The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Saowanee Laojaroen, 2023-06-28 00:02:25

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 (เล่มรวม)

รวมเล่ม ภาคเรียนที่ 1

315


316


317


318 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เรื่องแรงระหว่างแม่เหล็ก คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลงานของนักเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน รายการประเมิน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 2. ผลงานมีความเป็นระเบียบ สวยงาม 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด รวม เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน


319 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เรื่องแรงระหว่างแม่เหล็ก คะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ำกว่า 7 ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระ ของ ผลงานถูกต้อง ครบทุกจุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 1 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 2-3 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 4-5 จุด เนื้อหาสาระของ ผลงาน บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 2. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ สวยงาม ผลงานมีความ เป็นระเบียบ แสดงออก ถึงความ ประณีต ลงสีสวยงาม ครบทุกจุด ผลงานขาด ระเบียบและ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 1 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 2-3 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และตกแต่ง ระบายสีสีมี ความบกพร่อง 4-5 จุด ผลงานขาด ระเบียบ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด เสร็จทันเวลา ภายใน 30 นาที เกิน กำหนดเวลา 1-3 นาที เกิน กำหนดเวลา 4-6 นาที เกิน กำหนดเวลา 7-9 นาที เกินกำหนดเวลา 10 นาที ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


320 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์ให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง (70%) ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง (50%) ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


321 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องแรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เวลา 6 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 35 เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก เวลา 1 ชั่วโมง สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.2 ป.3/4 ระบุขั้วแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่เกิดขึ้นระหว่างขั้วแม่เหล็ก เมื่อนำมา เข้าใกล้กัน จากหลักฐานเชิงประจักษ์ สาระสำคัญ แม่เหล็กเป็นวัสดุที่เป็นโลหะอย่างหนึ่ง มีหลายรูปร่าง เช่น รูปแท่งสี่เหลี่ยม รูปตัวยู รูปเกือกม้า หรือวงแหวน เป็นต้น โดยแม่เหล็กเป็นสารที่สามารถดูดหรือผลักกันเองได้และสามารถดูดสารแม่เหล็กได้ โดยการเหนี่ยวนำ แม่เหล็กโดยทั่วไปจะหมายถึง แม่เหล็กธรรมชาติที่สามารถดูดเหล็กและนิเกิลได้ซึ่งแท่ง แม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ และขั้วใต้ เมื่อปล่อยให้แม่เหล็กหมุนอย่างอิสระแล้วหยุดนิ่งพบว่า แม่เหล็กจะวางตัวในแนวทิศเหนือและทิศใต้เสมอ นอกจากนี้อำนาจแม่เหล็กจะมีความแรงมากที่บริเวณ ปลายทั้งสองข้างของแท่งแม่เหล็ก ซึ่งเราเรียกว่า “ขั้วแม่เหล็ก” ส่วนบริเวณที่ถัดเข้าไปอำนาจแม่เหล็กจะ อ่อนลงตามลำดับ และตอนบริเวณกลางแท่งจะมีอำนาจแม่เหล็กน้อยที่สุด และแรงแม่เหล็กที่เกิดขึ้น ระหว่างแม่เหล็กกับแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ส่วนขั้วต่างชนิดกันจะดูดกัน ซึ่งแม่เหล็ก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ทำเข็มทิศ ใช้ทำส่วนประกอบของของใช้ เช่น กระเป๋า กล่อง ดินสอ ขอบประตูตู้เย็น แม่เหล็กจะช่วยให้ฝาสิ่งของเหล่านี้ปิดสนิท เป็นต้น


322 จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด - นักเรียนบอกประโยชน์ของแม่เหล็กได้(K) - นักเรียนทำกิจกรรมเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็กได้ (P) - นักเรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในกิจกรรมเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก (A) สาระการเรียนรู้ แรงแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างแม่เหล็กกับสารแม่เหล็ก หรือแม่เหล็กกับแม่เหล็ก โดยที่ แม่เหล็กมี 2 ขั้ว คือขั้วเหนือและขั้วใต้ ขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ต่างชนิดกันจะดูดกัน สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engage) 1. ครูนำภาพสิ่งของ (ตู้เย็น กล่องดินสอ) ให้นักเรียนดู สังเกตภาพ แล้วตอบประเด็นคำถาม ดังนี้ - สิ่งของในภาพ คือ อะไรบ้าง - สิ่งของในภาพ เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กอย่างไร 2. นักเรียนทุกคนในห้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นคำถามข้างต้น แล้วร่วมกันพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น


