ฝายทรี่ บั ผดิ ชอบ สะดวก
ในการคน หา และปฏิบตั ิตามคำแนะนำในคมู ือ
● ตระหนกั วาแผนฟน ฟภู ัยพิบตั ขิ องหนว ยงานจะไมส มบูรณหากขาดแผนการปองกนั เอกสารสำคัญที่สดุ ดวย
● เขยี นรายงานฉบบั สมบูรณเ กย่ี วกับการพัฒนาแผนงาน การนำไปปฏบิ ัติ การทดสอบ การบรหิ ารจดั การ การใช
คมู อื ดูแลเอกสารสำคัญที่สุด และแผนปองกันภัยพิบัติ
การจัดการเอกสารสําคญั ทีสุด 149
ผลลัพธสำคญั ทีไ่ ดจากขัน้ ตอนนี้ คอื
● รายงานฉบบั สมบูรณของการพัฒนาแผนงานจดั การเอกสารสำคญั ทส่ี ุด
● คูม ือการปฏบิ ตั ติ ามแผนปอ งกันเอกสารสำคัญ แผนกคู นื ระบบเมื่อเกดิ ภัยพิบตั ิ ท่ีระบขุ ้ันตอนการทำงานแยกตาม
หนวยงาน/แผนกทร่ี ับผดิ ชอบเอกสารสำคัญที่สุดแตล ะชุด
● สำเนาคมู อื ท่ีแจกจา ยไปยงั หนวยงาน บุคลากรทเ่ี ก่ียวของ
7.ดําเนนิ แผนงานต่อไป
● ปฏบิ ัติตามขน้ั ตอน วธิ กี าร ตามกำหนดการทว่ี างเอาไวในแผน
● ทำการตรวจสอบเปน ระยะ ๆ ทดสอบแผนและขน้ั ตอนทกี่ ำหนดไว (ปล ะครั้งหรือมากกวา)
● หาแนวทาง วธิ ีการใหมๆในการปอ งกนั เอกสาร
● ตรวจสอบเอกสารท่ีควรเพ่ิมเตมิ หรือนำออกจากแผนงาน
● จำลองเหตกุ ารณภ ยั พบิ ัติเพื่อทดสอบระบบ
● ตรวจสอบระบบสำรองขอ มลู และทดลองคนคืนเอกสารเปนระยะๆ
ผลลพั ธสำคัญทไ่ี ดจากขน้ั ตอนน้ี คือ
● ไฟลร ายงานการตรวจสอบระบบ (Audit report file)
หวั ใจสำคัญของการจดั การเอกสารสำคัญทส่ี ุด คอื การระบบุ งชใ้ี หไดวา ในองคการมีเอกสารสำคญั ท่ีสดุ ชดุ ใดบา ง ซึง่ จะนำ
ไปสกู ารปรับปรุง พฒั นาระบบการจัดการเอกสารใหมีประสทิ ธิภาพมากขน้ึ เพราะการจดั การเอกสารสำคญั ทส่ี ุด เปน เรอ่ื งท่ี
เก่ยี วขอ งกบั การประเมนิ ตรวจสอบ การรกั ษาความปลอดภยั วสั ดุอุปกรณ บคุ ลากร ทตี่ อ งใชง บประมาณลงทุนไปไมนอ ย
และในความเปนจริง การลงทนุ นจี้ ะไดรบั ผลตอบแทนชดั เจนก็ตอ เมอ่ื เกิดภัยพบิ ัติเทาน้ัน (Smallwood, 2013)
แตบางครัง้ เสน แบงระหวา งเอกสารสำคญั ท่สี ดุ กับ เอกสารสำคัญ ในแตล ะหนวยงานหรือแผนกอาจดูไมช ัดเจนนกั ดงั นั้นจึง
เปน หนา ทขี่ องนักจัดการเอกสารและผมู ีสว นเกยี่ วขอ ง เชน นักกฎหมาย นกั วิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศ นักบญั ชี ผู
บรหิ าร ฯลฯ รวมกันระบบุ งชี้ออกมาใหไ ด ตัวอยา งเชน งานวิจยั ของศรินยา ศรสี ขุ และวิศปตย ชัยชวย (2562) ซง่ึ มี
วตั ถปุ ระสงคเพื่อระบบุ ง ช้ีเอกสารสำคญั ทีส่ ุดของหนว ยงานบรหิ ารงานกลางของมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน คอื สำนักงานสภา
มหาวิทยาลยั และสำนกั งานอธิการบดี ผลการวจิ ัย ทำใหไดบ ัญชรี ายการเอกสารสำคญั ทส่ี ุด 16 ชุดเอกสาร คือ
1) มติรายงานการประชุมสภามหาวทิ ยาลัย
2) มติรายงานการประชมุ คณบดีหรอื กรรมการบรหิ ารมหาวทิ ยาลัย
3) มตริ ายงานการประชมุ คณะกรรมการสง เสริมกิจการ มหาวทิ ยาลยั
4) เอกสารที่เกี่ยวขอ งกับ กระบวนการสรรหาผบู รหิ าร
5) บันทึกขอตกลงความรวมมือ (MOU) กบั หนว ยงานในประเทศ
6) บนั ทึกขอ ตกลงความรวมมือ (MOU) กบั หนวยงานตา งประเทศ
7) สัญญารบั ทนุ วิจัยและทนุ การศกึ ษา กับหนว ยงานตา งประเทศ
150 การจัดการเอกสาร | Records Management
8) เอกสารการประเมินความกา วหนา บุคลากรเพ่อื ตำแหนงท่ีสูงข้ึน (สายวชิ าการและสายสนบั สนุน)
9) ทะเบยี นประวตั ิและสญั ญาจา งบุคลากร
10) สญั ญารับทนุ วิจัย (ทนุ ภายในมหาวทิ ยาลยั )
11) สญั ญารับทุนวจิ ัย (ทนุ ภายนอกกบั หนวยงานในประเทศ)
12) เอกสารทรัพยส ินทางปญญา (สิทธบิ ตั ร/อนสุ ิทธบิ ตั ร)
13) สัญญาซื้อขายหรือสญั ญาจางเครอื่ งมือวจิ ยั
14) แผนการบรหิ ารและพัฒนายุทธศาสตรม หาวิทยาลยั
15) แบบแปลนกอสรางอาคารสถานทแี่ ละผงั แมบท
16) สัญญาจางและสัญญาการกอ สราง
ภาพ7-2 ตัวอยา งบัญชรี ายการเอกสารสำคัญทส่ี ดุ (ที่มา: ศรินยา ศรสี ขุ และวิศปต ย ชยั ชว ย, 2562)
ข้อมลู ขา่ วสารลับ
ในหนว ยงานราชการไทย ส่ิงทอ่ี นมุ านไดวา เปนเอกสารสำคัญทสี่ ุดขององคการอยางหนง่ึ คอื ขอ มูลขาวสารลับ ซง่ึ ตาม
ระเบยี บวา ดว ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.2544 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561 หมายความวา ขอมลู ขาวสารตาม
มาตรา 14 หรือ 15 ของพระราชบัญญัติขอมลู ขาวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ที่มีคำสง่ั ไมใหเ ปดเผยและอยูในความครอบ
ครองหรอื ควบคุมดแู ลของหนวยงานของรัฐ ไมวาจะเปนเรือ่ งที่เกยี่ วกับการดำเนนิ งานของรัฐ หรือทเี่ ก่ยี วกับเอกชน ซึง่ มี
การจัดการเอกสารสําคัญทสี ุด 151
การกำหนดใหมีช้ันความลับออกเปน ช้ันลบั , ชนั้ ลบั มาก หรอื ช้นั ลบั ท่ีสดุ ตามระเบียบนี้ โดยคำนึงถึงการปฏิบัตหิ นาท่ีของ
หนว ยงานของรัฐและประโยชนแ หงรฐั ประกอบกนั
สำหรับขอ มูลขา วสารลบั หรอื ขอ มูลขาวสารทไี่ มตอ งเปด เผย คือ
● ขอมูลขา วสารของราชการทีอ่ าจกอใหเกิดความเสยี หายตอสถาบันพระมหากษตั รยิ
● ขอมูลขา วสารของราชการทเ่ี จาหนาทหี่ รอื หนว ยงานของรัฐอาจมีคำสงั่ มใิ หเ ปดเผย เชน การเปด เผยจะกอใหเกดิ
ความเสียหายตอ ความม่ันคงของประเทศ ความสัมพันธระหวา งประเทศ หรอื ความม่ันคงในทางเศรษฐกิจ หรอื การ
คลงั ของประเทศ การเปดเผยจะกอใหเกิดอนั ตรายตอ ชวี ติ หรอื ความปลอดภัยของบุคคลหนงึ่ บุคคลใด โดยคำนงึ ถงึ
การปฏิบัตหิ นา ทตี่ าม กฎหมายของหนวยงานของรัฐ ประโยชนสาธารณะและประโยชนของประชาชนท่ีเกี่ยวของ
ประกอบกนั คำสั่งมิใหเ ปด เผยขอมูลขาวสารของราชการจะกำหนดเงอ่ื นไขอยา งใดกไ็ ดแตตองระบไุ วดวยวา ที่
เปดเผยไมไ ดเพราะเปน ขอมลู ขาวสารประเภทใด และเพราะเหตใุ ด และใหถือวา การมีคำสัง่ เปด เผยขอมลู ขา วสาร
ของราชการเปนดลุ พินิจโดยเฉพาะของเจา หนา ท่ีของรัฐตามลำดบั สายการบังคับ บญั ชา แตผขู ออาจอทุ ธรณตอ
คณะกรรมการ วินิจฉัยการเปดเผยขอ มูลขา วสารไดต ามทกี่ ำหนดในพระราชบญั ญัติ
การกำหนดใหขอมูลขาวสารอยใู นชนั้ ความลับใด ใหพ ิจารณาประกอบอยา งนอยตอ ไปนี้
● ความสำคัญของเนื้อหา
● แหลง ทม่ี าของขอมลู ขา วสาร
● วิธีการนำไปใชประโยชน
● จำนวนบคุ คลทคี่ วรรับทราบ
● ผลกระทบหากมกี ารเปด เผย
● หนวยงานของรัฐที่รับผดิ ชอบในฐานะเจาของเร่ืองหรอื ผูอนมุ ตั ิ
152 การจัดการเอกสาร | Records Management
ตาราง7.2 ขอมลู ท่หี นวยงานของรัฐหรือเจาหนา ที่ของรัฐหามมิใหเปดเผย หรอื อาจมีคำสั่งมใิ หเ ปด เผย
ลักษณะขอ มูลขา วสาร ตวั อยาง
ขอ มูลขา วสารทอ่ี าจกอใหเ กิดความเสยี หายตอ ขอ มูลขา วสารของราชการ ที่มีขา ยลกั ษณะอาจกอใหเกดิ ความเสียหายตอ สถาบันพระมหากษัตริย
สถาบันพระมหากษตั รยิ หนวยงานของรัฐ หรอื เจา หนา ท่ีของรฐั จะตอ งไมเปด เผย ไมมีขอ ยกเวนใหไปพิจารณาใชด ลุ พินิจชง่ั นำ้
หนักทงั้ สิน้
ขอมูลขาวสารทกี่ ารเปดเผยจะกอใหเ กดิ ความเสยี
หายตอ ความมั่นคงของประเทศ ความสมั พันธ แผนปองกันหรือตอตานกองกำลังตา งชาติ ในกรณที ี่ประเทศไทยถกู โจมตี รายงานการสืบสวนเกี่ยวกบั
ระหวา งประเทศ หรือความม่นั คงในทางเศรษฐกจิ ขบวนการกอการรายทอี่ าจเขามาปฏิบตั ิการในประเทศไทย
หรือการคลงั ของประเทศ
ขอ มูลขาวสารทม่ี ีเนือ้ หาเก่ยี วกบั เร่อื งปญ หาการบริหารงานภายในของประเทศอื่น
ขอมลู ขา วสารเกีย่ วกบั หลักเกณฑและกลยทุ ธใ นการบริหารอัตราแลกเปล่ยี น ซง่ึ มีวตั ถปุ ระสงคใ นการ
รกั ษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปล่ยี นและระบบเศรษฐกจิ
2.2 ขอ มูลขาวสารทกี่ ารเปด เผยจะทำใหการบังคับ ขอ มลู ขา วสารเกี่ยวกับการสอบสวนวนิ ยั การสอบสวนขอ เท็จจริง ซ่ึงยงั ดำเนนิ การสอบสวนไมแลว เสรจ็
กฎหมายเสื่อมประสทิ ธภิ าพหรือไมอาจสำเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงคไดไมวาจะเกี่ยวกับการฟอ งคดี การ
ปองกนั การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ
หรอื การรูแหลง ทมี่ าของขอ มูลขาวสารหรือไมก ต็ าม
ความเห็นหรอื คำแนะนำภายในหนวยงานของรฐั ใน ขอ มูลการเสนอความเห็นเพอ่ื ประกอบการพิจารณาตดั สินใจ ซ่งึ ในแตละชัน้ อาจมคี วามเห็นทแ่ี ตกตา งกนั
การดำเนนิ การเร่ืองใดเรื่องหนึง่ แตท ั้งน้ีไมร วมถงึ หรือในการพจิ ารณาชน้ั ตนอาจมีความเห็นอยางหน่งึ แตเ ม่อื พิจารณาในขัน้ สดุ ทายอาจมีขอยุติ หรือขอ
รายงานทางวิชาการ รายงานขอ เท็จจริง หรอื ขอมลู สรปุ ในการพจิ ารณาแตกตา งจากคร้งั แรก
ขา วสารที่นำมาใชในการทำความเหน็ หรือคำแนะนำ
ภายในดงั กลาว
ขอมลู ขาวสารทเ่ี ปด เผยแลวอาจกอ ใหเ กดิ อันตรายตอ ขอมูลขาวสารทเี่ กย่ี วกับพยานในการสอบสวนเร่อื งตา ง ๆ ตลอดจนผทู เ่ี ปนผรู องเรียนเก่ยี วกับการทจุ รติ
ชวี ติ หรอื ความปลอดภัยของบคุ คลใดบุคคลหนง่ึ หรอื ประพฤติไมถกู ตองตา ง ๆ ซง่ึ อาจไดร ับอันตรายถามกี ารเปดเผยขอ มูลทท่ี ำใหรตู ัวพยานเหลา นี้
ขอมูลขาวสารท่ีเก่ยี วกับรายงานแพทย หรอื ขอ มูล ประวตั สิ ุขภาพ หรือประวตั กิ ารรกั ษาพยาบาลของบคุ คลใดบุคคลหน่งึ และเปน ขอ มลู ขาวสารสวนบคุ คล
ขาวสารสวนบคุ คล ซ่ึงการเปด เผยจะเปนการรุกล้ำ อยา งหนง่ึ
สทิ ธสิ วนบุคคลโดยไมส มควร
ประวตั ิการทำงานของเจาหนาท่ี หรือขอ มลู ขา วสารสว นบุคคลซ่งึ รวมอยหู รือเปน สว นหน่งึ ของขอมลู
ขา วสารของราชการอื่น ๆ ท่ีอาจจะเปนการรุกล้ำสิทธิสว นบคุ คลโดยไมสมควร
ขอมลู ขา วสารของราชการท่มี กี ฎหมายคมุ ครองมิให ขอมลู ขาวสารเก่ยี วกับกิจการของผเู สยี ภาษีแกผ ูใดเวนแตเ จาพนักงานผมู อี ำนาจหรือศาล
เปดเผย หรอื ขอ มูลขา วสารท่ีมผี ใู หมาโดยไมประสงค
ใหทางราชการนำไปเปดเผยตอผูอ่ืน ขอมูลขา วสารทผ่ี ูใหขอมูลขาวสารไดระบไุ วเปน ลายลกั ษณอกั ษรวา ไมประสงคจ ะใหราชการนำไปเปด
เผย หรอื อาจมีการทำสญั ญาตอกันไวร ะหวางหนวยงานของรฐั กบั เจา ของขอ มลู
การแจง เบาะแสเก่ยี วกบั การทุจริตประพฤติมชิ อบ หรอื การทำผิดในเร่ืองสำคญั เชน เรอ่ื งยาเสพตดิ
ขอ มูลขา วสารทม่ี กี ารกำหนดในพระราชกฤษฎกี าเพม่ิ ขอมลู ขาวสารทค่ี ณะกรรมการขอมูลขา วสารของราชการพิจารณาแลว เห็นวา ควรกำหนดใหหนวยงาน
เติม ของรฐั หรือเจา หนาที่ของรฐั อาจมคี ำสั่งมใิ หเ ปด เผย โดยจะตอ งนำไปกำหนดในพระราชกฤษฎกี า
การจดั การเอกสารสําคัญทสี ุด 153
จะเหน็ ไดวา การดำเนนิ การเกย่ี วกับขอมลู ขาวสารลับ ตามระเบยี บฯ น้ี กค็ อื การจัดการเอกสารสำคญั ท่สี ดุ นัน่ เอง โดยเฉพาะ
การโอนขอ มลู ขา วสารลับระหวางหนวยงานของรฐั หรอื การโอนภายในหนวยงานเดยี วกัน เจา หนา ที่ผโู อนและรับโอน ตอ ง
จัดทำบันทกึ ตามแบบ และใหนายทะเบียนขอ มลู ขาวสารรลบั จดแจง การโอนไวในทะเบียนควบคุมขอมลู ขาวสารลบั ซึง่ ผทู ี่
ทำหนาทเ่ี หลาน้ี ควรมีความรคู วามเขาใจเกี่ยวกับการจดั การเอกสารสำคญั ท่สี ุด นจ่ี งึ เปน เหตุผลวาทำไมหนวยงานของรฐั
ควรมีตำแหนง นกั จัดการเอกสาร เพอ่ื รับผิดชอบหนาทส่ี ำคญั เหลา นีโ้ ดยเฉพาะ
สรปุ
