The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ม.หาดใหญ่ บริหารการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ratisorn Tingsa-nga, 2023-10-30 01:29:05

แนวข้อสอบวิจัย 1/66

ม.หาดใหญ่ บริหารการศึกษา

1. การÿุมตัüอยางแบบงาย (Sample Random Sampling) 2. การÿุมตัüอยางแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling) 3. การÿุมตัüอยางแบบแบงชั้น (Stratified Sampling) 4. การÿุมตัüอยางแบบกลุม (Cluster Sampling) 5. การÿุมตัüอยางแบบĀลายขั้นตอน (Multi-stage Stage sampling) การสุมกลุมตัวอยางโดยใชหลักความนาจะเปน (Probability Sampling)


การสุมตัวอยางแบบงาย (Sample Random Sampling) เปนวิธีที่เหมาะกับประชากรที่มีขนาดเล็ก ซึ่งมีลักษณะโดยทั่วไปคลายๆ กัน ประชากรทุกหนวย มีโอกาสถูกเลือกเทาๆ กัน สามารถทําไดโดย • วิธีการจับฉลาก : เปนการสุมตัวอยางที่งายมาก ดําเนินการโดยรวบรวมรายชื่อของ ประชากรทั้งหมด แลวนํามาจัดทําฉลาก ผูวิจัยหยิบฉลาก ชื่อจนครบจํานวนที่ตองการ • ใชตารางเลขสุม : ดําเนินการโดยกําหนดใหหนวยตาง ๆ ในประชากรแลวสรางกฎในการ เลือกตัวเลขจากจาตารางเลขสุม ถาเลือกไดหมายเลขใด หนวยตัวอยางที่หมายเลขนั้น ก็จะเปนสวนหนึ่งของตัวอยางงานวิจัยนั้น


การสุมตัวอยางแบบมีระบบ (Systematic Random Sampling) Āมายถึง การÿุมตัüอยางโดยใชคüามนาจะเปน โดยทุก ๆ k Āนüยตัüอยาง จะมีตัüอยาง ที่ÿุมได 1 ตัüอยาง การÿุมตัวอยางแบบนี้ใชในการณีที่ประชากรมีĀนวยตัวอยางเรียงลําดับกันอยู เชน รายชื่อบุคลากรในĀนüยงานเรียงลําดับตามเลขที่ตําแĀนง รายชื่อนักเรียนเรียงตามเลขประจําตัü ·อายุการทําง มากกว่ เลขขทีคําเ


การสุมตัวอยางแบบแบงชั้น (Stratified Sampling) เป็นการสมตวอยางในกรณทประชากรทีÉต้องการศึกษาประกอบด้วย กลมยอยหลายกลมทมลกษณะแตกตางกนใชวธการแบงประชากร ออกเปนก ลมยอยภายในแตละกลมยอยจะมลกษณะเหมอนกนหรือลักษณะ เดยวกน


เอมูร ัง


ตว ั อยา ่ ง


-


การสุมตัวอยางแบบกลุม (Cluster Sampling)


การสุมตัวอยางแบบหลายขั้นตอน (Multistage Stage sampling)


ตว ั อยา ่ ง


เปรียบเทียบวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยใช้หลักความน่าจะเป็ น


เปรียบเทียบวิธีการÿุมกลุมตัวอยางโดยใชĀลักความนาจะเปน


วิธีการÿุมกลุมตัวอยางโดยไมคํานึงถึงความนาจะเปนที่ĀนวยตัวอยางแตละĀนวย จะถูกเลือก ซึ่งใชในงานวิจัยที่มีวัตถุประÿงคเฉพาะ ไมตองการÿรุปอางอิงไปยัง กลุมประชากร - การÿุมแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) - การเลือกแบบกําĀนดโคüตา (Quota Sampling) - การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) วิธีการÿุมกลุมตัวอยางโดยไมใชĀลักความนาจะเปน (Non-Probability Sampling)


