พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย...เครือ่ งมือวัดไฟฟ้าเบ้ืองตน้ ...............................................................
2.3 สเกลหน้าปัดมัลติมิเตอรช์ นดิ แอนะลอก
สเกลหน้าปัดของมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก หรือชนิดเข็มชี้ จะมีสเกลแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าหลายชนิด ปริมาณ
ไฟฟ้าแต่ละชนิดแสดงค่าออกมาแตกต่างกัน ทาให้สเกลที่กาหนดไว้ท่ีหน้าปัดแต่ละสเกลมีความแตกต่างกัน ถูกแยก
ออกเปน็ สเกลหลายช่องหลายแถว แตล่ ะช่องแต่ละแถวใช้แสดงปรมิ าณไฟฟ้าแต่ละชนิดโดยเฉพาะ การใช้งานและการอ่าน
คา่ เปน็ สิ่งจาเป็นต้องทาความเขา้ ใจ เพื่อการใช้งานมีความถูกต้อง ลกั ษณะสเกลหน้าปัดของมัลตมิ ิเตอร์ชนิดแอนะลอก แสดง
ดังรปู ที่ 2.3
สเกลหน้าปัดมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก ตามรูปที่ 2.3 แสดงสเกลค่าปริมาณไฟฟ้าแต่ละชนิดของมัลติมิเตอร์
แบบหนง่ึ ถูกกากับไว้ดว้ ยหมายเลข เพอ่ื บอกชอ่ื ปริมาณไฟฟ้าแต่ละส่วนอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้
หมายเลข 1 คือสเกลโอห์ม ()
ใช้สาหรับอ่านค่าความต้านทานท่ีวัดได้
ออกมา เมื่อต้ังยา่ นวัดความต้านทานหรือ 1
28
ยา่ น 35
หมายเลข 2 คือสเกลแรงดัน 46
ไฟตรง กระแสไฟตรง และแรงดันไฟสลับ 7
(DCV, A & ACV) ใช้ ส า ห รั บ อ่ า น ค่ า
แรงดันไฟตรง เมื่อตง้ั ย่านวดั แรงดนั รูปท่ี 2.3 สเกลหน้าปดั มลั ตมิ เิ ตอร์ชนิดแอนะลอก
ไฟตรง (DCV) ใช้สาหรบั อ่านค่ากระแสไฟตรง เมื่อต้ังย่านวัดกระแสไฟตรง (DCmA) และใชส้ าหรับอ่านค่าแรงดันไฟสลับ เม่ือต้ัง
ย่านวดั แรงดนั ไฟสลบั (ACV)
หมายเลข 3 คือสเกลแรงดันไฟสลับเฉพาะย่าน 10 โวลต์ (AC 10 V) ใชส้ าหรับอ่านค่าแรงดันไฟสลับเม่ือตั้งย่าน
วดั ท่ี 10 ACV
หมายเลข 4 คอื สเกลค่าอัตราขยายกระแสไฟตรงของตัวทรานซิสเตอร์ (hFE) ใชส้ าหรับอา่ นค่าอัตราขยายกระแส
ไฟตรงของตวั ทรานซิสเตอร์เม่อื ตั้งยา่ นวัดโอหม์ () ท่ีตาแหน่ง x10 (hFE)
หมายเลข 5คอื สเกลค่ากระแสรั่วไหล (Leakage Current) ของตัวทรานซิสเตอร์ (ICEO) ใช้สาหรับอ่านค่ากระแส
รั่วไหลของตัวทรานซิสเตอร์ที่ขาคอลเลกเตอร์ (C) และขาอิมิตเตอร์ (E) เม่ือขาเบส (B) เปิดลอย ขณะต้ังย่านวดั โอห์ม ()
ที่ x1 (150 mA), x10 (15 mA), x100 (1.5 mA)และ x1k (150A) นอกจากนั้นยังใช้แสดงค่ากระแสภาระ (Load
Current) ในการวดั ไดโอด (LI) ใช้สาหรบั อา่ นกระแสภาระท่ีไหลผา่ นไดโอด เม่อื วัดดว้ ยย่านวดั โอห์ม ()
หมายเลข 6 คอื สเกลค่าแรงดันภาระ (Load Voltage) ในการวดั ไดโอด (LV) ใชส้ าหรับอ่านแรงดันภาระ
ทีต่ กคร่อมไดโอด เมือ่ วัดด้วยย่านวัดโอหม์ () เป็นการวดั ค่าในเวลาเดียวกบั การวัด LI
หมายเลข 7 คือสเกลค่าความดงั ของสัญญาณเสียง บอกค่าการวัดออกมาเป็นเดซิเบล (dB) ใชส้ าหรบั อา่ นคา่ ความดงั ของ
สญั ญาณเสยี ง เม่ือตัง้ ย่านวดั ท่ีแรงดนั ไฟสลับ (ACV)
หมายเลข 8 คือกระจกเงา ใชส้ ะท้อนเข็มช้ี เพื่อ ให้การอา่ นปริมาณไฟฟา้ ค่าต่างๆ มีความถูกต้อง
ชว่ ยที่สดุ โดยขณะอา่ นคา่ ต้องใหต้ าแหน่ง เขม็ ช้ีจริงและเขม็ ชใ้ี นกระจกเงาซอ้ นทบั กนั พอดี
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย...เครอื่ งมือวดั ไฟฟ้าเบ้อื งต้น...............................................................
2.4 การใช้งานมลั ติมเิ ตอรช์ นิดแอนะลอก
มัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก สามารถใช้วัดหาปริมาณไฟฟ้าค่าต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น แรงดันไฟตรง
(DCV) แรงดันไฟสลับ (ACV) กระแสไฟตรง (DCmA) และความต้านทาน () เป็นต้น ส่ิงสาคัญในการใช้งาน
ของมัลติมิเตอร์ชนิดน้ี อยู่ที่ค่าที่อ่านออกมาได้จากการบ่ายเบนไปของเข็มชี้ ถูกแสดงค่าออกมาเป็นสเกลท่ีแบ่งไว้
การอ่านค่าท่ีถูกต้องของค่าที่เข็มช้ีชี้บอกไว้จาเป็นต้องใช้ค่าการแบ่งออกเป็นอัตราส่วน จากค่าตัวเลขที่บอกไว้ใน
ตาแหน่งใกล้เคียงทั้งด้าน ซ้ายและด้านขวาของเข็มชี้ อัตราส่วนที่แบ่งออกมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสเกลและ
แต่ละคา่ ซ่ึงส่ิงน้ีเองเป็นผลทาใหก้ ารอา่ นค่าเกิดความผิดพลาดได้ง่าย การจะนามัลติมิเตอร์ชนดิ แอนะลอกไปใช้งาน
จาเปน็ ตอ้ งศึกษาทาความเข้าใจการใชง้ านและการอ่านค่าให้ถกู ต้องเสียก่อน
2.4.1 การวดั แรงดันไฟตรง (DCV)
การวัดแรงดันไฟตรง โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปท่ี DCV มัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกรุ่น
มาตรฐาน จะมีย่านวดั แรงดันไฟตรงทง้ั หมด 7 ย่านวัดเต็มสเกล คือ ย่าน 0.1 V, 0.5 V, 2.5 V, 10 V, 50 V, 250
V และ 1,000 V การตั้งย่านวัดท่ี DCVแสดงดังรูปที่ 2.4 การอ่านค่าแรงดันไฟตรง อ่านท่ีหน้าปัดรูปที่ 2.3
หมายเลข 2 สเกล DCV, A & ACV ขั้นตอนการวัดค่าปฏบิ ัติดงั น้ี
-+
รูปท่ี 2.4 ยา่ นวดั แรงดันไฟตรง (DCV) รูปที่ 2.5 การต่อมลั ตมิ ิเตอร์วัดแรงดนั ไฟตรง (DCV)
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย...เคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าเบื้องต้น...............................................................
1. เสียบสายวัดสีแดงเข้าท่ีขั้วต่อข้ัวบวก (+) เสียบสายวัดสีดาเข้าท่ีข้ัวต่อขั้วลบ (-COM) ของมิเตอร์ นา
สายวดั ทั้งสองเส้นไปวัดค่าแรงดนั ไฟตรงท่ีต้องการ
2. ปรับสวิตช์เลือกย่านวดั DCV ไปย่านท่ีเหมาะสม หากไม่ทราบค่าแรงดันไฟตรงท่ีต้อง การวดั ให้ปรับตั้ง
ย่านวดั ไปท่ยี า่ นสูงสดุ ไวก้ ่อนทย่ี ่าน 1,000 V
3. การวัดแรงดันไฟตรง ต้องนามิเตอร์ไปต่อวัดแบบขนานกับวงจร (ต่อคร่อมอุปกรณ์) และขณะวัดต้อง
คานึง ถึงขั้วของมิเตอร์ให้ตรงกับข้ัวของแรงดันท่ีวัด โดยยึดหลักดังน้ี ใกล้บวกแหล่งจ่ายแรงดัน ต่อวัดด้วยข้ัวบวก
(+) ของมิเตอร์ ใกล้ลบแหล่งจ่ายแรงดัน ต่อวัดดว้ ยขั้วลบ (–) ของมิเตอร์ การต่อมัลติมิเตอรว์ ัดแรงดนั ไฟตรง แสดง
ดังรูปที่ 2.5
4. การตัง้ ยา่ นวัด การใชส้ เกล และการอ่านคา่ แสดงได้ตามตารางที่ 2.1
ตารางท่ี 2.1การตั้งยา่ นวัด การใช้สเกล และการอ่านคา่ แรงดันไฟตรง (DCV)
ย่านตัง้ วดั สเกลใช้อ่าน การอ่านคา่ คา่ ทีว่ ัดได้ หมายเหตุ
0.1 V 0 – 10 ใช้ 0.01 คูณค่าท่ีอา่ นได้ 0 – 0.1 V ใช้สเกลสีดาใต้
0.5 V 0 – 50 ใช้ 0.01 คูณค่าทอ่ี า่ นได้ 0 – 0.5 V กระจกเงา 3 ย่าน
2.5 V 0 – 250 ใช้ 0.01 คณู คา่ ทีอ่ ่านได้ 0 – 2.5 V คอื 0 – 10,
10 V 0 – 10 อ่านโดยตรง 0 – 10 V 0 – 50
50 V 0 – 50 อ่านโดยตรง 0 – 50 V และ 0 – 250
250 V 0 – 250 อา่ นโดยตรง 0 – 250 V
1,000 V 0 – 10 ใช้ 100 คูณค่าท่ีอ่านได้ 0 – 1,000 V
ตัวอยา่ งที่ 2.1 ตงั้ ย่านมัลติมิเตอร์ไว้ท่ี DCV เพ่ือวัดแรงดันไฟตรง เขม็ ช้ีมิเตอร์ช้ีคา่ ออกมาตามรูปที่ 2.6 จงอา่ นค่า
แรงดันไฟตรงทกุ ย่านวัดบนสเกลหนา้ ปดั
วธิ ที า รปู ที่ 2.6 เข็มชแ้ี สดงคา่ ย่านวัดแรงดันไฟตรง
อ่านค่าแต่ละย่านวัดเต็มสเกล (สเกลสีดาใต้กระจกเงา (DCV) ใชใ้ นตัวอย่างท่ี 2.1
DCV)
ย่าน 0 – 10 V อ่านได้ = 6.4 V
ย่าน 0 – 50 V อ่านได้ =32V
ย่าน 0 – 250 V อา่ นได้ = 160 V
ตอบ
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....เครือ่ งมอื วดั ไฟฟ้าเบื้องต้น...............................................
2.4.2 การวัดแรงดนั ไฟสลบั (ACV)
การวัดแรงดันไฟสลับ โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปท่ี ACV มัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกรุ่นมาตรฐาน
จะมยี ่านวัดแรงดันไฟสลับท้ังหมด 4 ยา่ นวัดเต็มสเกล คือ ย่าน 10 V, 50 V, 250 V และ 1,000 V การตัง้ ย่านวัดที่ ACV
แสดงดังรปู ท่ี 2.7 การอ่านคา่ แรงดันไฟสลบั อ่านท่ีหน้าปดั รูปท่ี 2.3 หมายเลข 2 สเกล DCV, A & ACV และหมายเลข 3
สเกล AC 10 V ขน้ั ตอนการวดั คา่ ปฏบิ ตั ิดังน้ี
รปู ที่ 2.7 ย่านวดั แรงดนั ไฟสลบั (ACV) รปู ที่ 2.8 การตอ่ มัลตมิ เิ ตอร์วดั แรงดันไฟสลับ (ACV)
1. เสียบสายวดั สีแดงเข้าท่ีขั้วต่อข้วั บวก (+) เสียบสายวดั สีดาเข้าที่ข้ัวต่อข้ัวลบ (-COM) ของมิเตอร์ นาสายวัดทั้ง
สองเส้นไปวัดค่าแรงดันไฟสลับ
2. ปรบั สวติ ช์เลือกย่านวดั ACV ไปย่านท่ีเหมาะสม หากไม่ทราบค่าแรงดันไฟสลับท่ีจะวดั ให้ตง้ั ย่านวัดไปที่ย่าน
สงู สุดไวก้ อ่ นท่ี 1,000 V
3. การวัดแรงดนั ไฟสลบั ต้องนามิเตอร์ไปตอ่ วัดแบบขนานกบั วงจร (ตอ่ คร่อมอปุ กรณ)์ และขณะวัดไม่จาเปน็ ตอ้ ง
คานึงถงึ ขว้ั ของมิเตอร์ สามารถวดั สลบั ขว้ั ได้ การต่อมลั ตมิ เิ ตอรว์ ดั แรงดันไฟสลับ แสดงดงั รปู ท่ี 2.8
4. ก่อนต่อมัลติมิเตอร์วัดแรงดันไฟสลับค่าสูง ควรตัดไฟของวงจรท่ีจะวัดออกก่อน เม่ือต่อมัลติมิเตอร์เข้าวงจร
เรียบร้อยแลว้ จงึ จา่ ยไฟเขา้ วงจรท่ตี อ้ งการวัด
5. อย่าจับสายวัดหรือตัวมัลติมิเตอร์ขณะวัดแรงดันไฟสลับค่าสูง เม่ือวัดเสร็จเรียบร้อยควรตัดไฟท่ีทาการวัด
เสยี ก่อน จงึ ปลดสายวัดของมลั ติมเิ ตอร์ออกจากวงจร
6. การต้งั ย่านวัด การใช้สเกล และการอา่ นค่า แสดงได้ตามตารางท่ี 2.2
ตารางที่ 2.2การต้ังยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอ่านคา่ แรงดันไฟสลบั (ACV)
ย่านตง้ั วดั สเกลใช้อา่ น การอ่านค่า ค่าทว่ี ัดได้ หมายเหตุ
10 V 0 – 10 อา่ นโดยตรง 0 – 10 V ใชส้ เกล AC 10 V
50 V 0 – 50 อ่านโดยตรง 0 – 50 V ใชส้ เกลสีดาใต้กระจกเงา
250 V 0 – 250 อ่านโดยตรง 0 – 250 V 3 ยา่ น คอื 0 – 10, 0 –
0 – 10 ใช้ 100 คณู ค่าท่อี า่ นได้ 0 – 1,000 V 50 และ 0 – 250
1,000 V
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....เครอื่ งมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งตน้ ...............................................
ตัวอย่างที่ 2.2 ต้ังย่านมัลติมิเตอร์ไว้ท่ี ACV เพื่อวัดแรงดันไฟสลับ เข็มชี้มิเตอร์ช้ีค่าออกมาตามรูปท่ี 2.9 จงอ่านค่า
แรงดนั ไฟสลบั ทุกยา่ นวัดบนสเกลหน้าปัด
วิธีทา
อ่านค่าแต่ละย่านวัดเต็มสเกล (สเกลสีดาใต้กระจกเงา
ACV และสเกลสีแดง AC 10 V ดา้ นลา่ ง )
ยา่ น 0 – 10 V อา่ นได้ =3.6V
ยา่ น 0 – 50 V อ่านได้ =18V
ย่าน 0 – 250 V อ่านได้ = 90 V รปู ท่ี 2.9 เขม็ ช้ีแสดงคา่ ยา่ นวดั แรงดันไฟสลับ
ย่าน AC 10 V อา่ นได้ =3.8 V (ACV) ใช้ในตัวอยา่ งท่ี 2.2
2.4.3 การวัดกระแสไฟตรง (DCmA)
การวัดกระแสไฟตรง โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปท่ี DCmA มัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกรุ่นมาตรฐาน
จะมีย่านวัดกระแสไฟตรงท้ังหมด 4 ย่านวัดเต็มสเกล คือ ย่าน 50 A, 2.5 mA, 25 mA และ 250 mA (0.25 A) การ
ต้ังย่านวัดที่ DCmA แสดงดังรูปที่ 2.10 การอ่านค่ากระแสไฟตรง อ่านท่ีหน้าปัดรูปท่ี 2.3 หมายเลข 2 สเกล DCV, A &
ACV ขน้ั ตอนการวัดค่าปฏิบัติดงั นี้
-+
รปู ที่ 2.10 ยา่ นวัดกระแสไฟตรง รูปท่ี 2.11 การต่อมัลติมเิ ตอรว์ ัดกระแสไฟตรง (DCmA)
1. เสียบสายวัดสีแดงเขา้ ที่ขวั้ ต่อข้ัวบวก (+) เสียบสายวัดสดี าเข้าที่ขั้วตอ่ ขวั้ ลบ (-COM) ของมเิ ตอร์ นาสายวดั ท้ัง
สองเสน้ ไปวัดค่ากระแสไฟตรง
2. ปรับสวิตช์เลือกย่านวัด DCmA ไปย่านที่เหมาะสม หากไม่ทราบค่ากระแสไฟตรงที่จะวัด ให้ตั้งย่านวัดไปท่ี
ยา่ นสงู สดุ ไว้กอ่ นที่ 250 mA
3. การวัดกระแสไฟตรง ต้องนามิเตอร์ไปต่ออนกุ รมกับวงจร (ตดั วงจรออกนามเิ ตอร์เข้าไปต่อร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
ของวงจร) และขณะตอ่ วัดต้องคานงึ ถงึ ขว้ั ของมิเตอรใ์ หต้ รงกับข้ัวของแรงดันแหล่งจ่าย โดยยึดหลักดังนี้ ใกลบ้ วกแหล่งจา่ ย
แรงดันตอ่ วดั ด้วยข้ัวบวก (+) ของมิเตอร์ ใกล้ลบแหล่งจ่ายแรงดนั ต่อวัดดว้ ยข้ัวลบ (–) ของมิเตอร์ การต่อมัลติมเิ ตอรว์ ัด
กระแสไฟตรง แสดงดังรูปที่ 2.1
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....เคร่ืองมอื วดั ไฟฟ้าเบือ้ งต้น...............................................
