The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jiraporn.ga74, 2022-09-09 01:23:54

หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)

รหสั ตวั ชวี้ ดั
ศ 1.1 ม3/1, ม3/2, ม3/3, ม3/4, ม3/5,
ศ 1.2 ม3/1
ศ 2.1 ม3/1, ม3/2, ม3/3
ศ 2.2 ม3/1
ศ 3.1 ม3/1, ม3/2, ม3/3
ศ 3.2 ม3/1

รวมทงั้ หมด 14 ตวั ชว้ี ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ศ23102 ศลิ ปะ 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาและฝึกปฏิบตั ิงานศิลปะ โดยใช้ความรเู้ รอื่ งทัศนธาตแุ ละหลกั การออกแบบเบือ้ งตน้ เทนนคิ วิธีการ
ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ วธิ ีใชท้ ัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ของตนเองใหม้ ีคุณภาพ มี
ทกั ษะในการสร้างงานทัศนศลิ ป์ มีทกั ษะในการผสมผสานวสั ดตุ า่ งๆ ในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ โดยใชห้ ลักการ
ออกแบบสร้างงานทศั นศิลป์ท้ังสองมติ แิ ละสามมิติเพอ่ื ถ่ายทอดประสบการณแ์ ละจินตนาการ สรา้ งสรรค์งาน
ทศั นศิลป์สื่อความหมายเป็นเรอื่ งราวได้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและประโยชนใ์ ช้สอย ศึกษาเก่ียวกับงาน
ทศั นศิลปท์ ีส่ ะทอ้ นคุณค่าของวฒั นธรรม ในแต่ละยุคสมยั ของวฒั นธรรมไทยและสากลนำความรู้ศิลปะมาบูรณาการ
กบั สาระการเรียนรอู้ ่นื และในชีวิตประจำวนั ได้

ฝึกและปฏิบัติงานทัศนศิลป์ วิธีใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ของตนเองให้มี
คุณภาพ มีทักษะในการสร้างงานทัศนศิลป์ มีทักษะในการผสมผสานวัสดุต่างๆ ในการสร้างงานทัศนศิลป์โดยใช้
หลักการออกแบบสร้างงานทัศนศิลป์ท้ังสองมิติ และสามมิติเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ สร้างสรรค์
งานทัศนศลิ ป์ของวัฒนธรรมไทยและสากล

ศกึ ษาเกย่ี วกบั ภาษาทา่ ทม่ี าจากธรรมชาติ กับภาษาทา่ ท่มี าจากการประดษิ ฐ์ หลกั การวจิ ารณ์ตาม
องคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์ การประดษิ ฐท์ ่ารำ และทา่ ทางประกอบการแสดง วธิ เี ลอื กการแสดง ขน้ั ตอนการแสดง
ประโยชน์และคณุ ค่าของการแสดง การออกแบบสร้างสรรค์อุปกรณ์ เครือ่ งแต่งกาย เพื่อแสดงนาฏศิลป์
ความสำคัญและบทบาทของนาฏศิลป์ในชีวิตประจำวนั และ
การอนรุ ักษน์ าฏศิลป์

เปรยี บเทยี บความแตกต่างระหว่างงานดนตรขี องตนและผอู้ ื่นโดยการเปรียบเทยี บดา้ นรปู แบบของบทเพลง
การเรยี บเรยี งเสียงประสานและอทิ ธพิ ลของดนตรีท่ีมตี ่อบุคคล สงั คม นำเสนอผลงานทางดนตรี ผลงานทางบทเพลง
การคดั เลอื กวงดนตรี สถานทเ่ี หมาะสมในการแสดง

โดยใชค้ วามรูพ้ ัฒนาการงานทัศนศลิ ปข์ องชาตแิ ละท้องถ่นิ แต่ละยคุ สมัย เห็นคุณคา่ งานทัศนศิลป์ที่สะทอ้ น
วฒั นธรรม และภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล การศกึ ษาและเปรียบเทยี บส่ิงทเ่ี ป็นผลงานของตนและ
เพอื่ นค้นควา้ เกยี่ วกับดนตรที ่ีมีอิทธิพลต่อสงั คมส่วนรวมและการฝึกปฏบิ ัติทางดนตรีอย่างมคี ณุ ภาพ รถู้ ึงรูปแบบของ
การประพนั ธ์เพลงทแ่ี ตกต่างกันร้ถู งึ ความสำคญั ของดนตรที ีอ่ ยู่คู่กบั มนุษย์มาอย่างช้านาน ร้วู ิธกี ารคดั เลือกบทเพลง
และวงดนตรี สถานท่ที ่พี รอ้ มในการบรรเลงในแต่ละคร้งั ฝึกปฏบิ ตั ิเปรยี บเทียบภาษาทา่ ทมี่ าจากธรรมชาติ กับภาษา
ทา่ ที่มาจากการประดษิ ฐก์ ารวิจารณต์ ามองค์ประกอบนาฏศลิ ป์ เลอื กการแสดง จัดการแสดงตามขั้นตอน ประดษิ ฐ์
ท่ารำ และทา่ ทางประกอบการแสดง ประโยชนแ์ ละคุณค่าของการแสดง การออกแบบสรา้ งสรรคอ์ ปุ กรณ์ เคร่ือง
แตง่ กาย เพอ่ื แสดงนาฏศลิ ป์ รูถ้ ึงรปู แบบของการประพันธ์เพลงที่แตกต่างกนั รถู้ งึ ความสำคัญของดนตรีที่อยู่คูก่ บั
มนษุ ยม์ าอย่างช้านาน รูว้ ธิ ีการคัดเลอื กบทเพลง และวงดนตรี สถานทท่ี ่พี รอ้ มในการบรรเลงในแต่ละครัง้

มีความสามารถในการสอื่ สาร การคิด การแกป้ ัญหา การใช้ทกั ษะชวี ิต เกิดทักษะการปฏิบตั ิกิจกรรมกล่มุ
การคดิ แกป้ ญั หา การคิดสรา้ งสรรค์ เกดิ สุนทรยี ภาพ เหน็ คุณคา่ ความสำคญั และความสัมพันธ์ระหวา่ งนาฏศลิ ป์
หรือการละครกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่น ๆ

รหสั ตวั ชว้ี ัด
ศ 1.1 ม3/6, ม3/7, ม3/8, ม3/9, ม3/10, ม3/11

ศ 1.2 ม3/2
ศ 2.1 ม3/3, ม3/4, ม3/5, ม3/6, ม3/7,
ศ 2.2 ม3/2
ศ 3.1 ม3/4, ม3/5, ม3/6, ม3/7,
ศ 3.2 ม3/2

รวมท้ังหมด 18 ตัวช้ีวดั

กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

รายวชิ าการงานอาชพี

ง21101 การงานอาชพี 1 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต

ง21103 การงานอาชีพ 2 20 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
ง22101 การงานอาชีพแ 3 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต

ง22103 การงานอาชีพ 4 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต
ง23101 การงานอาชีพ 5 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
ง23103 การงานอาชีพ 6 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกิต

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ง21101 การงานอาชพี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1

ศึกษาความหมาย ความสำคญั และประโยชนข์ องการทำความสะอาดบ้าน เครื่องใช้ในบา้ นและบรเิ วณ
บ้าน เขา้ ใจวธิ ีการข้นั ตอนการทำงาน การจัดการในบา้ น สามารถทำงานประดษิ ฐ์ และประเมนิ ผลการทำงาน
เลอื กใช้ ซ่อมแซม ดัดแปลง เก็บบำรุงรักษา เครื่องมอื เครอ่ื งใช้ในการทำงานบา้ น งานเกษตร งานชา่ ง ประดิษฐ์
งานธรุ กิจ วิเคราะหข์ ้อมูล วางแผนเก่ยี วกับการทำงานและแกไ้ ขปญั หาได้อย่างเหมาะสม

โดยใช้กระบวนการทีห่ ลายหลาย เลือกใชเ้ ทคโนโลยไี ด้อย่างสรา้ งสรรค์ โดยเน้นการปฏิบัตใิ ห้เกดิ ทักษะ
กระบวนการทำงานที่เก่ียวกับงานบา้ น งานเกษตร งานชา่ ง งานประดิษฐ์ งานธรุ กิจ เพ่ือให้สามารถทำงานร่วมกัน
ไดอ้ ยา่ งมีความสขุ และงานสำเร็จตามเป้าหมายและมปี ระสิทธิภาพ

มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษ์พลังงานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม เหน็ คุณคา่ ของการทำงาน มกี ิจนสิ ยั
การทำงาน ทำงานด้วยความประณีต รอบคอบ ปลอดภยั สะอาด มเี จตคติทีด่ ตี อ่ งานอาชพี สจุ ริต มองเหน็
ช่องทางในการนำความรูเ้ กีย่ วกับงานต่าง ๆ มาใช้ในชวี ิตประจำวัน และประกอบอาชพี ในอนาคต

รหสั ตวั ชวี้ ดั
ง 1.1 ม.2/1 ,ม.2/2 ,ม.2/3 ,ม.2/4 ,ม.2/5 ,ม.2/6

รวมท้งั หมด 6 ตัวชวี้ ดั

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ง21103 การงานอาชพี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 2

ศกึ ษาความหมาย ลักษณะ ประเภทของบา้ นน่าอยู่ การวางแผน ขั้นตอนการทำงาน
การใชแ้ ละเก็บวัสดอุ ปุ กรณอ์ ำนวยความสะดวกในการทำงานบ้าน การดูแลเส้อื ผ้าอย่างมีประสทิ ธภิ าพ การถนอม
อาหาร การประดษิ ฐ์ของเลน่ ของใช้ ของประดับตกแตง่ จากวัสดุในทอ้ งถน่ิ การทำบญั ชีรายรบั รายจา่ ย

โดยปฏิบัติการวางแผน ขน้ั ตอนการทำงาน ใช้และเกบ็ วสั ดุอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงาน
บ้าน การดแู ลเสื้อผ้าอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ การถนอมอาหาร การประดิษฐข์ องเลน่ ของใช้ ของประดบั ตกแตง่ จาก

วสั ดใุ นทอ้ งถนิ่ การทำบัญชรี ายรับ รายจ่าย
มีทกั ษะการออกแบบ ขัน้ ตอนการทำงาน เลือกและใช้วสั ดใุ นการทำงาน การทำบัญชี

รายรบั รายจา่ ย ตัดสินใจแกป้ ญั หาการทำงานอย่างมเี หตผุ ล มคี วามรบั ผดิ ชอบ ใฝร่ ู้ใฝ่เรียน มคี วามมุ่งม่นั พฒั นา

อาชพี มีคุณธรรม และมีเจตคตทิ ีด่ ีตอ่ อาชพี

รหสั ตวั ชว้ี ัด
ง 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3

รวมทง้ั หมด ๓ ตวั ช้ีวัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ง22101 การงานอาชพี 3 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1

ศึกษาความหมายความสำคญั เก่ียวกบั บทบาทหนา้ ที่ของสมาชิกในครอบครวั อธิบายวธิ กี าร ขนั้ ตอน
กระบวนการทำงาน การจัดการงานบ้าน งานเกษตร งานชา่ ง งานประดษิ ฐ์ และแนวทางการเลือกอาชพี ใน
อนาคต

