โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รายวชิ าภาษาไทยพนื้ ฐาน
ท31101 ภาษาไทย 1 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ท31102 ภาษาไทย 2 40 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกิต
ท32101 ภาษาไทย 3 40 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ท32102 ภาษาไทย 4 40 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ท33101 ภาษาไทย 5 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ท33102 ภาษาไทย 6 40 ช่วั โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกิต
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท31101 ภาษาไทย 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
การอ่านออกเสียง การตีความ การแปลความ ขยายความ คาดคะเนเหตกุ ารณ์ การประเมิน
คา่ ตอบคำถาม วิเคราะห์ วิจารณ์ สังเคราะห์ เน้ือหา รูปแบบจากประสบการณ์ มีมารยาทในการ
อา่ น และมีนสิ ยั รกั การอา่ น
เขยี นส่ือสาร การเขียนเรียงความ ยอ่ ความ ผลิตงานเขียนของตนเอง เขียนรายงาน ประเมิน
งานเขยี นของผู้อ่ืน เขยี นบนั ทกึ การศึกษาคน้ คว้าและมมี ารยาทในการเขียน
การฟงั และดูเร่ืองราวจากสอ่ื ต่างๆ สรปุ แนวคดิ แสดงความคิดเหน็ วเิ คราะห์ ประเมนิ ค่า
มวี ิจารณญาณในการฟังและดู พูดในโอกาสต่างๆ พูดโต้แยง้ โน้มนา้ วใจ พดู แสดงทรรศนะ พดู เสนอ
แนวคดิ มมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด
เรียนรู้ธรรมชาติและพลังของภาษา คำ กลุ่มคำ ประโยค ราชาศัพท์ แต่งบทร้อยกรอง
ภาษาต่างประเทศและภาษาถิน่
วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบ้ืองต้น วิเคราะห์
ลักษณะเด่นของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต
วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิด จากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ และ
นำไปใชอ้ า้ งอิง
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการพัฒนาความคิด แผนภาพความคิด
กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการปฏิบัติ การอภิปราย
บทบาทสมมตุ ิ สถานการณ์จำลอง โครงงาน กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด แฟม้ สะสมงาน การ
เลอื กอา่ นหนังสือทมี่ ปี ระโยชน์ แผนภาพแสดงเหตุการณ์
รกั การเรียนรู้ภาษาไทย ภูมิใจในความเป็นไทย สามารถใช้ภาษาไทยได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ถกู ต้องตามกาลเทศะและบุคคล ภูมิใจ อนุรกั ษ์และจรรโลงภาษาไทย ภูมิปัญญาไทย วัฒนธรรมไทย
ใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สาระอ่ืน นำภาษาไทยไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การ
ทำงานและประกอบอาชพี ได้
รหสั ตัวชีว้ ดั
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/8,ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/5,ม.4-6/7,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/6,ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/5,ม.4-6/6
รวมทัง้ หมด 23 ตวั ช้วี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท31102 ภาษาไทย 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
การอ่านออกเสียง การตคี วาม การแปลความ ขยายความ คาดคะเนเหตุการณ์ การประเมิน
ค่า ตอบคำถาม วิเคราะห์ วิจารณ์ สังเคราะห์ เน้ือหา รูปแบบจากประสบการณ์ มีมารยาทในการ
อา่ น และมนี ิสัยรกั การอา่ น
เขยี นสื่อสาร การเขียนเรียงความ ยอ่ ความ ผลิตงานเขยี นของตนเอง เขียนรายงาน ประเมิน
งานเขยี นของผู้อน่ื เขยี นบันทกึ การศึกษาค้นควา้ และมีมารยาทในการเขียน
การฟังและดูเรื่องราวจากส่ือต่างๆ สรุปแนวคิด แสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ ประเมินค่า
มีวิจารณญาณในการฟังและดู พูดในโอกาสต่างๆ พดู โต้แย้ง โน้มนา้ วใจ พูดแสดงทรรศนะ พดู เสนอ
แนวคดิ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
เรียนรู้ธรรมชาติและพลังของภาษา คำ กลุ่มคำ ประโยค ราชาศัพท์ แต่งบทร้อยกรอง
ภาษาต่างประเทศและภาษาถิน่
วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น วิเคราะห์
ลักษณะเด่นของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต
วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิด จากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ และ
นำไปใช้อ้างองิ
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการพัฒนาความคิด แผนภาพความคิด
กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการปฏิบัติ การอภิปราย
บทบาทสมมตุ ิ สถานการณ์จำลอง โครงงาน กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด แฟ้มสะสมงาน การ
เลอื กอา่ นหนังสือท่มี ีประโยชน์ แผนภาพแสดงเหตุการณ์
รักการเรียนรู้ภาษาไทย ภูมิใจในความเป็นไทย สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถูกต้องตามกาลเทศะและบุคคล ภูมิใจ อนุรกั ษ์และจรรโลงภาษาไทย ภูมิปัญญาไทย วัฒนธรรมไทย
ใช้ภาษาไทยเป็นเคร่ืองมือในการเรียนรู้สาระอื่น นำภาษาไทยไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การ
ทำงานและประกอบอาชีพได้
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ท 1.1 ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/7,ม.4-6/8,ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/2,ม.4-6/4,ม.4-6/6,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/2,ม.4-6/5,ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/2,ม.4-6/4,ม.4-6/6
รวมท้งั หมด 20 ตัวช้ีวดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท32101 ภาษาไทย 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
การอ่านงานเขียนประเภทต่างๆ การอ่านออกเสียง วิเคราะห์ วิจารณ์ คาดคะเนเหตุการณ์
สังเคราะห์ ประเมนิ คา่ มีมารยาทในการอา่ นและมีนิสยั รกั การอ่าน
การเขียนงานเชิงวิชาการ เขียนบันทึกประสบการณ์ตรง เขียนสื่อสารรูปแบบต่างๆ เขียน
เรียงความ ย่อความ ถูกต้องตามรูปแบบและกระบวนการเขียน เพื่อพัฒนางานเขียนและเรียบ
เรียงงานเขียน มมี ารยาทและนิสยั รักการเขียน
มีวิจารณญาณในการเลือกเร่ืองท่ีฟังและดู วิเคราะห์ ประเมินค่า สรุปความ พูดแสดง
ทรรศนะ โต้แย้ง และมมี ารยาทในการฟัง การดู และการพูด
อธิบายธรรมชาติและพลังของภาษา ลักษณะของภาษา ใช้คำและกลุ่มคำ สร้างประโยคตรง
ตามวตั ถปุ ระสงค์ ใช้ภาษาไดเ้ หมาะสมกับโอกาส ราชาศพั ท์ แตง่ บทรอ้ ยกรอง
วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น วิเคราะห์
ลักษณะเด่นของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต
วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิด จากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ และ
นำไปใช้อ้างองิ
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการพัฒนาความคิด แผนภาพความคิด
กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการปฏิบัติ การอภิปราย
บทบาทสมมตุ ิ สถานการณ์จำลอง โครงงาน กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด แฟ้มสะสมงาน การ
เลอื กอ่านหนังสอื ที่มีประโยชน์ แผนภาพแสดงเหตกุ ารณ์
รักการเรียนรู้ภาษาไทย ภูมิใจในความเป็นไทย สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถูกต้องตามกาลเทศะและบุคคล ภูมิใจ อนุรกั ษ์และจรรโลงภาษาไทย ภูมิปัญญาไทย วัฒนธรรมไทย
ใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สาระอ่ืน นำภาษาไทยไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การ
ทำงานและประกอบอาชีพได้
รหัสตัวชี้วัด
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7
ท 3.1 ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/5
ท 4.1 ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5
ท 5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
รวมท้งั หมด 22 ตัวชี้วัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ท32102 ภาษาไทย 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
การอ่านงานเขียนประเภทต่างๆ การอ่านออกเสียง วิเคราะห์ วิจารณ์ คาดคะเนเหตุการณ์
สงั เคราะห์ ประเมนิ คา่ มมี ารยาทในการอา่ นและมีนิสัยรักการอา่ น
การเขียนงานเชิงวิชาการ เขียนบันทึกประสบการณ์ตรง เขียนสื่อสารรูปแบบต่างๆ เขียน
เรียงความ ย่อความ ถูกต้องตามรูปแบบและกระบวนการเขียน เพื่อพัฒนางานเขียนและเรียบ
เรยี งงานเขียน มมี ารยาทและนิสยั รักการเขียน
มีวิจารณญาณในการเลือกเร่ืองที่ฟังและดู วิเคราะห์ ประเมินค่า สรุปความ พูดแสดง
ทรรศนะ โต้แย้ง และมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
อธิบายธรรมชาติและพลังของภาษา ลักษณะของภาษา ใช้คำและกลุ่มคำ สร้างประโยคตรง
ตามวตั ถปุ ระสงค์ ใชภ้ าษาได้เหมาะสมกับโอกาส ราชาศพั ท์ แตง่ บทร้อยกรอง
วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบื้องต้น วิเคราะห์
ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต
วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่ีเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติ สังเคราะห์ข้อคิด จากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ และ
นำไปใชอ้ า้ งองิ
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการพัฒนาความคิด แผนภาพความคิด
กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการปฏิบัติ การอภิปราย
บทบาทสมมตุ ิ สถานการณ์จำลอง โครงงาน กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด แฟ้มสะสมงาน การ
เลอื กอา่ นหนงั สือท่มี ีประโยชน์ แผนภาพแสดงเหตกุ ารณ์
รักการเรียนรู้ภาษาไทย ภูมิใจในความเป็นไทย สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถูกต้องตามกาลเทศะและบุคคล ภูมิใจ อนุรักษ์และจรรโลงภาษาไทย ภูมิปัญญาไทย วัฒนธรรมไทย
ใช้ภาษาไทยเป็นเคร่ืองมือในการเรียนรู้สาระอื่น นำภาษาไทยไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การ
ทำงานและประกอบอาชพี ได้
รหัสตวั ช้ีวัด
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7
ท 3.1 ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/5
ท 4.1 ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5
ท 5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
รวมทัง้ หมด 22 ตัวชว้ี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ท33101 ภาษาไทย 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
อ่านออกเสียง เข้าใจ ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์เร่ืองที่อ่าน
คาดคะเน สงั เคราะห์ ประเมินคา่ โตแ้ ยง้ มมี ารยาทและมนี ิสยั รักการอ่าน
เขียนสอ่ื สารในรูปแบบต่างๆ ย่อความ เรียงความ เขียนบันทกึ เขยี นรายงาน ใช้ข้อมูล
สารสนเทศในการอ้างอิง ผลิตผลงานของตนเองในรูปแบบต่างๆ ท้ังสารคดีและบันเทิงคดี รวมท้ัง
ประเมนิ งานเขียนของผอู้ นื่ และนำมาพัฒนางานเขยี นของตนเอง
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่ฟังและดู มีวิจารณญาณในการเลือกเร่ืองที่ฟังและดู
วเิ คราะห์วัตถุประสงค์ แนวคิด การใช้ภาษา ความน่าเชอ่ื ถือของเร่ืองที่ฟังและดู ประเมินสิ่งที่ฟัง
และดูแลว้ นำไปประยุกตใ์ ช้ในการดำเนนิ ชวี ติ มที กั ษะการพูดในโอกาสตา่ งๆ ทัง้ ท่ีเป็นทางการและไม่
เป็นทางการ โดยใช้ภาษาทีถ่ ูกต้อง พดู แสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าว และเสนอแนวคดิ ใหมอ่ ยา่ ง
มีเหตผุ ล รวมทง้ั มมี ารยาทในการฟงั ดู และพูด
เข้าใจธรรมชาติของภาษา อทิ ธพิ ลของภาษา และลกั ษณะของภาษาไทย ใช้คำและกลุ่มคำ
สร้างประโยคได้ตรงตามวัตถุประสงค์ แต่งคำประพันธ์ประเภทกาพย์ โคลง ร่าย และฉันท์ ใช้
ภาษาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและใช้คำราชาศัพท์และคำสุภาพได้อย่างถูกต้อง วเิ คราะห์หลักการ
สร้างคำในภาษาไทย อิทธิพลของภาษาถิ่นและภาษาต่างประเทศในภาษาไทยและเข้าใจภาษาถ่ิน
