The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siwakarn.s, 2022-05-23 12:34:17

20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

แผนการสอนงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

พส.10

เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการประเมิน

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

แบบประเมินแบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑ์การให้คะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมนิ

1.บอกคุณสมบัติของศักย์ไฟฟ้ำและประจุไฟฟ้ำได้
2.เขียนสมกำรกฎของโอหม์ ได้
3.คำนวณแก้ปัญหำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์มได้
4.เขยี นสมกำรกำลงั ไฟฟ้ำสมั พนั ธก์ ับกฎของโอห์มได้
5.แสดงวธิ ีกำรแปลงหนว่ ยปรมิ ำณไฟฟ้ำได้
6.คำนวณค่ำกำลงั ไฟฟ้ำในวงจรได้
7.คำนวณหำค่ำพลังงำนไฟฟำ้ ได้

รวม
รวมทง้ั หมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)

พส.11

บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
รหสั วิชำ...........................ชอ่ื วชิ ำ.........................................................................................ระดบั ชนั้  ปวช.  ปวส.
สำขำงำน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สปั ดำหท์ .ี่ .........วันที่สอน..............................................
หน่วยท่.ี ...........ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จำนวน................ช่ัวโมง
จำนวนผเู้ รียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มำเรยี น............6..2..........คน ขำดเรยี น...1..2....คน ลำป่วย....-.....คน ลำกจิ .....-.....คน

1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………

ลงชอื่ .......................................................ครูผู้สอน
(............................................................)
........../................/............

ควำมเห็น................................................................................. ควำมเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................หัวหนำ้ แผนกวิชำ ลงช่ือ............................................รองผ้อู ำนวยกำรฝำ่ ยวชิ ำกำร
(............................................................) (นำงสำวนศิ ำกร เจริญด)ี
............/................../............
............/................../............

ควำมเหน็ ผ้อู ำนวยกำร.................................................................................
....................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................
(นำงสำวสมุ นี ำ แดงใจ)

ผอู้ ำนวยกำรวทิ ยำลยั กำรอำชพี นครปฐม
............/................../............

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย.4...กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ........................................

เร่ือง................แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า...............จานวนชัว่ โมงสอน..........4.............

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ รายการเรยี นรู้

- จุดประสงคท์ ่ัวไป

1.เพ่อื ให้มีควำมรู้ศักย์ไฟฟำ้ และประจุไฟฟำ้ 1.ศกั ย์ไฟฟ้ำและประจุไฟฟ้ำ

2.เพอ่ื ใหม้ ีควำมรูเ้ กยี่ วกับกฎของโอห์ม 2.กฎของโอห์ม

3.แก้ปญั หำวงจรไฟฟ้ำดว้ ยกฎของโอห์มได้ 3.กำรแกป้ ญั หำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์ม

4.เพ่ือใหม้ ีควำมรู้เก่ียวกบั ไฟฟ้ำเกิดจำกควำมรอ้ น 4.ไฟฟำ้ เกดิ จำกควำมรอ้ น

5.เพื่อให้มีควำมรเู้ กย่ี วกับกำรแปลงหน่วยปริมำณไฟฟำ้ 5.กำรแปลงหนว่ ยปรมิ ำณไฟฟ้ำ

6.สำมำรถคำนวณคำ่ กำลงั ไฟฟ้ำในวงจรไฟฟ้ำได้ 6.กำรคำนวณค่ำกำลังไฟฟำ้ ในวงจรไฟฟ้ำ

7.เพื่อให้มีควำมรเู้ กี่ยวกบั พลงั งำนไฟฟ้ำ 7 พลังงำนไฟฟำ้

- จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 8 บทสรุป

1.บอกคุณสมบตั ิของศกั ย์ไฟฟ้ำและประจุไฟฟำ้ ได้

2.เขยี นสมกำรกฎของโอหม์ ได้

3.คำนวณแก้ปัญหำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์มได้

4.เขยี นสมกำรกำลังไฟฟ้ำสัมพันธก์ บั กฎของโอห์มได้

5.แสดงวธิ ีกำรแปลงหน่วยปรมิ ำณไฟฟำ้ ได้

6.คำนวณคำ่ กำลังไฟฟ้ำในวงจรได้

7.คำนวณหำค่ำพลังงำนไฟฟำ้ ได้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย...กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................

4.1 ศักย์ไฟฟา้ และประจไุ ฟฟา้

ประจไุ ฟฟ้ำ (ElectricCharge) และศักย์ไฟฟ้ำ (ElectricPotential) เป็นปริมำณทำงไฟฟ้ำที่เกิดขึน้ มำในเวลำ
พร้อมกัน มีควำมสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันอย่ำงใกล้ชิด จนไม่สำมำรถแยกปริมำณท้ังสองออกจำกกันได้ กำร
กล่ำวถึงศักย์ไฟฟ้ำจะต้องมีประจุไฟฟ้ำเข้ำมำเกี่ยวข้องด้วย และถ้ำกล่ำวถึงประจุไฟฟ้ำจะต้องมีศักย์ไฟฟ้ำเข้ำมำ
เก่ียวข้องด้วยเชน่ กัน ปริมำณไฟฟ้ำท้ังสองเป็นตวั แสดงให้ทรำบถึงจำนวนไฟฟ้ำที่กำเนิดขึ้นมำว่ำมีมำกน้อยเพียงไร
ควำมหมำยของประจุไฟฟำ้ และศกั ย์ไฟฟ้ำ เป็นดงั นี้

ประจุไฟฟ้ำ คือ ขั้วของไฟฟ้ำที่แตกต่ำงกัน แบ่งออกได้เป็น 2 ขั้ว คือ ขั้วบวก (+) หรือประจุบวก
(Positive Charge) และข้ัวลบ (–) หรือประจุลบ (Negative Charge) ในทุกๆ อะตอมจะประกอบด้วยประจุบวก
หรือโปรตอน และประจลุ บหรืออิเลก็ ตรอนรวมกันอยู่ ในสภำวะปกตปิ ระจุไฟฟำ้ ทง้ั สองมคี ำ่ สมดลุ กนั หรือเทำ่ กัน

ศักย์ไฟฟ้ำ คือ ค่ำของไฟฟ้ำ หรือปริมำณของไฟฟ้ำท่ีแสดงออกมำในขณะเกิดควำมไม่สมดุลของประจุ
ไฟฟ้ำ แบ่งออกได้เป็น 2 ค่ำ คือ ศักย์บวก (PositivePotential) หมำยถึง กำรมีประจุไฟฟ้ำบวกมำกกว่ำประจุ
ไฟฟำ้ ลบ และศกั ย์ลบ (NegativePotential) หมำยถึง กำรมปี ระจุไฟฟำ้ ลบมำกกว่ำประจุไฟฟำ้ บวก

ประจุไฟฟ้ำและศักย์ไฟฟ้ำมีพลังงำนในตัวเอง สำมำรถเคล่ือนท่ีและเปล่ียนแปลงค่ำได้ และพร้อมจะ
เคล่ือนท่ีและเปลี่ยนแปลงค่ำตลอดเวลำ เม่ืออยู่ในสภำวะที่เหมำะสมและเอ้ืออำนวย ประจุไฟฟ้ำหรือศักย์ไฟฟ้ำมี
อำน ำจไฟ ฟ้ ำแผ่ออกรอบ ตัวเองใน รูป ของเส้น แรง (Line of Force) เรียกว่ำ เส้นแรงสนำมไฟ ฟ้ ำ
(ElectricFieldLines) ส่งผลต่อพลงั งำนหรอื แรงท่เี กดิ ขนึ้

เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำเกิดข้ึนท่ีประจุไฟฟ้ำมีลักษณะดังน้ี ถ้ำเป็นประจุไฟฟ้ำบวก (+) เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำจะ
เคลือ่ นที่ออกจำกประจุ ถำ้ เป็นประจุไฟฟำ้ ลบ (–) เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำจะเคล่ือนทเ่ี ข้ำหำประจุ เสน้ แรงสนำมไฟฟ้ำ
จะเกิดข้ึนมำกหรอื น้อย ขน้ึ อยู่กับปริมำณศักย์ไฟฟำ้ ท่ีเกดิ ขึ้น เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำที่เกิดขึ้นรอบประจุไฟฟ้ำ แสดงดัง
รูปท่ี 4.1

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ...............................................

+-

(ก)ประจุไฟฟ้ำบวก (ข)ประจุไฟฟำ้ ลบ

รปู ท่ี 4.1เสน้ แรงสนำมไฟฟ้ำเกิดขึ้นรอบประจุไฟฟ้ำ
คณุ สมบัติของประจุไฟฟ้ำและศักย์ไฟฟ้ำแต่ละชนิด เป็นดงั นี้
 ประจุไฟฟ้ำและศักย์ไฟฟ้ำมีค่ำต่ำงกันจะดูดกัน เช่น ประจุไฟฟ้ำบวกดูดกับประจุไฟฟ้ำลบ เกิดเส้นแรง
สนำมไฟฟ้ำรวมกนั จำกประจไุ ฟฟ้ำทั้งสองรวมเป็นชดุ เดยี วกนั
 ประจุไฟฟ้ำและศักย์ไฟฟ้ำมีค่ำเหมือนกันจะผลักกัน เช่น ประจุไฟฟ้ำบวกผลักกับประจุไฟฟ้ำบวก หรือ
ประจุไฟฟ้ำลบผลักกับประจุไฟฟ้ำลบ เกิดเส้นแรงสนำมไฟฟ้ำแยกจำกกันของประจุไฟฟ้ำแต่ละตัว กำรดึงดูดกัน
และกำรผลกั กันของประจุไฟฟ้ำ แสดงดงั รปู ท่ี 4.2

+- ++

(ก)ประจุไฟฟ้ำต่ำงกนั ดดู กนั (ข)ประจุไฟฟำ้ เหมือนกันผลักกัน

รปู ที่ 4.2 กำรดงึ ดูดกันและกำรผลักกันของประจุไฟฟ้ำ

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้ำและพลังงำนไฟฟำ้ ...............................................

4.2 กฎของโอห์ม
กฎของโอห์ม (Ohm’s Law) ถูกค้นพบโดยนักวทิ ยำศำสตร์ชำวเยอรมนั ชอ่ื จอร์จ ไซมอน โอหม์ (George Simon

Ohm) กฎของโอหม์ กำหนดขนึ้ มำจำกควำมสัมพนั ธ์ของแรงดัน กระแส และควำมต้ำนทำน เกิดขึ้นตำมควำมเป็นจรงิ ของ
กำรทำงำนในวงจรไฟฟ้ำ คือ วงจรไฟฟ้ำวงจรหน่งึ ตอ้ งประกอบดว้ ยส่วนประกอบอย่ำงน้อย 3 ส่วน คือ แรงดัน กระแส และ
ควำมต้ำนทำน จึงจะสำมำรถทำให้วงจรไฟฟ้ำวงจรน้ันทำงำนได้ เม่ือมีกำรเปล่ียนแปลงไปของแต่ละส่วนที่สัมพันธ์กนั ย่อมมี
ผลตอ่ กำรทำให้วงจรไฟฟ้ำทำงำนเปลีย่ นแปลงไปด้วย

ควำมสัมพันธ์ของปริมำณไฟฟ้ำทั้งสำมเก่ียวข้องกัน ตำมหน่วยมำตรฐำน คือ กระแสมีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A)

แรงดันมีหน่วยเป็นโวลต์ (V) และควำมต้ำนทำนมีหน่วยเป็นโอห์ม () มีควำมสัมพันธ์กันดังน้ี จานวนกระแสที่ไหลใน
วงจรไฟฟ้า เปล่ียนแปลงตามค่าแรงดันท่ีจ่ายให้กับวงจรนั้น แต่เปลี่ยนแปลงเป็นส่วนกลับกับความต้านทานในวงจรคำ
กล่ำวน้สี ำมำรถเขยี นออกมำเป็นสภำวะกำรทำงำนได้ 2 สภำวะดังนี้

1. ถ้ำกำหนดให้ควำมต้ำนทำน (R) ในวงจรคงที่ กระแส (I) ในวงจรจะไหลได้มำกเม่ือจ่ำยแรงดัน (E) ให้วงจร
มำก และกระแส (I) ในวงจรจะไหลได้นอ้ ย เมือ่ จ่ำยแรงดัน (E) ในวงจรน้อย เขียนควำมสมั พันธ์ออกมำได้ดังรปู ที่ 4.3 และ
เขียนเป็นสมกำรได้ดงั สมกำรที่ (4 – 1)

I = 0.3 A R + R
10  10 
+ I = 0.6 A

E E
3V 6V

-

(ก)แรงดันน้อยกระแสไหลน้อย -

(ข)แรงดนั มำกกระแสไหลมำก

รปู ท่ี 4.3 เมือ่ ควำมตำ้ นทำนคงที่ กระแสไหลเปลยี่ นแปลงตำมแรงดัน

I  E เมื่อ R คงท่ี .....(4-1)

2. ถ้ำกำหนดให้แรงดัน (E) ในวงจรคงท่ี กระแส (I) ในวงจรจะไหลได้มำกเม่ือต่อตัวต้ำนทำนในวงจรมี
คำ่ ควำมต้ำนทำน (R) นอ้ ย และกระแส (I) ในวงจรจะไหลไดน้ ้อยเมอ่ื ตอ่ ตัวต้ำนทำนในวงจรมีค่ำควำมต้ำนทำน (R)
มำก เขยี นควำมสมั พนั ธ์ออกมำได้ดังรปู ที่ 4.4 และเขยี นเปน็ สมกำรไดด้ งั สมกำรที่ (4 – 2)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................