323 ขั้นสำรวจและค้นหา (Explore) 3. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน เพื่อทำกิจกรรมเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก โดยที่ แต่ละกลุ่มจะได้รับสื่อการสอนเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก แล้วให้แต่ละกลุ่มปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ - ศึกษาสื่อการสอน ใบความรู้เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก - ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้รับ แล้วเขียนแผนผังความคิดเรื่องประโยชน์ของ แม่เหล็ก 4. หลังจากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง แล้วให้นักเรียนคนอื่นๆ ในชั้นเรียนอภิปรายร่วมกัน ขั้นอธิบาย (Explain) 5. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรายความรู้ที่ได้จากกิจกรรม เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก 6. ครูอธิบายเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก โดยอธิบายว่าแม่เหล็กเป็นวัสดุที่เป็นโลหะอย่างหนึ่ง มี หลายรูปร่าง เช่น รูปแท่งสี่เหลี่ยม รูปตัวยู รูปเกือกม้า หรือวงแหวน เป็นต้น โดยแม่เหล็กเป็นสารที่ สามารถดูดหรือผลักกันเองได้และสามารถดูดสารแม่เหล็กได้โดยการเหนี่ยวนำ แม่เหล็กโดยทั่วไปจะ หมายถึง แม่เหล็กธรรมชาติที่สามารถดูดเหล็กและนิเกิลได้ซึ่งแท่งแม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ และ ขั้วใต้ เมื่อปล่อยให้แม่เหล็กหมุนอย่างอิสระแล้วหยุดนิ่งพบว่า แม่เหล็กจะวางตัวในแนวทิศเหนือและทิศใต้ เสมอ นอกจากนี้อำนาจแม่เหล็กจะมีความแรงมากที่บริเวณปลายทั้งสองข้างของแท่งแม่เหล็ก ซึ่งเรา เรียกว่า “ขั้วแม่เหล็ก” ส่วนบริเวณที่ถัดเข้าไปอำนาจแม่เหล็กจะอ่อนลงตามลำดับ และตอนบริเวณกลาง แท่งจะมีอำนาจแม่เหล็กน้อยที่สุด และแรงแม่เหล็กที่เกิดขึ้นระหว่างแม่เหล็กกับแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็กชนิด เดียวกันจะผลักกัน ส่วนขั้วต่างชนิดกันจะดูดกัน ซึ่งแม่เหล็กสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ทำ เข็มทิศ ใช้ทำส่วนประกอบของของใช้ เช่น กระเป๋า กล่องดินสอ ขอบประตูตู้เย็น แม่เหล็กจะช่วยให้ฝา สิ่งของเหล่านี้ปิดสนิท เป็นต้น


324 ขั้นขยายความรู้ (Elaborate) 7. ครูอธิบายขยายความรู้โดยใช้คลิปวิดีโอเรื่องประโยชน์แม่เหล็ก จากโปรแกรม You Tube (ยู ทูป) https://www.youtube.com/watch?v=46TjDttgUIg ขั้นประเมินผล (Evaluate) 8. นักเรียนและคุณครูร่วมกันสรุปว่า แม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ (North Pole “N”) และ ขั้วใต้ (South Pole “S”) เมื่อปล่อยให้แม่เหล็กหมุนอย่างอิสระแล้วหยุดนิ่งพบว่า แม่เหล็กจะวางตัวใน แนวทิศเหนือและทิศใต้เสมอ ดังนั้นจึงนำแม่เหล็กมาประยุกต์ใช้ในการทำเข็มทิศ โดยขั้วเหนือของเข็มทิศ จะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ นอกจากนี้อำนาจแม่เหล็กจะมีความแรงมากที่บริเวณปลายทั้งสองข้างของแท่ง แม่เหล็ก ซึ่งเราเรียกว่า “ขั้วแม่เหล็ก” ส่วนบริเวณที่ถัดเข้าไปอำนาจแม่เหล็กจะอ่อนลงตามลำดับ และ ตอนบริเวณกลางแท่งจะมีอำนาจแม่เหล็กน้อยที่สุด สารแม่เหล็ก คือ สารที่ออกแรงดึงดูดหรือผลักกับ แม่เหล็ก 9. นักเรียนทำใบงานเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก 10. ครูประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียนโดยการตั้งคำถาม และให้นักเรียนประเมินความรู้ ความเข้าใจและความสามารถของตนเอง สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 2. สื่อการเรียนรู้เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก 3. คลิปวิดีโอในโปรแกรมYou Tube (ยูทูป) เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก https://www.youtube.com/watch?v=46TjDttgUIg