เอกสารสำคัญท่ีสดุ มีเพยี งรอ ยละ 3-7 จากเอกสารท้ังหมดในองคก าร ไมไ ดขน้ึ อยกู ับสื่อบันทึกวาเปน กระดาษ หรือแบบ
ดจิ ิทลั ไมจำกดั สถานะวา อยใู นกระแส ก่ึงกระแส หรือสิ้นกระแสการใชงาน แตอยกู ับการประเมนิ ในบรบิ ทขณะนน้ั วา
เอกสารใดสมควรมีความสำคญั ท่สี ดุ และอาจะเปลีย่ นแปลงไดใ นกรณีที่สภาพแวดลองทางธุรกิจเปลยี่ นไป เชน การควบรวม
กิจการ
กระบวนการจัดการเอกสารสำคัญที่สุด มีลกั ษณะเชนเดยี วกบั การจดั การเชิงกลยทุ ธ คือ เรม่ิ จากการวางแผน การปฏิบัติ
ตามกลยทุ ธ และการประเมินผล ซ่ึงตองทำอยา งตอเนื่องและเปนระบบ ในลักษณะแผนงานเอกสารสำคญั ทสี่ ดุ ซงึ่ ตองมนี
โยบาย ข้นั ตอนบคุ ลากรผรู บั ผิดชอบทช่ี ดั เจน อนั จะชว ยใหองคการสามารถดำเนินธุรกิจไปไดอ ยางราบร่ืน ลดความเสี่ยง
หากเกดิ ภยั พบิ ัติหรอื เกดิ เหตฉุ ุกเฉนิ ใดๆ ตองสามารถนำสนิ ทรพั ยสารสนเทศกลับคนื มาไดอยา งทันที และนำไปไวใ นที่
ปลอดภัยไดอยา งเรงดวน ไมเพยี งเทานน้ั แผนงานยังทำใหม ่นั ใจวา เอกสารจะยังคงมีคุณลักษณะความจริงแท เชื่อถอื ได ใช
งานได และครบถว นสมบรู ณ อีกดว ย
คาํ ถามทบทวนท้ายบท
● เอกสารสำคัญที่สุดขององคก ารแตกตางจากเอกสารทมี่ ปี ระโยชนอ ยา งไร
● เหตใุ ดจึงตอ งมีการจัดตัง้ แผนงานขน้ึ มาโดยเฉพาะสำหรบั เอกสารสำคญั ทส่ี ุดขององคการ
● การจัดการเอกสารสำคัญทีส่ ุดขององคการ มกี ระบวนสำคญั อะไรบา ง
154 การจดั การเอกสาร | Records Management
บรรณานุกรม
ศรนิ ยา ศรสี ุข และวิศปตย ชยั ชว ย. (2562). การระบุบงชี้เอกสารสำคัญที่สดุ ในหนวยงานบริหารงานกลางของมหาวิทยาลยั
ขอนแกน . เอกสารประมวลผลการประชมุ ทางวิชาการ (Proceeding) การประชมุ วิชาการและนำเสนอผลงานวจิ ัย
ระดับชาตแิ ละนานาชาตคิ ร้ังที่ 10 "Global Goals, Local Actions: Looking Back and Moving Forward"
บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. ณ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ นั ทา กรุงเทพฯ วนั ที่ 29
มีนาคม 2562. 869-880.
Franks, P. C. (2018). Records and information management (2nd ed). ALA Neal-Schuman.
Smallwood, R. F. (2013). Managing electronic records: methods,best practices, and technologies. John
Wiley and Sons.
University of Missouri System. (2019). Vital records protection program guide.
https://www.umsystem.edu/ums/fa/management/records/disaster-vital
University of Washington (2015). Vital records. http://f2.washington.edu/
fm/recmgt/managing/vitalrecords
การจดั การเอกสารสําคญั ทสี ุด 155
156 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 8
มาตรฐานและกฎหมายทางการจดั การเอกสาร
วตั ถปุ ระสงคข์ องบท
● อธบิ ายถงึ ความหมาย และประโยชน ของมาตรฐานในทางการจัดการเอกสาร
● ระบถุ งึ สาระสำคญั ของกฎหมายที่เกี่ยวกับการจดั การเอกสาร
● เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในทางการจัดการเอกสาร
ความนํา
เหตทุ ่ีเอกสารเปน พยานหลกั ฐานของการกระทำ สามารถใชอา งองิ ในทางกฎหมายได และเปนสง่ิ แสดงถงึ ภาระรับผิดชอบ
ตรวจสอบได ดงั นั้นการจัดการเอกสารจึงตองมีกฎหมายและมาตรฐานสำหรบั การปฏิบัติงานรองรบั นักจัดการเอกสาร
จำเปนตองรูขอ กฎหมายทจ่ี ะกำหนดใหกระทำหรือไมส ามารถกระทำไดในการจัดการเอกสาร เพื่อปอ งกนั ความผดิ พลาดท่ี
จะเกิดขึ้น ตลอดจนรจู กั มาตรฐานการจัดการเอกสาร และสามารถนำมาใชเพือ่ สรางประสทิ ธิภาพของการทำงานได ในบทนี้
จะกลาวถงึ มาตรฐานและกฏหมายที่เกีย่ วขอ งกบั การจดั การเอกสาร โดยเฉพาะ ISO 15489-1:2016 ท่ีอยใู นหมวดหมู
มาตรฐานสากลทางสารสนเทศศาสตร (ICS 01.140.20) ซงึ่ องคการระหวา งประเทศวา ดว ยการมาตรฐาน (International
Organization for Standardization: ISO) โดยคณะกรรมการวชิ าการชุดท่ี 46 คณะอนุกรรมการวชิ าการกลุมท่ี 11 (ISO
TC46/SC11) เปนผรู ับผิดชอบการพัฒนา กลา วถงึ กฎหมายของประเทศไทยทเี่ กยี่ วกับการจัดการเอกสาร เชน พระราช
บัญญัติจดหมายเหตุแหง ชาติ พ.ศ.2556 พระราชบญั ญตั ิขอมูลขาวสารของราชการ พ.ศ.2540 ระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรี
วา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และฉบบั แกไ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ 2) 2548, (ฉบับที่ 3) 2560, (ฉบบั ที4่ ) 2564 ตลอดจน
เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายในบริบทของหนวยงานภาครฐั ในประเทศไทย
157
มาตรฐาน
มาตรฐาน คือ ฉนั ทามติของกลุมบคุ คล/คณะ/องคก าร ท่ีกำหนดเปนกรอบหรือแนวทางรวมกันขึ้น เพือ่ ชวยใหคนและ
องคก ารมคี วามเขา ใจทต่ี รงกัน และใชเปน เคร่ืองมอื ในการส่อื สาร, การวัด, การคา และการผลิต ทำใหเ กิดการพัฒนาไปใน
ทิศทางตรงกนั และสามารถทำงานรว มกันได มาตรฐานชว ยตอบคำถามพ้ืนฐานวา “อะไรคอื วิธีทด่ี ีท่ีสุดในการทำสิง่ นี้”
(ISO, 2022)
มาตรฐานแบง ไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ
1) มาตรฐานเชงิ นติ นิ ัย (De jure) คอื มาตรฐานท่ีกำหนดขึ้นโดยสถาบันกำหนดมาตรฐาน เชน ISO, สำนักงาน
มาตรฐานผลติ ภัณฑอ ตุ สาหกรรม (สมอ.) มาตรฐานทป่ี ระกาศโดยหนว ยงานลกั ษณะนเ้ี ปน มาตรฐานอยา งเปน
ทางการ และมักมีการรบั รองมาตรฐานดวย โดยมาตรฐานสากลอาจถกู นำมาเปนแนวทางในการพฒั นามาตรฐาน
ระดับชาติ เชน ANSI และ NIST ของสหรฐั อเมรกิ า และ BSI ขององั กฤษ ทีพ่ ฒั นามาจาก ISO
2) มาตรฐานเชงิ พฤตนิ ยั (De facto) คอื มาตรฐานท่ีไมไ ดก ำหนดขนึ้ อยางเปนทางการโดยสถาบันกำหนดมาตฐาน
แตไ ดรบั การยอมรับอยา งแพรหลายจากหนวยงานลักษณะเดยี วกนั หรอื เกดิ ขนึ้ จากความนิยมใชง าน เชน
มาตรฐานระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows หรอื กำหนดขนึ้ โดยสถาบนั วชิ าชพี เชน หอจดหมายเหตแุ หงชาต,ิ สมาคม
วชิ าชพี หรอื บางครั้งก็เปน แนวปฏบิ ัติรว มกนั ทไ่ี มไดม ชี ่ือเรยี กวา มาตรฐาน แตใชวารายงานทางเทคนิค (Technical
reports) เชน ISO-TR 13028 ซง่ึ กำหนดขน้ึ โดย ISO
มาตรฐานการจดั การเอกสารไมว า จะเปนแบบนิตนิ ยั หรอื พฤตนิ ยั มักระบุถึง หลักการ หรอื รายละเอียดกระบวนการจดั การ
เอกสาร หรอื ความตองการสำหรับระบบ RMS เสมอ
ประโยชนท ี่ไดรับจากการพฒั นาและสงเสรมิ มาตรฐาน (กระทรวงอุตสาหกรรม, 2559; British standards institution,
2019; ISO, 2022; Hofman, 2005) คือ
ดา นองคก าร
● สนับสนุนการทำงานรว มกนั ระหวา งระบบหรือแพลตฟอรม ตา งๆ (Interoperability)
● ปรบั ปรุงประสิทธิภาพการทำงาน สงเสรมิ วัฒนธรรมการแกไขพัฒนาอยางตอ เนื่อง
● ลดตน ทุน เม่ือระบบการทำงานเปนมาตรฐาน คาใชจา ยทเ่ี กดิ จากความผิดพลาดกน็ อยลง ทำใหประหยดั คา ใชจ า ย
ในระยะยาว
● ลดความเสีย่ งทางธรุ กจิ ทำใหรูวา ทรพั ยากรไปอยางสมเหตสุ มผลหรือไม องคก รมีความย่งั ยืนมากข้ึน
● กอใหเกดิ ภาพลักษณท ดี่ แี กองคก ร ผลติ ภัณฑและบรกิ าร ไดร ับการยอมรบั ในระดับสากล เพราะมาตรฐานกเ็ ปน
เสมอื นแนวปฏบิ ตั ิทีด่ ที ่ีสุด ท่คี วรทำตามจากประสบการณข องทั่วโลก
● ทำใหส ามารถปฏิบตั ิตามกฎหมายและขอ บงั คับทเ่ี กย่ี วของไดดีขนึ้
● ใชตรวจสอบการรบั รองมาตรฐาน เพอื่ สรา งการยอมรับในวงกวาง
158 การจัดการเอกสาร | Records Management
ดานผปู ฏิบตั งิ าน
● มกี ารทำงานเปนระบบ เพมิ่ ประสิทธภิ าพในการทำงาน
● เปนกรอบการทำงาน ชว ยใหแนวทางในการดำเนินโครงการหรือแผนงาน มีการทำงานอยางเปนขัน้ ตอน ถกู ตอ ง
ครบถว น
● ใชบริหารความเสีย่ งทตี่ อ งเผชิญในขณะท่กี ารดำเนนิ งาน ลดความผิดพลาดของการทำงาน
● แสดงใหเห็นถงึ คุณภาพของสง่ิ ทีท่ ำกบั ลกู คา และชว ยใหเหน็ วิธีการปฏบิ ตั ิท่ดี ที ี่สุดในองคก ร
● มจี ติ สำนกึ ในเรือ่ งของคุณภาพมากขน้ึ มวี นิ ยั ในการทำงาน
● พัฒนาการทำงานเปนทมี หรอื เปน กลมุ มกี ารประสานงานท่ดี ี
● สามารถพฒั นาตนเองตลอดจนเกิดทศั นคตทิ ีด่ ีตอ การทำงาน
ดานลูกคา/ผรู บั บริการ
● ทำใหม นั่ ใจไดวา สินคา บรกิ าร มคี ุณภาพตามทต่ี องการ
● สะดวกประหยดั เวลาและคาใชจ ายโดยไมต อ งตรวจสอบคณุ ภาพซ้ำ
● ไดร ับการคุม ครองดา นคณุ ภาพความปลอดภยั และการใชงาน
อยางไรกด็ กี ารนำมาตรฐานใดๆมาใช ควรคำนงึ ถึงประเดน็ ดงั น้ี
● ความยืดหยนุ บางคร้ังการพัฒนาหรือประยกุ ตใชม าตรฐาน ก็ทำใหข าดความยืดหยนุ ในการทำงาน ทงั้ ยังทำใหผูก
ติดกับเทคโนโลยีหรือวิธีการแบบเกาๆได
● ความสับสน จากมาตรฐานทแ่ี ตกตางหรือทับซอนกัน เชน มาตรฐานสากลอาจใชค ำศพั ทแ บบหนึง่ มาตรฐาน
เฉพาะหนวยงานใชค ำศัพทอีกอยา งหนง่ึ
● ไมสอดคลองกบั สภาพความเปน จรงิ เพราะมาตรฐานมกั อยบู นฐานทางทฤษฏีมากกวา ปฏิบัติ มาตรฐานทม่ี าก
เกิดนไป อาจทำใหเกดิ ความสับสนและเปน ไปไดย ากในโลกของความจริง
● คาใชจ าย ในการพฒั นา ปรับปรุง หรอื ปฏบิ ัติตามมาตรฐาน ลว นมคี าใชจายดวยกันท้ังส้ิน บางคร้ังกด็ เู หมือนจะ
เปนการสิ้นเปลอื งเสียดว ยซ้ำ
มาตรฐานพบไดทั่วไปในชีวิตประจำวันของเรา นบั ตง้ั แต ขนาดรองเทา, รูปแบบการเขยี นวันท่ี-เวลา, ปลก๊ั ไฟ ฯลฯ ไปจนถึง
กระบวนการทำงาน หรือแมกระท่งั การเปลยี่ นแปลงของสภาพภมู ิอากาศ การจดั การเอกสารกเ็ ชน กนั ทม่ี ีมาตรฐานตง้ั แต
ระดับสากล, ประเทศ, องคการ ซึง่ มปี ระโยชนในการตดั สินใจเลอื กหรอื พัฒนาระบบการจดั การเอกสาร ซอรฟแวร หรอื
โปรแกรมประยุกตสำหรับองคก าร
มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วขอ้ งกับการจดั การเอกสาร 159
ISO 15489-1:2016
ISO 15489-1:2016 Information and documentation-Records management เปนมาตรฐานสากลสำหรบั การ
จัดการเอกสาร มีเปาหมายเพอื่ การประยกุ ตใ ชใ นการจดั ทำ การจบั เกบ็ การจดั การเอกสาร ทกุ โครงสรา ง หรอื รูปแบบ ใน
ทกุ ธรุ กจิ และทกุ สภาพแวดลอมทางเทคโนโลยี แตไ มร วมถงึ การจัดการเอกสารจดหมายเหตุ โดยหอจดหมายเหตุ
มาตรฐานนี้พัฒนามาจาก AS4390-1996 ซ่งึ เปนมาตรฐานการจดั การเอกสารของออสเตรเลยี สำหรบั การจัดทำเอกสารทมี่ ี
คุณภาพ เพ่อื ใหตอบมาตรฐานระบบคณุ ภาพ ISO 9000 (Moro-Cabero, Martín-Pozuelo, & Zazo, 2011) และ
ประกาศใชเ ปน รุน ท่ี 1 ในปค .ศ.2001 ซงึ่ มีสองสวนคือ สว นที่1 หลกั การทั่วไป และ สว นท2่ี แนวปฏิบตั ิ(รายงานเชงิ เทคนิค)
หลังจากที่มีการแผยแพรมาได 15 ป กไ็ ดรบั การปรบั ปรุงแกไ ขดว ยการมสี วนรวมของผเู ชย่ี วชาญจากท่ัวโลก เปนเปน รุน ท2ี่
ในป ค.ศ.2016 ซึง่ มเี ฉพาะสว นท่ี 1 โดยไมม ีสว นท่ี 2 เน่ืองจากแนวคดิ และคำแนะนำทง้ั หมดที่กลา วถงึ ในรายงานเชงิ
เทคนิคไดรวมอยใู นมาตรฐานอื่นๆแลว โดยขณะเดียวกนั ISO กำลงั พฒั นามาตรฐานการประเมินคณุ คาสำหรับการจดั การ
