The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิทยานิพนธ์ หลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาวิชานาฏศิลป์ เรื่อง ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ฤดีชนก คชเสนี 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ฤดีชนก คชเสนี 2566

วิทยานิพนธ์ หลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สาขาวิชานาฏศิลป์ เรื่อง ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ฤดีชนก คชเสนี 2566

ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร “LUEAT KHATTIYA,” CREATIVE THEATRE INSPIRED BY LUANG VICHIT VADAKAN THEATRICAL CONCEPT ฤดีชนก คชเสนี วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ บัณฑิตศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2566 ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์


ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ฤดีชนก คชเสนี วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ บัณฑิตศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2566 ลิขสิทธิ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์


“LUEAT KHATTIYA,” CREATIVE THEATRE INSPIRED BY LUANG VICHIT VADAKAN THEATRICAL CONCEPT RUDEECHANOK GAJASENI A THESIS SUBMITTED IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMENTS FOR THE DEGREE OF DOCTOR OF FINE ARTS PROGRAM IN PERFORMING ARTS GRADUATE SCHOOL BUNDITPATANASILPA INSTITUTE OF FINE ARTS YEAR 2023 COPYRIGHT OF BUNDITPATANASILPA INSTITUTE OF FINE ARTS


(ค) ชื่อวิทยานิพนธ์ ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 62212203 นางฤดีชนก คชเสนี ปริญญา ศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา นาฏศิลป์ พ.ศ. 2566 อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก รองศาสตราจารย์ ดร.จินตนา สายทองค า อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตรมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างสรรค์ละครแนวปลุกใจรักชาติเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 2) ประเมิน คุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชมที่มีต่อละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร มีขอบเขตด้านระยะเวลาในการน าเสนอผลงานต่อสาธารณะชน 40 - 45 นาที เป็นงานวิจัยสร้างสรรค์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร หนังสือต ารา บทความวิชาการ บทความวิจัย วิทยานิพนธ์ การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ น ามาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ละคร จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อประเมินคุณภาพและ ความคิดเห็นของผู้ชมที่มีต่อละคร ผลการวิจัยพบว่า 1) การสร้างสรรค์ ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร มีการบูรณาการ แนวคิดต่าง ๆ ดังนี้ (1) แนวคิดการสร้างมาจากละครปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตร วาทการ (2) แนวคิด ปลูกฝังคุณธรรมด้านความเสียสละความรักส่วนตัวเพื่อส่วนรวมและประเทศชาติ (3) แนวคิดในการแปลงวรรณกรรมเรื่อง เลือดขัตติยาที่มีเนื้อหาเรื่องความรักชาติน ามาประกอบสร้าง เป็นละครแนวหลวงวิจิตรวาทการ ผสมผสานกับนวัตกรรมเทคโนโลยีร่วมสมัย อาทิ ดนตรีร่วมสมัย เครื่องแต่งกาย ฉากมัลติมีเดีย จนเป็นละครรูปแบบใหม่ให้แก่คนรุ่นปัจจุบันได้รับชม องค์ประกอบ การแสดงประกอบด้วย (1) บทละคร ใช้วรรณกรรมเรื่อง เลือดขัตติยาของลักษณวดีมาแปลงเป็นบทละคร (2) ดนตรี ใช้ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ผสมผสานเสียงดนตรีไทยและดนตรีสากล (3) ผู้แสดง ใช้ผู้แสดงที่มี ทักษะการร้อง การร า และการสื่ออารมณ์ (4) ลีลานาฏศิลป์ ใช้ท่าทางธรรมชาติ ท่าก าแบ และท่า นาฏศิลป์ (5) เครื่องแต่งกาย ผสมผสานรูปแบบการแต่งกายของตะวันตกและเอเชีย เน้นความงดงาม ตามจินตนาการ (6) การใช้พื้นที่ของเวทีและฉากในการแสดงเน้นความสมดุลในการใช้พื้นที่บนเวที ใช้ฉากพื้นหลังฉายผ่านจอ LED เพื่อเกิดความสมจริง 2) ผลการประเมินคุณภาพละครเรื่อง เลือดขัตติยา พบว่า ผู้ชมมีความพึงพอใจต่อการแสดง เฉลี่ยรวม 4.90 ระดับความพึงพอใจมากที่สุดและมีความ คิดเห็นว่า ควรจัดการแสดงละครให้มีความยาวครอบคลุมเนื้อหาทั้งเรื่อง ค าส าคัญ: ละครหลวงวิจิตร, เลือดขัตติยา, แนวทางละครหลวงวิจิตร 332 หน้า


(ง) Thesis Title “Lueat Khattiya,” Creative Theatre Inspired by Luang Vichit Vadakan Theatrical Concept 62212203 Mrs. Rudeechanok Gajaseni Degree Doctor of Fine Arts Program in Performing Arts Year 2023 Advisor Assoc. Prof. Dr. Jintana Saitongkum Co-advisor Assoc. Prof. Dr. Supachai Chansuwan ABSTRACT The purposes of this thesis were to 1) create the patriotism theatre based on Luang Vichit Vadakan theatrical concept and 2) evaluate the audiences’ feedback reflected through the theatre created. This drama was set to be 40-45 minutes long to be performed in public. This research was done with mixed methods by collecting related literature and interviews before utilizing qualitative data analysis for developing the theatre as well as statistical analysis on the feedback from the audiences about the theatrical production. The research result has found that “Lueat Khattiya” is a theatre with the integration of various concepts: (1) the patriotism drama by Luang Vichit Vadakan, (2) morality in relation to patriotism over personal concerns such as love life. (3) The idea of transforming Thai literature into stage theatre embraced modern technology such as contemporary musical instruments, costumes, and multimedia. The elements of the performance consisted of (1) dramatic text, “Lueat Khattiya”, written by Laksanawadi, (2) electronic music mixed with Thai and Western musical instruments, (3) the actor who had integrated performing skills (dance, singing, and emotional expression), (4) choreography derived from natural gestures and dance, (5) costumes mixed with Western and Asian imaginative styles, (6) the balance for the stage use along with LED to make the performance real, 2) the four different aspects of the evaluation showed the highest degree of satisfaction with an average score of 4.90 with the audience’ comments about the further theatrical production showing the entire plot. Keywords:Luang Vichit Vadakan theatre, Lueat Khattiya, Luang Vichit Vadakan theatrical concept 332 pages


(จ) กิตติกรรมประกาศ ขอกราบขอบพระคุณศาสตราจารย์ ดร.ชมนาด กิจขันธ์ประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ รองศาสตราจารย์ ดร.จินตนา สายทองค า อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม อาจารย์ ดร.ชนัย วรรณะลีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์กรรมการสอบ วิทยานิพนธ์ ที่ได้ให้ความรู้ประสบการณ์ค าแนะน าในการปรับปรุงแก้ไขงานวิจัยให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์รัตติยะ วิกสิกพงศ์(ศิลปินแห่งชาติ) อาจารย์นฤมัย ไตรทองอยู่ ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์อาจารย์พัชรา บัวทอง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาการ ละครและดนตรีอาจารย์สถาพร นิยมทอง นักวิชาการละครและดนตรีเชี่ยวชาญ ส านักการสังคีต กรมศิลปากร ที่กรุณาให้ค าแนะน าในการสร้างสรรค์ละครจนเกิดความสมบูรณ์ ในการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ผู้วิจัยได้รับความ เมตตาจากบุคคลหลายท่าน อาจารย์เกษม ทองอร่าม ผู้สอนวิชาการประพันธ์และผู้เชี่ยวชาญ ด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป ได้จัดท าบทการแสดงและประพันธ์ค าร้องเพลงดาราแห่งอโณทัย อาจารย์ดร.ปิยวัชร์สุทธิวนิชได้ประพันธ์ค าร้องเพลงดวงดาราและเพลงยโสธรอาจารย์ชัยพรสว่างวรรณ์ และอาจารย์เชษฐพงศ์รอตฤดีประพันธ์ท านองเพลงประกอบละคร อาจารย์มาลินดา ภมรสุวรรณ และอาจารย์มาดาพร น้อยนิตย์ได้กรุณาเป็นแอคติงโค้ช (Acting Coach) แก่นักแสดง อาจารย์ยุทธ อุทยานินทร์จัดเทคนิคแสงในการแสดงละคร ขอขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติ อัตถาผล ผู้อ านวยการวิทยาลัยนาฏศิลป อาจารย์ปภาวรินทร์แสงเจริญ หัวหน้าภาควิชานาฏศิลป์กรุณาให้ความอนุเคราะห์นักแสดง และสถานที่ ขอบคุณนักแสดงทุกคนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานสร้างสรรค์ในครั้งนี้ ขอขอบคุณ นายสุลักษณ์คชเสนีเด็กหญิงสุชญา คชเสนีสามีและบุตรสาว ที่เป็นก าลังใจ อาจารย์ ดร.บ ารุง พาทยกุล และอาจารย์วราพร พาทยกุล ที่ร่วมส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาในครั้งนี้ ความส าเร็จของวิทยานิพนธ์เล่มนี้ผู้วิจัยขออุทิศคุณความดีอันพึงมีแด่ ฯพณฯ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ผู้ให้ก าเนิดละครหลวงวิจิตรและก่อตั้งวิทยาลัยนาฏศิลป คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เจ้าของบทประพันธ์นวนิยาย เรื่อง เลือดขัตติยา ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์ความรู้ที่เกิดจากการวิจัย จะอ านวยประโยชน์ต่อวงการนาฏศิลป์ศาสตร์ที่ผู้วิจัยรักและร าลึกในพระคุณตลอดมา ฤดีชนก คชเสนี


(ฉ) สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย............................................................................................................................. (ค) บทคัดย่อภาษาอังกฤษ............................................................................................................ (ง) กิตติกรรมประกาศ............................................................................................................................... (จ) สารบัญ.................................................................................................................................................. (ฉ) สารบัญภาพ......................................................................................................................................... (ญ) สารบัญตาราง...................................................................................................................................... (ด) บทที่ 1 บทน า.................................................................................................................................... 1 1. ความส าคัญของปัญหา.................................................................................................... 1 2. วัตถุประสงค์การวิจัย.......................................................................................................... 6 3. ค าถามการวิจัย................................................................................................................ 6 4. ขอบเขตของการวิจัย.......................................................................................................... 7 5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย........................................................................ 7 6. นิยามศัพท์เฉพาะ............................................................................................................. 8 บทที่ 2 การทบทวนวรรณกรรม…………......................................………………………………..... 9 1. แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง...........………......……………………………………………... 10 1.1 แนวคิดการเปลี่ยนแปลงวรรณกรรมเป็นบทละคร…...…....……………………….. 10 1.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างละคร..............…………….....………………………... 12 1.3 ทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์...................................……………....………………………..... 15 1.4 ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์.................................……….....…………………………… 17 2. สารัตถะที่เกี่ยวข้อง.....…………………………………………………..………………………….. 22 2.1 ประวัติและผลงานหลวงวิจิตรวาทการ……...…………………………....…………….... 22 2.2 ประวัติและผลงานคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์...………………………….....…………. 39


(ช) สารบัญ (ต่อ) หน้า 2.3 ความเป็นมาของละครหลวงวิจิตร................……………………………....…………. 42 2.4 รูปแบบและองค์ประกอบของละครหลวงวิจิตร………………………………......…. 49 2.5 วรรณกรรมเรื่อง เลือดขัตติยา.......................……………………………....……………. 86 3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง...........................……………...……………………………………………... 91 4. กรอบแนวคิดในการวิจัย.......................................………….……………………………... 94 บทที่ 3 วิธีการด าเนินการวิจัย.............................................................................................. 95 1. กลุ่มบุคคลผู้ให้ข้อมูล...................................………………………………………………… 96 1.1 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลด้านความรู้ การแสดง ดนตรี และองค์ประกอบการแสดงต่างๆ 96 1.2 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการประชุมสนทนากลุ่มย่อย(Focus Group)..............….. 98 1.3 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย... 100 1.4 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลด้านการตอบแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจ................. 100 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย......................................................………………..……….... 100 บทที่ 4 3. แผนการด าเนินงานวิจัย...............................................................………………….... 102 4. การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจัดท าข้อมูล...................................................….... 103 4.1 การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................... 103 4.2 กระบวนการสร้างสรรค์ละครเรื่องเลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 103 4.3 การก าหนดรูปแบบและองค์ประกอบการแสดงทุกอย่างให้มีความชัดเจน...... 106 4.4 การคัดเลือกและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบของคณะท างาน................................. 112 4.5 การก าหนดสถานที่แสดง................................................................................ 113 4.6 การก าหนดวัน และเวลาในการจัดแสดง การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group).. 113 4.7 การคัดเลือกนักแสดงส าหรับละครเรื่องเลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 114 4.8 การซ้อมการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร...... 114 4.9 การออกแบบการประชาสัมพันธ์สูจิบัตรนิทรรศการหน้างานและบรรยากาศบริเวณงาน 119


(ซ) สารบัญ (ต่อ) หน้า 4.10 การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) 120 4.11 ปรับแก้ไขละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตรตาม ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ..................................................................... 124 4 .12 น าเสนอละครเรื่อง เลือดขัตติยาต ามแนวทางละครหลวงวิจิตร ต่อสาธารณชน.......................................................................................... 125 4.13 ประเมินประสิทธิภาพความพึงพอใจและความคิดเห็นของผู้ชมหลังการชม การแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร................ 125 5. การตรวจสอบข้อมูล......................................................................................….... 126 6. การวิเคราะห์ข้อมูล........................................................................................……. 126 7. การสรุปและน าเสนอข้อมูล...........................................................................……. 127 บทที่ 4 ผลการสร้างสรรค์ละครเรื่องเลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร............ 128 1. กระบวนการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร... 129 1.1 แนวคิดและรูปแบบการแสดง........................................................................ 129 1.2 องค์ประกอบการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 133 2. การประเมินคุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชมที่มีต่อละครเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร......................................................………………...... 224 219 2.1 การเผยแพร่ผลงานละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร.... 219 2.2 การประเมินคุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชมที่มีต่อละครเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร...................................................................... 224 232 3. องค์ความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทาง ละครหลวงวิจิตร.................................................................................................. 224 243 3.1 องค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นต่อตนเอง.................................................................. 243 3.2 องค์ความรู้ใหม่ที่เกิดต่อวิชาชีพนาฏศิลป์...................................................... 247


