445
ุ
ี่
ตารางท 16 ผลวิเคราะหปยอินทรีย (กากตะกอนหมอกรองออย) ฤดูปลูกป 2560/61, 2561/2562 และ
2562/63
รายการวิเคราะห 2560/61 2561/62 2562/63
1. pH (1:10) 5.6 5.6 4.2
2. Moisture Content at 75 deg.C 20 hrs. (%) 68.2 68.2 29.5
3. Total Nitrogen (%) 1.5 1.5 0.7
4. Total Phosphorus, as P O (%) 1.7 1.7 1.5
2 5
5. Total Potassium, K O (%) 0.5 0.5 1.7
2
6. Organic Carbon (%) 36.4 36.4 13.8
7. C/N 24/1 24/1 11/1
8. Cao (%) 1.7 1.7 -
9. MgO (%) 0.4 0.4 -
10. Sodium (%) - - 0.1
446
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
ุ
การใสปยเคม เกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร เปนกรรมวิธีทเหมาะสมสาหรับการผลตมน
ี
ํ
่
ี
ุ
ิ
ั
่
สําปะหลัง ซึ่งใหผลผลิตหัวสดสูงกวากรรมวิธีอื่น และปลดปลอยคารบอนไดออกไซคนอยกวากรรมวิธีอืน
ุ
ุ
ํ
่
ี
ู
ี
ั
ั
ยกเวนกรรมวิธีทไมใสปย ขอแนะนําควรมการไถกลบเศษซากพืช หรือใสปยอินทรีย หรือปลกมนสาปะหลง
หมุนเวียนพืชตระกูลถั่วเพื่อเพิ่มอินทรียคารบอนในดิน
กิตตกรรมประกาศ
ิ
ี
่
ั
ขอขอบคณสานักวิจยและพัฒนาการเกษตรเขตท 3 ทชวยอนุเคราะหการวิเคราะหคณภาพของปย
่
ี
ุ
ํ
ุ
ุ
ี
่
ั
็
ั
่
ู
ั
ั
หมกกากตะกอนหมอกรอง ศนยวิจยพืชไรชยนาททใหความอนุเคราะหเมลดพันธุถวเขยวพันธุชยนาท 84-1
ั
ี
่
และศนยวิจยพืชไรอุบลราชธานีทใหความอนุเคราะหเมลดพันธุถวพุมพันธุอุบลราชธานี เพือใหงานวิจยสาเร็จ
ํ
ู
ั
ั
่
ี
่
ั
็
ลุลวงไปดวยด ี
เอกสารอางอิง
Anderson JPE (1982) Soil respiration. In: Page AL, Miller RH, Keeney DR (eds) Methods of soil analysis, part
2. Am Soc Agron, Soil Sci Soc Am, Madison Wisconsin, pp 831-871
Bray, R.H. and L.T. Kurtz. 1945. Determination of total organic and available forms of phosphorus in soils.
Soil Sci. 59: 39-45.
Jones, P.D. and K.R. Briffa. 1992. Global surface air temperature variations during the twentieth century:
Part 1, spatial, temporal and seasonal details. The Holocene. 2:165- 179
Lal, R. 2004. Soil Carbon Sequestration to Mitigate Climate Change. Geoderma 123: 1-22.
Peech,M. 1965. Soil pH by glass electrode pH meter, pp. 914-925. In C.A. Black, D.D.Evans, R.L. White,
L.E.Ensminger, F.E. Clark and R.C. Dinsuer (eds). Method of Soil Analysis Part 2 : Physical and
microbiological Propertics, Including Statistics of Measurement and Sampling American Society of
Agronomy Inc., Pubisher Madison,USA.
Schollenberger, C.L. and R.H. Simon. 1945. Determination of exchange capacity and exchangeable bases in
soil-ammonium acetate method. Soil Sci. 59:13-24.
Walkley, A. and C.A. Black. 1934. An examination of Degtjareff method for determining soil organic matter
and a proposed modification of the chromic acid titration method. Soil Sci. 37: 29-37.
Yonekura, Y.S.O, Y. Kiyono, D. Aksa, K. Morisada, N. Tanaka and M. Kanzaki. 2010. Changes in Soil Carbon
Stock after Deforestation and Subsequent Establishment of “Imperata” Grassland in the Asian
Humid Tropics. Plant Soil. 329: 495-507.
447
แผนงานวิจัย
วิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและจัดทําฐานขอมูลดีเอ็นเอบารโคดของพืชที่มี
ศักยภาพทางเศรษฐกิจ (โครงการวิจัยเดี่ยว)
448
ดีเอ็นเอบารโคดและความหลากหลายของพันธุกรรมของมันสําปะหลัง
ุ
2
ิ
ธีรวุฒ วงศวรัตน103 กาญจนา พฤษพนธ104 ประพิศ วองเทียม105 และภาคภูมิ ถิ่นคํา
ั
1*
3
1
บทคัดยอ
ั
ํ
การประเมนลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอสาหรับใชเปนดเอ็นเอมาตรฐานเพือใหไดดเอ็นเอบารโคดท ่ ี
ิ
ี
ี
่
ี
ํ
ี
ี
ี
ี
่
ุ
ั
มคณลกษณะเหมาะสม โดยการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวยเทคนิค PCR ดวยไพรเมอรสากลจากดเอ็นเอบริเวณ
นิวเคลียรไรโบโซมอลและคลอโรพลาสต 10 ยีน แลวตรวจสอบคณภาพของลําดบนิวคลีโอไทดดวยวิธี BlastN
ั
ุ
และทดสอบประสทธิภาพของการจาแนกชนิดและพันธุมนสาปะหลงดวยสรางแผนภูมความสัมพันธทาง
ั
ิ
ิ
ํ
ั
ํ
พันธุกรรมดวยวิธี Neighbor-joining พบวา ไพรเมอรสากลของยน rbcL, trnH-psbA, matK และ ITS2
ี
ํ
้
่
ี
ี
ํ
ิ
ู
ํ
ั
สามารถเพิมปริมาณชนดเอ็นเอเปาหมายอยางจาเพาะมผลสาเร็จสง 100 94 และ 91 เปอรเซ็นต ตามลาดบ มี
ี
็
ํ
้
ิ
ั
้
ขนาดของชนดีเอ็นเอ 615, 426, 794 และ 317 คูเบส แสดงใหเหนวาบริเวณของดเอ็นเอดงหลาวนีทาไดงายม ี
ํ
เปอรเซ็นตความสาเร็จสง แตละลาดบนิวคลโอไทดมีความเหมือนกันกับมันสาปะหลง (Manihot esculenta
ั
ู
ี
ํ
ํ
ั
Crantz) บนฐานขอมลสากล NCBI ท่ระดับความเหมือนสูง 99.05-100% เม่อพิจารณาความผันแปรทาง
ี
ู
ื
่
พันธุกรรมของลําดบนิวคลีโอไทดของทั้ง 4 ยีน พบวา มี matK และ ITS2 ทีมีความผันแปรทางพันธุกรรม แต
ั
ลําดับนิวคลีโอไทดของยีน matK มีเพียง ระยอง 86-13 เทานั้นที่แตกตางจากพันธุอื่น ๆ ในขณะที่ลําดับนิวคล ี
ู
โอไทดของยน ITS2 มความผนแปรทางพันธุกรรมมากกวา และสามารถใชเปนขอมลนํามาสรางแผนภม ิ
ี
ี
ู
ั
ุ
ํ
ํ
ั
ํ
ั
ความสมพันธทางพันธุกรรมโดยสามารถมนสาปะหลงออกเปน 5 กลม และสามารถจาแนกชนิดมันสาปะหลัง
ั
ออกจากพืชนอกกลุมทดลอง คือ สกุลยางพาราไดอยางชัดเจน ดังนั้น ลําดับนิวคลีโอไทดของดีเอ็นเอมาตรฐาน
้
ั
ITS2 สามารถใชเปนดีเอ็นเอบารโคดเพื่อเปนเครื่องมือจําแนกระดับพันธุของมันสําปะหลังได ดงนันลาดบ นิ
ั
ํ
ี
ึ
ื
ํ
่
ี
่
ี
ํ
วคลโอไทดของยน ITS2 จงเหมาะสาหรับการนํามาใชเปนดเอ็นเอบารโคดไดอยางหนึง เมอทาการทดสอบ
ประสทธิภาพของดเอ็นเอบารโคดพบวา ลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอบารโคดของตวอยางทเก็บมา
ํ
ี
ั
ั
ี
ี
ิ
ี
่
(unknown) ท่ขอมูลกันกับขอมูลมาตรฐานอางอิงบนฐานขอมล NCBI 100 เปอรเซ็น และขอมูลลักษณะ
ู
ี
่
ํ
ี
ี
้
ี
ประจาพันธุทปรากฎ ดงนัน ลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณยน ITS2 จงมประสทธิภาพสามารถใชเปนขอมล
ิ
ั
ึ
ํ
ี
ั
ู
ดเอ็นเอบารโคดของมนสาหะหลงได
ั
ี
ั
ํ
คําสําคัญ: ดเอ็นเอบารโคด ดเอ็นเอมาตรฐาน ความสัมพันธทางพันธุกรรม มันสําปะหลัง
ี
ี
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 สํานักคุมครองพันธุพืช กรุงเทพมหานคร
3 สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรุงเทพมหานคร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
449
คํานํา
ั
ิ
้
ุ
ํ
ี
่
ิ
ั
ํ
ั
ื
่
ิ
ั
มนสาปะหลง เปนวัตถดบทสาคญในการผลตทงอาหารมนุษย อาหารสตว สงอุปโภค เครืองมอทาง
่
ั
ั
ิ
ี
การแพทย และเปนพืชพลงงานทดแทน ซึงมตลาดอุตสาหกรรมรองรับผลผลตทางการเกษตร ภาวะการผลต
ิ
่
ิ
ี
ั
ั
ั
้
่
ี
่
ิ
ํ
มนสาปะหลง ป 2564 คาดวามพืนทเก็บเกียว 9.09 ลานไร ผลผลต 29.883 ลานตน ผลผลตตอไร 3.29 ตน
ั
่
เมอเทยบกับป 2563 พบวา พืนทเก็บเกียว ผลผลตและผลผลตตอไร เพิมขนรอยละ 1.91 รอยละ 3.05 และ
ี
ื
่
ิ
้
ึ
่
ี
่
้
ิ
ั
รอยละ 1.23 ตามลาดบ (ขอมูลเศรษฐกิจการเกษตร, 2564) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลัง ใหได
ํ
ี่
ุ
ั
ิ
ผลผลตตอไรสง เกษตรกรจาเปนตองมีระบบการจดการทดี ทงการเตรียมดนปลก การจดการปยและน้ําอยาง
ู
ํ
ู
ั
ั้
ิ
ั
เหมาะสม ตรงตามความตองการของพืช การดูแล ปองกัน กําจัดวัชพืช โรคและแมลงศัตรูพืช รวมท้งการ
เลือกใชพันธุมันสําปะหลังพันธุดีและตรงตามพันธุ การใชพันธุมันสําปะหลังที่ไมตรงตามพันธุ มีผลทาใหผลผลต
ิ
ํ
ต่ํามาก สรางความเสียหายใหเกษตรกรคอนขางมากโดยเฉพาะเกษตรรายยอย ดังนั้นการจําแนกและระบพันธุ
ุ
ิ
มันสําปะหลังใหชัดเจนและถูกตองเปนเรื่องท่สําคัญอยางย่ง การจําแนกลักษณะประจําพันธุ 50 ลักษณะ
ี
ั
ู
ื
ื
ั
ู
ู
ั
แบงเปนลกษณะประจาพันธุหลงจากการเพาะปลก หลงเพาะปลก 6 เดอน หลงเพาะปลก 9 เดอน และชวง
ํ
ั
่
การเก็บเกียว (Fukuda et al., 1998) ขั้นตอนการจําแนกและระบุพันธุของมันสําปะหลังตามลักษณะดังกลาว
ตองใชผูเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความไมสม่ําเสมอของตัวอยางเนื่องจากสภาพแวดลอม และใชระยะเวลาในการ
ี่
พิสจนนาน รายงานทางดานชวโมเลกุลทผานมายังมุงเนนทความหลากหลายเพื่อการปรับปรุงพันธุ จงยังไมมี
ี
ึ
ู
ี่
ํ
ี
่
ิ
ั
ั
ํ
ู
ั
ั
ขอมลทางพันธุกรรมระดบลาดบนิวคลโอไทดของพันธุมนสาปะหลงของกรมวิชาการเกษตร โดยเฉพาะอยางยง
ขอมลลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอในคลอโรพลาสต (Chloroplast DNA; cpDNA) และดเอ็นเอในนิวเคลียรไร
ี
ี
ั
ํ
ี
ู
่
ุ
ํ
ั
โบโซมอล (nuclear ribosomal DNA; nrDNA) ซึงถูกนํามาใชประโยชนในการจดจาแนกพืชกันมากในปจจบัน
ี
ี
ํ
สาหรับพืชดเอ็นเอบนคลอโรพลาสตซึงมตาแหนงจาเพาะไดแกยน rbcL matK rpoC1 rpoB และชนดเอ็นเอ
ํ
ํ
่
ี
ิ
้
ี
ี
ระหวางยน intergenic spacers trnH-psbA (Hajibabaei et al., 2007; Ford et al., 2009) การใชความ
ํ
ั
ี
ี
ผนแปรของลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอในคลอโรพลาสบริเวณ intergenic spacers 5´-trnS-trnG, 3´-
ั
ั
ั
ี
trns-trnG และ trnT-trnL พบวาบริเวณดงกลาวมความผนแปรสงและสามารถนําไปใชในการวิเคราะห
ู
ี
ั
ั
ความสมพันธทางวิวัฒนาการระดบสปชสของ Pilosocereus aurisetus group (Cactaceae) ไดมากวาการ
ั
ู
ุ
วิเคราะหดวยการใชอนุกรมวิธาน (Bonatelli et al., 2013) ในการตรวจพิสจนเอกลกษณของสมนไพรบาง
ชนิดเชนขง (Zingiber officinale Rosc.) เรว (Amomum uliginosum K.D.Koenig) โดยการศกษา
ึ
ิ
ี
ี
่
เครืองหมายดเอ็นเอจากขอมลลาดบนิวคลโมไทดของนิวเคลยรดเอ็นเอบริเวณ internal transcribed space
ี
ี
ั
ู
ํ
ู
ี
ระยอง 1 (ITS1) ท่อยระหวางไรโบโซมอลดีเอ็นเอชนิด 18S และ 5.8S (Jiang et al., 2002; Qiao et al.,
2009) อยางไรก็ตาม การศึกษาวิเคราะหลําดับนิวคลีโอไทดของของดีเอ็นเอพืชควรใชตําแหนงดีเอ็นเอมากกวา
ั
ู
ํ
1 ตาแหนงรวมกันเพื่อใหไดผลการวิเคราะหทถกตองและแมนยําเพิ่มขน ในการจาแนกพืชระดบชนิดสามารถ
ี่
ึ้
ํ
ู
ํ
ทาไดดวยการนําขอมลลาดบนิวคลโอไทดของชนดเอ็นเอ trnH-psbA รวมกับ ITS2 ในการสรางความสมพันธ
ั
ํ
ี
ั
ี
ิ
้
ํ
ทางพันธุกรรม (Pang et al., 2012) การจาแนกพืช Hippophae species (Shaji) ดวยการอาศัยลักษณะทาง
ี
ํ
ั
สัณฐานวิทยาทําไดยาก แตก็สามารถจําแนกไดทั้งระดับชนิดและชนิดยอยไดดวยการประยุกตใชลาดบนิวคลโอ
้
ิ
้
ไทดชนดเอ็นเอบริเวณ trnH-psbA รวมกับ ITS2 (Liu et al., 2015) วัตถุประสงคการทดลองนี ศึกษาดีเอ็นเอ
ี
450
ื
บารโคด และความสัมพันธทางพันธุกรรมของมันสําปะหลัง และจัดเก็บเช้อพันธุกรรมมันสําปะหลัง เพื่อ
อนุรักษและเก็บรักษาในธนาคารเชื้อพันธุกรรมพืชในสภาพแปลงปลูก และธนาคารดีเอ็นเอ (DNA bank)
วิธีดําเนินการ
1. อุปกรณ
1.1 วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือสําหรับการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอและการตรวจสอบผลผลิตพีซีอาร
1.1.1 เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดวยเทคนิคพีซีอาร
่
ี
1.1.2 เครืองแยกขนาดดเอ็นเอดวยกระแสไฟฟา แบบแนวนอน
1.1.3 เครื่องปนแยกสารควบคุมอุณหภูมิไดชนิดตั้งโตะ
1.1.4 เครืองดูดจายสารละลาย
่
1.2 ชุดน้ํายาและสารเคมีที่ใชสําหรับงานดานเครื่องหมายโมเลกุล
1.3 กลองถายภาพ
2. วธีการ
ิ
ขั้นตอน 1 การประเมินลําดับนิวคลีโอไทดของดเอ็นเอมาตรฐานเพื่อใชเปนดีเอ็นเอบารโคด
ี
1. ตัวอยางมันสําปะหลัง
- พันธุมันสําปะหลังที่ไดการรับรองพันธุโดยกรมวิชาการเกษตร ไดแก พันธุระยอง 1 ระยอง 2 ระยอง
3 ระยอง 5 ระยอง 7 ระยอง 9 ระยอง 11 ระยอง 86-13 ระยอง 60 ระยอง 72 และระยอง 90
ํ
ั
ื
ํ
ั
่
ี
- พันธุมนสาปะหลงทเปนพันธุจากความรวมมอกันระหวางกรมวิชาการเกษตรและสานักงานพัฒนา
ี
ิ
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยแหงชาต ไดแก พันธุพิรุณ 1 และ พิรุณ 2
- พันธุมันสําปะหลังที่ไดรับการปรับปรังพันธุจากแหลงอื่นๆ ไดแก พันธุพิรหวยบง 60 หวยบง 80 และ
เกษตรศาสตร 50
- พันธุพื้นเมือง ไดแก พันธุหานาท ี
- ตัวอยางนอกกลุมที่ศึกษา (Outgroup) ใชยางพารา (Hevea brasiliensis (Kunth) Muell. Arg.)
