พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....มอเตอร์ไฟฟา้ และการควบคุมเบื้องต้น..........................................................
เรือ่ ง....................มอเตอร์ไฟฟา้ เบ้ืองตน้ ......................................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้
- จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 1. ถา่ นไฟฉาย 1.5 V ขนาด D (ถ่านกอ้ นใหญ่)1 กอ้ น
1. บอกข้ันตอนการสรา้ งมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเบื้องตน้ ได้ 2. เขม็ กลัดกลดั เส้ือขนาดใหญ่ 2 ตวั
2. แสดงวิธกี ารทดลองการทางานของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3. ลวดทองแดงอาบน้ายาเบอร์ 26AWG ยาว 60
เบื้องตน้ ได้ เซนตเิ มตร1 เสน้
3. มีน้าใจต่อเพ่ือนรว่ มงาน 4. แมเ่ หลก็ ขนาดเล็ก หรือแม่เหล็กกน้ ลาโพงขนาดเล็ก
2 แทง่
5. ยางรดั เส้นใหญ่ 2 เส้น
6. มีดปลอกสายไฟ1 ด้าม
- ลาดบั ขน้ั การทางาน ข้อควรระวัง
1. นาลวดทองแดงอาบน้ายา มาพันรอบถ่านไฟฉายจน .......................................................................................
ลวดหมด เหลือปลายลวดทองแดงท้ังสองด้านปลายละ 5 .......................................................................................
เซนติเมตร แสดงดงั รูปท่ี 6.5 มอบงาน
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... วัดผล/ประเมินผล
....................................................................................... 1.ประเมินผลจาความตงั้ ใจในการปฏบิ ตั ิงาน
....................................................................................... 2.ประเมินผลจากงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
........................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....มอเตอร์ไฟฟ้าและการควบคุมเบื้องตน้ .................................................................
เรือ่ ง....................มอเตอร์ไฟฟ้าเบอ้ื งตน้ ...........................................................จานวนชัว่ โมงสอน.................
1. นาลวดทองแดงอาบน้ายา มาพันรอบถ่านไฟฉายจนลวดหมด เหลือปลายลวดทองแดงทั้งสองด้านปลายละ 5
เซนตเิ มตร แสดงดงั รูปที่ 6.5
รปู ท่ี 6.5 พนั ลวดทองแดงให้เปน็ ขดลวดวงกลม รูปท่ี 6.6 มดั ขดลวดให้แน่นดว้ ยปลายลวดทงั้ สอง
ดา้ น
2. นาปลายลวดทองแดงสว่ นท่ีเหลือไว้พนั มัดขดลวดให้แน่นทั้ง 2 ด้าน แสดงดงั รปู ท่ี 6.6
3. ใช้คีมตัด หรือกรรไกร ตัดปลายเส้นลวดส่วนท่ีเหลือย่ืนออกมาจากขดลวด ให้เหลือลวดทองแดงย่ืน
ออกมาด้านละประมาณ 3 เซนติเมตร แสดงดังรปู ท่ี 6.7
4. ใช้มีดขดู ฉนวนท่ีเคลอื บผิวลวดทองแดงท่ีปลายเส้นลวดทั้งสองปลาย ปลายด้านหนึ่งขูดออกให้รอบเส้น
ลวด ปลายอกี ดา้ นหนงึ่ ขูดออกครึ่งซีกบน ตลอดแนว แสดงดงั รูปที่ 6.8
รูปท่ี 6.7 ตัดลวดทองแดงใหเ้ หลอื ดา้ นละ 3 ซม. รูปที่ 6.8ใช้มดี ขดู ฉนวนที่ผวิ ลวดทองแดงออก
5. นาเข็มกลัดด้านหัวกลัดมาประกบเข้าที่หัวท้ายถ่านไฟฉาย นายางมารัดเข็มกลัดให้แน่น และนาแท่ง
แม่เหล็กวางบนถ่านไฟฉายในแนวเดียวกับเข็มกลัด นายางมารัดแท่งแม่เหล็กให้แน่น จะได้ชุดจ่ายแรงดันมอเตอร์
ไฟฟ้าเบือ้ งต้นขึน้ มา แสดงดังรูปท่ี 6.9
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....มอเตอรไ์ ฟฟา้ และการควบคมุ เบื้องตน้ .........................................................
เร่ือง....................มอเตอร์ไฟฟ้าเบอ้ื งตน้ .........................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
6. นาขดลวดที่สร้างเรียบร้อยแล้วสอดเข้ารูเข็มกลัดทั้งสองด้าน จัดแนวชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเบ้ืองต้นให้ได้ระดับ ได้ชุด
มอเตอรไ์ ฟฟา้ เบ้อื งต้นพร้อมทางาน แสดงดงั รปู ท่ี 6.10
รูปท่ี 6.9ชุดจ่ายแรงดนั มอเตอร์ไฟฟา้ เบ้ืองต้น รปู ท่ี 6.10 ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องตน้
7. ปล่อยมือออกจากขดลวด ถ้ามอเตอร์ไม่หมุน ให้ใช้น้ิวมือไปหมุนขดลวดเบาๆ มอเตอร์จะเป็นอย่างไร
(หมุนหรือไม่หมุน) ..................... จัดชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้นให้หันข้ัวบวก (+) ถ่านไฟฉายไปอยู่ด้านขวามือตาม
รูปท่ี 6.11 สังเกตขดลวดหมุนอย่างไร (หมุนจากด้านล่างเข้าหาตัวเราหรือหมุนจากด้านบนเข้าหาตัวเรา)
........................................................................... พร้อมสังเกตความเร็วในการหมุนของมอเตอร์ไว้เป็นอย่า งไร
...................................................
รปู ท่ี 6.11การหมุนของมอเตอร์ไฟฟา้ รูปที่ 6.12 จดั ชุดขดลวดใหเ้ ปน็ ทรงกลม
8. นาชดุ ขดลวดมาจดั ใหม่ แยกขดลวดออกใหเ้ ป็นทรงกลม แสดงดังรูปท่ี 6.12
9. นาชุดขดลวดมาจัดใหม่สอดเข้ารูเข็มกลัดทั้งสองด้าน จัดแนวชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้นให้ได้ระดับ ได้ชุด
มอเตอร์ไฟฟา้ เบือ้ งต้นแบบใหมพ่ ร้อมทางาน แสดงดงั รูปที่ 6.13
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....มอเตอร์ไฟฟา้ และการควบคุมเบื้องต้น.........................................................
เรอื่ ง....................มอเตอร์ไฟฟา้ เบ้อื งตน้ .........................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
รปู ที่ 6.13 ชดุ มอเตอร์ไฟฟ้าเบ้ืองตน้ แบบใหม่ รูปที่ 6.14การหมุนของมอเตอร์ไฟฟา้ ชุดใหม่
10. ปล่อยมือออกจากขดลวด ถ้ามอเตอร์ไม่หมุน ให้ใช้นิ้วมือไปหมุนขดลวดเบาๆ มอเตอร์จะเป็นอย่างไร
(หมุนหรือไม่หมุน) ..................... สังเกตขดลวดหมุนอย่างไร (หมุนจากด้านล่างเข้าหาตัวเราหรือหมุนจากด้านบน
เข้าหาตัวเรา) ...................................................................... พร้อมสังเกตความเร็วในการหมุนของมอเตอร์ไว้ เป็น
อย่างไร ...................................................แสดงดงั รูปที่ 6.14
11. กลับทิศขดลวดมอเตอร์สอดเข้ารูเข็มกลัดเป็นตรงข้ามกับคร้ังแรก ทาให้ขดลวดหมุนอีกคร้ัง สังเกต
ข ด ล ว ด ห มุ น อ ย่ า งไร (ห มุ น จ าก ด้ า น ล่ า งเข้ า ห า ตั ว เร า ห รื อ ห มุ น จ า ก ด้ าน บ น เข้ า ห าตั ว เร า )
................................................................... มีทิศทางการหมุนเหมือนกั บครั้งแรกหรือตรงข้ามกับครั้งแรก
.. . . .. . . .. . . . ... . .. . . .. . . . .. . . .. . . .. . . . .. . . .. เ ป็ น เ พ ร า ะ เ ห ตุ ใ ด . . . .. . . .. . . .. . . . .. . . .. . . .. . . . .. . . .. . . . .
..............................................................................................................................................
ข้อควรระวัง การทดลองให้มอเตอร์หมุนนานๆ จะทาให้ถ่านไฟฉายหมดเร็ว ควรหยุดพักเป็นระยะๆ เพ่ือ
ความปลอดภัย และช่วยประหยัดพลังงาน
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....มอเตอรไ์ ฟฟา้ และการควบคุมเบื้องต้น.........................................................
เร่อื ง....................มอเตอรไ์ ฟฟ้าเบ้ืองตน้ .........................................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
.............................................................................................................................................................................
คาถามและการวิเคราะห์
1. การจดั ชุดขดลวดของมอเตอร์ไฟฟ้าเบ้ืองตน้ แบบรวบขดลวดดังรปู ที่ 6.10 และแบบกระจายขดลวดดังรปู ที่ 6.13
การหมุนของขดลวด และความเร็วในการหมุนเปน็ อยา่ งไร
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................... ............
...............................................................................................................................................................................
พส.9
แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยที.่ .....7.....
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ เวลารวม..72...ชม.
ช่ือหน่วย............อปุ กรณ์ปอ้ งกนั อันตรายจากไฟฟา้ และการตอ่ สายดิน.......................
สัปดาห.์ ...9.../18
เร่ือง................อุปกรณป์ ้องกันอนั ตรายจากไฟฟ้าและการตอ่ สายดนิ ....................จ..า..น..ว..น...........4..ชม.
1. สาระสาคญั
ฟิวส์เป็นอุปกรณ์ป้องกันในระบบไฟฟ้าที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย หน้าที่ของฟิวส์คือจะตัดการจ่ายแรงดัน
และกระแสออกจากวงจร เม่ือเกิดการลัดวงจรและกระแสไหลเกินกาหนด ฟิวส์เกิดการหลอมละลายและขาดตัด
วงจรทนั ที ฟวิ สม์ หี ลายชนดิ เช่นฟวิ สเ์ สน้ ฟวิ สป์ ลกั๊ และฟิวสห์ ลอด
การต่อสายดินให้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งสาคัญและมีประโยชน์มาก ในการช่วยป้องกันอันตรายท่ีอาจ
เกิดจากการรั่วของกระแสไปยงั ตัวถังโลหะของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า ทาให้เกิดอนั ตรายต่อมนุษย์หรอื ส่ิงมีชวี ิตทีไ่ ปสัมผัสถูก
ได้ การต่อสายดินแบ่งได้เป็นการต่อสายดินท่ีระบบส่งจ่ายไฟฟ้า การต่อสายดินของระบบไฟฟ้าในบ้าน และการต่อ
สายดนิ ของเคร่อื งใช้ไฟฟา้
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย
1.บอกวิธกี ารปอ้ งกันอันตรายจากไฟฟ้าและสามารถต่อสายดนิ ได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.บอกหนา้ ที่ของอปุ กรณป์ ้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า
2.อธบิ ายลักษณะของฟิวสแ์ ตล่ ะชนิดได้
3.อธบิ ายชนดิ ของสวิตช์ตดั วงจรอตั โนมตั ิได้
4.บอกคณุ สมบัติของสวิตช์ตัดไฟรัว่ อตั โนมัติได้
5.บอกหนา้ ทีก่ ารทางานของสวิตชน์ ริ ภยั ได้
6.บอกประโยชนข์ องสายดินและการต่อสายดินได้
7.อธบิ ายวิธีการการติดตง้ั หลกั ดินและสายดินทถ่ี ูกต้องได้
4. สาระการเรยี นรู้
1.อปุ กรณ์ปอ้ งกันอนั ตรายในระบบไฟฟา้
2.ฟวิ ส์
3.สวิตซ์ตัดวงจรอตั โนมัติ
4.สวติ ชต์ ัดไฟร่วั อัตโนมตั ิ
5.สวติ ช์นิรภยั
6.สายดนิ และการต่อสายดิน
7.การติดตงั้ หลักดนิ และสายดินท่ีถูกต้อง
8.บทสรปุ
5. การออกแบบการจดั การเรียนรู้
- แบง่ กลุ่มเรียน รว่ มกันปฏบิ ัตใิ บงาน โดยให้เพ่ือนช่วยสอนเพ่ือน
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
- ตรวจความพรอ้ มของผู้เรียนโดยการใหเ้ ข้าแถวแล้วขานช่อื เชค็ การมาเรียนสาย ตักเตอื นให้ความรู้
เกย่ี วกับความมีวนิ ยั
ขน้ั นา
-นาเขา้ สู่บทเรยี น โดยถามนักเรียนเกย่ี วกบั ประโยชน์ของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายการต่อสายดิน
- นกั เรยี นช่วยกนั ตอบคาถามตามความเขา้ ใจของแต่ละคน
ขั้นสอน
- ครอู ธิบายเร่ือง อุปกรณ์ป้องกนั อันตรายและการตอ่ สายดิน
- นักเรยี นฟงั การบรรยายจากครูผสู้ อน, ศึกษาจากสื่อ/หนงั สือ, ซกั ถามปญั หาข้อสงสัย
- ครซู ักถามเกีย่ วกบั อุปกรณ์ปอ้ งกนั อนั ตรายและข้ันตอนการต่อสายดิน
-นกั เรียนร่วมกันสนทนาเกยี่ วกับ อปุ กรณป์ อ้ งกนั อันตรายและขน้ั ตอนการตอ่ สายดนิ
- ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่มทาใบงานเร่ือง อุปกรณ์ปอ้ งกันอันตรายจากไฟฟา้
- นักเรียนจดบันทึกยอ่ , ถามตอบ, ช่วยเหลอื กนั ในกลุม่ , ทาใบงาน
- ครใู หค้ าแนะนานักเรยี นนาเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น
- ครตู รวจสอบการปฏิบัติงาน
- ครเู ปิดโอกาสให้นักเรียนถามปัญหาและขอ้ สงสัยจากเนอ้ื หา โดยครเู ป็นผตู้ อบปัญหาท่เี กดิ ขน้ึ ระหวา่ ง
การเรยี นการสอน
- นักเรยี น ถามปญั หาและข้อสงสยั ทีเ่ กิดขน้ึ
- ครใู ห้นักเรียนสบื ค้นขอ้ มูลจากอนิ เตอรเ์ น็ต
- นกั เรยี นสืบค้นข้อมูลจากอนิ เตอรเ์ น็ต
ขั้นสรปุ
- ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ เนื้อหาทีไ่ ดเ้ รียนให้มีความเขา้ ใจในทศิ ทางเดียวกัน
- นกั เรยี นร่วมกันสรุปเนือ้ หาท่ีได้เรยี นใหม้ ีความเข้าใจในทศิ ทางเดียวกนั
- ครใู ห้นักเรียนทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 7
- นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 7
- ครูให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบ
- นกั เรียนทาแบบทดสอบ
- ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาเพ่มิ เติมจากแหล่งความรู้นอกหอ้ งเรยี น
- นักเรียนศกึ ษาเพ่ิมเติมจากแหล่งความร้นู อกห้องเรยี น
7. บรรยากาศท่สี ่งเสริมและพฒั นาผเู้ รียน
- บรรยากาศแห่งความท้าทาย เพ่ือเปน็ แรงกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นได้ปฏิบตั ิงานให้สาเร็จ
- ผเู้ รียนมคี วามสนใจในการเรียน เนื่องจากการสอนแบบเพ่ือนชว่ ยเพื่อน ทาให้ผเู้ รยี นได้แสดงความคิดเหน็ และได้
แลกเปลีย่ นความรู้ ส่งผลให้เกิดผลการเรียนรทู้ ีด่ ี
8. คณุ ธรรม จรยิ ธรรมประจาหน่วย
- ความรบั ผดิ ชอบ
- ตรงต่อเวลา
- ความซอ่ื สัตย์
- รกั ษาความปลอดภัย
9. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรียนเรอ่ื ง อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายจากไฟฟา้ และการต่อสายดนิ
2. ใบงาน
3. แบบทดสอบหลงั เรยี น
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เร่อื ง อุปกรณ์ป้องกันอนั ตรายจากไฟฟา้ และการตอ่ สายดนิ
10. การวัดผลและประเมนิ ผล
1. กาหนดการประเมินทักษะพิสัย
2. เครอื่ งมือท่ใี ช้ประเมินทักษะพสิ ัย
3. เครือ่ งมือการประเมนิ จติ พิสยั
11. หลักฐานการเรียนรู้
- ใบงานเรือ่ ง อุปกรณ์ปอ้ งกันอนั ตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน
12. เอกสารอา้ งอิง
หนังสือประกอบการเรียนรายวชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ของสานกั พิมพ์ ศนู ย์สง่ เสริมอาชวี ะ
เรียบเรียง โดย พันศกั ด์ิ พฒุ ิมานิตพงศ์
พส.10
เคร่อื งมือทใี่ ช้ในการประเมนิ
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
แบบประเมนิ แบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมนิ
1.อุปกรณป์ ้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า
2.ฟวิ ส์
3.สวติ ซต์ ดั วงจรอตั โนมตั ิ
4.สวิตช์ตดั ไฟรวั่ อัตโนมัติ
5.สวิตชน์ ริ ภัย
6.สายดินและการต่อสายดนิ
7.การตดิ ตั้งหลักดินและสายดินท่ถี กู ต้อง
รวม
รวมทง้ั หมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)
พส.11
บนั ทกึ หลังการจัดการเรียนรู้
รหสั วิชา...........................ชอ่ื วชิ า.........................................................................................ระดบั ชัน้ ปวช. ปวส.
