The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iberzerk_satit, 2021-09-06 05:22:52

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 2

445




ี่
ตารางท 16 ผลวิเคราะหปยอินทรีย (กากตะกอนหมอกรองออย) ฤดูปลูกป 2560/61, 2561/2562 และ
2562/63
รายการวิเคราะห  2560/61 2561/62 2562/63

1. pH (1:10) 5.6 5.6 4.2

2. Moisture Content at 75 deg.C 20 hrs. (%) 68.2 68.2 29.5
3. Total Nitrogen (%) 1.5 1.5 0.7

4. Total Phosphorus, as P O (%) 1.7 1.7 1.5
2 5
5. Total Potassium, K O (%) 0.5 0.5 1.7
2
6. Organic Carbon (%) 36.4 36.4 13.8

7. C/N 24/1 24/1 11/1
8. Cao (%) 1.7 1.7 -

9. MgO (%) 0.4 0.4 -

10. Sodium (%) - - 0.1

446



สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ


การใสปยเคม เกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร เปนกรรมวิธีทเหมาะสมสาหรับการผลตมน












สําปะหลัง ซึ่งใหผลผลิตหัวสดสูงกวากรรมวิธีอื่น และปลดปลอยคารบอนไดออกไซคนอยกวากรรมวิธีอืน














ยกเวนกรรมวิธีทไมใสปย ขอแนะนําควรมการไถกลบเศษซากพืช หรือใสปยอินทรีย หรือปลกมนสาปะหลง


หมุนเวียนพืชตระกูลถั่วเพื่อเพิ่มอินทรียคารบอนในดิน

กิตตกรรมประกาศ







ขอขอบคณสานักวิจยและพัฒนาการเกษตรเขตท 3 ทชวยอนุเคราะหการวิเคราะหคณภาพของปย





















หมกกากตะกอนหมอกรอง ศนยวิจยพืชไรชยนาททใหความอนุเคราะหเมลดพันธุถวเขยวพันธุชยนาท 84-1




และศนยวิจยพืชไรอุบลราชธานีทใหความอนุเคราะหเมลดพันธุถวพุมพันธุอุบลราชธานี เพือใหงานวิจยสาเร็จ

















ลุลวงไปดวยด ี

เอกสารอางอิง
Anderson JPE (1982) Soil respiration. In: Page AL, Miller RH, Keeney DR (eds) Methods of soil analysis, part
2. Am Soc Agron, Soil Sci Soc Am, Madison Wisconsin, pp 831-871
Bray, R.H. and L.T. Kurtz. 1945. Determination of total organic and available forms of phosphorus in soils.
Soil Sci. 59: 39-45.
Jones, P.D. and K.R. Briffa. 1992. Global surface air temperature variations during the twentieth century:
Part 1, spatial, temporal and seasonal details. The Holocene. 2:165- 179
Lal, R. 2004. Soil Carbon Sequestration to Mitigate Climate Change. Geoderma 123: 1-22.
Peech,M. 1965. Soil pH by glass electrode pH meter, pp. 914-925. In C.A. Black, D.D.Evans, R.L. White,
L.E.Ensminger, F.E. Clark and R.C. Dinsuer (eds). Method of Soil Analysis Part 2 : Physical and
microbiological Propertics, Including Statistics of Measurement and Sampling American Society of
Agronomy Inc., Pubisher Madison,USA.
Schollenberger, C.L. and R.H. Simon. 1945. Determination of exchange capacity and exchangeable bases in
soil-ammonium acetate method. Soil Sci. 59:13-24.
Walkley, A. and C.A. Black. 1934. An examination of Degtjareff method for determining soil organic matter
and a proposed modification of the chromic acid titration method. Soil Sci. 37: 29-37.
Yonekura, Y.S.O, Y. Kiyono, D. Aksa, K. Morisada, N. Tanaka and M. Kanzaki. 2010. Changes in Soil Carbon
Stock after Deforestation and Subsequent Establishment of “Imperata” Grassland in the Asian
Humid Tropics. Plant Soil. 329: 495-507.

447


























แผนงานวิจัย


วิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและจัดทําฐานขอมูลดีเอ็นเอบารโคดของพืชที่มี

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ (โครงการวิจัยเดี่ยว)

448



ดีเอ็นเอบารโคดและความหลากหลายของพันธุกรรมของมันสําปะหลัง




2

ธีรวุฒ วงศวรัตน103 กาญจนา พฤษพนธ104 ประพิศ วองเทียม105 และภาคภูมิ ถิ่นคํา

1*
3
1

บทคัดยอ




การประเมนลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอสาหรับใชเปนดเอ็นเอมาตรฐานเพือใหไดดเอ็นเอบารโคดท ่ ี


















มคณลกษณะเหมาะสม โดยการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวยเทคนิค PCR ดวยไพรเมอรสากลจากดเอ็นเอบริเวณ
นิวเคลียรไรโบโซมอลและคลอโรพลาสต 10 ยีน แลวตรวจสอบคณภาพของลําดบนิวคลีโอไทดดวยวิธี BlastN


และทดสอบประสทธิภาพของการจาแนกชนิดและพันธุมนสาปะหลงดวยสรางแผนภูมความสัมพันธทาง








พันธุกรรมดวยวิธี Neighbor-joining พบวา ไพรเมอรสากลของยน rbcL, trnH-psbA, matK และ ITS2













สามารถเพิมปริมาณชนดเอ็นเอเปาหมายอยางจาเพาะมผลสาเร็จสง 100 94 และ 91 เปอรเซ็นต ตามลาดบ มี









ขนาดของชนดีเอ็นเอ 615, 426, 794 และ 317 คูเบส แสดงใหเหนวาบริเวณของดเอ็นเอดงหลาวนีทาไดงายม ี


เปอรเซ็นตความสาเร็จสง แตละลาดบนิวคลโอไทดมีความเหมือนกันกับมันสาปะหลง (Manihot esculenta









Crantz) บนฐานขอมลสากล NCBI ท่ระดับความเหมือนสูง 99.05-100% เม่อพิจารณาความผันแปรทาง






พันธุกรรมของลําดบนิวคลีโอไทดของทั้ง 4 ยีน พบวา มี matK และ ITS2 ทีมีความผันแปรทางพันธุกรรม แต 

ลําดับนิวคลีโอไทดของยีน matK มีเพียง ระยอง 86-13 เทานั้นที่แตกตางจากพันธุอื่น ๆ ในขณะที่ลําดับนิวคล ี


โอไทดของยน ITS2 มความผนแปรทางพันธุกรรมมากกวา และสามารถใชเปนขอมลนํามาสรางแผนภม ิ















ความสมพันธทางพันธุกรรมโดยสามารถมนสาปะหลงออกเปน 5 กลม และสามารถจาแนกชนิดมันสาปะหลัง

ออกจากพืชนอกกลุมทดลอง คือ สกุลยางพาราไดอยางชัดเจน ดังนั้น ลําดับนิวคลีโอไทดของดีเอ็นเอมาตรฐาน



ITS2 สามารถใชเปนดีเอ็นเอบารโคดเพื่อเปนเครื่องมือจําแนกระดับพันธุของมันสําปะหลังได ดงนันลาดบ นิ
















วคลโอไทดของยน ITS2 จงเหมาะสาหรับการนํามาใชเปนดเอ็นเอบารโคดไดอยางหนึง เมอทาการทดสอบ

ประสทธิภาพของดเอ็นเอบารโคดพบวา ลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอบารโคดของตวอยางทเก็บมา












(unknown) ท่ขอมูลกันกับขอมูลมาตรฐานอางอิงบนฐานขอมล NCBI 100 เปอรเซ็น และขอมูลลักษณะ













ประจาพันธุทปรากฎ ดงนัน ลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณยน ITS2 จงมประสทธิภาพสามารถใชเปนขอมล








ดเอ็นเอบารโคดของมนสาหะหลงได 




คําสําคัญ: ดเอ็นเอบารโคด ดเอ็นเอมาตรฐาน ความสัมพันธทางพันธุกรรม มันสําปะหลัง





1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 สํานักคุมครองพันธุพืช กรุงเทพมหานคร
3 สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรุงเทพมหานคร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

449



คํานํา


















มนสาปะหลง เปนวัตถดบทสาคญในการผลตทงอาหารมนุษย อาหารสตว สงอุปโภค เครืองมอทาง







การแพทย และเปนพืชพลงงานทดแทน ซึงมตลาดอุตสาหกรรมรองรับผลผลตทางการเกษตร ภาวะการผลต

















มนสาปะหลง ป 2564 คาดวามพืนทเก็บเกียว 9.09 ลานไร ผลผลต 29.883 ลานตน ผลผลตตอไร 3.29 ตน


เมอเทยบกับป 2563 พบวา พืนทเก็บเกียว ผลผลตและผลผลตตอไร เพิมขนรอยละ 1.91 รอยละ 3.05 และ














รอยละ 1.23 ตามลาดบ (ขอมูลเศรษฐกิจการเกษตร, 2564) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลัง ใหได 

ี่
ุ



ผลผลตตอไรสง เกษตรกรจาเปนตองมีระบบการจดการทดี ทงการเตรียมดนปลก การจดการปยและน้ําอยาง






ั้


เหมาะสม ตรงตามความตองการของพืช การดูแล ปองกัน กําจัดวัชพืช โรคและแมลงศัตรูพืช รวมท้งการ

เลือกใชพันธุมันสําปะหลังพันธุดีและตรงตามพันธุ การใชพันธุมันสําปะหลังที่ไมตรงตามพันธุ มีผลทาใหผลผลต



ต่ํามาก สรางความเสียหายใหเกษตรกรคอนขางมากโดยเฉพาะเกษตรรายยอย ดังนั้นการจําแนกและระบพันธุ


มันสําปะหลังใหชัดเจนและถูกตองเปนเรื่องท่สําคัญอยางย่ง การจําแนกลักษณะประจําพันธุ 50 ลักษณะ












แบงเปนลกษณะประจาพันธุหลงจากการเพาะปลก หลงเพาะปลก 6 เดอน หลงเพาะปลก 9 เดอน และชวง





การเก็บเกียว (Fukuda et al., 1998) ขั้นตอนการจําแนกและระบุพันธุของมันสําปะหลังตามลักษณะดังกลาว
ตองใชผูเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความไมสม่ําเสมอของตัวอยางเนื่องจากสภาพแวดลอม และใชระยะเวลาในการ
ี่
พิสจนนาน รายงานทางดานชวโมเลกุลทผานมายังมุงเนนทความหลากหลายเพื่อการปรับปรุงพันธุ จงยังไมมี




ี่














ขอมลทางพันธุกรรมระดบลาดบนิวคลโอไทดของพันธุมนสาปะหลงของกรมวิชาการเกษตร โดยเฉพาะอยางยง
ขอมลลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอในคลอโรพลาสต (Chloroplast DNA; cpDNA) และดเอ็นเอในนิวเคลียรไร













โบโซมอล (nuclear ribosomal DNA; nrDNA) ซึงถูกนํามาใชประโยชนในการจดจาแนกพืชกันมากในปจจบัน





สาหรับพืชดเอ็นเอบนคลอโรพลาสตซึงมตาแหนงจาเพาะไดแกยน rbcL matK rpoC1 rpoB และชนดเอ็นเอ








ระหวางยน intergenic spacers trnH-psbA (Hajibabaei et al., 2007; Ford et al., 2009) การใชความ






ผนแปรของลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอในคลอโรพลาสบริเวณ intergenic spacers 5´-trnS-trnG, 3´-





trns-trnG และ trnT-trnL พบวาบริเวณดงกลาวมความผนแปรสงและสามารถนําไปใชในการวิเคราะห 







ความสมพันธทางวิวัฒนาการระดบสปชสของ Pilosocereus aurisetus group (Cactaceae) ไดมากวาการ








วิเคราะหดวยการใชอนุกรมวิธาน (Bonatelli et al., 2013) ในการตรวจพิสจนเอกลกษณของสมนไพรบาง
ชนิดเชนขง (Zingiber officinale Rosc.) เรว (Amomum uliginosum K.D.Koenig) โดยการศกษา







เครืองหมายดเอ็นเอจากขอมลลาดบนิวคลโมไทดของนิวเคลยรดเอ็นเอบริเวณ internal transcribed space








ระยอง 1 (ITS1) ท่อยระหวางไรโบโซมอลดีเอ็นเอชนิด 18S และ 5.8S (Jiang et al., 2002; Qiao et al.,

2009) อยางไรก็ตาม การศึกษาวิเคราะหลําดับนิวคลีโอไทดของของดีเอ็นเอพืชควรใชตําแหนงดีเอ็นเอมากกวา



1 ตาแหนงรวมกันเพื่อใหไดผลการวิเคราะหทถกตองและแมนยําเพิ่มขน ในการจาแนกพืชระดบชนิดสามารถ
ี่
ึ้




ทาไดดวยการนําขอมลลาดบนิวคลโอไทดของชนดเอ็นเอ trnH-psbA รวมกับ ITS2 ในการสรางความสมพันธ












ทางพันธุกรรม (Pang et al., 2012) การจาแนกพืช Hippophae species (Shaji) ดวยการอาศัยลักษณะทาง




สัณฐานวิทยาทําไดยาก แตก็สามารถจําแนกไดทั้งระดับชนิดและชนิดยอยไดดวยการประยุกตใชลาดบนิวคลโอ





ไทดชนดเอ็นเอบริเวณ trnH-psbA รวมกับ ITS2 (Liu et al., 2015) วัตถุประสงคการทดลองนี ศึกษาดีเอ็นเอ


450




บารโคด และความสัมพันธทางพันธุกรรมของมันสําปะหลัง และจัดเก็บเช้อพันธุกรรมมันสําปะหลัง เพื่อ
อนุรักษและเก็บรักษาในธนาคารเชื้อพันธุกรรมพืชในสภาพแปลงปลูก และธนาคารดีเอ็นเอ (DNA bank)


วิธีดําเนินการ

1. อุปกรณ 
1.1 วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือสําหรับการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอและการตรวจสอบผลผลิตพีซีอาร

1.1.1 เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดวยเทคนิคพีซีอาร



1.1.2 เครืองแยกขนาดดเอ็นเอดวยกระแสไฟฟา แบบแนวนอน
1.1.3 เครื่องปนแยกสารควบคุมอุณหภูมิไดชนิดตั้งโตะ
1.1.4 เครืองดูดจายสารละลาย


1.2 ชุดน้ํายาและสารเคมีที่ใชสําหรับงานดานเครื่องหมายโมเลกุล
1.3 กลองถายภาพ
2. วธีการ

ขั้นตอน 1 การประเมินลําดับนิวคลีโอไทดของดเอ็นเอมาตรฐานเพื่อใชเปนดีเอ็นเอบารโคด

1. ตัวอยางมันสําปะหลัง
- พันธุมันสําปะหลังที่ไดการรับรองพันธุโดยกรมวิชาการเกษตร ไดแก พันธุระยอง 1 ระยอง 2 ระยอง

3 ระยอง 5 ระยอง 7 ระยอง 9 ระยอง 11 ระยอง 86-13 ระยอง 60 ระยอง 72 และระยอง 90











- พันธุมนสาปะหลงทเปนพันธุจากความรวมมอกันระหวางกรมวิชาการเกษตรและสานักงานพัฒนา



วิทยาศาสตรและเทคโนโลยแหงชาต ไดแก พันธุพิรุณ 1 และ พิรุณ 2
- พันธุมันสําปะหลังที่ไดรับการปรับปรังพันธุจากแหลงอื่นๆ ไดแก พันธุพิรหวยบง 60 หวยบง 80 และ
เกษตรศาสตร 50
- พันธุพื้นเมือง ไดแก พันธุหานาท ี

- ตัวอยางนอกกลุมที่ศึกษา (Outgroup) ใชยางพารา (Hevea brasiliensis (Kunth) Muell. Arg.)
2. การเก็บขอมูลลักษณะประจําพันธุและจัดทําพรรณไมแหง
บันทึกลักษณะประจําพันธุของมันสําปะหลังเพื่อตรวจสอบความถูกตองของพันธุท่นํามาใชในการ




ทดลองนี แบงเปนหลงการเพาะปลกทอาย 4 เดอน 5 ลักษณะ ไดแก 1) สยอดออน 2) สของใบออน 3) ขนที ่



















ยอดออน 4) สกานใบ 5) รูปรางของแฉกทอยกลางใบ กอนเก็บเกียวทอาย 11 เดอน 4 ลกษณะ ไดแก 6) สี





ของลาตน 7) การมีขั้วของหัว 8) สีผิวเปลือกชั้นนอกของหัว 9) สีเนื้อของหัว ซึ่งดําเนินการปฏิบัติตามคูมือการ


บันทึกขอมูลของกรมสงเสริมการเกษตร (2559) จัดทําการเก็บรักษาหลักฐานอางอิงงานวิจัยของมันสําปะหลง
ทั้ง 17 พันธุในรูปตัวอยางพรรณไมแหงไวในพิพิธภัณฑพืชกรุงเทพ กรมวิชาการเกษตร (Bangkok Herbarium, BK)

451



3. การสกัดดีเอ็นเอ การเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ และการวิเคราะหหาลําดับนิวคลีโอไทด 












นําใบมนสาปะหลงมาหนเปนชนเลก ๆ ประมาณ 0.1 กรัม ใสลงในโกรงทีมไนโตรเจนเหลว บดให



ละเอียดเปนผงแลวใชชดน้ายาสกัดดเอ็นเอสาเร็จรูป (DNA extraction GF-1, vivantis) จากนันตรวจสอบ







คณภาพสารละลายดเอ็นเอทสกัดไดการวัดคาการดดกลนแสง นําสารสกัดดีเอ็นเอตัวอยางทั้งหมดมาเจือจางให 








มความเขมขน 100 ng/ul จากนันเพิมปริมาณดเอ็นเอดวยเทคนิค PCR บริเวณ10 ยน ไดแก rpoC1, rbcL,







matK, ITS, ITS2, trnH-psbA, trnL-F, psbK-psbI, atpF-atpH และ rpoB ใชไพรเมอรสากล 29 คตรวจสอบ





ผลผลต PCR ดวยเทคนิค Agarose gel electrophoresis หลังจากนั้นทําดีเอ็นเอใหบริสุทธิ และวิเคราะห 



