295
ี
ี
ุ
ี
ุ
อาการของโรคราสนิม : ใบทะลเปนรูกลม ไมมอาการ เปนวงสสม วงสสมและทะลเปนรู
ภาพท 3 ความแตกตางของระดบการแสดงออกของยน R111, WRKY, GT, PR1b และ PR10 ในใบของกาแฟ
ี่
ี
ั
อาราบิกา 44 หมายเลข ระหวางเดือนธันวาคมที่ไมมีอาการโรคราสนิม เทียบกับที่มีอาการโรคราสนิมใน
ื
ี
เดอนเดยวกัน
296
่
ผลการวิเคราะหผลการแสดงออกของยนทเกียวของกับการตานทานโรคราสนิมในกาแฟจานวน 6 ยนท ี ่
ี
่
ี
ี
ํ
ั
ุ
ึ
ั
ทาการศกษาเก็บตวอยางในเดอน ก.พ. 2564 และรองรอยการทาลายของโรคบนใบ พบวากลมตวอยาง CM80 มี
ื
ํ
ํ
รองรอยของโรคนอยกวากลุมอื่นแสดงใหเห็นวามีความทนทานตอโรค และกลุม Typica มีรองรอยของโรคมากกวา
กลุมอื่น แสดงใหเห็นวาเปนกลุมที่ออนแอตอโรคราสนิม ในการตรวจวิเคราะหการแสดงออกของยีน พบวาในกลม
ุ
ี
่
้
ั
้
ี
ู
่
ุ
ี
Typica มการแสดงออกของยน PR1b และ PR10 สงกวากลมอืน แสดงวาทงสองยนนีอาจเกียวของกับการแสดง
ํ
ุ
่
ี
ี
ความออนแอตอโรค หรือเปนกลม susceptibility factor ในขณะทกลม CM80 พบวามการทางานของยน GT
ี
ุ
คอนขางสูงกวากลมอื่น แตไมเดนชัด ซึ่งอาจเกิดจากการทางานรวมกับยีนอื่น (ภาพที่ 2) อยูระหวางการวิเคราะห
ุ
ํ
ขอมลทางสถิตดานความสมพันธของการแสดงออกของยนและความตานทานตอโรค
ี
ู
ิ
ั
ภาพท 4 ระดบการแสดงออกของยน WRKY, R111, PR1b, PR10*, GT และ RLK ในใบของกาแฟอาราบิกา 41
ี
ี่
ั
หมายเลข ระหวางเดอนกุมภาพันธุ 2564 ในใบมีมีอาการโรคราสนิม * ขาดขอมลหมายเลข 93
ู
ื
ุ
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
ี
่
่
การศึกษายีนทเกียวของกับการแสดงความตานทานโรคราสนิมในกาแฟอาราบิกา โรคราสนิมในกาแฟเกิด
ื
จากเชอรา Hemileia vastatrix ศึกษาในยีน 7 ชนิด ไดแก CaR111, PR10, CaWRKY1, CaRLK, CaGT CaPR1b,
้
ี
ี
CaPR10 และใช CaUbiquitin เปนยนควบคม ในการพัฒนาวิธีการตรวจความแตกตางของยนดวยเทคนิค HRM
ุ
ํ
ดาเนินการทดสอบในกาแฟ 4 พันธุ ไดแก Liberica, Arabica, Robusta และ Typica สามารถตรวจหาคา Tm
ของยีนที่ทําการศึกษาได ซึ่งสามารถนํามาใชในการศึกษาตวามแปรปรวนหรือจัดกลุมของยีนในประชากรที่ตองการ
ศกษาได จากผลการทดลองพบวาพันธุ Liberica มีคา Tm ของยีน GT และ WRKY1 แตกตางจากพันธุอื่น ผล
ึ
297
ํ
ึ
้
ี
ี
ั
้
ั
ํ
ั
ี
การศกษาลาดบเบสของยนทง 7 ชนิด ในกาแฟทัง 4 สายพันธุ สามารถตรวจลาดบเบสไดเพียง 2 ยน ไดแก ยน
ี่
ี
ี
ี
RLKs, PR1b สวนยน GT สามารถตรวจไดเพียงพันธุ Typica พบวาลาดบเบสของยนทไดมีความใกลเคยงกับกลุม
ั
ํ
ี
ยีนที่เกี่ยวของกับความตานทานโรค ในการตรวจการแสดงออกของยนตานทานโรคราสนิม พบวายีน PR1b มีการ
แสดงออกสูงในกลุมที่ไมทนราสนิมทั้งสองชวงปที่ทาการทดสอบ ในขณะที่ยีน GT พบวามีการแสดงออกที่คอนขาง
ํ
ุ
่
ี
ุ
ู
สงในกลมพันธุ CM80 แตเนืองจากความแปรปรวนของประชากรกลมพันธุ CM80 ทสงผลตอความตานทานรา
่
ั
สนิมที่ไมสม่ําเสมอ จึงทําใหการวิเคราะหการแสดงออกของยีนนี้ในกลุมประชากรทนโรคไมเดนชด ดังนั้นอาจตอง
ี
ํ
ี
ุ
ี
่
ี
ึ
่
ิ
ี
ั
คดเลกประชากรทใชในการศกษาทมปฏกิริยาตอโรคทชดเจน จงจะทาใหสามารถระบชนิดของยนทมผลตอการ
ื
่
ี
่
ี
ึ
ั
ตานทานโรคราสนิม
การนําผลงานใชประโยชน
ุ
ิ
1. ไดเผยแพรผลงานวิจัยในงานประชุมกาแฟนานาชาต และไดรับการตีพิมพเผยแพรในการประชม
“26th International Conference on Coffee Science (ASIC 2016)” เรื่องที่ PA 192 ชื่อเรื่อง Investigation
of coffee rust (Hemileiavastatrix) resistance genes in Coffea Arabica L. var. Chiangmai 80. โดย
Sakuanrungsirikul, S., Srithawong, S., Sripukdee, W., Punsang, A., Phonthirat, S., Khomarwut, C.,
Hanthewee, M., and Noppakhunwong, U. ในการประชุมที Yunnan ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจน
่
ี
ี่
ระหวางวันท 13-19 พ.ย. 2559
่
ั
2. นําเสนอผลงานวิจยภาคโปสเตอรเรือง “Investigating the Resistance (R) Genes Associated
With Coffee Leaf Rust Disease in Coffee (Coffea spp.) in Thailand By Melting Peak Analysis” ในงาน
st
ประชุม “1 ASEAN Coffee Industry Development Conference 2018” ระหวางวันที่ 14-17 ก.พ. 2562 ณ
จังหวัดเชียงใหม จัดโดย สมาคมพืชสวนและกรมวิชาการเกษตร
298
เอกสารอางอิง
Eulgem T, Somssich IE, 2007. Networks of WRKY transcription factors in defense signaling. Current Opinion in
Plant Biology 10, 366–71.
Gold RE, Mendgen K, 1991. Rust basidiospore germlings and disease initiation. In: Cole GT, Hoch C, eds. The
Fungal Spore and Disease Initiation in Plants and Animals. New York, USA: Plenum, 67–99.
Heath MC, 1977. A comparative study of nonhost interactions with rust fungi. Physiological Plant Pathology 10,
73–88.
Livak KJ and Schmittgen TD. 2001. Analysis of relative gene expression data using real-time quantitative PCR
and the 2(-Delta Delta C(T)) Method. Methods. 25(4):402-8.
O’Connell RJ, Panstruga R, 2006. Teˆte-a`-teˆte inside a plant cell: establishing compatibility between plants
and biotrophic fungi and oomycetes. New Phytologist 171, 699–718.
Ramiro et al. (2010) Ramiro D, Jalloul A, Petitot A-S, De Sá MFG, Maluf MP, Fernandez D. Identification of coffee
WRKY transcription factor genes and expression profiling in resistance responses to pathogens. Tree
Genetics & Genomes. 2010;6(5):767–781. doi: 10.1007/s11295-010-0290-1
Ramiro, D.A., Escoute, J., Petitot, A.S., Nicole, M., Maluf, M.P. and Fernandez, D. 2009. Biphasic haustorial
differentiation of coffee rust (Hemileia vastatrixrace II) associated with defence responses in resistant
and susceptible coffee cultivars. Plant Pathology 58(5): 944–955.
Silva MC, Nicole M, Guerra-Guimara˜es L, Rodrigues Jr CJ, 2002. Hypersensitive cell death and post-haustorial
defence responses arrest the orange rust (Hemileia vastatrix) growth in resistant coffee leaves.
Physiological and Molecular Plant Pathology 60, 169–83.
299
ภาคผนวก
ี
ึ
่
ี
ตารางที่ 1 รายชื่อตัวอยางทใชในการศกษาการแสดงออกของยนตานทานโรคราสนิม
หมายเลขและชื่อตัวอยาง แหลงที่มา หมายเลขและชื่อตัวอยาง แหลงที่มา
2.CM80 2/25 SF เกษตรหลวงขุนวาง 65.Typica 2/20 B3 Ty เกษตรหลวงขุนวาง
3.CM80 2/28 SF เกษตรหลวงขุนวาง 66.Typica 2/24 B5 Ty เกษตรหลวงขุนวาง
4.CM80 2/31 SF เกษตรหลวงขุนวาง 67.Typica 2/29 B4 Ty เกษตรหลวงขุนวาง
5.CM80 2/33 SF เกษตรหลวงขุนวาง 68.Typica 2/44-2 B5 Ty เกษตรหลวงขุนวาง
6.CM80 2/36 SM เกษตรหลวงขุนวาง 69.Typica 2/45 B5 Ty เกษตรหลวงขุนวาง
7.CM80 2/39 SM เกษตรหลวงขุนวาง 70.Typica 2/45-1 B6 Ty เกษตรหลวงขุนวาง
8.CM80 2/42 SM เกษตรหลวงขุนวาง 71.Typica 3/5 B7 Ty เกษตรหลวงขุนวาง
9.CM80 2/45 SM เกษตรหลวงขุนวาง 72.Typica 3/2 B7 Ty เกษตรหลวงขุนวาง
10.CM80 2/48 SM เกษตรหลวงขุนวาง 77.Catuai Rojo T1 เกษตรหลวงขุนวาง
47. 1/1 B2T5 เกษตรหลวงขุนวาง 78.Catuai Rojo T2 เกษตรหลวงขุนวาง
ั
48. 1/4 B3T3 เกษตรหลวงขุนวาง 79.Catuai Rojo T3 ตวอยางตาย
49. 2/8 B1T3 เกษตรหลวงขุนวาง 80.Catuai Rojo T4 เกษตรหลวงขุนวาง
50. 2/22 B2T5 เกษตรหลวงขุนวาง 81.Catuai Rojo T5 เกษตรหลวงขุนวาง
51. 2/27 B4T5 เกษตรหลวงขุนวาง 82.Catuai Rojo T6 ตวอยางตาย
ั
52. 2/34 B4T6 เกษตรหลวงขุนวาง 83.Catura Rojo T1 เกษตรหลวงขุนวาง
53. 3/2 B7T7 เกษตรหลวงขุนวาง 87.Catura Rojo T5 เกษตรหลวงขุนวาง
54. 3/5 B7T1 เกษตรหลวงขุนวาง 89.Sanromon T1 เกษตรหลวงขุนวาง
58.Typica 2/5 B3 SF Ty เกษตรหลวงขุนวาง 73. Typica 1. โครงการแมหลอด
59.Typica 2/12 B2 T4Ty เกษตรหลวงขุนวาง 74. Typica 2. โครงการแมหลอด
60.Typica 2/13 B2 T4Ty ตวอยางตาย 75. Typica 3. โครงการแมหลอด
ั
61.Typica 2/13 B4 T2Ty ตวอยางตาย 76.Mattari โครงการแมหลอด
ั
62.Typica 2/15 B2 T3Ty เกษตรหลวงขุนวาง 92.CM80 3/2 SM เกษตรหลวงขุนวาง
63.Typica 2/16 B3 T5Ty เกษตรหลวงขุนวาง 93.CM80 3/15 SM เกษตรหลวงขุนวาง
64.Typica 2/16 B3 T1Ty เกษตรหลวงขุนวาง 95.CM80 2/25 SM เกษตรหลวงขุนวาง
300
แผนงานวิจัย
วิจัยและพัฒนากลวยไม
301
การสงถายยีน Antisense ACC (1-aminocyclopropane-1-carboxylase)
ุ
ตอการยืดอายุการบานของกลวยไมสกุลหวายเอียสกล
Investigation of the effect of Antisense ACC (1-aminocyclopropane-1-
carboxylase) gene on flower longivity in Dendrobium Orchid Earsakul
2
1
2
ิ
ั
1
ศุจิรัตน สงวนรังศิริกุล71 วีรกรณ แสงไสย ประภาพร ฉนทานุมัต72 รัชนี ศิริยาน ชมัยพร ไกยฝาย 1
1
เบญจวรรณ รัตวัต ธวัชชัย ทรัพยถิระ และยุพิน กสินเกษมพงษ73
1
3
รายงานความกาวหนา
ํ
ํ
ี
่
่
ี
ี
การดาเนินงานป 2563-2564 ไมไดมการสงถายยนเพิม แตทาการแยกขยายตนจากโปรโตคอรมทไดรับ
ั
ี
ี
ํ
ี
การถายยนแลวจากชวงแรกของการดาเนินงาน นํามาชกนําใหเกิดตนออน มการตรวจยนเปาหมาย 3 ยน ไดแก
ี
ี
้
ื
ี
่
35S promotor, NOS terminator และ NOS-ACO ดาเนินการตรวจครังท 1 ในตนออนเพือคดเลอกตนทมยน
ํ
ั
่
ี
่
ี
ี
ู
้
เปาหมาย 1 ใน 3 หรือครบทั้ง 3 ยีน เพื่อคัดตนมาเพาะเลยงตอจนไดตนสมบูรณในขวด แลวนําออกปลกในสภาพ
ธรรมชาต ในกรงกันแมลง จากนั้นทาการเพือตรวจยนเปาหมายซ้า เพือคดเลอกตนสมบรณทยังมยนเปาหมาย 1
ี
่
ํ
ื
ี
ิ
่
ั
ี
่
ํ
ี
ู
ี
ี
ิ
่
่
ํ
ี
้
ั้
ี
ั
ี
ู
ใน 3 หรือทง 3 ยน ทงนี้เนืองจากอาจมการสญเสยยนทไดรับการถายเขาไปในระหวางการเจริญเตบโต ทาการ
ิ
ุ
ตรวจเชคการเจริญเตบโต ไดแก ความสง จานวนหนอ การออกดอก ทก 3 เดอน และการแสดงออกของยน
็
ี
ู
ํ
ื
เปาหมาย ไดแก ยีน ACO ในตนที่สมบูรณ
ื
้
ี
ในป 2563-2564 มตนกลวยไมหวายท่ไดรับและไมไดรับการสงถายยีนเพาะเล้ยงในสภาพปลอดเชอ
ี
ี
ู
ั
่
ู
้
ี
ทงหมด 132 ขวด มตนทนําออกมาเพาะเลยงในสภาพธรรมชาตเหลออย 81 ตน โดยทยอยปลก วัดความสงตน
้
ี
ื
ู
ิ
ี
ู
ํ
ู
และจานวนหนอของตนออนทนําออกปลก พบวามจานวนหนอตอตน 1-6 หนอ และความสงตน 1-4 เซนตเมตร
ี
่
ี
ํ
ิ
เปนตนที่ตรวจพบยีนเปาหมายทั้ง 3 ยีน 43 ตน ขณะนี้อยูระหวางอนุบาล และรอการตรวจเชคยีนเปาหมาย สวน
็
ื
ํ
ี่
ตนกลวยไมหวายทเพาะเลี้ยงในกรงเพาะ จากเดิมมีจานวน 136 ตน เหลอรอด 124 ตน มีความสูงระหวาง 1.00-
ี
ํ
24.5 เซนติเมตร จานวนหนอ 1-4 หนอ ตรวจพบการแสดงออกของยน actin 54 หมายเลข พบการแสดงออกของ
ยน 35S promoter ใน 55 หมายเลข และ NOS terminator ใน 4 หมายเลข ขณะนี้อยระหวางการตรวจการ
ี
ู
แสดงออกของยน ACO
ี
คํานํา
ปจจัยสําคัญที่เปนปญหาหนึ่งของการผลตกลวยไม คือการเหี่ยวและดอกรวงเร็วในระหวางการขนสง การ
ิ
ุ
้
ึ
ํ
วางจาหนายและการปกแจกัน การเหยวและหลดรวงของดอกเกิดเนืองจากกาซเอทลนทพืชสรางขน เปนผลให
่
ี
่
ี
่
ี
ี
ุ
่
กลบดอกเหยวและหลดรวงงายในกลวยไมสกุลหวายไดแมเพียงไดรับเอทลนในระดบความเขมขนตา โดยเฉพาะ
ี
ี
ั
่
ํ
ี
ิ
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
2 ศูนยวิจัยพืชสวนศรีษะเกษ สถาบันวิจัยพืชสวน อําเภอเมือง จังหวัดศรีษะเกษ
3 สถาบันวิจัยพืชสวน จตุจักร กรุงเทพมหานคร
302
่
ี่
อยางยิ่งในกลวยไมสกุลแวนดาจะตอบสนองตอกาซนี้นี้มากทสุด ในชวง 2 ทศวรรษทีผานมา ไดมีการศึกษาการสง
ุ
่
ู
ถายยีน antisense ACC syntase และ antisense ACC oxidase เขาสพืชเพือยืดอายการใชงานของดอกไม
่
ิ
ี
ั
หลายชนิด พบวาพืชที่ผานการดดแปลงพันธุกรรมสามารถออกดอกทบานนานกวาพันธุเดม 2 วัน และมีการผลต
ิ
กาซเอทลนลดลง (Kende, 1993) นอกจากนียงมรายงานวาพืชทไดรับการถายยนดงกลาวนีสามารถยดอายการ
ี
่
ิ
้
้
ี
ั
ี
ุ
ี
ื
ั
ุ
ี
หลดรวงของดอกและใบไดนานกวากลุมท่ไมไดรับการถายยน (Jones and Woodson, 1997; Sugiyama and
ี
้
Satoh, 2015; Kosugi et al., 2000) ดงนันวัตถประสงคของงานวิจยนี ไดแก การถายยน Antisense ACC
้
ั
ุ
ั
ี
ี
ึ
ุ
ื
oxidase (ACO) เขาสูกลวยไมสกุลหวายและศกษาการแสดงออกของยนนี้ในการยดอายการบานของดอกกลวยไม
สกุลหวายเอียสกุล
วธีดาเนินการและอุปกรณ
ํ
ิ
พืชที่ใชในการทดลอง : โปรโตคอรมกลวยไมหวายเอียสกุล จากศูนยวิจัยพืชสวนเชียงราย
วิธีการ :
ั
่
การเพาะเพิมปรมาณโปรโตคอรม : นําโพรโตคอรไปเพาะเลยงบนอาหารสงเคราะหสตร NDM ( NAA
้
ี
ู
ิ
้
ํ
ี
0.1 mg/L, BA 1.0 mg/L, ผงมันฝรั่ง 10 g/L น้าตาลมอลโทส 10 ก./ล. ผงวุน 8 ก./ล. pH 5.4) เพาะเลยงภายใต
อุณหภูมิ 25±2 C ใหแสง 16 ชั่วโมงตอวัน ความเขมแสงประมาณ 40 µmolm s
o
-2 -1
การสงถายยีน ACC oxidase เขาส Agrobacterium ประกอบดวย (1) การเตรียม competent cell
ู
้
ี
่
ื
้
้
ิ
ของเชอ Agrobacterium tumefacient โดยนําโคโลนีเดยวของเชอมาเลยงในอาหาร LB ปริมาตร 20 มลลลตร
ี
ื
ิ
ิ
o
บมที่ 28 C นาน 24 ชั่วโมง แกวงดวยความเร็ว 200 rpm ดูดเชื้อปริมาตร 1 มิลลิลิตร ลงในอาหาร LB ปริมาตร
20 มิลลิลิตร บมที่ 28 C นาน 3-4 ชั่วโมง แกวงที่ความเร็ว 200 rpm วัด OD ที 600 nm ใหไดระหวาง 0.6-0.8
่
o
ดูดเชื้อใสหลอด 1.5 มิลลิลิตร ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ไปวางบนน้ําแข็ง 15 นาที ปนตกตะกอนที่ 10,000 rpm นาน
5 นาท 4 C เก็บตะกอน เติม TE buffer ปริมาตร 1,00 µlปนตกตะกอนที่ 10,000 rpm นาน 1 นาที 4 C เก็บ
o
o
ี
ตะกอน เตม TE buffer ปริมาตร 500 µl ปนตกตะกอนที 10,000 rpm นาน 1 นาที 4 C เทสารละลายทิง นํา
่
้
o
ิ
competent cell ไปใชทันที หรือเก็บใน 40 % glycerol ที่ -70 C (2) การสกัดพลาสมดลูกผสม (recombinant
ิ
o
ํ
plasmid) ดวยเทคนิค Alkaline lysis โดยใช GF-1 Plasmid DNA Extraction Kit ( Vivantis) : ดาเนินการโดย
เพิ่มจํานวนแบคทีเรียที่มีพลาสมิดสายผสมในอาหาร nutrient broth 1.5 ml ที่เติม 100 µg/µl Amplicilin เลี้ยง
ู
เชอทอุณหภม 37 C เปนเวลา 16 ชัวโมง แลวสกัดพลาสมดลูกผสมตามวิธีการของชุดสกัด (3) การนําพลาสมิด
o
่
่
ื
ิ
ี
ิ
้
ั
ิ
ลกผสม และเวกเตอรพาหะ pCambia 1305 มาตดดวยเอนไซมตดจาเพาะ BstEII และ NCOI โดยนําพลาสมด
ํ
ั
ู
pCambia 1305 ทสกัดไดจากเซลล E. coli ตดดวยเอนไซมตดจาเพาะ BstEII และ NcoI (10X buffer 4 µl
ํ
ี
ั
ั
่
พลาสมด 1µg/ µl ปริมาตร 12 µl เอนไซมตัดจาเพาะ BstEII และ NcoI (10 U/ µl) ชนิดละ 2 µl nuclease –
ิ
ํ
o
่
ี
่
่
ี
ี
free water 2 µl บมท 37 C นาน 18 ชัวโมง (4) นําพลาสมดทีมยน ACC oxidase ทีสกัดจากเซลล E. coli มา
่
ิ
ั
ตดดวยเอนไซมตดจาเพาะ BstEII และ NcoI (10X buffer 4 µl พลาสมด 1µg/µl xปริมาตร 14 µl เอนไซมตด
ั
ํ
ิ
ั
o
จาเพาะ BstEII และ NcoI (10 U/ µl) ชนิดละ 2 µl บมที่ 37 C นาน 18 ชั่วโมง (5) การแยกชิ้นสวนยีนใหบริสุทธิ์
ํ
โดยใชชุด Gel /PCR DNA Fragments Extraction kit (Real genomics) ดาเนินการตามวิธีการในชดสกัด (6)
