The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iberzerk_satit, 2021-09-06 05:22:52

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 2

195



ี่

ตารางที่ 6 คุณสมบัตทางเคมีของดินทความลึก 20-50 หลังเก็บเกี่ยวมันสําปะหลังระยะยาวที่มีระบบปลูกและ
การจัดการปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63

pH EC OM Avail. P Exch. K Exch. Exch. Mg
การจด

ระบบปลูก (1:1 in (1:5) (%) (mg/kg) (mg/kg) Ca (mg/kg)
การปุย
water) (dS/m) (mg/kg)
None 5.5 0.0068 0.26 2 17 114 16

มันสําปะหลัง CF 4.6 0.0079 0.40 26 37 27 3
ตอเนื่อง CP 6.3 0.0116 0.49 49 43 252 13
CP+0.5CF 5.9 0.0127 0.40 50 34 218 9
None 5.0 0.0098 0.43 4 32 74 11
มันสําปะหลัง CF 4.6 0.0085 0.55 23 44 37 4
หมุนเวียนพืช
CP 6.2 0.0200 0.58 30 24 311 12
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 5.5 0.0119 0.64 58 78 243 7

None 5.1 0.0074 0.39 3 30 144 10
มันสําปะหลัง CF 4.6 0.0072 0.48 17 36 57 3
แซมดวยพืช CP 6.8 0.0128 0.59 57 57 355 12

ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 6.0 0.0167 0.51 97 34 279 8
ระบบปลูก
มันสําปะหลังตอเนื่อง 5.6 0.0 0.4 34.3 34.2 144.9 8.1



มนสําปะหลังหมนเวยน

5.5 0.0 0.6 28.0 36.3 160.2 11.1
พืชตระกูลถั่ว
มนสําปะหลังแซมดวย 5.9 0.0 0.6 36.3 39.2 269.3 8.9


พืชตระกูลถั่ว
การจัดการปุย
None 5.7 0.0 0.4 3.9 19.3 189.3 12.2
CF 4.7 0.0 0.5 21.7 46.4 45.5 5.1

CP 6.3 0.0 0.6 49.1 31.3 317.0 12.6
CP+0.5CF 5.9 0.0 0.6 56.6 49.3 214.1 7.7



หมายเหต : None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ
0.5 CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร


196





สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
การปลกมนสาปะหลงเพือรักษาคณสมบตของดนในการใหผลผลตยงยนในระบบปลกมนสาปะหลง




























ตอเนืองทกปและระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถว ควรใสปยเคม 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัม


















ตอไร ซึงใหผลผลตมนสาปะหลง (5.55 และ 6.39 ตนตอไร ตามลาดบ) และมรายไดสทธิสงกวากรรมวิธีอืน














(5,375 และ 6,959 บาทตอไร ตามลาดบ) การจดการปยมผลตอคณสมบตของดน การใสปยเคมเพียงอยาง








เดียวตอเนื่องทุกปสงผลใหดินมีฤทธิ์เปนกรดเพิ่มขึ้น ในขณะที่การใสปุยหมักเพียงอยางเดยวและรวมกับปุยเคมี




ชวยรักษาความเปนกรดเปนดางใหใกลเคียงกับคาเริ่มตน และการไมใสปุยสงผลตอศกยภาพการใหผลผลตและ


คณสมบัติของดนลดลง


กิตตกรรมประกาศ


ขอขอบคณสานักวิจยและพัฒนาการเกษตรเขตท 3 ทชวยอนุเคราะหการวิเคราะหคณภาพของปย












หมักกากตะกอนหมอกรอง


เอกสารอางอิง



สํานกงานเศรษฐกจการเกษตร. 2563. สถตการเกษตรของประเทศไทย ป 2561. ศูนยสารสนเทศการเกษตร สํานกงาน



เศรษฐกิจการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ กรุงเทพมหานคร.

197



การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลังโดยใชระบบปลูกพืชและการจัดการชนิดและอัตราปุย

Increasing cassava production long-term efficiency by cropping systems,

fertilizer grade and rate


1
2
เนติรัฐ ชุมสุวรรณ43 ชยันต ภักดีไทย สมฤทัย ตันเจริญ44 และเจิม จาบประโคน
1*
1


รายงานความกาวหนา




ศกษาระบบปลกพืชรวมกับการจดการชนิดและอัตราปุย เพือหาแนวทางรักษาเสถียรภาพของผลผลต

















และความอุดมสมบรณของดนในการผลตมนสาปะหลงระยะยาว ตงแตป 2551 ซึงป 2561 เปนปท 11




ดาเนินการในแปลงทดลองทศนยวิจยพืชไรขอนแกน โดยวางแผนการทดลองแบบ Split plot จานวน 3 ซ้ํา







ปจจัยหลัก ระบบปลกพืช 3 ระบบ ไดแก 1) ระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่องทุกป 2) ระบบปลูกมันสําปะหลง

















หมนเวียนกับกับพืชตระกูลถวปเวนป (มนสาปะหลง/ถวเขยวตามดวยถวพุม) 3) ระบบปลูกมนสําปะหลังแซม









ดวยพืชตระกูลถว (ถวเขยว) ทุกป และปจจัยรอง การจดการปุย 6 กรรมวิธี คอ 1) ไมใสปุย 2) ใสปุยเคมี เกรด








15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร 3) ใสปยหมกกากตะกอนหมอกรอง อัตรา 1 ตนตอไร 4) ใสปยหมกกาก





ตะกอนหมอกรอง อัตรา 1 ตนตอไร รวมกับปยเคม เกรด 15-7-18 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร 5) ใส







ปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง อัตรา 1 ตนตอไร รวมกับปุยเคมี เกรด 15-7-18 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอ



ไร 6) ใสปยหมกกากตะกอนหมอกรอง อัตรา 0.5 ตนตอไร รวมกับปยเคม เกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัม









ตอไร ผลการทดลอง พบวา ระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทกป การใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100












กิโลกรัมตอไร ใหผลผลิตหัวสดสูงสุด 4.78 ตันตอไร ผลผลิตแปง 919 กิโลกรัมตอไร น้ําหนักแหงซาก 809










กิโลกรัมตอไร และมรายไดสทธิ 3,623 บาทตอไร ระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถวทุกป การใส



ปุยอินทรีย อัตรา 0.5 ตันตอไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร มีรายไดสุทธิสูงสุด 3,882
ุ

บาทตอไร และระบบปลูกมันสาปะหลังหมุนเวียนดวยพืชตระกูลถั่วปเวนป ทุกกรรมวิธีใหผลตอบแทนไมคมคา













แกการลงทน แตระบบปลกมนสาปะหลงหมนเวียนดวยพืชตระกูลถวปเวนป ชวยยกระดบคณภาพดนใหดขน







โดยเฉพาะอินทรียวัตถุในดิน และทุกระบบปลูกการใสปุยเคมีติดตอกันเปนเวลานานสงผลใหดินมีความเปนกรด




เพิมขน การใสปยอินทรียเพียงอยางเดยวหรือใสรวมกับปยเคม ชวยยกระดบคณภาพดนใหดขน ลดความเปน


















กรด ชวยเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารพืช
คําสําคัญ: ผลผลิต คุณสมบัติดิน ระบบปลูก การจัดการปุย มันสําปะหลังระยะยาว


1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 กลุมวิจัยปฐพีวิทยา สํานักวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตการเกษตร กรงเทพฯ

* Corresponding Author E-mail: [email protected]

198



คํานํา

มันสําปะหลัง (Manihot esculenta Crantz) เปนพืชเศรษฐกิจทสําคัญของประเทศไทย มีพื้นที่ปลก

ี่

ทังประเทศ 9.44 ลานไร พื้นที่เก็บเกี่ยว 8.92 ลานไร ผลผลิตรวม 29.0 ลานตน และผลผลิตตอไร 3.25 ตนตอ
















ไร ภาคตะวันออกเฉยงเหนือ มพืนทปลก 5.34 ลานไร พืนทเก็บเกียว 4.96 ลานไร ผลผลตรวม 16.3 ลานตน








และผลผลตตอไร 3.05 ตนตอไร (สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2563) การใชทีดินในการผลิตมันสําปะหลัง


ในปจจบนพบวา มการใชทดนอยางไมเหมาะสมขาดการดแลรักษา ขาดการปรับปรุงบารุงดนใหเหมาะสม ทํา












่ํ
ใหทรัพยากรดินมีสภาพเสื่อมโทรม มีความอุดมสมบูรณต่ํา ความสามารถในการใหผลผลิตพืชตา เกษตรกรสวน















ใหญใชปยเคมมากเกินความจาเปนหรือนอยเกินไป รวมทงมการใชสารเสริมหรือวัสดปรับปรุงดนเพิมมากขน




แตยังขาดความรูความเขาใจทถูกตอง มีผลกระทบตอโครงสรางและสมบัตของดิน ทําใหดินเส่อมสภาพ



นอกจากนีในการปลกพืชอยางตอเนื่องโดยไมมีการปรับปรุงดิน ตลอดจนการจดการดินที่ไมถูกตอง ทําใหดนมี









ความอุดมสมบรณลดลงและมคณสมบัตไมเหมาะสมตอการเจริญเตบโตของพืช ทาใหศกยภาพในการใหผล











ผลตของดนตา และไมสามารถผลตพืชไดอยางยั่งยืน การบํารุงดินที่มุงเนนการใชปุยเคมีแตเพียงอยางเดียว ทํา

ใหดินขาดอินทรียวัตถุ และอาจมีคุณสมบัติทางเคมี กายภาพ และชีวภาพ ท่ไมเหมาะสมกับการผลิตพืช
จําเปนตองมีการผสมผสานกับวิธีการปรับปรุงดินโดยการใชปยอินทรีย วัสดุอินทรีย ระบบการปลูกพืชท ่ ี








เหมาะสมที่จะมีผลตอการเพิมเตมธาตอาหารในดน โดยยดหลกของการจดการธาตอาหารพืชทเหมาะสมกับพืช













เพือทาใหดนมความอุดมสมบรณและมคณสมบตเหมาะสมตอการผลตพืชอยางยั่งยืน เพือเปนแนวทางในการ













จดการดนและปจจยการผลตตางๆ ในพืนทอยางถกตองและเหมาะสมในการผลตพืชระยะยาว วัตถประสงค 






ของงานวิจัย เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการผลิตมันสําปะหลังโดยใชระบบปลูกพืชและการจดการชนิดและอัตราปยท ี่

ุ

เหมาะสมตอการผลตมนสาปะหลังระยะยาว




วิธีดําเนินการ
อุปกรณ 
1. มันสําปะหลังพันธุระยอง 86-13
2. ถั่วเขียวพันธุชัยนาถ 84-1
3. ถั่วพุมพันธุอุบลราชธานี
4. ปุยเคมีเกรด 15-7-18 และ 12-24-12
5. ปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง



6. อุปกรณเก็บและเตรียมตวอยางดนเพือวิเคราะหคณสมบตทางเคมและปริมาณธาตอาหาร ไดแก










แทงเจาะดน ถุงถังพลาสตก และตะแกรงรอนดน








7. อุปกรณขดหวและเก็บตวอยางพืช ไดแก ไมงัดหว จอบ ถงกระดาษ กรรไกร มดสบตวอยาง และ









ตาชง 3 และ 60 กก.

8. เครื่องวัดหาปริมาณแปงแบบ Riemann scale

199







9. เครืองมอสาหรับวิเคราะหดนและพืช ไดแก ตาชงดจตอล 2 และ 3 ตาแหนง เครืองวัด pH และ








EC, Atomic Absorption spectroscopy และ Spectrophotometer

10. ตอบ เพืออบตวอยางพืชนําไปวิเคราะหธาตอาหารและหาความชน








11. อุปกรณ เครื่องแกว และสารเคมีวิเคราะหดินและพืช
วิธีการ
ดําเนินงานในแปลงท่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ต้งแตป 2551 ซึ่งป 2563 เปนปท่ 13 วางแผนการ






ทดลองแบบ Split plot มจานวน 3 ซ้า ประกอบดวย ปจจยหลก ระบบปลกมันสาปะหลง 3 ระบบ คอ 1.
















ปลกมนสาปะหลงตอเนืองทุกป 2. ระบบปลูกมนสาปะหลงหมนเวียนกับกับพืชตระกูลถวปเวนป (มัน



















สําปะหลัง/ถวเขยวตามดวยถวพุม) 3) ระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถ่ว (ถ่วเขียว) ทุกป ปจจย




รอง การจดการปย 6 กรรมวิธี คอ 1. ไมใสปุย 2. ใสปุยเคมี 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร 3. ใสปุยหมัก






กากตะกอนหมอกรอง อัตรา 1 ตนตอไร 4. ใสปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง อัตรา 1 ตนตอไร รวมกับปุยเคมี






เกรด 15-7-18 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร 5. ใสปยหมักกากตะกอนหมอกรอง อัตรา 1 ตนตอไร


ุ
รวมกับปยเคมี เกรด 15-7-18 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร และ 6. ใสปยหมักกากตะกอนหมอกรอง


อัตรา 0.5 ตนตอไร รวมกับปุยเคมี เกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร ขนาดแปลงทดลองยอย 7x8 เมตร พื้นท ี่



เก็บเกียว 5x6 เมตร
วิธีปฏิบัติการทดลอง









ฤดปลก 252/63 สมเก็บตวอยางดนกอนปลก ทระดบความลก 0-20 และ 20-50 เซนตเมตร เพื่อ




วิเคราะหปริมาณธาตุอาหารพืชในดิน ปลูกมันสําปะหลังพันธุระยอง 86-13 ในระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่อง
ทุกป และระบบปลกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่วทุกป โดยตัดทอนพันธุยาวประมาณ 25 เซนติเมตร แช





ทอนพันธุดวยสารกําจดแมลง thiamethoxam (Actara 25%WG) อัตรา 4 กรัมตอน้า 20 ลตร เปนเวลา 1






ชั่วโมง กอนนําไปปลก ปกทอนพันธุลึก 1 ใน 3 ของทอนพันธุ ใชระยะปลูก 1x1 เมตร ปลูกถั่วเขียวพันธุชัยนาท
















84-1 ในระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยถวเขยว โดยปลกถวเขยว 1 แถวระหวางแถวมนสาปะหลง โดยใช 
ระยะระหวางตน 20 เซนตเมตร จานวน 2 ตนตอหลุม และในระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียนกับพืชตระกูล





ถัวปเวนป โดยฤดปลก 252/63 ปลกถวเขยวระยะปลก 50x20 เซนตเมตร จานวน 2 ตนตอหลม หลังเก็บ












เกี่ยวถั่วเขียว (80 วันหลังปลูก) ปลูกถั่วพุมพันธุอุบลราชธานี วิธีการใสปุย กรรมวิธีที่มีการใสปุยอินทรีย หวาน








ปยหมกกากตะกอนหมอกรองออยกอนปลกมนสาปะหลงและถวเขยว 2 สปดาห ตามอัตราทกําหนดในแตละ



















กรรมวิธี และไถคลกลงในดน ระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองใสปยเคมตามกรรมวิธีทกําหนดหลงปลกมน














สําปะหลัง 44 วัน สวนระบบปลกมนสาปะหลงหมนเวียนกับพืชตระกูลถว (ฤดปลกป 2562/63 ปลูกถวเขยว






พันธุชยนาท 84-1) ใสปยเคมเกรด 12-24-12 อัตรา 25 กิโลกรัมตอไร หลงปลก 15 วัน ในขณะทระบบปลก
















ี่



ปลูกมนสาปะหลงแซมดวยถวเขยว แบงใสปย 2 ครั้ง ครั้งท 1 (ใสปยเคมีเกรด 15-7-18 กอนปลก อัตรา 25
ุ














กิโลกรัมตอไร และครั้งท 2 ใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตราทเหลอในแตละกรรมวิธีทกําหนด หลงเก็บเกียวถว

ี่





เขียว เก็บเกี่ยวมันสําปะหลังที่อายุ 11 เดอนหลงปลก


การบันทึกขอมูล

200



1. ขอมูลสภาพอากาศจากเครื่องบันทึกขอมูลอากาศของศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน

2. ผลวิเคราะหดินที่ระดับความลึก 0-20 และ 20-50 ซม. กอนปลูก วิเคราะหหาความเปนกรด-ดาง

ปริมาณอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชน โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมที่แลกเปลยนได 
ี่
3. ผลผลิตฝกสดและน้ําหนักแหงของเศษซากถั่วลสงในระบบพืชหมุนเวียนและพืชแซม



4. ความสูงที่อายุ 3, 6 และ 9 เดอนหลงปลก และชวงเก็บเกี่ยว

5. น้ําหนักหัวสด ความเขมขนของแปง และคํานวณน้ําหนักแปง โดยใชสูตร

ผลผลิตแปง = น้ําหนักสดหัวxความเขมขนของแปง/100

เวลาและสถานท ่ ี

- ระยะเวลา เริ่มตน ตลาคม 2559 สิ้นสุด กันยายน 2564
- ดําเนินงานทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน


ผลและวิจารณผลการทดลอง


ผลของระบบปลกและการจดการปยตอความสงของมนสาปะหลงพันธุระยอง 86-13 ดงตารางท 1



















พบวา ระบบปลกมนสาปะหลงไมมผลตอการเจริญเตบโตทางดานความสง แตการจดการปยสงผลใหความสง ู









มันสําปะหลังแตกตางกันอยางชดเจน โดยมันสําปะหลังที่ไดรับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร

ใหความสูงกวากรรมวิธีอื่น ทุกชวงอายุ ในขณะที่กรรมวิธีที่ไมใสปุยมันสําปะหลังมีความสูงต่ําสุด



