พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟ้ำและพลังงำนไฟฟ้ำ......................................
1 วตั ต์ วนิ ำที (Ws) ปกตพิ ลังงำนไฟฟ้ำแสดงหนว่ ยไวเ้ ป็นจูล (J) เขยี นออกมำเปน็ สมกำรไดด้ ังนี้
W = Pt .....(4-6)
เมอ่ื W = พลังงำนไฟฟ้ำ หนว่ ยจลู (J)
P = กำลังไฟฟ้ำ หนว่ ยวัตต์ (W)
t = เวลำ หนว่ ยวินำที (s)
ไฟฟ้ำกระแสสลับที่ถูกจ่ำยไปใช้งำนตำมบ้ำนเรือน และในงำนอุตสำหกรรมต่ำงๆ อย่ำง แพร่หลำยใน
ปจั จุบันถูกผลติ ข้ึนมำจำกหน่วยงำนทีผ่ ลิตไฟฟ้ำออกจำหน่ำย เช่น กำรไฟฟำ้ นครหลวง และกำรไฟฟำ้ ส่วนภมู ภิ ำค
เป็นต้น กำรนำไฟฟ้ำมำใช้งำนจำเป็นต้องซื้อไฟฟ้ำมำใช้ กำรคิดค่ำพลังงำนไฟฟ้ำท่ีใช้ไป ไม่ได้บอกหน่วยพลังงำน
ไฟฟ้ำออกมำเป็นจูล (J) แต่จะบอกออกมำในหน่วยกิโลวัตต์ – ช่ัวโมง (Kilowatt – Hour;kWh) มักจะถูกเรียกว่ำ
หน่วย หรือยูนิต (Unit) โดยใชเ้ ครื่องวัดพลังงำนไฟฟ้ำ มชี ื่อเรียกว่ำ วัตต์อำวร์มเิ ตอร์ (WatthourMeter) ติดตั้งไว้
ตำมฝำผนงั บ้ำนเรือน หรือเสำไฟฟ้ำใกล้บำ้ น รูปรำ่ งและกำรติดตัง้ วัตต์อำวร์มิเตอร์ แสดงดังรูปที่ 4.15
(ก) รูปร่ำง (ข) กำรตดิ ต้งั ใชง้ ำน
รูปที่ 4.15 วตั ต์อำวรม์ ิเตอร์
กำรคำนวณหำคำ่ พลังงำนไฟฟ้ำใน 1 หนว่ ย หรอื 1 ยูนิต ท่วี ัดออกมำได้ด้วยวัตต์อำวร์มเิ ตอร์ โดยกำรวัด
ค่ำกำรใช้พลงั งำนไฟฟำ้ ไป 1 กโิ ลวัตต์ (kW) เปน็ เวลำ 1 ชวั่ โมง (h) ใช้สตู รคำนวณในสมกำรท่ี (4 – 6) ได้ดังน้ี
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ......................................
W = Pt
เมื่อ W = พลังงำนไฟฟำ้ หนว่ ยกโิ ลวตั ต-์ ชว่ั โมง (kWh) หรือหนว่ ย, ยนู ติ
P = กำลังไฟฟ้ำ หนว่ ยชัว่ โมง (h)
หน่วยกโิ ลวตั ต์ (kW)
t = เวลำ
ตัวอย่างที่ 4.8เตำไมโครเวฟขนำด 1,600 W ใช้งำนเป็นเวลำ 25 ช่ัวโมง จะใช้พลังงำนไฟฟ้ำไปเท่ำไร และค่ำ
พลังงำนไฟฟ้ำหนว่ ยละ 3.1381 บำท จะต้องเสยี ค่ำใช้จำ่ ยเทำ่ ไร
P = 1,600 W E
220 V
รปู ท่ี 4.16 วัตต์อำวรม์ ิเตอร์
วธิ ีทา
1. หำพลงั งำนไฟฟ้ำทใี่ ชไ้ ป จำกสูตร W =Pt
เมอื่ W =? = 1,600W =1.6kW
P = 1,600 W 1,000
t =25h
แทนค่ำ W = 1.6 kW 25 h = 40 หน่วย
2. หำคำ่ ใช้จ่ำยในกำรใช้ไฟฟ้ำ
คำ่ พลังงำนไฟฟำ้ หนว่ ยละ 3.1381 บำท
ใช้ไฟฟ้ำไป 40 หนว่ ย
เสียค่ำใช้จ่ำยในกำรใช้ไฟฟำ้ = 3.1381 บำท 40 หนว่ ย = 125.52 บำท
ตอบ
พลังงำนไฟฟ้ำที่ใชไ้ ป =40 หน่วย
เสียค่ำใช้จำ่ ยในกำรใชไ้ ฟฟำ้ = 125.52 บำท
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ......................................
4.8 บทสรุป
กฎของโอห์มกำหนดขึ้นมำจำกควำมสัมพันธ์ของ แรงดัน กระแส และควำมต้ำนทำน กำรทำงำนใน
วงจรไฟฟ้ำต้องประกอบด้วยส่วนประกอบอย่ำงน้อย 3 ส่วน คือ แรงดัน กระแส และควำมต้ำนทำน วงจรไฟฟ้ำจึง
สำมำรถทำงำนได้ กฎของโอห์มเขียนออกมำเป็นสูตรได้ E = IRหน่วยปริมำณไฟฟ้ำต้องอยู่ในหน่วยพื้นฐำน คือ
กระแสเปน็ แอมแปร์ (A) แรงดันเปน็ โวลต์ (V) และควำมต้ำนทำนเปน็ โอห์ม ()
กำลังไฟฟ้ำ (P) 1W คือ อัตรำของงำนท่ีถูกกระทำในวงจรซ่ึงเกิดกระแส (I) 1A เมื่อมีแรงดัน (E) 1V
เขียนเป็นสูตรออกมำได้ P = EI นอกจำกน้ันยังสำมำรถนำสมกำรกฎของโอห์มมำแทนค่ำสมกำรของกำลังไฟฟ้ำ
(P) ได้ ทำให้สูตรใช้ในกำรคำนวณทำงไฟฟำ้ เพ่ิมข้ึน
พลังงำนไฟฟ้ำ (W) คอื พลังงำนที่ถกู ใช้ไปหรือถกู สร้ำงขนึ้ มำใหม่ จำกกำลังไฟฟ้ำที่สง่ เขำ้ มำหรือส่งออกไป
โดยมีควำมสัมพันธ์กับเวลำ พลังงำนไฟฟ้ำท่ีถกู นำมำใช้งำนตำมบ้ำนเรือนอยู่ในรูปไฟฟ้ำกระแสสลับ จะคิดออกมำ
เปน็ กิโลวตั ต์-ชว่ั โมง (kWh) โดยใชเ้ ครอื่ งวดั พลังงำนไฟฟ้ำ เรยี กวำ่ วัตตอ์ ำวรม์ เิ ตอร์
กำรคำนวณหำคำ่ พลงั งำนไฟฟ้ำใน 1 หน่วย หรอื 1 ยนู ติ ท่ีวดั ออกมำไดด้ ว้ ยวัตตอ์ ำวร์มิเตอร์ โดยกำรวัด
ค่ำกำรใช้พลงั งำนไฟฟำ้ ไป 1 กโิ ลวตั ต์ (kW) เป็นเวลำ 1 ชวั่ โมง (h) เขียนเปน็ สูตรออกมำได้ W = Pt
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ......................................
แบบทดสอบบทท่ี 4
กฎของโอหม์ กาลังไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟ้า
วัตถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ควำมรู้ของนักศึกษำเกย่ี วกับเร่ือง แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำและประเภทของไฟฟำ้
เขยี นเครอ่ื งหมำยกำกบำท (X) ลงในขอ้ ท่ถี กู ต้องท่สี ดุ
1. ประจไุ ฟฟำ้ คืออะไร
ก. ควำมจขุ องไฟฟำ้ ข. กำรเก็บปรมิ ำณไฟฟ้ำไว้
ค. ปริมำณไฟฟ้ำแสดงค่ำออกมำ ง. ข้ัวของไฟฟ้ำที่มีควำมแตกต่ำงกัน
2. ปริมำณของไฟฟ้ำทแ่ี สดงออกมำในขณะเกิดควำมไม่สมดุลคืออะไร
ก. ศักย์ไฟฟ้ำ ข. ประจุไฟฟำ้
ค. เสน้ แรงไฟฟ้ำ ง. พลังงำนไฟฟ้ำ
3. อำนำจไฟฟ้ำที่แผอ่ อกรอบตวั ประจไุ ฟฟ้ำคืออะไร
ก. พลงั งำนไฟฟ้ำ ข. เสน้ แรงไฟฟำ้
ค. ประจุไฟฟำ้ ง. ศักย์ไฟฟำ้
4. กำรทำงำนของวงจรไฟฟำ้ ขอ้ ใดถูกต้อง
ก. R คงที่ E เพิม่ I ลด ข. E คงที่ R เพิม่ I เพิ่ม
ค. I คงที่ R เพม่ิ E เพ่ิม ง. Iเปลี่ยนแปลงโดยตรงกบั
5. สมกำรกฎของโอหม์ ข้อใดถูกต้อง
ก. R= E ข. I= E
I R
ค. E=IR ง. ถูกทกุ ข้อ
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ......................................
แบบทดสอบบทที่ 4
กฎของโอห์ม กาลงั ไฟฟา้ และพลังงานไฟฟ้า
วัตถุประสงค์ เพื่อประเมนิ ควำมร้ขู องนักศึกษำเกี่ยวกับเรื่อง แหลง่ กำเนิดไฟฟ้ำและประเภทของไฟฟ้ำ
เขียนเครือ่ งหมำยกำกบำท (X) ลงในข้อทถี่ กู ต้องท่สี ุด
6. คำกล่ำวท่ีว่ำอัตรำของงำนที่ถูกกระทำในวงจรไฟฟ้ำซึ่งเกิดกระแสไหล 1 A เมื่อมีแรงดันจ่ำยให้วงจร 1 Vเป็นคำ
กลำ่ วของอะไร
ก. ศักยไ์ ฟฟ้ำ ข. กำลงั ไฟฟำ้
ค. กฎของโอหม์ ง. พลังงำนไฟฟำ้
7. สตู รคำนวณข้อใดถกู ตอ้ ง
ก. R= PI2 ข. P= RE2
ค. I= P ง. E= I
R P
8. หน่วยปริมำณไฟฟ้ำข้อใดถูกต้อง ข. 1 V= 1 10-3mV
ก. 1 V= 1 10-6V ง. 10,000 V= 1 10-4 kV
ค. 1 kV= 1 10-6MV
9. พลังงำนไฟฟำ้ คอื อะไร ข. พลงั งำนที่สะสมอยูใ่ นแหลง่ จำ่ ย
ก. แรงขับเคลอ่ื นอุปกรณ์ไฟฟ้ำ ง. กำลังไฟฟ้ำใชไ้ ปสมั พันธก์ ับเวลำ
ค. พลงั งำนทีเ่ กิดขึน้ เองในวตั ถุธำตุ
10. เครือ่ งมือวัดพลังงำนไฟฟ้ำ ท่ตี ิดตั้งใช้งำนตำมบ้ำนเรือนเรียกวำ่ อะไร
ก. วตั ต์มเิ ตอร์ ข. เพำเวอรม์ เิ ตอร์
ค. วัตต์อำวรม์ เิ ตอร์ ง. เพำเวอรว์ ตั ตอ์ ำวร์มิเตอร์
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย......กฎของโอหม์ กำลังไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................
เรื่อง....................กฎของโอห์ม....................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ รายการเรยี นรู้
- จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. ตัวต้ำนทำน 100 Ω, 200 Ω, 300 Ω, 400 Ω,
1. ประกอบวงจรไฟฟ้ำใชท้ ำกำรทดลองเรื่องกฎของ 500 Ω, 600 Ω, 700 Ω, 800 Ω;2W คำ่ ละ 1 ตัว
โอห์มได้ 2. มลั ตมิ เิ ตอรช์ นดิ เข็มช้ี 2 เครื่อง
2. วัดและอำ่ นค่ำแรงดนั และกระแสทเี่ กดิ ข้นึ ได้ 3. แหลง่ จำ่ ยแรงดันไฟตรงปรบั ค่ำได้ 0 – 30 v 1 เคร่ือง
3. มีควำมอดทนอดกลน้ั ในกำรทำงำน 4. สำยตอ่ วงจร 1 ชดุ
- ลำดับขนั้ กำรทำงำน ข้อควรระวงั
ประกอบวงจรตำมรปู .......................................................................................
