The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iberzerk_satit, 2021-09-06 05:22:52

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 2

495




เกษตรกรเจาของแปลงตนแบบทง 3 ราย ยอมรับเทคโนโลยของกรมวิชาการเกษตร เทคโนโลยท ่ ี












นําไปใชในพืนท ศพก. ทง 3 แหลง เปนเทคโนโลยทเหมาะสมกับพืนท่ ไดผลผลิตสูง สรางรายไดเสริมให 













เกษตรกรเจาของ ศพก. ได และในระหวางการดาเนินงานจดทาแปลงตนแบบ มเกษตรกรและเจาหนาทรัฐให 









ความสนใจ สอบถามรายละเอียดเทคโนโลยการผลตถวลสงทนําไปใชในแปลงตนแบบ และพรอมทจะยอมรับ




เทคโนโลยีจากผลงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรนําไปทดลองใชในพืนทของตนเอง





496



โครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสูการใชประโยชน ประจําปงบประมาณ 2563


1
1
1
1
1*

ิ์

เนติรัฐ ชุมสุวรรณ109 กาญจนา กิระศักด ชยันต ภักดีไทย ภาคภูมิ ถิ่นคํา และ ธรวุฒ วงศวรัตน


โครงการขยายผลเทคโนโลยีถั่วลิสงพันธุขอนแกน 9 และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถั่วลิสงระดับชุมชน



ปญหาทสาคญในการผลตถวลสงในจงหวัดขอนแกน คอ ผลผลตและคณภาพผลผลตตา เนืองจาก





























เกษตรกรขาดความรูเทคโนโลยการผลต ทงเรืองพันธุ การจดการปยทเหมาะสม รวมทงปญหาแมลงศตรูพืช


















และโรคตางๆ ขาดความรูดานการผลตเมลดพันธุทมคณภาพดและตรงตามมาตรฐาน เมลดพันธุทใชปลกดอย



่ํ
คุณภาพ และพันธุที่ใชปนหรือเมลดพันธุไมบริสทธิ์ สงผลใหผลผลิตที่ไดมีคณภาพและผลผลิตตา เมล็ดพันธุไม








เพียงพอสาหรับการปลกในฤดถดไป จงเปนทมาของโครงการขยายผลเทคโนโลยีถั่วลสงพันธุขอนแกน 9 และ



เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถ่วลิสงระดับชุมชน โดยนําเทคโนโลยจากผลงานวิจยของกรมวิชาการเกษตรไป









แกปญหาในพืนทเกษตรกร ถายทอดเทคโนโลยของกรมวิชาการเกษตรดวยวิธีการอบรม และจดทาแปลง





ตนแบบการผลิตถั่วลิสงที่ดีมีคณภาพ โดยนําเทคโนโลยีที่เหมาะสมสาหรับพื้นที่ และสงเสริมการใชถั่วลสงพันธุ

ขอนแกน 9 ซึ่งใหผลผลตฝกแหงสงกวาพันธุไทนาน 9 และขอนแกน 5 รอยละ 7 และ 6 ตามลาดบ มขนาด












เมลดโต และเปนพันธุทตานทานตอโรคโคนเนาขาว ชวยเพิ่มผลผลิตตอพื้นท่ ลดตนทุนการผลิต หรือเพิ่ม







ผลตอบแทนใหแกเกษตรกร เพิมศกยภาพใหเกษตรกรสามารถผลตเมลดพันธุถวลสงไวใชเอง เพือใหมเมลด


















พันธุหมนเวียนใชเพียงพอตลอดทงป เพือแกไขปญหาการขาดแคลนเมลดพันธุ และสามารถกระจายพันธุจาก






ี่
ภาคราชการสูเกษตรกรภายในชุมชนและพื้นทใกลเคียงไดโดยตรง ซึ่งถือวาเปนอีกหนึ่งทางเลือกใหเกษตรกรได 















เลอกใชพันธุถวลสงคณภาพดของรัฐ เกษตรกรมรายไดเพิมขนจากการจาหนายเมลดพันธุใหแกเกษตรกรราย


อื่นๆ ที่ตองการปลูกได และสรางความยั่งยืนในการผลิตถั่วลิสง
วิธีการนําผลงานวิจัยสูกลุมเปาหมาย
1. กิจกรรมอบรมเกษตรกร









จดฝกอบรมหลกสตรการเพิมประสทธิภาพการผลตถวลสงทดมคณภาพ และการ






ปรับปรุงสภาพและการเก็บรักษาเมลดพันธุแกเกษตรกรผปลูกถ่วลิสง พรอมท้งแจกเอกสารประกอบการ















ฝกอบรม ไดแก เอกสารประกอบการฝกอบรม แผนผบถวลสงพันธุขอนแกน 9 และแผนผบการใชปยตามคา
















ี่

วิเคราะหดนในการผลตพืชตระกูลถว ดาเนินการจดฝกอบรม 2 รุน ซึ่ง รุนท 1 เมอวันท 25 สงหาคม 2563

ณ ศาลาเอนกประสงค บานออคา ตาบลกระนวน อําเภอซําสง จงหวัดขอนแกน มผเขารวมฝกอบรมจานวน













25 ราย และรุนที่ 2 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2563 ณ ศาลาเอนกประสงค บานทรายมล ตาบลทรายมล อําเภอ






น้ําพอง จังหวัดขอนแกน มีผูเขารวมฝกอบรมจานวน 25 ราย กอนฝกอบรมผูเขารวมฝกอบรมทาแบบทดสอบ
กอนอบรม และหลังฝกอบรม (ตารางที่ 1 และ 2) ผลสําเร็จทีไดจากการถายทอดเทคโนโลย พบวา เกษตรกรม ี


ความรูและสามารถผลิตถั่วลิสงที่ดีมีคุณภาพ จํานวน 50 ราย

1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

497



2. กิจกรรมปจจัยการผลิต




ั่

ดําเนินการเตรียมเมล็ดพันธุถวลสงขอนแกน 9 ปุยเคมี ปุยชวภาพไรโซเบยมสาหรับ







ถวลสง สารปรับปรุงดน (ยปซัม) และสารปองกันกําจดแมลงศตรูพืช สาหรับสนับสนุนปจจยการผลตใหแก








เกษตรกร โดยสงมอบใหเกษตรกรกอนปฏบัตงาน



3. กิจกรรมแปลงตนแบบ
คดเลอกเกษตรกรผปลกถวลสงจานวน 10 ราย (รายละ 1 ไร) ไดแก เกษตรกรผปลกถวลสง

















อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแกน จํานวน 5 ราย และ อําเภอน้ําพอง จังหวัดขอนแกน จํานวน 5 ราย (ตารางท 3)








สารวจพืนทปลกถวลสง และเก็บตวอยางดนทระดบความลก 0-20 เซนตเมตร เพือวิเคราะหคณสมบตทาง



















กายภาพและทางเคมของดนกอนปลูก สําหรับใชแนะนําปุยตามคาวิเคราะหดินสําหรับปลูกถั่วลสงใหเกษตรกร




ผเขารวมโครงการ (ตารางท 4-7) เตรียมปจจัยการผลิต ไดแก เมล็ดพันธุถั่วลิสงขอนแกน 9 ปุยเคมี ปุยชีวภาพ










ไรโซเบยมสาหรับถวลสง สารปรับปรุงดน (ยปซัม) และสารปองกันกําจดแมลงศตรูพืช แจกปจจยการผลตถว






ลิสงกอนดําเนินกิจกรรม พรอมทั้งใหคําแนะนําและสาธิตวิธีการปฏิบัตแตละขั้นตอนการผลิตถั่วลสง และตรวจ








ตดตามแปลงและใหคาแนะนําแกปญหาการผลตแกเกษตรกรทกขันตอน

ผลการดาเนินงานแปลงตนแบบบานทรายมูล ตําบลทรายมูล อําเภอน้ําพอง จังหวัดขอนแกน

















(ตารางท 8) พบวา เกษตรกรสามารถผลตพันธุถวลสงพันธุขอนแกน 9 ไดแตกตางกัน ขนอยกับวิธีการปฏบต ิ






ของเกษตรกร โดยไดผลผลตฝกแหง 96 – 238 กิโลกรัมตอไร มน้าหนัก 100 เมลด 49.3 – 57.5 กรัม และม ี




เปอรเซ็นตกะเทาะ 50.5 – 70.0 เปอรเซ็นต มีตนทุนการผลต 6,427 – 7,898 บาทตอไร มรายไดจากการขาย


เพื่อทําพันธุ 4,320 – 10,710 บาทตอไร มีรายไดสุทธิอยูระหวาง -552 ถึง 2,812 บาทตอไร ขอมูลการยอมรับ







เทคโนโลยของเกษตรกรผรวมโตรงการ พบวา เกษตรกรแปลงตนแบบยอมรับเทคโนโลยการผลตถวลสง ซึง







ชวยเพิ่มศักยภาพการผลิตถั่วลสงที่ดีมีคณภาพ มีเมล็ดพันธุไวใชในฤดูถดไป ลดปญหาการขาดแคลนเมลดพันธุ







ในทองท และสรางรายไดเพิมจากการจาหนายเมลดพันธุ เทคโนโลยปยตามคาวิเคราะหดน และการใชปย










ั่
ชีวภาพสําหรับถั่วลสง ชวยใหลดการใชปุยเคมี ลดตนทุนคาปุย และเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม สวนเทคโนโลยีถว












ลิสงพันธุขอนแกน 9 เกษตรกรตนแบบใหการยอมรับหากเปรียบเทยบกับถัวลสงเมลดขนาดกลางพันธุอืน เชน






ไทนาน 9 และ ขอนแกน 5 โดยใหเหตผลวา ถวลสงพันธุขอนแกน 9 ใหผลผลตด ฝกและเมลดโตกวาพันธุไท












นาน 9 และ ขอนแกน 5 แตหากเปรียบเทียบกับถวลสงพันธุขอนแกน 6 ซึงเกษตรกรนิยมปลกในพืนท ่ ี






เกษตรกรชอบถั่วลิสงพันธุขอนแกน 6 มากกวา เนืองจาก ฝกและเมลดมขนาดโตกวา ผลผลตฝกสดและฝกแหง 










ั่



สงกวา ปลดงาย แมมอายเก็บเกียวนานถง 120 วัน โดยถวลสงพันธุขอนแกน 6 ผลผลต 205 กิโลกรัมฝกแหง

มีน้ําหนัก 100 เมลด 70.2 กรัม และมเปอรเซ็นตกะเทาะ 56.3 เปอรเซ็นต มีตนทุนการผลิตทั้งสิ้น 7,822 บาท



ตอไร รายไดจากการขายในรูปฝกแหง (กิโลกรัมละ 35 บาท) 7,175 บาทตอไร และมรายไดสทธิ – 647 บาท























ตอไร ถงแมวาถวลสงพันธุขอนแกน 9 ใหผลผลตเฉลยทตากวาถวลสงขอนแกน 6 แตการผลตและขายเปน





เมล็ดพันธุใหรายไดสุทธิที่ดีกวา แมจะมีวิธีการปฏิบัติเพิ่มขึ้นเล็กนอย ปญหาที่พบ เนื่องจากฝนทิ้งชวงเปนระยะ
เวลานานชวงติดฝกและพัฒนาเมล็ด เกษตรกรไมสารถใหน้ําเสริมได สงผลตอผลผลิตถั่วลิสงที่ไดรับต่ํา

498



ผลการดาเนินงานแปลงตนแบบบานทรายมูล ตําบลทรายมูล อําเภอน้ําพอง จังหวัดขอนแกน












โดยภาพรวม (ตารางท 9) พบวา เกษตรกรสามารถผลตพันธุถวลสงพันธุขอนแกน 9 ไดแตกตางกัน ขนอยกับ






วิธีการปฏิบัติของเกษตรกร โดยไดผลผลิตฝกแหง 154 – 283 กิโลกรัมตอไร มีน้ําหนัก 100 เมลด 53.6 –
62.4 กรัม และมเปอรเซ็นตกะเทาะ 58.2 – 63.3 เปอรเซ็นต มตนทนการผลต 7,218 – 7,790 บาทตอไร ม ี









รายไดจากการขายเพื่อทําพันธุ 7,695 – 12,735 บาทตอไร มีรายไดสุทธิอยูระหวาง 477 ถึง 4,945 บาทตอไร


ขอมูลการยอมรับเทคโนโลยีของเกษตรกรผรวมโตรงการ พบวา เกษตรกรยอมรับเทคโนโลยีถ่วลิสงพันธุ 


ขอนแกน 9 เนื่องจากไดปลูกเปรียบเทียบแลวพบวา ถั่วลิสงพันธุขอนแกน 9 ใหผลผลิตทสูงกวาถวลิสงพันธุไท





นาน 9 (ผลผลต 154 กิโลกรัมฝกแหง มน้าหนัก 100 เมลด 44.0 กรัม และมีเปอรเซ็นตกะเทาะ 60.3

















เปอรเซ็นต มตนทนการผลตทงสน 6,825 บาทตอไร รายไดจากการขายในรูปฝกแหง (กิโลกรัมละ 35 บาท)






5,390 บาทตอไร และมีรายไดสุทธิ -1,435 บาทตอไร) ถั่วลิสงพันธุขอนแกน 9 มขนาดฝกและเมลดทใหญกวา

ปลิดงายกวา และมีอายุเก็บเกี่ยวใกลเคียงกันกับถั่วลิสงพันธุไทนาน 9 เทคโนโลยีการผลิตถั่วลิสงตามคําแนะนํา



ชวยเพิ่มศักยภาพการผลิตถั่วลสง ผลผลิตมีคณภาพ มีเมล็ดพันธุไวใชในฤดูถดไปลดปญหาการขาดแคลนเมลด




พันธุในทองท และสรางรายไดเพิมจากการจาหนายเมลดพันธุ และเทคโนโลยปยตามคาวิเคราะหดนและปย















ชวภาพสาหรับถวลสง ชวยลดการใชปยเคมและลดตนทนคาปย แตมขอจากัดในการสงตวอยางเพือวิเคราะห 






















คุณทางเคมี ใชระยะเวลาในการตรวจวิเคราะหนาน ผลวิเคราะหที่ไดไมทันสําหรับปลูกในฤด




สรปผลการดาเนินงาน











เกษตรกรมความรูและสามารถผลตถวลสงทดมคณภาพ จานวน 50 ราย และแปลงตนแบบการเพิ่ม



ประสิทธิภาพการผลิตถั่วลิสงที่ดีมีคุณภาพ พื้นที่รวม 10 ไร เกษตรกรตนแบบมีความพึงพอใจอยางมากสาหรับ

เทคโนโลยีการผลตถั่วลสงที่ดมีคณภาพ เทคโนโลยีถั่วลสงพันธุขอนแกน 9 และเทคโนโลยีปยตามคาวิเคราะห 


ุ












ดน และการใชปยชวภาพสาหรับถวลสง และจะนําคาแนะนําไปปฏบต เพือเพิมศกยภาพการผลตถวลสงทดม ี














คุณภาพ มีเมล็ดพันธุไวใชในฤดูถดไป ลดปญหาการขาดแคลนเมลดพันธุในทองที่ และสรางรายไดเพิ่มจากการ

จําหนายเมล็ดพันธุ

เอกสารอางอิง


ั่

กรมวิชาการเกษตร. 2561. การใชปุยตามคาวเคราะหดนในการผลิตพืชตระกูลถว [แผนพบ]. กลุมวิจัยปฐพีวิทยา กองปจจัย
การผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร.
สุวพันธ รัตนะ และเสถียร พิมสาร. 2536. ดินและปุยสําหรับถั่วลิสง. น. 48-76 ใน เอกสารประกอบการฝกอบรมหลักสูตรการ
ใชเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตถั่วลิสง. 1-5 มีนาคม 2536 ณ ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน จังหวัดขอนแกน.

