The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siwakarn.s, 2022-05-23 12:34:17

20100-1005 งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

แผนการสอนงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..อุปกรณเ์ กย่ี วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์...................................

ตัวไดโอดจะทางานได้จาเป็นต้องจ่ายแรงดันไฟตรง (DC) ให้ขาไดโอดครบทุกขา แรงดันไฟตรงที่จ่ายให้ขาต่างๆ
ของไดโอดนิยมเรียกว่าการจ่ายไบแอส (Bias) ให้ตัวไดโอด สามารถจ่ายไบแอสให้ขาต่างๆ ของไดโอดได้ 2 แบบ
คือ การจ่ายไบแอสตรง (ForwardBias) และการจ่ายไบแอสกลับ (ReverseBias)

1. การจ่ายไบแอสตรง เป็นการจ่ายแรงดันไฟตรงให้ขาไดโอดทง้ั สองในแบบถูกตอ้ งตามที่ไดโอด
ต้องการ คือ จ่ายแรงดันไฟตรงข้ัวบวกให้ขาแอโนด (A) สารชนิด P (P= บวก) และจ่ายแรงดันไฟตรงขั้วลบให้ขา
แคโทด (K) สารชนิด N (N= ลบ) การจ่ายไบแอสตรงทาให้ไดโอดทางาน ความต้านทานในตัวไดโอดลดต่าลงอย่าง
มาก ไดโอดทาหน้าที่เปรียบเสมือนสวิตช์ต่อวงจร (ON) มีกระแสไหลผ่านตัวไดโอดสูงมาก การต่อวงจรจ่าย
ไบแอสตรงให้ไดโอด แสดงดงั รปู ท่ี 11.11

ADK A DK

I I R
+ +
-E R -E

(ก) วงจรไบแอสตรง (ข) วงจรเทียบเท่า

รูปที่ 11.11 วงจรจา่ ยไบแอสตรงใหไ้ ดโอด

2. การจ่ายไบแอสกลับ เป็นการจ่ายแรงดันไฟตรงให้ขาไดโอดท้ังสองในแบบไม่ถูกต้องตามที่

ไดโอดต้องการ (จ่ายผิดข้ัว) คือ จ่ายแรงดันไฟตรงขั้วลบให้ขาแอโนด (A) สารชนิด P (P= บวก) และจ่าย

แรงดันไฟตรงข้ัวบวกให้ขาแคโทด (K) สารชนิด N (N= ลบ) การจ่ายไบแอสกลับทาให้ไดโอดไม่ทางาน ความ

ต้านทานในตวั ไดโอดสูงมาก ไดโอดทาหน้าท่ีเปรียบเสมอื นสวิตช์ตดั วงจร (OFF) ไม่มีกระแสไหลผา่ นตวั ไดโอด การต่อ

วงจรจา่ ยไบแอสกลบั ให้ไดโอด แสดงดงั รูปท่ี 11.12

ADK A DK

-E R -E R
++

(ก) วงจรไบแอสกลับ (ข) วงจรเทียบเท่า

รปู ที่ 11.12 วงจรจ่ายไบแอสกลบั ใหไ้ ดโอดไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..อุปกรณเ์ กยี่ วข้องในงานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์..............................................

11.5.2 ซเี นอร์ไดโอด
ซเี นอร์ไดโอด (ZenerDiode) เปน็ ไดโอดท่ผี ลิตขน้ึ มาจากการนาสารก่งึ ตัวนาชนดิ P และชนดิ N

ต่อชนกัน มีลักษณะโครงสร้างเช่นเดียวกับไดโอดธรรมดา มีขาต่อใช้งาน 2 ขา คือ ขาแอโนด (A) และขาแคโทด
(K) เหมือนกัน ส่วนที่แตกต่างออกไปของซีเนอร์ไดโอด อยู่ท่ีการนาซีเนอร์ไดโอดไปใช้งานและการต่อวงจรทางาน
ของไดโอดธรรมดาใช้การทางานในสภาวะการจ่ายแรงดันไบแอสตรง ทางานเปรียบเสมือนเป็นสวิตช์ปิดเปิดวงจร
ส่วนของซีเนอร์ไดโอดใช้การทางานในสภาวะการจ่ายแรงดันไบแอสกลับท่ีค่าแรงดันพัง หรือที่ค่าซีเนอร์เบรกดาวน์
(ZenerBreakdown) โดยไม่ได้ทางานเป็นสวติ ช์ปิดเปิดวงจร แต่ใช้ทางานเป็นตัวควบคุมแรงดัน ไฟตรง จ่ายมาตก
คร่อมตัวซีเนอร์ไดโอดให้มีค่าคงที่ตลอดเวลา ส่งออกเป็นแรงดันไฟตรงคงท่ีนาไปใช้งาน โครงสร้างสัญลักษณ์และ
รปู รา่ งของซีเนอร์ไดโอด แสดงดงั รปู ที่ 11.13

A AA

P
N

K KK

(ก) โครงสร้าง (ข) สญั ลักษณ์ (ค) รูปร่าง

รูปที่ 11.13 โครงสรา้ งสญั ลักษณแ์ ละรูปร่างของซีเนอรไ์ ดโอด

การจ่ายไบแอสให้ตัวซีเนอร์ไดโอด สามารถจ่ายแรงดันไบแอสให้ได้ 2 แบบ เช่นเดียวกับไดโอดธรรมดา คือ
จ่ายไบแอสตรง ซีเนอร์ไดโอดทางานเช่นเดียวกับไดโอดธรรมดา ซีเนอร์ไดโอดทางานมีกระแสไหลผ่าน ค่าความ
ต้านทานในตวั ซเี นอร์ไดโอดต่า แบบน้ไี ม่นิยมนาไปใชง้ าน

การจ่ายไบแอสใหซ้ ีเนอร์ไดโอดทางาน มักจะเปน็ การจา่ ยไบแอสกลบั ใหต้ วั ซีเนอรไ์ ดโอดในเบื้องตน้ ซเี นอร์
ไดโอดไมท่ างาน ไม่มกี ระแสไหลผา่ น มเี พียงกระแสรั่วไหล (Leakage Current) ไหลผ่านตวั ซีเนอรไ์ ดโอดเพียง

เลก็ น้อย จนกว่าแรงดนั ไบแอสกลบั ทีจ่ ่ายให้เพ่ิมขนึ้ ถงึ คา่ แรงดนั ซีเนอรเ์ บรกดาวน์
(ZenerBreakdownVoltage;VZ) เป็นคา่ ทีต่ วั ซีเนอรไ์ ดโอดทางาน มีกระแสไหลผ่านตวั ซเี นอรไ์ ดโอด เกิดคา่
แรงดันไฟตรง (VDC) ตกคร่อมตวั ซเี นอรไ์ ดโอดคงที่ ตามค่า แรงดันซเี นอร์เบรกดาวน์ (VZ) ของซเี นอร์ไดโอดตวั นนั้

แรงดนั ไฟตรงค่านจี้ ะมีคา่ คงที่ตลอดเวลาในการทางาน วงจรทางานซีเนอร์ไดโอด แสดงดงั รูปที่ 11.

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..อุปกรณเ์ กี่ยวข้องในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์..............................................

R

+ +
-E
K

DZ VZ
A

-

รปู ที่ 11.14 วงจรทางานซีเนอรไ์ ดโอด

ค่าแรงดันซีเนอร์เบรกดาวน์ (VZ) ของตัวซีเนอร์ไดโอด ที่ผลิตออกมาใช้งานมีหลายค่าให้เลือกใช้งานตั้งแต่
1.2 V ถึง 200 V โดยประมาณ และค่าทนกาลังไฟฟ้าสูงสุด (PowerDissipation;PD) มีให้เลือกใช้งานได้หลายค่า
ตั้งแต่ 0.15 W ถงึ 50 Wโดยประมาณ

11.5.3 ไดโอดเปล่งแสง
ไดโอดเปล่งแสง (LightEmittingDiode;LED) เป็นไดโอดชนิดหนึ่ง ผลิตข้ึนมาจากสารก่งึ ตัวนาชนิด

P และชนิด N ต่อชนกัน เช่นเดียวกับไดโอดธรรมดา มีขาต่อออกมาใช้งาน 2 ขา คือ ขาแอโนด (A) และขา
แคโทด (K) เหมือนกัน ส่วนที่ไดโอดเปล่งแสงแตกต่างจากไดโอดธรรมดา ตรงผลที่สารกึ่งตัวนาท่ีใช้ผลิตมีความ
แตกตา่ งไป เม่ือทางานจะเกิดการเปลง่ แสงออกมาจากตัวไดโอดเปล่งแสงเป็นสีตา่ งๆ ตามเนื้อสารกงึ่ ตวั นาทใ่ี ชผ้ ลติ

แสงที่เปลง่ ออกมาจากตัวไดโอดเปล่งแสงแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ชนิด คือ ชนดิ แสงท่ีตาคนมองเห็น มี
สหี ลักที่กาเนิดขึ้นมา 4 สี ไดแ้ ก่ สีแดง สีเขียว สเี หลือง และสีน้าเงิน แต่ในปัจจุบันสามารถสร้างไดโอดเปลง่ แสงให้
กาเนิดสีข้ึนมาได้ทุกสี โดยใช้วิธีผสมสีของแสงเข้าด้วยกันทาให้ได้แสงสีต่างๆ ออกมามากมาย และไดโอดเปล่งแสง
อีกชนิดหน่ึงเป็นชนิดแสงท่ีตาคนมองไม่เห็น โดยให้กาเนิดแสงอินฟราเรด (InfraredLight) ออกมา แสงแต่ละสีที่
ให้กาเนิดออกมาข้ึน อยู่ท่ีการใช้ส่วนผสมสารก่ึงตัวนาแตกต่างกันในการผลิต ทาให้กาเนิดแสงออกมาแตกต่างกัน
ไป โครงสรา้ งสัญลักษณแ์ ละรปู ร่างของไดโอดเปลง่ แสง แสดงดงั รูปท่ี 11.15

AA

P K
N
(ข) สญั ลักษณ์ (ค) รปู รา่ ง
K

(ก) โครงสร้าง

รูปที่ 11.15 รูปรา่ งโครงสร้างและสญั ลักษณไ์ ดโอดเปล่งแlสง

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..อุปกรณ์เก่ยี วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์............................................

ไดโอดเปล่งแสงนอกจากจะผลิตออกมาเป็นแต่ละตัวแล้ว ยังผลิตออกมาในรูป กลุ่มไดโอดเปล่งแสง เช่น
ไดโอดเปล่งแสงแบบ 7 ส่วน (SevenSegmentLED) เป็นการนาไดโอด เปล่งแสงแต่ละตัวร่วม 7 ตัว มาประกอบ
รวมกันให้อยู่ในรูปเลขแปด ไดโอดเปล่งแสงแบบเมตริกซ์(MatrixLED) เป็นการนาไดโอดเปล่งแสงแต่ละตัวจานวน
หน่ึง มาเรียงลาดับหลายแถวรวมเป็นกลุ่มอยู่ในรูปสี่เหล่ียมจัตุรัส หรือส่ีเหล่ียมผืนผ้า และจัดเรียงเป็นแถวยาวใน
ลกั ษณะตา่ งๆ เปน็ ต้นไดโอดเปลง่ แสงในรูปกล่มุ แต่ละชนิดแสดงดังรูปท่ี 11.16

(ก) แบบ 7 ส่วน (ข) แบบเมตรกิ ซ์ (ค) แบบจดั เรยี งแถวยาว

รปู ท่ี 11.16 ไดโอดเปล่งแสงในรูปกลุ่มแต่ละชนิด

การใช้งานไดโอดเปล่งแสง จะตอ้ งจ่ายแรงดนั

R ไบแอสตรงค่าต่า ไดโอดเปล่งแสงหน่ึงตัวต้องการแรงดันไฟ

E+ A ตรงประมาณ 1.5 V ตอ้ งการกระแสไฟตรงไหลผา่ น
9V- LED ประมาณ 50 mA ในการเปลง่ แสง ถ้าใช้แรงดันมากกวา่ นี้

K จ่ายให้ไดโอดเปลง่ แสง จาเป็นต้องเพม่ิ ตัวต้านทานต่อ

อนุกรมกบั ตวั ไดโอดเปลง่ แสง ชว่ ยปอ้ งกนั กระแสไหลผา่ น

มากเกินไป อาจทาให้ไดโอดเปลง่ แสงชารดุ เสยี หายได้ การ
รูปท่ี 11.17การต่อไดโอดเปล่งแสงใช้งาน ตอ่ ไดโอดเปล่งแสงใช้งาน แสดงดงั รปู ท่ี 11.17

11.5.4 ทรานซิสเตอร์
ทรานซิสเตอร์ (Transistor) เป็นอุปกรณ์สารก่ึงตัวนาชนิดหน่ึงท่ีถูกนาไปใช้งานอย่างแพรหลาย

ผลิตจากการนาสารกึ่งตวั นาชนิด P และชนิด N ต่อชนกนั 3 ตอน แบ่งออกได้ 2 ชนดิ คือ ชนิด PNP ใช้สารก่ึงตัวนา
ชนิด P จานวน 2 ตอน ใช้สารก่ึงตวั นาชนดิ N จานวน 1 ตอน และชนิด NPN ใช้สารกึ่งตัวนาชนดิ N จานวน 2 ตอน
ใช้สารกง่ึ ตวั นาชนิด P จานวน 1 ตอน โดยมสี ารกึ่งตัวนาตอนกลางแคบที่สุด มีขาต่อออกมาใช้งาน 3 ขา ได้แก่ ขา
เบส (Base;B) ขาคอลเลกเตอร์ (Collector;C) และขาอิมิตเตอร์ (Emitter;E) ทรานซิสเตอร์ที่ผลิตขึ้นมาใช้งานมี
มากมายหลายชนิด หลายขนาด และหลายเบอร์ ท้งั ชนิดทนกาลังไฟฟา้ ตา่ และชนดิ ทนกาลงั ไฟฟา้ สูง มลี ักษณะ
และรูปร่างแตกตา่ งกนั ไป โครงสร้างสัญลักษณ์และรูปรา่ งของทรานซิสเตอร์แสดงดังรูปท่ี 11.18

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..อุปกรณ์เก่ยี วข้องในงานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์.................................................