2. การเก็บขอมูลลักษณะประจําพันธุและจัดทําพรรณไมแหง
บันทึกลักษณะประจําพันธุของมันสําปะหลังเพื่อตรวจสอบความถูกตองของพันธุท่นํามาใชในการ
ี
ุ
ทดลองนี แบงเปนหลงการเพาะปลกทอาย 4 เดอน 5 ลักษณะ ไดแก 1) สยอดออน 2) สของใบออน 3) ขนที ่
ื
ี
่
ู
ี
้
ี
ั
ั
ุ
ี
ื
่
่
่
ยอดออน 4) สกานใบ 5) รูปรางของแฉกทอยกลางใบ กอนเก็บเกียวทอาย 11 เดอน 4 ลกษณะ ไดแก 6) สี
ี
ู
ี
ของลาตน 7) การมีขั้วของหัว 8) สีผิวเปลือกชั้นนอกของหัว 9) สีเนื้อของหัว ซึ่งดําเนินการปฏิบัติตามคูมือการ
ํ
ั
บันทึกขอมูลของกรมสงเสริมการเกษตร (2559) จัดทําการเก็บรักษาหลักฐานอางอิงงานวิจัยของมันสําปะหลง
ทั้ง 17 พันธุในรูปตัวอยางพรรณไมแหงไวในพิพิธภัณฑพืชกรุงเทพ กรมวิชาการเกษตร (Bangkok Herbarium, BK)
451
3. การสกัดดีเอ็นเอ การเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ และการวิเคราะหหาลําดับนิวคลีโอไทด
ํ
ั
ี
่
ั
่
ิ
็
้
ั
นําใบมนสาปะหลงมาหนเปนชนเลก ๆ ประมาณ 0.1 กรัม ใสลงในโกรงทีมไนโตรเจนเหลว บดให
ํ
้
ละเอียดเปนผงแลวใชชดน้ายาสกัดดเอ็นเอสาเร็จรูป (DNA extraction GF-1, vivantis) จากนันตรวจสอบ
ี
ุ
ํ
่
ุ
คณภาพสารละลายดเอ็นเอทสกัดไดการวัดคาการดดกลนแสง นําสารสกัดดีเอ็นเอตัวอยางทั้งหมดมาเจือจางให
ี
ู
ื
ี
้
มความเขมขน 100 ng/ul จากนันเพิมปริมาณดเอ็นเอดวยเทคนิค PCR บริเวณ10 ยน ไดแก rpoC1, rbcL,
่
ี
ี
ี
matK, ITS, ITS2, trnH-psbA, trnL-F, psbK-psbI, atpF-atpH และ rpoB ใชไพรเมอรสากล 29 คตรวจสอบ
ู
์
ิ
ผลผลต PCR ดวยเทคนิค Agarose gel electrophoresis หลังจากนั้นทําดีเอ็นเอใหบริสุทธิ และวิเคราะห
ํ
ั
ลาดบนิวคลโอไทดดวยเครื่อง IIIumina Hiseq (illumine) ดวย เทคนิค BT-Sequencing (Barcode taq
ี
sequencing base on Next generation sequencing ตามกรรมวิธีของบริษท Celemics ประเทศสาธารณรัฐ
ั
เกาหล ี
4. การวิเคราะหลําดับนิวคลีโอไทดและการสรางแผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรม
ั
ี
นําขอมูลลําดับนิวคลโอไทดที่ไดมาจดเรียงตาแหนงเปรียบเทยบกันโดยใชโปรแกรม ClustalW2 ดวย
ี
ํ
ู
ี
ั
่
ุ
็
วิธี Multiple alignment ใหถกตองตรงกันทกตวอยาง เพือเปรียบเทยบใหเหนความผนแปรทางพันธุกรรม
ั
ของดเอ็นเอ นําลําดับนิวคลีโอไทดมาสรางแผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรมดวยโปรแกรม MEGA 6.0
ี
(Molecular Evolution Genetics Analysis) ดวยวิธี Neighbor-joining โดยกําหนดคา bootstrap test ที ่
1,000 ซ้ํา
ขั้นตอนที่ 2 การหลากหลายทางพันธุกรรมของมันสําปะหลังโดยใชเครื่องหมายดีเอ็นเอบารโคด
1. การสกัดดีเอ็นเอ
เก็บสวนของใบออนของมันสาปะหลังทั้งหมด 120 พันธุ/สายพันธุ/หมายเลขพันธุ ที่ปลูกในแปลงการ
ํ
รักษาเชื้อพันธุกรรมแปลงพันธุไทย ศูนยวิจัยพืชไรระยอง นํามาสกัดดเอ็นเอโดยหั่นใบออนมันสําปะหลังเปนชน
ิ
ี
้
เลก ๆ ประมาณ 0.1 กรัม ใสลงในโกรงทมีไนโตรเจนเหลว บดใหละเอียดเปนผง แลวสกัดดีเอ็นเอจากชดสกัด
็
ุ
ี่
ํ
ุ
ี
สาเร็จรูป Plant DNA Extraction kit (Vivantis Technology) จากนันตรวจสอบปริมาณและคณภาพดเอ็น
้
ี
ี
่
เอดวยเครืองวัดคาการดดกลนแสง แลวนําสารสกัดดเอ็นเอทสกัดไดจากทง 120 พันธุ จากนั้นใหนําสารสกัดดี
่
้
ู
ั
ื
เอ็นเอที่ไดมาประเมินคุณภาพและปริมาณดีเอ็นเอดวยเครื่องดูดกลืนแสงที่ความยาวคลื่น A 260 /A
280
2. การเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ
ี
่
ี
ู
ิ
นําสารสกัดดเอ็นเอทไดมาใชเปนสารพันธุกรรมดเอ็นเอตนแบบในปฏกิริยาลกโซพอลเมอเรส โดยใช
ิ
ี
ี
่
ั
ี่
ี
่
ื
ิ
เครืองหมายดเอ็นเอบารโคดทคดเลอกได ตรวจสอบผลผลตทีไดดวยวิธี Electrophoresis เมื่อไดผลผลตทมี
่
ิ
ิ
ี
้
ี
่
ขนาดของชนทถูกตอง นํามาแยกบริสุทธิ์ ดวยชุดแยกบริสทธิ์สําเร็จรูป สงผลผลตดเอ็นเอทไดจากการเพิมปริมาณ
ุ
่
ี
ิ
่
ดเอ็นเอของคลอโรพลาสต และดเอ็นเอของนิวเคลียรไรโบโซมอลของมันสําปะหลังไปวิเคราะหหาลาดบนิวคลโอไทด
ี
ี
ั
ี
ํ
3. การสรางแผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรม
ํ
ี
ี
นําขอมูลลําดับนิวคลโอไทดที่ไดมาจดเรียงตาแหนงเปรียบเทยบกันโดยใชโปรแกรม ClustalW2 ดวย
ั
วิธี Multiple alignment ใหถกตองตรงกันทกตวอยาง จากนั้นนําขอมลลาดบนิวคลโอไทดมาสรางแผนภูมิ
ู
ั
ํ
ี
ู
ั
ุ
452
ั
ความสมพันธทางพันธุกรรมดวยโปรแกรม MEGA 6.0 (Molecular Evolution Genetics Analysis) ดวยวิธี
Neighbor-joining โดยกําหนดคา bootstrap test ที่ 1,000 ซ้ํา
ขั้นตอนที่ 3 การทดสอบระบุพันธุมันสําปะหลัง
การเก็บตัวอยางมันสําปะหลังในแหลงปลูกท่ตาง ๆ จานวน 50 ตัวอยาง มาสกัดดีเอ็นเอและเพิ่ม
ี
ํ
ั
ั
ี
ํ
ี
ํ
ั
ู
ปริมาณดเอ็นเอบริเวณมาตรฐานเก็บบนทกขอมลลกษณะประจาพันธุ แลวนําผลลาดบนิวคลโอไทดทไดมา
ึ
ี
่
ํ
ี
ั
ู
่
ู
ี
เปรียบเทยบกับขอมลลาดบนิวคลโอไทดทใชเปนดเอ็นเอมาตรฐานบนฐานขอมลสากล GenBank เพื่อทดสอบ
ี
ี
ประสทธิภาพการนํามาใชเปนดเอ็นเอบารโคด
ี
ิ
ผลและวิจารณผลการทดลอง
1. ลักษณะประจําพันธุของมันสําปะหลัง
จากการบันทึกลักษณะประจาพันธุของมันสําปะหลังจากตวอยางตนที่เก็บมาสกัดดีเอ็นเอ พบวา 1) สี
ั
ํ
ี
ี
ี
ั
ี
ี
้
ี
ี
ี
ี
ี
ยอดออน สามารถแบงออกไดเปน 7 ส ดงนี สเขยวออน สเขยว สมวงอมเขยว สมวงอมน้าตาล สมวง สเขยว
ํ
ี
ํ
ี
ี
อมมวง สน้าตาลอมเขียว 2) สของใบออน สามารถแบงออกไดเปน 3 สี ดังนี้ สีเขียวออน สีเขียวอมมวง สีมวง
3) ขนทยอดออน สามารถแบงออกไดเปน 2 ลักษณะ ดังนี้ มีขน และไมมีขน 4) สกานใบ สามารถแบงออกได
่
ี
ี
่
ี
ู
ี
ี
เปน 4 ส ดงนี สเขยวออน สเขยวอมชมพู สเขยวอมแดง สแดงเขม 5) รูปรางของแฉกทอยกลางใบ สามารถ
ี
ี
ี
ั
้
ี
ี
ี
ี
แบงออกไดเปน 4 รูปแบบ ดงนี ใบหอกปลายมน ใบแหลมแบบใบหอก ใบหอก และ ใบหอกกลบ 6) สของ
ั
้
ั
ํ
ี
ื
ี
ี
ี
ํ
ํ
ี
ํ
ั
ลาตน สามารถแบงออกไดเปน 5 ส ดงนี สเขยวเงิน สเขยวอมน้าตาล สน้าตาลอมเหลอง สน้าตาลอมสม ส ี
ี
ี
้
ํ
น้าตาลออน 7) การมีขั้วของหัว สามารถแบงออกไดเปน 2 ลักษณะ ดังนี้ มีขั้วของหัว และไมมีขั้วของหัว 8) สี
ผิวเปลือกชั้นนอกของหัว สามารถแบงออกไดเปน 4 สี ดังนี้ สีน้ําตาลออน สีขาวครีม สีน้ําตาล สีน้ําตาลเขม 9)
ั
สเนือของหว สามารถแบงออกไดเปน 3 สี ดังนี้ สีขาว สีขาวครีม และสีเหลืองออน ขอมูลลักษณะประจาพันธุ
ํ
ี
้
ั
ั
ั
ู
ํ
้
ของมนสาปะหลงแตละพันธุถกตองตรงตามลกษณะประจาพันธุ ตวอยางเหลานีไดถกดาเนินการเก็บตวอยาง
ํ
ู
ํ
ั
ั
พรรณไมแหงเพื่อใชเปนพันธุไมอางอิงงานวิจัยไวท่พิพิธภณฑพืชสิรินธร ซึ่งมีหมายเลขอางอิง (voucher
ี
ั
ั
ี
่
specimen) ดงตารางท 1
2. การตรวจสอบลําดับนิวคลีโอไทด
ู
ั
ผลการทดลองพบวาสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอไดท้ง 29 คไพรเมอร ของยีนท้ง 10 บริเวณ ม ี
ั
ไพรเมอรเพียง 4 ค ไดแก ไพรเมอร rbcLFwd/Rev ของบริเวณ rbcL, ไพรเมอร psbA3_F/trnHf_05 ของ
ู
บริเวณ trnH-psbA, ไพรเมอร matK_3F_KIM_A/1R_KIM ของบริเวณ matK และ ไพรเมอร ITS3/4 ของ
ี
ี
ํ
ี
บริเวณ ITS2 ทสามารถเพิมปริมาณดเอ็นเอของมนสาปะหลงไดครบทง 17 พันธุ โดยมขนาดดเอ็นเอ 615,
้
ั
ั
่
่
ั
ี
ี
ู
ั
ื
ื
ํ
ั
ํ
ี
ั
้
่
426 794 และ 317 คเบส ตามลาดบ เมอตรวจสอบความเหมอนของลาดบนิวคลโอไทดจากทง 4 ยน บน
่
ฐานขอมูล NCBI พบวามีความเหมือนกันกับ Manihot esculenta Crantz ที 100%, 99.77%, 99.87-100%
ํ
และ 99.05-100% ตามลําดับยีน ซึ่งขอมูลนี้ยืนยันไดวาลําดับนิวคลีโอไทดที่ไดจากมันสาปะหลังทั้ง 17 พันธุมี
ความถูกตอง และแสดงใหเห็นวาการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอบริเวณทั้ง 4 ยีน นี้ทําไดงายดวยเทคนิค PCR
453
3. การวิเคราะหความผันแปรของลําดับนิวคลีโอไทดบริเวณจําเพาะ
ื
่
เมอเปรียบเทียบลําดับนิวคลีโอไทดของยีน rbcL, trnH-psbA, matK และ ITS2 ในมันสําปะหลังทั้ง 17
พันธุ ดวยโปรแกรม ClustalW2 พบวามีลําดับนิวคลีโอไทดของยีน rbcL และ trnH-psbA ไมมีตาแหนงที่ผัน
ํ
ี
แปรระหวางพันธุ ในขณะที่ยีน matK และ ITS2 มีตําแหนงลําดับนิวคลีโอไทดผันแปรระหวางพันธุ (ตารางท 2)
่
ํ
ํ
ี่
ยีน matK มีลาดับนิวคลีโอไทดทผันแปรกันระหวางพันธุในรูปแบบพิวรินทรานสิชัน 1 ตาแหนง (ตําแหนงท ี่
A561G) ทําใหเปนเอกลักษณเฉพาะของพันธุ ระยอง86-13 เมื่อพิจารณาลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2 ของ
ื
ํ
มันสําปะหลังทั้ง 17 พันธุ พบวา มีตําแหนงลําดับนิวคลีโอไทดทผันแปรระหวางพันธุอยู 5 ตาแหนง คอ ตาแหนง
ี่
ํ
ั
ํ
ํ
ที่ผันแปรแบบไพริมิดินทรานสิชัน 2 ตาแหนง (ตาแหนงที่ T97C และ T290C), ทรานสเวอรชน 1 ตาแหนง
ํ
(ตําแหนงที่ A120C) และพิวรินทรานสิชัน 2 ตาแหนง (ตําแหนงที่ A148G และ A249G) ซึ่งตําแหนงที่ 97 แสดง
ํ
ํ
ํ
ี่
ั
ั
เอกลกษณจาเพาะของพันธุ ระยอง72 ตําแหนงท 120 แสดงเอกลกษณจาเพาะของพันธุ Hanatee ตําแหนงท ี่
148 และ 249 แสดงเอกลกษณจาเพาะของพันธุ ระยอง3 ขอมูลลําดับนิวคลีโอไทดของยีน matK และ ITS2
ั
ํ
ถูกจดเก็บไวในฐานขอมูลสากล GenBank และไดรับหมายเลขเฉพาะ (accession number) ดงตารางท 1
ี
ั
่
ั
เนื่องจากลําดับนิวคลีโอไทดของยีน rbcL และ trnH-psbA ไมมีตําแหนงที่ผันแปรระหวางพันธุ จึงไมนํามา
กลาวเปรียบเทียบและวิเคราะหความสัมพันธทางพันธุกรรมในลําดับถัดไป จะใชเพียงขอมูลลําดับนิวคลีโอไทด
ของยีน matK และ ITS2 เพื่อสรางแผนภูมิและวิเคราะหความสัมพันธทางพันธุกรรมเทานั้น
ตารางที่ 1 หมายเลขอางอิงพรรณไมแหง และหมายเลขเฉพาะลําดับนิวคลีโฮไทดของยีน ITS2
ของมันสําปะหลัง 17 พันธุ
หมายเลขเฉพาะลําดับนิวคลีโอไทดของยีน
พันธุมันสําปะหลัง หมายเลขอางอิง
matK ITS2
ระยอง 1 T. Wongwarat et al. no. 01-001 MK834326 MK809337
ระยอง 2 T. Wongwarat et al. no. 01-002 MK834327 MK809338
ระยอง 3 T. Wongwarat et al. no. 01-003 MK834328 MK809339
ระยอง 5 T. Wongwarat et al. no. 01-004 MK834329 MK809340
ระยอง 7 T. Wongwarat et al. no. 01-005 MK834330 MK809341
ระยอง 9 T. Wongwarat et al. no. 01-006 MK834331 MK809342
ระยอง 11 T. Wongwarat et al. no. 01-007 MK834332 MK809343
ระยอง 86-13 T. Wongwarat et al. no. 01-008 MK834333 MK809344
ระยอง 60 T. Wongwarat et al. no. 01-009 MK834334 MK809345
ระยอง 72 T. Wongwarat et al. no. 01-010 MK834335 MK809346
ระยอง 90 T. Wongwarat et al. no. 01-011 MK834336 MK809347
เกษตรศาสตร 50 T. Wongwarat et al. no. 01-012 MK834337 MK809348
หวยบง 60 T. Wongwarat et al. no. 01-013 MK834338 MK809349
หวยบง 80 T. Wongwarat et al. no. 01-014 MK834339 MK809350
พิรุณ 1 T. Wongwarat et al. no. 01-015 MK834340 MK809351
พิรุณ 2 T. Wongwarat et al. no. 01-016 MK834341 MK809352
หานาที T. Wongwarat et al. no. 01-017 MK834342 MK809353
454
ตารางที่ 2 รูปแบบความผันแปรทางพันธุกรรมของลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2
ยีน รูปแบบความผันแปรทาง พันธุมันสําปะหลัง
พันธุกรรม
mat purine transitions (A561G) ระยอง 86-1
K พันธุอนๆ
ื่
ITS pyrimidine transitions ระยอง 72
(T97C) พันธุอนๆ
ื่
transversions (A120C) หานาท ี
พันธุอน ๆ
ื่
purine transitions (A148G) ระยอง 3
พันธุอน ๆ
ื่
purine transitions (A249G) ระยอง 3
พันธุอน ๆ
ื่
pyrimidine transitions ระยอง 2, ระยอง 3, ระอง 7, ระยอง 60, ระยอง 90, เกษตรศาสาตร 50, หวย
(T290C) บง 60, พิรุณ 2
พิรุณ 1, ระยอง 5, ระยอง 9, ระยอง 11, ระยอง 86-13, ระยอง 72, หวยบง
80, หานาท ี
เมื่อนําลําดับนิวคลีโอไทดของยีนยีน matK และ ITS2 ของมันสําปะหลังทั้ง 16 พันธุ และใชยางพารา
ุ
เปนตัวอยางนอกกลมมาวิเคราะหดวยโปรแกรม MEGA เพื่อสรางแผนภูมิความสมพันธทางพันธุกรรมและวิเค
ิ
ํ
ํ
ระหดวยวิธี neighbor-joining โดยกําหนดคา bootstrap test ที 1,000 ซ้า พบวา แผนภมของลาดบนิวคล ี
ู
ั
่
ั
โอไทดบริเวณยีน matK แสดงใหเห็นวามันสําปะหลังพันธุ ระยอง 86-13 ถูกแยกออกมาจากมันสาปะหลงอื่น
ํ
ํ
่
ี
ั
ั
ํ
แตไมสามารถพันธุมนสาปะหลงอีก 15 พันธุได (ภาพที 1A) สวนแผนภมของลาดบนิวคลโอไทดบริเวณยน
ิ
ู
ั
ี
ั
ํ
ี
ั
่
ุ
ี
่
่
ITS2 (ภาพที 1B) สามารถแบงออกไดเปน 3 กลม (ภาพท 1) ดงนี กลมท 1 มนสาปะหลงพันธุหานาทซึงเปน
ั
่
ี
ุ
้
พันธุพื้นเมืองที่นิยมปลูกเพื่อรับประทานถูกแยกออกจากพันธุมันสําปะหลังอื่นๆ กลุมที่ 2 ประกอบดวย ระยอง
1 ระยอง 5 ระยอง 9 ระยอง 86-13 หวยบง 80 พิรุณ 1 และ ระยอง 72 กลมท 3 ประกอบดวย ระยอง 2
ุ
ี
่
ระยอง 7 ระยอง 60 ระยอง 90 เกษตรศาตร 50 หวยบง 60 พิรุณ 2 เมื่อพิจารณาภายในกลุมจะเห็นไดวาพันธุ
ระยอง 3 และ ระยอง 72 ดังนั้นยีน ITS2 มีประสิทธิภาพในการแยกมันสําปะหลังในระดับพันธุไดมากกวา
455
ั
ั
่
ภาพที 1 แผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรมของมันสําปะหลังจํานวน 16 พนธและยางพาราเปนตวอยางนอกกลุม จาก
ุ
ี
ลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2 วิเคราะหโดยโปรแกรม MEGA ดวยวิธ neighbor-joining
โดยกําหนดคา bootstrap test ที่ 1,000 ซ้ํา
4. การหลากหลายทางพันธุกรรมของมันสําปะหลังโดยใชเครื่องหมายดีเอ็นเอบารโคด
เก็บตัวอยางมันสําปะหลังจากแปลงการรักษาเช้อพันธุกรรมแปลงพันธุไทย ศูนยวิจัยพืชไรระยอง
ื
่
ี
ี
ี
ํ
จานวน 120 พันธุ เก็บใบของแตละพันธุมาสกัดดเอ็นเอ นําสารสกัดดเอ็นเอทไดใชเปนสารพันธุกรรมตนแบบ
ํ
่
ี
ื
ั
่
ู
ี
ในการเพิมปริมาณดเอ็นเอ โดยใช universal primer ทคดเลอกแลวจานวน 4 คไพรเมอร ไดแก ไพรเมอร
rbcLFwd/Rev ไพรเมอร psbA3_F/trnHf_05 ของบริเวณ ไพรเมอร matK_3F_KIM_A/1R_KIM และ ไพร
ู
เมอร ITS3/4 โดยมขนาดดีเอ็นเอ 615, 426 794 และ 317 คเบส ซึ่งเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอของยีนบริเวณ rbcL
ี
trnH-psbA matK และ ITS2 ตามลาดบ พบวา การใชไพรเมอร rbcLFwd/Rev ของบริเวณ rbcL, ไพรเมอร
ั
ํ
้
ิ
psbA3_F/trnHf_05 ของบริเวณ trnH-psbA สามารถเพิ่มปริมาณชนดีเอ็นเอเปาหมายอยางจําเพาะมี
ี
้
ํ
ู
ํ
ี
็
ั
ผลสําเร็จสูง 100 เปอรเซ็นต แสดงใหเหนวาบริเวณของดเอ็นเอดงหลาวนีทาไดงายมเปอรเซ็นตความสาเร็จสง
่
ในขณะทการใชไพรเมอร matK_3F_KIM_A/1R_KIM ของบริเวณ matK และ ไพรเมอร ITS3/4 ของบริเวณ
ี
่
ี
ITS2 มีผลการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอสําเร็จ 94 และ 91 เปอรเซ็นต ตามลาดบ (ตารางท 4)