ํ
ุ
303
ั
่
ี
ทําการเชื่อมชิ้นสวนยีน ACC oxidase ทตด เขากับพลาสมด pCambia 1305 ที่ตัดดวยเอนไซม BstEII และ NCOI
ิ
ดวยเอนไซม T4 ligase (pCambia 1304 (BstEII และ NCOI) 20 ng ปริมาตร 5 µl, Insert DNA (BstEII และ
o
NCOI) 20 ng ปริมาตร 12 µl, 10x T4 ligase Buffer 2 µl, T4 ligase 1 µl บมที่ 22 C นาน 18 ชั่วโมง (7) การ
้
ื
สงถายยนโดยวิธี electroporation ดาเนินการโดย นํา competent cells ของเชอ Agrobacterium
ํ
ี
ี
ิ
tumefacien ท่ไดเตรียมไวแลวปริมาตร 100 µl มาผสมกับ Recombinant พลาสมด (pCambia 1305)
ี
ื
ี
ปริมาตร 4µl บมไวในน้ําแข็งนาน 15 นาท ดูดเช้อท่ไดใสใน Electroporation cuvette ขนาด 0.2 cm. นําไป
่
ั
เขาเครือง electroporatorโดยต้งคาของเครื่องดังนี้ Capacitor 25 µF, Voltage 2.5 kV, Resistor 400 Ohm
ิ
ี
้
หลังจาก pulse เตมอาหาร LB ปริมาตร 1 ml นําไปบมทอุณหภม 37 C เขยานาน 4 ชม. นําเชือมาตกตะกอน
ิ
ู
o
่
ื
ี
แลวเตมอาหาร LB ปริมาตร 200 µl ผสมเช้อใหเขากันแลวดูดใสอาหาร LB ท่มีสารปฎิชีวนะ Kanamycin 50
ิ
mg/L ทําการเกลี่ยเชื้อใหทั่วเพลตอาหาร นําไปบมที่อุณหภูมิ 28 C นาน 1 วัน ตรวจสอบเชือทีขึน
้
o
่
้
การคัดเลือกโคโลนีแบคทีเรยทมี recombinant plasmid ประกอบดวย (1) การตรวจสอบตรวจสอบ
ี
ี่
ี่
้
ี
ยีน ACO ในเชื้อทเพาะเลยงไดดวยวิธี PCR (10x Taq buffer ปริมาตร 1.5 µl , 25 mM MgCl 2 0.6 µl, 10 mM
dNTP 0.3 µl, 20 µM Primer Forward และ Reverse ชนิดละ 0.375 µl, 5U/ µl Taq DNA polrmerase
้
่
่
(Fermentas) 0.15 µl, DNA template 1 µl ปริมาตรรวม 15 µl) ใชไมจิมฟนฆาเชือ จิมเชือทีเปนโคโลนีเดียว
่
้
้
ุ
ิ
่
ื
้
มาขดบนอาหารเลยงเชอเพือเปน Master plate แลว จมลงในหลอดปฏกิริยา PCR โปรแกรมในการทาปฏิกิริยา
ี
ํ
ี
่
้
ํ
PCR เปนดงนี 94 °C 5 นาที ตามดวยชุดอุณหภูมิ 94 °C 1 นาที 54 °C 1 นาที 72 °C 1 นาที จานวน 30 รอบ
ั
ี
ตามดวย 72 °C 10 นาที เก็บรักษาท่ 25 °C ตรวจผลของปฏกิริยา PCR ดวยทคนิค agarose gel
ิ
ี
electrophoresis นําโคลนทตรวจพบยน มาเลยงเพิมปริมาณในอาหารเหลว LB ทเตม Kanamycin 50 µg/ml
่
ิ
ี
่
่
ี
ี
้
เลี้ยงที่อุณหภูมิ 37 °C พรอมเขยา เพื่อใชในขั้นตอนการถายยีนตอไป
ิ
ิ
ทดสอบอิทธิพลของสารปฏชวนะ Cefotaxime ตอการเจรญของ A. tumefaciens (pCAMBIA1305)
ี
โดยเลี้ยง A. tumefaciens (pCAMBIA1305) ในอาหารเหลว LB ที่มีสารปฏิชีวนะKanamycin 50 mg/L นาน 18
ี
ึ
ิ
ชั่วโมง นํามาวัดคาความยาวคลื่น 550 นาโนเมตร (OD 550 ) ใหมีคาเทากับ 1.5-1.8 นําไปศกษาผลของสารปฏชวนะ
Cefotaxime ตอการเจริญของ A. tumefaciens โดยทดสอบความ ไวของจลนทรีย (Microbial susceptibility)
ุ
ิ
ิ
ู
ี
่
ี
ตอสารปฏชวนะโดยวิธี Disc plate technique โดยดดอาหารทมี A. tumefaciens ลงในหลอด 1.5 ml ปลอด
ุ
้
่
้
้
ื
้
ื
่
เชือ เขียเชอบนอาหาร LB จากนันนํากระดาษกรองทปลอดเชอขนาด 5 มม. จมสารละลาย Cefotaxime ความ
ี
็
เขมขนตาง ๆ คือ 0, 100, 200, 300, 400 และ 500 mg/L นํามาวางบนอาหารแขง LB ทมี A. tumefaciens
ี่
นําไปบมที่อุณหภูมิ 28 C เปนเวลา 24 ชั่วโมง ทดสอบทั้งหมด 5 ซ้ํา บันทึกผลโดยวัดขนาดเสนผานศูนยกลางของ
o
บริเวณที่ A. tumefaciens ถูกยับยั้งหรือบริเวณวงใส (Clear zone)
ิ
ั
สงถายยีนดวยวธี Cocultivation รวมกบ A. tumefaciens สายพันธุ EHA105 (pCAMBIA1305)
โดยเลี้ยง A. tumefaciens สายพันธุ EHA105 (pCAMBIA1304) ในอาหารเหลว LB ที่มีสารปฏิชีวนะ Kanamycin
ั
50 mg/L เปนเวลา 14 ช่วโมง เขยาดวยความเร็ว 150 รอบตอนาท แลวนํามาวัดคา OD 550 ใหมีคาอยูระหวาง
ี
1.5-1.8 นําสารละลาย A. tumefaciens มาผสมกับอาหารเหลวสตร ½ MS ในอัตราสวน 2 : 1 และเตม
ิ
ู
Acetosyringone 100 mg/L กอนบมรวมกับโพรโทคอรมกลวยไม นําโพรโทคอรมกลวยไมขนาด 2-3 มม. บม
304
ี
่
ู
ิ
ี
ี
รวมกับสารละลาย A. tumefaciens ทอุณหภมหองระยะเวลา 60 นาท เขยาดวยความเร็ว 150 รอบตอนาท ซับ
ี
ั
ี
้
ื
โพรโทคอรมกลวยไมใหแหงดวยกระดาษปลอดเช้อ นําไปเลยงบนอาหารสงเคราะหสตร ½ MS ท่ไมเติมสาร
ู
ิ
ั่
ี
ปฏชวนะเปนเวลา 3 วัน จนสงเกตเหนการเจริญของ A. tumefaciens นําโพรโทคอรมกลวยไมมาลางดวยน้ํากลน
ั
็
ื
ั
ื
้
ปลอดเชอ 30 นาที นําโพรโทคอรมกลวยไมมาลางดวยน้ํากล่นปลอดเช้อท่เติมสารปฏิชีวนะซีโฟแทกซีม 400
ี
ื
้
ี
mg/L เปนเวลา 60 นาที 2 รอบ ซับโพรโทคอรมใหแหงดวยกระดาษปลอดเชอ เลยงโพรโทคอรมกลวยไม บน
้
ู
ี
่
ิ
ิ
ี
อาหารสงเคราะหสตร ½ MS ทเตมสารปฏชวนะ Cefotaxime ความเขมขน 400 มก./ล. รวมกับสารปฏิชีวนะไฮ
ั
ั
o
ํ
ิ
ู
ั
โกรมยซิน 20 มก./ล. ตามลาดบ เปนเวลา 1 เดอน เพาะเลยงภายใตอุณหภม 25±2 C ใหแสง 16 ชั่วโมงตอวัน
้
ี
ื
-2 -1
ความเขมแสง 40 µmol m s เมื่อครบ 1 เดือน ยายโพรโทคอรมกลวยไม บนอาหารสังเคราะหสูตร ½ MS ที่ไม
ี
มยาปฏชวนะ ตรวจยนเครืองหมายดวยเทคนิค PCR ใน กลวยไมทเจริญเปนตน โดยสกัดดเอนเอดวยวิธี CTAB
ี
ี
ี
่
ิ
่
ี
ตรวจปริมาณและคุณภาพดีเอนเอดวย Nanometer ตรวจยนเครืองหมาย (35S promoter) ดวยเทคนิค PCR
ี
่
ประกอบดวย 1X buffer, 1 mM MgCl 2 , 0.2 mM dNTP, 0.3 µM Primer F และ R, 0.05 U Taq DNA
polymerase (Fermentas) และ Template DNA 1 µl ปริมาตรรวม 15 µl ทําปฏิกิริยา PCR เปนดังนี้ 94 °C 3
ี
นาที ตามดวยชุดอุณหภูมิ 94 °C 20วินาที 60ºC 40 วินาที 72 °C 1 นาท จานวน 40 รอบ ตามดวย 72 °C 3 นาที
ํ
เก็บรักษาที่ 25 °C ตรวจผลของปฏิกิริยา PCR ดวยทคนิค agarose gel electrophoresis
ี ่ ,
ตรวจยนเครืองหมาย (NOS Terminator) ดวยเทคนิค PCR ประกอบดวย 1X buffer, 1 mM MgCl 2
0.2 mM dNTP, 0.25 µM Primer F และ R, 0.5 U Taq DNA polymerase (Fermentas) และ Template
ิ
ิ
ู
ํ
DNA 1 µl ปริมาตรรวม 15 µl ทาปฏกิริยา PCR เปนดงนี 94 °C 3 นาที ตามดวยชดอุณหภม 94 °C 20วินาที
ุ
ั
้
60ºC 40 วินาที 72 °C 1 นาท จานวน 40 รอบ ตามดวย 72 °C 3 นาที เก็บรักษาที่ 25 °C ตรวจผลของปฏิกิริยา
ํ
ี
PCR ดวยทคนิค agarose gel electrophoresis
่
ตรวจยนเครืองหมาย (NOS Terminator - ACO) ดวยเทคนิค PCR ประกอบดวย 1X buffer, 2 mM
ี
MgCl 2 , 0.25 mM dNTP, 0.2 µM Primer F และ R, 0.2 U Taq DNA polymerase (Fermentas) และ
้
Template DNA 1 µl ปริมาตรรวม 15 µl ทําปฏิกิริยา PCR เปนดงนี 94 °C 5 นาที ตามดวยชุดอุณหภูมิ 94 °C
ั
1 นาที 54ºC 1 นาที 72 °C 1 นาที จานวน 30 รอบ ตามดวย 72 °C 10 นาที เก็บรักษาท 25 °C ตรวจผลของ
ี
ํ
่
ปฏิกิริยา PCR ดวยทคนิค agarose gel electrophoresis
ี
การบันทกขอมล: ตรวจผลการสงถายยน ACC Oxidase โดยตรวจยนตาแหนง 35S Promoter, NOS
ํ
ึ
ู
ี
terminator และ NOS terminator ถึง ACO ดวยวิธี direct PCR ตรวจผลดวย electrophoresis ที่สภาวะ 1%
agarose gel ; 100 โวลต 45 นาที แลวบันทึกผลดวย Gel documentation และรายงานผล
เวลาและสถานที่ : 2559-2564 ดําเนินการที่ ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน
ผลการทดลองและวิจารณ
้
ี
การทดลองประกอบดวยการเพาะเลยงขยายปริมาณโปรโตคอรมกลวยไมสกุลหวายเอียสกุล และสงถาย
ยีน antisense ACO เขาสโปรโตคอรดวยเทคนิค Co-cultivation โดยใช A. tumerfacien เปนตวนําพลาสมดลก
ั
ู
ิ
ู
ี
่
ผสมทมยน antisense ACO เชอมตอในพลาสมดพาหะ เขาสโปรโตคอรม แลวคดเลอกตนทไดรับการสงถายยน
ี
ี
ี
ู
ิ
ั
ื
ื
่
ี
่
305
ี
่
ี
ี
ี
ิ
ี
ํ
่
่
แลวดวยอาหารทมยาปฏชวนะ เพาะขยายตนทได แลวทาการตรวจหายนเครืองหมาย 3 ชนิดในตน
transformants ไดแก 35S-promotor, NOS-terminator และ ACO-NOS รวมทงตรวจการแสดงออกของยน
ี
ั
้
ACC oxidase ดวยเทคนิค Relative quantification ดวย Realtime PCR
การสงถายยีน antisense ACO เขาสูโปรโตคอรมและการคดเลือกตนท่ไดรับการสงถายยีน
ั
ี
้
(Transformant) : การสงถายยนไดดาเนินการไปจานวน 5 ครังในป 2559-2560 มการคดเลอกโปรโตคอรมท ่ ี
ํ
ั
ี
ํ
ี
ื
ั
ิ
ี
ั
ื
ไดรับการสงถายยนโดยคดเลอกในอาหารทมยาปฏชวนะ แลวทาการชกนําใหเกิดตนออนในอาหารสงเคราะห
ั
ี
ี
ํ
ี
่
ี
่
้
ี
ี
ี
ั
ี
ื
ั
่
ี
้
จากนันตรวจยนเปาหมาย 3 ชนิดในตนออนทได คดเลอกตนทมยนเปาหมายทง 3 ยน หรือ 1 ใน 3 ยน นํามา
ี
ิ
ิ
็
่
เพาะเลยงในสภาพธรรมชาต เพือตรวจเชคการเจริญเตบโต การออกดอก และการแสดงออกของยนเปาหมาย
้
ี
ี
ี
โดยเฉพาะยน ACO
ํ
ผลการดาเนินงานในป 2563-2564 พบวามีตนกลวยไมหวายที่ขยายพันธุจากโปรโตคอรมที่ไดรับการถาย
ยนและอยระหวางเพาะเลยงไวในสภาพตนสมบรณในอาหารแขงสตร ½ MS จานวน 132 ขวด (ตน) อยระหวาง
ี
ู
ํ
ู
็
ู
้
ี
ู
่
ํ
ํ
ู
ี
การดาเนินการเพือตรวจยนเปาหมายเพือคดเลอกตนออนสาหรับนําออกปลกกรงกันแมลงตอไป มตนออนทจาก
ี
ั
่
ื
ี
่
เนื้อเยื่อที่ผานการตรวจยีนเปาหมายเบองตนแลว และทยอยนําออกปลูกในกรงกันแมลง มีอายุระหวาง 2-7 เดอน
ื้
ื
ํ
หลังการยายปลูก จํานวน 81ตน เพาะเลี้ยงที่ ศวร.ขก. และอยูระหวางการดาเนินงานเพื่อตรวจยีนเปาหมายซ้ํา มี
ตนสมบรณทผานการตรวจยนเปาหมายแลว เพาะเลยงในโรงเรือนท ศวส.ศก. อายมากกวา 7 เดอนหลงการยาย
ุ
ื
้
ี
ั
ี
ู
ี
่
่
ี
ิ
ึ
ํ
ิ
ู
ํ
ี
ื
ปลูกจากเดมจานวน 136 ตน เหลอรอดจานวน 124 ตน อยระหวางเพาะเลยง และบันทกการเจริญเตบโต
้
การตรวจการแสดงออกของยีน ACO ในกลวยไมสกุลหวายในตนที่อยูในสภาพเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อดวย
ี
Realtime PCR : การทดลองตรวจการแสดงออกของยน ACO ดวยวิธี Relative quantification ในตนที่ไมมีการ
ํ
สงถายยีน พบวาตาแหนงใบมผลตอการแสดงออกของยน ตําแหนงใบยอดมีการแสดงออกนอยกวาตําแหนงใบที่อยู
ี
ี
ุ
ต่ําลงมา (ภาพท 1) สาเหตอาจเกิดจากความสมบูรณของตน เนื่องจากยังเปนตนออนที่เพาะเลี้ยงในขวด
่
ี
306
ครั้งที่ ตําแหนงที่ 1 ตําแหนงที่ 2 ตําแหนงที่ 3
1 1.525 1.654 1.167
2 1.668 1.486 1.113
ี
ภาพที่ 1 การแสดงออกของยน ACO ในใบของกลวยไมหวายเอียสกุลที่เพาะเลี้ยงในสภาพเนื้อเยื่อที่ไมมีการสงถายยีน
ื
้
ุ
เทยบกับการแสดงออกของยน Actin ในตนอาย 8 เดอน (ครังท 1) และ 11 เดอน (ครังท 2) ภาพซาย
ี
่
้
ี
ี
่
ี
ื
่
ี
ํ
่
ี
ุ
ี
่
ํ
ตาแหนงท 1 เปนใบลางสุด ตาแหนงท 2 เปนใบกลาง และตาแหนงท 3 เปนใบบนสด
ํ
ิ
การตรวจแสดงออกของยีน ACO ในใบกลวยไมสกุลหวายในตนท่อยูในสภาพธรรมชาตดวย
ี
ํ
Realtime PCR : ในตนที่เคยมีการออกดอกแลว อายุประมาณ 8-11 เดอน พบวาตาแหนงใบท 3 (ใบยอด) มการ
่
ื
ี
ี
แสดงออกสูงกวาตําแหนงที่ 1 และ 2 อีกทั้งมีคาการแสดงออกของยีนสูงกวาคาที่ไดจากการตรวจในตนที่เพาะเลี้ยง
้
ี
ี
ู
ุ
ุ
้
ึ
ื
่
ั
่
ในสภาพเนือเยอถงประมาณ 25 เทา และใบบนสดมการแสดงออกของยนสงสด (ภาพท 2) ดงนันการตรวจการ
ี
ี
แสดงออกของยน ACO ในตนสมบูรณที่เพาะเลี้ยงในสภาพธรรมชาติ ตองทําใชใบยอดในการศึกษา
ี่
ภาพท 2 การแสดงออกของยน ACO ในใบของกลวยไมหวายเอียสกุลทเพาะเลยงในธรรมชาตไมมการสงถายยน
ิ
ี
ี
ี
ี
้
ี
่
่
ื
ี
ี
เคยมการออกดอกแลว เทยบกับการแสดงออกของยน Actin ในตนอาย 8 เดอน (ครังท 1) และ 11 เดอน
ี
้
ื
ี
ุ
ี่
(ครั้งท 2) ภาพซาย ตําแหนงท่ 1 เปนใบลางสุด ตําแหนงท่ 2 เปนใบกลาง และตําแหนงท่ 3 เปนใบ
ี
ี
ี
บนสุด
307
ี
การทดลองวิเคราะหความแตกตางการแสดงออกของยน ACO ในใบของตนกลวยไมที่ไดรับการสงถายยีน
่
ทีตรวจพบยนเปาหมายครบทง 3 ยน เทยบกับตนทไมไดรับการสงถายยน (ตนควบคม) โดยใชตนอาย 6 เดอน
ั
ุ
ี
ุ
ี
ื
ี
ี
่
้
ี
ื
ี
ี
ี
่
ี
้
ื
่
ี
และ 12 เดอน ทเพาะเลยงในขวด พบวามคาการแสดงออกของยน ACO เพียง 0.23 และ 0.54 เทาเมอเทยบกับ
ุ
ตนควบคมที่ไมไดรับการสงถายยีนแสดงใหเห็นวายีน ACO ถูกยับยั้งการแสดงออกบางสวนดวย antisense
ครั้งที่ ระดบการแสดงออก
ั
1 0.23
2 0.54
ี
ภาพที่ 3 การแสดงออกของยน ACO ในใบของกลวยไมหวายเอียสกุลหมายเลข 372 ที่เพาะเลี้ยงในสภาพเนื้อเยื่อ
ี
ี
ทมการสงถายยน เทยบกับการแสดงออกของยน Actin ในตนอาย 6 เดอน (ครังท 1) และ 12 เดอน
่
ี
้
ี
่
ี
ี
ื
ุ
ื
(ครั้งที่ 2)
ี
ี
การคัดเลือกตนกลวยไมท่ไดรับการสงถายยีนดวยการตรวจยีนเปาหมาย : ในป 2563-2564 มตน
้
ื
ํ
่
ี
ํ
กลวยไมทอยระหวางการเพาะเลยงในสภาพปลอดเชอจานวน 132 ขวด ในจานวนนีเปนโปรโตคอรมจานวน 20
ู
ํ
ี
้
้
ขวด เปนตนออน 62 ขวด (ตน) และตนสมบูรณ 50 ขวด (ตน) ในตัวอยางกลุมนี้ยังไมไดทําการตรวจยีนเปาหมาย
ภาพที่ 4 โปรโตคอรม (ซาย) และตนสมบูรณ (ขวา) ของกลวยไมหวายที่ไมไดรับการสงถายยีน (ES) ที่เพาะเลี้ยงใน
สภาพปลอดเชอ
้
ื
ี
ี
ี
่
่
ี
ั
ู
ื
้
ี
มตนทคดไดจากตนสมบรณทเลยงในสภาพปลอดเชอทผานการตรวจยนเปาหมายเบองตนแลว และทยอยนําออก
่
้
ี
้
ื
้
ี
ุ
ํ
ปลกในกรงกันแมลง จานวน 81ตน มอายระหวาง 2-7 เดอนหลงการยายปลก ทาการเพาะเลยงท ศวร.ขก. และ
ํ
ี
่
ั
ื
ู
ี
ู
ํ
่
ี
อยระหวางการดาเนินงานเพือตรวจยนเปาหมายซ้า มตนทคดไดจากตนสมบรณทเลยงในสภาพปลอดเชอทผาน
ื
ู
้
ั
่
ู
่
ี
ํ
ี
ี
่
ี
้
ี
ี
้
ู
การตรวจยนเปาหมายเบืองตนแลว นําไปเพาะเลี้ยงในโรงเรือนที่ ศวส.ศก. อายุมากกวา 7 เดือนหลังการยายปลก
ุ
้
ี
ี
่
่
จานวน 124 ตนจากเริมตน 136 ตน ผลการตรวจการแสดงออกของยนในกลวยไมชดนี พบตนทมการแสดงออก
ํ
ี
308
ี
ี
ของยนเจาบาน (Actin) ทใชเปนยนอางอิงในการตรวจการแสดงออกของยนจานวน 54 หมายเลข (ตน) มีตนที ่
ี
่
ี
ํ
ํ
้
ตรวจไมพบการแสดงออกของยนนีอีกจานวน 70 ตน ซึ่งอาจเกิดจากไมสามารถสกัด cDNA ไดหรือ cDNA ทไดมี
ี
ี่
คุณภาพไมดี จงไมสามารถนํามาใชในการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดวยปฏิกิริยาพีซีอารได และจะทาการ
ํ
ึ
ํ
ดาเนินการทดสอบซ้าในกลุมนี้ สวนการตรวจยีนเปาหมาย 3 ชนิดในตัวอยางกลุมนี้ พบการแสดงออกของยีน 35S
ํ
ั้
promoter ใน 55 หมายเลข และ NOS terminator ใน 4 หมายเลข โดยพบวามการแสดงออกทนอยมาก ทงนี้
่
ี
ี
่
ี
อาจเกิดจากการใชสดสวนในการตรวจปฏกิริยาทไมถูกตอง สาเหตเกิดจาก cDNA ที่ไดมีปริมาณต่ํา ทําใหปฏิกิริยา
ิ
ั
ุ
ี
การเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมเกิดไมสมบูรณ ขณะนี้อยูระหวางดําเนินการตรวจซ้ําและตรวจการแสดงออกของยน
ACO ในกลุมตนที่ปลูกที่โรงเรือน ศวส.ศก. ตอไป
การศึกษาระยะเวลาดอกบานและการแสดงออกของยีนในตนทปลูกในสภาพโรงเรอน : ในป 2559 ได
ื
ี
่
้
ํ
ี
่
ี
่
่
ี
ี
มการทดสอบการออกดอกในกลวยไมทผานถายยนชุดที 1 ทีเปนตนออนเพาะเลยงในขวด จานวน 9 ตน นําไป
ุ
ั
ื
่
่
่
ู
ั
ี
ี
ํ
้
ปลกในกรงตาขายภายในโรงเรือนของสถาบนวิจยพืชสวน ในจานวนนีม 2 ตนทเริมแทงชอดอก เมออายได 14
เดอนหลงเพาะเลยงในโรงเรือน ตนท 1 มระยะเวลาดอกบานถงรวง 68-73 วัน ตนท 2 เริมแทงชอดอกเมอ 13
ี
้
ื
ั
ึ
ี
ี
ี
่
ื
่
่
่
่
ู
พ.ย. 2559 (ภาพท 5) แตพบวาดอกรวงกอนเวลา เนืองจากฝนตกหนัก ไมสามารถเก็บขอมลได การบนทกการ
ึ
ั
่
ี
ุ
ออกดอกในกลวยไมชดแรก ปจจุบันยังไมมีการแทงชอดอกใหม สาเหตุเกิดจากตนไมสมบูรณ นอกจากนี้หลายตน
ี
ู
ิ
ตาย ขณะนีอยระหวางการตดตามการเจริญเติบโตของตวอยางชดทเพาะเลี้ยงที่ ศวส.ศก.