วิเคราะห์ ขั้นตอน กระบวนการทำงานเลอื กใช้ เคร่ืองมอื วสั ดุ อปุ กรณ์ อย่างสรา้ งสรรค์ และเหมาะสมกบั
งานโดยคำนึงถงึ ความคมุ้ คา่ มีประสิทธภิ าพ อนรุ กั ษ์ส่ิงแวดลอ้ ม และสงั คม ลงมือผลิตช้ินงานตามขัน้ ตอน

กระบวนการทำงานโดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม นำเสนอผลงาน และแนวทางการประกอบอาชีพได้อยา่ งสรา้ งสรรค์
มีทกั ษะ เจตคติ ที่ดตี ่อการประกอบอาชพี เห็นความสำคัญของการสรา้ งอาชพี ทำงานด้วยความเสียสละ

และการแก้ปญั หา อย่างมเี หตุผล

รหสั ตวั ชว้ี ดั
ง 1.1 ม.1/1,ม1/2,ม1/3

รวมท้ังหมด ๓ ตวั ชีว้ ดั

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ง22103 การงานอาชพี 4 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2

ศกึ ษาวิธกี ารจัดและตกแตง่ บ้าน การเตรยี มประกอบจดั ตกแต่ง และบริการเครอื่ งดื่ม การดูแลรักษาและ
ตกแต่งสวน การเลี้ยงสัตว์ การจัดการผลผลิตการประดิษฐ์ของใชข้ องตกแตง่ จากวัสดใุ นทอ้ งถ่นิ การตดิ ตอ่ สอ่ื สาร
และใชบ้ ริการกบั หนว่ ยงานต่าง ๆ การอนุรักษ์พลงั งานและส่ิงแวดลอ้ ม การจัดประสบการณอ์ าชีพการเตรยี มตัวเขา้

สอู่ าชีพ และทกั ษะที่จำเป็นต่อการประการอาชพี
โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะ

กระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั ทักษะการแสวงหาความรู้ ฝึกปฏบิ ัติทกั ษะท่ีจำเปน็ ตอ่ การประกอบ
อาชพี ดว้ ยทักษะกระบวนการทำงาน การแก้ปญั หา การทำงานรว่ มกนั ตลอดจนการแสวงหาความรจู้ ากแหล่งเรียนรู้
ตา่ งๆ

มีคุณธรรม มีเจตคติที่ดีต่ออาชพี มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานทัพยากร และส่งิ แวดลอ้ มอย่างประหยัดและคุ่ม
ค่า เพื่อการดำรงชีวิต และครอบครัว ในการประกอบอาชีพ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการดำรงชีวิต

ครอบครวั และการทำงาน สามารถอยู่รว่ มกนั ในสงั คมอย่างมีความสุข

รหสั ตวั ช้ีวดั
ง 1.1 ม 2/1, ม 2/2, ม 2/3

รวมทัง้ หมด ๓ ตวั ชีว้ ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ง23101 การงานอาชพี 5 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1

ศึกษา กระบวนการเทคโนโลยีและการสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้ตาม กระบวนการเทคโนโลยี อย่างปลอดภัย
ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง 3 มิติ หรือภาพฉาย เพื่อนำไปสู่การสร้างต้นแบบของส่ิงของเคร่ืองใช้
หรือถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจำลองความคิดและการรายงานผล เพื่อนำเสนอวิธีการ มีความคิด

สร้างสรรค์ในการแก้ปญั หาหรอื สนองความตอ้ งการในงานท่ีผลติ เอง เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์ ต่อชีวติ สงั คม
สิ่งแวดล้อม และมีการจัดการเทคโนโลยีด้วยการลดการใช้ทรัพยากรหรือเลือกใช้เทคโนโลยีด้วยการลดการใช้

ทรัพยากร หรือเลือกใช้เทคโนโลยีท่ีไม่มผี ลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดว้ ยกระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการทำงาน
เป็นกลุ่ม และกระบวนการแกป้ ญั หา

โดยการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ และอธิบายหลักการเบื้องต้นของการสื่อสารข้อมูล และเครือข่าย

คอมพิวเตอร์ อธิบายหลักการ และวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ค้นหาข้อมูลและ
ตดิ ต่อส่ือสารผ่านเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์

มีคุณธรรม และจริยธรรม ด้วยกระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม และกระบวนการ
แก้ปญั หา

รหัสตัวชวี้ ัด
ง 2.1 ม 2/1, ม 2/2, ม 2/3, ม 2/4

รวมท้งั หมด 8 ตวั ชีว้ ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ง23103 การงานอาชพี 6 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2

ศึกษา ข้ันตอนการทำงาน การซัก ตาก พับ เก็บ เส้ือผ้าที่ต้องการ การดูแลอย่างประณีต การสร้างช้ินงาน
หรือผลงาน การทำงานร่วมกันในการเตรียม ประกอบ อาหารประเภทสำรับ การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุ
ธรรมชาติ การจัดการในดา้ นธรุ กจิ ประเภทต่างๆ การขยายพันธ์พุ ืช การติดตั้ง/ประกอบผลิตภัณฑ์ท่ีใช้ในบ้าน โดยใช้

วธิ กี ารทางงานเย็บ ปัก ถัก จกั สาน และงานปลกู พืชในท้องถน่ิ ระดับของเทคโนโลยี แบ่งตามระดับความรู้ท่ีใช้เปน็ 3
ระดบั คือ ระดับพน้ื บ้านหรือพ้ืนฐานระดับกลาง และระดับสูง การสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้หรือวธิ ีการตามกระบวนการ

เทคโนโลยี จะทำให้ผู้เรียนทำงานอย่างเป็นระบบ สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้ง่าย ภาพฉาย เป็นภาพแสดง
รายละเอียดของชน้ิ งาน ประกอบดว้ ยภาพด้านหน้า ดา้ นข้าง ด้านบน แลดงขนาดและหน่วยวัด เพอื่ นำไปสร้างชิน้ งาน

โดยใช้กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการพัฒนาค่านิยม กระบวนการทำงานเกลุ่ม

และกระบวนการแก้ปญั หา
มีความรู้ ความเข้าใจ ความคิด การใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างประหยัด ใช้ทักษะในการทำงานร่วมกัน

อย่างมีคุณธรรม และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำภูมิปัญญาท้องถ่ินเข้ามา
ประยุกตใ์ ช้ในการดำรงชีวิตอยู่ในสงั คมรว่ มกันอย่างมคี วามสขุ

รหสั ตัวช้วี ัด
ง 1.1 ม 3/1, ม 3/2, ม3/3
ง 2.1 ม 3/1, ม 3/2

รวมทง้ั หมด 5 ตวั ชี้วัด

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

รายวชิ าภาษาต่างประเทศพนื้ ฐาน

อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.5 หน่วยกิต
อ21102 ภาษาองั กฤษ 2 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 1.5 หน่วยกิต
อ22101 ภาษาองั กฤษ 3 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกิต

อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกิต
อ23101 ภาษาองั กฤษ 5 60 ช่วั โมง/ภาคเรียน 1.5 หนว่ ยกติ

อ23102 ภาษาองั กฤษ 6 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 1.5 หน่วยกิต

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

อ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ

ปฏิบัตติ ามและใช้คำขอร้อง คำแนะนำ คำช้ีแจงง่าย ๆ ท่ีฟัง และอ่าน เลือกหัวข้อเรื่อง สรุปใจความ
สำคัญ พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็น ให้เหตุผล และยกตัวอย่างประกอบจากการอ่านข้อความ เรื่องราว ข่าว เหตุการณ์
นทิ าน บทร้อยกรองสั้น ๆ เร่ืองใกล้ตวั และเร่ืองทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสังคม ระบุ เขียน เปรยี บเทียบและอธิบายความ
เหมือน และความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และลำดับคำตาม
โครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและของไทย ขอและให้ข้อมูล แสดงความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเห็น
เก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว โดยใช้ภาษา น้ำเสียง กริยาท่าทางได้อ ย่าง
เหมาะสม และถูกต้องตามกาลเทศะ เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วัน
สำคัญ และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับภาษาไทย พร้อมท้ังเข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษา และโอกาส
ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา คน้ คว้า รวบรวม และการนำเสนอคำศัพท์ทเ่ี กย่ี วข้องกับกลมุ่ สาระ
การเรียนรู้อ่ืน พร้อมทงั้ ใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ท่เี กิดขน้ึ ในห้องเรียน สถานศึกษาและในทอ้ งถ่นิ และใช้
ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และการรวบรวมคำศัพท์ที่เกยี่ วข้องใกล้ตวั จากสอื่ และแหล่งการเรียนรตู้ ่าง ๆและเป็นวง
คำศพั ทส์ ะสมประมาณ ๑,๔๐๐- ๑,๕๕๐ คำ

โดยใชท้ ักษะกระบวนการปฏิบัติในการฟัง การพูด การอา่ น การเขียน เพ่ือให้เกิดความรู้ความ
เข้าใจ สามารถอ่านออก เขียนได้ และสามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้โดยใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเหมาะสมกับวัยและ
สถานการณต์ า่ ง ๆ

เห็นประโยชน์ของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ใฝ่เรียนรู้ในการแสวงหาความรู้ ความบันเทิงและการ
เขา้ สสู่ ังคม สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษา และวัฒนธรรม รักความเปน็ ไทย ตลอดจนมีความม่งุ มนั่ ในการทำงาน
จนสำเร็จ และสามารถปฏิบตั งิ านร่วมกบั ผอู้ นื่ อยา่ งมีความสุข

ตัวชวี้ ัด ต.๑.๒ ม.๑/๑ - ม.๑/๕ ต.๑.๓ ม.๑/๑ - ม.๑/๓
ต.๑.๑ ม.๑/๑ - ม.๑/๔ ต.๒.๒ ม.๑/๑ - ม.๑/๒
ต.๒.๑ ม.๑/๑ - ม.๑/๓
ต.๓.๑ ม.๑/๑ ต.๔.๒ ม.๑/๑ - ม.๑/๒
ต.๔.๑ ม.๑/๑

รวม ๒๐ ตวั ช้ีวดั

อ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ

เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต

ปฏิบัติตามและใช้คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจงง่าย ๆ ท่ีฟัง และอ่าน เลือกหัวข้อเรื่อง สรปุ ใจความ
สำคัญ พรอ้ มทั้งแสดงความคิดเห็น ให้เหตุผล และยกตัวอย่างประกอบจากการอ่านข้อความ เรื่องราว ข่าว เหตุการณ์
นิทาน บทรอ้ ยกรองสั้น ๆ เรือ่ งใกล้ตัว และเร่ืองทอ่ี ยู่ในความสนใจของสงั คม ระบุ เขยี น เปรยี บเทียบและอธิบายความ
เหมือน และความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน และลำดับคำตาม
โครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและของไทย ขอและให้ข้อมูล แสดงความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเห็น
เกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว โดยใช้ภาษา น้ำเสียง กริยาท่าทางได้อย่าง
เหมาะสม และถูกต้องตามกาลเทศะ เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วัน
สำคัญ และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับภาษาไทย พร้อมทั้งเข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษา และโอกาส
ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา คน้ คว้า รวบรวม และการนำเสนอคำศัพท์ทเี่ กย่ี วข้องกับกลมุ่ สาระ
การเรียนรู้อืน่ พร้อมทั้งใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณ์ต่าง ๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ ในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษาและในท้องถนิ่ และใช้
ภาษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ และการรวบรวมคำศัพท์ทเ่ี ก่ยี วข้องใกล้ตัวจากสอ่ื และแหลง่ การเรยี นรตู้ ่าง ๆและเปน็ วง
คำศัพทส์ ะสมประมาณ ๑,๔๐๐- ๑,๕๕๐ คำ

