The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iberzerk_satit, 2021-09-06 05:22:52

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 2

345





ี่


ตารางท 5 ผลผลิตหัวสดเฉล่ยตอไร ปริมาณการใชปยไนโตรเจนเฉล่ยและวอเตอรฟุตปรินทของการปลูกมน

สําปะหลัง 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน ในปการผลต 2562/63

WFgreen WF
ผลผลิตเฉลี่ย ปริมาณการใชปุยไนโตรเจนเฉลี่ย WFgray WFblue
จังหวัด (ลบ.ม./ตันหัว (ลบ.ม./ตันหัว
(ตัน/ไร) (กก./ไร) (ลบ.ม./ตันหัวสด) (ลบ.ม./ตันหัวสด)
สด) สด)
1. ชัยภูมิ 5.6 8.4 30.6 86.9 0 117.5
2. เลย 5.9 12.1 42.7 66.6 0 109.2

3. อดรธานี 7.6 9.2 24.5 61.1 0 85.6
4. กาฬสินธ ุ 4.6 11.1 44.6 94.4 0 139.0
5. ขอนแกน 6.4 12.5 39.0 58.9 0 97.9

6. สกลนคร 5.3 5.9 22.5 90.8 0 113.3
7. มกดาหาร 5.9 8.3 30.2 75.2 0 105.4

เฉลี่ย 5.9 9.5 33.4 76.3 0 109.7



ตารางที่ 6 ผลผลิต และปริมาณการใชปุยไนโตรเจนของการปลูกมันสําปะหลัง 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉยงเหนือ


ตอนบน ในปการผลต 2560/2561-2562/63

ผลผลิต (ตันตอไร) ปริมาณการใชปุยไนโตรเจน (กิโลกรัมตอไร)
จังหวัด
60/61 61/62 62/63 เฉลี่ย 60/61 61/62 62/63 เฉลี่ย
1. ชัยภูมิ 4.1 4.1 5.6 4.6 5.4 5.4 8.4 6.4
2. เลย 3.9 4.0 5.9 4.6 5.5 9.6 12.1 9.1

3. อดรธาน ี 5.8 6.1 7.6 6.5 6.2 6.5 9.2 7.3
4. กาฬสินธ ุ 4.5 4.8 4.6 4.6 7.6 5.2 11.1 8.0
5. ขอนแกน 3.9 5.1 6.4 5.1 5.7 5.9 12.5 8.0

6. สกลนคร 4.5 3.5 5.3 4.4 5.8 3.5 12.5 7.3
7. มกดาหาร 4.6 3.4 5.9 4.6 4.2 9.0 8.3 7.2

เฉลี่ย 4.5 4.4 5.9 4.9 5.8 6.4 9.5 7.2







ตารางท 7 วอเตอรฟุตปรินทของการปลกมนสาปะหลง 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในปการผลต


ี่
2560/2561-2562/63
WFgray WFgreen WF
จังหวัด (ลบ.ม./ตันหัวสด) (ลบ.ม./ตันหัวสด) (ลบ.ม./ตันหัวสด)
60/61 61/62 62/63 เฉลี่ย 60/61 61/62 62/63 เฉลี่ย 60/61 61/62 62/63 เฉลี่ย
1. ชัยภูมิ 29.6 28.8 30.6 29.7 132.0 141.6 86.9 120.2 161.6 170.4 117.5 149.8
2. เลย 29.9 57.0 42.7 43.2 120.0 136.6 66.6 107.7 149.9 193.6 109.2 150.9
3. อดรธาน ี 25.0 24.4 24.5 24.6 74.0 78.3 61.1 71.1 99.0 102.7 85.6 95.8

4. กาฬสินธ  ุ 36.1 18.2 44.6 33.0 119.0 90.2 94.4 101.2 155.1 108.4 139.0 134.2
5. ขอนแกน 28.7 23.9 39.0 30.5 107.0 123.0 58.9 96.3 135.7 146.9 97.9 126.8
6. สกลนคร 29.3 21.7 22.5 24.5 180.0 128.8 90.8 133.2 209.3 150.5 113.3 157.7

7. มกดาหาร 29.9 57.4 30.2 39.2 102.0 211.3 75.2 129.5 131.9 268.7 105.4 168.7
เฉลี่ย 29.8 33.1 33.4 32.1 119.1 130.0 76.3 108.5 148.9 163.0 109.7 140.5

346





สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ




พืนทผลตมนสาปะหลงภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน 7 จงหวัด ไดแก จงหวัดชยภม เลย อุดรธานี


















กาฬสนธุ ขอนแกน สกลนคร และมกดาหาร ใน 3 ฤดกาลผลต ในป 2560/61 2561/62 และ 2562/63 ใหผลผลต












เฉลย 4.9 ตนตอไร และมปริมาณการใชปยไนโตรเจน 7.2 กิโลกรัมตอไร มคาเกรยวอเตอรฟุตพริ้นทเฉลยเทากับ



32.1 ลูกบาศกเมตรตอน้ําหนักหัวสด 1 ตน มีคากรีนวอเตอรฟุตพริ้นตเฉลยเทากับ 108.5 ลกบาศกเมตรตอน้ําหนัก









หวสด 1 ตน และมีคาวอเตอรฟุตพริ้นทเฉลี่ย 140.5 ลกบาศกเมตรตอน้าหนักหวสด 1 ตน (ตารางท 6 และ 7)









เอกสารอางอิง
ชินาธิปกรณ พงศภิญโญภาพ และ ธํารงรัตน มุงเจริญ. 2554. วอเตอรฟุตพริ้นทของกระบวนการผลิตเอทานอลจากมันสําปะหลัง

ในประเทศไทย. วิศวกรรมสาร มก. 75 (24) 41-52
สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2560. มันสําปะหลังโรงงาน: เนื้อที่เพาะปลูก เนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตตอไรรายอาเภอ


ป 2559. http://www.oae.go.th/assets/portals/1/files/production/fieldcrop/casava/3-59

สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2563. มันสําปะหลัง: เนอที่เพาะปลูก เนื้อทเก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตตอไรแยกตามชนิดพนธ ุ
ื้
ี่
ระดับจังหวด ป 2563.

http://www.oae.go.th/assets/portals/1/fileups/prcaidata/files/varitties%20casava63.pdf
อนัตยา บุญฮวด นาฎสุดา ภูมิจํานงค และอัจฉราอัศวรุจิกุลชัย. 2557. การประเมินวอเตอรฟุตพริ้นทของการผลิตเอทานอลจากมัน


สําปะหลังพื้นที่จังหวัดลพบุรี ประเทศไทย. หนา 392-379. [Online] เขาถึงไดที่
http://gsbooks.gs.kku.ac.th/57/grc15/files/pmo19.pdf.
Mekonnen, M. M. and A. Y. Hoekstra. 2011. The green, blue and grey water footprint of crops and derived crop
products. Hydrol. Earth Syst. Sci., 15, 1577–1600.

347


























แผนงานวิจัย


วิจัยการศึกษาผลของการจัดการดินปุยและน้ําในระบบการผลิตขาวโพดเลี้ยงสัตวออย

มันสําปะหลังถั่วเหลืองและถั่วเขียวตอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพดินและการปลอยกาซ

เรือนกระจก (โครงการวิจัยเดี่ยว)

348




การศึกษาการจัดการน้ําที่มีประสิทธิภาพอยางตอเนื่องตอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพดนและการ


ปลอยกาซเรือนกระจกในระบบการผลิตออย จงหวดขอนแกน
The Study of Continuously Effective Water Management on Improved Soil Quality and
Greenhouse Gas Emissions in Sugarcane Production System, Khon Kaen Province


ชยันต ภักดีไทย95 เนติรัฐ ชุมสุวรรณ และศรีสุดา ทิพยรักษ96
1*
2
96

บทคัดยอ



การกักเก็บคารบอน (carbon storage) ในพืนทเกษตรเปนแนวทางหนึงทหลายประเทศนําไปใชเพือ










ประโยชนในการลดปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดในบรรยากาศ ปริมาณคารบอนทถกกักเก็บไวในดนมการ



เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยูกับหลายปจจย แตปจจัยหลัก ๆ ไดแก การใชประโยชนทดิน สภาพภูมิอากาศ และ

ี่


การทาการเกษตร ทําใหมีการยอยสลายของอินทรียวัตถในดิน และปลดปลอยคารบอนสูบรรยากาศ จงดาเนินการ





ศกษาโดยวางแผนทดลองแบบ RCB 5 กรรมวิธี ๆ ละ 3 ซ้ํา โดยทุกกรรมวิธีใสปุยเคมีอัตรา 24-9-18 กิโลกรัม N-

P2O5-K2O ตอไร 1) ปลูกออยโดยอาศัยน้ําฝน 2) ปลูกออยโดยใหน้ําเสริมดวยระบบน้ําหยด 12.5 เปอรเซ็นตของ



ความจความชนของดน ภายในระดบความลก 1 เมตร (AWC) เมอออยอาย 30-240 วัน 3) ปลกออยโดยใหน้า

















เสริม 25.0 เปอรเซ็นตของ AWC 4) ปลกออยโดยใหน้าเสริม 37.5 เปอรเซ็นตของ AWC 5) ปลกออยโดยใหน้า





เสริม 50.0 เปอรเซ็นตของ AWC การใหน้าน้าไดทระดบ 12.5%–37.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน










ทาใหออยตอสามารถใหผลผลต 7.74 – 12.88 ตันตอไร ปริมาณคารบอนในลําของออยตอพันธุขอนแกน 3 รวม 3














ปพบวา การใหน้า 12.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน มปริมาณคารบอนมากทสด 4,603 กก. C/ไรซึ่ง
เปนสวนสูญเสียคารบอนออกจากพื้นที่ปลูกออย ในของคารบอนที่กลับคืนสูระบบการผลิตออยไดแกใบสด โดยการ

ใหน้ํา 12.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน มีปริมาณคารบอนมากท่สุด 258 กก. C/ไร และในใบแหง








พบวา การใหน้า 50.0% ของปริมาณความชื้นที่เปนประโยชน มีปริมาณคารบอนมากที่สุด 470 กก. C/ไร
คําสําคัญ ออย คารบอน คารบอนไดออกไซด น้ํา


คํานํา

ภาวะโลกรอนมสาเหตมาจากการปลอยกาซเรือนกระจกทงจากภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรอัน




เนื่องมาจากกิจกรรมความตองการของมนุษยซึ่งเพิ่มขึ้นตามจํานวนประชากรโลก โดยปจจุบันความเขมขนของกาซ
คารบอนไดออกไซดเพิ่มขึ้นเปน 380 สวนในลานสวน จากเดิมเมื่อ 150 ปกอนที่มีเพียง 280 สวนในลานสวน การ




กักเก็บคารบอน (carbon storage) ในพืนทเกษตรเปนแนวทางหนึงทหลายประเทศนําไปใชเพือประโยชนในการ













ลดปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดในบรรยากาศ ปริมาณคารบอนทถกกักเก็บไวในดนมการเปลยนแปลง


1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร

2 ขาราชการบํานาญ กรมวชาการเกษตร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

349






ตลอดเวลาข้นอยกับหลายปจจัย แตปจจัยหลัก ๆ ไดแก การใชประโยชนท่ดิน สภาพภูมิอากาศ และการทํา

การเกษตร ทําใหมีการยอยสลายของอินทรียวัตถในดิน และปลดปลอยคารบอนสูบรรยากาศ ในทางกลับกันหากมี



การจดการดิน-ปุย-น้ําและพืชอยางเหมาะสมและมีประสทธิภาพกับพื้นที่ปลูก พื้นที่ทําการเกษตรก็จะเปนแหลงกัก
ุ
เก็บคารบอนที่สําคัญแหลงหนึ่ง ประเทศไทยยังจัดเปนกลมที่มีการปลอยกาซเรือนกระจกเปนอันดบที่ 25 ของโลก






และเปนลาดบท 2 ในอาเซียน รองจากประเทศอินโดนีเซีย จากการศกษาและจดทาฐานขอมลการปลอยกาซเรือน












กระจกภาคเกษตรของสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2555) เพือประเมนความตองการขอมลดานการเกษตรท ่ ี













ตองจดเก็บเพิมตามคมอการจดทาบญชกาซเรือนกระจกของ IPCC โดยจาแนกตามแหลงปลอย เชน นาขาว ปศ ุ




สตว การจดการพืนท ฯลฯ และรายสนคาทสาคญ เชน ขาว ขาวโพดเลยงสตว มนสาปะหลง ออย ปาลมน้ามน





















ฯลฯ และอืน ๆ โดยจดทาฐานขอมลการคานวณและแสดงตวอยางการคานวณตามวิธีการการประเมนวัฏจกรชวิต
















(Life cycle assessment; LCA) ครอบคลมตังแตการผลตจนถึงการเก็บเกียวผลผลต พบวา การปลกพืชไรลวนแต 



ทาใหมการปลอยกาซเรือนกระจกสทธิ โดยการปลอยกาซเรือนกระจกดงกลาว สวนใหญเกิดจากกิจกรรมการใช 






















ปยเคมและปยอินทรีย ซึ่งการปลกออยในป พ.ศ. 2554 มการปลอยกาซเรือนกระจกทงสน 2.2 ลานตน



คารบอนไดออกไซดเทยบเทา



วิธีดําเนินการ
อุปกรณ 
- ปุยเคมีที่ใช ไดแก ยูเรีย ทริปเปลซูเปอรฟอสเฟต และโพแทสเซียมคลอไรด






- ออยตอพันธุขอนแกน 3 (ป 2560 เปนออยตอท 6)
- ทอน้ําแบบพีอี พีวีซี หัวน้ําหยด เครื่องกรองน้ําและเครื่องสูบน้ําขนาด 20-40 แรงมา


- สวานเก็บตัวอยางดน และอุปกรณเก็บตวอยางดนแบบ Undisturbed core sample









- คมอตรวจสอบสดน ถุง ขวดพลาสตก ถังพลาสติกเก็บตวอยางน้ํา ผาพลาสติกปูรองน้ํากันกระแทก


- เครืองวัดน้าฝนในสนาม ตาชง เทปวัดระยะขนาด 50 เมตรและอื่น เปนตน





- สารเคมีปองกันกําจัดศัตรูออยตามความจําเปน


- อุปกรณสาหรับดกจบกาซคารบอนไดออกไซด ไดแก กระปองพลาสติก ขวดแกว และฐานรองทเปน






ตะแกรง
วิธีการ
ดาเนินการทดลองในแปลงทดลองออยตอ ทมการจดการน้าและปยอยางตอเนืองตงแตป พ.ศ. 2552















วางแผนทดลองแบบ RCB 5 กรรมวิธี ๆ ละ 3 ซ้ํา โดยทุกกรรมวิธีใสปุยเคมีอัตรา 24-9-18 กิโลกรัม N-P2O5-K2O

ตอไร
1) ปลูกออยโดยอาศัยน้ําฝน
2) ปลูกออยโดยใหน้ําเสริมดวยระบบน้ําหยด 12.5 เปอรเซ็นตของความจุความชื้นของดิน ภายในระดับ
ความลก 1 เมตร (AWC) เมื่อออยอายุ 30-240 วัน

3) ปลกออยโดยใหน้าเสริม 25.0 เปอรเซ็นตของ AWC





350






4) ปลกออยโดยใหน้าเสริม 37.5 เปอรเซ็นตของ AWC



5) ปลกออยโดยใหน้าเสริม 50.0 เปอรเซ็นตของ AWC


สุมเก็บตัวอยางดิน วิเคราะหปริมาณธาตุอาหารพืชและอินทรียคารบอนในดินกอนปลูกพืชในแตละป ดแล





รักษาออยตอพื้นที่ ขนาดแปลงยอย 9x9 เมตร แปลงยอยหางกัน 1.5 เมตร เพือเปนรองระบายน้า แบบระบบปลก






