The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ม.หาดใหญ่ บริหารการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ratisorn Tingsa-nga, 2023-10-30 01:29:05

แนวข้อสอบวิจัย 1/66

ม.หาดใหญ่ บริหารการศึกษา

1. ความครอบคลุมเนื้อหา เกณฑ ก. พิสูจนสิ่งที่รวมและที่ตัดออกของวรรณกรรมวามีความสอดคลองกับงานวิจัยอยางไร 2. การสังเคราะห เกณฑ ข. ◦ มีการกําหนดตําแหนงของปญหาหรือหัวขอทางวิชาการที่ชัดเจน ◦ แสดงทัศนะงานวิจัยในบริบทความเปนมาในสาขานั้น ◦อภิปรายและแกไขความไมชัดเจนในนิยามศัพท ◦ เชื่อมโยงตัวแปรที่สําคัญกับปรากฏการณที่เกี่ยวของกับหัวขอวิจัย ◦สังเคราะหและไดรับมุมมองใหมจากวรรณกรรม เกณฑการตรวจสอบวาการทบทวนวรรณกรรม ดีแลวหรือยัง Bootesและ Beile (อางถึงใน Randolph, 2009)


เกณฑการตรวจสอบวาการทบทวนวรรณกรรม ดีแลวหรือยัง (ตอ) Bootesและ Beile (อางถึงใน Randolph, 2009) 3. วิธีการ เกณฑ ค. - ระบุถึงวิธีการที่สําคัญและเทคนิคการวิจัยที่ถูกน ามาใชใน สาขานั้นรวมทั้งขอดีและขอเสีย - วิพากษความเหมาะสมของวิธีการด าเนินการวิจัยเพื่อรับรองการพัฒนาแนว ทางการวิจัย 4. ความสําคัญ เกณฑ ง. ใหเหตุผลของความสําคัญของปญหาการวิจัยหรือทางวิชาการอยางเหมาะสม 5. ภาษาและการโนมนาวใจ เกณฑ จ. ถูกเขียนดวยความเชื่อมโยง มีโครงสรางที่ชัดเจนที่สนับสนุนการทบทวน วรรณกรรม


มอบหมายงาน เรื่องที่ ผูวิจัย ชื่อเรื่อง วัตถุประสงคการวิจัย ตัวแปรที่ศึกษา กลุมตัวอยาง เครื่องมือที่ใชในการ วิจัย การวิเคราะหขอมูล ผลการวิจัย 1 1. ใหสืบคน และสรุปขอมูลงานวิจัยที่เกี่ยวของกับประเด็นที่สนใจทําวิจัย คนละ 10 เรื่อง (เปนงานวิจัยภายในประเทศ 8 เรื่อง และงานวิจัยตางประเทศ 2 เรื่อง) 2. เปนงานวิจัยที่ทันสมัย ยอนหลังไมเกิน 7 ป (ตีพิมพเผยแพรระหวางป พ.ศ. 2560 - 2566) 3. สรุปขอมูลลงในตารางสรุปผลการสืบคนขอมูลงานวิจัย สงวันเสารที่ 9 ก.ย.66


Q & A


การสรางและหาคุณภาพเครื่องมือวิจัย ดร.จิราภรณ เรืองยิ่ง สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร


1. สราþแบบวัดใหตรþกับวัตถุประสþค หลักการสราþเครื่อþมือวิÿัย


สาเหตุที่ไมตรþกับวัตถุประสþค • ไมเขาใÿสิ่þที่ÿะวัด • ใāวิธีไมถูกตอþ/ เครื่อþมือไมเหมาะสม • วัดไดไมครบถวน


ใāเครื่อþมือที่ดีและเหมาะสม มีความยุติธรรม • เครื่อþมือที่ใāวัด - วัดไดครอบคลุมทุกเรื่อþ - ไมลําเอียþ • การดําเนินการวัด - ไมบอกใบระหวาþที่มีวัด - ไมสþเสียþรบกวน แปลผลไดถูกตอþ ใāผลการวัดใหคุมคา