+ +

I = 0.3 A I = 0.6 A

E RE R
6 V 20  6 V 10 

- -

(ก)ควำมต้ำนทำนมำกกระแสไหลน้อย (ข)ควำมต้ำนทำนน้อยกระแสไหลมำก

รปู ท่ี 4.4 เมอื่ แรงดันคงที่ กระแสไหลเปลยี่ นแปลงตำมควำมตำ้ นทำน

I  1 เมือ่ E คงที่ .....(4-2)
R

จำกสมกำรท่ี (4 – 1) และ (4 – 2) นำมำเขียนเป็นสมกำรทำงไฟฟ้ำ เรียกว่ำกฎของโอห์มเขียนเป็น
สมกำรได้ดงั น้ี

I = E .....(4-3)
R

เมื่อ I = กระแส หน่วยแอมแปร์ (A)

E = แรงดัน หน่วยโวลต์ (V) E
IR
R = ควำมต้ำนทำน หน่วยโอห์ม ()

จำกสมกำรท่ี 4-3 เป็นกำรหำค่ำกระแส (I) โดย

สำมำรถย้ำยสมกำรเพื่อหำค่ำแรงดัน (E) หรือค่ำควำม

ต้ำนทำน (R) ได้เช่นเดียวกัน เพ่ือให้เข้ำใจง่ำยข้ึน จะนำ รูปท่ี 4.5 วงกลมสมกำรกฎของโอหม์
สมกำรกฎของโอหม์ มำเขียนไว้ในวงกลม แสดงดังรูปท่ี 4.5

กำรหำสมกำรในแต่ละส่วนของวงกลม ทำได้โดยใช้น้ิวมอื ปิดสว่ นท่ีต้องกำรหำไว้ สว่ นท่ีเหลือคือสูตรที่ใช้ใน

กำรคำนวณ สมกำรที่ไดถ้ ้ำอยู่ในแถวเดียวกันเปน็ กำรคูณกัน และถำ้ สมกำรทไ่ี ด้อยู่ต่ำงแถวกนั เปน็ กำรหำรกัน กำร

หำค่ำแรงดัน กระแส และควำมตำ้ นทำน จำกวงกลมสมกำรกฎของโอห์ม แสดงได้ดังรูปท่ี 4.6

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................

E E=IR
IR

(ก)สมกำรหำค่ำแรงดัน (E)

E I=ER
IR

(ข)สมกำรหำค่ำกระแส (I)

E R=EI
IR

(ค)สมกำรหำค่ำควำมต้ำนทำน (R)
รูปที่ 4.6 กำรหำค่ำแรงดนั กระแส และควำมต้ำนทำนจำกวงกลมสมกำรกฎของโอห์ม
4.3 การแกป้ ัญหาวงจรไฟฟา้ ดว้ ยกฎของโอห์ม
เรำสำมำรถนำกฎของโอหม์ ไปช่วยแก้ปัญหำกำรคำนวณค่ำต่ำงๆ ในวงจรไฟฟ้ำได้ โดยกำรแทนค่ำปริมำณ
ไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์ม คำนวณหำค่ำปริมำณไฟฟ้ำที่ต้องกำรออกมำ ช่วยให้เกิดควำมสะดวกต่อกำรทำงำนทำง
ไฟฟำ้ ช่วยลดข้นั ตอนในกำรปฏิบตั ิงำนลง และทำใหเ้ กิดควำมปลอดภัยในกำรทำงำนของวงจรไฟฟ้ำ สิ่งสำคัญของ
กำรใช้กฎของโอห์ม คือกำรแทนค่ำในกำรคำนวณทุกคร้ัง จำเป็นต้องทำให้คำ่ ปริมำณไฟฟ้ำท้ังหมดที่ใช้คำนวณ อยู่
ในหน่วยมำตรฐำนท่ีถูกต้อง จึงจะทำให้ค่ำท่ีคำนวณได้มีควำมถูกต้อง ส่วนผลลัพธ์ท่ีคำนวณได้ควรแสดงค่ำตัวเลข
ให้มีหลักที่เหมำะสม และบอกบทท่ีเหมำะสมกำกับไว้ เพื่อลดควำมผิดพลำดจำกกำรเขียนค่ำ และกำรอ่ำนค่ำ
เหลำ่ น้ัน

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................
ตัวอย่างที่ 4.1เตำไฟฟ้ำใช้แรงดันไฟสลับ 220 V มีกระแสไหลผ่ำน 5 A จงหำค่ำควำมต้ำนทำนของเตำไฟฟ้ำเครื่อง
น้ี

I=5A R=?

E
220 V

รปู ท่ี 4.7 วงจรเตำไฟฟ้ำต้องกำรหำคำ่ ควำมต้ำนทำน

วิธีทา

สตู ร R = E
เมือ่ R = ? I

E = 220 V

I = 5A

แทนคำ่ R = 220 V = 44 
5A

 ควำมตำ้ นทำนของเตำไฟฟำ้ = 44  ตอบ

ตัวอย่างท่ี 4.2กระติกต้มน้ำไฟฟ้ำมีควำมต้ำนทำน 16 Ω ใช้กับแรงดันไฟสลับ 220 V จะมีกระแสไหลผ่ำนกระติกน้ำ
รอ้ นเทำ่ ไร

I=?A

R = 16  E
220 V

รปู ที่ 4.8 วงจรกระติกนำ้ ร้อนตอ้ งกำรหำคำ่ กระแส

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ...............................................

วธิ ที า

สูตร I = E
เมือ่ I = ? R

E = 220 V

R = 16 Ω

แทนคำ่ I = 220 V = 13.75 A
16 

 กระแสไหลผ่ำนกระติกตม้ นำ้ ไฟฟำ้ = 13.75 A ตอบ

ตัวอย่างที่ 4.3เคร่ืองขยำยเสียงมีควำมต้ำนทำน 240Ω ขณะทำงำนมีกระแสไหลในวงจร 0.5 A จะมีแรงดันจ่ำยให้เครื่อง
ขยำยเสียงเท่ำไร

I = 0.5 A

R = 240  +

E=?V

-

วธิ ีทา รูปท่ี 4.9 วงจรเคร่อื งขยำยเสยี งต้องกำรหำค่ำแรงดนั
สตู ร E = IR

เมอื่ E = ?
I =0.5A
R =240Ω

แทนค่ำ E = 0.5A  240Ω = 120 V

 แรงดันจำ่ ยใหเ้ คร่ืองขยำยเสียง = 120 V ตอบ

4.4 กาลงั ไฟฟา้ สัมพนั ธก์ ับกฎของโอหม์

กำลัง (Power) คือ อัตรำกำรทำงำนในหน่ึงหน่วยเวลำ โดยกำลังจะมีควำมสัมพันธ์กับเวลำเสมอ กำลังมีหน่วย

เป็นวัตต์ (W) เม่ือกำลงั ถกู ใช้งำนทำงดำ้ นไฟฟ้ำ จึงเรียกวำ่ กำลงั ไฟฟ้ำ (ElectricalPower;P) คอื อัตรำกำรใชพ้ ลงั งำนไฟฟ้ำ

(W) มีหน่วยเป็นจูล (J) ทำให้อิเล็กตรอนเคลื่อนท่ีจำกจุดหน่ึงไปยังอีกจุดหน่ึง ในเวลำ (t) มีหน่วยเป็นวินำที (s) เขียน

ออกมำเป็นสมกำรได้ดงั นี้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ สเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟำ้ ...............................................

P= W .....(4-4)
t

เม่ือ P = กำลังไฟฟำ้ หนว่ ยวัตต์ (W)

W = พลงั งำนไฟฟำ้ หรืองำน หน่วยจูล (J)

t = เวลำ หน่วยวินำที (s)

กำลังไฟฟ้ำเม่ือถูกนำมำใช้งำนร่วมกับกฎของโอห์ม สำมำรถเขียนควำมสัมพันธ์กันได้ดังนี้ กาลังไฟฟ้า (P) 1 วัตต์ (W)

คอื อัตราของงานที่ถูกกระทาในวงจรไฟฟ้าซ่ึงเกิดกระแส (I) ไหล 1 แอมแปร์ (A) เม่ือมีแรงดัน (E) จ่ายให้วงจร 1 โวลต์ (V)

กำลังไฟฟ้ำหำไดจ้ ำกผลคณู ของแรงดนั มหี น่วยเป็นโวลต์ คูณด้วยกระแส มหี นว่ ยเป็นแอมแปร์ เขียนเป็นสมกำรได้ดังนี้

P = EI .....(4-5)

เมอื่ P = กำลังไฟฟำ้ หนว่ ยวตั ต์ (W)

E = แรงดัน หน่วยโวลต์ (V)

I = กระแส หน่วยแอมแปร์ (A)

จำกสมกำรท่ี 4 – 5 เป็นกำรหำค่ำกำลังไฟฟ้ำ (P)เรำสำมำรถย้ำย P
สมกำรเพ่ือหำค่ำแรงดัน (E) หรือค่ำกระแส (I) ได้เช่นเดียวกัน EI
เพ่ือให้เข้ำใจงำ่ ยขึ้น โดยนำสมกำรหำค่ำกำลังไฟฟ้ำมำเขียนไว้
ในวงกลมแสดงดงั รูปที่ 4.10

ต้องกำรหำค่ำปริมำณไฟฟ้ำใด ให้ใช้น้ิวมือปิด

ปริมำณไฟฟ้ำน้ันไว้ สว่ นที่เหลือคือค่ำสมกำรท่หี ำได้ สมกำรท่ี

ได้อยู่ในแถวเดยี วกนั คอื กำรคณู กัน รูปที่ 4.10 วงกลมสมกำรกำลังไฟฟำ้

สมกำรท่ีได้อยู่ต่ำงแถวกนั คือกำรหำรกัน

เมื่อนำกฎของโอห์มมำแทนค่ำลงในสมกำรหำกำลังไฟฟ้ำ ทำให้สมกำรใช้คำนวณกำลัง ไฟฟ้ำเกิดกำรเปล่ียนแปลงไป

สมกำรมคี วำมสมั พนั ธก์ ัน แสดงใหเ้ ห็นไดด้ ังตัวอย่ำงดงั น้ี

จำกสมกำรกำลังไฟฟำ้ P =EI

นำสมกำรกฎของโอหม์ I = E แทนคำ่ ลงไป
จะได้ P R
E2
=E E = R เป็นต้น
R

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ...............................................

เมื่อนำสมกำรกฎของโอห์มและสมกำรกำลังไฟฟ้ำ มำเขียนรวมกันในรูปวงกลม สำมำรถเขียนออกมำได้หลำยค่ำ
แสดงดังรปู ท่ี 4.11

P I(W) E2 P P (A)
R R EE
I2R
EI R

E RPR P E2
I2 EP
IR P I
(V) I ()

รปู ท่ี 4.11 วงกลมสมกำรกฎของโอห์มสมั พันธ์กบั กำลังไฟฟ้ำ

4.5 การแปลงหน่วยปริมาณไฟฟ้า

ปริมำณไฟฟ้ำท้ัง 4 ค่ำ ได้แก่ แรงดัน กระแส ควำมต้ำนทำน และกำลังไฟฟ้ำ ที่นำไป ใช้งำน หรือใช้ใน

กำรคำนวณค่ำ โดยปกติหน่วยของปริมำณไฟฟ้ำเหล่ำนั้นจะต้องอยู่ในหน่วยมำตรฐำน คือแรงดัน (E) มีหน่วยเป็น
โวลต์ (V) กระแส (I) มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A) ควำมต้ำนทำน (R) มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω) และกำลังไฟฟ้ำ (P) มีหน่วย

เป็นวัตต์ (W) แต่กำรใช้งำนแต่ละครั้งมีโอกำสใช้หน่วยปริมำณไฟฟ้ำท่ีแตกต่ำงไปจำกหน่วยปกติ จึงจำเป็นต้อง

แปลงหน่วยใช้งำนให้อยู่ในหน่วยปกติก่อนกำรคำนวณค่ำเสมอ เพรำะถ้ำใช้หน่วยไม่ถูกต้อง จะทำให้ผลลัพธ์ท่ี
คำนวณไดเ้ กดิ ควำมผิดพลำด หนว่ ยของปริมำณไฟฟำ้ ทง้ั 4 ค่ำ แบง่ ยอ่ ยออกไดด้ ังนี้

1. หน่วยแรงดันแบ่งออกเป็นหน่วยย่อย คือ ไมโครโวลต์ (V) มิลลิโวลต์ (mV) โวลต์ (V) กิโลโวลต์ (kV)
และเมกะโวลต์ (MV) ควำมสมั พนั ธ์ของหนว่ ยยอ่ ยเปน็ ดงั นี้

1 โวลต์ (V) = 1,000 มิลลโิ วลต์ (mV) = 1  103 มลิ ลโิ วลต์ (mV)

= 1,000,000 ไมโครโวลต์ (V) = 1  106 ไมโครโวลต์ (V)
= 1  10-3 โวลต์ (V)
1 มิลลิโวลต์ (mV) = 1 โวลต์ (V)
1,000 = 1  10-6 โวลต์ (V)
1 ไมโครโวลต์ (V) 1 = 1  103 โวลต์ (V)
1 กโิ ลโวลต์ (kV) = 1,000,000 โวลต์ (V)

= 1,000 โวลต์ (V)

1 เมกะโวลต์ (MV) = 1,000,000 โวลต์ (V) = 1  106 โวลต์ (V)

2. หน่วยกระแสแบ่งออกเป็นหนว่ ยย่อย คือ ไมโครแอมแปร์ (A) มลิ ลิแอมแปร์ (mA) แอมแปร์ (A)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................