ั
ุ
้
่
ี
ภาพท 5 การออกดอกของตนกลวยไมหวายเอียสกุลท่ไดรับการสงถายยีน Antisense ACO ทอาย 14 เดอน
ื
่
ุ
ี
ี่
ี
เพาะเลยงในกรงตาขายภายในโรงเรือนปด
้
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
ุ
ํ
ปญหาในการดาเนินงานพบวาตนทยายออกปลกในสภาพธรรมชาตในกรงกันแมลง ตายจานวนมากจาก
ู
ิ
ี
่
ํ
้
สภาพอากาศรอนและแลงจัด จากผลการทดลองเบืองตนพบวาการถายยีน antisense ตอตําแหนงอนุรักษภายใน
ั
ยีน ACO1 ของกลวยไมหวายเอียสกุล สามารถยบยงการแสดงออกของยนนีไดอยางไมสมบรณ การทดสอบ
ู
้
ั
้
ี
้
ระยะเวลาดอกบานในตนทรับการถายยนเบืองตน พบวามีชวงเวลานานกวาตนที่ไมมีการถายยีน แตเนืองจากเปน
ี
่
ี
่
การออกดอกชุดแรก จึงยังไมสามารถสรุปผลไดชัดเจน นอกจากนี้ยังเปนที่นาสังเกตุวาตนกลวยไมเหลานี้มีการออก
ั
้
ิ
ี
ดอกทชาและการเจริญเตบโตชา ทงนี้อาจเกิดจากสภาพการเพาะเลี้ยงที่ไมเหมาะสมหรือผลจากการสงถายยีน ซึ่ง
่
309
ุ
ี่
ู
ี้
รอการตรวจพิสจนจากกลวยไมชดทอยูระหวางการเพาะเลยงในกรงกันแมลงเพื่อศกษาขอมูลในสวนของการออก
ึ
ิ
ดอกและการเจริญเตบโตตอไป
ั
การนําผลงานวจยไปใชประโยชน
ิ
นําเสนอผลงานภาคโปสเตอรในการประชม 22nd World Orchid Conference เรื่อง Partial silencing
ุ
of 1-aminocyclopropane-1-carboxylate oxidase gene in Dendrobium Earsakul by antisense DNA
ิ
complementary to a conserved sequence region เดอน พฤศจกายน 2560 ทประเทศเอกวาดอร และ
ี
ื
่
ุ
ไดรับรางวัล Best poster abstract 1 ใน 6 รางวัลในการประชมนี ้
กิตตกรรมประกาศ
ิ
ุ
ู
ี
ขอขอบคุณเพื่อนรวมงานกลมวิจัยกลวยไม จากสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ท่ใหขอมล
ํ
ตวอยางสาหรับการทดลอง และคาปรึกษา ขอขอบคณที่ปรึกษางานวิจัย ผูชวยนักวิจัยทุกทาน ที่รวมกันดําเนินงาน
ํ
ุ
ั
ํ
อยางจริงจง ทาใหงานวิจยสามารถดาเนินการไดเปนอยางด ี
ั
ั
ํ
เอกสารอางอิง
Jones ML, Woodson, WR. 1997. Pollination-induced ethylene in carnation (role of stylar ethylene in corolla
senescence). Plant Physiol 115:205–212
Kende, H. 1993. Ethylene Biosynthesis. Annual Review of Plant Physiology and Plant Molecular Biology. 44:1,
283-307
Kosugi, Y., Shibuya, K., Tsuruno, N., Iwazaki, Y., Mochizuki, A., Yoshioka,T., Hashiba, T. And Satoh, S. 2000.
Expression of genes responsible for ethylene production and wilting are differently regulated in carnation
(Dianthus caryophyllus L.) petals. Plant Sci. 158 : 139-145
Sugiyama, S. and Satoh, S. 2015. Pyridinedicarboxylic Acids Prolong the Vase Life of Cut Flowers of Spray-type
‘Light Pink barbara’ Carnation by Accelerating Flower Opening in Addition to an Already-known Action of
Retarding Senescence. Hort. J. 84 (2): 172–177.
310
แผนงานวิจัย
การพัฒนาและขยายผลเทคโนโลยีการจัดการปุยออยแบบเกษตรกรมีสวนรวมในพื้นท ี่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง (โครงการวิจัยเดี่ยว)
311
วัดคาคุณภาพน้ําออยโครงการพัฒนาและขยายผลเทคโนโลยีการจัดการปุยออยแบบเกษตรกรมี
สวนรวมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง
1
1*
ปยะรัตน จังพล74 ทรงสิทธิ์ ทาขุลี และอรอุมา สวมชัยภูมิ
1
บทคัดยอ
ุ
การวัดคาคณภาพความหวาน (C.C.S.) เปนระบบการคดคุณภาพน้ําออย ซึ่งไดนําแบบอยางมาจากระบบ
ิ
การซือขายออยของประเทศออสเตรเลย เปนคาปริมาณน้ําตาลที่มีอยูในออยซึ่งสามารถหีบสกัดออกมาเปนน้ําตาล
ี
้
ทรายขาวบริสุทธิ์ ซึ่งคาคุณภาพความหวานนี้จะเปนตัวกําหนดผลตอบแทนของเกษตรกรที่ไดรับจากโรงงานน้ําตาล
ื
เนื่องจากในน้ําออยมีสารประกอบสิ่งเจอปนมากมาย การวัดคุณภาพน้ําออยจึงมีหลายปจจัย เชน คาบริกซ (ความ
ํ
เขมขน) คาโพล (ปริมาณน้าตาลซูโคส) คาไฟเบอร (ปริมาณเสนใย) คาความเปนกรดดาง ประกอบการหาคา
ั
คณภาพน้าออยดงกลาว ในการทดลองการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยการจดการปยเพือเพิมประสทธิภาพการ
ํ
่
่
ี
ิ
ั
ุ
ุ
ผลิตการผลิตออยในเขตอาศัยน้าฝนจังหวัดบุรีรัมย สุรินทร นครราชสมา และมหาสารคาม ภายใต โครงการ
ํ
ี
พัฒนาและขยายผลเทคโนโลยีการจดการปยออยแบบเกษตรกรมสวนรวมในพื้นท่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ี
ี
ุ
ั
ุ
ํ
ํ
ั
ุ
ุ
่
ตอนลาง ไดสงออยเพือนํามาหาคณภาพน้าออยในแปลงเกษตรจานวน 4 จงหวัด ไดแก จงหวัดบรีรัมย สรินทร
ั
ี
ํ
่
ํ
นครราชสมา และมหาสารคาม โดยสงตวอยางออยเขามาเพือวิเคราะหหาคณภาพน้าออยจานวน 80 ตัวอยาง ใน
ั
ุ
เดือนธันวาคม 2563 และไดสงผลการวิเคราะหคุณภาพน้ําออยใหผูทําการทดลองเรียบรอยแลว
คําสําคัญ: คาคณภาพความหวาน คาบริกซ คาโพล คาไฟเบอร
ุ
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
312
่
ี่
ุ
ี
ํ
ตารางท 1 วันที่ สถานท และ จานวนตัวอยางออยที่สงมาวิเคราะหคณภาพน้ําออย ณ หองปฏิบัติการศูนยวิจัยพืช
ไรขอนแกน ป 2562/63
ลําดับท ี่ วัน/เดือน/ป สถานท ี่ จํานวนตัวอยาง
1 25 ธันวาคม 2563 ศวพ. บุรีรัมย 20
2 25 ธันวาคม 2563 ศวพ. สรินทร 20
ุ
ู
3 25 ธันวาคม 2563 ศวพ. โนนสง 20
4 25 ธันวาคม 2563 ศวพ. มหาสารคาม 20
รวม 80
313
แผนงานวิจัย
่
ึ
ั
วิจยศกษาการปรับตัวและการลดผลกระทบจากการเปลียนแปลงภูมิอากาศตอ
ื
ระบบการผลิตพชในประเทศไทย
314
ื
ั
ั
พฒนาและทดสอบโปรแกรมเตอนภยโรคใบขาว
Develop and Evaluate the Sugarcane white leaf disease warning program
1*
2
76
3
กาญจนา กิระศักด75 เนติรัฐ ชุมสุวรรณ ชยันต ภักดีไทย วิภารัตน ดําริเขมตระกูล76 และแคทลิยา เอกอุน77
ิ์
76
บทคัดยอ
่
ี
ี
่
ํ
สภาพอากาศทแปรปรวนสงผลตอการเจริญเตบโตของโรคทสาคญ เชน โรคใบขาวออยจะมการระบาด
ิ
ี
ั
ํ
ิ
้
มากในดนเนือหยาบ เชนดินทรายและแปลงออยอยในสภาพแหงแลงหรือฝนท้งชวงนาน ทาใหผลผลตลดลง
ิ
ู
ิ
ึ
มากกวา 50% จงพัฒนาและทดสอบสมการความสัมพันธของสภาพแวดลอมและปจจัยอื่น ๆ ตอการเกิดอาการใบ
ขาว โดย รอยละของการแสดงอาการใบขาว = 12.1038 + (เนื้อดิน x 0.76923) + (พันธุ x -2.05701) + (อุณหภูมิ
ํ
ตาสด x -0.43107) โดยมี คา R²=0.46 อาจจะไมสามารถทานายการแสดงอาการใบขาวของออยไดอยางแมนยา
ํ
ุ
่
ํ
ํ
ุ
แตพบวาเนือดน พันธุและอุณหภมตาสดมผลตอการเกิดอาการใบขาวของออย โดยมคา P-Value เปน 0.0150
ี
้
่
ู
ี
ิ
ิ
0.0004 และ 0.0011 ตามลาดบ
ั
ํ
่
ี
คําสําคัญ: การเปลยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ใบขาว ออย
คํานํา
ี
ู
้
ในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน พืนทปลกออยสวนใหญปลกในดนทรายหรือรวนปนทราย บาง
ิ
ี
่
ู
ี่
พื้นที่พบปญหาแหงแลงยาวนาน ฝนตกไมสม่ําเสมอ หรือสภาพอากาศแปรปรวน และพบปญหาที่สําคัญททําใหผล
ผลตของออยลดลงคอ การเกิดโรคใบขาวซึงสามารถทาใหผลผลตลดลง 30-100% ในป 2551 พบการระบาดของ
ิ
ิ
ํ
ื
่
โรคใบขาวในพืนท 3 จังหวัด ไดแก ขอนแกน มหาสารคาม และอุดรธานี ทําใหผลผลตลดลงมากกวา 50% สาเหต ุ
้
ิ
ี
่
่
ี
ั
้
ื
่
ี
้
ั
ของโรคเกิดจากเชอไฟโตพลาสมาจากเพลยจกจนเปนแมลงพาหะนําโรค ออยทเปนโรคจะมคลอโรฟลลลดลง ใบ
ี
ี
ออยที่เปนโรคจึงมีสีขาวหรือสเขียวออน หรือขาวสลับกับเขียวออน มีการแตกกอฝอยคลายกอหญา ไมเจริญเติบโต
และตายไป สามารถเกิดไดทกระยะของการเจริญเตบโต นอกจากนันการระบาดยงสามารถตดไปกับทอนพันธุได
้
ุ
ั
ิ
ิ
ี
่
ดวย (แฉลม และสพัตรา, 2551) และจากสภาวะปจจบนการเปลยนแปลงสภาพอากาศ (Climate variability or
ั
ุ
ุ
change) หรือภาวะโลกรอน (Global warming) ที่เกิดขึ้นนับวันจะรุนแรงมากขึ้น และสงผลกระทบรุนแรงตอการ
ทําการเกษตรในทุกประเทศ การศึกษาอุณหภูมิของโลกที่เปลี่ยนแปลง พบวา ในชวงทศวรรษที่ผานมา (ค.ศ.1906-
้
ึ
2005) อุณหภมของโลกสงขน 0.74 องศาเซลเซียส (โดย IPCC หรือ Intergovernmental Panel on Climate
ู
ิ
ู
ิ
Change, 2007) ซึงมากกวาทเคยประเมนไว (0.60 องศาเซลเซียส โดย IPCC 2001) และในรอบ 156 ป (ค.ศ.