เอกสาร และมาตรฐานการออกแบบระบบการจัดการเอกสารเพื่อทดแทนรายงานเชงิ เทคนคิ ดว ย (Bustelo, 2016)
Elizabeth Gasiorowski-Denis (2016) ชีแ้ จงวา การเปลย่ี นแปลงภมู ทิ ศั นของการจดั การเอกสารในยคุ ดิจทิ ลั ทำให
แนวคิดและหลักการของ ISO 15489-1 ถกู ออกแบบมาเพ่อื ใหส ามารถจัดทำ จบั เก็บ และจัดการเอกสาร ในสภาพแวดลอม
แบบดจิ ทิ ัลได แตก ม็ ิไดละเลยตอ การจดั การเอกสารทเ่ี ปน กระดาษหรอื แบบผสม (Physical/Digital) มหิ นำซ้ำยงั สามารถนำ
ไปใชแ ละนำไปใชอ ยางสมดุลอีกดวย
ISO ออกมาตรฐานมาเพือ่ เปนตัวแบบหรือแนวทาง มากกวา จะเปนขอกำหนดเฉพาะ (Specific requirements) สำหรบั
ระบบการตรวจสอบประเมนิ ผล เชน เดยี วกันในป ค.ศ.2011 สภาการจดหมายเหตุระหวา งประเทศ (The international
council on archives: ICA) ไดป ระยุกตใช ISO 16175 พฒั นาเปน ICA-Req: Principles and functional
requirements for records in electronic office environments: guidelines and training material เพือ่ เปน
แนวทางการปฏิบัติงาน มไิ ดใชเพ่ือระบบทดสอบหรือการออกใบรับรอง
ISO 15489-1:2016 มีสาระสำคญั คือ (1)ใหแนวทางในการกำหนดความรับผิดชอบขององคก าร เกี่ยวกับนโยบายเอกสาร
ข้ันตอนการทำงาน, ระบบ, กระบวนงานเอกสาร, (2)ใหแนวทางการจัดการเอกสาร ท่ีสนับสนุนกรอบกระบวนการคุณภาพ
การทำงาน ที่สอดคลองกบั ISO 9001 และ ISO 14001, (3)ใหแ นวทางในการออกแบบระบบเอกสารและการนำไปปฏบิ ัติ
ประกอบไปดวย 9 หวั ขอคือ
1.ขอบเขต ระบวุ าขอบเขตของมาตรฐาน ครอบคลุม 5 เรื่อง คอื
● เอกสาร, ขอมลู อภพิ ันธุ (Metadata) สำหรับเอกสาร และระบบเอกสาร
● นโยบาย, การกำหนดความรับผิดชอบ, การตรวจสอบเฝาระวงั , การฝกอบรม เพ่อื สนบั สนนุ การจัดการเอกสารได
อยางมปี ระสิทธิภาพ
● การวิเคราะหบ รบิ ททางธรุ กิจและการกำหนดความตองการเอกสาร
160 การจดั การเอกสาร | Records Management
● การควบคมุ เอกสาร
● กระบวนการจัดทำ จบั เกบ็ และบรหิ ารเอกสาร
2.มาตรฐานอางองิ (Normative references) ไมมกี ารอา งอิงมาจากมาตรฐานอน่ื
3.คำศัพทและนิยาม ระบคุ ำศพั ทและนยิ ามความหมาย จำนวน 19 คำ เชน Business classification scheme,
Disposition authority, Record(s)
4.หลกั การจดั การเอกสาร มดี งั นี้
● การจัดทำ จับเกบ็ และการบรหิ ารเอกสาร เปนสวนสำคัญในบรบิ ทการดำเนนิ ธุรกิจ ฺ
● เอกสาร ไมวาจะมรี ปู แบบหรอื โครงสรา งใด หากมีคุณลกั ษณะ คอื มคี วามจรงิ แท (Authenticity), ความนา เชอ่ื ถือ
(Reliability), บรู ณภาพ (Integrity), ใชงานได (Useability) ถือเปน หลักฐานท่ีเชอื่ ถอื ไดใ นทางธรุ กจิ
● เอกสารประกอบดวย เน้อื หา และขอมูลอภพิ นั ธุทอี่ ธบิ าย เน้ือหา, บรบิ ท และโครงสรางของเอกสาร รวมถงึ ขอมูล
เกย่ี วกับการจัดการตางๆ
● การตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั การจัดทำ จับเก็บและบริหารเอกสาร ขนึ้ อยกู ับการวเิ คราะหและการประเมนิ ความเส่ยี งของ
กจิ กรรมทางธุรกิจ ในบรบิ ทของการดำเนนิ งาน กฎหมาย ระเบยี บ และบรบิ ททางสงั คม
● ระบบสำหรับการจัดการเอกสาร ไมวา จะอัตโนมัติหรอื ไมก็ตาม ตองประยกุ ตใ ชเพ่อื การควบคมุ เอกสารและดำเนนิ
การในกระบวนการจัดทำ จับเกบ็ และบรหิ ารเอกสาร โดยขนึ้ อยกู ับนโยบาย, ความรับผดิ ชอบ, การกำกบั ตดิ ตาม
และประเมนิ ผล รวมถึงการฝกอบรม เพื่อใหเปนไปตามขอกำหนดความตองการเอกสารขององคก ร (Records
requirements)
5.เอกสารและระบบเอกสาร กลา วถงึ การอธบิ ายความหมายและคุณลักษณะของเอกสาร ซง่ึ ตอ งมี 4 ประการ คือ ความ
จริงแท, นาเชอื่ ถอื , บรู ณภาพ, ใชงานได และไมส ามารถจดั การเอกสารไดหากขาดขอ มลู อภิพันธทุ ่ีครบถวน
การจัดการเอกสารตองมีระบบเอกสาร ซง่ึ ตองมลี ักษณะ คือ นาเชอื่ ถอื (Reliable), ปลอดภัย (Secure), เปนไปตามความ
ตอ งการทางธุรกจิ ระเบยี บ กฎหมาย (Compliant), ครอบคลุมทุกกจิ กรรมเกย่ี วกบั เอกสาร (Comprehensive), ดำเนนิ
การอยา งเปน ระบบ (Systematic)
6.นโยบายและความรบั ผิดชอบ ระบุวา นโยบายและความรับผดิ ชอบควรสนับสนนุ การปฏบิ ัติตามขอกำหนดสำหรับการจดั
ทำ จับเกบ็ และบรหิ ารเอกสาร ตลอดจนการออกแบบ ใชง าน บรหิ ารระบบเอกสาร โดยควรกำหนดข้นึ สำหรบั ผจู ดั ทำ
เอกสาร, ผูทเี่ กย่ี วของกบั การจัดการเอกสาร และผูใชง านระบบเอกสารอื่นๆ หวั ขอนยี้ ังระบุวา ควรมีการฝก อบรมเก่ยี วกับ
นโยบาย ขัน้ ตอน การดำเนินงานของระบบเอกสารดวย
7.การประเมินคุณคา คือ กระบวนการประเมินกิจกรรมทางธุรกิจ เพ่ือกำหนดวาเอกสารใดทจี่ ำเปน ตอ งจดั ทำ จับเกบ็ และ
ควรเกบ็ รักษาเอาไวนานเทาใด ในสว นนกี้ ลาวถงึ ขอบเขตของการประเมนิ คณุ คา , การทำความเขา ใจธรุ กจิ หรอื องคการ, การ
มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วข้องกับการจัดการเอกสาร 161
กำหนดความตองการเอกสารขององคการ โดยการวเิ คราะหกจิ กรรมทางธรุ กิจและบริบทขององคก าร, และการนำขอ
กำหนดความตองการไปใช
8.การควบคุมเอกสาร ควรพัฒนาใหตรงกบั ขอ กำหนดความตอ งการเอกสารขององคการ การควบคุมเอกสารควบประกอบ
ดว ยเคารางขอ มลู อภพิ ันธุ (Metadata schemas) สำหรับเอกสาร, แบบแผนการจัดหมวดหมเู อกสาร (Business
classification schemes), กฎเกณฑการเขา ถึงและอนุญาต, การอนุมตั ทิ ำลายเอกสาร
9.กระบวนการ จัดทำ, จับเก็บ และบรหิ ารเอกสาร ควรบูรณาการกับขนั้ ตอนการทำงาน ระบบเอกสาร ตลอดจนการควร
คมุ เอกสารตามความเหมาะสม โดยตองมีนโยบาย ความรับผดิ ชอบ ขัน้ ตอน และการฝก อบรมทเี่ หมาะสม ในหัวขอนกี้ ลาว
ถงึ
● การจดั ทำเอกสาร
● การจบั เก็บเอกสาร
● การจดั หมวดหมแู ละทำดัชนี
● การเก็บเอกสาร
● การใชเ อกสาร
● การโยกยายหรือการแปลงเอกสาร (Migration or Conversion)
● การกำจัดเอกสาร
ตวั อยางหนวยงานทไี่ ดรับการรบั รองตามมาตรฐาน ISO 15489-1: 2001 (รนุ ที1่ ) เปนแหงแรกของเอเชยี ในป ค.ศ.2013
คอื ศูนยป ระมวลผลกลางกรมสรรพากร ประเทศอินเดยี (The income tax department's centralised processing
centre: CPC) จากทตี่ อ งประมวลผลเอกสารเพ่ือคืนภาษเี งนิ ไดก วา 47 ลา นฉบับตอป เม่ือนำ ISO 15489-1: 2001 ทำให
ปจจุบัน CPC เปนคลงั เก็บเอกสารภาษีเงินไดอ ิเลก็ ทรอนกิ สท ี่ใหญท สี่ ดุ และสามารถจดั การไดอยางมปี ระสิทธิภาพตลอด
วงจรชวี ิตเอกสาร (The Economic Times, 2013)
มาตรฐานอนื ๆ
นอกจากมาตรฐาน ISO15489-1:2016 ซง่ึ กำหนดสำหรับการจดั การเอกสารโดยตรงแลว จากการสำรวจเว็บไซต
https://www.iso.org/ ในป ค.ศ.2020 พบวายังมมี าตรฐานอืน่ ๆโดยเฉพาะในหมวดหมูมาตรฐานสากลทางสารสนเทศ
ศาสตร (ICS 01.140.20) ทีอ่ าจเกย่ี วของกบั การจดั การเอกสารในแงมมุ อ่ืนๆ เชน
● ISO 13008:2012 Information and documentation -- Digital records conversion and migration
process
● ISO/TR 13028:2010 Information and documentation - Implementation guidelines for digitization
of records
162 การจัดการเอกสาร | Records Management
● ISO 16175-1:2010 Information and documentation -- Principles and functional requirements for
records in electronic office environments -- Part 1: Overview and statement of principles
● ISO 16175-2:2011 Information and documentation -- Principles and functional requirements for
records in electronic office environments -- Part 2: Guidelines and functional requirements for
digital records management systems
● ISO 16175-3:2010 Information and documentation -- Principles and functional requirements for
records in electronic office environments -- Part 3: Guidelines and functional requirements for
records in business systems
● ISO 17068:2017 Information and documentation -- Trusted third party repository for digital
records
● ISO/TR 18128:2014 Information and documentation -- Risk assessment for records processes
and systems
● ISO 22310:2006 Information and documentation -- Guidelines for standards drafters for stating
records management requirements in standards
● ISO 23081-1:2017 Information and documentation -- Records management processes --
Metadata for records -- Part 1: Principles
● ISO 23081-2:2009 Information and documentation -- Managing metadata for records -- Part 2:
Conceptual and implementation issues
● ISO/TR 23081-3:2011 Information and documentation -- Managing metadata for records -- Part 3:
Self-assessment method ISO/TR 26122:2008 Information and documentation -- Work process
analysis for records
● Information and documentation — Work process analysis for records — Technical Corrigendum
1
● ISO 30300:2011 Information and documentation -- Management systems for records --
Fundamentals and vocabulary
● ISO 30301:2011 Information and documentation -- Management systems for records --
Requirements
● ISO 30302:2015 Information and documentation -- Management systems for records --
Guidelines for implementation
รวมถงึ มาตรฐานท่อี ยรู ะหวา งการพฒั นาและควรติดตามความคืบหนา เชน
มาตรฐานและกฎหมายทีเกียวขอ้ งกับการจดั การเอกสาร 163
● ISO/AWI 16175-2 [Under development] Information and documentation -- Principles and
functional requirements for records in electronic office environments --Part 2: Guidelines and
functional requirements for digital records management systems
● ISO/AWI 16175-1 [Under development] Information and documentation -- Principles and
functional requirements for records in electronic office environments -- Part 1: Overview and
statement of principles
● ISO/AWI TR 21946 [Under development] Information and documentation -- Appraisal for
managing records
● ISO/DTR 21965 [Under development] Information and documentation -- Records management
in enterprise architecture
● ISO/DTR 22428 [Under development] Information and documentation -- Records management
in the cloud: Issues and concerns
● ISO/AWI 30300 [Under development] Information and documentation -- Records management --
Core concepts and vocabulary
● ISO/DIS 30301 [Under development] Information and documentation -- Management systems
for records -- Requirements
กฎหมาย
ในประเทศท่ีพัฒนาแลว คอ นขา งใหความสำคญั กับการจัดการเอกสารจดหมายเหตุ โดยเฉพาะเอกสารของภาครัฐ ซง่ึ