C C (ค) รปู รา่ ง

P B
BN E

P ชนดิ PNP
E
C
ชนดิ PNP
B
C E

N ชนิด NPN
BP (ข) สัญลักษณ์

N
E

ชนดิ NPN

(ก) โครงสรา้ ง

รูปที่ 11.18 โครงสร้างสัญลักษณ์และรปู ร่างทรานซิสเตอร์
ทรานซิสเตอร์ทางานได้ ต้องจ่ายแรงดันไบแอสให้ตัวทรานซิสเตอร์ถูกต้องตาม ท่ีแต่ละขาของ
ทรานซิสเตอร์ต้องการ วิธีการจ่ายแรงดันไบแอสท่ีถูกต้องให้ทรานซิสเตอร์ มีวิธีเดียวดังน้ี จ่ายแรงดันไบแอสตรง
ให้ขาอิมิตเตอร์ (E) และขาเบส (B) โดยขาเบสต้องได้รับแรงดันไบแอสตรงเทียบกับขาอิมิตเตอร์เสมอ ส่วนขาคอ
ลเลกเตอร์ (C) ตอ้ งจ่ายแรงดนั ไบแอสกลบั การจา่ ยแรงดันไบแอสดังกลา่ วถือวา่ ถูกตอ้ ง การจ่ายแรงดนั ไบแอสใหต้ ัว
ทรานซิสเตอร์ผิดไปจากน้ี ทรานซิสเตอร์จะไม่สามารถทางานได้ การจ่ายแรงดันไบแอสถูกต้องให้ทรานซิสเตอร์แบบ
เบอ้ื งต้น แสดงดงั รปู ที่ 11.19

C - C
-
P N -
BP -
- B N
P N
-E
E

(ก) ทรานซสิ เตอรช์ นดิ PNP (ข) ทรานซสิ เตอรช์ นดิ NPN

รูปท่ี 11.19 การจา่ ยไบแอสถูกต้องให้ทรานซิสเตอร์แบบเบ้ืองตน้

รูปที่ 11.19 แสดงการจ่ายไบแอสถูกต้องให้ทรานซิสเตอร์แบบเบื้องต้น ของทรานซิสเตอร์ท้ัง

ชนิด PNP และ NPN การทางานของตัวทรานซิสเตอร์อธิบายได้ดังน้ี ถ้าจ่ายแรงดันไบแอสให้เฉพาะขาคอลเลก

เตอร์ (C) และขาอิมติ เตอร์ (E) โดยขาเบส (B) ไม่มแี รงดนั ไบแอสจ่ายให้ ทรานซิสเตอรไ์ ม่ทางาน ไม่มีกระแส

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2
ช่ือหน่วย..อุปกรณเ์ กย่ี วข้องในงานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์...............................................
ไหลในตัวทรานซิสเตอร์ เมื่อจ่ายแรงดันไบแอสให้ขาเบส (B) เป็นไบแอสตรง แรงดันไบแอสตรงที่ขาเบส (B) ทาให้
รอยต่อเบส (B) และอิมิตเตอร์ (E) มีค่าความต้านทานต่า ยอมให้กระแสไหลผ่านไปขาคอลเลกเตอร์ (C)
ทรานซิสเตอร์ทางานนากระแส
11.5.5 เฟต
เฟต (FET) เรียกได้อีกช่ือว่าทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้า (FieldEffectTransistor;FET) เป็นอุปกรณ์
สารกึ่งตัวนาชนิด 3 ขาเช่นเดียวกบั ทรานซิสเตอร์ แต่เป็นอุปกรณ์สารก่ึงตัวนาชนิดข้ัวเดยี ว (Unipolar) มีโครงสร้าง
และหลักการทางานแตกต่างไปจากทรานซิสเตอร์ธรรมดา เพราะทรานซิสเตอร์ธรรมดาการทางานต้องอาศัย
กระแสช่วยควบคมุ การทางาน ส่วนเฟตการทางานต้องอาศัยแรงดนั ช่วยควบคมุ การทางาน
เฟตสร้างมาใช้งานแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ เฟตประเภทรอยต่อ (JunctionFET) หรือเจเฟต
(JFET) และเฟตประเภทสารกึ่งตัวนาออกไซด์โลหะ (MetalOxideSemiconductorFET) หรือมอสเฟต (MOSFET) เฟต
มี 3 ขา คือ ขาเดรน (Drain;D) ขาซอส (Source;S) และขาเกต (Gate;G) ขาเดรน (D) และขาซอส (S) เป็นขา
ทางาน ส่วนขาเกต (G) เป็นขาควบคุมการทางาน เฟตแต่ละชนิดมีโครงสร้างและหลักการควบคุมให้เฟตทางาน
แตกตา่ งกนั รปู รา่ งเฟต แบบตา่ งๆ แสดงดงั รปู ท่ี 11.20

รปู ที่ 11.20 เฟตแบบต่างๆ
1. เจเฟต (JFET) โครงสรา้ งประกอบดว้ ยสารกึ่งตวั นาตอนใหญ่ 1 ตอนต่อขาออกมาใชง้ าน 2 ขา คือขาเดรน (D)
และขาซอส (S) และประกอบด้วยสารกึ่งตัวนาตอนเล็ก 2 ตอน ต่อขาออกมาใช้งาน 1 ขา คือขาเกต (G) แบ่งออกได้
เปน็ 2 ชนดิ คอื ชนิด N แชนแนล และชนิด P แชนแนล โครงสร้างและสัญลักษณ์เจเฟต แสดงดังรปู ท่ี 11.21

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..อุปกรณ์เกยี่ วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์...................................

DD
DD

G P NP G G N PN G

S S S S

โครงสรา้ ง สัญลักษณ์ โครงสรา้ ง สัญลกั ษณ์

(ก) ชนดิ N แชนแนล (ข) ชนดิ P แชนแนล

รูปที่ 11.21 โครงสรา้ งและสัญลักษณ์ JFET

2. มอสเฟต (MOSFET) โครงสร้างมีความแตกต่างไปจาก JFET ในส่วนท่ีสร้างเป็นขาเกต โดย
ส่วนนี้ถูกแยกออกเป็นอิสระ มีฉนวนซิลิคอนไดออกไซด์ (SiliconDioxide;SiO2)คั่นกลาง ส่วนที่เป็นเดรน และซอส
สร้างข้ึนบนฐานรองสารก่ึงตัวนา (Substrate) ท่ีใชส้ ารกึ่งตัวนาชนิดตรงข้ามกับสว่ นเดรน และซอสมอสเฟตแบ่งออก
ได้เป็น 2 แบบ คือ แบบดีพลีชันมอสเฟต (DepletionMOSFET) หรือ D – MOSFET และเอ็นฮานซ์เมนต์มอสเฟต
(EnhancementMOSFET) หรือ E – MOSFET และแบ่งย่อยออกได้ 2 ชนิด คือ ชนิด N แชนแนล และชนิด P
แชนแนล โครงสร้างและสญั ลกั ษณม์ อสเฟตแตล่ ะแบบ แสดงดังรูปท่ี 11.22 และรูปที่ 11.23

SGD D SGD D
SiO2 SiO2
G G
N ----- N S P +++++ P S
P N
Sub สญั ลกั ษณ์ Sub สัญลักษณ์

โครงสรา้ ง โครงสรา้ ง

(ก) ชนดิ N แชนแนล (ข) ชนดิ P แชนแนล

รปู ท่ี 11.22 โครงสรา้ งและสัญลกั ษณ์ D – MOSFET

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..อุปกรณเ์ ก่ยี วข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์.........................................

SGD D SGD D
SiO2 SiO2

NN G PP G
P S N S
Sub Sub
สญั ลกั ษณ์ สญั ลักษณ์
โครงสรา้ ง โครงสร้าง

(ก) ชนดิ N แชนแนล (ข) ชนดิ P แชนแนล

รูปท่ี 11.23 โครงสร้างและสัญลกั ษณ์ E – MOSFET
จากรูปที่ 11.22 และรูปท่ี 11.23 ส่วนท่ีแตกต่างกันของมอสเฟตทั้ง 2 แบบ อยู่ท่ีส่วนฐานรอง (Sub)
เป็นสารก่ึงตัวนาขวางระหว่างสารก่ึงตัวนาขา D และขา S แบบ D – MOSFETรูปท่ี 11.22 มีสารกึ่งตัวนาชนิด
เดียวกับขา D และขา S เชื่อมต่ออยู่ ทาให้ขา D และขา S ต่อถึงกัน ดูได้จากสัญลักษณ์ขา D และขา S ต่อเป็นเส้น
เดียวกัน ส่วนแบบ E – MOSFET รูปที่ 11.23 มีสารกึ่งตัวนาชนิดตรงข้ามกบั ขา D และขา S เชื่อมต่อทาให้ขา D และ
ขา S ไม่ต่อถงึ กนั ดไู ดจ้ ากสญั ลักษณ์ขา D และขา S ถูกต่อดว้ ยเส้นประ บอกใหท้ ราบว่าขาทั้งสองแยกออกจากกัน

11.6 บทสรปุ

ไมโครโฟนทาหน้าที่เปล่ียนคลื่นเสียงให้เป็นคล่ืนไฟฟ้า นาไปใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ต่างๆ ไมโครโฟนท่ีดีต้องตอบสนองต่อสัญญาณเสียงในช่วงความถ่ี 20 Hz ถึง 20 kHz ไมโครโฟนท่ีใช้งาน
แพรห่ ลายมี 2 ชนิด คือ ชนดิ ไดนามิก และชนดิ คอนเดนเซอร์

ลาโพงเป็นอุปกรณ์ท่ีทาหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงในรูปสัญญาณไฟฟ้า ให้กลับมาเป็นสัญญาณเสียงใน
รปู การส่ันสะเทือน ลาโพงแบง่ ออกเป็น 3 ชนดิ คอื ชนิดเสยี งท้มุ ชนิดเสียงกลาง และชนดิ เสียงแหลม

รีเลย์เป็นสวิตช์ไฟฟ้า ควบคุมการทางานด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ตัดต่อการจ่ายกาลัง ไฟฟ้าจาก
แหลง่ จา่ ยไฟไปยงั ภาระ โดยควบคมุ หน้าสมั ผสั สวติ ช์รเี ลยต์ ดั ต่อวงจร

แมกเนติกคอนแทกเตอรเ์ ป็นสวิตช์ไฟฟ้าควบคุมการทางานด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเช่น เดียวกับรเี ลย์ แต่ใช้
งานได้กบั กาลังไฟฟ้าสูงๆ ถูกนาไปใช้งานด้านการควบคุมกาลงั ไฟฟา้ ในงานอตุ สาหกรรม

อุปกรณส์ ารกง่ึ ตวั นาประกอบข้นึ มาจากการนาสารกงึ่ ตัวนาชนดิ P และสารกึง่ ตัวนาชนดิ N ต่อรว่ มกนั ผลติ
ขึ้นมาใชง้ านหลายชนดิ เชน่ ไดโอด ซีเนอรไ์ ดโอด ไดโอดเปลง่ แสง ทรานซิสเตอร์และเฟต เปน็ ตน้ อปุ กรณ์แต่ละชนิดมี
โครงสร้าง หลักการทางาน และการนาไปใช้งานท่ีแตกต่างกัน

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..อุปกรณเ์ กี่ยวข้องในงานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์.............................................

แบบทดสอบบทที่ 11
เร่ือง ตวั เหน่ียวนาและหม้อแปลงไฟฟา้

วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อประเมนิ ความรู้ของนักศึกษาเก่ยี วกบั เรื่อง อุปกรณ์เกีย่ วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์
เขยี นเคร่อื งหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ที่ถูกต้องที่สุด

1. หนา้ ทขี่ องไมโครโฟนขอ้ ใดบอกไวถ้ ูกต้อง
ก. เปลยี่ นเสียงในรปู คลน่ื ไฟฟา้ ไปเปน็ เสยี งในรปู การสนั่ สะเทือน
ข. เปล่ียนเสียงในรูปการส่ันสะเทือนไปเปน็ เสียงในรปู คลืน่ ไฟฟา้
ค. ขยายคลน่ื เสียงความแรงต่าให้แรงมากข้นึ
ง. ปรบั คลน่ื เสียงทผี่ ิดเพี้ยนให้ชัดเจน

2. หลักการทางานของคอนเดนเซอร์ไมโครโฟนขอ้ ใดบอกได้ถกู ตอ้ ง
ก. ใช้หลกั การเกบ็ ประจขุ องตวั เกบ็ ประจุ
ข. ใช้สนามแมเ่ หล็กเหนี่ยวนาการทางาน
ค. ทางานได้ด้วยตัวเองตามเวลาที่กาหนดไว้
ง. ทาให้เกิดแรงคล่นื ไฟฟ้าชักทาเมื่อเกดิ การทางาน

3. เมกะโฟนคอื อะไร ข. ไมโครโฟนชนดิ หน่ึงใช้พกพา
ก. เคร่ืองขยายเสียงชนิดพกพา ง. ลาโพงมีเคร่ืองขยายเสียงในตวั ใช้พกพา
ค.ลาโพงตอบสนองความถีเ่ สียงทุกยา่ น

4. ลาโพงชนิดใดท่ตี อบสนองต่อสญั ญาณเสยี งความถ่ีสูง

ก. เบส (Base) ข. วเู ฟอร์ Woofer
ค. ทวีเตอร์ (Tweeter) ง. มดิ เรนจ์ (Midrange)

5. รเี ลยค์ ืออะไร ข. สวติ ช์ที่ขณะทางานมกี ารหนว่ งเวลา
ก.อปุ กรณ์ป้องกนั ไฟฟา้ ลัดวงจร ง. สวิตซ์ควบคุมด้วยอานาจแมเ่ หล็กไฟฟา้
ค.อุปกรณ์ชว่ ยควบคุมการเปิด ปิดวงจร

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2
ชือ่ หน่วย..อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์.............................................

แบบฝกึ หัดบทท่ี 11
เรอื่ ง ตวั เหนี่ยวนาและหม้อแปลงไฟฟ้า

วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือประเมินความรู้ของนักศกึ ษาเกยี่ วกับเรอื่ ง อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์
เขยี นเคร่อื งหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ท่ีถกู ต้องทีส่ ดุ
6. หน้าสมั ผสั สวติ ซช์ นิด NO หมายถงึ อะไร

ก.สวิตซ์หนา้ สมั ผสั ท่ไี มไ่ ด้ใช้งาน
ข. สวิตซ์หน้าสมั ผัสทีบ่ อกลาดับการทางาน
ค.สวิตซห์ น้าสัมผสั ขณะมีแรงดันจ่ายหน้าสัมผัสสวติ ซ์ต่อกนั
ง. สวติ ซห์ นา้ สมั ผัสขณะปกติยงั ไมม่ ีแรงดันจ่ายหนา้ สัมผสั สวติ ซ์ต่อกนั

7. แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์มีหลักการทางานเหมือนกบั อปุ กรณช์ นิดใด

ก.รเี ลย์ ข. สวติ ซ์

ค.ลาโพง ง. ไมโครโฟน

8. A จากรปู สญั ญาลักษณ์บอกให้ทราบถึงอะไร
ก. A คือขาแอโทด, คือขาแคโนด
ข. จา่ ยบวกให้ A จา่ ยลบให้ K มีกระแสไหลผ่าน

K ค. อปุ กรณส์ ารก่งึ ตัวนามชี อ่ื เรยี กว่า ซเี นอร์ไดโอด
ง. สญั ญาลกั ษณข์ องอปุ กรณส์ ารก่งึ ตัวนานิยมนาไปใชท้ างานที่
ไบแอสกลบั

9. วาริแอกคือหม้อแปลงชนิดใด ข. ชนิดทอรอยด์
ก. ชนิดออโต ง. ชนดิ ปรบั เปลี่ยนแรงดนั ได้
ค. ชนิดเพมิ่ แรงดัน

10. การนาซเี นอร์ไดโอดไปใช้ทางานข้อใดถกู ต้อง

ก. ทางานท่ีแรงดันไบแอสตรง ข. ทางานที่แรงดันไบแอสกลับ

ค. ทางานเปน็ สวติ ซ์ตัดต่อวงจร ง. ทางานเป็นตัวกาหนดค่าแรงดนั ไฟตรงคงทีจ่ ่ายออก

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย..อุปกรณ์เกย่ี วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์.............................................

เรอ่ื ง.............การทางานของรีเลย์……………................….........จานวนชั่วโมงสอน...........................

จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้

1. แสดงการใช้โอห์มมเิ ตอรว์ ัดรเี ลยไ์ ด้ 1. รีเลย์ 12 VDC ชนิดหน้าสัมผัส 1 ชุด แบบ 1 ขั้ว 2
2. ทดสอบสภาวะการทางานของรเี ลย์ได้ ทศิ ทาง (SPDT) 1 ตัว
3. มีกจิ นิสัยท่ีดีในการทางาน 2. มัลตมิ เิ ตอร์ชนดิ เข็มช้ี 1 เครือ่ ง
3. แหล่งจา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับคา่ ได้ 0 – 30 V 1

เครือ่ ง

4.แผงประกอบวงจรและสายตอ่ วงจร 1 ชุด

- ลาดับข้ันการทางาน ขอ้ ควรระวัง

11. รีเลย์ชนิดหน้าสัมผัส 1 ชุด แบบ 1 ขั้ว 2 ทิศทาง .......................................................................................

(SinglePoleDoubleThrow;SPDT) มีโครงสร้างและขา .......................................................................................

แสดงดังรูปที่ 11.1 มอบงาน

.......................................................................................

.......................................................................................

วดั ผล/ประเมินผล

1.ประเมนิ ผลจาความตงั้ ใจในการปฏบิ ตั ิงาน

2.ประเมนิ ผลจากงานทไี่ ด้รับมอบหมาย

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์.............................................

เรือ่ ง.............การทางานของรีเลย์……………................….........จานวนช่วั โมงสอน...........................