เครื่องมือที่ใชในงานวิจัย แบบสอบถาม (Questionnaire) แบบสัมภาษณ (Interview) ฯลฯ


แบบสอบถามสวนใหญÿะอยูในรูปขอþคําถามเปนāุดๆ เพื่อวัดสิ่þที่ ตอþการÿะวัด โดยมีคําถามเปนตัวกระตุนใหบุคคลแสดþพฤติกรรม ตาþๆ ออกมา เปนเครื่อþมือที่นิยมใāวัดทาþดานÿิตพิสัย (Affective Domain) และบาþครั้þÿะใāควบคูกับการสัมภาษณ แบบสอบถาม (Questionnaire)


สวนที่ 1 คําāี้แÿþในการตอบแบบสอบถาม 1.1 ÿุดมุþหมายขอþการสอบถาม 1.2 ลักษณะขอþการสอบถาม 1.3 แสดþความรับผิดāอบ 1.4 ตอนสุดทายขอþคําāี้แÿþควรกลาวขอบคุณในความรวมมือ สวนที่ 2 สถานภาพทั่วไป (รายละเอียดสวนตัวขอþผูตอบ เāน อายุ เพศ เปนตน) สวนที่ 3 ขอคําถามเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ÿะวัด อาÿแยกออกเปนพฤติกรรมยอยๆ แลวสราþขอคําถามวัดพฤติกรรมยอยๆ นั้น โครþสราþขอþแบบสอบถาม


1. กําหนดประเด็นหลัก หรือพฤติกรรมที่ตอþการÿะวัดใหครบถวน วามีประเด็นอะไรบาþ 2. กําหนดรูปแบบขอþการสอบถาม 3. สราþคําถามตามÿุดมุþหมาย หรือรูปแบบ และÿํานวนขอในประเด็นตาþๆ ที่กําหนดไว 4. ตรวÿทาน แกไขขอคําถาม หลักการสราþแบบสอบถาม


5. นําแบบสอบถามไปทดลอþใā (Try Out) (ทดลอþใāกับกลุมที่มีลักษณะใกลเคียþกับ กลุมที่ÿะไปเก็บขอมูลÿริþ) 6. วิเคราะหคุณภาพขอþแบบสอบถาม โดยนําผลÿากการทดลอþมาวิเคราะหเพื่อหาขอบกพรอþ ขอþแบบสอบถาม 7. ÿัดพิมพเปนแบบสอบถามĀบับÿริþ เพื่อนําไปใāเก็บรวบรวมขอมูลในการวิÿัย หลักการสราþแบบสอบถาม


1. ควรใāขอความสั้น กะทัดรัด ไมควรยาวÿนเกินไป 2. ขอความหรือภาษาที่ใāตอþāัดเÿนเขาใÿþาย โดยตอþระมัดระวัþในเรื่อþเหลานี้ - หลีกเลี่ยþคําถามที่เปนปฏิเสธ - ควรขีดเสนใตคําที่ตอþการเนนเปนพิเศษ - ไมควรใāคําเนน เāน บอยๆ ทันที ฯลฯ - อยาใāคําที่มีความหมายหลายนัย เพราะอาÿทําใหผูตอบตีความไมเหมือนกัน ลักษณะแบบสอบถามที่ดี


3. ไมใāคําถามนํา หรือเสนอแนะใหตอบ 4. ไมถามในเรื่อþที่เปนความลับ หรือคอนขาþเปนสวนตัวมากเกินไป 5. ขอคําถามตอþเหมาะสมกับผูตอบ คือ ตอþคํานึþถึþระดับการศึกษา สติปญญา 6. คําถามขอหนึ่þๆ ควรถามเพียþเรื่อþเดียว เพื่อใหไดคําตอบที่āัดเÿนและตรþÿุด ลักษณะแบบสอบถามที่ดี


1. แบบสอบถามāนิดปลายเปด (Open Ended Form) แบบสอบถามāนิดนี้ไมไดกําหนดคําตอบไว เพื่อเปดโอกาสใหผูตอบเขียนตอบอยาþอิสระ ดวยความคิดขอþตัวเอþ ÿึþมักÿะไมÿูþใÿผูตอบและเสียเวลาในการตอบคอนขาþมาก รูปแบบขอþแบบสอบถาม


ตัวอยาþแบบสอบถามāนิดปลายเปด 1) ทานมีเหตุผลอะไรในการเลือกเรียนทาþวิāาāีพครู .................................................................................................................................. ................................................................................................................................. 2) ทานāอบวิāานี้ในเรื่อþใดบาþ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................