........................................................................................ .......................................................................................
........................................................................................ มอบงำน
......................................................................................... .......................................................................................
......................................................................................... .......................................................................................
......................................................................................... วดั ผล/ประเมินผล
........................................................................................ 1.ประเมนิ ผลจำควำมต้ังใจในกำรปฏบิ ตั งิ ำน
2.ประเมินผลจำกงำนท่ีได้รับมอบหมำย
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย......กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................
เรอ่ื ง...................กฎของโอห์ม.................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
1. ประกอบวงจรตำมรปู ท่ี 4.1 ยังไม่จำ่ ยแรงดนั ใหว้ งจร DC
DC DC
R
400
รปู ท่ี 4.1 ทดลองกฎของโอห์มโดยกำหนดควำมต้ำนทำนคงท่ี 400
2. ปรับแหล่งจ่ำยแรงดันปรับค่ำได้ให้มีแรงดัน (E) ตกคร่อมตัวต้ำนทำน (R) มีค่ำ 2, 4, 6, 8, 10, 12, 14
และ 16 V ตำมลำดบั คำ่ ที่กำหนดในตำรำงท่ี 4.1 วัดและบนั ทกึ ค่ำกระแส (I) ลงในตำรำงที่ 4.1 แถว I วัดได้ ช่อง
E ตกครอ่ ม R ค่ำ 2 Vถึง 16 V ทกุ ค่ำตำมลำดับ
ตารางที่ 4.1 ทดลองกฎของโอหม์ โดยกำหนดให้ควำมต้ำนทำนคงที่ 400
E ตกครอ่ ม R(V) 2 4 6 8 10 12 14 16
I วัดได้ (mA)
I คำนวณได้ (mA)
3. คำนวณค่ำกระแส (I) โดยใช้กฎของโอห์มสูตร I=E/R ท่ีกำหนดให้ค่ำ R คงท่ี 400ใช้ค่ำแรงดัน (E) ท่ี
กำหนดให้ตำมตำรำงท่ี 4.1 บันทึกคำ่ ลงในตำรำงที่ 4.1 แถว I คำนวณได้ทุกค่ำ
4. นำค่ำกระแส (I) ท่ีได้จำกกำรวัด และแรงดัน (E) ตกคร่อม R ที่กำหนดในตำรำงที่ 4.1 ไปเขียนกรำฟลง
ในรูปท่ี 4.2
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย......กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ....................................
เรือ่ ง...................กฎของโอห์ม.................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
I (mA)
40
30
20
10
0 2 4 6 8 10 12 14 16 E (V)
รปู ที่ 4.2 กรำฟแสดงควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งกระแส และแรงดนั เม่อื ควำมต้ำนทำนคงที่
5. ประกอบวงจรตำมรูปท่ี 4.3 ยงั ไม่จำ่ ยแรงดันใหว้ งจร
DC DC
R = 100
รูปท่ี 4.3 ทดลองกฎของโอห์มโดยกำหนดแรงดนั คงที่ 10 V
6. จ่ำยแรงดันให้วงจร 10 V คงที่ วัดและบันทึกค่ำกระแส (I) ลงในตำรำงท่ี 4.2 แถว I วัดได้ ช่อง
R=100
ตารางท่ี 4.2 ทดลองกฎของโอห์มโดยกาหนดใหแ้ รงดนั คงที่ 10 V
ค่าความต้านทาน R() 100 200 300 400 500 600 700 800
I วดั ได้ (mA)
I คานวณได้ (mA)
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย......กฎของโอหม์ กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................
เรื่อง...................กฎของโอห์ม.................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
7. เปล่ียนค่ำควำมต้ำนทำนเป็น 200,300,400, 500, 600, 700 และ 800 ตำมลำดับค่ำที่ใช้ในตำรำงที่ 4.2 วัด
และบนั ทึกค่ำกระแส (I) ลงในตำรำงท่ี 4.2 แถว I วัดได้ ชอ่ งค่ำควำมต้ำนทำน R 200 ถงึ 800 ตำมลำดบั
8. คำนวณค่ำกระแสโดยใช้กฎของโอห์มสูตร I=E/R ท่ีกำหนดค่ำแรงดัน (E) คงที่ 10V ค่ำควำมต้ำนทำน
(R) ใช้ค่ำทกี่ ำหนดให้ตำมตำรำงที่ 4.2 บันทกึ ค่ำลงในตำรำงท่ี 4.2 แถว I คำนวณได้
9. นำค่ำกระแส (I) ที่ได้จำกกำรวัด และค่ำควำมต้ำนทำน (R) ที่กำหนดในตำรำงที่ 4.2 ไปเขียนกรำฟลง
ในรปู ท่ี 4.4
I (mA)
100
90
80
70
60
50
40
30
20
10
0 100 200 300 400 500 600 700 800 R ()
รปู ท่ี 4.4 กรำฟแสดงควำมสัมพนั ธร์ ะหว่ำงกระแส และควำมตำ้ นทำน เมื่อแรงดันคงที่
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย......กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ....................................
เร่อื ง...................กฎของโอห์ม.................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................... ................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................................................................
คาถามและการวิเคราะห์
1. คำ่ กระแสทไี่ ดจ้ ำกกำรวัดและคำ่ ทีไ่ ด้จำกกำรคำนวณ เท่ำกนั หรือแตกต่ำงกันอยำ่ งไร ทำไมถึงเปน็ เช่นนัน้
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. .......................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ......................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย......กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ....................................
เร่อื ง....................กำลงั ไฟฟำ้ ......................................................................จานวนช่วั โมงสอน.................
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ รายการเรยี นรู้
- จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม 1. ตัวตำ้ นทำน 100 Ω; 10 W 1 ตวั
1. ประกอบวงจรไฟฟำ้ ทำกำรทดลองเร่ืองกำลังไฟฟำ้ ได้ 2. มัลติมเิ ตอร์ชนิดเข็มชี้ 2 เครื่อง
2. วัดและอำ่ นคำ่ แรงดันและกระแสท่ีเกิดข้นึ ได้ 3. แหลง่ จ่ำยแรงดันไฟตรงปรบั คำ่ ได้ 0 – 30 V1 เคร่อื ง
3. มคี วำมกระตอื รือรน้ ต่อกำรทำงำน 4. สำยต่อวงจร 1 ชุด
- ลำดบั ขนั้ กำรทำงำน ข้อควรระวงั
1 ประกอบวงจรตำมรูป .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... มอบงำน
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... วัดผล/ประเมนิ ผล
....................................................................................... 1.ประเมินผลจำควำมตัง้ ใจในกำรปฏิบัตงิ ำน
....................................................................................... 2.ประเมินผลจำกงำนที่ได้รบั มอบหมำย
.......................................................................................
.......................................................................................
........................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย......กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................
เรอ่ื ง....................กำลงั ไฟฟำ้ .......................................................................จานวนช่วั โมงสอน.................
1. ประกอบวงจรตำมรปู ท่ี 4.5 ยงั ไม่จำ่ ยแรงดันให้วงจร
DC DC DC
R = 100 , 10 W
รูปท่ี 4.5 วงจรทดลองหำกำลังไฟฟำ้
2. ปรับแหล่งจ่ำยแรงดันปรบั ค่ำได้ให้มีแรงดัน (E) ตกคร่อมตัวต้ำนทำน (R) มีค่ำ 2, 4, 6, 8, 10, 12, 14,
16, 18 และ 20 V ตำมลำดบั ตำมคำ่ ที่กำหนดในตำรำงท่ี 4.3 วดั และบันทึกค่ำกระแส (I) ลงในตำรำงที่ 4.3 แถว
I ช่อง E ค่ำ 2 Vถงึ 20 V ทกุ คำ่ ตำมลำดบั
ตารางท่ี 4.3 ทดลองหำค่ำกำลงั ไฟฟำ้ ของตวั ตำ้ นทำน 100 Ω
E(V) 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20
I (mA)
P = EI (W)
3. คำนวณค่ำกำลังไฟฟ้ำ (P) ด้วยสูตร P = EI โดยใช้ค่ำ E, I ท่ีได้จำกกำรทดลองในตำรำงท่ี 4.3 ทุกค่ำ
บันทึกลงในตำรำงท่ี 4.3 แถว P
4. นำค่ำแรงดนั (E) ที่ไวใ้ นตำรำงที่ 4.3 และคำ่ กำลังไฟฟำ้ (P) ที่คำนวณได้ในตำรำงท่ี 4.3 ไปเขยี นกรำฟ
ลงในรปู ท่ี 4.6
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย......กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................
เรอื่ ง....................กำลังไฟฟำ้ .......................................................................จานวนช่วั โมงสอน.................
P (W)
4.5
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20 E (V)
รปู ท่ี 4.6 กรำฟแสดงควำมสัมพนั ธร์ ะหวำ่ งแรงดัน และกำลงั ไฟฟำ้ เมื่อควำมต้ำนทำนคงท่ี 100 Ω
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
.............................................................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. คำ่ กำลังไฟฟำ้ ที่คำนวณได้ในตำรำงที่ 4.3 เปล่ียนแปลงไปอย่ำงไร เมอ่ื ปรบั เปลย่ี นค่ำแรงดันที่จ่ำยให้ตวั
ตำ้ นทำน
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... ............................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้ พส.9
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น หนว่ ยท่ี......5.....
ช่อื หน่วย........................วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ .............................. เวลารวม..72...ชม.
เร่อื ง................................วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ................................ สัปดาห์....6.../18
จานวน.......4..ชม.