2 3 NO NC 4
1
NO 3 1
5 4 NC 5 2

(ก) ดา้ นบน (ข) ด้านล่าง (ค) สญั ลกั ษณ์

รปู ท่ี 11.1 รีเลย์ชนิดหน้าสัมผัส 1 ชดุ แบบ 1 ขวั้ 2 ทศิ ทาง (SPDT)
2. ต้ังมัลตมิ เิ ตอร์ไปทย่ี ่านวดั โอหม์ x10 ปรับแตง่ โอห์มมิเตอรใ์ ห้พร้อมใชง้ าน
3. นาโอห์มมิเตอรไ์ ปวัดขาขดลวดรีเลย์ทง้ั 2 ขา วัด 2 ครง้ั โดยสลับขัว้ สายวดั อ่านค่าความตา้ นทานท่ีวัด
ได้ท้งั 2 ครั้ง บันทกึ ค่าลงในตารางท่ี 11.1 แถวขาท่ีวดั 2 – 5 และ 5 – 2 การวดั แสดงดังรูปที่ 11.2

2 3 NO 2 3 NO
1 1

5 4 NC 5 4 NC

(ก) การวัดครงั้ ที่ 1 (ข) การวดั คร้งั ที่ 2

รูปท่ี 11.2 การวดั ขารีเลยด์ ว้ ยโอหม์ มิเตอร์

ตารางท่ี 11.1 การวดั ความตา้ นทานขารีเลย์

ขาทว่ี ดั ผลการวดั ค่าความต้านทาน
ขนึ้ ไม่ขนึ้ ()

2–5

5 – 2 (สลบั สายวดั )

1–3

1–4

3–4

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..อุปกรณ์เก่ยี วข้องในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์.............................................

เร่ือง.............การทางานของรีเลย์……………................….........จานวนชว่ั โมงสอน...........................

4. ย้ายโอห์มมเิ ตอร์มาวดั ขา 1 – 3, 1 – 4 และ 3 – 4 ตามลาดับ (โดยไม่ต้องคานึงถงึ ขว้ั โอห์มมิเตอร์)
อ่านค่าความต้านทานทว่ี ัดไดแ้ ตล่ ะคร้ัง บันทึกค่าลงในตารางท่ี 11.1 แถวขาท่วี ดั 1 – 3, 1 – 4 และ 3 – 4
ตามลาดับ

5. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 11.3 โดยยังไมจ่ ่ายแหลง่ จ่ายแรงดันไฟตรงปรบั คา่ ได้ เข้าวงจร
6. ต้ังมัลติมิเตอร์ไปท่ีย่านวัดโอห์ม x1 ปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ให้พร้อมใช้งาน นาไปวัดขารีเลย์ ขา 1 – 3
(NO)และ 1 – 4 (NC) ตามลาดับ บันทกึ คา่ ความตา้ นทานท่ีได้ไวใ้ นตารางท่ี 11.2 แถวยงั ไม่จ่ายแรงดนั 12 VDC

2 3 NO
1

5 4 NC

รปู ที่ 11.3 การทดสอบการทางานของรเี ลย์

ตารางท่ี 11.2 การวัดทดสอบการทางานขารเี ลย์

สภาวะ ขาท่วี ดั ผลการวดั คา่ ความต้านทาน

ขน้ึ ไม่ข้ึน ()

ยังไม่จ่ายแรงดัน 1 – 3 (NO)

12 VDC 1 – 4(NC)

จ่ายแรงดนั 1 – 3 (NO)

12 VDC 1 – 4(NC)

7. จ่ายแหล่งจ่ายแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ ปรับไวท้ ี่ 12 VDC เข้าขา 2, 5 รีเลย์ ใช้โอหม์ มเิ ตอร์วัดขารีเลย์ ขา
1 – 3 (NO)และ 1 – 4 (NC) อีกครั้งตามลาดับ บันทึกค่าความต้านทานที่ได้ไว้ในตารางที่ 11.2 แถวจ่ายแรงดัน 12
VDC

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..ตัวเกบ็ ประจุ.............................................................................................

เร่อื ง.............การทางานของรีเลย์……………................….........จานวนชัว่ โมงสอน...........................

สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................... ......................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

คาถามและการวิเคราะห์
1. จากตารางที่ 11.2 สภาวะการทางานของรเี ลย์ ในขณะไมจ่ ่ายแหลง่ จา่ ยแรงดันไฟตรง และขณะจา่ ยแหล่งจา่ ย
แรงดนั ไฟตรง ขา NO และขา NC มีสภาวะการทางานเป็นอยา่ งไร
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. .......................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ......................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ พส.9

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น หนว่ ยท่.ี .....12.....
ชอื่ หน่วย..............วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น................. เวลารวม..72...ชม.

เรอื่ ง..................วงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องต้น........................................ สปั ดาห.์ ...16.../18
จานวน.......4..ชม.

1. สาระสาคัญ
วงจรตวั ตา้ นทาน เป็นวงจรต่อตัวต้านทานร่วมกัน จัดในรูปวงจรได้ 3 แบบคือ วงจรอนกุ รมเป็นวงจร

ต่อตัวต้านทานเรียงลาดบั กนั ย่ิงตอ่ เพิ่มขึ้นความต้านทานยิ่งเพิ่มขึ้น วงจรขนานเปน็ วงจรต่อตัวต้านทานครอ่ มขนาน
กันทุกตัวที่จุดรวมกัน 2 จุด ความต้านทานผลรวมของวงจรน้อยกว่าค่าความต้านทานตัวที่น้อยท่ีสุดในวงจร วงจร
ผสมเป็นการต่อตัวต้านทานร่วมกันระหว่างการต่อแบบอนุกรมและการต่อแบบขนาน วงจรตัวเก็บประจุ เป็นวงจร
ตอ่ ตัวเก็บประจรุ ่วมกัน จดั ในรูปวงจรได้ 3 แบบ เช่นเดยี วกับตัวต้านทาน คอื วงจรอนกุ รมเป็นวงจรต่อตัวเกบ็ ประจุ
เรียงลาดับกันไป มีผลให้ค่าความจุรวมในวงจรลดลงเหลือน้อยกว่าค่าความจุตัวท่ีน้อยที่สุดในวงจร วงจรขนานเป็น
วงจรต่อตัวเก็บประจุคร่อมขนานกันทุกตัวที่จุดรวมกัน 2 จุด ค่าความจุรวมในวงจรเพ่ิมข้ึนตามค่าการต่อตัวเก็บ
ประจุเพ่ิม วงจรผสมเป็นการต่อตัวเก็บประจุร่วมกันระหว่างการต่อแบบอนุกรมและการต่อแบบขนาน วงจรตัว
เหนี่ยวนา เป็นวงจรต่อตัวเหนี่ยวนารว่ มกัน จัดในรูปวงจรได้ 3 แบบ เช่นเดียวกับตัวต้านทาน และมีคุณสมบัติของ
วงจรเหมือนกัน เพียงแต่หน่วยใช้งานแตกต่างกันวงจรพิมพ์ เป็นแผ่นพลาสติกท่ีผิวหน่ึงถูกเคลือบด้วยแผ่นทองแดง
บาง นามาใช้ทาลายวงจรพิมพ์ เพื่อต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน ลายวงจรพิมพ์มีส่วนสาคัญต่อการใช้งาน
ดังนั้นการเขียน และการออกแบบต้องถูกต้องเหมาะสม เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานตะก่ัวบัดกรี เป็นวัสดุ
ใชท้ าหน้าทีเ่ ช่อื มประสานรอยตอ่ ของสายไฟ หรอื ขาอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์เขา้ ดว้ ยกัน ส่วนประกอบของตะก่วั บดั กรี
ประกอบดว้ ยดบี ุก และตะก่ัวในอัตราสว่ น60/40 ตอนกลางของเส้นลวดตะกว่ั บดั กรมี นี ้ายาประสานบรรจุอยู่ หวั แร้ง
ที่ใช้งานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นหัวแร้งไฟฟ้า ทาหน้าที่ให้ความร้อนเพื่อใช้หลอมละลายตะก่ัวบัดกรี
ช่วยในการบัดกรชี ิ้นงานอเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ ่างๆ
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย

1.สามารถสรา้ งแผน่ วงจรพิมพ์และประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองต้นได้
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกความหมายของอิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจรได้
2. อธิบายลักษณะแผ่นวงจรพมิ พ์และการสรา้ งแบบรายวงจรได้
3. อธบิ ายขัน้ ตอนการสร้างลายวงจรพิมพแ์ บบง่ายได้
4. บอกคุณลักษณะหวั แร้งบดั กรไี ด้
5. บอกสว่ นประกอบตะกั่วบดั กรีได้
6. บอกประโยชนเ์ ครอ่ื งดูดตะกวั่ บดั กรไี ด้
7. อธบิ ายเทคนิคการบดั กรีอปุ กรณ์ได้
8. บอกวิธกี ารประกอบวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้

4. สาระการเรยี นรู้

1.อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์และวงจร 2.แผ่นวงจรพมิ พแ์ ละการสร้างแบบลายวงจร

3.การสรา้ งลายวงจรพิมพแ์ บบง่าย 4.หวั แรง้ บัดกรี

5.ตะกั่วบดั กรี 6.เคร่ืองดูดตะกว่ั บัดกรี

7.เทคนิคการบัดกรีอุปกรณ์ 8.วงจรอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้

5. การออกแบบการจัดการเรียนรู้

- แบง่ กลุ่มเรียน รว่ มกันปฏิบัตใิ บงาน โดยให้เพ่ือนช่วยสอนเพอ่ื น

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
-ตรวจความพรอ้ มของผู้เรยี นโดยการให้เขา้ แถวแล้วขานช่อื เชค็ การมาเรียนสาย ตกั เตือนให้ความรู้

เกีย่ วกบั ความมวี ินยั
ข้ันนา

-นาเข้าสู่บทเรยี น โดยถามนักเรยี นเกีย่ วกับวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบือ้ งตน้
-นกั เรียนช่วยกนั ตอบคาถามตามความเข้าใจของแตล่ ะคน
ข้ันสอน
-ครูอธบิ ายเรอื่ ง วงจรอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น
-นักเรยี นฟงั การบรรยายจากครูผู้สอน, ศกึ ษาจากสื่อ/หนังสือ, ซกั ถามปัญหาขอ้ สงสัย
-ครซู กั ถามเกย่ี วกับวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องต้น
-นกั เรียนรว่ มกันสนทนาเกีย่ วกบั วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้
-ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ทาใบงานเร่ือง วงจรอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บื้องตน้
-นักเรยี นจดบันทึกย่อ, ถามตอบ, ชว่ ยเหลือกันในกลุ่ม, ทาใบงาน
-ครใู ห้คาแนะนานกั เรียนนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน
-ครูตรวจสอบการปฏิบัตงิ าน
-ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนถามปญั หาและข้อสงสยั จากเนอ้ื หา โดยครเู ปน็ ผูต้ อบปัญหาท่ีเกิดขึ้นระหว่างการ
เรยี นการสอน
-นักเรยี น ถามปัญหาและข้อสงสยั ทเ่ี กดิ ข้ึน
ขน้ั สรปุ
-ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปเน้อื หาท่ีไดเ้ รียนให้มีความเข้าใจในทิศทางเดยี วกัน
-นกั เรียนรว่ มกนั สรุปเนือ้ หาที่ได้เรียนให้มีความเข้าใจในทศิ ทางเดยี วกัน
-ครใู หน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 12
-นักเรยี นทาแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 12
-ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบ
-นกั เรยี นทาแบบทดสอบ
-ครใู ห้นักเรยี นศึกษาเพิม่ เติมจากแหล่งความร้นู อกห้องเรียน
-นกั เรยี นศึกษาเพม่ิ เตมิ จากแหลง่ ความรนู้ อกหอ้ งเรยี น

7. บรรยากาศที่ส่งเสรมิ และพฒั นาผูเ้ รียน
- บรรยากาศแห่งความท้าทาย เพอื่ เปน็ แรงกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนได้ปฏบิ ตั ิงานให้สาเรจ็
- ผ้เู รียนมีความสนใจในการเรียน เนอ่ื งจากการสอนแบบเพ่ือนช่วยเพือ่ น ทาใหผ้ เู้ รียนได้แสดงความคดิ เหน็ และได้
แลกเปลีย่ นความรู้ ส่งผลใหเ้ กิดผลการเรียนรู้ทด่ี ี

8. คณุ ธรรม จริยธรรมประจาหนว่ ย
- ความรับผิดชอบ
- ตรงต่อเวลา
- ความซอื่ สตั ย์
- รกั ษาความปลอดภยั

9. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรยี นเร่ือง วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น
2. ใบงาน
3. แบบทดสอบหลังเรียน
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เรอื่ ง วงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้

10. การวัดผลและประเมนิ ผล
1. กาหนดการประเมนิ ทักษะพสิ ัย
2. เครือ่ งมือทีใ่ ชป้ ระเมนิ ทักษะพสิ ัย
3. เคร่ืองมือการประเมนิ จติ พิสัย

11. หลักฐานการเรยี นรู้
- ใบงานเรอ่ื ง วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบ้อื งต้น

12. เอกสารอ้างอิง
หนังสือประกอบการเรยี นรายวชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ของสานกั พมิ พ์ ศูนย์ส่งเสรมิ อาชวี ะ

เรยี บเรียง โดย พันศกั ดิ์ พฒุ ิมานติ พงศ์

พส.10

เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการประเมิน

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

แบบประเมนิ แบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมิน

1. บอกความหมายของอิเล็กทรอนิกส์และวงจรได้
2. อธิบายลกั ษณะแผ่นวงจรพิมพ์และการสรา้ งแบบรายวงจรได้
3. อธบิ ายขนั้ ตอนการสรา้ งลายวงจรพมิ พ์แบบงา่ ยได้
4. บอกคุณลกั ษณะหัวแร้งบัดกรีได้
5. บอกส่วนประกอบตะกั่วบัดกรีได้
6. บอกประโยชนเ์ คร่ืองดดู ตะกั่วบัดกรไี ด้
7. อธิบายเทคนคิ การบัดกรีอุปกรณไ์ ด้
8. บอกวิธีการประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ได้

รวม
รวมท้ังหมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)

พส.11

บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหสั วิชา...........................ชอ่ื วชิ า.........................................................................................ระดบั ช้นั  ปวช.  ปวส.
สาขางาน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สปั ดาหท์ ี่..........วันท่สี อน..............................................
หน่วยท่.ี ...........ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จานวน................ชวั่ โมง
จานวนผเู้ รียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มาเรียน............6..2..........คน ขาดเรยี น...1..2....คน ลาป่วย....-.....คน ลากจิ .....-.....คน

1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………

ลงชอื่ .......................................................ครูผู้สอน
(............................................................)

........../................/............

ความเห็น................................................................................. ความเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................หัวหนา้ แผนกวชิ า ลงชื่อ............................................รองผ้อู านวยการฝ่ายวชิ าการ

(............................................................) (นางสาวนศิ ากร เจรญิ ด)ี
............/................../............ ............/................../............

ความเหน็ ผอู้ านวยการ.................................................................................
....................................................................................................................

ลงชอ่ื ...........................................
(นางสาวสุมีนา แดงใจ)

ผู้อานวยการวทิ ยาลัยการอาชพี นครปฐม
............/................../............

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย......วงจรอิเล็กทรอนกิ สเ์ บื้องต้น.................................................................

เร่อื ง................อุปกรณ์เกยี่ วข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์..................จานวนชั่วโมงสอน..........8.............

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ รายการเรยี นรู้

- จุดประสงคท์ ั่วไป

1.เพื่อให้มีความเรื่องอเิ ล็กทรอนิกส์และวงจร 1.อิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร

2.เพื่อให้มีความรู้เรื่องของแผน่ วงจรพิมพ์และการสร้าง 2.แผน่ วงจรพมิ พ์และการสรา้ งแบบลายวงจร

แบบลายวงจร 3.การสรา้ งลายวงจรพมิ พ์แบบงา่ ย

3.เพ่ือใหม้ ีความรเู้ กยี่ วกับรีเลย์ 4.หัวแร้งบัดกรี

4.เขา้ ใจหลักการทางานของหวั แร้งบัดกรี 5.ตะกว่ั บัดกรี

5.มีความร้เู ก่ยี วกับตะก่ัวบัดกรี 6.เคร่อื งดดู ตะกวั่ บดั กรี

6.เข้าใจหลักการทางานของเคร่ืองดูดตะก่ัวบดั กรี 7.เทคนคิ การบัดกรีอปุ กรณ์

7.เข้าใจหลักการบดั กรีอปุ กรณ์ 8.วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบือ้ งตน้

8.เข้าใจหลักการทางานของวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้

- จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม

1.บอกความหมายของอิเลก็ ทรอนกิ ส์และวงจรได้

2.อธิบายลักษณะแผน่ วงจรพิมพ์และการสรา้ งแบบราย

วงจรได้

3.อธิบายข้นั ตอนการสรา้ งลายวงจรพิมพ์แบบง่ายได้

4.บอกคุณลกั ษณะหัวแร้งบัดกรไี ด้

5.บอกส่วนประกอบตะกัว่ บดั กรไี ด้

6.บอกประโยชน์เคร่อื งดดู ตะกวั่ บัดกรีได้

7.อธิบายเทคนิคการบดั กรีอปุ กรณ์ได้

8.บอกวิธีการประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ ได้

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งต้น........................................................................

