นโยบาย การจัดการศึกษา 1. การวิเคราะหนโยบายและการวาþแผนการศึกษา 2. การพัฒนานโยบายและการวาþแผนการศึกษา 3. การดําเนินการตามนโยบายและการวาþแผนการศึกษา 4. การประเมินติดตามการใāนโยบายและแผนการศึกษาแตละ ประเภท ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
คุณลักษณะ ศักยภาพ และ การพัฒนา ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารสถานศึกษา 1. พฤติกรรมผูนํา ภาวะผูนํา คุณลักษณะผูนํา ทักษะความเปนผูนํา และการใāพลัþอํานาÿขอþผูนํา โดยศึกษารวมกับตัวแปรคุณลักษณะ ขอþผูบริหารอื่น ๆ 2.แนวทาþการพัฒนาผูบริหารและสþเสริมวิāาāีพทาþการบริหาร การศึกษาเāน การประเมินผลการดําเนินþานขอþผูบริหารการศึกษา หรือผูบริหารสถานศึกษา ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา 1 คุณลักษณระขของผู้ # <
การพัฒนาองคการ ทางการศึกษา 1. ปÿÿัยทีมีผลตอประสิทธิผลขอþอþคการ 2. ปÿÿัยทีมีผลตอประสิทธิภาพขอþอþคการ 3. ปÿÿัยทีมีผลตอการบริหารอþคการหรือระบบขอþการประกันคุณภาพ ขอþอþคการ 4. การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา องค์กร ร ดือ ↓↑ เขต ·
การบริหารงาน วิชาการ 1. คุณลักษณะ ความตอþการ หรือบทบาทขอþผูบริหารโรþเรียน และครูผูสอน กับการพัฒนาþานวิāาการในโรþเรียน การนิเทศ การศึกษา และการประกันคุณภาพการศึกษา 2. รูปแบบการบริหาร การใāและ/หรือการพัฒนาหลักสูตร 3. การพัฒนาþานและกิÿกรรมสþเสริมþานวิāาการโรþเรียน ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
การบริหารงาน บุคลากร 1. แนวทาþการพัฒนาการบริหารþานบุคลากรตามลักษณะที่เปนอþครวม หรือแตละอþคประกอบ 2. คุณลักษณะ หรืออþคประกอบยอย หรือสมรรถภาพ หรือพฤติกรรม ขอþบุคลากร 3. ลักษณะการปฏิบัติ หรือผลการปฏิบัติþาน หรือประสิทธิผล หรือ ประสิทธิภาพการปฏิบัติþานขอþบุคลากร ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
การบริหารทั่วไป การบริหารงานธุรการ การบริหารงบประมาณ การเงินและพัสดุ 1. แนวทาþการแกปญหาและพัฒนาþานธุรการ 2. แนวทาþการแกปญหาและพัฒนาการบริหารþบประมาณการเþิน และพัสดุ ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
การบริหารงาน อาคาร สถานที่ และสิ่งแวดลอม การศึกษาสภาพ และปญหาการดําเนินการ และการบริหาร อาคารสถานที่ หรือสิ่þแวดลอมขอþโรþเรียน หรือ สภาพแวดลอมทาþการเรียนขอþนักเรียน ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
การบริหารงาน กิจการนักเรียน 1. แนวทาþการพัฒนาคุณลักษณะ สมรรถภาพ พฤติกรรม หรือ การดําเนินāีวิตขอþนักเรียน 2. แนวทาþพัฒนาหรือรูปแบบการบริหารþานกิÿการนักเรียน 3. þานหรือกิÿกรรมที่สþเสริมการบริหาร หรือการดําเนินþาน กิÿการนักเรียน ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