่
ี
่
ิ
่
ู
ิ
้
ี
ี
ิ
ู
้
ุ
1850 – 2006) ปทอุณหภมสงสด เปนปหลง ๆนีทงสน เชนเดยวกันกับในประเทศไทย การติดตามอุณหภมท ี ่
ั
ั
้
ู
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร
ิ
ิ
2 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรเลย สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวชาการเกษตร
ิ
3 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวชาการเกษตร
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
315
ี
สถานีตรวจวัดสนามบินเชียงใหมโดยขอมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาในรอบ 30 ป ระหวาง ค.ศ. 1971-2000 เทยบกับ
ิ
ู
ในรอบ 10 ป ลาสด ระหวาง ค.ศ. 2003-2012 พบวาอุณหภมสงสดเพิมขน 0.60 องศาเซลเซียส อุณหภมตาสด
ู
ู
ุ
้
่
ึ
ํ
่
ุ
ุ
ิ
เพิ่มขึ้น 0.81 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ําฝนสะสมรายป เพิ่มขึ้น 13.2 มิลลิเมตร (อรรถชัย, 2556) นอกจากนี ้
ั
ิ
ี
ํ
่
ี
ั
่
ี
สภาพอากาศทแปรปรวนยงสงผลตอการเจริญเตบโตของโรคทสาคญ เชน โรคใบขาวออยจะมการระบาดมากในดน
ิ
เนื้อหยาบ เชน ดินทราย และ แปลงออยอยูในสภาพแหงแลงหรือฝนทิ้งชวงนาน
วิธีดําเนินการ
วิธีการ
้
มี 3 ขันตอน
ขั้นตอนที่ 1 พัฒนาสมการความสมพันธของสภาพแวดลอม การระบาด และระดบความเสยหาย
ี
ั
ั
ั
ี
่
ของออยจากโรคใบขาว ทไดจากการทดลองท 1 มาวิเคราะหผล จดทาระบบเตอนภยโรคใบขาว โดยวิเคราะห
ั
ี
ื
ํ
่
ี
่
ี
ี
้
่
ู
ี
้
่
ั
่
ั
ี
่
ี
ความเสยงการระบาดของโรคใบขาวในพืนททมปจจยเสยงดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร ในพืนทปลกออยจงหวัด
อุดรธานี กาฬสินธุ มหาสารคาม ชัยภูมิ และนครราชสีมา
ู
ขนตอนท 2 สอบทานความถกตองของระบบเตอนภย โดยการตรวจนับการระบาดของโรคใบ
ื
ี่
ั้
ั
ี
ขาวและระดบความเสยหาย ในแปลงปลกออยของเกษตรกรใหมเปรียบเทยบกับผลวิเคราะหการระบาดของโรคใบ
ู
ี
ั
ขาวดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร
ขั้นตอนที่ 3 พัฒนาระบบเตือนภัยโรคใบขาวใหแมนยําขึ้น โดยปรับขอมูลในสมการความสัมพันธ
ี
ี
ของสภาพแวดลอม การระบาด และระดบความเสยหายของออยจากโรคใบขาว ใหใกลเคยงกับการระบาดของโรค
ั
ใบขาวจริงในแปลงปลกของเกษตรกร
ู
ผลและวิจารณผลการทดลอง
ู
ํ
จากขอมลการสารวจการแสดงอาการใบขาวของออยจากการทดลองที่ 1.1 ความสัมพันธของ
สภาพแวดลอม โรคใบขาว และความเสยหายของออย นําขอมลการแสดงอาการใบขาวมาจัดทําความสมพันธ
ั
ี
ู
ํ
่
ู
ระหวางรอยละของการแสดงอาการใบขาวสงสดของแตละแปลงทดาเนินการสารวจกับขอมูลพันธุและขอมลความ
ํ
ี
ุ
ู
้
ู
ั
ิ
อุดมสมบรณของดน โดยใชการวิเคราะหทางสถติการถดถอยแบบขนตอน (Stepwise regression) ซึงเปน
ิ
่
ี
ู
ิ
วิเคราะหเพื่อเลือกตัวแปรตนท่เหลืออยในสมการ มีนัยสาคัญทางสถิตทุกตัวแปร (นงลักษณ, 2553) พบ
ํ
ี
่
่
ความสมพันธระหวางอาย พันธุ ปริมาณอินทรียวัตถในดนและปริมาณโพแทสเซียมทสามารถแลกเปลยนไดในดน
ี
ุ
ุ
ิ
ิ
ั
ตอรอยละของการแสดงอาการใบขาว ดงสมการ
ั
%SWLD = -10.8335 + (อาย x 1.36824) + (พันธุ x 6.102) + (อินทรียวัตถ ุ
ุ
ิ
ในดน x 17.371) + (Exchangeable K x -0.05582)
่
ํ
โดยม คา R²=0.40 ซึงอาจจะไมสามารถทานายการแสดงอาการใบขาวของออยไดอยางแมนยาจง
ี
ึ
ํ
ู
ํ
ู
ดาเนินการปรับปรุงวิธีการเก็บขอมลสภาพแวดลอม โดยเนนการใชขอมลสภาพอากาศจาก New_LocClim
ํ
(Grieser et al., 2006) โดยใช Interpolation techniques ในการคานวณขอมลสภาพอากาศอากาศจากสถานี
ู
316
ี
ุ
ู
ตรวจวัดอากาศรอบ ๆ บริเวณแปลงเก็บขอมูล คํานวนเปนสภาพอากาศรายวัน ใชคาเฉล่ยของอุณหภูมิสงสด
ั
่
ั
ํ
่
ํ
ี
ุ
ตาสดและปริมาณน้าฝนเฉลยยอนหลง 30 วัน มาเปนประกอบกับระดบการแสดงอาการโดยใช Stepwise
ุ
ั
้
ู
Regression analysis พบความสมพันธระหวางเนือดน พันธุและอุณหภมตาสดตอรอยละของการแสดงอาการใบ
ิ
่
ํ
ิ
ขาว ดงสมการ
ั
%SWLD = 12.1038 + (เนื้อดิน x 0.76923) + (พันธุ x -2.05701) +
(อุณหภูมิต่ําสุด x -0.43107)
ํ
ํ
ี
โดยมี คา R²=0.46 อาจจะไมสามารถทานายการแสดงอาการใบขาวของออยไดอยางแมนยาเชนเดยวกัน
่
ั
ู
ั
ํ
่
ํ
จากการสารวจเพือเก็บขอมลการแสดงอาการใบขาวของออย เพือจดทาความสมพันธระหวางรอยละของ
ํ
ี
ุ
การเกิดอาการใบขาวกับสภาพแวดลอมในชวงของการสารวจ 2 ปแรก (2559-2560) มงเนนการเปรียบเทยบกับ
ั
ี
ระดบของการเกิดอาการใบขาวกับสภาพแวดลอมในเชงพืนท และในป 2561-2562 ที่มุงเนนการเปรียบเทยบกับ
ิ
่
้
ี
ระดบของการเกิดอาการใบขาวกับสภาพแวดลอมในสวนของขอมลสภาพอากาศ ถงแมวาจะไดสมการทแสดงถง ึ
ู
ี
ั
ึ
่
ั
ั
ั
่
ื
ความสมพันธโดยการวิเคราะหทางสถตโดยใช Stepwise Regression analysis ในการเลอกตวแปรทมนัยสาคญ
ิ
ี
ิ
ํ
ี
ั
ั
ั
ี
้
ี
ั
ิ
ทางสถตตอรอยละของการเกิดอาการใบขาวแตสมการทไดจากทงสองกรณ ยงมคาคาความผนแปรของตวแปร
ี
่
ิ
ํ
ั
ตอบสนอง (R-Squared) คอนขางต่ําคือ 0.40 และ 0.46 ตามลาดบ
่
ํ
้
ี
ู
ํ
จากการสารวจพืนทแสดงอาการใบขาวของออย จานวน 50 แปลง นําพิกัดแปลงมาคนหาขอมลสภาพ
่
ํ
ุ
ิ
อากาศจาก New_LocClim (Grieser et al., 2006) โดยใชอุณหภมตาสดเฉลย 30 วัน รวมกับเนือดนและพันธุ
ู
่
ี
ิ
้
ออย นําเขาสมการ
%SWLD = 12.1038 + (เนื้อดิน x 0.76923) + (พันธุ x -2.05701) +
(อุณหภูมิต่ําสุด x -0.43107)
่
แตเนืองจาก พืนทสารวจสวนใหญ ไมพบการแสดงอาการใบขาว จงทาใหไมสามารถใชสมการในการ
ํ
้
ี
่
ํ
ึ
ทานายรอยละการแสดงอาการใบขาวได แตอยางไรก็ตาม ในกรณของความสมพันธของการเกิดอาการใบขาวของ
ี
ํ
ั
ู
ี
ุ
ู
ี
ออยตอขอมลสภาพอากาศพบวา เนือดน พันธุและอุณหภมตาสดมผลตอการเกิดอาการใบขาวของออย โดยมคา
ิ
ิ
้
่
ํ
ํ
ั
ั
ี
้
P-Value เปน 0.0150 0.0004 และ 0.0011ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอการเกิดอาการใบขาวของ
ั
ออยเชนเดียวกัน และเนืองจากคา R-Squared ที่ไดคอนขางต่ําจงทาใหสมการไมสามารถทานายรอยละการแสดง
่
ึ
ํ
ํ
อาการใบขาวไดอยางแมนยา
ํ
317
ี
่
ํ
ํ
ตารางที่ 1 แปลงเกษตรกรทดาเนินการสารวจป 2563
ลําดับ อายุ % การแสดง เนื้อ ชนิด พันธ ุ อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 30 อุณหภูมิต่ําสุดเฉลี่ย 30
(วัน) อาการ ดิน ออย วัน วัน
1 165 0 2 1 1 32.8 18.37
2 165 0.07 4 1 1 34.26 21.79
3 129 0 4 2 1 35.35 20.62
4 73 0 3 2 1 35.75 20.62
5 73 0 3 1 1 34.26 27.79
6 73 0 4 1 1 34.26 27.79
7 74 0 3 1 1 34.31 21.9
8 130 0 4 2 1 29.73 21.14
9 74 0 2 1 1 35.42 20.74
10 74 0.33 3 1 1 35.42 20.74
11 99 0 4 1 1 30.01 16.58
12 110 0 4 1 1 30.01 16.58
13 110 0 4 1 1 30.01 16.58
14 38 0 4 2 1 30.01 16.58
15 110 0 4 1 1 30.01 16.58
16 80 0 4 1 1 31.17 17.17
17 80 0 4 1 1 30.09 16.66
18 98 0 4 1 1 30.09 16.66
19 111 0 4 1 4 30.09 16.66
20 111 0 4 2 1 30.09 16.66
21 86 0.37 4 1 5 28.69 16.09
22 86 0 4 1 1 28.69 16.09
23 65 0 3 1 1 28.69 16.09
24 86 0 4 1 1 28.69 16.09
25 86 0 4 1 1 28.69 16.09
26 76 0 4 1 5 28.69 16.09
27 76 0 4 1 1 28.69 16.09
28 122 0 3 1 1 29.67 16.03
29 82 0 3 1 1 29.67 16.03
30 87 0 4 1 6 29.3 16.4
31 72 0 5 1 1 34 21.36
32 72 0 5 2 1 34 20.57
33 38 0 5 1 3 34 21.36
34 72 0 5 2 1 34 21.36
318
ลําดับ อายุ % การแสดง เนื้อ ชนิด พันธ ุ อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 30 อุณหภูมิต่ําสุดเฉลี่ย 30
(วัน) อาการ ดิน ออย วัน วัน
35 72 0 2 1 1 34 21.36
36 52 0 2 1 1 34.42 20.18
37 72 0 2 1 1 33.15 20.29
38 73 0 5 2 1 34.08 21.45
39 53 0 5 1 1 34.08 21.45
40 73 0 3 2 1 34.08 21.45
41 142 0 1 2 1 33.96 24.14
42 142 0.26 1 2 1 33.96 24.14
43 142 0 5 2 1 33.96 24.14
44 57 0 1 1 1 33.96 24.14
45 158 0 5 2 1 33.96 24.14
46 42 0.82 5 1 1 33.96 24.14
47 68 0.08 5 1 1 33.93 24.12
48 68 1.34 5 1 1 33.93 24.12
49 179 0 5 2 1 33.93 24.12
50 220 1.2 3 2 1 33.93 24.12
ั
ภาพที่ 1 แปลงสารวจจงหวัดอุดรธานี
ํ
319
ภาพที่ 2 แปลงสารวจจงหวัดกาฬสนธุ
ั
ิ
ํ
ภาพที่ 3 แปลงสารวจจงหวัดมหาสารคาม
ํ
ั
320
ํ
ภาพที่ 4 แปลงสารวจจังหวัดขอนแกนและจังหวัดชัยภูมิ
ั
ี
ภาพที่ 5 แปลงสารวจจงหวัดนครราชสมา
ํ
321
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
ุ
ั
ั
ั
ปจจยการแสดงอาการใบขาว อาจจะไมไดมากจากสภาพแวดลอมท้งหมดอาจจะมาจากหลายปจจย
รวมกัน โดยกาญจนาและคณะ (2555) รายงานวา ปญหาของโรคใบขาวที่เกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา ในปจจุบันยัง
ไมมีเทคโนโลยีใดที่สามารถแกไขปญหานี้ได ดังนั้นวิธีการควบคุมการแพรระบาดของโรคทดีทสุด คือ การปลูกออย
ี่
ี่
ั
ู
ี
ี
โดยใชทอนพันธุทปราศจากโรคควบคกับการจดการในแปลงผลตและโรคใบขาวมการแพรระบาดโดยผานแมลง
ิ
่
พาหะนําโรค ไดแก เพลี้ยจักจั่นสีน้ําตาล (Matsumuratettix hiroglyphicus และ Yamatotettix flavovittatus)
่
ํ
และผานทางทอนพันธุ ซึงการถายทอดทางทอนพันธุทาใหการแพรกระจายของโรคเปนไปไดอยางกวางขวางและ
ั
ั
ึ
ํ
รวดเร็ว การปลกโดยใชพันธุออยสะอาดและปลอดโรคจงเปนวิธีการสาคญในการจดการโรค แตในสภาพแปลงปลก
ู
ู
ออยปจจุบันพันธุออยดังกลาวหาไดยากย่งนอกจากนัน ปจจุบันยังไมพบวามีออยพันธุใดทนทานตอโรคใบขาว
ิ
้
(นิลุบล และคณะ, 2555) กอบเกียรต และคณะ (2554) อางตามกอบเกียรต (2555) รายงานวา ความรุนแรงของ
ิ
ิ
่
ี
ู
ิ
ั
้
โรคใบขาวออยมกระบาดมากในปฤดกาลปลกทประสบภยแลงรุนแรง (ฝนนอยและทงชวงเปนเวลานานกวาปกต)
ั
ู
ิ
้
่
ั
ี
เชน ในป 2552/53 พบวา มการระบาดของใบขาวออย ตงแต 0.001-50.0 เปอรเซ็นต ซึงเกิดโรคกับออยตอ
ู
ิ
(ratoon cane) มากกวาออยปลก (plant cane) อีกทงการจดการตงแตการเตรียมดน ฤดปลกทเหมาะสม การ
ั
ู
ู
ั
้
ั
้
่
ี
่
จัดการธาตุอาหารและน้ําก็มีผลตอการเกิดอาการใบขาวเชนเดยวกัน จากขอมูลที่ได พันธุออยเปนปจจัยสําคญทีทํา
ั
ี
ํ
่
่
ี
ี
ุ
่
ื
ี
่
ี
ี
ใหออยแสดงอาการใบขาว การใชทอนพันธุทมคณภาพดเลอกพันธุออยทเลยงตอการเกิดโรคตา จะชวยลดการ
ุ
ี่
แสดงอาการใบขาว อีกทั้งปริมาณอินทรียวัตถในดินซึ่งขึ้นอยูกับเนื้อดินก็เปนปจจัยทเกี่ยวของกับการแสดงอาการ
่
่
ี
ใบขาวเชนเดียวกัน การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมจงเปนการลดความเสยงตอการแสดงอาการใบขาวไดอีกทางหนึง
ึ
เอกสารอางอิง
ื
ุ
ิ
ุ
ั
กอบเกียรติ ไพศาลเจริญ. 2555. การจัดการสมดุลธาตอาหารเพ่อเพมความทนทานตอโรคใบขาว ของออยผลิตทอนพนธ. ใน
่
เอกสารประกอบการบรรยายการฝกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การถายทอดเทคโนโลยการปองกันกําจัดโรคใบขาว
ี
ออย” วันที่ 24-25 กรกฎาคม 2555 ณ ศูนยวิจัยและพัฒนาเกษตรสุพรรณบุรี
กาญจนา วาระวิชะนี, วนเพ็ญ ศรีทองชัย และปริเชษฐ ตั้งกาญจนภาสน. 2555. พัฒนาเทคนิคการตรวจสอบเชื้อไฟโตพลาสมา
ั
ั
สาเหตุโรคใบขาวออยดวยกรดนิวคลีอิกตวตรวจ. รายงานผลงานวิจัยประจําป 2556 สํานักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช.
กรมวิชาการเกษตร. หนา 2218-2232.
แฉลม มาศวรรณา และ สุพัตรา ดลโสภณ. 2551. โรคใบขาวออย การระบาดที่เรื้อรังและรุนแรง. กสิกร 81(3): น. 45-54.
นงลักษณ วิรัชชัย. 2553. ชุดวิชา 21701 การวิจัยหลักสูตรและการเรียนการสอน หนวยที่ 7 การศึกษาวรรณกรรม ที่เกี่ยวของ
ิ
และหนวยที่ 10 สถติวิเคราะหเชิงปริมาณ: สถิติบรรยายและสถิติพาราเมตริก หลักสูตรปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธราช. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ
ิ
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ิ
นลุบลและคณะ, 2555. การจัดการโรคใบขาวออยดวยการใชพันธุปลอดโรค. แกนเกษตร 40 ฉบับพิเศษ 3 : 241-248 (2555). 241-2.
ิ
อรรถชัย จินตะเวช. 2556. “การเปลียนแปลงภูมิอากาศและผลกระทบตอผลผลิตพืชหลักในอนุภูมภาคลุมนําโขง”. วารสาร
่
้
มหาวิทยาลัยนครพนม ISSN 2228 – 9356 : 5-23
J. Grieser, R. Gommes and M. Bernardi. 2006. New LocClim - the Local Climate Estimator of FAO. Geophysical
Research Abstracts. Vol. 8. 08305.
322
พัฒนาและทดสอบโปรแกรมเตือนภัยหนอนกอลายจุดเล็ก
Develop and Evaluate the Early shoot borer warning program
79
3
1*
ชยันต ภักดีไทย78 เนติรัฐ ชุมสุวรรณ วิภารัตน ดําริเขมตระกูล79 และแคทลิยา เอกอุน80
2
บทคัดยอ
ุ
ี
สภาพอากาศทแปรปรวนสงผลตอการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเล็กท่เปนแมลงศัตรูท่สําคัญท่สุด
ี
่
ี
ํ
ี
ํ
ี
ุ
ี
หากมการระบาดมากทาใหผลผลตลดลง 5-40% โดยพบระบาดในทกแหลงทปลก จงพัฒนาและทดสอบสมการ
ู
ิ
่
ึ
่
ความสมพันธของสภาพแวดลอมและปจจยอืน ๆ ตอการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกโดย รอยละของการ
ํ
ั
ั
็
ุ
ี
ํ
็
เขาทาลายของหนอกอลายจดเลก = 32.1989 + (เนื้อดิน x -1.82637) + (อุณหภูมิสูงสุดเฉล่ย 14 วัน x -
ุ
ํ
-3
0.72945) + (ปริมาณน้าฝนสะสม 14 วัน x 5.698x101 ) โดยม คา R²=0.41 อาจจะไมสามารถทํานายรอยละ
ี
็
ํ
ํ
้
ู
ิ
ของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกไดอยางแมนยํา แตพบวาเนือดน อุณหภมสงสด ปริมาณน้าฝนสะสม
ิ
ุ
ู
ุ
็
ุ
ี
14 วัน มผลตอการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก โดยมคา P-Value เปน 0.0142 0.0342 และ 0.0031
ี
ํ
ํ
ั
ตามลาดบ
็
ุ
คําสําคัญ : การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนอนกอลายจดเลก ออย
คํานํา
ิ
ู
ี
ู
่
้
ี
ในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน พืนทปลกออยสวนใหญปลกในดนทรายหรือรวนปนทราย บาง
ี่
พื้นที่พบปญหาแหงแลงยาวนาน ฝนตกไมสม่ําเสมอ หรือสภาพอากาศแปรปรวน และพบปญหาที่สําคัญททําใหผล
ี
ื
ุ
ั
่
ํ
็
ผลตของออยลดลงคอ การเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกทเปนแมลงศตรูทสาคญทสด หากมการระบาดมาก
ั
ํ
ี
ุ
ี
่
่
ิ
ี
ทาใหผลผลตลดลง 5-40% โดยพบระบาดในทกแหลงทปลก โดยเฉพาะทจงหวัดอุดรธานี และขอนแกน คดเปน
ิ
ั
ิ
ํ
่
ี
ู
่
ี
ุ
มลคาความเสยหายมากกวา 2,058 ลานบาท การเขาทาลายออยของหนอนกอพบตลอดชวงอายการเจริญเตบโต
ู
ํ
ุ
ี
ิ
ื
ี
ุ
็
ของออย ในระยะแตกกอ (ออยอาย 1-4 เดอน) ม 5 ชนิด คอ หนอนกอลายจดเลก หนอนกอสขาว หนอนกอส ี
ุ
ื
ี
็
ชมพู หนอนกอลายใหญหรือลายแถบ หนอนกอลายจุดใหญ แตที่ทําความเสียหายรุนแรง คือ หนอนกอลายจุดเลก
ู
ํ
เนืองจากออยมการเจริญเตบโตไมสมาเสมอ นอกจากนันเมอนําหนอออยทถกเขาทาลายมากไปปลกทาเปนทอน
ํ
้
ี
ู
่
ี
่
ื
่
ํ
่
ิ
ู
ํ
พันธุออย จะทาใหการงอกลดลงหรือไมงอกเลยหรือถางอกออยจะไมสมบรณ และจากสภาวะปจจบนการ
ั
ุ
ี่
ึ้
่
ี
เปลยนแปลงสภาพอากาศ (Climate variability or change) หรือภาวะโลกรอน (Global warming) ทเกิดขน
ํ
นับวันจะรุนแรงมากขึ้น และสงผลกระทบรุนแรงตอการทาการเกษตรในทุกประเทศ การศึกษาอุณหภูมิของโลกท ี่
ิ
ู
เปลี่ยนแปลง พบวา ในชวงทศวรรษที่ผานมา (ค.ศ.1906-2005) อุณหภมของโลกสงขน 0.74 องศาเซลเซียส (โดย
ู
ึ
้
ิ
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร
ิ
2 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรเลย สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวชาการเกษตร
3 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวชาการเกษตร
ิ
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
323
่
ิ
ี
่
IPCC หรือ Intergovernmental Panel on Climate Change, 2007) ซึงมากกวาทเคยประเมนไว (0.60 องศา
ิ
ี
ั
เซลเซียส โดย IPCC 2001) และในรอบ 156 ป (ค.ศ.1850 – 2006) ปท่อุณหภูมิสูงสุด เปนปหลัง ๆนี้ท้งสน
้
เชนเดยวกันกับในประเทศไทย การตดตามอุณหภมิทสถานีตรวจวัดสนามบนเชยงใหมโดยขอมลจากกรม
ี
ี
ิ
่
ู
ิ
ู
ี
ี
ุ
อุตนิยมวิทยาในรอบ 30 ป ระหวาง ค.ศ. 1971-2000 เทยบกับในรอบ 10 ป ลาสด ระหวาง ค.ศ. 2003-2012
ุ
ู
้
ู
่
้
ึ
ุ
่
ึ
ํ
่
ิ
ู
พบวาอุณหภมสงสดเพิมขน 0.60 องศาเซลเซียส อุณหภมตาสดเพิมขน 0.81 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ําฝน
ิ
ุ
ิ
ิ
้
ั
่
ั
ี
่
้
ึ
สะสมรายป เพิมขน 13.2 มลลเมตร (อรรถชย, 2556) นอกจากนีสภาพอากาศทแปรปรวนยงสงผลตอวงจรชีวิต
้
ของหนอนกอลายจดเลก ซึงพบระบาดมากในดนเนือหยาบ เชน ดนทราย และแปลงออยทีอยในสภาพแหงแลง
ิ
ิ
ุ
่
ู
่
็
หรือฝนทิ้งชวงนาน
วิธีดําเนินการ
อุปกรณ
- แปลงออยในแหลงปลูกออยสําคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- เทปวัดระยะ
- ไมปกแปลง
- ปายพลาสตก
ิ
- เครื่องมือประมวลผล
- เครื่องวัดพิกัด GPS
วิธีการ
มี 3 ขันตอน
้
ี
ขั้นตอนที่ 1 พัฒนาสมการความสมพันธของสภาพแวดลอม การระบาด และระดบความเสยหาย
ั
ั
ํ
ของออยจากหนอนกอลายจุดเล็ก ที่ไดจากการทดลองที่ 1.3 มาวิเคราะหผล จดทาระบบเตือนภยหนอนกอลายจด
ั
ุ
ั
เล็ก โดยโดยวิเคราะหความเสี่ยงการระบาดของหนอนกอในพื้นที่ที่มีปจจัยเสี่ยงดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร ในพื้นท ี่
ปลูกออยจังหวัดอุดรธานี กาฬสินธุ มหาสารคาม ชัยภูมิ และนครราชสีมา
ขั้นตอนที่ 2 สอบทานความถูกตองของระบบเตือนภย โดยการตรวจนับการระบาดของหนอนกอ
ั
ั
ู
และระดบความเสยหาย ในแปลงปลกออยของเกษตรกรใหมเปรียบเทยบกับผลวิเคราะหการระบาดของหนอนกอ
ี
ี
ลายจุดเล็กดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร
ั้
ึ
้
ั
ู
ี่
ื
ขนตอนท 3 พัฒนาระบบเตอนภยหนอนกอลายจดเลกใหแมนยาขน โดยปรับขอมลในสมการ
ํ
ุ
็
ความสัมพันธของสภาพแวดลอม การระบาด และระดบความเสยหายของออยจากหนอนกอลายจดเลก ให
ุ
ี
็
ั
ใกลเคยงกับการระบาดจริงในแปลงปลกของเกษตรกร
ู
ี
ผลและวิจารณผลการทดลอง
จากขอมลการสารวจการแสดงอาการใบขาวของออยจากการทดลองที่ 1.3 ความสัมพันธของ
ํ
ู
็
ํ
ุ
สภาพแวดลอม หนอนกอลายจดเลก และความเสยหายของออย ในภาคตะวันออกเฉยงเหนือ การสารวจมาหา
ี
ี
324
่
ํ
ุ
ํ
ี
ความสัมพันธระหวางรอยละของการเขาทําลายของหนอนกอลายจุดเล็กสูงสด แตละแปลงทดาเนินการสารวจกับ
ู
ู
ู
ิ
ิ
ั
้
ิ
ขอมลพันธุและขอมลความอุดมสมบรณของดน โดยใชการวิเคราะหทางสถตการถดถอยแบบขนตอน (Stepwise
ั
่
ื
ี
่
ื
่
ิ
regression) ซึงเปนวิเคราะหเพือเลอกตวแปรตนทเหลออยในสมการมนัยสาคญทางสถตทกตวแปร (นงลักษณ,
ิ
ั
ุ
ู
ี
ั
ํ
ุ
ิ
ั
ํ
2553) พบความสมพันธระหวางพันธุ ปริมาณแมกนีเซียมในดนตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจด
เล็ก (%Early Shoot Borer) ดงสมการ
ั
%EarlyShootBorer = -0.70137 + (Var x 7.05999) + (Mg x 0.02825)
ี
ํ
ุ
่
ํ
็
โดยม คา R²=0.25 ซึงอาจจะไมสามารถทานายรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกของ
ออยไดอยางแมนยํา จึงดําเนินการปรับปรุงวิธีการเก็บขอมูลสภาพแวดลอม โดนเนนการใชขอมูลสภาพอากาศจาก
ํ
New_LocClim (FAO, 2014; Grieser et al., 2006). โดยใช Interpolation techniques ในการคานวณขอมล
ู
สภาพอากาศอากาศจากสถานีตรวจวัดอากาศรอบ ๆ บริเวณแปลงเก็บขอมล คานวนเปนสภาพอากาศรายวัน ใช
ู
ํ
คาเฉล่ยของอุณหภูมสูงสุด ตําสุดและประมาณน้าฝนเฉล่ยยอนหลัง 14 วัน มาประกอบกับรอยละของการเขา
ํ
ี
ี
่
ิ
ั
ทําลายของหนอนกอลายจดเลกโดยใช Stepwise Regression analysis พบความสมพันธระหวางเนือดน พันธุ
ิ
ุ
้
็
ุ
ั
ํ
็
และอุณหภูมิสูงสุด ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วันตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก ดงสมการ
%EarlyShootBorer = 32.1989 + (เนื้อดิน x -1.82637) + (อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 14 วัน x -0.72945)
-3
+ (ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วัน x 5.698x101 )
ี
ํ
ุ
ํ
็
โดยม คา R²=0.41 อาจจะไมสามารถทานายรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกไดอยาง
แมนยําเชนเดียวกัน
่
ํ
ํ
ุ
ู
ํ
จากการสารวจเพือเก็บขอมลรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก เพื่อจดทาความสัมพันธ
็
ั
ํ
็
ระหวางรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกกับสภาพแวดลอมในชวงของการสารวจ 2 ปแรก
ํ
ุ
่
้
ี
ํ
(2559-2560) มงเนนการเปรียบเทยบกับระดบการเขาทาลายกับสภาพแวดลอมในเชงพืนท และในป 2561-2562
ี
ั
ิ
ุ
ุ
ู
ํ
ี
ี
ึ
ทมงเนนการเปรียบเทยบกับระดบการเขาทาลายกับสภาพแวดลอมในสวนของขอมลสภาพอากาศ ถงแมวาจะได
ั
่
ี
่
ึ
ั
ื
ิ
ิ
สมการทแสดงถงความสมพันธโดยการวิเคราะหทางสถตโดยใช Stepwise Regression analysis ในการเลอกตว
ั
แปรทีมีนัยสําคัญทางสถิตตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก แตสมการที่ไดจากทั้งสองกรณี ยัง
ุ
ิ
ํ
่
็
ั
มีคาคาความผนแปรของตวแปรตอบสนอง (R-Squared) คอนขางต่ําคือ 0.25 และ 0.41 ตามลาดบ
ั
ั
ํ
ํ
ในกรณีของสภาพแวดลอมในเชิงพื้นที่พบวา พันธุ ปริมาณแมกนีเซียมในดินตอรอยละของการเขาทาลาย
ํ
ุ
ของหนอนกอลายจดเลก โดยมีคา P-Value เปน 0.0237 และ 0.0024 ตามลาดบ การจัดการปจจัยเหลานี้มีผลตอ
ั
็
็
ํ
รอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก
ุ
ํ
ในกรณของความสมพันธของรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก ตอขอมลสภาพอากาศ
ี
ั
ุ
ู
็
ุ
พบวา เนื้อดิน พันธุและอุณหภูมิสูงสด ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วันตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลาย
ํ
ุ
ั
จดเล็ก โดยมีคา P-Value เปน 0.0142 0.0342 และ 0.0031 ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอรอยละ
ั
ี
้
ํ
ั
ุ
ํ
ของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกเชนเดยวกัน
ี
็
325
่
ี
้
จากการสารวจพืนทแสดงการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก จานวน 50 แปลง นําพิกัดแปลงมา
ํ
ํ
็
ุ
ํ
คนหาขอมลสภาพอากาศจาก New_LocClim (Grieser et al., 2006) โดยใชอุณหภูมิตาสุดเฉลี่ย 30 วัน รวมกับ
่ํ
ู
เนื้อดิน อุณหภูมิสูงสุด ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วัน นําเขาสมการ
%EarlyShootBorer = 32.1989 + (เนื้อดิน x -1.82637) + (อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 14 วัน x -0.72945)
+ (ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วัน x 5.698x101 )
-3
ุ
่
ํ
ี
ํ
้
ี
่
ั
่
ู
ํ
แตเนืองจาก พืนทสารวจสวนใหญมการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกอยในระดบตา จงทาใหไม
ึ
ํ
็
ี
็
ํ
สามารถใชสมการในการทานายรอยละการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกได แตอยางไรก็ตาม ในกรณของ
ํ
ุ
ความสมพันธของการทานายรอยละการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก ตอขอมลสภาพอากาศพบวา เนื้อดิน
ุ
ํ
็
ั
ู
ํ
ํ
็
อุณหภูมิสูงสุด ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วัน มีผลตอการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก โดยมีคา P-Value เปน
ุ
ั
ั
0.0142 0.0342 และ 0.0031 ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอ
ี
ํ
ํ
ั
้
่
ลายจุดเล็กเชนเดียวกัน และเนืองจากคา R-Squared ที่ไดคอนขางต่ําจึงทําใหสมการไมสามารถทานายรอยละการ
ํ
ุ
ํ
เขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก
็
่
ตารางที่ 1 แปลงเกษตรกรทดาเนินการสารวจป 2563
ี
ํ
ํ
ลําดับ อายุ % การแสดง เนื้อ ชนิด พันธ ุ อุณหภูมิสูงสุด อุณหภูมิต่ําสุด ปริมาณน้ําฝน
(วัน) อาการ ดิน ออย เฉลี่ย 14 วัน เฉลี่ย 14 วัน สะสม 14 วัน
1 165 3.81 2 1 1 34.6 24.8 147.8
2 165 4.13 4 1 1 33.8 24.7 174.4
3 129 1.44 4 2 1 33.8 24.7 174.4
4 73 5.92 3 2 1 34.9 23.0 40.8
5 73 5.86 3 1 1 34.6 21.3 26.4
6 73 9.32 4 1 1 36.5 23.8 67.1
7 74 1.51 3 1 1 33.2 24.6 175.2
8 130 3.25 4 2 1 33.1 20.2 15.2
9 74 7.92 2 1 1 35.4 24.1 71.7
10 74 1.92 3 1 1 31.9 24.0 150.8
11 99 4.35 4 1 1 33.4 24.7 177.3
12 110 2.57 4 1 1 32.4 24.2 153.8
13 110 1.65 4 1 1 32.4 24.2 153.8
14 38 4.08 4 2 1 32.1 25.5 133.2
15 110 6.71 4 1 1 33.1 20.2 15.2
16 80 6.34 4 1 1 32.6 24.3 168.0
17 80 3.7 4 1 1 33.2 24.6 175.2
18 98 1.65 4 1 1 32.4 25.2 30.1
19 111 4.9 4 1 4 30.3 24.6 76.9
20 111 2.34 4 2 1 32.4 24.2 153.8
326
ลําดับ อายุ % การแสดง เนื้อ ชนิด พันธ ุ อุณหภูมิสูงสุด อุณหภูมิต่ําสุด ปริมาณน้ําฝน
(วัน) อาการ ดิน ออย เฉลี่ย 14 วัน เฉลี่ย 14 วัน สะสม 14 วัน
21 86 3.27 4 1 5 33.8 24.7 174.4
22 86 1.95 4 1 1 35.4 24.6 122.4
23 65 0.92 3 1 1 31.9 24.0 150.8
24 86 2.14 4 1 1 34.6 24.8 147.8
25 86 3.18 4 1 1 35.4 24.7 176.3
26 76 2.54 4 1 5 34.9 23.0 40.8
27 76 1.78 4 1 1 35.9 23.2 43.8
28 122 7.42 3 1 1 36.2 24.2 66.4
29 82 2.7 3 1 1 31.4 17.9 6.1
30 87 0.1 4 1 6 32.1 24.4 123.8
31 72 5.16 5 1 1 35.2 24.6 107.9
32 72 3.33 5 2 1 31.9 24.0 150.8
33 38 6.73 5 1 3 35.9 23.5 43.8
34 72 7.88 5 2 1 34.1 24.8 170.1
35 72 0.7 2 1 1 35.8 24.0 87.3
36 52 1.5 2 1 1 34.1 24.8 170.1
37 72 5.18 2 1 1 35.2 24.6 107.9
38 73 4.84 5 2 1 35.5 23.2 61.9
39 53 0.13 5 1 1 35.4 24.1 71.7
40 73 1.59 3 2 1 36.3 22.6 33.5
41 142 5.39 1 2 1 29.1 24.0 83.9
42 142 7.26 1 2 1 33.2 24.6 175.2
43 142 4.01 5 2 1 35.1 24.9 139.0
44 57 1.46 1 1 1 33.0 24.5 173.5
45 158 9.52 5 2 1 35.4 24.1 71.7
46 42 4.69 5 1 1 32.6 24.3 168.0
47 68 2.41 5 1 1 34.1 21.7 23.8
48 68 3.66 5 1 1 35.4 24.6 119.3
49 179 9.49 5 2 1 34.1 21.7 23.8
50 220 0.57 3 2 1 31.3 25.1 37.0
327
ํ
ภาพที่ 1 แปลงสารวจจงหวัดอุดรธานี
ั
ํ
ภาพที่ 2 แปลงสารวจจงหวัดกาฬสนธุ
ิ
ั
328
ํ
ั
ภาพที่ 3 แปลงสารวจจงหวัดมหาสารคาม
ภาพที่ 4 แปลงสารวจจังหวัดขอนแกนและจังหวัดชัยภูมิ
ํ
329
ั
ํ
ภาพที่ 5 แปลงสารวจจงหวัดนครราชสมา
ี
ุ
สรปผลการทดลองและขอเสนอแนะ
ั
ั
ํ
ุ
้
็
ปจจยการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกอาจจะไมไดมากจากสภาพแวดลอมทงหมดอาจจะมาจาก
ั
ิ
ํ
ี
หลายปจจัยรวมกัน จากการศึกษาของ จราวรรณ (2553) พบวาการทาลายของหนอนกอมความสมพันธใน
ี
ทางบวกกับจํานวนหนอในแปลงท่มลักษณะเนือดินเปนดินรวนปนทรายจํานวน 3 แปลงมีคา R-Squared =
้
ี
ิ
0.316, 0.422 และ 0.27 ในแปลงดนเหนียวจานวน 2 แปลงคา R-Squared 0.448 และ 0.486 ตามลาดบ การ
ํ
ั
ํ
เผาออยใบออยกอนและหลงตดออยเขาโรงงาน เปนการทาลายแมลงศตรูธรรมชาต โดยเฉพาะอยางยงแตนเบยน
ั
ั
ี
ิ
ํ
ั
ิ
่
ไขทริโคแกรมมา และแตนเบียนหนอนโคทีเซียที่พบในธรรมชาติ และยังทําลายความชนและความอุดมสมบูรณของ
ื้
ํ
ุ
ดน (ชชาติ, 2558) และพบวาชวงออยเปนลาและมฝนตกชกจะพบมดมากอาจจะทาการเขาทาลายของหนอนกอ
ํ
ํ
ู
ิ
ี
ลายจุดเล็กลดลง เนื่องจากมดเปนตัวห้ําและมีบทบาทในการควบคุมหนอนกอออย (พิทักษพงศ, 2546; Adams et
ิ
ี
่
ั
ู
ู
ั
ั
้
al., 1981; Bessin and Reagan, 1993) อีกทงการจดการตงแตการเตรียมดน ฤดปลกทเหมาะสม การจดการ
ั
้
ุ
ู
ิ
่
ั
ี
ึ
แปลงปลก การจดการธาตอาหารเชนงานทดลองของ Camargo et al., (2010) ทศกษาการใชซิลคอน ในออย
ึ
ํ
ุ
ํ
่
เพือควบคม หนอนเจาะลาตนซึงทาใหหนอนเขาทาลายลดลง รวมถงการการเลอกพืนททเหมาะสมจงเปนการลด
่
ี
ึ
ื
้
ี
ํ
่
่
การเขาทาลายของหนอนกอลายจุดเล็กไดอีกทางหนึ่ง
ํ
330
เอกสารอางอิง
จิราวรรณ ศรีใส. 2553. ผลผลิตและปฏิกิริยาของสายพันธุออยตอการเขาทําลายของหนอนกอ ปลวกและโรคออยในสภาพพื้นท ี่
ปลูกตางกัน. (Yields and reaction of sugarcane lines to sugarcane borers, termites and diseases in different
ี
planting areas). วิทยานิพนธวทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชาเทคโนโลยการผลิตพืช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยสุรนารี.
ิ
ี
ิ
157 หนา.
ั
ุ
ชูชาติ สุขมาก. 2558. ขาวเกษตรนารู. สืบคนเมื่อ 1 กมภาพนธ 2563. จาก
https://ewt.prd.go.th/ewt/region4/ewt_news.php?nid=71395&filename=index
นงลักษณ วิรัชชัย 2553. ชุดวิชา 21701 การวิจัยหลักสูตรและการเรียนการสอน หนวยที่ 7 การศึกษาวรรณกรรม ที่เกี่ยวของ
และหนวยที่ 10 สถติวิเคราะหเชิงปริมาณ: สถิติบรรยายและสถิติพาราเมตริก หลักสูตรปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
ิ
ิ
สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธราช . กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ิ
พิทักษพงศ ปอมปราณี. 2546. ความหลากชนิดและการแพรกระจายของมดในไรออยพฤตกรรมการกินและประสิทธิภาพของมด
ิ
ชนิดที่สําคัญในการควบคุมหนอนกอออยในสภาพไร.วทยานิพนธ ปริญญาวทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลย ี
ิ
การผลิตพืช มหาวทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
ิ
อรรถชัย จินตะเวช. 2556. การเปลียนแปลงภูมอากาศและผลกระทบตอผลผลิตพชหลักในอนุภูมิภาคลุมนําโขง. วารสาร
้
่
ื
ิ
มหาวิทยาลัยนครพนม ISSN 2228 – 9356 : 5-23
Adam, C.T., Summers, T.E., Lofgren, C.S., Focks, D.A. and Prewit, J.C. 1981. Interrelationship of ants and the
sugarcane borer in Florida sugarcane fields. Environ. Entomol. 10(3): 415-418.
Bessin, R.T. and Reagan, T.E. 1993. Cultivar resistance and arthropod predation of sugarcane borer (Lepidoptera:
Pyralidae) affects incidence of deadhearts in Louisiana sugarcane. J. Econ. Entomol. 86(3): 929-932.
de Camargo, M.S. , A. R. Gomes Júnior , P. Wyler , G. H. Korndörfer. 2010. Silicate fertilization in sugarcane: Effects
on soluble silicon in soil, uptake and occurrence of stalk borer (Diatraea accharalis). 19th World
Congress of Soil Science, Soil Solutions for a Changing World. 1 – 6 August 2010, Brisbane, Australia.
J. Grieser, R. Gommes and M. Bernardi. 2006. New LocClim - the Local Climate Estimator of FAO. Geophysical
Research Abstracts. Vol. 8. 08305.
331
ระบบเตือนภัยใบขาวออย ในพื้นที่ปลูกรอบโรงงานน้ําตาล
82
ั
2
ิ์
1
1
3
กาญจนา กิระศักด81 อิสระ พุทธสิมมา82 มทนา วานิชย แคทลิยา เอกอุน83 ภาคภูมิ ถิ่นคํา82
1
4
ทนุธรรม บุญฉิม เนติรัฐ ชุมสุวรรณ เพ็ญรัตน เทียมเพ็ง สโรชา ถึงสุข วิภารัตน ดําริเขมตระกูล84
2
1
2
5
่
6
มนสชญา สายพนส85 และวาที ร.ต.อนุชา เหลาเคน86
ั
ั
รายงานความกาวหนา
ี
ู
ในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน พืนทปลกออยสวนใหญปลกในดนทรายหรือรวนปนทราย บาง
ี
้
่
ู
ิ
ี่
พื้นที่พบปญหาแหงแลงยาวนาน ฝนตกไมสม่ําเสมอ หรือสภาพอากาศแปรปรวน และพบปญหาที่สําคัญททําใหผล
ื
่
ผลตของออยลดลงคอ การเกิดโรคใบขาวซึงสามารถทาใหผลผลตลดลงรอยละ 30-100 จากการดาเนินงานเก็บ
ิ
ํ
ํ
ิ
ู
ิ
ิ
ํ
ขอมลจดทาความสมพันธระหวางการแสดงอาการใบขาวกับสภาพแวดลอมวิเคราะหทางสถตโดยใช Stepwise
ั
ั
ี
Regression analysis กรณีของสภาพแวดลอมในเชิงพื้นท่พบวา พันธุ ปริมาณอินทรียวัตถุในดินและปริมาณ
ี
่
ิ
ี
่
ี
โพแทสเซียมทสามารถแลกเปลยนไดในดนมผลตอการเกิดอาการใบขาวของออย โดยมคา P-Value เปน 0.0092
ี
ี
0.0001 และ 0.0064 ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอการเกิดอาการใบขาวของออย ในกรณของ
ั
้
ั
ี
ํ
ั
้
ู
ิ
ํ
ิ
ี
ู
่
ั
ความสมพันธของการเกิดอาการใบขาวของออยตอขอมลสภาพอากาศพบวา เนือดน พันธุและอุณหภมตาสดมผล
ุ
ั
ตอการเกิดอาการใบขาวของออย โดยมีคา P-Value เปน 0.0150 0.0004 และ 0.0011ตามลาดบ การจดการ
ั
ํ
ู
ี
ปจจัยเหลานี้มีผลตอการเกิดอาการใบขาวของออยเชนเดียวกัน จึงไดนําผลท่ไดไปอบรมเกษตรกรผปลูกออย
่
ํ
ี
ํ
ู
ุ
ิ
เจาหนาทโรงงานน้าตาลและกลมเจาหนาผรับผดชอบงานโครงการ 1 ตาบล 1 เกษตรทฤษฎีใหมของกรมสงเสริม
่
ี
การเกษตร เปาหมาย 880 ราย เพือใหสามารถปองกันและเฝาระวังการเกิดอาการใบขาวในพืนท ลดการแพร
้
่
ระบาดของโรคใบขาวไดอยางมประสทธิภาพ
ี
ิ
ิ
ู
คําสําคัญ ออย ใบขาว สภาพอากาศแปรปรวน สภาพแวดลอม อุณหภม
คํานํา
ู
ิ
่
ู
้
ี
ี
ในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน พืนทปลกออยสวนใหญปลกในดนทรายหรือรวนปนทราย บาง
พื้นที่พบปญหาแหงแลงยาวนาน ฝนตกไมสม่ําเสมอ หรือสภาพอากาศแปรปรวน และพบปญหาที่สําคัญททําใหผล
ี่
ผลตของออยลดลงคอ การเกิดโรคใบขาวซึงสามารถทาใหผลผลตลดลงรอยละ 30-100 ในป 2551 พบการระบาด
ิ
่
ิ
ื
ํ
้
่
ี
ั
ํ
ิ
ของโรคใบขาวในพืนท 3 จงหวัด ไดแก ขอนแกน มหาสารคาม และอุดรธานี ทาใหผลผลตลดลงมากกวารอยละ
ิ
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร
ิ
2 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 2 กรมวชาการเกษตร
ิ
ั
3 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธ สํานักวจยและพัฒนาการเกษตรเขที 3 กรมวชาการเกษตร
ุ
่
ิ
4 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรเลย สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 3 กรมวชาการเกษตร
ิ
ิ
ิ
5 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจตร สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 2 กรมวชาการเกษตร
6 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรมหาสารคาม สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 4 กรมวชาการเกษตร
ิ
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
332
ื้
ี้
50 สาเหตุของโรคเกิดจากเชอไฟโตพลาสมาจากเพลยจักจั่นเปนแมลงพาหะนําโรค ออยที่เปนโรคจะมีคลอโรฟลล
ี
ี
ี
ั
ี
ี
ึ
ี
ลดลง ใบออยทเปนโรคจงมสขาวหรือสเขยวออน หรือขาวสลบกับเขยวออน มการแตกกอฝอยคลายกอหญา ไม
่
ี
ิ
ิ
เจริญเตบโตและตายไป สามารถเกิดไดทกระยะของการเจริญเตบโต นอกจากนันการระบาดยงสามารถตดไปกับ
ิ
ุ
้
ั
ั
ุ
ี
ุ
่
ทอนพันธุไดดวย (แฉลมและสพัตรา, 2551) จากสภาวะปจจบนการเปลยนแปลงสภาพอากาศ (Climate
ึ
ี
variability or change) หรือภาวะโลกรอน (Global warming) ทเกิดขนนับวันจะรุนแรงมากขน และสงผล
่
ึ
้
้
กระทบรุนแรงตอการทําการเกษตรในทุกประเทศ การศึกษาอุณหภูมิของโลกที่เปลี่ยนแปลง พบวา ในชวงทศวรรษ
ู
้
ิ
ู
่
ี
ึ
ทผานมา (ค.ศ.1906-2005) อุณหภมของโลกสงขน 0.74 องศาเซลเซียส (โดย IPCC หรือ Intergovernmental
Panel on Climate Change, 2007) ซึ่งมากกวาที่เคยประเมินไว (0.60 องศาเซลเซียส โดย IPCC 2001) และใน
รอบ 156 ป (ค.ศ.1850 – 2006) ปท่อุณหภูมิสูงสุด เปนปหลัง ๆนี้ท้งส้น เชนเดียวกันกับในประเทศไทย การ
ิ
ั
ี
ี
ิ
ู
ุ
ิ
่
ี
ตดตามอุณหภมทสถานีตรวจวัดสนามบนเชยงใหมโดยขอมลจากกรมอุตนิยมวิทยาในรอบ 30 ป ระหวาง ค.ศ.
