75 การณ์ ง าสตร์ หรือชื่อ คัญ ัติศาสตร์ ารประพันธ์ 4. ให้คน ตระหนักถึง ความรักชาติ มากกว่าความ รักของ หนุ่มสาว 5. ใช้ ค าพูดใน บทละคร สื่อสารกับ ผู้ชมด้วย ค าพูด ที่เรียบง่าย 6. ส่งเสริม ด้านการ เป็นผู้น า ให้แก่ผู้หญิง ไม่ใช่เพียง ผู้ชาย 7. มีเพลงปลุกใจ รักชาติที่ได้รับ ความนิยมมาจนถึง ปัจจุบัน 8. จบด้วย โศกนาฏกรรม - - - - - - - - เพลงระบ าธรรมจักร -
76 2.4.2 องค์ประกอบของการแสดงละครหลวงวิจิตร ลักษณะของการจัดการแสดงละครปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการ ท่านจะเป็นผู้ประพันธ์บทละครทุกเรื่อง เป็นผู้มีส่วนร่วมในการจัดการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบ จึงจะเห็น ได้ว่า หลวงวิจิตรวาทการเป็นผู้อ านวยการแสดงละครตั้งแต่ต้นจนจบผ่านกระบวนการ ดังนี้ 1) บทละคร หลวงวิจิตรวาทการมีผลงานทางวิชาการทางประวัติศาสตร์มากมายซึ่งผลงาน ชิ้นเอกของหลวงวิจิตรวาทการ คือ ประวัติศาสตร์สากล ทางราชบัณฑิตยสถานได้ยกย่องว่าเป็น หนังสือดี มีลักษณะเด่นในงานด้านประวัติศาสตร์ของหลวงวิจิตรวาทการ คือ เน้นลัทธิชาตินิยม ความสนใจในประวัติศาสตร์ท าให้หลวงวิจิตรวาทการได้ประพันธ์บทละครปลุกใจ รักชาติไว้มากมาย สังเกตได้จากแก่นเรื่องและโครงเรื่องจากประวัติศาสตร์ชาตินิยมตามแนวของ หลวงวิจิตรวาทการ โดยสรุปจากหลวงวิจิตรวาทการกับบทละครปลุกใจ ของประอรรัตน์ บูรณมาตร์ ดังนี้ 1.1) แสดงถิ่นก าเนิดของไทย ได้แก่ เรื่อง น่านเจ้า 1.2) แสดงการก่อตั้งอาณาจักรไทย รวมชาติไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ได้แก่ เรื่องอานุภาพแห่งความรัก อานุภาพพ่อขุนรามค าแหง อานุภาพแห่งความเสียสละ มหาเทวี 1.3) แสดงอานุภาพที่ยิ่งใหญ่ของไทย ได้แก่ เรื่องราชธิดาพระร่วง 1.4) แสดงการกอบกู้เอกราชของไทยจากต่างชาติ ได้แก่ เรื่อง ตายดาบหน้า พ่อขุนผาเมือง พระนเรศวร ประกาศอิสระภาพ พระเจ้ากรุงธน 1.5) แสดงถึงความรักชาติ ได้แก่ เรื่อง ศึกถลาง เบญจเพส เจ้าหญิงแสนหวี และราชมนู ส่วนโครงเรื่องมีลักษณะที่แตกต่างคือ 1) โครงเรื่องยึดเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ ได้แก่เรื่อง พระนเรศวร ประกาศอิสรภาพ ราชธิดาพระร่วง และพระเจ้ากรุงธนบุรี 2) โครงเรื่องยึดเนื้อหาทางประวัติศาสตร์มาเสริมแต่งและสร้างบทบาท ของตัวละครเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราชมนู ศึกถลาง พ่อขุนผาเมือง สีหราชเดโช อานุภาพพ่อขุนรามค าแหง อานุภาพแห่งความเสียสละและอานุภาพแห่งความรัก
77 3) โค รงเรื่องที่อาศัยชื่อบุคคล ชื่อเสียง ห รือเหตุกา รณ์บางอย่าง ในประวัติศาสตร์ มาผูกเรื่องเป็นบทละคร ได้แก่ เรื่อง เลือดสุพรรณ เบญจเพส มหาเทวี เจ้าหญิงแสนหวี น่านเจ้า ตายดาบหน้าและครุฑด า จะเห็นได้ว่า หลวงวิจิตรวาทการได้ประมวลความรู้ ความสามารถมาบูรณาการ ในการสร้างสรรค์บทละครที่สร้างทัศนคติในด้านความรักชาติ เสริมแต่งความบันเทิงด้านต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับชีวิตของความเป็นจริง มีรัก โลภ โกรธ หลง ให้เกิดความสนุกสนาน บางเรื่องใช้เพียง ชื่อสถานที่ส าคัญในประวัติศาสตร์ ชื่อบุคคลส าคัญทางประวัติศาสตร์มาเป็นแนวทางในการแต่งบทละคร มักจบเรื่องด้วยโศกนาฏกรรมเพื่อให้คนดูเกิดความประทับใจ มักย้ าเตือนให้ผู้ชมระลึกถึงความรักชาติ ว่ามีอานุภาพเหนือความรักอื่นใด 2)ผู้แสดง ในการแสดงละครปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการส่วนใหญ่มักใช้ นักเรียนในโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์และข้าราชการของกรมศิลปากรเป็นผู้แสดง ซึ่งในการจัดการแสดง แต่ละครั้งมีอาจารย์ทางฝ่ายนาฏศิลป์จะน านักเรียนมาให้หลวงวิจิตรวาทการคัดเลือกด้วยตัวเอง และผู้แสดงละครของหลวงวิจิตรวาทการโดยส่วนมากใช้นักแสดงหญิงล้วน เพื่อลดการถูกเนื้อต้องตัวกัน นอกจากนี้หลวงวิจิตรวาทการได้ให้ความส าคัญต่อผู้แสดงในเรื่องต่างๆดังนี้ 2.1) ให้ความส าคัญกับการที่ละครหลวงวิจิตรต้องด าเนินเรื่องด้วยการพูด เป็นส่วนใหญ่และบทพูดมักจะแฝงคารมโน้นน้าวใจของผู้ชมตามลักษณะการพูด ดังนั้น ผู้แสดงต้อง ถ่ายทอดสื่อสารค าพูดออกมาให้เกิดความประทับใจและคอยตามบทบาทของผู้แสดง 2.2) ให้ความส าคัญกับการแสดงท่าทาง การแสดงท่าทางอากัปกิริยาของผู้แสดง ไม่เน้นความอ่อนช้อยเหมือนละครร า ผู้ที่จะแสดงละครหลวงวิจิตรได้ดีต้องสามารถเข้าใจความรู้สึก หรือแสดงความรู้สึกของบทบาทที่ได้รับ ออกไปให้คนดูได้รับรู้ถึงอารมณ์นั้น ๆ 2.3) การน านักเรียนโรงเรียนนาฏดุริยางค์ศาสตร์ มาแสดงละครแนว หลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งเป็นละครแบบใหม่ ที่เน้นการพูด รองจากการพูดคือการแสดงท่าทาง ที่เป็นธรรมชาติ สิ่งไหนที่ชี้ว่าผู้แสดงจะประสบผลส าเร็จในการแสดงละครหรือไม่คือการที่ผู้แสดง เข้าถึงบทบาทของตัวละครและสามารถกระจายความรู้สึกไปสู่ผู้ชมได้ถ้าท าไม่ส าเร็จก็จะไม่ได้รับ ความนิยมจากคนดู
78 3)การคัดเลือกตัวผู้แสดง เนื่องจากหลวงวิจิตรวาทการเป็นผู้แต่งบทละครขึ้นเอง ท่านจึงจะสามารถ คัดเลือกผู้แสดงที่มีคุณสมบัติของตัวละครต่าง ๆ ให้ตรงกับใจท่านได้ ซึ่งบทละครปลุกใจของ หลวงวิจิตรวาทการแต่งขึ้นเพื่อใช้แสดง หลวงวิจิตรวาทการจึงมิได้ก าหนดลักษณะตัวละครที่ตายตัวไป เพราะอาจท าให้หานักแสดงไม่ได้ตรงตามที่บรรยายไว้ ในการแสดงละครแต่ละเรื่องการคัดเลือก นักแสดงจึงเป็นหน้าที่ของหลวงวิจิตรวาทการ และคุณหญิงประภาพรรณที่จะพิจารณาคัดเลือกตัว ละครให้เหมาะสมกับบทที่ท่านประพันธ์ ละครหลวงวิจิตรเป็นละครเฉพาะแบบที่มีทั้งร้องร า พูดเอง ร้องเอง บางครั้งคนที่มีบุคลิกดี รูปร่างหน้าตาดี แต่น้ าเสียงและส าเนียงไม่ได้ก็ไม่สามารถ ที่จะเล่นละครหลวงวิจิตรได้ ดังนั้นผู้แสดงละครหลวงวิจิตรจึงจ าเป็นต้องมีความสามารถหลาย ๆ ด้านควบคู่กันไป ตัวละครของหลวงวิจิตรวาทการนอกจากจะเน้นในการพูดการร้องแล้ว ยังสามารถ แบ่งประเภทในการคัดเลือก ดังนี้ 3.1) พระเอก ในการคัดเลือกตัวพระเอก จะพิจารณาบุคลิกลักษณะ ต้องเป็น ผู้ที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่านางเอก (สมัยนั้นใช้ผู้หญิงแสดง) 3.2) นางเอก ในการคัดเลือกตัวนางเอก จะพิจารณาผู้ที่มีใบหน้าสวย รูปร่างเล็กกว่าพระเอก มีบุคลิกที่อ่อนหวานเรียบร้อย 3.3) ตัวเอก หมายถึง ตัวละครใดตัวหนึ่งตามท้องเรื่อง อาจมีอ านาจหรือ ยศศักดิ์กว่าตัวอื่น ๆ ในบางครั้งตัวเอกอาจเป็นพระเอกหรือนางเอกก็ได้ 3.4) ตัวประกอบ หมายถึง ตัวละครที่ผูกโยงเรื่องให้ด าเนินสอดคล้อง ตัวประกอบไม่จ าเป็นต้องเป็นตัวส าคัญ อาจเกิดจากผู้ก ากับน ามาเป็นตัวผูกโยง ไม่จ าเป็นต้องเป็น จุดเด่นให้ผู้เข้าชมสนใจต้องเป็นผู้มีลักษณะเด่นไม่เท่าพระเอก - นางเอก หรือตัวอื่น ๆในเรื่อง 3.5) ตัวตลก หมายถึง ตัวละครที่มาช่วยเสริมเรื่องให้คลายความตึงเครียด สร้างความครื้นเครงให้ผู้ชม อาจแบ่งเป็น 2 ชนิด 3.5.1) ตัวตลกที่ท าความครื้นเครง คือ ตัวตลกที่ไม่มีผลต่อเนื้อเรื่อง ช่วยเสริมความสนุกสนานแก่ผู้ชม 3.5.2) ตัวตลกที่เป็นตัวส าคัญ คือตัวส าคัญในเรื่องซึ่งอาจมีบทตลก ขบขันแทรกอยู่ในเรื่องหรืออาจเป็นผู้ติดตามตัวเอกเพื่อเสริมการด าเนินเรื่องโดยแทรกบทตลกขบขัน ไปด้วย ซึ่งบทนี้จะต้องคัดเลือกผู้ที่มีลักษณะคล่องแคล่ว มีไหวพริบในการสร้างมุกตลก
79 การคัดเลือกผู้แสดงละครของหลวงวิจิตรวาทการนั้น นอกจากจะดู ความเหมาะสมด้านรูปร่างหน้าตา การร้องเพลงแล้ว จะต้องมีวินัย รับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายถือว่าเป็นหน้าที่และลักษณะของนักแสดงที่ดี ซึ่งประกอบด้วย 1) ความเพียร 2) หน้าที่ 3) สัจจะ 4) ขันติ 5) ความสามัคคีนอกจากหลวงวิจิตรวาทการจะคัดเลือกผู้แสดงด้วยตนเองแล้ว ขณะนั้นมีตัวเลือกไม่มากนักเพราะเพิ่งเริ่มก่อตั้งโรงเรียนนาฏดุริยางค์ หลวงวิจิตรวาทการจึงต้องหา วิธีแก้ไขและพัฒนาบุคลิกภาพของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้รับบทบาทตรงตามบทที่เขียนไว้ การพูด การร้อง การแสดงอารมณ์ความรู้สึกต้องผ่านสีหน้าและน้ าเสียงมากกว่าลีลาการร่ายร า เมื่อได้รับบทแล้ว ผู้แสดงต้องมีความเพียรในการฝึกซ้อม มีความรับผิดชอบต่อบทบาทที่ได้รับตลอดจนให้ความร่วมมือ ในการร่วมซ้อมกับผู้อื่น 4)การแต่งกาย ละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการเป็นละครแนวผสม การแต่งกายจึงต้อง มีหลากหลายไปตามท้องเรื่อง มีทั้งแต่งแบบยืนเครื่อง แบบสามัญชน และแต่งตามเชื้อชาติที่ด าเนิน อยู่ในเนื้อเรื่อง การก าหนดรูปแบบการแต่งกายในละครหลวงวิจิตร จะเป็นผู้เขียนที่ก าหนดไว้ว่าตัว ละครใดแต่งกายแบบใดโดยศึกษาข้อมูลจากทางประวัติศาสตร์ประกอบ สังเกตเห็นจากการแต่งกาย ละครหลวงวิจิตรในเรื่องเดียวกัน การแต่งกายมีหลายรูปแบบ แต่งแบบยืนเครื่อง บางตัวแต่ง แบบพันทาง ซึ่งจะขัดต่อความเป็นจริง ขาดความเป็นเอกภาพ ละครปลุกใจในสมัยหลวงวิจิตรวาทการ เป็นอธิบดียังขาดทุนทรัพย์ในการสร้างเครื่องแต่งกาย โรงเรียนนาฏดุริยางค์พึ่งเริ่มก่อตั้ง เปิดท าการสอน ได้ไม่นาน อาจมีอะไรอยู่บ้างแล้วก็น ามาใช้ไปก่อน ดัดแปลงเครื่องแต่งกาย เมื่อคนดูมากขึ้น ก็ค่อย สร้างสรรค์ไปตามก าลังทรัพย์ ผู้ที่มีบทบาทที่ส าคัญในการตัดเย็บเครื่องแต่งกาย คือ ครูชิ้น ศิลปบรรเลง (คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง) หลวงวิจิตรวาทการจะมอบหมายให้ครูชิ้น ศิลปบรรเลง เป็นผู้รับผิดชอบเครื่องแต่งกายตัวละครตั้งแต่ตัวเอก ตัวรอง นางระบ าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พม่า มอญ ลาว แขกทั้งชายหญิง นอกเหนือจากการออกแบบและตัดเย็บเครื่องแต่งกายแล้ว ท่านยังมีฝีมือ ในการท าผมและเครื่องประดับต่าง ๆ อีกด้วย แม้แต่ระบ าสัตว์ที่ใช้ในละครหลวงวิจิตรก็สามารถ ใช้จินตนาการออกแบบประดิษฐ์เครื่องประดับศีรษะให้คล้ายสัตว์ ถือว่าเป็นผู้มีความรู้พิเศษด้านเย็บ ปักถักร้อยและผูกลายไทยต่าง ๆ จึงมีความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับการท าเครื่องละคร