การบริหารจัดการ นวัตกรรมและ สารสนเทศ 1. แนวทาþการพัฒนา หรือรูปแบบการบริหารÿัดการนวัตกรรมและ สารสนเทศ เพื่อการบริหารการศึกษา 2. สภาพ ปญหาการใā และผลการใāนวัตกรรมและสารสนเทศเพื่อ การศึกษา ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
การบริหาร ความสัมพันธ ระหวางโรงเรียน กับชุมชน 1. สภาพ ปญหาการบริหารþาน หรือผลการปฏิบัติþาน ความสัมพันธระหวาþโรþเรียนกับāุมāน 2. ปÿÿัยที่สัมพันธหรือสþผลตอการมีสวนรวมขอþāุมāนใน การบริหารโรþเรียน ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
ประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารการศึกษา ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา
Research Question Research Problem Research Design จากปญĀาการวิจัยÿูการออกแบบการวิจัย ปัญหาอิ คําถา ามวิ ออกแบ วิจ
การวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ เนน พิสูจนความถูกตอง ยืนยัน ทฤษฎี อธิบายความสัมพันธเชิง สาเหตุ ทํานาย และควบคุม ปรากฏการณที่สนใจ เนน พรรณนา บรรยาย อธิบาย ปรากฏการณที่ศึกษา หรือสนใจ เนนใหไดองคความรูใหม เชิง ทดลอง เชิง กรณีศึกษา ปฏิบัติการ เชิง สํารวจ ดัดแปลงจาก Krathwohl, 1998: p.26 รหันตัวเ & มภา าษส รอบ ปส ใน้ออบบสอบตา ↑~ ปลา แมวดวอต่ต กรอ ต้ ↑ # สัมภาษ
ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับความแตกตางระหวางการวิจัยเชิงปริมาณ กับการวิจัยเชิงคุณภาพ ประเด็น การวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ เปาหมาย เพื่อคนพบ/ทดสอบยืนยันขอสรุปกฎเกณฑเāิþนัย ทั่วไป เพื่อใāอธิบาย ทํานายหรือควบคุมพฤติกรรม เพื่อทําความเขาใÿและใหความหมายตอพฤติกรรม และปรากฏการณทาþสัþคมตามเþื่อนไขที่เปนอยู ลักษณะของคําถาม วิจัย •อะไรเปนตัวแปรขอþอะไร •ลักษณะขอþตัวแปรเปนอยาþไร •ความสัมพันธระหวาþตัวแปรเปนอยาþไร •ธรรมāาติขอþสิ่þที่เกิดขึ้นเปนอยาþไร •ความรูสึกสะทอนขอþผูเกี่ยวขอþเปนอยาþไร •สิ่þที่เกิดขึ้นมีกระบวนการเปลี่ยนแปลþอยาþไร •ปÿÿัยที่เปนสาเหตุทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลþนั้นไป กระตุนหรือทําใหเกิดปฏิกิริยาสะทอนลักษณะใด - - -
ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับความแตกตางระหวางการวิจัยเชิงปริมาณ กับการวิจัยเชิงคุณภาพ ประเด็น การวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ แนวทางและรูปแบบการ วิจัย -ใชแบบแผนการวิจัยที่เฉพาะเจาะจงและกําหนดไว กอน - ใหความสําคัญกับระเบียบวิธีของการศึกษาที่ชัดแจง ตรวจสอบไดโดยเฉพาะการวัดและการวิเคราะหเชิง ปริมาณ -แบบแผนการวิจัยเชิงยืดหยุนกอรูประหวางการศึกษา -ใชวิธีการศึกษาที่เปนธรรมชาติอยางลุมลึกและรอบดาน -เนนการใชขอมูลที่หลากหลาย (ขอมูลเชิงคุณภาพ) -เนนการสังเคราะหขอมูลจากขอเท็จจริงที่พบเพื่อ นําไปสูขอสรุป ผลการวิจัย ไดขอสรุป-กฎเกณฑเชิงนัยทั่วไป ที่อาจจะผานการ ทดสอบยืนยันดวยขอมูลเชิงประจักษ ขึ้นกับรูปแบบ การวิจัย ไดขอสรุปในรูปของแบบแผน หรือทฤษฎีฐานราก ขึ้นอยูกับความลุมลึกของขอมูลและระดับการสังเคราะห ↓ นอนผู้เ