สาขางาน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สัปดาหท์ ี่..........วนั ท่ีสอน..............................................
หน่วยท่.ี ...........ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จานวน................ชว่ั โมง
จานวนผเู้ รียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มาเรียน............6..2..........คน ขาดเรยี น...1..2....คน ลาปว่ ย....-.....คน ลากจิ .....-.....คน
1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
ลงชอื่ .......................................................ครูผู้สอน
(............................................................)
........../................/............
ความเห็น................................................................................. ความเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................หวั หน้าแผนกวิชา ลงชื่อ............................................รองผู้อานวยการฝ่ายวชิ าการ
(............................................................) (นางสาวนศิ ากร เจรญิ ด)ี
............/................../............ ............/................../............
ความเหน็ ผอู้ านวยการ.................................................................................
....................................................................................................................
ลงชอื่ ...........................................
(นางสาวสุมีนา แดงใจ)
ผอู้ านวยการวทิ ยาลัยการอาชพี นครปฐม
............/................../............
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย.7.....อปุ กรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟา้ และการตอ่ สายดนิ ................................................
เรอื่ ง................อุปกรณป์ ้องกนั อันตรายและการต่อสายดิน..........................จานวนชัว่ โมงสอน..........4.............
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ รายการเรียนรู้
- จุดประสงค์ทว่ั ไป
1.เพ่ือให้มีความรู้เร่ืองอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบ 1.อปุ กรณป์ ้องกันอนั ตรายในระบบไฟฟ้า
ไฟฟ้า 2.ฟิวส์
2.เพ่อื ให้มคี วามรู้เร่ืองของฟวิ ส์ 3.สวติ ซต์ ัดวงจรอัตโนมตั ิ
3.เพื่อใหม้ ีความรเู้ ก่ยี วกบั สวติ ช์ตดั วงจรอัตโนมตั ิ 4.สวิตช์ตัดไฟรวั่ อัตโนมตั ิ
4.เขา้ ใจหลักการทางานของสวติ ชต์ ัดไฟร่ัวอัตโนมัติ 5.สวติ ชน์ ิรภัย
5.มีความรเู้ ก่ียวกับการทางานของสวิตชน์ ิรภัย 6.สายดนิ และการต่อสายดนิ
6.มีความรูเ้ ก่ียวกับหลักการติดต้งั สายดินท่ีถูกต้อง 7.การติดตงั้ หลักดินและสายดินทีถ่ ูกต้อง
- จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 8.บทสรปุ
1.บอกหน้าที่ของอุปกรณ์ป้องกันอนั ตรายในระบบไฟฟ้า
ได้
2.อธิบายลกั ษณะของฟิวส์แต่ละชนิดได้
3.อธบิ ายชนิดของสวิตชต์ ดั ต่อวงจรอัตโนมัติได้
4.บอกคุณสมบตั ิของสวิตชต์ ัดต่อไฟร่วั อัตโนมตั ิได้
5.บอกหนา้ ที่การทางานของสวติ ช์นริ ภยั ได้
6.บอกประโยชน์ของสายดินและการต่อสายดินได้
7.อธบิ ายวธิ ีการติดตง้ั หลกั ดนิ และสายดนิ ท่ีถกู ต้องได้
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย..อุปกรณป์ ้องกันอนั ตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ ............................................................
7.1 อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายในระบบไฟฟา้
ไฟฟ้าสามารถเดินทางผ่านไปได้โดยสะดวกในวัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งต่างๆ ที่เป็นส่ือตัวนาไฟฟ้าท่ีดี ได้แก่
โลหะชนิดต่างๆ เช่น ทองคา ทองแดง เงิน เหล็ก ตะก่ัว และอะลูมิเนียม เป็นต้น ในของเหลวหรือสิ่งของที่มี
ความชื้นตา่ งๆ เชน่ น้า ในเคร่ืองดื่มท่ีมสี ่วนผสมของน้า ผา้ เปียกนา้ กงิ่ ไม้สด พนื้ ดนิ หรือพน้ื ปูนทม่ี คี วามชนื้ และใน
อากาศที่มีความช้ืนมากๆ เป็นต้น ผู้ใช้ไฟฟา้ ทุกคนจาเป็นต้องทราบถึงอันตรายของไฟฟ้า และทราบถึงวธิ ีใช้ไฟฟ้า
อย่างปลอดภัย ก่อนการใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงต้องมีการติดต้ังอุปกรณ์ป้องกันอันตรายใน
ระบบไฟฟ้า
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีสาคัญและจาเป็นต่อระบบการทางานในงาน
ไฟฟ้าต่างๆ โดยทาหน้าท่ีช่วยป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากการใช้ไฟฟ้า และป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์
ไฟฟ้า เคร่ืองมือไฟฟ้า เคร่ืองใช้ไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าท่ีใช้งานจากสาเหตุการลัดวงจร การเกิดกระแสไหลมากเกิน
พิกัด การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าผิดประเภท รวมถึงความผิดพลาดที่เกิดจากระบบไฟฟ้าเอง อุปกรณ์ป้องกันอันตรายใน
ระบบไฟฟ้า จะทาหน้าทตี่ ัดวงจรไฟฟ้าย่อยออกจากระบบการจ่ายไฟทันที ชว่ ยให้เกิดความปลอดภัยต่อระบบการ
ใชไ้ ฟฟ้า การเกิดไฟฟ้าดดู และการเกิดไฟฟา้ ลัดวงจร อนั ตรายจากการใช้ไฟฟา้ แสดงดังรูปท่ี 7.1
(ก)ใชก้ ระแสเกดิ พกิ ัดเกิดความร้อนสูง (ข)เพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลดั วงจร
รปู ท่ี 7.1 อนั ตรายจากการใช้ไฟฟ้า
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....อุปกรณ์ป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ ..........................................
7.2 ฟวิ ส์
ฟิวส์ (Fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า มีคุณสมบัติเป็นตัวนาไฟฟ้าที่ดี ผลิตมาจากโลหะ
ท่ีมีจุดหลอมละลายต่า ฟิวส์ทาหน้าท่ีตัดวงจรจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดจากการทางานที่กระแสไหลมาก
ผิดปกติ โดยฟิวส์จะหลอมละลายทันทีเมื่อมีกระแสไหลผ่านฟิวส์เกินพิกัดที่กาหนดไว้ในตัวฟิวส์ ตัวลวดโลหะฟิวส์
ทามาจากโลหะหลายชนิด เช่น ตะกั่ว ดีบุก สังกะสี และบิสมัท เป็นต้น หรือจากส่วนผสมของโลหะเหล่าน้ี ฟิวส์
ทั่วไปควรมคี ุณสมบัติในการทางานดงั น้ี
1. ทนกระแสไหลผา่ นได้ประมาณ 1.1 เท่าของขนาดทนกระแสปกติของฟวิ ส์
2. ขณะหลอมละลาย ต้องไม่เกิดประกายไฟเปลวไฟ หรือเกิดการหลอมละลายใดๆ ท่ีทาให้อุปกรณ์เกิด
ความเสยี หาย
3. เกิดการหลอมละลายภายในเวลา 15 วินาที เม่ือกระแสเกินพิกัดประมาณ 20 % และหลอมละลาย
ภายในเวลา 1 วินาทหี รอื น้อยกว่า เมื่อกระแสเกนิ พกิ ัดประมาณ 150 %
ฟวิ สท์ ี่ผลติ มาใช้งาน สามารถแบง่ เวลาในการหลอมละลายของฟวิ ส์ออกได้ 2 ชนดิ ดังน้ี
1. ชนิดหลอมละลายเร็ว (FastBlow) เป็นฟิวส์ชนิดท่ีเมื่อกระแสไหลเกินพิกัดท่ีฟิวส์ทนได้ ฟิวส์จะหลอม
ละลายขาดวงจรทันที หรือเม่ือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรฟิวส์จะหลอมละลายขาดวงจรขาดทันทีโดยไม่มีการหน่วงเวลา
นิยมนาไปใช้ในงาน เชน่ วงจรไฟฟา้ ทางานทั่วไป วงจรทางานเกย่ี วกับความร้อน หรือวงจรแสงสวา่ ง เป็นต้น
2.ชนิดหลอมละลายช้า (SlowBlow) เป็นฟิวส์ชนิดท่ีเมื่อกระแสไหลเกินพิกัดที่ฟิวส์ทนได้ช่ัวขณะ ฟิวส์จะยัง
ไม่หลอมละลาย เกิดการหน่วงเวลาตามพิกัดของฟิวส์ แต่ถ้าเกิดไฟฟ้าลัดวงจรฟิวส์จะหลอมละลายขาดวงจรทันทีโดย
ไมม่ ีการหนว่ งเวลา นิยมนาไปใชใ้ นงาน เช่น วงจรควบคุมการทางานของมอเตอร์ หรอื มอเตอรข์ นาดใหญ่ เป็นตน้
ฟิวส์ท่ีผลิตขึ้นมาใช้งานมีด้วยกันหลายชนิด โดยผลิตให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน และช่วยให้เกิด
ความสะดวกต่อการใช้งาน แบ่งออกได้ตามลักษณะโครงสร้างฟิวส์ เช่น ฟิวส์เส้น ฟิวส์ปล๊ัก ฟิวส์หลอด และฟิวส์
ชนิดพเิ ศษ เปน็ ตน้
7.2.1 ฟวิ ส์เส้น
ฟิวส์เส้น (WireFuse) เป็นฟิวส์ชนิดเส้นลวดเปลือยยาว ตัวฟิวส์ไม่มีอะไรห่อหุ้ม จาเป็นต้องใช้งาน
รว่ มกับสวิตชใ์ บมีด (KnifeSwitch) หรือคัตเอาต์ (CutOut) โดยนาฟิวส์ไปยึดใส่ไว้ในส่วนรองรับของสวติ ช์ใบมีด ขัน
ยดึ ฟิวส์ใหแ้ น่นดว้ ยสกรู ฟวิ สช์ นดิ นี้แบ่งออกได้ 2 แบบ ตามลักษณะโครงสร้าง ดงั น้ี
1. แบบเสน้ กลม เสน้ ฟวิ สถ์ กู พนั เกบ็ ไว้เป็นมว้ น เวลาใช้งานต้องนามาตัดแบ่งตามความยาวที่
ต้องการ นยิ มเรยี กวา่ ฟวิ สเ์ ส้น การยึดติดกับสวิตชใ์ บมีด ให้นาปลายฟวิ ส์ไปพันในร่องสกรขู องสวิตช์ใบมีด และขนั
สกรยู ึดตดิ ใหแ้ น่น
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....อปุ กรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ ..........................................................
2. แบบเส้นแบน เสน้ ฟวิ ส์ท่ีสร้างขึน้ มาให้มคี วามยาวแน่นอนตามค่ามาตรฐาน ส่วนหัวท้ายของเส้นฟวิ สท์ าเป็นร่อง
คล้ายกา้ มปู ไว้ใสเ่ ขา้ ร่องสกรขู องสวิตช์ใบมดี นิยมเรียกวา่ ฟวิ สก์ ้ามปู มคี วามสะดวกในการตอ่ ใช้งานมากขึ้น
ฟิวส์เส้นนิยมใช้งานกับวงจรไฟฟ้าภายในบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย หรือในวงจรที่ภาระใช้งานกิน
กระแสต่า ปกตินิยมนาไปใชง้ านในวงจรที่มกี ระแสไหลผ่านรวมทง้ั ส้ินไม่เกนิ 30 แอมแปร์สวิตช์ใบมีด ฟิวสเ์ ส้น และ
ฟิวส์กา้ มปู แสดงดงั รปู ท่ี 7.2
(ก)สวิตชใ์ บมีด (ข)ฟิวสเ์ ส้น (ค)ฟิวส์ก้ามปู
รูปท่ี 7.2 สวติ ช์ใบมีด ฟิวสเ์ ส้น ฟิวสก์ ้ามปู
7.2.2 ฟวิ ส์หลอด
ฟิวส์หลอด (TubeFuse) หรือคาร์ทริดจ์ฟิวส์ (CartridgeFuse) เป็นฟิวส์ที่สร้างขึ้นมามีโครงสร้าง
เป็นหลอดทรงกระบอก หรือทรงสี่เหล่ียม หลอดฟิวส์ทาด้วยกระเบื้อง แก้ว หรือไฟเบอร์ ภายในหลอดฟิวส์มี
เส้นฟิวส์ต่อออกมาภายนอก โดยยึดติดกับโลหะตัวนาท่ีส่วนหัวท้ายของกระบอกฟิวส์ ภายในหลอดฟิวส์บรรจุ
อากาศ หรือบรรจุทรายละเอียดไว้ รูปร่างมีทั้งแบบหัวท้ายฟิวส์เป็นโลหะทรงกระบอกปกติ มักเรียกว่า ฟิวส์หลอด
นาไปใช้งานร่วมกับกระบอกใส่ฟวิ ส์หรอื ฐานยึดฟิวส์ และแบบหัวท้ายฟิวส์เป็นโลหะและมีแผ่นโลหะคล้ายใบมีดย่ืน
ออกมาท่ีหัวท้ายด้วย มักเรียกว่า ฟิวส์ใบมีด นาไปใช้งานร่วมกับฐานฟิวส์ใบมีด ฟิวส์หลอดถูกผลิตข้ึนมาหลาย
รูปแบบ และหลายหนา้ ท่ีการใช้งาน ขนาดฟิวส์มีหลายขนาด และมีรูปร่างแตกตา่ งกนั ไป มคี ่าการทนกระแสหลาย
ค่า ตั้งแต่ค่าต่าๆ ไม่ถึงแอมแปร์ จนถึงค่าสูงเป็นแสนแอมแปร์ นิยมนาไป ใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายด้าน เช่น
ด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ท่ัวไป ด้านไฟฟ้ากาลังในงานอุตสาหกรรม และด้านการส่งจ่ายกาลังไฟฟ้า เป็นต้น
ฟิวส์หลอด แสดงดังรปู ท่ี 7.3
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์เบอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน........................................................
(ก)ใชง้ านไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ทั่วไป (ข)ใชง้ านไฟฟา้ กาลัง (ค)ใช้งานสง่ จ่ายกาลงั ไฟฟ้า
รูปที่ 7.3 ฟวิ สห์ ลอด
7.2.3 ฟวิ ส์ปลก๊ั
ฟิวส์ปล๊ัก (PlugFuse) เป็นฟิวส์ท่ีตัวถังฟิวส์มีรูปร่างคล้ายปลั๊กไฟฟ้า การใช้งานจาเป็นต้องเสียบ
หรือสอดใส่เข้าไปในร่องฐานฟิวส์ มีรูปร่างและโครงสร้างแตกต่างกันหลายแบบ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ตัวถังฟิวส์ทา
ด้วยกระเบื้อง แก้ว หรือพลาสติกทนความร้อน ฟิวส์ปล๊ักท่ีผลิตมาใช้งาน เช่น ฟิวส์ขวด มีรูปร่างทรงกระบอกเหมือน
ขวด ส่วนหัวและส่วนท้ายฟิวส์ใหญ่ไม่เท่ากนั ด้านหัวใหญ่กว่าด้านท้าย ภายในหลอดฟิวสม์ ีเส้นฟิวส์ ทบ่ี รรจุอากาศ
หรือบรรจุทรายละเอียดไว้ สามารถมองเหน็ สภาพฟิวส์ได้จากภายนอก ฟิวส์ปล๊กั มรี ูปร่างเหมือนถ้วยด้านนอกฟิวส์
เป็นเกลียวหมุน ภายในหลอดฟิวส์มีเส้นฟิวส์ ที่บรรจุอากาศ หรือบรรจุทรายละเอียดไว้ สามารถมอง เห็นสภาพ
ฟิวสไ์ ด้จากภายนอก ฟวิ สท์ ั้ง 2 แบบนิยมใช้งานกับวงจรไฟฟา้ ภายในบ้านเรือน ท่ีอยู่อาศัย หรือวงจรที่ใช้กระแสสูง
มากข้ึน มีความปลอดภัยในการใช้งาน เพราะมีส่วนป้องกันห่อหุ้มฟิวส์ไว้ และฟิวส์รถยนต์ มีรูปร่างเป็นรูปตัว U
คล้ายปล๊ักไฟฟ้า ฟิวส์ถูกห่อหุ้มด้วยตัวถังพลาสติกทนความร้อน มีขาโลหะย่ืนออกมา 2 ขา นิยมนาไปใช้งานใน
รถยนต์ หรือใช้ในอปุ กรณไ์ ฟฟา้ และเคร่ืองใช้ไฟฟา้ บางชนิด ฟวิ ส์ปลั๊ก แสดงดงั รูปท่ี 7.4
(ก)ฟิวสข์ วด (ข)ฟวิ ส์ปลก๊ั (ค)ฟิวส์รถยนต์
รูปท่ี 7.4 ฟิวสป์ ล๊กั
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....อุปกรณป์ ้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน.........................................................