เกยี่ วของกับการบรหิ ารราชการแผน ดนิ กฎหมาย และธรรมาภิบาล โดยมกี ารตรากฎหมายเพอื่ ปกปก รักษาเอกสารสำคญั
หรือเอกสารประวัตศิ าสตรข องรฐั มีบทบัญญัตใิ หหอจดหมายเหตหุ รอื หนว ยงานระดบั ชาตทิ ำหนาทจ่ี ัดการเอกสารสำคัญ
ของชาติ เพือ่ ใหประชาชนสามารถเขาถงึ และใชป ระโยชนไดต ลอดไป เชน ประเทศองั กฤษมกี ารตรากฎหมายเกี่ยวกบั
เอกสารมากวา 100 ป (The public record office act 1838), ประเทศออสเตรเลยี มกี ฎหมาย Archives act 1983,
ประเทศญ่ปี ุนมี Public records and archives management act :Act No. 66 of 2009 กฎหมายลักษณะเชน นมี้ ักมี
บทบัญญัตกิ ำหนดใหเ อกสารสำคญั ของของรัฐ ตอ งไดร บั การคุม ครอง มีการกำหนดอายุจดั เกบ็ และเปด เผยขอ มลู กำหนด
แนวปฏิบตั เิ กยี่ วกบั การจัดการเอกสาร เชน การจัดเรียง การสงวนรกั ษา การใชเ อกสาร กำหนดบทบาทหนา ที่ใหหอ
จดหมายเหตแุ หง ชาติทำหนา ทจี่ ัดการเอกสารสำคญั ของชาติ เพอื่ ใหป ระชาชนสามารถเขาถงึ และใชประโยชนไ ดต ลอดไป
สำหรับประเทศไทยแมจ ะมีการกอ ตัง้ หอจดหมายเหตุแหง ชาติมาต้ังแตป พ.ศ.2495 แตก็ยงั ไมมกี ารตราเปน พระราชบญั ญตั ิ
เพือ่ กำหนดใหหนว ยงานของรัฐตองดำเนนิ การเกีย่ วกบั เอกสารจดหมายเหตอุ ยางชดั เจน มเี พยี งระเบยี บสำนักนายก
รัฐมนตรีวา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2506 (ยกเลกิ ) พ.ศ.2526 และ พ.ศ.2548 (ปรับปรุง) จนกระทงั่ ในปพ .ศ. 2556 จงึ ไดมี
164 การจัดการเอกสาร | Records Management
การออกพระราชบัญญัติจดหมายเหตแุ หง ชาตขิ ้นึ ซง่ึ มีผลบงั คับใชกับหนวยงานของรฐั ท้งั หมด สำหรบั หวั ขอน้ีจะกลาวถึง
กฎหมายทเ่ี กี่ยวกับการจัดการเอกสารของไทย
พระราชบัญญัติจดหมายเหตแุ ห่งชาติ พ.ศ.2556
พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ ตราขึน้ เมอื่ วนั ที่ 28 กมุ ภาพันธ พ.ศ.2556 ประกาศใชใ นราชกจิ จานุเบกษา เลม ท่ี 130 วันที่ 13
มนี าคม 2556 ในสว นหมายเหตไุ ดแ สดงทีม่ าและเจตนารมณข องกฎหมายฉบับน้ีวา “โดยทเ่ี อกสารจดหมายเหตเุ ปนขอ มูลที่
แสดงและอธิบายถึงขอเทจ็ จริง รวมทัง้ ความเปนมาทเ่ี กดิ ข้ึนในอดีต การเก็บรกั ษาและอนุรักษเอกสารดงั กลาวไวใหม ีสภาพ
สมบูรณห รือเกิดความชำรุดเสยี หายนอยท่ีสดุ เพ่ือเปน มรดกทางวัฒนธรรมทีม่ ีคุณคาทางประวัตศิ าสตรของชาติจงึ มีความ
สำคัญ สมควรกำหนดใหมรี ะบบการเกบ็ รักษา อนุรกั ษ และการคุมครองเอกสารจดหมายเหตุ ตลอดจนใหมีหอจดหมายเหตุ
แหงชาติเพือ่ เปน สถานท่ีเกบ็ รกั ษา อนุรกั ษ และใหบรกิ ารแกประชาชนในการศึกษา การคน ควา หรือการวิจัยเอกสาร
จดหมายเหตุ จงึ จำเปน ตองตราพระราชบญั ญตั ิน”ี้ พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ ประกอบดว ย 32 มาตรา แบง เปน 5 หมวด
คอื
หมวด 1 เอกสารจดหมายเหตุ ตง้ั แตมาตรา 6 ถงึ มาตรา 11 มเี นือ้ หาระบุอำนาจหนา ที่ของกรมศลิ ปากรในการดำเนนิ การ
เกยี่ วกบั เอกสารจดหมายเหตุ คือ การประเมนิ คุณคาเอกสาร การจัดทำทะเบียนเอกสารจดหมายเหตุ ใหคำแนะนำหนวย
งานของรัฐในการจัดทำตารางเกบ็ รักษาเอกสารราชการ จัดทำคมู อื ทางวชิ าการและทางบริหารเพ่ือสนบั สนนุ การเกบ็ รกั ษา
เอกสาร พฒั นาระบบการจดั เก็บเอกสารและระบบการใหบริการเอกสารจดหมายเหตุ ระบถุ ึงลกั ษณะของเอกสารราชการท่ี
มคี ุณคาซง่ึ หนวยงานของรฐั ตองเกบ็ รักษาและสง มอบใหแ กกรมศิลปากร โดยหนว ยงานของรัฐตองดแู ลรักษารกั ษาเอกสาร
ไวใหค รบถวนสมบูรณแ ละสามารถตรวจสอบอา งองิ ได เม่อื หนว ยงานสง มอบเอกสารใหกับกรมศลิ ปากร และกรมศลิ ปากร
ประเมินคณุ คา แลว ตองจัดทำทะเบยี นไวเปนเอกสารจดหมายเหตุ และเกบ็ รักษาไวใ นหอจดหมายเหตแุ หง ชาติ หากหนวย
งานเจาของเอกสารเดิมประสงคจ ะเก็บไวเองใหทำความตกลงกบั กรมศิลปากร สำหรบั เอกสารทป่ี ระเมินแลววาไมม ีคณุ คา
เปน เอกสารจดหมายเหตุใหก รมศิลปากรดำเนนิ การทำลายตอ ไป ในกรณีเอกสารสวนบุคคลที่อาจมคี ณุ คาเปน เอกสาร
จดหมายเหตุ กรมศิลปากรสามารถขอเขา ตรวจสอบ ประเมนิ คณุ คา รบั มอบ นำมาเกบ็ รกั ษาหรอื ทำสำเนา บนั ทึกราย
ละเอียดไวเปน หลกั ฐาน อนุรักษไวทหี่ อจดหมายเหตุแหง ชาตไิ ด แตท ง้ั นต้ี องคำนึงถึงการคุม ครองขอมลู สวนบคุ คลตามหลัก
เกณฑและวิธกี ารทีก่ ฎหมายกำหนด
หมวด 2 หอจดหมายเหตแุ หงชาติ ตง้ั แตมาตรา 12 ถงึ มาตรา 16 มสี าระสำคญั คอื กำหนดใหหอจดหมายเหตแุ หงชาติ
เปน แหลงเก็บรักษา อนรุ กั ษ และใหบรกิ ารการศึกษา การคนควา หรือทำการวจิ ัยเอกสารจดหมายเหตุ มหี นาที่ 11
ประการ โดยเปนหนา ทต่ี ามหลกั การจดหมายเหตสุ ากล เชน การจัดหา จัดหมวดหมู จดั ทำเคร่ืองมอื ชวยคน ใหบรกิ าร
สนับสนุนงานดานวชิ าการแกห อจดหมายเหตุของหนวยงานรฐั ทอ งถนิ่ และเอกชน รวมถงึ หนา ท่ีซ่ึงเปน ลักษณะเฉพาะของ
หอจดหมายเหตแุ หงชาติไทย คือ การจดบันทึกเหตกุ ารณเกยี่ วกับพระราชพิธี รฐั พิธีและศาสนพิธี การรวบรวมเอกสาร
เหตุการณสำคญั ของชาติ
มาตรฐานและกฎหมายทเี กียวข้องกบั การจัดการเอกสาร 165
หมวด 3 การคุม ครองเอกสารจดหมายเหตุ ตงั้ แตม าตรา 17 ถงึ มาตรา 23 ระบขุ อ หา มเกี่ยวกบั เอกสารจดหมายเหตุ เชน
หามแกไข ดัดแปลง หา มผใู ดซอ มยกเวน ซอ มโดยกรมศิลปากรหรือไดรับอนุญาตจากอธิบดี หามสง หรอื นำออกนอกประเทศ
หามทำปลอม ในหมวดนี้ยังกำหนดใหสำเนาของเอกสารจดหมายเหตุทไ่ี ดร บั การรับรองความถูกตอ งโดยอธิบดี สามารถใช
เปนพยานเอกสารในศาลแทนตนฉบับได
หมวด 4 กองทุนสงเสรมิ งานจดหมายเหตุ ตง้ั แตม าตรา 24 ถึง 28 กำหนดใหจ ดั ต้งั กองทุนสงเสริมงานจดหมายเหตุ
ในกรมศิลปากร เพอ่ื ใชเ ปนทนุ สำหรบั กจิ การดา นเอกสารจดหมายเหตุ มคี ณะกรรมการกองทุนทำหนาทบ่ี รกิ ารจัดการ
ตลอดจนชว ยเหลอื สนบั สนนุ การดำเนนิ งานของหอจดหมายเหตุแหงชาติ
หมวด 5 บทกำหนดโทษ ต้งั แตมาตรา 17 ถงึ มาตรา 32 กำหนดบทลงโทษผทู ฝี่ าฝน ผลติ หรือทำซ้ำเอกสารจดหมายเหตุ
แกไขหรือดดั แปลง ทำลาย ทำใหเสียหาย หรอื ทำใหเ สอ่ื มคา ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน จำหนาย หรอื รับไว ทำปลอม ซอมแซม
โดยไมไดรบั อนุญาต สง หรือนำเอกสารจดหมายเหตอุ อกนอกราชอาณาจักร โดยมีโทษจำคุกสงู สดุ 5 ป ปรับหนง่ึ แสนบาท
หรอื ทงั้ จำทัง้ ปรับ
พระราชบัญญตั ขิ อ้ มลู ข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
พระราชบญั ญตั ิขอมูลขา วสารของราชการ พ.ศ.2540 หรอื ทจี่ ะเรยี กโดยยอ ตอ จากน้ีวา พรบ.ขอมูลขาวสารฯ เปน กฎหมาย
ทมี่ ีบางมาตราเกย่ี วขอ งกับการจดั การเอกสารภาครัฐ พระราชบัญญัติฉบบั น้ี เปนผลสบื เน่อื งจากรัฐธรรมนูญแหงราช
อาณาจกั รไทย พ.ศ. 2540 ที่มาตรา 58 บญั ญัติวา "บคุ คลยอมมสี ิทธไิ ดรับทราบขอ มลู หรอื ขาวสารสาธารณะในครอบครอง
ของหนวยราชการ หนว ยงานของรัฐ รฐั วสิ าหกิจ หรือราชการสวนทอ งถน่ิ เวนแตก ารเปด เผยขอมลู นนั้ จะกระทบตอ ความ
มนั่ คงของรัฐความปลอดภยั ของประชาชนหรอื สว นไดเสยี อันพึงไดร บั ความคมุ ครองของบคุ คลอ่ืน ทัง้ น้ี ตามทกี่ ฎหมาย
บัญญตั ิ"
พรบ.ขอมูลขา วสารฯ ประกอบดว ย 43 มาตรา แบง เปน 7 หมวด และบทเฉพาะกาล คอื
หมวด 1 การเปด เผยขอมูลขาวสาร
ตั้งแตม าตรา 7 ถงึ มาตรา 13 ระบุขอ มูลขา วสารของราชการที่ตอ งเปด เผย และมวี ธิ กี ารปฏิบัติในการเปดเผยอยางไร
กำหนดใหห นวยงานของรฐั รวมรวมและจดั ใหมีขอ มลู ขา วสารไวเ ผยแพรหรือจำหนาย ณ ท่ที ำการของหนว ยงานของรัฐ
หมวด 2 ขอ มูลขาวสารทีไ่ มต อ งเปดเผย
ต้ังแตม าตรา 14 ถงึ มาตรา 20 ระบุลักษณะของขอมลู ขา วสารทไ่ี มตองเปดเผย เชน ขอ มลู ทอี่ าจกอ ใหเ กดิ ความเสียหายตอ
สถาบันพระมหากษัตรยิ , เกิดความเสียหายตอ ความม่ันคงของประเทศ, เกิดอนั ตรายตอ ชวี ติ หรือความปลอดภยั ของบคุ คล
หน่ึง และวธิ ปี ฏิบตั ิเกี่ยวกับขอมูลขาวสารทไี่ มตองเปด เผย
หมวด 3 ขอ มลู ขา วสารสวนบุคคล
166 การจดั การเอกสาร | Records Management
ต้ังแตม าตรา 21 ถงึ มาตรา 25 กำหนดวิธกี ารปฏิบตั เิ กีย่ วกับการจัดระบบขอ มูลขาวสารสารบคุ คล การเปดเผยขอมลู
ขา วสารสวนบคุ คล สิทธิของบคุ คลในการรูขอ มูลขา วสารสวนบคุ คลท่ีเกี่ยวกับตน การแกไ ขเปลี่ยนแปลง หรือลบขอ มลู
ขาวสารสวนบคุ คล
หมวด 4 เอกสารประวัตศิ าสตร
เปน หมวดท่ีเกย่ี วของกับการจดั การเอกสารมากท่ีสดุ กลา วคือ มาตรา 26 ขอ มลู ขาวสารของราชการที่หนวยงานของรฐั ไม
ประสงคจะเกบ็ รักษาหรอื มีอายุครบกำหนดตามวรรคสองนบั แตวันท่ีเสร็จสนิ้ การจัดใหม ขี อ มูลขา วสารนนั้ ใหหนวยงานของ
รฐั สง มอบใหแกห อจดหมายเหตุแหง ชาติ กรมศลิ ปากร หรือหนวยงานอืน่ ของรฐั ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎกี า เพื่อคัด
เลอื กไวใหประชาชนไดศึกษาคน ควากำหนดเวลาตองสงขอมลู ขา วสารของราชการตามวรรคหนึง่ ใหแยกตามประเภทดังน้ี
1) ขอมลู ขา วสารของราชการตามมาตรา 14 เม่อื ครบเจ็ดสิบหา ป
2) ขอ มลู ขาวสารของราชการตามมาตรา 15 เมือ่ ครบย่สี บิ ปกำหนดเวลาตามวรรคสอง อาจขยายออกไปไดใ นกรณีดังตอไป
นี้
2.1)หนวยงานของรัฐยงั จำเปน ตองเกบ็ รกั ษาขอ มลู ขา วสารของราชการไวเอง เพอื่ ประโยชนในการใชสอยโดยตอง
จดั เก็บและจดั ใหประชาชนไดศึกษาคนควา ตามที่จะตกลงกบั หอจดหมายเหตแุ หงชาติกรมศลิ ปากร
2.2)หนว ยงานของรฐั เห็นวา ขอมลู ขาวสารของราชการน้นั ยังไมควรเปดเผยโดยมคี ำส่ังขยายเวลากำกบั ไวเปน การ
เฉพาะรายคำสั่งการขยายเวลาน้ันใหกำหนดระยะเวลาไวดวยแตจ ะกำหนดเกนิ คราวละหา ปไมไดก ารตรวจสอบหรอื ทบทวน
มิใหมีการขยายระยะเวลาไมเปด เผยจนเกนิ ความจำเปนใหเปนไปตามหลักเกณฑแ ละวธิ กี ารที่กำหนดในกฎกระทรวง
บทบญั ญตั ติ ามมาตราน้มี ใิ หใชบ งั คบั กบั ขอมลู ขา วสารของราชการตามทคี่ ณะรัฐมนตรอี อกระเบียบกำหนดใหหนวยงานของ
รัฐหรือเจา หนา ท่ีของรัฐจะตองทำลายหรืออาจทำลายไดโดยไมตองเก็บรกั ษา
หมวด 5 คณะกรรมการขอมลู ขาวสารของราชการ
ตง้ั แตม าตรา 27 ถงึ มาตรา 34 กำหนดใหมีคณะกรรมการขอมลู ขา วสารของราชการ กำหนดองคประกอบอำนาจหนา ท่ี
วาระการดำรงตำแหนง การพน ตำแหนง ของคณะกรรมการฯ
หมวด 6 คณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปด เผยขอ มลู ขา วสาร
มาตรา 35 ถึง มาตรา 39 กำหนดใหมีคณะกรรมการวินจิ ฉยั การเปดเผยขอ มูลขาวสารสาขาตางๆตามความเหมาะสมเชน
ความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจและการคลังของประเทศ หรือการบังคบั ใชกฎหมาย ระบกุ ารแตงต้ัง อำนาจหนา ท่ี องค
ประกอบ
หมวด 7 บทกำหนดโทษ
มาตรฐานและกฎหมายทเี กียวขอ้ งกับการจัดการเอกสาร 167
มาตรา 40 ถงึ มาตรา 41 ระบุบทกำหนดโทษผูทม่ี ปฏบิ ัติตามคำสั่งของคณะกรรมการขอ มลู ขา วสารของราชการ และผู
ฝาฝนหรือไมปฏิบตั ิตามขอ จำกดั หรือเง่ือนไขท่ีเจาหนาทีข่ องรัฐกำหนด
พระราชบัญญัติว่าดว้ ยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และฉบับแก้ไขเพิมเติม (ฉบับที 2) พ.ศ.
