The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iberzerk_satit, 2021-09-06 05:22:52

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 2

145



ตารางที่ 2 ผลผลิตหัวสด ปริมาณแปงในหัวสด และจํานวนรากสะสมอาหารของสายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง

ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน อ.เมือง


จ.ขอนแกน เก็บเกี่ยวผลผลิตที่อายุ 12 เดอนหลังปลูก ในเดอนพฤษภาคม 2562


ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
CMR53-106-24 CMR38-125-77 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ผลผลิตหัวสดตอไร (กก./ไร)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 4,326 a A 5,293 a A 3,603 ab A 4,666 a A 4,472
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 3,630 a BC 5,720 a A 2,066 b C 3,796 ab B 3,803
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 5,536 a A 3,986 a AB 2,366 b B 3,780 ab B 3,917
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 4,923 a A 5,486 a A 3,033 ab B 2,630 b B 4,018
เก็บรกษา 60 วันหลังตัด 4,433 a A 4,940 a A 4,850 a A 4,666 a A 4,722

คาเฉลี่ยพันธ ุ 4,569 5,085 3,183 3,907
CV (a) = 16.68% CV (b) = 24.83% พันธุ x เก็บรกษา = *

ปริมาณแปงในหัวสด (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 19.2 18.5 16.8 12.3 16.7
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 18.7 18.9 17.6 13.8 17.2
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 19.6 20.0 16.4 17.6 18.4
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 20.4 17.5 19.6 21.9 19.8
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 21.5 18.8 18.8 18.4 19.4
คาเฉลี่ยพันธ ุ 19.9 18.7 17.8 16.8
CV (a) = 14.02% CV (b) = 15.9% พันธุ x เก็บรกษา = ns

จํานวนรากสะสมอาหารตอตน
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 4.1 4.8 5.3 4.6 4.7
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 4.2 4.4 4.1 4.8 4.4
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 4.1 4.4 6.1 5.2 5.0
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 4.3 4.7 4.4 4.7 4.5
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 3.6 5.3 5.1 5.0 4.7
คาเฉลี่ยพันธ ุ 4.1 4.7 5.0 4.9

CV (a) = 15.63% CV (b) = 20.50% พันธุ x เก็บรกษา = ns
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT

ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ

146











ตารางที่ 3 อัตราการอยรอดทอาย 1 และ 3 เดอนหลงปลก และจํานวนตนเก็บเกี่ยวตอไรของสายพันธุ/พันธุ

มันสาปะหลัง ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไร
ขอนแกน อ.เมอง จ.ขอนแกน ในการปลกเดอนตุลาคม 2561




ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ

CMR53-106-24 CMR38-125-77 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
อัตราการอยูรอดที่อาย 1 เดือนหลังปลูก (%)

เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 97.5 a A 99.2 a A 86.7 ab B 84.2 a B 91.9
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 95.8 a A 99.2 a A 95.0 a A 93.3 a A 95.8
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 97.5 a A 96.7 a A 80.0 b B 89.2 a AB 90.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 95.0 a A 97.5 a A 50.8 c C 73.3 b B 79.2
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 70.8 b B 84.2 b A 52.5 c C 56.7 c C 66.1
คาเฉลี่ยพันธ ุ 91.3 95.4 73.0 79.3

CV (a) = 7.40% CV (b) = 7.28% พันธุ x เก็บรกษา = *

อัตราการอยูรอดที่อาย 3 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 99.2 a A 97.5 a A 91.7 a A 90.0 a A 94.6
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 94.2 ab A 97.5 a A 90.0 a A 89.2 a A 92.7
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 96.7 a A 96.7 a A 75.8 b B 90.8 a A 90.0
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 88.3 b A 95.8 a A 47.5 c C 69.2 b B 75.2
เก็บรกษา 60 วันหลังตัด 69.2 c B 84.2 b A 53.3 c C 57.5 c C 66.1

คาเฉลี่ยพันธ ุ 89.5 94.3 71.7 79.3

CV (a) = 13.39% CV (b) = 5.53% พันธุ x เก็บรกษา = *
จํานวนตนตอเก็บเกี่ยวไร
1/
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 1,600 a A 1,500 a A 1,367 a A 1,367 a A 1,459
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 1,533 a A 1,500 a A 1,300 a A 1,400 a A 1,433
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 1,500 a A 1,467 a A 1,300 a A 1,433 a A 1,425
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 1,400 a A 1,400 ab A 833 b B 967 b B 1,150

เก็บรกษา 60 วันหลังตัด 1,100 b A 1,233 b A 733 b B 700 c B 942
คาเฉลี่ยพันธ ุ 1,427 1,420 1,107 1,173

CV (a) = 25.22% CV (b) = 10.17% พันธุ x เก็บรกษา = *
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT

ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ

147



ตารางที่ 4 ผลผลิตหัวสด ปริมาณแปงในหัวสด และจํานวนรากสะสมอาหารของสายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง

ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองทศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน อ.เมือง
ี่






จ.ขอนแกน เก็บเกี่ยวผลผลตที่อายุ 12 เดอนหลงปลก ในชวงตนเดอนตลาคม 2562



ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ

CMR53-106-24 CMR38-125-77 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ผลผลิตหัวสดตอไร (กก./ไร)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 4,887 6,027 3,273 3,853 4,510 A
เก็บรกษา 15 วันหลังตัด 4,920 5,173 3,000 4,027 4,280 AB

เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 4,153 4,173 3,080 3,707 3,778 AB
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 4,673 4,980 1,780 2,707 3,535 BC
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 3,420 4,213 1,780 2,173 2,897 C
คาเฉลี่ยพันธ ุ 4,411 4,913 2,583 3,293

CV (a) = 70.55% CV (b) = 23.65% พันธุ x เก็บรกษา = ns
ปริมาณแปงในหัวสด (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 20.0 24.1 24.1 25.1 23.3
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 20.8 22.2 24.5 25.9 23.4
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 19.7 24.2 24.9 24.6 23.3
เก็บรกษา 45 วันหลังตัด 18.6 23.9 24.9 24.8 23.0

เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 17.5 25.3 24.4 24.0 22.8
คาเฉลี่ยพันธ ุ 19.3 B 23.9 A 24.6 A 24.9 A
CV (a) = 12.61% CV (b) = 6.07% พันธุ x เก็บรกษา = ns

จํานวนรากสะสมอาหารตอตน
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 8.7 8.9 7.9 7.6 8.3 A
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 8.2 9.7 8.1 9.1 8.8 A
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 6.0 6.6 6.5 6.8 6.5 C
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 8.1 9.1 5.4 8.4 7.7 AB
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 5.8 7.8 6.6 7.3 6.9 BC
คาเฉลี่ยพันธ ุ 7.4 8.4 6.9 7.8
CV (a) = 23.70% CV (b) = 17.67% พันธุ x เก็บรกษา = ns

1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT

ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ

148



ตารางที่ 5 อัตราการอยูรอดที่อายุ 1 และ 3 เดือนหลังปลูก และจํานวนตนเก็บเกี่ยวตอไรของสายพันธุ/พันธุ


มันสาปะหลัง ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไร



ขอนแกน อ.เมอง จ.ขอนแกน ในการปลกเดอนมถุนายน 2562



สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
ระยะเวลาเก็บรักษา CMR53-106-24 CMR57-83-69 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา

อัตราการอยูรอดที่อาย 1 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 72.5 b A 74.2 a A 89.2 a A 81.0 bc A 79.2
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 72.3 b A 77.5 a A 66.2 b A 81.2 bc A 74.3
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 89.3 a A 54.2 b C 63.0 b BC 76.2 c AB 70.7
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 81.7 ab A 79.7 a A 53.7 b B 93.8 ab A 77.2
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 93.7 a A 81.2 a A 55.0 b B 97.5 a A 81.9
คาเฉลี่ยพันธ ุ 81.9 73.4 65.4 85.9
CV (a) = 25.63% CV (b) = 11.54% พันธุ x เก็บรกษา = *


อัตราการอยูรอดที่อาย 3 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 90.8 ab A 99.2 a A 98.3 a A 97.5 a A 96.5
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 76.7 b AB 91.7 ab A 70.8 b B 81.7 b AB 80.2
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 93.3 a A 78.3 b B 65.8 b B 78.3 b B 78.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 84.2 ab A 85.0 ab A 63.0 b B 96.7 a A 82.2
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 95.8 a A 97.5 a A 62.5 b B 99.2 a A 88.8
คาเฉลี่ยพันธ ุ 88.2 90.3 72.1 90.7
CV (a) = 12.25% CV (b) = 9.98% พันธุ x เก็บรกษา = *

จํานวนตนเก็บเกี่ยวตอไร
1/
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 900 933 467 1,033 833 A
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 733 933 267 767 675 AB
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 700 767 500 200 542 BC
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 317 633 300 300 388 C
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 433 700 333 633 525 BC
คาเฉลี่ยพันธ ุ 617 A 793 A 373 B 587 AB

CV (a) = 43.61% CV (b) = 40.15% พันธุ x เก็บรกษา = ns
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ

149



ตารางที่ 6 ผลผลิตหัวสด ปริมาณแปงในหัวสด และจํานวนรากสะสมอาหารของสายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง


ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน อ.เมือง



จ.ขอนแกน เก็บเกี่ยวผลผลิตที่อายุ 12 เดอนหลงปลก ในชวงปลายเดือนพฤษภาคม 2563


ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ

CMR53-106-24 CMR57-83-69 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ผลผลิตหัวสดตอไร (กก./ไร)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 4,717 5,783 4,703 4,517 4,930 A
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 6,917 4,587 1,617 4,233 4,338 A
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 3,007 4,317 4,167 667 3,039 B
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 2,210 3,267 1,917 1,583 2,244 B
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 2,617 4,243 1,897 2,767 2,881 B
คาเฉลี่ยพันธ ุ 3,893 AB 4,439 A 2,860 BC 2,753 C
CV (a) = 34.21% CV (b) = 44.02% พันธุ x เก็บรกษา = ns

ปริมาณแปงในหัวสด (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 17.5 19.4 17.9 18.7 18.4
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 15.6 19.4 18.7 13.5 16.8
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 18.1 18.2 15.4 15.9 16.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 20.0 17.3 16.0 17.5 17.7
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 16.8 18.5 14.7 16.3 16.6
คาเฉลี่ยพันธ ุ 17.6 18.6 16.5 16.4

CV (a) = 22.80% CV (b) = 19.95% พันธุ x เก็บรกษา = ns
จํานวนรากสะสมอาหารตอตน
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 5.1 5.2 5.7 4.8 5.2
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 4.9 2.7 4.9 4.3 4.2
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 4.0 3.4 4.7 2.0 3.5
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 4.6 3.3 4.4 2.8 3.8
เก็บรักษา 60 วันหลังตัด 3.5 4.0 3.6 3.9 3.8
คาเฉลี่ยพันธ ุ 4.4 3.7 4.7 3.6

CV (a) = 37.39% CV (b) = 37.87% พันธุ x เก็บรกษา = ns
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT

ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ

150



ตารางที่ 7 อัตราการอยูรอดที่อายุ 1 และ 3 เดือนหลังปลูก และจํานวนตนเก็บเกี่ยวตอไรของสายพันธุ/พันธุ


มันสาปะหลัง ในการเก็บรักษาตนพันธุที่อายุแตกตางกัน ดําเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไร



ขอนแกน อ.เมอง จ.ขอนแกน ในการปลกเดอนธันวาคม 2562


ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ
CMR53-106-24 CMR57-83-69 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา

อัตราการอยูรอดที่อาย 1 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 95.0 a A 91.7 a A 86.7 a A 67.5 a A 85.2
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 35.8 c B 79.2 ab A 53.3 b AB 61.7 ab AB 57.5
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 69.2 b A 65.0 b A 41.7 bc A 67.5 a A 60.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 41.7 c A 42.5 c A 24.2 c A 42.5 b A 37.7
คาเฉลี่ยพันธ ุ 60.4 69.6 51.5 59.8

CV (a) = 34.94% CV (b) = 21.27% พันธุ x เก็บรกษา = *

อัตราการอยูรอดที่อาย 3 เดือนหลังปลูก (%)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 94.2 a A 84.2 a AB 80.8 a AB 63.3 a B 80.6
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 40.0 c B 78.3 ab A 49.2 b B 53.3 a B 55.2
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 63.3 b A 60.0 b A 33.3 bc B 61.7 a A 54.6
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 38.3 c A 32.5 c A 17.5 c A 30.8 b A 29.8
คาเฉลี่ยพันธ ุ 59.0 63.8 45.2 52.3
CV (a) = 35.93% CV (b) = 20.28% พันธุ x เก็บรกษา = *

จํานวนตนตอเก็บเกี่ยวไร
1/
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 1,200 a A 1067 a A 833 a A 967 a A 1,017
เก็บรกษา 15 วันหลังตัด 400 c A 833 ab A 800 a A 533 b A 642

เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 800 b A 633 bc A 333 b A 700 ab A 617
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 367 c A 500 c A 300 b A 400 b A 392
คาเฉลี่ยพันธ ุ 692 758 567 650

CV (a) = 80.65% CV (b) = 26.13% พันธุ x เก็บรกษา = *
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT
ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ

151



ตารางที่ 8 ผลผลิตหัวสด ปริมาณแปงในหัวสด และจํานวนรากสะสมอาหารของสายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง



ในการเก็บรักษาตนพันธุทอายแตกตางกัน ดาเนินการทดลองที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน อ.เมือง จ.








ขอนแกน เก็บเกี่ยวผลผลิตที่อายุ 12 เดอนหลังปลูก ในชวงปลายเดอนธันวาคม 2563

ระยะเวลาเก็บรักษา สายพันธุ/พันธุมันสําปะหลัง คาเฉลียระยะ

CMR53-106-24 CMR57-83-69 ระยอง 90 เกษตรศาสตร 50 เวลาเก็บรักษา
ผลผลิตหัวสดตอไร (กก./ไร)
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 1,893 2,710 1160 1387 1,788 A
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 510 2,267 737 1163 1,169 AB
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 1,020 1,453 200 883 889 B
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 683 1,437 267 547 734 B
คาเฉลี่ยพันธ ุ 1,027 1,967 591 995
CV (a) = 177.75% CV (b) = 74.10% พันธุ x เก็บรกษา = ns

ปริมาณแปงในหัวสด (%)
1/
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 15.6 a A 30.6 a A 29.2 a A 32.2 a A 26.9
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 12.6 a AB 23.9 a A 25.8 a A 3.5 b B 16.5
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 23.4 a A 19.4 a AB 3.8 b B 30.3 a A 19.2
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 16.6 a A 20.2 a A 6.1 b A 23.3 a A 16.6
คาเฉลี่ยพันธ ุ 17.1 23.5 16.2 22.3

CV (a) = 80.62% CV (b) = 38.08% พันธุ x เก็บรกษา = *
จํานวนรากสะสมอาหารตอตน
เก็บรักษา 0 วันหลังตัด 3.2 5.2 4.4 4.3 4.3
เก็บรักษา 15 วันหลังตัด 2.6 4.0 3.1 3.3 3.3
เก็บรักษา 30 วันหลังตัด 3.3 4.7 3.4 4.3 3.9
เก็บรักษา 45 วันหลังตัด 3.0 4.8 2.5 5.3 3.9
คาเฉลี่ยพันธ ุ 3.0 4.7 3.4 4.3

CV (a) = 96.87% CV (b) = 40.03% พันธุ x เก็บรกษา = ns
1/ ตัวอักษรที่เหมือนกันตามแนวตั้ง (ตัวพิมพเล็ก) และแนวนอน (ตัวพิมพใหญ) แสดงวาไมมีความแตกตางกันทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
* มีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ดวยวิธี DMRT

ns ไมแตกตางกันทางสถิต ิ

152




ศึกษาคาสัมประสิทธิ์การใชน้ําของมันสําปะหลังพันธุกาวหนา/
พันธุรับรองของกรมวิชาการเกษตร


ชยันต ภักดีไทย34 เนติรัฐ ชุมสุวรรณ และวัลลีย อมรพล35
2
1
1

บทคัดยอ





มันสําปะหลังมีความตองการน้ําเพื่อการเจริญเตบโตประมาณ 800-1,400 มลลเมตรตอฤดกาล การ




กําหนดปริมาณน้าใหกับมนสาปะหลงตองคานึงถงปจจย 3 ประการคอ 1) ปริมาณน้าทพืชตองการทชวงเวลา




















ตาง ๆ ตลอดอายพืช 2) ความสามารถในการอุมน้าของดนในเขตราก และ 3) ปริมาณของน้าทสามารถใหไดใน












ี่
พื้นท จงไดทาการศกษาคาสมประสทธิการใชน้าของมนสําปะหลังพันธุกาวหนา/พันธุรับรองของกรมวิชาการ






เกษตร เพือการบริหารจดการน้าอยางคมคาโดย วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block









จํานวน 4 ซ้ํา 5 กรรมวิธี ไดแก 1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน) 2) ใหน้ํา 12.5 % ของความจุความช้นทเปน







ประโยชนสงสด (AWC) 3) ใหน้า 25.0 % AWC 4) ใหน้า 37.5 % AWC 5)ใหน้า 50.0 % AWC ไมมีความ















แตกตางในทางสถตของความสง ผลผลต เปอรเซ็นตแปง ผลผลตแปงและดชนีเก็บเกียวจากการใหน้าท ี ่

แตกตางกัน โดยกรรมวิธีใหน้ํา 37.5% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีแนวโนมใหความสง






ผลผลต ผลผลตแปงมากทสด 286 เซนตเมตร 7,745 กก./ไร และ 2,118 กก./ไร ตามลาดบ กรรมวิธีใหน้า





12.5% ของความจุความชื้นทเปนประโยชนสูงสด (AWC) มีแนวโนมเปอรเซ็นตแปงมากทสด 28.1% กรรมวิธี
ี่
ี่


ใหน้ํา 50% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีแนวโนมใหดัชนีเก็บเกี่ยวมากที่สุด 0.67
คําสําคัญ: มันสําปะหลัง คาสัมประสิทธิ์การใชน้ํา ความจุความชื้นที่เปนประโยชน

คํานํา











มนสาปะหลงมความตองการน้าเพือการเจริญเตบโตประมาณ 800-1,400 มลลเมตรตอฤดกาล โดย









Odubanjo et al. (2011) พบวา การใหน้าดวยระบบน้าหยด ใหผลผลตมนสาปะหลงสงสด เมอมการใชน้า








ตลอดฤดปลก 1,491 มิลลิเมตร อยางไรก็ตาม การกําหนดปริมาณน้ําใหกับมันสําปะหลังตองคํานึงถึงปจจัย 3








ประการคอ 1) ปริมาณน้าทพืชตองการทชวงเวลาตาง ๆ ตลอดอายพืช 2) ความสามารถในการอุมน้าของดน









ในเขตราก และ 3) ปริมาณของน้ําทสามารถใหไดในพื้นที่ โดยปริมาณน้ําที่พืชตองการทชวงเวลาตางๆ ตลอด



ี่

อายุของพืชและความสามารถอุมน้ําของดินในเขตราก เปนขอมูลสําคัญเบื้องตนซึ่งจะตองนํามาใชหาความถใน
ี่




การใหน้ําและปริมาณน้ําทจะตองใหแตละครั้งแตกตางกันตามชวงอายุของการเจริญเติบโต วิรัช (2554)
รายงานวาความชื้นในดินที่สัมพันธกับความสามารถในการใชน้ําของพืช หรือน้ําในดินที่พืชสามารถใชประโยชน
ตอการเจริญเตบโตได (Available water capacity, AWC) ซึ่งมีคาอยระหวางคา FC และ PWP แตถา







1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร

2 ศูนยวิจัยพืชไรระยอง สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

153









ความชนในดนลดลงไปเรือยๆ จะเกิดความลาบากในการดดน้าไปใชของพืช (water stress) พืชจะเริ่มเครียด



และสูญเสียผลผลต เมื่อความชื้นในดินลดลงประมาณ 50 % ของน้ําที่พืชใชประโยชนได (AWC) Permanent











Wilting Point เปนจดทรากพืชไมสามารถทจะดดน้าจากดินไดจะทาใหพืชเกิดอาการแหงเหี่ยว เนื่องจากน้ําท ี่



ี่


เครือบอนุภาคดนมแรงตงผวสงมากตองใชแรงดนถง 1,500 kPa เพื่อทจะนําน้ําออกจากเนื้อดิน การทดลองนี ้














จงไดกําหนดระดบความชนทแตกตางกันเพือใหไดระดบความชนทเหมาะสมกับการเจริญเตบโตของมน








ี่
สําปะหลังและคาสัมประสิทธิ์การใชน้ําท ทําใหมันสําปะหลังใหผลผลิตสูงสุด

วิธีดําเนินการ
อุปกรณ 
- พื้นที่ทดลอง 2 ไร (แปลงทดลอง จ.ขอนแกน)
- ทอนพันธุมันสําปะหลัง โดยใชพันธุมันสําปะหลังพันธุรับรองของกรมวิชาการเกษตร
- อุปกรณน้ําหยด ไดแก ทอน้ําหยดพีอี สายน้ําหยด หัวน้ําหยด ปมน้ํา

- ปุยเคมี ไดแก 46-0-0 0-46-0 0-0-60
- สารเคมีกําจัดวัชพืชตามชนิดของวัชพืชที่ระบาดในพื้นที ่


- อุปกรณวัดการเจริญเตบโต ไดแก Venire Caliper และไมวัดความสูง

- อุปกรณในการเก็บตวอยางดิน ไดแก กระบอกสแตนเลสเก็บตวอยางดนแบบไมรบกวนดน













(undisturbed core sampler) ชดตอกดนสแตนเลสทใชคกับกระบอกสแตนเลสเก็บตวอยางดน









ทอเจาะดินสแตนเลสยาว 1 เมตร คอนทองแดง เปนตน
วิธีการ
วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block จานวน 4 ซ้ํา 5 กรรมวิธี ไดแก

1) ไมใหน้ํา (อาศัยน้ําฝน)
ี่

2) ใหน้ํา 12.5 % ของความจความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC)
ี่

3) ใหน้ํา 25.0 % ของความจความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC)
ี่

4) ใหน้ํา 37.5 % ของความจความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC)
5) ใหน้ํา 50.0 % ของความจความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC)

ี่
หมายเหต คํานวณปริมาณความชื้นดินที่ระดับความลึก 60 เซนติเมตร สําหรับวิธีการใหน้ํา ใชระบบ

น้าหยด เก็บตวอยางดนเพือคานวณความชนดนทเปนประโยชนตอพืชกอนใหน้ําตามกรรมวิธีทุก 7 วัน และม ี














แปลงเปรียบเทียบซึ่งไมปลูกมันสําปะหลังและไมใหน้ํา
วิธีปฏิบัติการทดลอง







คดเลอกพืนททาการทดลองในชดดนวาริน วิเคราะหลกษณะหนาตดดน ไดแก ความลกของหนาตด















ดน ความหนาของชนดน ความหนาแนนรวมของดน เนือดน และอัตราการแทรกซึมน้า ความเปนกรดเปนดาง



ของดิน อินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสท่เปนประโยชน โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมท่แลกเปล่ยนได


รวบรวมขอมลภมอากาศจากกรมอุตนิยมวิทยา ในพืนททาการทดลองอยางนอย 20 ปยอนหลงเชน อุณหภม ิ
















154




สูงสุด-ต่ําสุด ปริมาณน้ําฝน และพิกัดที่ตั้งของสถานีอุตุนิยมวิทยา ปลูกมันสําปะหลังใหมีขนาดของแปลงยอย 8






x 8 เมตร ระยะปลก 1 x 1 เมตร ในแตละแปลงยอยม 8 แถว แตละแถวยาว 8 เมตร ใชพืนทเก็บเกียว 36





ตารางเมตร (6 แถว แถวยาว 6 เมตร) ใชปุยเคมีตามคาวิเคราะหดิน วิธีการใหน้ําแบบหยด ในกรรมวิธีที่มีการ



ใหน้ํา เก็บตัวอยางดิน ภายในระดับความลึก 60 เซนตเมตร ตามความหนาของชนหนาดน ทก 7 วัน เพื่อนํามา


วิเคราะหความชื้นของดินกอนการใหน้ํา


รายงานความกาวหนา


มนสาปะหลงป 62/63 ปลูกปลายฝน ดาเนินการในแปลงทดลองภายในศนยวิจยพืชไรขอนแกน ชด







N
ดินวาริน พิกัดแปลงทดลอง UTM 48 Q 267449 1823865 ดําเนินการการวิเคราะหดินกอนปลูก ผล
E


วิเคราะหดนกอนปลก พบวา ดนบนทระดบความลก 0-20 เซนตเมตร มคาความเปนกรด-ดาง เทากับ 5.5 มี



















ปริมาณอินทรียวัตถตา 0.55 เปอรเซ็นต ปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชนสง 77 มลลกรัมตอกิโลกรัม และ










โพแทสเซียมทแลกเปลยนได 75 มลลกรัมตอกิโลกรัม สวนดนลางทระดบความลก 20-50 เซนตเมตร มคา













ความเปนกรด-ดาง 5.9 มีปริมาณอินทรียวัตถุ 0.35 เปอรเซ็นต ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนสูง 56 มิลลิกรัมตอ










กิโลกรัม และโพแทสเซียมทแลกเปลยนไดสง 71 มลลกรัมตอกิโลกรัม (Table 1) ทาการปลกมนสาปะหลง






พันธุ CMR54-31-53 ขนาดของแปลงยอย 8 x 10 เมตร ระยะปลก 1 x 1 เมตร ในแตละแปลงยอยมี 10 แถว

แตละแถวยาว 8 เมตร ใชพืนที่เก็บเกี่ยว 36 ตารางเมตร (6 แถว แถวยาว 6 เมตร) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561






ตดตั้งระบบน้ําตามกรรมวิธีใหน้ําเพื่อชวยงอก 10 มิลลิเมตรจํานวน 4 ครั้ง ดาเนินการกําจัดวัชพืชดวย
วิธีกล เนื่องจากมีการใหน้ําทําใหวัชพืชงอกบริเวณที่มีการใหน้ําหยด



การดาเนินงานในรอบ 6 เดอนปฏิบัติงานดแลรักษาแปลง กําจัดวัชพืช ปลอยแตนเบยนเพื่อปองกันการ








เขาลายของเพลยแปงมนสาปะหลง ไมพบการเกิดโรคและการเขาทาลายแมลงศตรูพืช ความสงทอาย 3 เดอน








พบวา กรรมวิธีท่ใหน้ํา 50.0% ของความจุความช้นท่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีความสูงมากทสุด 100




เซนตเมตร แตกตางในทางสถิติกับความสงจากการใหน้าในกรรมวิธีอืน






การดาเนินงานในรอบ 9 เดือนปฏิบัติงานดูแลรักษาแปลง กําจัดวัชพืช ไมพบการเกิดโรคและการเขา


ทําลายแมลงศตรูพืช ความสูงที่อายุ 6 เดือนพบวา กรรมวิธีที่ใหน้ํา 50.0% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชน

สูงสุด (AWC) มีความสูงมากที่สุด 220 เซนติเมตร แตกตางในทางสถิติกับความสูงจากกรรมวิธีที่ไมใหน้ํา ความ


สงทอาย 9 เดอนไมพบความแตกตางในทางสถตของความสงจากการใหน้ากรรมวิธีท่แตกตางโดยการใหน้า















50.0% ของความจุความช้นท่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีแนวโนมใหความสูงมากท่สุด 221 เซนตเมตร

ดําเนินการเก็บเกี่ยววันที่ 18 ธันวาคม 2562 ผลผลิตมันสาปะหลังเมื่ออายุ 12 เดือนพบวา ไมมีความแตกตาง










ในทางสถิตของความสง ผลผลต เปอรเซ็นตแปง ผลผลตแปงและดชนีเก็บเกียวจากการใหน้าทแตกตางกัน โดย






กรรมวิธีใหน้ํา 37.5% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มแนวโนมใหความสูง ผลผลิต ผลผลิต
แปงมากทสด 286 เซนตเมตร 7,745 กก./ไร และ 2,118 กก./ไร ตามลําดับ กรรมวิธีใหน้ํา 12.5% ของความ





จความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) มแนวโนมเปอรเซ็นตแปงมากทสด 28.1% กรรมวิธีใหน้า 50% ของ















ความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีแนวโนมใหดัชนีเก็บเกี่ยวมากที่สุด 0.67 (Table 5)

155













ดาเนินการการวิเคราะหดนกอนปลกป 2563/2564 ผลวิเคราะหดนกอนปลก พบวา ดนบนทระดบ










ความลึก 0-20 เซนตเมตร มคาความเปนกรด-ดาง เทากับ 5.8 มีปริมาณอินทรียวัตถตํา 0.65 เปอรเซ็นต 




ปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชนสง 65 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได 80 มิลลิกรัม

ตอกิโลกรัม สวนดินลางที่ระดับความลึก 20-50 เซนตเมตร มคาความเปนกรด-ดาง 6.1 มีปริมาณอินทรียวัตถ ุ











0.55 เปอรเซ็นต ฟอสฟอรัสทเปนประโยชนสง 78 มลลกรัมตอกิโลกรัม และโพแทสเซียมทแลกเปลยนไดสง













75 มลลกรัมตอกิโลกรัม (Table 6) ทาการปลกมนสาปะหลงพันธุ CMR54-31-53 ขนาดของแปลงยอย 8 x













10 เมตร ระยะปลก 1 x 1 เมตร ในแตละแปลงยอยม 10 แถว แตละแถวยาว 8 เมตร ใชพืนทเก็บเกียว 36
ตารางเมตร (6 แถว แถวยาว 6 เมตร) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562
ตดตั้งระบบน้ําตามกรรมวิธีใหน้ําเพื่อชวยงอก 10 มิลลิเมตรจํานวน 4 ครั้ง ดาเนินการกําจัดวัชพืชดวย




วิธีกล เนื่องจากมีการใหน้ําทําใหวัชพืชงอกบริเวณที่มีการใหน้ําหยด






การดาเนินงานในรอบ 6 เดอนปฏิบัตงานดูแลรักษาแปลง กําจดวัชพืช ปลอยแตนเบียนเพือปองกัน













การเขาทาลายของเพลยแปงมนสาปะหลง ไมพบการเกิดโรคและการเขาทาลายแมลงศตรูพืช ความสงทอาย 3
เดือนพบวา กรรมวิธีที่ใหน้ํา 37.5% ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีความสูงมากที่สุด 147





เซนตเมตร แตกตางในทางสถิติกับความสงจากการใหน้าในกรรมวิธีอืน (Table 7)

การเจริญเติบโตเมื่อมันสําปะหลังอายุ 9 เดือนพบวาการใหน้ําในกรรมวิธีที่แตกตางกัน มันสําปะหลังมี
ความสูงไมแตกตางกันในทางสถิติ (Table 8)

แปลงทดลองจงหวดระยอง


ไดแผนงาน และเตรียมอุปกรณการทดลองบางรายการ และกอนเริมการทดลองเก็บตวอยางดนรวม








(Composite Sample) กอนปลูกทระดบความลก 0-20 เซนตเมตร และ 20-50 เซนตเมตร วิเคราะห



E
N
คุณสมบัติทางเคมีและปริมาณธาตุอาหารในดิน พิกัดแปลง UTM 47P 732282 732282 ผลการวิเคราะห














คณสมบตทางเคมของดนกอนปลกทระดบความลก 0 - 20 เซนตเมตร มปฏกิริยาเปนกรดจด และ 20 - 50



เซนตเมตร ในดนทรายปนรวน ทศนยวิจยพืชไรระยอง มคาpH 4.4 และ pH 5.5 มปริมาณอินทรียวัตถ 0.82












และ 0.67 % ปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชน 11 และ 10 มก./กก. ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได 12









และ 11 มก./กก. ตามลาดบ โดยระดบวิกฤตของพีเอชมในการปลกมนสาปะหลงคอ 4.6 (CIAT, 1979)

ระดับวิกฤติของอินทรียวัตถุเทากับ 0.80 % ระดับวิกฤติฟอสฟอรัสท่เปนประโยชน และโพแทสเซียมท ี ่











แลกเปลยนไดเทากับ 7 และ 30 มก./กก. ตามลาดบ ; โชต 2539) (Table 8) ลกษณะของดนภายในหนาตด


ดน พบวา ดนบนและดนลางมเนือดนเปนดนทรายปนรวนดนบน มปฏกิริยาเปนกรดจด มคาความหนาแนน















ิ  3
รวมของดน เทากับ 1.52 กรัม/ซม. (Table 9)
วางแผนปลูกมันสําปะหลังพันธุ CMR 54-31-53 โดยใชระยะปลูก 1.0 x 1.0 เมตร ในแตละแปลงยอย




มี 10 แถว แตละแถวยาว 15 เมตร ใชพืนทเก็บเกียว 36 ตารางเมตร (6 แถว แถวยาว 6 เมตร) วางแผนการ












ทดลองแบบ RCB จานวน 4 ซ้า 5 กรรมวิธี ไดแก 1) ไมใหน้า (อาศยน้าฝน) 2) ใหน้า 12.5 % ของความจ ุ

ี่
ความชื้นที่เปนประโยชนสูงสด (AWC) 3) ใหน้ํา 25.0 % ของความจุความชื้นทเปนประโยชนสูงสุด (AWC) 4)

ี่

ใหน้ํา 37.5 % ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสด (AWC) 5) ใหน้ํา 50.0 % ของความจุความชื้นทเปน

156









ี่



ประโยชนสงสด (AWC) ใชปยเคมตามคาวิเคราะหดน วิธีการใหน้าแบบหยด ในกรรมวิธีทมีการใหน้ํา จากผล




O -K O ตอไร ทําการปลูกมันสําปะหลังพันธุ
วิเคราะหดนใชปุยเคมีตามคาวิเคราะหดิน 16-4-16 กิโลกรัม N-P 2 5 2 



CMR 54-31-53 เมื่อ 19 ธันวาคม 2561 และทาการวัดการเจริญเตบโตของมนสาปะหลงทอาย 3 เดอนหลง







ปลูก เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 พบวา กรรมวิธีการไมใหน้ํา และใหน้ําทุกระดับความชื้น มีความสูงไมแตกตาง

กันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือมีความสูงเฉลี่ย 74 เซนตเมตร ทั้งนี้เนื่องจากยังไมไดเริ่มการใหน้ําตามกรรมวิธี














การเจริญเตบโตอาย 6 เดอนพบวากรรมวิธีการไมใหน้า และใหน้าทกระดบความชน มความสงไมแตกตางกัน





อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือมีความสูงเฉลี่ย 135 เซนตเมตร และทาการวัดความสงทอาย 9 เดอน พบวา การ

















จดการน้าทกกรรมวิธีใหความสงไมแตกตางกันอยางมีนัยสาคญทางสถตเฉลยอยระหวาง 202 – 218




เซนตเมตร (Table 10) และเก็บเกียวผลผลต เมอ 6 มกราคม 2563 มปริมาณฝนรวมระหวาง 19 ธันวาคม








2562 ถึง 6 มกราคม 2563 รวม 1,104.6 มลลเมตร พบวา การจดการน้าทกกรรมวิธ ใหผลผลตหวสด และ





ผลผลิตแปง ไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถติ โดยใหผลผลิตหัวสดเฉล่ยอยูระหวาง 7,214 -7,642



กิโลกรัมตอไร และผลผลิตแปงเฉลี่ยอยูระหวาง 2,054 – 2,284 กิโลกรัมตอไร แตแตกตางอยางมีนัยสําคญกับ

การไมใหน้าทใหผลผลตหวสดเฉลยตาสด 5,529 กิโลกรัมตอไร และผลผลตแปงตาสด 1,604 กิโลกรัมตอไร





















การจัดการน้ําทุกกรรมวิธีใหความสูง เปอรเซ็นตแปง และดัชนีการเก็บเกี่ยวไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคญทาง



สถิติ โดยมีความสูงเฉล่ยอยูระหวาง 254 – 264 เซนติเมตร เปอรเซ็นตแปงเฉล่ยอยระหวาง 27.8-29.9










เปอรเซ็นต และดชนีการเก็บเกียวเฉลยอยระหวาง 0.66- 0.71 (Table 11) อยางไรก็ตาม พบวา การใหน้าท ่ ี








ใหผลผลตสงสด คอการใหน้าท 12.5 % ของความจความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) และการดดใชธาต ุ




















อาหารของมนสาปะหลง ทถกดดใชไปสะสมในสวนของตน ใบ เหงา และหวของมนสาปะหลง จากเก็บเกียว












ผลผลตทปลกในฤดฝนป 2561/2562 ในชดดนหวยโปง พบวา ปริมาณธาตอาหารไนโตรเจน ทถกดดใชไป



















สะสมในสวนของใบ>หว>ตน>เหงา มการดดใชฟอสฟอรัสไปสะสมในสวนของหว>ตน>ใบ>เหงา และดดใช



โพแทสเซียมถูกไปสะสมในสวนของหัว>ตน>ใบ>เหงา โดยการปลูกมันสําปะหลังพันธุCMR54-31-53 ซึ่ง













ไดผลผลตเฉลย 7,026 กก./ไร มการดดใชไนโตรเจนไปสะสมในสวนของใบ หว ตน ใบ และเหงาสงสดเฉลย


O /ไร หรือ 0.85 กก.