(ฌ) สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ.............................................................................. 249 1. สรุป....................................................................................................................... 249 1.1 การสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร............ 250 1.2ผลการประเมินคุณภาพและความคิดเห็นของผู้ชมที่มีต่อละครเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร......................................................................... 259 255 1.3 องค์ความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทาง ละครหลวงวิจิตร............................................................................................. 259 258 2. อภิปรายผล............................................................................................................ 260 3. ข้อเสนอแนะ.......................................................................................................... 263 บรรณานุกรม…………….............……………………………………………...............…………………………. 264 ภาคผนวก…………….............…………………………………………………....................………………….... 268 ภาคผนวก ก บทละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร…………..…... 269 ภาคผนวก ข การประชุมสนทนากลุ่มย่อย (Focus Group)…………….............………. 281 ภาคผนวก ค สูจิบัตรการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 304 ภาคผนวก ง แบบประเมินและแบบสอบถามในกระบวนการวิจัย……………............... 308 ภาคผนวก จ ตารางแปลผลการค านวณค่าดัชนีของความสอดคล้อง (Index of Item - Objective Congruence : IOC)…………….................................................... 314 ภาคผนวก ฉ ประมวลภาพการน าเสนอผลงานการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร……………..............................................……................ 324 ประวัติผู้วิจัย……………...........………………………………………………....................………………….... 332


สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 1 ตัวอย่างการท า StoryBoard..................................................................................... 17 2 สามเณร กิมเหลียง ธมฺมร สี......................................................................................... 23 3 ฯพณฯ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ก าลังรับปริญญาบัตรเศรษฐศาสตร์สหกรณ์, ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากพระราชหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.................... 24 4 พลต รีหลวงวิจิตร วาทการ ขณะ รับราชการเป็นเลขานุการ สถานทูตไทย ที่ปารีส..........…………................…………………...................................…………………..... 27 5 พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ยื่นสาส์นต่อประธานาธิบดีประเทศยูโกสลาเวีย ระหว่าง เป็นเอกอัครราชทูตประเทศสวิสเซอร์แลนด์.......…….….............................................. 29 6 พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ วางศิลาฤกษ์โรงละครแห่งชาติ……………….........…….….….. 32 7 พลต รีหลวงวิจิตรวาทการ และคุณหญิงประภาพรรณ ขณะด ารงต าแหน่ง เป็นอัครราชทูตไทย ประจ าประเทศสวิสเซอร์เลีย ออสเตรเลียและยูโกสลาเวีย......... 34 8 บุตรธิดา ของ ฯพณฯ พลตรีหลวงวิจิตรวาทการและคุณหญิงประภาพรรณ วิจิตรวาทการ 35 9 พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ.........................………………………………………………….......... 37 10 แผนภูมิแสดงยุคของการแสดงละครหลวงวิจิตร......................................................... 44 11 คุณครูลัดดา ศิลปบรรเลง (สารตายน)........................……………...……………….…......... 49 12 ตัวอย่างภาพถ่ายการแสดงละครเรื่อง เลือดสุพรรณ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา นักศึกษาปริญญาตรีปีที่ 3 วิทยาลัยนาฏศิลป ณ โรงละครวังหน้า.............................. 52 13 ตัวอย่างภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์ประวัติศาสต ร์เรื่อง พระเจ้ากรุงธนบุรี แสดงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2495 ณ ศาลาเฉลิมกรุง................................................... 54 14 ตัวอย่างภาพวาดจากภาพยนตร์ประ วัติศ าสตร์เรื่อง พระเจ้ากรุงธนบุรี ฉายวันที่ 29 ตุลาคม 2495 ณ ศาลาเฉลิมกรุง........................................................... 55


สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 15 ตัวอย่างภาพวาดศึกถลาง........................................................................................... 57 16 ตัวอย่างการแสดงเจ้าหญิงแสนหวี โดยวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ ณ วัดศรีสุพรรณ 58 17 นักแสดงมหาเทวี........................................................................................................ 59 18 การแสดงอานุภาพพ่อขุนรามค าแหง แสดงเมื่อ 16 มีนาคม 2561 ณ โรงละครแห่งชาติ 64 19 การแสดงอานุภาพแห่งความเสียสละแสดงเมื่อ10 พฤษภาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัย ราชมงคลธัญบุรี.......................................................................................................... 66 20 วงปี่พาทย์................................................................................................................... 82 21 วงเครื่องสาย............................................................................................................... 82 22 วงมโหรี....................................................................................................................... 83 23 วง Orchestra............................................................................................................. 83 24 หนังสือเลือดขัตติยา.................................................................................................... 86 25 กรอบแนวคิดในการวิจัย............................................................................................. 94 26 เครื่องแต่งกายเจ้าฟ้าหญิงแขไขจรัส ............................................................................ 109 27 เครื่องแต่งกายนางเอกฉากที่ 2 ลอบเข้าไปในที่คุมขัง................................................. 109 28 เครื่องแต่งกายนางเอกฉากครองราชย์........................................................................ 110 29 เครื่องแต่งกายพระเอกในที่คุมขัง................................................................................ 110 30 เครื่องแต่งกายนางระบ า............................................................................................. 110 31 เครื่องแต่งกายทหารองครักษ์..................................................................................... 111 32 การถ่ายภาพนิ่งก่อนการประชาสัมพันธ์...................................................................... 119 33 การออกแบบโปสเตอร์การประชาสัมพันธ์.................................................................. 119 34 ออกแบบป้ายนิทรรศการ…………………………………………………………………………......... 120 35 คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group)......................... 122


สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 36 คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิบันทึกภาพร่วมกับผู้วิจัยและผู้แสดง………………….......... 122 37 การสร้างแนวคิดละครเรื่อง ขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร............................ 133 38 การร่างท านองเพลง………………………………………………………………………………......... 152 39 โปรแกรมคิวเบสโปร์ 11(Cubase Pro 11)………………………………………………........ 153 40 ตัวอย่างหน้าต่างโปรแกรมคิวเบสโปร์ 11(Cubase Pro 11)………………………........ 153 41 ตัวอย่างหน้าต่างโปรแกรมคิวเบสโปร์ 11(Cubase Pro 11)………………………........ 154 42 โปรแกรมซิบิเลียส ซอฟต์แวร์ 7.5 (Sibelius Software 7.5)……………………........... 155 43 ตัวอย่างหน้าต่างโปรแกรม (Sibelius Software 7.5)………………………………........... 155 44 โน้ตเพลงดาราแห่งอโณทัย………………………………………………………………………........ 156 45 โน้ตเพลงดวงดารา แผ่นที่ 1……………………………………………………………………......... 157 46 โน้ตเพลงดวงดารา แผ่นที่ 2……………………………………………………………………......... 158 47 โน้ตเพลงยโสธร แผ่นที่ 1……………………………………………………………………….......... 159 48 โน้ตเพลงยโสธร แผ่นที่ 2……………………………………………………………………….......... 160 49 แผนภูมิแสดงการออกแบบลีลานาฏศิลป์.................................................................. 188 50 การแบ่งพื้นที่เวที........................................................................................................ 212 51 การติดตั้งและใช้แสงเพื่อประกอบละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร…….......................................................................................................... 223 216 52 โปสเตอร์งานนิทรรศการการละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร................................................................................................................ 225 219 53 โปสเตอร์งานนิทรรศการการละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร................................................................................................................ 225 220 54 การน าเสนอ VDO TV ในงานนิทรรศการการละครเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร................................................................................... 226 220 55 VDO TV ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร..................…......... 221


สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 56 น าเสนอแนวคิดและกระบ วนกา รสร้างสร รค์ละค รเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร................................................................................... 227 221 57 น าเสนอแนวคิดและกระบ วนกา รสร้างสร รค์ละค รเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตรผ่านรูปแบบ PowerPoint........................................ 227 222 58 น าเสนอแนวคิดและกระบ วนกา รสร้างสร รค์ละค รเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตรผ่านรูปแบบ PowerPoint........................................ 228 222 59 น าเสนอแนวคิดและกระบ วนกา รสร้างสร รค์ละค รเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตรผ่านรูปแบบ PowerPoint........................................ 228 223 60 น าเข้าสู่การแสดงละครสร้างสรรค์เรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร............................................................................................................... . 229 223 61 ฉากน าการแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 2224 62 ฉากที่ 1 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 225 63 ฉากที่ 1 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 225 64 ฉากที่ 1 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 225 65 ฉากที่ 1 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 226 66 ฉากที่ 2 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 226 67 ฉากที่ 2 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 227 68 ฉากที่ 3 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 227 69 ฉากที่ 3 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 228 70 ฉากที่ 3 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 228 71 ฉากที่ 3 การแสดงสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 229 72 รับฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ……………………………………..229


สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 73 รับฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ…………………………………….. 230 74 การแสดงในการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group).................................................... 283 75 การแสดงในการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group).....................................................284 76 รายนามผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมกลุ่มย่อย(Focus Group)...................................285 77 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมิน คุณภาพผลงาน......................................................................................................... 286 78 รองศาสตราจารย์ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมิน คุณภาพผลงาน......................................................................................................... 292 286 79 ดร.ชนัย วรรณะลี กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมินคุณภาพผลงาน.....................286 80 อาจารย์สถาพร นิยมทอง กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมินคุณภาพผลงาน.........287 81 อาจารย์รัตติยะ วิกสิตพงศ์ กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมินคุณภาพผลงาน.......287 82 อาจารย์นฤมัย ไตรทองอยู่ กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมินคุณภาพผลงาน.......287 83 อาจารย์พัชรา บัวทอง กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมินคุณภาพผลงาน..............288 84 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์ กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมิน คุณภาพผลงาน......................................................................................................... 288 85 อาจารย์เกษม ทองอร่าม กรุณาให้ข้อเสนอแนะในการประเมินคุณภาพผลงาน..........298 86 ภาพการน าเสนอและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิบันทึกภาพร่วมกับผู้วิจัยและผู้แสดง 289 87 หนังสือเชิญอาจารย์รัตติยะ วิกสิตพงศ์ (ศิลปินแห่งชาติ).......................................... 290 88 หนังสือเชิญอาจารย์นฤมัย ไตรทองอยู่ (ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนาฏศิลป์ไทย)............30.. 291 89 หนังสือเชิญอาจารย์พัชรา บัวทอง (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาการละครและดนตรี)..292 90 หนังสือเชิญ ดร.ชนัย วรรณลี (ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนาฏศิลป์ไทย)............................ 293


ภาพที่ หน้า 73 รับฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ…………………………………….. 230 91 หนังสือเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค (ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน นาฏศิลป์ไทย)........................................................................................................... 294 สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 92 หนังสือเชิญ อาจารย์สถาพร นิยมทอง (นักวิชาการละครและดนตรี)....................... 295 93 หนังสือเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์........................................... 296 94 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมกลุ่มย่อย(Focus Group) อาจารย์รัตติยะ วิกสิตพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ………………………………………………………………………………………………… 297 95 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) อาจารย์นฤมัย ไตรทองอยู่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย.................................................................................... 328 298 96 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) อาจารย์เกษม ทองอร่าม ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนาฏศิลป์ไทย............................................................................. 299 97 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) อาจารย์พัชรา บัวทอง (นาฏศิลปินอาวุโสทางด้านนาฏศิลป์ไทย)......................................................................... 300 98 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) นายสถาพร นิยมทอง (นักวิชาการละครและดนตรี)............................................................................................. 301 99 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์ (อาจารย์ทางด้านนาฏศิลป์ไทย).................................................. 302 100 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ดร.ชนัย วรรณะลี (อาจารย์ทางด้านนาฏศิลป์ไทย)........................................................................................ 303 101 แบบบันทึกข้อมูลการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค(อาจารย์ทางด้านนาฏศิลป์ไทย)………………………………………. 333 304


ภาพที่ หน้า 92 หนังสือเชิญ อาจารย์สถาพร นิยมทอง (นักวิชาการละครและดนตรี)....................... 295 93 หนังสือเชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์........................................... 296 102 สูจิบัตรการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร.................... 306 103 ภาพการน าเสนอและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิบันทึกภาพร่วมกับผู้วิจัยและผู้แสดง 326 104 ฉากที่ 1 : สายธารที่ฉ่ าเย็น.......................................................................................... 327 105 ฉากที่ 2 : ห้องขังคุกนักโทษประหาร........................................................................... 328 106 ฉากที่ 3 : เฉลิมฉลองครองราชย์................................................................................. 329 สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 107 สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ นางรัตติยะ วิกสิตพงศ์ (ศิลปินแห่งชาติ)................................ 330 108 สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์(ศิลปินแห่งชาติ) 330 109 สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พหลยุทธ กนิษฐบุตร (รองอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์)......................................................................................... 331 110 สัมภาษณ์ผู้ท รงคุณวุฒิ นายเชษฐพงศ์ รอตฤดี, นายชัยพร สว่างวรรณ์ และอาจารย์เกษม ทองอร่าม.................................................................................... 331 111 สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ นายยุทธ อุทยานินทร์ (หัวหน้าสาขาวิชาศิลปะและธุรกิจ การแสดงมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย)…................................................................... 332 112 สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิอาจารย์สราวุธ เลิศปัญญานุช............................................... 332


