The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siwakarn.s, 2022-05-23 12:34:17

20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

แผนการสอนงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย..ตัวเหน่ยี วนำและหม้อแปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

ตวั อยำ่ งที่ 10.1 จงแปลงหน่วยคำ่ ควำมเหนีย่ วนำต่อไปนี้ใหถ้ กู ต้อง
(ก) 56,400 mH ให้เปน็ หนว่ ย H
(ข) 2.56H ใหเ้ ปน็ หนว่ ย mH
(ค) 41,986,000 H ให้เปน็ หนว่ ย H
(ง) 21.20mH ให้เปน็ หน่วย H
(จ) 0.0825 H ใหเ้ ปน็ หน่วย H
(ฉ) 65,125 H ใหเ้ ปน็ หน่วย mH

วธิ ีทำ

(ก) 56,400 mH = 56,400 1 H =56.4H
1,000 = 2,560mH
=41.986H
(ข) 2.56H = 2.56 1,000mH =21,200H

(ค) 41,986,000 H =41,986,000 1 H
1,000,000

(ง) 21.20mH =21.201,000H

(จ) 0.0825 H = 0.0825 1,000,000H = 82,500H

(ฉ) 65,125 H = 65,125  1 mH = 65.125 mH ตอบ
1,000

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..ตัวเหนย่ี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

10.6 บทสรปุ

ตัวเหน่ียวนำผลิตจำกเส้นลวดทองแดงขดเป็นวงเรียงกันหลำยรอบ จำนวนรอบของกำรพันขดลวดตัว
เหนี่ยวนำมีผลทำให้ค่ำควำมเหนี่ยวนำแตกต่ำงกันไป แต่มีคุณสมบัติเหมือนกันคือ เมื่อมีกระแสไหลผ่ำน
เสน้ ลวดตัวนำ จะเกดิ เสน้ แรงแม่เหลก็ ขน้ึ รอบเส้นลวดตัวนำ

ควำมเข้มสนำมแม่เหล็กไฟฟ้ำที่เกิดขึ้นในขดลวดข้ึนอยู่กับ จำนวนรอบของกำรพันเส้นลวด ตัวนำ ปริมำณกำร
ไหลของกระแส ขนำดของแกนท่ีใชท้ ำแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ำ และชนิดของวัสดุทใ่ี ชท้ ำแกนของแม่เหล็กไฟฟ้ำ

ตวั เหน่ียวนำแบบขดเดียว เป็นตัวเหนี่ยวนำที่มีขดลวดพันไว้เพียงขดเดยี ว ทำงำนโดยกำรเหน่ียวนำตัวเอง
โครงสร้ำงประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงอำบน้ำยำฉนวน พันเป็นขดลวดอยู่บนแกน กำรเรยี กชื่อตัวเหนย่ี วนำประเภท
น้เี รียกช่ือตำมแกนที่ทำเป็นฐำนรอง

ตัวเหนี่ยวนำแบบหลำยขด เป็นตัวเหน่ียวนำท่ีมีขดลวดพันไว้รวมกันมำกกว่ำหน่ึงขดข้ึนไป กำรเหน่ียวนำท่ี
เกิดขึ้นเป็นกำรเหน่ียวนำแบบข้ำมขด ขดลวดแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนทำงเข้ำเรียกว่ำขดปฐมภูมิ และส่วนทำงออก
เรียกว่ำขดทุติยภูมิ กำรส่งผ่ำนแรงดันออกมำท่ีขดทุติยภูมิต้องอำศัยกำรเหนี่ยวนำสนำมแม่เหล็กจำกขดปฐมภูมิ ทำ
ให้เกิดแรงเคล่ือนไฟฟ้ำเหนี่ยวนำ (EMF) ขึ้นมำ เกิดเป็นแรงดันข้ึนมำ กำรเรียกช่ือหม้อแปลงเรียกตำมช่ือแกนท่ีเป็น
ฐำนรองขดลวดเชน่ แกนอำกำศ แกนเฟอร์ไรต์ แกนเหล็กแผน่ บำง และแกนทอรอยด์ เป็นตน้

หม้อแปลงกำลัง เป็นหม้อแปลงชนิดที่สำมำรถจ่ำยแรงดันและกระแสออกมำได้มำกขึ้น นำไปใช้งำนอย่ำง
แพร่หลำย ทั้งงำนในด้ำนอิเล็กทรอนิกส์ ด้ำนไฟฟ้ำกำลัง และด้ำนอุตสำหกรรม หม้อแปลงกำลังมีหลำยลักษณะ
หลำยคุณสมบัติ และหลำยหน้ำที่กำรทำงำน แต่ส่ิงที่เหมือนกัน คือต้องสำมำรถจ่ำยแรงดันและกระแสมีค่ำมำก
หรือนอ้ ยไดต้ ำมควำมต้องกำรของภำระ

ตัวเหน่ียวนำที่ผลิตออกมำใช้งำน มีหลำยขนำดหลำยค่ำควำมเหนี่ยวนำ แบ่งหน่วยบอกค่ำใช้งำนเป็นเฮนรี
(H) มิลลิเฮนรี (mH) และไมโครเฮนรี (H)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..ตวั เหนย่ี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

แบบทดสอบบทที่ 10
เร่อื ง ตัวเหน่ียวนาและหมอ้ แปลงไฟฟา้

วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินความรู้ของนักศึกษาเกยี่ วกบั เรือ่ ง ตวั เหนี่ยวนาและหมอ้ แปลงไฟฟา้
เขยี นเครอื่ งหมำยกำกบำท (X) ลงในข้อทีถ่ ูกตอ้ งทีส่ ุด

1. คณุ สมบัติของตัวเหนย่ี วนำขอ้ ใดกล่ำวไวถ้ ูกต้อง
ก. มีกำรยบุ ตัวพองตวั ของสนำมแม่เหลก็ ตำมจงั หวะกำรจำ่ ยแรงดนั ไฟสลบั
ข. เกิดแรงเคล่ือนไฟฟำ้ เหนย่ี วนำขนึ้ มำเมอ่ื มสี นำมแม่เหล็กตัดผ่ำน
ค. เกิดสนำมแมเ่ หล็กไฟฟำ้ ขน้ึ มำเม่ือจำ่ ยแรงดันให้
ง. ถกู ทุกขอ้

2. สนำมแมเ่ หล็กที่เกิดขึ้นในขดลวดมคี วำมสัมพนั ธ์กนั อย่ำงไร
ก. แกนเลก็ เกดิ สนำมแมเ่ หล็กมำก แกนใหญ่เกดิ สนำมแมเ่ หลก็ น้อย
ข. พันรอบน้อยเกดิ สนำมแม่เหลก็ มำก พันรอบมำกเกดิ สนำมแมเ่ หล็กนอ้ ย
ค. กระแสไหลน้อยสนำมแมเ่ หล็กเกิดน้อย กระแสไหลมำกสนำมแม่เหล็กเกดิ มำก
ง. แกนอำกำศเกดิ ควำมเข้มสนำมแม่เหลก็ มำก แกนเฟอรโ์ รแมกเนติกเกิดควำมเข้มสนำม แม่เหล็กน้อย

3. ตัวเหนยี่ วนำชนดิ ใดมคี ณุ สมบัตใิ ห้คำ่ ควำมเหน่ียวนำน้อยท่สี ุด

ก. แกนอำกำศ ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนผงเหลก็ อัด ง. แกนเหล็กแผน่ บำง

4. สญั ลกั ษณต์ ำมรปู แทนตวั เหนี่ยวนำชนิดใด

ก. แกนเหลก็ แผ่นบำง ข. แกนเฟอรไ์ รต์

ค. แกนอำกำศ ง. ถูกทุกข้อ

5. ตวั เหน่ียวนำชนิดใดไม่นยิ มใช้งานที่ควำมถี่สูง

ก. แกนอำกำศ ข. แกนเฟอรไ์ รต์

ค. แกนผงเหลก็ อัด ง. แกนเหลก็ แผน่ บำง

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..ตัวเหน่ียวนำและหม้อแปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

แบบฝกึ หดั บทที่ 10
เรอ่ื ง ตวั เหนี่ยวนาและหมอ้ แปลงไฟฟ้า

วตั ถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรู้ของนักศึกษาเกีย่ วกับเรือ่ ง ตัวเหนยี่ วนาและหมอ้ แปลงไฟฟ้า
เขียนเครอื่ งหมำยกำกบำท (X) ลงในข้อทถ่ี ูกตอ้ งที่สดุ

6. ตำมรูปเปน็ ตวั เหนย่ี วนำชนดิ ใด

ก. แกนปรับเปลีย่ นคำ่ ได้ ข. แกนผงเหลก็ อัด
ค. แกนทอรอยด์ ง. แกนอำกำศ

7. หมอ้ แปลงชนิดใดท่ีมขี ดลวดเพยี งชดุ เดียว แตแ่ ยกจดุ ใช้งำนออกเอำต์พุตหลำยตำแหน่ง

ก. ชนิดกำลงั ข. ชนิดออโต

ค. ชนดิ ทอรอยด์ ง. ชนิดลดแรงดัน

8. 450V สญั ลักษณ์ตำมรูปเป็นหม้อแปลงชนดิ ใด
250V ก. ชนดิ ออโต
220V 0V
250V ข. ชนิดทอรอยด์
0V

450V ค. ชนิดเพ่มิ แรงดนั

ง. ชนดิ เพ่ิม – ลดแรงดัน

9. วำรแิ อกคือหม้อแปลงชนิดใด ข. ชนดิ ทอรอยด์
ก. ชนิดออโต ง. ชนดิ ปรับเปลยี่ นแรงดันได้
ค. ชนิดเพิ่มแรงดนั

10. คำ่ ควำมเหน่ยี วนำข้อใดมีคำ่ มำกท่ีสดุ ข. 0.0068 H
ง. 0.033 H
ก. 62,000 H
ค. 52.4 mH

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..ตัวเหนย่ี วนำและหม้อแปลงไฟฟำ้ ...................................................................

เร่อื ง.............กำรวดั และทดสอบหม้อแปลง……………................….........จานวนช่วั โมงสอน...........................

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ รายการเรยี นรู้

1. วดั ทดสอบสภำพดีหรือเสียของหม้อแปลงดว้ ยโอหม์ 1. หมอ้ แปลงกำลังชนดิ ลดแรงดันที่มีค่ำแรงดันกำกบั ไว้

มิเตอร์ได้ 0, 6, 9, 12 V 1 ตัว

2. ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์วดั แรงดนั ของหม้อแปลงได้ 2. เทปพนั สำยไฟ 1 ม้วน

3. มนี ้ำใจตอ่ เพอื่ นรว่ มงำน 3. สำยไฟพร้อมเต้ำเสียบ 1 เส้น

4. มัลติมิเตอร์ชนดิ เข็มช้ี 1 เคร่ือง

- ลำดับขน้ั กำรทำงำน ข้อควรระวัง

1. ปรับมัลติมิเตอร์ไปท่ีย่ำนวัดโอห์มย่ำน x1 ปรับแต่ง .......................................................................................

โอหม์ มิเตอร์ให้พรอ้ มใช้งำนกอ่ นกำรวดั ค่ำ .......................................................................................

2. ใช้โอห์มมิเตอร์ที่ปรับแต่งเรียบร้อยวัดค่ำควำม มอบงำน

ต้ำนทำนตำมขำต่ำงๆ ของหม้อแปลงท่ีเตรียมไว้ วัดขำ .......................................................................................

ต่ำงๆ ทำงด้ำนขดทุติยภูมิตำมรูปท่ี 10.1 (ก) ตำแหน่ง .......................................................................................

กำรวัดขำใช้ตำมตำรำงท่ี 10.1 วัดทุกค่ำตำมลำดับ วัดผล/ประเมินผล

บันทึกค่ำควำมต้ำนทำนท่ีวัดได้ลงในตำรำงท่ี 10.1 ตำม 1.ประเมินผลจำควำมตั้งใจในกำรปฏิบัตงิ ำน

ขำที่กำหนด ให้ทั้งหมด ควรวัดทดสอบด้วยควำม 2.ประเมนิ ผลจำกงำนท่ีไดร้ บั มอบหมำย

ระมัดระวงั

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..ตวั เหน่ียวนำและหมอ้ แปลงไฟฟำ้ ...................................................................

เรื่อง.............กำรวดั และทดสอบหม้อแปลง……………................….........จานวนชั่วโมงสอน...........................

ข้อควรระวัง ขณะวัดควำมต้ำนทำน ไม่ควรจับข้ัวต่อหม้อแปลงทำงด้ำน 220 V ด้วยมือ
เปลำ่ เพรำะขณะวัดจะทำใหเ้ กดิ แรงดนั ค่ำสงู จ่ำยออกมำ อำจทำใหถ้ ูกไฟฟำ้ ดดู ได้

4 56 7 89

32 1

(ก) กำรวดั ค่ำควำมตำ้ นทำนทำงขดทุติยภูมิ (ข) กำรวัดคำ่ ควำมต้ำนทำนทำงขดปฐมภูมิ
รูปท่ี 10.1 กำรวดั ค่ำควำมต้ำนทำนของหม้อแปลงดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์

ตารางที่ 10.1 กำรวดั ค่ำควำมต้ำนทำนจำกขวั้ ต่อใชง้ ำนของหม้อแปลง

หมายเลขวัด 1 - 6 2 - 6 1 - 2 2 - 4 1 - 5 1 - 3 1 - 4 4 - 7 8 - 9
คา่ แรงดันไฟสลับ 3 V 6 V 9 V 12 V 15 V 18 V 21 V 24 V 220 V
ความต้านทาน

ท่วี ดั ได้ ()

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..ตัวเกบ็ ประจุ.............................................................................................

เรื่อง.............กำรตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุ……………….........จานวนช่ัวโมงสอน...........................

3. ปรับย่ำนวดั โอห์มมเิ ตอร์ไปที่ย่ำน x10 ปรับแตง่ โอห์มมเิ ตอร์ให้พร้อมใช้งำนก่อนใช้
4. นำโอห์มมิเตอร์ท่ีปรับแต่งเรียบร้อย ไปวัดค่ำควำมต้ำนทำนของหม้อแปลงทำงด้ำนขดปฐมภูมิข้ัวแรงดัน
220 V ตำแหน่งวดั 8 – 9 ตำมรูปท่ี 10.1 (ข) บันทึกค่ำควำมต้ำนทำนท่ีวัดได้ลงในตำรำงที่ 10.1 ช่องหมำยเลขวัด
8 – 9 (220 V)
5. ประกอบวงจรตำมรูปที่ 10.2 จ่ำยแรงดันไฟสลับ 220 V เข้ำหม้อแปลงทำงขดปฐมภูมิท่ีตำแหน่งวัด 8 –
9 นำมัลติมิเตอร์ปรบั ไปท่ียำ่ นวดั โวลต์ ACV ต้งั ทยี่ ำ่ น 10 VAC และ 50 VACตำมลำดับ วดั แรงดันไฟสลบั ทำงขดทุติย
ภูมิตำมขำต่ำงๆ ของหม้อแปลงตำมรูปที่ 10.2 ตำแหน่งกำรวัดตำมตำรำงท่ี 10.2 บันทึกค่ำแรงดันไฟสลับที่วัดได้ลง
ในตำรำงท่ี 10.2 ตำมค่ำทีก่ ำหนดให้

220 V 8 9

4 56 7

32 1

รูปท่ี 10.2 กำรวัดค่ำแรงดันไฟสลับของหม้อแปลงดว้ ยโวลตม์ ิเตอร์ ACV

ตารางท่ี 10.2 กำรวดั ค่ำแรงดันไฟสลับจำกขวั้ ต่อใช้งำนของหม้อแปลง

หมายเลขวัด 1 - 6 2 - 6 1 - 2 2 - 4 1 - 5 1 - 3 1 - 4 4 - 7 8 - 9
คา่ แรงดนั ไฟสลบั 3 V 6 V 9 V 12 V 15 V 18 V 21 V 24 V 220 V
แรงดนั ไฟสลบั

ท่ีวดั ได้ (V)

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..ตัวเกบ็ ประจุ.............................................................................................