4. ย่านวัดกระแสไฟตรง 50 A เป็นย่านเดียวกับย่านวัดแรงดันไฟตรง 0.1 V ในย่านนี้ทาหน้าท่ีเป็นทั้งมิเตอร์วัด
แรงดนั ไฟตรงเต็มสเกล 0.1 V และเปน็ มเิ ตอร์วดั กระแสไฟตรงเตม็ สเกล 50 A
5. การต้งั ยา่ นวดั การใช้สเกล และการอ่านคา่ แสดงไดต้ ามตารางที่ 2.3
ตารางท่ี 2.3การตัง้ ย่านวดั การใช้สเกล และการอ่านคา่ กระแสไฟตรง (DCmA)
ยา่ นตัง้ วดั สเกลใช้อ่าน การอ่านค่า ค่าทีว่ ัดได้ หมายเหตุ
50 A 0 – 50 อ่านโดยตรงในหน่วย A 0 – 50 A ใช้สเกลสดี าใต้
2.5 mA 0 – 250 ใช้ 0.01 คณู คา่ ที่อา่ นไดใ้ นหน่วย mA 0 – 2.5 mA กระจกเงา 3
0 – 25 mA ยา่ น คือ 0 –
25 mA 0 – 250 ใช้ 0.1 คณู ค่าที่อา่ นได้ในหนว่ ย mA 10,0 – 50 และ
0 – 250 mA 0 – 250
0.25 A 0 – 250 อา่ นโดยตรงในหนว่ ย mA
ตัวอย่างท่ี 2.3 ตั้งย่านมัลติมิเตอร์ไว้ท่ี DCmA เพื่อวัดกระแสไฟตรง เข็มช้ีมิเตอร์ช้ีค่าออกมาตามรูปที่ 2.12 จงอ่านค่ากระแส
ไฟตรงทกุ ยา่ นวัดบนสเกลหน้าปดั
วธิ ที า รูปที่ 2.12 เขม็ ชีแ้ สดงคา่ ยา่ นวดั กระแสไฟตรง
อา่ นค่าแต่ละย่านวดั เตม็ สเกล (สเกลสดี าใต้กระจกเงา DCmA (DCmA) ใช้ในตัวอย่างท่ี 2.3
ท่ใี ช้มี 2 ยา่ น คือ 50, 250)
ย่าน 0 – 50 mA อ่านได้ = 46 mA
ยา่ น 0 – 250 mA อ่านได้ = 230 mA
ตอบ
2.4.4 การวดั ความตา้ นทาน ()
การวดั ความต้านทาน โดยปรับสวติ ช์เลือกย่านวัดไปที่ มลั ติมเิ ตอร์ชนิดแอนะลอกรนุ่ มาตรฐาน จะมยี า่ น
วัดความตา้ นทานทงั้ หมด 4 ถงึ 5 ย่านวดั เต็มสเกล คอื ยา่ น x1, x10, x100, x1k และ x10k (บางรุน่ ไม่มีย่าน x100 และบางรุ่นไม่มี
ย่าน x10k ) การต้ังย่านวัดที่ แสดงดังรูปท่ี 2.13 การอ่านค่าความต้านทาน อ่านที่หน้าปัดรูปท่ี 2.3 หมายเลข 1 สเกล
ขั้นตอนการวดั คา่ ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....เคร่อื งมือวดั ไฟฟ้าเบ้อื งต้น...............................................
1. เสียบสายวัดสีแดงเข้าท่ีขั้วต่อขั้วบวก (+)
เสียบสายวัดสีดาเข้าท่ีข้ัวต่อขั้วลบ (-COM) ของมิเตอร์นา
สายวัดท้ังสองเส้นไปวัดค่าความตา้ นทาน
2. ปรับสวิตช์เลือกไปย่านวัด ก่อนนาโอห์ม
มิเตอร์ไปใช้วัดตัวต้านทานทุกคร้ัง ในทุกย่านวัดที่ต้ังวัด
รปู ที่ 2.13 ยา่ นวดั ความต้านทาน () โอห์ม ต้องปรับแต่งเข็มชี้ของมิเตอร์ให้ช้ีค่าที่ 0 ก่อน
เสมอ โดยช็อตปลายสายวัดท้ังสองเส้นของมิเตอร์เข้า
ดว้ ยกัน ปรบั แต่งปุ่มปรบั 0 ADJ จนเขม็ ชข้ี อง
มิเตอรช์ ้ที ่ีตาแหน่ง 0 พอดี ลักษณะการปรับแตง่ โอหม์ มิเตอร์ให้พร้อมใช้งาน แสดงดังรปู ที่ 2.14
3. นาโอห์มมิเตอร์ไปวัดค่าความตา้ นทานได้ตามต้องการอยา่ งถกู ต้อง ค่าท่ีอ่านออกมาไดจ้ ากโอห์มมิเตอร์
คือ ค่าความต้านทานของตัวต้านทานตัวที่วัด ลักษณะการวัดตัวต้านทานด้วยมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก แสดงดัง
รูปท่ี 2.15
4. การตั้งย่านวัด การใช้สเกล และการอา่ นคา่ แสดงได้ตามตารางที่ 2.4
0
รูปที่ 2.14การปรับแต่งโอหม์ มิเตอร์ให้ช้ที ี่ 0 พอดี รปู ที่ 2.15 การวดั ความตา้ นทานดว้ ยโอหม์ มเิ ตอร์
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....เครอื่ งมอื วดั ไฟฟ้าเบ้อื งตน้ ...............................................
ตารางที่ 2.4 การตง้ั ย่านวัด การใช้สเกล และการอา่ นค่าความต้านทาน ()
ยา่ นต้งั วัด สเกลใช้อา่ น การอ่านค่า ค่าทวี่ ดั ได้ หมายเหตุ
1 อา่ นโดยตรง 0 – 2kΩ ใชส้ เกลสีดา
10 ใช้ 10 คูณค่าที่อ่านได้ 0 – 20 kΩ เหนอื กระจก
100 0 – ใช้ 100 คูณค่าท่ีอ่านได้ 0 – 200 kΩ เงาย่านเดียว
1k อา่ นโดยตรงในหน่วย kΩ 0 – 2MΩ คือ 0 –
10k ใช้ 10 คณู ค่าท่อี ่านไดใ้ นหนว่ ย kΩ
0 – 20MΩ
ตัวอย่างท่ี 2.4 ตั้งย่านมัลติมิเตอร์ไว้ท่ี เพื่อวัดความต้านทาน เข็มชี้มิเตอร์ชี้ค่าออกมาตามรูปที่ 2.16 จงอ่าน
ความตา้ นทานทแ่ี สดงบนสเกลหน้าปดั ทุกหมายเลขเข็มช้ี
วิธที า 3 2
อ่านค่าทกุ หมายเลขเข็มช้ี (สเกลสดี าเหนอื 4 1
กระจกเงา )
หมายเลข 1 อ่านได้ = 1.4
หมายเลข 2 อ่านได้ = 8.5
หมายเลข 3 อ่านได้ = 42 รูปท่ี 2.16 เขม็ ช้ีแสดงคา่ ยา่ นวดั ความต้านทาน
() ใชใ้ นตัวอยา่ งท่ี 2.4
หมายเลข 4 อ่านได้ = 180
ตอบ
2.5 มัลติมิเตอรช์ นิดดิจิตอล
มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจติ อล สามารถใชว้ ดั หาปรมิ าณไฟฟ้าค่าต่างๆ ได้หลายชนดิ เช่นเดียวกบั มัลติมิเตอร์ชนดิ แอนะลอก
เช่น แรงดันไฟตรง (DCV) แรงดันไฟสลับ (ACV) กระแสไฟตรง (DCmA) และความต้านทาน () เป็นต้น สิ่งสาคัญใน
การใช้งานของมัลติมิเตอร์ชนิดน้ี อยู่ท่ีการแสดงค่าออกมาเป็นตัวเลขอ่านค่าได้โดยตรง อ่านได้รวดเร็ว มีความถูกต้อง
เท่ียงตรง เกิดความสะดวก การจะนามัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลไปใช้งาน จาเป็นต้องศึกษาทาความเข้าใจในส่วนประกอบ และ
รายละเอียดต่างๆ กอ่ นการใช้งาน เพื่อทาให้ผใู้ ชส้ ามารถใชง้ านได้อย่างถกู ต้อง เกิดความปลอดภัย ทั้งตัวมัลติมิเตอรแ์ ละ
ตวั ผู้ใชง้ าน รปู ร่างและส่วนประกอบของมลั ติมเิ ตอร์ชนิดดจิ ติ อล แสดงดังรูปท่ี 2.17
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....เครอื่ งมือวดั ไฟฟ้าเบ้อื งต้น...............................................
มัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลตามรูปที่ 2.17 เป็นมัลติมิเตอร์
แบบหน่ึงที่มีขายทั่วไป มีราคาถูก ส่วนประกอบไม่ 1 9
แตกต่างไปจากมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลแบบอ่ืนๆ มากนัก 7
(บางรุ่นมีข้ัววัดปริมาณไฟฟ้าอื่นๆ ได้เพ่ิมขึ้น) ตัวเลขท่ีชี้ 10
แสดงไว้ บอกช่ือของส่วนประกอบ หน้าท่ีการทางาน 8 12
และการใช้งาน มีรายละเอียดดังนี้ 2 13
หมายเลข 1 เป็นหนา้ ปดั แสดงผลการวดั คา่ ปรมิ าณไฟฟา้ 4
แสดงเป็นตัวเลขจานวน 3 1/2 หลักและตัวอักษร จอ 11
เปน็ คริสตอลเหลว (LCD) 3
หมายเลข 2 เป็นสวติ ชเ์ ลือกค่าปรมิ าณไฟฟา้ ทตี่ ้องการวดั 14 5
ปรับหมุนไปซ้ายหรอื ขวาได้อยา่ งอสิ ระ 6
รูปท่ี 2.17 ส่วนประกอบมัลตมิ เิ ตอรช์ นิดดิจติ อล
หมายเลข 3 เป็นขั้วเสียบไว้สาหรับวัดตัวทรานซิสเตอร์ เพ่ือหาค่าอัตราขยายกระแส (hFE) ของตัวทรานซิสเตอร์ ใช้ทางานร่วมกับ
ตาแหน่งหมายเลข 13 ยา่ น hFE
หมายเลข 4 เป็นขว้ั ต่อสายวดั มิเตอร์สแี ดง เพื่อใช้วดั ค่ากระแสไฟตรงค่าสูง (10A ) วดั คา่ ได้สูงสุด 10 A ใช้ทางานร่วมกับขัว้ ต่อ
หมายเลข 6 และตาแหนง่ หมายเลข 12 ย่าน 10 A
หมายเลข 5เป็นข้ัวต่อสายวัดมเิ ตอร์สีแดง เพื่อใช้วดั คา่ แรงดันไฟตรง (DCV) แรงดัน ไฟสลับ (ACV) กระแสไฟตรงค่าต่า (DCmA)
และความต้านทาน () ใชท้ างานร่วมกับขว้ั ตอ่ หมายเลข 6
หมายเลข 6 เป็นข้ัวต่อสายวัดมิเตอร์สีดา (COM) เป็นข้ัวต่อสายวัดข้ัวร่วม ใช้ร่วมกับขั้วหมายเลข 4 และข้ัวหมายเลข 5 ใช้วัดค่า
ปริมาณไฟฟ้าตา่ งๆ
หมายเลข 7 เป็นตาแหนง่ เลอื กการปดิ สวติ ช์หยุดใชง้ านมเิ ตอร์ (OFF) เพือ่ หยุดการจา่ ย ไฟให้มิเตอร์ เป็นการหยุดทางานของมิเตอร์
หมายเลข 8 เป็นตาแหนง่ เลอื กการทางานเป็นโวลต์มเิ ตอรไ์ ฟตรง (V ) วัดแรงดันไฟตรงไดส้ ูงสุด 1,000 V
หมายเลข 9 เปน็ ตาแหนง่ เลอื กการทางานเปน็ โวลต์มเิ ตอร์ไฟสลบั (V~) วดั แรงดันไฟสลับได้สูงสดุ 750 V
หมายเลข 10 เปน็ ตาแหน่งเลือกการทางานเปน็ แอมมเิ ตอรไ์ ฟตรง (A ) วัดกระแสไฟตรงไดส้ ูงสุด 200 mA
หมายเลข 11 เป็นตาแหน่งเลือกการทางานเป็นโอห์มมเิ ตอร์ () วดั ความตา้ นทานได้สงู สดุ 2,000 k
หมายเลข 12 เป็นตาแหน่งเลือกการทางานเปน็ แอมมเิ ตอรไ์ ฟตรงค่าสูง (10A) วัดกระแสไฟตรงได้สูงสดุ 10 A
หมายเลข 13 เปน็ ตาแหนง่ เลือกใช้มเิ ตอร์ทางานเป็นเครอื่ งวดั อัตราขยายกระแส (hFE)ของตวั ทรานซิสเตอร์ ใชท้ างานรว่ มกบั
ตาแหน่งหมายเลข 3
หมายเลข 14 เป็นตาแหน่งเลือกใช้มิเตอร์ทางานเปน็ เคร่ืองวดั ตวั ไดโอด
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งต้น...............................................
2.6 การใช้งานมัลติมิเตอร์ชนิดดิจติ อล
การนามัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลไปใช้งาน ใช้ได้เช่นเดียวกับมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก เมื่อต้องการวัด
ปริมาณไฟฟ้าชนิดใด ก็ปรับสวิตช์เลือกย่านวัดหมายเลข 2 ของรูปที่ 2.17 ไปย่านปริมาณไฟฟ้าท่ีต้องการวัด ถ้าไม่
ทราบค่าปริมาณไฟฟ้านั้นให้ตั้งค่าท่ีย่านวัดสูงสุดไว้ก่อน และค่อยๆ ปรับต่าลงมาในย่านที่เหมาะสม มัลติมิเตอร์
ชนิดดิจิตอลจะแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าออกมาเป็นตัวเลขอ่านค่าได้ทันที การจะนามัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลไปใช้งาน
จาเป็นต้องศึกษาทาความเข้าใจการใช้งานและการอ่านค่าให้ถูกต้องเสียก่อน การวัดปริมาณไฟฟ้าชนิดต่างๆ ทาได้
ดงั น้ี
2.6.1 การวัดแรงดนั ไฟตรง (DCV)
การวัดแรงดันไฟตรงด้วยมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปท่ีแรงดันไฟตรง
(V ) มัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลรุ่นท่ีใช้งานตามรูปท่ี 2.17 มีย่านวัดแรงดันไฟตรงทั้งหมด 5 ย่านวัดเต็มสเกล คือ
ย่าน 200 mV, 2,000 mV, 20 V, 200 V และ 1,000 Vตัวเลขที่แสดงให้เห็นบนหน้าปัดขณะวัดค่า คือค่า
แรงดันไฟตรงที่วัดได้ การต่อวัดค่าโดยยึดหลักดังน้ี ใกล้บวกแหล่งจ่ายแรงดัน ต่อวัดด้วยขั้วบวก (+) ของมิเตอร์
ใกล้ลบแหลง่ จ่ายแรงดันต่อวัดด้วยข้วั ลบ (–) ของมิเตอร์ กรณีที่วดั ค่าแล้วเกิดเคร่ืองหมายลบ (–) แสดงอยู่ดา้ นหน้า
ตัวเลขท่ีบอกค่าไว้ บอกให้ทราบว่าการต่อสายวัดแรงดันไฟตรงผิดข้ัว ให้สลับข้ัวสายวัดใหม่การต้ังย่านวัดและการ
ตอ่ มัลตมิ ิเตอร์ชนิดดิจติ อลวัดแรงดนั ไฟตรง แสดงดงั รปู ท่ี 2.18
-+
รปู ท่ี 2.18 การตอ่ มัลติมิเตอร์ชนิดดจิ ิตอลวดั แรงดันไฟตรง
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....เครอ่ื งมือวัดไฟฟ้าเบื้องตน้ ...............................................