7.2.4 ฟวิ สช์ นิดพิเศษ
ฟิวส์ชนิดพิเศษ (Special Fuse) เป็นฟิวส์ท่ีถูกผลิตข้นึ มาใชง้ านเพื่อให้ทางานโดยเฉพาะเจาะจง
ตามงานทต่ี ้องการเป็นพิเศษ เกิดความเหมาะสมต่อการทางานในระบบงานทีต่ อ้ งการ หรือตามความเหมาะสมของ
โครงสร้างระบบ ฟิวส์ชนิดพิเศษมีหลายลักษณะและหลายรูปแบบการทางาน เช่น ฟิวส์ความร้อน และฟวิ ส์แปะติด
SMD เปน็ ต้น
1. ฟิวส์ความร้อน (Thermal Fuse) หรือฟิวส์ตัดความร้อน (Thermal Cutoff Fuse) เป็นฟิวส์
ที่ทางานด้วยความร้อนที่มากระทบกับตัวฟิวส์ เมื่อฟิวส์ได้รบั ความร้อนมากเกินพิกัดท่ีตัวฟิวส์ทนได้ ฟิวส์จะหลอม
ละลายตัดการต่อวงจรทันที เพื่อป้องกันอันตรายท่ีจะเกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าจากการทางานเกิด
ความร้อนมากเกินไป ซ่ึงจะมีผลต่อการทาให้เกิดเพลิงไหม้ข้ึนได้ ทาให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่
หลายชนิด ที่ในขณะทางานมีความร้อนเกิดขึ้นภายในตัว นิยมใส่ฟิวส์ความร้อนเพ่ิมเข้าไปภายในที่บริเวณท่ีเกิด
ความร้อน ทาให้การทางานเกิดความปลอดภัยต่อตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงทาให้เกิดการทางานที่
ปลอดภัยมากข้ึน อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีนิยมใช้ฟิวส์ความร้อนมีมากมาย เช่น พัดลม เครื่องระบาย
อากาศ เครื่องดูดควัน เคร่ืองปรับอากาศ ตู้เย็น เคร่ืองซักผ้า เครอ่ื งทาน้าอุ่น เตาไฟฟ้า เตาไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว
ไฟฟ้า เครื่องถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ฟิวส์ความร้อนท่ีผลิตมาใช้งานมีหลายแบบหลายชนิด มี
โครงสร้างแตกต่างกนั ไป เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมต่อการใช้งาน ฟิวส์ความรอ้ น แสดงดังรูปที่ 7.5 (ก)
(ก)ฟวิ สค์ วามรอ้ น (ข)ฟวิ สแ์ ปะติด SMD
รูปที่ 7.5 ฟวิ สช์ นดิ พเิ ศษ
2. ฟิวส์แปะติด SMD (Surface Mounted Devices Fuse) เป็นฟิวส์ท่ีพัฒนาข้ึนมาให้เหมาะสม
กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท่ีอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีขนาดเล็กลง ทาให้ฟิวส์ที่นามาใช้งานจาเป็นต้องมี
ขนาดเล็กลงตามไปด้วย ฟิวส์แปะติด SMD จึงถูกพัฒนาขึ้นมาใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยทาหน้าที่เป็นฟิวส์
เช่นเดยี วกบั ฟิวส์ทว่ั ไป เพียงแต่มีขนาดของฟิวส์ทีเ่ ลก็ กะทัดรัดลง ฟิวสแ์ ปะติด SMDแสดงดงั รปู ท่ี 7.5 (ข)
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....อุปกรณป์ ้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ ...............................
7.3 สวิตช์ตัดวงจรอตั โนมตั ิ
สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ (CircuitBreaker) เป็นสวิตช์ที่สามารถตัดวงจร (Trip) ได้โดยอัตโนมัติ
เมื่อมกี ระแสไหลในวงจรมากเกินพิกดั ท่ีกาหนดไวเ้ ชน่ เดยี วกับฟิวส์ โดยทาหน้าท่ีตดั วงจรจากการเกดิ ไฟฟา้ ลดั วงจร หรอื เกดิ จากการ
ทางานท่ีกระแสไหลมากผิดปกติ แต่มีส่วนแตกต่างไปจากฟิวส์ ตรงท่ีเมื่อตัดวงจรแล้วจะไม่มีส่วนประกอบใดๆ ภายในสวิตช์ตัด
วงจรอัตโนมัติเสียหาย เพียงแต่วงจรหน้าสัมผัสภายในสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติถูกตัดแยกออกจากกัน สามารถทาให้กลับมาทางานได้
ใหม่ โดยการโยกสวิตช์ท่ีตวั สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัตใิ หต้ ่อวงจรใหม่อกี ครั้ง ระบบควบคุมการทางานของสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัตแิ บ่ง
ออกได้ 3 แบบ คอื แบบใชค้ วามร้อนตัดวงจร แบบใช้สนามแม่เหลก็ ตัดวงจร และแบบใช้ความร้อนร่วมกับสนาม แม่เหลก็ ช่วยกนั ตัด
วงจร
7.3.1 สวิตช์ตดั วงจรอตั โนมตั ิแบบใชค้ วามร้อน
สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัตแิ บบใช้ความร้อน (ThermalCircuitBreaker) ใช้หลักการทางานจากคุณสมบัติการขยายตัว
ของแผ่นโลหะคู่ (Bimetal) โดยใช้โลหะต่างชนิดกัน เม่ือได้รับความร้อนจะเกิดการขยายตัวไม่เท่ากัน ทาให้เกิดการโค้งงอของแผ่น
โลหะคู่ ไปควบคุมให้สวิตช์หน้าสมั ผสั (ContactSwitch) ทีท่ าหน้าทเ่ี ชอื่ มต่อวงจรไฟฟา้ เกดิ การแยกวงจรออกจากกนั ตดั วงจรไฟฟ้า
ออกจากระบบทนั ที โครงสร้างและการทางานสวติ ช์ตดั วงจรอตั โนมตั ิแบบใชค้ วามรอ้ นแบบเบ้อื งตน้ แสดงดังรปู ที่ 7.6
(ก) สภาวะทางานปกติ (ข) สภาวะไฟฟ้าลัดวงจร
รปู ท่ี 7.6 โครงสร้างและการทางานสวิตช์ตัดวงจรอตั โนมตั ิแบบใชค้ วามร้อนแบบเบื้องต้น
จากรูปที่ 7.6 แสดงโครงสร้างและการทางานสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติแบบใช้ความร้อนแบบเบ้ืองต้น รูปท่ี 7.6 (ก) เป็น
สภาวะทางานปกติ เม่อื โยกตอ่ สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมตั ิ ทาให้แกนสวติ ช์ถกู สลักของแกนตดั วงจรเกยี่ ว ทาให้สวิตช์หนา้ สัมผัสตอ่ วงจร
มีแรงดันจา่ ยผ่านสวิตช์ตดั วงจรอตั โนมัตไิ ปให้ภาระทางาน มกี ระแสไหลในวงจรสวิตช์ตดั วงจรอัตโนมัติ และเกิดกระแสไหลผ่านแผ่น
โลหะคู่ กรณีที่กระแสไหลผ่านแผ่นโลหะคู่ไม่เกินพิกัดท่ีกาหนด ความร้อนที่เกิดกับแผ่นโลหะคู่ยังไม่สูงมาก แผ่นโลหะคู่งอโค้งไม่มาก
ยังคงมแี รงดนั จ่ายให้วงจรปกติ ภาระทางานเป็นปกติ
สว่ นรปู ที่ 7.6 (ข) เปน็ สภาวะไฟฟา้ ลัดวงจร เม่ือเกดิ การลดั วงจรข้ึน สง่ ผลให้เกิดกระแสไหลผ่านเข้า
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย....อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน...........................................................
วงจรสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติผ่านแผ่นโลหะคู่มากเกินพิกัดท่ีกาหนด เกิดความร้อนท่ีแผ่นโลหะคู่สูงมาก แผ่นโลหะคู่เกิดการงอโค้ง
มากข้นึ ปลายแผน่ โลหะคู่เคลื่อนตัวไปดนั แกนตัดวงจรให้เคลื่อนที่ สง่ ผลทาให้สลักทเี่ กี่ยวเขา้ กบั แกนสวติ ช์เกดิ การคลายตัว สปริง
ดึงแกนสวติ ชเ์ คล่อื นท่ีไป ทาให้สวิตชห์ น้าสัมผสั ตดั วงจร แรงดนั ถูกตดั ออกจากวงจรสวิตช์ตัดวงจรอตั โนมัติทันที ภาระหยดุ ทางาน
7.3.2 สวติ ชต์ ดั วงจรอัตโนมตั ิแบบใช้สนามแม่เหลก็
สวติ ช์ตัดวงจรอตั โนมัติแบบใชส้ นามแม่เหลก็ (MagneticCircuitBreaker) ใช้หลกั การทางานจากคุณสมบัติของ
สนามแม่เหล็กไฟฟา้ ท่ีเกิดจากกระแสไหลผา่ นขดลวดแม่เหล็ก ไปดึงดูดชุดกลไกควบคุมการตัดตอ่ วงจร ส่งผลให้สวติ ช์หน้าสมั ผสั ท่ี
ทาหน้าทต่ี ัดต่อวงจรไฟฟ้าตดั วงจรออกจากกัน โครงสร้างและการทางานสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติแบบใช้สนามแมเ่ หล็กแบบเบ้ืองต้น
แสดงดงั รปู ที่ 7.7
(ก) สภาวะทางานปกติ (ข) สภาวะไฟฟ้าลัดวงจร
รูปที่ 7.7 โครงสรา้ งและการทางานสวติ ชต์ ัดวงจรอตั โนมตั ิแบบใชส้ นามแม่เหล็กแบบเบื้องต้น
จากรูปที่ 7.7 แสดงโครงสร้างและการทางานสวิตช์ตัดวงจรอตั โนมัติแบบใช้สนามแม่เหล็ก รูปที่ 7.7 (ก) เป็นสภาวะทางาน
ปกติ เมอื่ โยกตอ่ สวติ ช์ตัดวงจรอตั โนมตั ิ ทาให้แกนสวิตชถ์ กู สลกั ของแกนตดั วงจรเก่ยี ว ไปทาให้สวิตชห์ นา้ สัมผัสต่อวงจร มีแรงดันจ่าย
ผ่านสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติไปให้ภาระทางาน มีกระแสไหลในวงจรสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ และเกิดกระแสไหลผ่านขดลวด
แม่เหล็กไฟฟ้า ทาให้ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นมา กรณีที่กระแสไหลผ่านขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าค่าปกติไม่เกินพิกัด
สนามแมเ่ หล็กไฟฟ้าเกดิ อานาจแมเ่ หล็กน้อยไม่เพยี งพอกับการดงึ ดูดแกนตัดวงจรให้เคล่ือนที่เขา้ มาหาได้ สวิตช์หนา้ สัมผัสยังคงต่อ
วงจรปกติ มีแรงดันจ่ายให้วงจรปกติ ภาระทางานเป็นปกติ
ส่วนรูปที่ 7.7 (ข) เป็นสภาวะไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อเกิดการลัดวงจรขึ้น ส่งผลให้เกิดกระแสไหลผ่านเข้าวงจรสวิตช์ตัดวงจร
อตั โนมัติ ผา่ นขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้ามากเกินพิกัดท่ีกาหนด ทาให้สนามแมเ่ หล็กไฟฟ้าเกิดอานาจแม่เหล็กมากเพียงพอ สามารถดึงดูด
แกนตัดวงจรให้เคลื่อนที่เข้ามาหา ส่งผลทาให้สลักท่ีเกี่ยวเข้ากับแกนสวิตช์เกิดการคลายตัว สปริงดึงแกนสวิตช์เคล่ือนที่ไป ทาให้
สวิตชห์ น้าสัมผัสตดั วงจร แรงดนั ถูกตัดออกจากวงจรสวติ ช์ตดั วงจรอตั โนมัติทันที ภาระหยุดทางาน
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....อุปกรณป์ ้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน........................................
7.3.3 สวิตชต์ ัดวงจรอตั โนมตั แิ บบใช้ความรอ้ นรว่ มกบั สนามแมเ่ หลก็
สวิตช์ตัดวงจรอตั โนมัติแบบใชค้ วามรอ้ น ร่วมกบั สนามแม่เหล็ก (Thermal – MagneticCircuitBreaker) ใช้
คุณสมบัติการขยายตัวของแผ่นโลหะคู่เมื่อได้รับความรอ้ น และใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากกระแสไหลผ่านขดลวดแม่เหล็ก ไป
ดึงดดู แกนตัดวงจรใหเ้ คล่อื นทเี่ ขา้ มาหา ส่งผลให้สวติ ช์หน้าสมั ผัสท่ีทาหนา้ ที่ตัดตอ่ วงจรไฟฟา้ ตดั วงจรออกจากกนั โครงสร้างและการ
ทางานสวิตช์ตัดวงจรอตั โนมัตแิ บบใชค้ วามร้อนรว่ มกบั สนามแม่เหล็กแบบเบื้องตน้ แสดงดังรปู ท่ี 7.8
(ก) สภาวะทางานปกติ (ข) สภาวะไฟฟา้ ลัดวงจร
รปู ท่ี 7.8 โครงสร้างและการทางานสวิตช์ตดั วงจรอตั โนมัติแบบใช้ความร้อนรว่ มกบั สนามแมเ่ หลก็ แบบเบ้ืองตน้
จากรูปท่ี 7.8 แสดงโครงสร้างและการทางานสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติแบบใช้ความร้อนรว่ ม กับสนามแม่เหล็ก รูปท่ี 7.8 (ก)
เป็นสภาวะทางานปกติ เม่ือโยกต่อสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ จ่ายแรงดันให้ภาระทางาน กรณีที่กระแสไหลผ่านแผ่นโลหะคู่และขดลวด
แม่เหล็กมคี า่ ปกตไิ ม่เกนิ พิกัด ยงั ไมเ่ กดิ การเปล่ยี นแปลงการทางาน แรงดนั ยังคงจา่ ยให้วงจรปกติ ภาระทางานเป็นปกติ
ส่วนรูปท่ี 7.8 (ข) เป็นสภาวะไฟฟ้าลดั วงจร เมื่อเกิดการลดั วงจรขึน้ สง่ ผลให้เกิดกระแสไหลผ่านเขา้ วงจรผา่ นแผ่นโลหะคู่
และขดลวดแม่เหล็กมากเกินพกิ ัดที่กาหนด เกดิ ความร้อนที่แผ่นโลหะคู่สูงมาก และขดลวดแม่เหล็กเกดิ อานาจแม่เหล็กไฟฟา้ มาก
เพียงพอ ส่งผลทาให้แผ่นโลหะคู่เกิดการงอโค้งมากขึ้น ปลายแผ่นโลหะคู่เคลื่อนตัวไปดันแกนตัดวงจรให้เคลื่อนที่ และในเวลา
เดียวกันสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดอานาจแม่เหล็กมากเพียงพอ สามารถดึงดูดแกนตัดวงจรให้เคลื่อนท่ีเข้ามาหา ส่งผลทาให้สลักที่
เกี่ยวเข้ากับแกนสวิตช์เกิดการคลายตัว สปริงดึงแกนสวิตช์เคลื่อนท่ีไป ทาให้สวิตช์หน้าสัมผัสตัดวงจร แรงดันถูกตัดออกจากวงจร
สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติทนั ที ภาระหยุดทางาน
7.3.4 การเลือกสวติ ช์ตัดวงจรอัตโนมัติมาใช้งาน
สวติ ชต์ ัดวงจรอัตโนมัติทผ่ี ลติ มาใชง้ านมีมากมายหลายชนิด หลายแบบ หลายขนาดการทางานต่อพิกัดทนกระแส รวมถึงมี
หลายบริษัทผลิตออกมาจาหน่าย ทาให้กลไกและส่วนประกอบของโครงสร้างภายในมคี วามแตกต่างกนั ไปบ้าง แต่มีหลกั การทางานท่ี
เหมอื นกัน ดังนั้นการเลอื ก ใชง้ านควรคานึงถึงมาตรฐาน ความปลอดภัย และเลือกใช้ใหถ้ กู ต้องเหมาะสมกับภาระงาน รวมถึงการติดต้ัง
ใชง้ านจะต้องถูกต้องและปลอดภัย สวิตชต์ ัดวงจรอัตโนมัตแิ บบต่างๆ แสดงดงั รปู ท่ี 7.9
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....อุปกรณ์ป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน.................................................
