The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ม.หาดใหญ่ บริหารการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ratisorn Tingsa-nga, 2023-10-30 01:29:05

แนวข้อสอบวิจัย 1/66

ม.หาดใหญ่ บริหารการศึกษา

นโยบาย การจัดการศึกษา 1. การวิเคราะหนโยบายและการวาþแผนการศึกษา 2. การพัฒนานโยบายและการวาþแผนการศึกษา 3. การดําเนินการตามนโยบายและการวาþแผนการศึกษา 4. การประเมินติดตามการใāนโยบายและแผนการศึกษาแตละ ประเภท ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


คุณลักษณะ ศักยภาพ และ การพัฒนา ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารสถานศึกษา 1. พฤติกรรมผูนํา ภาวะผูนํา คุณลักษณะผูนํา ทักษะความเปนผูนํา และการใāพลัþอํานาÿขอþผูนํา โดยศึกษารวมกับตัวแปรคุณลักษณะ ขอþผูบริหารอื่น ๆ 2.แนวทาþการพัฒนาผูบริหารและสþเสริมวิāาāีพทาþการบริหาร การศึกษาเāน การประเมินผลการดําเนินþานขอþผูบริหารการศึกษา หรือผูบริหารสถานศึกษา ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา 1 คุณลักษณระขของผู้ # <


การพัฒนาองคการ ทางการศึกษา 1. ปÿÿัยทีมีผลตอประสิทธิผลขอþอþคการ 2. ปÿÿัยทีมีผลตอประสิทธิภาพขอþอþคการ 3. ปÿÿัยทีมีผลตอการบริหารอþคการหรือระบบขอþการประกันคุณภาพ ขอþอþคการ 4. การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา องค์กร ร ดือ ↓↑ เขต ·


การบริหารงาน วิชาการ 1. คุณลักษณะ ความตอþการ หรือบทบาทขอþผูบริหารโรþเรียน และครูผูสอน กับการพัฒนาþานวิāาการในโรþเรียน การนิเทศ การศึกษา และการประกันคุณภาพการศึกษา 2. รูปแบบการบริหาร การใāและ/หรือการพัฒนาหลักสูตร 3. การพัฒนาþานและกิÿกรรมสþเสริมþานวิāาการโรþเรียน ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


การบริหารงาน บุคลากร 1. แนวทาþการพัฒนาการบริหารþานบุคลากรตามลักษณะที่เปนอþครวม หรือแตละอþคประกอบ 2. คุณลักษณะ หรืออþคประกอบยอย หรือสมรรถภาพ หรือพฤติกรรม ขอþบุคลากร 3. ลักษณะการปฏิบัติ หรือผลการปฏิบัติþาน หรือประสิทธิผล หรือ ประสิทธิภาพการปฏิบัติþานขอþบุคลากร ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


การบริหารทั่วไป การบริหารงานธุรการ การบริหารงบประมาณ การเงินและพัสดุ 1. แนวทาþการแกปญหาและพัฒนาþานธุรการ 2. แนวทาþการแกปญหาและพัฒนาการบริหารþบประมาณการเþิน และพัสดุ ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


การบริหารงาน อาคาร สถานที่ และสิ่งแวดลอม การศึกษาสภาพ และปญหาการดําเนินการ และการบริหาร อาคารสถานที่ หรือสิ่þแวดลอมขอþโรþเรียน หรือ สภาพแวดลอมทาþการเรียนขอþนักเรียน ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


การบริหารงาน กิจการนักเรียน 1. แนวทาþการพัฒนาคุณลักษณะ สมรรถภาพ พฤติกรรม หรือ การดําเนินāีวิตขอþนักเรียน 2. แนวทาþพัฒนาหรือรูปแบบการบริหารþานกิÿการนักเรียน 3. þานหรือกิÿกรรมที่สþเสริมการบริหาร หรือการดําเนินþาน กิÿการนักเรียน ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


การบริหารจัดการ นวัตกรรมและ สารสนเทศ 1. แนวทาþการพัฒนา หรือรูปแบบการบริหารÿัดการนวัตกรรมและ สารสนเทศ เพื่อการบริหารการศึกษา 2. สภาพ ปญหาการใā และผลการใāนวัตกรรมและสารสนเทศเพื่อ การศึกษา ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


