145
ตารางที่ 2 ผลผลิตหัวสด ปริมาณแปงในหัวสด และจํานวนรากสะสมอาหารของสายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง
ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน อ.เมือง
ื
ื
จ.ขอนแกน เก็บเกี่ยวผลผลิตที่อายุ 12 เดอนหลังปลูก ในเดอนพฤษภาคม 2562
่
ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
CMR53-106-24 CMR38-125-77 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ผลผลิตหัวสดตอไร (กก./ไร)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 4,326 a A 5,293 a A 3,603 ab A 4,666 a A 4,472
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 3,630 a BC 5,720 a A 2,066 b C 3,796 ab B 3,803
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 5,536 a A 3,986 a AB 2,366 b B 3,780 ab B 3,917
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 4,923 a A 5,486 a A 3,033 ab B 2,630 b B 4,018
เก็บรกษา 60 วันหลังตัด 4,433 a A 4,940 a A 4,850 a A 4,666 a A 4,722
ั
คาเฉลี่ยพันธ ุ 4,569 5,085 3,183 3,907
CV (a) = 16.68% CV (b) = 24.83% พันธุ x เก็บรกษา = *
ั
ปริมาณแปงในหัวสด (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 19.2 18.5 16.8 12.3 16.7
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 18.7 18.9 17.6 13.8 17.2
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 19.6 20.0 16.4 17.6 18.4
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 20.4 17.5 19.6 21.9 19.8
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 21.5 18.8 18.8 18.4 19.4
คาเฉลี่ยพันธ ุ 19.9 18.7 17.8 16.8
CV (a) = 14.02% CV (b) = 15.9% พันธุ x เก็บรกษา = ns
ั
จํานวนรากสะสมอาหารตอตน
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 4.1 4.8 5.3 4.6 4.7
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 4.2 4.4 4.1 4.8 4.4
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 4.1 4.4 6.1 5.2 5.0
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 4.3 4.7 4.4 4.7 4.5
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 3.6 5.3 5.1 5.0 4.7
คาเฉลี่ยพันธ ุ 4.1 4.7 5.0 4.9
ั
CV (a) = 15.63% CV (b) = 20.50% พันธุ x เก็บรกษา = ns
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ
146
ื
ั
ู
ุ
ี
่
ู
ตารางที่ 3 อัตราการอยรอดทอาย 1 และ 3 เดอนหลงปลก และจํานวนตนเก็บเกี่ยวตอไรของสายพันธุ/พันธุ
ํ
มันสาปะหลัง ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไร
ขอนแกน อ.เมอง จ.ขอนแกน ในการปลกเดอนตุลาคม 2561
ื
ื
ู
ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
่
CMR53-106-24 CMR38-125-77 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
อัตราการอยูรอดที่อาย 1 เดือนหลังปลูก (%)
ุ
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 97.5 a A 99.2 a A 86.7 ab B 84.2 a B 91.9
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 95.8 a A 99.2 a A 95.0 a A 93.3 a A 95.8
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 97.5 a A 96.7 a A 80.0 b B 89.2 a AB 90.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 95.0 a A 97.5 a A 50.8 c C 73.3 b B 79.2
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 70.8 b B 84.2 b A 52.5 c C 56.7 c C 66.1
คาเฉลี่ยพันธ ุ 91.3 95.4 73.0 79.3
ั
CV (a) = 7.40% CV (b) = 7.28% พันธุ x เก็บรกษา = *
ุ
อัตราการอยูรอดที่อาย 3 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 99.2 a A 97.5 a A 91.7 a A 90.0 a A 94.6
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 94.2 ab A 97.5 a A 90.0 a A 89.2 a A 92.7
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 96.7 a A 96.7 a A 75.8 b B 90.8 a A 90.0
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 88.3 b A 95.8 a A 47.5 c C 69.2 b B 75.2
เก็บรกษา 60 วันหลังตัด 69.2 c B 84.2 b A 53.3 c C 57.5 c C 66.1
ั
คาเฉลี่ยพันธ ุ 89.5 94.3 71.7 79.3
ั
CV (a) = 13.39% CV (b) = 5.53% พันธุ x เก็บรกษา = *
จํานวนตนตอเก็บเกี่ยวไร
1/
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 1,600 a A 1,500 a A 1,367 a A 1,367 a A 1,459
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 1,533 a A 1,500 a A 1,300 a A 1,400 a A 1,433
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 1,500 a A 1,467 a A 1,300 a A 1,433 a A 1,425
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 1,400 a A 1,400 ab A 833 b B 967 b B 1,150
ั
เก็บรกษา 60 วันหลังตัด 1,100 b A 1,233 b A 733 b B 700 c B 942
คาเฉลี่ยพันธ ุ 1,427 1,420 1,107 1,173
ั
CV (a) = 25.22% CV (b) = 10.17% พันธุ x เก็บรกษา = *
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ
147
ตารางที่ 4 ผลผลิตหัวสด ปริมาณแปงในหัวสด และจํานวนรากสะสมอาหารของสายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง
ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองทศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน อ.เมือง
ี่
ื
ู
ิ
ุ
จ.ขอนแกน เก็บเกี่ยวผลผลตที่อายุ 12 เดอนหลงปลก ในชวงตนเดอนตลาคม 2562
ื
ั
ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
่
CMR53-106-24 CMR38-125-77 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ผลผลิตหัวสดตอไร (กก./ไร)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 4,887 6,027 3,273 3,853 4,510 A
เก็บรกษา 15 วันหลังตัด 4,920 5,173 3,000 4,027 4,280 AB
ั
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 4,153 4,173 3,080 3,707 3,778 AB
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 4,673 4,980 1,780 2,707 3,535 BC
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 3,420 4,213 1,780 2,173 2,897 C
คาเฉลี่ยพันธ ุ 4,411 4,913 2,583 3,293
ั
CV (a) = 70.55% CV (b) = 23.65% พันธุ x เก็บรกษา = ns
ปริมาณแปงในหัวสด (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 20.0 24.1 24.1 25.1 23.3
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 20.8 22.2 24.5 25.9 23.4
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 19.7 24.2 24.9 24.6 23.3
เก็บรกษา 45 วันหลังตัด 18.6 23.9 24.9 24.8 23.0
ั
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 17.5 25.3 24.4 24.0 22.8
คาเฉลี่ยพันธ ุ 19.3 B 23.9 A 24.6 A 24.9 A
CV (a) = 12.61% CV (b) = 6.07% พันธุ x เก็บรกษา = ns
ั
จํานวนรากสะสมอาหารตอตน
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 8.7 8.9 7.9 7.6 8.3 A
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 8.2 9.7 8.1 9.1 8.8 A
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 6.0 6.6 6.5 6.8 6.5 C
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 8.1 9.1 5.4 8.4 7.7 AB
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 5.8 7.8 6.6 7.3 6.9 BC
คาเฉลี่ยพันธ ุ 7.4 8.4 6.9 7.8
CV (a) = 23.70% CV (b) = 17.67% พันธุ x เก็บรกษา = ns
ั
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ
148
ตารางที่ 5 อัตราการอยูรอดที่อายุ 1 และ 3 เดือนหลังปลูก และจํานวนตนเก็บเกี่ยวตอไรของสายพันธุ/พันธุ
ํ
มันสาปะหลัง ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไร
ื
ู
ื
ขอนแกน อ.เมอง จ.ขอนแกน ในการปลกเดอนมถุนายน 2562
ิ
่
สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
ระยะเวลาเก็บรักษา CMR53-106-24 CMR57-83-69 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ุ
อัตราการอยูรอดที่อาย 1 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 72.5 b A 74.2 a A 89.2 a A 81.0 bc A 79.2
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 72.3 b A 77.5 a A 66.2 b A 81.2 bc A 74.3
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 89.3 a A 54.2 b C 63.0 b BC 76.2 c AB 70.7
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 81.7 ab A 79.7 a A 53.7 b B 93.8 ab A 77.2
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 93.7 a A 81.2 a A 55.0 b B 97.5 a A 81.9
คาเฉลี่ยพันธ ุ 81.9 73.4 65.4 85.9
CV (a) = 25.63% CV (b) = 11.54% พันธุ x เก็บรกษา = *
ั
ุ
อัตราการอยูรอดที่อาย 3 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 90.8 ab A 99.2 a A 98.3 a A 97.5 a A 96.5
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 76.7 b AB 91.7 ab A 70.8 b B 81.7 b AB 80.2
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 93.3 a A 78.3 b B 65.8 b B 78.3 b B 78.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 84.2 ab A 85.0 ab A 63.0 b B 96.7 a A 82.2
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 95.8 a A 97.5 a A 62.5 b B 99.2 a A 88.8
คาเฉลี่ยพันธ ุ 88.2 90.3 72.1 90.7
CV (a) = 12.25% CV (b) = 9.98% พันธุ x เก็บรกษา = *
ั
จํานวนตนเก็บเกี่ยวตอไร
1/
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 900 933 467 1,033 833 A
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 733 933 267 767 675 AB
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 700 767 500 200 542 BC
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 317 633 300 300 388 C
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 433 700 333 633 525 BC
คาเฉลี่ยพันธ ุ 617 A 793 A 373 B 587 AB
ั
CV (a) = 43.61% CV (b) = 40.15% พันธุ x เก็บรกษา = ns
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ
149
ตารางที่ 6 ผลผลิตหัวสด ปริมาณแปงในหัวสด และจํานวนรากสะสมอาหารของสายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง
ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน อ.เมือง
ู
ื
ั
จ.ขอนแกน เก็บเกี่ยวผลผลิตที่อายุ 12 เดอนหลงปลก ในชวงปลายเดือนพฤษภาคม 2563
ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
่
CMR53-106-24 CMR57-83-69 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ผลผลิตหัวสดตอไร (กก./ไร)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 4,717 5,783 4,703 4,517 4,930 A
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 6,917 4,587 1,617 4,233 4,338 A
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 3,007 4,317 4,167 667 3,039 B
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 2,210 3,267 1,917 1,583 2,244 B
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 2,617 4,243 1,897 2,767 2,881 B
คาเฉลี่ยพันธ ุ 3,893 AB 4,439 A 2,860 BC 2,753 C
CV (a) = 34.21% CV (b) = 44.02% พันธุ x เก็บรกษา = ns
ั
ปริมาณแปงในหัวสด (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 17.5 19.4 17.9 18.7 18.4
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 15.6 19.4 18.7 13.5 16.8
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 18.1 18.2 15.4 15.9 16.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 20.0 17.3 16.0 17.5 17.7
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 16.8 18.5 14.7 16.3 16.6
คาเฉลี่ยพันธ ุ 17.6 18.6 16.5 16.4
ั
CV (a) = 22.80% CV (b) = 19.95% พันธุ x เก็บรกษา = ns
จํานวนรากสะสมอาหารตอตน
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 5.1 5.2 5.7 4.8 5.2
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 4.9 2.7 4.9 4.3 4.2
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 4.0 3.4 4.7 2.0 3.5
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 4.6 3.3 4.4 2.8 3.8
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 3.5 4.0 3.6 3.9 3.8
คาเฉลี่ยพันธ ุ 4.4 3.7 4.7 3.6
ั
CV (a) = 37.39% CV (b) = 37.87% พันธุ x เก็บรกษา = ns
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ
150
ตารางที่ 7 อัตราการอยูรอดที่อายุ 1 และ 3 เดือนหลังปลูก และจํานวนตนเก็บเกี่ยวตอไรของสายพันธุ/พันธุ
ํ
มันสาปะหลัง ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไร
ู
ื
ื
ขอนแกน อ.เมอง จ.ขอนแกน ในการปลกเดอนธันวาคม 2562
่
ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
CMR53-106-24 CMR57-83-69 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ุ
อัตราการอยูรอดที่อาย 1 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 95.0 a A 91.7 a A 86.7 a A 67.5 a A 85.2
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 35.8 c B 79.2 ab A 53.3 b AB 61.7 ab AB 57.5
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 69.2 b A 65.0 b A 41.7 bc A 67.5 a A 60.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 41.7 c A 42.5 c A 24.2 c A 42.5 b A 37.7
คาเฉลี่ยพันธ ุ 60.4 69.6 51.5 59.8
ั
CV (a) = 34.94% CV (b) = 21.27% พันธุ x เก็บรกษา = *
ุ
อัตราการอยูรอดที่อาย 3 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 94.2 a A 84.2 a AB 80.8 a AB 63.3 a B 80.6
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 40.0 c B 78.3 ab A 49.2 b B 53.3 a B 55.2
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 63.3 b A 60.0 b A 33.3 bc B 61.7 a A 54.6
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 38.3 c A 32.5 c A 17.5 c A 30.8 b A 29.8
คาเฉลี่ยพันธ ุ 59.0 63.8 45.2 52.3
CV (a) = 35.93% CV (b) = 20.28% พันธุ x เก็บรกษา = *
ั
จํานวนตนตอเก็บเกี่ยวไร
1/
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 1,200 a A 1067 a A 833 a A 967 a A 1,017
เก็บรกษา 15 วันหลังตัด 400 c A 833 ab A 800 a A 533 b A 642
ั
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 800 b A 633 bc A 333 b A 700 ab A 617
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 367 c A 500 c A 300 b A 400 b A 392
คาเฉลี่ยพันธ ุ 692 758 567 650
ั
CV (a) = 80.65% CV (b) = 26.13% พันธุ x เก็บรกษา = *
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ
151
ตารางที่ 8 ผลผลิตหัวสด ปริมาณแปงในหัวสด และจํานวนรากสะสมอาหารของสายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง
ํ
ในการเก็บรักษาตนพันธุทอายแตกตางกัน ดาเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน อ.เมือง จ.