พืชเด่ยว (sole crop) ใชระยะแถวปลก 1 เมตร วางลาเหลอมสลบโคนและปลาย โดยปลกและเก็บเกียวตาม





ฤดูกาลของเกษตรกรปฏิบัติ แบงใสปุยเคมีเปนสามครั้งเทา ๆ กัน สําหรับออยตอ ใสปุยไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและ
โพแทสเซียมอัตรา 24-9-18 กิโลกรัมตอไร ครั้งที่ 1 ใส 1/3 (N-P-K) หลังจากเก็บเกี่ยวออยตอ 4 ครั้งที่ 2 ใส 1/3
















(N-P-K) เมอออยมอาย 2-3 เดอน และ ครังท 3 ใส 1/3 (N-P-K ) เมอออยมอาย 4-5 เดอนหลงปลก โดยใสเปน









แถวขางรองปลกหางจากแถวออยประมาณ 10-15 เซนตเมตร เก็บเกียวและสมเก็บตวอยางออยเมออาย ุ





ประมาณ12 เดอน ดาเนินการในออยตอพันธุขอนแกน 3 ตอที่ 8-10


ผลและวิจารณผลการทดลอง

1. สภาพแวดลอมตลอดฤดูปลูก
1.1. สมบัติของดิน





ดนในพืนททดลองเปนชดดนวาริน ดนบนและดนลางมเนือดนเปนดน (Table 1) ดนบนและดนลางมพี















เอช 6.3 และ 6.0 ตามลาดบ ดินบนและดินลางมีอินทรียวัตถุ 0.59 และ 0.51 % ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนตอ





พืช 29 และ 15 มก./กก. โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได 45 และ 55 มก./กก. ตามลาดบ

1.2 ปรมาณน้าฝน






ฤดปลกป 2560/61 ปริมาณน้าฝนรวมตลอดฤดปลกเทากับ 1,268 มลลเมตร (ภาพที 1) ฤดปลกป














2561/62 ปริมาณน้าฝนรวมตลอดฤดปลกเทากับ 1,145 มลลเมตร (ภาพที 2) ฤดปลกป 2562/63 ปริมาณน้ําฝน


ี่

รวมตลอดฤดปลกเทากับ 1,090 มิลลิเมตร (ภาพท 3)

2. ผลของการจัดการน้ําที่มีประสิทธิภาพอยางตอเนื่องตอผลผลิตและองคประกอบผลผลิต
ฤดูปลูกป 2560/61 ออยตอ 8


การเจริญเตบโต เมอออยตอ 8 อาย 6 9 และ 12 เดือน กรรมวิธีท่มีการจัดการน้ําออยมีความสูงไม 




แตกตางกันเมื่อมีการใหน้ํา แตแตกตางกับกรรมวิธีที่ไมมีการใหน้ําอยางมีนัยสาคัญ จํานวนหนอตอกอไมมีแตกตาง







กันในทางสถต จานวณหนอตอกอเมออาย 6 เดอนไมมความแตกตางกันในทางสถตแตเมออาย 9 เดอนพบออยท ี่












ไมมีการใหน้ํามีจํานวนหนอตอกอมากทสุดคือ 4.5 หนอตอกอ แตเมื่ออายุ 12 เดือนกลับพบวา ในกรรมวิธีที่มีการ
ี่



ี่
ี่
ใหน้ํามีจํานวนหนอมากทสด ในกรรมวิธีที่ใหน้ํา 25 และ 50 เปอรเซ็นตของความจความชื้นทเปนประโยชนในดน





ขนาดของลาเมออาย 6 เดอนมความแตกตางกันในทางสถิติโดยกรรมวิธีที่มีการใหน้ํามีขนาดลําแตกตางกับกรรมวิธี


ที่ไมมีการใหน้ําอยางมีนัยสาคัญ แตในอายุ 9 และ 12 ขนาดลําในแตละกรรมวิธีไมมีความแตกตางกันในทางสถต ิ




(ตารางท 2-4)







เก็บเกียวผลผลต วันท 8 มกราคม 2561 กรรมวิธีทมการจดการน้าทีแตกตางกันไมทาใหจานวนลาตอไร
























แตกตางกันในทางสถต กรรมวิธีทใหน้าหยด 37.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน ใหผลผลตออยตอท 8



351




















มากทสด 10.56 ตน/ไร ไมแตกตางทางสถตกับกรรมวิธีอื่นทีมีการใหน้า แตแตกตางกับกรรมวิธีทไมมการใหน้า



อยางมีนัยสําคัญ คา CCS ไมมีความแตกตางในทางสถติแตกรรมวิธีที่ไมใหน้ํามีแนวโนมใหคา CCS สูงกวากรรมที่มี

การใหน้ํา ผลผลิตน้าตาลพบวากรรมวิธีทใหน้ําหยด 50.0% ของปริมาณความชื้นที่เปนประโยชน มผลผลิตน้าตาล


ี่


มากที่สุด 1,383 กิโลกรัมตอไร ไมแตกตางทางสถิตกับกรรมวิธีอื่นทีมีการใหน้ํา แตแตกตางกับกรรมวิธีที่ไมมีการให 





น้ําอยางมีนัยสําคัญ (ตารางท 5)
ฤดูปลูกป 2561/62 ออยตอ 9






การเจริญเตบโต เมอออยตอ 9 อาย 5 เดอน ทกกรรมวิธีการจดการน้า ออยมความสงไมแตกตางในทาง







สถิติ จํานวนหนอตอกอพบวาออยตอที่ไมมีการใหน้ํา จํานวนหนอตอกอนอยที่สดแตกตางกับกรรมวิธีที่มีการใหน้ํา




อยางมีนัยสําคัญ (ตารางท 6) เมื่อออยตอ 9 อายุ 8 เดือนพบวากรรมวิธีที่มีการจัดการน้ําออยมีความสูงไมแตกตาง


ี่







กันเมื่อมีการใหน้ํา แตแตกตางกับกรรมวิธีทไมมีการใหน้ําอยางมีนัยสาคญ แตจานวนหนอตอตนพบวา กรรมวิธีท ี่




















ไมมการใหน้ามจานวนหนอมากทสด 8.6 หนอตอกอ และเสนผานศนยกลางลาของออยตอ ไมมความแตกตางกัน

ในทางสถตทกกรรมวิธี (ตารางท 7) เมอออยอาย 11 เดอน กรรมวิธีทใหน้าหยด 50.0% ของปริมาณความชนท ี ่























เปนประโยชน ความสง 264 เซนตเมตร ไมแตกตางทางสถิตกับกรรมวิธีอื่นทีมีการใหน้า แตแตกตางกับกรรมวิธีท ี ่

ไมมีการใหน้ําอยางมีนัยสาคัญ แตอยางไรก็ตาม การจดการน้าไมทําใหจํานวนหนอและเสนผานศูนยกลางแตกตาง







กันในทางสถิต (ตารางท 8)



เก็บเกียวออยตอ 9 วันท 8 มกราคม 2562 พบวาการใหน้าทระดบแตกตางกัน มผลตอจานวนลาตอไร

















แตกตางกันในทางสถิติ โดยการใหน้ํา 37.5% ของปริมาณความช้นท่เปนประโยชนมีจํานวนลําตอไรมากทสด















9,798 ลาตอไร แตเมอใหน้าท 12.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชนทาใหผลผลตออยและผลผลตน้าตาล




มากทสด 12.88 ตนตอไรและ 1,661 กิโลกรัมตอไร ตามลาดบ แตกตางกับกรรมวิธีอืนอยางมนัยสาคญ สวนคา
















CCS ไมมีความแตกตางกันเมื่อมีการใหน้ําในระดับที่แตกตางกัน (ตารางท 9)


ฤดูปลูกป 2562/63 ออยตอ 10










การเจริญเตบโต เมอออยตอ 10 อาย 5 เดอน ทกกรรมวิธีการจดการน้าออยมความสงไมแตกตางในทาง



ี่


ี่



ี่

สถต จานวนหนอตอกอพบวาออยตอทไมมีการใหน้ําจํานวนหนอตอกอนอยทสดแตกตางกับกรรมวิธีทมีการใหน้ํา
อยางมีนัยสําคัญ (ตารางท 10) เม่อออยตอ 10 อายุ 9 เดอนพบวากรรมวิธีท่มการจัดการน้ําออยมีความสงไม 




























แตกตางกันเมอมการใหน้า แตแตกตางกับกรรมวิธีทไมมการใหน้าอยางมนัยสาคัญ แตจานวนหนอตอตนพบวา



กรรมวิธีทไมมการใหน้ามจานวนหนอมากทสด 7.2 หนอตอกอ และเสนผานศนยกลางลาของออยตอ ไมมความ


























แตกตางกันในทางสถตทกกรรมวิธี (ตารางท 11) เมอออยอาย 12 เดอน พบวากรรมวิธีทมการจดการน้าออยม ี
















ความสงไมแตกตางทางสถตแตแตกตางกับกรรมวิธีทไมมการใหน้า โดยการใหน้า 12.5% ของปริมาณความชนท ่ ี







ี่


ี่
เปนประโยชน มีความสูงมากทสด 207 เซนตเมตร และการใหน้ําทแตกตางกันไมทําใหจํานวนหนอและขนาดเสน


ผานศูนยกลางลําแตกตางกันในทางสถตแตแตกตางกับกรรมวิธีที่ไมมีการใหน้ํา โดยการใหน้ํา 37.5% ของปริมาณ








ความชื้นที่เปนประโยชน ใหจํานวนหนอและเสนผานศูนยกลางลาของออยตอสูงสดเปน 6.5 หนอตอกอและ 2.76





เซนตเมตรตามลาดบ (ตารางท 12)

352









เก็บเกียวออยตอ 10 วันท 9 มกราคม 2563 การใหน้าทระดบแตกตางกันไมมผลตอจานวนลาตอไรแต 



























แตกตางกับกรรมวิธีทไมมการใหน้า โดยการใหน้า 12.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชนมจานวนลาตอไร







ี่
มากท่สุด 6,933 ลําตอไร และการใหน้ําท 12.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชนทําใหผลผลิตออยและ
ผลผลิตน้าตาลมากทสุด 7.74 ตันตอไรและ 1,357 กิโลกรัมตอไร แตกตางกับกรรมวิธีอื่นอยางมีนัยสําคัญ สวนคา














CCS การใหน้า 50.0% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน มประมาณ CCS มากทสด 17.90 ไมแตกตางทาง



สถิติกับกรรมวิธีอื่นทีมีการใหน้ํา แตแตกตางกับกรรมวิธีที่ไมมีการใหน้ําอยางมีนัยสําคัญ (ตารางท 13)



3. ผลของการจัดการน้ําที่มีประสิทธิภาพอยางตอเนื่องตอการกักเก็บคารบอนในสวนตาง ๆ ของออย
ปริมาณการกักเก็บคารบอนในออยตอ 8 พันธุขอนแกน 3 พบวาการจดการน้าทแตกตางกันไมทาให 








ปริมาณการกักเก็บคารบอนในสวนตาง ๆของออยแตกตางกันในทางสถต โดยในสวนของลาออย การใหน้าหยด









50.0% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน มแนวโนมพบปริมาณการกักเก็บคารบอนมากทสด 44.7% ในใบสด












พบวากรรมวิธีอาศยน้าฝนมแนวโนมพบปริมาณการกักเก็บคารบอนมากทสด 45.7% และในใบแหงพบวารรมวิธี




อาศัยน้ําฝนมีแนวโนมพบปริมาณการกักเก็บคารบอนมากที่สุด 44.5% เชนเดียวกัน (ตารางท 14)

ปริมาณการกักเก็บคารบอนในออยตอ 9 พันธุขอนแกน 3 พบวา พบวาการจดการน้ําทแตกตางกันไมทํา
ี่






ใหปริมาณการกักเก็บคารบอนในสวนตาง ๆของออยแตกตางกันในทางสถต โดยในสวนของลาออย กรรมวิธีท ่ ี






อาศยน้าฝน มแนวโนมพบปริมาณการกักเก็บคารบอนมากทสด 63% ในใบสดพบวากรรมวิธีใหน้า 12.5% ของ







ปริมาณความชนทเปนประโยชน มีแนวโนมพบปริมาณการกักเก็บคารบอนมากทสด 56.0% และในใบแหงพบวา
















กรรมวิธีใหน้า 25.0% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน มแนวโนมพบปริมาณการกักเก็บคารบอนมากทสด



56.9% (ตารางท 15)


ปริมาณการกักเก็บคารบอนในออยตอ 10 พันธุขอนแกน 3 พบวา พบวาการจดการน้าที่แตกตางกันไมทา




ใหปริมาณการกักเก็บคารบอน ในสวนใบสดและใบแหง แตกตางกันในทางสถิติ แตในสวนของลําออย กรรมวิธีที่มี










การใหน้า 12.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน พบปริมาณการกักเก็บคารบอนมากทสด 56.3% ไม




แตกตางทางสถิตกับกรรมวิธีอื่นทีมีการใหน้ํา แตแตกตางกับกรรมวิธีที่ไมมีการใหน้ําอยางมีนัยสําคัญ (ตารางท 16)


ปริมาณคารบอนในลา ของออยตอพันธุขอนแกน 3 รวม 3 ปพบวา การใหน้ํา 12.5% ของปริมาณ



ความชนทเปนประโยชน มปริมาณคารบอนมากทสด 4,603 กก. C/ไร ในใบสด พบวา การใหน้า 12.5% ของ














ปริมาณความช้นท่เปนประโยชน มีปริมาณคารบอนมากท่สุด 258 กก. C/ไร และ ในใบแหง พบวา การใหน้า
50.0% ของปริมาณความชื้นที่เปนประโยชน มีปริมาณคารบอนมากที่สุด 470 กก. C/ไร

353



ี่
4. การสะสมอินทรียคารบอนในดินในพื้นทปลูกออย



เมอเริมดาเนินการทดลองกรรมวิธีการใหน้า 12.5% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน มปริมาณการ









สะสมอินทรียคารบอนในดินมากทสด 3.69 gC kg และเมื่อสิ้นสุดการทดลอง ปริมาณอินทรียคารบอนลดลงเหลือ



-1
-1
3.37 gC kg
5. การปลอยกาซคารบอนไดออกไซดในพื้นที่ปลูกออย



ฤดูปลูกป 2560/61 ออยตอ 8



เม่อใหน้ําตามกรรมวิธี เก็บขอมูลท่อายุ 350 วันหลังตัด โดยชวงอาย 0 - 100 วันหลังตัด ปริมาณการ



ปลอยกาซคารบอนไดออกไซดของทกกรรมวิธีแนวโนมปลอยกาซคารบอนไดออกไซดเพิ่มขนตามการอายุออยตอ
ึ้



แตกรรมวิธีที่มีการจัดการน้ํามีแนวโนมปลอยกาซคารบอนไดออกไซดลดลงหลังจากอายุออยตอ 100 วันขึ้นไป เมื่อ







ออยตออาย 257 วัน ในกรรมวิธีทไมมการใหน้ามปริมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดมากทสด 7,676 mg

ี่



2



CO 2 /m /วัน และเมื่อออยตออายุ 350 วันปริมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสะสมในกรรมวิธีการใหน้ําท ี่





25.0% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน ปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสะสมตากวากรรมวิธีอืนมปริมาณ






2
4,574,470 mg CO 2 /m /350 วัน โดยกรรมวิธีที่มีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสะสมมากที่สุดคือ กรรมวิธีท ี่
ี่

2
ไมมีการใหน้ํา 5,433,986 mg CO 2 /m /350 วัน (ภาพท 4)
ฤดูปลูกป 2561/62 ออยตอ 9








เมอใหน้าตามกรรมวิธี เก็บขอมลทอาย 202 วันหลงตด โดยชวงอาย 0 - 100 วันหลงตด ปริมาณการ