499






ี่







ตารางท 1 รายชอเกษตรกร รุนท 1 และผลการทดสอบกอนและหลงการฝกอบรมหลกสตรการเพิม




ประสทธิภาพการผลตถวลสงทดมคณภาพ และการปรับปรุงสภาพและการเก็บรักษาเมลดพันธุ 









เมื่อวันท 25 สิงหาคม 2563 ณ ศาลาเอนกประสงค บานออคา ตาบลกระนวนอําเภอ.ซําสง
ี่



จังหวัดขอนแกน
คะแนน ใสเครื่องหมาย /
ชื่อ-สกล เกษตรกร



pretest posttest ทเปนเกษตรกรตนแบบ

1. นางสาเนียง เคนมง 2 10




2. นางสาวเวิน บาลพิทกษ  6 10
3. นางสมคิด โพธิ์ศรี 7 10

4. นางดอกไม รัตนนาม 4 10
5. นางสายฝน โพธิศรี 6 10

6. นางศิริพร จีนซํานิ 3 9
7.นายทองพูล คํามูล 7 10 /
8. นายมุข สมปญญา 5 10

9. นางสาวคา โพธศรี 7 10
10. นางสาวจวงจนทร โคตะมะ 7 10


11. นางสาวภาณ แกวใส 2 10
12. นางบุญโฮม เอกตาแสง 3 10 /
13. นางระเบียบ อาษาสนา 5 9
14. นางสาวหนูกัน แกวใสย 3 10
15. นางสาเนา เอกตาแสง 7 10

16. นางหนูเตรียม ครยก 5 10
17. นางเสงี่ยม โพธิ์ศรี 7 10
18. นางสาวเขียว แสนบุตร 7 10
19. นางสาวทองจนทร เหลาสนา 5 10 /



20. นางสวรรค อาษาสนา 5 10 /

21. นายสุขุม ผดุงชัย 4 10
22. นางสังวาลย โพธิ์ศรี 5 10

23. นายทองคา สมปญญา 5 9 /

24. นายสดใจ เอกตาแสง 5 10
25. นางอี้ยงคํา ชัยเดช 4 10

เฉลี่ย 5.04 9.88

500








ี่




ตารางท 2 รายชอเกษตรกร รุนท 2 และผลการทดสอบกอนและหลงการฝกอบรมหลกสตรการเพิม


ประสทธิภาพการผลตถวลสงทดมคณภาพ และการปรับปรุงสภาพและการเก็บรักษาเมลดพันธุ 












เมอวันท 26 สงหาคม 2563 ณ ศาลาเอนกประสงค บานทรายมล ตาบลทรายมล อําเภอน้าพอง









จังหวัดขอนแกน
คะแนน ใสเครื่องหมาย /

ชื่อ-สกล เกษตรกร


pretest posttest ทเปนเกษตรกรตนแบบ


1. นางคาพอง บํารุงบานทม 6 10


2. นางอุมาพันธตรี พิมพทรายมูล 6 10
3. นางจันญา สีชมภู 5 10 /
4. นางฉวี มณีแสน 6 9
5. นางนิตยา วงษแกว 6 9
6. นางพิษมัย กาวกึ้ง 6 10
7. นางเอมออน ชาญชานิ 5 10

8. นางนุจรินทร กลาหาญ 7 10

9. นายวงษ ดตทรายมูล 5 8
10. นางอรัญญา โยธาวัน 4 10 /
11. นางสมพาร วงพิมล 6 9

12. นางสเทยน ชมแวงวาป 4 8



13. นางดารารัตน สมาจนทร 5 10 /

14. นางพิมพพา พิมพทรายมูล 6 10
15. นางอําพร โพธิแข็ง 9 10

16. นางเทียนศรี สีชมภู 5 10
17. นางอําพร นักธรรม 4 9


18. นางหฤทย ประเสริฐสงข 6 9
19. นางคาเวิน หลากัน 4 10 /



20. นางสาวบุญเรือง สชมภ ู 5 10
21. นางอมรรัตน สีอาษา 5 10
22. นางสุรินทร โคตรทองทิพย 8 10

23. นายบุญเสง หลากัน 4 10

24. นางจิรภา โพธิ์แข็ง 7 10 /
25. นางอุลัยวัลย สิมพล ี 5 9
เฉลี่ย 5.56 9.60

501



พื้นที่แปลงตนแบบ (ไร) 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1






Y 102.890885 102.900963 102.890880 102.9000949 102.909812 103.056394 103.054442 103.063602 103.063492 103.066834


พิกัดแปลงตนแบบ


X 16.666054 16.641241 16.666259 16.641039 16.646108 16.541143 16.541585 16.575437 16.574301 16.568722




เบอร โทรศัพท 0653373292 0612907330 0990723601 0619054126 - 0959745350 - 0990723601 0880615512 -








ํ ํ ํ
ํ ํ
ตารางที่ 3 ขอมลเกษตรกรแปลงตนแบบโครงการขยายผลเทคโนโลยีถั่วลิสงพันธุขอนแกน 9 และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถั่วลิสงระดับชุมชน ที่อยู 155 ม.2 บ.ทรายมล ต.ทรายมล อ.น้าพอง จ.ขอนแกน ู 105 ม.2 บ.ทรายมล ต.ทรายมล อ.น้าพอง จ.ขอนแกน ู 8 ม.2 บ.ทรายมล ต.ทรายมล อ.น้าพอง จ.ขอนแกน ู 59 ม.2 บ.ทรายมล ต.ทรายมล อ.น้าพอง จ.ขอนแกน ู 77 ม.2 บ.ทรายมล ต.ทรายมล อ.น้าพอง จ.ขอนแกน ู 236/1 ม.4 บ.ออคํา ต.กระนวน อ.ซําสูง จ.ขอนแกน

18 ม.4 บ.ออคํา ต.กระนวน อ.ซําสูง จ.ขอนแกน 58 ม.4 บ.ออคํา ต.กระนวน อ.ซําสูง จ.ขอนแกน 20 ม.4 บ.ออคํา ต.กระนวน อ.ซําสูง จ.ขอนแกน 112 ม.4 บ.ออคํา ต.กระนวน อ.ซําสูง จ.ขอนแกน
ู ู ู ู ู











ชื่อ-สกุล เกษตรกรตนแบบ นางอรัญญา โยธาวัน นางดารารัตน สีมาจันทร นางคําเวิน หลากัน นางจิรภา โพธิ์แข็ง นายทองพูล คํามูล นายทองคํา สมปญญา นางทองจันทร เหลาสุนา นางสวรรค อาษาสนา นางบุญโฮม เอกตาแสง
นางจันญา สีชมภู





ลําดับที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

502



K 2O 3 3 3 3 3 K 2O 3 3 3 3 3


คําแนะนําปุยตาคาวิเคราะหดิน 1/ P 2O 5 3 9 6 9 3 คําแนะนําปุยตาคาวิเคราะหดิน 1/ P 2O 5 9 9 9 9 9




N 3 3 3 3 0 N 3 3 3 3 3


exch Mg mg/kg 18 114 18 76 41 exch Mg mg/kg 13 10 14 15 12



exch Ca mg/kg 166 545 104 540 564 exch Ca mg/kg 119 108 82 67 70



exch K mg/kg 51 56 46 57 66 exch K mg/kg 64 60 73 47 61



avai P mg/kg 14 5 12 3 44 avai P mg/kg 10 6 6 6 6


 ตารางที่ 4 ผลวิเคราะหดินระดับความลึก 0-20 กอนปลูกถัวลิสง และคําแนะนําปุยตามคาวิเคราะหดิน บานทรายมูล ตําบลทรายมูล อําเภอน้ําพอง จังหวัดขอนแกน 
OM % 0.61 0.47 0.56 0.32 1.45 ตารางที่ 5 ผลวิเคราะหดินระดับความลึก 0-20 กอนปลูกถัวลิสง และคําแนะนําปุยตามคาวิเคราะหดิน บานออคํา ตําบลกระนวน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแกน OM % 0.70 0.62 0.59 0.76 0.50

EC(1:5) dS/m 0.0428 0.0217 0.0317 0.0290 0.0551 EC(1:5) dS/m 0.0141 0.0078 0.0245 0.0252 0.0233

หมายเหตุ 1/ คําแนะนําการใชปุยตามคาวิเคราะหดินในการผลิตพืชตระกูลถัว (กรมวิชาการเกษตร, 2561)
่ pH (1:5) 4.8 4.9 4.7 4.9 4.9 ่ pH (1:5) 4.8 5.2 4.6 4.7 4.6

หมายเหตุ 1/ คําแนะนําการใชปุยตามคาวิเคราะหดินในการผลิตพืชตระกูลถัว (กรมวิชาการเกษตร, 2561)


เนื้อดิน ดินรวนปนทราย ดินรวนปนทราย ดินรวนปนทราย ดินรวนปนทราย เนื้อดิน ดินรวนปนทราย ดินรวนปนทราย ดินรวนปนทราย ดินรวนปนทราย ดินรวนปนทราย 

ดินรวน





รายชือเกษตรกร 2. นางดารารัตน สีมาจันทร รายชือเกษตรกร 3. นางทองจันทร เหลาสุนา

่ 1. นางอรัญญา โยธาวัน 3. นางคําเวิน หลากัน 4. นางจันญา สีชมภู 5. นางจิรภา โพธิ์แข็ง ่ 1. นายทองพูล คํามล 2. นายทองคํา สมปญญา 4. นางสวรรค อาษาสนา 5. นางบุญโฮม เอกตาแสง

503









ตารางที่ 6 ระดบความอุดมสมบูรณของดนและธาตอาหารพืชในดนสาหรับถั่วลสง

คาวิเคราะห  ระดบความอุดมสมบูรณ 

ต่ํา ปานกลาง สูง

ความเปนกรดเปนดาง (pH) < 5.4 5.5-6.0 6.0-6.8
ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชน (P) mg/kg < 5.0 5-10 > 10
โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได (K) mg/kg < 40 40-80 > 80
อินทรียวัตถุ (OM) % < 1 1.0-1.5 > 1.5

CEC me/100 g soil < 5 5-10 > 10
ี่
แคลเซียมทแลกเปลี่ยนได (Ca) mg/kg < 120 120-300 > 300
แมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได (Mg) mg/kg < 10 10-20 > 20
ซัลเฟต-ซัลเฟอร (SO -S) mg/kg < 10 10-14 > 14
-
4
สังกะสีที่สกัดได (Zn) mg/kg < 0.3 - -

เหล็กทสกัดได (Fe) mg/kg < 3 3-20 > 20
ี่
โบรอน (B) mg/kg < 0.13 0.13-0.20 > 0.20

โมลิบดีนัม (Mo) mg/kg < 0.004 - -
ที่มา: สุวพันธ และเสถียร (2536)



ตารางที่ 7 คําแนะนําการใชปุยสําหรับพืชตระกูลถั่ว

ปรมาณธาตอาหารแนะนํา

ไมใชปุย
รายการวิเคราะห  ผลวิเคราะหดิน ใชปุยชีวภาพ*

ไรโซเบียม ชีวภาพ
ไรโซเบียม

นอยกวา 1 0 3 กิโลกรัม N/ไร

อินทรียวัตถุ (%) 1 - 2 0 0 กิโลกรัม N/ไร
มากกวา 2 0 0 กิโลกรัม N/ไร

นอยกวา 8 9 9 กิโลกรัม P O /ไร
2 5
ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชน 8 – 12 6 6
2 5
(มิลลิกรัม/กิโลกรัม) กิโลกรัม P O /ไร
มากกวา 12 3 3 กิโลกรัม P O /ไร
2 5
โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยน นอยกวา 40 6 6 กิโลกรัม K O/ไร
2
ได (มิลลิกรัม/กิโลกรัม) 40 – 80 3 3 กิโลกรัม K O/ไร
2
มากกวา 80 0 0 กิโลกรัม K O/ไร
2
*การใชปุยชีวภาพไรโซเบียมสามารถลดการใชปุยไนโตรเจนได 50 – 100%

504











ตารางที่ 8 ขอมลดานตนทน ปริมาณและคณภาพผลผลต รายได แปลงตนแบบบานทรายมล ตาบลทรายมล



อําเภอน้ําพอง จังหวัดขอนแกน
วิธี

ขั้นตอนการปฏิบัต ิ อรัญญา ดารารัตน คําเวิน จันญา จิรภา
เกษตรกร
1. คาใชจาย
1.1 คาแรงงาน (บาทตอไร) 4,485 4,938 4,405 4,630 4,230 4,775

คาเตรียมดน 750 750 750 750 750 750

คาปลูก รวมคาเตรียมพันธ ุ 900 900 900 900 900 900
คาดูแลรักษา 2,100 2,100 2,100 2,100 2,100 2,100
คาเก็บเกี่ยว 735 1,188 655 880 480 1,025
1.2 คาวัสด (บาทตอไร) 2,516 2,777 1,872 2,327 2,066 2,866



คาเมล็ดพนธ ุ 1,800 1,800 1,350 1,350 1,350 1,800
คาปุย (ปุยชีวภาพไรโซเบียม ปุยตามคา 550 811 356 811 550 900
วิเคราะหดิน และยิปซัม)
คายาปราบศัตรูพืชและวัชพืช 116 116 116 116 116 116
คาวัสดุอนๆ น้ํามันเชื้อเพลิง และคา 50.0 50.0 50.0 50.0 50.0 50.0
ื่
ซอมแซมอุปกรณ


1.3 เสียโอกาสเงินลงทุน (บาทตอไร) 163 180 147 162 147 178

1.4 คาเชาที่ดิน (บาทตอไร)

1.5 คาเสื่อมอุปกรณ (บาทตอไร) 2.65 2.65 2.65 2.65 2.65 2.65
1.6 คาเสียโอกาสอุปกรณ (บาทตอไร) 0.42 0.42 0.42 0.42 0.42 0.42

2. ผลผลิต และคุณภาพผลผลิต
- ผลผลิตฝกแหง (กิโลกรัมตอไร) 147 238 131 176 96 205

- น้ําหนัก 100 เมล็ด (กรัม) 56.1 57.5 49.3 57.2 53.1 70.2
- เปอรเซ็นตกะเทาะ 62.7 65.4 50.5 70.0 66.3 56.3
3. ราคาผลผลิต (บาทตอไร) 45.0 45.0 45.0 45.0 45.0 35



4. ตนทน 7,167 7,898 6,427 7,122 6,446 7,822
5. รายได 6,615 10,710 5,895 7,920 4,320 7,175
6. กาไร / ขาดทน -552 2,812 -532 798 -2,126 -647



505










ตารางที่ 9 ขอมลดานตนทน ปริมาณและคณภาพผลผลต รายได แปลงตนแบบบานออคา ตาบลกระนวน



อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแกน
วิธี
ขันตอนการปฏิบัติ ทองพูล ทองคํา ทองจันทร สวรรค บุญโฮม


เกษตรกร
1. คาใชจาย
1.1 คาแรงงาน (บาทตอไร) 4,607 4,729 4,942 5,166 4,811 4,520
คาเตรียมดิน 750 750 750 750 750 750
คาปลูก รวมคาเตรียมพันธ ุ 900 900 900 900 900 900
คาดูแลรักษา 2,100 2,100 2,100 2,100 2,100 2,100

คาเก็บเกียว 857 979 1,192 1,416 1,061 770

1.2 คาวัสด (บาทตอไร) 2,443 2,777 2,443 2,443 2,777 2,416
คาเมล็ดพันธ ุ 1,350 1,800 1,350 1,350 1,800 1,350
คาปุย (ปุยชีวภาพไรโซเบียม ปุยตามคาวิเคราะหดน และยปซัม) 811 811 811 811 811 630


คายาปราบศัตรูพืชและวัชพืช 232 116 232 232 116 116
คาวัสดุอื่นๆ น้ํามันเชื้อเพลิง และคาซอมแซมอุปกรณ 50.0 50.0 50.0 50.0 50.0 50.0
1.3 เสียโอกาสเงินลงทุน (บาทตอไร) 165 175 172 178 177 162
1.4 คาเชาที่ดิน (บาทตอไร)
1.5 คาเสื่อมอุปกรณ (บาทตอไร) 2.65 2.65 2.65 2.65 2.65 2.65
1.6 คาเสียโอกาสอุปกรณ (บาทตอไร) 0.42 0.42 0.42 0.42 0.42 0.42
2. ผลผลิต และคุณภาพผลผลิต
- ผลผลิตฝกแหง (กิโลกรัมตอไร) 171 196 238 283 212 154
- น้าหนัก 100 เมล็ด (กรัม) 53.6 62.4 57.6 55.8 54.1 44.0




- เปอรเซนตกะเทาะ 58.2 62.4 60.1 59.2 63.3 60.3


3. ราคาผลผลิต (บาทตอไร) 45.0 45.0 45.0 45.0 45.0 35
4. ตนทุน 7,218 7,684 7,560 7,790 7,768 6,825
5. รายได 7,695 8,820 10,710 12,735 9,540 5,390
6. กาไร / ขาดทุน 477 1,136 3,150 4,945 1,772 -1,435


506




ทดสอบพันธออยเอนกประสงคท่ใหผลผลิตตอพ้นท่สูง



Field Test of High Yielding Multipurpose Sugarcane Cultivars

ิ์

1
1*
รวีวรรณ เชื้อกิตติศักด110 อัมราวรรณ ทิพยวัฒน ปยะรัตน จังพล กมลวรรณ เรียบรอย
1
1
2
1

แสงเดอน ชนะชัย และวีระพล พลรักดี111

บทคัดยอ
การทดสอบพันธุออยอเนกประสงค ในพื้นท่ปลูกออยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ



ภาคเหนือ โดยมวัตถุประสงคเพื่อคัดเลือกพันธุออยเอนกประสงคที่ใหผลผลตสูงกวาพันธุขอนแกน 3 มากกวา








รอยละ 5 ไวตอไดด และเหมาะสาหรับปลกในสภาพแวดลอมทมขอจากัดในการผลตออย โดยนําออย





เอนกประสงค 7 โคลน (TPJ04-768 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939 KK09-0844 KK09-0941 และ




KK09-0358) รวมทดสอบกับออยพันธุการคา 5 พันธุ (ขอนแกน3 K88-92 LK92-11 KK07-037 และ KK07-





250) วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 3 ซ้า ดาเนินการจานวน 8 แปลงในพืนทจงหวัดขอนแกน 2 แปลง













จงหวัดกาฬสนธุ ชยภม ชยนาท เพชรบรี สโขทย และอุตรดตถ จงหวัดละ 1 แปลง เก็บเกียวออยไดเพียง 7





แปลง เนื่องจากแปลง จังหวัดเพชรบุรี กระทบแลง หลังการใสปุยไมมีฝนตก ทําใหออยตายเปนจานวนมาก จึง





ยกเลกแปลงเพชรบรี จากแปลงทดสอบ 7 แปลง เก็บเกียวเมอออยอาย 8- 10 เดอน พบวา มโคลนดเดนท ่ ี







ี่

ใหผลผลตสงกวาพันธุเปรียบเทยบทง 3 พันธุไดแก KK07-037 และ KK09-0844 ในขณะทความหวาน ไมมี







โคลนดีเดนที่มีความหวานสูงกวาพันธุ LK92-11 แตจะมีโคลน KK07-250 ที่มีความหวานสูงกวาพันธุขอนแกน


3 และ K88-92 และเม่อนํามาคํานวณผลผลิตน้ําตาล พบวา ไมมีโคลนดีเดนท่มผลผลิตน้ําตาลสูงกวาพันธุ 


ขอนแกน 3 แตโคลน KK07-250 และ KK07-037 ที่ใหผลผลิตน้ําตาลสูงกวาพันธุ LK92-11 และ K88-92 และ

โคลน KK09-0844 มีผลผลิตน้ําตาลใกลเคียงกับพันธุ LK92-11 และ K88-92 เชนเดียวกันกับผลผลิต

กากน้ําตาล ออยการคาและออยอเนกประสงคไมแตกตางกัน สวนผลผลิตชานออย ออยอเนกประสงคให 
ผลผลิตชานออยสูงกวาพันธุตรวจสอบ และเมื่อนําผลผลตสวนตางๆ มาคํานวณเปนรายได พบวา มีออยโคลน

ดีเดนที่มีศักยภาพใหรายไดสูงกวาพันธุตรวจสอบ ทั้ง 3 พันธุ ไดแก KK07-037 KK07-250 และ KK09-0939
คําสําคัญ: ออยเอนกประสงค 


1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 ขาราชการบํานาญ สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

507



Abstract


Multipurpose sugarcane cultivars have normally high cane and bagasse yields but

medium sugar content comparing with commercial sugarcane cultivars especially in unsuitable

area for sugarcane growing (always drought?). The objective of this experiment was to select
multipurpose sugarcane clones giving total income (from sugar, molasses and bagasse yield)

5% higher than KK3 cultivar in unsuitable areas for sugarcane. Randomized Complete Block
Design with 3 replications was applied. The treatments were 12 sugarcane clones composed

of 7 DOA multipurpose sugarcane clones (TPJ04-768, KK08-059, KK09-0857, KK09-0939, KK09-

0844, KK09-0941 and KK09-0358) and 5 commercial cultivars (KK07-037, KK07-250, KK3, LK92-
11 and K88-92). The experiment was conducted in 8 sites, Khon Kaen (2 sites), Kalasin,

Chaiyaphum, Chai Nat, Phetchaburi, Sukhothai and Uttaradit, one in each. It happened that
many sugarcane plants in Phetchaburi site died after transplanting due to lack of rain therefore

this site’s data was discarded. The planted cane in all sites were harvested when they were

8-10 months old because of late planting in 30 May 2018. Clone KK07-037 and KK09-0844 had
higher cane yield than K88-92, KK3 and LK92-11. Clone LK92-11 gave the highest CCS value.