โดยใชท้ ักษะกระบวนการปฏิบัติในการฟัง การพูด การอา่ น การเขียน เพ่อื ให้เกิดความรู้ความ
เข้าใจ สามารถอ่านออก เขียนได้ และสามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้โดยใช้ภาษาอังกฤษไดอ้ ย่างเหมาะสมกับวัยและ
สถานการณต์ า่ ง ๆ

เห็นประโยชน์ของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ใฝ่เรียนรู้ในการแสวงหาความรู้ ความบันเทิงและการ
เขา้ สสู่ ังคม สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรม รกั ความเปน็ ไทย ตลอดจนมีความมุง่ มนั่ ในการทำงาน
จนสำเร็จ และสามารถปฏบิ ตั ิงานร่วมกบั ผอู้ ืน่ อยา่ งมคี วามสุข

ตวั ชวี้ ัด ต.๑.๒ ม.๑/๑ - ม.๑/๕ ต.๑.๓ ม.๑/๑ - ม.๑/๓
ต.๑.๑ ม.๑/๑ - ม.๑/๔ ต.๒.๒ ม.๑/๑ - ม.๑/๒
ต.๒.๑ ม.๑/๑ - ม.๑/๓
ต.๓.๑ ม.๑/๑ ต.๔.๒ ม.๑/๑ - ม.๑/๒
ต.๔.๑ ม.๑/๑

รวม ๒๐ ตวั ชวี้ ัด

อ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ปฏิบัติตามและใช้คำขอร้อง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธิบายต่าง ๆ ตามสถานการณ์ อ่าน
ออกเสยี ง เลือกหัวข้อเรื่อง สรุปใจความสำคัญ และรายละเอียดสนบั สนุน พรอ้ มทัง้ แสดงความคิดเห็น ให้เหตผุ ล
และยกตัวอย่างประกอบจากการอ่านข้อความ เร่ืองราว ข่าว ประกาศ กจิ กรรม บทร้อยกรองสนั้ ๆ เรื่องใกล้ตัว
และเร่ืองท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม ระบุ เขียน เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน และความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสยี ง ประโยคชนิดตา่ ง ๆ การใชเ้ คร่ืองหมายวรรคตอน และลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของ
ภาษาต่างประเทศและของไทย ขอและให้ข้อมูล แสดงความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเอง
กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ในห้องเรียน ในสถานศึกษา และ
ชมุ ชน โดยใช้ภาษา นำ้ เสียง กริยาท่าทางได้อย่างเหมาะสม และถูกตอ้ งตามกาลเทศะ เปรียบเทยี บความเหมอื น
และความแตกต่างระหวา่ งเทศกาล วันสำคัญ ชีวติ ความเป็นอยู่ และวฒั นธรรมประเพณี ของเจ้าของภาษากับ
ภาษาไทย พร้อมท้ังเข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษา และโอกาสตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา คน้ คว้า รวบรวม และการนำเสนอคำศัพทท์ เ่ี ก่ียวข้องกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อืน่ พรอ้ มท้ังใชภ้ าษาสอ่ื สาร
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรยี น สถานศึกษาและในทอ้ งถ่นิ และใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและ
การรวบรวมคำศพั ท์ที่เก่ียวข้องใกล้ตวั จากสอื่ และแหลง่ การเรยี นร้ตู ่าง ๆและเปน็ วงคำศพั ทส์ ะสมประมาณ ๑,๗๕๐ –
๑,๙๐๐ คำ

โดยใชท้ กั ษะกระบวนการปฏิบัตใิ นการฟงั การพูด การอา่ น การเขียน เพ่ือให้เกดิ ความรู้ความ
เข้าใจ สามารถอา่ นออก เขยี นได้ และสามารถสอ่ื สารสิ่งที่เรยี นรโู้ ดยใชภ้ าษาอังกฤษได้อย่างเหมาะสมกับวยั และ
สถานการณ์ตา่ ง ๆ

เห็นประโยชน์ของการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ ใฝ่เรียนรูใ้ นการแสวงหาความรู้ ความบนั เทงิ และการ
เข้าสู่สังคม สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรม รักความเป็นไทย ตลอดจนมีความมุ่งมั่นในการ
ทำงานจนสำเรจ็ และสามารถปฏบิ ัตงิ านรว่ มกบั ผู้อืน่ อยา่ งมีความสุข

ตวั ช้วี ัด

ต.๑.๑ ม.๒/๑ - ม.๒/๔ ต.๑.๒ ม.๒/๑ - ม.๒/๕ ต.๑.๓ ม.๒/๑ - ม.๒/๓

ต.๒.๑ ม.๒/๑ - ม.๒/๓ ต.๒.๒ ม.๒/๑ - ม.๒/๒ ต.๓.๑ ม.๒/๑

ต.๔.๑ ม.๒/๑ ต.๔.๒ ม.๑/๑ - ม.๑/๒

รวม ๒๑ ตัวชีว้ ัด

อ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ปฏิบัติตามและใช้คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายต่าง ๆ ตามสถานการณ์ อ่าน
ออกเสียง เลือกหวั ข้อเร่ือง สรุปใจความสำคัญ และรายละเอียดสนบั สนุน พร้อมท้ังแสดงความคิดเห็น ใหเ้ หตผุ ล
และยกตัวอยา่ งประกอบจากการอ่านข้อความ เรื่องราว ข่าว ประกาศ กิจกรรม บทร้อยกรองสัน้ ๆ เรื่องใกล้ตัว
และเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม ระบุ เขียน เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน และความแตกต่าง
ระหว่างการออกเสยี ง ประโยคชนดิ ต่าง ๆ การใช้เครือ่ งหมายวรรคตอน และลำดับคำตามโครงสรา้ งประโยค ของ
ภาษาต่างประเทศและของไทย ขอและให้ข้อมูล แสดงความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเห็นเก่ียวกับตนเอง
กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ในห้องเรียน ในสถานศึกษา และ
ชมุ ชน โดยใช้ภาษา นำ้ เสยี ง กริยาท่าทางได้อย่างเหมาะสม และถกู ต้องตามกาลเทศะ เปรียบเทยี บความเหมอื น
และความแตกตา่ งระหว่างเทศกาล วันสำคัญ ชีวติ ความเป็นอยู่ และวฒั นธรรมประเพณี ของเจ้าของภาษากับ
ภาษาไทย พร้อมท้ังเข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษา และโอกาสตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา ค้นคว้า รวบรวม และการนำเสนอคำศพั ท์ที่เกี่ยวขอ้ งกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อื่น พรอ้ มท้ังใชภ้ าษาส่อื สาร
ในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดขน้ึ ในห้องเรียน สถานศึกษาและในท้องถิ่น และใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ และ
การรวบรวมคำศัพท์ที่เก่ียวข้องใกลต้ ัวจากสอ่ื และแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆและเปน็ วงคำศพั ท์สะสมประมาณ ๑,๗๕๐ –
๑,๙๐๐ คำ

โดยใชท้ ักษะกระบวนการปฏบิ ัตใิ นการฟงั การพูด การอ่าน การเขียน เพือ่ ให้เกิดความรู้ความ
เข้าใจ สามารถอ่านออก เขียนได้ และสามารถส่ือสารสิ่งที่เรยี นรโู้ ดยใชภ้ าษาองั กฤษได้อยา่ งเหมาะสมกับวัยและ
สถานการณต์ ่าง ๆ

เห็นประโยชน์ของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ใฝ่เรียนรใู้ นการแสวงหาความรู้ ความบันเทิงและการ
เข้าสู่สังคม สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรม รักความเป็นไทย ตลอดจนมีความมุ่งม่ันในการ
ทำงานจนสำเรจ็ และสามารถปฏบิ ัตงิ านร่วมกบั ผู้อ่นื อย่างมีความสุข

ตวั ชว้ี ัด

ต.๑.๑ ม.๒/๑ - ม.๒/๔ ต.๑.๒ ม.๒/๑ - ม.๒/๕ ต.๑.๓ ม.๒/๑ - ม.๒/๓

ต.๒.๑ ม.๒/๑ - ม.๒/๓ ต.๒.๒ ม.๒/๑ - ม.๒/๒ ต.๓.๑ ม.๒/๑

ต.๔.๑ ม.๒/๑ ต.๔.๒ ม.๑/๑ - ม.๑/๒

รวม ๒๑ ตวั ชีว้ ัด

คำอธบิ ายรายวชิ า

อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ปฏิบัติตามและใช้คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายต่าง ๆ ตาม
สถานการณ์ อ่านออกเสียง เลอื กหัวข้อเรอื่ ง สรปุ ใจความสำคญั และรายละเอียดสนับสนนุ พรอ้ ม
ทั้งแสดงความคิดเห็น ให้เหตุผล และยกตัวอย่างประกอบจากการอ่านข้อความ เร่ืองราว ข่าว
โฆษณา ประกาศ กิจกรรม บทร้อยกรองสั้น ๆ เรอื่ งใกล้ตัว และเร่ืองทอ่ี ยู่ในความสนใจของสังคม
ระบุ เขยี น เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือน และความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยค
ชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของ
ภาษาต่างประเทศและของไทย ขอและให้ข้อมูล แสดงความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเห็น
เก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ใน
ห้องเรยี น ในสถานศึกษา และชุมชน โดยใช้ภาษา น้ำเสียง กริยาท่าทางได้อย่างเหมาะสม และ
ถกู ตอ้ งตามกาลเทศะ เปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งเทศกาล วันสำคัญ ชวี ิต
ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมประเพณี ของเจ้าของภาษากับภาษาไทย พร้อมทั้งเข้าร่วมหรือจัด
กิจกรรมทางภาษา ตามความสนใจให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาสตามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา สืบค้น ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง
เกี่ยวกับการนำเสนอคำศัพท์ท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์
ตา่ ง ๆ ทเี่ กิดข้ึนในหอ้ งเรียน สถานศึกษาและในท้องถน่ิ และใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และ
การรวบรวมคำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องใกล้ตัวจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ พร้อมท้ังประชาสัมพันธ์
ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนเป็นภาษาต่างประเทศและเป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ ๑,๔๐๐ –
๑,๕๕๐ คำ

โดยใช้ทักษะกระบวนการปฏิบัติในการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน เพื่อให้
เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถอ่านออก เขียนได้ และสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้โดยใช้
ภาษาองั กฤษได้อย่างเหมาะสมกบั วยั และสถานการณ์ตา่ ง ๆ

เห็นประโยชน์ของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ใฝ่เรียนรู้ในการแสวงหาความรู้ ความ
บันเทิงและการเข้าสู่สังคม สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรม รักความเป็นไทย
ตลอดจนมคี วามมุ่งมน่ั ในการทำงานจนสำเรจ็ และสามารถปฏิบัตงิ านรว่ มกบั ผู้อืน่ อยา่ งมคี วามสุข