ผลของการจดการปุยและระบบปลกตอน้าหนักหวสด (ตารางท 2) พบวา ระบบปลกมนสาปะหลงและ


























การจดการปยมปฏสมพันธกัน โดยระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทุกป กรรมวิธทใสปยเคมเกรด 15-7-18









อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร ใหน้าหนักหวสดและน้าหนักแหงคนแปลงสงสด คอ 4.78 ตนตอไร และ 699


















กิโลกรัมตอไร ตามลาดบ และใหน้าหนักแปง 1,028 กิโลกรัมตอไร สวนระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืช

ตระกูลถั่วทุกป กรรมวิธีที่ใสปุยอินทรีย อัตรา 1 ตันตอไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอ


ไร ใหน้าหนักหวสด น้าหนักแปง และน้าหนักแหงคนแปลงสงสด คอ 4.34 ตนตอไร 937 กิโลกรัมตอไร และ


























771 กิโลกรัมตอไร ตามลาดบ ซึงจะเหนไดวาระบบปลกมนสาปะหลงและการจดการปย ไมมผลทาให 





เปอรเซ็นตแปงแตกตางกัน และจะเหนไดวา กรรมวิธีที่ไมใสปุย ทําใหมันสําปะหลังมีน้ําหนักหัวสด น้ําหนักแปง
และน้ําหนักแหงซากคืนแปลง ต่ํากวาทุกกรรมวิธี ทั้งสองระบบ
น้าหนักแหงเมลดและน้าหนักแหงซากถวเขยวพันธุชยนาท 84-1 (ตารางท 3) พบวา ในระบบปลกมน



























สาปะหลงหมนเวียนดวยพืชตระกูลถวปเวนป ซึ่งน้ําหนักเมลดแหงทมากทสด (74 กิโลกรัมตอไร) เมอปลกใน






แปลงมันสําปะหลังที่มีการใสปุยอินทรียเพียงอยางเดียว แตน้ําหนักแหงซากมากที่สุด (322 กิโลกรัมตอไร) เมื่อ


ปลกในแปลงมนสาปะหลงทมการใสปยอินทรีย อัตรา 1 ตนตอไร รวมกับปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100















กิโลกรัมตอไร สวนในระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถว น้าหนักเมล็ดแหงทมากทสุด (47.3















กิโลกรัมตอไร) ในกรรมวิธีที่ใสปุยอินทรีย อัตรา 0.5 ตันตอไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัม
ตอไร แตน้ําหนักแหงซากมากที่สุด (136 กิโลกรัมตอไร) ในกรรมวิธีที่ใสปุยอินทรียเพียงอยางเดียว

201




ถั่วพุมพันธุอุบลราชธานี ในระบบปลูกมันสาปะหลังหมุนเวียนดวยพืชตระกูลถั่วปเวนป พบวา การใสปย

ุ


อินทรียอัตรา 1 ตันตอไร รวมกับปยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร ใหน้ําหนักแหงซากสูงกวา







กรรมวิธีอื่น คือ 223 กิโลกรัมตอไร ปญหาท่พบ ดําเนินการเก็บเกียวถวพุมพันธุอุบลราชธานีกอนกําหนด
เนื่องจาก ความชื้นในดินไมเพียงพอตอการเจริญเติบโตและผลผลิต หากปลอยไวตนถั่วพุมจะแหงตาย








ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แสดงในตารางท 4 พบวา ระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทกป การใส 










ปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร ใหรายไดสทธิสงสด 3,623 บาทตอไร รองลงมาคอ การใสปุย





อินทรียอัตรา 0.5 ตันตอไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร ซึ่งใหรายไดสุทธิ 3,039 บาท










ตอไร สวนระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถวทุกป ซึ่งการใสปยอินทรียอัตรา 0.5 ตนตอไร รวมกับ







ปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร ใหรายไดสทธิสงสด 3,882 บาทตอไร นอกจากมรายไดจากมน




















สําปะหลัง ยงมรายไดกอนเก็บเกียวมนสาปะหลงจากถวเขยว แตเนืองจากชวงเก็บเกียวผลผลตตรงกับชวงฝน










สงผลใหผลผลิตเนาเสียหาย จึงสงผลใหผลผลิตและรายไดท่ไดรับตํา และสงผลใหระบบปลกมนสําปะหลัง











หมนเวียนพืชตระกูลถวปเวนป ขาดทน -22 ถึง -2,688 บาทตอไร ประกอบกับฝนทงชวง สงผลใหความชนไม 




เพียงพอตอการเจริญเตบโตและการใหผลผลตของถัวพุม จงดาเนินการเก็บเกียวถวพุมพันธุอุบลราชธานีกอน











กําหนด สงผลใหไมไดรับรายไดจากถั่วพุม






ผลของการจดการปุยและระบบปลกตอการเปลี่ยนแปลงคณภาพดินในพื้นที่ปลูกมนสาปะหลง (ตาราง






ที่ 5) โดยภาพรวมระบบปลูกมันสาปะลังไมมีผลตอการเปลยนแปลงคณภาพดน แตมีแนวโนมวาระบบปลกมัน



สําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถ่วปเวนปมคาอินทรียวัตถและฟอสฟอรัสทเปนประโยชนในดนสงกวาทง 2































ระบบปลก ปจจยทมผลตอการเปลยนแปลงคณภาพดน คอ การจดการปย ซึงจะเหนไดวาการใสปยอินทรีย 

เพียงอยางเดียวหรือรวมกับปุยเคมีชวยยกระดับความเปนกรดเปนดางของดิน แตการใสปุยเคมีเพียงอยางเดยว









ทกป ดนมฤทธิเปนกรดจดมาก ไมเหมาะสมตอการเจริญเตบโตและการดดใชธาตอาหารของมนสาปะหลง







อินทรียวัตถในดน ดงตารางท 3 พบวา การใสปยอินทรีย หรือปยเคม หรือทงสองรวมกัน มอินทรียวัตถในดน






















สงกวากรรมวิธีทไมใสปยอยางเหนไดชด เชนเดยวกับคาฟอสฟอรัสทเปนประโยชนและโพแทสเซียมท ่ ี















แลกเปลยนไดในดน และจะเหนไดวาอินทรียวัตถในดนของระบบปลกมันสาปะหลงหมุนเวียนพืชตระกูลถั่วป








เวนปมแนวโนมสงกวาระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทุกปและระบบปลกมนสาปะหลงหมนเวียนพืชตระกูล














ถั่วทุกป 

202
เฉลี่ย 1 125 c 151 b 184 a 187 a 178 a 186 a



C3 123 140 187 197 176 176 167
ชวงเก็บเกี่ยว C2 - - - - - - - 12.8 8.4 ns * ns



C1 126 162 180 177 179 196 170 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)



เฉลี่ย 1 116 c 128 b 161 a 150 a 154 a 158 a



9 เดือน C3 116 126 161 150 147 155 143 B 2


C2 - - - - - - - 6.6 3.7 * * ns
C1 116 130 161 150 161 161 147 A 2 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)

ความสูง (เซนติเมตร)

F1 = ไมใสปุย, F2 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร, F3 = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กก./ไร, F4 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กก./ไร,
ตารางที่ 1 ความสูง (เซนติเมตร) มันสําปะหลังพันธุระยอง 86-13 ที่อายุ 3, 6 และ 9 เดือนหลังปลูก และชวงเก็บเกี่ยว ผลจากการปลูกมันสําปะหลังระยะยาวที่มีระบบ เฉลี่ย 1 92 d 103 c 142 a 127 b 130 b 136 a C1 = ระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่องทุกป, C2 = ระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่ว (ถั่วเขียว-ถั่วพุม) และ C3 = ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว F5 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อั

C3 88 96 134 121 118 127 114 B 2

6 เดือน
C2 - - - - - - - 11.2 9.8 * * ns

C1 95 110 150 132 141 144 129 A 2 (a) (b) (a) (b) (a)x(b) 2/ คาเฉลี่ยในคอลัมนเดียวกันที่ตามดวยอักษรตัวใหญทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอรเซ็นต โดยวิธี DMRT

หมายเหตุ 1/ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอักษรตัวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอรเซ็นต โดยวิธี DMRT

ปลูก การจัดการชนิด และอัตราปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63 ่
เฉลี่ย 57 67 105 88 87 95


3 เดือน C3 1 56 d 62 d 105 a 87 b 75 c 88 b 79
C2 - - - - - - - 8.3 5.9 ns * *

ns ไมแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ

C1 1 58 d 73 c 105 a 89 b 99 a 101 a 88 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)




กรรมวิธี F1 F2 F3 F4 F5 F6 เฉลี่ย CV (%) F-test

เฉลี่ย 376 500 750 785 692 690 203




C3 1 362 d 495 cd 690 b 906 a 604 bc 595 bc 609
นน.แหงซาก (กก./ไร)

C2 - - - - - - - 25.3 16.3 ns * *

C1 1 390 c 504 bc 809 a 664 ab 779 a 786 a 655 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)



เฉลี่ย 348 763 973 845 919 914

C3 1 339 c 743 b 919 a 937 a 913 a 780a b 772

ผลผลิตแปง (ตัน/ไร)
C2 - - - - - - - 6.3 12.0 ns ** *


C1 1 358 d 783 bc 1,028 a 752 c 924 ab 1,049 a 816 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)

ความสูง (เซนติเมตร)

เฉลี่ย 23.2 22.7 22.5 21.7 22.5 21.9
ตารางที่ 2 ผลผลิตหัวสด เปอรเซ็นตแปง ผลผลิตแปง และน้ําหนักแหงซากของมันสําปะหลังพันธุระยอง 86-13 ผลจากการปลูกมันสําปะหลังระยะยาวที่มีระบบปลูก การ C1 = ระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่องทุกป, C2 = ระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่ว (ถั่วเขียว-ถั่วพุม) และ C3 = ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว

C3 23.2 21.6 23.5 21.6 23.0 20.9 22.3 F1 = ไมใสปุย, F2 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร, F3 = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กก./ไร, F4 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กก./ไร,

เปอรเซ็นตแปง (%) C2 - - - - - - - 13.8 5.5 ns ns ns F5 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กก./ไร และ F6 = ปุยอินทรีย อัตรา 0.5 ตัน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กก./ไร


C1 23.1 23.8 21.5 21.8 21.9 23.0 22.5 (a) (b) (a) (b) (a)x(b) 2/ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอักษรตัวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 99 เปอรเซ็นต โดยวิธี DMRT

หมายเหตุ 1/ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอักษรตัวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอรเซ็นต โดยวิธี DMRT
1.50 3.36 4.35 3.89 4.09 4.14 ่ ่

จัดการชนิด และอัตราปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63 เฉลี่ย
C3 1 1.46 c 3.44 b 3.91 ab 4.34 a 3.97 ab 3.73 ab 3.47

นน.หัวสด (ตัน/ไร)

C2 - - - - - - 10.7 12.9 ns * *
ns ไมแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ

C1 1 1.55 d 3.29 c 4.78 a 3.45 bc 4.22 ab 4.56 a 3.64 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)


กรรมวิธี

F1 F2 F3 F4 F5 F6 เฉลี่ย CV (%) F-test

204



ตารางที่ 3 น้ําหนักเมล็ดแหง และน้ําหนักแหงซากของถั่วเขียวพันธุชัยนาท 84-1 และถั่วพุมพันธุอุบลราชธานี

ในระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่ว และมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว

ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63
วิธีการใส ถั่วเขียวพันธุชัยนาท 84-1 ถั่วพุมพันธุอุบลราชธาน ี
ระบบปลูกพืช
ปุย นน.เมล็ดแหง (กก./ไร) นน.แหงซาก (กก./ไร) นน.แหงซาก (กก./ไร)



F1 61 197 65
F2 96 294 162
มันสําปะหลัง

หมนเวยน F3 54 224 125


F4 81 322 223
พืชตระกูลถั่ว
F5 60 189 65
F6 34 183 116
F1 36 147 -
F2 43 151 -
มนสําปะหลัง F3 25 110 -

แซมดวยพืชตระกูลถั่ว F4 45 97 -
F5 38 121 -

F6 62 125 -

205





ตารางที่ 4 ตนทุน รายได และรายไดสทธิจากการปลูกมันสําปะหลัง และถั่วลิสง จากการปลูกมันสาปะหลัง


ระยะยาวที่มีระบบปลูก การจดการชนิด และอัตราปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
ป 2562/63
ตนทุน (บาท/ไร) รายได (บาท/ไร)

ระบบปลูกพืช วิธีการใสปุย มัน ถั่ว มัน ถั่ว รายไดสุทธ ิ
รวม รวม (บาท/ไร)
สําปะหลัง เขียว สําปะหลัง เขียว
F1 3,943 0 3,943 3,709 0 3,709 -234
F2 6,812 0 6,812 7,881 0 7,881 1,069
มันสําปะหลัง F3 7,863 0 7,863 11,486 0 11,486 3,623

ตอเนื่อง F4 9,193 0 9,193 8,268 0 8,268 -925
F5 8,728 0 8,728 10,117 0 10,117 1,389
F6 7,899 0 7,899 10,938 0 10,938 3,039

F1 0 4,272 4,272 0 2,745 2,745 -1527
F2 0 4,342 4,342 0 4,320 4,320 -22
มันสําปะหลัง

หมุนเวียนพืช F3 0 4,258 4,258 0 2,430 2,430 -1828
ตระกูลถั่ว F4 0 4,312 4,312 0 3,645 3,645 -667
F5 0 4,270 4,270 0 2,700 2,700 -1570

F6 0 4,218 4,218 0 1,530 1,530 -2688
F1 2,475 1,747 4,222 3,504 1,620 5,124 902
F2 5,463 1,761 7,224 8,247 1,935 10,182 2,958
มันสําปะหลัง F3 5,997 1,725 7,722 9,370 1,125 10,495 2,773
แซมดวยพืช F4 8,213 1,765 9,978 10,405 2,025 12,430 2,452
ตระกูลถั่ว
F5 7,177 1,751 8,928 9,514 1,710 11,224 2,296

F6 6,060 1,799 7,859 8,951 2,790 11,741 3,882






หมายเหต ราคาทอนพันธมันสําปะหลัง 320 บาท/ไร ราคาปุยเคม 15-7-18 17 บาท/กก. ราคาปุยหมก 2 บาท/กก.

คาเตรียมดิน คาแรงงานปลูก และดูแลรักษามนสําปะหลัง 2,850 บาท/ไร คาหวานปุยหมัก 300 บาท./ไร



คาใสปุยเคมีมันสําปะหลัง 300 บาท/ไร คาเก็บเก่ยวและขนสงมันสําปะหลัง 0.50 บาท/กก. ราคาเมล็ดพันธถ่ว

เขียว 40 บาท/กก. อัตราเมล็ดพันธุ 5 กก./ไร ในระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวยน และ 2.5 กก./ไร ในระบบพช


แซม คาปุยเคมี 12-24-12 อัตรา 25 กก./ไร ราคา 20 บาท/กก. คาเตรียมดิน คาแรงงานปลูก และดูแลรักษา
แปลงถ่วเขียว 3,150 บาท/ไร ในระบบพืชหมนเวียน และ 1,800 บาท ในระบบพืชแซม คาแรงงานปลิดและ


กะเทาะ 2 บาท/กก. ราคามันสําปะหลัง 2,400 บาท/ตัน และเมล็ดถั่วเขียว ราคา 45 บาท/กก.