Clone KK07-250 provided higher CCS value than KK3 and K88-92. KK3 cultivar had the highest

sugar yield. Clone KK07-250 and KK07-037 gave higher sugar yield than LK92-11 and K88-92
and clone KK09-0844 gave the same sugar yield as LK92-11 and K88-92. Molasses yield of

multipurpose sugarcane clones and commercial cultivars were the same but multipurpose

sugarcane clones had higher bargasse yield than commercial sugarcane cultivars. These led to
higher total income of clones KK07-037, KK07-250 and KK09-0939 than KK3, K88-92 and LK92-

11. The collection of the data in 1 and 2 ratoon crops were to be continually practiced
st
nd
before selection of the best clone for recommendation.
Keyword: multipurpose sugarcane


คํานํา

ออยเปนวัตถุดบในการผลิตน้ําตาลทราย และมีผลิตภัณฑรวมไดแกกากน้ําตาลทเปนวัตถุดบสาคญใน


ี่








การผลตเอทานอล และชานออยทใชเปนเชอเพลงในการผลตน้าตาล และผลตพลงงานไฟฟา















การพัฒนาพันธุออยทผานมาเนนออยทมความหวานสง แตในปจจบนไดใชประโยชนจากทกสวนทได 









ี่
ี่
ั้







จากออย และมการขยายการผลตออยและน้าตาลเพิมขน การขยายพืนทมีทงทเหมาะสมและไมเหมาะสม ใน








พืนททเหมาะสมการผลตออยเพือผลตน้าตาลยงใหผลตอบแทนสงกวาผลตภณฑอืน แตในพืนททคอนขางไม 















เหมาะสมการใหผลผลิตและการไวตอของออยพันธุการคาในปจจบันใหผลผลิตตอพื้นทต่ําโดยเฉพาะในออยตอ
ี่





508



ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกนรวมกับ JIRCAS (Japan International Research Center for Agricultural

Sciences) จึงไดมีการพัฒนาพันธุออยโดยใชเชื้อพันธุกรรมจากออยปา (Saccharum spontaneum) เรียกวา

ออยเอนกประสงค โดยคดเลอกพันธุทใหผลผลตน้าตาล และชานออยตอพืนทสงและในออยตอการลดลงของ



























ผลผลตไมมากนัก สาหรับใชในพืนททคอนขางไมเหมาะสมนักสาหรับออย จากการทดสอบผลผลตขน


เปรียบเทียบพันธุมีพันธุดเดนที่นาจะเหมาะสมสาหรับพื้นททคอนขางจากัดสําหรับออย แตยังขาดการทดสอบ


ี่

ี่






ในหลายสภาพพืนท และออยกลมนีมคาความบริสทธิ (purity) คอนขางตากวาพันธุออยการคา จงควรศกษา













ุ






ความคมคาเชงพาณชยในการผลตน้ําตาลและผลตภัณฑรวมในระดบการผลตจริง เพื่อแนะนําพันธุออยกลุมนี้
ในพื้นที่ที่เหมาะสมซึ่งจะทําใหเกิดความคุมคาและยั่งยืนในการผลิตออย น้ําตาล และผลิตภัณฑรวมตอไป
การประเมินผลผลิตพันธุออยเอนกประสงค 7 พันธุ TPJ04-768 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939

KK09-0844 KK09-0941 และ KK09-0358 รวมกับออยพันธุการคา 5 พันธุ ท้งพันธุท่นิยมปลูก และพันธุ 



กาวหนา (ขอนแกน3, K88-92, LK92-11, KK07-037 และ KK07-250) ในออยปลก ออยตอปท 1 และออยตอ




ปท 2 ในสภาพแวดลอมที่มีขอจํากัดในการผลตออย ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (4 แปลง) ภาคเหนือ (2
ี่










แปลง) และภาคกลาง (2 แปลง) รวม 8 แปลงทดลอง เพือคดเลอกพันธุออยเอนกประสงคทใหผลผลตสงกวา
พันธุขอนแกน 3 มากกวารอยละ 5 ไวตอไดดี และเหมาะสําหรับปลูกในสภาพแวดลอมที่มีขอจํากัดในการผลิตออย

วิธีดําเนินการ


ดาเนินการในพืนททคอนขางไมเหมาะสมสาหรับออยในภาคตะวันออกเฉยงเหนือ (4 แปลง)












ภาคเหนือ (2 แปลง) และภาคกลาง (2 แปลง) รวม 8 แปลงทดลอง พันธุออยเอนกประสงค 7 พันธุ (พันธุ 
(TPJ04-768, KK08-059, KK09-0857, KK09-0939, KK09-0844, KK09-0941 และ KK09-0358 รวมกับออย
พันธุการคา 5 พันธุ ทงพันธุทนิยมปลก และพันธุกาวหนา (ขอนแกน3, K88-92, LK92-11, KK07-037 และ










KK07-250) รวม 12 พันธุ/โคลน

- ป 2561 ปลกออยตามแผนการทดลอง Randomized Complete Block Design 3 ซ้ํา แปลงยอย



4 แถว ยาว 8 เมตร เก็บเกียว 2 แถวกลาง เก็บตวอยางดนทระดบ 0-20 เซนตเมตร และ 20-60 เซนตเมตร






กอนปลูก เพื่อวิเคราะหคา pH, %OM, Avai P, Exch K, และเนื้อดิน ปลูกออยเปนแถวโดยการวางลาค ระยะ



ระหวางแถวเทากับ 1.5 เมตร ใสปุยเคมีตามคาวิเคราะหดิน โดยแบงใส 2 ครั้ง ครั้งแรกใสพรอมปลูก ครั้งที่ 2









ใสหลงจากออยงอก 3 เดอน กําจดวัชพืชไมใหรบกวนออยตลอดฤดปลก เก็บเกียวในชวงฤดหบออยคอเดอน






ธันวาคม-มีนาคม บันทึกปริมาณน้ําฝน


การปฏิบัติดูแลรักษาออยตอ กําจัดวัชพืชดวยแรงงานคน ใสปุยตามคาวิเคราะหดิน ครั้งแรกใสในชวง






ตนฤดฝน เมอดนมความชนพอทปยจะละลาย และออยสามารถนําไปใชได ครังท 2 ใสหลงจากครังแรกสอง














เดือนครึ่ง

บันทึกวันปฏิบัติการตางๆ วันงอก จํานวนหนองอกเมื่อหนึ่งเดือนครึ่ง สุมออยแปลงยอยละ 10 ตน วัด
ความสูงทุก 2 เดอน เริมจาก 3 เดือนหลังปลูกถึงเดือนตุลาคม บันทึกโรคและแมลง



509




การเก็บเกี่ยว บันทึกจํานวนหลุม จํานวนลําและน้ําหนักในพื้นที่เก็บเกี่ยว สุมออยแปลงยอยละ 10 ตน




วัดความยาว เสนผาศูนยกลาง คาบริกซ คาโพล และเปอรเซ็นตเยื่อใยคานวณผลผลตตอไรจากน้าหนักลาและ

พื้นที่เก็บเกี่ยว คํานวณคาซีซีเอสและความบริสุทธิ์ของน้ําออย จากคาบริกซ โพล และไฟเบอร คํานวณ ผลผลต



น้าตาล ผลผลิตชานออย และผลผลิตน้าตาลรวม

ผลผลิตน้าตาล =(ผลผลิตออย x ซีซีเอส)/100
ผลผลิตชานออย =(ผลผลิตออย x เปอรเซ็นตเยื่อใย)/100


ผลผลิตกากน้าตาล = ผลผลิต x 40.68 (คาเฉลยของประเทศป 2561/2562)





ผลผลิตกากน้าตาล = ผลผลิต x 45.25 (คาเฉลยของประเทศป 2562/2563)








การคานวณรายไดจากสวนตางๆ ของออย ([3] สานักงานคณะกรรมการออยและน้าตาลทราย, 2562 และ

2563)

- ราคาขนตน 700 บาท/ตน ป 2561/2562 และ 750 บาท/ตน ป 2562/2563 ท 10 ซีซีเอส









- อัตราขึนลง 42 บาท/ซีซีเอส/ตน ป 2561/2562 และ 45 บาท/ซีซีเอส/ตน ป 2562/2563




- ราคากากน้าตาลเฉลย 3,758.68 บาท/ตน






- ราคาขายชานออย ณ โรงงานน้าตาลขอนแกน 945 บาท/ตน
- ป 2562/2563 เก็บขอมูลผลผลิตในออยตอปที 1 เชนเดียวกับออยปลูก



ผลและวิจารณผลการทดลอง
ดําเนินการทดสอบพันธุออย 12 พันธุ/โคลนพันธุ วางแผนการทดลองแบบ RCB 3 ซ้ํา 8 สถานที่ ภาค






ตะวันออกเฉยงเหนือ (4) ภาคเหนือ (2) ภาคกลาง (2) ในออยปลก เตรียมพันธุออยโดยการชาขอจานวน 12

พันธุ/โคลนพันธุ เดิมการเตรียมทอนพันธุเปนทอนๆ ละ 3 ตา ปลกหลมละ 2 ทอน ซึ่งจะใชทอนพันธุเปน




จํานวนมาก แตมีการปรับเปลี่ยนแผนงานไมมีการขยายทอนพันธุในปแรก และทอนพันธุมีนอย จึงเตรียมพันธุ


โดยการชําขอ และปลูกหลุมละ 1 ตนหรือ 1 ขอ








ดาเนินการตดตอแปลงทดลองในพืนทภาคตะวันออกเฉยงเหนือ ภาคกลาง และภาคเหนือ จานวน 8

แปลง โดยในภาคตะวันออกเฉยงเหนือดาเนินการในพืนทอําเภอเมองและอําเภอพระยน จงหวัดขอนแกน









อําเภอภเขยว จงหวัดชยภม และ อําเภอกุฉนารายณ จงหวัดกาฬสนธุ จงหวัดละ 1 แปลง ในพืนทภาคเหนือ















ดําเนินการในพื้นท่ อําเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถและ อําเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย และภาคกลาง
ดําเนินการในพื้นที่ อําเภอหนองหญาปลอง จังหวัดเพชรบุรีและอําเภอสวรรคบุรี จังหวัดชัยนาท โดยปลูกตั้งแต 



วันที่ 18 เมษายน–14 มิถุนายน 2561 (ดงรายละเอียดในตารางท 1) ใชระยะปลูก 1.2-1.6x0.5 เมตร และหลง ั








ปลกพนสารควบคมวัชพืชกอนงอกโดยใชอามทรีน ยกเวนแปลงท 6 ทใชรถแทรกเตอรพรวนดนระหวางรอง












ปลก และมการใสปยรองพืนพรอมปลก 2 แปลง ไดแก แปลงท 1 และแปลงท 6 โดยใสปยเกรด 15-15-15







อัตรา 40 และ 20 กิโลกรัมตอไร ตามลําดับ (ตารางท 1)

จากการวัดพิกัดแปลงทง 8 แปลง จดแบงชดดนได 2 กลม ไดแก กลมชดดนในพืนทลม และกลมชด





















ดินในพื้นที่ดอน เขตดินแหง ทั้ง 2 กลุมชุดดิน เปนกลุมดินที่มีความอุดมสมบูรณต่ําถึงปานกลาง

510



ุ

กลุมชุดดินในพื้นที่ลม ไดแก กลุมชุดดินที่ 4 และ 20 เปนดินที่มีการระบายน้ําเลว โดยเฉพาะกลมชด
ุ
ดินที่ 4 ที่มีโครงสรางดินเหนียวแนนทึบ เกิดจากตะกอนลําน้ําที่มีอายุยังนอย เชนเดียวกับกลุมชุดดินที่ 20 ที่มี

การระบายน้ําเลว และยังประสบปญหาดินเค็ม เกิดจากตะกอนลําน้ําที่มีคราบเกลือลอยน้ําหรือมีชั้นดานแขงท ี่
สะสมเกลือภายในความลึก 100 ซม. จากผิวดิน











กลมชดดนในพืนทดอน เขตดนแหง ไดแก กลมชดดนท 33 40 41 46 และ 48 สวนใหญมความเปน











กรดจดถึงปานกลาง และมความอุดสมบูรณต่ําถึงปานกลาง เนื้อดินทั้งดินทราย ดินรวน ดินกรวด หรือดินลูกรัง
เปนดินที่มีอนุภาคใหญ จึงระบายน้ําด ี
ตารางที่ 1 สถานที่ปลูก วันปลูก ระยะปลูก
กลุมชุด วันเก็บเกี่ยว
แปลงท ี ่ สถานที่ดําเนินการ พิกัดแปลง ระยะปลูก วันปลูก
ดินท ี่ ออยปลูก ออยตอ 1
1 อ.เมือง จ.ขอนแกน 266752x1809517 20 1.5 x 0.5 18 เม.ย. 61 15 ก.พ. 62 4 ก.พ. 63

2 อ.พระยน จ.ขอนแกน 258776x1806765 41 1.4 x 0.5 24 พ.ค. 61 27 ก.พ. 62 3 ม.ค. 63
3 อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ 193166x1823818 55 1.5 x 0.5 27 เม.ย. 61 20 ก.พ. 62 28 ม.ค. 63
4 อ.กุฉินารายณ จ.กาฬสินธ ุ 395967x1820156 40 1.5 x 0.5 21 เม.ย. 61 22 ก.พ. 62 -
5 อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 626485x1660403 4 1.5 x 0.5 14 มิ.ย. 61 15 ก.พ. 62 11 ม.ค. 63
6 อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 594638x1922076 33 1.6 x 0.5 27 เม.ย. 61 19 ก.พ. 62 ธ.ค. 62

7 อ.ลับแล จ.อตรดิตถ 604155x1945850 46 1.2 x 0.5 25 เม.ย. 61 21 ก.พ. 62 -
8 อ.หนองหญาปลอง จ.เพชรบุร 578482x1452923 48 1.5 x 0.5 31 พ.ค. 61 - -








ตารางที่ 2 ผลวิเคราะหดน อัตราปุยแนะนํา และปริมาณการใสปุยตามคาแนะนํา
แปลง ผลวิเคราะหดิน อัตราปุยแนะนํา*
สถานที่ดําเนินการ OM Avai. P Exc. K
ที ่ pH ออยปลูก ออยตอ 1
(%) (ppm) (ppm)
1 อ.เมือง จ.ขอนแกน 4.9 0.64 45 50 27-3-18 27-3-18
2 อ.พระยน จ.ขอนแกน 4.8 0.32 4 44 27-9-18 27-9-18


3 อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ 7.6 1.91 8 72 12-6-12 15-6-12
4 อ.กุฉินารายณ จ.กาฬสินธ ุ  5.4 0.58 9 65 27-6-12 27-6-12
5 อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 6.6 1.52 41 78 12-3-12 15-3-12
6 อ.หนองหญาปลอง จ.เพชรบุรี 5.6 0.96 3 128 15-9-6 18-9-6
7 อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 5.2 2.20 96 283 12-3-6 15-3-6
8 อ.ลับแล จ.อตรดิตถ  5.4 2.90 41 257 6-3-6 9-3-6

* กลุมวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตทางการเกษตร (2561)
กอบเกียรติและคณะ (2555) วิเคราะหโอกาสขาดน้า และระยะตางๆ ของการเจริญเตบโตของออยท ี ่




ปลูกขามแลงในดินชุดวาริน จังหวัดขอนแกน พบวา ระยะตั้งตัว (ปลูกจนถึงอายุ 30 วัน) ออยตองการน้ําวันละ



0.7 มม. ระยะแตกกอและยดปลอง (140 วัน) ออยตองการน้าวันละ 2.8 มม. ระยะสะสมน้าตาลออย (125


วัน) ตองการน้าวันละ 6.6 มม. และระยะสกแกออย (35 วัน) ตองการน้าวันละ 5.3 มม. ตลอดอายจนถงเก็บ







เกี่ยวออยประมาณ 12 เดือน ออยมีความตองการน้ําไมนอยกวา 1,200 มิลลิเมตร ถาออยไดรับน้ํานอยกวาจะ
สงผลกระทบตอผลผลิตและคุณภาพออย


511



แปลงที่ 1 อ.เมือง จ.ขอนแกน





วัดพิกัดแปลง และเก็บตวอยางดน สงตรวจทหองปฏบตการของศนยวิจยพืชไรขอนแกน ปลกออย




















วันท 18 เมษายน 2561 โดยใชออยชาขอระยะปลก 1.5x0.5 เมตร และใสปยรองพืนเกรด 15-15-15 อัตรา
40 กิโลกรัม/ไร ใหน้ําตามรองในวันที่ 19 เมษายน 2561 และพนสารคุมวัชพืชอามีทรีน อัตรา 600 กรัม/ไร ใน