(ถ) สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1 แนวคิดและทฤษฎีที่น ำมำสนับสนุนกำรสร้ำงละครเรื่อง เลือดขัตติยำ ตำมแนวทำง ละครหลวงวิจิตร……………................…………………………………………………………….. 21 2 ยุคของละครหลวงวิจิตร...........…………………………………………………………………….. 48 3 ลักษณะของละครหลวงวิจิตร……………………………………………………………………….. 71 4 แผนกำรด ำเนินงำน.................................................................................................. 102 5 กำรเรียงล ำดับภำพในควำมคิด (Story Board) เพื่อล ำดับเหตุกำรณ์ในกำรสร้ำงสรรค์ ละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร…………………………………….. 105 6 กำรฝึกซ้อมละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร…………………….. 116 7 ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิกำรประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group)………………….. 123 8 กำรปรับแก้ไขละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร ตำมข้อเสนอแนะ ของผู้ทรงคุณวุฒิกำรประชุมกลุ่มย่อย(Focus Group)………………......................... 125 9 กำรแปลค่ำระดับควำมพึงพอใจ………………………………………………………….………... 126 10 ลักษณะรูปแบบส ำคัญที่ปรำกฏในละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละคร หลวงวิจิตร…………………………………………………………………………………………………. 131 11 กำรปรับแก้ไขบทละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตรครั้งที่1..... 137 12 กำรปรับแก้ไขบทละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตรครั้งที่2..... 145 13 กำรปรับแก้ไขบทละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตรครั้งที่3..... 147 14 สรุปกำรปรับแก้ไขบทละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร……... 149 15 ดนตรีประกอบกำรแสดงเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร………….. 164 16 กำรปรับปรุงแก้ไขกำรสร้ำงสรรค์เพลงและดนตรีประกอบกำรแสดง……………….... 168 17 กำรคัดเลือกผู้แสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร ครั้งที่ 1 171 18 กำรปรับเปลี่ยนผู้แสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร ครั้งที่1 177 19 กำรปรับเปลี่ยนผู้แสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร ครั้งที่2 180 20 ผู้แสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร…………………………… 181 21 กำรปรับปรุงแก้ไขแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร....... 186


(ท) สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 22 กำรออกแบบลีลำนำฏศิลป์…………………………………………………………………………... 189 23 กำรปรับแก้ไขลีลำนำฏศิลป์สู่กำรปฏิบัติ……………………………………........................ 192 24 เครื่องแต่งกำยกำรแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร...... 196 25 กำรปรับแก้ไขกำรออกแบบเครื่องแต่งกำย…………………………………………………...... 200 26 กำรแต่งหน้ำตัวละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร................... 203 27 ฉำกกำรแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร………………..... 207 28 อุปกรณ์ประกอบกำรแสดง…………………………………………………………………………… 209 29 กำรปรับปรุงแก้ไขฉำกและอุปกรณ์กำรแสดง………………………………………………..... 211 30 กำรสร้ำงสรรค์ออกแบบพื้นที่เวที………………………………………………………………..... 213 31 สรุปกำรใช้แสงของละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร………..... 217 32 สิ่งที่ผู้วิจัยค้นพบจำกกำรสร้ำงสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละคร หลวงวิจิตร.............................................................................................................. 218 33 กำรเผยแพร่ละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร........................ 230 34 อุปสรรคในกำรเผยแพร่ละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร...... 231 35 สรุปผลกำรประเมินละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร………... 233 36 ตำรำงแสดงควำมคิดเห็นและข้อเสนอแนะจำกผู้ชม……………………………………….... 241 37 ตำรำงแปลผลกำรค ำนวณค่ำดัชนีของควำมสอดคล้อง ( Index of ItemObjective Congruence : IOC) จำกกำรตรวจสอบคุณภำพแบบสัมภำษณ์ ในวิทยำนิพนธ์ ละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตรส ำหรับ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบกำรณ์เกี่ยวข้องกับกำรแสดงละครหลวงวิจิตร และแนวทำงในกำรสร้ำงสรรค์ละครหลวงวิจิตร..................................................... 315 38 ตำรำงแปลผลกำรค ำนวณค่ำดัชนีของควำมสอดคล้อง ( Index of ItemObjective Congruence : IOC) จำกกำรตรวจสอบคุณภำพผลง ำนละค ร เ รื่ อง เ ลื อ ด ขั ต ติ ย ำ ต ำ ม แ น ว ท ำง ห ล วง วิ จิ ต ร ว ำ ท ก ำ ร วิ ท ย ำ นิ พ น ธ์ ละครเรื่อง เลือดขัตติยำตำมแนวทำงละครหลวงวิจิตร........................................... 320


1 บทที่ 1 บทน ำ 1. ควำมส ำคัญของปัญหำ ศิลปะการแสดง มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นพลวัตทางศิลปวัฒนธรรมที่ปรากฏให้เห็น แต่ละยุคสมัย โดยเกิดจากการเคลื่อนไหว แรงผลักดันหรือแรงขับเคลื่อนอื่น ๆ ในสังคมไทยความเป็น ปึกแผ่นและความสามัคคีของคนในชาติส่งผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมแต่ละยุคสมัย โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนหลักส าคัญแห่งความเจริญรุ่งเรืองทั้งปวง พระมหากษัตริย์ทุก ๆ พระองค์ ทรงพัฒนาศิลปวัฒนธรรมของชาติมาโดยตลอดเห็นได้จาก สภาพบ้านเมืองในแต่ละรัชกาลที่ทุกพระองค์นอกจากจะกอบกู้เอกราชในการท าศึกสงครามแล้ว ยังทรงท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรมทุกแขนง เพื่อเป็นศิลปศาสตร์ของแผ่นดินโดยทางด้านศิลปะการแสดง นาฏศิลป์นั้นพระมหากษัตริย์ทรงอุปถัมภ์มาอย่างต่อเนื่อง ดังเช่น วรรณกรรมในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้แฝงคุณธรรมสูงสุดที่ข้าราชบริพารพึงมี คือ ความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีต่อผู้มีคุณ และต่อเจ้านาย เช่น เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน พาลีรบทรพี นอกจากนี้ยังมีตอนพระรามตรัสยกย่องความดีของหนุมานในเรื่องความจงรักภักดี และความซื่อสัตย์ (ประอรรัตน์ บูรณมาตร์, 2528, น. 4 - 5) เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติพระมหากษัตริย์ทรงท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องจวบจน ในรัชกาลที่ 6 เป็นยุคที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้น าในด้านการท านุบ ารุงศิลปะอย่างชัดเจนโปรดให้มี การแสดงของพระองค์เองในหมู่ข้าราชบริพาร เพื่อเป็นการเสริมสร้างอุดมการณ์การสร้างชาติ เช่น ละครเรื่อง ปลุกใจเสือป่า โคลนติดล้อ มุ่งปลุกเร้าให้ประชาชนเกิดความรักชาติ รักสามัคคีกันในหมู่คณะ และเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม (ชนัญชิดา บุญเหาะ และน้ าผึ้ง ปัทมะลางคุล, 2561, น. 329 - 330) จึงถือว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้ริเริ่มสร้างละครปลุกใจรักชาติเป็นพระองค์แรก


2 จากนั้นเกิดสถานการณ์ของการล่าอาณานิคมในชาติตะวันตก พระองค์จึงทรงพระราชนิพนธ์ ละครที่ปลุกจิตส านึกให้คนไทยเกิดความรัก สามัคคี และความหวงแหนในชาติ ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ แห่งวงการละครที่มีพระมหากษัตริย์ทรงแสดงร่วมกับข้าราชบริพาร ในรัชกาลที่ 7 ได้เกิดเหตุการณ์ ส าคัญที่ท าให้บ้านเมืองได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ น าไปสู่การปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย ระยะนี้ละครเพลงหรือละครร้องได้รับ ความนิยมมากกว่าการแสดงละครร าแบบดั้งเดิม และภาพยนตร์ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน นาฏศิลป์ไทยในรัชกาลที่ 7 เป็นการสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ที่ใช้เป็นสื่อเพื่อพัฒนาอุดมการณ์ สร้างความสามัคคี ความมั่นคงและปลุกใจให้คนไทยเกิดความตระหนักรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง ในปี พ.ศ. 2475 หลวงวิจิตรวาทการเป็นผู้มีบทบาทส าคัญ ทางการเมือง อยู่ในชนชั้นปกครองในยุคของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม หลวงวิจิตรวาทการ ได้เสนอความคิดไว้ว่า การเผยแพร่ลัทธิหรือนโยบายทางการเมือง แก่คนหมู่มากหรือมวลชนนั้น ความสะเทือนใจ (Emotion) ส าคัญกว่าเหตุผล (Reason) (วิจิตรวาทการ, 2493, น. 69) ดังนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งมีความไว้เนื้อเชื่อใจ และมีความเชื่อมั่นในความคิดของหลวงวิจิตรวาทการ จึงด าเนินการเผยแพร่ “ลัทธิชาตินิยม” โดยใช้ศิลปะวรรณกรรมเป็นเครื่องมือทางการเมือง (ประอรรัตน์ บูรณมาตร์, 2528, น. 74) ดังนั้น รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงแต่งตั้งให้หลวงวิจิตรวาทการ เป็นอธิบดีกรมศิลปากร (พ.ศ. 2477 - 2483) หลวงวิจิตรวาทการจึงได้รับมอบหมายให้ “ปลูกต้นรักชาติ” มีบทบาทส าคัญ ในด้านการสร้างค่านิยมด้านความรักชาติให้แก่ประชาชน เครื่องมือที่ส าคัญ ที่ใช้ตอบสนองนโยบาย รัฐบาล คือ บทละครอิงประวัติศาสตร์ และบทเพลงปลุกใจรักชาติ บทละครของหลวงวิจิตรวาทการ แต่ละเรื่องมีเนื้อหาปลุกใจให้คนไทยรักชาติบ้านเมือง โดยการย้ าอยู่เสมอว่า ความรักชาติต้อง อยู ่เหนือสิ ่งอื ่นใด การยอมสละชีวิตและเลือดเนื้อเพื ่อชาติ การแสดงละคร ดังข้อความ ของหลวงวิจิตรวาทการที่กล่าวไว้ในค าประกาศก่อนการแสดงเรื่อง “สีหราชเดโช” (2490) ว่า การแสดงละครผิดกับการแสดงต านาน การแสดงต านานต้องไม่ท า อะไรให้เกินความจริง แต ่การแสดงละครมีความจ าเป็นต้องแต ่งแต้มต่อ เติมสี ให้มีเรื ่องรัก โศก เป็นส่วนประกอบ มิฉะนั้นก็ไม ่สามารถจะเป็น ละครได้ (ประอรรัตน์ บูรณมาตร์, 2528, น. 60)


3 หลวงวิจิตรวาทการพยายามปลูกฝังประชาชนโดยน าจิตวิทยามาใช้ในการผูกเรื่องละคร ปลุกใจรักชาติของท่าน ส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องรัก โศก และลงท้ายด้วยความตายหรือความพลัดพราก ไม่สมหวัง ซึ่งมีผลให้ผู้ชมเกิดความสะเทือนอารมณ์ตลอดจนสร้างความประทับใจให้ตัวละคร พร้อมกับให้ผู้ชมซึมซับความเสียสละเพื่อชาติเข้าไปด้วย แม้ในสถานการณ์ปัจจุบันยังมีการน าบทเพลง และละครหลวงวิจิตรมาจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงของคนในชาติ ละครหลวงวิจิตรวาทการ ภายหลังได้เรียกขานด้วยความเข้าใจว่า “ละครหลวงวิจิตร” เป็นการผสมผสาน ท่าร าตามรูปแบบนาฏศิลป์ไทยและท่าทางธรรมชาติ ผู้แสดงพูด เจรจา และขับร้องเพลง ดนตรี ประกอบด้วย วงดนตรีไทยและวงดนตรีสากล แต่งกายตามเชื้อชาติ มีการแสดงสลับฉากบางเรื่อง มีฉากน า ในละครแต่ละเรื่องมักจะสร้างความสามัคคีปรองดองหวงแหนประเทศชาติสละความสุขส่วน ตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ละครหลวงวิจิตรเกิดขึ้นเมื่อหลวงวิจิตรวาทการเป็นอธิบดีคนแรกของกรมศิลปากร ในยุคประชาธิปไตยระหว่าง พ.ศ. 2477 - 2483 พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ มีบทบาทส าคัญ ในการจัดตั้งโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์เพื่อผลิตศิลปินตามแบบ เอ กอล เดโบซาร์ (Ecole de Beaux Arts) ของฝรั่งเศส ที่ตามที่ท่านเคยได้เห็นเมื่อรับราชการเป็นทูต ต่อมาโรงเรียนนี้ได้ยกฐานะ ขึ้นเป็นโรงเรียนนาฏศิลป์และวิทยาลัยนาฏศิลปรับโอนนาฏยศิลปินจากกระทรวงวัง มาบรรจุเป็นครู ในโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์และรับนักเรียนเข้ามาศึกษาแล้ว แต่ยังไม่มีโรงละคร เพื่อจัดการแสดง ส าหรับดูได้อวดฝีมือและนักเรียนได้แสดงความสามารถอันเป็นผลจากการเรียนในตอนบุกเบิกนั้น ได้มีการจัดแสดงละครบ้างแต่ไม่สมบูรณ์ และเป็นละครร าแบบเดิมซึ่งไม่ตอบสนองนโยบาย ประชาธิปไตย หลวงวิจิตรวาทการ ลี้ภัยการเมืองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และกลับมาจัดตั้งคณะละครวิจิตรศิลป์ แสดงประจ าอยู่ที่โรงละครเฉลิมนคร บริเวณสี่แยกเอส เอ บี ระหว่างปีพ.ศ. 2489 - 2491 รูปแบบ ของการแสดงยังคล้ายยุคแรก ๆ แต่เนื้อหาเน้นการต่อสู้ และความรักความระทมขมขื่น รวม 10 เรื่อง แต่กิจการละครที่ท่านท าเป็นแบบนาฏยพาณิชย์นี้ ไม่ประสบความส าเร็จเท่าอดีต จึงเลิกไป จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งในระหว่าง ปีพ.ศ. 2497 - 2500 ได้มีบัญชาให้พลตรีหลวงวิจิตรวาทการเอกอัครราชทูตไทยประเทศสวิสเซอร์แลนด์กลับมา ช่วยราชการด้านวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งขั้นใหม่ ท่านได้สร้างละครแนวรักชาติ ขึ้นแสดง ณ โรงละครกระทรวงวัฒนธรรม ถนนเสือป่า อีก 4 เรื่อง คือ 1) อานุภาพพ่อขุนรามค าแหง