ลักษณะของกลุมตัวอยางที่ Purposeful Sampling 1. สุดขั้ว เชน เด็กอัจฉริยะ เด็กที่มีความยากลําบากในการเรียนพิเศษ 2. มีประสบการณมากในเรื่องนั้นๆ เชน ศึกษาการปรับตัวในการบริหาร โรงเรียน ของผูบริหารโรงเรียนที่ตั้งอยูในพื้นที่สีแดง 3. มีลักษณะเหมือนกัน คิดวากลุมมีลักษณะเหมือนๆกัน (Homogenious) ศึกษารูปแบบการบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนที่มีผูบริหารสถานศึกษา เปนผูหญิง (เลือกเฉพาะโรงเรียนที่มีผูบริหารสถานศึกษาเปนผูหญิง )


ดร.จิราภรณ เรืองยิ่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร การทบทวนวรรณกรรม (Literature Review)


ความหมายของการทบทวนวรรณกรรม “การคนควา ศึกษา รวบรวม และประมวลเอกสารตางๆ เชน ตํารา ผลงานวิจัย บทความ เอกสารทางวิชาการ ที่เกี่ยวของกับเรื่องหรือประเด็นที่ทําการวิจัย เพื่อชี้ใหเห็น สภาพปจจุบันขององคความรูเกี่ยวกับแนวความคิด ระเบียบวิธีวิจัย ผลการวิจัย ขอจํากัด ขอเสนอแนะจากการวิจัยที่ผานมา กอนจะลงมือทําการวิจัยของตนเอง อาจมีการทบทวนเพิ่มเติมหลังจากที่ไดลงมือทําไปไดบางแลวก็ได”


ทําไมตองทบทวนวรรณกรรม? • ยังไมมีหัวขอวิจัย ไดแนวคิด เกิดคําถามงานวิจัยใหม • มีหัวขอวิจัยแลว ปองกันการทํางานซ้ําซอนกับผูอื่น • วิธีเรียนลัด: แนวคิดทฤษฎี ความรูใหม, กระบวนการทําวิจัย, ปญหาที่อาจประสบระหวางการทําวิจัย • ชวยการนิยาม ปญหาวิจัย และ ตัวแปร การตั้งสมมติฐาน การวางขอบเขตงานวิจัยและการสรางกรอบแนวคิด ในการวิจัย การเลือกกลุมตัวอยาง • เปนฐานในการพัฒนา หรือเลือกเครื่องมือวิจัยที่เหมาะสม • มีแนวทางในการสืบคนขอมูลในเชิงลึก และกวางมากขึ้น


ความสําคัญ 1. ทําใหสามารถทราบวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน อยางไร 2. เกิดความรอบรูในปญหาการวิจัยที่จะศึกษา 3. อาจไดแนวคิดจากงานวิจัยในอดีตเปนตนแบบ 4. ทําใหผูวิจัยทราบวา * ปญหาวิจัยเรื่องนั้น ๆ ไมนาทํา หรือมีคนทําเยอะแลว * วิธีการที่เราใชศึกษานั้นยังมีขอบกพรอง ทราบวิธีการที่ดีกวา


การนําผลการทบทวนวรรณกรรมไปใชในการวิจัย การเลือกเรื่องวิจัย/ การกําหนดหัวขอวิจัย หัวขอวิจัยชัดเจนยิ่งขึ้น การกําหนดปญหาการวิจัย การกําหนดปญหาการวิจัย ไดรัดกุมมากยิ่งขึ้น การกําหนดความเปนมา ความสําคัญของปญหา ทําใหมีเหตุผล กวางขวางมากยิ่งขึ้น


การนําผลการทบทวนวรรณกรรมไปใชในการวิจัย การกําหนดสมมุติฐาน การวิจัย ถูกตอง รัดกุมมากยิ่งขึ้น การกําหนดนิยามศัพท ไดนิยามที่ชัดเจน และวัดได การกําหนด ขนาดกลุมตัวอยาง ไดกลุมตัวอยาง ที่มีความเหมาะสม