2. แบบสอบถามāนิดปลายปด (Closed Ended Form) แบบสอบถามāนิดนี้ ประกอบดวย ขอคําถามและตัวเลือก (คําตอบ) Ăึ่þตัวเลือกนี้สราþขึ้น โดยคาดวาผูตอบสามารถเลือกตอบไดตามความตอþการ การสราþยากกวาแบบสอบถามปลายปด และใāเวลาในการสราþมากกวา แตผูตอบÿะ ตอบไดþายกวา นอกÿากนี้ขอมูลที่ไดสามารถนําไปวิเคราะหในเāิþปริมาณ และสรุปผลไดþาย


ตัวอยาþแบบสอบถาม ลักษณะมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) มุþใหผูตอบพิÿารณาขอความที่ถามออกมาเปนระดับ เพียþคําตอบเดียวÿากมาตรา สวนประมาณคา ที่มีระดับพิÿารณาตั้þแต 3 ระดับขึ้นไป Ăึ่þควรมีระดับตรþกลาþเปน ÿุดสมดุลเสมอ


คือ การสนทนาหรือการพูดโตตอบกันอยาþมีÿุดมุþหมาย เพื่อคนหาความรูความÿริþ ตามวัตถุประสþคที่กําหนดไวลวþหนา ประกอบดวยบุคคล 2 ฝาย คือผูสัมภาษณ และผูถูกสัมภาษณ รูปแบบการสัมภาษณแบþเปน 2 āนิด ดัþนี้ 1. การสัมภาษณแบบไมมีโครþสราþ (Non Structured Interview or Unstructured) 2. การสัมภาษณแบบมีโครþสราþ (Structured Interview) แบบการสัมภาษณ(Interview)


1. การสัมภาษณแบบไมมีโครþสราþ (Non Structured Interview or Unstructured) คือ การสัมภาษณที่ไมใāแบบฟอรมการสัมภาษณ ไมÿําเปนตอþใāคําถามที่ เหมือนกันกับผูถูกสัมภาษณทุกคน แตผูสัมภาษณตอþใāเทคนิคและ ความสามารถเĀพาะตัว เพื่อใหไดคําตอบÿากผูถูกสัมภาษณตามÿุดมุþหมาย ที่ตั้þไว การสัมภาษณāนิดนี้อาÿใหผูตอบแสดþความคิดเห็นออกมาโดยอิสระ


2. การสัมภาษณแบบมีโครþสราþ (Structured Interview) คือ การสัมภาษณโดยใāแบบฟอรมที่สราþขึ้นไวแลวเปนแนวทาþในการถาม เปนการสัมภาษณที่ใāคําถามเหมือนกันกับทุกคน การสัมภาษณลักษณะนี้ÿะไม คอยยืดหยุน มีขอดี คือ สามารถÿัดหมวดหมูขอมูลไดþายและสะดวกในการ วิเคราะห สรุปผล


รูปแบบการสัมภาษณ 1. สวนที่หนึ่þ สวนที่ใāบันทึกขอมูลเกี่ยวกับการสัมภาษณ เāน āื่อโครþการ āื่อเรื่อþ วัน/เดือน/ป āื่อผูสัมภาษณ เปนตน 2. สวนที่สอþ เปนรายละเอียดสวนตัวขอþผูถูกสัมภาษณ ในสวนนี้ยัþไมเกี่ยวกับเรื่อþที่ÿะ สัมภาษณ เāน เพศ อายุ ศาสนา อาāีพ เปนตน 3. สวนที่สาม เปนรายละเอียดเกี่ยวกับการสัมภาษณคือเปนขอคําถาม คําตอบที่ตรþกับ ÿุดมุþหมายขอþการสัมภาษณ