4 2) อานุภาพแห่งการเสียสละ 3) อานุภาพแห่งความรัก 4) อานุภาพแห่งความศีลสัตย์(สุรพล วิรุฬห์รักษ์, 2554, น. 76 - 79) ลักษณะละครหลวงวิจิตรมีลักษณะเฉพาะ กล่าวคือ มีการผสมผสานระหว่างท่าร ากับ ท่าทางตามธรรมชาติ ผู้แสดงร้องและเจรจา มีการด าเนินเรื่องด้วยการเจรจา มีการใช้เพลงไทยเดิม ผสมผสานกับเพลงไทยสากล ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงจะใช้วงปี่พาทย์ เครื่องสาย วงดนตรีสากล ใช้วง Chamber Orchestra การแต่งกายมีการผสมผสานระหว่างการแต่งกายยืนเครื่องแบบ ละครไทย การแต่งกายตามเชื้อชาติ และการแต่งกายแบบสามัญชน ที่ส าคัญพบว่า ละครหลวงวิจิตรมีจุดเด่นที่สุด คือ เพลงที่ท านองไพเราะ เนื้อเรื่องมี ความหมายต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง ทั้งปลุกใจรักชาติ ทั้งโน้มน้าวใจให้เกิดอุดมการณ์ ทั้งให้คติสอนใจ ละครหลวงวิจิตรจึงมีคนนิยมน ามาแสดงอยู่เสมอ ปัจจุบันบริบทการชมการแสดงต่าง ๆ ผู้ชมสามารถ เข้าถึงสื่อเทคโนโลยีได้มากขึ้น ผู้สร้างละครจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาวิธีการน าเสนอรวมถึง ระยะเวลาในการรับชม เพื่อสนองความต้องการของผู้ชม ดังนั้นถ้านาฏกรรมไทยจะด ารงอยู่ในความ นิยมของผู้คนต่อไป การปรับเปลี่ยนไปตามเทคนิคและสังคมคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปัญหาอยู่ ที่ว่าใครจะเป็นผู้ปรับเปลี่ยน งานอนุรักษ์มาตรฐานเก่าน่าจะเป็นคลังที่คนรุ่นหลังใหม่สามารถเปิดไป ใช้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่การจะเอาไปใช้นั้นไม่น่าจะเป็นการท าซ้ าอยู่เสมอไป หากควรน าไปเป็นฐาน ส าหรับการพัฒนานาฏกรรมร่วมสมัยที่เป็นของไทย (นิธิ เอียวศรีวงศ์, 2534, น. 163) จากบริบททางสังคมในสถานการณ์ปัจจุบัน สังคมไทยได้มีความขัดแย้งทางความคิดของ คนในชาติ มีกลุ่มคนมากมายแบ่งพรรคแบ่งสถานะทางความคิดเรื่องการเมืองซึ่งนับวันจะเริ่มมีความ รุนแรงขึ้น เกี่ยวโยงมาถึงสถาบันกษัตริย์ เยาวชนเริ่มมีการแสดงความคิดทางการเมือง ขาดความรัก สามัคคีปรองดอง ดังข้อมูลจากศูนย์ส ารวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลส ารวจของประชาชน เรื่องชูสามนิ้วและผูกโบขาวในโรงเรียนแสดงให้เห็นถึงความ แตกแยกทางความคิดของประชาชนในชาติ (นิด้าโพล, 2563) จากการศึกษาบริบททางสังคม ณ ปัจจุบันนี้ ผู้จัดละครโทรทัศน์ หรือภาพยนตร์ มุ่งเน้นน าเสนอเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องรักชาติโดยมุ่งเน้นเนื้อหาทางสังคม ในด้านอื่น ส่งผลให้เรื่องของความรักชาติไม่ถูกปลูกฝังในอารมณ์และความรู้สึกของผู้ชม ตลอดจน เยาวชนรุ่นใหม่มีความคิดและแสดงออกต่อสังคมทางการเมืองหลากหลายรูปแบบมีความแตกแยก ทางความคิด ซึ่งสถานการณ์นี้ใกล้เคียงกับช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2479 ซึ่งขณะนั้นหลวงวิจิตรวาทการได้สร้างละครปลุกใจรักชาติเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลสมัยนั้น


5 จากการศึกษาค้นคว้าผู้วิจัยพบว่า มีวรรณกรรมในรูปแบบนวนิยายที่มีเนื้อเรื่องที่แสดงให้เห็นถึง ความสามัคคีปรองดอง การมีคุณธรรมในการด ารงชีวิตในทางที่ถูกที่ควร ประชาชนมีความจงรักภักดี กับการครองราชย์บัลลังก์ของราชินีที่ต้องต่อสู้กับกลทางการเมืองของฝ่ายตรงกันข้ามที่มีความคิดเห็น ขัดแย้งกัน จนในที่สุดก็สามารถผ่านพ้นวิกฤติด้วยความเสียสละของผู้จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์แก่นของเรื่องคือการเสียสละความรักระหว่างหญิงชายเพื่อชาติบ้านเมือง มีความสุขสงบ ภายใต้การปกครองราชบัลลังก์ ได้รับความนิยมมากคือเรื่อง เลือดขัตติยา บทประพันธ์ ของลักษณวดี วรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยา ได้เคยน ามาใช้เป็นบทโทรทัศน์ในปีพ.ศ.2551 ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 ปีพ.ศ. 2526 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (ไม่ได้ออกอากาศ) ปีพ.ศ. 2546 ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ต่อมาในปีพ.ศ. 2557 น าจัดแสดงเป็นละครเวทีประเภท เดอะมิวสิคัล ณ โรงละครรัชดาลัยเธียเตอร์ จึงเป็นนวนิยายที่มีเนื้อหาน่าสนใจ น าเสนอสู่ผู้ชม ในหลายรูปแบบ ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะน าวรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยา เนื้อเรื่องแสดงถึงความรักชาติ มาสู่รูปแบบการแสดงละครหลวงวิจิตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบันที่สังคมไทยมีความ แตกแยกทางความคิดของคนในชาติ ต่างคนต่างต้องการอ านาจในการปกครองประเทศมุ่งที่จะเอาชนะ ฝ่ายตรงข้ามด้วยการปลุกปั่นยุยงให้คนในชาติเกิดความสับสนจนเกิดความแตกสามัคคี โดยยึดแนวปลูกฝัง ความรักชาติและเป็นการสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ ปีพ.ศ. 2560 - 2579 ด้านที่ 1 การจัดการศึกษา เพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ ตลอนจนตอบสนองคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประเภท ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ปรับปรุงพ.ศ. 2560 ในเรื่องชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ และรักความเป็นไทย ทั้งนี้จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับละครหลวงวิจิตร พบว่า เป็นละครที่มีรูปแบบเฉพาะแสดง ถึงความรักชาติมีรูปแบบการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นละครที่เคยสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ ประเทศชาติในการโน้มน้าวจิตใจคนดูให้เกิดความส านึกรักชาติด้วยการชมละครที่แฝงไปด้วยคุณธรรม การเสียสละ การเห็นแก่ส่วนรวม ซึ่งตรงกับสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันที่คนในชาติมีความ คิดเห็นแตกต่างกัน มีการแบ่งแยกเป็นกลุ่ม ๆ และขาดความสามัคคีของคนในชาติในฐานะที่ผู้วิจัย เป็นคนไทยที่มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์จึงอยากน าละครหลวงวิจิตรมาเป็นแนวทาง ในการสร้างละครที่ปลูกฝังคุณธรรมด้วยความเสียสละ ความรักส่วนตัวเพื่อประเทศชาติ ผสมผสานกับนวัตกรรมเทคโนโลยีร่วมสมัย อาทิ ดนตรีร่วมสมัย เครื่องแต่งกาย ฉากมัลติมีเดีย ฯ


6 จนเป็นละครรูปแบบใหม่ ให้แก่เยาวชนหรือคนรุ่นปัจจุบันได้รับชม อีกทั้งยังมีส่วนเกี่ยวข้อง ทางครอบครัวของหลวงวิจิตรวาทการ ตลอดจนได้รับโอกาสแสดงละครเรื่องต่าง ๆ ของหลวงวิจิตรวาทการ และต้องการท าวิจัยต่อยอดจากวิทยานิพนธ์ เรื่อง ละครหลวงวิจิตร ในช่วงศึกษาระดับมหาบัณฑิต นอกจากนี้ผู้วิจัยยังเป็นอาจารย์สอนนักศึกษา ระดับปริญญาตรีสาขานาฏศิลป์ไทยศึกษา คณะศิลปศึกษา หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยนาฏศิลป ในรายวิชาละครหลวงวิจิตร ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะดัดแปลงวรรณกรรมในรูปแบบนวนิยายเรื่อง เลือดขัตติยา ที่มีเนื้อเรื่องแสดง ถึงความรักชาติศาสน์ กษัตริย์ มาสู่รูปแบบการแสดงละครหลวงวิจิตร โดยน าเทคโนโลยีผสมผสาน สมัยใหม่มาประกอบการแสดงในครั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าละครหลวงวิจิตรยังสามารถน ามาพัฒนา ต่อยอดการปลูกฝังคุณธรรมด้านความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยเสริมแต่งความร่วมสมัย ให้เข้าถึงผู้ชมในปัจจุบัน 2. วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย 2.1 เพื่อสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 2.2 เพื่อประเมินคุณภาพ และความคิดเห็นของผู้ชมที่มีต่อละครเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 3. ค ำถำมกำรวิจัย 3.1 ละครเรื่อง เลือดขัตติยา สามารถน ามาสร้างสรรค์เป็นละครปลุกใจตามแนวทางละคร หลวงวิจิตรได้อย่างไร 3.2 เมื่อผู้ชมได้ชมละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตรแล้ว จะมีความคิดเห็น ต่อคุณภาพของละครที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นอย่างไร


7 4. ขอบเขตของกำรวิจัย 4.1 ด้ำนเนื้อหำ 4.1.1 ศึกษารูปแบบการแสดงละครหลวงวิจิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 - 2500 จากละคร 14 เรื่อง ที่มีเนื้อหาปลุกใจให้รักชาติและเป็นงานที่ท าให้แก่ราชการในยุคกรมศิลปากร 4.1.2 เรื่องที่แสดงน ามาจากนวนิยาย เรื่อง เลือดขัตติยา บทประพันธ์ของลักษณวดี สร้างสรรค์เป็นละครปลุกใจรักชาติ ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 4.2 ด้ำนระยะเวลำ 4.2.1 การสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร มีขอบเขต ด้านระยะเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 รวมระยะเวลา 2 ปี 4.2.2 ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร มีการก าหนดระยะเวลา ในการแสดงประมาณ 40 นาที 4.3 ด้ำนรูปแบบกำรน ำเสนอผลงำน ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร น าเสนอในรูปแบบแนวทาง การแสดงละครตามกระบวนการและขั้นตอนละครหลวงวิจิตรต่อสาธารณชนจ านวน 3 ฉาก ในระยะเวลา 40 นาที คือ 1) ฉากสายธารที่ฉ่ าเย็น 2) ฉากที่คุมขังนักโทษประหาร 3) ฉากท้องพระโรง เมืองยโสธร 5. ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับจำกกำรวิจัย 5.1 ได้องค์ความรู้กระบวนการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ซึ่งเป็นการแสดงเรื่องใหม่ตามแนวทางหลวงวิจิตรวาทการ สามารถน าไปใช้ประโยชน์ด้านการเรียน การสอน และการท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรมของชาติ 5.2 ได้องค์ความรู้ด้านการร้องแบบสอดประสานเคาน์เตอร์พอยท์(Counter Point) 5.3 ได้นวัตกรรมละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร


8 6. นิยำมศัพท์เฉพำะ ละครหลวงวิจิตร หมายถึง ละครที่แต่งโดยหลวงวิจิตรวาทการมีเนื้อเรื่องปลุกใจให้รักชาติ มีลักษณะเฉพาะ คือ เป็นการผสมผสานระหว่างการร าเต็มตัวตามแบบนาฏศิลป์ไทยและใช้ท่าร าแบบ ก าแบ หรือ ท่าธรรมชาติ ตัวละครมีบทร้องและพูดโดยใช้ทั้งเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีสากล แต่งกายตามเชื้อชาติ มีการแสดงระบ าประกอบเพื่อสร้างความตระการตาให้กับการแสดง เลือดขัตติยา หมายถึง นวนิยายจากบทประพันธ์ของลักษณวดี (คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติปีพุทธศักราช 2555) ซึ่งจะน ามาดัดแปลงสร้างสรรค์เป็นละครแนวทางละครหลวงวิจิตร แนวทางละครหลวงวิจิตร หมายถึง ละครรูปแบบใหม่ที่สร้างขึ้น มีลักษณะท่าร าตามนาฏศิลป์ ท่าร าธรรมชาติเนื้อเรื่องมีเนื้อหาปลุกใจรักชาติ มีการน าสื่อเทคโนโลยีเข้ามาประกอบ เพื่อให้เข้ากับ ยุคสมัย