การบริหาร ความสัมพันธ ระหวางโรงเรียน กับชุมชน 1. สภาพ ปญหาการบริหารþาน หรือผลการปฏิบัติþาน ความสัมพันธระหวาþโรþเรียนกับāุมāน 2. ปÿÿัยที่สัมพันธหรือสþผลตอการมีสวนรวมขอþāุมāนใน การบริหารโรþเรียน ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


ประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารการศึกษา ที่มาของโจทยวิจัยทางการบริหารการศึกษา


Research Question Research Problem Research Design จากปญĀาการวิจัยÿูการออกแบบการวิจัย ปัญหาอิ คําถา ามวิ ออกแบ วิจ


การวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ เนน พิสูจนความถูกตอง ยืนยัน ทฤษฎี อธิบายความสัมพันธเชิง สาเหตุ ทํานาย และควบคุม ปรากฏการณที่สนใจ เนน พรรณนา บรรยาย อธิบาย ปรากฏการณที่ศึกษา หรือสนใจ เนนใหไดองคความรูใหม เชิง ทดลอง เชิง กรณีศึกษา ปฏิบัติการ เชิง สํารวจ ดัดแปลงจาก Krathwohl, 1998: p.26 รหันตัวเ & มภา าษส รอบ ปส ใน้ออบบสอบตา ↑~ ปลา แมวดวอต่ต กรอ ต้ ↑ # สัมภาษ


ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับความแตกตางระหวางการวิจัยเชิงปริมาณ กับการวิจัยเชิงคุณภาพ ประเด็น การวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ เปาหมาย เพื่อคนพบ/ทดสอบยืนยันขอสรุปกฎเกณฑเāิþนัย ทั่วไป เพื่อใāอธิบาย ทํานายหรือควบคุมพฤติกรรม เพื่อทําความเขาใÿและใหความหมายตอพฤติกรรม และปรากฏการณทาþสัþคมตามเþื่อนไขที่เปนอยู ลักษณะของคําถาม วิจัย •อะไรเปนตัวแปรขอþอะไร •ลักษณะขอþตัวแปรเปนอยาþไร •ความสัมพันธระหวาþตัวแปรเปนอยาþไร •ธรรมāาติขอþสิ่þที่เกิดขึ้นเปนอยาþไร •ความรูสึกสะทอนขอþผูเกี่ยวขอþเปนอยาþไร •สิ่þที่เกิดขึ้นมีกระบวนการเปลี่ยนแปลþอยาþไร •ปÿÿัยที่เปนสาเหตุทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลþนั้นไป กระตุนหรือทําใหเกิดปฏิกิริยาสะทอนลักษณะใด - - -


ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับความแตกตางระหวางการวิจัยเชิงปริมาณ กับการวิจัยเชิงคุณภาพ ประเด็น การวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ แนวทางและรูปแบบการ วิจัย -ใชแบบแผนการวิจัยที่เฉพาะเจาะจงและกําหนดไว กอน - ใหความสําคัญกับระเบียบวิธีของการศึกษาที่ชัดแจง ตรวจสอบไดโดยเฉพาะการวัดและการวิเคราะหเชิง ปริมาณ -แบบแผนการวิจัยเชิงยืดหยุนกอรูประหวางการศึกษา -ใชวิธีการศึกษาที่เปนธรรมชาติอยางลุมลึกและรอบดาน -เนนการใชขอมูลที่หลากหลาย (ขอมูลเชิงคุณภาพ) -เนนการสังเคราะหขอมูลจากขอเท็จจริงที่พบเพื่อ นําไปสูขอสรุป ผลการวิจัย ไดขอสรุป-กฎเกณฑเชิงนัยทั่วไป ที่อาจจะผานการ ทดสอบยืนยันดวยขอมูลเชิงประจักษ ขึ้นกับรูปแบบ การวิจัย ไดขอสรุปในรูปของแบบแผน หรือทฤษฎีฐานราก ขึ้นอยูกับความลุมลึกของขอมูลและระดับการสังเคราะห ↓ นอนผู้เ