F1 = ไมใสปุย, F2 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร, F3 = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กก./ไร, F4 = ปุย




อินทรีย อัตรา 1 ตน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กก./ไร, F5 = ปุยอินทรีย อตรา 1 ตน/ไร


รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กก./ไร และ F6 = ปุยอินทรีย อัตรา 0.5 ตน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด

15-7-18 อตรา 50 กก./ไร

206

เฉลี่ย 1 27 b 45 a 48 a 51 a 46 a 45 a

C3 24 45 47 49 58 55 47

Exch. K (mg/kg)
C2 30 46 56 55 40 48 46 36.35 27.91 ns * ns


C1 25 45 41 47 41 31 38 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)


เฉลี่ย 19 59 38 59 54 44


C3 1 12 d 62 a 32 c 48 b 62 a 43b c 43
Avail. P (mg/kg)
C2 1 26 c 64 a 49 b 73 a 44 b 45 b 50 30.10 17.73 ns ** **


C1 1 19 c 51 a 32b c 55 a 55 a 43 ab 43 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)
ความสูง (เซนติเมตร)

F1 = ไมใสปุย, F2 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร, F3 = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กก./ไร, F4 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กก./ไร,
เฉลี่ย 0.40 0.51 0.50 0.52 0.49 0.50 C1 = ระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่องทุกป, C2 = ระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่ว (ถั่วเขียว-ถั่วพุม) และ C3 = ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว


ตารางที่ 5 คุณสมบัติทางเคมีของดินที่ความลึก 0-20 เซนติเมตร หลังเก็บเกี่ยวมันสําปะหลังระยะยาวที่มีระบบปลูก การจัดการชนิด และอัตราปุยตางกัน C3 0.41b 0.50a 0.52a 0.50a 0.53a 0.54a 0.50
OM (%) F5 = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตัน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กก./ไร และ F6 = ปุยอินทรีย อัตรา 0.5 ตัน/ไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กก./ไร
C2 0.39c 0.52a 0.53a 0.54a 0.51ab 0.48b 0.50 7.83 4.68 ns ** **

2/ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอักษรตัวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 99 เปอรเซ็นต โดยวิธี DMRT
C1 0.40c 0.49a 0.44bc 0.52a 0.45b 0.49a 0.46 (a) (b) (a) (b) (a)x(b) หมายเหตุ 1/ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอักษรตัวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอรเซ็นต โดยวิธี DMRT

เฉลี่ย 2 5.2 c 5.8 a 4.7 d 5.5 ab 5.6 ab 5.3 bc ่ ่


C3 5.4 6.0 4.8 5.4 5.5 5.3 5.4
pH (1:1 water)

C2 5.0 5.6 4.7 5.6 5.7 5.3 5.3 2.75 4.73 ns ** ns
ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63 ns ไมแตกตางอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ
C1 5.3 5.8 4.7 5.6 5.6 5.5 5.4 (a) (b) (a) (b) (a)x(b)



กรรมวิธี F1 F2 F3 F4 F5 F6 เฉลี่ย CV (%) F-test

207



สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ





การปลกมนสาปะหลงตอเนืองเปนเวลา 13 ป หากไมมีบํารุงดิน ดินเส่อมโทรมลงทุกๆ ป สงผลให 






ศักยภาพในการผลิตพืชลดลง ควรจัดการระบบปลูกและการจัดการปยใหเหมาะสมเพื่อชวยรักษาความอุดม












สมบรณของดนไว ระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทกป การใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร









ใหผลผลตหวสดสงสด 4.78 ตนตอไร ผลผลตแปง 919 กิโลกรัมตอไร น้าหนักแหงซาก 699 กิโลกรัมตอไร และม ี






















รายไดสทธิ 3,623 บาทตอไร ระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถว การใสปยอินทรีย อัตรา 1 ตนตอไร













รวมกับปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร ใหผลผลตหวสดสงสด 4.34 ตนตอไร ผลผลตแปง 937


กิโลกรัมตอไร และน้ําหนักแหงซาก 771 กิโลกรัมตอไร แตรายไดสุทธิการใสปุยอินทรีย อัตรา 0.5 ตันตอไร รวมกับ
ปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร มรายไดสทธิสงสด 3,882 บาทตอไร และระบบปลกมนสาปะหลง ั



















หมนเวียนดวยพืชตระกูลถว ทกกรรมวิธีใหผลตอบแทนไมคมคาแกการลงทน เนืองจาก ฝนตกชวงเก็บเกียวสงผล












ใหผลผลตเนาเสย และฝนทงชวงระหวางปลกถวพุมสงผลตอการเจริญเตบโตและการใหผลผลต แตระบบปลกมน
















สําปะหลังหมุนเวียนดวยพืชตระกูลถั่ว ชวยยกระดับคุณภาพดินใหดีขึ้น โดยเฉพาะอินทรียวัตถในดน และทกระบบ


ปลูกการใสปุยเคมีติดตอกันเปนเวลานานสงผลใหดินมีความเปนกรดเพิ่มขึ้น การใสปุยอินทรียเพียงอยางเดียวหรือ
ใสรวมกับปุยเคมี ชวยยกระดับคุณภาพดินใหดีขึ้น ลดความเปนกรด ชวยเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารพืช


กิตตกรรมประกาศ
ขอขอบคณสานักวิจยและพัฒนาการเกษตรเขตท 3 ที่ชวยอนุเคราะหการวิเคราะหคณภาพของปยหมัก

ุ







กากตะกอนหมอกรอง ศูนยวิจัยพืชไรชัยนาท ที่ชวยอนุเคราะหเมล็ดพันธุถั่วเขียวพันธุชัยนาท 84-1 และศูนยวิจัย
พืชไรอุบลราชธานี ที่ชวยอนุเคราะหเมล็ดพันธุถั่วพุมพันธุอุบลราธานี

เอกสารอางอิง
สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2563. สถตการเกษตรของประเทศไทย ป 2563. ศนยสารสนเทศการเกษตร






สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ กรุงเทพมหานคร.



208



การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลังโดยใชระบบปลูกพืชและการจัดการปุย


ในกลุมดินทราย-ไรเกษตรกร จ.ขอนแกน
Increasing cassava cropping systems and fertilizer management efficiency on

cassava production in sandy soil of farmer field Khon Kaen province


1
1*
1
2
เนติรัฐ ชุมสุวรรณ45 ศุภชัย อติชาต สมฤทัย ตันเจริญ46 และเจิม จาบประโคน


รายงานความกาวหนา








ี่




ศกษาเทคโนโลยการผลตมนสาปะหลงทชวยเพิ่มประสทธิภาพการผลตมันสําปะหลงโดยการปรับปรุงดน




ดวยระบบปลูกมันสาปะหลังรวมกับพืชตระกูลถ่ว ท่มีผลตอการเจริญเติบโต ผลผลิตมันสาปะหลัง รักษาความ
อุดมสมบูรณของดิน และรักษาความยั่งยืนในการผลิตมันสาปะหลัง โดยป 2563 ศึกษาระบบพืชแซมมน












สาปะหลงและถวทมศกยภาพในพืนท ดําเนินการทดลอง ไรเกษตรกร ตําบลเขาสวนกวาง อําเภอเขาสวนกวาง

จังหวัดขอนแกน วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block จานวน 4 ซ้ํา ประกอบดวย





8 กรรมวิธี คอ ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถัว 6 ชนิด คือ ถัวเขียว ถัวเหลือง ถัวลิสง ถัวมะแฮะ




ั่
ถวพุม และปอเทอง รวมกับใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร และวิธีตรวจสอบ 2 กรรมวิธี คือ
มันสาปะหลังใสปยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร และมันสาปะหลังใสปยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา





100 กิโลกรัมตอไร










การเลอกระบบปลกพืชทเหมาะสม นอกจากชวยรักษาหนาดน คลมวัชพืช และเปนแหลงของธาตอาหาร


บางสวนใหแกมันสําปะหลังแลว ยังเปนรายไดเสริม ผลการทดลอง พบวา ระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยถั่วลสง







ซึ่งใหผลผลตมนสาปะหลง 4.75 ตนตอไร และผลผลตถวลสง 208 กิโลกรัมฝกสดตอไร ถงแมมีตนทุนสูงถึง 9,668











บาทตอไร แตใหรายไดสูงถึง 16,596 บาทตอไร และมีรายไดสุทธิสูงสุด คือ 6,928 บาทตอไร




คําสําคัญ: ผลผลต ระบบปลก การจดการปุย พืชตระกูลถั่ว มันสําปะหลัง

คํานํา

พื้นที่ปลกมันสําปะหลังสวนใหญของไทยอยูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสวนใหญปลูกในดินที่มีความ




อุดมสมบูรณตา ท่มีชนิดดินสวนใหญจดอยูในกลุมดิน (great group) โดยเฉพาะดินที่มี ลักษณะเนื้อดินรวน





ี่
ุ

(Loamy Paleustults) สําหรับชนิดดนในระดบชดดน (soil series) ทพบมากในกลมดน Paleustults คอ ดนชด













โคราช วาริน ยโสธร และดนชดสตก (มลนิธิสถาบนพัฒนามนสาปะหลงแหงประเทศไทย, 2552) ซึงดนเหลานีม ี




















เนือดนมทรายเปนองคประกอบหลก ทาใหมความสามารถตาทงในการดดซับธาตอาหารและน้า จงเปนสาเหตหลก




หนึงททาใหผลผลตตา การปลกมนสาปะหลงตดตอกันยาวนานทาใหดนเสอมโทรมลงทกป (โชตและคณะ, 2533)




















1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 กลุมวิจัยปฐพีวิทยา สํานักวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตการเกษตร กรงเทพฯ

* Corresponding Author E-mail: [email protected]

209























การชะลางหนาดนในแปลงปลกมนสาปะหลงเปนสาเหตสาคญททาใหดนมการสญเสยหนาดน ดวยระยะระหวาง


ตนและแถว 0.5-1.0 เมตร เปนสาเหตทาใหในชวงแรกของการเจริญเตบโต เมื่อทรงพุมยังไมสามารถคลมหนาดิน




















ไดรวดเร็ว มความเสยงตอการถูกชะลางหนาดินไดงาย โดยเฉพาะการปลกตนฤดฝน มนสาปะหลงเปนพืชอายยาว












สามารถเก็บเกียวผลผลตไดทอายตงแต 6 ถึง 16 เดอน จงสามารถจดระบบปลกพืชไดหลากหลาย ศรีสดาและ














คณะ (2556) รายงานการปลกพืชตระกูลถวรวมกับมนสาปะหลง ถงแมวาการปลกหมนเวียนมนสาปะหลงกับถว













ลสง+ถวมะแฮะ จะใหผลผลตตากวาการปลกมนสาปะหลงตอเนือง แตสามารถรักษาระดบความอุดมสมบรณได 







ดีกวา แตการใสปุย โดยเฉพาะปุยหมักมีการลงทุนมากกวารายไดที่ไดรับ กอบเกียรติและคณะ (2548) พบวา การ



ใชปยเคม NPK ในอัตราตามคาวิเคราะหดน การปลกถวพุมแซมระหวางแถวมนสาปะหลง และปลกแฝกเปนแถบ




















สามารถชวยลดการสญเสยหนาดน การใชระบบปลกพืชนอกจากจะชวยคลมหนาดน การยอยสลายของเศษซาก











หลังการเก็บเกียวยงชวยปลดปลอยธาตอาหารใหแกพืชทปลกตามหรือปลกแซมได โดยเฉพาะพืชตระกูลถวทม ี

















ความสามารถในการตรึงไนโตรเจน ทาใหเพิมไนโตรเจนในระบบทพืชหลกในระบบสามารถนําไปใชได การปลกถัว

พุมแซมระหวางแถวมันสําปะหลังในดินชุดแมริม สามารถลดการสูญเสียหนาดนถึงรอยละ 47 และ 28 ในดินทราย

จังหวัดระยอง (กอบเกียรติ และคณะ, 2548) การเลือกระบบปลูกพืชทเหมาะสม นอกจากชวยรักษาหนาดิน คลุม
ี่



วัชพืช และเปนแหลงของธาตุอาหารบางสวนใหแกมนสาปะหลงแลว และเปนรายไดเสริม จงเปนทมาของงานวิจย
















วัตถประสงคเพือศกษาและคดเลอกและการจดการปยพืชสดทเหมาะตอการผลตมนสาปะหลงในกลมดนทราย












จังหวัดขอนแกน

วิธีดําเนินการ
อุปกรณ 
1. มันสําปะหลังพันธุระยอง 86-13
2. พืชตระกูลถั่ว ไดแก ถั่วเขียว ถั่วพุม ถั่วลิสง ถั่วมะแฮะ ถั่วเหลือง และปอเทือง
3. ปุยเคมีเกรด 15-7-18








4. อุปกรณเก็บตวอยางดน ไดแก อุปกรณเก็บตวอยางดนแบบ Undisturbed core sample สวานเก็บ

ตวอยางดน ถุงพลาสตก เก็บตวอยางดน








5. อุปกรณเก็บตวอยางพืช ไดแก ถุงกระดาษ ถุงตาขาย มด และกรรไกรตดตวอยางพืช










6. อุปกรณขุดหัวและเก็บตัวอยางพืช ไดแก ไมงัดหว จอบ ถุงกระดาษ กรรไกร มดสบตวอยาง และ ตาชง



3 และ 60 กก.
7. เครืองวัดหาปริมาณแปงแบบ Riemann scale





8. เครืองมอสาหรับวิเคราะหดนและพืช ไดแก ตาชงดจตอล 2 และ 3 ตาแหนง เครืองวัด pH และ EC,








Atomic Absorption spectroscopy และ Spectropho-tometer







9. ตอบ เพืออบตวอยางพืชนําไปวิเคราะหธาตอาหารและหาความชน


10. อุปกรณ เครื่องแกว และสารเคมีวิเคราะหดินและพืช

210



วิธีการ

วางแผนการทดลอง แบบ RCB จานวน 4 ซ้ํา ประกอบดวยระบบปลกถัวแซมระหวางแถวมนสาปะหลง 8








วิธี ไดแก
1) ปลูกมันสําปะหลังแซมดวยถั่วเขียว ใสปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร

2) ปลูกมันสําปะหลังแซมถั่วพุม ใสปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร

3) ปลูกมันสําปะหลังแซมถวลิสง ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร
ั่
4) ปลูกมันสําปะหลังแซมถั่วมะแฮะ ใสปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร


5) ปลูกมันสําปะหลังแซมถั่วพรา ใสปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร

6) ปลูกมันสําปะหลังแซมปอเทอง ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร

7) ปลูกมันสําปะหลัง ใสปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร

8) ปลูกมันสําปะหลัง ใสปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร
วิธีปฏิบัติการทดลอง







ดาเนินการทดลองทไรเกษตรกร อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแกน กอนปลกเก็บดนทระดบ 0-20 และ 20-50








เซนตเมตร เพือวัดคณสมบัตทางเคมและปริมาณธาตอาหารในดน ปลกมนสาปะหลงพันธุทระยอง 86-13 โดยใช








ระยะปลก 1x1 เมตร และปลูกพืชปุยสดแซมระหวางแถวมันสาปะหลัง 1 แถว (ระยะหางจากแถวมันสําปะหลังขาง












ละ 50 เซนตเมตร) ปลกพืชปยสดทัง 6 ชนิด โดยระหวางตน 20 เซนตเมตร พืนทแปลงทดลองยอย 8x8 เมตร












วิธีการใสปยใสปยเคมพรอมปลก 25 กิโลกรัมตอไรทกกรรมวิธี และใสปยอัตราทเหลอตามกรรมวิธีทกําหนด เมอ







มันสําปะหลังอายุ 38 วันหลังปลูก เก็บเกี่ยวถั่วลิสง ถั่วพรา ถั่วมะแฮะอายุ 90 วัน และปอเทือง ถั่วเขียว ถั่วพุมอายุ

75 วัน สบคลกเศษซากถวในดน เก็บเกียวมนสาปะหลงเมออายประมาณ 13 เดอนหลังปลูก พืนทเก็บเกียว 6x6



















เมตร โดยการถอนตน แยกหว ใบ เหงา และลา ลาใหแยกเปนลาทสามารถนําไปใชเปนทอนพันธุได และเปนทอน












พันธุไมได ชั่งน้ําหนักลําสดของลาแตละสวน นําลําที่ทําทอนพันธุไดออกจากแปลง ชั่งน้ําหนักสด หัว ใบ และเหงา
กอนสุมตัวอยางสวนละ 0.5-1.0 กิโลกรัม นําไปอบใหแหงและชั่งน้ําหนัก เพื่อนําไปใชในการคํานวณหาน้ําหนักแหง


เศษซากมันที่เหลือใหไถกลบลงแปลง และเก็บดินหลงจากการเก็บเกียว
การบันทึกขอมูล
1. บันทึกขอมูลคุณสมบัติทางเคมีและปริมาณธาตุอาหารในดิน ไดแก ความเปนกรดเปนดางของดิน


อินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชน และโพแทสเซียมทแลกเปลี่ยนได ของดนทระดบความลก 0-20 และ 20-

ี่



50 เซนตเมตร

2. ความสามารถในการเจริญเตบโต โดยประเมนจากความเร็วในการคลมหนาดินของถัวแตละชนิด ความ





สูงของทรงพุมของถั่ว น้ําหนักแหงของเศษซากถั่ว น้ําน้าหนักสดและแหงของผลผลิต


3. ความสูงของมันสําปะหลังอายุ 3, 6 และ 9 เดอนหลังปลูก และชวงเก็บเกี่ยว

4. น้ําหนักสดและน้ําหนักแหงหัว เหงา ตน และใบมันสําปะหลัง


5. เปอรเซ็นตแปง โดยใชเครืองวัดแบบ Reimann Scale

6. ประเมนผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร

211





เวลาและสถานท

-ระยะเวลา เริ่มตน ตลาคม 2559 สิ้นสุด กันยายน 2564



-สถานททาการทดลอง ไรเกษตรกร อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแกน


ผลและวิจารณผลการทดลอง


ผลวิเคราะหดินกอนปลูกกอนปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชปยสด ไรเกษตรกร ตําบลเขาสวนกวาง
อําเภอเขาสวนกวาง จงหวัดขอนแกน (ตารางท 1) พบวา ดินที่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมตร มคาความเปนกรด






จด (pH 5.4) คาการนําไฟฟาต่ํา อินทรียวัตถุในดินเพียง 0.45 เปอรเซ็นต ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนอยูในระดบตา

่ํ





่ํ




(4 มลลกรัมตอกิโลกรัม) โพแทสเซียมและแมกนีเซียมทแลกเปลยนไดอยูในระดบตา (13 และ 14 มิลลิกรัมตอ










กิโลกรัม ตามลาดบ) และแคลเซียมทแลกเปลยนไดอยในระดบสง (376 มลลกรัมตอกิโลกรัม) ผลวิเคราะหดนท ี ่
















ระดบความลก 20-50 เซนตเมตร คาความเปนกรดปานกลาง (pH 5.6) คาการนําไฟฟาตา อินทรียวัตถในดนตา




่ํ
(0.35 เปอรเซ็นต) ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนอยูในระดบตา (1 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม) โพแทสเซียมและแมกนีเซียม
่ํ







ี่

ทแลกเปลยนไดอยูในระดับตา (17 และ 20 มลลกรัมตอกิโลกรัม ตามลาดบ) และแคลเซียมทแลกเปลยนไดอยใน





ี่
ระดบสง (492 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม) ซึ่งโดยรวมมีระดับความอุดมสมบูรณของดินอยูในระดับต่ํา




การเจริญเติบโตพืชปุยสดที่อายุ 1 เดอนหลงปลก พบวา พืชปุยสดที่เจริญเติบโตดี คือ ถั่วพุม มีน้ําหนักสด






รวมสงสด คอ 20.0 กรัมตอตน ซึงมความสง 24.6 เซนตเมตร และความกวางทรงพุม 36.0 เซนตเมตร รองลงมา