1. สาระสาคัญ
วงจรไฟฟ้าเป็นการนาอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเคร่ืองใช้ไฟฟ้าไปต่อใช้งานกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าต่ออยู่ในวงจร ส่วนประกอบ
หลกั ของวงจรไฟฟ้ามี 3 ส่วน คือแหล่งจา่ ยไฟฟา้ โหลด และสายตอ่ วงจร
ชนิดของวงจรไฟฟ้าในการต่อใช้งานต่อได้ 3 แบบ คือ วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม โดยการต่อโหลด
เรยี งลาดับกันไป ทาใหว้ งจรมีกระแสผ่านโหลดเทา่ กันทุกตวั เกิดแรงดันตกครอ่ มโหลดแต่ละตัวไม่เทา่ กัน วงจรไฟฟ้า
แบบขนาน โดยการต่อโหลดทุกตัวในวงจรคร่อมขนานกันไปทง้ั หมด มีแรงดันโหลดทุกตัวเท่ากัน แต่กระแสไหลผ่าน
โหลดแต่ละตัวไม่เท่ากัน และวงจรไฟฟ้าแบบผสม เป็นการต่อวงจรรวมกันระหว่างวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมกับ
วงจรไฟฟา้ แบบขนาน รูปแบบการต่อวงจรไฟฟ้าแบบผสม ไมม่ ีมาตรฐานตายตัว
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1.สามารถตอ่ วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ได้
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.บอกสว่ นประกอบของวงจรไฟฟ้าได้
2.อธบิ ายรปู แบบการตอ่ วงจรไฟฟา้ ได้
3.อธิบายรปู แบบการตอ่ เซลไฟฟา้ ได้
4.ตอ่ วงจรไฟฟา้ แสงสว่างด้วยหลอดแตล่ ะชนิดได้
4. สาระการเรียนรู้
1.สว่ นประกอบวงจรไฟฟ้า
2.รปู แบบการตอ่ วงจรไฟฟ้า
3.รูปแบบการต่อเซลไฟฟ้า
4.วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง
5. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
- แบ่งกลุ่มเรียน ร่วมกนั ปฏิบัตใิ บงาน โดยให้เพื่อนชว่ ยสอนเพ่อื น
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
- ตรวจความพร้อมของผู้เรียนโดยการให้เขา้ แถวแล้วขานชอ่ื เช็คการมาเรยี นสาย ตักเตอื นใหค้ วามรู้
เก่ียวกับความมีวนิ ยั
ขั้นนา
-นาเข้าสู่บทเรยี น โดยถามนักเรยี นเกย่ี วกบั วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟ้า
- นกั เรยี นช่วยกันตอบคาถามตามความเข้าใจของแตล่ ะคน
ขั้นสอน
- ครูอธบิ ายเรื่อง ส่วนประกอบวงจรไฟฟ้า , รปู แบบการต่อวงจรไฟฟ้า, รปู แบบการต่อเซลไฟฟ้า,
วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง
- นกั เรียนฟงั การบรรยายจากครผู ู้สอน, ศกึ ษาจากสื่อ/หนังสอื , ซักถามปัญหาข้อสงสัย
- ครซู กั ถามเกย่ี วกับวงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟ้า
-นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกบั วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้
- ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มทาใบงานเรอ่ื ง การตอ่ วงจรไฟฟา้
- นกั เรยี นจดบันทึกย่อ, ถามตอบ, ชว่ ยเหลือกันในกล่มุ , ทาใบงาน
- ครใู ห้คาแนะนานกั เรียนนาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน
- ครูตรวจสอบการปฏบิ ตั ิงาน
- ครเู ปิดโอกาสให้นักเรียนถามปัญหาและข้อสงสัยจากเน้อื หา โดยครเู ป็นผู้ตอบปัญหาท่ีเกิดขึ้นระหวา่ ง
การเรยี นการสอน
- นักเรียน ถามปัญหาและข้อสงสัยทเ่ี กิดข้ึน
- ครูใหน้ กั เรยี นสืบค้นข้อมูลจากอนิ เตอรเ์ น็ต
- นกั เรยี นสบื คน้ ขอ้ มูลจากอินเตอรเ์ นต็
ข้ันสรุป
- ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ เนอ้ื หาทีไ่ ดเ้ รยี นให้มีความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกัน
- นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เนือ้ หาท่ีไดเ้ รียนใหม้ ีความเข้าใจในทศิ ทางเดยี วกัน
- ครใู ห้นักเรยี นทาแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 5
- นกั เรยี นทาแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 5
- ครใู หน้ กั เรียนทาแบบทดสอบ
- นกั เรยี นทาแบบทดสอบ
- ครใู หน้ ักเรยี นศกึ ษาเพ่ิมเติมจากแหล่งความรนู้ อกห้องเรยี น
- นกั เรยี นศึกษาเพิม่ เติมจากแหล่งความรนู้ อกหอ้ งเรยี น
7. บรรยากาศที่ส่งเสรมิ และพัฒนาผเู้ รียน
- บรรยากาศแหง่ ความทา้ ทาย เพอ่ื เป็นแรงกระตุน้ ใหน้ ักเรยี นไดป้ ฏิบัติงานใหส้ าเรจ็
- ผ้เู รียนมคี วามสนใจในการเรียน เนอื่ งจากการสอนแบบเพ่ือนช่วยเพือ่ น ทาใหผ้ เู้ รียนได้แสดงความคิดเห็นและได้
แลกเปลยี่ นความรู้ ส่งผลใหเ้ กิดผลการเรยี นรู้ท่ดี ี
8. คุณธรรม จริยธรรมประจาหน่วย
- ความรับผิดชอบ
- ตรงตอ่ เวลา
- ความซื่อสตั ย์
- รกั ษาความปลอดภยั
9. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรยี นเรอื่ ง วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟ้า
2. ใบงาน
3. แบบทดสอบหลงั เรยี น
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เร่อื ง วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้
10. การวัดผลและประเมินผล
1. กาหนดการประเมินทักษะพสิ ัย
2. เคร่ืองมือทใ่ี ช้ประเมนิ ทักษะพสิ ยั
3. เครื่องมือการประเมนิ จิตพิสัย
11. หลักฐานการเรียนรู้
- ใบงานเร่ือง วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟ้า
12. เอกสารอ้างอิง
หนงั สือประกอบการเรียนรายวชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น ของสานกั พิมพ์ ศนู ย์สง่ เสรมิ อาชีวะ
เรยี บเรยี ง โดย พนั ศักดิ์ พฒุ ิมานติ พงศ์
พส.10
เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการประเมนิ
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
แบบประเมินแบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑก์ ารให้คะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมิน
1.บอกสว่ นประกอบของวงจรไฟฟ้าได้
2.อธบิ ายรปู แบบการต่อวงจรไฟฟา้ ได้
3.อธิบายรปู แบบการต่อเซลไฟฟ้าได้
4.ตอ่ วงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งดว้ ยหลอดแต่ละชนดิ ได้
รวม
รวมท้ังหมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)
พส.11
บนั ทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหัสวิชา...........................ชื่อวชิ า.........................................................................................ระดบั ชัน้ ปวช. ปวส.
สาขางาน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สปั ดาห์ท่ี..........วนั ทีส่ อน..............................................
หน่วยท่ี............ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จานวน................ชวั่ โมง
จานวนผู้เรียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มาเรียน............6..2..........คน ขาดเรียน...1..2....คน ลาปว่ ย....-.....คน ลากิจ.....-.....คน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปัญหาและอปุ สรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
ลงช่อื .......................................................ครูผสู้ อน
(............................................................)
........../................/............
ความเห็น................................................................................. ความเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................
ลงช่อื ...............................................หัวหน้าแผนกวชิ า ลงช่อื ............................................รองผู้อานวยการฝ่ายวชิ าการ
(............................................................) (นางสาวนศิ ากร เจรญิ ด)ี
............/................../............ ............/................../............
ความเหน็ ผู้อานวยการ.................................................................................
....................................................................................................................
ลงชอื่ ...........................................
(นางสาวสุมนี า แดงใจ)
ผู้อานวยการวทิ ยาลัยการอาชพี นครปฐม
............/................../............
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย.5......วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟ้า.....................................................................
เรือ่ ง................วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ................................................จานวนชั่วโมงสอน..........4.............
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ รายการเรียนรู้
- จุดประสงค์ท่วั ไป
1.เพื่อใหม้ ีความรู้สว่ นประกอบวงจรไฟฟา้ 1.ส่วนประกอบวงจรไฟฟา้
2.เพอื่ ใหม้ ีความรูเ้ ก่ียวกับการต่อวงจรไฟฟ้า 2.รปู แบบการต่อวงจรไฟฟา้
3.เพ่ือใหม้ ีความรูเ้ กี่ยวกบั การต่อเซลไฟฟ้า 3.รูปแบบการต่อเซลไฟฟ้า
4.เพื่อใหม้ ีความรู้เกย่ี วกับวงจรไฟฟ้าแสงสวา่ ง 4.วงจรไฟฟา้ แสงสวา่ ง
- จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1.บอกส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าได้
2.อธบิ ายรูปแบบการต่อวงจรไฟฟา้ ได้
3.อธิบายรปู แบบการต่อเซลไฟฟา้ ได้
4.ตอ่ วงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งด้วยหลอดแตล่ ะชนดิ ได้
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย..วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ .......................................................................
5.1 ส่วนประกอบวงจรไฟฟ้า
จากทฤษฎีกฎของโอห์ม ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของแรงดัน กระแส และความต้านทาน ไว้ว่าเกิดข้ึนจาก
การทางานของวงจรไฟฟ้า (Electrical Circuit)ซึ่งวงจรไฟฟ้าจะทางานได้ต้องมีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ดังนี้คือ
แหล่งจ่ายไฟฟ้า (ElectricalSource) ภาระหรืออุปกรณ์ ไฟฟ้า (Electrical Equipment) และสายไฟฟ้า
(ElectricalWire) ต่อเขา้ ด้วยกันในรปู วงจรอย่างถูกตอ้ ง วงจรไฟฟ้าแบบเบื้องตน้ แสดงดังรูปที่ 5.1
+ 1 2
1 2+
-
-3 3
(ก)รปู การต่อวงจร (ข)สัญลักษณก์ ารต่อวงจร
รปู ท่ี 5.1วงจรไฟฟ้าเบ้ืองตน้
จากรปู ที่ 5.1 แสดงวงจรไฟฟ้าเบ้ืองตน้ วงจรมสี ว่ นประกอบหลกั 3 ส่วน ดังน้ี
1. แหล่งจ่ายไฟฟ้า เป็นแหล่งจ่ายแรงดันและกระแสให้กับอุปกรณ์ท่ีใช้พลังงานไฟฟ้าในการทางาน โดย
สามารถนาแหล่งจ่ายไฟฟ้ามาใช้ได้หลายชนิด เช่น จากแบตเตอร่ี จากเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า และจากเซลล์
แสงอาทิตย์ เป็นต้น บอกหน่วยการวดั เปน็ โวลต์ (V)
2. ภาระหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ไฟฟ้าในการทางาน ภาระจะทาหน้าที่เปลี่ยนพลังงาน
ไฟฟา้ ให้เป็นพลังงานรปู อ่ืนๆ เช่น เสยี ง แสง ความร้อน และความเย็น เป็นต้น สร้างไวใ้ นรูปเครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าทุกชนิด
เช่น ตู้เย็น พัดลม เครื่องขยายเสียง โทรทัศน์ และเตาไฟฟ้า เป็นต้นภาระแต่ละชนิดจะใช้พลังงานไฟฟ้าในการ
ทางานไมเ่ ท่ากัน
3. สายไฟฟ้า เป็นสายไฟต่อวงจร ใช้ต่อเช่ือมวงจร ระหว่างแหล่งจ่ายไฟฟ้ากับภาระเข้าด้วยกัน ทาให้
อุปกรณ์ไฟฟา้ หรือเคร่ืองใช้ไฟฟ้าต่อครบวงจร มีกระแสไหล เกดิ การทางาน
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ...................................................................
5.2 รปู แบบการต่อวงจรไฟฟา้
ส่วนสาคัญของวงจรไฟฟ้าที่ต้องนาไปใช้งานคือภาระ สามารถต่อภาระเข้าวงจรไฟฟ้าได้ 3 แบบ คือ
วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม (Series Electrical Circuit) วงจรไฟฟ้าแบบขนาน (Parallel Electrical Circuit)และ
วงจรไฟฟา้ แบบผสม (Compound Electrical Circuit)การต่อวงจรไฟฟ้าแต่ละแบบมีความแตกตา่ งกนั ไป
5.2.1 วงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม
การตอ่ วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม เป็นการต่อวงจรแบบที่มีภาระหลายตัวต่อเรียงเป็นลาดับกันไปใน
วงจร ลักษณะการต่อปลายด้านท่ี 2 ของภาระตัวท่ี 1 ต่อเข้ากับปลายด้านที่ 1 ของภาระตัวที่ 2 และปลายด้านท่ี 2
ของภาระตัวที่ 2 ต่อเข้ากับปลายด้านท่ี 1 ของภาระตัวท่ี 3 การต่อเป็นเช่นน้ีเร่ือยไป ปลายที่เหลือของภาระตัวท่ี 1
และภาระตวั สดุ ท้ายต่อรบั แหลง่ จ่ายไฟฟา้ การต่อวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม แสดงดังรปู ท่ี 5.2
R1 R2 R3 R4 R1 R2 R3 R4
+ E1 E2 E3 E4 E1 E2 E3 E4
E IT + IT
- E
(ก)รปู การต่อวงจร
-
(ข)สญั ลักษณ์การต่อวงจร
รปู ท่ี 5.2วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
จากรปู ที่ 5.2 แสดงวงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รม การต่อวงจรแบบน้ีทาให้มกี ระแสไหลผ่านภาระทุกตัวเพยี งค่า
เดียว ทาให้มีกระแสไหลผ่านภาระทุกตัวเท่ากันมีค่าเท่ากับ IT ส่วนแรงดันตกคร่อมภาระแต่ละตัวแตกต่างกันไป
ตามค่าความต้านทานในตัวภาระนั้น ส่วนสาคัญของการต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม คือมีกระแสไหลผ่านภาระทุก
ตวั เทา่ กัน
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ..................................................................