ึ้
ปลอยกาซคารบอนไดออกไซดของทกกรรมวิธีแนวโนมปลอยกาซคารบอนไดออกไซดเพิ่มขนตามการอายุออยตอ






แตกรรมวิธีที่มีการจดการน้ํามีแนวโนมปลอยกาซคารบอนไดออกไซดลดลงหลังจากอายุออยตอ 100 วันขึนไป ใน

2

กรรมวิธีที่ไมมีการใหน้ํามีปริมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสะสมมากที่สุด 1,972,016 mg CO 2 /m / 312










วัน และปริมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสะสมในกรรมวิธีการใหน้าท 25% ของปริมาณความชนทเปน

2






ประโยชน ปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสะสมตากวากรรมวิธีอืนมปริมาณ 1,701,437 mg CO 2 /m / 312 วัน
(ภาพที่ 5)
ฤดูปลูกป 2562/63 ออยตอ 10
วัดปริมาณการปริมาณการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสะสมในแตละกรรมวิธีตั้งแตหลังตัดถึงอายุ 313








วันหลงตัด พบวาหลงจากการเก็บเกียวผลผลต การใหน้ํา 12.5% ของปริมาณความชื้นที่เปนประโยชน มีการปลอย
 /m / 313 วัน (ภาพที่ 6)
2
ปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดสูงที่สุดรวม 1,730,043 mg CO 2

354







ตารางท 1 คุณสมบัติทางเคมีและธาตุอาหารในดินท่ระดับความลึก 0-50 เซนตเมตร ของดนกอนปลก
ี่
แปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
Soil depth (cm) pH Organic Organic Available P Exchangeable K 4 Textural 5
2
1
3
matter(%) Carbon(%) (mg/kg) (mg/kg) class
48Q 267936E 1824015N
0-20 6.3 0.59 0.34 29 45 sand
20-50 6.0 0.51 0.29 15 55 Sand
Peech (1965) soil : water = 1:1 2 Walkley and Black (1965)
3 Bray and Kurtz (1945) 4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method
5









ตารางท 2 ความสง จานวนหนอและเสนผานศนยกลางของออยตอ 8 พันธุขอนแกน 3 ทมการจดการน้าอยาง



ี่




ตอเนื่อง อายุ 6 เดอน
กรรมวิธ ี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ เสนผานศูนยกลาง (ซม.)

1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 59 b 5.9 2.41 b
2) ใหน้ําหยด 12.5% 133 a 4.9 3.04 a
3) ใหน้ําหยด 25.0% 117 a 4.5 3.11 a
4) ใหน้ําหยด 37.5% 131 a 4.8 3.04 a
5) ใหน้ําหยด 50.0% 140 a 5.0 3.07 a
คาเฉลี่ย 116 5.0 2.93
F-test * ns *
CV (%) 12.19 22.53 11.31
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/


ตารางที่ 3 ความสูง จํานวนหนอและเสนผานศูนยกลางของออยตอ 8 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําอยาง

ตอเนื่อง อายุ 9 เดอน

กรรมวิธ ี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ เสนผานศูนยกลาง (ซม.)
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 132 b 4.5 a 2.79
2) ใหน้ําหยด 12.5% 228 a 4.2 ab 2.86
3) ใหน้ําหยด 25.0% 223 a 3.3 ab 2.80

4) ใหน้ําหยด 37.5% 230 a 3.5 ab 2.73
5) ใหน้ําหยด 50.0% 221 a 2.7 b 2.68
คาเฉลี่ย 207 3.6 2.77

F-test * ns *
CV (%) 7.44 24.41 6.05
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย

355







ี่






ตารางท 4 ความสง จานวนหนอและเสนผานศนยกลางของออยตอ 8 พันธุขอนแกน 3 ทมการจดการน้าอยาง




ตอเนื่อง อายุ 12 เดอน
กรรมวิธี ความสูง (ซม.) จานวนหนอ เสนผานศูนยกลาง (ซม.)

1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 157 b 4.1 ab 2.50
2) ใหน้ําหยด 12.5% 249 a 4.9 a 2.70
3) ใหน้ําหยด 25.0% 265 a 3.3 b 2.67
4) ใหน้ําหยด 37.5% 281 a 3.6 ab 2.62
5) ใหน้ําหยด 50.0% 261 a 4.9 a 2.80
คาเฉลี่ย 243 4.1 2.66
F-test * * ns
CV (%) 10.84 17.95 8.09

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย







ตารางท 5 จานวนลา ผลผลต CCS และผลผลตน้าตาลของออยตอ 8 พันธุขอนแกน 3 ทมการจดการน้าอยาง



ี่



ตอเนื่อง อายุ 12 เดอน

กรรมวิธี ผลผลิต
จํานวนลํา (ลํา/ไร) ผลผลิต (ตัน/ไร) CCS ผลผลิตน้าตาล (กก./ไร)


1. ไมใหน้ํา 4,464 4.90 b 13.93 635 b
2. 12.5% AWC 7,190 9.50 a 13.49 1,277 ab
3. 25.0% AWC 7,091 9.93 a 11.56 1,141 ab
4. 37.5% AWC 6,479 10.56 a 9.79 955 ab
5. 50.0% AWC 6,242 10.36 a 13.37 1,383 a
F-Test ns * ns *
CV. (%) 28.13 9.05 12.43 33.46
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
1/ ้ ํ 2/

356




ตารางที่ 6 ความสูง จํานวนหนอของออยตอ 9 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําอยางตอเนื่อง อายุ 5 เดอน
กรรมวิธี ความสูง (ซม.) จานวนหนอ

1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 37 7.1 b

2) ใหน้ําหยด 12.5% 70 8.5 ab

3) ใหน้ําหยด 25.0% 73 9.0 ab
4) ใหน้ําหยด 37.5% 75 10.5 a

5) ใหน้ําหยด 50.0% 80 11.5 a
คาเฉลี่ย 67 9.3

F-test ns *

CV (%) 9.28 17.92
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%



2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย

ตารางท 7 ความสง จานวนหนอและเสนผานศนยกลางของออยตอ 9 พันธุขอนแกน 3 ทมการจดการน้าอยาง












ี่



ตอเนื่อง อาย 8 เดอน
กรรมวิธี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ เสนผานศูนยกลาง (ซม.)
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 123 b 8.6 a 2.92
2) ใหน้ําหยด 12.5% 191 a 5.1 b 3.06
3) ใหน้ําหยด 25.0% 178 a 5.7 ab 3.12
4) ใหน้ําหยด 37.5% 176 a 6.5 ab 3.01
5) ใหน้ําหยด 50.0% 194 a 5.1 b 3.13
คาเฉลี่ย 173 6.2 3.05
F-test * * ns
CV (%) 7.05 27.24 4.59
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย

2/


357





ี่








ตารางท 8 ความสง จานวนหนอและเสนผานศนยกลางของออยตอ 9 พันธุขอนแกน 3 ทมการจดการน้าอยาง




ตอเนื่อง อายุ 11 เดอน
กรรมวิธี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ เสนผานศูนยกลาง (ซม.)
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 179 b 7.6 2.74
2) ใหน้ําหยด 12.5% 253 a 6.1 2.85
3) ใหน้ําหยด 25.0% 243 a 5.7 2.95
4) ใหน้ําหยด 37.5% 237 a 6.5 3.06
5) ใหน้ําหยด 50.0% 264 a 5.9 3.03
235 6.3 2.93
F-test * ns ns
CV (%) 10.03 20.62 7.24

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย





ตารางท 9 จานวนลา ผลผลต CCS และผลผลตน้าตาลของออยตอ 9 พันธุขอนแกน 3 ทมการจดการน้าอยาง





ี่




ตอเนื่อง อายุ 11 เดอน
กรรมวิธี ผลผลิต


จํานวนลํา (ลํา/ไร) ผลผลิต (ตน/ไร) CCS ผลผลิตน้ําตาล (กก./ไร)

1. ไมใหน้ํา 4,405 b 3.90 c 12.26 494 c
2. 12.5% AWC 8,296 a 12.88 a 12.83 1,661 a
3. 25.0% AWC 7,546 ab 12.48 a 11.47 1,421 ab
4. 37.5% AWC 9,798 a 8.92 b 11.51 944 bc
5. 50.0% AWC 8,158 a 10.92 ab 13.20 1,412 ab
F-Test * * ns *
CV. (%) 25.46 13.26 20.45 28.97
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
1/ ํ ้ 2/

358





ตารางที่ 10 ความสง จานวนหนอของออยตอ 10 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําอยางตอเนื่อง อายุ 5 เดอน

กรรมวิธี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 15 5.1 b

2) ใหน้ําหยด 12.5% 36 6.5 ab

3) ใหน้ําหยด 25.0% 33 8.5 ab
4) ใหน้ําหยด 37.5% 31 9.4 a

5) ใหน้ําหยด 50.0% 35 10.4 a

คาเฉลี่ย 30 8.0

F-test ns *

CV (%) 39.28 27.92

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย

ตารางที่ 11 ความสูง จํานวนหนอและเสนผานศูนยกลางของออยตอ 10 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําอยาง

ตอเนื่อง อายุ 9 เดอน
กรรมวิธี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ เสนผานศูนยกลาง (ซม.)

1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 33 b 7.2 a 2.72
2) ใหน้ําหยด 12.5% 181 a 4.1 b 2.96

3) ใหน้ําหยด 25.0% 167 a 6.7 ab 2.92

4) ใหน้ําหยด 37.5% 159 a 5.9 ab 2.81
5) ใหน้ําหยด 50.0% 181 a 5.1 b 3.03

คาเฉลี่ย 144 5.8 2.89

F-test * * ns

CV (%) 17.35 27.22 6.59


ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/

359



ตารางที่ 12 ความสูง จํานวนหนอและเสนผานศูนยกลางของออยตอ 10 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําอยาง

ตอเนื่อง อายุ 12 เดอน

กรรมวิธี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ เสนผานศูนยกลาง (ซม.)

1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 48 b 2.4 b 1.12 b

2) ใหน้ําหยด 12.5% 207 a 6.3 a 2.62 a
3) ใหน้ําหยด 25.0% 194 a 5.4 a 2.45 a

4) ใหน้ําหยด 37.5% 181 a 6.5 a 2.76 a
5) ใหน้ําหยด 50.0% 195 a 5.6 a 2.69 a

คาเฉลี่ย 165 5.2 2.33

F-test * ns ns
CV (%) 13.76 24.14 24.32

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย


ตารางที่ 13 จานวนลํา ผลผลิต CCS และผลผลิตน้าตาลของออยตอ 10 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําอยาง


ตอเนื่อง อายุ 11 เดอน
กรรมวิธี ผลผลิต



จํานวนลํา (ลํา/ไร) ผลผลิต (ตน/ไร) CCS ผลผลิตน้ําตาล (กก./ไร)
1. ไมใหน้ํา 790 b 0.33 b 14.08 b 45
2. 12.5% AWC 6,933 a 7.74 a 17.83 a 1,357
3. 25.0% AWC 6,124 a 5.83 a 16.70 ab 1,003

4. 37.5% AWC 5,136 a 4.67 ab 17.73 a 827

5. 50.0% AWC 6,005 a 6.23 a 17.90 a 1,096
F-Test * * * ns

CV. (%) 28.22 46.56 7.33 47.99

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
1/ ้ ํ 2/

360






ตารางที่ 14 ปริมาณการกักเก็บคารบอน (รอยละ) ในลา ใบสดและใบแหงของออยตอ 8 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการ
จัดการน้ําอยางตอเนื่อง
กรรมวิธี ปรมาณการกักเกบคารบอน (รอยละ)



ลํา ใบสด ใบแหง
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 35.3 45.7 44.5
2) ใหน้ําหยด 12.5% 35.3 40.0 43.5

3) ใหน้ําหยด 25.0% 38.0 43.7 41.2
4) ใหน้ําหยด 37.5% 35.0 41.3 40.6

5) ใหน้ําหยด 50.0% 44.7 43.3 42.2

F-test ns ns ns
CV (%) 21.22 14.49 11.51

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย

ตารางที่ 15 ปริมาณการกักเก็บคารบอน (รอยละ) ในลา ใบสดและใบแหงของออยตอ 9 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการ


จัดการน้ําอยางตอเนื่อง



กรรมวิธี ปรมาณการกักเกบคารบอน (รอยละ)
ลํา ใบสด ใบแหง
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 63.0 55.3 52.9
2) ใหน้ําหยด 12.5% 59.3 56.0 51.6

3) ใหน้ําหยด 25.0% 53.0 53.7 56.9

4) ใหน้ําหยด 37.5% 60.3 51.0 56.8
5) ใหน้ําหยด 50.0% 60.7 54.7 54.9

F-test ns ns ns

CV (%) 16.93 5.61 10.16
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%



1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/

361




ี่

ี่

ตารางท 16 ปริมาณการกักเก็บคารบอน (รอยละ) ในลา ใบสดและใบแหงของออยตอ 10 พันธุขอนแกน 3 ทมี
การจัดการน้ําอยางตอเนื่อง
กรรมวิธ ี ปริมาณการกักเก็บคารบอน (รอยละ)
ลํา ใบสด ใบแหง
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 51.5 b 50.4 52.8
2) ใหน้ําหยด 12.5% 55.7 a 51.0 51.6

3) ใหน้ําหยด 25.0% 56.0 a 50.0 52.3
4) ใหน้ําหยด 37.5% 55.7 a 49.7 52.6
5) ใหน้ําหยด 50.0% 56.3 a 51.0 52.3
F-test * ns ns

CV (%) 1.51 2.24 2.97
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/



ตารางที่ 17 ปริมาณคารบอนในลํา (กก C/ไร) ของออยตอ พันธุขอนแกน 3 ป 2560/61 – 2562/63 ที่มีการ
จัดการน้ําอยางตอเนื่อง
กรรมวิธ ี ปริมาณการกักเก็บคารบอนในลํา (กก C/ไร)
2560/61 2561/62 2562/63 รวม

1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 523 770 55 1,348
2) ใหน้ําหยด 12.5% 1,076 2,251 1,276 4,603
3) ใหน้ําหยด 25.0% 1,270 2,092 1,045 4,407
4) ใหน้ําหยด 37.5% 1,238 1,713 746 3,697

5) ใหน้ําหยด 50.0% 1,458 2,087 1,005 4,550



ตารางที่ 18 ปริมาณคารบอนในใบสด (กก C/ไร) ของออยตอ พันธุขอนแกน 3 ป 2560/61 – 2562/63 ที่มีการ

จัดการน้ําอยางตอเนื่อง
กรรมวิธ ี ปริมาณการกักเก็บคารบอนในใบสด (กก C/ไร)

2560/61 2561/62 2562/63 รวม
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 22 37 13 72
2) ใหน้ําหยด 12.5% 38 86 134 258

3) ใหน้ําหยด 25.0% 45 82 114 241
4) ใหน้ําหยด 37.5% 39 79 77 195

5) ใหน้ําหยด 50.0% 65 92 84 241

362



ี่


ี่
ตารางท 19 ปริมาณคารบอนในใบแหง (กก C/ไร) ของออยตอ พันธุขอนแกน 3 ป 2560/61 – 2562/63 ทมี
การจัดการน้ําอยางตอเนื่อง

กรรมวิธี ปริมาณการกักเก็บคารบอนในใบแหง (กก C/ไร)
2560/61 2561/62 2562/63 รวม
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 44 54 16 114

2) ใหน้ําหยด 12.5% 62 115 238 415
3) ใหน้ําหยด 25.0% 59 160 215 434

4) ใหน้ําหยด 37.5% 70 132 168 370

5) ใหน้ําหยด 50.0% 98 150 222 470


ตารางที่ 20 ปริมาณอินทรียคารบอนในดินของออยตอ พันธุขอนแกน 3 ป 2560/61 – 2562/63 ที่มีการจัดการ

น้ําอยางตอเนื่องที่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมตร
Av. SOC start Av. SOC End Change of SOC content
-1
กรรมวิธ ี (gC kg ) (gC kg ) (gC kg year )
-1
-1
-1
2560/61 2562/63
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 2.85 2.74 88.8
2) ใหน้ําหยด 12.5% 3.38 3.25 105.3

3) ใหน้ําหยด 25.0% 3.15 3.11 100.8
4) ใหน้ําหยด 37.5% 3.69 3.67 118.9
5) ใหน้ําหยด 50.0% 2.78 2.79 90.4



ตารางที่ 21 ปริมาณการปลดปลอยกาซคารบอนไดออกไซด (CO2) จากผิวดินในออยตอ พันธุขอนแกน 3 ป

2560/61 – 2562/63 ที่มีการจัดการน้ําอยางตอเนื่อง
กรรมวิธี CO 2 emission CO 2 emission from soil surface Average* Average C loss *
-1
-1
-1
-1
-1
-1
-1
-2
(g CO 2 m day ) (t CO 2 rai year ) (t CO 2 rai year ) (kg C-CO 2 rai year )



2560/61 2561/62 2562/63

1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 4.62 1.81 1.97 1.61 1.80
2) ใหนาหยด 12.5% 4.81 1.60 1.75 1.73 1.69




3) ใหนาหยด 25.0% 4.32 1.52 1.70 1.43 1.55


4) ใหนาหยด 37.5% 4.52 1.74 1.82 1.29 1.62


5) ใหนาหยด 50.0% 4.60 1.63 1.86 1.46 1.65

363





อุณหภูมิ (C) ปริมาณน้ําฝน (มม.)
50.0 100.0
45.0 90.0
40.0 80.0 TMAX

35.0 70.0
30.0 60.0 TMIN
25.0 50.0
20.0 40.0 RAIN
15.0 30.0
10.0 20.0
5.0 10.0
0.0 0.0
1 21 41 61 81 101 121 141 161 181 201 221 241 261 281 301 321 341 361 จํานวนวันหลังปลูก


ภาพที่ 1 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด-ต่ําสุด ภายในแปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2560/2561


อุณหภูมิ (C) ปริมาณน้ําฝน (มม.)