(ก) แบบใชค้ วามร้อน (ข)แบบใชส้ นามแม่เหล็ก (ค) แบบใช้ความร้อนรว่ มกับ
สนามแมเ่ หล็ก
รปู ที่ 7.9 รปู รา่ งลักษณะสวติ ช์ตดั วงจรอัตโนมตั แิ บบตา่ งๆ
ในการเลือกสวิตช์ตดั วงจรอัตโนมัติมาใชง้ าน ผูอ้ อกแบบจะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติการทางานของวงจร
เพื่อช่วยป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และสามารถตัดการทางานของวงจรได้ทันตามความต้องการ โดยพิจารณา
ดังน้ี
1. ระดับแรงดนั ที่ใชง้ าน และชนิดของแรงดัน เปน็ ไฟสลับ (AC) หรอื ไฟตรง (DC)
2. จานวนเฟสแรงดนั ท่ใี ชง้ าน เปน็ ชนดิ เฟสเดยี ว หลายเฟส และจานวนของขั้วแรงดนั
3. ระบบมาตรฐานไฟฟ้าท่ีใช้งาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎระเบียบความปลอดภัยขององค์การหรือ
หน่วยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง
4. ความสามารถในการทาให้หยดุ ทางานในขณะเกดิ การลัดวงจร
5. ข้อกาหนดสงู สดุ ขนาดข้อบงั คบั ท่เี หมาะสม และการป้องกันอนั ตราย
7.4 สวติ ช์ตดั ไฟฟ้ารัว่ อัตโนมัติ
สวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ หรือเคร่ืองตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ เป็นสวิตช์ที่สามารถตัดวงจรได้โดยอัตโนมัติ
อย่างรวดเร็ว เมื่อมีกระแสรั่วไหลในวงจรผ่านลงดิน มีกระแสร่ัวไหลในเครื่องใช้ ไฟฟ้าผา่ นลงดิน หรือมกี ระแสไหล
ผา่ นร่างกายมนุษย์ผา่ นลงดนิ ในปรมิ าณทีม่ ากกว่าค่าพกิ ัดทกี่ าหนดไวข้ องเครอ่ื ง สวติ ชต์ ัดไฟฟา้ รว่ั อัตโนมัติทางาน
คล้ายกับสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ แต่มีความแตกต่างในคุณสมบัติของการทางาน และจุดประสงค์ของการนาไปใช้
งาน โดยผลิตข้ึนมาเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายเสริมร่วมกับระบบการตอ่ สายดิน ช่วยป้องกันอันตรายจาก
การถูกไฟฟ้าดูด จากไฟฟ้าร่ัวไหลในเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านลงดิน สวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติท่ีผลิตมาใช้งานมีด้วยกัน
หลายชนดิ แบง่ ออกตามลกั ษณะของกระแสรว่ั ไหล แบ่งออกได้ 2 ชนิด ดังนี้
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....อปุ กรณป์ ้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ ..............................................
สวติ ชต์ ัดไฟฟ้ารัว่ อัตโนมตั ชิ ่วยป้องกนั ไฟฟา้ รั่ว และไฟฟ้าดดู ได้ จะตอ้ งมคี ุณสมบัติและการตดิ ต้ังดงั น้ี
1. พิกัดขนาดกระแสรั่วต้องไม่เกิน 30 มลิ ลิแอมแปร์ (mA) และตัดไฟฟ้าได้ภายในระยะ เวลา 0.04 วนิ าที เมอ่ื มีไฟฟา้ รั่ว
ขนาด 5 เทา่ ของพิกัด หรือประมาณ 150 mA
2. ควรติดต้ังใชง้ านเฉพาะจุดเช่น วงจรเต้ารับในหอ้ งครวั ห้องนา้ ห้องนอน ห้องเด็ก และวงจรเต้ารบั ทีม่ ีสายไฟต่อไปใช้
งานภายนอกอาคาร
3. ในกรณีทีต่ ้องติดตงั้ รวมท่ีสวิตช์ประธาน จะต้องแยกวงจรที่มีค่าไฟร่ัวตามธรรมชาติมากๆ ออกไป เชน่ อุปกรณป์ ้องกัน
ฟา้ ผ่า เครอ่ื งปรับอากาศ และอุปกรณท์ ม่ี โี อกาสเปยี กช้ืนตา่ งๆ โดยติดต้งั สวติ ช์ตัดไฟฟ้ารว่ั อัตโนมัตแิ ยกเฉพาะวงจรทจี่ าเป็น
4. ในทางปฏิบัติท่ีต้องการความแน่นอน จะต้องตรวจสอบปริมาณกระแสรั่วไหลในแต่ละวงจรด้วยเครื่องตรวจวัดกระแส
รั่วไหลถ้าวงจรใดมีกระแสร่ัวไหลมากเป็นปกติ จาเป็นต้องใช้สวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติท่ีมีพิกัดไฟฟ้ารั่วสูงขึ้นเช่น 100 mA 300 mA
หรือ 500 mA ปอ้ งกนั ในแตล่ ะวงจรโดยเฉพาะ
7.5 สวิตชน์ ิรภัย
สวิตช์นิรภัย (SafetySwitch) หรืออาจเรียกว่า สวิตช์ประธาน (Main Switch)เป็นสวิตช์หลักท่ีใช้ตัดต่อวงจรไฟฟ้า จาก
สายไฟฟ้าภายนอกจ่ายเข้าอาคารบ้านเรือนกับสายไฟฟ้าภายในท้ังหมด เป็นอุปกรณ์ตัดต่อวงจรไฟฟ้าตัวแรก ถัดจากวัตต์อาวร์
มิเตอร์วัดหน่วยไฟฟ้าเข้ามาในบ้าน สวิตช์ประธานอาจเป็นอุปกรณ์ตัดไฟหลักตัวเดียว หรืออยู่รวมกับสวิตช์และอุปกรณ์อื่นๆ ซ่ึง
อาจเป็นสวิตช์คันโยกท่ีตัดภาระได้หรือเป็นเคร่ืองตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ (อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินหรือลัดวงจร) หรือเป็นสวิตช์ที่มี
ฟิวส์ในตัวก็ได้ ไม่ว่าเป็นแบบใดต้องมีคุณสมบัติของเคร่ืองตัดวงจร ที่เม่ือตัดวงจรไฟฟ้าดับแล้วต้องมีความปลอดภัย โครงสร้าง
ของสวติ ชน์ ริ ภยั จะเป็นตู้โลหะปิดมิดชดิ มคี วามแข็งแรงทนทาน
สวติ ช์นริ ภยั ชนดิ จ่ายกระแสสงู ๆ ภายในมักเปน็ สวติ ชต์ ดั ไฟหลกั อยา่ งเดียว ภายในตู้ประกอบด้วยชดุ สวิตชต์ ัดตอนใบมีด
2 ชุด หรือ 3 ชุด แล้วแต่ชนิดของไฟฟ้าที่ใชง้ าน คล้ายกับสวติ ชใ์ บมีดแตม่ ีขนาดใหญ่ สามารถนาไปใช้งานกับวงจรไฟฟ้าที่ต้องการ
กระแสสูง ภายนอกตู้มีกา้ นคันโยกสวิตช์นิรภัย ไว้โยกตัดต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อจา่ ยแรงดันไปใช้งาน มีระบบป้องกนั อันตรายและทาให้เกิด
ความปลอดภัยของสวิตช์นิรภัย โดยป้องกันการเปิดประตูตู้สวิตช์นิรภัยในขณะต่อไฟฟ้าไปใช้งาน ฝาตู้จะไม่สามารถเปิดออกได้ และ
ขณะท่ีฝาต้เู ปิดอยู่จะไม่สามารถโยกสวิตช์นิรภัยต่อไฟฟ้าจ่ายให้วงจรได้ ชว่ ยใหเ้ กิดความปลอดภัยต่อการใชง้ าน สวิตช์นริ ภยั ชนิดนี้
นิยมนาไป ใช้งานกบั สถานที่ตา่ งๆ มากมาย เช่นบ้านเรือนขนาดใหญ่ บรษิ ทั อพาร์ตเมนต์ คอนโดมเิ นียม หน่วยงานราชการ โรงงาน
อุตสาหกรรม และห้าง สรรพสินค้า เป็นต้น สวิตช์นิรภัยชนิดตัดไฟหลักอย่างเดียวแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ สวิตช์นิรภัยไม่มีฟิวส์
ตดิ ตงั้ (Non – FusibleSafetySwitch) และสวติ ช์นิรภัยมฟี วิ ส์ติดตงั้ (FusibleSafetySwitch) แสดงดังรปู ท่ี 7.12 และรปู ที่ 7.13
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....อุปกรณ์ป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน.....................................
(ก) รปู รา่ ง (ข) โครงสรา้ งภายใน
รูปที่ 7.12สวิตชน์ ริ ภัยชนดิ ตดั ไฟหลักอย่างเดียว แบบไม่มฟี ิวส์
(ก) รปู ร่าง (ข) โครงสร้างภายใน
รูปที่ 7.13สวิตชน์ ิรภยั ชนดิ ตดั ไฟหลกั อยา่ งเดียว แบบมฟี ิวส์
ส่วนสวิตช์นิรภัยชนิดท่ีนิยมใช้งานตามบ้านเรือนอยูอ่ าศัยทุกวันน้ี มักเป็นชนิดรวมสวิตช์และอุปกรณ์หลายชนิดไวใ้ นตู้แผง
สวิตช์รวม มักเรียกว่าตู้สวิตช์ประธาน(Main SwitchBox) หรือตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต (consumer unit Box) ซ่ึงตู้สวิตช์นิรภัยชนิดน้ี
นอกจากจะประกอบด้วยตวั สวิตชน์ ิรภยั หลกั แล้ว มกั มีอุปกรณป์ ้องกันอน่ื ๆ รวมอยู่ดว้ ย เช่น สวติ ชต์ ัดวงจรอตั โนมัติ และสวิตชต์ ดั
ไฟฟา้ รว่ั อัตโนมัติตัวลูกสาหรับปอ้ งกนั วงจรยอ่ ยต่างๆ หลายตัวรวมกนั อยใู่ นตเู้ ดียวกัน ตู้คอนซูมเมอรย์ นู ติ แสดงดงั รปู ท่ี 7.14
(ก) รปู รา่ ง (ข) โครงสรา้ งภายใน
รูปท่ี 7.14ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย....อุปกรณ์ป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ .....................................
7.6 สายดนิ และการตอ่ สายดนิ
สายดนิ (Ground Line)เป็นสายไฟที่ทาหนา้ ที่ช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า และทาให้เกิดความปลอดภัยกบั ผู้ใช้อุปกรณ์
ไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟา้ เรียกสายดินประเภทน้ีวา่ สายดินปอ้ งกนั (protective earthing conductor)สายดินเส้นนี้ปลายด้านหน่ึง
จะตอ้ งต่อลงดิน (Ground)จริงปลายอกี ดา้ นหน่งึ ถกู ต่อเขา้ กบั สว่ นที่เป็นโลหะ ของอปุ กรณ์ไฟฟ้าและเครอ่ื งใช้ไฟฟ้า ที่ต้องการให้มี
ศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เท่ากับพ้ืนดิน เพ่ือทาให้เกิดความม่ันใจที่จะไม่ทาให้เกิดไฟฟ้าดูดในขณะใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
อุปกรณ์ไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าชนิดที่นิยมต่อสายดิน เช่น กล่องสวิตช์ประธาน กล่องสวิตช์นิรภัย เต้ารับชนิด 3 ขา หม้อหุงข้าว
เตาไมโครเวฟ เตารดี กระทะไฟฟา้ กระติกนา้ รอ้ นไฟฟา้ ตเู้ ยน็ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และเครอ่ื งทาน้าอุ่น เป็นต้น
การต่อสายดิน ทางด้านท่ตี ่อลงดินจะต้องต่อผ่านหลกั ดนิ (GroundRod) ท่ีฝังไว้ในดิน หลกั ดินผลติ จากโลหะตัวนา เช่น
แท่งเหล็กหุ้มทองแดงบริสุทธ์ิ มีขนาดความยาวมาตรฐานดังน้ี คือ 1.5, 1.8, 2.4 และ 3 เมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของหลัก
ดนิ มาตรฐานดังน้ี คือ 10, 11, 12.5, 15 และ 19 มิลลิเมตร นามาตอกฝังลงดินที่นาไฟฟ้าได้ดีในบริเวณบ้าน ช่วยให้กระแสท่ีรั่ว
ผ่านตัวถังอุปกรณ์ไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าไหลผ่านลงดินได้สะดวก หลักดิน อุปกรณ์ประกอบ และการต่อสายดิน แสดงดังรูปที่
7.15
(ก)หลักดินและอุปกรณ์ประกอบ (ข)การต่อสายดนิ
รูปท่ี 7.15หลักดิน อุปกรณป์ ระกอบ และการต่อสายดนิ
ประโยชนข์ องสายดินมดี งั นี้
1. ป้องกนั ไฟฟ้าดดู เมือ่ มกี ระแสรั่วจากอปุ กรณไ์ ฟฟา้ และเคร่ืองใชไ้ ฟฟา้
2. ทาให้มีแรงดันอ้างอิงเป็นศูนย์เท่ากับพื้นดินการต่อลงดินของระบบไฟฟ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า ของผู้ใช้
ไฟฟา้ จะช่วยป้องกันไมใ่ หอ้ ุปกรณ์ไฟฟา้ และเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าได้รบั ความเสียหายเมื่อเกิดความผิดปกติขนึ้ ในระบบการจา่ ยแรงดัน
3. ช่วยลดอนั ตรายจากการสมั ผสั แรงดนั ทีเ่ กดิ จากไฟฟ้ารัว่ ที่ตัวถงั โลหะของอุปกรณ์ไฟฟา้ และเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....อุปกรณ์ป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ .....................................
4. ช่วยให้มีการทางานสมบูรณ์เพ่ิมข้ึนของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าบางประเภทเช่นคอมพิวเตอร์เคร่ืองเสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ
อปุ กรณ์สือ่ สาร เปน็ ต้น ถ้าหากไมม่ สี ายดินอาจทาให้เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ เหลา่ นท้ี างานได้ไม่สมบูรณ์หรือเกดิ การชารุดเสียหายได้ง่าย
ระบบไฟฟ้าทจ่ี า่ ยมาจากแหลง่ จ่ายไฟฟ้า จะมีสายไฟเส้นสายดนิ จ่ายมาด้วยเชน่ เดียวกัน แตจ่ ะเปน็ สายดินอีกประเภทหน่ึง
ทีท่ าหนา้ ท่ีแตกต่างไป โดยทาหน้าท่ีช่วยให้อปุ กรณ์ไฟฟ้าและเครอื่ งใช้ไฟฟ้าสามารถทางานได้ เรียกสายดนิ ประเภทนี้ว่า สายดนิ ช่วย
ในการทางาน (functionalearthing conductor)เป็นสายดินที่ไม่เกี่ยวขอ้ งกบั เรอ่ื งความปลอดภัยมีไว้เพยี งเพือ่ ให้อุปกรณไ์ ฟฟ้าและ
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าสามารถทางานได้เท่านั้น ระบบไฟฟ้าที่จ่ายมาใช้งานของการไฟฟ้า มีด้วยกัน 2 ระบบ คือ ระบบเฟสเดียว
(SinglePhase) และระบบสามเฟส (ThreePhase) สาย ไฟฟา้ ท่ีจ่ายมายังอาคารบ้านเรือนทั้งสองระบบ จะมีสายไฟเส้นหนึ่งเป็น
สายดิน นยิ มเรียกวา่ สายศูนย์ (Neutral) เป็นสายเส้นที่ไม่มีไฟฟา้ จ่ายมา ซ่ึงก็คือสายดินของแหลง่ จา่ ยไฟฟ้า ส่วนสายไฟที่เหลือ
เป็นสายมีไฟฟ้าจา่ ย (Line) ลกั ษณะระบบไฟฟา้ จา่ ยมาจากแหล่งจา่ ยไฟฟา้ แสดงดงั รปู ท่ี 7.16
(L1)
(L) (L2)
(N) (L3)
(N)
(ก) ระบบไฟฟา้ เฟสเดยี ว (ข) ระบบไฟฟา้ สามเฟส
รูปท่ี 7.16 ระบบไฟฟา้ จา่ ยมาจากแหลง่ จ่ายไฟฟ้า
การตอ่ สายดินภายในอาคารบา้ นเรอื นอยู่อาศยั ควรปฏิบัตดิ งั น้ี
1. -สวิตช์นิรภยั หรือตสู้ วิตชป์ ระธานต้องตอ่ ระบบไฟฟา้ ทจี่ า่ ยเข้าบ้านลงดิน โดยใช้สาย ไฟฟ้าตอ่ กับสายศูนย์ (N) นาไปต่อ
ลงดินเขา้ กับหลักดินของบ้าน และห้ามต่อร่วมกันในท่ีอน่ื ๆอีกเช่นในแผงสวิตช์ย่อย ข้ัวสายศูนยต์ ้องมีฉนวนกั้นแยกจากตวั กล่องสว่ น
ขวั้ ตอ่ สายดนิ กับตัวตจู้ ะตอ่ ถึงกันและต่อลงสายดนิ ซ่งึ ข้วั สายศนู ยแ์ ละข้วั สายดนิ จะไมม่ ีการตอ่ ถึงกัน
2. อุปกรณ์ไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าชนิดที่มีตัวถังเป็นโลหะต้องต่อสายดิน โดยการเดินสายไฟต่อตัวถังที่เป็นโลหะของ
อปุ กรณ์ไฟฟ้าและเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าเหล่านั้น นาไปต่อลงดินทตี่ ้สู วติ ช์ประธานในตาแหน่งสายศูนย์ (N) ท่ตี อ่ ลงดินไวแ้ ลว้
3. ติดต้ังเต้ารับชนิด 3 รู ท่ีมีรูต่อสายดินอยู่ด้วย นารูสายดินของเต้ารับทุกจุดไปต่อลงดินที่ตู้สวิตช์ประธานในตาแหน่งสาย
ศูนย์ (N) ที่ต่อลงดนิ ไว้แลว้
4. ห้ามต่อสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับสายศูนย์ (N) หากต่อไว้เมื่อสายศูนย์ขาด จะทาให้ตัวถังโลหะของ
เคร่ืองใช้ไฟฟา้ มศี กั ยไ์ ฟฟา้ เท่ากับแรงดนั ของสายไฟเส้นมีไฟ ผูส้ ัมผสั ถกู ตัวถังโลหะอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดดู ได้ การตอ่ สาย
ดินของระบบไฟฟา้ ภายในอาคารบา้ นเรอื นอยอู่ าศยั แสดงดงั รูปที่ 7.17
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....อปุ กรณ์ป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ .....................................