่
ุ
ี
ื
ื
ขอนแกน เก็บเกี่ยวผลผลิตที่อายุ 12 เดอนหลังปลูก ในชวงปลายเดอนธันวาคม 2563
ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
่
CMR53-106-24 CMR57-83-69 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ผลผลิตหัวสดตอไร (กก./ไร)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 1,893 2,710 1160 1387 1,788 A
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 510 2,267 737 1163 1,169 AB
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 1,020 1,453 200 883 889 B
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 683 1,437 267 547 734 B
คาเฉลี่ยพันธ ุ 1,027 1,967 591 995
CV (a) = 177.75% CV (b) = 74.10% พันธุ x เก็บรกษา = ns
ั
ปริมาณแปงในหัวสด (%)
1/
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 15.6 a A 30.6 a A 29.2 a A 32.2 a A 26.9
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 12.6 a AB 23.9 a A 25.8 a A 3.5 b B 16.5
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 23.4 a A 19.4 a AB 3.8 b B 30.3 a A 19.2
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 16.6 a A 20.2 a A 6.1 b A 23.3 a A 16.6
คาเฉลี่ยพันธ ุ 17.1 23.5 16.2 22.3
ั
CV (a) = 80.62% CV (b) = 38.08% พันธุ x เก็บรกษา = *
จํานวนรากสะสมอาหารตอตน
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 3.2 5.2 4.4 4.3 4.3
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 2.6 4.0 3.1 3.3 3.3
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 3.3 4.7 3.4 4.3 3.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 3.0 4.8 2.5 5.3 3.9
คาเฉลี่ยพันธ ุ 3.0 4.7 3.4 4.3
ั
CV (a) = 96.87% CV (b) = 40.03% พันธุ x เก็บรกษา = ns
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ
152
ศึกษาคาสัมประสิทธิ์การใชน้ําของมันสําปะหลังพันธุกาวหนา/
พันธุรับรองของกรมวิชาการเกษตร
ชยันต ภักดีไทย34 เนติรัฐ ชุมสุวรรณ และวัลลีย อมรพล35
2
1
1
บทคัดยอ
ู
ิ
ิ
ิ
มันสําปะหลังมีความตองการน้ําเพื่อการเจริญเตบโตประมาณ 800-1,400 มลลเมตรตอฤดกาล การ
ี
ํ
่
กําหนดปริมาณน้าใหกับมนสาปะหลงตองคานึงถงปจจย 3 ประการคอ 1) ปริมาณน้าทพืชตองการทชวงเวลา
ั
ํ
ึ
ั
ํ
ี
่
ํ
ื
ั
ุ
ี
ํ
ิ
ตาง ๆ ตลอดอายพืช 2) ความสามารถในการอุมน้าของดนในเขตราก และ 3) ปริมาณของน้าทสามารถใหไดใน
ํ
่
์
ึ
ั
ํ
ิ
ี่
พื้นท จงไดทาการศกษาคาสมประสทธิการใชน้าของมนสําปะหลังพันธุกาวหนา/พันธุรับรองของกรมวิชาการ
ั
ึ
ํ
เกษตร เพือการบริหารจดการน้าอยางคมคาโดย วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block
ํ
ุ
ั
่
ื
ี
่
จํานวน 4 ซ้ํา 5 กรรมวิธี ไดแก 1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 2) ใหน้ํา 12.5 % ของความจุความช้นทเปน
ํ
ํ
ู
ประโยชนสงสด (AWC) 3) ใหน้า 25.0 % AWC 4) ใหน้า 37.5 % AWC 5)ใหน้า 50.0 % AWC ไมมีความ
ุ
ํ
ิ
ิ
ิ
่
ิ
ั
ู
ํ
แตกตางในทางสถตของความสง ผลผลต เปอรเซ็นตแปง ผลผลตแปงและดชนีเก็บเกียวจากการใหน้าท ี ่
ู
แตกตางกัน โดยกรรมวิธีใหน้ํา 37.5% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีแนวโนมใหความสง
ั
ิ
ํ
ิ
ุ
ผลผลต ผลผลตแปงมากทสด 286 เซนตเมตร 7,745 กก./ไร และ 2,118 กก./ไร ตามลาดบ กรรมวิธีใหน้า
ี
่
ิ
ํ
12.5% ของความจุความชื้นทเปนประโยชนสูงสด (AWC) มีแนวโนมเปอรเซ็นตแปงมากทสด 28.1% กรรมวิธี
ี่
ี่
ุ
ุ
ใหน้ํา 50% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีแนวโนมใหดัชนีเก็บเกี่ยวมากที่สุด 0.67
คําสําคัญ: มันสําปะหลัง คาสัมประสิทธิ์การใชน้ํา ความจุความชื้นที่เปนประโยชน
คํานํา
่
ี
ิ
ู
ํ
ั
ํ
ิ
ั
มนสาปะหลงมความตองการน้าเพือการเจริญเตบโตประมาณ 800-1,400 มลลเมตรตอฤดกาล โดย
ิ
่
ื
ุ
ั
ํ
ี
ู
Odubanjo et al. (2011) พบวา การใหน้าดวยระบบน้าหยด ใหผลผลตมนสาปะหลงสงสด เมอมการใชน้า
ํ
ํ
ั
ํ
ิ
ตลอดฤดปลก 1,491 มิลลิเมตร อยางไรก็ตาม การกําหนดปริมาณน้ําใหกับมันสําปะหลังตองคํานึงถึงปจจัย 3
ู
ู
ี
่
่
ื
ิ
ประการคอ 1) ปริมาณน้าทพืชตองการทชวงเวลาตาง ๆ ตลอดอายพืช 2) ความสามารถในการอุมน้าของดน
ํ
ํ
ุ
ี
่
ี
ในเขตราก และ 3) ปริมาณของน้ําทสามารถใหไดในพื้นที่ โดยปริมาณน้ําที่พืชตองการทชวงเวลาตางๆ ตลอด
ี่
อายุของพืชและความสามารถอุมน้ําของดินในเขตราก เปนขอมูลสําคัญเบื้องตนซึ่งจะตองนํามาใชหาความถใน
ี่
่
ี
การใหน้ําและปริมาณน้ําทจะตองใหแตละครั้งแตกตางกันตามชวงอายุของการเจริญเติบโต วิรัช (2554)
รายงานวาความชื้นในดินที่สัมพันธกับความสามารถในการใชน้ําของพืช หรือน้ําในดินที่พืชสามารถใชประโยชน
ตอการเจริญเตบโตได (Available water capacity, AWC) ซึ่งมีคาอยระหวางคา FC และ PWP แตถา
ิ
ู
ิ
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร
ิ
2 ศูนยวิจัยพืชไรระยอง สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
153
ํ
ู
ิ
ํ
ื
ความชนในดนลดลงไปเรือยๆ จะเกิดความลาบากในการดดน้าไปใชของพืช (water stress) พืชจะเริ่มเครียด
่
้
ิ
และสูญเสียผลผลต เมื่อความชื้นในดินลดลงประมาณ 50 % ของน้ําที่พืชใชประโยชนได (AWC) Permanent
ู
ี
ี
ํ
่
ํ
ุ
่
Wilting Point เปนจดทรากพืชไมสามารถทจะดดน้าจากดินไดจะทาใหพืชเกิดอาการแหงเหี่ยว เนื่องจากน้ําท ี่
ึ
ิ
ี่
ู
เครือบอนุภาคดนมแรงตงผวสงมากตองใชแรงดนถง 1,500 kPa เพื่อทจะนําน้ําออกจากเนื้อดิน การทดลองนี ้
ิ
ี
ึ
ั
ั
้
ั
่
ื
ี
่
จงไดกําหนดระดบความชนทแตกตางกันเพือใหไดระดบความชนทเหมาะสมกับการเจริญเตบโตของมน
้
ื
ั
ี
่
ึ
ิ
ี่
สําปะหลังและคาสัมประสิทธิ์การใชน้ําท ทําใหมันสําปะหลังใหผลผลิตสูงสุด
วิธีดําเนินการ
อุปกรณ
- พื้นที่ทดลอง 2 ไร (แปลงทดลอง จ.ขอนแกน)
- ทอนพันธุมันสําปะหลัง โดยใชพันธุมันสําปะหลังพันธุรับรองของกรมวิชาการเกษตร
- อุปกรณน้ําหยด ไดแก ทอน้ําหยดพีอี สายน้ําหยด หัวน้ําหยด ปมน้ํา
- ปุยเคมี ไดแก 46-0-0 0-46-0 0-0-60
- สารเคมีกําจัดวัชพืชตามชนิดของวัชพืชที่ระบาดในพื้นที ่
ิ
- อุปกรณวัดการเจริญเตบโต ไดแก Venire Caliper และไมวัดความสูง
- อุปกรณในการเก็บตวอยางดิน ไดแก กระบอกสแตนเลสเก็บตวอยางดนแบบไมรบกวนดน
ิ
ั
ิ
ั
ุ
ู
ั
(undisturbed core sampler) ชดตอกดนสแตนเลสทใชคกับกระบอกสแตนเลสเก็บตวอยางดน
ิ
ิ
ี
่
ทอเจาะดินสแตนเลสยาว 1 เมตร คอนทองแดง เปนตน
วิธีการ
วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block จานวน 4 ซ้ํา 5 กรรมวิธี ไดแก
ํ
1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน)
ี่
ุ
2) ใหน้ํา 12.5 % ของความจความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC)
ี่
ุ
3) ใหน้ํา 25.0 % ของความจความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC)
ี่
ุ
4) ใหน้ํา 37.5 % ของความจความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC)
5) ใหน้ํา 50.0 % ของความจความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC)
ุ
ี่
หมายเหต คํานวณปริมาณความชื้นดินที่ระดับความลึก 60 เซนติเมตร สําหรับวิธีการใหน้ํา ใชระบบ
ุ
น้าหยด เก็บตวอยางดนเพือคานวณความชนดนทเปนประโยชนตอพืชกอนใหน้ําตามกรรมวิธีทุก 7 วัน และม ี
่
้
ื
ิ
ํ
ํ
ี
่
ิ
ั
แปลงเปรียบเทียบซึ่งไมปลูกมันสําปะหลังและไมใหน้ํา
วิธีปฏิบัติการทดลอง
ุ
ื
ิ
ึ
ิ
ั
คดเลอกพืนททาการทดลองในชดดนวาริน วิเคราะหลกษณะหนาตดดน ไดแก ความลกของหนาตด
ั
ี
ั
่
ํ
้
ั
ิ
ํ
้
ิ
ิ
ั
ดน ความหนาของชนดน ความหนาแนนรวมของดน เนือดน และอัตราการแทรกซึมน้า ความเปนกรดเปนดาง
้
ิ
ี
ของดิน อินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสท่เปนประโยชน โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมท่แลกเปล่ยนได
ี
ี
รวบรวมขอมลภมอากาศจากกรมอุตนิยมวิทยา ในพืนททาการทดลองอยางนอย 20 ปยอนหลงเชน อุณหภม ิ
ู
่
ํ
ิ
ุ
้
ี
ู
ั
ู
154
สูงสุด-ต่ําสุด ปริมาณน้ําฝน และพิกัดที่ตั้งของสถานีอุตุนิยมวิทยา ปลูกมันสําปะหลังใหมีขนาดของแปลงยอย 8
่
ี
้
ี
x 8 เมตร ระยะปลก 1 x 1 เมตร ในแตละแปลงยอยม 8 แถว แตละแถวยาว 8 เมตร ใชพืนทเก็บเกียว 36
ู
่
ตารางเมตร (6 แถว แถวยาว 6 เมตร) ใชปุยเคมีตามคาวิเคราะหดิน วิธีการใหน้ําแบบหยด ในกรรมวิธีที่มีการ
ิ
ิ
ุ
ใหน้ํา เก็บตัวอยางดิน ภายในระดับความลึก 60 เซนตเมตร ตามความหนาของชนหนาดน ทก 7 วัน เพื่อนํามา
ั
้
วิเคราะหความชื้นของดินกอนการใหน้ํา
รายงานความกาวหนา
ั
มนสาปะหลงป 62/63 ปลูกปลายฝน ดาเนินการในแปลงทดลองภายในศนยวิจยพืชไรขอนแกน ชด
ั
ํ
ั
ู
ํ
ุ
N
ดินวาริน พิกัดแปลงทดลอง UTM 48 Q 267449 1823865 ดําเนินการการวิเคราะหดินกอนปลูก ผล
E
ิ
วิเคราะหดนกอนปลก พบวา ดนบนทระดบความลก 0-20 เซนตเมตร มคาความเปนกรด-ดาง เทากับ 5.5 มี
ิ
ี
ี
ู
่
ึ
ั
ิ
ุ
่
่
ี
ํ
ิ
ปริมาณอินทรียวัตถตา 0.55 เปอรเซ็นต ปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชนสง 77 มลลกรัมตอกิโลกรัม และ
ิ
ู
่
ี
ิ
ิ
โพแทสเซียมทแลกเปลยนได 75 มลลกรัมตอกิโลกรัม สวนดนลางทระดบความลก 20-50 เซนตเมตร มคา
ิ
่
ี
่
ั
ี
ิ
ี
ึ
ความเปนกรด-ดาง 5.9 มีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.35 เปอรเซ็นต ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนสูง 56 มิลลิกรัมตอ
ู
ั
ํ
ั
ิ
ิ
ู
กิโลกรัม และโพแทสเซียมทแลกเปลยนไดสง 71 มลลกรัมตอกิโลกรัม (Table 1) ทาการปลกมนสาปะหลง
ํ
ี
ี
่
่
ู
พันธุ CMR54-31-53 ขนาดของแปลงยอย 8 x 10 เมตร ระยะปลก 1 x 1 เมตร ในแตละแปลงยอยมี 10 แถว
แตละแถวยาว 8 เมตร ใชพืนที่เก็บเกี่ยว 36 ตารางเมตร (6 แถว แถวยาว 6 เมตร) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561
้
ิ
ํ
ตดตั้งระบบน้ําตามกรรมวิธีใหน้ําเพื่อชวยงอก 10 มิลลิเมตรจํานวน 4 ครั้ง ดาเนินการกําจัดวัชพืชดวย
วิธีกล เนื่องจากมีการใหน้ําทําใหวัชพืชงอกบริเวณที่มีการใหน้ําหยด
ํ
ื
การดาเนินงานในรอบ 6 เดอนปฏิบัติงานดแลรักษาแปลง กําจัดวัชพืช ปลอยแตนเบยนเพื่อปองกันการ
ี
ู
ั
ํ
ื
ํ
ุ
่
เขาลายของเพลยแปงมนสาปะหลง ไมพบการเกิดโรคและการเขาทาลายแมลงศตรูพืช ความสงทอาย 3 เดอน
ี
ู
ี
้
ั
ั
ื
พบวา กรรมวิธีท่ใหน้ํา 50.0% ของความจุความช้นท่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีความสูงมากทสุด 100
ี
ี
่
ี
เซนตเมตร แตกตางในทางสถิติกับความสงจากการใหน้าในกรรมวิธีอืน
ิ
่
ํ
ู
การดาเนินงานในรอบ 9 เดือนปฏิบัติงานดูแลรักษาแปลง กําจัดวัชพืช ไมพบการเกิดโรคและการเขา
ํ
ทําลายแมลงศตรูพืช ความสูงที่อายุ 6 เดือนพบวา กรรมวิธีที่ใหน้ํา 50.0% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชน
ั
สูงสุด (AWC) มีความสูงมากที่สุด 220 เซนติเมตร แตกตางในทางสถิติกับความสูงจากกรรมวิธีที่ไมใหน้ํา ความ
ุ
ํ
สงทอาย 9 เดอนไมพบความแตกตางในทางสถตของความสงจากการใหน้ากรรมวิธีท่แตกตางโดยการใหน้า
ู
ิ
ื
ี
ี
ํ
ู
่
ิ
ี
ื
ี
50.0% ของความจุความช้นท่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีแนวโนมใหความสูงมากท่สุด 221 เซนตเมตร
ิ
ดําเนินการเก็บเกี่ยววันที่ 18 ธันวาคม 2562 ผลผลิตมันสาปะหลังเมื่ออายุ 12 เดือนพบวา ไมมีความแตกตาง
ํ
ี
ิ
ั
่
่
ิ
ในทางสถิตของความสง ผลผลต เปอรเซ็นตแปง ผลผลตแปงและดชนีเก็บเกียวจากการใหน้าทแตกตางกัน โดย
ู
ิ
ํ
ี
กรรมวิธีใหน้ํา 37.5% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มแนวโนมใหความสูง ผลผลิต ผลผลิต
แปงมากทสด 286 เซนตเมตร 7,745 กก./ไร และ 2,118 กก./ไร ตามลําดับ กรรมวิธีใหน้ํา 12.5% ของความ
ี
ุ
ิ
่
ุ
จความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) มแนวโนมเปอรเซ็นตแปงมากทสด 28.1% กรรมวิธีใหน้า 50% ของ
ี
่
ุ
ี
ู
้
ื
ํ
ี
่
ุ
ความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีแนวโนมใหดัชนีเก็บเกี่ยวมากที่สุด 0.67 (Table 5)
155
่
ี
ั
ู
ิ
ํ
ู
ิ
ดาเนินการการวิเคราะหดนกอนปลกป 2563/2564 ผลวิเคราะหดนกอนปลก พบวา ดนบนทระดบ
ิ
่
ี
ุ
ิ
ความลึก 0-20 เซนตเมตร มคาความเปนกรด-ดาง เทากับ 5.8 มีปริมาณอินทรียวัตถตํา 0.65 เปอรเซ็นต
่
ี
ู
ปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชนสง 65 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได 80 มิลลิกรัม
ี
ตอกิโลกรัม สวนดินลางที่ระดับความลึก 20-50 เซนตเมตร มคาความเปนกรด-ดาง 6.1 มีปริมาณอินทรียวัตถ ุ
ิ
ู
่
ี
ู
0.55 เปอรเซ็นต ฟอสฟอรัสทเปนประโยชนสง 78 มลลกรัมตอกิโลกรัม และโพแทสเซียมทแลกเปลยนไดสง
่
่
ิ
ิ
ี
ี
ํ
ํ
ั
ิ
ิ
75 มลลกรัมตอกิโลกรัม (Table 6) ทาการปลกมนสาปะหลงพันธุ CMR54-31-53 ขนาดของแปลงยอย 8 x
ู
ั
่
ี
่
ี
้
ู
10 เมตร ระยะปลก 1 x 1 เมตร ในแตละแปลงยอยม 10 แถว แตละแถวยาว 8 เมตร ใชพืนทเก็บเกียว 36
ตารางเมตร (6 แถว แถวยาว 6 เมตร) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562
ตดตั้งระบบน้ําตามกรรมวิธีใหน้ําเพื่อชวยงอก 10 มิลลิเมตรจํานวน 4 ครั้ง ดาเนินการกําจัดวัชพืชดวย
ิ
ํ
วิธีกล เนื่องจากมีการใหน้ําทําใหวัชพืชงอกบริเวณที่มีการใหน้ําหยด
ิ
ื
ํ
ั
่
การดาเนินงานในรอบ 6 เดอนปฏิบัตงานดูแลรักษาแปลง กําจดวัชพืช ปลอยแตนเบียนเพือปองกัน
ั
ํ
้
ี
ุ
่
ํ
ู
ี
ั
ํ
ั
การเขาทาลายของเพลยแปงมนสาปะหลง ไมพบการเกิดโรคและการเขาทาลายแมลงศตรูพืช ความสงทอาย 3
เดือนพบวา กรรมวิธีที่ใหน้ํา 37.5% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีความสูงมากที่สุด 147
ิ
ู
ํ
เซนตเมตร แตกตางในทางสถิติกับความสงจากการใหน้าในกรรมวิธีอืน (Table 7)
่
การเจริญเติบโตเมื่อมันสําปะหลังอายุ 9 เดือนพบวาการใหน้ําในกรรมวิธีที่แตกตางกัน มันสําปะหลังมี
ความสูงไมแตกตางกันในทางสถิติ (Table 8)
ั
แปลงทดลองจงหวดระยอง
ั
ิ
ไดแผนงาน และเตรียมอุปกรณการทดลองบางรายการ และกอนเริมการทดลองเก็บตวอยางดนรวม
่
ั
ี
่
ึ
(Composite Sample) กอนปลูกทระดบความลก 0-20 เซนตเมตร และ 20-50 เซนตเมตร วิเคราะห
ิ
ิ
ั
E
N
คุณสมบัติทางเคมีและปริมาณธาตุอาหารในดิน พิกัดแปลง UTM 47P 732282 732282 ผลการวิเคราะห
ั
ิ
ิ
ี
ั
ี
ิ
ิ
ี
่
ู
ุ
ึ
คณสมบตทางเคมของดนกอนปลกทระดบความลก 0 - 20 เซนตเมตร มปฏกิริยาเปนกรดจด และ 20 - 50
ั
ู
เซนตเมตร ในดนทรายปนรวน ทศนยวิจยพืชไรระยอง มคาpH 4.4 และ pH 5.5 มปริมาณอินทรียวัตถ 0.82
ี
ิ
ิ
ุ
่
ี
ั
ี
ี
่
และ 0.67 % ปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชน 11 และ 10 มก./กก. ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได 12
ั
ั
ั
ี
ั
ํ
ู
ื
ํ
และ 11 มก./กก. ตามลาดบ โดยระดบวิกฤตของพีเอชมในการปลกมนสาปะหลงคอ 4.6 (CIAT, 1979)
ิ
ระดับวิกฤติของอินทรียวัตถุเทากับ 0.80 % ระดับวิกฤติฟอสฟอรัสท่เปนประโยชน และโพแทสเซียมท ี ่
ี
ั
ั
ั
ํ
ี
่
ิ
แลกเปลยนไดเทากับ 7 และ 30 มก./กก. ตามลาดบ ; โชต 2539) (Table 8) ลกษณะของดนภายในหนาตด
ิ
ิ
ดน พบวา ดนบนและดนลางมเนือดนเปนดนทรายปนรวนดนบน มปฏกิริยาเปนกรดจด มคาความหนาแนน
ี
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
ิ
้
ิ
ี
ั
ิ 3
รวมของดน เทากับ 1.52 กรัม/ซม. (Table 9)
วางแผนปลูกมันสําปะหลังพันธุ CMR 54-31-53 โดยใชระยะปลูก 1.0 x 1.0 เมตร ในแตละแปลงยอย
ี
้
่
มี 10 แถว แตละแถวยาว 15 เมตร ใชพืนทเก็บเกียว 36 ตารางเมตร (6 แถว แถวยาว 6 เมตร) วางแผนการ
่
ํ
ํ
ั
ํ
ํ
ํ
ทดลองแบบ RCB จานวน 4 ซ้า 5 กรรมวิธี ไดแก 1) ไมใหน้า (อาศยน้าฝน) 2) ใหน้า 12.5 % ของความจ ุ
ุ
ี่
ความชื้นที่เปนประโยชนสูงสด (AWC) 3) ใหน้ํา 25.0 % ของความจุความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC) 4)
ี่
ุ
ใหน้ํา 37.5 % ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสด (AWC) 5) ใหน้ํา 50.0 % ของความจุความชื้นทเปน
156
ํ
ู
ี่
ิ
ุ
ุ
ประโยชนสงสด (AWC) ใชปยเคมตามคาวิเคราะหดน วิธีการใหน้าแบบหยด ในกรรมวิธีทมีการใหน้ํา จากผล
ี
ิ
O -K O ตอไร ทําการปลูกมันสําปะหลังพันธุ
วิเคราะหดนใชปุยเคมีตามคาวิเคราะหดิน 16-4-16 กิโลกรัม N-P 2 5 2
ํ
ั
ี
CMR 54-31-53 เมื่อ 19 ธันวาคม 2561 และทาการวัดการเจริญเตบโตของมนสาปะหลงทอาย 3 เดอนหลง
่
ํ
ุ
ั
ิ
ั
ื
ปลูก เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 พบวา กรรมวิธีการไมใหน้ํา และใหน้ําทุกระดับความชื้น มีความสูงไมแตกตาง
ิ
กันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือมีความสูงเฉลี่ย 74 เซนตเมตร ทั้งนี้เนื่องจากยังไมไดเริ่มการใหน้ําตามกรรมวิธี
ู
ํ
ื
ํ
ื
้
ิ
ุ
ี
ุ
การเจริญเตบโตอาย 6 เดอนพบวากรรมวิธีการไมใหน้า และใหน้าทกระดบความชน มความสงไมแตกตางกัน
ั
่
ํ
ุ
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือมีความสูงเฉลี่ย 135 เซนตเมตร และทาการวัดความสงทอาย 9 เดอน พบวา การ
ี
ิ
ื
ู
ู
ุ
ั
ิ
ู
ํ
ั
ี
จดการน้าทกกรรมวิธีใหความสงไมแตกตางกันอยางมีนัยสาคญทางสถตเฉลยอยระหวาง 202 – 218
ํ
ิ
่
ี
เซนตเมตร (Table 10) และเก็บเกียวผลผลต เมอ 6 มกราคม 2563 มปริมาณฝนรวมระหวาง 19 ธันวาคม
่
ิ
ื
ิ
่
ํ
ั
2562 ถึง 6 มกราคม 2563 รวม 1,104.6 มลลเมตร พบวา การจดการน้าทกกรรมวิธ ใหผลผลตหวสด และ
ิ
ิ
ั
ิ
ุ
ผลผลิตแปง ไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถติ โดยใหผลผลิตหัวสดเฉล่ยอยูระหวาง 7,214 -7,642
ิ
ี
กิโลกรัมตอไร และผลผลิตแปงเฉลี่ยอยูระหวาง 2,054 – 2,284 กิโลกรัมตอไร แตแตกตางอยางมีนัยสําคญกับ
ั
การไมใหน้าทใหผลผลตหวสดเฉลยตาสด 5,529 กิโลกรัมตอไร และผลผลตแปงตาสด 1,604 กิโลกรัมตอไร
่
ํ
ุ
่
ี
ี
ุ
ิ
่
ํ
ิ
ํ
ั
่
การจัดการน้ําทุกกรรมวิธีใหความสูง เปอรเซ็นตแปง และดัชนีการเก็บเกี่ยวไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคญทาง
ั
ู
ี
สถิติ โดยมีความสูงเฉล่ยอยูระหวาง 254 – 264 เซนติเมตร เปอรเซ็นตแปงเฉล่ยอยระหวาง 27.8-29.9
ี
่
่
ี
ํ
ั
ู
เปอรเซ็นต และดชนีการเก็บเกียวเฉลยอยระหวาง 0.66- 0.71 (Table 11) อยางไรก็ตาม พบวา การใหน้าท ่ ี
ู
ู
ู
ิ
่
ใหผลผลตสงสด คอการใหน้าท 12.5 % ของความจความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) และการดดใชธาต ุ
ี
้
ื
ํ
ี
ุ
่
ุ
ื
ุ
ั
ํ
ี
ั
ํ
่
อาหารของมนสาปะหลง ทถกดดใชไปสะสมในสวนของตน ใบ เหงา และหวของมนสาปะหลง จากเก็บเกียว
ั
ั
่
ู
ู
ั
ี
่
ิ
ผลผลตทปลกในฤดฝนป 2561/2562 ในชดดนหวยโปง พบวา ปริมาณธาตอาหารไนโตรเจน ทถกดดใชไป
ิ
ู
ู
ู
ุ
ี
่
ู
ุ
ั
ู
ี
สะสมในสวนของใบ>หว>ตน>เหงา มการดดใชฟอสฟอรัสไปสะสมในสวนของหว>ตน>ใบ>เหงา และดดใช
ั
ู
โพแทสเซียมถูกไปสะสมในสวนของหัว>ตน>ใบ>เหงา โดยการปลูกมันสําปะหลังพันธุCMR54-31-53 ซึ่ง
ู
ู
ุ
ิ
ั
ี
ี
่
่
ไดผลผลตเฉลย 7,026 กก./ไร มการดดใชไนโตรเจนไปสะสมในสวนของใบ หว ตน ใบ และเหงาสงสดเฉลย
ี
ี
O /ไร หรือ 0.85 กก.