12.1 อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุปกรณ์ท่ีผลิตข้ึนมาจากสารก่ึงตัวนาแต่ละชนิดมาประกอบร่วมกัน มี

คุณสมบัติในการทางานเฉพาะตัวแตกต่างกัน การทางานจาเป็นต้องนาอุปกรณ์เหล่านี้มาประกอบร่วมกันอยู่ในรูป
วงจรไฟฟ้า (ElectricCircuit) หรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (ElectronicCircuit) โดยใช้คุณสมบัติเฉพาะตัวของ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่ีเกี่ยวข้องมาใช้ทางานร่วมกันในแบบประสานสัมพันธ์กัน ทาให้เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ และ
อุปกรณท์ ่ีผลติ ขึ้นมาใชง้ านมโี ครงสร้าง วงจร และการทางานแตกต่างกันไป

อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์แตล่ ะตัวในวงจร จะมีการทางานตามคุณสมบัติของตวั เอง เมื่อจัดวงจรและระบบ
การทางานที่เหมาะสมวงจรก็สามารถทางานได้ อุปกรณ์ทุกตัวที่ประกอบร่วมในวงจรมีความสาคัญเท่าเทียมกัน
หากเกิดการทางานผิดปกติของอุปกรณ์เพียงตัวเดียวในวงจร จะมีผลต่อการทางานผิดปกติของวงจรท้ังระบบ วงจร
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ท่ีสร้างขนึ้ มาใช้งานมีมากมายแตกต่างกันทั้งวงจรและการทางาน การศึกษาการทางานของวงจรแต่ละ
ชนิด จาเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานการทางานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละตัวที่ใช้งาน ว่ามี
ความสัมพันธก์ บั การทางานของระบบในวงจรอย่างไร

การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์มีความยุ่งยากซับซ้อน ผู้ออกแบบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจท้ังตัว
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบการทางานของวงจรที่ต้องสร้าง วงจรท่ีถูกออกแบบมาใช้งานได้ผ่านการทดลอง
และทดสอบการทางานมาแล้ว จนมั่นใจว่าสามารถทางานได้อย่างสมบูรณ์ถูกต้อง ดังน้ันผู้ใช้งานวงจรเหล่าน้ีก็
จาเป็นต้องศึกษาทาความเข้าใจก่อนการใช้งานด้วย เพ่ือให้มีการใช้งานที่ถูกต้องปลอดภัย เม่ือเกิดปัญหากับ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่าน้ี ผู้ใช้งานจะได้นาความรู้ที่มีอยู่มาช่วยวิเคราะห์ถึงปัญหา และนาไปสู่การแก้ปัญหาได้
วงจรอิเล็กทรอนิกส์นิยมสร้างลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ (PrintedCircuitBoard;PCB) เพื่อให้วงจรมีขนาดเล็กกะทัดรัด
ง่ายต่อการนาไปใช้งาน การบารุงรักษา และการตรวจซ่อมแก้ไข การวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนแผ่นวงจรพิมพ์
แสดงดังรปู ที่ 12.1

รูปที่ 12.1 การวางอุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสบ์ นแผน่ วงจรพิมพ์

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องตน้ ........................................................................

12.2 แผน่ วงจรพิมพ์และการสร้างแบบลายวงจร
แผ่นวงจรพิมพ์ เป็นแผ่นฉนวนท่ีสร้างขึ้นมาจากวัสดุหลายประเภท เช่น อีพอกซี เรซิน (EpoxyResin)

หรือ อพี อกซีไฟเบอร์กลาส (Epoxy Fiberglass) เป็นต้น ผวิ ด้านนอกดา้ นเดียวหรือท้ังสองดา้ น ถกู เคลือบดว้ ยแผ่น
ทองแดงบาง (ThinCopperFoil) เพื่อใช้สร้างลายวงจรพิมพ์ (PrintedCircuit) ตามวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่นามา
ออกแบบ ลายวงจรพิมพ์ทีส่ ร้างขึน้ มาใช้ในการตอ่ เช่ือมขาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกนั ตามวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์

การสร้างแบบลายวงจรพิมพ์ถือเป็นสิ่งสาคัญต่อการทางานของมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงส่งผลต่อ
ประสิทธิภาพของวงจร ทาให้วงจรสามารถทางานได้ถูกต้องสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด การเขียนลายวงจรจะต้อง
คานึงถึงขนาดของลายวงจร ให้เหมาะสมกับขนาดของกระแสที่ไหลผ่าน ลักษณะการเช่ือมต่อต้องสมบูรณ์ถูกต้อง
เหมาะสม สวยงาม ระยะห่างของจุดต่ออุปกรณ์บนลายวงจรตอ้ งมีขนาดท่ีพอเหมาะ รจู ุดตอ่ อุปกรณ์ควรอยู่ก่ึงกลาง
จดุ ตอ่ และส่วนโค้งงอของลายวงจรควรมนโค้งให้เหมาะสมกบั ตาแหน่งอุปกรณ์

การสรา้ งแบบลายวงจรพิมพล์ งบนแผ่นวงจรพิมพ์ ควรปฏบิ ัติดงั น้ี
1. กาหนดวงจรที่ต้องการสร้างแบบลายวงจรพิมพ์ พร้อมท้ังเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ แต่ละตัวที่ต้องการใช้
งานในวงจรมาให้พร้อม
2. วัดขนาดของอุปกรณ์ท่ีต้องการใช้งานจริงทุกตัว ท้ังด้านกว้าง ด้านยาว ขนาดความโตของขาอุปกรณ์
ระยะห่างของขา และขนาดพืน้ ท่ขี องอุปกรณท์ ต่ี ้องใช้
3. กาหนดตาแหน่งอุปกรณ์ทุกตัวท่ีใช้งานลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ ในตาแหน่งท่ีเหมาะสม ถูกต้อง และ
สะดวกตอ่ การเชอ่ื มตอ่ ลายวงจรเข้าด้วยกนั
4. กาหนดขนาดความกวา้ ง ความยาวของแผ่นวงจรพิมพ์ที่ใช้ ให้เหมาะสมกบั พืน้ ท่ที ีจ่ ะนาแผ่นวงจรพมิ พ์
ไปติดตัง้ ใชง้ าน
5. สร้างลายวงจรพิมพ์คร่าวๆ เพ่ือเชื่อมต่อขาของอุปกรณ์ท้ังหมดให้ถูกต้อง ครบถ้วน และปรับแต่งให้
เหมาะสมอีกครั้ง ลายวงจรพมิ พท์ เ่ี ชอ่ื มต่อขาอปุ กรณต์ ้องสน้ั ไมส่ บั สน
6. กาหนดขนาดรูลายวงจรพมิ พ์ทีใ่ ช้วางอุปกรณใ์ ห้เหมาะสมกบั ขาอุปกรณ์แตล่ ะตวั
7. ตรวจสอบตกแต่งจุดต่อลายวงจรพิมพ์แต่ละเส้น ให้มีระยะห่างจากเส้นลายวงจรพิมพ์ ข้างเคียงท่ี
เหมาะสม สวยงาม และไม่เกิดการแตะสมั ผัสกันของลายวงจรพิมพแ์ ต่ละเส้น

8. บอกรายละเอียดทส่ี าคัญไว้ เช่น ชนิดของอุปกรณ์พร้อมค่าหรอื หมายเลขท่ีใช้ในวงจร ตาแหน่งขา
อปุ กรณ์ ขว้ั บวกลบ และข้วั ต่อเชื่อมต่างๆ เป็นต้น บอกไว้ทางด้านวางอปุ กรณ์ของแผ่นวงจรพิมพ์ เพือ่ ให้งา่ ยใน

การประกอบวงจร ชดุ อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสแ์ ละลายวงจรพมิ พ์ทส่ี รา้ งไวเ้ รยี บร้อย แสดงดงั รูปที่ 12

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ ........................................................................

C5 C3 +VS
220mF 100nF D1
C1 = 1mF
IN 1 TDA 5 1N44001
R3 2
22 kW 2030A
3 D2=1N4001

R2 R1 = 13 kW R4 RL
680CW2 1W
22mF C6 C4 C7
220mF 100nF 220nF

-VS

(ก) วงจรสัญลักษณ์ (ข) ชดุ วงจรอิเล็กทรอนิกส์

(ค) แผน่ วงจรพมิ พ์ด้านวางอุปกรณ์ (ง) แผน่ วงจรพิมพ์ด้านลายวงจรพิมพ์

รูปท่ี 12.2 ชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ สแ์ ละลายวงจรพิมพ์ท่สี รา้ งไว้เรยี บร้อย

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น........................................................................

12.3 การสร้างลายวงจรพิมพ์แบบง่าย

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างข้ึนมาในลักษณะชุดประกอบ (Kit) ใช้ฝึกทดลอง ท่ีเผยแพร่ในหนังสือชุดทดลอง

อิเลก็ ทรอนกิ ส์ต่างๆ มักจะมีลายวงจรพิมพ์ใหม้ าดว้ ยเสมอ เพ่ือให้ผู้สนใจสามารถทดลองสร้างแผ่นวงจรพิมพข์ ึ้นใช้เองได้

ด้วยการนาลายวงจรพิมพ์ที่มีมาให้ไปใช้สร้างลายวงจรพิมพ์ลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ด้วยตัวเองได้ วิธีสร้างทาได้หลายวิธี เช่น

พมิ พ์ลายด้วยวิธีซิลค์สกรีน (SilkScreen) ใช้ฟิล์มไวแสงหรือไดร์ฟิล์ม (DryFilm) ใช้วิธีเขียนลายด้วยสีน้ามันหรือปากกา

เคมีกนั น้า หรอื ใชก้ ระดาษถ่ายเอกสารลอกลาย เปน็ ต้น

ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงวิธีสร้างลายวงจรพิมพ์แบบง่ายด้วยตัวเอง สามารถสรา้ งใช้งานได้ด้วยตวั เอง โดยใช้วิธีการ

ลอกลายวงจรพิมพ์จากกระดาษถ่ายเอกสารที่ถ่ายลายวงจรไว้ หรอื อาจใช้กระดาษที่พมิ พ์ลายวงจรด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็

ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ลงทุนน้อย และได้ลายวงจรพิมพ์เหมือนต้นฉบับทุกประการ ลาดับข้ันตอนการปฏิบัติเป็นดังน้ี

พร้อมท้ังแสดงรูปลาดับขั้นตอนตามรปู ที่ 12.3

1. เตรยี มอุปกรณ์ท่ีตอ้ งการใช้งานให้พร้อมประกอบด้วย แผ่นวงจรพิมพ์ กระดาษชนิดถ่ายเอกสารได้ ปากกาเคมี

กันน้า (ปากกาเขียนแผ่นใสกันน้า) เตารีด แผ่นใยขัดสังเคราะห์ (แผ่นสก็อตไบรต์) ผงซักฟอก กรดกัดทองแดง หรือกรดเฟ

อริก คลอไรด์ (FerricChloride Acid) น้ามนั ทินเนอร์ และภาชนะพลาสตกิ เป็นต้น

2. เตรียมแผ่นวงจรพิมพ์ให้พร้อมใช้งาน โดย ตัด

แผ่นวงจรพิมพ์ให้ได้ขนาดตามต้องการ ลบคม ตกแต่งขอบให้

(ก) เรียบรอ้ ย ล้างทาความสะอาดด้านทองแดง โดยใช้ใยขัดสังเคราะห์
และผงซักฟอก ล้างสิ่งสกปรกและคราบสนิมให้หมด เช็ดและ

ปลอ่ ยไว้จนแหง้ สนทิ หลังจากนไ้ี มค่ วรสัมผสั โดนผวิ ทองแดงนัน้ อีก

3. นาลายวงจรพิมพ์ที่ต้องการใช้ ไปถ่ายเอกสารลงบน
กระดาษ หรือแผ่นใสชนิดถ่ายเอกสารได้ และหรือใช้พิมพ์ลาย
วงจรพิมพ์ด้วยเคร่ืองพิมพ์เลเซอร์ก็ได้ โดยใช้ลายวงจรพิมพ์ด้านใช้
(ข) จรงิ มากลบั ดา้ น (เหมือนลายวงจรพิมพด์ ้านวางอุปกรณ)์

4. นากระดาษถ่ายเอกสารดา้ นลายวงจรพิมพ์ วางลงบน
แผ่นวงจรพิมพ์ด้านทองแดง ใช้เทปใสยึดขอบกระดาษให้แน่นไม่ให้
(ค) เคลื่อนท่ี ใช้เตารีดปรับความร้อนสูงสุด รีดบนกระดาษให้ทั่ว
ประมาณ 45 วนิ าที เพื่อให้ลายวงจรพมิ พ์ทถี่ ่ายเอกสารไว้ท้ังหมด
มาเกาะติดทีผ่ ิวทองแดง ปลอ่ ยทง้ิ ไว้ให้แผน่ วงจรพมิ พเ์ ย็นตัวลง

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น........................................................................
5. นาแผ่นวงจรพิมพ์ท่ีรีดด้วยเตารีดเรียบร้อยแล้วพร้อมท้ัง
กระดาษที่ติดอยู่ไปแช่น้าเปล่า ให้กระดาษอ่อนตัวลง ค่อยๆ

(ง) ลา้ งถูเบาๆ ให้กระดาษหลุดออกจนหมด เหลือเพียงลายวงจร
พิมพ์เกาะติดบนแผ่นวงจรพิมพ์ นาแผ่นวงจร พิมพ์มาทาให้
แหง้
6. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของลายวงจรพิมพ์ท่ีได้ออกมา มี
ส่วนใดของลายวงจรพิมพ์เกิดความบกพร่อง ขาดหลุดหายไป

(จ) หรือไม่ ถ้ามีให้ใช้ปากกาเคมีกันน้าเขียนตกแต่งให้ลายวงจร
พมิ พส์ มบูรณ์ท้งั หมด

7. นาแผ่นวงจรพิมพ์ที่ตกแต่งเรียบร้อยไปแช่ลงในกรดกัด

ทองแดง เขย่าถาดเบาๆ พร้อมทั้งสังเกตทองแดงส่วนที่ไม่

(ฉ) ต้องการหลุดออกหมดหรือยัง ทาเช่นน้ีจนทองแดงส่วนท่ีไม่
ต้องการหลุดออกหมด นาแผ่นวงจรพิมพ์ไปล้างกรดกัด

ทองแดงออกให้หมด ดว้ ยน้าและผงซกั ฟอก

8. ล้างหมึกพิมพ์พลาสติกสีดาเป็นลายวงจรพิมพ์ทเี่ กาะติดบน

แผ่นวงจรพิมพ์ออกให้หมดด้วยทินเนอร์ หรือน้ายาล้างยาทา

(ช) เล็บ (Acetone) ทาความสะอาดแผ่นวงจร พิมพ์อีกคร้ัง
ปล่อยให้แห้ง และทาเคลือบด้วยน้ายางสนบางๆ ปล่อยท้ิง

ให้ แ ห้ งส นิ ท ยางสน ช่ วย ป้ องกั น ก ารเกิ ด สนิ ม ข อ ง

ลายทองแดงบนแผ่นวงจรพมิ พ์

9. นาแผ่นวงจรพิมพ์ที่ผ่านขั้นตอนต่างๆ มา และเคลือบด้วย

น้ายางสนเรยี บร้อยไปเจาะรูตามจุดต่างๆ ให้ครบทกุ จดุ ก็จะ

(ซ) ได้ลายวงจรพิมพ์บนแผ่นวงจรพิมพ์ พร้อมที่จะนาไปประกอบ
อปุ กรณต์ ามต้องการ

รปู ที่ 12.3 ข้นั ตอนการสร้างลายวงจรพิมพ์

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ ........................................................................