2.6.2 การวัดแรงดนั ไฟสลบั (ACV)
การวัดแรงดันไฟสลับด้วยมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปท่ีโวลต์มิเตอร์ไฟ
สลบั (V~) มัลติมเิ ตอรช์ นิดดิจติ อลรุ่นที่ใชง้ านตามรูปที่ 2.17 มีย่านวัดแรงดนั ไฟสลบั ท้ังหมด 2 ยา่ นวัดเต็มสเกล คือ
ย่าน 200 V และ 750 V ขณะวัดค่ามิเตอร์จะแสดงค่าที่วัดได้ออกมา การวัดแรงดันไฟสลับไม่จาเป็นต้องคานึงถึง
ข้ัววัดของมิเตอร์ ใช้สลับขั้ววัดได้ การตั้งย่านวัดและการต่อมัลติมิเตอร์ชนิดตัวเลขวัดแรงดันไฟสลับ แสดงดังรูปที่
2.19
รปู ที่ 2.19 การต่อมลั ติมิเตอร์ชนดิ ดิจติ อลวัดแรงดันไฟสลับ
2.6.3 การวัดกระแสไฟตรง (DCA)
การวัดกระแสไฟตรงด้วยมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปที่แอมมิเตอร์
ไฟตรง (A ) มัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลรุ่นท่ีใช้งานตามรูปที่ 2.17 มีท้ังหมด 5 ย่านวัดเต็มสเกล คือ ย่าน 200 A,
2,000 A, 20 mA, 200 mA และ 10 A การต่อวัดกระแสไฟตรงต้องต่อแบบอนุกรม ตัวเลขท่ีแสดงให้เห็นบน
หน้าปัดขณะวัดค่า คอื ค่ากระแสไฟตรงที่วัดได้ การต่อวัดค่าโดยยดึ หลกั ดังนี้ ใกล้บวกแหล่งจา่ ยแรงดัน ต่อวัดด้วย
ขั้วบวก (+) ของมิเตอร์ ใกล้ลบแหล่งจ่ายแรงดัน ต่อวัดด้วยข้ัวลบ (–) ของมิเตอร์ กรณีที่วัดค่าแล้วเกิดเครื่องหมาย
ลบ (–) แสดงอยู่ด้านหนา้ ตัวเลขท่ีบอกค่าไว้ บอกให้ทราบว่าการต่อสายวัดกระแสไฟตรงผิดข้ัว ให้สลับข้ัวสายวดั ใหม่
และเม่ือต้องการวัดกระแสไฟตรงค่าสูงเป็นแอมแปร์ต้ังท่ี 10 A เปล่ียนตาแหน่งขั้วต่อสายวัดเส้นสีแดง ไปเสียบที่
ข้วั ต่อหมายเลข 4 ตามรูปท่ี 2.17 การต้ังย่านวัดและการต่อมัลติมเิ ตอร์ชนิดดิจิตอลวัดกระแสไฟตรง แสดงดังรูปที่
2.20
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....เครื่องมอื วดั ไฟฟ้าเบ้ืองต้น...............................................
-+
รปู ที่ 2.20 การต่อมลั ติมเิ ตอร์ชนิดดิจติ อลวัดกระแสไฟตรง
2.6.4 การวัดความตา้ นทาน ()
การวดั ความตา้ นทานด้วยมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลโดยต้ังสวิตช์เลือกย่านวัดไปที่โอห์มมิเตอร์ ()
มัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลรุ่นท่ีใช้งานตามรูปท่ี 2.17 มีท้ังหมด 5 ย่านวัดเต็มสเกล คือ ย่าน 200, 2,000, 20 k, 200
k และ 2,000 k การวัดค่าความต้านทานด้วยโอห์มมิเตอร์ชนิดดิจิตอล ไม่จาเป็นต้องช็อตปลายสายวัดเข้าด้วยกัน
เพื่อปรับแต่งความถูกต้อง สามารถนาไปวัดค่าได้เลยในทุกยา่ นวัด ตัวเลขท่ีแสดงให้เห็นคือค่าความตา้ นทานท่ีวัดได้
การตั้งยา่ นวดั และการตอ่ มัลตมิ เิ ตอร์ชนิดดจิ ิตอล วดั คา่ ความต้านทาน แสดงดังรปู ที่ 2.21
รูปท่ี 2.21 การต่อมัลติมิเตอร์ชนิดดจิ ติ อลวัดค่าความต้านทาน
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....เครอื่ งมือวดั ไฟฟ้าเบอ้ื งตน้ ...............................................
2.7 บทสรุป
เครื่องมือวัดไฟฟา้ เบ้ืองต้นท่ีควรทราบ ไดแ้ ก่ มัลติมิเตอร์ซ่ึงถือได้ว่าเป็นเครอ่ื งมอื วัดไฟฟ้าที่จาเปน็ ต่อช่าง
ไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ และช่างท่ีจาเป็นต้องเก่ียวข้องกับปริมาณไฟฟ้าต่างๆ มัลติมิเตอร์สามารถวัดปริมาณ
ไฟฟ้าได้หลายชนิด มีราคาถูก เล็กกะทดั รัด พกพาไปได้สะดวก มัลติมิเตอรท์ ี่ผลติ มาใชง้ านแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด
ไดแ้ ก่ มลั ติมิเตอรช์ นดิ แอนะลอก และมัลติมเิ ตอร์ชนดิ ดิจิตอล
การวัดปริมาณไฟฟ้าชนิดไฟตรง (DC) ไมว่ ่าเป็นแรงดันหรือกระแส ขณะต่อมลั ติมิเตอร์วัดวงจรไฟฟ้านั้นๆ
ตอ้ งคานึงถึงขว้ั ของมลั ติมเิ ตอร์ และขั้วแรงดันของแหล่งจ่ายในวงจร ตอ้ งเหมอื นกนั โดยยดึ หลกั การต่อวดั ดังนี้ ใกล้
บวกต่อบวก ใกล้ลบต่อลบ จึงสามารถวัดค่าปริมาณไฟฟ้าน้ันๆ ได้ ส่วนปริมาณไฟฟ้าชนิดไฟสลับ (AC) ไม่ว่าเป็น
แรงดันหรือกระแส ขณะต่อมัลติมิเตอร์วัดวงจรไฟฟ้านั้นๆ ไม่ต้องคานึงถึงขั้วของมัลติมิเตอร์และขั้วแรงดันของ
แหล่งจา่ ยในวงจร
ส่ิงสาคัญท่ีต้องคานึงถึงก่อนนามัลตมิ เิ ตอร์ไปใช้งานคอื การต้ังย่านวัดปริมาณไฟฟ้า ต้องตงั้ ย่านวัดให้ถูกต้อง
ตามชนิดของปริมาณไฟฟ้านน้ั ๆ เพราะการตัง้ ย่านวดั ผดิ ชนดิ อาจมผี ลทาให้มัลตมิ เิ ตอรช์ ารุดเสียหายได้ และการต้ัง
ย่านวัดในค่าทเี่ หมาะสมเปน็ สิ่งจาเป็นเช่นกนั จะชว่ ยใหก้ ารอา่ นค่าการวัดมีความถูกต้องมากขึ้น การวัดปรมิ าณไฟฟ้า
บางชนิดต้องทาการปรับแต่งมิเตอรก์ ่อนการวัดค่าเสมอ เช่น การวัดความต้านทาน ซึ่งการวัดจะถูกต้องได้ ก่อนการวัด
ค่าต้องปรับแต่งมิเตอร์ก่อนการใช้งานทุกคร้ัง
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....เครอื่ งมอื วดั ไฟฟ้าเบอื้ งตน้ ..............................................
แบบทดสอบหน่วยท่ี 2
เคร่อื งมอื วัดไฟฟ้าเบื้องต้น
วตั ถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรู้ของนกั ศึกษาเกยี่ วกับเร่อื ง เคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าเบื้องต้น
เขยี นเครอื่ งหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ทีถ่ กู ต้องทีส่ ุด
1. มลั ติมิเตอร์คือมเิ ตอร์อะไร
ก. มิเตอร์วดั แรงดัน กระแส และความต้านทานได้ในตวั เดียว
ข. มิเตอรท์ ่สี รา้ งขนึ้ มาเพ่ืออานวยความสะดวกในการใชง้ าน
ค. มเิ ตอรว์ ดั ปรมิ าณไฟฟ้าได้หลายชนิด
ง. ถูกทกุ ข้อ
2. มัลตมิ ิเตอร์ที่สรา้ งมาใชง้ าน ไม่สามารถวัดปรมิ าณไฟฟ้าอะไรได้
ก. กระแส ข. แรงดัน
ค. กาลงั ไฟฟา้ ง. ความตา้ นทาน
3. นามัลติมเิ ตอร์ไปวดั คา่ แรงดนั ของแบตเตอรรี่ ถยนต์ตอ้ งต้ังมเิ ตอร์ยา่ นใด
ก. DCmA ข. DCV
ค. ACV ง.
4. การวดั ปรมิ าณไฟฟา้ ทตี่ อ้ งใชม้ เิ ตอร์ต่ออนุกรมกับวงจรต้องต้ังมิเตอร์ย่านใด
ก. DCmA ข. DCV
ค. ACV ง.
5. มลั ตมิ เิ ตอร์ชนดิ แอนะลอก ที่ตอ้ งปรับแต่งมิเตอรก์ อ่ นการวัดค่าเสมอ เพ่ือใช้วดั ปรมิ าณไฟฟ้าอะไร
ก. ความต้านทาน ข. กาลงั ไฟฟ้า
ค. แรงดัน ง. กระแส
6. ป่มุ ปรับ 0 ADJ ของมัลตมิ เิ ตอร์ ใชง้ านรว่ มกับมเิ ตอร์ชนดิ ใด
ก. โวลตม์ เิ ตอร์ ข.โอห์มมเิ ตอร์
ค. แอมมิเตอร์ ง. ถกู ทกุ ขอ้
7. ต้องการวดั ความตา้ นทานของอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรใชม้ เิ ตอรช์ นิดใดเหมาะสมทส่ี ดุ
ก. วตั ต์มิเตอร์ ข. แอมมิเตอร์
ค. โอห์มมิเตอร์ ง. โวลตม์ เิ ตอร์
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....เครื่องมอื วัดไฟฟ้าเบ้ืองตน้ ...............................................
8. กระจกเงาทห่ี นา้ ปดั มลั ติมิเตอรช์ นดิ แอนะลอกมไี ว้เพ่ืออะไร
ก. เพมิ่ ความสวยงามให้มลั ติมิเตอร์
ข. ช่วยสะท้อนแสงส่องเข็มช้ใี ห้เหน็ ชัดเจนข้นึ
ค. แยกสเกลแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าออกจากกัน
ง. ช่วยใหก้ ารอ่านปรมิ าณไฟฟ้ามคี วามถูกต้องท่ีสุด
9. จากรูปการต้ังย่านวัดของมลั ติมเิ ตอรช์ นดิ ดจิ ติ อลเพ่ือวัดคา่ อะไร
ก. กระแส
ข. แรงดนั
ค. ตัวไดโอด
ง. ความตา้ นทาน
10. จากรปู ข้อ 9 บนหนา้ ปดั เลอื กยา่ นวัดของมลั ติมิเตอร์ชนดิ ดิจิตอล ค่าตวั เลขต่างๆ ทก่ี ากับไว้บอกถึงอะไร
ก. ค่าตา่ สดุ ของการใชง้ าน
ข. คา่ สูงสดุ ทว่ี ดั ไดใ้ นย่านนน้ั
ค. คา่ เหมาะสมท่ีใชว้ ดั ปริมาณไฟฟ้า
ง. ค่าตายตัวในการใช้วดั ปริมาณไฟฟ้า
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย.......เคร่อื งมือวดั ไฟฟ้าเบ้ืองตน้ ..............................................
เร่อื ง....................การวดั แรงดนั ด้วยมัลตมิ เิ ตอร์..................... .จานวนชว่ั โมงสอน.......................
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ รายการเรียนรู้
- จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครอื่ งมือ/วัสดุ-อุปกรณ์
1.วดั ค่าแรงดันไฟตรงดว้ ยมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกได้ 1. มัลตมิ ิเตอร์ชนิดแอนะลอก (ชนิดเข็มช)้ี 1 เครื่อง
2.อา่ นค่าแรงดันไฟตรงดว้ ยมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกได้ 2. แหล่งจา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0 – 30 V หรอื
3.เกดิ ความรกั สามัคคใี นหมู่คณะ มากกว่า 1 เครื่อง
- ลาดับข้นั การทางาน ขอ้ ควรระวัง
1. เตรียมมลั ตมิ เิ ตอรช์ นิดแอนะลอกให้พร้อมใช้งาน ต้ัง .......................................................................................
ยา่ นวดั ของมิเตอร์ไว้ที่ 50 VDC .......................................................................................
2. เตรียมแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงให้พร้อมใช้งาน ปรับ มอบงาน
ปุ่มปรับกระแส (Current) ไปในทิศทางตามเข็มนาฬิกา .......................................................................................
สุด ปรับปุ่มแรงดัน (Voltage) ไปทิศทางทวนเข็ม .......................................................................................
นาฬกิ าสุด
3. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 2.1 วดั ผล/ประเมินผล
....................................................................................... 1.ประเมนิ ผลจาความตัง้ ใจในการปฏบิ ตั งิ าน
....................................................................................... 2.ประเมินผลจากงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย.......เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งต้น..............................................
เรื่อง....................การวดั แรงดันดว้ ยมัลติมเิ ตอร์..................... .จานวนช่วั โมงสอน.......................
4. ปรับแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงจากค่าต่าไปหาค่าสูง ตามค่าท่ีกาหนดให้ในตารางที่ 2.1 ทุกค่า วัดและอ่านค่า
แรงดันด้วยมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก พร้อมท้ังปรับย่านวัดให้เหมาะสม บันทึกค่าไว้ในตารางที่ 2.1 ทุกค่าแรง
ดนั โดยต้งั ย่านวัดของมัลติมเิ ตอร์ใหส้ งู กวา่ ค่าแรงดันท่จี ะวดั ค่าเสมอ
ตารางท่ี 2.1 วัดแรงดนั ไฟตรงด้วยมัลตมิ เิ ตอรช์ นิดแอนะลอก
ค่าแรงดัน ยา่ นวดั ที่ตัง้ (DCV) 50 V
แหล่งจ่าย 0.5 V 2.5 V 10 V
0.4V
1V
2.3 V
4V
8.6 V
12.5 V
23 V
29 V
สรุปผลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวเิ คราะห์
1. การอ่านคา่ แรงดนั ด้วยมลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกมีความยากง่ายประการใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย.......เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งต้น..............................................
เรือ่ ง....................การวดั กระแสด้วยมัลตมิ เิ ตอร์..................... .จานวนชัว่ โมงสอน.......................
จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้
- จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม เคร่อื งมือ/วสั ดุ-อปุ กรณ์
1.วดั คา่ กระแสไฟตรงดว้ ยมัลติมเิ ตอรช์ นดิ แอนะลอกได้ 1. ตวั ตา้ นทาน 200 Ω; 10 W 1 ตวั
2.อา่ นค่ากระแสไฟตรงด้วยมัลตมิ เิ ตอรช์ นดิ แอนะลอกได้ 2. มัลตมิ เิ ตอรช์ นดิ แอนะลอก (ชนดิ เข็มช)้ี 1 เครอ่ื ง
3.เกิดความรว่ มมือร่วมใจในการทางาน 3. แหลง่ จ่ายแรงดนั ไฟตรงปรับคา่ ได้ 0 – 30 V หรอื
มากกวา่ 1 เครือ่ ง
4. สายตอ่ วงจร 1 ชดุ
- ลาดบั ขั้นการทางาน ขอ้ ควรระวัง
1. เตรียมมัลตมิ เิ ตอร์ชนดิ แอนะลอกให้พร้อมใช้งาน ต้ัง .......................................................................................
ย่านวัดของมิเตอร์ไว้ท่ี 2.5 mA
.......................................................................................
2. เตรียมแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงให้พร้อมใช้งาน ปรับ มอบงาน
ปุ่มปรับกระแส (Current) ไปในทิศทางตามเข็มนาฬิกา
สุด ปรับปุ่มแรงดัน (Voltage) ไปทิศทางทวนเข็ม .......................................................................................
นาฬิกาสุด .......................................................................................
3. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 2.2 วดั ผล/ประเมนิ ผล
....................................................................................... 1.ประเมินผลจาความต้งั ใจในการปฏิบัติงาน
....................................................................................... 2.ประเมินผลจากงานทไี่ ด้รับมอบหมาย
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย.......เครือ่ งมือวดั ไฟฟ้าเบอ้ื งตน้ ..............................................
เรื่อง....................การวัดกระแสด้วยมัลตมิ ิเตอร์..................... .จานวนช่วั โมงสอน.......................
รูปท่ี 2.2 การตอ่ มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกวดั กระแสไฟตรง
4. ปรับแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงจากค่าต่าไปหาค่าสูง ตามค่าท่ีกาหนดให้ในตารางท่ี 2.2 ทุกค่า วัดและ
อ่านค่าแรงดันด้วยมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก พร้อมท้ังปรับย่านวัดให้เหมาะสม บันทึกค่าไว้ในตารางที่ 2.2 ทุก
คา่ กระแส โดยตงั้ ย่านวัดกระแสของมลั ติมเิ ตอร์ใหส้ งู ไว้ก่อนและค่อยๆ ปรบั ลดค่าต่าลงมา
ตารางท่ี 2.2 วัดกระแสไฟตรงดว้ ยมลั ตมิ เิ ตอรช์ นดิ แอนะลอก
ค่าแรงดัน ยา่ นวัดทต่ี ัง้ (DCmA)
แหลง่ จ่าย
2.5 mA 25 mA 250 mA
0.4 V
1.5 V
2V
4.4 V
10 V
18 V
26 V
30 V
สรปุ ผลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวิเคราะห์
1. การอ่านคา่ กระแสดว้ ยมลั ติมเิ ตอรช์ นดิ แอนะลอกมีความยากงา่ ยประการใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย.......เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งต้น..............................................
เรอ่ื ง....................การวัดความต้านทานด้วยมัลติมิเตอร์..................... .จานวนชวั่ โมงสอน.......................
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ รายการเรียนรู้
- จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม เครื่องมอื /วสั ดุ-อุปกรณ์
1. วดั คา่ ความตา้ นทานดว้ ยมัลตมิ ิเตอร์ชนดิ แอนะลอกได้ 1. ตัวต้านทานชนิดรหัสสี 4 แถบ ค่าต่างกันจากต่าไป
2. อา่ นความตา้ นทานด้วยมัลติมิเตอร์ชนดิ แอนะลอกได้ หาสงู 10 ตวั
2. มัลติมเิ ตอรช์ นิดแอนะลอก (ชนดิ เขม็ ช)ี้ 1 เครื่อง
3. เกดิ ความขยันขันแข็งในการปฏิบัตงิ าน
- ลาดบั ข้ันการทางาน ข้อควรระวงั
1. ต่อสายวัดสีแดงเข้าท่ีขั้วต่อขั้วบวก (+) และสายวัดสี .......................................................................................
ดาเข้าที่ข้ัวต่อขั้วลบ (-COM) ของ มัลติมิเตอร์ชนิด .......................................................................................
แอนะลอก ต้ังย่านวัดของมิเตอร์ไว้ท่ีโอห์มมิเตอร์ (Ω) มอบงาน
ย่าน 1 .......................................................................................
2. นาปลายสายวัดทั้งสองของมิเตอร์ช็อตเข้า .......................................................................................
ด้วยกนั ปรบั ปุ่มปรับ 0ΩADJ จนเข็มช้ขี องมเิ ตอร์ชี้ท่ี 0 วัดผล/ประเมินผล
Ω พอดี การปรับแต่ง 0 Ω ของโอห์มมิเตอร์ แสดงดังรูป 1.ประเมนิ ผลจาความตงั้ ใจในการปฏบิ ัติงาน
ท่ี 2.3 2.ประเมินผลจากงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย.......เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งต้น..............................................
เรอ่ื ง....................การวดั ความตา้ นทานดว้ ยมัลติมิเตอร์..................... .จานวนชวั่ โมงสอน.......................
0
รูปท่ี 2.3ปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ใหช้ ี้ 0 พอดี รปู ท่ี 2.4การวัดความต้านทานดว้ ยโอห์มมิเตอร์
3. นาโอห์มมิเตอร์ที่ปรับแต่งเรยี บรอ้ ย ไปวัดค่าความตา้ นทานของตัวตา้ นทานที่เตรยี มไว้ทั้ง 10 ตวั วัดค่า
ครงั้ ละ 1 ตวั ตามลาดบั การวัดคา่ ความตา้ นทาน แสดงดงั รูปท่ี 2.4
4. วัดและบันทึกค่าความต้านทานทั้ง 10 ตัวตามลาดับ บันทึกค่าลงในตารางท่ี 2.3 แต่ละค่า พร้อมทั้ง
บันทกึ รหัสสขี องตัวต้านทานแตล่ ะตวั ท่ีวัดไวด้ ้วย
5. การเปลี่ยนย่านวัดโอห์มมิเตอร์ทุกครั้ง จะต้องปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ให้พร้อมใช้งานใหม่ทุกครั้ง เพื่อ
เป็นการตรวจสอบความพร้อมในการใชง้ านของโอห์มมิเตอร์ และทาใหก้ ารวดั คา่ มคี วามถกู ตอ้ ง
6. ข้อควรระวัง ขณะตั้งย่านวัดโอห์มมิเตอร์ท่ีย่าน 1k และ 10k การวัดความต้านทาน ห้ามใช้มือทั้ง
สองจบั ปลายขัว้ วดั ทั้งสองข้วั ของโอหม์ มิเตอร์ เพราะจะทาใหก้ ารวดั ความต้านทานเกดิ ความผิดพลาด
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย.......เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งต้น..............................................
เรือ่ ง....................การวัดความตา้ นทานดว้ ยมลั ติมิเตอร์..................... .จานวนชวั่ โมงสอน.......................
ตารางที่ 2.3 วดั ความต้านทานของตัวตา้ นทานดว้ ยมัลติมเิ ตอรช์ นดิ แอนะลอก
ตัวต้านทาน สีที่ 1 รหสั สี ย่านวัดโอห์ม ตวั เลขทอ่ี ่าน ค่าจริงที่อา่ น
ตวั ท่ี แดง สีที่ 2 สที ่ี 3 สที ่ี 4 ที่ตั้ง ไดบ้ นหน้าปัด ไดจ้ ากมเิ ตอร์
เหลอื ง แดง ดา ทอง 1 22 22 Ω
0 เงนิ 1k 47 47 kΩ
มว่ ง ส้ม
00
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
สรปุ ผลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คาถามและการวิเคราะห์
1. การอ่านค่าความตา้ นทานด้วยมลั ตมิ ิเตอรช์ นิดแอนะลอกมีความยากง่ายประการใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรยี นรู้ พส.9
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องตน้ หน่วยท.ี่ .....3.....
ชอ่ื หน่วย........แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำและประเภทไฟฟ้ำ.............................. เวลารวม..72...ชม.
เรื่อง..............แหล่งกำเนดิ ไฟฟ้ำและประเภทไฟฟ้ำ................................ สัปดาห.์ ...3.../18
จานวน.......4..ชม.
1. สาระสาคัญ
แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำคือแหล่งกำเนิดพลังงำนไฟฟ้ำ เพื่อใช้ป้อนให้อุปกรณ์ไฟฟ้ำต่ำงๆ เป็นกำรให้พลังงำนแก่
อิเล็กตรอนอิสระ ทำให้อิเล็กตรอนอิสระวิ่งเคลื่อนทีไ่ ปตำมอะตอมต่ำงๆได้ เกดิ กำรเปลี่ยนแปลงพลังงำนในรปู ต่ำงๆ
เช่น พลงั งำนกล พลงั งำนควำมร้อน พลังงำนแสง เป็นตน้ ไฟฟำ้ เกดิ ขึน้ ไดจ้ ำกแหลง่ กำเนิดหลำยชนดิ แตกต่ำงกันไป
ไฟฟ้ำเกดิ จำกกำรเสียดสี เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟำ้ ทีถ่ ูกค้นพบมำนำนกว่ำ 2,000 ปี เกิดขนึ้ ได้จำกกำรนำวัตถุ
ต่ำงกัน 2 ชนิด มำขัดสีกัน ทำให้เกิดควำมไม่สมดุลข้ึนของประจุไฟฟ้ำในวัตถุท้ังสองชนิด วัตถุทั้งสองแสดง
ศักย์ไฟฟ้ำออกมำชนดิ หนงึ่ เป็นศักย์บวกอกี ชนดิ หน่ึงเปน็ ศักยล์ บ กำรเกดิ ไฟฟำ้ แบบนีม้ กั เรยี กว่ำ ไฟฟ้ำสถติ
ไฟฟ้ำเกิดจำกกำรทำปฏกิ ิรยิ ำทำงเคมี ทำได้โดยใช้แท่งโลหะ2 แท่ง จ่มุ ลงในกรดกำมะถันเจือจำง ทำให้
เกิดกำรแยกตัวของประจไุ ฟฟ้ำขนึ้ เกดิ ควำมไม่สมดลุ ของประจุไฟฟ้ำขึ้นกับแท่งโลหะท้ังสอง โลหะแทง่ หนึ่งมี
ศกั ย์ไฟฟำ้ บวก โลหะอีกแท่งหนึ่งมศี กั ย์ไฟฟำ้ ลบ
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
สำมำรถอธบิ ำยเก่ียวกบั แหลง่ กำเนิดไฟฟำ้ และประเภทไฟฟ้ำได้
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 2.อธิบำยวธิ กี ำรเกิดไฟฟำ้ จำกกำรเสยี ดสไี ด้
1.บอกโครงสร้ำงของอะตอมเกย่ี วข้องกับไฟฟ้ำได้ 4.อธบิ ำยวธิ กี ำรเกดิ ไฟฟำ้ จำกควำมรอ้ นได้
3.อธิบำยวิธีกำรเกิดไฟฟำ้ จำกแรงกดได้ 6.อธิบำยวธิ กี ำรเกดิ ไฟฟำ้ จำกแสงสวำ่ งได้
5.อธบิ ำยวิธีกำรเกิดไฟฟ้ำจำกปฏิกริ ยิ ำเคมีได้ 8.อธบิ ำยประเภทของไฟฟ้ำได้
7.อธิบำยวธิ ีกำรเกดิ ไฟฟ้ำจำกสนำมแม่เหล็กได้
4. สาระการเรียนรู้ 2.ไฟฟ้ำเกดิ จำกกำรเสยี ดสี
1.อะตอมกับไฟฟ้ำ 4.ไฟฟ้ำเกดิ จำกควำมร้อน
3.ไฟฟำ้ เกิดจำกแรงกดดัน 6.ไฟฟ้ำเกิดจำกแสงสว่ำง
5.ไฟฟ้ำเกิดจำกปฏกิ ริ ยิ ำเคมี 8ประเภทไฟฟ้ำ
7 ไฟฟ้ำเกิดจำกสนำมแม่เหล็ก
5. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
- แบ่งกลุ่มเรยี น รว่ มกนั ปฏบิ ัตใิ บงำน โดยใหเ้ พ่ือนช่วยสอนเพือ่ น
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
- ตรวจควำมพร้อมของผ้เู รยี นโดยกำรใหเ้ ข้ำแถวแลว้ ขำนช่อื เช็คกำรมำเรยี นสำย ตกั เตอื นให้ควำมรู้
เกี่ยวกับควำมมวี นิ ยั
ขน้ั นา
- นำเขำ้ ส่บู ทเรียน โดยถำมนักเรียนเกี่ยวกับแหล่งกำเนดิ ไฟฟ้ำ
- นักเรยี นช่วยกนั ตอบคำถำมตำมควำมเขำ้ ใจของแต่ละคน
ขน้ั สอน
- ครูอธิบำยเรื่องกำรเกิดไฟฟ้ำจำกแหล่งกำเนิดชนิดต่ำงๆ, ประเภทของไฟฟ้ำท่ีถูกผลิตข้ึน, กำรเลือกชนิด
ของเครอื่ งใชไ้ ฟฟำ้ อย่ำงเหมำะสม
- นักเรียนฟงั กำรบรรยำยจำกครูผูส้ อน, ศึกษำจำกสื่อ/หนงั สอื , ซกั ถำมปญั หำข้อสงสัย
- ครซู ักถำมเกยี่ วกับแหล่งกำเนดิ ไฟฟ้ำแต่ละชนดิ
-นักเรยี นร่วมกนั สนทนำเกยี่ วกบั แหล่งกำเนดิ ไฟฟำ้ แตล่ ะชนิด
- ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มทำใบงำนเร่อื ง แหลง่ กำเนดิ ไฟฟ้ำ
- นกั เรยี นจดบนั ทึกยอ่ , ถำมตอบ, ช่วยเหลือกันในกลุม่ ,ทำใบงำน
- ครูให้คำแนะนำนกั เรยี นนำเสนอผลงำนหน้ำช้นั เรยี น
- ครูตรวจสอบกำรปฏบิ ตั งิ ำน
- ครเู ปิดโอกำสให้นักเรยี นถำมปัญหำและข้อสงสัยจำกเนือ้ หำ โดยครูเปน็ ผู้ตอบปญั หำทีเ่ กิดขึ้นระหว่ำง
กำรเรยี นกำรสอน
- นักเรยี น ถำมปัญหำและข้อสงสัยทเ่ี กิดขึ้น
- ครใู หน้ ักเรียนสบื ค้นข้อมูลจำกอินเตอรเ์ น็ต
- นักเรยี นสืบค้นขอ้ มลู จำกอนิ เตอร์เนต็
ข้ันสรปุ
- ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปเน้ือหำที่ไดเ้ รยี นให้มีควำมเข้ำใจในทิศทำงเดยี วกนั
- นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ เนอื้ หำที่ได้เรยี นให้มีควำมเข้ำใจในทศิ ทำงเดียวกัน
- ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 3
- นักเรยี นทำแบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 3
- ครใู ห้นักเรยี นทำแบบทดสอบ
- นกั เรยี นทำแบบทดสอบ
- ครูให้นกั เรยี นศกึ ษำเพม่ิ เติมจำกแหล่งควำมรู้นอกหอ้ งเรียน
- นักเรียนศึกษำเพมิ่ เติมจำกแหลง่ ควำมรนู้ อกห้องเรียน
7. บรรยากาศทส่ี ่งเสริมและพัฒนาผูเ้ รียน
- บรรยำกำศแห่งควำมท้ำทำย เพอื่ เปน็ แรงกระตุ้นให้นกั เรียนได้ปฏิบัตงิ ำนให้สำเรจ็
- ผ้เู รยี นมคี วำมสนใจในกำรเรียน เนื่องจำกกำรสอนแบบเพ่ือนชว่ ยเพ่ือน ทำใหผ้ เู้ รียนได้แสดงควำมคิดเหน็ และได้
แลกเปล่ยี นควำมรู้ ส่งผลใหเ้ กิดผลกำรเรียนรทู้ ี่ดี
8. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมประจาหน่วย
- ควำมรบั ผดิ ชอบ
- ตรงต่อเวลำ
- ควำมซอ่ื สตั ย์
- รกั ษำควำมปลอดภัย
9. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. เอกสำรประกอบกำรเรียนเร่ืองแหล่งกำเนดิ ไฟฟำ้ และประเภทไฟฟ้ำ
2. ใบงำน
3. แบบทดสอบหลังเรียน
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เรอ่ื ง แหลง่ กำเนิดไฟฟำ้ และประเภทไฟฟ้ำ
10. การวดั ผลและประเมินผล
1. กำหนดกำรประเมินทักษะพสิ ยั
2. เคร่อื งมือทใี่ ช้ประเมนิ ทักษะพิสัย
3. เครอื่ งมือกำรประเมินจติ พิสัย
11. หลักฐานการเรียนรู้
- ใบงำนเรื่อง แหล่งกำเนดิ ไฟฟำ้ และประเภทไฟฟำ้
12. เอกสารอ้างอิง
หนงั สือประกอบกำรเรยี นรำยวิชำ งำนไฟฟ้ำและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องตน้ ของสำนกั พมิ พ์ ศนู ย์ส่งเสริมอำชีวะ
เรยี บเรียง โดย พนั ศกั ด์ิ พฒุ ิมำนติ พงศ์
พส.10
เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการประเมิน
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
แบบประเมินแบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑ์การใหค้ ะแนน
5 4 3 21
ประเดน็ การประเมนิ
1.บอกโครงสร้ำงของอะตอมเกี่ยวข้องกับไฟฟ้ำได้
2.อธบิ ำยวธิ กี ำรเกิดไฟฟำ้ จำกกำรเสยี ดสีได้
3.อธิบำยวธิ ีกำรเกิดไฟฟ้ำจำกแรงกดได้
4.อธบิ ำยวิธกี ำรเกิดไฟฟ้ำจำกควำมรอ้ นได้
5.อธบิ ำยวิธีกำรเกิดไฟฟ้ำจำกปฏกิ ิรยิ ำเคมีได้
6.อธิบำยวธิ ีกำรเกดิ ไฟฟำ้ จำกแสงสว่ำงได้
7.อธิบำยวิธกี ำรเกดิ ไฟฟำ้ จำกสนำมแม่เหลก็ ได้
8.อธบิ ำยประเภทของไฟฟำ้ ได้
รวม
รวมทงั้ หมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)
พส.11
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหสั วิชำ...........................ชอ่ื วชิ ำ.........................................................................................ระดับชน้ั ปวช. ปวส.
