ค23203 คณติ ศาสตร์ 5 คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา กรณฑ์ท่ีสอง การบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนจรงิ ทอ่ี ยใู่ นรูป a เม่อื a 0
โดยใช้สมบัติ ab = a b เมอื่ a 0 และ b 0 และ a = a เมื่อ a 0 และ b > 0
bb
การแยกตัวประกอบของพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง โดยวิธีทำ เป็นกำลังสอง
สมบูรณ์ การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรสี ูงกวา่ สองท่มี ีสัมประสิทธิ์เปน็ จำนวนเตม็
สมการกำลังสองตัวแปรเดียว การแกส้ มการกำลังสองตวั แปรเดียวโดยใช้สูตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ
สมการกำลังสองตวั แปรเดยี ว
พาราโบลา สมการพาราโบลา กราฟของพาราโบลาท่อี ย่ใู นรูป y = ax2 + bx + c เมือ่ a 0
พ้นื ทผี่ ิวและปรมิ าตร พืน้ ที่ผวิ ของปิรามิด กรวย และทรงกลมและสามารถนำไปใช้ได้
ฝกึ ทักษะการคิดคำนวณ จัดการเรียนรโู้ ดยใชป้ ระสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวติ ประจำวันที่ใกล้ตัว
ผู้เรยี น ให้ผู้เรยี นไดศ้ กึ ษาค้นคว้าโดยการปฏบิ ตั ิจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน และฝึกทักษะ/กระบวนการ
มที กั ษะในการคดิ คำนวณ การแก้ปญั หา การให้เหตผุ ล การสื่อสาร การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
การนำเสนอ การเชอ่ื มโยงความรู้ และสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวติ ประจำวันอย่างสร้างสรรค์
รวมทั้งเห็นคณุ ค่า และเจตคติท่ีดตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ
มีวิจารณญาณและความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. บวก ลบ คณู และหารจำนวนจริง ซ่งึ เก่ยี วกบั กรณฑ์ทส่ี อง
2. ใชค้ วามรู้เกี่ยวกบั กรณฑ์ท่ีสองในการแกป้ ญั หา
3. แยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รีสองท่เี ป็นผลต่างกำลังสอง
4. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรสี องโดยวิธที ำเป็นกำลงั สองสมบูรณ์
5. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรสี ูงกว่าสองทมี่ ีสัมประสทิ ธิ์เป็นจำนวนเตม็
6. แกส้ มการกำลงั สองตัวแปรเดยี ว
7.ใช้ความรู้เก่ียวกบั การแก้สมการกำลังสองในการแกป้ ญั หา พร้อมทงั้ ตระหนกั ถึงความ
สมเหตุสมผลของคำตอบ
8. เขยี นกราฟพาราโบลาทก่ี ำหนดให้
9. บอกลกั ษณะของกราฟพาราโบลาท่กี ำหนดให้
10. หาพน้ื ท่ีผวิ ของปริ ามดิ กรวย และทรงกลม
11. แกป้ ญั หาหรือสถานการณ์ทก่ี ำหนดให้โดยใชค้ วามรูเ้ กีย่ วกับพนื้ ทีผ่ ิวและปรมิ าตรได้
รวมทั้งหมด 11 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ค23204 คณติ ศาสตร์ 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา การใหเ้ หตุผลทางเรขาคณติ ส่วนต่างๆของวงกลม ทฤษฎีบท สมบตั ิเกยี่ วกับวงกลม การให้
เหตผุ ลเกยี่ วกับการสร้างรูปเรขาคณติ
ระบบสมการ การแก้ระบบสมการสองตัวแปรท่ีมีดีกรีไม่เกินสอง ใช้ความรู้เก่ียวกับ ระบบสมการสองตัว
แปรในการแกป้ ัญหา
วงกลม วงกลม มุมที่จุดศนู ย์กลางของวงกลม คอร์ด เส้นสัมผสั วงกลม
เศษส่วนพหุนาม การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนของพหุนาม การแก้สมกา ร
เศษสว่ นของพหุนาม การแก้ปัญหาของเศษสว่ นของพหุนาม
ฝึกทักษะการคิดคำนวณ จัดการเรียนร้โู ดยใช้ประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตประจำวันท่ีใกล้ตัว
ผเู้ รียน ให้ผเู้ รียนได้ศึกษาคน้ ควา้ โดยการปฏิบัตจิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน และฝึกทักษะ/กระบวนการ
มีทักษะในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
การนำเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ และสามารถนำไปใชใ้ นการเรยี นรู้ส่ิงตา่ ง ๆ และใช้ในชีวติ ประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์
รวมท้ังเห็นคุณค่า และเจตคตทิ ่ดี ีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ ระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ
มวี ิจารณญาณและความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. ใชส้ มบัติเก่ยี วกับรูปสามเหลี่ยมและรปู ส่ีเหล่ยี มในการให้เหตุผลได้
2. สรา้ งรูปสามเหลย่ี มและรูปส่เี หลย่ี มตามเงือ่ นไขท่กี ำหนดให้
3. แกร้ ะบบสมการสองตวั แปรทม่ี ีดกี รีไม่เกนิ สอง
4. ใช้ความรเู้ กีย่ วกับระบบสมการสองตัวแปรในการแก้ปัญหา พร้อมทั้ง
ตระหนักถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
5. บอกชื่อสว่ นต่าง ๆ เก่ียวกับวงกลม
6. นำทฤษฎบี ท หรอื สมบัติเกย่ี วกับวงกลมไปใชใ้ นการใหเ้ หตุผลและแกป้ ญั หา
7. บวก ลบ คูณ และหาร เศษสว่ นของพหนุ าม
8. แก้สมการเศษส่วนของพหุนาม
9. ใช้ความร้เู กย่ี วกบั เศษส่วนของพหนุ ามในการแก้ปัญหา พร้อมท้ังตระหนกั ถึง
ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
รวมทง้ั หมด 9 ผลการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรมพน้ื ฐาน
ส21101 สงั คมศกึ ษา 1 60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น 1.5 หน่วยกติ
ส21102 ประวตั ิศาสตร์ 1 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกติ
ส21103 สังคมศึกษา 2 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.5 หนว่ ยกติ
ส21104 ประวัติศาสตร์ 2 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกติ
ส22101 สงั คมศกึ ษา 3 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกติ
ส22102 ประวัตศิ าสตร์ 3 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต
ส22103 สังคมศึกษา 4 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกิต
ส22104 ประวัติศาสตร์ 4 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
ส23101 สังคมศกึ ษา 5 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
ส23102 ประวัติศาสตร์ 5 20 ช่วั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
ส23103 สงั คมศกึ ษา 6 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกติ
ส23104 ประวตั ศิ าสตร์ 6 20 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกิต
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ๑ รหสั ส ๒๑๑๐๑ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาศาสนา ศีลธรรมและจรยิ ธรรม หนา้ ท่ีพลเมือง วฒั นธรรม และการดำเนินชวี ิต เก่ียวกับการสังคายนา
การเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา พุทธประวตั ิตั้งแต่ประสตู ิ จนถึงบำเพญ็ ทุกรกริ ยิ าหรอื ประวตั ศิ าสนาที่ตนนับถอื
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาและศาสนาอน่ื มีศรทั ธาทถี่ กู ต้องยึดมนั่ และปฏิบตั ิตามหลักธรรมเพือ่ อยูร่ ่วมกันอยา่ ง
สันตสิ ขุ ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทต่ี นนับถอื ที่มตี อ่ การพัฒนาตนและครอบครวั แบบอย่างการ
ดำเนนิ ชวี ติ และข้อคิดจากประวตั ิสาวก ชาดก เร่ืองเล่าและศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง พุทธคณุ และขอ้ ธรรมสำคัญในกรอบ
อรยิ สัจ ๔ เพื่อนำไปพฒั นาแก้ปัญหาของตนเองและครอบครัว การเรยี นรู้และการดำเนินชวี ติ ดว้ ยวธิ คี ิดแบบโยนิโส
มนสิการ สวดมนต์ แผ่เมตตา บรหิ ารจิตและเจริญปญั ญาด้วยอานาปานสติ ปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาท่ตี น
นบั ถือ ในการดำรงชวี ติ แบบพอเพยี ง และดแู ลรักษาสิ่งแวดล้อมเพอื่ การอย่รู ว่ มกนั ได้อยา่ งสันตสิ ุข *บรู ณาการ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง เหตุผลความจำเป็นท่ที กุ คนตอ้ งศึกษาเรียนรศู้ าสนาอ่ืนๆปฏิบตั ิตนตอ่ ศาสนกิ ชนอน่ื ๆในสถานการณ์
ตา่ งๆได้อยา่ งเหมาะสม การกระทำของบคุ คลท่เี ป็นแบบอย่างดา้ นศาสนสัมพนั ธ์ บำเพ็ญประโยชนต์ ่อศาสนสถานของ
ศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมตอ่ บุคคลต่างๆ ตามหลักศาสนาทตี่ นนับถือ จัดพธิ กี รรมและปฏบิ ัติตน
ในศาสนพิธี พธิ ีกรรมไดถ้ กู ตอ้ ง ประวตั ิ ความสำคัญ และปฏบิ ตั ติ นในวนั สำคญั ทางศาสนาท่ีตนนบั ถอื หนา้ ท่ขี องการ
เป็นพลเมอื งดี มีคา่ นิยมท่ีดงี าม ประเพณีและวฒั นธรรมไทย กฎหมายในการคุ้มครองสทิ ธขิ องบคุ คล ความสามารถ
ของตนเองในการทำประโยชน์ตอ่ สงั คมและประเทศชาติ คุณค่าทางวฒั นธรรมที่เป็นปจั จยั ในการสร้างความสัมพนั ธ์
ท่ดี ีหรืออาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดตอ่ กนั *บุคคลและกลมุ่ ตา่ งมีความต่างและความสัมพนั ธก์ นั ( ASEAN Curriculum
Sourcebook) แสดงออกถงึ การเคารพในสิทธขิ องตนเองและผอู้ น่ื ระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปัจจบุ นั ระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ อธบิ ายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสำคัญของ
รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย วเิ คราะห์บทบาทการถ่วงดลุ ของอำนาจอธิปไตยในรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั ร
ไทยฉบบั ปจั จบุ ันปฏิบัตติ นตามบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย ฉบับปัจจุบนั ทีเ่ กี่ยวข้องกบั ตนเอง
มีความเป็นไทย มารยาทไทย ความเอ้อื เฟื้อเผ่ือแผ่และเสยี สละต่อสงั คม ภูมิปัญญาไทย ความรักชาติ ยดึ มัน่ ในศาสนา
เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พระบรมราโชวาท ในหลวง ร.9 หลกั การทรงงานของในหลวง ร. 9 หลกั ปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
โดยใช้กระบวนการทางสังคมศาสตรเ์ พ่อื ฝกึ ทักษะ อธบิ าย อภปิ ราย วเิ คราะห์ ประพฤติตน นำไปพัฒนามา
แก้ปัญหา วธิ ีการคดิ แบบโยนิโสมนสกิ าร สวดมนต์ แผเ่ มตตา บริหารจิต เจริญปญั ญา บำเพ็ญประโยชน์ ปฏิบัติตน
แสดงออกและระบุความสามารถของตน *มสี ว่ นร่วมอนุรกั ษข์ นบธรรมเนยี มประเพณีศิลปวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย
ประยุกต์ และเผยแพร่
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ ได้อย่างเหมาะสม เน้นการมีศรัทธาที่
ถูกต้อง ยึดมั่นศรัทธา ตระหนักและธำรงรักษาพระพุทธศาสนา เป็นศาสนิกชนท่ีดี ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง เป็น
พลเมืองดีอยรู่ ว่ มกนั อย่างสนั ติสขุ *เออื้ เฟอ้ื เผอ่ื แผ่ เสียสละ เหน็ คุณคา่ เป็นแบบอย่างยึดม่นั ในศาสนา เทดิ ทนู สถาบัน
พระมหากษัตริย์ เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
รวมทง้ั หมด 23 ตวั ชว้ี ดั
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ส 1.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9
ม.1/10 , ม.1/11
ส 1.2 ม.1/1 , ม. 1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5
ส 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ส 2/2 ม.1/1 , ม. 1/2 , ม.1/3
สาระหนา้ ทพี่ ลเมอื งเพมิ่ เตมิ 5 ผลการเรยี นรู้
๑. มีส่วนรว่ มในการอนุรกั ษม์ ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความเออ้ื เฟอ้ื เผ่อื แผ่และเสยี สละตอ่ สังคม
๓. เห็นคณุ ค่า และอนุรักษข์ นบธรรมเนยี ม ประเพณีศิลปวฒั นธรรม และภูมปิ ัญญาไทย
๔. เปน็ แบบอย่างของความรกั ชาติ ยดึ ม่ันในศาสนาและเทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั ริย์