ู
ิ
ึ
้
ิ
ู
ี
ู
่
ุ
ุ
1971-2000 เทยบกับในรอบ 10 ป ลาสด ระหวาง ค.ศ. 2003-2012 พบวาอุณหภมสงสดเพิมขน 0.60 องศา
เซลเซียส อุณหภูมิต่ําสุดเพิ่มขึ้น 0.81 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ําฝนสะสมรายป เพิ่มขึ้น 13.2 มิลลเมตร (อรรถ
ิ
ี
ู
ุ
่
่
่
ั
ี
ชย, 2556) สภาพอากาศทเปลยนแปลงไปและเกียวของกับการเกษตร ไดแก การเริมตนฤดมรสมทลาชาออกไป
่
ี
่
ิ
ุ
ึ
ี
หรือเร็วข้นในบางป อุณหภูมิท่สูงข้น การส้นสุดของฝนไมแนนอน เกิดพายุบอยครั้ง มีสภาพฝนตกชก และ
ึ
่
้
ั
โดยเฉพาะฝนทงชวงทเกิดบอยขน อาจจะสงผลใหปรับตวและเปลยนพืชอาศย (Plant Host) ได (Fuhrer, 2003)
ั
ึ
ี
่
ี
ิ
้
สุนี และคณะ (2552) ทําการทดสอบการปลูก และตัดออยเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคในภาคตะวันตก พบวาออยท ี่
ี
ี
ี
ื
ู
ุ
่
ปลกและตัดระหวางเดอนมกราคม ถึงมนาคม ออยจะแสดงอาการใบขาวนอยทสด สามารถลดความเสยหายจาก
่
โรคใบขาวไดมากกวา 50% และการตรวจสอบแปลงปลกออย เพือกําจดตนทแสดงอาการใบขาว จะชวยลดการแพร
ั
ี
ู
่
ระบาดของโรคได
วิธีดําเนินการ
วิธีการ
มี 4 ขันตอน
้
ขั้นตอนที่ 1 จัดทําแผนงานวิจัยรวมกับโรงงานน้ําตาล หรือกลุมเกษตรกรในพื้นท ี่
ี่
ิ
ั
ํ
ิ
ั้
ขนตอนท 2 อบรมเชงปฏบตการในการใชระบบเตอนภยแกเจาหนาทโรงงานน้าตาล หรือกลม
่
ี
ิ
ั
ุ
ื
เกษตรกรในพื้นท ี่
ขนตอนท 3 ใหขอมูลในการเฝาระวัง รณรงค และปรับใชเทคโนโลยีการปองกันและบรรเทา
ี่
ั้
ั
ี
ุ
ความเสยหาย ในพืนทเสยงภยใบขาวออย โดยการใชพันธุออยสะอาดการจดการดน และธาตอาหารตามความ
่
ิ
ั
ี
้
่
ี
ตองการพืช
ขั้นตอนท 4 วิเคราะห สรุปผล
ี่
รายงานความกาวหนา
จากการสารวจเพือเก็บขอมลการแสดงอาการใบขาวของออย เพื่อจัดทําความสมพันธระหวางรอยละของ
่
ู
ํ
ั
ี
ุ
ํ
การเกิดอาการใบขาวกับสภาพแวดลอมในชวงของการสารวจ 2 ปแรก (2559-2560) มงเนนการเปรียบเทยบกับ
333
ิ
้
ี
่
ี
ั
ระดบของการเกิดอาการใบขาวกับสภาพแวดลอมในเชงพืนท และในป 2561-2562 ที่มุงเนนการเปรียบเทยบกับ
ึ
ู
ั
่
ี
ระดบของการเกิดอาการใบขาวกับสภาพแวดลอมในสวนของขอมลสภาพอากาศ ถงแมวาจะไดสมการทแสดงถง ึ
ิ
ิ
ั
ั
ํ
ี
ี
่
ื
ั
ความสมพันธโดยการวิเคราะหทางสถตโดยใช Stepwise Regression analysis ในการเลอกตวแปรทมนัยสาคญ
ั
ิ
ี
่
ี
ี
ั
้
ิ
ั
ทางสถตตอรอยละของการเกิดอาการใบขาวแตสมการทไดจากทงสองกรณ ยงมคาคาความผนแปรของตวแปร
ั
ั
ตอบสนอง (R-Squared) คอนขางต่ําคือ 0.40 และ 0.46 ตามลาดบ
ํ
ในกรณีของสภาพแวดลอมในเชิงพื้นที่พบวา พันธุ ปริมาณอินทรียวัตถุในดินและปริมาณโพแทสเซียมท ี่
ิ
ี
่
ี
สามารถแลกเปลยนไดในดนมผลตอการเกิดอาการใบขาวของออย โดยมคา P-Value เปน 0.0092 0.0001 และ
ี
้
ั
ี
ั
ํ
0.0064 ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอการเกิดอาการใบขาวของออย
ั
ในกรณีของความสัมพันธของการเกิดอาการใบขาวของออยตอขอมูลสภาพอากาศพบวา เนื้อดิน พันธุและ
อุณหภูมิต่ําสุดมีผลตอการเกิดอาการใบขาวของออย โดยมีคา P-Value เปน 0.0150 0.0004 และ 0.0011
ั
ี
ํ
ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอการเกิดอาการใบขาวของออยเชนเดยวกัน
้
ี
ั
ั
ํ
ั
่
่
ี
แตอยางไรก็ตามเนืองจากคา R-Squared ทไดคอนขางตาอาจกลาวไดวาปจจยการแสดงอาการใบขาว
่
ั
อาจจะไมไดมากจากสภาพแวดลอมท้งหมดอาจจะมาจากหลายปจจัยรวมกัน โดยกาญจนา และคณะ (2555)
ื้
่
ี
รายงานวา ปญหาของโรคใบขาวที่เกิดจากเชอไฟโตพลาสมา ในปจจุบันยังไมมีเทคโนโลยใดทสามารถแกไขปญหา
ี
นีได ดงนันวิธีการควบคมการแพรระบาดของโรคทดทสด คอ การปลกออยโดยใชทอนพันธุทปราศจากโรคควบค ู
ุ
ั
่
ี
่
ี
ี
่
ี
้
ื
ุ
้
ู
กับการจัดการในแปลงผลิตและโรคใบขาวมีการแพรระบาดโดยผานแมลงพาหะนําโรค ไดแก เพลี้ยจักจั่นสีน้ําตาล
(Matsumuratettix hiroglyphicus และ Yamatotettix flavovittatus) และผานทางทอนพันธุ ซึ่งการถายทอด
ํ
ทางทอนพันธุทาใหการแพรกระจายของโรคเปนไปไดอยางกวางขวางและรวดเร็ว การปลูกโดยใชพันธุออยสะอาด
ึ
ั
ํ
ั
ุ
ู
ั
และปลอดโรคจงเปนวิธีการสาคญในการจดการโรค แตในสภาพแปลงปลกออยปจจบันพันธุออยดงกลาวหาไดยาก
ุ
ุ
ยิ่งนอกจากนั้น ปจจบนยังไมพบวามีออยพันธุใดทนทานตอโรคใบขาว (นิลบล และคณะ, 2555) กอบเกียรต และ
ิ
ั
คณะ (2554) อางตามกอบเกียรต (2555) รายงานวา ความรุนแรงของโรคใบขาวออยมกระบาดมากในปฤดกาล
ิ
ั
ู
ิ
ปลกทประสบภยแลงรุนแรง (ฝนนอยและทงชวงเปนเวลานานกวาปกต) เชน ในป 2552/53 พบวา มการระบาด
ู
ั
่
ี
ี
ิ
้
้
ั
ของใบขาวออย ตงแต 0.001-50.0 เปอรเซ็นต ซึงเกิดโรคกับออยตอ (ratoon cane) มากกวาออยปลก (plant
่
ู
ั
ิ
ั
้
ู
ุ
ู
cane) อีกทงการจดการตงแตการเตรียมดน ฤดปลกทเหมาะสม การจดการธาตอาหารและน้าก็มีผลตอการเกิด
่
ี
ํ
ั
้
ั
ํ
ู
ั
อาการใบขาวเชนเดยวกัน จากขอมลทได พันธุออยเปนปจจยสาคญททาใหออยแสดงอาการใบขาว การใชทอน
ี
่
ี
ํ
ั
่
ี
ี
่
พันธุท่มคณภาพดเลอกพันธุออยทเลยงตอการเกิดโรคตา จะชวยลดการแสดงอาการใบขาว อีกทงปริมาณ
้
ื
ี
ั
ุ
่
ํ
ี
่
ี
ี
อินทรียวัตถุในดินซึ่งขึ้นอยูกับเนื้อดินก็เปนปจจัยที่เกี่ยวของกับการแสดงอาการใบขาวเชนเดยวกัน การเลอกพืนท ่ ี
ี
้
ื
ึ
่
ี
ี
่
ทเหมาะสมจงเปนการลดความเสยงตอการแสดงอาการใบขาวไดอีกทางหนึง
่
การฝกอบรมเกษตรกร
่
ํ
ดาเนินการฝกอบรมเกษตรเพือสรางการรับรูเรืองออยใบขาว โดยมเปาหมาบอบรมเกษตรจานวน 880
ํ
่
ี
ู
ั
่
ราย ดาเนินการแลวดงนีอบรมเกษตร วันท 24 กุมภาพันธ 2564 ณ ศนยเรียนรูการเพิมประสทธิภาพการผลต
ิ
ิ
้
ํ
ี
่
ํ
สินคาเกษตรอําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย (ศพก. วังสะพุง) จานวนผเขารับการอบรม 80 ราย
ู
334
ู
1. อบรมเกษตร วันท 16 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคม หม 7 ต.วังหน อ.หนองสองหอง จ.ขอนแกน
ิ
ี่
ู
ํ
จานวนผเขารับการอบรม 40 ราย
ี่
2. อบรมเกษตร วันท 22 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคม หมู 9 ต.ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแกน จานวน
ํ
ผเขารับการอบรม 40 ราย
ู
ิ
ี่
3. อบรมเกษตร วันท 24 มีนาคม 2564 โรงงานน้ําตาลทิพยกําแพงแพชร หมู 9 ต.เทพนิมตร อ.บึง
ั
ี
ํ
สามคค จ.กําแพงเพชร จานวนผเขารับการอบรม 40 ราย
ู
ุ
ํ
4. อบรมเกษตร วันที่ 1 เมษายน 2564 ณ หองประชมองคการบริหารสวนตาบลปากชอง ต.ปากชอง อ.
ํ
ู
จอมบึง จ.ราชบุรี จานวนผเขารับการอบรม 80 ราย
ี
ํ
่
ุ
5. อบรมเกษตร วันที่ 2 เมษายน 2564 ณ หองประชมองคการบริหารสวนตาบลรางสาล ต.รางสาล อ.
่
ี
ทามวง จ.กาญจนบุรี จํานวนผูเขารับการอบรม 80 ราย
6. อบรมเกษตร วันที่ 8 เมษายน 2564 ณ หองประชุมโรงเรียนเนรมิตศึกษา ต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ
ํ
จานวนผเขารับการอบรม 80 ราย
ู
7. อบรมเกษตร วันที่ 9 เมษายน 2564 ณ หองประชุมศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรมหาสารคาม ต.ทา
ู
ื
ํ
สองคอน อ.เมองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม จานวนผเขารับการอบรม 80 ราย
จานวนรวม 560 ราย คงเหลือ 320 ราย แตเนืองจากเกิดสถานการณการระบาดของโคโรนาไวรัส
่
ํ
ั
ํ
ํ
ํ
(COVID-19) ระลอกที่ 3 ทาใหไมสามารถดาเนินการจดฝกอบรมใหครบตามจานวนได
เอกสารอางอิง
่
ั
ี
ุ
ิ
่
กอบเกยรต ไพศาลเจริญ. 2555. การจัดการสมดลธาตอาหารเพอเพมความทนทานตอโรคใบขาว ของออยผลิตทอนพนธ. ใน
ุ
ิ
ุ
ื
เอกสารประกอบการบรรยายการฝกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การถายทอดเทคโนโลยการปองกันกําจัดโรคใบขาว
ี
ออย” วันที่ 24-25 กรกฎาคม 2555 ณ ศูนยวิจัยและพัฒนาเกษตรสุพรรณบุรี
กาญจนา วาระวิชะนี, วันเพญ ศรีทองชัย และปริเชษฐ ตั้งกาญจนภาสน. 2555. พัฒนาเทคนิคการตรวจสอบเชื้อไฟโตพลาสมา
็
สาเหตุโรคใบขาวออยดวยกรดนิวคลีอิกตัวตรวจ. รายงานผลงานวิจัยประจําป 2556 สํานักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช.
กรมวิชาการเกษตร. หนา 2218-2232.
แฉลม มาศวรรณา และ สุพัตรา ดลโสภณ. 2551. โรคใบขาวออย การระบาดที่เรื้อรังและรุนแรง. กสิกร 81(3): น. 45-54.
ุ
ั
นิลุบลและคณะ, 2555. การจัดการโรคใบขาวออยดวยการใชพนธปลอดโรค. แกนเกษตร 40 ฉบับพิเศษ 3 : 241-248 (2555).
241-2
่
สุนี ศรีสิงห. 2552. การทดสอบฤดูปลูกเพือเหลีกเลียงโรคใบขาวในเขตภาคตะวันตก รายงานความกาวหนาไตรมาส 3 วันที่ 30
่
กรกฎาคม 2552 ณ สถาบันวิจัยพืชไร กรมวิชากาเกษตร.(สไลด Powerpoint)
อรรถชัย จินตะเวช. 2556. “การเปลียนแปลงภูมิอากาศและผลกระทบตอผลผลิตพชหลักในอนุภูมิภาคลุมนําโขง”. วารสาร
้
่
ื
ิ
มหาวทยาลัยนครพนม ISSN 2228 – 9356 : 5-23
Fuhrer, J. 2003. “Agroecosystem responses tocombinations of elevated CO2, ozone, and global climate
change,” Agriculture, Ecosystems & Environment. 97(1-3): 1-20.