หลักการกําหนดชื่อเรื่องงานวิจัย 1. ควรประกอบดวย ตัวแปร + ประāากร + รูปแบบ/วิธีการ + ขอบเขต (พื้นที่/ สถานที่) 2. ควรไดใจความครบถวน • ปญหาวิÿัย (Research Problem) คืออะไร • ÿะทําวิÿัยเรื่อþอะไร • เปนการวิÿัยแบบใด • สอดคลอþกับวัตถุประสþคขอþการวิÿัย • มีคําสําคัญขอþเรื่อþที่ÿะทําวิÿัย
หลักการกําหนดชื่อเรื่องงานวิจัย (ตอ) 3. เขียนเรียบเรียงในรูปประโยคบอกเลา • เปนภาษาที่เāื่อถือในวิāาāีพนั้น • ไมควรใāคํายอ ถาไมเปนคํายอสากล เāน การศึกษาพฤติกรรมการเปนผูนําขอþผูอํานวยการสถานศึกษา สัþกัด สพม.16 • สั้น กระāับ และตรþประเด็น • āื่อเรื่อþไมควรยาวเกิน 2 บรรทัด 4. ระบุตัวแปรที่ศึกษา ไดแก • ตัวแปรตน • ตัวแปรตาม : แตบาþกรณี āื่อเรื่อþวิÿัยระบุเĀพาะตัวแปรตามเทานั้น สําหรับตัวแปรตนÿะเขียนระบุในหัวขอขอบเขตการวิÿัย ·ควรใช้ตตัวเ
หลักการกําหนดชื่อเรื่องงานวิจัย (ตอ) 5. ระบุประชากรที่ศึกษา : แตบางกรณี จะไมระบุประชากรในชื่อเรื่อง เชน การวิจัยเชิงอนาคต แตไมได หมายความวาการวิจัยเชิงอนาคตไมมีประชากรเพียงแตไมระบุประชากรในชื่อเรื่องวิจัย เทานั้น แตจะระบุในหัวขอประชากร 6. ชื่อเรื่องวิจัย ควรบงบอกใหทราบวาเปนงานวิจัยประเภทใด
การเขียนที่มาและความสําคัญของปญหาวิจัย อธิบายถึงที่มา/เหตุผลในการทําวิจัย • ปญหาคืออะไร • เหตุผลความเปนมา ความสําคัญของปญหาที่จะทําวิจัย • ขอมูลพื้นฐาน และสภาพปญหาในปจจุบัน • การวิจัยนี้จะเพิ่มคุณคาและไดองคความรูใหมอยางไร
ออ บน ยุทธศาสตรช
ปญหาของการเขียนที่มาและความสําคัญ ของปญหาวิจัย เขียนยาวมาก มีแตหลักการ หรือเหตุผลกวางๆ อานแลวไมเห็นวาปจจุบันมีปญหาอะไร ในเรื่องนั้นอยางไร ไมไดใหขอมูลวามีผลวิจัยอะไรบางในอดีตที่สามารถนํามาใชในการแกปญหาที่เกิดขึ้น หรือนําไปสูสิ่งที่อยากได ไมไดใหเหตุผลวาทําไมผลงานวิจัยในอดีตจึงใชประโยชนไมได จนตองทําวิจัยใหม เขียนแตสิ่งที่อยากวิจัย โดยบอกวาสิ่งนั้นมีความสําคัญ โดยไมมีเหตุผลมาอางอิง ดดูมหท ที่ 5 ข้อเสนอ แนะะเมือมาเบิ ในกาาร ทําวิ
วัตถุประสงคการวิจัย • บอกจุดมุงหมายของการวิจัย ตองการศึกษาอะไร • ชัดเจนตรงประเด็นที่ตองการศึกษา • ระบุเปนขอๆ วาจะศึกษาในประเด็นใดบาง • ควรขึ้นตนดวยคําวา “เพื่อ” • วัตถุประสงคการวิจัยควรสอดคลองกับรูปแบบการวิจัย เชน เพื่อศึกษาระดับ……………………………...…. เพื่อเปรียบเทียบระดับ…………………….… เพื่อหาความสัมพันธระหวาง…………....