๕. ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รายวิชาประวตั ิศาสตร์ ๑ รหสั ส ๒๑๑๐๒ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
การศึกษาประวัติศาสตร์เวลายุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ที่มาของศักราชที่
ปรากฏในเอกสารประวัตศิ าสตร์ ความหมายและความสำคัญของ ประวตั ิศาสตร์ ความเปน็ มาของชาติไทยวัฒนธรรม
ภมู ิปญั ญาไทยสมัยกอ่ นประวตั ิศาสตร์ในดนิ แดนไทย รัฐโบราณในดินแดนไทย เช่น ศรีวิชัย ตามพรลิงค์ ทวารวดีการ
สถาปนาอาณาจกั รสุโขทยั และ ปจั จยั ที่เกี่ยวข้อง (ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก)พฒั นาการของอาณาจักรสุโขทัย
ในด้านการเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพนั ธร์ ะหว่างประเทศ การรบั ข้อมูลสารสนเทศท่ีถูกตอ้ ง
ก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจนำไปสู่การปฏิบตั ิทีมีความเสมอภาคและยุติธรรม(และข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง (ASEAN
Curriculum Sourcebook)
โดยใช้กระบวนการทางสังคมศาสตร์ เพ่ือฝึกทกั ษะวิเคราะห์ อธิบาย ปฏิบัติ ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์
เทยี บศักราช
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจทักษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์อย่างเป็นระบบถูกต้องเสมอภาค และ
ยตุ ิธรรม มีความรกั ความภมู ิใจ และธำรง ความเปน็ ไทยและใชแ้ หลง่ ข้อมลู ท่ีหลากหลายเกดิ ความความสามารถในการ
ส่ือสาร สามารถในการคิด ความสามรถในการแก้ปัญหา ความสามรถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามรถในด้าน
เทคโนโลยี
รวมตวั ชี้วัด ๕ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ส ๔.๑ ม.๑/๑-๓
มาตรฐาน ส ๔.๓ ม.๑/๑-๒
รายวิชาสงั คมศกึ ษา๒ รหสั ส ๒๑๑๐๓ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เก่ียวกับ การบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้
ทรัพยากรทีม่ ีอยู่จำกัดไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงความหมาย และความสำคัญ
ของเศรษฐศาสตร์ ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคมซ่ึงส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ
ความเป็นมาหลักการและความสำคญั ของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งต่อสังคมไทยระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจ
ตา่ งๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ และความจำเปน็ ของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกจิ บทบาทหนา้ ที่และความแตกต่าง
ของสถาบันการเงินแต่ละประเภทและธนาคารกลาง ยกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการพ่ึงพาอาศยั กัน และการแขง่ ขัน
กันทางเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการกำหนด อุปสงค์และอุปทาน ผลของการมีกฎหมายเก่ียวกับ
ทรัพย์สินทางปัญญา ที่ต้ัง ขนาด และอาณาเขตขิงทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนียการใช้เคร่ืองมือทาง
ภูมิศาสตร์ เช่น แผนท่ีรูปถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียมในการสืบค้นลักษณะทางกายภาพของทวีปเอเชียทวีป
ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย พิกัดภูมิศาสตร์ (ละติจดู และลองจิจูด) เส้นแบ่งเวลา การเปรียบเทียบวัน เวลาของโลก
สาเหตุการเกิดภัยพิบัติและผลกระทบในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ทำเลท่ีตั้งของกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจและสังคมเช่น พ้ืนที่เพาะปลูกและเล้ียงสัตว์ แหล่งประมงการกระจายของภาษาและศาสนาในทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนียปัจจัยทางกายภาพและปัจจัยทางสังคมท่ีส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงโครงสร้างทาง
ประชากร ส่ิงแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียประเด็นปัญหา
จากปฏิสัมพันธ์ระหว่างส่ิงแวดล้อมทางกายภาพกับมนษุ ยท์ ี่เกดิ ข้ึนในทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย และโอเชยี เนยี แนว
ทางการจัดการภัยพิบตั ิและการจัดการการจดั การทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มในทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชีย
เนีย ท่ียั่งยืน ความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี
ตามวิถีประชาธปิ ไตย การมีสว่ นร่วมและรบั ผิดชอบในการตัดสินใจ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ การอย่รู ่วมกันในพหวุ ัฒนธรรม การแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสนั ติวิธี ความมวี นิ ยั ในตนเอง
ใช้กระบวนการทางสังคมศาสตร์ *และกระบวนการทางภูมิศาสตร์ การต้งั คำถามเชงิ ภมู ิศาสตร์ การรวบรวม
ข้อมูล การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปเพ่ือตอบคำถามเพื่อฝึกทักษะ การอ่าน อภิปลาย วิเคราะห์
บริหารจัดการทรัพยากร ใช้ทรัพยากร ระบุยกตัวอย่างใช้แผนที่และเลือกใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์และใช้สำรวจ
แหล่งข้อมูลได้หลากหลาย *ปฏิบัติตน มีส่วนร่วม ตรวจสอบข้อมูล ยอมรับ อยู่ร่วมกัน มีส่วนร่วมแก้ปัญหาความ
ขัดแย้งโดยสนั ตวิ ธิ ี
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจในทักษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ *กระบวนการทางภูมิศาสตร์ อย่างมี
ประสิทธิภาพ คุ้มค่า อย่างมีดุลยภาพ มีประสิทธิภาพ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยืน เกิด
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร *ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชวี ติ และความสามารถใชเ้ ทคโนโลยีอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
รวมทั้งหมด 14 ตัวช้วี ดั
รหสั ตัวช้ีวัด
ส. 3.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3
ส 3.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
ส 5.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม. 1/3
ส 5.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4
สาระหนา้ ที่พลเมืองเพิ่มเตมิ 5 ผลการเรยี นรู้
1. ปฏิบตั ติ นเป็นพลเมืองดีตามวิถปี ระชาธปิ ไตย
2. มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตดั สนิ ใจ ตรวจสอบข้อมูลเพอื่ ประกอบการตดั สินใจในกิจกรรมต่างๆ
3. ยอมรับความหลากหลายทางสังคม วัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการอยรู่ ว่ มกัน
อย่างสนั ติ และพ่งึ พาซึ่งกันและกัน
4. มสี ว่ นรว่ มในการแกป้ ัญหาความขัดแย้งโดยสนั ตวิ ธิ ี
5. ปฏิบัติตนเปน็ ผู้มวี นิ ยั ในตนเอง
รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ ๒ รหสั ส ๒๑๑๐๔ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
อ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ย
ศึกษาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตกุ ารณ์อย่างต่อเนอื่ ง ที่ตัง้ และสภาพทางภูมศิ าสตรข์ องประเทศตา่ งๆ ในภูมภิ าคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ท่ีมีผล ต่อพัฒนาการทางด้านต่างๆ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของ
ประเทศตา่ ง ๆ ในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือผา่ นการรวมกล่มุ เปน็ อาเซียนของประเทศในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถือว่า เป็นพัฒนาการของภูมิภาค ท่ีต้ังและความสำคัญของแหล่งอารายธรรมในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น แหล่งมรดกโลกในประเทศต่าง ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อิทธิพลของอารยธรรม
โบราณในดินแดนไทยที่มีตอ่ พัฒนาการของสังคมไทยในปัจจุบัน เข้าใจใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิ
ปัญญาไทย วัฒนธรรมสมยั สุโขทัย เช่น ภาษาไทยวรรณกรรม ประเพณีสำคัญ ศิลปกรรมไทย ภมู ิปัญญาไทยในสมัย
สุโขทัย เช่น การชลประทาน เครื่องสงั คโลก ความเส่ือมของอาณาจักรสโุ ขทยั
โดยใช้กระบวนการทางสงั คมศาสตร์ เพ่ือฝกึ ทกั ษะวเิ คราะห์ อธิบาย ปฏิบัติ ระบุ ใช้ขอ้ มลู อย่าง
หลากหลาย
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจทกั ษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ ตระหนักเหน็ ความสำคญั รกั และภูมใิ จ
และธำรงความเปน็ ไทย เพ่ือเกดิ ทักษะความสามารถในการสือ่ สาร สามารถในการคดิ ความสามรถในการแก้ปญั หา
ความสามรถในการใชท้ กั ษะชีวิต ความสามารถในด้านเทคโนโลยี
รวมตัวชีว้ ดั ๓ ตัวชวี้ ดั
มฐ. ส๔.๒ ม.๑/๑-๒
มฐ.ส๔.๓ ม.๑/๓
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา 3 รหสั วชิ า ส22101 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตเกี่ยวกับรู้และเข้าใจ
ประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอ่ืน การเผยแผ่
พระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถอื สูป่ ระเทศเพ่ือนบ้าน ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถอื ที่
ชว่ ยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศเพ่อื นบ้าน ความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนบั ถือในฐานะ
ที่เป็นรากฐานของวฒั นธรรม เอกลักษณ์ของชาติ และมรดกของชาติ ความสำคัญ ของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่
ตนนับถือกับการพัฒนาชุมชนและการจัดระเบียบสังคม พุทธประวัติหรือประวัติศาสดาของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ี
กำหนด ประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่างตามที่กำหนด โครงสร้างและสาระโดยสังเขปของ
พระไตรปิฎก หรือคัมภรี ์ของศาสนาท่ีตนนับถือ ธรรมคุณและขอ้ ธรรมที่สำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรอื หลกั ธรรมของ
ศาสนาที่ตนนับถือตามท่ีกำหนด การพัฒนาจิต เพื่อการเรียนรู้และการดำเนินชีวิตด้วยวิธคี ิดแบบโยนิโสมนสิการคือ
วิธคี ิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรมและวิธคี ิดแบบอรรถธรรมสมั พันธ์ หรือการพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนาท่ีตน
นับถือ การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ การเป็นพลเมืองดี กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง
ครอบครัว ชุมชนและประเทศ สถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย
ความสำคัญและความสัมพันธ์ของสถาบันทางสงั คม วฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพ่ือ
นำไปสู่ ความเขา้ ใจอนั ดีระหว่างกนั เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยดึ มั่น ศรัทธา และธำรงรกั ษา
ไว้ซ่ึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การในการตรากฎหมาย *มีความเป็น
ไทย เอ้อื เฟ้ือเผือ่ แผแ่ ละเสียสละต่อสังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย มีความรัก
ชาติ
โดยใช้กระบวนการทางสังคมศาสตร์ เพื่อฝกึ ทกั ษะ อธิบาย วิเคราะห์ ประพฤติตน นำไปพัฒนา แก้ปญั หา มี
ส่วนร่วม แสดงออก แนะนำ เป็นแบบอย่าง ประยุกต์ มีมารยาท วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ สวดมนต์ แผ่เมตตา