80 นอกจากครูชิ้น ศิลปบรรเลง จะเป็นผู้ร่วมคิดในการลงมือประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย ด้วยตนเองให้แก่กรมศิลปากร ครูชิ้นยังมีฝีมือในการแต่งกายให้นักแสดงอีกทั้งท่านยังใช้ความสามารถ ในการน าเครื่องแต่งกายของกรมศิลปากรที่มีอยู่แต่เดิมมาดัดแปลงประยุกต์ใช้ให้กับละครหลวงวิจิตร ถือได้ว่าครูชิ้น ศิลปบรรเลง เป็นบุคคลที่มีความส าคัญในการสร้างและควบคุมเครื่องแต่งกายทุกตัว ละครในละครหลวงวิจิตร 5)ฉาก แสง สี การแสดงละครนั้นนอกจากจะมีผู้แสดง และบทละครที่ดีแล้ว ยังมีสิ่งที่ท า ให้การชมการแสดงมีสุนทรียภาพเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ฉาก แสง สี ละครปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการ ทุกเรื่องจะมีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบและสร้างฉาก ซึ่งมีบุคคลอยู่เบื้องหลังการสร้างฉาก รวมทั้งแสง สี คือ ครูโหมด ว่องสวัสดิ์ ความส าคัญในการสร้างฉากของครูโหมด ว่องสวัสดิ์ (โหมด ว่องสวัสดิ์, 2543, น. 163) มีดังนี้ 5.1) ต้องรู้ส่วนกว้าง ส่วนลึก และส่วนสูงของเวที เพื่อจะได้สร้างขึ้นให้ เหมาะสมพอดีกับเวที 5.2) ที่นั่งของผู้ชมมีความ กว้าง ยาว สูง ต่ า อย่างไรกับเวที เพื่อจะได้รู้ สายตาของผู้ชมจะได้เห็นการแสดงและฉากในระดับที่พอดี 5.3) ฉากที่ต้องสร้างจ านวนมากหรือน้อย แบ่งเป็นฉากเอก ฉากโท และฉากรองลงไปอย่างไร 5.4) ต้องใช้สิ่งของอะไรบ้าง ใช้ช่างเขียน หรือช่างอื่น ๆ อย่างไร มีฝีมือ ขนาดไหนใช้เวลาสร้างนานเท่าไร มีเวลาพอที่จะสร้างหรือไม่ 5.5) สถานที่สร้าง กว้าง ลึก สูง เหมาะสมหรืออึดอัด สามารถกันแดด และฝนได้หรือไม่ ละครหลวงวิจิตร นอกจากจะมีระบ าปลุกใจที่สร้างความตระการให้กับ ละครแล้ว หลวงวิจิตรวาทการได้ให้ความส าคัญกับฉาก แสง สี เป็นอย่างยิ่ง จากการสัมภาษณ์ วิจิตรา รังสิยานนท์ (วิจิตรวาทการ) ทายาทหลวงวิจิตรวาทการ ว่าหลวงวิจิตรวาทการได้ให้ ความส าคัญกับองค์ประกอบของฉากมาก เช่น ฉากที่มีช้างออกมาในการอพยพหรือฉากสู้รบในละคร อานุภาพต่าง ๆ ครูโหมด ว่องสวัสดิ์ ต้องสร้างช้างที่สามารถขับถ่ายมูลช้างออกมาได้ด้วยเพื่อความ สมจริงมากที่สุด ซึ่งผู้วิจัยสรุปได้ว่า หลวงวิจิตรวาทการได้น าประสบการณ์ที่ได้พบเห็นจากโอเปร่า
81 ในต่างประเทศ น ามาปรับใช้กับละคร โดยมีทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถอย่างครูโหมด ว่อง สวัสดิ์ เป็นผู้ร่วมคิดในการออกแบบฉากที่สมจริงในละครของท่าน 6)ดนตรีประกอบการแสดง ละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการ เป็นการรวมวงดนตรีไทยและวงดนตรี สากล เพื่อใช้ในการแสดงละครหลวงวิจิตร ด าเนินเรื่องด้วยการเจรจาเป็นส่วนใหญ่ ใช้เพลงในการ บรรยายเหตุการณ์ หลวงวิจิตรวาทการได้เป็นผู้มอบหมายให้ อาจารย์มนตรี ตราโมท เป็นผู้บรรจุ ท านองเพลงไทยเดิม เพลงที่บรรจุลงไปในนั้นมักจะสอดคล้องกับบรรยากาศของเรื่อง บทละครหลวงวิจิตร ซึ่งแต่งในปี พ.ศ.2477 คือ นเรศวรประกาศอิสระภาพ และพระราชธิดาพระร่วง หลวงวิจิตรวาทการใช้แต่เพลงไทยประกอบละครเพียงอย่างเดียวซึ่งละคร สองเรื่องนี้เป็นบทละครร าที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จึงเปลี่ยนแนวการแต่งละครใหม่คือ เรื่อง เลือดสุพรรณซึ่งแต่งในปี พ.ศ. 2479 หลวงวิจิตรวาทการเริ่มน าเพลงไทยสากลซึ่งบรรเลงโดยวงดนตรี สากลเข้ามาผสมกับวงดนตรีไทยซึ่งเป็นของแปลกจากละครร้องละครพูดในสมัยนั้นคือถ้าใช้วงดนตรี สากลก็จะใช้สากลตลอดเรื่องไม่มีเครื่องดนตรีไทยมาผสมแต่ละครของหลวงวิจิตรวาทการจะดูที่ความ เหมาะสมว่าเพลงไหนเหมาะกับดนตรีอะไรก็จะใช้ดนตรีประกอบ ไม่ได้หมายถึงการเล่นดนตรีไทย และสากลบรรเลงร่วมกัน วงดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงละครหลวงวิจิตรแบ่งเป็น 2 ประเภท 1) วงดนตรีไทยดนตรีไทยส่วนใหญ่จะบรรเลงประกอบกิริยาต่าง ๆ ของตัวละครหรือใช้บรรเลงประกอบระบ าต่าง ๆ ที่แทรกอยู่ในละคร วงดนตรีไทยใช้บรรเลงแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1.1) วงปี่พาทย์ ประกอบด้วย ตะโพน ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก กลองทัด ปี่นอก ปี่ใน ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ระนาดเอก ระนาดทุ้ม และฉิ่ง 1.2) วงเครื่องสาย ประกอบด้วย กรับพวง ฉิ่ง โทน-ร ามะนา ซอด้วง ซออู้ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ และจะเข้จ านวน 2 ตัว 1.3) วงมโหรี ประกอบด้วย ฉาบเล็ก กรับพวง โหม่ง ขลุ่ยเพียงออ ฉิ่ง โทน ร ามะนา ซอด้วง ขลุ่ยหลิบ ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ขลุ่ยอู้ ซออู้ ระนาดเอกเหล็ก ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก จะเข้ จ านวน 2 ตัว และซอสามสาย 2 คัน
82 วงดนตรีแต่ละประเภทใช้ในโอกาสของการบรรเลงที่ต่างกัน โดยจะใช้วงปี่พาทย์ ที่ใช้เครื่องตี เป็นส่วนใหญ่ มีเครื่องเป่าคือปี่ ส่วนวงเครื่องสายมีเครื่อง ดีด สี ตี เป่า มีขลุ่ยซึ่งเป็น เครื่องดนตรีที่มีเสียงเบากว่าปี่ ส าหรับวงมโหรีเป็นวงผสมระหว่างวงเครื่องสาย บางโอกาสใช้ไม้นวมตี เพื่อให้เกิดเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน ละครบางเรื่องต้องเพิ่มเครื่องดนตรีพิเศษคือเครื่องดนตรีที่ใช้ออก ภาษา เพื่อบอกถึงลักษณะพิเศษของเชื้อชาติต่อละครในเรื่อง เช่น ใช้ตะโพนมอญ ในเรื่องเบญจเพส กลองจีน หรือ ขิม ในเรื่องพระเจ้ากรุงธน เป็นต้น ภาพที่ 20 วงปี่พาทย์ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 21 วงเครื่องสาย ที่มา: ผู้วิจัย
83 ภาพที่ 22 วงมโหรี ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 23 วง Orchestra ที่มา: ผู้วิจัย 2) วงดนตรีสากล วงดนตรีสากลใช้บรรเลงในการแสดงละครหลวงวิจิตร มักใช้วงออเคสตรา (Orchestra) คือ วงดุริยางค์สากลซึ่งจัดเป็น วงดนตรีขนาดใหญ่ใช้เครื่องดนตรี และผู้เล่นจ านวนมากอาจใช้เครื่องดนตรีถึง 100 ชิ้นหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับโอกาสและสถานที่ วงออเคสตรา (Orchestra) ใช้บรรเลงเพลงชั้นสูงจะต้องเลือกเพลงที่ดีและนักดนตรีที่มีฝีมือตลอดจน ผู้ควบคุมวงหรือผู้อ านวยการเพลง
84 7) เพลงปลุกใจ เพลงปลุกใจ เป็นเอกลักษณ์ที่ปรากฏในละครหลวงวิจิตรมักเพิ่มสีสัน และสุนทรียรสความสามารถของหลวงวิจิตรวาทการในการประพันธ์เพลงปลุกใจรักชาติเป็นที่ยอมรับ ของผู้ที่เคยได้ยิน ตั้งแต่ที่มีการแสดงละครจนถึงปัจจุบัน บุคคลใดมีโอกาสได้ฟังเพลงปลุกใจรักชาติ ของหลวงวิจิตรวาทการ จะเกิดความรู้สึกรักชาติหรือเลือดรักชาติ ลักษณะเพลงปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการ ในปัจจุบันเพลงตื่นเถิดชาวไทย รักเมืองไทย ใต้ร่มธงไทย ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่า การที่คนในยุคปัจจุบันให้ความส าคัญกับบทเพลงปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการ แสดงถึงศักยภาพ ของหลวงวิจิตรวาทการ ในการใช้เพลงปลุกใจให้เข้าถึงประชาชนให้เกิดอารมณ์รักชาติ รักความ สามัคคี ขณะเดียวกันต้องมุ่งเน้นถึงความส าคัญ ในการออกเสียงที่ชัดเจน ตรงความหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ ส าคัญในการที่คนรุ่นปัจจุบันจะน าไปเรียบเรียงให้เข้ากับเยาวชนรุ่นใหม่ บทละครปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการ จะแทรกอยู่เป็นส่วนเสริม ให้ละครมีเอกลักษณ์ของความเป็นละคร “หลวงวิจิตร” จากเนื้อร้องและท านองที่ก่อให้เกิดความเร้า และท าให้มีความรู้สึกรักชาติ การแทรกเพลงปลุกใจไว้ในละครเรื่องต่าง ๆ ส่วนใหญ่หลวงวิจิตรวาทการ จะแต่งบทให้ตัวละครพูดถึงการรักชาติก่อน พอจบก็จะขึ้นเพลงปลุกใจเป็นการย้ าความรู้สึกของผู้ชม หรือเป็นลักษณะเสริมแนวคิดความรักชาติเพลงปลุกใจรักชาติ เป็นกลวิธีดึงดูดความสนใจของคนดู โดยจะเสนอสิ่งแปลกใหม่นับเป็นรูปแบบเฉพาะของหลวงวิจิตรวาทการ หลวงวิจิตรวาทการเป็นผู้ใช้ภาษาไทยได้ดี ประกอบกับเป็นผู้มีจิตวิทยา ที่ละเอียดอ่อน และมีความรักชาติเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ท่านจึงสามารถประพันธ์เพลงรักชาติ ให้เข้า ถึงกับทุกเพศทุกวัยด้วยภาษาที่ปรากฏในค าร้องสามารถตีความ และท าให้คนฟังเข้าใจความหมายได้ ไม่ใช้ค าพูดฟุ่มเฟือยแต่จะใช้ค าสละสลวยที่ให้เกิดความเข้าใจ หลวงวิจิตรวาทการแต่งเพลงได้ไพเราะ โดยไม่มีความรู้ทางโน้ตดนตรีสากลและไม่เคยเล่นดนตรีเครื่องใด ๆ แต่ด้วยท่านมีพรสวรรค์อยู่แล้ว ท่านจึงสามารถแต่งท านองเพลงปลุกใจที่มีท านองที่ไพเราะ วิธีแต่งเพลงของท่านนึกท านองได้เมื่อใด ท่านก็จะฮัมเพลง และรีบให้ผู้ที่มีความรู้ทางด้านดนตรีมาบันทึกโน้ตเสียงของท่าน ปัจจุบัน เมื่อ กรมศิลปากรได้น าเพลงปลุกใจมาบรรเลงใหม่บางเพลงเกิดปัญหาระหว่างท านองและวิธีร้องที่ไม่ตรงกัน บางครั้งอาจคลาดเคลื่อนกับหลักทฤษฎี แต่ต้องบันทึกไปตามที่ผู้แต่งต้องการหลวงวิจิตรวาทการ
85 วิธีการแก้ปัญหาในการร้องเพลงในปัจจุบัน คือ นักดนตรีต้องปรับตามที่ครู ซึ่งเคยแสดงในสมัย ของหลวงวิจิตรวาทการ เพลงปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทกา รจึงมีอิทธิพลต่อภาวะ ทางการเมืองในทุกยุคสมัย รัฐบาลพอใช้เพลงปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการ เป็นเครื่องมือที่ปลุกส านึก ความรักชาติเพลงปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการมักจะเป็นสิ่งปลุกใจประชาชนอยู่เสมอ แม้เวลา จะผ่านล่วงเลยมานานเราก็ยังได้ยินเพลงปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการอยู่เสมอ เพลงปลุกใจ ของหลวงวิจิตรวาทการยังเป็นประโยชน์ต่อทุกยุคสมัย เพลงปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการ มีความอมตะและไม่ปรากฏว่าเคยมีผู้ใดท ามาก่อนแม้ยุคหลังละครหลวงวิจิตรจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มี ใครแต่งเพลงปลุกใจรักชาติได้ เพลงปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการสามารถเข้าถึงผู้ฟังมาตลอด เป็นเวลาอันยาวนาน 8)การจัดระบ า การแสดงละครปลุกใจรักชาติของหลวงวิจิตรวาทการคิดว่าถ้าการนั้นใช้การ แสดงต่าง ๆ เข้ามาประกอบเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดูละครเช่น การร าอาวุธ การประลองอาวุธ การฟ้อนร า และระบ าต่าง ๆ ประกอบเพลงตลอดจนมีการแสดง และร้องเพลงสลับฉาก และสิ่งที่ ประทับใจผู้ชมและมีส่วนช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้ชมคือระบ าต่าง ๆ ทั้งที่มีอยู่ตามบทละคร และระบ าที่ใช้หน้าม่านสลับฉาก 8.1) ระบ าประกอบละคร ระบ าประกอบละคร คือ ระบ าที่บรรจุอยู่ในเนื้อเรื่อง ตามที่ผู้ประพันธ์ ได้เขียนไว้ในบทละคร ด าเนินไปตามท้องเรื่อง ไม่ใช่แสดงฉากน าก่อนเข้าเนื้อเรื่อง หรือใช้ขั้นการแสดง เพื่อรอเปลี่ยนฉาก อาทิ ระบ าเชิญขวัญ ในละครเรื่องน่านเจ้า ที่มีเนื้อเรื่องชาวบ้าน ต่างพากันมา รับขวัญเจ้าชายที่เกิดอุบัติเหตุตกจากหน้าผาตามเนื้อเรื่อง ระบ าประกอบละคร บ างครั้งตัวละครเอกจะเป็นผู้ขับ ร้องเอง ประกอบการแสดงตามเนื้อเรื่อง เช่น เจ้าหญิงแสนหวี ขับร้องและมีนางระบ า ออกมาร าประกอบ เนื้อเรื่องในการต้อนรับเจ้าชายเขมรัฐ หรือเพลงเลือดสุพรรณ ที่ดวงจันทร์นางเอกของเรื่องน าชาวบ้าน ออกมาสู้รบกับพม่าตามเนื้อเรื่องดังตัวอย่างเช่น
