The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jiraporn.ga74, 2022-09-09 01:23:54

หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม

หลักสูตรโรงเรียนยโสธรพิทยาคม
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ศ32101 ศลิ ปะ3 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาวิธีการปฏิบัติงานทัศนศิลป์ เกี่ยวกับการออกแบบประติมากรรม ศัพท์ทางด้าน
ประติมากรรม วัสดุอุปกรณ์ เทคนิค วิธีการในการสร้างงานประติมากรรม การประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ การนำเสนอผลงาน การวิเคราะห์ผลงานศิลปิน การ
วิจารณ์งานศิลปะ การประเมินผลงาน การอนุรกั ษ์และสร้างสรรค์งานทศั นศิลป์จากภูมิปัญญาไทย
และสากล การเขยี นภาพล้อเลยี นสงั คม

ฝึกและปฏิบัติการออกแบบประตมิ ากรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยใี นการสร้างสรรค์งาน
ทัศนศิลป์ การนำเสนอผลงาน การวเิ คราะหผ์ ลงานศิลปิน การวิจารณ์งานศิลปะ การประเมินผล
งาน การอนุรกั ษ์และสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากภูมิปญั ญาไทยและสากล การเขียนภาพลอ้ เลียน
สงั คม

ศึกษาเทคนิค และการถ่ายทอดอารมณ์เพลงด้วยการร้องเพลง หรือบรรเลงเครื่องดนตรี
เด่ียวและรวมวง การดูแล บำรุงรกั ษาเครอื่ งดนตรี ลักษณะเดน่ ของเครือ่ งดนตรใี นแต่ละวฒั นธรรม
ลกั ษณะเดน่ ของวงดนตรใี นแตล่ ะวฒั นธรรม
ลกั ษณะเดน่ ของภาษา เน้ือรอ้ ง สำเนียง และองคป์ ระกอบของบทเพลงในแตล่ ะวัฒนธรรม

ศึกษาเก่ียวกับการประดิษฐ์ท่ารำท่ีเป็นคู่และหมู่ ความหมาย ประวัติความเป็นมา
ทา่ ทางที่ใช้ในการประดิษฐ์ทา่ รำ เพลงที่ใช้ หลักการสร้างสรรค์และการวิจารณ์ หลักการชมการ
แสดงนาฏศลิ ป์และละคร

โดยใช้เทคนิคร้องเพลง และถ่ายทอดอารมณ์เพลง เล่นดนตรีเด่ียวและรวมวง ดูแล
บำรุงรักษาเครื่องดนตรี การแสดงออกและคุณภาพของการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เห็นคุณค่า
ของดนตรี เปรียบเทียบลักษณะเด่นของเครื่องดนตรี วงดนตรี ภาษา เนื้อร้อง สำเนียง
องค์ประกอบบทเพลงในวัฒนธรรมต่าง ๆ ค้นคว้าข้อมูลและฝึกประดิษฐ์ท่ารำประกอบเพลง ใช้
หลกั การสรา้ งสรรค์ ในรูปแบบของการแสดงนาฏศลิ ป์ และฝึกการวจิ ารณน์ าฏศลิ ปแ์ ละละคร

สามารถถา่ ยทอดประสบการณ์และจินตนาการ สร้างสรรค์งานทัศนศิลปส์ อื่ ความหมายเป็น
เรื่องราวได้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและประโยชน์ใช้สอยที่สะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม ในแต่
ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล นำความรู้ศิลปะมาบูรณาการกับสาระการเรียนรู้อ่นื และใน
ชีวิตประจำวันได้อยา่ งเหมาะสม มีความรบั ผิดชอบ มคี ุณธรรม จริยธรรม มคี วามมุง่ ม่นั
ขยัน มีความซื่อสัตย์ มีค่านิยมที่เหมาะสม รักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา
ไทยและสากล เกิดสุนทรียภาพด้านนาฏศิลป์ เห็นคุณค่าของการแสดงนาฏศิลป์ ภูมิใจใน
เอกลกั ษณไ์ ทย สามารถนำไปบรู ณาการใชใ้ นชีวิตประจำวันและกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน

รหสั ตวั ชวี้ ัด

ศ 1.1 ม.4-6/5
ศ 1.2 ม.4-6/1 , ม.4-6/2

ศ 2.1 ม.4-6/4
ศ 2.2 ม.4-6/3
ศ 3.1 ม.4-6/4
ศ 3.2 ม.4-6/2

รวมทั้งหมด 8 ตวั ชี้วดั

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ศ32102 ศลิ ปะ4 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาและฝึกปฏิบัติงานทัศนศิลป์ เกี่ยวกับการออกแบบการพิมพ์ภาพ ศัพท์ทางด้านการ
พิมพ์ภาพ วัสดุอุปกรณ์ เทคนิค วีการในการสร้างงานการพิมพ์ภาพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

ในการสรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ การนำเสนอผลงาน การวิเคราะห์ผงลานศิลปิน การวิจารณ์งาน
เบื้องต้น การประเมนิ ผลงาน การอนุรักษ์และสร้างสรรคง์ านทัศนศิลปจ์ ากภูมิปัญญาไทยและ
สากล การเขียนภาพลอ้ เลยี นสังคม

ศกึ ษาเกณฑ์ในการประเมนิ ผลงานดนตรี ในดา้ นคุณภาพของผลงานทางดนตรี และคุณค่า
ของผลงานทางดนตรี บทบาทดนตรีในการสะทอ้ นสังคม ค่านิยมของสังคมในผลงานดนตรี ความ

เชือ่ ของสังคมในงานดนตรี
ศึกษาเกี่ยวกับการประวัตคิ วามเปน็ มาของนาฏศิลป์และการละคร ววิ ฒั นาการของนาฏศลิ ป์

และการละครไทยตงั้ แต่อดีตจนถงึ ปจั จุบนั ความงามและคุณค่า

โดยสรา้ งเกณฑ์สำหรบั ประเมินคณุ ภาพการประพนั ธ์เพลงของตนเองและผูอ้ ื่นสร้างเกณฑ์
สำหรบั ประเมนิ คุณภาพการเลน่ ดนตรีของตนเองและผู้อืน่ อธบิ ายบทบาทค่านิยมของผลงานดนตรี

สังคม อธิบายความเชอื่ ของผลงานดนตรใี นสังคม ศกึ ษาคน้ คว้าขอ้ มูลการแสดงนาฏศลิ ป์และการ
ละคร การอภิปราย

สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และจนิ ตนาการ สรา้ งสรรค์งานทัศนศลิ ป์ส่ือความหมายเปน็

เรือ่ งราวได้เหมาะสมกบั สภาพแวดล้อมและประโยชนใ์ ช้สอย ทส่ี ะท้อนคุณคา่ ของวฒั นธรรม ในแต่
ละยคุ สมยั ของวัฒนธรรมไทยและสากลนำความร้ศู ิลปะมาบูรณาการกบั สาระการเรยี นรอู้ ่ืนและใน

ชวี ิตประจำวันไดไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสม มีความรบั ผดิ ชอบ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีความมุง่ มน่ั ขยัน
มีค่านยิ มท่ีเหมาะสม เหน็ คุณค่าของการแสดงนาฏศิลป์ ภมู ิใจในเอกลกั ษณ์ไทยด้านนาฏศิลป์
สามารถนำไปบรู ณาการใช้ในชีวิตประจำวนั และกล่มุ สาระการเรียนรู้อน่ื

รหสั ตวั ชว้ี ัด
ศ 1.1 ม.4-6/6 , ม.4-6/7
ศ 1.2 ม.4-6/2
ศ 2.1 ม.4-6/5 , ม.4-6/6
ศ 2.2 ม.4-6/4
ศ 3.1 ม.4-6/5 , ม.4-6/6

ศ 3.2 ม.4-6/4

รวมท้ังหมด 9 ตวั ช้วี ดั

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ศ33101 ศลิ ปะ5 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาและฝึกปฏิบัติงานทัศนศิลป์ เกี่ยวกับการออกแบบพาณิชย์ศิลป์ ศัพท์ทางด้าน
สถาปัตยกรรม วัสดุอุปกรณ์ เทคนิค วิธีการในการสร้างงานทัศนศิลป์ 3 มิติ การประยุกต์ใช้

เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ การตกแต่งบ้านและบริเวณสิ่งแวดล้อม การจัด
นิทรรศการ การวเิ คราะห์ผลงานศิลปนิ การนำเสนอผลงาน การวิจารณง์ านศลิ ปะ การประเมินผล
งาน การอนุรกั ษ์และสร้างสรรค์งานทัศนศลิ ปจ์ ากภูมปิ ญั ญาไทยและสากล

ศึกษาการถา่ ยทอดความรู้สึกของงานดนตรีจากแต่ละวัฒนธรรม ศึกษาแนวทางและวธิ ีการ
ในการส่งเสรมิ อนุรักษ์ดนตรไี ทย

ศกึ ษาเกี่ยวกบั เทคนคิ การจัดการแสดง แสง สี เสยี ง ฉาก อุปกรณ์ สถานท่ี เคร่ืองแต่ง
กายการอนุรกั ษน์ าฏศลิ ปแ์ ละภูมิปัญญาทอ้ งถนิ่

โดยเปรียบเทียบอารมณแ์ ละความรูส้ ึกท่ไี ด้รับจากงานดนตรีจากแต่ละวัฒนธรรม นำเสนอ

แนวทางและวิธีการในการสง่ เสริมอนุรักษด์ นตรไี ทย คน้ คว้าขอ้ มูลและฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ิ ในรูปแบบ
ของการจัดการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยและการแสดงนาฏศิลป์พ้นื เมอื ง

สามารถถา่ ยทอดประสบการณ์และจินตนาการ สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลปส์ อ่ื ความหมายเป็น
เร่ืองราวได้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและประโยชน์ใช้สอย ท่ีสะท้อนคณุ คา่ ทางวัฒนธรรม ในแต่
ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล นำความรูศ้ ิลปะมาบูรณาการกับสาระการเรียนรู้อ่ืนและใน

ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความมุ่งม่ัน ขยัน
รักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยและสากล เห็นคุณค่าของการ จัดแสดง

นาฏศิลป์ ภูมิใจในเอกลักษณ์ไทยด้านนาฏศิลป์ สามารถนำไปบูรณาการใช้ในชีวิตประจำวันและ
กลุม่ สาระการเรยี นรูอ้ ื่น

รหสั ตวั ชวี้ ัด
ศ 1.1 ม.4-6/8, ม.4-6/9
ศ 1.2 ม.4-6/2
ศ 2.1 ม.4-6/7
ศ 2.2 ม.4-6/4
ศ 3.1 ม.4-6/7

ศ 3.2 ม.4-6/3

รวมท้ังหมด 7 ตัวชว้ี ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ศ33102 ศลิ ปะ 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาและฝึกปฏิบัติงานทัศนศิลป์ เก่ียวกับการออกแบบพาณิชย์ศิลป์ ศัพท์ทางด้าน
สถาปัตยกรรม วัสดุอุปกรณ์ เทคนิค วิธีการในการสร้างงานทัศนศิลป์ 3 มิติ การประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ การตกแต่งบ้านและบริเวณสิ่งแวดล้อม การจัด
นิทรรศการ การวิเคราะห์ผลงานศิลปิน การนำเสนอผลงาน การวิจารณ์งานศิลปะ การ
ประเมนิ ผลงาน การอนุรกั ษแ์ ละสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์จากภูมิปญั ญาไทยและสากล

ฝึกปฏิบัติการออกแบบพาณิชย์ศิลป์ ศัพท์ทางด้านสถาปัตยกรรม วิธีการในการสร้างงาน
ทัศนศิลป์ 3 มิติ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ การตกแต่งบ้านและ
บรเิ วณสง่ิ แวดล้อม การจัดนิทรรศการ การนำเสนอผลงาน การวเิ คราะห์ผลงานศิลปนิ การวิจารณ์
งานศลิ ปะ การประเมินผลงาน

ศึกษาดนตรีกับการผ่อนคลาย ดนตรีกับการพัฒนามนุษย์ ดนตรีกับการประชาสัมพันธ์
ดนตรีกับการบำบัดรักษา ดนตรีกับธุรกิจ ดนตรีกับการศึกษา แนวทางและวิธีการในการส่งเสริม
อนุรกั ษด์ นตรีไทย

ศึกษาเก่ียวกับเทคนิคการจัดการแสดง แสง สี เสียง ฉาก อุปกรณ์ สถานท่ี เครื่องแต่ง
กาย การอนุรักษ์นาฏศิลปแ์ ละภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น

โดยนำดนตรีไปใช้เพ่ือการผ่อนคลาย นำดนตรีไปใช้ในการพัฒนามนุษย์นำดนตรีไปใช้ใน
การประชาสัมพันธ์ นำดนตรีไปใช้ในการบำบัดรักษา นำดนตรีไปใช้กับธุรกิจ นำดนตรีไปใช้กับ
การศกึ ษา นำเสนอแนวทางและวธิ กี ารในการสง่ เสรมิ อนรุ ักษ์ดนตรีไทย ค้นควา้ ข้อมลู และฝกึ ทักษะ
ปฏบิ ตั ใิ นรูปแบบของการจัดการแสดงนาฏศิลปไ์ ทยและการแสดงนาฏศลิ ปพ์ ้นื เมือง