ั
ิ
ี
ู
่
23.48 กก.N/ไร หรือ 3.34 กก.N/ตนผลผลต มการดดใชฟอสฟอรัสเฉลย 5.95 กก.P 2 5
ั
ั
ี
ิ
่
ู
ั
ํ
P 2 O/ตนผลผลต และดดใชโพแทสเซียมเฉลย 16.65 กก.K O/ไร หรือ 2.37 กก.K O/ตน การไมใหน้า(อาศย
2
2
ํ
ี
่
ู
ื
ํ
้
น้าฝน) การใหน้า 12.5 % ของความจความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) การใหน้า 25.0 % ของความจ ุ
ํ
ุ
ุ
้
ื
ู
ความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) การใหน้า 37.5% ของความจความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC)
ุ
่
ี
่
ี
ู
ุ
ํ
้
ุ
ื
และการใหน้ํา 50.0 % ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) เพื่อใหไดผลผลิตเฉลี่ย 7,026 กก./ไร
ั
ู
ั
ํ
ั
ี
มการดดใชไนโตรเจนไปสะสมในสวนของตน ใบ เหงา และหวของมนสาปะหลงเฉลย 23.48 กก.N/ไร หรือ
่
ี
3.34 กก.N/ตนผลผลต เทากับ 50.95 % (Table 12-14) และทาการปลกมนสาปะหลงพันธุ CMR 54-31-53
ิ
ั
ู
ั
ั
ํ
ํ
ู
เมอ 16 มกราคม 2563 โดยใชระยะปลก 1.0 x 1.0 เมตร ในแตละแปลงยอยม 10 แถว แตละแถวยาว 15
่
ื
ี
ํ
ั
ํ
ํ
ํ
เมตร วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 4 ซ้า 5 กรรมวิธี ไดแก 1) ไมใหน้า (อาศยน้าฝน) 2) ใหน้า 12.5
ํ
ํ
ุ
ี
้
ุ
่
ื
้
ุ
% ของความจความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) 3) ใหน้า 25.0 % ของความจความชนทเปนประโยชน
ู
ื
ี
่
สูงสุด (AWC) 4) ใหน้ํา 37.5 % ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) 5)ใหน้ํา 50.0 % ของความ
157
ื
้
ี
ุ
ิ
ี่
ี
่
ํ
จความชนทเปนประโยชนสูงสุด (AWC) ใชปยเคมตามคาวิเคราะหดน ในกรรมวิธีทมีการใหน้ําใหน้าแบบหยด
ุ
ํ
ั
ื
ิ
ํ
ั
่
ุ
ี
ื
่
ี
่
ั
และทาการวัดการเจริญเตบโตของมนสาปะหลงทอาย 3 เดอนหลงปลก เมอวันท 24 เม.ย. 2563 พบวา มี
ู
่
ํ
ุ
ความสงแตกตางกันอยางมนัยสาคญยงทางสถต โดยกรรมวิธการไมใหน้าหยดและใหน้าหยดระดบตาสดหรือ
่
ั
ิ
ั
ู
ิ
ํ
ํ
ี
ํ
ิ
่
ี
ื
ี
ํ
การใหน้า 12.5 % ของความจุความช้นท่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีความสูงเฉล่ยตําสุดเทากันคือ 39
ิ
เซนตเมตรแตกตางกับการใหน้ํา 25.0 37.5 และ 50.0 % ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC)ที ่
มความสงเฉลย 46 48 และ 48 เซนตเมตร ตามลาดบ (Table 15) และทาการวัดการเจริญเตบโตทอาย 6
ิ
ู
ํ
ํ
ั
ี
ี
ุ
่
่
ิ
ี
ื
ํ
ั
เดอน พบวา การเจริญเตบโตทางความสงของมนสาปะหลงไมแตกตางกันอยางมนัยสาคญทางสถต โดยม ี
ั
ู
ิ
ิ
ั
ี
ํ
คาเฉลย 151 เซนตเมตร (Table 15) โดยในฤดปลก 2563/2564 มปริมาณฝนคอนขางมากและกระจายอยาง
ู
ี
ู
่
ิ
ี
สม่ําเสมอจึงยังไมมีการใหน้ําตามกรรมวิธี โดยมีปริมาณฝนรวมจนถึงอายุ 6 เดือน 823.2 มิลิเมตร (Figure 2)
Table 1 Characteristics of Warin series at Khon Kaen Province before planting Cassava in
2018/2019 Dry Season
4
2
1
3
Soil depth pH Organic Available P Exchangeable K Textural 5
(cm) (soil:water 1:1) matter (% ) (mg/kg) (mg/kg) Class
48Q 267449 1823865
N
E
0-20 5.5 0.55 77 75 Sand
20-50 5.9 0.35 56 71 Sand
2
1 Peech (1965) Walkley and Black (1934) Bray and Kurtz (1945)
3
5
4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method
Table 2 Height of CMR54-31-53 at 3 months after planting on Warin series at Khon Kaen
Province in 2018/2019 Dry Season
Treatment Height (cm)
No Water 45 b
12.5 % AWC 58 ab
25.0 % AWC 65 a
37.5 % AWC 61 a
50.0 % AWC 70 a
F-Test = * CV (%) = 11
158
Table 3 Height of CMR54-31-53 at 6 months after planting on Warin series at Khon Kaen
Province in 2018/2019 Rainy Season
Treatment Height (cm)
No Water 125 b
12.5 % AWC 183 ab
25.0 % AWC 201 a
37.5 % AWC 210 a
50.0 % AWC 220 a
F-Test = * CV (%) = 14.3
Table 4 Height of CMR54-31-53 at 9 months after planting on Warin series at Khon Kaen
Province in 2018/2019 Dry Season
Treatment Height (cm)
No Water 198
12.5 % AWC 195
25.0 % AWC 205
37.5 % AWC 211
50.0 % AWC 225
F-Test = ns CV (%) = 23.17
Table 5 Yield and yield Companent of CMR54-31-53 at 12 months after planting on Warin
series at Khon Kaen Province in 2018/2019 Dry Season
Treatment Height Yield % Starch Starch yield HI
(cm) (Kg/rai) (%) (Kg/rai)
No Water 248 5,000 23.3 1,160 0.63
12.5 % AWC 234 6,078 28.1 1,712 0.65
25.0 % AWC 270 5,939 26.9 1,602 0.62
37.5 % AWC 286 7,745 27.5 2,118 0.65
50.0 % AWC 261 6,789 26.3 1,774 0.67
Average 260 6,310 26 1,673 0.64
CV (%) 16.7 30.7 23.4 7.2 26.3
159
Table 6 Characteristics of Warin series at Khon Kaen Province before planting Cassava in
2019/2020 Dry Season
3
4
Soil depth pH Organic Available P Exchangeable K Textural 5
2
1
(cm) (soil:water 1:1) matter (% ) (mg/kg) (mg/kg) Class
48Q 267449 1823865
N
E
0-20 5.8 0.65 65 80 Sand
20-50 6.1 0.55 78 75 Sand
3
2
1 Peech (1965) Walkley and Black (1934) Bray and Kurtz (1945)
5
4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method
Table 7 Height of CMR54-31-53 at 6 months after planting on Warin series at Khon Kaen
Province in 2019/2020 Dry Season
Treatment Height (cm)
No Water 116 c
12.5 % AWC 132 ab
25.0 % AWC 131 b
37.5 % AWC 147 a
50.0 % AWC 136 ab
F-Test = * CV (%) = 7.37
** : Significant at 5,1 % level of probability
Means followed by the same letter within a column are not significantly different at 5 %
level of probability using Duncan Multiple Range Test (DMRT)
Table 8 Height of CMR54-31-53 at 9 months after planting on Warin series at Khon Kaen
Province in 2019/2020 Dry Season
Treatment Height (cm)
No Water 187
12.5 % AWC 191
25.0 % AWC 200
37.5 % AWC 214
50.0 % AWC 200
F-Test = ns CV (%) = 4.25
** : Significant at 5,1 % level of probability
Means followed by the same letter within a column are not significantly different at 5 %
level of probability using Duncan Multiple Range Test (DMRT)
160
Table 9 Characteristics of Huai pong series at Rayong Province before planting Cassava in
2018/2019
3
1
4
Soil pH Organic Available P Exchangeable K Textural 5
2
depth (soil: water 1:1) matter (mg/kg) (mg/kg) class
(cm) (% )
0-20 4.4 0.82 11 12 Loamy Sand
20-50 5.5 0.67 10 10 Sandy Clay loam
1 Peech (1965) soil : water = 1:1 2 Walkley and Black (1965)
3 Bray and Kurtz (1945) 4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method
5
Table 10 Soil profile on of Huai pong series at Rayong Province in rainy season
2018/2019
1
2
Depth (cm) pH OM Avai.P Exch.K Texture Bulk density
4
5
3
3
% (mg/kg) mg/kg) (g/cm )
(
0-20 4.5 1.07 11 18 Loam Sand 1.52
20-42 4.6 0.69 3 8 Sandy Clay loam 1.65
42-68 4.8 0.59 3 8 Sandy Clay loam 1.64
68-112 5.2 0.41 3 10 Sandy Clay loam 1.67
11-154+ 5.6 0.41 3 14 Sandy Clay loam 1.82
1 Peech (1965) Walkley and Black (1934) Bray and Kurtz (1945)
3
2
5
4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method
Source : Laboratory of Khon Kaen Field Crop Research Center
Table 11 Height of CMR 54-31-53 at 3 6 9 and 12 months after planting on Huai pong Series
in Rayong Province in 2018/2019
Treatment 3 month (cm) 6 month 9 month 12 month
No Water 73 125 202 255
12.5 % AWC 73 139 216 265
25.0 % AWC 76 135 213 254
37.5 % AWC 74 141 218 265
50.0 % AWC 75 136 215 264
Average 74 135 213 260
CV (%) 5.0 5.75 6.4 5.5
161
Table 12 Yield and yield Components of CMR 54-31-53 at 12 months after planting on Huai
pong Series in Rayong Province in 2018/2019
Height Yield % Starch Starch yield HI
Treatment
(cm) (Kg/rai) (%) (Kg/rai)
No Water 255 5,529 b 29.1 1,604 b 0.71
12.5 % AWC 265 7,378 a 27.8 2,054 a 0.66
25.0 % AWC 254 7,364 a 28.7 2,113 a 0.68
37.5 % AWC 265 7,642 a 29.9 2,284 a 0.68
50.0 % AWC 264 7,214 a 28.9 2,085 a 0.66
Average 260 7,026 28.9 2,028 0.68
CV (%) 5.5 8.1 6.0 10.2 5.5
Table 13 N uptake (KgN/rai) of CMR 54-31-53 at 12 months on Huai pong Series in Rayong
Province in 2018/2019
Treatment Leaves Stem Stalk Root Total Uptake/rai
No Water 8.47 4.48 1.94 7.32 22.22
12.5 % AWC 9.03 4.83 1.93 7.78 23.57
25.0 % AWC 7.75 4.77 2.34 8.23 23.10
37.5 % AWC 9.59 4.49 2.23 7.68 23.98
50.0 % AWC 10.48 4.88 2.06 7.11 24.54
Average 9.06 4.69 2.10 7.63
Table 14 P uptake (KgP/rai) of CMR 54-31-53 at 12 months on Huai pong Series in Rayong
Province in 2018/2019
Treatment Leaves Stem Stalk Root Total Uptake/rai
No Water 0.63 0.81 0.35 3.33 5.12
12.5 % AWC 0.73 1.04 0.47 3.92 6.16
25.0 % AWC 0.61 0.93 0.46 3.87 5.86
37.5 % AWC 0.75 1.12 0.47 4.09 6.43
50.0 % AWC 0.85 0.97 0.45 3.93 6.21
Average 0.71 0.97 0.44 3.83
162
Table 15 K uptake (KgK/rai) of CMR 54-31-53 at 12 months on Huai pong Series in Rayong
Province in 2018/2019
Treatment Leaves Stem Stalk Root Total Uptake/rai
No Water 1.96 2.58 1.38 9.48 15.39
12.5 % AWC 1.96 2.43 1.51 9.92 15.82
25.0 % AWC 1.85 2.02 1.25 9.94 15.06
37.5 % AWC 2.30 2.83 1.77 12.21 19.12
50.0 % AWC 2.63 2.42 1.50 11.30 17.84
Average 2.14 2.45 1.48 10.57
Table 16 Height of CMR 54-31-53 at 3 and 6 months after planting on Huai pong Series in
Rayong Province in 2019/2020
Treatment 3 months (cm) 6 months (cm)
No Water 39 b 147
12.5 % AWC 39 b 152
25.0 % AWC 46 a 155
37.5 % AWC 48 a 146
50.0 % AWC 48 a 154
Average 44 151
CV (%) 4.9 5.2
** : Significant at 5,1 % level of probability
Means followed by the same letter within a column are not significantly different at 5 %
level of probability using Duncan Multiple Range Test (DMRT)
163
T-max T-min rain mm.
40 100
80
30
60
20
ºC 40
10
20
0 0
Figure 1 daily rainfall (mm.) in 2018/2019 19 December 2018 - 6 January 2020)
th
th
1,104.6 mm.
Source : Meteorological Station. Agriculture Rayong Province
T-max T-min rain
mm.
40 80
35 70
30 60
25 50
20 40
ºC
15 30
10 20
5 10
0 0
Figure 2 daily rainfall (mm.) in 2019/2020 24 April 2018 – 30 June 2020)
th
th
823.2 mm.
Source : Meteorological Station. Agriculture Rayong Province
164
เอกสารอางอิง
Bray, R.H. and L.T. Kurtz. 1945. Determination of total organic and available forms of phosphorus in soils.
Soil Sci. 59: 39-45.
Page, A.L., R.H. Miller and D.R. Keey. 1982. Methods of soil analysis part 2 : chemical and microbiological
propertics second edition Agronomy No. 9 ASA, SSSA. Madison, Wisconsin, USA. 1159 p.
Peech,M. 1965. Soil pH by glass electrode pH meter, pp. 914-925. In C.A. Black, D.D.Evans, R.L. White,
L.E.Ensminger, F.E. Clark and R.C. Dinsuer (eds). Method of Soil Analysis Part 2 : Physical and
microbiological Propertics, Including Statistics of Measurement and Sampling American Society of
Agronomy Inc., Pubisher Madison,USA.
Schollenberger, C.L. and R.H. Simon. 1945. Determination of exchange capacity and exchangeable bases in
soil-ammonium acetate method. Soil Sci. 59:13-24.
Walkley, A. and C.A. Black. 1934. An examination of Degtjareff method for determining soil organic matter
and a proposed modification of the chromic acid titration method. Soil Sci. 37: 29-37.