325 การวัดผลประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนบอกประโยชน์ของ แม่เหล็กได้ (K) ประเมินและตรวจผลงาน จากกิจกรรมเรื่องประโยชน์ ของแม่เหล็กได้ (P) แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผลงานนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. นักเรียนทำกิจกรรม เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็กได้ (P) สังเกตพฤติกรรมจากจาก กิจกรรม เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก ได้ (P) แบบสังเกต พฤติกรรมนักเรียน พฤติกรรมนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 3. นักเรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในกิจกรรมเรื่องประโยชน์ของ แม่เหล็ก (A) สังเกตพฤติกรรมจากจาก กิจกรรม เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก ได้ (P) แบบสังเกต พฤติกรรมนักเรียน พฤติกรรมนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป


326


327


328 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลงานของนักเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน รายการประเมิน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 2. ผลงานมีความเป็นระเบียบ สวยงาม 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด รวม เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน


329 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก คะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ำกว่า 7 ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระ ของ ผลงานถูกต้อง ครบทุกจุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 1 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 2-3 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 4-5 จุด เนื้อหาสาระของ ผลงาน บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 2. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ สวยงาม ผลงานมีความ เป็นระเบียบ แสดงออก ถึงความ ประณีต ลงสีสวยงาม ครบทุกจุด ผลงานขาด ระเบียบและ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 1 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 2-3 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และตกแต่ง ระบายสีสีมี ความบกพร่อง 4-5 จุด ผลงานขาด ระเบียบ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด เสร็จทันเวลา ภายใน 30 นาที เกิน กำหนดเวลา 1-3 นาที เกิน กำหนดเวลา 4-6 นาที เกิน กำหนดเวลา 7-9 นาที เกินกำหนดเวลา 10 นาที ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


330 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์ให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง (70%) ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง (50%) ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


แผนการจัดการเรียนรู้ กกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องรู้คิด พิชิตเทคโนโลยี เวลา 3 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 36 เรื่องการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เวลา 1 ชั่วโมง สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และและการ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 4.2 ป.3/1 แสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ สาระสำคัญ อัลกอริทึม หมายถึง ลำดับขั้นตอนในการแก้ปัญหา หรือขั้นตอนการทำงาน ให้สำเร็จอย่าง รวดเร็วที่สุด การแก้ปัญหา จึงเป็นการนำขั้นตอนและวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ตามที่ต้อง การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณเป็นกระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เช่น การ จัดลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างสรรค์วิธีการแก้ปัญหาทีละขั้นตอน เรียกว่า อัลกอริทึม (Algorithm) การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ โดยทุกสิ่งทุก อย่างรอบตัวเราสามารถนำมาเขียนเป็นอัลกอริทึมได้ เช่น กิจวัตรประจำวันของนักเรียน การจัด ตารางสอน ขั้นตอนการปรุงอาหาร วิธีการเขียนอัลกอริทึมไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เพียงแต่ต้องเขียนเป็น ลำดับขั้นตอน และเข้าใจได้ง่าย