การนําผลการทบทวนวรรณกรรมไปใชในการวิจัย การกําหนดเครื่องมือ ที่ใชในการวิจัย เลือกใชและสรางไดถูกตอง การวิเคราะหขอมูล เลือก และใชสถิติ ไดเหมาะสม


วิธีการทบทวนวรรณกรรม กําหนดเรื่องและขอบเขตเรื่องที่จะทบทวน กําหนดแหลงสารสนเทศที่จะสืบคน ทบทวนวรรณกรรม อาน วิเคราะห พิจารณาความนาเชื่อถือ บันทึกการทบทวนวรรณกรรม เขียนบททบทวนวรรณกรรม


ประเด็นที่ตองทบทวนวรรณกรรม เกี่ยวของกับชื่อเรื่อง/ปญหาในการวิจัย เพื่อเขียนภูมิหลัง ความสําคัญและที่มาของปญหาไดชัดเจน เกี่ยวของกับตัวแปร เพื่อใชกําหนดตัวแปรที่ใชในการวิจัยนําไปสูกรอบแนวคิดในการวิจัย เกี่ยวของกับคําถามการวิจัย เพื่อใชชวยในการอภิปรายผลวิจัย เกี่ยวของกับสมมุติฐาน เพื่อจะไดมีเหตุผลวาทําไมถึงกําหนดเชนนั้น เพื่อนํามา อภิปรายผล สนับสนุน/โตแยงผลการวิจัยที่ได/เปรียบเทียบกับ ทฤษฎีหรืองานวิจัยอื่น


แหลงสืบคนวรรณกรรม ฐานขอมูลการเขาถึงแหลงขอมูล ความทันสมัย หองสมุด/internet ◦Book (E-Book, OPAC etc.) ◦Thesis (Thailis, E-Theses, ProQuest etc. ) ◦Periodic Publication (SCOPUS, ฐาน TCI, etc.) ◦Proceedings (CD, Hard Copy etc.)


OPAC (Online Public Access Catalog) 1. การคนหาแบบพื้นฐาน (Basic Search) 1.1 ชื่อผูแตง (Author) 1.2 ชื่อเรื่อง (Title) 1.3 หัวเรื่อง (Subject Heading) 1.4 คําสําคัญ (Keywords)


2. การคนหาแบบขั้นสูง (Advanced Search) การสืบคนขอมูล โดยใชตรรกบูลีน (Boolean Logic) หรือการคนหาโดยใช Operator เปนการคนหา โดยใชคําเชื่อม 3 ตัว คือ AND, OR, NOT ดังนี้ - AND ใชเชื่อมคําคน เพื่อจํากัดขอบเขตการคนหาใหแคบลง - OR ใชเชื่อมคําคน เพื่อขยายขอบเขตใหกวางขึ้น หรือคนหาคําใดคําหนึ่งก็ได - NOT ใชเพื่อลดขอบเขตของขอมูล


1. Google Scholar http://scholar.google.co.th


https://www.clib.psu.ac.th/


2. ThaiLIS https://tdc.thailis.or.th/tdc/basic.php


รวมแหลง Download วิทยานิพนธฉบับเต็มของตางประเทศ ฟรี !! OhioLINK Electronic Theses and Dissertations Center (ETD) http://etd.ohiolink.edu/