สำขำงำน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สัปดำห์ที่..........วนั ท่สี อน..............................................
หน่วยท่.ี ...........ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จำนวน................ช่ัวโมง
จำนวนผเู้ รียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มำเรยี น............6..2..........คน ขำดเรยี น...1..2....คน ลำปว่ ย....-.....คน ลำกิจ.....-.....คน
1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปญั หาและอปุ สรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
ลงชือ่ .......................................................ครผู สู้ อน
(............................................................)
........../................/............
ควำมเห็น................................................................................. ควำมเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................หวั หน้ำแผนกวิชำ ลงช่อื ............................................รองผอู้ ำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร
(............................................................) (นำงสำวนศิ ำกร เจรญิ ด)ี
............/................../............
............/................../............
ควำมเหน็ ผอู้ ำนวยกำร.................................................................................
....................................................................................................................
ลงชื่อ...........................................
(นำงสำวสุมีนำ แดงใจ)
ผูอ้ ำนวยกำรวทิ ยำลัยกำรอำชพี นครปฐม
............/................../............
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย.3...แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า........................................
เรือ่ ง................แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ และประเภทไฟฟา้ ...............จานวนช่วั โมงสอน..........4.............
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ รายการเรียนรู้
- จดุ ประสงคท์ ั่วไป
1.เพอ่ื ให้มีควำมรู้เกย่ี วกบั อะตอมกบั ไฟฟำ้ 1.อะตอมกับไฟฟ้ำ
2.เพ่อื ใหม้ คี วำมรเู้ ก่ียวกับไฟฟ้ำเกดิ จำกกำรเสยี ดสี 2.ไฟฟ้ำเกดิ จำกกำรเสยี ดสี
3.เพอื่ ให้มคี วำมรู้เกีย่ วกับไฟฟ้ำเกิดจำกแรงกดดนั 3.ไฟฟ้ำเกดิ จำกแรงกดดัน
4.เพ่ือให้มีควำมรู้เก่ยี วกบั ไฟฟ้ำเกิดจำกควำมร้อน 4.ไฟฟ้ำเกิดจำกควำมรอ้ น
5.เพื่อใหม้ ีควำมร้เู ก่ียวกับไฟฟ้ำเกดิ จำกปฏิกิริยำเคมี 5.ไฟฟำ้ เกดิ จำกปฏิกริ ิยำเคมี
6.เพื่อใหม้ ีควำมรเู้ ก่ียวกบั ไฟฟ้ำเกิดจำกแสงสว่ำง 6.ไฟฟ้ำเกดิ จำกแสงสวำ่ ง
7.เพื่อใหม้ ีควำมร้เู ก่ียวกับไฟฟ้ำเกดิ จำกสนำมแมเ่ หล็ก 7. ไฟฟ้ำเกดิ จำกสนำมแมเ่ หลก็
8.เพ่ือให้มีควำมรู้เกี่ยวกปั ระเภทไฟฟ้ำ 8.ประเภทไฟฟ้ำ
- จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1.บอกโครงสรำ้ งของอะตอมเกีย่ วข้องกับไฟฟ้ำได้
2.อธิบำยวิธกี ำรเกิดไฟฟ้ำจำกกำรเสยี ดสีได้
3.อธิบำยวธิ ีกำรเกิดไฟฟ้ำจำกแรงกดได้
4.อธิบำยวิธีกำรเกดิ ไฟฟำ้ จำกควำมร้อนได้
5.อธิบำยวิธีกำรเกิดไฟฟ้ำจำกปฏิกิริยำเคมี
6.อธบิ ำยวธิ กี ำรเกิดไฟฟำ้ จำกแสงสว่ำงได้
7.อธบิ ำยวิธกี ำรเกดิ ไฟฟ้ำจำกสนำมแม่เหลก็ ได้
8.อธบิ ำยประเภทของไฟฟำ้ ได้
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย...แหล่งกาเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟา้ ...............................................
3.1 อะตอมกบั ไฟฟ้า
โครงสร้ำงภำยในสิ่งต่ำงๆ ท่ีเกิดข้ึนมำบนโลก เช่น วัตถุ (Material) ธำตุ (Element) หรือสสำร (Matter)
ประกอบด้วยสว่ นประกอบเล็กๆ หลำยส่วนรวมกัน เม่ือนำมำวิเครำะห์ตำมหลักทฤษฎีอะตอม (Atomic Theory) พบว่ำ
โครงสร้ำงภำยในส่ิงเหล่ำน้ันประกอบไปด้วย โมเลกุล (Molecule) อะตอม (Atom) นิวเคลียส (Nucleus) โปรตอน
(Proton) นวิ ตรอน (Neutron) และอิเล็กตรอน (Electron) เหมือนกนั แต่สิ่งทเ่ี รำมองเห็นจำกโครงสร้ำงภำยนอกของวัตถุ
ธำตุ หรือสสำร มีลักษณะที่แตกต่ำงกันไป เพรำะส่ิงเหล่ำนั้นมีส่วนประกอบของส่วนท่ีเล็กที่สุดท่ีเรียกว่ำโมเลกุล จะมี
จำนวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนไม่เหมือนกัน ไม่เท่ำกัน เช่น โมเลกุลของน้ำ (H2O) ใน 1 โมเลกุล
ประกอบด้วยอะตอมของธำตุไฮโดรเจน (H) 2 อะตอม และอะตอมของธำตุออกซิเจน (O) 1 อะตอม หรือโมเลกุลของก๊ำซ
คำร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ใน 1 โมเลกุลประกอบด้วยอะตอมของธำตุคำร์บอน (C) 1 อะตอม และอะตอมของธำตุ
ออกซเิ จน (O) 2 อะตอมเป็นต้น โครงสร้ำง 1 โมเลกุลของนำ้ (H2O) และก๊ำซคำรบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) แสดงดังรูปท่ี 3.1
HOH HOH OCO OCO
(ก) 1 โมเลกุลของน้ำ (H2O) (ข) 1 โมเลกุลของก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
รปู ที่ 3.1 โครงสร้ำง 1 โมเลกลุ ของน้ำ (H2O) และก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ส่วนประกอบภำยในโครงสร้ำงแต่ละส่วนของวัตถุ ธำตุ หรือสสำร ที่อยู่ในรูปของโมเลกุล อะตอม นิวเคลียส
โปรตอน นิวตรอน และอเิ ล็กตรอน มีคุณสมบัตทิ ่ีแตกตำ่ งกนั ดังนี้
1. โมเลกุล คอื ส่วนท่เี ลก็ ท่ีสุดของวตั ถุ ธำตุ หรอื สสำร ทยี่ ังคงแสดงคณุ สมบตั ิเดมิ อยู่ ท้ังทำงดำ้ นเคมีและฟสิ ิกส์
2. อะตอม คือ ส่วนทีเ่ ล็กท่ีสดุ ของธำตุ แสดงโครงสรำ้ งเดิมของธำตุน้ันๆ ออกมำ เช่น น้ำเมื่อแยกตัวออกจนเป็นโมเลกุลยังคง
สภำพเป็นน้ำอยู่ แต่ถ้ำแยกตัวออกไปอีกจะแสดงค่ำอยู่ในรูปอะตอม มองเห็นเป็นธำตุเดิมที่มำประกอบร่วมกัน จะ
ประกอบด้วยด้วย ธำตอุ อกซเิ จน (O) และธำตไุ ฮโดรเจน (H) เปน็ ตน้
3. นิวเคลียส คือ ส่วนที่อยู่ใจกลำงของอะตอม อยู่นิ่งไม่เคล่ือนไหว ภำยในนิวเคลียสยังประกอบ ด้วย โปรตอน และ
นวิ ตรอน
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....แหล่งกาเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า...............................................
4. นิวตรอนคอื สว่ นท่ีอยู่ภำยในนิวเคลียส อยู่น่งิ ไม่เคลอ่ื นไหว ไม่มีประจไุ ฟฟ้ำ ไม่มสี ว่ นสำคญั ทำงด้ำนไฟฟ้ำ
5. โปรตอนคือ ส่วนท่ีอยู่ภำยในนิวเคลียส อยู่น่ิงไม่เคลื่อนไหว มีประจุไฟฟ้ำเป็นบวก (+) มีบทบำทและมีส่วนสำคัญ
ทำงดำ้ นไฟฟำ้ เกิดอำนำจดงึ ดูดกับอเิ ล็กตรอน
6. อิเลก็ ตรอนคอื สว่ นทว่ี ่งิ เคลื่อนที่รอบนิวเคลยี สมปี ระจุไฟฟ้ำเปน็ ลบ (–) มีบทบำทและมสี ่วนสำคัญทำงด้ำนไฟฟ้ำ
โดยจะถูกดึงดูดด้วยโปรตอน เน่ืองจำกอิเล็กตรอนมีน้ำหนักเบำและวิ่งเคล่ือนท่ีรอบนิวเคลียสตลอดเวลำ เมื่อมี
พลงั งำนจำกภำยนอกมำกระต้นุ อิเลก็ ตรอนจะสำมำรถว่งิ เคลือ่ นทไี่ ปยังอะตอมอน่ื ๆ ได้โดยง่ำย
อะตอมเป็นส่วนที่เล็กท่ีสุดของธำตุ ภำยในอะตอมมีส่วนประกอบหลำยส่วน รวมกันอยู่ในรูปโครงสร้ำง
อะตอม (Atomic Structure) ซึ่งประกอบด้วยนิวเคลียสอยู่ตรงกลำงอะตอม ภำยในนิวเคลียสบรรจุไว้ด้วยโปรตอน
และนิวตรอนรวมกนั อยู่เป็นกลุ่ม มีอิเล็กตรอนวิ่งเคลื่อนท่ีวนรอบนิวเคลียสตลอดเวลำ วงโคจรของอิเลก็ ตรอนท่ีว่ิง
วนรอบนวิ เคลยี สมีหลำยวงซ้อนทับกันอยู่ ถูกเรยี กวำ่ ช้ันวงโคจร (Shell) กำรเคล่ือนท่ีของอิเล็กตรอนรอบนิวเคลียส
และชัน้ วงโคจรอิเลก็ ตรอน แสดงดงั รูปที่ 3.2
-- -
-
-
- +N+N+NN+N++NN+ - - +7 -
-
--
--
(ก) กำรเคลอ่ื นที่ของอเิ ล็กตรอนรอบนิวเคลียส (ข) ชัน้ วงโคจรอเิ ล็กตรอน
รูปท่ี 3.2 โครงสร้ำงอะตอม
จำกรูปที่ 3.2 แสดงโครงสร้ำงอะตอม รูปที่ 3.2 (ก) แสดงในลักษณะกำรเคลื่อนท่ีของอิเล็กตรอนรอบ
นิวเคลียส สว่ นรูปท่ี 3.2 (ข) แสดงในลกั ษณะวงโคจรของอิเล็กตรอนทว่ี ิง่ วนรอบนิวเคลียสแต่ละวงจะสำมำรถบรรจุ
จำนวนอิเล็กตรอนได้ไม่เท่ำกัน วงในสุดบรรจุได้น้อย และวงห่ำงออกมำจะบรรจุได้เพ่ิมข้นึ เป็นลำดับ แต่ละวงโคจร
แบ่งจำนวนอเิ ล็กตรอนออกไดด้ ังน้ี วงท่ี 1 มี 2 ตัว วงท่ี 2 มี 8 ตวั วงที่ 3 มี 18 ตวั และวงท่ี 4 มี 32 ตวั เปน็ ตน้
พลังงำนไฟฟ้ำกำเนิดขึ้นมำได้จำกแหล่งกำเนิดไฟฟ้ำหลำยชนิด จำกกำรค้นคว้ำทดลองของ
นกั วิทยำศำสตร์หลำยทำ่ น และต้ังเปน็ ทฤษฎอี ะตอมขึน้ มำ ซง่ึ กลำ่ วไว้ว่ำ ในวตั ถุ ธำตุ หรอื สสำรทุกชนดิ มี
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า...............................................
ประจุไฟฟ้ำท้ังบวกและลบเป็นสว่ นประกอบในโครงสร้ำงทุกๆ อะตอม ท่ีสภำวะปกติวตั ถุ ธำตุ หรอื สสำรต่ำงๆ ไม่แสดง
อำนำจไฟฟ้ำหรือศักย์ไฟฟ้ำออกมำ เพรำะเกิดควำมสมดุลของประจุไฟฟ้ำในทุกๆ อะตอม กำรจะทำให้มีกำรแสดงอำนำจ
ไฟฟ้ำหรือศักย์ไฟฟ้ำออกมำ ต้องทำให้อะตอมเหล่ำน้ันเกิดควำมไม่สมดุลของประจุไฟฟ้ำ พลังงำนไฟฟ้ำสำมำรถกำเนิด
ข้ึนมำได้จำกแหล่งกำเนิดไฟฟ้ำหลำยชนิดแตกต่ำงกัน แบ่งออกได้ 6 ชนิด ดังน้ีคือ เกิดจำกกำรเสียดสี เกิดจำกแรงกดดัน
เกิดจำกควำมร้อน เกิดจำกปฏิกิริยำเคมี เกิดจำกแสงสว่ำง และเกิดจำกสนำม แม่เหล็ก แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำแต่ละชนิด
สำมำรถให้กำเนิดไฟฟำ้ ออกมำมำกนอ้ ยแตกต่ำงกันไป
3.2 ไฟฟ้าเกดิ จากการเสยี ดสี
ไฟฟ้ำเกิดจำกกำรเสียดสี เป็นไฟฟำ้ ที่ถกู คน้ พบมำเปน็ เวลำยำวนำนแลว้ เกดิ ขน้ึ ได้จำก
กำรนำวัตถุต่ำงกัน 2 ชนิดที่เหมำะสมกันมำขัดสีกันใน
บริเวณที่มีอำกำศแห้ง เช่น จำกกำรใช้แท่งยำงกับผ้ำ
ขนสัตว์ แท่งแก้วกับผ้ำแพร หวีกับผมและแผ่น
พลำสตกิ กับผ้ำสำลี เป็นต้น ผลของกำรขัดสดี ังกล่ำวทำ
ให้เกิดควำมไม่สมดุลข้ึนของประจุไฟฟ้ำในวัตถุท้ังสอง
เนื่องจำกเกิดกำรถ่ำยเทประจุไฟฟ้ำในขณะเสียดสีกัน
วัตถุทั้งสองจะแสดงศักย์ไฟฟ้ำออกมำแตกต่ำงกัน วัตถุ
ชนิดหนึ่งแสดงศักย์ไฟฟ้ำบวก (+) ออกมำ วัตถุอีกชนิด
หนึ่งแสดงศักย์ ไฟฟ้ำลบ (–) ออกมำ ไฟฟ้ำเกิดจำก
กำรเสยี ดสี แสดงดังรปู ที่ 3.3 รูปท่ี 3.3 ไฟฟำ้ เกดิ จำกกำรเสยี ดสี
จำกรูปท่ี 3.3 แสดงไฟฟ้ำเกิดจำกกำรเสียดสี โดยนำผ้ำขนสัตว์กับแท่งยำงมำเสียดสีกัน ทำใหป้ ระจุไฟฟ้ำลบ (–)
จำกผ้ำขนสัตว์วิ่งเคลื่อนท่ีเข้ำไปในแท่งยำง ส่งผลให้ผ้ำขนสัตว์มีศักย์บวก (+) มำกกว่ำ แสดงศักย์ไฟฟ้ำบวก (+) ออกมำ
และแท่งยำงมีศักย์ลบ (–) มำกกว่ำ แสดงศักย์ไฟฟ้ำลบ (–) ออกมำ กำรตรวจสอบไฟฟำ้ เกิดจำกกำรเสียดสี โดยนำแท่งยำง
ไปดดู เศษวัสดชุ ิ้นเล็กๆ เบำๆ เช่น เศษกระดำษช้ินเล็กๆ หรือเส้นผม เป็นตน้ สำมำรถดูดส่ิงเหล่ำนไ้ี ด้ นำหลักกำรไฟฟ้ำ
เกิดจำกกำรเสยี ดสไี ปใชส้ รำ้ งเครือ่ งกำเนดิ ไฟฟ้ำสถติ
3.3 ไฟฟ้าเกิดจากแรงกดดนั
ไฟฟำ้ เกิดจำกแรงกดดนั เป็นไฟฟ้ำท่ีเกิดขึ้นจำกกำรใช้วสั ดทุ ี่สำมำรถเกิดไฟฟ้ำขึ้นมำไดเ้ ม่อื มีแรงไปกด
ลงบนวสั ดุนัน้ วสั ดทุ น่ี ยิ มนำมำใช้งำน ไดแ้ กผ่ ลึกแร่ควอตซ์ (QuartzCrystal) โดยนำผลึกแร่ควอตซไ์ ปทำเป็นแผ่นบำง นำ
แผ่นโลหะประกบติดด้ำนบนและด้ำนล่ำงของผลึกแร่ควอตซ์ เชื่อมต่อสำยไฟออกจำกแผ่นโลหะท้ังสอง เป็นข้ัวจ่ำย
แรงดันไฟฟ้ำออกมำ ไฟฟ้ำถูกกำเนิดขึ้นในผลึกแร่ควอตซ์ในขณะมีแรงกดดัน หรือแรงสั่นสะเทือนไปกระทำท่ีผลึกแร่
ควอตซ์ กำรตรวจสอบไฟฟ้ำท่ีเกิดจำกผลึกแร่ควอตซ์ ทำได้โดยใช้โวลต์มิเตอร์วัดแรงดัน ไปวัดคร่อมท่ีข้ัวโลหะท้ังสอง
โวลตม์ ิเตอรจ์ ะแสดงค่ำแรงดนั ออกมำ โครงสรำ้ งผลกึ แร่
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าและประเภทไฟฟา้ ...............................................