กิโลแอมแปร์ (kA) และเมกะแอมแปร์ (MA) ความสมั พนั ธ์ของหน่วยยอ่ ยเป็ นดงั น้ี

1 แอมแปร์ (A) = 1,000 มิลลิแอมแปร์ (mA) = 1  103 มิลลิแอมแปร์ (mA)
= 1  106 ไมโครแอมแปร์ (A)
1 มิลลิแอมแปร์ (mA) = 1,000,000 ไมโครแอมแปร์ (A) = 1  10-3 แอมแปร์ (A)

1ไมโครแอมแปร์ (A) = 1 แอมแปร์ (A) = 1  10-6 แอมแปร์ (A)
1 กิโลแอมแปร์ (kA) 1,000 = 1  103 แอมแปร์ (A)
1 เมกะแอมแปร์ (MA) 1 = 1  106 แอมแปร์ (A)
= 1,000,000 แอมแปร์ (A)

= 1,000 แอมแปร์ (A)

= 1,000,000 แอมแปร์ (A)

3. หน่วยความต้านทานแบ่งออกเป็ นหน่วยยอ่ ย คือ ไมโครโอห์ม (Ω) มิลลิโอห์ม (mΩ) โอห์ม (Ω) กิโลโอห์ม
(kΩ) และเมกะโอห์ม (MΩ) ความสมั พนั ธ์ของหน่วยยอ่ ยเป็ นดงั น้ี

1 โอห์ม (Ω) = 1,000 มิลลิโอห์ม (mΩ) = 1  103 มิลลิโอห์ม (mΩ)

= 1,000,000 ไมโครโอห์ม (Ω) = 1  106 ไมโครโอห์ม (Ω)

1 มิลลิโอห์ม (mΩ) = 1 โอห์ม (Ω) = 1  10-3 โอห์ม (Ω)
1 ไมโครโอห์ม (Ω) 1,000 = 1  10-6 โอห์ม (Ω)
1
= 1,000,000 โอห์ม (Ω)

1 กิโลโอห์ม (kΩ) = 1,000 โอห์ม (Ω) = 1  103 โอห์ม (Ω)

1 เมกะโอห์ม (MΩ) = 1,000,000 โอห์ม (Ω) = 1  106 โอห์ม (Ω)

4. หน่วยกาลังไฟฟ้าแบ่งออกเป็ นหน่วยย่อย คือ มิลลิวตั ต์ (mW) วตั ต์ (W) กิโลวตั ต์ (kW) และเมกะวตั ต์ (MW)

ความสมั พนั ธ์ของหน่วยยอ่ ยเป็ นดงั น้ี

1 วตั ต์ (W) = 1,000 มิลลิวตั ต์ (mW) = 1  103 มิลลิวตั ต์ (mW)

1 มิลลิวตั ต์ (mW) = 1 วตั ต์ (W) = 1  10-3 วตั ต์ (W)
1,000
1 กิโลวตั ต์ (kW) = 1,000 วตั ต์ (W) = 1  103 วตั ต์ (W)
1 เมกะวตั ต์ (MW) = 1  106 วตั ต์ (W)
= 1,000,000 วตั ต์ (W)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟำ้ ..............................................

ตัวอย่างที่ 4.4 แปลงหนว่ ยปริมำณไฟฟำ้ ใหอ้ ยใู่ นบทท่ตี อ้ งกำร

(1) 632,850 V ใหเ้ ปน็ หนว่ ย kV (2) 412,900 V ใหเ้ ป็นหน่วย mV

(3) 25,800 V ให้เป็นหนว่ ย V (4) 5,620 mA ให้เป็นหน่วย A

(5) 0.075 A ใหเ้ ปน็ หนว่ ย mA (6) 4,750,000 A ให้เป็นหน่วย A

(7) 2.65 MΩ ใหเ้ ป็นหนว่ ย Ω (8) 68.5 kΩ ใหเ้ ป็นหน่วย Ω

(9) 560,000 Ω ให้เป็นหนว่ ย kΩ (10) 8,490,000 W ให้เปน็ หน่วย MW

(11) 42,800 mW ใหเ้ ปน็ หน่วย W (12) 560 MW ให้เป็นหนว่ ย kW

วธิ ที า

(1) เปน็ หน่วย kV 632,850 V = 632,850 V = 632.85 kV
1,000
412,900
(2) เป็นหน่วย mV 412,900 V = 1,000 mV = 412.9 mV

(3) เปน็ หน่วย V 25,800 V = 25,800 V = 0.0258 V
1,000,000
5,620
(4) เปน็ หน่วย A 5,620 mA = 1,000 A = 5.62 A

(5) เป็นหน่วย mA 0.075 A = 0.075  1,000 mA = 75 mA

(6) เป็นหนว่ ย A 4,750,000 A = 4,750,000 A =4.75A
1,000,000

(7) เปน็ หนว่ ย Ω 2.65 MΩ =2.65  1,000,000 Ω = 2,650,000 Ω

(8) เป็นหน่วย Ω 68.5 kΩ = 68.5  1,000 Ω = 68,500 Ω

(9) เปน็ หน่วย kΩ 560,000 Ω = 560,000 kΩ =560kΩ
(10) เปน็ หน่วย MW 8,490,000 W 1,000
(11) เป็นหนว่ ย W 42,800 mW 8,490,000
= 1,000,000 MW = 8.49 MW

= 42,800 W = 42.8 W
1,000

(12) เป็นหนว่ ย kW 560 MW = 560  1,000 kW = 560,000 kW ตอบ

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ......................................

4.6 การคานวณค่ากาลงั ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า
ส่วนใหญ่กำลังไฟฟ้ำจะถูกบอกค่ำกำกับไว้ท่ีเครื่องใช้ไฟฟ้ำต่ำงๆ เช่น เตำไฟฟ้ำ กระติกต้มน้ำไฟฟ้ำ เตำรีด

ไฟฟ้ำ หม้อหุงข้ำวไฟฟ้ำ เตำไมโครเวฟ และหลอดไฟฟ้ำ เป็นต้น นอกจำกน้ันยังถูกบอกไว้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
อกี หลำยชนิด เช่น เครื่องเสียง ลำโพง ตัวต้ำนทำน และหัวแรง้ ไฟฟ้ำ เป็นต้น กำลังไฟฟ้ำของอุปกรณ์ไฟฟ้ำ และ
เครื่องใช้ไฟฟ้ำต่ำงๆ เป็นตัวบอกให้ทรำบถึงค่ำกำรใช้กระแสของอุปกรณ์ไฟฟ้ำ และเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำเหล่ำน้ัน ทำให้
ทรำบถึงค่ำควำมสิ้นเปลืองกำรใช้ไฟฟ้ำ กำรคำนวณหำค่ำกำลังไฟฟ้ำทำได้หลำยวิธีด้วยกัน โดยใช้สูตรคำนวณใน
วงกลมสมกำรกฎของโอหม์ สมั พนั ธ์กับกำลังไฟฟำ้ ตำมรปู ที่ 4.11
ตัวอย่างท่ี 4.5 หม้อหุงข้ำวไฟฟ้ำใช้แรงดัน 220 V มีกระแสไหลผ่ำน 7.5 A จงหำค่ำกำลังไฟฟ้ำของหม้อหุงข้ำว
ไฟฟำ้ เคร่อื งน้ี

I = 7.5 A

P=?W E
220 V

รูปที่ 4.12 หม้อหงุ ข้ำวไฟฟำ้ ต้องกำรหำคำ่ กำลงั ไฟฟำ้
วธิ ีทา

สตู ร P =EI
เมอื่ P = ?

E = 220 V
I = 7.5 A

แทนค่ำ P = 220 V 7.5 A = 1,650 W ตอบ
 หม้อหงุ ข้ำวไฟฟ้ำใช้กำลงั ไฟฟ้ำ = 1,650 W

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ......................................
ตัวอย่างที่ 4.6เตำรดี ไฟฟ้ำมีควำมต้ำนทำน 24.2 Ω ใช้กับแรงดัน 220 V จงหำค่ำกระแส และกำลังไฟฟ้ำของเตำ
รีดไฟฟ้ำเครอ่ื งน้ี

P=?W I=?A
R = 24.2 
E
220 V

รูปที่ 4.13 เตำรีดไฟฟ้ำต้องกำรหำค่ำกระแส และกำลังไฟฟำ้

วิธที า

1. หำกระแสที่ไหลในวงจร จำกสตู ร I = E
เมื่อ I = ? R

E = 220 V

R = 24.2 

แทนคำ่ I = 220 V = 9.09 A
24.2

2. หำกำลงั ไฟฟ้ำของเตำรดี ไฟฟ้ำ จำกสตู ร P = E2
R
เม่อื P =?
E = 220 V

R = 24.2 

แทนคำ่ P = (220 V)2 = 48,400 V2 = 2,000 W
24.2  24.2 

 กระแสที่ไหลในวงจร = 9.09 A ตอบ

 กาลงั ไฟฟ้าของเตารีดไฟฟ้า = 2,000 W

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ......................................

ตวั อย่างที่ 4.7หลอดไฟฟ้ำขนำด 108 W เมื่อทำงำนมีกระแสไหลผ่ำน 9 A จงหำค่ำแรงดันที่จ่ำยให้วงจร และคำ่ ควำมต้ำนทำน
ของหลอดไฟฟำ้ หลอดน้ี

I=9A

+ R=?
P = 108 W
E=?V

-

รูปที่ 4.14 หลอดไฟฟำ้ ตอ้ งกำรหำคำ่ แรงดนั และควำมตำ้ นทำน

วธิ ีทา

1. หำแรงดนั ที่จ่ำยให้วงจร จำกสตู ร E = P
เมื่อ E = ? I

P = 108 W

I = 9A

108W
แทนค่ำ E = 9A = 12 V

2. หำควำมตำ้ นทำนของหลอดไฟฟำ้ จำกสตู ร R = P
I2
เมื่อ R = ?

P =108 W

I = 9A

108W 108W = 1.33 
แทนค่ำ R = (9A)2 = 81A2

 แรงดันที่จำ่ ยให้วงจร = 12 V

 ควำมต้ำนทำนของหลอดไฟฟำ้ = 1.33  ตอบ

4.7 พลงั งานไฟฟา้
พลังงำน (Energy) คือ ควำมสำมำรถของสิ่งใดๆ ที่เมื่อทำงำนแล้วได้งำน (Work) ออกมำ เม่ือพลังงำนถูกใช้งำนทำงด้ำน

ไฟฟ้ำ จงึ เรียกวำ่ พลังงำนไฟฟ้ำ (ElectricalEnergy;W) คือ พลังงำนที่ต้องกำรสำหรับเคลือ่ นย้ำยประจุไฟฟ้ำ จำนวน 1 คูลอมบ์
(C) ผ่ำนเข้ำไปในทม่ี คี วำมตำ่ งศักย์ไฟฟ้ำ 1 โวลต์ (V) หรอื 1 คูลอมบ์ โวลต์ (CV)

อกี ควำมหมำยหน่ึงของพลงั งำนไฟฟำ้ คอื พลังงำนทใี่ ช้ไปหรือสรำ้ งขนึ้ มำใหมจ่ ำกกำลงั ไฟฟำ้ ทส่ี ง่ เข้ำมำหรือส่งออกไป โดย
มีควำมสมั พนั ธ์กับเวลำ เช่นใช้กำลังไฟฟ้ำ 1 วตั ต์ (W) ตอ่ เน่ือง กนั เปน็ เวลำ 1 วินำที (s) หรอื

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟ้ำและพลังงำนไฟฟำ้ ......................................
1 วตั ต์ วนิ ำที (Ws) ปกตพิ ลังงำนไฟฟ้ำแสดงหนว่ ยไวเ้ ป็นจูล (J) เขียนออกมำเปน็ สมกำรไดด้ งั นี้

W = Pt .....(4-6)

เมอ่ื W = พลังงำนไฟฟ้ำ หนว่ ยจลู (J)
P = กำลังไฟฟ้ำ หนว่ ยวัตต์ (W)
t = เวลำ หนว่ ยวินำที (s)

ไฟฟ้ำกระแสสลับที่ถูกจ่ำยไปใช้งำนตำมบ้ำนเรือน และในงำนอุตสำหกรรมต่ำงๆ อย่ำง แพร่หลำยใน
ปจั จุบันถูกผลติ ข้ึนมำจำกหน่วยงำนทีผ่ ลิตไฟฟ้ำออกจำหน่ำย เช่น กำรไฟฟ้ำนครหลวง และกำรไฟฟำ้ ส่วนภูมภิ ำค
เป็นต้น กำรนำไฟฟ้ำมำใช้งำนจำเป็นต้องซื้อไฟฟ้ำมำใช้ กำรคิดค่ำพลังงำนไฟฟ้ำที่ใช้ไป ไม่ได้บอกหน่วยพลังงำน
ไฟฟ้ำออกมำเป็นจูล (J) แต่จะบอกออกมำในหน่วยกิโลวัตต์ – ช่ัวโมง (Kilowatt – Hour;kWh) มักจะถูกเรียกว่ำ
หน่วย หรือยูนิต (Unit) โดยใชเ้ ครื่องวัดพลังงำนไฟฟ้ำ มชี ื่อเรียกว่ำ วัตต์อำวร์มเิ ตอร์ (WatthourMeter) ติดตั้งไว้
ตำมฝำผนงั บำ้ นเรือน หรือเสำไฟฟ้ำใกล้บำ้ น รูปรำ่ งและกำรติดตัง้ วัตต์อำวรม์ ิเตอร์ แสดงดงั รปู ท่ี 4.15

(ก) รูปร่ำง (ข) กำรติดตง้ั ใชง้ ำน

รูปที่ 4.15 วตั ต์อำวรม์ เิ ตอร์
กำรคำนวณหำคำ่ พลังงำนไฟฟ้ำใน 1 หนว่ ย หรอื 1 ยูนิต ทีว่ ัดออกมำได้ด้วยวัตต์อำวร์มิเตอร์ โดยกำรวัด
ค่ำกำรใช้พลงั งำนไฟฟำ้ ไป 1 กโิ ลวัตต์ (kW) เปน็ เวลำ 1 ชวั่ โมง (h) ใชส้ ูตรคำนวณในสมกำรที่ (4 – 6) ไดด้ ังนี้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ......................................