วิเคราะหแ์ ละประเมินการใชภ้ าษาจากส่ือสง่ิ พิมพแ์ ละสอื่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการคิดเป็น กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการพัฒนาความคิด แผนภาพความคิด กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสรา้ งความ
ตระหนัก กระบวนการปฏิบัติ การอภิปราย บทบาทสมมุติ สถานการณ์จำลอง โครงงาน
กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด แฟ้มสะสมงาน การเลือกอ่านหนังสือท่ีมีประโยชน์ แผนภาพ
แสดงเหตุการณ์
สามารถอ่านและฟังอย่างมีวิจารณญาณ แสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์ วิเคราะห์ วินิจฉัย
เรื่องที่อ่านท่ีฟังได้อย่างมีเหตุผล พูดและเขียนได้ชัดเจน ถูกต้องเหมาะสม ตรงตามจุดประสงค์
สามารถแสดงออกเชงิ สร้างสรรค์ทั้งการพดู และการเขียน มีความรคู้ วามเข้าใจและเหน็ คุณคา่ ของ
วรรณกรรมพน้ื บา้ น เห็นความสำคัญของเอกลกั ษณ์ไทย และมีมารยาทในการใช้ภาษา
รหสั ตวั ชว้ี ดั
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/5,ม.4-6/8,ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/2,6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
ท. 4.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
รวมท้ังหมด 26 ตวั ชวี้ ดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท33102 ภาษาไทย 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
อ่านออกเสียง เข้าใจ ตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์ วิจารณ์เร่ืองท่ีอ่าน
คาดคะเน สงั เคราะห์ ประเมินคา่ โตแ้ ยง้ มมี ารยาทและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
เขียนส่อื สารในรูปแบบต่างๆ ย่อความ เรยี งความ เขียนบันทึก เขยี นรายงาน ใช้ขอ้ มูล
สารสนเทศในการอ้างอิง ผลิตผลงานของตนเองในรูปแบบต่างๆ ทั้งสารคดีและบันเทิงคดี รวมท้ัง
ประเมนิ งานเขียนของผอู้ นื่ และนำมาพฒั นางานเขียนของตนเอง
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู มีวิจารณญาณในการเลือกเร่ืองที่ฟังและดู
วเิ คราะห์วัตถุประสงค์ แนวคิด การใช้ภาษา ความน่าเชือ่ ถือของเรื่องที่ฟังและดู ประเมินส่ิงที่ฟัง
และดูแลว้ นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนนิ ชีวิต มที กั ษะการพดู ในโอกาสต่างๆ ทง้ั ที่เปน็ ทางการและไม่
เป็นทางการ โดยใช้ภาษาทีถ่ ูกต้อง พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โนม้ น้าว และเสนอแนวคิดใหมอ่ ยา่ ง
มีเหตผุ ล รวมทั้งมมี ารยาทในการฟงั ดู และพูด
เข้าใจธรรมชาติของภาษา อิทธิพลของภาษา และลักษณะของภาษาไทย ใช้คำและกลุ่มคำ
สร้างประโยคได้ตรงตามวัตถุประสงค์ แต่งคำประพันธ์ประเภทกาพย์ โคลง ร่าย และฉันท์ ใช้
ภาษาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและใช้คำราชาศัพท์และคำสุภาพได้อย่างถูกต้อง วิเคราะห์หลักการ
สร้างคำในภาษาไทย อิทธิพลของภาษาถิ่นและภาษาต่างประเทศในภาษาไทยและเข้าใจภาษาถ่ิน
วิเคราะหแ์ ละประเมินการใชภ้ าษาจากส่อื สงิ่ พิมพแ์ ละสื่ออิเล็กทรอนกิ ส์
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการคิดเป็น กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการพัฒนาความคิด แผนภาพความคิด กระบวนการสร้างค่านิยม กระบวนการสร้างความ
ตระหนัก กระบวนการปฏิบัติ การอภิปราย บทบาทสมมุติ สถานการณ์จำลอง โครงงาน
กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด แฟ้มสะสมงาน การเลือกอ่านหนังสือที่มีประโยชน์ แผนภาพ
แสดงเหตุการณ์
สามารถอ่านและฟังอย่างมีวิจารณญาณ แสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์ วิเคราะห์ วินิจฉัย
เรื่องที่อ่านท่ีฟังได้อย่างมีเหตุผล พูดและเขียนได้ชัดเจน ถูกต้องเหมาะสม ตรงตามจุดประสงค์
สามารถแสดงออกเชงิ สร้างสรรค์ทั้งการพดู และการเขียน มีความร้คู วามเขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ของ
วรรณกรรมพ้นื บ้าน เห็นความสำคัญของเอกลกั ษณ์ไทย และมมี ารยาทในการใชภ้ าษา
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/5,ม.4-6/8,ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/2,6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
ท. 4.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
รวมท้ังหมด 26 ตวั ช้วี ัด
รายวชิ าภาษาไทยเพม่ิ เตมิ
ท30201 หลักภาษา 40 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ท30202 การอ่านเพอ่ื พัฒนาตนเอง 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกิต
ท30203 วรรณกรรมศกึ ษา ภาษาไทย 40 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกิต
ท30204 ภูมปิ ญั ญาไทย 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกติ
ท30205 การพดู 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ท30206 การเขียนสรา้ งสรรค์ 40 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ท30201 หลกั ภาษา กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
การเรียนรู้ลักษณะของภาษา เสียงในภาษา คำ การใช้คำ กลุ่มคำ การใช้กลุ่มคำ
ประโยค การใช้ประโยค
โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการอ่าน กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการ
สรา้ งสรรคค์ วามคิดรวบยอด ศึกษาเนอ้ื หา
รักการเรียนรู้ภาษาไทย ภูมิใจในความเป็นไทย ใช้ภาษาไทยในการส่ือสารได้เหมาะสม
ถูกตอ้ งตามกาลเทศะและบคุ คล
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายธรรมชาติของภาษา พลงั ภาษา และลักษณะของภาษา
2. ใช้คำและกลุ่มคำ สร้างประโยคตรงตามวัตถุประสงค์
3. ใชภ้ าษาเหมาะสมแกโ่ อกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมท้งั ราชาศพั ทอ์ ย่างเหมาะสม
4. วิเคราะหแ์ ละประเมินการใชภ้ าษาจากส่อื สง่ิ พิมพ์
รวมทงั้ หมด 4 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ท30202 การอา่ นเพอื่ พฒั นาตนเอง กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ความสำคัญของการอ่าน การอ่านเพ่ือพัฒนาตนเอง ด้านความรู้ ด้านอารมณ์ ด้าน
คณุ ธรรม จากงานเขียนประเภทตา่ งๆ มคี วามสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวติ ท่ีมคี ณุ ภาพในสังคม
โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิด
วิเคราะห์ กระบวนการวจิ ารณ์ การบวนการสงั เคราะห์ กระบวนการสื่อความ และประเมินคา่
สามารถนำความรู้ ความคิด ไปพัฒนาชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามกาลเทศะ
และบุคคล ภูมใิ จ อนุรกั ษ์ และจรรโลงภาษาไทย ใชภ้ าษาไทยเป็นเครื่องมอื ในการเรียนรู้สาระอ่นื ๆ
นำภาษาไทยไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั และมีนสิ ยั รกั การอา่ น
ผลการเรยี นรู้
1. วิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมตามหลักการวิเคราะห์เบ้ืองตน้
2. วเิ คราะหล์ ักษณะเดน่ ของวรรณกรรม เชื่อมโยงกบั การเรยี นรู้ทางประวัตศิ าสตร์ และวถิ ี
ชวี ิตของสังคมในอดีต
3. วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ค่าวรรณศิลปข์ องวรรณคดีและวรรณกรรม
4. สังเคราะหข์ ้อคดิ จากวรรณคดี และวรรณกรรม เพือ่ นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ท30203 วรรณกรรมศกึ ษาภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
การศึกษาความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับวรรณกรรม ใช้หลักการวิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า
คุณค่าจากวรรณกรรมของงานเขียนประเภทตา่ งๆ
โดยใชก้ ระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิดอยา่ งมี
วจิ ารณญาณ กระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า
รักการเรยี นรภู้ าษาไทย ภมู ใิ จในความเป็นไทย อนุรกั ษแ์ ละจรรโลงภาษาไทย ใช้ภาษาไทย
เป็นเคร่ืองมือในการเรียนรู้สาระอ่ืนๆ นำภาษาไทยไปใช้ในชีวติ ประจำวนั การทำงานและประกอบ
อาชพี ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ผลการเรยี นรู้
1. วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมตามหลักการวิเคราะห์เบ้ืองต้น
2. วิเคราะห์ลกั ษณะเด่นของวรรณกรรม เชอ่ื มโยงกบั การเรียนรทู้ างประวัติศาสตร์ และวิถี
ชวี ติ ของสงั คมในอดีต
3. วิเคราะหแ์ ละประเมนิ ค่าวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรม
4. สงั เคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดี และวรรณกรรม เพื่อนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
5. รวบรวมวรรณกรรมพน้ื บา้ นและอธิบายภูมปิ ัญญาทางภาษา
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ท30204 ภมู ปิ ญั ญาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ฝึกทักษะทางภาษาท้ังด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ให้สามารถส่ือสารได้
อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบูรณาการสภาพปัญหา ชีวิตชุมชนกับท้องถ่ิน นำภูมิปัญญาท้องถิ่น
วัฒนธรรมทอ้ งถนิ่ มาใช้ให้เปน็ ประโยชน์
การศึกษาภูมิปัญญาไทยเกี่ยวกับเพลงพ้ืนบ้าน นิทาน ปริศนาคำทาย ผญา ภาษิต
สำนวน ความเชื่อ เรือ่ งเล่า โดยศึกษาเกี่ยวกับที่มา เนื้อหา คำศัพท์ สำนวน ความหมาย และ
อทิ ธิพลที่มีต่อการดำรงชีวิต เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่า และร่วมมือในการอนุรักษ์ภูมิ
ปัญญาไทย ศึกษาท้ังด้านรูปแบบ เน้ือหา ประเมินค่าทางด้านวรรณศิลป์ และคุณค่าด้านสังคม
นำไปถ่ายทอดให้ผู้อนื่ ได้รบั รู้ ทงั้ ด้านการพูด การอา่ น การเขยี นและการฟังได้
โดยใช้กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการทางภาษา และ กระบวนการคิด
วิเคราะห์
รกั การเรียนร้ภู าษาไทย ภูมใิ จในความเปน็ ไทย ใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมอื ในการถ่ายทอดได้
อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามกาลเทศะและบุคคล ภมู ิใจ อนุรกั ษ์ และจรรโลงภูมิปญั ญาไทยให้
สบื ทอดต่อไปได้
ผลการเรยี นรู้
1.วิเคราะห์ วจิ ารณ์ ภมู ิปัญญาไทยตามหลกั การวจิ ารณ์
2.วิเคราะห์ลักษณะเด่นของภมู ิปัญญาท่ีใช้ในวถิ ีชีวติ ของชมุ ชน
3.วิเคราะห์ ประเมินคา่ ดา้ นวรรณศิลป์ของภูมิปัญญา ในฐานะทเี่ ปน็ พื้นฐานทางวฒั นธรรม
4.สงั เคราะห์ขอ้ คิดจากภมู ปิ ญั ญาและวรรณกรรมทอ้ งถิน่ เพอื่ นำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
5.รวบรวมวรรณกรรมพื้นบา้ นและอธิบายภมู ิปัญญาทางภาษา
รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรียนรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ท30205 การพดู กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
บอกความหมาย ศิลปะการพูด คณุ สมบัติ บุคลิก การใช้น้ำเสียง คุณสมบัติในการพูด การ
สนทนา การสมั ภาษณ์ และเรียบเรยี งภาษาที่ใช้ในการพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ
โดยการศึกษา ค้นคว้า จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ศึกษาการสาธิต แล้วปฏิบัติเป็นรายบุคคล
และรายกลุม่ นำเสนอผลงานเป็นรายงานเชิงวชิ าการและโครงงาน
มคี วามรู้ ความสามารถเก่ียวกับการพูด ในเรื่องมารยาท ศิลปะ คุณสมบัติ บุคลิกต่าง ๆ ใน
การพูดแล้วนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้
ผลการเรยี นรู้
1.สรปุ แนวคดิ และแสดงความคิดเหน็ จากเรื่องทีฟ่ ังและดู
2.วเิ คราะหแ์ นวคิดการใช้ภาษาและความน่าเช่ือถือจากเรือ่ งท่ีฟังและดูอย่างมเี หตุผล
3.ประเมนิ เร่ืองท่ฟี งั และดแู ลว้ กำหนดแนวทาง นำไปประยกุ ต์ใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ
4.พูดในโอกาสต่างๆ พูดแสดงทรรศนะ โตแ้ ยง้ โน้มนา้ วใจ และแสนอแนวคดิ ใหม่ด้วย
ภาษาที่ถกู ตอ้ งและเหมาะสม
5.มีมารยาทในการพูด
รวมทัง้ หมด 5 ผลการเรียนรู้
คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ท30206 การเขยี นสรา้ งสรรค์ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
การเขยี น เป็นกระบวนการสอื่ สาร ที่เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร ตามรูปแบบการเขียนที่
หลากหลาย มคี วามสำคญั ในการดำรงชวี ติ เพอื่ ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ จุดมงุ่ หมายการเขยี น