23.48 กก.N/ไร หรือ 3.34 กก.N/ตนผลผลต มการดดใชฟอสฟอรัสเฉลย 5.95 กก.P 2 5











P 2 O/ตนผลผลต และดดใชโพแทสเซียมเฉลย 16.65 กก.K O/ไร หรือ 2.37 กก.K O/ตน การไมใหน้า(อาศย
2
2









น้าฝน) การใหน้า 12.5 % ของความจความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) การใหน้า 25.0 % ของความจ ุ







ความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) การใหน้า 37.5% ของความจความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC)














และการใหน้ํา 50.0 % ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) เพื่อใหไดผลผลิตเฉลี่ย 7,026 กก./ไร







มการดดใชไนโตรเจนไปสะสมในสวนของตน ใบ เหงา และหวของมนสาปะหลงเฉลย 23.48 กก.N/ไร หรือ




3.34 กก.N/ตนผลผลต เทากับ 50.95 % (Table 12-14) และทาการปลกมนสาปะหลงพันธุ CMR 54-31-53











เมอ 16 มกราคม 2563 โดยใชระยะปลก 1.0 x 1.0 เมตร ในแตละแปลงยอยม 10 แถว แตละแถวยาว 15













เมตร วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 4 ซ้า 5 กรรมวิธี ไดแก 1) ไมใหน้า (อาศยน้าฝน) 2) ใหน้า 12.5















% ของความจความชนทเปนประโยชนสงสด (AWC) 3) ใหน้า 25.0 % ของความจความชนทเปนประโยชน




สูงสุด (AWC) 4) ใหน้ํา 37.5 % ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) 5)ใหน้ํา 50.0 % ของความ

157











ี่




จความชนทเปนประโยชนสูงสุด (AWC) ใชปยเคมตามคาวิเคราะหดน ในกรรมวิธีทมีการใหน้ําใหน้าแบบหยด


















และทาการวัดการเจริญเตบโตของมนสาปะหลงทอาย 3 เดอนหลงปลก เมอวันท 24 เม.ย. 2563 พบวา มี






ความสงแตกตางกันอยางมนัยสาคญยงทางสถต โดยกรรมวิธการไมใหน้าหยดและใหน้าหยดระดบตาสดหรือ



















การใหน้า 12.5 % ของความจุความช้นท่เปนประโยชนสูงสุด (AWC) มีความสูงเฉล่ยตําสุดเทากันคือ 39



เซนตเมตรแตกตางกับการใหน้ํา 25.0 37.5 และ 50.0 % ของความจุความชื้นที่เปนประโยชนสูงสุด (AWC)ที ่
มความสงเฉลย 46 48 และ 48 เซนตเมตร ตามลาดบ (Table 15) และทาการวัดการเจริญเตบโตทอาย 6


















เดอน พบวา การเจริญเตบโตทางความสงของมนสาปะหลงไมแตกตางกันอยางมนัยสาคญทางสถต โดยม ี









คาเฉลย 151 เซนตเมตร (Table 15) โดยในฤดปลก 2563/2564 มปริมาณฝนคอนขางมากและกระจายอยาง







สม่ําเสมอจึงยังไมมีการใหน้ําตามกรรมวิธี โดยมีปริมาณฝนรวมจนถึงอายุ 6 เดือน 823.2 มิลิเมตร (Figure 2)

Table 1 Characteristics of Warin series at Khon Kaen Province before planting Cassava in
2018/2019 Dry Season
4
2
1
3
Soil depth pH Organic Available P Exchangeable K Textural 5
(cm) (soil:water 1:1) matter (% ) (mg/kg) (mg/kg) Class
48Q 267449 1823865
N
E
0-20 5.5 0.55 77 75 Sand
20-50 5.9 0.35 56 71 Sand
2
1 Peech (1965) Walkley and Black (1934) Bray and Kurtz (1945)
3
5
4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method

Table 2 Height of CMR54-31-53 at 3 months after planting on Warin series at Khon Kaen
Province in 2018/2019 Dry Season
Treatment Height (cm)
No Water 45 b
12.5 % AWC 58 ab
25.0 % AWC 65 a
37.5 % AWC 61 a
50.0 % AWC 70 a
F-Test = * CV (%) = 11

158



Table 3 Height of CMR54-31-53 at 6 months after planting on Warin series at Khon Kaen

Province in 2018/2019 Rainy Season
Treatment Height (cm)

No Water 125 b

12.5 % AWC 183 ab
25.0 % AWC 201 a

37.5 % AWC 210 a

50.0 % AWC 220 a
F-Test = * CV (%) = 14.3



Table 4 Height of CMR54-31-53 at 9 months after planting on Warin series at Khon Kaen
Province in 2018/2019 Dry Season

Treatment Height (cm)

No Water 198
12.5 % AWC 195

25.0 % AWC 205
37.5 % AWC 211

50.0 % AWC 225

F-Test = ns CV (%) = 23.17


Table 5 Yield and yield Companent of CMR54-31-53 at 12 months after planting on Warin
series at Khon Kaen Province in 2018/2019 Dry Season

Treatment Height Yield % Starch Starch yield HI

(cm) (Kg/rai) (%) (Kg/rai)
No Water 248 5,000 23.3 1,160 0.63

12.5 % AWC 234 6,078 28.1 1,712 0.65

25.0 % AWC 270 5,939 26.9 1,602 0.62
37.5 % AWC 286 7,745 27.5 2,118 0.65

50.0 % AWC 261 6,789 26.3 1,774 0.67

Average 260 6,310 26 1,673 0.64
CV (%) 16.7 30.7 23.4 7.2 26.3

159



Table 6 Characteristics of Warin series at Khon Kaen Province before planting Cassava in

2019/2020 Dry Season
3
4
Soil depth pH Organic Available P Exchangeable K Textural 5
2
1
(cm) (soil:water 1:1) matter (% ) (mg/kg) (mg/kg) Class
48Q 267449 1823865
N
E
0-20 5.8 0.65 65 80 Sand
20-50 6.1 0.55 78 75 Sand
3
2
1 Peech (1965) Walkley and Black (1934) Bray and Kurtz (1945)
5
4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method

Table 7 Height of CMR54-31-53 at 6 months after planting on Warin series at Khon Kaen

Province in 2019/2020 Dry Season
Treatment Height (cm)

No Water 116 c

12.5 % AWC 132 ab
25.0 % AWC 131 b

37.5 % AWC 147 a

50.0 % AWC 136 ab
F-Test = * CV (%) = 7.37

** : Significant at 5,1 % level of probability
Means followed by the same letter within a column are not significantly different at 5 %
level of probability using Duncan Multiple Range Test (DMRT)


Table 8 Height of CMR54-31-53 at 9 months after planting on Warin series at Khon Kaen
Province in 2019/2020 Dry Season

Treatment Height (cm)

No Water 187
12.5 % AWC 191

25.0 % AWC 200
37.5 % AWC 214

50.0 % AWC 200

F-Test = ns CV (%) = 4.25
** : Significant at 5,1 % level of probability
Means followed by the same letter within a column are not significantly different at 5 %
level of probability using Duncan Multiple Range Test (DMRT)

160



Table 9 Characteristics of Huai pong series at Rayong Province before planting Cassava in

2018/2019
3
1
4
Soil pH Organic Available P Exchangeable K Textural 5
2
depth (soil: water 1:1) matter (mg/kg) (mg/kg) class
(cm) (% )
0-20 4.4 0.82 11 12 Loamy Sand

20-50 5.5 0.67 10 10 Sandy Clay loam
1 Peech (1965) soil : water = 1:1 2 Walkley and Black (1965)

3 Bray and Kurtz (1945) 4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method
5
Table 10 Soil profile on of Huai pong series at Rayong Province in rainy season

2018/2019
1
2
Depth (cm) pH OM Avai.P Exch.K Texture Bulk density
4
5
3
3
% (mg/kg) mg/kg) (g/cm )
(
0-20 4.5 1.07 11 18 Loam Sand 1.52
20-42 4.6 0.69 3 8 Sandy Clay loam 1.65
42-68 4.8 0.59 3 8 Sandy Clay loam 1.64

68-112 5.2 0.41 3 10 Sandy Clay loam 1.67
11-154+ 5.6 0.41 3 14 Sandy Clay loam 1.82

1 Peech (1965) Walkley and Black (1934) Bray and Kurtz (1945)
3
2
5
4 Schollenberger and Simon (1945) Hydrometer method
Source : Laboratory of Khon Kaen Field Crop Research Center

Table 11 Height of CMR 54-31-53 at 3 6 9 and 12 months after planting on Huai pong Series

in Rayong Province in 2018/2019

Treatment 3 month (cm) 6 month 9 month 12 month
No Water 73 125 202 255

12.5 % AWC 73 139 216 265

25.0 % AWC 76 135 213 254
37.5 % AWC 74 141 218 265

50.0 % AWC 75 136 215 264
Average 74 135 213 260

CV (%) 5.0 5.75 6.4 5.5

161



Table 12 Yield and yield Components of CMR 54-31-53 at 12 months after planting on Huai

pong Series in Rayong Province in 2018/2019
Height Yield % Starch Starch yield HI
Treatment
(cm) (Kg/rai) (%) (Kg/rai)

No Water 255 5,529 b 29.1 1,604 b 0.71
12.5 % AWC 265 7,378 a 27.8 2,054 a 0.66

25.0 % AWC 254 7,364 a 28.7 2,113 a 0.68

37.5 % AWC 265 7,642 a 29.9 2,284 a 0.68
50.0 % AWC 264 7,214 a 28.9 2,085 a 0.66

Average 260 7,026 28.9 2,028 0.68

CV (%) 5.5 8.1 6.0 10.2 5.5


Table 13 N uptake (KgN/rai) of CMR 54-31-53 at 12 months on Huai pong Series in Rayong
Province in 2018/2019

Treatment Leaves Stem Stalk Root Total Uptake/rai

No Water 8.47 4.48 1.94 7.32 22.22
12.5 % AWC 9.03 4.83 1.93 7.78 23.57
25.0 % AWC 7.75 4.77 2.34 8.23 23.10
37.5 % AWC 9.59 4.49 2.23 7.68 23.98
50.0 % AWC 10.48 4.88 2.06 7.11 24.54
Average 9.06 4.69 2.10 7.63


Table 14 P uptake (KgP/rai) of CMR 54-31-53 at 12 months on Huai pong Series in Rayong

Province in 2018/2019
Treatment Leaves Stem Stalk Root Total Uptake/rai

No Water 0.63 0.81 0.35 3.33 5.12
12.5 % AWC 0.73 1.04 0.47 3.92 6.16
25.0 % AWC 0.61 0.93 0.46 3.87 5.86
37.5 % AWC 0.75 1.12 0.47 4.09 6.43
50.0 % AWC 0.85 0.97 0.45 3.93 6.21

Average 0.71 0.97 0.44 3.83

162



Table 15 K uptake (KgK/rai) of CMR 54-31-53 at 12 months on Huai pong Series in Rayong

Province in 2018/2019
Treatment Leaves Stem Stalk Root Total Uptake/rai

No Water 1.96 2.58 1.38 9.48 15.39

12.5 % AWC 1.96 2.43 1.51 9.92 15.82
25.0 % AWC 1.85 2.02 1.25 9.94 15.06

37.5 % AWC 2.30 2.83 1.77 12.21 19.12

50.0 % AWC 2.63 2.42 1.50 11.30 17.84
Average 2.14 2.45 1.48 10.57



Table 16 Height of CMR 54-31-53 at 3 and 6 months after planting on Huai pong Series in
Rayong Province in 2019/2020

Treatment 3 months (cm) 6 months (cm)

No Water 39 b 147
12.5 % AWC 39 b 152

25.0 % AWC 46 a 155
37.5 % AWC 48 a 146

50.0 % AWC 48 a 154

Average 44 151
CV (%) 4.9 5.2

** : Significant at 5,1 % level of probability
Means followed by the same letter within a column are not significantly different at 5 %
level of probability using Duncan Multiple Range Test (DMRT)

163



T-max T-min rain mm.
40 100



80
30

60
20
ºC 40

10
20


0 0




Figure 1 daily rainfall (mm.) in 2018/2019 19 December 2018 - 6 January 2020)
th
th
1,104.6 mm.

Source : Meteorological Station. Agriculture Rayong Province



T-max T-min rain
mm.

40 80

35 70
30 60

25 50

20 40
ºC
15 30
10 20

5 10

0 0





Figure 2 daily rainfall (mm.) in 2019/2020 24 April 2018 – 30 June 2020)
th
th
823.2 mm.

Source : Meteorological Station. Agriculture Rayong Province

164



เอกสารอางอิง

Bray, R.H. and L.T. Kurtz. 1945. Determination of total organic and available forms of phosphorus in soils.
Soil Sci. 59: 39-45.
Page, A.L., R.H. Miller and D.R. Keey. 1982. Methods of soil analysis part 2 : chemical and microbiological
propertics second edition Agronomy No. 9 ASA, SSSA. Madison, Wisconsin, USA. 1159 p.

Peech,M. 1965. Soil pH by glass electrode pH meter, pp. 914-925. In C.A. Black, D.D.Evans, R.L. White,
L.E.Ensminger, F.E. Clark and R.C. Dinsuer (eds). Method of Soil Analysis Part 2 : Physical and
microbiological Propertics, Including Statistics of Measurement and Sampling American Society of

Agronomy Inc., Pubisher Madison,USA.
Schollenberger, C.L. and R.H. Simon. 1945. Determination of exchange capacity and exchangeable bases in
soil-ammonium acetate method. Soil Sci. 59:13-24.
Walkley, A. and C.A. Black. 1934. An examination of Degtjareff method for determining soil organic matter
and a proposed modification of the chromic acid titration method. Soil Sci. 37: 29-37.