เร่อื ง.............กำรตรวจสอบตัวเก็บประจุ……………….........จานวนช่ัวโมงสอน...........................

สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................................................................

คาถามและการวิเคราะห์
1. แรงดันที่วัดได้ในตำรำงที่ 10.2 ได้ค่ำแรงดันท่ีแตกต่ำงกันไปในแต่ละตำแหน่ง เกิดจำกสำเหตุใด ค่ำท่ีวัดได้
แตกตำ่ งจำกคำ่ ท่บี อกไว้หรือไม่อยำ่ งไร

............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................... ............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ...........................................
....................................................................................................................................................................

พส.9

แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่.ี .....10.....

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบอ้ื งตน้ เวลารวม..72...ชม.

ช่ือหน่วย.......................ตัวเหนีย่ วนำและหม้อแปลงไฟฟ้ำ..........................

สัปดาห.์ ...14.../18

เรื่อง.................................ตัวเหน่ยี วนำและหม้อแปลงไฟฟ้ำ................................จ..า..น..ว..น............4..ชม.

1. สาระสาคัญ
ตัวเหนี่ยวนำเป็นเส้นลวดตัวนำจำพวกทองแดงขดเป็นวงเรียงกันหลำยๆรอบ ลักษณะกำรพัน

เส้นลวดตัวนำแตกต่ำงกัน จึงถูกเรียกชื่อแตกต่ำงกัน แต่คุณสมบัติของตัวเหนี่ยวนำมีควำมเหมือนกันคือ เม่ือมี
กระแสไฟฟำ้ ไหลผำ่ นเสน้ ลวดตวั นำ จะเกิดเสน้ แรงแม่เหลก็ ข้นึ รอบเสน้ ลวด
หม้อแปลงไฟฟ้ำแกนเหล็ก ฐำนรองขดลวดทำด้วยแผ่นเหล็กบำงเคลือบฉนวนวำงซ้อนกัน ช่วยเพ่ิมค่ำควำม
เหนี่ยวนำให้มำกขึ้น ลดกำรสูญเสียเน่ืองจำกกระแสไหลวน กำรเรียกช่ือหม้อแปลงแกนเหล็กเรียกตำมลักษณะกำร
พนั ขดลวด และตำมลกั ษณะโครงสร้ำงของหม้อแปลง
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย

1.สำมำรถอำ่ นค่ำตัวเหน่ยี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟำ้ และต่อใช้งำนไดอ้ ย่ำงถูกต้อง
3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1.บอกคุณสมบตั ิตัวเหน่ียวนำได้
2.อธิบำยชนิดตัวเหน่ียวนำแบบขดเดียวได้
3.อธบิ ำยชนิดตัวเหนีย่ วนำแบบหลำยขดได้
4.บอกชนิดหม้อแปลงกำลังได้
5.แสดงวิธีกำรแปลงหนว่ ยควำมเหนยี่ วนำได้
4. สาระการเรียนรู้
1.คณุ สมบัตขิ องตวั เหนยี่ วนำ
2.ตัวเหนี่ยวนำแบบขดเดียว
3.ตวั เหน่ยี วนำแบบหลำยขด
4.หม้อแปลงกำลงั
5.หนว่ ยควำมเหนีย่ วนำ
6.บทสรุป

5. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
- แบง่ กลุ่มเรียน ร่วมกันปฏิบัตใิ บงำน โดยให้เพื่อนชว่ ยสอนเพ่อื น

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
-ตรวจควำมพรอ้ มของผู้เรียนโดยกำรให้เขำ้ แถวแล้วขำนชอ่ื เช็คกำรมำเรียนสำย ตกั เตือนให้ควำมรู้

เกี่ยวกับควำมมีวินยั
ข้นั นา

-นำเขำ้ สู่บทเรยี น โดยถำมนักเรยี นเกยี่ วกับตวั เหนย่ี วนำ
-นักเรยี นช่วยกนั ตอบคำถำมตำมควำมเข้ำใจของแต่ละคน
ข้นั สอน
-ครูอธิบำยเรอ่ื ง ของ คุณสมบัติของตัวเหน่ียวนำ, ตวั เหน่ียวนำแบบขดเดียว, ตวั เหนี่ยวนำแบบหลำยขด,
หม้อแปลงกำลงั , หนว่ ยควำมเหนีย่ วนำ
-นกั เรยี นฟงั กำรบรรยำยจำกครผู สู้ อน, ศึกษำจำกส่ือ/หนงั สือ, ซักถำมปญั หำข้อสงสัย
-ครซู กั ถำมเก่ยี วกบั ตัวเหน่ยี วนำ
-นกั เรยี นร่วมกันสนทนำเกย่ี วกบั ตวั เหน่ยี วนำ
-ใหน้ ักเรยี นแบง่ กล่มุ ทำใบงำนเร่ือง ตวั เหน่ียวนำ
-นกั เรยี นจดบันทึกย่อ, ถำมตอบ, ช่วยเหลอื กันในกลุ่ม, ทำใบงำน
-ครใู หค้ ำแนะนำนักเรยี นนำเสนอผลงำนหนำ้ ชน้ั เรียน
-ครูตรวจสอบกำรปฏิบัติงำน
-ครเู ปดิ โอกำสใหน้ ักเรียนถำมปญั หำและข้อสงสัยจำกเนอ้ื หำ โดยครเู ปน็ ผ้ตู อบปัญหำทเ่ี กดิ ขนึ้ ระหว่ำงกำร
เรยี นกำรสอน
-นกั เรียน ถำมปัญหำและข้อสงสัยทีเ่ กดิ ขน้ึ
-ครูให้นกั เรยี นสบื ค้นข้อมลู จำกอินเตอรเ์ นต็
-นักเรียนสบื ค้นข้อมูลจำกอนิ เตอร์เน็ต
ข้ันสรุป
-ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปเน้อื หำที่ได้เรยี นให้มีควำมเข้ำใจในทิศทำงเดียวกัน
-นักเรยี นรว่ มกันสรุปเนอื้ หำท่ีได้เรียนให้มีควำมเข้ำใจในทิศทำงเดียวกนั
-ครใู หน้ ักเรียนทำแบบฝกึ หดั หน่วยที่ 10
-นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 10
-ครใู หน้ ักเรียนทำแบบทดสอบ
-นกั เรยี นทำแบบทดสอบ
-ครใู หน้ ักเรยี นศกึ ษำเพ่มิ เติมจำกแหล่งควำมรนู้ อกหอ้ งเรยี น
-นกั เรยี นศึกษำเพม่ิ เติมจำกแหลง่ ควำมรู้นอกห้องเรียน

7. บรรยากาศทสี่ ่งเสริมและพฒั นาผู้เรียน
- บรรยำกำศแห่งควำมท้ำทำย เพื่อเป็นแรงกระต้นุ ใหน้ ักเรยี นไดป้ ฏิบตั ิงำนให้สำเรจ็
- ผ้เู รยี นมีควำมสนใจในกำรเรียน เนอื่ งจำกกำรสอนแบบเพ่ือนช่วยเพือ่ น ทำใหผ้ ู้เรยี นได้แสดงควำมคิดเหน็ และได้
แลกเปลีย่ นควำมรู้ สง่ ผลใหเ้ กิดผลกำรเรยี นรทู้ ด่ี ี

8. คุณธรรม จรยิ ธรรมประจาหน่วย
- ควำมรบั ผดิ ชอบ
- ตรงตอ่ เวลำ
- ควำมซอื่ สตั ย์
- รกั ษำควำมปลอดภยั

9. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
1. เอกสำรประกอบกำรเรยี นเร่ือง ตวั เหนย่ี วนำและหม้อแปลงไฟฟำ้
2. ใบงำน
3. แบบทดสอบหลังเรียน
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เร่อื ง ตวั เหนี่ยวนำและหม้อแปลงไฟฟำ้

10. การวัดผลและประเมนิ ผล
1. กำหนดกำรประเมินทักษะพสิ ยั
2. เครื่องมือที่ใชป้ ระเมินทักษะพสิ ัย
3. เครอ่ื งมือกำรประเมินจติ พิสัย

11. หลักฐานการเรียนรู้
- ใบงำนเรือ่ ง ตวั เหน่ียวนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้ำ

12. เอกสารอ้างอิง
หนงั สือประกอบกำรเรยี นรำยวิชำ งำนไฟฟ้ำและอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองต้น ของสำนกั พมิ พ์ ศนู ยส์ ่งเสรมิ อำชีวะ

เรยี บเรียง โดย พันศกั ดิ์ พฒุ ิมำนิตพงศ์

พส.10

เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

แบบประเมินแบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑ์การใหค้ ะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมนิ

1.บอกคุณสมบัติตวั เหนีย่ วนำได้
2.อธบิ ำยชนดิ ตัวเหนย่ี วนำแบบขดเดียวได้
3.อธิบำยชนิดตัวเหนย่ี วนำแบบหลำยขดได้
4.บอกชนิดหม้อแปลงกำลงั ได้
5.แสดงวิธกี ำรแปลงหนว่ ยควำมเหนี่ยวนำได้

รวม
รวมทัง้ หมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)

พส.11

บนั ทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหัสวิชำ...........................ชื่อวชิ ำ.........................................................................................ระดบั ชัน้  ปวช.  ปวส.
สำขำงำน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สปั ดำห์ท่ี..........วนั ทีส่ อน..............................................
หน่วยท่ี............ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จำนวน................ชวั่ โมง
จำนวนผู้เรียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มำเรียน............6..2..........คน ขำดเรียน...1..2....คน ลำปว่ ย....-.....คน ลำกิจ.....-.....คน

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปัญหาและอปุ สรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………

ลงช่อื .......................................................ครูผสู้ อน
(............................................................)

........../................/............

ควำมเห็น................................................................................. ควำมเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................

ลงช่อื ...............................................หัวหน้ำแผนกวชิ ำ ลงช่อื ............................................รองผู้อำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร

(............................................................) (นำงสำวนศิ ำกร เจรญิ ด)ี
............/................../............ ............/................../............

ควำมเหน็ ผู้อำนวยกำร.................................................................................
....................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................
(นำงสำวสุมนี ำ แดงใจ)

ผู้อำนวยกำรวทิ ยำลัยกำรอำชพี นครปฐม
............/................../............

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย......ตวั เหน่ียวนาและหม้อแปลงไฟฟ้า.................................................................

เรอ่ื ง................ตวั เหนย่ี วนาและหม้อแปลงไฟฟา้ ........................................จานวนชั่วโมงสอน..........8.............

จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้

- จุดประสงค์ทัว่ ไป

1.เพ่ือให้มีควำมเร่ืองคุณสมบตั ิของตวั เหนีย่ วนำ 1.คุณสมบัตขิ องตวั เหนี่ยวนำ

2.เพ่ือให้มีควำมรู้เร่ืองของตัวเหนย่ี วนำแบบขดเดยี ว 2.ตวั เหนี่ยวนำแบบขดเดียว

3.เพ่ือให้มีควำมรเู้ กยี่ วกับตวั เหนี่ยวนำแบบหลำยขด 3.ตวั เหนีย่ วนำแบบหลำยขด

4.เขำ้ ใจหลักกำรทำงำนของหมอ้ แปลงกำลงั 4.หมอ้ แปลงกำลงั

5.มีควำมรู้เกี่ยวกับหนว่ ยควำมเหนี่ยวนำ 5.หน่วยควำมเหนยี่ วนำ

- จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

1.บอกคุณสมบตั ติ ัวเหนี่ยวนำได้

2.อธบิ ำยชนดิ ตัวเหนี่ยวนำแบบขดเดยี วได้

3.อธิบำยชนดิ ตัวเหน่ยี วนำแบบหลำยขดได้

4.บอกชนดิ หม้อแปลงกำลังได้

5.แสดงวธิ ีกำรแปลงหน่วยควำมเหน่ยี วนำได้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..ตวั เหน่ียวนำและหมอ้ แปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

10.1 คณุ สมบตั ขิ องตวั เหนี่ยวนา

ตัวเหน่ียวนำ (Inductor) เป็นอุปกรณ์ที่ถูกนำไปใช้งำนทำงด้ำนไฟฟ้ำและอิเล็กทรอนิกส์อย่ำงแพร่หลำย
ในหลำยงำนและหลำยหน้ำที่ คุณสมบัติของตัวเหนี่ยวนำมี 2 สภำวะ คือ จะให้กำเนิดสนำมแม่เหล็กไฟฟ้ำ
(ElectromagneticField) ข้ึนมำ เม่ือมีกระแสไหลผ่ำนในตัวเหนี่ยวนำ และจะให้กำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้ำเหน่ียวนำ
(InduceElectroMotiveForce;EMF) ข้ึนมำ เม่ือมีสนำมแม่เหล็กเคลื่อนท่ีตัดผ่ำนตัวเหนี่ยวนำ ตัวเหน่ียวนำท่ีถูก
ผลติ ข้นึ มำใชง้ ำนมีหลำยขนำดและหลำยรปู แบบแตกตำ่ งกัน ตวั เหนย่ี วนำแบบตำ่ งๆ แสดงดังรูปที่ 10.1

รูปที่ 10.1ตวั เหนยี่ วนำแบบต่ำงๆ
ตัวเหนี่ยวนำสำมำรถเรียกได้หลำยช่ือ เช่น ขดลวด (Coil) หรือ โช้ก (Choke) เป็นต้น สร้ำงข้ึนจำกกำรนำ
เส้นลวดทองแดงอำบน้ำยำฉนวน พันเป็นขดวงกลมหลำยๆ วงเรียงซ้อนกัน จำนวนรอบของกำรพันขดลวดตัว
เหน่ียวนำมีผลทำให้ค่ำควำมเหน่ียวนำ (Inductance) ที่เกิดข้ึนในตัวเหนี่ยวนำแตกต่ำงกันไปมีค่ำดังน้ี พันขดลวด
จำนวนรอบน้อยเกิดควำมเหน่ียวนำค่ำน้อย พันขดลวดจำนวนรอบมำกเกิดควำมเหนี่ยวนำค่ำมำก จำนวนรอบที่
พันยังมีผลต่อปริมำณสนำม แม่เหล็กที่เกิดข้ึนด้วย พันขดลวดจำนวนรอบน้อยสนำมแม่เหล็กเกิดข้ึนน้อย พัน
ขดลวดจำนวนรอบมำกสนำมแมเ่ หลก็ เกิดขน้ึ มำก ค่ำทัง้ สองมคี วำมสัมพันธ์ซึ่งกนั และกัน

เส้นลวดตัวนำเมื่อนำมำพันเป็นขดลวด จะส่งผลให้เส้นแรงแม่เหล็กท่ีเกิดขึ้นรอบเส้นลวด ตัวนำเกิดกำร
เสริมแรงกัน เกิดเป็นสนำมแม่เหล็กขึ้นรอบขดลวด และสนำมแมเ่ หล็กท่ีเกดิ ขึน้ มีควำมเข้มเพม่ิ มำกขึ้นตำมจำนวน
รอบทพ่ี นั ลกั ษณะกำรเกดิ สนำมแมเ่ หล็ก แสดงดงั รปู ที่ 10.2

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์เบือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..ตวั เหน่ยี วนำและหม้อแปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