บทที่ 2 การทบทวนวรรณกรรม การด าเนินการวิจัยเรื่อง ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ผู้วิจัย ได้ท าการศึกษา ค้นคว้า ข้อมูลเอกสารทางวิชาการ แนวคิดและทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางด าเนินการวิจัย โดยมีละเอียดดังนี้ 1. แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1.1 แนวคิดการแปลงวรรณกรรมเป็นบทละคร 1.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างละคร 1.3 ทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์ 1.4 ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์ 2. สารัตถะที่เกี่ยวข้อง 2.1 ประวัติและผลงานหลวงวิจิตรวาทการ 2.2 ประวัติและผลงานคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ 2.3ความเป็นมาของละครหลวงวิจิตร 2.4 รูปแบบและองค์ประกอบของละครหลวงวิจิตร 2.4.1 รูปแบบการแสดงละครหลวงวิจิตร 2.4.2 องค์ประกอบการแสดงละครหลวงวิจิตร 2.5 วรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยา 3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4. กรอบแนวคิดในการวิจัย


10 1. แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1.1 แนวคิดการเปลี่ยนแปลงวรรณกรรมเป็นบทละคร 1.1.1 การสร้างบทละครเวทีมีการท าบทจากบทดั้งเดิม (Original) การสร้างบทละครเวทีมีการท าบทจากบทดั้งเดิม (Original) หรือแปลจากบทละคร ต่างประเทศ และมีการดัดแปลงจากบทละคร (Adaptation) ซึ่งวิธีการน าบทละครดั้งเดิมมาดัดแปลง มีวิธีการดังต่อไปนี้ (นราพร สังข์ชัย, 2551, น. 170 - 172) 1)การสร้างโครงเรื่อง 1.1) การอ่านอย่างเข้าใจในบทนั้น 1.2) วิเคราะห์โครงเรื่องของบทประพันธ์ 1.3) เขียนเรื่องย่อ และมีการเพิ่มมุมมองของผู้เขียน 1.4) การเขียนแก่นของเรื่องควรเก็บแกนหลักของเรื่องไว้ แต่จะเพิ่มรายละเอียด เพิ่มขึ้นได้ 2) การสร้างตัวละคร 2.1) การให้มีตัวละครเอก หรือตัวที่มีการกระท าหลักอยู่ 2.2) การเพิ่มตัวละครที่มีความส าคัญต่อการกระท าหรือมีผลกระทบต่อตัวละครหลัก 2.3) การทิ้งหรือตัดตัวละครออกส าหรับตัวละครที่ไม่ส าคัญกับเรื่อง 2.4) กา ร ร วมตัวละครคือการน าหลายตัวละครร่วมกันและสร้างบุคลิก ของตัวละครใหม่ขึ้นมาแทนที่จะตัดตัวละครแบบนี้ออกไป 3)การก าหนดเวลาฉาก และสถานที่ ผู้เขียนต้องพยายามคงรายละเอียดของบทประพันธ์ เช่น ระดับของเวลา ช่วงเวลาที่เกิดขึ้น หากมีความจ าเป็นในการปรับ เรื่องเวลาและสถานที่ ก็สามารถปรับได้ให้เข้ากับ เวลาการผลิตจริง หรือบริบทของสถานที่ในการแสดง 4) การด าเนินเรื่อง 4.1)การล าดับการด าเนินเรื่องเล่าตามเหตุการณ์ 4.2) การล าดับตามเวลาที่เกิดขึ้น 4.3) ล าดับตามความน่าสนใจ


11 5)การเขียนบทบรรยายและบทสนทนา 5.1) น าบทสนทนาและค าบรรยายดั้งเดิมใส่ในบทละคร 5.2) ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของบริบทของเรื่อง 1.1.2 หลักในการตัดต่อกลอนบทละคร การตัดต่อกลอนบทละครมีความจ าเป็นอย่างมาก เพื่อให้การแสดงละครด าเนิน เรื่องเหตุการณ์ไปด้วยความรวดเร็ว กระชับ โดยยังรักษาโครงเรื่องเอาไว้ ซึ่งผู้ตัดต่อบทละคร ต้องค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้(สมศักดิ์ บัวรอด, 2558, น. 73) 1) เพื่อให้สั้นพอดีกับเวลาของการร้องหรือการแสดง 2) เพื่อกระชับข้อความให้กะทัดรัด ตัดข้อความที่ไม่จ าเป็นหรือตัดตอนที่มี ความไพเราะน้อยออก 3) การตัดต่อบทละครนั้นก็เพื่อให้เหมาะกับการแสดงบางทีข้อความที่ไม่ไพเราะ ต้องเก็บไว้ถ้ากลอนตอนนั้นเชื่อมโยงกันดีแล้ว 4) กลอนบางตอนแม้จะมีความไพเราะแต่ถ้าขัดกับท่าร าก็ต้องตัดทิ้งไป 5) ผู้ตัดต่อจะต้องใช้ความสามารถแต่งกลอนแทรกเชื่อมให้เข้ากันสนิท 6) การตัดต่อกลอนท าเพื่อคงคุณค่าของกลอนไว้ และปรับปรุงให้เหมาะสมกับโอกาส ที่ใช้ไม่ใช่ท าลายคุณค่าของเดิม 7) การตัดต่อกลอนจากวรรณคดีมาเป็นกลอนบทละครบางแห่งต้องตัดออกทั้งบทยาว ๆ ผู้ตัดต่อต้องมีความสามารถแต่งเติมเข้าไปทั้งบทเพื่อให้เหมาะสมกับโอกาสที่น ามาใช้ 8) ผู้ตัดต่อควรระวังอย่าบิดเบือนเรื่องเดิมให้เสียไป 9) ข้อส าคัญ คือ การเชื่อมโยงสัมผัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลอนบทละครต้องรับสัมผัส กันทุกบทแม้แต่ในกรณีสัมผัสระหว่างฉากก็ทิ้งไม่ได้ 10) ผู้ตัดต่อต้องมีความรักด้านขนบของการแสดงละครในลีลาการร า และการจัด การแสดงละครดีพอ จึงจะเขียนบทออกมาให้สอดคล้องกับท่าร าได้ กล่าวโดยสรุปว่า การดัดแปลงเปลี่ยนแปลงหรือการตัดต่อบทละครจะสะท้อนให้เห็นถึง ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าของบทละครนั้น ๆ รวมถึงการพัฒนาละครให้ปรากฏเป็นละครรูปแบบใหม่ โดยเริ่มจากการสร้างโครงเรื่องการสร้างตัวละครการก าหนดเวลา ฉาก สถานที่การด าเนินเรื่อง และการเขียนบทบรรยาย บทสนทนา นอกจากนี้การตัดต่อบทละครยังต้องค านึงถึงเวลา การกระชับข้อความ


12 การเชื่อมโยงของบทละคร ความเหมาะสมของท่าร า และข้อส าคัญ คือ การเชื่อมโยงสัมผัสซึ่งทั้งหมดนี้ จะสร้างความสมบูรณ์ให้กับละครเป็นอย่างมาก 1.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างละคร 1.2.1 แนวคิดและทฤษฎีโพเอติกา กา รสร้างงานของผู้วิจัย ได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎีของอริสโตเติล ละค รเวที จะประกอบด้วย โครงเรื่อง (Plot) ตัวละคร (Character) ความคิด (Thought) ภาษา (Diction) เพลง (Song) และภาพ (Spectacle) ป ระกอบไปด้วยองค์ประกอบ 6 ป ระการ เรียงล าดับ ตามความส าคัญ ได้แก่ (นพมาศ แววหงส์, 2550, น. 3 - 4) 1) โครงเรื่อง (Plot) โครงเรื่อง คือ กระดูกสันหลังของบทละคร เป็นองค์ประกอบที่ส าคัญที่สุด ในที่นี้องค์ประกอบของโครงเรื่องจะได้รับการกล่าวอย่างละเอียดในหัวข้อทฤษฎีการเขียนบทละคร แต่สิ่งที่ต้องการเน้นย้ าในเบื้องต้น คือ โครงเรื่องจะดีได้ต้องมีเอกภาพ ( Unity) ตามทฤษฎี ของอริสโตเติลได้กล่าวถึงเอกภาพทั้งสาม (The Three Unities) หมายถึง เอกภาพของโครงเรื่อง หรือเอกภาพของการกระท า (Unity of Plot or Unity of Action) เอกภาพของเวลา (Unity of Time) และเอกภาพของสถานที่ (Unity of Place) หากแต่ในปัจจุบันเอกภาพในละครจะหม า ยถึง “การเสนอบางสิ่งบางอย่างที่ มุ่งไปในทางเดียวกัน หรือมีบางสิ่งที่โยงเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ความหมาย ของเรื่องเป็นที่เข้าใจแก่ผู้ชม” (นพมาส แววหงส์, 2550, น. 10) 2) ตัวละคร (Character) ตัวละคร คือ บุคคลสมมุติที่ผู้เขียนบทละครสร้างขึ้นเพื่อท าหน้าที่เลียนแบบ และน าเสนอคุณสมบัติ ความคิด รวมไปถึงการกระท าบางประการของมนุษย์ ซึ่งสามารถจ าแนกได้ เป็นตัวละครหลัก (Protagonist) และสิ่งปฏิปักษ์ (Antagonist) อย่างไรก็ดีการสร้างตัวละครให้มีมิติ และถ่ายทอดบุคลิกลักษณะตลอดจนภูมิหลังอันเป็นประโยชน์แก่การด าเนินเรื่องได้ในระยะเวลา ที่จ ากัดของละครเวที ซึ่งท าให้ผู้ชมเกิดอารมณ์สะเทือนใจ กล่าวคือ ความกลัวและความสงสาร แก่ตัวละครนั้น ๆ ได้ นับว่าประสบความส าเร็จอย่างยิ่ง


13 3) ความคิด (Thought) ความคิด คือ สิ่งที่ผู้เขียนบทละครปรารถนาจะบอกกล่าวหรือสื่อสารแก่ผู้ชม ความคิดในที่นี้หมายรวมถึงแก่นเรื่อง การใช้เหตุผลในเรื่อง รวมถึงเนื้อหาสาระ ต่าง ๆ โดยอาจแสดงออก ผ่านวาทศิลป์ในบทสนทนา หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ก็ได้ อย่างไรก็ดีบทละครที่ดีจ าต้องมีความคิด บางประการปรากฏอยู่เสมอ และมักก่อให้เกิดการขบคิดต่อไปเมื่อละครสิ้นสุดลง 4) ภาษา (Diction) ภาษา เป็นเครื่องมือส าหรับถ่ายทอดเนื้อหาสาระ และความคิดของตัวละคร ตลอดจนเป็นปัจจัยหนึ่งที่น าไปสู่การพัฒนาของโครงเรื่อง ด้วยข้อจ ากัดของ ละครเวทีที่ด าเนิน ไปอย่างต่อเนื่องดังนั้นภาษาที่ใช้เพื่อการสนทนาของตัวละครจึงควรเป็นภาษาที่กระชับแต่สื่อความชัดเจน ใช้ค าน้อยแต่กินความมาก ไม่เยิ่นเย้อ และที่ส าคัญ คือ ต้องเป็นภาษาที่พบได้ในชีวิตจริง ๆ ของมนุษย์ทั่วไป ทั้งนี้เมื่อผู้ชมได้ยินบทสนทนาแล้วต้องเข้าใจทันที เพราะผู้ชมจะไม่มีเวลาในการหยุดไตร่ตรอง หรือ ทบทวนข้อความนั้น ๆ อย่างไรก็ดีการวรรณศิลป์ทั้งในระดับค าและระดับความ อาทิ การสรรค์ การเล่นค าเล่นเสียง โวหารภาพพจน์ การอ้างถึง ความเปรียบคู่ขนาน ฯลฯ มีส่วนช่วยให้ผู้ชมเกิดจินตภาพ และอารมณ์สะเทือนใจมากยิ่งขึ้น 5) เสียง (Sounds) เสียง จ าแนกได้ 3 ประเภท กล่าวคือ เสียงที่นักแสดงพูด เสียงเพลงและดนตรี และเสียงป ระกอบต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องพิจารณาให้ประสานกลมกลืนไปกับการแสดง และช่วยถ่ายทอดอารมณ์ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ของเรื่อง และตัวละครได้ 6) ภาพ (Spectacle) ภาพ หมายถึง สิ่งที่ประจักษ์แจ้งแก่สายตาผู้ชมในระหว่างดูละคร ได้แก่ ฉาก เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบฉาก แสงสี และหมายรวมถึงการกระท าของตัวละครบนเวที และท่าทางของตัวละครด้วย อย่างไรก็ดีภาพที่ปรากฏต้องสื่อความหมายและสนับสนุนองค์ประกอบต่าง ๆ ของบทละครด้วย ผู้วิจัยได้น าทฤษฎีการละคร ของอริสโตเติลมาใช้เป็นแนวทางในการก าหนดโครงเรื่อง บุคลิกของตัวละคร ความคิด ภาษา เสียง และภาพในละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร


14 1.2.2 แนวคิดและทฤษฎีสี ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎีสีของศาสตราจารย์เกียรติคุณชะลูด นิ่มเสมอ ในการสร้างสรรค์ละครเกี่ยวกับการใช้สี แสง บนเวทีที่กล่าวไว้ว่า “สีมีอยู่ 2 ชนิด คือ สีที่เป็นแสง (Spectrum) ได้แก่ สีที่เกิดขึ้นจากการหักเหของแสงกับสีที่เป็นวัตถุ (Pigment) ได้แก่สีที่มีอยู่ในวัตถุ ธรรมชาติทั่วไป เช่น พืช สัตว์แร่ธาตุฯลฯ” ในแสงนั้นมีสีต่าง ๆ ร วมกันอยู่แล้วทุกสี แต่ได้ผสมกันอย่างสมดุล จนกลายเป็นสีขาวใส เมื่อแสงกระทบวัตถุที่มีสี วัตถุนั้นจะดูดสีทั้งหมดของแสงไ ว้ แล้วสะท้อนสีที่เหมือนกับตัววัตถุเองออกมา เราจึงเห็นสีของวัตถุนั้น ยกตัวอย่างเช่น แสงส่องมาถูกลูกโป่งสีแดง สีแดงของลูกโป่งจะตอบรับกับสีแดงในแสง แล้วสะท้อน สีแดงนั้นเข้าสู่ตาของเรา วัตถุสีขาวจะสะท้อนสีออกมาทุกสี ส่วนวัตถุสีด าไม่สะท้อน สีใดเลย มันดูดเก็บไว้หมด (ชะลูด นิ่มเสมอ, 2559, น. 75) นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎีค วามรู้สึกของสีในเชิงจิตวิทยาข อง นายอลงกต หาญชนะ ซึ่งกล่าวถึงความหมายของสี ในการสร้างสรรค์ละครผู้วิจัยได้น ามาใช้เกี่ยวกับ การใช้สีของเครื่องแต่งกายมีรายละเอียดดังนี้ สีแดง ให้ความรู้สึกร้อน รุนแรง กระตุ้น ท้าทาย เคลื่อนไหว ตื่นเต้น เร้าใจ มีพลัง ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง ความรัก ความส าคัญ อันตราย สีเขียว ให้ความรู้สึกสงบ เงียบ ร่มรื่น ร่มเย็น การพักผ่อน การผ่อนคลาย ธรรมชาติ ความปลอดภัย ความสุข ความสุขุมเยือกเย็น สีน้ าเงิน ให้ความรู้สึกสงบ สุขุม สุภาพ หนักแน่น เคร่งขรึม เอาการเอางาน ละเอียดรอบคอบ สง่างาม มีศักดิ์ศรี สูงศักดิ์ สีขาว ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิดเผย การเกิด ความรัก ความหวัง ความจริงความเมตตา ความศรัทธา ความดีงาม