165



การปรับปรุงพันธุมันสําปะหลังเพื่อบริโภค : การเปรียบเทียบมาตรฐาน (ลูกผสมป 2560)


1*
ู
1
ิ์
1
รวีวรรณ เชื้อกิตติศักด36 ทนุธรรม บุญฉิม นารีรัตน เณรอย สุมณฑา นนทะนํา
1
กุสุมา รอดแผวพาล37 ศฐาคุปต เค็น นากาชิมา สุวลักษณ อะมะวัลย และอดิศักดิ์ สายนภา
2
2
2
2

บทคัดยอ


การเปรียบเทียบมาตรฐานพันธุมนสําปะหลังเพื่อบริโภค ลูกผสมชุดป 2560 จํานวน 12 สายพันธุ 
ไดแก CMRE60-03-2 CMRE60-03-13 CMRE60-06-41 CMRE60-06-44 CMRE60-01-02 CMRE60-01-66
CMRE60-01-78 CMRE60-01-90 CMRE60-02-10 CMRE60-02-12 CMRE60-02-61 CMRE60-03-09



รวมกับพันธุตรวจสอบพันธุหานาที และระยอง 2 ปลูกมันสําปะหลังเพือบริโภควันท่ 8 มิถุนายน 2563
ตรวจเช็คความงอกเมื่ออายุ 1 เดือน พบวา มันสําปะหลังมีอัตราการรอดนอยมาก เหลือตนที่รอดตายเพียงรอย

ละ 10 จึงไมสามารถประเมินศักยภาพการใหผลผลิตของมันสําปะหลังเพื่อบริโภคลูกผสมชดป 2560 ได 



เนื่องจากมจํานวตนท่รอดนอย และดูแลรักษาแปลงทดลองไว เพื่อเก็บรักษาทอนพันธุเพื่อใชในการ

เปรียบเทียบทองถิ่นตอไป
คํานํา
มันสําปะหลังท่ปลูกในแหลงปลูกท่วโลกและในประเทศไทย แบงเปน 2 ชนิด คือ 1. ชนิดหวาน


(Sweet type) เปนมันสําปะหลังที่มีปริมาณไซยาไนดต่ํา ไมมีรสขมใชเพื่อการบริโภคของมนุษย เชน นําไปนึ่ง



เช่อม หรือทอด มันสําปะหลังชนิดนี้มีท้งชนิดเนื้อรวนนุมและชนิดเนือเหนียวแนน เชน พันธุหานาที และ


ระยอง2 เปนตน 2. ชนิดขม (Bitter type) เปนมันสําปะหลังที่มีปริมาณไซยาไนดสูง เปนพิษตอรางกาย และมี

รสขมไมเหมาะสําหรับการบริโภคของมนุษยหรือใชหัวมันสดเลี้ยงสัตวโดยตรง ตองนําไปแปรรูปเปนมันอัดเม็ด
หรือมันเสนแลวจึงนําไปเลี้ยงสัตวได แตเนื่องจากมีปริมาณแปงสูง จึงนิยมใชในอุตสาหกรรมแปรรูปตางๆ เชน









แปงมน มนเสน มนอัดเมด และแอลกอฮอล นอกจากนีการแปรรูปเปนอาหารโดยใชความรอน เชน ตากแดด


เผาและตม ก็จะทําใหไซยาไนดแตกตัวหมดไป สามารถทําใหรสขมลดลงหรือหมดไป เชน พันธุระยอง 5








ระยอง 7 ระยอง 9 ระยอง 11 และระยอง 86-13 เปนตน แตในประเทศไทยมการปลกมนสาปะหลงชนิดขม

เพื่อใชในอุตสาหกรรมมากกวาชนิดหวาน เนืองจากการปลกมนสาปะหลงชนิดหวานมตลาดจากัด สวนใหญจะ












ปลกตามครัวเรือนหรือตามรองสวนเพือบริโภคเองภายในครัวเรือนหรือเพือจาหนายในทองถนในปริมาณไม 


มากนัก มันสําปะหลังมีคุณคาทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะอยางยิ่ง คารโบไฮเดรต น้ําตาล โปรตีน วิตามินและ
แรธาตุที่สําคัญ เหมาะสําหรับการบริโภค
มันสําปะหลังพันธุหานาทีเปนพันธุพื้นเมืองที่มีปลูกมานานใน ประเทศไทย เนื้อรวนซุย เหมาะสําหรับ




บริโภคในรูปมนนึงหรือมนเชอม หรือมนเผา ผลผลตตา 1,500-2,000 กิโลกรัมตอไร ถาปลกในสภาพไรควร









1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 ศูนยวิจัยพืชไรระยอง สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดระยอง
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

166






เก็บเกียวเมออายประมาณ 6-8 เดอน หากเกินกวานันเนือจะมเสยนมากไมเหมาะจะนํามาบริโภค แตถาปลก





























ในสภาพสวนเนือจะไมเปนเสยน ถงแมวามนสาปะหลงพันธุหานาทจะมรสชาตและเนือสมผสทเหมาะสําหรับ


การบริโภค แตมีขอดอยคือใหผลผลตตา ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพื่อปรับปรุงพันธุมันสําปะหลังใหได 

่ํ

พันธุที่มีคุณสมบัติเหมาะตอการบริโภค และใหผลผลิตสูงกวาพันธุหานาที
การทดลองเปรียบเทียบมาตรฐาน เปนขั้นตอนที่ดาเนินการตอจากการทดลองเปรียบเทียบเบื้องตน โดย

นําพันธุมันสําปะหลังที่ผานการคัดเลือกในขั้นเปรียบเทียบเบื้องตน (ลูกผสมป 2560) จานวน 12 สายพันธุ มา





ปลูกทดลองในสภาพแวดลอมตางๆ และคดเลือกเขาสูการประเมินผลผลิตการเปรียบเทียบในทองถิ่นตอไป


วิธีดําเนินการ
สิ่งที่ใชในการทดลอง










1. สายพันธมนสาปะหลงทผานการเปรียบเทยบเบองตนประมาณ 12 สายพันธุ (ลกผสมป 2560)



ไดแก CMRE60-03-2 CMRE60-03-13 CMRE60-06-41 CMRE60-06-44 CMRE60-01-02 CMRE60-01-66
CMRE60-01-78 CMRE60-01-90 CMRE60-02-10 CMRE60-02-12 CMRE60-02-61 CMRE60-03-09
2. มันสําปะหลังพันธุตรวจสอบ 2 พันธุ ไดแก พันธุหานาที และระยอง 2

3. เครืองวัดเปอรเซ็นตแปง แบบ Reimann Balance

4. ปุยเคมีเกรด 46-0-0 18-46-0 และ 0-0-60
5. สารเคมีปองกันกําจัดวัชพืช โรค และแมลง
6. อุปกรณสําหรับนึ่งหัวมัน


7. อุปกรณและสารเคมตรวจวัดปริมาณไซยาไนด 
แบบและวธีการทดลอง


แผนการทดลอง : วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 3 ซ้า

กรรมวิธี : พันธุมันสําปะหลังที่ผานการคัดเลือกจากขั้นตอนการเปรียบเทียบเบื้องตนประมาณ 12 สาย
พันธุ ไดแก CMRE60-03-2 CMRE60-03-13 CMRE60-06-41 CMRE60-06-44 CMRE60-01-02 CMRE60-
01-66 CMRE60-01-78 CMRE60-01-90 CMRE60-02-10 CMRE60-02-12 CMRE60-02-61 CMRE60-03-
09 และพันธุมาตรฐาน 2 พันธุ ไดแก พันธุหานาทีและระยอง 2
วิธีปฏิบัติการทดลอง











ปลกสายพันธุมนสาปะหลงทคดเลอกไดและพันธุเปรียบเทยบ ใชขนาดแปลงทดลองยอย 5x8 เมตร









ใชระยะปลกระหวางแถว 100 เซนตเมตร ระยะปลกระหวางตน 80 เซนตเมตร ปลก 5 แถว ๆ ละ 10 ตน ตัด







ทอนพันธุทความยาว 20 เซนตเมตร ปกทอนพันธุลกประมาณ 1 ใน 3 สวนของความยาวทอนพันธุ สาหรับ








การใสปุยจะใสปุยเคมีสูตร 18-46-0 และ 0-0-60 ตามคาวิเคราะหดน ในสวนของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม




ใสในชวง 1 เดือนหลังปลูก สวนปริมาณปุยยูเรีย (46-0-0) ตามการคํานวณที่เหลือนั้นจะใสในชวง 3 เดือนหลง

ปลก โดยใส 2 ขางลาตนบริเวณชายพุมใบแลวพรวนดนกลบ กําจดวัชพืชโดยใชแรงงานคน และใชสารกําจด













วัชพืชตามความจําเปน ดูแลรักษาทางดานแมลงศตรูและดานโรคมันสาปะหลังตามคําแนะนําของกรมวิชาการ


167













เกษตร เก็บเกียวผลผลตในพืนทเก็บเกียว 3x6.4 เมตร โดยเก็บเกียวในพืนท 3 แถวกลางและเวนแถวริม
โดยรอบ เมื่อมันสําปะหลังอายุ 10 เดือน
การบันทึกขอมูล



วันปฏิบัติการตางๆ พิกัดแปลง ขอมูลอุตุนิยมวิทยา ผลการวิเคราะหดินกอนปลูก อัตราการอยูรอดหลง
ปลูก การเจริญเติบโต ความสูงทรงตน จํานวนตนเก็บเกี่ยว จํานวนหัวสด น้ําหนักสดของใบ+ลําตน+เหงา






น้าหนักหวสดตอพืนทเก็บเกียว ปริมาณแปงในหวสด การเขาทาลายของโรคและแมลงทสาคญ ลกษณะหวทง
















ปริมาณ รูปทรง และ การกระจายตวของหว สเนือ ปริมาณไซยาไนด วัดความหวาน ดวยเครื่องมือ hand












refractometer ลกษณะเนื้อสมผส ส และรสชาต ของเนือมนหลงนึงและทอด วิเคราะหขอมลโดยการ






วิเคราะหความแปรปรวน (analysis of variance) เปรียบเทยบความแตกตางของคาเฉลยใช Fisher’s Least

Significant Difference (LSD)



ผลและวจารณผลการทดลอง
ปลูกมันสําปะหลังเพื่อบริโภควันที่ 8 มิถุนายน 2563 ตรวจเช็คความงอกเมื่ออายุ 1 เดือน พบวา มัน





สาปะหลงมอัตราการรอดนอยมาก โดยมความงอกเฉลยเพียงรอยละ 27 ม 3 สายพันธุทมความงอกมากกวา







ครึ่ง ไดแก CMRE60-03-09 CMRE60-03-2 และ CMRE60-03-13 โดยมความงอกรอยละ 66 61 และ 53
















ตามลาดบ และเมอทาการวัดอัตราการรอดอีกครัง เมอมนสาปะหลงอายได 2 เดอน ซึงแปลงมนสาปะหลง










ประสบกับสภาวะแหงแลงทาใหตนมนสาปะหลงตายเพิมขน เหลอตนรอดตายลดลงจากรอยละ 27 เปนรอย














ละ 10 (ตารางท 1) ไดแจงหวหนาการทดลองเพือขอยกเลกแปลง แตเพือเปนการรักษาตนพันธุสาหรับใชใน






การทดลองขึ้นตอไปจึงดูแลรักษาแปลงไว และเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเฉพาะตนที่เหลือวันที่ 16 พฤษภาคม 2564
(11 เดือน) ผลปรากฏวา มี 8 สายพันธที่ใหผลผลตสูงกวาพันธุหานาที และระยอง 2 สายพันธ CMRE60-03-







2 ใหผลผลตสงสด 3.51 ตนตอไร รองลงมาไดแก CMRE60-03-09 CMRE60-02-12 CMRE60-01-66





CMRE60-01-09 CMRE60-06-41 CMRE60-03-13 และ CMRE60-01-02 ทใหผลผลตเทากับ 2.82 2.77













2.30 1.82 1.61 1.40 และ 1.40 ตามลาดบ ทงนีอาจจะเปนเพราะมจานวนตนเก็บเกียวมากกวา จงไมสามารถ



















ประเมนผลผลตตามศกยภาพทแทจริงของพันธุได สวนปริมาณแปง ม 3 สายพันธุทใหแปงสงกวาพันธุ 


ตรวจสอบ ไดแก CMRE60-03-09 และ CMRE60-06-41 สวนดัชนีเก็บเกี่ยว มี 2 สายพันธุที่มีดัชนีเก็บเกี่ยวสง

กวาพันธุตรวจสอบ ไดแก CMRE60-02-61 และ CMRE60-01-90 สายพันธุ CMRE60-01-78 เปนพันธุท ี่
เจริญเติบโตทางดานลาตนนอยท่สด มีความยาวลํา 118 เซนติเมตร ไมแตกตางจากพันธุระยอง 2 สวน




CMRE60-03-13 มีการเจริญเติบโตทางดานลําตนสูงสุด โดยมีความยาวลํา 261 เซนติเมตร รองลมาไดแก




CMRE60-03-2 CMRE60-06-44 CMRE60-03-09 หานาท และ CMRE60-01-09 (ตารางท 1)




สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ






ไมสามารถประเมนศกยภาพการใหผลผลตของมนสาปะหลงเพือบริโภคลกผสมชดป 2560 ได 






เนื่องจากมีจํานวตนที่รอดนอย ไดดูแลรักษาแปลงทดลองไว เพื่อเก็บรักษาทอนพันธุเพื่อใชในการเปรียบเทยบ



ทองถิ่นตอไป

168




ตารางที่ 1 ผลผลต องคประกอบผลผลิต และดัชนีเก็บเกี่ยวของมันสําปะหลังเพื่อบริโภค 14 พันธุ/สายพันธุใน


การเปรียบเทยบมาตรฐานลูกผสมชดป 2560

ทศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2563/64
ี่
% ความ % ตน
งอก รอด ผลผลิต ปริมาณแปง จํานวนหลุม จํานวนหัว ดัชนีเก็บ ความยาวลํา
พันธุ/สายพันธ ุ
(อายุ 1 (อายุ 2 (ตัน/ไร) (%) เก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยว เกี่ยว (ซม.)
เดือน) เดือน)
CMRE60-03-2 61 34 3.51 17.8 833 7,771 0.55 233
CMRE60-03-13 53 11 1.40 11.6 250 1,854 0.62 261
CMRE60-06-41 25 15 1.61 21.8 458 3,208 0.56 179
CMRE60-06-44 24 10 1.19 18.0 354 2,896 0.61 233
CMRE60-01-02 35 7 1.40 19.2 188 1,708 0.62 169
CMRE60-01-66 31 13 2.30 14.4 264 3,111 0.69 164
CMRE60-01-78 12 1 0.15 9.8 42 458 0.41 118
CMRE60-01-90 20 9 1.82 17.0 236 2,458 0.65 206
CMRE60-02-10 8 0 1.16 24.0 83 2,375 0.60 188
CMRE60-02-12 26 16 2.77 18.0 354 5,021 0.55 150
CMRE60-02-61 9 2 0.64 19.7 167 1,500 0.68 168
CMRE60-03-09 66 18 2.82 23.4 375 5,222 0.53 229
หานาที 11 8 1.27 15.0 139 1,764 0.51 214
ระยอง 2 1 1 0.49 19.8 42 458 0.63 156
เฉลี่ย 27 10 1.61 17.8 270 2,843 0.59 190

169



การศึกษาศักยภาพในการสรางรากสะสมอาหารในสภาพเนื้อเยื่อ

ื้
ของเชอพันธุมันสําปะหลังที่รวบรวมไว 

Investigation of storage root formations in in vitro cultures of different

cassava varieties in the germplasm collection


1
1
1
1
ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล38 วีรกรณ แสงไสย วสันต สิงคคํา สินีนารถ พลธิราช ศรัญญา จิตไทย
1
3
2
จิณณจาร หาญเศรษฐสุข39 ประพิศ วองเทียม40 และสุวลักษณ อะมะวัลย
2

รายงานความกาวหนา











ผลการดาเนินงานในป 2563-2564 ไดมการเก็บตวอยางเชอพันธุกรรมเพิมจาก ศวร.ระยอง จานวน
180 หมายเลข มีทั้งกลุมพันธุเดิมที่ซอมการทดลองเดิม และพันธุใหม ทําการเพาะขยาย และปลูกในถุง รอการ
เจริญเตบโตเพือตดเพาะขยายในเนือเยอ มีตัวอยางที่ยังคงเหลือในกระถางขณะนี้มีจํานวน 146 หมายเลข และ
















เพาะเลยงเนือเยอเพือขยายตนแลวจานวน 20 หมายเลข มตวอยางททาการศกษาขอมลการเจริญเตบโตใน




















อาหาร 2 สตร แลวจานวน 85 หมายเลข ในจานวนนีมการทาซ้าขอมลจานวน 10 หมายเลข ผลจากการศกษา


เปอรเซ็นตแปงพบวาบางพันธุมเปอรเซ็นตแปงทตาผดปกต โดยพบทประมาณ 4-10 เปอรเซ็นต จากการ























ตรวจสอบสาเหตพบวาชวงเวลาทเก็บตวอยางเพือวิเคราะหชาเกินไป ทาใหหวบางสวนไดพัฒนาไปเปนราก ทา








ใหไดคาแปงตํากวาท่ควรเปน จากการวิเคราะหภาพพัฒนาการในการสรางหวท 4, 6, 9 และ 12 สปดาห 






พบวาหลายตัวอยางมีการสรางหัวเร็วที่ 4 -6 สัปดาห ที่ 9-12 สปดาห หวเกือบทงหมดเปลยนเปนราก โดยการ






เก็บตัวอยางเพื่อวิเคราะหจะกําหนดที่ 9 และ 12 สัปดาห จึงทําใหไมสามารถวัดแปงได ทั้งนี้คาแปงโดยปกติม ี

คาโดยเฉลี่ยประมาณ 15-30 เปอรเซ็นต วิเคราะหดวยวิธี Enzymatic method การปนเปอนเชอราในอาหาร



เปนปญหาทําใหไดขอมูลไมครบถวนและตองทําการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพิ่มเพื่อทดลองซอมในสวนที่ขอมูลขาด

คํานํา
ั้

กรมวิชาการเกษตรมีการรวบรวมพันธุมันสาปะหลงทงพันธุพื้นเมืองและพันธุตางๆ ประเทศกวา 800




พันธุ โดยรวบรวมไวทศนยวิจยพืชไรระยอง มการศกษาลกษณะประจาพันธุในสภาพแปลงทดลองแลวจานวน

