ผเู้ ขยี นตอ้ มพี นื้ ฐานและความร้ใู นเรอื่ งการเขยี นประเภทตา่ ง ๆ อาทิ การเขียนเรียงความ การเขยี น
ย่อความ การเขียนอธบิ าย การเขียนแสดงทรรศนะ การเขียนโนม้ น้าว การเขียนเชิงวชิ าการ
การเขยี นโวหาร การเขยี นแสดงภาพพจน์ การเขียนสารคดี การแตง่ คำประพันธ์ ฯลฯ
โดยการศึกษาหาความรู้ ค้นคว้าจากแหล่งความรู้ที่ทันสมัย แล้วปฏิบัติการเขียนเป็น
รายบุคคลและรายกลุ่ม อีกทัง้ ต้องคำนึงถึงจรรยามารยาทในการเขียน นำเสนอผลงานเป็นรายงานเชิง
วิชาการและโครงงาน
มีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการเขียน ในเรื่องมารยาท และวิธีการเขียนประเภทต่าง ๆ
แล้วนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้
ผลการเรยี นรู้
1.เขียนส่อื สารในรูปแบบตา่ งๆได้ ตรงตามวัตถุประสงค์
2.ผลติ งานเขยี นของตนเองในรปู แบบต่างๆ
3.ประเมินงานเขยี นของผอู้ นื่ แล้วนำมาพฒั นางานเขียนของตนเอง
4.เขียนรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ เรอื่ งท่ีสนใจ ตามหลักการเขียนเชงิ วิชาการและใช้ขอ้ มูล
สารสนเทศ อ้างองิ อยา่ งถกู ต้อง
5.บนั ทกึ การศึกษาค้นคว้า เพ่ือนำไปพัฒนาตนเองอย่างสรา้ งสรรค์
6.มมี ารยาทในการเขียน
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชวี วิทยา
รายวิชากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหอ้ งเรยี นพเิ ศษวิทยาศาสตร์ Gifted และ AP
( ม.4 – ม.6 )
รายวิชาพนื้ ฐาน
ว31108 ชีววิทยาพนื้ ฐาน จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
รายวิชาเพม่ิ เตมิ
สาขาชวี วทิ ยา
ว30246 ชีววิทยา1 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ว30247 ชวี วิทยา2 จำนวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว30248 ชีววทิ ยา3 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกติ
ว30249 ชีววิทยา4 จำนวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หน่วยกิต
ว30250 ชวี วทิ ยา (AP Program) จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
รายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหอ้ งเรยี นทเ่ี นน้ วทิ ยาศาสตร์ ( ม.4 – ม.6 )
รายวิชาพนื้ ฐาน จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ว31108 ชวี วทิ ยาพืน้ ฐาน
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกติ
สาขาชวี วทิ ยา จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว30241 ชีววิทยา1 จำนวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ว30242 ชีววทิ ยา2 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ว30243 ชีววิทยา3
ว30244 ชวี วทิ ยา4
ว30245 ชวี วทิ ยา5
รายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหอ้ งเรยี น MEP ( ม.4 – ม.6 )
รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว31108 ชวี วิทยาพน้ื ฐาน
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ 1.5 หน่วยกติ
สาขาชวี วทิ ยา 1.5 หน่วยกติ
ว30256 Basic Biology for MEP จำนวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หน่วยกิต
ว30251 Biology for MEP1 จำนวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หน่วยกิต
ว30252 Biology for MEP2 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
1.5 หนว่ ยกิต
ว30253 Biology for MEP3 จำนวน 60 ชว่ั โมง
ว30254 Biology for MEP4 จำนวน 60 ช่ัวโมง
ว30255 Biology for MEP5 จำนวน 60 ชัว่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว31108 ชวี วทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาเกีย่ วกับลกั ษณะสำคัญของสิ่งมีชีวติ การใช้ความรู้และกระบวนการทาง
ชีววทิ ยาทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อมนุษย์และส่ิงแวดล้อม การศึกษาชวี วทิ ยาโดยอาศยั วธิ กี ารทาง
วทิ ยาศาสตร์ และการนำความร้เู กี่ยวกบั ชวี วทิ ยามาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน ศกึ ษาโครงสร้าง
และหน้าท่ีของสารเคมีทีเ่ ปน็ องค์ประกอบในเซลล์ของส่งิ มีชวี ิต ปฏิกริ ิยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
ศกึ ษาโครงสร้างและหนา้ ที่ของสว่ นประกอบของเซลลด์ ้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ การแพร่ การออสโมซิส
การแพรแ่ บบฟาซิลเิ ทต และแอกทีฟทรานสปอร์ต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ การส่ือสารระหว่าง
เซลล์ การแบ่งเซลล์ การเปลีย่ นสภาพของเซลล์ การชราภาพของเซลล์ และการหายใจระดับเซลล์
โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพอื่ ฝึกทกั ษะสืบค้นขอ้ มลู สงั เกต อธิบาย
อภิปราย เปรียบเทียบ ทดลอง และสรปุ
เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและ
เหมาะสม เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระที่ 1
ข้อท่ี 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17
รวม 17 ผลการเรยี นรู้
1. อธิบาย และสรปุ สมบัติท่ีสำคญั ของส่ิงมชี วี ิตและความสมั พันธ์ของการจัดระบบใน
สิง่ มชี ีวติ ท่ีทำใหส้ ่ิงมชี ีวติ ดำรงชวี ิตอยไู่ ด้
2. อภปิ ราย และบอกความสำคญั ของการระบุ ปญั หา ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปญั หา
สมมติฐาน และวิธีการตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้ง ออกแบบการทดลองเพอ่ื ตรวจสอบสมมติฐาน
3. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ ายเก่ียวกบั สมบัติของน้ำ และบอกความสำคัญของน้ำทมี่ ีตอ่ สิ่งมีชีวติ
และยกตัวอยา่ งธาตุชนิดต่าง ๆ ทีม่ ีความสำคัญ ต่อร่างกายสิง่ มีชวี ิต
4. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายโครงสรา้ งของคาร์โบไฮเดรต ระบุกล่มุ ของคาร์โบไฮเดรต รวมทง้ั
ความสำคญั ของคารโ์ บไฮเดรตท่มี ีตอ่ สิง่ มชี วี ติ
5. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ ายโครงสร้างของโปรตนี และความสำคญั ของโปรตีนทม่ี ตี อ่ สิ่งมีชวี ิต
6. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ ายโครงสร้างของลิพดิ และความสำคญั ของลพิ ดิ ทม่ี ตี ่อสงิ่ มีชีวิต
7. อธบิ ายโครงสร้างของกรดนวิ คลิอิก และระบุ ชนิดของกรดนิวคลอิ ิก และความสำคญั ของ
กรดนิวคลอิ ิกทมี่ ตี อ่ ส่งิ มีชีวิต
8. สบื คน้ ข้อมลู และอธบิ ายปฏกิ ริ ยิ าเคมีท่ีเกดิ ขึ้น ในสง่ิ มชี วี ติ
9. อธิบายการทำงานของเอนไซม์ในการเร่งปฏิกริ ยิ า เคมีในสง่ิ มีชวี ิต และระบปุ ัจจัยท่มี ีผลต่อ
การทำงาน ของเอนไซม์
10. บอกวธิ ีการ และเตรียมตวั อยา่ งส่ิงมีชีวิต เพอื่ ศกึ ษาภายใต้กลอ้ งจลุ ทรรศน์ใชแ้ สง วดั
ขนาดโดยประมาณ และวาดภาพทีป่ รากฏ ภายใต้กล้อง บอกวิธีการใช้ และการดแู ลรกั ษา
กลอ้ งจุลทรรศน์ใช้แสงท่ถี ูกต้อง
11. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องส่วนทหี่ อ่ ห้มุ เซลล์ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
12. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และระบชุ นดิ และหน้าที่ ของออร์แกเนลล์
13. อธิบายโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องนวิ เคลยี ส
14. อธิบาย และเปรียบเทยี บการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซลิ เิ ทต และแอกทีฟทรานส
ปอรต์
15. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และเขียนแผนภาพ การลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญอ่ อกจากเซลล์
ด้วยกระบวนการเอกโซไซโทซิสและการลำเลียง สารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลลด์ ้วยกระบวนการ
เอนโดไซโทซสิ
16. สังเกตการแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโทซิสและ แบบไมโอซิสจากตัวอยา่ งภายใต้กล้อง
จุลทรรศน์ พร้อมท้งั อธบิ ายและเปรยี บเทยี บการแบ่ง นวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอ
ซสิ
17. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปข้ันตอน การหายใจระดบั เซลล์ในภาวะท่ีมีออกซิเจน
เพียงพอ และภาวะท่ีมอี อกซิเจนไมเ่ พยี งพอ
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว30241 ชวี วทิ ยา 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุศาสตร์ของเมนเดล กฏ
แห่งการแยกและกฏแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ ลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยายของพันธุ
ศาสตร์เมนเดล ศึกษาเก่ียวกับยีนและโครโมโซ ม การค้นพบสารพั นธุกรรม โครโมโซม
องค์ประกอบทางเคมีของ DNA โครงสร้างของ DNA สมบัติของสารพันธุกรรม มิวเทชัน ศึกษา
เกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง DNA พันธุวิศวกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทาง DNA
ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทาง DNA และมุมมองทางสังคมและจริยธรรม ศึกษาเก่ียวกับ
ววิ ัฒนาการ หลกั ฐานท่บี ่งบอกถงึ ววิ ัฒนาการของสง่ิ มชี วี ติ พันธุศาสตรป์ ระชากร กำเนดิ ของสปชี ีส์
โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อฝึกทกั ษะสบื คน้ ขอ้ มลู สงั เกต อธบิ าย
อภิปราย เปรยี บเทยี บ ทดลอง และสรุป
เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 2
ขอ้ ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15
รวม 15 ผลการเรยี นรู้
1. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และสรปุ ผลการทดลอง ของเมนเดล
2. อธิบาย และสรุปกฎแหง่ การแยก และ กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอสิ ระ และนำกฎของ เมน
เดลน้ี ไปอธิบายก
ถ่ายทอดลักษณะทาง พนั ธกุ รรมและใช้ในการคำนวณโอกาสในการ เกิดฟีโนไทป์และจโี นไทปแ์ บบตา่ ง
ๆ ของรุ่น F1 และ F2
3. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ อธิบาย และสรุปเก่ยี วกับ การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรม ทีเ่ ป็น
สว่ นขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล
4. สืบค้นขอ้ มูล วเิ คราะห์ และเปรยี บเทียบลักษณะ ทางพันธุกรรมท่ีมกี ารแปรผันไม่ต่อเน่ือง
และลกั ษณะทางพันธุกรรมทม่ี กี ารแปรผัน ตอ่ เนือ่ ง
5. อธบิ ายการถ่ายทอดยนี บนโครโมโซม และ ยกตวั อยา่ งลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทถ่ี ูกควบคมุ
ด้วยยนี บนออโตโซมและยนี บนโครโมโซมเพศ
6. สืบค้นข้อมูล อธิบายสมบัติและหน้าที่ของ สารพนั ธกุ รรม โครงสรา้ งและองค์ประกอบ ทาง
เคมีของ DNA และสรุปการจำลอง DNA
7. อธิบาย และระบขุ ้ันตอนในกระบวนการ สังเคราะห์โปรตนี และหน้าท่ขี อง DNA และ RNA
แตล่ ะชนิดใน
กระบวนการสังเคราะห์ โปรตนี
8. สรปุ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสารพันธุกรรม แอลลีล โปรตีน ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม และ
เชอ่ื มโยงกับ ความรู้
เรือ่ งพันธศุ าสตรเ์ มนเดล
9. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายการเกดิ มิวเทชัน ระดบั ยีนและระดับโครโมโซม สาเหตกุ ารเกิด มวิ เท
ชนั รวมทงั้
ยกตวั อย่างโรคและกลุม่ อาการ ทีเ่ ปน็ ผลของการเกิดมิวเทชนั
10. อธบิ ายหลักการสร้างสง่ิ มีชวี ิตดัดแปรพนั ธุกรรม โดยใช้ดีเอ็นเอรคี อมบแิ นนท์
11. สบื คน้ ขอ้ มลู ยกตัวอยา่ ง และอภปิ รายการนำ เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ใช้ทง้ั ใน
ด้าน สิ่งแวดล้อม
นติ ิวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและอตุ สาหกรรม และข้อควรคำนึง
12. สืบคน้ ข้อมลู และอธิบายเก่ียวกบั หลกั ฐาน ทสี่ นับสนนุ และข้อมลู ที่ใช้อธบิ ายการเกิด
วิวฒั นาการของสงิ่ มชี ีวติ
13. อธบิ าย และเปรยี บเทยี บแนวคดิ เกย่ี วกับ ววิ ัฒนาการของส่ิงมีชีวิตของฌอง ลามารก์ และ
ทฤษฎเี ก่ยี วกับ
วิวัฒนาการของสิ่งมชี ีวิต ของชาลส์ ดารว์ นิ
14. ระบุสาระสำคัญ และอธบิ ายเงือ่ นไขของภาวะ สมดลุ ของฮาร์ดี-ไวนเ์ บริ ก์ ปจั จยั ที่ทำให้เกิด
การเปลยี่ นแปลงความถี่ของแอลลีล ในประชากร พรอ้ มทงั้ คำนวณหาความถี่ ของแอลลลี และจโี น
ไทป์ของประชากร โดยใช้หลกั ของฮารด์ ี-ไวนเ์ บิรก์