ํ
ั
ตารางที่ 4 ความสําเร็จของการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอโดยใชไพรเมอรสากล
ยีน คูไพรเมอร ไพรเมอร ความสําเร็จของการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ
(เปอรเซ็นต)
rbcL rbcL-C Fwd/Rev 100
TrnH-psbA TrnH-psbA - A psbA3_F (fwd)/ trnHf_05 (rev) 100
matK matK-A 3F KIM A/1R KIM 94
ITS2 ITS2-B ITS3/ITS4 91
456
ี
ํ
ู
ั
ู
์
ุ
้
ิ
ี
่
ํ
ี
ั
ชนดเอ็นเอทสามารถเพิมปริมาณได หลงจากถกทาใหบริสทธิแลวถกสงไปวิเคราะหหาลาดบนิวคลโอ
่
ื
ั
ํ
่
ี
ี
ี
่
ไทด ได DNA barcode 26 รูปแบบ เมอนําลาดบนิวคลโอไทดของแตละยนทไดมาเรียงเทยบดวยโปรแกรม
ี
ั
BioEdit พบวา ลําดับนิวคลีโอไทดของบริเวณยีน rbcL TrnH-psbA และ matK ไมมีความผนแปรระหวาง
ี
ั
ึ
้
ั
ํ
ั
ี
่
ี
พันธุ ในขณะทลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณยีน ITS2 มความผนแปรระหวางพันธุ ดงนันจงไดนําเอาเฉพาะ
ั
ลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณดงกลาวมาใชเปนขอมลวิเคราะหหาความสมพันธทางพันธุกรรมโดยวิธี
ี
ู
ั
ํ
ั
neighbor-joining มีคา Bootstrap จานวน 1000 ซ้ําของการสุมดึงลําดับนิวคลีโอไทดออกในการวิเคราะหแต
ํ
้
ั
ื
่
ละครัง คา Bootstrap มความสมพันธกับความเชอมนในผลการวิเคราะหความสมพันธทางพันธุกรรม พบวา
ี
่
ั
ั
สามารถแบงกลุม 5 กลุม ดังภาพที่ 3 ดังนี้
กลุมที่ 1 ไดแก CMR 31-37-105
กลุมที่ 2 ไดแก CM 523-7
กลุมที่ 3 ไดแก CMR 34-44-40
กลมท่ 4 ไดแก พิรุณ 2 (PR2) ระยอง 2 (R2) เกษศาสตร 50 (KU50) ระยอง 7 (R7) ระยอง 60
ุ
ี
(R60) หวยบง 60 (HB60) ระยอง 90 (R90) CMR 25-82-88 CMR 23-84-8 CMR 23-149-117 CMR 25-
221-384 V.1 SC5 SUAN (V3xR)20-15 HP5 KASET Golden yellow MCOL22 CM 3299-15 V.25 CMR
25-55-28 ADIRA 4 MKUC 28-71-67 OP.706 NEP ยอดดา CMR 25-105-47 มันตน CMR 31-42-20 V.11
ํ
ระยอง 3 (R3) MENTEGA
กลุมที่ 5 แยกออกเปน 2 กลุม ดังนี้
กลุมที่ 5.1 ประกอบดวย 2 กลุม ดังนี้
ี
กลมท 5.1.1 ไดแก ระยอง 72 (R72) CMR 33-35-69 CMR 35-26-369 CMR 36-
่
ุ
55-166 CM 407-30 CMR 34-35-54 CMR 23-149-118 CMR 23-67-76 CMR 26-38-7 V2C
กลุมที่ 5.1.2 ไดแก CMR 23-08-8 CMR 23-117-4 CMR 25-33-134Q CM 6125-
117
457
3-1 3-2
่
ภาพที่ 3 (1-2) แผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรม (phylogenetic tree) ของมันสําปะหลังที่สรางทีจาก
ขอมูลลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2 วิเคราะหดวยการจัดกลุมดวยโปรแกรม MEGA 7.0
แบบวิธี neighbor-joining โดยกําหนดคา bootstrap test ที่ 1,000
โดยใชยางพารา Hevea brasiliensis (KJ665775) เปน out group
458
กลุมที่ 5.2 ประกอบดวย 2 กลุม ดังนี้
ี
ุ
กลมท่ 5.2.1 ไดแก 5นาที (5M) CM 125-22 MCOL1684 CMR 28-05-13 CMR
25-105-128Q 56/5 V112596 V.14 CMR 38-66-1 CMR 34-79-48 CMR 31-06-103 CMR 30-05-12 CMR
33-38-48 29-77-5 JAVA 2 CMR 25-32-429Q CMR 29-19-129 CMR 25-104-42 CMR 342-55 CMR 30-
115-5 MMEX59
ี
ุ
กลมท่ 5.2.2 ไดแก พิรุณ 1 (PR1) หวยบง 80 (HB80) ระยอง 86-13 (R86-13)
ระยอง 11 (R11) ระยอง 9 (R9) ระยอง 5 (R5) ระยอง 1 (R1) NANZHI199 (RXHanatee)21-21q Kraburi
CMR 35-21-96 CMR 34-40-43 O.P.608 CMR 35-23-76 WILD CMC 125-22 CR 17-82 SRIRACHA1
JKxR13 CMR34-35-36 CMR23-281-141 MBRA12 YOLK SPY SR18-227 (RxHanatee)21-28Q OMR 4-
07-12 CMR24-14-367 Yellow root Indonesia BATRANG (V1xR) 21-11
ํ
ิ
ี
อยางไรก็ตามจากการสรางแผนภูมความสัมพันธทางพันธุกรรมของมันสาปะหลังท่ไดจากการ
ํ
วิเคราะหลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณยนทง 4 ยนนั้น สามารถแยกยางพารา Hevea brasiliensis
ั
้
ี
ี
ั
ี
(KJ665775) ที่ใชเปน out group ได
5. การทดสอบระบุพันธุมันสําปะหลัง
ื
ั
ั
ํ
่
ี
ี
เก็บตวอยางมนสาปะหลงทอายประมาณ 4-5 เดอนจากแหลงปลกในพืนทอําเภอน้าพอง และอําเภอ
ั
่
ู
ํ
้
ุ
่
ั
้
ํ
ั
ื
ั
ึ
ั
บานไผ จงหวัดขอนแกน จานวน 50 ตวอยาง ตงชอวา unknown 01-50 จากการบนทกลกษณะประจาพันธุ
ํ
ั
พบวา ลักษณะปรากฏที่บันทึกขอมูลไดมีความคลายคลึงกันมาก ยกเวนสีกานใบ unknown 01-40 กานใบมีส ี
ี
แดงเขม สวน unknown 41-50 กานใบมสแดง ซึงตรงกับลกษณะประจาพันธุระยอง 72 และเกษตรศาสตร
ํ
ั
่
ี
50 เก็บใบออนมาสกัดดีเอ็นเอและใชเปนสารพันธุกรรมตนแบบในการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยไพรเมอร
้
ี
ู
ํ
ิ
ํ
ี
่
ITS3/4 พบวา สามารถเพิมปริมาณชนดเอ็นเอเปาหมายอยางจาเพาะมผลสาเร็จสง 100 เปอรเซ็นต จากการ
ั
ี
ํ
ี
ู
ื
ตรวจสอบความเหมอนของลาดบนิวคลโอไทดโดยเทยบกับขอมลในฐานขอมลสากล GenBank พบวา ตวอยาง
ั
ู
unknown 01-40 มความเหมือนกันกับ M. esculenta Crantz ที 100 เปอรเซ็นตตรงกับขอมลดเอ็นเอ
ี
ี
่
ู
่
ั
หมายเลขเฉพาะ (GenBank accession number) MK809346 ซึงเปนขอมลดเอ็นเอบารโคดของมน
ู
ี
ํ
่
สาปะหลงพันธุระยอง 72 และ unknown 41-50 มความเหมือนกันกับ M. esculenta Crantz ที 100
ั
ี
ู
เปอรเซ็นต ซึงขอมลตรงกับขอมลดเอ็นเอหมายเลขเฉพาะ (GenBank accession number) MK809348 ซึ่ง
่
ี
ู
เปนขอมูลดีเอ็นเอบารโคดของมันสําปะหลังพันธุเกษตรศาสตร 50
ุ
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
่
การพิจารณาคดเลอกยนสาหรับนํามาใชเปนดเอ็นเอบารโคดซึงตองผานเกณฑคณลกษณะทสาคญ 3
ั
ํ
ี
ั
ี
ํ
ื
ี
ุ
ั
่
ประการ ไดแก 1) ความเปนสากล (universality) คอ ไพรเมอรทใชเปนสากล ตองสามารถเพิมปริมาณดเอ็น
ี
่
่
ี
ื
ํ
ุ
ั
ี
ี
เอบริเวณเดยวกันในพืชอืนไดดวยเทคนิค PCR 2) คณภาพของลาดบนิวคลโอไทด (sequence quality) เมื่อ
่
่
ู
ี
ี
ี
ี
ั
นําลาดบนิวคลโอไทดทไดไปตรวจสอบเปรียบเทยบกับขอมลลาดับนิวคลโอไทดบนฐานขอมลสากล NCBI ตอง
ํ
ู
ํ
ื
ู
ิ
ี
มความถกตองและมความเหมอนกันกับขอมลบนฐานขอมลสากล และ 3) ประสทธิภาพในการแยกพืชแตละ
ี
ู
ู
459
ั
ี
ชนิดออกจากกัน (species discrimination) ผลการวิจย ลําดับนิวคลีโฮไทดท่ไดจากบริเวณของยีน พบวา
rbcL, trnH-psbA, matK และ ITS2 สามารถเพิ่มปริมาณชิ้นดีเอ็นเอเปาหมายอยางจําเพาะมีผลสําเร็จสูง 100
ี
้
ํ
ั
ั
ี
94 และ 91 เปอรเซ็นต ตามลาดบ แสดงใหเห็นวาบริเวณของดเอ็นเอดงหลาวนีทําไดงายมเปอรเซ็นต
ู
ี
้
ั
ื
ความสาเร็จสง เมอพิจารณาความผนแปรทางพันธุกรรมของลาดบนิวคลโอไทดของทง 4 ยน พบวา ม matK
ั
ํ
่
ั
ี
ํ
ี
ี
และ ITS2 ทีมีความผันแปรทางพันธุกรรม แตลําดับนิวคลโอไทดของยีน matK มีเพียง ระยอง 86-13 เทานัน
้
่
ที่แตกตางจากพันธุอื่น ๆ ในขณะที่ลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ITS2 มีความผันแปรทางพันธุกรรมมากกวา และ
ุ
สามารถใชเปนขอมูลนํามาสรางแผนภูมิความสัมพันธทางพันธุกรรมโดยสามารถมันสําปะหลังออกเปน 5 กลม
และสามารถแยกยางพารา Hevea brasiliensis (KJ665775) ที่ใชเปน out group ได ดังนั้นลําดับนิวคลโอ
ี
่
ี
ํ
ํ
ไทดของยีน ITS2 จงเหมาะสาหรับการนํามาใชเปนดเอ็นเอบารโคดไดอยางหนึง เมอทาการทดสอบ
ื
่
ึ
ี
่
ั
ี
ั
ี
ประสทธิภาพของดเอ็นเอบารโคดพบวา ลาดบนิวคลโอไทดของดเอ็นเอบารโคดของตวอยางทเก็บมา
ํ
ิ
ี
(unknown) ท่ขอมูลกันกับขอมูลมาตรฐานอางอิงบนฐานขอมล NCBI 100 เปอรเซ็น และขอมูลลักษณะ
ี
ู
ี
ี
ประจาพันธุทปรากฎ ดงนัน ลาดบนิวคลโอไทดของบริเวณยน ITS2 จงมประสทธิภาพสามารถใชเปนขอมลด ี
ํ
ู
ิ
่
ํ
้
ั
ี
ี
ึ
ั
ั
ํ
เอ็นเอบารโคดของมนสาปะหลงได
ั
เอกสารอางอิง
ขอมูลเศรษฐกิจการเกษตร. 2564. สถานการณการผลิตและการตลาดรายสัปดาห 4-10 มกราคม 2564.
http://www.oae.go.th/.
Ford, C.S., K.L. Ayres, N. Toomey, N. Stahl, J.V.A. Kelly, L.J. WikstrÖm, P.M. Hollingsworth, M.W. Chase and
M.J. Wilkinson. 2009. Selection of candidate coding DNA barcoding regions for use on land plant.
Botanical Journal of the Linnean Society 159: 1-11.
Fukuda, W.M.G., C.L. Guevara, R. Kawuki and M.E. Ferguson. 1998. Selected morphological and agronomic
descriptors for the characterization of cassava. International institute of tropical agriculture (IITA),
Ibadan, Nigeria. 19 pp.
Hajibabaei, M., G.A.C Singer, P.D.N Hebert, and D.A. Hickey. 2007. DNA barcoding: How it complements
taxinomy, molecular phylogenetics and population genetics. Trend genet 23: 167-172.
Jiang, H., Z. Xie and H.J. Koo. 2006. Metabolic profiling and phylogenetic analysis of medical Zingiber species:
Tools for authentication of ginger (Zingiber officinale Rosc.) Phytochemistry 67: 1673-1685.
Liu, Y., W. Sun, C. Liu, Y. Zhang, Y. Chen, M. Song, G. Fan, X. Liu, L. Xiang and Y. Zhang. 2015. Identification
of Hippophae species (Shaji) through DNA barcodes. Biomed central 10(28):1-11.
Qiao, C.F., Q.B. Han, Z.L. Zhao, Z.T. Wang, L.S. Xu and H.X. Xu. 2009. Sequence analysis based on ITS1 region
nuclear ribosomal DNA of Amomum villosum and ten species of Alpinia. J. Food Drug Anal 17: 142-145.
460
แผนงานวิจัย
วิจัยและพัฒนาตรวจวิเคราะหลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคณภาพของพันธุพืชใหมที่
ุ
ไดรับความคุมครองเพื่อปกปองคุมครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุและเกษตรกร กรณี
ละเมิดทรัพยสินทางปญญาดานพันธุพืชตามพระราชบัญญัติคุมครองพันธุพืช พ.ศ.
่
ั
2542 (โครงการวิจยเดียว)
461
โครงการวิจัยและพัฒนาตรวจวิเคราะหลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคุณภาพของพันธุพชใหมท ี่
ื
ไดรับความ คุมครอง เพื่อปกปองคุมครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุและเกษตรกร กรณีละเมิด
ทรัพยสินทางปญญาดานพันธุพืช ตามพระราชบัญญัติคุมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542
ิ
ี
ิ
วลาสิน จตตบรรจง บดนทร สอนสุภาพ ปาน ปานขาว ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล106 วรกรณ แสงไสย ชัยนาท ชุมเงิน ปาจรีย อินทะชุบ พรเพ็ญ
ิ
ี
1
1
ี
สุภาโชค ปณิพัท กิจสมัคร ณัฐพร เสียงออน วราภรณ ทองพันธ รุงทิวา ธนําธาตุ ภัทธรวร พรมนัส และวินัย สมประสงค
รายงานความกาวหนา
่
กรมวิชาการเกษตรมหนาทในการจดทะเบยนพันธุพืชใหม เมอไดรับสทธิในการคมครองพันธุพืชใหม
ื
ี
ี
่
ี
ิ
ุ
ี
ไปแลว จะตองมีการตรวจสอบลักษณะของพันธุพืชที่ขอจดทะเบยนเปนพันธุพืชใหม ซึ่งตองมีการพัฒนาขอมูล
ํ
ั
ทางสณฐานวิทยา และความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุพืชใหม สาหรับใชประกอบในการตรวจ
ี
ู
ั
พิสูจนลักษณะพันธุพืช ขณะนี้มีพืชท่จดทะเบียนพันธุพืชใหมแลว จํานวน 76 ชนิด แตท้งนี้ยังไมมีขอมล
ี
้
ั
ุ
ลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคณภาพของพันธุพืชและในระดับดเอ็นเอของพืชพันธุใหมดังกลาว โครงการวิจยนีจง
ึ
ั
ั
มวัตถประสงคเพือวิจยและพัฒนาตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพและในระดบดเอ็นเอของ
ี
ั
ั
ุ
ิ
ุ
่
ี
ั
ุ
ุ
ิ
ํ
่
ุ
ี
พันธุพืชใหมทไดรับความคมครองตามพระราชบญญัตคมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542 สาหรับปกปอง คมครอง
สิทธิ ในทรัพยสินทางปญญาดานพืชระยะแรกดําเนินการในพืช 7 กลุม 9 ชนิดพืช ไดแก (1) ออย (2) ถั่วเหลือง
(3) ฝาย (ภ) มะมวงและมะปราง (5) ลิ้นจี่และขนุน (6) แตงกวาและแตงราน และ (7) ไมดอกสกุลขมิ้น ซึ่งเปน
ี
่
ี
่
พืชทมพันธุซึงไดจากการปรับปรุงพันธุ และไดรับการรับรองเปนพันธุพืชใหม เพือใชในการตรวจสอบและการ
่
ุ
อางอิง แบงการดาเนินการเปน 2 สวน ไดแก 1. การตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ
ั
ิ
ั
ํ
ั
ั
ี
ํ
ํ
ดําเนินการที่สํานักคุมครองพันธุพืช และ 2. การตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ ดาเนินการ
ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
ความกาวหนาของการดาเนินงานในสวนของการตรวจลกษณะทางพันธุกรรมในระดับดเอ็นเอ มีดังนี้
ํ
ี
ั
ี
(1) ไดรับตัวอยางออยจํานวน 19 พันธุ ไดทําการสกัดดีเอ็นเอ และทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดเอ็น
ิ
่
ี
ื
เอทีเหมาะสมในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยปฏกิริยา PCR ของทกตวอยาง ทําการคดเลอกไพรเมอรชนิด
ั
ุ
ั
ี
EST-SSR ท่เหมาะสมในการตรวจลายพิมพดีเอ็นเอของออย ไดจํานวน 41 ไพรเมอรจาก 91 ไพรเมอร ได
ิ
ํ
ี
ู
้
ดาเนินการตรวจลายพิมพดเอ็นเอเสร็จสนแลวทง 19 พันธุ อยระหวางการวิเคราะหและสรุปผล (2) ไดรับ
ั
้
ตัวอยางพันธุถั่วเหลืองจํานวน 27 ตัวอยาง ทาการสกัดดเอ็นเอ และทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็น
ํ
ุ
ี
ี
เอทเหมาะสมในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอทุกตัวอยางดวยวิธี ISSR-TouchdownPCR คัดเลือกไพรเมอรชนิด
ี
ี
่
้
ั
ํ
ื
ISSR ได 26 ไพรเมอรจาก 95 ไพรเมอร คดเลอกไว 20ไพรเมอร ดาเนินการตรวจลายพิมพดีเอ็นเอเสร็จสินแลว
ิ้
ทั้ง 27 หมายเลข อยูระหวางการวิเคราะหและสรุปผล (3) ไดรับตัวอยางพันธุฝาย 2 ชุด เปนจํานวนรวมทั้งสน
ี
ี
ิ
ู
28 หมายเลข การสกัดดเอ็นเอพบวามปญหาการปนเปอนสารประกอบฟนอลกสง และอยระหวางการปรับ
ู
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
ิ
สํานักคุมครองพันธุพืช กรมวชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพมหานคร
462
ี
วิธีการสกัดใหไดดีเอ็นเอที่มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น ในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอใชวิธี ISSR-TouchdownPCR
ํ
พบวามีไพรเมอรที่สามารถเพิ่มปริมาณดเอ็นเอฝายไดอยางชัดเจนจานวน 59 ไพรเมอร สําหรับนํามาใชในการ
ี
้
ี
ั
ั
ํ
ตรวจวิเคราะหลายพิมพืดเอ็นเอในขนตอไป (4) ไดรับตวอยางพันธุมะมวงรวม 113 หมายเลข ทาการสกัดด ี
ื
ั
เอ็นเอ ใชวิธี ISSR-TouchdownPCR ในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอ คดเลอกไพรืเมอรทเหมาะสมในการเพิ่ม
ี
่
ี
ั
ปริมาณดเอ็นเอมะมวงไดอยางชดเจนจานวน 55 ไพรเมอร จาก 95 ไพรเมอร คัดไว 20 ไพรเมอร สําหรับการ
ี
ํ
ตรวจลายพิมพดีเอ็นเอ ไดดาเนินการไปตรวจลายพิมพดเอ็นเอแลวจานวน 47 หมายเลข ขณะนี้อยูระหวางการ