332 จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด - นักเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณได้ (K) - นักเรียนสามารถแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณได้ (P) - นักเรียนสามารถประยุกต์การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณในชีวิตประจำวันได้ (A) สาระการเรียนรู้ อัลกอริทึมเป็นขั้นตอนที่ใช้ในการแก้ปัญหา การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ตัวอย่างปัญหา เช่น เกมเศรษฐีเกมบันไดงู เกม Tetris เกม OX การเดินไป สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engage) 1. ครูบอกนักเรียนว่าครูจะบอกคำทั้งหมด 25 คำให้นักเรียนตั้งใจฟัง โดยห้ามจดลงในกระดาษ ให้จำคำให้ได้มากที่สุด 2. ครูเริ่มบอกคำทั้ง 25 คำดังนี้ ประตู ต้นไม้ ยางลบ เขียว ทอง สถานี ซ้าย และ เสบียง หลังคา ครัว ไม้หมอน ทอง ธงชัยแมคอินไตย หน้าต่าง รั้ว และ บันได ราง ขวา ชานชาลา และ กล้วย หนังสือ ส้มตำ


333 3. เมื่อบอกครบครูให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมา 1-2 คนหน้าห้อง จากนั้นให้เพื่อนช่วยกันบอกคำ ที่จำได้ให้ตัวแทนจดลงบนกระดานหน้าชั้นเรียน 4. ครูตรวจสอบคำที่นักเรียนจดลงบนกระดานครบและถูกต้องหรือไม่ 5. ครูชี้แจงว่า นักเรียนทราบหรือไม่ ว่าทำไมนักเรียนถึงไม่สามารถจำคำได้ทั้งหมดถึง 25 คำ แล้วนักเรียนมีวิธีอย่างไรในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้(แนวการตอบ : ตามดุลยพินิจของนักเรียน) ขั้นสำรวจและค้นหา (Explore) 6. ครูจัดกิจกรรมแก้ปัญหาให้ฉันหน่อย โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะได้รับแผ่นภาพที่เป็นสถานการณ์ปัญหาในชีวิตประจำวัน ให้แต่ละกลุ่ม ช่วยกันระดมความคิด แล้วหาแนวทางในการแก้ปัญหานั้น 8. เมื่อครบกำหนดเวลา นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมมานำเสนอหน้าชั้นเรียน แล้วอภิปรายร่วมกัน ทั้งชั้นเรียน ขั้นอธิบาย (Explain) 9. ครูอธิบายว่าสิ่งที่พบเจอในชีวิตประจำวันเรามักพบเจอสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นปัญหา ครู ยกตัวอย่างว่า “วันนี้ตื่นสายแล้วจะไปโรงเรียนด้วยวิธีใดจึงจะไปทันเวลาเข้าสอบ” นักเรียนทราบหรือไม่ ว่าปัญหาเหล่านี้เราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร 10. ปัญหาเหล่านี้เราสามารถแก้ปัญหา โดยการใช้ขั้นตอนในการแก้ปัญหา ประกอบด้วย 1) พิจารณาและกำหนดรายละเอียดของปัญหา 2) วางแผนและออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 3) ลงมือแก้ปัญหาตามแผนที่วางไว้ 4) ตรวจสอบผลการแก้ปัญหา ขั้นขยายความรู้ (Elaborate) 11. ครูอธิบายขยายความรู้ให้นักเรียนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณ ดังนี้ 1) การแบ่งแยกส่วนของปัญหา (Decomposition) 2) การหารูปแบบของปัญหา (Pattern recognition) 3) การหาส่วนสำคัญของปัญหา (Abstraction) 4) การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา (Algorithm)


334 ขั้นประเมินผล (Evaluate) 12. นักเรียนทำใบงาน เรื่องการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน 13. นักเรียนและคุณครูร่วมกันสรุปว่า ครูสอบถามนักเรียนว่าจากปัญหาการจดจำคำ 25 คำ ข้างต้นนักเรียนสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ จากการเรียน เรื่อง การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและการ แก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณ ไปแล้ว สามารถนำมาแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ได้อย่างไร (แนวการตอบ: นักเรียนทราบแล้วว่าคำทั้งหมด มี 25 คำ ให้นับเพื่อนทั้งหมดในห้องว่ามีกี่คน จากนั้นแบ่งให้เพื่อนจดจำ คำคนละเท่า ๆ กัน เช่น มีทั้งหมด 25 คนก็จำคนละ 1 คำจะสามารถจดจำและเขียนบนกระดานได้ครบ และถูกต้องทั้งหมด 25 คำ) การใช้ขั้นตอนในการแก้ปัญหา ประกอบด้วย 1) พิจารณาและกำหนดรายละเอียดของปัญหา 2) วางแผนและออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 3) ลงมือแก้ปัญหาตามแผนที่วางไว้ 4) ตรวจสอบผลการแก้ปัญหา การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณ ดังนี้ 1) การแบ่งแยกส่วนของปัญหา (Decomposition) 2) การหารูปแบบของปัญหา (Pattern recognition) 3) การหาส่วนสำคัญของปัญหา (Abstraction) 4) การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา (Algorithm) 14. ครูเปิดโอกาสให้ซักถาม ในประเด็นที่สงสัย และครูประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียน โดยการตั้งคำถาม และให้นักเรียนประเมินความรู้ความเข้าใจและความสามารถของตนเอง สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 2. แผ่นภาพที่เป็นสถานการณ์ปัญหาในชีวิตประจำวัน