ควอตซ์กำเนดิ ไฟฟำ้ แสดงดังรูปที่ 3.4
- DCmV+
(ก) ผลกึ แร่ควอตซ์ (ข) ทดสอบกำรเกดิ ไฟฟำ้ จำกผลกึ แรค่ วอตซ์
รปู ที่ 3.4 ไฟฟ้ำเกดิ จำกแรงกดดัน
ผลึกแร่ควอตซ์ในขณะที่ไม่มีแรงกดดัน หรือไม่มีแรงส่ันสะเทือนมำกระทำ จะยังไม่กำเนิดไฟฟ้ำขึ้นมำ เน่ืองจำก
อเิ ล็กตรอนในแต่ละอะตอมมีพลังงำนไม่เพียงพอไม่เกิดกำรเคลื่อนท่ี เมื่อมีแรงกดดนั หรอื แรงสนั่ สะเทือนไปกระทำที่แผ่น
โลหะท้ังสอง ส่งไปให้ผลึกแร่ควอตซ์มีพลังงำนมำกระตุ้นให้อิเล็กตรอนในแต่ละอะตอมเกิดกำรเคล่ือนที่ระหว่ำงอะตอม
ทำให้แผ่นโลหะทั้งสองเกิดควำมไม่สมดุลของศักย์ไฟฟ้ำขึ้น แสดงเป็นแรงดันส่งออกมำท่ีขั้วต่อ สำมำรถนำผลึกแร่ควอตซ์ไป
ผลิตเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้ำได้หลำยชนิด เช่น ลำโพงคริสตอล คริสตอลไมโครโฟน และตัวกำเนิดควำมถี่คริสตอล (Crystal
Oscillator) เปน็ ต้น
3.4 ไฟฟา้ เกิดจากความร้อน
ไฟฟำ้ เกดิ จำกควำมร้อน เป็นไฟฟ้ำที่เกิดขน้ึ จำกกำรใชล้ วดโลหะต่ำงชนิดกนั 2 เส้น หรอื ใช้แผ่นโลหะต่ำงชนิดกนั 2
แผ่น เช่น ทองแดง และเหล็ก นำปลำยด้ำนหนึ่งของโลหะทั้งสองหมุนตีเกลียวหรือประกบติดกัน ยึดให้แน่นด้วยกำร
เชื่อมหรือใช้หมุดยึดติด ปลำยโลหะที่เหลืออีกด้ำนทำให้แยกห่ำงออกจำกกัน เมื่อใช้ควำมร้อนเผำท่ีปลำยด้ำนติดกันของ
โลหะทั้งสอง ส่งผลให้โลหะทั้งสองบริเวณปลำยด้ำนได้รับควำมร้อนเกิดกำรแยกตัวของประจุไฟฟ้ำ จ่ำยศักย์ไฟฟ้ำออกมำ
กำรตรวจสอบไฟฟ้ำท่ีเกิดจำกโลหะท้งั สอง ทำไดโ้ ดยใช้โวลตม์ ิเตอรว์ ัดแรงดัน ไปวดั คร่อมทีข่ ้ัวโลหะทั้งสองด้ำนปลำยแยกห่ำง
จำกกัน โวลต์มิเตอร์จะแสดงค่ำแรงดันออกมำ อุปกรณ์ท่ีสร้ำงใช้งำนจริงของไฟฟ้ำเกิดจำกควำมร้อน มีชื่อเรียกว่ำ เทอร์
โมคปั เปิล (Thermocouple)โครงสรำ้ งไฟฟำ้ เกิดจำกควำมร้อน แสดงดงั รปู ท่ี 3.5
- DCmV+
(ก) เทอรโ์ มคปั เปลิ (ข) ทดสอบกำรเกิดไฟฟ้ำจำกเทอรโ์ มคปั เปิล
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย....แหลง่ กาเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า...............................................
ในขณะที่เทอร์โมคปั เปิลยังไม่ได้รับควำมร้อนที่รอยต่อ จะยังไม่กำเนิดไฟฟ้ำขึ้นมำ เป็นเพรำะอิเล็กตรอนในแต่ละอะตอม
ของโลหะมีพลังงำนไม่เพียงพอไม่เกิดกำรเคลื่อนท่ี เม่ือมีควำมร้อนจ่ำยให้ท่ีรอยต่อ มีพลังงำนมำกระตุ้นให้อิเล็กตรอนใน
แต่ละอะตอมเกิดกำรเคลื่อนที่ระหว่ำงอะตอม ทำให้แผ่นโลหะทั้งสองเกิดควำมไม่สมดุลของศักย์ไฟฟ้ำข้ึน แสดงเป็น
แรงดันส่งออกที่ขว้ั ต่อ นำหลักกำรไปใช้ผลติ อุปกรณไ์ ด้หลำยชนิด เชน่ เครอ่ื งตรวจวัดอุณหภูมิ และอุปกรณ์ควบคุมกำร
ทำงำนดำ้ นอุณหภูมิ เป็นต้น
3.5 ไฟฟา้ เกดิ จากปฏกิ ริ ิยาเคมี
ไฟฟำ้ เกิดจำกปฏิกริ ิยำเคมี เปน็ ไฟฟำ้ เกิดข้ึนจำกกำรนำแท่งโลหะต่ำงกันมำ 2 ชนิด เชน่ แท่งทองแดง และแท่ง
สงั กะสี จุ่มลงในกรดกำมะถันเจือจำง (H2SO4) ทีบ่ รรจุลงในถ้วยแก้ว ผลดังกล่ำวทำให้เกิดกำรแยกตัวของประจุไฟฟ้ำขึ้นที่
แท่งโลหะท้ังสอง มีประจุไฟฟ้ำลบ (–) ไปรวมตัวอยู่ด้ำนแท่งสังกะสี ทำให้แท่งสังกะสีแสดงศักย์ไฟฟ้ำลบ (–) ออกมำ มี
ประจุไฟฟ้ำบวก(+) ไปรวมตัวอยู่ด้ำนแท่งทองแดง ทำให้แท่งทองแดงแสดงศักย์ไฟฟ้ำบวก (+) ออกมำ กำรตรวจสอบ
ไฟฟ้ำเกิดจำกปฏิกิริยำเคมี ทำได้โดยใช้โวลต์มิเตอร์วัดแรงดัน วัดคร่อมที่ขั้วโลหะท้ังสอง โวลต์มิเตอร์จะแสดงค่ำแรงดัน
ออกมำ ไฟฟ้ำเกดิ จำกปฏิกริ ยิ ำเคมแี บบพน้ื ฐำนมีช่อื เรียกว่ำ โวลตำอิกเซลล์ (VoltaicCell) ไฟฟำ้ เกิดจำกปฏิกิริยำเคมีท่ผี ลิต
มำออกมำใช้งำนจรงิ มชี อื่ เรียกวำ่ แบตเตอร่ี (Battery) ไฟฟ้ำเกดิ จำกปฏิกิรยิ ำเคมี แสดงดังรูปท่ี 3.6
(ก) ทดสอบกำรเกดิ ไฟฟำ้ จำกปฏกิ ริ ยิ ำเคมี (ข) แบตเตอร่ี
รปู ที่ 3.6 ไฟฟำ้ เกิดจำกปฏกิ ริ ิยำเคมี
แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ให้กำเนิดไฟฟ้ำเกิดจำกปฏิกิริยำทำงเคมี ท่ีผลิตขึ้นมำใช้งำนจริง ใช้หลักกำร
ทำงำนของโวลตำอิกเซลล์ มำพัฒนำโดยสรำ้ งให้มจี ำนวนเซลล์ไฟฟำ้ ภำยในเพมิ่ มำกข้ึน นำเซลล์ไฟฟ้ำมำต่อ รว่ มกัน ทำให้
ได้คำ่ แรงดนั และกระแสเพมิ่ สูงข้นึ นำไปใช้งำนกนั อปุ กรณ์ไฟฟำ้ และอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนกิ สไ์ ด้อยำ่ งกวำ้ งขวำงมำกมำย
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ และประเภทไฟฟา้ ...............................................
3.6 ไฟฟา้ เกดิ จากแสงสว่าง
ไฟฟ้ำเกิดจำกแสงสว่ำง เป็นไฟฟ้ำเกิดขึ้นจำกกำรใช้อุปกรณ์จำพวกสำรกึ่งตัวนำ (Semi conductor) ท่ีมี
ควำมไวตอ่ แสงมำต่อใชง้ ำน เม่อื มีแสงมำตกกระทบบนสำรก่ึงตวั นำ จะสำมำรถให้กำเนิดไฟฟ้ำออกมำได้ อปุ กรณ์ท่ี
นำมำใช้งำนอย่ำงแพร่หลำยมีชอ่ื เรียกวำ่ เซลลแ์ สงอำทิตยห์ รือโซลำร์เซลล์ (SolarCell) โครงสรำ้ งเซลล์แสงอำทติ ย์
ผลิตมำจำกสำรกง่ึ ตัวนำต่ำงชนิดกัน 2 ชนิด ต่อชนกัน ชนิดหนึ่งมีศักยไ์ ฟฟ้ำบวก (+) อีกชนิดหน่ึงมีศักย์ไฟฟ้ำลบ (–)
เม่ือมีแสงส่องมำตกกระทบสำรก่ึงตัวนำท่ีต่อชนกัน จะทำให้เกิดกำรแยกตัวของศักย์ไฟฟ้ำ จ่ำยเป็นแรงดันออกมำ
ไฟฟ้ำเกิดจำกแสงสวำ่ ง แสดงดังรปู ท่ี 3.7
+ DCV-
N
P
(ก) เซลลแ์ สงอำทิตย์ (ข) ทดสอบกำรเกดิ ไฟฟ้ำจำกแสงสวำ่ ง
รูปที่ 3.7 ไฟฟำ้ เกิดจำกแสงสว่ำง
เซลล์แสงอำทิตย์ ผลิตมำจำกสำรกึ่งตัวนำซิลิคอน (Silicon ; Si) มี 2 ชนิด คือ ชนิด Pท่ีมีโปรตอน หรือ
ศักย์ไฟฟ้ำบวก (+) มำกกว่ำปกติ และสำรชนิด N ที่มีอิเล็กตรอน หรือศักย์ไฟฟ้ำลบ (–) มำกกว่ำปกติ นำมำประกบ
ติดกัน ส่วนนอกของสำรชนิด P และสำรชนิด Nถูกปิดด้วยแผ่นโลหะอีกช้ัน ใช้ต่อเป็นขั้วจ่ำยแรงดันออกมำ ด้ำน
สำรชนิด P มีข้ัวไฟฟำ้ ออกมำเปน็ บวก (+)ด้ำนสำรชนดิ N มีข้วั ไฟฟ้ำออกมำเปน็ ลบ (–) แผ่นโลหะด้ำนสำรชนิด N
เจำะเป็นช่องมฉี นวนโปร่งใสปิดทับด้ำนบนอีกชัน้ เพื่อใชร้ ับแสงให้ส่องมำตกกระทบสำรก่งึ ตวั นำชนดิ N
3.7 ไฟฟ้าเกิดจากสนามแมเ่ หลก็
ไฟฟ้ำเกิดจำกสนำมแม่เหล็ก เกิดข้ึนได้จำกกำรใช้เส้นลวดตัวนำเคลื่อนท่ีตัดผ่ำนสนำม แม่เหล็ก
หรือใชส้ นำมแม่เหลก็ เคล่อื นทตี่ ดั ผำ่ นเส้นลวดตวั นำ ผลกำรเคลอื่ นที่ตัดผำ่ นกนั ทำให้เสน้ ลวดตวั นำกำเนิดแรงดนั
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ และประเภทไฟฟา้ ...............................................
ข้ึนมำ เรียกว่ำแรงเคลื่อนไฟฟ้ำเหนี่ยวนำ (Induced Electromotive Force; Induced EMF) กำรเคล่ือนที่ตัดผ่ำนกัน
ของสนำมแม่เหล็กและเส้นลวดตัวนำ จะต้องทำอย่ำงต่อเน่ืองตลอดเวลำ ไฟฟ้ำเกิดจำกสนำมแม่เหล็ก เป็นกำรกำเนิด
ไฟฟ้ำที่มีควำมสำคญั ต่อกำรใชง้ ำนมำก ถูกนำไปใช้งำนอย่ำงกวำ้ งขวำง และแพร่หลำย อุปกรณ์ที่ผลิตข้ึนมำใช้งำนจริงมีช่ือ
เรยี กวำ่ เครอื่ งกำเนดิ ไฟฟำ้ (Generator) ไฟฟำ้ เกดิ จำกสนำมแมเ่ หลก็ แสดงดังรปู ท่ี 3.8
(ก) เครอ่ื งกำเนิดไฟฟำ้ (ข) ทดสอบกำรเกดิ ไฟฟำ้ จำกสนำมแม่เหล็ก
รูปที่ 3.8 ไฟฟ้ำเกดิ จำกสนำมแมเ่ หล็ก
3.8 ประเภทไฟฟ้า
ไฟฟำ้ ท่ผี ลติ ขึ้นมำใช้งำน สำมำรถให้กำเนิดขน้ึ มำไดจ้ ำกแหล่งกำเนดิ ไฟฟำ้ หลำยชนิดแตกตำ่ งกนั ดังท่ีกล่ำวมำ แต่
จะผลิตพลังงำนไฟฟ้ำออกมำเหมือนกัน เพียงแต่พลังงำนไฟฟ้ำท่ีได้ออกมำมีคุณสมบัติในตัวเองที่แตกต่ำงกันไป ใน
รูปแบบของไฟฟ้ำท่ีกำเนิดขึ้นมำ ซึ่งสำมำรถแบ่งไฟฟ้ำออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ไฟฟ้ำสถิต (StaticElectricity)
และไฟฟ้ำกระแส (CurrentElectricity)ไฟฟ้ำทั้งสองประเภทมีคุณลักษณะของกำรให้กำเนิด และกำรนำไฟฟ้ำไปใช้
ประโยชน์ทแ่ี ตกตำ่ งกนั
3.8.1 ไฟฟา้ สถติ
ไฟฟ้ำสถิต เป็นไฟฟ้ำท่ีเกิดขึ้นได้เองตำมธรรมชำติ เช่น ฟ้ำร้อง ฟ้ำแลบ ฟ้ำผ่ำ และจำกกำรเสียดสีของ
วัตถุแตกต่ำงกัน 2 ชนิด เป็นต้น กำรเกิดไฟฟ้ำสถิต สำเหตุเกิดมำจำกควำมไม่สมดุลของประจุไฟฟ้ำบวก (+) และประจุ
ไฟฟ้ำลบ (–) ท่ีสองตำแหน่งแตกต่ำงกัน หรือท่ีวัตถุ 2 ชนิดแตกต่ำงกัน เกิดควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำขึ้นมำพร้อมจะถ่ำยเท
ประจุไฟฟ้ำเข้ำหำกัน เมื่อมีควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำมำกพอ แสดงให้เห็นได้จำกปรำกฏกำรณ์ธรรมชำติเกิดขึ้นในขณะฝนฟ้ำ
คะนอง จะเกิดกำรถ่ำยเทประจไุ ฟฟ้ำระหว่ำงกอ้ นเมฆที่อยู่ใกลก้ ัน เรยี กวำ่ ฟ้ำแลบ และกำรถำ่ ยเทประจุไฟฟ้ำจำกกอ้ นเมฆ
ลงสพู่ น้ื ดนิ เรยี กว่ำ ฟ้ำผำ่ กำรเกิดฟ้ำแลบ และฟ้ำผ่ำ แสดงดงั รูปท่ี 3.9
นอกจำกน้ันไฟฟำ้ สถิตยงั สำมำรถผลติ ข้ึนมำได้ด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้ำสถิต มีช่อื เรียกว่ำ เคร่ือง
กำเนิดไฟฟำ้ สถิตแวนเดอกรำฟ (VandeGraaffStaticGenerator) ใช้หลกั กำรเสียดสีกันของวตั ถุต่ำงชนิดท่ีเหมำะสม
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....แหลง่ กาเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟา้ ...............................................