ไดแก ถวลสง, ถวเขยว ปอเทอง ถวเหลอง และถวมะแฮะ (ตารางท 2) การเจริญเตบโตพืชปยสดทอาย 2 เดอน




















หลังปลูก พบวา พืชปุยสดที่เจริญเติบโตดี คือ ปอเทือง มีน้ําหนักแหงรวมสูงสุด คือ 10.67 กรัมตอตน ซึ่งมีความสูง


118 เซนตเมตร และความกวางทรงพุม 26.0 เซนติเมตร รองลงมา ไดแก ถั่วลิสง ถั่วพุม ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่ว

มะแฮะ (ตารางท 3)




ผลระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยของพืชปยสดตอการเจริญเตบโต ผลผลต และผลตอบแทนทาง







เศรษฐกิจ (ตารางท 4) พบวา การเจริญเตบโตทางดานความสงของมนสาปะหลงพันธุระยอง 86-13 ไมแตกตางกัน











ทางสถิติ โดยมันสําปะหลังมีความสูงอยู 33.8 - 52.4 เซนตเมตร, 64.7-87.9 เซนตเมตร, 93–120 เซนตเมตร และ







170-190 เซนตเมตร ทอาย 3, 6, 9 เดอน และชวงเก็บเกียว ตามลาดบ จากตารางท 5 พบวา ผลผลตหวสด








แตกตางกันอยางชดเจน โดยระบบปลกมนสาปะหลงอยางเดยวทใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอ






























ไร ใหผลผลตหวสด 4.76 ตนตอไร รองลงมาคอระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยถวลสง 4.75 ตนตอไร ผลผลตท ่ ี







ไดนอยทสด คอ ระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยถวมะแฮะ 3.03 ตันตอไร สวนเปอรเซ็นตแปงและน้าหนักแหง







ซากไมแตกตางกัน โดยมีเปอรเซ็นตแปงอยูระหวาง 20.1-23.8 เปอรเซ็นต และน้ําหนักแหงซาก (น้ําหนักแหงเหงา

ใบ และลาตน) 636-856 กิโลกรัมตอไร เมอพิจารณาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แสดงในตารางท 6 พบวา ระบบ














ปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถวมตนทนการผลตทสงกวาระบบปลกมนสาปะหลงเพียงอยางเดยว โดย












ระบบปลกมันสําปะหลงแซมดวยถั่วลสงรวมกับการใสปยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร มตนทนสูง







ุ


ถึง 9,668 บาทตอไร แตใหรายไดสงถึง 16,596 บาทตอไร และมีรายไดสุทธิมากที่สุด คือ 6,928 บาทตอไร ในขณะ






ระบบปลูกมันสําปะหลังเพียงอยางเดยว ที่ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร ใหรายไดสุทธิ 4,726

212
















บาทตอไร ซึงจะเหนไดวาการเลอกพืชตระกูลถ่วท่เหมาะสม สามารถเพิ่มรายไดถึงแมมีตนทุนการผลิตทสงขน






ในทางตรงกันขามหากเลอกพืชตระกูลถวทไมเหมาะสม จะสงผลตอการเจริญเตบโตและการใหผลผลตมน



























สาปะหลง และทาใหมตนทนการผลตทเพิมขน ทาใหไดรับผลตอบแทนทไมคมคาแกการลงทน ซึงจากขอมลงาน






ทดลองจะเห็นไดวา ถั่วมะแฮะและปอเทืองทําใหผลผลิตมันสําปะหลังลดลง และมีตนทุนการผลิตที่สูงขึ้น


ผลวิเคราะหดินหลังเก็บเกี่ยว ที่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมตร (ตารางท 7) พบวา ทุกกรรมวิธีไมแตกตาง








กัน โดยมฤทธิเปนกรดจด มอินทรียวัตถในดน 0.42 4-0.45 เปอรเซ็นต และฟอสฟอรัสทเปนประโยชนในดน 4-6

















มลลกรัมตอกิโลกรัม แตคาโพแทสเซียมทแลกเปลยนไดในดนแตกตางกันอยางมนัยสาคญทางสถต โดยกรรมวิธีท ี ่







ี่


ปลูกมันสําปะหลังแซมดวยถวมะแฮะดินมีคาโพแทสเซียมทแลกเปลยนไดในดินสูงสด 93 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม แต 
ี่
ั่
กรรมวิธีที่ปลูกมันสําปะหลังแซมดวยถั่วมะแฮะดินมีคาโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนไดในดินต่ําสุดแตไมแตกตางกัน

ตารางท 1 ผลวิเคราะหดินระดับความลึก 0-20 และ 20-50 ซม. กอนปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว




ไรเกษตรกร ตาบลเขาสวนกวาง อําเภอเขาสวนกวาง จงหวัดขอนแกน ฤดปลก 2562/63



pH EC(1:5) OM avai P exch K exch Ca exch Mg

ระดบความลึก
(1:1) dS/m % mg/kg mg/kg mg/kg mg/kg
0-20 cm 5.4 0.0064 0.45 4 13 376 14
20-50 cm 5.6 0.0050 0.35 1 17 492 22

ตารางที่ 2 การเจริญเตบโตพืชตระกูลถั่ว ที่อายุ 1 เดอนหลงปลก ทไรเกษตรกร ตาบลเขาสวนกวาง อําเภอเขา










สวนกวาง จงหวัดขอนแกน ฤดปลก 2562/63
พืชตระกูล ความสูง ความกวางทรง จํานวนปม น้ําหนักแหง (กรัมตอตน)
ถั่ว (เซนติเมตร) พุม (เซนติเมตร) (ปมตอตน) ราก ตน ใบ รวม
1/
ถั่วเหลือง 18.8 14.5 2 0.8 ab 3.0 bc 3.2 b 7.0 bc
ถั่วเขียว 18.0 24.5 3 0.9 ab 6.3 abc 8.7 a 15.8 ab
ถั่วลิสง 14.8 26.5 35 1.0 ab 9.1 a 8.7 a 18.7 a
ถั่วพุม 24.6 36.0 6 1.2 a 8.1 a 10.7 a 20.0 a
ถั่วมะแฮะ 32.9 17.5 4 0.5 b 1.6 c 2.0 b 4.0c
ปอเทือง 55.5 13.5 5 1.1 ab 6.9 ab 6.5 ab 14.6 ab
F-test - - - ** ** ** **
CV (%) - - - 23.7 28.1 22.4 24.6
หมายเหตุ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอกษรตัวเล็กที่ตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 99 เปอรเซนต โดยวิธี DMRT





1/

213









ตารางที่ 3 การเจริญเติบโตพืชปุยสดที่อายุ 2 เดอนหลงปลก ทไรเกษตรกร ตาบลเขาสวนกวาง อําเภอเขาสวน



กวาง จงหวัดขอนแกน ฤดปลก 2562/63
พืชตระกูลถั่ว ความสูง ความกวาง จํานวนปม น้ําหนักแหง (กรัมตอตน)
(เซนติเมตร) ทรงพุม (ปมตอตน) ราก ตน ใบ ฝกออน รวม
1/
1/
1/
(เซนติเมตร)
ถั่วเหลือง 35 22 2 0.61 bc 2.09 bc 3.24 0.74 a 6.68 ab
ถั่วเขียว 31 29 2 0.86 a 2.38 bc 4.98 0.66 a 8.88 ab
ถั่วลิสง 23 23 48 0.64 bc 3.67 ab 4.98 0.30 ab 9.59 ab
ถั่วพุม 30 34 2 0.80 ab 3.37 bc 5.11 0.20 ab 9.48 ab
ถั่วมะแฮะ 61 23 1 0.54 c 1.62 c 2.36 0.00 b 4.53 b

ปอเทือง 118 26 4 0.81 ab 5.45 a 4.41 0.00 b 10.67 a
F-test - - - * ns ns * *
CV (%) - - - 10.8 21.2 23.7 72.8 22.0


1/
ี่



หมายเหต คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันทตามดวยอกษรตวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอรเซ็นต โดยวิธี


DMRT
ns ไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิต



ตารางที่ 4 การเจริญเติบโตทางดานความสูง (เซนติเมตร) ของมันสําปะหลังพันธุระยอง 86-13 ที่อายุ 3, 6, 9 เดอน
หลังปลูก และที่อายุเก็บเกี่ยว ไรเกษตรกร ตําบลเขาสวนกวาง อําเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแกน
3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน เก็บเกี่ยว
พืชตระกูลถั่ว




(เซนตเมตร) (เซนตเมตร) (เซนตเมตร) (เซนตเมตร)
ถั่วเหลือง 43.0 72.9 114 175
ถั่วเขียว 41.2 69.2 118 176
ถั่วลิสง 42.1 79.3 120 185

ถั่วพุม 33.8 64.7 93 155
ถั่วมะแฮะ 41.2 75.8 110 170

ปอเทอง 35.9 67.3 98 171

มันสําปะหลัง 1 43.3 75.3 111 175
มันสําปะหลัง 2 52.4 87.9 120 190

F-test ns ns ns ns
CV (%) 19.6 16.4 16.1 13.2

หมายเหต ns ไมแตกตางกันอยางมีนยสําคัญทางสถิต ิ


กรรมวิธีที่ 1-6 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร

มันสําปะหลัง 1 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังอยางเดียว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร

มันสําปะหลัง 2 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังอยางเดียว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร


214





ตารางที่ 5 เปอรเซ็นตแปง ผลผลต และน้าหนักแหงซากของมันสําปะหลังพันธุระยอง 86-13 ที่อายุเก็บเกี่ยว ไร

เกษตรกร ตาบลเขาสวนกวาง อําเภอเขาสวนกวาง จงหวัดขอนแกน ฤดปลก 2562/63




น้ําหนักแหง (กิโลกรัมตอไร)

เปอรเซนต ผลผลิตหัวสด


พืชตระกูลถั่ว



แปง (%) (ตันตอไร) เหงา ใบ ลําตนไมใช ลําตนใช
1/
รวม
1/
ทําพันธ ทําพันธุ
1/
ถั่วเหลือง 23.0 4.45 ab 236 200 b 59 316 a 812
ถั่วเขียว 22.5 4.57 ab 244 228 b 98 257 ab 827
ถั่วลิสง 22.9 4.75 a 268 220 b 61 307 a 856
ถั่วพุม 20.1 3.90 bc 262 285 a 72 198 b 817
ถั่วมะแฮะ 20.8 3.03 d 241 180 b 62 198 b 681
ปอเทอง 20.4 3.30 cd 280 213 b 82 172 b 747

มันสําปะหลัง 1 23.8 4.11 ab 244 178 b 47 168 b 731
มันสําปะหลัง 2 23.1 4.76 a 264 212 b 56 199 b 636

F-test ns * ns * ns * ns
CV (%) 8.9 11.0 23.2 16.8 40.0 27.4 18.3


หมายเหต คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันทตามดวยอกษรตวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอรเซ็นต โดยวิธี



ี่


1/
DMRT
ns ไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิต

กรรมวิธีที่ 1-6 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร

มันสําปะหลัง 1 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังอยางเดียว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร

มันสําปะหลัง 2 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังอยางเดียว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร


215








ตารางท 6 ตนทุนรายได และรายไดสุทธิจากการปลูกมันสําปะหลัง และพืชตระกูลถั่ว จากการปลกมนสาปะหลง ั



ระยะยาวที่มีระบบปลูก การจดการชนิด และอัตราปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63

ตนทุน (บาท/ไร) รายได (บาท/ไร)
มัน รายไดสุทธ ิ
กรรมวิธ ี
1/
1/
สําปะหลั พืชตระกลถั่ว รวม มันสําปะหลัง พืชตระกูลถั่ว รวม (บาท/ไร)

1/

ถั่วเหลือง 5,969 1,810 7,779 b 10,675 1,222 11,897 bc 5,751 ab
ถั่วเขียว 6,029 1,765 7,794 b 10,965 2,580 13,545 b 3,407 c
ถั่วลิสง 6,119 3,549 9,668 a 11,396 5,200 16,596 a 6,928 a
ถั่วพุม 5,694 1,772 7,465 bc 9,353 1,519 10,873 cd 4,107 c
ถั่วมะแฮะ 5,260 1,899 7,159 c 7,271 3,995 11,266 cd 4,118 c

ปอเทือง 5,397 1,732 7,129 c 7,929 1,030 8,958 e 1,829 d
มันสําปะหลัง 1 6,700 0 6,700 d 11,426 0 11,426 cd 4,726 bc

มันสําปะหลัง 2 6,373 0 6,373 e 9,856 0 9,856 de 3,483 c

F-test - - ** - - ** **
CV (%) - - 2.9 - - 10.2 23.0

ี่




1/

หมายเหต คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันทตามดวยอกษรตัวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 99 เปอรเซ็นต โดยวิธี
DMRT
ราคาทอนพันธุมันสําปะหลัง 320 บาท/ไร ราคาปุยเคมี 15-7-18 17 บาท/กก. คาเตรียมดิน คาแรงงานปลูก และดูแล
รักษามันสําปะหลัง 2,850 บาท/ไร ในระบบพชแซม 1,425 บาท คาใสปุยเคมีมันสําปะหลัง 300 บาท/ไร เมล็ดพันธถั่ว

ุ





เหลือง ถัวเขียว ถ่วลิสง ถ่วพม ถ่วมะแฮะ และปอเทือง ราคา 22 30 45 25 70 และ 25 บาท/กก. ตามลําดับ อัตรา


เมล็ดพันธ 7.5 2.5 30 3 3 และ 3 กก./ไร ตามลําดับ คาแรงงานปลูก และดูแลรักษาแปลงพืชตระกูลถ่วในระบบพืช

หมนเวยน 1,575 บาท คาเกบเก่ยวและขนสงมันสําปะหลัง 0.50 บาท/กก. คาแรงงานปลิดและกะเทาะ 2 บาท/กก.



ั่
ราคามันสําปะหลัง 2,400 บาท/ตัน และเมล็ดถวเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถั่วพุม ถั่วมะแฮะ และปอเทือง ราคา 35 45
25 25 70 และ 25 บาท/กก. ตามลําดับ
กรรมวิธีที่ 1-6 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร


มันสําปะหลัง 1 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังอยางเดียว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร
มันสําปะหลัง 2 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังอยางเดียว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร


216





ตารางท 7 ผลวิเคราะหดินหลังเก็บเกี่ยวมันสําปะหลังระยอง 86-13 ที่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมตร





ไรเกษตรกร ตาบลเขาสวนกวาง อําเภอเขาสวนกวาง จงหวัดขอนแกน ฤดปลก 2562/63

0-20 เซนตเมตร
พืชปุยสด
pH (1:1) OM (%) Avai. P (mg/kg) Exch. K (mg/kg)
1/
ถั่วเหลือง 5.4 0.42 4 59 d
ถั่วเขียว 5.2 0.42 6 73 bcd
ถั่วลิสง 5.4 0.44 5 60 d
ถั่วพุม 5.2 0.44 5 76 bc

ถั่วมะแฮะ 5.2 0.44 5 93 a


ปอเทอง 5.3 0.45 4 83 ab
มันสําปะหลัง 1 5.3 0.43 5 66 cd

มันสําปะหลัง 2 5.3 0.43 4 88 ab

F-test ns ns ns **
CV (%) 5.2 8.1 22.6 13.6




หมายเหต คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันทตามดวยอกษรตวเล็กทีตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 99 เปอรเซ็นต โดยวิธี


1/

ี่
DMRT
ns ไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิต ิ
กรรมวิธีที่ 1-6 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร

มันสําปะหลัง 1 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังอยางเดียว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร

มันสําปะหลัง 2 คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังอยางเดียว ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร


217



สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ





การเพิ่มประสทธภาพการผลตมนสาปะหลงดวยระบบปลกมนสาปะหลงรวมกับพืชตระกูลถวทเหมาะสม







ี่

















ทมผลตอการเจริญเตบโต ผลผลตมนสาปะหลง และรักษาความยั่งยืนในการผลตมันสําปะหลง คอ ระบบปลกมน







สําปะหลังแซมดวยถั่วลสง ซึ่งใหผลผลิตมนสําปะหลัง 4.75 ตันตอไร และผลผลิตถวลิสง 208 กิโลกรัมฝกสดตอไร
ถึงแมมีตนทุนสูงถึง 9,668 บาทตอไร แตใหรายไดสูงถึง 16,596 บาทตอไร และมีรายไดสุทธิสูงสุด คือ 6,928 บาท










ตอไร การเลอกระบบปลกพืชทเหมาะสม นอกจากชวยรักษาหนาดน คลมวัชพืช และเปนแหลงของธาตอาหาร

บางสวนใหแกมันสําปะหลังแลว ยังเปนรายไดเสริม

กิตตกรรมประกาศ



ขอขอบคณศูนยวิจัยพืชไรชัยนาท ที่ชวยอนุเคราะหเมลดพันธุถั่วเขียวพันธุชัยนาท 84-1 และศูนยวิจยพืช


ไรอุบลราชธานี ที่ชวยอนุเคราะหเมล็ดพันธุถั่วพุมพันธุอุบลราธานี

เอกสารอางอิง

กอบเกียรติ ไพศาลเจริญ ประดษฐ บุญอําพล ชุมพล นาควิโรจน สุพิน สุวรรณ และ N. Matsumoto. 2548. ผลของปุยอินทรีย 

ไนโตรเจนท่มีตอการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืชไร. รายงานผลงานวิจัยประจําป 2548. ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวิชาการเกษตร.
โชติ สิทธิบุศย ชุมพล นาควิโรจน กอบเกียรติ ไพศาลเจริญ ชัยโรจน วงศวิวัฒนไชย และ มณเฑียร โสมภีร. 2533. อิทธิพลระยะ
ยาวของปุย NPK และวัสดุอินทรียที่มีตอผลผลิตมันสําปะหลัง ในดนชุดยโสธร. รายงานผลงานวิจัย ดน-ปุยพืชไร 2533.