วันท่ 20 เมษายน 2561 และกําจัดวัชพืชครั้งท่ 2 โดยใชรถไถพรวนระหวางรองออยในวันที่ 12 มิถุนายน

2561 จากการวัดพิกัดแปลง พบวา เปนกลุมชุดดินที่ 20 ซึ่งเปนกลุมดินเค็มเกิดจากตะกอนลําน้ํา มีการระบาย
น้ําคอนขางเลว ความอุดมสมบูรณตํา สอดคลองกับผลการวิเคราะหดิน ท่มีคาความเปนกรด-ดางของดิน



เทากับ 4.9 อินทรียวัตถุ 0.64% ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนเทากับ 45 mg/kg และโปแตสเซียมทแลกเปลยน
ี่


ี่
ไดเทากับ 50 ppm. (ตารางที 2) จากผลการวิเคราะหดินกําหนดเกรดปุยตามคาวิเคราะหดิน คือ 27-3-18




O -K O และจากการใสปยรองพืนพรอมปลกดวยปยเกรด 15-15-15 อัตรา 40 กิโลกรัม/ไร ใน
กิโลกรัม N-P 2 5 2   ุ ้ ู   ุ


วันท่ 4 กรกฎาคม 2561 ใสปยแตงหนาเพิ่มเติมดวย 46-0-0 18-46-0 และ 0-0-60 อัตรา 66 9 และ 53

กิโลกรัม/ไร ตามลําดับ พรอมทั้งพรวนดินกําจัดวัชพืชระหวางรอง

เก็บเกี่ยวผลผลิตออยเม่ออายุ 9 เดือน ในวันท่ 5 มกราคม 2562 พบวา พันธุออยท่แตกตางกันม ี











ผลผลต คาความหวาน ผลผลตน้าตาล กากน้าตาล และชานออยไมแตกตางกันทางสถต (ตารางท 3-7) เมื่อ




นํามาคานวณราคารายไดจากออยทงน้าตาล ความหวาน กากน้าตาล และชานออย พบวา KK09-0844 มี




รายไดรวมสูงที่สุด เทากับ 12,661 บาท สูงกวาพันธุตรวจสอบทั้ง 3 พันธุ (ตารางที่ 8)









ผลผลต และความหวานของออยคอนขางตา เพราะเก็บเกียวออยเพียง 9 เดอน ทาใหมระยะเวลาใน

การสะสมน้ําตาลนอยและไดรับปริมาณน้ําฝนนอยกวาความตองการ โดยในระยะตั้งตัวออยมีการเจริญเติบโตด ี
ซึ่งออยมีความตองการน้ํา 22 มม. และไดรับน้ํา 49.4 มม. แตในระยะแตกกอ-ยืดปลอง และระยะสะสมน้ําตาล
ออยไดรับปริมาณนอยกวาความตองการทําใหผลผลิตและความหวานคอนขางต่ํา (ภาพที่ 1)
หลังเก็บเกี่ยวออยปลูกตัดแตงตอออย ไดมีการใหน้ําตามรองปลูกในชวงแรกหลังเก็บเกี่ยว 1 ครั้ง



หลงจากดนมความชนในชวงเดอน พฤษภาคม-มถนายน กําจดวัชพืช และใสปยตามคาวิเคราะหดนเกรด 27-














3-18 ในออยตอ หลังจากท่มีการใหปย 2 ครั้ง เก็บเกี่ยวออยตอ1 เมื่ออายุ 12 เดอน ในวันท่ 4 กุมภาพันธ














2563 พบวา พันธุออยทแตกตางกันมผลผลต ผลผลตน้าตาล กากออย และชานออย ไมแตกตางกันทางสถต ิ



(ตารางท 3 5 6 และ 7) แตคาความหวาน แตกตางกันอยางมนัยสาคญยงทางสถต โดยออยพันธุ KK3 มคา













ความหวานสูงสุดคือ 19.7 องศาบริกซ และพันธุท่มีความหวานตําท่สุดคือ พันธุ KK09-0941 เทากับ 11.4










องศาบริกซ (ตารางที 4) เมอนํามาคํานวณราคารายไดจากออยทังน้าตาล ความหวาน กากน้าตาล และชาน

ออย พบวา KK3 มีรายไดรวมสูงที่สุด เทากับ 14,960 บาท รองลงมาคอ K88-92 KK09-0358 LK92-11 และ



KK09-0941 มีรายไดรวมเทากับ 11,621 10,595 10.587 และ 10,454 บาท ตามลาดบ (ตารางท 8)




และเมื่อนําผลผลิตและองคประกอบผลผลตของพันธุออย ในออยปลกและออยตอ1 หาความสมพันธ


กัน พบวา ผลผลตออย และผลผลิตน้ําตาล ไมสามารถหาปฏิสัมพันธระหวางพันธุได เนื่องจากในออยตอ


ผลผลตดงกลาวมความแปรปรวนมาก ดงนันจงสามารถหาคาความแตกตางจากคาเฉลยในออยปลกและออย











ตอ พบวา พันธุออยท่มคาเฉล่ยของผลผลิตสูงสุดคือ พันธุ K88-92 KK3 KK09-0941 และ KK09-0358 ให




512















คาเฉลยเทากับ 11.8 11.2 11.0 และ 10.3 ตนตอไร ตามลาดบ ในขณทผลผลตน้าตาล ผลผลตกากน้าตาล



















และผลผลตชานออยไมมความแตกตางกันทางสถต ผลผลตน้าตาลพันธุทใหคาเฉลยสงสดคอ พันธุ KK3 1.8






ตันซีซีเอสตอไร รองลงมาคือพันธุ K88-92 และ KK09-0941 เทากับ 1.4 และ 1.2 ตนซีซีเอสตอไร ตามลาดบ






ผลผลตเฉลยออยตอ 1 ลดลงรอยละ 32 จาก 11.2 ตน/ไร เปน 7.6 ตน/ไร เนืองจากไดรับปริมาณ



น้ําฝนตลอดฤดูกาลผลิต 852 มิลลิเมตร โดยไดรับน้ําฝนชวงตนฤดูเพียง แตขาดในชวงการสะสมน้ําตาล ไดรับ




น้ําเพียง 337 มิลลิเมตร แตในขณะท่ออยมีความตองการน้าถึง 828 มิลลิเมตร ไมมีฝนตกเลยต้งแตเดอน




ตลาคมจนถึงเก็บเกียว ดงภาพท 2 และเมอนํามาคานวณราคารายไดจากออยทงน้าตาล ความหวาน









กากน้าตาล และชานออย พบวา ขอนแกน 3 มีรายไดรวมสูงที่สุดทั้งในออยปลูก และออยตอ 1 เทากับ 12,449

และ 11,621 รวมทั้งสิ้น 26,927 บาท รองลงมาเปน KK88-92 และ KK09-0941 ตามลาดบ (ตารางท 8)






ภาพที่ 1 ปริมาณน้ําฝนราย 10 วัน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาทาพระ


ภาพที่ 2 ปริมาณน้ําฝนราย 10 วัน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2562- 2563 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาทาพระ

513




แปลงที่ 2 อ.พระยืน จ.ขอนแกน


ไถเตรียมดนครังท 1 หมกหญาประมาณ 1 เดอน ไถดะและไถพรวน ยกรองระยะระหวางรอง 1.4





เมตร วัดพิกัดแปลง และเก็บตวอยางดนกอนปลก สงวิเคราะหทหองปฏบตการศนยวิจยพืชไรขอนแกน จาก























การวัดพิกัดแปลง พบวา เปนกลมชดดนท 41 เปนกลมดนทรายหนาปานกลาง ทเกิดจากตะกอนลาน้าหรือ











ตะกอนเนือหยาบ ทับอยบนช้นดินท่มเนื้อดินเปนดินรวนปนดินเหนียว หรือดินรวนเหนียวปนทรายแปง








ปฏกิริยาดนเปนกรดเลกนอยถงเปนกลาง การระบายน้าด อยบนชนดนทมการระบายน้าดปานกลาง มความ













อุดมสมบรณตา และสอดคลองกับผลวิเคราะหดน ทพบวา มคาความเปนกรด-ดางของดนเทากับ 4.8



















อินทรียวัตถ 0.32% ฟอสฟอรัสทเปนประโยชนเทากับ 4 mg/kg และโปแตสเซียมทแลกเปลยนไดเทากับ 44








ppm. (ตารางที 2) เปนดินทีมความอุดมสมบูรณระดับต่ามาก จากผลการวิเคราะหดินกําหนดเกรดปุยตามคา



O -K O ปลูกออยวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 โดยใชออยชําขอ ระยะ
วิเคราะหดิน คือ 27-9-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2
ปลูก 1.4x0.5 เมตร หลงปลกพนสารคมวัชพืชอามทรีน อัตรา 600 กรัม/ไร ใสปยครังท 1 เกรด 15-15-15























อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร เมอวันท 4 กรกฎาคม 2561 และใสปยครังท 2 ในเดอนกันยายน 2561 จากภาพท 2
จะเห็นไดวาออยไดรับปริมาณน้ําฝนอยางเพียงพอในระยะตั้งตัวและแตกกอ ทําใหออยมีการเจริญเติบโตดี โดย



โคลน KK09-0358 มการเจริญเตบโตสงทสด แตในระยะยดปลองและสะสมน้าตาล ออยไดรับน้าในปริมาณ
















นอยกวาความตองการสงผลใหผลผลตเฉลยคอนขางตาเทากับ 6.90 ตน/ไร และการเก็บเกียวออยทมอาย 9










เดอน ผลผลิต ผลผลิตน้าตาล กากน้าตาล และชานออย ไมมีความแตกตางกันทางสถิติ ยกเวนความหวานพันธุ




ออยจะมีความหวานแตกตางกันทางสถิติ โดยมีความหวานเฉลี่ย 13.27 ซีซีเอส ไมมีออยโคลนใดมีความหวาน




สงกวาพันธุตรวจสอบ LK92-11 และ ขอนแกน 3 แตจะมโคลน KK07-250 ทมความหวานใกลเคยงและไม 





แตกตางกันทางสถิติ สวนใหญออยมีความหวานไมมีความแตกตางกันทางสถิติ ยกเวนโคลน KK09-0941





(ตารางท 3-7) ผลผลิตเฉล่ยออยตํา และเม่อคํานวณรายไดจากผลผลิตทุกสวนของออย พบวา ออยโคลน
KK09-0358 และ KK09-0857 ใหรายไดสูงกวาพันธุตรวจสอบท้ง 3 พันธุ โดยมีรายไดเทากับ 8,949 และ



8,323 บาท/ไร ตามลาดบ (ตารางท 8)


ตัดแตงออยตอหลังการเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวออยตอ 1 เมื่ออายุ 11 เดือน พบวา ผลผลิต ผลผลิตน้ําตาล







และองคประกอบผลผลตมความแตกตางกันทางสถต ยกเวนความหวานไมมความแตกตางกันทางสถต และ






จากการที่ออยตอเปนโรคใบขาวมากและประสบภาวะแลงจัดสงผลใหผลผลตเฉลยตาโดยมีผลผลตเฉลยเทากับ

ี่
ี่
่ํ



1.42 ตน/ไร K88-92 ใหผลผลต ผลผลตน้าตาล และกากน้าตาล สงสดเทากับ 2.51 ตัน/ไร 0.31 ตนซีซีเอส/ไร
















102 กิโลกรัม/ไร ตามลาดบ แตไมแตกตางกันทางสถตกับทกพันธุ/โคลน ยกเวน LK92-11 (ตารางท 6) สวน








ขานออย KK09-0939 และ TPJ04-768 ใหผลผลตชานออยสงกวาพันธุตรวจสอบทง 3 พันธุ พันธุตรวจสอบ





ทง 3 พันธุใหผลผลตตากวาโคลนดเดน (ตารางท 7) และเม่อนํามาคดรายไดจากผลผลต ความหวาน












กากน้ําตาล และชานออย จากราคาเริ่มตนที่ 750 บาท/ตัน ที่ความหวาน 10 ซีซีเอส และเพิ่ม 45 บาท/ตัน ท ี่



ความหวานเพิมขน 1 ซีซีเอส ราคากากน้าตาลตนละ 3,758 บาท ชานออย ตนละ 1,000 บาท พบวา KK09-








0939 จะมรายไดสงกวาพันธุตรวจสอบทง 3 พันธุ โดยมลตอบแทน 2,763 บาท/ไร รองลงมาไดแก K88-92






KK09-0875 TPJ04-768 KK09-0941 และ KK08-059 (ตารางท 8)

514




จากการที่ป 2562/2563 ออยไดรับปริมาณน้ําฝนนอย (ภาพที่ 4) เกิดปญหาภัยแลง สงผลให ผลผลต






และคุณภาพออยในออยตอ 1 ลดลงดังตารางที่ 1-3 ซึ่งกระทบตอรายไดเชนเดยวกัน (ตารางท 8)























ภาพที่ 3 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาทาพระ




























ภาพที่ 4 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2562- 2563 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาทาพระ



แปลงที่ 3 อ.ภูเขียว จ.ชัยภูม ิ

ปลูกออยวันที่ 27 เมษายน 2561 โดยใชออยชําขอใชระยะปลูก 1.5x0.5 เมตร วัดพิกัดแปลงและเก็บ
















ตวอยางดนกอนปลก สงวิเคราะหทหองปฏบตการศนยวิจยพืชไรขอนแกน จากการวัดพิกัดแปลง พบวาเปน



กลมชดดนท 55 เปนกลมดนลกปานกลางถงชนหนพืน เศษหน กอนหนหรือลกรัง ปฏกิริยาดนเปนกลางหรือ




















เปนดาง การระบายน้าดถึงดปานกลาง ความอุดมสมบูรณปานกลาง สวนผลวิเคราะหดน พบวา มคาความเปน












กรด-ดางของดินเทากับ 7.6 อินทรียวัตถุ 1.91% ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนเทากับ 8 mg/kg และโปแตสเซียม

515







ท่แลกเปล่ยนไดเทากับ 72 ppm (ตารางที 2) เปนดินทีมความอุดมสมบูรณระดับปานกลาง จากผลการ




O -K O หลังปลูกพนสารคุมวัชพืช




วิเคราะหดนกําหนดเกรดปุยตามคาวิเคราะหดิน คอ 12-6-12 กิโลกรัม N-P 2 5 2








อามทรีน อัตรา 600 กรัม/ไร กําจดวัชพืชครังท 1 ในวันท 4 กรกฎาคม 2561 กําจดวัชพืชครังที 2 พรอมใส 






ปยตามคาวิเคราะหดน ไถกลบและพูนโคนออยในวันท 10 สงหาคม 2561 ออยจะมการเจริญเตบโตใน





ระยะแรกดเนืองจากไดรับปริมาณน้าฝนเพียงพอ (ภาพท 4) แตยงไมเพียงตอการยดปลอง และสะสมน้าตาล

























สงผลใหเมอเก็บเกียวออยทอาย 10 เดอน ในวันท 21 กุมภาพันธ 2562 พบวา คาความหวาน และผลผลต
















น้าตาล มความแตกตางกันอยางมนัยสาคญ ยกเวนผลผลตออยและกากน้าตาลทไมมความแตกตางกันในทก








สายพันธุ/พันธุ ผลผลตออยโคลนพันธุ KK09-0844 KK09-0358 และ KK09-0941 ใหผลผลตสงสด 11.7 ตน











ตอไร (ตารางท 3) คาความหวานพันธุทใหความหวานสงสดคอ KK07-250 ไมแตกตางกับพันธุ ขอนแกน 3











และ LK92-11 ที 13.1 12.7 และ 13.0 ซีซีเอส ตามลาดบ พันธุทใหความหวานรองลงมาคอ KK09-0939 ที ่












10.9 ซีซีเอส (ตารางท 4) อยางไรก็ตาม พบวาพันธุทใหผลผลตน้าตาลสงสด คอ KK07-250 และ KK07-037




ที 1.5 ตนตอไรเทากัน ไมแตกตางกับพันธุขอนแกน 3 LK92-11 และ KK09-0939 เทากับ 1.3 1.2 และ 1.2








ตนซีซีเอสตอไร ตามลาดบ (ตารางท 5) สวนชานออยมความแตกตางกันทางสถิติ ออยโคลนดเดนทกพันธุให 























ปริมาณชานออยสงกวาพันธุตรวจสอบทง 3 พันธุ โดย KK09-0857 มชานออยสงทสด เทากับ 1.67 ตนตอไร
รองลงมาไดแก KK09-0358 KK09-0939 KK07-037 KK08-059 KK09-0844 TPJ04-768 KK09-0941 และ

KK07-250 ตามลาดบ (ตารางท 7) ออยโคลนดีเดน 5 โคลน ใหรายไดสูงกวาพันธุตรวจสอบทั้ง 3 พันธุ ไดแก






KK07-037 KK07-250 KK09-0939 KK08-059 และ KK09-0844 โดยมีรายไดเทากับ 12,555 11,048




10,174 9,662 และ 9,422 บาทตอไร ตามลาดบ (ตารางท 8)

ี่

เก็บเกี่ยวออยตอ 1 เมื่อวันท 27-28 มกราคม 2563 พบวา ผลผลตออย และคาความหวาน มีคา

แตกตางกันทางสถต โดยโคลน KK09-0857 ใหผลผลิตออยสูงทีสุดเทากับ 8.8 ตันตอไร อันดับรองลงมาคือ









KK09-0358 และ KK07-037 ที่ใหผลผลิตออยเทากับ 6.9 และ 6.8 ตนตอไร ตามลาดบ (ตารางท 3) ในขณะที ่






คาความหวานโคลน KK07-250 ใหความหวานสงทสุด 16.1 ซีซีเอส ไมแตกตางทางสถตกับพันธุมาตรฐาน





ขอนแกน 3 และ LK92-11 ทมคาความหวาน 15.4 และ 14.7 ซีซีเอส ตามลาดบ (ตารางท 4) อยางไรก็ตาม


