15. สืบคน้ ขอ้ มลู อภิปราย และอธิบาย กระบวนการเกิดสปชี ีส์ใหมข่ องสิง่ มีชีวติ
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ รหสั วชิ า ว31111 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยกติ เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5
ศึกษาวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ เกี่ยวกบั ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พันธ์ระหว่าง
สง่ิ ไมม่ ชี วี ติ กบั ส่ิงมชี วี ิต และความสัมพนั ธ์ระหว่างส่ิงมีชวี ิตกับส่ิงมีชีวิตต่างๆในระบบนิเวศ การ
ถา่ ยทอดพลังงาน การเปลีย่ นแปลงแทนท่ใี นระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญั หาและ
ผลกระทบทมี่ ตี ่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมแนวทางในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
การแก้ไขปญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม ศึกษาเกย่ี วกบั สมบัติของสง่ิ มีชีวิต หน่วยพืน้ ฐานของสงิ่ มีชวี ติ การลำเลียง
สารผา่ นเซลล์ การรกั ษาดุลยภาพ ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหน้าท่ขี องระบบต่างๆ ท้ังในสตั ว์
มนุษย์ และพชื ทีท่ ำงานสมั พนั ธ์กนั ศกึ ษาเกย่ี วกบั กระบวนการและความสำคญั ของการถา่ ยทอด
ลักษณะทางพนั ธกุ รรม สารพนั ธุกรรม การเปลยี่ นแปลงทางพันธกุ รรมท่มี ีผลตอ่ สง่ิ มีชีวิตความ
หลากหลาย ทางชวี ภาพและวิวฒั นาการของส่ิงมชี วี ิต
โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร กระบวนการสบื เสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต กา
รวิเคราะห การทดลองการอภปิ ราย การอธิบาย และสรปุ
เพ่อื ใหเกดิ ความรู ความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม เกิด
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา มีความสามารถ
ในการใช้เทคโนโลยี สามารถตัดสินใจสอ่ื สารส่ิงท่ีเรียนรไู ดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพและนาํ ความรูไปใชใน
ชีวติ ของตนเอง รวมท้งั มจี ติ วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มทีเ่ หมาะสม
รหัสมาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั ชัน้ ปี
ว 1.1 ม.4/1 , 2 , 3 , 4
ว 1.2 ม.4/1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12
ว 1.3 ม.4/1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6
รวม 22 ตวั ชวี้ ดั
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ว30242 ชวี วทิ ยา 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาชีววิทยา เกี่ยวกับเนอื้ เยื่อพชื อวยั วะและหน้าท่ขี องอวยั วะพชื การ
แลกเปลยี่ นแก๊สและการคายน้ำของพืช การลำเลียงน้ำของพชื การลำเลยี งสารอาหารของพชื การ
ลำเลียงอาหารของพชื การคน้ คว้าท่ีเกย่ี วข้องกับการสงั เคราะหด์ ้วยแสง กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ย
แสง โฟโตเรสไพเรชัน กลไกการเพิม่ ความเขม้ ข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C4 กลไกการเพิ่ม
ความเขม้ ข้นของคารบ์ อนไดออกไซด์ในพชื CAM ปจั จยั บางประการที่มผี ลตอ่ อัตราการสังเคราะห์
ดว้ ยแสง การปรบั ตวั ของพชื เพอื่ รับแสง วฏั จักรชีวติ และการสบื พนั ธแุ์ บบอาศัยเพศของพืชดอก
การสืบพนั ธแ์ุ บบไม่อาศยั เพศของพชื ดอกและการขยายพนั ธุพ์ ืช การวดั การเจรญิ เตบิ โตของพชื สาร
ควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพืชและการตอบสนองของพชื ตอ่ สงิ่ แวดล้อม
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพือ่ ฝึกทกั ษะสบื ค้นขอ้ มลู สงั เกต อธบิ าย
อภปิ ราย เปรยี บเทียบ ทดลอง และสรุป
เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 3
ขอ้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
รวม 18 ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายเก่ียวกับชนิดและลักษณะของเน้อื เยื่อพชื และเขียนแผนผังเพื่อสรปุ ชนดิ ของเนอ้ื เย่อื
พืช
2. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสร้าง ภายในของรากพชื ใบเล้ยี งเดยี่ วและรากพชื ใบ
เล้ยี งคูจ่ ากการตัดตามขวาง
3. สงั เกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้าง ภายในของลำตน้ พืชใบเลีย้ งเดี่ยวและลำต้นพืช
ใบเล้ยี งคู่จากการตดั ตามขวาง
4. สงั เกต และอธบิ ายโครงสรา้ งภายในของใบพืช จากการตัดตามขวาง
5. สืบคน้ ข้อมูล สังเกต และอธบิ ายการแลกเปลยี่ น แก๊สและการคายนำ้ ของพืช
6. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธิบายกลไกการลำเลยี งนำ้ และธาตุอาหารของพชื
7. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ ายความสำคญั ของธาตอุ าหาร และยกตัวอย่างธาตุอาหารท่ีสำคญั ทมี่ ีผลต่อ
การเจรญิ เตบิ โตของพชื
8. อธิบายกลไกการลำเลียงอาหารในพชื
9. สืบค้นข้อมลู และสรปุ การศกึ ษาทไ่ี ด้จากการ ทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดตี เก่ียวกบั
กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง
10. อธบิ ายขน้ั ตอนทีเ่ กดิ ข้ึนในกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสงของพชื C3
11. เปรียบเทยี บกลไกการตรึงคารบ์ อนไดออกไซด์ ในพชื C3 พชื C4 และ พืช CAM
12. สืบคน้ ขอ้ มูล อภปิ ราย และสรปุ ปจั จัยความเข้ม ของแสง ความเข้มขน้ ของ
คาร์บอนไดออกไซด์ และอุณหภูมิ ท่ีมีผลต่อการสังเคราะหด์ ้วยแสง ของพชื
13. อธบิ ายวัฏจกั รชีวิตแบบสลบั ของพืชดอก
14. อธบิ าย และเปรียบเทยี บกระบวนการสร้าง เซลลส์ บื พันธุ์เพศผ้แู ละเพศเมียของพืชดอก
และอธิบายการปฏสิ นธิของพชื ดอก
15. อธิบายการเกดิ เมลด็ และการเกิดผลของพืชดอก โครงสร้างของเมลด็ และผล และยกตัวอย่าง
การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสร้าง
ตา่ ง ๆ ของเมล็ด และผล
16. ทดลอง และอธบิ ายเกี่ยวกบั ปัจจยั ต่าง ๆ ทมี่ ี ผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ด
และบอกแนวทางในการแกส้ ภาพพกั ตัว ของเมลด็
17. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ ายบทบาทและหนา้ ที่ของ ออกซนิ ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลนิ เอทลิ ีน และ
กรดแอบไซซกิ และอภปิ รายเกี่ยวกับ การนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
18. สบื ค้นขอ้ มลู ทดลอง และอภิปรายเกี่ยวกับ สิง่ เร้าภายนอกทีม่ ีผลตอ่ การเจรญิ เตบิ โต ของพชื
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว30243 ชวี วทิ ยา 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาชีววทิ ยา เก่ยี วกบั กระบวนการยอ่ ยอาหารของจุลนิ ทรยี ์ สตั ว์ทไี่ ม่มที างเดินอาหาร
สตั วท์ ม่ี ที างเดนิ อาหารแบบไม่สมบรู ณ์ สัตว์ทมี่ ีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ กระบวนการย่อยอาหาร
และการดดู ซมึ สารอาหารของมนษุ ย์ โครงสรา้ งทใ่ี ชใ้ นการแลกเปลย่ี นแก๊สของฟองน้ำ ไฮดรา พลา
นาเรยี ไสเ้ ดือน-ดนิ แมลง ปลา กบ และนก โครงสร้างทใ่ี ช้ในการแลกเปล่ยี นแก๊สของมนุษย์
ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดแบบเปิดและระบบหมุนเวยี นเลอื ดแบบปิด โครงสร้าง การทำงานของหัวใจ
และหลอดเลือดมนุษย์ เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เมด็ เลือดขาว เพลตเลต พลาสมา หมเู่ ลอื ดระบบ
ABO และหมเู่ ลือดระบบ Rh ระบบน้ำเหลอื ง ระบบภูมคิ มุ้ กัน ความผิดปกติของระบบภมู คิ ุม้ กนั
ระบบขบั ถา่ ยของสัตว์ ระบบขบั ถา่ ยของคน และความผิดปกติของไตอันเนื่องมาจากโรคต่างๆ
โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพือ่ ฝึกทักษะสบื ค้นข้อมลู สงั เกต อธบิ าย
อภิปราย เปรียบเทยี บ ทดลอง และสรุป
เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม เกิดความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระที่ 4
ขอ้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
, 19 , 20, 21
รวม 21 ผลการเรยี นรู้
1. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสร้าง และกระบวนการย่อยอาหารของสตั ว์ท่ไี มม่ ี
ทางเดินอาหาร สตั ว์ท่ีมีทางเดินอาหาร แบบไมส่ มบูรณ์ และสัตว์ทม่ี ที างเดนิ อาหาร แบบสมบูรณ์
2. สังเกต อธิบาย การกนิ อาหารของไฮดรา และพลานาเรีย
3. อธิบายเก่ียวกบั โครงสรา้ ง หน้าที่ และ กระบวนการยอ่ ยอาหาร และการดดู ซมึ สารอาหาร
ภายในระบบย่อยอาหารของมนุษย์
4. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรียบเทยี บโครงสร้าง ทท่ี ำหนา้ ท่แี ลกเปล่ยี นแก๊สของฟองนำ้
ไฮดรา พลานาเรีย ไสเ้ ดอื นดิน แมลง ปลา กบ และนก
5. สังเกต และอธบิ ายโครงสรา้ งของปอดในสตั ว์ เล้ียงลกู ดว้ ยนำ้ นม
6. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ ายโครงสรา้ งท่ีใชใ้ นการ แลกเปลี่ยนแกส๊ และกระบวนการแลกเปลีย่ น แก๊ส
ของมนษุ ย์
7. อธบิ ายการทำงานของปอด และทดลองวดั ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนษุ ย์
8. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทยี บระบบ หมนุ เวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมนุ เวยี น
เลอื ดแบบปดิ
9. สังเกต และอธบิ ายทิศทางการไหลของเลือด และการเคล่ือนท่ีของเซลล์เมด็ เลอื ดในหางปลา
และสรปุ ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของหลอด
10. อธิบายโครงสรา้ งและการทำงานของหวั ใจ และหลอดเลือดในมนษุ ย์
11. สังเกต และอธบิ ายโครงสรา้ งหัวใจของสัตว์ เลย้ี งลูกดว้ ยน้ำนม ทศิ ทางการไหลของเลอื ด
ผ่านหวั ใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรุป การหมุนเวียนเลือดของมนุษย์
12. สืบคน้ ข้อมูล ระบคุ วามแตกต่างของ เซลล์เมด็ เลือดแดง เซลลเ์ ม็ดเลือดขาว เพลตเลต
และพลาสมา
13. อธบิ ายหมู่เลือดและหลักการใหแ้ ละรบั เลอื ด ในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธิบาย และสรปุ เก่ยี วกับสว่ นประกอบและ หน้าท่ีของนำ้ เหลอื ง รวมทงั้ โครงสร้างและ
หน้าทีข่ องหลอดน้ำเหลอื ง และต่อมน้ำเหลอื ง
15. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และเปรยี บเทียบกลไก การตอ่ ตา้ นหรือทำลายส่งิ แปลกปลอม แบบไม่
จำเพาะและแบบจำเพาะ
16. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย และเปรียบเทยี บ การสร้างภมู คิ ุม้ กันกอ่ เองและภูมคิ มุ้ กนั รับมา
17. สบื คน้ ขอ้ มูล และอธิบายเกยี่ วกับความผิดปกติ ของระบบภูมิคุม้ กันท่ีทำให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้
การสร้างภมู ติ า้ นทานตอ่ เนอ้ื เยื่อตนเอง
18. สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรยี บเทียบ โครงสร้างและหน้าทใ่ี นการกำจดั ของเสีย ออกจาก
รา่ งกายของฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรยี ไส้เดอื นดิน แมลง และสตั ว์มกี ระดูกสันหลัง
19. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าท่ีของไต และ โครงสรา้ งที่ใช้ลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย
20. อธบิ ายกลไกการทำงานของหนว่ ยไต ในการ กำจดั ของเสยี ออกจากร่างกาย และเขียน
แผนผังสรุปขน้ั ตอนการกำจดั ของเสีย ออกจาก
ร่างกายโดยหน่วยไต
21. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตวั อยา่ งเกีย่ วกบั ความผดิ ปกติของไตอันเนอื่ งมาจากโรคตา่ ง ๆ
ว30244 ชวี วทิ ยา 4 คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาชวี วทิ ยา เกย่ี วกบั ระบบประสาทของสัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลงั และสตั ว์มีกระดูกสันหลัง
เซลล์ประสาท การเปล่ยี นแปลงศกั ย์ไฟฟา้ การถ่ายทอดกระแสประสาท ระบบประสาทส่วนกลาง
ระบบประสาทรอบนอก โครงสรา้ งและหน้าทีข่ องสมองสว่ นตา่ งๆ ระบบประสาทโซมาติก ระบบ
ประสาทอตั โนวัติ อวัยวะรบั สัมผัส ตำแหน่งของจุดบอด โฟเวยี การรับสมั ผสั ของผวิ หนัง การ
เคลือ่ นทีข่ องสัตว์ไมม่ กี ระดกู สนั หลงั และสตั ว์มีกระดกู สันหลัง กระดกู กลา้ มเน้ือและขอ้ ตอ่ ของ
มนษุ ย์ การสบื พนั ธ์ุแบบอาศยั เพศและไมอ่ าศยั เพศในสตั ว์ ระบบสืบพันธุ์เพศชายและเพศหญิง