ตวั ชี้วัด
ต.๑.๑ ม.๒/๑, ต.๑.๑ ม.๒/๒, ต.๑.๑ ม.๒/๓, ต.๑.๑ ม.๒/๔

ต.๑.๒ ม.๒/๑, ต.๑.๒ ม.๒/๒, ต.๑.๒ ม.๒/๓, ต.๑.๒ ม.๒/๔, ต.๑.๒ ม.๒/๕
ต.๑.๓ ม.๒/๑, ต.๑.๓ ม.๒/๒, ต.๑.๓ ม.๒/๓
ต.๒.๑ ม.๒/๑, ต.๒.๑ ม.๒/๒, ต.๒.๑ ม.๒/๓
ต.๒.๒ ม.๒/๑, ต.๒.๒ ม.๒/๒
ต.๓.๑ ม.๒/๑, ต.๔.๑ ม.๒/๑, ต.๔.๒ ม.๑/๑, ต.๔.๒ ม.๑/๒,

รวม ๒๑ ตวั ช้วี ัด

คำอธบิ ายรายวชิ า

อ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ปฏิบัติตามและใช้คำขอร้อง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธิบายต่าง ๆ ตาม
สถานการณ์ อ่านออกเสียง เลอื กหัวขอ้ เรอื่ ง สรปุ ใจความสำคัญ และรายละเอยี ดสนับสนนุ พรอ้ ม
ทั้งแสดงความคิดเห็น ให้เหตุผล และยกตัวอย่างประกอบจากการอ่านข้อความ เรื่องราว ข่าว
โฆษณา ประกาศ กิจกรรม บทร้อยกรองส้ัน ๆ เร่อื งใกล้ตัว และเร่ืองทอี่ ยู่ในความสนใจของสงั คม
ระบุ เขยี น เปรยี บเทียบและอธบิ ายความเหมอื น และความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยค
ชนิดต่าง ๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน และลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของ
ภาษาต่างประเทศและของไทย ขอและให้ข้อมูล แสดงความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเห็น
เกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ สถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ใน
ห้องเรียน ในสถานศึกษา และชุมชน โดยใช้ภาษา น้ำเสียง กริยาท่าทางได้อย่างเหมาะสม และ
ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ เปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล วันสำคญั ชวี ิต
ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมประเพณี ของเจ้าของภาษากับภาษาไทย พร้อมทั้งเข้าร่วมหรือจัด
กิจกรรมทางภาษา ตามความสนใจให้เหมาะสมกับบุคคลและโอกาสตามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา สืบค้น ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้ ข้อมูล ข้อเท็จจริง
เก่ียวกับการนำเสนอคำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์
ตา่ ง ๆ ทีเ่ กิดข้ึนในหอ้ งเรยี น สถานศึกษาและในท้องถิน่ และใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและ
การรวบรวมคำศัพท์ที่เก่ียวข้องใกล้ตัวจากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ พร้อมท้ังประชาสัมพันธ์
ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนเป็นภาษาต่างประเทศและเป็นวงคำศัพท์สะสมประมาณ ๑,๔๐๐ –
๑,๕๕๐ คำ

โดยใช้ทกั ษะกระบวนการปฏิบตั ิในการฟัง การพูด การอ่าน การเขยี น เพ่ือให้
เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถอ่านออก เขียนได้ และสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้โดยใช้
ภาษาองั กฤษได้อยา่ งเหมาะสมกบั วัยและสถานการณ์ตา่ ง ๆ

เห็นประโยชน์ของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ใฝ่เรียนรู้ในการแสวงหาความรู้ ความ
บันเทิงและการเข้าสู่สังคม สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรม รักความเป็นไทย
ตลอดจนมีความมุ่งมนั่ ในการทำงานจนสำเรจ็ และสามารถปฏบิ ตั งิ านรว่ มกบั ผ้อู ื่นอย่างมีความสขุ

ตัวชี้วดั
ต.๑.๑ ม.๒/๑, ต.๑.๑ ม.๒/๒, ต.๑.๑ ม.๒/๓, ต.๑.๑ ม.๒/๔
ต.๑.๒ ม.๒/๑, ต.๑.๒ ม.๒/๒, ต.๑.๒ ม.๒/๓, ต.๑.๒ ม.๒/๔, ต.๑.๒ ม.๒/๕
ต.๑.๓ ม.๒/๑, ต.๑.๓ ม.๒/๒, ต.๑.๓ ม.๒/๓
ต.๒.๑ ม.๒/๑, ต.๒.๑ ม.๒/๒, ต.๒.๑ ม.๒/๓
ต.๒.๒ ม.๒/๑, ต.๒.๒ ม.๒/๒ ต.๓.๑ ม.๒/๑,
ต.๔.๑ ม.๒/๑, ต.๔.๒ ม.๑/๑, ต.๔.๒ ม.๑/๒,

รวม ๒๑ ตัวชว้ี ดั

รายวิชาเพมิ่ เตมิ ของสาระภาษาตา่ งประเทศ

รายวชิ าภาษาองั กฤษเพ่มิ เติม

อ๒๐๒๑๑ การสนทนาภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกติ

อ๒๐๒๑๒ การสนทนาภาษาอังกฤษ ๒ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ

อ๒๐๒๒๑ การสนทนาภาษาอังกฤษ ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต

อ๒๐๒๒๒ การสนทนาภาษาอังกฤษ ๔ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ

อ๒๐๒๓๑ การสนทนาภาษาอังกฤษ ๕ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต

อ๒๐๒๓๒ การสนทนาภาษาอังกฤษ ๖ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต

อ๒๐๒๒๑ English for Communication ๑ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หน่วยกิต

อ๒๐๒๒๒ English for Communication ๒ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกติ

อ๒๐๒๒๓ English for Communication ๓ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หน่วยกิต

อ๒๐๒๒๔ English for Communication ๔ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ

อ๒๐๒๒๕ English for Communication ๕ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต

อ๒๐๒๒๖ English for Communication ๖ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ

รายวชิ าภาษาจนี เพม่ิ เตมิ

จ๒๐๒๑๑ ภาษาจีน ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต

จ๒๐๒๑๒ ภาษาจนี ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต

รายวิชาภาษาญปี่ นุ่ เพมิ่ เตมิ

ญ๒๐๒๑๑ ภาษาญ่ีปุ่น ๑ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต

ญ๒๐๒๑๒ ภาษาญปี่ นุ่ ๒ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต

รายวชิ าภาษาฝรง่ั เศสเพม่ิ เตมิ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ
ฝ๒๐๒๑๑ ภาษาฝร่งั เศส ๑ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต
ฝ๒๐๒๑๒ ภาษาฝรัง่ เศส ๑

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

อ๒๐๒๑๑ การสนทนาภาษาองั กฤษ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

ศึกษาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร จากสิ่งท่ีอ่าน-ฟังและพบเห็นจากข่าวสาร
ข้อมูล สารคดี บันเทิงคดี จากส่ืออันหลากหลาย ทั้งส่ือส่ิงพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่เก่ียวกับ
ศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว / เหตุการณ์ ประเด็นท่ีอยู่ใน
ความสนใจของสังคม พูดแสดงความต้องการ และสื่อสาร อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม โต้ตอบสื่อ
ความ เลือกและใชค้ ำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง คำอธบิ าย อย่างคลอ่ งแคล่ว และแสดงความ
คิดเห็น ได้ตามต้องการ ใช้ ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางในการสื่อสารในสถานการณ์จริงและ
สถานการณจ์ ำลองอย่างเหมาะสมกับระดับของบุคคล เวลา โอกาส และสถานท่ี ถูกตอ้ งตามมารยาท
สังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

โดยเลือกใช้ทักษะกระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ทักษะการจำ คิด วิเคราะห์และเขียน ส่ือ
ความกระบวนการทำงานกลุ่ม/คู่ และสมรรถนะ ๕ สมรรถนะ คือ ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

เพ่ือให้นักเรียน เป็นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มี
วินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ อนุรักษ์
พลังงานและส่ิงแวดล้อม สืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ชุมชนร่วมพัฒนา ยึดปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง

ผลการเรยี นรู้
๑. สนทนาโตต้ อบข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองต่าง ๆ ใกลต้ ัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/

เหตุการณ์ ประเดน็ ท่ีอย่ใู นความสนใจของสังคม และส่อื สาร อย่างต่อเนือ่ งและเหมาะสม
๒. พูดแสดงความต้องการ เสนอ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จำลอง

หรือสถานการณจ์ ริงอยา่ งเหมาะสม
๓. พดู เพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรอ่ื ง/ประเด็น/ข่าว/เหตกุ ารณ์

ท่ฟี ังอยา่ งเหมาะสม
๔. พูดบรรยายความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับ กิจกรรม ประสบการณ์ และ

ขา่ วอยา่ งมีเหตุผล
๕. พูดนำเสนอข้อมูลเก่ียวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เร่ืองและประเด็นต่างๆ ตาม

ความสนใจของสงั คม
๖. เลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ี ตาม

มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
๗. คน้ คว้า/สืบคน้ บันทกึ สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมลู ท่ีเก่ียวข้องกับกลมุ่ สาระการ

เรยี นร้อู น่ื จากแหล่งเรยี นรตู้ ่างๆ และนำเสนอดว้ ยการพูด
รวมทงั้ หมด ๗ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

อ๒๐๒๑๒ การสนทนาภาษาองั กฤษ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต

ศึกษาทกั ษะการใชภ้ าษาอังกฤษเพอ่ื การสือ่ สาร จากส่ิงท่ีอา่ น-ฟังและพบเหน็ จากข่าวสาร
ข้อมลู สารคดี บันเทงิ คดี จากส่อื อันหลากหลาย ท้ังส่อื สงิ่ พมิ พ์และสอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ที่เกย่ี วกบั
ศลิ ปวฒั นธรรมภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ ประสบการณ์ สถานการณ์ ขา่ ว / เหตุการณ์ ประเดน็ ที่อย่ใู น
ความสนใจของสังคม พดู แสดงความตอ้ งการ และสือ่ สาร อยา่ งต่อเนือ่ งและเหมาะสม โต้ตอบส่ือ
ความ เลือกและใชค้ ำขอร้อง ใหค้ ำแนะนำ คำชี้แจง คำอธิบาย อย่างคลอ่ งแคลว่ และแสดงความ
คิดเหน็ ไดต้ ามตอ้ งการ ใช้ ภาษา นำ้ เสียง และกริ ิยาท่าทางในการสือ่ สารในสถานการณ์จริงและ
สถานการณ์จำลองอย่างเหมาะสมกับระดบั ของบุคคล เวลา โอกาส และสถานท่ี ถูกตอ้ งตามมารยาท
สังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา

โดยเลอื กใชท้ ักษะกระบวนการฟงั พูด อ่าน เขยี น ทกั ษะการจำ คิด วิเคราะห์และเขียน ส่อื
ความกระบวนการทำงานกลุ่ม/คู่ และสมรรถนะ ๕ สมรรถนะ คือ ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