5.2.2 วงจรไฟฟ้าแบบขนาน
การต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน เป็นการต่อวงจรแบบท่ีมีภาระทุกตัวต่อคร่อมขนานกันท้ังหมด ต่อใน
ลักษณะปลายด้านที่ 1 ของภาระทุกตัวต่อรวมกันไว้ท่ีจุดเดียวกันจุดหนึ่ง และปลายด้านท่ี 2 ของภาระทุกตัวต่อ
รวมไว้ท่ีจุดเดียวกันอีกจุดหนึ่ง นาจุดรวมกันท้ังสองของภาระทั้งหมดไปต่อรับแหล่งจ่ายไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้า
แบบขนาน แสดงดังรปู ท่ี 5.3
+ IT I1 I2 I3 I4 IT I1 I2 I3 I4
R1 R2 R3 R4
E +
R1 R2 R3 R4
E
-
-
(ก)รูปการต่อวงจร (ข)สัญลักษณก์ ารต่อวงจร
รูปที่ 5.3วงจรไฟฟ้าแบบขนาน
จากรูปที่ 5.3 แสดงวงจรไฟฟ้าแบบขนาน การต่อวงจรแบบนี้ทาให้มีกระแสแยกไหลผ่านภาระแต่ละตัว
แตกตา่ งกัน มีคา่ กระแสไหลผา่ นมากน้อยแตกต่างกันตามค่าความต้านทานในตัวภาระน้ัน ส่วนแรงดนั ตกคร่อมภาระ
ทุกตัวมีค่าเท่ากัน โดยมีค่าเท่ากับแรงดันของแหล่งจ่ายไฟฟ้า Eส่วนสาคัญของการต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน คือมี
แรงดันตกคร่อมภาระทุกตัวเท่ากัน
5.2.3 วงจรไฟฟ้าแบบผสม
การต่อวงจรไฟฟ้าแบบผสม เป็นการต่อวงจรแบบท่ีมีภาระหลายตัวต่อรวมกันท้ังแบบอนุกรม
และแบบขนาน ภาระบางส่วนต่อแบบอนุกรมและบางส่วนต่อแบบขนาน ผสมรวมกันในวงจรแบบไม่ตายตัว
เปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการ หรือตามลักษณะวงจรที่กาหนดไว้ แหล่งจ่ายไฟฟ้าถูกต่อเข้ากับจุดเร่ิมต้นของ
ภาระตอ่ ผสมและจุดสุดท้ายของภาระต่อผสม การตอ่ วงจรไฟฟ้าแบบผสม แสดงดังรปู ท่ี 5.4
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ...................................................................
R1 R2
I1 I2
+ E1 E2 I3 I4 I1 R1 I2 R2
E1 E2 I3
+ I4
IT
E E E3 R3 E4 R4
E3 R3 E4 R4
-
- IT
(ก)รปู การตอ่ วงจร (ข)สัญลักษณก์ ารต่อวงจร
รปู ที่ 5.4วงจรไฟฟา้ แบบผสม
จากรูปที่ 5.4 แสดงวงจรไฟฟ้าแบบผสม การต่อวงจรแบบนี้ทาให้มีเส้นทางของกระแสไหลผ่านภาระเส้นทางเดียวเมื่อ
ส่วนวงจรต่อแบบอนุกรมคือ IT = I1 = I2 และกระแสไหลผ่านภาระแยกไหลเม่ือส่วนวงจรต่อแบบขนานคือ IT = I3+ I4 ค่าแรงดันตก
คร่อมภาระแตกต่างกันเมื่อส่วนวงจรต่อแบบอนุกรม และค่าแรงดันตกคร่อมภาระเท่ากันเม่ือส่วนวงจรต่อแบบขนานคือ E3 = E4
ส่วนสาคญั ของการต่อวงจรไฟฟา้ แบบผสม คอื ต้องการใหท้ ั้งกระแสและแรงดันในวงจรแตกต่างกัน
5.3 รูปแบบการตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้
แบตเตอรี่หรอื ถา่ นไฟฉายสร้างขึ้นมาจากเซลล์ไฟฟ้า (ElectricalCell) เกิดจากปฏิกริ ิยาเคมี เซลล์ไฟฟ้าชนิดน้ีจะให้กาเนิด
แรงดันขึ้นมาตา่ อาจไม่เพียงพอกับการนาไปใชง้ าน จึงจาเปน็ ตอ้ งนาเซลล์ไฟฟ้ามาตอ่ รว่ มกนั เพอื่ เพิ่มแรงดัน หรอื เพม่ิ กระแส ทง้ั นี้
ข้นึ อยกู่ ับลกั ษณะการตอ่ วงจรเซลล์ไฟฟา้ เซลลไ์ ฟฟ้าชนิดเซลลเ์ ดียวและหลายเซลลท์ ่ีสรา้ งมาใชง้ าน แสดงดงั รูปที่ 5.5
++
--
รปู รา่ ง สัญลักษณ์ รูปร่าง สัญลักษณ์
(ก)ชนิดเซลลเ์ ดียว (ข)ชนิดหลายเซลล์
รปู ที่ 5.5เซลล์ไฟฟา้
เซลลไ์ ฟฟา้ แต่ละเซลล์สามารถนามาตอ่ รว่ มกนั ได้ การตอ่ ใช้งานขน้ึ อยู่กับความตอ้ งการของผใู้ ชง้ าน ซง่ึ การตอ่
เซลลไ์ ฟฟา้ ทแี่ ตกต่างกนั มผี ลตอ่ คา่ แรงดัน และคา่ กระแสทีเ่ กิดขึ้นมีความแตกต่างกนั ไปด้วย การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบง่ ออกได้
เปน็ 3 แบบ คือ ต่อเซลลแ์ บบอนกุ รม (SeriesCells) ต่อเซลล์แบบขนาน (ParallelCells
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟ้า....................................................................
5.3.1 เซลล์ไฟฟ้าตอ่ อนุกรม
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม เป็นการต่อเซลล์ไฟฟ้าแต่ละเซลล์แบบเรียงเป็นลาดับกันไปอย่าง
ต่อเนื่องภายในวงจร ลักษณะการต่อดังนี้ ปลายด้านลบของเซลล์ที่ 1 ต่อเข้ากับปลายด้านบวกของเซลล์ท่ี 2 และ
ปลายด้านลบของเซลล์ท่ี 2 ต่อเข้ากับปลายด้านบวกของเซลล์ที่ 3 ต่อเช่นนี้เร่ือยไปจนครบทุกเซลล์ ปลายด้าน
บวกของเซลล์ท่ี 1 และปลายด้านลบของเซลล์สุดท้ายต่อจ่ายออกไปใช้งาน เซลล์ไฟฟ้าต่ออนุกรม แสดงดังรูปที่
5.6
E1 E2 E3 E4 E1 E2 E3 E4
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V + -+ -+ -+ -
250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V
250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
ET = 4.8 V, IT = 250 mAh ET = 4.8 V, IT = 250 mAh
+ -+ -
(ก)รูปการต่อวงจร (ข)สญั ลักษณ์การต่อวงจร
รปู ที่ 5.6 เซลลไ์ ฟฟา้ ต่ออนุกรม
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ .........................................................................
เซลล์ไฟฟ้าตอ่ อนุกรม มีคณุ สมบตั ดิ งั น้ี
1. แรงดนั รวมเพมิ่ ขน้ึ ตามจานวนเซลลไ์ ฟฟา้ ท่ตี ่อเพ่ิมในวงจร เขียนเปน็ สมการไดด้ งั น้ี
ET=E1 + E2 + E3 + E4 + .... + En .....(5-1)
2. ค่ากระแสที่จ่ายออกมาไดเ้ ท่ากบั เซลลไ์ ฟฟ้าเพยี งเซลล์เดยี ว เขยี นเป็นสมการได้ดงั นี้
IT= กระแส 1 เซลลข์ องวงจร .....(5-2)
เมอ่ื ET = แรงดันรวมของวงจร หนว่ ย V
E1,E2,E3,E4 = แรงดันของแต่ละเซลล์ หน่วย V
En = แรงดันเซลลส์ ดุ ทา้ ยของวงจร หน่วย V
IT = กระแสจา่ ยออกมาไดส้ งู สดุ หนว่ ย แอมแปร-์ ช่ัวโมง (Ah)
ตัวอยา่ งท่ี 5.1แหล่งจ่ายแรงดนั ต่ออนกุ รมตามรปู ท่ี 5.7 จงหาค่าแรงดันและกระแสทเ่ี ซลลไ์ ฟฟา้ สามารถจา่ ยออกมาได้
E1 E2 E3 E4 E5
+ -+ -+ -+ -+ -
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V
200 mAh 200 mAh 200 mAh 200 mAh 200 mAh
ET = ? V, IT = ? mAh
+-
รปู ที่ 5.7 เซลลไ์ ฟฟา้ ต่ออนกุ รม 5 เซลล์
วิธที า
หาแรงดนั จาก สตู ร ET =E1 + E2 + E3 + E4+ E5 =6V
แทนค่า ET = 1.2 V + 1.2 V + 1.2 V + 1.2 V + 1.2 V
IT = กระแส 1 เซลลข์ องวงจร
หากระแสจาก สตู ร IT = 200mAh
แทนค่า
แรงดันที่จา่ ยออกมา = 6 V
กระแสท่จี า่ ยได้สงู สดุ = 200mAh ตอบ
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
5.3.2 เซลล์ไฟฟา้ ตอ่ ขนาน
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนาน เป็นการต่อเซลล์ไฟฟ้าทุกเซลล์แบบคร่อมขนานเข้าด้วยกันท้ังหมดในวงจร
ลักษณะการต่อดังนี้ ปลายด้านบวกของเซลล์ไฟฟ้าทุกเซลล์ตอ่ รวมกันไว้ทจี่ ดุ เดยี วกนั จุดหนึง่ และปลายด้านลบของเซลล์ไฟฟ้าทกุ เซลล์
ต่อรวมกนั ไวท้ จี่ ดุ เดยี วกนั อกี จุดหน่งึ นาจุดรวมของเซลล์ไฟฟา้ ท้งั สองจุดจา่ ยออกไปใช้งาน เซลลไ์ ฟฟา้ ต่อขนาน แสดงดังรปู ท่ี 5.8
+ +
E1 E2 E3 E4 ET = 1.2 V + E1 + E2 + E3 + E4
ET = 1.2 V IT = 1 Ah - 1.2 V - 1.2 V - 1.2 V -
IT = 1 Ah 1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V
250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
1.2 V
250 mAh -
-
(ก)รูปการต่อวงจร (ข)สัญลกั ษณก์ ารตอ่ วงจร
รูปที่ 5.8 เซลลไ์ ฟฟ้าต่อขนาน
เซลล์ไฟฟา้ ตอ่ ขนาน มคี ณุ สมบัตดิ งั นี้
1. คา่ แรงดนั ทจ่ี ่ายออกมาไดเ้ ทา่ กบั แรงดันเพียงเซลลเ์ ดียว เขียนเปน็ สมการไดด้ ังนี้
ET= แรงดนั 1 เซลลข์ องวงจร .....(5-3)
2. กระแสรวมเพ่มิ ข้ึนตามจานวนเซลลไ์ ฟฟ้าท่ีตอ่ เพ่มิ ในวงจร เขยี นเป็นสมการไดด้ งั นี้
IT=IC1 + IC2 + IC3 + IC4 + .... + ICn .....(5-4)
เมื่อ ET = แรงดนั รวมของวงจร หน่วย V
IT = กระแสจ่ายออกมาไดส้ ูงสดุ หน่วย Ah
IC1,IC2,IC3,IC4 = กระแสจา่ ยออกมาได้ในแต่ละเซลล์ หนว่ ย Ah
ICn = กระแสจ่ายออกมาไดใ้ นเซลลส์ ดุ ทา้ ย หนว่ ย Ah
ตวั อยา่ งท่ี 5.2แหล่งจา่ ยแรงดนั ต่อขนานตามรปู ท่ี 5.9 จงหาคา่ แรงดนั และกระแสทเ่ี ซลล์ไฟฟ้าสามารถจ่ายออกมาได้
+
ET = ? V + E1 + E2 + E3 + E4 + E5
IT = ? mAh - 1.2 V - 1.2 V - 1.2 V - 1.2 V - 1.2 V
250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
-
รูปท่ี 5.9 เซลลไ์ ฟฟา้ ต่อขนาน 5 เซลล์
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
วธิ ีทา
หาแรงดันจาก สูตร ET = แรงดนั 1 เซลล์ของวงจร
แทนค่า ET = 1.2 V
หากระแสจาก สตู ร IT =IC1 + IC2 + IC3 + IC4 + IC5
แทนค่า IT =250mAh + 250mAh + 250mAh + 250mAh + 250mAh
= 1,250mAh = 1.25 Ah
แรงดนั ทจ่ี า่ ยออกมา = 1.2 V
กระแสทจี่ า่ ยได้สงู สดุ = 1.25 Ah ตอบ
5.3.3 เซลลไ์ ฟฟา้ ตอ่ ผสม
การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบผสม เป็นการต่อเซลล์ไฟฟ้าที่มีอยู่แบบรวมกัน ทั้งต่ออนุกรมและต่อ
ขนาน เซลล์ไฟฟ้าบางส่วนต่ออนุกรมและบางสว่ นต่อขนาน ผสมรวมกนั แบบไม่ตายตวั เปลย่ี นแปลงได้ตามความ
ต้องการ หรอื ตามลักษณะวงจรท่ีกาหนดไว้ นาจุดเรม่ิ ต้นของการต่อผสมและจุดสดุ ท้ายของการต่อผสมจ่ายออกไปใช้
งาน เซลล์ไฟฟ้าต่อผสม แสดงดังรปู ท่ี 5.10
E1 E2 E3 E4 E1 E2 E3 E4
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V + -+ -+ -+ -
250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V
E5 E6 E7 E8 250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V E5 E6 E7 E8
250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
+ -+ -+ -+ -
ET = 4.8 V, IT = 500 mAh
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V
+- 250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
(ก)รปู การต่อวงจร ET = 4.8 V, IT = 500 mAh
+-
(ข)สัญลักษณ์การต่อวงจร
รูปท่ี 5.10 เซลลไ์ ฟฟ้าตอ่ ผสม
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ....................................................................