ํ
ํ
ี
ตรวจลายพิมพดีเอ็นเอในอีก 66 หมายเลขท่เหลือ ในสวนของมะปราง ไดรับตวอยางมะปรางจานวน 7
ั
ี
ํ
หมายเลข สกัดดเอ็นเอและคดเลอกไพรเมอรชนิด ISSR ไดจํานวน 54 ไพรเมอรจาก 94 ไพรเมอร คัด 20 ไพร
ี
ื
ั
ํ
ํ
ิ
่
ี
ี
เมอรในการตรวจลายพิมพืดเอ็นเอ ทาการทดสอบความเขมขนดเอ็นเอทเหมาะสมในการทาปฏกิริยา ISSR
ี
ี
ื
TouchDown PCR ตรวจลายพิมพดเอ็นเอครบทง 7 หมายเลข อยระหวางวิเคราะหและสรุปผล (5) ไดรับ
ุ
ั
้
ี
ํ
ี
ุ
่
ั
ิ
้
ี
ตวอยางลนจรวม 79 หมายเลข ทาการสกัดดเอ็นเอ และทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอในการ
ี
ตรวจลายพิมพดเอ็นเอของลนจดวยวิธี ISSR-Touchdown PCR คดเลอกไพรเมอร ISSR ไดจานวน 34 ไพร
ี
่
้
ิ
ั
ํ
ื
ํ
ี
ั
ํ
้
ิ
เมอรจาก 95 ไพรเมอร คดไว 20 ไพรเมอรสาหรับการตรวจลายพิมพดเอ็นเอ ไดดาเนินการเสร็จสนแลว 6
หมายเลขและอยูระหวางการสกัดดีเอ็นเอดีเอ็นเอในตัวอยางอีก73 หมาย เพื่อนํามาทดสอบในขั้นตอไป สวนใน
ขนุนไดรับตวอยางจานวน 17 หมายเลข การสกัดดเอ็นเอพบวามปญหายางในใบ ทาการปรับวีธีการสกัดใหม
ี
ํ
ั
ี
ํ
ี
ิ
ํ
่
ี
ี
โดยการเพิมสารประกอบยเรีย ทาใหไดดเอ็นเอทมคณภาพ สามารถใชในการทาปฏกิริยา ISSR-
ู
ํ
่
ุ
ั
TouchdownPCR ได สามารถคดเลอกไพรเมอรได 56 ไพรเมอรจาก 95 ไพรเมอร และคดไว 20 ไพรเมอร
ั
ื
ู
ํ
ํ
สาหรับการตรวจลายพิมพดเอ็นเอ ไดดาเนินการตรวจแลวทัง 17 หมายเลข อยระหวางการวิเคราะหผล (6)
้
ี
ั
ํ
ไดรับตวอยางแตงกวาสายพันธุตางๆ จานวน 22 หมายเลข ทาการสกัดดเอ็นเอ และทดสอบคณภาพของดเอ็น
ี
ุ
ํ
ี
เอในการทาปฏกิริยา ISSR-TouchdownPCR สามารถคดเลอกไพรเมอรไดจานวน 31 ไพรเมอรจาก 95 ไพร
ํ
ิ
ื
ั
ํ
ู
เมอร คดไว 20 ไพรเมอร ไดดาเนินการเสร็จสนแลวทกตวอยาง อยระหวางการวิเคราะหผล (7) ไมดอกสกุล
้
ิ
ั
ุ
ํ
ั
ี
ู
ขมิ้น ไดรับตัวอยางปทุมมา จานวน 20 หมายเลข การสกัดดเอ็นเอดวยวิธี CTAB พบสารปนเปอนสง การสกัด
ํ
่
ี
ดเอ็นเอใหมดวยสารท่มีสวนประกอบเปนยเรียในความเขมขนสูงรวมกับการใช CTAB ทําใหไดดีเอ็นเอทม ี
ี
ี
ู
ั
คุณภาพดีข้น ในการคดเลอกไพรเมอร สามารถคัดได 43 ไพรเมอรจาก 95 ไพรเมอร คัดไว 20 ไพรเมอร
ื
ึ
ี
ํ
ี
้
ี
ี
สาหรับการตรวจลายพิมพดเอ็นเอ ขณะนีมการตรวจลายพิมพดเอ็นเอไปแลว 6 ไพรเมอรจากการใชดเอ็นเอ
่
ี
ํ
เจอจางททดสอบไวของพืชแตละหมายเลข อยูระหวางการดาเนินการในตวอยางอีก 14 หมายเลข
ั
ื
คํานํา
ุ
พระราชบัญญัติคมครองพันธุพืชพ.ศ. 2542 มีวัตถุประสงคในการสงเสริมการปรับปรุงพันธุและ
พัฒนาพันธุพืชเพื่อใหมีพันธุพืชเพิ่มเติมจากที่มีอยูเดิม อันเปนการสงเสริมการพัฒนาทางดานเกษตรกรรม โดย
ู
้
ิ
ุ
การสงเสริมและสรางแรงจงใจดวยการใหสทธิและความคมครองตามกฏหมาย ภายใตพระราชบญญัตนี แบง
ิ
ั
พืชออกเปน 4 ประเภท ไดแก พันธุพืชใหม พันธุพืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น พันธุพืชพื้นเมืองทั่วไป และพันธุพืชปา
ิ
ุ
โดยใหความคุมครองพันธุพืชใหมดวยวิธีการจดทะเบียน ผูทรงสิทธิเปนบคคล/นิตบคคล
ุ
463
ุ
ระบบการคมครองพันธุพืชใหม (protection of new variety of plants, PVP) หรือการคมครอง
ุ
ุ
่
สิทธินักปรับปรุงพันธุพืช (protection of plant breeders’ rights, PBRs) เปนหนึงในระบบการคมครอง
ทรัพยสินทางปญญา (intellectual property protection systems, IP) เจตนารมณเพื่อสงเสริม กระตน
ุ
ี
ึ
สรางแรงจูงใหเกิดการพัฒนาปรับปรุงพันธุพืชใหมๆ เพิ่มมากข้น พันธุพืชใหมท่จะไดรับการจดทะเบยน
ี
คุมครองตองมีองคประกอบครบถวน ดังนี้ (1) มีความใหม (novelty) กลาวคือ ไมมีการนําสวนขยายพันธุมาใช
ั
ั
้
ํ
ประโยชนไมวาจะเปนการขายหรือจาหนายดวยประการใด ทงในหรือนอกราชอาณาจกร โดยนักปรับปรุงพันธุ
ิ
ื
่
ี
พืช หรือดวยความยนยอมของนักปรับปรุงพันธุพืชเกินกวาหนึงปกอนวันยนจดทะเบยน (2) มความแตกตาง
ี
่
ี
่
ั
จากพันธุอืนอยางเดนชด (clearly distinctness, D) ทปรากฏอยในวันยนจดทะเบยน (3) มความสมาเสมอ
ี
ํ
ื
่
ี
่
่
ู
ุ
ั้
ี
(uniformity, U) ในกลมประชากรของพันธุ (4) มความคงตวทางพันธุกรรม (stability, S) และ (5) มีการตง
ั
ช่อพันธุพืช (denomination) ท่ถูกตองและเหมาะสมตามกฎหมาย ท้งนี้ การตรวจสอบองคประกอบและ
ั
ี
ื
ี่
คุณสมบัติของพันธุพืชใหมในองคประกอบท (1) และ (5) ใชวิธีการตรวจจากเอกสารและขอมูลจากผูยื่นขอจด
่
ี
ทะเบยน สวนองคประกอบท (2) (3) และ (4) ใชวิธีการปลกตรวจสอบ (DUS growing test) ซึงนับเปน
่
ี
ู
ขั้นตอนที่สําคัญที่สุด
ในการตรวจสอบพันธุพืชใหมนอกจากตองมีองคประกอบทั้ง 5 ขอดังที่กลาวมาแลว การพิสูจนพันธุ
พืชใหมดวยหลักฐานทางพันธุกรรมก็มีความสาคัญ ในกรณีมีขอพิพาท ในการแอบอางหรือละเมิดพันธุ ซึ่งทาง
ํ
ิ
ุ
สณฐานวิทยาเชงคณภาพ จะมการนํามาใชตรวจสอบเพือพิสจนลกษณะพันธุพืชตามพระราชบญญัตคมครอง
่
ิ
ั
ุ
ู
ั
ั
ี
ี
่
่
ุ
ิ
ี
ี
ิ
ี
พันธุพืช พ.ศ. 2542 ประกอบกับกรณทมการละเมดสทธิซึงลักษณะทางสัณฐานวิทยาเชิงคณภาพทเปน
่
ลักษณะภายนอกมีความคลายคลึงกันมาก อาจใชขอมูลทางพันธุกรรมเปนหลักฐานอางอิงประกอบการ
ุ
ั
พิจารณาเพื่อยืนยันความถูกตองของพันธุในการตรวจสอบ ท้งนี้เพื่อใหการคมครองและปกปองสิทธิของ
เกษตรกรและนักปรับปรุงพันธุ มีความชดเจนและเกิดประสทธิภาพ ปจจบันเทคโนโลยดานการตรวจ
ี
ุ
ิ
ั
ี
ี
ั
่
พันธุกรรมพืชในระดบดเอ็นเอมความกาวหนาอยางมาก การใชเครืองหมายโมเลกุลหลาหลายชนิดไดเขามาม ี
ํ
ี
ํ
บทบาทมากในการตรวจจาแนกชนิดพืชหลายชนิด และใหขอมลทมความแมนยาสง สามารถตรวจหาตาแหนง
ู
ู
ํ
่
ี
้
้
ี
ั
ุ
ั
ํ
ี
แปรปรวนซึงเปนลกษณะจาเพาะของพืชแตละพันธุได ยงไปกวานันปจจบนนีมการพัฒนาเทคโนโลยในการ
่
ิ
่
ี
ั
ี
ิ
้
ตรวจพันธุกรรมพืชทมประสทธิภาพสง สามารถตรวจขอมลพันธุกรรมพืชระดบทงจโนมไดในเวลาอันรวดเร็ว
ี
ั
่
ู
ู
โดยขอมลทไดสามารถบอกไดถึงตาแหนงแปรปรวนของลาดบนิวคลโอไทดทมความจาเพาะตอพืชไดเกือบทังจี
ิ
ํ
่
ั
ู
ํ
ี
้
่
ี
ํ
ี
ื
โนม สามารถตรวจวิเคราะหหาตาแหนงทแสดงความเหมอนหรือแตกตางของพืชไดเปนระดบหมนหรือแสน
ั
่
ื
ี
่
ํ
ตําแหนงภายในการวิเคราะหเพียง 1 ครั้ง ทําใหการวิเคราะหมีประสิทธิภาพสูงและไดผลการวิเคราะหที่มีความ
แมนยําสงมากเมื่อเทยบกับกับการตรวจวิเคราะหความแตกตางทางพันธุกรรมพืชแบบดงเดิมทใชเครื่องหมาย
ี่
ั้
ี
ู
โมเลกุลในการตรวจจับซึ่งมีปญหาในความลาชา และตําแหนงที่ตรวจจับไดมีเพียงระดับรอยตําแหนงเทานั้น ซึ่ง
ไมครอบคลุมทั่วทั้งจีโนม ทําใหมีความแมนยําในการตรวจผลต่ํากวาวิธีการวิเคราะหแบบใหมมาก
ิ
่
ี
ี
ี
่
ปจจบนเนืองจากกรมวิชาการเกษตรมหนาทในการจดทะเบยนพันธุพืชใหม เมอไดรับสทธิในการ
ั
ุ
ื
่
ุ
คมครองพันธุพืชใหมไปแลว จะตองมการตรวจสอบลกษณะของพันธุพืชทขอจดทะเบยนเปนพันธุพืชใหมได
ี
่
ั
ี
ี
เม่อมีการละเมิดพันธุทางการคา ซึ่งตองมีการพัฒนาขอมูลทางสณฐานวิทยา และความหลากหลายทาง
ื
ั
464
่
ี
ิ
ี
ํ
ิ
ี
ั
ู
พันธุกรรมของพันธุพืชใหม สาหรับใชประกอบในการตรวจพิสจนลกษณะพันธุพืช ในกรณทมการละเมดสทธิ
ทางทรัพยสนทางปญญา เพือใชเปนหลกฐานในการปกปอง คมครองสทธิในทรัพยสนทางปญญาดานพืช ซึ่ง
ิ
่
ั
ิ
ุ
ิ
ขณะนี้มีพืชท่จดทะเบียนพันธุพืชใหมแลว จานวน 76 ชนิด แตท้งนี้ยังไมมีขอมูลลักษณะสัณฐานวิทยาเชง
ํ
ี
ั
ิ
ึ
ี
ํ
้
ี
ํ
ั
ั
ั
ั
คณภาพของพันธุพืชและในระดบดเอ็นเอของพืชพันธุใหมดงกลาว งานวิจยนีจงมความจาเปนตองมทาวิจยนี ้
ี
ุ
ู
ึ
้
ั
ื
่
่
ี
่
เพือใหมการบรณาการเกิดขนภายในกรม ซึงเชอมโยงกับขอมลโครงการวิจยและพัฒนาการปรับปรุงพันธุออย
ู
ั
ิ
ั
่
่
่
่
เพืออุตสาหกรรมน้าตาล โครงการวิจยและพัฒนาถวเหลองเพือเพิมผลผลตและความมนคงมนคงทางอาหาร
ื
่
ั
ั
่
ํ
้
ั
ี
ิ
่
ั
โครงการวิจยและปรับปรุงพันธุมะมวง ระยะท 2 โครงการวิจยและพัฒนาลนจ โครงการวิจยและพัฒนาพันธุ
ี
ั
่
ขนุน ในกรณีท่มีการพัฒนาพันธุพืชใหมเพื่อขอรับการคมครองทรัพยสินทางปญญาดานพันธุพืชใหมตาม
ี
ุ
้
พระราชบญญัตคมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542 ดงนันโครงการวิจยนี้จงมีวัตถประสงคเพือวิจยและพัฒนาตรวจ
ั
ึ
ิ
ั
ั
ั
ุ
ุ
่
วิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพและในระดบดเอ็นเอของพันธุพืชใหมทไดรับความคมครองตาม
ุ
ี
่
ั
ั
ั
ุ
ี
ิ
ํ
ุ
ิ
ุ
พระราชบญญัตคมครองพันธุพืช พ.ศ. 2542 สาหรับปกปอง คมครองสทธิ ในทรัพยสนทางปญญาดานพืชใน
ิ
ั
ิ
พืช 7 กลม 9 ชนิดพืช ไดแก (1) ออย (2) ถวเหลอง (3) ฝาย (4) มะมวงและมะปราง (5) ลนจและขนุน (6)
ี
ุ
ิ
ั
่
่
ื
้
ี
ี
่
่
แตงกวาและแตงราน และ(7) ไมดอกสกุลขมน ซึงเปนพืชทมพันธุซึงไดจากการปรับปรุงพันธุ และไดรับการ
ิ
่
้
่
รับรองเปนพันธุพืชใหม เพือใชในการตรวจสอบและการอางอิง
วธีดาเนินการและอุปกรณ
ิ
ํ
้
ั
ั
การดาเนินงานวิจยนี ประกอบดวย 7 การทดลอง ดาเนินงานกับพืชจานวน 9 ชนิด ไดแก ออย ถว
่
ํ
ํ
ํ
ี
้
ี
่
ื
่
ิ
่
ิ
ี
เหลอง ฝาย มะมวง มะปราง ลนจ ขนุน แตงกวาและแตงราน และไมดอกสกุลขมน ซึงเปนพืชทมพันธุซึงได
้
่
จากการปรับปรุงพันธุ และไดรับการรับรองเปนพันธุพืชใหม
ํ
สิ่งที่ใชในการทดลอง : พืชจานวน 9 ชนิด ไดแก
1. ออยที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคุณภาพไดแก ออยที่ไดจดทะเบียนคุมครอง
เปนพันธุพืชใหม จํานวน 16 พันธุ ไดแก ออยพันธุมุกดาหาร สุพรรณบุรี 72 มิตรผล 1 มิตรผล 2 ขอนแกน 3
ี
ี
ี
94-2-099 ขอนแกน 80 ทพีเจ 03-452 ทพีเจ 04-713 ทพีเจ 04-768 ทองภูมิ 1 ทองภูมิ 2 ทองภูมิ 3 ทอง
ิ
ู
ํ
ภม 4 ทองภม 5 และเอสอารเอส 2000-5-14 ออยทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบด ี
ู
ั
ิ
่
ี
ั
ี
ู
เอ็นเอ ประกอบดวยออยที่ไดจดทะเบยนคุมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 16 พันธุ และออยพันธุอื่นที่ปลกใน
่
ี
เขตชลประทานและเขตน้าฝนจานวนไมตากวา 30 พันธุทมความหลากหลายทางพันธุกรรม อาทเชน K84-
ิ
ํ
ี
ํ
ํ
ุ
ํ
ุ
200, 85-2-352, LK92-11, KPS 01-12, K95-84, อูทอง15, สพรรณบรี50, อูทอง12, อูทอง17, ออยดาเขมร,
เมอริชารด
ั
่
ิ
ื
ี
ั
ุ
2. พันธุถวเหลองทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ จานวน 4 พันธุ ไดแก
ํ
่
ั
ั
ถ่วเหลืองพันธุเชียงใหม 5 ถ่วเหลืองพันธุเชียงใหม 6 ถ่วเหลืองพันธุเอ็มเจ 9520-21 และ ถวเหลองพันธุ
ื
ั
ั
ั
่
ั
่
เชยงใหม 84-2 พันธุถวเหลองทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ ประกอบดวย
ี
ี
ี
ั
ื
่
ํ
ั
พันธุที่ไดจดทะเบียนคุมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 4 พันธุ และพันธุอื่นที่มีความแตกตางทางพันธุกรรมอีก
ไมต่ํากวา 40 สายพันธุ
465
3. พันธุฝายที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะสณฐานวิทยาเชิงคณภาพ ที่ไดจดทะเบยนคุมครองเปน
ี
ุ
ั
พันธุพืชใหม จํานวน 2 พันธุ ไดแก ฝายพันธุตากฟา 84-4 และฝายพันธุตากฟา 86-5 พันธุฝายที่ใชในการตรวจ
ี
ั
ี
ั
ํ
ุ
ี
วิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ ประกอบดวย พันธุทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม
่
จํานวน 2 พันธุ และพันธุอื่นที่มีความแตกตางทางพันธุกรรมอีกไมต่ํากวา 45 สายพันธุหรือหมายเลข
ุ
ิ
4. พันธุมะมวงและมะปรางทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ ประกอบดวย
ี
่
ั
ั
ี
ุ
ี
ุ
ํ
พันธุทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม ไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 1 พันธุ ไดแก
ี่
มะมวงพันธุทองคํา และ มะปรางที่ไดจดทะเบียนคุมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 2 พันธุ ไดแก มะปรางพันธุ
ั
เจาเนื้อทอง 1 และมะปรางพันธุเจาเนื้อทอง 2 พันธุพืชที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดบ
ี
ุ
ํ
่
ี
ี
่
ี
ดเอ็นเอ พันธุทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 3 พันธุ และมะมวงและมะปรางพันธุอืนทม ี
่
ความแตกตางทางพันธุกรรมอีกไมต่ํากวาชนิดละ 45 สายพันธุหรือหมายเลข
5. พันธุลิ้นจี่และขนุนที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะสณฐานวิทยาเชิงคุณภาพ ประกอบดวยพันธุท ี่
ั
ิ
ไดจดทะเบียนคุมครองเปนพันธุพืชใหม ไดแก ลิ้นจี่มีจํานวน 2 พันธุ ไดแก ลิ้นจี่พันธุปาอี๊ด และลินจี่พันธุปาชด
และขนุนทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 2 พันธุ ไดแก ขนุนพันธุเพชรดารง และพันธุเพชร
่
ี
ี
ํ
ํ
ุ
ี
จริยา พันธุพืชท่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอ ประกอบดวย พันธุท่ไดจด
ี
ิ
ี
้
่
ี
ี
่
่
ี
ทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 4 พันธุ และลนจและขนุนพันธุอืนทมความแตกตางทางพันธุกรรม
ุ
ํ
อีกไมต่ํากวาชนิดละ 50 สายพันธุหรือหมายเลข
ี
6. พันธุแตงกวาและแตงรานทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ ประกอบดวย
ุ
ิ
ั
่
ั
ี่
ี
ุ
ํ
พันธุทไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 64 พันธุ เชน แตงกวา ซี 664 แตงกวา เบอร 00335
ิ
ั
แตงกวา ชนจง 09 แตงราน เชลซี แตงราน อมตะ 2 เปนตน พันธุพืชที่ใชในการตรวจวิเคราะหลักษณะประจา
ํ
พันธุในระดับดีเอ็นเอ ประกอบดวย พันธุท่ไดจดทะเบียนคมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 64 พันธุ และ
ุ
ี
แตงกวาและแตงรานอื่นที่มีความแตกตางทางพันธุกรรมอีกไมต่ํากวาชนิดละ 50 สายพันธุหรือหมายเลข
ุ
ิ
ั
ี
่
7. ไมดอกสกุลขมนทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ ประกอบดวย พันธุที ่
ั
้
ิ
ี
ุ
ี
็
ไดจดทะเบยนคมครองเปนพันธุพืชใหม จานวน 14 พันธุ ไดแก พันธุอาร ท พิงค โคโรเนชน อาร ท โกลเดน
ั
่
ี
ํ
ู
ี
ี
ั
่
ี
เรน อาร ท มาเจสต โคโรเนชน อาร ท ไทย การเนท อาร ท เกรท เรน อาร ท สวีท เมมโมรี ซีเอ็มย สวีท
้
ี
่
ี
่
ิ
ู
ี
ี
้
ู
ิ
ิ
โรซี ซีเอ็มย ทบทมสยาม ซีเอ็มย มณสยาม เกรท คง ออรา เชยงใหมเพิล บวต พรินซเซ็ส และพิมพใจ
ั
ี
ั
ี
ํ
่
ั
ี
ี
่
ี
พันธุพืชทใชในการตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ ประกอบดวย พันธุทไดจดทะเบยน
ุ
คมครองเปนพันธุพืชใหม จํานวน 14 พันธุ และไมดอกสกุลขมิ้นพันธุอื่นที่มีความแตกตางทางพันธุกรรมอีกไม
ต่ํากวา 50 สายพันธุหรือหมายเลข
ิ
แบบและวธีการทดลอง :
- แบงเปน 2 ขันตอน ไดแก
้
ุ
ี
ิ
ั
้
ขันตอนท 1 การตรวจวิเคราะหลกษณะสณฐานวิทยาเชงคณภาพ
ั
่
ํ
ั
ั
ี
ขั้นตอนที่ 2 การตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ
466
วิธีปฏิบัติการทดลอง
ขั้นตอนที่ 1 การตรวจวิเคราะหลักษณะสัณฐานวิทยาเชิงคุณภาพ