ลาดบนิวคลโอไทดดวยเครื่อง IIIumina Hiseq (illumine) ดวย เทคนิค BT-Sequencing (Barcode taq


sequencing base on Next generation sequencing ตามกรรมวิธีของบริษท Celemics ประเทศสาธารณรัฐ

เกาหล ี
4. การวิเคราะหลําดับนิวคลีโอไทดและการสรางแผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรม






นําขอมูลลําดับนิวคลโอไทดที่ไดมาจดเรียงตาแหนงเปรียบเทยบกันโดยใชโปรแกรม ClustalW2 ดวย














วิธี Multiple alignment ใหถกตองตรงกันทกตวอยาง เพือเปรียบเทยบใหเหนความผนแปรทางพันธุกรรม


ของดเอ็นเอ นําลําดับนิวคลีโอไทดมาสรางแผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรมดวยโปรแกรม MEGA 6.0


(Molecular Evolution Genetics Analysis) ดวยวิธี Neighbor-joining โดยกําหนดคา bootstrap test ที ่
1,000 ซ้ํา
ขั้นตอนที่ 2 การหลากหลายทางพันธุกรรมของมันสําปะหลังโดยใชเครื่องหมายดีเอ็นเอบารโคด
1. การสกัดดีเอ็นเอ
เก็บสวนของใบออนของมันสาปะหลังทั้งหมด 120 พันธุ/สายพันธุ/หมายเลขพันธุ ที่ปลูกในแปลงการ

รักษาเชื้อพันธุกรรมแปลงพันธุไทย ศูนยวิจัยพืชไรระยอง นํามาสกัดดเอ็นเอโดยหั่นใบออนมันสําปะหลังเปนชน



เลก ๆ ประมาณ 0.1 กรัม ใสลงในโกรงทมีไนโตรเจนเหลว บดใหละเอียดเปนผง แลวสกัดดีเอ็นเอจากชดสกัด


ี่



สาเร็จรูป Plant DNA Extraction kit (Vivantis Technology) จากนันตรวจสอบปริมาณและคณภาพดเอ็น





เอดวยเครืองวัดคาการดดกลนแสง แลวนําสารสกัดดเอ็นเอทสกัดไดจากทง 120 พันธุ จากนั้นใหนําสารสกัดดี








เอ็นเอที่ไดมาประเมินคุณภาพและปริมาณดีเอ็นเอดวยเครื่องดูดกลืนแสงที่ความยาวคลื่น A 260 /A
280
2. การเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ








นําสารสกัดดเอ็นเอทไดมาใชเปนสารพันธุกรรมดเอ็นเอตนแบบในปฏกิริยาลกโซพอลเมอเรส โดยใช 








ี่





เครืองหมายดเอ็นเอบารโคดทคดเลอกได ตรวจสอบผลผลตทีไดดวยวิธี Electrophoresis เมื่อไดผลผลตทมี









ขนาดของชนทถูกตอง นํามาแยกบริสุทธิ์ ดวยชุดแยกบริสทธิ์สําเร็จรูป สงผลผลตดเอ็นเอทไดจากการเพิมปริมาณ







ดเอ็นเอของคลอโรพลาสต และดเอ็นเอของนิวเคลียรไรโบโซมอลของมันสําปะหลังไปวิเคราะหหาลาดบนิวคลโอไทด 







3. การสรางแผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรม





นําขอมูลลําดับนิวคลโอไทดที่ไดมาจดเรียงตาแหนงเปรียบเทยบกันโดยใชโปรแกรม ClustalW2 ดวย




วิธี Multiple alignment ใหถกตองตรงกันทกตวอยาง จากนั้นนําขอมลลาดบนิวคลโอไทดมาสรางแผนภูมิ












452






ความสมพันธทางพันธุกรรมดวยโปรแกรม MEGA 6.0 (Molecular Evolution Genetics Analysis) ดวยวิธี

Neighbor-joining โดยกําหนดคา bootstrap test ที่ 1,000 ซ้ํา
ขั้นตอนที่ 3 การทดสอบระบุพันธุมันสําปะหลัง
การเก็บตัวอยางมันสําปะหลังในแหลงปลูกท่ตาง ๆ จานวน 50 ตัวอยาง มาสกัดดีเอ็นเอและเพิ่ม















ปริมาณดเอ็นเอบริเวณมาตรฐานเก็บบนทกขอมลลกษณะประจาพันธุ แลวนําผลลาดบนิวคลโอไทดทไดมา












เปรียบเทยบกับขอมลลาดบนิวคลโอไทดทใชเปนดเอ็นเอมาตรฐานบนฐานขอมลสากล GenBank เพื่อทดสอบ


ประสทธิภาพการนํามาใชเปนดเอ็นเอบารโคด




ผลและวิจารณผลการทดลอง
1. ลักษณะประจําพันธุของมันสําปะหลัง
จากการบันทึกลักษณะประจาพันธุของมันสําปะหลังจากตวอยางตนที่เก็บมาสกัดดีเอ็นเอ พบวา 1) สี



















ยอดออน สามารถแบงออกไดเปน 7 ส ดงนี สเขยวออน สเขยว สมวงอมเขยว สมวงอมน้าตาล สมวง สเขยว







อมมวง สน้าตาลอมเขียว 2) สของใบออน สามารถแบงออกไดเปน 3 สี ดังนี้ สีเขียวออน สีเขียวอมมวง สีมวง

3) ขนทยอดออน สามารถแบงออกไดเปน 2 ลักษณะ ดังนี้ มีขน และไมมีขน 4) สกานใบ สามารถแบงออกได 










เปน 4 ส ดงนี สเขยวออน สเขยวอมชมพู สเขยวอมแดง สแดงเขม 5) รูปรางของแฉกทอยกลางใบ สามารถ













แบงออกไดเปน 4 รูปแบบ ดงนี ใบหอกปลายมน ใบแหลมแบบใบหอก ใบหอก และ ใบหอกกลบ 6) สของ















ลาตน สามารถแบงออกไดเปน 5 ส ดงนี สเขยวเงิน สเขยวอมน้าตาล สน้าตาลอมเหลอง สน้าตาลอมสม ส ี









น้าตาลออน 7) การมีขั้วของหัว สามารถแบงออกไดเปน 2 ลักษณะ ดังนี้ มีขั้วของหัว และไมมีขั้วของหัว 8) สี
ผิวเปลือกชั้นนอกของหัว สามารถแบงออกไดเปน 4 สี ดังนี้ สีน้ําตาลออน สีขาวครีม สีน้ําตาล สีน้ําตาลเขม 9)


สเนือของหว สามารถแบงออกไดเปน 3 สี ดังนี้ สีขาว สีขาวครีม และสีเหลืองออน ขอมูลลักษณะประจาพันธุ














ของมนสาปะหลงแตละพันธุถกตองตรงตามลกษณะประจาพันธุ ตวอยางเหลานีไดถกดาเนินการเก็บตวอยาง








พรรณไมแหงเพื่อใชเปนพันธุไมอางอิงงานวิจัยไวท่พิพิธภณฑพืชสิรินธร ซึ่งมีหมายเลขอางอิง (voucher





specimen) ดงตารางท 1
2. การตรวจสอบลําดับนิวคลีโอไทด 



ผลการทดลองพบวาสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอไดท้ง 29 คไพรเมอร ของยีนท้ง 10 บริเวณ ม ี

ไพรเมอรเพียง 4 ค ไดแก ไพรเมอร rbcLFwd/Rev ของบริเวณ rbcL, ไพรเมอร psbA3_F/trnHf_05 ของ

บริเวณ trnH-psbA, ไพรเมอร matK_3F_KIM_A/1R_KIM ของบริเวณ matK และ ไพรเมอร ITS3/4 ของ




บริเวณ ITS2 ทสามารถเพิมปริมาณดเอ็นเอของมนสาปะหลงไดครบทง 17 พันธุ โดยมขนาดดเอ็นเอ 615,























426 794 และ 317 คเบส ตามลาดบ เมอตรวจสอบความเหมอนของลาดบนิวคลโอไทดจากทง 4 ยน บน

ฐานขอมูล NCBI พบวามีความเหมือนกันกับ Manihot esculenta Crantz ที 100%, 99.77%, 99.87-100%

และ 99.05-100% ตามลําดับยีน ซึ่งขอมูลนี้ยืนยันไดวาลําดับนิวคลีโอไทดที่ไดจากมันสาปะหลังทั้ง 17 พันธุมี
ความถูกตอง และแสดงใหเห็นวาการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอบริเวณทั้ง 4 ยีน นี้ทําไดงายดวยเทคนิค PCR

453



3. การวิเคราะหความผันแปรของลําดับนิวคลีโอไทดบริเวณจําเพาะ




เมอเปรียบเทียบลําดับนิวคลีโอไทดของยีน rbcL, trnH-psbA, matK และ ITS2 ในมันสําปะหลังทั้ง 17
พันธุ ดวยโปรแกรม ClustalW2 พบวามีลําดับนิวคลีโอไทดของยีน rbcL และ trnH-psbA ไมมีตาแหนงที่ผัน


แปรระหวางพันธุ ในขณะที่ยีน matK และ ITS2 มีตําแหนงลําดับนิวคลีโอไทดผันแปรระหวางพันธุ (ตารางท 2)



ี่
ยีน matK มีลาดับนิวคลีโอไทดทผันแปรกันระหวางพันธุในรูปแบบพิวรินทรานสิชัน 1 ตาแหนง (ตําแหนงท ี่

A561G) ทําใหเปนเอกลักษณเฉพาะของพันธุ ระยอง86-13 เมื่อพิจารณาลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2 ของ


มันสําปะหลังทั้ง 17 พันธุ พบวา มีตําแหนงลําดับนิวคลีโอไทดทผันแปรระหวางพันธุอยู 5 ตาแหนง คอ ตาแหนง
ี่




ที่ผันแปรแบบไพริมิดินทรานสิชัน 2 ตาแหนง (ตาแหนงที่ T97C และ T290C), ทรานสเวอรชน 1 ตาแหนง

(ตําแหนงที่ A120C) และพิวรินทรานสิชัน 2 ตาแหนง (ตําแหนงที่ A148G และ A249G) ซึ่งตําแหนงที่ 97 แสดง







ี่


เอกลกษณจาเพาะของพันธุ ระยอง72 ตําแหนงท 120 แสดงเอกลกษณจาเพาะของพันธุ Hanatee ตําแหนงท ี่
148 และ 249 แสดงเอกลกษณจาเพาะของพันธุ ระยอง3 ขอมูลลําดับนิวคลีโอไทดของยีน matK และ ITS2





ถูกจดเก็บไวในฐานขอมูลสากล GenBank และไดรับหมายเลขเฉพาะ (accession number) ดงตารางท 1





เนื่องจากลําดับนิวคลีโอไทดของยีน rbcL และ trnH-psbA ไมมีตําแหนงที่ผันแปรระหวางพันธุ จึงไมนํามา
กลาวเปรียบเทียบและวิเคราะหความสัมพันธทางพันธุกรรมในลําดับถัดไป จะใชเพียงขอมูลลําดับนิวคลีโอไทด 
ของยีน matK และ ITS2 เพื่อสรางแผนภูมิและวิเคราะหความสัมพันธทางพันธุกรรมเทานั้น
ตารางที่ 1 หมายเลขอางอิงพรรณไมแหง และหมายเลขเฉพาะลําดับนิวคลีโฮไทดของยีน ITS2
ของมันสําปะหลัง 17 พันธุ

หมายเลขเฉพาะลําดับนิวคลีโอไทดของยีน
พันธุมันสําปะหลัง หมายเลขอางอิง
matK ITS2
ระยอง 1 T. Wongwarat et al. no. 01-001 MK834326 MK809337
ระยอง 2 T. Wongwarat et al. no. 01-002 MK834327 MK809338
ระยอง 3 T. Wongwarat et al. no. 01-003 MK834328 MK809339
ระยอง 5 T. Wongwarat et al. no. 01-004 MK834329 MK809340
ระยอง 7 T. Wongwarat et al. no. 01-005 MK834330 MK809341
ระยอง 9 T. Wongwarat et al. no. 01-006 MK834331 MK809342
ระยอง 11 T. Wongwarat et al. no. 01-007 MK834332 MK809343
ระยอง 86-13 T. Wongwarat et al. no. 01-008 MK834333 MK809344
ระยอง 60 T. Wongwarat et al. no. 01-009 MK834334 MK809345
ระยอง 72 T. Wongwarat et al. no. 01-010 MK834335 MK809346
ระยอง 90 T. Wongwarat et al. no. 01-011 MK834336 MK809347
เกษตรศาสตร 50 T. Wongwarat et al. no. 01-012 MK834337 MK809348
หวยบง 60 T. Wongwarat et al. no. 01-013 MK834338 MK809349
หวยบง 80 T. Wongwarat et al. no. 01-014 MK834339 MK809350
พิรุณ 1 T. Wongwarat et al. no. 01-015 MK834340 MK809351
พิรุณ 2 T. Wongwarat et al. no. 01-016 MK834341 MK809352
หานาที T. Wongwarat et al. no. 01-017 MK834342 MK809353

454



ตารางที่ 2 รูปแบบความผันแปรทางพันธุกรรมของลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2

ยีน รูปแบบความผันแปรทาง พันธุมันสําปะหลัง
พันธุกรรม
mat purine transitions (A561G) ระยอง 86-1

K พันธุอนๆ
ื่
ITS pyrimidine transitions ระยอง 72
(T97C) พันธุอนๆ
ื่
transversions (A120C) หานาท ี
พันธุอน ๆ
ื่
purine transitions (A148G) ระยอง 3

พันธุอน ๆ
ื่
purine transitions (A249G) ระยอง 3

พันธุอน ๆ
ื่
pyrimidine transitions ระยอง 2, ระยอง 3, ระอง 7, ระยอง 60, ระยอง 90, เกษตรศาสาตร 50, หวย
(T290C) บง 60, พิรุณ 2
พิรุณ 1, ระยอง 5, ระยอง 9, ระยอง 11, ระยอง 86-13, ระยอง 72, หวยบง

80, หานาท ี


เมื่อนําลําดับนิวคลีโอไทดของยีนยีน matK และ ITS2 ของมันสําปะหลังทั้ง 16 พันธุ และใชยางพารา
ุ
เปนตัวอยางนอกกลมมาวิเคราะหดวยโปรแกรม MEGA เพื่อสรางแผนภูมิความสมพันธทางพันธุกรรมและวิเค





ระหดวยวิธี neighbor-joining โดยกําหนดคา bootstrap test ที 1,000 ซ้า พบวา แผนภมของลาดบนิวคล ี






โอไทดบริเวณยีน matK แสดงใหเห็นวามันสําปะหลังพันธุ ระยอง 86-13 ถูกแยกออกมาจากมันสาปะหลงอื่น











แตไมสามารถพันธุมนสาปะหลงอีก 15 พันธุได (ภาพที 1A) สวนแผนภมของลาดบนิวคลโอไทดบริเวณยน





















ITS2 (ภาพที 1B) สามารถแบงออกไดเปน 3 กลม (ภาพท 1) ดงนี กลมท 1 มนสาปะหลงพันธุหานาทซึงเปน








พันธุพื้นเมืองที่นิยมปลูกเพื่อรับประทานถูกแยกออกจากพันธุมันสําปะหลังอื่นๆ กลุมที่ 2 ประกอบดวย ระยอง

1 ระยอง 5 ระยอง 9 ระยอง 86-13 หวยบง 80 พิรุณ 1 และ ระยอง 72 กลมท 3 ประกอบดวย ระยอง 2






ระยอง 7 ระยอง 60 ระยอง 90 เกษตรศาตร 50 หวยบง 60 พิรุณ 2 เมื่อพิจารณาภายในกลุมจะเห็นไดวาพันธุ
ระยอง 3 และ ระยอง 72 ดังนั้นยีน ITS2 มีประสิทธิภาพในการแยกมันสําปะหลังในระดับพันธุไดมากกวา


455






















ภาพที 1 แผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรมของมันสําปะหลังจํานวน 16 พนธและยางพาราเปนตวอยางนอกกลุม จาก
ุ

ลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2 วิเคราะหโดยโปรแกรม MEGA ดวยวิธ neighbor-joining

โดยกําหนดคา bootstrap test ที่ 1,000 ซ้ํา

4. การหลากหลายทางพันธุกรรมของมันสําปะหลังโดยใชเครื่องหมายดีเอ็นเอบารโคด
เก็บตัวอยางมันสําปะหลังจากแปลงการรักษาเช้อพันธุกรรมแปลงพันธุไทย ศูนยวิจัยพืชไรระยอง














จานวน 120 พันธุ เก็บใบของแตละพันธุมาสกัดดเอ็นเอ นําสารสกัดดเอ็นเอทไดใชเปนสารพันธุกรรมตนแบบ











ในการเพิมปริมาณดเอ็นเอ โดยใช universal primer ทคดเลอกแลวจานวน 4 คไพรเมอร ไดแก ไพรเมอร

rbcLFwd/Rev ไพรเมอร psbA3_F/trnHf_05 ของบริเวณ ไพรเมอร matK_3F_KIM_A/1R_KIM และ ไพร


เมอร ITS3/4 โดยมขนาดดีเอ็นเอ 615, 426 794 และ 317 คเบส ซึ่งเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอของยีนบริเวณ rbcL

trnH-psbA matK และ ITS2 ตามลาดบ พบวา การใชไพรเมอร rbcLFwd/Rev ของบริเวณ rbcL, ไพรเมอร





psbA3_F/trnHf_05 ของบริเวณ trnH-psbA สามารถเพิ่มปริมาณชนดีเอ็นเอเปาหมายอยางจําเพาะมี











ผลสําเร็จสูง 100 เปอรเซ็นต แสดงใหเหนวาบริเวณของดเอ็นเอดงหลาวนีทาไดงายมเปอรเซ็นตความสาเร็จสง


ในขณะทการใชไพรเมอร matK_3F_KIM_A/1R_KIM ของบริเวณ matK และ ไพรเมอร ITS3/4 ของบริเวณ




ITS2 มีผลการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอสําเร็จ 94 และ 91 เปอรเซ็นต ตามลาดบ (ตารางท 4)