เพื่อให้นักเรียน เป็นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มี
วินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ อนุรักษ์
พลังงานและส่ิงแวดล้อม สืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถ่ิน ชุมชนร่วมพัฒนา ยึดปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
๑. สนทนาโต้ตอบขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเองและเร่อื งต่าง ๆ ใกลต้ วั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/

เหตุการณ์ ประเด็นทีอ่ ยู่ในความสนใจของสงั คม และสอื่ สาร อย่างต่อเน่อื งและเหมาะสม
๒. พูดแสดงความตอ้ งการ เสนอ ตอบรบั และปฏิเสธการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์จำลอง

หรือสถานการณจ์ ริงอยา่ งเหมาะสม
๓. พูดเพ่อื ขอและใหข้ อ้ มูล บรรยาย และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรอ่ื ง/ประเดน็ /ข่าว/เหตุการณ์

ท่ีฟังอย่างเหมาะสม
๔. พูดบรรยายความรู้สึกและแสดงความคิดเหน็ ของตนเองเก่ยี วกับ กิจกรรม ประสบการณ์ และ

ข่าวอย่างมเี หตผุ ล
๕. พูดนำเสนอข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเอง ข่าว/เหตุการณ์ เรอ่ื งและประเดน็ ตา่ งๆ ตามความสนใจของ

สังคม
๖. เลือกใช้ภาษา น้ำเสยี ง และกิรยิ าทา่ ทางเหมาะกบั ระดับของบคุ คล โอกาส และสถานที่ ตาม

มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
๗. ค้นคว้า/สบื ค้น บนั ทึก สรุป และแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับข้อมลู ทีเ่ กีย่ วข้องกบั กลมุ่ สาระการ

เรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้ตา่ งๆ และนำเสนอดว้ ยการพดู

รวมทง้ั หมด ๗ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า

อ๒๐๒๒๑ การสนทนาภาษาองั กฤษ ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต

เขา้ ใจภาษา ทา่ ทาง น้ำเสียง ความรู้สึกของผูพ้ ูดเกี่ยวกับชีวติ ประจำวันและอนาคต สามารถ
อ่าน ออกเสียงได้อย่างถูกต้อง ใช้ภาษาตามมารยาทสังคมเพื่อแสดงความคิดเห็น ความต้องการของ
ตน ตลอดจนนำเสนอข้อมูล คำสง่ั คำขอร้อง คำแนะนำ คำอธิบายที่พบในส่ือจรงิ และสามารถแสดง
ความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้พอสมควร ข้อความท่ีซับซ้อนขึ้นตามระดับที่เรียน เสนอความ
ช่วยเหลือและบริการแก่ผู้อื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับระดับบุคคลและวัฒนธรรม
ของเจา้ ของภาษา เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นใช้ภาษาเปน็ เครอ่ื งมือในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ ตระหนักใน
ประโยชนแ์ ละคุณคา่ ของภาษาตา่ งประเทศในการเข้าส่สู งั คม

ผลการเรียนรู้
๑. เขา้ ใจภาษาทา่ ทาง นำ้ เสยี ง ความรู้สึกของผู้พูดในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้ถกู ต้อง
๒. เข้าใจและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อความ ขอ้ มูล และข่าวสารเกย่ี วกับเรอ่ื งท่ีอยู่ใน

ความสนใจในชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
๓. ใช้ภาษาตามมารยาทสังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และสามารถ

ดำเนินการสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้สื่อเทคโนโลยีท่ีมีอยู่ในแหล่งการเรียนรู้ท้ังใน
และนอกสถานศกึ ษา
๔. นำเสนอขอ้ มูล เรือ่ งราว รายงานทีเ่ กีย่ วกับประสบการณ์
๕. ใชภ้ าษาและท่าทางในการสอ่ื สารไดเ้ หมาะสมกับระดบั บุคคลและวัฒนธรรมของเจา้ ของ
ภาษา

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า

อ๒๐๒๒๒ การสนทนาภาษาองั กฤษ ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

เข้าใจภาษา ทา่ ทาง นำ้ เสียง ความรู้สึกของผู้พูดเกี่ยวกบั ชีวิตประจำวนั และอนาคต สามารถ
อ่าน ออกเสียงได้อย่างถูกต้อง ใช้ภาษาตามมารยาทสังคมเพื่อแสดงความคิดเห็น ความต้องการของ
ตน ตลอดจนนำเสนอข้อมูล คำสัง่ คำขอร้อง คำแนะนำ คำอธิบายที่พบในสื่อจริงและสามารถแสดง
ความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้พอสมควร ข้อความที่ซับซ้อนขึ้นตามระดับท่ีเรียน เสนอความ
ช่วยเหลือและบริการแก่ผู้อื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับระดับบุคคลและวัฒนธรรม

ของเจา้ ของภาษา เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นใช้ภาษาเปน็ เครอ่ื งมอื ในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี ตระหนักใน
ประโยชนแ์ ละคุณค่าของภาษาตา่ งประเทศในการเขา้ สู่สังคม

ผลการเรียนรู้
๑. เข้าใจภาษาท่าทาง นำ้ เสยี ง ความรู้สึกของผพู้ ดู ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดถ้ กู ต้อง
๒. เข้าใจและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อความ ข้อมูล และข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ใน
ความสนใจในชีวติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
๓. ใช้ภาษาตามมารยาทสังคมเพ่ือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบคุ คล และสามารถดำเนินการ
สือ่ สารได้อยา่ งต่อเนอ่ื งโดยใชส้ ือ่ เทคโนโลยที ่ีมีอย่ใู นแหล่งการเรียนรู้ท้งั ในและนอกสถานศกึ ษา
๔. นำเสนอข้อมูล เร่ืองราว รายงานที่เกีย่ วกบั ประสบการณ์
๕. ใช้ภาษาและท่าทางในการส่ือสารได้เหมาะสมกับระดับบุคคลและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา

รวม ๕ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า

อ๒๐๒๓๑ การสนทนาภาษาองั กฤษ ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต

ฝกึ ทักษะทางภาษาที่ใชใ้ น การแสดง ข้ันพื้นฐานงา่ ย ๆ ตามบทบาทสมมุติ และบทละครสั้น
อ่านบทบาทสมมุติบทละคร ตีความบทบาทสมมุติ บทละคร ใช้ภาษาสื่อสารประกอบท่าทาง การ
แสดง บทพูด ใช้ภาษาอังกฤษในการนำเสนอข้อมูลแก่ผู้อื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

กับระดับบุคคลและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำเสนอเกี่ยวกับกิจกรรมการแสดงได้อย่าง
ถูกตอ้ งและสร้างสรรค์

ผลการเรียนรู้
๑. เข้าใจ ภาษาทา่ ทาง การแสดง การพูด ใหเ้ หมาะสมกับบทบาท
๒. ใช้ภาษาทา่ ทางสอื่ สาร ไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓. แสดงเร่อื งราว ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั บทบาท
๔. เขา้ ใจความแตกตา่ งของภาษาพดู และภาษาเขียน ได้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
๕. ใช้ภาษาตามบทบาท ในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
๖. นำเสนอผลงานตอ่ ชุมชนได้อย่างเหมาะสม

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า

อ๒๐๒๓๒ การสนทนาภาษาองั กฤษ ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลาเรยี น ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต

ฝกึ ทักษะทางภาษาท่ีใช้ใน การแสดง งา่ ย ๆ ตามบทบาทสมมุติ และบทละคร อ่านบทบาท
สมมตุ ิ
บทละคร ตคี วามบทบาทสมมุติ บทละคร ใช้ภาษาสื่อสารประกอบทา่ ทาง การแสดง และบทพูด
ใช้ภาษาอังกฤษในการนำเสนอข้อมูลแก่ผู้อ่ืนในสถานการณ์ต่าง ๆ ท้ังในและนอกห้องเรียน ได้อย่าง
เหมาะสมกับระดับบุคคลและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำเสนอเกี่ยวกับกิจกรรมการแสดง
ตามความสนใจไดอ้ ยา่ งถูกต้องและสร้างสรรค์

ผลการเรยี นรู้
๑. เขา้ ใจ ภาษาทา่ ทาง การแสดง การพูด ใหเ้ หมาะสมกับบทบาท
๒. ใช้ภาษาท่าทางสื่อสาร ไดอ้ ย่างเหมาะสม
๓. แสดงเรื่องราว ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั บทบาท
๔. เขา้ ใจความแตกตา่ งของภาษาพูด และภาษาเขียน ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
๕. ใช้ภาษาตามบทบาท ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างถกู ตอ้ ง
๖. นำเสนอผลงานตอ่ ชุมชนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

รวม ๖ ผลการเรียนรู้

ญ๒๐๒๑๑ ภาษาญปี่ นุ่ ๑ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

เวลาเรยี น ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต

ปฏิบัติตามคำสั่ง คำแนะนำ อ่านและเขียนตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความส้ันๆ บท
สนทนา เนื้อหางา่ ยๆ นำเสนอขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองและแนะนำผูอ้ ื่น สนทนาในสถานการณ์ต่างๆ โดย
ใช้คำศัพท์และสำนวนง่ายๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันและเหตุการณ์ต่างๆ ใกล้ตัว จากการใช้ภาษา
น้ำเสียง กริยาท่าทางได้เหมาะสมกบั ระดับของบุคคล โอกาสและสถานที่ตามมารยาทของสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา ศึกษาขนบธรรมเนยี ม ประเพณีและวัฒนธรรมเจ้าของภาษา เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจในคำส่ัง คำขอรอ้ ง ภาษาท่าทางน้ำเสียงของผู้พูดและผ้ฟู ังพรอ้ มสื่อความหมายได้
ตรงกนั

โดยใช้กระบวนการสื่อสารทางภาษา และฝึกปฏิบัติการอ่านออกเสียง การแสดงบทบาท
สมมติ การอภิปราย การสนทนา การเข้าร่วมกจิ กรรม การนำเสนอ การแสดงความคิดเห็น ทำให้เกิด
ความใฝ่เรียนรูจ้ นเกิดความชำนาญในการสอื่ สารได้

เห็นคุณค่า เข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละภาษาและสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสมในชวี ิตประจำวันได้

ผลการเรยี นรู้
๑. ใชค้ ำสั่ง คำขอร้อง ภาษาทา่ ทาง คำแนะนำ และประโยคง่าย ๆ ในสถานการณใ์ กล้ตวั
๒. อ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค และบทอ่านสัน้ ๆ ได้ถกู ต้องตามหลักการออกเสียง
๓. เขยี นพยัญชนะ คำศพั ท์ กลมุ่ คำและประโยคง่ายๆ ได้
๔. ใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง คนอ่ืน และสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นใน

ชีวิตประจำวันโดยใช้ประโยชน์จากสื่อการเรียนทางภาษาและผลจากการฝกึ ทกั ษะ
๕. เข้าใจรูปแบบ พฤติกรรมใช้ถ้อยคำ สำนวนง่ายๆ ในการติดต่อสื่อสารความเหมือนและ