SN

รปู ที่ 10.2 กำรเกดิ สนำมแมเ่ หลก็ เสรมิ แรงในตัวเหน่ยี วนำ

ควำมเขม้ ของสนำมแม่เหล็กไฟฟ้ำท่ีเกดิ ขน้ึ ในขดลวดขึ้นอยกู่ ับสว่ นประกอบตำ่ งๆ ดังนี้
1. จำนวนรอบของกำรพันเสน้ ลวดตัวนำ พันรอบน้อยเกิดสนำมแมเ่ หลก็ นอ้ ย พนั รอบมำกเกดิ สนำมแม่เหลก็ มำก
2. ปริมำณกำรไหลของกระแสผ่ำนเส้นลวดตัวนำ กระแสไหลน้อยสนำมแม่เหล็กเกิดน้อย กระแสไหลมำกสนำมแม่เหล็ก
เกิดมำก
3. ชนิดของวัสดทุ ีใ่ ช้ทำแกนแมเ่ หล็กไฟฟ้ำ แกนอำกำศให้ควำมเข้มสนำมแม่เหล็กนอ้ ย แกนทที่ ำมำจำกโลหะให้ควำมเข้ม
ของสนำมแม่เหลก็ มำก
4. ขนำดของแกนท่ีนำมำใช้งำน แกนขนำดเลก็ เกดิ สนำมแม่เหล็กขึน้ น้อย แกนขนำดใหญ่เกดิ สนำมแมเ่ หลก็ ขึน้ มำก
ตัวเหนี่ยวนำทผ่ี ลติ มำใชง้ ำน แบง่ ตำมลกั ษณะกำรเหน่ยี วนำสนำมแมเ่ หล็ก แบง่ ออกได้เป็น 2 แบบ คอื แบบตัวเหนี่ยวนำ
ขดเดียว หรือแบบกำรเหน่ียวนำตัวเอง (SelfInduction) และแบบตัวเหนี่ยวนำหลำยขด หรือแบบกำรเหน่ียวนำข้ำมขด
(MutualInduction)
10.2 ตัวเหนี่ยวนาแบบขดเดียว
ตัวเหน่ียวนำแบบขดเดียว เป็นตัวเหน่ียวนำท่ีมีขดลวดพันไว้เพียงขดเดียว กำรเหน่ียวนำท่ีเกิดข้ึนภำยในขดลวดเป็นกำร
เหน่ียวนำตัวเอง จึงเรียกตัวเหนี่ยวนำแบบน้ีว่ำ ขดลวด หรือโช้ก ซ่ึงกำรเหน่ียวนำสนำมแม่เหล็กจะเกิดข้ึนภำยในตัวเองเท่ำนั้น ค่ำ
แรงเคลื่อนไฟฟ้ำเหนี่ยวนำ (EMF) ท่ีเกิดข้ึน มีทั้งเสริมและหักล้ำงกับแรงดันท่ีป้อนเข้ำมำ นิยมนำไปใช้งำนเกี่ยวกับควำมถ่ีต่ำงๆ และ
กำรกำจัดสัญญำณรบกวนท่ีเกิดข้ึน ตัวเหน่ียวนำแบบนี้แบ่งออกได้ตำมชนิดของแกนที่ใช้รองรับขดลวด ได้แก่ ชนิดแกนอำกำศ
(AirCoreType) ชนดิ แกนสำรเฟอรโ์ รแมกเนตกิ (FerromagneticCoreType) และชนิดแกนปรับคำ่ ได้ (VariableCoreType)
10.2.1 ตวั เหนี่ยวนาชนิดแกนอากาศ (AirCoreInductor)

ตวั เหน่ยี วนำชนิดแกนอำกำศ เปน็ ตัวเหนย่ี วนำชนดิ ท่ีพนั ขดลวดไวล้ อยๆ โดยไม่มีฐำนรอง หรือใชแ้ กนฐำนรอง
ขดลวดทำมำจำกวัสดุที่เปน็ ฉนวนไฟฟ้ำ เชน่ ไฟเบอร์ พลำสตกิ หรอื คำร์บอน เป็นต้น ตวั เหน่ียวนำชนดิ นี้นยิ มนำไปใช้งำนกับควำมถี่
สูง (High Frequency) หรือควำมถว่ี ิทยุ (RadioFrequency;RF) จงึ มกั เรียกตัวเหนีย่ วนำชนดิ น้ีวำ่ RF โชก้ ตวั เหนี่ยวนำแกน
อำกำศเป็นตัวเหนยี่ วนำทมี่ ีค่ำควำมเหนย่ี วนำตำ่ เพรำะแกนไมส่ ำมำรถช่วยเสรมิ ค่ำควำมเหนี่ยวนำได้ กำรจะทำให้ค่ำควำม
เหน่ียวนำเพ่มิ มำกขนึ้ ต้องใช้วิธีพันจำนวนรอบของขดลวดมำกขึ้น ลกั ษณะตวั เหนยี่ วนำชนดิ แกนอำกำศ แสดงดังรูปที่ 10.3

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..ตวั เหนยี่ วนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

(ก)รูปร่ำง (ข)สญั ลกั ษณ์

รูปที่ 10.3 ตวั เหนีย่ วนำชนดิ แกนอำกำศ

10.2.2 ตัวเหนี่ยวนาชนดิ แกนสารเฟอรโ์ รแมกเนตกิ (Ferromagnetic CoreInductor)
ตัวเหนี่ยวนำชนดิ แกนสำรเฟอรโ์ รแมกเนตกิ เปน็ ตวั เหน่ยี วนำท่พี ันขดลวดบนแกนหรอื ฐำนรองทำ

มำจำกวัสดุประเภทสำรเฟอร์โรแมกเนติก สำมำรถเกิดอำนำจแม่เหล็กขึ้นในตัวเองได้ และช่วยเสริมอำนำจแม่เหล็ก
ให้กำเนิดได้มำกข้ึน วัสดุท่ีนิยมนำมำใช้ผลิตทำแกน เช่น เฟอร์ไรต์ ผงเหล็กอัด ทอรอยด์ และเหล็กแผ่นบำง เป็น
ต้น ตัวเหนี่ยวนำชนิดน้ีนำไปใช้งำนได้กับท้ังควำมถ่ีต่ำและควำมถี่สูง เป็นตัวเหน่ียวนำชนิดที่ผลิตให้มีค่ำควำม
เหน่ยี วนำจำนวนมำกๆ ได้ ตวั เหนีย่ วนำชนดิ แกนสำรเฟอร์โรแมกเนติกแบ่งย่อยออกไดห้ ลำยชนดิ ดังนี้

1. ตัวเหนี่ยวนาแกนเฟอร์ไรต์ (FerriteCoreInductor) เป็นตัวเหนี่ยวนำที่ใช้แกนรองขดลวด
ทำมำจำกวัสดุประเภทเฟอร์ไรต์อัดข้ึนรูปในลักษณะต่ำงๆ ซึ่งสำรเฟอร์ไรต์มีส่วนผสมที่แตกต่ำงกันไป โดยมี
ส่วนผสมหลักเป็นสนิมเหล็ก และผสมร่วมกับสำรอื่นๆ อีกหลำยชนิด เช่น อะลูมิเนียม แมกนีเซียม นิกเกิล โคบอลต์
และสงั กะสี เป็นต้น กำรใชส้ ว่ นผสมแตกต่ำงกันมีผลตอ่ คำ่ ควำมเหนยี่ วนำทีไ่ ด้ออกมำมคี ่ำมำกน้อยแตกตำ่ งกนั

ข้อดีของตัวเหนี่ยวนำแกนเฟอร์ไรต์ คือสำมำรถสร้ำงให้แกนมีรูปร่ำงหลำกหลำยลักษณะแตกต่ำง
กันไปตำมควำมต้องกำร นำไปใช้งำนได้ดีทั้งย่ำนควำมถี่ต่ำและย่ำนควำมถี่สูง ถูกผลิตข้ึนมำใช้งำนมำกมำย
หลำกหลำยรปู แบบ และถูกนำไปใชง้ ำนอย่ำงแพร่หลำย ลักษณะตัวเหน่ยี วนำแกนเฟอรไ์ รต์ แสดงดังรปู ท่ี 10.4

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..ตัวเหนยี่ วนำและหมอ้ แปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

(ก)รปู ร่ำง (ข)สัญลกั ษณ์

รปู ที่ 10.4 ตัวเหนย่ี วนำแกนเฟอร์ไรต์
2. ตัวเหนี่ยวนาแกนผงเหล็กอัด (IronPowderCoreInductor) เป็นตัวเหนี่ยวนำที่ใช้แกน
รองขดลวดทำมำจำกวัสดุประเภทผงเหล็กชนิดอัดแน่น โดยนำผงเหล็กผสมกับกำวอัดแน่นเป็นรูปร่ำงต่ำงๆ ตำม
ตอ้ งกำร สำมำรถกำหนดรูปแบบได้อยำ่ งหลำกหลำย
ขอ้ ดีของตัวเหน่ียวนำแกนผงเหล็กอัด คอื สำมำรถชว่ ยลดกำรสูญเสียกำรไหลของกระแสสญั ญำณ
ภำยในขดลวดจำกกระแสไหลวน (EddyCurrent) ลงได้ ทำให้กระแสสัญญำณส่งผ่ำนตัวเหนี่ยวนำแกนผงเหล็กอัดได้
สูงขึ้น เกิดกำรสูญเสียสัญญำณภำยในตัวเหนี่ยวนำลดลง ใช้งำนได้ดีในย่ำนควำมถี่สูง สำมำรถสร้ำงให้มีค่ำควำม
เหนยี่ วนำสูงขน้ึ ได้ แต่มีขนำดตวั เหนยี่ วนำเลก็ ลง ลักษณะตัวเหนย่ี วนำแกนผงเหลก็ อัด แสดงดังรปู ท่ี 10.5

(ก)รูปร่ำง (ข)สัญลักษณ์

รูปที่ 10.5 ตวั เหนยี่ วนำแกนผงเหลก็ อดั

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..ตัวเหน่ียวนำและหมอ้ แปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

3. ตัวเหนี่ยวนาแกนทอรอยด์ (ToroidalCoreInductor) เป็นตัวเหน่ียวนำท่ีใช้แกนรองขดลวดทำมำจำกวัสดุ
ประเภทเฟอร์ไรต์ หรือทำจำกผงเหล็กชนิดอัดแน่น โดยสรำ้ งแกนขึ้นเป็นวงกลมรูปวงแหวน นำขดลวดพันโดยรอบ
แกนวงแหวน

ข้อดีของตัวเหนี่ยวนำแกนทอรอยด์ คือเส้นแรงแม่เหล็กจะไม่แพร่กระจำยออกไปภำยนอก และ
สนำมแม่เหล็กจำกภำยนอกก็ไม่เข้ำมำรบกวน สำมำรถทำให้ตัวเหน่ียวนำมีควำมเหนี่ยวนำสูงข้ึน โดยมีขนำดตัว
เหน่ียวนำเลก็ ลง และใชจ้ ำนวนรอบในกำรพนั ขดลวดน้อยลง นิยมนำไปใช้งำนกบั ย่ำนควำมถสี่ ูง ที่ต้องกำรค่ำควำม
เหนยี่ วนำสงู และมสี นำมแมเ่ หลก็ รบกวนต่ำ ลักษณะตวั เหน่ียวนำแกนทอรอยด์ แสดงดังรูปท่ี 10.6

(ก)รปู ร่ำง (ข)สัญลกั ษณ์

รปู ที่ 10.6ตัวเหนี่ยวนำแกนทอรอยด์
4. ตัวเหนี่ยวนาแกนเหล็กแผ่นบาง (LaminatedIronCoreInductor) เป็นตัวเหนี่ยวนำที่ใช้
แกนรองขดลวดทำมำจำกวสั ดุประเภทเหล็กรีดใหเ้ ปน็ แผ่นบำง (Lamination) ตัดขน้ึ รปู เหลก็ แต่ละแผน่ เป็นรปู ร่ำง
ต่ำงๆ นำมำวำงซอ้ นกันเปน็ แกนรองขดลวด โดยที่เหล็กแผ่นบำงแต่ละแผ่นถูกเคลือบฉนวนไว้ เพือ่ ให้เหล็กแต่ละ
แผ่นถกู แยกตัวออกจำกกัน
ข้อดีของตัวเหนี่ยวนำแกนเหล็กแผ่นบำง คือช่วยลดกำรสูญเสียเน่ืองจำกกระแสไหลวน ช่วยลด
ควำมร้อนจำกกำรเหนี่ยวนำ และช่วยทำให้ค่ำควำมเหนี่ยวนำเพ่ิมมำกข้ึน กำรใช้งำนนิยมนำไปใช้งำนในย่ำน
ควำมถี่ต่ำ และย่ำนควำมถี่เสียง (AudioFrequency;AF) จึงมักเรียกตัวเหนี่ยวนำชนิดนี้ว่ำ AF โช้ก นำไปใช้งำนได้
หลำยชนิด เช่น ใช้เป็นตัวกรองสัญญำณไฟฟ้ำ (Filter) ใช้ได้ทั้งแรงดันไฟสลับ และเป็นแรงดันไฟตรง เป็นต้น
ลกั ษณะตวั เหนยี่ วนำแกนเหล็กแผน่ บำง แสดงดังรูปที่ 10.7

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..ตัวเหน่ียวนำและหม้อแปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

(ก)รปู ร่ำง (ข)สญั ลกั ษณ์

รูปที่ 10.7ตัวเหน่ียวนำแกนเหล็กแผ่นบำง
9.2.3 ตวั เหนย่ี วนาชนิดแกนปรบั เปลย่ี นคา่ ได้ (VariableCoreInductor)

ตัวเหน่ียวนำชนิดแกนปรับเปล่ียนค่ำได้ เป็นตัวเหนี่ยวนำท่ีขดลวดถูกพันรอบฐำนรองโดยถูกยึด
ติดคงท่ี ฐำนรองเป็นฉนวนมีร่องเกลียวอยู่ภำยใน ตอนกลำงของฐำนรองขดลวดมีแกนเฟอร์ไรต์มีร่องเกลียวสัมผัสอยู่
กับตอนกลำงของฐำนรอง แกนเฟอร์ไรต์สำมำรถปรับเคล่ือนท่ี ได้กำรปรับแกนเฟอร์ไรต์เป็นกำรปรับเปล่ียนค่ำควำม
เหน่ียวนำของตัวเหน่ียวนำให้มำกข้ึนหรือน้อยลงได้ตำมต้องกำร นำไปใช้งำนกับควำมถี่สูงย่ำนควำมถ่ีวิทยุ (RF) เช่น
ในวงจรเคร่ืองรับวิทยุ วงจรเครื่องรับโทรทัศน์ และวงจรเคร่ืองรับส่งวิทยุ เป็นต้น ลักษณะตัวเหน่ียวนำชนิดแกน
ปรับ เปลยี่ นค่ำได้ แสดงดังรูปที่ 10.8

(ก)รูปร่ำง (ข)สัญลักษณ์

รปู ที่ 10.8 ตัวเหน่ียวนำแกนปรับค่ำได้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..ตวั เหนยี่ วนำและหม้อแปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

10.3 ตัวเหนี่ยวนาแบบหลายขด

ตัวเหนี่ยวนำแบบหลำยขด เป็นตัวเหนี่ยวนำ ที่

มีขดลวดพันไว้ใช้งำนรวมกันมำกกว่ำหนึ่งขดขึ้นไป กำร

เหนี่ยวนำที่เกิดข้ึนเป็นกำรเหนี่ยวนำแบบข้ำมขด มีข้ัวต่อ

ขดลวดออกมำใช้งำนหลำยขั้ว เช่น 4 ขั้ว 6 ข้ัว และ 8 ขั้ว

เป็นต้น ขดลวดท้ังหมดที่ต่อออกมำใช้งำนถูกแบ่งออกเป็น

2 ด้ำน คือ ด้ำนทำงเข้ำหรืออินพุต (Input)ใช้สำหรับป้อน

แรงดันเข้ำ หรือสัญญำณไฟฟ้ำเข้ำขดลวด ถูกเรียกว่ำ ขด

ปฐมภูมิ (Primary) และด้ำนทำงออกหรือเอำต์พุต รปู ท่ี 10.9กำรทำงำนเบ้ืองต้นของหมอ้ แปลง