165
การปรับปรุงพันธุมันสําปะหลังเพื่อบริโภค : การเปรียบเทียบมาตรฐาน (ลูกผสมป 2560)
1*
ู
1
ิ์
1
รวีวรรณ เชื้อกิตติศักด36 ทนุธรรม บุญฉิม นารีรัตน เณรอย สุมณฑา นนทะนํา
1
กุสุมา รอดแผวพาล37 ศฐาคุปต เค็น นากาชิมา สุวลักษณ อะมะวัลย และอดิศักดิ์ สายนภา
2
2
2
2
บทคัดยอ
ั
การเปรียบเทียบมาตรฐานพันธุมนสําปะหลังเพื่อบริโภค ลูกผสมชุดป 2560 จํานวน 12 สายพันธุ
ไดแก CMRE60-03-2 CMRE60-03-13 CMRE60-06-41 CMRE60-06-44 CMRE60-01-02 CMRE60-01-66
CMRE60-01-78 CMRE60-01-90 CMRE60-02-10 CMRE60-02-12 CMRE60-02-61 CMRE60-03-09
่
ี
รวมกับพันธุตรวจสอบพันธุหานาที และระยอง 2 ปลูกมันสําปะหลังเพือบริโภควันท่ 8 มิถุนายน 2563
ตรวจเช็คความงอกเมื่ออายุ 1 เดือน พบวา มันสําปะหลังมีอัตราการรอดนอยมาก เหลือตนที่รอดตายเพียงรอย
ุ
ละ 10 จึงไมสามารถประเมินศักยภาพการใหผลผลิตของมันสําปะหลังเพื่อบริโภคลูกผสมชดป 2560 ได
ี
ี
เนื่องจากมจํานวตนท่รอดนอย และดูแลรักษาแปลงทดลองไว เพื่อเก็บรักษาทอนพันธุเพื่อใชในการ
เปรียบเทียบทองถิ่นตอไป
คํานํา
มันสําปะหลังท่ปลูกในแหลงปลูกท่วโลกและในประเทศไทย แบงเปน 2 ชนิด คือ 1. ชนิดหวาน
ั
ี
(Sweet type) เปนมันสําปะหลังที่มีปริมาณไซยาไนดต่ํา ไมมีรสขมใชเพื่อการบริโภคของมนุษย เชน นําไปนึ่ง
้
ื
เช่อม หรือทอด มันสําปะหลังชนิดนี้มีท้งชนิดเนื้อรวนนุมและชนิดเนือเหนียวแนน เชน พันธุหานาที และ
ั
ระยอง2 เปนตน 2. ชนิดขม (Bitter type) เปนมันสําปะหลังที่มีปริมาณไซยาไนดสูง เปนพิษตอรางกาย และมี
รสขมไมเหมาะสําหรับการบริโภคของมนุษยหรือใชหัวมันสดเลี้ยงสัตวโดยตรง ตองนําไปแปรรูปเปนมันอัดเม็ด
หรือมันเสนแลวจึงนําไปเลี้ยงสัตวได แตเนื่องจากมีปริมาณแปงสูง จึงนิยมใชในอุตสาหกรรมแปรรูปตางๆ เชน
้
็
ั
ั
แปงมน มนเสน มนอัดเมด และแอลกอฮอล นอกจากนีการแปรรูปเปนอาหารโดยใชความรอน เชน ตากแดด
ั
เผาและตม ก็จะทําใหไซยาไนดแตกตัวหมดไป สามารถทําใหรสขมลดลงหรือหมดไป เชน พันธุระยอง 5
ั
ั
ี
ู
ํ
ระยอง 7 ระยอง 9 ระยอง 11 และระยอง 86-13 เปนตน แตในประเทศไทยมการปลกมนสาปะหลงชนิดขม
ํ
เพื่อใชในอุตสาหกรรมมากกวาชนิดหวาน เนืองจากการปลกมนสาปะหลงชนิดหวานมตลาดจากัด สวนใหญจะ
ั
ี
ํ
่
ั
ู
ํ
ิ
่
่
่
ปลกตามครัวเรือนหรือตามรองสวนเพือบริโภคเองภายในครัวเรือนหรือเพือจาหนายในทองถนในปริมาณไม
ู
มากนัก มันสําปะหลังมีคุณคาทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะอยางยิ่ง คารโบไฮเดรต น้ําตาล โปรตีน วิตามินและ
แรธาตุที่สําคัญ เหมาะสําหรับการบริโภค
มันสําปะหลังพันธุหานาทีเปนพันธุพื้นเมืองที่มีปลูกมานานใน ประเทศไทย เนื้อรวนซุย เหมาะสําหรับ
ู
ั
ื
่
บริโภคในรูปมนนึงหรือมนเชอม หรือมนเผา ผลผลตตา 1,500-2,000 กิโลกรัมตอไร ถาปลกในสภาพไรควร
ั
่
ํ
ั
ิ
่
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 ศูนยวิจัยพืชไรระยอง สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดระยอง
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
166
ี
้
้
เก็บเกียวเมออายประมาณ 6-8 เดอน หากเกินกวานันเนือจะมเสยนมากไมเหมาะจะนํามาบริโภค แตถาปลก
ี
่
ุ
ื
่
ื
้
ู
้
ั
้
ิ
ั
ี
ั
ั
ํ
้
ี
ี
ึ
ในสภาพสวนเนือจะไมเปนเสยน ถงแมวามนสาปะหลงพันธุหานาทจะมรสชาตและเนือสมผสทเหมาะสําหรับ
ี
่
การบริโภค แตมีขอดอยคือใหผลผลตตา ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพื่อปรับปรุงพันธุมันสําปะหลังใหได
ิ
่ํ
พันธุที่มีคุณสมบัติเหมาะตอการบริโภค และใหผลผลิตสูงกวาพันธุหานาที
การทดลองเปรียบเทียบมาตรฐาน เปนขั้นตอนที่ดาเนินการตอจากการทดลองเปรียบเทียบเบื้องตน โดย
ํ
นําพันธุมันสําปะหลังที่ผานการคัดเลือกในขั้นเปรียบเทียบเบื้องตน (ลูกผสมป 2560) จานวน 12 สายพันธุ มา
ํ
ปลูกทดลองในสภาพแวดลอมตางๆ และคดเลือกเขาสูการประเมินผลผลิตการเปรียบเทียบในทองถิ่นตอไป
ั
วิธีดําเนินการ
สิ่งที่ใชในการทดลอง
่
ั
ี
ี
ื
้
ู
1. สายพันธมนสาปะหลงทผานการเปรียบเทยบเบองตนประมาณ 12 สายพันธุ (ลกผสมป 2560)
ํ
ั
ไดแก CMRE60-03-2 CMRE60-03-13 CMRE60-06-41 CMRE60-06-44 CMRE60-01-02 CMRE60-01-66
CMRE60-01-78 CMRE60-01-90 CMRE60-02-10 CMRE60-02-12 CMRE60-02-61 CMRE60-03-09
2. มันสําปะหลังพันธุตรวจสอบ 2 พันธุ ไดแก พันธุหานาที และระยอง 2
่
3. เครืองวัดเปอรเซ็นตแปง แบบ Reimann Balance
4. ปุยเคมีเกรด 46-0-0 18-46-0 และ 0-0-60
5. สารเคมีปองกันกําจัดวัชพืช โรค และแมลง
6. อุปกรณสําหรับนึ่งหัวมัน
ี
7. อุปกรณและสารเคมตรวจวัดปริมาณไซยาไนด
แบบและวธีการทดลอง
ิ
ํ
แผนการทดลอง : วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 3 ซ้า
ํ
กรรมวิธี : พันธุมันสําปะหลังที่ผานการคัดเลือกจากขั้นตอนการเปรียบเทียบเบื้องตนประมาณ 12 สาย
พันธุ ไดแก CMRE60-03-2 CMRE60-03-13 CMRE60-06-41 CMRE60-06-44 CMRE60-01-02 CMRE60-
01-66 CMRE60-01-78 CMRE60-01-90 CMRE60-02-10 CMRE60-02-12 CMRE60-02-61 CMRE60-03-
09 และพันธุมาตรฐาน 2 พันธุ ไดแก พันธุหานาทีและระยอง 2
วิธีปฏิบัติการทดลอง
ี
ื
ั
ี
่
ั
ปลกสายพันธุมนสาปะหลงทคดเลอกไดและพันธุเปรียบเทยบ ใชขนาดแปลงทดลองยอย 5x8 เมตร
ั
ู
ํ
ิ
ิ
ู
ู
ใชระยะปลกระหวางแถว 100 เซนตเมตร ระยะปลกระหวางตน 80 เซนตเมตร ปลก 5 แถว ๆ ละ 10 ตน ตัด
ู
ี
่
ทอนพันธุทความยาว 20 เซนตเมตร ปกทอนพันธุลกประมาณ 1 ใน 3 สวนของความยาวทอนพันธุ สาหรับ
ึ
ิ
ํ
การใสปุยจะใสปุยเคมีสูตร 18-46-0 และ 0-0-60 ตามคาวิเคราะหดน ในสวนของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม
ิ
ใสในชวง 1 เดือนหลังปลูก สวนปริมาณปุยยูเรีย (46-0-0) ตามการคํานวณที่เหลือนั้นจะใสในชวง 3 เดือนหลง
ั
ปลก โดยใส 2 ขางลาตนบริเวณชายพุมใบแลวพรวนดนกลบ กําจดวัชพืชโดยใชแรงงานคน และใชสารกําจด
ั
ิ
ํ
ั
ู
ํ
วัชพืชตามความจําเปน ดูแลรักษาทางดานแมลงศตรูและดานโรคมันสาปะหลังตามคําแนะนําของกรมวิชาการ
ั
167
่
้
่
ี
ิ
่
่
ี
่
้
เกษตร เก็บเกียวผลผลตในพืนทเก็บเกียว 3x6.4 เมตร โดยเก็บเกียวในพืนท 3 แถวกลางและเวนแถวริม
โดยรอบ เมื่อมันสําปะหลังอายุ 10 เดือน
การบันทึกขอมูล
ั
วันปฏิบัติการตางๆ พิกัดแปลง ขอมูลอุตุนิยมวิทยา ผลการวิเคราะหดินกอนปลูก อัตราการอยูรอดหลง
ปลูก การเจริญเติบโต ความสูงทรงตน จํานวนตนเก็บเกี่ยว จํานวนหัวสด น้ําหนักสดของใบ+ลําตน+เหงา
ี
ํ
ั
่
่
ํ
น้าหนักหวสดตอพืนทเก็บเกียว ปริมาณแปงในหวสด การเขาทาลายของโรคและแมลงทสาคญ ลกษณะหวทง
ี
้
่
ั
ํ
ั
ั
ั
้
ั
ั
้
ี
ั
ปริมาณ รูปทรง และ การกระจายตวของหว สเนือ ปริมาณไซยาไนด วัดความหวาน ดวยเครื่องมือ hand
่
ู
ั
ั
ิ
ี
้
ั
ั
ั
refractometer ลกษณะเนื้อสมผส ส และรสชาต ของเนือมนหลงนึงและทอด วิเคราะหขอมลโดยการ
ี
่
ี
วิเคราะหความแปรปรวน (analysis of variance) เปรียบเทยบความแตกตางของคาเฉลยใช Fisher’s Least
Significant Difference (LSD)
ิ
ผลและวจารณผลการทดลอง
ปลูกมันสําปะหลังเพื่อบริโภควันที่ 8 มิถุนายน 2563 ตรวจเช็คความงอกเมื่ออายุ 1 เดือน พบวา มัน
ี
่
ี
ั
สาปะหลงมอัตราการรอดนอยมาก โดยมความงอกเฉลยเพียงรอยละ 27 ม 3 สายพันธุทมความงอกมากกวา
ี
ี
ี
ํ
่
ี
ี
ครึ่ง ไดแก CMRE60-03-09 CMRE60-03-2 และ CMRE60-03-13 โดยมความงอกรอยละ 66 61 และ 53
ํ
ุ
ั
ํ
ั
ั
่
ื
ื
ั
่
้
่
ื
ํ
ตามลาดบ และเมอทาการวัดอัตราการรอดอีกครัง เมอมนสาปะหลงอายได 2 เดอน ซึงแปลงมนสาปะหลง
ํ
ั
้
ึ
่
ประสบกับสภาวะแหงแลงทาใหตนมนสาปะหลงตายเพิมขน เหลอตนรอดตายลดลงจากรอยละ 27 เปนรอย
ํ
ื
ั
ั
ํ
ั
่
ํ
่
ละ 10 (ตารางท 1) ไดแจงหวหนาการทดลองเพือขอยกเลกแปลง แตเพือเปนการรักษาตนพันธุสาหรับใชใน
่
ี
ิ
การทดลองขึ้นตอไปจึงดูแลรักษาแปลงไว และเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเฉพาะตนที่เหลือวันที่ 16 พฤษภาคม 2564
(11 เดือน) ผลปรากฏวา มี 8 สายพันธที่ใหผลผลตสูงกวาพันธุหานาที และระยอง 2 สายพันธ CMRE60-03-
ิ
ุ
2 ใหผลผลตสงสด 3.51 ตนตอไร รองลงมาไดแก CMRE60-03-09 CMRE60-02-12 CMRE60-01-66
ู
ิ
ั
่
ี
CMRE60-01-09 CMRE60-06-41 CMRE60-03-13 และ CMRE60-01-02 ทใหผลผลตเทากับ 2.82 2.77
ิ
้
ี
ํ
่
ึ
ั
ํ
2.30 1.82 1.61 1.40 และ 1.40 ตามลาดบ ทงนีอาจจะเปนเพราะมจานวนตนเก็บเกียวมากกวา จงไมสามารถ
ั
้
ี
ิ
ั
่
ู
่
ี
ี
ิ
ประเมนผลผลตตามศกยภาพทแทจริงของพันธุได สวนปริมาณแปง ม 3 สายพันธุทใหแปงสงกวาพันธุ
ู
ตรวจสอบ ไดแก CMRE60-03-09 และ CMRE60-06-41 สวนดัชนีเก็บเกี่ยว มี 2 สายพันธุที่มีดัชนีเก็บเกี่ยวสง
กวาพันธุตรวจสอบ ไดแก CMRE60-02-61 และ CMRE60-01-90 สายพันธุ CMRE60-01-78 เปนพันธุท ี่
เจริญเติบโตทางดานลาตนนอยท่สด มีความยาวลํา 118 เซนติเมตร ไมแตกตางจากพันธุระยอง 2 สวน
ุ
ี
ํ
CMRE60-03-13 มีการเจริญเติบโตทางดานลําตนสูงสุด โดยมีความยาวลํา 261 เซนติเมตร รองลมาไดแก
่
ี
CMRE60-03-2 CMRE60-06-44 CMRE60-03-09 หานาท และ CMRE60-01-09 (ตารางท 1)
ี
ุ
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
ั
ิ
ุ
่
ู
ไมสามารถประเมนศกยภาพการใหผลผลตของมนสาปะหลงเพือบริโภคลกผสมชดป 2560 ได
ั
ิ
ั
ํ
เนื่องจากมีจํานวตนที่รอดนอย ไดดูแลรักษาแปลงทดลองไว เพื่อเก็บรักษาทอนพันธุเพื่อใชในการเปรียบเทยบ
ี
ทองถิ่นตอไป
168
ิ
ตารางที่ 1 ผลผลต องคประกอบผลผลิต และดัชนีเก็บเกี่ยวของมันสําปะหลังเพื่อบริโภค 14 พันธุ/สายพันธุใน
ี
ุ
การเปรียบเทยบมาตรฐานลูกผสมชดป 2560
ทศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2563/64
ี่
% ความ % ตน
งอก รอด ผลผลิต ปริมาณแปง จํานวนหลุม จํานวนหัว ดัชนีเก็บ ความยาวลํา
พันธุ/สายพันธ ุ
(อายุ 1 (อายุ 2 (ตัน/ไร) (%) เก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยว เกี่ยว (ซม.)