ความแตกตา่ งระหว่างวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทยทีม่ ีอทิ ธพิ ลต่อการใช้ภาษาและนำไปใช้
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๖. รจู้ ักขนบธรรมเนยี ม ประเพณี เทศกาล งานฉลองในวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
๗. ใช้ภาษาญ่ีปุ่นในการปฏิบัติงานร่วมกบั ผู้อืน่ อย่างมีความสขุ โดยรู้จกั ควบคุมตนเองและฟัง
ความคิดเห็นของผู้อื่น แสดงความคิดเห็นของตนอย่างเหมาะสมและเจรจาโน้นน้าวต่อรอง อย่างมี
เหตุผล
๘. ใช้ภาษาญ่ีปุ่นเผยแพรป่ ระชาสัมพันธข์ ้อมูลข่าวสารของชุมชน ท้องถ่ินและประเทศชาติใน
การสงั สรรค์ความรว่ มมือเชงิ สรา้ งสรรคแ์ ละการแขง่ ขันในสงั คมโลก

ญ๒๐๒๑๒ ภาษาญ่ีป่นุ ๒ คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต

ปฏิบัติตามคำส่ัง คำแนะนำ อ่านและเขียนตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความที่ยาวขึ้น
บทสนทนา โดยใช้ภาษานำเสนอข้อมูลเก่ียวกับตนเองและผู้อ่ืนในสถานการณ์ต่างๆ จากการใช้
คำศัพท์ สำนวนต่างๆ ทีใ่ ชใ้ นชวี ิตประจำวันโดยสื่อสารผา่ นทางนำ้ เสยี ง กริ ิยา ท่าทาง ได้เหมาะสมกับ
ระดับของบุคคล ตามโอกาส เวลาและสถานที่ ตามมารยาททางสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริงและสถานการณ์จำลองในห้องเรียนหรือในสถานศึกษา
ค้นคว้า สืบค้นบันทึกข้อมูล จากแหล่งการเรียนรู้ บอกความเหมือนและความแตกต่างวิถีชีวิต
ความคิด ความเช่ือขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของญ่ีปุ่นกับไทย เข้าร่วมกิจกรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาสท่ีเหมาะสม

โดยใช้กระบวนการสื่อสารทางภาษา และฝึกปฏิบัติการอ่านออกเสียง การแสดงบทบาท
สมมติ การอภิปราย การสนทนา การเข้าร่วมกิจกรรม การนำเสนอ การแสดงความคดิ เห็น ทำให้เกิด
ความใฝ่เรียนรู้จนเกดิ ความชำนาญในการสื่อสารได้

เห็นคุณค่า เข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละภาษาและสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสมในชวี ติ ประจำวันได้

ผลการเรยี นรู้
๑. ใชค้ ำสั่ง คำขอร้อง ภาษาทา่ ทาง คำแนะนำ และประโยคงา่ ยๆ ในสถานการณใ์ กลต้ ัว
๒. อา่ นออกเสยี งคำ กลุม่ คำ ประโยค และบทอ่านส้ันๆ ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การออกเสยี ง
๓. ใช้ภาษาง่ายๆ ส้ันๆ ตามมารยาทสังคมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลโดยใช้ส่ือ

นวัตกรรมงา่ ย ๆ และสอ่ื เทคโนโลยีที่มีอยูใ่ นสถานศกึ ษา
๔. ใช้ภาษาง่ายๆ เพ่ือขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันโดยใช้

ประโยชนจ์ ากสอ่ื การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝึกทกั ษะ
๕. ให้ข้อมูลง่ายๆ เก่ียวกับตนเอง ส่ิงแวดล้อม และสังคมใกล้ตัวด้วยท่าทาง รูปภาพ และ

ขอ้ ความสัน้ ๆ
๖. เข้าใจรูปแบบ พฤติกรรมใช้ถ้อยคำ สำนวนง่ายๆ ในการติดต่อสื่อสารความเหมือนและ

ความแตกตา่ งระหว่างวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทยทมี่ ีอทิ ธิพลต่อการใชภ้ าษาและนำไปใช้
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๗. รจู้ กั ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกาล งานฉลองในวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

๘. ใช้ภาษาญีป่ นุ่ ในการปฏิบัตงิ านรว่ มกบั ผู้อื่นอย่างมีความสขุ โดยรจู้ กั ควบคุมตนเองและฟัง
ความคิดเห็นของผู้อ่ืน แสดงความคิดเห็นของตนอย่างเหมาะสมและเจรจาโน้นน้าวต่อรอง อย่างมี
เหตผุ ล

๙. ใช้ภาษาญี่ปุ่นเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธ์ข้อมูลข่าวสารของชุมชน ทอ้ งถน่ิ และประเทศชาตใิ น
การสงั สรรค์ความรว่ มมือเชิงสรา้ งสรรค์และการแขง่ ขนั ในสังคมโลก

จ๒๐๒๑๑ ภาษาจีน ๑ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ ภาษาท่าทางและประโยคง่ายๆ ท่ีฟังหรืออ่านใน
สถานการณ์ใกล้ตัว สะกดคำ อ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยคง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะง่ายๆ
ถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียง ถ่ายโอนคำ กลุ่มคำและประโยคส้ันๆ ทฟี่ ังหรืออ่านเป็นภาพหรือ
สัญลักษณ์ และถ่ายโอนข้อมูลจากภาพ หรือสัญลักษณ์เป็นประโยคหรือข้อความสั้นๆ พูดโต้ตอบ
ระหวา่ งบุคคล พูดและเขียนแสดงความต้องการของตนเอง ขอและใหข้ ้อมูลเกี่ยวกับตนเองบุคคลอ่ืน
และสิง่ ต่างๆ ใกล้ตวั โดยใช้ทา่ ทาง ภาพ คำและข้อความส้ันๆ สำนวนงา่ ยๆ ตามวัฒนธรรมของเจา้ ของ
ภาษาอยา่ งเหมาะสม เขา้ ร่วมหรอื จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมอยา่ งเหมาะสม

โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
กระบวนการคิดวิเคราะห์ และสงั เคราะห์ การสบื คน้ ขอ้ มูล การฝึกปฏิบัติตามสถานการณต์ า่ งๆ

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ความสามารถในการสื่อสาร เห็นประโยชน์ของการ
เรียนภาษาฝรัง่ เศสเห็นคณุ ค่าของวัฒนธรรมไทยและวฒั นธรรมฝร่งั เศส นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ รัก
ชาติ มีศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความ
เปน็ ไทยและจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำ ภาษาท่าทางและประโยคง่ายๆ ท่ีฟังหรืออ่านใน

สถานการณใ์ กลต้ วั
๒. สะกดคำ อา่ นออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยคง่ายๆ และบทพดู เขา้ จงั หวะง่ายๆ ถูกต้องตาม

หลักการอ่านออกเสยี ง
๓. ถ่ายโอนคำ กลุ่มคำและประโยคส้ันๆ ท่ีฟังหรืออ่านเป็นภาพหรอื สัญลักษณ์และถ่ายโอน

ขอ้ มูลจากภาพ หรือสัญลักษณเ์ ป็นประโยคหรือขอ้ ความส้ันๆ
๔. ใช้ภาษาง่ายๆ สั้นๆ ในการออกคำสั่ง ขอร้อง และขออนุญาต พูดโต้ตอบระหว่างบุคคล

ตามแบบที่ฟังหรืออ่าน
๕. ให้ภาษาง่ายๆ สัน้ ๆ ในการพดู และเขยี นแสดงความต้องการของตนเองตามแบบที่ฟังหรือ

อ่าน

๖. ใช้ภาษาง่ายๆ เพ่ือพูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และบุคคลอื่นตามแบบท่ีฟังหรือ
อา่ น

๗. เข้ารว่ ม หรอื จดั กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม

จ๒๐๒๑๒ ภาษาจนี ๒ คำอธบิ ายรายวชิ า
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ

เวลาเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

ศึกษาประโยค ข้อความ ให้สัมพันธ์กับสื่อท่ีไม่ใช่ความเรียงท่ีอ่าน ระบุหัวข้อเร่ือง ใจความ
สำคัญ ตอบคำถาม จากการฟัง อ่านบทสนทนา นิทาน เรื่องสั้น สนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเอง กิจวัตรประจำวัน พูดและเขียนแสดงความตอ้ งการ ขอความช่วยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการ
ให้ พูดเขยี นบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว พูดและ
เขียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับกิจกรรมหรือเร่ืองใกล้ตัว ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพ
เหมาะสม ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกความเหมือนและความแตกต่าง
ระหว่างเทศกาลงานฉลอง วันสำคัญ และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้า
รวบรวม และสรุปข้อมูล ข้อเท็จจริงท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้และ
นำเสนอด้วยการพูด การเขียน ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง สถานการณ์จำลองท่ีเกิดขึ้นใน
ห้องเรียนและสถานศกึ ษา

ผลการเรยี นรู้
๑. ออกเสียงคำศพั ทใ์ นบทอา่ นได้
๒. เขา้ ใจความหมายของคำศัพทใ์ นบทอา่ น
๓. บอกโครงสร้างประโยคทใี่ ชบ้ รรยายเหตุการณไ์ ด้
๔. ใช้ภาษาตามมารยาททางสังคมได้
๕. เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งวฒั นธรรมจีนกับวัฒนธรรมไทย
๖. ใช้ภาษาจีนในการแสวงหาความรจู้ ากแหลง่ ขอ้ มูลอืน่ ๆ ได้

กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น

โรงเรยี นยโสธรพทิ ยาคม ไดจ้ ัดกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น โดยแบง่ ออกเปน็ 3 ลกั ษณะ ดงั น้ี

1. กิจกรรมแนะแนว เปน็ กิจกรรมทสี่ ง่ เสริมและพฒั นาผู้เรยี นให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ
ความถนดั และความสนใจ โดยคำนงึ ถึงความแตกตา่ งระหว่างบุคคล ด้วยกระบวนการทางจติ วทิ ยา
การแนะแนว ทส่ี อดคล้องครอบคลุมด้านการศึกษา อาชีพสว่ นตวั และสงั คม

ผเู้ รยี นทกุ คนต้องเขา้ รว่ มกจิ กรรมแนะแนว 40 ชั่วโมงตอ่ ปี
แนวการจัดกจิ กรรมแนะแนว การสร้างความรูค้ วามเขา้ ใจ วเิ คราะห์ ปฏิบตั ิจากกจิ กรรม

เพอื่ การพัฒนาองคร์ วมของความเปน็ มนุษย์ทัง้ ด้านร่างกาย สตปิ ญั ญา อารมณ์และสงั คม ได้แก่
กิจกรรมการร้จู กั เข้าใจและเหน็ คุณค่าในตนเองและผูอ้ ืน่ กจิ กรรมการปรบั ตัวและดำรงชวี ิต
กิจกรรมแสวงหาและใชข้ ้อมูลสารสนเทศ กจิ กรรมการตัดสินใจและแก้ปัญหา ฯลฯ

2. กจิ กรรมนกั เรยี น เปน็ กิจกรรมที่ส่งเสรมิ และพัฒนาผู้เรียนให้เปน็ ผูม้ รี ะเบียบวนิ ัย มี
ความเป็นผูน้ ำผู้ตามที่ดี มีความรับผิดชอบ สามารถทำงานร่วมกนั รู้จกั การแก้ปญั หาการตดั สนิ ใจที่

เหมาะสม ความมีเหตุผล การชว่ ยเหลือ เอ้อื อาทรและสมานฉนั ท์
กิจกรรมนกั เรียนประกอบดว้ ย
1.1 กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี ยุวกาชาด