15 สีด า ให้ความรู้สึก มืด สกปรก ลึกลับ ความสิ้นหวัง จุดจบ ความตาย ความชั่ว ความลับ ทารุณ โหดร้าย ความเศร้า หนักแน่น เข้มเข็ง อดทน มีพลัง สีชมพู ให้ความรู้สึก อบอุ่น อ่อนโยน นุ่มนวลอ่อนหวาน ความรัก เอาใจใส่ วัยรุ่น หนุ่มสาว ความน่ารัก ความสดใส สีทอง ให้ความรู้สึกความหรูหรา โอ่อ่า มีราคาสูงค่า สิ่งส าคัญ ความเจริญรุ่งเรือง ความสุข ความมั่งคั่ง ความร่ ารวย การแผ่กระจาย (อลงกต หาญชนะ,2560,ออนไลน์) 1.3 ทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ กล่าวว่า นักนาฏยศิลป์มีวิธีการท างานการออกแบบนาฏยศิลป์แตกต่างกัน เป็นการเฉพาะของตน แต่ในที่นี้จะได้ก าหนดขั้นตอนไว้เพื่อให้สะดวกแก่การออกแบบ ส าหรับนักนาฏยประดิษฐ์ การออกแบบทางนาฏยศิลป์มีขั้นตอน และวิธีที่คล้ายคลึง กับศิลปะสาขา อื่น ๆ คือ การก าหนดโครงร่างโดยรวม การแบ่งช่วงอารมณ์ ท่าทาง ทิศทาง และการลงรายละเอียด การท างานทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ กระท าเป็นสองภาค ภาคแรกเป็นการเขียนลงบนกระดาษในลักษณะแบบร่าง เพื่อให้เห็นหน้าตา ของการแสดงชุดนั้นคร่าว ๆ ภาคหลังเป็นการน าแบบร่างไปปฏิบัติโดยผู้แสดง และตลอดเวลาการท างาน ก็มีการเขียนแบบร่างเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจร่วมกัน ในหมู่ผู้ร่วมงานอยู่ตลอดเวลา (สุรพล วิรุฬห์รักษ์, 2547, น. 232) 1) การก าหนดโครงร่างรวม ก็คล้ายคลึงกับการวาดภาพจิตรกรรมลงบนพื้นผ้าใบ ที่ต้องมีการร่างภาพให้เห็นองค์ประกอบต่างๆ ของภาพตามจินตนาการ แต่ภาพจิตรกรรมเป็นภาพนิ่ง ภาพนาฏยศิลป์เป็นภาพเคลื่อนไหว ภาพจะเปลี่ยนไปเป็นระยะ ๆ จึงควรเห็นภาพของการแสดง ในช่วงส าคัญ ๆ เป็นระยะ ๆ


16 2) การแบ่งช่วงอารมณ์ โดยปกติการแสดงนาฏยศิลป์ จะมีกระบวนท่าแบ่งเป็นช่วง ๆ สั้นบ้างยาวบ้าง แต่ละช่วงจะแสดงอารมณ์ที่แตกต่างกันเพื่อความหลากรส ดังนั้นการออกแบบ ในแต่ละช่วงอาจใช้จ านวนผู้แสดงและการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันเพื่อสะท้อนอารมณ์ที่ต้องการ ในช่วงนั้น ๆ เช่น อารมณ์เศร้าแสดงเดี่ยวอยู่นิ่งกับที่ อารมณ์ทุกข์ทรมานใช้ผู้แสดงหมู่เคลื่อนไหว ไปม าช้า ๆ และอา รมณ์รักแสดงโดยชายหญิงคู่หนึ่งเคลื่อนไหวโลดแล่นไปมาอย่างร่าเริง ในการเปลี่ยนช่วงอาจท าได้ด้วยการตั้งซุ้มเพื่อแสดงการจบช่วงหรือเข้าโรงไป เพื่อเริ่มออกแสดง ในช่วงใหม่ต่อไป 3) ท่าทางและทิศทาง การแสดงนาฏศิลป์ชุดหนึ่ง ๆ มักมีท่าทางหลักปรากฏอยู่ เป็นระยะ ๆ ตลอดเวลาของการแสดงเพื่อเชื่อมหรือแสดงความเป็นเอกภาพของการแสดงชุดนั้น และมีท่าอื่น ๆ ก าหนดให้เป็นเฉพาะในแต่ละช่วง ส่วนทิศทางทั้ง 8 ดังกล่าวแล้ว ก็มักจะน ามาใช้ เพื่อก าหนดการเข้า การออก และการเคลื่อนที่ของผู้แสดงในแต่ละช่วงบนเวที เพื่อให้ได้ความหมาย ตามต้องการ 4) การลงรายละเอียด เมื่อการฝึกซ้อมเข้ารูปเข้ารอยพอสมควรตามก าหนดแล้ว จึงเริ่มพิถีพิถันกับรายละเอียด ในที่นี้มิได้หมายความว่านักนาฏยประดิษฐ์ละเลยเรื่องรายละเอียด มาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ให้การเอาใจใส่เป็นพิเศษในช่วงนี้เพื่อให้การแสดงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การปรับ ระดับของอวัยวะต่าง ๆ ของผู้แสดงให้เท่ากัน ปรับทิศทางของใบหน้าและดวงตาที่ต้องสัมพันธ์ กับเสียงและแสงเป็นพิเศษ ในการออกแบบนาฏยศิลป์ แม้จะด าเนินตามขั้นตอนดังกล่าว แต่บางครั้ง ความคิดของนักนาฏยประดิษฐ์ ไม่แจ่มใส ไม่โลดแล่น จึงไม่สามารถเรียบเรียง ออกมาให้เห็นเป็นภาพได้ ในกรณีเช่นนั้นนักนาฏยประดิษฐ์ต้องขอความร่วมมือ จากผู้แสดง และผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยทดลองปฏิบัติ เช่น ลองตั้งซุ้ม ลองเกาะเกี่ยวกัน ลองแสดงท่าทางกับอุปกรณ์การแสดง ให้เกิดความแปลกใหม่เหล่านี้เป็นต้น เมื่อได้ข้อยุติอันพึงพอใจแล้วก็บันทึกเอาไว้จะด้วยความจ า ภาพวาด ภาพถ่าย หรือวีดิทัศน์ก็ได้ (สุรพล วิรุฬห์รักษ์, 2547, น. 233)


17 จากการศึกษาทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์ ดังกล่าว การออกแบบงานนาฏยศิลป์ต้องมีการ ก าหนดโครงร่าง การแบ่งช่วงอารมณ์และทิศทางการเคลื่อนไหวของผู้แสดง การท างานแบ่งได้เป็น 2 ส่วน กล่าวคือ ส่วนที่ 1 คือ การออกแบบร่างการแสดง (StoryBoard) เพื่อก าหนดทิศทาง ในการแสดง อาจไม่ต้องมีรายละเอียดมาก จะบอกถึงต าแหน่งของตัวละครว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในฉากนั้น ๆ ภาพที่ 1 ตัวอย่างการออกแบบร่างการแสดง (StoryBoard) ที่มา: สตอรี่บอร์ด(2565, ออนไลน์) จากนั้นน าส่วนที่ 1 ไปใช้ปฏิบัติการซ้อมกับตัวละคร ซึ่งในแต่ละครั้งของการร่วมฝึกซ้อม ของผู้แสดงอาจมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งต้องมีการประชุมให้นักแสดงรับรู้ร่วมกันอยู่เสมอ ซึ่งการแสดง ในบางครั้งก็ไม่อาจดูจากการออกแบบร่างการแสดง (Story Board) ได้อย่างเดียว ผู้สร้างสรรค์ต้องมี การแก้ไขถึงจุดบกพร่องของการแสดงนั้น ๆ ได้ด้วยความร่วมมือของนักแสดงอาจมีการทดลองท า ถ้าการแสดงไม่ราบรื่นก็อาจหาสิ่งอื่นมาประกอบ เช่น เพิ่มอุปกรณ์การแสดงให้เกิดความตื่นตา 1.4 ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์ ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์ มีหลักคิด 2 ประการ คือ หลักมิติการสร้างสรรค์และหลักวิพิธ ลักษณาการสร้างสรรค์ หลักคิดทั้งสองมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงต่อกันระหว่างมุมมองที่มีทิศทางมุ่ง ให้เกิดมีขึ้นกับคุณลักษณะเฉพาะที่มีความหลากหลาย ซึ่งหมายรวมถึงค าที่มีความหมายใกล้เคียงกันด้วย เช่น การรังสรรค์ ประดิษฐ์ ทัศนนิมิต การคิดท่าร่ายร า แต่งเพลง ประพันธ์เพลง ได้หลอมรวม ความเป็นเหตุผลของปัจจัยตามทฤษฎี


18 1) หลักมิติการสร้างสรรค์ศิลป์ หลักมิติการสร้างสรรค์ศิลป์เป็นมุมมองที่มีทิศทางมุ่งไป ให้เกิดมีขึ้นด้วยการตริตรองความเป็นภูมิปัญญาของสมบัติศิลป์ในช่วงกาลปัจจุบันของผู้สร้างสรรค์ ไปสู่ความเป็นมรดกภูมิปัญญา มุมมองการสร้างสรรค์นี้เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัย 5 ประการ คือ การสร้างสรรค์ศิลป์เกิดขึ้นจากการกระท าของมนุษย์ การสร้างสรรค์ศิลป์เกิดขึ้นจากบุพภูมิของมวล จินตนาการ การสร้างสรรค์ศิลป์เกิดขึ้นจากการต่อยอดบุพภูมิด้วยกระบวนวิจัยแสวงผล การสร้างสรรค์ศิลป์ เกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มในมุมมองที่ดีก่อเกิดสมบัติศิลป์ของมนุษยชาติ และการสร้างสรรค์ศิลป์ เกิดขึ้นเป็นภูมิสมบัติศิลป์ที่แสดงถึงพร้อมของมนุษย์แล้ว สืบทอดไปเป็นมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ 2) วิพิธลักษณาการสร้างสรรค์ คือ อาการของคุณสมบัติที่มีความเหมาะสมสอดคล้อง และส่งผลต่องานสร้างสรรค์ศิลป์ รากฐานหรือพื้นภูมิงานสร้างสรรค์เป็นส่วนส าคัญในการคิด เกิดจินตนาการ สิ่งเหล่านี้เป็นนามธรรมดั่งยวดยานที่น าไปสู่ชิ้นงานรูปธรรม สิ่งแรกคือ วิถีชนที่รายล้อม ด้วยวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ความเชื่อความศรัทธาต่อศาสนา การแพร่กระจายของสังคมโลก ที่สื่อสารถึงกันกลายเป็นหนึ่งหน่วยสังคมขนาดใหญ่ การสื่อสารเชื่อมโยงตามวิถีโลกาภิวัตน์ กระบวนการคิด องค์ความรู้ ที่ก่อร่างสู่ชิ้นงาน เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือ ให้เกิดผล ได้ตามความต้องการและเกิดคุณค่าตามความที่คิดไว้ ระหว่างบุคคลหนึ่งกับบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ในการถ่ายทอดให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดต่อ ๆ กันไป งานศิลป์ที่เกิดขึ้น จึงเข้าข่ายลักษณะของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ( Intangible Cultural Heritage) สามารถเรียนรู้ เลียนแบบพัฒนา และต่อยอด ส่วนระดับของความงามวิจิตร ความเสนาะไพเราะ ที่มีการประเมินคุณค่าจะปรากฏมากหรือน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับภูมิความรู้ ภูมิประสบการณ์ ของผู้รับหรือบริโภค ได้แก่ วิถีชน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และกระบวนการทางวัฒนธรรม มีความเชื่อมโยง สัมพันธ์กับงานสร้างสรรค์ศิลป์ปัจจัยภายในด้านความเชื่อ ศาสนา ความศรัทธา ความรัก มีผลต่อการ สร้างสรรค์ศิลป์ปัจจัยภายนอกด้านวิถีโลกาภิวัตน์ การแพร่กระจายทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม มีผลต่อการสร้างสรรค์ศิลป์งานสร้างสรรค์ศิลป์สามารถเรียนรู้ สะสมความรู้ ถ่ายทอด ริเริ่มขึ้นใหม่ พัฒนาต่อยอดได้ และคุณค่าของงานสร้างสรรค์ศิลป์ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ ทางศิลป์ของผู้รับรสศิลป์(ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์, 2562, น. 239) จากการศึกษาทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์ ทั้งดุริยางคศิลป์ นาฏศิลป์ และทัศนศิลป์ เกิดจากกระบวนความคิดของศิลปินผู้สร้างสรรค์ ความรู้สึกต่อความงาม ความไพเราะ ความตื่นตา ทางทัศนศิลป์ที่กลมกลืน มีหลักคิด 2 ประเภท ซึ่งผู้วิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้