บริหารจิตและเจริญปญั ญา ปฏบิ ัติตนตามหนา้ ท่ี
เพอ่ื ให้เกิดความรคู้ วามเขา้ ใจ ทกั ษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง เห็นคณุ ค่า
มีศรัทธาท่ีถูกต้อง ยึดม่ันและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีค่านิยมที่ดีงาม ตระหนักในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนา
ความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ อนุรักษ์สืบทอด มีวนิ ัยในตนเอง และมีวินัยในหน้าท่ี เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถ
ในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และความสามารถในการใช้ทักษะ
ชวี ิต
รหสั ตวั ชวี้ ดั
ส 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10, ม.2/11
ส 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ส 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 2.2 ม.2/1, ม.2/2
รวมทง้ั หมด 22 ตวั ชวี้ ดั
สาระหนา้ ทพี่ ลเมอื งเพมิ่ เตมิ 6 ผลการเรยี นรู้
๑. มสี ว่ นรว่ มและแนะนำผอู้ นื่ ใหอ้ นุรักษม์ ารยาทไทย
2. แสดงออกและแนะนำผู้อนื่ ใหม้ คี วามเอ้อื เฟอ้ื เผ่ือแผ่และเสียสละตอ่ สงั คม
3. เห็นคณุ ค่า อนรุ ักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณีศลิ ปวัฒนธรรม และภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่นไทย
4. เป็นแบบอยา่ งและแนะนำผู้อื่นให้มคี วามรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
5. ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาทหลกั การทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
6. ความมรี ะเบียบวนิ ัยในตนเองและความมีวินยั ในหน้าที่
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ ๓ รหสั วชิ า ส๒๒๑๐๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา ความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์
มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ วิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใน
ลักษณะต่าง ๆ อยา่ งง่าย ตวั อย่างการประเมินความน่าเช่ือถือของหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ไทยท่ีอยู่ในท้องถ่ิน ของ
ตนเองหรือหลกั ฐานสมัยอยุธยา ตัวอย่างการตีความข้อมูลจากหลักฐานท่ีแสดงเหตุการณ์สำคญั สมยั อยุธยาและธนบุรี
ที่ต้ังและสภาพทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และ
การเมอื งของภูมภิ าคเอเชีย ทต่ี ง้ั และความสำคัญของแหลง่ อารยธรรมตะวนั ออกและแหล่งมรดกโลกในประเทศต่าง ๆ
ในภมู ิภาคเอเชีย อิทธิพลของอารยธรรมโบราณท่ีมีต่อภูมิภาคเอเชยี ในปัจจุบัน โดยใช้วิธีการทางประวตั ิศาสตร์ เพ่ือ
ฝกึ ทกั ษะวิเคราะห์ ระบุ ประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถือ
เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นรแู้ ละเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เหน็ ความสำคัญ การตีความทาง
ประวัติศาสตร์ อยา่ งเป็นระบบ ให้เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการ
แก้ปญั หา ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีและความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ส ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ส ๔.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒
รวมทงั้ หมด ๕ ตวั ชว้ี ดั
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ๔ รหสั วชิ า ส๒๒๑๐๓ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา การบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพและคุม้ คา่ รวมทง้ั เขา้ ใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่อื การดำรงชีวติ อยา่ งมีดุลยภาพ
ปัจจัยท่ีมีผลต่อการลงทุนและการออม การผลิตสินค้าและบริการ หลักการและเป้าหมายปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง การรักษาและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค ระบบและสถาบันเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทาง
เศรษฐกิจและความจำเปน็ ของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก การกระจายของทรพั ยากร ในโลกท่ีส่งผลต่อ
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การแข่งขันทางการค้าในประเทศและต่างประเทศท่ีส่งผลต่อคุณภาพ
สินค้า ปริมาณการผลิตและราคาสินค้า ท่ีตั้ง ขนาด และอาณาเขตของทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกา การใช้เคร่ืองมือ
ทางภูมิศาสตร์ เช่น แผนท่ี รูปถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียมในการสืบค้น ลักษณะทางกายภาพของทวีปยุโรป
และทวีปแอฟริกาการแปลความหมาย มาตราส่วน ทิศ และ สัญลักษณ์ในแผนที่ สาเหตุการเกิดภัยพิบัติและ
ผลกระทบใน ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา ทำเลที่ตง้ั ของกิจกรรมทางเศรษฐกจิ และสังคม เชน่ พื้นท่ีเพาะปลูก และ
เลี้ยงสัตว์ แหลง่ ประมง การกระจายของภาษาและศาสนา ในทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า การเปลี่ยนแปลงโครงสรา้ ง
ทางประชากร ส่ิงแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกาประเด็นปัญหาจาก
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพกับมนุษย์ท่ีเกดิ ข้ึนในทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟรกิ าแนวทางการจดั การ
ภัยพิบัติและการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกาอย่างยั่งยืน *การปฏิบัติตนเป็น
พลเมืองดีตามวิถีประชาธปิ ไตย การมีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตดั สินใจ ความหลากหลายทางสังคม วฒั นธรรม
ในภูมภิ าคเอเชีย การอยู่รว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ัฒนธรรม ความมวี ินยั ในตนเองและมวี ินัยในหน้าที่
โดยใช้ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ การตัง้ คำถามเชงิ ภมู ิศาสตร์ การรวบรวมขอ้ มลู การจัดการขอ้ มลู การ
วเิ คราะห์ข้อมูล การสรปุ เพอ่ื ตอบคำถาม กระบวนการคดิ วิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย สำรวจ สรุป ใช้เคร่อื งมอื
ทางภมู ิศาสตรไ์ ด้ ปฏบิ ัติตน มสี ่วนร่วม ตรวจสอบ
เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจ ตระหนึก มจี ิตสำนึก มสี ว่ นร่วม อนุรกั ษ์ อย่างมปี ระสิทธิภาพการปฏิบตั ติ นมสี ่วนร่วมตรวจสอบ
รบั ผดิ ชอบ เหน็ คุณคา่ การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสันติ ให้เกดิ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีและความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ
รหสั ตวั ชว้ี ดั
ส 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ส 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ส 5.1 ม.2/1, ม.2/2 , ,2/3
ส 5.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
รวมทง้ั หมด 17 ตวั ชว้ี ัด
สาระหนา้ ทพ่ี ลเมอื งเพมิ่ เตมิ ผลการเรยี นรู้ 5 ขอ้
1. ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมืองดีตามวิถปี ระชาธิปไตย
2. มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูลเพ่ือใช้ประกอบการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมตา่ งๆ
และร้ทู ันขา่ วสาร
3. เห็นคุณค่าของการอยรู่ ว่ มกันในภูมิภาคเอเชยี อย่างสนั ติ และพ่งึ พาซงึ่ กนั และกนั
4. มสี ว่ นร่วมและเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาความขดั แยง้ โดยสันติวิธี
5. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้มวี ินยั ในตนเองและมีวินยั ในหนา้ ท่ี
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ ๔ รหสั วชิ า ส๒๒๑๐๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาประวัติศาสตร์เกี่ยวกบั ความเป็นมาของชนชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย การสถาปนาอาณาจักร
อยุธยาพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาในด้านการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งท่ี ๑และการกู้เอกราช ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่นการ
ควบคุมกำลงั คนและศิลปวัฒนธรรมการเสียกรุงศรีอยุธยาคร้ังท่ี ๒ การกู้เอกราและการสถาปนาอาณาจกั รธนบรุ ี ภูมิ
ปัญญาและวัฒนธรรมสมัยธนบุรี วีรกรรมของบรรพบุรุษไทย เช่น สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ พระสุริโยทัย พระ
นเรศวรมหาราช พระนารายณม์ หาราช พระเจ้าตากสินมหาราช พระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลก พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิง
หนาถ
โดยใช้กระบวนการทางสงั คมศาสตร์ เพือ่ ฝึกทักษะ การคิดวเิ คราะห์ อธิบาย ระบุ โดยวิธีการทาง
ประวัตศิ าสตร์
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ รกั และภมู ใิ จ ธำรงรักษาความเป็นไทย
เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
รวมตวั ชวี้ ดั ๓ ตวั ชว้ี ดั
มฐ. ส ๔.๓ ตวั ชีว้ ดั ม. ๒/ ๑,๒,๓
รายวิชาสงั คมศกึ ษา ๕ รหสั ส ๒๓๑๐๑ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยการเรยี น
ศึกษาศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคมเก่ียวกบั การเผย
แผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศต่าง ๆ ท่ัวโลก การนับถือพระพุทธศาสนาของประเทศเหล่าน้ันในปัจจบุ ัน วเิ คราะห์
ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะทช่ี ่วยสร้างสรรค์อารยธรรมและความสงบสขุ ให้แกโ่ ลก อภิปรายการสมั มนา
พระพุทธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาแบบย่ังยนื ศกึ ษาพุทธประวัตจิ ากพระพุทธรปู ปางต่าง ๆ
วิเคราะห์พุทธประวัติ พุทธสาวก พุทธสาวิกา ชาดก และศาสนิกชนตัวอย่าง อธิบายสังฆคุณและข้อธรรมสำคัญใน
กรอบอริยสัจ ๔ หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามท่ีกำหนด เห็นคุณค่าและวิเคราะห์การปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมในการพัฒนาตนเพ่ือเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานและการมีครอบครัว การปฏิบัติตน การสวดมนต์ แผ่
เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญา ดว้ ยอานาปานสตหิ รือตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนับถอื วเิ คราะห์ความแตกตา่ ง
และยอมรับวถิ กี ารดำเนินชีวติ ของศาสนกิ ชนในศาสนาอื่น ๆ ตระหนักและปฏบิ ตั ิตนเปน็ ศาสนิกชนท่ีดี และธำรงรกั ษา
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนบั ถือ วิเคราะหห์ น้าที่และบทบาทของสาวก และปฏบิ ัติตนต่อสาวกตามที่กำหนดได้
ถูกต้อง การปฏิบัติตนต่อพระภิกษุในศาสนพิธีท่ีบ้าน การสนทนา การแต่งกาย มารยาทในการพูดกับพระภิกษุตาม
ฐานะ อธิบายประวัติวันสำคัญทางศาสนาตามท่ีกำหนดและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง นำเสนอแนวทางในการธำรงรักษา
ศาสนาที่ตนนับถือ การศึกษาเรียนรู้เร่ืององค์ประกอบของพระพุทธศาสนา นำไปปฏิบัติและเผยแผ่ตามโอกาส
การศึกษาการรวมตวั ขององคก์ รชาวพทุ ธ การปลกู จติ สำนึกในดา้ นการบำรงุ รักษาวัดและพุทธสถานใหเ้ กิดประโยชน์