ตารางที่ 4 ความสําเร็จของการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอโดยใชไพรเมอรสากล
ยีน คูไพรเมอร ไพรเมอร ความสําเร็จของการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ
(เปอรเซ็นต)
rbcL rbcL-C Fwd/Rev 100
TrnH-psbA TrnH-psbA - A psbA3_F (fwd)/ trnHf_05 (rev) 100
matK matK-A 3F KIM A/1R KIM 94
ITS2 ITS2-B ITS3/ITS4 91

456




















ชนดเอ็นเอทสามารถเพิมปริมาณได หลงจากถกทาใหบริสทธิแลวถกสงไปวิเคราะหหาลาดบนิวคลโอ
















ไทด ได DNA barcode 26 รูปแบบ เมอนําลาดบนิวคลโอไทดของแตละยนทไดมาเรียงเทยบดวยโปรแกรม



BioEdit พบวา ลําดับนิวคลีโอไทดของบริเวณยีน rbcL TrnH-psbA และ matK ไมมีความผนแปรระหวาง














พันธุ ในขณะทลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณยีน ITS2 มความผนแปรระหวางพันธุ ดงนันจงไดนําเอาเฉพาะ

ลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณดงกลาวมาใชเปนขอมลวิเคราะหหาความสมพันธทางพันธุกรรมโดยวิธี











neighbor-joining มีคา Bootstrap จานวน 1000 ซ้ําของการสุมดึงลําดับนิวคลีโอไทดออกในการวิเคราะหแต 







ละครัง คา Bootstrap มความสมพันธกับความเชอมนในผลการวิเคราะหความสมพันธทางพันธุกรรม พบวา




สามารถแบงกลุม 5 กลุม ดังภาพที่ 3 ดังนี้
กลุมที่ 1 ไดแก CMR 31-37-105
กลุมที่ 2 ไดแก CM 523-7
กลุมที่ 3 ไดแก CMR 34-44-40
กลมท่ 4 ไดแก พิรุณ 2 (PR2) ระยอง 2 (R2) เกษศาสตร 50 (KU50) ระยอง 7 (R7) ระยอง 60


(R60) หวยบง 60 (HB60) ระยอง 90 (R90) CMR 25-82-88 CMR 23-84-8 CMR 23-149-117 CMR 25-

221-384 V.1 SC5 SUAN (V3xR)20-15 HP5 KASET Golden yellow MCOL22 CM 3299-15 V.25 CMR
25-55-28 ADIRA 4 MKUC 28-71-67 OP.706 NEP ยอดดา CMR 25-105-47 มันตน CMR 31-42-20 V.11

ระยอง 3 (R3) MENTEGA
กลุมที่ 5 แยกออกเปน 2 กลุม ดังนี้
กลุมที่ 5.1 ประกอบดวย 2 กลุม ดังนี้



กลมท 5.1.1 ไดแก ระยอง 72 (R72) CMR 33-35-69 CMR 35-26-369 CMR 36-


55-166 CM 407-30 CMR 34-35-54 CMR 23-149-118 CMR 23-67-76 CMR 26-38-7 V2C
กลุมที่ 5.1.2 ไดแก CMR 23-08-8 CMR 23-117-4 CMR 25-33-134Q CM 6125-
117

457



3-1 3-2












































ภาพที่ 3 (1-2) แผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรม (phylogenetic tree) ของมันสําปะหลังที่สรางทีจาก


ขอมูลลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2 วิเคราะหดวยการจัดกลุมดวยโปรแกรม MEGA 7.0

แบบวิธี neighbor-joining โดยกําหนดคา bootstrap test ที่ 1,000

โดยใชยางพารา Hevea brasiliensis (KJ665775) เปน out group

458



กลุมที่ 5.2 ประกอบดวย 2 กลุม ดังนี้



กลมท่ 5.2.1 ไดแก 5นาที (5M) CM 125-22 MCOL1684 CMR 28-05-13 CMR
25-105-128Q 56/5 V112596 V.14 CMR 38-66-1 CMR 34-79-48 CMR 31-06-103 CMR 30-05-12 CMR
33-38-48 29-77-5 JAVA 2 CMR 25-32-429Q CMR 29-19-129 CMR 25-104-42 CMR 342-55 CMR 30-

115-5 MMEX59


กลมท่ 5.2.2 ไดแก พิรุณ 1 (PR1) หวยบง 80 (HB80) ระยอง 86-13 (R86-13)
ระยอง 11 (R11) ระยอง 9 (R9) ระยอง 5 (R5) ระยอง 1 (R1) NANZHI199 (RXHanatee)21-21q Kraburi
CMR 35-21-96 CMR 34-40-43 O.P.608 CMR 35-23-76 WILD CMC 125-22 CR 17-82 SRIRACHA1

JKxR13 CMR34-35-36 CMR23-281-141 MBRA12 YOLK SPY SR18-227 (RxHanatee)21-28Q OMR 4-

07-12 CMR24-14-367 Yellow root Indonesia BATRANG (V1xR) 21-11




อยางไรก็ตามจากการสรางแผนภูมความสัมพันธทางพันธุกรรมของมันสาปะหลังท่ไดจากการ

วิเคราะหลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณยนทง 4 ยนนั้น สามารถแยกยางพารา Hevea brasiliensis








(KJ665775) ที่ใชเปน out group ได 
5. การทดสอบระบุพันธุมันสําปะหลัง









เก็บตวอยางมนสาปะหลงทอายประมาณ 4-5 เดอนจากแหลงปลกในพืนทอําเภอน้าพอง และอําเภอ


















บานไผ จงหวัดขอนแกน จานวน 50 ตวอยาง ตงชอวา unknown 01-50 จากการบนทกลกษณะประจาพันธุ 


พบวา ลักษณะปรากฏที่บันทึกขอมูลไดมีความคลายคลึงกันมาก ยกเวนสีกานใบ unknown 01-40 กานใบมีส ี

แดงเขม สวน unknown 41-50 กานใบมสแดง ซึงตรงกับลกษณะประจาพันธุระยอง 72 และเกษตรศาสตร







50 เก็บใบออนมาสกัดดีเอ็นเอและใชเปนสารพันธุกรรมตนแบบในการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยไพรเมอร











ITS3/4 พบวา สามารถเพิมปริมาณชนดเอ็นเอเปาหมายอยางจาเพาะมผลสาเร็จสง 100 เปอรเซ็นต จากการ







ตรวจสอบความเหมอนของลาดบนิวคลโอไทดโดยเทยบกับขอมลในฐานขอมลสากล GenBank พบวา ตวอยาง



unknown 01-40 มความเหมือนกันกับ M. esculenta Crantz ที 100 เปอรเซ็นตตรงกับขอมลดเอ็นเอ










หมายเลขเฉพาะ (GenBank accession number) MK809346 ซึงเปนขอมลดเอ็นเอบารโคดของมน






สาปะหลงพันธุระยอง 72 และ unknown 41-50 มความเหมือนกันกับ M. esculenta Crantz ที 100




เปอรเซ็นต ซึงขอมลตรงกับขอมลดเอ็นเอหมายเลขเฉพาะ (GenBank accession number) MK809348 ซึ่ง





เปนขอมูลดีเอ็นเอบารโคดของมันสําปะหลังพันธุเกษตรศาสตร 50



สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ


การพิจารณาคดเลอกยนสาหรับนํามาใชเปนดเอ็นเอบารโคดซึงตองผานเกณฑคณลกษณะทสาคญ 3















ประการ ไดแก 1) ความเปนสากล (universality) คอ ไพรเมอรทใชเปนสากล ตองสามารถเพิมปริมาณดเอ็น

















เอบริเวณเดยวกันในพืชอืนไดดวยเทคนิค PCR 2) คณภาพของลาดบนิวคลโอไทด (sequence quality) เมื่อ











นําลาดบนิวคลโอไทดทไดไปตรวจสอบเปรียบเทยบกับขอมลลาดับนิวคลโอไทดบนฐานขอมลสากล NCBI ตอง










มความถกตองและมความเหมอนกันกับขอมลบนฐานขอมลสากล และ 3) ประสทธิภาพในการแยกพืชแตละ






459





ชนิดออกจากกัน (species discrimination) ผลการวิจย ลําดับนิวคลีโฮไทดท่ไดจากบริเวณของยีน พบวา
rbcL, trnH-psbA, matK และ ITS2 สามารถเพิ่มปริมาณชิ้นดีเอ็นเอเปาหมายอยางจําเพาะมีผลสําเร็จสูง 100










94 และ 91 เปอรเซ็นต ตามลาดบ แสดงใหเห็นวาบริเวณของดเอ็นเอดงหลาวนีทําไดงายมเปอรเซ็นต 






ความสาเร็จสง เมอพิจารณาความผนแปรทางพันธุกรรมของลาดบนิวคลโอไทดของทง 4 ยน พบวา ม matK









และ ITS2 ทีมีความผันแปรทางพันธุกรรม แตลําดับนิวคลโอไทดของยีน matK มีเพียง ระยอง 86-13 เทานัน


ที่แตกตางจากพันธุอื่น ๆ ในขณะที่ลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2 มีความผันแปรทางพันธุกรรมมากกวา และ
ุ
สามารถใชเปนขอมูลนํามาสรางแผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรมโดยสามารถมันสําปะหลังออกเปน 5 กลม
และสามารถแยกยางพารา Hevea brasiliensis (KJ665775) ที่ใชเปน out group ได ดังนั้นลําดับนิวคลโอ









ไทดของยีน ITS2 จงเหมาะสาหรับการนํามาใชเปนดเอ็นเอบารโคดไดอยางหนึง เมอทาการทดสอบ












ประสทธิภาพของดเอ็นเอบารโคดพบวา ลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอบารโคดของตวอยางทเก็บมา




(unknown) ท่ขอมูลกันกับขอมูลมาตรฐานอางอิงบนฐานขอมล NCBI 100 เปอรเซ็น และขอมูลลักษณะ








ประจาพันธุทปรากฎ ดงนัน ลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณยน ITS2 จงมประสทธิภาพสามารถใชเปนขอมลด ี
















เอ็นเอบารโคดของมนสาปะหลงได 


เอกสารอางอิง
ขอมูลเศรษฐกิจการเกษตร. 2564. สถานการณการผลิตและการตลาดรายสัปดาห 4-10 มกราคม 2564.

http://www.oae.go.th/.
Ford, C.S., K.L. Ayres, N. Toomey, N. Stahl, J.V.A. Kelly, L.J. WikstrÖm, P.M. Hollingsworth, M.W. Chase and
M.J. Wilkinson. 2009. Selection of candidate coding DNA barcoding regions for use on land plant.
Botanical Journal of the Linnean Society 159: 1-11.
Fukuda, W.M.G., C.L. Guevara, R. Kawuki and M.E. Ferguson. 1998. Selected morphological and agronomic
descriptors for the characterization of cassava. International institute of tropical agriculture (IITA),
Ibadan, Nigeria. 19 pp.
Hajibabaei, M., G.A.C Singer, P.D.N Hebert, and D.A. Hickey. 2007. DNA barcoding: How it complements
taxinomy, molecular phylogenetics and population genetics. Trend genet 23: 167-172.
Jiang, H., Z. Xie and H.J. Koo. 2006. Metabolic profiling and phylogenetic analysis of medical Zingiber species:
Tools for authentication of ginger (Zingiber officinale Rosc.) Phytochemistry 67: 1673-1685.
Liu, Y., W. Sun, C. Liu, Y. Zhang, Y. Chen, M. Song, G. Fan, X. Liu, L. Xiang and Y. Zhang. 2015. Identification
of Hippophae species (Shaji) through DNA barcodes. Biomed central 10(28):1-11.
Qiao, C.F., Q.B. Han, Z.L. Zhao, Z.T. Wang, L.S. Xu and H.X. Xu. 2009. Sequence analysis based on ITS1 region
nuclear ribosomal DNA of Amomum villosum and ten species of Alpinia. J. Food Drug Anal 17: 142-145.

460




























แผนงานวิจัย

วิจัยและพัฒนาตรวจวิเคราะหลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคณภาพของพันธุพืชใหมที่


ไดรับความคุมครองเพื่อปกปองคุมครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุและเกษตรกร กรณี

ละเมิดทรัพยสินทางปญญาดานพันธุพืชตามพระราชบัญญัติคุมครองพันธุพืช พ.ศ.



2542 (โครงการวิจยเดียว)

461



โครงการวิจัยและพัฒนาตรวจวิเคราะหลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคุณภาพของพันธุพชใหมท ี่

ไดรับความ คุมครอง เพื่อปกปองคุมครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุและเกษตรกร กรณีละเมิด

ทรัพยสินทางปญญาดานพันธุพืช ตามพระราชบัญญัติคุมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542







วลาสิน จตตบรรจง บดนทร สอนสุภาพ ปาน ปานขาว ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล106 วรกรณ แสงไสย ชัยนาท ชุมเงิน ปาจรีย อินทะชุบ พรเพ็ญ


1
1

สุภาโชค ปณิพัท กิจสมัคร ณัฐพร เสียงออน วราภรณ ทองพันธ รุงทิวา ธนําธาตุ ภัทธรวร พรมนัส และวินัย สมประสงค

รายงานความกาวหนา



กรมวิชาการเกษตรมหนาทในการจดทะเบยนพันธุพืชใหม เมอไดรับสทธิในการคมครองพันธุพืชใหม 












ไปแลว จะตองมีการตรวจสอบลักษณะของพันธุพืชที่ขอจดทะเบยนเปนพันธุพืชใหม ซึ่งตองมีการพัฒนาขอมูล





ทางสณฐานวิทยา และความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุพืชใหม สาหรับใชประกอบในการตรวจ



พิสูจนลักษณะพันธุพืช ขณะนี้มีพืชท่จดทะเบียนพันธุพืชใหมแลว จํานวน 76 ชนิด แตท้งนี้ยังไมมีขอมล




ลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคณภาพของพันธุพืชและในระดับดเอ็นเอของพืชพันธุใหมดังกลาว โครงการวิจยนีจง




มวัตถประสงคเพือวิจยและพัฒนาตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพและในระดบดเอ็นเอของ
























พันธุพืชใหมทไดรับความคมครองตามพระราชบญญัตคมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542 สาหรับปกปอง คมครอง

สิทธิ ในทรัพยสินทางปญญาดานพืชระยะแรกดําเนินการในพืช 7 กลุม 9 ชนิดพืช ไดแก (1) ออย (2) ถั่วเหลือง
(3) ฝาย (ภ) มะมวงและมะปราง (5) ลิ้นจี่และขนุน (6) แตงกวาและแตงราน และ (7) ไมดอกสกุลขมิ้น ซึ่งเปน











พืชทมพันธุซึงไดจากการปรับปรุงพันธุ และไดรับการรับรองเปนพันธุพืชใหม เพือใชในการตรวจสอบและการ



อางอิง แบงการดาเนินการเปน 2 สวน ไดแก 1. การตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ














ดําเนินการที่สํานักคุมครองพันธุพืช และ 2. การตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ ดาเนินการ

ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
ความกาวหนาของการดาเนินงานในสวนของการตรวจลกษณะทางพันธุกรรมในระดับดเอ็นเอ มีดังนี้





(1) ไดรับตัวอยางออยจํานวน 19 พันธุ ไดทําการสกัดดีเอ็นเอ และทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดเอ็น






เอทีเหมาะสมในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยปฏกิริยา PCR ของทกตวอยาง ทําการคดเลอกไพรเมอรชนิด




EST-SSR ท่เหมาะสมในการตรวจลายพิมพดีเอ็นเอของออย ไดจํานวน 41 ไพรเมอรจาก 91 ไพรเมอร ได 









ดาเนินการตรวจลายพิมพดเอ็นเอเสร็จสนแลวทง 19 พันธุ อยระหวางการวิเคราะหและสรุปผล (2) ไดรับ



ตัวอยางพันธุถั่วเหลืองจํานวน 27 ตัวอยาง ทาการสกัดดเอ็นเอ และทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็น




เอทเหมาะสมในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอทุกตัวอยางดวยวิธี ISSR-TouchdownPCR คัดเลือกไพรเมอรชนิด








ISSR ได 26 ไพรเมอรจาก 95 ไพรเมอร คดเลอกไว 20ไพรเมอร ดาเนินการตรวจลายพิมพดีเอ็นเอเสร็จสินแลว
ิ้

ทั้ง 27 หมายเลข อยูระหวางการวิเคราะหและสรุปผล (3) ไดรับตัวอยางพันธุฝาย 2 ชุด เปนจํานวนรวมทั้งสน







28 หมายเลข การสกัดดเอ็นเอพบวามปญหาการปนเปอนสารประกอบฟนอลกสง และอยระหวางการปรับ



1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน

สํานักคุมครองพันธุพืช กรมวชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพมหานคร

462




วิธีการสกัดใหไดดีเอ็นเอที่มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น ในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอใชวิธี ISSR-TouchdownPCR



พบวามีไพรเมอรที่สามารถเพิ่มปริมาณดเอ็นเอฝายไดอยางชัดเจนจานวน 59 ไพรเมอร สําหรับนํามาใชในการ












ตรวจวิเคราะหลายพิมพืดเอ็นเอในขนตอไป (4) ไดรับตวอยางพันธุมะมวงรวม 113 หมายเลข ทาการสกัดด ี



เอ็นเอ ใชวิธี ISSR-TouchdownPCR ในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอ คดเลอกไพรืเมอรทเหมาะสมในการเพิ่ม




ปริมาณดเอ็นเอมะมวงไดอยางชดเจนจานวน 55 ไพรเมอร จาก 95 ไพรเมอร คัดไว 20 ไพรเมอร สําหรับการ





ตรวจลายพิมพดีเอ็นเอ ไดดาเนินการไปตรวจลายพิมพดเอ็นเอแลวจานวน 47 หมายเลข ขณะนี้อยูระหวางการ




ตรวจลายพิมพดีเอ็นเอในอีก 66 หมายเลขท่เหลือ ในสวนของมะปราง ไดรับตวอยางมะปรางจานวน 7






หมายเลข สกัดดเอ็นเอและคดเลอกไพรเมอรชนิด ISSR ไดจํานวน 54 ไพรเมอรจาก 94 ไพรเมอร คัด 20 ไพร










เมอรในการตรวจลายพิมพืดเอ็นเอ ทาการทดสอบความเขมขนดเอ็นเอทเหมาะสมในการทาปฏกิริยา ISSR