45 70
40 60
35 TMAX
50
30
25 40 TMIN
20 30 RAIN

15
20
10
5 10

0 0
1 15 29 43 57 71 85 99 113 127 141 155 169 183 197 211 225 239 253 จํานวนวันหลังปลูก


ภาพที่ 2 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด-ต่ําสุด ภายในแปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2561/62

364





อุณหภูมิ (C) ปริมาณน้ําฝน (มม.)
45 160

40 140
35 120 TMAX
30
100 TMIN
25
80
20 RAIN
60
15

10 40
5 20
0 0
1 21 41 61 81 101 121 141 161 181 201 221 241 261 281 301 321 341 361 จํานวนวันหลังปลูก


ภาพที่ 3 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด-ต่ําสุด ภายในแปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63





























ภาพที่ 4 ปริมาณการปลอย CO 2 ในพื้นที่ปลูกออยตอ พันธุขอนแกน 3 ป 2560/61 – 2562/63
ที่มีการจัดการน้ําอยางตอเนื่อง



สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ






การใหจดการน้าเพือการเจริญเตบโตของออยตอ สามารถใหน้าไดทระดบ 12.5%–37.5% ของปริมาณ












ความชนทเปนประโยชน ทาใหออยตอสามารถใหผลผลต 7.74 – 12.88 ตนตอไร ปริมาณคารบอนในลาของออย






ตอพันธุขอนแกน 3 รวม 3 ปพบวา การใหน้า 12.5% ของปริมาณความชื้นที่เปนประโยชน มีปริมาณคารบอนมาก



ที่สุด 4,603 กก. C/ไรซึ่งเปนสวนสูญเสียคารบอนออกจากพื้นที่ปลูกออย ในของคารบอนที่กลับคืนสูระบบการผลต

ี่

ออยไดแกใบสด โดยการใหน้ํา 12.5% ของปริมาณความชื้นทเปนประโยชน มปริมาณคารบอนมากทสด 258 กก.




365












C/ไร และในใบแหง พบวา การใหน้า 50.0% ของปริมาณความชนทเปนประโยชน มปริมาณคารบอนมากทสด










470 กก. C/ไร ซึงเปนปริมาณคารบอนทสามารถเก็บกักในดนหากมการไถกลบลงดน ในสวนการปลอยกาซ

















คารบอนไดออกไซดในพืนทปลกออย กรรมวิธีทไมมการใหน้า หรือใหน้าในระดบตา 12.5%-25% ของปริมาณ
ความชื้นที่เปนประโยชน การปลอยปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดสูงกวากรรมวิธีที่มีใหน้ําในปริมาณที่สูงกวา



เอกสารอางอิง
Bray, R.H. and L.T. Kurtz. 1945. Determination of total organic and available forms of phosphorus in soils. Soil
Sci. 59: 39-45.
Page, A.L., R.H. Miller and D.R. Keey. 1982. Methods of soil analysis part 2 : chemical and microbiological
propertics second edition Agronomy No. 9 ASA, SSSA. Madison, Wisconsin, USA. 1159 p.
Peech,M. 1965. Soil pH by glass electrode pH meter, pp. 914-925. In C.A. Black, D.D.Evans, R.L. White,
L.E.Ensminger, F.E. Clark and R.C. Dinsuer (eds). Method of Soil Analysis Part 2 : Physical and
microbiological Propertics, Including Statistics of Measurement and Sampling American Society of
Agronomy Inc., Pubisher Madison,USA.
Schollenberger, C.L. and R.H. Simon. 1945. Determination of exchange capacity and exchangeable bases in soil-
ammonium acetate method. Soil Sci. 59:13-24.
Walkley, A. and C.A. Black. 1934. An examination of Degtjareff method for determining soil organic matter and
a proposed modification of the chromic acid titration method. Soil Sci. 37: 29-37.

366




ุ
การศึกษาวธีการใหน้ํารวมกับการจัดการปยอยางเหมาะสมตอการเปลี่ยนแปลงคุณภาพดินและ
การปลอยกาซเรือนกระจกในระบบการผลิตออย จ. ขอนแกน

Study of Water and fertilizer management for improved soil quality and

greenhouse gas emissions in sugarcane production system,

Khon Kaen Province


98
1*
ชยันต ภักดีไทย97 เนติรัฐ ชุมสุวรรณ และศรีสุดา ทิพยรักษ98
2

บทคัดยอ
การปลกพืชไรเปนสาเหตหนึงททาใหมการปลอยกาซเรือนกระจกสทธิ โดยการปลอยกาซเรือนกระจก












ดังกลาว สวนใหญเกิดจากกิจกรรมการใชปุยเคมีและปยอินทรีย ซึ่งการปลูกออยในป พ.ศ. 2554 มีการปลอยกาซ
ุ









เรือนกระจกทงสน 2.2 ลานตนคารบอนไดออกไซดเทยบเทา จงไดศกษาวิธีการใหน้ารวมกับการจดการปยอยาง













เหมาะสมตอการเปลยนแปลงคณภาพดนและการปลอยกาซเรือนกระจกในระบบการผลตออย โดยวางแผนการ



ทดลองแบบ Split plot 10 กรรมวิธี ๆ ละ 3 ซ้ํา ปจจัยหลัก คือ การใหน้ํา ไดแก 1) อาศัยน้ําฝน 2) ใหน้ําตาม
ความตองการของพืช โดยวิธีน้ําหยด (อางอิง FAO Blaney-Criddle) ปจจัยรอง คือ การใหปุย ไดแก 1) ไมใสปย
ุ



2) ใสกากตะกอนหมอกรองออย 1,000 กิโลกรัมตอไร (โดยน้ําหนักแหง) 3) ใสปุยเคมีตามคาวิเคราะหดิน 4) ใส
ปุยเคมตามคาวิเคราะหดนรวมกับใสกากตะกอนหมอกรองออย 1,000 กิโลกรัมตอไร 5) ใสปุยเคมี 1.5 เทาตาม








คาวิเคราะหดนรวมกับใสกากตะกอนหมอกรองออย 1,000 กิโลกรัมตอไร พบวาในออยปลก การใชปยเคม 27-











O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไร โดยใหผลผลตมากทสด 26.18 ตน
4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2   ั   ิ ่ ี ุ ั

ตอไร ในออยตอ 1 การจัดการน้ําทําใหผลผลตออยแตกตางกันในทางสถิติ โดยกรรมวิธีที่มีการใหน้ําผลผลิต 15.94










ตัน/ไร แตในออยตอ 2 การจัดการดินและปยทําใหผลผลตออยและผลผลตน้าตาลแตกตางกันในทางสถตโดย
O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตันตอไรให


กรรมวิธีรองท่ใชปยเคมี 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2  






ผลผลิตและผลผลิตน้าตาลมากทสุด 7.67 ตันตอไร และ 1,627 กก.ตอไร และปริมาณคารบอนทสามารถเก็บกักใน

ดนหากมีการไถกลบลงดินจะเปนคารบอนที่อยูในสวนของใบสดและใบแหงซึ่งการใชปุยตามคาวิเคราะหดินรวมกับ
การใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรทําใหใบสดและใบแหงออยตอ 1 มีปริมาณคารบอนสะสมมากที่สุด




คําสําคัญ ออย คารบอน คารบอนไดออกไซด การจดการน้า




1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร

2 ขาราชการบํานาญ กรมวชาการเกษตร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

367



คํานํา




ภาวะโลกรอนมสาเหตมาจากการปลอยกาซเรือนกระจกทงจากภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรอัน


เนื่องมาจากกิจกรรมความตองการของมนุษยซึ่งเพิ่มขึ้นตามจํานวนประชากรโลก โดยปจจุบันความเขมขนของกาซ
คารบอนไดออกไซดเพิ่มขึ้นเปน 380 สวนในลานสวน จากเดิมเมื่อ 150 ปกอนที่มีเพียง 280 สวนในลานสวน การ






กักเก็บคารบอน (carbon storage) ในพืนทเกษตรเปนแนวทางหนึงทหลายประเทศนําไปใชเพือประโยชนในการ






ลดปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดในบรรยากาศ ปริมาณคารบอนทถกกักเก็บไวในดนมการเปลยนแปลง




ตลอดเวลาข้นอยกับหลายปจจัย แตปจจัยหลักๆ ไดแก การใชประโยชนทดิน สภาพภูมิอากาศ และการทา






การเกษตร ทําใหมีการยอยสลายของอินทรียวัตถในดิน และปลดปลอยคารบอนสูบรรยากาศ ในทางกลับกันหากมี


การจดการดิน-ปุย-น้ําและพืชอยางเหมาะสมและมีประสทธิภาพกับพื้นที่ปลูก พื้นที่ทําการเกษตรก็จะเปนแหลงกัก

ุ
เก็บคารบอนที่สําคัญแหลงหนึ่ง ประเทศไทยยังจัดเปนกลมที่มีการปลอยกาซเรือนกระจกเปนอันดบที่ 25 ของโลก











และเปนลาดบท 2 ในอาเซียน รองจากประเทศอินโดนีเซีย จากการศกษาและจดทาฐานขอมลการปลอยกาซเรือน





กระจกภาคเกษตรของสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2555) เพือประเมนความตองการขอมลดานการเกษตรท ่ ี





ตองจัดเก็บเพิ่มตามคูมือการจัดทําบัญชีกาซเรือนกระจกของ IPCC โดยจาแนกตามแหลงปลอย เชน นาขาว ปศ ุ












สตว การจดการพืนท ฯลฯ และรายสนคาทสาคญ เชน ขาว ขาวโพดเลยงสตว มนสาปะหลง ออย ปาลมน้ามน
















ฯลฯ และอืนๆ โดยจดทาฐานขอมลการคานวณและแสดงตวอยางการคานวณตามวิธีการการประเมนวัฏจักรชีวิต






(Life cycle assessment; LCA) ครอบคลมตังแตการผลตจนถึงการเก็บเกียวผลผลต พบวา การปลกพืชไรลวนแต 












ทาใหมการปลอยกาซเรือนกระจกสทธิ โดยการปลอยกาซเรือนกระจกดงกลาว สวนใหญเกิดจากกิจกรรมการใช 




















ปยเคมและปยอินทรีย ซึ่งการปลกออยในป พ.ศ. 2554 มการปลอยกาซเรือนกระจกทงสน 2.2 ลานตน
คารบอนไดออกไซดเทยบเทา




วิธีดําเนินการ
อุปกรณ 
- ทอนพันธุออย พันธุขอนแกน 3
- ปุยเคมี ไดแก ยูเรีย ทริปเปลซูเปอรฟอสเฟต โพแทสเซียมคลอไรด 
- กากตะกอนหมอกรองออย

- สารเคมีปองกันและกําจัดวัชพืช
- ทอน้ําแบบพีอี พีวีซี หัวน้ําหยด เครื่องกรองน้ําและเครื่องสูบน้ําขนาด 20-40 แรงมา
- เครื่องมือวิทยาศาสตร เครื่องแกว สารเคมีสําหรับวิเคราะหดินและพืช
- สวานเก็บตัวอยางดน และอุปกรณเก็บตวอยางดนแบบ Undisturbed core sample












- อุปกรณสาหรับดกจบกาซคารบอนไดออกไซด ไดแก กระปองพลาสตก ขวดแกว และฐานรองทเปน





ตะแกรง

368



วิธีการ





ดาเนินการทดลองในแปลงทดลองทศนยวิจยพืชไรขอนแกน วางแผนการทดลองแบบ Split plot 10





กรรมวิธีๆละ 3 ซ้ํา ปจจัยหลัก คือ การใหน้ํา ไดแก 1) อาศัยน้ําฝน และ2) ใหน้าตามความตองการของพืช โดย













วิธีน้าหยด (อางอิง FAO Blaney-Criddle) ปจจยรอง คอ การใหปย ไดแก 1) ไมใสปย 2) ใสกากตะกอนหมอ

กรองออย 1,000 กิโลกรัมตอไร (โดยน้ําหนักแหง) 3) ใสปุยเคมีตามคาวิเคราะหดิน 4) ใสปุยเคมีตามคาวิเคราะห 










ดนรวมกับใสกากตะกอนหมอกรองออย 1,000 กิโลกรัมตอไร และ 5) ใสปยเคม 1.5 เทาตามคาวิเคราะหดน





รวมกับใสกากตะกอนหมอกรองออย 1,000 กิโลกรัมตอไร











สมเก็บตวอยางดน วิเคราะหปริมาณธาตอาหารพืชและอินทรียคารบอนในดนกอนปลกพืชในแตละป ไถ



เตรียมดินดวยผาล 3 พรวนและเปดรองปลูก แบงใหมีขนาดแปลงยอย 7.8x8.0 เมตร โดยเวนแตละแปลงยอยหาง










กัน 1.0 เมตรเพือเปนรองระบายน้า หวานวัสดปรับปรุงดนรองกนรองปลกใหทว ๆ และสม่ําเสมอตามกรรมวิธีท ี ่



กําหนด ปลกออยแบบระบบปลกพืชเดยว ใชระยะแถวปลก 1.30 เมตร วางลาเหลอมสลบโคนและปลาย ปลกออย













ตามกรรมวิธี วันท 4 มกราคม 2560 ใสปยเคมแบบโรยในรองกอนปลกดวย ½ N-P-K และทเหลอใสเปนแถวขาง



















รองปลกเมอออยอาย 3-4 เดอน และเก็บเกียวเมออาย 11-12 เดอน วิเคราะหปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดท ่ ี