หนึง ซึงบางลกษณะทสาคญทางการเกษตร เชน ผลผลต อาจแปรปรวน แตกตางไปจากแหลงปลกดงเดม




ั้



เนืองจากไดรับอิทธิพลจากสภาพแวดลอม บดบงลกษณะลกษณะทางพันธุกรรมทแทจริงไป ทงนี้สงผลตอการ


ี่





คดเลอกพอแมพันธุในงานปรับปรุงพันธุมนสาปะหลง การศกษาในสภาพแวดลอมทควบคมได จงนาจะเปน
















แนวทางในการตรวจสอบลกษณะทางพันธุกรรมทแทจริง การทดสอบในสภาพเนือเยอจงเปนแนวทางหนึงใน







1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 ศูนยวิจัยพืชไรระยอง สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอโปงแรด จังหวัดระยอง
3 สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน จตุจักร กรุงเทพมหานคร

170





ี่


การศึกษาดังกลาว ซึ่งจะทําใหไดขอมูลลักษณะทางพันธุกรรมที่แทจริงทเกิดจากสภาพแวดลอมทเหมาะสมตอ
ี่

พัฒนาการของมนสาปะหลง






จากรายงานผลวิจัยกาวหนาในป 2557 ของการทดลองพัฒนาวิธีการชกนําใหเกิดหวของมนสาปะหลง



ในสภาพเนื้อเยื่อของศูนยวิจัยพืชไรขอนแกนโดยทดสอบในมันสําปะหลงจานวน 5 พันธุ ไดแก ระยอง5 ระยอง

7 ระยอง9 ระยอง11 และ เกษตรศาสตร50 เปรียบเทยบกับการปลกในสภาพแปลงทดลอง พบวาใหผล











สอดคลองกัน สามารถแสดงผลผลตจานวนหว ลกษณะการเรียงตวของหว รูปรางของหว เปอรเซ็นตแปง การ












เจริญเตบโต สของหว ได พันธุของกรมวิชาการเกษตรพบวามการจดเรียงหวและรูปรางหวคลายคลงกัน
แตกตางจากพันธุทผลตจากแหลงอื่น อยางไรก็ตามพบวา ผลการศึกษาพันธุ ระยอง 5 ในสภาพเนื้อเยื่อ






แตกตางจากรายงานอื่นในสภาพแปลงทดลอง โดยในสภาพเนื้อเยื่อแสดงใหเห็นวาพันธุนี้มีการเจริญเตบโตได 

















คอนขางดกวาพันธุอืน มเปอรเซ็นตแปงทตรวจดวยวิธีในหองปฏบตการสงกวาพันธุอืนเมอยในสภาพเดยวกัน











แสดงใหเหนวาพันธุนีอาจปรับตวไดไมดในสภาพแวดลอมทไมเหมาะสมอีกทงยงแสดงใหเหนถงศกยภาพของ


























การใชเทคนิคการเพาะเลยงเนือเยอในการตรวจสอบศกยภาพทแทจริงของพันธุ (ศจรัตน สงวนรังศริกุล และ




ึ้
คณะ, 2557) จากรายงานของ Medina et al. (2007) พบวาหัวที่สรางขนในสภาพเนื้อเยื่อมีลักษณะคลายหว










ของมนสาปะหลง โดยพบมสวนทมการสะสมแปงและเมดแปงอย และยงพบวาศกยภาพการผลตหวในสภาพ








เนื้อเยื่อขึ้นอยูกับพันธุกรรมของมันสําปะหลังแตละพันธุและการพัฒนาหัวไดเร็วหรือชาขึ้นอยูกับทอนพันธุและ


ฮอรโมนมผลอยางมากในการสรางหวของมนสาปะหลง Kaimian et al. (2010) ไดทาการศกษาโปรตนที่มีใน









รหสพันธุกรรม ในมันสําปะหลังที่อยูในสภาพเนื้อเยื่อ รวมทงในรากสะสมอาหาร และพบโปรตนประมาณ 383





ชนิด ซึ่งบางสวนมีความจาเพาะตอเซลลในตําแหนงตางๆ ไดแก เซลลเนื้อเยื่อ ยอด ราก และรากสะสมอาหาร
















และมความสาคญตอพัฒนาของตาแหนงเหลานันจะเหนไดวาการวิจยดงกลาวตองใชการดาเนินการในสภาพ
เนื้อเยื่อชวยในการศึกษาเพื่อใหไดขอมูลทางพันธุกรรมที่แทจริงในสภาพที่ควบคุมได
ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาศักยภาพในการสรางหัว และองคประกอบอื่นภายในหัว

ของมนสาปะหลง เชน เปอรเซ็นตแปง และปริมาณไซยาไนดในหัวของมันสําปะหลังที่เพาะเลี้ยงในสภาพ





เนื้อเยื่อของเชื้อพันธุมันสําปะหลังพันธุตางๆ ทรวบรวมที่ศูนยวิจัยพืชไรระยองสําหรับนํามาใชประกอบเปน

ขอมูลในงานปรับปรุงพันธุมันสําปะหลังตอไป

วธีดาเนินการและอุปกรณ 


พืชที่ใชในการทดลอง : มันสําปะหลังพันธุตางๆ ที่เก็บรวบรวมไวศูนยวิจัยพืชไรระยอง




วิธีการ : ทาการเพาะเลยงเนือเยอมนสาปะหลงโดยการเพาะขอตา พันธุละ 10 ซ้า ในสตรอาหาร 2 สูตร












วิเคราะหขอมูลที่อายุ 9 และ 12 สปดาห วิเคราะหหาคาเฉลย



วิธีปฏิบัติการทดลอง : ประกอบดวย 2 ขันตอน คอ (1) การขยายตนพันธุมันสําปะหลังในอาหารชักนําใหเกิด









ตนและราก โดยเก็บยอดออนมนสาปะหลงพันธุตางๆ ฟอกฆาเชอ เพาะตาและชกนําใหเกิดตนและรากใน








อาหารเพาะเลยง (ศจรัตน สงวนรังศริกุล และคณะ, 2557) ขยายเพิ่มจานวนตนใหไดปริมาณมากขนโดยการ



















ตดชาขอและเพาะเลยงในอาหารสตรเดม (2) การชกนําใหเกิดตนและรากสะสมอาหาร โดยการคดเลอกตน





171











และตดขอทมขนาดเหมาะสม ปกชาในอาหารสตรชกนําใหเกิดรากสะสมอาหาร ((ศจรัตน สงวนรังศริกุล และ





คณะ, 2557) บันทึกการเจริญเติบโต โดยนับวันที่เริ่มสรางใบ วันที่เริ่มสรางรากสะสมอาหาร จนถึงสัปดาหที่ 9




และ 12 หลังการปกชํา เก็บตวอยาง บันทึกขอมูลการใหผลผลตโดยนับจํานวนรากสะสมอาหาร ชั่งน้ําหนักหว





สด วิเคราะหปริมาณแปงในหัวสด ดวยการใช Anthrone Reagent ตรวจปริมาณไซยาไนดอิสระดวยชดน้ายา
ตรวจวิธี pyridine-free Konig reaction
การบันทึกขอมูล: บนทึกวันที่เริ่มสรางใบ วันที่เริ่มสรางรากสะสมอาหาร จํานวนรากสะสมอาหาร ปริมาณแปง

ในหัวสด ปริมาณไซยาไนดอิสระของแตละพันธุ

เวลาและสถานท : 2559-2564 ดําเนินการที่ ศนยวิจัยพืชไรขอนแกน


ผลการทดลองและวิจารณ 

การดาเนินงานถึง เม.ย. 2564 ไดมีการเก็บตัวอยางเพิ่มจาก ศวร.ระยองใน 15-17 ก.พ. 2564 จานวน















180 หมายเลข มทงกลมพันธุเดมทซอม และพันธุใหม ทาการเพาะขยาย และปลกในถง รอการเจริญเตบโต




เพื่อตดเพาะขยายในเนื้อเยื่อ มีตวอยางทยงคงเหลอในกระถางขณะนีมจานวน 146 หมายเลข และเพาะเลยง










เนื้อเยื่อเพื่อขยายตนแลวจํานวน 20 หมายเลข (ภาคผนวก ตารางท 1)



มีตัวอยางททาการศกษาขอมลการเจริญเตบโตในอาหาร 2 สตร แลวจานวน 85 หมายเลข ในจานวน









นี้มีการทําซ้ําขอมูลจํานวน 10 หมายเลข ผลจากการศึกษาเปอรเซ็นตแปงพบวาพบวาบางพันธุในชวงระยะหลง













ของการทดลองมเปอรเซ็นตแปงทตาผดปกต โดยพบทประมาณ 4-10 เปอรเซ็นต อาจเกิดจากสาเหตการเก็บ



ตวอยางหวชา ทาใหหวเปลยนเปนราก จากการวิเคราะหภาพททาบนทกท 4, 6, 9 และ 12 สปดาห พบวา






























หลายตวอยางมการสรางหวเร็วท 4 -6 สปดาห ท 9-12 สปดาห หวเกือบทงหมดเปลยนเปนราก โดยการเก็บ












ตวอยางเพือวิเคราะหจะกําหนดท 9 และ 12 สปดาห จงทาใหไมสามารถวัดแปงได ทงนีคาแปงทไดโดยเฉลย

















ประมาณ 15-30 เปอรเซ็นต วิเคราะหดวยวิธี Enzymatic method (ภาคผนวก ตารางท 2)






การบันทึกภาพการเรียงตัวของหัว จํานวนหัว และรูปรางหัวของพันธุ ทเพาะเลยงในอาหาร 2 สตรใน










ระยะเวลา 9 หรือ 12 สปดาห พบวามลกษณะทแตกตางกัน โดยสามารถแสดงทรง การเรียงตว และจานวน






ของแตละตวอยางไดชดเจน ไดดาเนินการในมนสาปะหลง 23 หมายเลข (ภาคผนวก ภาพท 1) การตรวจวัด

















ปริมาณไซยาไนดดวยชดตรวจไซยาไนดอิสระ ในรากสะสมอาหารทไดจากการเพาะเลยงเนือเยอ พบวาไม











สามารถตรวจวัดไดเนืองจากมปริมาณตามาก แตสามารถตรวจวัดไดในใบ แตการตรวจไซยาไนดในใบพบ

ปญหาการรบกวนการตรวจจากคลอโรฟลล 



สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ





จากการศกษาพบวามนสาปะหลงแตละพันธุมการเริ่มตนการสรางหวในเวลาทตางกัน บางพันธุ 













สามารถสรางหวไดเร็วตงแตสปดาหทสองของการเพาะเลยง ในขณะทบางพันธุมการสรางหวชา นอกจากนีบาง













พันธุมีระยะเวลาในการเริ่มสรางหัวที่หางกัน อาจแสดงถึงความไมนิ่งของพันธุกรรม แตละพันธุมีเปอรเซ็นตแปง
ทแตกตางกัน สวนการทดสอบในสตรอาหารทมการเพิมฮอรโมนเพือขยายขนาดและเพิมจานวนรากสะสม













172



















อาหาร พบวาบางพันธุมจานวนหวทเพิมขน และบางพันธุไมมความแตกตางกัน แสดงใหเหนวาพันธุเหลานีม ี





พันธุกรรมทแตกตางกัน มการตอบสนองตอการปรับเปลยนฮอรโมนทตางกัน ซึงสามารถนํามาประยกตใชใน










การพัฒนาสตรอาหารหรือธาตอาหารทเหมาะสมในแตละพันธุได 




















ผลจากการศกษาเปอรเซ็นตแปงทีดาเนินงานในป 2563-2564 พบวาบางพันธุมเปอรเซ็นตแปงทตา










ผดปกต โดยพบทประมาณ 4-10 เปอรเซ็นต สาเหตจากชวงเวลาทเก็บตัวอยางเพือวิเคราะหชาเกินไป ทาใหหว





















บางสวนไดพัฒนาไปเปนราก จงทาใหไดคาแปงตากวาทควรเปน เนืองจากทาการวิเคราะหแปงท 9 และ 12







สปดาห ทําใหหลายตวอยาง หวเปลยนเปนราก จงตองปรับเปลยนชวงเวลาในการตรวจวัดแปง การปนเปอน
















เชอราในอาหารเปนปญหาทาใหไดขอมลไมครบถวนและตองทาการทดลองซอม นอกจากนีการขยายพันธุ 











หลายรุน ทําใหตนแมเกิดการแคระแกร็น ตองนําตนจากแปลงมาเพาะขยายใหม ทําใหใชเวลําเนินการนานขึ้น


การนําผลงานใชประโยชน

มการทดสอบในลกผสม 1 คผสมเพือการศกษาการเจริญเตบโตและปริมาณแปง อยูระหวางการ







รวบรวมขอมูลเพื่อการตีพิมพผลงาน

คําขอบคุณ




ขอขอบคณคณะเกษตรศาสตร มหาวิทยาลยขอนแกน ทเอือเฟอตวอยางเพือทดสอบในลกผสม







เอกสารอางอิง
ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล เพียงเพ็ญ ศรวัต วินัย ศรวัต และ วรยุทธ ศิริชุมพันธ. 2557. การศึกษาศักยภาพของเทคนิคการ
ุ
เพาะเลี้ยงเนื้อเยอในการตรวจสอบพันธกรรมมันสําปะหลังเพื่อการคัดเลือกพันธ. รายงานความกาวหนาไตรมาส 2



ื่
ประจําป 2557. สถาบันวิจัยพืชไร. กรมวิชาการเกษตร.
Medina R.D., M.M. Faloci, A.M. Gonzalez and L. A. Mroginsk. 2007. In vitro cultured primary roots derived
from stem segments of cassava(Manihotesculenta) can behave like storage organs. Annals of
Botany.99 : 409-423.
Kaimian Li,Z.Wenli, Z. Kang,Z. Zhenwen,Y. Jianqiu, O. Wenjun, R. Samrina, H. Bruria and C. Songbi. 2010.
Proteome characterization of cassava (ManihotesculentaCrantz) somatic embryos, plantlets
andtuberous roots. Proteome Science. 8:10(http://www.proteomesci.com/content/8/1/10)
Yun, S. H. and N. K. Matheson.1990. Estimation of amylose content of starches after precipitation of
amylopectin by concanavalin-A, Starch/Starke, 42, 302-305.

173



ภาคผนวก

ตารางที่ 1 จานวนพันธุมันสําปะหลังที่เพาะเลี้ยงในกระถางและตนที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสภาพปลอดเชอ



ลําดับ พันธุ จํานวน (ตน) เนื้อเยื่อ (ขวด) ลําดับ พันธุ จํานวน (ตน) เนื้อเยื่อ (ขวด)
1 CMR 58-11-22 (อ.โน) 6 85 1* CM 3299-14 1 1
2 R13 3 2 CMR 32-94-121 2 2
3 R72 7 3 CMR 26-08-61 2 3
4 KU72 1 5 4 CMR 25-32-429Q 1 4
5 R7 1 5 (V1xR) 21-8 1 5
6 HB 80 2 6 CMR 36-71-27 3 6
7 KU50 1 125 7 CMR 23-26-2 2 7
8 CM 3299-14 2 8 CMR 35-21-199 2 8
7 KU70 1 5 9 CMR 35-22-348 2 9
8 CMR 28-05-13 12 125 10 SHM 22-03-1 2 10
9 5M 1 5 11 CMR 23-17-51 3 11
10 (V 3 xR) 20-15 1 5 12 CMK 23-70-3 2 12
11 Variegate (ระยอง) 5 13 BATRANG 3 13
12 149-59 8 5 14 CMR 23-117-4 1 14
13 297 5 15 CMR 30-05-12 2 15
14 CMR 35-21-199 5 16 CMR 28-05-13 3 16
15 (V 3 xR) 20-10 5 17 CMR 34-79-152 3 17
16 CMR 25-22-348 95 18 CMR 25-55-28 1 18
17 SHM 22-29-15 125 19 CMR 23-149-118 2 19
18 CMR 31-42-20 5 20 CMR 6125-125 2 20
19 MBRA 897 11 21 (V1xR) 20-15 2 21
20 MPAR 34 1 22 CMR 6125-117 2 22
21 MPER 503 8 23 CMR 33-35-65 2 23
22 MPAR 2 5 24 CMR 24-14-183 2 24
23 MPAR 162 2 25 ADIRA 4 2 25
24 MPAR 32 1 26 R90 1 26
25 MVEN 298 11 27 Yellow root 2 27
26 MPAR 51 5 28 ยอดดํา 2 28
27 MPER 297 5 29 V.1* 1 29
28 MPAR 15 85 30 CMR 31-42-20 3 30
29 MBRA 897 5 31 CMR 23-31-10 3 31
30 MPAR 38 5 32 CMR 25-30-194Q 1 32
31 MMEX 8 85 33 CMR 26-38-7 2 33
- 34 SR 18-127 3 34
- 35 CMR 25-33-134Q 3 35
- 36 CMR 31-19-14 1 36
- 37 CMR 32-24-20 2 37
- 38 CMR 25-34-112 3 38
39 CMR 34-79-48 2 80 MBRA 191 3
40 CMR 31-06-103 3 81 MBRA 852 2
41 CMR 25-105-47 3 83 MBRA 887 3
42 CMR 24-89-65 2 84 MPAR 25 2
43 CMR 23-126-17 2 85 MCOL 40 C 3
44 CG 1-56 3 86 MCOL 2131 3
45 CMC 72 2 87 MPER 209 1
46 CMC 84 2 88 MMAL 2 3

174



ตารางที่ 1 (ตอ)