เดือน) เดือน)
CMRE60-03-2 61 34 3.51 17.8 833 7,771 0.55 233
CMRE60-03-13 53 11 1.40 11.6 250 1,854 0.62 261
CMRE60-06-41 25 15 1.61 21.8 458 3,208 0.56 179
CMRE60-06-44 24 10 1.19 18.0 354 2,896 0.61 233
CMRE60-01-02 35 7 1.40 19.2 188 1,708 0.62 169
CMRE60-01-66 31 13 2.30 14.4 264 3,111 0.69 164
CMRE60-01-78 12 1 0.15 9.8 42 458 0.41 118
CMRE60-01-90 20 9 1.82 17.0 236 2,458 0.65 206
CMRE60-02-10 8 0 1.16 24.0 83 2,375 0.60 188
CMRE60-02-12 26 16 2.77 18.0 354 5,021 0.55 150
CMRE60-02-61 9 2 0.64 19.7 167 1,500 0.68 168
CMRE60-03-09 66 18 2.82 23.4 375 5,222 0.53 229
หานาที 11 8 1.27 15.0 139 1,764 0.51 214
ระยอง 2 1 1 0.49 19.8 42 458 0.63 156
เฉลี่ย 27 10 1.61 17.8 270 2,843 0.59 190
169
การศึกษาศักยภาพในการสรางรากสะสมอาหารในสภาพเนื้อเยื่อ
ื้
ของเชอพันธุมันสําปะหลังที่รวบรวมไว
Investigation of storage root formations in in vitro cultures of different
cassava varieties in the germplasm collection
1
1
1
1
ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล38 วีรกรณ แสงไสย วสันต สิงคคํา สินีนารถ พลธิราช ศรัญญา จิตไทย
1
3
2
จิณณจาร หาญเศรษฐสุข39 ประพิศ วองเทียม40 และสุวลักษณ อะมะวัลย
2
รายงานความกาวหนา
ํ
ํ
ั
ื
ี
่
้
ผลการดาเนินงานในป 2563-2564 ไดมการเก็บตวอยางเชอพันธุกรรมเพิมจาก ศวร.ระยอง จานวน
180 หมายเลข มีทั้งกลุมพันธุเดิมที่ซอมการทดลองเดิม และพันธุใหม ทําการเพาะขยาย และปลูกในถุง รอการ
เจริญเตบโตเพือตดเพาะขยายในเนือเยอ มีตัวอยางที่ยังคงเหลือในกระถางขณะนี้มีจํานวน 146 หมายเลข และ
ั
่
ื
่
้
ิ
ิ
่
ํ
ู
่
ั
้
ํ
เพาะเลยงเนือเยอเพือขยายตนแลวจานวน 20 หมายเลข มตวอยางททาการศกษาขอมลการเจริญเตบโตใน
้
ี
ึ
่
ี
ื
ี
้
ํ
ึ
ํ
ี
ํ
ํ
ํ
ู
ู
อาหาร 2 สตร แลวจานวน 85 หมายเลข ในจานวนนีมการทาซ้าขอมลจานวน 10 หมายเลข ผลจากการศกษา
เปอรเซ็นตแปงพบวาบางพันธุมเปอรเซ็นตแปงทตาผดปกต โดยพบทประมาณ 4-10 เปอรเซ็นต จากการ
่
ี
่
ิ
่
ิ
ี
ํ
ี
ํ
่
ั
่
ั
ตรวจสอบสาเหตพบวาชวงเวลาทเก็บตวอยางเพือวิเคราะหชาเกินไป ทาใหหวบางสวนไดพัฒนาไปเปนราก ทา
ํ
ี
ุ
่
ั
ี
ใหไดคาแปงตํากวาท่ควรเปน จากการวิเคราะหภาพพัฒนาการในการสรางหวท 4, 6, 9 และ 12 สปดาห
ั
ี
่
่
ั
พบวาหลายตัวอยางมีการสรางหัวเร็วที่ 4 -6 สัปดาห ที่ 9-12 สปดาห หวเกือบทงหมดเปลยนเปนราก โดยการ
ี
ั
ั
้
เก็บตัวอยางเพื่อวิเคราะหจะกําหนดที่ 9 และ 12 สัปดาห จึงทําใหไมสามารถวัดแปงได ทั้งนี้คาแปงโดยปกติม ี
คาโดยเฉลี่ยประมาณ 15-30 เปอรเซ็นต วิเคราะหดวยวิธี Enzymatic method การปนเปอนเชอราในอาหาร
ื
้
เปนปญหาทําใหไดขอมูลไมครบถวนและตองทําการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพิ่มเพื่อทดลองซอมในสวนที่ขอมูลขาด
คํานํา
ั้
ํ
กรมวิชาการเกษตรมีการรวบรวมพันธุมันสาปะหลงทงพันธุพื้นเมืองและพันธุตางๆ ประเทศกวา 800
ั
ํ
พันธุ โดยรวบรวมไวทศนยวิจยพืชไรระยอง มการศกษาลกษณะประจาพันธุในสภาพแปลงทดลองแลวจานวน
ั
ึ
ํ
ี
่
ี
ู
ั
ํ
ั
ี
่
้
ั
ู
ิ
่
ิ
หนึง ซึงบางลกษณะทสาคญทางการเกษตร เชน ผลผลต อาจแปรปรวน แตกตางไปจากแหลงปลกดงเดม
ั
่
ั้
ั
ั
เนืองจากไดรับอิทธิพลจากสภาพแวดลอม บดบงลกษณะลกษณะทางพันธุกรรมทแทจริงไป ทงนี้สงผลตอการ
่
ี่
ั
ุ
ื
คดเลอกพอแมพันธุในงานปรับปรุงพันธุมนสาปะหลง การศกษาในสภาพแวดลอมทควบคมได จงนาจะเปน
ึ
ั
ํ
ั
ั
ึ
ี
่
่
ี
่
แนวทางในการตรวจสอบลกษณะทางพันธุกรรมทแทจริง การทดสอบในสภาพเนือเยอจงเปนแนวทางหนึงใน
ั
ึ
ื
้
่
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 ศูนยวิจัยพืชไรระยอง สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอโปงแรด จังหวัดระยอง
3 สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน จตุจักร กรุงเทพมหานคร
170
ี่
การศึกษาดังกลาว ซึ่งจะทําใหไดขอมูลลักษณะทางพันธุกรรมที่แทจริงทเกิดจากสภาพแวดลอมทเหมาะสมตอ
ี่
ั
พัฒนาการของมนสาปะหลง
ั
ํ
ํ
ั
ั
จากรายงานผลวิจัยกาวหนาในป 2557 ของการทดลองพัฒนาวิธีการชกนําใหเกิดหวของมนสาปะหลง
ั
ั
ํ
ในสภาพเนื้อเยื่อของศูนยวิจัยพืชไรขอนแกนโดยทดสอบในมันสําปะหลงจานวน 5 พันธุ ไดแก ระยอง5 ระยอง
ั
7 ระยอง9 ระยอง11 และ เกษตรศาสตร50 เปรียบเทยบกับการปลกในสภาพแปลงทดลอง พบวาใหผล
ี
ู
ั
ั
ํ
ั
ิ
ั
สอดคลองกัน สามารถแสดงผลผลตจานวนหว ลกษณะการเรียงตวของหว รูปรางของหว เปอรเซ็นตแปง การ
ั
ิ
ั
ั
ั
ี
ี
ึ
ั
เจริญเตบโต สของหว ได พันธุของกรมวิชาการเกษตรพบวามการจดเรียงหวและรูปรางหวคลายคลงกัน
แตกตางจากพันธุทผลตจากแหลงอื่น อยางไรก็ตามพบวา ผลการศึกษาพันธุ ระยอง 5 ในสภาพเนื้อเยื่อ
่
ี
ิ
ิ
แตกตางจากรายงานอื่นในสภาพแปลงทดลอง โดยในสภาพเนื้อเยื่อแสดงใหเห็นวาพันธุนี้มีการเจริญเตบโตได
ี
่
ู
่
ี
ื
่
่
ั
ี
ิ
ิ
คอนขางดกวาพันธุอืน มเปอรเซ็นตแปงทตรวจดวยวิธีในหองปฏบตการสงกวาพันธุอืนเมอยในสภาพเดยวกัน
ี
ู
่
ั
ี
ี
แสดงใหเหนวาพันธุนีอาจปรับตวไดไมดในสภาพแวดลอมทไมเหมาะสมอีกทงยงแสดงใหเหนถงศกยภาพของ
ั
้
็
ึ
ั
็
ั
้
ั
ี
่
ิ
ิ
้
ี
้
ุ
การใชเทคนิคการเพาะเลยงเนือเยอในการตรวจสอบศกยภาพทแทจริงของพันธุ (ศจรัตน สงวนรังศริกุล และ
่
ื
ั
ึ้
คณะ, 2557) จากรายงานของ Medina et al. (2007) พบวาหัวที่สรางขนในสภาพเนื้อเยื่อมีลักษณะคลายหว
ั
ั
ั
็
ั
ู
่
ี
ของมนสาปะหลง โดยพบมสวนทมการสะสมแปงและเมดแปงอย และยงพบวาศกยภาพการผลตหวในสภาพ
ี
ั
ิ
ํ
ี
เนื้อเยื่อขึ้นอยูกับพันธุกรรมของมันสําปะหลังแตละพันธุและการพัฒนาหัวไดเร็วหรือชาขึ้นอยูกับทอนพันธุและ
ั
ี
ฮอรโมนมผลอยางมากในการสรางหวของมนสาปะหลง Kaimian et al. (2010) ไดทาการศกษาโปรตนที่มีใน
ึ
ํ
ั
ั
ี
ํ
ั
รหสพันธุกรรม ในมันสําปะหลังที่อยูในสภาพเนื้อเยื่อ รวมทงในรากสะสมอาหาร และพบโปรตนประมาณ 383
้
ั
ี
ชนิด ซึ่งบางสวนมีความจาเพาะตอเซลลในตําแหนงตางๆ ไดแก เซลลเนื้อเยื่อ ยอด ราก และรากสะสมอาหาร
ํ
ั
ํ
ั
้
ํ
ี
ั
ํ
็
และมความสาคญตอพัฒนาของตาแหนงเหลานันจะเหนไดวาการวิจยดงกลาวตองใชการดาเนินการในสภาพ
เนื้อเยื่อชวยในการศึกษาเพื่อใหไดขอมูลทางพันธุกรรมที่แทจริงในสภาพที่ควบคุมได
ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาศักยภาพในการสรางหัว และองคประกอบอื่นภายในหัว
ของมนสาปะหลง เชน เปอรเซ็นตแปง และปริมาณไซยาไนดในหัวของมันสําปะหลังที่เพาะเลี้ยงในสภาพ
ั
ั
ํ
่
ี
เนื้อเยื่อของเชื้อพันธุมันสําปะหลังพันธุตางๆ ทรวบรวมที่ศูนยวิจัยพืชไรระยองสําหรับนํามาใชประกอบเปน
ขอมูลในงานปรับปรุงพันธุมันสําปะหลังตอไป
วธีดาเนินการและอุปกรณ
ิ
ํ
พืชที่ใชในการทดลอง : มันสําปะหลังพันธุตางๆ ที่เก็บรวบรวมไวศูนยวิจัยพืชไรระยอง
้
ํ
่
ื
วิธีการ : ทาการเพาะเลยงเนือเยอมนสาปะหลงโดยการเพาะขอตา พันธุละ 10 ซ้า ในสตรอาหาร 2 สูตร
ํ
ู
ี
้
ั
ํ
ั
่
ี
วิเคราะหขอมูลที่อายุ 9 และ 12 สปดาห วิเคราะหหาคาเฉลย
ั
วิธีปฏิบัติการทดลอง : ประกอบดวย 2 ขันตอน คอ (1) การขยายตนพันธุมันสําปะหลังในอาหารชักนําใหเกิด
้
ื
้
ํ
ตนและราก โดยเก็บยอดออนมนสาปะหลงพันธุตางๆ ฟอกฆาเชอ เพาะตาและชกนําใหเกิดตนและรากใน
ื
ั
ั
ั
้
อาหารเพาะเลยง (ศจรัตน สงวนรังศริกุล และคณะ, 2557) ขยายเพิ่มจานวนตนใหไดปริมาณมากขนโดยการ
ิ
ึ
ิ
ุ
ํ
ี
้
้
ู
ิ
ั
ํ
ั
ตดชาขอและเพาะเลยงในอาหารสตรเดม (2) การชกนําใหเกิดตนและรากสะสมอาหาร โดยการคดเลอกตน
ื
ี
ั
171
ิ
ั
ี
ี
่
ํ
และตดขอทมขนาดเหมาะสม ปกชาในอาหารสตรชกนําใหเกิดรากสะสมอาหาร ((ศจรัตน สงวนรังศริกุล และ
ิ
ุ
ู
ั
คณะ, 2557) บันทึกการเจริญเติบโต โดยนับวันที่เริ่มสรางใบ วันที่เริ่มสรางรากสะสมอาหาร จนถึงสัปดาหที่ 9
ั
ิ
ั
และ 12 หลังการปกชํา เก็บตวอยาง บันทึกขอมูลการใหผลผลตโดยนับจํานวนรากสะสมอาหาร ชั่งน้ําหนักหว
ํ
ุ
สด วิเคราะหปริมาณแปงในหัวสด ดวยการใช Anthrone Reagent ตรวจปริมาณไซยาไนดอิสระดวยชดน้ายา
ตรวจวิธี pyridine-free Konig reaction
การบันทึกขอมูล: บนทึกวันที่เริ่มสรางใบ วันที่เริ่มสรางรากสะสมอาหาร จํานวนรากสะสมอาหาร ปริมาณแปง
ั
ในหัวสด ปริมาณไซยาไนดอิสระของแตละพันธุ
่
เวลาและสถานท : 2559-2564 ดําเนินการที่ ศนยวิจัยพืชไรขอนแกน
ี
ู
ผลการทดลองและวิจารณ
ํ
การดาเนินงานถึง เม.ย. 2564 ไดมีการเก็บตัวอยางเพิ่มจาก ศวร.ระยองใน 15-17 ก.พ. 2564 จานวน
ํ
ี
้
ั
ุ
ู
ํ
ี
ุ
ิ
่
180 หมายเลข มทงกลมพันธุเดมทซอม และพันธุใหม ทาการเพาะขยาย และปลกในถง รอการเจริญเตบโต
ิ
ื
ั
เพื่อตดเพาะขยายในเนื้อเยื่อ มีตวอยางทยงคงเหลอในกระถางขณะนีมจานวน 146 หมายเลข และเพาะเลยง
ี
่
ั
ั
ี
ี
้
ํ
้
ี
เนื้อเยื่อเพื่อขยายตนแลวจํานวน 20 หมายเลข (ภาคผนวก ตารางท 1)
่
ึ
ํ
มีตัวอยางททาการศกษาขอมลการเจริญเตบโตในอาหาร 2 สตร แลวจานวน 85 หมายเลข ในจานวน
ู
ู
ี
ํ
ิ
ํ
่
ั
นี้มีการทําซ้ําขอมูลจํานวน 10 หมายเลข ผลจากการศึกษาเปอรเซ็นตแปงพบวาพบวาบางพันธุในชวงระยะหลง
ี
่
ํ
ิ
ิ
่
ี
่
ี
ุ
ของการทดลองมเปอรเซ็นตแปงทตาผดปกต โดยพบทประมาณ 4-10 เปอรเซ็นต อาจเกิดจากสาเหตการเก็บ
่
ตวอยางหวชา ทาใหหวเปลยนเปนราก จากการวิเคราะหภาพททาบนทกท 4, 6, 9 และ 12 สปดาห พบวา
ั
่
ั
ั
ี
ั
ี
ึ
ั
ํ
่
ี
ํ
ี
้
ั
ี
ี
ั
่
่
ั
หลายตวอยางมการสรางหวเร็วท 4 -6 สปดาห ท 9-12 สปดาห หวเกือบทงหมดเปลยนเปนราก โดยการเก็บ
ั
่
ั
ี
ั
้
ั
ี
ึ
ั
ตวอยางเพือวิเคราะหจะกําหนดท 9 และ 12 สปดาห จงทาใหไมสามารถวัดแปงได ทงนีคาแปงทไดโดยเฉลย
ํ
ี
่
่
่
ี
่
้
ั
ประมาณ 15-30 เปอรเซ็นต วิเคราะหดวยวิธี Enzymatic method (ภาคผนวก ตารางท 2)
่
ี
ี
่
การบันทึกภาพการเรียงตัวของหัว จํานวนหัว และรูปรางหัวของพันธุ ทเพาะเลยงในอาหาร 2 สตรใน
้
ี
ู
ั
ั
ั
ํ
่
ระยะเวลา 9 หรือ 12 สปดาห พบวามลกษณะทแตกตางกัน โดยสามารถแสดงทรง การเรียงตว และจานวน
ี
ี
ี
ั
ของแตละตวอยางไดชดเจน ไดดาเนินการในมนสาปะหลง 23 หมายเลข (ภาคผนวก ภาพท 1) การตรวจวัด
ํ
ั
่
ํ
ั
ั
ื
่
้
ุ
่
ี
ปริมาณไซยาไนดดวยชดตรวจไซยาไนดอิสระ ในรากสะสมอาหารทไดจากการเพาะเลยงเนือเยอ พบวาไม
้
ี
่
่
ี
ํ
สามารถตรวจวัดไดเนืองจากมปริมาณตามาก แตสามารถตรวจวัดไดในใบ แตการตรวจไซยาไนดในใบพบ
ปญหาการรบกวนการตรวจจากคลอโรฟลล
ุ
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
ั
ี
่
ึ
จากการศกษาพบวามนสาปะหลงแตละพันธุมการเริ่มตนการสรางหวในเวลาทตางกัน บางพันธุ
ั
ํ
ี
ั
่
้
ั
ั
สามารถสรางหวไดเร็วตงแตสปดาหทสองของการเพาะเลยง ในขณะทบางพันธุมการสรางหวชา นอกจากนีบาง
ี
้
ี
ั
ี
ี
่
้
ั
พันธุมีระยะเวลาในการเริ่มสรางหัวที่หางกัน อาจแสดงถึงความไมนิ่งของพันธุกรรม แตละพันธุมีเปอรเซ็นตแปง
ทแตกตางกัน สวนการทดสอบในสตรอาหารทมการเพิมฮอรโมนเพือขยายขนาดและเพิมจานวนรากสะสม
ี
ี
่
่
่
ํ
ู
่
ี
่
172
้
ึ
ี
ั
ี
ํ
่
ี
่
็
้
อาหาร พบวาบางพันธุมจานวนหวทเพิมขน และบางพันธุไมมความแตกตางกัน แสดงใหเหนวาพันธุเหลานีม ี
ี
่
ี
พันธุกรรมทแตกตางกัน มการตอบสนองตอการปรับเปลยนฮอรโมนทตางกัน ซึงสามารถนํามาประยกตใชใน
ี
่
่
ี
่
ุ
การพัฒนาสตรอาหารหรือธาตอาหารทเหมาะสมในแตละพันธุได
ี
ู
่
ุ
ี
ํ
่
่
ํ
ี
่
ึ
ผลจากการศกษาเปอรเซ็นตแปงทีดาเนินงานในป 2563-2564 พบวาบางพันธุมเปอรเซ็นตแปงทตา
่
ุ
ิ
่
ํ
ี
ผดปกต โดยพบทประมาณ 4-10 เปอรเซ็นต สาเหตจากชวงเวลาทเก็บตัวอยางเพือวิเคราะหชาเกินไป ทาใหหว
ั
่
ี
ิ
ื
ี
่
่
ํ
่
ํ
่
ี
ึ
บางสวนไดพัฒนาไปเปนราก จงทาใหไดคาแปงตากวาทควรเปน เนืองจากทาการวิเคราะหแปงท 9 และ 12
ํ
ี
่
สปดาห ทําใหหลายตวอยาง หวเปลยนเปนราก จงตองปรับเปลยนชวงเวลาในการตรวจวัดแปง การปนเปอน
่
ั
ี
ึ
ั
ั
้
ํ
ื
เชอราในอาหารเปนปญหาทาใหไดขอมลไมครบถวนและตองทาการทดลองซอม นอกจากนีการขยายพันธุ
้
ํ
ู
หลายรุน ทําใหตนแมเกิดการแคระแกร็น ตองนําตนจากแปลงมาเพาะขยายใหม ทําใหใชเวลําเนินการนานขึ้น
การนําผลงานใชประโยชน
ู
มการทดสอบในลกผสม 1 คผสมเพือการศกษาการเจริญเตบโตและปริมาณแปง อยูระหวางการ
่
ี
ู
ิ
ึ
รวบรวมขอมูลเพื่อการตีพิมพผลงาน
คําขอบคุณ
ุ
้
ู
ขอขอบคณคณะเกษตรศาสตร มหาวิทยาลยขอนแกน ทเอือเฟอตวอยางเพือทดสอบในลกผสม
่
ั
่
ี
ั
เอกสารอางอิง
ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล เพียงเพ็ญ ศรวัต วินัย ศรวัต และ วรยุทธ ศิริชุมพันธ. 2557. การศึกษาศักยภาพของเทคนิคการ
ุ
เพาะเลี้ยงเนื้อเยอในการตรวจสอบพันธกรรมมันสําปะหลังเพื่อการคัดเลือกพันธ. รายงานความกาวหนาไตรมาส 2
ุ
ื่
ประจําป 2557. สถาบันวิจัยพืชไร. กรมวิชาการเกษตร.
Medina R.D., M.M. Faloci, A.M. Gonzalez and L. A. Mroginsk. 2007. In vitro cultured primary roots derived
from stem segments of cassava(Manihotesculenta) can behave like storage organs. Annals of
Botany.99 : 409-423.
Kaimian Li,Z.Wenli, Z. Kang,Z. Zhenwen,Y. Jianqiu, O. Wenjun, R. Samrina, H. Bruria and C. Songbi. 2010.
Proteome characterization of cassava (ManihotesculentaCrantz) somatic embryos, plantlets
andtuberous roots. Proteome Science. 8:10(http://www.proteomesci.com/content/8/1/10)
Yun, S. H. and N. K. Matheson.1990. Estimation of amylose content of starches after precipitation of
amylopectin by concanavalin-A, Starch/Starke, 42, 302-305.