W = Pt

เมื่อ W = พลังงำนไฟฟำ้ หนว่ ยกโิ ลวตั ต-์ ชว่ั โมง (kWh) หรือหนว่ ย, ยนู ติ

P = กำลังไฟฟ้ำ หนว่ ยชัว่ โมง (h)

หน่วยกโิ ลวตั ต์ (kW)
t = เวลำ

ตัวอย่างที่ 4.8เตำไมโครเวฟขนำด 1,600 W ใช้งำนเป็นเวลำ 25 ช่ัวโมง จะใช้พลังงำนไฟฟ้ำไปเท่ำไร และค่ำ
พลังงำนไฟฟ้ำหนว่ ยละ 3.1381 บำท จะต้องเสยี ค่ำใช้จำ่ ยเทำ่ ไร

P = 1,600 W E
220 V

รปู ท่ี 4.16 วัตต์อำวรม์ ิเตอร์

วธิ ีทา

1. หำพลงั งำนไฟฟ้ำทใี่ ชไ้ ป จำกสูตร W =Pt

เมอื่ W =? = 1,600W =1.6kW
P = 1,600 W 1,000
t =25h

แทนค่ำ W = 1.6 kW 25 h = 40 หน่วย

2. หำคำ่ ใช้จ่ำยในกำรใช้ไฟฟ้ำ

คำ่ พลังงำนไฟฟำ้ หนว่ ยละ 3.1381 บำท

ใช้ไฟฟ้ำไป 40 หนว่ ย

เสียค่ำใช้จ่ำยในกำรใช้ไฟฟำ้ = 3.1381 บำท  40 หนว่ ย = 125.52 บำท
ตอบ
 พลังงำนไฟฟ้ำที่ใชไ้ ป =40 หน่วย

 เสียค่ำใช้จำ่ ยในกำรใชไ้ ฟฟำ้ = 125.52 บำท

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ......................................
4.8 บทสรุป

กฎของโอห์มกำหนดขึ้นมำจำกควำมสัมพันธ์ของ แรงดัน กระแส และควำมต้ำนทำน กำรทำงำนใน
วงจรไฟฟ้ำต้องประกอบด้วยส่วนประกอบอย่ำงน้อย 3 ส่วน คือ แรงดัน กระแส และควำมต้ำนทำน วงจรไฟฟ้ำจึง
สำมำรถทำงำนได้ กฎของโอห์มเขียนออกมำเป็นสูตรได้ E = IRหน่วยปริมำณไฟฟ้ำต้องอยู่ในหน่วยพื้นฐำน คือ
กระแสเปน็ แอมแปร์ (A) แรงดันเป็นโวลต์ (V) และควำมตำ้ นทำนเปน็ โอหม์ ()

กำลังไฟฟ้ำ (P) 1W คือ อัตรำของงำนที่ถูกกระทำในวงจรซึ่งเกิดกระแส (I) 1A เม่ือมีแรงดัน (E) 1V
เขียนเป็นสูตรออกมำได้ P = EI นอกจำกนั้นยังสำมำรถนำสมกำรกฎของโอห์มมำแทนค่ำสมกำรของกำลังไฟฟ้ำ
(P) ได้ ทำให้สูตรใชใ้ นกำรคำนวณทำงไฟฟำ้ เพิ่มขน้ึ

พลังงำนไฟฟ้ำ (W) คือ พลังงำนท่ีถูกใช้ไปหรือถูกสร้ำงขึ้นมำใหม่ จำกกำลังไฟฟ้ำที่ส่งเข้ำมำหรือส่งออกไป
โดยมีควำมสัมพันธ์กบั เวลำ พลังงำนไฟฟ้ำท่ีถกู นำมำใชง้ ำนตำมบ้ำนเรือนอยใู่ นรูปไฟฟ้ำกระแสสลบั จะคิดออกมำ
เปน็ กิโลวตั ต์-ชว่ั โมง (kWh) โดยใช้เครือ่ งวัดพลังงำนไฟฟ้ำ เรยี กว่ำ วัตตอ์ ำวรม์ ิเตอร์

กำรคำนวณหำค่ำพลงั งำนไฟฟำ้ ใน 1 หน่วย หรือ 1 ยูนติ ทีว่ ัดออกมำได้ด้วยวัตตอ์ ำวร์มิเตอร์ โดยกำรวัด
ค่ำกำรใช้พลงั งำนไฟฟ้ำไป 1 กโิ ลวัตต์ (kW) เป็นเวลำ 1 ช่ัวโมง (h) เขียนเป็นสูตรออกมำได้ W = Pt

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้ำและพลังงำนไฟฟ้ำ......................................
แบบทดสอบบทท่ี 4

กฎของโอหม์ กาลงั ไฟฟ้า และพลงั งานไฟฟ้า

วัตถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ควำมรู้ของนักศึกษำเกย่ี วกบั เร่ือง แหล่งกำเนิดไฟฟ้ำและประเภทของไฟฟำ้

เขียนเครอ่ื งหมำยกำกบำท (X) ลงในขอ้ ท่ถี กู ต้องท่สี ดุ

1. ประจไุ ฟฟำ้ คืออะไร

ก. ควำมจขุ องไฟฟำ้ ข. กำรเก็บปรมิ ำณไฟฟ้ำไว้

ค. ปริมำณไฟฟ้ำแสดงค่ำออกมำ ง. ข้ัวของไฟฟ้ำที่มีควำมแตกต่ำงกัน

2. ปริมำณของไฟฟ้ำทแ่ี สดงออกมำในขณะเกิดควำมไม่สมดุลคืออะไร

ก. ศกั ย์ไฟฟ้ำ ข. ประจไุ ฟฟำ้

ค. เสน้ แรงไฟฟ้ำ ง. พลงั งำนไฟฟ้ำ

3. อำนำจไฟฟ้ำที่แผอ่ อกรอบตวั ประจไุ ฟฟ้ำคืออะไร

ก. พลงั งำนไฟฟ้ำ ข. เส้นแรงไฟฟำ้

ค. ประจุไฟฟำ้ ง. ศกั ย์ไฟฟำ้

4. กำรทำงำนของวงจรไฟฟำ้ ขอ้ ใดถูกต้อง

ก. R คงที่ E เพิม่ I ลด ข. E คงที่ R เพม่ิ I เพิ่ม

ค. I คงท่ี R เพม่ิ E เพ่ิม ง. Iเปลยี่ นแปลงโดยตรงกบั

5. สมกำรกฎของโอหม์ ข้อใดถูกต้อง

ก. R= E ข. I= E
I R
ค. E=IR ง. ถกู ทุกข้อ

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ......................................

แบบทดสอบบทที่ 4

กฎของโอห์ม กาลงั ไฟฟา้ และพลังงานไฟฟ้า

วัตถุประสงค์ เพื่อประเมนิ ควำมร้ขู องนักศึกษำเกี่ยวกับเรื่อง แหลง่ กำเนิดไฟฟ้ำและประเภทของไฟฟ้ำ

เขียนเครือ่ งหมำยกำกบำท (X) ลงในข้อทถี่ กู ต้องท่สี ุด

6. คำกล่ำวท่ีว่ำอัตรำของงำนท่ีถูกกระทำในวงจรไฟฟ้ำซึ่งเกิดกระแสไหล 1 A เมื่อมีแรงดันจ่ำยให้วงจร 1 Vเป็นคำ

กลำ่ วของอะไร

ก. ศักยไ์ ฟฟ้ำ ข. กำลงั ไฟฟำ้

ค. กฎของโอหม์ ง. พลังงำนไฟฟำ้

7. สตู รคำนวณข้อใดถูกต้อง

ก. R= PI2 ข. P= RE2

ค. I= P ง. E= I
R P

8. หน่วยปริมำณไฟฟ้ำข้อใดถูกต้อง ข. 1 V= 1  10-3mV
ก. 1 V= 1  10-6V ง. 10,000 V= 1  10-4 kV
ค. 1 kV= 1  10-6MV

9. พลังงำนไฟฟำ้ คอื อะไร ข. พลงั งำนที่สะสมอยูใ่ นแหลง่ จำ่ ย
ก. แรงขับเคลอ่ื นอุปกรณ์ไฟฟ้ำ ง. กำลังไฟฟ้ำใชไ้ ปสมั พันธก์ ับเวลำ
ค. พลงั งำนทีเ่ กิดขึ้นเองในวตั ถุธำตุ

10. เครือ่ งมือวัดพลังงำนไฟฟ้ำ ท่ีติดตั้งใช้งำนตำมบ้ำนเรือนเรียกวำ่ อะไร

ก. วตั ต์มเิ ตอร์ ข. เพำเวอรม์ เิ ตอร์

ค. วัตต์อำวรม์ เิ ตอร์ ง. เพำเวอรว์ ตั ตอ์ ำวร์มิเตอร์

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย......กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................

เร่ือง....................กฎของโอห์ม....................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................

จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้

- จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. ตวั ต้ำนทำน 100 Ω, 200 Ω, 300 Ω, 400 Ω,

1. ประกอบวงจรไฟฟำ้ ใช้ทำกำรทดลองเร่ืองกฎของ 500 Ω, 600 Ω, 700 Ω, 800 Ω;2W คำ่ ละ 1 ตัว

โอห์มได้ 2. มลั ตมิ ิเตอร์ชนิดเข็มช้ี 2 เคร่อื ง
2. วัดและอำ่ นคำ่ แรงดันและกระแสท่ีเกดิ ข้นึ ได้ 3. แหลง่ จ่ำยแรงดนั ไฟตรงปรับคำ่ ได้ 0 – 30 v 1 เคร่ือง
3. มีควำมอดทนอดกลน้ั ในกำรทำงำน 4. สำยต่อวงจร 1 ชุด

- ลำดบั ขนั้ กำรทำงำน ข้อควรระวัง

ประกอบวงจรตำมรปู .......................................................................................

........................................................................................ .......................................................................................

........................................................................................ มอบงำน

......................................................................................... .......................................................................................

......................................................................................... .......................................................................................

......................................................................................... วดั ผล/ประเมนิ ผล

........................................................................................ 1.ประเมนิ ผลจำควำมตัง้ ใจในกำรปฏบิ ัติงำน

2.ประเมินผลจำกงำนท่ไี ด้รบั มอบหมำย

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย......กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................

เรอ่ื ง...................กฎของโอห์ม.................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................

1. ประกอบวงจรตำมรปู ท่ี 4.1 ยังไม่จำ่ ยแรงดนั ใหว้ งจร DC

DC DC

R
400 

รปู ท่ี 4.1 ทดลองกฎของโอห์มโดยกำหนดควำมต้ำนทำนคงท่ี 400
2. ปรับแหล่งจ่ำยแรงดันปรับค่ำได้ให้มีแรงดัน (E) ตกคร่อมตัวต้ำนทำน (R) มีค่ำ 2, 4, 6, 8, 10, 12, 14
และ 16 V ตำมลำดบั คำ่ ที่กำหนดในตำรำงท่ี 4.1 วัดและบนั ทกึ ค่ำกระแส (I) ลงในตำรำงที่ 4.1 แถว I วัดได้ ช่อง
E ตกครอ่ ม R ค่ำ 2 Vถึง 16 V ทกุ ค่ำตำมลำดับ
ตารางที่ 4.1 ทดลองกฎของโอหม์ โดยกำหนดให้ควำมต้ำนทำนคงที่ 400

E ตกคร่อม R(V) 2 4 6 8 10 12 14 16
I วัดได้ (mA)

I คำนวณได้ (mA)

3. คำนวณค่ำกระแส (I) โดยใช้กฎของโอห์มสูตร I=E/R ท่ีกำหนดให้ค่ำ R คงท่ี 400ใช้ค่ำแรงดัน (E) ท่ี
กำหนดให้ตำมตำรำงที่ 4.1 บันทึกคำ่ ลงในตำรำงที่ 4.1 แถว I คำนวณได้ทุกค่ำ

4. นำค่ำกระแส (I) ท่ีได้จำกกำรวัด และแรงดัน (E) ตกคร่อม R ที่กำหนดในตำรำงที่ 4.1 ไปเขียนกรำฟลง
ในรูปท่ี 4.2

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย......กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ....................................

เรือ่ ง...................กฎของโอห์ม.................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................