12.4 หัวแรง้ บัดกรี
หัวแร้งบัดกรี (SolderingIron) เป็นเครื่องมือใช้ทาหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์

อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมถึงสายไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ถือเป็นอุปกรณ์ท่ีสาคัญต่อการใช้งานสาหรับช่างไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ หัวแร้งท่ีนิยมใช้งานเป็นหัวแร้งที่ทางานด้วยไฟฟ้า โดยเมื่อจ่ายไฟให้หัวแร้งจะเกิดความร้อนข้ึนใน
ขดลวดความรอ้ น ส่งผ่านความร้อนไปยงั ปลายหัวแรง้ ท่ีส่วนหวั บัดกรีเป็นตัวรับความรอ้ นส่งผา่ นความร้อนไปยังจุด
บัดกรี หลักการบัดกรีจะต้องทาให้จุดบัดกรีเกิดความร้อนเพียงพอ ใช้หลอมละลายตะกั่วบัดกรีเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้
ประสานกันแน่น ไม่หลุดออกจากกันได้โดยง่าย ขนาดกาลังไฟฟ้าของหัวแร้งบัดกรีต้องใช้ให้สัมพันธ์กับขนาดของ
จุดบดั กรี เพื่อทาให้การบดั กรีถกู ต้องสมบูรณ์

หัวแร้งบัดกรีท่ีผลิตมาใช้งานมีขนาดการจ่ายความร้อนออกมา หรือมีค่ากาลังไฟฟ้าของหัวแร้งบัดกรีหลาย
ขนาด ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาดจุดบัดกรี ถ้าเป็นจุดบัดกรีขนาดเล็ก เช่น การบัดกรีงานบนแผ่นวงจรพิมพ์
ควรใช้หัวแร้งบัดกรีประมาณ 15 – 30 วัตต์ จุดบัดกรีขนาดมาตรฐานท่ีใช้กับงานทั่วไป ควรใช้หัวแร้งบัดกรี
ประมาณ 30 – 50 วัตต์ และจุดบัดกรีขนาดใหญ่ ควรใช้หัวแร้งบัดกรีประมาณ 50 – 150 วัตต์ หัวแร้งบัดกรีท่ีผลิต
ออกมาใช้งานทางด้านงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีลกั ษณะการทางาน 2 แบบ คือ หัวแร้งแช่ และหัวแรง้ ปืน แสดง
ดังรูปท่ี 12.4

(ก)หวั แรง้ แช่ชนิดอณุ หภมู คิ งท่ี (ข)หวั แรง้ แชช่ นดิ ปรับอุณหภูมิได้

(ค)หัวแร้งแชช่ นดิ ใชแ้ ก๊ส (ง)หัวแรง้ ปืน

รปู ท่ี 12.4 ชนดิ หวั แรง้ บัดกรี

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่อื หน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น........................................................................
12.5 ตะกั่วบัดกรี

ตะก่ัวบัดกรี (Solder) เป็นวัสดุที่ทาหน้าที่ช่วยเช่ือมประสานรอยต่อสายไฟ ขาอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อเิ ล็กทรอนิกส์ในการต่อวงจร หรือเชื่อมต่อขาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับลายวงจรพิมพ์ ส่วนประกอบของตะก่ัว
บัดกรี ประกอบด้วยดีบุก (Tin) และตะกั่ว (Lead) โดยส่วนผสมของวัสดุทั้งสองถูกกาหนดไว้เป็นค่าเปอร์เซ็นต์ มี
สัดส่วนของการใช้วัสดุท้ังสองแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น 60/40 หมายถึง เป็นตะกั่ว
บัดกรีท่ีมีส่วนผสมของดีบุก 60% และตะก่ัว 40% เป็นต้น ส่วนผสมของตะก่ัวบัดกรีท่ีผลิตมาใช้งานมีความ
แตกตา่ งกนั จะมีผลต่อจุดหลอมละลายของตะกั่วบัดกรีแตกต่างกนั ไป ดงั นี้

 สว่ นผสมที่ 63/37 มีจดุ หลอมละลายโดยประมาณ 183oC ถอื เป็นส่วนผสมท่ีดีทส่ี ดุ
 สว่ นผสมที่ 60/40 มจี ดุ หลอมละลายโดยประมาณ 190oC เป็นสว่ นผสมทดี่ ี
 สว่ นผสมที่ 50/50 มจี ดุ หลอมละลายโดยประมาณ 214oC
การเลือกใช้ตะกั่วบดั กรที ี่ดี ควรเป็นชนดิ ท่มี จี ุดหลอมละลายต่าสุด เพราะจะชว่ ยให้การบดั กรที าไดร้ วดเร็ว
และความร้อนไม่ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชารุดเสียหาย ส่วนผสมของตะกั่วบัดกรีท่ีนิยมใช้สาหรับการบัดกรี
อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควรใช้ค่าท่ี 63/37 หรือค่าที่ 60/40 ถือเป็นตะกัว่ บัดกรีชนิดคณุ ภาพดี ลักษณะตะกัว่ บัดกรีที่
นิยมใช้ในการบัดกรอี ุปกรณ์ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ แสดงดังรูปที่ 12.5

(ก)ตะก่วั บดั กรี (ข) โครงสร้างภายในตะกั่วบดั กรี

รปู ที่ 12.5 ตะก่ัวบัดกรีและโครงสร้างภายใน

จากรูปท่ี 12.5 แสดงตะก่ัวบัดกรีและโครงสร้างภายใน รูปที่ 12.5 (ก) เป็นลักษณะตะก่ัวบัดกรีท่ีผลิตมาใช้

งานด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเป็นเส้นลวดกลมยาว ขดไว้เป็นม้วนมีหลายขนาด ท้ังขนาดของเส้นตะกั่ว

และขนาดของความยาว ส่วนรูปที่ 12.5 (ข) เป็นโครงสร้างภายในตะก่ัวบัดกรีใช้งานด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ตอนกลางของเส้นตะกั่วจะมีน้ายาประสาน หรือฟลักซ์ (Flux) บรรจุอยู่ด้วย เป็นส่วนช่วยในการทาความสะอาด

ผิวหน้าของจุดบัดกรี ด้วยการทาให้สิ่งสกปรกต่างๆ บนผิวโลหะจุดบัดกรีหมดไป ช่วยให้ตะก่ัวบัดกรีเกาะติด

ช้นิ งานไดด้ ีขนึ้ และชว่ ยเคลอื บผิวตะกวั่ บัดกรีรวมทัง้ ชิ้นงานไมใ่ ห้เกดิ สนมิ และทาใหผ้ ิวตะกั่วเปน็ มันวาว

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้น........................................................................
เครื่องดูดตะกั่วบัดกรี (Solder Sucker) เป็นอุปกรณ์ท่ีผลิตขึ้นมาช่วยอานวยความสะดวกในการดูดตะก่ัวที่บัดกรีขาอุปกรณ์
ไว้ออกจากรอยบัดกรี เพ่ือการแก้ไขเปล่ียนแปลงอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เปล่ียนแปลงอุปกรณ์ตัว
ใหม่ หรือปรับปรุงแก้ไขอุปกรณ์เดิมให้เป็นอุปกรณ์ใหม่ เป็นต้น เครื่องดูดตะก่ัวบัดกรีมีหลายรูปแบบ หลายลักษณะ ทั้ง
รูปร่าง ขนาด และโครงสร้าง หลักการทางานของเครื่องดูดตะก่ัวบัดกรี อาศยั แรงดูดอากาศของกระบอกลูกสบู ในเคร่ืองดูด
ตะกั่ว วิธดี ูดตะก่ัวบัดกรีออก โดยทาให้ตะกั่วบัดกรีท่ีต้องการดูดออกหลอมละลายก่อน แล้วจึงนาเครื่องดูดตะก่ัวบัดกรีเข้าไป
ดูดโดยรวดเร็ว เครื่องดูดตะกั่วบดั กรี และการดดู ตะกวั่ บัดกรี แสดงดงั รูปท่ี 12.6

(ก)เครื่องดดู ตะกั่วบดั กรี (ข)การดดู ตะก่วั บัดกรี

รปู ที่ 12.6เคร่ืองดดู ตะก่วั บัดกรี และการดูดตะกว่ั บดั กรี

นอกจากเคร่อื งดูดตะก่ัวบัดกรแี ล้วยังได้ผลติ ตัวซับตะกัว่ บัดกรี (SolderWick) ทาหน้าที่ดูดซับตะกวั่ บัดกรอี อกจาก

จุดบัดกรี ตัวซับตะก่ัวบัดกรีทามาจากลวดทองแดงขนาดเล็กถักไปมาคล้ายสายชิลด์ วิธีดูดตะก่ัวบัดกรีออก โดยนาตัวซับ

ตะกั่วบัดกรีมาวางในตาแหนง่ ที่ต้องการ นาหัวแร้งบัดกรีที่ร้อนมาสัมผัส เพื่อซับตะกั่วให้ไปติดที่ตวั ซับตะกั่วแทน ตัวซับ

ตะกั่วบัดกรี และการซับตะก่วั บัดกรี แสดงดงั รปู ท่ี 12.7

(ก)ตัวซบั ตะก่วั บดั กรี (ข)การซบั ตะก่ัวบัดกรี

รปู ที่ 12.7ตัวซับตะก่ัวบดั กรี และการซบั ตะกั่วบัดกรี

12.7 เทคนคิ การบัดกรีอปุ กรณ์

การบัดกรีเปน็ สงิ่ สาคัญของการปฏิบตั ิงานทางดา้ นชา่ งไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ หรือช่างทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั การ

เชอื่ มตอ่ วงจรทางไฟฟา้ เข้าดว้ ยกนั การตอ่ อปุ กรณ์เขา้ วงจรจะสง่ ผลต่อการทางานของวงจรเหล่านน้ั วา่ ดี

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบอื้ งต้น........................................................................

ทางานของวงจร จนถึงวงจรไม่สามารถทางานได้ ดังนั้นขั้นตอนการบัดกรีเป็นสิ่งจาเป็น และต้องฝึกปฏิบัติให้เกิดความ

ชานาญ เทคนิคการบดั กรีทาได้ดงั น้ี พรอ้ มทง้ั แสดงรูปลาดบั ขั้นตอนตามรูปท่ี 12.8

1. เตรียมอุปกรณ์ท่ีต้องการใช้งานให้พร้อม เช่น คีมจับ คีม

(ก) ตัด หัวแร้งบัดกรีพร้อมท่ีรองหัวแร้งและฟองน้าทาความสะอาดหัวแร้ง
บัดกรี ตะกั่วบัดกรี เคร่ืองดูดตะก่ัวบัดกรี แผ่น วงจรพิมพ์ และ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (หรอื ช้นิ งานที่ต้องการบัดกร)ี เป็นตน้

2. นาแผ่นวงจรพิมพ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นงาน

ที่ต้องการบัดกรี ประกอบเขา้ ด้วยกัน ตามลาดับความ สาคัญก่อนหลัง

(ข) กรณีเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเสียบลงในรูแผ่นวงจรพิมพ์ ให้งอขา
ออกเลก็ นอ้ ย เพอ่ื ปอ้ งกนั การหลุดออกจากรูของตวั อปุ กรณ์

3. จ่ายไฟฟ้าให้หัวแร้งบัดกรี ท้ิงไว้จนร้อนจัด นาปลายหัวแร้ง

(ค) บัดกรีไปทาความสะอาด โดยนาไปเช็ดกับฟองน้าท่ีเปียกน้าพอหมาดๆ
จากน้ันนาตะก่ัวบัดกรีไปสัมผัสปลายหัวแร้งบัดกรีให้ทั่ว ก่อนบัดกรี

สงั เกตขาอุปกรณ์ตัวใดสกปรกควรทาความสะอาดเสยี กอ่ น

4. นาหวั แรง้ บัดกรีทพ่ี รอ้ มใชง้ านไปสมั ผัสที่จุดบดั กรี เช่น ที่

(ง) ขาอุปกรณ์และลายวงจรพิมพ์ ท้ิงระยะเวลาประมาณ 2 – 3 วินาที
จึงนาตะก่ัวบัดกรีไปสัมผัสที่จุดบัดกรี ตรงปลายหัวแร้งบัดกรี ให้มี

ตะกัว่ บัดกรหี ลอมละลายลอ้ มรอบจุดบดั กรใี นขนาดท่ีพอเหมาะ

5. เม่ือตะก่ัวบัดกรีหลอมละลายมีขนาดพอเหมาะ นาตะกั่ว

บดั กรอี อกจากจดุ บดั กรี รอจนตะกัว่ บดั กรีหลอมละลายทั้งหมด จงึ ดึง
(จ) หวั แร้งบัดกรีออกจากจุดบัดกรโี ดยรวดเรว็ ปล่อยให้ตะก่ัวบัดกรเี ยน็ ตัว

ลง สังเกตความสมบรู ณข์ องจดุ บดั กรี ทาเช่นนจ้ี นครบทุกจดุ

6. ใช้คีมตัด ตัดขาอุปกรณ์ส่วนเกินที่เหลือออกให้หมด โดยตัด
ให้ชิดตะก่ัวบัดกรี ไม่ควรให้เหลือยาวมากเกินไป เพราะขาส่วนที่เหลือ
(ฉ) มโี อกาสลม้ ไปสัมผัสกบั จุดต่ออน่ื ๆ อาจทาให้เกดิ การลดั วงจร ส่งผลต่อ
การชารดุ เสยี หายของอุปกรณแ์ ละวงจรได้เม่อื นาชิน้ งานไปใชง้ าน

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบือ้ งต้น........................................................................

7. ตรวจสอบจุดบัดกรีทุกจุด จุดบัดกรีท่ีดีตะก่ัวบัดกรีจะต้องเป็น

ปุ่มกลมนูนสวยงาม ผิวเรียบมันวาว ตะก่ัวบัดกรีเกาะติดลาย

(ช) วงจรและขาอุปกรณโ์ ดยรอบ ตะกวั่ บัดกรีมีขนาดพอเหมาะไมน่ ้อย
หรือมากเกินไป จุดบัดกรีท่ีไม่ดีมีหลายลักษณะเช่น มีตะก่ัวบัดกรี

มากเกินไป บัดกรีไม่เกาะติดขาอุปกรณ์หรือลายวงจรพิมพ์ เป็น

ตะป่มุ ตะป่า และผิวด้านไมม่ นั วาว เปน็ ตน้

8. พบจุดบัดกรีที่บกพร่องไม่สมบูรณ์ ให้ใช้เคร่ืองดูด

(ซ) ตะกั่วบัดกรี หรอื ตัวซบั ตะกัว่ บดั กรี ดูดจุดบดั กรีทีไ่ มส่ มบูรณ์ออก

   ให้หมด และทาการบดั กรใี หม่อกี ครง้ั ให้ไดจ้ ุดบดั กรีทด่ี ี

12.8 วงจรอิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องต้น
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตออกมาใช้งาน มีมากมายหลายชนิด หลายประเภท และมีวงจรที่หลากหลาย ถูก

นาไปใช้ประโยชน์ในงานด้านต่างๆ ปัจจุบันมีผู้ผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ออกมาใช้งานในรูปของชุดประกอบ
อิเล็กทรอนิกส์ (ElectronicKit) ออกจาหน่ายมากมาย เหมาะสาหรับผู้สนใจทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อศึกษาทา
ความเข้าใจ และทาให้เกิดความรู้ ความเพลดิ เพลิน และความสนุกสนาน การสร้างชุดประกอบอิเล็กทรอนกิ ส์ด้วย
ตวั เองทาได้ไม่ยาก โดยนาวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และลายวงจรพมิ พ์ที่มีผู้ออกแบบไว้ ได้เผยแพร่ให้นาไปใช้งานได้ใน
วารสารต่างๆ นามาสร้างลายวงจรพิมพ์ด้วยตัวเองตามวิธีในหัวข้อท่ี 12.3 ใช้วิธีกระดาษถ่ายเอกสารลอกลาย
นาไปใช้ประกอบวงจร พร้อมทั้งทดลองการทางานของวงจร การนาไปสร้างด้วยตัวเองจะทาให้เกิดความรู้ความ
เข้าใจมากข้ึน วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้นทนี่ ่าสนใจมีหลายวงจรดงั น้ี

12.8.1 แหลง่ จา่ ยแรงดนั ไฟตรงคงท่ี
แหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงคงท่ี คือแหล่งจา่ ยกาลัง (PowerSupply) ทาหน้าที่จ่ายแรงดันไฟตรงคงที่

ออกมา นาไปใช้จ่ายแรงดันไฟตรงให้วงจรไฟฟ้าและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ วงจรแบบเบื้องต้น ประกอบด้วย
หม้อแปลงกาลังชนิดลดแรงดัน ไดโอด ตัวเก็บประจุ ฟิวส์ และเต้าเสียบพร้อมสายไฟ สามารถประกอบเป็นวงจรจ่าย
แรงดันไฟตรงได้ 3 แบบ คือ วงจรจ่ายแรงดนั ไฟตรงแบบคร่ึงคล่นื วงจรจ่ายแรงดันไฟตรงแบบเต็มคลื่น และวงจรจ่าย
แรงดันไฟตรงแบบบริดจ์ทั้ง 3 แบบมีหน้าท่ีการทางานเหมือนกัน คือแปลงแรงดันไฟสลับเป็นแรงดันไฟตรง แตกต่าง
เฉพาะในส่วนของการจัดวงจรแปลงแรงดัน ใช้ข้ัวหม้อแปลงกาลังและใช้จานวนไดโอดไม่เท่ากัน รวมถึงการ
จัดรูปแบบวงจรแตกต่างกัน ในหัวข้อน้ีจะกล่าวเฉพาะวงจรแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงคงท่ีแบบบริดจ์ ลักษณะวงจร
และลายวงจรพมิ พ์ แสดงดงั รปู ที่ 12.9

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น........................................................................