173
ภาคผนวก
ตารางที่ 1 จานวนพันธุมันสําปะหลังที่เพาะเลี้ยงในกระถางและตนที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสภาพปลอดเชอ
ื
้
ํ
ลําดับ พันธุ จํานวน (ตน) เนื้อเยื่อ (ขวด) ลําดับ พันธุ จํานวน (ตน) เนื้อเยื่อ (ขวด)
1 CMR 58-11-22 (อ.โน) 6 85 1* CM 3299-14 1 1
2 R13 3 2 CMR 32-94-121 2 2
3 R72 7 3 CMR 26-08-61 2 3
4 KU72 1 5 4 CMR 25-32-429Q 1 4
5 R7 1 5 (V1xR) 21-8 1 5
6 HB 80 2 6 CMR 36-71-27 3 6
7 KU50 1 125 7 CMR 23-26-2 2 7
8 CM 3299-14 2 8 CMR 35-21-199 2 8
7 KU70 1 5 9 CMR 35-22-348 2 9
8 CMR 28-05-13 12 125 10 SHM 22-03-1 2 10
9 5M 1 5 11 CMR 23-17-51 3 11
10 (V 3 xR) 20-15 1 5 12 CMK 23-70-3 2 12
11 Variegate (ระยอง) 5 13 BATRANG 3 13
12 149-59 8 5 14 CMR 23-117-4 1 14
13 297 5 15 CMR 30-05-12 2 15
14 CMR 35-21-199 5 16 CMR 28-05-13 3 16
15 (V 3 xR) 20-10 5 17 CMR 34-79-152 3 17
16 CMR 25-22-348 95 18 CMR 25-55-28 1 18
17 SHM 22-29-15 125 19 CMR 23-149-118 2 19
18 CMR 31-42-20 5 20 CMR 6125-125 2 20
19 MBRA 897 11 21 (V1xR) 20-15 2 21
20 MPAR 34 1 22 CMR 6125-117 2 22
21 MPER 503 8 23 CMR 33-35-65 2 23
22 MPAR 2 5 24 CMR 24-14-183 2 24
23 MPAR 162 2 25 ADIRA 4 2 25
24 MPAR 32 1 26 R90 1 26
25 MVEN 298 11 27 Yellow root 2 27
26 MPAR 51 5 28 ยอดดํา 2 28
27 MPER 297 5 29 V.1* 1 29
28 MPAR 15 85 30 CMR 31-42-20 3 30
29 MBRA 897 5 31 CMR 23-31-10 3 31
30 MPAR 38 5 32 CMR 25-30-194Q 1 32
31 MMEX 8 85 33 CMR 26-38-7 2 33
- 34 SR 18-127 3 34
- 35 CMR 25-33-134Q 3 35
- 36 CMR 31-19-14 1 36
- 37 CMR 32-24-20 2 37
- 38 CMR 25-34-112 3 38
39 CMR 34-79-48 2 80 MBRA 191 3
40 CMR 31-06-103 3 81 MBRA 852 2
41 CMR 25-105-47 3 83 MBRA 887 3
42 CMR 24-89-65 2 84 MPAR 25 2
43 CMR 23-126-17 2 85 MCOL 40 C 3
44 CG 1-56 3 86 MCOL 2131 3
45 CMC 72 2 87 MPER 209 1
46 CMC 84 2 88 MMAL 2 3
174
ตารางที่ 1 (ตอ)
ลําดับ พันธุ จํานวน (ตน) เนื้อเยื่อ (ขวด) ลําดับ พันธุ จํานวน (ตน) เนื้อเยื่อ (ขวด)
47 CMR 34-44-40 2 89 MVEN 174 2
48 29-77-19 2 90 MVEN 284 B 2
49 R72 2 91 MMAL 59 2
50 R11 1 92 MCOL 22 2
51 R7 2 93 MCOL 1489 2
52 R1 1 94 MBRA 781 1
53 KU50 2 95 MPAR 75 3
54 HB80 3 96 MCUB 8 2
55 CMR 25-33-157Q 1 97 MARG 9 2
56 (V3xR) 20-15 2 98 MPAR 38 3
57 HB90 3 99 MCUB 5 2
58 MBRA 590 1 100 MPAR 7 1
59 MBAR 474 3 102 MCHN 2 3
60 MPAR 15 1 103 MPTR 8 1
61 MCOL 2173 2 104 MCOL 1516 1
62 MVEN 185 3 105 MVEN 128 1
63 MMEX 49 1 106 MPER 368 2
64 MGUA 78 3 107 MBRA 158 3
65 MPER 503 3 108 MMAL 63 1
66 MPAR 162 3 109 MCOL 2426 3
67 MGUA 15 3 110 MPAN 51 1
68 MCOL 922 1 111 MCUB 39 3
69 MPAR 98 3 112 MIND 27 1
70 MPER 297 1 113 MCOL 1517 2
71 MBRA 897 3 114 MPER 597 2
72 MCUB 40 1 115 MCOL 497 2
73 MMEX 8 1
74 MCOL 2089 3
75 MPAR 51 2
76 MPAR 32 2
77 MBRA 915 2
78 MCOL 1137 3
79 MBRA 273 2
175
ี
ู
้
ั
ิ
ํ
ั
ตารางที่ 2 การเจริญเตบโตและเปอรเซ็นตแปงของมนสาปะหลงเพาะเลยงในอาหาร 2 สตร ไดแก สตรอาหาร
ู
R0.5 และ R1/R2 (- : อยูระหวางการซอมผล)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สูตร สัปดาหที่เริ่ม จํานวนตน น้ําหนัก จํานวนตน น้ําหนัก
พันธุ จํานวนหัว เปอรเซ็นต จํานวน เปอรเซ็นต
อาหาร สรางหัว เริ่มตน/ที่สราง เฉลี่ย หัวเฉลี่ย แปงเฉลี่ย เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย หัวเฉลี่ย แปงเฉลี่ย
หัว (g) สรางหัว (g)
R1 R0.5 2-9 15/15 73.373 0.49 30.73 13/11 2.76 0.55 27.91
R1/R2 2-11 14/12 4.0 0.36 31.56 14/12 4.77 0.53 29.63
R3 R0.5 2-10 9/6 3.34 0.65 24.57 56/55 7.15 1.43 27.05
R1/R2 2-4 23/12 2.75 0.32 28.84 25/20 6.57 0.99 29.72
R5 R0.5 2 21/26 8.31 1.50 21.61 25/19 9.53 1.30 21.59
R1/R2 2 22/25 6.63 1.08 22.94 23/23 6.4 1.04 23.39
R7 R0.5 2-5 5/1 0.4 0.51 25.92 34/30 5.08 0.66 26.99
R1/R2 2-5 21/10 1.98 0.20 29.38 20/9 8.61 0.63 27.26
R11 R0.5 4-9 22/14 3.72 0.42 25.40 10/17 4.61 0.56 28.25
R1/R2 4-10 20/18 3.85 0.53 29.76 14/11 4.86 0.63 28.10
R72 R0.5 3-10 9/3 0.77 0.41 19.69 10/9 3.00 0.68 19.74
R1/R2 3-4 6/5 1.75 0.24 24.95 5/4 2.87 0.62 21.96
R90 R0.5 8-10 8/4 2.00 0.89 18.78 7/4 2.57 0.90 18.89
R1/R2 2 3/3 8.66 1.06 22.49 20/20 7.05 1.99 6.27
R90 R0.5 2 - - - - 20/15 10.5 2.62 2.43
ซอม R1/R2 2 20/17 13.65 2.33 3.07 - - - -
CM 6125-117 R0.5 2-10 29/26 4.71 1.03 19.48 7/5 6.85 1.09 25.61
R1/R2 2-10 25/23 8.30 1.10 22.56 8/8 3.87 0.62 25.43
CM 681-2 R0.5 5 3/3 8.00 0.60 28.16 5/5 2.40 0.97 26.55
R1/R2 5 2/1 4.50 1.41 27.81 10/9 4.19 0.91 44.57
35-77-18 R0.5 8 7/7 3 1.32 19.72 6/6 10.16 1.58 20.41
R1/R2 8-12 3/3 4.66 0.76 17.11 2/2 3.5 0.84 18.20
CM 342-55 R0.5 8 3/3 3.0 1.85 23.26 9/9 4.50 1.275 25.96
R1/R2 8 9/7 3.44 0.51 24.83 8/5 4.50 0.96 22.31
65 R0.5 2-5 10/9 3.80 0.48 25.32 4/4 13.50 1.62 28.25
R1/R2 5 3/1 6.66 1.28 29.28 4/1 0.5 0.34 30.25
CMR 323-87 R0.5 9-12 14/6 0.42 0.44 24.16 8/7 4.12 0.74 25.29
R1/R2 9-12 7/7 3.14 0.66 19.09 9/9 3.37 0.89 21.37
A7 R0.5 2 5/3 3.00 073 23.90 6/4 6.33 1.58 22.96
R1/R2 2-12 4/2 5.5 0.54 23.05 5/5 6.8 1.12 24.68
CM 305-15 R0.5 8 3/2 3.88 2.18 19.54 3/2 4.53 0.47 20.61
R1/R2 8 4/3 6.75 2.98 17.95 6/4 2.90 0.59 26.49
TK R0.5 2-10 7/7 6.29 0.90 21.08 13/13 10.46 1.24 21.88
R1/R2 2-7 8/8 8.63 1.11 22.12 19/19 11.05 1.07 21.38
29-77 R0.5 2-5 9/9 4.00 0.43 20.69 4/4 10.66 1.50 20.13
R1/R2 2 3/3 7.75 0.46 22.95 3/3 8.66 0.56 23.28
HB 60 R0.5 2 11/1 0.09 0.42 16.00 7/3 1.85 0.72 20.07
R1/R2 2-8 6/3 0.57 0.35 14.70 7/3 2.57 0.81 20.48
29-77-6 R0.5 2-8 10/8 1.90 0.842 16.206 9/9 7.00 3.01 22.76
R1/R2 2-7 6/4 2.12 0.35 14.33 7/7 8.66 2.52 22.20
176
ตารางที่ 2 (ตอ)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สูตร สัปดาหที่เริ่ม
พันธุ จํานวนตน จํานวนตน น้ําหนัก
อาหาร สรางหัว เริ่มตน/ที่ จํานวน น้ําหนักหัว เปอรเซ็นต เริ่มตน/ที่ จํานวนหัว หัวเฉลี่ย เปอรเซ็นต
่
สรางหัว หัวเฉลี่ย เฉลีย (g) แปงเฉลี่ย สรางหัว เฉลี่ย (g) แปงเฉลี่ย
HB 80 R0.5 2-11 30/24 4.53 1.12 23.47 22/22 4.88 1.00 30.11
R1/R2 2 36.23 6.73 1.64 31.60 24/23 1.33 0.51 30.53
29-77-5 R0.5 2-7 8/2 0.5 0.45 15.60 6/5 2.50 1.03 17.25
R1/R2 2 5/4 0.83 0.22 20.60 2/2 15.00 2.67 20.61
SHM 22-19-77 R0.5 2-5 16/16 6.25 0.47 16.30 12/12 6.00 0.46 19.21
R1/R2 5 16/16 5.51 0.54 26.64 9/9 8.66 0.66 15.18
R13 R0.5 2-7 19/14 3.66 .069 26.48 - - - -
R1/R2 2 9/6 3.55 0.25 38.747 - - - -
R13 R0.5 - - - - - - - - -
ซอม R1/R2 2 20/20 10.7 2.43 4.01 - - - -
R9 R0.5 2 20/20 7.7 1.57 11.84 20/20 8.65 1.30 9.65
R1/R2 2 20/20 7.7 1.57 11.84 10/10 - - 26.27
R9 R0.5 2 20/20 8.90 1.57 6.73 - - - -
ซอม R1/R2 2 20/20 8.90 1.57 6.73 - - - -
HB 90 R0.5 2 12/10 3.08 0.96 23.57 22/19 4.14 0.65 14.64
R1/R2 2-8 8 4.62 0.45 25.59 11.8 5.00 0.69 15.01
R5 x Ku 50 R0.5 2-6 16/11 2.56 0.55 26.18 - - - -
R1/R2 4-9 19/10 1.57 0.27 27.46 - - - -
R0.5 2 20/20 5.40 2.10 18.66 - - - -
CM 326
R1/R2 3 20/20 5.40 1.90 18.68 - - - -
R0.5 - - - - - 3/3 4.00 1.87 62.04
CMR 2414-183
R1/R2 - - - - - - - - -
R0.5 - 15/15 6.80 2.5 48.18 - - - -
ADIRA
R1/R2 - - - - - - - - -
R0.5 - 17/17 1.94 0.21 28.66 - - - -
01-77-1
R1/R2 - 12/10 1.25 0.16 27.68 - - - -
R0.5 - - - - - - - - -
MCOL 198
R1/R2 - 11/11 3.18 0.35 79.63 - - - -
R0.5 - - - - - 39/20 2.39 0.69 38.52
MCOL 1489
R1/R2 - - - - - 31/20 3.23 0.58 37.93
CMR 23-107-4 R0.5 2 - - - - 19/19 11.89 3.46 31.84
R1/R2 - - - - - - - - -
35-77-22 R0.5 2 9/9 12.44 2.59 55.97 - - - -
R1/R2 - - - - - - - - -
MPER 38 R0.5 2 37/34 5.00 0.95 16.76 20/20 5.80 1.09 11.75
R1/R2 2 26.25 5.19 0.93 16.93 20/15 8.05 1.22 4.87
CMR 22-30-2 R0.5 2 - - - - 23/21 4.84 1.32 20.63
R1/R2 2 - - - - 14/14 7.84 1.80 20.44
MMAL 22 R0.5 2 - - - - 14/14 6.93 1.00 30.57
R1/R2 2 - - - - 14/14 5.43 0.96 29.82
CM 3299-22 R0.5 2 15/15 6.53 0.65 26.76 - - - -
R1/R2 2 15/14 5.87 0.82 26.97 - - - -
177
ตารางที่ 2 (ตอ)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สัปดาหที่
สูตร
พันธุ เริ่มสราง จํานวนตน จํานวน น้ําหนักหัว เปอรเซ็นต จํานวนตน จํานวน น้ําหนักหัว เปอรเซ็นต
อาหาร
่
หัว เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย เฉลีย (g) แปงเฉลี่ย เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย เฉลี่ย(g) แปงเฉลี่ย
สรางหัว สรางหัว
CMK 32-67- R0.5 2 20/20 7 1.01 17.68 20/19 6.2 2.03 22.08
313 R1/R2 - - - - - - - - -
CMK 23-67- R0.5 2 20/20 7.45 1.89 6.49 - - - -
313 R1/R2 2 - - - - 20/20 5.10 1.56 3.84
R11×3299-15 R0.5 2 20/20 5.75 0.91 25.03 17/17 5.88 1.87 21.08
R1/R2 2 20/20 4.25 1.07 26.34 16/12 4.06 0.96 21.30
Variegate R0.5 2 20/18 5.55 1.28 38.18 20/20 7.50 1.80 4.60
(ระยอง) R1/R2 2 20/20 6.65 1.67 19.45 - - - -
CMR 26-65-192 R0.5 3 20/20 5.05 2.42 17.56 22/21 6.73 1.58 10.35
R1/R2 2 20/20 4.90 1.58 16.58 22.21 6.71 1.92 10.92
CM 3299-14 R0.5 2 22/22 11.14 1.41 22.04 - - - -
R1/R2 2 16/16 9.75 1.18 21.89 20/20 7.95 2.59 3.61
CM 3299-14 R0.5 2 20/20 5.8 2.53 3.95 - - - -
ซอม R1/R2 2 - - - - - - - -
MCOL 22 R0.5 2 20/20 7.95 1.31 22.48 - - - -
R1/R2 2 20/20 1.3 0.56 20.55 20/20 6.40 1.54 2.50
MPAR 2 R0.5 2 20/20 6.4 1.22 33.09 - - - -
R1/R2 2 20/20 5.1 0.86 18.99 20/20 10.00 2.37 5.13
CMK 23-67-13 R0.5 - - - - - - - - -
R1/R2 2 20/20 5.05 1.38 17.06 - - - -
MMAL 159 R0.5 2 20/20 3.5 1.14 25.22 - - - -
R1/R2 2 20/20 3.4 0.84 17.10 20/20 14.80 2.76 6.57
MMEX 92 R0.5 2 20/20 5 0.91 26.51 - - - -
R1/R2 2 20/20 1.3 0.51 18.00 20/20 11.25 2.68 7.87
MPAR 162 R0.5 2 20/20 5.3 0.98 35.55 - - - -
R1/R2 2 20/20 2.65 0.33 16.90 20/20 9.30 1.86 6.80
MPAR 162 R0.5 2 20/19 - - - -
ซอม 6.3 1.28 8.57
R1/R2 2 - - - - 20/20 6.65 0.98 9.55
MPAR 34 R0.5 2 20/20 4.15 1.39 31.52 - - - -
R1/R2 2 20/20 8.25 0.57 12.28 20/20 5.05 1.80 7.22
MPER 503 R0.5 2 20/20 2.45 1.01 20.69 - - - -
R1/R2 2 20/20 5.5 1.18 15.95 - - - -
MCOL 4B R0.5 2 20/20 4.21 0.87 25.39 - - - -
R1/R2 2 20/20 2.6 0.58 18.26 20/20 7.85 1.42 6.81
CMG 1-56 R0.5 2 20/20 7.75 1.03 25.07 - - - -