2551 (ฉบับที 3) พ.ศ. 2562 (ฉบับที 4) พ.ศ. 2562
พระราชบญั ญตั ิวาดวยธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส พ.ศ. 2544 และฉบบั แกไ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2551 (ฉบบั ท่ี 3)
พ.ศ.2562 (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2562 หรอื เรยี กโดยยอ วา พรบ.ธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกสฯ เปนกฎหมายอีกฉบบั หนึ่งทม่ี สี วน
เกีย่ วของกับเอกสารภาครฐั โดยเฉพาะเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส เหตผุ ลในการประกาศใช พรบ.ฉบับน้ี คอื ทผ่ี านมาในการทำ
ธรุ กรรมตา งๆ ผทู ่ีประสงคจ ะขอรับบริการจากผปู ระกอบการหรอื หนว ยงานใดๆ จะตองทำการพิสจู นและยืนยันตัวตนโดย
การแสดงตนตอ ผใู หบ รกิ ารพรอมกบั ตองสง เอกสารหลักฐาน ซ่ึงเปน ภาระตอ ผใู ชบรกิ ารและผใู หบรกิ าร สมควรกำหนดให
บคุ คลสามารถพิสจู นและยนื ยนั ตัวตนผา นระบบการพสิ จู นและยืนยันตวั ตนทางดจิ ทิ ัลได โดยมกี ลไกการควบคุมดแู ลผู
ประกอบธุรกิจบริการทเ่ี กยี่ วของเพอ่ื ใหระบบดงั กลา วมคี วามนา เชือ่ ถอื และปลอดภัย
พรบ.น้ีรับรองสถานะทางกฎหมายของ ขอ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ สทใี่ ชใ นการทำธุรกรรมหรือสัญญาการรบั รองวิธกี ารสง และรบั
ขอมูลอเิ ล็กทรอนิกส การใชล ายมือช่อื อิเล็กทรอนกิ ส ตลอดจนการรบั ฟง พยานหลกั ฐานทเี่ ปนขอ มลู อิเลก็ ทรอนิกส ใหมีผล
เชน เดยี วกบั การทำสญั ญาตามหลักเกณฑท ี่กฎหมายประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ยกำหนดไว ไดแ ก การทำเปน หนังสอื
หลกั ฐานเปนหนงั สอื การลงลายมือชื่อ เพื่อเปนการสง เสริมการทำธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ หน า เช่อื ถือ และมีผลในทาง
กฎหมายเชน เดียวกบั การทำธรุ กรรมโดยวิธีการทัว่ ไปทเี่ คยปฏิบัติอยเู ดิม ประกอบดว ย 46 มาตรา 6 หมวด มีสาระสำคญั ที่
เกี่ยวของกบั การจดั การเอกสาร ดงั นี้
หมวด 1 ธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส
ตง้ั แตม าตรา 7 ถึง มาตรา 25 เปน การรับรองสถานะทางกฎหมายของขอ มูลอิเลก็ ทรอนิกส ทมี่ ีการรบั การสง ผานสือ่
อิเลก็ ทรอนกิ ส ใหถอื วา เปนหนงั สือ หรอื หลกั ฐานเปนหนงั สอื หรือเอกสารได การยอมรับผลทางกฎหมายของขอ มลู
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ลายมือชอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส) ใหถือวา เปนการลงลายมอื ชือ่ ตามกฎหมาย การนำเสนอหรือเก็บรักษาขอความใด
ในสภาพทเ่ี ปน มาแตเ ดิมอยางเอกสารตน ฉบบั ถา ไดน ำเสนอหรือเกบ็ รักษาในรปู ขอมลู อิเล็กทรอนิกสต ามหลกั เกณฑใ หถือวา
เปน เอกสารตน ฉบบั ตามกฎหมาย รวมถงึ หา มมใิ หป ฏิเสธการรบั ฟงขอมูลอิเลก็ ทรอนกิ สเ ปนพยานหลกั ฐานในกระบวนการ
พจิ ารณาตามกฎหมาย การเกบ็ รักษาในรปู ขอมูลอเิ ล็กทรอนกิ สต ามหลักเกณฑทก่ี ำหนด ใหถือวาไดมกี ารเก็บรักษาเอกสาร
หรอื ขอความตามที่กฎหมายตอ งการ
หมวด 2 ลายมือช่อื อิเล็กทรอนิกส
ตงั้ แตม าตรา 26 ถงึ มาตรา 31 ระบุลักษณะของลายมือช่ืออิเล็กทรอนกิ ส ทเี่ ชือ่ ถือได การดำเนนิ การสรา งลายมือช่ือ
อเิ ล็กทรอนิกส การดำเนนิ การของผูใหบรกิ ารออกใบรบั รองเพอ่ื สนบั สนุนลายมือชื่ออิเล็กทรอนกิ ส ใบรับรองหรอื ลายมอื ชอ่ื
อิเลก็ ทรอนกิ สใ หถือวามีผลทางกฎหมายได
168 การจัดการเอกสาร | Records Management
หมวด 3 ธุรกิจบรกิ ารเก่ยี วกับธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส
ตัง้ แตม าตรา 32 ถึง มาตรา 34 กำหนดบคุ คลมสี ิทธิประกอบธุรกจิ บรกิ ารเกีย่ วกับธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส กำหนดใหมี
การตราพระราชกฤษฎีกากำหนดใหการประกอบธรุ กิจบรกิ ารเกย่ี วกับธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกสใ ดเปน กจิ การทีต่ องแจง ให
ทราบ ตองขึน้ ทะเบียน หรอื ตอ งไดรับใบอนุญาตกอ นกไ็ ด
หมวด 4 ธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ สภ าครัฐ
มาตรา 35 กำหนดใหคำขอ การอนญุ าต การจดทะเบียน คำสงั่ ทางปกครอง การชำระเงิน การประกาศ หรอื การดำเนิน
การใดๆ ตามกฎหมายกับหนว ยงานของรัฐหรอื โดยหนว ยงานของรัฐ ถา ไดก ระทำในรูปของขอ มลู อิเล็กทรอนิกสตามหลกั
เกณฑและวิธกี ารท่ีกำหนดไว ใหถ อื วามผี ลโดยชอบดวยกฎหมาย
หมวด 5 คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส
มาตรา 36 ถงึ มาตรา 43 กำหนดใหมคี ณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส กำหนดองคประกอบ อำนาจหนา ท่ี วาระ
การดำรงตำแหนง การพน จากตำแหนง ใหจดั ตั้งสำนกั งานคณะกรรมการธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ สเ ปน สว นราชการ ทำ
หนา ที่เปน หนวยงานธุรการของคณะกรรมการ
หมวด 6 บทกำหนดโทษ
มาตรา 44 ถงึ มาตรา 46 ระบบุ ทลงโทษของผปู ระกอบธุรกจิ บริการเกี่ยวกบั ธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกสโ ดยไมแจงหรอื ขึ้น
ทะเบยี นตอ พนกั งานเจาหนา หรอื ฝา ฝน คำส่งั หามการประกอบธุรกิจของคณะกรรมการ หรอื ประกอบธรุ กจิ บรกิ ารโดยไม
ไดรบั ใบอนญุ าต
ระเบียบสํานักนายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และฉบับแกไ้ ขเพิมเติม (ฉบับที 2) 2548,
(ฉบบั ที 3) 2560, (ฉบบั ที 4) 2564
หลังจากการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 งานสารบรรณกลายเปนเพียงสวนหนงึ่ ของงานบรหิ ารทั่วไป ระบบการ
บรหิ ารงานสารบรรณมีความหลากหลายผสมผสานทง้ั แบบศูนยก ลางและแบบกระจายอำนาจ แตล ะสว นราชการมีระเบียบ
เก่ียวกับหนงั สือราชการเปน ของตนเอง ไมมีหลกั ในการปฏบิ ตั ิทแี่ นน อน ทง้ั ในการจดั ทำ, รบั -สง, จดั เก็บ, คน คืน, ทำลาย
เอกสาร ทำใหไมเ กดิ ระเบยี บไปในทิศทางเดียวกัน ตอมาจงึ มกี ารกำหนดเปนแนวทางเดยี วกัน โดยประกาศใชเ ปน ระเบยี บ
สำนักนายกรฐั มนตรี วา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2497 และเปน รากฐานของระเบียบฯฉบับตอ ๆมา คือ
● ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรีวาดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2506 (ยกเลกิ )
● ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี า ดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
● ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรีวาดว ยงานสารบรรณ (ฉบบั ท่2ี ) พ.ศ.2548
● ระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรวี าดวยงานสารบรรณ (ฉบบั ท3ี่ ) พ.ศ.2560
มาตรฐานและกฎหมายทีเกียวขอ้ งกบั การจดั การเอกสาร 169
● ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรวี าดว ยงานสารบรรณ (ฉบับท่4ี ) พ.ศ.2564
ในหัวขอ นี้จะเรียก ระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรวี า ดวยงานสารบรรณ พ.ศ.2526, 2548, 2560, 2564 โดยยอวา ระเบียบฯ
วา ดวยงานสารบรรณฯ ในบางกรณี
ระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ ใชบ งั คับแกสวนราชการ ซึง่ หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม สำนักงาน หรือหนว ย
งานอืน่ ใดของรฐั ทัง้ ในราชการบรหิ ารสวนกลาง ราชการบรหิ ารสวนภูมิภาค ราชการบรหิ ารสวนทองถน่ิ หรือในตา งประเทศ
และใหห มายความรวมถงึ คณะกรรมการดวย
ระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ มีทัง้ หมด 90 ขอ เนอ้ื หาแบง ออกเปน 5 หมวด ไดแก
หมวด 1 ชนดิ ของหนังสือ
ตั้งแตข อ 9 ถงึ ขอ 34 มสี าระสำคัญวา ดว ยเรื่องการใหคำอธบิ ายขอบเขตของหนงั สอื ราชการ (ขอ 9) การระบุประเภท
หนังสือราชการ 6 ชนิด (ขอ10) จากนัน้ อธบิ ายรายละเอียดเกยี่ วกบั หนงั สือราชการแตละชนิด เชน การใชก ระดาษ คำขึ้น
ตน เนอ้ื ความ คำลงทา ย (ขอ11-34) หมวด 1 แบงเปน 7 สวน คือ สวนที่ 1 หนงั สอื ภายนอก สว นที่ 2 หนงั สอื ภายใน
สว นท่ี 3 หนังสอื ประทบั ตรา สว นท่ี 4 หนงั สือสั่งการ สวนท่ี 5 หนังสือประชาสมั พนั ธ สว นที่ 6 หนงั สอื ทเี่ จาหนาท่ีทำข้ึน
หรือรบั ไวเปนหลกั ฐานในราชการ และสวนที่ 7 บทเบ็ดเตล็ด
หมวด 2 การรับและสง หนังสือ
ตัง้ แตข อ 35 ถงึ ขอ 51 แบงออกเปน 3 สว น คอื สวนที่ 1 การรบั หนังสือ สว นที่ 2 การสงหนงั สือ มเี นอื้ หาเกี่ยวกบั วธิ ี
การ ขัน้ ตอนการในการรับและสง หนงั สอื การกำหนดบทบาทของเจา หนาทขี่ องหนว ยงานสารบรรณกลาง ลักษณะของ
ทะเบยี นรบั -สง หนงั สอื สวนที่ 3 บทเบ็ดเตลด็ ระบุใหม กี ารสำรวจทะเบียนหนังสือรบั เปน ประจำติดตามเร่อื งวาไดปฏบิ ัตไิ ป
แลว เพียงใด การจัดทำบตั รตรวจคนเพื่อการสะดวกในการคนหา
หมวด 3 การเกบ็ รกั ษา ยืม และทำลายหนงั สือ
ต้งั แตข อ 52 ถึง ขอ 70 แบง ออกเปน 3 สวน คอื สวนท่ี 1 การเก็บรกั ษา กำหนดวธิ ีเกบ็ หนังสอื ระหวา งปฏิบตั ,ิ เกบ็ เม่ือ
ปฏบิ ัตเิ สร็จแลว, เกบ็ ไวเพื่อใชใ นการตรวจสอบ, การจดั ทำบัญชสี ง เก็บ, การลงทะเบียนเกบ็ , กำหนดอายเุ ก็บ, การจดั ทำ
บญั ชสี งมอบการจดั ทำบัญชีฝาก, การจดั สงหนังสือทม่ี ีอายุครบ 20 ป พรอ มทงั้ บญั ชีสงมอบใหหอจดหมายเหตแุ หง ชาติ, ใน
สวนน้ียังระบุแนวทางการรักษาหนงั สือ คอื ตอ งดำเนนิ การอยางระมดั ระวงั , ชำรุดตอ งรีบซอ ม, สญู หายตองหาสำเนาแทน
หากเปนเอกสารกฎหมายหายตองแจง ความ สว นท่ี 2 การยืม ระบวุ ิธีการยมื , บตั รยมื สวนที่ 3 การทำลาย กำหนดวัน
ทำลาย, บญั ชที ำลาย, องคป ระกอบ บทบาท หนาทค่ี ณะกรรมการทำลายหนงั สือ, บทบาทของหอจดหมายเหตุแหงขาติใน
การพิจารณาบัญชีหนังสอื ขอทำลาย
หมวด 4 มาตรฐาน ตรา แบบพมิ พ และซอง
170 การจัดการเอกสาร | Records Management
ตง้ั แตข อ 71 ถึง ขอ 89 มีเนือ้ หาเกย่ี วกบั ขนาด รปู แบบ ลักษณะ สีตราทใ่ี ชในหนงั สือราชการ, กระดาษ, ซอง, ทะเบียน
หนงั สือตา งๆ, สมดุ สง หนงั สือและใบรับหนังสือ, บัญชีตางๆท่ใี ช, บตั รตรวจคน และบตั รยมื หนังสือ
หมวด 5 ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส
เปนหมวดท่ีเพิ่มเตมิ ข้นึ ในระเบยี บฯ ปพ .ศ.2564 (ฉบบั ที่ 4) ต้ังแตขอ 89/1 ถึงขอ 89/5 มีเนอ้ื หาเก่ยี วกับการกำหนดแนว
ปฏบิ ตั กิ ารนำระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกสม าใช การรวบรวมและเผยแพรท ่ีอยไู ปรษณยี อ ิเลก็ ทรอนกิ สสำหรับการรบั และ
การสงหนังสืออิเลก็ ทรอนิกสข องสวนราชการ การรบั สง เกบ็ รกั ษา ยมื ทำลาย หนังสอื อิเล็กทรอนกิ สใ ชห ลักการเดยี วกัน
กับทเ่ี ปนกระดาษตามหมวด 2 และหมวด 3 โดยอนโุ ลม การเก็บหนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส ในระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส
และการสำรองขอ มูล (Backup) กำหนดใหหนังสอื อิเลก็ ทรอนิกสไ มมอี ายกุ ารเกบ็ หนังสอื โดยปกตใิ หเกบ็ ไวต ลอดไป เวน
แตกรณีมคี วามจำเปนตอ งเพม่ิ พ้นื ทจี่ ดั เก็บในระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สข องสวนราชการ หรอื มเี หตุผลความจำเปนอ่นื
ใด
ภาคผนวก
ประกอบดวย ภาคผนวก 1 การกำหนดเลขทห่ี นังสือออก ภาคผนวก 2 คำขน้ึ ตน สรรพนาม คำลงทา ยในหนังสอื ราชการ
และคำท่ีใชใ นการจา หนา ซอง ภาคผนวก 3 การลงชือ่ และตำแหนง ภาคผนวก 4 หนังสอื ราชการภาษาองั กฤษ ภาคผนวก
5 การกำหนดเลขที่หนังสอื ออกและการออกหนังสือราชการของสว นราชการท่ีประจำในตา งประเทศ ภาคผนวก 6 หลกั
เกณฑและวิธีการปฏิบัตใิ นการรับสง ขอมูลขา วสารและหนงั สือราชการ ดว ยระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส ภาคผนวก 7
หลักเกณฑและวิธีการปฏบิ ัตใิ นการรบั สงและเกบ็ รกั ษาขอ มลู ขา วสารและหนงั สอื ราชการโดยไปรษณยี อ เิ ลก็ ทรอนิกส
นอกจากน้ีหนวยงานราชการบางแหงอาจออกระเบียบ ประกาศ เกย่ี วกบั การจดั การเอกสารของตนเอง เพ่ือใชภ ายใน
องคก ารโดยเฉพาะ เชน ระเบียบคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ วาดว ยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส พ.ศ.2547,
ระเบยี บคณะกรรมการกจิ การกระจายเสยี ง กิจการโทรทศั น และกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ วา ดวยงานสารบรรณ พ.ศ.