เซลล์ไฟฟา้ ตอ่ ผสม มีคณุ สมบตั ิดังน้ี
1. แรงดนั รวมเพิ่มขน้ึ ตามจานวนเซลล์ไฟฟา้ ทต่ี ่ออนกุ รมของชุดเดยี ว เขียนเป็นสมการไดด้ ังนี้
ET=E1 + E2 + E3 + E4 + .... .....(5-5)
ET=E5 + E6 + E7 + E8 + ....
หรอื
2. ค่ากระแสท่ีจ่ายออกมา เท่ากับค่ากระแสเพียงเซลล์เดียวในวงจรเซลล์ไฟฟ้าต่ออนุกรมแต่ละชุด คูณจานวนชุดของ
เซลล์ไฟฟา้ ท่ีตอ่ ขนาน เขียนเปน็ สมการไดด้ ังน้ี
IT= กระแส 1 เซลล์ชุดตอ่ อนกุ รม จานวนชุดเซลลท์ ตี่ อ่ ขนาน .....(5-6)
เม่ือ ET = แรงดนั รวมของวงจร หนว่ ย V
E1,E2,E3,E4 = แรงดนั ของแต่ละเซลลท์ ต่ี ่ออนุกรมชุดท่ี 1 หนว่ ย V
E5,E6,E7,E8 = แรงดนั ของแตล่ ะเซลล์ทต่ี อ่ อนุกรมชดุ ที่ 2 หน่วย V
IT = กระแสจา่ ยออกมาไดส้ ูงสดุ หนว่ ย Ah
ตวั อยา่ งที่ 5.3แหล่งจา่ ยแรงดันต่อผสมตามรปู ที่ 5.11 จงหาค่าแรงดันและกระแสที่เซลล์ไฟฟา้ สามารถจ่ายออกมาได้
E1 E2 E3 E4 E5
+ -+ -+ -+ -+ -
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V
250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
E6 E7 E8 E9 E10
+- +- +- +- +-
1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V 1.2 V
250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh 250 mAh
ET = ? V, IT = ? mAh
+-
รูปท่ี 5.11 เซลลไ์ ฟฟา้ ต่อผสม 5 เซลล์
วิธีทา
หาแรงดนั จาก สูตร ET =E1 + E2 + E3 + E4 + E5
= 1.2 V + 1.2 V + 1.2 V + 1.2 V + 1.2 V =6V
แทนคา่ ET
หากระแสจาก สตู ร IT =กระแส 1 เซลลช์ ดุ ตอ่ อนุกรม จานวนชดุ เซลลท์ ตี่ ่อขนาน
แทนค่า IT =250mAh 2 =500 mAh
แรงดนั ทจี่ ่ายออกมา = 6 V
กระแสท่จี ่ายได้สงู สุด = 500 mAh ตอบ
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ....................................................................
5.4 วงจรไฟฟ้าแสงสวา่ ง
แสงสว่างเป็นสิ่งจาเป็นต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ มีประโยชน์มากมายต่อการนาไปใช้งาน เช่น ช่วยให้
เกิดความสว่าง ทาให้สามารถมองเห็นส่ิงต่างๆ ทาให้เกิดความปลอดภัยต่อชวี ิตและทรัพยส์ ิน และช่วยในการทางาน
ทางอุตสาหกรรม เป็นต้น แสงสวา่ งที่มใี ช้งานแบ่งได้ 2 ชนิด คอื เกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ เชน่ แสงจากดวงอาทติ ย์
และแสงจากดวงดาว เป็นต้น เกดิ จากการประดิษฐ์ข้ึนมาของมนุษย์ เช่น หลอดไฟฟ้า (Lamp) และการอารค์ ของ
โลหะ เป็นต้น
แสงสว่างจากหลอดไฟฟ้า เป็นส่งิ ที่มนุษยป์ ระดิษฐ์ข้ึนมาใช้งานอย่างยาวนาน ต่อเน่ืองเร่ือยมา เพราะด้วย
ความสาคัญและประโยชน์ของแสงสว่าง ทาใหป้ ัจจบุ ันมีหลอดไฟฟ้าถูกผลิตขึ้นมาใช้งานมากมาย หลายแบบ หลาย
ชนิด และหลายประเภท ซึ่งกล่าวโดยภาพรวมแล้วหลอดไฟฟ้าแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ หลอดไส้
(IncandescentLamps)และหลอดปล่อยประจุ (DischargeLamps) แต่ละประเภทของหลอดไฟฟ้า มีความ
แตกต่างกนั ไป
5.4.1 หลอดไส้
หลอดไส้ เป็นหลอดไฟฟ้าท่ีใช้ไส้หลอดเป็นตัวเปล่งแสงสว่างออกมา เม่ือมีกระแสไหลผ่านไส้หลอด
ทาให้ไส้หลอดเกิดความร้อนและเปล่งแสงออกมา หลอดไส้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังน้ีคือ หลอดไส้ท่ัวไป
(NormalIncandescentLamp) และหลอดทังสเตนฮาโลเจน (TungstenHalogenLamp) หลอดไส้ทั่วไปและ
หลอดทงั สเตนฮาโลเจน แสดงดังรปู ที่ 5.12
(ก) หลอดไสท้ ่วั ไป (ข) หลอดทงั สเตนฮาโลเจน
รปู ท่ี 5.12 หลอดไส้
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
จากรูปท่ี 5.12 แสดงหลอดไส้ ทั้งหลอดไส้ท่ัวไป และหลอดทังสเตนฮาโลเจน มีการต่อวงจรและการทางาน
เหมือนกัน คอื เม่ือไส้หลอดมีกระแสไหลผ่าน จะเกิดความร้อนและเปล่งแสงสว่างออกมา ความร้อนเพ่ิมมากขึ้นแสง
สว่างก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนแตกต่างคือโครงสร้างภายในหลอด หลอดไส้ทั่วไปภายในบรรจุก๊าซเฉื่อย เช่น
อาร์กอน หรือไนโตรเจนไว้ ส่วนหลอดทังสเตนฮาโลเจนภายในบรรจุก๊าซแตกต่างกันไป เช่น ไอโอดีน คลอรีน
โบรมนี หรือฟลอู อรนี ไว้ โครงสร้างภายในหลอดไส้ แสดงดังรปู ท่ี 5.13
(ก) หลอดไส้ทวั่ ไป (ข) หลอดทงั สเตนฮาโลเจน
รปู ที่ 5.13 โครงสร้างภายในหลอดไส้
การต่อวงจรไฟฟ้าของหลอดไส้ เป็นวงจรท่ีต่อใช้งานได้ง่าย โดยเพียงนาข้ัวท้ังสองของหลอดไส้ไปต่อรับ
แหล่งจ่ายแรงดันตามค่าที่เหมาะสมได้โดยตรง อาจต่อเพิ่มสวิตช์ตัดต่อวงจรเข้าไปช่วยควบคุมการทางานได้ตาม
ต้องการ และการต่อวงจรไฟฟา้ ให้หลอดทังสเตนฮาโลเจน ก็สามารถต่อวงจรได้ในลกั ษณะเดยี วกนั โดยการเปลยี่ น
จากหลอดไส้ท่ัวไปมาใช้หลอดทังสเตนฮาโลเจนแทน สิ่งสาคัญคือต้องจ่ายแรงดันที่เหมาะสมให้หลอดทังสเตนฮาโล
เจน เพราะจะใชง้ านกบั แรงดนั ได้หลายค่า ขอ้ เสยี หลอดไส้ คือ เกดิ ความรอ้ นสงู อายุใช้งานส้นั และสิ้นเปลืองพลังงาน
ไฟฟา้ สงู การต่อวงจรไฟฟา้ ใหห้ ลอดไส้ แสดงดงั รูปท่ี 5.14
(ก) หลอดไสท้ ่ัวไป (ข) หลอดทงั สเตนฮาโลเจน
รปู ที่ 5.14 วงจรไฟฟ้าของหลอดไส้
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟ้า....................................................................