220VAC 220V 1 D1 D2 +
9V D4 -
D1 0V +C
2
1 D2 2,200 mF
9V D3 25V
D3 0V

2 D4 (ก) วงจร

+C + 2 -
1 +
-

(ข)ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอุปกรณ์ (ค)ลายวงจรพิมพ์ด้านลายทองแดง

รปู ที่ 12.9 วงจรจ่ายแรงดันไฟตรงคงทีแ่ บบบรดิ จ์
จากรูปท่ี 12.9 แสดงวงจรจ่ายแรงดันไฟตรงคงท่ีแบบบริดจ์ การทางานของวงจรอธิบายได้ดังนี้
แรงดันไฟสลับ 220 VAC จา่ ยผ่านหม้อแปลงกาลงั เพื่อลดแรงดนั ลงใหเ้ หลือ 9 V จ่ายออกขดลวดทางขดทุตยิ ภูมิที่
9 V และ 0 V ส่งออกไปให้ไดโอด 4 ตัว D1, D2, D3 และ D4 ไดโอดทั้งส่ีทาหน้าที่กาจัดแรงดันไฟสลับซีกลบท้ิงไป
ยอมให้เฉพาะแรงดันไฟสลับซีกบวกผ่านไปให้ตัวเก็บประจุ C ทาการประจุแรงดันซีกบวกเก็บไว้ และคายประจุ
แรงดันซีกบวกออกมาควบคุมให้ได้แรงดันไฟตรงคงทจ่ี ่ายออกเอาตพ์ ตุ บนบวกลา่ งลบมีค่าประมาณ 12.7 V
การนาลายวงจรพิมพ์ในรูปท่ี 12.9 (ค) ไปสรา้ งแผ่นวงจรพมิ พ์ด้วยวิธีถ่ายเอกสารลอกลาย ต้องกลับ
ดา้ นลายวงจรพิมพ์ให้เป็นตรงขา้ ม คือตอ้ งมีลายวงจรพมิ พเ์ ช่นเดียวกับรปู ท่1ี 2.9 (ข) ถึงจะสามารถใช้งานได้ แต่ถ้า
ใชว้ ิธีซลิ ค์สกรนี ใช้วิธฟี ิลม์ ไวแสง หรือใช้ปากกากันน้าเขียนลายวงจร สามารถใชง้ านได้ทันที

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองตน้ ........................................................................

เครื่องหร่ีไฟฟ้า (Dimmer) เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ท่ีใช้ควบคุมการจ่ายกาลังไฟฟ้าไปให้ภาระในปริมาณมากหรือน้อย
สามารถนาเครื่องหรี่ไฟฟ้าไปใช้งานแตกต่างกันหลายหน้าท่ี เช่น หร่ีแสงสว่างหลอดไฟ (LightDimmer) ปรับความเร็ว
มอเตอร์ (MotorSpeedControl) และปรับความร้อนเครื่องทาความร้อน (HeaterDimmer) เป็นต้น วงจรแบบเบ้ืองต้น
ประกอบด้วยไตรแอก ไดแอก ตัวเก็บประจุ และตวั ต้านทาน ลกั ษณะวงจรและลายวงจรพิมพ์ แสดงดังรูปที่ 12.10

220VAC 1A100VkRW1 G A2 60W
R1 HT32 A1 4A 600V

10kW
22C0n1 F
250V

(ก)วงจร

A1 G 100kW
A2

220nF 10kW

220VAC 1A

(ข)ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอุปกรณ์ (ค)ลายวงจรพิมพ์ด้านลายทองแดง

รปู ท่ี 12.10เครอื่ งหรแี่ สงสว่างหลอดไฟ
จากรูปที่ 12.10 แสดงวงจรเคร่ืองหร่ีแสงสว่างหลอดไฟ ตัวไตรแอกทาหน้าที่เป็นสวิตช์ชนิดควบคุมได้ท่ีขา
เกต (G) ควบคมุ ใหห้ ลอดไฟตดิ สวา่ ง การทางานของวงจรอธบิ ายไดด้ ังน้เี มอ่ื จ่ายแรงดนั ไฟสลบั 220 V เข้าวงจร ในคร้งั แรกไตร
แอกยังไม่ทางาน ตัวเก็บประจุ C1 จะประจุแรงดันไวจ้ นถึงค่าแรงดันเบรกโอเวอร์ (BreakoverVoltage) ของตัวไดแอก ไดแอก
ยอมให้แรงดันจาก C1 จ่ายไปกระตุ้นขา G ของไตรแอก ตัวไตรแอกเป็นสวิตช์ต่อวงจร มีแรงดันไฟสลับ 220 V จ่ายไปให้
หลอดไฟ หลอดไฟติดสวา่ งตลอดเวลา
การปรับความสว่างของหลอดไฟ ข้ึนอยู่กับการปรับเปล่ียนค่าความต้านทาน VR1 ถ้าปรับค่าความ
ต้านทาน VR1 มีค่ามาก ทาให้ C1 ประจุแรงดันช้าถึงค่าแรงดันเบรกโอเวอร์ของตัวไดแอกช้า ช่วงเวลาในการทางานของ
ไตรแอกต่อแรงดันไฟสลับน้อยหลอดไฟสวา่ งน้อย ถา้ ปรบั ค่าความต้านทาน VR1 มีค่าน้อย ทาให้ C1 ประจแุ รงดันไดเ้ ร็วข้ึน
ถึงค่าแรงดันเบรกโอเวอร์ของตัวไดแอกเร็ว ช่วงเวลาในการทางานของไตรแอกต่อแรงดันไฟสลับมากขึ้น หลอดไฟสว่าง
มากขึ้น

การนาลายวงจรพมิ พ์ในรูปที่ 12.10 (ค) ไปสรา้ งแผน่ วงจรพิมพด์ ว้ ยวธิ ีการถ่ายเอกสารลอกลาย ต้อง
กลับด้านลายวงจรพิมพใ์ หเ้ ป็นตรงข้ามก่อนใชง้ าน (ลายวงจรพิมพ์จะเหมือน กบั ลายวงจรในรปู ที่ 12.10 ข)

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น........................................................................
12.8.3 สวติ ช์ทางานด้วยแสง

สวิตช์ทางานด้วยแสง (LightSwitch) เป็นสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ท่ีใช้แสงสว่างเป็นตัวช่วยควบคุม
การปิดเปิดหน้าสัมผัสสวิตช์ให้วงจรทางานหรือหยุดทางาน การทางานของวงจรเป็นไปอย่างอัตโนมัติ วงจรแบบ
เบื้องต้นประกอบด้วย ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทานเปล่ียนค่าตามแสง (LDR) รีเลย์ ไดโอดไดโอดเปล่งแสง ตัวเก็บ
ประจุ และตัวต้านทาน ลักษณะวงจรและลายวงจรพิมพ์ แสดงดังรูปที่ 12.11

VR1 R2 D1 +12 V 220VAC
10kW 680W 1N4001
R3 LED NC
1.8kW Q1 C
R1 BC548
LDR NO
1.8kW
12VDC

1.8kW (ก)วงจร
680W
1N4001 +-

LDR 10kW C NO NC
1.8kW

+-

(ข)ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอปุ กรณ์ (ค)ลายวงจรพิมพ์ด้านลายทองแดง

รูปที่ 12.11 วงจรสวติ ช์ทางานดว้ ยแสง

จากรูปที่ 12.11 แสดงวงจรสวิตช์ทางานด้วยแสง เป็นชนิดในขณะไม่มีแสงสว่างวงจรทางาน และ

ในขณะมีแสงสว่างวงจรไม่ทางาน การทางานของวงจรอธิบายได้ดังน้ี แรงดัน ไฟตรง 12 V จ่ายให้วงจร วงจรจะ

ทางานหรือไม่ทางานข้ึนอยู่กบั ตัว LDR ได้รับแสงหรือไม่ ถา้ ขณะมีแสงมาตกกระทบตัว LDR ค่าความต้านทานในตัว

LDR ต่า มีแรงดันไฟตรงบวกตกคร่อมตัว LDR น้อย จ่ายเป็นไบแอสตรงให้ทรานซิสเตอร์ Q1 น้อยยังไม่ถึงจุดทางาน

ทรานซิสเตอร์ Q1 ไม่ทางาน ตัว LED ดับ รีเลย์ไม่ทางาน ไม่มีแรงดันไฟสลับ 220 V จ่ายให้หลอดไฟ หลอดไฟดับ

เม่ือไม่มีแสงมาตกกระทบตัว LDR ค่าความต้านทานในตัว LDR สูงมาก มีแรงดัน ไฟตรงบวกตกคร่อมตัว LDR มาก

จ่ายเป็นไบแอสตรงไปให้ทรานซิสเตอร์ Q1 มากถึงจุดทางาน ทาให้ทรานซิสเตอร์ Q1 ทางาน มีกระแสไหลผ่าน

LED และรเี ลย์ ทาให้ตัว LED ติดสว่าง และรีเลย์ทางาน ตอ่ หน้าสัมผัส C และ NO เขา้ ด้วยกัน มีแรงดันไฟสลับ

220 V จา่ ยใหห้ ลอดไฟ ทาใหห้ ลอดไฟติดสวา่ ง

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอื้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น........................................................................
ตัวต้านทานปรับเปลี่ยนค่าได้ VR1 เป็นตัวปรับเปล่ียนความไวในการทางานของวงจร สามารถปรับเพิ่มหรือลดความเข้ม
ของแสงท่ีส่องมาตกกระทบตัว LDR ส่งไปควบคุมให้วงจรเริ่มการทางาน คือทาให้วงจรทางานที่แสงมืดมากหรือมืดน้อย
ได้ ปรับใหเ้ หมาะสมกบั การใช้งานได้ การนาลายวงจรพิมพ์ในรปู ที่ 12.11 (ค) ไปสร้างแผ่นวงจรพมิ พ์ดว้ ยวธิ กี ารถ่ายเอกสาร
ลอกลาย ต้องกลับด้านลายวงจรพมิ พ์ให้เปน็ ตรงขา้ มก่อนใช้งาน (ลายวงจรพิมพจ์ ะเหมอื นกับรปู ที่ 12.11 ข)

12.8.4 วงจรไฟกะพริบ
วงจรไฟกะพริบ หรือวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ (AstableMultivibrator) เป็นวงจรที่สามารถ

ควบคุมให้หลอดไฟติดและดับได้ด้วยตัวเอง นาไปใช้เป็นวงจรไฟกะพริบแบบ ต่างๆ วงจรแบบเบ้ืองต้นประกอบด้วย
ทรานซิสเตอร์ ไดโอดเปล่งแสง ตวั เก็บประจุ และตวั ต้านทานลกั ษณะวงจรและลายวงจรพิมพ์ แสดงดงั รูปท่ี 12.12

+12 V

LED1 R2 R2 LED2
R1 200kW 200kW R1
1kW 1kW
+C C+
Q1 Q2
2N3904 10 mF 25V 10 mF 25V 2N3904

(ก)วงจร

10mF
1kW

- 2N3904

2N3904 10mF 200kW
200kW 1kW
+LED1
LED2
+
+
+

-

(ข)ลายวงจรพมิ พ์ดา้ นวางอุปกรณ์ (ค)ลายวงจรพิมพ์ดา้ นลายทองแดง

รปู ที่ 12.12 วงจรไฟกะพริบ
จากรูปที่ 12.12 แสดงวงจรไฟกะพริบ การทางานของวงจรอธิบายได้ดังน้ี แรงดัน ไฟตรง 12 V จ่ายเข้า
วงจร ส่งผลให้ LED1 และ LED2 ทางานเปล่งแสงติดดับสลับไปสลบั มา ตามสภาวะการทางานของตวั ทรานซิสเตอร์ นั่นคือ
เมื่อ Q1 ทางาน LED1 ติดสว่าง LED2 ดับ และเม่ือ Q2 ทางาน LED2 ติดสว่าง LED1 ดับ สลับไปสลับมาตลอดเวลา
ความเรว็ ในการกะพริบตดิ และดับ ขึ้นอยกู่ ับค่าความจุของตัวเก็บประจุ C และค่าความต้านทานของตัวต้านทาน R2 สามารถ
คานวณเวลาในการกะพริบไดด้ ว้ ยสูตรคานวณโดยประมาณดงั น้ี

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบือ้ งต้น........................................................................

T = 0.56 R2C

จากคา่ ที่ใช้งานจะได้ T = 0.56  200  103W 10  10-6F = 1.12 วนิ าที

เม่ือต้องการเปล่ียนค่าความเร็วในการกะพริบ ให้เปล่ียนค่า C และ R2 หากใช้ค่าทั้งสองมากขึ้น
เวลาในการกะพรบิ จะชา้ ลง และใช้คา่ ทั้งสองนอ้ ยลง เวลาในการกะพรบิ จะเร็วขึ้น ถ้าใช้ค่า C และ R2 ทงั้ สองด้านไม่
เท่ากัน การกระพริบของ LED1 และ LED2 จะมีความเร็วไม่เท่ากัน การนาลายวงจรพิมพ์ในรูปที่ 12.12 (ค) ไปสร้าง
แผ่นวงจรพิมพ์ด้วยวิธีการถ่ายเอกสารลอกลาย ต้องกลับด้านลายวงจรพิมพ์ให้เป็นตรงข้ามก่อนใช้งาน (ลายวงจร
พิมพจ์ ะเหมือนกบั รปู ที่ 12.12 ข)

2.9 บทสรปุ

การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์มีความยุ่งยากซับซ้อน ผู้ออกแบบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจทั้งตัว
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบการทางานของวงจรท่ีสร้าง ผู้ใช้งานจะได้นาความรู้ท่ีมีอยู่มาช่วยวิเคราะห์ถึง
ปัญหา และนาไปสู่การแก้ปัญหาได้ วงจรอิเล็กทรอนิกส์นิยมสร้างลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) เพื่อให้วงจรมีขนาด
เล็กกะทัดรัด ง่ายต่อการนาไปใช้งาน การบารุงรักษา และการตรวจซ่อมแก้ไข แผ่นวงจรพิมพ์ สร้างข้ึนมาจากวัสดุ
หลายประเภท เช่น อีพอกซี เรซิน หรือ อพี อกซไี ฟเบอรก์ ลาส ผิวดา้ นนอกด้านเดียวหรือทงั้ สองด้าน ถูกเคลอื บด้วย
แผน่ ทองแดงบาง ใชส้ รา้ งลายวงจรพมิ พ์

หัวแร้งบดั กรี เป็นเคร่ืองมือทาหน้าที่เช่อื มต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ รวมถึงสายไฟฟ้า
เข้าด้วยกนั หัวแรง้ บัดกรีมีหลายขนาด ต้องเลือกใชใ้ ห้เหมาะสมกับขนาดจดุ บัดกรี โดยทางานร่วมกับตะกั่วบัดกรเี พอ่ื
ชว่ ยเชอื่ มประสานรอยต่อสายไฟ ขาอุปกรณ์ และลายวงจรพิมพ์เข้าด้วยกัน ส่วนประกอบของตะกั่วบัดกรี
ประกอบด้วยดบี ุกและตะก่วั ผสมกัน ตะกว่ั บัดกรีทีด่ ีเป็นชนิด 63/37 เคร่ืองดดู ตะกั่วบัดกรี เปน็ อุปกรณ์ทผี่ ลิตขึ้นมา
ชว่ ยอานวยความสะดวกในการดูดตะกวั่ ทีบ่ ัดกรีขาอปุ กรณ์ไวอ้ อกจากรอยบัดกรี การบัดกรเี ป็นสง่ิ สาคัญ ตอ้ งฝึก
ปฏิบตั ใิ ห้เกิดความชานาญ เพ่ือใชป้ ระกอบวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์ ในรปู ของชุดประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ซ่งึ เหมาะ
สาหรับผ้สู นใจทางดา้ นอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อศึกษาทาความเข้าใจ

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บือ้ งตน้ ........................................................................