335
ระบบเตือนภัยหนอนกอลายจดเล็ก ในพื้นที่ปลูกรอบโรงงานน้ําตาล
ุ
88
1
3
1
ชยันต ภักดีไทย87 อิสระ พุทธสิมมา88 กาญจนา กิระศักดิ์ มทนา วานิชย แคทลิยา เอกอุน89 ภาคภูมิ ถิ่นคํา ทนุธรรม บุญ
2
1
1
ั
ฉิม 1
82
1
4
2
ึ
2
เนติรัฐ ชุมสุวรรณ เพ็ญรัตน เทียมเพ็ง สโรชา ถงสุข วิภารัตน ดําริเขมตระกูล90
มนสชญา สายพนส91 และวาที ร.ต.อนุชา เหลาเคน92
6
ั
5
่
ั
รายงานความกาวหนา
ในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน พืนทปลกออยสวนใหญปลกในดนทรายหรือรวนปนทราย บาง
ิ
ี
้
ี
่
ู
ู
ี
่
ั
ํ
ี
ุ
ํ
่
ี
ุ
พืนทพบปญหาแหงแลงยาวนาน หนอนกอลายจดเลกทเปนแมลงศตรูทสาคญทสด หากมการระบาดมากทาให
้
ี
ี
่
็
ั
่
ผลผลิตลดลงรอยละ 5-40 เมื่อนําหนอออยที่ถูกเขาทําลายมากไปปลูกทําเปนทอนพันธุออย จะทําใหการงอกลดลง
ู
หรือไมงอกเลยหรือถางอกออยจะไมสมบรณ จากการดาเนินงานเก็บขอมลจดทาความสมพันธระหวางการเขา
ํ
ั
ู
ั
ํ
ทาลายของหนอนกอลายจดเลกกับสภาพแวดลอมวิเคราะหทางสถิติโดยใช Stepwise Regression analysis กรณ ี
ํ
็
ุ
ิ
ี
ํ
ิ
่
้
ของสภาพแวดลอมในเชงพืนทพบวา พันธุ ปริมาณแมกนีเซียมในดนตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอ
ั
ุ
ี
็
ํ
ั
ลายจดเลก โดยมคา P-Value เปน 0.0237 และ 0.0024 ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอรอยละของ
ี
้
ั
การเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก ในกรณของความสมพันธของรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลาย
ํ
ั
ํ
็
ุ
ี
ุ
็
จดเลก ตอขอมูลสภาพอากาศพบวา เนื้อดิน พันธุและอุณหภูมิสูงสุด ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วันตอรอยละของการ
ั
เขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก โดยมคา P-Value เปน 0.0142 0.0342 และ 0.0031 ตามลาดบ การจดการ
ี
ั
ํ
็
ํ
ุ
ี
ี
้
ปจจยเหลานีมผลตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกเชนเดยวกัน การจดการปจจยเหลานี้มีผล
ุ
็
ั
ํ
ั
ั
ู
ู
่
ี
็
ี
่
ึ
ํ
ตอการการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก จงไดนําผลทไดไปอบรมเกษตรกรผปลกออย เจาหนาทโรงงาน
ุ
ิ
ุ
ู
น้าตาลและกลมเจาหนาผรับผดชอบงานโครงการ 1 ตาบล 1 เกษตรทฤษฎีใหมของกรมสงเสริมการเกษตร
ํ
ํ
่
เปาหมาย 880 ราย เพือใหสามารถปองกันและเฝาระวังการการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกในพื้นท ลด
ี่
็
ุ
ํ
ความเสียหายในการผลิตออยไดอยางมีประสิทธิภาพ
ู
ิ
ํ
ุ
็
คําสําคัญ: ออย การเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก สภาพอากาศแปรปรวน สภาพแวดลอม อุณหภม
ิ
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน กรมวชาการเกษตร
ิ
2 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 2 กรมวชาการเกษตร
ุ
ิ
3 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธ สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 3 กรมวชาการเกษตร
4 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรเลย สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 3 กรมวชาการเกษตร
ิ
ิ
5 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 2 กรมวชาการเกษตร
6 ศูนยวิจัยและพัฒนาการเกษตรมหาสารคาม สํานักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขที่ 4 กรมวชาการเกษตร
ิ
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
336
คํานํา
้
่
ี
ู
ี
ในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน พืนทปลกออยสวนใหญปลกในดนทรายหรือรวนปนทราย บาง
ู
ิ
ี่
พื้นที่พบปญหาแหงแลงยาวนาน ฝนตกไมสม่ําเสมอ หรือสภาพอากาศแปรปรวน และพบปญหาที่สําคัญททําใหผล
ุ
็
ี่
ุ
ั
ี่
ํ
ผลิตของออยลดลงคือ หนอนกอลายจดเลกที่เปนแมลงศตรูทสาคัญทสด หากมีการระบาดมากทําใหผลผลิตลดลง
ิ
รอยละ 5-40 เนื่องจากออยมีการเจริญเตบโตไมสม่ําเสมอ นอกจากนั้นเมื่อนําหนอออยที่ถูกเขาทาลายมากไปปลก
ู
ํ
ทาเปนทอนพันธุออย จะทาใหการงอกลดลงหรือไมงอกเลยหรือถางอกออยจะไมสมบรณ จากสภาวะปจจบันการ
ุ
ํ
ู
ํ
ี่
ี
่
เปลยนแปลงสภาพอากาศ (Climate variability or change) หรือภาวะโลกรอน (Global warming) ทเกิดขน
ึ้
ํ
นับวันจะรุนแรงมากขึ้น และสงผลกระทบรุนแรงตอการทาการเกษตรในทุกประเทศ การศึกษาอุณหภูมิของโลกท ี่
เปลี่ยนแปลง พบวา ในชวงทศวรรษที่ผานมา (ค.ศ.1906-2005) อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น 0.74 องศาเซลเซียส (โดย
ิ
่
่
ี
IPCC หรือ Intergovernmental Panel on Climate Change, 2007) ซึงมากกวาทเคยประเมนไว (0.60 องศา
ุ
ั
ี
่
ู
ิ
เซลเซียส โดย IPCC 2001) และในรอบ 156 ป (ค.ศ.1850 – 2006) ปทอุณหภมสงสด เปนปหลง ๆนีทงสน
้
้
ิ
ู
้
ั
เชนเดยวกันกับในประเทศไทย การตดตามอุณหภมิทสถานีตรวจวัดสนามบนเชยงใหมโดยขอมลจากกรม
ู
ี
ี
ิ
่
ี
ิ
ู
ี
ุ
อุตนิยมวิทยาในรอบ 30 ป ระหวาง ค.ศ. 1971-2000 เทยบกับในรอบ 10 ป ลาสด ระหวาง ค.ศ. 2003-2012
ุ
ํ
ิ
่
่
ู
ุ
่
ู
ิ
ึ
้
ุ
พบวาอุณหภมสงสดเพิมขน 0.60 องศาเซลเซียส อุณหภมตาสดเพิมขน 0.81 องศาเซลเซียส และปริมาณน้าฝน
ึ
ู
้
ํ
่
ี
่
ี
่
สะสมรายป เพิ่มขึ้น 13.2 มิลลิเมตร (อรรถชัย, 2556) สภาพอากาศทเปลยนแปลงไปและเกียวของกับการเกษตร
ู
ี
ึ
่
่
้
ึ
ี
ู
่
ุ
ุ
ิ
ไดแก การเริมตนฤดมรสมทลาชาออกไป หรือเร็วขนในบางป อุณหภมทสงขน การสนสดของฝนไมแนนอน เกิด
้
ิ
้
ู
ั
พายุบอยครั้ง มีสภาพฝนตกชุก และโดยเฉพาะฝนทิ้งชวงที่เกิดบอยขึ้น อาจจะสงผลใหปรับตัวและเปลี่ยนพืชอาศย
(Plant Host) ได (Fuhrer, 2003) ซึ่งอาจจะเปนสวนหนึ่งที่ทาใหการทาลายของหนอนกอลายจดเล็กเปลยนไปจากเดิม
ํ
ี่
ุ
ํ
วิธีดําเนินการ
วิธีการ
้
มี 4 ขันตอน
ขั้นตอนที่ 1 จัดทําแผนงานวิจัยรวมกับโรงงานน้ําตาล หรือกลุมเกษตรกรในพื้นท ี่
ุ
ํ
่
ี
ิ
ั
ิ
ิ
ขนตอนท 2 อบรมเชงปฏบตการในการใชระบบเตอนภยแกเจาหนาทโรงงานน้าตาล หรือกลม
ั้
ี่
ื
ั
เกษตรกรในพื้นท ี่
ขั้นตอนที่ 3 ใหขอมูลในการเฝาระวัง รณรงค และการปรับใชเทคโนโลยีการปองกันและบรรเทา
่
ี
ี
้
ี
็
ุ
่
ุ
ิ
ความเสยหาย ในพืนทเสยงภยหนอนกอลายจดเลก โดยการจดการดนและธาตอาหารตามความตองการพืช การ
ั
ั
ปลอยศัตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมหนอนกอลายจุดเล็ก
ขั้นตอนท 4 วิเคราะห สรุปผล
ี่
337
รายงานความกาวหนา
ู
ุ
ํ
จากการสารวจเพือเก็บขอมลรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก เพื่อจดทาความสัมพันธ
็
ํ
่
ั
ํ
ุ
ํ
ระหวางรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกกับสภาพแวดลอมในชวงของการสารวจ 2 ปแรก
ํ
็
่
ี
ั
(2559-2560) มงเนนการเปรียบเทยบกับระดบการเขาทาลายกับสภาพแวดลอมในเชงพืนท และในป 2561-2562
ุ
้
ิ
ํ
ี
ั
ํ
ึ
่
ี
ี
ทมงเนนการเปรียบเทยบกับระดบการเขาทาลายกับสภาพแวดลอมในสวนของขอมลสภาพอากาศ ถงแมวาจะได
ู
ุ
ั
ึ
สมการทแสดงถงความสมพันธโดยการวิเคราะหทางสถตโดยใช Stepwise Regression analysis ในการเลอกตว
ิ
ี
่
ิ
ื
ั
ิ
ุ
่
แปรทีมีนัยสําคัญทางสถิตตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก แตสมการที่ไดจากทั้งสองกรณี ยัง
็
ํ
ั
ํ
ั
ั
มีคาคาความผนแปรของตวแปรตอบสนอง (R-Squared) คอนขางต่ําคือ 0.25 และ 0.41 ตามลาดบ
ํ
ในกรณีของสภาพแวดลอมในเชิงพื้นที่พบวา พันธุ ปริมาณแมกนีเซียมในดินตอรอยละของการเขาทาลาย
ของหนอนกอลายจดเลก โดยมีคา P-Value เปน 0.0237 และ 0.0024 ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานี้มีผลตอ
ั
ุ
ั
ั
็
ํ
ํ
ุ
็
รอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก
ํ
ุ
ั
ี
ในกรณของความสมพันธของรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก ตอขอมลสภาพอากาศ
็
ู
ํ
ุ
พบวา เนื้อดิน พันธุและอุณหภูมิสูงสด ปริมาณน้ําฝนสะสม 14 วันตอรอยละของการเขาทาลายของหนอนกอลาย
ั
ั
ั
ี
ํ
้
จุดเล็ก โดยมีคา P-Value เปน 0.0142 0.0342 และ 0.0031 ตามลาดบ การจดการปจจยเหลานีมผลตอรอยละ
็
ี
ํ
ุ
ของการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกเชนเดยวกัน
่
ี
แตอยางไรก็ตามเนืองจากคา R-Squared ทไดคอนขางตาอาจกลาวไดวาปจจยการเขาทาลายของหนอน
ั
่
่
ํ
ํ
กอลายจดเลกอาจจะไมไดมากจากสภาพแวดลอมทงหมดอาจจะมาจากหลายปจจยรวมกัน จากการศกษาของจ ิ
ึ
็
้
ุ
ั
ั
ํ
่
ี
ั
ี
ี
ั
ราวรรณ (2553) พบวา การทําลายของหนอนกอมความสมพันธในทางบวกกับจานวนหนอในแปลงทมลกษณะ
ิ
เนื้อดินเปนดินรวนปนทรายจํานวน 3 แปลงมคา R-Squared = 0.316, 0.422 และ 0.27 ในแปลงดนเหนียว
ี
ั
ํ
ํ
จานวน 2 แปลงคา R-Squared 0.448 และ 0.486 ตามลาดบ การเผาออยใบออยกอนและหลังตัดออยเขาโรงงาน
ิ
ั
ิ
่
เปนการทาลายแมลงศตรูธรรมชาต โดยเฉพาะอยางยงแตนเบียนไขทริโคแกรมมา และแตนเบียนหนอนโคทเซียท ่ ี
ํ
ี
ื
ํ
้
ั
ิ
ํ
พบในธรรมชาต และยงทาลายความชนและความอุดมสมบรณของดน (ชูชาต, 2558) และพบวาชวงออยเปนลา
ู
ิ
ิ
ุ
ํ
ํ
ั
่
็
ํ
และมีฝนตกชุกจะพบมดมากอาจจะทาการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกลดลง เนืองจากมดเปนตวห้าและมี
ุ
บทบาทในการควบคมหนอนกอออย (พิทักษพงศ, 2546; Adams et al., 1981; Bessin and Reagan, 1993) อีก
ุ
ู
ั
ทั้งการจัดการตั้งแตการเตรียมดิน ฤดูปลูกที่เหมาะสม การจัดการแปลงปลก การจดการธาตอาหารเชนงานทดลอง
ของ Camargo et al., (2010) ทศกษาการใชซิลคอน ในออยเพื่อควบคม หนอนเจาะลาตนซึงทาใหหนอนเขา
ํ
่
ํ
ึ
ิ
่
ี
ุ
็
ํ
ํ
ุ
ทาลายลดลง รวมถึงการการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมจึงเปนการลดการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกไดอีกทางหนึ่ง
่
ิ
ํ
ั
ี
ี
็
ี
และจากผลการเก็บผลผลตพบวาแปลงออยทมการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกป 2561 มระดบ
ุ
ํ
่
ิ
ื
ี
ู
่
ํ
การเขาทาลายอยท ระดบ 1-5 (0-100%) เมอดาเนินการเก็บผลผลตสามารถสรางสมการความสมพันธระหวาง
ั
ั
ุ
็
ี
ั
ํ
ิ
ั
ระดบการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลกเทยบกับการลดลงของผลผลต ดงสมการ
338
y = -1.7625x - 16.32x + 20.671
2
โดย y คือรอยละของการลดลงของผลผลิต
ุ
ื
ั
ํ
ี
็
x คอระดบการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเลก (1) ไมมการเขาทาลาย (2)
ํ
รอยละ 1-25 (3) รอยละ 26-50 (4) รอยละ 51-75 (5) รอยละ 75-100
โดยมี R²= 0.80
การฝกอบรมเกษตรกร
ุ
่
ํ
ดาเนินการฝกอบรมเกษตรเพือสรางการรับรูเรืองการเขาทาลายของหนอนกอลายจดเล็ก โดยมีเปาหมาย
่
ํ
ั
ํ
อบรมเกษตรจานวน 880 ราย ดาเนินการแลวดงนี ้
ํ
ิ
ี
่
ู
่
ิ
1. อบรมเกษตร วันท 24 กุมภาพันธ 2564 ณ ศนยเรียนรูการเพิมประสทธิภาพการผลตสนคาเกษตร
ิ
อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย (ศพก.วังสะพุง) จํานวนผูเขารับการอบรม 80 ราย
ี่
ู
ิ
2. อบรมเกษตร วันท 16 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคม หม 7 ต.วังหน อ.หนองสองหอง จ.ขอนแกน
ํ
ู
จานวนผเขารับการอบรม 40 ราย
3. อบรมเกษตร วันท 22 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคม หม 9 ต.ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแกน
ี
่
ู
ํ
ู
จานวนผเขารับการอบรม 40 ราย
4. อบรมเกษตร วันท 24 มีนาคม 2564 โรงงานน้าตาลทพยกําแพงแพชร หม 9 ต.เทพนิมตร อ.บง
ํ
ิ
ิ
ี
่
ึ
ู
ี
ู
ํ
ั
สามคค จ.กําแพงเพชร จานวนผเขารับการอบรม 40 ราย
5. อบรมเกษตร วันที่ 1 เมษายน 2564 ณ หองประชมองคการบริหารสวนตาบลปากชอง ต.ปากชอง อ.
ุ
ํ
ํ
ู
จอมบึง จ.ราชบุรี จานวนผเขารับการอบรม 80 ราย
ํ
6. อบรมเกษตร วันท 2 เมษายน 2564 ณ หองประชมองคการบริหารสวนตาบลรางสาล ต.รางสาล อ.
ี
่
่
่
ี
ุ
ี
ํ
ทามวง จ.กาญจนบุรี จานวนผเขารับการอบรม 80 ราย
ู
7. อบรมเกษตร วันที่ 8 เมษายน 2564 ณ หองประชุมโรงเรียนเนรมิตศึกษา ต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ
ํ
จานวนผเขารับการอบรม 80 ราย
ู
8. อบรมเกษตร วันท 9 เมษายน 2564 ณ หองประชมศนยวิจยและพัฒนาการเกษตรมหาสารคาม ต.
ุ
ู
ี
ั
่
ทาสองคอน อ.เมองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม จานวนผเขารับการอบรม 80 ราย
ู
ํ
ื
ื
ํ
่
จานวนรวม 560 ราย คงเหลอ 320 ราย แตเนืองจากเกิดสถานการณการระบาดของโคโรนาไวรัส
(COVID-19) ระลอกที่ 3 ทาใหไมสามารถดาเนินการจดฝกอบรมใหครบตามจานวนได
ั
ํ
ํ
ํ
339
เอกสารอางอิง
ุ
ื
ํ
จิราวรรณ ศรีใส. 2553. ผลผลิตและปฎิกิริยาของสายพันธออยตอการเขาทาลายของหนอนกอ ปลวกและโรคออยในสภาพพนท ่ ี
้
ปลูกตางกน. (Yields and reaction of sugarcane lines to sugarcane borers, termites and diseases in
ั
ี
ิ
different planting areas). วิทยานิพนธวทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชาเทคโนโลยการผลิตพืช มหาวิทยาลัย
ิ
เทคโนโลยีสุรนารี. 157 หนา.
ชูชาติ สุขมาก. 2558. ขาวเกษตรนารู. สืบคนเมื่อ 1 กมภาพนธ 2563. จาก
ุ
ั
https://ewt.prd.go.th/ewt/region4/ewt_news.php?nid=71395&filename=index
ิ
ิ
ิ
พิทักษพงศ ปอมปราณี. 2546. ความหลากชนดและการแพรกระจายของมดในไรออยพฤตกรรมการกินและประสิทธภาพของมด
ิ
ิ
ชนิดที่สําคญในการควบคุมหนอนกอออยในสภาพไร.วทยานพนธ ปริญญาวทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลย ี
ิ
การผลิตพืช มหาวทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
ิ
ื
ิ
้
ุ
อรรถชัย จินตะเวช. 2556. “การเปลียนแปลงภูมิอากาศและผลกระทบตอผลผลิตพชหลักในอนภูมภาคลุมนําโขง”. วารสาร
่
มหาวทยาลัยนครพนม ISSN 2228 – 9356 : 5-23
ิ
Adam, C.T., Summers, T.E., Lofgren, C.S., Focks, D.A. and Prewit, J.C. 1981. Interrelationship of ants and the
sugarcane borer in Florida sugarcane fields. Environ. Entomol. 10(3): 415-418.
Bessin, R.T. and Reagan, T.E. 1993. Cultivar resistance and arthropod predation of sugarcane borer (Lepidoptera:
Pyralidae) affects incidence of deadhearts in Louisiana sugarcane. J. Econ. Entomol. 86(3): 929-932.
de Camargo, M.S. , A. R. Gomes Júnior , P. Wyler , G. H. Korndörfer. 2010. Silicate fertilization in sugarcane: Effects
on soluble silicon in soil, uptake and occurrence of stalk borer (Diatraea accharalis). 19th World
Congress of Soil Science, Soil Solutions for a Changing World. 1 – 6 August 2010, Brisbane, Australia.
Fuhrer, J. 2003. “Agroecosystem responses tocombinations of elevated CO2, ozone, and global climate
change,” Agriculture, Ecosystems & Environment. 97(1-3): 1-20.