5.4.2 หลอดปลอ่ ยประจุ
หลอดปล่อยประจุ เป็นหลอดไฟฟ้าที่มีโครงสร้างของหลอดคล้ายกับหลอดไส้ คือมีไส้หลอด มีกระเปาะแก้ว
และมีก๊าซเฉ่ือยบรรจุอยู่ภายใน แต่แตกต่างในส่วนของแสงที่ได้ออกมา โดยท่ีไส้หลอดไม่ได้ทาหน้าที่เปล่งแสงออกมาใช้งาน
โดยตรง แต่ทาหน้าที่เป็นเพียงตัวกระตุ้นก๊าซท่ีอยู่ภายในหลอดให้ปล่อยประจุออกมา ไปทาให้เกิดแสงข้ึนมา หลอดปล่อยประจุ
สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดงั นี้
ห ลอดปล่ อยป ระจุ ความดั นต่ า (LowPressure DischargeLamp) ได้ แก่ หลอดฟ ลู อ อ เร ส เซ น ต์
(FluorescentLamp) หลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ (CompactFluorescentLamp) และหลอดโซเดียมความดันไอต่า
(LowPressureSodiumLamp)
ห ล อ ด ป ล่ อ ย ป ร ะ จุ ค ว า ม ดั น สู ง (High Pressure DischargeLamp) ได้ แ ก่ ห ล อ ด ไ อ ป ร อ ท
(MercuryVaporLamp) หลอดโซเดยี มความดันไอสูง (HighPressureSodiumLamp) และหลอดเมตัลฮาไลด์ (MetalHalideLamp)
หลอดทงั้ สองแบบแบ่งออกเปน็ ชนดิ ยอ่ ยๆ ไดห้ ลายชนดิ แตล่ ะชนดิ มโี ครงสร้างและการนาไปใชง้ านท่ีแตกต่างกัน
มรี ายละเอียดมากมาย ในบทนจี้ ะกล่าวเพียงหลอดปล่อยประจุชนดิ พ้ืนฐานที่นิยมนาไปใช้งานภายในบ้านเรือนเท่าน้ัน ได้แก่ หลอด
ฟลูออเรสเซนต์ และหลอดคอมแพกตฟ์ ลอู อเรสเซนต์
1. หลอดฟลอู อเรสเซนต์ หรือหลอดเรืองแสง เป็นหลอดไฟฟ้าที่เปล่ียนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงสว่าง โดยที่แสงสว่างเกิด
ขึน้ มาจากการเรืองแสงของสารเรืองแสงทีเ่ คลอื บไวผ้ ิวดา้ นในของหลอดเป็นหลอดไฟฟ้าที่นิยมใช้งานมาก เพราะประหยดั พลงั งาน
ไฟฟ้ามากกวา่ มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดไส้ประมาณ 8 เท่า และให้แสงสวา่ งนวลตา การตอ่ วงจรทางานหลอดฟลอู อเรส
เซนต์จะต้องใชง้ านร่วมกับบัลลาสต์ (Ballast) และสตาร์ทเตอร์ (Starter) การต่อวงจรหลอดฟลูออเรสเซนต์ จะต้องประกอบด้วย
สว่ นประกอบตา่ งๆ หลายส่วน มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ก. หลอดฟลูออเรสเซนต์ มีรูปร่างลักษณะหลอดหลายรูปแบบ เช่น ทรงกระบอก วงกลม และตัวยู เป็นต้น ภายในหลอดจะบรรจุ
ดว้ ยก๊าซเฉ่ือยประเภทอาร์กอน และมีไอปรอทกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ภายในหลอดแก้วดา้ นในเคลือบด้วยสารเรืองแสง ฟอสเฟอร์
(Phosphor) ก๊าซที่บรรจุอยู่ภายในหลอดจะแตกตัวเป็นไอออน เมื่อแรงดันที่ขั้วไส้หลอดทั้งสองข้างมีค่าสูงพอ ทาให้ความต้านทาน
ภายในหลอดลดต่าลงอยา่ งรวดเร็ว เกิดกระแสไหลผ่านภายในหลอดแก้วไปกระทบไอปรอท ทาให้ไอปรอทเปล่งแสงอลุ ตราไวโอเลต
(Ultraviolet) ท่ีมองไม่เห็นออกมา ไปกระทบกับสารเรืองแสงที่เคลือบผิวด้านในของหลอดแก้ว สารเรืองแสงจึงเปล่งแสงสว่าง
ออกมาเปน็ สตี า่ งๆ ตามคณุ สมบัติของสารเรืองแสงที่ใชเ้ คลอื บไว้ หลอดฟลูออเรสเซนต์ แสดงดังรปู ท่ี 5.15
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
(ก) รูปร่าง (ข) โครงสร้าง
รปู ท่ี 5.15 หลอดฟลอู อเรสเซนต์
ข. บัลลาสต์ ทาหน้าท่ีสรา้ งแรงดันค่าสูงขึ้นมาในขณะท่ีหลอดฟลูออเรสเซนต์เรม่ิ ทางาน เม่ือหลอดฟลอู อเรสเซนต์
ทางานแล้ว จะทาหน้าที่ลดแรงดันท่ีตกคร่อมหลอดให้ต่าลง และช่วยจากัดกระแสไม่ให้ไหลผ่านหลอดมากเกินไปในขณะท่ีหลอด
เปล่งแสงสว่างออกมาบัลลาสต์ที่ผลิตมาใช้งานแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดบัลลาสต์แม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic ballast)
และชนิดบัลลาสตอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (ElectronicBallast)บลั ลาสต์แสดงดังรูปท่ี 5.16
ค. สตารท์ เตอร์ ทาหน้าทเ่ี ปน็ สวิตชต์ ัดต่อโดยอัตโนมัติ จะตอ่ วงจรในขณะหลอดฟลูออเรสเซนต์ยังไม่เปล่งแสงสว่าง
ออกมา และตัดวงจรออกเม่ือหลอดฟลูออเรสเซนต์เปล่งแสงสว่างออกมา สตาร์ทเตอร์ท่ีผลิตมาใช้งานแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
ชนิดสตาร์ทเตอร์ทางานด้วยความร้อน (ThermalStarter) และชนิดสตาร์ทเตอร์ทางานด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์
(ElectronicStarter) สตาร์ทเตอร์ แสดงดงั รปู ท่ี 5.17
(ก)ชนิดแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ (ข) ชนดิ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (ก)ชนิดใช้ความร้อน (ข) ชนดิ อิเล็กทรอนิกส์
รูปที่ 5.16บัลลาสต์ รปู ที่ 5.17สตารท์ เตอร์
การต่อวงจรไฟฟ้าของหลอดฟลอู อเรสเซนต์ ทาได้โดยนาหลอดฟลูออเรสเซนต์ บัลลาสต์ และสตาร์ทเตอร์ มาประกอบเป็น
วงจรให้ถกู ต้อง กจ็ ะได้วงจรไฟฟ้าแสงสวา่ งหลอดฟลูออเรสเซนต์ตามตอ้ งการ แสดงดังรปู ท่ี 5.18
รูปท่ี 5.18วงจรไฟฟา้ แสงสวา่ งหลอดฟลอู อเรสเซนต์
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ....................................................................
2. หลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ เรียกสั้นๆ ว่าหลอดคอมแพกต์ หรือมักเรียกว่าหลอดตะเกียบ เป็นหลอดไฟ
ฟ้าชนิดเรืองแสงที่มีขนาดเล็ก มีหลักการทางานเช่นเดียวกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ ถูกพัฒนาข้ึนมาใช้งานแทน
หลอดไส้ เพราะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าหลอดไส้ถึง 4 เท่า มีอายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง
ประมาณ 4–12 เท่า (แล้วแต่รุ่นของหลอด) และเกิดความร้อนต่า หลอดคอมแพกต์แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด แยก
ตามการติดต้ังบัลลาสต์ให้กับหลอด ดังนี้ หลอดคอมแพกต์ชนิดบัลลาสต์ภายนอก และหลอดคอมแพกต์ชนิดบัล
ลาสต์ภายใน
ก. หลอดคอมแพกตช์ นิดบัลลาสต์ภายนอก มักถกู เรียกว่าหลอดตะเกยี บ หรอื หลอดFLเป็นหลอด
ชนิดที่มีตัวหลอดแยกออกต่างหากจากบัลลาสต์ ข้ัวหลอดเป็นชนิด 2 เขี้ยว โดยมีสตาร์ทเตอร์ถูกติดต้ังไว้ท่ีขั้ว
หลอด ส่วนบัลลาสต์ถูกแยกออกไปต่างหากอยู่ท่ีฐานรับหลอด เวลาหลอดเสียสามารถเปล่ียนเฉพาะหลอดอย่าง
เดียว ลักษณะหลอดเป็นแท่งแก้วตรง 2 แท่ง ตอนปลายถูกเช่ือมเข้าด้วยกันเป็นรูปตัวยู (U) คล้ายตะเกียบ
หลอดคอมแพกตช์ นดิ บัลลาสต์ภายนอก แสดงดังรปู ท่ี 5.19 (ก)
(ก) ชนิดบัลลาสต์ภายนอก (ข) ชนิดบลั ลาสตภ์ ายใน
รูปที่ 5.19 หลอดคอมแพกต์ฟลอู อเรสเซนต์
ข. หลอดคอมแพกตช์ นิดบัลลาสต์ภายในมักเรียกวา่ หลอด CFLเป็นหลอดที่พฒั นาขน้ึ มาให้เกิดความสะดวกสบายใน
การใช้งานมากขึ้น โดยมีขนาดเล็กกะทัดรัดมากขึ้น และสร้างให้เกิดความพร้อมในการใช้งาน ด้วยการนาบัลลาสต์
และสตาร์ทเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ติดต้ังไว้ภายในท่ีบริเวณข้ัวหลอด ท้ังตัวหลอดและฐานข้ัวหลอดถูกยึดติดกัน
สมบูรณ์พร้อมใช้งาน รูปร่างลักษณะหลอดมีความหลากหลายมากขึ้น เช่น รูปตัวยูชุดเดียว รูปตัวยูหลายชุด และ
รูปเกลยี ว เปน็ ต้น หลอดคอมแพกตช์ นิดบัลลาสตภ์ ายใน แสดงดงั รปู ท่ี 5.19 (ข)
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
หลอดคอมแพกต์ชนิดบัลลาสต์ภายใน เป็นหลอดชนิดท่ีนิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย เพราะด้วยสะดวกสบายในการใช้
งาน มีขนาดเล็กกะทัดรัด และช่วยในการประหยัดพลังงานได้มากข้ึน สามารถผลิตรูปแบบหลอดที่มีความ
หลากหลาย โครงสร้างหลอดคอมแพกตช์ นิดบลั ลาสต์ภายในแสดงดงั รูปที่ 5.20
(ก) ส่วนประกอบภายในหลอดแกว้ (ข) โครงสรา้ งสว่ นประกอบหลอด
รูปที่ 5.20 หลอดคอมแพกต์ชนดิ บลั ลาสตภ์ ายใน
การต่อวงจรไฟฟ้าแสงสว่างของหลอดคอมแพกต์ชนิดบัลลาสต์ภายใน ทาได้เช่นเดียวกับวงจรไฟฟ้าแสง
สว่างของหลอดฟลูออเรสเซนต์ แต่สะดวกมากข้ึน โดยนาหลอดคอมแพกต์ไปต่อแทนหลอดไส้ได้โดยตรง
วงจรไฟฟ้าแสงสว่างของหลอดคอมแพกต์ชนิดบลั ลาสต์ภายใน แสดงดังรปู ท่ี 5.21
รปู ท่ี 5.21วงจรไฟฟ้าแสงสว่างของหลอดคอมแพกต์ชนิดบัลลาสตภ์ ายใน
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ....................................................................
5.5 บทสรุป
วงจรไฟฟ้าเป็นการนาอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าไปต่อใช้งานกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าต่ออยู่ในรูปวงจร
สว่ นประกอบหลกั ของวงจรไฟฟา้ มี 3 ส่วน คอื แหล่งจา่ ยไฟฟา้ ภาระ และสายต่อวงจร
ชนิดของวงจรไฟฟ้าในการต่อใช้งานต่อได้ 3 แบบ คอื วงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รม โดยการตอ่ ภาระเรียงลาดับ
กันไป ทาให้วงจรมีกระแสผ่านภาระเท่ากันทุกตัว เกิดแรงดันตกคร่อมภาระแต่ละตัวไม่เท่ากัน วงจรไฟฟ้าแบบ
ขนาน โดยการต่อภาระทุกตัวในวงจรคร่อมขนานกันไปท้ังหมด มีแรงดันตกคร่อมภาระทุกตัวเท่ากัน แต่กระแสไหล
ผ่านภาระแต่ละตัวไม่เท่ากัน และวงจรไฟฟ้าแบบผสม เป็นการต่อวงจรรวมกันระหว่างวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมกับ
วงจรไฟฟ้าแบบขนาน รปู แบบการตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบผสมไม่มมี าตรฐานตายตัว
การต่อเซลล์ไฟฟ้า แบ่งได้ 3 วิธี คือ การต่อเซลล์แบบอนุกรม เป็นการต่อเซลล์ไฟฟ้าเรียงลาดับกันไป
โดยนาข้ัวไฟฟ้าต่างกันต่อเรียงกันไปเหลือข้ัวเซลล์หัวท้ายใช้ต่อใช้งาน การต่อเซลล์แบบขนาน เป็นการต่อ
เซลล์ไฟฟ้าคร่อมขนานกันไป โดยนาขั้วเหมือนกันต่อรวมกันเป็นจุดเดียวใช้ข้ัวบวกรวมและขั้วลบรวมต่อออกไปใช้
งาน และการต่อเซลล์แบบผสมเป็นการต่อเซลล์ ไฟฟ้ารวมกันระหว่างการต่อเซลล์แบบอนุกรมและการต่อเซลล์
แบบขนาน
วงจรไฟฟ้าแสงสวา่ ง เป็นวงจรต่อหลอดไฟฟ้าไปใชง้ าน เพ่ือให้เปล่งแสงสวา่ งออกมา การตอ่ วงจรต้องต่อ
ให้ถูกต้องสมบูรณ์ตามชนิดของหลอด หลอดไส้สามารถต่อหลอดเข้าแหลง่ จ่ายไฟฟ้าได้โดยตรง สว่ นหลอดฟลูออเรส
เซนต์การต่อวงจรต้องต่อเพิม่ ตัวบลั ลาสต์และตัวสตารต์ เตอร์เข้าวงจรด้วย และหลอดคอมแพกต์ถูกพฒั นาขึ้นมาใช้
งานแทนหลอดไส้ ช่วยประหยดั พลังงานไฟฟ้าได้มากกวา่ แตใ่ ช้งานไดส้ ะดวกเชน่ เดยี วกับหลอดไส้
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
แบบทดสอบ บทท่ี 5
เร่อื ง วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟา้
วัตถุประสงค์ เพื่อประเมนิ ความรู้ของนักศึกษาเก่ียวกบั เร่ือง วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้
เขียนเครอื่ งหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ท่ีถูกตอ้ งทส่ี ดุ
1. การจะทราบวา่ อุปกรณ์ไฟฟ้าในวงจรทางานอยู่ ต้องตรวจสอบทป่ี ริมาณไฟฟ้าใด
ก. เกิดความต้านทานขนึ้ ในวงจร ข. มีกระแสไหลผ่านวงจร
ค. มีแรงดนั ตกคร่อมวงจร ง. ถกู ทกุ ข้อ
2. วงจรไฟฟ้ามสี ว่ นประกอบหลักท่ีจาเป็นอะไรบ้าง
ก. แหลง่ จา่ ยไฟฟา้ ภาระ สวิตช์ และสายไฟ ข. แหลง่ จา่ ยไฟฟ้า ภาระ ฟิวส์ และสายไฟ
ค. แหล่งจ่ายไฟฟ้า ภาระ และสายไฟ ง. แหล่งจ่ายไฟฟา้ ภาระ และสวติ ช์
3. ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าสว่ นใดท่เี มอ่ื ทางานจะเกดิ กาลังไฟฟ้าข้ึนมา
ก. สวิตช์ ข. สายไฟ
ค. หลอดไฟ ง. แหล่งจา่ ยไฟฟา้
4. วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมมีคุณสมบัติในการทางานเป็นอย่างไร
ก. มีแรงดันตกคร่อมภาระทุกตัวเทา่ กัน ข. มีกระแสไหลผ่านภาระทุกตวั เท่ากัน
ค. มีความต้านทานที่ภาระทกุ ตัวเท่ากนั ง. มีกาลังไฟฟา้ เกิดข้ึนทีภ่ าระทกุ ตัวเทา่ กนั
5. วงจรไฟฟ้าแบบขนานมคี ณุ สมบัติในการทางานเป็นอยา่ งไร
ก. มีแรงดันตกคร่อมภาระทกุ ตัวเท่ากนั ข. มีกระแสไหลผ่านภาระทุกตัวเทา่ กนั
ค. มคี วามตา้ นทานท่ภี าระทุกตวั เท่ากนั ง. มีกาลงั ไฟฟา้ เกดิ ข้นึ ทภี่ าระทกุ ตวั เทา่ กนั
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟ้า....................................................................