หลักการกําหนดชื่อเรื่องงานวิจัย 1. ควรประกอบดวย ตัวแปร + ประāากร + รูปแบบ/วิธีการ + ขอบเขต (พื้นที่/ สถานที่) 2. ควรไดใจความครบถวน • ปญหาวิÿัย (Research Problem) คืออะไร • ÿะทําวิÿัยเรื่อþอะไร • เปนการวิÿัยแบบใด • สอดคลอþกับวัตถุประสþคขอþการวิÿัย • มีคําสําคัญขอþเรื่อþที่ÿะทําวิÿัย


หลักการกําหนดชื่อเรื่องงานวิจัย (ตอ) 3. เขียนเรียบเรียงในรูปประโยคบอกเลา • เปนภาษาที่เāื่อถือในวิāาāีพนั้น • ไมควรใāคํายอ ถาไมเปนคํายอสากล เāน การศึกษาพฤติกรรมการเปนผูนําขอþผูอํานวยการสถานศึกษา สัþกัด สพม.16 • สั้น กระāับ และตรþประเด็น • āื่อเรื่อþไมควรยาวเกิน 2 บรรทัด 4. ระบุตัวแปรที่ศึกษา ไดแก • ตัวแปรตน • ตัวแปรตาม : แตบาþกรณี āื่อเรื่อþวิÿัยระบุเĀพาะตัวแปรตามเทานั้น สําหรับตัวแปรตนÿะเขียนระบุในหัวขอขอบเขตการวิÿัย ·ควรใช้ตตัวเ


หลักการกําหนดชื่อเรื่องงานวิจัย (ตอ) 5. ระบุประชากรที่ศึกษา : แตบางกรณี จะไมระบุประชากรในชื่อเรื่อง เชน การวิจัยเชิงอนาคต แตไมได หมายความวาการวิจัยเชิงอนาคตไมมีประชากรเพียงแตไมระบุประชากรในชื่อเรื่องวิจัย เทานั้น แตจะระบุในหัวขอประชากร 6. ชื่อเรื่องวิจัย ควรบงบอกใหทราบวาเปนงานวิจัยประเภทใด


การเขียนที่มาและความสําคัญของปญหาวิจัย อธิบายถึงที่มา/เหตุผลในการทําวิจัย • ปญหาคืออะไร • เหตุผลความเปนมา ความสําคัญของปญหาที่จะทําวิจัย • ขอมูลพื้นฐาน และสภาพปญหาในปจจุบัน • การวิจัยนี้จะเพิ่มคุณคาและไดองคความรูใหมอยางไร


ออ บน ยุทธศาสตรช


ปญหาของการเขียนที่มาและความสําคัญ ของปญหาวิจัย เขียนยาวมาก มีแตหลักการ หรือเหตุผลกวางๆ อานแลวไมเห็นวาปจจุบันมีปญหาอะไร ในเรื่องนั้นอยางไร ไมไดใหขอมูลวามีผลวิจัยอะไรบางในอดีตที่สามารถนํามาใชในการแกปญหาที่เกิดขึ้น หรือนําไปสูสิ่งที่อยากได ไมไดใหเหตุผลวาทําไมผลงานวิจัยในอดีตจึงใชประโยชนไมได จนตองทําวิจัยใหม เขียนแตสิ่งที่อยากวิจัย โดยบอกวาสิ่งนั้นมีความสําคัญ โดยไมมีเหตุผลมาอางอิง ดดูมหท ที่ 5 ข้อเสนอ แนะะเมือมาเบิ ในกาาร ทําวิ


วัตถุประสงคการวิจัย • บอกจุดมุงหมายของการวิจัย ตองการศึกษาอะไร • ชัดเจนตรงประเด็นที่ตองการศึกษา • ระบุเปนขอๆ วาจะศึกษาในประเด็นใดบาง • ควรขึ้นตนดวยคําวา “เพื่อ” • วัตถุประสงคการวิจัยควรสอดคลองกับรูปแบบการวิจัย เชน เพื่อศึกษาระดับ……………………………...…. เพื่อเปรียบเทียบระดับ…………………….… เพื่อหาความสัมพันธระหวาง…………....