อธิบายความแตกต่างของการกระทำความผิดระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง ลกั ษณะการกระทำความผิดทาง
อาญาและโทษ ลักษณะการกระทำความผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง ยกตัวอย่างการกระทำความผิดทาง
อาญาและการกระทำความผิดทางแพ่ง อธิบายความสำคัญของสิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมคมุ้ ครองสิทธิมนุษยชน
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามวาระและโอกาสท่ีเหมาะสม การมีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองผู้อ่ืน
ตามหลักสิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและการเลือกรับวัฒนธรรมสากลท่ีเหมาะสม ตระหนักถึง
ความสำคัญของวฒั นธรรมไทย ภมู ิปญั ญาไทยและวัฒนธรรมสากล
เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม ธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรม
ไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข วิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งใน
ประเทศและเสนอแนวคิดในการลดความขัดแย้ง เสนอแนวคิดในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในประเทศและสังคม
โลก วิเคราะห์ปัจจัยท่ีก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศ และเสนอแนวคิดในการลดความขัดแย้งและปัจจัยท่ี
ก่อใหเ้ กิดความขัดแย้ง เสนอแนวทางความรว่ มมือในการลดความขดั แย้งและการสร้างความสมานฉันท์ เสนอแนวคิด
ในการดำรงชวี ิตอย่างมคี วามสุขในประเทศและสังคมโลก และปัจจยั ที่ส่งเสรมิ การดำรงชีวติ ใหม้ ีความสุข เขา้ ใจระบบ
การเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อธิบายระบบการปกครองแบบต่าง ๆท่ีใช้ในยุคปัจจุบัน วิเคราะห์ เปรียบเทียบ
ระบอบการปกครองของไทยกับประเทศอ่ืน ๆ ท่ีมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย วิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับ
ปัจจุบันในมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง การมีส่วนร่วม และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ วิเคราะห์
ประเด็นปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ของประเทศไทยและเสนอแนวทางแก้ไขประเด็นปัญหา
และผลกระทบท่ีเปน็ อุปสรรคตอ่ การพฒั นาประชาธปิ ไตยของประเทศไทยและแนวทางในการแกไ้ ขปญั หา ความเป็น
ไทย มารยาทไทย
การแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมาคาราวะ ความเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ ความเสียสละ
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย รักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์ พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความมีวินัยในตนเอง และ
ในหน้าที่
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ เพ่ือฝึกทักษะอธิบาย อภิปราย วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประพฤติตน
นำไปพัฒนาแก้ปญั หา สบื ค้นข้อมูล เปรียบเทียบ * การมีสว่ นร่วม การแนะนำ การแสดงออก การประยุกต์ เผยแพร่
และใช้แหลง่ ข้อมูลท่หี ลากหลาย
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะทางสังคมศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม มีศรัทธาท่ีถูกต้อง ยึด
มั่น ธำรงรักษา และเห็นคุณค่า เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการ
แก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยไี ดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
รวมตวั ช้วี ดั ๒๖ ตวั ชี้วดั
สาระหนา้ ที่พลเมอื งเพิ่มเตมิ ผลการเรยี นรู้ 6 ขอ้
1. มสี ว่ นร่วมแนะนำผอู้ นื่ ใหอ้ นุรกั ษ์และยกยอ่ งผู้มมี ารยาท
2. แสดงออกแนะนำผูอ้ ืน่ และมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมเกย่ี วกบั การเอือ้ เฟือ้ เผ่ือแผ่ และเสียสละ
3. เห็นคณุ ค่าอนรุ ักษ์ สืบสานและประยกุ ต์ขนบธรรมเนียมประเพณีศลิ ปวัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
4. เปน็ แบบอยา่ งและมสี ว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมทแี่ สดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทดิ ทนู
สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
5. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาทและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
6. ความมวี นิ ยั ในตนเอง และในหน้าท่ี
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ ๕ รหสั วชิ า ส๒๓๑๐๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษา ประวตั ศิ าสตร์เกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตรเ์ รื่องราว
เหตุการณ์สำคญั ทางประวตั ศิ าสตร์ พฒั นาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีตจนถึงปจั จบุ ัน ในด้านความสัมพนั ธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนอ่ื ง ตระหนกั ถงึ ความสำคญั และสามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบที่เกิดขึ้น
พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของภมู ิภาคตา่ งๆ ในโลกโดยสงั เขป ผลของการเปลย่ี นแปลงท่นี ำไปสู่
ความร่วมมือและความขดั แย้ง ในคริสต์ศตวรรษท่ี ๒๐ ตลอดจนความพยายามในการขจัด ปญั หาความขดั แยง้
โดยใช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ ตระหนกั อย่างเปน็ ระบบและมีเหตผุ ล เกดิ ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และความสามารถใน
การใช้ทกั ษะชวี ติ
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ส ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ส ๔.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒
รวมทงั้ หมด ๔ ตวั ชวี้ ดั
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ๖ รหสั ส๒๓๑๐๓ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ กลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา เศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ เก่ียวกับ กลไกตลาดในระบบเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาและพัฒนา
ท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์
บทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ นโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐที่มีต่อบุคคล กลุ่มคนและ
ประเทศชาติ บทบาทสำคัญของการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงนิ เฟ้อ เงินฝืด
ผลเสยี จากการว่างงานและแนวทางแก้ปัญหา การกีดกนั ทางการค้าระหวา่ งประเทศ การใช้เคร่อื งมือทางภูมิศาสตร์
แสดงลักษณะทางกายภาพ ทางสังคม ท่ีต้ัง ขนาด และอาณาเขตของทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ การ
เลอื กใช้แผนท่ีเฉพาะเร่ืองและ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์สบื คน้ ข้อมูล ลักษณะทางกายภาพของทวีปอเมรกิ าเหนือ และ
ทวีปอเมรกิ าใต้ สาเหตุภัยพิบัติของทวีปอเมริกาเหนือ และ ทวีปอเมริกาใต้ ทำเลที่ต้ังของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและ
สงั คมเช่น พนื้ ทเ่ี พาะปลกู และเล้ยี งสัตว์ แหล่งประมงการกระจายของภาษาและศาสนาในทวปี อเมริกาเหนอื และทวีป
อเมริกาใต้ ปัจจัยทางกายภาพและปัจจัยทางสังคมท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรส่ิงแวดล้อม
เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ประเด็นปัญหาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
สภาพแวดล้อมทางกายภาพกบั มนุษยท์ ี่เกิดขนึ้ ในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ แนวทางการจัดการภัยพบิ ัติ
และการจัดการทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ที่ย่ังยืน เป้าหมายการพัฒนาที่
ย่ังยืนของโลกความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีผลต่อการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม*ความเป็นพลเมืองดีใน
ระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนรว่ มและรบั ผิดชอบในการตัดสินใจ ความปรองดองสมานฉันท์ ความหลากหลายทาง
สงั คม การอย่รู ว่ มกันในสังคมพหุวัฒธรรม การแกป้ ญั หาความขัดแยง้ การมวี ินัยในตนเอง
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภูมิศาสตร์ เพอ่ื ฝึกทักษะ อธิบาย วเิ คราะห์ อภิปราย มีส่วนรว่ ม สำรวจสภาพ
ปัญหา เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา แสดงความคิดเห็น การใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ รวบรวม วิเคราะห์
นำเสนอข้อมูล สร้างสรรค์วัฒนธรรม ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตนเป็น
พลเมอื งดี ตรวจสอบข้อมูล
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดทักษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ ได้อย่างเหมาะสม อย่างมี
ประสิทธิภาพและคุ้มค่า อย่างมีดุลยภาพ มีความพอเพียง มีจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม มี
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต รับผิดชอบ เห็นคุณค่า มีวินัย เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
สอ่ื สาร ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชวี ิตอยา่ งสร้างสรรค์
รหสั ตวั ชว้ี ัด บุคคล
ส3.1 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3
ส3.2 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3, ม. 3/4, ม. 3/5, ม. 3/6
ส5.1 ม. 3/1, ม. 3/2
ส5.2 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3, ม. ๓/๔, ม.๓/๕
รวมทง้ั หมด 15 ตัวช้ีวัด
สาระหนา้ ทพี่ ลเมืองเพ่มิ เตมิ ผลการเรยี นรู้ 5 ขอ้
1. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ พลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยไทย
2. การมสี ่วนร่วมและรับผดิ ชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบขอ้ มลู ตรวจสอบการทำหนา้ ท่ีของ
เพ่อื ใช้ประกอบการตดั สินใจ
3. เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในภมู ิภาคต่างๆของโลกอย่างสนั ติและพ่งึ พาซึง่ กนั และกนั
4. มสี ่วนรว่ มและเสนอแนวทางการปอ้ งกนั ปัญหาความขดั แยง้
5. การปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มีวนิ ัยในตนเอง
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาประวตั ิศาสตร์ ๖
รหสั ส ๒๓๑๐๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาพัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์ในด้านต่าง ๆ ปัจจัยท่ีส่งผลตอ่ ความม่ันคงและความเจริญรุ่งเรือง
ของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาชาติไทย และ
วิเคราะหบ์ ทบาทของไทยในสมัยประชาธปิ ไตย
โดยใช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ วิธีการทางประวตั ิศาสตร์
เพ่อื ให้มีความรู้ความเขา้ ใจ มคี วามรัก ความภมู ใิ จความเป็นไทย
รหสั ตวั ชวี้ ดั
ส ๔.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม. ๓/๓, ม. ๓/๔
รวมทง้ั หมด ๔ ตวั ชวี้ ดั
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
รายวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษาพน้ื ฐาน