86 ปี่พาทย์ท าเพลง ดังขึ้น เลือดสุพรรณ เลือดสุพรรณเคยหาญในการศึก เหี้ยมฮึกกล้าสู้ไม่รู้หนี ไม่ครั่นคร้าขามใจต่อไพรี ผู้ใดมีมีดพร้าคว้ามารบ (สร้อย) มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย เลือดสุพรรณเข้าประจันอย่าได้พรั่นเลย อยู่ไม่สุขเขามารุกแดนตระหน่ า ให้ชอกช้ าแสนอนาถชาติไทยเอ๋ย เค้าเฆี่ยนฆ่าเพราะว่าเห็นเป็นชะเลย จะนิ่งเฉยอยู่ท าไมพวกไทยเรา สร้อย อันเมืองไทยเป็นของไทยใช่ของอื่น จะต่อสู้กู้คืนเถอะเราเอ๋ย ถึงตัวตายอย่าเสียดายชีวิตเลย มาเถอะเหวยพวกเรามากล้าประจญ สร้อย (วิจิตรวาทการ, ม.ป.ป., น. 18) ระบ าที่ประกอบละคร เป็นเพลงที่ตัวละครร้องเองเพื่อประกอบการแสดง เนื้อร้องและท่วงท านองสอดคล้องกับท้องเรื่อง เช่น เพลงเลือดสุพรรณที่ยกตัวอย่างมาได้เห็น หลวงวิจิตรวาทการมักจะแทรกระบ าต่างๆ อยู่ในบทละครมีส่วนท าให้บทละครเด่นชัดขึ้น เนื่องจาก ทั้งเนื้อร้องและสถานการณ์ต่างๆ สามารถเข้าถึงใจท าให้คนดูเกิดความประทับใจยิ่งขึ้น 8.2) ระบ าสลับฉาก ระบ าสลับฉาก หมายถึง ระบ าที่ใช้เพื่อคั่นรอเวลาการเปลี่ยนฉาก หรือการเข้าเนื้อเรื่องละคร (ฉากน า) ซึ่งละครในยุคนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องทุ่นแรงในการ เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ประกอบฉาก ยังใช้ก าลังคนในการเคลื่อนย้ายท าให้ต้องใช้เวลา จึงจ าเป็นต้องใช้ ระบ าที่ออกมาแสดงเพื่อไม่ให้ผู้ชมเกิดความเบื่อหน่ายในระหว่างรอ ระบ าสลับฉาก ส่วนใ หญ่จะมี หัวหน้าระบ าออกน าในการร้อง มีระบ าหมู่ออกมาร าประกอบเพลง สร้างความตระการตาให้กับผู้ชม เมื่อวิเคราะห์ในการแทรกระบ าสลับฉาก ซึ่งหลวงวิจิตรวาทการได้รับชมจาก ละครเวทีในต่างประเทศ ผลดีคือ ท าให้ผู้ชมไม่เบื่อหน่ายในระหว่างรอเปลี่ยนฉาก คุ้มค่าในการเข้าชม ในด้านผลเสียคือท าให้การรับชมเรื่องราวของละครสะดุด ถูกแบ่งเป็นช่วง ๆ อารมณ์ไม่ต่อเนื่องเพราะ ถูกคั่นด้วยระบ าสลับฉากท าให้ขาดการต่อเนื่องในการรับชม
87 การจัดให้มีระบ าประกอบละคร หรือระบ าสลับฉากก็ตามหลวงวิจิตรวาทการ นอกจากจะมีแนวคิดให้เกิดความตระการตา สร้างความคุ้มค่าให้ละครแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้าง ประสบการณ์ตรงให้แก่นักเรียนนาฏดุริยางค์ ที่เริ่มเข้ามาศึกษา ต้องการสร้างผลงานให้ผู้ปกครองของ นักเรียนเหล่านั้น ได้มาชื่นชมผลงานเด็กในปกครองอีกด้วย 2.5 วรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยา ยโสธร แคว้นเล็ก ๆ ที่มีความสงบสุขภายใต้การปกครองของเจ้าหลวงและองค์ราชินี เจ้าชายสิทธิประวัติเป็นโอรสที่มีความสุภาพอ่อนโยนจนเหมือนอ่อนแอ เจ้าหญิงรัชทายาทอันดับ 2 คือ เจ้าหญิงแขไขจรัส และเจ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารีธิดาของเจ้าหลวงองค์ก่อนที่สิ้นพระชนม์ไป พระเจ้าอาขึ้นครองราชบัลลังก์แทน ท าให้เจ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารีต้องย้ายจากวังหลวง มาอยู่ต าหนักเล็ก ๆ กับพระมารดา คือ พระองค์หญิงภาณุประภัส ผู้ซึ่งเคี่ยวเข็ญอบรมให้การศึกษา ด้านต่างๆ แก่พระธิดา โดยหวังว่าสักวันถ้าเจ้าหญิงดารามีโอกาสขึ้นเป็นพระราชินีของยโสธร จะได้มี คุณสมบัติครบถ้วนสามารถปกครองประชาชนได้ไม่แพ้บุรุษ ภาพที่ 24 หนังสือเลือดขัตติยา ที่มา: ผู้วิจัย ฝ่ายทางเจ้าหญิงแขไขจรัส ก็มีพระมารดาคอยให้การสนับสนุนให้ แขไขจรัสเป็นราชินี โดยหวังจะให้แต่งงานกับเจ้าชายสิทธิประวัติรัชทายาทอันดับ 1 แต่เจ้าชายสิทธิประวัติก็ไม่ได้สนใจ พี่สาวที่เป็นพระญาติอย่างแขไขจรัสที่มีอุปนิสัยเรื่องมากชอบแต่ความสะดวกสบายไม่สนใจการศึกษา
88 เล่าเรียน และกลับชื่นชมความเฉลียวฉลาดของดารากุมารีแทน ตัวของสิทธิประวัติก็ต้องอาศัย ความเฉลียวฉลาดของดาราช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้งในด้านการเรียน ดารากุมารี เบื่อหน่ายกับชีวิตที่อยู่ในกฎระเบียบเข้มงวดของพระมารดาในวังจึงแอบหนี ออกไปเที่ยวทะเลสาบตามล าพัง ได้เกิดอุบัติเหตุทางน้ าขึ้นอโณทัย เด็กหนุ่มผู้เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวได้ ช่วยชีวิตดาราไว้ ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างรวดเร็วโดยอโณทัยรู้แต่เพียงว่าเด็กสาวผู้ที่เขา ช่วยชีวิตไว้ชื่อดาราและอโณไทยก็ได้หลงรักดารา ดาราแอบหนีไปพบเพื่อนที่ทะเลสาบ ชื่ออโณทัย บ่อยๆ ภาณุประภัส (มารดาของดารา) ได้ขอให้อินทรนักวิชาการรบและรอบรู้ศาสตร์ต่างๆ มาเป็นครูสอนการปกครองให้กับดารากุมารี แต่ดาราไม่ต้องการเรียนท าให้เธอได้ออกฤทธิ์กับครู แต่อินทรก็ใช้ความใจเย็นร่วมกับความสามารถในด้านการสอบท าให้ดารากุมารียอมรับในตัวของ ครูอินทรและยอมเป็นศิษย์ที่ดีรับการถ่ายทอดวิชาการต่างๆจากครูด้วยความเต็มใจ อโณทัยได้เข้าเรียนด้านการทหารอย่างที่ต้องการ ดารากุมารียินดีที่เพื่อนรักได้เป็นทหาร สมใจ โดยดารายอมเป็นทหารในปกครองของอโณทัย แต่ดาราได้ตั้งความมุ่งหมายของเธอว่า เธอจะเป็นราชินีเพื่อปกครองทหาร วัยเยาว์อโณทัยนั้นสัญญาว่าเขาจะปกป้องเธอให้เป็นราชินี ตัวเขา จะเป็นผู้คุ้มครองราชินี เมื่อดาราอายุครบ 20 ปี ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นรัชทายาทอันดับ 3 อโณทัย ต้องมาร่วมในพิธีในฐานะทหารรักษาพระองค์ จึงได้รู้ความจริง ว่า ดาราเพื่อนสนิทของเขา ได้หลอกลวงเขามาตลอดปกปิดฐานันดรศักดิ์ที่แท้จริง ท าให้อโณทัยเสียใจมากกว่าหญิงสาวที่เขาหลง รักคือเจ้าหญิงองค์น้อยของยโสธร เขาจึงพยายามท าตัวออกห่าง แต่ดาราก็พยายามง้องอนและบอก กับอโณทัยว่าเธอคือดาราของเขาตลอดไป อโณทัยจึงมีมานะมุ่งมั่นที่จะมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ การงาน เพื่อหวังจะมียศศักดิ์ให้คู่ควรกับการเป็นคนรักของดารา สิท ธิป ระวัติ รู้สึกตัวว่าพระองค์เองก็หลงรักเจ้าหญิงด าราญาติผู้น้องนี้เช่นกัน และต้องการแต่งงานกับดาราไม่ต้องการแต่งงานกับญาติผู้พี่อย่างหญิงแขไขจรัส อโณทัยได้เข้าเป็น ทหารราชองครักษ์ของเจ้าชายสิทธิประวัติ ด้วยเจ้าชายนั้นอ่อนแอด้วยสุขภาพ ท าให้อโณทัย ผู้แข็งแกร่ง เฉลียวฉลาดได้เป็นคนสนิทของสิทธิประวัติโดยได้รับความไว้วางใจทุกๆเรื่อง
89 ในบรรดาหมู่แคว้นที่ใกล้เคียงกับยโสธร คิดจะรวมตัวตั้งเป็นสมาพันธรัฐแคว้นเขมรัฐคิด จะเป็นผู้น าสมาพันธรัฐ แต่ยโสธรเป็นแคว้นที่ทุกรัฐเกรงใจ จึงคิดอุบายที่จะปรองดองกับยโสธร โดยให้เจ้าชายไชยันต์ เจ้าชายแห่งแคว้นเขมรัฐมาแต่งงานกับเจ้าหญิงรัชทายาท ไชยันต์เดินทาง มายโสธรได้พบกับดารากุมารี และหลงรักในความงามประกอบกับความเฉลียวฉลาดของเธอ ส่วนเจ้าหญิงแขไขจรัส ก็อยากจะเป็นราชินีของแคว้นเขมรัฐ จึงพยายามให้เจ้าชายไชยันต์ ขอตัวเองแต่งงาน เป็นที่เข้าใจกันว่า เจ้าชายไชยันต์มายโสธรครั้งนี้เนื่องจากจะมาท าความรู้จักกับเจ้าหญิง ทั้ง 2 ของยโสธร และเลือกคนที่ประสงค์จะแต่งงานด้วย อโณทัย รู้ตัวเองเสมอว่าคงไม่อาจสมหวังกับดาราได้ เพราะขณะนี้การที่ดาราจะก้าวขึ้นสู่ ต าแหน่งราชินีได้มีเพียง 2 ทาง คือ แต่งงานกับสิทธิประวัติหรือไชยันต์เท่านั้น อโณทัยต้องเลือกสิ่งที่ดี ที่สุดให้กับคนรักของเขา และคนที่อโณทัยคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดส าหรับดาราคือการแต่งงานกับสิทธิ ประวัติ ไม่ใช่ไชยันต์ ที่มีแต่ความคิดยึดอ านาจทางการเมืองมากกว่าความรัก ต่อมาแคว้นเขมรัฐ ได้ส่งทูตมาสู่ขอเจ้าหญิง เพราะเห็นว่าแขไขจรัสมีสิทธิ์ในการครอง ยโสธรมากกว่าดารา ไชยันต์จ าเป็นต้องแต่งงานกับแขไขเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหลังการแต่งงาน ไชยันต์ไม่เคยให้ความรักความสนใจแขไขจรัส ในฐานะภรรยา เขาใช้เธอแค่เป็นหมากทางการเมือง แต่ไชยันต์ให้ความรักแก่เจ้าหญิงดารากุมารี ท าให้แขไขจรัสชิงชังและโกรธแค้นดารากุมารี ด้านเจ้าชายสิทธิประวัติ ผู้หลงรักเจ้าหญิงดาราก็ได้ใช้ให้อโณทัยราชองค์รักษ์คู่ใจ ช่วยเหลือตนเรื่องความรัก อโณทัยจ าต้องหักใจท าการนี้ โดยดาราก็น้อยใจอโณทัยที่ผลักไสเธอไปให้ เจ้าชายสิทธิประวัติ อโณทัยจ าต้องหักใจพูดกับดาราว่า เขาต้องเป็นผู้ที่วางเธอไว้ในที่ที่เหมาะสม และดีที่สุดท าให้ทั้งคู่จ าต้องแยกทางกันทั้งที่ใจรักกันมาก ต่อมาเจ้าหลวงได้ทาบทามเจ้าหญิงดาราให้กับเจ้าชายสิทธิประวัติ โดยก าหนดอภิเษกสมรส แต่ดาราก็ไม่สนใจ มีแต่ความทุกข์ไม่ร่าเริงสดใสดังแต่ก่อน ท าให้อโณทัยต้องปรับความเข้าใจกับดารา โดยให้เธอลืมเขาเสีย แต่ดารากลับบอกว่าเธอพยายามแล้ว แต่ในใจของเธอมีแต่อโณทัยคนเดียว และตลอดไป ใกล้วันอภิเษกสมรส เจ้าชายสิทธิประวัติล้มป่วย ดาราต้องเข้าไปดูแลอาการป่วยท าให้ได้ พบกับอโณทัย และบอกกับอโณทัยว่าเธอไม่มีวันแต่งงานกับชายใดได้ สิทธิประวัติได้ยินที่ทั้งสองพูดกัน จึงท าให้รู้ว่าหญิงที่อโณทัยมอบหัวใจให้ คือ ดารากุมารี สิทธิประวัติล้มป่วยอย่างหนัก ก่อนสิ้นใจได้สั่ง ให้อโณทัยดูแลดารากุมารีแทนเขา