TouchDown PCR ตรวจลายพิมพดเอ็นเอครบทง 7 หมายเลข อยระหวางวิเคราะหและสรุปผล (5) ไดรับ
















ตวอยางลนจรวม 79 หมายเลข ทาการสกัดดเอ็นเอ และทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอในการ


ตรวจลายพิมพดเอ็นเอของลนจดวยวิธี ISSR-Touchdown PCR คดเลอกไพรเมอร ISSR ไดจานวน 34 ไพร
















เมอรจาก 95 ไพรเมอร คดไว 20 ไพรเมอรสาหรับการตรวจลายพิมพดเอ็นเอ ไดดาเนินการเสร็จสนแลว 6
หมายเลขและอยูระหวางการสกัดดีเอ็นเอดีเอ็นเอในตัวอยางอีก73 หมาย เพื่อนํามาทดสอบในขั้นตอไป สวนใน
ขนุนไดรับตวอยางจานวน 17 หมายเลข การสกัดดเอ็นเอพบวามปญหายางในใบ ทาการปรับวีธีการสกัดใหม 














โดยการเพิมสารประกอบยเรีย ทาใหไดดเอ็นเอทมคณภาพ สามารถใชในการทาปฏกิริยา ISSR-









TouchdownPCR ได สามารถคดเลอกไพรเมอรได 56 ไพรเมอรจาก 95 ไพรเมอร และคดไว 20 ไพรเมอร







สาหรับการตรวจลายพิมพดเอ็นเอ ไดดาเนินการตรวจแลวทัง 17 หมายเลข อยระหวางการวิเคราะหผล (6)








ไดรับตวอยางแตงกวาสายพันธุตางๆ จานวน 22 หมายเลข ทาการสกัดดเอ็นเอ และทดสอบคณภาพของดเอ็น







เอในการทาปฏกิริยา ISSR-TouchdownPCR สามารถคดเลอกไพรเมอรไดจานวน 31 ไพรเมอรจาก 95 ไพร









เมอร คดไว 20 ไพรเมอร ไดดาเนินการเสร็จสนแลวทกตวอยาง อยระหวางการวิเคราะหผล (7) ไมดอกสกุล














ขมิ้น ไดรับตัวอยางปทุมมา จานวน 20 หมายเลข การสกัดดเอ็นเอดวยวิธี CTAB พบสารปนเปอนสง การสกัด



ดเอ็นเอใหมดวยสารท่มีสวนประกอบเปนยเรียในความเขมขนสูงรวมกับการใช CTAB ทําใหไดดีเอ็นเอทม ี






คุณภาพดีข้น ในการคดเลอกไพรเมอร สามารถคัดได 43 ไพรเมอรจาก 95 ไพรเมอร คัดไว 20 ไพรเมอร









สาหรับการตรวจลายพิมพดเอ็นเอ ขณะนีมการตรวจลายพิมพดเอ็นเอไปแลว 6 ไพรเมอรจากการใชดเอ็นเอ






เจอจางททดสอบไวของพืชแตละหมายเลข อยูระหวางการดาเนินการในตวอยางอีก 14 หมายเลข



คํานํา

พระราชบัญญัติคมครองพันธุพืชพ.ศ. 2542 มีวัตถุประสงคในการสงเสริมการปรับปรุงพันธุและ
พัฒนาพันธุพืชเพื่อใหมีพันธุพืชเพิ่มเติมจากที่มีอยูเดิม อันเปนการสงเสริมการพัฒนาทางดานเกษตรกรรม โดย







การสงเสริมและสรางแรงจงใจดวยการใหสทธิและความคมครองตามกฏหมาย ภายใตพระราชบญญัตนี แบง





พืชออกเปน 4 ประเภท ไดแก พันธุพืชใหม พันธุพืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น พันธุพืชพื้นเมืองทั่วไป และพันธุพืชปา




โดยใหความคุมครองพันธุพืชใหมดวยวิธีการจดทะเบียน ผูทรงสิทธิเปนบคคล/นิตบคคล


463





ระบบการคมครองพันธุพืชใหม (protection of new variety of plants, PVP) หรือการคมครอง








สิทธินักปรับปรุงพันธุพืช (protection of plant breeders’ rights, PBRs) เปนหนึงในระบบการคมครอง
ทรัพยสินทางปญญา (intellectual property protection systems, IP) เจตนารมณเพื่อสงเสริม กระตน



สรางแรงจูงใหเกิดการพัฒนาปรับปรุงพันธุพืชใหมๆ เพิ่มมากข้น พันธุพืชใหมท่จะไดรับการจดทะเบยน

คุมครองตองมีองคประกอบครบถวน ดังนี้ (1) มีความใหม (novelty) กลาวคือ ไมมีการนําสวนขยายพันธุมาใช 





ประโยชนไมวาจะเปนการขายหรือจาหนายดวยประการใด ทงในหรือนอกราชอาณาจกร โดยนักปรับปรุงพันธุ 







พืช หรือดวยความยนยอมของนักปรับปรุงพันธุพืชเกินกวาหนึงปกอนวันยนจดทะเบยน (2) มความแตกตาง






จากพันธุอืนอยางเดนชด (clearly distinctness, D) ทปรากฏอยในวันยนจดทะเบยน (3) มความสมาเสมอ












ุ
ั้

(uniformity, U) ในกลมประชากรของพันธุ (4) มความคงตวทางพันธุกรรม (stability, S) และ (5) มีการตง

ช่อพันธุพืช (denomination) ท่ถูกตองและเหมาะสมตามกฎหมาย ท้งนี้ การตรวจสอบองคประกอบและ




ี่
คุณสมบัติของพันธุพืชใหมในองคประกอบท (1) และ (5) ใชวิธีการตรวจจากเอกสารและขอมูลจากผูยื่นขอจด



ทะเบยน สวนองคประกอบท (2) (3) และ (4) ใชวิธีการปลกตรวจสอบ (DUS growing test) ซึงนับเปน





ขั้นตอนที่สําคัญที่สุด

ในการตรวจสอบพันธุพืชใหมนอกจากตองมีองคประกอบทั้ง 5 ขอดังที่กลาวมาแลว การพิสูจนพันธุ

พืชใหมดวยหลักฐานทางพันธุกรรมก็มีความสาคัญ ในกรณีมีขอพิพาท ในการแอบอางหรือละเมิดพันธุ ซึ่งทาง





สณฐานวิทยาเชงคณภาพ จะมการนํามาใชตรวจสอบเพือพิสจนลกษณะพันธุพืชตามพระราชบญญัตคมครอง



















พันธุพืช พ.ศ. 2542 ประกอบกับกรณทมการละเมดสทธิซึงลักษณะทางสัณฐานวิทยาเชิงคณภาพทเปน


ลักษณะภายนอกมีความคลายคลึงกันมาก อาจใชขอมูลทางพันธุกรรมเปนหลักฐานอางอิงประกอบการ


พิจารณาเพื่อยืนยันความถูกตองของพันธุในการตรวจสอบ ท้งนี้เพื่อใหการคมครองและปกปองสิทธิของ
เกษตรกรและนักปรับปรุงพันธุ มีความชดเจนและเกิดประสทธิภาพ ปจจบันเทคโนโลยดานการตรวจ













พันธุกรรมพืชในระดบดเอ็นเอมความกาวหนาอยางมาก การใชเครืองหมายโมเลกุลหลาหลายชนิดไดเขามาม ี




บทบาทมากในการตรวจจาแนกชนิดพืชหลายชนิด และใหขอมลทมความแมนยาสง สามารถตรวจหาตาแหนง


















แปรปรวนซึงเปนลกษณะจาเพาะของพืชแตละพันธุได ยงไปกวานันปจจบนนีมการพัฒนาเทคโนโลยในการ










ตรวจพันธุกรรมพืชทมประสทธิภาพสง สามารถตรวจขอมลพันธุกรรมพืชระดบทงจโนมไดในเวลาอันรวดเร็ว







โดยขอมลทไดสามารถบอกไดถึงตาแหนงแปรปรวนของลาดบนิวคลโอไทดทมความจาเพาะตอพืชไดเกือบทังจี

















โนม สามารถตรวจวิเคราะหหาตาแหนงทแสดงความเหมอนหรือแตกตางของพืชไดเปนระดบหมนหรือแสน










ตําแหนงภายในการวิเคราะหเพียง 1 ครั้ง ทําใหการวิเคราะหมีประสิทธิภาพสูงและไดผลการวิเคราะหที่มีความ
แมนยําสงมากเมื่อเทยบกับกับการตรวจวิเคราะหความแตกตางทางพันธุกรรมพืชแบบดงเดิมทใชเครื่องหมาย
ี่


ั้


โมเลกุลในการตรวจจับซึ่งมีปญหาในความลาชา และตําแหนงที่ตรวจจับไดมีเพียงระดับรอยตําแหนงเทานั้น ซึ่ง
ไมครอบคลุมทั่วทั้งจีโนม ทําใหมีความแมนยําในการตรวจผลต่ํากวาวิธีการวิเคราะหแบบใหมมาก







ปจจบนเนืองจากกรมวิชาการเกษตรมหนาทในการจดทะเบยนพันธุพืชใหม เมอไดรับสทธิในการ









คมครองพันธุพืชใหมไปแลว จะตองมการตรวจสอบลกษณะของพันธุพืชทขอจดทะเบยนเปนพันธุพืชใหมได 













เม่อมีการละเมิดพันธุทางการคา ซึ่งตองมีการพัฒนาขอมูลทางสณฐานวิทยา และความหลากหลายทาง



464
















พันธุกรรมของพันธุพืชใหม สาหรับใชประกอบในการตรวจพิสจนลกษณะพันธุพืช ในกรณทมการละเมดสทธิ

ทางทรัพยสนทางปญญา เพือใชเปนหลกฐานในการปกปอง คมครองสทธิในทรัพยสนทางปญญาดานพืช ซึ่ง















ขณะนี้มีพืชท่จดทะเบียนพันธุพืชใหมแลว จานวน 76 ชนิด แตท้งนี้ยังไมมีขอมูลลักษณะสัณฐานวิทยาเชง




















คณภาพของพันธุพืชและในระดบดเอ็นเอของพืชพันธุใหมดงกลาว งานวิจยนีจงมความจาเปนตองมทาวิจยนี ้













เพือใหมการบรณาการเกิดขนภายในกรม ซึงเชอมโยงกับขอมลโครงการวิจยและพัฒนาการปรับปรุงพันธุออย








เพืออุตสาหกรรมน้าตาล โครงการวิจยและพัฒนาถวเหลองเพือเพิมผลผลตและความมนคงมนคงทางอาหาร













โครงการวิจยและปรับปรุงพันธุมะมวง ระยะท 2 โครงการวิจยและพัฒนาลนจ โครงการวิจยและพัฒนาพันธุ 




ขนุน ในกรณีท่มีการพัฒนาพันธุพืชใหมเพื่อขอรับการคมครองทรัพยสินทางปญญาดานพันธุพืชใหมตาม






พระราชบญญัตคมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542 ดงนันโครงการวิจยนี้จงมีวัตถประสงคเพือวิจยและพัฒนาตรวจ













วิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพและในระดบดเอ็นเอของพันธุพืชใหมทไดรับความคมครองตาม





















พระราชบญญัตคมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542 สาหรับปกปอง คมครองสทธิ ในทรัพยสนทางปญญาดานพืชใน






พืช 7 กลม 9 ชนิดพืช ไดแก (1) ออย (2) ถวเหลอง (3) ฝาย (4) มะมวงและมะปราง (5) ลนจและขนุน (6)






















แตงกวาและแตงราน และ(7) ไมดอกสกุลขมน ซึงเปนพืชทมพันธุซึงไดจากการปรับปรุงพันธุ และไดรับการ





รับรองเปนพันธุพืชใหม เพือใชในการตรวจสอบและการอางอิง

วธีดาเนินการและอุปกรณ 






การดาเนินงานวิจยนี ประกอบดวย 7 การทดลอง ดาเนินงานกับพืชจานวน 9 ชนิด ไดแก ออย ถว



















เหลอง ฝาย มะมวง มะปราง ลนจ ขนุน แตงกวาและแตงราน และไมดอกสกุลขมน ซึงเปนพืชทมพันธุซึงได 



จากการปรับปรุงพันธุ และไดรับการรับรองเปนพันธุพืชใหม


สิ่งที่ใชในการทดลอง : พืชจานวน 9 ชนิด ไดแก
1. ออยที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคุณภาพไดแก ออยที่ไดจดทะเบียนคุมครอง
เปนพันธุพืชใหม จํานวน 16 พันธุ ไดแก ออยพันธุมุกดาหาร สุพรรณบุรี 72 มิตรผล 1 มิตรผล 2 ขอนแกน 3



94-2-099 ขอนแกน 80 ทพีเจ 03-452 ทพีเจ 04-713 ทพีเจ 04-768 ทองภูมิ 1 ทองภูมิ 2 ทองภูมิ 3 ทอง



ภม 4 ทองภม 5 และเอสอารเอส 2000-5-14 ออยทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบด ี











เอ็นเอ ประกอบดวยออยที่ไดจดทะเบยนคุมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 16 พันธุ และออยพันธุอื่นที่ปลกใน


เขตชลประทานและเขตน้าฝนจานวนไมตากวา 30 พันธุทมความหลากหลายทางพันธุกรรม อาทเชน K84-













200, 85-2-352, LK92-11, KPS 01-12, K95-84, อูทอง15, สพรรณบรี50, อูทอง12, อูทอง17, ออยดาเขมร,

เมอริชารด











2. พันธุถวเหลองทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ จานวน 4 พันธุ ไดแก





ถ่วเหลืองพันธุเชียงใหม 5 ถ่วเหลืองพันธุเชียงใหม 6 ถ่วเหลืองพันธุเอ็มเจ 9520-21 และ ถวเหลองพันธุ 










เชยงใหม 84-2 พันธุถวเหลองทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ ประกอบดวย












พันธุที่ไดจดทะเบียนคุมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 4 พันธุ และพันธุอื่นที่มีความแตกตางทางพันธุกรรมอีก
ไมต่ํากวา 40 สายพันธุ

465



3. พันธุฝายที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะสณฐานวิทยาเชิงคณภาพ ที่ไดจดทะเบยนคุมครองเปน







พันธุพืชใหม จํานวน 2 พันธุ ไดแก ฝายพันธุตากฟา 84-4 และฝายพันธุตากฟา 86-5 พันธุฝายที่ใชในการตรวจ















วิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ ประกอบดวย พันธุทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม 


จํานวน 2 พันธุ และพันธุอื่นที่มีความแตกตางทางพันธุกรรมอีกไมต่ํากวา 45 สายพันธุหรือหมายเลข



4. พันธุมะมวงและมะปรางทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ ประกอบดวย





















พันธุทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม ไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 1 พันธุ ไดแก


ี่
มะมวงพันธุทองคํา และ มะปรางที่ไดจดทะเบียนคุมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 2 พันธุ ไดแก มะปรางพันธุ

เจาเนื้อทอง 1 และมะปรางพันธุเจาเนื้อทอง 2 พันธุพืชที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดบ


















ดเอ็นเอ พันธุทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 3 พันธุ และมะมวงและมะปรางพันธุอืนทม ี

ความแตกตางทางพันธุกรรมอีกไมต่ํากวาชนิดละ 45 สายพันธุหรือหมายเลข
5. พันธุลิ้นจี่และขนุนที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะสณฐานวิทยาเชิงคุณภาพ ประกอบดวยพันธุท ี่



ไดจดทะเบียนคุมครองเปนพันธุพืชใหม ไดแก ลิ้นจี่มีจํานวน 2 พันธุ ไดแก ลิ้นจี่พันธุปาอี๊ด และลินจี่พันธุปาชด

และขนุนทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 2 พันธุ ไดแก ขนุนพันธุเพชรดารง และพันธุเพชร















จริยา พันธุพืชท่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอ ประกอบดวย พันธุท่ไดจด













ทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 4 พันธุ และลนจและขนุนพันธุอืนทมความแตกตางทางพันธุกรรม







อีกไมต่ํากวาชนิดละ 50 สายพันธุหรือหมายเลข

6. พันธุแตงกวาและแตงรานทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ ประกอบดวย










ี่








พันธุทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 64 พันธุ เชน แตงกวา ซี 664 แตงกวา เบอร 00335




แตงกวา ชนจง 09 แตงราน เชลซี แตงราน อมตะ 2 เปนตน พันธุพืชที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะประจา

พันธุในระดับดีเอ็นเอ ประกอบดวย พันธุท่ไดจดทะเบียนคมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 64 พันธุ และ


แตงกวาและแตงรานอื่นที่มีความแตกตางทางพันธุกรรมอีกไมต่ํากวาชนิดละ 50 สายพันธุหรือหมายเลข








7. ไมดอกสกุลขมนทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ ประกอบดวย พันธุที ่










ไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 14 พันธุ ไดแก พันธุอาร ท พิงค โคโรเนชน อาร ท โกลเดน


















เรน อาร ท มาเจสต โคโรเนชน อาร ท ไทย การเนท อาร ท เกรท เรน อาร ท สวีท เมมโมรี ซีเอ็มย สวีท













โรซี ซีเอ็มย ทบทมสยาม ซีเอ็มย มณสยาม เกรท คง ออรา เชยงใหมเพิล บวต พรินซเซ็ส และพิมพใจ



















พันธุพืชทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ ประกอบดวย พันธุทไดจดทะเบยน

คมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 14 พันธุ และไมดอกสกุลขมิ้นพันธุอื่นที่มีความแตกตางทางพันธุกรรมอีกไม


ต่ํากวา 50 สายพันธุหรือหมายเลข

แบบและวธีการทดลอง :
- แบงเปน 2 ขันตอน ไดแก








ขันตอนท 1 การตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ







ขั้นตอนที่ 2 การตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ


466



วิธีปฏิบัติการทดลอง

ขั้นตอนที่ 1 การตรวจวิเคราะหลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคุณภาพ










ดาเนินการทสานักคมครองพันธุพืช โดยเก็บตวอยางนํามาจดทาเปนตวอยางพรรณไมแหง







หรือตัวอยางพรรณไมดอง ตามหลักการจัดการตวอยางพรรณไมเพื่อการอางอิง พรอมทั้งบรรยายลักษณะทาง