พ21101 รายวิชาสขุ ศกึ ษา 1 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกติ
พ21102 พลศึกษา ๑ 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกิต
พ21103 รายวิชาสุขศึกษา 2 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
พ21104 พลศกึ ษา ๒ 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกติ
พ22101 รายวิชาสุขศึกษา 3 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกติ
พ22102 พลศกึ ษา ๓ 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกติ
พ22103 รายวชิ าสุขศกึ ษา 4 20 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
พ22104 พลศึกษา ๔ 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
พ23101 รายวิชาสุขศึกษา 5 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกติ
พ23102 พลศึกษา ๕ 20 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกติ
พ23103 รายวิชาสุขศึกษา 6 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกติ
พ23104 พลศกึ ษา ๖ 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
รายวิชาสขุ ศกึ ษา 1 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 รหสั วชิ า พ21101 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศกึ ษา ความสำคัญของระบบประสาทและระบบต่อมไรท้ ่อท่ีมีผลต่อสุขภาพการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการ
ของวัยรนุ่ วิธีดูแลรกั ษาระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ ภาวะการเจริญเตบิ โตทางร่างกายของตนเองกับเกณฑ์
มาตรฐาน แสวงหาแนวทางในการพฒั นาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย วธิ ีการปรบั ตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย
จติ ใจอารมณแ์ ละพัฒนาการทางเพศอยา่ งเหมาะสม
มที กั ษะการปฏเิ สธเพ่อื ป้องกนั ตนเองจากการถกู ลว่ งละเมดิ ทางเพศ
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การสรา้ งความตระหนัก การสรา้ งเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การ
สังเกต การสบื ค้นข้อมลู การอภปิ ราย สรุป
เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด สือ่ สารสิง่ ท่เี รียนรู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ เหน็ คณุ ค่าและ
ปฏิบัติตนจนเป็นสขุ นิสยั มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านยิ มท่ีเหมาะสม
ตวั ชวี้ ดั
พ 1.1 ม.1/1
พ 1.1 ม.1/2
พ 1.1 ม.1/3
พ 1.1 ม.1/4
พ 2.1 ม.1/1
พ 2.1 ม.1/2
รายวิชาพลศกึ ษา 1 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 รหสั วชิ า พ21102 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา กิจกรรมการบริหารร่างกาย กิจกรรมนันทนาการ หลักการเคลื่อนไหวร่างกาย การเล่นเกม การ
ออกกำลังกายด้วยการเลน่ กีฬาประเภททีมหรือบุคคล ในเรื่อง ทักษะพ้ืนฐานการเล่น กฎ กติกา ขอ้ ตกลงในการเล่น
วิธีการเล่น ตามข้ันตอน และอ่นื อย่างถูกต้อง ปลอดภัยและสนุกสนาน พรอ้ มกบั ให้เรียนรูก้ ารป้องกนั การแก้ไข การ
เสรมิ สร้างสขุ ภาพและประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับจากการออกกำลงั กายและการออกกำลังกายเปน็ ประจำ
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ตั ิ การสรา้ งความตระหนัก การแกป้ ญั หา
การสร้างเจตคติ การสงั เกต การอภปิ ราย สรุป
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของสุขภาพ สมรรถภาพ สวัสดิภาพของตนเอง ของผู้อ่ืน
และของสังคม สามารถออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามความถนัด และความสนใจเพ่ือนำไปใช้ออกกำลังกายใน
ชีวิตประจำวันและเผยแพร่ความรใู้ หก้ ับผอู้ ืน่ ได้ มจี รยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสม
ตวั ชวี้ ดั
พ 3.1 ม. 1/1
พ 3.1 ม. 1/2
พ 3.1 ม.1/3
พ 3.2 ม.1/1
พ 3.2 ม.1/2
พ 3.2 ม.1/3
พ 3.2 ม.1/4
พ 3.2 ม.1/5
พ 3.2 ม.1/6
รายวิชาสขุ ศกึ ษา 2 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 รหสั วชิ า พ21103 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา การเลือกกนิ อาหารทเี่ หมาะสมกับวยั ปัญหาท่ีเกิดจากภาวะโภชนาการทม่ี ผี ลกระทบต่อสุขภาพ การ
ควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการ
ทดสอบ การปฐมพยาบาลและเคล่ือนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย ลักษณะอาการของผตู้ ิดสารเสพติดและการป้องกัน
การติดสารเสพติด ความสัมพันธ์ของการใช้สารเสพติดกับการเกิดโรคและอุบัติเหตุ วิธีการชักชวนผอู้ ื่นให้ลด ละเลิก
สารเสพตดิ โดยใช้ทกั ษะตา่ ง ๆ
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การสร้างความตระหนัก การสรา้ งเจตคติ
การสำรวจตรวจสอบ การสงั เกต การสบื คน้ ขอ้ มูล การอภปิ ราย สรปุ
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด สื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ เลือกแนวทาง
ปฏบิ ัติอยา่ งมเี หตผุ ล นำความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้ มจี ริยธรรม คุณธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม
ตวั ชว้ี ดั
พ 4.1 ม.1/1
พ 4.1 ม.1/2
พ 4.1 ม.1/3
พ 4.1 ม.1/4
พ 5.1 ม.1/1
พ 5.1 ม.1/2
พ 5.1 ม.1/3
พ 5.1 ม.1/4
รายวิชาพลศกึ ษา 2 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 รหสั วชิ า พ21104 เวลาเรยี น 20 ชว่ั โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา กิจกรรมการบริหารร่างกาย กิจกรรมนันทนาการ หลักการเคลอื่ นไหวร่างกาย การเล่นเกม การ
ออกกำลงั กายดว้ ยการเล่นกีฬาประเภททีมหรือประเภทบุคคล ในเร่ือง ทักษะพนื้ ฐานการเล่น กฎ กติกา ข้อตกลงใน
การเล่น วิธกี ารเล่น ตามขั้นตอน และอ่นื อย่างถูกต้อง ปลอดภัยและสนุกสนาน พร้อมกับให้เรียนรู้การป้องกัน การ
แกไ้ ข การเสริมสร้างสุขภาพและประโยชนท์ ีไ่ ด้รับจากการออกกำลงั กายและการออกกำลงั กายเป็นประจำ
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบตั ิ การสร้างความตระหนกั การแกป้ ญั หา
การสร้างเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสงั เกต การสืบคน้ ข้อมูล การอภิปราย สรุป
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของสุขภาพ สมรรถภาพ สวัสดิภาพของตนเอง ของผู้อื่น
และของสังคม สามารถออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามความถนัด และความสนใจเพื่อนำไปใช้ออกกำลังกายใน
ชวี ติ ประจำวันและเผยแพร่ความรูใ้ ห้กบั ผู้อ่นื ได้ มจี ริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ตวั ชวี้ ดั
พ 3.1 ม. 1/1
พ 3.2 ม.1/1
พ 3.2 ม.1/2
พ 3.1 ม.1/3
พ 3.1 ม. 1/2
พ 3.2 ม. 1/3
พ 3.2 ม. 1 4
พ 3.2 ม. 1/5
พ 3.2 ม. 1/6
รายวิชาสขุ ศกึ ษา 3 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 รหสั วชิ า พ22101 เวลาเรยี น 20 ชว่ั โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา การเปล่ียนแปลง ปัจจัยท่ีมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ
อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในวัยรุ่น ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเจตคติในเรื่องเพศ ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจากการมี
เพศสมั พันธใ์ นวัยเรียน วิธปี ้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงจากโรคติดตอ่ ทางเพศสัมพันธ์ เอดส์ และการตั้งครรภ์โดยไม่
พงึ ประสงค์ ความสำคัญของความเสมอภาคทางเพศและวางตัวได้อย่างเหมาะสม
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก การแก้ปัญหา การสรา้ งเจตคติ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสงั เกต การสืบคน้ ข้อมลู การอภิปราย สรุป
เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เลือกแนวทาง
ปฏบิ ัติอยา่ งมีเหตุผล นำความร้ไู ปใช้ในชีวิตประจำวันได้ มจี รยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสม
ตวั ชวี้ ดั
พ 1.1 ม.2/1
พ 1.1 ม.2/2
พ 2.1 ม.2/1
พ 2.1 ม.2/2
พ 2.1 ม.2/3
พ 2.1 ม.2/4
รายวิชาพลศกึ ษา 3 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 รหสั วชิ า พ22102 เวลาเรยี น 20 ชว่ั โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา กิจกรรมการบริหารร่างกาย กิจกรรมนันทนาการ หลักการเคลื่อนไหวร่างกาย การเล่นเกม การ
ออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาประเภททีมหรือกีฬาประเภทบุคคล ในเรื่อง ทักษะพ้ืนฐานการเล่น กฎ กติกา
ข้อตกลงในการเล่น วิธีการเล่น ตามขั้นตอน และอ่ืนอย่างถูกต้อง ปลอดภัยและสนุกสนาน พร้อมกับให้เรียนรู้การ
ป้องกัน การแก้ไข การเสริมสร้างสุขภาพและประโยชน์ท่ีได้รับจากการออกกำลังกายและการออกกำลังกายเป็น
ประจำ
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบัติ การสรา้ งความตระหนกั การแก้ปัญหา
การสรา้ งเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสงั เกต การสืบค้นขอ้ มูล การอภปิ ราย สรุป
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของสุขภาพ สมรรถภาพ สวัสดิภาพของตนเอง ของผ้อู ื่น
และของสังคม สามารถออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามความถนัด และความสนใจเพ่ือนำไปใช้ออกกำลังกายใน
ชวี ติ ประจำวันและเผยแพรค่ วามรู้ให้กับผ้อู ื่นได้ มีจรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มทีเ่ หมาะสม
ตวั ชวี้ ดั
พ 3.1 ม.2/1
พ 3.1 ม.2/2
พ 3.1 ม.2/3
พ 3.1 ม.2/4
พ 3.2 ม.2/1
พ 3.2 ม.2/2
พ 3.2 ม.2/3
พ 3.2 ม.2/4
พ 3.2 ม.2/5
รายวชิ าสขุ ศกึ ษา 4 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 รหสั วชิ า พ22103 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา การเลือกใช้บริการทางสุขภาพอย่างมีเหตุผล ผลของการใช้เทคโนโลยีท่ีมีต่อสุขภาพ ความ
เจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีผลต่อสุขภาพ ความสัมพันธ์ของภาวะสมดุลระหว่างสุขภาพกาย และสุขภาพจิต
ลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต การเสนอแนะวิธีการปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และ
ความเครียด การพัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตามเกณฑท์ ่ีกำหนด ปัจจัยและแหลง่ ช่วยเหลือฟ้ืนฟู ผู้
ติดสารเสพติด การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเส่ียงและสถานการณ์เส่ียง มีทักษะชีวิตในการป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยง
สถานการณค์ ับขนั ที่อาจนำไปสู่อันตราย
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก การแก้ปัญหา การสร้างเจตคติ การ
สำรวจตรวจสอบ การสงั เกต การสบื คน้ ขอ้ มลู การอภปิ ราย สรปุ
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ส่ือสารส่ิงที่เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เลือกแนวทาง
ปฏิบตั ิอยา่ งมเี หตุผล นำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวันได้ มจี ริยธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยมที่เหมาะสม
ตวั ชวี้ ดั
พ 4.1 ม.2/1
พ 4.1 ม.2/2
พ 4.1 ม.2/3
พ 4.1 ม.2/4
พ 4.1 ม.2/5
พ 4.1 ม.2/6
พ 4.1 ม.2/7
พ 5.1 ม.2/1
พ 5.1 ม.2/2
พ 5.1 ม.2/3