กระบวนการสร้างเซลลส์ ืบพันธ์ุและการปฏิสนธใิ นมนุษย์ การเจรญิ เติบโตของกบ ไก่ และมนษุ ย์
หนา้ ที่ของฮอร์โมนจากต่อมไรท้ ่อ พฤติกรรมทเ่ี ป็นมาแต่กำเนดิ และพฤตกิ รรมท่ีเกิดจากการเรียนรู้
ความสมั พันธ์ระหว่างพฤตกิ รรมกบั วิวฒั นาการของระบบประสาท และการส่อื สารระหว่างสตั วท์ ่ีทำ
ให้สตั วแ์ สดงพฤตกิ รรม
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพ่ือฝึกทกั ษะสบื ค้นข้อมูล สังเกต อธบิ าย
อภปิ รายเปรยี บเทียบ ทดลอง และสรปุ
เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ได้อยา่ งถูกตอ้ งและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระที่ 4 ว 4.4
ข้อ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
, 19
รวม 19 ผลการเรยี นรู้
วเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้
1. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสร้าง และหนา้ ที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานา
เรีย ไสเ้ ดอื นดิน กุ้ง หอย แมลง และสัตวม์ ีกระดกู สันหลงั
2. อธบิ ายเกยี่ วกบั โครงสรา้ งและหนา้ ที่ของ เซลลป์ ระสาท
3. อธบิ ายเก่ียวกบั การเปลี่ยนแปลงของศกั ยไ์ ฟฟ้า ท่เี ยื่อหุ้มเซลลข์ องเซลลป์ ระสาท และกลไก การ
ถา่ ยทอดกระแสประสาท
4. อธบิ าย และสรปุ เก่ียวกับโครงสร้างของระบบ ประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก
5. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ ายโครงสร้างและหน้าท่ีของ ส่วนต่าง ๆ ในสมองสว่ นหนา้ สมองส่วนกลาง
สมองสว่ นหลงั และไขสนั หลัง
6. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ าย เปรียบเทียบ และ ยกตัวอย่างการทำงานของระบบประสาท โซมาติก และ
ระบบประสาทอัตโนวตั ิ
7. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างและหนา้ ทีข่ อง ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนังของมนษุ ย์ ยกตัวอยา่ ง โรค
ตา่ ง ๆ ที่เก่ียวข้อง และบอกแนวทางในการ ดูแลป้องกัน และรกั ษา
8. สังเกต และอธิบายการหาตำแหนง่ ของจดุ บอด โฟเวีย และความไวในการรับสมั ผัสของผิวหนงั
9. สืบคน้ ข้อมลู อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสร้าง และหน้าที่ของอวยั วะท่ีเก่ียวขอ้ งกับการเคลื่อนท่ี
ของแมงกะพรนุ หมกึ ดาวทะเล ไสเ้ ดือนดนิ แมลง ปลา และนก
10. สบื คน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ี ของกระดกู และกลา้ มเน้อื ท่เี กยี่ วข้องกับการ
เคลื่อนไหวและการเคลื่อนท่ีของมนุษย์
11. สงั เกต และอธบิ ายการทำงานของข้อตอ่ ชนิด ตา่ ง ๆ และการทำงานของกล้ามเน้ือโครงรา่ ง ที่
เกี่ยวขอ้ งกบั การเคลื่อนไหวและการเคลอื่ นที่ ของมนษุ ย์
12. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย และยกตัวอยา่ ง การสืบพันธ์แุ บบไม่อาศัยเพศและการสืบพันธุ์ แบบอาศัย
เพศในสัตว์
13. สืบค้นขอ้ มลู อธิบายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี อง อวยั วะในระบบสบื พันธ์เุ พศชายและระบบ
สืบพันธเุ์ พศหญงิ
14. อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปิรม์ กระบวนการ สร้างเซลล์ไข่ และการปฏสิ นธิในมนุษย์
15. อธบิ ายการเจริญเติบโตระยะเอ็มบรโิ อ และระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่ และมนษุ ย์
16. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และเขียนแผนผังสรุป หนา้ ที่ของฮอร์โมนจากต่อมไรท้ ่อและเนื้อเยอ่ื ท่ี
สรา้ งฮอร์โมน
17. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และ ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เป็นมาแตก่ ำเนิด และพฤตกิ รรม
ทเ่ี กดิ จากการเรียนรู้ของสตั ว์
18. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างพฤตกิ รรมกบั ววิ ฒั นาการ
ของระบบประสาท
19. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ าย และยกตัวอย่างการส่อื สาร ระหว่างสตั ว์ทีท่ ำให้สัตวแ์ สดงพฤติกรรม
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ว30245 ชวี วทิ ยา 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาชีววทิ ยา เกย่ี วกับความหลากหลายทางชีวภาพ เซลล์แรกเริม่ ของสิง่ มชี ีวิตและ
ววิ ฒั นาการของสงิ่ มชี ีวติ เซลล์เดยี ว ส่ิงมีชีวติ กลุม่ แบคทีเรยี กลมุ่ โพรทิสต์ กล่มุ พืช กลุ่มฟังใจ กลุม่
สตั ว์ การจำแนกส่งิ มชี วี ิต การเขยี นช่ือวิทยาศาสตร์ การสร้างไดโคโทมัสคยี ์ การถา่ ยทอดพลังงาน
ในระบบนเิ วศ การเกดิ ไบโอแมกนฟิ เิ คชัน วัฏจักรของสารไนโตรเจน กำมะถนั ฟอสฟอรัส ไบโอม
ต่างๆของโลก การเปลี่ยนแปลงแทนท่ขี องสงิ่ มชี ีวิต ประชากรของสง่ิ มชี วี ิต การเพ่ิมของประ
ประชากร การควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของประชากร ปัญหาและแนวทางแก้ไขปญั หาของทรพั ยากร
น้ำ ทรพั ยากรอากาศ ทรัพยากรดนิ ทรัพยากรป่าไม้ และทรพั ยากรสัตว์ป่า
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพอื่ ฝึกทกั ษะสืบค้นขอ้ มลู สงั เกต อธิบาย
อภปิ ราย เปรียบเทียบ ทดลอง และสรปุ
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
สาระ/ผลการเรียนรู้
สาระท่ี 2
ข้อ 1, 2, 3, 4, 5
สาระท่ี 5
ข้อ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13
รวม 18 ผลการเรยี นรู้
วเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้
1. อภปิ รายความสำคัญของความหลากหลายทาง ชวี ภาพ และความเช่ือมโยงระหว่าง ความ
หลากหลายทางพนั ธกุ รรม ความหลากหลาย ของสปชี สี ์ และความหลากหลายของระบบนเิ วศ
2. อธบิ ายการเกดิ เซลล์เริ่มแรกของส่งิ มีชีวิต และวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตเซลลเ์ ดียว
3. อธิบายลกั ษณะสำคญั และยกตวั อยา่ งสง่ิ มีชีวติ กล่มุ แบคทีเรีย สง่ิ มีชีวติ กลุม่ โพรทิสต์ สงิ่ มชี วี ิต
กล่มุ พืช สิ่งมีชีวติ กล่มุ ฟงั ไจ และสิ่งมชี วี ิต กล่มุ สัตว์
4. อธิบาย และยกตัวอยา่ งการจำแนกสิง่ มชี วี ิต จากหมวดหมู่ใหญจ่ นถึงหมวดหมยู่ อ่ ย และวิธกี าร
เขียนชอื่ วทิ ยาศาสตร์ในลำดับ
ข้ันสปีชสี ์
5. สรา้ งไดโคโทมัสคยี ์ในการระบสุ ง่ิ มีชวี ติ หรือ ตัวอยา่ งทกี่ ำหนดออกเปน็ หมวดหมู่
6. วิเคราะห์ อธิบาย และยกตัวอย่างกระบวนการ ถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ
7. อธบิ าย ยกตวั อย่างการเกดิ ไบโอแมกนิฟิเคชนั และบอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอแมกนิฟิ
เคชนั
8. สบื คน้ ข้อมูล และเขยี นแผนภาพ เพือ่ อธบิ าย วัฏจักรไนโตรเจน วัฏจกั รกำมะถัน และวัฏจกั ร
ฟอสฟอรัส
9. สืบคน้ ขอ้ มูล ยกตัวอย่าง และอธิบายลักษณะ ของไบโอมที่กระจายอยู่ตามเขตภมู ิศาสตรต์ า่ ง ๆ
บนโลก
10. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง อธิบาย และเปรียบเทียบ การเปล่ยี นแปลงแทนท่ีแบบปฐมภมู ิ และ
การเปล่ียนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ
11. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย ยกตวั อย่าง และสรุป เก่ยี วกับลกั ษณะเฉพาะของประชากรของ สง่ิ มชี ีวติ
บางชนิด
12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตวั อย่าง การเพิ่มของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียล
และการเพิ่มของประชากรแบบลอจิสติก
13. อธบิ าย และยกตัวอย่างปัจจยั ท่ีควบคมุ การเตบิ โต ของประชากร
14. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรุปปัญหา การขาดแคลนน้ำ การเกิดมลพิษทางนำ้ และ ผลกระทบที่มี
ตอ่ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง เสนอแนวทางการวางแผนการจดั การน้ำ และการแก้ไขปัญหา
15. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรปุ ปญั หามลพิษทาง อากาศ และผลกระทบท่ีมีตอ่ มนษุ ย์และ
สง่ิ แวดล้อม รวมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไข ปญั หา
16. วิเคราะห์ อภิปราย และสรปุ ปัญหาที่เกิดกับ ทรัพยากรดนิ และผลกระทบที่มตี อ่ มนุษยแ์ ละ
ส่ิงแวดล้อม รวมท้งั เสนอแนวทางการแก้ไข ปญั หา
17. วิเคราะห์ อภิปราย และสรปุ ปญั หา ผลกระทบ ท่เี กิดจากการทำลายป่าไม้ รวมทั้งเสนอ
แนวทางในการปอ้ งกันการทำลายป่าไมแ้ ละ การอนรุ กั ษ์ป่าไม้
18. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหา ผลกระทบ ท่ที ำใหส้ ัตว์ป่ามีจำนวนลดลง และแนวทาง ใน
การอนรุ กั ษส์ ตั วป์ า่
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว30246 ชวี วทิ ยา 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาเก่ยี วกบั ลกั ษณะสำคญั ของสิ่งมีชีวิต การใช้ความร้แู ละกระบวนการทาง
ชวี วทิ ยาทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม การศกึ ษาชวี วทิ ยาโดยอาศัยวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์ และการนำความร้เู กีย่ วกับชวี วิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั ศึกษาโครงสรา้ ง
และหนา้ ท่ขี องสารเคมีทเี่ ป็นองคป์ ระกอบในเซลล์ของสงิ่ มชี วี ติ ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสง่ิ มีชีวิต
ศกึ ษาโครงสร้างและหนา้ ทขี่ องสว่ นประกอบของเซลลด์ ว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์ การแพร่ การออสโมซิส
การแพร่แบบฟาซลิ เิ ทต และแอกทีฟทรานสปอร์ต การลำเลยี งสารผา่ นเซลล์ การสอื่ สารระหว่าง
เซลล์ การแบง่ เซลล์ การเปล่ยี นสภาพของเซลล์ การชราภาพของเซลล์ และการหายใจระดบั เซลล์
ศึกษาชีววทิ ยา เกีย่ วกบั ความหลากหลายทางชวี ภาพ เซลลแ์ รกเรมิ่ ของสิง่ มชี วี ติ และวิวัฒนาการของ
สง่ิ มีชวี ิตเซลล์เดียว ส่งิ มชี ีวติ กล่มุ แบคทีเรีย กลุ่มโพรทิสต์ กลุ่มพชื กลุ่มฟงั ใจ กลุ่มสัตว์ การ
จำแนกส่ิงมีชีวิต การเขยี นช่อื วทิ ยาศาสตร์ การสร้างไดโคโทมสั คีย์ การถา่ ยทอดพลงั งานในระบบ
นเิ วศ การเกิดไบโอแมกนิฟเิ คชนั วัฏจักรของสารไนโตรเจน กำมะถนั ฟอสฟอรัส ไบโอมต่างๆของ
โลก การเปลย่ี นแปลงแทนท่ีของส่งิ มชี วี ติ ประชากรของสิง่ มีชีวิต การเพิ่มของประประชากร การ
ควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของประชากร ปญั หาและแนวทางแกไ้ ขปญั หาของทรพั ยากรนำ้ ทรัพยากร
อากาศ ทรพั ยากรดนิ ทรพั ยากรปา่ ไม้ และทรัพยากรสตั ว์ปา่
โดยใชท้ กั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพอ่ื ฝึกทักษะสืบค้นข้อมูล สังเกต อธบิ าย
อภิปราย เปรยี บเทยี บ ทดลอง และสรปุ
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
สาระ/ตัวชวี้ ดั
สาระท่ี 1
ข้อท่ี 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17
สาระท่ี 2
ข้อ 1, 2, 3, 4, 5
สาระที่ 5
ขอ้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13
รวม 35 ตวั ชวี้ ดั
วเิ คราะหต์ วั ชว้ี ดั
1. อธบิ าย และสรปุ สมบตั ทิ ี่สำคญั ของส่ิงมีชวี ิตและความสมั พันธข์ องการจัดระบบในสิ่งมชี วี ติ ท่ี
ทำให้ส่ิงมชี ีวิตดำรงชีวติ อยูไ่ ด้
2. อภิปราย และบอกความสำคัญของการระบุ ปญั หา ความสมั พันธ์ระหว่างปญั หา สมมติฐาน
และวธิ กี ารตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้ง ออกแบบการทดลองเพือ่ ตรวจสอบสมมติฐาน
3. สบื คน้ ข้อมลู อธิบายเก่ยี วกับสมบตั ขิ องน้ำ และบอกความสำคญั ของน้ำทีม่ ตี ่อสงิ่ มชี ีวิต และ
ยกตัวอยา่ งธาตุชนดิ ต่าง ๆ ทม่ี ีความสำคัญ ต่อร่างกายสง่ิ มีชีวิต
4. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ ายโครงสรา้ งของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต รวมท้งั
ความสำคัญ ของคารโ์ บไฮเดรตท่มี ีต่อสง่ิ มชี ีวิต
5. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ ายโครงสรา้ งของโปรตีน และความสำคญั ของโปรตีนท่มี ีตอ่ สิง่ มีชวี ิต
6. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสร้างของลพิ ิด และความสำคญั ของลิพดิ ที่มตี อ่ สิง่ มีชวี ิต
7. อธบิ ายโครงสรา้ งของกรดนิวคลอิ ิก และระบุ ชนดิ ของกรดนิวคลอิ ิก และความสำคญั ของ กรด
นิวคลอิ ิกทีม่ ตี ่อสงิ่ มีชวี ติ
8. สืบคน้ ข้อมูล และอธิบายปฏิกริ ิยาเคมที ี่เกดิ ขึ้น ในสงิ่ มชี วี ติ