ผู้เรยี นทกุ คนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด 40 ชัว่ โมงต่อปี
แนวการจดั กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด และนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร การสร้างความรู้

ความเขา้ ใจ วเิ คราะห์ ปฏิบตั ิดว้ ยตนเองจากกิจกรรมเพอ่ื พฒั นาความมีระเบยี บวินยั ความเปน็ ผู้นำ
ผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบ สามารถทำงานร่วมกนั รจู้ กั การแกป้ ญั หา การตัดสนิ ใจที่เหมาะสม
ความมีเหตุผล และการช่วยเหลอื แบง่ ปนั

2.2 กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรมชมุ นมุ 25 ชว่ั โมงตอ่ ปี
แนวการจัดกจิ กรรมชมุ นมุ นักเรียนมีสว่ นรว่ มในการจดั ชุมนมุ และเลอื กเรียนตาม

ความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยเนน้ การปฏิบัตดิ ว้ ยตนเองและการทำงานรว่ มกนั เปน็
กลมุ่

3. กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กิจกรรมทสี่ ง่ เสรมิ และพฒั นานกั เรียนให้

ทำประโยชน์ตามความสามารถ ความถนดั และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร ทแ่ี สดงถงึ ความ
รับผิดชอบ ความดีงาม ความเสยี สละตอ่ สงั คม มจี ิตใจในการทำประโยชนเ์ พ่อื ครอบครวั ชมุ ชน

และสงั คม
นักเรียนทุกคนตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ 15 ชัว่ โมงตอ่ ปี

แนวการจัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ บรู ณาการในกจิ กรรมชุมนุม นกั เรียน
รายงานผลแสดงการเข้ารว่ มกิจกรรมและครทู ่ปี รกึ ษาชมุ นุมรับรองผลการเข้าร่วมกจิ กรรม

แนวทางการประเมนิ ผลกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
แนวทางการดำเนนิ การประเมนิ กิจกรรมผู้เรยี น มแี นวปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

1.การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นรายกจิ กรรม มแี นวปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1.1 นกั เรยี นมเี วลาเข้ารว่ มกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นตามเกณฑท์ ี่สถานศกึ ษากำหนด
1.2 ประเมินการปฏบิ ัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของนักเรียนตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษา
กำหนด
1.3 นกั เรียนต้องมเี วลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทง้ั หมด และผ่าน
จุดประสงค์สำคัญ โดยผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ใหไ้ ด้ผลการเรยี น “ผ” ถ้าไม่ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
ให้ไดผ้ ลการเรียน “มผ”
2.การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นเพอ่ื การตดั สนิ มแี นวปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
2.1 กำหนดผู้รับผิดชอบในการรวบรวมขอ้ มูลเกีย่ วกับการรว่ มกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี นของ
นักเรียนทุกคนตลอดระดบั การศึกษา
2.2 ผู้รับผดิ ชอบสรปุ และตดั สนิ ผลการรว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นเป็นรายบคุ คล
โดยตดั สินผลการเรยี นกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นเฉพาะกิจกรรมที่ผู้เรียนไดผ้ ลการเรียน “ผ” เทา่ นั้น และ
ต้องผ่านกจิ กรรม 3 กิจกรรมสำคัญ คอื กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรียน และกจิ กรรมเพอื่ สังคม
และสาธารณประโยชน์
2.3 คณะอนกุ รรมการกล่มุ สาระการเรียนรแู้ ละกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ให้ความเหน็ ชอบ
2.4 ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาพจิ ารณาอนุมัตผิ ลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ผ่าน เกณฑ์
การจบแต่ละระดับการศึกษา

เกณฑก์ ารจบการศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั
พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ผู้เรียนจะได้รบั การพจิ ารณาอนมุ ตั ใิ ห้จบระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น ต้องมีคุณสมบัติ ดังน้ี
1. ต้องเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานและรายวิชาเพ่ิมเติม 81 หน่วยกิต โดยเปน็ รายวิชาพืน้ ฐาน
จำนวน 66 หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ จำนวน 15 หน่วยกติ
2. ต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสตู ร ไมน่ อ้ ยกว่า 77 หน่วยกติ
โดยเปน็ รายวชิ าพนื้ ฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพ่ิมเติมไมน่ อ้ ยกวา่ 11 หน่วยกติ
3. มีผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน ระดับ “ผา่ น” ขน้ื ไป
4. มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขน้ึ ไป
5. เขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนและไดร้ บั การตดั สินผลการเรียน “ ผ่าน” ทกุ กจิ กรรม

หลักสตู รโรงเรยี นยโสธรพทิ ยาคม
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย พทุ ธศกั ราช 2561

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560)

สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษามธั ยมศกึ ษาศรสี ะเกษ ยโสธร

สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ประกาศโรงเรยี นยโสธรพทิ ยาคม
เรอ่ื ง ให้ใชห้ ลกั สตู รโรงเรยี นยโสธรพทิ ยาคม พทุ ธศกั ราช 2561
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
**************************

ตามทีก่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้ออกคำสั่งให้โรงเรยี นทุกแห่งใช้มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชว้ี ดั
กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมศิ าสตรใ์ นกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคม
ศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) และยกเลกิ มารฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชีวดั
สาระท่ี 2 การออกแบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ในกลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
และเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในปกี ารศกึ ษา
2561 ในระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 และชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 โรงเรียนยโสธรพิทยาคมได้จดั ทำ
หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพทิ ยาคม ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
เพื่อเป็นแผนหรอื แนวทางหรอื ขอ้ กำหนดของการจดั การศึกษาของโรงเรียนท่ีจะพฒั นาผเู้ รียนในระดับ
การศึกษาขัน้ พนื้ ฐานใหม้ คี ุณภาพดา้ นความรู้ และทักษะที่จำเปน็ สำหรับการดำรงชวี ติ ในสงั คมทม่ี ี
การเปลยี่ นแปลงและแสวงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื งตลอดชีวติ

ทั้งน้ี หลักสูตรโรงเรยี นไดร้ ับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน เมือ่
วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.25๖๑ จงึ ประกาศให้ใช้หลกั สูตรโรงเรยี นตั้งแต่บดั น้ีเปน็ ต้นไป

ประกาศ ณ วันท่ี 3 พฤษภาคม 2561

( นายขวัญพัฒน์ เชื้อวณชิ ย์ ) ( นายชชั พล รวมธรรม )
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นยโสธรพิทยาคม

หลกั สตู รโรงเรยี นยโสธรพทิ ยาคม
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

…………….
ความนำ

กระทรวงศึกษาธิการไดป้ ระกาศใช้หลักสตู รการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544 เปน็
หลักสตู รแกนกลางของประเทศ เพอ่ื พัฒนาคุณภาพผเู้ รียนให้เป็นคนดี มีปญั ญา มคี ุณภาพชีวติ ที่ดี
และมีขีดความสามารถในการแข่งขนั ในเวทโี ลก นอกจากนัน้ ยงั ไดม้ ีการปรับกระบวนการพัฒนา

หลักสตู รให้สอดคล้องกบั เจตนารมณข์ องพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่
แก้ไขเพ่ิมเติม ( ฉบับท่ี 2 ) พ.ศ.2545 ท่ีมุง่ เน้นการกระจายอำนาจทางการศกึ ษาใหท้ ้องถ่นิ และ

สถานศกึ ษาไดม้ บี ทบาทและมีสว่ นร่วมในการพัฒนาหลักสตู ร เพือ่ ใหส้ อดคล้องกับสภาพและความ
ตอ้ งการของทอ้ งถ่ิน

ผลการวิจยั และตดิ ตามประเมินผลการใช้หลักสูตรหลกั สูตรการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช

2544 ในช่วงระยะ 6 ปที ่ีผ่านมา (สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา,2546 ก., 2546 ข.,
2548 ก., 2548 ข., สำนักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา,2547; สำนักผูต้ รวจราชการและตดิ ตาม

ประเมินผล, 2548; สุวมิ ล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย, 2547; Nutravong,
2002;Kittisunthorn, 2003) พบวา่ หลักสูตรการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2544 มจี ุดดี
หลายประการ คือส่งเสรมิ การกระจายอำนาจทางการศกึ ษาใหท้ ้องถิ่นและสถานศกึ ษามสี ่วนร่วมและ

มบี ทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักสตู รให้สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของทอ้ งถนิ่ และสง่ เสรมิ การ
พัฒนาผเู้ รยี นแบบองค์รวม แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม พบวา่ หลกั สูตรดังกล่าวบางสว่ นยงั มีปัญหาและความไม่

ชดั เจนของหลักสตู รหลายประการท้งั ในส่วนของเอกสารหลักสูตร กระบวนการนำหลกั สตู รสกู่ าร
ปฏบิ ตั ิ และผลผลิตทีเ่ กิดจากการใชห้ ลักสูตร

ดงั นนั้ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน จงึ ได้พฒั นาหลกั สตู รแกนกลาง

การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เพอ่ื ให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น และกระบวนการนำ
หลักสูตรไปสู่การปฏิบตั ิในระดบั เขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษามคี วามสอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน

การเรียนร้แู ละมคี วามชดั เจนตอ่ การนำไปปฏบิ ัติ
โรงเรียนยโสธรพทิ ยาคม ไดร้ ับการคัดเลือกจาก สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน

ให้เปน็ โรงเรยี นแกนนำในการใช้หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน ซึ่งหลักสูตรโรงเรยี นยโสธร

พทิ ยาคมเป็นแผนหรือแนวทางหรือข้อกำหนดของการจดั การศกึ ษาของโรงเรียนทจี่ ะพัฒนาผู้เรียนใน
ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานใหม้ ีคณุ ภาพด้านความรู้ มที กั ษะท่จี ำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมท่ี

มกี ารเปลย่ี นแปลง มงุ่ เนน้ ใหผ้ ู้เรยี นมคี วามสามารถและทักษะการอา่ น
การเขียน ทักษะคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษและเทคโนโลยี มีความรัก ความภาคภมู ิใจในท้องถิน่
รว่ มมือรกั ษาสภาพแวดล้อมและทรพั ยากรในท้องถน่ิ พรอ้ มทั้งแสวงหาความรู้เพื่อพฒั นาตนเองอยา่ ง

ต่อเนือ่ งตลอดชวี ติ

วสิ ยั ทัศน์
จดั การศกึ ษาพฒั นาผ้เู รยี นสมู่ าตรฐานสากล เปน็ พลเมืองท่ดี วี ถิ ไี ทยเรยี นรู้อยูร่ ว่ มในประชาคม

อาเซียนและสากลย่างเป็นสุขและพอเพยี ง

พนั ธกจิ
1. จดั การศึกษาเน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ สู่ความเป็นเลศิ ทางวชิ าการและคุณลักษณะอันพงึ

ประสงค์
2. พฒั นาองคก์ รดว้ ยระบบคณุ ภาพ ยดึ หลักธรรมมาภิบาลและหลักปรัชญาเศรษฐกิจแบบ