ปลอยจากผิวดิน ประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982) โดยใชโซเดียมไฮดรอกไซดในการดักจับกาซ
คารบอนไดออกไซดที่ปลอยออกมาจากพื้นผิวดินภายใน 1 รอบวัน ทุก ๆ 3 สัปดาห และทุกครั้งที่มีกิจกรรมเกิดขึ้น
















ในแปลงทดลอง เชน ไถพรวน ใสปยอินทรีย ใสปยเคม และเก็บดนมาวิเคราะหความชน วัดอุณหภมดินท่ระดบ

ความลึก 5-10 เซนติเมตร และอุณหภูมิอากาศ ดวยทุกครั้ง


ผลและวิจารณผลการทดลอง
1. สภาพแวดลอมตลอดฤดูปลูก
1.1. สมบัติของดิน
ดินในพื้นที่ทดลองเปนชุดดินวาริน ดินบนและดินลางมีพีเอช 5.3 และ 4.8 ตามลาดบ ดินบนและดินลาง


มีอินทรียวัตถุ 0.36 และ 0.26 % ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนตอพืช 37 และ 58 มก./กก. โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยน

ได 51 และ 74 มก./กก. ตามลําดับ (ตารางที 1)

1.2 ปรมาณน้าฝน








ี่
ฤดปลกป 2560/62 ปริมาณน้าฝนรวมตลอดฤดปลกเทากับ 1,268 มลลิเมตร (ภาพท 1) ฤดปลกป






ี่



2561/62 ปริมาณน้าฝนรวมตลอดฤดปลกเทากับ 1,145 มิลลิเมตร (ภาพท 2) ฤดปลกป 2562/63 ปริมาณน้ําฝน



รวมตลอดฤดปลกเทากับ 1,090 มลลิเมตร (ภาพท 3)

ี่
2. ผลของวิธีการใหน้ํารวมกับการจดการปุยอยางเหมาะสมตอผลผลิตและองคประกอบผลผลิตของออย


ฤดปลูก 2560/61

การเจรญเตบโต







เมอออยอาย 6 เดอน เสนผานศนยกลางลาในกรรมวิธีหลกทอาศยน้าฝนและกรรมวิธีทใหน้าตามความ













ตองการของออยและกรรมวิธีรองทมการจดการดนและปยทแตกตางกันทาใหขนาดของเสนผานศนยกลางลาไม 



















369



แตกตางกันในทางสถิติ ความสูงในกรรมวิธีหลักที่อาศยน้ําฝนและกรรมวิธีที่ใหน้ําตามความตองการของออยออยมี



















ความสงทไมแตกตางกันในทางสถตแตในกรรมวิธีรองทมการจดการดนและปยทแตกตางกัน ในกรรมวิธี 27-4.5-










O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตอไรมความสงมากทสด 165 เซนตเมตร สวน
18 กิโลกรัม N-P 2 5 2
จํานวนหนอพบวามีปฏิสัมพันธระหวางการจัดการน้ําและการจัดการปุยโดย ในกรรมวิธีที่อาศัยน้ําฝนรวมกับการใช 
O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตันตอไร ใหจํานวนหนอมากท่สุด 6.9

27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2
หนอตอกอแตไมแตกตางในทางสถิติกับ วิธีการใหน้ําตามความตองการของออยรวมกับการใช 27-4.5-18 กิโลกรัม
O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไร (ตารางท 3)
N-P 2 5 2 ั  ่ ี















เมอออยอาย 9 เดอน เสนผานศนยกลางลาในกรรมวิธีหลกทอาศยน้าฝนและกรรมวิธีทใหน้าตามความ






ตองการของออย มเสนผานศนยกลางลาไมแตกตางกันในทางสถตแตในกรรมวิธีรองทมการจดการดนและปยท ่ ี

















O -K O ตอไรมีเสนผานศนยกลางลามากทสด 3.07

แตกตางกัน กรรมวิธีท่ใชปยเคมี 18-3-12 กิโลกรัม N-P 2 5 2 ู  ํ ี ่ ุ


เซนตเมตรแตกตางจากกรรมวิธีอืน ๆ อยางมีนัยสําคัญ ความสูงพบวาในกรรมวิธีหลักที่อาศัยน้ําฝนและกรรมวิธีท ี่

ุ
ใหน้ําตามความตองการของออย มีความสูงไมแตกตางกันในทางสถติแตในกรรมวิธีรองที่มีการจัดการดินและปยท ี่



O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไร
แตกตางกัน กรรมวิธีที่ใชปุยเคมี 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2 ั 
มีความสูงมากท่สุด 314 เซนติเมตรแตกตางจากกรรมวิธีอื่น ๆ อยางมีนัยสําคัญจํานวนลําพบวามีปฏิสัมพันธ







O -




ระหวางการจดการน้าและการจดการปยโดย ในกรรมวิธีทอาศยน้าฝนรวมกับการใช 18-3-12 กิโลกรัม N-P 2 5

K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตันตอไร ใหจํานวนหนอมากที่สุด 6.2 ลําตอกอ (ตารางที 4)
2











เมอออยอาย 12 เดอน เสนผานศนยกลางลาในกรรมวิธีหลกทอาศยน้าฝนและกรรมวิธีทใหน้าตามความ























ตองการของออย มเสนผานศนยกลางลาไมแตกตางกันในทางสถตแตในกรรมวิธีรองทมการจดการดนและปยท ่ ี










O -K O ตอไร รวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไร
แตกตางกัน กรรมวิธีทใชปยเคม 18-3-12 กิโลกรัม N-P 2 5 2   ั 







มเสนผานศนยกลางลามากทสด 3.00 เซนตเมตรแตกตางจากกรรมวิธีอืน ๆ อยางมนัยสาคญ ความสงพบวาใน























กรรมวิธีหลกทอาศยน้าฝนและกรรมวิธีทใหน้าตามความตองการของออย มความสงไมแตกตางกันในทางสถตแต 




O -K O ตอไร
ในกรรมวิธีรองที่มีการจัดการดินและปุยที่แตกตางกัน กรรมวิธีที่ใชปุยเคมี 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2 


รวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไรมความสงมากทสด 368 เซนตเมตรแตกตางจากกรรมวิธีอืน ๆ อยางมี










นัยสําคัญ จํานวนลําพบวามปฏิสัมพันธระหวางการจัดการน้ําและการจัดการปยโดย ในกรรมวิธีท่อาศัยน้าฝน



O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไร ใหจํานวนหนอมาก
รวมกับการใช 18-3-12 กิโลกรัม N-P 2 5 2 ั

ที่สุด 5.8 ลาตอกอ (ตารางท 5)



ผลผลิต
เก็บเกี่ยวผลผลิตท่อายุ 12 เดือน ผลของการจัดการน้ําในออยปลูกกรรมวิธีท่มีการใหน้ําใหผลผลิตสง












แตกตางอยางมนัยสาคญกับกรรมวิธีทไมมการใหให โดยผลผลตออย 25.03 ตนตอไร การจดการปยใหผลผลตสง











ํ O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง
แตกตางอยางมีนัยสาคัญ โดยการใชปุยเคมี 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2




1 ตันตอไร โดยใหผลผลตมากทสุด 26.18 ตันตอไร และเมื่อวัดคา CCS พบวาผลของการจดการน้าในออยปลกคา

ี่


ี่


CCS ทไดไมมีความแตกตางกันแตการจัดการปย โดยกรรมวิธีท่ไมมีการใสปยใหคา CCS สงทสด แตกตางจาก







370





ุ
ี่

กรรมวิธีอื่นอยางมีนัยสําคัญ และยังพบอีกวาการจัดการน้ําและการจัดการดินและปยทแตกตางกันไมทาใหผลผลต






น้าตาลมความแตกตางกันในทางสถิต (ตารางท 6)

ฤดปลูก 2561/62

การเจรญเตบโต









หลงจากตดแตงออยตอ ดาเนินการใหน้าตามกรรมวิธี วัดการเจริญเตบโตออยตอ 1 อายุ 5 เดือน ความสูง

พบวาในกรรมวิธีหลักที่อาศัยน้ําฝนและกรรมวิธีที่ใหน้ําตามความตองการของออย มีความสูงไมแตกตางกันในทาง



















สถตแตในกรรมวิธีรองทมการจดการดนและปยทแตกตางกัน กรรมวิธีทใชปยเคม 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P O -
2 5











K 2 O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไรมความสงมากทสด 65 เซนตเมตรแตกตางจากกรรมวิธีอื่น ๆ




อยางมนัยสาคญ จานวนหนอตอกอพบวากรรมวิธีหลกทอาศยน้าฝนและกรรมวิธีทใหน้าตามความตองการของ












ออย และกรรมวิธีรองที่มีการจัดการดินและปุยที่แตกตางกัน ไมทําใหออยมีจํานวนหนอตอกอแตกตางกัน (ตารางท 7)




การเจริญเตบโตออยตอ 1 อายุ 8 เดอน เสนผานศูนยกลางลา กรรมวิธีที่ใหน้ําตามความตองการของออย

มีเสนผานศูนยกลางลําแตกตางกันในทางสถิติกับกรรมวิธีอาศัยน้ําฝน โดยมีเสนผานศูนยกลาง 2.9 เซนติเมตร เมื่อ
ี่

วัดความสูงพบวามีปฏิสัมพันธระหวางการจัดการน้ําและการจดการดินและปุยทแตกตางกัน โดยในกรรมวิธีที่อาศัย

น้ําฝนมีความสูงนอยที่สุดแตกตางในทางสถิติกับกรรมวิธีที่มีการจัดการดินและปุย โดยในกรรมวิธีที่ใหน้ําตามความ
O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตน
ตองการของออย กรรมวิธีที่ใชปุยเคมี 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2 ั







ตอไรมความสงมากทสด 186 เซนตเมตรแตกตางจากกรรมวิธีอืน ๆ อยางมนัยสาคญ จานวนลากอพบวากรรมวิธี


















หลักท่อาศัยน้ําฝนและกรรมวิธีท่ใหน้าตามความตองการของออย และกรรมวิธีรองทมการจดการดนและปยท ่ ี
แตกตางกัน ไมทําใหออยมีจํานวนลําตอกอแตกตางกัน (ตารางท 8)




ออยอายุ 12 เดือน พบวาการจัดการน้ําและการจัดการดินและปุยทแตกตางกันไมทําใหเสนผานศูนยกลาง
ี่




ลําและจํานวนลําตอกอแตกตางกันในทางสถิติ แตดานของความสูงออย ในกรรมวิธีที่มีการจัดการน้ําไมทําใหความ











สงออยแตกตางกัน การจดการดนและปยมผลตอความสงออย โดยกรรมวิธีทใชปยเคม 27-4.5-18 กิโลกรัม N-




O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไร ใหความสูงมากท่สุด 248 เซนตเมตรแตไมแตกตาง
P 2 5 2  ั  ี ิ   

ในทางสถิติกับกรรมวิธีที่มีการจัดการดินและปุยวิธีอื่น แตผลจากการจัดการน้ําและการจัดการดินและปุยที่แตกตาง
กันไมทําใหจํานวนลําตอกอแตกตางกันในทางสถิติ (ตารางท 9)


ผลผลิต




ผลผลิตออยตอ 1 เก็บเกี่ยว 16 ธันวาคม 2561 พบวา การจดการน้าทาใหผลผลตออยแตกตางกันในทาง


สถิติ โดยกรรมวิธีที่มีการใหน้ําผลผลต 15.94 ตัน/ไร แตกตางกับกรรมวิธีที่ไมมีการใหน้ําซึ่งในผลผลิตเพียง 11.99





ตัน/ไร สวนการจัดการดินและปุยไมทาใหผลผลิตออยตอ 1 แตกตางกันในทางสถิต และยงพบอีกวาการจดการน้า









และการจดการดนและปุยทแตกตางกันไมทาใหคา CCS และผลผลตน้าตาลมความแตกตางกันในทางสถต (ตารางท 10)




ี่




371



ฤดปลูก 2562/63

การเจรญเตบโต


การเจริญเตบโตออยตอ 2 อายุ 5 เดือน เมื่อวัดความสูงพบวาในกรรมวิธีหลักที่อาศยน้ําฝนและกรรมวิธีท ี่


ุ
ใหน้ําตามความตองการของออย มีความสูงไมแตกตางกันในทางสถติแตในกรรมวิธีรองที่มีการจัดการดินและปยท ี่




O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไร

แตกตางกัน กรรมวิธีที่ใชปุยเคมี 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2








มความสงมากทสด 56 เซนตเมตรแตกตางจากกรรมวิธีอืน ๆ อยางมนัยสาคญ จานวนหนอตอกอพบวากรรมวิธี














หลักท่อาศัยน้ําฝนและกรรมวิธีท่ใหน้าตามความตองการของออย และกรรมวิธีรองทมการจดการดนและปยท ่ ี



แตกตางกัน ไมทําใหออยมีจํานวนหนอตอกอแตกตางกัน (ตารางท 11)




การเจริญเตบโตออยตอ 2 อายุ 8 เดอน วัดความสงพบวามปฏิสัมพันธระหวางการจัดการน้ําและการ


O -
จัดการดินและปุยที่แตกตางกัน โดยในกรรมวิธีที่อาศัยน้ําฝน กรรมวิธีรองที่ใชปุยเคมี 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5
K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตันตอไรมีความสูงมากที่สุด 121 เซนติเมตรแตกตางจากกรรมวิธีอืน ๆ

2

อยางมีนัยสําคัญ กรรมวิธีที่ไมมีใชปุยมีความสูงนอยทสด ในกรรมวิธีที่ใหน้ําตามความตองการของออย กรรมวิธีท ี่
ี่
O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตันตอไรมีความสูงมากทสุด 148
ใชปุยเคมี 18-3-12 กิโลกรัม N-P 2 5 2 ี่


O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอ
เซนตเมตร ซึ่งไมแตกตางจากกรรมวิธีที่ใชปุยเคมี 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2








กรอง 1 ตนตอไร จานวนหนอตอกอและขนาดเสนผานศนยกลาง พบวากรรมวิธีหลกทอาศยน้าฝนและกรรมวิธีท ี่





















ใหน้าตามความตองการของออย และกรรมวิธีรองทมการจดการดนและปยทแตกตางกัน ไมทาใหออยมจานวน







หนอตอกอและขนาดลาแตกตางกันในทางสถิต (ตารางท 12)


ออยอายุ 12 เดือน พบวาการจัดการน้ําและการจัดการดินและปุยทแตกตางกันไมทําใหเสนผานศูนยกลาง
ี่

ลําและจํานวนลําตอกอแตกตางกันในทางสถิติ แตดานของความสูงออย ในกรรมวิธีที่มีการจัดการน้ําไมทําใหความ










สงออยแตกตางกัน การจดการดนและปยมผลตอความสงออย โดยกรรมวิธีทใชปยเคม 27-4.5-18 กิโลกรัม N-







O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไร ใหความสูงมากท่สุด 194 เซนตเมตรแตไมแตกตาง
P 2 5 2  ั  ี ิ   

















ในทางสถตกับกรรมวิธีทมการจดการดนและปยวิธีอืน จานวนลาตอกอพบวา มปฏิสมพันธระหวางการจดการน้า













และการจดการดนและปยทแตกตางกัน โดยในกรรมวิธีทอาศยน้าฝน กรรมวิธีรองทใชปยเคม 18-3-12 กิโลกรัม




O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไรมจานวนลามากทสด 4.2 ลาตอกอในกรรมวิธีทมการ
N-P 2 5 2   ั  ี ํ ํ ี ่ ุ ํ  ่ ี ี
ุ


จัดการน้ําการจัดการดินและปยไมมีผลตอจานวนลําตอกอในทางสถิติ (ตารางท 13)