1. การเตรียมตัวกอนการสัมภาษณ - ทําความเขาใÿในสาระสําคัญขอþการสัมภาษณ - ควรบอกÿุดมุþหมายในการสัมภาษณใหāัดเÿน หลักทั่วไปในการสัมภาษณ


2. การดําเนินการสัมภาษณ - ตอþสราþบรรยากาศที่ดีในการสัมภาษณ - ใāการสัมภาษณแบบตัวตอตัว - ตอþใāไหวพริบสัþเกตความเหมาะสมในการสัมภาษณ - ระหวาþการสัมภาษณ ผูสัมภาษณไมควรเรþรัดคําตอบÿากผูถูกสัมภาษณ - ควรหลีกเลี่ยþคําถามที่āี้แนะคําตอบ - ควรระมัดระวัþคําพูดและภาษาที่ใā - ผูสัมภาษณตอþหลีกเลี่ยþการวิพากษ วิÿารณหรือสั่þสอนผูถูกสัมภาษณ - เมื่อสิ้นสุดการสัมภาษณ ควรกลาวขอบคุณผูถูกสัมภาษณที่ใหความรวมมือเปนอยาþดี


3. การÿดบันทึกคําตอบในแบบสัมภาษณ - ตอþÿดบันทึกคําตอบทันทีหลัþÿากสัมภาษณแลว เพื่อปอþกันการหลþลืม - ควรบันทึกเĀพาะเนื้อหาสาระเทานั้น และไมควรใสความคิดเห็นขอþผูสัมภาษณลþไป - ในการสัมภาษณหากไมไดคําตอบในคําถามใด ผูสัมภาษณควรบันทึกเหตุผลไวดวย


วิธีหาคุณภาพเครื่อþมือวัดผล


1. ความเที่ยþตรþ การหาคาความเที่ยþตรþเāิþเนื้อหา (Content Validity) เปนการหาคาความเที่ยþตรþ ที่ใหผูเāี่ยวāาญพิÿารณาวาขอสอบ หรือขอคําถามแตละขอ วัดไดตรþตามสิ่þที่ตอþการวัด เนื้อหาหรือวัตถุประสþคการเรียนรูมากนอย เพียþใด โดยใāเกณฑการประเมิน ดัþนี้ ใหคะแนน +1 หมายถึþ แนใÿวาขอสอบวัดÿุดประสþค/เนื้อหานั้น ใหคะแนน 0 หมายถึþ ไมแนใÿวาขอสอบวัดÿุดประสþค/เนื้อหานั้น ใหคะแนน -1 หมายถึþ แนใÿวาขอสอบไมวัดÿุดประสþค/เนื้อหานั้น


นําขอมูลที่ไดÿากการพิÿารณาขอþผูเāี่ยวāาญ มาหาคาความสอดคลอþ ระหวาþขอคําถามแตละขอกับÿุดประสþคหรือเนื้อหา (Index of Item-Objective Congruence หรือ IOC) ÿาก สูตร เมื่อ แทน ผลรวมขอþคะแนนการพิÿารณาขอþผูเāี่ยวāาญ N แทน ÿํานวนผูเāี่ยวāาญ เกณฑการตัดสินคา IOC ถามีคา 0.50 ขึ้นไป แสดþวา ขอคําถามนั้นวัดไดตรþ ÿุดประสþค หรือตรþตามเนื้อหานั้น แสดþวา ขอคําถามขอนั้นนําไปใāได


ตัวอยาþ


2. ความเāื่อมั่น (Reliability) เป็นความคงเส้นคงวาของคะแนนในการวัดแต่ละครัÊง หรือ ความคงทีÉของผลการวัด ผลของการวัดไม่ว่าจะเป็นคะแนนหรือ อันดับทีÉก็ตาม เมืÉอวัดได้ผลออกมาแล้วสามารถเชืÉอถือได้ในระดับสูง จนสามารถยืนยันได้ว่าถ้ามีการตรวจสอบผลซํÊาอีกไม่ว่ากีÉครัÊงก็จะ ได้ผลใกล้เคียงและสอดคล้องกับผลการวัดเดิม