สามารถถ่ายทอดประสบการณแ์ ละจินตนาการ สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ปส์ อ่ื ความหมายเป็น
เร่อื งราวได้เหมาะสมกับสภาพแวดลอ้ มและประโยชนใ์ ช้สอย ท่ีสะท้อนคุณค่าทางวฒั นธรรม ในแต่
ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล นำความรู้ศิลปะมาบรู ณาการกับสาระการเรยี นรู้อื่นและใน
ชีวิตประจำวัน เห็นคุณค่าของการนำความรู้ด้านดนตรี ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน รักและ
ภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยและสากล เห็นคุณค่าของการจัดแสดงนาฏศิลป์
ภูมิใจในเอกลักษณ์ไทยด้านนาฏศิลป์ สามารถนำไปบรู ณาการใช้ในชีวิตประจำวันและกลุ่มสาระการ
เรยี นรอู้ ่ืน

รหัสตัวชีว้ ัด
ศ 1.1 ม.4-6/10, ม.4-6/11
ศ 1.2 ม.4-6/3
ศ 2.1 ม.4-6/8

ศ 2.2 ม.4-6/5

ศ 3.1 ม.4-6/8
ศ 3.2 ม.4-6/4

รวมท้งั หมด 7 ตวั ชี้วดั

โครงสรา้ งหลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรศู ลิ ปะ
รายวิชาสายเทคโนโลยศี ลิ ปะ
สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะเพมิ่ เตมิ

ศ๓๐๒๐๑ หล่อหนิ ทราย 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกติ
ศ๓๐๒๐๒ ออกแบบเขยี นแบบ 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ศ๓๐๒๐๓ 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ศ๓๐๒๐๔ ดนตรีพน้ื เมือง 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกติ
ศ๓๐๒๐๖ แสงและเงา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.๕ หนว่ ยกติ
ศ๓๐๒๐๗ ประตมิ ากรรม ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น 1.๕ หนว่ ยกติ
ศ๓๐๒๐๘ ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.๕ หน่วยกิต
ศ๓๐๒๐๙ สถาปัตยกรรม ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.๕ หนว่ ยกติ
ศ๓๐๒๑๐ ศลิ ปะการออกแบบ ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.๕ หน่วยกิต
ศ๓๐๒๑๑ ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.๕ หน่วยกิต
ศ๓๐๒๑๒ นาฏศิลปพ์ ื้นเมอื งสร้างสรรค์ ๑ ๖๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น 1.๕ หน่วยกิต
ศ๓๐๒๑๓ นาฏศลิ ป์พนื้ เมืองสรา้ งสรรค์ ๒ ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.๕ หน่วยกติ
ศ๓๐๒๑๔ ละครสรา้ งสรรค์ ๑ ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.๕ หน่วยกติ
ศ๓๐๒๑๕ ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน 1.๕ หน่วยกิต
ศ๓๐๒๑๖ ละครสร้างสรรค์ ๒ ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.๕ หน่วยกิต
ศ๓๓๒๐๑ ดนตรปี ฏบิ ตั ติ ามความถนัด๑ ๘๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน ๒.๐ หนว่ ยกิต
ศ๓๓๒๐๒ ๑๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ๓.๐ หน่วยกิต
ศ๓๓๒๐๓ ดนตรปี ฏบิ ตั ิตามความถนัด๒ ๘๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น ๒.๐ หน่วยกติ
ดนตรีปฏิบตั ิตามความถนดั ๓
ศ๓๓๒๐๔ ดนตรีปฏิบตั ิตามความถนดั ๔ ๑๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน ๓.๐ หน่วยกติ

ศ๓๓๒๐๕ Visual Art Project group ๘๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น ๒.๐ หนว่ ยกติ
ศ๓๓๒๐๖ Visual Art Project work ๑๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน ๓.๐ หน่วยกิต

Creations of Dramatic Art
Project group
Creations of Dramatic Art

Project work
Music Project group

Music Project work

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ศ30201 หลอ่ หนิ ทราย กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาและฝึกปฏิบัติการหล่อหินทราย ด้วยวัสดุจากแม่พิมพ์แบบต่างๆ การใช้เคร่ืองมือ
วัสดอุ ปุ กรณ์ในการหลอ่ ชิ้นงาน ข้ันตอนการหล่อยางพารา ขน้ั ตอนการหล่อยางซิลิโคน เรซิน ทราย

ปนู ปลาสเตอร์และปูนซิเมนต์ สามารถตกแต่งสีและเคลือบเงาช้ินงาน การตกแต่งผลิตภัณฑ์บรรจุ
หีบห่อ สำรวจแหล่งวัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในงานหล่อ กำหนดราคาทำบัญชีรายรับ -รายจ่าย
กระบวนการในการปฏิบัติ

ฝึกและปฏิบัติด้วยวัสดุจากแม่พิมพ์แบบต่างๆ การใช้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ในการหล่อ
ชนิ้ งาน ข้นั ตอนการหล่อยางพารา ข้ันตอนการหลอ่ ยางซลิ ิโคน เรซิน ทราย ปนู ปลาสเตอร์และปูน

ซเิ มนต์ สามารถตกแต่งสแี ละเคลือบเงาชน้ิ งาน การตกแต่งผลติ ภัณฑ์บรรจหุ ีบห่อ กำหนดราคาทำ
บัญชีรายรับ-รายจา่ ย

เห็นคุณค่าของการนำประสบการจริงจากการปฏิบัติงานไปใช้ในชีวิตประจำวัน แสวงหา

ความร้จู ากอนิ เตอรเ์ น็ต สามารถเปน็ งานอดเิ รกได้

ผลการเรียนรู้
1. นักเรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกบั ความหมาย ประโยชนแ์ ละวธิ ีการหลอ่ หนิ ทรายได้
2. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจสามารถจำแนกชนิด และคุณสมบัติวัสดุในการหล่อหิน

ทรายได้
3. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับวิธใี ช้เคร่ืองมือวสั ดอุ ุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการหล่อ

หนิ ทราย การเก็บบำรุงรักษา การปอ้ งกันอนั ตรายจากสารเคมตี ่อรา่ งกายได้
4. นกั เรียนสามารถออกแบบแมพ่ มิ พ์ และทำแมพ่ ิมพไ์ ด้อยา่ งถกู ตอ้ งสวยงาม
5. นักเรียนสามารถบอกขั้นตอนการหล่อหินทราย และหล่อหินทรายรูปแบบต่างๆตาม

ความคดิ ตนเองอยา่ งสรา้ งสรรค์งานไดด้ ว้ ยความชนื่ ชมและเหน็ คณุ ค่า
6. นักเรยี นสามารถตกแต่งสี เคลอื บเงาช้ินงาน และการตกแต่งผลิตภณั ฑ์บรรจุหีบหอ่ ได้

อยา่ งสวยงาม
7. นกั เรียนสามารถจดั จำหน่าย กำหนดราคา และทำบัญชีรายรับ-รายจา่ ยได้

รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ

ศ30202 การออกแบบเขยี นแบบ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาหลักการออกแบบ ส่วนประกอบของงานออกแบบ ประเภทของงานออกแบบ การ
ร่างแบบ การอา่ นแบบ และการสร้างงาน 2 มิติ และ 3 มิติ วัสดุอุปกรณ์ในการออกแบบ การ

ออกแบบลวดลาย การออกแบบประยุกต์ศิลป์ การออกแบบงานสถาปัตยกรรม การออกแบบเพ่ือ
สภาพแวดล้อมและประโยชนใ์ ชส้ อย

โดยฝกึ และปฏิบัตกิ ารออกแบบตามความคดิ สร้างสรรค์

มีความรู้ความเข้าใจ ชื่นชมและเห็นคุณค่า สามารถแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับความงาม
ความหมาย คุณค่า รู้จักคิดสร้างสรรค์ออกแบบอย่างมีรสนิยม กลมกลืนกับชีวิตประจำวัน เกิด

ประโยชนต์ ่อตนเองและสังคม
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ ขอบข่าย คุณค่าและ

ประวตั ิความเป็นมาของการออกแบบได้
2. นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจและนำหลักการออกแบบ และประเภทของการออกแบบ

มาสร้างสรรค์งานออกแบบเขียนแบบได้ดว้ ยความชน่ื ชมและเหน็ คุณค่า
3. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั ส่วนประกอบต่างๆ ของศลิ ปะ นำมาจัดสร้างงาน

ออกแบบเขียนแบบไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมมคี ุณค่า

4. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ การเก็บบำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์ ท่ีใช้ใน
การออกแบบเขียนแบบได้

5. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจสามารถร่างแบบ เขียนแบบ และอ่านแบบ งาน
ออกแบบเขียนแบบ ประเภทการเขียนภาพฉาย การเขียนภาพไอโซเมตริก ภาพออ
บลิก ภาพตดั ภาพคล่ี ออกแบบภาพฉายทัศนียภาพ และการสร้างงาน 2 มิติ และ

3 มติ ิ ได้ตามความคดิ สร้างสรรค์
6. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจสามารถการออกแบบตกแต่งภายในและภายนอก การ

ออกแบบสภาพแวดล้อมและประโยชนใ์ ช้สอยได้ตามความคิดอยา่ งสรา้ งสรรค์
7. นกั เรียนสามารถวิเคราะหว์ ิจารณแ์ ละประเมินคณุ ค่าผลงานการออกแบบเขียนแบบได้

รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม

ศ30203 ดนตรพี นื้ เมอื ง กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาเพลงพนื้ เมอื งในเรอ่ื ง ความเป็นมา โอกาสทใ่ี ช้ ยคุ สมยั บทบาท ที่มา ของเครอ่ื ง
ดนตรีพ้ืนเมืองแต่ละชนิด โครงสร้างของเพลงและวงดนตรีพื้นเมือง ฝึกบรรเลงดนตรีและขับร้อง

เพลงพื้นเมือง เพ่ือให้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า สามารถบรรเลง ขับร้องเพลงพ้ืนเมืองได้ท้ังแบบ
เด่ียวและแบบรวมวงและมีสว่ นร่วมในการอนุรักษศ์ ิลปะดนตรีพืน้ เมอื งท้องถนิ่ ของตน

โดยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลศิลปะพื้นเมือง การขับร้อง เครื่องดนตรี นักดนตรี ด้านการ

แสดงท้องถ่ินฝึกการปฏิบัติเครื่องดนตรีพ้ืนเมืองแต่ละชนิดอย่างถูกต้องมีคุณภาพตามหลักการทาง
ดนตรี

รู้ถึงความเป็นมาของดนตรีพ้ืนเมือง ประวัติและการบรรเลงเคร่ืองดนตรีสามารถ
บรรเลง ขับร้องเพลงพ้ืนเมือง บรรเลงดนตรี อย่างถูกต้องรับรู้ความงดงาม อนุรักษ์และถ่ายทอด
ศลิ ปะพนื้ เมืองให้แกค่ นรุ่นหลงั ไดศ้ ึกษาอยา่ งถกู ตอ้ ง

ผลการเรยี นรู้

1. อธบิ ายประวตั ิความเปน็ มา ยุคสมัย ทมี่ าของดนตรพี น้ื เมือง เครื่องดนตรี และวง
ดนตรีในทอ้ งถิน่ ได้

2. จำแนกเพลงพื้นเมอื งในแต่ละภาค ทอ้ งถ่ิน และวฒั นธรรมทีต่ า่ งกนั ได้

3. ศึกษาข้อมูลดา้ นดนตรพี น้ื เมือง นกั ดนตรี เคร่ืองดนตรี การแสดงในแตล่ ะท้องถ่นิ ได้
4. รู้องคป์ ระกอบหลกั ของเคร่อื งดนตรีพ้ืนเมือง วัสดุ อปุ กรณ์ และวธิ ีการผลติ การ

บำรงุ รักษาอยา่ งถกู วิธี
5. บรรเลงดนตรีเดีย่ ว และรวมวงโดยการปฏบิ ตั เิ ครือ่ งดนตรีพ้ืนเมืองแต่ละชนิดอย่าง

ถูกต้องตามหลักการทางดนตรี

6. มสี ว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมดนตรีภายในหอ้ งเรียน โรงเรยี น และชมุ ชน นำ
ศิลปวฒั นธรรมเผยแพรอ่ ยา่ งลกึ ซึง้

7. นำดนตรพี น้ื เมอื งประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวัน รกั ษาศิลปะอนั ลำ้ คา่ ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เผยแพร่แก่คนรุน่ หลงั อยา่ งมคี ุณคา่

รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้

รายวิชา วาดเสน้ แสงเงา คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
เวลา 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ รหสั วชิ า ศ30204 จำนวน 1 หนว่ ยกติ

40 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย เก่ียวกับการใชท้ ัศนธาตุ หลกั การเขียนภาพ และหลักการจัด
องคป์ ระกอบศลิ ป์ ในการสรา้ งสรรคง์ านวาดเสน้ แสงเงา

วิเคราะห์การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเทคนิคของศิลปินไทย สากล โดยศึกษาจาก
แนวคดิ และวิธกี ารสรา้ งงานของศิลปินทตี่ นชื่นชอบ และแนวความคิดสรา้ งสรรค์ตนเอง

มที ักษะ และเทคนิคในการใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และกระบวนการท่ีสงู ขน้ึ ในการวาดเส้นแสง

เงา ปฏิบัติการวาดเส้นแสงเงา เช่น รูปทรงเรขาคณิต หุ่นนิ่ง ใบหน้าคน สัตว์ ทัศนียภาพ
การสรา้ งสรรค์งานการวาดเสน้ แสงเงาตามความถนัดและความสนใจ