แบบทดสอบ บทที่ 5
เรอ่ื ง วงจรไฟฟา้ และเซลลไ์ ฟฟ้า
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรู้ของนกั ศกึ ษาเก่ียวกบั เรื่อง วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้
เขียนเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในข้อทีถ่ กู ตอ้ งที่สดุ
6. การต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรมเกิดผลอยา่ งไร
ก. กระแสรวมลดลงตามจานวนเซลล์ทตี่ ่อ ข. แรงดนั รวมลดลงตามจานวนเซลลท์ ต่ี อ่
ค. กระแสรวมเพ่ิมขึ้นตามจานวนเซลล์ทต่ี อ่ ง. แรงดันรวมเพ่ิมขน้ึ ตามจานวนเซลลท์ ีต่ ่อ
7. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนานเกดิ ผลอยา่ งไร ข. แรงดนั รวมลดลงตามจานวนเซลล์ที่ตอ่
ก. กระแสรวมลดลงตามจานวนเซลล์ทีต่ อ่ ง. แรงดันรวมเพ่ิมขนึ้ ตามจานวนเซลล์ที่ต่อ
ค. กระแสรวมเพิ่มขึ้นตามจานวนเซลลท์ ตี่ ่อ
8. หลอดไฟฟ้าท่ีแสงสว่างเกิดจากไสห้ ลอดโดยตรงคอื ชนิดใด
ก. หลอดไอปรอท ข. หลอดคอมแพกต์
ค. หลอดฟลูออเรสเซนต์ ง. หลอดทงั สเตนฮาโลเจน
9. สารฟอสเฟอรท์ ี่ใชเ้ คลือบไว้ในหลอดไฟฟ้าทาหนา้ ท่ีอะไร
ก. เรืองแสงสว่างออกมา ข. เปล่งแสงอุลตราไวโอเลต
ค. ชว่ ยในการแตกตวั ของไอออน ง. ชว่ ยใหเ้ กิดกระแสไหลผ่านภายในหลอด
10. หลอดคอมแพกต์มคี ณุ สมบตั ใิ นการให้กาเนดิ แสงเหมอื นกับหลอดชนิดใด
ก. หลอดฟลูออเรสเซนต์ ข. หลอดเมตัลฮาไลด์
ค. หลอดไอปรอท ง. ถูกทุกข้อ
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
เรอ่ื ง....................เซลไฟฟา้ อนกุ รมและขนาน………………..............จานวนช่วั โมงสอน...........................
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ รายการเรยี นรู้
- จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม 1. ถ่านไฟฉาย 1.5 V ขนาด AA 4 ก้อน
1. ต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรมและแบบขนานได้ 2. รางถา่ นชนิดกอ้ นเดยี ว 4 ชุด
2. วัดหาค่าแรงดันทเ่ี กดิ ขนึ้ แตล่ ะส่วนได้ 3. มัลตมิ เิ ตอร์ชนดิ เขม็ ชี้ 1 เคร่ือง
3. มคี วามรอบคอบในการทางาน 4. สายต่อวงจร 1 ชดุ
- ลาดบั ขัน้ การทางาน ข้อควรระวัง
ประกอบวงจรตามรูป .......................................................................................
1. อ่านค่าแรงดันที่บอกค่าไว้ด้านข้างถ่านไฟฉายแต่ละ .......................................................................................
ก้อน บันทึกค่าลงในตารางที่ 5.1 ตามค่าท่ีกาหนดไว้ใน มอบงาน
ตาราง ในชอ่ งแรงดันค่าปกติ .......................................................................................
2. นาถ่านไฟฉายแตล่ ะก้อนใส่ลงรางถ่าน นามาประกอบ .......................................................................................
วงจรอนุกรมตามรปู ที่ 5.1
วัดผล/ประเมนิ ผล
...................................................................................... 1.ประเมนิ ผลจาความตง้ั ใจในการปฏิบัติงาน
........................................................................................ 2.ประเมนิ ผลจากงานที่ได้รบั มอบหมาย
.........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
........................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
เร่อื ง...................เซลไฟฟา้ อนุกรมและขนาน.......................................................จานวนชว่ั โมงสอน.................
1. อ่านค่าแรงดันท่ีบอกค่าไว้ด้านข้างถ่านไฟฉายแต่ละก้อน บันทึกค่าลงในตารางท่ี 5.1 ตามค่าท่ีกาหนดไว้ในตาราง
ในชอ่ งแรงดันค่าปกติ
2. นาถา่ นไฟฉายแตล่ ะกอ้ นใส่ลงรางถ่าน นามาประกอบวงจรอนกุ รมตามรูปท่ี 5.1
B1 B2 B3 B4 B1 B2 B3 B4
+- +- +- +-
+ -+ -
(ก) รปู วงจร (ข) สญั ลกั ษณว์ งจร
รปู ที่ 5.1 ถา่ นไฟฉายตอ่ อนกุ รม
3. วดั แรงดันตกครอ่ มถา่ นไฟฉายตามตาแหน่งทก่ี าหนดให้ในตารางที่ 5.1 ทุกค่า บันทกึ คา่ ลงในชอ่ งแรงดันวัดได้
ตารางท่ี 5.1 ค่าแรงดันถ่านไฟฉายต่ออนุกรม
ถ่านไฟฉายกอ้ นท่ี แรงดนั คา่ ปกติ (V) แรงดันวดั ได้ (V)
B1
B2
B3
B4
B1+B2
B1+B2 + B3
B1+B2 + B3+B4
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ....................................................................
เรือ่ ง...................เซลไฟฟา้ อนกุ รมและขนาน.......................................................จานวนชั่วโมงสอน.................
4. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 5.2 ตอ่ ถา่ นไฟฉาย B1 เข้าวงจรกอ้ นเดียว
++
S1 S2 S3 S4 S1 S2 S3 S4
B1 B2 B3 B4 + B1 + B2 + B3 + B4
----
--
(ก) รปู วงจร (ข) สญั ลกั ษณว์ งจร
รูปที่ 5.2 ถา่ นไฟฉายตอ่ ขนาน
5. อ่านค่าแรงดันที่บอกค่าไว้ด้านข้างถ่านไฟฉายแต่ละก้อน ตามค่าที่กาหนดให้ในตารางท่ี 5.2 บันทึกค่าไว้
ในชอ่ งแรงดันคา่ ปกติ
6. วดั แรงดนั ตกคร่อมถ่านไฟฉายทีจ่ ดุ จา่ ยแรงดนั ออก +, – บันทกึ คา่ แรงดันทีว่ ดั ได้ลงในตารางที่ 5.2 ลงใน
แถว B1 ชอ่ งแรงดันวดั ได้
7. ต่อเพิ่มถ่านไฟฉาย B2, B3 และ B4 เข้าวงจรตามลาดับตามค่าท่ีกาหนดให้ในตารางท่ี 5.2 วัดและ
บนั ทึกคา่ แรงดนั ตกคร่อมถ่านไฟฉายที่จุดจ่ายแรงดนั ออก +, – ลงในแถว B1+B2,B1+B2 + B3 และ B1+B2 + B3+B4
ตามลาดบั ของช่องแรงดันวดั ได้
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ....................................................................
เรอ่ื ง...................เซลไฟฟา้ อนุกรมและขนาน.......................................................จานวนช่ัวโมงสอน.................
ตารางที่ 5.2 ค่าแรงดนั ถ่านไฟฉายตอ่ ขนาน แรงดนั ค่าปกติ (V) แรงดนั วดั ได้ (V)
ถ่านไฟฉายก้อนที่
B1
B1+B2
B1+B2 + B3
B1+B2 + B3+B4
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟา้ ....................................................................
เรื่อง...................เซลไฟฟ้าอนกุ รมและขนาน.......................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................... ................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. แรงดันที่วดั ไดใ้ นตารางท่ี 5.1 ถ่านไฟฉายตอ่ อนุกรม และในตารางที่ 5.2 ถ่านไฟฉายตอ่ ขนานแตกต่างกนั อย่างไร
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................... ............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ...........................................
....................................................................................................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
เรอ่ื ง....................วงจรไฟฟา้ แสงสว่าง......................................................................จานวนชัว่ โมงสอน.................
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ รายการเรียนรู้
- จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม 1. ชดุ วงจรหลอดคอมแพกตช์ นดิ บัลลาสตภ์ ายใน (ปลั๊ก,
1. ประกอบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างได้ สวิตช,์ ชดุ ฐานหลอด, หลอดคอมแพกต์) 1 ชดุ
2. วดั แรงดันและกระแสในวงจรขณะทางานได้ 2. ชุดวงจรหลอดฟลอู อเรสเซนต์ 20 W (บลั ลาสต์,
3. มมี นุษยส์ ัมพันธ์ท่ีดีกบั เพ่ือนรว่ มงาน สตารท์ เตอร์,ชุดฐานหลอด, หลอดฟลูออเรสเซนต์1 ชุด
3. เทปพันสายไฟ 1 ม้วน
4. มัลตมิ เิ ตอร์ชนดิ เข็มชี้ 1 เครอ่ื ง
5. สายต่อวงจร 1 ชดุ
- ลาดับขั้นการทางาน ขอ้ ควรระวัง
1. แบง่ นักเรยี นออกเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ 3 คน .......................................................................................
2. ประกอบวงจรหลอดคอมแพกต์ตามรูปท่ี 5.3 ยังไม่ .......................................................................................
จ่ายแรงดนั ใหว้ งจร มอบงาน
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... วัดผล/ประเมนิ ผล
....................................................................................... 1.ประเมินผลจาความต้ังใจในการปฏบิ ัตงิ าน
....................................................................................... 2.ประเมนิ ผลจากงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
........................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย....วงจรไฟฟา้ และเซลไฟฟ้า....................................................................
เร่อื ง....................วงจรไฟฟา้ แสงสว่าง...........................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
2. ประกอบวงจรหลอดคอมแพกตต์ ามรูปที่ 5.3 ยงั ไม่จ่ายแรงดนั ให้วงจร
220 V
รปู ท่ี 5.3 วงจรหลอดคอมแพกต์
3. ให้เพือ่ นในกลมุ่ ชว่ ยตรวจสอบการต่อวงจรทีถ่ ูกตอ้ ง และรอยตอ่ สายไฟมกี ารปดิ ด้วยเทปพนั สายไฟเรยี บร้อยปลอดภัย
อกี คร้ัง
4. นาปล๊กั ไฟไปเสยี บเขา้ แหล่งจา่ ยแรงดันไฟสลบั 220 V ต่อสวติ ช์ (ON) จ่ายไฟใหว้ งจรหลอดคอมแพกต์ เกิดผลเช่นไร
(หลอดไฟตดิ หรอื ไม)่ .............................................................