วิธีหาคาความเāื่อมั่นขอþแบบทดสอบ ใหคะแนนแบบ 0,1 (ผิดได 0, ถูกได 1) ใāสูตรขอþคูเดอรและริāารดสัน Kuder-Richardson (KR-20, KR-21) วิธีหาความเชื่อมั่น (Reliability) วธ ิี หาค ่ าความเชื É อม É ั นของแบบสอบถาม ใชส้ ต ู รคา ํ นวณสม ั ประส ิ ทธ ิ Í แอลฟ่ าของครอนบาค (Cronbach Alpha Coefficient Reliability)


วธ ิี หาค ่ าความเชื É อม É ั นของแบบสอบถาม ใชส้ ต ู รคา ํ นวณสม ั ประส ิ ทธ ิ Í แอลฟ่ าของครอนบาค (Cronbach Alpha Coefficient Reliability)


1 Analyze Scale Reliability Analysis


2 3


4


ผล output คา Alpha if item deleted เปนคาสัมประสิทธิ์แอลฟาที่คํานวณได เมื่อคําถามขอนั้นถูกตัดออก


การรายงาน คุณภาพ เครืÉองมือวิจัย ไมม่ต้อ


Q&A


Q&A


CONCEPT OF STATISTICAL ANALYSIS Asst.Prof. DR. KITTIPORN NAWSUWAN (Ph.D., M.A., B.P.H.) BOROMARAJONANI COLLEGE OF NURSING, SONGKHLA PRABOROMARAJCHANOK INSTITUTE สถาบันพระบรมราชชนก PRABOROMARAJCHANOK INSTITUTE


Population (N) Parameters µ σ ρ Sample (n) Statistics SD Rxy Basic of Statistics


Types of statistics Descriptive Statistics Inferential Statistics Mean, Median, Mode, Range, Variance, Standard deviation, Standard scores Using data from a subset (sample) of a large group(population) to make inferences about the large group base on random sampling Nonparametric Statistics (สถิติไม่มีพารามิเตอร์) “ …makes possible useful decision without assumption the nature of the data distribution” Free Distribution ตัวแปร Nominal Ordinal Interval Ratio กลุ่มประชากรไม่จําเป็นต้องมีความแปรปรวนเท่ากัน Parametric Statistics (สถิติมีพารามิเตอร์) “ …based upon certain assumption about the nature of the distribution and the types of measures used” ตัวแปรตามอย่างน้อยต้องเป็น Interval Normal distribution กลุ่มประชากรจะต้องมีความแปรปรวนเท่ากัน ·ดังปก ~- วั น นอ อ้างอ ไม่น่าเชื


ถูกจัดเป็นกลุ่มๆ จัดลําดับก่อนหลัง ไม่ได้ บอกระยะห่างไม่ได้ คํานวณไม่ได้ Nominal Scale Ordinal Scale Interval Scale Ratio Scale ถูกจัดเป็นกลุ่มๆ จัดลําดับก่อนหลังได้ บอกระยะห่างไม่ได้ คํานวณไม่ได้ ถูกจัดเป็นกลุ่มๆ จัดลําดับก่อนหลังได้ บอกระยะห่างได้ คํานวณได้ Non absolute zero ถูกจัดเป็นกลุ่มๆ จัดลําดับก่อนหลังได้ บอกระยะห่างได้ คํานวณได้ Absolute zero Types of Measurement Scales ไมม่ วันสถิติที่เบนพา พารามิเตอ นามสัญญ อันดับบั / อันตรภาดร อัตราส่ / จิสสถิติพิมิมีพารา ( / / / ประกวด นาง ทดสอ 19, อุณหภูช ิ น เพศ 1 เร่่อ /ไม่เร งาม , ค.ชอบ ความพึงพอใ #


Pearson’s correlation r Chi – square Test 2 Statistic Variable IV DV IV DV Output Assumption Significance Expected Frequency < 5 no more 20% Significance Direction Correlation Level Normality Linearity Testing the relationship of variables ตัวแปรจิส ตัวแป ตาม #ใช แบบสอบถา ค.สัมน / พิศตา ระดับต.สัมพ


Click to View FlipBook Version