9. อธบิ ายการทำงานของเอนไซม์ในการเรง่ ปฏกิ ิรยิ า เคมีในส่งิ มีชีวติ และระบุปัจจยั ทีม่ ผี ลต่อการ
ทำงาน ของเอนไซม์
10. บอกวธิ กี าร และเตรยี มตวั อย่างส่งิ มีชวี ิต เพือ่ ศึกษาภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์ใชแ้ สง วดั ขนาด
โดยประมาณ และวาดภาพที่ปรากฏ ภายใตก้ ล้อง บอกวธิ กี ารใช้ และการดูแลรักษา กล้อง
จุลทรรศน์ใช้แสงทีถ่ ูกตอ้ ง
11. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องส่วนทห่ี อ่ หมุ้ เซลลข์ องเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ตั ว์
12. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และระบุชนดิ และหน้าที่ ของออรแ์ กเนลล์
13. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของนิวเคลยี ส
14. อธิบาย และเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซสิ การแพร่แบบฟาซลิ ิเทต และแอกทฟี ทรานสปอรต์
15. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และเขียนแผนภาพ การลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญ่ออกจากเซลล์ ดว้ ย
กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลำเลียง สารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลลด์ ว้ ยกระบวนการ เอนโดไซโท
ซิส
16. สงั เกตการแบง่ นวิ เคลยี สแบบไมโทซิสและ แบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์
พร้อมทง้ั อธิบายและเปรียบเทียบการแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซสิ
17. อธิบาย เปรยี บเทียบ และสรุปขั้นตอน การหายใจระดับเซลล์ในภาวะท่ีมีออกซิเจน เพยี งพอ
และภาวะทีม่ อี อกซิเจนไมเ่ พียงพอ
18. อภิปรายความสำคญั ของความหลากหลายทาง ชวี ภาพ และความเชอื่ มโยงระหว่าง ความ
หลากหลายทางพนั ธุกรรม ความหลากหลาย ของสปีชสี ์ และความหลากหลายของระบบนิเวศ
19. อธิบายการเกดิ เซลล์เรม่ิ แรกของสิ่งมชี วี ติ และวิวฒั นาการของสิ่งมีชวี ติ เซลลเ์ ดียว
20. อธบิ ายลักษณะสำคัญ และยกตวั อย่างสิ่งมีชีวติ กลมุ่ แบคทีเรยี ส่ิงมีชีวติ กลุ่มโพรทิสต์ สิ่งมชี ีวติ
กลุ่มพืช สง่ิ มีชวี ิตกล่มุ ฟงั ไจ และสิ่งมชี วี ติ กลุ่มสัตว์
21. อธิบาย และยกตัวอยา่ งการจำแนกสิ่งมชี วี ิต จากหมวดหมใู่ หญ่จนถึงหมวดหมู่ย่อย และ
วธิ ีการ เขียนช่ือวทิ ยาศาสตร์ในลำดับ
ขั้นสปีชีส์
22. สรา้ งไดโคโทมัสคีย์ในการระบสุ ง่ิ มีชีวิตหรือ ตัวอย่างท่กี ำหนดออกเป็นหมวดหมู่
23. วเิ คราะห์ อธบิ าย และยกตัวอยา่ งกระบวนการ ถ่ายทอดพลังงานในระบบนเิ วศ
24. อธบิ าย ยกตวั อยา่ งการเกดิ ไบโอแมกนฟิ เิ คชนั และบอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอ
แมกนิฟเิ คชัน
25. สืบคน้ ข้อมลู และเขียนแผนภาพ เพอ่ื อธิบาย วฏั จักรไนโตรเจน วฏั จกั รกำมะถนั และวฏั จกั ร
ฟอสฟอรสั
26. สืบคน้ ขอ้ มลู ยกตัวอย่าง และอธบิ ายลกั ษณะ ของไบโอมทก่ี ระจายอยู่ตามเขตภูมิศาสตรต์ า่ ง
ๆ บนโลก
27. สบื คน้ ขอ้ มลู ยกตวั อยา่ ง อธิบาย และเปรยี บเทียบ การเปล่ยี นแปลงแทนทแ่ี บบปฐมภูมิ และ
การเปลย่ี นแปลงแทนที่แบบทตุ ิยภูมิ
28. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย ยกตวั อยา่ ง และสรปุ เก่ียวกับลักษณะเฉพาะของประชากรของ
ส่งิ มชี วี ติ บางชนดิ
29. สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย เปรียบเทยี บ และยกตัวอย่าง การเพมิ่ ของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียล
และการเพมิ่ ของประชากรแบบลอจสิ ตกิ
30. อธิบาย และยกตัวอย่างปจั จยั ทค่ี วบคุมการเติบโต ของประชากร
31. วิเคราะห์ อภิปราย และสรุปปัญหา การขาดแคลนนำ้ การเกิดมลพิษทางน้ำ และ ผลกระทบ
ที่มตี อ่ มนษุ ย์และสงิ่ แวดลอ้ ม รวมทัง้ เสนอแนวทางการวางแผนการจดั การน้ำ และการแกไ้ ข
ปัญหา
32. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรปุ ปัญหามลพิษทาง อากาศ และผลกระทบทีม่ ตี ่อมนุษย์และ
สิ่งแวดล้อม รวมทั้งเสนอแนวทางการแกไ้ ข ปญั หา
33. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรปุ ปญั หาท่เี กดิ กับ ทรัพยากรดิน และผลกระทบทม่ี ีต่อมนษุ ยแ์ ละ
สิ่งแวดลอ้ ม รวมทงั้ เสนอแนวทางการแก้ไข ปญั หา
34. วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรปุ ปัญหา ผลกระทบ ทเี่ กิดจากการทำลายปา่ ไม้ รวมทัง้ เสนอ
แนวทางในการปอ้ งกันการทำลายป่าไม้และ การอนุรกั ษ์ปา่ ไม้
35. วเิ คราะห์ อภิปราย และสรุปปญั หา ผลกระทบ ทีท่ ำใหส้ ตั ว์ปา่ มีจำนวนลดลง และแนวทาง
ในการอนุรักษส์ ัตว์ปา่
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว30247 ชวี วทิ ยา 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุศาสตร์ของเมนเดล กฏ
แห่งการแยกและกฏแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเป็นส่วนขยายของพันธุ
ศาสตร์เมนเดล ศึกษาเก่ียวกับยีนและโครโมโซม การค้นพบสารพันธุกรรม โครโมโซม
องค์ประกอบทางเคมีของ DNA โครงสร้างของ DNA สมบัติของสารพันธุกรรม มิวเทชัน ศึกษา
เก่ียวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง DNA พันธุวิศวกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทาง DNA
ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทาง DNA และมุมมองทางสังคมและจริยธรรม ศึกษาเกี่ยวกับ
ววิ ัฒนาการ หลักฐานทีบ่ ง่ บอกถงึ ววิ ัฒนาการของสิง่ มีชีวติ พันธศุ าสตรป์ ระชากร กำเนิดของสปีชสี ์
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพอื่ ฝึกทักษะสบื คน้ ข้อมลู สังเกต อธบิ าย
อภิปราย เปรยี บเทยี บ ทดลอง และสรุป
เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ได้อยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 2
ขอ้ ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15
รวม 15 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว30247 ชวี วทิ ยา 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาชวี วิทยา เกย่ี วกับเนอื้ เยอ่ื พืช อวยั วะและหนา้ ทีข่ องอวยั วะพืช การ
แลกเปล่ยี นแก๊สและการคายนำ้ ของพืช การลำเลียงน้ำของพชื การลำเลยี งสารอาหารของพชื การ
ลำเลียงอาหารของพชื การค้นควา้ ที่เก่ยี วข้องกับการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง กระบวนการสังเคราะหด์ ้วย
แสง
โฟโตเรสไพเรชัน กลไกการเพม่ิ ความเขม้ ข้นของคาร์บอนไดออกไซดใ์ นพชื C4 กลไกการเพิ่มความ
เข้มข้นของคารบ์ อนไดออกไซด์ในพืช CAM ปัจจัยบางประการท่ีมผี ลต่ออตั ราการสงั เคราะห์ดว้ ย
แสง การปรบั ตัวของพชื เพ่อื รบั แสง วฏั จักรชีวิตและการสืบพนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศของพืชดอก การ
สบื พนั ธุ์แบบไมอ่ าศัยเพศของพืชดอกและการขยายพนั ธพ์ุ ชื การวดั การเจรญิ เตบิ โตของพืช สาร
ควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพชื และการตอบสนองของพืชตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพอื่ ฝึกทกั ษะสบื คน้ ข้อมลู สงั เกต อธบิ าย
อภปิ ราย เปรยี บเทยี บ ทดลอง และสรุป
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อยา่ งถกู ต้องและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 3
ขอ้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
รวม 18 ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายเกีย่ วกบั ชนดิ และลกั ษณะของเนอ้ื เยอ่ื พืช และเขียนแผนผังเพือ่ สรุปชนดิ ของเน้ือเย่ือ
พืช
2. สังเกต อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสร้าง ภายในของรากพืชใบเลีย้ งเด่ยี วและรากพืช ใบ
เล้ยี งค่จู ากการตัดตามขวาง
3. สังเกต อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสร้าง ภายในของลำต้นพืชใบเลี้ยงเดย่ี วและลำต้นพชื
ใบเล้ียงคู่จากการตัดตามขวาง
4. สังเกต และอธิบายโครงสรา้ งภายในของใบพชื จากการตัดตามขวาง
5. สืบค้นข้อมูล สังเกต และอธบิ ายการแลกเปล่ียน แก๊สและการคายน้ำของพืช
6. สบื คน้ ข้อมูล และอธิบายกลไกการลำเลียงนำ้ และธาตุอาหารของพชื
7. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบายความสำคญั ของธาตุอาหาร และยกตัวอยา่ งธาตุอาหารที่สำคญั ทีม่ ผี ลต่อ
การเจริญเติบโตของพืช
8. อธิบายกลไกการลำเลียงอาหารในพืช
9. สืบค้นข้อมูล และสรปุ การศกึ ษาท่ีไดจ้ ากการ ทดลองของนักวทิ ยาศาสตรใ์ นอดีตเกยี่ วกบั
กระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
10. อธบิ ายข้ันตอนที่เกิดขนึ้ ในกระบวนการ สังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื C3
11. เปรยี บเทยี บกลไกการตรงึ คาร์บอนไดออกไซด์ ในพชื C3 พชื C4 และ พชื CAM
12. สบื คน้ ข้อมูล อภิปราย และสรปุ ปัจจยั ความเขม้ ของแสง ความเข้มข้นของ
คารบ์ อนไดออกไซด์ และอุณหภมู ิ ทีม่ ีผลตอ่ การสังเคราะห์ด้วยแสง ของพชื
13. อธิบายวฏั จักรชีวิตแบบสลับของพชื ดอก
14. อธบิ าย และเปรียบเทียบกระบวนการสร้าง เซลล์สืบพนั ธเ์ุ พศผแู้ ละเพศเมยี ของพืชดอก
และอธิบายการปฏิสนธขิ องพืชดอก
15. อธิบายการเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสรา้ งของเมลด็ และผล และยกตัวอย่าง
การใช้ประโยชน์จากโครงสร้าง
ตา่ ง ๆ ของเมล็ด และผล
16. ทดลอง และอธบิ ายเก่ียวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่มี ผลตอ่ การงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมลด็
และบอกแนวทางในการแกส้ ภาพพักตัว ของเมล็ด
17. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายบทบาทและหน้าที่ของ ออกซิน ไซโทไคนิน จบิ เบอเรลลนิ เอทลิ นี และ
กรดแอบไซซกิ และอภปิ รายเก่ียวกบั การนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
18. สืบค้นขอ้ มูล ทดลอง และอภิปรายเก่ียวกบั ส่ิงเร้าภายนอกทีม่ ีผลตอ่ การเจรญิ เตบิ โต ของพชื
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว30248 ชวี วทิ ยา 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาชวี วิทยา เก่ยี วกบั กระบวนการย่อยอาหารของจลุ นิ ทรยี ์ สัตว์ที่ไม่มีทางเดนิ อาหาร
สตั ว์ท่มี ที างเดินอาหารแบบไม่สมบรู ณ์ สตั ว์ทม่ี ีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ กระบวนการย่อยอาหาร
และการดดู ซึมสารอาหารของมนษุ ย์ โครงสรา้ งทีใ่ ช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สของฟองน้ำ ไฮดรา พลา
นาเรยี ไสเ้ ดอื น-ดนิ แมลง ปลา กบ และนก โครงสรา้ งทีใ่ ชใ้ นการแลกเปลีย่ นแกส๊ ของมนุษย์
ระบบหมุนเวยี นเลือดแบบเปิดและระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบปิด โครงสร้าง การทำงานของหัวใจ
และหลอดเลือดมนุษย์ เซลลเ์ ม็ดเลือดแดง เซลล์เมด็ เลือดขาว เพลตเลต พลาสมา หมู่เลอื ดระบบ
ABO และหมเู่ ลอื ดระบบ Rh ระบบน้ำเหลอื ง ระบบภูมิคุ้มกนั ความผิดปกติของระบบภูมคิ มุ้ กัน
ระบบขบั ถ่ายของสัตว์ ระบบขับถ่ายของคน และความผดิ ปกติของไตอนั เน่อื งมาจากโรคต่างๆ
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพ่ือฝึกทกั ษะสืบคน้ ขอ้ มูล สงั เกต อธบิ าย
อภิปราย เปรียบเทยี บ ทดลอง และสรปุ
เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ไดอ้ ย่างถกู ต้องและ
เหมาะสม เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระที่ 4
ขอ้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
, 19 , 20, 21
รวม 21 ผลการเรยี นรู้
1. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ ง และกระบวนการยอ่ ยอาหารของสตั วท์ ไี่ ม่มี
ทางเดินอาหาร สัตว์ทมี่ ีทางเดนิ อาหาร แบบไมส่ มบรู ณ์ และสัตว์ทีม่ ีทางเดนิ อาหาร แบบสมบูรณ์
2. สังเกต อธิบาย การกินอาหารของไฮดรา และพลานาเรยี
3. อธบิ ายเก่ยี วกบั โครงสรา้ ง หนา้ ที่ และ กระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึม สารอาหาร
ภายในระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์
4. สืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ ง ทีท่ ำหนา้ ที่แลกเปล่ยี นแก๊สของฟองนำ้
ไฮดรา พลานาเรีย ไสเ้ ดือนดนิ แมลง ปลา กบ และนก
5. สงั เกต และอธบิ ายโครงสร้างของปอดในสตั ว์ เลีย้ งลูกดว้ ยนำ้ นม
6. สืบค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสรา้ งที่ใช้ในการ แลกเปล่ียนแกส๊ และกระบวนการแลกเปล่ียน แก๊ส