กลุมงานวิจัยดินและปุยพืชไร กองปฐพีวิทยา กรมวิชาการเกษตร.

มูลนธิสถาบันพัฒนามันสําปะหลังแหงประเทศไทย, 2552. การเตรียมดิน, http://www.tapiocathai.org/
pdf/Tapioca%20Plan/a_soil.pdf


ศรีสุดา ทิพยรักษ กอบเกียรติ ไพศาลเจริญ เจิม จาบประโคน. 2556. ศึกษาก่งสาธิตผลระยะยาวของระบบปลูกพืชและใสปุย
ผสมผสานตอการผลิตมันสําปะหลังและความอุดมสมบูรณของดิน รายงานประจําป ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน หนา 383-
396.

218



การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลังโดยใชระบบปลูกพืช

การจัดการปุยและน้ําในกลุมดินทราย


ศุภชัย อตชาต47 เนติรัฐ ชุมสุวรรณ ชยันต ภักดีไทย และสมฤทัย ตันเจริญ48

1

1
2
1

รายงานความกาวหนา




ไดดําเนินการปลูกมันสําปะหลังและแซมดวยพืชตระกูลถ่ว เม่อ วันท่ 4 มกราคม 2564 โดย ปลูกมน












สาปะหลง ระยะปลก 1x1 เมตร ระหวางแถวปลกพืชตระกูลถว ทใชคอ ถวเหลอง ถวเขยว ถวพุม และถวลสง











เตรียมการปลูกถั่วพรอมมันสําปะหลังใชระยะหางระหวางตน 25 เซนตเมตร หลังปลูกใหน้ําทั้งสองแปลงเพื่อใหมัน


สําปะหลังและถั่วมีการงอกที่ไมตางกัน พืชตระกูลถั่วมีอัตราการงอกเร็ว กวามันสําปะหลังในขณะที่มันสําปะหลงมี








การแตกยอดชา กวาโดยเฉพาะอยางยงเมอกระทบอากาศเยน










ถวเขยว ถวพุม และถวลสงมอัตราการงอกดกวาถวเหลอง โดยถวเหลองจะมีอาการใบตดหรือใบหงิกเมื่อ
ั่















การแตกใบออนกระทบอากาศหนาว แตไมมผลตอการเจริญเตบโต จากนันทาการไถกลบซากพืชแชม และตดตาม




การเจริญเตบโตชองมนสาปะหลงตอไป


ื่
ศึกษาชนิดของถั่วที่เหมาะสมในพื้นที่ปลูกมันสําปะหลังในสภาพดินทราย เมอมีการใหน้ํา
แผนการทดลอง

วางแผนการทดลอง แบบ Split plot จานวน 4 ซ้ํา
Main plot ประกอบดวย การใหน้า ไดแก 1) ไมมีการใหน้ํา และ 2) มีการใหน้ํา






Subplot ประกอบดวย ชนิดถัว 5-6 ชนิด ไดแก 1) ถั่วชนิดที่ 1 2) ถั่วชนิดที่ 2 3) ถั่วชนิดที่ 3 4)
ถั่วชนิดที่ 4 5) ถั่วชนิดที่ 5 และ 6) ถั่วชนิดที่ 6
วิธีการดําเนินงาน






คดเลอกถวทเหมาะสมทสามารถใชไดในระบบ เชน ถวเขยว ถวพุม ถวลสง ถวมะแฮะ ถวพรา และปอ

























เทอง เก็บดนเพือวัดคณสมบตทางเคมและกายภาพทระดบความลก 0-20 และ 20-50 เซนตเมตร กอนและหลง ั






ปลก ดาเนินงานตามกรรมวิธีทดลอง โดยใชขนาดแปลงยอย 5x6 เมตร เวนระยะระหวางแปลงยอย 1.5 เมตร เก็บ



เกี่ยวในพื้นท 4x4 เมตร ตนฤดูฝน ปลกถัวโดยใชระยะระหวางแถว 50 เซนตเมตร และระหวางตน 20 เซนตเมตร







ี่
โดยปลก 2 ตนตอหลุม ใสปุยถั่วตามความตองการ เก็บเกี่ยวถั่วเมื่อใหผลผลิต

การบันทึกขอมูล
1. คุณสมบัติของดินทั้งทางเคมีและกายภาพ







2. ความสามารถในการเจริญเตบโต โดยประเมนจากความเร็วในการคลมหนาดนของถวแตละชนิดและ
ความสูงของทรงพุมตอตน

1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน

2 กลุมวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวชาการเกษตร

219



3. การรวงของใบ โดยบันทึกอายุถั่วเมื่อเริ่มมีการรวงของใบและเก็บรวบรวมใบรวงเพื่อนํามาชั่งน้ําหนัก



4. บนทกการสรางปมทอาย 1 และ 2 เดอน โดยสมถวแปลงละ 5 หลม ขดรากทระดบความลก 0-30

















เซนตเมตร และหางจากหลม 10 เซนตเมตร บันทกน้าหนักรากตน ใบ ราก ปมไรโซเบียม และ จานวนปม





5. ปญหาโรค แมลง และวัชพืช
6. น้ําหนักสดและแหงขององคประกอบพืช คือ ลําตน ใบ และราก เมื่อสุมตรวจปมและเก็บเกี่ยว


7. ปริมาณธาตุอาหารในถัวแตละชนิด






8. เก็บขอมลการเปลยนแปลงปริมาณธาตอาหารในดนจากการไถกลบเศษซากถัว
9. ผลผลิต และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
สถานที่ดําเนินการ
ไรเกษตรกรจังหวัดขอนแกน
ระยะเวลาการทดลอง

เมษายน – สงหาคม 2560

ผลการดาเนินงาน








ดาเนินการท บานน้าเกลยง ตาบล สาราญ อําเภอเมอง จงหวัดขอนแกน โดยการสารวจและคดเลอกพืน


















ี่


ทดนทราย มีเกษตรกรรวม 1 ราย พืนท 2 ไร ไดดาเนินการเก็บตวอยางดนเพือวิเคราะหปริมาณธาตอาหารในดน

(ตารางท 1) จากการเก็บขอมลความตองการปลกพืชตระกูลถวและพืชแซมในแปลงมนสาปะหลง ไดจดเตรียม














แปลงเพื่อปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อศึกษาการยอยสลายไดแก ถั่วเขียว ถั่วพุม ถั่วลสงและถั่วมะแฮะ คากวาจะเริ่มปลก



ไดในชวงกลางเดอนเมษายน 2560 ตอไป







สมภาษณเกษตรกรจานวน 30 ราย และสารวจการปลกพืชตระกูลถว ตลาด ความตองการถวในพืนท ่ ี





พบวา เกษตรกรตองการปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อบํารุงดิน ไดแก ปอเทือง (มากที่สุด) ถั่วพุม ถั่วมะแฮะ ตองการปลก

พืชตระกูลถั่วเศรษฐกิจเพื่อรายไดเสริม ไดแก ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง

















เตรียมเมลดพันธุพืชตระกูลถว ไดแก ปอเทอง ถวพุม ถวมะแฮะ ถวพรา ถวลิสง ถวเขียว ถวเหลอง เพือ








ศึกษาชนิดถ่วท่เหมาะสมในพื้นท่ และจัดเตรียมวัสดุการเกษตรสําหรับทดลอง สามารถเริมดาเนินการทดลอง


ภายในกลางเดอนเมษายน – พฤษภาคม พ.ศ. 2560






ดาเนินการปลกพืชตระกูลถวจานวน 6 ชนิดและเวนใหวัชพืชขนตามธรรมชาติจํานวน 1 แปลงรวม 8


แปลง ตั้งแตกลางเดือนมิถุนายน 2560 ตดตามการเจริญเตบโต และทาการเก็บตวอยางถัว วัดการสรางปมเมอถัว










อาย 73 วันและ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 จากนั้นไดเริ่มเก็บผลผลตถั่วเขยวและถั่วพุมเมื่อวันที่ 12 กันยายน





2560 โดยถวมีอายุ 90 วัน โดยจะเริ่มเก็บเม่อถ่วถึงระยะเก็บเกี่ยว พบวาถ่วลิสงใหเศษซากสูงสด คือ 1,153
ั่






กิโลกรัมตอไร รองลงมาคอถวมะแฮะและถวพุมใหเศษซาก 1,104 และ 1,040 กก./ไรตามลาดบเมอเก็บเกียวท ี ่







อายุ 3 เดือนทั้งนี้ถั่วมะแฮะซึ่งมีอายุยาวนานกวายังสมารถเพิ่มน้ําหนักเศษซากไดแตเมื่อเก็บเกี่ยวที่ระยะนี้จึงยังไม

สามารถใหผลผลิตไดในเชิงเศรษฐกิจ เหมือนถั่วเหลือง ถั่วพุมและถั่วเขียว ซึงสามารถใหผลผลตเมลดได





220












ตารางที่ 1 คาวิเคราะหดนกอนดาเนินการทดลองของบานน้ําเกลยง ตาบลสาราญ อําเภอเมอง จงหวัดขอนแกน

ที่ระดับความลึก 0-20 และ 20-50 ซม.
ระดบความ pH (1:1) EC (1:5) OM avai P exch K exch Ca exch Mg

ลึก (ซม.) dS/m % mg/kg mg/kg mg/kg mg/kg
0-20 5.5 0.0066 0.40 0.82 75.97 157.82 7.59
20-50 5.6 0.0028 0.06 0.13 40.24 64.54 3.08











ตารางที่ 2 คาวิเคราะหเปอรเซ็นตเนื้อดนบานน้าเกลยง ตาบลสาราญ อําเภอเมอง จงหวัดขอนแกน ทระดบ




ความลึก 0-20 และ 20-50 ซม.
ระดบความลึก (ซม.) Sand (%) Silt (%) Clay (%) Texture

0-20 80.45 14.80 4.75 Loamy sand
20-50 80.51 14.75 4.74 Loamy sand

















ภาพที่ 1 เตรียมปลูกพืชตระกูลถั่ว

221
















ภาพที่ 2 ปลูกพืชตระกูลถั่ว 14 มิถุนายน 2560









ภาพที่ 3 วัดการคลุมปลูกพืชตระกูลถั่ว 26 มถุนายน 60 (อาย 12 วัน)

























ภาพที่ 4 การเจริญเตบโตปลกพืชตระกูลถัว 26 มถุนายน 60 (อาย 12 วัน)







ภาพที่ 5 วัดการคลุมปลูกพืชตระกูลถั่ว 26 กรกฎาคม 60 60 (อาย 42 วัน)


222














ภาพที่ 6 เก็บตัวอยางถั่ว 26 กรกฎาคม 60 วัดการสรางปม (42 วัน)























ภาพที่ 7 สภาพการสรางปม
































ภาพที่ 8 สภาพการเจริญเตบโตเปรียบเทยบชนิดถัวตาง ๆ



223



















ภาพที่ 9 เก็บตวอยางถัว วัดการสรางปม ( 73 วัน) เมื่อวันท 24 สิงหาคม 60
ี่
ต้น+ใบ+ราก

1200
1000

800
600
ต้น+ใบ+ราก
400
200
0









ภาพที่ 10 เปรียบเทยบน้าหนักผลผลตของถัวแตละชนิด (กก./ไร)



100
90
80
70
60
50 นน.ฝกช่วงเก็บเกยว

ี่
40 นน.ฝกชวงนวด


30
20
10
0



ภาพที่ 11 เปรียบเทียบน้ําหนักฝกของถั่วแตละชนิด (กก./ไร)

224



ศึกษารูปแบบการยอยสลายและการปลดปลอยธาตุอาหารของถั่วที่มีศักยภาพในแตละพื้นท ี่

แผนการทดลอง -
วิธีการดําเนินงาน


ตลาคม - ธันวาคม 2560 หลังเก็บเกี่ยวถั่ว นําเศษซากถั่วที่มีศักยภาพที่ไดจากการคัดเลือก ศึกษาการยอย





สลายในแตละชดดน โดยการฝงถงตาขาย หรือนํามาศกษาในกระปอง ในแปลงทมการใหน้าและไมไดใหน้า โดย




















คลกเศษซากพืชในดน ใหน้าในแปลงเมอความชนลดตากวา 60% ของความจความชนสนาม (Field Capacity)





ประเมินเศษซากที่เหลือ โดยวิธีการฝงถุงเขียว และเก็บถุงเขียวหลังจากฝง 0, 7, 14, 21, 28, 42, 56, 70, 84 และ














98 วัน นําเศษซากพืชทเหลอวัดคณสมบตทางเคมและปริมาณธาตอาหารทเหลอ เชน ปริมาณลกนิน โพลฟนอล


ปริมาณไนโตรเจน นํามาคานวณอัตราการยอยสลายและการปลดปลอยธาตอาหาร เปนขอมลประกอบการยอย
















สลายและปลดปลอยธาตอาหาร เก็บดนเพือประเมนการเปลยนแปลงธาตอาหารและกิจกรรมของจลนทรีย โดยวัด

ปริมาณแอมโมเนียม และไนเตรท ไนโตรเจน microbial biomass กอนการใสเศษซากถัว (0 วัน) หลังการใสซาก















ถัว 28, 56 และ 98 วัน เพือหาชนิดถวทมการยอยสลายและปลดปลอยธาตอาหารในเวลาทสอดคลองกับความ






ตองการใชธาตอาหารของมนสาปะหลง
การบันทึกขอมูล







1. คณสมบตทางเคมและปริมาณธาตอาหารทเหลอของซากพืช เชน ปริมาณลกนิน โพลฟนอล ปริมาณ




ไนโตรเจน



2. อัตราการยอยสลายและการปลดปลอยธาตอาหาร





3. ปริมาณธาตอาหารในดนและกิจกรรมของจลนทรีย โดยวัดปริมาณแอมโมเนียม ไนเตรท microbial
biomass
สถานที่ดําเนินการ
ไรเกษตรกรจังหวัดขอนแกน
ระยะเวลาการทดลอง

ตลาคม – ธันวาคม 2560

ผลการดาเนินการ


ผลของการใหน้ําตอระบบพืชหมุนเวียนมันสําปะหลังและถั่วที่มีศกยภาพในพื้นท ี่
แผนการทดลอง




วางแผนการทดลอง แบบ Split plot จานวน 4 ซ้ํา Main plot คอ 1) การใหน้า และ 2) ไมใหน้า





Subplot คอ ชนิดถั่ว 3-4 ชนิดรวมกับการใสปุย ไดแก 1) ถั่วชนิดที่ 1 ปรับปรุงดินและใสปุยตามคําแนะนํา 2) ถัว




ชนิดที่ 2 ปรับปรุงดนและใสปุยตามคาแนะนํา 3) ถั่วชนิดที่ 3 ปรับปรุงดนและใสปุยตามคาแนะนํา 4) ถั่วชนิดที่ 4




ปรับปรุงดินและใสปุยตามคําแนะนํา และ 5) ปลูกมันสําปะหลังปรับปรุงดินและใสปุยตามคําแนะนํา

225



วิธีการดําเนินงาน


ป 2561 ปลูกถั่วและมันสําปะหลังตนฝนโดยใชพันธุที่เหมาะสมในพื้นที่และใชระยะปลูกตามคาแนะนํา ใส 













ปยตามความตองการของพืช โดยเก็บดนกอนทระดบ 0-20 และ 20-50 เซนตเมตร เพือวัดคณสมบตทางเคมและ










ปริมาณธาตอาหารในดน เก็บเกียวถัวหลงจากเก็บผลผลต หรือเมอสรางมวลชวภาพสงสด หลงเก็บเกียวถวคลกลง












แปลง และสมตวอยางนํามาศกษาการยอยสลายและการปลดปลอยธาตอาหารในแปลง โดยวิธีฝงถุงเขียว และเก็บ




ถุงเขียว เก็บเกี่ยวมันสําปะหลังเมื่ออายุประมาณ 11-12 เดอน
วิธีการใหน้ํา ใหตามความจําเปน เมื่อความชื้นความจุสนามต่ํากวา 60%
พื้นที่แปลงทดลองยอย 8x8 เมตร และพื้นที่เก็บเกี่ยว 7x7 เมตร เวนระยะระหวางแปลง 1.5 เมตร













ป 2562 ปลกมนสาปะหลงพันธุทเหมาะสมในพืนท ทงในวิธีการ 1-5 โดยเก็บดนกอนทระดบ 0-20 และ















20-50 เซนตเมตร และใชระยะปลกตามความเหมาะสม ใสปยตามคาแนะนําและคาวิเคราะหดน วิธีการใหน้า ให 


ตามความจาเปน เมอความชนความจสนามตากวา 60% เก็บเกียวมนสาปะหลงเมออายประมาณ 11-12 เดอน




























ในชวงเมษายน 2563 โดยการถอนตน แยกหว ใบ เหงา และลา ลาใหแยกเปนลาทสามารถนําไปใชเปนทอนพันธุ 

ได และเปนทอนพันธุไมได นับจํานวนลําและช่งน้ําหนักลําสดของลําแตละสวน สมวัดความยาวและเสนผาน

ศูนยกลางลําแตละสวนอยางละ 10 ลํา นําลําที่ทําทอนพันธุไดออกจากแปลง ชั่งน้ําหนักสด หว ใบ และเหงา กอน



สมตวอยางสวนละ 0.5-1.0 กิโลกรัม นําไปอบใหแหงและชงน้าหนัก เพือนําไปใชในการคานวณหาน้าหนักแหง

