340
ิ
การวเคราะหวอเตอรฟตพรินทของการผลิตมันสําปะหลัง : ภาคตะวนออกเฉียงเหนือตอนบน
้
ั
ุ
1*
ิ์
1
2
รวีวรรณ เชื้อกิตติศักด93 นารีรัตน เณรอยู สุมณฑา นนทะนํา และวลัยพร ศะศิประภา94
1
รายงานความกาวหนา
ี
้
่
การวิเคราะหวอเตอรฟุตพรินทของการผลตมนสาปะหลงในพืนทภาคตะวันออกเฉยงเหนือ 7 จงหวัด
ี
ํ
ิ
ั
ั
้
ั
ั
ู
ิ
ิ
ไดแก ชยภม เลย อุดรธานี กาฬสนธุ ขอนแกน สกลนคร และมกดาหาร ในปการผลต 2560/2561-2562/2563
ุ
ิ
้
่
ั
โดยการสมภาษณใชแบบสอบถามเกษตรกรจานวน 101 ราย พืนท 1,337 ไร พบวา เกษตรนิยมใชพันธุมัน
ี
ํ
สําปะหลังของกรมวิชาการเกษตรคิดเปนรอยละ 64.6 66.5 และ 66.5 ตามลําดับ สวนพันธุที่นิยมปลูกมากที่สุดคือ
พันธุเกษตรศาสตร 50 รองลงมาไดแกพันธุระยอง 72
พื้นที่ผลิตมันสําปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 7 จังหวัด ไดแก จังหวัดชัยภูมิ เลย อุดรธานี
ิ
ิ
ู
กาฬสินธุ ขอนแกน สกลนคร และมุกดาหาร ใน 3 ฤดกาลผลต ในป 2560/61 2561/62 และ 2562/63 ใหผลผลต
เฉลี่ย 4.9 ตันตอไร และมีปริมาณการใชปุยไนโตรเจน 7.2 กิโลกรัมตอไร มีคาเกรยวอเตอรฟุตพรินทเฉลี่ยเทากับ
้
ั
32.1 ลูกบาศกเมตรตอน้ําหนักหัวสด 1 ตน มีคากรีนวอเตอรฟุตพริ้นตเฉลี่ยเทากับ 108.5 ลูกบาศกเมตรตอน้ําหนัก
หวสด 1 ตน และมีคาวอเตอรฟุตพริ้นทเฉลี่ย 140.5 ลูกบาศกเมตรตอน้ําหนักหัวสด 1 ตน
ั
ั
ั
คําสําคัญ: มันสําปะหลัง วอเตอรฟุตพริ้นท บลูวอเตอรฟุตพริ้นต เกรยวอเตอรฟุตพริ้นต กรีนวอเตอรฟุตพริ้นต
คํานํา
ี่
มันสําปะหลังเปนพืชเศรษฐกิจทสาคัญ สรางรายไดจากการสงออกผลตภัณฑมันสําปะหลังปละ 5-9 หมื่น
ํ
ิ
ลานบาท และเกี่ยวของกับเกษตรกรผปลูกมันสําปะหลังไมนอยกวา 550,000 ครัวเรือน ในพื้นท่มากกวา 54
ู
ี
่
ี
ิ
่
ํ
ั
ี
้
ี
จงหวัด ในปพ.ศ. 2563 มพืนทเก็บเกียว 8.92 ลานไร ผลผลตเฉลย 3,252 กิโลกรัมตอไร (สานักงานเศรษฐกิจ
่
ั
ํ
การเกษตร, 2563) จากสภาพภมอากาศทรอนและแหงแลงในชวง 2-3 ปทผานมา ทาใหระบบการผลตของมน
ิ
ู
่
ี
ี
่
ิ
ี
ํ
ู
สาปะหลงเปลยนแปลง อาทเชน การปลกลาชาออกไป ปลกแลวกระทบแลง ทาใหผลผลตลดลงจงมการพัฒนา
ํ
ู
ึ
ี
ิ
่
ิ
ั
ระบบการใหน้ําในมันสําปะหลัง การใหน้ําในระหวางชวงอายุ 2-5 เดือน ทําใหไดผลผลิตหัวสดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 27.7%
ิ
ู
่
ี
ี
่
ํ
ี
ั
ิ
่
ํ
(วินัยและคณะ, 2550) น้าเปนทรัพยากรทมความสาคญยง ประกอบกับการเปลยนแปลงสภาพภมอากาศทกําลง ั
่
ี
ํ
ี
่
ึ
ั
ํ
่
สงผลใหเกิดความแหงแลง และขาดแคลนน้าในบางพืนท จงมแนวคดในการบริหารจดการน้าผานเครืองมอท ่ ี
้
ี
ื
ิ
ั
้
้
ํ
เรียกวา วอเตอรฟุตพรินท (Water footprint: WF) วัดการใชน้าทงทางตรงและทางออม โดยคานวณปริมาณน้า
ํ
ํ
ุ
จากผลรวมของทกขนตอนตลอดหวงโซของการผลตสนคา หรือบริการ มหนวยเปนลูกบาศกเมตรตอหนวย มัน
ั
้
ิ
ี
ิ
สาปะหลงสามารถแปรรูปเปนผลตภณฑไดหลากหลายการศกษาวอเตอรฟุตพรินทในการผลตมนสาปะหลงจงเปน
ั
ํ
ํ
ึ
ั
ั
้
ั
ิ
ิ
ึ
ู
ตนน้าของภาคอุตสาหกรรม จากรายงานทผานมาการประเมนวอเตอรฟุตพรินทของมนสาปะหลงใชขอมลมอสอง
ื
่
ั
ํ
ี
ั
ํ
้
ิ
1 ศูนยวิจัยพืชไรขอนแกน สถาบันวิจัยพืชไรและพืชทดแทนพลังงาน อําเภอเมือง จังหวัดขอนแกน
่
ุ
2 ศูนยเทคโนโลยสารสนเทศและการสือสาร กรมวชาการเกษตร กรงเทพมหานคร
ิ
ี
* Corresponding Author E-mail: [email protected]
341
ู
เปนหลัก เชน มันสําปะหลังของโลก คํานวณวอเตอรฟุตพริ๊นทแยกเปนกรีน บล และเกรยวอเตอร 550 0 และ 13
คว/ตน ตามลาดบ (Mekonnen and Hoekstra, 2011) สวนการผลตเอทานอลจากมนสาปะหลงมวอเตอร
ํ
ิ
ั
ั
ํ
ิ
ั
ั
ี
๊
ิ
ิ
ฟุตพรินท 2,544 ลตรนํา/ลตรเอทานอล (อนัตยา และคณะ, 2557) โดยปริมาณ 64 - 77 % เปนกรีนวอเตอร (ช ิ
้
นาธิปกรณ และ ธํารงรัตน, 2554; อนัตยา และคณะ, 2557) ซึ่งติดมากับการผลิตมันสําปะหลังในแปลง ทําใหเหน
็
ิ
้
ึ
ู
ํ
ิ
๊
วาการผลตในภาคเกษตรใชน้ามาก หากผลผลตตอไรสงขนจะสามารถลดขนาดของวอเตอรฟุตพรินทลงไดอีก
ึ
ํ
ั
ู
ั
ั
่
ํ
ี
ดงนันการจดการน้าในแปลงปลกมนสาปะหลง และการเพิมผลผลตตอไรมความสาคญ จงดาเนินการศกษาเพือ
ิ
่
ั
ํ
ํ
ั
้
ึ
ประเมินปริมาณการใชน้ําตั้งแตปลูกจนกระทั่งไดผลผลตหวสด 1 ตัน ปริมาณน้ําใชสวนตางๆ และระยะเวลาทเกิด
ี่
ิ
ั
ี
ู
่
ั
่
ั
่
การใชน้า ในสภาพเงือนไขทมการจดการน้าแตกตางกันจากแปลงปลกจริง ประกอบการตดสนใจเกียวกับการ
ี
ํ
ํ
ิ
จัดการน้ํามีอยูอยางจํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพ
วิธีดําเนินการ
วิธีดําเนินงาน/ขั้นตอนการวิจัย
ํ
้
1. รวบรวมขอมล พืนทปลกมนสาปะหลงและกําหนดพืนทเก็บตวอยางสารวจ ในพื้นทปลกมันสาปะหลัง
ํ
ั
ี
ั
ู
่
้
ั
ู
ี
ี่
ู
ํ
่
ั
เขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน 7 จงหวัด ไดแก ชยภม เลย อุดรธานี กาฬสนธุ ขอนแกน สกลนคร และ
ิ
ั
ี
ู
ิ
มกดาหาร
ุ
2. สารวจเก็บขอมลแปลงเกษตรกรในจังหวัดแหลงปลูกมันสําปะหลังที่สาคัญ
ู
ํ
ํ
3. การวิเคราะหวอเตอรฟุตพรินทของมันสําปะหลังของเกษตรกรแตละฤดกาล
้
ู
ผลและวิจารณผลการทดลอง
ํ
่
ู
จากขอมลพืนทปลกมนสาปะหลง ปเพาะปลก 2559/2560 กําหนดจดสารวจและเก็บรวบรวมขอมล
ุ
ู
ํ
ั
้
ั
ี
ู
ู
้
ั
ั
ี
พื้นท่ปลูกมันสําปะหลังพื้นท่ภาคนะวันออกเฉียงเหนือตอนบนตามสดสวนของพืนทเพาะปลูกมนสําปะหลังใน
ี
ี
่
ิ
จังหวัดทมีพื้นทปลูกมันสาปะหลังมากกวา 100,000 ไรขึ้นไป ตามขอมูลสถิตการเกษตรของประเทศไทย ป 2559
ํ
ี่
ี่
ี
ี
สานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2560) ซึ่งในพืนทภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน มจงหวัดทมพืนทปลกตามท ี ่
่
ี
ี
ั
่
ํ
่
ี
้
้
ู
ี
ิ
ํ
ั
กําหนดจานวน 7 จงหวัด ไดแก จงหวัดชยภม เลย อุดรธานี กาฬสนธุ ขอนแกน สกลนคร และมกดาหาร
ั
ิ
ู
ั
ุ
้
ู
ั
ู
ิ
่
ี
ู
่
ํ
ํ
ั
ี
ั
ํ
้
ั
ดาเนินการสุมสมภาษณเกษตรกรและสารวจพืนทปลกมนสาปะหลง ตามสดสวนพืนทปลกโดยใชขอมลปการผลต
ี
้
่
ี
2559/2560 รวมสมภาษณเกษตรกร 101 ราย พืนท 1,337 ไร (ตารางท 1) โดยใชแบบสมภาษณซึงประกอบดวย
ั
่
่
ั
ู
ั
ู
ิ
ิ
ั
ํ
การใชพันธุมนสาปะหลง การเตรียมแปลงปลก การปรับปรุงดนกอนปลก การใชปจจยการผลตทางเกษตรตางๆ
ั
่
ํ
ุ
ี
่
การจดการดแลรักษา การใหน้าชลประทาน (ถาม) และการเก็บเกียวผลผลต ไดแก อายเก็บเกียว เดือนเก็บเกียว
ั
่
ู
ิ
ผลผลตหวสดตอไร และปริมาณแปงในหวสด ผลการสมภาษณเกษตรกรและสารวจพืนทปลกมนสาปะหลัง แยก
ํ
ั
ิ
ั
ั
ี
ั
ํ
้
่
ู
ิ
สรุปเปนรายปเพาะปลกเพือการคานวณวอเตอรฟุตปรินทแตละรายแตละปการผลต ซึงสามารถสรุปในสวนของ
่
ํ
่
ู
ู
ู
ฤดกาลผลตของปเพาะปลก 2560/61 2561/62 และ 2562/63
ิ
ี
ภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน ปการผลต 2560/61 มการใชพันธุมนสาปะหลงหลากหลายสวนใหญ
ํ
ิ
ั
ี
ั
เปนพันธุของกรมวิชาการเกษตร ไดแก พันธุระยอง 72 ระยอง 5 ระยอง 7 ระยอง 9 ระยอง 11 ระยอง 86-13
342
รวมพื้นที่คิดเปนรอยละ 64.6 และพันธุของหนวยงานอื่นไดแก พันธุเกษตรศาสตร 50 หวยบง 60 และหวยบง 80
ื่
ื่
ี่
คิดเปนรอยละ 32.1 และยังมีพันธุอื่นๆ ที่เรียกชอตางกันและไมทราบชอพันธุทถูกตอง คิดเปนรอยละ 3.3 พันธุท ี่
นิยมปลูกมากท่สุด ไดแก พันธุเกษตรศาสตร 50 ท่มีการใชรอยละ 19.0 รองลงมาไดแก พันธุระยอง 72 และ
ี
ี
ี
ู
่
ี
ั
ํ
ิ
ั
ระยอง 11 มการใชรอยละ 18.7 และ 12.0 ตามลาดบ (ตารางท 2) ในฤดกาลผลต 2561/62 เกษตรกรยงนิยม
ุ
ปลูกพันธุเกษตรศาสตร 50 มากที่สุดรอยละ 17.8 และพันธุของกรมวิชาการเกษตรก็ยังเปนพันธุที่ครอบคลมพื้นท ี่
ปลูกมันสําปะหลังมากที่สุดรอยละ 66.5 เชนเดียวฤดูกาลผลิตป 2562/2563 เกษตรกรยังคงใชพันธุเดิม
้
ี
ตารางท 1 จานวนเกษตรกรทสมภาษณ และพืนทสารวจ การผลตมนสาปะหลงของเกษตรกรปลกมนสาปะหลง ั
ี่
ํ
่
ี
ั
ู
ํ
ั
ั
ิ
ํ
ั
ํ
่
ในเขตภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน ในปการผลต 2559
ิ
ี
จังหวัด พื้นที่เพาะปลูก สัมภาษณเกษตรกร พื้นที่สํารวจ
1/
ป 2559 (ไร) (ราย) (ไร)
ื
ี
ภาคตะวันออกเฉยงเหนอตอนบน
1. ชัยภูมิ 541,038 28 363
2. เลย 354,728 18 325
3. อดรธาน ี 311,802 16 258
ุ
4. กาฬสินธุ 252,183 13 154
5. ขอนแกน 206,444 10 110
6. สกลนคร 130,762 9 80
7. มกดาหาร 142,308 7 47
ุ
รวม 1,939,265 101 1,337
1/ ขอมูลจาก สถิติการเกษตรของประเทศไทย ป 2559 สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2560)
ั
ตารางท 2 รอยละของการใชพันธุมนสาปะหลงของเกษตรกร 7 จงหวัด ภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน ในป
ั
ี
ั
ํ
ี่
การเพาะปลก 2560/61 2561/62 และ 2562/2563
ู
ุ
ปการเพาะปลูก (%การใชพันธ)
พันธ ุ
2560/61 2561/62 2562/63
ระยอง 5 10.3 9.9 9.9
ระยอง 72 13.8 15.5 15.5
ระยอง 7 1.2 0.8 0.8
ระยอง 9 11.2 10.9 10.9
ระยอง 11 8.3 8.6 8.6
ระยอง 86-13 0.3 0.2 0.2
กษ 50 18.5 17.8 17.8
กษ 72 0.1 0.3 0.3
หวยบง 60 5.8 8.7 8.7
หวยบง 80 7.6 5.6 5.6
หวยบง 90 0.1 0.1 0.1
ระยองอืนๆ 19.5 20.6 20.6
่
พันธอื่นๆ 3.3 1.1 1.1
หมายเหตุ : การสํารวจในครั้งนี้สัมภาษณเกษตรกรในอําเภอที่มีพื้นที่การปลูกมันสําปะหลังมากในแตละจังหวัด
343
การวิเคราะหวอเตอรฟุตพริ้นทของการผลิตมันสําปะหลัง
ปการผลิต 2560/61
การวิเคราะหวอเตอรฟุตพรินทการปลกมนสาปะหลงของเกษตรกรในแหลงปลก 7 จงหวัด ปการผลต
้
ู
ู
ั
ํ
ั
ิ
ั
ํ
ั
ั
ุ
ิ
2560/61 การใหผลผลตหวสดตอไร และการใชปยไนโตรเจนเปนปจจยสาคญในการกําหนดคาวอเตอรฟุต พริ้นต
ั
ู
ู
ุ
ี
่
ู
ั
ี
ั้
ทงนี้ไดรวบรวมและวิเคราะหขอมลอุตนิยมวิทยาในแตละแหลงปลก รวมทงขอมลในกรณแปลงเกษตรกรทใหน้า
ํ
้
่
ิ
ู
ํ
เสริมในการผลตมนสาปะหลัง และจดการขอมลใหสามารถเชอมโยงกับวันปลก วันเก็บเกียวในแตละราย และ
ั
ั
ู
ื
่
นํามาวิเคราะหหาคาการคายระเหยน้ําของพืชอางอิง คาความตองการน้ําของการปลูกมันสําปะหลัง เพื่อวิเคราะห
คากรีนวอเตอรฟุตพริ้นต (WFGreen) และคาบลูวอเตอรฟุตพริ้นต (WFBlue) และคาเกรยวอเตอรฟุตพรินท
้
ั
(WFgray) ของการปลกมนสาปะหลง
ั
ู
ํ
ภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน ใหผลผลิตเฉลี่ย 4.5 ตันตอไร จังหวัดอุดาธานี ใหผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 5.8
ี
่
ุ
ี
่
ํ
ั
ุ
ิ
ั
ั
ตนตอไร สวนจงหวัดเลย และขอนแกนใหผลผลตตาสด 3.9 ตนตอไร สวนปริมาณการใชปยไนโตรเจนเฉลย 5.8
กิโลกรัมตอไร จังหวัดกาฬสินธุมีการใชปุยไนโตรเจนสูงสุด 7.6 กิโลกรัมตอไร และจังหวัดมุกดาหารใชปุยไนโตรเจน
ต่ําสุด 4.2 กิโลกรัมตอไร สวนคาเกรยวอเตอรฟุตพริ้นทเฉลี่ย 29.8 ลูกบาศกเมตรตอตันหัวสด โดยจังหวัดกาฬสินธุ
่
ี
ุ
ี
ี
ั
ั
ั
ู
้
มคากรีนวอเตอรฟุตพรินทสงสดท 36.1 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด และจงหวัดอุดรธานี มคาเกรยวอเตอรฟุตพ
ู
ํ
ั
ั
รินทตาสดท 25.0 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด มคากรีนวอเตอรฟุตพรินทเฉลย 119.1 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด
้
ั
ู
่
่
่
ู
้
ุ
ี
ี
ั
ี
ี
่
ู
ุ
ู
จงหวัดสกลนครมีคากรีนวอเตอรฟุตพรินตสงทสด 180 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด ในขณะทจงหวัดอุดรธานีมีคา
ั
ั
้
ั
ี่
ั
ั
ั
ั
ี่
ู
้
กรีนวอเตอรฟุตพรินตต่ําทสุดที่ 74 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด โดยทั้ง 7 จังหวัดไมมีการใหน้ํา อาศยน้ําฝน จึงทํา
ั
ั
ู
ู
้
ใหคาบลวอเตอรฟุตพรินตเปน และคาเฉลยวอเตอรฟุตพรินตเทากับ 148.9 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด (ตารางท ี ่
้
ี
่
3)
ปการผลิต 2561/62
ปการผลต 2561/62 ใหผลผลิตหวสดเฉลีย 4.4 ตันตอไร ใกลเคยงกับปการผลต 2560/2561 โดยจังหวัด
ี
ั
่
ิ
ิ
่
ี
ู
ํ
่
ุ
ั
อุดรธานีใหผลผลตหวสดเฉลยสงสด 6.1 ตนตอไร ในขณะทจงหวัดมกดาหารใหผลผลตหวสดเฉลยตาสด 3.4 ตน
่
ุ
ี
ิ
ุ
ั
ั
ิ
่
ี
ั
ั
ตอไร สาหรับวิเคราะหคาเกรยวอเตอรฟุตพรินท พบวา เกษตรกรใชปยไนโตรเจนในกระบวนการผลตเฉลย 6.4
ุ
ี
ิ
่
้
ํ
้
ํ
กิโลกรัมไนโตรเจนตอไร เมอคานวณปริมาณน้ําทใชบําบัดไนโตรเจนของกระบวนการผลต (เกรยวอเตอรฟุตพรินท)
ื
ี
่
่
ิ
มีคา 33.1 ลูกบาศกเมตรตอน้ําหนักหัวสด 1 ตน (ตารางท 4)
ี
่
ั
ั
ุ
จังหวัดมุกดาหารมีคากรีนวอเตอรฟุตพรินตสูงทสด 211.3 ลบ.ม.ตอตันหวสด ในขณะที่จังหวัดอุดรธานีมี
ี่
้
ี
คากรีนวอเตอรฟุตพรินตตาทสดท 78.3 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด โดยทง 7 จงหวัดไมมการใหน้า อาศยน้าฝน
ํ
ํ
ั
่
ํ
่
ุ
ี
ู
ั
ั
้
่
ั
ี
ั
้
่
ํ
ึ
้
จงทาใหคาบลูวอเตอรฟุตพริ้นตเปนศูนย และคาเฉลียกรีนวอเตอรฟุตพรินตของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
130 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด และคาเฉลี่ยวอเตอรฟุตพรินตเทากับ 163.0 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด
ั
ู
ั
ั
ั
ู
้
ปการผลิต 2562/63
ู
สารวจและสมภาษณเก็บรวบรวมขอมลเกษตรกรผปลกมนสาปะหลงโดยเนนในแหลงปลกเดมในปการ
ํ
ู
ู
ู
ํ
ั
ั
ิ
ั
ี
ผลิต 2562/63 ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน ชะลอไปในชวงสถานการณการระบาดของโค
ํ
วิค และการปรับลดงบประมาณ ทาใหการสารวจทาไดไมสมบูรณสวนที่ดําเนินการไดบางสวน พอสรุปได ดังนี้
ํ
ํ
344
่
ั
ี
ี
ิ
ู
ั
ู
ั
ภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน การวิเคราะหขอมลในแหลงปลกทง 7 จงหวัด ใหผลผลตหวสดเฉลย
้
ี
5.9 ตันตอไร มากกวาปการผลต 2561/2562 โดยจังหวัดอุดรธานีใหผลผลิตหัวสดเฉล่ยสูงสุด 7.6 ตันตอไร
ิ
่
ในขณะท่จังหวัดกาฬสินธุใหผลผลิตหัวสดเฉล่ยตําสุด 4.6 ตันตอไร สําหรับวิเคราะหคาเกรยวอเตอรฟุตพรินท
ี
้
ี
ี่
พบวา เกษตรกรใชปุยไนโตรเจนในกระบวนการผลิตเฉลีย 9.6 กิโลกรัมไนโตรเจนตอไร เมื่อคํานวณปริมาณน้ําทใช
่
บําบัดไนโตรเจนของกระบวนการผลต (เกรยวอเตอรฟุตพริ้นท) มีคา 33.4 ลูกบาศกเมตรตอน้ําหนักหัวสด 1 ตน
ิ
ั
จังหวัดกาฬสินธุมีคากรีนวอเตอรฟุตพรินตสูงท่สุด 94.4 ลูกบาศกเมตรตอตันหัวสด ในขณะท่จังหวัด
ี
้
ี
ู
้
ี
ํ
ั
ุ
่
ี
ี
ขอนแกนมคากรีนวอเตอรฟุตพรินตตาทสดท 58.9 ลกบาศกเมตรตอตนหวสด โดยทง 7 จงหวัดไมมการใหน้า
้
ั
ํ
ั
ั
่
่
ี
ู
อาศยน้าฝน จงทาใหคาบลวอเตอรฟุตพรินตเปนศนย และคาเฉลยกรีนวอเตอรฟุตพรินตของภาค
ู
ี
่
ึ
้
ํ
ั
้
ํ
ี
ี
ตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน 76.3 ลูกบาศกเมตรตอตันหัวสด และคาเฉล่ยวอเตอรฟุตพริ้นตเทากับ 109.7
ลกบาศกเมตรตอตนหวสด
ู
ั
ั
ตารางที่ 3 ผลผลิตหวสดเฉลี่ยตอไร ปริมาณการใชปุยไนโตรเจนเฉลยและเกรยวอเตอรของการปลูกมนสําปะหลัง
ั
ั
ี่
ี
7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน ในปการผลิต 2560/61
ิ
ปรมาณการใช
่
ผลผลิตเฉลีย WFgray WFgreen WFblue WF
จังหวัด ปุยไนโตรเจนเฉลี่ย
ั
ั
ั
(ตน/ไร) (ลบ.ม./ตนหวสด) (ลบ.ม./ตนหวสด) (ลบ.ม./ตนหวสด) (ลบ.ม./ตนหวสด)
ั
ั
ั
ั
ั
ั
(กก./ไร)
1. ชัยภูมิ 4.1 5.4 29.6 132.0 0 161.6
2. เลย 3.9 5.5 29.9 120.0 0 149.9
ุ
3. อดรธาน ี 5.8 6.2 25.0 74.0 0 99.0
4. กาฬสินธ ุ 4.5 7.6 36.1 119.0 0 155.1
5. ขอนแกน 3.9 5.7 28.7 107.0 0 135.7
6. สกลนคร 4.5 5.8 29.3 180.0 0 209.3
ุ
7. มกดาหาร 4.6 4.2 29.9 102.0 0 131.9
เฉลี่ย 4.5 5.8 29.8 119.1 0 148.9
ิ
่
ุ
ตารางท 4 ผลผลตหัวสดเฉลียตอไร ปริมาณการใชปยไนโตรเจนเฉลยและวอเตอรฟุตปรินทของการปลูกมัน
ี่
ี
่
ี
สําปะหลัง 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉยงเหนือตอนบน ในปการผลิต 2561/62
ผลผลิตเฉลี่ย ปริมาณการใชปุยไนโตรเจนเฉลี่ย WFgray WFgreen WFblue WF
จังหวัด (ตัน/ไร) (กก./ไร) (ลบ.ม./ตันหัวสด) (ลบ.ม./ตันหัว (ลบ.ม./ตันหัว (ลบ.ม./ตันหัว
สด) สด) สด)
1. ชัยภูมิ 4.1 5.4 28.8 141.6 0 170.4
2. เลย 4.0 9.6 57.0 136.6 0 193.6
ุ
3. อดรธาน ี 6.1 6.5 24.4 78.3 0 102.7
4. กาฬสินธ ุ 4.8 5.2 18.2 90.2 0 108.4
5. ขอนแกน 5.1 5.9 23.9 123.0 0 146.9
6. สกลนคร 3.5 3.5 21.7 128.8 0 150.5
ุ
7. มกดาหาร 3.4 9.0 57.4 211.3 0 268.7
เฉลี่ย 4.4 6.4 33.1 130.0 0 163.0