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและสามารถสร้างงานวาดเส้นแสงเงาอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์
วิจารณ์ คณุ ค่างานทัศนศิลปอ์ ยา่ งชน่ื ชม และนำมาประยุกตใ์ ช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวติ ประจำวัน

มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั
ศ 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/10

ศ 1.2 ม.4-6/1
ผลการเรยี นรู้

1. นกั เรยี นสามารถบอกประวตั คิ วามเป็นมาของการวาดเส้นแสงเงา

2. นกั เรียนสามารถจำแนกความแตกต่างของยุคสมัยและวิวัฒนาการของงานวาดเสน้ แสง
เงา

3. นกั เรียนสามารถบอกข้ันตอน เทคนิควิธีใช้ การเก็บบำรุงรักษา วสั ดุ-อุปกรณก์ ารวาด
เส้นแสงเงาได้

4. นกั เรียนสามารถอธิบายหลักการเขียนภาพได้

5. นกั เรียนสามารถอธิบายหลักการจดั องคป์ ระกอบศิลป์ได้
6. นกั เรยี นสามารถบอกข้ันตอนการรา่ งภาพ วดั สดั สว่ น การสร้างค่านำ้ หนักแสงและเงา

ได้
7. นกั เรยี นสามารถปฏิบตั กิ ารวาดเสน้ แสงเงารูปทรงเรขาคณิตได้
8. นักเรียนสามารถปฏิบัตกิ ารวาดเสน้ แสงเงาหุน่ น่งิ ได้

9. นักเรยี นสามารถปฏิบัตกิ ารวาดเส้นแสงเงาใบหนา้ คนได้
10. นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั ิการวาดเสน้ แสงเงาสัตว์ได้

11. นักเรียนสามารถปฏบิ ัตกิ ารวาดเสน้ แสงเงาทัศนยี ภาพได้
12. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิการสร้างสรรค์งานการวาดเสน้ แสงเงาตามความถนัด และ
ความสนใจได้

13. นกั เรยี นสามารถสามารถประยุกตใ์ ช้การวาดเสน้ แสงเงา กับกลมุ่ สาระอ่ืนๆ และใน
ชวี ิตประจำวนั ได้

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า จติ รกรรม รหสั วชิ า ศ30205 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

เวลา 3 ชวั่ โมง/สปั ดาห์60 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษา วเิ คราะห์ อธิบาย เกย่ี วกับประวตั ิความเปน็ มา ความหมาย ประเภท และ

ลกั ษณะของภาพจิตรกรรม การสร้างสรรค์งานจิตรกรรรมจากแนวคิดของศิลปินแต่ละยุคสมยั การใช้
ทัศนธาตุ หลักการจดั องค์ประกอบศิลป์ ในการสรา้ งสรรค์ผลงาน

วเิ คราะห์การเลือกใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเทคนิคของศลิ ปินไทย สากล โดยศกึ ษาจาก

แนวคิดและวิธกี ารสรา้ งงานของศลิ ปนิ ที่ตนชน่ื ชอบ และแนวความคดิ สรา้ งสรรค์ตนเอง
ฝึกปฏิบัตกิ ารวาดเส้นและระบายสี โดยใช้เทคนิค วิธีการในการสร้างสรรคผ์ ลงาน

จิตรกรรม ทงั้ การถา่ ยทอดความคิด จินตนาการ การส่อื ความหมายและเร่ืองราวตา่ งๆ
มที กั ษะ เทคนิคในการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และกระบวนการท่ีสงู ขน้ึ ในการสรา้ งงาน

ออกแบบงานจิตรกรรมได้เหมาะสมกับโอกาสและสถานที่ ปฏบิ ัติการวาดเส้นและระบายสี เช่น

ภาพหุ่นน่งิ ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพทิวทัศน์ ภาพลวดลายตกแตง่ ภาพประกอบเรือ่ ง ภาพจติ รกรรม
ฝาผนัง การสรา้ งสรรค์ผลงานตามความถนัดและความสนใจ

เพ่ือให้เห็นคณุ คา่ และสามารถสร้างผลงานจิตรกรรมอยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์
คณุ ค่างานจิตรกรรมอย่างช่นื ชม และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั

มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั
ศ 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/10
ศ 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2

ผลการเรยี นรู้

1. นกั เรยี นสามารถบอกประวัติความเปน็ มา ความหมายของงานจิตรกรรมได้
2. นักเรียนสามารถจำแนกประเภท ลกั ษณะของภาพจติ รกรรมได้

3. นกั เรียนสามารถบอกข้นั ตอน เทคนิควิธีใช้ การเกบ็ บำรุงรกั ษา วัสดุ-อปุ กรณ์งาน
จติ รกรรมได้

4. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการเขยี นภาพได้

5. นกั เรยี นสามารถอธิบายหลกั การจดั องคป์ ระกอบศลิ ปไ์ ด้
6. นักเรยี นสามารถบอกขน้ั ตอนการรา่ งภาพ การวัดสัดสว่ น การสรา้ งค่าน้ำหนกั แสงและ

เงาได้
7. นกั เรียนสามารถปฏิบตั กิ ารวาดเส้นรูปทรงเรขาคณิตได้
8. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั กิ ารวาดเสน้ ภาพห่นุ นง่ิ ได้

9. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิการวาดเสน้ ภาพคน ภาพสตั ว์ได้
10. นักเรียนสามารถปฏบิ ัตกิ ารวาดเสน้ ภาพลวดลายตกแต่งได้

11. นกั เรยี นสามารถบอกข้นั ตอน เทคนคิ วธิ ีการวาดภาพระบายสีได้

12. นกั เรียนสามารถปฏิบัติการวาดภาพระบายสภี าพหุ่นนงิ่ ได้
13. นกั เรียนสามารถปฏิบตั กิ ารวาดภาพระบายสีภาพคน ภาพสตั วไ์ ด้
14. นักเรียนสามารถปฏิบัติการวาดภาพระบายสภี าพทิวทัศน์ได้

15. นกั เรียนสามารถปฏบิ ตั กิ ารวาดภาพและระบายสีภาพประกอบเร่ืองได้
16. นักเรียนสามารถปฏบิ ัติการวาดภาพและระบายสภี าพจิตรกรรมฝาผนังได้

17. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ิการสรา้ งสรรคง์ านการวาดเสน้ และระบายสีตามความถนดั
และความสนใจได้

18. นักเรยี นสามารถประยกุ ต์ใช้งานจิตรกรรมกบั กลุ่มสาระอื่นๆ และในชีวิตประจำวนั ได้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ศ30203 ดนตรพี น้ื เมอื ง กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาเพลงพ้นื เมอื งในเรอ่ื ง ความเป็นมา โอกาสที่ใช้ ยุคสมยั บทบาท ท่มี า ของเคร่ือง
ดนตรีพื้นเมืองแต่ละชนิด โครงสร้างของเพลงและวงดนตรีพน้ื เมือง ฝกึ บรรเลงดนตรแี ละขับร้อง
เพลงพืน้ เมือง เพ่ือให้ความเข้าใจ เห็นคุณค่า สามารถบรรเลง ขับร้องเพลงพนื้ เมืองไดท้ ง้ั แบบ
เดี่ยวและแบบรวมวงและมสี ่วนร่วมในการอนรุ ักษศ์ ลิ ปะดนตรพี น้ื เมอื งทอ้ งถ่นิ ของตน

โดยการศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลศิลปะพ้ืนเมือง การขับร้อง เครอ่ื งดนตรี นกั ดนตรี ด้านการ
แสดงท้องถ่ินฝึกการปฏบิ ตั ิเคร่อื งดนตรีพืน้ เมอื งแตล่ ะชนดิ อย่างถกู ต้องมีคุณภาพตามหลกั การทาง
ดนตรี

รู้ถึงความเปน็ มาของดนตรีพ้ืนเมอื ง ประวตั แิ ละการบรรเลงเครอ่ื งดนตรีสามารถ
บรรเลง ขบั รอ้ งเพลงพนื้ เมอื ง บรรเลงดนตรี อย่างถูกตอ้ งรบั รูค้ วามงดงาม อนุรักษแ์ ละถ่ายทอด
ศลิ ปะพ้นื เมืองใหแ้ ก่คนร่นุ หลังได้ศกึ ษาอย่างถกู ต้อง

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายประวัตคิ วามเปน็ มา ยุคสมยั ทม่ี าของดนตรพี นื้ เมอื ง เครือ่ งดนตรี และวง

ดนตรีในทอ้ งถิน่ ได้
2. จำแนกเพลงพืน้ เมอื งในแต่ละภาค ท้องถนิ่ และวฒั นธรรมทีต่ ่างกันได้
3. ศกึ ษาข้อมูลด้านดนตรีพื้นเมอื ง นักดนตรี เครือ่ งดนตรี การแสดงในแต่ละท้องถนิ่ ได้
4. รู้องคป์ ระกอบหลกั ของเคร่อื งดนตรีพนื้ เมือง วัสดุ อปุ กรณ์ และวธิ กี ารผลิต การ

บำรงุ รกั ษาอย่างถูกวธิ ี
5. บรรเลงดนตรเี ดย่ี ว และรวมวงโดยการปฏบิ ัตเิ ครื่องดนตรีพื้นเมอื งแตล่ ะชนดิ อย่าง

ถกู ต้องตามหลกั การทางดนตรี
6. มีส่วนรว่ มในการจดั กิจกรรมดนตรีภายในหอ้ งเรยี น โรงเรียน และชมุ ชน นำ

ศิลปวฒั นธรรมเผยแพรอ่ ยา่ งลึกซึง้
7. นำดนตรีพ้ืนเมืองประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั รักษาศิลปะอนั ล้ำค่า ขนบธรรมเนยี ม

ประเพณี เผยแพร่แก่คนรุ่นหลงั อย่างมีคุณคา่
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า ประตมิ ากรรม รหสั วชิ า ศ30206 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ เวลา

3 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 60 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาเกีย่ วกับประวตั คิ วามเป็นมา วิวฒั นาการแตล่ ะยุคสมัย ความหมาย ประเภท
วิเคราะห์แนวคดิ กระบวนการ และลักษณะของงานประตมิ ากรรม การสรา้ งสรรคง์ านจากแนวคิด

ของศิลปินแต่ละยคุ สมยั โดยศึกษาจากแนวคดิ และวธิ ีการประยกุ ต์ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และเทคนิค
วิธีการของศิลปินไทย สากล

ฝกึ ปฏิบัตกิ ารสรา้ งงานประตมิ ากรรมตามหลักการทางศลิ ปะ สามารถถ่ายทอดความร้สู ึก

ในการรับรู้ ความงามสรา้ งสรรค์งานตามความคิดจนิ ตนาการ ตามความถนดั และความสนใจ
เพื่อให้เห็นคุณคา่ งานประตมิ ากรรมอย่างชน่ื ชม มคี วามใฝเ่ รียนใฝ่รู้ มีวินัย มงุ่ มน่ั ในการ

ทำงาน มจี ติ สาธารณะ รักความเป็นไทย โดยยึดหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ ห้
เกดิ ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั และประยกุ ต์ใชก้ ับกล่มุ สาระอืน่ ๆ

มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั
ศ 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/10

ศ 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถบอกประวัตคิ วามเปน็ มา ความหมายของงานประตมิ ากรรมได้

2. นักเรยี นสามารถจำแนกความแตกต่างของยุคสมยั และววิ ัฒนาการของงานประติมากรรมได้
3. นกั เรยี นสามารถจำแนกประเภท ลกั ษณะของงานประตมิ ากรรมได้

4. นักเรียนมที กั ษะและเทคนคิ ในการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ และกระบวนการที่สงู ขนึ้ ในการสรา้ งสรรค์
งานประตมิ ากรรมได้
5. นกั เรยี นสามารถอธิบายหลักการสร้างงานประตมิ ากรรมได้

6. นักเรยี นสามารถบอกวธิ กี ารสรา้ งผลงานประตมิ ากรรม เชน่ การป้นั การแกะสลัก การหล่อ
และการประกอบขึน้ รูป ได้

7. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิการป้นั รปู นนู ต่ำได้
8. นักเรยี นสามารถปฏิบตั กิ ารปน้ั รปู นูนสงู ได้
9. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิการป้ันรปู ลอยตัวได้

10. นกั เรียนสามารถปฏิบัติการออกแบบงานประติมากรรมไดเ้ หมาะสมกับโอกาสและสถานที่
11. นักเรียนสามารถประยุกตใ์ ช้งานประตมิ ากรรมกบั กล่มุ สาระอืน่ ๆ และในชวี ิตประจำวนั ได้

12. นกั เรียนสามารถสร้างงานประตมิ ากรรมเพ่ือการสืบทอดภูมิปญั ญาท้องถิน่ และภมู ิปัญญา
ไทย
รวม ๑๒ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา สถาปตั ยกรรม รหสั วชิ า ศ30207 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

เวลา 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาประวตั ิศาสตร์ ประเภท แนวคดิ กระบวนการ โครงสรา้ งของอาคาร วสั ดุ

อุปกรณ์ทใี่ ชก้ อ่ สร้างอาคารในงานสถาปัตยกรรม การจัดองค์ประกอบ หลกั การออกแบบ

ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสัดส่วนมนษุ ยก์ ับการออกแบบ การออกแบบห้อง ภูมิสถาปัตยกรรม การ