(N)
(L)
G LN
G NL NL
G
N=
L=
G=
รปู ท่ี 7.17 การต่อสายดินของระบบไฟฟา้ ภายในอาคารบา้ นเรอื นอยู่อาศยั
7.7 การติดต้ังหลักดินและสายดนิ ทถ่ี กู ต้อง
หลักควรปฏบิ ัตใิ นการติดต้ังหลักดนิ และสายดนิ ที่ถกู ต้อง เปน็ ดังน้ี
1. หลักดินต้องทาด้วยวัสดุที่ทนต่อการผุกร่อนและไม่เป็นสนิม เช่น แท่งทองแดง แท่งเหล็กชุบหรือหุ้ม
ด้วยทองแดง ขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลาง 16 มม. ความยาวไมน่ ้อยกว่า 2.40 เมตร
2. เนื้อดินบริเวณที่ใช้ตอกหลักดินท่ีดีควรเป็นดินแท้ และต้องไม่ถูกขวางก้ันหรือล้อมรอบด้วยหิน กรวด
ทราย หรือแผ่นคอนกรตี เพราะเป็นอุปสรรคต่อการแพร่กระจายของกระแสลงสู่ดิน ทาให้ความต้านทานการต่อลง
ดินของหลักดนิ มคี ่าสูงเกนิ กว่ามาตรฐาน
3. หลักดินที่ดีเมื่อตอกลงดินแล้ว ต้องมีค่าความต้านทานการต่อลงดินไม่เกิน 5 โอห์ม ตามค่ามาตรฐาน
ของการไฟฟ้านครหลวง
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย....อปุ กรณป์ ้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน.....................................
4. ห้ามใช้ตะปูคอนกรีตตอกเข้าไปในผนังคอนกรีตหรือพื้นคอนกรีตแทนหลักดิน เพราะตะปูคอนกรีตไม่สามารถ
กระจายกระแสลงดินได้เม่ือมีไฟร่วั
5. ตาแหน่งของหลกั ดนิ ควรอยูใ่ กลก้ บั ตู้สวิตช์ประธาน
6. ห้ามแช่หลักดินในน้า เพราะเม่ือเกิดไฟรั่วจะแพร่กระจายไปกับน้า ทาให้เกิดอันตรายกับผู้ที่อยู่ในน้า
ถ้าจาเปน็ ต้องตอกหลักดินในนา้ ตอ้ งตอกให้มิดดนิ และสายต่อหลักดินต้องห้มุ ฉนวนป้องกันน้าให้มิดชิด
7. การต่อสายดินเข้ากบั หลกั ดิน แคลมป์ยึดหลกั ดนิ และสายต่อหลักดนิ ควรใชว้ สั ดชุ นิดเดยี วกัน เพอ่ื ไมใ่ ห้
มปี ญั หาการกดั กร่อน
8. ขนาดของสายดินท่ีใช้ต่อหลักดินต้องไม่เล็กกว่า 10 ตร.มม. จะต้องเป็นสายเส้นเดียวโดยตลอด และ
ควรมที ่อหรือฉนวนหมุ้ อยดู่ ้วย
9. ห้ามต่อสายดินผ่านฟิวส์หรือสวิตช์ตัดไฟรวั่ อัตโนมัติ นอกจากการต่อผ่านสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ และ
เมอ่ื สวติ ชต์ ัดวงจรอตั โนมตั ิทางาน ต้องตดั สายไฟฟา้ ทกุ เสน้ ของวงจรพรอ้ มสายดนิ ออกดว้ ย
7.8 บทสรุป
ฟิวส์เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า มีหน้าที่ตัดการจ่ายแรงดันและกระแสออกจากวงจร
เมอ่ื เกดิ การลัดวงจรและกระแสไหลเกินพกิ ัด ฟิวส์เกดิ การหลอมละลายทนั ที
สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ เป็นสวติ ชท์ ่ีสามารถตัดวงจรโดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไหลผ่านวงจรท่ีเกิดจากการ
ลดั วงจร หรอื จากกระแสไหลมากเกนิ พิกัด สวิตชจ์ ะตดั ไฟฟ้าออกจากวงจรทนั ที
สวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ เช่น ELCB GFCIRCCB และ RCBO เป็นต้น สามารถตัดวงจรได้อย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาที่กาหนด เม่ือมีกระแสไฟรั่วในปริมาณมากกวา่ พิกัดที่กาหนดไว้ เคร่ืองตัดไฟร่ัวเป็นอปุ กรณ์ป้องกันเสริม
กับระบบสายดิน ช่วยปอ้ งกันอันตรายจากไฟดดู
สวิตช์นิรภัย หรือสวิตช์ประธานเป็นสวิตช์ตัดไฟฟ้า อาจเป็นอุปกรณ์ตัดไฟหลักตัวเดียว หรืออยู่รวมกับ
สวิตชแ์ ละอุปกรณ์อ่ืนๆลักษณะโครงสร้างเป็นตู้โลหะปิดมิดชิด มีความแข็งแรงทนทาน ขณะต่อสวิตช์เขา้ วงจรเพ่ือ
จ่ายไฟฟา้ ไปใช้งาน ฝาตไู้ ม่สามารถเปิดออกได้
สายดนิ เปน็ สายไฟทาหนา้ ทช่ี ่วยป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้า และทาให้เกิดความปลอดภยั กับผู้ใช้ไฟฟ้าการ
ต่อสายดนิ ให้เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าเป็นสงิ่ สาคญั โดยตอ่ สายดนิ ผ่านลงดินด้วยหลกั ดินทฝ่ี ังไว้ในดนิ ชว่ ยใหก้ ระแสท่ีรัว่
ผา่ นตัวถังเคร่ืองใช้ไฟฟ้าไหลผ่านลงดินไดส้ ะดวก
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย....อุปกรณ์ป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ .......................................
แบบทดสอบหัดบทที่ 7
เร่อื ง อุปกรณป์ อ้ งกันไฟฟ้าและการตอ่ สายดิน
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรู้ของนกั ศึกษาเกย่ี วกบั เรื่อง อุปกรณ์ปอ้ งกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการตอ่ สายดนิ
เขยี นเครอ่ื งหมายกากบาท (X) ลงในข้อทถ่ี กู ต้องทสี่ ุด
1. ไฟไหมท้ เี่ กิดจากความรอ้ นของการใช้ไฟฟ้าเกดิ จากสาเหตใุ ดมากท่ีสุด
ก. ไฟฟ้าดดู ข. ไฟฟา้ ลัดวงจร
ค. ใชไ้ ฟฟ้าเกินพิกัด ง. ใช้ไฟฟ้าผดิ ประเภท
2. ฟวิ สใ์ ช้ในวงจรไฟฟ้าผลิตจากวัสดุประเภทใด ข. ตะกัว่
ก. ดบี ุก ง. ถูกทกุ ขอ้
ค. บสิ มทั
3. อปุ กรณต์ ามรูปคืออะไร ข. ฟิวส์หลอด
ก. ฟวิ สค์ วามร้อน ง. ฟวิ ส์เสน้
ค. ฟิวสป์ ลั๊ก
4. สวติ ช์ตดั วงจรอัตโนมตั ิ จะตัดวงจรโดยอัตโนมัติเมอื่ ไร
ก. มีกระแสไหลในวงจรเกินพิกัด
ข. มแี รงดันจ่ายในวงจรเกนิ พิกัด
ค. อปุ กรณ์ไฟฟ้าเกิดความร้อนสงู เกนิ พิกดั
ง. อุปกรณไ์ ฟฟา้ เกิดการชารดุ เสียหายขณะทางาน
5. อปุ กรณ์ปอ้ งกนั ไฟฟ้าท่ีสามารถป้องกันอนั ตรายจากไฟฟา้ ดดู ไดค้ ืออะไร
ก. สวิตชน์ ริ ภัย ข. สวิตช์ประธาน
ค. สวิตชต์ ัดวงจรอัตโนมตั ิ ง. สวิตชต์ ัดไฟฟา้ รวั่ อัตโนมัติ
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....อุปกรณป์ ้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ ........................................
แบบทดสอบหัดบทท่ี 7
เรื่อง อุปกรณ์ปอ้ งกนั ไฟฟ้าและการตอ่ สายดนิ
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรู้ของนักศึกษาเก่ยี วกบั เร่ือง อุปกรณ์ป้องกันอนั ตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ
เขียนเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในข้อทถี่ ูกต้องที่สดุ
6. สวติ ชต์ ัดกระแสเหลอื ในวงจรไฟฟ้าจะทางานเม่ือใด
ก. กระแสเหลือจากการใช้งาน
ข. กระแสไหลจากการลดั วงจรเกนิ พิกัด
ค. กระแสร่วั ไหลในเครื่องใช้ไฟฟ้าเกินพิกัด
ง. กระแสไหลผ่านเคร่ืองใช้ไฟฟ้าจากการทางานเกินพกิ ดั
7. สวิตช์นิรภัยเปน็ สวติ ช์ประเภทใด
ก. สวิตช์ตัดวงจรไฟฟา้ เม่ือเกิดกระแสเกินพิกัด
ข. สวิตช์ตดั ตอ่ การจา่ ยแรงดันเข้าบ้านเรือน
ค. สวิตช์ตัดวงจรไฟฟา้ เม่ือกระแสลัดวงจร
ง. สวิตช์ตัดวงจรไฟฟ้าโดยอตั โนมตั ิ
8. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชนใ์ นการต่อสายดนิ
ก. ช่วยเพิ่มประสทิ ธภิ าพในการทางานของเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ใหส้ งู ขนึ้
ข. ปอ้ งกันการเกิดกระแสไหลผ่านร่างกายมนษุ ย์ลงดิน
ค. ชว่ ยให้กระแสรั่วไหลผา่ นสายดนิ ลงดนิ ได้สะดวก
ง. ปอ้ งกันอนั ตรายทอ่ี าจเกดิ จากการรว่ั ของกระแส
9. การตอ่ สายดินให้กับเคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ข้อใดถูกต้องเหมาะสม
ก. นาสายดนิ เครอื่ งใช้ไฟฟ้ายึดตดิ เข้ากบั ก๊อกประปาในบา้ น
ข. นาสายดนิ เครื่องใช้ไฟฟา้ ยึดเข้ากับหลักตอ่ สายดินท่ีฝงั ลงดนิ
ค. นาสายดนิ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ไปต่อเข้าสายศูนย์ของสายไฟฟา้ ในบ้าน
ง. ยึดสายดนิ เครื่องใชไ้ ฟฟา้ เขา้ กบั ตะปูคอนกรตี ท่ีตอกไว้กบั ฝาผนังคอนกรตี
10. หลักสายดินทด่ี ที ี่สดุ ควรใชว้ ัสดุชนดิ ใด
ก. เหล็กเคลือบสังกะสี ข. อะลมู ิเนียม
ค. ทองแดง ง. เหลก็
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....อุปกรณป์ ้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ .......................................
เรื่อง....................อุปกรณ์ปอ้ งกันอนั ตรายจากไฟฟา้ ……………….........จานวนชัว่ โมงสอน...........................
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้
- จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม 1. ฟวิ ส์หลอดดี, ฟิวสห์ ลอดขาด ชนิดละ 1 ตวั
1. วัดทดสอบการทางานของอุปกรณ์ปอ้ งกันอันตราย 2. สวติ ช์ตัดไฟฟ้ารัว่ อตั โนมตั ิ ELCB 1 ตวั
จากไฟฟ้าได้ 3. ชดุ วงจรหลอดคอมแพกตช์ นิดบลั ลาสตภ์ ายใน (ปลั๊ก,
2. ต่อวงจรไฟฟ้าแสงสวา่ งรว่ มกบั สวิตช์ตดั ไฟฟ้ารั่ว สวิตช,์ ชุดฐานหลอด, หลอดคอมแพกต์) หรอื ชุด
อัตโนมตั ไิ ด้ หลอดไฟชนดิ อ่ืน 1 ชดุ
3. มีความกระตอื รือร้นต่อการทางาน 4. เทปพันสายไฟ 1 มว้ น
5. มลั ติมิเตอรช์ นดิ เข็มช้ี 1 เครอื่ ง
6. สายต่อวงจร 1 ชุด
- ลาดับขัน้ การทางาน ขอ้ ควรระวัง
1. ตงั้ มัลติมเิ ตอรไ์ ปท่ยี ่านวัดโอหม์ 1 .......................................................................................
2. ช็อตปลายสายวัดท้งั สองของโอห์มมิเตอรเ์ ขา้ ด้วยกัน .......................................................................................
ปรบั แต่งป่มุ ปรับ 0 ΩADJ ให้เขม็ ช้โี อหม์ มิเตอรช์ ท่ี ่ี มอบงาน
ตาแหนง่ 0 Ω พอดีทางขวามือ .......................................................................................
3. ใชโ้ อหม์ มเิ ตอร์วัดท่ขี วั้ โลหะทัง้ สองของฟวิ ส์หลอด .......................................................................................
ท้ังตัวฟิวสข์ าดและตวั ฟิวสด์ ี บันทกึ ค่าความต้านทานทีว่ ดั วัดผล/ประเมินผล
ไดล้ งในตารางท่ี 7.1 แถวฟิวส์ยา่ น 1 ในช่องขาด หรอื 1.ประเมินผลจาความตงั้ ใจในการปฏิบัติงาน
ชอ่ งดี ชอ่ งใดช่องหนึง่ การวัดแสดงดังรปู ที่ 7.1 (ก) 2.ประเมนิ ผลจากงานท่ีได้รบั มอบหมาย
4. เปล่ียนจากฟิวสม์ าวัดสวิตช์ตดั ไฟฟา้ รว่ั อตั โนมัติที่
ข้วั ต่อไฟเข้า ขณะยงั ไม่โยกสวิตช์ต่อวงจร และขณะโยก
สวิตชต์ อ่ วงจร บันทกึ ค่าความตา้ นทานทวี่ ดั ได้ลงใน
ตารางที่ 7.1 แถวช่องสวิตชต์ ัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติย่าน 1
ท่ี N และ N1 และท่ี L และ L1 และสลับไปสลับมา
ตามลาดับ ในช่องตดั วงจร หรือชอ่ งต่อวงจร ตามสภาวะ
การทางาน การวัดแสดงดงั รูปท่ี 7.1 (ข)
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย....อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน...................................
เรือ่ ง...................อปุ กรณป์ ้องกันอนั ตรายจากไฟฟา้ ..........................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
N N1
(ก)วัดฟวิ สห์ ลอดดว้ ยโอห์มมิเตอร์ย่าน x1 L L1
(ข) วดั สวติ ช์ ELCBดว้ ยโอห์มมเิ ตอรย์ ่าน x1
รปู ท่ี 7.1 ใช้โอห์มมิเตอรว์ ดั ฟิวสแ์ ละสวติ ช์ ELCB ดีหรอื ต่อวงจร (Ω)
ตารางท่ี 7.1คา่ ความต้านทานท่ีตัวฟวิ สห์ ลอด
อุปกรณท์ ีว่ ดั ยา่ นโอหม์ ทีต่ ้ังวัด ขาดหรอื ตัดวงจร (Ω)
ฟวิ ส์ x1
สวิตช์ตดั ไฟฟ้าร่ัว x10k
อตั โนมตั ิ
x1 ท่ี N และ N1
x1 ท่ี L และ L1
x1 ท่ี N และ L1
x1 ท่ี L และ N1
x10k ท่ี N และ N1
x10k ท่ี L และ L1
x10k ท่ี N และ L1
x10k ที่ L และ N1
5. ตั้งโอห์มมิเตอร์ไปที่ย่านวัด 10k ปรับแต่งโอหม์ มิเตอร์ให้พร้อมใชง้ าน นาไปวดั ฟิวส์ขาดและฟิวส์ดีอีกครง้ั (ขณะ
วัดห้ามจับปลายเข็มวัดส่วนโลหะท้ังสองด้วยมือท้ังสองข้าง จับส่วนโลหะได้ด้านเดียว) บันทึกค่าความต้านทานท่ี
วดั ได้ลงในตารางท่ี 7.1 แถวฟิวส์ย่าน 10k ในช่องขาด หรอื ช่องดี ชอ่ งใดชอ่ งหนง่ึ
6. เปลย่ี นจากฟิวสม์ าวัดสวิตชต์ ดั ไฟฟา้ รวั่ อัตโนมัติที่ขว้ั ต่อไฟเข้า ขณะยังไม่โยกสวติ ช์ต่อวงจร และขณะโยกสวติ ช์
ตอ่ วงจร บนั ทึกค่าความต้านทานท่ีวดั ไดล้ งในตารางท่ี 7.1 แถวชอ่ งสวติ ช์ตดั ไฟฟา้ รั่วอัตโนมัติยา่ น 10k ที่ N และ
N1 และที่ L และ L1 และสลับไปสลับมา ตามลาดบั ในช่องตัดวงจร หรือชอ่ งตอ่ วงจร ตามสภาวะการทางาน
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....อปุ กรณป์ ้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดนิ ................................