(Output)ใช้สำหรบั ป้อนแรงดันออกหรอื

สญั ญำณไฟฟ้ำออกจำกขดลวด ถูกเรียกว่ำ ขดทุติยภูมิ (Secondary) ตัวเหนี่ยวนำแบบหลำยขดน้ีมีชื่อเรียกวำ่ หม้อ

แปลง หรือทรำนสฟอร์เมอร์ (Transformer) กำรทำงำนเบือ้ งต้นของหม้อแปลง แสดงดงั รปู ที่ 10.9

กำรทำงำนของหม้อแปลง เมื่อมีแรงดันไฟสลับป้อนเข้ำท่ีขดปฐมภูมิ ทำให้เกิดกำรยุบตัวและพองตัวของ

สนำมแม่เหล็กทำงขดปฐมภูมิ เกิดฟลักซ์แม่เหล็กว่ิงเคล่ือนที่รอบแกนรองขดลวดเหน่ียวนำสนำมแม่เหล็กไปให้ขด

ทุติยภูมิ สนำมแม่เหล็กตัดผ่ำนขดทุติยภูมิส่งผลให้เกิดแรงเคล่ือน ไฟฟ้ำชักนำ (EMF) ขึ้นมำ ค่ำที่เกิดข้ึนน้ีคือ

แรงดนั ไฟสลบั ทีจ่ ำ่ ยออกมำทำงขดทุตยิ ภมู ิ จ่ำยเป็นแรงดันออกไปใชง้ ำน

แรงดันไฟสลับท่ีได้ออกมำทำงขดทุติยภูมิ ข้ึนอยู่กับจำนวนรอบของขดลวดที่พันไว้ พันจำนวน รอบ

ขดลวดน้อยไดแ้ รงดนั ไฟสลับออกมำน้อย พนั จำนวนรอบขดลวดมำกได้แรงดนั ไฟสลับออกมำมำก นำหลักกำรนไ้ี ป

ใช้แปลงแรงดันไฟสลับท่ีจ่ำยออกมำ ให้มำกข้ึนหรือน้อยลงได้ตำมต้องกำร ลักษณะหม้อแปลงแบบต่ำงๆ แสดงดัง

รปู ที่ 10.10

รปู ที่ 10.10 หม้อแปลงแบบต่ำงๆ

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..ตวั เหนี่ยวนำและหม้อแปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................
หม้อแปลงท่ีผลิตมำใช้งำนมีมำกมำยหลำยแบบ หลำยชนิด และหลำยลักษณะ ขึ้นอยู่กับงำนที่ต้องกำรนำหม้อแปลง
ไปใช้ ท้ังค่ำแรงดันท่ีต้องกำรใช้ ค่ำกำรจ่ำยกระแสที่หม้อแปลงสำมำรถจ่ำยออกมำได้ รวมถึงหน้ำที่ในกำรทำงำนของ
หม้อแปลง ถ้ำแบ่งหม้อแปลงออกตำมลักษณะแกนท่ีใช้รองขดลวด แบ่งออกได้หลำยชนิด ดังนี้ ชนิดแกนอำกำศ
ชนดิ แกนเฟอร์ไรต์ ชนดิ แกนเหล็กแผ่นบำง และชนิดแกนทอรอยด์

10.3.1 หมอ้ แปลงชนิดแกนอากาศ (AirCoreTransformer)
หม้อแปลงชนิดแกนอำกำศ เป็นหม้อแปลงชนิดท่ีพันขดลวดไว้ลอยๆ โดยไม่มีฐำนรอง หรือใช้

แกนฐำนรองขดลวดทำมำจำกวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้ำ เช่น ไฟเบอร์ พลำสติก หรือคำร์บอน เป็นต้น หม้อแปลงชนิด
นี้นิยมนำไปใช้งำนกับควำมถี่สูงย่ำนควำมถ่ีวิทยุ (RF) เพรำะมีค่ำควำมเหนี่ยวนำต่ำ แกนไม่สำมำรถช่วยเสริมค่ำ
ควำมเหนี่ยวนำได้ กำรจะเพ่ิมให้ค่ำควำมเหน่ียวนำมำกข้ึน ทำได้โดยใช้วิธีพันจำนวนรอบของขดลวดเพิ่มขึ้น
ลักษณะหมอ้ แปลงชนดิ แกนอำกำศ แสดงดังรูปท่ี 10.11

(ก) รปู รำ่ ง (ข)สญั ลกั ษณ์

รปู ที่ 10.11 หม้อแปลงชนิดแกนอำกำศ

10.3.2 หม้อแปลงชนิดแกนเฟอรไ์ รต์ (FerriteCoreTransformer)

หม้อแปลงชนดิ แกนเฟอรไ์ รต์ เป็นหมอ้ แปลงท่ีใช้แกนรองขดลวดทำมำจำกวัสดุประเภทเฟอร์ไรต์อัด
ข้ึนรูปลักษณะต่ำงๆ ท่ีมีส่วนผสมของเฟอร์ไรต์แตกต่ำงกันไป แต่มีส่วนผสมหลักเป็นสนิมเหล็ก และผสมร่วมกับ
สำรอ่ืนๆ เช่น อะลูมเิ นียม โคบอลต์ แมกนีเซียม นิกเกลิ และสังกะสี เป็นต้น สว่ นผสมที่ใช้แตกตำ่ งกันมีผลทำให้
ค่ำควำมเหนีย่ วนำท่ีได้แตกต่ำงกัน นิยมนำไปใช้งำนในย่ำนควำมถ่ีสูง เช่น ภำครับควำมถว่ี ิทยุ (Tuner) ภำคกำเนิด
ควำมถ่ี (Oscillator;Osc.) และภำคกำหนดควำมถี่ปำนกลำง (IntermediateFrequency;IF) เปน็ ต้น โดยทำงำน
รว่ มกบั อุปกรณอ์ ืน่ ๆ ลักษณะหม้อแปลงแกนเฟอร์ไรต์ แสดงดงั รปู ที่ 10.12

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..ตวั เหน่ียวนำและหม้อแปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

(ก) รปู รำ่ ง (ข)สัญลกั ษณ์

รูปท่ี 10.12 หม้อแปลงแกนเฟอรไ์ รต์
10.3.3 หมอ้ แปลงชนิดแกนเหล็กแผน่ บาง (LaminatedIronCore

Transformer)

หม้อแปลงชนิดแกนเหล็กแผ่นบำง เป็นหม้อแปลงท่ีใช้แกนรองขดลวดทำมำจำกวัสดุประเภทเหล็ก
รีดให้เป็นแผ่นบำง ตัดขึ้นรูปเหล็กแต่ละแผ่นเป็นรูปตัว E และตัว I นำมำวำงซ้อนกันเป็นแกนรองขดลวด โดยท่ี
เหล็กแผ่นบำงแต่ละแผ่นถูกเคลือบฉนวนไว้ ทำให้เหล็กแต่ละแผ่นถูกแยกตัวออกจำกกัน เพื่อช่วยลดกำรสูญเสีย
เน่ืองจำกกระแสไหลวน ช่วยลดควำมร้อนจำกกำรเหนี่ยวนำ และช่วยทำให้ค่ำควำมเหนี่ยวนำเพ่ิมมำกข้ึน กำรใช้
งำนนิยมนำไปใช้งำนในย่ำนควำมถ่ีต่ำ และย่ำนควำมถี่เสียง (AF) ใช้งำนได้ท้ังแรงดันไฟตรงและแรงดันไฟสลับ
ลักษณะหมอ้ แปลงแกนเหลก็ แผ่น แสดงดงั รปู ที่ 10.13

(ก) รปู ร่ำง (ข)สญั ลักษณ์

รูปท่ี 10.13 หม้อแปลงแกนเหลก็ แผ่นบำง

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..ตวั เหนี่ยวนำและหม้อแปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

10.3.4 หมอ้ แปลงชนิดแกนทอรอยด์ (ToroidalCoreTransformer)

หม้อแปลงชนิดแกนทอรอยด์ เป็นหม้อแปลงท่ีใช้แกนรองขดลวดทำมำจำกวัสดุหลำยประเภท
เช่น เหล็กแผ่นบำงเคลือบฉนวน ผงเหล็กชนิดอัดแน่น หรือเฟอร์ไรต์ โดยสร้ำงแกนขึ้นเป็นรูปวงแหวน ขดลวดถูก
พันรอบแกนวงแหวนโดยรอบ ทำให้เส้นแรงแม่เหล็กที่เกิดขึ้นภำยในขดลวดไม่แพร่กระจำยออกไปภำยนอก และ
สนำมแม่เหล็กจำกภำยนอกก็ไม่เข้ำมำรบกวน ทำให้หม้อแปลงชนิดนี้มีค่ำควำมเหนี่ยวนำสูงข้ึน โดยสร้ำงขนำดหม้อ
แปลงได้เล็กลง และใชจ้ ำนวนรอบในกำรพันขดลวดนอ้ ยลง นิยมนำไปใช้งำนทงั้ ควำมถี่ต่ำและควำมถี่สูง ทต่ี ้องกำร
ค่ำควำมเหน่ียวนำสงู และมีสนำมแม่เหลก็ รบกวนต่ำ ลักษณะหม้อแปลงแกนทอรอยด์ แสดงดงั รูปที่ 10.14

แกนผงเหล็กอดั หรือเฟอร์ไรต์

แกนเหล็กแผน่ บำง

(ก) รูปรำ่ ง (ข)สัญลกั ษณ์

รูปท่ี 10.14 หม้อแปลงแกนทอรอยด์
10.4 หมอ้ แปลงกาลัง

หม้อแปลงกำลัง (PowerTransformer) เป็นหม้อแปลงชนิดท่ีสำมำรถจ่ำยแรงดัน จ่ำยกระแส หรือจ่ำย
ทั้งแรงดันและกระแสออกมำใช้งำนได้มำกขึ้น ถูกนำไปใช้งำนอย่ำงแพรห่ ลำย ในหลำยหน้ำท่ีและหลำยลักษณะกำร
ทำงำน ทงั้ งำนในดำ้ นอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ด้ำนไฟฟ้ำกำลัง และด้ำนอุตสำหกรรม หม้อแปลงกำลังที่ผลิตมำใช้งำน มี
ต้ังแต่ทนกระแสได้ต่ำ ไปจนถึงทนกระแสได้สูงๆ และจ่ำยแรงดันออกมำได้หลำยค่ำจำกต่ำไปถึงค่ำสูง หม้อแปลงกำลัง
มีหลำยลักษณะ หลำยคุณสมบัติ และหลำยหน้ำที่กำรทำงำน แต่ส่ิงที่เหมือนกันของหม้อแปลงกำลัง คือจะต้อง
สำมำรถจ่ำยกำลังไฟฟ้ำออกมำในรูปแรงดันและกระแสมีค่ำมำกหรือน้อยได้ตำมควำมต้องกำรของภำระที่ต้องกำร
ใชง้ ำน ลกั ษณะหมอ้ แปลงกำลังชนดิ ตำ่ งๆ แสดงดงั รปู ที่ 10.15

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..ตัวเหนี่ยวนำและหม้อแปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

(ก) ใช้งำนระบบจำ่ ยกำลังไฟฟำ้ (ข) ใชง้ ำนไฟฟ้ำและอเิ ล็กทรอนกิ ส์ทัว่ ไป

รปู ที่ 10.15 หม้อแปลงกำลังชนดิ ตำ่ งๆ

แกนรองขดลวดหม้อแปลงกำลังนิยมใช้ชนิดเหล็กแผ่นบำงเคลือบฉนวนซ้อนทับกัน ด้วยเหตุที่หม้อแปลง

กำลังขณะทำงำนใช้กำลังไฟฟ้ำสูง ทำให้เกิดควำมร้อนสูงมำก จำเป็นต้องมีกำรระบำยควำมร้อนที่ดี ซ่ึงแผ่นเหล็ก

บำงสำมำรถระบำยควำมร้อนได้ดี และด้วยขนำดที่ใหญ่ของหมอ้ แปลงกำลัง รวมท้ังรูปรำ่ งของหม้อแปลงกำลังท่ี

มีควำมแตกต่ำงกัน กำรใช้เหล็กแผ่นบำงเคลือบฉนวนข้ึนรูปแกนรองขดลวดทำได้ง่ำย รวมถึงสำมำรถสร้ำงให้มี

ระบบกำรระบำยควำมร้อนท่ีแตกตำ่ งกันได้ ช่วยให้เกิดกำรสูญเสียกำลงั ไฟฟ้ำขณะทำงำนต่ำ เกิดประสิทธิภำพในกำร

ทำงำนเพ่ิมมำกข้ึน หม้อแปลงกำลังที่ผลิตมำใช้งำนมีด้วยกันหลำยรูปแบบ หลำยลักษณะ และหลำยชนิด แบ่ง

ออกตำมคุณลักษณะของกำรพันขดลวดได้ดังนี้ ชนิดลดแรงดัน (StepDown Voltage) ชนิดเพ่ิมแรงดัน (StepUp

Voltage) ชนิดเพ่ิม – ลดแรงดัน (StepUp – StepDown Voltage) ชนิดออโต (Auto) และชนิดปรับเปล่ียน

แรงดันได้ (Variable Voltage)

10.4.1 หม้อแปลงกาลังชนิดลดแรงดนั (StepDownTransformer)

220V หม้อแปลงกำลังชนิดลดแรงดัน เป็นหม้อแปลงที่
60V ทำหน้ำที่ลดแรงดันไฟสลับทำงด้ำนขดทุติยภูมิ หรือด้ำน

24V ส่งออกเอำต์พุต ให้มีค่ำแรงดันไฟสลับน้อยกว่ำค่ำ
0V แรงดนั ไฟสลบั ท่ีป้อนเข้ำทำงดำ้ นขดปฐมภูมิ รปู แบบกำร
24V

60V พันขดลวดในหม้อแปลงชนิดนี้ โดยพันจำนวนรอบของ
0V ขดลวดทำงขดปฐมภูมิ มำกกว่ำกำรพันจำนวนรอบของ

รูปท่ี 10.16 หม้อแปลงกำลังชนดิ ลด ขดลวดทำงขดทุตยิ ภมู ิ สัญลกั ษณ์หม้อแปลงกำลังชนดิ ลด
แรงดัน แรงดัน แสดงดังรูปที่ 10.16

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..ตวั เหน่ยี วนำและหม้อแปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

10.4.2 หม้อแปลงกาลังชนิดเพมิ่ แรงดนั (StepUpTransformer)

450V หม้อแปลงกำลังชนิดเพ่ิมแรงดัน เป็นหม้อแปลงที่

220V 250V ทำหน้ำท่ีเพ่ิมแรงดันไฟสลับทำงด้ำนขดทุติยภูมิ หรือด้ำน
ส่งออกเอำต์พุต ให้มีค่ำแรงดันไฟสลับมำกกว่ำค่ำ
0V แรงดันไฟสลับที่ป้อนเข้ำทำงด้ำนขดปฐมภูมิ รปู แบบกำร

0V 250V พันขดลวดในหม้อแปลงชนิดน้ี โดยพันจำนวนรอบของ
450V ขดลวดทำงขดปฐมภูมิ น้อยกว่ำกำรพันจำนวนรอบของ