ลําดับ พันธุ จํานวน (ตน) เนื้อเยื่อ (ขวด) ลําดับ พันธุ จํานวน (ตน) เนื้อเยื่อ (ขวด)
47 CMR 34-44-40 2 89 MVEN 174 2
48 29-77-19 2 90 MVEN 284 B 2
49 R72 2 91 MMAL 59 2
50 R11 1 92 MCOL 22 2
51 R7 2 93 MCOL 1489 2
52 R1 1 94 MBRA 781 1
53 KU50 2 95 MPAR 75 3
54 HB80 3 96 MCUB 8 2
55 CMR 25-33-157Q 1 97 MARG 9 2
56 (V3xR) 20-15 2 98 MPAR 38 3
57 HB90 3 99 MCUB 5 2
58 MBRA 590 1 100 MPAR 7 1
59 MBAR 474 3 102 MCHN 2 3
60 MPAR 15 1 103 MPTR 8 1
61 MCOL 2173 2 104 MCOL 1516 1
62 MVEN 185 3 105 MVEN 128 1
63 MMEX 49 1 106 MPER 368 2
64 MGUA 78 3 107 MBRA 158 3
65 MPER 503 3 108 MMAL 63 1
66 MPAR 162 3 109 MCOL 2426 3
67 MGUA 15 3 110 MPAN 51 1
68 MCOL 922 1 111 MCUB 39 3
69 MPAR 98 3 112 MIND 27 1
70 MPER 297 1 113 MCOL 1517 2
71 MBRA 897 3 114 MPER 597 2
72 MCUB 40 1 115 MCOL 497 2
73 MMEX 8 1
74 MCOL 2089 3
75 MPAR 51 2
76 MPAR 32 2
77 MBRA 915 2
78 MCOL 1137 3
79 MBRA 273 2

175












ตารางที่ 2 การเจริญเตบโตและเปอรเซ็นตแปงของมนสาปะหลงเพาะเลยงในอาหาร 2 สตร ไดแก สตรอาหาร

R0.5 และ R1/R2 (- : อยูระหวางการซอมผล)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สูตร สัปดาหที่เริ่ม จํานวนตน น้ําหนัก จํานวนตน น้ําหนัก
พันธุ จํานวนหัว เปอรเซ็นต จํานวน เปอรเซ็นต


อาหาร สรางหัว เริ่มตน/ที่สราง เฉลี่ย หัวเฉลี่ย แปงเฉลี่ย เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย หัวเฉลี่ย แปงเฉลี่ย
หัว (g) สรางหัว (g)
R1 R0.5 2-9 15/15 73.373 0.49 30.73 13/11 2.76 0.55 27.91
R1/R2 2-11 14/12 4.0 0.36 31.56 14/12 4.77 0.53 29.63
R3 R0.5 2-10 9/6 3.34 0.65 24.57 56/55 7.15 1.43 27.05
R1/R2 2-4 23/12 2.75 0.32 28.84 25/20 6.57 0.99 29.72
R5 R0.5 2 21/26 8.31 1.50 21.61 25/19 9.53 1.30 21.59
R1/R2 2 22/25 6.63 1.08 22.94 23/23 6.4 1.04 23.39
R7 R0.5 2-5 5/1 0.4 0.51 25.92 34/30 5.08 0.66 26.99
R1/R2 2-5 21/10 1.98 0.20 29.38 20/9 8.61 0.63 27.26
R11 R0.5 4-9 22/14 3.72 0.42 25.40 10/17 4.61 0.56 28.25
R1/R2 4-10 20/18 3.85 0.53 29.76 14/11 4.86 0.63 28.10
R72 R0.5 3-10 9/3 0.77 0.41 19.69 10/9 3.00 0.68 19.74
R1/R2 3-4 6/5 1.75 0.24 24.95 5/4 2.87 0.62 21.96
R90 R0.5 8-10 8/4 2.00 0.89 18.78 7/4 2.57 0.90 18.89
R1/R2 2 3/3 8.66 1.06 22.49 20/20 7.05 1.99 6.27
R90 R0.5 2 - - - - 20/15 10.5 2.62 2.43
ซอม R1/R2 2 20/17 13.65 2.33 3.07 - - - -
CM 6125-117 R0.5 2-10 29/26 4.71 1.03 19.48 7/5 6.85 1.09 25.61
R1/R2 2-10 25/23 8.30 1.10 22.56 8/8 3.87 0.62 25.43
CM 681-2 R0.5 5 3/3 8.00 0.60 28.16 5/5 2.40 0.97 26.55
R1/R2 5 2/1 4.50 1.41 27.81 10/9 4.19 0.91 44.57
35-77-18 R0.5 8 7/7 3 1.32 19.72 6/6 10.16 1.58 20.41
R1/R2 8-12 3/3 4.66 0.76 17.11 2/2 3.5 0.84 18.20
CM 342-55 R0.5 8 3/3 3.0 1.85 23.26 9/9 4.50 1.275 25.96
R1/R2 8 9/7 3.44 0.51 24.83 8/5 4.50 0.96 22.31
65 R0.5 2-5 10/9 3.80 0.48 25.32 4/4 13.50 1.62 28.25
R1/R2 5 3/1 6.66 1.28 29.28 4/1 0.5 0.34 30.25
CMR 323-87 R0.5 9-12 14/6 0.42 0.44 24.16 8/7 4.12 0.74 25.29
R1/R2 9-12 7/7 3.14 0.66 19.09 9/9 3.37 0.89 21.37
A7 R0.5 2 5/3 3.00 073 23.90 6/4 6.33 1.58 22.96
R1/R2 2-12 4/2 5.5 0.54 23.05 5/5 6.8 1.12 24.68
CM 305-15 R0.5 8 3/2 3.88 2.18 19.54 3/2 4.53 0.47 20.61
R1/R2 8 4/3 6.75 2.98 17.95 6/4 2.90 0.59 26.49
TK R0.5 2-10 7/7 6.29 0.90 21.08 13/13 10.46 1.24 21.88
R1/R2 2-7 8/8 8.63 1.11 22.12 19/19 11.05 1.07 21.38
29-77 R0.5 2-5 9/9 4.00 0.43 20.69 4/4 10.66 1.50 20.13
R1/R2 2 3/3 7.75 0.46 22.95 3/3 8.66 0.56 23.28
HB 60 R0.5 2 11/1 0.09 0.42 16.00 7/3 1.85 0.72 20.07
R1/R2 2-8 6/3 0.57 0.35 14.70 7/3 2.57 0.81 20.48
29-77-6 R0.5 2-8 10/8 1.90 0.842 16.206 9/9 7.00 3.01 22.76
R1/R2 2-7 6/4 2.12 0.35 14.33 7/7 8.66 2.52 22.20

176



ตารางที่ 2 (ตอ)

สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สูตร สัปดาหที่เริ่ม
พันธุ จํานวนตน จํานวนตน น้ําหนัก


อาหาร สรางหัว เริ่มตน/ที่ จํานวน น้ําหนักหัว เปอรเซ็นต เริ่มตน/ที่ จํานวนหัว หัวเฉลี่ย เปอรเซ็นต

สรางหัว หัวเฉลี่ย เฉลีย (g) แปงเฉลี่ย สรางหัว เฉลี่ย (g) แปงเฉลี่ย
HB 80 R0.5 2-11 30/24 4.53 1.12 23.47 22/22 4.88 1.00 30.11
R1/R2 2 36.23 6.73 1.64 31.60 24/23 1.33 0.51 30.53
29-77-5 R0.5 2-7 8/2 0.5 0.45 15.60 6/5 2.50 1.03 17.25
R1/R2 2 5/4 0.83 0.22 20.60 2/2 15.00 2.67 20.61
SHM 22-19-77 R0.5 2-5 16/16 6.25 0.47 16.30 12/12 6.00 0.46 19.21
R1/R2 5 16/16 5.51 0.54 26.64 9/9 8.66 0.66 15.18
R13 R0.5 2-7 19/14 3.66 .069 26.48 - - - -
R1/R2 2 9/6 3.55 0.25 38.747 - - - -
R13 R0.5 - - - - - - - - -
ซอม R1/R2 2 20/20 10.7 2.43 4.01 - - - -

R9 R0.5 2 20/20 7.7 1.57 11.84 20/20 8.65 1.30 9.65
R1/R2 2 20/20 7.7 1.57 11.84 10/10 - - 26.27
R9 R0.5 2 20/20 8.90 1.57 6.73 - - - -
ซอม R1/R2 2 20/20 8.90 1.57 6.73 - - - -

HB 90 R0.5 2 12/10 3.08 0.96 23.57 22/19 4.14 0.65 14.64
R1/R2 2-8 8 4.62 0.45 25.59 11.8 5.00 0.69 15.01
R5 x Ku 50 R0.5 2-6 16/11 2.56 0.55 26.18 - - - -
R1/R2 4-9 19/10 1.57 0.27 27.46 - - - -
R0.5 2 20/20 5.40 2.10 18.66 - - - -
CM 326
R1/R2 3 20/20 5.40 1.90 18.68 - - - -
R0.5 - - - - - 3/3 4.00 1.87 62.04
CMR 2414-183
R1/R2 - - - - - - - - -
R0.5 - 15/15 6.80 2.5 48.18 - - - -
ADIRA
R1/R2 - - - - - - - - -
R0.5 - 17/17 1.94 0.21 28.66 - - - -
01-77-1
R1/R2 - 12/10 1.25 0.16 27.68 - - - -
R0.5 - - - - - - - - -
MCOL 198
R1/R2 - 11/11 3.18 0.35 79.63 - - - -
R0.5 - - - - - 39/20 2.39 0.69 38.52
MCOL 1489
R1/R2 - - - - - 31/20 3.23 0.58 37.93
CMR 23-107-4 R0.5 2 - - - - 19/19 11.89 3.46 31.84
R1/R2 - - - - - - - - -
35-77-22 R0.5 2 9/9 12.44 2.59 55.97 - - - -
R1/R2 - - - - - - - - -
MPER 38 R0.5 2 37/34 5.00 0.95 16.76 20/20 5.80 1.09 11.75
R1/R2 2 26.25 5.19 0.93 16.93 20/15 8.05 1.22 4.87
CMR 22-30-2 R0.5 2 - - - - 23/21 4.84 1.32 20.63
R1/R2 2 - - - - 14/14 7.84 1.80 20.44
MMAL 22 R0.5 2 - - - - 14/14 6.93 1.00 30.57
R1/R2 2 - - - - 14/14 5.43 0.96 29.82
CM 3299-22 R0.5 2 15/15 6.53 0.65 26.76 - - - -
R1/R2 2 15/14 5.87 0.82 26.97 - - - -

177




ตารางที่ 2 (ตอ)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สัปดาหที่
สูตร


พันธุ เริ่มสราง จํานวนตน จํานวน น้ําหนักหัว เปอรเซ็นต จํานวนตน จํานวน น้ําหนักหัว เปอรเซ็นต
อาหาร

หัว เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย เฉลีย (g) แปงเฉลี่ย เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย เฉลี่ย(g) แปงเฉลี่ย
สรางหัว สรางหัว
CMK 32-67- R0.5 2 20/20 7 1.01 17.68 20/19 6.2 2.03 22.08
313 R1/R2 - - - - - - - - -
CMK 23-67- R0.5 2 20/20 7.45 1.89 6.49 - - - -
313 R1/R2 2 - - - - 20/20 5.10 1.56 3.84
R11×3299-15 R0.5 2 20/20 5.75 0.91 25.03 17/17 5.88 1.87 21.08
R1/R2 2 20/20 4.25 1.07 26.34 16/12 4.06 0.96 21.30
Variegate R0.5 2 20/18 5.55 1.28 38.18 20/20 7.50 1.80 4.60
(ระยอง) R1/R2 2 20/20 6.65 1.67 19.45 - - - -
CMR 26-65-192 R0.5 3 20/20 5.05 2.42 17.56 22/21 6.73 1.58 10.35
R1/R2 2 20/20 4.90 1.58 16.58 22.21 6.71 1.92 10.92
CM 3299-14 R0.5 2 22/22 11.14 1.41 22.04 - - - -
R1/R2 2 16/16 9.75 1.18 21.89 20/20 7.95 2.59 3.61
CM 3299-14 R0.5 2 20/20 5.8 2.53 3.95 - - - -

ซอม R1/R2 2 - - - - - - - -
MCOL 22 R0.5 2 20/20 7.95 1.31 22.48 - - - -
R1/R2 2 20/20 1.3 0.56 20.55 20/20 6.40 1.54 2.50
MPAR 2 R0.5 2 20/20 6.4 1.22 33.09 - - - -
R1/R2 2 20/20 5.1 0.86 18.99 20/20 10.00 2.37 5.13
CMK 23-67-13 R0.5 - - - - - - - - -
R1/R2 2 20/20 5.05 1.38 17.06 - - - -
MMAL 159 R0.5 2 20/20 3.5 1.14 25.22 - - - -
R1/R2 2 20/20 3.4 0.84 17.10 20/20 14.80 2.76 6.57
MMEX 92 R0.5 2 20/20 5 0.91 26.51 - - - -
R1/R2 2 20/20 1.3 0.51 18.00 20/20 11.25 2.68 7.87
MPAR 162 R0.5 2 20/20 5.3 0.98 35.55 - - - -
R1/R2 2 20/20 2.65 0.33 16.90 20/20 9.30 1.86 6.80
MPAR 162 R0.5 2 20/19 - - - -

ซอม 6.3 1.28 8.57
R1/R2 2 - - - - 20/20 6.65 0.98 9.55
MPAR 34 R0.5 2 20/20 4.15 1.39 31.52 - - - -
R1/R2 2 20/20 8.25 0.57 12.28 20/20 5.05 1.80 7.22
MPER 503 R0.5 2 20/20 2.45 1.01 20.69 - - - -
R1/R2 2 20/20 5.5 1.18 15.95 - - - -
MCOL 4B R0.5 2 20/20 4.21 0.87 25.39 - - - -
R1/R2 2 20/20 2.6 0.58 18.26 20/20 7.85 1.42 6.81
CMG 1-56 R0.5 2 20/20 7.75 1.03 25.07 - - - -
R1/R2 2 20/20 3.55 0.60 21.65 20/20 8.50 1.96 7.70
Wild 1 R0.5 2 20/20 4.15 0.81 19.96 - - - -
R1/R2 2 20/20 4.25 1.24 21.53 20/20 6.90 1.64 11.73
CMR 58-75-110 R0.5 2 20/20 10.7 1.59 7.10 - - - -
R1/R2 2 20/20 7.15 1.26 22.37 20/20 8.45 2.12 7.41

178




ตารางที่ 2 (ตอ)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สูตร สัปดาหที่เริ่ม


พันธุ จํานวนตน จํานวน น้ําหนัก เปอรเซ็นต จํานวนตน จํานวน น้ําหนัก เปอรเซ็นต
อาหาร สรางหัว
เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย หัวเฉลี่ย แปงเฉลี่ย เริ่มตน/ที่ หัวเฉลี่ย หัวเฉลี่ย แปงเฉลี่ย
สรางหัว (g) สรางหัว (g)
CMR 58-75-110 R0.5 2 20/20 6.85 1.10 17.84 - - - -

(อ.โน) ซอม R1/R2 2 20/20 5.25 0.99 13.43 - - - -
297 R0.5 2 20/20 5.55 0.78 21.72 - - - -
R1/R2 2 20/20 5.7 1.08 25.75 20/20 8.20 2.34 7.89
CMR 23-187-4 R0.5 2 20/20 6.6 1.12 24.39 - - - -
R1/R2 2 20/20 3.7 0.53 25.36 - - - -
4 R0.5 2 20/20 4.4 1.55 20.27 - - - -
R1/R2 2 20/20 3.7 0.47 26.33 20/20 7.80 2.04 5.30
CR 101 ระยอง R0.5 2 20/20 6.65 1.78 28.80 20/20 6.30 2.97 3.98
R1/R2 2 20/20 8.10 1.43 19.76 - - - -
MPER 378 ระยอง R0.5 2 20/20 6.25 1.36 25.60 20/20 5.20 2.67 3.33
R1/R2 2 - - - - 20/19 2.95 1.81 3.27
MMAL 59 ระยอง R0.5 2 20/20 11.1 1.94 30.47 20/19 6.35 3.22 4.39
R1/R2 2 20/20 8.35 1.52 11.77 - - - -
V.30 ระยอง R0.5 2 20/17 7.25 1.19 26.97 20/20 12.55 1.86 4.08
R1/R2 2 20/20 8.5 1.87 6.19 - - - -
(V 3 xR) 20-15(ระยอง R0.5 2 20/20 9.7 1.97 21.56 20/19 7.40 1.91 4.40
R1/R2 2 20/20 7.4 1.83 0.85 - - - -
MVEN 887 ระยอง R0.5 2 20/18 6.35 1.29 26.35 - - - -
R1/R2 - - - - - - - - -
MVEN 147 ระยอง R0.5 2 20/20 10.5 1.21 30.02 20/20 7.40 2.95 2.15
R1/R2 2 20/20 6.35 2.71 7.29 - - - -
Sriracha 1 ระยอง R0.5 2 20/16 5.55 0.63 35.61 20/20 5.60 3.32 2.92
R1/R2 2 - - - - 20/19 9.4 2.12 2.09
Sriracha 1 ระยอง) R0.5 2 20/20 7.1 2.30 7.49 - - - -