เรอื่ ง...................อุปกรณป์ ้องกนั อนั ตรายจากไฟฟ้า.......................................จานวนชัว่ โมงสอน.................
7. ขณะโยกสวิตช์ตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ (ELCB) ให้ต่อวงจร (ON) ทดสอบการทางานของสวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ
(ELCB) โดยกดปุ่มทดสอบ (Test) ผลที่เกิดเป็นเช่นไร (สวิตช์ตัดวงจรหรือไม่) ....................... เป็นเพราะเหตุใด
......................................................................
8. ประกอบวงจรหลอดคอมแพกต์เข้ากบั สวิตช์ตดั ไฟฟา้ รว่ั อัตโนมตั ติ ามรปู ท่ี 7.2 สวิตช์ ELCB ยงั ไม่ต่อวงจร (OFF)
N
L
220 V
รปู ที่ 7.2 วงจรหลอดคอมแพกต์ต่อร่วมกบั สวติ ชต์ ดั ไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ (ELCB)
9. ตรวจสอบการตอ่ วงจรอีกครัง้ โดยเพื่อนในกลุ่มชว่ ยตรวจไลว่ งจร
10. นาปลั๊กไฟไปเสียบแหล่งจ่ายแรงดัน 220 VAC ให้ปล๊ักขั้วท่ีต่อเข้ากับขั้ว L ของสวิตช์ตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ (ELCB) เสียบเข้ากับขั้ว
แหล่งจ่ายทม่ี ีไฟ และปลั๊กข้วั ที่ต่อเข้ากับขั้ว N ของสวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอตั โนมตั ิ (ELCB) เสยี บเข้ากบั ขั้วแหล่งจา่ ยทไี่ มม่ ีไฟ โยกสวิตช์
ตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ (ELCB) ให้ต่อวงจร(ON) จ่ายไฟให้วงจรหลอดคอมแพกต์ ผลท่ีเกิดเป็นเช่นไร (หลอดติดหรือดับ)
.......................................................
11. ทดสอบการทางานของสวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) โดยกดปุ่มทดสอบ (Test) ผลท่ีเกิดเป็นเช่นไร (หลอดติดหรือดับ)
.......................... เปน็ เพราะเหตุใด ..............................
..............................................................................................................................................
12 . โย ก ส วิ ต ช์ ตั ด ไฟ ฟ้ า ร่ั ว อั ต โน มั ติ (ELCB) ต่ อ ว งจ ร อี ก ค รั้ ง ผ ล ท่ี เกิ ด เป็ น เช่ น ไร (ห ล อ ด ติ ด ห รื อ ดั บ )
........................................................
13. กลับขั้วปลั๊กไฟไปเสียบแหล่งจ่ายแรงดัน 220 VAC ให้ปลั๊กขั้วที่ต่อเข้ากับข้ัว L ของสวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) เสียบเข้า
กับขั้วแหล่งจ่ายที่ไม่มีไฟ และปลั๊กข้ัวที่ต่อเข้ากับขั้ว N ของสวิตช์ตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ (ELCB) เสียบเข้ากับขั้วแหล่งจ่ายที่มีไฟ
โยกสวิตช์ตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ (ELCB) ให้ต่อวงจร(ON) จ่ายไฟให้วงจรหลอดคอมแพกต์ ผลที่เกิดเป็นเช่นไร (หลอดติดหรือดับ)
.......................................................
14. ทดสอบการทางานของสวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) โดยกดปุ่มทดสอบ (Test) ผลท่ีเกิดเป็นเช่นไร (หลอดติดหรือดับ)
.......................... เป็นเพราะเหตุใด ..............................
..............................................................................................................................................
พส.13
ใบงาน (Job Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย....อปุ กรณ์ป้องกนั อันตรายจากไฟฟ้าและการต่อสายดิน................................
เร่ือง...................อุปกรณป์ ้องกันอนั ตรายจากไฟฟ้า.........................................จานวนชวั่ โมงสอน.................
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................... ......................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. การกดป่มุ ทดสอบ (Test) สวิตชต์ ดั ไฟฟา้ ร่วั อตั โนมัติ (ELCB) เม่ือโยกสวติ ชต์ อ่ วงจร (ON) ในขณะที่สวิตช์ตัด
ไฟฟ้ารัว่ อัตโนมัติ (ELCB) ไมจ่ ่ายไฟฟ้าให้ และจ่ายไฟฟา้ ให้ เกดิ ผลการทางานแตกต่างกันอยา่ งไร
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. .......................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ......................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้ พส.9
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น หนว่ ยที.่ .....8.....
ชอ่ื หน่วย............................................ตวั ต้านทาน........................................ เวลารวม..72...ชม.
เรอ่ื ง..............................................ตวั ต้านทาน............................................. สปั ดาห์....10.../18
จานวน.......4..ชม.
1. สาระสาคัญ
ชนิดของตัวตา้ นทานแบ่งออกได้ตามวัสดุท่ีใช้ผลิต คือวัสดุประเภทโลหะทามาจากโลหะผสมของนิกเกิล
แคดเมยี ม ทองแดง แมงกานีส และโครเมยี ม เป็นต้น ส่วนวัสดุประเภทอโลหะ ทามาจากผงคาร์บอนอัด หรือฟิล์ม
คาร์บอน และแบ่งออกได้ตามรูปแบบที่ผลิต ได้แก่แบบคงที่ แบบแบ่งค่า แบบเปลี่ยนค่า แบบปรับค่า และแบบ
พิเศษ แต่ละแบบของตัวต้านทานทีผ่ ลติ ข้นึ มาสามารถใชว้ ัสดไุ ดท้ ้ังประเภทโลหะและประเภทอโลหะ
การอ่านค่าความต้านทานท่ีแสดงไว้บนตัวต้านทานอ่านได้หลายแบบแล้วแต่แบบที่บอกค่าไว้ เช่นแบบ
แสดงค่าออกมาโดยตรง แบบนี้จะพิมพ์ค่าความต้านทานบอกไว้สามารถอ่านออกมาได้โดยตรง แบบแสดงค่าเป็น
รหัส แบบนี้จะพิมพ์ค่าความต้านทานบอกไว้สามารถอ่านออกมาได้โดยตรง และแบบแสดงค่าเป็นแถบสี แบบนี้ต้อง
แปลงแถบสีให้เป็นตัวเลขก่อน แปลงรหัสตัวเลขเป็นค่าความต้านทาน จัดหน่วยให้ถูกต้องจึงจะอ่านค่าความ
ตา้ นทานออกมาได้ แถบสีที่บอกไว้ทัง้ 4 แถบสี และแบบ5แถบสี
2. สมรรถนะประจาหน่วย
1.สามารถอา่ นค่าความตา้ นทานและต่อใชง้ านตวั ต้านทานได้อยา่ งถูกต้อง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.บอกหนา้ ท่ีของอุปกรณ์ป้องกนั อันตรายในระบบไฟฟ้า
2.อธิบายชนิดของตัวตา้ นทานตามประเภทวัสดทุ ่ีใช้ได้
3.อธบิ ายลกั ษณะของตัวต้านทานตามรปู แบบที่ผลิตได้
4.อา่ นค่าความต้านทานจากรหัสตัวเลขตวั อักษรได้
5.อ่านค่าความต้านทานจากรหัสสีได้
6.คานวณคา่ การต่อตวั ตา้ นทานแบบตา่ งๆได้
4. สาระการเรียนรู้
1.ความตา้ นทานในวัตถุ
2.ตวั ตา้ นทานตามประเภทวัสดุทใ่ี ช้
3.ตวั ต้านทานตามรปู แบบผลติ
4.การอ่านความต้านทานจากรหสั ตวั เลขตวั อักษร
5.การอ่านความตา้ นทานจากรหสั สี
6.การตอ่ ตวั ต้านทาน
7.บทสรปุ
5. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
- แบง่ กลุ่มเรียน ร่วมกนั ปฏบิ ัติใบงาน โดยใหเ้ พื่อนชว่ ยสอนเพ่อื น
6. กิจกรรมการเรียนรู้
-ตรวจความพร้อมของผเู้ รยี นโดยการให้เข้าแถวแล้วขานชอ่ื เชค็ การมาเรยี นสาย ตักเตือนให้ความรู้
เก่ยี วกับความมวี นิ ัย
ขัน้ นา
-นาเขา้ สู่บทเรียน โดยถามนักเรยี นเกีย่ วกบั ความตา้ นทานภายในวตั ถุ
-นกั เรียนช่วยกันตอบคาถามตามความเข้าใจของแตล่ ะคน
ข้นั สอน
-ครูอธิบายเร่ือง ของตัวต้านทาน, ชนดิ , การอา่ นค่า, การต่อใชง้ าน, การคานวณคา่ ความต้านทาน
-นักเรียนฟังการบรรยายจากครผู ูส้ อน, ศกึ ษาจากส่ือ/หนงั สือ, ซกั ถามปญั หาขอ้ สงสัย
-ครซู ักถามเก่ยี วกบั การคานวณคา่ ความตา้ นทาน
-นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกับ การคานวณค่าความต้านทาน
-ให้นักเรียนแบง่ กลุ่มทาใบงานเร่ือง ตวั ต้านทาน
-นกั เรยี นจดบันทึกย่อ, ถามตอบ, ชว่ ยเหลือกนั ในกลุ่ม, ทาใบงาน
-ครูให้คาแนะนานักเรียนนาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน
-ครตู รวจสอบการปฏิบัติงาน
-ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นถามปญั หาและข้อสงสัยจากเนอ้ื หา โดยครเู ปน็ ผู้ตอบปัญหาที่เกดิ ข้ึนระหวา่ งการ
เรียนการสอน
-นักเรียน ถามปัญหาและข้อสงสัยท่เี กดิ ข้ึน
-ครูให้นกั เรยี นสบื ค้นขอ้ มูลจากอินเตอร์เน็ต
-นกั เรียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอนิ เตอร์เน็ต
ขน้ั สรุป
-ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ เนอื้ หาที่ได้เรียนให้มีความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกัน
-นักเรยี นรว่ มกันสรุปเนอื้ หาที่ไดเ้ รยี นให้มีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน
-ครใู หน้ ักเรียนทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 8
-นักเรยี นทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 8
-ครูให้นักเรยี นทาแบบทดสอบ
-นักเรยี นทาแบบทดสอบ
-ครใู ห้นักเรยี นศึกษาเพ่ิมเติมจากแหล่งความรูน้ อกห้องเรียน
-นกั เรยี นศึกษาเพม่ิ เติมจากแหล่งความร้นู อกหอ้ งเรียน
7. บรรยากาศที่ส่งเสริมและพฒั นาผเู้ รียน
- บรรยากาศแห่งความท้าทาย เพ่อื เปน็ แรงกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนไดป้ ฏิบัติงานใหส้ าเรจ็
- ผ้เู รียนมคี วามสนใจในการเรียน เนอ่ื งจากการสอนแบบเพ่ือนช่วยเพ่อื น ทาใหผ้ ู้เรยี นได้แสดงความคิดเหน็ และได้
แลกเปล่ยี นความรู้ ส่งผลให้เกิดผลการเรยี นรูท้ ี่ดี
8. คณุ ธรรม จริยธรรมประจาหน่วย
- ความรับผิดชอบ
- ตรงต่อเวลา
- ความซ่ือสตั ย์
- รกั ษาความปลอดภัย
9. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรียนเรือ่ ง ความตา้ นทาน
2. ใบงาน
3. แบบทดสอบหลังเรยี น
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เรอื่ ง ความต้านทาน
10. การวดั ผลและประเมินผล
1. กาหนดการประเมินทักษะพิสัย
2. เครอ่ื งมือทใ่ี ชป้ ระเมินทักษะพิสัย
3. เครือ่ งมือการประเมินจิตพิสยั
11. หลักฐานการเรียนรู้
- ใบงานเรอ่ื ง ความต้านทาน
12. เอกสารอ้างอิง
หนงั สอื ประกอบการเรยี นรายวชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ ของสานกั พมิ พ์ ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ
เรยี บเรยี ง โดย พันศักดิ์ พฒุ ิมานิตพงศ์
พส.10
เคร่อื งมือทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2
แบบประเมินแบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑ์การให้คะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมิน
1.ความตา้ นทานในวตั ถุ
2.ตัวตา้ นทานตามประเภทวสั ดทุ ใี่ ช้
3.ตัวต้านทานตามรปู แบบผลิต
4.การอา่ นความตา้ นทานจากรหัสตวั เลขตัวอักษร
5.การอา่ นความตา้ นทานจากรหสั สี
6.การต่อตัวตา้ นทาน
รวม
รวมทั้งหมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)
พส.11
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหสั วิชา...........................ชอ่ื วชิ า.........................................................................................ระดบั ช้นั ปวช. ปวส.
สาขางาน......ช..ย....1../..1..,..ช..ก....1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช....1...............................................สปั ดาหท์ ี่..........วันท่สี อน..............................................
หน่วยท่.ี ...........ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จานวน................ชวั่ โมง
จานวนผเู้ รียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มาเรียน............6..2..........คน ขาดเรยี น...1..2....คน ลาป่วย....-.....คน ลากจิ .....-.....คน
1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
ลงชอื่ .......................................................ครูผู้สอน
(............................................................)
........../................/............
ความเห็น................................................................................. ความเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................หัวหนา้ แผนกวชิ า ลงชื่อ............................................รองผ้อู านวยการฝ่ายวชิ าการ
(............................................................) (นางสาวนศิ ากร เจรญิ ด)ี
............/................../............ ............/................../............
ความเหน็ ผอู้ านวยการ.................................................................................
....................................................................................................................
ลงชอ่ื ...........................................
(นางสาวสุมีนา แดงใจ)
ผู้อานวยการวทิ ยาลัยการอาชพี นครปฐม
............/................../............
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย.8.....ตัวตา้ นทาน................................................................................................
เร่ือง................ตัวต้านทาน........................................................................จานวนชัว่ โมงสอน..........4.............
จุดประสงค์การเรยี นรู้ รายการเรียนรู้
- จดุ ประสงคท์ ว่ั ไป
1.เพ่อื ให้มคี วามเรื่องความตา้ นทานในวัตถุ 1.ความตา้ นทานในวัตถุ
2.เพื่อให้มีความรู้เร่ืองของตัวต้านทานตามประเภทวัสดุที่ 2.ตัวต้านทานตามประเภทวัสดุท่ใี ช้
ใช้ 3.ตัวต้านทานตามรูปแบบผลิต
3.เพื่อให้มีความรเู้ ก่ียวกับตวั ต้านทานตามรปู แบบผลิต 4.การอ่านความตา้ นทานจากรหัสตวั เลขตัวอักษร
4.เขา้ ใจหลักการอ่านความตา้ นทานจากรหัสตัวเลข 5.การอ่านความตา้ นทานจากรหัสสี
ตัวอักษร 6.การตอ่ ตัวต้านทาน
5.มีความรู้เกยี่ วกับการอา่ นความตา้ นทานจากรหัสสี
6.มีความรู้เกี่ยวกับการต่อตัวต้านทาน
- จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1.บอกหน้าท่ีของอปุ กรณป์ ้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า
2.อธบิ ายชนดิ ของตวั ตา้ นทานตามประเภทวสั ดทุ ี่ใช้ได้
3.อธบิ ายลกั ษณะของตัวต้านทานตามรปู แบบที่ผลติ ได้
4.อ่านคา่ ความตา้ นทานจากรหัสตัวเลขตวั อักษรได้
5.อ่านค่าความต้านทานจากรหัสสไี ด้
6.คานวณค่าการต่อตวั ตา้ นทานแบบต่างๆได้
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย..ตวั ตา้ นทาน.............................................................................................
8.1 ความต้านทานในวัตถุ
สิ่งต่างๆ ทุกชนิดท่ีกาเนิดขึ้นบนโลก ไม่ว่าเป็นของแข็ง ของเหลว วัตถุ ธาตุ รวมถึงสิ่ง มีชีวิตทั้งหมดจะมี
คา่ ความตา้ นทาน (Resistance) ประกอบร่วมอยู่ด้วยเสมอ ความหมายของคาว่าความต้านทาน คอื แรงต้านจาก
วัตถุต่างๆ ทาหน้าท่ีต้านการไหลของกระแสให้ผ่านไปได้มากหรือน้อย ความต้านทานน้ีมีผลต่อการทางานของ
อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบการทางานของวงจรทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ช่วยทาให้
ระบบการทางานตา่ งๆ มคี วามถกู ตอ้ งสมบรู ณต์ ามตอ้ งการ
ในวัตถุต่างชนิดกันค่าความต้านทานที่เกิดขึ้นภายในวัตถุเหล่าน้ันจะแตกต่างกันไป วัตถุบางชนิดมีความ
ต้านทานต่ามักถูกเรียกว่า ตัวนา (Conductor) วัตถุบางชนิดมีความต้านทานสูงมักถูกเรียกว่า ฉนวน (Insulator)
เมือ่ นาวัตถุตา่ งชนิดกันมาเปรียบเทียบค่าความต้านทานกันจะพบว่ามคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งมาก แสดงได้ดงั ตาราง
ที่ 8.1
ตารางที่ 8.1 เปรียบเทยี บค่าความต้านทานของวตั ถุต่างชนิดกัน
ช่อื วัตถุ ความตา้ นทาน
(โอห์ม – เซนติเมตร ที่ 20C)
เงนิ 1.6 x 10-6
ทองแดง 1.7 x 10-6
อะลูมิเนียม 2.8 x 10-6
คารบ์ อน 4 x 10-3
เจอรเ์ มเนียม 65
ซลิ ิคอน 55 x 103
แกว้ 17 x 1012
ยาง 1018
จากการท่ีความต้านทานมีความสาคัญ และมีบทบาทต่อการทางานในวงจรไฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนิกส์ ทา
ให้มีการผลิตตัวต้านทาน (Resistor) ข้ึนมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ตัวต้านทานที่ผลิตข้ึนมาน้ีมีค่าความต้านทานที่
แตกต่างกัน หลากหลายค่าใช้งาน ช่วยอานวยความสะดวกต่อการนาไปใช้งานหน้าที่ของตัวต้านทานในวงจรไฟฟ้า
และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ คือ จากดั การไหลของกระแสในวงจร กาหนดระดับแรงดันท่ีต้องการใช้งานในวงจร และ
ทาใหเ้ กดิ กาลังไฟฟา้ ขนึ้ มาตามต้องการ รูปรา่ งลักษณะของตัวต้านทานแบบต่างๆ แสดงดังรูปที่ 8.1
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์เบอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอื่ หน่วย..ตวั ต้านทาน.............................................................................................