เขียนภาพ ปัจจยั ท่ีมอี ทิ ธิพลตอ่ การออกแบบสถาปตั ยกรรมในเขตรอ้ น ภูมอิ ากาศ การวางทศิ ทาง

กระแสลม มลภาวะทางเสยี ง สถาปัตยกรรมไทย ลักษณะของเรือนไทย และความคดิ สร้างสรรค์

ในการสรา้ งงานสถาปัตยกรรม

ฝึกปฏบิ ัตกิ ารออกแบบห้อง ภมู ิสถาปัตยกรรม การเขียนภาพฉาย การเขยี นภาพไอโช

เมตริก การเขียนภาพออบลิค การเขยี นภาพตดั การเขียนภาพคล่ี การเขยี นภาพฉายทัศนียภาพ

เพื่อใหเ้ หน็ คุณค่าของงานสถาปัตยกรรม ช่นื ชม ภาคภูมใิ จในตนเอง มีความใฝเ่ รียนใฝ่รู้

มวี นิ ัย มุ่งม่ันในการทำงาน มีจติ สาธารณะ รักความเปน็ ไทย โดยยึดหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง

สามารถนำความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้ให้เกิดประโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั และ บรู ณาการกบั กลมุ่ สาระการ

เรียนรู้อืน่ ๆ

มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั

ศ 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/5,ม.4-6/6

ศ 1.2 ม.4-6/1 ,

ผลการเรยี นรู้

1. นักเรียนสามารถบอกยคุ สมัยประวตั ิศาสตรส์ ถาปตั ยกรรมตะวนั ตกและตะวันออกได้

2. นักเรยี นสามารถอธบิ ายความหมายองคป์ ระกอบการออกแบบได้

3. นกั เรียนสามารถปฏิบตั กิ ารออกแบบหอ้ งตา่ งๆ เช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้อง

อเนกประสงค์ หอ้ งนำ้ ห้องรับประทานอาหาร และห้องครวั

4. นักเรียนสามารถจำแนกปัจจัยทมี่ อี ิทธิพลต่อการออกแบบสถาปัตยกรรมในเขตรอ้ นได้

5. นกั เรียนสามารถออกแบบภมู สิ ถาปัตยกรรมได้

6. นักเรยี นสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งของอาคารทอี่ ยตู่ ่ำกว่าพ้นื ดนิ และเหนอื พ้ืนดินได้

7. นกั เรียนสามารถบอกวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้กอ่ สรา้ งอาคารได้

8. นกั เรยี นสามารถปฏิบัตกิ ารเขียนภาพสถาปตั ยกรรมพน้ื ฐานได้

9. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิการออกแบบงานสถาปตั ยกรรมได้เหมาะสมกบั โอกาสและ

สถานที่

10. นักเรยี นสามารถประยกุ ตใ์ ช้งานประตมิ ากรรมกบั กลุ่มสาระอืน่ ๆ และใน

ชวี ติ ประจำวนั ได้

11. นักเรยี นสามารถสรา้ งงานสถาปตั ยกรรมเพ่ือการสบื ทอดภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ และภูมิ

ปญั ญาไทย

รวม ๑๑ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ศ30208 ศลิ ปะการออกแบบ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

เวลา 60 ชวั่ โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ม.๔ – ๖ จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาความหมาย ประเภท แนวคิด กระบวนการ และวสั ดุอปุ กรณ์ทใี่ ช้ในการออกแบบ
ทัศนธาตุ หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ หลักการของการออกแบบ การออกแบบตกแต่งภายใน
การออกแบบตกแต่งภายนอก การออกแบบภาพร่างเพื่อการเล่าเรื่อง (Storyboard) โปรแกรม-
งานกราฟิกสำหรับส่ิงพิมพ์ การออกแบบสัญลักษณ์ การออกแบบตัวอักษร การออกแบบโฆษณา
และหลกั การวิจารณผ์ ลงานการออกแบบ

ฝกึ ปฏิบัติการออกแบบตกแตง่ ภายใน การออกแบบตกแต่งภายนอก ออกแบบภาพรา่ ง
-เพื่อการเล่าเรอ่ื ง (Storyboard) โปรแกรมงานกราฟกิ สำหรับสิ่งพมิ พ์ เพื่อการออกแบบสัญลักษณ์
การออกแบบโฆษณา และการออกแบบตวั อักษร วิจารณ์ผลงานการออกแบบของตนเองและผู้อนื่

เพื่อใหเ้ ห็นคณุ ค่าของการออกแบบ ชน่ื ชมงานออกแบบ เป็นผมู้ วี ินยั ใฝ่รู้ใฝเ่ รยี น มุง่ มั่นใน
การทำงาน และภาคภูมิใจในตนเองสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
ๆ และในชีวิตประจำวัน

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความหมาย ประเภท แนวคิด กระบวนการ และหลกั การออกแบบ
2. เลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ เทคนคิ วธิ กี ารทางศิลปะเพื่อสื่อความคิด จนิ ตนาการ ความรู้สกึ
ความประทบั ใจในงานออกแบบ
3. อธิบายลักษณะและเลอื กทศั นธาตุประยุกตใ์ ช้ในงานออกแบบ
4. อธิบายความหมายและนำหลักการจัดองคป์ ระกอบศลิ ปป์ ระยกุ ตใ์ ช้ใช้ในงานออกแบบ
5. อธบิ ายลักษณะและออกแบบตกแตง่ ภายใน
6. อธบิ ายลกั ษณะและการออกแบบตกแต่งภายนอก
7. อธบิ ายลกั ษณะและออกแบบภาพรา่ งเพอื่ การเลา่ เร่อื ง (Storyboard)
8. อธิบายลักษณะและออกแบบสญั ลักษณ์ ออกแบบตวั อกั ษร ออกแบบโฆษณา
9. อธบิ ายลกั ษณะและเลือกโปรแกรมงานกราฟิกสำหรบั ส่ิงพิมพ์เพ่อื ใช้ในงานออกแบบ
10. เลือกสร้างสรรคง์ านออกแบบที่สนใจด้วยภาพนง่ิ และภาพเคลอ่ื นไหวตามจินตนาการ
11. อธิบายหลักการวจิ ารณ์ผลงานการออกแบบ วจิ ารณ์ผลงานการออกแบบ และ
แสดงความคิดเหน็ ตอ่ ผลงานโดยวเิ คราะห์ทัศนธาตุ การจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ และ
ความงามของศิลปะ
12. ใช้เทคนิคและวิธีการออกแบบประยุกตใ์ ช้กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ และ
ชวี ติ ประจำวัน
13. บอกประโยชน์ และคุณค่าของงานออกแบบ

รวม 13 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ศ3020๙ นาฏศลิ ปพ์ น้ื เมอื งสรา้ งสรรค์ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

เวลา 60 ชวั่ โมง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ม.๔ – ๖ จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษานาฏศิลป์พ้ืนเมืองในเร่ืองประวัติความเป็นมา การแต่งกาย ลีลาท่ารำ เพลง
ประกอบการรำฝึกทักษะการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง เพลงพ้นื เมืองตามความสนใจการจัดประเภท
ของการแสดงพื้นเมือง ประวัติบุคคลสำคัญในทอ้ งถิ่นที่ประสบผลสำเรจ็ ในการสร้างสรรค์การแสดง
พื้นเมอื ง สามารถจดั การแสดงพื้นเมืองของจังหวดั ยโสธร และศลิ ปะพ้ืนบา้ น

เพ่อื ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจชนื่ ชมและเหน็ คุณคา่ ของการแสดงพืน้ เมอื งสร้างสรรค์ มีทักษะ
ในการแสดงพื้นเมือง และสามารถทำความเข้าใจภูมิปัญญาท้องถิ่น เพ่ืออนุรักษ์และนำมา
ประยุกต์ใช้ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั

ผลการเรยี นรู้
๑. มคี วามรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกบั นาฏศลิ ปพ์ ้นื เมอื งในเรื่องประวัติความเปน็ มาการแต่งกาย

ลีลาทา่ รำ
๒. นกั เรยี นสามารถบอกและอธิบายประเภทของการแสดงพน้ื เมือง
๓. นกั เรยี นศกึ ษาประวัติบุคคลสำคัญที่มีความสามารถดา้ นการแสดงพืน้ บา้ นในทอ้ งถน่ิ ท่ี

ประสบผลสำเรจ็ ในการสรา้ งศิลปะพ้นื บา้ นได้
๓. นักเรียนสามารถฝกึ การแสดงนาฏศิลป์พน้ื เมืองการละเล่นพนื้ เมอื งร้องและรำเพลง

พน้ื เมอื งตามความสนใจได้
๔. นกั เรียนมีทกั ษะและสามารถจดั การแสดงพืน้ บา้ นของจังหวัดยโสธร
๕. นกั เรียนสามารถสำรวจและทำความเขา้ ใจภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่ ได้
๖. นักเรยี นมคี วามชน่ื ชมเห็นคุณค่าและภาคภมู ิใจในการแสดงพน้ื เมอื งสรา้ งสรรคภ์ มู ิปัญญา

ทอ้ งถนิ่ มี ความตระหนักที่จะถา่ ยทอด อนรุ ักษแ์ ละนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั ตอ่ ไป
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ศ302๑๐ นาฏศลิ ปพ์ นื้ เมอื งสรา้ งสรรค์ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

เวลา 60 ชวั่ โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ม.๔ – ๖ จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาเกี่ยวกับความหมาย ประวัติความเป็นมา ดนตรี อุปกรณ์ประกอบการแสดง และ
โอกาสทใ่ี ช้ในการแสดงนาฏศลิ ปพ์ ืน้ เมือง

ฝึกปฏิบัติทักษะการแสดง การแต่งกาย การแต่งหน้า การแต่งผม และหลักวิธีการแสดง
นาฏศิลปพ์ ้ืนเมอื ง

เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการสร้างสรรค์คิดประดิษฐ์ท่ารำและการแสดง

นาฏศิลป์พื้นเมือง เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์พื้นเมือง เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทา
วัฒนธรรมภมู ิปัญญาท้องถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทย

ผลการเรยี นรู้

๑. นักเรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกับประวตั คิ วามเป็นมาของดนตรีและอุปกรณก์ าร
๒. มที กั ษะในการแสดงนาฏศิลป์พน้ื เมืองและนาฏศิลปพ์ น้ื เมอื งสร้างสรรค์

๓. มที กั ษะในการสร้างสรรค์คดิ ประดษิ ฐ์ท่ารำพ้ืนเมอื งสร้างสรรค์
๔. นักเรยี นสามารถนำอาชีพวถิ ีชวี ติ ของชาวบ้านมาประยกุ ตม์ าออกแบบและสรา้ งสรรค์ให้

เปน็ การแสดงพ้ืนเมือง ไดอ้ ย่างสวยงาม

๕. นกั เรียนสามารถคิด ประดษิ ฐ์สร้างสรรค์ท่ารำพนื้ เมอื งได้อย่างเหมาะสมและสวยงาม
รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ศ302๑๑ ละครสรา้ งสรรค์ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

เวลา 60 ชวั่ โมง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ม.๔ – ๖ จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาศิลปะการละครเบ้อื งต้นในเร่ือง ความหมาย จดุ มุ่งหมายในการแสดง ความเป็นมา
การแตง่ กาย ลลี าทา่ รำเพลงท่ีใชป้ ระกอบการรำ โอกาสท่ีใชแ้ สดง ประเภทและองคป์ ระกอบ ของ

ละคร ความสัมพันธ์กับชีวิต ประโยชน์ หลักการสร้างสรรค์และวิจารณ์ละคร โดยใช้ทักษะ
กระบวนการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ ฝึกปฏิบัติพ้ืนฐานเกี่ยวกับการแสดงวิจารณ์ และประเมิน
คุณภาพของการแสดง เพ่อื ให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับการแสดงเบื้องต้น มีทักษะพน้ื ฐานและ

การแสดงออกได้อยา่ ง เหมาะสม มีความซาบซ้งึ และเหน็ คณุ ค่าของศิลปะการละคร

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรยี นอธิบายประวัติความเป็นมา การแตง่ กาย ลลี าท่ารำ โอกาสที่แสดง
2. นกั เรยี นอธบิ ายความหมาย และองค์ประกอบของละคร

3. นักเรยี นระบคุ ณุ ค่าของศิลปะการละคร
4. นกั เรยี นสามารถระบปุ ระเภทของละคร

5. นกั เรียนสามารถวิจารณล์ ะครไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์
6. นกั เรยี นสามารถระบุประโยชนข์ องละคร
รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ศ302๑๒ ละครสรา้ งสรรค์ ๒ จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
เวลา 60 ชว่ั โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ม.๔ – ๖

ศึกษาประวัติความเป็นมา องค์ประกอบ วิวัฒนาการละครไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
บทบาทของบุคคลสำคญั ในวงการของละครไทยในยคุ สมัยตา่ งๆรปู แบบของการแสดงละครท่ตี อ้ งการ
ส่อื ความหมายในการแสดงเปรยี บเทียบการนำการแสดงไปใช้ในโอกาสตา่ งๆการนำเสนอผลงานและ
แนวคิดในการอนุรักษน์ าฏศิลป์ ภมู ิปัญญาท้องถิ่นโดยใช้กระบวนการสบื คน้ ข้อมูล กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการสาธติ

ฝึกปฏิบัติการคดิ ทดสอบ การแสดงผลงาน เพอื่ ให้นักเรียนสามารถนำความร้ไู ปประยุกต์ใช้
กับวิชาอื่นๆ และชีวิตประจำวัน มีคุณธรรมจริยธรรม รักความเป็นไทย มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ มุ่งมั่นในการทำงาน วิพากย์ วิจารณ์ คุณค่าทางด้านการแสดง สืบสาน ชื่นชมความงาม
อนุรกั ษแ์ ละเหน็ คุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมทงั้ ทเี่ ป็นภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ และภูมปิ ัญญาไทย

ผลการเรยี นรู้

๑. นักเรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจพ้ืนฐาน ในการศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มา องค์ประกอบ
วิวฒั นาการละครไทยตั้งแตอ่ ดีตถงึ ปัจจบุ ัน

๒. นักเรียนความรู้ความเข้าใจพ้ืนฐานรูปแบบของการแสดงละครที่ต้องการสอื่ ความหมายในการ
แสดงเปรยี บเทียบการนำการแสดงไปใช้ในโอกาสต่างๆ

๓. นกั เรียนสามารถนำเสนอผลงานละครสรา้ งสรรคโ์ ดย ผสมผสานความรู้ ความเข้าใจและทกั ษะ
ด้านละครสรา้ งสรรคม์ าใช้กับการแสดงละครในระดับพื้นฐานได้

๔. นักเรียนเขา้ ใจหลกั และวิธีการพิจารณาละครและการสรา้ งผลงานทางละคร บรู ณาการใชก้ ับ
กลุ่มสาระอน่ื และชีวติ ประจำวัน

รวม ๔ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ศ๓๐๒๑๓ ดนตรปี ฏบิ ตั ติ ามความถนดั ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ม.๔ – ๖ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ศึกษาเกีย่ วกบั ทฤษฎีการดนตรี โนต้ สากล ศพั ท์สังคีต ฝกึ โสตประสาท จงั หวะ หลักการ
ผสมวง ฝึกปฏิบตั เิ ครือ่ งดนตรสี ากลอยา่ งนอ้ ย ๑ ช้นิ โดยฝกึ บรรเลงทง้ั เดี่ยวและกลุม่ การดูแล
รักษาเครอื่ งดนตรี

โดยใชก้ ระบวนการปฏบิ ัติเพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจในดนตรสี ากล สามารถบรรเลงดนตรี
สากลทถ่ี นดั ได้ถกู ต้อง ไพเราะ และเพลิดเพลนิ ได้เห็นคุณค่าและมสี ุนทรียภาพทางด้านดนตรี

ผลการเรยี นรู้
๑. มีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับทฤษฎแี ละโน้ตสากล
๒. มคี วามรู้ความเข้าใจเกยี่ วกบั การอา่ นเขียนโนต้ สากล
๓. มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั บันไดเสียงระยะคเู่ สยี งศพั ท์สังคีตและโครงสรา้ งของทานอง

เพลง
๔. มคี วามร้คู วามเข้าใจเกี่ยวกบั ความเป็นมาของดนตรตี ะวันตก
๕. มคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับวิธีการใชแ้ ละการเกบ็ รกั ษาเคร่อื งดนตรีสากลชนดิ ตา่ งๆ
๖. เห็นคณุ ค่าและประโยชน์ของดนตรี

รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ศ๓๐๒๑๔ ดนตรปี ฏิบตั ติ ามความถนดั ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ม.๔ – ๖ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ศกึ ษาทฤษฎกี ารดนตรี หลกั การฝึกหัดเบ้ืองต้น หลกั การฟงั ดนตรี ศพั ทส์ ังคตี และหลักการ
ใช้เครือ่ งดนตรี ฝกึ ปฏิบตั ิเครื่องดนตรีสากลทถี่ นดั และมที ักษะในการบรรเลงดนตรีสากลที่ถนดั ได้
อย่าง ถูกต้อง ไพเราะ เพลดิ เพลนิ หลากหลายรปู แบบ สามารถจัดแสดงดนตรเี ป็นคร้งั คราว ดูแลเก็บ
รักษา เคร่ืองดนตรีได้อย่างถกู ตอ้ ง เพอ่ื ให้มคี วามรู้ความเข้าใจ เหน็ คณุ ค่า สามารถบรรเลงดนตรตี าม
ความถนัดตามโนต้ ทัง้ เดยี่ ว และเปน็ กลุ่ม มีวินัย ใฝ่รใู้ ฝ่เรียน มงุ่ ม่ันในการทำงาน ปฏบิ ัติงาน
สร้างสรรค์งานแสดงดนตรี อย่างชน่ื ชม และเหน็ คุณคา่
ผลการเรียนรู้
1. สามารถอธิบายถึงทฤษฎีโน้ตสากลในการปฏบิ ัตแิ ละบรรเลงดนตรีได้
2. อธิบายถึงศัพทส์ ังคีตท่ีใช้ในการบรรเลงดนตรีสากลได้
3. สามารถเลอื กปฏิบัตเิ ครอ่ื งดนตรีสากลตามความถนัดได้ 1 ช้ิน
4. นกั เรียนสามารถฝึกทักษะเบอ้ื งต้น และบรรเลงเครื่องดนตรีสากลที่ถนัดได้
5. สามารถบรรเลงดนตรตี ามเพลงท่กี ำหนด และเพลงเลอื กได้
6. นักเรยี นสามารถเข้าร่วมร่วมจดั การแสดงดนตรีทง้ั เดี่ยวและวงได้
7. นกั เรียนรู้ถึงวธิ ีการดูแล บำรุงรกั ษาเคร่อื งดนตรไี ด้อยา่ งถูกตอ้ ง

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ศ๓๐๒๑๕ ดนตรปี ฏบิ ตั ติ ามความถนดั ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔-๖ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ศกึ ษาเก่ียวกบั ทฤษฎีการดนตรี โนต้ เพลงไทยพ้ืนเมืองอสี าน ศพั ท์สงั คตี ฝึกโสตประสาท
จังหวะ หลกั การผสมวง ฝึกปฏิบตั ิเคร่ืองดนตรีสากลอยา่ งนอ้ ย ๑ ชนิ้ โดยฝึกบรรเลงทั้งเด่ยี วและ
กล่มุ การดูแลรักษาเครื่องดนตรี

โดยใช้กระบวนการปฏิบตั เิ พ่ือใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในดนตรพี นื้ เมอื งอสี า สามารถบรรเลง
ดนตรีสากลที่ถนดั ไดถ้ ูกต้อง ไพเราะ และเพลดิ เพลิน ได้เห็นคณุ ค่าและมสี นุ ทรยี ภาพทางดา้ นดนตรี

ผลการเรยี นรู้
๑. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั ทฤษฎีและโน้ตเพลงไทย
๒. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจเก่ยี วกับการอ่านเขยี นโนต้ เพลงพืน้ เมืองอสี าน
๓. นักเรียนมีมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับประวตั ิความเปน็ มาของบทเพลงพื้นเมอื งอสี าน
๔. นกั เรยี นสามารถอา่ นโน้ตเพลงพ้ืนเมอื งอสี านได้อย่างนอ้ ย ๔ เพลง
๕. นกั เรยี นสามารถบรรเลงเดย่ี วเครอื่ งดนตรี หรือบรรเลงรวงวงได้
๖. นกั เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับวธิ ีการใช้และการเก็บรกั ษาเคร่ืองดนตรสี ากลชนิด

ต่างๆ
๖. นักเรียนเห็นคณุ คา่ และประโยชน์ของดนตรี

รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ศ๓๐๒๑๖ ดนตรปี ฏบิ ตั ติ ามความถนดั ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔-๖ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ศึกษาเกี่ยวกบั ลักษณะและส่วนประกอบต่างๆ ของกีตาร์ การจับกีตาร์ การวางทา่ ทาง การ
จัด ท่าทางการเล่นกีตาร์แบบต่างๆตำแหน่งการวางน้ิว ตำแหน่งเสียงกีตาร์สาย 1 – 6 การอ่าน
คอร์ด (Chord Block)เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเก่ียวกับองค์ประกอบของกีตาร์การฝึกไล่บันได
เสียง การจับคอร์ด (Chord) การตีคอร์ดการดีดกีตาร์ขั้นพ้ืนฐานการเล่นกีตาร์แบบ Chord Open
Form วรรณกรรมทางดนตรี บทบาทของกีตาร์ต่อสังคมไทย การแสดงกีตาร์ที่หลากหลายแนว
เพลงต่างๆ เช่น คลาสสิคแจ๊ส ละตินร็อค ดนตรีพ้ืนบ้านและ สไตส์ท่ีนิยมในปั จจุบัน โดยใช้
กระบวนการปฏิบัติการทางดนตรี การฝึกซ้อม การสาธิต การเรียนรู้จากตัวแบบ การฝึกปฏิบัติ
สามารถดีดสายท่ี 1 ไปจนถึงสายที่ 6 ตามขั้นตอน ขั้นที่ 1 ดีดลง-ขึ้น-ลง ข้ันที่ 2 ขึ้น-ลง ขั้นที่ 3
ดีดลงทง้ั หมด การดีดในรปู แบบตา่ งๆและการฝกึ ปฏบิ ัตโิ น้ตดนตรี E ในสายท่ี 1 โน้ต ดนตรใี นสายท่ี
2 หรือคอร์ด B เริ่มต้นเล่นด้วยคอร์ด C และ G7ทักษะการฟังจังหวะ (Rhythm) ประเภทของตัว
หยุด (Thype of Rests) ทักษะการเขยี นสายท่ี 1- 4 การสาธิตและการฝึกซ้อม เลน่ สายท่ี 3 สายที่
4 การฝึกปฏิบัติเล่นคอร์ด Am และ E F#, dots Basic Open Chrods การเล่น เพลงที่มีคอร์ด C,
G7,D,D7, E7, Am เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกีตาร์ขั้นพื้นฐาน มีทักษะและ
ความสามารถ ในการเล่นกีตาร์ตามทก่ี ำหนด มีทัศนคตทิ ี่ดีต่อกีตาร์ มีระเบียบวินัย เกิดความมุง่ ม่ัน
ในการฝึกซอ้ ม ใฝ่ เรียนรนู้ ำความรู้ไปใช้ให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง

ผลการเรียนรู้
๑. ผเู้ รยี นมีความรู้และเขา้ ใจในเครือ่ งดนตรีสากล คุณสมบตั ิของดนตรีเคร่อื งสาย

คณุ ลกั ษณะ และ คำศพั ท์ของกีตาร์
๒. ผู้เรียนมีความเขา้ ใจในหลักการทฤษฎีดนตรีสากลเบือ้ งต้น
๓. ผเู้ รียนสามารถอธบิ ายบทบาท ความสัมพันธ์ และอทิ ธพิ ลของกีตาร์ท่มี ีตอ่ สังคมไทย
๔. ผเู้ รยี นมีทกั ษะในการเตรยี มอุปกรณเ์ พ่ือฝกึ ปฏิบัติในการเล่นกีตาร์ การใส่สาย การดดี

แยกสาย การดีดรวมสาย และการเกา
๕. ผูเ้ รียนมีทกั ษะในการดดี กีตารเ์ พ่อื ใหเ้ กิดเสียงทำนองดนตรตี ามกำหนดได้อย่างถกู ตอ้ ง
๖. ผู้เรยี นมคี วามรับผิดชอบ ใฝเ่ รยี นร้มู วี นิ ัย มีความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมและเกดิ ทศั นคติที่ดี

ต่อ การเล่นกีตาร์ รวม

รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ศ33201 visual art project group กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

เวลา 80 ชว่ั โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖/๑๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน 2.0 หนว่ ย

กติ

ศึกษาความหมาย ความสำคัญ หลักการ ประเภท องค์ประกอบของโครงงาน และขั้นตอน

วธิ ีการเขียนโครงงาน หลักการและวิธีการทำงานกลุ่ม (teamwork) รปู แบบการนำเสนอผลงาน-
ทศั นศลิ ป์ หลักการ จัดนิทรรศการงานทัศนศิลป์ หลักการและทฤษฎีการวจิ ารณ์ผลงานทัศนศิลป์
หลักการประเมนิ ผลงานทศั นศิลป์ และหลกั การจดั ทำเกณฑ์การประเมินผลงานทศั นศลิ ป์

ฝึกปฏิบัติการเขียนโครงงาน วางแผนการปฏิบัติงาน และปรับปรงุ การปฏิบัติงานอย่างเป็น
-ขน้ั ตอน นำเสนอผลงานทัศนศิลป์ตามความคิดสรา้ งสรรค์ และจินตนาการ จัดนิทรรศการผลงาน-

ทศั นศิลป์ การวิจารณแ์ ละแสดงความคิดเหน็ ผลงานทัศนศิลป์ของตนเองและผอู้ ่นื จัดทำหลักเกณฑ์
การประเมินผลงานทศั นศลิ ป์

เพ่ือให้เห็นคุณค่า ความสำคัญ และมีความสุขในการทำงานกลุ่ม (teamwork) สามารถ

-แสดงผลงานตามความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นขั้นตอนท่ีถูกต้อง บรรลุเป้าหมายอย่างมี
ประสิทธิภาพ และภาคภูมิใจในตนเอง เป็นผู้มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งม่ัน ในการทำงาน สามารถนำ