ซอม
R1/R2 - - - - - - - - -
R9 (อ.โน) R0.5 2 20/20 9.5 1.74 37.56 - - - -
R1/R2 2 - - - - 20/20 10.7 1.85 2.97
CMR 25-32-429 R0.5 2 20/20 6.05 0.73 7.77 20/19 5.65 2.78 2.86
ระยอง
R1/R2 2 20/20 5.3 2.18 3.84 - - - -
MBRA 273 ระยอง) R0.5 2 20/20 8.45 1.67 34.31 20/19 8.35 1.29 6.86
R1/R2 2 20/20 6.15 1.96 10.04 - - - -
CMR 25-24-384 R0.5 2 20/20 7.95 1.42 28.69 20/18 12.90 2.12 5.83
ระยอง)
R1/R2 2 20/20 7.05 1.97 18.07 - - - -
MCOL 1273ระยอง) R0.5 2 20/20 14.55 1.44 32.95 - - - -
R1/R2 - - - - - - - - -
MBRA 879 ระยอง) R0.5 2 20/19 8.65 1.14 31.34 - - - -
R1/R2 - - - - - - - - -

179




ตารางที่ 2 (ตอ)
สัปดาหที่ 9 สัปดาหที่ 12
สูตร สัปดาหที่เริ่ม
พันธุ จํานวนตน จํานวนหัว น้ําหนักหัว เปอรเซ็นต จํานวนตน จํานวนหัว น้ําหนักหัว เปอรเซ็นตแปง
อาหาร สรางหัว เริ่มตน/ที่ เฉลี่ย เฉลีย (g) แปงเฉลี่ย เริ่มตน/ที่ เฉลี่ย เฉลี่ย(g) เฉลี่ย

สรางหัว สรางหัว
MVEN 185 R0.5 2 20/20 8.75 1.13 29.74 - - - -
ระยอง) R1/R2 2 20/20 3.25 1.08 6.44 20/20 14.15 2.19 2.32
MMR 25-30- R0.5 2 20/19 8.3 1.45 33.76 - - - -
194Q ระยอง) R1/R2 - - - - - - - - -
MPAR 32 ระยอง) R0.5 2 20/19 11.5 1.73 32.96 - - - -
R1/R2 2 20/20 4.45 1.19 9.56 - - - -
MPAR 32 ระยอง) R0.5 2 20/20 16.5 4.03 6.26 - - - -

ซอม R1/R2 - - - - - - - - -
497 ระยอง) R0.5 2 20/20 11.05 1.50 2.97 20/19 12.75 3.73 2.63
R1/R2 2 20/20 13.85 3.11 8.31 - - - -
MBRA 887 R0.5 2 20/18 8.05 2.43 2.30 20/20 8.85 2.56 3.83
R1/R2 2 20/20 6.8 1.85 3.78 20/19 11.20 1.21 8.61
MPAR 101 R0.5 2 20/19 7.05 1.24 37.33 20/18 13.05 2.97 6.08
ระยอง) R1/R2 2 20/20 14.10 3.25 6.59 20/18 6.30 2.97 4.12
MPAR 101 R0.5 2 20/19 12.1 1.96 6.45 20/18 10.15 2.97 4.08

ระยอง) ซอม R0.5 2 - - - - - - - -
MPAR 503 R0.5 - - - - - - - - -
R1/R2 2 - - - - 20/20 7.60 1.79 6.94
MPER 162 R0.5 2 20/20 5.9 1.18 9.25 - - - -
R1/R2 2 20/20 5.8 1.08 13.40 - - - -

180




พันธุ / อาหาร R0.5 อาหาร R1/R2
สัปดาหท ี่

BATRANG/9






BATRANG/12
















29-77/9








3299-22/9








29-77-5/12








65/12







ภาพที่ 1 ลกษณะการเรียงตวและจานวนของรากสะสมอาหาร (หว) ในมันสําปะหลังจํานวน 23 พันธุท ี่



เพาะเลี้ยงในสภาพเนื้อเยื่อในอาหารสังเคราะห 2 สูตร ที่อายุ 9 และ 12 สปดาห 

181




พันธุ / สัปดาห  อาหาร R0.5 อาหาร R1/R2
ท ี่

HB 60/12





Hb 90/12








CM407/12







MCOL 1489/9







MPAR 38/9








R1/9








R 3/9









ภาพที่ 1 (ตอ)

182



พันธุ / สัปดาห  อาหาร R0.5 อาหาร R1/R2

ท ี่
R 5/9







R 5xKU 50/9








R7/9









R9/12






R11/12






R13/9







R72/9









ภาพที่ 1 (ตอ)

183




พันธุ / สัปดาห  อาหาร R0.5 อาหาร R1/R2
ท ี่

SHM 22-19-

7/9




TK/9








ภาพที่ 1 (ตอ)

184




























แผนงานวิจัย


วิจัยและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสําปะหลัง (โครงการวิจัยเดี่ยว)

185











การเพมประสิทธภาพการผลิตมันสําปะหลังระยะยาวโดยใชระบบปลูกพชและการจดการปย
Increasing cassava production long-term efficiency by cropping systems
and fertilizer management

1
เนติรัฐ ชุมสุวรรณ41 ชยันต ภักดีไทย สมฤทัย ตันเจริญ42 และเจิม จาบประโคน
1
2
1*

รายงานความกาวหนา













ศกษาระบบปลกพืชและการจดการปยตอการผลตมนสาปะหลงระยะยาว เพือเปนแนวทางการผลต

มันสําปะหลังระยะยาว รักษาความอุดมสมบูรณของดินและเสถียรภาพการผลิตมันสําปะหลัง ดาเนินงาน






ทดลองในแปลงกึ่งสาธิตแปลงทดลองมนสาปะหลงระยะยาว ตงแต ป 2523 ในดนรวนปนทราย ชดดนยโสธร






(fine-loamy, siliceous, Oxic Paleustult) ทศนยวิจยพืชไรขอนแกน ซึ่งป 2563 เปนปท 40 วิธีการทดลอง














ประกอบดวย ระบบปลกพืช 3 ระบบ ไดแก 1) ระบบปลกมนสําปะหลังตอเนืองทุกป 2) ระบบปลูกมัน
สําปะหลังหมุนเวียนกับพืชตระกูลถั่วปเวนป (มันสําปะหลัง/ถั่วลิสง-ถั่วมะแฮะ) 3) ระบบปลูกมันสําปะหลังแซม




ดวยพืชตระกูลถั่ว (ถั่วลิสง) ทุกๆ ป รวมกับการจดการปุย 4 กรรมวิธี คอ 1) ไมใสปุย 2) ใสปุยเคมี เกรด 15-7-






ุ
18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร 3) ใสปยหมก อัตรา 1 ตนตอไร 4) ใสปยหมก อัตรา 1 ตนตอไร รวมกับปยเคมี








เกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร ดําเนินงานทดลองแบบไมมีซ้ํา




การปลกมนสาปะหลงตอเนืองเปนเวลา 40 ป หากไมบํารุงดิน ดินเส่อมโทรมลงทุกๆ ป สงผลให 









ศกยภาพในการผลตพืชลดลง ควรจดการระบบปลกและการจดการปยใหเหมาะสมเพือชวยรักษาความอุดม








สมบูรณของดินไว โดยระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่วทุกปที่ใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100






กิโลกรัมตอไร ทใหผลผลต 6.39 ตนตอไร มเปอรเซ็นตแปง 14.2 เปอรเซ็นต มน้าหนักเศษซากแหงคนแปลง








448 กิโลกรัมตอไร และมีรายไดสุทธิ 6,959 บาทตอไร รองลงมา คือ ระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่องทุกปทใส








ปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร มีการเจริญเตบโตสูงสุด ใหผลผลิตสูงสุด 5.55 ตนตอไร ม ี


เปอรเซ็นตแปง 14.5 เปอรเซ็นต มีน้ําหนักเศษซากแหง 386 กิโลกรัมตอไร และมีรายไดสุทธิ 5,375 บาทตอไร




และระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียนถั่วลสงปเวนป ใหรายไดสุทธิเพียง -1,245 ถึง 1,725 บาทตอไร แตชวย

ยกระดับคุณภาพดินใหดีขึ้นโดยเฉพาะอินทรียวัตถุในดิน
คําสําคัญ: ผลผลิต คุณสมบัติดิน ระบบปลูก การจัดการปุย มันสําปะหลังระยะยาว


1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน

2 กลุมวิจัยปฐพีวิทยา สํานักวิจัยพัฒนาปจจัยการผลิตการเกษตร กรงเทพฯ
* Corresponding Author E-mail: [email protected]

186



คํานํา


มันสําปะหลัง (Manihot esculenta Crantz) เปนพืชเศรษฐกิจท่สําคัญของประเทศไทย มีพื้นท ี ่














ปลกทงประเทศ 9.44 ลานไร พืนทเก็บเกียว 8.92 ลานไร ผลผลตรวม 29.0 ลานตน และผลผลตตอไร 3.25














ตนตอไร ภาคตะวันออกเฉยงเหนือ มพืนทปลก 5.34 ลานไร พืนทเก็บเกียว 4.96 ลานไร ผลผลตรวม 16.3


ี่

ลานตน และผลผลิตตอไร 3.05 ตันตอไร (สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2563) พื้นทสวนใหญปลกในดนทมี
ี่




ี่
ความอุดมสมบูรณต่ํา ดนที่ปลูกมันสําปะหลังสวนใหญเปนดินทมีเนื้อดินเปนดินทรายถึงรวนปนทราย เนื้อดินที ่


มทรายเปนองคประกอบหลก ทาใหมความสามารถตาทงในการดดซับธาตอาหารและน้า จงเปนสาเหตทาใหผล



























ุ




ผลตตา ปจจยสาคญในในการเพิมประสทธิภาพการผลตพืชนัน จะตองมการจดการดน ปย และการใหน้ําท ี่









เหมาะสม การปลกมนสาปะหลงทขาดการจดการดนและปยทเหมาะสมจะทาใหผลผลตลดลง การปรับปรุง















ความอุดมสมบูรณของดนจงเนนไปทการเพิมอินทรียวัตถุในดน เพือเพิมความสามารถในการดดยดธาตุอาหาร




และน้าของดน การเพิมอินทรียวัตถในดนโดยการใชระบบปลกพืช นอกจากเปนการปรับปรุงดนโดยการชวย

















คลมหนาดน การเลอกใชพืชตระกูลถัว สามารถเพิมไนโตรเจนเขามาในระบบ และการปลกถัวเศรษฐกิจ ทาให 
เกษตรกรมีรายไดระยะส้นกอน แตตองมีการจัดการใหการลงทุนเพิมน้าใหไดผลตอบแทนคมคา โดยมีการ






จดการการใชปุยและการใหน้ําเสริมในดินที่ปลูกหลัก คือ ดินทรายและดินรวนปนทราย


การปลูกมันสาปะหลังอยางตอเนื่องมีแนวโนมทาใหดินเส่อมโทรมลงทุกๆ ป การปลูกมันสาปะหลัง








ซ้าในพื้นท่เดิมจึงจาเปนท่จะตองมีการจัดการดิน การจัดการน้า และการจัดการธาตุอาหารใหเพียงพอและ








เหมาะสมตอความตองการของพืชแตละชนิด การจัดการทีไมเหมาะสมยอมทําใหดินเสือมความอุดมสมบูรณ

ลงเรือยๆ การใชปุยเคมีกับมันสําปะหลัง ก็เพื่อแกปญหาดินขาดธาตุอาหารพืช เปนการแกปญหาระยะสั้นๆ ไม


ย่งยืน ตองมีการผสมผสานกับวิธีการปรับปรุงดินโดยการใชปยอินทรีย วัสดุอินทรีย ระบบการปลูกพืชท ี ่


เหมาะสมท่จะมีผลตอการเพิ่มเติมธาตุอาหารในดิน เชน ไนโตรเจน และเพิ่มอินทรียวัตถุใหแกดิน ซึ่งเปน

หนทางลดการใชปุยเคม วัตถุประสงคของงานวิจัย เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการผลิตมันสําปะหลังโดยใชระบบปลูก



พืชและการจดการกปยทเหมาะสม เพือรักษาความอุดมสมบรณของดน และรักษาความยั่งยืนในการผลตมัน










สําปะหลังระยะยาว

วิธีดําเนินการ
อุปกรณ 
1. มันสําปะหลังพันธุระยอง 72
2. ถั่วลิสงพันธุไทนาน 9
3. ปุยเคมีเกรด 15-7-18 และ 12-24-12

4. สารปรับปรุงดน ยิบซัม
5. ปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง











6. อุปกรณเก็บและเตรียมตวอยางดนเพือวิเคราะหคณสมบตทางเคมและปริมาณธาตอาหาร ไดแก





แทงเจาะดน ถุงถังพลาสตก และตะแกรงรอนดน

187















7. อุปกรณขดหวและเก็บตวอยางพืช ไดแก ไมงัดหว จอบ ถงกระดาษ กรรไกร มดสบตวอยาง และ



ตาชง 3 และ 60 กก.
8. เครื่องวัดหาปริมาณแปงแบบ Riemann scale

9. เครืองมอสาหรับวิเคราะหดนและพืช ไดแก ตาชงดจตอล 2 และ 3 ตาแหนง เครืองวัด pH และ











EC, Atomic Absorption spectroscopy และ Spectropho-tometer



10. ตอบ เพืออบตวอยางพืชนําไปวิเคราะหธาตอาหารและหาความชน






11. อุปกรณ เครื่องแกว และสารเคมีวิเคราะหดินและพืช
วิธีการ





ดาเนินงานในแปลงศกษากึงสาธิตความสมพันธระหวางดนกับมนสาปะหลงระยะยาว ซึงไดดาเนิน






การศึกษาติดตอกันมาตั้งแตป 2523 โดยป 2563 เปนปที่ 40 ในดินรวนปนทรายชุดยโสธร (Oxic Paleustults,

fine-loamy, siliceous) ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ดําเนินงานทดลองแบบไมมีซ้ํา วิธีการทดลองประกอบดวย









ระบบปลกมนสาปะหลง 3 ระบบ คอ 1. ระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนืองทุกป 2. ระบบปลูกมนสําปะหลัง
ั่
หมุนเวียนพืชตระกูลถั่วปเวนป (ถั่วลิสงตามดวยถวมะแฮะ) และ 3. ระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูล














ถัว (ถวลสง) ทุกป รวมกับการจดการปย 4 กรรมวิธี 1. ไมใสปย 2. ใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100

กิโลกรัมตอไร 3. ปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง อัตรา 1 ตันตอไร และ 4. ปุยหมักกากตะกอนหมอกรอง อัตรา
1 ตันตอไร รวมกับปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร รวมทั้งหมด 12 กรรมวิธี ดําเนินการทดลอง
แบบไมมีซ้ํา แปลงทดลองขนาด 20x20 เมตร พื้นที่เก็บเกี่ยว 10x10 เมตร
วิธีปฏิบัติการทดลอง








ฤดปลกป 2562/63 เก็บดนทระดบความลก 0-20 และ 20-50 เซนตเมตร เพือวิเคราะหคณสมบัตทาง





เคมีกอนปลูก หวานปยหมักกากตะกอนหมอกรองออยตามกรรมวิธีท่กําหนดกอนปลูกมันสําปะหลังและพืช




ตระกูลถัว ปลูกมนสาปะหลงพันธุระยอง 72 ในระบบปลกมนสาปะหลงตอเนือง และระบบปลกมนสาปะหลง












แซมดวยพืชตระกูลถ่ว โดยตัดทอนพันธุยาวประมาณ 20-25 เซนตเมตร แชทอนพันธุดวยสารกําจัดแมลง




thiamethoxam (Actara 25%WG) อัตรา 4 กรัมตอน้า 20 ลตร เปนเวลา 1 ชัวโมง กอนนําไปปลูก ปกทอน








พันธุลึก 1 ใน 3 ของทอนพันธุ ใชระยะปลูก 1x1 เมตร ปลูกถ่วลสงพันธุไทนาน 9 ในระบบมนสําปะหลัง










หมนเวียนพืชตระกูลถวปเวนป และระบบปลกมันสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถว ใชระยะปลก 50x20














เซนตเมตร ขณะทระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถัว ปลกถัวลสง 1 แถวระหวางแถวมนสําปะหลัง






โดยใชระยะระหวางหลม 20 เซนตเมตร ปลกจานวน 2 เมล็ดตอหลม กรรมวิธีการใสปย ระบบปลกมน













สําปะหลังตอเนื่องใสปุยเคมเกรด 15-7-18 อัตราตามกรรมวิธีเมอมนสําปะหลังทีอาย 34 วันหลังปลูก ระบบ















ปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถวแบงใสปยเคม 2 ครั้ง โดยใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 25 กิโลกรัม






ตอไร พรอมปลูก และหลังเก็บเกี่ยวถั่วลสงอัตราทเหลอ และระบบมนสาปะหลงหมนเวียนพืชตระกูลถวซึงปลก














ถัวลสงตามดวยถัวมะแฮะ ใสปยเคมเกรด 12-24-12 อัตรา 25 กิโลกรัมตอไร เมอถวลสงอาย 30 วันหลงปลูก
























ี่


หลงจากถวลสงออกดอก โรยยบซัมบนตนถวลสงอัตรา 50 กิโลกรัมตอไร และเก็บเกียวถวลสง ทอายุ 110 วัน

188







หลังปลูก ทั้ง 2 ระบบปลก จากนั้นปลกถั่วมะแฮะในระบบปลูกมันสาปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่วปเวนป และ


เก็บเกี่ยวมันสําปะหลังที่อายุ 11 เดอนหลังปลูก
การบันทึกขอมูล

1. ผลวิเคราะหดนทระดบความลก 0-20 และ 20-50 ซม. กอนและหลังปลูก โดยวิเคราะหความเปน






กรด-ดาง ปริมาณอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชน โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยน
ได 