2561 ซ่ึงนกั จดั การเอกสารตองศึกษาเพม่ิ เติมเปน กรณีไป
แนวทางการปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย
พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ มผี ลบงั คับใชกบั “หนวยงานของรฐั ” ซ่งึ ไดแ ก กระทรวง ทบวง กรม หนว ยงานสังกัดรัฐสภา
ศาล องคก รตามรฐั ธรรมนูญ และหนว ยงานอืน่ ของรฐั ตามทกี่ ำหนดในกฎกระทรวงท้งั หมด โดยมหี อจดหมายเหตุแหงชาติ
เปน หนว ยงานหลกั ที่รบั ผดิ ชอบดานการเก็บรักษา อนุรกั ษแ ละใหบรกิ าร ขณะเดียวกันกท็ ำหนาท่ีเปน หนวยงานสนับสนุน
ทางวชิ าการใหอ งคการภาครฐั ตา งๆดว ย เม่อื พิจารณาความตาม พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ จะพบวามีความบางมาตราท่ี
เก่ียวของกับการจัดการเอกสารหนวยงานของรฐั ซ่ึงควรมแี นวทางดำเนินการดงั ตอไปนี้ (วศิ ปต ย ชัยชว ย, 2559)
มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วข้องกบั การจดั การเอกสาร 171
จดั ตังแผนงานจัดการเอกสารขององคก์ าร
พรบ.จดหมายเหตุแหง ชาติ ไดกำหนดใหหอจดหมายเหตุแหงชาติมหี นาที่ดำเนนิ การเฉพาะเอกสารราชการท่ีส้ินกระแสการ
ใชงานแลว สว นเอกสารที่อยใู นกระแสการใชง าน และกึง่ กระแสการใชง าน ยงั เปนหนาที่ของหนวยงานของรฐั ทต่ี อ งรับผดิ
ชอบ ซง่ึ ในมาตรา 8 ระบวุ า “ในระหวา งการเก็บรักษาเอกสารราชการตามระยะเวลาทก่ี ำหนดไวใ นมาตรา 7 ใหหนว ยงาน
ของรฐั ดูแลรกั ษาเอกสารไวอยางครบถวนและสามารถตรวจสอบอา งอิงได” ดังนน้ั หนวยงานของรฐั จำเปนตอ งมีฝา ยทท่ี ำ
หนาทจ่ี ดั การเอกสารท่วั ทง้ั องคการ และทำหนา ทตี่ ดิ ตอประสานงานกับหอจดหมายเหตแุ หง ชาติอยางใกลชิด สำหรบั
หนา ทเ่ี ก่ียวกับเอกสารราชการนัน้ แตเ ดมิ มักขึน้ อยกู บั แผนก/งานสารบรรณ หนว ยงานของรัฐจึงควรจัดตงั้ ฝา ยจดั การ
เอกสารขององคก าร (RMP) โดยอาจพัฒนาหรือปรับบทบาทหนาท่ีของแผนกสารบรรณเดมิ หรืออาจรวมเอาหอ
จดหมายเหตุเขา ไวด วยกนั กไ็ ด เพอ่ื ดูแลเอกสารทสี่ ิ้นกระแสการใชงานแลวใหค รบตามวงจรชวี ติ เอกสาร ในกรณีทห่ี นว ยงาน
ของรัฐมีความจำเปนตอ งเกบ็ รกั ษาเอกสารราชการที่มีการจดั ทำทะเบยี นเปน เอกสารจดหมายเหตทุ ห่ี นวยงานของรัฐตลอด
ไปหรือตามระยะเวลาท่ีตกลงกนั ตามมาตรา 9 วรรคสอง ท้ังนหี้ นว ยงานของรฐั ควรมีการจัดสรรตำแหนง บคุ ลากรทมี่ คี วามรู
ความสามารถในทางการจดั การเอกสาร ใหทำหนา ทน่ี กั จดั การเอกสาร หรือนกั จดหมายเหตุ ท้งั ในระดบั บรหิ ารและปฏบิ ตั ิ
การ เพอ่ื ดำเนินงานขบั เคลื่อนภารกิจการจัดการเอกสารใหบรรลุเปาหมายของหนวยงานดวย
จัดทําแบบแผนการจดั หมวดหมู่เอกสาร
ใน หมวด1 มาตรา6 (2) ของพรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ กำหนดใหก รมศลิ ปากรมีอำนาจหนา ทใี่ นการ “ใหคำแนะนำแก
หนวยงานของรัฐในการจดั ทำรายการหรอื ตารางการเกบ็ รกั ษาเอกสารราชการ” และในมาตรา 7 วรรคสอง ระบุวา ในการ
เกบ็ รักษาเอกราชการนั้น “...ใหห นว ยงานของรฐั จัดทำรายการหรอื ตารางเกบ็ รกั ษาเอกสารราชการ ซึง่ อยางนอ ยตอง
ประกอบดวย ประเภทและหมวดหมเู อกสาร ระยะเวลาการเกบ็ รกั ษาเอกสาร วธิ กี ารเก็บรักษาเอกสาร และการสง มอบ
รายการหรือตารางเก็บรักษาเอกสารราชการ...” จากความดังกลา วจะเห็นไดว า หนวยงานของรัฐจำเปนตองจัดทำรายการ
หรอื ตารางการเก็บรักษาเอกสารราชการขน้ึ มา ทเี่ รยี กวา แบบแผนการจดั หมวดหมเู อกสาร (RCS) ซง่ึ ตอ งพัฒนาขนึ้ จากจาก
ฐานของการวิเคราะหหนา ที่ กระบวนการ และกจิ กรรมขององคการ อนึ่ง การท่ีหนวยงานของรัฐมกี ารจดั หมวดหมเู อกสาร
ราชการอยางเปนระบบตาม RCS แลว ยอ มเปนผลดีตอ การโอนยายไปยงั หอจดหมายเหตุแหงชาติ ซึ่งจะสามารถจดั เอกสาร
เหลา นน้ั ไวต ามระบบเดมิ (Original of order) โดยไมต อ งมาจัดเรยี งใหมอ ีกดวย
กาํ หนดเกณฑก์ ารประเมินคณุ ค่าเอกสาร
ตามความใน มาตรา 7 ไดก ำหนดใหหนว ยงานของรัฐเกบ็ รักษาเอกสารราชการซ่งึ มลี ักษณะอยา งใดอยา งหน่งึ คือ (1)มี
คุณคาตามวัตถปุ ระสงคของหนว ยงานของรัฐนนั้ (2)มคี ุณคาทางประวตั ศิ าสตร (3)มคี ณุ คาเพ่อื การศึกษา การคน ควา หรือ
การวิจัย เพ่ือสงมอบใหแกก รมศลิ ปากรตอไป การท่ีหนวยงานของรฐั จะทราบวา เอกสารใดมีคณุ คาจำเปน อยางยง่ิ ตองมีการ
กำหนดเกณฑห รือแนวทางการประเมนิ คณุ คาเอกสารของหนว ยงานออกมาเปน ลายลกั ษณ และประกาศใชท่วั ท้ังองคการ
เพ่ือใหตัดสนิ ใจไดว า เอกสารใดควรถูกจบั เกบ็ (Capture) นำเขาสรู ะบบเพือ่ ดูแลรกั ษา ตองเก็บไวน านเทาไร ตลอดจน
ทำลาย หรือโอนยายไปเปนเอกสารจดหมายเหตุเมือ่ ใด โดยเกณฑก ารประเมินนนั้ ขนึ้ อยกู ับเปาหมายและหนาทขี่ องแตละ
องคการท่ีอาจใหคุณคา ดา นการเปนพยานหลกั ฐาน การเปนความรู สารสนเทศ ตอบสนองการใชงานทางธรุ กิจ และตอบ
172 การจัดการเอกสาร | Records Management
สนองความรบั ผิดชอบขององคก ารทแ่ี ตกตา งกนั ในสว นน้ีหนว ยงานของรฐั ควรมคี ณะกรรมการสำหรับพจิ ารณาเอกสารตาม
เกณฑท ต่ี ้ังข้ึน และมีการปรบั ปรุงเกณฑใ หส อดคลอ งกับเอกสารทเ่ี ปลีย่ นแปลงอยา งสมำ่ เสมอ
พัฒนาระบบงานสารบรรณ
พรบ.จดหมายเหตุแหง ชาติ มาตรา 8 ระบุวา “ในระหวางการเก็บรักษาเอกสารราชการตามระยะเวลาทกี่ ำหนดไวใ นมาตรา
7 ใหหนวยงานของรฐั ดูแลรักษาเอกสารไวอ ยา งครบถว นสมบูรณและสามารถตรวจสอบอา งองิ ได” จากความในมาตรานี้
แสดงใหเหน็ วา หนวยงานของรฐั จำเปน ตอ งมีระบบหรอื กลไกในการดูแลรักษาเอกสารตลอดวงจรชวี ติ อยา งตอ เน่ือง ใหมี
ความครบถว นสมบรู ณ ตรวจสอบได สอดคลอ งกบั ISO 15489 ที่กำหนดวาหนว ยงานตอ งมีระบบทจ่ี ะตองสามารถจดั การ
กับคุณลักษณะพืน้ ฐานของเอกสาร คือ ความจรงิ แท, เช่อื ถอื ได, ครบถวนสมบรู ณ และใชง านได ซงึ่ ในทางวชิ าการจัดการ
เอกสารเรียกวา ระบบงานสารบรรณ โดยเฉพาะอยา งย่งิ ในปจจบุ ันทเี่ อกสารของหนวยงานไดเปลย่ี นรปู แบบจากกระดาษ
มาสดู ิจิทัล หนว ยงานกจ็ ำเปน ท่ีตองมรี ะบบงานสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส (Electronic recordkeeping system: ERKS)
เพอ่ื ใชจดั เก็บและคน คืนเอกสาร ตลอดจนควบคมุ เอกสารตามหนาทพ่ี น้ื ฐาน คอื การจัดทำ การจัดเรยี ง และการประเมนิ
เอกสารเพ่ือรักษา ความจรงิ แท, เชอ่ื ถอื ได, ครบถว นสมบรู ณ และใชง านไดข องเอกสารเอาไว
ระบบงานสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกสส ำหรับหนวยงานของรัฐตาม พรบ.จดหมายเหตนุ ้ี ยงั ควรจะเช่อื มโยงกับระบบการจดั เกบ็
เอกสารและการใหบรกิ ารเอกสาร ของหอจดหมายเหตุแหงชาติ ตามทร่ี ะบไุ วใ น หมวดท่ี 1 มาตรา6 (4) โดยเฉพาะการสง
มอบหรอื โอนยายเอกสารอิเลก็ ทรอนิกสจากหนวยงานเดมิ ไปยังหอจดหมายเหตุแหงชาติ ซง่ึ ยงั เปน ประเด็นทาทายทตี่ อ งมี
การศึกษาพัฒนากันตอ ไป
การสงวนรักษาเอกสาร
เปนธรรมดาที่เอกสารเมื่อผานเวลายาวนานยอ มตองมกี ารเสื่อมสภาพ ทงั้ ท่ีอาจเกดิ ข้ึนเองตามธรรมชาติ หรอื จากความรูเทา
ไมถ ึงการณข องมนษุ ย เอกสารจดหมายเหตทุ เี่ สอ่ื มสภาพจำเปนตองไดร ับการอนุรกั ษ (Conservation) โดยการใชส ารเคมี
และเทคนคิ วธิ ีทางวิทยาศาสตรตา งๆทตี่ องอาศัยผเู ชยี่ วชาญเฉพาะ ในกรณีของหนว ยงานของรัฐ พรบ.จดหมายเหตแุ หง
ชาติกำหนดไวใน หมวดท่ี 3 มาตรา 18 หา มมิใหผูใดซอ มแซมเอกสารจดหมายเหตุ เวน แตจะเปน การซอมแซมโดยกรม
ศลิ ปากร หรือโดยไดร บั อนญุ าตจากอธบิ ดี และกำหนดบทลงโทษปรับไมเกินหกหมื่นบาทหากฝา ฝน ไวในมาตรา 31
แตกม็ ใิ ชว าหนวยงานของรฐั ตอ งปลอยใหเอกสารของตนเสื่อมสภาพและรอใหเ ปนหนา ทขี่ องกรมศิลปากรทำการอนรุ ักษแ ต
เพยี งฝา ยเดียว หากแตจำเปน ตอ งดำเนนิ การสงวนรกั ษา (Preservation) ซ่งึ เปน การปองกนั เกบ็ รกั ษาเอกสารใหปลอดภัย
และรอดพน จากส่ิงที่จะมผี ลตอ การเสื่อมสลายของเอกสาร โดยหนว ยงานของรัฐควรตองกำหนดมาตรฐานสำหรับการ
สงวนรักษาเอกสารขององคการ มีการเลอื กใชว สั ดบุ นั ทกึ ทเี่ หมาะสมกบั เอกสารแตละประเภท มีการวางระบบปองกนั อัคคี
ภัย วาตภยั และภยั ทางธรรมชาตอิ นื่ ๆ มแี ผนปอ งกันความเสีย่ งและกูคืนเอกสารในภาวะวกิ ฤต รวมถึงฝกอบรมใหความรู
บคุ ลากรเก่ียวกบั การสงวนรกั ษาเอกสารเบอื้ งตน เพอ่ื ใหเอกสารสำคัญของหนว ยงานยงั คงสภาพดี เมื่อโอนยายเปนเอกสาร
มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วข้องกบั การจดั การเอกสาร 173
จดหมายเหตุกไ็ มจ ำเปนตอ งเขา สกู ระบวนการอนุรักษ ซึ่งมตี นทุนสูง ใชเ วลานาน ในขณะที่นกั วทิ ยาศาสตรอ นรุ ักษใ น
ประเทศไทยก็มีจำนวนนอยมากเม่อื เทียบกับปริมาณเอกสารจดหมายเหตุทง้ั ประเทศ
สรปุ
ปจ จบุ นั มมี าตรฐานเกดิ ข้นึ เปน จำนวนมาก โดยสถาบันกำหนดมาตรฐานตา งๆ แตกม็ ีมาตรฐานอีกจำนวนมากทไี่ มไดถกู นำ
ไปใชเ พราะความยงุ ยากซบั ซอ น ในขณะทมี่ าตรฐานซ่ึงกำหนดข้ึนภายในบางองคการ (De facto) กลับดีกวา การใช
มาตรฐานสากล ดงั นั้นการยึดมัน่ กบั มาตรฐานใดมาตรฐานหน่ึง จึงไมอ าจรบั ประกันวาจะเหมาะสมกับระบบการทำงาน
เสมอไป ข้ึนอยวู ามาตรฐานที่เลอื กใชน นั้ ถูกกำหนดขึ้นและมลี กั ษณะอยางไร เหมาะสมกบั บรบิ ทของแตล ะองคกรหรอื ไม
สวนในประเด็นทางกฎหมาย แมว าพรบ.จดหมายเหตแุ หง ชาติ จะมีสาระสำคญั มุงเนน ทกี่ ารเก็บรกั ษา อนุรักษ และการ
คุม ครองเอกสารจดหมายเหตุ อยา งไรกด็ ี การทจ่ี ะสามารถโอนยายเอกสาร “ตน ทาง” ทมี่ คี ุณคา จากหนวยงานของรัฐมา
เกบ็ รักษาในหอจดหมายเหตแุ หง ชาตซิ ง่ึ เปน “ปลายทาง” ไดอ ยา งครบถวนสมบรู ณแ ละสามารถตรวจสอบอา งอิงไดนั้น
หนว ยงานของรัฐจำเปน ตอ งมรี ะบบการจัดการเอกสารที่ดดี วย ในขณะเดยี วกนั หอจดหมายเหตแุ หงชาติ ซึง่ เปน ผเู ก่ยี วขอ ง
โดยตรงกับกฎหมายฉบบั นี้ กค็ วรจะตอ งรณรงค เผยแพรค วามรเู กยี่ วกบั การจัดการเอกสารและจดหมายเหตุใหก วา งขวาง
ยิง่ ขนึ้ ตลอดจนบงั คับใชกฎหมายอยา งเครง ครัด อันจะกอ ใหเกดิ ประโยชนส งู สุดตามเจตนารมณของการตรากฎหมายฉบบั น้ี
นัน่ เอง
คําถามทบทวนทา้ ยบท
● สาระสำคญั ของ ISO 15489-1:2016 มอี ะไรบา ง
● เจตนารมณใ นการตรา พรบ.จดหมายเหตุแหงชาติ พ.ศ.2556 คืออะไร
● ระเบียบฯ วา ดว ยงานสารบรรณฯ กำหนดใหหนวยงานของรฐั ตองดำเนนิ งานระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใน
ประเดน็ ใดบาง
174 การจดั การเอกสาร | Records Management
บรรณานกุ รม
กระทรวงอตุ สาหกรรม. (2559). ประโยชนข องมาตรฐาน. http://old.industry.go.th/ industry/index.php/
thknowledge/item/10586-2016-05-23-04-40-14
วศิ ปต ย ชัยชวย. (2559). แนวทางการจัดการเอกสารหนว ยงานของรฐั ทสี่ อดคลองกบั พระราชบัญญตั จิ ดหมายเหตแุ หงชาติ
พ.ศ.2556. สารสนเทศศาสตร, 34(2), 114-129.