90 หลังจากสิทธิประวัติสิ้นพระชนม์ ทางเขมรัฐ ได้ส่งแขไขจรัสมาทวงสิทธิ์การเป็นราชินี ทางยโสธรรู้ดีว่าเกมส์ทางการเมืองครั้งนี้จะท าให้ยโสธร สูญเสียอ านาจให้กับแคว้นเขมรัฐ อโณทัย ซึ่งวางแผนให้ดารากุมารีเป็นมกุฎราชกุมารีโดยเร็ว แต่ดาราไม่อยากรับต าแหน่ง เพราะจะท าให้เธอ กับอโณทัยห่างไกลกันยิ่งขึ้น ทางฝ่ายไชยันต์และแขไข เมื่อดาราได้เป็นรัชทายาท ยิ่งมีความโกรธแค้นหาทางท าลาย ดารากุมารี โดยวางแผนจะก าจัด อโณทัยที่เป็นก าลังพลและก าลังสมองคอยเกื้อหนุนดารา อีกทั้งคุม ก าลังทหารและอ านาจทางการเมืองไว้ ด้วยการปล่อยข่าวระหว่างอโณทัยกับดารากุมารีว่ามีสัมพันธ์ ใกล้ชิดเกินทหารคนสนิท และลอบจับตัวดารากุมารีไป อโณทัยเข้าช่วยดารากลับมาได้อย่างปลอดภัย และคุมตัวคนร้ายพรรคพวกของแขไขจรัสได้ อโณทัยรู้ว่าข่าวที่หวังท าลายชื่อเสียง และความเชื่อถือ ในตัวองค์รัชทายาทดารากุมารี เพื่อเป็นการกอบกู้ชื่อเสียงของหญิงที่ตนรัก อโณทัยได้ยอมรับว่าเขา หลงรักกุมารีแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยที่องค์รัชทายาทไม่เคยมีความรักตอบตนเลย และโทษของเขา ที่บังอาจต่อเบื้องสูง คือ การประหาร อโณทัยได้บอกกับดาราว่าเขาดีใจที่ได้รักษาเกียรติของเธอ ไว้ไม่ให้ใครโจมตีได้เขาได้ใช้หัวใจของเขาแสดงความบริสุทธิ์ใจของเธอ และจะได้ใช้หัวของเขาค้ าจุน เธอก้าวขึ้นสู่ราชินีแห่งยโสธร อย่างสวยงามไร้มลทิน การตายของเขาไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าแต่เป็นเรื่อง น่าภูมิใจในชีวิตทหาร เจ้าหญิงดาราจ าต้องหักใจและยอมรับในการตัดสินใจของอโณทัย ด้วยรู้ว่าไม่มีสิ่งใด เปลี่ยนแปลงความนึกคิด ความมั่นคงของชาติบ้านเมือง เขาสามารถตายได้เพื่อปกป้องคนรักและชาติ บ้านเมือง เธอต้องเข้มแข็งและยอมรับเพื่ออโณทัยและยโสธรบ้านเมืองของเธอ อโณทัยดีใจที่เห็นคนที่ เขารักเข้มแข็ง เจ้าหลวงได้สละราชสมบัติเพื่อรักษาสุขภาพ โดยมอบให้ดารากุมารีเป็นราชินีปกครอง บ้านเมือง อโณทัยขอให้ประหารเขาในวันท าพิธีขึ้นครองราชย์ ในวันสถาปนา ทุกคนต้องแปลกใจที่พระราชินีองค์ใหม่เข้ามาในพิธีด้วยชุดสีด า และใช้ มือของตนน ามงกุฎขึ้นมาสวมให้พระองค์เอง ได้มีการประหารนักโทษที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทางพระราชินี สวมมงกุฎด้วยความปวดร้าวอ่อนล้า หัวใจของเธอได้ตายตามอโณทัยไป จากล าดับเรื่องราวของวรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยา ผู้วิจัยจะน าตอนครองราชย์ซึ่งเป็น จุดเด่นของเรื่องมาสร้างเป็นละครปลุกใจรักชาติแนวทางละครหลวงวิจิตรซึ่งจะน าเสนอรายละเอียด ในบทที่ 4 ต่อไป
91 3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประอรรัตน์ บูรณมาตร์ (2528) การวิเคราะห์บทละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการ เพื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างวรรณกรรมกับสังคม กล่าวคือ นักประวัติศาสตร์และนักประพันธ์ เน้นให้เห็นสภาพสังคมในสมัยจอมพล ป . พิบูลสงคราม ที ่มีอิทธิพลต่อบทละครปลุกใจของ หลวงวิจิตรวาทการ ในช่วงแรกซึ่งเป็นยุคแห่งการสร้างชาติให้เป็นมหาอ านาจ รัฐบาลพยายาม ปลูกฝังความคิดเกี่ยวกับลัทธิชาตินิยมให้แก่ประชาชนทุกวิถีทาง หลวงวิจิตรวาทการในฐานะที่เป็น อธิบดีกรมศิลปากร ได้รับมอบหมายให้ปลูกต้นรักชาติขึ้นที่กรมศิลปากร จึงแต่งบทละครปลุกใจ ซึ่งล้วนมีแนวคิดส าคัญในการปลุกใจให้รักชาติทั้งสิ้น ส่วนสภาพสังคมในช่วงที่ 2 เป็นยุคแห่ง การต่อต้านและปราบปรามลัทธิคอมมิวนิสต์ บทละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการจึงกลับมาพร้อมกับ “ลัทธิชาตินิยม” อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ การวิเคราะห์ บทละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการ ในด้านประเภทของบทละคร แก่นเรื่อง โครงเรื่อง ตัวละคร บทสนทนา ฉาก และกลวิธีในการแต่งที่ท าให้ประชาชนคนดูส่วนใหญ่สนุกสนานเพลิดเพลิน เกิดอารมณ์สะเทือนใจ อิทธิพลของบทละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการที่มีต่อคนในสังคมสมัยนั้น และสืบต่อมาจนถึงสังคมสมัยปัจจุบัน (2523) ซึ่งแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ อิทธิพลโดยตรง คือ แนวความคิดส าคัญที่ปลุกใจให้รักชาติ มีอิทธิพลต่อคนในสังคมในช่วงที่หลวงวิจิตรวาทการเป็น อธิบดีกรมศิลปากร ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เท่านั้น หลังสงครามโลกครั้งที่2 บทละครไม่เป็นที่นิยม และไม่สามารถปลุกใจได้เหมือนในยุคแรก เนื้อเรื่องในบทละครยังมีผลท าให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ ประวัติศาสตร์ของชาติไทย ตามประวัติศาสตร์ชาตินิยมของหลวงวิจิตรวาทการ ส่วนอิทธิพลโดยอ้อม คือ เพลงปลุกใจ และส านวนต่าง ๆ สรุปได้ว่า สภาพสังคมในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีอิทธิพล ต่อบทละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการ ทั้งในด้านเป็นแรงผลักดันให้เกิดบทละคร ใช้บทละครนี้ เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการปลูกฝังความคิดเกี่ยวกับ “ลัทธิชาตินิยม” สู่มวลชน อีกทั้งส่งเสริม บทละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการให้เฟื่องฟูขึ้น ในขณะเดียวกันบทละครปลุกใจของหลวงวิจิตร วาทการก็มีอิทธิพลต่อคนในสังคมสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม และสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่เป็นอิทธิพลโดยอ้อมมากกว่าโดยตรง การศึกษาบทละครปลุกใจของหลวงวิจิตรวาทการจึงแสดง ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวรรณกรรมกับสังคมที่มีอิทธิพลต่อกันและกันได้อย่างเด่นชัด
92 สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา (2541) ได้ศึกษาบทเพลงของหลวงวิจิตรวาทการ ในชุดอานุภาพ จ านวน 10 เพลง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะท าการวิเคราะห์ ใน 4 หัวข้อ ดังนี้ 1) โครงสร้าง 2) ท านอง 3) จังหวะ 4) อิทธิพลตะวันตกที่มีต่อบทเพลง พบว่า บทเพลงเหล่านี้เป็นเพลงไทยที่น าวิธีคิด และวิธีการประพันธ์ แบบตะวันตกมาปรับใช้ในระดับต่าง ๆ กัน เพลงที่ได้รับอิทธิพลจากดนตรี ตะวันตกน้อยที่สุด คือ เพลง เสียงระฆัง ส่วนเพลงที่ได้รับอิทธิพลมากที่สุด คือ เพลงภาพเธอ แนวท านองเพลงของหลวงวิจิตรวาทการโดยส่วนใหญ่เป็นท านองไทยที่เรียบง่าย เน้นค าร้องซึ่งเป็น ท านองที่สอดคล้องกับค าร้องไทยมีส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นเพลงไทยผสมกับตะวันตกแสดงให้เห็นว่า ผู้ประพันธ์ยังคงยึดท านองแบบไทยเป็นหลัก มีแบบฟอร์มและมีการพัฒนาที่โดดเด่น หลวงวิจิตรวาท การได้น ามาปรับใช้จนเป็นบทเพลงที่มีลักษณะพิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยิ่ง ชญาดา รุ่งเต่า (2549) ได้ศึกษาการใช้พื้นที่และมัลติมีเดียของคณะละครเวทีร่วมสมัย ในเทศกาลละครกรุงเทพ พื้นที่แสดงในเทศกาลละครกรุงเทพปี พ.ศ. 2549 ได้แก่ เวทีป้อมพระสุเมรุ สวนสันติชัยปราการและบริเวณพลับพลา เวทีเด็กเยาวชนและครอบครัว พบว่า เรื่องที่ใช้มัลติมีเดีย ในการสร้างสรรค์งานโดยปรากฏรูปแบบภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวบวกเสียงคลิปวิดีโอ และภาพยนตร์ การวาดแผ่นใสสด และการน ามาใช้ในบทบาทแทนฉากสื่อนามธรรมขยายอารมณ์ค าพูดค าบรรยาย แสดงออกถึงแนวคิดหลักของเรื่องแทนความคิดในใจตัวละคร อุปกรณ์ประกอบการแสดงภาพประกอบ ในการเล่าเรื่องแสดงพัฒนาการเรื่อง และแทนองค์ประกอบไฟในละคร ปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้ มัลติมีเดียของศิลปิน คือ การเกิดผลองค์รวมละครความจ าเป็นในการเล่าเรื่องทักษะหรือขนาด การสร้างสรรค์งานลักษณะพื้นที่ การสร้างสรรค์งานค่าใช้จ่ายกลุ่มเป้าหมาย พบทัศนคติของผู้ชมในแต่ละพื้นที่แสดงที่มีค่าร้อยละสูงสุด คือ พื้นที่ป้อมพระสุเมรุ มีการแสดงน่าสนใจหลากหลายพื้นที่ เวทีเด็กเยาวชนและครอบครัวมีการแสดงที่น่าสนใจหลากหลาย ต่อเนื่องความอิสระในการชมและไม่เสียค่าใช้จ่าย พื้นที่สวนสันติชัยปราการและบริเวณพลับพลา มีอิสระในการรับชม เวทีล้อมรั้วมีการแสดงที่คัดสรรว่ามีคุณภาพพื้นที่ร้านอาหารและสถานที่ราชการ มีสมาธิและบรรยากาศในการรับชมที่ดี ในด้านความเห็นต่อมัลติมีเดียผู้ชมมีทัศนคติด้านบวกมากกว่าด้านลบที่ช่วยสื่ อสา ร จินตนาการต่อผู้ชมให้ชัดเจนขึ้นในขณะที่ผู้ชมส่วนน้อยมีทัศนคติด้านลบที่เห็นว่ามัลติมีเดีย ลดความส าคัญของการแสดงลง
93 เกรียงไกร ฟูเกษม (2556) ได้ศึกษากระบวนการสร้างสรรค์ละครเวทีเพื่อการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ของนักแสดง พบว่า กระบวนการสื่อสารในการสร้างสรรค์ละครเวที ผ่านแนวคิดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ของนักแสดงนั้นประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ แก่นความคิดของบทละครในประเด็นการท าให้คนกลายเป็นอื่นในสังคมเดียวกันจนกลายเป็นคนนอก การวิเคราะห์รูปแบบการน าเสนอใช้รูปแบบการน าเสนอที่ไม่เหมือนจริงเน้นเนื้อหาและสื่อสาร ความคิดของเรื่องเป็นหลักการวิเคราะห์ขั้นตอนการสร้างสรรค์เน้นการแลกเปลี่ยนและเปิดพื้นที่ให้ นักแสดงเกิดความเข้าใจในแก่นความคิดของเรื่องการออกแบบและจัดท ากระบวนการสร้างสรรค์ เน้นกระบวนการวิเคราะห์ตนเองและผู้อื่นวิเคราะห์แก่นเรื่องเพื่อเชื่อมโยงประเด็นสังคม และกระบวนการสุนทรียสนทนาเพื่อน าไปสู่การเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ของนักแสดงผลการวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ของนักแสดงแบ่งออกเป็นสองประเด็นหลักคือหนึ่งมโนทัศน์ต่อคุณสมบัติ ของนักแสดงประกอบด้วยทักษะพื้นฐานการแสดงมีค่าเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นสองมโนทัศน์ต่อตนเองผู้อื่น และสังคมนอกจากนี้ผู้วิจัยพบว่า องค์ประกอบที่ส าคัญในการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ของนักแสดง ประกอบด้วยผู้ด าเนินกระบวนการที่มีความเข้าใจต่อกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง การก าหนดเนื้อหาที่ต้องการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ของนักแสดงรูปแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับ เนื้อหาบรรยากาศในกระบวนการและกระบวนการสุนทรียสนทนา
94 4. กรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ภาพที่ 25 กรอบแนวคิดในการวิจัย ที่มา: ผู้วิจัย ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1) แนวคิดการเปลี่ยนแปลงวรรณกรรม 2) ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างละคร 3) ทฤษฎีนาฏยประดิษฐ์ 4) ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์ รูปแบบและองค์ประกอบ ละครของหลวงวิจิตรวาทการ กระบวนการสร้างสรรค์ 1) แนวคิดและรูปแบบการแสดง 2) บทละคร 3) ดนตรีประกอบการแสดง 4) ผู้แสดง 5) ลีลานาฏศิลป์ 6) เครื่องแต่งกาย 7) การใช้พื้นที่เวทีและฉากในการแสดง ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร วรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยา
บทที่ 3 วิธีการด าเนินการวิจัย การสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร เป็นการวิจัยสร้างสรรค์ (Creative Research) โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed - Method Research) ระหว่างการวิจัย เชิง คุ ณ ภ า พ (Qualitative Research) แ ล ะ ก า ร วิ จัย เชิงป ริ ม าณ ( Quantitative Research) โดยรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย หนังสือ ต ารา บทความ ทางวิชาการ บทความวิจัย งานวิจัย วิทยานิพนธ์ การสัมภาษณ์ และการสังเกตการณ์ จากนั้นจึงน า ข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการสร้างละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ละคร หลังจากนั้นใช้กระบวนการวิจัยเชิงปริมาณ วิเคราะห์ ข้อมูลด้วยสถิติอย่างง่าย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการประเมินผลละคร จากผู้ร่วมท างาน ผู้แสดง และผู้ชม สรุปข้อมูล แล้วเขียนบ รรยายเชิงพร รณนา สามารถ แบ่งรายละเอียดได้ ดังนี้ 1. กลุ่มบุคคลผู้ให้ข้อมูล 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. แผนการด าเนินการวิจัย 4. การเก็บรวบรวมและจัดท าข้อมูล 4.1 การเก็บรวบรวมข้อมูล 4.2 กระบวนการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 5. การตรวจสอบข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล 7. การสรุปและน าเสนอข้อมูล
96 1. กลุ่มบุคคลผู้ให้ข้อมูล กลุ่มบุคคลผู้ให้ข้อมูลในการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.1 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลด้านความรู้ การแสดง ดนตรี และองค์ประกอบการแสดงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับละครหลวงวิจิตร และการสร้างละครหลวงวิจิตร โดยในการวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการคัดเลือก ตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลหลักด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)แบ่งรายละเอียดได้ดังนี้ 1.1.1 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่มีประสบกา รณ์เกี่ยวข้องกับการแสดงละคร หลวงวิจิตร โดยคุณสมบัติ คือ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญทางละครหลวงวิจิตร และมีประสบการณ์ทางดนตรี การแสดงละครหลวงวิจิตร ไม่ว่าจะเป็นผู้ก ากับ ผู้ช่วยผู้ก ากับ นักแสดง ผู้อ านวยการแสดง สามารถ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติและผลงานของหลวงวิจิตรวาทการได้ รวมทั้งมีประสบการณ์ในการร่วมชม การแสดงละครหลวงวิจิตรมากกว่า 20 ปี ได้แก่ 1)ดร.วิญญู วิจิตรวาทการ ทายาทหลวงวิจิตรวาทการ 2) นางวิจิตรา (รังสิยานนท์) วิจิตรวาทการ ทายาทหลวงวิจิตรวาทการ 3) นางรัตติยะวิกสิตพงศ์ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ปีพุทธศักราช2560 และผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4) นางนฤมัยไตรทองอยู่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 5) นายสถาพร นิยมทอง ข้าราชการบ านาญ ส านักการสังคีต กรมศิลปากร 6) นางพัชรา บัวทอง ข้าราชการบ านาญ ส านักการสังคีต กรมศิลปากร 7) รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ปีพุทธศักราช2548 และผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
97 1.1.2 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการสร้างสรรค์ละครหลวงวิจิตร โดยคุณสมบัติ ของผู้ให้ข้อมูล คือ เป็นครู อาจารย์ นาฏศิลปิน นักวิชาการทางด้านนาฏศิลป์ ดนตรี วรรณกรรม เครื่องแต่งกาย การออกแบบเวทีฉาก มีประสบการณ์สร้างสรรค์ หรือร่วมสร้างสรรค์ละคร หรือเป็น ผู้มีส่วนร่วมในการแสดงละครหลวงวิจิตร ละค รเวที ละค รร า และงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ในระดับประเทศ แบ่งได้ออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้ 1) กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านการละคร และละครหลวงวิจิตร 1.1) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1.2) รองศาสตราจารย์ ดร.จินตนา สายทองค า คณบดีคณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1.3) นางนันทา น้อยนิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2) กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านดุริยางคศิลป์ 2.1) ดร.บ ารุง พาทยกุล อาจารย์ประจ าหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต และหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2.2) นายชัยพร สว่างวรรณ์ ครูช านาญการพิเศษ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2.3) นายเชษฐพงศ์รอตฤดี อาจารย์ประจ าภาควิชาดุริยางคศิลป์ สาขาดนตรีสากล วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 3) กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านวรรณกรรมและบทละคร 3.1) นายเกษม ทองอร่าม ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 3.2) ดร.ปิยวัชร์ สุทธิวนิช อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
98 4) กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย 4.1) นายภทรฤน พงศ์ประสิทธิ อาจารย์ประจ าภาควิชาศิลปกรรมการออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 5) กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบฉาก แสง และสื่อผสม 5.1) นางสาวณัฏฐา รัตนสนธิ Co - Producer บริษัท ณัฏ คอมมูนิเคชั่น จ ากัด 5.2) นายพูนเกษม เวียนเก่าน้อย Graphic Designer Graphic Designer บริษัทณัฏ คอมมูนิเคชั่น จ ากัด 1.2 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการประชุมสนทนากลุ่มย่อย (Focus Group) เพื่อยืนยันความ เหมาะสมในการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร โดยก าหนดเกณฑ์ การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ มีรายละเอียดดังนี้ 1.2.1 ศิลปินแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านนาฏศิลป์ไทย ก าหนดเกณฑ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนาฏศิลป์ คือ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการแสดง ละครหลวงวิจิตร มีสถานะเป็นครู อาจารย์ หรือศิลปินที่มีความรู้ และประสบการณ์ในการแสดงละคร หลวงวิจิตรเคยเห็น หรือเคยร่วมแสดงมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับละคร หลวงวิจิตรได้อย่างชัดเจน และมีผลงานการแสดงละครเป็นที่ประจักษ์ในวงการนาฏศิลป์ ได้แก่ 1) นางรัตติยะวิกสิตพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ปีพุทธศักราช2560 และผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2) นางนฤมัย ไตรทองอยู่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1.2.2 ผู้มีประสบการณ์การแสดงและก ากับละครหลวงวิจิตร ก าหนดเกณฑ์การเลือก คือ เป็นผู้มีประสบการณ์การแสดงหรือก ากับ ละค ร หลวงวิจิตร ละครร า ละครเวที มาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านของ ศิลปะการแสดงละครทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่
99 1) ดร.ชนัย วรรณะลี อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต และหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต และหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1.2.3 กลุ่มนักดนตรี ก าหนดเกณฑ์การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ คือ ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีไทย หรือดนตรีสากล และเป็นผู้ที่ท างานเกี่ยวข้องกับงานด้านดนตรี มีสถานะเป็นครู อาจารย์ หรือศิลปินที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านดนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี และมีประสบการณ์ การสร้างสรรค์หรือร่วมบรรเลงดนตรีประกอบละคร หรือประกอบงานสร้างสรรค์ทางด้านนาฏศิลป์ และดุริยางค์ศิลป์ ได้แก่ 1) นายสถาพร นิยมทอง ข้าราชการบ านาญ ส านักการสังคีต กรมศิลปากร 1.2.4 กลุ่มนักออกแบบองค์ประกอบการแสดงละคร ก าหนดเกณฑ์การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ คือ เป็นผู้มีประสบการณ์ในการสร้างละคร หลวงวิจิตร ละครร า หรือโขน มาไม่น้อยกว่า 4 เรื่อง มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องการออกแบบ องค์ประกอบการแสดงต่าง ๆ ได้แก่ บทละคร เครื่องแต่งกาย ฉากประกอบการแสดง ได้แก่ 1) นายเกษม ทองอร่าม ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1.2.5 กลุ่มนักแสดงละคร ก าหนดเกณฑ์การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ คือ เป็นผู้มีประสบการณ์ในการแสดงละคร แบบอนุรักษ์ ละครสร้างสรรค์ ละครร่วมสมัย มีสถานะเป็นครู อาจารย์ หรือศิลปินที่มีความรู้ และประสบการณ์การแสดงมีอายุไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ ได้แก่ 1) นางพัชรา บัวทอง ข้าราชการบ านาญ ส านักการสังคีต กรมศิลปากร
100 2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1.3 กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในการตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย โดยการ หาค่าดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหาของประเด็นค าถามแต่ละข้อกับวัตถุประสงค์ (Index of Item Objective Congruence: IOC)จ านวน 3 ท่าน ได้แก่ 1.3.1 ดร.ธิติมา อ่องทอง อาจารย์ภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง 1.3.2 ดร.จักรวาลวงศ์มณี รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 1.3.3 ดร.ปรเมศวร์ พืชผักหวาน รักษาการในต าแหน่งผู้อ านวยการกลุ่มประกันคุณภาพการศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 1.4 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลด้านการตอบแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจ จากการชมการ แสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร โดยใช้วิธีคัดเลือกการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย จากผู้ชมที่ได้รับการชมการแสดงจ านวน 50 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ในการด าเนินการวิจัยสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ผู้วิจัยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยทั้งหมด 3แบบ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 2.1 แบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านต่าง ๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล และแนวทางในการ สร้างสรรค์ละคร 2.2 แบบบันทึกข้อมูลในการประชุมสนทนากลุ่มย่อยของผู้ทรงคุณวุฒิ 2.3 แบบสอบถามความพึงพอใจและความคิดเห็นของผู้ชม ที่มีต่อการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร เครื่องมือในการวิจัยข้างต้นนี้ ผู้วิจัยได้ออกแบบและมีขั้นตอนการพัฒนาเครื่องมือ ดังต่อไปนี้ 1) ศึกษาเอกสาร งานวิจัย และจัดจ าแนกข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่ 2) ก าหนดรูปแบบของเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย
101 3) ก าหนดประเด็นในการสัมภาษณ์และสอบถาม 4) ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ท รงคุณวุฒิ เพื่อหาค่าดัชนี ความสอดคล้องของเนื้อหา (IOC) ของข้อค าถามจากผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา (Validity) และความครอบคลุมของปัญหาที่ต้องการศึกษา 5) ปรับแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ทรงคุณวุฒิ 6) น าเครื่องมือไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล
3. แผนการด าเนินงานวิจัย ตารางที่ 4แผนการด าเนินงานวิจัย เดือน กิจกรรม พ.ศ. 2564 เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. 1) หัวข้อวิทยานิพนธ์ได้รับการอนุมัติ 2) ศึกษาข้อมูลวิจัยเบื้องต้น 3) เขียนโครงร่างการวิจัย 4) รวบรวมและจัดท าข้อมูล 5) ก าหนดแนวคิดและรูปแบบการแสดง 6) สร้างสรรค์องค์ประกอบการแสดงละคร เรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 7) น าเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ ประชุมแบบสนทนากลุ่มย ่อย (Focus Group) 8) ปรับผลงานตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ 9) น าเสนอผลงานสร้างสรรค์ละคร เรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 10) สรุปผลและจัดท ารูปเล่มฉบับสมบูรณ์ และเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์วิทยานิพนธ์ ที่มา: ผู้วิจัย
102 พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566 พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.
103 4. การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจัดท าข้อมูล 4.1 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ส าหรับการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีการตรวจสอบข้อมูลเป็นระยะเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ได้ศึกษา มีความถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์การวิจัย มีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 4.1.1 เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ หนังสือต ารา งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ซึ่งเป็นเอกสารทางวิชาการที่มีการศึกษาค้นคว้ามาแล้วอย่างละเอียด สามารถแบ่งตามขอบเขตเนื้อหา ได้ดังนี้ 1) ศึกษาข้อมูล เกี่ยวกับ ความหมาย ความเป็นมา และรูปแบบของละครหลวงวิจิตร จากหนังสือต ารา เอกสารทางวิชาการ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ 2) ศึกษาข้อมูล เกี่ยวกับ แนวคิด และทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การสร้างสรรค์ นาฏศิลป์ การละคร ศึกษาจากหนังสือ งานวิจัย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง 4.1.2 เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มบุคคลที่ให้ข้อมูล ดังนี้ 1) ผู้ให้ข้อมูลมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการแสดงละครหลวงวิจิตร 2) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการสร้างสรรค์ละครหลวงวิจิตร 3) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการประชุมสนทนากลุ่มย่อย (Focus Group) 4) กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ชมหลังการรับชมละคร 4.1.3 เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตการณ์ 1) สังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม โดยลงพื้นที่สังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมในรูปแบบ การเรียนการสอนรายวิชาทักษะศิลปะการแสดงและรายวิชาทักษะประสบการณ์การแสดง ของการเรียนการสอนตามหลักสูตรศึกษาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เพื่อเก็บข้อมูลทางด้านทักษะของการแสดงละครร า ละครพูด ละครร้อง ละครหลวงวิจิตร ตลอดจนเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาผู้ช่วยผู้ก ากับการแสดงในการจัดแสดงละคร ของนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป 2) สังเกตกา รณ์แบบไม่มีส่วนร่วม โดยกา ร รับชมกา รแสดงละค ร ข อง คณะละครต่าง ๆ เช่น ส านักการสังคีต กรมศิลปากร วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ คณะละครดุริยประณีต คณะละครอนันตา และคณะละครอื่น ๆ
104 4.2 กระบวนการสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร 4.2.1 ขั้นเตรียมการแสดงและออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ของละคร 1) การก าหนดแนวคิด ผู้วิจัยก าหนดแนวคิดในการสร้างสรรค์ละคร หลวงวิจิตร ซึ่งประกอบด้วย 1) แนวคิดในการอนุรักษ์ สืบทอด พัฒนาละครหลวงวิจิตรรูปแบบใหม่ เป็นการบูรณาการ ระหว่างละครพูด ละครร้อง และละครพันทาง โดยน าเทคโนโลยีผสมผสานสมัยใหม่มาประกอบ 2) แนวคิดด้านสุนทรียะและความงามในการแสดงละครหลวงวิจิตร ที่ประกอบด้วย ความงามของบท ละคร ความไพเราะของเพลง เสียงดนตรี และการขับร้อง ความงามของเครื่องแต่งกาย ความงาม ของผู้แสดง และความงามของลีลาท่าทางประกอบการแสดง รวมถึงความทันสมัยในการสอดแทรก สื่อเทคโนโลยี และ 3) แนวคิดในการน าเค้าโครงเรื่องเดิมมาจัดแสดง 2) การเตรียมการสร้างสรรค์ละคร ผู้วิจัยรวบรวมองค์ความรู้เก็บรวบรวมข้อมูล จากเอกสารศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมารูปแบบของละครหลวงวิจิตรจากหนังสือต าราเอกสาร ทางวิชาการงานวิจัยวิทยานิพนธ์ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องการ สร้างสรรค์นาฏศิลป์ การละครศึกษาจากหนังสืองานวิจัย และเอกสารที่เกี่ยวข้องตลอดจนเก็บ รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสังเกตการวางแผนกับอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อก าหนด วัตถุประสงค์ของรูปแบบในการสร้างละครให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นผู้วิจัยตั้งใจน าเสนอละครหลวงวิจิตร ในการสร้างละครที่ปลูกฝังคุณธรรมด้วยความเสียสละความรักส่วนตัวเพื่อประเทศชาติผสมผสานกับ นวัตกรรมเทคโนโลยีร่วมสมัย อาทิ ดนตรีร่วมสมัย เครื่องแต่งกาย ฉากมัลติมีเดีย ฯ จนเป็นละคร รูปแบบใหม่ ให้แก่เยาวชนหรือคนรุ่นปัจจุบันได้รับชม 3) การสร้างบทละคร ผู้วิจัยได้ท าการศึกษาค้นคว้าวิธีการและล าดับขั้นตอนต่าง ๆ ในการท าบทละครซึ่งพบว่า บทละครทั่วไปมักจะประกอบด้วยรายชื่อตัวละคร พร้อมทั้งบรรยาย บุคลิกลักษณะ อายุ ของตัวละคร บทสนทนา บทร้องบรรยายความรู้สึกของตัวละครในบท ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นหน้าที่ของผู้เขียนบทที่จะต้องสื่อสารให้ผู้แสดงถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกเป็นภาพสะท้อนจากเวทีส่งถึงผู้ชม ผู้วิจัยมีวิธีการสร้างสรรค์บทละคร ดังนี้ 1) ศึกษาวรรณกรรมเรื่อง เลือดขัตติยา ด้วยการอ่านหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ในทุกตัวละครอย่างแม่นย า 2) วางโครงเรื่องในฉากที่เลือกมาสร้างสรรค์ 3) น าเหตุการณ์มาร้อยเรียงเพื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของทิพย์รัตน์ด า ร า กับอโณทัย ตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อเชื่อมโยงมาสู่ฉากที่น าเสนอ 4) ถอดความจากนวนิยาย แต่งเป็นบทเจรจาส านวนร้อยแก้ว 5) เมื่อแต่งเสร็จจึงขัดเกลาภาษาเพื่อให้เกิดความลงตัวในการร้องและเจรจาโต้ตอบ
105 6) การก าหนดโครงสร้างละครให้ชัดเจน โดย ก าหนดแบบร่างความคิดผ่านการเล่าเรื่อง ในสตอรี่บอร์ด (Story Board) รายละเอียดดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 5 การเรียงล าดับภาพในความคิด (Story Board) เพื่อล าดับเหตุการณ์ในการสร้างสรรค์ ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ล าดับ ภาพในความคิด (Story Board) เหตุการณ์ในละคร 1) เ ห ตุ ก า รณ์ : ด า ร าและอโณทัย ได้พบเจอกันที่เกาะกลางทะเลสาป พูดถึงความหลังที่เคยพบรักกัน ตัวละคร - ดารา - อโณทัย 2) เหตุการณ์ : ดาราเข้ามาพบอโณทัย ในห้องขัง เพื่อบอกให้อโณทัยหนีจาก การรับโทษครั้งนี้ และด้วยความรัก ชาติของอโณทัยจึงไม่ท าตามสิ่งที่ ดาราบอก จากนั้นทั้งคู่ได้บอกลากัน ตัวละคร - ดารา - อโณทัย - ทหาร
106 ตารางที่ 5 การเรียงล าดับภาพในความคิด (Story Board) เพื่อล าดับเหตุการณ์ในการสร้างสรรค์ ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร (ต่อ) ล าดับ ภาพในความคิด (Story Board) เหตุการณ์ในละคร 3) เหตุการณ์ : นางก านัลและทหาร ร่วมกันเฉลิมฉลองการครองราชย์ ของดารา ในขณะเดียวกันเป็นฉากที่ กล่าวถึงวันประหารชีวิตของอโณทัย จากนั้นดาราขึ้นครองราชย์ด้วยความ โศกเศร้าเสียใจ ตัวละคร - ดารา - เสนาบดี - นางก านัล - ทหาร ที่มา: ผู้วิจัย 4.3) ก ารก าหนดรูปแบบและองค์ประกอบการแสดงทุกอย่างให้มีความชัดเจน เพื่อให้มีแนวทางในการสร้างสรรค์องค์ประกอบต่าง ๆ ผู้วิจัยได้ก าหนดรูปแบบและองค์ประกอบ ของละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร โดยบูรณาการรูปแบบการร้อง การเจรจา การด าเนินเรื่อง และองค์ประกอบต่าง ๆ จาก ละครร้องดั้งเดิมทั้ง 3 รูปแบบเข้าด้วยกัน คือ ละครพูด ละครร้อง และละครพันทาง และเพิ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่ในองค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งการก าหนดรูปแบบ และองค์ประกอบการแสดงนี้ใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์องค์ประกอบต่อไป 4.3.1) บทละคร ผู้วิจัยได้ท าการศึกษาค้นคว้าวิธีการและล าดับขั้นตอนต่าง ๆ ในการจัดท าบทละคร โดยเริ่มจากการศึกษาวรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยา มาจัดท าเป็นบทละครเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร มีลักษณะค าประพันธ์และการด าเนินเรื่องมาจากรูปแบบละครพูด และละครร้อง คือ บทละครมีรูปแบบร้อยแก้วที่มาจากรูปแบบของละครพูด และบทร้อยกรอง ที่มาจากรูปแบบของละครร้อง ซึ่งผู้วิจัยมีวิธีการสร้างสรรค์และบทละคร ดังนี้