ความรู้และทกั ษะไปประยุกตใ์ ชร้ ว่ มกับกล่มุ สาระการเรยี นรอู้ นื่ ๆ และในชวี ิตประจำวัน

ผลการเรยี นรู้

1. อธิบายความหมาย ความสำคัญ หลักการ ประเภท องคป์ ระกอบของโครงงาน และ
ขน้ั ตอน วธิ กี ารเขยี นโครงงาน

2. ฝึกปฏบิ ัตกิ ารเขยี นโครงงาน ปฏบิ ตั ิงานตามท่ีวางแผน และปรับปรุงการปฏิบัตงิ าน
อยา่ งเป็นขนั้ ตอน

3. บอกคุณค่า ความสำคญั ประโยชน์ และอธิบายหลักการทำงานกลุ่ม (teamwork)

4. อธิบายรูปแบบการนำเสนอและฝึกปฏิบตั ินำเสนอผลงานทศั นศลิ ป์ ตามความคิด-
สรา้ งสรรค์ และจนิ ตนาการ

5. อธิบายหลักการจัดนทิ รรศการและฝึกปฏิบัตจิ ัดนทิ รรศการผลงานทศั นศิลป์
6. อธิบายหลกั การ ทฤษฎกี ารวจิ ารณ์ และวิจารณ์ แสดงความคิดเห็นแสดงความคิดเห็น

ต่อผลงานของตนเองและผอู้ ื่น โดยวิเคราะห์ทัศนธาตุ การจดั องคป์ ระกอบศิลป์ และ
ความงามของศลิ ปะ
7. อธบิ ายหลักการประเมินผลงาน จัดทำเกณฑ์การประเมินผลงานทัศนศิลป์ และ
นำแบบประเมนิ ไปใช้

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ศ33202 visual art project กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

เวลา 120 ชว่ั โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖/๑๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน 3 หนว่ ยกติ

ศกึ ษา รวบรวม แยกประเภท คดั เลือกผลงานทัศนศิลป์ของตนเองที่มีความงามท้ังด้าน
-ทัศนธาตุ การจดั องค์ประกอบศิลป์และความงามของศลิ ปะ สำรวจทักษะความสามารถ ความถนัด
ความพร้อม และวเิ คราะห์ วจิ ารณง์ านทศั นศลิ ปข์ องตนเอง สรา้ งสรรคผ์ ลงานทัศนศิลป์ประยุกต์ใช้
ให้เหมาะสมกับยุคสมัย และวิวัฒนาการทางศิลปวัฒนธรรมของไทยและสากล ในรูปแบบโครงงาน
ทัศนศลิ ป์ (visual art project)

ฝึกปฏิบัติการเขียนโครงงานทัศนศิลป์ (visual art project) วางแผนการปฏิบัติงาน และ
ปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างเป็นข้ันตอน เลือกนำเสนอผลงานทัศนศิลป์ตามความคิดสร้างสรรค์
และจินตนาการ จัดนิทรรศการผลงานทัศนศิลป์ การวิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นการนำเสนอ
ผลงานทศั นศิลปข์ องตนเองและผอู้ น่ื จดั ทำหลักเกณฑ์การประเมินการนำเสนอผลงานทศั นศิลป์

เพ่ือให้เห็นคุณค่า ความสำคัญ ของงานทัศนศิลป์ มีความสุขในการทำงาน สามารถแสดง
ผลงานตามความคิดสรา้ งสรรค์อย่างเปน็ ขน้ั ตอนทถ่ี ูกตอ้ ง บรรลุเป้าหมายอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ และ

ภาคภูมใิ จในตนเอง เป็นผู้มีวนิ ัย ใฝร่ ้ใู ฝ่เรียน ม่งุ มนั่ ในการทำงาน สามารถนำความรู้ และทักษะ
ไปประยุกต์ใชร้ ่วมกบั กลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ่นื ๆ และในชวี ติ ประจำวนั

ผลการเรยี นรู้
1. รวบรวม แยกประเภท คดั เลอื กผลงานทศั นศิลป์ของตนเองท่มี คี วามงามท้งั ด้านทศั นธาตุ
การจัดองค์ประกอบศิลป์ และความงามของศิลปะ
2. สำรวจทกั ษะความสามารถ ความถนัด ความพรอ้ มของตนเองด้านทัศนศลิ ป์

3. วเิ คราะห์ วจิ ารณ์งานทัศนศลิ ป์ของตนเอง
4. เลือกนำเสนอผลงานทัศนศิลป์ตามความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ ในรูปแบบ

โครงงานทศั นศิลป์ (visual art project)

5. สร้างสรรคผ์ ลงานทศั นศิลปป์ ระยกุ ต์ใช้ใหเ้ หมาะสมกับยคุ สมยั และววิ ัฒนาการทาง
ศลิ ปวฒั นธรรมของไทยและสากล

6. วจิ ารณแ์ ละแสดงความคิดเห็นการนำเสนอผลงานทศั นศิลป์ของตนเองและผู้อ่ืน
7. จัดทำเกณฑ์การประเมนิ การนำเสนอผลงานทัศนศลิ ป์ และนำแบบประเมินไปใช้

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ศ3320๓ Creations of Dramatic Art Project group กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
เวลา 80 ชว่ั โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖/๑๑ ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาความหมาย ความสำคญั หลักการ ประเภท องค์ประกอบของโครงงาน และข้ันตอน
วิธีการเขยี นโครงงาน หลักการและวิธีการทำงานกลุ่ม (teamwork) รูปแบบการนำเสนอผลงาน-
ทัศนศิลป์ หลักการ จัดนิทรรศการงานทัศนศิลป์ หลักการและทฤษฎีการวิจารณ์นาฏศิลป์
พื้นเมืองสร้างสรรค์และละครสร้างสรรค์ หลักการประเมินผลงานการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง
สร้างสรรค์และละครสร้างสรรค์ และหลักการจัดทำเกณฑ์การประเมินผลงานการแสดงนาฏศิลป์
พน้ื เมืองสร้างสรรคแ์ ละละครสร้างสรรค์

ฝกึ ปฏิบัติการเขียนโครงงาน วางแผนการปฏิบัติงาน และปรับปรงุ การปฏิบัตงิ านอย่างเป็น
-ขัน้ ตอน นำเสนอผลงานการแสดงพื้นเมืองสร้างสรรค์และละครสร้างสรรค์ ตามความคิดสร้างสรรค์
และจินตนาการ การวิจารณ์และแสดงความคิดเห็นผลงานของตนเองและผู้อ่ืน จัดทำหลักเกณฑ์
การประเมนิ ผลงาน

เพ่ือให้เห็นคุณค่า ความสำคัญ และมีความสุขในการทำงานกลุ่ม (teamwork) สามารถ
-แสดงผลงานตามความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นข้ันตอนท่ีถูกต้อง บรรลุเป้าหมายอย่างมี
ประสิทธิภาพ และภาคภูมิใจในตนเอง เป็นผู้มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งม่ัน ในการทำงาน สามารถนำ
ความร้แู ละทักษะไปประยุกตใ์ ชร้ ว่ มกบั กล่มุ สาระการเรยี นร้อู ื่น ๆ และในชวี ิตประจำวนั

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความหมาย ความสำคญั หลักการ ประเภท องค์ประกอบของโครงงาน และ
ขนั้ ตอน วิธีการเขยี นโครงงาน
2. ฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารเขยี นโครงงาน ปฏิบัติงานตามที่วางแผน และปรับปรุงการปฏบิ ัติงาน
อย่างเปน็ ข้ันตอน
3. บอกคุณค่า ความสำคญั ประโยชน์ และอธบิ ายหลักการทำงานกลุ่ม (teamwork)
4. อธิบายรูปแบบการนำเสนอและฝกึ ปฏบิ ตั ินำเสนอผลงานการแสดงนาฏศิลปพ์ นื้ เมอื ง

สร้างสรรคแ์ ละ ละครสร้างสรรค์ ตามความคิด- สรา้ งสรรค์ และจินตนาการ
5. อธิบายหลกั การจัดการแสดงผลงานนาฏศิลปพ์ ื้นเมอื งสร้างสรรคแ์ ละละครสรา้ งสรรค์
6. อธิบายหลกั การ ทฤษฎีการวิจารณ์ และวจิ ารณ์ แสดงความคิดเหน็ แสดงความคิดเห็น
ต่อผลงานของตนเองและผูอ้ ่ืน อยา่ งสรา้ งสรรค์
๗. อธบิ ายหลกั การประเมนิ ผลงาน จัดทำเกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานพืน้ เมอื งสร้างสรรค์และ
ละครสร้างสรรค์ และ นำแบบประเมนิ ไปใช้

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ศ3320๔ Creations of Dramatic Art Project work กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
เวลา 120 ชวั่ โมง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖/๑๑ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน 3 หนว่ ยกติ

ศึกษา รวบรวม คัดเลือกผลงานของตนเอง สำรวจทักษะความสามารถ ความถนัด ความ
พร้อม และวิเคราะห์ วิจารณ์งานทัศนศิลป์ของตนเอง สร้างสรรค์ผลงานการแสดงพ้ืนเมือง
สร้างสรรค์และละครสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับยุคสมัย และวิวัฒนาการทาง
ศลิ ปวฒั นธรรมของไทยและสากล ในรูปแบบโครงงานนาฏศลิ ป์

ฝึกปฏิบัตกิ ารเขียนโครงงานนาฏศิลป์ วางแผนการปฏิบัติงาน และปรับปรุงการปฏิบัติงาน
อยา่ งเป็นข้ันตอน เลือกนำเสนอผลงานการแสดงพ้ืนเมืองสร้างสรรคห์ รอื ครสร้างสรรค์ ตามความคิด
สร้างสรรค์ และจนิ ตนาการ จดั การแสดงผลงานการแสดงพ้ืนเมืองสร้างสรรค์และละครสรา้ งสรรค์
การวิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นการนำเสนอผลงานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อ่ืน จัดทำ
หลักเกณฑก์ ารประเมินการนำเสนอผลงานทศั นศลิ ป์

เพ่ือให้เห็นคุณค่า ความสำคัญ ของงานการแสดงพื้นเมืองสร้างสรรค์หรือละครสร้างสรรค์
มีความสุขในการทำงาน สามารถแสดงผลงานตามความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นขั้นตอนท่ีถูกต้อง
บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และภาคภมู ิใจในตนเอง เป็นผมู้ ีวนิ ัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่น ในการ
ทำงาน สามารถนำความรู้ และทักษะไปประยุกต์ใช้ร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และใน
ชีวิตประจำวนั

ผลการเรยี นรู้
1. รวบรวม แยกประเภท คัดเลอื กผลงานนาฏศิลปข์ องตนเองท่ีมคี วามงาม
2. สำรวจทักษะความสามารถ ความถนดั ความพร้อมของตนเองด้านนาฏศิลป์
3. วิเคราะห์ วิจารณง์ านนาฏศิลป์ของตนเอง
4. เลอื กนำเสนอผลงานการแสดงนาฏศิลปพ์ ื้นเมอื งสรา้ งสรรค์หรอื ละครสร้างสรรค์ตาม
ความคิดสร้างสรรค์ และจนิ ตนาการ ในรปู แบบ โครงงานนาฏศิลป์
๕.สรา้ งสรรค์ผลงานการแสดงนาฏศิลป์พ้ืนเมอื งสร้างสรรคห์ รือละครสร้างสรรคป์ ระยกุ ตใ์ ช้
ให้เหมาะสมกับยุคสมัย และววิ ฒั นาการทาง ศลิ ปวัฒนธรรมของไทยและสากล
6. วจิ ารณ์และแสดงความคิดเหน็ การนำเสนอผลงานการแสดงนาฏศลิ ป์พนื้ เมอื ง
สรา้ งสรรค์
หรือละครสร้างสรรคข์ องตนเองและผู้อ่นื
7. จัดทำเกณฑก์ ารประเมินการนำเสนอผลงานการแสดงนาฏศิลปพ์ ้นื เมอื งสรา้ งสรรคห์ รอื
ละครสรา้ งสรรค์ และนำแบบประเมินไปใช้

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ศ3320๕ Music Project group กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
เวลา 80 ชว่ั โมง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖/๑๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาความหมาย ความสำคญั หลักการ ประเภท องค์ประกอบของโครงงาน และข้ันตอน
วิธีการเขียนโครงงาน หลักการและวิธีการทำงานกลุ่ม (teamwork) รูปแบบการนำเสนอผลงาน
การแสดงด้านดนตรี หลักการ หลักการและทฤษฎีการวิจารณ์ผลงาน หลักการประเมินผลงาน
การแสดงดา้ นดนตรี และหลักการจัดทำเกณฑ์การประเมนิ ผลงานการแสดงด้านดนตรี

ฝึกปฏิบตั ิการเขียนโครงงานการแสดงดา้ นดนตรี วางแผนการปฏิบัติงาน และปรับปรุงการ
ปฏิบัติงานอย่างเป็น -ข้ันตอน นำเสนอผลงานการแสดงด้านดนตรี ตามความคิดสร้างสรรค์ และ
จินตนาการ

จัดนิทรรศการผลงานการแสดงด้านดนตรี การวิจารณ์และแสดงความคิดเหน็ ผลงานการ
แสดงด้านดนตรี ของตนเองและผูอ้ ื่น จัดทำหลกั เกณฑก์ ารประเมินผลงานการแสดงด้านดนตรี