ขดลวดทำงขดทุติยภูมิ สัญลักษณ์หม้อแปลงกำลังชนิด
รูปท่ี 10.17 หม้อแปลงกำลังชนิดเพมิ่ เพ่ิมแรงดนั แสดงดังรูปที่ 10.17

แรงดัน

10.4.3 หม้อแปลงกาลังชนิดเพม่ิ – ลดแรงดนั (StepUp – Step Down

Transformer)

450V หม้อแปลงกำลังชนิดเพิ่ม – ลดแรงดัน เป็น

220V 0V หม้อแปลงที่มีจำนวนรอบของขดลวดทำงขดทุติยภูมิ
มำกกว่ำ 1 ขด โดยแยกเป็นขดเพ่ิมแรงดัน และขดลด
2445V0V แรงดัน ทำหน้ำที่เพ่ิมและลดแรงดันไฟสลับทำง ด้ำน

0V ขดทุติยภูมิที่จ่ำยแรงดันออกเอำต์พุต ให้มีค่ำแรงดัน

0V 264VV มำกกว่ำหรือน้อยกว่ำค่ำแรงดันท่ีป้อนเข้ำทำงขดปฐมภูมิ
0V กำรพันขดลวดในหม้อแปลงชนิดน้ี โดยแยกจำนวน
ขดลวดที่พันไว้ทำงขดทุติยภูมิออกจำกกันเป็นแต่ละชุด

รูปท่ี 10.18 หม้อแปลงกำลังชนดิ เพ่ิม – ลด ไม่รวมกัน สัญลักษณ์หม้อแปลงกำลังชนิดเพิ่ม – ลด
แรงดนั แรงดัน แสดงดงั รปู ที่ 10.18

10.4.4 หมอ้ แปลงกาลังชนิดออโต (AutoTransformer)
หม้อแปลงกำลังชนิดออโต เป็นหม้อแปลงที่มีลักษณะกำรพันขดลวดแตกต่ำงไปจำกหม้อแปลง

กำลังชนิดอ่ืนท่ีกล่ำวมำ โดยกำรพันขดลวดท้ังชุดในหม้อแปลงเป็นขดเดียว จึงทำให้ขดปฐมภูมิและขดทุติยภูมิอยู่
ในขดเดียวกัน กำรจ่ำยแรงดันเข้ำและออกใช้กำรแยกจุดต่อ (Taps) ขดลวดออกมำใช้งำนเป็นจุดๆ ตำมต้องกำร
บนขดลวดเพียงชุดเดียว จุดใดใช้เป็นจุดจ่ำยแรงดันเข้ำเรียกว่ำ ขดปฐมภูมิ และจุดใดเป็นจุดจ่ำยแรงดันออก
เรยี กวำ่ ขดทุตยิ ภมู ิ ลักษณะหม้อแปลงกำลงั ชนดิ ออโต แสดงดังรูปที่ 10.19

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..ตัวเหนย่ี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

380V

220V

110V

0V 0V

(ก) รูปร่ำง (ข) สัญลกั ษณ์

รูปท่ี 10.19 หม้อแปลงกำลังชนดิ ออโต

10.4.5 หม้อแปลงกาลังชนิดปรับเปล่ียนคา่ ได้ (VariableTransformer)
หม้อแปลงกำลังชนิดปรับเปล่ียนค่ำได้ หรืออำจเรียกว่ำ วำริแอก (Variac) เป็นหม้อแปลงกำลัง

ชนิดออโตนั่นเอง คือกำรพันขดลวดท้ังชุดที่ใช้เป็นขดปฐมภูมิและขดทุติยภูมิเป็นขดเดียวกันกำรจ่ำยแรงดันเข้ำจ่ำย
เข้ำที่ข้ัวหัวท้ำยของขดลวด และกำรจ่ำยแรงดันออกใช้ขั้วจ่ำยร่วมกับขั้วจ่ำยแรงดันเข้ำหน่ึงข้ัว อีกขั้วของกำรจ่ำย
แรงดันออกใช้ข้ัวแบบปรับเปล่ียนค่ำได้ สัมผัสกับขดลวดหม้อแปลงหมุนปรับเปล่ียนเลือกค่ำตำมต้องกำร ปรับจ่ำย
แรงดันออกมำบนชุดขดลวดขดเดียว ลกั ษณะหมอ้ แปลงออโต แสดงดังรปู ที่ 10.20

220V

(ก) รูปรำ่ ง 0V 0V

(ข) สัญลกั ษณ์

รูปท่ี 10.20 หมอ้ แปลงกำลงั ชนิดปรับเปลี่ยนค่ำได้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..ตวั เหนย่ี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟำ้ .............................................................................................
10.5 หนว่ ยความเหนย่ี วนา

ตวั เหนี่ยวนำท่ีผลิตข้ึนมำใช้งำนจะมีค่ำควำมเหน่ียวนำบอกกำกับไว้ ค่ำควำมเหน่ียวนำน้ีเปน็ ค่ำที่แสดงถึง
คณุ สมบัติของตวั เหนี่ยวนำ ต่อกำรตอบสนองตอ่ กระแสและแรงดันท่ีเกิดข้ึนภำยในตัวเหน่ียวนำ โดยสำมำรถทำให้
เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้ำชักนำ (EMF) ข้ึนมำได้น้อยหรือมำกเพียงไร ค่ำควำมเหน่ียวนำมีหน่วยมำตรฐำนเป็นเฮนรี
(Henry;H) ค่ำควำมเหน่ียวนำ 1 เฮนรี (H) คือ ค่ำท่ีจ่ำยกระแสไหลเข้ำไปในขดลวด 1 แอมแปร์ (A) ไหล
เปล่ียนแปลงในเวลำ 1 วินำที (s) ทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้ำเหนี่ยวนำต้ำนกลับ (CounterElectroMotiveForce)
1 โวลต์ (V)

ตัวเหนี่ยวนำท่ีผลิตออกมำใช้งำน มีหลำยขนำดหลำยค่ำควำมเหน่ียวนำ ต้ังแต่ค่ำควำมเหน่ียวนำต่ำ ไป
จนถึงควำมเหน่ียวนำสูง ทำให้กำรใช้หน่วยบอกค่ำเป็นเฮนรี (H) อย่ำงเดียว มีควำมไม่สะดวกในกำรใช้งำน จึงได้
แบ่งหน่วยบอกค่ำควำมเหนี่ยวนำออกเป็นหน่วยย่อยๆ เป็น มิลลิเฮนรี (Millihenry;mH) และหน่วยไมโครเฮนรี

(Microhenry;H) หน่วยใช้งำนท้ังหมด เขยี นควำมสมั พันธ์กันออกมำไดด้ งั น้ี

1 เฮนรี (H) = 1,000 มลิ ลิเฮนรี (mH) =1103mH

= 1,000,000 ไมโครเฮนรี (H) =1106H

1 มลิ ลิเฮนรี (mH) = 1,000 ไมโครเฮนรี (H) =1103H

= 1 เฮนรี (H) =110-3H
1,000
1
1 ไมโครเฮนรี (H) = 1,000 มิลลเิ ฮนรี (mH) =110-3mH

= 1 เฮนรี (H) =110-6H
1,000,000

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย..ตัวเหน่ยี วนำและหม้อแปลงไฟฟำ้ .............................................................................................

ตวั อยำ่ งที่ 10.1 จงแปลงหน่วยคำ่ ควำมเหนีย่ วนำต่อไปนี้ใหถ้ กู ต้อง
(ก) 56,400 mH ให้เปน็ หนว่ ย H
(ข) 2.56H ใหเ้ ปน็ หนว่ ย mH
(ค) 41,986,000 H ให้เปน็ หนว่ ย H
(ง) 21.20mH ให้เปน็ หน่วย H
(จ) 0.0825 H ใหเ้ ปน็ หน่วย H
(ฉ) 65,125 H ใหเ้ ปน็ หน่วย mH

วธิ ีทำ

(ก) 56,400 mH = 56,400 1 H =56.4H
1,000

(ข) 2.56H = 2.56 1,000mH = 2,560mH
=41.986H
(ค) 41,986,000 H =41,986,000 1 H
1,000,000

(ง) 21.20mH =21.201,000H =21,200H

(จ) 0.0825 H = 0.0825 1,000,000H = 82,500H

(ฉ) 65,125 H = 65,125  1 mH = 65.125 mH ตอบ
1,000

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..ตัวเหนย่ี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

10.6 บทสรปุ

ตัวเหน่ียวนำผลิตจำกเส้นลวดทองแดงขดเป็นวงเรียงกันหลำยรอบ จำนวนรอบของกำรพันขดลวดตัว
เหนี่ยวนำมีผลทำให้ค่ำควำมเหนี่ยวนำแตกต่ำงกันไป แต่มีคุณสมบัติเหมือนกันคือ เมื่อมีกระแสไหลผ่ำน
เสน้ ลวดตัวนำ จะเกดิ เสน้ แรงแม่เหลก็ ขน้ึ รอบเส้นลวดตัวนำ

ควำมเข้มสนำมแม่เหล็กไฟฟ้ำที่เกิดขึ้นในขดลวดข้ึนอยู่กับ จำนวนรอบของกำรพันเส้นลวด ตัวนำ ปริมำณกำร
ไหลของกระแส ขนำดของแกนท่ีใชท้ ำแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ำ และชนิดของวัสดุทใ่ี ชท้ ำแกนของแม่เหล็กไฟฟ้ำ

ตวั เหน่ียวนำแบบขดเดียว เป็นตัวเหนี่ยวนำที่มีขดลวดพันไว้เพียงขดเดยี ว ทำงำนโดยกำรเหน่ียวนำตัวเอง
โครงสร้ำงประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงอำบน้ำยำฉนวน พันเป็นขดลวดอยู่บนแกน กำรเรยี กชื่อตัวเหนย่ี วนำประเภท
น้เี รียกช่ือตำมแกนที่ทำเป็นฐำนรอง

ตัวเหนี่ยวนำแบบหลำยขด เป็นตัวเหน่ียวนำท่ีมีขดลวดพันไว้รวมกันมำกกว่ำหน่ึงขดข้ึนไป กำรเหน่ียวนำท่ี
เกิดขึ้นเป็นกำรเหน่ียวนำแบบข้ำมขด ขดลวดแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนทำงเข้ำเรียกว่ำขดปฐมภูมิ และส่วนทำงออก
เรียกว่ำขดทุติยภูมิ กำรส่งผ่ำนแรงดันออกมำท่ีขดทุติยภูมิต้องอำศัยกำรเหนี่ยวนำสนำมแม่เหล็กจำกขดปฐมภูมิ ทำ
ให้เกิดแรงเคล่ือนไฟฟ้ำเหนี่ยวนำ (EMF) ขึ้นมำ เกิดเป็นแรงดันข้ึนมำ กำรเรียกช่ือหม้อแปลงเรียกตำมช่ือแกนท่ีเป็น
ฐำนรองขดลวดเชน่ แกนอำกำศ แกนเฟอร์ไรต์ แกนเหล็กแผน่ บำง และแกนทอรอยด์ เป็นตน้

หม้อแปลงกำลัง เป็นหม้อแปลงชนิดที่สำมำรถจ่ำยแรงดันและกระแสออกมำได้มำกขึ้น นำไปใช้งำนอย่ำง
แพร่หลำย ทั้งงำนในด้ำนอิเล็กทรอนิกส์ ด้ำนไฟฟ้ำกำลัง และด้ำนอุตสำหกรรม หม้อแปลงกำลังมีหลำยลักษณะ
หลำยคุณสมบัติ และหลำยหน้ำที่กำรทำงำน แต่ส่ิงที่เหมือนกัน คือต้องสำมำรถจ่ำยแรงดันและกระแสมีค่ำมำก
หรือนอ้ ยไดต้ ำมควำมต้องกำรของภำระ

ตัวเหน่ียวนำที่ผลิตออกมำใช้งำน มีหลำยขนำดหลำยค่ำควำมเหนี่ยวนำ แบ่งหน่วยบอกค่ำใช้งำนเป็นเฮนรี
(H) มิลลิเฮนรี (mH) และไมโครเฮนรี (H)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..ตวั เหนย่ี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

แบบทดสอบบทที่ 10
เร่อื ง ตัวเหน่ียวนาและหมอ้ แปลงไฟฟา้

วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินความรู้ของนักศึกษาเกยี่ วกบั เรือ่ ง ตวั เหนี่ยวนาและหมอ้ แปลงไฟฟา้
เขยี นเครอื่ งหมำยกำกบำท (X) ลงในข้อทีถ่ ูกตอ้ งทีส่ ุด

1. คณุ สมบัติของตัวเหนย่ี วนำขอ้ ใดกล่ำวไวถ้ ูกต้อง
ก. มีกำรยบุ ตัวพองตวั ของสนำมแม่เหลก็ ตำมจงั หวะกำรจำ่ ยแรงดนั ไฟสลบั
ข. เกิดแรงเคล่ือนไฟฟำ้ เหนย่ี วนำขนึ้ มำเมอ่ื มสี นำมแม่เหล็กตัดผ่ำน
ค. เกิดสนำมแมเ่ หล็กไฟฟำ้ ขน้ึ มำเม่ือจำ่ ยแรงดันให้
ง. ถกู ทุกขอ้

2. สนำมแมเ่ หล็กที่เกิดขึ้นในขดลวดมคี วำมสัมพนั ธ์กนั อย่ำงไร
ก. แกนเลก็ เกดิ สนำมแมเ่ หล็กมำก แกนใหญ่เกดิ สนำมแมเ่ หลก็ น้อย
ข. พันรอบน้อยเกดิ สนำมแม่เหลก็ มำก พันรอบมำกเกดิ สนำมแมเ่ หล็กนอ้ ย
ค. กระแสไหลน้อยสนำมแมเ่ หล็กเกิดน้อย กระแสไหลมำกสนำมแม่เหล็กเกดิ มำก
ง. แกนอำกำศเกดิ ควำมเข้มสนำมแม่เหลก็ มำก แกนเฟอรโ์ รแมกเนติกเกิดควำมเข้มสนำม แม่เหล็กน้อย

3. ตัวเหนยี่ วนำชนดิ ใดมคี ณุ สมบัตใิ ห้คำ่ ควำมเหน่ียวนำน้อยท่สี ุด

ก. แกนอำกำศ ข. แกนเฟอร์ไรต์

ค. แกนผงเหลก็ อัด ง. แกนเหล็กแผน่ บำง

4. สญั ลกั ษณต์ ำมรปู แทนตวั เหนี่ยวนำชนิดใด

ก. แกนเหลก็ แผ่นบำง ข. แกนเฟอรไ์ รต์

ค. แกนอำกำศ ง. ถูกทุกข้อ

5. ตวั เหน่ียวนำชนิดใดไม่นยิ มใช้งานที่ควำมถี่สูง

ก. แกนอำกำศ ข. แกนเฟอรไ์ รต์

ค. แกนผงเหลก็ อัด ง. แกนเหลก็ แผน่ บำง

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..ตัวเหนย่ี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้ำ.............................................................................................