I (mA)

40

30

20

10

0 2 4 6 8 10 12 14 16 E (V)

รปู ที่ 4.2 กรำฟแสดงควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งกระแส และแรงดนั เม่อื ควำมต้ำนทำนคงที่
5. ประกอบวงจรตำมรูปท่ี 4.3 ยงั ไม่จำ่ ยแรงดันใหว้ งจร

DC DC

R = 100 

รูปท่ี 4.3 ทดลองกฎของโอห์มโดยกำหนดแรงดนั คงที่ 10 V
6. จ่ำยแรงดันให้วงจร 10 V คงที่ วัดและบันทึกค่ำกระแส (I) ลงในตำรำงท่ี 4.2 แถว I วัดได้ ช่อง

R=100

ตารางท่ี 4.2 ทดลองกฎของโอห์มโดยกาหนดใหแ้ รงดนั คงท่ี 10 V

ค่าความต้านทาน R() 100 200 300 400 500 600 700 800

I วดั ได้ (mA)

I คานวณได้ (mA)

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย......กฎของโอหม์ กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................

เรื่อง...................กฎของโอห์ม.................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................

7. เปล่ียนค่ำควำมต้ำนทำนเป็น 200,300,400, 500, 600, 700 และ 800 ตำมลำดับค่ำที่ใช้ในตำรำงที่ 4.2 วัด
และบนั ทึกค่ำกระแส (I) ลงในตำรำงท่ี 4.2 แถว I วัดได้ ชอ่ งค่ำควำมต้ำนทำน R 200 ถงึ 800 ตำมลำดบั

8. คำนวณค่ำกระแสโดยใช้กฎของโอห์มสูตร I=E/R ท่ีกำหนดค่ำแรงดัน (E) คงที่ 10V ค่ำควำมต้ำนทำน
(R) ใช้ค่ำทกี่ ำหนดให้ตำมตำรำงที่ 4.2 บันทกึ ค่ำลงในตำรำงท่ี 4.2 แถว I คำนวณได้

9. นำค่ำกระแส (I) ที่ได้จำกกำรวัด และค่ำควำมต้ำนทำน (R) ที่กำหนดในตำรำงที่ 4.2 ไปเขียนกรำฟลง
ในรปู ท่ี 4.4

I (mA)
100
90
80
70
60
50
40
30
20
10

0 100 200 300 400 500 600 700 800 R ()

รปู ท่ี 4.4 กรำฟแสดงควำมสัมพนั ธร์ ะหว่ำงกระแส และควำมตำ้ นทำน เมื่อแรงดันคงที่

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย......กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ....................................

เร่อื ง...................กฎของโอห์ม.................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................

สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................... ................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................................................................

คาถามและการวิเคราะห์
1. คำ่ กระแสทไี่ ดจ้ ำกกำรวัดและคำ่ ทีไ่ ด้จำกกำรคำนวณ เท่ำกนั หรือแตกต่ำงกันอยำ่ งไร ทำไมถึงเปน็ เช่นนัน้
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. .......................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ......................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย......กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ....................................

เร่อื ง....................กำลงั ไฟฟำ้ ......................................................................จานวนช่วั โมงสอน.................

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ รายการเรยี นรู้

- จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม 1. ตัวตำ้ นทำน 100 Ω; 10 W 1 ตวั

1. ประกอบวงจรไฟฟำ้ ทำกำรทดลองเร่ืองกำลังไฟฟำ้ ได้ 2. มัลติมเิ ตอร์ชนิดเข็มชี้ 2 เครื่อง

2. วัดและอำ่ นคำ่ แรงดันและกระแสท่ีเกิดข้นึ ได้ 3. แหลง่ จ่ำยแรงดันไฟตรงปรบั คำ่ ได้ 0 – 30 V1 เคร่อื ง
3. มคี วำมกระตอื รือรน้ ต่อกำรทำงำน 4. สำยต่อวงจร 1 ชุด

- ลำดบั ขนั้ กำรทำงำน ข้อควรระวงั
1 ประกอบวงจรตำมรูป .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... มอบงำน
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... วัดผล/ประเมนิ ผล
....................................................................................... 1.ประเมินผลจำควำมตัง้ ใจในกำรปฏิบัตงิ ำน
....................................................................................... 2.ประเมินผลจำกงำนที่ได้รบั มอบหมำย
.......................................................................................
.......................................................................................
........................................................................................

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย......กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................

เรอ่ื ง....................กำลงั ไฟฟำ้ .......................................................................จานวนช่วั โมงสอน.................

1. ประกอบวงจรตำมรปู ท่ี 4.5 ยงั ไม่จำ่ ยแรงดันให้วงจร

DC DC DC

R = 100 , 10 W

รูปท่ี 4.5 วงจรทดลองหำกำลังไฟฟำ้
2. ปรับแหล่งจ่ำยแรงดันปรบั ค่ำได้ให้มีแรงดัน (E) ตกคร่อมตัวต้ำนทำน (R) มีค่ำ 2, 4, 6, 8, 10, 12, 14,
16, 18 และ 20 V ตำมลำดบั ตำมคำ่ ที่กำหนดในตำรำงท่ี 4.3 วดั และบันทึกค่ำกระแส (I) ลงในตำรำงที่ 4.3 แถว
I ช่อง E ค่ำ 2 Vถงึ 20 V ทกุ คำ่ ตำมลำดบั
ตารางท่ี 4.3 ทดลองหำค่ำกำลงั ไฟฟำ้ ของตวั ตำ้ นทำน 100 Ω

E(V) 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20

I (mA)

P = EI (W)

3. คำนวณค่ำกำลังไฟฟ้ำ (P) ด้วยสูตร P = EI โดยใช้ค่ำ E, I ท่ีได้จำกกำรทดลองในตำรำงท่ี 4.3 ทุกค่ำ
บันทึกลงในตำรำงท่ี 4.3 แถว P

4. นำค่ำแรงดนั (E) ที่ไวใ้ นตำรำงที่ 4.3 และคำ่ กำลังไฟฟำ้ (P) ที่คำนวณได้ในตำรำงท่ี 4.3 ไปเขยี นกรำฟ
ลงในรปู ท่ี 4.6

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย......กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ....................................

เรอื่ ง....................กำลังไฟฟำ้ .......................................................................จานวนช่วั โมงสอน.................

P (W)
4.5
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5

0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20 E (V)

รปู ท่ี 4.6 กรำฟแสดงควำมสัมพนั ธร์ ะหวำ่ งแรงดัน และกำลงั ไฟฟำ้ เมื่อควำมต้ำนทำนคงท่ี 100 Ω

สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
.............................................................................................................................................................................

คาถามและการวเิ คราะห์
1. คำ่ กำลังไฟฟำ้ ที่คำนวณได้ในตำรำงที่ 4.3 เปล่ียนแปลงไปอย่ำงไร เมอ่ื ปรบั เปลย่ี นค่ำแรงดันที่จ่ำยให้ตวั
ตำ้ นทำน
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... ............................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

พส.9

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที.่ .....4.....

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น เวลารวม..72...ชม.

ชอ่ื หน่วย........กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้ำและพลังงำนไฟฟ้ำ..............................

สปั ดาห์....5.../18

เรอ่ื ง..............กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ................................ จานวน.......4..ชม.

1. สาระสาคญั
กฎของโอห์มกำหนดขึ้นมำจำกควำมสัมพันธ์ของแรงดัน กระแส และควำมต้ำนทำน เกิดข้ึนตำมควำมเป็นจริงของ
กำรทำงำนในวงจรไฟฟ้ำ คือวงจรไฟฟ้ำต้องประกอบด้วยส่วนประกอบอย่ำงน้อย 3 ส่วน คือแรงดัน กระแส และ
ควำมต้ำนทำน วงจรไฟฟ้ำจึงสำมำรถทำงำนได้ ควำมสัมพันธ์เป็นดังนี้ จำนวนของกระแสท่ีไหลในวงจรไฟฟ้ำ
เปลี่ยนแปลงไปตำมค่ำแรงดันท่ีจ่ำยให้กับวงจรน้ัน แต่เปล่ียนแปลงเป็นส่วนกลับกับควำมต้ำนทำนในวงจร กฎของ
โอหม์ เขยี นออกมำเปน็ สตู รได้ I = E / R

2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1.สำมำรถแก้ปญั หำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์มได้

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.บอกคุณสมบตั ิของศักย์ไฟฟำ้ และประจุไฟฟ้ำได้
2.เขยี นสมกำรกฎของโอห์มได้
3.คำนวณแกป้ ัญหำวงจรไฟฟำ้ ดว้ ยกฎของโอห์มได้
4.เขียนสมกำรกำลงั ไฟฟำ้ สัมพนั ธ์กับกฎของโอห์มได้
5.แสดงวธิ กี ำรแปลงหน่วยปรมิ ำณไฟฟำ้ ได้
6.คำนวณคำ่ กำลงั ไฟฟ้ำในวงจรได้
7.คำนวณหำค่ำพลงั งำนไฟฟ้ำได้

4. สาระการเรียนรู้
1.ศักย์ไฟฟำ้ และประจุไฟฟำ้
2.กฎของโอหม์
3.กำรแก้ปัญหำวงจรไฟฟำ้ ดว้ ยกฎของโอหม์
4.ไฟฟ้ำเกิดจำกควำมร้อน
5.กำรแปลงหน่วยปรมิ ำณไฟฟ้ำ
6.กำรคำนวณค่ำกำลงั ไฟฟ้ำในวงจรไฟฟ้ำ
7 พลงั งำนไฟฟ้ำ
8 บทสรุป

5. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
- แบ่งกลุ่มเรยี น รว่ มกันปฏิบัติใบงำน โดยใหเ้ พื่อนชว่ ยสอนเพ่อื น

6. กิจกรรมการเรียนรู้
- ตรวจควำมพรอ้ มของผเู้ รยี นโดยกำรให้เขำ้ แถวแลว้ ขำนชอ่ื เช็คกำรมำเรยี นสำย ตักเตือนใหค้ วำมรู้

เกยี่ วกับควำมมวี นิ ยั
ข้นั นา

-นำเข้ำสู่บทเรียน โดยถำมนักเรียนเก่ียวกบั กฎของโอหม์ กำลังไฟฟ้ำ และพลังงำนไฟฟ้ำ
- นกั เรียนช่วยกันตอบคำถำมตำมควำมเข้ำใจของแต่ละคน
ข้นั สอน
- ครูอธบิ ำยเรื่องเรื่อง ศักยไ์ ฟฟ้ำและประจไุ ฟฟำ้ , กฎของโอห์ม, กำรแก้ปัญหำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของ
โอห์ม, กำลงั ไฟฟำ้ สัมพนั ธ์กับกฎของโอหม์ , กำรแปลงหนว่ ย, กำรคำนวณหำคำ่ กำลงั ไฟฟ้ำ, พลังงำน
- นักเรยี นฟังกำรบรรยำยจำกครผู สู้ อน, ศึกษำจำกสื่อ/หนงั สือ, ซกั ถำมปญั หำขอ้ สงสัย
- ครซู ักถำมเกี่ยวกบั กำรแกป้ ญั หำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์มและพลงั งำนไฟฟำ้
-นกั เรียนร่วมกนั สนทนำเก่ยี วกบั กำรแกป้ ัญหำวงจรไฟฟ้ำดว้ ยกฎของโอหม์ และพลงั งำนไฟฟำ้
- ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มทำใบงำนเรอื่ ง กำรแก้ปัญหำวงจรไฟฟำ้ ดว้ ยกฎของโอห์ม
- นักเรยี นจดบันทึกยอ่ , ถำมตอบ, ช่วยเหลอื กันในกลุ่ม,ทำใบงำน
- ครใู ห้คำแนะนำนักเรยี นนำเสนอผลงำนหน้ำชน้ั เรยี น
- ครูตรวจสอบกำรปฏิบตั ิงำน
- ครเู ปิดโอกำสใหน้ ักเรียนถำมปัญหำและขอ้ สงสัยจำกเนอ้ื หำ โดยครูเปน็ ผ้ตู อบปญั หำที่เกดิ ข้นึ ระหว่ำง
กำรเรียนกำรสอน
- นกั เรียน ถำมปัญหำและข้อสงสัยท่เี กิดข้นึ
- ครูใหน้ ักเรยี นสืบค้นข้อมลู จำกอนิ เตอร์เน็ต
- นกั เรียนสบื คน้ ข้อมลู จำกอนิ เตอรเ์ นต็
ขั้นสรปุ
- ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เน้ือหำทีไ่ ด้เรียนใหม้ ีควำมเขำ้ ใจในทศิ ทำงเดียวกนั
- นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เน้ือหำที่ได้เรยี นให้มีควำมเข้ำใจในทิศทำงเดยี วกัน
- ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 4
- นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 4
- ครใู ห้นักเรยี นทำแบบทดสอบ
- นกั เรียนทำแบบทดสอบ
- ครูใหน้ ักเรียนศึกษำเพิม่ เติมจำกแหลง่ ควำมรู้นอกหอ้ งเรียน
- นกั เรียนศกึ ษำเพ่มิ เตมิ จำกแหล่งควำมรนู้ อกห้องเรยี น

7. บรรยากาศทีส่ ่งเสรมิ และพัฒนาผู้เรียน
- บรรยำกำศแหง่ ควำมทำ้ ทำย เพอื่ เปน็ แรงกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนได้ปฏิบัตงิ ำนใหส้ ำเรจ็
- ผู้เรียนมคี วำมสนใจในกำรเรียน เนอื่ งจำกกำรสอนแบบเพื่อนช่วยเพือ่ น ทำใหผ้ ู้เรยี นได้แสดงควำมคดิ เหน็ และได้
แลกเปล่ียนควำมรู้ ส่งผลให้เกิดผลกำรเรยี นรู้ท่ีดี