พบวา ผลผลตน้าตาลของออยทกโคลน/พันธุมคาไมแตกตางกันทางสถต โดยโคลน/พันธุทมแนวโนมทใหผล









ผลตน้าตาลสูง ไดแก KK07-037 KK07-250 และ KK3 เทากับ 0.76 0.76 และ 0.77 ตันซีซีเอสตอไร (ตารางท ่ ี






5) และเมอนําผลผลตสวนตางๆ มาคานวณเปนรายได พบวา มโคลนดเดน 3 โคลนทใหรายไดสงสด ไดแก





















KK07-037 KK07-250 และ KK09-0939 ใหรายไดเทากับ 12,555 11,048 และ 10,174 บาทตอไร ตามลาดบ (ตารางท 8)






เมอนําผลผลตและองคประกอบผลผลตของพันธุออยมาหาคาเฉลยในออยปลกและออยตอ พบวา




พันธุออยที่มีคาเฉลี่ยของผลผลิตสูงสดคือ KK07-037 และ KK09-0857 ใหคาเฉลี่ยเทากับ 10.6 และ 10.3 ตน



ตอไร ตามลาดบ ในขณะทผลผลิตน้ําตาลพันธุทใหคาเฉลี่ยสูงสุดคอ พันธุ KK07-037 และ KK09-250 1.1 ตน
ี่















ซีซีเอสตอไร รองลงมาคอพันธุ LK92-11 และ ขอนแกน 3 เทากับ 1.0 ตนซีซีเอสตอไร ตามลาดบ พันธุทให 






ความหวานสูงสุดคือ KK07-250 เทากับ 14.6 ซีซีเอส สูงกวาพันธุขอนแกน 3 และ LK92-11 เทากับ 13.7
และ 14.2 ซีซีเอส ตามลาดบ (ตารางท 47)





516



ผลผลตเฉลยออยตอ 1 ลดลงรอยละ 51 จาก 10.9 ตน/ไร เปน 5.5 ตน/ไร เนืองจากไดรับปริมาณ















น้ําฝนชวงตั้งตัวนอย ฝนทิ้งชวงสงผลทําใหออยตอ 1 ทงอกแสดงอาการใบขาวจงตองทาการขุดทง ดังภาพท 6






และเมอนํามาคานวณราคารายไดจากออยทงน้าตาล ความหวาน กากน้าตาล และชานออย พบวา พันธุ KK07-










037 มรายไดรวมสงทสดทงในออยปลก และออยตอ 1 เทากับ 12,555 และ 10,464 บาท รวมทงสน 23,019











บาท รองลงมาเปน KK07-250 และ KK09-0939 เทากับ 19,884 และ 19,544 บาท ตามลาดบ (ตารางท 8)





ภาพที่ 5 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีตรวจอากาศชยภูม ิ






























ภาพที่ 6 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2562- 2563 ของสถานีตรวจอากาศชยภม ิ

517



แปลงที่ 4 อ.กุฉินารายณ จ.กาฬสินธุ

ปลูกออยวันที่ 21 เมษายน 2561 โดยใชออยชําขอใชระยะปลูก 1.5x0.5 เมตร วัดพิกัดแปลง และเก็บ
















ตวอยางดนกอนปลก สงวิเคราะหทหองปฏบตการศนยวิจยพืชไรขอนแกน จากการวัดพิกัดแปลง พบวา เปน



กลมชดดนท 40 เปนกลมดนปนทราย ดนรวนหยาบลกถงลกมากทเกิดจากตะกอนลาน้าหรือวัตถตนกําเนิด





























เนือหยาบ ปฏกิริยาดนเปนกรดจดหรือเปนกลาง การระบายน้าดถงดีปานกลาง ความอุดมสมบรณตา









สอดคลองกับผลวิเคราะหดนท่พบวา มคาความเปนกรด-ดางของดนเทากับ 5.4 อินทรียวัตถ 0.58%















ฟอสฟอรัสทเปนประโยชนเทากับ 9 mg/kg และโปแตสเซียมทแลกเปลยนไดเทากับ 65 ppm. (ตารางท 2)



เปนดินท่มีความอุดมสมบูรณตํา จากผลการวิเคราะหดินกําหนดเกรดปยตามคาวิเคราะหดิน คือ 27-6-12


O -K O หลังปลูกพนสารคุมวัชพืชอามีทรีน อัตรา 600 กรัม/ไร กําจดวัชพืชครั้งที่ 1 ในวันที่ 22
กิโลกรัม N-P 2 5 2 ั













มถนายน 2561 กําจดวัชพืชครังท 2 พรอมใสปยตามคาวิเคราะหดน ไถกลบและพูนโคนออยในวันท 6






สงหาคม 2561 เก็บเกียวผลผลตออยทอาย 10 เดอน ในวันท 20 กุมภาพันธ 2562 พบวา ผลผลตออย คา










ความหวาน และ ผลผลตน้าตาล มความแตกตางกันอยางมนัยสาคญ (ตารางท 3-5) ผลผลตออยโคลนพันธุ 








KK09-0844 ใหผลผลิตสูงสุด 13 ตันตอไร ไมแตกตางกับโคลนพันธุ/พันธุ KK08-059 KK09-0358 K88-92

และ KK07-250 เทากับ 10.7 10.3 9.7 และ 9.7 ตันตอไร ตามลําดับ คาความหวานพันธุท่ใหความหวาน


สูงสุดคือ ขอนแกน 3 ไมแตกตางกับพันธุ LK92-11 ที่ 16.4 และ 15.4 ซีซีเอส ตามลําดับ พันธุที่ใหความหวาน





รองลงมาคอ KK07-250 ที 14.0 ซีซีเอส อยางไรก็ตาม พบวาพันธุทใหผลผลตน้าตาลสงสด คอ KK09-0844








ที 1.5 ตันตอไร ไมแตกตางกับพันธุ KK07-250 และ KK08-059 ที่ 1.4 และ 1.3 ตันซีซีเอสตอไร ซึ่งทั้ง 3 สาย


พันธุใหผลผลตออยสง ผลผลตน้าตาลสง สวนกากน้าตาลมความแตกตางกันทางสถตเชนเดยวกัน โดยโคลน













KK07-037 ใหผลผลิตกากน้ําตาลสูงท่สุด 060 ตันตอไร แตไมแตกตางกันทางสถิติกับพันธุ/โคลน K88-92


KK07-250 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939 KK09-0844 KK09-0941 และ KK09-0358 (ตารางท 6)
















สวนชานออยไมมความแตกตางกันทางสถต ในขณะทจานวนลาตอไร จานวนลาตอกอ พบวา KK09-0844 มี

จานวนลาสงสดเทากับ 11,578 และ 5.7 ลํา ตามลําดับ และพันธุ K88-92 และขอนแกน 3 มขนาดลําสูงสุดที ่















3.27 และ 3.13 เซนตเมตร (ตารางท 7) และเมอนําผลผลตสวนตางๆ มาคานวณเปนรายได พบวา มโคลน



ดีเดน 4 โคลนท่ใหรายไดสูงกวาพันธุตรวจสอบท้ง 3 พันธุ ไดแก KK07-037 KK07-250 KK09-0939 และ










KK08-059 ทใหรายไดเทากับ 12,838 11,942 10,762 และ 10,232 บาทตอไร ตามลาดบ (ตารางท 8)

เม่อออยตอ1 งอกอายครบ 2 เดอน ตรวจนับเปอรเซ็นตกองอกพบวา ออยตอ 1 มีความงอกอยู







ระหวาง 86-100 เปอรเซ็นต พันธุทงอกสงสดคอ KK08-059 KK09-0939 KK09-0358 และขอนแกน 3 โดย



พบกอใบขาวจานวนมากตงแตออยเริมงอก พันธุทมเปอรเซ็นตกอใบขาวสงสด คอ K88-92 และ KK09-0857


















เทากับ 58.7 และ 52.3 เปอรเซ็นต โดยพันธุทพบนอยทสดคอ LK92-11 ที 12.7 เปอรเซ็นต แตเนืองจากพบ

















ออยมอาการโรคใบขาวมากเนืองจากประสบปญหาภยแลง หลงการเก็บเกียวมปริมาณฝนตกนอย (ภาพท 8)



เกษตรกรจงขอไถทิ้ง จึงไมสามารถเก็บเกี่ยวออยตอได

518
































ภาพที่ 7 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีตรวจอากาศรอยเอ็ด



90.0 45.0
ปริมาณนํ้าฝน (มม.)
80.0 40.0

อุณหภูมตําสุด

70.0 35.0
อุณหภูมสูงสุด

60.0 30.0
50.0 25.0
40.0 20.0
30.0 15.0
20.0 10.0
10.0 5.0

0.0 0.0
22 กพ 63 5 มีค 63 15 มีค 63 25 มีค 63 4 เมย 63 14 เมย 63 24 เมย 63 4 พค 63


ภาพที่ 8 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2562 ของสถานีตรวจอากาศรอยเอ็ด



แปลงที่ 5 อ.สรรคบุรี จ.ชยนาท
ปลูกออยวันที่ 14 มิถุนายน 2561 โดยใชออยชําขอใชระยะปลูก 1.5x0.5 เมตร วัดพิกัดแปลงและเก็บ















ตวอยางดนกอนปลก สงวิเคราะหทหองปฏบตการศนยวิจยพืชไรขอนแกน จากการวัดพิกัดแปลง พบวา เปน
















กลมชดดนท 4 กลมดนเหนียวลกมากทเกิดจากตะกอนลาน้าทมอายยงนอย โครงสรางแนนทบ ดนแหงแขง










และแตกระแหง ทาใหไถพรวนยาก ขาดแคลนน้า และน้าทวมขังในฤดฝน ทาความเสยหายกับพืชที่ไมชอบน้ํา









ปฏกิริยาดนเปนกลางถงเปนดาง การระบายน้าคอนขางเลว ความอุดมสมบรณปานกลาง สอดคลองกับการ















วิเคราะหดิน ท่พบวา มีคาความเปนกรด-ดางของดินเทากับ 6.6 อินทรียวัตถุ 1.52% ฟอสฟอรัสทเปน


ประโยชนเทากับ 41 mg/kg และโปแตสเซียมทแลกเปลี่ยนไดเทากับ 78 ppm. (ตารางที่ 2) เปนดินที่มีความ
ี่

519














อุดมสมบรณระดบปานกลาง จากผลการวิเคราะหดนกําหนดเกรดปยตามคาวิเคราะหดน คอ 12-3-12
O -K O หลงปลกพนสารคมวัชพืชอามทรีน อัตรา 600 กรัม/ไร ดาเนินการใสปยครังท 1 ใน
กิโลกรัม N-P 2 5 2 ั ู ุ ี ํ   ุ ้ ี ่


วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 เกรด 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร ออยมการเจริญเตบโตด ในชวงแรก เพราะ














ไดรับน้าจากฝนอยางเพียงพอ (ภาพท 7) เมอเก็บเกียวออยทอาย 8 เดอน พบวา ผลผลต ความหวาน และ







ผลผลตน้าตาล มความแตกตางกันทางสถิต (ตารางท 3-5) ผลผลิต ความหวาน และผลผลิตเฉลียคอนขางนอย




เนื่องมาจากมีจํานวนลําเก็บเกี่ยวนอย และไดรับน้ําปริมาณไมเพียงพอ โดยในระยะแรกไดรับอยางเพียงพอ ทํา

ใหการเจริญเตบโตชวงแรกรวดเร็ว แตมีเขาสูระยะยืดปลองและสะสมน้ําตาล ไดรับน้ําเพียง 676 มม. ในขณะ












ทพืชตองการน้าถง 828 มม. (ภาพท 9) จงมผลกระทบตอการเจริญเตบโต และเก็บเกียวออยอาย 8 เดอน ม ี













โคลนดเดนทใหผลผลตสงกวาพันธุตรวจสอบ ไดแก KK07-037 เนืองจากมจานวนลาเก็บเกียวสงทสด และ







KK07-250 ใหความหวานสูงกวาพันธุตรวจสอบ แตไมมีโคลนพันธุใดที่ใหผลผลิตน้ําตาลสูงกวาพันธุ K88-92 ที ่

ใหผลผลตน้ําตาลเทากับ 0.97 ตันซีซีเอสตอไร แตไมแตกตางกันทางสถติกับพันธุ KK07-250 KK07-037 และ


KK09-0844 สวนผลผลตกากน้าตาล และชานออยมความแตกตางกันทางสถต มเพียงโคลน KK09-0941 ทมี
ี่
















ผลผลตกากน้าตาลสงกวาพันธุ K88-92 แตไมแตกตางกันทางสถตกับโคลน KK07-037 (ตารางท 4) และชาน














ออยม 2 โคลนพันธุทใหผลผลตชานออยสงกวาพันธุตรวจสอบ ไดแก KK07-037 และ TPJ04-768 ทใหชาน













ออยเทากับ 1.46 และ 1.25 ตนตอไร ตามลาดบ (ตารางท 5) และโคลนพันธุทมรายไดสงกวาพันธุตรวจสอบ

ไดแก KK07-037 เนื่องจากมีผลผลิตสูงกวา โดยใหรายได 10,217 บาทตอไร (ตารางที่ 8)

หลงเก็บเกียวตดแตงตอออย ใสปยในเดอนเมษายน 2562 เกรด 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัม/ไร










ตรวจเชคความงอก วัดความสง นับจานวนกอตอไร เปอรเซ็นตการเปนโรคแสดา และการเขาทาลายของหนอน












กอ ในเดอนพฤษภาคม 2562 พบวา ออยทง 12 พันธุ/โคลน มความงอกเฉลย 86 เปอรเซ็นต โคลน KK08-


059 และ KK09-0844 มีความงอกต่ํา KK07-250 และ KK09-0939 มีความงอกสูงสุด 98 เปอรเซ็นต เมื่อเก็บ
เกี่ยวออยตอ 1 เมื่อออยอายุ 11 เดือน พบวา ผลผลิต ความหวาน ผลผลิตน้ําตาล และองคประกอบผลผลตมี






ความแตกตางกันทางสถต โดยม 2 โคลนดเดน ทใหผลผลตสงกวาพันธุตรวจสอบทง 2 พันธุไดแก KK07-250



















และ KK08-059 ทใหผลผลตเทากับ 13.54 และ 13.27 ตน/ไร ตามลาดบ (ตารางท 3) สวนความหวานไม 



พันธุ/โคลนดีเดนที่มีความหวานสูงกวาพันธุขอนแกน ที่มีความหวาน 15.38 ซีซีเอส แตไมแตกตางกันทางสถต ิ







กับทกพันธุ/โคลน ยกเวน TPJ04-768 (ตารางท 4) เมื่อคานวณผลผลตน้าตาล KK07-250 ใหผลผลตน้าตาล







สูงสุด 2.08 ตันซีซีเอส/ไร แตไมแตกตางกันทางสถิตกับพันธุขอนแกน 3 และ KK08-059 (ตารางท 5) ผลผลิต



กากน้าตาล KK07-250 KK08-059 และ TPJ04-768 มผลผลตกากน้าตาลสงกวาพันธุตรวจสอบทง 3 พันธุ 







(ตารางท 6) สวนชานออย TPJ04-768 KK07-250 ใหผลผลิตชานออยสูงกวาพันธุตรวจสอบทั้ง 2 พันธุ (ตาราง


ที่ 7) เมอนํามาคานวณรายไดจากผลผลต ความหวาน กากน้าตาล ชานออย พบวา รายไดรวมม 2 โคลน ไดแก












KK07-250 และ KK08-059 ท่มีรายไดรวมสูงกวาพันธุขอนแกน 3 และ K88-92 ทใหผลตอบแทน 16,920



และ 13,926 บาท/ไร ตามลาดบ (ตารางท 8)






เมอนําผลผลตและองคประกอบผลผลตของพันธุออยมาหาคาเฉลยในออยปลกและออยตอ พบวา










พันธุออยทมคาเฉลยของผลผลตสงสดคอ KK07-037 และ KK07-250 ใหคาเฉลียเทากับ 11.1 ตันตอไร








520



















ในขณะทผลผลตน้าตาลพันธุทใหคาเฉลยสงสดคอ พันธุ KK07-250 และขอนแกน 3 เทากับ 1.49 และ 1.12

ตันซีซีเอสตอไร ตามลําดับ พันธุที่ใหความหวานสูงสุดคือ KK07-250 เทากับ 14.6 ซีซีเอส สูงกวาพันธุขอนแกน



3 และ LK92-11 เทากับ 12.9 และ 14.2 ซีซีเอส ตามลาดบ เมอนํามาคานวณราคารายไดจากออยทงน้าตาล







ความหวาน กากน้าตาล และชานออย พบวา พันธุ KK07-250 มีรายไดรวมสูงที่สุดทั้งในออยปลูก และออยตอ




1 เทากับ 8,314 และ 16,920 บาท รวมทงสน 25,234 บาท รองลงมาเปน KK07-037 และ ขอนแกน 3





เทากับ 20,840 และ 20,635 บาท ตามลาดบ





ภาพที่ 9 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาชัยนาท



















ภาพที่ 10 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2562- 2563 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาชัยนาท

521



แปลงที่ 6 อ.หนองหญาปลอง จ.เพชรบุร ี









วัดพิกัดแปลง และเก็บตวอยางดน สงตรวจทหองปฏบตการของศนยวิจยพืชไรขอนแกน ปลกออย






วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 โดยใชออยชําขอระยะปลูก 1.5x0.5 เมตร และใสปุยรองพื้นเกรด 15-15-15 อัตรา








20 กิโลกรัม/ไร หลงปลกไถพรวนระหวางรองเพือกําจดวัชพืช ปลกซอมวันที 26 มถนายน2561 และกําจัด
วัชพืชครั้งที่ 2 โดยใชรถไถพรวนระหวางรองออยในวันที่ 28 มิถุนายน 2561 จากการวัดพิกัดแปลง พบวา เปน
กลุมชุดดินที่ 48 เปนกลุมดินตื้นถึงกอนหินหรือเศษหิน และอาจพบชั้นหินพื้นภายในความลึก 150 เซนตเมตร