ผลผลิต

ผลผลตออยตอ 2 เก็บเกียว 16 มกราคม 2563 พบวา การจัดการน้ําไมทําใหผลผลิตออยแลผลผลต






น้าตาลแตกตางกันในทางสถต แตการจดการดนและปยทาใหผลผลตออยตอ 2 และผลผลตน้าตาลแตกตางกัน












ิ ิ ่ ี   ุ ี O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1

ในทางสถตโดยกรรมวิธีรองทใชปยเคม 27-4.5-18 กิโลกรัม N-P 2 5 2















ตนตอไรใหผลผลตและผลผลตน้าตาลมากทสด 7.67 ตนตอไร และ 1,627 กก.ตอไร ตามลาดบ และยงพบอีกวา




การจัดการน้ําและการจัดการดินและปยท่แตกตางกันไมทําใหคา CCS และผลผลตน้าตาลมความแตกตางกัน



ในทางสถิต (ตารางท 14)



372



3. ผลของวิธีการใหน้ํารวมกับการจัดการปุยอยางเหมาะสมตอปริมาณอินทรียคารบอนในสวนตางๆ ของออย

ี่
ุ



จากผลการวิเคราะหปริมาณอินทรียคารบอน ในออยปลูกพันธุขอนแกน 3 ทมีการจดการน้ําและปยท ี่




แตกตางกัน พบวารอยละของอินทรียคารบอนไมแตกตางกันในทางสถตในสวนลา ใบสดและใบแหง โดยในสวน







ของลํากรรมวิธีอาศัยน้ําฝนมีแนวโนมพบอินทรียคารบอนมากที่สด 54.3% และการใชปุยตามคาวิเคราะหดน (18-













3-12) แนวโนมพบอินทรียคารบอนมากทสด 55.7% ในใบสด กรรมวิธีอาศยน้าฝนมแนวโนมพบอินทรียคารบอน








มากทสด 51.5% และการใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรมแนวโนมพบอินทรียคารบอนมากทสด












53.3% ในใบแหง กรรมวิธีใหน้าตามความตองการของออยมแนวโนมพบอินทรียคารบอนมากทสด 41.9% และ













การใชปยตามคาวิเคราะหดน (18-3-12) มแนวโนมพบอินทรียคารบอนมากทสด 45.2% (ตารางท 18) ปริมาณ


อินทรียคารบอนสะสมสวนลําในกรรมวิธีที่มีการจดการน้ําคดเปน 4,270 กก. C/ไร และการใชปุยตามคาวิเคราะห 












ดน (18-3-12) มปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากทสด 4,483 กก. C/ไร ในสวนใบสด กรรมวิธีอาศยน้าฝน ม ี





ปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากทสด 121 กก. C/ไร และการใชปยตามคาวิเคราะหดน (18-3-12) มปริมาณ






ี่

อินทรียคารบอนสะสมมากทสด 134 กก. C/ไร ในสวนใบแหง กรรมวิธีที่มีการจัดการน้ํามีปริมาณอินทรียคารบอน






สะสมมากทสด 159 กก. C/ไร และการใชปยตามคาวิเคราะหดน (18-3-12) มีปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมาก



ที่สุด 168 กก. C/ไร (ตารางท 19)






ในออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ผลการวิเคราะหปริมาณอินทรียคารบอน การจดการน้าและปยทแตกตาง






กัน พบวารอยละของอินทรียคารบอนไมแตกตางกันในทางสถตในสวนลาและใบแหง โดยในสวนของลากรรมวิธี










อาศัยน้ําฝนมีแนวโนมพบอินทรียคารบอนมากที่สุด 52.9% และการใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไร




แนวโนมพบอินทรียคารบอนมากทสด 54.5% ในใบแหง กรรมวิธีใหน้าตามความตองการของออยมแนวโนมพบ















อินทรียคารบอนมากทสด 52.7% และการใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไร มแนวโนมพบอินทรีย 






คารบอนมากทสด 54.2% แตพบวามปฏิสมพันธระหวาการจดการน้าและปยตอปริมาณอินทรียคารบอนในใบสด









O -K O ตอไรรวมกับ ใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000




โดยในกรรมวิธีทอาศยน้าฝนการใชปย 18-3-12 กก. N-P 2 5 2   
ี่

กิโลกรัมตอไร มีปริมาณอินทรียคารบอนมากทสด 57.3% แตกตางจากกรรมวิธีอื่นอยางมีนัยสําคัญ ในกรรมวิธีที่มี








O -K O ตอไรรวมกับ ใชกากตะกอน
การใหน้าตามความตองการของพืชพบวา เมอใหปย 27-4.5-18 กก. N-P 2 5 2  
หมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไร มีปริมาณอินทรียคารบอนมากทสด 54.7% แตกตางจากกรรมวิธีอื่นอยางม ี







นัยสําคัญ (ตารางท 20) ปริมาณอินทรียคารบอนสะสมสวนลาในกรรมวิธีที่มีการจดการน้ําคดเปน 2,915 กก. C/




ไร และการใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไร มีปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากที่สุด 2,712 กก. C/

ไร ในสวนใบสด กรรมวิธีทมีการจดการน้ํามีปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากทสด 114 กก. C/ไร และการใชปย
ี่

ี่




O -K O ตอไรรวมกับ ใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรมีปริมาณอินทรียคารบอน
18-3-12 กก. N-P 2 5 2



ี่



สะสมมากทสด 119 กก. C/ไร ในสวนใบแหง กรรมวิธีทมีการจดการน้ํามีปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากที่สุด
150 กก. C/ไร และการใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรมปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากทสด








163 กก. C/ไร (ตารางท 21)









ออยตอ 2 พันธุขอนแกน 3 ผลการวิเคราะหปริมาณอินทรียคารบอน การจดการน้าและปยทแตกตางกัน





พบวารอยละของอินทรียคารบอนไมแตกตางกันในทางสถติในสวนลําและใบแหง โดยในสวนของลากรรมวิธีอาศย



373



ี่

ุ

ี่
น้ําฝนมีแนวโนมพบอินทรียคารบอนมากทสด 51.5% และกรรมวิธีทไมมีการใสปย มีแนวโนมพบอินทรียคารบอน



มากที่สุด 51.7% ในใบสด กรรมวิธีใหน้าตามความตองการของออยมีแนวโนมพบอินทรียคารบอนมากที่สุด 49.3%
่ ื   ุ O -K O ตอไรรวมกับ ใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรมแนวโนม





และเมอใหปย 18-3-12 กก. N-P 2 5 2










พบอินทรียคารบอนมากทสด 49.5% ในสวนของใบแหง กรรมวิธีใหน้าตามความตองการของออยมแนวโนมพบ


 ี ่ ุ ่ ื  ุ  O -K O ตอไรรวมกับ ใชกากตะกอนหมอ

อินทรียคารบอนมากทสด 49.3% และเมอใหปย 27-4.5-18 กก. N-P 2 5 2
กรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรมีแนวโนมพบอินทรียคารบอนมากที่สด 50.0% (ตารางท 22) ปริมาณอินทรียคารบอน



O -K O ตอไร


สะสมสวนลําในกรรมวิธีที่มีการจดการน้ําคดเปน 1,676 กก. C/ไร และใหปุย 27-4.5-18 กก. N-P 2 5 2 





รวมกับ ใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรมปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากทสด 1,684 กก. C/ไร















ในสวนใบสด กรรมวิธีทมการจดการน้ามปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากทสด 86 กก. C/ไร และการใชกาก





ตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรมปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากท่สุด 92 กก. C/ไร ในสวนใบแหง

กรรมวิธีที่มีการจัดการน้ํามีปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากทสุด 297 กก. C/ไร และการใหปุย 18-3-12กก. N-
ี่
O -K O ตอไรรวมกับ ใชกากตะกอนหมอกรอง 1,000 กิโลกรัมตอไรมปริมาณอินทรียคารบอนสะสมมากทสด
P 2 5 2     ี  ่ ี ุ

320 กก. C/ไร (ตารางท 23)

4. การปลอยกาซคารบอนไดออกไซดในพื้นที่ปลูกออย

ฤดปลูก 2560-2561













การปลอยกาซคารบอนไดออกไซดในพืนทปลกออย การปลกโดยไมมการจดการน้ากรรมวิธีทใส Filter


cake จะมีปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจากพื้นที่ปลูกออยมากกวากรรมวิธีอื่นๆเมื่ออายุ 143 วันหลัง


2





ปลก โดยมการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด 12,636 mg CO 2 /m /วัน และจดการน้าตามความตองการของ
O -K O ตอไรจะมีปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจากพื้นทปลูก
ออยใชปุยเคมี 18-3-12 กิโลกรัม N-P 2 5 2  ี่
ออยมากกวากรรมวิธีอื่น ๆ เมื่อออยอายุ 372 วัน ในกรรมวิธีที่มีการจัดการน้ํา ในแปลงทดลองที่ไมมีการปลกออย


2

มีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดสะสมในพื้นที่ปลูกออยมากที่สุด 1,946,700 mg CO 2 /m /372 วัน ในกรรมวิธี









ทอาศยน้าฝน กรรมวิธีทใสปยออยตามคาวิเคราะหดน จะมปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจากพืนท ี ่








ปลูกออยสะสมมากกวากรรมวิธีอื่น ๆ โดยมีคา 1,891,042 mg CO /m /372 วัน (ตารางที 15)
2
2
ฤดปลูก 2561-2562
















การปลอยกาซคารบอนไดออกไซดในพืนทปลกออย การปลกโดยไมมการจดการน้ากรรมวิธีทไมมการใช 





ปยจะมปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจากพืนทปลกออยมากกวากรรมวิธีอืนๆเมออาย 95 วันหลง









  /m /วัน และจดการน้าตามความตองการของออย
2


ปลูก โดยมีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด 8,429 mg CO 2



ุ
กรรมวิธีที่ไมมีการใชปย จะมีปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจากพื้นที่ปลกออยมากกวากรรมวิธีอื่น ๆ
  /m /วัน เมื่อออยอายุ 334 วัน
2
เมื่ออายุ 95 วันหลังปลูก โดยมีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด 9,928 mg CO 2

ี่

ในกรรมวิธีที่มีการจัดการน้ํา ในแปลงทดลองที่ไมมีการปลูกออย มีการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดในพื้นทปลก

ออยมากที่สุด 1,795,682 mg CO 2/m /334 วัน ในกรรมวิธีที่อาศัยน้ําฝน กรรมวิธีที่ใชปุยเคมี 18-3-12 กิโลกรัม
2
O -K O ตอไรรวมกับกากตะกอนหมอกรอง 1 ตนตอไรจะมปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจาก
N-P 2 5 2   ั  ี  
2
พื้นที่ปลูกออยมากกวากรรมวิธีอื่นๆโดยมีคา 1,573,334 mg CO 2 /m /334 วัน (ภาพที่ 16)

374




ฤดปลูก 2562-2563




การปลอยกาซคารบอนไดออกไซดในพืนทปลกออย การปลกโดยไมมการจดการน้ากรรมวิธีทไมมการใช 











ปุย จะมีปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจากพื้นทปลูกออยมากกวากรรมวิธีอื่นๆเมื่ออายุ 256 วันหลัง
ี่


ู ี   /m / วัน (ภาพท่ 11) และจดการน้าตามความ


2
ปลก โดยมการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด 6,399 mg CO 2



ตองการของออยกรรมวิธีท่ไมมีการใชปย จะมีปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจากพื้นท่ปลูกออย







2



มากกวากรรมวิธีอืนๆเมออาย 103 วันหลงปลก โดยมการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด 6,851 mg CO 2 /m /

วัน (ภาพที่ 12) เมื่อออยอายุ 389 วัน ในกรรมวิธีที่มีการจัดการน้ํา ในแปลงทดลองที่ไมมีการปลูกออย มีการปลอย
2











กาซคารบอนไดออกไซดในพื้นทปลกออยมากทสด 1,715,329 mg CO 2 /m /389 วัน ในกรรมวิธีทอาศยน้าฝน
กรรมวิธีที่ไมมีการใชปย จะมีปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดปลอยออกจากพื้นที่ปลกออยมากกวากรรมวิธีอื่น ๆ
ุ



2
โดยมีคา 1,834,092 mg CO 2 /m /389 วัน (ภาพที่ 17)
การปลอยคารบอนจากพื้นที่ปลูกออยที่มีวิธีการใหน้ํารวมกับการจัดการปุยอยางเหมาะสม ในกรรมวิธีที่ไม
-1

-1
การใหน้ําและไมมีการใสปุย (0-0-0) มีปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดเฉลี่ย 2.78 t CO 2 rai year เชนเดียวกัน

กับในกรรมวิธีที่มีการจัดการน้ําในกรรมวิธีที่ไมมีการใสปย (0-0-0) มีปริมาณกาซคารบอนไดออกไซดเฉลี่ย 2.63 t
ุ
-1
-1
CO 2 rai year ซึ่งมีแนวโนมมากกวากรรมวิธีอื่น (ตารางที่ 24)

ตารางที่ 1 คุณสมบัติทางเคมีและธาตุอาหารในดินกอนปลูก แปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
Soil depth pH Organic Organic Carbon Available P Exchangeable K
(cm) (1:1) matter (%) (%) (mg/kg) (mg/kg)
0-20 5.3 0.36 0.21 37 51
20-50 4.8 0.26 0.15 58 74

375



ตารางที่ 2 ผลวิเคราะหกากตะกอนหมอกรองออย

รายการทดสอบ ผลทดสอบ
pH (1:10) 7.1
EC (1:10) 5.2
Moisture Content (%) 23.5

Total Nitrogen (%) 1.2
Total Phosphate (%) 3.5
Total Potash (%) 0.6

Organic Matter (%) 13.6
Organic Carbon (%) 7.9
C/N 7/1
Ca (%) 4.9

Mg (%) 0.4
Fe (%) 0.9
Cu (%) 0.0

Zn (%) 0.0
Mn (%) 0.2




ี่
ี่
ุ
ตารางท 3 เสนผานศูนยกลางลํา ความสูงและจํานวนลําออยปลูกพันธุขอนแกน 3 ทมีการจดการน้ําและปย


แตกตางกันอาย 6 เดือน
กรรมวิธ ี เสนผานศูนยกลางลํา (ซม.) ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ

1/
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
2/

0-0-0 3.03 3.05 3.04 99 139 119 c 4.5 bc 4.6 bc 4.5
Filter cake 2.95 3.13 3.04 107 134 121 c 4.4 bc 4.1 c 4.3
18-3-12 3.10 3.08 3.09 116 174 145 b 5.3 bc 5.8 ab 5.6
18-3-12+Filter Cake 3.16 3.24 3.20 124 177 151 ab 5.8 ab 5.5 abc 5.6
27-4.5-18+Filter Cake 3.14 3.08 3.11 142 189 165 a 6.9 a 5.8 ab 6.4
เฉลี่ย 3.08 3.12 118 163 5.4 5.2

F-Test (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = *
(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = *


CV (%) (a) 7.38 25.78 9.20
(b) 4.62 9.93 17.19
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/


ตารางท 4 เสนผานศูนยกลางลํา ความสูงและจํานวนลําออยปลูกพันธุขอนแกน 3 ทมีการจดการน้ําและปย
ี่
ุ

ี่


แตกตางกันอาย 9 เดือน

376



กรรมวิธ ี เสนผานศูนยกลางลํา (ซม.) ความสูง (ซม.) จํานวนลํา
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
1/
2/

0-0-0 2.81 2.88 2.85 b 240 273 257 c 3.8 cd 4.2 bcd 4.0
Filter cake 2.90 2.98 2.94 ab 261 267 264 c 3.9 cd 3.4 d 3.6
18-3-12 3.13 3.01 3.07 a 273 307 290 b 4.8 a-d 4.2 bcd 4.5
18-3-12+Filter Cake 2.80 3.16 2.98 ab 282 334 308 ab 6.2 a 5.0 abc 5.6