8. คุณธรรม จรยิ ธรรมประจาหนว่ ย
- ควำมรบั ผดิ ชอบ
- ตรงต่อเวลำ
- ควำมซ่ือสัตย์
- รักษำควำมปลอดภัย

9. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. เอกสำรประกอบกำรเรยี นเรื่อง กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ
2. ใบงำน
3. แบบทดสอบหลังเรยี น
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เร่ือง กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ

10. การวดั ผลและประเมนิ ผล
1. กำหนดกำรประเมนิ ทักษะพิสัย
2. เครอ่ื งมือทีใ่ ชป้ ระเมนิ ทักษะพสิ ัย
3. เครอ่ื งมือกำรประเมนิ จติ พิสัย

11. หลักฐานการเรยี นรู้
- ใบงำนเรื่อง กฎของโอหม์ กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ

12. เอกสารอา้ งอิง
หนงั สือประกอบกำรเรยี นรำยวิชำ งำนไฟฟ้ำและอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ของสำนกั พมิ พ์ ศูนยส์ ง่ เสรมิ อำชีวะ

เรียบเรียง โดย พันศักดิ์ พุฒิมำนิตพงศ์

พส.10

เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการประเมิน

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

แบบประเมินแบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑ์การให้คะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมนิ

1.บอกคุณสมบัติของศักย์ไฟฟ้ำและประจุไฟฟ้ำได้
2.เขียนสมกำรกฎของโอหม์ ได้
3.คำนวณแก้ปัญหำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์มได้
4.เขยี นสมกำรกำลงั ไฟฟ้ำสมั พนั ธก์ ับกฎของโอห์มได้
5.แสดงวธิ ีกำรแปลงหนว่ ยปรมิ ำณไฟฟ้ำได้
6.คำนวณค่ำกำลงั ไฟฟ้ำในวงจรได้
7.คำนวณหำค่ำพลังงำนไฟฟำ้ ได้

รวม
รวมทง้ั หมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)

พส.11

บนั ทกึ หลังการจัดการเรียนรู้
รหสั วิชำ...........................ชอ่ื วชิ ำ.........................................................................................ระดบั ชัน้  ปวช.  ปวส.
สำขำงำน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สัปดำหท์ ี่..........วนั ท่สี อน..............................................
หน่วยท่.ี ...........ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จำนวน................ชว่ั โมง
จำนวนผเู้ รียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มำเรียน............6..2..........คน ขำดเรยี น...1..2....คน ลำปว่ ย....-.....คน ลำกจิ .....-.....คน

1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………

ลงชอื่ .......................................................ครูผู้สอน
(............................................................)
........../................/............

ควำมเห็น................................................................................. ควำมเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................หวั หน้ำแผนกวิชำ ลงชื่อ............................................รองผู้อำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร
(............................................................) (นำงสำวนศิ ำกร เจรญิ ด)ี
............/................../............
............/................../............

ควำมเหน็ ผอู้ ำนวยกำร.................................................................................
....................................................................................................................

ลงชอื่ ...........................................
(นำงสำวสุมีนำ แดงใจ)

ผอู้ ำนวยกำรวทิ ยำลัยกำรอำชพี นครปฐม
............/................../............

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย.4...กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ........................................

เร่ือง................แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า...............จานวนชัว่ โมงสอน..........4.............

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ รายการเรยี นรู้

- จุดประสงคท์ ่ัวไป

1.เพ่อื ให้มีควำมรู้ศักย์ไฟฟำ้ และประจุไฟฟำ้ 1.ศกั ย์ไฟฟ้ำและประจุไฟฟ้ำ

2.เพอ่ื ใหม้ ีควำมรูเ้ กยี่ วกับกฎของโอห์ม 2.กฎของโอห์ม

3.แก้ปญั หำวงจรไฟฟ้ำดว้ ยกฎของโอห์มได้ 3.กำรแกป้ ญั หำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์ม

4.เพ่ือใหม้ ีควำมรู้เก่ียวกบั ไฟฟ้ำเกิดจำกควำมรอ้ น 4.ไฟฟำ้ เกดิ จำกควำมรอ้ น

5.เพื่อให้มีควำมรเู้ กย่ี วกับกำรแปลงหน่วยปริมำณไฟฟำ้ 5.กำรแปลงหนว่ ยปรมิ ำณไฟฟ้ำ

6.สำมำรถคำนวณคำ่ กำลงั ไฟฟ้ำในวงจรไฟฟ้ำได้ 6.กำรคำนวณค่ำกำลังไฟฟำ้ ในวงจรไฟฟ้ำ

7.เพื่อให้มีควำมรเู้ กี่ยวกบั พลงั งำนไฟฟ้ำ 7 พลังงำนไฟฟำ้

- จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 8 บทสรุป

1.บอกคุณสมบตั ิของศกั ย์ไฟฟ้ำและประจุไฟฟำ้ ได้

2.เขยี นสมกำรกฎของโอหม์ ได้

3.คำนวณแก้ปัญหำวงจรไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์มได้

4.เขยี นสมกำรกำลังไฟฟ้ำสัมพันธก์ บั กฎของโอห์มได้

5.แสดงวธิ ีกำรแปลงหน่วยปรมิ ำณไฟฟำ้ ได้

6.คำนวณคำ่ กำลังไฟฟ้ำในวงจรได้

7.คำนวณหำค่ำพลังงำนไฟฟำ้ ได้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย...กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................

4.1 ศกั ย์ไฟฟา้ และประจไุ ฟฟา้

ประจไุ ฟฟ้ำ (ElectricCharge) และศักย์ไฟฟ้ำ (ElectricPotential) เป็นปริมำณทำงไฟฟ้ำที่เกิดขน้ึ มำในเวลำ
พร้อมกัน มีควำมสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันอย่ำงใกล้ชิด จนไม่สำมำรถแยกปริมำณทั้งสองออกจำกกันได้ กำร
กล่ำวถึงศักย์ไฟฟ้ำจะต้องมีประจุไฟฟ้ำเข้ำมำเก่ียวข้องด้วย และถ้ำกล่ำวถึงประจุไฟฟ้ำจะต้องมีศักย์ไฟฟ้ำเข้ำมำ
เก่ียวข้องด้วยเชน่ กัน ปริมำณไฟฟ้ำท้ังสองเป็นตัวแสดงให้ทรำบถึงจำนวนไฟฟ้ำที่กำเนิดข้ึนมำว่ำมมี ำกน้อยเพียงไร
ควำมหมำยของประจุไฟฟำ้ และศกั ย์ไฟฟ้ำ เปน็ ดังนี้

ประจุไฟฟ้ำ คือ ขั้วของไฟฟ้ำที่แตกต่ำงกัน แบ่งออกได้เป็น 2 ข้ัว คือ ขั้วบวก (+) หรือประจุบวก
(Positive Charge) และข้ัวลบ (–) หรือประจุลบ (Negative Charge) ในทุกๆ อะตอมจะประกอบด้วยประจุบวก
หรือโปรตอน และประจลุ บหรืออิเลก็ ตรอนรวมกันอยู่ ในสภำวะปกติประจไุ ฟฟำ้ ทงั้ สองมคี ่ำสมดลุ กัน หรือเทำ่ กนั

ศักย์ไฟฟ้ำ คือ ค่ำของไฟฟ้ำ หรือปริมำณของไฟฟ้ำท่ีแสดงออกมำในขณะเกิดควำมไม่สมดุลของประจุ
ไฟฟ้ำ แบ่งออกได้เป็น 2 ค่ำ คือ ศักย์บวก (PositivePotential) หมำยถึง กำรมีประจุไฟฟ้ำบวกมำกกว่ำประจุ
ไฟฟำ้ ลบ และศกั ย์ลบ (NegativePotential) หมำยถึง กำรมปี ระจไุ ฟฟำ้ ลบมำกกวำ่ ประจุไฟฟำ้ บวก

ประจุไฟฟ้ำและศักย์ไฟฟ้ำมีพลังงำนในตัวเอง สำมำรถเคลื่อนท่ีและเปล่ียนแปลงค่ำได้ และพร้อมจะ
เคล่ือนท่ีและเปล่ียนแปลงค่ำตลอดเวลำ เมื่ออยู่ในสภำวะที่เหมำะสมและเอื้ออำนวย ประจุไฟฟ้ำหรือศักย์ไฟฟ้ำมี
อำน ำจไฟ ฟ้ ำแผ่ออกรอบ ตัวเองใน รูป ของเส้น แรง (Line of Force) เรียกว่ำ เส้นแรงสนำมไฟ ฟ้ ำ
(ElectricFieldLines) ส่งผลต่อพลงั งำนหรอื แรงทเี่ กิดขึ้น

เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำเกิดข้ึนท่ีประจุไฟฟ้ำมีลักษณะดังนี้ ถ้ำเป็นประจุไฟฟ้ำบวก (+) เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำจะ
เคลือ่ นที่ออกจำกประจุ ถำ้ เป็นประจุไฟฟำ้ ลบ (–) เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำจะเคลื่อนท่เี ข้ำหำประจุ เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำ
จะเกิดข้ึนมำกหรอื น้อย ขน้ึ อยู่กับปริมำณศกั ย์ไฟฟ้ำท่ีเกิดขึ้น เส้นแรงสนำมไฟฟ้ำท่ีเกิดข้ึนรอบประจุไฟฟ้ำ แสดงดัง
รูปท่ี 4.1

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟ้ำ...............................................

+-

(ก)ประจุไฟฟ้ำบวก (ข)ประจุไฟฟำ้ ลบ

รปู ท่ี 4.1เสน้ แรงสนำมไฟฟ้ำเกิดขึ้นรอบประจุไฟฟ้ำ
คณุ สมบตั ขิ องประจุไฟฟ้ำและศักย์ไฟฟ้ำแต่ละชนิด เป็นดงั นี้
 ประจุไฟฟ้ำและศักย์ไฟฟ้ำมีค่ำต่ำงกันจะดูดกัน เช่น ประจุไฟฟ้ำบวกดูดกับประจุไฟฟ้ำลบ เกิดเส้นแรง
สนำมไฟฟำ้ รวมกนั จำกประจไุ ฟฟ้ำทั้งสองรวมเป็นชดุ เดยี วกนั
 ประจุไฟฟ้ำและศักย์ไฟฟ้ำมีค่ำเหมือนกันจะผลักกัน เช่น ประจุไฟฟ้ำบวกผลักกับประจุไฟฟ้ำบวก หรือ
ประจุไฟฟ้ำลบผลักกับประจุไฟฟ้ำลบ เกิดเส้นแรงสนำมไฟฟ้ำแยกจำกกันของประจุไฟฟ้ำแต่ละตัว กำรดึงดูดกัน
และกำรผลกั กันของประจุไฟฟ้ำ แสดงดงั รปู ที่ 4.2

+- ++

(ก)ประจุไฟฟ้ำต่ำงกนั ดดู กนั (ข)ประจุไฟฟำ้ เหมือนกันผลักกัน

รปู ที่ 4.2 กำรดึงดูดกันและกำรผลักกันของประจุไฟฟ้ำ

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................

4.2 กฎของโอห์ม
กฎของโอห์ม (Ohm’s Law) ถูกค้นพบโดยนักวิทยำศำสตร์ชำวเยอรมนั ชื่อ จอรจ์ ไซมอน โอห์ม (George Simon

Ohm) กฎของโอหม์ กำหนดขนึ้ มำจำกควำมสัมพนั ธ์ของแรงดัน กระแส และควำมต้ำนทำน เกิดขึ้นตำมควำมเปน็ จริงของ
กำรทำงำนในวงจรไฟฟ้ำ คือ วงจรไฟฟ้ำวงจรหน่งึ ตอ้ งประกอบด้วยส่วนประกอบอย่ำงนอ้ ย 3 ส่วน คือ แรงดัน กระแส และ
ควำมต้ำนทำน จึงจะสำมำรถทำให้วงจรไฟฟ้ำวงจรนั้นทำงำนได้ เม่ือมีกำรเปล่ียนแปลงไปของแต่ละส่วนท่ีสัมพันธ์กัน ย่อมมี
ผลตอ่ กำรทำให้วงจรไฟฟ้ำทำงำนเปลีย่ นแปลงไปด้วย

ควำมสัมพันธ์ของปริมำณไฟฟ้ำทั้งสำมเก่ียวข้องกัน ตำมหน่วยมำตรฐำน คือ กระแสมีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A)

แรงดันมีหน่วยเป็นโวลต์ (V) และควำมต้ำนทำนมีหน่วยเป็นโอห์ม () มีควำมสัมพันธ์กันดังน้ี จานวนกระแสที่ไหลใน
วงจรไฟฟ้า เปล่ียนแปลงตามค่าแรงดันท่ีจ่ายให้กับวงจรน้ัน แต่เปล่ียนแปลงเป็นส่วนกลับกับความต้านทานในวงจรคำ
กล่ำวน้สี ำมำรถเขยี นออกมำเป็นสภำวะกำรทำงำนได้ 2 สภำวะดังนี้

1. ถ้ำกำหนดให้ควำมต้ำนทำน (R) ในวงจรคงที่ กระแส (I) ในวงจรจะไหลได้มำกเม่ือจ่ำยแรงดัน (E) ให้วงจร
มำก และกระแส (I) ในวงจรจะไหลได้นอ้ ย เมอื่ จ่ำยแรงดัน (E) ในวงจรน้อย เขียนควำมสมั พันธ์ออกมำได้ดงั รูปที่ 4.3 และ
เขียนเป็นสมกำรได้ดงั สมกำรที่ (4 – 1)

I = 0.3 A R + R
10  10 
+ I = 0.6 A

E E
3V 6V

-

(ก)แรงดันน้อยกระแสไหลน้อย -

(ข)แรงดนั มำกกระแสไหลมำก

รปู ท่ี 4.3 เมือ่ ควำมตำ้ นทำนคงที่ กระแสไหลเปล่ียนแปลงตำมแรงดนั

I  E เมื่อ R คงท่ี .....(4-1)

2. ถ้ำกำหนดให้แรงดัน (E) ในวงจรคงท่ี กระแส (I) ในวงจรจะไหลได้มำกเม่ือต่อตัวต้ำนทำนในวงจรมี
คำ่ ควำมต้ำนทำน (R) นอ้ ย และกระแส (I) ในวงจรจะไหลไดน้ ้อยเมอ่ื ต่อตัวต้ำนทำนในวงจรมีคำ่ ควำมต้ำนทำน (R)
มำก เขยี นควำมสมั พนั ธ์ออกมำได้ดังรปู ที่ 4.4 และเขยี นเป็นสมกำรได้ดงั สมกำรท่ี (4 – 2)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................