พอเพียง
3. พัฒนาหลักสูตร จัดการเรยี นการสอนตอบสนองความตอ้ งการทอ้ งถ่นิ และมาตรฐานสากล
4. พัฒนาประสิทธิภาพจากการทำงานแบบมอื อาชีพ ร่วมมืกับทุกภาคส่วนเพ่ือพฒั นาผเู้ รยี น

เปน็ สำคญั

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1 รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2 ซ่อื สตั ย์ สจุ ริต
3 มวี นิ ัย
4 ใฝเ่ รยี นรู้
5 อยู่อย่างพอเพียง
6 มุ่งม่ันในการทำงาน
7 รักความเป็นไทย
8 มีจติ สาธารณะ

คำนำ

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ออกคำสั่งให้โรงเรยี นทุกแห่งใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) และยกเลิกมารฐานการเรียนรู้และตัวชวี ัด
สาระท่ี 2 การออกแบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ในกลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
และเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในปีการศึกษา
2561 ในระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 และช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนยโสธรพิทยาคมได้จัดทำ
หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
เพ่อื เปน็ แผนหรอื แนวทางหรือข้อกำหนดของการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่จะพัฒนาผเู้ รียนในระดับ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมี
การเปล่ยี นแปลงและแสวงหาความรู้เพอ่ื พฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนือ่ งตลอดชวี ิต

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
ได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึ งประสงค์
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปี
ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผล ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และมีความชัดเจน
ต่อการนำไปปฏิบัติ เพ่ือใช้เป็นทิศทางในการจัดทำหลักสูตร การเรียนการสอนในแต่ละระดับ โดย
เปิดโอกาสใหส้ ถานศกึ ษาเพ่ิมเติมไดต้ ามความพร้อมและจดุ เนน้

ดังนั้นเพอ่ื ใหก้ ารบรหิ ารงานวชิ าการของสถานศกึ ษาเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ สถานศึกษา
จะต้องวางกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) รวมทงั้ มีการนำผลการดำเนนิ งานไปปรบั ปรุง
พฒั นาผู้เรียนและกระบวนการเรยี นการสอนอย่างตอ่ เน่อื ง

เอกสารหลักสตู รโรงเรยี นยโสธรพทิ ยาคม ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560) ฉบับนี้จดั ทำขึน้ ใชเ้ ป็นกรอบและทิศทางในการ
พัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา และจดั การเรยี นการสอนเพือ่ พัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทกุ คนในระดับ
การศึกษาขั้นพืน้ ฐานให้มีคณุ ภาพด้านความรู้และทกั ษะทจี่ ำเป็นสำหรับใชเ้ ปน็ เคร่ืองมือในการ
ดำรงชีวิตในสังคมทีม่ กี ารเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรูเ้ พอ่ื พัฒนาตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื งตลอดชีวติ

(นายชชั พล รวมธรรม)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นยโสธรพิทยาคม

หลกั สตู รโรงเรยี นยโสธรพทิ ยาคม
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

…………….
ความนำ

กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดป้ ระกาศใชห้ ลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2544 เปน็
หลกั สตู รแกนกลางของประเทศ เพ่อื พฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นใหเ้ ป็นคนดี มีปญั ญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี
และมีขีดความสามารถในการแขง่ ขันในเวทีโลก นอกจากน้ันยงั ไดม้ กี ารปรับกระบวนการพัฒนา
หลักสูตรให้สอดคลอ้ งกบั เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และที่
แก้ไขเพ่มิ เติม ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2545 ทม่ี งุ่ เน้นการกระจายอำนาจทางการศึกษาให้ทอ้ งถิน่ และ
สถานศึกษาได้มีบทบาทและมสี ว่ นร่วมในการพัฒนาหลกั สตู ร เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพและความ
ตอ้ งการของทอ้ งถ่ิน

ผลการวจิ ยั และติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรหลักสูตรการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช
2544 ในชว่ งระยะ 6 ปีทผี่ ่านมา (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา,2546 ก., 2546 ข.,
2548 ก., 2548 ข., สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา,2547; สำนักผตู้ รวจราชการและตดิ ตาม
ประเมินผล, 2548; สุวมิ ล วอ่ งวาณิช และนงลกั ษณ์ วิรชั ชยั , 2547; Nutravong, 2002;
Kittisunthorn, 2003) พบวา่ หลกั สูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2544 มีจุดดีหลาย
ประการ คือส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษาให้ท้องถ่ินและสถานศกึ ษามีส่วนร่วมและมี
บทบาทสำคญั ในการพฒั นาหลกั สตู รให้สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของทอ้ งถ่นิ และส่งเสริมการ
พัฒนาผู้เรยี นแบบองค์รวม แตอ่ ย่างไรกต็ าม พบว่าหลกั สูตรดงั กล่าวบางส่วนยงั มปี ญั หาและความไม่
ชดั เจนของหลักสูตรหลายประการท้งั ในสว่ นของเอกสารหลกั สูตร กระบวนการนำหลักสูตรสู่การ
ปฏิบัติ และผลผลิตที่เกิดจากการใชห้ ลกั สตู ร

ดงั นนั้ สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน จงึ ได้พฒั นาหลักสตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 เพอื่ ให้การพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น และกระบวนการนำ
หลกั สตู รไปสู่การปฏิบัตใิ นระดับเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาและสถานศกึ ษามีความสอดคล้องกบั มาตรฐาน
การเรยี นรูแ้ ละมีความชดั เจนต่อการนำไปปฏิบัติ

หลกั สตู รโรงเรียนยโสธรพิทยาคมเปน็ แผนหรือแนวทางหรอื ขอ้ กำหนดของการจัดการศกึ ษา
ของโรงเรียนท่ีจะพฒั นาผู้เรียนในระดับการศึกษาขน้ั พื้นฐานใหม้ ีคณุ ภาพด้านความรู้ มีทกั ษะที่
จำเป็นสำหรบั การดำรงชวี ิตในสังคมทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลง ม่งุ เนน้ ใหผ้ ู้เรียนมีความสามารถและทักษะ
การอ่านการเขียน ทักษะคณิตศาสตร์ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สารและเทคโนโลยีเพอื่ การสอ่ื สาร มี
ความรกั ความภาคภมู ิใจในท้องถิน่ ร่วมมอื รักษาสภาพแวดล้อมและทรพั ยากรในทอ้ งถน่ิ พรอ้ มท้ัง
แสวงหาความร้เู พือ่ พฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ติ

วสิ ยั ทศั น์
มุง่ สรา้ งเสรมิ และพัฒนาผู้เรียน ใหเ้ ปน็ บุคคลแหง่ การเรียนรู้ มจี ติ สำนึกในความเปน็

พลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมนั่ ในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ์
ทรงเปน็ ประมุข มคี ณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงคอ์ ยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ โดยมอี งคก์ รและชมุ ชนสนับสนนุ ให้
ได้คุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน

พนั ธกจิ
1. พฒั นาผู้เรียนให้สามารถเรียนร้ไู ด้เตม็ ตามศกั ยภาพ มคี ุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาข้ัน

พ้ืนฐาน
2. พฒั นาครูและบคุ ลากร ใหม้ ีศักยภาพ ในการพัฒนาการศึกษาตามมาตรฐานวชิ าชีพและ

มาตรฐานการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
3. บรหิ ารจดั การแบบมีส่วนร่วมให้มปี ระสิทธิภาพ โดยยึดหลักธรรมาภบิ าล

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2 ซื่อสัตย์ สุจริต
3 มวี นิ ัย
4 ใฝ่เรยี นรู้
5 อยู่อย่างพอเพียง
6 มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7 รักความเปน็ ไทย
8 มีจติ สาธารณะ

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษา

โครงสรา้ งเวลาเรยี น

หลักสตู รโรงเรยี นยโสธรพิทยาคม พ.ศ.2561 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช
2551 กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรยี นระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ดงั นี้

กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
* กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ม.4 ม.5 ม.6

ภาษาไทย 80 (2 หน่วยกิต) 80 (2 หน่วยกิต) 80 (2 หนว่ ยกิต)
วิทยาศาสตร์ (วทิ ย์ – คณิต)
280 (7 หน่วยกติ ) - -
(ภาษาศาสตร์) 140 (3.5หน่วยกิต) 120 (3 หนว่ ยกิต) 60 (1.5 หนว่ ยกิต)
คณติ ศาสตร์ (วทิ ย์ – คณิต)
100 (2.5 หนว่ ยกิต) 100 (2.5หน่วยกิต) 40 (1 หน่วยกติ )
(ภาษาศาสตร์) 80 (2 หนว่ ยกติ ) 80 (2 หน่วยกิต) 80 (2 หนว่ ยกติ )
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 120 (3 หนว่ ยกติ ) 120 (3 หน่วยกติ ) 80 (2 หนว่ ยกิต)
- สาระศาสนา / สาระหน้าทพี่ ลเมือง / 80 (2 หนว่ ยกติ ) 80 (2 หน่วยกติ ) 80 (2 หนว่ ยกิต)

สาระเศรษฐศาสตร์ / สาระภูมศิ าสตร์ 40 (1 หนว่ ยกติ ) 40 (1 หน่วยกติ ) -
- สาระประวัตศิ าสตร์ 40 (1 หน่วยกติ ) 40 (1 หน่วยกติ ) 40 (1 หนว่ ยกติ )
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 40 (1 หน่วยกติ ) 40 (1 หนว่ ยกิต) 40 (1 หน่วยกติ )
ศลิ ปะ 20 (0.5 หน่วยกิต) 20 (0.5 หน่วยกิต) 20 (0.5 หนว่ ยกิต)
การงานอาชพี และเทคโนโลยี 80 (2 หนว่ ยกติ ) 80 (2 หน่วยกิต) 80 (2 หน่วยกติ )
ภาษาตา่ งประเทศ 760 (19 หน่วยกิต) 480(12หน่วยกติ )
รวมเวลาเรยี น (พนื้ ฐาน) (วิทย์ – คณิต) 600 (15 หน่วยกติ ) 460 (11.5หน่วยกิต)
440 (วทิ ย-์ คณติ ) 580(14.5หนว่ ยกิต) 480 (12 หน่วยกิต)
(ภาษาศาสตร์) 540(จีน ญีป่ ่นุ )
440(จนี ฝรั่งเศส) 660 (วทิ ย-์ คณติ ) 720 (วทิ ย-์ คณติ )
* รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 640(ภาษา-เทคโน) 540 (จีน ญี่ปุ่น) 620 (จีน ญป่ี ุน่ )
620(จนี ฝรงั่ เศส) 700 (จนี ฝรง่ั เศส)
* กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น 120 640(ภาษา-เทคโน) 500 (ภาษา-เทคโน)

รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด 1,320 (วทิ ย-์ คณติ ) 120 120
1,260 (จนี ญป่ี นุ่ )
1,160(จนี ฝรัง่ เศส) 1,260 (วทิ ย-์ คณิต) 1,300 (วิทย-์ คณติ )
1,360(ศิลป-์ เทคโน) 1,240 (จีน ญี่ปนุ่ ) 1,200 (จีน ญี่ปุน่ )
1,320(จีน ฝร่ังเศส) 1,300(จีน ฝร่ังเศส)
1,340(ศลิ ป-์ เทคโน) 1,100 (ศลิ ป์-เทคโน)

คำอธบิ ายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย


Click to View FlipBook Version