British standards institution. (2019). So what are standards?. https://www.bsigroup.com/
en-GB/standards/
Bustelo, C. (2016). ISO 15489. Records management standard updated. https://committee.iso.org/
sites/tc46sc11/home/news/content-left-area/news-about-standarization-in-t-1/
iso-15489-records-management-sta.html
Gasiorowski-Denis, E. (2016). Records management in the digital age. https://www.iso.org/
news/2016/04/Ref2072.html
Hofman, H. (2005). The use of standards and models. In J. McLeod & C.Hare (Eds.), Managing electronic
records (pp. 20-21). Facet.
ISO. (2022). ISO standards are internationally agreed by experts. https://www.iso.org/standards.html
Moro-Cabero, M., Martín-Pozuelo, M. & Zazo, J. (2011). ISO 15489 and other standardized management
systems: Analogies and synergies. Records management journal, 21(2), 104-121.
The Economic Times. (2013,Sep 05). ITR-CPC becomes first ISO 15489 compliant organisation in Asia.
https://economictimes.indiatimes.com/news/economy/policy/
itr-cpc-becomes-first-iso-15489-compliant-organisation-in-asia/articleshow/22344743.cms
มาตรฐานและกฎหมายทเี กยี วข้องกบั การจัดการเอกสาร 175
176 การจดั การเอกสาร | Records Management
ตอนที 3
การดาํ เนนิ งานสารบรรณ
177
178 การจดั การเอกสาร | Records Management
บทที 9
การดาํ เนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใชง้ าน
วตั ถปุ ระสงค์ของบท
● อธิบายหลักการดำเนินงานเอกสารระหวางกระแสการใชง าน
● เสนอแนวปฏบิ ตั ทิ ่ีเก่ยี วของกบั การดำเนินงานเอกสารระหวา งกระแสการใชง าน
● ชีใ้ หเ ห็นปญ หาและแนวทางแกไ ขเกี่ยวกับการการจดั ทำและจับเกบ็ เอกสาร ในกระบวนงานสารบรรณ
ความนํา
การดำเนินงานเอกสารระหวางกระแสการใชง าน เปน องคประกอบของงานสารบรรณชวงแรก ตามหลกั วงจรชวี ติ เอกสาร
ประกอบดวยกจิ กรรมทเี่ ก่ยี วของกับการจัดทำเอกสาร การจบั เกบ็ เอกสาร การใชงานเอกสาร การดแู ลรกั ษาเอกสารระหวา ง
กระแสการใชง าน
การจัดทำและจบั เก็บเอกสาร คอื จุดเรม่ิ ตน ของการดำเนินงานสารบรรณ ท่ีจะสง ผลและกอใหเ กดิ กิจกรรมอื่นๆตามมา ไมว า
จะเปนการรบั -สง การเกบ็ รักษาเอกสารและอนื่ ๆ ดังน้นั จึงมคี วามสำคญั อยางยิง่ ตอ ระบบงานสารบรรณโดยรวม หาก
เอกสารมจี ำนวนนอย กจิ กรรมอนื่ ๆก็จะลดลงดวย ทำใหก ารบรหิ ารงานเอกสารมปี ระสิทธิภาพมากขนึ้ โดยอาศัยหลกั คดิ
เร่ืองการดำเนินการกอ นจัดทำเอกสาร กจ็ ะทำใหก ารใชง านเอกสารและการดแู ลรกั ษาเอกสารระหวางกระแสการใชง านไม
กลายมาเปน ภาระของผปู ฏบิ ัติงานไป ในบทนจี้ ะเสนอแนวทางการดำเนนิ งานเอกสารระหวางกระแสการใชง าน และเช่ือม
โยงกับวิธีปฏบิ ตั งิ านสารบรรณที่กำหนดไวใ นระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรี วาดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแกไ ขเพมิ่
เตมิ (ฉบับที2่ ) พ.ศ.2548 และ (ฉบับที่4) พ.ศ.2564 ในฐานะทง่ี านสารบรรณเปนสวนหนง่ึ ของการจดั การเอกสาร ดังน้นั
อาจมกี ารใชคำวา หนงั สอื แทนคำวา เอกสาร ในบางกรณี
การดาํ เนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 179
การจดั ทําเอกสาร
การจัดทำเอกสาร (Records creation) คือ การบันทกึ ขอ มูล/สารสนเทศลงบนวสั ดุใดๆดว ยวธิ กี ารและเทคโนโลยีทมี่ อี ยู
เพอ่ื ใชเ ปนสื่อสำหรบั การตดิ ตอ สื่อสาร เปน พยานหลกั ฐานของการดำเนนิ งานและกิจกรรมตามหนา ที่ หรือเพ่ือใชใ นการ
อางองิ หรอื อ่ืนๆ โดยมีขอบเขตครอบคลมุ ถงึ ผูจดั ทำเอกสาร, เทคนคิ วิธีการจัดทำ, เครื่องมอื , วสั ดอุ ปุ กรณ, ครุภณั ฑ, แบบ
เอกสาร, จำนวน, ขนาด,เทคโนโลยใี นการจัดทำ (สมสรวง พฤติกลุ , 2546; Shepherd & Yeo, 2003; Pearce-Moses,
2005)
แตเดิมการจัดทำเอกสารใชก ารเขียน การจาร หรอื พิมพด ีด เมือ่ เทคโนโลยกี ารบนั ทกึ เปล่ียนไป ทำใหการจดั ทำเอกสารงาย
ขนึ้ ดว ยระบบดิจทิ ัล รวมถงึ การรับ-สง เอกสารผานเทคโนโลยกี ารสอื่ สารสมยั ใหม เชน ไปรษณยี อิเล็กทรอนกิ ส (E-mail)
ระบบประมวลผลแบบคลาวด (Cloud computing) และโปรแกรมสงขอ ความทันที (Instant messaging)
หลักการจดั ทาํ เอกสาร
เอกสารเกิดข้ึนจากกจิ กรรม/งาน ตามหนาทขี่ ององคการ แตบางกจิ กรรม/งาน กไ็ มจำเปนตอ งจัดทำเอกสาร ท้ังนข้ี ้ึนอยกู ับ
วัตถปุ ระสงค ความตอ งการและความจำเปน ของแตละองคการ บางกิจกรรมจำเปน ตอ งมเี อกสารในทุกขั้นตอน แตบางกรณี
อาจไมม กี ็ได เอกสารบางอยา งอาจจดั ทำข้นึ ภายในองคก ารหรอื รับเขา มาจากภายนอกองคก าร และอาจถกู จดั ทำขึ้นหรือรบั
ไวระหวางดำเนินกจิ กรรมหรือหลังกิจกรรม เชน เอกสารการส่งั ซื้อสินคาทเ่ี กดิ ข้นึ ในระหวา งกิจกรรม ขณะท่ีเอกสารสรปุ
โครงการ รายงานการประชมุ เกิดขึ้นหลงั กิจกรรมแลว
แนวคดิ การจดั การเอกสารยุคดจิ ทิ ลั มีมุมมองทแ่ี ตกตา งจากหลักวงจรชีวติ เอกสารแบบเดมิ โดยใหความสำคญั กับการ
ดำเนินการกอ นจัดทำเอกสาร (Pre-creation) คอื การตัดสนิ ใจวา สารสนเทศใด จำเปนตอ งจัดทำและจบั เก็บไวเ ปน เอกสาร
และจะทำอยางไร เมื่อจดั ทำแลวตองเกบ็ รกั ษาไวนานเทาใด มากกวา จะมงุ สรา งเอกสารขึ้นโดยทไ่ี มไ ดออกแบบหรือวางแผน
เอาไวลวงหนา เพราะเอกสารที่เกิดขน้ึ ยอ มตามมาดวยตน ทุนการดแู ลรักษาตลอดชว งอายุเอกสาร ดงั น้ันแผนงานจดั การ
เอกสารขององคก าร (RMP) หรือหนว ยงานสารบรรณของราชการ จึงควรมีบทบาทหนาท่ีสำคัญในการกำหนดและประเมนิ
ตองการในการจดั ทำเอกสาร จากหนวยงานและผูมีสวนไดส วนเสยี ดว ยการวิเคราะหก ระบวนการ (Process analysis)
ตลอดจนขอคำแนะนำจากท่ปี รกึ ษา ใหสอดคลอ งกบั กฎหมาย ระเบยี บ ขอ บงั คบั ที่เกยี่ วขอ งอีกดวย
การกำหนดและประเมินตองการในการจดั ทำเอกสาร มจี ดุ มุงหมายสำคญั คือ
● ระบคุ วามตอ งการขององคกร/หนว ยธรุ กจิ ทต่ี องมเี อกสารเพื่อใชเปนพยานหลกั ฐาน, สารสนเทศสำหรับการปฏิบตั ิ
งาน
● ระบคุ วามตอ งการเอกสารสำหรบั การสนบั สนนุ ภาระรับผิดชอบตามหนาที่ (Accountability)
● ประมาณการคา ใชจายสำหรบั การสรางเอกสาร, การจบั เกบ็ เอกสาร, การดแู ลรกั ษาเอกสาร
● ประเมินความเสีย่ งในกรณที ่อี งคการไมมีเอกสาร
180 การจดั การเอกสาร | Records Management
องคการตองมแี นวปฏิบัติที่ชดั เจนเกยี่ วกับการจัดทำเอกสาร เพื่อใหแ นใจวา เอกสารจะถกู จดั ทำขึน้ อยา งถูกตอ ง ใชเ ปน
พยานหลกั ฐานของกิจกรรมได โดยตองคำนึงถึงประเดน็ ดังตอไปนี้ (National archives of Australia, 2022)
● มเี อกสารอะไรบา งทีต่ องจัดทำ
● ตอ งมีการตดั สนิ ใจหรือคำแนะนำอะไรบาง
● ตอ งไดรบั คำสง่ั หรอื คำอนุมัตอิ ะไรบาง
● ตอ งจดั ทำเอกสารเมอ่ื ใด
● ใครเปน ผมู สี ว นเกย่ี วขอ งกับการจัดทำเอกสาร
● ลำดับเหตุการณแ ละการตดั สนิ ใจเปนอยางไร
เอกสารขององคการสว นใหญ สามารถแยกแยะไดจ ากโครงสรา ง เชน หนงั สอื ภายใน, หนงั สอื ภายนอก, จดหมาย, ประกาศ
แตส วนเนอ้ื หา มักเปน การใสข อความโดยอิสระ (Free text) ดงั นนั้ องคก ารควรกำหนดทศิ ทางใหไ ปในลักษณะเดยี วกัน โดย
การอบรมพนักงาน และตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพดวย เปน ตน วา เอกสารท่ีสรางโดยโปรแกรมคอมพวิ เตอร กค็ วรใชเครือ่ ง
มือของโปรแกรม ในการตรวจสอบคณุ ภาพดวย เชน การตรวจคำผดิ กำหนดแมแบบ (Template) เพือ่ ความสมำ่ เสมอ
การจัดทำเอกสารควรคำนงึ ถึงบรบิ ทของเอกสาร เชน ชื่อผูสรา ง, ชือ่ เรือ่ ง, ชื่อ-ทอ่ี ยขู ององคก ร, ระดบั ชั้นความลับ, ลายมอื
ช่ือ/ผรู บั ผิดชอบเอกสารนน้ั ชดั เจน, ระบไุ ดว ามกี ารแกไ ขอยา งไร สำหรบั เอกสารดิจิทลั สว นท่ีมีความสำคญั ไมแพต ัวเอกสาร
เอง คอื ขอ มลู อภพิ นั ธุ (Metadata) ซงึ่ ใชอธบิ ายตัวเอกสารในแงม ุมตา งๆ เชน ชอ่ื ผูจดั ทำ เนอ้ื หา โครงสราง ดังนัน้ การจัด
ทำเอกสารแตละครง้ั ควรมีขอ มูลอภิพันธุท ี่ครบถวนดว ย
สวนวสั ดบุ นั ทึกก็ควรไดร ับการพิจารณาอยา งรอบคอบ วา เอกสารใดควรบันทกึ ไวด วยวสั ดุใด เพราะสือ่ แตล ะประเภทมอี ายุ
ท่ีแตกตา งกัน โดยเฉพาะเอกสารดจิ ทิ ัล ทตี่ องหม่ันตรวจสอบใหท นั ตอความเปล่ยี นแปลงทางเทคโนโลยีอยูเสมอ
องค์ประกอบสําคญั ทมี ผี ลต่อการจดั ทาํ เอกสาร
ในการจดั ทำเอกสารแตละฉบบั มอี งคป ระกอบหลายดา นทส่ี ัมพนั ธกนั และสง ผลตอ การจัดทำเอกสาร เชน การกำหนด
วัตถุประสงคของการสรางใหชัดเจน จะมผี ลตอการเลอื กรปู แบบของเอกสาร องคป ระกอบดานบคุ คล มีผลตอการเลอื กใช
ภาษา ช้ันความลบั วธิ กี ารดำเนนิ การ มผี ลการกำหนดงบประมาณ การดแู ลเอกสาร ฯลฯ องคป ระกอบสำคัญทมี่ ีผลตอการ
จัดทำเอกสาร จำแนกไดด งั น้ี
การดําเนนิ งานเอกสารระหวา่ งกระแสการใช้งาน 181
ตาราง9.1 องคป ระกอบทม่ี ีผลตอ การจดั ทำเอกสาร
องคประกอบ รายละเอียด
วัตถปุ ระสงค ทำใหตัดสินใจวาตอ งจดั ทำเอกสารประเภทใด รปู แบบใด ตอ งใชเทคโนโลยอี ะไรในการจัดทำ
บคุ คล ผูจัดทำเอกสาร: ตอ งมที ักษะความรคู วามสามารถในการออกแบบและจดั ทำเอกสารระดับใด เปน
บุคคล หรือกลุม บุคคล ในกระบวนการจดั ทำเอกสารมผี เู กย่ี วของ 2 กลมุ คอื
● ผใู หกำเนิดเอกสาร (Origin of records) หมายถึง ผูเปน เจา ของความคิดหรอื เจาของ
เร่ือง เชน เจาหนาทผี่ ูรบั ผดิ ชอบในการปฏิบตั ิงานนนั้ หรือผรู างหนังสอื