รายวิชาพลศกึ ษา 4 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 รหสั วชิ า พ22104 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา กิจกรรมการบริหารร่างกาย กิจกรรมนันทนาการ หลักการเคล่ือนไหวร่างกาย การเล่นเกม การ
ออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาประเภททีมหรือกีฬาประเภทบุคคล ในเรื่อง ทักษะพื้นฐานการเล่น กฎ กติกา
ข้อตกลงในการเล่น วิธีการเล่น ตามขั้นตอน และอ่ืนอย่างถูกต้อง ปลอดภัยและสนุกสนาน พร้อมกับให้เรียนรู้การ
ป้องกัน การแก้ไข การเสริมสร้างสุขภาพและประโยชน์ท่ีได้รับจากการออกกำลังกายและการออกกำลังกายเป็น
ประจำ
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบัติ การสรา้ งความตระหนัก การแกป้ ญั หา
การสร้างเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสงั เกต การสืบคน้ ขอ้ มูล การอภปิ ราย สรปุ
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของสุขภาพ สมรรถภาพ สวัสดิภาพของตนเอง ของผู้อื่น
และของสังคม สามารถออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามความถนัด และความสนใจเพ่ือนำไปใช้ออกกำลังกายใน
ชีวิตประจำวนั และเผยแพรค่ วามรู้ให้กับผ้อู นื่ ได้ มจี รยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม
ตวั ชว้ี ดั
พ 3.1 ม.2/1
พ 3.1 ม.2/3
พ 3.1 ม.2/4
พ 3.2 ม.2/1
พ 3.1 ม.2/2
พ 3.2 ม.2/2
พ 3.2 ม.2/3
พ 3.2 ม.2/4
พ 3.2 ม.2/5
รายวิชาสขุ ศกึ ษา 5 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 รหสั วชิ า พ23101 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศกึ ษา การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคมและสติปัญญาแต่ละช่วงของชีวิต อิทธิพลและ
ความคาดหวงั ของสังคมต่อการเปลยี่ นแปลงของวัยรนุ่ สอื่ โฆษณาท่มี ีอทิ ธิพลตอ่ การเจริญเตบิ โตของวัยร่นุ อนามัยแม่
และเด็ก การวางแผนครอบครัวและวิธกี ารปฏบิ ัติตนทีเ่ หมาะสม ปจั จัยที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ สาเหตแุ ละเสนอ
แนวทางการป้องกัน แกไ้ ขความขดั แยง้ ในครอบครัว
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก การแก้ปัญหา การสรา้ งเจตคติ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย สรุป
เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ เลือกแนวทาง
ปฏบิ ัตอิ ยา่ งมีเหตุผล นำความร้ไู ปใช้ในชีวติ ประจำวันได้ มจี ริยธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม
ตวั ชวี้ ดั
พ 1.1 ม.3 / 1
พ 1.1 ม.3 / 2
พ 1.1 ม.3 / 3
พ 2.1 ม.3 / 1
พ 2.1 ม.3 / 2
พ 2.1 ม.3 / 3
รายวิชาพลศกึ ษา 5 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 รหสั วชิ า พ23102 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา กิจกรรมการบริหารร่างกาย กิจกรรมนันทนาการ หลกั การเคล่ือนไหวร่างกาย การเล่นเกม การ
ออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาประเภททีมหรือกีฬาประเภทบุคคล ในเรื่อง ทักษะพ้ืนฐานการเล่น กฎ กติกา
ข้อตกลงในการเล่น วิธีการเล่น ตามข้ันตอน และอ่ืนอย่างถูกต้อง ปลอดภัยและสนุกสนาน พร้อมกับให้เรียนรู้การ
ป้องกัน การแก้ไข การเสริมสร้างสุขภาพและประโยชน์ท่ีได้รับจากการออกกำลังกายและการออกกำลังกายเป็น
ประจำ
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏบิ ัติ การสรา้ งความตระหนกั การแกป้ ญั หา
การสรา้ งเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสงั เกต การสบื ค้นขอ้ มลู การอภิปราย สรุป
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเหน็ คุณคา่ ของสุขภาพ สมรรถภาพ สวัสดิภาพของตนเอง ผู้อ่ืน และ
ของสังคม สามารถออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามความถนัด และความสนใจเพื่อนำไปใช้ออกกำลังกายใน
ชีวิตประจำวนั และเผยแพรค่ วามรใู้ หก้ บั ผ้อู น่ื ได้ มจี รยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม
ตวั ชว้ี ดั
พ 3.1 ม.3/2
พ 3.1 ม.3/3
พ 3.1 ม.3/1
พ 3.2 ม.3/2
พ 3.2 ม.3/1
พ 3.2 ม.3/3
พ 3.2 ม.3/4
พ 3.2 ม.3/5
รายวิชาสขุ ศกึ ษา 6 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 รหสั วชิ า พ23103 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา วิธีการกำหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยต่าง ๆโดยคำนึงถึงความประหยัดและคุณค่าทาง
โภชนาการ แนวทางการป้องกนั โรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเจบ็ ปว่ ยและการตายของคนไทย การรวบรวมขอ้ มูล
และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน การวางแผนและจัดเวลาใน การออกกำลังกาย การพักผ่อน
และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย ทดสอบสมรรถภาพทางกายและพัฒนาได้ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
ปัจจัยเส่ียงและพฤติกรรมเส่ียงที่มีผลต่อสุขภาพและแนวทางป้องกัน การหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงและชักชวน
เพื่อนให้หลีกเล่ียงการใช้ความรุนแรง ในการแก้ปัญหา การวิเคราะห์อิทธิพลของส่ือต่อพฤติกรรมสุขภาพและความ
รนุ แรง การวเิ คราะห์ความสัมพันธข์ องการดื่มเคร่ืองด่มื ทมี่ แี อลกอฮอลต์ ่อสขุ ภาพและการเกิดอุบตั เิ หตุ การแสดงวธิ ี
การช่วยฟ้นื คืนชพี อย่างถูกวิธี
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเข้าใจ การสร้างความตระหนกั การแกป้ ญั หา การสร้างเจตคติ การสังเกต
การสืบคน้ ขอ้ มลู การอภิปราย สรปุ
เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ เลือกแนวทาง
ปฏบิ ตั ิอยา่ งมีเหตุผล นำความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ มจี รยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม
ตวั ชว้ี ดั
พ 4.1 ม.3/1
พ 4.1 ม.3/2
พ 4.1 ม.3/3
พ 4.1 ม.3/4
พ 4.1 ม.3/5
พ 5.1 ม.3/1
พ 5.1 ม.3/2
พ 5.1 ม.3/3
พ 5.1 ม.3/4
พ 5.1 ม.3/1
รายวชิ าพลศกึ ษา 6 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 รหสั วชิ า พ23104 เวลาเรยี น 20 ชวั่ โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา กิจกรรมการบริหารร่างกาย กิจกรรมนันทนาการ หลักการเคลื่อนไหวร่างกาย การเล่นเกม การ
ออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาประเภททีมหรือกีฬาประเภทบุคคล ในเร่ือง ทักษะพื้นฐานการเล่น กฎ กติกา
ขอ้ ตกลงในการเล่น วิธกี ารเล่น ตามขั้นตอน การรุก และการป้องกัน การเล่นเป็นทีมและอื่นอย่างถูกต้อง ปลอดภัย
และสนุกสนาน พร้อมกับให้เรียนรู้การป้องกัน การแก้ไข การเสริมสร้างสุขภาพและประโยชน์ท่ีได้รับจากการออก
กำลงั กายและการออกกำลังกายเปน็ ประจำ
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบัติ การสร้างความตระหนัก การแกป้ ญั หา
การสร้างเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสังเกต การสืบค้นขอ้ มูล การอภิปราย สรุป
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของสุขภาพ สมรรถภาพ สวัสดิภาพของตนเอง ของผู้อ่ืน
และของสังคม สามารถออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามความถนัด และความสนใจเพื่อนำไปใช้ออกกำลังกายใน
ชีวิตประจำวนั และเผยแพรค่ วามรู้ให้กบั ผู้อืน่ ได้ มีจริยธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม
ตวั ชว้ี ดั
พ 3.1 ม.3/2
พ 3.1 ม.3/3
พ 3.1 ม.3/1
พ 3.2 ม.3/2
พ 3.2 ม.3/1
พ 3.2 ม.3/3
พ 3.2 ม.3/4
พ 3.2 ม.3/5
รายวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษาเพม่ิ เตมิ
พ2๐๒๐๑ สมรรถภาพทางกาย ๔0 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ๑.๐ หน่วยกติ
พ2๐๒๐2 บาสเกตบอล ๔0 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ๑.๐ หน่วยกติ
พ2๐๒๐3 นนั ทนาการ ๔0 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น ๑.๐ หน่วยกิต
พ2๐๒๐4 แบตมินตัน ๔0 ชั่วโมง/ภาคเรยี น ๑.๐ หนว่ ยกิต
พ2๐๒๐5 ว่ายน้ำ ๔0 ชั่วโมง/ภาคเรียน ๑.๐ หน่วยกิต
พ2๐๒๐6 กรฑี า ๔0 ช่ัวโมง/ภาคเรียน ๑.๐ หน่วยกิต
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
รายวชิ า สมรรถภาพทางกาย รหสั วชิ า พ20201 กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 1.0 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา อธิบาย มีส่วนร่วมและปฏิบัติ ในกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย การออกกำลังกาย การทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย ในเรอ่ื ง วิ่งระยะส้ัน (50 เมตร) วง่ิ ระยะไกล (1,000 เมตร) ยืนกระโดดไกล วิ่งกลบั ตวั (ว่ิงเก็บ
ของ) น่ังงอเตรียม ดึงข้อราวเดยี่ ว ลุกนั่ง 30 วินาที ยึดพ้ืนหรือดันข้อ อยา่ งถูกตอ้ ง ปลอดภัย และสนุกสนาน พร้อม
กบั ใหเ้ รียนร้กู ารป้องกัน การแก้ไข การเสรมิ สรา้ งสขุ ภาพ
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก การปฏบิ ตั ิ การอภปิ ราย สรุป
เพ่ือให้รู้หลักและวิธกี ารออกกำลังกายที่ถูกตอ้ ง มที ักษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต
มรี ะเบยี บวนิ ัย เหน็ คณุ ค่าและนำไปปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจำวัน
ผลการเรยี นรู้
1. รู้หลกั และวิธกี ารออกกำลังกายท่ถี กู ต้อง
2. ความรู้ ความสามารถเกย่ี วกบั การพัฒนาและรักษาสมรรถภาพทางกายและจติ
3. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงตามประเภทการทดสอบได้
4. สามารถทดสอบสมรรถภาพทางกายได้
5. เหน็ คุณค่าของการของการออกกำลงั กาย การเล่นกีฬา การดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพ
6. มรี ะเบยี บวินยั มีนำ้ ใจ เหน็ คณุ ค่าและนำไปปฏิบัติในชวี ติ ประจำวัน
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรยี นรู้
รายวิชา บาสเกตบอล คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 รหสั วชิ า พ20202 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง
1.0 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา อธิบาย มีส่วนรว่ มและปฏิบัติ ในกิจกรรมกายบริหารการออกกำลังกายด้วยกิจกรรมบาสเกตบอลใน
เรอ่ื งการส่งลูก การรับลูก การเล้ียงลูก การยงิ ประตู การรบั ลกู กระดอนจากแป้นแบบต่างๆ วิธีการเล่นในตำแหน่ง
ต่างๆ ทั้งในขณะเป็นผู้เลน่ ฝ่ายรับและฝ่ายรุกการเล่นเป็นทีมและอ่ืนๆ อย่างถูกตอ้ ง ปลอดภัย และสนุกสนาน พรอ้ ม
กบั ให้เรยี นรู้การปอ้ งกนั การแก้ไข การเสรมิ สร้างสุขภาพ
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การสร้างความตระหนัก การปฏิบัติ การอภปิ ราย สรุป
เพ่ือใหร้ หู้ ลักและวิธกี ารออกกำลังกายท่ีถกู ตอ้ ง มีทกั ษะ มสี มรรถภาพ ทางกายและทางจติ
มรี ะเบียบวนิ ยั เหน็ คณุ ค่าและนำไปปฏบิ ตั ิในชีวิตประจำวนั
ผลการเรยี นรู้
1. ตระหนักในความสำคัญของการดแู ลรักษาสุขภาพและการสร้างเสริมสมรรถภาพ
ทางกายและทางจิต
2. รู้ และเขา้ ใจเกีย่ วกับหลักและวิธกี ารออกกำลังกายท่ีถูกตอ้ ง
3. ความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับกีฬาบาสเกตบอล
4. ทักษะพนื้ ฐานการเลน่ กฬี าบาสเกตบอล
5. กตกิ า การเลน่ กีฬาบาสเกตบอล
6. สามารถปฏิบตั ิเกยี่ วกับการเล่นเปน็ ทีม และการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล เห็นคุณค่าและนำมา
ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจำวนั ได้
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้
รายวชิ า นันทนาการ คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 รหสั วชิ า พ20202 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง
1.0 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษา ความรู้ความเข้าใจ พื้นฐานเกี่ยวกับนันทนาการ ความหมาย ความสำคัญและขอบข่ายของกิจกรรม
นนั ทนาการ ประเภทของกิจกรรมนนั ทนาการ ลกั ษณะและบทบาทชองผนู้ ำนันทนาการ การจดั กจิ กรรมนนั ทนาการ
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก การปฏิบตั ิ การอภปิ ราย สรุป
เพือ่ ให้นกั เรียนมีเจตคติทถี่ กู ตอ้ งและเหมาะสมเก่ียวกับกจิ กรรมนันทนาการ และสามารถเลอื ก
ปฏิบัติกจิ กรรมไดต้ ามความถนดั และความสนใจ และนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความรเู้ บอ้ื งต้นเก่ียวกับนันทนาการได้
2. อธบิ ายความหมาย ความสำคัญและขอบข่ายของกิจกรรมนนั ทนาการได้
3. อธบิ ายและจำแนกประเภทชองกิจกรรมนันทนาการได้
4. จดั กจิ กรรมนันทนาการได้
5. ปฏิบัติและเลน่ เกมนนั ทนาการได้
รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้
รายวชิ า แบดมนิ ตนั คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 รหสั วชิ า พ20204 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง
1.0 หนว่ ยการเรยี น
ศกึ ษา อธบิ าย มสี ่วนร่วมและปฏบิ ตั ใิ นกิจกรรมกายบรหิ ารการออกกำลังกายด้วยกจิ กรรมแบดมินตันในเร่ือง
การจับไม้ การตีลูกหน้ามอื การตลี ูกหลังมือ การตลี กู ตบ การตลี ูกหยอด
การเสริ์ฟลูก การรับลูก การสง่ ลกู วธิ ีการเล่นแบดมนิ ตัน การแข่งขนั และอื่นๆอยา่ งถูกตอ้ ง ปลอดภัยและสนกุ สนาน
พรอ้ มกับใหเ้ รียนรูก้ ารปอ้ งกนั การแก้ไข การเสริมสร้างสขุ ภาพ
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเขา้ ใจ การสรา้ งความตระหนัก การปฏบิ ัติ การอภปิ ราย สรปุ
เพือ่ ใหร้ หู้ ลกั และวิธกี ารออกกำลังกายทีถ่ กู ต้อง มีทกั ษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต
มรี ะเบียบวนิ ยั เห็นคุณค่าและนำไปปฏบิ ตั ิในชวี ติ ประจำวัน
ผลการเรยี นรู้
1. ตระหนักในความสำคัญของการดูแลรักษาสุขภาพและการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพ
ทางกายและทางจิต
2. รู้ และเขา้ ใจเกี่ยวกบั หลกั และวิธกี ารออกกำลงั กายที่ถูกตอ้ ง
3. ความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั กีฬาแบดมนิ ตัน
4. ทักษะพื้นฐานการเลน่ กฬี าแบดมนิ ตนั
5. กตกิ า การเล่นกีฬาแบดมินตนั
6. สามารถปฏิบัตเิ ก่ยี วกับการเล่นเปน็ ทีม และการแขง่ ขันกีฬาแบดมนิ ตนั เหน็ คุณค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้
กบั ชีวติ ประจำวนั ได้
รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้
รายวชิ า ว่ายนำ้ คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 รหสั วชิ า พ20205 เวลาเรยี น 20 ชว่ั โมง
0.5 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษาอธบิ ายเกย่ี วกบั การกฬี าวา่ ยนำ้ ข้นั พื้นฐานและทักษะประโยชน์ของกีฬาวา่ ยนำ้ เทคนิคของกีฬาวา่ ยนำ้
ทง้ั 4 ทา่ การเสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกายการเก็บรกั ษาอปุ กรณก์ ติการะเบียบมารยาทในการแข่งขันและความ
ปลอดภยั ในการเลน่ กีฬาว่ายนำ้
โดยใช้กระบวนการคดิ ทางการสื่อสาร การแก้ปญั หา การลงมอื ปฏบิ ตั ิ สรุป
เพื่อให้รูห้ ลกั และวธิ ีการว่ายน้ำขน้ั พนื้ ฐานท่ถี ูกต้อง มีทกั ษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต มรี ะเบียบ
วินัย สามารถเห็นคุณค่าและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวนั ใหด้ ำรงชวี ติ อย่ใู นสงั คมอย่างมีความสขุ
ผลการเรยี นรู้
1. สามารถปฏิบัติทักษะการวา่ ยนำ้ ทัง้ 4 ท่าได้
2. สามารถทดสอบสมรรถภาพทางกายว่ายน้ำ 50 เมตร ได้
3. สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั ได้
รวมทง้ั หมด 3 ผลการเรยี นรู้
รายวชิ า กรีฑา คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 รหสั วชิ า พ20206 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง
1 หนว่ ยการเรยี น
ศึกษาอธิบายเกย่ี วกับการกฬี ากรฑี าพน้ื ฐานและการฝึกทักษะกรีฑาประเภทลแู่ ละประเภทลาน การ ใช้ทักษะ
ชวี ิตในการบำรุงรกั ษาสุขภาพ ปอ้ งกนั และดูแลรกั ษาการบาดเจ็บทเ่ี กิดจากกจิ กรรมกรีฑาและ สร้างเสรมิ สุขภาพและ
สมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมท้ังการออกกำลังกาย ปฏิบัติตาม กฎ กติกา ข้อตกลงในการเล่นกีฬากรีฑาตาม
คำแนะนำอยา่ งเครง่ ครัดเพ่ือความปลอดภยั ในการเล่น
โดยใช้กระบวนการคดิ ทางการสอื่ สาร การแก้ปญั หา การลงมือปฏบิ ตั ิ สรุป
เพอ่ื ใหร้ ้หู ลกั และวธิ ีการเลน่ กรฑี าท้ังประเภทล่แู ละประเภทลานทถี่ ูกตอ้ ง มที กั ษะ มีสมรรถภาพทางกายและ
ทางจิต มีระเบียบวินัย สามารถเห็นคุณค่าและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมี
ความสุข
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความรูเ้ บื้องต้นเก่ียวกับกรฑี าได้อย่างถกู ต้อง
2. อธิบายความสำคัญของการบำรงุ รักษาสุขภาพ หลักการปอ้ งกนั และดแู ลรักษาการ บาดเจบ็ ท่ีเกดิ จาก
กจิ กรรมกรฑี า
3. อธิบายและแสดงวิธีการฝกึ ปฏิบัตทิ กั ษะและเทคนคิ การวิ่งระยะส่นั และระยะกลางไดถ้ กู ต้อง
4. อธบิ ายและแสดงวิธกี ารฝกึ ปฏิบัตทิ กั ษะและเทคนิคการเลน่ กรฑี าประเภทลานได้ถูกตอ้ ง
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
รายวิชาศลิ ปะพน้ื ฐาน
ศ21101 ศิลปะ 1 40 ชวั่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ศ21102 ศลิ ปะ 2 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกิต
ศ22101 ศลิ ปะ 3 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกิต
ศ22102 ศลิ ปะ 4 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ศ23101 ศลิ ปะ 5 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกิต
ศ23102 ศลิ ปะ 6 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกิต
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ศ21101 ศลิ ปะ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาความแตกตา่ งและความคล้ายคลึงกันของงานทศั นศลิ ป์และสง่ิ แวดล้อม โดยใชค้ วามรู้เรอื่ งทัศนธาตุ
หลกั การออกแบบงานทศั นศิลปโ์ ดยเนน้ ความเปน็ เอกภาพ ความกลมกลืนและความสมดลุ วาดภาพทัศนียภาพ
แสดงให้เหน็ ระยะไกลใกลเ้ ป็น 3 มิติ รวบรวมงานป้นั หรือสื่อผสม มาสร้างเปน็ เรอ่ื งราว 3 มิติ โดยเนน้ ความเปน็
เอกภาพ ความกลมกลนื และการสือ่ ถงึ เรื่องราวของงานออกแบบรปู ภาพสัญลกั ษณ์ หรอื กราฟกิ อ่ืนๆ ในการ
นำเสนอความคดิ และขอ้ มลู ประเมนิ งานทัศนศิลป์ และบรรยายถงึ วิธกี ารปรับปรุงงานตนเอง และผ้อู ่นื โดยใช้
เกณฑ์กำหนดให้
ศกึ ษาเคร่ืองหมายและสัญลกั ษณ์ทางดนตรี เปรียบเทียบเสียงร้องและเสยี งของเครือ่ งดนตรี ในบทเพลงจาก
วฒั นธรรมทตี่ า่ งกนั การรอ้ ง และการบรรเลงเคร่ืองดนตรปี ระกอบการร้อง จำแนกประเภทวงดนตรีไทย วง
ดนตรีสากล และวงดนตรพี นื้ เมือง
ศกึ ษาวิธีการปฏบิ ตั ิตนของผ้แู สดงและผู้ชม ประวัตนิ ักแสดง การพัฒนารูปแบบของการแสดง อทิ ธิพลของ
นักแสดงที่มผี ลตอ่ พฤตกิ รรมของผูช้ ม นาฏยศัพท์ ศพั ท์การละครในการแสดง ภาษาท่า การตบี ท และทา่ ทาง
เคลือ่ นไหวทแ่ี สดงสือ่ ทางอารมณ์
โดยใช้ความรู้ทศั นธาตุ ฝึกและปฏิบัตงิ านทัศนศิลป์ การออกแบบ วาดภาพทศั นยี ภาพ งานปนั้ หรือ
สอื่ ผสม ออกแบบรูปภาพสัญลกั ษณ์ หรือกราฟิก การเขยี นภาพการต์ นู และประเมนิ งานทศั นศิลป์ ฝึกปฏิบัติอ่าน
เขยี นร้องโนต้ ไทยและโน้ตสากลเคร่ืองหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรโี น้ตเพลงไทยอัตราจังหวะสองชน้ั รอ้ งเพลงและ
ใชเ้ ครือ่ งดนตรบี รรเลงประกอบการร้องเพลงด้วยบทเพลงท่หี ลากหลายรปู แบบ ร้องและการบรรเลงเครือ่ งดนตรี
ประกอบการร้องบทเพลงพ้ืนบา้ น เพลงปลุกใจ บทเพลงไทยเดิม นำเสนอตวั อย่างเพลงที่ตนเองช่ืนชอบ และ
อภปิ รายลักษณะเด่นท่ีทำใหง้ านนัน้ นา่ ชื่นชม ฝกึ และปฏิบัติเก่ียวกับภาษาทา่ นาฏยศพั ท์ และศพั ท์การละครในการ
แสดง ภาษาท่า การตบี ท และท่าทางเคล่ือนไหวที่แสดงสอ่ื ทางอารมณ์ การจดั รปู แบการแสดงในโอกาสต่าง ๆ
มีความสามารถในการส่ือสารการคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต โดยใช้ความรู้ทางทัศนศิลป์ มา
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้านดนตรี สามารถอธิบายเปรียบเทียบ
จำแนกความแตกต่างเรื่องดนตรแี ละประเมินผลงานคุณภาพด้านดนตรีได้ดว้ ยความชื่นชมและเห็นคุณคา่ เกดิ ทกั ษะ
เกิดสุนทรียภาพ พัฒนาบุคลิกภาพ เห็นคุณค่า ความสำคัญของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติตนใน
ชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ศ 1.1 ม1/1 , ม1/2 ,ม1/3
ศ 1.2 ม1/1 , ม1/2
ศ 2.1 ม1/1 , ม1/2 , ม1/3, 1/4
ศ 2.2 ม1/1
ศ 3.1 ม1/1 , ม1/2
ศ 3.2 ม1/1
รวมทั้งหมด 13 ตวั ช้ีวัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ศ21102 ศลิ ปะ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษารูปแบบงานทัศนศิลป์ของชาติ และของท้องถ่ินตนเอง จากอดีตจนถึงปัจจุบันและเปรียบเทียบงาน
ทัศนศิลป์ ของภาคต่างๆ ในประเทศไทย เปรียบเทียบความแตกต่างของจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์ งาน
ทัศนศิลปข์ องวัฒนธรรมไทยและสากล
ฝึกและปฏิบัติงานทัศนศิลป์ระดับท้องถิ่นตนเอง ระดับชาติ เปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ของภาคต่างๆ ใน
ประเทศไทย เปรียบเทียบความแตกต่าง ของจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของวัฒนธรรมไทยและ
สากล
แสดงความคิดเหน็ ถา่ ยทอดอารมณ์ของบทเพลงเปรียบเทยี บอารมณค์ วามรสู้ กึ การฟังดนตรแี ต่ละประเภท
และประเมินคณุ ภาพของบทเพลง นำเสนอบทเพลงทช่ี น่ื ชอบและสนใจ ใชแ้ ละบำรงุ รักษาเคร่ืองดนตรอี ย่างละมดั
ระวัง อธบิ ายบทบาทความสัมพันธแ์ ละอทิ ธพิ ลของดนตรีที่มตี อ่ สงั คมไทย
ศกึ ษาหลกั ในการชมการแสดง นาฏศิลป์พ้นื บ้าน นาฏศลิ ปน์ านาชาติ ประเภทของละครไทย และละคร
พื้นบ้าน ปัจจัยที่มีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงของนาฏศิลป์ บทบาท และ
หนา้ ของฝา่ ยตา่ ง ๆ ในการจัดการแสดง
โดยใชค้ วามรู้ทางทศั นศลิ ป์ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม การศึกษาคน้ คว้าขอ้ มลู และฝึก
ทกั ษะการฟงั ดนตรีบทเพลงถ่ายทอดอารมณอ์ อกมาตามจินตนาการ ฝึกและปฏบิ ัตเิ กย่ี วกบั การจดั การแสดงนาฏศลิ ป์
พื้นบ้าน นาฏศิลป์นานาชาติ ละครไทย และ/หรอื ละครพน้ื บา้ น
มีความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแก้ปญั หา การใชท้ กั ษะชวี ิต เห็นความสำคัญของการฟงั
เพลง ฟังดนตรสี ามารถนำบทเพลงท่ีมคี ุณคา่ ถ่ายทอดให้ผทู้ ่ีสนใจได้ศกึ ษานำมาใช้ในชีวติ ประจำวนั และรู้จกั ใช้เครอื่ ง
ดนตรีอยา่ งระมัดระวังรูใ้ นคุณคา่ ทางดนตรที เ่ี กีย่ วขอ้ งกบั สงั คมปจั จุบัน ส่งเสรมิ การอนรุ กั ษ์และสบื สานใน
ศลิ ปะวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เห็นคณุ ค่า ความสำคัญของนาฏศลิ ป์ท่เี ปน็ มรดกของชาติไทยไปใช้