(ก) แบบคา่ คงท่ี (ข) แบบปรับคา่ ได้
รูปท่ี 8.1 รูปรา่ งลักษณะของตัวตา้ นทานแบบต่างๆ
8.2 ตวั ต้านทานตามประเภทวัสดุที่ใช้
ตัวต้านทานท่ีผลิตมาใช้งานมีมากมายหลายประเภท หลายชนิด หลายรูปแบบ และหลายโครงสร้าง เพ่ือ
ความสะดวกและเกิดความเหมาะสมกับการนาไปใช้งาน เม่ือแบ่งตามวัสดุที่ใช้ในการผลิตมี 2 ประเภท คือ
ประเภทโลหะ (Metallic Type) และประเภทอโลหะ (Non - Metallic Type)
8.2.1 ตวั ต้านทานประเภทโลหะ
โลหะท่ีนามาใช้ในการผลิตตัวต้านทานมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น นิกเกิล สังกะสี แคดเมียม
ทองแดง โครเมียม และแมงกานีส เป็นต้น หรือจากส่วนผสมของโลหะเหล่านี้ สร้างข้ึนมาในรูปเส้นลวด (Wire)
และแถบลวด (Ribbon) นาไปพันรอบแกนเซรามิก (CeramicCore) ต่อปลายลวดท้ังสองเข้ากับขาโลหะตัว
ต้านทาน ลักษณะการผลิตตัวต้านทานประเภทโลหะ แบ่งออกไดห้ ลายชนิด ดังน้ี ตัวต้านทานชนิดลวดพนั หรอื ตัว
ต้านทานชนิดไวร์วาวด์ (Wire Wound Resistor) ตัวต้านทานชนิดฟิล์มโลหะ (Metal Film Resistor) และตัว
ตา้ นทานชนดิ ฟิลม์ สนมิ โลหะ (Metal Oxide Film Resistor)
1. ตัวต้านทานชนดิ ลวดพัน เป็นตัวต้านทานท่ีใช้ลวดโลหะผสมพนั บนแกนเซรามิก ผิวด้านนอก
เคลือบด้วยฉนวนอีกช้ันหน่ึง อาจผลิตขึ้นมาเป็นแท่งทรงกระบอกยาว หรือเป็นแบบท่อนกลม การตอ่ ขาออกมาใช้
งานมีตง้ั แต่ 2 ขาขนึ้ ไป ลักษณะตัวต้านทานแบบลวดพัน แสดงดังรปู ท่ี 8.2
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย..ตวั ต้านทาน.............................................................................................
(ก) แบบทรงกระบอก (ข) แบบท่อนกลม
รูปที่ 8.2 ตวั ตา้ นทานแบบลวดพัน
ค่าความต้านทานของตัวต้านทานแบบลวดพันน้ี ข้ึนอยู่กับขนาดของเส้นลวดที่ใช้พันไว้ ถ้าใช้เส้น
ลวดเส้นใหญ่ความต้านทานมคี ่าต่า ถ้าใช้ลวดเสน้ เล็กความต้านทานมีค่าสูงข้ึน และขึ้นอยู่กับความยาวของเส้นลวด
ท่ีพนั ไว้ ถ้าลวดมีความยาวนอ้ ยความต้านทานมคี า่ ตา่ ถา้ ลวดมคี วามยาวมากข้ึนความต้านทานมคี ่าสูงข้ึน
ข้อดีของตัวตา้ นทานชนิดน้ี คือ สามารถสร้างให้มีคา่ ทนกาลังไฟฟ้า (วัตต์) ได้สูงมากขน้ึ จนถึงเป็น
พนั วตั ต์ข้ึนไป ค่าความต้านทานมีความคงท่ดี ีตอ่ อุณหภมู ิท่ีเปลี่ยนแปลง และเกดิ ความคลาดเคล่อื นต่า
2. ตัวต้านทานชนิดฟิล์มโลหะ เป็นตัวต้านทานประเภทโลหะอีกชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันนิยมผลิต
ขึ้นมาใช้งาน เป็นตัวต้านทานท่ีมีขนาดการทนกาลังไฟฟ้าต่า โครงสร้างของตัวต้านทานชนิดนี้ประกอบด้วยแกน
เซรามิกทรงกระบอกขนาดต่างๆ ใช้โลหะจาพวกพวกนิกเกิล (Nickel) หรือโครเมียม(Chromium) แผ่นบางๆ ในรูป
ของฟิล์มโลหะเคลือบท่ีผิวเซรามิก โดยทาการเคลือบในสุญญากาศ และส่งไปผ่านความร้อนสูงทาให้เกิดการยึด
เกาะแน่น นาไปตัดให้เป็นเกลียวพันรอบแกนแบบต่อเนื่องจากปลายด้านหนึ่งไปยังปลายอีกด้านหน่ึง และมีฝา
ครอบโลหะครอบฟิล์มโลหะที่ปลายทั้งสองด้านต่อออกมาเป็นขาตัวต้านทาน ลักษณะตัวต้านทานชนิดฟิล์มโลหะ
แสดงดังรูปที่ 8.3
รปู ท่ี 8.3 ตวั ต้านทานชนิดฟลิ ์มโลหะ รูปท่ี 8.4 ตัวตา้ นทานชนิดฟิล์มสนิมโลหะ
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย..ตัวต้านทาน.............................................................................................
3. ตัวต้านทานชนิดฟิล์มสนิมโลหะ เป็นตัวต้านทานประเภทโลหะ ที่ใช้สนิมโลหะมาผลิตเป็นตัวต้านทานแทน
โลหะ ปัจจุบันนิยมผลิตข้ึนมาใช้งานเป็นประเภทตัวต้านทานขนาดทนกาลังไฟฟ้าต่า โครงสร้างของตัวต้านทาน
ชนิดน้ีประกอบด้วยแกนเซรามิกทรงกระบอกขนาดต่างๆ ใช้ดีบุกคลอไรด์ (Tin Chloride) พ่นเคลือบท่ีผิวเซรามิก
โดยรอบในรูปของฟิล์มในสุญญากาศ และส่งไปผ่านความร้อนสูง จะได้ฟิล์มสนิมดีบุก (Tin Oxide Film) ออกมา
นาไปตัดให้เป็นเกลียวพันรอบแกนแบบต่อเนื่องจากปลายด้านหน่ึงไปยังปลายอีกด้านหนึ่ง และมีฝาครอบโลหะ
ครอบฟิล์มสนิมโลหะท่ีปลายท้ังสองด้านต่อออกมาเป็นขาตัวต้านทาน ลักษณะตัวต้านทานชนิดฟิล์มสนิมโลหะ
แสดงดังรปู ท่ี 8.4
8.2.2 ตัวต้านทานประเภทอโลหะ
ตัวต้านทานประเภทอโลหะ เป็นตัวต้านทานท่ีผลิตขนึ้ มาจากวัสดุท่ไี ม่ใช่โลหะ วัสดุอโลหะที่นยิ ม
นามาใช้ผลิตตัวต้านทาน ได้แก่ คาร์บอน (Carbon) โดยอยู่ในรปู ผงคาร์บอน เมื่อต้องการผลิตตัวต้านทานก็นาไป
ผสมรวมกับวัสดุฉนวนกับกาวอัดให้แน่น ลักษณะการผลิตตัวต้านทานประเภทอโลหะ แบ่งออกได้ 2 ชนิด ดังน้ี ตัว
ต้านทานชนิดคารบ์ อน (Carbon Resistor) และตัวต้านทานชนิดฟิลม์ คาร์บอน (Carbon Film Resistor)
1. ตัวต้านทานชนิดคาร์บอน เป็นตัวตา้ นทานท่ีผลิตขึ้นมาใชง้ านในสมยั เริ่ม แรก และถูกใช้งาน
เร่ือยมา ในปัจจุบันตัวต้านทานชนิดนี้มีการผลิตมาใช้งานลดลง การผลิตโดยนาผงคาร์บอนผสมกับกาวและวัสดุ
พวกฉนวน อัดรวมกันให้แน่นเป็นทรงกระบอก ต่อขาตัวนาออกท่ีปลายท้ังสองด้านของคาร์บอนทรงกระบอก และ
เคลอื บปดิ ผวิ ดา้ นนอกด้วยฉนวนอีกชั้นหนึ่ง
ค่าความต้านทานของตัวต้านทานชนิดนี้ ข้ึนอยู่กับความหนาแน่นของผงคาร์บอนที่อัดขึ้นรูป ความ
หนาแน่นเปล่ียนแปลงทาให้ความต้านทานเปล่ียนแปลงตามไปด้วย ถ้าความหนาแน่นน้อยค่าความต้านทานต่า
และความหนาแน่นมากค่าความต้านทานสูง ข้อเสียของตัวต้านทานชนิดน้ี คือมีค่าความผิดพลาดของความ
ต้านทานสูง อุณหภูมิมีผลต่อความต้านทานมาก และนาไปใช้งานได้ในย่านความถต่ี ่าเท่านั้น ลักษณะตัวต้านทานชนิด
คาร์บอน แสดงดังรปู ท่ี 8.5
รูปที่ 8.5 ตัวตา้ นทานชนิดคารบ์ อน รปู ท่ี 8.6 ตัวต้านทานชนิดฟลิ ์มคารบ์ อน
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย..ตัวต้านทาน.............................................................................................
2. ตัวต้านทานชนิดฟิล์มคาร์บอน เป็นตัวต้านทานชนิดคาร์บอนอีกแบบหนึ่งเป็นชนิดท่ีผลิตข้ึนมาใช้งานอย่าง
แพร่หลายในปจั จุบนั มากกวา่ ชนดิ คาร์บอนแบบเดมิ การผลิตทาได้โดยนาผงคาร์บอนผสมกบั กาวไปเคลือบหมุ้ แกน
เซรามิกทรงกระบอกขนาดต่างๆ นาไปตัดให้เป็นเกลียวพันรอบแกนแบบต่อเน่ืองจากปลายด้านหน่ึงไปยังปลายอีก
ดา้ นหนึ่ง และมีฝาครอบโลหะครอบฟิลม์ คาร์บอนท่ีปลายท้ังสองด้านต่อออกมาเปน็ ขาตัวต้านทาน เคลือบผวิ นอกสุด
ดว้ ยฉนวนอกี ช้ันหน่ึง
ข้อเสียของตัวต้านทานชนิดฟิล์มคาร์บอน คือมีค่าความต้านทานท่ีผิดพลาดสูง อุณหภูมิมีผลต่อ
ความต้านทานมาก และนาไปใช้งานได้ในย่านความถ่ีต่า ข้อดีของตัวต้านทานชนิดน้ีคือใช้งานได้ดีกับงานทาง
ไฟฟ้าและงานทางอิเล็กทรอนิกส์ทว่ั ไป และมรี าคาถกู ลักษณะตัวตา้ นทานชนิดฟลิ ์มคาร์บอน แสดงดังรปู ที่ 8.6
8.3 ตัวตา้ นทานตามรปู แบบผลิต
ตัวตา้ นทานถูกนาไปใช้งานอย่างกวา้ งขวางและหลากหลายหนา้ ท่ี ดังน้นั เพื่อให้การใช้งานเกิดความสะดวก
และสามารถเลือกลกั ษณะตัวต้านทานไปใชง้ านได้เหมาะสม บรษิ ัทผผู้ ลติ ตัวตา้ นทานจงึ ไดผ้ ลิตตัวตา้ นทานขึ้นมาใน
หลายรปู แบบ และหลายโครงสร้าง ชว่ ยอานวยความสะดวกในการใช้งานมากขึน้ สามารถเลอื กรูปแบบตวั ต้านทาน
ที่เหมาะสมกับงานมากขึ้น วัสดุท่ีนามาใช้ในการผลิตตัวต้านทานตามรูปแบบผลิตน้ี ใช้ได้ทั้งวัสดุประเภทโลหะและ
ประเภทอโลหะ รปู แบบท่ีผลิตขนึ้ มาใช้งานแบง่ ออกไดด้ งั น้ี
1. ตัวตา้ นทานชนดิ คา่ คงที่
2. ตวั ต้านทานชนิดแบง่ ค่า
3. ตัวต้านทานชนดิ เปล่ียนเลอื กค่า
4. ตวั ตา้ นทานชนดิ ปรบั เปลยี่ นคา่
5. ตวั ตา้ นทานชนิดพิเศษ
8.3.1 ตวั ต้านทานชนิดคา่ คงที่
ตัวต้านทานชนิดค่าคงที่ (FixedResistor) เป็นตัวต้านทานท่ีผลิตขึ้นมาใช้งานแต่ละตัวมีค่าความ
ตา้ นทานคงที่ตายตวั ผลิตค่าออกมาใช้งานมีความหลากหลาย ตงั้ แต่ค่าความตา้ นทานต่าๆ เปน็ เศษส่วนของโอห์ม
จนถึงค่าความต้านทานสูงๆ เป็นเมกะโอห์มข้ึนไป ผลิตด้วยวัสดุท้ังโลหะและอโลหะ โดยเรียกชื่อตัวต้านทานชนิด
คงที่ตามวัสดุที่ใช้ผลติ เชน่ ชนิดลวดพัน ชนิดฟิล์มโลหะ ชนดิ สนมิ โลหะ ชนิดคาร์บอน และชนิดฟิล์มคาร์บอน เป็น
ต้น มีค่าทนกาลังไฟฟ้าตั้งแต่ค่าต่าน้อยกว่าหนึ่งวัตต์ จนถึงค่าสูงเป็นพันวัตต์ข้ึนไป รูปร่างและสัญลักษณ์ตัว
ต้านทานชนิดคา่ คงที่ แสดงดงั รปู ที่ 8.7
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย..ตัวตา้ นทาน..............................................................................................................
(ก) ชนดิ ลวดพัน (ข) ชนิดฟิล์มโลหะ (ค) ชนดิ สนิมโลหะ
(ง) ชนดิ คารบ์ อน (จ) ชนิดฟิลม์ คาร์บอน (ฉ) สญั ลักษณ์
รูปที่ 8.7 ตัวตา้ นทานชนดิ ค่าคงที่
ในปัจจุบันอุปกรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีขนาดเล็กลง ทาให้ตัวต้านทานชนิดค่าคงท่ีถูก
ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีขนาดเล็กลงตามไปด้วย เพื่อให้เหมาะสม เกิดความสะดวกต่อการนาไปใช้งาน และทันกับเทคโนโลยี
สมยั ใหม่ ตัวต้านทานชนดิ ค่าคงที่จึงถกู พัฒนารูปแบบให้มลี ักษณะแตกต่างไปเพิ่มมากข้ึน เช่น แบบจัดกล่มุ ขาเรียงดา้ นเดียว หรือ
SIL(SingleinLine) แบบจัดกลุ่มขาเรียงสองด้าน หรือDIL(DualinLine) และแบบแปะติด SMD (SurfaceMountedDevices)
เป็นตน้ ตัวตา้ นทานชนิดคา่ คงทแี่ บบใหม่ แสดงดงั รูปที่ 8.8
(ก) แบบจัดกลุม่ SIL (ข) แบบจดั กลุม่ DIL (ค) แบบแปะตดิ SMD
รูปที่ 8.8 ตวั ต้านทานชนิดค่าคงทแี่ บบใหม่
8.3.2 ตวั ตา้ นทานชนดิ แบง่ ค่า
ตัวต้านทานชนิดแบ่งค่า (TappedResistor) เป็นตัวต้านทานท่ีผลิตข้ึนมาใช้งานแต่ละตัวมีค่าคงที่ตายตัว
เช่นเดยี วกับตัวต้านทานชนิดคงท่ี แต่แยกจานวนขาคงที่ออกมาจากตัวต้านทานเพมิ่ ข้ึนมากกว่า 2 ขาขึ้นไป เชน่ 3 ขา 4 ขา และ 5
ขา เปน็ ต้น ความตา้ นทานท่ีตอ่ แยกออกมา ต่อแบบอนุกรมเรยี งกนั ไป ตามค่าทก่ี าหนดไว้ ตัวต้านทานชนิดนี้เปน็ ชนดิ ลวดพัน ผลิต
ด้วยโลหะหลายชนิด หรอื โลหะหลายชนิดผสมรวมกัน เช่น นิกเกิล สังกะสี แคดเมียม ทองแดงโครเมียม และแมงกานีส เป็นต้น
จะใช้โลหะชนดิ ใดผสมกนั ขึ้นอยูก่ ับจดุ ประสงคข์ องการใชง้ าน เช่น ทนความรอ้ นสูง ทนกระแสสูงหรือทนแรงดนั สงู เป็นตน้ ผลิต
มาใชง้ านมคี วามต้านทานหลากหลายคา่ ตั้งแต่ค่าตา่ นอ้ ยกวา่ โอหม์ จนถึงคา่ สูงเป็นเมกะโอห์มขึน้ ไป และผลิตให้มคี า่ ทนกาลังไฟฟ้า
สงู จากเปน็ วตั ต์ จนถงึ เปน็ พนั วัตต์ข้นึ ไป รูปรา่ งและสัญลกั ษณ์ตวั ต้านทานชนดิ แบ่งค่า แสดงดงั รปู ที่ 8.9
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2
ชื่อหน่วย..ตัวต้านทาน.............................................................................................