พฤกษศาสตรหรือลกษณะประจาพันธุสาหรับประกอบและสนับสนุนความสมบรณของการจดทาขอมลการ








บันทึกลักษณะประจําพันธุของพืชแตละชนิด






ขันตอนท 2 การตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ






ดําเนินการท่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน โดยนําตัวอยางท่ไดรับมาทําการสกัดดเอ็นเอดวยวิธี





CTAB และวิธีประยุกต ทดสอบวิเคราะหความแตกตางทางพันธุกรรมในดวยวิธี ISSR-Touchdown PCR ตาม



วิธีการของ ศจรัตน สงวนรังศริกุล และคณะ (2553) จาแนกขนาดผลผลต PCR ดวยเครืองวิเคราะหขนาดด ี





เอ็นเออัตโนมัติ (Fragment Analyzer) วิเคราะหความสัมพันธระหวางประชากรโดยการจัดกลุมแบบ UPGMA
คํานวณคาสัมประสิทธิ์ความเหมือนทางพันธุกรรม (similarity coefficents) ดวยวิธี Jaccard’s similarity
coefficients ดวยโปรแกรม NTSYS-pc version 2.0 (Rohlf, 2002)
สถานที่ทําการทดลอง : สํานักคุมครองพันธุพืช ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
การเก็บขอมูล :
ขั้นตอนที่ 1 : ลักษณะทางสัณฐานวิทยาเชิงคุณภาพ

ขั้นตอนที่ 2 : วิธีการสกัดดเอ็นเอ ปริมาณดีเอ็นเอและความบริสุทธิ์ของดีเอ็นเอแตละพันธุ ชนิดของ
เครื่องหมายโมเลกุลที่ใช ขนาดชิ้นสวนของดีเอ็นเอจากการใชเครื่องหมายโมเลกุลแตละชนิด
ระยะเวลา ตลาคม 2562 –กันยายน 2564


ผลการทดลองและวิจารณ 







รายงานผลเฉพาะในสวนทดาเนินการทศนยวิจยพืชไรขอนแกน ไดแกการวิเคราะหNลกษณะประจา





พันธุในระดับดีเอ็นเอ ในพืช 7 กลุม 9 ชนิดพืช ไดแก (1) ออย (2) ถั่วเหลือง (3) ฝาย (4) มะมวงและมะปราง
(5) ลิ้นจี่และขนุน (6) แตงกวาและแตงราน และ(7) ไมดอกสกุลขมิ้นดังนี้


1. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดบดเอ็นเอของออย: ไดรับตัวอยางออยจํานวน 19
หมายเลข ดังนี้
1 อูทอง1 6 สพรรณบรี50 11 ทองภูมิ 4 16 MPT03-166


2 อูทอง3 7 สพรรณบรี72 12 ทองภูมิ 3 17 ขอนแกน 3


3 อูทอง5 8 TPJ04-768 13 ทองภูมิ 2 18 ขอนแกน 80
4 อูทอง11 9 TPJ03-452 14 ทองภูมิ 1 19 TPJ04-713
5 อูทอง13 10 ทองภูมิ 5 15 MPT02-458

การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล: ทําการสกัดดเอ็นเอออยทั้ง 19 พันธุ คัดเลือกไพร
เมอร EST-SSR ทเหมาะสมโดยใชดเอนเอของออยสายพันธุ KK3 ในการทดสอบกับไพรเมอรจานวน 91 ค ู 

ี่


467



จากนั้นคัดเลือกคูไพรเมอรที่เหมาะสมmที่ใหผลผลิต PCR เปนแถบดเอนเอจานวน 2 ถึง 4 ตาแหนง และให 
















ความคมชดของแถบ ซึงคดเลอกไดจานวน 41 ค สาหรับนําไปใชในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอเพือการจาแนก

ู
สายพันธุ โดยมีรายการและลําดับนิวคลิโอไทดของไพรเมอร EST-SSR ทั้ง 41 คดังตอไปนี้
No No Nam
Name Forward Reverse Forward Reverse
. . e
SCC1 GACACGTACGCTGGTGAC
4 ESTA47 AGCGACAAACTGGTGACGACT TCTGATCTGCTGTGGGAGGAC 53 CTGGAGGATAAGAACGAACGA
3 AG
SCC1
7 ESTA67 CAGTGGATTTGCGTAGTAGAGC ACGATGTTCATTTTGGGGGTAT 55 CCGCCTTTCCTGCCTTTAG GGACCACCAATCAACTGTCA
5
GTCTTCTACAGGGCAAATCCAA TGATCTGAGTGTGGTATGTTGTT SCC1 CAGCAGCCAGCAGTTTTG
8 ESTA69 56 GCAATGGAGCATGTCATCAA
CC GC 6 TA
SCC1 CTACCATGGGGTGAGCTT GCTAGCTGATATAAATCAATCTT
15 ESTB64 CACGTGCCTGAACCTTGATTG CCTATAGGGGTTGCACGAGTTGT 57
7 GT CA
SCC1 CGGGCAAAGGTACACTCA
17 ESTB81 GCAGTACAGGGGCGTGAGG CGTCGACGTCGCTGCTCT 58 CAATCGATGCCTGAGTTCAA
8 CT
SCC2 ATGCCAGGGTTCTTCAAG
21 ESTB100 CCACGGGCGAGGACGAGTA GGGTCCTTCTTCGCCTCGTG 59 CTTCGTCATAGCCATCGTCA
0 TG
CTTGGCTAGGGTTTCTTGAGTC SCC2 GAGCTGGAAAAGCAGAGC
23 ESTB118 CATGGCTTTTGGCTTGCTTCT 60 TGCTCACCATCCTGTTGTTC
GT 1 AC
SCC2 GGAGGAGGCTGTGATTAG
24 ESTB132 CAGGATGCAGGCACAGAGGT ATTCGGCTGGCGCTCTATTT 62 CTGTGGGACTACTCGCCTTC
3 CA
SCC2 GACCCAAAGGCATCAGAC
25 ESTB134 TCCCTTGACGACGCCTACGA TCGTCTGCGCTGCTGTTGTC 63 CGCTTGTAGATCCGGTAAGC
4 AT
SCC2 TGGTGTCAGCTTTGCTCT
29 ESTC27 TCGTCTCCGCCCGTTTTC TCCCTCGAAACGGTCTGCTA 64 ACATGCTTCTGCCCGTACTT
5 GT
SCC2 GCTAGCCCGTACATTGGG
30 ESTC50 TCTGGGGCCATGGAAGTTGA CAAGATGGTGACCCCGCAACTA 66 TGGAGCTCCGTCTTCTTGTT
7 TA
SCC3 GAGCGAGGTGTCATCTGT
31 ESTC70 CGCCTCGATCCTCTCCA TTAGCGAAGTCCATCAATCACAC 69 CCTCCTCCTCGTCCTCTTCT
4 GA
SMC1604S SCC3 CAGCGACGTACGATGATG
33 AGGGAAAAGGTAGCCTTGG TTCCAACAGACTTGGGTGG 70 AGCACTGCTGATGCTAATCG
A 8 TT
SCC4 CCTCCTCCTCCTCGTCCTA
34 SMC486CG GAAATTGCCTCCCAGGATTA CCAACTTGAGAATTGAGATTCG 72 GAGTTCCCCCAACACATCAG
1 C
AGCACGTCCGAGGATACAGTCAT SCC4 AAAAGGAGAAGGCACCAC
40 SCC07 GGACGAGTGCCCCTGCTACA 73 GCTCACGCTTCCTCATCTCT
AC 2 CT
SCC4 CAGTCCCACGAACCAAAC
42 mSSCIR3 ATAGCTCCCACACCAAATGC GGACTACTCCACAATGATGC 74 TTGCGGGGCAAATACACTAT
3 TT
SCC4
43 SMC334BS CAATTCTGACCGTGCAAAGAT CGATGAGCTTGATTGCGAATG 75 GCCGGGGATGAAGGACTC CGCTGTGCTGACGACTGG
4
SMC1751C SCC4 CTCTTGGTTCCCCTCACAA
44 GCCATGCCCATGCTAAAGAT ACGTTGGTCCCGGAACCG 76 TCCATCCATCCTCTCCACTC
L 7 A
SCC7 CTATCACCCCGCCAGTCA
46 SMC7CUQ GCCAAAGCAAGGGTCACTAGA AGCTCTATCAGTTGAAACCGA 82 GGTAGTAGGACGGGTTGCAG
9 T
SCC8 GATCCCCACCTCAGGTCA
51 SCC11 CAACGCCTCACCAAACCTAT CGTGGGGATGAACTACTCGT 86 ATCACGTCGAGGAGACCATC
6 C
SCC9 CAATTGCCAAAGCCTTCT
89 GAGACTGTGTCTCCGTGCTG
0 TC



การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกริยา PCR: ทําการทดสอบคุณภาพ


และความเขมขนของดเอ็นเอทไดโดยการเจอจางท 2 ความเขมขน คอ 10 ng/µl และ 50 ng/µl นําไปทดสอบ







468








การเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย PCR โดยใชไพรเมอรหมายเลข 8 (ESTA69) และ 58 (SCC18) เพือหาความ




เขมขนทเหมาะสมสาหรับนําไปใชทดสอบในอีก 41 ไพรเมอร ผลการทดสอบพบวาความเขมขนท 50 ng/µl






ใหผลผลิต PCR ที่ชัดเจน (ภาพที่ 1)































ภาพท 1 การทดสอบความเขมขนของดเอ็นเอความเขมขน 10 ng/ul และ 50 ng/ul ของออยตวอยางท 1-

ี่



12, 13-19 (ภาพซาย และขวา) ในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย ไพรเมอรหมายเลข 8 (ESTA69)


(ภาพบน) และ ไพรเมอรหมายเลข 58 (SCC18) (ภาพลาง)

การตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยวธี ISSR TouchDown PCR : นําดีเอ็นเอของออยท้ง 19





หมายเลข ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทําการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยไพรเมอร EST-SSR






ทคดเลอกไวแลว 41 ไพรเมอร ทาการตรวจขนาดของแถบดเอ็นเอทไดดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต ิ








(ภาพที่ 2) ครบทุกตัวอยางแลว ขณะนี้อยูระหวางการวิเคราะหผลขนาดดีเอ็นเอที่ได เพื่อบันทึกเปนลายพิมพด ี
เอ็นเอ และวิเคราะหขอมูลดวยสถิติในขั้นตอไป

469






















ี่




ภาพท 2 ตัวอยางการวิเคราะหขนาดชิ้นสวนดเอ็นเอที่ไดจากการตรวจวิเคราะหออยทั้ง 7 สายพันธุ จานวน 2 ซ้ํา
โดยใชไพรเมอร 73 และ 74 ดวยเครื่องแยกขนาดดีเอ็นเออัตโนมัต











2. การตรวจวเคราะหลักษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอของถวเหลือง: ไดรับตวอยางถวเหลอง




จานวน 27 ตวอยาง ในไตรมาส 2-2563 และไมมีการสงตัวอยางเพิ่มอีก โดยมีรายชื่อ ดังตอไปนี้



1 เชียงใหม 5 10 สท.3 19 มข.35
2 สจ.3 11 จักรพันธุ (1) 20 CM 0701-26
3 CM 0701-27 12 สจ.2 21 เชียงใหม 6
4 ชม.2 13 ชม.3 22 สจ.4
5 อุตสาหะเอ 14 ราชมงคล 23 ขอนแกน
6 สจ.1 15 ชม.1 24 เชียงใหม 60

7 สุโขทัย 1 16 นครสวรรค1 25 สจ.5
8 No.75 17 ลพบรี (84) 26 สุโขทัย 2

9 ศรีสําโรง 18 CM 0706-14 27 ชม.4
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : จากผลการทดลองในไตรมาส 1-2563 คดเลอก




ไพรเมอรที่เหมาะสมในการนํามาจําแนกสายพันธุ โดยใชวิธี ISSR-TouchdownPCR และทาการคดเลอกโดย







ใช ISSR marker จํานวน 95 คู พบวามีไพรเมอรที่สามารถเพิ่มปริมาณดเอ็นเอถั่วเหลองไดอยางชดเจนจานวน


26 คู สาหรับนําไปใชในการตรวจลายพิมพดีเอ็นเอเพื่อการจําแนกสายพันธุ
การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : นําดีเอ็นเอที่ไดทั้ง 27

ตัวอยางทดสอบความเขมขนทเหมาะสมโดยเจอจางท 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 1/1000 ในน้ํากลั่น




และนําไปเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวย Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 11


พบวาหมายเลข 19, 20 และ 27 ใหแถบดเอ็นเอทไมชดเจน ตองทดสอบระดบการเจอจางใหม (ภาพท 3)











470



















ี่





ภาพท 3 ผลการทดสอบความเขมขนของดเอ็นเอความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 ของถว



เหลองหมายเลข 10, 14, 17, 18, 19, 20 และ 27 ในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย ISSR 11 โดยใช 



TouchdownPCR

การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : นําดเอ็นเอของถัวเหลองทง 27






หมายเลข ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทาการตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยไพรเมอรที่คัดเลือก






ไวแลว 20 ไพรเมอร ไดทาการตรวจขนาดของแถบดเอ็นเอทไดดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต (ภาพท ่ ี






4) ครบทุกตัวอยางแลว ขณะนี้อยูระหวางการวิเคราะหผลของขนาดดีเอ็นเอที่ได เพื่อบันทึกเปนลายพิมพดีเอ็น






เอ และวิเคราะหขอมลดวยสถิตในขันตอไป















ภาพท 4 ตวอยางการวิเคราะหขนาดชนสวนดเอ็นเอทไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown
ี่






PCR ถัวเหลอง 27 หมายเลขๆ ละ 2 ซ้า ดวยไพรเมอร ISSR 99 และ ISSR 100





471



3. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอของฝาย : ไดตัวอยางพืชในไตรมาสที่ 1-













2564 ครังท 1 ในเดอนตลคม 2563 จานวน 21 หมายเลข และครังท 2 เมอ 23 ก.พ. 2564 จานวน 7
หมายเลข รวมทั้งสิ้นเปน 28 หมายเลข ดังนี้

ลําดับ ชื่อพันธุ แหลงที่มา หมายเลขตัวอยาง ลําดับ ชื่อพันธุ แหลงที่มา หมายเลขตัวอยาง
อางอิง อางอิง
ชุดที่ 1
1 ฝายปทมนกคาบ เพชรบูรณ 16-26082020-01 16 ฝายหํายาน1 เลย 17-27082020-12



2 ฝายจันดอกเล็ก เพชรบูรณ 16-26082020-02 17 ฝายเขียวเชียงคาน เลย 17-27082020-13

3 ฝายนอยตนใหญ1 เพชรบูรณ 16-26082020-03 18 ฝายน้ําตาล เลย 17-27082020-14
พื้นเมืองเชียงคาน
4 ฝายนอยตนใหญ2 เพชรบูรณ 16-26082020-04 19 ฝายหํายาน2 เลย 17-27082020-15

5 ฝายใหญเมืองเลย เลย 17-27082020-01 20 ฝายน้ําตาลเชียง เลย 17-27082020-16
คาน2
6 ฝายตุยเมืองเลย เลย 17-27082020-02 21 ฝายขาวเชียงคาน เลย 17-27082020-17
7 ฝายภูหลวง เลย 17-27082020-03 ชุดที่ 2

8 ฝายเขียวนาดวง เลย 17-27082020-04 1 ตากฟา 84-4 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-01


9 ฝายตุยนาดวง เลย 17-27082020-05 2 ตากฟา 6 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-02


10 ฝายจันนาดวง เลย 17-27082020-06 3 ตากฟา 86-5 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-03



11 ฝายขาวนอยนาดวง เลย 17-27082020-07 4 ตากฟา 3 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-04


12 ฝายขาวใหญนาดวง เลย 17-27082020-08 5 ตากฟา 7 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-05




13 ฝายขาวนาดวง เลย 17-27082020-09 6 ขีแมวแกนแพ ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-06


14 ฝายนอยเชียงคาน เลย 17-27082020-10 7 ฝายแดงนอย สถาบันวิจัยพืชสวน BK22022021-07
15 ฝายน้ําตาลเชียงคาน1 เลย 17-27082020-11

การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : คัดเลือกไพรเมอรที่เหมาะสมในการนํามาจําแนก
สายพันธุ โดยใชวิธี ISSR-TouchdownPCR และทาการคดเลอกโดยใช ISSR marker จานวน 94 ค พบวาม ี








ไพรเมอรที่สามารถเพิ่มปริมาณดเอ็นเอฝายไดอยางชัดเจนจํานวน 59 คู การสกัดดีเอนเอฝายพบวา ดีเอ็นเอท ี ่

ไดมีปญหาปนเปอนสารฟนอลิกสูง ทําใหไมสามารถนําไปใชในปฏิกิริยา PCR ได และอยูระหวางการสกัดดีเอ็น
เอใหม 
การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : ผลการนําดเอ็นเอฝาย






จานวน 22 หมายเลขทไดไปทดสอบคณภาพโดยการเพิมปริมาณดเอ็นเอในปฏกิริยา PCR พบวา 12 หมายเลข






ี่
ไมสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ (ภาพท 5) แสดงใหเห็นวาดีเอ็นเอที่ไดมีปญหาสารปนเปอนที่ยับยั้งการทํางาน
ในปฏิกิริยา PCR และอยูระหวางการทดสอบการสกัดดีเอ็นเอดวยวิธีการใหม

472























ภาพที่ 5 การทดสอบคณภาพของดเอ็นเอในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวยปฏกิริยา PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 72 ใน


การทําปฏิกิริยาชนิด TouchDown PCR กับดเอ็นเอฝาย 22 หมายเลข


การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ยังไมสามารถดําเนินงานไดเนื่องจาก
อยูระหวางการสกัดดีเอ็นเอใหบริสุทธิ์



4. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอของมะมวงและมะปราง : ไดรับตัวอยาง





ใบมะมวงเพือการวิเคราะหลายพิมพืดเอ็นเอในไตรมาส 2 -2563 จานวน 3 ตวอยางและไตรมาส 4-2563







จานวน 110 ตวอยาง รวม113 ตัวอยาง ดังนิ้


ลําดับ ชื่อพันธุ หมายเลขตัวอยางอางอิง ลําดับ ชื่อพันธุ หมายเลขตัวอยางอางอิง
1 แกว 47 มันหวาน3 Manwan3-22072020