+ +

I = 0.3 A I = 0.6 A

E RE R
6 V 20  6 V 10 

- -

(ก)ควำมต้ำนทำนมำกกระแสไหลน้อย (ข)ควำมต้ำนทำนน้อยกระแสไหลมำก

รูปที่ 4.4 เมอ่ื แรงดันคงท่ี กระแสไหลเปลยี่ นแปลงตำมควำมตำ้ นทำน

I  1 เม่อื E คงท่ี .....(4-2)
R

จำกสมกำรที่ (4 – 1) และ (4 – 2) นำมำเขียนเป็นสมกำรทำงไฟฟ้ำ เรียกว่ำกฎของโอห์มเขียนเป็น
สมกำรได้ดังน้ี

I = E .....(4-3)
R

เมอ่ื I = กระแส หน่วยแอมแปร์ (A)

E = แรงดัน หน่วยโวลต์ (V) E
IR
R = ควำมต้ำนทำน หน่วยโอหม์ ()

จำกสมกำรท่ี 4-3 เป็นกำรหำค่ำกระแส (I) โดย

สำมำรถย้ำยสมกำรเพ่ือหำค่ำแรงดัน (E) หรือค่ำควำม

ต้ำนทำน (R) ได้เช่นเดียวกัน เพื่อให้เข้ำใจง่ำยข้ึน จะนำ รูปท่ี 4.5 วงกลมสมกำรกฎของโอห์ม
สมกำรกฎของโอห์มมำเขียนไว้ในวงกลม แสดงดงั รูปที่ 4.5

กำรหำสมกำรในแต่ละส่วนของวงกลม ทำได้โดยใช้น้ิวมือปิดส่วนที่ต้องกำรหำไว้ ส่วนท่ีเหลือคือสูตรที่ใช้ใน

กำรคำนวณ สมกำรท่ีไดถ้ ำ้ อยู่ในแถวเดยี วกันเปน็ กำรคูณกนั และถำ้ สมกำรที่ได้อยู่ต่ำงแถวกันเปน็ กำรหำรกัน กำร

หำค่ำแรงดนั กระแส และควำมตำ้ นทำน จำกวงกลมสมกำรกฎของโอหม์ แสดงไดด้ งั รูปที่ 4.6

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟ้ำและพลังงำนไฟฟำ้ ...............................................

E E=IR
IR

(ก)สมกำรหำค่ำแรงดัน (E)

E I=ER
IR

(ข)สมกำรหำค่ำกระแส (I)

E R=EI
IR

(ค)สมกำรหำค่ำควำมต้ำนทำน (R)
รูปที่ 4.6 กำรหำค่ำแรงดนั กระแส และควำมต้ำนทำนจำกวงกลมสมกำรกฎของโอหม์
4.3 การแกป้ ัญหาวงจรไฟฟา้ ด้วยกฎของโอห์ม
เรำสำมำรถนำกฎของโอหม์ ไปช่วยแก้ปัญหำกำรคำนวณค่ำต่ำงๆ ในวงจรไฟฟ้ำได้ โดยกำรแทนค่ำปริมำณ
ไฟฟ้ำด้วยกฎของโอห์ม คำนวณหำค่ำปริมำณไฟฟ้ำที่ต้องกำรออกมำ ช่วยให้เกิดควำมสะดวกต่อกำรทำงำนทำง
ไฟฟำ้ ช่วยลดข้นั ตอนในกำรปฏิบตั ิงำนลง และทำให้เกดิ ควำมปลอดภัยในกำรทำงำนของวงจรไฟฟ้ำ สิ่งสำคัญของ
กำรใช้กฎของโอห์ม คือกำรแทนค่ำในกำรคำนวณทุกคร้ัง จำเป็นต้องทำให้คำ่ ปริมำณไฟฟ้ำทั้งหมดที่ใช้คำนวณ อยู่
ในหน่วยมำตรฐำนท่ีถูกต้อง จึงจะทำให้ค่ำที่คำนวณได้มีควำมถูกต้อง ส่วนผลลัพธ์ที่คำนวณได้ควรแสดงค่ำตัวเลข
ให้มีหลักที่เหมำะสม และบอกบทท่ีเหมำะสมกำกับไว้ เพ่ือลดควำมผิดพลำดจำกกำรเขียนค่ำ และกำรอ่ำนค่ำ
เหลำ่ น้ัน

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................
ตัวอย่างที่ 4.1เตำไฟฟ้ำใช้แรงดันไฟสลับ 220 V มีกระแสไหลผ่ำน 5 A จงหำค่ำควำมต้ำนทำนของเตำไฟฟ้ำเครื่อง
น้ี

I=5A R=?

E
220 V

รปู ท่ี 4.7 วงจรเตำไฟฟ้ำต้องกำรหำคำ่ ควำมต้ำนทำน

วิธีทา

สตู ร R = E
เมือ่ R = ? I

E = 220 V

I = 5A

แทนคำ่ R = 220 V = 44 
5A

 ควำมตำ้ นทำนของเตำไฟฟำ้ = 44  ตอบ

ตัวอย่างท่ี 4.2กระติกต้มน้ำไฟฟ้ำมีควำมต้ำนทำน 16 Ω ใช้กับแรงดันไฟสลับ 220 V จะมีกระแสไหลผ่ำนกระติกน้ำ
รอ้ นเทำ่ ไร

I=?A

R = 16  E
220 V

รปู ที่ 4.8 วงจรกระติกนำ้ ร้อนตอ้ งกำรหำคำ่ กระแส

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟ้ำและพลงั งำนไฟฟ้ำ...............................................

วธิ ที า

สูตร I = E
เมือ่ I = ? R

E = 220 V

R = 16 Ω

แทนคำ่ I = 220 V = 13.75 A
16 

 กระแสไหลผ่ำนกระติกตม้ นำ้ ไฟฟำ้ = 13.75 A ตอบ

ตัวอย่างที่ 4.3เคร่ืองขยำยเสียงมีควำมต้ำนทำน 240Ω ขณะทำงำนมีกระแสไหลในวงจร 0.5 A จะมีแรงดันจ่ำยให้เครื่อง
ขยำยเสียงเท่ำไร

I = 0.5 A

R = 240  +

E=?V

-

วธิ ีทา รูปท่ี 4.9 วงจรเคร่อื งขยำยเสยี งต้องกำรหำค่ำแรงดนั
สตู ร E = IR

เมอื่ E = ?
I =0.5A
R =240Ω

แทนค่ำ E = 0.5A  240Ω = 120 V

 แรงดันจำ่ ยใหเ้ คร่ืองขยำยเสียง = 120 V ตอบ

4.4 กาลงั ไฟฟา้ สัมพนั ธก์ ับกฎของโอหม์

กำลัง (Power) คือ อัตรำกำรทำงำนในหน่ึงหน่วยเวลำ โดยกำลังจะมีควำมสัมพันธ์กับเวลำเสมอ กำลังมีหน่วย

เป็นวัตต์ (W) เม่ือกำลงั ถกู ใช้งำนทำงดำ้ นไฟฟ้ำ จึงเรียกวำ่ กำลงั ไฟฟ้ำ (ElectricalPower;P) คอื อัตรำกำรใชพ้ ลงั งำนไฟฟ้ำ

(W) มีหน่วยเป็นจูล (J) ทำให้อิเล็กตรอนเคลื่อนท่ีจำกจุดหน่ึงไปยังอีกจุดหน่ึง ในเวลำ (t) มีหน่วยเป็นวินำที (s) เขียน

ออกมำเป็นสมกำรได้ดงั นี้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ สเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟำ้ ...............................................

P= W .....(4-4)
t

เม่ือ P = กำลังไฟฟำ้ หนว่ ยวัตต์ (W)

W = พลงั งำนไฟฟำ้ หรืองำน หน่วยจูล (J)

t = เวลำ หน่วยวินำที (s)

กำลังไฟฟ้ำเม่ือถูกนำมำใช้งำนร่วมกับกฎของโอห์ม สำมำรถเขียนควำมสัมพันธ์กันได้ดังนี้ กาลังไฟฟ้า (P) 1 วัตต์ (W)

คอื อัตราของงานที่ถูกกระทาในวงจรไฟฟ้าซ่ึงเกิดกระแส (I) ไหล 1 แอมแปร์ (A) เม่ือมีแรงดัน (E) จ่ายให้วงจร 1 โวลต์ (V)

กำลังไฟฟ้ำหำไดจ้ ำกผลคณู ของแรงดนั มหี น่วยเป็นโวลต์ คูณด้วยกระแส มหี นว่ ยเป็นแอมแปร์ เขียนเป็นสมกำรได้ดังนี้

P = EI .....(4-5)

เมอื่ P = กำลังไฟฟำ้ หนว่ ยวตั ต์ (W)

E = แรงดัน หน่วยโวลต์ (V)

I = กระแส หน่วยแอมแปร์ (A)

จำกสมกำรท่ี 4 – 5 เป็นกำรหำค่ำกำลังไฟฟ้ำ (P)เรำสำมำรถย้ำย P
สมกำรเพ่ือหำค่ำแรงดัน (E) หรือค่ำกระแส (I) ได้เช่นเดียวกัน EI
เพ่ือให้เข้ำใจงำ่ ยขึ้น โดยนำสมกำรหำค่ำกำลังไฟฟ้ำมำเขียนไว้
ในวงกลมแสดงดงั รูปที่ 4.10

ต้องกำรหำค่ำปริมำณไฟฟ้ำใด ให้ใช้น้ิวมือปิด

ปริมำณไฟฟ้ำน้ันไว้ สว่ นที่เหลือคือค่ำสมกำรท่หี ำได้ สมกำรท่ี

ได้อยู่ในแถวเดยี วกนั คอื กำรคณู กัน รูปที่ 4.10 วงกลมสมกำรกำลังไฟฟำ้

สมกำรท่ีได้อยู่ต่ำงแถวกนั คือกำรหำรกัน

เมื่อนำกฎของโอห์มมำแทนค่ำลงในสมกำรหำกำลังไฟฟ้ำ ทำให้สมกำรใช้คำนวณกำลัง ไฟฟ้ำเกิดกำรเปล่ียนแปลงไป

สมกำรมคี วำมสมั พนั ธก์ ัน แสดงใหเ้ ห็นไดด้ ังตัวอย่ำงดงั น้ี

จำกสมกำรกำลังไฟฟำ้ P =EI

นำสมกำรกฎของโอหม์ I = E แทนคำ่ ลงไป
จะได้ P R
E2
=E E = R เป็นต้น
R

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟำ้ ...............................................