เศษซากมนทเหลอใหไถกลบลงแปลง และเก็บดนหลงจากการเก็บเกียว




การบันทึกขอมูล
1. คุณสมบัติของดินทั้งทางเคมีและกายภาพกอนปลูกและหลังเก็บเกี่ยวทั้งถั่วและมันสาปะหลัง






2. ความสามารถในการเจริญเตบโต โดยประเมนจากความเร็วในการคลมหนาดนของถวแตละชนิดและ


ความสูงของทรงพุมของถั่ว
3. ปญหาโรค แมลง และวัชพืช
4. น้ําหนักสดและแหงของผลผลิตและเศษซากถั่ว


5. ปริมาณธาตุอาหารในถัวแตละชนิด




6. น้าหนักเศษซากทเหลอสวนของตนและใบ ทอาย 1, 2, 3, 4, 8, 12, และ 15 สปดาห ในถงเขยวทฝง















และปริมาณธาตอาหารทเหลอ

7. เก็บดินวิเคราะหปริมาณแอมโมเนียมและไนเตรท มวลชวภาพของปริมาณคารบอนและไนโตรเจนของ


จุลินทรีย (microbial biomass N และ C) และธาตอาหารอื่นๆ พรอมการเก็บซากถั่ว

8. การเจริญเตบโตของมนสาปะหลง โดยวัดความสง ทก 3 เดอน







9. ผลผลิต และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของมนสําปะหลังและถว


สถานที่ดําเนินการ
ไรเกษตรกรจังหวัดขอนแกน
ระยะเวลาการทดลอง

เมษายน 2561 – ตลาคม 2563

226




ผลการดาเนินการ






ผลวิเคราะหดนกอนปลกมนสาปะหลงทระดบความลก 0-20 และ 20-50 เซนตเมตร ในระบบปลกมน




















สาปะหลงหมนเวียนพืชตระกูลถวฤดปลกป 2562/2563 (ตารางท 3) ดาเนินการเก็บเกี่ยวมันสาปะหลงชวงเดือน



ตุลาคม เก็บบันทึกขอมูลผลผลิต น้ําหนักแหงองคประกอบผลผลต (ตารางที่ 4 -6) ผลผลิตมนสําปะหลัง (ตารางท ี ่




4) พบวา การใหน้ําใหผลผลตของมันสาปะหลัง 6,075 กิโลกรัมตอไร แตกตางกันทางสถติกับการไมใหน้ําซึ่งใหผล












ผลิต 3,084 กิโลกรัมตอไร เมอพิจารณาระบบพืชหมนเวียนมนสาปะหลงและถว มผลทาใหผลผลตมนสาปะหลง




แตกตางกันทางสถิติ โดยระบบมันสําปะหลังหมุนเวียนถ่วมะแฮะใหผลผลิตเฉล่ยสูงสุด 5,656 กิโลกรัมตอไร



ในขณะทระบบมนสาปะหลงหมนเวียนถวพุมใหผลผลตเฉลยตาสด 3,504 กิโลกรัมตอไร เปอรเซ็นตแปงของมน























สาปะหลง (ตารางท 5) พบวา การใหน้าและระบบพืชหมนเวียน ไมทาใหเปอรเซ็นตแปงแตกตางกันทางสถิต โดย
















ใหเปอรเซ็นตแปงเฉลี่ย 16.3 เปอรเซ็นต ผลผลตแปงของมนสาปะหลง (ตารางท 6) พบวา การใหน้าใหผลผลตแปง




ี่
เฉลี่ย 963 กิโลกรัมตอไร แตกตางกันทางสถติกับการไมใหน้ําซึ่งใหผลผลตแปงเฉลย 508 กิโลกรัมตอไร ในขณะที ่



เมื่อพิจารณาระบบพืชหมุนเวียนไมทําใหผลผลิตแปงแตกตางกันทางสถิติ โดยใหผลผลิตแปงเฉลี่ย 738 กิโลกรัมตอไร

ตารางที่ 3 ผลวิเคราะหดินระดับความลึก 0-20 และ 20-50 ซม. กอนปลูกมันสําปะหลังในระบบพืชหมุนเวียนมันสําปะหลังและถว
ั่
ที่ไรเกษตรกร จังหวัดขอนแกน ป 2562/2563
pH EC(1:5) OM avai P exch K exch Ca exch Mg
ระดับความลึก
(1:5) dS/m % mg/kg mg/kg mg/kg mg/kg
0-20 cm 5.3 0.1630 0.28 4.0 34 90 3
20-50 cm 4.5 0.0861 0.06 1.0 49 31 1

ตารางที่ 4 ผลผลิตมันสําปะหลัง (กก./ไร) ของมันสําปะหลังในระบบพืชหมุนเวยนมันสําปะหลังและถวโดยการใหนาและไมใหนา
้ํ

ั่
้ํ
ที่ไรเกษตรกร จังหวัดขอนแกน ป 2562/2563
ระบบพืชหมุนเวียน (B) การใหน้ํา (A)
ใหน้ํา ไมใหน้ํา คาเฉลี่ย (B)

ั่
มันสําปะหลังหมุนเวียนถวเขยว 7,125 3,368 5,247 ab
ั่
มันสําปะหลังหมุนเวียนถวพุม 4,096 2,912 3,504 c
ั่
มันสําปะหลังหมุนเวียนถวมะแฮะ 7,552 3,760 5,656 a
มันสําปะหลังหมุนเวียนถวเหลือง 5,576 3,072 4,324 abc
ั่
ั่
มันสําปะหลังหมุนเวียนถวลิสง 4,760 2,832 3,796 bc
มันสําปะหลังหมุนเวียนปอเทือง 5,323 2,704 4,013 bc
มันสําปะหลัง 6,768 3,275 5,022 ab
มันสําปะหลัง 7,400 2,752 5,076 ab
คาเฉลี่ย (A) 6,075 A 3,084 B 4,580
CV (a) = 64.1% CV (b) = 28.3% การใหน้ํา (A) = *, ระบบพืชหมุนเวียน (B) = *, A X B= ns




หมายเหตุ คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอกษรตัวเล็กที่ตางกนแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอรเซนต 

227



ตารางที่ 5 เปอรเซ็นตแปงมันสําปะหลัง (%) ของมันสําปะหลังในระบบพืชหมุนเวียนมันสําปะหลังและถั่วโดยการ

ใหน้ําและไมใหน้ํา ที่ไรเกษตรกร จังหวัดขอนแกน ป 2562/2563



ระบบพืชหมนเวยน (B) การใหน้ํา (A)
ใหน้ํา ไมใหน้ํา คาเฉลี่ย (B)

มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วเขียว 15.1 17.9 16.5
มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วพุม 17.3 14.1 15.7

มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วมะแฮะ 14.0 16.2 15.1

มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วเหลือง 20.0 16.4 18.2
มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วลิสง 16.2 17.3 16.7

มันสําปะหลังหมุนเวียนปอเทือง 16.1 17.3 16.7

มันสําปะหลัง 16.2 16.2 16.2
มันสําปะหลัง 14.4 16.6 15.5

คาเฉลี่ย (A) 16.2 16.5 16.3



CV (a) = 15.4% CV (b) = 15.4% การใหน้า (A) = ns, ระบบพืชหมุนเวียน (B) = ns, A X B= ns


หมายเหต คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอักษรตัวเล็กที่ตางกันแตกตางกันทางสถติที่ระดับความเชื่อมั่น 95

เปอรเซ็นต

ตารางที่ 6 ผลผลตแปงมันสําปะหลัง (กก./ไร) ของมันสําปะหลังในระบบพืชหมุนเวียนมันสําปะหลังและถั่วโดย

การใหน้ําและไมใหน้ํา ที่ไรเกษตรกร จังหวัดขอนแกน ป 2562/2563


ระบบพืชหมนเวยน (B) การใหน้ํา (A)

ใหน้ํา ไมใหน้ํา คาเฉลี่ย (B)

มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วเขียว 1,059 594 826
มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วพุม 672 405 538

มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วมะแฮะ 1,105 604 854

มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วเหลือง 1,125 504 815
มันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วลิสง 764 482 623

มันสําปะหลังหมุนเวียนปอเทือง 861 483 672
มันสําปะหลัง 1,018 538 778

มันสําปะหลัง 1,097 452 778

คาเฉลี่ย (A) 963 A 508 B 738
CV (a) = 56.2% CV (b) = 35.1% การใหน้ํา (A) = *, ระบบพืชหมุนเวียน (B) = ns, A X B= ns

หมายเหต คาเฉลี่ยในแถวเดียวกันที่ตามดวยอักษรตัวเล็กที่ตางกันแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอรเซ็นต 


228



ผลของการใหน้ําตอระบบพืชแซมมันสําปะหลังและถั่วที่มีศักยภาพในพื้นท ี่

แผนการทดลอง
วางแผนการทดลอง แบบ Split plot จานวน 4 ซ้ํา Main plot ประกอบดวย 1) ไมใหน้ํา 2) ใหน้ํา




Subplot ประกอบดวย การใสปุยเคมี 2 ระดบ คอ 1) ใสปุยตามคําแนะนํา 2) ใสปุย 1.5 เทาของคาแนะนํา Sub-








subplot ประกอบดวย ระบบปลกถัวแซมระหวางแถวมนสาปะหลง 5 วิธี คือ 1) ถั่วชนิดที่ 1 แซมระหวางแถวมน

สําปะหลัง 2) ถั่วชนิดที่ 2 แซมระหวางแถวมันสําปะหลัง 3) ถั่วชนิดที่ 3 แซมระหวางแถวมันสําปะหลัง 4) ถั่วชนิด
ที่ 4 แซมระหวางแถวมันสําปะหลัง และ 5) ปลูกมันสําปะหลังโดยไมมีพืชแซม
วิธีการดําเนินงาน
หลงจากไดผลการทดลองศกษาระบบพืชแซมในการทดลองท 1.3 ในป 2562 นํามาศึกษาการใหน้ํา









เริ่มดําเนินการป 2562 ปลูกมันสําปะหลัง ใชระยะทเหมาะสมจากการปลกในการทดลอง 1.3 แบงใส


ปุยเคมีพรอมปลูกรอยละ 25 และใสที่เหลือหลังจากเก็บเกี่ยวถั่วและไถคลุกเศษซากถั่วในดิน ในวิธีใหน้ํา ใหเมื่อดิน


มีความจุความชื้นสนามต่ํากวา 60% กําจดวัชพืช โรค และแมลง ตามความจาเปน
ประเมินเศษซากที่เหลือ โดยวิธีการฝงถุงเขียว และเก็บถุงเขียวหลังจากฝง 0, 7, 14, 21, 28, 42, 56, 70,
ี่



84 และ 98 วัน นําเศษซากพืชที่เหลอวัดคณสมบัตทางเคมีและปริมาณธาตุอาหารทเหลือ เชน ปริมาณลิกนิน โพ



ลฟนอล ปริมาณไนโตรเจน นํามาคานวณอัตราการยอยสลายและการปลดปลอยธาตอาหาร เปนขอมล



ประกอบการยอยสลายและปลดปลอยธาตอาหาร เก็บดนเพือประเมนการเปลยนแปลงธาตอาหารและกิจกรรม









ของจุลินทรีย โดยวัดปริมาณแอมโมเนียม และไนเตรท ไนโตรเจน microbial biomass กอนการใสเศษซากถั่ว (0
วัน) หลังการใสซากถั่ว 28, 56 และ 98 วัน
ขนาดแปลงทดลอง 9x7 เมตร เวนระยะระหวางแปลง 1 เมตร พื้นที่เก็บเกี่ยว 6x6 เมตร


เก็บเกี่ยวมันสําปะหลังตนฤดฝน ที่อายุ 11-12 เดอน โดยการถอนตน แยกหว ใบ เหงา และลา ลาใหแยก







เปนลาทสามารถนําไปใชเปนทอนพันธุได และเปนทอนพันธุไมได นับจานวนลาและชงน้าหนักลาสดของลําแตละ





















สวน สุมวัดความยาวและเสนผานศูนยกลางลําแตละสวนอยางละ 10 ลํา นําลําที่ทําทอนพันธุไดออกจากแปลง ชั่ง


น้าหนักสด หว ใบ และเหงา กอนสุมตัวอยางสวนละ 0.5-1.0 กิโลกรัม นําไปอบใหแหงและชั่งน้ําหนัก เพื่อนําไปใช 

ในการคํานวณหาน้ําหนักแหง เศษซากมันที่เหลือใหไถกลบลงแปลง
การบันทึกขอมูล

1. คุณสมบัติของดินทั้งทางเคมีและกายภาพกอนปลูกและหลังเก็บเกี่ยวทั้งถั่วและมันสาปะหลัง


2. ปริมาณและเวลาการใหน้า





3. การแขงขันของถัวแตละชนิดและมนสาปะหลง โดยประเมนจากความเร็วในการคลมหนาดนของถัวแต 




ละชนิดและความสูงของมันสําปะหลังหลังปลูก 3, 6 และ 9 เดือน
4. ปญหาโรค แมลง และวัชพืช
5. น้ําหนักสดและแหงของผลผลิตและเศษซากถั่ว
6. ปริมาณธาตุอาหารในถัวแตละชนิด



229







7. น้าหนักเศษซากทเหลอสวนของตนและใบในถงเขยว 0, 7, 14, 21, 28, 42, 56, 70, 84 และ 98 วัน









หลงจากฝก และปริมาณธาตอาหารทเหลอ


8. ปริมาณแอมโมเนียมและไนเตรต มวลชวภาพของปริมาณคารบอนและไนโตรเจนของจลนทรีย (microbial






biomass C และ N) และธาตอาหารอืนๆ ในดน



9. ผลผลิต และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของมนสําปะหลังและถว
สถานที่ดําเนินการ
ไรเกษตรกรจังหวัดขอนแกน
ระยะเวลาการทดลอง
เมษายน 2562 – เมษายน 2564
ผลการดาเนินการ

ตารางที่ 7 ผลวิเคราะหดินระดับความลึก 0-20 และ 20-50 ซม.กอนปลูกป 2563/64 แปลง
บานน้ําเกลี้ยง จังหวัดขอนแกน
ความลึก sand silt clay Texture
(cm) (%) (%) (%)
0-20 80.47 12.78 6.76 Loamy sand
20-50 82.47 12.78 4.75 Loamy sand





































ภาพท 12 เก็บเกี่ยวมันสําปะหลังฤดูปลูกป 2562/63 พรอมช่งน้ําหนักสดตน ใบ เหงา และหัวมันสําปะหลง



ี่
และวัดเปอรเซ็นตแปง


230





























ภาพที่ 13 เตรียมการปลูกถั่วพรอมมันสําปะหลัง ฤดูปลูกป 2563/64


























ภาพที่ 14 หลังปลูกใหน้ําทั้งสองแปลงเพื่อใหมันสาปะหลังและถั่วมีการงอกที่ไมตางกัน


















ภาพที่ 15 หลังปลูกพืชตระกูลถั่วมีการงอกเร็วกวามันสําปะหลัง

231








ดาเนินการวางแผน เตรียมพืนท วัสด ปย ทอนพันธุมนสาปะหลง เก็บตวอยางดนกอนปลกมาวิเคราะห 

















สมบัติทางเคมีและกายภาพของดินที่ระดบความลึก 0-20 และ 20-50 เซนตเมตร (ตารางท 7) ดาเนินการปลกมน

สําปะหลังพันธุระยอง 11 และแซมดวยพืชตระกูลถั่ว เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 โดยปลูกมันสําปะหลังระยะปลูก









1x1 เมตร ระหวางแถวปลกพืชตระกูลถว ไดแก ถวเหลอง ถวเขยว ถวพุม ถวลสง และถวมะแฮะ หลังปลูกได 









ตรวจเช็คความงอก พบวา ถั่วเขียว ถั่วพุม และถั่วลิสง มีอัตราการงอกดีกวาถั่วเหลือง และถั่วมะแฮะ และสามารถ
งอกกอนทอนพันธุมันสําปะหลัง ภายหลังจากการใหน้ําครั้งที่ 3 ประสบปญหาน้ําในบอน้ํามีการสูบใชจนหมด จึงไม






สามารถใหน้าตอได ทาใหพืชตระกูลถวเริมแหงตาย โดยถวเหลอง ถวมะแฮะ ถวพุม ถวเขยว และถ่วลสง ทยอย

















แหงตายตามลาดบ



ป 2564


ไดดําเนินการปลูกมันสําปะหลังและแซมดวยพืชตระกูลถ่ว เม่อ วันท่ 4 มกราคม 2564 โดย ปลกมัน


















สาปะหลง ระยะปลก 1x1 เมตร ระหวางแถวปลกพืชตระกูลถว ทใชคอ ถวเหลอง ถวเขยว ถวพุม และถวลสง











เตรียมการปลูกถ่วพรอมมันสําปะหลังใชระยะหางระหวางตน 25 ซม หลังปลูกใหน้ําท้งสองแปลงเพือใหมน

สําปะหลังและถั่วมีการงอกที่ไมตางกัน พืชตระกูลถั่วมีอัตราการงอกเร็ว กวามันสําปะหลังในขณะที่มันสําปะหลงมี








การแตกยอดชา กวาโดยเฉพาะอยางยงเมอกระทบอากาศเยน




ถวเขยว ถวพุม และถวลสงมอัตราการงอกดกวาถวเหลอง โดยถวเหลองจะมอาการใบตดหรือใบหงิกเมอ


















การแตกใบออนกระทบอากาศหนาว แตไมมผลตอการเจริญเตบโต







ผลการวิเคราะหตวอยางดน ป 2564


พื้นที่เก็บตัวอยาง ความลึก Sand Silt Clay Soil Texture
cm % % %

1 แปลงมันสําปะหลัง บานน้ําเกลี้ยง 0-20 79.43 13.16 6.45 Loamy sand
2 แปลงมันสําปะหลังบานน้ําเกลี้ยง 20-50 81.47 12.83 4.39 Loamy sand