R1/R2 2 20/20 3.55 0.60 21.65 20/20 8.50 1.96 7.70
Wild 1 R0.5 2 20/20 4.15 0.81 19.96 - - - -
R1/R2 2 20/20 4.25 1.24 21.53 20/20 6.90 1.64 11.73
CMR 58-75-110 R0.5 2 20/20 10.7 1.59 7.10 - - - -
R1/R2 2 20/20 7.15 1.26 22.37 20/20 8.45 2.12 7.41
178
ตารางที่ 2 (ตอ)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สูตร สัปดาหที่เริ่ม
พันธุ จํานวนตน จํานวน น้ําหนัก เปอรเซ็นต จํานวนตน จํานวน น้ําหนัก เปอรเซ็นต
อาหาร สรางหัว
เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย หัวเฉลี่ย แปงเฉลี่ย เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย หัวเฉลี่ย แปงเฉลี่ย
สรางหัว (g) สรางหัว (g)
CMR 58-75-110 R0.5 2 20/20 6.85 1.10 17.84 - - - -
(อ.โน) ซอม R1/R2 2 20/20 5.25 0.99 13.43 - - - -
297 R0.5 2 20/20 5.55 0.78 21.72 - - - -
R1/R2 2 20/20 5.7 1.08 25.75 20/20 8.20 2.34 7.89
CMR 23-187-4 R0.5 2 20/20 6.6 1.12 24.39 - - - -
R1/R2 2 20/20 3.7 0.53 25.36 - - - -
4 R0.5 2 20/20 4.4 1.55 20.27 - - - -
R1/R2 2 20/20 3.7 0.47 26.33 20/20 7.80 2.04 5.30
CR 101 ระยอง R0.5 2 20/20 6.65 1.78 28.80 20/20 6.30 2.97 3.98
R1/R2 2 20/20 8.10 1.43 19.76 - - - -
MPER 378 ระยอง R0.5 2 20/20 6.25 1.36 25.60 20/20 5.20 2.67 3.33
R1/R2 2 - - - - 20/19 2.95 1.81 3.27
MMAL 59 ระยอง R0.5 2 20/20 11.1 1.94 30.47 20/19 6.35 3.22 4.39
R1/R2 2 20/20 8.35 1.52 11.77 - - - -
V.30 ระยอง R0.5 2 20/17 7.25 1.19 26.97 20/20 12.55 1.86 4.08
R1/R2 2 20/20 8.5 1.87 6.19 - - - -
(V 3 xR) 20-15(ระยอง R0.5 2 20/20 9.7 1.97 21.56 20/19 7.40 1.91 4.40
R1/R2 2 20/20 7.4 1.83 0.85 - - - -
MVEN 887 ระยอง R0.5 2 20/18 6.35 1.29 26.35 - - - -
R1/R2 - - - - - - - - -
MVEN 147 ระยอง R0.5 2 20/20 10.5 1.21 30.02 20/20 7.40 2.95 2.15
R1/R2 2 20/20 6.35 2.71 7.29 - - - -
Sriracha 1 ระยอง R0.5 2 20/16 5.55 0.63 35.61 20/20 5.60 3.32 2.92
R1/R2 2 - - - - 20/19 9.4 2.12 2.09
Sriracha 1 ระยอง) R0.5 2 20/20 7.1 2.30 7.49 - - - -
ซอม
R1/R2 - - - - - - - - -
R9 (อ.โน) R0.5 2 20/20 9.5 1.74 37.56 - - - -
R1/R2 2 - - - - 20/20 10.7 1.85 2.97
CMR 25-32-429 R0.5 2 20/20 6.05 0.73 7.77 20/19 5.65 2.78 2.86
ระยอง
R1/R2 2 20/20 5.3 2.18 3.84 - - - -
MBRA 273 ระยอง) R0.5 2 20/20 8.45 1.67 34.31 20/19 8.35 1.29 6.86
R1/R2 2 20/20 6.15 1.96 10.04 - - - -
CMR 25-24-384 R0.5 2 20/20 7.95 1.42 28.69 20/18 12.90 2.12 5.83
ระยอง)
R1/R2 2 20/20 7.05 1.97 18.07 - - - -
MCOL 1273ระยอง) R0.5 2 20/20 14.55 1.44 32.95 - - - -
R1/R2 - - - - - - - - -
MBRA 879 ระยอง) R0.5 2 20/19 8.65 1.14 31.34 - - - -
R1/R2 - - - - - - - - -
179
ตารางที่ 2 (ตอ)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สูตร สัปดาหที่เริ่ม
พันธุ จํานวนตน จํานวนหัว น้ําหนักหัว เปอรเซ็นต จํานวนตน จํานวนหัว น้ําหนักหัว เปอรเซ็นตแปง
อาหาร สรางหัว เริ่มตน/ที่ เฉลี่ย เฉลีย (g) แปงเฉลี่ย เริ่มตน/ที่ เฉลี่ย เฉลี่ย(g) เฉลี่ย
่
สรางหัว สรางหัว
MVEN 185 R0.5 2 20/20 8.75 1.13 29.74 - - - -
ระยอง) R1/R2 2 20/20 3.25 1.08 6.44 20/20 14.15 2.19 2.32
MMR 25-30- R0.5 2 20/19 8.3 1.45 33.76 - - - -
194Q ระยอง) R1/R2 - - - - - - - - -
MPAR 32 ระยอง) R0.5 2 20/19 11.5 1.73 32.96 - - - -
R1/R2 2 20/20 4.45 1.19 9.56 - - - -
MPAR 32 ระยอง) R0.5 2 20/20 16.5 4.03 6.26 - - - -
ซอม R1/R2 - - - - - - - - -
497 ระยอง) R0.5 2 20/20 11.05 1.50 2.97 20/19 12.75 3.73 2.63
R1/R2 2 20/20 13.85 3.11 8.31 - - - -
MBRA 887 R0.5 2 20/18 8.05 2.43 2.30 20/20 8.85 2.56 3.83
R1/R2 2 20/20 6.8 1.85 3.78 20/19 11.20 1.21 8.61
MPAR 101 R0.5 2 20/19 7.05 1.24 37.33 20/18 13.05 2.97 6.08
ระยอง) R1/R2 2 20/20 14.10 3.25 6.59 20/18 6.30 2.97 4.12
MPAR 101 R0.5 2 20/19 12.1 1.96 6.45 20/18 10.15 2.97 4.08
ระยอง) ซอม R0.5 2 - - - - - - - -
MPAR 503 R0.5 - - - - - - - - -
R1/R2 2 - - - - 20/20 7.60 1.79 6.94
MPER 162 R0.5 2 20/20 5.9 1.18 9.25 - - - -
R1/R2 2 20/20 5.8 1.08 13.40 - - - -
180
พันธุ / อาหาร R0.5 อาหาร R1/R2
สัปดาหท ี่
BATRANG/9
BATRANG/12
29-77/9
3299-22/9
29-77-5/12
65/12
ั
ั
ภาพที่ 1 ลกษณะการเรียงตวและจานวนของรากสะสมอาหาร (หว) ในมันสําปะหลังจํานวน 23 พันธุท ี่
ํ
ั
ั
เพาะเลี้ยงในสภาพเนื้อเยื่อในอาหารสังเคราะห 2 สูตร ที่อายุ 9 และ 12 สปดาห
181
พันธุ / สัปดาห อาหาร R0.5 อาหาร R1/R2
ท ี่
HB 60/12
Hb 90/12
CM407/12
MCOL 1489/9
MPAR 38/9
R1/9
R 3/9
ภาพที่ 1 (ตอ)
182
พันธุ / สัปดาห อาหาร R0.5 อาหาร R1/R2
ท ี่
R 5/9
R 5xKU 50/9
R7/9
R9/12
R11/12
R13/9
R72/9
ภาพที่ 1 (ตอ)
183
พันธุ / สัปดาห อาหาร R0.5 อาหาร R1/R2
ท ี่
SHM 22-19-
7/9
TK/9
ภาพที่ 1 (ตอ)
184
แผนงานวิจัย
วิจัยและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลัง (โครงการวิจัยเดี่ยว)
185
ุ
่
ั
ิ
ื
ิ
การเพมประสิทธภาพการผลิตมันสําปะหลังระยะยาวโดยใชระบบปลูกพชและการจดการปย
Increasing cassava production long-term efficiency by cropping systems
and fertilizer management
1
เนติรัฐ ชุมสุวรรณ41 ชยันต ภักดีไทย สมฤทัย ตันเจริญ42 และเจิม จาบประโคน
1
2
1*
รายงานความกาวหนา
ึ
ํ
ั
ุ
ั
ู
ิ
ิ
่
ศกษาระบบปลกพืชและการจดการปยตอการผลตมนสาปะหลงระยะยาว เพือเปนแนวทางการผลต
ั
มันสําปะหลังระยะยาว รักษาความอุดมสมบูรณของดินและเสถียรภาพการผลิตมันสําปะหลัง ดาเนินงาน
ํ
ั
ั
ิ
ุ
ิ
ทดลองในแปลงกึ่งสาธิตแปลงทดลองมนสาปะหลงระยะยาว ตงแต ป 2523 ในดนรวนปนทราย ชดดนยโสธร
ํ
ั
้
ี
(fine-loamy, siliceous, Oxic Paleustult) ทศนยวิจยพืชไรขอนแกน ซึ่งป 2563 เปนปท 40 วิธีการทดลอง
ู
่
่
ั
ี
่
ั
ู
ู
ประกอบดวย ระบบปลกพืช 3 ระบบ ไดแก 1) ระบบปลกมนสําปะหลังตอเนืองทุกป 2) ระบบปลูกมัน
สําปะหลังหมุนเวียนกับพืชตระกูลถั่วปเวนป (มันสําปะหลัง/ถั่วลิสง-ถั่วมะแฮะ) 3) ระบบปลูกมันสําปะหลังแซม
ื
ั
ดวยพืชตระกูลถั่ว (ถั่วลิสง) ทุกๆ ป รวมกับการจดการปุย 4 กรรมวิธี คอ 1) ไมใสปุย 2) ใสปุยเคมี เกรด 15-7-
ุ
ั
ุ
18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร 3) ใสปยหมก อัตรา 1 ตนตอไร 4) ใสปยหมก อัตรา 1 ตนตอไร รวมกับปยเคมี
ั
ั
ั
ุ
เกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร ดําเนินงานทดลองแบบไมมีซ้ํา
ู
่
ื
การปลกมนสาปะหลงตอเนืองเปนเวลา 40 ป หากไมบํารุงดิน ดินเส่อมโทรมลงทุกๆ ป สงผลให
ั
ํ
ั
ุ
ศกยภาพในการผลตพืชลดลง ควรจดการระบบปลกและการจดการปยใหเหมาะสมเพือชวยรักษาความอุดม
่
ั
ั
ู
ั
ิ
สมบูรณของดินไว โดยระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่วทุกปที่ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100
่
ิ
ื
ั
กิโลกรัมตอไร ทใหผลผลต 6.39 ตนตอไร มเปอรเซ็นตแปง 14.2 เปอรเซ็นต มน้าหนักเศษซากแหงคนแปลง
ี
ี
ี
ํ
448 กิโลกรัมตอไร และมีรายไดสุทธิ 6,959 บาทตอไร รองลงมา คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่องทุกปทใส
ี
่
ั
ิ
ี
ปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร มีการเจริญเตบโตสูงสุด ใหผลผลิตสูงสุด 5.55 ตนตอไร ม ี
ุ
เปอรเซ็นตแปง 14.5 เปอรเซ็นต มีน้ําหนักเศษซากแหง 386 กิโลกรัมตอไร และมีรายไดสุทธิ 5,375 บาทตอไร
ิ
และระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วลสงปเวนป ใหรายไดสุทธิเพียง -1,245 ถึง 1,725 บาทตอไร แตชวย
ยกระดับคุณภาพดินใหดีขึ้นโดยเฉพาะอินทรียวัตถุในดิน
คําสําคัญ: ผลผลิต คุณสมบัติดิน ระบบปลูก การจัดการปุย มันสําปะหลังระยะยาว
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
ุ
2 กลุมวิจัยปฐพีวิทยา สํานักวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตการเกษตร กรงเทพฯ
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
186
คํานํา
ี
มันสําปะหลัง (Manihot esculenta Crantz) เปนพืชเศรษฐกิจท่สําคัญของประเทศไทย มีพื้นท ี ่
้
ั
้
ั
ู
ี
่
ิ
่
ิ
ปลกทงประเทศ 9.44 ลานไร พืนทเก็บเกียว 8.92 ลานไร ผลผลตรวม 29.0 ลานตน และผลผลตตอไร 3.25
่
้
ี
ี
่
ี
ิ
้
ู
่
ี
ตนตอไร ภาคตะวันออกเฉยงเหนือ มพืนทปลก 5.34 ลานไร พืนทเก็บเกียว 4.96 ลานไร ผลผลตรวม 16.3
ั
ิ
ี่
ํ
ลานตน และผลผลิตตอไร 3.05 ตันตอไร (สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2563) พื้นทสวนใหญปลกในดนทมี
ี่
ู
ั
ิ
ี่
ความอุดมสมบูรณต่ํา ดนที่ปลูกมันสําปะหลังสวนใหญเปนดินทมีเนื้อดินเปนดินทรายถึงรวนปนทราย เนื้อดินที ่
ู
ุ
มทรายเปนองคประกอบหลก ทาใหมความสามารถตาทงในการดดซับธาตอาหารและน้า จงเปนสาเหตทาใหผล
ํ
ั
ึ
ี
้
่
ํ
ั
ี
ุ
ํ
ํ
่
ิ
ิ
้
ํ
ี
่
ํ
ั
ิ
ั
ุ
ิ
ั
ผลตตา ปจจยสาคญในในการเพิมประสทธิภาพการผลตพืชนัน จะตองมการจดการดน ปย และการใหน้ําท ี่
ิ
ั
ิ
่
ี
ั
่
ํ
เหมาะสม การปลกมนสาปะหลงทขาดการจดการดนและปยทเหมาะสมจะทาใหผลผลตลดลง การปรับปรุง
ั
ู
ี
ุ
ํ
่
ึ
่
ู
ึ
่
ิ
ิ
ความอุดมสมบูรณของดนจงเนนไปทการเพิมอินทรียวัตถุในดน เพือเพิมความสามารถในการดดยดธาตุอาหาร
ี
่
ิ
และน้าของดน การเพิมอินทรียวัตถในดนโดยการใชระบบปลกพืช นอกจากเปนการปรับปรุงดนโดยการชวย
ํ
ู
่
ิ
ุ
ิ
ํ
่
ู
่
่
ิ
ื
ุ
คลมหนาดน การเลอกใชพืชตระกูลถัว สามารถเพิมไนโตรเจนเขามาในระบบ และการปลกถัวเศรษฐกิจ ทาให
เกษตรกรมีรายไดระยะส้นกอน แตตองมีการจัดการใหการลงทุนเพิมน้าใหไดผลตอบแทนคมคา โดยมีการ
ุ
ั
่
ํ
ั
จดการการใชปุยและการใหน้ําเสริมในดินที่ปลูกหลัก คือ ดินทรายและดินรวนปนทราย
ื
การปลูกมันสาปะหลังอยางตอเนื่องมีแนวโนมทาใหดินเส่อมโทรมลงทุกๆ ป การปลูกมันสาปะหลัง
ํ
ํ
ํ
ํ
ํ
ี
ํ
ซ้าในพื้นท่เดิมจึงจาเปนท่จะตองมีการจัดการดิน การจัดการน้า และการจัดการธาตุอาหารใหเพียงพอและ
ี
่
่
เหมาะสมตอความตองการของพืชแตละชนิด การจัดการทีไมเหมาะสมยอมทําใหดินเสือมความอุดมสมบูรณ
่
ลงเรือยๆ การใชปุยเคมีกับมันสําปะหลัง ก็เพื่อแกปญหาดินขาดธาตุอาหารพืช เปนการแกปญหาระยะสั้นๆ ไม
ุ
ย่งยืน ตองมีการผสมผสานกับวิธีการปรับปรุงดินโดยการใชปยอินทรีย วัสดุอินทรีย ระบบการปลูกพืชท ี ่
ั
เหมาะสมท่จะมีผลตอการเพิ่มเติมธาตุอาหารในดิน เชน ไนโตรเจน และเพิ่มอินทรียวัตถุใหแกดิน ซึ่งเปน
ี
หนทางลดการใชปุยเคม วัตถุประสงคของงานวิจัย เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการผลิตมันสําปะหลังโดยใชระบบปลูก
ี
พืชและการจดการกปยทเหมาะสม เพือรักษาความอุดมสมบรณของดน และรักษาความยั่งยืนในการผลตมัน
ิ
ุ
ิ
่
่
ี
ู
ั
สําปะหลังระยะยาว
วิธีดําเนินการ
อุปกรณ
1. มันสําปะหลังพันธุระยอง 72
2. ถั่วลิสงพันธุไทนาน 9
3. ปุยเคมีเกรด 15-7-18 และ 12-24-12
ิ
4. สารปรับปรุงดน ยิบซัม
5. ปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง
ิ
ั
ี
่
ุ
ุ
ิ
6. อุปกรณเก็บและเตรียมตวอยางดนเพือวิเคราะหคณสมบตทางเคมและปริมาณธาตอาหาร ไดแก
ั
ิ
ิ
ิ
แทงเจาะดน ถุงถังพลาสตก และตะแกรงรอนดน
187
ั
ุ
ั
ุ
ี
ั
ั
7. อุปกรณขดหวและเก็บตวอยางพืช ไดแก ไมงัดหว จอบ ถงกระดาษ กรรไกร มดสบตวอยาง และ
ั
่
ั
ตาชง 3 และ 60 กก.