19 หลักมิติการสร้างสรรค์ กล่าวถึงการสร้างสรรค์เกิดจากการกระท าของมนุษย์ให้เกิดความงาม ทางด้านศิลปะถ่ายทอดไปสู่ผู้ชมก่อให้เกิดความสะเทือนใจจากการกระท าของผู้แสดง สื่อเสียงท านอง จังหวะของดนตรีและเพลงร้องให้ผู้ชมเกิดความยินดี เห็นคุณค่าในด้านต่าง ๆ เช่น ความงามทางทัศนศิลป์ ของฉาก แสง สี ความงามในวรรณศิลป์ของบทละครและเพลงร้อง ความงามของผู้แสดงนักสร้างสรรค์ ควรมีความคิดที่ต่อยอดโดยต้องมีข้อมูลยืนยันในคิดด้วยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเดิมน ามาสร้างสรรค์ ต่อยอดเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ดังตัวอย่างของการสร้างสรรค์ระบ าโบราณคดี ของธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดี กรมศิลปากร จินตนาการถึงภาพจ าหลักในสมัยต่าง ๆ ให้มีชีวิต จึงได้ท าการศึกษาค้นคว้าด้วยระเบียบวิธีวิจัย (Methodology) ตลอด ระดมนักสร้างสรรค์ฝ่ายนาฏศิลป์ร่วมกันประดิษฐ์ท่าร าตามยุคสมัย ฝ่ายดุริยางคศิลป์จินตนาการสร้างสรรค์ท านองเพลงประกอบการแสดง น ามาซึ่งชุดการแสดง โบราณคดีทั้ง 5 สมัยที่เป็นแบบแผนถึงปัจจุบัน วิพิธลักษณาการสร้างสรรค์หลักการนี้ได้อธิบายถึงการพิจารณาบริบทด้านต่าง ๆ น ามาสร้างสรรค์ที่อยู่กับสิ่งแวดล้อมอยู่ท่ามกลางครอบครัวท าให้ผู้สร้างสรรค์เกิดแรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์งานเพื่อต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ก่อนต่อยอดไปสู่ความงดงามที่เพิ่มมากขึ้น อันจะส่งผล ต่อกลุ่มชนและประเทศชาติ รวมถึงปัจจัยภายนอกในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมที่น ามาต่อยอด สร้างสรรค์ คุณค่าของงานสร้างสรรค์ผู้สร้างสรรค์ต้องค านึงถึงกลุ่มผู้ชมที่จะเข้าถึงงานของเรา ต้องก าหนดทิศทางประกอบการพิจารณากลุ่มเป้าหมายในการรับชม อันจะน ามาซึ่งรูปแบบของการ น าเสนองานสร้างสรรค์ต่อไป สาระของการแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ควรจะมีความเด่น แปลกตา ไม่ซ้ าหรือเลียนแบบ คัดลอกผลงานที่เคยมีมาก่อนที่ผ่าน ๆ มาพบว่าผลงานนาฏศิลป์สร้างสรรค์มักมีสาระอยู่ในประเภทใด ประเภทหนึ่ง ดังนี้ 1) สรรเสริญบุคคลส าคัญในประวัติศาสตร์หรือบุคคลส าคัญในท้องถิ่น 2) ความเป็นมาและความส าคัญตามประเพณีของชาติและของท้องถิ่น 3) ความส าคัญและวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา 4) ความส าคัญและวันส าคัญของชาติ 5) ศิลปวัฒนธรรมประจ าท้องถิ่น 6) ความเด่นของสัมมาอาชีพการเกษตรกรรมกสิกรรมในท้องถิ่น 7) การงานศิลปาชีพของท้องถิ่น


20 8) ความเด่นงามทางภูมิศาสตร์ธรรมชาติของท้องถิ่น 9) ความงามของสถาปัตยกรรมหรือวัดวาอารามในท้องถิ่น 10) วิถีชีวิตประจ าวันของชาวบ้าน 11) เครื่องใช้ไม้สอย เสื้อผ้า และเครื่องนุ่งห ่มของท้องถิ่น 12) ธรรมชาติและความงดงามของสัตว์ประเภทต่างๆ ทั่วไป หรือสัตว์ในท้องถิ่น 13) ธรรมชาติและความงดงามของดอกไม้และต้นไม้สัญลักษณ์ประจ าขององค์กร 14) การแต่งบทร้องเพลงพื้นบ้านประเภทต่างๆ เพื่อการแสดง 15) สถานการณ์เฉพาะของตัวละครจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท้องถิ่น เช่น อาบน้ า แต่งตัว ทรงเครื่อง ฉุยฉาย ตรวจพล ฯลฯ 16) การกระท าบางอย่างของตัวละครในวรรณคดีที่ยังไม่มีการคิดสร้างการแสดงนาฏศิลป์ 17) ธรรมชาติและความสวยงามของตัวละครหรือสัตว์ในวรรณคดีฯลฯ (ชมนาด กิจขันธ์และคณะ, 2564, น. 5) จากข้อความข้างต้นของเรื่องที่จะน ามาสร้างสรรค์ควรเป็นเรื่องใหม่ที่ดูแปลกตา ไม่ลอกเลียนแบบ หรือ ควรมีแนวคิดที่กว้าง การสร้างสรรค์ส่วนใหญ่มักจะน าเรื่องใ กล้ตัว หรือ เกี่ยวข้องกับสภาพความเป็นอยู่ ชีวิตประจ าวัน สิ่งที่พบเห็น หรือจากวรรณคดี ดังนั้นผู้สร้างสรรค์ ที่ดีควรพัฒนาสิ่งที่สร้างสรรค์แล้วเกิดประโยชน์ต่อสังคม สามารถน าไปประยุกต์ใช้ได้นอกเหนือ จากความบันเทิง จากแนวคิดและทฤษฎีที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยได้น ามาสนับสนุนในการสร้างละคร เรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ดังรายละเอียดตามตารางที่ 1 ดังนี้


21 ตารางที่ 1 แนวคิดและทฤษฎีที่น ามาสนับสนุนการสร้างละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร ล าดับ ที่ แนวคิด/ทฤษฎี น ามาสนับสนุนเรื่อง 1 แนวคิดของ นราพร สังข์ชัย (2551) เรื่อง การสร้างบทละครเวทีมีการท าบท จากบทดั้งเดิม (Original) 1) การสร้างโครงเรื่อง 2) การสร้างตัวละคร 3) การก าหนดเวลา ฉาก และสถานที่ 4) การด าเนินเรื่อง 5) การเขียนบทบรรยายและบทสนทนา 2 แนวคิดของ สมศักดิ์ บัวรอด (2558) เรื่อง หลักในการตัดต่อกลอนบทละคร 1) เวลาของการแสดง 2) ข้อความกะทัดรัด 3) ความเชื่อมโยงของบทกลอนการตัดต่อ บทพูด 4) ควรระวังอย่าบิดเบือนเรื่องเดิมให้เสียไป 3 แนวคิดสาระของการแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ของ ชมนาด กิจขันธ์(2564) เรื่องที่น ามาสร้างสรรค์ควรเป็นเรื่องใหม่ที่ดู แปลกตา ควรพัฒนาสร้างสรรค์แล้วเกิด ประโยชน์ต่อสังคม สามารถน าไป ประยุกต์ใช้นอกเหนือจากความบันเทิง 4 แนวคิดและทฤษฎีโพเอติกา ของอริสโตเติลโดยนพมาศ แววหงส์ (2550) 1) สร้างโครงเรื่อง ตัวละคร ความคิด ภาษา เพลง และภาพ 2) การปูพื้นฐาน ใช้ในฉากเปิดเรื่องปูพื้นฐาน หรือเล่าเรื่องของตัวละคร (ในฉากที่ 1) 5 ทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์ ของ สุรพล วิรุฬห์รักษ์(2547) ใช้ในการออกแบบร่างการแสดง (StoryBoard) เพื่อก าหนดทิศทางในการแสดง 6 ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์ ของ ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์(2562) กา รสร้างสรรค์เกิดจากสภาพแวดล้อม หรือครอบครัว


22 ตารางที่ 1 แนวคิดและทฤษฎีที่น ามาสนับสนุนการสร้างละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร (ต่อ) ล าดับ ที่ แนวคิด/ทฤษฎี น ามาสนับสนุนเรื่อง 7 แนวคิดทฤษฎีสีในเชิงจิตวิทยา ของ อลงกต หาญชนะ(2560) สร้างสรรค์เครื่องแต่งกายในละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ที่มา: ผู้วิจัย 2. สารัตถะที่เกี่ยวข้อง 2.1 ประวัติและผลงานหลวงวิจิตรวาทการ ด้วยชีวิตของหลวงวิจิตรวาทการเน้นข้าราชการด้านการทูต การปกครอง แต่ด้วยปรีชา สามารถด้านประวัติศาสตร์และภาษา ท่านได้ประพันธ์ นวนิยาย บทละครแนวปลุกใจไว้มากมาย ที่ส าคัญภาระกิจในช่วงด ารงต าแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร คือ การใช้ละครสร้างชาติ ซึ่งชีวิตและผลงาน ที่ท่านได้สร้างไว้ยังคงเป็นที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้ 2.1.1 ประวัติด้านการศึกษา หลวงวิจิตรวาทการได้รับการศึกษาเริ่มต้นจากบิดาและมารดาของท่านตั้งแต่อายุ 5ขวบ โดยเริ่มจากการสอนเขียนหนังสือตัวพยัญชนะไทย ก - ฮ ทีละตัวไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ขณะที่คุณพ่อ และคุณแม่ของท่านออกไปท าอาชีพค้าขาย นายกิมเหลียง ห รือหลวงวิจิตรวาทการก็จะมี คุณยายคอยดูแล และคอยเล่าเรื่องวรรณคดีให้ฟังสม่ าเสมอในเวลานอน ได้แก่ เรื่องสังข์ทอง เรื่องรามเกียรติ์ เรื่องอิเหนา เรื่องพระอภัยมณี และเรื่องขุนช้างขุนแผน จนรู้สึกจ าเรื่องวรรณคดี ที่คุณยายเล่าให้ฟังได้อย่างขึ้นใจ ต่อมาเมื่ออายุ 8 ปี นายกิมเหลียงหรือหลวงวิจิตรวาทการ ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดขวิด ต าบลสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี หลังจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ของท่าน ไม่มีทุนจะให้ศึกษาต่อจึงได้ให้เข้าศึกษาในทางธรรมที่วัดมหาธาตุ ตามที่หลวงวิจิตรวาทการได้บันทึกไว้ว่า“ข้าพเจ้าเป็นหลานโปรดของตามาก ได้เคยเรียกข้าพเจ้าไปหัดเขียนส านวนฟ้องตั้งแต่ข้าพเจ้ายังเล็ก ๆ พ่อแม่ไม่มีทุนจะให้เข้า ศึกษาต่อไป จึงเปลี่ยนวิธีใหม่ได้เข้าศึกษาในทางธรรมอยู่ในวัดมหาธาตุ ตั้งแต่อายุ 13 ปี จนถึงอายุ 20 ปี สอบไล่ได้เปรียญ 5 ประโยค จึงออกจากวัด ฯลฯ” (เสถียร พันธรังษี,2505, น. 6)


23 ภาพที่2 สามเณร กิมเหลียง ธมฺมร สี เปรียญ 5 ประโยค ส านักวัดมหาธาตุ (กรุงเทพฯ) ที่มา: หลวงวิจิตรวาทการ(2541, น. 12) ซึ่งนับได้ว่า นายกิมเหลียง หรือ หลวงวิจิตรวาทการนั้นเป็นนักเรียนบาลีรุ่นแรก ที่จัดตั้งขึ้นในวัดมหาธาตุ ต่อมาศึกษาได้ 4 ปี ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรและสอบได้เป็นเปรียญ 3 ประโยค หลังจากนั้น พ.ศ.2457 อายุได้ 17 ปี ก็สามารถสอบได้เปรียญ 4 ประโยค และ พ.ศ. 2458 อายุได้ 18 ปี สามารถสอบไล่เป็นเปรียญ 5 ประโยคตามล าดับ นอกจากนี้เมื่อท่านอายุ 19 ปี และได้สอบไล่เป็นที่ 1 ในประเทศไทยได้รับประกาศนียบัตรหมายเลข 1 จากพระราชหัตถ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวหลังจากนั้นได้เป็นครูวิทยาลัย ร่วมกับเพื่อน ๆ ในรุ่นเดียวกัน เนื่องจากท่านเป็นผู้รัก ความก้าวหน้าในชีวิตจึงได้แอบไปศึกษาภาษาต่างประเทศทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสจน สามารถอ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดี และด้วยความรู้ที่ท่านมีจึงน าไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการแปล พงศาวดารเยอรมัน ซึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาไทย หลังจากนั้นท่านได้ตัดสินใจอุปสมบท ตอนอายุครบ 20 ปี ซึ่งในขณะนั้นท่านได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ดวงประทีป โดยท่านใช้ นามปากกาเดียวกับฉายาของท่านคือ “ธัมมะรังสี” ซึ่งแปลว่าแสงธรรม และนอกจากนี้ท่านยังได้รับ ความไว้วางใจจากพระศรีสุทธิวงศ์ (เฮง เขมจารี) ให้เป็นครูสอนบาลีวิทยากรอีกด้วย