335 การวัดผลประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ขั้นตอนการแก้ปัญหาโดยใช้ แนวคิดเชิงคำนวณได้ (K) ประเมินและตรวจผลงาน จากใบงานเรื่องการ แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผลงานนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถแก้ปัญหา โดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณได้ (P) ประเมินและตรวจผลงาน จากใบงานเรื่องการ แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผลงานนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 3. นักเรียนสามารถประยุกต์การ แก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิง คำนวณในชีวิตประจำวันได้ (A) ประเมินและตรวจผลงาน จากใบงานเรื่องการ แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผลงานนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป


336


337


338


339


340


341


342


343


344


345


346


347


348 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 รู้คิดพิชิตเทคโนโลยีเรื่องการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลงานของนักเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน รายการประเมิน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 2. ผลงานมีความเป็นระเบียบ สวยงาม 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด รวม เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน


349 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 รู้คิดพิชิตเทคโนโลยีเรื่องการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน คะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ำกว่า 7 ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระ ของ ผลงานถูกต้อง ครบทุกจุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 1 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 2-3 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 4-5 จุด เนื้อหาสาระของ ผลงาน บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 2. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ สวยงาม ผลงานมีความ เป็นระเบียบ แสดงออก ถึงความ ประณีต ลงสีสวยงาม ครบทุกจุด ผลงานขาด ระเบียบและ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 1 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 2-3 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และตกแต่ง ระบายสีสีมี ความบกพร่อง 4-5 จุด ผลงานขาด ระเบียบ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด เสร็จทันเวลา ภายใน 30 นาที เกิน กำหนดเวลา 1-3 นาที เกิน กำหนดเวลา 4-6 นาที เกิน กำหนดเวลา 7-9 นาที เกินกำหนดเวลา 10 นาที ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


350 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์ให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง (70%) ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง (50%) ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


351 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องรู้คิด พิชิตเทคโนโลยี เวลา 3 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 37 เรื่องการแสดงอัลกอริทึม เวลา 1 ชั่วโมง สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และและการ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 4.2 ป.3/1 แสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ สาระสำคัญ อัลกอริทึม หมายถึง ลำดับขั้นตอนในการแก้ปัญหา หรือขั้นตอนการทำงาน ให้สำเร็จอย่าง รวดเร็วที่สุด การแก้ปัญหา จึงเป็นการนำขั้นตอนและวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ตามที่ต้อง การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณเป็นกระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เช่น การ จัดลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างสรรค์วิธีการแก้ปัญหาทีละขั้นตอน เรียกว่า อัลกอริทึม (Algorithm) การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ โดยทุกสิ่งทุก อย่างรอบตัวเราสามารถนำมาเขียนเป็นอัลกอริทึมได้ เช่น กิจวัตรประจำวันของนักเรียน การจัด ตารางสอน ขั้นตอนการปรุงอาหาร วิธีการเขียนอัลกอริทึมไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เพียงแต่ต้องเขียนเป็น ลำดับขั้นตอน และเข้าใจได้ง่าย