เมื่อนำสมกำรกฎของโอห์มและสมกำรกำลังไฟฟ้ำ มำเขียนรวมกันในรูปวงกลม สำมำรถเขียนออกมำได้หลำยค่ำ
แสดงดงั รปู ที่ 4.11

P I(W) E2 P P (A)
R R EE
I2R
EI R

E RPR P E2
I2 EP
IR P I
(V) I ()

รปู ที่ 4.11 วงกลมสมกำรกฎของโอห์มสมั พันธ์กบั กำลังไฟฟ้ำ

4.5 การแปลงหน่วยปริมาณไฟฟา้

ปริมำณไฟฟ้ำท้ัง 4 ค่ำ ได้แก่ แรงดัน กระแส ควำมต้ำนทำน และกำลังไฟฟ้ำ ท่ีนำไป ใช้งำน หรือใช้ใน

กำรคำนวณค่ำ โดยปกติหน่วยของปริมำณไฟฟ้ำเหล่ำนั้นจะต้องอยู่ในหน่วยมำตรฐำน คือแรงดัน (E) มีหน่วยเป็น
โวลต์ (V) กระแส (I) มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A) ควำมต้ำนทำน (R) มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω) และกำลังไฟฟ้ำ (P) มีหน่วย

เป็นวัตต์ (W) แต่กำรใช้งำนแต่ละคร้ังมีโอกำสใช้หน่วยปริมำณไฟฟ้ำท่ีแตกต่ำงไปจำกหน่วยปกติ จึงจำเป็นต้อง

แปลงหน่วยใช้งำนให้อยู่ในหน่วยปกติก่อนกำรคำนวณค่ำเสมอ เพรำะถ้ำใช้หน่วยไม่ถูกต้อง จะทำให้ผลลัพธ์ท่ี
คำนวณไดเ้ กดิ ควำมผิดพลำด หน่วยของปริมำณไฟฟำ้ ทง้ั 4 ค่ำ แบง่ ยอ่ ยออกไดด้ ังนี้

1. หน่วยแรงดันแบ่งออกเป็นหน่วยย่อย คือ ไมโครโวลต์ (V) มิลลิโวลต์ (mV) โวลต์ (V) กิโลโวลต์ (kV)
และเมกะโวลต์ (MV) ควำมสัมพันธ์ของหน่วยย่อยเปน็ ดงั นี้

1 โวลต์ (V) = 1,000 มลิ ลโิ วลต์ (mV) = 1  103 มลิ ลโิ วลต์ (mV)

= 1,000,000 ไมโครโวลต์ (V) = 1  106 ไมโครโวลต์ (V)
= 1  10-3 โวลต์ (V)
1 มลิ ลิโวลต์ (mV) = 1 โวลต์ (V)
1,000 = 1  10-6 โวลต์ (V)
1 ไมโครโวลต์ (V) 1 = 1  103 โวลต์ (V)
1 กโิ ลโวลต์ (kV) = 1,000,000 โวลต์ (V)

= 1,000 โวลต์ (V)

1 เมกะโวลต์ (MV) = 1,000,000 โวลต์ (V) = 1  106 โวลต์ (V)

2. หนว่ ยกระแสแบ่งออกเปน็ หน่วยย่อย คือ ไมโครแอมแปร์ (A) มลิ ลิแอมแปร์ (mA) แอมแปร์ (A)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟ้ำ...............................................

กิโลแอมแปร์ (kA) และเมกะแอมแปร์ (MA) ความสมั พนั ธ์ของหน่วยยอ่ ยเป็ นดงั น้ี

1 แอมแปร์ (A) = 1,000 มิลลิแอมแปร์ (mA) = 1  103 มิลลิแอมแปร์ (mA)
= 1  106 ไมโครแอมแปร์ (A)
1 มิลลิแอมแปร์ (mA) = 1,000,000 ไมโครแอมแปร์ (A) = 1  10-3 แอมแปร์ (A)

1ไมโครแอมแปร์ (A) = 1 แอมแปร์ (A) = 1  10-6 แอมแปร์ (A)
1 กิโลแอมแปร์ (kA) 1,000 = 1  103 แอมแปร์ (A)
1 เมกะแอมแปร์ (MA) 1 = 1  106 แอมแปร์ (A)
= 1,000,000 แอมแปร์ (A)

= 1,000 แอมแปร์ (A)

= 1,000,000 แอมแปร์ (A)

3. หน่วยความต้านทานแบ่งออกเป็ นหน่วยยอ่ ย คือ ไมโครโอห์ม (Ω) มิลลิโอห์ม (mΩ) โอห์ม (Ω) กิโลโอห์ม
(kΩ) และเมกะโอห์ม (MΩ) ความสมั พนั ธ์ของหน่วยยอ่ ยเป็ นดงั น้ี

1 โอห์ม (Ω) = 1,000 มิลลิโอห์ม (mΩ) = 1  103 มิลลิโอห์ม (mΩ)

= 1,000,000 ไมโครโอห์ม (Ω) = 1  106 ไมโครโอห์ม (Ω)

1 มิลลิโอห์ม (mΩ) = 1 โอห์ม (Ω) = 1  10-3 โอห์ม (Ω)
1 ไมโครโอห์ม (Ω) 1,000 = 1  10-6 โอห์ม (Ω)
1
= 1,000,000 โอห์ม (Ω)

1 กิโลโอห์ม (kΩ) = 1,000 โอห์ม (Ω) = 1  103 โอห์ม (Ω)

1 เมกะโอห์ม (MΩ) = 1,000,000 โอห์ม (Ω) = 1  106 โอห์ม (Ω)

4. หน่วยกาลังไฟฟ้าแบ่งออกเป็ นหน่วยย่อย คือ มิลลิวตั ต์ (mW) วตั ต์ (W) กิโลวตั ต์ (kW) และเมกะวตั ต์ (MW)

ความสมั พนั ธ์ของหน่วยยอ่ ยเป็ นดงั น้ี

1 วตั ต์ (W) = 1,000 มิลลิวตั ต์ (mW) = 1  103 มิลลิวตั ต์ (mW)

1 มิลลิวตั ต์ (mW) = 1 วตั ต์ (W) = 1  10-3 วตั ต์ (W)
1,000
1 กิโลวตั ต์ (kW) = 1,000 วตั ต์ (W) = 1  103 วตั ต์ (W)
1 เมกะวตั ต์ (MW) = 1  106 วตั ต์ (W)
= 1,000,000 วตั ต์ (W)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลังงำนไฟฟำ้ ..............................................

ตัวอย่างที่ 4.4 แปลงหนว่ ยปริมำณไฟฟำ้ ใหอ้ ยใู่ นบทท่ตี อ้ งกำร

(1) 632,850 V ใหเ้ ปน็ หนว่ ย kV (2) 412,900 V ใหเ้ ป็นหน่วย mV

(3) 25,800 V ให้เป็นหนว่ ย V (4) 5,620 mA ให้เป็นหน่วย A

(5) 0.075 A ใหเ้ ปน็ หนว่ ย mA (6) 4,750,000 A ให้เป็นหน่วย A

(7) 2.65 MΩ ใหเ้ ป็นหนว่ ย Ω (8) 68.5 kΩ ใหเ้ ป็นหน่วย Ω

(9) 560,000 Ω ให้เป็นหนว่ ย kΩ (10) 8,490,000 W ให้เปน็ หน่วย MW

(11) 42,800 mW ใหเ้ ปน็ หน่วย W (12) 560 MW ให้เป็นหนว่ ย kW

วธิ ที า

(1) เปน็ หน่วย kV 632,850 V = 632,850 V = 632.85 kV
1,000
412,900
(2) เป็นหน่วย mV 412,900 V = 1,000 mV = 412.9 mV

(3) เปน็ หน่วย V 25,800 V = 25,800 V = 0.0258 V
1,000,000
5,620
(4) เปน็ หน่วย A 5,620 mA = 1,000 A = 5.62 A

(5) เป็นหน่วย mA 0.075 A = 0.075  1,000 mA = 75 mA

(6) เป็นหนว่ ย A 4,750,000 A = 4,750,000 A =4.75A
1,000,000

(7) เปน็ หนว่ ย Ω 2.65 MΩ =2.65  1,000,000 Ω = 2,650,000 Ω

(8) เป็นหน่วย Ω 68.5 kΩ = 68.5  1,000 Ω = 68,500 Ω

(9) เปน็ หน่วย kΩ 560,000 Ω = 560,000 kΩ =560kΩ
(10) เปน็ หน่วย MW 8,490,000 W 1,000
(11) เป็นหนว่ ย W 42,800 mW 8,490,000
= 1,000,000 MW = 8.49 MW

= 42,800 W = 42.8 W
1,000

(12) เป็นหนว่ ย kW 560 MW = 560  1,000 kW = 560,000 kW ตอบ

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ......................................

4.6 การคานวณค่ากาลงั ไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้
ส่วนใหญ่กำลังไฟฟ้ำจะถูกบอกค่ำกำกับไว้ท่ีเครื่องใช้ไฟฟ้ำต่ำงๆ เช่น เตำไฟฟ้ำ กระติกต้มน้ำไฟฟ้ำ เตำรีด

ไฟฟ้ำ หม้อหุงข้ำวไฟฟ้ำ เตำไมโครเวฟ และหลอดไฟฟ้ำ เป็นต้น นอกจำกน้ันยังถูกบอกไว้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
อกี หลำยชนิด เช่น เครื่องเสียง ลำโพง ตัวต้ำนทำน และหัวแร้งไฟฟ้ำ เป็นตน้ กำลังไฟฟ้ำของอุปกรณ์ไฟฟ้ำ และ
เครื่องใช้ไฟฟ้ำต่ำงๆ เป็นตัวบอกให้ทรำบถึงค่ำกำรใช้กระแสของอุปกรณ์ไฟฟ้ำ และเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำเหล่ำน้ัน ทำให้
ทรำบถึงค่ำควำมสิ้นเปลืองกำรใช้ไฟฟ้ำ กำรคำนวณหำค่ำกำลังไฟฟ้ำทำได้หลำยวิธีด้วยกัน โดยใช้สูตรคำนวณใน
วงกลมสมกำรกฎของโอหม์ สมั พนั ธ์กับกำลงั ไฟฟ้ำตำมรูปที่ 4.11
ตัวอย่างท่ี 4.5 หม้อหุงข้ำวไฟฟ้ำใช้แรงดัน 220 V มีกระแสไหลผ่ำน 7.5 A จงหำค่ำกำลังไฟฟ้ำของหม้อหุงข้ำว
ไฟฟำ้ เคร่อื งน้ี

I = 7.5 A

P=?W E
220 V

รูปที่ 4.12 หม้อหงุ ข้ำวไฟฟำ้ ตอ้ งกำรหำคำ่ กำลงั ไฟฟำ้
วธิ ีทา

สตู ร P =EI
เมอื่ P = ?

E = 220 V
I = 7.5 A

แทนค่ำ P = 220 V 7.5 A = 1,650 W ตอบ
 หม้อหงุ ข้ำวไฟฟ้ำใช้กำลังไฟฟ้ำ = 1,650 W

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย....กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ......................................
ตัวอย่างที่ 4.6เตำรดี ไฟฟ้ำมีควำมต้ำนทำน 24.2 Ω ใช้กับแรงดัน 220 V จงหำค่ำกระแส และกำลังไฟฟ้ำของเตำ
รีดไฟฟ้ำเครอ่ื งน้ี

P=?W I=?A
R = 24.2 
E
220 V

รูปที่ 4.13 เตำรีดไฟฟ้ำต้องกำรหำค่ำกระแส และกำลังไฟฟำ้

วิธีทา

1. หำกระแสที่ไหลในวงจร จำกสตู ร I = E
เมื่อ I = ? R

E = 220 V

R = 24.2 

แทนคำ่ I = 220 V = 9.09 A
24.2

2. หำกำลงั ไฟฟ้ำของเตำรดี ไฟฟ้ำ จำกสตู ร P = E2
R
เม่อื P =?
E = 220 V

R = 24.2 

แทนคำ่ P = (220 V)2 = 48,400 V2 = 2,000 W
24.2  24.2 

 กระแสที่ไหลในวงจร = 9.09 A ตอบ

 กาลงั ไฟฟ้าของเตารีดไฟฟ้า = 2,000 W

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย....กฎของโอห์ม กำลังไฟฟำ้ และพลงั งำนไฟฟำ้ ......................................

ตวั อย่างที่ 4.7หลอดไฟฟ้ำขนำด 108 W เมื่อทำงำนมีกระแสไหลผ่ำน 9 A จงหำค่ำแรงดันที่จ่ำยให้วงจร และคำ่ ควำมต้ำนทำน
ของหลอดไฟฟำ้ หลอดน้ี

I=9A

+ R=?
P = 108 W
E=?V

-

รูปที่ 4.14 หลอดไฟฟำ้ ตอ้ งกำรหำคำ่ แรงดนั และควำมตำ้ นทำน

วธิ ีทา

1. หำแรงดนั ที่จ่ำยให้วงจร จำกสตู ร E = P
เมื่อ E = ? I

P = 108 W

I = 9A

108W
แทนค่ำ E = 9A = 12 V

2. หำควำมตำ้ นทำนของหลอดไฟฟำ้ จำกสตู ร R = P
I2
เมื่อ R = ?

P =108 W

I = 9A

108W 108W = 1.33 
แทนค่ำ R = (9A)2 = 81A2

 แรงดันที่จำ่ ยให้วงจร = 12 V

 ควำมต้ำนทำนของหลอดไฟฟำ้ = 1.33  ตอบ

4.7 พลงั งานไฟฟา้
พลังงำน (Energy) คือ ควำมสำมำรถของสิ่งใดๆ ที่เมื่อทำงำนแล้วได้งำน (Work) ออกมำ เม่ือพลังงำนถูกใช้งำนทำงด้ำน

ไฟฟ้ำ จงึ เรียกวำ่ พลังงำนไฟฟ้ำ (ElectricalEnergy;W) คือ พลังงำนที่ต้องกำรสำหรับเคลือ่ นย้ำยประจุไฟฟ้ำ จำนวน 1 คูลอมบ์
(C) ผ่ำนเข้ำไปในทม่ี คี วำมตำ่ งศักย์ไฟฟ้ำ 1 โวลต์ (V) หรอื 1 คูลอมบ์ โวลต์ (CV)

อกี ควำมหมำยหน่ึงของพลงั งำนไฟฟำ้ คอื พลังงำนทใี่ ช้ไปหรือสรำ้ งขนึ้ มำใหม่จำกกำลงั ไฟฟำ้ ทส่ี ง่ เข้ำมำหรือส่งออกไป โดย
มีควำมสมั พนั ธ์กับเวลำ เช่นใช้กำลังไฟฟ้ำ 1 วตั ต์ (W) ตอ่ เน่ือง กนั เปน็ เวลำ 1 วินำที (s) หรอื


Click to View FlipBook Version