24 โดยสุทธิการศึกษาทั้งหมดของหลวงวิจิตรวาทการดังนี้ 1)จบประถมศึกษา โรงเรียนจังหวัดอุทัยธานี 2) เปรียญ 5 ประโยค ส านักวัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร 3)กฎหมายไทย สอบได้ภาค 1 ต้องออกไปรับราชการที่กรุงปารีสก่อนสอบภาคที่ 2 4) กฎหมายฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยปารีส ไม่ทันได้รับปริญญาต้องย้ายไปประจ า สถานทูตไทยที่กรุงลอนดอน 5) เข้าศึกษารัฐศาสตร์ในวิทยาลัยรัฐศาสตร์ที่กรุงปารีสพร้อมกับการศึกษา กฎหมาย ต้องย้ายไปลอนดอนก่อนการสอบครั้งสุดท้าย 6) ปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ วิชาการทูต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7) ป ริ ญ ญ า ดุ ษ ฎี บั ณฑิ ต กิ ต ติ ม ศั กดิ์ วิ ช า เศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์สหกรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 8) ปริญญาอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เสถียร พันธรังษี,2505, น. 1) ภาพที่ 3 ฯพณฯ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ก าลังรับปริญญาบัตรเศรษฐศาสตร์สหกรณ์, ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากพระราชหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มา: เสถียร พันธรังสี (2505, น. 87)


25 2.1.2 ด้านการท างาน พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ท่านด ารงต าแหน่งราชการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2461 - พ.ศ. 2502และยังมีการท างานอื่น ๆ อีกโดยมีต าแหน่งหน้าที่การรับราชการดังนี้ ต าแหน่งหน้าที่ในราชการ พ.ศ. 2461เสมียนตรี กองการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2463ผู้ช่วยเลขานุการสถานทูตไทยในกรุงปารีส พ.ศ. 2467เลขานุการสถานทูต ไทยกรุงปารีส พ.ศ. 2469เลขานุการสถานทูต ไทยกรุงลอนดอน พ.ศ. 2472 หัวหน้ากองการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2473 หัวหน้ากองการทูต กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2474 หัวหน้ากองการเมือง กระทรวงการต่างประเทศเลขานุกา ร คณะข้าหลวงใหญ่ปักปันเขตแดนแม่น้ าโขง พ.ศ. 2475ผู้ช่วยอธิบดีกรมการเมือง กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2476เจ้ากรมประกาศิต (กรมพิธีการทูต) กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2477อธิบดีกรมศิลปากรเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2480รัฐมนตรีและอธิบดีกรมศิลปากร พ.ศ. 2484 รัฐมนตรีสั่งข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2486เอกอัครราชทูตไทย ประจ าประเทศญี่ปุ่น พ.ศ. 2493รักษาการในต าแหน่งผู้ประศาสน์การ (อธิการบดี)มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2494รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2496อัครราชทูตประจ าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และยูโกสลาเวีย (ในต าแหน่งเอกอัครราชทูตของประเทศไทย) พ.ศ. 2501รองผู้อ านวยการฝ่ายพลเรือน ในกองบัญชาการปฏิวัติ พ.ศ. 2502 ปลัดบัญชาการส านักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะที่ปรึกษาองค์การของรัฐ


26 การท างานในต่างประเทศ ชีวิตการท างานของพลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ได้เริ่มต้นเมื่อท่านมีอายุได้ 20 ปี หลวงวิจิตรวาทการได้บันทึกไว้ว่า “ชีวิตท างานของข้าพเจ้าเริ่มเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2461 เมื่อข้าพเจ้าเหยียบย่างเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะที่ตนมีอายุได้ 20 ปี”(เสถียร พันธรังษี, 2505, น. 25) กระทรวงการต่างประเทศในสมัยที่หลวงวิจิตรวาทการเข้าไปนั้นไม่มีกรม ไม่มีอธิบดีเหมือนกระทรวงอื่น แต่มีกอง ซึ่งหัวหน้ากองนั้นมีฐานะเป็นเจ้ากรม กระทรวงการ ต่างประเทศเวลานั้นแบ่งออกเป็น 5 กอง คือ กองบัญชาการ กองที่ปรึกษากองการทูต กองการกงสุล และกองบัญชีพวกหัวหน้ากองเรียกว่า เจ้ากรมกองบัญชาการ เจ้ากรมกองการทูตเจ้ากรมกองการกงสุล ฯลฯ เว้นแต่กองที่ปรึกษามีหัวหน้า เรียกว่า เลขานุการของที่ปรึกษา มีที่ปรึกษาเป็นชาวอเมริกัน (เสถียร พันธรังษี, 2505, น. 28) หลวงวิจิตรวาทการได้เข้ารับราชการในกองการกงสุล ซึ่งไม่ใช่งานยากเลย ส าหรับหลวงวิจิตรวาทการ ที่เป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นขึ้นมาในกองทั้งที่เป็นคนเข้ามาใหม่ เพราะในขณะนั้นการมาท างานตรงต่อเวลาก็ท าให้เป็นที่สนใจได้ ภายหลังที่หลวงวิจิตรวาทการได้ ท างานในกองการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเป็นเวลา 2 ปี3 เดือน หลวงวิจิตรวาทการ ได้มีโอกาสออกไปท างานที่ยุโรปในต าแหน่งผู้ช่วยเลขานุการสถานทูตไทย ประจ ากรุงปารีสโดยการสอบคัดเลือก ซึ่งเป็นแหล่งก าเนิดของหลวงวิจิตรวาทการในราชการทางทูต กองการกงสุลได้ก่อร่างสร้างชีวิตการทูต ให้แก่หลวงวิจิตรวาทการ และในกองการกงสุลนี้ 9 ปีภายหลังหลวงวิจิตรวาทการก็กลับมาเป็น หัวหน้ากอง


27 ภาพที่ 4 พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ขณะรับราชการเป็นเลขานุการ สถานทูตไทยที่ปารีส ที่มา: หลวงวิจิตรวาทการ(2541, น. 24) หลวงวิจิตรวาทการรับราชการอยู่ในสถานทูตปารีส 6 ปีเต็มกระทรวง การต่างประเทศได้สั่งย้ายหลวงวิจิตรวาทการไปรับราชการในสถานทูตไทยที่กรุงลอนดอน เจ้าคุณประภากรวงศ์ เป็นอัครราชทูตอยู่ในเวลานั้น ท่านจึงได้ให้ความเมตตากรุณาตามที่ท่านผู้ใหญ่ พึงให้ได้ หลวงวิจิตรวาทการได้มีชีวิตอยู่ในลอนดอนอย่างมีความสุขภายใต้ความเมตตาของท่าน หลวงวิจิตรวาทการอยู่ลอนดอนได้ไม่นานก็ถูกเรียกกลับไปรับราชการที่กรุงเทพฯ ท่านเรียนรู้งาน ของกระทรวงการต่างประเทศอย่างทั่วถึงเพราะถูกโยกย้ายสับเปลี่ยนหน้าที่ไม่หยุดหย่อน พ.ศ. 2471 ได้เป็นปลัดกรมกองสันนิบาตชาติ พ.ศ. 2472ได้เป็นหัวหน้ากองการกงสุล ซึ่งเป็นกองที่ท่านรักมาก และเสียดายที่ได้ย้ายไปเป็นหัวหน้ากองการทูต ผู้รับต าแหน่งเป็นหัวหน้ากองการกงสุล แทนหลวง วิจิตรวาทการคือ พระศรีสยามกิจ เนติบัณฑิตไทยและเนติบัณฑิตอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2475 หลวงวิจิตรวาทการได้เป็นหัวหน้ากองการเมือง ด ารงต าแหน่ง เพียงครึ่งปีพ.ศ. 2475 ท่านด ารงต าแหน่งเป็นผู้ช่วยอธิบดีกรมการเมืองกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้นหลวงวิจิตรวาทการได้ขึ้นถึงต าแหน่ง ผู้ช่วยรักษาการอธิบดี ส่วนในฐานะรัฐมนตรีนั้น หลวงวิจิตรวาทการได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ภายหลังที่ ป ร ะ เทศ ไท ยได้ เป ลี่ ย น แป ลง ก า ร ป กค ร อง จา ก ร ะ บ บ สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยใน พ.ศ. 2475 หลวงวิจิตรวาทการท่านได้ท างานให้แก่ กระทรวงอย่างเต็มความสามารถ นอกจากนี้ยังได้ให้ความรู้แก่พระภิกษุสามเณรในวัดมหาธาตุ


28 เวลาที่เหลือท่านได้ใช้ไปกับการแต่งหนังสือจนสามารถตั้งโรงพิมพ์ชื่อ “วิริยานุภพ” และออกหนังสือ ประเภทวิชาการขึ้นมาฉบับหนึ่งชื่อ “ดวงประทีป” เวลาผ่านมาหลวงวิจิตรวาทการได้ตัดสินใจ ออกจากราชการ และให้ความสนใจกับการประพันธ์และการเล่นทางการเมือง 2.1.3 บทบาททางการเมือง หลวงวิจิตรวาทการ เป็นผู้ที่มีความสามารถ และมีชื่อเสียงทางด้านการเมือง เป็นอย่างมาก โดยที่หลวงวิจิตรวาทการสนใจการเมืองตั้งแต่รับราชการเป็นเลขานุการทูตในปารีส (เฉลียว พันธุ์สีดา, 2520, น. 105) ซึ่งงานส่วนใหญ่ในเวลานั้นจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ต่อมาการเล่นการเมืองของหลวงวิจิตรวาทการ ก็ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ได้รับราชการในกระทรวงการ ต่างประเทศจึงได้เก็บประสบการณ์ทางการเมืองเรื่อยมา หลวงวิจิตรวาทการ ท่านเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงด้านการเมืองเป็น อย่างมากผู้หนึ่ง ซึ่งตอนที่ท่านได้ท างานที่สถานทูตไทยในกรุงปารีสงานที่ได้รับส่วนมากก็เป็นงานที่เกี่ยวข้อง กับการเมือง หลังจากที่คณะราษฎร์ได้ท าการปฏิวัติประกาศล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้ว ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2475 หลวงวิจิตรวาทการก็ได้ลาออก มาท างานที่โรงพิมพ์ไทยใหม่เต็มตัว ซึ่งนับ ว่าท่านได้มีบทบาททางการเมืองอย่างจริงจังในฐานะผู้เขียนบทความทางการเมือง ในหนังสือพิมพ์ไทยใหม่ แต่เนื่องจากท่านได้มีเพื่อนสนิทเป็นกลุ่มคนที่ได้ท าการเปลี่ยนแปลง การปกครอง เพื่อนในคณะราษฎร์จึงได้ชวนให้ท่านกลับเข้ารับราชการใหม่ในต าแหน่งเจ้ากรม ประกาศิตกระทรวงต่างประเทศและท าหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อีกต าแหน่งหนึ่งด้วย ท าให้ท่านก้าวไปสู่ต าแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร เมื่อ ปี พ.ศ.2477 ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2483 หลวงวิจิตรวาทการได้เลื่อนต าแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาในปี พ.ศ. 2484 จึงถูกย้ายไปเป็นรัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวง ต่างประเทศ และเมื่อเกิดเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2ครั้งที่ไทยเข้าร่วมมือกับญี่ปุ่น ในปีพ.ศ.2478 หลังจากนั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดลงโดยญี่ปุ่นได้ยอมแพ้ หลวงวิจิตรวาทการจึงได้ถูกจับกุมตัว ในโทษฐานเป็นอาชญากรสงครามเมื่อพ้นคดีอาชญากรสงครามแล้ว ท่านก็ได้พ้นจากผู้ปฏิบัติราชการด้วย จึงได้ยึดอาชีพนักประพันธ์อยู่ระยะหนี่ง ในปี พ.ศ. 2491 จอมพล ป. พิบูลสงครามได้ท าการจัดตั้ง รัฐบาลขึ้นใหม่ จึงได้ชักชวนหลวงวิจิตรวาทการเข้ารับราชการอีกครั้ง และได้รับต าแหน่งผู้ประศาสน์ การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลังจากนั้นหลวงวิจิตรวาทการได้มีการเปลี่ยนแปลงต าแหน่งอยู่ บ่อยครั้ง


29 จนได้มาเป็นอัครราชทูตประจ าประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรเลียและยูโกสลาเวีย จนกระทั่งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชน์ได้ชักชวนหลวงวิจิตรวาทการให้เข้าร่วมการปฏิวัติการปกครอง ประเทศไทย การปฏิวัติได้เริ่มต้นขึ้นจนในที่สุดก็สามารถยึดอ านาจของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2502 ท าให้จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชน์ ได้ด ารงต าแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้แต่งตั้งให้หลวงวิจิตรวาทการด ารงต าแหน่งรองผู้อ านวยการฝ่ายพลเรือน กองบัญชาการคณะ ปฏิวัติต่อมาในปี พ.ศ.2502 หลวงวิจิตรวาทการได้ถูกแต่งตั้งเป็นปลัดบัญชาการส านักนายกรัฐมนตรี และด ารงต าแหน่งอื่น ๆ อีกหลายต าแหน่ง (เสถียร พันธรังษี, 2505, น. 50) ภาพที่ 5 พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ยื่นสาส์นต่อประธานาธิบดี ประเทศยูโกสลาเวีย ระหว่างเป็นเอกอัครราชทูตประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ที่มา: หลงวิจิตรวาทการ(2541, น. 78) หลวงวิจิตรวาทการได้ประสบความยากล าบากมาก เมื่อเข้ารับต าแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ท่านเกิดในกระทรวงการต่างประเทศ โดยไม่เคยเกี่ยวข้องกับงานศิลปากร มูลเหตุที่ท่านเข้าไปเป็น อธิบดีกรมศิลปากรนั้น ในบรรดางานศิลปากรเวลานั้นงานที่ส าคัญที่สุด คือ หอสมุดแห่งชาติ ท่านชอบการแต่งหนังสือ ชอบการค้นคว้าอยู่มาก ทางรัฐบาลจึงหวังให้หลวงวิจิตรวาทการสร้างสรรค์ งานหอสมุดที่ดีที่สุด หลวงวิจิตรวาทการไม่ได้วางแผนงานหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ หลักการที่ท่านยึด คือ เมื่อเข้าไปถึงกรมศิลปากร ท าตามพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศใช้อยู่ก่อนแล้ว มีความตั้งใจที่จะต้อง ปฏิบัติให้ครบถ้วนตามตัวบทกฎหมายและระเบียบแบบแผนที่มีอยู่แล้วเท่านั้น หลวงวิจิตรวาทการ


Click to View FlipBook Version