ั
ํ
ุ
ี
่
ํ
ดาเนินการทสานักคมครองพันธุพืช โดยเก็บตวอยางนํามาจดทาเปนตวอยางพรรณไมแหง
ํ
ั
ั
ั
หรือตัวอยางพรรณไมดอง ตามหลักการจัดการตวอยางพรรณไมเพื่อการอางอิง พรอมทั้งบรรยายลักษณะทาง
ั
พฤกษศาสตรหรือลกษณะประจาพันธุสาหรับประกอบและสนับสนุนความสมบรณของการจดทาขอมลการ
ํ
ั
ํ
ู
ู
ํ
บันทึกลักษณะประจําพันธุของพืชแตละชนิด
ั
ํ
ี
ั
ขันตอนท 2 การตรวจวิเคราะหลกษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอ
้
ี
่
ี
ดําเนินการท่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน โดยนําตัวอยางท่ไดรับมาทําการสกัดดเอ็นเอดวยวิธี
ี
ี
CTAB และวิธีประยุกต ทดสอบวิเคราะหความแตกตางทางพันธุกรรมในดวยวิธี ISSR-Touchdown PCR ตาม
ิ
ํ
ิ
วิธีการของ ศจรัตน สงวนรังศริกุล และคณะ (2553) จาแนกขนาดผลผลต PCR ดวยเครืองวิเคราะหขนาดด ี
ุ
ิ
่
เอ็นเออัตโนมัติ (Fragment Analyzer) วิเคราะหความสัมพันธระหวางประชากรโดยการจัดกลุมแบบ UPGMA
คํานวณคาสัมประสิทธิ์ความเหมือนทางพันธุกรรม (similarity coefficents) ดวยวิธี Jaccard’s similarity
coefficients ดวยโปรแกรม NTSYS-pc version 2.0 (Rohlf, 2002)
สถานที่ทําการทดลอง : สํานักคุมครองพันธุพืช ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
การเก็บขอมูล :
ขั้นตอนที่ 1 : ลักษณะทางสัณฐานวิทยาเชิงคุณภาพ
ี
ขั้นตอนที่ 2 : วิธีการสกัดดเอ็นเอ ปริมาณดีเอ็นเอและความบริสุทธิ์ของดีเอ็นเอแตละพันธุ ชนิดของ
เครื่องหมายโมเลกุลที่ใช ขนาดชิ้นสวนของดีเอ็นเอจากการใชเครื่องหมายโมเลกุลแตละชนิด
ระยะเวลา ตลาคม 2562 –กันยายน 2564
ุ
ผลการทดลองและวิจารณ
ั
ํ
่
ํ
่
รายงานผลเฉพาะในสวนทดาเนินการทศนยวิจยพืชไรขอนแกน ไดแกการวิเคราะหNลกษณะประจา
ี
ู
ั
ี
พันธุในระดับดีเอ็นเอ ในพืช 7 กลุม 9 ชนิดพืช ไดแก (1) ออย (2) ถั่วเหลือง (3) ฝาย (4) มะมวงและมะปราง
(5) ลิ้นจี่และขนุน (6) แตงกวาและแตงราน และ(7) ไมดอกสกุลขมิ้นดังนี้
ี
ั
1. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดบดเอ็นเอของออย: ไดรับตัวอยางออยจํานวน 19
หมายเลข ดังนี้
1 อูทอง1 6 สพรรณบรี50 11 ทองภูมิ 4 16 MPT03-166
ุ
ุ
2 อูทอง3 7 สพรรณบรี72 12 ทองภูมิ 3 17 ขอนแกน 3
ุ
ุ
3 อูทอง5 8 TPJ04-768 13 ทองภูมิ 2 18 ขอนแกน 80
4 อูทอง11 9 TPJ03-452 14 ทองภูมิ 1 19 TPJ04-713
5 อูทอง13 10 ทองภูมิ 5 15 MPT02-458
ี
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล: ทําการสกัดดเอ็นเอออยทั้ง 19 พันธุ คัดเลือกไพร
เมอร EST-SSR ทเหมาะสมโดยใชดเอนเอของออยสายพันธุ KK3 ในการทดสอบกับไพรเมอรจานวน 91 ค ู
ี
ี่
ํ
467
จากนั้นคัดเลือกคูไพรเมอรที่เหมาะสมmที่ใหผลผลิต PCR เปนแถบดเอนเอจานวน 2 ถึง 4 ตาแหนง และให
ํ
ี
ํ
ื
ั
ั
่
่
ี
ู
ํ
ํ
ํ
ความคมชดของแถบ ซึงคดเลอกไดจานวน 41 ค สาหรับนําไปใชในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอเพือการจาแนก
ู
สายพันธุ โดยมีรายการและลําดับนิวคลิโอไทดของไพรเมอร EST-SSR ทั้ง 41 คดังตอไปนี้
No No Nam
Name Forward Reverse Forward Reverse
. . e
SCC1 GACACGTACGCTGGTGAC
4 ESTA47 AGCGACAAACTGGTGACGACT TCTGATCTGCTGTGGGAGGAC 53 CTGGAGGATAAGAACGAACGA
3 AG
SCC1
7 ESTA67 CAGTGGATTTGCGTAGTAGAGC ACGATGTTCATTTTGGGGGTAT 55 CCGCCTTTCCTGCCTTTAG GGACCACCAATCAACTGTCA
5
GTCTTCTACAGGGCAAATCCAA TGATCTGAGTGTGGTATGTTGTT SCC1 CAGCAGCCAGCAGTTTTG
8 ESTA69 56 GCAATGGAGCATGTCATCAA
CC GC 6 TA
SCC1 CTACCATGGGGTGAGCTT GCTAGCTGATATAAATCAATCTT
15 ESTB64 CACGTGCCTGAACCTTGATTG CCTATAGGGGTTGCACGAGTTGT 57
7 GT CA
SCC1 CGGGCAAAGGTACACTCA
17 ESTB81 GCAGTACAGGGGCGTGAGG CGTCGACGTCGCTGCTCT 58 CAATCGATGCCTGAGTTCAA
8 CT
SCC2 ATGCCAGGGTTCTTCAAG
21 ESTB100 CCACGGGCGAGGACGAGTA GGGTCCTTCTTCGCCTCGTG 59 CTTCGTCATAGCCATCGTCA
0 TG
CTTGGCTAGGGTTTCTTGAGTC SCC2 GAGCTGGAAAAGCAGAGC
23 ESTB118 CATGGCTTTTGGCTTGCTTCT 60 TGCTCACCATCCTGTTGTTC
GT 1 AC
SCC2 GGAGGAGGCTGTGATTAG
24 ESTB132 CAGGATGCAGGCACAGAGGT ATTCGGCTGGCGCTCTATTT 62 CTGTGGGACTACTCGCCTTC
3 CA
SCC2 GACCCAAAGGCATCAGAC
25 ESTB134 TCCCTTGACGACGCCTACGA TCGTCTGCGCTGCTGTTGTC 63 CGCTTGTAGATCCGGTAAGC
4 AT
SCC2 TGGTGTCAGCTTTGCTCT
29 ESTC27 TCGTCTCCGCCCGTTTTC TCCCTCGAAACGGTCTGCTA 64 ACATGCTTCTGCCCGTACTT
5 GT
SCC2 GCTAGCCCGTACATTGGG
30 ESTC50 TCTGGGGCCATGGAAGTTGA CAAGATGGTGACCCCGCAACTA 66 TGGAGCTCCGTCTTCTTGTT
7 TA
SCC3 GAGCGAGGTGTCATCTGT
31 ESTC70 CGCCTCGATCCTCTCCA TTAGCGAAGTCCATCAATCACAC 69 CCTCCTCCTCGTCCTCTTCT
4 GA
SMC1604S SCC3 CAGCGACGTACGATGATG
33 AGGGAAAAGGTAGCCTTGG TTCCAACAGACTTGGGTGG 70 AGCACTGCTGATGCTAATCG
A 8 TT
SCC4 CCTCCTCCTCCTCGTCCTA
34 SMC486CG GAAATTGCCTCCCAGGATTA CCAACTTGAGAATTGAGATTCG 72 GAGTTCCCCCAACACATCAG
1 C
AGCACGTCCGAGGATACAGTCAT SCC4 AAAAGGAGAAGGCACCAC
40 SCC07 GGACGAGTGCCCCTGCTACA 73 GCTCACGCTTCCTCATCTCT
AC 2 CT
SCC4 CAGTCCCACGAACCAAAC
42 mSSCIR3 ATAGCTCCCACACCAAATGC GGACTACTCCACAATGATGC 74 TTGCGGGGCAAATACACTAT
3 TT
SCC4
43 SMC334BS CAATTCTGACCGTGCAAAGAT CGATGAGCTTGATTGCGAATG 75 GCCGGGGATGAAGGACTC CGCTGTGCTGACGACTGG
4
SMC1751C SCC4 CTCTTGGTTCCCCTCACAA
44 GCCATGCCCATGCTAAAGAT ACGTTGGTCCCGGAACCG 76 TCCATCCATCCTCTCCACTC
L 7 A
SCC7 CTATCACCCCGCCAGTCA
46 SMC7CUQ GCCAAAGCAAGGGTCACTAGA AGCTCTATCAGTTGAAACCGA 82 GGTAGTAGGACGGGTTGCAG
9 T
SCC8 GATCCCCACCTCAGGTCA
51 SCC11 CAACGCCTCACCAAACCTAT CGTGGGGATGAACTACTCGT 86 ATCACGTCGAGGAGACCATC
6 C
SCC9 CAATTGCCAAAGCCTTCT
89 GAGACTGTGTCTCCGTGCTG
0 TC
ิ
การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกริยา PCR: ทําการทดสอบคุณภาพ
่
ี
และความเขมขนของดเอ็นเอทไดโดยการเจอจางท 2 ความเขมขน คอ 10 ng/µl และ 50 ng/µl นําไปทดสอบ
ี
ื
ี
่
ื
468
่
่
ี
การเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย PCR โดยใชไพรเมอรหมายเลข 8 (ESTA69) และ 58 (SCC18) เพือหาความ
่
ี
ี
เขมขนทเหมาะสมสาหรับนําไปใชทดสอบในอีก 41 ไพรเมอร ผลการทดสอบพบวาความเขมขนท 50 ng/µl
่
ํ
ใหผลผลิต PCR ที่ชัดเจน (ภาพที่ 1)
ี
ี
ั
ภาพท 1 การทดสอบความเขมขนของดเอ็นเอความเขมขน 10 ng/ul และ 50 ng/ul ของออยตวอยางท 1-
ี่
่
่
12, 13-19 (ภาพซาย และขวา) ในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย ไพรเมอรหมายเลข 8 (ESTA69)
ี
(ภาพบน) และ ไพรเมอรหมายเลข 58 (SCC18) (ภาพลาง)
การตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยวธี ISSR TouchDown PCR : นําดีเอ็นเอของออยท้ง 19
ั
ิ
ี
ี
หมายเลข ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทําการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยไพรเมอร EST-SSR
่
ั
ี
ั
ื
ทคดเลอกไวแลว 41 ไพรเมอร ทาการตรวจขนาดของแถบดเอ็นเอทไดดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต ิ
่
ี
ี
ํ
ี
่
(ภาพที่ 2) ครบทุกตัวอยางแลว ขณะนี้อยูระหวางการวิเคราะหผลขนาดดีเอ็นเอที่ได เพื่อบันทึกเปนลายพิมพด ี
เอ็นเอ และวิเคราะหขอมูลดวยสถิติในขั้นตอไป
469
ี่
ํ
ี
ภาพท 2 ตัวอยางการวิเคราะหขนาดชิ้นสวนดเอ็นเอที่ไดจากการตรวจวิเคราะหออยทั้ง 7 สายพันธุ จานวน 2 ซ้ํา
โดยใชไพรเมอร 73 และ 74 ดวยเครื่องแยกขนาดดีเอ็นเออัตโนมัต
ิ
ิ
ั
่
ั
ํ
ั
ี
2. การตรวจวเคราะหลักษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอของถวเหลือง: ไดรับตวอยางถวเหลอง
่
ื
ั
จานวน 27 ตวอยาง ในไตรมาส 2-2563 และไมมีการสงตัวอยางเพิ่มอีก โดยมีรายชื่อ ดังตอไปนี้
ํ
ั
1 เชียงใหม 5 10 สท.3 19 มข.35
2 สจ.3 11 จักรพันธุ (1) 20 CM 0701-26
3 CM 0701-27 12 สจ.2 21 เชียงใหม 6
4 ชม.2 13 ชม.3 22 สจ.4
5 อุตสาหะเอ 14 ราชมงคล 23 ขอนแกน
6 สจ.1 15 ชม.1 24 เชียงใหม 60
7 สุโขทัย 1 16 นครสวรรค1 25 สจ.5
8 No.75 17 ลพบรี (84) 26 สุโขทัย 2
ุ
9 ศรีสําโรง 18 CM 0706-14 27 ชม.4
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : จากผลการทดลองในไตรมาส 1-2563 คดเลอก
ื
ั
ื
ั
ไพรเมอรที่เหมาะสมในการนํามาจําแนกสายพันธุ โดยใชวิธี ISSR-TouchdownPCR และทาการคดเลอกโดย
ํ
ื
ั
ี
ํ
ใช ISSR marker จํานวน 95 คู พบวามีไพรเมอรที่สามารถเพิ่มปริมาณดเอ็นเอถั่วเหลองไดอยางชดเจนจานวน
ํ
26 คู สาหรับนําไปใชในการตรวจลายพิมพดีเอ็นเอเพื่อการจําแนกสายพันธุ
การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : นําดีเอ็นเอที่ไดทั้ง 27
ี
ตัวอยางทดสอบความเขมขนทเหมาะสมโดยเจอจางท 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 1/1000 ในน้ํากลั่น
่
ื
่
ี
และนําไปเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวย Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 11
่
ี
พบวาหมายเลข 19, 20 และ 27 ใหแถบดเอ็นเอทไมชดเจน ตองทดสอบระดบการเจอจางใหม (ภาพท 3)
ั
่
ี
ี
ื
ั
470
ี่
ี
ั
่
ภาพท 3 ผลการทดสอบความเขมขนของดเอ็นเอความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 ของถว
ื
เหลองหมายเลข 10, 14, 17, 18, 19, 20 และ 27 ในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย ISSR 11 โดยใช
่
ี
TouchdownPCR
การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : นําดเอ็นเอของถัวเหลองทง 27
ื
่
ี
้
ั
ํ
หมายเลข ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทาการตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยไพรเมอรที่คัดเลือก
ี
ํ
ั
่
ไวแลว 20 ไพรเมอร ไดทาการตรวจขนาดของแถบดเอ็นเอทไดดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต (ภาพท ่ ี
ี
่
ี
ิ
4) ครบทุกตัวอยางแลว ขณะนี้อยูระหวางการวิเคราะหผลของขนาดดีเอ็นเอที่ได เพื่อบันทึกเปนลายพิมพดีเอ็น
ู
้
ิ
เอ และวิเคราะหขอมลดวยสถิตในขันตอไป
้
ิ
ภาพท 4 ตวอยางการวิเคราะหขนาดชนสวนดเอ็นเอทไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown
ี่
ั
่
ี
ี
PCR ถัวเหลอง 27 หมายเลขๆ ละ 2 ซ้า ดวยไพรเมอร ISSR 99 และ ISSR 100
ื
ํ
่
471
3. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอของฝาย : ไดตัวอยางพืชในไตรมาสที่ 1-
ื
ุ
ํ
้
่
ี
ื
่
ํ
้
่
ี
2564 ครังท 1 ในเดอนตลคม 2563 จานวน 21 หมายเลข และครังท 2 เมอ 23 ก.พ. 2564 จานวน 7
หมายเลข รวมทั้งสิ้นเปน 28 หมายเลข ดังนี้
ลําดับ ชื่อพันธุ แหลงที่มา หมายเลขตัวอยาง ลําดับ ชื่อพันธุ แหลงที่มา หมายเลขตัวอยาง
อางอิง อางอิง
ชุดที่ 1
1 ฝายปทมนกคาบ เพชรบูรณ 16-26082020-01 16 ฝายหํายาน1 เลย 17-27082020-12
ุ
2 ฝายจันดอกเล็ก เพชรบูรณ 16-26082020-02 17 ฝายเขียวเชียงคาน เลย 17-27082020-13
3 ฝายนอยตนใหญ1 เพชรบูรณ 16-26082020-03 18 ฝายน้ําตาล เลย 17-27082020-14
พื้นเมืองเชียงคาน
4 ฝายนอยตนใหญ2 เพชรบูรณ 16-26082020-04 19 ฝายหํายาน2 เลย 17-27082020-15
5 ฝายใหญเมืองเลย เลย 17-27082020-01 20 ฝายน้ําตาลเชียง เลย 17-27082020-16
คาน2
6 ฝายตุยเมืองเลย เลย 17-27082020-02 21 ฝายขาวเชียงคาน เลย 17-27082020-17
7 ฝายภูหลวง เลย 17-27082020-03 ชุดที่ 2
8 ฝายเขียวนาดวง เลย 17-27082020-04 1 ตากฟา 84-4 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-01
9 ฝายตุยนาดวง เลย 17-27082020-05 2 ตากฟา 6 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-02
10 ฝายจันนาดวง เลย 17-27082020-06 3 ตากฟา 86-5 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-03
11 ฝายขาวนอยนาดวง เลย 17-27082020-07 4 ตากฟา 3 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-04
12 ฝายขาวใหญนาดวง เลย 17-27082020-08 5 ตากฟา 7 ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-05
้
13 ฝายขาวนาดวง เลย 17-27082020-09 6 ขีแมวแกนแพ ตากฟา (ปลูกที่ BK) BK22022021-06
14 ฝายนอยเชียงคาน เลย 17-27082020-10 7 ฝายแดงนอย สถาบันวิจัยพืชสวน BK22022021-07
15 ฝายน้ําตาลเชียงคาน1 เลย 17-27082020-11
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : คัดเลือกไพรเมอรที่เหมาะสมในการนํามาจําแนก
สายพันธุ โดยใชวิธี ISSR-TouchdownPCR และทาการคดเลอกโดยใช ISSR marker จานวน 94 ค พบวาม ี
ื
ํ
ู
ํ
ั
ี
ไพรเมอรที่สามารถเพิ่มปริมาณดเอ็นเอฝายไดอยางชัดเจนจํานวน 59 คู การสกัดดีเอนเอฝายพบวา ดีเอ็นเอท ี ่
ไดมีปญหาปนเปอนสารฟนอลิกสูง ทําใหไมสามารถนําไปใชในปฏิกิริยา PCR ได และอยูระหวางการสกัดดีเอ็น
เอใหม
การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : ผลการนําดเอ็นเอฝาย
ุ
ี
่
ํ
จานวน 22 หมายเลขทไดไปทดสอบคณภาพโดยการเพิมปริมาณดเอ็นเอในปฏกิริยา PCR พบวา 12 หมายเลข
ิ
่
ี
ุ
ี
ี่
ไมสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ (ภาพท 5) แสดงใหเห็นวาดีเอ็นเอที่ไดมีปญหาสารปนเปอนที่ยับยั้งการทํางาน
ในปฏิกิริยา PCR และอยูระหวางการทดสอบการสกัดดีเอ็นเอดวยวิธีการใหม
472
ี
ุ
ี
่
ภาพที่ 5 การทดสอบคณภาพของดเอ็นเอในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวยปฏกิริยา PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 72 ใน
ิ
ี
การทําปฏิกิริยาชนิด TouchDown PCR กับดเอ็นเอฝาย 22 หมายเลข
การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ยังไมสามารถดําเนินงานไดเนื่องจาก
อยูระหวางการสกัดดีเอ็นเอใหบริสุทธิ์
ั
4. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจาพันธุในระดบดเอ็นเอของมะมวงและมะปราง : ไดรับตัวอยาง
ํ
ี
่
ใบมะมวงเพือการวิเคราะหลายพิมพืดเอ็นเอในไตรมาส 2 -2563 จานวน 3 ตวอยางและไตรมาส 4-2563
ี
ั
ํ
ํ
จานวน 110 ตวอยาง รวม113 ตัวอยาง ดังนิ้
ั
ลําดับ ชื่อพันธุ หมายเลขตัวอยางอางอิง ลําดับ ชื่อพันธุ หมายเลขตัวอยางอางอิง
1 แกว 47 มันหวาน3 Manwan3-22072020
2 หนองแซง 48 มะปราง5 Maprang5-22072020
3 ทองดา 49 มะปราง2 Maprang2-22072020
ํ
ี
1 หงสาวด 1 Hongsawadee1-20072020 50 เขียวไขกา1 Khaeokhaika1-22072020
2 แหว 1 Haew1-22072020 51 ระเดนเขียว1 Radenkhaeow1-22072020
3 แหว 5 Haew5-22072020 52 ระเดนเขียว2 Radenkhaeow2-22072020
Tapparot (Nakhonphanom)