232








ตารางที่ 8 แสดงการเจริญเตบโตทางดานความสงของพืชตระกูลถัวแซมมนสาปะหลงความสูงพืชตระกูลถั่ว







แซมมนสาปะหลง (เซนตเมตร) อาย 1 เดอน

พืชแซม ใหน้ํา ไมใหน้ํา
เฉลี่ย ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย ต่ําสุด สูงสุด
1 ถั่วเขียว 4.5 5.8 5.6 5.4 6.5 6.6
2 ถั่วพุม 5.6 5.4 6 6.3 7.3 5
3 ถั่วเหลือง 5.4 4.8 4.7 5.1 5.6 5.1
4 ถั่วลิสง 6.4 5.7 6.3 7 7.8 7
5 วาง

1 ถั่วเขียว 5.7 6.6 5.4 6.4 6.7 5.8
2 ถั่วพุม 6.8 5.3 4.9 5.4 6.3 7.2

3 ถั่วเหลือง 6.3 4.7 5.3 5.8 4.3 6.5
4 ถั่วลิสง 4.3 5.5 5.4 5.6 5 5.4

5 วาง

1 ถั่วเขียว 5.9 7.4 7 6.7 7.4 7.5
2 ถั่วพุม 6.4 5.6 6 5.5 5 5.9

3 ถั่วเหลือง 8.2 8.3 9,2 7.7 8.3 7.4

4 ถั่วลิสง 6.5 6.4 7.2 5.9 7.5 6.9
5 วาง































ภาพที่ 16 การเจริญเตบโตความสงอาย 1 เดือน ของถั่วเขียวแซมมันสําปะหลัง




233






1 2 3




8

6

4


2

0 1
1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8

ถัวพุ่ม ให้นํ้าสุ่มวัดความสูงต้นที่ (ซม) ไม่ให้นํ้าสุ่มวัดความสูงต้นที่ (ซม)







ภาพที่ 17 การเจริญเตบโตความสงอาย 1 เดือน ของถั่วพุมแซมมันสําปะหลัง







10
8
6
4
2
0 1
1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8
ถัวเหลือง ให้นํ้าสุ่มวัดความสูงต้นที่ (ซม) ไม่ให้นํ้าสุ่มวัดความสูงต้นที่ (ซม)




1 2 3




ภาพที่ 18 การเจริญเตบโตความสงอาย 1 เดือน ของถั่วเหลืองแซมมันสําปะหลัง



234








8
6
4
2
0 1
1 2 3 4 5 6 7 8 1 2 3 4 5 6 7 8
ถว ั่ ให้นํ้าสุ่มวัดความสูงต้นที่ (ซม) ไม่ให้นํ้าสุ่มวัดความสูงต้นที่ (ซม)
ลิสง



1 2 3






ภาพที่ 19 การเจริญเตบโตความสงอาย 1 เดอน ของถั่วลิสงแซมมันสําปะหลัง


























ภาพที่ 20 การเจริญเตบโตความสงอาย 1 เดือนเฉลี่ย ต่ําสุด และสูงสุด ของพืชตระกูลถั่วแซมมันสําปะหลัง




235



การจัดการธาตุอาหารพืชระยะยาวดวยวัสดุอินทรีย ปุยอินทรีย และปุยเคมีในพื้นที่ปลูก

มันสําปะหลังตอผลผลิต : ดินรวนทราย จ.ขอนแกน


3
สมฤทัย ตันเจริญ49 ชยันต ภักดีไทย50 วัลลีย อมรพล51 เสาวรี บํารุง52
1
2
4
5
ปยะนันท วิวัฒนวิทยา53 และบรรณพิชญ สัมฤทธิ์
5


รายงานความกาวหนา






ในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน พืนทปลกออยสวนใหญปลกในดนทรายหรือรวนปนทราย บาง















พืนทพบปญหาแหงแลงยาวนาน หนอนกอลายจดเลกทเปนแมลงศตรูทสาคญทสด หากมการระบาดมากทาให 








ผลผลิตลดลงรอยละ 5-40 เมื่อนําหนอออยที่ถูกเขาทําลายมากไปปลูกทําเปนทอนพันธุออย จะทําใหการงอกลดลง








หรือไมงอกเลยหรือถางอกออยจะไมสมบรณ จากการดาเนินงานเก็บขอมูลจดทําความสมพันธระหวางการเขา



ทาลายของหนอนกอลายจดเลกกับสภาพแวดลอมวิเคราะหทางสถิติโดยใช Stepwise Regression analysis กรณ ี

ของสภาพแวดลอมในเชงพืนทพบวา พันธุ ปริมาณแมกนีเซียมในดนตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอ















ลายจดเลก โดยมคา P-Value เปน 0.0237 และ 0.0024 ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอรอยละของ













การเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก ในกรณของความสมพันธของรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลาย


จดเลก ตอขอมูลสภาพอากาศพบวา เนื้อดิน พันธุและอุณหภูมิสูงสุด ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วันตอรอยละของการ

เขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก โดยมคา P-Value เปน 0.0142 0.0342 และ 0.0031 ตามลาดบ การจดการ




















ปจจยเหลานีมผลตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกเชนเดยวกัน การจดการปจจยเหลานี้มีผล














ตอการการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก จงไดนําผลทไดไปอบรมเกษตรกรผปลกออย เจาหนาทโรงงาน











น้าตาลและกลมเจาหนาผรับผดชอบงานโครงการ 1 ตาบล 1 เกษตรทฤษฎีใหมของกรมสงเสริมการเกษตร






เปาหมาย 880 ราย เพือใหสามารถปองกันและเฝาระวังการการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกในพืนท ลด










ความเสียหายในการผลิตออยไดอยางมีประสิทธิภาพ

คําสําคัญ ธาตอาหาร ระยะยาว วัสดุอินทรีย ปุยอินทรีย ปุยเคมี มันสําปะหลัง


คํานํา



การปลูกมันสาปะหลังอยางตอเนื่องมีแนวโนมทาใหดินเส่อมโทรมลงทุกๆ ป (ชุมพล และคณะ, 2540;
โชติ และคณะ, 2529) สอดคลองกับ วัลลีย และคณะ (2555) ซึ่งทาการปลูกมันสาปะหลัง 3 พันธุ ในดนทราย



ชุดดินสัตหีบ จังหวัดระยอง พบวา มันสาปะหลังพันธุระยอง 86-13 มีประสิทธิภาพในการใชไนโตรเจนเพื่อ



1 กลุมวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวชาการเกษตร
2 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร

3 ศูนยวิจัยพืชไรระยอง สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร

4 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมา สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร
5 กลุมวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

236



สรางผลผลิตสูงสุด 338 กิโลกรัมผลผลิตตอกิโลกรัม N รองลงมาคือ พันธุระยอง 11 และระยอง 9 ซึ่งม ี


ประสิทธิภาพในการใชไนโตรเจนเพื่อสรางผลผลิต 318 และ 279 กิโลกรัมผลผลิตตอกิโลกรัม N ตามลาดับ












และพบวาโพแทสเซียมจะสะสมอยในหวมนสาปะหลงมากกวาธาตอาหารหลกอืนๆ เมอมการเคลอนยายผลผลต






















ออกจากพืนททาใหธาตอาหารในดนลดลง ดนขาดความอุดมสมบรณ โดยเฉพาะอยางยงการปลกมนสาปะหลงซ้า












ในพืนทเดมจงจาเปนทจะตองมการจดการดน การจดการน้า และการจดการธาตอาหารใหเพียงพอและเหมาะสม








ตอความตองการของพชแตละชนิด การจดการทไมเหมาะสมยอมทาใหดนเสอมความอุดมสมบรณลงเรื่อยๆ การ



















ทาการวิจยเพือใหระบบการผลตมนสาปะหลงอยางยงยน มความจาเปนทตองรักษาความอุดมสมบรณของดนทง ั ้

















ทางเคมและกายภาพ การจดการธาตอาหารใหพอเพียงโดยมการผสมผสานปยเคมีและปยอินทรียในสัดสวนท ่ ี






พอเหมาะ นอกจากชวยเพิมธาตอาหาร ปรับปรุงคณสมบติทางเคมี กายภาพและชีวภาพ ยังสามารถลดตนทุนการ




















ใชปยเคม และเมอมการใหน้าเพิมเตมดวยวิธีและปริมาณทพอเหมาะนาจะชวยเพิมผลผลต และเพิมรายไดใหแก








เกษตรกรได นอกจากนีผลงานวิจยทประสบผลสาเร็จยงจะไดถกนําไปประเมนและถายทอดใหแกเกษตรกร โดย
















เกษตรกรมสวนรวม ทาใหเกษตรกรไดเขาถงเทคโนโลย และใหคาแนะนําในการปรับแกเทคโนโลยใหเหมาะกับ




เกษตรกรในพื้นท ี่

วิธีดําเนินการ
สิ่งที่ใชในการทดลอง
1) มันสําปะหลังพันธุที่เหมาะสมในพื้นท (ไดแก พันธุระยอง 11 และพันธุเกษตรศาสตร 50)
ี่
2) ปุยเคมี ไดแก ปุยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) ปุยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (18-46-0) ปุยโพแทสเซียม
คลอไรด (0-0-60)

3) ปุยอินทรีย








4) อุปกรณเก็บตวอยางดน ไดแก อุปกรณเก็บตวอยางดนแบบ Undisturbed core sample สวานเก็บ






ตวอยางดน ถุงพลาสตก เก็บตวอยางดน





5) อุปกรณเก็บตวอยางพืช ไดแก ถุงกระดาษ ถุงตาขาย มด กรรไกรตดตวอยางพืช





6) สารเคมีปองกันและกําจัดวัชพืช
7) เครื่องมือวิทยาศาสตร เครื่องแกว และสารเคมีสําหรับวิเคราะหดินและพืช
แบบและวธีการทดลอง


วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design (RCB) ม 4 ซ้า ประกอบดวย 8


กรรมวิธี ไดแก

O -K O ตอไร
1) 0-0-0 กิโลกรัม N-P 2 5 2
O -K O ตอไร

2) 16-0-0 กิโลกรัม N-P 2 5 2

3) 16-8-0 กิโลกรัม N-P 2O 5-K 2O ตอไร
O -K O ตอไร
4) 16-0-16 กิโลกรัม N-P 2 5 2 
O -K O ตอไร
5) 16-8-16 กิโลกรัม N-P 2 5 2 

237



O -K O ตอไร รวมกับปุยอินทรียอัตรา 1 ตันตอไร
6) 16-8-16 กิโลกรัม N-P 2 5 2



O -K O ตอไร สบกลบตนใบมนสาปะหลง อัตรา 3 ตนตอไร





7) 16-8-16 กิโลกรัม N-P 2 5 2

O -K O ตอไร สบกลบตนใบมนสาปะหลง อัตรา 3 ตนตอไร







8) 0-0-0 กิโลกรัม N-P 2 5 2
วิธีปฏิบัติการทดลอง











ดาเนินการทดลองในพืนทปลกมนสาปะหลงระยะยาว ดาเนินการมาตงแตป 2518-2519 ซึงเปนแปลง







ทดลองเดมในพืนทดนรวนทราย ทศนยวิจยพืชไรขอนแกน จงหวัดขอนแกน โดยการปรับปรุงดนดวยวัสดอินทรีย 














ปุยอินทรีย และปุยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลตและคณภาพผลผลตมันสาปะหลังระยะยาว กอนเริ่มการทดลองในแตละฤด ู




ปลูก สมเก็บตัวอยางดินกอนปลูกท่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมเมตร และ 20-50 เซนตเมตร มาวิเคราะห 


คณสมบตทางเคม และปริมาณธาตอาหารในดน แลวทาการไถและเตรียมแปลงทดลอง ขนาดแปลงยอย 8x10


























เมตร แปลงทใสปยอินทรียจะทาการหวานและสบกลบกอนปลก แปลงทใสวัสดอินทรียจะทาการสบกลบตนใบ



มันสําปะหลังกอนปลกทาการปลูกมันสาปะหลังตนฤดฝน ระยะปลูก 1x1 เมตร จํานวน 1 ตนตอหลุม ใสปุยเคมี






เมื่อมันสําปะหลังอายุ 1-2 เดือน โดยใสปุยเคมีสองขางตนหางจากตน 20-30 เซนตเมตร ใสครังเดยวหลงปลกดแล










รักษาแปลงปลก กําจดวัชพืชเมอมนสาปะหลงอาย 1 เดอน 3 เดอน และตามความจาเปนตลอดฤดปลก เก็บ








เกียวผลผลตมนสาปะหลงเมออาย 11 เดอน พืนทเก็บเกียว 48 ตารางเมตรสมเก็บตวอยางดนกอนปลกและหลง



















เก็บเกี่ยว และตัวอยางพืชขณะเก็บเกี่ยว เพื่อวิเคราะหหาปริมาณธาตุอาหาร ๆ และปริมาณอินทรียคารบอนในดน
และพืช


รายงานความกาวหนา









ไดพืนทดาเนินการทดลองแปลงปลกมนสาปะหลงระยะยาวทศนยวิจยพืชไรขอนแกน จงหวัดขอนแกน











ซึงไดทาการปลกและดแลรักษาแปลงทดลองฤดปลกป 2562/2563 และจดเตรียมวัสดทางการเกษตรสาหรับใชใน








การทดลองฤดปลกป 2563/2564



แปลงทดลองศนยวิจยพืชไรขอนแกน คาวิเคราะหดนกอนปลก แปลงทดลองฤดปลก ฤดปลกป






















2562/2563 ดาเนินการเก็บตวอยางดนกอนปลก อยระหวางการวิเคราะหตวอยางในหองปฏบตการ ปลกมัน



สาปะหลังพันธุระยอง 86-13 ตามกรรมวิธีวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 บันทึกการเจริญเติบโตเมื่อมันสําปะหลังอายุ








3 เดอน พบวา การใสปยในทกกรรมวิธีไมมผลตอความสงของมนสาปะหลง โดยการใชปย 16-8-16 กิโลกรัม N-









O -K O ตอไรสับกลบตนใบมันสําปะหลัง อัตรา 3 ตันตอไร มีแนวโนมใหความสูงมากท่สุด 149 เซนตเมตร
P 2 5 2

(ตารางท 1)


การเจริญเตบโตเมอมนสาปะหลงอาย 6 เดอน พบวา การใสปยในทกกรรมวิธไมมผลตอความสงของมน

















ํ ั   ุ O -K O ตอไรสบกลบตนใบมนสาปะหลง อัตรา 3 ตนตอไร มี







สาปะหลง โดยการใชปย 16-8-16 กิโลกรัม N-P 2 5 2



แนวโนมใหความสูงมากที่สุด 186 เซนตเมตร (ตารางท 1)
การเจริญเติบโตเม่อมันสาปะหลังอายุ 9 เดือน พบวา การใชปย 16-8-16 กิโลกรัม N-P 2O 5-K 2O ตอไร








สบกลบตนใบมนสาปะหลง อัตรา 3 ตนตอไร ใหความสูงมากที่สด 221 เซนติเมตร แตกตางกับกรรมวิธีอื่นอยางมี




238















นัยสาคญ แตใหความสงไมแตกตางกับกรรมวิธีทใชปย 16-8-16 กิโลกรัม N-P O -K O ตอไร รวมกับปุยอินทรีย 

2 5 2
อัตรา 1 ตนตอไร ซึ่งใหความสูงมากที่สุด 214 เซนตเมตร (ตารางท 1)






















เก็บเกียวผลผลตเมอมนสาปะหลงมอาย 12 เดอน พบวา การสบตนใบมนสาปะหลงสบกลบอัตรา 3 ตน
ตอไรลงแปลงปลูกใหผลผลิตมากที่สุด 4,523 กิโลกรัมตอไร แตไมแตกตางในทางสถิติกับกรรมวิธีที่ใชปุยเคมี 16-8-
O -K O ตอไรรวมกับสับกลบตนใบมันสําปะหลัง อัตรา 3 ตันตอไร กรรมวิธีที่ใชปุยเคมี 16-8-16 กก.
16 กก. N-P 2 5 2

N-P O -K O ตอไรรวมกับปยอินทรียอัตรา 1 ตันตอ กรรมวิธีท่ใชปยเคมี 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไร และ


2 5 2
2 5 2



O -K O ตอไร สวนเปอรเซ็นตแปง พบมากทสดในกรรมวิธีทไมใชปยเคม



กรรมวิธีทใชปยเคม 16-0-16 กก. N-P 2 5 2     ่ ี ุ ่ ี    ุ ี
O -K O ตอไร) ผลผลต









(25.93%) และแตกตางในทางสถตกับกรรมวิธีทไมใสปยโพแทสซียม (16-8-0 กก. N-P 2 5 2  ิ



แปงมมากทสดในกรรมวิธีการสบตนใบมนสาปะหลงสบกลบอัตรา 3 ตนตอไร โดยใหผลผลตแปง 1,068 กิโลกรัม














ตอไร



แปลงทดลองฤดปลก ฤดปลกป 2563/2564 ดาเนินการเก็บตวอยางดนกอนปลก อยูระหวางการวิเคราะห 



















ตวอยางในหองปฏบตการ ปลกมนสาปะหลงพันธุระยอง 86-13 ตามกรรมวิธีวันท 28 พฤษภาคม 2563 บนทึก