หลักการคัดเลือกและประเมินวรรณกรรมที่เหมาะสม 1. ผูเขียน พิจารณาความเชี่ยวชาญ ประสบการณในเรื่องนั้น 2. ความถูกตอง เปนการตรวจสอบความถูกตองของเนื้อหา ความสอดคลองกับเนื้อหากับโจทยวิจัย 3. ความทันสมัย ควรพิจารณาเนื้อหา ขอมูลที่ทันสมัย มีการพิมพลาสุดหรือไมเกิน 5 ป 4. แหลงขอมูล แหลงขอมูลที่ใชประกอบจากแหลงปฐมภูมิ จะมีความนาเชื่อถือมากกวาแหลงทุติยภูมิ 5. วิธีการเขียน ควรพิจารณาวรรณกรรมที่เขาใจไดงาย มีการเรียบเรียงที่ดี ไมซับซอนมาก 6. การอางอิง หนังสือหรือเอกสารนั้น มีเอกสารอางอิงที่ทันสมัยและนาเชื่อถือเพียงใด 7. สํานักพิมพหนังสือ เอกสารที่พิมพตางสํานักพิมพก็จะมีคุณภาพที่แตกตางกัน วิ - จัยไม่ ควร


ตัวอยางการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวของ ตัวอยางที่ 1


ตัวอยางการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวของ ตัวอยางที่ 2 &


ตัวอยางการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวของ ตัวอยางที่ 3


หลักการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวของ 1. ทบทวนจากรูปเลมเต็ม ของตนฉบับ 2. อานใหเขาใจความคิดสําคัญ และสรุปเฉพาะผลของการศึกษาในเรื่องนั้น 3. ไมควรยกผลการศึกษามาทั้งหมด เรียบเรียงเฉพาะประเด็นสําคัญ 4. ควรคัดเลือกงานวิจัยที่ทันสมัย ยอนหลังไมเกิน 5 ป


ตารางสรุปผลการสืบคนขอมูลงานวิจัย เรื่อง ที่ ผูวิจัย ชื่อเรื่อง วัตถุประสงคการวิจัย ตัวแปรที่ ศึกษา กลุมตัวอยาง เครื่องมือที่ใชใน การวิจัย การวิเคราะห ขอมูล ผลการวิจัย 1


การเขียนเรียบเรียงวรรณกรรมที่ดี สิ่งที่ควรทํา 1. บันทึกสาระสําคัญ ที่เกี่ยวของกับประเด็นหรือสัมพันธกับงานวิจัยที่กําหนดไว 2. ทําบรรณานุกรมระบุชื่อผูเขียน ป ที่พิมพ ชื่อบทความ/ตํารา ชื่อวารสาร เลขหนา ตามหลักการอางอิง 3. ยอยและสังเคราะหวรรณกรรมนั้นใหเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ไมควรใชวิธีตัดตอหรือยอเนื้อหา 4. การเขียนควรตั้งหัวขอตามประเด็นการศึกษาที่ตั้งไว และเขียนในเชิงวิเคราะหวาในแตละประเด็นนั้น มีความรู ทฤษฎี หรือแนวความคิดอะไรที่เกี่ยวของบาง และงานหลายๆ ชิ้นมีขอสรุปอะไรบางที่รวมกัน เหมือนหรือขัดแยงกันในเรื่องอะไรบาง อยางไร 5. การทบทวนวรรณกรรมตองมีการอางอิง


การเขียนเรียบเรียงวรรณกรรมที่ดี สิ่งที่ไมควรทํา 1. ไมควรเขียนรายงานการทบทวนวรรณกรรมเปนชิ้นๆ หรือสรุปยอหนังสือทีละเลมโดยไมสังเคราะห เนื้อหาเขาดวยกัน 2. ไมควรเขียนเรียงลําดับเวลา หรือตามตัวอักษรของงานที่ทบทวน ไมไดประโยชนเทาที่ควร 3. ควรหลีกเลี่ยงการเสนอความคิดเห็น หรือวิจารณจากความรูสึก สามัญสานึกมากกวาจุดยืนทาง หลักวิชาการ 4. ไมควรนําเอาขอความสวนที่ไมเกี่ยวของกับงานวิจัย เชน ความรูทั่วไป หรืองานที่มีความเกี่ยวของ นอยมากใสเขาไปในการทบทวนวรรณกรรม เพื่อใหดูวามีเนื้อหามาก


Click to View FlipBook Version