4 เทพรส (นครพนม) 1 53 แตงกวา1 Tangkwa1-22072020
1 - 22072020
Tapparot (Nakhonphanom)
5 เทพรส (นครพนม) 2 54 ระเดนเขียว3 Radenkhaeow3-22072020
2-22072020
6 ตุมทอง2 Toomthong2-22072020 55 เขียวไขกา2 Khaeokhaika2-22072020
7 ตุมทอง5 Toomthong5-22072020 56 พิมเสนขาว2 Pimsaenkhao2-22072020
Namdokmaitaleab2-
8 น้ําดอกไมตาเลี้ยบ2 57 กระแตลืมรัง1 Krataelueamrung1-22072020
22072020
Namdokmaitaleab4-
9 น้ําดอกไมตาเลี้ยบ4 58 กระแตลืมรัง2 Krataelueamrung2-22072020
22072020
Khangkhaolueamrung3-
ิ
ั
10 มันสวนจตร3 Mansuanchit3-22072020 59 คางคาวลืมรง3
22072020
11 ทุเรียน4 Tulean4-22072020 60 มันทวายพิเศษ1 Mantawaipised1-22072020
12 โชคอนันต4 Chokanun4-22072020 61 กระแตลืมรัง5 Krataelueamrung5-22072020
ื
13 อกรองเขียว3 Oakrongkhaew3-22072020 62 สาวกระทบหอ1 Saokratuebho1-22072020
14 อกรองเขียว5 Oakrongkhaew5-22072020 63 แตงกวา2 Tangkwa2-22072020
473
ลําดับ ชื่อพันธุ หมายเลขตัวอยางอางอิง ลําดับ ชื่อพันธุ หมายเลขตัวอยางอางอิง
Khangkhaolueamrung1-
15 อกรองเขียว1 Oakrongkhaew1-22072020 64 คางคาวลืมรง1
ั
22072020
16 จันเจาขา4 Chanchaokha4-22072020 65 สาวกระทบหอ4 Saokratuebho4-22072020
ื
17 จันเจาขา3 Chanchaokha3-22072020 66 มันสายฝน2 Mansaifon2-22072020
ํ
18 น้าตาลทรายหนัก1 Namtansainak1-22072020 67 ทองขาว3 Thongkhao3-22072020
19 แกว (ตนตอ) Kaew-22072020 68 มันสายฝน4 Mansaifon4-22072020
ู
20 การะเกด3 Karakad3-22072020 69 สามฤด1 Samreudu1-22072020
21 การะเกด1 Karakad1-22072020 70 มันสายฝน1 Mansaifon1-22072020
22 ลิ้นงูเหา Linnguhao-22072020 71 ทองขาว1 Thongkhao1-22072020
ํ
23 น้าตาลทรายหนัก2 Namtansainak2-22072020 72 มันปู5 Manpoo5-22072020
24 ศรสยาม1 Srisayam1-22072020 73 มันทวายพิเศษ3 Mantawaipised3-22072020
ี
25 มรกต Morakod-22072020 74 มันปู4 Manpoo4-22072020
26 ฟาลั่น4 Falan4-22072020 75 ทองขาว4 Thongkhao4-22072020
27 ฟาลั่น3 Falan3-22072020 76 มันสายฝน2 Mansaifon2-22072020
ั
28 นวลจนทร1 Nuanjan1-22072020 77 มันปู5 Manpoo5-22072020
29 หนองแซง5 Nongsang5-22072020 78 ระเดนขาว5 Radenkhao5-22072020
30 พรวนขอ3 Pruankho3-22072020 79 ระเดนขาว3 Radenkhao3-22072020
31 หนองแซง3 Nongsang3-22072020 80 พราหมขายเมีย3 Pramkhaimia3-22072020
ั
32 นวลจนทร5 Nuanjan5-22072020 81 ระเดนขาว1 Radenkhao1-22072020
33 ตาลปากกระบอก1 Tanpakkrabok1-22072020 82 ระเดนขาว2 Radenkhao2-22072020
34 มันสะเด็ดญาติ3 Mansadedyad3-22072020 83 เขียวเสวย+สายฝน5 Khiaosawoei+Saifon5-22072020
35 ประมวลวิธ2 Pramuanwit2-22072020 84 ระเดนขาว4 Radenkhao4-22072020
36 มันสะเด็ดญาติ1 Mansadedyad1-22072020 85 ทองดาขาว2 Thongdamkhao2-22072020
ํ
37 นกกระจอก1 Nokkrajok1-22072020 86 เขียวเสวย+สายฝน4 Khiaosawoei+Saifon4-22072020
38 ขุนทิพย (พิเศษ)3 Khunthip (pisad)3-22072020 87 พราหมขายเมีย2 Pramkhaimia2-22072020
39 ตาลปากกระบอก4 Tanpakkrabok4-22072020 88 มันบานลาด3 Manbanlad3-22072020
40 ขุนทิพย (พิเศษ)1 Khunthip (pisad)1-22072020 89 พราหมขายเมีย4 Pramkhaimia4-22072020
ั
41 นกกระจอก3 Nokkrajok3-22072020 90 ตบเปด3 Tabped3-22072020
42 ทองทลาย1 Thongtalai1-22072020 91 โอชารส2 Ocharot2-22072020
Nangklangwanlukyao5-
43 หนังกลางวันลูกยาว5 92 โอชารส1 Ocharot1-22072020
22072020
44 ประมวลวิธ1 Pramuanwit1-22072020 93 ทองดาขาว1 Thongdamkhao1-22072020
ํ
45 ขุนทิพย (พิเศษ)5 Khunthip (pisad)5-22072020 94 เขียวเสวย+สายฝน3 Khiaosawoei+Saifon3-22072020
46 มันหวาน5 Manwan5-22072020 95 โอชารส3 Ocharot3-22072020
ี
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : ทําการสกัดดเอ็นเอมะมวงชุดใหมจํานวน 110
หมายเลข คัดเลือกไพรเมอรที่เหมาะสมในการนํามาจําแนกสายพันธุ โดยใชวิธี ISSR-TouchdownPCR และ
ู
ํ
ทาการคดเลอกโดยใชISSR marker จํานวน 95 ค พบวามีไพรเมอรที่สามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอมะมวงได
ื
ั
อยางชดเจนจานวน 24 คู
ั
ํ
ํ
การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอในการทาปฏกรยา PCR : การทดสอบคณภาพด ี
ิ
ุ
ิ
ุ
ิ
ี
ั
่
ํ
่
ี
่
ื
เอ็นเอโดยการเจอจางทความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 ในน้ากลนและนําไปเพิมปริมาณด ี
เอ็นเอดวย Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 11 เพื่อหาความเขมขนที่เหมาะสมในการทํา PCR พบวา
ดีเอ็นเอของมะมวงหมายเลข 2 และ 3 มีความเขมขนของดีเอ็นเอที่ไมเหมาะสม ไดทําการทดสอบใหม รวมทั้ง
474
ี
ุ
ํ
ั
ิ
ี
ํ
ไดทาการทดสอบคณภาพดเอ็นเอและความเขมขนของดเอ็นเอในการทาปฏกิริยา PCR ของตวอยางอีก 110
หมายเลขแลว
ั
การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ไดนําดีเอ็นเอของมะมวงท้ง 113
หมายเลข ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทําการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยไพรเมอรทคดเลอก
ี
ั
ื
ี่
ไวแลว 20 ไพรเมอร โดยไดดาเนินการไปตรวลายพิมพดเอ็นเอแลวจานวน 47 หมายเลข ทาการตรวจขนาด
ี
ํ
ํ
ํ
่
ี
่
ของแถบดเอ็นเอทไดดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต (ภาพท 6) ขณะนี้อยูระหวางการตรวจลายพิมพด ี
ิ
ั
่
ี
ี
ี
เอ็นเอในอีก 66 หมายเลขทเหลอ
ื
่
ี
้
ิ
ี่
ี
ี
่
ั
ภาพท 6 ตวอยางการวิเคราะหขนาดชนสวนดเอ็นเอทไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown
PCR มะมวง 47 หมายเลขๆละ 2 ซ้ํา ดวยไพรเมอร ISSR 7
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : ไดรับตัวอยางใบมะปราง 7 ตัวอยาง ไดแก 1. ไข
ั
ุ
่
ุ
ไก 2. เนือทอง1 3. เนือทอง2 4. แมยา 1 5 แมยา2 6. เอมอิม 7. ทองสโข (สโขทย)
้
้
่
ี
ี
การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : นําดเอนเอทไดไป
ละลายทความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 และนําไปทา PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 11 เพื่อหา
่
ํ
ี
ี
ํ
ี
่
่
ุ
ั
ความเขมขนทเหมาะสมในการทา PCR พบวาสามารถเพิมปริมาณดเอ็นเอไดอยางชดเจนทกหมายเลข (ภาพท 7)
่
ี
่
ี่
ี
ี
ภาพท 7 ผล PCR ทไดจากดเอนเอของมะปรางสายพันธุ 1-4 ความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400
1/800 โดยใชไพรเมอร ISSR 11
475
้
การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ไดนําดีเอ็นเอของมะปรางทัง 7
ี
ี่
ั
ื
หมายเลข ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทําการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยไพรเมอรทคดเลอก
ํ
ี
้
ไวแลว 20 ไพรเมอร โดยไดดาเนินการไปตรวจลายพิมพดเอ็นเอแลวทัง 7 หมายเลข อยระหวางวิเคราะหผล
ู
(ภาพที่ 8)
่
ี
ี
ภาพท 8 ตวอยางการวิเคราะหขนาดชนสวนดเอ็นเอทไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown
ิ
้
ี่
ั
ํ
PCR มะปราง7 หมายเลขๆละ 2 ซ้า โดยใชไพรเมอร ISSR 10 ISSR11 ISSR12 ISSR34 ISSR35
และ ISSR37
5. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอของลิ้นจี่และขนุน
ลิ้นจี่ : ไดรับลิ้นจี่จํานวน 6 ตัวอยาง จากไตรมาสที่ 3-4 /2563 ดงนี ้
ั
1 ลิ้นจี่ นพ.1(1) NP1- SKDOA 22072020
2 ลิ้นจี่ฮงฮวย 1 HH-SK1 22072020
3 ลิ้นจี่ฮงฮวย 2 HH-SK2 22072020
4 ลิ้นจี่แดงจักรพรรด ิ DJP-SK 22072020
5 ลิ้นจี่ นพ.1(2) 1 NP1-SK1 22072020
6 ลิ้นจี่ นพ.1(2) 2 NP1-SK2 22072020
ํ
่
ี
ั
้
มการสงตวอยางใบลนจในสภาพใบแหงเพิมอีก 73 หมายเลข เมอวันท 23 ก.พ. 2564 จานวน 73
ี
ิ
่
่
ื
่
ี
ตัวอยาง มีรายการดังนี้
476
ลําดับ ชื่อพันธุ แหลงที่มา หมายเลข ลําดับ ชื่อพันธุ แหลงที่มา หมายเลขตวอยาง
ั
ตัวอยางอางอิง อางอิง
1 ฮงฮวย ศวพ.เชียงราย ชร1 38 จนเกรยงศกด ิ ์ ศวพ.เชียงราย ชร38
ั
ี
ี
2 จกรพรรด ิ ์ ศวพ.เชียงราย ชร2 39 สําเภาแกว ศวพ.เชียงราย ชร39
ั
3 กวางเจา ศวพ.เชียงราย ชร3 40 ลูกลาย ศวพ.เชียงราย ชร40
4 นครพนม ศวพ.เชียงราย ชร4 41 จีนเล็ก ศวพ.เชียงราย ชร41
5 Salathiel ศวพ.เชียงราย ชร5 42 Kaimana ศวพ.เชียงราย ชร42
6 จีนใหญ ศวพ.เชียงราย ชร6 43 Kwal May Pink ศวพ.เชียงราย ชร43
7 จีนหอม ศวพ.เชียงราย ชร7 44 บริวสเตอร ศวพ.เชียงราย ชร44
8 พันธุทิพย ศวพ.เชียงราย ชร8 45 กมเจ็ง ศวพ.เชียงราย ชร45
ิ
9 นายสะอาด ศวพ.เชียงราย ชร9 46 โอเฮยะ ศวพ.เชียงราย ชร46
ี
10 จนแดง ศวพ.เชียงราย ชร10 47 กะโหลกใบเตา ศวพ.เชียงราย ชร47
ี
11 ฝาง13 ศวพ.เชียงราย ชร11 48 นางลอย ศวพ.เชียงราย ชร48
12 ฝาง50 ศวพ.เชียงราย ชร12 49 กะโหลกใบไหม ศวพ.เชียงราย ชร49
13 ชอระกํา ศวพ.เชียงราย ชร13 50 ฮวยก ี่ ศวพ.เชียงราย ชร50
14 กะโหลกใบยาว ศวพ.เชียงราย ชร14 51 ไทยเล็ก ศวพ.เชียงราย ชร51
15 คอม ศวพ.เชียงราย ชร15 52 ไทยใหญ ศวพ.เชียงราย ชร52
16 Brewster ศวพ.เชียงราย ชร16 53 สยามมรกต ศวพ.เชียงราย ชร53
17 Marutius ศวพ.เชียงราย ชร17 54 เมล็ดตาย ศวพ.เชียงราย ชร54
18 กุยบี ้ ศวพ.เชียงราย ชร18 55 แมจัน ศวพ.เชียงราย ชร55
19 กะโหลกใบขิง ศวพ.เชียงราย ชร19 56 อัมรินทร ศวพ.เชียงราย ชร56
20 จักรพรรดิ์ขุนตาล ศวพ.เชียงราย ชร20 57 อีไว ศวพ.เชียงราย ชร57
21 สีรามัน ศวพ.เชียงราย ชร21 59 กะโหลกใบยาว ศวพ.เชียงราย ชร58
22 จนทบรี ศวพ.เชียงราย ชร22 59 คอมลําเจียก ศวพ.เชียงราย ชร59
ั
ุ
23 เมล็ดลีบ ศวพ.เชียงราย ชร23 60 H4-1 ศวพ.เชียงราย H4-1
24 กระโถนทองพระโรง ศวพ.เชียงราย ชร24 61 H4-3 ศวพ.เชียงราย H4-3
25 ไทยโชวแมจน ศวพ.เชียงราย ชร25 62 H4-19 ศวพ.เชียงราย H4-19
ั
26 ไทยโชวฝาง ศวพ.เชียงราย ชร26 63 A3-40 ศวพ.เชียงราย A3-40
27 พระองคเจาจมพต ศวพ.เชียงราย ชร27 64 คอม ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-01
ี
ุ
28 ชมพู ศวพ.เชียงราย ชร28 65 กะโหลกใบยาว ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-02
ี
29 จูบิจ ี้ ศวพ.เชียงราย ชร29 66 ไทยเล็ก ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-03
ี
30 Sweet cliff ศวพ.เชียงราย ชร30 67 ฮวยก ี่ ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-04
ี
31 Hak IP ศวพ.เชียงราย ชร31 68 สําเภาแกว ศวพ.ศรสะเกษ SK14012021-05
ี
ี้
32 สาแหรกทอง ศวพ.เชียงราย ชร32 69 จูบิจ/วายชิ ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ
33 กิมจ ี้ ศวพ.เชียงราย ชร33 70 กุยเวย ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ
34 กะโหลกใบออ ศวพ.เชียงราย ชร34 71 ปาชิด1 ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ
35 ฝาง80 ศวพ.เชียงราย ชร35 72 ปาชิด2 ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ
36 ฝาง46 ศวพ.เชียงราย ชร35 73 ปาอี๊ด ไรบีเอน จ.เพชรบูรณ
37 ฝาง11 ศวพ.เชียงราย ชร37
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : คัดเลือกไพรเมอรที่เหมาะสมในการนํามาจําแนก
สายพันธุ โดยใชวิธี ISSR-TouchdownPCR และทาการคดเลอกโดยใชISSR marker จานวน 95 ค พบวาม ี
ู
ื
ํ
ํ
ั
่
ี
ี
ิ
้
ํ
่
ี
ไพรเมอรทสามารถเพิมปริมาณดเอ็นเอมะมวงไดอยางชดเจนจานวน 34 ค ทาการสกัดดเอนเอลนจจานวน 6
ี
่
ู
ํ
ั
ํ
ตัวอยางที่ไดจากไตรมาส 3/4-2563โดยวิธี CTAB ประยุกต พบวาคุณภาพดีเอนเอที่ไดมีคาอยูที่ประมาณ 1.89
477
่
์
ี
่
่
้
ึ
ี
ี
่
ุ
ี
่
ี
่
ํ
ซึงมคาทปนเปอนสารอืนมาก ทาการลางดเอ็นเอใหมเพือใหไดดเอ็นเอทบริสทธิมากขน เพือนําไปทดสอบใน
ี
ู
่
ี
ั
ิ
ปฏกิริยา PCR สวนตวอยางใบทไดรับใหมอีก 73 หมายเลข อยในขบวกการสกัดดเอ็นเอ แตพบวาบาง
้
ี
ึ
้
ํ
่
ี
ื
ื
่
ู
้
ุ
หมายเลขมเชอราขนแลว เนืองจากมใบจานวนมาก บบอัดรวมกัน ไมสมผสกับสารดดความชน ใบทมการถก
ี
ี
ั
ั
ี
ทําลายดวยเชื้อราหรือแบคทเรีย จะไมสามารถนํามาใชในการวิเคราะหได เนื่องจากดีเอ็นเอที่สกัดไดนั้นจะเปน
ี
ทั้งของพืชและของเชื้อ รูปแบบของลายพิมพดีเอ็นเอจะมีลักษณะที่เปลี่ยนไปจากรูปแบบหลัก
ั
้
ํ
ิ
ี
ิ
ี
ิ
่
ี
การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอในการทาปฏกรยา PCR : นําดเอ็นเอทไดทง 6
ุ
ุ
ี
ี
ั
ี
่
ตวอยาง ไปทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอทเหมาะสมในการเพิ่มปริมาณดเอ็นเอดวยปฏิกิริยา
ื
PCR โดยการเจอจางดเอ็นเอเปน 6 ความเขมขน ไดแก 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 1/1000 ในน้า
ํ
ี
่
ี
่
่
กลน และนําไปทดสอบการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 9 เพือหาความ
ั
เขมขนทเหมาะสมในการทา PCR พบวาสามารถเพิมปริมาณดเอ็นเอไดดทกความเขมขน แสดงถงคณภาพด ี
ี
ี
ึ
ุ
ี
ุ
่
ํ
่
่
ี
้
เอ็นเอทสามารถนํามาใชในการทดลองขันตอไปได (ภาพที่ 9)
ี
่
ี
ุ
ี
ภาพที่ 9 การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอทเหมาะสมในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวยปฏกิริยา
่
ิ
ํ
ี
ิ
PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 9 ในการทาปฏกิริยาชนิด TouchDown PCR กับดีเอ็นเอล้นจ่ 6
ิ
ํ
ํ
ื
่
หมายเลข ทาการเจอจางดเอ็นเอท 1/50, 1/100, 1/200, 1/400, 1/800 และ 1/1,000 ดวยน้า
ี
ี
ั
ั
กลั่น ซาย :ตวอยางหมายเลข 1-4 ขวา: ตวอยางหมายเลข 5-6
การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : นําดีเอ็นเอของลิ้นจี่จํานวน 6
หมายเลขทไดรับจากไตรมาส 3-4/2563 ที่ไดความความเขมขนดีเอ็นเอที่เหมาะสม มาทําการตรวจลายพิมพด ี
ี
่
่
ํ
เอ็นเอดวยไพรเมอร ISSR ที่คัดเลือกไว จานวน 20 ไพรเมอร ไดทาการตรวจขนาดของแถบดีเอ็นเอทไดดวย
ี
ํ
ั
ิ
ี
่
เครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต (ภาพที่ 10) ทั้ง 6 หมายเลขแลว ขณะนี้อยูระหวางการสกัดดีเอ็นเอตัวอยาง
ี
่
ี
่
อีก 73 หมายเลขทไดรับในงวดท 1 ของป 2564 เพือนําเขาสขันตอนการวิเคราะหลายพิมพดเอ็นเอตอไป
่
้
ู
ี
478
ี่
ํ
ี่
ํ
ภาพท 10 ตัวอยางการวิเคราะหขนาดชิ้นสวนดีเอ็นเอที่ไดจากการตรวจวิเคราะหลิ้นจ 6 หมายเลข จานวน 2 ซ้า
่
โดยใชไพรเมอร ISSR 11, 12, 34, 35, 36, และ 43 ดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต
ั
ิ
ี
ั
่
ั
ขนุน : ไดรับตวอยางขนุนเพิมอีกจานวน 17 หมายเลข ดงนี ้