จากผิวดิน ปฏิกิริยาดินเปนกรดถึงเปนกลาง การระบายน้ําดี ความอุดมสมบูรณตํา สอดคลองกับผลการ











วิเคราะหดน พบวา แปลงทใชทดสอบมคาคามเปนกรด-ดางของดนเทากับ 5.6 อินทรียวัตถุ 0.96%








ฟอสฟอรัสทเปนประโยชนเทากับ 3 mg/kg และโปแตสเซียมทแลกเปลยนไดเทากับ 128 ppm. จากผลการ






O -K O (ตารางท 2) และจากการ





วิเคราะหดนกําหนดเกรดปยตามคาวิเคราะหดน คอ 15-9-6 กิโลกรัม N-P 2 5 2 ี ่
ใสปยรองพื้นพรอมปลูกดวยปยเกรด 15-15-15 อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร ในการใสปยแตงหนาเพิ่มเตมดวย







46-0-0 18-46-0 และ 0-0-60 อัตรา 56 35 และ 53 กิโลกรัม/ไร ตามลาดบ พรอมทงพรวนดนกําจดวัชพืช

















ระหวางรอง แตหลงจากใสปยครังท 2 ไมมฝนตก ประสบปญหาฝนแลง ทาใหออยเจริญเตบโตไมดและออย




แหงตายเปนจํานวนมาก ไมสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได จึงขอยกเลิกแปลงจังหวัดเพชรบุรี (ภาพที่ 11)


ภาพที่ 11 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาราชบุรี

แปลงที่ 7 อ.สวรรคโลก จ.สุโขทย

ปลูกออยวันที่ 27 เมษายน 2561 โดยใชออยชําขอใชระยะปลูก 1.5x0.5 เมตร วัดพิกัดแปลง และเก็บ
ตัวอยางดินกอนปลูก สงวิเคราะหที่หองปฏิบัติการศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน หลังปลูกพนสารคุมวัชพืชอาทราซีน






อัตรา 600 กรัม/ไร จากการวัดพิกัดแปลง พบวา เปนกลมชดดนท 33 เปนกลมดนทรายแปงละเอียดหรือดน







รวนละเอียดลึกมากที่เกิดจากตะกอนแมน้ําหรือตะกอนน้ําพารูปพัด ปฏิกิริยาดินเปนกรดเล็กนอยถึงเปนกลาง

522





การระบายน้ําดถึงดปานกลาง ความอุดมสมบูรณปานกลาง สอดคลองกับผลวิเคราะหดินที่มีคาความเปนกรด-









ดางของดนเทากับ 5.2 อินทรียวัตถ 2.20% ฟอสฟอรัสทเปนประโยชนเทากับ 96 mg/kg และโปแตสเซียมท ่ ี






แลกเปลยนไดเทากับ 283 ppm. (ตารางที 2) เปนดินที่มีความอุดมสมบูรณระดับปานกลาง จากผลการ






 ิ ุ    ิ ื O -K O กําจดวัชพืชครังท 1 เมื่อ
วิเคราะหดนกําหนดเกรดปยตามคาวิเคราะหดน คอ 12-3-6 กิโลกรัม N-P 2 5 2






วันท 17-19 พฤษภาคม 2561 และใสปยครังท 1 วันท 1 มถนายน 2561 สตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัม







ี่
ี่



ตอไร พันธุออยที่แตกตางกันมีผลใหผลผลตออยทเก็บเกี่ยวไดทอายุ 10 เดือน มีคาไมแตกตางกันทางสถิต แต 







ออยพันธุ KK09-0939 มแนวโนมใหผลผลตทสงทสด เทากับ 13.26 ตนตอไร ขณะทคาเฉลยของพันธุออยทก


















พันธุมีคาเทากับ 10.14 ตนตอไร (ตารางท 3) และสําหรับคาซีซีเอสและผลผลิตน้ําตาลพบวา พันธุออยท ี ่





แตกตางกันมคาซีซีเอสแตกตางกันอยางมีนัยสาคัญยิ่งทางสถติ โดยพันธุ LK92-11 มีคาซีซีเอสสูงสุดคือ 16.70














เปอรเซ็นต แตไมแตกตางกันทางสถตกับพันธุ KK07-250 ทมคาเทากับ 15.33 ขณะทพันธุ TPJ03-768 และ






พันธุ KK08-059 มคาซีซีเอสตาสด เทากับ 9.07 และ 9.40 เปอรเซ็นต ตามลาดบ (ตารางท 4) ทั้งนี้ นอกจาก







พันธุ LK92-11 จะมีคาซีซีเอสสูงสุดแลวยังพบวาพันธุดังกลาวมีผลผลิตน้ําตาลสูงสุดดวยเชนกันคือ 1.74 ตนตอ



















ไร (ตารางท 5) และพันธุออยทแตกตางกันมผลใหผลผลตน้าตาลแตกตางกันอยางมนัยสาคญทางสถตดวย




เชนกัน สวนผลผลิตกากน้ําตาล และชานออยมความแตกตางกันทางสถิต โดยมีโคลน KK09-0939 และ KK07-

037 มีผลผลิตกากน้ําตาลสูงกวาพันธุตรวจสอบ โดยมีกากน้ําตาลเทากับ 0.54 และ 0.46 ตันตอไร ตามลาดบ








(ตารางท 6) สวนชานออยออยโคลนดเดน สวนใหญมผลผลตชานออยสงกวาพันธุตรวจสอบ ยกเวน KK07-















250 โดยมผลผลตเฉลยระหวาง 1.18-1.27 ตนตอไร (ตารางท 7) เมอนําผลผลตสวนตางๆ มาคานวณเปน














รายได พบวา มโคลนดเดน 2 โคลนทมรายไดสงกวาพันธุตรวจสอบ ไดแก KK09-0939 และ KK07-037 ซึ่งมี

รายไดเทากับ 14,648 และ 11,284 บาทตอไร (ตารางท 8)







เมอนําผลผลตและองคประกอบผลผลตของพันธุออยมาหาคาเฉลยในออยปลกและออยตอ พบวา






พันธุออยทมคาเฉลยของผลผลตสงสดคอ KK07-037 ใหคาเฉลยเทากับ 12.3 ตนตอไร รองลงมาคอ KK09-






















0939 และ LK92-11 ใหคาเฉลยเทากับ 12.2 และ 10.7 ตนตอไร ในขณะทผลผลตน้าตาลพันธุทใหคาเฉลย



















สงสดคอ พันธุ LK92-11 KK0-037 และขอนแกน 3 เทากับ 1.66 1.48 และ 1.42 ตนซีซีเอสตอไร ตามลาดบ









พันธุที่ใหความหวานสูงสุดคือ LK92-11 เทากับ 15.4 ซีซีเอส สงกวาพันธุขอนแกน 3 และ KK07-250 เทากับ




14.3 และ 13.9 ซีซีเอส ตามลาดบ เมื่อนํามาคํานวณราคารายไดจากออยทังน้าตาล ความหวาน กากน้ําตาล











และชานออย พบวา พันธุ KK07-037 มรายไดรวมสงทสดทงในออยปลก และออยตอ 1 เทากับ 11,824 และ

20,426 บาท รวมทั้งสิ้น 32,250 บาท รองลงมาเปน KK09-0939 และ LK92-11 เทากับ 31,827 และ 28,882





บาท ตามลาดบ (ตารางท 8)

523


























ภาพที่ 12 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสําโรง


































ภาพที่ 13 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2562- 2563 ของสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสําโรง


แปลงที่ 8 อ.เมอง จ.อุตรดิตถ 

ปลูกออยวันที่ 25 เมษายน 2561 โดยใชออยชําขอใชระยะปลูก 1.5x0.5 เมตร วัดพิกัดแปลงและเก็บ
ี่
ตัวอยางดินกอนปลก สงวิเคราะหทหองปฏิบติการศูนยวิจยพืชไรขอนแกน หลังปลูกพนสารคุมวัชพืชอามีทรีน












อัตรา 600 กรัม/ไร จากการวัดพิกัดแปลง พบวา เปนกลมดนตนถงกอนกรวด หรือเศษหนปนลกรังหนามาก

ปฏิกิริยาดินเปนกรดจัดมาก การระบายน้ําดี ความอุดมสมบูรณต่ํา แตเปนพื้นที่ที่มีการปลูกพืชและมีการบารุง






ดนอยางตอเนืองทาใหผลวิเคราะหดน พบวา เปนดนทมความอุดมสมบรณระดบคอนขางสง มคาความเปน
















524









กรด-ดางของดนเทากับ 5.4 อินทรียวัตถ 2.92% ฟอสฟอรัสทเปนประโยชนเทากับ 41 mg/kg และโปแตสเซียมที ่


แลกเปลี่ยนไดเทากับ 257 ppm. (ตารางที 2) จากผลการวิเคราะหดินกําหนดเกรดปุยตามคาวิเคราะหดิน คือ


6-3-6 กิโลกรัม N-P O -K O กําจัดวัชพืชครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2561 ปลูกซอมและใสปุยครั้งที่
2 5 2







1 วันท 1 พฤษภาคม 2561 สตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร เมอเก็บเกียวผลผลตออย ( 10 เดอน)



ผลผลิตออย ไมแตกตางกันทางสถิติและพบวาทุกพันธุมีผลผลตตากวา 10 ตันตอไร (ตารางท 3) ซึ่งสาเหตเกิด
่ํ


















จากปลกออยชาเกินไป และมระยะเวลาเก็บเกียวเพียงแค 10 เดอนเทานัน สงผลใหผลผลตมคาตา ประกอบ


กับหลังเดือนกรกฎาคม 2561 ไมมีฝนตก ซึ่งเปนชวงท่ออยตองการน้าเพื่อการยดปลอง ทําใหผลผลิตและ


คุณภาพของออยคอนขางต่ํา (ภาพที่ 16) พันธุออยที่แตกตางกันมีคาซีซีเอสแตกตางกันอยางมีนัยสาคัญยิ่งทาง




สถต โดยโคลนพันธุ KK07-250 มคาซีซีเอสสงสดคอ 14.53 เปอรเซ็นต แตไมแตกตางกันทางสถตกับพันธุ 















LK92--11 และ KK07-037 ท่มีคาเทากับ 11.33 และ 10.90 เปอรเซ็นต ตามลาดบ (ตารางท 4) ผลผลต




น้ําตาลก็มีความแตกตางกันทางสถิตอยางมีนัยสําคัญ พบพันธุ KK07-250 มีผลผลิตน้ําตาลสูงที่สด ที่ 1.27 ตัน



ตอไร (ตารางท 5) และเมอนําผลผลตสวนตางๆ มาคานวณหารายได พบวา โคลน KK07-250 สงกวาพันธุ 










ตรวจสอบ โดยมีรายไดรวม 10,082 บาทตอไร สวนพันธุตรวจสอบที่มีรายไดมากที่สดคอ พันธุขอนแกน 3 ที่มี


รายได 8,568 บาทตอไร (ตารางท 8)




หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตไดทําการแตงตอและใหน้ํา 1 ครั้ง ในเดือนมีนาคม เก็บขอมูลความงอก โรค


ใบขาว โรคแสดา และจานวนหนอนกอ วันท 18 เมษายน 2562 พบวา มเปอรเซ็นตความงอกตา ที 4-38










เปอรเซ็นต และพบหนอนกอเขาทาลาย ท 0-3 เปอรเซ็นต ไมพบโรคใบขาวและโรคแสดา ดงนันแปลงนีไม 










สามารถเก็บขอมลตอไปได 





ภาพที่ 14 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีตรวจอากาศอุตรดตถ

525





























ภาพที่ 15 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด และต่ําสุดป 2561- 2562 ของสถานีตรวจอากาศอุตรดตถ




จากการดาเนินงานในออยปลูกและออยตอ 1 สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออยปลูก 7 แปลง และออยตอ









1 จานวน 5 แปลง ผลปรากฏวามเพียงโคลน KK07-037 ทมผลผลตสงกวาพันธุขอนแกน 3 โดยใหผลผลต





เฉลย 9.01 ตน/ไร สงกวาพันธุขอนแกน 3 รอยละ 8 และม 2 โคลนดเดน ทมผลผลตใกลเคยงกับขอนแกน 3




















ไดแก KK07-250 และ KK09-0857 ทใหผลผลตเทากับ 8.12 และ 8.10 ตน/ไร (ตารางท 3) สวนในเรืองของ

ความหวานไมมีโคลนดีเดนที่มีความหวานสูงกวาพันธุขอนแกน 3 ที่มีความหวานเฉลี่ย 13.79 ซีซีเอส มี KK07-


250 ทมความหวานใกลเคยง โดยมความหวานเทากับ 13.57 ซีซีเอส (ตารางท 4) และเมอนําไปคานวณเปน






















ผลผลตน้าตาลผลเปนไปในทานองเดยวกับคาความหวาน (ตารางท 5) พันธุขอนแกน 3 ใหผลผลตน้าตาลสง





ทสดเทากับ 1.17 ตน/ไร รองลงมาไดแก KK07-250 LK92-11 KK07-037 K88-92 KK08-059 และ KK09-




0939 ผลผลิตกากน้ําตาลเฉลี่ยทั้ง 12 แปลง เทากับ 0.40 ตัน/ไร มีออยโคลนเดนที่ใหผลผลกากน้ําตาลสงกวา




พันธุเปรียบเทยบ จานวน 5 โคลน ไดแก KK09-0857 KK07-037 KK09-0358 KK07-250 และ KK09-0939















(ตารางท 6) สวนผลผลตชานออยโคลนดเดนสวนใหญใหผลผลตชานออยสงกวาพันธุเปรียบเทยบทง 3 พันธุ 
ยกเวนโคลน KK09-0844 (ตารางท 7) และเมื่อนํามาคํานวณเปนรายไดจากผลผลิตตางๆ มีออยโคลนดีเดน คอ



KK07-037 ที่มีรายไดสูงกวาพันธุขอนแกน 3 โดยมีรายไดเฉลี่ย 9,555 บาท/ไร ในขณะที่ขอนแกน 3 มีรายได 




รวม 9,327 บาท/ไร อีกโคลนดเดนทนาสนใจ ไดแก KK07-250 มรายไดรวมเทากับ 9,251 บาท/ไร (ตารางท ่ ี
















8) แตในปจจบนประเทศไทยยงไมมการรับซือออยในดานพลงงานโดยตรง เกษตรกรจะมรายไดจากผลผลต


และความหวานเทานัน เมอพิจารณารายไดจากผลผลตและความหวาน พบวา โคลนพันธุ KK07-037 ใหรายได






สูงกวาพันธุเปรียบเทียบทั้ง 3 พันธุ โดยมีรายไดเฉลี่ย 7,009 บาทตอไร สูงกวาพันธุขอนแกน 3 K88-92 และ



LK92-11 รอยละ 1 10 และ 13 ตามลาดบ (ตารางท 8) นอกจากนี้โคลน KK07-250 ใหรายไดสูงกวาพันธุ K88-

92 และ LK92-11 รอยละ 6 และ 9 ตามลําดับ โดยมีรายไดเฉลี่ย 6,689 6,295 และ 6,074 บาทตอไร

526




สรปผลการทดลองและคาแนะนํา









ประเมนศกยภาพของออยโคลนดเดนในสภาพแวดลอมทแตกตางกัน โดยประเมนจากผลผลิตและ



ความหวาน ในพืนทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไดแก จังหวัดขอนแกน ชัยภม และกาฬสินธุ ในพื้นที่ที่มีความ




อุดมสมบูรณตําถึงปานกลาง โคลนออยเอนกประสงคที่มีศักยภาพในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณต่ํา ไดแก
KK09-0844 และ KK09-0857 (ตารางท 78) สวนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ในพื้นที่ที่มีความอุดสมบรณ 



ปานกลาง โคลนออยทีมศักยภาพ ไดแก KK07-037 ใหผลผลิตสูง และ KK07-250 ใหความหวานและผลผลิต


น้าตาลสง (ตารางที 3 และ 5)




527

เฉลี่ย 9.02 8.12 7.27 7.45 8.51 7.78 7.64 7.96 7.90 8.65 7.34 8.29 7.83



จ.อุตรดิตถ ปลูก 7.50 7.30 5.90 5.20 7.50 6.50 6.90 8.20 4.10 7.90 9.10 7.50 6.97 ns 40.4



ตอ 1 13.24 10.02 9.99 6.42 - 11.15 - - - 7.48 10.90 8.93 9.76 ns 27.2
จ.สุโขทัย ปลูก 8.19 7.91 9.10 - - - - ns

11.34 13.26 10.37 10.47 10.47 10.14 27.2

b a ab a b c b b ab
ตอ 1 9.22 13.54 9.94 13.27 - 8.63 5.03 9.43 - 8.44 - 9.98 9.72 * 21


จ.ชัยนาท

ปลูก a bc 8.63 cd 6.92 d 5.07 - cd 7.28 bc 8.51 cd 7.25 - ab - bc 9.85 8.56 ** 17.7
12.97 10.59

bcd abc abc bcd bcd abc abc

จ.กาฬสินธุ ปลูก cd bc a d bc *
7.00 9.70 6.70 10.70 9.00 8.00 13.00 8.30 10.30 9.70 5.00 9.00 8.12 25.1

ตารางที 3 ผลผลิตของพันธุ/โคลนออยปลูกและออยตอ 1 ในการทดสอบพันธุออยเอนกประสงคที่ใหผลผลิตตอพื้นที่สูง 7 สภาพแวดลอม ป 2561-2563

ตอ 1 ab bcd bc cd a bcd d bcd ab bcd bcd bcd *
จ.ชัยภูมิ 6.8 4.7 6.0 3.9 8.8 5.4 3.3 5.1 6.9 5.5 5.0 4.5 5.49 28.0

ปลูก 14.30 11.30 9.70 11.00 11.70 10.70 11.70 10.70 11.70 10.00 9.00 9.30 10.93 ns 26.2 คาเฉลี่ยที่ตามดวยอักษรเหมือนกันในแตละสดมภไมแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดย DMRT