แบบทดสอบบทท่ี 12
เร่อื ง วงจรอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องต้น
วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อประเมินความรู้ของนักศึกษาเกีย่ วกับเรื่อง วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น
เขยี นเครือ่ งหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ที่ถกู ตอ้ งท่สี ดุ

1. ความหมายของวงจรไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ข้อใดถูกต้องทีส่ ุด
ก. การรวมอปุ กรณต์ า่ งๆ เข้าด้วยกนั
ข. การนาอปุ กรณแ์ ต่ละตัวมาประกอบรว่ มกนั
ค. วงจรรูปแบบใหม่ทีเ่ กิดจากการคดิ ประดิษฐ์ข้ึนมา
ง. วงจรถูกนาไปใช้ประโยชน์ทางไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์

2. ประโยชน์ของแผน่ วงจรพิมพ์คืออะไร

ก. เชอ่ื มตอ่ อปุ กรณ์ให้อยูใ่ นรูปวงจร ข. รองรบั อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์

ค. สร้างลายวงจรพมิ พ์ ง. ถูกทุกขอ้

3. การสรา้ งลายวงจรพิมพ์บนแผน่ วงจรพิมพว์ ธิ ีใดท่สี ะดวกเหมาะสมกบั นักทดลองเบ้ืองต้น

ก. เขยี นลายด้วยปากกาเคมีกันน้า ข. กระดาษถ่ายเอกสารลอกลาย

ค. ฟลิ ์มไวแสง ง. ซิลค์สกรีน

4. เม่อื ตอ้ งการบัดกรงี านบนแผ่นวงจรพิมพ์ ควรใชห้ วั แรง้ บัดกรขี นาดเทา่ ไร

ก. 15 – 30 วัตต์ ข. 30 – 50 วตั ต์

ค. 50 – 100 วตั ต์ ง. 100 – 150 วัตต์

5. ตะกว่ั บดั กรีท่ีดมี จี ดุ หลอมละลายตา่ คือชนดิ ใด

ก. ตะกว่ั 37% ดีบกุ 63% ข. ตะกั่ว 40% ดีบุก 60%

ค. ตะกวั่ 50% ดีบุก 50% ง. ตะกั่ว 63% ดีบุก 37%

พส.12

ใบความรู้ (Information Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอ่ื หน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ ........................................................................
แบบทดสอบบทท่ี 12

เรอื่ ง วงจรอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองตน้
วัตถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรู้ของนกั ศกึ ษาเกย่ี วกับเรื่อง วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบอื้ งตน้
เขยี นเครอ่ื งหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ท่ีถกู ต้องท่สี ุด
6. ตะกว่ั บดั กรีท่ีใชใ้ นงานอเิ ล็กทรอนิกสม์ สี ่วนทแี่ ตกต่างจากตะก่วั บัดกรที วั่ ไปคือสว่ นใด

ก. ใชส้ ่วนผสมทีม่ ีตะกว่ั มากกวา่ ปกติ
ข. มีจุดหลอมละลายสงู กวา่ ตะกว่ั บดั กรีทว่ั ไป
ค. ตอนกลางเสน้ ตะกวั่ มนี า้ ยาประสานบรรจอุ ยู่
ง. ตะกวั่ ผลิตเปน็ เสน้ ลวดขนาดเลก็ มคี วามยาวมาก
7. น้ายาประสานท่ีใชใ้ นการบัดกรดี ว้ ยตะกัว่ บัดกรที าหน้าที่อะไร
ก. ช่วยเคลือบผวิ ตะกว่ั บดั กรีและชน้ิ งานไม่ให้เกดิ สนิม
ข. ชว่ ยใหต้ ะกั่วบัดกรีเกาะติดชิน้ งานไดด้ ขี ึน้
ค. ทาความสะอาดผิวหน้าของจุดบัดกรี
ง. ถูกทุกขอ้
8. ลักษณะใดเปน็ จุดบัดกรีทดี่ ี

ก. ข.

ค. ง.

9. แหล่งจา่ ยแรงดนั ไฟตรงประกอบด้วยอปุ กรณ์หลกั ทจี่ าเป็นอะไรบ้าง

ก. หมอ้ แปลงกาลงั ไดโอด

ข. หมอ้ แปลงกาลงั ไดโอด ตวั เกบ็ ประจุ

ค. หม้อแปลงกาลงั ไดโอด ตัวเกบ็ ประจุ ฟิวส์

ง. หม้อแปลงกาลัง ไดโอด ตวั เกบ็ ประจุ ฟิวส์ เต้าเสยี บพร้อมสายไฟ

10. เคร่อื งหรี่ไฟฟ้าสามารถปรบั ปรุงไปใช้เปน็ วงจรอะไรได้

ก. ควบคุมวงจรไฟฟา้ อตั โนมัติ ข. กาเนดิ วงจรไฟกระพรบิ

ค. ปรับความเรว็ มอเตอร์ ง. ควบคมุ ระดบั ไฟตรง

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บือ้ งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชอื่ หน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ........................................................................

เรื่อง.............การบดั กรี……………................….........จานวนชว่ั โมงสอน...........................

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ รายการเรียนรู้

1. ใช้คีมตัดคีมปากยาว และมีดคัตเตอร์ ตัดและปลอก 1. มดี คตั เตอร์ 1 ดา้ ม

สายไฟได้ 2. คีมตดั , คมี ปากยาว อย่างละ 1 ตวั
2. ใชห้ ัวแรง้ บัดกรสี ายไฟได้
3. เกดิ ความตระหนักในการทางาน 3. หวั แรง้ บดั กรขี นาด 25 W 1 ตัว

4. เคร่ืองดดู ตะก่วั บดั กรี 1 ตวั

5. ตะกว่ั บดั กรียาว 30 ซม. 1 เส้น

6. สายไฟแข็งขนาด 1 มม2. 1 เมตร

- ลาดับขัน้ การทางาน ข้อควรระวัง

1. ปลอกฉนวนออกจากสายไฟใหห้ มด ......................................................................................

2. ใช้คีมปากยาวดดั ลวดทองแดงใหเ้ ป็นอักษรภาษาองั กฤษ ......................................................................................

แต่ละตวั เป็นชื่อตัวเองขนาดความสงู 1 นวิ้ และตอ่ เข้า มอบงาน
ดว้ ยกันโดยใช้การบัดกรี จนครบทุกตวั อักษร ......................................................................................
3. ตัดลวดทองแดง 2 เส้น เป็นโครงยึดตัวอักษรให้ยาวเท่า ......................................................................................
ช่อื ตวั เอง วดั ผล/ประเมินผล
4. จัดวางตวั อักษรบนโครงยึดเป็นช่อื ตวั เอง จัดช่องไฟให้ 1.ประเมินผลจาความตั้งใจในการปฏบิ ัตงิ าน
พอเหมาะ ลกั ษณะการจัดวางตามตัวอย่างแสดงดงั รูปท่ี 2.ประเมินผลจากงานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
12.1

รปู ที่ 12.1 การบัดกรีตวั อักษรลวดทองแดง
5. บัดกรียึดชื่อตัวเองบนโครงยึดใหค้ รบทุกจดุ ให้ไดจ้ ุด
บดั กรที ี่สมบรู ณ์ สวยงาม มันวาว
6. ตรวจสอบจุดบดั กรีทุกจดุ จดุ ใดบกพร่องแก้ไขใหมใ่ ห้
สมบูรณ์ สวยงาม

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบือ้ งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองตน้ ........................................................................

เร่ือง.............การบดั กรี……………................….........จานวนช่วั โมงสอน...........................

สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................................................................

คาถามและการวเิ คราะห์
1. ผลการบัดกรชี ่ือเปน็ อย่างไร ถา้ หากนาตะกวั่ บัดกรีที่ใชแ้ ลว้ นามาบัดกรีใหม่จะเกิดผลเช่นไร
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. .......................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ......................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบอ้ื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบ้อื งตน้ ........................................................................

เร่ือง.............การสรา้ งลายวงจรพิมพ์แบบง่าย……………................….........จานวนช่ัวโมงสอน...........................

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ รายการเรียนรู้

1. แสดงวิธสี รา้ งลายวงจรพมิ พต์ ามลาดบั ข้นั ตอนได้ 1. แผ่นวงจรพมิ พช์ นิดหนา้ เดียวขนาด 3.5 x 4.5 ซม.
2. ใช้กรดกดั ทองแดงกดั แผ่นวงจรพิมพ์ทสี่ ร้างได้ 1 แผน่
3. ใช้สว่านเจาะรแู ผ่นวงจรพิมพต์ ามลายวงจรพิมพไ์ ด้
4. เกิดความสามัคคีในการทางานกล่มุ 2. ไยขดั สก๊อตไบรต์และผงซักฟอก 1 ชุด
3. น้ายางสนและพู่กัน 1 ชดุ

4. ปากกาเคมีกนั น้า (ปากกาเขียนแผ่นใสกันน้า)1 ดา้ ม

5. กรดกดั ทองแดง (กรดกามะถนั ) 1 ขวด

6. ภาชนะพลาสติก1 ใบ

7. ดอกสว่านขนาดเล็กเจาะแผ่นวงจรพิมพ์ 1 ดอก

8.เตารีด 1 ตวั

- ลาดับข้นั การทางาน ข้อควรระวงั

1. เตรียมแผ่นวงจรพิมพ์ให้พร้อมใช้งาน ได้แก่ ตัด ......................................................................................

แผ่นวงจรพิมพ์ให้ได้ขนาดตามต้องการ คือ ขนาด 3.5 x ......................................................................................

4.5 ซม. ลบคม ตกแต่งขอบให้เรียบร้อย ล้างทาความ มอบงาน

สะอาดด้านทองแดง โดยใช้ใยขัดสก๊อตไบรต์และ ......................................................................................

ผงซักฟอก ให้ส่วนที่เป็นคราบดาและไขมันออกให้หมด ......................................................................................

เช็ดและปล่อยให้แห้งสนิท ไม่ควรสัมผัสโดนผิวทองแดง วัดผล/ประเมนิ ผล

อกี 1.ประเมินผลจาความตง้ั ใจในการปฏิบตั งิ าน

2. นาลายวงจรพิมพ์ตามรูปที่ 12.2 (ข) ไปถ่าย 2.ประเมนิ ผลจากงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย

เอกสารลงบนกระดาษ หรือใช้เคร่ืองพิมพ์เลเซอร์พิมพ์

ลายวงจรพิมพ์รูปที่ 12.2 (ข) ออกมา โดยใช้ลายวงจร

พิมพ์ตามรูปที่ให้ไว้ไปใช้ถ่ายเอกสารได้ทันที (กลับด้าน

ลายวงจรพิมพ์ให้เรยี บร้อยแลว้ )

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งตน้ ........................................................................

เรือ่ ง.............การสร้างลายวงจรพิมพ์แบบง่าย……………................….........จานวนชว่ั โมงสอน...........................

A1 G 100kW
A2

200nF 10kW

220VAC 1A

(ก)ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอปุ กรณ์ (ข)ลายวงจรพิมพ์ใช้ถ่ายเอกสาร

รูปท่ี 12.2 ลายวงจรพิมพว์ งจรหรแี่ สงสวา่ งหลอดไฟ

3. นากระดาษถ่ายเอกสารด้านที่มีลายวงจรพิมพ์ วางลงบนแผ่นทองแดงของแผ่นวงจร พิมพ์ท่ีเตรียมไว้
จัดตาแหน่งให้ถูกต้องเหมาะสม ใช้เทปใสยึดขอบกระดาษให้แน่นบนแผ่นวงจรพิมพ์ไม่ให้เคล่ือนท่ี ใช้เตารีดปรับ
ความร้อนสูงสุด รีดบนกระดาษลายวงจรให้ท่ัวประมาณ 45 วินาที เพื่อให้ลายวงจรพิมพ์ท่ีถ่ายเอกสารไว้ ไปเกาะติด
ผิวทองแดงใหห้ มด ตรวจสอบการเกาะตดิ ของลายวงจรอกี คร้งั ปลอ่ ยทง้ิ ไว้ให้แผ่นวงจรพิมพ์เย็นตัวลง

4. นาแผ่นวงจรพิมพ์ไปแช่น้าเปล่า ให้กระดาษอ่อนตัวลง ค่อยๆ ล้างถูเบาๆ ให้กระดาษหลุดออกจนหมด
เหลอื เพียงลายวงจรพิมพ์เกาะตดิ บนแผน่ วงจรพิมพเ์ ท่านัน้ นาแผ่นวงจรพมิ พ์มาทาให้แหง้

5. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของลายวงจรที่ได้ออกมา ส่วนใดบกพร่องลายวงจรขาดหายไป ให้ใช้ปากกาเคมี
กันน้าเขยี นตกแตง่ ใหล้ ายวงจรพมิ พ์สมบรู ณ์ ครบทกุ จดุ

6. นาแผ่นวงจรพิมพ์ท่ีตกแต่งเรยี บร้อยไปแช่ลงในกรดกัดทองแดง เขย่าถาดไปมาเบาๆ พร้อมทั้งตรวจสอบ
ส่วนของทองแดงที่ไม่ต้องการหลุดออกหมดหรือยัง ทาเช่นน้ีจนทองแดงส่วนท่ีไม่ต้องการหลุดออกหมด นา
แผ่นวงจรพิมพ์ไปลา้ งกรดกัดทองแดงออกให้หมด ด้วยน้าและผงซักฟอก

7. ซับแผ่นวงจรพิมพ์ให้แห้ง นาไปล้างหมึกพิมพ์พลาสติกบนลายวงจรพิมพ์ออกให้หมด ด้วยทินเนอร์ ทา
ความสะอาดแผน่ วงจรพิมพ์อกี ครง้ั ปลอ่ ยใหแ้ ห้งสนิท

8. นาน้ายางสนผสมทินเนอร์มาทาเคลือบบางๆ ทางด้านลายทองแดงท้ังหมด ปล่อยท้ิงให้แห้งสนิท ยาง
สนที่เคลือบอยู่จะช่วยป้องกันสนิมของลายทองแดง ช่วยทาความสะอาดในขณะบัดกรี และทาให้การบัดกรีทาได้ง่าย
ข้นึ

9. นาแผ่นวงจรพิมพ์ไปเจาะรูตามจุดต่างๆ ให้ครบ จะได้ลายวงจรพิมพ์บนแผ่นวงจรพิมพ์ พร้อมนาไป
ประกอบอุปกรณ์ตามต้องการ

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วิชา 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชือ่ หน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น........................................................................

เรอ่ื ง.............การสร้างลายวงจรพิมพ์แบบงา่ ย……………................….........จานวนชัว่ โมงสอน...........................

สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................................................................

คาถามและการวเิ คราะห์
1. เหตุใดการใช้เตารีดทรี่ ้อนจัดรีดรายวงจรพิมพ์ทถ่ี ่ายเอกสารไว้ รายวงจรพิมพจ์ งึ สามารถเกาะติดบนแผน่ ทองแดงได้
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................... ............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ...........................................
....................................................................................................................................................................

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหัสวิชา 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งตน้ ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บือ้ งตน้ ........................................................................

เรื่อง.............การประกอบวงจรหร่แี สงสว่างหลอดไฟ……………...............จานวนชวั่ โมงสอน............................