แบบฝกึ หดั บทที่ 10
เร่ือง ตัวเหน่ียวนาและหมอ้ แปลงไฟฟ้า

วตั ถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรู้ของนักศกึ ษาเกีย่ วกับเรือ่ ง ตัวเหนยี่ วนาและหมอ้ แปลงไฟฟ้า
เขียนเครอื่ งหมำยกำกบำท (X) ลงในข้อที่ถกู ต้องทสี่ ดุ

6. ตำมรูปเปน็ ตวั เหนีย่ วนำชนดิ ใด

ก. แกนปรับเปล่ยี นค่ำได้ ข. แกนผงเหลก็ อัด
ค. แกนทอรอยด์ ง. แกนอำกำศ

7. หมอ้ แปลงชนดิ ใดท่ีมขี ดลวดเพยี งชดุ เดียว แตแ่ ยกจดุ ใช้งำนออกเอำต์พุตหลำยตำแหน่ง

ก. ชนิดกำลัง ข. ชนดิ ออโต

ค. ชนดิ ทอรอยด์ ง. ชนิดลดแรงดัน

8. 450V สญั ลักษณต์ ำมรปู เป็นหม้อแปลงชนดิ ใด
250V ก. ชนดิ ออโต
220V 0V
250V ข. ชนิดทอรอยด์
0V

450V ค. ชนิดเพิม่ แรงดนั

ง. ชนดิ เพม่ิ – ลดแรงดัน

9. วำรแิ อกคือหม้อแปลงชนดิ ใด ข. ชนดิ ทอรอยด์
ก. ชนิดออโต ง. ชนดิ ปรับเปลยี่ นแรงดันได้
ค. ชนิดเพิ่มแรงดัน

10. คำ่ ควำมเหน่ยี วนำข้อใดมีค่ำมำกท่ีสดุ ข. 0.0068 H
ง. 0.033 H
ก. 62,000 H
ค. 52.4 mH

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..ตัวเหนย่ี วนำและหม้อแปลงไฟฟำ้ ...................................................................

เร่อื ง.............กำรวดั และทดสอบหม้อแปลง……………................….........จานวนช่วั โมงสอน...........................

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ รายการเรยี นรู้

1. วดั ทดสอบสภำพดีหรือเสียของหม้อแปลงดว้ ยโอหม์ 1. หมอ้ แปลงกำลังชนดิ ลดแรงดันที่มีค่ำแรงดันกำกบั ไว้

มิเตอร์ได้ 0, 6, 9, 12 V 1 ตัว

2. ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์วดั แรงดนั ของหม้อแปลงได้ 2. เทปพนั สำยไฟ 1 ม้วน

3. มนี ้ำใจตอ่ เพอื่ นรว่ มงำน 3. สำยไฟพร้อมเต้ำเสียบ 1 เส้น

4. มัลติมิเตอร์ชนดิ เข็มช้ี 1 เคร่ือง

- ลำดับขน้ั กำรทำงำน ข้อควรระวัง

1. ปรับมัลติมิเตอร์ไปท่ีย่ำนวัดโอห์มย่ำน x1 ปรับแต่ง .......................................................................................

โอหม์ มิเตอร์ให้พรอ้ มใช้งำนกอ่ นกำรวดั ค่ำ .......................................................................................

2. ใช้โอห์มมิเตอร์ที่ปรับแต่งเรียบร้อยวัดค่ำควำม มอบงำน

ต้ำนทำนตำมขำต่ำงๆ ของหม้อแปลงท่ีเตรียมไว้ วัดขำ .......................................................................................

ต่ำงๆ ทำงด้ำนขดทุติยภูมิตำมรูปท่ี 10.1 (ก) ตำแหน่ง .......................................................................................

กำรวัดขำใช้ตำมตำรำงท่ี 10.1 วัดทุกค่ำตำมลำดับ วัดผล/ประเมินผล

บันทึกค่ำควำมต้ำนทำนท่ีวัดได้ลงในตำรำงท่ี 10.1 ตำม 1.ประเมินผลจำควำมตั้งใจในกำรปฏิบัตงิ ำน

ขำที่กำหนด ให้ทั้งหมด ควรวัดทดสอบด้วยควำม 2.ประเมนิ ผลจำกงำนท่ีไดร้ บั มอบหมำย

ระมัดระวงั

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..ตวั เหน่ียวนำและหมอ้ แปลงไฟฟำ้ ...................................................................

เรื่อง.............กำรวดั และทดสอบหม้อแปลง……………................….........จานวนชั่วโมงสอน...........................

ข้อควรระวัง ขณะวัดควำมต้ำนทำน ไม่ควรจับข้ัวต่อหม้อแปลงทำงด้ำน 220 V ด้วยมือ
เปลำ่ เพรำะขณะวัดจะทำใหเ้ กดิ แรงดนั ค่ำสงู จ่ำยออกมำ อำจทำใหถ้ ูกไฟฟำ้ ดดู ได้

4 56 7 89

32 1

(ก) กำรวดั ค่ำควำมตำ้ นทำนทำงขดทุติยภูมิ (ข) กำรวัดคำ่ ควำมต้ำนทำนทำงขดปฐมภูมิ
รูปท่ี 10.1 กำรวดั ค่ำควำมต้ำนทำนของหม้อแปลงดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์

ตารางที่ 10.1 กำรวดั ค่ำควำมต้ำนทำนจำกขวั้ ต่อใชง้ ำนของหม้อแปลง

หมายเลขวัด 1 - 6 2 - 6 1 - 2 2 - 4 1 - 5 1 - 3 1 - 4 4 - 7 8 - 9
คา่ แรงดันไฟสลับ 3 V 6 V 9 V 12 V 15 V 18 V 21 V 24 V 220 V
ความต้านทาน

ท่วี ดั ได้ ()

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..ตัวเกบ็ ประจุ.............................................................................................

เรื่อง.............กำรตรวจสอบตัวเกบ็ ประจุ……………….........จานวนช่ัวโมงสอน...........................

3. ปรับย่ำนวดั โอห์มมเิ ตอร์ไปที่ย่ำน x10 ปรับแตง่ โอห์มมเิ ตอร์ให้พร้อมใช้งำนก่อนใช้
4. นำโอห์มมิเตอร์ท่ีปรับแต่งเรียบร้อย ไปวัดค่ำควำมต้ำนทำนของหม้อแปลงทำงด้ำนขดปฐมภูมิข้ัวแรงดัน
220 V ตำแหน่งวดั 8 – 9 ตำมรูปท่ี 10.1 (ข) บันทึกค่ำควำมต้ำนทำนท่ีวัดได้ลงในตำรำงที่ 10.1 ช่องหมำยเลขวัด
8 – 9 (220 V)
5. ประกอบวงจรตำมรูปที่ 10.2 จ่ำยแรงดันไฟสลับ 220 V เข้ำหม้อแปลงทำงขดปฐมภูมิท่ีตำแหน่งวัด 8 –
9 นำมัลติมิเตอร์ปรบั ไปท่ียำ่ นวดั โวลต์ ACV ต้งั ทยี่ ำ่ น 10 VAC และ 50 VACตำมลำดับ วดั แรงดันไฟสลบั ทำงขดทุติย
ภูมิตำมขำต่ำงๆ ของหม้อแปลงตำมรูปที่ 10.2 ตำแหน่งกำรวัดตำมตำรำงท่ี 10.2 บันทึกค่ำแรงดันไฟสลับที่วัดได้ลง
ในตำรำงท่ี 10.2 ตำมค่ำทีก่ ำหนดให้

220 V 8 9

4 56 7

32 1

รูปท่ี 10.2 กำรวัดค่ำแรงดันไฟสลับของหม้อแปลงดว้ ยโวลตม์ ิเตอร์ ACV

ตารางท่ี 10.2 กำรวดั ค่ำแรงดันไฟสลับจำกขวั้ ต่อใช้งำนของหม้อแปลง

หมายเลขวัด 1 - 6 2 - 6 1 - 2 2 - 4 1 - 5 1 - 3 1 - 4 4 - 7 8 - 9
คา่ แรงดนั ไฟสลบั 3 V 6 V 9 V 12 V 15 V 18 V 21 V 24 V 220 V
แรงดนั ไฟสลบั

ท่ีวดั ได้ (V)

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..ตัวเกบ็ ประจุ.............................................................................................

เร่อื ง.............กำรตรวจสอบตัวเก็บประจุ……………….........จานวนช่ัวโมงสอน...........................

สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................................................................

คาถามและการวิเคราะห์
1. แรงดันที่วัดได้ในตำรำงที่ 10.2 ได้ค่ำแรงดันท่ีแตกต่ำงกันไปในแต่ละตำแหน่ง เกิดจำกสำเหตุใด ค่ำท่ีวัดได้
แตกตำ่ งจำกคำ่ ท่บี อกไว้หรือไม่อยำ่ งไร

............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................... ............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ...........................................
....................................................................................................................................................................

พส.9

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยท่.ี .....11.....

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้น เวลารวม..72...ชม.

ชอื่ หน่วย..............อปุ กรณเ์ ก่ียวขอ้ งในงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์.................

สัปดาห์....15.../18

เร่ือง..................อุปกรณ์เกย่ี วขอ้ งในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์.........................จ..า..น..ว..น..............4..ชม.

1. สาระสาคญั
หน้าท่ีของสวิตช์คือตัดไฟฟ้าไม่ให้ผ่าน หรือต่อไฟฟ้าให้ผ่าน เพื่อจ่ายแรงดันไปให้วงจร ลักษณะสวิตช์ที่

ถูกสร้างขึ้นมาใช้งานมีด้วยกันหลายแบบ เช่นแบบก้านยาว แบบก้านโค้ง แบบกด แบบเลื่อน แบบหมุน และแบบ
ไมโครโฟนสวิตช์ เป็นต้น รีเลย์ คือสวิตช์ที่มีหลักการทางานแตกต่างไปจากสวิตช์ธรรมดา ตรงที่การควบคุมการ
ทางานของรีเลย์ ต้องใช้สนามแม่เหล็กไปควบคุมการตัดต่อของหน้าสัมผัส ส่วนประกอบท่ีสาคัญของรเี ลย์มี 2ส่วน
คือ สว่ นขดลวด และสว่ นหน้าสมั ผัสหนา้ สัมผสั รีเลย์มี 2 สภาวะคือสภาวะปกตเิ ปดิ (NO)และสภาวะปกตปิ ดิ ( NC )
ข้วั ตอ่ สายเปน็ ขวั้ ต่อสาหรับต่อปลายสายไฟเสน้ เล็ก ในเมื่อตอ้ งการนาสายไฟเส้นน้ันไปตอ่ กับวงจรอ่ืน หรอื ต่อเขา้ กับ
ท่ีพักสาย ทาให้รอยต่อมีความมั่นคงแข็งแรง ไมโครโฟนเป็นอุปกรณ์เปล่ียนพลังงานเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้า
ไมโครโฟนที่ดีต้องสามารถตอบสนองความถี่ได้ดีตลอดย่านความถี่เสียง ไมโครโฟนท่ีนิยมใช้งานเป็นชนิดไดนามิก
ไมโครโฟนใช้ขดลวดและสนามแม่เหล็กทาให้เกิดสัญญาณเสียงในรูปสัญญาณไฟฟ้า ไมโครโฟน อีกชนิดหน่ึงคือ
คอนเดนเซอรไ์ มโครโฟน ใชค้ ณุ สมบตั ติ ัวเก็บประจุเปลี่ยนคา่ ความจุไดแ้ รงดันไฟสลับเป็นสญั ญาณ เสียงส่งออกมา
ลาโพงทาหน้าที่เปล่ียนเสียงที่อยู่ในรูปสัญญาณไฟฟ้า ให้เป็นเสียงอยู่ในรูปการสั่นสะเทือน ลาโพงแยกชนิดออกได้
ตามการตอบสนองความถขี่ องตัวลาโพง เช่น ลาโพงเสียงทุม้ ลาโพงเสยี งกลาง และลาโพงเสยี งแหลม
2. สมรรถนะประจาหน่วย

1.สามารถใช้งานอุปกรณ์ทีเ่ ก่ียวข้องในงานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ด้
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1.อธบิ ายชนดิ ของไมโครโฟนได้
2.อธิบายชนดิ ของลาโพงได้
3.บอกหลักการทางานของรีเลยไ์ ด้
4.บอกหลักการทางานของแมกเนตกิ คอนแทกเตอรไ์ ด้
5.อธิบายชนดิ ของอปุ กรณ์สารกงึ่ ตวั นาได้
4. สาระการเรยี นรู้
1.ไมโครโฟน
2.ลาโพง
3.รเี ลย์
4.แมกเนติกคอนแทกเตอร์
5.อุปกรณ์สารก่ึงตวั นา

5. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
- แบง่ กลุ่มเรียน รว่ มกันปฏิบัตใิ บงาน โดยใหเ้ พื่อนช่วยสอนเพอื่ น

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
-ตรวจความพร้อมของผเู้ รียนโดยการใหเ้ ขา้ แถวแล้วขานชื่อ เชค็ การมาเรียนสาย ตกั เตือนให้ความรู้

เกี่ยวกับความมีวนิ ยั
ขนั้ นา

-นาเขา้ สู่บทเรียน โดยถามนักเรยี นเกย่ี วกบั อุปกรณท์ เี่ ก่ียวข้องในงานอิเล็กทรอนิกส์
-นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบคาถามตามความเข้าใจของแต่ละคน
ขัน้ สอน
-ครอู ธิบายเร่ือง ของ อุปกรณ์ทีเ่ กี่ยวข้องในงานอเิ ล็กทรอนกิ ส์
-นกั เรยี นฟังการบรรยายจากครผู ้สู อน, ศึกษาจากส่ือ/หนังสอื , ซกั ถามปัญหาขอ้ สงสัย
-ครซู ักถามเกย่ี วกบั อุปกรณ์ทเี่ กี่ยวข้องในงานอิเล็กทรอนิกส์
-นกั เรียนรว่ มกันสนทนาเก่ียวกับอปุ กรณท์ เ่ี กีย่ วข้องในงานอิเล็กทรอนิกส์
-ให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่มทาใบงานเรื่อง อุปกรณ์ที่เกย่ี วขอ้ งในงานอิเล็กทรอนิกส์
-นกั เรยี นจดบนั ทกึ ย่อ, ถามตอบ, ชว่ ยเหลือกันในกลมุ่ , ทาใบงาน
-ครูให้คาแนะนานกั เรยี นนาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรียน
-ครตู รวจสอบการปฏิบัติงาน
-ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนถามปญั หาและข้อสงสยั จากเน้อื หา โดยครูเปน็ ผ้ตู อบปัญหาทเ่ี กิดขึน้ ระหว่างการ
เรยี นการสอน
-นกั เรียน ถามปญั หาและข้อสงสยั ที่เกดิ ข้นึ
-ครใู หน้ ักเรยี นสบื ค้นขอ้ มลู จากอินเตอร์เน็ต
-นกั เรียนสืบคน้ ข้อมูลจากอนิ เตอรเ์ นต็
ขั้นสรปุ
-ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปเนอ้ื หาทีไ่ ดเ้ รียนให้มีความเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกนั
-นักเรยี นรว่ มกันสรุปเนื้อหาท่ีได้เรียนใหม้ ีความเข้าใจในทิศทางเดยี วกนั
-ครใู ห้นกั เรียนทาแบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 11
-นกั เรยี นทาแบบฝึกหัดหน่วยที่ 11
-ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบ
-นักเรยี นทาแบบทดสอบ
-ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเพ่มิ เติมจากแหล่งความรู้นอกหอ้ งเรียน
-นักเรียนศึกษาเพมิ่ เติมจากแหลง่ ความรนู้ อกหอ้ งเรียน

7. บรรยากาศท่สี ่งเสริมและพฒั นาผูเ้ รยี น
- บรรยากาศแห่งความท้าทาย เพอื่ เปน็ แรงกระตุ้นใหน้ กั เรียนไดป้ ฏิบัติงานใหส้ าเร็จ
- ผเู้ รียนมคี วามสนใจในการเรียน เน่ืองจากการสอนแบบเพื่อนชว่ ยเพื่อน ทาให้ผเู้ รียนได้แสดงความคิดเห็นและได้
แลกเปลีย่ นความรู้ สง่ ผลใหเ้ กิดผลการเรยี นร้ทู ด่ี ี

8. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมประจาหน่วย
- ความรบั ผดิ ชอบ
- ตรงต่อเวลา
- ความซอ่ื สัตย์
- รกั ษาความปลอดภัย

9. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง อปุ กรณ์เกย่ี วข้องในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์
2. ใบงาน
3. แบบทดสอบหลงั เรยี น
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เรอื่ ง อปุ กรณ์เก่ียวข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์

10. การวัดผลและประเมนิ ผล
1. กาหนดการประเมินทักษะพสิ ยั
2. เครอื่ งมือท่ีใชป้ ระเมินทักษะพิสัย
3. เครือ่ งมือการประเมนิ จติ พิสยั

11. หลักฐานการเรยี นรู้
- ใบงานเร่อื ง อุปกรณ์เกยี่ วขอ้ งในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์

12. เอกสารอา้ งอิง
หนังสือประกอบการเรยี นรายวชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ของสานักพิมพ์ ศูนยส์ ่งเสรมิ อาชวี ะ

เรียบเรียง โดย พันศักด์ิ พุฒิมานติ พงศ์

พส.10

เคร่อื งมือทใี่ ช้ในการประเมนิ

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

แบบประเมินแบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑ์การใหค้ ะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมิน

1.อธิบายชนดิ ของไมโครโฟนได้
2.อธบิ ายชนิดของลาโพงได้
3.บอกหลักการทางานของรเี ลย์ได้
4.บอกหลักการทางานของแมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ได้
5.อธบิ ายชนิดของอปุ กรณส์ ารก่งึ ตวั นาได้

รวม
รวมท้งั หมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)

พส.11

บนั ทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหัสวิชา...........................ชื่อวชิ า.........................................................................................ระดบั ชัน้  ปวช.  ปวส.
สาขางาน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สปั ดาห์ท่ี..........วนั ทีส่ อน..............................................
หน่วยท่ี............ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จานวน................ชวั่ โมง
จานวนผู้เรียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มาเรียน............6..2..........คน ขาดเรียน...1..2....คน ลาปว่ ย....-.....คน ลากิจ.....-.....คน

1. ผลการจัดการเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปัญหาและอปุ สรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………

ลงช่อื .......................................................ครูผสู้ อน
(............................................................)