107 1) ศึกษาโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง ตัวละคร บุคลิกของตัวละคร จากวรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยาจนเกิดความเข้าใจ 2) วิเคราะห์การวางเค้าโครงเรื่องที่จะน ามาสร้างสรรค์โดยเพื่อพิจารณาแก่นส าคัญ ของเรื่อง 3) วางโครงเรื่อง (Plot) เฉพาะส่วนส าคัญที่น ามาจัดแสดงโดยร้อยเรียงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ของตัวละครสู่การน าเสนอตามรูปแบบการแสดงละครหลวงวิจิตร 4) น าโครงเรื่องปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการประพันธ์บทละคร คือ นายเกษม ทองอร่าม ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 5) เรียบเรียงเนื้อหาของละคร เขียนเป็นเรื่องย่อ โดยระบุฉาก เหตุการณ์ และตัวละคร อย่างชัดเจน ผ่านการเรียงล าดับภาพในความคิด (Story Board) 6) จัดท าบทละครจากนั้นผู้วิจัยพิจารณา ตัด เติม แต่งแล้วน ามาเรียบเรียงใหม่ อีกครั้งให้เกิดความสมบูรณ์ 7) ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านบทละครทางด้านการประพันธ์บทละคร 4.3.2) ดนตรีประกอบการแสดง การสร้างสรรค์เพลงร้อง และดนตรีบรรเลงประกอบการแสดง ผู้วิจัยได้ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านดนตรีไทยและดนตรีสากล สามารถสร้างสรรค์ได้ตาม ขั้นตอนดังนี้ 1) การสร้างสรรค์เพลง มีขั้นตอนดังนี้ 1.1) หาแนวทางการสร้างสรรค์เพลง 1.2)ก าหนดร่างท านองเพลง 1.3) ประพันธ์เพลงด้วยโปรแกรม Cubase Pro11 1.4) บันทึกโน้ตเพลงด้วยโปรแกรม Sibelius Software 7.5 1.5)การฝึกซ้อมร้องเพลง 2) การสร้างสรรค์ดนตรี เดิมรูปแบบการแสดงละครหลวงวิจิตรมีการใช้วงดนตรีไทย และดนตรีสากลประเภทวงออเคสตรา (Orchestra) ด้วยวิธีการผสมผสานการบรรเลงร่วมกัน ของดนตรีทั้ง 2 ประเภท แต่ส าหรับการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร
108 ผู้วิจัยได้น าดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ผสมผสานกับเสียงสังเคราะห์แทนการใช้รูปแบบเดิมของการแสดง ละครหลวงวิจิตรซึ่งอธิบายรายละเอียดในบทต่อไป 4.3.3) ผู้แสดง การคัดเลือกผู้แสดงแต่เดิมการแสดงละครหลวงวิจิตร ผู้แสดงต้องมีน้ าเสียงของการ พูดเจรจามาเป็นอันดับแรก คือ เป็นผู้ที่มีน้ าเสียงกระจ่างชัดเจน พูดอักขระควบกล้ าได้ถูกต้อง และสามารถร้องเพลงได้ตรงตามบันไดเสียง และที่ส าคัญอีกประการคือต้องเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ ในการฝึกซ้อมสามารถก าหนดคุณสมบัติพื้นฐานของผู้แสดงได้ดังนี้ 1) เป็นผู้มีความสามารถทางด้านการร้องเพลง 2) เป็นผู้ที่มีรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ และบุคลิกภาพที่เหมาะสม 3) เป็นผู้ที่มีพื้นฐานทางด้านนาฏศิลป์และการแสดงตามบทบาท 4) เป็นผู้มีประสบการณ์การแสดง สามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างดี 5) เป็นผู้มีความจ าและไหวพริบปฏิภาณที่ดี 4.3.4) ลีลานาฏศิลป์ การออกแบบลีลานาฏศิลป์ในการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละคร หลวงวิจิตร เนื่องจากบทละคร เพลง และดนตรีประกอบการแสดง มีลักษณะที่แตกต่างจากละครหลวงวิจิตรเดิม ผู้วิจัยจึงได้ออกแบบท่าทางประกอบกิริยาของตัวละคร โดยใช้ท่าทางที่ผสมผสานท่าทางธรรมชาติท่าก าแบ และท่านาฏศิลป์เข้าด้วยกัน รวมถึงการสอดแทรกการแสดงระบ าประกอบฉากให้มีความแปลกใหม่มากขึ้น
109 4.3.5) เครื่องแต่งกาย จากการศึกษาวรรณกรรม เรื่อง เลือดขัตติยา ของ ลักษณวดี มีลักษณะเป็นนวนิยาย ที่ผู้แต่งได้จินตนาการขึ้น ไม่ก าหนดเชื้อชาติของตัวละครที่ชัดเจน ผู้วิจัยจึงออกแบบวิเคราะห์เครื่องแต่งกาย ตามเนื้อเรื่อง คือ มีความเป็นไทยความร่วมสมัยและสอดแทรกอิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา ผสมผสานในการออกแบบเครื่องแต่งกายของตัวละครตามแบบร่างดังนี้ ภาพที่ 26 เครื่องแต่งกายเจ้าฟ้าหญิงแขไขจรัส ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 27 เครื่องแต่งกายนางเอกฉากที่ 2 รอบเข้าไปในที่คุมขัง ที่มา: ผู้วิจัย
110 ภาพที่ 28 เครื่องแต่งกายนางเอกฉากครองราชย์ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 29 เครื่องแต่งกายพระเอกในที่คุมขัง ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่ 30 เครื่องแต่งกายนางระบ า ที่มา: ผู้วิจัย
111 ภาพที่ 31 เครื่องแต่งกายทหารองครักษ์ ที่มา: ผู้วิจัย 4.3.6) ฉากและอุปกรณ์ประกอบการแสดง การแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ผู้วิจัยได้ออกแบบ ฉากการแสดง อุปกรณ์ประกอบการแสดง การใช้พื้นที่เวทีในการแสดง และการออกแบบแสง เสียง และมัลติมีเดีย ดังนี้ 1) ฉากการแสดง ผู้วิจัยได้ใช้สื่อเทคโนโลยีจอ LED ฉายภาพฉากหลังเป็นลักษณะ ภาพเคลื่อนไหว มีทั้งหมด 3ฉาก คือ 1.1) ฉากสายธารที่ฉ่ าเย็น ด าเนินเรื่องด้วยพระเอกและนางเอกพูดคุยกันในฉาก ที่เป็นบรรยากาศทุ่งหญ้า มีล าธาร ซึ่งเป็นฉากเปิดเรื่อง โดยผู้วิจัยได้น าจอ LED ขึ้นภาพบรรยากาศ ตามบทละคร 1.2) ฉากห้องขังคุกนักโทษประหาร พระเอกถูกคุมขังในฐานะนักโทษฉากนี้ขึ้น ภาพห้องขังลักษณะมืด สื่อถึงอารมณ์โศกเศร้าของตัวละคร 1.3) ฉากท้องพระโรงเมืองยโสธรฉากนี้นางเอกเดินขึ้นบันไดเพื่อสวมมงกุฎ พร้อมกับการขึ้นภาพของจอ LED เป็นภาพบัลลังก์ท้องพระโรงเมืองยโสธร 2) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ผู้วิจัยใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดงเพื่อความสมจริง ของฉากและการด าเนินเรื่อง ซึ่งประกอบด้วย ฉากที่ 1 แท่นหิน ฉากที่ 2 ที่นั่งในห้องที่คุมขัง และฉากที่ 3 แท่นวางมงกุฎ บันไดและธง
112 4.4) การคัดเลือกและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบของคณะท างาน โดยคัดเลือกจากความสามารถ และความสมัครใจจากนั้นเตรียมกระบวนการผลิตซึ่งผู้วิจัยเป็นผู้ก าหนดวางแนวทางและก ากับติดตาม ในการสร้างงานของแต่ละฝ่ายอย่างต่อเนื่องโดยแบ่งเป็นฝ่ายตามรายละเอียดดังนี้ 4.4.1) ฝ่ายก ากับการแสดง 1) ผู้ก ากับการแสดง ได้แก่ ผู้วิจัย 2) ผู้ช่วยผู้ก ากับการแสดง ได้แก่ นางสาวมาลินดา ภมรสุวรรณ และนางสาวมาดาพร น้อยนิตย์ 4.4.2) ฝ่ายดนตรีและขับร้อง ได้แก่ ผู้วิจัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้ 1) นายชัยพร สว่างวรรณ์ ครูช านาญการพิเศษ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2) นายเชษฐพงศ์รอตฤดีอาจารย์ประจ าภาควิชาดุริยางคศิลป์ สาขาดนตรีสากล วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.4.3) ฝ่ายเครื่องแต่งกาย ได้แก่ ผู้วิจัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้ 1) ผู้ช่วยศาสตราจารย์พหลยุทธ กนิษฐบุตรผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้า 2) นายกัณฑ์กรพัชญ์ สุทธิพรผู้มีประสบการณ์การการจัดท าเครื่องแต่งกายการแสดง 4.4.4) ฝ่ายสถานที่ ฉาก และอุปกรณ์ประกอบการแสดง ได้แก่ ผู้วิจัย และผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องดังนี้ 1) นายพันธ์ศักดิ์ เอี่ยมจรูญ ครูช านาญการ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2) นายเอกพันธุ์ มาบรรดิษฐ์ ครูภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 3) นางสาวณัฏฐา รัตนสนธิCo-Producer บริษัท ณัฏ คอมมูนิเคชั่น จ ากัด 4) นายพูนเกษม เวียนเก่าน้อย Graphic Designer Graphic Designer บริษัท ณัฏ คอมมูนิเคชั่น จ ากัด 4.4.5) ฝ่ายเทคนิคแสง ได้แก่ ผู้วิจัย และนายยุทธ อุทยานินทร์ หัวหน้าสาขาวิชาศิลปะและธุรกิจการแสดง คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
113 4.4.6) ฝ่ายเสียง ได้แก่ ผู้วิจัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้ 1) นางสาวมาดาพร น้อยนิตย์อาจารย์พิเศษ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2) นายกฤตธรรม ขาวประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ โรงละครวังหน้า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 3) นายยุทธพงษ์ คงก าเนิด นักศึกษาสาขาวิชาดนตรีศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.4.7) ฝ่ายธุรการและประชาสัมพันธ์ ได้แก่ ผู้วิจัย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้ 1) นางสาวศันสนีย์ อ่อนสีครูภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2) นางสาวลักษิกา สุภาโชค ครูพิเศษ ภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.4.8) ฝ่ายสวัสดิการ ได้แก่ 1) นางสาวพิชญา บวรอิทธิกร อาจารย์ภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2) นางสาวเพชรัชต์ วงศ์ยาฤทธิ์ครูภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.5) การก าหนดสถานที่แสดงเดิมผู้วิจัยได้เลือกโรงละครวังหน้าเป็นสถานที่ส าหรับน าเสนอ การแสดง แต่ด้วยเหตุการณ์ภัยทางธรรมชาติท าให้โรงละครเสียหายอย่างหนักไม่สามารถจัดแสดงได้ ผู้วิจัยจึงก าหนดจัดแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ณ โรงละครขนาดเล็ก ชั้น 7 อาคารนาฏศิลป์ไทยวิทยาลัยนาฏศิลป 4.6) การก าหนดวัน และเวลาในการจัดแสดง การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ผู้วิจัยได้ก าหนดวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 น าเสนอผลงานละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทาง ละครหลวงวิจิตรต่อผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อน าข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขในการแสดงและก าหนดวันเวลา ในการแสดง คือ วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นวันน าเสนอการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยา ตามแนวทางละครหลวงวิจิตร เต็มรูปแบบ