O -K O ตอไร









การเจริญเตบโตเมอมนสาปะหลงอาย 3 6 และ 9 เดอน พบวา การใสปย 16-8-16 กิโลกรัม N-P 2 5 2 











สบกลบตนใบมนสาปะหลง อัตรา 3 ตนตอไร ใหความสูงมากท่สุด 71 184 และ 195 เซนตเมตรตามลาดบ
แตกตางกับกรรมวิธีอื่นอยางมีนัยสําคัญทุกชวงการเจริญเติบโต (ตารางที่ 3)

ตารางที่ 1 ความสูงของมันสําปะหลังที่มีจัดการปุยและไถกลบเศษซากพืชลงดินอยางตอเนื่องระยะยาวที่อายุ 3


เดอน และ 6 เดอน จ.ขอนแกน ป 2562/2563

กรรมวิธี ความสูง (ซม.)
3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน
1. 0-0-0 กก. N-P O -K O ตอไร 79 101 143 cd

2 5 2

2. 16-0-0 กก. N-P O -K O ตอไร 84 106 148 c
2 5 2

3. 16-8-0 กก. N-P O -K O ตอไร 89 112 171 b
2 5 2

4. 16-0-16 กก. N-P O -K O ตอไร 99 119 180 b
2 5 2

5. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไร 118 152 214 a
2 5 2
ุ

6. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไรรวมกับปยอินทรียอัตรา 1 ตันตอไร  123 154 221 a
2 5 2




7. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไรสบกลบตนใบมนสาปะหลง อัตรา 149 186 170 b


2 5 2


3 ตนตอไร





8. ตนใบมนสาปะหลงสบกลบอัตรา 3 ตนตอไร 111 137 122 d


เฉลี่ย 106 133 143 cd
CV (%) 10.61 10.31 8.64

239









ตารางที่ 2 ผลผลิต เปอรเซ็นตแปง และผลผลิตแปง ของมนสําปะหลังที่มีจดการปุยและไถกลบเศษซากพืชลงดน


อยางตอเนื่องระยะยาวอายุ 12 เดอน จ.ขอนแกน ป 2562/2563

กรรมวิธ ี ผลผลิต (กก./ไร) เปอรเซนตแปง ผลผลิตแปง (กก./ไร)




1. 0-0-0 กก. N-P O -K O ตอไร 950 d 25.93 a 246 d
2 5 2
2. 16-0-0 กก. N-P O -K O ตอไร 1,312 cd 24.98 ab 332 cd

2 5 2
3. 16-8-0 กก. N-P O -K O ตอไร 2,154 bcd 21.95 b 490 bcd

2 5 2

4. 16-0-16 กก. N-P O -K O ตอไร 3,335 abc 24.23 ab 829 abc
2 5 2
5. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไร 3,702 ab 22.50 ab 849 ab

2 5 2
6. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไรรวมกับปุย 3,497 ab 24.70 ab 839 abc

2 5 2
อินทรียอัตรา 1 ตันตอไร
7. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไรสับกลบตนใบ 4,187 ab 22.88 ab 957 ab
2 5 2
มันสําปะหลัง อัตรา 3 ตันตอไร

8. ตนใบมันสําปะหลังสับกลบอัตรา 3 ตันตอไร 4,523 a 23.75 ab 1,068 a
เฉลี่ย 2,958 23.87 701
CV (%) 47.91 9.91 49.53

ตารางที่ 3 ความสูงของมันสําปะหลังที่มีจัดการปุยและไถกลบเศษซากพืชลงดินอยางตอเนื่องระยะยาวที่อายุ 3
เดอน จ.ขอนแกน ป 2563/2564

กรรมวิธี ความสูง (ซม.)
3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน


1. 0-0-0 กก. N-P O -K O ตอไร 34 d 87 d 97 e
2 5 2

2. 16-0-0 กก. N-P O -K O ตอไร 38 cd 116 cd 134 cd
2 5 2
3. 16-8-0 กก. N-P O -K O ตอไร 45 bcd 119 bc 132 d

2 5 2
4. 16-0-16 กก. N-P O -K O ตอไร 49 bc 134 bc 146 bcd

2 5 2

5. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไร 54 b 151 b 161 bc
2 5 2

6. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไรรวมกับปยอินทรียอัตรา 1 ตันตอไร  53 b 145 bc 175 ab
ุ
2 5 2
7. 16-8-16 กก. N-P O -K O ตอไรสับกลบตนใบมันสําปะหลัง 71 a 185 a 195 a
2 5 2


อัตรา 3 ตนตอไร






8. ตนใบมนสาปะหลงสบกลบอัตรา 3 ตนตอไร 57 b 137 bc 154 bcd

เฉลี่ย 50 134 149
CV (%) 18.52 16.16 13.12

240



































ภาพที่ 1 ปริมาณน้ําฝน อุณหภูมิสูงสุด-ตาสด ภายในแปลงทดลองศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน แปลงปลูก
มันสําปะหลังป 2562/2563 (ขอมูลวันที่ 28 ก.ย. 62 -14 พ.ย. 62 ขอมลเสยหาย)




เอกสารอางอิง


ชุมพล นาควิโรจน, หริ่ง มีสวัสด, กอบเกยรต ไพศาลเจริญ และมาโนช ดอนเส. 2540. การเปรียบเทยบประสิทธภาพของ




ปุยเคมีสูตร 16-8-16 และ 16-16-16 กับมันสําปะหลัง. เอกสารผลงานวิจัยประกอบการจัดนทรรศการมันสําปะหลัง

และการแปรรูปผลผลิตภัณฑ โครงการเผยแพรและขยายผลงานวิจัยเพอการพัฒนาเศรษฐกจและสังคมครั้งท 1.








มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร 26-28 มถนายน 2540. หนา 12.
โชติ สิทธิบุศย และ ชุมพล นาควิโรจน. 2529. การทดลองปุยระยะยาวกับมันสําปะหลังของดินชุดดินหวยโปง. เอกสารทางวชาการ





ดานปฐพวทยา เลมท 2 กองปฐพวทยา กรมวชาการเกษตร.







วัลลีย อมรพล, กอบเกียรต ไพศาลเจริญ และ รุงรว บุญทั่ง. 2555. ศึกษาการตอบสนองของมันสาปะหลังตอการจัดการธาต ุ
อาหารในกลุมดินทราย: ชุดดินสัตหีบ. หนา 7-25. รายงานประจําป 2554 โครงการวิจัยและพัฒนาวธีการเขตกรรมมัน


สาปะหลัง. กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ. สิงหาคม 2555.

241


























แผนงานวิจัย


วิจัยปรับปรุงพันธุขาวโพดฝกสด(โครงการวิจัยเดี่ยว)

242



การเปรียบเทียบในทองถิ่นพันธุขาวโพดหวาน


ภาคภูมิ ถิ่นคํา54 ฉลอง เกิดศรี55 และวรรษมน มงคล56
2
1*
3

รายงานความกาวหนา

การประเมินศักยภาพการใหผลผลิตของขาวโพดหวานลูกผสมดีเดน ชุดป 2561 จํานวน 9 ลูกผสม รวมกับ















ขาวโพดหวานลกผสมทเปนการคา จานวน 5 พันธุ วางแผนการทดลองแบบสมในบลอคสมบรณ จานวน 3 ซ้า ท ี ่












ศนยวิจยพืชไรขอนแกน ในตนฤดฝน ป 2563 สามารถคดเลอกขาวโพดหวานลกผสมดเดน S18193 S18205
และ S18024 มีศักยภาพในการใหผลผลิตสูงใกลเคียงกับขาวโพดหวานลูกผสมที่เปนพันธุการคา เหมาะสําหรับการ






ผลตเพืออุตสาหกรรม ขาวโพดหวานลกผสมดเดน S18048 และ S18050 มีคุณภาพบริโภคดี รูปทรงสวยงาม

เหมาะสาหรับการผลตเพือตลาดฝกสด ขาวโพดหวานลกผสมดเดนเหลานีจะนําไปเปรียบเทยบพันธุในไรเกษตรกร










ตอไป

คําสําคัญ: ขาวโพดหวาน ปรับปรุงพันธุ เสถียรภาพ


คํานํา

















การทดลองนีมวัตถประสงคเพือประเมนคณคาของพันธุขาวโพดขาวหวานทได พัฒนาขนมา ซึงมหลาย




ข้นตอน การเปรียบเทียบพันธุในทองถ่นเปนข้นตอนหนึ่งเพื่อประเมินคุณคาของพันธุในการปรับตัวตอ




สภาพแวดลอมในแหลงปลกตาง ๆ โดยมพันธุ สงขลา 84-1 ชยนาท 2 Wan54 sm1351 และ Hybrix 3 เปน



พันธุตรวจสอบ


วิธีดําเนินการ
อุปกรณ 
1. พันธุขาวโพดขาวหวานลูกผสมที่ดีและพันธุการคา



2. ปุยเคมีสูตร 18-46-0 สตร 0-0-60 และ สตร 46-0-0
3. สารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชวิธีการ
วิธีการปฏิบัติการทดลอง
วางแผนการทดลองแบบสุมบล็อกสมบูรณ (RCB) มี 3 ซ้า พันธุขาวโพดขาวหวานลูกผสมทดสอบจานวน



5 พันธุ มีพันธุการคาเปนพันธุเปรียบเทียบ 5 พันธุ

1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 ศูนยวิจัยพืชไรชัยนาท สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
3 ศูนยวิจัยพืชไรชัยนาท สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

243



วิธีการปฏิบัต ิ


1.เตรียมดิน และใสปุยรองพื้นสูตร 18-46-0 อัตรา 17 กก./ไร และสตร 0-0-60 อัตรา 30 กก./ไร






2.ปลกขาวโพดหวานพันธุลกผสม และพันธุเปรียบเทยบ มระยะปลก 0.75 x 0.25 เมตร จานวน 4 แถว







ตอแปลงยอย ปลกแถวยาว 5 เมตร ขนาดแปลงยอย 3 x 5 เมตร
3.เมอขาวโพดหวานอายุ 14 วันหลังปลูก ถอนแยกใหเหลือ 1 ตนตอหลุม และใสปุยครั้งที่ 1 สูตร 46-0-0


อัตรา 117 กก./ไร พรอมกําจัดวัชพืช






4.เมอขาวโพดหวานอายประมาณ 40-45 วันหลังปลูก ใสปยครั้งท่ 2 สูตร 46-0-0 อัตรา 16 กก./ไร
พรอมกําจัดวัชพืช



5.เก็บเกียว 2 แถวกลาง หลงวันออกไหม 50 เปอรเซ็นต 20 วัน
การบันทึกขอมูล
ผลผลิตและองคประกอบผลผลิต
น้ําหนักฝกทั้งเปลือก และปอกเปลือกที่ดี 10 ฝก

วันออกดอก 50 เปอรเซ็นต และวันออกไหม 50 เปอรเซ็นต 
อัตราแลกเนือ


ลักษณะทางการเกษตรอื่นๆ เชนจํานวนตน จํานวนฝก ความสูงตน ความสงฝก ขนาดฝก เปนตน




ผลและวิจารณผลการทดลอง

น้ําหนักสดทั้งเปลือก
น้ําหนักสดทั้งเปลือกแตกตางกันทางสถิติ พันธุ S18193 มีน้ําหนักสดทั้งเปลือกสูงที่สุด 2,382 กิโลกรัม/ไร

ไมแตกตางกับสายพันธุ/พันธุ S18205 ชยนาท 2 และ S18035 มีน้ําหนักสดทั้งเปลอก 2,332 2,311 และ 2,240




กิโลกรัม/ไร ตามลําดับ (ตารางท 1)
น้ําหนักสดปอกเปลือก
น้าหนักสดปอกเปลอกแตกตางกันทางสถต สายพันธุ S18193 มีน้ําหนักสดปอกเปลือกสูงท่สุด 1,664








กิโลกรัม/ไร ไมแตกตางกับพันธุ/สายพันธุ HiBrix 59 ชัยนาท2 และ S18205 มน้าหนักสดปอกเปลอก 1,657




1,607 และ 1,593 กิโลกรัม/ไร (ตารางท 1)


น้ําหนักฝกดี 10 ฝกไมปอกเปลือก



น้าหนักสดฝกด 10 ฝกไมปอกเปลอกแตกตางกันทางสถิต สายพันธุ S18205 มน้าหนักสดฝกด 10 ฝกไม 












ปอกเปลอกสงทสด 4.0 กิโลกรัม ไมแตกตางกับพันธุ HiBrix 59 มีน้ําหนักสดฝกดี 10 ฝกไมปอกเปลือก 3.7






กิโลกรัม รองลงมาพันธุ ชยนาท2 และ WAN 54 มน้าหนักสดฝกดี 10 ฝกไมปอกเปลือก 3.7 และ3.7 กิโลกรัม




ตามลาดบ (ตารางท 1)




244



น้ําหนักฝกดี 10 ฝกปอกเปลือก





น้าหนักสดฝกด 10 ฝกปอกเปลอกแตกตางกันทางสถต พบวาพันธุ HiBrix 59 มน้าหนักสดฝกด 10 ฝก











ปอกเปลอกสงทสด 2.8 กิโลกรัม ไมแตกตางกับสายพันธุ/พันธุ S18205 และ WAN 54 มีน้ําหนักสดฝกดี 10 ฝก




ปอกเปลอก 2.7 กิโลกรัม รองลงมาสายพันธุ/พันธุ S18193 ชัยนาท2และ SM1351 มีน้ําหนักสดฝกดี 10 ฝกปอก



เปลอก 2.6 2.6 และ 2.6 กิโลกรัม ตามลําดับ (ตารางท 1)



วันออกดอกตัวผ 50 เปอรเซ็นต 


ทุกสายพันธุวันออกดอกตัวผู 50 เปอรเซ็นต แตกตางกันทางสถิต มจานวนวันออกดอกตวผ 50 เปอรเซ็นต 






เฉลี่ย 54 วัน พันธุทดสอบ WAN 54 ออกดอกตวผ 50 เปอรเซ็นต 50 วัน เร็วที่สุด สายพันธุเปรียนเทียบออกดอก





ตวผ 50 เปอรเซ็นต 51-56 วัน (ตารางท 2)




วันออกไหม 50 เปอรเซ็นต 





ทกสายพันธุวันออกไหม 50 เปอรเซ็นต แตกตางกันทางสถต มวันออกไหม 50 เปอรเซ็นตเฉลย 56 วัน







สายพันธุทดสอบ S18024 วันออกไหม 50 เปอรเซ็นต และพันธุสงขลา 84-1 ชาท่สุด 59 วัน สวนสายพันธุ 

S18189 และ WAN 54 วันออกไหม 50 เปอรเซ็นต เร็วที่สุด 52 วัน (ตารางที 2)






วนเกบเกยว และคะแนนเปลือกหมฝก







วันเก็บเกียวแตกตางกันทางสถต วันเก็บเกียวผลผลตทกสายพันธุ 75 วัน สายพันธุ S1662 เก็บเกียวเร็ว





ที่สุด 74 วัน สายพันธุ S18189 เก็บเกี่ยวเร็วที่สุด 71 วัน เชนเดียวกับพันธุ WAN 54 ทุกสายพันธุมีคะแนนเปลือก



















หมฝกแตกตางกันทางสถต สายพันธุทดสอบมคะแนนเปลอกหมฝกแตกตางทางสถิตซึงเปลอกหมฝกปดยาวกวา



ปลายฝกอยระหวาง 2 - >2 เซนตเมตร สายพันธุ S18106 มีคะแนนเปลือกหุมฝก 5.0 คะแนน เทากับพันธุ 

เปรียบเทยบ WAN 54 ซึ่งเปลือกหุมฝกปดเสมอปลายฝกมากกวา 2 เซนติเมตร (ตารางที 2)



คา Brix ขาวโพดหวาน



คา Brix ขาวโพดหวานแตกตางกันทางสถิต สายพันธุ S18050 มีคา Brix สูงที่สุด 14.0 บริกซ ไมแตกตาง

กับ สายพันธุ/พันธุ S18024 สงขลา 84-1 มีคาBrix 12.7 บริกซ แตกตางกับสายพันธุ S18189 มีคาBrixนอยทีสุด



9.2 บริกซ (ตารางท 2)
ความยาวฝก ความยาวปลายฝก และความกวางฝก










ความยาวฝกแตกตางกันทางสถิต โดยทสายพันธุ S18193 มีความยาวฝกมากที่สุด 19.2 เซนตเมตร แตไม 

แตกตางกับสายพันธุ S18035 มความยาวฝก 19.0 เซนตเมตร สวนสายพันธุ S18191 มความยาวฝกสน 15.0













เซนตเมตร ทางดานความยาวปลายฝกไมแตกตางกันทางสถิต สายพันธุ S18191 มีความยาวปลายฝกยาวที่สุด 3.7










เซนตเมตร สวนสายพันธุ S18050 มความยาวปลายฝกสันทสด 1.3 เซนตเมตร ความกวางฝกไมแตกตางกันทาง





สถิต สายพันธุ S18050 S18106 และ S18189 มีความกวางฝกมากที่สุด 4.2 เซนตเมตร (ตารางท 3)





ความสูงตน และความสูงฝก
ความสูงตนขาวโพดทุกสายพันธุแตกตางกันทางสถิติ มีความสูงตนเฉลี่ย 129.9 เซนตเมตร พันธุ WAN 54


และ ชัยนาท 2 มีความสูงตนมากทสด 146.5 และ 146.2 เซนติเมตร ไมแตกตางกันทางสถิติ ทางดานความสงฝก

ี่





แตกตางกันทางสถิต พบวา สายพันธุ S18205 มีความสูงฝกสูงที่สุด 73.3 เซนตเมตร ไมแตกตางกับพันธุ ชัยนาท2


Click to View FlipBook Version