● ผทู ำใหเอกสารบังเกดิ (Generator of records) หมายถงึ ผทู ่ีใชเ ทคนคิ วิธีการ เครอื่ ง
มอื เทคโนโลยี ทำใหเ กดิ เอกสาร เชน เจา หนา ทผ่ี พู ิมพ เจา หนาทปี่ อนขอ มูล
ในบางกรณีทั้งสองกลุมอาจเปน คนๆเดียวกนั ก็ได อยางไรก็ดกี ารกำหนดบทบาทหนาทค่ี วามรบั ผิด
ชอบในการจดั ทำเอกสารทชี่ ดั เจน ยอมทำใหการจดั ทำเอกสารขององคก ารเปน ระบบ และมี
ประสิทธภิ าพเพิม่ มากขึน้
ผสู ง : สงไปในนามของบุคคล หรอื องคการ
ผูรับ: รบั ในนามบคุ คลหรอื องคการ
วิธกี าร วธิ ีการนำเสนอเนอื้ หา: ตองนำเสนออยางไร รปู แบบใด
วธิ กี ารสง : สง อยางไร ดว ยเทคโนโลยอี ะไร ผา นตวั กลางแบบใด
วิธีจัดเก็บและคนคืน: เทคโนโลยี ระยะเวลา ความคุมคา
ตน ทนุ จำนวนท่ตี อ งผลิตในแตล ะครง้ั
งบประมาณคาใชจ า ย วัสดุ ครภุ ัณฑ
เทคนคิ วธิ กี ารจดั ทาํ เอกสาร
การจดั ทำเอกสาร อาจใชเทคนิควธิ ีการไดหลายแบบ ท้งั น้ขี ้นึ อยกู ับความเหมาะสมของแตละองคการ ดังนี้
● เขยี นตามคำบอก
● เขยี นตามคำบอกบางสวน และเขยี นเติมขอความบางสวนในแบบฟอรม
● เขียนเติมขอ ความในแบบฟอรม
● รา งแตง ดวยลายมอื
● จดบันทึกประเด็นและมอบใหผ รู บั ผดิ ชอบเรียบเรยี ง
● เขยี นตอบตอ สว นทายของเอกสารที่รับเขา มา
● จดชวเลข
182 การจัดการเอกสาร | Records Management
● เขียนและสง ไปรษณยี อ ิเล็กทรอนิกส
● จัดทำบันทึกสำหรบั แตละแฟม
● จดั ทำเอกสารโดยใชโปรแกรมประมวลผลคำ
● บนั ทึกขอ มลู ลงในฐานขอมูล
● บันทกึ เสียง/ภาพ
● แสกน
การจดั ทาํ แบบฟอร์ม
แบบฟอรม (Form) เปน เครอ่ื งมือในการปฏบิ ัติงานในแทบทกุ องคก ร สำหรับการส่อื สาร ส่ังการ แบบฟอรมทดี่ ีควรมี
ลักษณะดงั น้ี
● มชี ่อื และรหัสใหแ ยกแยะความแตกตา งไดเชน แบบ ภ.ง.ด.91, บ.ช.1
● มคี ำแนะนำในการกรอก หรือตวั อยาง
● จัดเรยี งลำดับใหม คี วามเหมาะสมอยางเปน ตรรกะเชน มีสวนตน สว นเนือ้ ความ สว นทา ย
● คำยอ /คำศัพทต างๆตอ งมีการอธิบายใหเ ขาใจตรงกนั
● มพี ้นื ทส่ี ำหรบั ลงลายมือชอื่ เพียงพอ
● ถา เปน แบบฟอรมดิจิทัล ควรใชการติก้ (Tick mask)
● ใช Drop-down list ชว ยในการกรอกแบบฟอรมดจิ ทิ ัล
● มีการกำหนดขอมูลบังคบั (Mandatory) ในการกรอกแบบฟอรม ดิจทิ ลั
● คำนงึ ถึงการปองกันความปลอดภยั ของขอ มลู และความเปนสว นตัวของผกู รอก
ท้งั นอี้ งคก ารควรตระหนักอยเู สมอวา แบบฟอรมตอ งชว ยลดความซ้ำซอ น ลดขัน้ ตอนการกรอกเอกสาร และชวยอำนวย
ความสะดวกแกผูใช เพราะไมม ผี ูใชค นใดชอบการกรอกขอ มลู จำนวนมาก หรือกรอกขอมลู ซำ้ ซอน
แบบเอกสาร
แบบเอกสาร (Documentary form) คือ องคประกอบภายนอกและภายในของเอกสารแตล ะชน้ิ /ฉบับ ทท่ี ำใหเอกสาร
แตล ะชิ้น/ฉบบั แตกตา งกนั และใชในการจำแนกเน้ือหา บุคคล และสถานที่ทเ่ี ก่ยี วขอ งกับเอกสารน้ัน (Duranti, 2018)
ในยคุ กลางของยุโรป แบบเอกสาร เปนสวนหนง่ึ ของวชิ าการศึกษาวิเคราะหเ อกสาร (Diplomatics) ซึ่งเปนสวนหนึง่ ของ
วชิ าท่ีนักจดหมายเหตใุ นกลุมประเทศแถบยุโรป ตองศึกษาเพ่ือใหเ กดิ ความเขาใจและสามารถวิเคราะหเ อกสารแตล ะฉบับได
อันจะชว ยใหส ามารถจดั การ ควบคุม ดแู ลรกั ษาเอกสารไดอยา งถกู ตองเหมาะสม และใชเปน กลไกในการพิสจู นความจรงิ แท
ของเอกสาร (สมสรวง พฤติกุล, 2546; Duranti, 2018)
แบบเอกสารแบงออกเปน 2 สวน คือ
การดําเนนิ งานเอกสารระหว่างกระแสการใช้งาน 183
● แบบเอกสารทางกายภาพหรอื ภายนอก (Physical/External/Extrinsic form) คือสว นที่เปน รปู รางหนา ตาของ
เอกสารที่สามารถสงั เกตเหน็ ไดท นั ที เชน วสั ดทุ ่ีใชจ ัดทำ ขอความ อกั ษร เครอ่ื งหมาย ตราประทับ รองรอย
ลายมอื หมายเหตุ คำอธบิ ายประกอบหรือบรรณนทิ ศั น (Annotation)
● แบบเอกสารทางปญ ญาหรือภายใน (Intellectual/Intrinsic form) คือสว นท่ีตอ งอา นและทำความเขา ใจรวมท้งั
วเิ คราะห สังเคราะห เชน วธิ ีการนำเสนอเนื้อหา ต้ังแตสวนนำ สว นเน้ือเรอ่ื ง และสวนทา ย ลีลา สำนวนการเขียน
จากการศึกษาของ สมสรวง พฤติกลุ (2546) พบวา ประเทศไทยเปน หนง่ึ ในจำนวนไมก ่ีประเทศท่ีมมี าตรฐานแบบเอกสาร
สำหรับหนังสอื ราชการอยา งเปนเอกลกั ษณเฉพาะ ดังทปี่ รากฏในระเบียบฯ วาดว ยงานสารบรรณฯ ทำใหหนว ยงาน
ราชการสามารถใชจดั ทำเอกสารไดอ ยางเหมาะสมกบั ลกั ษณะการใชง าน เปน แบบแผนปฏบิ ตั เิ ดียวกนั
ขนั ตอนการจัดทาํ หนังสือราชการ
ตามระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ สามารถสรปุ ขัน้ ตอนการจดั ทำหนังสอื ราชการ ได 9 ข้นั ตอน ดังนี้
1) กำหนดช้นั ความลับ ในกรณที ี่หนงั สือนัน้ มขี อมูลขา วสารลบั ซึง่ หากเปด เผยทั้งหมดหรือเพียงบางสว นจะกอ ใหเกดิ
ความเสียหายแกประโยชนแ หงรัฐ ตองปฏิบัตติ ามระเบียบวา ดวยการรักษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.2545
ชั้นความลับของขอมูลขาวสารลบั มี 3 ประเภท คอื
● ลับทส่ี ุด (Top secret) หมายความถงึ ขอมลู ขา วสารลบั ซ่ึงหากเปดเผยทง้ั หมดหรอื เพยี งบางสว นจะกอ
ใหเกิดความเสยี หายแกประโยชนแ หงรัฐอยางรายแรงทสี่ ุด
● ลบั มาก (Secret) หมายความถึง ขอ มลู ขาวสารลับซงึ่ หากเปดเผยทั้งหมดหรือเพียงบางสวนจะกอใหเกดิ
ความเสยี หายแกป ระโยชนแ หงรัฐอยา งรา ยแรง
● ลบั (Confidential) หมายความถึง ขอ มลู ขาวสารลบั ซึง่ หากเปดเผยทง้ั หมดหรอื เพยี งบางสว นจะกอให
เกดิ ความเสียหายแกประโยชนแหง รัฐ
โดยผมู ีอำนาจในการกำหนดช้นั ความลบั คอื หวั หนาหนว ยงานของรัฐ เชน อธิบด,ี ผูวา ราชการจงั หวดั , นายก
เทศมนตรี นายกเมืองพทั ยา, อธกิ ารบด,ี ผูบรหิ ารกิจการของรัฐวสิ าหกจิ ฯลฯ ตอ งมเี จา หนาท่ีควบคุมรับผิดชอบ
การดำเนินการเกีย่ วกับขอมลู ขาวสารลบั ทำหนา ที่เกบ็ รักษา ลงทะเบยี น รบั สง ทำลาย เรยี กวา นายทะเบยี น
ขอมูลขา วสารลบั และอาจแตง ตงั้ ผูชว ยนายทะเบียนขอมลู ขา วสารลบั ดว ยก็ได ซง่ึ การกำหนดช้นั ความลบั น้นั จะ
ตอ งพิจารณาอยา รอบคอบเพอ่ื ไมใหเสียหายตอ ทางราชการ และตองคำนึงถงึ ภาระของงานสารบรรณทจ่ี ะตามมา
เนือ่ งจากเอกสารลบั นัน้ จะมกี ารปฏิบัตทิ พ่ี เิ ศษกวา เอกสารปกติ ไมวา จะเปน การจดั ทำ การรับ การสง การเกบ็
รักษา และทำลาย
2) กำหนดชัน้ ความเรว็ ในกรณีทห่ี นงั สอื ที่ตอ งปฏิบตั ิใหเ ร็วกวา ปกติ ตอ งจดั สงและดำเนนิ การทางสารบรรณดว ย
ความรวดเร็วเปนพเิ ศษ มี 3 ประเภท คอื
184 การจดั การเอกสาร | Records Management
● ดว น คอื ใหเ จา หนา ที่ปฏบิ ตั ิในทนั ทที ไ่ี ดรับหนงั สือนั้น
● ดว นมาก คือ ใหเ จา หนาทีป่ ฏิบตั ิโดยเร็ว
● ดวนทสี่ ุด คอื ใหเ จา หนาทีป่ ฏบิ ัติเรว็ กวา ปกติ เทาทจ่ี ะทำได
นอกจากน้ีในกรณที ี่ตอ งการใหห นงั สอื สงถงึ ผูรบั ภายในเวลาท่ีกำหนด โดยใหร ะบคุ ำวา “ดว นภายใน” แลว ลง วัน
เดือน ป และกำหนดเวลาทต่ี อ งการใหหนังสือน้ันไปถึงผรู บั มีขอสังเกตวาในระเบียบฯ วา ดวยงานสารบรรณฯ
มิไดมีการระบผุ มู ีอำนาจหนาทใี่ นการกำหนดชั้นความเร็วไว แตล ะหนว ยงานจึงควรพิจารณามอบหมายใหมีผทู ำ
หนา ทน่ี ี้เพอื่ หนาพจิ ารณาอยา งรอบคอบ โดยคำนึงถงึ ภาระทจี่ ะตามมาอันเน่ืองจากหนงั สือท่ีมชี ั้นความเร็ว มเิ ชน
นน้ั จะทำใหเ กดิ ภาระของงานสารบรรณทจี่ ะตามมา เชน การท่ีเจา หนาที่ตองเรง ในการรับ การสง การปฏบิ ัติ ซง่ึ
หากไดกำหนดผูมีอำนาจหนาท่ีไวชัดเจน ก็จะชวยปองกนั กรณดี งั กลา วได
3) การรา งหนังสือ โดยปกติเจาของเร่ืองทผี่ ูบงั คับบัญชามอบหมายจะเปน ผรู างหนังสอื หลงั จากไดศกึ ษาและเขาใจ
เรื่องถอ งแทแ ลว จึงดำเนนิ การรา งเพือ่ เสนอผบู ังคับบญั ชาตรวจแกไขตอ ไป
4) การตรวจแกไข เมือ่ เจา ของเรื่องรา งหนงั สอื เสรจ็ แลว จะเสนอผูบังคบั บญั ชาตรวจแกไ ขตามลำดบั ชนั้ ท่ีกำหนดไว
หรือแลวแตก รณี เชน อาจเปนหัวหนา งาน หัวหนา ฝาย ถึงหัวหนากอง หรือบางกรณีอาจถงึ รองหวั หนา สวน
ราชการระดบั กรม เพ่ือพิจารณาแกไขรา งใหถ กู ตอง เหมาะสมกอ นพิมพตอ ไป
5) การพิมพ ในอดตี หนวยงานราชการมักมตี ำแหนง พนกั งานพิมพด ดี , เจาหนา ท่ีบันทึกขอ มลู ทำหนาทพ่ี ิมพหนังสอื
หรอื บันทึกขอ มลู ดว ยเคร่ืองพิมพดดี ตรวจทานหนังสอื เรียงกระดาษ เย็บรวบรวมเรอ่ื ง รางหนังสอื โตตอบ ทำ
บันทึก รับ-สงลงทะเบียนหนังสือ เก็บและคน หาหนังสือ ปจจุบนั หนา ทพี่ มิ พหนังสือราชการ มักมอบหมายใหเปน
หนาทขี่ อง เจาพนักงานธรุ การ และใชเ ครอ่ื งคอมพวิ เตอรในการพมิ พแทนเคร่ืองพิมพดีด
6) การตรวจทาน มกั เปน หนา ทขี่ องเจาพนกั งานธุรการโดยตรง ที่ตอ งตรวจทานความถูกตอ งของการพิมพ และแกไ ข
เมอ่ื พบคำผิด อยา งไรก็ตาม เจา ของเรอื่ งควรตรวจทาน เพื่อความถูกตอ งสมบูรณอกี ครง้ั
7) การเสนอผูบงั คับบญั ชา เม่ือหนังสือไดพมิ พถ กู ตองแลว เจา ของเร่ืองจะเขียนบนั ทึกสรปุ เรอ่ื งเสนอผูบงั คับบญั ชา
ไดลงนาม โดยสวนราชการตา งๆอาจมีแบบฟอรมท่ีจะมสี รปุ เน้ือหาของหนงั สอื และระบุผบู งั คับบัญชาช้ันสงู สุดที่
เสนอ
8) การตรวจเรอื่ งผาน หนงั สอื จะเสนอผานผบู ังคับบญั ชาตามลำดบั ชน้ั ซึง่ จะเปนไปตามระเบียบของทางราชการ เพอ่ื
ตรวจความถกู ตอง เสนอความเหน็ และอ่ืนๆแลวแตก รณี จนถึงผูบงั คับบัญชาแตล ะชนั้ ทห่ี นงั สือผานจะลงนาม
กำกบั ไวทุกคร้ัง
9) การลงนาม โดยผมู อี ำนาจตามท่ีกำหนดไว ทำใหห นงั สือนนั้ มผี ลโดยสมบูรณ ซง่ึ ปจ จบุ นั สามารถลงนามดวย
ลายมือช่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส
การดําเนินงานเอกสารระหวา่ งกระแสการใชง้ าน 185