8. เครื่องวัดหาปริมาณแปงแบบ Riemann scale
ิ
9. เครืองมอสาหรับวิเคราะหดนและพืช ไดแก ตาชงดจตอล 2 และ 3 ตาแหนง เครืองวัด pH และ
ิ
ั
่
่
ื
ํ
ํ
่
ิ
EC, Atomic Absorption spectroscopy และ Spectropho-tometer
่
ู
ั
10. ตอบ เพืออบตวอยางพืชนําไปวิเคราะหธาตอาหารและหาความชน
ุ
ื
้
11. อุปกรณ เครื่องแกว และสารเคมีวิเคราะหดินและพืช
วิธีการ
ํ
ั
ั
ํ
ิ
ดาเนินงานในแปลงศกษากึงสาธิตความสมพันธระหวางดนกับมนสาปะหลงระยะยาว ซึงไดดาเนิน
ั
่
่
ึ
ํ
การศึกษาติดตอกันมาตั้งแตป 2523 โดยป 2563 เปนปที่ 40 ในดินรวนปนทรายชุดยโสธร (Oxic Paleustults,
fine-loamy, siliceous) ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ดําเนินงานทดลองแบบไมมีซ้ํา วิธีการทดลองประกอบดวย
ื
่
ั
ั
ํ
ั
ู
ระบบปลกมนสาปะหลง 3 ระบบ คอ 1. ระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนืองทุกป 2. ระบบปลูกมนสําปะหลัง
ั่
หมุนเวียนพืชตระกูลถั่วปเวนป (ถั่วลิสงตามดวยถวมะแฮะ) และ 3. ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูล
ั
ิ
ุ
ุ
่
ั
ุ
่
ถัว (ถวลสง) ทุกป รวมกับการจดการปย 4 กรรมวิธี 1. ไมใสปย 2. ใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100
ี
กิโลกรัมตอไร 3. ปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง อัตรา 1 ตันตอไร และ 4. ปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง อัตรา
1 ตันตอไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร รวมทั้งหมด 12 กรรมวิธี ดําเนินการทดลอง
แบบไมมีซ้ํา แปลงทดลองขนาด 20x20 เมตร พื้นที่เก็บเกี่ยว 10x10 เมตร
วิธีปฏิบัติการทดลอง
ิ
่
ี
่
ู
ั
ุ
ิ
ฤดปลกป 2562/63 เก็บดนทระดบความลก 0-20 และ 20-50 เซนตเมตร เพือวิเคราะหคณสมบัตทาง
ิ
ึ
ู
ี
เคมีกอนปลูก หวานปยหมักกากตะกอนหมอกรองออยตามกรรมวิธีท่กําหนดกอนปลูกมันสําปะหลังและพืช
ุ
ั
ั
ํ
ตระกูลถัว ปลูกมนสาปะหลงพันธุระยอง 72 ในระบบปลกมนสาปะหลงตอเนือง และระบบปลกมนสาปะหลง
ั
ู
ั
่
ั
่
ํ
ํ
ู
ั
แซมดวยพืชตระกูลถ่ว โดยตัดทอนพันธุยาวประมาณ 20-25 เซนตเมตร แชทอนพันธุดวยสารกําจัดแมลง
ั
ิ
thiamethoxam (Actara 25%WG) อัตรา 4 กรัมตอน้า 20 ลตร เปนเวลา 1 ชัวโมง กอนนําไปปลูก ปกทอน
่
ิ
ํ
ั
ั
ิ
พันธุลึก 1 ใน 3 ของทอนพันธุ ใชระยะปลูก 1x1 เมตร ปลูกถ่วลสงพันธุไทนาน 9 ในระบบมนสําปะหลัง
ั
่
ั
ั
่
ุ
ู
ู
หมนเวียนพืชตระกูลถวปเวนป และระบบปลกมันสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถว ใชระยะปลก 50x20
ํ
ิ
่
ู
ั
ั
ํ
่
ี
ู
่
เซนตเมตร ขณะทระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถัว ปลกถัวลสง 1 แถวระหวางแถวมนสําปะหลัง
ั
ิ
ุ
ิ
ุ
ู
โดยใชระยะระหวางหลม 20 เซนตเมตร ปลกจานวน 2 เมล็ดตอหลม กรรมวิธีการใสปย ระบบปลกมน
ั
ุ
ู
ํ
ุ
ี
่
ื
ั
สําปะหลังตอเนื่องใสปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตราตามกรรมวิธีเมอมนสําปะหลังทีอาย 34 วันหลังปลูก ระบบ
่
ั
ู
ุ
ํ
ั
ุ
ี
ปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถวแบงใสปยเคม 2 ครั้ง โดยใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 25 กิโลกรัม
ั
ี
่
่
ี
ั
ตอไร พรอมปลูก และหลังเก็บเกี่ยวถั่วลสงอัตราทเหลอ และระบบมนสาปะหลงหมนเวียนพืชตระกูลถวซึงปลก
่
ั
ื
ํ
ู
ิ
่
ุ
ั
่
ิ
ั
ถัวลสงตามดวยถัวมะแฮะ ใสปยเคมเกรด 12-24-12 อัตรา 25 กิโลกรัมตอไร เมอถวลสงอาย 30 วันหลงปลูก
ื
่
่
ั
ี
ุ
ิ
่
ุ
่
ิ
ั
ิ
ิ
ั
่
ั
่
ั
่
ี่
ิ
หลงจากถวลสงออกดอก โรยยบซัมบนตนถวลสงอัตรา 50 กิโลกรัมตอไร และเก็บเกียวถวลสง ทอายุ 110 วัน
188
ํ
ู
หลังปลูก ทั้ง 2 ระบบปลก จากนั้นปลกถั่วมะแฮะในระบบปลูกมันสาปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่วปเวนป และ
ู
ื
เก็บเกี่ยวมันสําปะหลังที่อายุ 11 เดอนหลังปลูก
การบันทึกขอมูล
ึ
1. ผลวิเคราะหดนทระดบความลก 0-20 และ 20-50 ซม. กอนและหลังปลูก โดยวิเคราะหความเปน
ิ
ี
ั
่
กรด-ดาง ปริมาณอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชน โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยน
ได
ํ
ั
2. ผลผลตฝกสดและน้าหนักแหงเศษซากถวลิสงในระบบมนสาปะหลงหมนเวียนพืชตระกูลถ่วและ
ั
ุ
ั
ํ
่
ั
ิ
ั
ู
ั
ํ
ระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถั่ว
3. ความสูงมันสําปะหลังที่อายุ 3, 6 และ 9 เดือนหลังปลูก และชวงเก็บเกี่ยว
4. น้ําหนักหัวสด ความเขมขนของแปง และคํานวณน้ําหนักแปง โดยใชสูตร
ผลผลิตแปง = น้ําหนักสดหัวxความเขมขนของแปง/100
เวลาและสถานท ่ ี
- ระยะเวลา เริ่มตน ตลาคม 2559 สิ้นสุด กันยายน 2564
ุ
- ดําเนินงานทดลองที่ ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
ร
ผลและวิจารณผลการทดลอง
ุ
ั
ี
่
ผลของระบบปลูกและการจัดการปยตอความสูงมันสําปะหลังพันธุระยอง 72 ดงตารางท 1 พบวา
ํ
ํ
ุ
ี
ู
่
ั
กรรมวิธีทใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร (ปยตามคาแนะนํา) ใหความสงมนสาปะหลงสง
ุ
ั
ู
ี
กวากรรมวิธีอื่น ทุกชวงอายุ ทั้งระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่องทกป และระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืช
ุ
ตระกูลถั่วทุกป และพบวา ความสูงมันสําปะหลังต่ําสุดคือกรรมวิธีที่ไมใสปุย ทุกชวงอายุ ทั้งสองระบบ
ั
ั
ุ
่
ิ
ผลของระบบปลกและการจดการปยตอเนืองเปนระยะเวลา 40 ป ตอผลผลตมนสาปะหลงพันธุระยอง
ู
ั
ํ
ู
้
ั
72 (ตารางท 2) พบวา ทงระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทกป และระบบปลกมันสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูล
ั
่
ี
ุ
ั
ั
ู
่
ํ
ํ
ถั่วทุกป ผลผลิตมันสําปะหลังลดลงอยางชดเจนเมื่อไมมีการใสปุย (0.63 และ 1.28 ตันตอไร ตามลําดับ) ในขณะท ี่
ั
ั
ิ
ั
่
ุ
ํ
การใสปยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร (ปยตามคาแนะนํา) ชวยเพิมศกยภาพผลผลตมน
ุ
ู
ั
ั
ั
ํ
ี
สาปะหลง โดยมน้าหนักหวสดสงกวากรรมวิธีอืนอยางชดเจน (5.55 และ 6.39 ตนตอไร ตามลาดบ) และจะ
ํ
ั
ํ
่
ั
ั
ั
่
ู
ั
ู
ู
ํ
ั
เหนไดวาระบบปลกมนสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถวทุกปมีน้าหนักหวสดสงกวาระบบปลกมนสาปะหลง
็
ั
ํ
ํ
ตอเนื่องทุกป เมื่อพิจารณาขอมูลน้ําหนักแปงและน้ําแหงซากคืนแปลง (น้ําหนักแหง ใบ เหงา และลําตนที่ใชทา
ั
ี
ิ
พันธุไมได) พบวาใหผลไปทศทางเดยวกับผลผลิตหวสด
ั
ถั่วลิสงเปนพืชตระกูลถั่วเศรษฐกิจทเจริญเติบโตไดดีในดินทรายรวนหรือดินรวนทราย และเปนกรดจด
ี่
การเจริญเตบโตของถัวลสงสามารถคลมหนาดนระหวางแถวมนสาปะหลง ลดปญหาหนาดินถูกชะลาง เม่อมน
ิ
ั
ิ
ื
ั
ั
่
ิ
ํ
ุ
ื
ี
ู
ุ
ู
ั
สําปะหลังทรงพุมยังไมชนกัน ซากถ่วลิสงท่ถกไถกลบหรือคลมหนาดิน เม่อถูกยอยสลาย ธาตุอาหารถก
ั
ปลดปลอยใหแกมันสําปะหลัง ระบบปลูกพืชชวยชะลอการลดผลผลิตใหชาลง และชวยเพิ่มรายไดอยางเดนชด
ั
ุ
ํ
่
่
่
ั
ั
ิ
ั
ี
ิ
จากตารางท 3 ซึงจะเหนไดวา ระบบปลูกมนสาปะหลงหมนเวียนพืชตระกูลถวปเวนป ใหผลผลตถวลสงฝกสด
็
่
189
190-300 กิโลกรัมตอไร คิดเปนเงิน 4,750-7,500 บาทตอไร และมีน้ําหนักแหงซาก 392-563 กิโลกรัมตอไร สวน
่
ี
ในระบบปลูกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถว พบวา กรรมวิธีทใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัม
ั
ํ
ั
ั่
ิ
่
ิ
ุ
ิ
ั
ํ
ั
ู
ั
่
่
ตอไร ซึ่งใหผลผลตมนสาปะหลงสงสด แตกลับใหผลผลตถวลสงฝกสดนอยกวากรรมวิธีอืน เนืองจาก มน
ั
ิ
ิ
ิ
ํ
ี
ู
ั
ั
สาปะหลงเจริญเตบโตดและความสามารถในการแยงอาหารสง สงผลใหไดรับผลผลตถวลสงฝกสดเพียง 50
่
่
ี่
กิโลกรัมตอไร ในขณะทกรรมวิธีที่ไมใสปย ใหผลผลิตฝกสด (175 กิโลกรัมตอไร) สูงกวากรรมวิธีอื่น เนืองจากรม
ุ
เงาจากตนมันสําปะหลังมีนอยกวาและความสามารถในการแยงอาหารตากวามันสาปะหลังทใสปุย ปญหาที่พบ
่ํ
ํ
ี่
ในฤดูปลูกป 2562/63 และปริมาณน้ําไมเพียงพอตอการเจริญเตบโตของถั่วลิสง เนื่องจากฝนทิ้งชวงเปนเวลานาน
ิ
ในชวงลงฝกและสรางเมล็ด สงผลใหผลผลิตและน้ําหนักแหงซากนอย
ั
ี
่
ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แสดงในตารางท 4 พบวา ในระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทกป การใส
่
ํ
ั
ู
ุ
่
่
ู
ุ
ี
ุ
ปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร ใหรายไดสทธิ 5,375 บาทตอไร ซึงสงกวากรรมวิธีอืน
ั
เชนเดียวกับในระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถ่ว ซึ่งการใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100
ี
ุ
ู
่
ั่
กิโลกรัมตอไร ใหรายไดสุทธิ 6,959 บาทตอไร ในขณะทีระบบปลกมันสําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถว มี
รายไดสุทธิเพียง -1,245 ถึง 1,725 บาทตอไร
ํ
ั
ู
ุ
ิ
ิ
่
ี
ผลของระบบปลกมนสาปะหลงและการจดการปุยระยะยาวตอการเปลยนแปลงคณสมบัตของดนกอน
ั
ั
่
้
ุ
ปลูก ที่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมตร ป 2562/63 (ตารางท 5) พบวา คาความเปนกรดเพิมขึนทกระบบปลก
่
ิ
ี
ู
ี
้
ุ
ั
่
ึ
ในขณะทการจดการปยมคาความเปนกรดเพิมขนในกรรมวิธีทไมใสปย และใสปยเคม แตกรรมวิธีทใสปยหมัก
ี
ุ
ี
ุ
่
่
่
ุ
ี
ี
เพียงอยางเดียวและรวมกับปุยเคมีชวยรักษาความเปนกรดเปนดางใหใกลเคียงกับคาเริ่มตน อินทรียวัตถุในดน
ิ
ู
ึ
้
็
ี
ํ
่
เพิมขนทกกรรมวิธี ยกเวนระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทุกป ทไมใสปย จะเหนไดวา กรรมวิธีทใสปยหมัก
่
ุ
่
ั
ั
ุ
ี
่
ุ
ุ
เพียงอยางเดียวหรือใสรวมกับปุยเคมีชวยรักษาอินทรียวัตถุในดินไดดีกวากรรมวิธีที่ไมใสปุยและใสปยเคมีเพียง
่
อยางเดยว ระบบปลกทกระบบมปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชนในดนเพิมขนจากคาเริมตน ในขณะทการ
ุ
ี
่
ึ
ี
ิ
้
่
ี
่
ู
ี
ี่
จัดการปุย พบวา ทุกกรรมวิธีที่มีการใสปุยปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชนในดินเพิ่มขึ้นจากคาเริ่มตนยกเวน
่
ุ
ี
ี
ุ
ู
ึ้
กรรมวิธีท่ไมใสปย สวนคาโพแทสเซียมทแลกเปลยนไดเพิ่มขนทกระบบปลกและการจดการปย และผล
่
ั
ุ
ี
ี
ั
ิ
่
ิ
ี่
ึ
วิเคราะหคุณสมบัตทางเคมีของดินทระดบความลก 20-50 เซนตเมตร (ตารางท 6) พบวา มีแนวโนมไปทิศทาง
เดียวกับที่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมตร แตปริมาณธาตอาหารลดลง
ุ
ิ
190
ื
ี่
ตารางท 1 ความสูง (เซนติเมตร) มันสําปะหลังพันธุระยอง 72 ทอายุ 3, 6 และ 9 เดอนหลังปลูก
ี่
และชวงเก็บเกียว ผลจากการปลกมนสาปะหลงระยะยาวทมีระบบปลกและการจดการปยตางกัน
ี่
ู
ั
่
ั
ํ
ู
ั
ุ
ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63
ิ
ความสูง (เซนตเมตร)
ั
ุ
ระบบปลูก การจดการปย
ื
ื
3 เดอน 6 เดอน 9 เดอน เก็บเกี่ยว
ื
None 66 82 86 85
CF 128 161 171 177
มันสําปะหลังตอเนื่อง
CP 86 109 120 122
CP+0.5CF 116 130 140 132
None - - - -
มันสําปะหลัง CF - - - -
หมุนเวียน
พืชตระกูลถั่ว CP - - - -
CP+0.5CF - - - -
None 72 86 90 101
มันสําปะหลังแซม CF 132 169 174 198
ดวย
CP 83 101 118 112
พืชตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 101 117 125 132
หมายเหตุ None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ 0.5 CF = ปุยเคมี
ั
เกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร
ั
191
่
ิ
ั
ิ
ั
ตารางที่ 2 ผลผลตหวสด ดชนีเก็บเกียว เปอรเซ็นตแปง ผลผลตแปง และน้ําหนักแหงเศษซากคนแปลงของมัน
ื
ํ
สําปะหลังพันธุระยอง 72 ผลจากการปลูกมันสาปะหลังระยะยาวที่มีระบบปลูกและการจัดการปุย
ตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63
ั
การจด นน.หัวสด เปอรเซ็นตแปง นน.แปง นน.แหงซาก 2/
ระบบปลูก ดัชนีเก็บเกี่ยว
การปุย (ตน/ไร) (%) (กก./ไร) (กก./ไร)
ั
None 0.63 0.57 14.0 8.8 105
มันสําปะหลัง CF 5.55 0.58 14.5 80.5 386
ตอเนื่อง CP 3.21 0.75 14.6 46.9 214
CP+0.5CF 2.77 0.64 13.6 37.7 304
None - - - - -
มันสําปะหลัง CF - - - - -
หมุนเวียนพืช CP - - - - -
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF - - - - -
None 1.28 0.70 15.0 19.2 141
มันสําปะหลัง CF 6.39 0.60 14.2 90.7 448
แซมดวยพืช CP 2.34 0.73 14.4 33.7 151
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 2.50 0.59 14.0 35.0 231
ั
หมายเหตุ นาหนกแหงซาก = น้ําหนักแหง ใบ เหงา และลําตน
ํ
้
1/
None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ 0.5 CF = ปุยเคมี
ั
เกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร
ั
192
ิ
ตารางที่ 3 ผลผลตฝกสด รายได และน้าหนักแหงซากของถั่วลิสงพันธุไทนาน 9 ในระบบปลูกมันสําปะหลัง
ํ
หมุนเวียนพืชตระกูลถั่วปเวนป และมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่วทุกป ทศูนยวิจัยพืชไร
ี่
ขอนแกน ป 2562/63
การจด ผลผลิตฝกสด รายได น้ําหนักแหงซาก 1/
ั
ระบบปลูก
การปุย (กก./ไร) (บาท/ไร) (กก./ไร)
None - - -
CF - - -
มันสําปะหลังตอเนื่อง
CP - - -
CP+0.5CF - - -
None 275 6,875 441
CF 285 7,125 392
มันสําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่ว
2/
CP 300 7,500 472
CP+0.5CF 190 4,750 563
None 175 4,375 162
CF 50 1,250 172
มันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว
CP 143 3,575 463
CP+0.5CF 68 1,700 297
1/
หมายเหต น้ําหนักเศษซากแหง = น้ําหนักแหงตน ใบ และรากถั่วลิสง
ุ
ั
ิ
None = ไมใสปุย CP = ปุยอนทรีย อัตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ
ั
0.5 CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร
2/ ถั่วลิสงในระบบหมุนเวียน ทุกกรรมวิธี ใสปุยเคมีเกรด 12-24-12 อตรา 25 กิโลกรัมตอไร และหวานยิบซัม 50
ั
กิโลกรัมตอไร เมื่อออกดอก
ราคาถั่วลิสงฝกสด 25 บาทตอกิโลกรัม
193
ุ
ํ
ตารางที่ 4 ตนทุน รายได และรายไดสทธิจากการปลูกมันสําปะหลัง และถั่วลิสง จากการปลูกมันสาปะหลัง
ระยะยาวที่มีระบบปลูกและการจัดการปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63
ตนทุน (บาท/ไร) รายได (บาท/ไร) รายไดสุทธ ิ
ระบบปลูกพืช วิธีการใสปุย
มันสําปะหลัง ถั่วลิสง รวม มันสําปะหลัง ถั่วลิสง รวม (บาท/ไร)
None 3,485 0 3,485 1,512 0 1,512 -1,973
มันสําปะหลัง CF 7,945 0 7,945 13,320 0 13,320 5,375
ตอเนื่อง CP 7,075 0 7,075 7,704 0 7,704 629
CP+0.5CF 8,005 0 8,005 6,648 0 6,648 -1,357
None 0 7,200 7,200 0 8,250 8,250 1,050
มันสําปะหลัง CF 0 7,230 7,230 0 8,550 8,550 1,320
หมุนเวียนพืช CP 0 7,275 7,275 0 9,000 9,000 1,725
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 0 6,945 6,945 0 5,700 5,700 -1,245
None 2,385 3,313 5,698 3,072 5,250 8,322 2,625
มันสําปะหลัง CF 6,940 2,938 9,878 15,336 1,500 16,836 6,959
แซมดวยพืช
CP 5,215 3,217 8,432 5,616 4,290 9,906 1,475
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 6,445 2,992 9,437 6,000 2,040 8,040 -1,397
ั
ั
หมายเหตุ None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ
0.5 CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร
ั
ราคาทอนพันธุมันสําปะหลัง 320 บาท/ไร ราคาปุยเคมี 15-7-18 17 บาท/กก. ราคาปุยหมัก 2 บาท/กก. คา
เตรียมดิน คาแรงงานปลูก และดูแลรักษามันสําปะหลัง 2,850 บาท/ไร คาหวานปุยหมัก 300 บาท./ไร คาใส
ั
ุ
ปุยเคมีมันสําปะหลัง 300 บาท/ไร คาเก็บเกี่ยวและขนสงมันสําปะหลัง 0.50 บาท/กก. ราคาเมล็ดพนธถั่วลิสงรวม
คาแรงกะเทาะ 45 บาท/กก. อตราเมล็ดพันธุ 30 กก.ฝกแหง/ไร ในระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียน และ 15
ั
กก.ฝกแหง/ไร ในระบบพืชแซม คาปุยเคมี 12-24-12 อตรา 25 กก./ไร ราคา 20 บาท/กก. ยบซัม ราคา 6.5
ิ
ั
บาท/กก. คา เตรียมดิน คาแรงงานปลูกและดูแลรักษาแปลงถั่วลิสง 3,600 บาท/ไร ในระบบพืชหมุนเวยน และ
ี
1,800 บาท ในระบบพืชแซม คาแรงงานถอนและปลิด 3 บาท/กก. ราคามันสําปะหลัง 2,400 บาท/ตัน และถั่ว
ลิสงฝกสด ราคา 30 บาท/กก.
194
ิ
ี่
ตารางที่ 5 คุณสมบัตทางเคมีของดินทความลึก 0-20 หลังเก็บเกี่ยวมันสําปะหลังระยะยาวที่มีระบบปลูกและ
การจัดการปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63
pH EC OM Avail. P Exch. K Exch. Ca Exch. Mg
การจด
ั
ระบบปลูก (1:1 in (1:5) (%) (mg/kg) (mg/kg) (mg/kg) (mg/kg)
การปุย
water (dS/m)
ป 2523 6.2 0.66 0.38 8 35 nd nd
หลังเก็บเกี่ยวป 2562/63
None 5.5 0.0061 0.30 2 23 75 12
มันสําปะหลัง CF 4.6 0.0075 0.46 23 50 29 3
ตอเนื่อง CP 6.4 0.0110 0.54 46 25 281 12
CP+0.5CF 5.9 0.0114 0.49 65 39 194 6
None 5.6 0.0089 0.45 7 21 105 15
มันสําปะหลัง CF 5.0 0.0097 0.61 27 51 71 9
หมุนเวียนพืช CP 5.7 0.0171 0.57 26 30 257 12
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 5.6 0.0103 0.70 52 43 207 9
None 6.0 0.0140 0.49 3 14 387 9
มันสําปะหลัง CF 4.6 0.0083 0.52 15 37 36 4
แซมดวยพืช
CP 6.8 0.0182 0.74 75 39 413 15
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 6.2 0.0142 0.55 53 66 241 8
ระบบปลูก
มันสําปะหลังตอเนื่อง 5.6 0.0 0.4 34.3 34.2 144.9 8.1
ี
มนสําปะหลังหมนเวยน
ุ
ั
พืชตระกูลถั่ว 5.5 0.0 0.6 28.0 36.3 160.2 11.1
ั
มนสําปะหลังแซมดวย
พืชตระกูลถั่ว 5.9 0.0 0.6 36.3 39.2 269.3 8.9
การจัดการปุย
None 5.7 0.0 0.4 3.9 19.3 189.3 12.2
CF 4.7 0.0 0.5 21.7 46.4 45.5 5.1
CP 6.3 0.0 0.6 49.1 31.3 317.0 12.6
CP+0.5CF 5.9 0.0 0.6 56.6 49.3 214.1 7.7
หมายเหต : None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ
ั
ุ
ั
0.5 CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร
ั