สมมติฐานการวิจัย (ถามี) การตั้งสมมติฐาน เปนการคาดคะเนคําตอบของปญหาอยางมีเหตุผล มักเขียนในลักษณะการแสดงความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม
สรุปกิจกรรม “เทคนิคไฟจราจร” สิ่งที่ยังไมเขาใจ และจะคนควาเพิ่มเติม สิ่งที่ยังไมแนใจ วาเขาใจ ถูกตองชัดเจนหรือไม สิ่งที่เขาใจแลว และเกิดการเรียนรูในวันนี้
ถาม-ตอบ
ประชากรและ กลุมตัวอยางในการวิจัย ดร.จิราภรณ เรืองยิ่ง สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร
คําศัพทสําคัญที่ควรรูจัก ประชากร (Population: N) กลุมตัวอยาง (Sample: n) n N n n
ประชากร • กลุมของสิ่งที่สนใจศึกษา เชน ครู ผูบริหารสถานศึกษา เปนตน • ประชากรอาจถูกกําหนดดวยวัตถุประสงค และขอบเขตของการวิจัย กลุมตัวอยาง •สวนหนึ่งของกลุมประชากรที่เราสนใจ ศึกษา ประชากร และ กลุมตัวอยาง
กระบวนการสุมตัวอยาง การกําหนดประชากร : ผูวิจัยจะตองกําหนดกลุมของประชากรที่สนใจจะศึกษาใหชัดเจน เพื่อใหสามารถ เลือกกลุมตัวอยางไดครอบคลุมลักษณะประชากรตามที่ตองการ และเพื่อกําหนดสวนประกอบที่เกี่ยวของกับ กลุมประชากร กําหนดขนาดกลุมตัวอยาง : ผูวิจัยตองกําหนดวาจะใชเกณฑรอยละ ใชตารางสําเร็จรูป หรือใชสูตรคํานวณ เลือกวิธีการสุมกลุมตัวอยาง : ผูวิจัยตองกําหนดวาจะใชการสุมตัวอยางโดยใชหลักความนาจะเปน (Probability Sampling) หรือใชการสุมตัวอยางโดยไมใชหลักความนาจะเปน (Nonprobability Sampling) การสุมกลุมตัวอยาง : ขั้นตอนสุดทายของกระบวนการสุมตัวอยาง ซึ่งขั้นตอนนี้ หนวยของการสุมตัวอยาง จะถูกนํามาใชในการเก็บขอมูลเพื่อนําไปใชในกระบวนการวิจัยตอไป
ทราบขนาดตัวอยางเพื่ออะไร ? •เพียงพอตอการตอบคําถาม/วัตถุประสงคการวิจัย •ความเปนไดในการศึกษา •งบประมาณ คาใชจาย
ขนาดกลุมตัวอยางที่ดี พอเพียง + เปนตัวแทนที่ดี
กระบวนการสุมตัวอยาง การกําหนดประชากร : ผูวิจัยจะตองกําหนดกลุมของประชากรที่สนใจจะศึกษาใหชัดเจน เพื่อใหสามารถ เลือกกลุมตัวอยางไดครอบคลุมลักษณะประชากรตามที่ตองการ และเพื่อกําหนดสวนประกอบที่เกี่ยวของกับ กลุมประชากร กําหนดขนาดกลุมตัวอยาง : ผูวิจัยตองกําหนดวาจะใชเกณฑรอยละ ใชตารางสําเร็จรูป หรือใชสูตรคํานวณ เลือกวิธีการสุมกลุมตัวอยาง : ผูวิจัยตองกําหนดวาจะใชการสุมตัวอยางโดยใชหลักความนาจะเปน (Probability Sampling) หรือใชการสุมตัวอยางโดยไมใชหลักความนาจะเปน (Nonprobability Sampling) การสุมกลุมตัวอยาง : ขั้นตอนสุดทายของกระบวนการสุมตัวอยาง ซึ่งขั้นตอนนี้ หนวยของการสุมตัวอยาง จะถูกนํามาใชในการเก็บขอมูลเพื่อนําไปใชในกระบวนการวิจัยตอไป
เกณฑการกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง ลักþณะของประชากร ĀากประชากรมีลักþณะเĀมือนกันĀรือเปนเอกพันธุ (Homogeneous) ไมจําเปนตองใช กลุมตัวอยางขนาดใĀญ เพราะตัวอยางมีความเปนตัวแทนของประชากรที่ดีได แตถาประชากรมีความแตกตางกันĀรือวิวิธพันธุ (Heterogeneous) ในดานตาง ๆ มาก จําเปนตองใชกลุมตัวอยางที่มีขนาดใĀญ เพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากประชากร
เกณฑการกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง ขนาดของประชากร Āากประชากรมีจํานวนมาก กลุมตัวอยางก็ควรจะมีจํานวนมากดวย นอกจากเปนการเลือกกลุมตัวอยางแบบเจาะจง**
เกณฑการกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง ความเชื่อมั่น/ความเที่ยง ถาตองการใĀผลการวิจัยมีความเชื่อมั่นÿูง จะตองลดความคลาดเคลื่อนลง และ ตองใชขนาดกลุมตัวอยางที่มีจํานวนมาก โดยทั่วไปการวิจัยทางÿังคมศาÿตรจะยอมใĀมีความคลาดเคลื่อน ไดรอยละ 1 รอยละ 5 Āรือ รอยละ 10
เกณฑการกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง ÿถิติที่ใชในการวิเคราะĀขอมูล ÿถิติบางตัüมีขอตกลงเบื้องตนในการนําไปใช คือ ตองใชจํานüนกลุมตัüอยาง ขนาดใĀญ ผลการüิจัยจึงจะนาเชื่อถือ
12 ขนาดของกลุมตัวอยางเทาไร จึงจะทําใหผลการวิจัยมีความเชื่อถือ ?
วิธีการกําĀนดขนาดของกลุมตัวอยาง ใชเกณฑรอยละ ใชตารางÿําเร็จรูป ใชÿูตรคํานüณ
วิธีการกําĀนดขนาดของกลุมตัวอยาง ใชเกณฑรอยละ
15 ใชตารางÿําเร็จรูป ตารางÿําเร็จรูปของทาโร ยามาเน (Yamane)
16 ใชตารางÿําเร็จรูป ตารางÿําเร็จรูปของเครจซี่และมอรแกน (Krejcie & Morgan)
17 ใชÿูตรคํานวณ กรณีทราบจํานวนประชากร นิยมใชÿูตรของทาโร ยามาเน (Taro Yamane, 1973) ⑩
18 ใชÿูตรคํานวณ กรณีไมทราบจํานวนประชากร
ขอผิดพลาดในการเลือกกลุมตัวอยาง 1. เลือกกลุมอยางดüยคüามมักงาย เพียงแคเĀ็นüาÿะดüก และĀาตัüอยางไดงาย 2. ไมไดใชüิธีการเลือกกลุมตัüอยาง เพื่อใĀไดตัüแทนที่ดีของประชากร ซึ่งจะมีผลตอ การÿรุปอางอิงไปยังกลุมประชากร 3. ไมไดอธิบายลักþณะของตัüอยาง ที่จะใชüิธีการเลือกกลุมตัüอยางแบบบังเอิญ Āรือ แบบตามÿะดüกไüอยางชัดเจน จึงมีตัüอยางอื่นแทรกซอนอยูดüย 4. ไมไดพิจารณาถึงüิธีการเลือกกลุมตัüอยางทั้งĀมดดüยคüามรอบคอบ กอนที่เลือก ตัüอยางในการýึกþา
วิธีการสุมกลุมตัวอยาง • ใชหลักความนาจะเปน (Probability Sampling) • ไมใชหลักความนาจะเปน (Non-Probability Sampling)
ใช้กกับกลุ่มตั รมม พิเศ
ข่า งว่ ·อย่งขนา สาร และ กลั สอน มาาส่ม ร บิ " + สส่มมา กกว ( &ขั้นตขั้ ส มอย่า ·มม แบ่งช แบ่งกล