27-4.5-18+Filter Cake 2.88 3.10 2.99 ab 298 330 314 a 5.5 ab 3.9 bcd 4.7
เฉลี่ย 2.90 3.03 271 302 4.8 4.1


F-Test (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = *

(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = *

CV (%) (a) 8.98 22.24 8.43
(b) 5.99 20.07 4.42

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย


ุ

ี่
ี่
ตารางท 5 เสนผานศูนยกลางลํา ความสูงและจํานวนลําออยปลูกพันธุขอนแกน 3 ทมีการจดการน้ําและปย


แตกตางกันอายุ 12 เดอน
กรรมวิธ ี เสนผานศูนยกลางลํา (ซม.) ความสูง (ซม.) จํานวนลํา
1/
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
2/

0-0-0 2.80 2.91 2.85 b 299 347 323 c 3.9 c 4.4 bc 4.2
Filter cake 2.76 2.98 2.87 b 343 325 334 bc 4.5 bc 3.9 c 4.2
18-3-12 2.97 2.92 2.95 ab 336 365 350 ab 5.5 ab 4.6 bc 5.1
18-3-12+Filter Cake 2.87 3.12 3.00 a 351 381 366 a 5.3 ab 5.4 ab 5.3
27-4.5-18+Filter Cake 2.88 3.06 2.97 ab 373 362 368 a 5.8 a 5.0 abc 5.4
เฉลี่ย 2.86 3.00 340 356 5.0 4.7


F-Test (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = *
(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = *


CV (%) (a) 7.14 8.30 5.36
(b) 3.58 5.32 14.59


ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอกษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
1/ สภาพอาศัยน้ําฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/




ตารางที่ 6 ผลผลตและ CCS ออยปลกพันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําและปุยแตกตางกันอายุ 12 เดอน
กรรมวิธ ี ผลผลิต (ตัน/ไร) CCS ผลผลิตน้ําตาล (กก./ไร)
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย

377



0-0-0 20.00 24.94 22.47 bc 13.56 13.86 13.71 a 2,756 3,486 3,121
Filter cake 18.88 20.23 19.55 c 11.17 13.26 12.22 ab 2,153 2,713 2,433

18-3-12 22.06 24.42 23.24 ab 9.31 12.39 10.85 b 2,050 3,025 2,538
18-3-12+Filter Cake 23.18 26.51 24.84 ab 12.85 10.90 11.87 ab 2,986 2,890 2,938
27-4.5-18+Filter Cake 23.29 29.07 26.18 a 10.71 10.70 10.70 b 2,512 3,077 2,795
เฉลี่ย 21.48 b 25.03 a 11.52 12.22 2,492 3,038

F-Test (a) = * (b) = * (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = ns

(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = ns


CV (%) (a) 6.88 12.88 25.05
(b) 12.80 14.35 22.97
ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%



2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย





ุ



ตารางท 7 ความสูงและจานวนหนอออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจดการน้ําและปยแตกตางกันอาย 5 เดอน
กรรมวิธ ี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ

RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
0-0-0 39 52 46 c 6.9 6.8 6.9
Filter cake 54 55 54 bc 6.4 6.8 6.6
18-3-12 59 63 61 ab 6.4 7.3 6.8
18-3-12+Filter Cake 58 58 58 ab 8.2 7.6 7.9
27-4.5-18+Filter Cake 60 71 65 a 7.9 6.3 7.1
เฉลี่ย 54 60 7.1 7.0


F-Test (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns



CV (%) (a) 12.51 15.81
(b) 13.80 17.45

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
1/ ํ ้ 2/

378



ุ
ตารางที่ 8 เสนผานศูนยกลางลํา ความสูงและจํานวนลําออยออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําและปย


แตกตางกันอายุ 8 เดอน
กรรมวิธ ี เสนผานศูนยกลางลํา (ซม.) ความสูง (ซม.) จํานวนลํา
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
1/
2/

0-0-0 2.7 3.0 2.9 139 b 161 bc 150 3.2 3.8 3.5
Filter cake 2.7 2.9 2.8 177 a 158 c 168 3.6 3.5 3.6

18-3-12 2.8 2.9 2.8 167 a 179 ab 173 4.6 4.6 4.6
18-3-12+Filter Cake 2.8 3.0 2.9 171 a 177 ab 174 5.0 4.3 4.6
27-4.5-18+Filter Cake 2.7 2.8 2.8 174 a 186 a 180 4.0 3.6 3.8
เฉลี่ย 2.7 b 2.9 a 166 172 4.1 4.0

F-Test (a) = * (b) = ns (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = * (a) x (b) = ns



CV (%) (a) 2.11 6.03 20.88

(b) 4.56 6.54 23.18

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%



2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย

ุ
ตารางที่ 9 เสนผานศูนยกลางลํา ความสูงและจํานวนลําออยออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําและปย


แตกตางกันอายุ 12 เดอน
กรรมวิธ ี เสนผานศูนยกลางลํา (ซม.) ความสูง (ซม.) จํานวนลํา
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
1/
2/

0-0-0 2.81 2.83 2.82 205 226 216 b 4.6 4.5 4.6
Filter cake 2.71 2.93 2.82 237 233 235 a 4.3 4.4 4.3
18-3-12 2.95 2.94 2.95 227 245 236 a 4.6 5.2 4.9
18-3-12+Filter Cake 2.72 2.92 2.82 238 250 244 a 5.4 5.3 5.3

27-4.5-18+Filter Cake 2.82 2.93 2.87 242 253 248 a 4.6 4.4 4.5
เฉลี่ย 2.80 2.91 230 242 4.7 4.8
F-Test (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = ns

(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = ns


CV (%) (a) 13.75 18.48 18.48

(b) 5.66 4.74 16.66

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/

379















ตารางท 10 ผลผลต CCS และผลผลตน้าตาลออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ทมการจดการน้าและปยแตกตางกัน
ี่

อายุ 12 เดอน
กรรมวิธ ี ผลผลิต (ตัน/ไร) CCS ผลผลิตน้ําตาล (กก./ไร)
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
2/
1/

0-0-0 10.20 14.67 12.43 16.85 17.40 17.13 1,712 2,549 2,130
Filter cake 13.50 14.53 14.02 17.57 18.03 17.80 2,369 2,618 2,494
18-3-12 11.83 16.63 14.23 16.98 17.07 17.02 2,013 2,838 2,425
18-3-12+Filter Cake 12.17 16.90 14.53 18.29 16.81 17.55 2,214 2,839 2,527
27-4.5-18+Filter Cake 12.23 16.97 14.60 17.57 17.42 17.49 2,148 2,936 2,542
เฉลี่ย 11.99 b 15.94 a 17.45 17.34 2,091 2,756
F-Test (a) = * (b) = ns (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = ns


CV (%) (a) 14.50 3.26 11.51

(b) 14.37 4.45 15.47

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%



2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย





ุ




ตารางท 11 ความสงและจานวนหนอออยตอ 2 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจดการน้ําและปยแตกตางกันอาย 5 เดอน
กรรมวิธ ี ความสูง (ซม.) จํานวนหนอ

RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย

0-0-0 34 43 39 c 6.0 5.7 5.9
Filter cake 48 44 46 bc 5.6 5.5 5.6
18-3-12 52 55 53 ab 5.6 6.4 6.0
18-3-12+Filter Cake 52 51 51 ab 7.3 6.6 7.0
27-4.5-18+Filter Cake 52 60 56 a 6.9 5.3 6.1
เฉลี่ย 48 51 6.3 5.9

F-Test (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = ns

(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns


CV (%) (a) 20.89 40.35
(b) 13.89 17.80

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย

380





ตารางที่ 12 เสนผานศูนยกลางลํา ความสูงและจานวนลําออยออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําและ



ปุยแตกตางกันอายุ 8 เดอน
กรรมวิธ ี เสนผานศูนยกลางลํา (ซม.) ความสูง (ซม.) จํานวนลํา
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
2/
1/

0-0-0 2.63 2.79 2.71 95 b 126 b 110 3.6 5.2 4.4
Filter cake 2.77 2.50 2.63 107 ab 137 ab 122 4.5 4.5 4.5
18-3-12 2.48 2.70 2.59 72 c 139 ab 105 4.0 5.2 4.6
18-3-12+Filter Cake 2.79 2.80 2.80 101 b 148 a 124 5.5 5.0 5.2
27-4.5-18+Filter Cake 2.58 2.67 2.63 121 a 144 a 132 4.5 4.4 4.4
เฉลี่ย 2.65 2.69 99 139 4.4 4.9

F-Test (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = * (a) x (b) = ns



CV (%) (a) 18.81 45.62 32.15

(b) 8.44 7.75 18.59

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%



1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/







ตารางท 13 เสนผานศนยกลางลา ความสงและจานวนลาออยออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ทมีการจดการน้ําและ

ี่


ี่




ปุยแตกตางกันอายุ 12 เดอน
กรรมวิธ ี เสนผานศูนยกลางลํา (ซม.) ความสูง (ซม.) จํานวนลํา
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
1/
2/

0-0-0 2.56 2.65 2.61 153 191 172 bc 2.7 c 4.0 a 3.3
Filter cake 2.76 2.61 2.69 172 200 186 a 3.8 ab 3.6 a 3.7
18-3-12 2.80 2.59 2.70 141 199 170 c 3.1 bc 4.0 a 3.5
18-3-12+Filter Cake 3.05 2.68 2.87 165 205 185 ab 4.2 a 4.2 a 4.2
27-4.5-18+Filter Cake 2.65 2.69 2.67 186 201 194 a 3.9 ab 3.7 a 3.8
เฉลี่ย 2.77 2.65 163 199 3.5 3.9
F-Test (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = *


CV (%) (a) 18.18 28.72 31.44

(b) 7.51 6.17 13.61

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/

381






ี่









ตารางท 14 ผลผลต CCS และผลผลตน้าตาลออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ทมการจดการน้าและปยแตกตางกัน

อายุ 12 เดอน
กรรมวิธ ี ผลผลิต (ตัน/ไร) CCS ผลผลิตน้ําตาล (กก./ไร)
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
2/
1/

0-0-0 5.23 7.77 6.50 c 17.67 17.40 17.54 910 1,342 1,126 b
Filter cake 7.20 8.70 7.95 abc 16.82 18.03 17.43 1,221 1,567 1,394 ab
18-3-12 4.53 8.97 6.75 bc 16.91 17.07 16.99 766 1,549 1,158 b
18-3-12+Filter Cake 6.07 10.67 8.37 ab 18.29 16.81 17.55 1,098 1,771 1,435 ab
27-4.5-18+Filter Cake 7.67 10.97 9.32 a 17.57 17.42 17.49 1,349 1,904 1,627 a
เฉลี่ย 6.14 9.41 17.45 17.34 1,069 1,626
F-Test (a) = ns (b) = * (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = ns


CV (%) (a) 66.24 3.26 63.12 19.13

(b) 19.12 4.35 19.13

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
1/ ้ ํ 2/

382



ี่

ตารางท 15 แสดงการปลดปลอย CO จากพื้นดิน ในแปลงออยพันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําและปุย
1/
2
 2
แตกตางกัน (mg CO 2 /m /d) ออยปลูก 59/60
Water Treatment
management Age 0-0-0 Filter 18-3-12 18-3-12 27-4.5-18 Bare soil
(DAP) cake + Filter Cake + Filter Cake
23 2,947 2,353 2,999 2,534 2,663 2,611

54 4,574 5,039 4,160 4,444 3,824 4,315
82 3,620 2,663 2,430 2,676 2,715 2,676
113 5,455 6,153 5,378 4,886 6,438 5,972
143 9,379 12,636 9,973 9,999 9,068 8,732

175 2,967 3,820 4,440 4,751 4,492 4,828
Rainfed
205 4,214 3,206 4,770 4,899 4,369 4,318
241 8,429 4,292 9,256 6,076 6,283 7,420

267 6,069 4,570 5,837 5,216 6,742 5,733
310 3,768 2,760 4,906 4,777 4,777 3,898
332 2,708 4,130 2,967 3,018 2,605 2,269
372 3,768 2,863 3,768 3,303 2,812 2,967

23 2,689 2,611 2,792 2,947 2,999 3,103
54 4,108 4,987 4,186 4,806 4,031 5,013
82 2,870 3,413 2,637 2,624 2,560 3,141

113 5,378 4,447 5,481 4,835 4,680 4,240
143 8,500 8,732 12,223 10,051 8,551 9,043
175 3,820 4,285 5,428 4,104 4,673 4,725
Crop requirements
205 4,163 3,904 3,361 4,033 4,344 5,662

241 9,928 7,472 5,843 3,852 6,981 8,429
267 5,526 6,793 4,001 6,018 5,759 7,802
310 3,949 5,009 2,708 5,164 5,501 4,958

332 2,838 3,070 2,191 2,605 2,941 3,122
372 3,329 2,967 3,096 2,812 3,329 2,631
1/ วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)

383



1/
ี่  จากพื้นดิน ในแปลงออยพันธุขอนแกน 3 ท่มีการจัดการน้ําและปย


ตารางท 16 แสดงการปลดปลอย CO 2
 2
แตกตางกัน (mg CO 2 /m /d) ออยตอ 60/61
Water Treatment
management Age 0-0-0 Filter 18-3-12 18-3-12 27-4.5-18 Bare soil
(DAP) cake + Filter Cake + Filter Cake
43 4,266 3,180 3,025 3,749 3,413 2,534

95 8,429 4,292 9,256 6,076 6,283 7,420
131 5,791 6,774 4,059 6,645 5,042 6,696
159 5,055 3,839 4,977 3,865 5,572 3,969
188 3,620 4,007 5,791 8,092 6,153 5,016
Rainfed
217 2,676 3,477 4,227 4,227 4,977 5,804
257 3,811 4,354 3,733 4,457 3,578 4,690
288 4,615 3,684 3,012 4,072 4,253 3,943

316 3,154 1,836 2,094 1,836 2,198 2,353
334 4,466 2,812 2,838 2,605 3,406 2,967
43 2,689 2,870 2,663 3,671 3,128 4,007
95 9,928 7,472 5,843 3,852 6,981 8,429

131 4,757 4,757 4,318 6,748 5,404 6,231
159 5,339 2,960 4,667 4,693 4,279 6,011
188 3,723 3,904 4,007 7,136 4,861 7,110
Crop requirements
217 2,702 4,667 2,934 4,305 5,339 6,425
257 4,018 3,397 3,242 4,819 4,147 4,354
288 4,486 3,762 3,064 4,331 4,822 3,762
316 3,413 1,706 1,525 2,379 1,939 2,430

334 3,096 2,967 2,915 2,605 2,889 3,148
1/ วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)

384




ี่
ตารางท 17 แสดงการปลดปลอย CO จากพื้นดิน ในแปลงออยพันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการน้ําและปุย
1/
2
 2
แตกตางกัน (mg CO 2 /m /d) ออยตอ 61/62
Water Treatment
management Age 0-0-0 Filter 18-3-12 18-3-12 27-4.5-18 Bare soil
(DAP) cake + Filter Cake + Filter Cake
9 4,466 2,812 2,838 2,605 3,406 2,967

74 4,253 2,934 3,348 3,658 3,529 3,426
103 6,308 2,068 3,464 2,818 2,404 2,766
135 4,731 4,188 4,721 3,904 4,240 4,783
Rainfed 194 4,602 3,956 5,921 4,550 5,300 4,292

229 4,641 4,744 4,589 5,080 5,236 5,520
256 6,399 3,219 3,245 3,762 3,865 3,788
284 4,602 3,206 5,016 3,904 4,473 4,602