........../................/............

ความเห็น................................................................................. ความเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................

ลงช่อื ...............................................หัวหน้าแผนกวชิ า ลงช่อื ............................................รองผู้อานวยการฝ่ายวชิ าการ

(............................................................) (นางสาวนศิ ากร เจรญิ ด)ี
............/................../............ ............/................../............

ความเหน็ ผู้อานวยการ.................................................................................
....................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................
(นางสาวสุมนี า แดงใจ)

ผู้อานวยการวทิ ยาลัยการอาชพี นครปฐม
............/................../............

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย......อุปกรณเ์ ก่ียวข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์.................................................................

เร่ือง................อุปกรณเ์ กยี่ วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์..................จานวนช่ัวโมงสอน..........4.............

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ รายการเรยี นรู้

- จดุ ประสงคท์ ว่ั ไป

1.เพ่ือให้มีความเร่ืองคุณสมบตั ิของไมโครโฟน 1.ไมโครโฟน

2.เพื่อให้มีความรู้เรื่องของลาโพง 2.ลาโพง

3.เพ่ือให้มีความรเู้ กีย่ วกบั รเี ลย์ 3.รเี ลย์

4.เขา้ ใจหลักการทางานของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ 4.แมกเนติกคอนแทกเตอร์

5.มีความรูเ้ กย่ี วกับอปุ กรณ์สารกึง่ ตัวนา 5.อปุ กรณส์ ารก่ึงตัวนา

- จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม

1.อธบิ ายชนิดของไมโครโฟนได้

2.อธิบายชนิดของลาโพงได้

3.บอกหลักการทางานของรเี ลย์ได้

4.บอกหลักการทางานของแมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ได้

5.อธบิ ายชนิดของอปุ กรณ์สารก่งึ ตัวนาได้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย..อุปกรณ์เกย่ี วข้องในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์...............................................
11.1 ไมโครโฟน

อุปกรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องใช้ ทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ประกอบร่วมใช้
งานหลายชนิด ช่วยในการสนับสนุน ทาให้เกิดการทางานท่ีถูกต้องสมบูรณ์ หรือทาให้ระบบการทางานของ
เครื่องมือ เครื่องใช้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ อุปกรณ์ส่วนประกอบเหล่าน้ันมีคุณสมบัติ และหน้าท่ีการทางาน
แตกตา่ งกันไป การนาอปุ กรณ์เหล่าน้ีไปใช้งานจาเป็น ตอ้ งศกึ ษาทาความเข้าใจ เพ่ือการทางานและการใชง้ านที่ถูกต้อง

ไมโครโฟน (Microphone) เป็นอุปกรณ์ทาหน้าท่ีเปล่ียนคล่ืนเสียง (พลังงานเสียง) ท่ีถูกกาเนิดข้ึนจาก
แหล่งกาเนิดเสียงชนิดต่างๆ เช่น เสียงสนทนา เสียงร้อง และเสียงดนตรี เป็นต้น ให้เปล่ียนไปเป็นเสียงในลักษณะ
คล่ืนไฟฟ้า (พลังงานไฟฟ้า) ในรูปสัญญาณไฟสลับ นาไปใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ เช่น
บนั ทึกเก็บไว้ในแผน่ ซีดี แผ่นดีวีดี บันทึกลงในเครือ่ งบันทึกเสียง หรอื ส่งต่อไปขยายเสียงในเคร่ืองขยายเสยี ง เป็นต้น
ไมโครโฟนท่ีมีคุณภาพดีจะต้องตอบสนองต่อสัญญาณเสียงครอบคลุมย่านความถี่เสียงในช่วงความถ่ี 20 เฮิรตซ์
(Hertz;Hz) ถึง 20 กโิ ลเฮริ ตซ์ (Kilohertz;kHz) รูปรา่ งและสัญลกั ษณไ์ มโครโฟน แสดงดังรปู ท่ี 11.1

(ก) ชนดิ ใชส้ าย (ข) ชนดิ ไมใ่ ช้สาย (ค)สัญลักษณ์

รปู ท่ี 11.1 รูปรา่ งและสญั ลักษณ์ไมโครโฟน
จากรูปท่ี 11.1 แสดงรูปร่างและสัญลักษณ์ไมโครโฟนแบบต่างๆ ไมโครโฟนที่ผลิตใช้งานในปัจจุบันมี 2 แบบ
คอื แบบใช้สายเช่ือมต่อ ดังรูปท่ี 11.1 ก มีสายต่อเชื่อมจากตัวไมโครโฟนไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณเสียง และแบบไม่
ใช้สายเช่ือมต่อ (Wireless) ดังรูปที่ 11.1 ข โดยสัญญาณ เสียงที่ผ่านไมโครโฟนมาถูกผสมด้วยคล่ืนความถี่วิทยุ
ส่งออกอากาศไป ปลายทางมีเครื่องรับคล่ืน วิทยุแปลงกลับมาเป็นสัญญาณเสียง ส่งต่อไปยังอุปกรณ์รับ
สญั ญาณเสียง
ไมโครโฟนท่ีผลติ มาใช้งาน มีโครงสร้างภายในตัวของสว่ นแปลงสัญญาณเสยี งเปน็ สัญญาณ ไฟฟา้ จา่ ยออกมา
ใชง้ านแตกตา่ งกัน ท่ีมีใช้งานแพรห่ ลายมี 2 ชนิด คือ ชนิดไมโครโฟนไดนามิก (DynamicMicrophone) และชนดิ

ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ (CondenserMicrophone)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์...................................................

1. ไมโครโฟนไดนามิก เป็นไมโครโฟนท่ีมีโครงสร้างภายในของส่วนให้กาเนิดสัญญาณ ไฟฟ้าออกมา ประกอบด้วย
ขดลวดเคล่ือนท่ีในรูปทรงกระบอกวางไว้ล้อมรอบแท่งแม่เหล็ก มีแผ่นไดอะแฟรม (Diaphragm) ยึดติดกับขดลวด
เคล่ือนท่ี วางอยู่ด้านหน้าไมโครโฟน เม่ือมีเสียงส่งมากระทบทาให้แผ่นไดอะแฟรมสั่น ขดลวดเคลื่อนท่ีตัดผ่าน
สนามแม่เหล็ก เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าชักนาในรูปสัญญาณเสียงเป็นแรงดันไฟสลับจ่ายออกไปใช้งาน ลักษณะ
ไมโครโฟนชนดิ ไดนามกิ แสดงดงั รปู ที่ 11.2 ก
2. ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ เป็นไมโครโฟนท่ีมีโครงสร้างภายในของส่วนให้กาเนิดสัญญาณไฟฟ้าออกมา
ประกอบด้วยแผ่นโลหะบางสองแผ่นวางขนานใกล้กัน มีคุณสมบัติเช่นเดียว กับตัวเก็บประจุ วางอยู่ด้านหน้า
ไมโครโฟน แผ่นโลหะแผ่นหน้าทาหน้าที่เป็นแผ่นไดอะแฟรมด้วย คอยรับคลื่นเสียงมากระทบ แผ่นโลหะท้ังสองมี
ขวั้ ต่อออก ถูกตอ่ ร่วมกับแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงตง้ั แต่ 1.5 V – 48 V แล้วแตก่ ารออกแบบ มีตัวต้านทานท่ีทาหน้าที่
เป็นภาระวงจรรับแรงดันจ่ายมาตกคร่อม เมื่อมีเสียงมากระทบทาให้แผ่นไดอะแฟรมส่ัน คอนเดนเซอร์เกิดการ
เปลี่ยนแปลงค่าการเก็บประจุ ทาให้เกิดกระแสไหลเปลี่ยนแปลง เกิดแรงดันตกคร่อมตัวต้านทานจา่ ยออกมาใช้งาน
เปลีย่ นแปลง ลกั ษณะไมโครโฟนชนดิ คอนเดนเซอร์ แสดงดังรูปที่ 11.2 ข

(ก) ไมโครโฟนไดนามิก (ข) ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์

รปู ที่ 11.2ชนิดของไมโครโฟน

11.2 ลาโพง

ลาโพง (Loudspeaker) เป็นอุปกรณ์ที่ทาหน้าท่ีเปลี่ยนสัญญาณเสียงท่ีอยู่ในรูปสัญญาณ ไฟฟ้าให้กลับมา

เป็นสัญญาณเสยี งในรูปการสน่ั สะเทือน โดยการส่ันของกรวย (Cone) ลาโพงไปทาให้อากาศบริเวณโดยรอบกรวย

ลาโพงเกิดการส่ันเป็นคลื่นเสียงออกมา การสั่นสะเทือนของกรวยลาโพงทาให้เกิดคล่ืนเสียงท่ีมาจากอากาศ

สั่นสะเทือนมีความถ่ีแตกต่างกัน ตามความเร็วของกรวยสั่นสะเทือน กรวยลาโพงสั่นเร็วได้คลื่นเสียงความถี่สูง

ออกมา กรวยลาโพงส่ันช้าได้คลื่นเสียงความถ่ีต่าออกมา ลาโพงท่ีถูกสร้างมาใช้งานมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไป

ลกั ษณะลาโพงแบบตา่ งๆ และสัญลกั ษณ์ แสดงดังรปู ที่ 11.3

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย.อปุ กรณ์เกย่ี วข้องในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์...............................................

(ก) รูปรา่ ง (ข) สัญลกั ษณ์

รปู ท่ี 11.3 ลาโพงแบบตา่ งๆ และสัญลกั ษณ์

ความถ่ีเสียงท่ีหูมนุษย์ได้ยินมีย่านความถี่ท่ีกว้างตั้งแต่ 20 Hz – 20 kHz คือมีย่านความถี่ต้ังแต่ความถ่ีต่าไป

ถึงความถ่ีสูง ทาให้ลาโพงท่ีผลิตข้ึนมาใช้งานไม่สามารถตอบสนองต่อความถ่ีเสียงได้ครอบคลุมท้ังหมด จึง

จาเป็นต้องผลิตลาโพงข้ึนมาให้ตอบสนองต่อความถ่ีเสียงเป็นช่วงความถ่ี ให้เหมาะสมกับการตอบสนองต่อความถ่ี

เสียงของลาโพงแต่ละชนดิ แบ่งความถี่ออกได้เป็น 3 ช่วงความถ่ี โดยแบ่งลาโพงออกเป็น 3 ชนิด คือ ชนิดความถ่ีต่า

เรียกว่าลาโพงเสียงทุม้ หรือ วเู ฟอร์ (Woofer) ชนิดความถก่ี ลางเรยี กว่าลาโพงเสียงกลาง หรอื มิดเรนจ์ (Midrange)

และชนิดความถส่ี ูงเรียกวา่ ลาโพงเสียงแหลม หรอื ทวีเตอร์ (Tweeter) ลาโพงแต่ละชนิดมลี ักษณะ รูปรา่ งโครงสร้าง

และใหก้ าเนิดสญั ญาณเสยี งออกมาแตกตา่ งกันไป ลาโพงแต่ละชนดิ มรี ายละเอียดดังนี้

1. ลาโพงเสียงทุ้ม หรือนิยมเรียกว่า

ลาโพงเบส (BaseLoudspeaker) เป็นลาโพงท่ี

ผลิตขึ้นมาใช้งานให้มีการตอบสนองความถี่เสียงใน

ย่านความถี่ต่าประมาณ 20 Hz ถึง 1 kHz โดย

กรวยลาโพงทาด้วยกระดาษ พลาสติก หรือสาร

อื่นๆ ท่ีมีคุณสมบัติคล้ายกัน ลาโพงเสียงทุ้มจะมี

ขนาดใหญ่ โดยเส้นผ่านศูนย์กลางของกรวย

รปู ท่ี 11.4 ลาโพงเสียงทุ้ม ลาโพงมีขนาดตั้งแต่ 8 นิ้วขึ้นไป ถึง 15 น้ิว หรือ
มากกว่าน้ี ลักษณะลาโพงเสียงทุ้ม แสดงดังรูปท่ี

11.4

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..อุปกรณเ์ กยี่ วข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์........................................