(ก) รูปร่าง (ข) สญั ลกั ษณ์
รูปที่ 8.9 ตัวต้านทานชนิดแบ่งค่า
8.3.3 ตัวตา้ นทานชนดิ เปลย่ี นเลือกคา่
ตัวต้านทานชนิดเปลี่ยนเลือกค่า (AdjustableResistor) เป็นตัวต้านทานท่ีผลิตขึ้นมาแต่ละตัวมี
ค่าคงที่ตายตัว คล้ายกับตัวต้านทานชนิดแบ่งค่า ขาท่ีสามที่เพ่ิมเข้ามาสามารถเปลี่ยนตาแหน่งเลือกค่าความ
ต้านทานใหม่ได้ตามต้องการ ตัวต้านทานชนิดน้ีเป็นชนิดลวดพัน โดยพันเส้นลวดโลหะรอบแกนเซรามิกรูป
ทรงกระบอก มีส่วนหนึ่งของเส้นลวดไม่ได้หุ้มฉนวน ขาท่ีสามเป็นปลอกโลหะสวมล้อมรอบ มีส่วนหนึ่งสัมผัสกับเส้น
ลวดไม่ได้หุ้มฉนวนบนตัวตา้ นทานสามารถปรับเลื่อนไปมาได้ตามตอ้ งการ มสี กรูขันยึดปลอกโลหะให้สมั ผัสแนน่ กับ
เส้นลวดที่ตัวต้านทาน เพื่อป้องกันการเล่ือนเปลี่ยนตาแหน่ง ตัวต้านทานชนิดน้ีผลิตมาใช้งานมีความต้านทาน
หลากหลายค่า ต้ังแต่ค่าต่าน้อยกว่าโอห์มจนถึงค่าสูงเป็นเมกะโอห์มขึ้นไปเช่นเดียวกัน มีค่าทนกาลังไฟฟ้าวัตต์สูง
เปน็ 10 วตั ต์ จนถึงเป็นพนั วัตต์ข้นึ ไป รปู ร่างและสญั ลกั ษณ์ตัวตา้ นทานชนิดเปล่ยี นเลือกคา่ แสดงดงั รูปท่ี 8.10
(ก) รูปรา่ ง (ข) สัญลกั ษณ์
รูปท่ี 8.10 ตวั ตา้ นทานชนดิ เปล่ยี นเลือกคา่
8.3.4 ตวั ตา้ นทานชนดิ ปรบั เปล่ยี นคา่
ตัวต้านทานชนิดปรับเปล่ียนค่า (VariableResistor) เป็นตัวต้านทานท่ีผลิตขึ้น มาแต่ละตัวมี
ค่าคงที่ตายตัว คล้ายกับตัวต้านทานชนิดเปลี่ยนเลือกค่า โดยมีขาที่สามเพิ่มเข้ามา เพ่ือปรับเปล่ียนค่าความ
ต้านทานใหม่ได้อย่างอิสระ ต้ังแต่ค่าความต้านทานต่าสุด ไปจนถึงค่าความต้านทานสูงสุดอย่างต่อเนื่องทุกเวลา
ตามความต้องการ วัสดุที่นามาใชผ้ ลิตมที ง้ั ประเภทอโลหะและประเภทโลหะ ประเภทอโลหะผลิตจากวัสดุจาพวก
คารบ์ อน มคี ่าการทนกาลงั ไฟฟา้ ตา่ ส่วนประเภทโลหะเปน็ ชนิดลวดพนั ผลติ จากลวดนกิ เกลิ และแคดเมียม
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย..ตวั ตา้ นทาน.............................................................................................
แบบน้ีผลิตให้ทนกาลัง ไฟฟ้าสูงๆ ได้ โครงสร้างมี 2 แบบ คือแบบวงกลมทรงกระบอก (ใช้ปรับหมุนรอบตัว) และ
แบบแทง่ สี่เหล่ียมผนื ผา้ ยาว (ใช้ปรับเลือ่ นไปมา) มขี าตอ่ ออกมาใช้งาน 3 ขา ขากลางเป็นขาสามารถปรบั เปลี่ยนค่า
ได้ รปู รา่ งและสญั ลกั ษณต์ วั ตา้ นทานชนิดปรบั เปล่ียนค่า แสดงดงั รปู ท่ี 8.11
(ก) ปรบั หมุน (ข) ปรับหมนุ ลวดพนั (ค) ปรับเล่อื นคารบ์ อน (ง) สัญลกั ษณ์
คารบ์ อน
รปู ที่ 8.11 ตวั ตา้ นทานชนดิ ปรบั เปลย่ี นคา่
8.3.5 ตัวต้านทานชนิดพิเศษ
ตัวต้านทานชนิดพิเศษ (SpecialResistor) เป็นตัวต้านทานท่ีสร้างข้ึนมาใช้งานในหน้าที่เฉพาะ
อย่าง ตามคุณสมบัติที่ต้องการ ใช้วัสดุในการผลิตแตกต่างกันออกไป มีชื่อเรียกตัวต้านทานที่แตกต่างกันตามการ
ทางาน และตามค่าของพลังงานท่ีใช้ในการควบคุมการทางานของตัวต้านทานชนิดนั้น ส่งผลให้ค่าความต้านทาน
เปล่ียนแปลงไป มีด้วยกันหลายชนิด เช่น เทอร์มิสเตอร์ (Thermistor) วาริสเตอร์ (Varistor) และตัวต้านทาน
เปลย่ี นคา่ ตามแสง (LightDependentResistor;LDR) เป็นตน้
1. เทอร์มิสเตอร์ เป็นตัวต้านทานชนิดพิเศษที่ค่าความต้านทานภายในตัวเอง สามารถ
เปล่ียนแปลงได้ตามค่าอุณหภูมิท่ีได้รับ ค่าความต้านทานท่ีเปลี่ยนแปลงไปแตกต่างกันตามชนิดของวัสดุท่ีใช้ผลิต
วัสดุที่ใช้ผลิตมีทั้งโลหะและสนิมโลหะ รูปร่างที่สร้างมาใช้งานมีความแตกต่างกันไปหลายแบบ ข้ึนอยู่กับความ
เห ม าะ ส ม ใน ก ารใช้ งาน เท อ ร์มิ ส เต อ ร์ แ บ่ งได้ 2 ช นิ ด คื อ ช นิ ด สั ม ป ระสิ ท ธ์ิ อุ ณ ห ภู มิ เป็ น บ วก
(PositiveTemperatureCoefficients;PTC) ค่าความต้านทานเพ่ิมข้ึน เมื่ออุณหภูมิเพ่ิมขึ้น วัสดุท่ีใช้ผลิต เช่น แบเรียม
ส ต รอ น เที ย ม แ ล ะ ต ะ ก่ั ว ไท ท าเน ต เป็ น ต้ น อี ก ช นิ ด คื อ ช นิ ด สั ม ป ร ะ สิ ท ธ์ิ อุ ณ ห ภู มิ เป็ น ล บ
(NegativeTemperatureCoefficients;NTC) ค่าความต้านทานเพ่ิมข้ึน เมื่ออุณหภูมิลดลง วัสดุท่ีใช้ผลิต เช่น
ทองแดง นกิ เกลิ แมงกานีส เหลก็ และโคบอลต์ เปน็ ตน้ รปู รา่ งและสญั ลักษณ์ของเทอรม์ ิสเตอร์ แสดงดงั รูปท่ี 8.12
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ช่อื หน่วย..ตวั ตา้ นทาน.............................................................................................
+to
PTC
-to
NTC
(ก) รปู ร่างชนิด PTC (ข) รูปร่างชนดิ NTC (ค) สัญลกั ษณ์
รูปท่ี 8.12เทอรม์ สิ เตอร์
2. วาริสเตอร์ หรือตัวต้านทานเปล่ียนค่าตามแรงดัน (Voltage Dependent Resistor ; VDR) เป็นตัว
ตา้ นทานที่ค่าความต้านทานสามารถเปล่ียนแปลงได้ ตามค่าแรงดันท่ีปอ้ นเข้ามา วาริสเตอร์มาจากคาเต็มว่าตัวต้านทานปรับเปลี่ยน
ค่า (VariableResistor=Varistor) คุณสมบัติของวาริสเตอร์ทางานตรงข้ามกับแรงดัน ดังน้ี ความต้านทานของวาริสเตอร์จะลดลง
เม่ือแรงดันเพิ่มขึ้น ในกรณีท่ีแรงดันเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ือง ค่าความต้านทานของวาริสเตอร์จะลดลงรวดเรว็ จากคณุ สมบัติดังกล่าววาริ
สเตอรเ์ หมาะสมกับการใช้งานเป็นตัวป้องกันแรงดันกระโชก นิยมนาไปใช้งานเป็นอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผา่ และชว่ ยคายประจุของไฟฟ้า
สถิต เป็นต้น วัสดุท่ีนามาใช้ผลิตวาริสเตอร์ มีท้ังชนิดสนิมโลหะ ถูกเรียกว่าวาริสเตอร์ชนิดสนิมโลหะ (Metal Oxide Varistor ; MOV)
วัสดุที่ใช้ได้แก่ สนิมสังกะสี (Zinc Oxide ; ZnO) และวาริสเตอร์ชนิดสารก่ึงตัวนา (Semi conductor) วัสดุท่ีใช้ได้แก่ ซิลิคอน
คารบ์ อน (Silicon Carbon ; SiC) รปู ร่างและสัญลกั ษณข์ องวาริสเตอร์ แสดงดงั รปู ที่ 8.13
V
(ก) รปู รา่ งชนดิ ขา (ข) รูปรา่ งชนิดแปะติด SMD (ค) สัญลกั ษณ์
รูปท่ี 8.13วาริสเตอร์
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2
ชอ่ื หน่วย..ตวั ตา้ นทาน.............................................................................................
3. ตัวต้านทานเปลี่ยนค่าตามแสง (LDR) เป็นตัวต้านทานที่ค่าความต้านทานสามารถ
เปล่ียนแปลงค่าได้ตามแสงสวา่ งที่มาตกกระทบ แสงสว่างตกกระทบนอ้ ย LDR มีความต้านทานสงู และแสงสว่าง
ตกกระทบมาก LDR มีความต้านทานต่า วัสดุท่ีใช้ผลิตตัวLDR ทามาจากสารก่ึงตัวนาหลายชนิดผสมกัน เช่น
แคดเมียมซัลไฟล์ (CadmiumSulfide;CdS) และแคดเมียมซีลีไนด์ (CadmiumSelenide;CdSe) เป็นต้น รูปร่าง
และสญั ลกั ษณ์ของตวั ตา้ นทานเปลี่ยนค่าตามแสง แสดงดังรปู ที่ 8.14
(ก) รูปรา่ ง (ข) สัญลักษณ์
รูปท่ี 8.14ตวั ตา้ นทานเปลยี่ นคา่ ตามแสง (LDR)
8.4 การอ่านความต้านทานจากรหสั ตัวเลขตวั อกั ษร
ตัวต้านทานท่ีผลิตข้ึนมาใช้งานทุกตัว จะต้องมีค่าความต้านทานบอกไว้ เพื่อให้ทราบค่าความต้านทาน
ของตัวต้านทานตัวนั้น สามารถเลือกค่าไปใช้งานไดง้ ่ายและถูกต้อง การบอกค่าความต้านทานบอกได้หลายวิธี วิธี
หน่ึงที่นยิ มใช้งานได้แก่ บอกคา่ ความต้านทานไว้เปน็ ตัวเลขและตัวอักษร แบ่งไดเ้ ปน็ 3 แบบ คือ แบบบอกค่าความ
ต้านทานออกมาโดยตรง แบบบอกค่าความต้านทานเปน็ รหัสตัวเลขตัวอักษร และแบบใช้รหัส EIA96 การอ่านค่า
ความต้านทานในแต่ละแบบจะแตกตา่ งกันไป
8.4.1 บอกคา่ ความตา้ นทานออกมาโดยตรง
ตัวต้านทานท่ีบอกค่าออกมาโดยตรง จะพิมพ์ค่าความต้านทานลงบนตัวต้านทานตามค่าความ
ต้านทานของตัวต้านทานตัวนั้น พร้อมท้ังแสดงหน่วยกากับไว้เป็น , k หรือ M บางครั้งมีค่าการทน
กาลังไฟฟ้า และค่าเปอรเ์ ซ็นตค์ วามผิดพลาดกากับไว้ด้วยกไ็ ด้ ตัวต้านทานบางแบบอาจใช้ตัวอักษรกากับไว้บอกค่า
เปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดแทนตัวเลข มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้บอกค่า 9 ตัว ได้แก่ A,B,C,D,F,G,J,K และ M
มคี วามหมายความผดิ พลาด แสดงดังตารางท่ี 8.2
พส.12
ใบความรู้ (Information Sheets)
รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย..ตวั ต้านทาน.............................................................................................
ตารางที่ 8.2 ค่าเปอร์เซน็ ต์ความผิดพลาดแสดงด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ
ตัวอักษร คา่ ความผดิ พลาด (%)
A 0.05%
B 0.1%
C 0.25%
D 0.5%
F 1%
G 2%
J 5%
K 10%
M 20%
วธิ บี อกค่าความต้านทานบนตัวต้านทานด้วยวิธนี ีม้ คี วามแตกตา่ งกันไป การอ่านค่าความต้านทานที่กากับไว้ จะต้องพิจารณา
ถงึ คา่ ท่ีบอกไว้ ว่าส่วนใดเป็นค่าความต้านทาน ส่วนใดเป็นค่ากาลงั ไฟฟ้า และส่วนใดเป็นค่าความผิดพลาด ค่าท่ีกากบั ไว้บางแบบ
บอกครบทุกค่า บางแบบบอกไว้เพียงบางส่วน การอ่านค่าจะต้องพิจารณาจากตัวต้านทานแต่ละตัวไป แสดงไว้ดังตัวอย่างท่ี 8.1
และตัวอย่างท่ี 8.2
ตัวอยา่ งที่ 8.1 จงอา่ นค่าความตา้ นทานของตัวตา้ นทานทบ่ี อกคา่ ไวโ้ ดยตรงตอ่ ไปนี้
470k = ความต้านทาน 470k
2 M K = ความตา้ นทาน 2Mคา่ ผิดพลาด 10%
10W 200J = ทนกาลังไฟฟ้าได้ 10W ความต้านทาน 200 ค่าผิดพลาด 5%
20W 390KK = ทนกาลังไฟฟ้าได้ 20W ความต้านทาน 390 k คา่ ผดิ พลาด 10%
= ความต้านทาน 10 ค่าผิดพลาด 5% ทนกาลงั ไฟฟ้าได้ 2W
= ทนกาลงั ไฟฟ้าได้ 6W ความตา้ นทาน 0.1 ค่าผิดพลาด 5%
= ทนกาลงั ไฟฟ้าได้ 5 W ความต้านทาน 0.33 ค่าผิดพลาด 5%
การบอกค่าความตา้ นทานบางแบบจะใช้ตัวอักษรเข้าร่วมแสดงการบอกค่าด้วย นอกจากใช้บอกค่าเปอร์เซ็นต์
ความผดิ พลาดแลว้ ยังแสดงค่าไว้ในรูปจดุ ทศนิยมของเลขฐานสบิ พร้อมทง้ั บอกหน่วยความตา้ นทานในรูปตัวคณู ร่วมด้วย ตวั อกั ษร
ที่นิยมใช้ คือ R, K, M และ E ตัวอักษรเหล่าน้ีเมื่ออยู่หน้า อยู่กลาง หรืออยู่หลัง ตัวอักษรแสดงค่าเป็นจุดทศนิยม นอกจากน้ันยัง
แสดงคา่ เป็นตัวคูณ (จานวนคา่ เลขศนู ยท์ ่เี ตมิ เขา้ ไป) ด้วย ตัวอกั ษรแตล่ ะตัวมีความหมายดงั นี้
ตวั อักษร R มคี ่าเปน็ ตัวคณู = x1
ตวั อักษร K มคี า่ เป็นตัวคณู = x103
ตัวอักษร M มีค่าเปน็ ตัวคณู = x106
ตวั อักษร E แทนเครื่องหมาย =