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ รายการเรยี นรู้

1. ตอ่ วงจรหร่ีแสงสวา่ งหลอดไฟลงแผ่นวงจรพิมพ์ได้ 1. แผ่นวงจรพิมพท์ ่ีทาเสรจ็ แล้วในใบปฏบิ ตั งิ านท่ี 12.2

2. บัดกรีอปุ กรณ์ลงบนแผ่นวงจรพมิ พ์ตามลายวงจรพิมพ์ 1 แผน่

ได้ 2. ไตรแอก 4 A, 600 V (เบอร์ Q6004L3) หรือเบอร์
3. เกิดความขยนั ขันแข็งในการปฏิบตั ิงาน
แทน 1 ตวั

3. ไดแอกเบอร์ HT – 32 หรอื เบอร์แทน 1 ตวั

4. ตัวตา้ นทาน 10 kΩ; 0.5 W 1 ตัว

5. ตัวต้านทานปรบั เปล่ยี นคา่ ได้ 100 kΩ; 0.5 W 1 ตวั

6. ตัวเกบ็ ประจุ 220 nF, 820 nF; 250 Vค่าละ 1 ตัว

7. ฟวิ สพ์ ร้อมฐานรองฟิวส์ขนาดเล็ก 1A 1 ชดุ

8. หลอดไฟไสพ้ ร้อมฐานรอง 60 W 1 ชุด

9. คีมตัด, คีมปากยาว อยา่ งละ 1 ตัว

10. หวั แร้งบัดกรขี นาด 25W 1 ตวั

11. เครอื่ งดูดตะก่ัวบัดกรี 1 ตัว

12. ตะกว่ั บัดกรียาว 50 ซม. 1 เส้น

13. มัลตมิ ิเตอรช์ นดิ เข็มชี้ 1 เคร่อื ง

14. สายไฟพร้อมปลั๊ก 1 ชุด

- ลาดับขัน้ การทางาน ข้อควรระวงั

1. ประกอบวงจรหรี่แสงสว่างหลอดไฟตามรูปที่ 12.3 ......................................................................................

(ก) ลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ที่ได้ทาไว้แล้ว ประกอบอุปกรณ์ ......................................................................................

ตามรูป ท่ี 12.3 (ข) พ ร้อม บั ดกรีอุ ป กรณ์ ลงบ น มอบงาน

แผ่นวงจรพิมพใ์ หเ้ รียบร้อย ......................................................................................

......................................................................................

วัดผล/ประเมินผล

1.ประเมินผลจาความต้ังใจในการปฏบิ ตั ิงาน

2.ประเมนิ ผลจากงานท่ไี ด้รับมอบหมาย

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วิชา 2100-1006 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ บอ้ื งต้น ท-ป-น 1-3-2

ชื่อหน่วย..วงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น........................................................................

เรื่อง.............การประกอบวงจรหรี่แสงสว่างหลอดไฟ……………...............จานวนชวั่ โมงสอน...........................

220VAC 1A100VkRW1 G A2 60W
HT32 A1 4A 600V
R1
10kW
22C0n1 F
250V

(ก)วงจร

A1 G 100kW
A2

220nF 10kW

220VAC 1A

(ข)ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอุปกรณ์ (ค)ลายวงจรพิมพ์ด้านลายทองแดง

รูปท่ี 12.3 วงจรหร่แี สงสวา่ งหลอดไฟ
2. ตรวจสอบความเรยี บรอ้ ย ถกู ต้อง ของอปุ กรณ์ ขาต่อ และจุดบดั กรี
3. ตอ่ ชดุ หลอดไฟและชดุ สายไฟพรอ้ มปล๊กั ลงท่จี ุดต่อบนแผน่ วงจรพมิ พ์
4. ปรับหมุนตัวต้านทาน VR1 ให้ขากลางข้ึนไปชิดด้านบน (ด้านหลอดไฟ) ยึดแผ่นวงจร พิมพ์ชุดหร่ีแสง
สวา่ งเขา้ กับฐานรองให้แน่นหนาแขง็ แรง
5. นาปลั๊กไฟชุดหรี่แสงสว่างไปเสียบเข้าแหล่งจ่ายไฟ 220 VAC ห้ามจับต้องแผ่นวงจร พิมพ์ชุดหร่ีแสง
สว่าง เพราะจะเกิดอันตรายจากไฟ 220 VAC
6. ผลท่เี กิดกับหลอดไฟเป็นเชน่ ไร (หลอดไฟสว่างมาก น้อย หรอื มดื )

ขณะปรบั VR1 มคี วามตา้ นทานมากที่สุด หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรบั VR1 มีความตา้ นทานปานกลาง หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรับ VR1 มคี วามตา้ นทานน้อยที่สุด หลอดไฟ ………………………..
7. เปล่ียนตัวเก็บประจุ C1 เป็น 820 nF ทดลองการทางานของวงจรอีกคร้ัง ผลที่เกิดกับหลอดไฟเป็นเช่น
ไร (หลอดไฟสวา่ งมาก น้อย หรือมืด)
ขณะปรับ VR1 มคี วามต้านทานมากทส่ี ดุ หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรบั VR1 มคี วามตา้ นทานปานกลาง หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรบั VR1 มีความตา้ นทานน้อยท่สี ดุ หลอดไฟ ………………………..

พส.13

ใบงาน (Job Sheets)

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ท-ป-น 1-3-2

ช่ือหน่วย..วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น........................................................................

ร่ือง.............การประกอบวงจรหรแี่ สงสว่างหลอดไฟ……………...............จานวนชวั่ โมงสอน...........................

สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................................................................

คาถามและการวิเคราะห์
1. การปรับเปลย่ี นค่า VR1 มากหรือน้อย มผี ลต่อความสว่างของหลอดไฟอย่าง
............................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................. .......................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ......................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ พส.9

รหสั วชิ า 20100-1005 วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น หนว่ ยท่.ี .....12.....
ชอื่ หน่วย..............วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองต้น................. เวลารวม..72...ชม.

เรอื่ ง..................วงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องต้น........................................ สปั ดาห.์ ...17.../18
จานวน.......4..ชม.

1. สาระสาคัญ
วงจรตวั ตา้ นทาน เป็นวงจรต่อตัวต้านทานร่วมกัน จัดในรูปวงจรได้ 3 แบบคือ วงจรอนกุ รมเป็นวงจร

ต่อตัวต้านทานเรียงลาดบั กนั ย่ิงตอ่ เพิ่มขึ้นความต้านทานยิ่งเพิ่มขึ้น วงจรขนานเปน็ วงจรต่อตัวต้านทานครอ่ มขนาน
กันทุกตัวที่จุดรวมกัน 2 จุด ความต้านทานผลรวมของวงจรน้อยกว่าค่าความต้านทานตัวที่น้อยท่ีสุดในวงจร วงจร
ผสมเป็นการต่อตัวต้านทานร่วมกันระหว่างการต่อแบบอนุกรมและการต่อแบบขนาน วงจรตัวเก็บประจุ เป็นวงจร
ตอ่ ตัวเก็บประจรุ ่วมกัน จดั ในรูปวงจรได้ 3 แบบ เช่นเดยี วกับตัวต้านทาน คอื วงจรอนกุ รมเป็นวงจรต่อตัวเกบ็ ประจุ
เรียงลาดับกันไป มีผลให้ค่าความจุรวมในวงจรลดลงเหลือน้อยกว่าค่าความจุตัวท่ีน้อยที่สุดในวงจร วงจรขนานเป็น
วงจรต่อตัวเก็บประจุคร่อมขนานกันทุกตัวที่จุดรวมกัน 2 จุด ค่าความจุรวมในวงจรเพ่ิมข้ึนตามค่าการต่อตัวเก็บ
ประจุเพ่ิม วงจรผสมเป็นการต่อตัวเก็บประจุร่วมกันระหว่างการต่อแบบอนุกรมและการต่อแบบขนาน วงจรตัว
เหนี่ยวนา เป็นวงจรต่อตัวเหนี่ยวนารว่ มกัน จัดในรูปวงจรได้ 3 แบบ เช่นเดียวกับตัวต้านทาน และมีคุณสมบัติของ
วงจรเหมือนกัน เพียงแต่หน่วยใช้งานแตกต่างกันวงจรพิมพ์ เป็นแผ่นพลาสติกท่ีผิวหน่ึงถูกเคลือบด้วยแผ่นทองแดง
บาง นามาใช้ทาลายวงจรพิมพ์ เพื่อต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน ลายวงจรพิมพ์มีส่วนสาคัญต่อการใช้งาน
ดังนั้นการเขียน และการออกแบบต้องถูกต้องเหมาะสม เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานตะก่ัวบัดกรี เป็นวัสดุ
ใชท้ าหน้าทีเ่ ช่อื มประสานรอยตอ่ ของสายไฟ หรอื ขาอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์เขา้ ดว้ ยกัน ส่วนประกอบของตะก่วั บดั กรี
ประกอบดว้ ยดบี ุก และตะก่ัวในอัตราสว่ น60/40 ตอนกลางของเส้นลวดตะกว่ั บดั กรมี นี ้ายาประสานบรรจุอยู่ หวั แร้ง
ที่ใช้งานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นหัวแร้งไฟฟ้า ทาหน้าที่ให้ความร้อนเพื่อใช้หลอมละลายตะก่ัวบัดกรี
ช่วยในการบัดกรชี ิ้นงานอเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ ่างๆ
2. สมรรถนะประจาหนว่ ย

1.สามารถสรา้ งแผน่ วงจรพิมพ์และประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองต้นได้
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกความหมายของอิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจรได้
2. อธิบายลักษณะแผ่นวงจรพมิ พ์และการสรา้ งแบบรายวงจรได้
3. อธบิ ายขัน้ ตอนการสร้างลายวงจรพิมพแ์ บบง่ายได้
4. บอกคุณลักษณะหวั แร้งบดั กรไี ด้
5. บอกสว่ นประกอบตะกั่วบดั กรีได้
6. บอกประโยชนเ์ ครอ่ื งดูดตะกวั่ บดั กรไี ด้
7. อธบิ ายเทคนิคการบดั กรีอปุ กรณ์ได้
8. บอกวิธกี ารประกอบวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้

4. สาระการเรยี นรู้

1.อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์และวงจร 2.แผ่นวงจรพมิ พแ์ ละการสร้างแบบลายวงจร

3.การสรา้ งลายวงจรพิมพแ์ บบง่าย 4.หวั แรง้ บัดกรี

5.ตะกั่วบดั กรี 6.เคร่ืองดูดตะกว่ั บัดกรี

7.เทคนิคการบัดกรีอุปกรณ์ 8.วงจรอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้

5. การออกแบบการจัดการเรียนรู้

- แบง่ กลุ่มเรียน รว่ มกันปฏิบัตใิ บงาน โดยให้เพ่ือนช่วยสอนเพอ่ื น

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
-ตรวจความพรอ้ มของผู้เรยี นโดยการให้เขา้ แถวแล้วขานช่อื เชค็ การมาเรียนสาย ตกั เตือนให้ความรู้

เกีย่ วกบั ความมวี ินยั
ข้ันนา

-นาเข้าสู่บทเรยี น โดยถามนักเรยี นเกีย่ วกับวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบือ้ งตน้
-นกั เรียนช่วยกนั ตอบคาถามตามความเข้าใจของแตล่ ะคน
ข้ันสอน
-ครูอธบิ ายเรอื่ ง วงจรอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น
-นักเรยี นฟงั การบรรยายจากครูผู้สอน, ศกึ ษาจากสื่อ/หนังสือ, ซกั ถามปัญหาขอ้ สงสัย
-ครซู กั ถามเกย่ี วกับวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องต้น
-นกั เรียนรว่ มกันสนทนาเกีย่ วกบั วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองตน้
-ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ทาใบงานเร่ือง วงจรอเิ ล็กทรอนกิ สเ์ บื้องตน้
-นักเรยี นจดบันทึกย่อ, ถามตอบ, ชว่ ยเหลือกันในกลุ่ม, ทาใบงาน
-ครใู ห้คาแนะนานกั เรียนนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน
-ครูตรวจสอบการปฏิบัตงิ าน
-ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนถามปญั หาและข้อสงสยั จากเนอ้ื หา โดยครเู ปน็ ผูต้ อบปัญหาท่ีเกิดขึ้นระหว่างการ
เรยี นการสอน
-นักเรยี น ถามปัญหาและข้อสงสยั ทเ่ี กดิ ข้ึน
ขน้ั สรปุ
-ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปเน้อื หาท่ีไดเ้ รียนให้มีความเข้าใจในทิศทางเดยี วกัน
-นกั เรียนรว่ มกนั สรุปเนือ้ หาที่ได้เรียนให้มีความเข้าใจในทศิ ทางเดยี วกัน
-ครใู หน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 12
-นักเรยี นทาแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 12
-ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบ
-นกั เรยี นทาแบบทดสอบ
-ครใู ห้นักเรยี นศึกษาเพิม่ เติมจากแหล่งความร้นู อกห้องเรียน
-นกั เรยี นศึกษาเพม่ิ เตมิ จากแหลง่ ความรนู้ อกหอ้ งเรยี น

7. บรรยากาศที่ส่งเสรมิ และพฒั นาผูเ้ รียน
- บรรยากาศแห่งความท้าทาย เพอื่ เปน็ แรงกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนได้ปฏบิ ตั ิงานให้สาเรจ็
- ผ้เู รียนมีความสนใจในการเรียน เนอ่ื งจากการสอนแบบเพ่ือนช่วยเพือ่ น ทาใหผ้ เู้ รียนได้แสดงความคดิ เหน็ และได้
แลกเปลีย่ นความรู้ ส่งผลใหเ้ กิดผลการเรียนรู้ทด่ี ี

8. คณุ ธรรม จริยธรรมประจาหนว่ ย
- ความรับผิดชอบ
- ตรงต่อเวลา
- ความซอื่ สตั ย์
- รกั ษาความปลอดภยั

9. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรยี นเร่ือง วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น
2. ใบงาน
3. แบบทดสอบหลังเรียน
4. เวปไซด์ : www.google.co.th
5. Power point เรอื่ ง วงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้

10. การวัดผลและประเมนิ ผล
1. กาหนดการประเมนิ ทักษะพสิ ัย
2. เครือ่ งมือทีใ่ ชป้ ระเมนิ ทักษะพสิ ัย
3. เคร่ืองมือการประเมนิ จติ พิสัย

11. หลักฐานการเรยี นรู้
- ใบงานเรอ่ื ง วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบ้อื งต้น

12. เอกสารอ้างอิง
หนังสือประกอบการเรยี นรายวชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ของสานกั พมิ พ์ ศูนย์ส่งเสรมิ อาชวี ะ

เรยี บเรียง โดย พันศกั ดิ์ พฒุ ิมานติ พงศ์

พส.10

เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการประเมิน

รหสั วชิ า 20100-1005 วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ท-ป-น 1-3-2

แบบประเมนิ แบบประมาณค่า (Ratting scale) เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
5 4 3 21
ประเด็นการประเมิน

1. บอกความหมายของอิเล็กทรอนิกส์และวงจรได้
2. อธิบายลกั ษณะแผ่นวงจรพิมพ์และการสรา้ งแบบรายวงจรได้
3. อธบิ ายขนั้ ตอนการสรา้ งลายวงจรพมิ พ์แบบงา่ ยได้
4. บอกคุณลกั ษณะหัวแร้งบัดกรีได้
5. บอกส่วนประกอบตะกั่วบัดกรีได้
6. บอกประโยชนเ์ คร่ืองดดู ตะกั่วบัดกรไี ด้
7. อธิบายเทคนคิ การบัดกรีอุปกรณไ์ ด้
8. บอกวิธีการประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ ได้

รวม
รวมท้ังหมด (5 คะแนน+4 คะแนน+3 คะแนน+2 คะแนน+1 คะแนน)
คะแนนรวม (60%)

พส.11

บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้
รหสั วิชา...........................ชอ่ื วชิ า.........................................................................................ระดบั ช้นั  ปวช.  ปวส.
สาขางาน......ช..ย...1../..1..,..ช..ก...1.../.3..,..ค...ก...1..,..ช..ช...1...............................................สปั ดาหท์ ี่..........วันท่สี อน..............................................
หน่วยท่.ี ...........ชือ่ หน่วย......................................................................................................................จานวน................ชวั่ โมง
จานวนผเู้ รียน..2..0..,..1..8..,..2...1..,..1..5...คน มาเรียน............6..2..........คน ขาดเรยี น...1..2....คน ลาป่วย....-.....คน ลากจิ .....-.....คน

1. ผลการจดั การเรียนรู้
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. ปญั หาและอุปสรรค
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………….…………
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
……………….……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………
……………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………

ลงชอื่ .......................................................ครูผู้สอน
(............................................................)

........../................/............

ความเห็น................................................................................. ความเหน็ .................................................................................
................................................................................................ ................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................หัวหนา้ แผนกวชิ า ลงชื่อ............................................รองผ้อู านวยการฝ่ายวชิ าการ

(............................................................) (นางสาวนศิ ากร เจรญิ ด)ี
............/................../............ ............/................../............

ความเหน็ ผอู้ านวยการ.................................................................................
....................................................................................................................

ลงชอ่ื ...........................................
(นางสาวสุมีนา แดงใจ)

ผู้อานวยการวทิ ยาลัยการอาชพี นครปฐม
............/................../............


Click to View FlipBook Version