2. ผลผลตฝกสดและน้าหนักแหงเศษซากถวลิสงในระบบมนสาปะหลงหมนเวียนพืชตระกูลถ่วและ











ระบบปลกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถั่ว
3. ความสูงมันสําปะหลังที่อายุ 3, 6 และ 9 เดือนหลังปลูก และชวงเก็บเกี่ยว
4. น้ําหนักหัวสด ความเขมขนของแปง และคํานวณน้ําหนักแปง โดยใชสูตร

ผลผลิตแปง = น้ําหนักสดหัวxความเขมขนของแปง/100
เวลาและสถานท ่ ี
- ระยะเวลา เริ่มตน ตลาคม 2559 สิ้นสุด กันยายน 2564

- ดําเนินงานทดลองที่ ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน

ผลและวิจารณผลการทดลอง





ผลของระบบปลูกและการจัดการปยตอความสูงมันสําปะหลังพันธุระยอง 72 ดงตารางท 1 พบวา









กรรมวิธีทใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร (ปยตามคาแนะนํา) ใหความสงมนสาปะหลงสง







กวากรรมวิธีอื่น ทุกชวงอายุ ทั้งระบบปลูกมันสําปะหลังตอเนื่องทกป และระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืช



ตระกูลถั่วทุกป และพบวา ความสูงมันสําปะหลังต่ําสุดคือกรรมวิธีที่ไมใสปุย ทุกชวงอายุ ทั้งสองระบบ









ผลของระบบปลกและการจดการปยตอเนืองเปนระยะเวลา 40 ป ตอผลผลตมนสาปะหลงพันธุระยอง







72 (ตารางท 2) พบวา ทงระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทกป และระบบปลกมันสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูล












ถั่วทุกป ผลผลิตมันสําปะหลังลดลงอยางชดเจนเมื่อไมมีการใสปุย (0.63 และ 1.28 ตันตอไร ตามลําดับ) ในขณะท ี่










การใสปยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร (ปยตามคาแนะนํา) ชวยเพิมศกยภาพผลผลตมน

ุ








สาปะหลง โดยมน้าหนักหวสดสงกวากรรมวิธีอืนอยางชดเจน (5.55 และ 6.39 ตนตอไร ตามลาดบ) และจะ


















เหนไดวาระบบปลกมนสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถวทุกปมีน้าหนักหวสดสงกวาระบบปลกมนสาปะหลง





ตอเนื่องทุกป เมื่อพิจารณาขอมูลน้ําหนักแปงและน้ําแหงซากคืนแปลง (น้ําหนักแหง ใบ เหงา และลําตนที่ใชทา



พันธุไมได) พบวาใหผลไปทศทางเดยวกับผลผลิตหวสด




ถั่วลิสงเปนพืชตระกูลถั่วเศรษฐกิจทเจริญเติบโตไดดีในดินทรายรวนหรือดินรวนทราย และเปนกรดจด
ี่

การเจริญเตบโตของถัวลสงสามารถคลมหนาดนระหวางแถวมนสาปะหลง ลดปญหาหนาดินถูกชะลาง เม่อมน

















สําปะหลังทรงพุมยังไมชนกัน ซากถ่วลิสงท่ถกไถกลบหรือคลมหนาดิน เม่อถูกยอยสลาย ธาตุอาหารถก




ปลดปลอยใหแกมันสําปะหลัง ระบบปลูกพืชชวยชะลอการลดผลผลิตใหชาลง และชวยเพิ่มรายไดอยางเดนชด

















จากตารางท 3 ซึงจะเหนไดวา ระบบปลูกมนสาปะหลงหมนเวียนพืชตระกูลถวปเวนป ใหผลผลตถวลสงฝกสด



189






190-300 กิโลกรัมตอไร คิดเปนเงิน 4,750-7,500 บาทตอไร และมีน้ําหนักแหงซาก 392-563 กิโลกรัมตอไร สวน


ในระบบปลูกมนสาปะหลงแซมดวยพืชตระกูลถว พบวา กรรมวิธีทใสปุยเคมีเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัม






ั่

















ตอไร ซึ่งใหผลผลตมนสาปะหลงสงสด แตกลับใหผลผลตถวลสงฝกสดนอยกวากรรมวิธีอืน เนืองจาก มน













สาปะหลงเจริญเตบโตดและความสามารถในการแยงอาหารสง สงผลใหไดรับผลผลตถวลสงฝกสดเพียง 50



ี่
กิโลกรัมตอไร ในขณะทกรรมวิธีที่ไมใสปย ใหผลผลิตฝกสด (175 กิโลกรัมตอไร) สูงกวากรรมวิธีอื่น เนืองจากรม
ุ

เงาจากตนมันสําปะหลังมีนอยกวาและความสามารถในการแยงอาหารตากวามันสาปะหลังทใสปุย ปญหาที่พบ
่ํ

ี่
ในฤดูปลูกป 2562/63 และปริมาณน้ําไมเพียงพอตอการเจริญเตบโตของถั่วลิสง เนื่องจากฝนทิ้งชวงเปนเวลานาน

ในชวงลงฝกและสรางเมล็ด สงผลใหผลผลิตและน้ําหนักแหงซากนอย





ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แสดงในตารางท 4 พบวา ในระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทกป การใส 
















ปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100 กิโลกรัมตอไร ใหรายไดสทธิ 5,375 บาทตอไร ซึงสงกวากรรมวิธีอืน



เชนเดียวกับในระบบปลูกมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถ่ว ซึ่งการใสปยเคมเกรด 15-7-18 อัตรา 100




ั่

กิโลกรัมตอไร ใหรายไดสุทธิ 6,959 บาทตอไร ในขณะทีระบบปลกมันสําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถว มี
รายไดสุทธิเพียง -1,245 ถึง 1,725 บาทตอไร










ผลของระบบปลกมนสาปะหลงและการจดการปุยระยะยาวตอการเปลยนแปลงคณสมบัตของดนกอน







ปลูก ที่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมตร ป 2562/63 (ตารางท 5) พบวา คาความเปนกรดเพิมขึนทกระบบปลก













ในขณะทการจดการปยมคาความเปนกรดเพิมขนในกรรมวิธีทไมใสปย และใสปยเคม แตกรรมวิธีทใสปยหมัก


















เพียงอยางเดียวและรวมกับปุยเคมีชวยรักษาความเปนกรดเปนดางใหใกลเคียงกับคาเริ่มตน อินทรียวัตถุในดน












เพิมขนทกกรรมวิธี ยกเวนระบบปลกมนสาปะหลงตอเนืองทุกป ทไมใสปย จะเหนไดวา กรรมวิธีทใสปยหมัก














ุ

เพียงอยางเดียวหรือใสรวมกับปุยเคมีชวยรักษาอินทรียวัตถุในดินไดดีกวากรรมวิธีที่ไมใสปุยและใสปยเคมีเพียง


อยางเดยว ระบบปลกทกระบบมปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชนในดนเพิมขนจากคาเริมตน ในขณะทการ
















ี่
จัดการปุย พบวา ทุกกรรมวิธีที่มีการใสปุยปริมาณฟอสฟอรัสทเปนประโยชนในดินเพิ่มขึ้นจากคาเริ่มตนยกเวน









ึ้
กรรมวิธีท่ไมใสปย สวนคาโพแทสเซียมทแลกเปลยนไดเพิ่มขนทกระบบปลกและการจดการปย และผล










ี่

วิเคราะหคุณสมบัตทางเคมีของดินทระดบความลก 20-50 เซนตเมตร (ตารางท 6) พบวา มีแนวโนมไปทิศทาง
เดียวกับที่ระดับความลึก 0-20 เซนตเมตร แตปริมาณธาตอาหารลดลง




190




ี่
ตารางท 1 ความสูง (เซนติเมตร) มันสําปะหลังพันธุระยอง 72 ทอายุ 3, 6 และ 9 เดอนหลังปลูก
ี่

และชวงเก็บเกียว ผลจากการปลกมนสาปะหลงระยะยาวทมีระบบปลกและการจดการปยตางกัน
ี่







ุ
ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63


ความสูง (เซนตเมตร)



ระบบปลูก การจดการปย


3 เดอน 6 เดอน 9 เดอน เก็บเกี่ยว

None 66 82 86 85
CF 128 161 171 177
มันสําปะหลังตอเนื่อง
CP 86 109 120 122
CP+0.5CF 116 130 140 132
None - - - -
มันสําปะหลัง CF - - - -
หมุนเวียน
พืชตระกูลถั่ว CP - - - -
CP+0.5CF - - - -
None 72 86 90 101
มันสําปะหลังแซม CF 132 169 174 198

ดวย
CP 83 101 118 112
พืชตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 101 117 125 132
หมายเหตุ None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ 0.5 CF = ปุยเคมี


เกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร 


191










ตารางที่ 2 ผลผลตหวสด ดชนีเก็บเกียว เปอรเซ็นตแปง ผลผลตแปง และน้ําหนักแหงเศษซากคนแปลงของมัน


สําปะหลังพันธุระยอง 72 ผลจากการปลูกมันสาปะหลังระยะยาวที่มีระบบปลูกและการจัดการปุย
ตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63



การจด นน.หัวสด เปอรเซ็นตแปง นน.แปง นน.แหงซาก 2/
ระบบปลูก ดัชนีเก็บเกี่ยว
การปุย (ตน/ไร) (%) (กก./ไร) (กก./ไร)



None 0.63 0.57 14.0 8.8 105
มันสําปะหลัง CF 5.55 0.58 14.5 80.5 386
ตอเนื่อง CP 3.21 0.75 14.6 46.9 214
CP+0.5CF 2.77 0.64 13.6 37.7 304
None - - - - -
มันสําปะหลัง CF - - - - -
หมุนเวียนพืช CP - - - - -
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF - - - - -
None 1.28 0.70 15.0 19.2 141
มันสําปะหลัง CF 6.39 0.60 14.2 90.7 448

แซมดวยพืช CP 2.34 0.73 14.4 33.7 151
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 2.50 0.59 14.0 35.0 231

หมายเหตุ นาหนกแหงซาก = น้ําหนักแหง ใบ เหงา และลําตน


1/
None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อัตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ 0.5 CF = ปุยเคมี


เกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร 


192






ตารางที่ 3 ผลผลตฝกสด รายได และน้าหนักแหงซากของถั่วลิสงพันธุไทนาน 9 ในระบบปลูกมันสําปะหลัง

หมุนเวียนพืชตระกูลถั่วปเวนป และมันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่วทุกป ทศูนยวิจัยพืชไร
ี่

ขอนแกน ป 2562/63
การจด ผลผลิตฝกสด รายได  น้ําหนักแหงซาก 1/



ระบบปลูก
การปุย (กก./ไร) (บาท/ไร) (กก./ไร)




None - - -
CF - - -
มันสําปะหลังตอเนื่อง
CP - - -
CP+0.5CF - - -
None 275 6,875 441

CF 285 7,125 392
มันสําปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่ว
2/
CP 300 7,500 472
CP+0.5CF 190 4,750 563
None 175 4,375 162

CF 50 1,250 172
มันสําปะหลังแซมดวยพืชตระกูลถั่ว
CP 143 3,575 463
CP+0.5CF 68 1,700 297

1/
หมายเหต น้ําหนักเศษซากแหง = น้ําหนักแหงตน ใบ และรากถั่วลิสง



None = ไมใสปุย CP = ปุยอนทรีย อัตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ

0.5 CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร
2/ ถั่วลิสงในระบบหมุนเวียน ทุกกรรมวิธี ใสปุยเคมีเกรด 12-24-12 อตรา 25 กิโลกรัมตอไร และหวานยิบซัม 50

กิโลกรัมตอไร เมื่อออกดอก
ราคาถั่วลิสงฝกสด 25 บาทตอกิโลกรัม

193





ตารางที่ 4 ตนทุน รายได และรายไดสทธิจากการปลูกมันสําปะหลัง และถั่วลิสง จากการปลูกมันสาปะหลัง

ระยะยาวที่มีระบบปลูกและการจัดการปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63
ตนทุน (บาท/ไร) รายได (บาท/ไร) รายไดสุทธ ิ

ระบบปลูกพืช วิธีการใสปุย
มันสําปะหลัง ถั่วลิสง รวม มันสําปะหลัง ถั่วลิสง รวม (บาท/ไร)
None 3,485 0 3,485 1,512 0 1,512 -1,973
มันสําปะหลัง CF 7,945 0 7,945 13,320 0 13,320 5,375

ตอเนื่อง CP 7,075 0 7,075 7,704 0 7,704 629
CP+0.5CF 8,005 0 8,005 6,648 0 6,648 -1,357
None 0 7,200 7,200 0 8,250 8,250 1,050
มันสําปะหลัง CF 0 7,230 7,230 0 8,550 8,550 1,320

หมุนเวียนพืช CP 0 7,275 7,275 0 9,000 9,000 1,725
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 0 6,945 6,945 0 5,700 5,700 -1,245

None 2,385 3,313 5,698 3,072 5,250 8,322 2,625
มันสําปะหลัง CF 6,940 2,938 9,878 15,336 1,500 16,836 6,959
แซมดวยพืช
CP 5,215 3,217 8,432 5,616 4,290 9,906 1,475
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 6,445 2,992 9,437 6,000 2,040 8,040 -1,397



หมายเหตุ None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ
0.5 CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร

ราคาทอนพันธุมันสําปะหลัง 320 บาท/ไร ราคาปุยเคมี 15-7-18 17 บาท/กก. ราคาปุยหมัก 2 บาท/กก. คา
เตรียมดิน คาแรงงานปลูก และดูแลรักษามันสําปะหลัง 2,850 บาท/ไร คาหวานปุยหมัก 300 บาท./ไร คาใส


ุ
ปุยเคมีมันสําปะหลัง 300 บาท/ไร คาเก็บเกี่ยวและขนสงมันสําปะหลัง 0.50 บาท/กก. ราคาเมล็ดพนธถั่วลิสงรวม
คาแรงกะเทาะ 45 บาท/กก. อตราเมล็ดพันธุ 30 กก.ฝกแหง/ไร ในระบบปลูกมันสําปะหลังหมุนเวียน และ 15

กก.ฝกแหง/ไร ในระบบพืชแซม คาปุยเคมี 12-24-12 อตรา 25 กก./ไร ราคา 20 บาท/กก. ยบซัม ราคา 6.5


บาท/กก. คา เตรียมดิน คาแรงงานปลูกและดูแลรักษาแปลงถั่วลิสง 3,600 บาท/ไร ในระบบพืชหมุนเวยน และ

1,800 บาท ในระบบพืชแซม คาแรงงานถอนและปลิด 3 บาท/กก. ราคามันสําปะหลัง 2,400 บาท/ตัน และถั่ว
ลิสงฝกสด ราคา 30 บาท/กก.

194




ี่
ตารางที่ 5 คุณสมบัตทางเคมีของดินทความลึก 0-20 หลังเก็บเกี่ยวมันสําปะหลังระยะยาวที่มีระบบปลูกและ

การจัดการปุยตางกัน ที่ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน ป 2562/63
pH EC OM Avail. P Exch. K Exch. Ca Exch. Mg
การจด

ระบบปลูก (1:1 in (1:5) (%) (mg/kg) (mg/kg) (mg/kg) (mg/kg)
การปุย
water (dS/m)
ป 2523 6.2 0.66 0.38 8 35 nd nd

หลังเก็บเกี่ยวป 2562/63
None 5.5 0.0061 0.30 2 23 75 12
มันสําปะหลัง CF 4.6 0.0075 0.46 23 50 29 3
ตอเนื่อง CP 6.4 0.0110 0.54 46 25 281 12

CP+0.5CF 5.9 0.0114 0.49 65 39 194 6
None 5.6 0.0089 0.45 7 21 105 15
มันสําปะหลัง CF 5.0 0.0097 0.61 27 51 71 9

หมุนเวียนพืช CP 5.7 0.0171 0.57 26 30 257 12
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 5.6 0.0103 0.70 52 43 207 9
None 6.0 0.0140 0.49 3 14 387 9
มันสําปะหลัง CF 4.6 0.0083 0.52 15 37 36 4
แซมดวยพืช
CP 6.8 0.0182 0.74 75 39 413 15
ตระกูลถั่ว
CP+0.5CF 6.2 0.0142 0.55 53 66 241 8

ระบบปลูก
มันสําปะหลังตอเนื่อง 5.6 0.0 0.4 34.3 34.2 144.9 8.1

มนสําปะหลังหมนเวยน


พืชตระกูลถั่ว 5.5 0.0 0.6 28.0 36.3 160.2 11.1


มนสําปะหลังแซมดวย
พืชตระกูลถั่ว 5.9 0.0 0.6 36.3 39.2 269.3 8.9
การจัดการปุย

None 5.7 0.0 0.4 3.9 19.3 189.3 12.2
CF 4.7 0.0 0.5 21.7 46.4 45.5 5.1
CP 6.3 0.0 0.6 49.1 31.3 317.0 12.6

CP+0.5CF 5.9 0.0 0.6 56.6 49.3 214.1 7.7
หมายเหต : None = ไมใสปุย CP = ปุยอินทรีย อตรา 1 ตันตอไร CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 100 กิโลกรัมตอไร และ



0.5 CF = ปุยเคมีเกรด 15-7-18 อตรา 50 กิโลกรัมตอไร


Click to View FlipBook Version