ํ
ชื่อ รหัส
1 รุงสุริยา RSY
2 รุงทวี RT-SK (DOA)
3 มาเลย MAL-SK
4 เพรชราชา PRCH-SK
5 เพรชราชา (DOA) PRCH-SK (DOA)
6 แดงสุริยา DSY-SK
7 ศรีบรรจง SBJ-SK
8 ศรีบรรจง (DOA) SBJ-SK (DOA)
9 เพรชดํารง PDR-SK
10 แดงศรีราชา (DOA) DCH-SK (DOA)
11 เหลืองบางเตย HBT-SK
12 จําปากรอบ JPK-SK
13 ทวายปเดียว TPD-SK
14 ทองประเสิรฐ TP-SK
15 คุณหญิง KY-PB
16 เพรชจริยา PJY-PB
17 เพรชดํารง-PB PDR-PB
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : การสกัดดีเอ็นเอขนุนพบวามปญหาการปนเปอน
ี
ุ
่
จากยางและฟนอลก การสกัดดวยวิธีเดม คอ CTAB พบวาดเอนเอทวัดได มคาความบริสทธิทประมาณ 1.85
์
ี
ื
ี
ิ
ิ
ี
ี
่
แตพบวาดีเอนเอที่ไดไมสามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยปฏิกิริยาพีซีอารได (ภาพที่ 11)
479
ภาพที่ 11 ผลการทดลองเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอขนุนที่สกัดดวยวิธี CTAB ดวยปฏิกิยาพีซีอาร
ั
การปรับเปลี่ยนวิธีการสกัดดีเอ็นเอใหมโดยเพิ่มสารประกอบยูเรีย (7M NH 4 NO ) ลงในบฟเฟอรใน
3
ื
่
ั
การสกัด พบวาทาใหไดดีเอนเอที่บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น สามารถนําไปใชในการคดเลอกเครืองหมายโมเลกุลตอไปได
ํ
ี
การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : การทดลองนําดเอ็นเอ
ท่ไดจากการสกัดดวยการเพิ่มสารยูเรียในขบวนการสกัด พบวาไดดีเอ็นเอขนุนท่มีความบริสุทธิ์ สามารถ
ี
ี
นําไปใชในการทําปฏิกิริยา PCR ได ไดผลผลิต PCR เปนแถบดีเอ็นอที่ชัดเจนขึ้น (ภาพที่ 12)
ี
ี
ุ
ภาพที่ 12 การทดสอบคณภาพแของดเอ็นเอขนุน หมายเลข 6-17 ในการเพิ่มปริมาณดเอ็นเอดวยไพรเมอร
ISSR 57 ดวยวิธี TouchDown PCR
การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ไดดาเนินการตรวจลายพิมพืดีเอ็น
ํ
ํ
เอของขนุนจํานวนแลวจํานวน 17 หมายเลข โดยใชพรเมอรที่คัดเลือกไว 20 ไพรเมอร ทาการตรวจขนาดของ
แถบดีเอ็นเอที่ไดดวยเครื่องแยกขนาดดีเอ็นเออัตโนมัติ (ภาพที่ 13) ขณะนี้อยูระหวางการวิเคราะหผลของ
่
ี
ขนาดดเอ็นเอทได เพือบันทกเปนลายพิมพดีเอ็นเอ และวิเคราะหขอมูลดวยสถิตในขั้นตอไป
ี
ึ
ิ
่
480
ี
ี
่
้
ิ
ั
ภาพที่ 13 ตวอยางการวิเคราะหขนาดชนสวนดเอ็นเอทไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown
PCR ขนุน 17 หมายเลข ดวยไพรเมอร ISSR 56, 57 และ 58
6. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอของแตงกวาและแตงราน :
ไดรับตวอยางแตงกวาจานวน 22 หมายเลขในไตรมาส 2-2563 ดังนี้
ํ
ั
1. CL 583 Premium บ.กรีนซีสสกลนคร 2.C675 อะเมซอน บ.กรีนซีสสกลนคร
3. C694 Yuri บ.กรีนซีสสกลนคร 4. C588 คงกระพัน 1 บ.กรีนซีสสกลนคร
5. CM712 กองนภา บ.กรีนซีสสกลนคร 6.C662 Pretty บ.กรีนซีสสกลนคร
7. C664 มาวินบ.กรีนซีสสกลนคร 8. C697 Platinum บ.กรีนซีสสกลนคร
9. C665 กรีนเนอร บ.กรีนซีสสกลนคร 10. ลานนา 6 (435)
11. ลานนา 5 (442) 12. ลานนา 2 (446)
13. ลานนา 13 (433) 14. ลานนา 12 (401)
15. ลานนา 9 (402) 16. ลานนา 11 (443)
17. ลานนา 4 (448) 18. ลานนา 10 (434)
19. ลานนา 1 (457) 20. ลานนา 8 (301)
21. ลานนา 3 (445) 22. ลานนา 7 (444)
ํ
ั
การสกัดดีเอ็นเอและคดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : ทาการสกัดดเอ็นเอแตงกวาไดทง 22 หมายเลข
ั
ี
้
ํ
จากผลการทดลองการคัดเลือกไพรเมอรทเหมาะสมในการนํามาจาแนกสายพันธุ ดวยใชวิธี ISSR-
ี
่
ี่
Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR จํานวน 95 ไพรเมอร พบวาสามารถคัดเลือกไพรเมอรทเพิ่มปริมาณ
ั
่
ดเอ็นเอแตงกวาไดอยางชดเจนจานวน 31 ไพรเมอร สาหรับนําไปใชในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอเพือการ
ี
ี
ํ
ํ
จําแนกสายพันธุ
481
การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : การทดสอบโดยการ
่
ี
ี
ั
้
่
ี
ั
ํ
นําดเอ็นเอแตงกวาทไดทง 22 ตวอยาง ไปละลายทความเขมขน 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 ในน้า
่
ี
กลันและนําไปเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย Touchdown PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 11 เพือหาความเขมขนท ่ ี
่
่
ํ
ี
เหมาะสมในการทา PCR พบวาดเอ็นเอของแตงกวาหมายเลข 10, 17, 19 และ 20 มปญหาการเกิดปฏกิริยาท ่ ี
ี
ิ
ิ
ื
ี
ี
่
ี
ู
ไมสมบรณ โดยพบวาผลผลต PCR ทไดมความแปรปรวนในแตละความเขมขน การเจอจางดเอ็นเอใหมเปน
ั
ื
ิ
่
1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 1/1000 ทาใหไดผลผลต PCR เปนแถบดเอ็นเอทชดเจนในทกการเจอจาง
ี
ํ
ุ
ี
ที่ทดสอบ (ภาพที่ 14)
ุ
ี
ภาพที่ 14 การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอแตงกวา หมายเลข 10, 17, 19, 18 และ 20 ใน
การเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยไพรเมอร ISSR 11 ในการทําปฏิกิริยาชนิด TouchDown PCR ทํา
่
การเจอจางดเอ็นเอท 1/50, 1/100, 1/200, 1/400, 1/800 และ 1/1,000 ดวยน้ํากลั่น ภาพบน :
ี
ี
ื
่
ี
ึ
ื
การเกิดปฏิกิริยา PCR ที่ไมสมบูรณในหมายเลข 10, 17, 18, 19 และ 20 เจอจางท 1/50 ถง
ื
1/800 ภาพลาง : การทดสอบซ้ําดวยการเจอจาง 1/50 ถึง 1/1000
้
ี
ั
การตรวจลายพิมพดีเอ็นเอดวยวิธี ISSR TouchDown PCR : ไดนําดเอ็นเอของแตงกวาทง 22
หมายเลข ทไดความความเขมขนดเอ็นเอทเหมาะสม มาทาการตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยไพรเมอรที่คัดเลือก
ี
ี
่
ี
ี
ํ
่
ั
ิ
่
ี
ํ
ี
่
ไวแลว 20 ไพรเมอร ไดทาการตรวจขนาดของแถบดเอ็นเอทไดดวยเครืองแยกขนาดดเอ็นเออัตโนมต (ภาพท ี ่
ี
15) ครบทุกตัวอยางแลว ขณะนี้อยูระหวางการวิเคราะหผลของขนาดดีเอ็นเอที่ได เพื่อบันทึกเปนลายพิมพด ี
เอ็นเอ และวิเคราะหขอมูลดวยสถิตในขั้นตอไป
ิ
482
ภาพที่ 15 ตัวอยางการวิเคราะหขนาดชิ้นสวนดีเอ็นเอที่ไดจากการตรวจวิเคราะหดวยวิธี ISSR TouchDown
PCR แตงกวา 22 สายพันธุ สายพันธุละ 2 ซ้ํา ดวยไพรเมอร ISSR 35 และ ISSR 36
7. การตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดับดีเอ็นเอของไมดอกสกุลขมิ้น : ไดรับตัวอยางพืช
จํานวน 20 หมายเลข ในลักษณะใบแหง พรอมรายละเอียดแหลงที่เก็บตัวอยาง ดังรายการตอไปนี้
ลํา ชื่อวิทยาศาสตร ชื่อไทย แหลงที่เก็บ หมายเลขผูเก็บ
ดับ
1 Curcuma roscoeana กระเจียวสม อุทยานแหงชาติน้ําตกพาเจรญ อ.พบพระ จ.ตาก P.Prom 840
ิ
Wall.
2 Curcuma roscoeana กระเจียวสม อ.ปางมะผา จ.แมฮองสอน Wichai 02
Wall.
3 Curcuma harmadii ชอมรกต อุทยานแหงชาติน้ําตกสามหลั่น อ.เมืองสระบุรี สระบุร ี P.Prom 856
Gagnep
4 Curcuma "Royal Thai รอยัลไทย เกรท โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai
Great Reign" เรน พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Great Reign 02
5 Curcuma "Royal Thai รอยัลไทย เกรท โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai
Great Reign" เรน พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Great Reign 02
6 Curcuma "Great King" เกรทคิง โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Great King 01
พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม
7 Curcuma "Great King" เกรทคิง โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Great King 02
พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม
8 Curcuma "Beauty บิวตี้ พริ้นเซ็ส โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Beauty
Princess" พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Princess 01
9 Curcuma "Beauty บิวตี้ พริ้นเซ็ส โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Beauty
Princess" พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Princess 02
10 Curcuma "Royal Thai รอยัลไทย ไทย โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai
Thai Garnet" การเนท พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Thai Garnet 01
11 Curcuma "Royal Thai รอยัลไทย ไทย โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai
Thai Garnet" การเนท พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Thai Garnet 02
12 Curcuma "Pimjai" พิมพใจ โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Pimjai 01
พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม
13 Curcuma "Pimjai" พิมพใจ โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Pimjai 02
พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม
14 Curcuma "Royal Thai รอยัล ไทย โกล โครงการศูนยบริการพัฒนาขยายพันธุไมดอกไมบานไรอันเนื่องจาก P. Prom-Royal Thai
Golden Reign" เด็น เรน พระราชดําริ อ.หางดง จ.เชียงใหม Golden Reign
483
ลํา ชื่อวิทยาศาสตร ชื่อไทย แหลงที่เก็บ หมายเลขผูเก็บ
ดับ
ื
15 Curcuma "Chiang Rai1" เชียงราย 1 ศูนยวิจัยพชสวนเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย P. Prom-Chiang Rai1
ื
16 Curcuma "Chiang Rai2" เชียงราย 2 ศูนยวิจัยพชสวนเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย P. Prom-Chiang Rai2
17 Curcuma "Chiang Rai3" เชียงราย 3 ศูนยวิจัยพชสวนเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย P. Prom-Chiang Rai3
ื
18 Curcuma samlanesis กระเจียวสาม อุทยานแหงชาติน้ําตกสามหลั่น อ.เมืองสระบุรี สระบุร ี P. Prommanus 855
หลั่น
19 Curcuma myanmarensis บัวเข็ม ศูนยวิจัยและพฒนาการเกษตรเพรชบูรณ อ.เขาคอ จ.เพรชบูรณ P. Prommanus 858
ั
20 Curcuma "Redshadow" เรดชาโด แปลงรวบรวมไมดอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร บางเขน กทม. P. Prom-Red Shadow 01
การสกัดดีเอ็นเอและคัดเลือกเครื่องหมายโมเลกุล : ทําการสกัดดเอ็นเอตัวอยางพืชแลวทั้ง 20
ี
หมายเลข
ี
ุ
การทดสอบคุณภาพและความเขมขนของดีเอ็นเอในการทําปฏิกิริยา PCR : นําดเอ็นเอของทก
ํ
ี
่
ี
่
ตวอยางมาทาการทดสอบความเขมขนทเหมาะสมในการเพิมปริมาณดเอ็นเอทโดยการเจอจางดเอ็นเอเปน 6
ี
่
ี
ั
ื
่
้
ความเขมขน คอ 1/50 1/100 1/200 1/400 1/800 และ 1/1,000 จากนันนําไปทดสอบการเพิมปริมาณด ี
ื
่
่
เอ็นเอดวยปฏกิริยา PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 58 เพือหาความเขมขนทเหมาะสมของแตละตวอยางสาหรับ
ี
ํ
ั
ิ
ี
ี
ํ
ี
ื
่
ั
นําไปใชตรวจสอบกับอีก 20 ไพรเมอรทคดเลอกไว ผลการทดสอบพบวาดเอ็นเอมปญหาการปนเปอน ทาให
ู
ี
ี
การเพิมปริมาณดเอ็นเอไมสมบรณ มเพียงหมายเลขท 4 เทานันทดเอ็นเมคณภาพ สามารถนําใชการเพิม
่
่
ี
ุ
ี
ี
้
่
่
ี
ปริมาณดเอ็นเอ็นเอได (ภาพที่ 16)
ี
่
ี
ี
่
ี
ุ
ภาพที่ 16 การทดสอบคณภาพและความเขมขนของดเอ็นเอปทมมาทเหมาะสมในการเพิมปริมาณดเอ็นเอดวย
ุ
ี
ิ
ํ
ปฏิกิริยา PCR โดยใชไพรเมอร ISSR 58 ในการทาปฏกิริยาชนิด TouchDown PCR กับดเอ็นเอ
ี
ุ
ํ
ื
ปทมมา 20 หมายเลข ทาการเจอจางดเอ็นเอท 1/50, 1/100, 1/200, 1/400, 1/800 และ
่
ี
1/1,000 ดวยน้ํากลั่น
484
ี
็
ี
่
ี
้
ี
จากผลนีแสดงใหเหนวาไมสามารถนําดเอ็นเอทไดไปใชในการตรวจลายพิมพดเอ็นเอได ไดสกัดดเอ็น
ี
เอใหมดวยวิธีการที่มีสารยูเรียเปนสวนประกอบ และเพิ่มสาร CTAB ในขบวนการลางดเอ็นเอ ทาใหไดดเอ็นเอ
ํ
ี
ี
ที่มีคุณภาพดีขึ้น นํามาตรวจคุณภาพของดเอ็นเอโดยการทดสอบการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอดวยไพรเมอร 1 ชนิด
ดวยดเอ็นเอปทมมาหมายเลข 1-20 ทความเขมขน 6 ระดบ พบวาใหผลแถบดเอ็นเอทชดเจน
่
ี
ั
ี
ี
่
ี
ุ
ั
ิ
ํ
การตรวจลายพิมพดเอ็นเอดวยวธี ISSR TouchDown PCR : ขณะนีไดทาการตรวจลายพิมพด ี
ี
้
่
ี
ู
ํ
ื
ี
ี
ื
ั
่
้
เอ็นเอทง 20 หมายเลข ดวยไพรเมอรทคดเลอกแลวเปนจานวน 6 ค จากการใชดเอ็นเอเจอจางททดสอบไว
ั
ของแตละหมายเลข และอยูระหวางดําเนินการตรวจดวยไพรเมอรอีก 14 ไพรเมอร
ุ
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
โครงการวิจยนี้มีการทดลองทงสน 7 การทดลอง ดาเนินการในพืช 7 กลม 9 ชนิดพืช ไดแก (1) ออย
ั้
ุ
ํ
ิ้
ั
่
่
ิ
้
ี
(2) ถวเหลอง (3) ฝาย (4) มะมวงและมะปราง (5) ลนจและขนุน (6) แตงกวาและแตงราน และ (7) ไมดอก
ั
ื
ั
ี
ํ
สกุลขมิ้น การดาเนินงานในสวนการตรวจวิเคราะหลักษณะประจําพันธุในระดบดีเอ็นเอ ท่ดําเนินการท ่ ี
ี
ั
ั
่
ิ
ี
ํ
ุ
ศนยวิจยพืชไรขอนแกน กลมตวอยางพืชทดาเนินการตรวจลายพิมพดเอ็นเอเสร็จสนแลว ไดแก ออยจานวน
ู
้
ํ
ื
ํ
ํ
่
ํ
19 พันธุ ถวเหลองจานวน 27 หมายเลข มะปรางจานวน 7 หมายเลข ขนุนจานวน 17 หมายเลข แตงกวา
ั
ํ
ี
จานวน 22 หมายเลข อยูระหวางการวิเคราะหผล สวนปทมมา จานวน 20 หมายเลข ตรวจลายพิมพดเอ็นเอ
ุ
ํ
ี
ี
ไปแลว 6 ไพรเมอร เหลออีก 14 ไพรเมอร ฝาย 28 หมายเลข การสกัดดเอ็นเอพบวามปญหาการปนเปอน
ื
้
่
ิ
ี
สารประกอบฟนอลกสง และอยระหวางการปรับวิธีการสกัดใหไดดเอ็นเอทมความบริสทธิมากยงขน มะมวง
ู
ี
่
ู
ุ
ี
์
ึ
ิ
ู
113 หมายเลข ดาเนินการไปตรวจลายพิมพดเอ็นเอแลวจานวน 47 หมายเลข อยระหวางการตรวจลายพิมพด ี
ี
ํ
ํ
้
เอ็นเอในอีก 66 หมายเลขที่เหลือ ลินจี่ 79 หมายเลข ตรวจลายพิมพดีเอ็นเอแลว 6 หมายเลขและอยูระหวาง
ี
ั
การสกัดดเอ็นเอดเอ็นเอในตวอยางอีก 73 หมายเลข พืชบางชนิดมปญหาสารปนเปอนในใบ โดยเฉพาะอยาง
ี
ี
ิ
ั
ุ
ั
ิ
ึ
่
้
ิ
ั
่
ุ
ยงยางและสารประกอบฟนอลก เปนกลมทยบยงปฏกิริยา PCR การสกัดดเอ็นเอใหบริสทธิจงเปนขนตอนท ่ ี
ี
์
ี
้
ี
ี
ั
ํ
ี
ุ
ี
สาคญทสดในการตรวจลายพิมพืดเอ็นเอ ตามดวยความเขมขนดเอ็นเอทเหมาะสมในการเกิดปฏกิริยา PCR
่
ิ
่
ํ
่
ี
ดงนันตองทาการทดสอบหาสภาวะทเกิดผลผลต PCR ที่ไมมีความแปรปรวน
ั
้
ิ
เอกสารอางอิง
็
ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล วีรเดช โขนสันเทียะ รัชนี ขันธหัตถ เพียงเพญ ศรวัต ประพิศ วองเทียม ศุภชัย สารกาญจน อัจฉรา
ลิ่มศิลา. 2553. ฐานขอมูลลายพิมพดีเอนเอของมันสําปะหลังพันธุไทย พนธุลูกผสม และพันธุตางประเทศ.
็
ั
ผลงานวิจัยดีเดนและผลงานวิจัยที่เสนอเขารวมพิจารณาเปนผลงานวิจัยดีเดน ประจําป 2552. กรมวิชาการเกษตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ. หนา 16-30.
Rohlf, F.J. 2002. NTSYS-pc. Numerical Taxonomy and Multivariate Analysis System, Version-2.1. New York:
Applied Biostatistics.