กัน 2 ชนิด ทำให้เกิดกำรแยกตัวของประจุไฟฟ้ำบวก (+) และประจุไฟฟ้ำลบ (–) เกิดเป็นควำมต่ำงศักย์ไฟฟ้ำ
ขน้ึ มำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้ำสถิตแวนเดอกรำฟ แสดงดงั รูปท่ี 3.10
รูปท่ี 3.9 กำรเกิดฟำ้ แลบและฟ้ำผำ่ รปู ที่ 3.10เครือ่ งกำเนิดไฟฟำ้ สถติ แวนเดอกรำฟ
ไฟฟ้ำสถิต ถูกนำไปประยุกต์ใช้งำนอย่ำงแพร่หลำย นิยมนำไปใช้งำนโดยอำศัยคุณสมบัติประจุไฟฟ้ำ
ต่ำงกันจะดดู กนั ไปใช้ดดู วัสดุช้ินเล็กๆ ให้ไปเกำะกบั สง่ิ ทต่ี อ้ งกำร สำมำรถพัฒนำไปใช้ประโยชนก์ ับอุปกรณ์ไฟฟ้ำชนิดตำ่ งๆ
เช่น เคร่ืองพิมพ์เลเซอร์ เคร่ืองถ่ำยเอกสำร เคร่ืองกำจัดฝุ่นละออง เคร่ืองทำอำกำศบริสุทธ์ิ เครื่องพ่นสี และเครื่องผลิต
กระดำษทรำย เป็นตน้
3.8.2 ไฟฟา้ กระแส
ไฟฟ้ำกระแส เป็นไฟฟ้ำท่ีผลิตขึ้นมำใช้งำนจำกแหล่งกำเนิดไฟฟ้ำแตกต่ำงกัน แต่กำรจ่ำยไฟฟ้ำไปใช้
งำน จะต้องเกิดจำกกำรเคล่ือนที่ของอิเล็กตรอนในเวลำใช้งำนเหมือนกัน โดยจะมีกระแสไหลในวงจรไฟฟ้ำ ป้อนไปให้
เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้ำชนดิ ต่ำงๆ ทำงำน เกดิ ประโยชนต์ ่อกำรใช้งำนอยำ่ งกว้ำงขวำง ถกู นำไปใช้งำนอย่ำงแพร่หลำย ไฟฟำ้ กระแส
แบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 ชนิด คือ ไฟฟำ้ กระแสตรง (DirectCurrent) และไฟฟำ้ กระแสสลับ (AlternatingCurrent)
1. ไฟฟ้ำกระแสตรง เป็นไฟฟ้ำท่ีกำเนิดขึ้นมำจำกแหล่งกำเนิดไฟฟ้ำ ที่มีขั้วไฟฟ้ำจ่ำยศักย์ไฟฟ้ำออกมำ
แน่นอนตำยตัว คือ มีศักย์บวก (+) ข้ัวหน่ึง และมีศักย์ลบ (–) อีกข้ัวหน่ึง แน่นอนไม่เปลี่ยนแปลง เม่ือนำไปใช้งำนจะเกิด
กระแสไหลในทิศทำงเดียวตลอดเวลำ และมีระดับแรงดันจ่ำยออกมำคงท่ีตลอดเวลำเช่นเดียวกัน แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำกระแส
ตรงทีผ่ ลิตออกมำใชง้ ำน เชน่ ถ่ำนไฟฉำย และแบตเตอรร่ี ถยนต์ เป็นตน้ แหล่งจ่ำยแรงดนั ไฟตรง แสดงดังรูปท่ี 3.11
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟา้ ...............................................
+ +12 V
-
0
(ก) แบตเตอรี่ (ข) สัญลกั ษณ์ (ค) ระดบั แรงดนั ไฟตรงจำ่ ยออกมำ
รูปท่ี 3.11 แหล่งจ่ำยแรงดนั ไฟตรง
2. ไฟฟ้ำกระแสสลับ เป็นไฟฟ้ำที่กำเนิดข้ึนมำจำกแหล่งกำเนิดไฟฟ้ำ ท่ีมีขั้วไฟฟ้ำจ่ำยศักย์ไฟฟ้ำออกมำไม่
แนน่ อน แต่ละข้ัวไฟฟ้ำสำมำรถจ่ำยศกั ยไ์ ฟฟำ้ ออกมำเปลยี่ นแปลงสลบั ไปสลับมำทงั้ ศกั ยไ์ ฟฟ้ำบวก (+) และศกั ย์ไฟฟำ้ ลบ (–)
เม่ือนำไปใช้งำนจะเกิดกระแสไหลมีทิศทำงกลับไปกลับมำเปล่ียนแปลงตลอดเวลำ และมีระดับแรงดันจ่ำยออกมำ
เปลีย่ นแปลงตลอดเวลำไม่คงท่ี บำงเวลำมีค่ำสูง บำงเวลำมีค่ำต่ำ แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำกระแสสลับที่ผลิตมำใช้งำน ได้แก่
เครือ่ งกำเนิดไฟฟ้ำกระแสสลับ (AC Generator) แหลง่ จำ่ ยแรงดนั ไฟสลับ แสดงดังรปู ที่ 3.12
+311 V
0
-311 V
(ก) เครือ่ งกำเนดิ แรงดนั ไฟสลบั (ข) สญั ลกั ษณ์ (ค) ระดบั แรงดนั ไฟสลบั จำ่ ยออก
รปู ที่ 3.12 แหลง่ จ่ำยแรงดันไฟสลับ
ไฟฟ้ำกระแสสลับเป็นไฟฟ้ำที่ถูกนำไปใช้งำนในปริมำณมำกท่ีสุด มีบทบำท มีควำมสำคัญต่อกำรใช้งำน กำรคิดค้น
วธิ ีผลิตไฟฟ้ำขึ้นมำใช้งำนจึงเป็นเร่ืองท้ำทำย กำรให้กำเนิดแรงดันไฟสลับ จะสำมำรถใช้พลังงำนในกำรขับเคลื่อนเครอ่ื ง
กำเนิดไฟฟำ้ กระแสสลับให้ทำงำนได้หลำยวิธี เช่น ใช้พลงั น้ำ สร้ำงไว้ในรูปเข่ือนเก็บกักนำ้ ใช้พลังลม สร้ำงไว้ในรูปกังหัน
ลม และใช้เชื้อเพลิงหลำยชนิด เช่น ถ่ำนหิน ก๊ำซธรรมชำติ น้ำมัน ก๊ำซชีวภำพ และปรมำณู เป็นต้น ไปขับเคลื่อนให้
เคร่ืองจักรกลทำงำน ส่งไปขบั เคล่ือนเครอื่ งกำเนิดไฟฟ้ำกระแสสลับ กำรกำเนิดไฟฟ้ำด้วยเขอื่ น และกงั หันลม แสดงดังรปู ท่ี
3.13
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....แหล่งกาเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า...............................................
(ก) กำเนดิ ไฟฟำ้ ดว้ ยเขือ่ น (ข) กำเนิดไฟฟำ้ ด้วยกงั หนั ลม
รูปที่ 3.13 วธิ กี ำรผลติ ไฟฟำ้ กระแสสลับ
กำรเกบ็ กกั นำ้ ไว้ในเข่ือน นอกจำกไว้สำรองน้ำเพ่อื กำรเกษตรแล้ว ยังนำไปใช้ประโยชน์ชว่ ยขับเคลือ่ นกงั หันไปปน่ั
เครอ่ื งกำเนิดไฟฟ้ำกระแสสลบั ให้กำเนดิ ไฟฟ้ำขึน้ มำ ถอื เปน็ แหล่ง กำเนดิ ไฟฟ้ำทสี่ ำคัญของประเทศแหล่งหนึง่
แต่ด้วยกำรสร้ำงเขื่อนมีควำมย่งุ ยำกหลำยประกำร และกำรสร้ำงเขอ่ื นเพ่ิมขึ้นใหม่ทำได้ยำกมำกขึ้น จึง
หนั มำหำวิธีกำรกำเนิดไฟฟ้ำวิธีอ่ืนช่วยทดแทน และเพ่ือให้ทันกับควำมตอ้ งกำรใช้งำนท่ีมีเพิ่มมำกขึ้นทุกขณะ กำรใช้กังหัน
ลมช่วยในกำรขับเคลือ่ นเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟ้ำกระแสสลบั จึงถูกพัฒนำมำใช้งำน เพรำะทำได้ง่ำยกว่ำ และลมในประเทศไทย
ก็มมี ำกพอในกำรขับเคล่ือนกังหันช่วยปน่ั ให้กำเนดิ ไฟฟำ้ ขึ้นมำ
3.9 บทสรปุ
แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำคือแหล่งให้กำเนิดพลังงำนไฟฟ้ำ เพ่ือใช้ป้อนอุปกรณ์ไฟฟ้ำชนิดต่ำงๆไปทำให้เกิดกำร
เปล่ียนแปลงพลังงำนไปอยใู่ นรูปพลงั งำนต่ำงๆ ไฟฟำ้ เกิดขึ้นได้จำกแหล่งกำเนิดหลำยชนิดแตกตำ่ งกันไป แบ่งออกได้เป็น 6
ชนิด คือ ไฟฟ้ำเกิดจำกกำรเสียดสี เกิดขึ้นจำกกำรนำวัตถุตำ่ งกัน 2 ชนิดมำเสียดสีกนั ไฟฟำ้ เกดิ จำกกำรทำปฏิกริ ิยำทำงเคมี
ทำไดโ้ ดยใช้แท่งโลหะ 2 แท่ง จุ่มลงในกรดกำมะถนั เจือจำง ไฟฟำ้ เกดิ จำกควำมร้อน ทำได้โดยใช้โลหะ 2 ชนิดเช่ือมตดิ กันท่ี
ปลำยด้ำนหนึ่ง และให้ควำมร้อนท่ีปลำยด้ำนเช่ือมติดกันน้ัน ไฟฟ้ำเกิดจำกแสงสว่ำง กำเนิดข้ึนได้จำกอุปกรณ์เซลล์
แสงอำทิตย์ เป็นอุปกรณ์จำพวกสำรกึ่งตัวนำ ไฟฟ้ำเกิดจำกแรงกดดัน ผลิตได้จำกแร่ควอตซ์ เมื่อมีแรงกดดันหรือ
แรงสนั่ สะเทือนให้แร่ควอตซ์ และไฟฟ้ำเกิดจำกสนำม แม่เหล็ก โดยกำรตดั ผำ่ นกันของเสน้ ลวดตวั และสนำมแมเ่ หล็ก
ไฟฟำ้ สถิตเปน็ ไฟฟำ้ ทีเ่ กดิ ขน้ึ เองตำมธรรมชำติ หรือเกิดจำกกำรเสยี ดสีของวตั ถุ 2 ชนดิ ส่วนไฟฟ้ำกระแสเกดิ ข้นึ
จำกแหล่งกำเนิดไฟฟำ้ หลำยชนดิ ขณะเกดิ ไฟฟ้ำตอ้ งมกี ำรเคลือ่ นท่ีของอิเล็กตรอนตลอดเวลำ ไฟฟ้ำกระแสตรงเป็นไฟฟำ้ ที่
ทศิ ทำงกำรไหลของกระแสมีทิศทำงเดียว ส่วนไฟฟำ้ กระแสสลบั มีทิศทำงกำรไหลของกระแสไฟฟ้ำสลบั ไปสลับมำตลอดเวลำ
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....แหล่งกาเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า..............................................
แบบทดสอบบทท่ี 3
แหล่งกาเนิดไฟฟา้ และประเภทของไฟฟ้า
วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อประเมินความรู้ของนักศกึ ษาเกย่ี วกับเรือ่ ง แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ และประเภทของไฟฟ้า
เขียนเครือ่ งหมำยกำกบำท (X) ลงในข้อทีถ่ ูกต้องทีส่ ดุ
1. จำกทฤษฎีอะตอมกล่ำวว่ำ ส่วนท่ีเล็กที่สุดของวัตถุหรอื สสำร ที่ยังคงแสดงคุณสมบัติของวัตถุ หรือสสำรเดิมอยู่
คอื ส่วนใด
ก. นวิ เคลียส ข. โมเลกลุ
ค. อะตอม ง. ธำตุ
2. ภำยในอะตอมของวตั ถหุ รือสสำร ส่วนที่เคลื่อนท่ีตลอดเวลำคอื อะไร
ก. นิวเคลียส ข. โปรตอน
ค. นวิ ตรอน ง. อิเลก็ ตรอน
3. วตั ถุ หรอื สสำร ทุกชนิดมปี ระจุไฟฟำ้ ภำยในตัวเอง เหตใุ ดในสภำวะปกตจิ งึ ไม่แสดงอำนำจไฟฟ้ำออกมำ
ก. ศกั ยข์ องประจไุ ฟฟ้ำเกิดสภำวะสมดลุ ข. พลงั งำนภำยนอกมีแรงตำ้ นมำกกว่ำ
ค. ศักย์ไฟฟ้ำถกู ซอ่ นเก็บไว้ ง. ประจุไฟฟำ้ เสอื่ มสภำพ
4. ถำ่ นไฟฉำยใช้หลกั กำรผลติ ไฟฟ้ำจำกแหล่งกำเนิดไฟฟำ้ ชนิดใด
ก. ควำมร้อน ข. แรงกดดนั
ค. ปฏกิ ิริยำเคมี ง. สนำมแม่เหลก็
5. อปุ กรณ์ที่ให้กำเนิดไฟฟำ้ จำกกำรสน่ั สะเทือนคืออะไร
ก. ผลึกแร่ควอตซ์ ข. เทอรโ์ มคปั เปลิ
ค. โวลตำอิกเซลล์ ง. โซลำร์เซลล์
6. กำรหมุนของกังหันลมผลติ ไฟฟำ้ ใช้หลักกำรผลิตไฟฟำ้ จำกแหลง่ กำเนดิ ไฟฟ้ำชนิดใด
ก. ควำมร้อน ข. แรงกดดนั
ค. กำรเสียดสี ง. สนำมแม่เหล็ก
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า......................................
แบบทดสอบบทที่ 3
แหลง่ กาเนิดไฟฟ้าและประเภทของไฟฟ้า
วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อประเมินความรู้ของนกั ศึกษาเกย่ี วกับเร่ือง แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าและประเภทของไฟฟ้า
เขียนเครอ่ื งหมำยกำกบำท (X) ลงในขอ้ ทถ่ี ูกต้องที่สุด
7. อุปกรณ์ที่ให้กำเนิดไฟฟำ้ จำกควำมร้อนคืออะไร
ก. ผลึกแรค่ วอตซ์ ข. เทอรโ์ มคัปเปิล
ค. โวลตำอิกเซลล์ ง. โซลำร์เซลล์
8. เครื่องทำอำกำศบริสทุ ธ์ิใช้หลกั กำรทำงำนจำกแหลง่ กำเนิดไฟฟ้ำชนดิ ใด
ก. ควำมร้อน ข. แรงกดดนั
ค. กำรเสยี ดสี ง. สนำมแม่เหล็ก
9. สำเหตทุ ีท่ ำใหเ้ กิดฟำ้ ผำ่ คอื อะไร
ก. กำรถ่ำยเทประจุไฟฟ้ำจำกก้อนเมฆลงสพู่ ื้นดิน
ข. เกดิ ควำมตำ่ งศักย์ไฟฟ้ำระหวำ่ งสองจุด
ค. กำรถ่ำยเทประจไุ ฟฟำ้ ระหว่ำงกอ้ นเมฆ
ง. เกิดควำมไมส่ มดุลของประจุไฟฟำ้
10. แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำทจี่ ดั อยใู่ นประเภทไฟฟ้ำสถติ คอื ไฟฟ้ำกำเนิดไดจ้ ำกอะไร
ก. ควำมรอ้ น ข. แรงกดดนั
ค. กำรเสยี ดสี ง. สนำมแม่เหลก็
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย......แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า....................................
เรือ่ ง....................แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำจำกมะนำว..............จานวนชวั่ โมงสอน.................
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ รายการเรยี นรู้
- จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. ลกู มะนำวสด 3 ผล
1. บอกข้นั ตอนกำรสร้ำงแหล่งกำเนิดไฟฟำ้ จำกลูก 2. ตะปยู ำว 4 ซม. 3 ตวั
มะนำวได้ 3. ลวดทองแดงยำว 4 ซม. 3 ท่อน
2. แสดงวธิ ีกำรทดสอบคำ่ แรงดันที่เกดิ ขึ้นได้ 4. ไดโอดเปล่งแสง (LED) 1 ตวั
3. เกิดควำมประหยัดในกำรปฏิบตั งิ ำน 5. ดิจติ อลมลั ติมิเตอร์ 1 เครื่อง
6. สำยตอ่ วงจร 1 ชุด
- ลำดับขั้นกำรทำงำน ขอ้ ควรระวัง
1.นำตะปู และลวดทองแดง เสียบลงในลูกมะนำว ให้มี .......................................................................................