ของมนุษย์
7. อธบิ ายการทำงานของปอด และทดลองวัด ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์
8. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทยี บระบบ หมนุ เวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมนุ เวยี น
เลอื ดแบบปดิ
9. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลือด และการเคล่ือนท่ีของเซลล์เมด็ เลอื ดในหางปลา
และสรปุ ความสัมพนั ธ์ระหว่างขนาดของหลอด
10. อธิบายโครงสรา้ งและการทำงานของหวั ใจ และหลอดเลือดในมนษุ ย์
11. สังเกต และอธิบายโครงสรา้ งหัวใจของสัตว์ เลย้ี งลูกดว้ ยน้ำนม ทศิ ทางการไหลของเลอื ด
ผ่านหวั ใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรุป การหมุนเวียนเลือดของมนุษย์
12. สืบคน้ ขอ้ มลู ระบคุ วามแตกต่างของ เซลล์เมด็ เลือดแดง เซลลเ์ ม็ดเลือดขาว เพลตเลต
และพลาสมา
13. อธบิ ายหมู่เลอื ดและหลักการใหแ้ ละรบั เลอื ด ในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธิบาย และสรุปเก่ยี วกับสว่ นประกอบและ หน้าท่ีของนำ้ เหลอื ง รวมท้ังโครงสร้างและ
หน้าทีข่ องหลอดน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลอื ง
15. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และเปรยี บเทียบกลไก การตอ่ ตา้ นหรือทำลายสง่ิ แปลกปลอม แบบไม่
จำเพาะและแบบจำเพาะ
16. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ าย และเปรียบเทยี บ การสร้างภมู คิ ุม้ กันกอ่ เองและภูมคิ มุ้ กนั รับมา
17. สบื คน้ ข้อมูล และอธิบายเกยี่ วกับความผิดปกติ ของระบบภูมิคุม้ กันทท่ี ำให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้
การสร้างภมู ติ า้ นทานตอ่ เนอ้ื เยื่อตนเอง
18. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และเปรยี บเทียบ โครงสร้างและหน้าทใ่ี นการกำจดั ของเสีย ออกจาก
รา่ งกายของฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรยี ไส้เดอื นดิน แมลง และสตั ว์มกี ระดูกสันหลงั
19. อธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องไต และ โครงสรา้ งที่ใช้ลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย
20. อธบิ ายกลไกการทำงานของหนว่ ยไต ในการ กำจดั ของเสยี ออกจากรา่ งกาย และเขียน
แผนผังสรปุ ขน้ั ตอนการกำจดั ของเสีย ออกจาก
ร่างกายโดยหน่วยไต
21. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย และยกตัวอยา่ งเกีย่ วกบั ความผดิ ปกตขิ องไตอันเนอื่ งมาจากโรคตา่ ง ๆ
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว30249 ชวี วทิ ยา 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาชวี วิทยา เก่ยี วกับระบบประสาทของสตั ว์ไมม่ กี ระดกู สนั หลังและสตั ว์มีกระดกู สันหลงั
เซลลป์ ระสาท การเปล่ยี นแปลงศกั ย์ไฟฟา้ การถ่ายทอดกระแสประสาท ระบบประสาทสว่ นกลาง
ระบบประสาทรอบนอก โครงสรา้ งและหน้าทีข่ องสมองสว่ นต่างๆ ระบบประสาทโซมาติก ระบบ
ประสาทอัตโนวัติ อวัยวะรับสัมผัส ตำแหนง่ ของจุดบอด โฟเวยี การรับสัมผสั ของผิวหนงั การ
เคล่อื นท่ีของสัตวไ์ ม่มกี ระดกู สันหลงั และสตั วม์ กี ระดูกสนั หลัง กระดูก กล้ามเนอ้ื และขอ้ ต่อของ
มนษุ ย์ การสืบพนั ธุ์แบบอาศยั เพศและไม่อาศยั เพศในสตั ว์ ระบบสบื พนั ธุเ์ พศชายและเพศหญงิ
กระบวนการสร้างเซลลส์ ืบพันธุแ์ ละการปฏสิ นธิในมนษุ ย์ การเจรญิ เตบิ โตของกบ ไก่ และมนษุ ย์
หน้าทขี่ องฮอร์โมนจากต่อมไร้ทอ่ พฤตกิ รรมท่เี ป็นมาแตก่ ำเนิดและพฤติกรรมท่เี กดิ จากการเรยี นรู้
ความสมั พันธ์ระหว่างพฤตกิ รรมกับวิวฒั นาการของระบบประสาท และการสื่อสารระหวา่ งสัตว์ท่ีทำ
ใหส้ ัตว์แสดงพฤตกิ รรม
โดยใชท้ กั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพือ่ ฝึกทักษะสืบค้นข้อมูล สังเกต อธิบาย
อภิปรายเปรียบเทียบ ทดลอง และสรปุ
เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อย่างถกู ต้องและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 4
ขอ้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
, 19
รวม 19 ผลการเรยี นรู้
วเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้
1. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี องระบบประสาทของไฮดรา พลานา
เรีย ไสเ้ ดือนดิน กุ้ง หอย แมลง และสัตวม์ กี ระดกู สนั หลัง
2. อธบิ ายเกย่ี วกับโครงสร้างและหน้าทข่ี อง เซลล์ประสาท
3. อธิบายเก่ียวกบั การเปล่ยี นแปลงของศกั ยไ์ ฟฟ้า ทเี่ ยอื่ หมุ้ เซลลข์ องเซลล์ประสาท และกลไก การ
ถ่ายทอดกระแสประสาท
4. อธิบาย และสรุปเกยี่ วกับโครงสร้างของระบบ ประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก
5. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ขี อง สว่ นตา่ ง ๆ ในสมองสว่ นหนา้ สมองสว่ นกลาง
สมองสว่ นหลัง และไขสันหลัง
6. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และ ยกตวั อยา่ งการทำงานของระบบประสาท โซมาติก และ
ระบบประสาทอัตโนวัติ
7. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งและหน้าที่ของ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนงั ของมนุษย์ ยกตวั อย่าง โรค
ต่าง ๆ ท่เี กี่ยวข้อง และบอกแนวทางในการ ดูแลป้องกนั และรักษา
8. สังเกต และอธิบายการหาตำแหน่งของจุดบอด โฟเวีย และความไวในการรบั สมั ผัสของผวิ หนงั
9. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ ง และหน้าทีข่ องอวัยวะที่เกี่ยวขอ้ งกบั การเคลื่อนท่ี
ของแมงกะพรนุ หมึก ดาวทะเล ไส้เดือนดนิ แมลง ปลา และนก
10. สบื ค้นขอ้ มูล และอธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ที่ ของกระดูกและกล้ามเนอื้ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การ
เคล่อื นไหวและการเคลื่อนที่ของมนษุ ย์
11. สังเกต และอธบิ ายการทำงานของข้อต่อชนิด ต่าง ๆ และการทำงานของกล้ามเนอ้ื โครงรา่ ง ที่
เกี่ยวขอ้ งกบั การเคลือ่ นไหวและการเคลื่อนที่ ของมนุษย์
12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตวั อยา่ ง การสืบพนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศและการสืบพันธุ์ แบบอาศัย
เพศในสัตว์
13. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายโครงสร้างและหน้าทีข่ อง อวยั วะในระบบสืบพันธเุ์ พศชายและระบบ
สืบพันธ์ุเพศหญิง
14. อธิบายกระบวนการสร้างสเปิรม์ กระบวนการ สรา้ งเซลล์ไข่ และการปฏสิ นธิในมนุษย์
15. อธิบายการเจรญิ เติบโตระยะเอ็มบริโอ และระยะหลงั เอม็ บรโิ อของกบ ไก่ และมนษุ ย์
16. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเขยี นแผนผงั สรุป หน้าท่ีของฮอรโ์ มนจากตอ่ มไร้ท่อและเนอ้ื เยื่อ ที่
สร้างฮอรโ์ มน
17. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ าย เปรยี บเทียบ และ ยกตวั อยา่ งพฤติกรรมทเี่ ป็นมาแต่กำเนดิ และพฤตกิ รรม
ทเี่ กดิ จากการเรียนรูข้ องสัตว์
18. สบื ค้นขอ้ มลู อธิบาย และยกตัวอยา่ ง ความสัมพันธ์ระหว่างพฤตกิ รรมกับ ววิ ัฒนาการ
ของระบบประสาท
19. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย และยกตัวอย่างการสอื่ สาร ระหวา่ งสัตว์ทีท่ ำให้สัตวแ์ สดงพฤตกิ รรม
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว3050 ชวี วทิ ยา (AP Program) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
หลักการทางชวี วทิ ยาโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องเซลล์ พนั ธุศาสตร์ และเทคโนโลยีชีวภาพ
วิวฒั นาการทางชวี วิทยา ความหลากหลายของสง่ิ มชี ีวติ ศึกษาเก่ยี วกับดลุ ยภาพของชวี ติ และการ
ดำรงชวี ิต การรกั ษาดุลยภาพในร่างกายของสัตวแ์ ละมนษุ ย์ ศกึ ษาโครงสรา้ งและการทำงานของ
ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบหมนุ เวยี นเลือด ระบบนำ้ เหลือง และระบบภมู ิคุ้มกัน การ
สบื พนั ธุร์ ะดบั เซลล์และโครงสร้างและหน้าทขี่ องเซลล์ เน้อื เยือ่ พชื การสืบพนั ธแุ์ ละการเจริญของพชื
การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง และการลำเลียงในพชื
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพื่อฝึกทักษะสบื ค้นข้อมูล สงั เกต อธิบาย
อภิปราย เปรียบเทยี บ ทดลอง และสรุป
เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระที่ 1
ขอ้ 1, 11 , 12 , 13
สาระท่ี 2
ข้อ 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 14, 15
สาระท่ี 3
ข้อ 1, 8, 10, 11,14
สาระที่ 4
ข้อ 10 ,12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18 , 19
สาระท่ี 5
ขอ้ 3
รวม 29 ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายโครงสร้างและหน้าทีข่ องสว่ นท่หี ่อหุ้ม เซลลข์ องเซลล์พชื และเซลล์สตั ว์
2. สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบาย และระบุชนิดและหนา้ ที่ ของออร์แกเนลล์
3. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าท่ขี องนวิ เคลยี ส
4. อธบิ ายการถา่ ยทอดยนี บนโครโมโซม และ ยกตวั อยา่ งลักษณะทางพันธกุ รรมที่ถกู ควบคุม ดว้ ยยนี
บนออโตโซมและยนี บนโครโมโซมเพศ
5. สบื ค้นข้อมลู อธิบายสมบัติและหน้าทขี่ อง สารพนั ธุกรรม โครงสร้างและองค์ประกอบ ทางเคมีของ DNA
และสรปุ การจำลอง DNA
6. อธบิ าย และระบุข้นั ตอนในกระบวนการ สังเคราะหโ์ ปรตนี และหนา้ ท่ีของ DNA และ RNA แตล่ ะ
ชนิดในกระบวนการสงั เคราะห์ โปรตนี
7. สรุปความสมั พันธ์ระหวา่ งสารพันธกุ รรม แอลลีล โปรตีน ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม และเชือ่ มโยง
กับ ความรู้เรอ่ื งพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
8. สืบค้นขอ้ มูล และอธิบายการเกดิ มิวเทชนั ระดับยนี และระดับโครโมโซม สาเหตุการเกิด มิว
เทชันรวมทั้งยกตวั อย่างโรคและกลุม่ อาการ ทเ่ี ป็นผลของการเกิดมิวเทชัน
9. อธบิ ายหลกั การสร้างสิ่งมีชีวติ ดดั แปรพันธุกรรม โดยใช้ดีเอ็นเอรคี อมบิแนนท์
10. สบื คน้ ขอ้ มูล ยกตัวอย่าง และอภิปรายการนำ เทคโนโลยีทางดีเอน็ เอไปประยกุ ต์ใช้ทัง้ ใน
ดา้ นสิ่งแวดลอ้ มนิติวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและอุตสาหกรรม และข้อควรคำนึงดา้ นชีวจริย
ธรรม
11. ระบุสาระสำคัญ และอธิบายเงอ่ื นไขของภาวะ สมดลุ ของฮารด์ ี-ไวน์เบิร์ก ปัจจยั ทท่ี ำให้
เกดิ การเปล่ียนแปลงความถ่ีของแอลลีล ในประชากร พร้อมทัง้ คำนวณหาความถ่ี ของแอลลีล
และจีโนไทป์ ของประชากร โดยใชห้ ลกั ของฮาร์ดี-ไวน์เบริ ก์
12. สืบคน้ ข้อมลู อภิปราย และอธบิ าย กระบวนการเกดิ สปีชีส์ใหม่ของสง่ิ มชี วี ิต
13. อภิปรายความสำคญั ของความหลากหลายทาง ชีวภาพ และความเชอื่ มโยงระหวา่ ง
ความหลากหลายทางพนั ธุกรรม ความหลากหลาย ของสปชี ีส์ และความหลากหลายของ
ระบบนเิ วศ
14. อธบิ ายลกั ษณะสำคัญ และยกตัวอย่างสงิ่ มชี วี ิต กลมุ่ แบคทีเรีย สิ่งมีชวี ิตกลุ่มโพรทิสต์
สิง่ มีชวี ิต กลุ่มพืช ส่ิงมีชีวิตกลุ่มฟงั ไจ และสง่ิ มีชีวิต กลุม่ สตั ว์
15. อธิบายโครงสรา้ งและการทำงานของหวั ใจ และหลอดเลอื ดในมนษุ ย์
16. สบื คน้ ข้อมูล ระบคุ วามแตกต่างของ เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เพลตเลต
และพลาสมา
17. อธิบายหมู่เลือดและหลักการให้และรบั เลือด ในระบบ ABO และระบบ Rh
18. อธบิ าย และสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและ หนา้ ท่ีของนำ้ เหลือง รวมทั้งโครงสรา้ งและ
หน้าท่ขี องหลอดนำ้ เหลอื ง และตอ่ มนำ้ เหลอื ง
19. สืบคน้ ข้อมลู อธิบาย และเปรียบเทยี บกลไก การตอ่ ต้านหรอื ทำลายส่งิ แปลกปลอม แบบ
ไมจ่ ำเพาะและแบบจำเพาะ
20. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบ การสรา้ งภมู คิ ุ้มกันกอ่ เองและภูมคิ ุ้มกันรบั มา
21. สืบคน้ ขอ้ มูล และอธิบายเก่ียวกับความผดิ ปกติ ของระบบภมู คิ มุ้ กันที่ทำให้เกดิ เอดส์
ภูมแิ พ้ การสรา้ งภมู ติ า้ นทานตอ่ เนอื้ เยื่อตนเอง
22. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบ โครงสร้างและหนา้ ทใ่ี นการกำจดั ของเสยี ออกจาก
รา่ งกายของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน แมลง และสัตว์มีกระดกู สนั หลัง
23. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องไต และ โครงสร้างที่ใช้ลำเลียงปัสสาวะออกจากรา่ งกาย
24. อธบิ ายเกีย่ วกบั ชนดิ และลกั ษณะของเนือ้ เยอื่ พชื และเขยี นแผนผังเพอ่ื สรปุ ชนิดของ
เนอื้ เยอ่ื พชื
25. อธิบายขน้ั ตอนท่ีเกิดข้ึนในกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสงของพชื C3
26. เปรยี บเทยี บกลไกการตรึงคารบ์ อนไดออกไซด์ ในพชื C3 พชื C4 และ พชื CAM
27. อธิบาย และเปรยี บเทยี บกระบวนการสร้าง เซลล์สืบพันธเุ์ พศผู้และเพศเมยี ของพชื ดอก และ
อธบิ ายการปฏิสนธิของพชื ดอก
28. อธบิ ายกลไกการลำเลียงอาหารในพชื
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว30251 ชวี วทิ ยา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาเก่ยี วกบั ลกั ษณะสำคญั ของสิง่ มชี วี ติ การใช้ความรู้และกระบวนการทาง
ชีววทิ ยาท่เี ป็นประโยชน์ตอ่ มนุษย์และสิ่งแวดล้อม การศกึ ษาชวี วทิ ยาโดยอาศัยวิธกี ารทาง
วิทยาศาสตร์ และการนำความรเู้ กี่ยวกับชีววิทยามาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน ศกึ ษาโครงสรา้ ง
และหนา้ ทขี่ องสารเคมีทเ่ี ปน็ องคป์ ระกอบในเซลล์ของส่งิ มีชีวติ ปฏกิ ริ ิยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
ศกึ ษาโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องสว่ นประกอบของเซลล์ดว้ ยกล้องจุลทรรศน์ การแพร่ การออสโมซิส
การแพร่แบบฟาซลิ ิเทต และแอกทฟี ทรานสปอร์ต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ การส่ือสารระหวา่ ง
เซลล์ การแบ่งเซลล์ การเปล่ยี นสภาพของเซลล์ การชราภาพของเซลล์ และการหายใจระดับเซลล์
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพอื่ ฝึกทกั ษะสบื คน้ ข้อมูล สงั เกต อธบิ าย
อภิปราย เปรยี บเทยี บ ทดลอง และสรุป
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไดอ้ ยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
สาระ/ตวั ชว้ี ดั
สาระท่ี 1
ข้อที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17
รวม 17 ตวั ชวี้ ดั
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว30251 ชวี วทิ ยา 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุศาสตร์ของเมนเดล กฏ
แห่งการแยกและกฏแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเป็นส่วนขยายของพันธุ
ศาสตร์เมนเดล ศึกษาเกี่ยวกับยีนและโครโมโซม การค้นพบสารพันธุกรรม โครโมโซม
องค์ประกอบทางเคมีของ DNA โครงสร้างของ DNA สมบัติของสารพันธุกรรม มิวเทชัน ศึกษา
เก่ียวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทาง DNA พันธุวิศวกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทาง DNA
ความปลอดภัยของเทคโนโลยีทาง DNA และมุมมองทางสังคมและจริยธรรม ศึกษาเก่ียวกับ
ววิ ฒั นาการ หลักฐานที่บ่งบอกถงึ วิวัฒนาการของสิ่งมชี ีวิต พนั ธศุ าสตร์ประชากร กำเนดิ ของสปชี สี ์
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพ่อื ฝึกทักษะสืบค้นขอ้ มูล สงั เกต อธบิ าย
อภิปราย เปรียบเทยี บ ทดลอง และสรปุ
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อย่างถูกตอ้ งและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระที่ 2
ข้อท่ี 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15
รวม 15 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ว30252 Biology for MEP2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาชีววทิ ยา เกีย่ วกับเน้ือเยอ่ื พืช อวยั วะและหนา้ ท่ีของอวัยวะพืช
การแลกเปลย่ี นแก๊สและการคายนำ้ ของพืช การลำเลยี งนำ้ ของพชื การลำเลยี งสารอาหารของพืช
การลำเลียงอาหารของพืช การคน้ ควา้ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การสังเคราะหด์ ้วยแสง กระบวนการสังเคราะห์
ดว้ ยแสง โฟโตเรสไพเรชัน กลไกการเพ่ิมความเข้มขน้ ของคารบ์ อนไดออกไซด์ในพืช C4 กลไกการ
เพมิ่ ความเข้มขน้ ของคาร์บอนไดออกไซดใ์ นพืช CAM ปจั จัยบางประการทีม่ ีผลตอ่ อัตราการ
สังเคราะห์ดว้ ยแสง การปรบั ตวั ของพืชเพอ่ื รบั แสง วฏั จกั รชีวติ และการสบื พันธุแ์ บบอาศยั เพศของ
พชื ดอก การสืบพนั ธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชดอกและการขยายพนั ธุ์พชื การวดั การเจริญเตบิ โตของ
พืช สารควบคุมการเจริญเตบิ โตของพืชและการตอบสนองของพืชตอ่ สิ่งแวดล้อม
โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพ่อื ฝึกทกั ษะสืบค้นขอ้ มลู สังเกต อธบิ าย
อภปิ ราย เปรียบเทียบ ทดลอง และสรปุ
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไดอ้ ย่างถกู ต้องและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระที่ 3
ขอ้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
รวม 18 ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายเก่ียวกับชนดิ และลกั ษณะของเน้อื เยอ่ื พชื และเขยี นแผนผังเพือ่ สรุปชนดิ ของเน้อื เย่ือ
พชื
2. สงั เกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้าง ภายในของรากพืชใบเลย้ี งเดยี่ วและรากพืช ใบ
เลีย้ งคจู่ ากการตัดตามขวาง
3. สังเกต อธิบาย และเปรยี บเทยี บโครงสร้าง ภายในของลำตน้ พืชใบเลี้ยงเด่ยี วและลำต้นพืช
ใบเลี้ยงคู่จากการตดั ตามขวาง
4. สังเกต และอธิบายโครงสรา้ งภายในของใบพืช จากการตดั ตามขวาง
5. สืบคน้ ขอ้ มูล สังเกต และอธบิ ายการแลกเปล่ียน แก๊สและการคายน้ำของพืช
6. สบื คน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายกลไกการลำเลียงนำ้ และธาตอุ าหารของพืช
7. สืบค้นข้อมูล อธิบายความสำคญั ของธาตุอาหาร และยกตวั อย่างธาตอุ าหารทส่ี ำคญั ท่มี ีผลต่อ
การเจริญเตบิ โตของพชื
8. อธบิ ายกลไกการลำเลียงอาหารในพชื
9. สืบคน้ ขอ้ มูล และสรุปการศึกษาทไี่ ด้จากการ ทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดตี เก่ียวกบั
กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
10. อธบิ ายขน้ั ตอนทีเ่ กดิ ข้ึนในกระบวนการ สงั เคราะห์ด้วยแสงของพชื C3
11. เปรียบเทยี บกลไกการตรึงคารบ์ อนไดออกไซด์ ในพชื C3 พชื C4 และ พืช CAM
12. สืบคน้ ขอ้ มูล อภปิ ราย และสรปุ ปจั จัยความเข้ม ของแสง ความเข้มขน้ ของ
คาร์บอนไดออกไซด์ และอุณหภูมิ ท่ีมีผลต่อการสังเคราะหด์ ้วยแสง ของพชื
13. อธบิ ายวัฏจกั รชีวิตแบบสลบั ของพืชดอก
14. อธบิ าย และเปรียบเทียบกระบวนการสร้าง เซลลส์ บื พันธุ์เพศผ้แู ละเพศเมียของพืชดอก
และอธิบายการปฏสิ นธิของพชื ดอก
15. อธิบายการเกดิ เมลด็ และการเกิดผลของพืชดอก โครงสร้างของเมลด็ และผล และยกตัวอย่าง
การใช้ประโยชนจ์ ากโครงสร้าง
ตา่ ง ๆ ของเมล็ด และผล
16. ทดลอง และอธบิ ายเกี่ยวกบั ปัจจยั ต่าง ๆ ทมี่ ี ผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ด
และบอกแนวทางในการแกส้ ภาพพกั ตัว ของเมลด็
17. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายบทบาทและหนา้ ที่ของ ออกซนิ ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลนิ เอทลิ ีน และ
กรดแอบไซซกิ และอภปิ รายเกีย่ วกับ การนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
18. สบื คน้ ขอ้ มลู ทดลอง และอภิปรายเกี่ยวกับ สิง่ เร้าภายนอกทีม่ ีผลตอ่ การเจรญิ เตบิ โต ของพชื
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว30253 Biology for MEP3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาชีววิทยา เกย่ี วกบั กระบวนการย่อยอาหารของจลุ นิ ทรยี ์ สัตว์ท่ีไมม่ ที างเดินอาหาร
สัตวท์ ีม่ ที างเดินอาหารแบบไมส่ มบรู ณ์ สัตว์ท่มี ีทางเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ์ กระบวนการยอ่ ยอาหาร
และการดูดซมึ สารอาหารของมนุษย์ โครงสร้างท่ใี ชใ้ นการแลกเปลีย่ นแก๊สของฟองนำ้ ไฮดรา พลา
นาเรยี ไสเ้ ดอื น-ดิน แมลง ปลา กบ และนก โครงสรา้ งทใ่ี ช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สของมนุษย์
ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมนุ เวยี นเลอื ดแบบปิด โครงสรา้ ง การทำงานของหวั ใจ
และหลอดเลือดมนุษย์ เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เมด็ เลือดขาว เพลตเลต พลาสมา หมู่เลือดระบบ
ABO และหมู่เลือดระบบ Rh ระบบน้ำเหลอื ง ระบบภมู คิ ้มุ กัน ความผดิ ปกติของระบบภูมิค้มุ กนั
ระบบขบั ถา่ ยของสตั ว์ ระบบขบั ถา่ ยของคน และความผดิ ปกติของไตอนั เน่ืองมาจากโรคตา่ งๆ
โดยใชท้ กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพ่ือฝึกทักษะสืบคน้ ขอ้ มูล สงั เกต อธิบาย
อภปิ ราย เปรยี บเทยี บ ทดลอง และสรุป
เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 4
ขอ้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
, 19 , 20, 21
รวม 21 ผลการเรยี นรู้
1. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสรา้ ง และกระบวนการย่อยอาหารของสตั วท์ ี่ไม่มี
ทางเดนิ อาหาร สตั ว์ท่ีมที างเดนิ อาหาร แบบไม่สมบรู ณ์ และสัตว์ทม่ี ีทางเดินอาหาร แบบสมบูรณ์
2. สังเกต อธิบาย การกินอาหารของไฮดรา และพลานาเรยี
3. อธบิ ายเก่ียวกบั โครงสรา้ ง หนา้ ท่ี และ กระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึม สารอาหาร
ภายในระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์
4. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ ง ทีท่ ำหน้าที่แลกเปลี่ยนแกส๊ ของฟองน้ำ
ไฮดรา
พลานาเรยี ไส้เดอื นดิน แมลง ปลา กบ และนก
5. สังเกต และอธบิ ายโครงสร้างของปอดในสัตว์ เลยี้ งลกู ด้วยนำ้ นม
6. สืบค้นขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างที่ใชใ้ นการ แลกเปลี่ยนแกส๊ และกระบวนการแลกเปลี่ยน แก๊ส
ของมนุษย์
7. อธบิ ายการทำงานของปอด และทดลองวดั ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนษุ ย์
8. สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรียบเทยี บระบบ หมุนเวยี นเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวยี น
เลอื ดแบบปิด
9. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลือด และการเคล่ือนทีข่ องเซลล์เมด็ เลือดในหางปลา
และสรุปความสัมพันธร์ ะหวา่ งขนาดของหลอด
10. อธิบายโครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจ และหลอดเลอื ดในมนษุ ย์
11. สังเกต และอธบิ ายโครงสร้างหวั ใจของสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ทศิ ทางการไหลของเลอื ด
ผ่านหัวใจของมนษุ ย์ และเขยี นแผนผังสรปุ การหมุนเวยี นเลือดของมนุษย์
12. สืบคน้ ขอ้ มูล ระบุความแตกต่างของ เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลลเ์ มด็ เลือดขาว เพลตเลต
และพลาสมา
13. อธบิ ายหมเู่ ลอื ดและหลกั การใหแ้ ละรับเลือด ในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกบั ส่วนประกอบและ หนา้ ท่ขี องน้ำเหลอื ง รวมทั้งโครงสร้างและ
หนา้ ทขี่ องหลอดน้ำเหลอื ง และต่อมน้ำเหลือง
15. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบาย และเปรียบเทยี บกลไก การต่อต้านหรอื ทำลายสิง่ แปลกปลอม แบบไม่
จำเพาะและแบบจำเพาะ
16. สืบค้นข้อมลู อธบิ าย และเปรียบเทยี บ การสร้างภูมิคมุ้ กนั ก่อเองและภูมิคมุ้ กนั รบั มา
17. สบื คน้ ขอ้ มูล และอธิบายเก่ยี วกบั ความผิดปกติ ของระบบภมู คิ ุ้มกนั ท่ที ำใหเ้ กิดเอดส์ ภมู แิ พ้
การสรา้ งภมู ติ ้านทานตอ่ เนอื้ เย่อื ตนเอง
18. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทยี บ โครงสรา้ งและหน้าท่ีในการกำจัดของเสีย ออกจาก
ร่างกายของฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรยี ไส้เดือนดนิ แมลง และสัตวม์ กี ระดกู สนั หลัง
19. อธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ที่ของไต และ โครงสรา้ งท่ีใชล้ ำเลยี งปัสสาวะออกจากรา่ งกาย
20. อธิบายกลไกการทำงานของหน่วยไต ในการ กำจัดของเสยี ออกจากร่างกาย และเขียน
แผนผังสรปุ ขน้ั ตอนการกำจดั ของเสีย ออกจาก
ร่างกายโดยหนว่ ยไต
21. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และยกตัวอย่างเกย่ี วกบั ความผิดปกติของไตอนั เน่อื งมาจากโรคต่าง ๆ