324 4,525 4,188 4,447 4,550 4,628 4,059
9 3,096 2,967 2,915 2,605 2,889 3,148
74 3,710 3,141 3,400 3,529 3,503 3,607
103 6,851 3,103 5,042 6,308 6,360 7,368

135 3,671 3,801 4,163 4,085 3,180 4,214
Crop requirements 194 4,499 4,835 4,033 4,188 3,697 4,421
229 4,848 4,925 4,382 5,804 5,184 6,916

256 4,744 3,943 3,969 3,555 3,607 3,452
284 3,697 4,137 3,951 4,421 3,801 4,111
324 3,982 4,938 4,240 4,447 4,137 4,473

1/ วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)

385




ี่



ี่
ตารางท 18 ปริมาณอินทรียคารบอน (รอยละ) ในลา ใบสดและใบแหงของออยปลูกพันธุขอนแกน 3 ทมีการ




จดการน้าและปุยแตกตางกัน
กรรมวิธ ี ปริมาณอินทรียคารบอน (รอยละ)
ลํา ใบสด ใบแหง
1/
2/
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย

0-0-0 51.7 51.7 51.7 52.3 51.3 51.8 42.0 42.7 42.3
Filter cake 57.7 50.0 53.8 53.3 45.7 49.5 35.0 43.0 39.0
18-3-12 57.7 55.7 56.7 51.7 53.0 52.3 47.7 42.7 45.2
18-3-12+Filter Cake 53.0 50.7 51.8 49.3 49.3 49.3 39.7 40.3 40.0
27-4.5-18+Filter Cake 51.3 49.0 50.2 50.7 46.0 48.3 44.0 41.0 42.5
เฉลี่ย 54.3 51.4 51.5 49.1 41.7 41.9
F-Test (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = ns


CV (%) (a) 21.05 15.32 19.47
(b) 7.98 13.03 10.93

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย



ี่
ตารางท 19 ปริมาณอินทรียคารบอน กก. C/ไร ในลา ใบสดและใบแหงของออยปลูกพันธุขอนแกน 3 ทมีการ

ี่





จดการน้าและปุยแตกตางกัน
กรรมวิธ ี ปริมาณอินทรียคารบอน (กก. C/ไร)
ลํา ใบสด ใบแหง
1/
2/
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
0-0-0 3,498 4,357 3,927 139 102 121 136 185 161
Filter cake 3,713 3,473 3,593 96 94 95 81 137 109
18-3-12 4,294 4,672 4,483 124 145 134 156 180 168
18-3-12+Filter Cake 4,113 4,086 4,100 131 102 117 101 125 113
27-4.5-18+Filter Cake 4,143 4,764 4,453 117 129 123 119 169 144

เฉลี่ย 3,952 4,270 121 114 119 159

386




ี่


ตารางท 20 ปริมาณอินทรียคารบอน (รอยละ) ในลา ใบสดและใบแหงของออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ทมีการ
ี่





จดการน้าและปุยแตกตางกัน
กรรมวิธ ี ปริมาณอินทรียคารบอน (รอยละ)
ลํา ใบสด ใบแหง
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
1/
2/

0-0-0 53.3 50.0 51.7 54 ab 53.3 ab 53.7 51.3 53.0 52.2
Filter cake 54.7 54.3 54.5 53 b 50 bc 51.5 54.3 54.0 54.2
18-3-12 51.7 51.7 51.7 54 ab 53 abc 53.5 51.0 52.0 51.5
18-3-12+Filter Cake 53.7 54.0 53.8 57.3 a 49 c 53.2 50.0 50.7 50.3
27-4.5-18+Filter Cake 51.3 51.0 51.2 53.3 ab 54.7 a 54.0 50.3 54.0 52.2
เฉลี่ย 52.9 52.2 54.3 52.0 51.4 52.7
F-Test (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = * (a) x (b) = ns


CV (%) (a) 5.32 5.36 11.37
(b) 4.64 4.51 7.29

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


2/
1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย


ตารางท 21 ปริมาณอินทรียคารบอน กก. C/ไร ในลา ใบสดและใบแหงของออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ทมีการ

ี่


ี่




จดการน้าและปุยแตกตางกัน
กรรมวิธ ี ปริมาณอินทรียคารบอน (กก. C/ไร)
ลํา ใบสด ใบแหง
2/
1/
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
0-0-0 1,812 2,536 2,174 69 98 84 92 115 104
Filter cake 2,627 2,797 2,712 83 110 97 150 177 163
18-3-12 2,136 3,097 2,617 79 117 98 132 163 148
18-3-12+Filter Cake 2,244 3,152 2,698 103 135 119 119 127 123
27-4.5-18+Filter Cake 2,134 2,992 2,563 66 110 88 119 167 143

เฉลี่ย 2,191 2,915 80 114 122 150

387






ี่


ตารางท 22 ปริมาณอินทรียคารบอน (รอยละ) ในลา ใบสดและใบแหงของออยตอ 2 พันธุขอนแกน 3 ทีมีการ




จดการน้าและปุยแตกตางกัน
กรรมวิธ ี ปริมาณอินทรียคารบอน (รอยละ)
ลํา ใบสด ใบแหง
2/
1/
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย

0-0-0 52.0 51.7 51.8 48.7 50.0 49.3 48.3 49.7 49.0
Filter cake 51.3 50.3 50.8 48.3 48.7 48.5 48.3 48.7 48.5
18-3-12 51.7 50.7 51.2 50.0 49.0 49.5 49.7 49.0 49.3
18-3-12+Filter Cake 51.3 52.0 51.7 49.7 49.3 49.5 48.7 49.7 49.2
27-4.5-18+Filter Cake 51.0 51.0 51.0 49.0 49.3 49.2 50.3 49.7 50.0
เฉลี่ย 51.5 51.1 49.1 49.3 49.1 49.3
F-Test (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns (a) = ns (b) = ns
(a) x (b) = ns (a) x (b) = ns (a) x (b) = ns


CV (%) (a) 1.01 2.70 4.15
(b) 3.34 1.83 2.66

ตัวเลขที่อยูในชวงสดมภเดียวกันที่มีอักษรเหมือนกัน ไมแตกตางกันในทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%


1/ สภาพอาศัยนาฝน จัดการน้ําตามความตองการของออย
2/


ี่



ตารางท 23 ปริมาณอินทรียคารบอน กก. C/ไร ในลา ใบสดและใบแหงของออยตอ 2 พันธุขอนแกน 3 ทมีการ
ี่




จดการน้าและปุยแตกตางกัน
กรรมวิธ ี ปริมาณอินทรียคารบอน (กก. C/ไร)
ลํา ใบสด ใบแหง
1/
2/
RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย RF IR เฉลี่ย
0-0-0 1,330 1,563 1,446 64 73 68 216 242 229
Filter cake 1,509 1,527 1,518 96 88 92 280 361 320
18-3-12 1,011 1,631 1,321 57 94 76 293 257 275
18-3-12+Filter Cake 1,464 1,848 1,656 78 90 84 327 324 325
27-4.5-18+Filter Cake 1,558 1,811 1,684 95 87 91 321 301 311

เฉลี่ย 1,374 1,676 78 86 287 297

388




ี่

ตารางท 24 ปริมาณการปลดปลอยกาซคารบอนไดออกไซด (CO ) จากผิวดินในออยพันธุขอนแกน 3 ที่มีการ

2




จดการน้าและปุยแตกตางกัน
กรรมวิธ ี CO emission CO emission from soil surface Average*
2
2
-2
-1
(g CO m day ) (t CO rai year ) (t CO rai year )
-1
-1
-1
-1
2
2
2
2560/61 2561/62 2562/63
อาศัยน้ําฝน
0-0-0 4.67 2.88 2.52 2.93 2.78
Filter cake 3.91 2.72 2.08 2.14 2.31
18-3-12 4.46 3.03 2.39 2.59 2.67
18-3-12+Filter Cake 4.32 2.84 2.52 2.37 2.57
27-4.5-18+Filter Cake 4.38 2.85 2.43 2.54 2.61
จัดการน้ําตามความตองการของออย
0-0-0 4.45 2.85 2.41 2.62 2.63
Filter cake 4.19 2.90 2.14 2.42 2.49
18-3-12 4.00 2.69 1.91 2.43 2.35
18-3-12+Filter Cake 4.33 2.70 2.41 2.56 2.56
27-4.5-18+Filter Cake 4.29 2.81 2.40 2.41 2.54





อุณหภูมิ (C) ปริมาณน้ําฝน (มม.)
50.0 100.0
45.0 90.0
40.0 80.0 TMAX
35.0 70.0
30.0 60.0 TMIN
25.0 50.0
20.0 40.0 RAIN
15.0 30.0
10.0 20.0

5.0 10.0
0.0 0.0
21 41 61 81 101 121 141 161 181 201 221 241 261 281 301 321 341 361 จํานวนวันหลังปลูก
1



ภาพที่ 1 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด-ต่ําสุด ภายในแปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2560/2561

389





อุณหภูมิ (C) ปริมาณน้ําฝน (มม.)
45 70

40 60
35 TMAX
50
30
25 40 TMIN

20 30 RAIN
15
20
10
5 10
0 0
1 15 29 43 57 71 85 99 113 127 141 155 169 183 197 211 225 239 253 จํานวนวันหลังปลูก





ภาพที่ 2 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด-ตาสด ภายในแปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2561/62




อุณหภูมิ (C) ปริมาณน้ําฝน (มม.)
45 160
40 140

35 120 TMAX
30
100 TMIN
25
80
20 RAIN
60
15
10 40

5 20
0 0
1 21 41 61 81 101 121 141 161 181 201 221 241 261 281 301 321 341 361 จํานวนวันหลังปลูก




ภาพที่ 3 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด-ต่ําสุด ภายในแปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63

390




mg CO2/m2/d
0-0-0
14000
12000 Filter cake

10000 18-3-12

8000 18-3-12 + Filter
Cake
6000 1.5 (18-3-12) + Filter
Cake
4000 Bare soil
2000

0 จํานวนวันหลังปลูก
1 23 54 82 113 143 175 205 241 267 310 332 372




ี่

ภาพที่ 4 ปริมาณการปลดปลอย CO 2 จากพื้นทปลูกออยปลูกพันธุขอนแกน 3 โดยไมมีการจัดการน้ํา
วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)



mg CO2/m2/d
14000 0-0-0

12000 Filter cake

10000
18-3-12
8000
18-3-12 + Filter
6000
Cake
4000 1.5 (18-3-12) +
Filter Cake
2000
0 จานวนวันหลังปลูก

1 23 54 82 113 143 175 205 241 267 310 332 372



ี่
ภาพที่ 5 ปริมาณการปลดปลอย CO 2 จากพื้นทปลูกออยปลูกพันธุขอนแกน 3 โดยมีการจัดการน้ํา
วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)

391




mg CO2/m2/372 d


2,000,000 1,946,700
1,950,000 1,891,042

1,900,000
1,850,000 1,780,230 1,798,108 1,813,905 1,772,099 1,784,056 IR

1,800,000 1,756,560 1,743,568 Rain-Fed
1,697,547
1,750,000 1,681,303 1,689,759

1,700,000

1,650,000
1,600,000
0-0-0 Filter cake 18-3-12 18-3-12 + Filter 1.5 (18-3-12) + Bare soil กรรมวิธ ี
Cake Filter Cake



ี่
ภาพที่ 6 แผนภาพแสดงการเปรียบปริมาณการปลอย CO 2 ในพื้นทออยปลูกพันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการ
น้ําและปุยแตกตางกัน วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)




mg CO2/m2/d

10,000
0-0-0
9,000

8,000 Filter cake
7,000
18-3-12
6,000
5,000 18-3-12 +
Filter Cake
4,000
1.5 (18-3-12) +
3,000 Filter Cake
2,000
1,000

- จํานวนวันหลังปลูก
43 95 131 159 188 217 257 288 316 334





ี่
ภาพที่ 7 ปริมาณการปลดปลอย CO 2 จากพื้นทปลูกออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 โดยไมมีการจัดการน้ํา
วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)

392




mg CO2/m2/d

12,000
0-0-0
10,000 Filter cake


8,000 18-3-12

18-3-12 + Filter
6,000
Cake
1.5 (18-3-12) +
4,000 Filter Cake
Bare soil
2,000


- จํานวนวันหลังปลูก
43 95 131 159 188 217 257 288 316 334




ี่

ภาพที่ 8 ปริมาณการปลดปลอย CO 2 จากพื้นทปลูกออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 โดยมีการจัดการน้ํา
วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)






mg CO2/m2/334 d
1,850,000 1,795,682
1,800,000
1,750,000
1,700,000
1,650,000 1,576,049 1,573,334
1,600,000 1,509,254 1,496,598 1,504,936 1,503,088 1,515,886 1,538,030
1,550,000 IR
1,500,000
1,450,000
1,400,000 1,335,125 1,301,411
1,350,000
1,300,000
1,250,000 1,196,261 Rain-Fed
1,200,000
1,150,000
1,100,000
1,050,000
1,000,000 กรรมวิธี
0-0-0 Filter cake 18-3-12 18-3-12 + Filter Cake5 (18-3-12) + Filter Cake Bare soil
1
.

ในพื้นที่ออยตอ 1 พันธุขอนแกน 3 ที่มีการจัดการ
ภาพที่ 9 แผนภาพแสดงการเปรียบปริมาณการปลอย CO 2
น้ําและปุยแตกตางกัน วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)

393




mg CO2/m2/d

8,000


7,000 0-0-0

6,000 Filter cake

5,000 18-3-12

4,000
18-3-12 + Filter
Cake
3,000
1.5 (18-3-12) +
2,000 Filter Cake
Bare soil
1,000

- จํานวนวันหลังตัด
9 74 103 135 194 229 256 284 324 360 389





 จากพื้นที่ปลูกออยตอ 2 พันธุขอนแกน 3 ในกรรมวิธีที่อาศัยน้ําฝน วัด
ภาพที่ 10 ปริมาณการปลดปลอย CO 2
โดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)



mg CO2/m2/d

8,000
7,000 0-0-0

6,000 Filter cake

5,000 18-3-12

4,000 18-3-12 + Filter
Cake
3,000 1.5 (18-3-12) +
Filter Cake
2,000 Bare soil

1,000

- จํานวนวันหลังตัด
9 74 103 135 194 229 256 284 324 360 389


 จากพื้นที่ปลูกออยตอ 2 พันธุขอนแกน 3 โดยมีการจัดการน้ํา
ภาพที่ 11 ปริมาณการปลดปลอย CO 2
วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)

394





mg CO2/m2/389 d
1,900,000 1,834,092

1,850,000
1,800,000
1,750,000 1,715,329
1,636,629
1,700,000
1,650,000 1,616,651 1,602,049 1,587,505

1,600,000 1,521,582 1,525,882
1,550,000 1,514,945 1,478,723 1,504,221 IR
1,500,000
1,450,000
1,336,873
1,400,000 Rain-Fed
1,350,000

1,300,000
1,250,000
1,200,000 กรรมวิธี
0-0-0 Filter cake 18-3-12 18-3-12 + Filter 1.5 (18-3-12) + Filter Bare soil
Cake Cake
ี่
 ในพื้นที่ออยตอ 2 พันธุขอนแกน 3 ทมี
ภาพที่ 12 แผนภาพแสดงการเปรียบปริมาณการปลอย CO 2



การจดการน้าและปุยแตกตางกัน วัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)




























 จากพื้นที่ปลูกออยปลก ออยตอ1 ออยตอ 2 พันธุขอนแกน 3 ในกรรมวิธี
ภาพที่ 13 ปริมาณการปลดปลอย CO 2
ที่อาศัยน้ําฝนวัดโดยประยุกตจากวิธีของ Anderson (1982)


Click to View FlipBook Version