2 หนองแซง 48 มะปราง5 Maprang5-22072020
3 ทองดา 49 มะปราง2 Maprang2-22072020


1 หงสาวด 1 Hongsawadee1-20072020 50 เขียวไขกา1 Khaeokhaika1-22072020

2 แหว 1 Haew1-22072020 51 ระเดนเขียว1 Radenkhaeow1-22072020


3 แหว 5 Haew5-22072020 52 ระเดนเขียว2 Radenkhaeow2-22072020

Tapparot (Nakhonphanom)
4 เทพรส (นครพนม) 1 53 แตงกวา1 Tangkwa1-22072020
1 - 22072020
Tapparot (Nakhonphanom)

5 เทพรส (นครพนม) 2 54 ระเดนเขียว3 Radenkhaeow3-22072020
2-22072020
6 ตุมทอง2 Toomthong2-22072020 55 เขียวไขกา2 Khaeokhaika2-22072020
7 ตุมทอง5 Toomthong5-22072020 56 พิมเสนขาว2 Pimsaenkhao2-22072020
Namdokmaitaleab2-
8 น้ําดอกไมตาเลี้ยบ2 57 กระแตลืมรัง1 Krataelueamrung1-22072020
22072020
Namdokmaitaleab4-
9 น้ําดอกไมตาเลี้ยบ4 58 กระแตลืมรัง2 Krataelueamrung2-22072020
22072020
Khangkhaolueamrung3-


10 มันสวนจตร3 Mansuanchit3-22072020 59 คางคาวลืมรง3

22072020
11 ทุเรียน4 Tulean4-22072020 60 มันทวายพิเศษ1 Mantawaipised1-22072020
12 โชคอนันต4 Chokanun4-22072020 61 กระแตลืมรัง5 Krataelueamrung5-22072020



13 อกรองเขียว3 Oakrongkhaew3-22072020 62 สาวกระทบหอ1 Saokratuebho1-22072020
14 อกรองเขียว5 Oakrongkhaew5-22072020 63 แตงกวา2 Tangkwa2-22072020


473



ลําดับ ชื่อพันธุ หมายเลขตัวอยางอางอิง ลําดับ ชื่อพันธุ หมายเลขตัวอยางอางอิง
Khangkhaolueamrung1-


15 อกรองเขียว1 Oakrongkhaew1-22072020 64 คางคาวลืมรง1

22072020
16 จันเจาขา4 Chanchaokha4-22072020 65 สาวกระทบหอ4 Saokratuebho4-22072020

17 จันเจาขา3 Chanchaokha3-22072020 66 มันสายฝน2 Mansaifon2-22072020

18 น้าตาลทรายหนัก1 Namtansainak1-22072020 67 ทองขาว3 Thongkhao3-22072020

19 แกว (ตนตอ) Kaew-22072020 68 มันสายฝน4 Mansaifon4-22072020

20 การะเกด3 Karakad3-22072020 69 สามฤด1 Samreudu1-22072020
21 การะเกด1 Karakad1-22072020 70 มันสายฝน1 Mansaifon1-22072020
22 ลิ้นงูเหา Linnguhao-22072020 71 ทองขาว1 Thongkhao1-22072020

23 น้าตาลทรายหนัก2 Namtansainak2-22072020 72 มันปู5 Manpoo5-22072020
24 ศรสยาม1 Srisayam1-22072020 73 มันทวายพิเศษ3 Mantawaipised3-22072020

25 มรกต Morakod-22072020 74 มันปู4 Manpoo4-22072020
26 ฟาลั่น4 Falan4-22072020 75 ทองขาว4 Thongkhao4-22072020
27 ฟาลั่น3 Falan3-22072020 76 มันสายฝน2 Mansaifon2-22072020


28 นวลจนทร1 Nuanjan1-22072020 77 มันปู5 Manpoo5-22072020

29 หนองแซง5 Nongsang5-22072020 78 ระเดนขาว5 Radenkhao5-22072020
30 พรวนขอ3 Pruankho3-22072020 79 ระเดนขาว3 Radenkhao3-22072020

31 หนองแซง3 Nongsang3-22072020 80 พราหมขายเมีย3 Pramkhaimia3-22072020



32 นวลจนทร5 Nuanjan5-22072020 81 ระเดนขาว1 Radenkhao1-22072020

33 ตาลปากกระบอก1 Tanpakkrabok1-22072020 82 ระเดนขาว2 Radenkhao2-22072020
34 มันสะเด็ดญาติ3 Mansadedyad3-22072020 83 เขียวเสวย+สายฝน5 Khiaosawoei+Saifon5-22072020
35 ประมวลวิธ2 Pramuanwit2-22072020 84 ระเดนขาว4 Radenkhao4-22072020

36 มันสะเด็ดญาติ1 Mansadedyad1-22072020 85 ทองดาขาว2 Thongdamkhao2-22072020

37 นกกระจอก1 Nokkrajok1-22072020 86 เขียวเสวย+สายฝน4 Khiaosawoei+Saifon4-22072020
38 ขุนทิพย (พิเศษ)3 Khunthip (pisad)3-22072020 87 พราหมขายเมีย2 Pramkhaimia2-22072020
39 ตาลปากกระบอก4 Tanpakkrabok4-22072020 88 มันบานลาด3 Manbanlad3-22072020
40 ขุนทิพย (พิเศษ)1 Khunthip (pisad)1-22072020 89 พราหมขายเมีย4 Pramkhaimia4-22072020

41 นกกระจอก3 Nokkrajok3-22072020 90 ตบเปด3 Tabped3-22072020
42 ทองทลาย1 Thongtalai1-22072020 91 โอชารส2 Ocharot2-22072020
Nangklangwanlukyao5-
43 หนังกลางวันลูกยาว5 92 โอชารส1 Ocharot1-22072020
22072020
44 ประมวลวิธ1 Pramuanwit1-22072020 93 ทองดาขาว1 Thongdamkhao1-22072020

45 ขุนทิพย (พิเศษ)5 Khunthip (pisad)5-22072020 94 เขียวเสวย+สายฝน3 Khiaosawoei+Saifon3-22072020
46 มันหวาน5 Manwan5-22072020 95 โอชารส3 Ocharot3-22072020

การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : ทําการสกัดดเอ็นเอมะมวงชุดใหมจํานวน 110
หมายเลข คัดเลือกไพรเมอรที่เหมาะสมในการนํามาจําแนกสายพันธุ โดยใชวิธี ISSR-TouchdownPCR และ
ู

ทาการคดเลอกโดยใชISSR marker จํานวน 95 ค พบวามีไพรเมอรที่สามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอมะมวงได 



อยางชดเจนจานวน 24 คู




การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอในการทาปฏกรยา PCR : การทดสอบคณภาพด ี
















เอ็นเอโดยการเจอจางทความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 ในน้ากลนและนําไปเพิมปริมาณด ี


เอ็นเอดวย Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 11 เพื่อหาความเขมขนที่เหมาะสมในการทํา PCR พบวา
ดีเอ็นเอของมะมวงหมายเลข 2 และ 3 มีความเขมขนของดีเอ็นเอที่ไมเหมาะสม ไดทําการทดสอบใหม รวมทั้ง

474














ไดทาการทดสอบคณภาพดเอ็นเอและความเขมขนของดเอ็นเอในการทาปฏกิริยา PCR ของตวอยางอีก 110
หมายเลขแลว



การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ไดนําดีเอ็นเอของมะมวงท้ง 113
หมายเลข ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทําการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยไพรเมอรทคดเลอก



ี่
ไวแลว 20 ไพรเมอร โดยไดดาเนินการไปตรวลายพิมพดเอ็นเอแลวจานวน 47 หมายเลข ทาการตรวจขนาด












ของแถบดเอ็นเอทไดดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต (ภาพท 6) ขณะนี้อยูระหวางการตรวจลายพิมพด ี






เอ็นเอในอีก 66 หมายเลขทเหลอ
















ี่







ภาพท 6 ตวอยางการวิเคราะหขนาดชนสวนดเอ็นเอทไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown

PCR มะมวง 47 หมายเลขๆละ 2 ซ้ํา ดวยไพรเมอร ISSR 7


การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : ไดรับตัวอยางใบมะปราง 7 ตัวอยาง ไดแก 1. ไข




ไก 2. เนือทอง1 3. เนือทอง2 4. แมยา 1 5 แมยา2 6. เอมอิม 7. ทองสโข (สโขทย)






การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : นําดเอนเอทไดไป
ละลายทความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 และนําไปทา PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 11 เพื่อหา












ความเขมขนทเหมาะสมในการทา PCR พบวาสามารถเพิมปริมาณดเอ็นเอไดอยางชดเจนทกหมายเลข (ภาพท 7)








ี่






ภาพท 7 ผล PCR ทไดจากดเอนเอของมะปรางสายพันธุ 1-4 ความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400
1/800 โดยใชไพรเมอร ISSR 11


475




การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ไดนําดีเอ็นเอของมะปรางทัง 7

ี่


หมายเลข ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทําการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยไพรเมอรทคดเลอก






ไวแลว 20 ไพรเมอร โดยไดดาเนินการไปตรวจลายพิมพดเอ็นเอแลวทัง 7 หมายเลข อยระหวางวิเคราะหผล



(ภาพที่ 8)
















ภาพท 8 ตวอยางการวิเคราะหขนาดชนสวนดเอ็นเอทไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown






ี่


PCR มะปราง7 หมายเลขๆละ 2 ซ้า โดยใชไพรเมอร ISSR 10 ISSR11 ISSR12 ISSR34 ISSR35
และ ISSR37

5. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอของลิ้นจี่และขนุน
ลิ้นจี่ : ไดรับลิ้นจี่จํานวน 6 ตัวอยาง จากไตรมาสที่ 3-4 /2563 ดงนี ้


1 ลิ้นจี่ นพ.1(1) NP1- SKDOA 22072020
2 ลิ้นจี่ฮงฮวย 1 HH-SK1 22072020
3 ลิ้นจี่ฮงฮวย 2 HH-SK2 22072020
4 ลิ้นจี่แดงจักรพรรด ิ DJP-SK 22072020

5 ลิ้นจี่ นพ.1(2) 1 NP1-SK1 22072020
6 ลิ้นจี่ นพ.1(2) 2 NP1-SK2 22072020








มการสงตวอยางใบลนจในสภาพใบแหงเพิมอีก 73 หมายเลข เมอวันท 23 ก.พ. 2564 จานวน 73









ตัวอยาง มีรายการดังนี้

476



ลําดับ ชื่อพันธุ แหลงที่มา หมายเลข ลําดับ ชื่อพันธุ แหลงที่มา หมายเลขตวอยาง

ตัวอยางอางอิง อางอิง
1 ฮงฮวย ศวพ.เชียงราย ชร1 38 จนเกรยงศกด ิ ์ ศวพ.เชียงราย ชร38



2 จกรพรรด ิ ์ ศวพ.เชียงราย ชร2 39 สําเภาแกว ศวพ.เชียงราย ชร39

3 กวางเจา ศวพ.เชียงราย ชร3 40 ลูกลาย ศวพ.เชียงราย ชร40
4 นครพนม ศวพ.เชียงราย ชร4 41 จีนเล็ก ศวพ.เชียงราย ชร41
5 Salathiel ศวพ.เชียงราย ชร5 42 Kaimana ศวพ.เชียงราย ชร42
6 จีนใหญ  ศวพ.เชียงราย ชร6 43 Kwal May Pink ศวพ.เชียงราย ชร43
7 จีนหอม ศวพ.เชียงราย ชร7 44 บริวสเตอร ศวพ.เชียงราย ชร44
8 พันธุทิพย  ศวพ.เชียงราย ชร8 45 กมเจ็ง ศวพ.เชียงราย ชร45

9 นายสะอาด ศวพ.เชียงราย ชร9 46 โอเฮยะ ศวพ.เชียงราย ชร46

10 จนแดง ศวพ.เชียงราย ชร10 47 กะโหลกใบเตา ศวพ.เชียงราย ชร47


11 ฝาง13 ศวพ.เชียงราย ชร11 48 นางลอย ศวพ.เชียงราย ชร48
12 ฝาง50 ศวพ.เชียงราย ชร12 49 กะโหลกใบไหม ศวพ.เชียงราย ชร49
13 ชอระกํา ศวพ.เชียงราย ชร13 50 ฮวยก ี่ ศวพ.เชียงราย ชร50
14 กะโหลกใบยาว ศวพ.เชียงราย ชร14 51 ไทยเล็ก ศวพ.เชียงราย ชร51
15 คอม ศวพ.เชียงราย ชร15 52 ไทยใหญ  ศวพ.เชียงราย ชร52
16 Brewster ศวพ.เชียงราย ชร16 53 สยามมรกต ศวพ.เชียงราย ชร53
17 Marutius ศวพ.เชียงราย ชร17 54 เมล็ดตาย ศวพ.เชียงราย ชร54
18 กุยบี ้ ศวพ.เชียงราย ชร18 55 แมจัน ศวพ.เชียงราย ชร55
19 กะโหลกใบขิง ศวพ.เชียงราย ชร19 56 อัมรินทร ศวพ.เชียงราย ชร56
20 จักรพรรดิ์ขุนตาล ศวพ.เชียงราย ชร20 57 อีไว ศวพ.เชียงราย ชร57
21 สีรามัน ศวพ.เชียงราย ชร21 59 กะโหลกใบยาว ศวพ.เชียงราย ชร58
22 จนทบรี ศวพ.เชียงราย ชร22 59 คอมลําเจียก ศวพ.เชียงราย ชร59


23 เมล็ดลีบ ศวพ.เชียงราย ชร23 60 H4-1 ศวพ.เชียงราย H4-1
24 กระโถนทองพระโรง ศวพ.เชียงราย ชร24 61 H4-3 ศวพ.เชียงราย H4-3
25 ไทยโชวแมจน ศวพ.เชียงราย ชร25 62 H4-19 ศวพ.เชียงราย H4-19

26 ไทยโชวฝาง ศวพ.เชียงราย ชร26 63 A3-40 ศวพ.เชียงราย A3-40
27 พระองคเจาจมพต ศวพ.เชียงราย ชร27 64 คอม ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-01




28 ชมพู ศวพ.เชียงราย ชร28 65 กะโหลกใบยาว ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-02

29 จูบิจ ี้ ศวพ.เชียงราย ชร29 66 ไทยเล็ก ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-03

30 Sweet cliff ศวพ.เชียงราย ชร30 67 ฮวยก ี่ ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-04

31 Hak IP ศวพ.เชียงราย ชร31 68 สําเภาแกว ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-05


ี้
32 สาแหรกทอง ศวพ.เชียงราย ชร32 69 จูบิจ/วายชิ ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ 
33 กิมจ ี้ ศวพ.เชียงราย ชร33 70 กุยเวย ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ 

34 กะโหลกใบออ ศวพ.เชียงราย ชร34 71 ปาชิด1 ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ 


35 ฝาง80 ศวพ.เชียงราย ชร35 72 ปาชิด2 ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ 
36 ฝาง46 ศวพ.เชียงราย ชร35 73 ปาอี๊ด ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ 

37 ฝาง11 ศวพ.เชียงราย ชร37

การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : คัดเลือกไพรเมอรที่เหมาะสมในการนํามาจําแนก


สายพันธุ โดยใชวิธี ISSR-TouchdownPCR และทาการคดเลอกโดยใชISSR marker จานวน 95 ค พบวาม ี
















ไพรเมอรทสามารถเพิมปริมาณดเอ็นเอมะมวงไดอยางชดเจนจานวน 34 ค ทาการสกัดดเอนเอลนจจานวน 6









ตัวอยางที่ไดจากไตรมาส 3/4-2563โดยวิธี CTAB ประยุกต พบวาคุณภาพดีเอนเอที่ไดมีคาอยูที่ประมาณ 1.89

477


























ซึงมคาทปนเปอนสารอืนมาก ทาการลางดเอ็นเอใหมเพือใหไดดเอ็นเอทบริสทธิมากขน เพือนําไปทดสอบใน









ปฏกิริยา PCR สวนตวอยางใบทไดรับใหมอีก 73 หมายเลข อยในขบวกการสกัดดเอ็นเอ แตพบวาบาง














หมายเลขมเชอราขนแลว เนืองจากมใบจานวนมาก บบอัดรวมกัน ไมสมผสกับสารดดความชน ใบทมการถก







ทําลายดวยเชื้อราหรือแบคทเรีย จะไมสามารถนํามาใชในการวิเคราะหได เนื่องจากดีเอ็นเอที่สกัดไดนั้นจะเปน

ทั้งของพืชและของเชื้อ รูปแบบของลายพิมพดีเอ็นเอจะมีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากรูปแบบหลัก













การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอในการทาปฏกรยา PCR : นําดเอ็นเอทไดทง 6











ตวอยาง ไปทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอทเหมาะสมในการเพิ่มปริมาณดเอ็นเอดวยปฏิกิริยา




PCR โดยการเจอจางดเอ็นเอเปน 6 ความเขมขน ไดแก 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 1/1000 ในน้า








กลน และนําไปทดสอบการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 9 เพือหาความ

เขมขนทเหมาะสมในการทา PCR พบวาสามารถเพิมปริมาณดเอ็นเอไดดทกความเขมขน แสดงถงคณภาพด ี




















เอ็นเอทสามารถนํามาใชในการทดลองขันตอไปได (ภาพที่ 9)







ภาพที่ 9 การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอทเหมาะสมในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวยปฏกิริยา





PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 9 ในการทาปฏกิริยาชนิด TouchDown PCR กับดีเอ็นเอล้นจ่ 6






หมายเลข ทาการเจอจางดเอ็นเอท 1/50, 1/100, 1/200, 1/400, 1/800 และ 1/1,000 ดวยน้า





กลั่น ซาย :ตวอยางหมายเลข 1-4 ขวา: ตวอยางหมายเลข 5-6


การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : นําดีเอ็นเอของลิ้นจี่จํานวน 6
หมายเลขทไดรับจากไตรมาส 3-4/2563 ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทําการตรวจลายพิมพด ี





เอ็นเอดวยไพรเมอร ISSR ที่คัดเลือกไว จานวน 20 ไพรเมอร ไดทาการตรวจขนาดของแถบดีเอ็นเอทไดดวย









เครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต (ภาพที่ 10) ทั้ง 6 หมายเลขแลว ขณะนี้อยูระหวางการสกัดดีเอ็นเอตัวอยาง





อีก 73 หมายเลขทไดรับในงวดท 1 ของป 2564 เพือนําเขาสขันตอนการวิเคราะหลายพิมพดเอ็นเอตอไป








478


















ี่

ี่


ภาพท 10 ตัวอยางการวิเคราะหขนาดชิ้นสวนดีเอ็นเอที่ไดจากการตรวจวิเคราะหลิ้นจ 6 หมายเลข จานวน 2 ซ้า



โดยใชไพรเมอร ISSR 11, 12, 34, 35, 36, และ 43 ดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต









ขนุน : ไดรับตวอยางขนุนเพิมอีกจานวน 17 หมายเลข ดงนี ้

ชื่อ รหัส

1 รุงสุริยา RSY
2 รุงทวี RT-SK (DOA)
3 มาเลย  MAL-SK
4 เพรชราชา PRCH-SK
5 เพรชราชา (DOA) PRCH-SK (DOA)
6 แดงสุริยา DSY-SK
7 ศรีบรรจง SBJ-SK
8 ศรีบรรจง (DOA) SBJ-SK (DOA)
9 เพรชดํารง PDR-SK

10 แดงศรีราชา (DOA) DCH-SK (DOA)
11 เหลืองบางเตย HBT-SK
12 จําปากรอบ JPK-SK


13 ทวายปเดียว TPD-SK
14 ทองประเสิรฐ TP-SK
15 คุณหญิง KY-PB

16 เพรชจริยา PJY-PB
17 เพรชดํารง-PB PDR-PB


การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : การสกัดดีเอ็นเอขนุนพบวามปญหาการปนเปอน




จากยางและฟนอลก การสกัดดวยวิธีเดม คอ CTAB พบวาดเอนเอทวัดได มคาความบริสทธิทประมาณ 1.85












แตพบวาดีเอนเอที่ไดไมสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยปฏิกิริยาพีซีอารได (ภาพที่ 11)

479

























ภาพที่ 11 ผลการทดลองเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอขนุนที่สกัดดวยวิธี CTAB ดวยปฏิกิยาพีซีอาร



การปรับเปลี่ยนวิธีการสกัดดีเอ็นเอใหมโดยเพิ่มสารประกอบยูเรีย (7M NH 4 NO ) ลงในบฟเฟอรใน
3




การสกัด พบวาทาใหไดดีเอนเอที่บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น สามารถนําไปใชในการคดเลอกเครืองหมายโมเลกุลตอไปได 



การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : การทดลองนําดเอ็นเอ
ท่ไดจากการสกัดดวยการเพิ่มสารยูเรียในขบวนการสกัด พบวาไดดีเอ็นเอขนุนท่มีความบริสุทธิ์ สามารถ


นําไปใชในการทําปฏิกิริยา PCR ได ไดผลผลิต PCR เปนแถบดีเอ็นอที่ชัดเจนขึ้น (ภาพที่ 12)



















ภาพที่ 12 การทดสอบคณภาพแของดเอ็นเอขนุน หมายเลข 6-17 ในการเพิ่มปริมาณดเอ็นเอดวยไพรเมอร
ISSR 57 ดวยวิธี TouchDown PCR

การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ไดดาเนินการตรวจลายพิมพืดีเอ็น



เอของขนุนจํานวนแลวจํานวน 17 หมายเลข โดยใชพรเมอรที่คัดเลือกไว 20 ไพรเมอร ทาการตรวจขนาดของ

แถบดีเอ็นเอที่ไดดวยเครื่องแยกขนาดดีเอ็นเออัตโนมัติ (ภาพที่ 13) ขณะนี้อยูระหวางการวิเคราะหผลของ


ขนาดดเอ็นเอทได เพือบันทกเปนลายพิมพดีเอ็นเอ และวิเคราะหขอมูลดวยสถิตในขั้นตอไป






480


































ภาพที่ 13 ตวอยางการวิเคราะหขนาดชนสวนดเอ็นเอทไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown




PCR ขนุน 17 หมายเลข ดวยไพรเมอร ISSR 56, 57 และ 58

6. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอของแตงกวาและแตงราน :

ไดรับตวอยางแตงกวาจานวน 22 หมายเลขในไตรมาส 2-2563 ดังนี้




1. CL 583 Premium บ.กรีนซีสสกลนคร 2.C675 อะเมซอน บ.กรีนซีสสกลนคร
3. C694 Yuri บ.กรีนซีสสกลนคร 4. C588 คงกระพัน 1 บ.กรีนซีสสกลนคร
5. CM712 กองนภา บ.กรีนซีสสกลนคร 6.C662 Pretty บ.กรีนซีสสกลนคร
7. C664 มาวินบ.กรีนซีสสกลนคร 8. C697 Platinum บ.กรีนซีสสกลนคร
9. C665 กรีนเนอร บ.กรีนซีสสกลนคร 10. ลานนา 6 (435)

11. ลานนา 5 (442) 12. ลานนา 2 (446)


13. ลานนา 13 (433) 14. ลานนา 12 (401)



15. ลานนา 9 (402) 16. ลานนา 11 (443)


17. ลานนา 4 (448) 18. ลานนา 10 (434)


19. ลานนา 1 (457) 20. ลานนา 8 (301)


21. ลานนา 3 (445) 22. ลานนา 7 (444)




การสกัดดีเอ็นเอและคดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : ทาการสกัดดเอ็นเอแตงกวาไดทง 22 หมายเลข





จากผลการทดลองการคัดเลือกไพรเมอรทเหมาะสมในการนํามาจาแนกสายพันธุ ดวยใชวิธี ISSR-


ี่
Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR จํานวน 95 ไพรเมอร พบวาสามารถคัดเลือกไพรเมอรทเพิ่มปริมาณ




ดเอ็นเอแตงกวาไดอยางชดเจนจานวน 31 ไพรเมอร สาหรับนําไปใชในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอเพือการ





จําแนกสายพันธุ

481




การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : การทดสอบโดยการ













นําดเอ็นเอแตงกวาทไดทง 22 ตวอยาง ไปละลายทความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 ในน้า




กลันและนําไปเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 11 เพือหาความเขมขนท ่ ี






เหมาะสมในการทา PCR พบวาดเอ็นเอของแตงกวาหมายเลข 10, 17, 19 และ 20 มปญหาการเกิดปฏกิริยาท ่ ี

















ไมสมบรณ โดยพบวาผลผลต PCR ทไดมความแปรปรวนในแตละความเขมขน การเจอจางดเอ็นเอใหมเปน






1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 1/1000 ทาใหไดผลผลต PCR เปนแถบดเอ็นเอทชดเจนในทกการเจอจาง




ที่ทดสอบ (ภาพที่ 14)







ภาพที่ 14 การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอแตงกวา หมายเลข 10, 17, 19, 18 และ 20 ใน
การเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยไพรเมอร ISSR 11 ในการทําปฏิกิริยาชนิด TouchDown PCR ทํา

การเจอจางดเอ็นเอท 1/50, 1/100, 1/200, 1/400, 1/800 และ 1/1,000 ดวยน้ํากลั่น ภาพบน :







การเกิดปฏิกิริยา PCR ที่ไมสมบูรณในหมายเลข 10, 17, 18, 19 และ 20 เจอจางท 1/50 ถง



1/800 ภาพลาง : การทดสอบซ้ําดวยการเจอจาง 1/50 ถึง 1/1000



การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ไดนําดเอ็นเอของแตงกวาทง 22


หมายเลข ทไดความความเขมขนดเอ็นเอทเหมาะสม มาทาการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยไพรเมอรที่คัดเลือก


















ไวแลว 20 ไพรเมอร ไดทาการตรวจขนาดของแถบดเอ็นเอทไดดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต (ภาพท ี ่


15) ครบทุกตัวอยางแลว ขณะนี้อยูระหวางการวิเคราะหผลของขนาดดีเอ็นเอที่ได เพื่อบันทึกเปนลายพิมพด ี
เอ็นเอ และวิเคราะหขอมูลดวยสถิตในขั้นตอไป


482



















ภาพที่ 15 ตัวอยางการวิเคราะหขนาดชิ้นสวนดีเอ็นเอที่ไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown
PCR แตงกวา 22 สายพันธุ สายพันธุละ 2 ซ้ํา ดวยไพรเมอร ISSR 35 และ ISSR 36


7. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอของไมดอกสกุลขมิ้น : ไดรับตัวอยางพืช

จํานวน 20 หมายเลข ในลักษณะใบแหง พรอมรายละเอียดแหลงที่เก็บตัวอยาง ดังรายการตอไปนี้
ลํา ชื่อวิทยาศาสตร  ชื่อไทย แหลงที่เก็บ หมายเลขผูเก็บ
ดับ
1 Curcuma roscoeana กระเจียวสม อุทยานแหงชาติน้ําตกพาเจรญ อ.พบพระ จ.ตาก P.Prom 840

Wall.
2 Curcuma roscoeana กระเจียวสม อ.ปางมะผา จ.แมฮองสอน Wichai 02
Wall.
3 Curcuma harmadii ชอมรกต อุทยานแหงชาติน้ําตกสามหลั่น อ.เมืองสระบุรี สระบุร ี P.Prom 856
Gagnep
4 Curcuma "Royal Thai รอยัลไทย เกรท โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai

Great Reign" เรน พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Great Reign 02
5 Curcuma "Royal Thai รอยัลไทย เกรท โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai

Great Reign" เรน พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Great Reign 02
6 Curcuma "Great King" เกรทคิง โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Great King 01

พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม
7 Curcuma "Great King" เกรทคิง โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Great King 02

พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม

8 Curcuma "Beauty บิวตี้ พริ้นเซ็ส โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Beauty
Princess" พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Princess 01

9 Curcuma "Beauty บิวตี้ พริ้นเซ็ส โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Beauty
Princess" พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Princess 02
10 Curcuma "Royal Thai รอยัลไทย ไทย โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai

Thai Garnet" การเนท พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Thai Garnet 01

11 Curcuma "Royal Thai รอยัลไทย ไทย โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai
Thai Garnet" การเนท พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Thai Garnet 02

12 Curcuma "Pimjai" พิมพใจ โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Pimjai 01
พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม
13 Curcuma "Pimjai" พิมพใจ โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Pimjai 02

พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม
14 Curcuma "Royal Thai รอยัล ไทย โกล โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai

Golden Reign" เด็น เรน พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Golden Reign

483



ลํา ชื่อวิทยาศาสตร  ชื่อไทย แหลงที่เก็บ หมายเลขผูเก็บ
ดับ

15 Curcuma "Chiang Rai1" เชียงราย 1 ศูนยวิจัยพชสวนเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย P. Prom-Chiang Rai1

16 Curcuma "Chiang Rai2" เชียงราย 2 ศูนยวิจัยพชสวนเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย P. Prom-Chiang Rai2
17 Curcuma "Chiang Rai3" เชียงราย 3 ศูนยวิจัยพชสวนเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย P. Prom-Chiang Rai3

18 Curcuma samlanesis กระเจียวสาม อุทยานแหงชาติน้ําตกสามหลั่น อ.เมืองสระบุรี สระบุร ี P. Prommanus 855
หลั่น
19 Curcuma myanmarensis บัวเข็ม ศูนยวิจัยและพฒนาการเกษตรเพรชบูรณ อ.เขาคอ จ.เพรชบูรณ P. Prommanus 858


20 Curcuma "Redshadow" เรดชาโด แปลงรวบรวมไมดอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร บางเขน กทม. P. Prom-Red Shadow 01


การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : ทําการสกัดดเอ็นเอตัวอยางพืชแลวทั้ง 20

หมายเลข



การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : นําดเอ็นเอของทก







ตวอยางมาทาการทดสอบความเขมขนทเหมาะสมในการเพิมปริมาณดเอ็นเอทโดยการเจอจางดเอ็นเอเปน 6











ความเขมขน คอ 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 และ 1/1,000 จากนันนําไปทดสอบการเพิมปริมาณด ี




เอ็นเอดวยปฏกิริยา PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 58 เพือหาความเขมขนทเหมาะสมของแตละตวอยางสาหรับ




















นําไปใชตรวจสอบกับอีก 20 ไพรเมอรทคดเลอกไว ผลการทดสอบพบวาดเอ็นเอมปญหาการปนเปอน ทาให 






การเพิมปริมาณดเอ็นเอไมสมบรณ มเพียงหมายเลขท 4 เทานันทดเอ็นเมคณภาพ สามารถนําใชการเพิม











ปริมาณดเอ็นเอ็นเอได (ภาพที่ 16)











ภาพที่ 16 การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอปทมมาทเหมาะสมในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย





ปฏิกิริยา PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 58 ในการทาปฏกิริยาชนิด TouchDown PCR กับดเอ็นเอ




ปทมมา 20 หมายเลข ทาการเจอจางดเอ็นเอท 1/50, 1/100, 1/200, 1/400, 1/800 และ


1/1,000 ดวยน้ํากลั่น

484
















จากผลนีแสดงใหเหนวาไมสามารถนําดเอ็นเอทไดไปใชในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอได ไดสกัดดเอ็น



เอใหมดวยวิธีการที่มีสารยูเรียเปนสวนประกอบ และเพิ่มสาร CTAB ในขบวนการลางดเอ็นเอ ทาใหไดดเอ็นเอ




ที่มีคุณภาพดีขึ้น นํามาตรวจคุณภาพของดเอ็นเอโดยการทดสอบการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยไพรเมอร 1 ชนิด
ดวยดเอ็นเอปทมมาหมายเลข 1-20 ทความเขมขน 6 ระดบ พบวาใหผลแถบดเอ็นเอทชดเจน













การตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยวธี ISSR TouchDown PCR : ขณะนีไดทาการตรวจลายพิมพด ี




















เอ็นเอทง 20 หมายเลข ดวยไพรเมอรทคดเลอกแลวเปนจานวน 6 ค จากการใชดเอ็นเอเจอจางททดสอบไว

ของแตละหมายเลข และอยูระหวางดําเนินการตรวจดวยไพรเมอรอีก 14 ไพรเมอร



สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ

โครงการวิจยนี้มีการทดลองทงสน 7 การทดลอง ดาเนินการในพืช 7 กลม 9 ชนิดพืช ไดแก (1) ออย
ั้



ิ้







(2) ถวเหลอง (3) ฝาย (4) มะมวงและมะปราง (5) ลนจและขนุน (6) แตงกวาและแตงราน และ (7) ไมดอก








สกุลขมิ้น การดาเนินงานในสวนการตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดบดีเอ็นเอ ท่ดําเนินการท ่ ี












ศนยวิจยพืชไรขอนแกน กลมตวอยางพืชทดาเนินการตรวจลายพิมพดเอ็นเอเสร็จสนแลว ไดแก ออยจานวน











19 พันธุ ถวเหลองจานวน 27 หมายเลข มะปรางจานวน 7 หมายเลข ขนุนจานวน 17 หมายเลข แตงกวา





จานวน 22 หมายเลข อยูระหวางการวิเคราะหผล สวนปทมมา จานวน 20 หมายเลข ตรวจลายพิมพดเอ็นเอ






ไปแลว 6 ไพรเมอร เหลออีก 14 ไพรเมอร ฝาย 28 หมายเลข การสกัดดเอ็นเอพบวามปญหาการปนเปอน









สารประกอบฟนอลกสง และอยระหวางการปรับวิธีการสกัดใหไดดเอ็นเอทมความบริสทธิมากยงขน มะมวง














113 หมายเลข ดาเนินการไปตรวจลายพิมพดเอ็นเอแลวจานวน 47 หมายเลข อยระหวางการตรวจลายพิมพด ี





เอ็นเอในอีก 66 หมายเลขที่เหลือ ลินจี่ 79 หมายเลข ตรวจลายพิมพดีเอ็นเอแลว 6 หมายเลขและอยูระหวาง


การสกัดดเอ็นเอดเอ็นเอในตวอยางอีก 73 หมายเลข พืชบางชนิดมปญหาสารปนเปอนในใบ โดยเฉพาะอยาง






















ยงยางและสารประกอบฟนอลก เปนกลมทยบยงปฏกิริยา PCR การสกัดดเอ็นเอใหบริสทธิจงเปนขนตอนท ่ ี















สาคญทสดในการตรวจลายพิมพืดเอ็นเอ ตามดวยความเขมขนดเอ็นเอทเหมาะสมในการเกิดปฏกิริยา PCR







ดงนันตองทาการทดสอบหาสภาวะทเกิดผลผลต PCR ที่ไมมีความแปรปรวน




เอกสารอางอิง

ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล วีรเดช โขนสันเทียะ รัชนี ขันธหัตถ เพียงเพญ ศรวัต ประพิศ วองเทียม ศุภชัย สารกาญจน อัจฉรา
ลิ่มศิลา. 2553. ฐานขอมูลลายพิมพดีเอนเอของมันสําปะหลังพันธุไทย พนธุลูกผสม และพันธุตางประเทศ.



ผลงานวิจัยดีเดนและผลงานวิจัยที่เสนอเขารวมพิจารณาเปนผลงานวิจัยดีเดน ประจําป 2552. กรมวิชาการเกษตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ. หนา 16-30.
Rohlf, F.J. 2002. NTSYS-pc. Numerical Taxonomy and Multivariate Analysis System, Version-2.1. New York:
Applied Biostatistics.

485


























โครงการวิจัยอื่นๆ

486



โครงการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ: ออยโรงงาน กรมวิชาการเกษตร


ชยันต ภักดีไทย107 กาญจนา กิระศักดิ์ ภาคภูมิ ถิ่นคํา มทนา วานิชย ทนุธรรม บุญฉิม

1*
82
82
82
88
88
และเนติรัฐ ชุมสุวรรณ

ู



1. ชื่อแปลงเรียนร......แปลงเรียนรูเกษตรอัจฉริยะออยโรงงาน ... พืนทแปลงเรียนรู......100... (ไร)



ทตงแปลง...... 111 ต หนอง ระ เวียง พิมาย, ตําบล รังกาใหญ อําเภอ พิมาย นครราชสีมา 30110....