เพ่ือให้เห็นคุณค่า ความสำคัญ และมีความสุขในการทำงานกลุ่ม (teamwork) สามารถ
-แสดงผลงานตามความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นข้ันตอนที่ถูกต้อง บรรลุเป้าหมายอย่างมี
ประสิทธิภาพ และภาคภูมิใจในตนเอง เป็นผู้มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งม่ัน ในการทำงาน สามารถนำ
ความร้แู ละทกั ษะไปประยุกตใ์ ชร้ ว่ มกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น ๆ และในชีวิตประจำวัน

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมาย ความสำคญั หลักการ ประเภท องค์ประกอบของโครงงาน และ
ขัน้ ตอน วธิ ีการเขียนโครงงานแสดงด้านดนตรี
2. ฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารเขียนโครงงาน ปฏบิ ตั งิ านตามที่วางแผน และปรบั ปรุงการปฏิบัตงิ าน
อยา่ งเป็นขัน้ ตอน
3. บอกคณุ ค่า ความสำคัญ ประโยชน์ และอธิบายหลักการทำงานกลุม่ (teamwork)
4. อธิบายรูปแบบการนำเสนอและฝกึ ปฏิบตั ินำเสนอผลงานแสดงดา้ นดนตรี ตามความคิด-
สร้างสรรค์ และจินตนาการ
5. อธิบายหลักการผลงานแสดงด้านดนตรี
6. อธบิ ายหลกั การ ทฤษฎีการวิจารณ์ และวิจารณ์ แสดงความคิดเห็นแสดงความคิดเหน็
ต่อผลงานของตนเองและผูอ้ ืน่ อย่างสร้างสรรค์
7. อธบิ ายหลักการประเมินผลงาน จัดทำเกณฑ์การประเมินผลงานแสดงด้านดนตรี และ
นำแบบประเมินไปใช้

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ศ3320๖ Music Project work กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
เวลา 120 ชว่ั โมง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖/๑๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน 3 หนว่ ยกติ

ศึกษา รวบรวม คัดเลือกผลงานแสดงด้านดนตรี ของตนเองที่มีความงาม สำรวจทักษะ
ความสามารถ ความถนัด ความพร้อม และวิเคราะห์ วิจารณ์งานแสดงด้านดนตรี ของตนเอง
สร้างสรรค์ผลงานแสดงด้านดนตรี ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับยุคสมัย และวิวัฒนาการทาง
ศิลปวฒั นธรรมของไทยและสากล ในรูปแบบโครงงานแสดงดา้ นดนตรี

ฝกึ ปฏิบตั ิการเขยี นโครงงานดนตรี วางแผนการปฏิบัตงิ าน และปรับปรงุ การปฏิบตั ิงานอยา่ ง
เป็นข้ันตอน เลือกนำเสนอผลงานแสดงด้านดนตรี ตามความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ จัด
นิทรรศการผลงานแสดงด้านดนตรี การวิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นการนำเสนอผลงานแสดง
ด้านดนตรี ของตนเองและผู้อืน่ จัดทำหลกั เกณฑก์ ารประเมินการนำเสนอผลงานแสดงด้านดนตรี

เพ่ือให้เห็นคุณค่า ความสำคัญ ของงานแสดงด้านดนตรี มีความสุขในการทำงาน สามารถ
แสดงผลงานตามความคดิ สร้างสรรค์อยา่ งเป็นขั้นตอนท่ีถกู ต้อง บรรลเุ ป้าหมายอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
และภาคภูมิใจในตนเอง เปน็ ผมู้ วี ินยั ใฝ่รใู้ ฝเ่ รยี น มุง่ มนั่ ในการทำงาน สามารถนำความรู้ และทักษะ
ไปประยกุ ต์ใชร้ ่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื ๆ และในชวี ติ ประจำวนั

ผลการเรยี นรู้
1. รวบรวม แยกประเภท คัดเลอื กผลงานแสดงดา้ นดนตรี
2. สำรวจทักษะความสามารถ ความถนัด ความพร้อมของตนเองด้านดนตรี
3. วิเคราะห์ วิจารณง์ านแสดงดา้ นดนตรี ของตนเอง
4. เลือกนำเสนอผลงานแสดงด้านดนตรี ตามความคิดสร้างสรรค์ และจนิ ตนาการ ใน

รูปแบบ
โครงงานแสดงดา้ นดนตรี

5. สร้างสรรคผ์ ลงานแสดงดา้ นดนตรี ประยุกตใ์ ช้ใหเ้ หมาะสมกบั ยคุ สมัย และวิวฒั นาการ
ทางศลิ ปวัฒนธรรมของไทยและสากล

6. วิจารณ์และแสดงความคิดเหน็ การนำเสนอผลงานแสดงดา้ นดนตรี ของตนเองและผูอ้ นื่
7. จัดทำเกณฑก์ ารประเมนิ การนำเสนอผลงานแสดงดา้ นดนตรี และนำแบบประเมนิ ไปใช้

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี

รายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี

รายวชิ าการงานอาชพี และเทคโนโลยพี นื้ ฐาน

ง31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต

ง31102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 2 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกิต
ง32101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 3 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต

ง32102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 4 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ง33101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 5 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต
ง33102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 6 20 ช่วั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ง31101 การงานอาชพี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาวเิ คราะห์ แสวงหาความรู้ วธิ ีการทำงานเพือ่ การดำรงชีวติ เกีย่ วกบั งาน
บา้ น สามารถสร้างผลงานอย่างมีความคดิ สรา้ งสรรค์ 4 ลักษณะ ประกอบด้วยความคิดริเริม่ ความ
คลอ่ งตัวในการคดิ ความยดื หย่นุ ในการคิดและความคดิ ละเอียดลออ ทำงานร่วมกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งมี
ความสุข ทำงานอยา่ งเป็นลำดบั ขน้ั ตอน ไดแ้ ก่ หนา้ ท่ีและบทบาทของตนเองทีม่ ีต่อสมาชกิ ใน
ครอบครัว โรงเรยี นและชุมชน การเลือกใช้ ดูแลรกั ษาเสอ้ื ผา้ และเคร่อื งแต่งกาย ประดิษฐ์ของใช้ท่ี
เป็นเอกลักษณ์ไทย อภิปรายแนวทางเข้าส่อู าชีพท่ีสนใจ ศกึ ษาแนวโนม้ ตลาดแรงงาน ความ

ม่นั คงของอาชีพเพอื่ เปน็ แนวทางในการเลือกประกอบอาชีพ ศึกษาวิธีการพัฒนาบคุ ลิกภาพ การ
เตรยี มความพรอ้ มเขา้ สตู่ ลาดแรงงานและเลือกอาชพี ทีต่ นถนดั และสนใจ สามารถเลือกและใช้
เทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสมกบั อาชีพ

โดยใช้ทักษะการจดั การร่วมกนั ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ในการทำงาน ทกั ษะในการ
แสวงหาความรเู้ พ่ือการดำรงชวี ติ ฝึกประสบการณ์ ในอาชีพท่ีตนถนดั และสนใจ สามารถทำงาน

อยา่ งมกี ลยุทธ์และฝกึ การเรียนรสู้ กู่ ระบวนการตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

มจี ติ สำนึกในการทำงานมคี ุณธรรม มลี ักษณะนิสัยเสียสละและใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากรในการ
ทำงานอยา่ งคุม้ ค่าและย่งั ยืน เพ่อื การอนุรกั ษ์สิง่ แวดลอ้ มรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สัตย์สุจรติ มี
วนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ

รหสั มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั

ง๑.๑ ม.๔/๑, ง๑.๑ ม.๔/๒, ง๑.๑ ม.๔/๓, ง๑.๑ ม.๔/๔, ง๑.๑ ม.๔/๕ , ง๑.๑ ม.๔/
๖, ง๑.๑ ม.๔/๗

รวม ๗ ตวั ชวี้ ดั

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ง31102 การงานอาชพี 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาวเิ คราะห์ แสวงหาความรู้ อธิบายความหมาย ความสำคญั ประโยชน์ วิธกี ารและ

ข้นั ตอนในการงานประดษิ ฐ์ เพอ่ื การคา้ ทถ่ี กู ตอ้ งตามขัน้ ตอนด้วยเทคโนโลยี เพอ่ื เพิ่มผลผลติ ดว้ ย
ความรบั -ผิดชอบ ขยัน อดทน ซอ่ื สัตยแ์ ละสามารถทำงานตามขัน้ ตอน วธิ ีการและขน้ั ตอนในการ

ทำงานโดยนำภาระงานประดิษฐ์ เพ่ือการคา้ ท่ถี ูกตอ้ งตามขน้ั ตอนด้วยเทคโนโลยี เพ่ือเพมิ่ ผลผลติ
ดว้ ยความรบั ผิดชอบ ขยัน อดทน ซือ่ สตั ย์ โดยผ่านกระบวนการทำงาน (ความรู้ หลักการ ทักษะ
คุณภาพ เทคโนโลยี และเจตคติ) สามารถทำงานตามข้นั ตอนได้

โดยผ้เู รยี นแสดงออกด้วยการเรยี นร้แู ละทำงาน ท่ถี กู ตอ้ งตามขัน้ ตอนด้วยเทคโนโลยี เพอ่ื
เพ่ิมผลผลติ ดว้ ยความรับ-ผิดชอบ ขยัน อดทน ซือ่ สัตย์ โดยผา่ นกระบวนการทำงาน และการ

ทำงานตามข้นั ตอน ให้ครอบคลุมการทำงาน การผลิต การออกแบบ การแก้ปญั หา การสร้าง
งาน และการสรา้ งอาชพี สุจรติ สามารถทำงานอยา่ งมกี ลยุทธแ์ ละฝึกการเรียนรสู้ ่กู ระบวนการตาม
หลกั แนวคดิ เศรษฐกิจพอเพยี ง

มีจิตสำนกึ ในการทำงานมคี ุณธรรม มลี ักษณะนสิ ยั เสียสละและใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากรในการ
ทำงานอยา่ งคุ้มค่าและย่ังยนื เพอื่ การอนุรักษส์ ิง่ แวดล้อมรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอื่ สัตย์สุจรติ มี
วนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ

รหสั มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั

ง๑.๑ ม.๔/๑, ง๑.๑ ม.๔/๒, ง๑.๑ ม.๔/๓, ง๑.๑ ม.๔/๔, ง๑.๑ ม.๔/๕ , ง๑.๑ ม.๔/
๖, ง๑.๑ ม.๔/๗ ง๒.๑ ม๔/๓ , ง๒.๑ ม๔/๔

รวม 9 ตวั ชว้ี ดั

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ง32101 การงานอาชพี 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาวเิ คราะห์ แสวงหาความรู้ อธบิ ายความหมาย ความสำคญั ประโยชน์ วิธีการและ
ข้ันตอนในการงานปลกู พืชเศรษฐกิจ ที่ปลอดสารพษิ เพ่ือการค้า ท่ีถูกต้องตามขน้ั ตอนด้วย
เทคโนโลยี อธบิ ายความหมาย ความสำคญั ประโยชน์ วธิ กี ารและข้ันตอนในการทำงานโดยนำภาระ
งานปลกู พืชเศรษฐกจิ ท่ีปลอดสารพษิ เพื่อการคา้ ท่ถี กู ต้องตามข้นั ตอนดว้ ยเทคโนโลยี เพอ่ื เพิม่
ผลผลติ ด้วยความรับ-ผดิ ชอบ ขยัน อดทน ซอ่ื สัตย์ มาพฒั นาเปน็ งานอาชพี ในลักษณะเชอื่ มโยง
หรอื บูรณาการกบั ทุกสาระ โดยผา่ นกระบวนการทำงาน (ความรู้ หลักการ ทกั ษะ คุณภาพ

เทคโนโลยี และเจตคติ)

โดยผู้เรียนแสดงออกดว้ ยการเรยี นร้แู ละทำงาน เร่อื ง ลูกพืชเศรษฐกิจ ทปี่ ลอดสารพิษ

เพ่อื การคา้ ที่ถูกต้องตามขน้ั ตอนด้วยเทคโนโลยี เพ่อื เพิม่ ผลผลิต ด้วยความรบั -ผิดชอบ ขยนั อดทน
ซือ่ สตั ย์ การทำงานโดยนำภาระงานมาพฒั นาเป็นงานอาชีพในลักษณะเชือ่ มโยง หรือบรู ณาการ
กับทุกสาระ โดยผ่านกระบวนการทำงาน (ความรู้ หลักการ ทักษะ คุณภาพ เทคโนโลยี และเจต

คต)ิ และการทำงานตามข้นั ตอน เทคโนโลยสี ารสนเทศเก่ียวกบั การงานและอาชีพในสถาน
ประกอบการ ศึกษา และสรา้ งเทคโนโลยีเพ่ือการทำงานและอาชพี เพอื่ เพมิ่ ประสิทธิภาพของการ

ทำงานและอาชพี ใหค้ รอบคลุมการทำงาน การผลติ การออกแบบ การแกป้ ัญหา การสรา้ งงาน
และการสร้างอาชีพสจุ รติ สามารถทำงานอยา่ งมกี ลยทุ ธแ์ ละฝึกการเรยี นรสู้ ู่กระบวนการตามหลัก
แนวคดิ เศรษฐกิจพอเพียง

เพ่อื ให้ผเู้ รียนทำงานบนพื้นฐานของความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความสำคญั และ
ประโยชน์ หลกั การ วิธีการและขน้ั ตอนการทำงานท่รี ับผดิ ชอบ การจดั การและการใช้