352 จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด - นักเรียนเข้าใจขั้นตอนการแสดงอัลกอริทึมในการทำงานและการแก้ปัญหาได้ (K) - นักเรียนแสดงอัลกอริทึมในการทำงานและการแก้ปัญหาได้(P) - นักเรียนเห็นประโยชน์ของการแสดงอัลกอริทึมในการทำงานและการแก้ปัญหาได้ (A) สาระการเรียนรู้ อัลกอริทึมเป็นขั้นตอนที่ใช้ในการแก้ปัญหา การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ตัวอย่างปัญหา เช่น เกมเศรษฐีเกมบันไดงู เกม Tetris เกม OX การเดินไป สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engage) 1. ให้นักเรียนนำกระดาษและดินสอขึ้นมา เพื่อวาดภาพตามคำสั่ง ดังนี้ 1) หน้าวงกลม 2) มีหู 2 ข้าง 3) มีตา 1 ดวง 4) ผมยาว 5) ฟันหลอ 6) จมูกสามเหลี่ยม 7) ติดโบว์ 2. ให้นักเรียนยกภาพของตัวเองขึ้นมาให้เพื่อน ๆ ดูจะเห็นว่าภาพของนักเรียนที่ยกขึ้นมานั้น ต่างกันออกไปทั้งที่คำสั่งเป็นคำสั่งเดียวกันทั้งหมด


353 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า นักเรียนทราบหรือไม่ว่าครูให้คำสั่งแบบเดียวกันทั้งหมด แต่ทำไมภาพที่ ได้ของนักเรียนถึงแตกต่างกันออกไป (แนวการตอบ : ตามดุลยพินิจของนักเรียน) ขั้นสำรวจและค้นหา (Explore) 4. ครูจัดกิจกรรมฉันจะทำอย่างไร โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มจะได้รับแผ่นภาพและคำบรรยายที่เป็นสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิด แล้วหาแนวทางในการทำกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้น อย่างเป็นขั้นตอน 6. เมื่อครบกำหนดเวลา นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมมานำเสนอหน้าชั้นเรียน แล้วอภิปรายร่วมกัน ทั้งชั้นเรียน ขั้นอธิบาย (Explain) 7. ครูอธิบายว่าการที่ครูบอกคำสั่งให้นักเรียนปฏิบัติตามในตอนต้นนั้น เป็นการแสดงอัลกอริทึมที่ เป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือการทำงานที่อธิบายออกมาเป็นขั้นตอน แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความ ชัดเจนของการแสดงอัลกอริทึม การแสดงอัลกอริทึมจะต้องชัดเจนถึงจะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ จากนั้น ครูถามนักเรียนว่า อัลกอริทึมมีความสำคัญกับการแก้ปัญหาอย่างไร 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาทำได้หลายวิธี เช่น การเขียนบอกเล่า การวาดภาพ และการใช้สัญลักษณ์ 1) การเขียนบอกเล่า เป็นการแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา โดยใช้ข้อความในการเขียน อธิบายการทำงานแต่ละขั้นตอน


354 2) การวาดภาพ เป็นการแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา โดยการวาดภาพเพื่อแสดงลำดับ ขั้นตอนในการแก้ปัญหาแทนการใช้ข้อความ 3) การใช้สัญลักษณ์ เป็นการแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา โดยการนำสัญลักษณ์ในการ เขียนผังงาน (Flowchart) มาอธิบาย ซึ่งเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ จะใช้แทนความหมายที่ แตกต่างกัน ดังนี้


355 ขั้นขยายความรู้ (Elaborate) 9. ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ เพื่อให้นักเรียนแสดงอัลกอริทึมแต่ละรูปแบบ การเขียนบอกเล่า การวาดภาพ และการใช้สัญลักษณ์ ขั้นประเมินผล (Evaluate) 10. นักเรียนทำใบงาน เรื่องอัลกอริทึม 11. นักเรียนและคุณครูร่วมกันสรุปว่า ครูสุ่มนักเรียนเพื่อสรุปความรู้เรื่องการแสดงอัลกอริทึม ทั้ง การบอกเล่า การวาดภาพ การใช้สัญลักษณ์และเพิ่มเติมความรู้ให้กับนักเรียน เรื่อง การแสดงอัลกอริทึม 12. ครูเปิดโอกาสให้ซักถาม ในประเด็นที่สงสัย และครูประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียน โดยการตั้งคำถาม และให้นักเรียนประเมินความรู้ความเข้าใจและความสามารถของตนเอง สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 2. แผ่นภาพที่เป็นสถานการณ์ปัญหาในชีวิตประจำวัน