อ.พระยืน ขก. ตอ 1 0.95 ab 0.67 ab 1.71 ab 1.59 ab 2.21 ab 2.35 a 1.37 ab 1.72 ab 1.05 ab 2.51 a 0.31 b 0.67 ab 1.43 * 71.1


ปลูก 7.30 6.09 6.12 5.76 7.66 5.67 7.44 6.96 8.67 7.70 6.48 6.89 6.90 ns 33.0
ตอ 1 5.80 7.50 7.40 7.00 4.50 5.60 10.00 9.20 10.40 8.20 10.90 7.86 ns 50.8



อ.เมือง ขก. ปลูก 11.80 9.80 8.90 10.40 12.70 9.90 13.50 11.90 11.30 13.20 8.90 11.50 11.15 ns 20.9




่ พันธุ/ โคลนพันธุ KK07-037 KK07-250 TPJ04-768 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939 KK09-0844 KK09-0941 KK09-0358 0LK92-11 CV (%)
K88-92 KK3 เฉลี่ย F-test

528
เฉลี่ย 9.02 8.12 7.27 7.45 8.51 7.78 7.64 7.96 7.90 8.65 7.34 8.29 7.99



จ.อุตรดิตถ abc a de de bcd cd bcd bcd e bcd ab bcd
ปลูก 10.90 14.53 5.24 6.33 8.52 6.51 7.70 7.08 2.26 7.77 11.33 8.70 8.07 ** 28.7



b b b b b a a a *
ตอ 1 12.50 12.40 12.00 10.90 10.30 14.90 14.00 14.40 12.68 29.5

จ.สุโขทัย
cd ab f f ef de a bc *

ปลูก 13.33 15.33 9.07 9.40 10.70 11.83 16.70 14.13 10.14 27.2


ตอ 1 b a ab a b c b b ab * 21

9.22 13.54 9.94 13.27 8.63 5.03 9.43 8.44 9.98 9.72
จ.ชัยนาท bc cd cd bc cd ab bc

ปลูก a 8.63 6.92 d 5.07 7.28 8.51 7.25 9.85 8.56 ** 17.7

12.97 10.59
 bcd abc cd abc bc bcd bcd abc abc bc

จ.กาฬสินธุ ปลูก 7.00 9.70 6.70 9.00 8.00 a 8.30 9.70 d 5.00 9.00 8.12 * 25.1

10.70 13.00 10.30
ตารางที่ 4 ความหวานของพันธุ/โคลนออยปลูกและออยตอ 1 ในการทดสอบพันธุออยเอนกประสงคที่ใหผลผลิตตอพื้นที่สูง 7 สภาพแวดลอม ab bcd bc cd bcd d bcd ab bcd bcd bcd

ตอ 1 6.8 4.7 6.0 3.9 a 8.8 5.4 3.3 5.1 6.9 5.5 5.0 4.5 5.49 * 28.0
จ.ชัยภูมิ

ปลูก 14.30 11.30 9.70 11.00 11.70 10.70 11.70 10.70 11.70 10.00 9.00 9.30 10.93 ns 26.2 คาเฉลี่ยที่ตามดวยอักษรเหมือนกันในแตละสดมภไมแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดย DMRT


ตอ 1 12.07 13.17 12.78 12.81 12.72 12.64 12.33 11.12 11.57 11.95 12.97 13.62 12.48 ns 9.8

อ.พระยืน ขก. ns
ปลูก 7.30 6.09 6.12 5.76 7.66 5.67 7.44 6.96 8.67 7.70 6.48 6.89 6.90 33.0

ตอ 1 5.80 7.50 7.40 7.00 4.50 5.60 10.00 9.20 10.40 8.20 10.90 7.86 ns 50.8

อ.เมือง ขก.
ปลูก 11.80 9.80 8.90 10.40 12.70 9.90 13.50 11.90 11.30 13.20 8.90 11.50 11.15 ns 20.9



พันธุ/ โคลนพันธุ KK07-037 KK07-250 TPJ04-768 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939 KK09-0844 KK09-0941 KK09-0358
K88-92 LK92-11 KK3 เฉลี่ย F-test CV (%)

เฉลี่ย 0.97 1.11 0.70 0.82 0.73 0.87 0.81 0.72 0.65 0.96 0.95 1.18 0.88 529



bc a bc bc bc bc bc bc c bc bc b

จ.อุตรดิตถ ปลูก 0.54 1.27 0.29 0.48 0.62 0.54 0.59 0.66 0.14 0.48 0.60 0.79 0.58




ตอ 1 1.44 1.41 1.25 0.82 1.33 0.85 1.57 1.36 1.25
จ.สุโขทัย

a bc c bc ab abc a a
ปลูก 1.51 1.26 0.70 0.84 - 1.43 - - - 1.23 1.74 1.48 1.27 * 28.4



b ab b ab b b b b ab
ตอ 1 1.18 2.08 0.95 1.50 - 0.97 0.74 0.96 - 1.00 - 1.53 1.21 * 29.5

จ.ชัยนาท
ปลูก ab ab d cd bc ab cd ab abc

0.77 0.90 0.24 0.48 - 0.55 0.82 0.47 0.97 - 0.70 0.66 ** 22.6

 cde b-e cde abc cde a-d
จ.กาฬสินธุ ปลูก a a a de e ab *

0.81 1.36 0.72 1.25 1.00 1.01 1.55 0.90 0.77 1.07 0.77 1.48 1.06 25.1

ตารางที่ 5 ผลผลิตน้ําตาลของพันธุ/โคลนออยปลูกและออยตอ 1 ในการทดสอบพันธุออยเอนกประสงคที่ใหผลผลิตตอพื้นที่สูง 7 สภาพแวดลอม ตอ 1 0.76 0.76 0.67 0.48 0.71 0.72 0.34 0.40 0.60 0.64 0.67 0.77 0.63 ns 32.8


จ.ชัยภูมิ ปลูก a a abc ab d a ab bcd cd ab a a
1.39 1.48 0.89 1.09 0.14 1.17 0.90 0.54 0.29 0.97 1.17 1.18 0.93 * 39 คาเฉลี่ยที่ตามดวยอักษรเหมือนกันในแตละสดมภไมแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดย DMRT



ตอ 1 ab ab ab ab ab ab ab ab ab a b ab *
อ.พระยืน ขก. 0.11 0.09 0.22 0.20 0.28 0.28 0.17 0.19 0.13 0.31 0.04 0.09 0.17 71.4

ปลูก 0.94 0.94 0.70 0.81 1.04 0.77 0.89 0.72 1.05 0.98 0.98 1.06 0.91 ns 38


ตอ 1 0.82 1.29 0.99 1.03 0.92 0.79 0.79 1.10 1.31 1.45 1.47 2.15 1.18 ns 56

อ.เมือง ขก. 1.21 0.62 0.83 0.99 1.10 1.11 1.28 1.21 0.93 1.27 0.77 1.43 1.06 ns
ปลูก 39.06



พันธุ/ โคลนพันธุ KK07-037 KK07-250 TPJ04-768 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939 KK09-0844 KK09-0941 KK09-0358 K88-92 LK92-11 KK3 เฉลี่ย F-test CV (%)

530
เฉลี่ย 0.44 0.39 0.38 0.36 0.48 0.40 0.34 0.37 0.44 0.40 0.38 0.39 0.40




ปลูก 0.19 0.36 0.22 0.30 0.30 0.35 0.31 0.34 0.19 0.25 0.21 0.38 0.28 ns 37.2
จ.อุตรดิตถ



ตอ 1 ab b b b - a - - - ab ab b
จ.สุโขทัย 0.60 0.45 0.45 0.29 0.51 0.34 0.49 0.40 0.44 * 20.6


ปลูก 0.46 0.33 0.32 0.37 - 0.54 - - - 0.42 0.43 0.33 0.40 ns 20.6



ตอ 1 b a ab a - b c b - b - b * 21
จ.ชัยนาท 0.38 0.55 0.40 0.54 0.35 0.20 0.38 0.34 0.41 0.39

ab bc bc bc
ปลูก 0.35 0.28 c 0.21 0.30 - 0.30 c 0.25 d 0.09 - a 0.43 - a 0.40 0.29 ** 23




ตารางที่ 6 ผลผลิตกากน้ําตาลของพันธุ/โคลนออยปลูกและออยตอ 1 ในการทดสอบพันธุออยเอนกประสงคที่ใหผลผลิตตอพื้นที่สูง 7 สภาพแวดลอม ป 2561-2563 จ.กาฬสินธุ ปลูก a ab b ab ab ab ab ab ab ab b b *

0.60 .4.46 0.28 0.44 0.48 0.44 0.48 0.43 0.48 0.41 0.38 0.37 0.44 25


ตอ 1 b b b c a b d c b b b c *

จ.ชัยภูมิ 1.14 0.92 1.09 0.70 1.46 1.00 0.57 0.80 1.14 0.92 0.97 0.85 0.96
ปลูก 0.55 0.42 0.35 0.41 0.44 0.41 0.45 0.40 0.45 0.36 0.33 0.33 0.41 ns 27.2

คาเฉลี่ยที่ตามดวยอักษรเหมือนกันในแตละสดมภไมแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดย DMRT

ตอ 1 ab ab ab ab ab a ab ab ab a b ab
อ.พระยืน ขก. 0.04 0.03 0.07 0.07 0.09 0.10 0.06 0.07 0.04 0.10 0.01 0.03 0.06 * 70.8

ปลูก 0.30 0.25 0.50 0.23 0.31 0.23 0.31 0.28 0.35 0.31 0.26 0.28 0.30 ns 33


ตอ 1 0.23 0.30 0.30 0.28 0.21 0.18 0.23 0.41 0.37 0.42 0.33 0.44 0.31 ns 24.8

อ.เมือง ขก. ปลูก 1.21 0.62 0.83 0.99 1.10 1.11 1.28 1.21 0.93 1.27 0.77 1.43 1.06 ns 39.1




พันธุ/ โคลนพันธุ KK07-037 KK07-250 TPJ04-768 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939 KK09-0844 KK09-0941 KK09-0358
K88-92 LK92-11 KK3 เฉลี่ย F-test CV (%)

เฉลี่ย 0.90 0.89 1.04 0.83 0.89 1.07 0.76 0.95 0.88 0.82 0.70 0.90 0.99 531




จ.อุตรดิตถ ปลูก 0.68 1.17 0.81 1.18 0.97 1.35 0.99 1.20 0.71 0.82 0.64 1.23 0.98 ns 38.2

ab ab ab bc
a c - - - - c b *

ตอ 1 1.33 1.14 1.48 0.70 1.34 0.74 1.09 0.95 1.10 16.5
จ.สุโขทัย b b ab ab a b b b

ปลูก 1.18 0.97 1.27 1.23 - 1.81 - - - 0.99 1.08 1.11 1.21 * 26.1


ตอ 1 b ab a ab ab c ab b ab

1.12 1.52 1.77 1.15 - 1.37 0.58 1.38 - 1.08 - 1.19 1.24 * 23
จ.ชัยนาท

ปลูก a bc ab c abc abc bc abc abc
1.46 0.90 1.25 0.66 - 0.95 0.96 0.75 - 1.08 - 1.06 1.01 * 27.3

 0.68 1.17 0.81 0.80 0.97 1.35 0.99 1.20 0.71 0.82 0.64 1.23 0.95 ns 38.2

จ.กาฬสินธุ ปลูก
ตารางที่ 7 ผลผลิตชานออยของพันธุ/โคลนออยปลูกและออยตอ 1 ในการทดสอบพันธุออยเอนกประสงคที่ใหผลผลิตตอพื้นที่สูง 7 สภาพแวดลอม ป 2561-2563 bc bc ab

ตอ 1 0.75 c 0.60 b 0.94 c 0.54 a 1.16 0.77 d 0.41 c 0.62 0.97 b 0.61 c 0.59 c 0.51 0.71 * 25.2

จ.ชัยภูมิ
ab b ab ab a ab ab ab a b b b

ปลูก 1.36 1.08 1.27 1.31 1.67 1.69 1.30 1.22 1.59 0.90 0.85 0.81 1.23 ** 25.6
คาเฉลี่ยที่ตามดวยอักษรเหมือนกันในแตละสดมภไมแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดย DMRT

ab ab ab ab ab a ab ab b ab b ab

อ.พระยืน ขก. ตอ 1 0.14 0.10 0.31 0.23 0.29 0.36 0.16 0.24 0.15 0.29 0.04 0.10 0.19 * 69.2


ปลูก 0.91 0.74 1.01 0.77 0.90 0.86 1.01 1.03 1.19 0.82 0.84 0.81 0.91 ns 32.5


ตอ 1 0.73 0.94 1.22 1.02 0.61 0.58 0.66 1.42 1.27 1.17 0.90 1.27 0.98 ns 23.1

อ.เมือง ขก. ปลูก 0.48 0.40 0.36 0.42 0.52 0.41 0.55 0.48 0.46 0.54 0.36 0.47 0.45 ns 30.9




พันธุ/ โคลนพันธุ KK07-037 KK07-250 TPJ04-768 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939 KK09-0844 KK09-0941 KK09-0358 K88-92 LK92-11 F-test CV (%)
KK3 เฉลี่ย

532
เฉลี่ย 9,555 9,251 7,500 7,763 7,650 8,696 7,330 7,604 7,202 8,486 8,203 9,327 8,448



ปลูก 4,769 10,082 4,308 6,256 6,563 7,231 6,625 7,150 3,118 5,397 5,300 8,568 6,281
จ.อุตรดิตถ

- - - -

ตอ 1 14,887 11,358 11,500 6,810 ,722 9,245 13,021 10,849 11,174
จ.สุโขทัย

ปลูก 11,284 7,201 7,175 8,490 - 14,648 - - - 9,818 10,034 10,061 9,839


ตอ 1 10,623 16,920 10,484 13,926 - 9,655 6,179 10,045 - 9,379 - 12,617 11,092


จ.ชัยนาท ปลูก

10,217 8,314 5,206 4,776 - 6,223 7,943 5,818 - 9,545 - 8,018 7,340


จ.กาฬสินธุ ปลูก 12,838 11,942 8,042 10,232 6,524 10,762 9,759 7,847 6,822 6,947 9,191 9,406 9,193




ตารางที่ 8 รายไดจากผลผลิตสวนตางๆ ของพันธุ/โคลนออยปลูกและออยตอ 1 ในการทดสอบพันธุออยเอนกประสงคที่ใหผลผลิตตอพื้นที่สูง 7 สภาพแวดลอม ตอ 1 10,464 8,839 9,824 6,446 12,303 9,370 5,056 6,942 10,017 8,506 9,157 7,986 8,743

จ.ชัยภูมิ
ปลูก 12,555 11,048 8,189 9,662 6,754 10,174 9,422 7,456 7,225 8,164 8,699 8,569 8,993


ตอ 1 1,084 800 2,066 1,868 2,556 2,763 1,542 1,880 1,109 2,625 344 779 1,618



อ.พระยืน ขก. ปลูก 7,935 7,212 6,593 6,556 8,329 6,439 7,825 6,991 8,949 8,137 7,752 8,147 7,572



ตอ 1 6,623 9,299 8,458 8,357 6,476 5,427 6,289 10,454 10,595 11,621 10,587 4,960 9,096

อ.เมือง ขก.

ปลูก 11,376 7,997 8,150 9,776 11,696 9,938 12,661 11,457 9,782 12,449 7,941 11,967 10,433


ป 2561-2563 

พันธุ/ โคลนพันธุ KK07-037 KK07-250 TPJ04-768 KK08-059 KK09-0857 KK09-0939 KK09-0844 KK09-0941 KK09-0358 K88-92 LK92-11
KK3 เฉลี่ย

533




สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ


การทดสอบพันธุออยเอนกประสงคในแหลงปลูกออยภาคตะวันออกเฉยงเหนือ ภาคกลาง และ






ภาคเหนือ จานวน 7 แปลง ในออยปลกเก็บเกียวได 7 แปลง ในออยตอ 1 เก็บเกียวได 5 แปลง พบวา มออย






โคลนดเดน ทมศกยภาพ สามารถใหผลผลต กากน้าตาล และชานออยดกวาหรือใกลเคยงกับพันธุตรวจสอบ










ขอนแกน3 LK92-11 และ K88-92 ไดแก KK07-037 และ KK07-250 สามารถนําไปสงเสริมใหเกษตรกรใช 














ทดแทนพันธุขอนแกน 3 ทครอบคลมพืนทปลกมาก และเปนการลดความเสยงทางพันธุกรรมจากการใชพันธุ 
ใดพันธุหนึ่งในสัดสวนที่มากเกินไป และเปนเพื่อเพิ่มทางเลือกใหแกเกษตรกรไดใชพันธุใหมๆ

เอกสารอางอิง
กอบเกียรติ ไพศาลเจริญ. 2556. การเพ่มประสิทธิภาพออยโรงงานเชิงบูรณาการ เพ่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน.


สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร. 74 หนา.
วีระพล พลรักดี ทักษิณา ศันสยะวิชัย อัมราวรรณ ทิพยวัฒ Akira Sugimoto และ Yoshifumi Terajimaa. 2557. เชื้อพนธ ุ



กรรมพง (Saccharum spontaneum) และการนํามาใชประโยชนในงานปรับปรุงพันธออย. หนา 62-79. ใน การ

ประชุมออยและนําตาลแหงชาติ. 13-15 สิงหาคม 2557 ณ. โรงแรมเฟลิกซ ริเวอรแควรีสอรทกาญจนบุรี จังหวัด
กาญจนบุรี.