485
โครงการวิจัยอื่นๆ
486
โครงการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ: ออยโรงงาน กรมวิชาการเกษตร
ชยันต ภักดีไทย107 กาญจนา กิระศักดิ์ ภาคภูมิ ถิ่นคํา มทนา วานิชย ทนุธรรม บุญฉิม
ั
1*
82
82
82
88
88
และเนติรัฐ ชุมสุวรรณ
ู
่
ี
้
1. ชื่อแปลงเรียนร......แปลงเรียนรูเกษตรอัจฉริยะออยโรงงาน ... พืนทแปลงเรียนรู......100... (ไร)
ี
ทตงแปลง...... 111 ต หนอง ระ เวียง พิมาย, ตําบล รังกาใหญ อําเภอ พิมาย นครราชสีมา 30110....
ั
้
่
พิกัด X…15.130726... Y…102.394270…
2. ผูรับผิดชอบแปลงเรียนร ู
ํ
.
ํ
ชื่อ.....นายชยันต ภักดีไทย... ตาแหนง .....นักวิชาการเกษตรชานาญการ.......
หนวยงาน……ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน…………
ิ
3.การจัดกจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรูเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ
3.1 แผน...50....ราย - ผล............50.......ราย
3.2 ระยะเวลาทดาเนินงาน ตลาคม 2562-กันยายน 2563
ุ
ํ
ี
่
ํ
ี
่
่
3.3 ชอหวขอจดอบรม - การจดทาแผนทภาพถายทางอากาศโดยใชซอฟตแวรโอเพนซอรซ (Open
ื
ั
ั
ั
ิ
source software) โดยใชรูปแบบการอบรมเชงปฏบัตการพรอมเอกสารประกอบการฝกอบรม
ิ
ิ
4. การจัดทําแปลงเรียนรูเทคโนโลยีเกษตรอัจฉรยะ
ิ
แผนจัดทําแปลงเรียนรู ...100.. ไร/โรงเรือน ผลการจดทาแปลงเรียนรู ..100... ไร/โรงเรือน
ํ
ั
กิจกรรมที่ดําเนินงาน ผลการดาเนินงาน
ํ
สํารวจแปลงออยโรงงานป 61/62 การบินสารวจแปลงออยโรงงาน ถายภาพถายทางอากาศ โดยใช
ํ
โดยใช UAV ถายภาพดวยกลอง RGB UAV ถายดวยกลอง RGB (ภาพสีจริง)
ี
่
กอนการเก็บเกี่ยว ภาพถายทางอากาศ วันท 20 กุมภาพันธ 2563
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร
ื
ิ
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
487
แผนที่ความสูงของออยโรงงาน วันที่ 20 กุมภาพันธ 2563
จัดทําแผนที่สขภาพพืช (Plant การประเมินความสมบูรณของออยไดจากภาพถายจากอากาศยาน
ุ
ั
Health Map) ไรคนขับ โดยใชอุปกรณตรวจวัดแบบมาตรฐาน (RGB Sensor) ตรวจวด
สุขภาพพืชโดยประมวลผลภาพถายทางอากาศโดย โดยใช Green-Red
Vegetation Index (GRVI) ตามสูตร GRVI = (Green – Red) / (Green +
Red) ใชโปรแกรม Quantum GIS หรือ QGIS ซึ่งเปนโปรแกรม Desktop
GIS ประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการนํามาใชจัดการขอมูลปริภูมิจัดอย ู
ในกลุมซอฟตแวรรหัสเปด (Free and Open Source Software: FOSS)
คํานวณไดภาพในลักษณะของ Single Band คาที่ไดมาสรางความสัมพันธ
ระหวางคา SCMR และ Total N ไดสมการ (1)
Y (%N Concentration) = 0.0279x (SCMR) + โดย R² = 0.57* ------------>
1.4833 (1)
488
การประมาณคาความสมบูรณของออยไดจากภาพถายจากอากาศ
ยานไรคนขบ โดยใช GRVI ใชโปรแกรม Quantum GIS หรือ QGIS ซึ่งเปน
ั
โปรแกรม Desktop GIS ประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการนํามาใชจัดการ
ขอมูลปริภูมิจัดอยูในกลุมซอฟตแวรรหัสเปด (Free and Open Source
Software: FOSS) คํานวณไดภาพในลักษณะของ Single Band นามาสราง
ํ
ความสัมพันธระหวาง GRVI และ คา SCMR ไดสมการ (2)
Y (SCMR) = 124.32x (GRVI) - 42.818 โดย R²= 0.68* ------------>
(2)
จากสมการ 1 และ 2 ทําใหสามารถสรางสมการความสัมพันธที่ใช
ํ
ทานายคา N Concentration GRVI โดยใชสมการ (3)
Y (%N Concentration) = 4.3351x (GRVI) - โดย R²= 0.61* ------------>
0.2158 (3)
ี
คําแนะนําปริมาณไนโตรเจนท่เหมาะสมในออยอยในชวง 2.00-
ู
2.60% และอยในระดับวิกฤติเม่อตํากวา 1.8% (Kaler et al., 2016) จาก
ื
่
ู
ุ
ี
สมการท่ไดจะพบวาในออยพันธขอนแกน 3 หลังจากใสปุยตามคาวิเคราะห
ี
่
ั
ดิน ระดับของ คา GRVI ทคํานวณไดจากอากาศยานไรคนขบควรมากกวา
0.465 ซี่งสามารถใชประมาณคาความอุดมสมบูรณของออยในแปลงขนาด
ใหญได ความเขมของสีใบมีความสัมพันธกับพันธุออยที่ใช เนื่องจากออยแต
ละพันธุมีประสิทธิภาพการดูดใชไนโตรเจนที่แตกตางกัน
ใสปุยออยตอ 1 ตามกรรมวิธี แบง
่
้
พืนทเปนตารางกริดขนาด 112 x 112
ี
เมตรตามคาแนะนําตามคาวิเคราะห
ํ
ดน ใชปุยอัตรา 15-9-6 และ 6-9-6
ิ
O -K O
N-P 2 5 2
489
สุทธิ
ไร)
รายได (บาท/
การผลิตพืชตามเทคโนโลยี ในแปลงตนแบบ ผลผลิต (กก./ ไร)
ตนทุน การผลิต (บาท/ ไร)
รายได สุทธิ (บาท/ ไร)
การผลิตพืชตามวิธีของ เกษตรกร ผลผลิต (กก./ไร)
ตนทุน ผลิต ไร)
การ (บาท/
ตนแบบ (ไร)
พื้นที่ แปลง 100
Y 102.394270
พิกัดแปลงตนแบบ
5. ตารางแสดงกลุมเปาหมาย พิกัดแปลง ผลผลิต คุณภาพ ตนทุนการผลิต ที่ไดจากการถายทอดเทคโนโลยี (สําหรับแปลงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแลว)
X 15.130726
เบอร โทรศัพท
ที่อยู เวียง พิมาย, ตําบล รังกาใหญ อําเภอ พิ มาย นครราชสีมา
111 ต หนอง ระ 30110....
เลขที่บัตร ประชาชน
ชื่อ-สกุล เกษตรกรตนแบบ แปลงผลิตทอนพันธุ โรงงานน้าตาลพิมาย
ํ
ลําดับ 1
490
ั
6. เทคโนโลยี/นวัตกรรม/องคความรูใหม/โจทยวิจัย/ที่ไดจากการจดทําแปลงเรียนรูเกษตรอัจฉริยะ
1. การจัดการปุยตามคาวิเคราะหดินแบบแมนยําตามพิกัดกริด
ํ
่
ั
่
ี
ู
2. การจดทาแผนทภาพถายทางอากาศจากอากาศยานไรคนขับ เพือประเมินสภาพแปลงปลก
่
ุ
3. การใชภาพถายทางอากาศจากอากาศยานไรคนขับ เพือประเมนสขภาพพืช
ิ
7. ผลที่ไดจากการจัดทําแปลงเรียนรูเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (เพื่อขอมูลในการชี้แจงงบประมาณป 2564)
- ผลผลิต (output)
่
ู
ิ
ํ
ึ
ุ
1. ไดขอมลเพือแสดงถงวิธีการใชปยออยตามคาวิเคราะหดนแบบแมนยา โดยการวิเคราะหปริมาณ
ี
ั
่
ิ
้
ธาตอาหารในดนตามพิกัดกริด ขนาดพืนทเก็บตวอยาง 7.84 ไร แสดงใหเกษตรกรและผประกอบการเหนวา
็
ู
ุ
้
ั
่
ี
ุ
ิ
การใชปยในแปลงขนาดใหญไมจาเปนตองใชในอัตราเดยวกันทงแปลง เพือการลดตนทนการผลต ภายใตการ
ุ
ํ
ใชปจจัยการผลิตอยางแมนยํา การใชปุยของเกษตรกร ป 2562 ตามแผนงานของเกษตรกรจะใชปุย 18-18-18
ิ
ราคา กระสอบละ 850 บาท อัตรา 50 กก./ไร/ป พื้นท่ออยท้งหมด 91 ไร คดเปนเงิน 77,350 บาท จาก
ั
ี
คําแนะนําการใสปุยออยตามคาวิเคราะหดินแบบแมนยําตามพิกัดกริด พบวาจะตองใชปุย 2 อัตราคอ 12-9-6
ื
O -K O ตอไรจํานวน 23.75 ไร ราคาตนทนปุย 843 บาทตอไร คดเปนเงิน 20,021.25 บาท และ 6-
กก. N-P 2 5 2 ุ ิ
O -K O ตอไรจํานวน 67 ไร ราคาตนทนปุย 684 บาทตอไร คดเปนเงิน 45,828 บาท คาตนทุน
9-6 กก. N-P 2 5 2 ุ ิ
ปุย 65,849.25 บาท เมื่อเปรียบเทียบสวนตางของตนทุนคาปุยทั้งหมด 11,500.75 บาท สามารถลดตนทนการ
ุ
ใชปุยตอไรลงได 126 บาทตอไร
ี
2. แปลงเรียนรูเกษตรอัจฉริยะ: ออยโรงงาน ไดมการประยกตใชและฝกอบรมเชงปฏิบัตการโดยใช
ุ
ิ
ิ
WebODM ซึ่งเปนซอฟตแวรรหัสที่เปดพัฒนามาจาก Open Drone Map ใชในการทําแผนที่จากภาพถายทาง
ู
ี
ู
อากาศดวยโดรน สามารถใชงานไดโดยไมมคาใชจาย การใชงานโดยผใชงานอัพโหลดขอมลภาพจากอากาศ
ยานไรคนขับเขาไป แลวก็สั่งใหประมวลผลภาพถายทางอากาศตามขั้นตอน ผลลัพธจากการประมวลผลออกมา
่
่
่
เปนแผนท Orthomosaic แผนที Digital Surface Model (DSM) แผนที Digital Terrain Model (DTM) /
ี
ิ
Digital Elevation Model (DEM) นํามาใชในการตดตามการเจริญเตบโตของออยตอไป ซึงเกษตรกร
่
ิ
ผูประกอบการหรือผูสนใจสามารถนําไปประยุกตใชโดยไมมีคาใชจาย
ี่
ซอฟตแวรทนิยมใช ราคา
WebODM ไมมีคาใชจายในการใชงาน
ื
ุ
Pix4Dmapper Pro 1 เดอน ราคาอยท 9,000 บาท 1 ป ราคาอยที 100,000 บาท ใบอนญาตถาวร ราคาอยท ่ ี
ู
ู
ู
่
ี
่
250,000 บาท
Agisoft PhotoScan ใบอนุญาตมาตรฐาน ราคาอยูที่ 100,000 บาท
Professional Edition
ุ
ี
่
3Dsurvey ใบอนญาตถาวร ราคาอยท 107,771.44 บาท
ู
Drone2Map for ArcGIS 1ป ราคาอยูที่ 47,600.25 บาท
ี
ู
่
ุ
Drone Mapper ใบอนญาตถาวร ราคาอยท 35,887.89 บาท
491
ตารางราคา
ที่มา: https://gistnu.wordpress.com/2019/03/24/uav-software/
ิ
ั
่
ู
3. ไดขอมลการจดการแปลงผลตออยในพืนทขนาดใหญ เทคนิคการประเมนสภาพแปลงปลก การ
ิ
ู
้
ี
ประเมนความลาดชนและความสมาเสมอของแปลงปลก โดยใชภาพถายจากอากาศยานไรคนขบ ผานการ
่
ํ
ิ
ู
ั
ั
่
ี
ี
่
ประมวลผลโดยใชซอฟตแวรโอเพนซอรซ (Open source software) ซึงเปนซอฟตแวรทไมมคาใชจายในการ
ิ
้
ั
่
ื
ั
้
ิ
ุ
ตดตงเพือการใชงานและยงใชงานไดโดยงาย โดยวิธีการประเมนสขภาพพืชเบองตน (Plant Health map)
่
ิ
่
ี
ั
ั
้
่
ี
จากการใชกลองทใชเซ็นเชอรแบบ RGB ซึงเปนอุปกรณมาตรฐานทตดตงในอากาศยานไรคนขบ ผานการ
่
ี
่
ประมวลผลโดยใชซอฟตแวรโอเพนซอรซ (Open source software) ซึงเปนซอฟตแวรทไมมคาใชจายในการ
ี
ติดตั้งเพื่อการใชงานและยังใชงานไดโดยงาย การเก็บตัวอยางวิเคราะหในพื้นทปลูก 1 ไร ใชตัวอยางประมาณ
ี่
15-20 ตัวอยางตอไร คาใชจายในการวิเคราะหตัวอยางตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง อัตราคา
ุ
ั
วิเคราะหและทดสอบวัตถตวอยาง พ.ศ. 2561 คาใชจายในการทดสอบปริมาณไนโตรเจนทงหมด (Total
ั
้
Nitrogen : N) ในพืช ราคาตัวอยางละ 400 บาทไมรวมคาดําเนินการเก็บตัวอยางในพื้นที่ 100 ไร จะมีตัวอยาง
ทั้งหมด 2,000 ตวอยาง คดเปนเงิน 80,000 บาท สาหรับการวิเคราะห แตการใชอากาศยานไรคนขับถายภาพ
ั
ิ
ํ
ี
ู
ประเมนผลผาน WebODM ซึงเปนซอฟตแวรรหสทเปด มคาใชจายอยประมาณ 25,000 บาท เทานั้น เวลา
ั
่
่
ี
ิ
ื
ดาเนินการวิเคราะหในหองปฏิบัตการใชเวลา 15-30 วัน แลวแตปริมาณเครืองมอ อากาศยานไรคนขับสามารถ
ํ
ิ
่
ประมวลผลไดภายใน 3-5 วันขึ้นอยูกับสมรรถนะเครื่องคอมพิวเตอร
ี
ี
ตารางเปรยบเทยบ
วิธี คาใชจาย (บาท) เวลา
ิ
วิเคราะหหองปฏิบัตการ 80,000 15-30 วัน
ภาพถายทางอากาศ 25,000 3-5 วัน
492
- ผลลัพธ (outcome)
ู
ี
่
ี
ิ
ั
เกษตรกร เจาหนาทและผประกอบการ สามารถเขาถึงเทคโนโลยการจดการปุยตามคาวิเคราะหดน
ํ
ิ
แบบแมนยาของกรมวิชาการเกษตร การใชอากาศยานไรขับในประเมนสภาพแปลงปลกขนาดใหญและวิธีการ
ู
ิ
ประเมินสุขภาพพืชเบื้องตน นําไปปรับใชในกระบวนการผลผลตออยไดอยางมีคุณภาพ
- ผลกระทบ (Impact)
ุ
ี
่
ี
ิ
ํ
ุ
เกษตรในกลมทดาเนินการผลตออยโดยใชเทคโนโลยสมยใหม โดยมงเนนทาการเกษตรในรูปแบบ
ํ
ั
ี
ิ
่
แปลงผลตขนาดใหญ สามารถปรับใชเทคโนโลยทสอดคลองและเหมาะสมกับรูปแบบการผลตออยในประเทศ
ี
ิ
ลดความเสี่ยงในการดําเนินกิจกรรมทางการเกษตร มีการบริการจัดการภายใตขอมูลที่ถูกตอง แมนยํา
8. ปญหา/อุปสรรคและขอเสนอแนะ
่
ี
ํ
่
ปญหาในเรืองของงบประมาณ และความตอเนืองของงาน การพัฒนาทมงานในการดาเนินงาน และ
ํ
การเกิดโรคตดเชอไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทาใหไมสามารถดาเนินการจดอบรมไดตามเวลาและ
้
ั
ิ
ื
ํ
ั
ู
จานวนผเขาอบรมตามทกําหนด และยงขาดงบประมาณในการพัฒนาระบบการนับตนพืช (Plant Stand
่
ี
ํ
Counting) สําหรับใชในการประเมินจํานวน เพื่อคาดการณผลผลิตอยางแมนยํา
ตัวอยางการนับจํานวนตนพืช
493
ํ
9. ภาพประกอบการดาเนินงาน
494
โครงการเรียนรูการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินคาเกษตร
ธีรวุฒ วงศวรัตน108
ิ
1*
ผลการดําเนินงานโครงการศูนยเรียนรูการเพิ่มประสิทธิภาพสินคาเกษตร (ศพก.) ปงบประมาณ 2563
ุ
ผลวิเคราะหสภาพพื้นที่เปาหมายกอนดาเนินการ ดังนี้ ใชพื้นที่ ศพก. บานโสกจาน เนืองจากเปนจดท ่ ี
่
ํ
่
ั
มเกษตรกรเขามาเรียนรูอยางตอเนืองและนําไปเปนแนวทางการปฏบต ศนยวิจยพืชไรขอนแกนเปนหนวย
ิ
ี
ั
ู
ิ
่
ี
ั
ี
ึ
ิ
ํ
ิ
่
ั
่
ั
งานวิจยทมงานผลงานวิจยเกียวกับเทคโนโลยีการผลตถวลสงจงดําเนินการทาแปลงตนแบบ “การเพิ่ม
ี
ิ
่
ั
ประสทธิภาพการผลตถวลสง” ทังหมด 3 แปลง เปนแปลงในพืนท ศพก. หลก (บานโสกจาน) มนายสริยนต
ิ
ั
ุ
ั
่
ี
ิ
้
้
พิเชฐพงศวิมต เปนเจาของศพก. และ ศพก. เครือขาย 2 แปลง ไดแก บานหนองแวงโอง และบานหนองแวงไร
ุ
ิ
มีนางประภาพร กุนะ และ นายธัชชัย อัคฮาด เปนเจาของ ศพก. ตามลําดับ ผลงานวิจัยที่นําไปใช ไดแก พันธุ
ถั่วลิสงขอนแกน 5 การใสปุยตามคาวิเคราะหดิน การใชไรโซเบียม การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปถั่ว
ิ
ิ
ํ
ั
ู
ลสงเพือเพิมมลคา ในการจดทาแปลงตนแบบ พบวา ไดผลผลตฝกสด (กก./ไร) ผลผลิตฝกแหง (กก./ไร)
่
่
เปอรเซ็นตกะเทาะ ดงตารางท 1
ั
่
ี
ตารางที่ 1 ผลผลิตของถั่วลิสงพันธุขอนแกน 5 ที่ไดจากแปลงตนแบบ
แปลงตนแบบ ผลผลิตฝกสด (กก./ ผลผลิตฝกแหง เปอรเซ็นตกะเทาะ น้ําหนัก 100 เมล็ด
ไร) (กก./ไร) (กรัม)
แปลง ศพก.หลัก 740 264 60.1 42.3
บานโสกจาน
แปลง ศพก. เครือขาย 800 285 55.1 44.2
(บานหนองแวงโอง)
แปลง ศพก. เครือขาย 1200 420 64.1 44.5
(บานหนองแวงไร)
ผลผลตของถวลสงจากแปลงตนแบบ ศพก. หลก บานโสกจาน ไดนํามาแปรรูปเปนผลตภณฑตางๆ
ิ
ั
ั
่
ั
ิ
ิ
ั
่
ั
ิ
ั
่
ิ
ิ
ื
ั
่
ิ
เชน ขาวตงหนาถวลสง ถวลสงเคลอบ ถวลสงอบเนย สรางรายไดเสริมใหเกษตรเจาของ ศพก. ผลผลตของ
ิ
้
ั
ั
ถวลสงจากแปลงตนแบบ ศพก. เครือขาย บานหนองแวงโอง ขายในรูปถวลสงฝกสดทงหมด 35 บาทตอ
่
ิ
ั
่
ี
่
ิ
่
ั
ิ
กิโลกรัม ในขณะทผลผลตของถวลสงจากแปลงตนแบบ ศพก. เครือขาน บานหนองแวงไร แบงเปนขายในรูป
ํ
ถั่วลิสงฝกสด 35 บาทตอกิโลกรัม ชายถั่วลิสงฝกแหง 45 บาทตอกิโลกรัมสาหรับการนําไปเปนเมลดพันธุ และ
็
นําไปแปรรูปเปนผลิตภัณฑ นอกจากนี้เมล็ดถั่วลิสงบางสวนเก็บไวสําหรับบริโภคในครัวเรือน
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
* Corresponding Author E-mail: [email protected]