ระยะห่ำงจำกกันของโลหะทั้งสองมำกท่ีสุดทั้ง 3 ผล จะได้ .......................................................................................
ขว้ั แรงดันออกมำ ด้ำนตะปูเป็นขั้วลบ (–) ด้ำนลวดทองแดง มอบงำน
เปน็ ข้ัวบวก (+) .......................................................................................
2. ต่อวงจรแหล่งกำเนิดแรงดันจำกลูกมะนำวแบบ .......................................................................................
อนุกรมกัน ตำมรูปท่ี 3.1 วดั ผล/ประเมินผล
3. ใช้ดิจิตอลมัลติมิเตอรต์ ้ังค่ำท่ีดีซีโวลต์มิเตอร์ย่ำนโวลต์ 1.ประเมนิ ผลจำควำมต้ังใจในกำรปฏบิ ตั งิ ำน
ตำ่ นำไปวัดท่ีขั้วโลหะทั้งสองของแหล่งกำเนิดแรงดันชุด 2.ประเมินผลจำกงำนทีไ่ ดร้ ับมอบหมำย
แรกท่ีตำแหน่งวัด 1 – 2 ขั้วลบมิเตอร์วัดท่ีตะปู (–)
ขั้วบวกมิเตอร์วัดท่ีลวดทองแดง (+) อ่ำนค่ำแรงดันท่ีวัด
ได้ บนั ทึกคำ่ ลงในตำรำงที่ 3.1 ชอ่ งตำแหน่งท่วี ัด 1 – 2
4. วัดแรงดันตำมตำแหน่งในตำรำงที่ 3.1 ช่องตำแหน่ง
ท่ีวัดที่เหลือทั้งหมด ตำมลำดับ บันทึกค่ำลงในตำรำงท่ี
3.1
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย......แหล่งกาเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟา้ ....................................
เรื่อง....................แหลง่ กำเนิดไฟฟำ้ จำกมะนำว..............จานวนชวั่ โมงสอน.................
+ DCV- 2 3
+-
1 4
- +- +
รปู ที่ 3.1 แหลง่ กำเนดิ ไฟฟำ้ จำกมะนำว
ตารางที่ 3.1 แรงดันทว่ี ัดไดจ้ ำกแหลง่ กำเนิดไฟฟ้ำจำกมะนำว
ตำแหน่งทีว่ ัดที่ 1–2 2–3 3–4 1–3 1–4
แรงดัน (V)
5. นำ LED มำต่อแทนดิจิตอลมัลติมิเตอร์ ทดสอบครั้งแรกให้ LED เปล่งแสงก่อน โดยนำขำท้ังสองของ
LED คร่อมที่ขั้วแหล่งกำเนิดแรงดันตำแหน่ง 1 – 3 สลับขำ K และขำ A ไปมำ ใช้ตำแหน่งที่ LED เปล่งแสงสว่ำง
ขึ้นมำ ยำ้ ยขำ LED มำต่อทข่ี ำ 1 – 2 ตอ่ วงจรตำมรูปท่ี 3.2
LED 2 3
KA +-
1 4
- +- +
รูปท่ี 3.2 ทดสอบกระแสไหลผ่ำนไดโอดเปล่งแสง
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย......แหล่งกาเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟา้ ....................................
เร่ือง....................แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำจำกมะนำว..............จานวนชวั่ โมงสอน.................
ตารางท่ี 3.2 ควำมสว่ำงของไดโอดเปล่งแสง
ตำแหนง่ ท่วี ดั ที่ 1–2 1–3 1–4
ควำมสว่ำงของ LED
สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..........
............................................................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. ค่ำแรงดนั ที่เกดิ ขึน้ จำกลูกมะนำวแต่ละลูกเทำ่ กันหรือแตกตำ่ งกันอยำ่ งไร แรงดันท่ตี ่ออนกุ รมกันมีค่ำ
เพมิ่ ข้นึ หรือไม่ เพรำเหตุใดจึงเปน็ เช่นน้ัน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….............
............................................................................................................................. .........................................................
......................................................................................................................................................................................
..
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย......แหล่งกาเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า....................................
เรอ่ื ง....................แหลง่ กำเนิดไฟฟำ้ จำกมะเขือเทศ..............จานวนชวั่ โมงสอน.................
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ รายการเรยี นรู้
- จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม 1. ลกู มะเขือเทศสด 3 ผล
1. บอกขนั้ ตอนกำรสร้ำงแหล่งกำเนดิ ไฟฟ้ำจำกมะเขือ 2. ตะปยู ำว 4 ซม. 3 ตวั
เทศได้ 3. ลวดทองแดงยำว 4 ซม. 3 ทอ่ น
2. แสดงวธิ กี ำรทดสอบคำ่ แรงดนั ท่ีเกิดข้นึ ได้ 4. ไดโอดเปล่งแสง (LED) 1 ตวั
3. มีควำมรับผดิ ชอบในกำรปฏิบัตงิ ำน 5. ดจิ ติ อลมลั ติมิเตอร์ 1 เคร่ือง
6. สำยตอ่ วงจร 1 ชุด
- ลำดับขนั้ กำรทำงำน ข้อควรระวงั
1.นำตะปู และลวดทองแดง เสียบลงในลกู มะเขือเทศ .......................................................................................
ให้มีระยะหำ่ งจำกกันของโลหะท้งั สองมำกท่ีสดุ ทั้ง 3 ผล .......................................................................................
จะได้ขวั้ แรงดันออกมำ ด้ำนตะปเู ปน็ ข้วั ลบ (–) ด้ำน มอบงำน
ลวดทองแดงเป็นขั้วบวก (+) .......................................................................................
2. ต่อวงจรแหล่งกำเนิดแรงดันจำกลกู มะเขอื เทศแบบ .......................................................................................
อนกุ รมกนั ตำมรูปที่ 3.3 วัดผล/ประเมินผล
3. ใช้ดิจิตอลมลั ติมเิ ตอรต์ ้ังคำ่ ท่ีดซี โี วลต์มิเตอร์ย่ำนโวลต์ 1.ประเมินผลจำควำมต้ังใจในกำรปฏบิ ัตงิ ำน
ต่ำ นำไปวดั ท่ีขั้วโลหะท้ังสองของแหล่งกำเนิดแรงดันชุด 2.ประเมนิ ผลจำกงำนท่ไี ด้รบั มอบหมำย
แรกที่ตำแหนง่ วัด 1 – 2 ขัว้ ลบมิเตอรว์ ัดทต่ี ะปู (–)
ขวั้ บวกมิเตอรว์ ดั ท่ลี วดทองแดง (+) อำ่ นคำ่ แรงดันทว่ี ัด
ได้ บนั ทกึ ค่ำลงในตำรำงท่ี 3.3 ชอ่ งตำแหน่งทีว่ ดั 1 – 2
4. วัดแรงดนั ตำมตำแหนง่ ในตำรำงท่ี 3.3 ช่องตำแหน่ง
ท่วี ดั ท่ีเหลือทัง้ หมด ตำมลำดับ บันทกึ ค่ำลงในตำรำงท่ี
3.3
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย......แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าและประเภทไฟฟา้ ....................................
เรอ่ื ง....................แหลง่ กำเนิดไฟฟำ้ จำกมะเขือเทศ..............จานวนชวั่ โมงสอน.................
+ DCV- 2 3
+-
1 +- 4
- +
รูปที่ 3.3 แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำจำกมะเขือเทศ
ตารางที่ 3.3 แรงดนั ท่ีวดั ไดจ้ ำกแหล่งกำเนิดไฟฟ้ำจำกมะเขือเทศ
ตำแหน่งที่วดั ท่ี 1–2 2–3 3–4 1–3 1–4
แรงดนั (V)
5. นำ LED มำต่อแทนดิจิตอลมลั ติมิเตอร์ ทดสอบคร้ังแรกให้ LED เปล่งแสงก่อน โดยนำขำท้งั สองของ LED คร่อมที่ข้วั
แหลง่ กำเนิดแรงดนั ตำแหน่ง 1 – 3 สลบั ขำ K และขำ A ไปมำ ใชต้ ำแหน่งท่ี LED เปล่งแสงสวำ่ งข้ึนมำ ยำ้ ยขำ LED มำตอ่ ท่ีขำ 1 –
2 ตอ่ วงจรตำมรูปที่ 3.4
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย......แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า....................................
เรอื่ ง....................แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำจำกมะเขือเทศ..............จานวนชวั่ โมงสอน.................
LED
KA 2 3
+-
1 +- 4
- +
รปู ที่ 3.4 ทดสอบกระแสไหลผำ่ นไดโอดเปลง่ แสง
ตารางท่ี 3.4 ควำมสวำ่ งของไดโอดเปล่งแสง
ตำแหน่งที่วดั ท่ี 1–2 1–3 1–4
ควำมสวำ่ งของ LED
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
คาถามและการวิเคราะห์
1. ค่ำแรงดนั ทเี่ กิดขึ้นจำกลูกมะเขือเทศแต่ละลูกเท่ำกันหรอื แตกต่ำงกันอยำ่ งไร แรงดันทตี่ อ่ อนุกรมกันมคี ่ำ
เพิม่ ขึน้ หรอื ไม่ เพรำเหตใุ ดจงึ เปน็ เชน่ นน้ั
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
พส.9
แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี......4.....
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น เวลารวม..72...ชม.
ชอ่ื หน่วย........กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ..............................
สปั ดาห.์ ...4.../18
เรอ่ื ง..............กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ................................ จานวน.......4..ชม.
1. สาระสาคญั
กฎของโอห์มกำหนดขึ้นมำจำกควำมสัมพันธ์ของแรงดัน กระแส และควำมต้ำนทำน เกิดข้ึนตำมควำมเป็นจริงของ
กำรทำงำนในวงจรไฟฟ้ำ คือวงจรไฟฟ้ำต้องประกอบด้วยส่วนประกอบอย่ำงน้อย 3 ส่วน คือแรงดัน กระแส และ
ควำมต้ำนทำน วงจรไฟฟ้ำจึงสำมำรถทำงำนได้ ควำมสัมพันธ์เป็นดังนี้ จำนวนของกระแสท่ีไหลในวงจรไฟฟ้ำ
เปลี่ยนแปลงไปตำมค่ำแรงดันท่ีจ่ำยให้กับวงจรน้ัน แต่เปล่ียนแปลงเป็นส่วนกลับกับควำมต้ำนทำนในวงจร กฎของ
โอหม์ เขยี นออกมำเปน็ สตู รได้ I = E / R
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1.สำมำรถแก้ปญั หำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์มได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.บอกคุณสมบัติของศักย์ไฟฟ้ำและประจุไฟฟ้ำได้
2.เขยี นสมกำรกฎของโอห์มได้
3.คำนวณแกป้ ัญหำวงจรไฟฟำ้ ดว้ ยกฎของโอห์มได้
4.เขียนสมกำรกำลังไฟฟำ้ สัมพันธ์กับกฎของโอห์มได้
5.แสดงวธิ กี ำรแปลงหน่วยปริมำณไฟฟ้ำได้
6.คำนวณคำ่ กำลงั ไฟฟ้ำในวงจรได้
7.คำนวณหำค่ำพลงั งำนไฟฟ้ำได้
4. สาระการเรียนรู้
1.ศักย์ไฟฟำ้ และประจุไฟฟ้ำ
2.กฎของโอหม์
3.กำรแก้ปัญหำวงจรไฟฟ้ำดว้ ยกฎของโอหม์
4.ไฟฟ้ำเกิดจำกควำมรอ้ น
5.กำรแปลงหน่วยปรมิ ำณไฟฟำ้
6.กำรคำนวณค่ำกำลงั ไฟฟำ้ ในวงจรไฟฟำ้
7 พลงั งำนไฟฟ้ำ
8 บทสรุป
5. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
- แบ่งกลุ่มเรยี น รว่ มกันปฏบิ ัติใบงำน โดยใหเ้ พื่อนชว่ ยสอนเพ่อื น
6. กิจกรรมการเรียนรู้
- ตรวจควำมพรอ้ มของผเู้ รยี นโดยกำรให้เขำ้ แถวแลว้ ขำนชอ่ื เช็คกำรมำเรยี นสำย ตักเตือนใหค้ วำมรู้
เกยี่ วกับควำมมวี นิ ยั
ข้นั นา
-นำเข้ำสู่บทเรียน โดยถำมนักเรียนเก่ียวกบั กฎของโอหม์ กำลังไฟฟ้ำ และพลังงำนไฟฟ้ำ
- นกั เรียนช่วยกันตอบคำถำมตำมควำมเข้ำใจของแต่ละคน
ข้นั สอน
- ครูอธบิ ำยเรื่องเรื่อง ศักยไ์ ฟฟ้ำและประจไุ ฟฟำ้ , กฎของโอห์ม, กำรแก้ปัญหำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของ
โอห์ม, กำลงั ไฟฟำ้ สัมพนั ธ์กับกฎของโอหม์ , กำรแปลงหนว่ ย, กำรคำนวณหำคำ่ กำลงั ไฟฟ้ำ, พลังงำน
- นักเรยี นฟังกำรบรรยำยจำกครผู สู้ อน, ศึกษำจำกสื่อ/หนงั สือ, ซกั ถำมปญั หำขอ้ สงสัย
- ครซู ักถำมเกี่ยวกบั กำรแกป้ ญั หำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์มและพลงั งำนไฟฟำ้
-นกั เรียนร่วมกนั สนทนำเก่ยี วกบั กำรแกป้ ัญหำวงจรไฟฟ้ำดว้ ยกฎของโอหม์ และพลงั งำนไฟฟำ้
- ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มทำใบงำนเรอื่ ง กำรแก้ปัญหำวงจรไฟฟำ้ ดว้ ยกฎของโอห์ม
- นักเรยี นจดบันทึกยอ่ , ถำมตอบ, ช่วยเหลอื กันในกลุ่ม,ทำใบงำน
- ครใู ห้คำแนะนำนักเรยี นนำเสนอผลงำนหน้ำชน้ั เรยี น
- ครูตรวจสอบกำรปฏิบตั ิงำน
- ครเู ปิดโอกำสใหน้ ักเรียนถำมปัญหำและขอ้ สงสัยจำกเนอ้ื หำ โดยครูเปน็ ผ้ตู อบปญั หำที่เกดิ ข้นึ ระหว่ำง
กำรเรียนกำรสอน
- นกั เรียน ถำมปัญหำและข้อสงสัยท่เี กิดข้นึ
- ครูใหน้ ักเรยี นสืบค้นข้อมลู จำกอนิ เตอร์เน็ต
- นกั เรียนสบื คน้ ข้อมลู จำกอนิ เตอรเ์ นต็
ขั้นสรปุ
- ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เนอ้ื หำทีไ่ ด้เรียนใหม้ ีควำมเขำ้ ใจในทศิ ทำงเดียวกนั
- นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เน้ือหำท่ีได้เรยี นให้มีควำมเข้ำใจในทิศทำงเดยี วกัน
- ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 4
- นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 4
- ครใู ห้นักเรยี นทำแบบทดสอบ
- นกั เรียนทำแบบทดสอบ
- ครูใหน้ ักเรียนศึกษำเพิม่ เติมจำกแหลง่ ควำมรู้นอกหอ้ งเรียน
- นกั เรียนศกึ ษำเพ่มิ เตมิ จำกแหล่งควำมรนู้ อกห้องเรยี น
7. บรรยากาศทีส่ ่งเสรมิ และพัฒนาผู้เรียน
- บรรยำกำศแหง่ ควำมทำ้ ทำย เพอื่ เปน็ แรงกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนได้ปฏิบัตงิ ำนใหส้ ำเรจ็
- ผู้เรียนมคี วำมสนใจในกำรเรียน เนอื่ งจำกกำรสอนแบบเพื่อนช่วยเพือ่ น ทำใหผ้ ู้เรยี นได้แสดงควำมคดิ เห็นและได้
แลกเปล่ียนควำมรู้ ส่งผลให้เกิดผลกำรเรยี นรู้ท่ีดี
8. คุณธรรม จรยิ ธรรมประจาหนว่ ย
- ควำมรบั ผดิ ชอบ
- ตรงต่อเวลำ
- ควำมซ่ือสัตย์
- รกั ษำควำมปลอดภัย
9. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. เอกสำรประกอบกำรเรยี นเรื่อง กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ
2. ใบงำน
3. แบบทดสอบหลังเรยี น
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เร่ือง กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ
10. การวดั ผลและประเมนิ ผล
1. กำหนดกำรประเมนิ ทักษะพิสัย
2. เครอ่ื งมือทีใ่ ชป้ ระเมนิ ทักษะพสิ ัย
3. เครอ่ื งมือกำรประเมนิ จติ พิสัย
11. หลักฐานการเรยี นรู้
- ใบงำนเรื่อง กฎของโอหม์ กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ
12. เอกสารอา้ งอิง
หนงั สือประกอบกำรเรยี นรำยวิชำ งำนไฟฟ้ำและอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ของสำนกั พิมพ์ ศูนยส์ ง่ เสริมอำชีวะ
เรียบเรียง โดย พันศักดิ์ พุฒิมำนิตพงศ์