สํานกคณะกรรมการออยและนาตาลทราย. 2562. รายงานการผลิตออยและนาตาลทรายประจําปการผลิต 2561/62.


www.ocsb.go.th (คนเมอ 18 เมษายน 2562)
สํานักสํารวจดินและวางแผนการใชที่ดิน. 2548. มหัศจรรยพันธุดิน. กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ กทม.
Ando, S., Y. Terajima, S. Tagane, M. Sato,K. Ishiki, M. Matsuoka, Y. Takagi, A. Sugimoto,
W. Ponragdee T. Sansayawichai A. Tippayawat 2016 New sugarcane varieties using wild sugarcane
and collaboratively bred in Thailand In Annual Report 2015 (April 2015-March 2016) No.22
(September 2016) Japan International Research Center for Agricultural Sciences Published by
Incorporated Administrative Agency Japan International Research Center for Agricultural Sciences
(JIRCAS) 1-1 Ohwashi, Tsukuba, Ibaraki 305-8686, JAPANWebsite http://www.jircas.affrc.go.jp
Matsuoka, S., A. J. Kennedy, E. G. D. dos Santos, A. L. Tomazela, L. C. S. Rubio, Energy cane: Its concept,
development, characteristics, and prospects, Advances Botany, 2014.
http://dx.doi.org/10.1155/2014/597275.
Ponragdee, w., s. Ohara, t. Sansayawichai, y. Terajima, s. Tagane, a. Tippayawat, s. Ando, y. Tarumoto and a.
Sugimoto. 2013. New type of high yielding sugarcane with lower sugar and higher fibre content
suitable for stable co-production of sugar and ethanol in northeast thailand proc. Int. Soc. Sugar
cane technol., vol. 28, 2013
Sugimoto, A., W. Ponragdee, T. Sansayawichai, T. Kawachima, S. Tippayarug, P. Suriyaphan, M. Mutsuoka, K.
Lerdprasertrat and P. Pramanee. 2002. Collecting and evaluating of wild relative of sugarcane as
breeding material of new type sugarcane cultivars of cattle feed in northeast Thailand. JIRCAS
Working report. 55-60..

534




ุ
การผลิตพันธพืชไรและการใชประโยชน ป 2563

1
1*
นายภาคภูมิ ถิ่นคํา112 สุเทพ เขาแกว ธรพร วรสิทธิ มวย โสภาไฮ และประเสริฐ ธนาปยเศรษฐ
1


1
1


รายงานความกาวหนา
ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกนขอนแกนไดรับงบประมาณหมวดคาตอบแทนใชสอยและวัสดุ เพื่อการผลิต
พันธุพืชไร 3 ชนิด โดยมีเปาหมายการผลิตดังนี้






1. ถัวลสงพันธุคด จานวน 1.5 ตน งบเงินรายได จานวน 1 ตัน





2. ถัวลสงพันธุหลก จานวน 6.55 ตน งบเงินรายได จานวน 3 ตัน












3. ถัวลสงพันธุหลก จานวน 11 ตน งบเงินรายได จานวน 6 ตน


4. ถั่วเหลืองชั้นพันธุหลัก จํานวน 0.25 ตัน
5. ออยพันธุหลัก จํานวน 800,000 ทอน

6. ออยคั้นน้ําพันธุคัด จํานวน 50,000 ทอน

7. ออยคั้นน้ําพันธุหลัก จํานวน 70,000 ทอน


ผลการดาเนินการ
1. การผลิตเมล็ดและทอนพันธุ
1.1 การผลิตเมล็ดพันธุคัดถั่วลิสง






ดาเนินการผลตพันธุคดถวลสงทงในฤดแลงและฤดฝนทศนยวิจยพืชไรขอนแกน ในฤดแลง (ตลาคม



















2560 – เมษายน 2561) ไดเมลดพันธุคด 1,500 กิโลกรัม โดยผลตพันธุไทนาน 9 ในศนยวิจยพืชไรขอนแกน














ไดเมลดพันธุ 800 กิโลกรัม พันธุขอนแกน5 ไดเมลดพันธุ 300 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6 ไดเมลดพันธุ 500
กิโลกรัม พันธุขอนแกน 84-8 ไดเมล็ดพันธุ 100 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 ไดเมล็ดพันธุ 100 กิโลกรัม
งบเงินรายไดกรมฯ











การผลตเมลดพันธุคดในฤดฝน (พฤษภาคม – ตลาคม 2561) ไดเมลดพันธุคด 1,460 กิโลกรัม โดย
ผลิตพันธุไทนาน 9 ไดเมล็ดพันธุ 1,000 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 5 ไดเมล็ดพันธุ 20 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6
ไดเมล็ดพันธุ 250 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 84-8 ไดเมล็ดพันธุ 80 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 ไดเมล็ดพันธุ 110
กิโลกรัม
1.2 การผลิตเมล็ดพันธุหลัก
ดําเนินการผลิตพันธุหลักถั่วลิสงทั้งในฤดูแลง แลฤดูฝนไรเกษตรกรอําเภอชนบท อําเภอน้ําพอง อําเภอ




เขาสวนกวาง จงหวัดขอนแกน อําเภอกุดจบ จงหวัดอุดรธานี โดยมเจาหนาทของศนยฯ ตดตามตรวจสอบ






อยางใกลชิดในฤดูแลง (ตุลาคม 2560 – เมษายน 2561) ไดเมล็ดพันธุหลัก 5,450 กิโลกรัม พันธุไทนาน 9 ได 

1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

535













เมลดพันธุ 2,700 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 5 ไดเมลดพันธุ 50 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6 ไดเมลดพันธุ 2,100
กิโลกรัม พันธุขอนแกน 84-8 ไดเมล็ดพันธุ 300 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 ไดเมล็ดพันธุ 300 กิโลกรัม









ผลตเพิมเตมในฤดฝนดวยงบกลาง ไดเมลดพันธุหลก 1,100 กิโลกรัม พันธุไทนาน 9 ไดเมลดพันธุ 



700 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6 ไดเมล็ดพันธุ 300 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 ไดเมล็ดพันธุ 100 กิโลกรัม
งบเงินรายไดกรมฯ


การผลิตเมล็ดพันธุหลักในฤดูฝน (พฤษภาคม – ตุลาคม 2561) ไดเมล็ดพันธุหลัก 3,710 กิโลกรัม
พันธุไทนาน 9 ไดเมล็ดพันธุหลัก 1,700 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 5 ไดเมล็ดพันธุ 160 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6




ไดเมลดพันธุ 1,200 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 84-8 ไดเมลดพันธุ 300 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 ไดเมลดพันธุ 





350 กิโลกรัม



1.3 การผลตเมลดพันธุขยาย











ดาเนินการผลตพันธุขยายถวลสงทงในฤดแลง ไรเกษตรกรอําเภอซําสง อําเภอน้าพอง จงหวัด

ขอนแกน อําเภอกุดจบ จงหวัดอุดรธานี โดยมเจาหนาทของศนยฯ ตดตามตรวจสอบอยางใกลชดในฤดแลง














(ตุลาคม 2560 – เมษายน 2561) ไดเมล็ดพันธุหลัก 7,370 กิโลกรัม พันธุไทนาน 9 ไดเมล็ดพันธุ 3,200

กิโลกรัม พันธุขอนแกน 5 ไดเมลดพันธุ 110 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6 ไดเมลดพันธุ 3,150 กิโลกรัม พันธุ 








ขอนแกน 84-8 ไดเมล็ดพันธุ 410 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 ไดเมล็ดพันธุ 500 กิโลกรัม ผลิตเพิ่มเติมในฤดฝน
ดวยงบกลาง ไดเมล็ดพันธุหลัก 3,700 กิโลกรัม พันธุไทนาน 9 ไดเมล็ดพันธุ 1,500 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6










ไดเมลดพันธุ 1,300 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 84-8 ไดเมลดพันธุ 400 กิโลกรัม และพันธุขอนแกน 9 ไดเมลด
พันธุ 500 กิโลกรัม
งบเงินรายไดกรมฯ

การผลิตเมล็ดพันธุหลักในฤดูฝน (พฤษภาคม – ตุลาคม 2561) ไดเมล็ดพันธุหลัก 7,500 กิโลกรัม

พันธุไทนาน 9 ไดเมล็ดพันธุหลัก 3,500 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6 ไดเมล็ดพันธุ 2,400 กิโลกรัม พันธุขอนแกน
84-8 ไดเมล็ดพันธุ 800 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 ไดเมล็ดพันธุ 800 กิโลกรัม
1.4 การผลิตเมล็ดพันธุถั่วเหลืองชั้นพันธุหลัก

ทําการผลิตเมล็ดพันธุหลักในฤดูแลง และฤดูฝน ในพื้นที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ไดผลผลิตเมล็ดพันธุ 
ถั่วเลืองพันธุขอนแกนในฤดูแลง 150 กิโลกรัม และในฤดูฝน 100 กิโลกรัม
1.5 การผลิตทอนพันธุหลักออย



ดาเนินการผลตทอนพันธุหลกออย พันธุขอนแกน 3 ทศนยวิจยพืชไรขอนแกนขามแลง 10 ไร ปลก











ในชวงเดอนตลาคม – ธันวาคม 2562 และในฤดูตนฝน ปลูกชวงเดือนพฤษภาคม - มถุนายน 2563 8 ไร ทํา







การประเมินที่แปลงศูนยวิจัยพืชไรไดทอนพันธุหลักแปลงขามแลง 450,000 ทอน คดเปนจานวนลา 9,000 ลํา/




ไร ในฤดูตนฝนไดทอนพันธุหลัก 350,500 ทอนคดเปนจานวนลา 8,765 ลํา/ไร รวมผลผลิตได 800,500 ทอน


1.6 การผลิตออยคั้นน้ําพันธุคัด







ดาเนินการผลตทอนพันธุคด พันธุศรีสาโรง 1 ทศนยวิจยพืชไรขอนแกนขามแลง 3 ไร ปลกในชวง










เดอนตลาคม – ธันวาคม 2562 ไดผลผลิตทอนพันธุ 70,000 ทอน



536



2. ผลการผลิตและการใชประโยชน

2.1 ผลผลิตเมล็ดพันธุคัดถั่วลิสงและการใชประโยชน








ทาการผลตเมลดพันธุคดไดตามเปาหมาย คอ 2,960 กิโลกรัม ไดแกพันธุไทนาน 9 จานวน 1,800





พันธุขอนแกน 5 จานวน 320 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6 จานวน 1,050 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 84-8 จานวน










180 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 จานวน 210 กิโลกรัม สงมอบใหศนยวิจยพืชไรขอนแกน นําไปผลตเมลดพันธุ 
หลกในฤดฝน 2564 และฤดแลง 2563 และสงมอบใหศนยวิจยพืชไรอุบลราชธานี นําไปผลตพันธุหลกในฤด ู












แลง 2563
2.2 ผลผลิตเมล็ดพันธุหลักถั่วลิสงและการใชประโยชน








ทาการผลตเมลดพันธุหลกไดตามเปาหมาย คอ 9,860 กิโลกรัม ไดแก พันธุไทนาน 9 จานวน 5,100



กิโลกรัม พันธุขอนแกน 5 จํานวน 210 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6 จํานวน 3,600 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 84-8
จํานวน 600 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 จํานวน 750 กิโลกรัม สงมอบใหศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรจงหวัด




และศูนยขยายเมล็ดพันธุพืชจังหวัดตางๆ นําไปผลิตเมล็ดพันธุขยายในฤดูแลง 2563 และบางสวนใชในงานวิจย
และจําหนายใหเกษตรกรจังหวัดตางๆ
2.3 ผลผลิตเมล็ดพันธุขยายถั่วลิสงและการใชประโยชน





ทาการผลตเมลดพันธุขยายไดตามเปาหมาย คอ 18,570 กิโลกรัม ไดแก พันธุไทนาน 9 จานวน 8,200


กิโลกรัม พันธุขอนแกน 5 จํานวน 110 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 6 จํานวน 6,850 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 84-8







จานวน 1,610 กิโลกรัม พันธุขอนแกน 9 จานวน 1,800 กิโลกรัม สงมอบใหศนยวิจยและพัฒนาการเกษตร


จังหวัด และศูนยขยายเมล็ดพันธุพืชจังหวัดตางๆ นําไปผลิตเมล็ดพันธุขยายในฤดูแลง 2563 และบางสวนใชใน
งานวิจัย และจําหนายใหเกษตรกรจังหวัดตางๆ
2.4 ผลผลิตเมล็ดพันธุหลักถั่วเหลืองและการใชประโยชน













ทาการผลตเมลดพันธุถวเหลองไดตามเปาหมาย คอ 250 กิโลกรัม ไดแกพันธุขอนแกน จานวน 250

กิโลกรัม สงมอบใหศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัด และศูนยขยายเมลดพันธุพืชจังหวัดตางๆ นําไปผลต


เมล็ดพันธุขยายในฤดูแลง 2563 และบางสวนใชในงานวิจัย และจําหนายใหเกษตรกรจังหวัดตางๆ
2.5 ผลการผลิตทอนพันธุหลักออยและการนําไปใชประโยชน
ทําการผลิตทอนพันธุหลักออยไดตามเปาหมาย คอ 800,500 ทอน (160,120 ลํา) สงมอบใหศูนยวิจย




พืชไรขอนแกนนําไปผลิตทอนพันธุหลักในงบประมาณป 2564 และศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดตางๆ
นําไปผลิตทอนพันธุขยายในป 2564 และบางสวนใชในงานวิจัย และจําหนายใหเกษตรกร
2.6 ผลการผลิตทอนพันธุคัดออยคั้นน้ําและการนําไปใชประโยชน

ทําการผลิตทอนพันธุหลักออยไดตามเปาหมาย คือ 70,000 ทอน (14,000 ลํา) สงมอบใหศูนยวิจัยพืช
ไรขอนแกนนําไปผลตทอนพันธุหลกในงบประมาณป 2564 และศนยวิจยและพัฒนาการเกษตรจงหวัดตางๆ










นําไปผลิตทอนพันธุหลักในป 2564

537



การดําเนินงาน ฝายบริหารทั่วไปประจําป 2563


หนาที่รับผิดชอบ








1. ปฏบัตงานดานสารบรรณ งานธุรการทวไป และงานบุคลากรเบืองตน







2. ปฏบัตงานดานงบประมาณ การเงินและบัญช งานพัสดและงานควบคมดแลอาคาร สถานทและ


ยานพาหนะ



3. รวบรวมรายงานและตดตามประเมินผลการปฏบัตงานตามแผน

อัตรากําลัง

1. ขาราชการ จานวน 25 คน



2. ลกจางประจา จานวน 9 คน


3. พนักงานราชการ จานวน 74 คน

1.งานธุรการ
- งานประชาสมพันธ


- บริการโทศพท,โทรสาร

- ราง พิมพ โตตอบ

- งานอัตรากําลง
- งานประชม อบรม สัมมนา และอื่นๆ


1.1 งานสารบรรณอิเลกทรอนิกส 



- ลงทะเบียนรับหนังสอราชการภายนอก จานวน 3,547 ฉบบ

- ลงทะเบียนสงผานระบบภายใน ไปรษณียและหนังสือเวียน จํานวน 1,973 ฉบบ


1.2 การจดเก็บเอกสาร แยกตามหมวดหม



2. งานการเงนและบัญช ี


แยกตามหมวดรายจายประกอบดวย
1. งบบุคลากร

2. งบดาเนินงาน

3. งบลงทน

538



สรุป




หมวดรายจาย เงนประจางวด (บาท) รอยละ


งบบุคลากร 14,753,846.00 54.66

งบดาเนินงาน


- คาตอบแทนใชสอย 8,397,134.60 31.11


- คาสาธารณปโภค 835,117.40 3.09

งบลงทน 2,535,600.00 9.39

งบกลาง 468,466.00 1.74


รวม 26,990,164.00 100.00


งบประมาณไดรับทั้งสิ้น 2563

3. การดาเนินงานดานพัสด ุ


- การจัดซื้อ
ในระบบ E-GP 121 ครั้ง/ฉบับ


ตากวา 5,000 บาท 264 ครั้ง/ฉบับ



- การจดจาง
ในระบบ E-GP 199 ครั้ง/ฉบับ


ตากวา 5,000 บาท 40 ครั้ง/ฉบับ



- ตรวจสอบ การรับ-จาย พัสด ประจาป 2563 จานวน 1 ครัง


4. งานอาคารสถานที่/ซอมบํารุง
งานสถานท ี ่
- จดสรรแรงงาน/งานบริการ/งานสนับสนุน



- งานทาความสะอาด ดแลรักษา อาคารสถานท ่ ี
- งานบริการใหน้าในแปลงทดลอง


- งานรักษาความปลอดภย

- งานซอมบํารุง






- ตรวจเชคสภาพยานพาหนะ เครืองจกรกลการเกษตร และอุปกรณเครืองมอเครืองใชตางๆ ให 



เพียงพอและพรอมใชงานอยูเสมอ
- จัดเตรียมบุคลากรใหพรอมสําหรับบริการ มีผูปฏิบัติหนาที่พนักงานขับรถยนตจํานวน 5 คน

539



ปญหาและอุปสรรค













1. การจดซือจดจาง งบลงทน ป 63 ผชนะการประกวดราคาสงมอบของลาชาเนืองจากสถานการณ 

การแพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-2019) บริษัทผูผลิตที่ตางประเทศงดสายการผลตไประยะ




หนึ่ง จึงทําใหนําเขาลาชาและสงผลใหมีการสงมอบของลาชา



2. การดาเนินงานบริหารไมสามารถดาเนินงานไดตามเปาหมายเนืองจากงบประมาณไดถูกปรับลดลง














3. ดานบคลากรไมเพียงพอจงสงผลใหงานสนับสนุน/งานอํานวยการ ปฏบตงานไดไมทนตาม



ระยะเวลาทกําหนด

แนวทางการแกไขปญหา










1. ดานการจดซือจดจาง ไดเรงรัดสงมอบของเพือใหไดภายในระยะเวลาที่กําหนด

2. บริหารจดการงบประมาณในการเบกจายไดภายในงบประมาณทไดรับการจดสรรมาตามภารกิจ







ของหนวยงานที่ไดรับมอบหมาย





3. ไดปรับลดงานจางเหมาบริการทสนับสนุน/อํานวยการ ตามความเหมาะสมของงบประมาณทไดรับ



จดสรรมาตามภารกิจของหนวยงาน


Click to View FlipBook Version