ประโยชน์ในการปฏบิ ัตติ นในชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งเหมาะสม และสามารถเปรยี บเทยี บการแสดงนาฏศลิ ป์ในแต่ละ
วัฒนธรรมทีแ่ ตกตา่ งกนั
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ศ 1.1 ม1/4 , ม1/5 ,ม1/6
ศ 1.2 ม1/3
ศ 2.1 ม1/5 ,ม1/6, ม1/7 ,ม1/8
ศ 2.2 ม1/2
ศ 3.1 ม1/3 , ม1/4 ,ม1/5
ศ 3.2 ม1/2
รวมท้งั หมด 13 ตัวช้วี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ศ22101 ศลิ ปะ 3 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1
ศึกษาและฝกึ ปฏิบัตงิ านทัศนศิลป์ เก่ียวกับทศั นธาตุ ในด้านรปู แบบ แนวคดิ ของงานทศั นศลิ ป์ ความ
เหมอื น ความแตกตา่ งของรปู แบบ การใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ สร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์ด้วยวิธีการและเทคนิคที่หลากหลาย
สามารถถ่ายทอด ความหมาย แนวคิด เรื่องราว ตามวฒุ ภิ าวะดว้ ยความรบั ผิดชอบ ชืน่ ชม และเหน็ คณุ ค่า
ฝกึ และปฏิบตั งิ านทัศนศิลป์ระดับทอ้ งถ่นิ ตนเอง ระดับชาติ การเขยี นภาพการ์ตูน เปรียบเทยี บงาน
ทัศนศลิ ปข์ องภาคต่างๆ ในประเทศไทย เปรยี บเทียบความแตกต่าง ของจุดประสงคใ์ นการสร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์
ของวฒั นธรรมไทยและสากล
ศึกษาเปรียบเทยี บองคป์ ระกอบของดนตรจี ากวัฒนธรรมที่ต่างกัน บรรยายอารมณ์และความร้สู ึกในบทเพลง
บทบาทและอิทธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมประเทศต่างๆ อิทธพิ ลของวัฒนธรรมเหตุการณ์ในประวัตศิ าสตรท์ มี่ ตี ่อ
รปู แบบของดนตรปี ระเทศไทย ระบุ ปัจจยั ทมี่ ีอทิ ธพิ ลต่อการสรา้ งสรรคง์ านดนตรี จนิ ตนาการสร้างสรรค์ ถ่ายทอด
เรอื่ งราวความคิดในบทเพลง ฝกึ ปฏิบตั ิ อ่าน เขียน ร้อง โนต้ ไทยอตั ราจังหวะสองชั้นและโนต้ สากลท่ีมีเครื่องหมาย
แปลงเสยี ง ร้องเพลงเลน่ ดนตรีท้ังเด่ยี วและเปน็ วง เพอ่ื ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของดนตรีท่ีเป็นมรดก
ทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถิน่ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล
ศึกษาเก่ียวกบั การจดั การแสดง แสง สี เสียง ฉาก เครอ่ื งแต่งกาย อุปกรณ์การจดั การแสดง หลกั และ
วธิ กี ารสรา้ งสรรคก์ ารแสดงโดยใชอ้ งค์ประกอบนาฏศิลปแ์ ละการละคร หลักการวเิ คราะห์การแสดง วธิ วี เิ คราะห์
วจิ ารณก์ ารแสดงนาฏศิลป์ การละคร และรำวงมาตรฐาน
โดยใช้ความรู้พัฒนาการงานทัศนศิลป์ของชาตแิ ละทอ้ งถน่ิ แตล่ ะยคุ สมัย เห็นคุณค่างานทศั นศิลปท์ ี่สะทอ้ น
วฒั นธรรม และสามารถเปรียบเทยี บงานทัศนศลิ ป์ทมี่ าจากยุคสมัยและวฒั นธรรมตา่ งๆ การศกึ ษาคน้ คว้าวฒั นธรรม
ทางดนตรที ีม่ ีความแตกต่างกนั ประวตั ศิ าสตร์ทางดนตรที ่มี อี ีทธพิ ลตอ่ การสร้างสรรค์งานดนตรี ตามจินตนาการ ฝกึ
ปฏิบัตทิ กั ษะทางดนตรีให้ถกู ต้องตามหลักสากล ฝกึ และปฏิบตั ิเกีย่ วกบั การจัดการแสดงละครตามหลักการและวธิ ี
สรา้ งสรรค์การแสดง การวเิ คราะห์ วิจารณ์การแสดงนาฏศลิ ป์ การละคร และรำวงมาตรฐาน ตามหลกั การวจิ ารณ์
การแสดง
มีความสามารถในการส่อื สาร การคิด การแก้ปญั หา การใช้ทักษะชวี ิต เห็นคุณค่าของประวัตศิ าสตร์
ทางดนตรีบทบาทและการบรรเลงดนตรี ท่ีมีคุณค่าซ่ึงสมควรแกก่ ารอนุรักษ์ไว้เพอื่ ใหค้ นรุ่นหลงั ไดศ้ กึ ษาต่อไป เกิด
ทกั ษะการปฏิบัตกิ จิ กรรมกลมุ่ การคิดแก้ปญั หา การคิดสร้างสรรค์ เกิดสุนทรียภาพ เหน็ คุณคา่ ความสำคญั และ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างนาฏศิลปห์ รอื การละครกับกล่มุ สาระการเรียนรอู้ นื่ ๆ
รหสั ตวั ชวี้ ดั
ศ 1.1 ม2/1, ม2/2 , ม2/3
ศ 1.2 ม2/1
ศ 2.1 ม2/1, ม2/2
ศ 2.2 ม2/1
ศ 3.1 ม2/1, ม2/2
ศ 3.2 ม2/1, ม2/2
รวมทง้ั หมด 11 ตวั ช้วี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ศ22101 ศลิ ปะ 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาและฝกึ ปฏิบตั งิ านศลิ ปะ โดยใช้ความรูเ้ รือ่ งทศั นธาตุและหลักการออกแบบเบ้ืองต้น เทคนิค วธิ กี าร
ในการสรา้ งงานทศั นศิลป์ วธิ ใี ช้ทัศนธาตแุ ละหลกั การออกแบบในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ของตนเองให้มคี ณุ ภาพ มี
ทักษะในการสรา้ งงานทศั นศิลป์ มีทักษะในการผสมผสานวสั ดตุ า่ ง ในการสร้างงานทศั นศลิ ปโ์ ดยใช้หลักการ
ออกแบบสร้างงานทัศนศลิ ป์ ท้งั สองมติ ิและสามมติ เิ พือ่ ถา่ ยทอดประสบการณ์และจนิ ตนาการ สร้างสรรคง์ าน
ทศั นศลิ ป์ สื่อความหมายเปน็ เรื่องราวไดเ้ หมาะสมกับสภาพแวดล้อมและประโยชนใ์ ชส้ อย ศกึ ษาเก่ียวกับงาน
ทศั นศิลปท์ ี่สะท้อนคุณค่าของวฒั นธรรม ในแตล่ ะยคุ สมัยของวัฒนธรรมไทยและสากลนำความรศู้ ิลปะมาบรู ณาการ
กับสาระการเรียนรอู้ ่ืนและในชวี ติ ประจำวันได้
ฝึกและปฏิบัติงานทัศนศิลป์ระดับท้องถ่ินตนเอง ระดับชาติ เปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ของภาคต่างๆ ใน
ประเทศไทย เปรียบเทียบความแตกต่าง ของจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของวัฒนธรรมไทยและ
สากล
ศึกษาเปรียบเทียบองค์ประกอบของดนตรี บรรยายอารมณ์ ความรู้สกึ ในบทเพลง บทบาทและอิทธิพลของ
ดนตรีไทย และตะวันตก อิทธิพลของวัฒนธรรมเหตกุ ารณ์ในประวตั ิศาสตร์ท่มี ีต่อรูปแบบของดนตรีประเทศไทยกับ
ตะวันตก ระบุ ปัจจัยท่ีมีอทิ ธิพลต่อการสร้างสรรค์ จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ ถ่ายทอดเรื่องราวความคิดใน
บทเพลง และอาชีพทางดนตรี และบทบาทของดนตรีในธุรกิจบันเทิง โดยการฝึกปฏิบัติที่ถูกต้องตามทักษะทาง
ดนตรี ความแมน่ ยำในการบรรเลง อ่านเครื่องหมายสัญลักษณ์ทางดนตรี การเขียน รอ้ ง และการควบคุมคุณภาพใน
การร้องการบรรเลงดนตรี
ศึกษาเกย่ี วกับความหมาย ทม่ี า ลกั ษณะเฉพาะ วฒั นธรรมของนาฏศิลปพ์ ้ืนเมือง และรูปแบบการแสดง
ประเภทต่าง ๆ หรอื มหรสพทีเ่ คยนิยมในอดตี
โดยใช้ความร้พู ฒั นาการงานทัศนศิลป์ของชาติและทอ้ งถ่นิ แต่ละยุคสมยั เหน็ คณุ คา่ งานทัศนศิลป์ท่ีสะทอ้ น
วฒั นธรรม และสามารถเปรยี บเทยี บงานทัศนศลิ ปท์ ่ีมาจากยคุ สมัยและวัฒนธรรมต่าง ๆ การศกึ ษาบทบาทและ
อทิ ธิพลของดนตรไี ทย และตะวันตก อทิ ธิพลของวฒั นธรรมเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ท่มี ตี ่อรปู แบบของดนตรอี กี ทั้ง
การฝกึ ปฏิบตั ิเครือ่ งดนตรใี ห้ถูกตอ้ งตามหลักการทางดนตรี ฝึกและปฏิบตั ิเกี่ยวกบั การจัดการแสดงนาฏศลิ ป์
พ้ืนเมอื ง การวจิ ารณก์ ารแสดงนาฏศิลป์พนื้ เมือง และรปู แบบการแสดงมหรสพท่ีเคยนิยมในอดีต
มีความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวติ เหน็ คุณค่าทางดนตรีท่ีมีการสืบ
ทอดกันมาใน ประวัติศาสตร์ท่ีมีต่อรูปแบบของดนตรีมีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ จินตนาการความแม่นยำในการ
บรรเลงซึ่งจะนำไปสู่อาชีพทางดนตรีท่ีอยู่ในธุรกิจความบันเทิงในสังคมปัจจุบัน ส่งเสริมการอนุรักษ์และสืบสานใน
ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น มหรสพที่เป็นมรดกของชาติไทยที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง เกิดความภาคภูมิใจในชาติ
และศลิ ปะวฒั นธรรมไทย
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ศ 1.1 ม2/4, ม2/5 , ม2/6, ม2/7
ศ 1.2 ม2/2, ม2/3
ศ 2.1 ม2/3, ม2/4, ม2/5 , ม2/6
ศ 2.2 ม2/2
ศ 3.1 ม2/3, ม2/4, ม2/5
ศ 3.2 ม2/3
รวมทงั้ หมด 15 ตวั ชวี้ ดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ศ23101 ศลิ ปะ5 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาและฝกึ ปฏิบตั ิงานศลิ ปะ โดยใช้ความรู้เร่ืองทัศนธาตุและหลักการออกแบบเบอ้ื งตน้ เทนนคิ วิธีการ
ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ วิธีใชท้ ัศนธาตุและหลกั การออกแบบในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ของตนเองให้มีคุณภาพ มี
ทกั ษะในการสรา้ งงานทศั นศิลป์ มีทักษะในการผสมผสานวสั ดุตา่ งๆ ในการสร้างงานทศั นศิลป์ โดยใช้หลกั การ
ออกแบบสรา้ งงานทศั นศิลป์ท้ังสองมติ ิและสามมิติเพอื่ ถ่ายทอดประสบการณแ์ ละจนิ ตนาการ สรา้ งสรรคง์ าน
ทัศนศลิ ปส์ ่อื ความหมายเปน็ เรอ่ื งราวไดเ้ หมาะสมกบั สภาพแวดล้อมและประโยชนใ์ ชส้ อย ศกึ ษาเกี่ยวกับงาน
ทศั นศิลปท์ ีส่ ะทอ้ นคุณค่าของวฒั นธรรม ในแต่ละยุคสมัยของวฒั นธรรมไทยและสากลนำความรศู้ ิลปะมาบูรณาการ
กับสาระการเรียนรู้อน่ื และในชวี ิตประจำวนั ได้
ฝกึ และปฏิบัติงานทัศนศิลป์ วิธีใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสร้างงานทัศนศิลป์ของตนเองให้มี
คุณภาพ มีทักษะในการสร้างงานทัศนศิลป์ มีทักษะในการผสมผสานวัสดุต่างๆ ในการสร้างงานทัศนศิลป์โดยใช้
หลักการออกแบบสร้างงานทัศนศิลป์ท้ังสองมิติ และสามมิติเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ สร้างสรรค์
งานทัศนศิลป์ของวฒั นธรรมไทยและสากล
ศึกษาเปรียบเทียบองคป์ ระกอบท่ีใช้ในงานดนตรแี ละงานศลิ ปะอ่ืน ความแตกต่างระหว่างงานดนตรขี อง
ตนเองและผ้อู ่ืน อธบิ ายเหตุผลในการเลอื กใชอ้ งคป์ ระกอบดนตรีในการสร้างสรรค์งานดนตรขี องตนเองและอภปิ ราย
ลักษณะเด่นทท่ี ำใหด้ นตรีได้รบั การยอมรับ บรรยายประวัติ ยคุ สมยั ดนตรีไทยและสากล ฝึกปฏิบตั ิเทคนคิ การรอ้ ง
เพลง เล่นดนตรีเดย่ี วและรวมวง ประพนั ธ์เพลงในอัตราจงั หวะ 2/4 และ 4/4 เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจใน
การเรียบเรียงทำนองเพลง การประสานเสียง เห็นคณุ ค่าของเครือ่ งดนตรีดนตรีทีใ่ ชบ้ รรเลง
มคี วามสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใช้ทกั ษะชีวติ โดยศกึ ษาค้นคว้าเปรยี บเทียบ
องคป์ ระกอบที่ใช้ในงานดนตรีและงานศิลปะอื่นเนน้ การอภิปราย ลกั ษณะเด่นท่ที ำให้ดนตรไี ดร้ ับการยอมรบั ฝึก
ปฏบิ ตั ิการประพนั ธเ์ พลงการเลน่ ดนตรีเด่ยี ว และรวมวง ด้วยทกั ษะทางดนตรีท่ีถกู ตอ้ ง
ศกึ ษาเกี่ยวกบั รปู แบบการแสดงหมู่ การแสดงเดยี่ ว การแสดงละคร การแสดงเป็นชุดเป็นตอน
องค์ประกอบของบทละคร โครงเร่อื ง ตัวละครและการวางลกั ษณะนิสัยของตวั ละคร
ความคดิ หรือแกน่ ของเรอ่ื ง บทสนทนา ความสำคัญและบทบาทของการละครในชีวิตประจำวัน
โดยใช้ความรพู้ ัฒนาการงานทศั นศลิ ป์ของชาติและท้องถ่ินแตล่ ะยคุ สมยั ศกึ ษาค้นควา้ เปรียบเทยี บ
องค์ประกอบทีใ่ ชใ้ นงานดนตรแี ละงานศลิ ปะอน่ื เนน้ การอภิปราย ลักษณะเดน่ ทท่ี ำใหด้ นตรไี ดร้ ับการยอมรบั ฝึก
ปฏิบตั กิ ารประพนั ธ์เพลงการเลน่ ดนตรีเดย่ี ว และรวมวง ดว้ ยทกั ษะทางดนตรที ถ่ี ูกตอ้ ง ฝึกและปฏิบตั เิ กี่ยวกับการ
จดั การแสดงละคร การวางโครงเรื่อง การเลือกตัวละคร บทสนทนา แสดงความคิดเหน็ เปรียบเทียบ วจิ ารณล์ ะคร
กบั ชวี ิตจรงิ
เหน็ คุณค่างานทศั นศิลป์ทีส่ ะทอ้ นวัฒนธรรม และภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล เหน็
คุณค่าขององคป์ ระกอบทางดนตรใี นการสร้างสรรค์งานดนตรีของตนเอง ไดร้ ถู้ ึงประวัติ ยคุ สมัยดนตรีไทยและสากล
มีความเข้าใจในการเรยี บเรียงทำนองเพลง การบรรเลงดนตรมี อี ทิ ธิพลตอ่ การดำเนินชีวิต เกิดสนุ ทรยี ภาพ เห็น
คณุ ค่าความสำคญั ของละครกบั ชวี ติ ประจำวัน และสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ บั กล่มุ สาระการเรยี นรูอ้ ืน่ ๆ