114 4.7) การคัดเลือกนักแสดงส าหรับละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร เนื่องจากเป็นการแสดงที่อาศัยการเจรจา การร้องเพลงในการสื่ออารมณ์ และการแสดงท่าทางในการ ด าเนินเรื่อง ผู้วิจัยจึงเลือกผู้แสดงที่มีประสบการณ์ทางการแสดงที่ดี มีพื้นฐานทางด้านนาฏศิลป์ และการร้องเพลงซึ่งประเด็นการคัดเลือกนักแสดงผู้วิจัยขอน าเสนอในบทที่ 4 ต่อไป 4.8) การซ้อมการแสดงละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร เนื่องด้วย เป็นการแสดงที่มีการร้องเพลง การเจรจา และการแสดงลีลาท่าทางเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการด าเนินเรื่อง ผู้วิจัยได้วางแผนการซ้อมการแสดงดังนี้ 4.8.1) ประชุมอ่านบทท าความเข้าใจตัวละครร่วมกัน ผู้แสดงท าความเข้าใจร่วมกัน ด้วยการแจกบทละคร อธิบายถึงการด าเนิน เรื่องของบทละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร เพื่อให้นักแสดงทุกคนได้เข้าใจ ถึงบทละครและตัวละครร่วมกัน จากนั้นอธิบายถึงบุคลิกของตัวละครให้ผู้แสดงเข้าใจถึงบทบาทที่ได้รับ ซึ่งผู้วิจัยท าหน้าที่เป็นผู้ก ากับการแสดง โดยอธิบายรายละเอียดและแก้ปัญหานักแสดงให้เกิดความ เข้าใจตรงกัน เช่น อารมณ์ของเจ้าหญิงแขไขจรัสที่มีต่อเจ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี ต้องการให้ เจ้าหญิงแขไขจรัสใช้ค าพูด อารมณ์ที่เยาะเย้ย และเพิ่มความดุดันในบางค าพูด รวมถึงการตั้งค าถาม ให้กับนักแสดงเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจแก่นเรื่องและการตีความของตัวละคร 4.8.2) กระบวนการแอคติงโค้ช(Acting Coach) ก่อนที่ผู้แสดงจะสวมบทบาทเป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยมในการแสดงได้นั้นต้องผ่าน ขั้นตอนการฝึกซ้อม การสร้างความเชื่อมั่นร่วมกัน โดยการฝึกซ้อมนี้ได้น ากระบวนการแอคติงโค้ช (Acting Coach) มาฝึกซ้อมในการแสดงครั้งนี้ ซึ่งผู้แสดงจะถูกดูแลโดยแอคติงโค้ช (Acting Coach) คือ บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังความส าเร็จของการแสดง นอกจากนี้ผู้วิจัยได้เชิญผู้มีประสบการณ์ ด้านการละคร คือ อาจารย์มาลินดา ภมรสุวรรณ อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์ มาดาพร น้อยนิตย์ อาจารย์พิเศษ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นแอคติงโค้ช (Acting Coach) เพื่อเตรียมความพร้อม และปรับบุคลิกผู้แสดงให้เป็นธรรมชาติตามบทบาทตัวละคร ที่ได้รับตามกระบวนการแอคติงโค้ช(Acting Coach) มีกระบวนการ 11 ขั้นตอนดังนี้
115 1) ทลายก าแพง (Ice Breaking) การละลายพฤติกรรมระหว่างนักแสดงกับผู้ก ากับ เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน 2)สอบถามพูดคุยข้อมูลส่วนตัวของนักแสดงเพื่อหาจุดเชื่อมโยงกับตัวละคร 3) ปรับทัศนคติของนักแสดงที่มีต่อศิลปะการแสดงละครและบทละครให้มีจุดร่วมเดียวกัน 4) วิเคราะห์ภูมิหลังของตัวละคร เป้าหมาย ความต้องการเหตุการณ์ก่อนหน้าฉากที่แสดง 5) ให้นักแสดงท าความเข้าใจตัวละครของตัวเอง ด้วยการอ่านบทไปทีละประโยค และหาเหตุผลของการกระท าของตัวละคร 6) ให้นักแสดงท าความเข้าใจหน้าที่ของตัวละครในแต่ละช่วงบทละครด้วยการหาเหตุ และผลของการกระท าของตัวละคร 7) สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักแสดงในบทบาทของตัวละครโดยเชื่อมโยงตัวละคร ให้เข้ากันทั้งเรื่อง 8) พูดคุยบทละครระหว่างผู้ก ากับและนักแสดง เพื่อหาแรงจูงใจหาเหตุและผล รวมถึงจังหวะการพูดและการใช้พื้นที่ของตัวละคร 9) ปรับระเบียบร่างกายของนักแสดงเมื่ออยู่ในบทบาทของตัวละครและฝึกการใช้เสียง การควบคุมเสียงของนักแสดงบนเวที 10) ร้อยเรียงภาพรวมตัวละครทั้งเรื่องของนักแสดงด้วยการต่อบทของตัวละคร ตามที่ได้ฝึกซ้อมมา 11)ฝึกซ้อมละครทั้งเรื่องเข้ากับองค์ประกอบละคร ทั้ง ฉาก แสง เสียง เวที พื้นที่ และปรับแก้การแสดงของนักแสดงในระหว่างการฝึกซ้อมจนสมบูรณ์ ผู้วิจัยได้ก าหนดซ้อมละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตรมาตลอด ระยะเวลา 2 เดือน คือ ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ดังรายละเอียดตามตาราง ดังต่อไปนี้
116 ตารางที่6การฝึกซ้อมละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร ล าดับ การซ้อม วันที่ ตัวละครที่ซ้อม ภาพประกอบ ขั้นที่ 1 ทลายก าแพง (Ice Breaking) 6 มกราคม 2566 ตัวละครหลัก - อโณทัย - เจ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี - เจ้าฟ้าหญิงแขไขจรัส - เจ้าชายไชยันต์ ขั้นที่ 2 สอบถามพูดคุย หาจุดเชื่อมโยง กับตัวละคร 10 มกราคม 2566 ตัวละครหลัก - อโณทัย - เจ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี - เจ้าฟ้าหญิงแขไขจรัส - เจ้าชายไชยันต์ ขั้นที่ 3 ปรับทัศนคติ ของนักแสดง 11 มกราคม 2566 ตัวละครหลัก - อโณทัย - เจ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี ขั้นที่ 4 วิเคราะห์ภูมิ หลังของตัว ละคร 17 มกราคม 2566 ตัวละครหลัก - อโณทัย - เจ้าหญิงทิพยรัตน์ดารากุมารี - เจ้าฟ้าหญิงแขไขจรัส - เจ้าชายไชยันต์ - เสนาบดี
117 ตารางที่6การฝึกซ้อมละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร (ต่อ) ล าดับ การซ้อม วันที่ ตัวละครที่ซ้อม ภาพประกอบ ขั้นที่ 5 ท าความเข้าใจ ตัวละครของ ตัวเอง 18 มกราคม 2566 ตัวละครทั้งหมด ขั้นที่ 6 ท าความเข้าใจ หน้าที่ของตัว ละคร 24 มกราคม 2566 ตัวละครทั้งหมด ขั้นที่ 7 สร้าง ความสัมพันธ์ ระหว่าง นักแสดง 25 มกราคม 2566 ตัวละครทั้งหมด ขั้นที่ 8 พูดคุยบทละคร ระหว่างผู้ก ากับ และนักแสดง 30 - 31 มกราคม 2566 ตัวละครทั้งหมด ขั้นที่ 9 ปรับระเบียบ ร่างกายของ นักแสดง 7 - 8 กุมภาพันธ์ 2566 ตัวละครทั้งหมด
118 ตารางที่6การฝึกซ้อมละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตร (ต่อ) ที่มา: ผู้วิจัย ล าดับ การซ้อม วันที่ ตัวละครที่ซ้อม ภาพประกอบ ขั้นที่ 10 ร้อยเรียง ภาพรวมตัว ละครทั้งเรื่อง ของนักแสดง 13 - 17 กุมภาพันธ์ 2566 ตัวละครทั้งหมด ขั้นที่ 11 ฝึกซ้อมละคร ทั้งเรื่องเข้ากับ องค์ประกอบ ละคร 24 - 25 กุมภาพันธ์ 2566 ตัวละครทั้งหมด
119 4.9) การออกแบบการประชาสัมพันธ์สูจิบัตร นิทรรศการหน้างาน และบรรยากาศบริเวณงาน ในขั้นตอนนี้ผู้วิจัยได้ออกแบบเป็นแผ่นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ สูจิบัตรนิทรรศการหน้างาน และบรรยากาศบริเวณงานนั้น ผู้วิจัยได้วางโครงสร้างก าหนดแบบร่างจากนั้นมอบหมายให้ฝ่าย ออกแบบประชาสัมพันธ์ประดับตกแต่งให้เกิดความสวยงามมากยิ่งขึ้น ภาพที่32 การถ่ายภาพนิ่งก่อนประชาสัมพันธ์ ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่33 การออกแบบโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ที่มา: ผู้วิจัย
120 ภาพที่34 ออกแบบป้ายส าหรับนิทรรศการ ที่มา: ผู้วิจัย 4.10) การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group)ผู้วิจัยด าเนินการประชุมกลุ่มย่อยโดยประสานงาน กับผู้ทรงคุณวุฒิตามที่ก าหนดไว้และได้ขอความอนุเคราะห์โครงการบัณฑิตศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ออกหนังสือราชการถึงผู้ทรงคุณวุฒิพร้อมเอกสารประกอบการประชุมกลุ่มย่อย ได้แก่ ประเด็นค าถาม จ านวน 4 ด้าน คือ1. ด้านแนวคิดการแสดง2. ด้านรูปแบบการแสดง3. ด้านองค์ประกอบการแสดง และ 4. ด้านองค์รวมของผลงาน การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ในหัวข้อละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทาง ละครหลวงวิจิตร ได้ด าเนินการในวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงละครขนาดเล็ก ชั้น 7 อาคารนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป โดยก าหนดเกณฑ์การคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในหัวข้อ 1.2 ได้แก่
121 1) นางรัตติยะ วิกสิตพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ปี พุทธศักราช 2560 และผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 2) นางนฤมัย ไตรทองอยู่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 3) ดร.ชนัย วรรณะลี อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต และหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต และหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 5) นายสถาพร นิยมทอง ข้าราชการบ านาญ ส านักการสังคีต กรมศิลปากร 6) นายเกษม ทองอร่าม ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 7) นางพัชรา บัวทอง ข้าราชการบ านาญ ส านักการสังคีต กรมศิลปากร 8) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
122 ภาพที่35 คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ที่มา: ผู้วิจัย ภาพที่36 คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิบันทึกภาพร่วมกับผู้วิจัยและผู้แสดง ที่มา: ผู้วิจัย จากการประชุมสนทนากลุ่มย่อย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงละครขนาดเล็ก ชั้น 7 อาคารนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป ผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาผลงานสร้างสรรค์ละครเรื่อง เลือดขัตติยาตามแนวทางละครหลวงวิจิตรและได้ให้ข้อเสนอแนะ ดังรายละเอียดตามตารางต่อไปนี้
123 ตารางที่7ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ล าดับ ชื่อ นามสกุล ต าแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อเสนอแนะ 1 นางรัตติยะ วิกสิตพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ปี พุทธศักราช 2560 และผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ - ชื่นชมผู้สร้างสรรค์ละครในด้านแนวคิดและ รูปแบบการแสดง ตัวละครมีความเหมาะสม สามารถสื่ออารมณ์ได้ดี 2 นางนฤมัยไตรทองอยู่ ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ - ชื่นชมผู้สร้างสรรค์ละครการแสดงมีความ เหมาะสมสอดคล้องกับบทละครและเป็นการ แสดงรูปแบบใหม่ที่มีความน่าสนใจ 3 ดร.ชนัย วรรณะลี อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร ศิลปมหาบัณฑิต และหลักสูตร ศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ - การใช้สีธงควรเป็นสีที่มีความเหมาะสม - ควรตกแต่งหัวธงให้มีความสวยงาม - พระเอกควรเพิ่มบุคลิกทหารให้มีความ สง่ามากขึ้น 4 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบ หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต และหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ - การบรรจุเพลงกับบทละครมีควาเหมาะสม สามารถสื่ออารมณ์ได้ถึงผู้ชมได้ดี 5 นายสถาพร นิยมทอง ข้าราชการบ านาญ ส านักการสังคีต กรมศิลปากร - ในช่วงเพลงดวงดาราและเพลงยโสธรควรลด ระดับเสียงเพลงให้เหมาะสม ไม่ควรดังจนเกินไป เพราะท าให้บทเจรจาของตัวละครไม่มีความ ชัดเจน 6 นายเกษม ทองอร่าม ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ - ชื่นชมการน าเสนอของผู้สร้างสรรค์ละคร สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละครจาก บทละครออกมาได้เป็นอย่างดี