356 การวัดผลประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนเข้าใจขั้นตอนการ แสดงอัลกอริทึมในการ ทำงานและการแก้ปัญหาได้ (K) ประเมินและตรวจ ผลงาน จากใบงานเรื่อง อัลกอริทึม แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผลงานนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. นักเรียนแสดงอัลกอริทึม ในการทำงานและการ แก้ปัญหาได้(P) ประเมินและตรวจ ผลงาน จากใบงานเรื่อง อัลกอริทึม แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผลงานนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 3. นักเรียนเห็นประโยชน์ ของการแสดงอัลกอริทึมใน การทำงานและการแก้ปัญหา ได้ (A) ประเมินและตรวจ ผลงาน จากใบงานเรื่อง อัลกอริทึม แบบสังเกต พฤติกรรมนักเรียน พฤติกรรมนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป


357


358


359


360 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 รู้คิดพิชิตเทคโนโลยีเรื่องการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลงานของนักเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน รายการประเมิน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 2. ผลงานมีความเป็นระเบียบ สวยงาม 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด รวม เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน


361 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 รู้คิดพิชิตเทคโนโลยีเรื่องการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน คะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ำกว่า 7 ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระ ของ ผลงานถูกต้อง ครบทุกจุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 1 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 2-3 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 4-5 จุด เนื้อหาสาระของ ผลงาน บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 2. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ สวยงาม ผลงานมีความ เป็นระเบียบ แสดงออก ถึงความ ประณีต ลงสีสวยงาม ครบทุกจุด ผลงานขาด ระเบียบและ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 1 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 2-3 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และตกแต่ง ระบายสีสีมี ความบกพร่อง 4-5 จุด ผลงานขาด ระเบียบ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด เสร็จทันเวลา ภายใน 30 นาที เกิน กำหนดเวลา 1-3 นาที เกิน กำหนดเวลา 4-6 นาที เกิน กำหนดเวลา 7-9 นาที เกินกำหนดเวลา 10 นาที ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


362 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์ให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง (70%) ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง (50%) ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


363 แผนการจัดการเรียนรู้ กกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องรู้คิด พิชิตเทคโนโลยี เวลา 3 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 38 เรื่องตัวอย่างการแก้ปัญหาเกมเตตริส เวลา 1 ชั่วโมง สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และและการ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 4.2 ป.3/1 แสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ สาระสำคัญ อัลกอริทึม หมายถึง ลำดับขั้นตอนในการแก้ปัญหา หรือขั้นตอนการทำงาน ให้สำเร็จอย่าง รวดเร็วที่สุด การแก้ปัญหา จึงเป็นการนำขั้นตอนและวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ตามที่ต้อง การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณเป็นกระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เช่น การ จัดลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างสรรค์วิธีการแก้ปัญหาทีละขั้นตอน เรียกว่า อัลกอริทึม (Algorithm) การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ โดยทุกสิ่งทุก อย่างรอบตัวเราสามารถนำมาเขียนเป็นอัลกอริทึมได้ เช่น กิจวัตรประจำวันของนักเรียน การจัด ตารางสอน ขั้นตอนการปรุงอาหาร วิธีการเขียนอัลกอริทึมไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เพียงแต่ต้องเขียนเป็น ลำดับขั้นตอน และเข้าใจได้ง่าย


364 จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด - นักเรียนเข้าใจเข้าใจรูปแบบการแก้ปัญหา (K) - นักเรียนแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาได้ (P) - นักเรียนประยุกต์ใช้กับการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ (A) สาระการเรียนรู้ อัลกอริทึมเป็นขั้นตอนที่ใช้ในการแก้ปัญหา การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ตัวอย่างปัญหา เช่น เกมเศรษฐีเกมบันไดงู เกม Tetris เกม OX การเดินไป สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engage) 1. ครูสอบถามนักเรียนว่ารูปด้านล่างคือรูปอะไร และให้นักเรียนแยกส่วนประกอบของภาพนี้ ออกมาว่ามีรูปทรงใดซ่อนอยู่ในนี้บ้าง


Click to View FlipBook Version