2. ลาโพงเสียงกลาง เป็นลาโพงทผี่ ลติ ขึ้นมาใช้งาน
ให้มีการตอบสนองความถ่ีเสียงในย่านความถี่ปาน
กลางประมาณ 300 Hz ถึง 5kHz กรวยลาโพงทาด้วย
กระดาษ พลาสติก หรือสารอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติ
คล้ายกัน ลักษณะเช่นเดียว กับลาโพงเสียงทุ้ม
เพียงแต่ลาโพงเสียงกลางจะผลิตให้มีขนาดเล็กลง
มา เส้นผ่านศูนย์กลางของกรวยลาโพงมีขนาดต้ังแต่
4 นิ้ว ถึง 6.5 นิ้ว โดย ประมาณ ลักษณะลาโพง
เสียงกลาง แสดงดงั รูปท่ี 11.5

รปู ท่ี 11.5 ลาโพงเสยี งกลาง

3. ลาโพงเสียงแหลม เป็นลาโพงท่ีผลิต

ข้ึนมาใช้งานให้มีการตอบสนองความถ่ีเสียงใน

ย่านความถี่สูงประมาณ 2 kHz ถึง 20 kHz ส่วน

โครงสร้างของลาโพงส่วนใหญ่เป็นโลหะล้วนไม่มี

กรวยลาโพง มีแต่ไดอะแฟรมเป็นตัวส่ันทาให้เกิด

เสียง จึงให้การตอบสนองต่อเสียงความถี่สูงได้ดี

ลาโพงเสียงแหลมมีขนาดเล็ก ขนาดเส้นผ่าน

รูปที่ 11.6 ลาโพงเสียงแหลม ศูนย์กลางของไดอะแฟรมต้ังแต่ 1 น้ิว ถึง 3 นิ้ว
โดยประมาณ ลักษณะลาโพงเสียงแหลม แสดงดัง

รปู ที่ 11.6

ลาโพงชนิดที่แยกตามย่านความถ่ีเสียง เป็นลาโพงท่ีนิยมนาไปใช้ในงานตอบสนองต่อเสียงเพลงและ

เสียงดนตรี สามารถให้สัญญาณเสียงออกมาครอบคลุมความถี่เสียงทั้งหมด เพ่ือให้ได้เสียงที่สมจริงออกมา แต่งาน

ระบบเสียงบางชนิดลาโพงประเภทน้ีไม่เหมาะสมกับการใช้งาน จึงได้ผลิตลาโพงแบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้

งานในแต่ละด้าน เช่น ใช้งานในรถยนต์ควรใช้ลาโพงติดรถยนต์ (CarLoudspeaker) ใช้ฟังเสียงโดยให้ลาโพงแนบ

กับหูควรใช้ลาโพงแบบหูฟัง (Headphone) ใช้กับงานกลางแจ้ง เพ่ือให้สามารถกาหนดทิศทางของเสียงได้ และไม่

คานึงถงึ การตอบสนองตอ่ เสยี งครอบคลุมทกุ ย่านความถี่ ควรใช้ลาโพงฮอร์น (HornLoudspeaker) หรือสามารถ

พูดส่งต่อไปขยายเสียงออกลาโพงได้ทันที และพกพาไปท่ีต่างๆ ได้สะดวก ควรใช้เมกะโฟน (Megaphone)เป็นต้น

ลักษณะลาโพงแบบอ่นื ๆ แสดงดงั รูปท่ี 11.7

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..อุปกรณเ์ ก่ยี วข้องในงานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์................................................

(ก) ลาโพงรถยนต์ (ข) ลาโพงหูฟัง

(ค) ลาโพงฮอร์น (ง) เมกะโฟน

รูปที่ 11.7 ลาโพงแบบอนื่ ๆ
11.3 รเี ลย์

รีเลย์ (Relay) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทสวติ ช์ ควบคุมการทางานด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์
ท่ีถูกนาไปใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยใช้งานเป็นส่วนหน่ึงของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ตัวรีเลย์ทา
หน้าที่เป็นสวิตช์ตัดต่อช่วยควบคุมการจ่ายกาลังไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟไปให้ภาระสามารถทางานหรือหยุดทางาน
ได้ การควบคุมให้รีเลย์ทางาน โดยการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าภายในตัวรีเลย์ ควบคุมหน้าสัมผัสสวิตช์รีเลย์ทาการ
ตัดหรือต่อวงจร โดยใช้แรงดันและกระแสค่าต่าในการควบคุมให้หน้าสัมผัสรีเลย์ทางาน ไปควบคุมแรงดันและ
กระแสคา่ สงู มากขน้ึ จา่ ยใหก้ บั อปุ กรณ์ เครื่องมือ เครื่องใชไ้ ฟฟ้าสามารถทางานได้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..อุปกรณ์เกย่ี วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์..............................

โครงสร้างรีเลย์ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน ได้แก่ สว่ นขดลวด ทาหนา้ ท่ใี ห้กาเนดิ สนามแม่เหลก็ ไฟฟ้า
ขึ้นมาเมื่อมีแรงดันป้อนให้ อีกส่วนได้แก่สวิตช์หน้าสัมผัส ทาหน้าท่ีตัดหรือต่อวงจรตามการควบคุมของขดลวด
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า สวิตช์หน้าสัมผัสรีเลย์มี 2 สภาวะคือ สภาวะปกติเปิด (NormalOpen;NO) เป็นสภาวะที่ขณะ
รีเลย์ไม่ทางานหน้าสัมผัสจะถูกเปิดวงจร เม่ือรีเลย์ทางานหน้าสัมผัสจะต่อวงจร และอีกสภาวะคือ สภาวะปกติปิด
(NormalClosed;NC) เป็นสภาวะที่ขณะรีเลย์ไม่ทางานหน้าสัมผัสจะถูกต่อวงจร เม่ือรีเลย์ทางานหน้าสัมผัสจะเปิด
วงจร สวิตช์หน้าสัมผัสรีเลย์เป็นชนิดทนกระแสได้ต่า นาไปใช้ทางานในวงจรทนกาลังได้ไม่มาก ขึ้นอยู่กับรุ่น และ
ชนดิ ของรีเลย์ รปู รา่ งโครงสรา้ งและสัญลกั ษณ์รเี ลย์ แสดงดังรูปท่ี 11.8

NC 6
NO 5 2
NC 4

1
NO 3

A1 A2

(ก) รูปรา่ ง (ข) สัญลกั ษณ์

รปู ท่ี 11.8 รูปรา่ งและสญั ลักษณ์รีเลย์
จากรูปที่ 11.8 แสดงรปู รา่ งและสัญลักษณ์รีเลย์ รปู ท่ี 11.8 ก เปน็ รปู รา่ งรีเลย์มีหลายรปู โครงสรา้ ง หลาย
ชนิดไฟฟ้าใช้งาน เช่น แรงดันไฟตรง (DC) แรงดันไฟสลับ (AC) ค่าแรงดันท่ีใช้ 6 V, 12 V, 24V, 50 V, 110 V
และ 220 V เปน็ ต้น และหลายลักษณะชุดหน้าสัมผัส เชน่ 1 ชดุ , 2 ชุด และ 3 ชุด เป็นต้น และรูปท่ี 11.8 ข เป็น
สัญลักษณ์รีเลย์ชนิดหน้าสัมผัส 2 ชุด มีขา A1, A2 เป็นขาต่อไปขดลวดสนามแม่เหล็ก ขา 1, 3, 4 เป็นขาต่อ
หนา้ สมั ผัสชุดท่ี 1 และขา 2, 5, 6 เป็นขาต่อหน้าสมั ผัสชุดท่ี 2 ในแต่ละชุดหนา้ สัมผสั มีทั้งหน้าสมั ผัสแบบปกตเิ ปิด
(NO) และหน้าสัมผัสแบบปกติปิด (NC)
การทางานของรีเลย์ ขณะท่ียังไมม่ แี รงดันป้อนให้ขดลวดรเี ลย์ ยงั ไม่เกิดสนามแม่เหลก็ ไม่มกี ารทางานของ
กลไกใดๆ ภายในตัวรีเลย์ เมอ่ื ป้อนแรงดันใหข้ ดลวดรีเลย์ เกิดสนามแม่เหล็กข้ึนในแกนเหล็ก เกดิ อานาจแมเ่ หล็กไป
ดึงดูดให้ชุดหน้าสัมผัสเคล่ือนท่ีเข้ามาชิดกับแกนเหล็กของขดลวด ควบคุมให้ชุดหน้าสัมผัสทั้งหมดเปลี่ยนแปลง
สภาวะการทางาน หน้าสัมผัสแบบปกติเปิด (NO) เกิดการต่อวงจร และหน้าสัมผัสแบบปกติปิด (NC) เกิดการตัด
วงจร เมื่องดการป้อนแรงดันให้ขดลวดรีเลย์ ไม่เกิดสนามแม่เหล็ก ชุดหน้าสัมผัสต่างๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติ
ตามเดิม คือ หน้าสัมผัสแบบปกตเิ ปดิ (NO) เปิดวงจร และหน้าสมั ผัสแบบปกตปิ ิด (NC) ต่อวงจร

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..อุปกรณเ์ กีย่ วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์..............................

11.4 แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์
แมกเนติกคอนแทกเตอร์ (MagneticContactor) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทสวิตช์ควบคุมการทางานด้วย

สนามแม่เหล็กไฟฟ้าเช่นเดียวกับรีเลย์ แต่สามารถนาไปใช้งานได้กับกาลังไฟฟ้าสูงๆ จึงนิยมเรียกว่า รีเลย์กาลัง
(PowerRelay) เป็นอุปกรณ์ที่ถูกนาไปใช้งานด้านการควบคุมกาลังไฟฟ้าในงานอุตสาหกรรม การควบคุมให้แมก
เนติกคอนแทกเตอร์ทางานหรือหยุดทางาน โดยใช้สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นภายในตัวของแมกเนติกคอนแทกเตอร์
ควบคุมให้หน้าสัมผัสของสวิตชแ์ มกเนติกคอนแทกเตอร์ตดั ต่อวงจร ด้วยการใช้แรงดันและกระแสค่าต่าจ่ายไปให้แมก
เนตกิ คอนแทกเตอร์ ส่งอานาจแม่เหล็กไปควบคุมให้หน้าสัมผัสทางาน นาไปควบคุมแรงดันและกระแสค่าสูง จ่ายมา
จากแหล่งจ่ายแรงดันส่งไปให้ภาระที่ใช้กาลังไฟฟ้าสูงค่าต่างๆ รูปร่างและสัญลักษณ์แมกเนติกคอนแทกเตอร์ แสดง
ดังรปู ท่ี 11.9

NC 1 2

NO 3 4
NC 5 6

NO 7 8
A1 A2

(ก)รูปร่าง (ข) สัญลักษณ์

รูปท่ี 11.9 รปู ร่างและสัญลกั ษณ์แมกเนติกคอนแทกเตอร์
จากรูปท่ี 11.9 แสดงรูปร่างและสัญลักษณ์แมกเนติกคอนแทกเตอร์ รูปท่ี 11.9 ก เป็นรูปร่างของแมก
เนติกคอนแทกเตอร์ โครงสร้างภายในแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ประกอบด้วยส่วนประกอบที่สาคัญ 2 ส่วน ได้แก่
ส่วนขดลวดให้กาเนิดสนามแม่เหล็กออกมาเมื่อมีแรงดันป้อนให้ขดลวด อีกส่วนได้แก่ส่วนหน้าสัมผัส แบ่งการใช้
งานออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดหน้าสัมผัสหลัก (MainContact) เป็นหน้าสัมผัสท่ีทนกระแสได้สูง ใช้ต่อในวงจรที่
ต้องการกาลังไฟฟ้าสูงๆ ในการใช้งาน และชุดหน้าสัมผัสช่วย (AuxiliaryContact)เป็นหน้าสัมผัสท่ีทนกระแสได้ต่า
นาไปใช้งานได้เฉพาะในวงจรควบคุมการทางานท่ตี ้องการกาลังไฟฟ้าต่า ส่วนรูปท่ี 11.9 ข เป็นสัญลักษณข์ องแมก
เนติกคอนแทกเตอร์ ชุด A1, A2 เป็นชุดขดลวดสนามแมเ่ หล็ก ชดุ 1, 2 และ 5, 6 เปน็ หนา้ สัมผัสแบบปกตปิ ดิ (NC)
และชดุ 3, 4 และ 7, 8 เปน็ หนา้ สมั ผสั แบบปกติเปิด (NO)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ สเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..อุปกรณ์เกยี่ วข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์..............................

การทางานของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ขณะที่ยงั ไม่มีแรงดันป้อนให้ขดลวด ยังไม่เกิดสนามแม่เหล็ก ไม่มีการทางานของ
กลไกใดๆ ภายในตัวแมกเนติกคอนแทกเตอร์ เม่ือป้อนแรงดันให้ขดลวด ทาให้ขดลวดเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นในแกนเหล็ก
เกิดอานาจแม่เหล็กไปดึงดูดให้ชุดหน้าสัมผัสเคล่ือนที่เข้ามาชิดกับแกนเหล็กของขดลวด ทาให้ชุดหน้าสัมผัสท้ังหมด
เปลยี่ นแปลงสภาวะการทางาน หนา้ สมั ผัสแบบปกติเปิด (NO) เกดิ การต่อวงจร และหนา้ สัมผัสแบบปกตปิ ิด (NC) เกดิ การ
เปิดวงจร กรณที ่ีขดลวดหมดอานาจแมเ่ หล็ก สปริงจะบงั คบั ให้ชดุ หน้าสมั ผัสกลับเข้าสู่สภาวะปกติ คือ หน้าสมั ผัสแบบปกติ
เปดิ (NO) เปดิ วงจร และหนา้ สมั ผัสแบบปกตปิ ิด (NC)ตอ่ วงจร

11.5 อุปกรณ์สารก่งึ ตัวนา
สารก่ึงตัวนา หรือธาตุก่ึงตัวนา คือ ธาตุที่มีอิเล็กตรอนวงนอกสุด 4 ตัวพอดี เป็นธาตุท่ีสามารถนาไปใช้ในการ

ผลิตอุปกรณ์สารกึ่งตัวนาชนิดต่างๆ ธาตุกึ่งตัวนาท่ีนิยมนามาใช้ในการผลิตอุปกรณ์สารก่ึงตัวนา ได้แก่ ธาตุซิลิคอน (Si)
และธาตุเจอร์เมเนียม (Ge) โดยการนาธาตุกึ่งตัวนาบริสุทธิ์ไปเติมธาตุเจือปนอ่ืนๆ เพื่อให้ได้เป็นสารกึ่งตัวนาชนิด P
(Positive= บวก) คือสารก่ึงตัวนาชนิดท่ีมีประจุไฟฟ้าบวก (+) หรือมีโฮล (Hole) มากกว่าปกติ และสารก่ึงตัวนาชนิด N
(Negative= ลบ) คือสารก่ึงตัวนาชนิดที่มีประจุไฟฟ้าลบ (–) หรือมีอิเล็กตรอนมากกว่าปกติ อุปกรณ์สารกึ่งตัวนาแต่ละ
ชนิดที่ผลิตออกมาใช้งาน ประกอบข้ึนมาจากการนาสารก่ึงตัวนาชนิด P และสารกึ่งตัวนาชนิด N ต่อร่วมกันท้ังส้ิน
อปุ กรณ์สารกง่ึ ตวั นาท่ีผลิตมาใช้งาน เช่น ไดโอด ซเี นอร์ไดโอด ไดโอดเปลง่ แสง ทรานซสิ เตอร์ และเฟต เป็นต้น อุปกรณ์
สารก่งึ ตัวนาแต่ละชนดิ มีโครงสร้าง หลักการทางาน และถูกนาไปใช้งานทแ่ี ตกตา่ งกัน

11.5.1 ไดโอด
ไดโอด (Diode) เป็นอุปกรณ์สารก่ึงตัวนา ที่ถูกผลิตขึ้นมาจากการนาสารกึ่งตัวนาชนิด P และสารก่ึง

ตัวนาชนิด N มาต่อชนกัน เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนาชนิด 2 ตอน มีขาต่อออกมาใช้งาน 2 ขา คือ ขาแอโนด (Anode;A)
ต่อออกมาจากสารกงึ่ ตวั นาชนิด P และขาแคโทด(Cathode;K) ตอ่ ออกมาจากสารกึ่งตัวนาชนิด N โครงสร้างภายในตัวไดโอด
ทุกชนิดเหมอื นกันแตกต่างเพยี งรูปร่าง ตัวถัง รวมถึงขนาดทนแรงดนั และทนกระแส ไดโอดทีผ่ ลติ มาใชง้ านมีตัง้ แตท่ นกระแส
ได้ต่าๆ ไม่ถึงแอมแปร์ จนถึงทนกระแสได้สูงเป็นพันแอมแปร์ข้ึนไป รูปร่างโครงสร้างและสัญลักษณ์ไดโอด แสดงดังรูปท่ี
11.10

AA

P
N

KK

(ก) โครงสร้าง (ข) สญั ลักษณ์ (ค) รปู ร่าง

รูปที่ 11.10 โครงสร้างสญั ลกั ษณ์และรูปร่างของไดโอด


Click to View FlipBook Version