พิกัด X…15.130726... Y…102.394270…

2. ผูรับผิดชอบแปลงเรียนร ู

.

ชื่อ.....นายชยันต ภักดีไทย... ตาแหนง .....นักวิชาการเกษตรชานาญการ.......
หนวยงาน……ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน…………


3.การจัดกจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรูเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ
3.1 แผน...50....ราย - ผล............50.......ราย
3.2 ระยะเวลาทดาเนินงาน ตลาคม 2562-กันยายน 2563










3.3 ชอหวขอจดอบรม - การจดทาแผนทภาพถายทางอากาศโดยใชซอฟตแวรโอเพนซอรซ (Open








source software) โดยใชรูปแบบการอบรมเชงปฏบัตการพรอมเอกสารประกอบการฝกอบรม



4. การจัดทําแปลงเรียนรูเทคโนโลยีเกษตรอัจฉรยะ

แผนจัดทําแปลงเรียนรู ...100.. ไร/โรงเรือน ผลการจดทาแปลงเรียนรู ..100... ไร/โรงเรือน



กิจกรรมที่ดําเนินงาน ผลการดาเนินงาน

สํารวจแปลงออยโรงงานป 61/62 การบินสารวจแปลงออยโรงงาน ถายภาพถายทางอากาศ โดยใช 

โดยใช UAV ถายภาพดวยกลอง RGB UAV ถายดวยกลอง RGB (ภาพสีจริง)



กอนการเก็บเกี่ยว ภาพถายทางอากาศ วันท 20 กุมภาพันธ 2563



1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร


* Corresponding Author E-mail: [email protected]

487































แผนที่ความสูงของออยโรงงาน วันที่ 20 กุมภาพันธ 2563





























จัดทําแผนที่สขภาพพืช (Plant การประเมินความสมบูรณของออยไดจากภาพถายจากอากาศยาน


Health Map) ไรคนขับ โดยใชอุปกรณตรวจวัดแบบมาตรฐาน (RGB Sensor) ตรวจวด
สุขภาพพืชโดยประมวลผลภาพถายทางอากาศโดย โดยใช Green-Red

Vegetation Index (GRVI) ตามสูตร GRVI = (Green – Red) / (Green +

Red) ใชโปรแกรม Quantum GIS หรือ QGIS ซึ่งเปนโปรแกรม Desktop
GIS ประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการนํามาใชจัดการขอมูลปริภูมิจัดอย ู
ในกลุมซอฟตแวรรหัสเปด (Free and Open Source Software: FOSS)

คํานวณไดภาพในลักษณะของ Single Band คาที่ไดมาสรางความสัมพันธ 
ระหวางคา SCMR และ Total N ไดสมการ (1)
Y (%N Concentration) = 0.0279x (SCMR) + โดย R² = 0.57* ------------>
1.4833 (1)

488



การประมาณคาความสมบูรณของออยไดจากภาพถายจากอากาศ
ยานไรคนขบ โดยใช GRVI ใชโปรแกรม Quantum GIS หรือ QGIS ซึ่งเปน

โปรแกรม Desktop GIS ประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการนํามาใชจัดการ
ขอมูลปริภูมิจัดอยูในกลุมซอฟตแวรรหัสเปด (Free and Open Source
Software: FOSS) คํานวณไดภาพในลักษณะของ Single Band นามาสราง

ความสัมพันธระหวาง GRVI และ คา SCMR ไดสมการ (2)

Y (SCMR) = 124.32x (GRVI) - 42.818 โดย R²= 0.68* ------------>
(2)
จากสมการ 1 และ 2 ทําใหสามารถสรางสมการความสัมพันธที่ใช

ทานายคา N Concentration GRVI โดยใชสมการ (3)
Y (%N Concentration) = 4.3351x (GRVI) - โดย R²= 0.61* ------------>
0.2158 (3)

คําแนะนําปริมาณไนโตรเจนท่เหมาะสมในออยอยในชวง 2.00-

2.60% และอยในระดับวิกฤติเม่อตํากวา 1.8% (Kaler et al., 2016) จาก





สมการท่ไดจะพบวาในออยพันธขอนแกน 3 หลังจากใสปุยตามคาวิเคราะห






ดิน ระดับของ คา GRVI ทคํานวณไดจากอากาศยานไรคนขบควรมากกวา
0.465 ซี่งสามารถใชประมาณคาความอุดมสมบูรณของออยในแปลงขนาด
ใหญได ความเขมของสีใบมีความสัมพันธกับพันธุออยที่ใช เนื่องจากออยแต
ละพันธุมีประสิทธิภาพการดูดใชไนโตรเจนที่แตกตางกัน
ใสปุยออยตอ 1 ตามกรรมวิธี แบง


พืนทเปนตารางกริดขนาด 112 x 112

เมตรตามคาแนะนําตามคาวิเคราะห 


ดน ใชปุยอัตรา 15-9-6 และ 6-9-6

O -K O
N-P 2 5 2

489
สุทธิ
ไร)
รายได (บาท/

การผลิตพืชตามเทคโนโลยี ในแปลงตนแบบ ผลผลิต (กก./ ไร)


ตนทุน การผลิต (บาท/ ไร)


รายได สุทธิ (บาท/ ไร)


การผลิตพืชตามวิธีของ เกษตรกร ผลผลิต (กก./ไร)



ตนทุน ผลิต ไร)
การ (บาท/

ตนแบบ (ไร)
พื้นที่ แปลง 100



Y 102.394270
พิกัดแปลงตนแบบ

5. ตารางแสดงกลุมเปาหมาย พิกัดแปลง ผลผลิต คุณภาพ ตนทุนการผลิต ที่ไดจากการถายทอดเทคโนโลยี (สําหรับแปลงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแลว)

X 15.130726


เบอร โทรศัพท




ที่อยู เวียง พิมาย, ตําบล รังกาใหญ อําเภอ พิ มาย นครราชสีมา
111 ต หนอง ระ 30110....


เลขที่บัตร ประชาชน




ชื่อ-สกุล เกษตรกรตนแบบ แปลงผลิตทอนพันธุ โรงงานน้าตาลพิมาย




ลําดับ 1

490




6. เทคโนโลยี/นวัตกรรม/องคความรูใหม/โจทยวิจัย/ที่ไดจากการจดทําแปลงเรียนรูเกษตรอัจฉริยะ
1. การจัดการปุยตามคาวิเคราะหดินแบบแมนยําตามพิกัดกริด






2. การจดทาแผนทภาพถายทางอากาศจากอากาศยานไรคนขับ เพือประเมินสภาพแปลงปลก



3. การใชภาพถายทางอากาศจากอากาศยานไรคนขับ เพือประเมนสขภาพพืช

7. ผลที่ไดจากการจัดทําแปลงเรียนรูเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (เพื่อขอมูลในการชี้แจงงบประมาณป 2564)
- ผลผลิต (output)














1. ไดขอมลเพือแสดงถงวิธีการใชปยออยตามคาวิเคราะหดนแบบแมนยา โดยการวิเคราะหปริมาณ






ธาตอาหารในดนตามพิกัดกริด ขนาดพืนทเก็บตวอยาง 7.84 ไร แสดงใหเกษตรกรและผประกอบการเหนวา

















การใชปยในแปลงขนาดใหญไมจาเปนตองใชในอัตราเดยวกันทงแปลง เพือการลดตนทนการผลต ภายใตการ





ใชปจจัยการผลิตอยางแมนยํา การใชปุยของเกษตรกร ป 2562 ตามแผนงานของเกษตรกรจะใชปุย 18-18-18


ราคา กระสอบละ 850 บาท อัตรา 50 กก./ไร/ป พื้นท่ออยท้งหมด 91 ไร คดเปนเงิน 77,350 บาท จาก


คําแนะนําการใสปุยออยตามคาวิเคราะหดินแบบแมนยําตามพิกัดกริด พบวาจะตองใชปุย 2 อัตราคอ 12-9-6

O -K O ตอไรจํานวน 23.75 ไร ราคาตนทนปุย 843 บาทตอไร คดเปนเงิน 20,021.25 บาท และ 6-
กก. N-P 2 5 2  ุ   ิ
O -K O ตอไรจํานวน 67 ไร ราคาตนทนปุย 684 บาทตอไร คดเปนเงิน 45,828 บาท คาตนทุน
9-6 กก. N-P 2 5 2  ุ   ิ  
ปุย 65,849.25 บาท เมื่อเปรียบเทียบสวนตางของตนทุนคาปุยทั้งหมด 11,500.75 บาท สามารถลดตนทนการ

ใชปุยตอไรลงได 126 บาทตอไร



2. แปลงเรียนรูเกษตรอัจฉริยะ: ออยโรงงาน ไดมการประยกตใชและฝกอบรมเชงปฏิบัตการโดยใช 







WebODM ซึ่งเปนซอฟตแวรรหัสที่เปดพัฒนามาจาก Open Drone Map ใชในการทําแผนที่จากภาพถายทาง













อากาศดวยโดรน สามารถใชงานไดโดยไมมคาใชจาย การใชงานโดยผใชงานอัพโหลดขอมลภาพจากอากาศ

ยานไรคนขับเขาไป แลวก็สั่งใหประมวลผลภาพถายทางอากาศตามขั้นตอน ผลลัพธจากการประมวลผลออกมา




เปนแผนท Orthomosaic แผนที Digital Surface Model (DSM) แผนที Digital Terrain Model (DTM) /


Digital Elevation Model (DEM) นํามาใชในการตดตามการเจริญเตบโตของออยตอไป ซึงเกษตรกร




ผูประกอบการหรือผูสนใจสามารถนําไปประยุกตใชโดยไมมีคาใชจาย

ี่
ซอฟตแวรทนิยมใช ราคา
WebODM ไมมีคาใชจายในการใชงาน


Pix4Dmapper Pro 1 เดอน ราคาอยท 9,000 บาท 1 ป ราคาอยที 100,000 บาท ใบอนญาตถาวร ราคาอยท ่ ี








250,000 บาท
Agisoft PhotoScan ใบอนุญาตมาตรฐาน ราคาอยูที่ 100,000 บาท
Professional Edition



3Dsurvey ใบอนญาตถาวร ราคาอยท 107,771.44 บาท


Drone2Map for ArcGIS 1ป ราคาอยูที่ 47,600.25 บาท





Drone Mapper ใบอนญาตถาวร ราคาอยท 35,887.89 บาท

491



ตารางราคา




























ที่มา: https://gistnu.wordpress.com/2019/03/24/uav-software/







3. ไดขอมลการจดการแปลงผลตออยในพืนทขนาดใหญ เทคนิคการประเมนสภาพแปลงปลก การ





ประเมนความลาดชนและความสมาเสมอของแปลงปลก โดยใชภาพถายจากอากาศยานไรคนขบ ผานการ


















ประมวลผลโดยใชซอฟตแวรโอเพนซอรซ (Open source software) ซึงเปนซอฟตแวรทไมมคาใชจายในการ
















ตดตงเพือการใชงานและยงใชงานไดโดยงาย โดยวิธีการประเมนสขภาพพืชเบองตน (Plant Health map)















จากการใชกลองทใชเซ็นเชอรแบบ RGB ซึงเปนอุปกรณมาตรฐานทตดตงในอากาศยานไรคนขบ ผานการ










ประมวลผลโดยใชซอฟตแวรโอเพนซอรซ (Open source software) ซึงเปนซอฟตแวรทไมมคาใชจายในการ



ติดตั้งเพื่อการใชงานและยังใชงานไดโดยงาย การเก็บตัวอยางวิเคราะหในพื้นทปลูก 1 ไร ใชตัวอยางประมาณ

ี่


15-20 ตัวอยางตอไร คาใชจายในการวิเคราะหตัวอยางตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง อัตราคา



วิเคราะหและทดสอบวัตถตวอยาง พ.ศ. 2561 คาใชจายในการทดสอบปริมาณไนโตรเจนทงหมด (Total






Nitrogen : N) ในพืช ราคาตัวอยางละ 400 บาทไมรวมคาดําเนินการเก็บตัวอยางในพื้นที่ 100 ไร จะมีตัวอยาง

ทั้งหมด 2,000 ตวอยาง คดเปนเงิน 80,000 บาท สาหรับการวิเคราะห แตการใชอากาศยานไรคนขับถายภาพ









ประเมนผลผาน WebODM ซึงเปนซอฟตแวรรหสทเปด มคาใชจายอยประมาณ 25,000 บาท เทานั้น เวลา











ดาเนินการวิเคราะหในหองปฏิบัตการใชเวลา 15-30 วัน แลวแตปริมาณเครืองมอ อากาศยานไรคนขับสามารถ







ประมวลผลไดภายใน 3-5 วันขึ้นอยูกับสมรรถนะเครื่องคอมพิวเตอร



ตารางเปรยบเทยบ
วิธี คาใชจาย (บาท) เวลา

วิเคราะหหองปฏิบัตการ 80,000 15-30 วัน
ภาพถายทางอากาศ 25,000 3-5 วัน

492



- ผลลัพธ (outcome)












เกษตรกร เจาหนาทและผประกอบการ สามารถเขาถึงเทคโนโลยการจดการปุยตามคาวิเคราะหดน



แบบแมนยาของกรมวิชาการเกษตร การใชอากาศยานไรขับในประเมนสภาพแปลงปลกขนาดใหญและวิธีการ



ประเมินสุขภาพพืชเบื้องตน นําไปปรับใชในกระบวนการผลผลตออยไดอยางมีคุณภาพ
- ผลกระทบ (Impact)








เกษตรในกลมทดาเนินการผลตออยโดยใชเทคโนโลยสมยใหม โดยมงเนนทาการเกษตรในรูปแบบ








แปลงผลตขนาดใหญ สามารถปรับใชเทคโนโลยทสอดคลองและเหมาะสมกับรูปแบบการผลตออยในประเทศ




ลดความเสี่ยงในการดําเนินกิจกรรมทางการเกษตร มีการบริการจัดการภายใตขอมูลที่ถูกตอง แมนยํา

8. ปญหา/อุปสรรคและขอเสนอแนะ






ปญหาในเรืองของงบประมาณ และความตอเนืองของงาน การพัฒนาทมงานในการดาเนินงาน และ

การเกิดโรคตดเชอไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทาใหไมสามารถดาเนินการจดอบรมไดตามเวลาและ












จานวนผเขาอบรมตามทกําหนด และยงขาดงบประมาณในการพัฒนาระบบการนับตนพืช (Plant Stand




Counting) สําหรับใชในการประเมินจํานวน เพื่อคาดการณผลผลิตอยางแมนยํา
ตัวอยางการนับจํานวนตนพืช

493




9. ภาพประกอบการดาเนินงาน

494



โครงการเรียนรูการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินคาเกษตร


ธีรวุฒ วงศวรัตน108

1*

ผลการดําเนินงานโครงการศูนยเรียนรูการเพิ่มประสิทธิภาพสินคาเกษตร (ศพก.) ปงบประมาณ 2563



ผลวิเคราะหสภาพพื้นที่เปาหมายกอนดาเนินการ ดังนี้ ใชพื้นที่ ศพก. บานโสกจาน เนืองจากเปนจดท ่ ี









มเกษตรกรเขามาเรียนรูอยางตอเนืองและนําไปเปนแนวทางการปฏบต ศนยวิจยพืชไรขอนแกนเปนหนวย




















งานวิจยทมงานผลงานวิจยเกียวกับเทคโนโลยีการผลตถวลสงจงดําเนินการทาแปลงตนแบบ “การเพิ่ม





ประสทธิภาพการผลตถวลสง” ทังหมด 3 แปลง เปนแปลงในพืนท ศพก. หลก (บานโสกจาน) มนายสริยนต












พิเชฐพงศวิมต เปนเจาของศพก. และ ศพก. เครือขาย 2 แปลง ไดแก บานหนองแวงโอง และบานหนองแวงไร



มีนางประภาพร กุนะ และ นายธัชชัย อัคฮาด เปนเจาของ ศพก. ตามลําดับ ผลงานวิจัยที่นําไปใช ไดแก พันธุ

ถั่วลิสงขอนแกน 5 การใสปุยตามคาวิเคราะหดิน การใชไรโซเบียม การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปถั่ว







ลสงเพือเพิมมลคา ในการจดทาแปลงตนแบบ พบวา ไดผลผลตฝกสด (กก./ไร) ผลผลิตฝกแหง (กก./ไร)




เปอรเซ็นตกะเทาะ ดงตารางท 1




ตารางที่ 1 ผลผลิตของถั่วลิสงพันธุขอนแกน 5 ที่ไดจากแปลงตนแบบ

แปลงตนแบบ ผลผลิตฝกสด (กก./ ผลผลิตฝกแหง เปอรเซ็นตกะเทาะ น้ําหนัก 100 เมล็ด
ไร) (กก./ไร) (กรัม)
แปลง ศพก.หลัก 740 264 60.1 42.3
บานโสกจาน
แปลง ศพก. เครือขาย 800 285 55.1 44.2
(บานหนองแวงโอง)
แปลง ศพก. เครือขาย 1200 420 64.1 44.5
(บานหนองแวงไร)

ผลผลตของถวลสงจากแปลงตนแบบ ศพก. หลก บานโสกจาน ไดนํามาแปรรูปเปนผลตภณฑตางๆ





























เชน ขาวตงหนาถวลสง ถวลสงเคลอบ ถวลสงอบเนย สรางรายไดเสริมใหเกษตรเจาของ ศพก. ผลผลตของ







ถวลสงจากแปลงตนแบบ ศพก. เครือขาย บานหนองแวงโอง ขายในรูปถวลสงฝกสดทงหมด 35 บาทตอ















กิโลกรัม ในขณะทผลผลตของถวลสงจากแปลงตนแบบ ศพก. เครือขาน บานหนองแวงไร แบงเปนขายในรูป




ถั่วลิสงฝกสด 35 บาทตอกิโลกรัม ชายถั่วลิสงฝกแหง 45 บาทตอกิโลกรัมสาหรับการนําไปเปนเมลดพันธุ และ

นําไปแปรรูปเปนผลิตภัณฑ นอกจากนี้เมล็ดถั่วลิสงบางสวนเก็บไวสําหรับบริโภคในครัวเรือน

1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
* Corresponding Author E-mail: [email protected]


Click to View FlipBook Version