สมมติฐานการวิจัย (ถามี) การตั้งสมมติฐาน เปนการคาดคะเนคําตอบของปญหาอยางมีเหตุผล มักเขียนในลักษณะการแสดงความสัมพันธระหวางตัวแปรอิสระกับตัวแปรตาม


สรุปกิจกรรม “เทคนิคไฟจราจร” สิ่งที่ยังไมเขาใจ และจะคนควาเพิ่มเติม สิ่งที่ยังไมแนใจ วาเขาใจ ถูกตองชัดเจนหรือไม สิ่งที่เขาใจแลว และเกิดการเรียนรูในวันนี้


ถาม-ตอบ


ประชากรและ กลุมตัวอยางในการวิจัย ดร.จิราภรณ เรืองยิ่ง สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร


คําศัพทสําคัญที่ควรรูจัก ประชากร (Population: N) กลุมตัวอยาง (Sample: n) n N n n


ประชากร • กลุมของสิ่งที่สนใจศึกษา เชน ครู ผูบริหารสถานศึกษา เปนตน • ประชากรอาจถูกกําหนดดวยวัตถุประสงค และขอบเขตของการวิจัย กลุมตัวอยาง •สวนหนึ่งของกลุมประชากรที่เราสนใจ ศึกษา ประชากร และ กลุมตัวอยาง


กระบวนการสุมตัวอยาง การกําหนดประชากร : ผูวิจัยจะตองกําหนดกลุมของประชากรที่สนใจจะศึกษาใหชัดเจน เพื่อใหสามารถ เลือกกลุมตัวอยางไดครอบคลุมลักษณะประชากรตามที่ตองการ และเพื่อกําหนดสวนประกอบที่เกี่ยวของกับ กลุมประชากร กําหนดขนาดกลุมตัวอยาง : ผูวิจัยตองกําหนดวาจะใชเกณฑรอยละ ใชตารางสําเร็จรูป หรือใชสูตรคํานวณ เลือกวิธีการสุมกลุมตัวอยาง : ผูวิจัยตองกําหนดวาจะใชการสุมตัวอยางโดยใชหลักความนาจะเปน (Probability Sampling) หรือใชการสุมตัวอยางโดยไมใชหลักความนาจะเปน (Nonprobability Sampling) การสุมกลุมตัวอยาง : ขั้นตอนสุดทายของกระบวนการสุมตัวอยาง ซึ่งขั้นตอนนี้ หนวยของการสุมตัวอยาง จะถูกนํามาใชในการเก็บขอมูลเพื่อนําไปใชในกระบวนการวิจัยตอไป


ทราบขนาดตัวอยางเพื่ออะไร ? •เพียงพอตอการตอบคําถาม/วัตถุประสงคการวิจัย •ความเปนไดในการศึกษา •งบประมาณ คาใชจาย


ขนาดกลุมตัวอยางที่ดี พอเพียง + เปนตัวแทนที่ดี


กระบวนการสุมตัวอยาง การกําหนดประชากร : ผูวิจัยจะตองกําหนดกลุมของประชากรที่สนใจจะศึกษาใหชัดเจน เพื่อใหสามารถ เลือกกลุมตัวอยางไดครอบคลุมลักษณะประชากรตามที่ตองการ และเพื่อกําหนดสวนประกอบที่เกี่ยวของกับ กลุมประชากร กําหนดขนาดกลุมตัวอยาง : ผูวิจัยตองกําหนดวาจะใชเกณฑรอยละ ใชตารางสําเร็จรูป หรือใชสูตรคํานวณ เลือกวิธีการสุมกลุมตัวอยาง : ผูวิจัยตองกําหนดวาจะใชการสุมตัวอยางโดยใชหลักความนาจะเปน (Probability Sampling) หรือใชการสุมตัวอยางโดยไมใชหลักความนาจะเปน (Nonprobability Sampling) การสุมกลุมตัวอยาง : ขั้นตอนสุดทายของกระบวนการสุมตัวอยาง ซึ่งขั้นตอนนี้ หนวยของการสุมตัวอยาง จะถูกนํามาใชในการเก็บขอมูลเพื่อนําไปใชในกระบวนการวิจัยตอไป


เกณฑการกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง ลักþณะของประชากร ĀากประชากรมีลักþณะเĀมือนกันĀรือเปนเอกพันธุ (Homogeneous) ไมจําเปนตองใช กลุมตัวอยางขนาดใĀญ เพราะตัวอยางมีความเปนตัวแทนของประชากรที่ดีได แตถาประชากรมีความแตกตางกันĀรือวิวิธพันธุ (Heterogeneous) ในดานตาง ๆ มาก จําเปนตองใชกลุมตัวอยางที่มีขนาดใĀญ เพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากประชากร


เกณฑการกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง ขนาดของประชากร Āากประชากรมีจํานวนมาก กลุมตัวอยางก็ควรจะมีจํานวนมากดวย นอกจากเปนการเลือกกลุมตัวอยางแบบเจาะจง**


เกณฑการกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง ความเชื่อมั่น/ความเที่ยง ถาตองการใĀผลการวิจัยมีความเชื่อมั่นÿูง จะตองลดความคลาดเคลื่อนลง และ ตองใชขนาดกลุมตัวอยางที่มีจํานวนมาก โดยทั่วไปการวิจัยทางÿังคมศาÿตรจะยอมใĀมีความคลาดเคลื่อน ไดรอยละ 1 รอยละ 5 Āรือ รอยละ 10


เกณฑการกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง ÿถิติที่ใชในการวิเคราะĀขอมูล ÿถิติบางตัüมีขอตกลงเบื้องตนในการนําไปใช คือ ตองใชจํานüนกลุมตัüอยาง ขนาดใĀญ ผลการüิจัยจึงจะนาเชื่อถือ


12 ขนาดของกลุมตัวอยางเทาไร จึงจะทําใหผลการวิจัยมีความเชื่อถือ ?


วิธีการกําĀนดขนาดของกลุมตัวอยาง ใชเกณฑรอยละ ใชตารางÿําเร็จรูป ใชÿูตรคํานüณ


วิธีการกําĀนดขนาดของกลุมตัวอยาง ใชเกณฑรอยละ


15 ใชตารางÿําเร็จรูป ตารางÿําเร็จรูปของทาโร ยามาเน (Yamane)


16 ใชตารางÿําเร็จรูป ตารางÿําเร็จรูปของเครจซี่และมอรแกน (Krejcie & Morgan)


17 ใชÿูตรคํานวณ กรณีทราบจํานวนประชากร นิยมใชÿูตรของทาโร ยามาเน (Taro Yamane, 1973) ⑩


18 ใชÿูตรคํานวณ กรณีไมทราบจํานวนประชากร


ขอผิดพลาดในการเลือกกลุมตัวอยาง 1. เลือกกลุมอยางดüยคüามมักงาย เพียงแคเĀ็นüาÿะดüก และĀาตัüอยางไดงาย 2. ไมไดใชüิธีการเลือกกลุมตัüอยาง เพื่อใĀไดตัüแทนที่ดีของประชากร ซึ่งจะมีผลตอ การÿรุปอางอิงไปยังกลุมประชากร 3. ไมไดอธิบายลักþณะของตัüอยาง ที่จะใชüิธีการเลือกกลุมตัüอยางแบบบังเอิญ Āรือ แบบตามÿะดüกไüอยางชัดเจน จึงมีตัüอยางอื่นแทรกซอนอยูดüย 4. ไมไดพิจารณาถึงüิธีการเลือกกลุมตัüอยางทั้งĀมดดüยคüามรอบคอบ กอนที่เลือก ตัüอยางในการýึกþา


วิธีการสุมกลุมตัวอยาง • ใชหลักความนาจะเปน (Probability Sampling) • ไมใชหลักความนาจะเปน (Non-Probability Sampling)


ใช้กกับกลุ่มตั รมม พิเศ


ข่า งว่ ·อย่งขนา สาร และ กลั สอน มาาส่ม ร บิ " + สส่มมา กกว ( &ขั้นตขั้ ส มอย่า ·มม แบ่งช แบ่งกล


Click to View FlipBook Version