5. ถ้าหลอดคอมแพกตไ์ มต่ ดิ สว่าง ให้ตดั สวติ ช์ (OFF) ดงึ ปล๊ักไฟออกจากแหลง่ จา่ ยแรงดันไฟสลับ ตรวจสอบการตอ่ วงจร
ใหมอ่ กี ครั้งจนถกู ตอ้ ง ทดลองการทางานอีกคร้ัง หรือจนกว่าหลอดคอมแพกต์จะตดิ สว่างข้นึ
6. ประกอบวงจรหลอดฟลูออเรสเซนตต์ ามรูปที่ 5.4 ยังไม่จา่ ยแรงดนั ให้วงจร
220 V
รปู ที่ 5.4 วงจรหลอดฟลูออเรสเซนต์
7. ใหเ้ พอื่ นในกลุ่มชว่ ยตรวจสอบการต่อวงจรที่ถกู ตอ้ ง และรอยตอ่ สายไฟมีการปดิ ดว้ ยเทปพนั สายไฟเรียบร้อยปลอดภัยอีกครง้ั
8. นาปล๊ักไฟไปเสยี บเข้าแหลง่ จ่ายแรงดันไฟสลบั 220 V ตอ่ สวติ ช์ (ON) จ่ายไฟใหว้ งจรหลอดฟลูออเรสเซนต์ เกดิ ผลเชน่
ไร (หลอดไฟตดิ หรือไม่) .......................................................
9. ถ้าหลอดฟลูออเรสเซนต์ไม่ติดสว่าง ให้ตัดสวติ ช์ (OFF) ดึงปลั๊กไฟออกจากแหล่งจ่ายแรงดันไฟสลับ ตรวจสอบการต่อ
วงจรใหม่อกี ครง้ั จนถูกต้อง ทดลองการทางานอกี ครง้ั
10. เม่ือหลอดฟลูออเรสเซนต์ติดสวา่ ง ทดลองถอดสตารท์ เตอรอ์ อกจากวงจร ผลท่ีเกิดเป็นเช่นไร (หลอดไฟติดหรอื ดับ)
............................................................................................
11. ตดั สวิตช์ (OFF) งดจ่ายแรงดันไฟสลบั 220 V ให้วงจรหลอดฟลอู อเรสเซนต์ และตอ่ สวติ ช์ (ON) จา่ ยไฟให้วงจร
หลอดฟลอู อเรสเซนต์ใหมอ่ กี ครง้ั โดยไม่ใสส่ ตารท์ เตอร์ ผลท่ีเกิดเปน็ เช่นไร (หลอดไฟตดิ หรอื ดับ) ..................... เป็นเพราะเหตใุ ด
...................................................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....วงจรไฟฟ้าและเซลไฟฟา้ ....................................................................
เรื่อง....................วงจรไฟฟา้ แสงสว่าง.........................................................จานวนชั่วโมงสอน.................
สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
.............................................................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. ความยากง่ายในการประกอบวงจรไฟฟ้าแสงสว่างของหลอดไฟฟ้าทง้ั 2 ชนิดแตกต่างกันอยา่ งไร
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................... ............
...............................................................................................................................................................................
พส.9
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยท่ี......6.....
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ เวลารวม..72...ชม.
ชื่อหน่วย........................มอเตอรไ์ ฟฟ้าและการควบคุมเบอ้ื งต้น..............................
สัปดาห.์ ...7.../18
เร่ือง................................มอเตอรไ์ ฟฟ้าและการควบคุมเบ้ืองต้น..........................จ..า..น..วน.......4..ชม.
1. สาระสาคญั
มอเตอร์คือเคร่ืองกลไฟฟ้าท่ีทาหน้าท่ีเปล่ียนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกลในรูปของการหมุนเคล่ือนท่ี นาไปใช้
งานร่วมกบั อุปกรณ์ไฟฟา้ เครือ่ งมือไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้ามากประมาณ 80 – 90 %
แม่เหล็กเป็นโลหะท่ีสามารถดูดโลหะจาพวกเหล็กให้เกาะติดแน่น แม่เหล็กมี2 ขั้ว คือขั้วเหนือ ( N )
และขั้วใต้ ( S ) รอบแท่งแม่เหล็กจะมีเสน้ แรงแม่เหลก็ เกิดข้ึนเคล่ือนท่ีจากข้ัวเหนือไปข้ัวใต้ ข้ัวแม่เหล็กต่างกันจะดูด
กัน ขั้วแม่เหลก็ เหมอื นกันจะผลกั กัน
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1.สามารถต่อวงจรควบคุมมอเตอร์ได้
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.บอกคณุ สมบัติของแม่เหล็กถาวรได้
2.บอกคุณสมบตั ิของแมเ่ หล็กไฟฟา้ ได้
3.อธบิ ายสว่ นประกอบของมอเตอร์ไฟฟ้าเบอื้ งต้นได้
4.อธบิ ายหลักการทางานของมอเตอรไ์ ฟฟ้าได้
5.บอกชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้าได้
6.บอกหลกั การควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ เบ้ืองตน้ ได้
4. สาระการเรียนรู้
1.แม่เหลก็ ถาวร
2.แมเ่ หล็กไฟฟา้
3.มอเตอร์ไฟฟา้ เบ้ืองตน้
4.การทางานของมอเตอรไ์ ฟฟา้
5.ชนิดของมอเตอรไ์ ฟฟ้า
6.การควบคมุ มอเตอร์ไฟฟา้ เบ้ืองต้น
7.บทสรุป
5. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
- แบง่ กลุ่มเรยี น ร่วมกนั ปฏิบัติใบงาน โดยใหเ้ พื่อนชว่ ยสอนเพ่ือน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
- ตรวจความพรอ้ มของผเู้ รยี นโดยการใหเ้ ข้าแถวแล้วขานช่ือ เชค็ การมาเรยี นสาย ตกั เตือนใหค้ วามรู้
เก่ยี วกับความมีวนิ ัย
ข้นั นา
-นาเขา้ สู่บทเรยี น โดยถามนักเรียนเกย่ี วกบั ประโยชน์ของการควบคุมมอเตอร์
- นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบคาถามตามความเขา้ ใจของแตล่ ะคน
ขัน้ สอน
- ครูอธิบายเร่ือง มอเตอรไ์ ฟฟา้ เบอื้ งตน้ , การทางานของมอเตอร์, ชนิดของมอเตอร์,การควบคมุ มอเตอร์
- นักเรยี นฟังการบรรยายจากครูผสู้ อน, ศกึ ษาจากส่ือ/หนงั สอื , ซกั ถามปญั หาข้อสงสัย
- ครซู กั ถามเก่ยี วกับชนิดของมอเตอร์และการควบคุมมอเตอร์
-นกั เรียนร่วมกันสนทนาเกีย่ วกับชนดิ ของมอเตอร์และการควบคุมมอเตอร์
- ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มทาใบงานเรือ่ ง มอเตอรฟ์ ้าเบอื้ งตน้
- นักเรยี นจดบันทึกยอ่ , ถามตอบ, ชว่ ยเหลอื กนั ในกลมุ่ , ทาใบงาน
- ครใู หค้ าแนะนานักเรียนนาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
- ครูตรวจสอบการปฏิบตั ิงาน
- ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นถามปัญหาและขอ้ สงสัยจากเนือ้ หา โดยครเู ปน็ ผตู้ อบปัญหาท่เี กิดข้นึ ระหว่าง
การเรียนการสอน
- นกั เรยี น ถามปญั หาและข้อสงสัยท่ีเกดิ ข้นึ
- ครใู ห้นักเรยี นสืบค้นข้อมูลจากอนิ เตอร์เนต็
- นกั เรยี นสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เนต็
ข้นั สรุป
- ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปเนือ้ หาทไ่ี ดเ้ รยี นใหม้ ีความเข้าใจในทิศทางเดยี วกนั
- นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เน้อื หาท่ีไดเ้ รยี นให้มีความเข้าใจในทศิ ทางเดยี วกัน
- ครใู ห้นักเรียนทาแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 6
- นกั เรยี นทาแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 6
- ครใู หน้ ักเรียนทาแบบทดสอบ
- นักเรยี นทาแบบทดสอบ
- ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษาเพม่ิ เติมจากแหลง่ ความรนู้ อกหอ้ งเรยี น
- นกั เรียนศกึ ษาเพม่ิ เติมจากแหล่งความรนู้ อกหอ้ งเรียน
7. บรรยากาศทส่ี ่งเสรมิ และพฒั นาผู้เรยี น
- บรรยากาศแหง่ ความท้าทาย เพ่อื เปน็ แรงกระตุ้นใหน้ ักเรียนไดป้ ฏิบตั งิ านให้สาเร็จ
- ผู้เรียนมีความสนใจในการเรียน เนอื่ งจากการสอนแบบเพื่อนช่วยเพ่ือน ทาให้ผ้เู รียนได้แสดงความคิดเห็นและได้
แลกเปล่ียนความรู้ สง่ ผลให้เกิดผลการเรียนรู้ท่ดี ี
8. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมประจาหน่วย
- ความรบั ผิดชอบ
- ตรงต่อเวลา
- ความซ่อื สตั ย์
- รกั ษาความปลอดภัย
9. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรยี นเรอื่ ง มอเตอร์ไฟฟ้าและการควบคุมเบื้องต้น
2. ใบงาน
3. แบบทดสอบหลงั เรยี น
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เรือ่ ง มอเตอร์ไฟฟ้าและการควบคุมเบือ้ งต้น
10. การวัดผลและประเมินผล
1. กาหนดการประเมนิ ทักษะพสิ ยั
2. เครื่องมือทใ่ี ช้ประเมนิ ทักษะพิสยั
3. เครอื่ งมือการประเมินจติ พิสยั
11. หลักฐานการเรียนรู้
- ใบงานเรอ่ื ง มอเตอร์ไฟฟ้าและการควบคุมเบ้ืองต้น
12. เอกสารอ้างอิง
หนงั สือประกอบการเรียนรายวิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ของสานักพมิ พ์ ศนู ยส์ ง่ เสรมิ อาชวี ะ
เรยี บเรยี ง โดย พันศักด์ิ พุฒิมานิตพงศ์
พส.10
เคร่อื งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมิน
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
แบบประเมนิ แบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑ์การให้คะแนน
5 4 3 21
ประเดน็ การประเมิน
1.บอกคุณสมบัติของแมเ่ หล็กถาวรได้
2.บอกคุณสมบัติของแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าได้
3.อธบิ ายส่วนประกอบของมอเตอรไ์ ฟฟ้าเบือ้ งตน้ ได้
4.อธิบายหลกั การทางานของมอเตอร์ไฟฟ้าได้
5.บอกชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้าได้
6.บอกหลักการควบคุมมอเตอรไ์ ฟฟา้ เบื้องตน้ ได้
รวม
รวมทัง้ หมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)
พส.11
บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
รหสั วิชา...........................ชอ่ื วชิ า.........................................................................................ระดบั ชนั้ ปวช. ปวส.
สาขางาน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สปั ดาหท์ .ี่ .........วันที่สอน..............................................
หน่วยท่.ี ...........ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จานวน................ช่ัวโมง
จานวนผเู้ รียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มาเรยี น............6..2..........คน ขาดเรยี น...1..2....คน ลาป่วย....-.....คน ลากจิ .....-.....คน
1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
ลงชอื่ .......................................................ครูผู้สอน
(............................................................)
........../................/............
ความเห็น................................................................................. ความเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................หัวหนา้ แผนกวิชา ลงช่ือ............................................รองผ้อู านวยการฝา่ ยวชิ าการ
(............................................................) (นางสาวนศิ ากร เจริญด)ี
............/................../............ ............/................../............
ความเหน็ ผ้อู านวยการ.................................................................................
....................................................................................................................
ลงชอื่ ...........................................
(นางสาวสมุ นี า แดงใจ)
ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั การอาชพี นครปฐม
............/................../............