เทคโนโลยี ตลอดจนปลกู ฝังนสิ ยั รกั การอา่ น สามารถคิด ออกแบบ สร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์
หรอื วิธกี ารใหม่ ๆ ในการทำงาน ทำงานด้วยความรบั ผดิ ชอบ ตรงต่อ
เวลา ขยนั ซ่ือสัตย์ ประหยดั อดออม มุง่ มนั่ อดทน เออ้ื เฟอื้ เสยี สละ ใช้พลงั งาน

ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมอยา่ งคุ้มคา่ และถกู วิธี

รหสั มาตรฐานและตวั ชว้ี ัด

ง๑.๑ ม.๕/๑, ง๑.๑ ม.๕/๒, ง๑.๑ ม.๕/๓, ง๑.๑ ม.๕/๔, ง๑.๑ ม.๕/๕ , ง๑.๑ ม.๕/๖, ง๑.๑
ม.๕/๗ ง๒.๑ ม๕/๑ , ง๒.๑ ม๕/๕

รวม ๙ ตวั ชวี้ ดั

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ง32102 การงานอาชพี ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา หลกั การสำรวจ วิเคราะห์ ความสามารถ และความพรอ้ มของตนเอง ตัดสนิ ใจ
เลือกอาชพี เขียนโครงงาน ปฏิบตั ิงานอาชพี โดยมขี อ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง แสวงหาแหล่งทรัพยากร

แหลง่ เงนิ ทนุ ขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ าน การปรับปรุง แกไ้ ขใหม้ คี วามรู้ การทำบัญชี รายรบั –
รายจ่าย การประเมินผล

โดยใชก้ ระบวนการ การสำรวจ สงั เกต ฝกึ ปฏบิ ัติ ทักษะด้านต่าง ๆ สืบคน้ ข้อมลู

อภิปราย สรปุ
มคี วามรู้ ความสามารถในการตดั สินใจในสง่ิ ท่เี รียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความมุ่งมน่ั

ในการทำงานรว่ มกับผู้อน่ื มคี ุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม

รหัสตวั ชวี้ ัด
ง1.1 ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6
ง 2.1 ม.4-6/2, ม.4-6/3

รวมทงั้ หมด ๕ ตวั ชีว้ ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ง33101 การงานอาชพี 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาวิเคราะห์ความสำพันธข์ องสมาชิกในบ้านบทบาทหน้าทีส่ มาชิกในครองครวั ความสุข
ในบา้ น การจัดตกแตง่ บ้านและบรเิ วณบ้าน ผ้าและเคร่ืองแตง่ กายลกั ษณะเอกลักษณผ์ ้าไทย การ

ตกแต่งเส้อื ผ้า อาหารและโภชนาการพชื ผักและอาหารพ้ืนบ้านและการรับประทานอาหารที่
ปลอดภยั พืชเศรษฐกจิ การเล้ียงสตั วเ์ ศรษฐกิจ

โดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ การคิดค้นพัฒนา การรวบรวมข้อมูล การปฏิบัติ เพ่อื ใหเ้ กดิ

ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ
เหน็ คณุ ค่าของการนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั การประกอบอาชีพ มีคณุ ธรรม

จริยธรรมลกั ษณะนิสยั ท่ดี ี

รหสั ตวั ชว้ี ดั
ง1.1 ม.4-6/2, ม.4-6/6
ง 2.1 ม.4-6/2, ม.4-6/5

รวมทั้งหมด ๔ ตวั ชว้ี ดั

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ง33102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาวเิ คราะหง์ านช่างการทาสี เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าภายในบ้านงานไม้ การผลิตเครือ่ งใช้ไฟฟ้า
ในบ้าน งานประดษิ ฐ์การบรรจภุ ณั ฑ์ การประดษิ ฐ์บรรจุภณั ฑ์ ธุรกจิ ในชีวิตประจำวัน องคก์ ร
ธุรกิจการจัดการธุรกิจด้วยระบบ ICI

โดยใช้กระบวนการกลมุ่ การสืบค้นขอ้ มูล การฝึกทกั ษะการปฏบิ ตั ิการแสวงหาความรู้
ความเขา้ ใจ สามารถปฏบิ ัตไิ ด้จรงิ

เหน็ คุณค่าของการนำความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจำวันและการประกอบอาชพี มคี ณุ ธรรม
จริยธรรม

รหสั ตวั ชว้ี ดั

ง 1.1 ม.4-6/3, ม.4-6/7
ง 2.1 ม.4-6/4, ม.4-6/5

รวมท้ังหมด ๔ ตัวช้วี ัด

รายวชิ าการงานอาชพี และเทคโนโลยเี พม่ิ เตมิ

ง30201 อินเตอร์เนตเบื้องต้น 20 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกิต
ง30202 โปรแกรมประยกุ ต์ 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
ง30203 งานกราฟฟกิ 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกิต

ง30204 เขยี นโปรแกรม 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต
ง30205 ซ่อมบำรุงเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต

ง30206 เขยี นโฮมเพจ 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกติ
ง30207 การจัดสวนถาดสวนแก้ว 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต
ง30208 การเลีย้ งปลาสวยงาม 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกิต

ง30209 ปลกู พืชสมุนไพร 40 ช่วั โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกิต
ง30210 ขยายพันธพ์ุ ืช 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกติ

ง30211 โครงงานการอาชพี 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ง30212 ซ่อมเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ในบา้ น 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกติ
ง30213 ไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์เบื้องตน้ 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ

ง30214 อาหารพื้นเมือง 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ
ง30215 ดอกไม้ประดษิ ฐ์ 40 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หนว่ ยกติ

ง30216 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 40 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น 1.0 หน่วยกิต
ง30217 บญั ชกี ิจการบริหาร 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ง30201 อนิ เตอรเ์ นต็ เบอ้ื งตน้ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5

หนว่ ยกติ

ศึกษาเกยี่ วกับ องคป์ ระกอบและหลกั การทำงานของคอมพิวเตอรก์ ารจัดการเกีย่ วกบั
ระบบสอื่ สารขอ้ มลู และเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ ตลอดจนคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ และ
อุปกรณต์ ่อพว่ ง การสง่ ขอ้ มลู ทางอนิ เตอรเ์ นต็ ตอบโต้จดหมายทาง E – Mail

โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยี ใชฮ้ าร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวร์เพื่อนำมาเปน็ องคป์ ระกอบในการ
ประดษิ ฐ์ ช้ินงาน และบำรุงคอมพวิ เตอร์

มีความรู้ ความเข้าใจ และมที กั ษะชำนาญการเก่ียวกับการตรวจซ่อมบำรงุ และ Updeta
ซอฟตแ์ วร์ให้เปน็ ปัจจุบันและประยุกตใ์ ชใ้ นงานต่าง ๆ อย่างมีคณุ ธรรมและจริยธรรมท่ีดี

ผลการเรยี นรู้
1.อธิบายองค์ประกอบและชิ้นส่วนของคอมพิวเตอรไ์ ดอ้ ย่างดี
2.อธิบายและจำแนกส่วนประกอบของอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ตลอดจนอปุ กรณ์ ระบบ

เครือขา่ ย LAN ได้
3.อธบิ ายและประมวลผล ข้อมูล ให้เป็นแนวทางปฏิบตั บิ ำรุงรักษา การใช้ข้อมูล ทาง

Online
4.อธบิ าย การกำหนดติดตง้ั อุปกรณ์ ที่จำเปน็ สามารถปรบั ปรงุ ไดใ้ หเ้ ป็นปัจจุบนั พรอ้ ม

ใช้งาน
5.อธบิ ายการนำซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์มาใชอ้ ย่างเหมาะสม
6.ใชค้ อมพิวเตอร์สร้างชนิ้ งาน จากจนิ ตนาการหรืองานที่ทำในชีวิตประจำวันอย่างมี

จิตสำนึกและความรบั ผิดชอบ

รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ง30202 โปรแกรมประยกุ ต์ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ชน้ั มธั ยมศกึ ษา

ปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาเกี่ยวกบั การเขยี น homepage และรวบรวมข้อมลู ใหน้ ำมาประกอบการเปน็
Website โดยใชก้ ระบวนการจาก ซอฟต์แวร์ เชน่ notpad , dreamweaver ฯลฯ
นำมาประยุกต์
รวมใช้ โปรแกรมเสริม สามารถประดิษฐ์ช้นิ งานได้ เชน่ PHOTO SHOP ACD –See , PHOTO
Scap
มคี วามรู้ ความเข้าใจ สามารถนำชิ้นงานเสนอเผยแพร่เปน็ สารสนเทศทาง Internet ได้
อย่างมีทักษะความชำนาญเก่ียวกบั การสร้างช้นิ งาน เพอื่ ประยุกต์ใช้งานอย่างมีคุณธรรมและ
จริยธรรม

ผลการเรยี นรู้
1. ใหส้ ามารถเขยี น homepage ได้
2. นำชน้ิ งานเสนอทาง Internet ได้
3. ตอบโต้ชิน้ งาน E – mail
4. เขา้ ใจระบบเครอื ขา่ ย LAN ใชค้ อมพิวเตอร์ช่วยสร้างชิ้นงานจากจนิ ตนาการหรอื งานท่ี

ทำใหม้ ีจิตสำนกึ และความรับผิดชอบ

รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นรู้

ง30203 งานกราฟฟคิ คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ชนั้ มธั ยมศกึ ษา

เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาคุณสมบัตขิ องเครื่องคอมพิวเตอรใ์ นงานกราฟฟคิ การเลอื กโปรแกรมให้เหมาะสมกับ
งานดา้ นต่าง ๆ การใชง้ านโปรแกรมกราฟฟิคเบอื้ งตน้ การออกแบบและการสรา้ งช้ินงาน การ
ประยกุ ต์ใช้และการนำเสนอผลงาน

โดยลงมอื ปฏิบตั ิการใช้คำส่งั และเคร่ืองมือจากโปรแกรมการสรา้ งชิ้นงาน การจัดเกบ็ แฟ้ม
งาน การแก้ไข การทำสำเนา การออกแบบและการสรา้ งชิ้นงาน การนำเสนอผลงาน

มีความรู้ ความเขา้ ใจ และมที กั ษะชำนาญการเก่ียวกบั การสรา้ งชนิ้ งานดว้ ยโปรแกรมกราฟ
ฟคิ ตามแนวคิดของตนเองอย่างมีจิตสำนึกทด่ี แี ละมีความรบั ผดิ ชอบ นำไปประยุกตใ์ ช้ใน
ชีวิตประจำวันได้อยา่ งมีคณุ ธรรมและจริยธรรม

ผลการเรยี นรู้
1. สามารถบอกคณุ สมบตั ิทีส่ ำคญั ของเครื่องคอมพวิ เตอร์สำหรับโปรแกรมกราฟฟคิ ได้
2. สามารถปฏบิ ัตแิ ละอธิบายเก่ยี วกบั การเลือกใช้โปรแกรมงานกราฟฟิคใหเ้ หมาะสมกบั

งานดา้ นต่าง ๆ ได้
3. อธบิ ายและระบุ อุปกรณ์ ส่วนประกอบของหนา้ ตา่ งโปรแกรมได้
4. ปฏบิ ัติการจัดเก็บแฟ้มงานเพื่อนำไปใชง้ านดา้ นตา่ ง ๆ ได้
5. ปฏบิ ตั ิการใช้คำส่ังและเคร่อื งมือต่าง ๆ บนโปรแกรมได้อยา่ งชำนาญ
6. ปฏบิ ัตกิ ารใช้คำสั่งและเครื่องมือในการแก้ไข สำเนาได้
7. ฝกึ ปฏบิ ัติการออกแบบช้นิ งานและนำเสนองานช้ินงานเพ่อื ให้เกดิ ความชำนาญ
8. สร้างช้ินงานอย่างมจี ติ สำนึกทด่ี ี มคี วามรับผิดชอบและคำนึงถึงจริยธรรมคุณธรรมที่

สำคญั ในการใช้งานกราฟฟคิ

รวมทงั้ หมด 8 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ

ง30204 การเขียนโปรแกรม กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาความรู้เกี่ยวกับ ประเภทของภาษาคอมพิวเตอร์ ข้อดีและข้อด้อยของ
ภาษาคอมพวิ เตอร์แตล่ ะประเภท การวิเคราะหป์ ญั หา การออกแบบโปรแกรม การเขยี นโปรแกรม

การทดสอบโปรแกรม และการจัดทำเอกสารประกอบ โดยใช้การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย
เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ

ปฏิบัตกิ ารพัฒนาโปรแกรมตามขั้นตอน 5 ขน้ั ตอน คือ การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบ

โปรแกรม การเขียนโปรแกรม การทดสอบโปรแกรม และการจัดทำเอกสารประกอบ ในภาษาใด
ภาษาหนึง่ กบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์

สร้างงานอย่างมีความรับผิดชอบ ขยันหม่ันเพียร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ใช้เวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ นำความรู้และทักษะจากการปฏิบัติไปประยุกต์ใช้ใน
ชวี ติ ประจำวัน

ผลการเรยี นรู้
1. รู้หลกั การและพื้นฐานเกย่ี วกับองค์ประกอบของเครอื่ งคอมพิวเตอร์
2. รคู้ วามหมาย หนา้ ทแี่ ละความสำคญั ของระบบปฏิบัตกิ าร
3. มีทักษะในการใช้โปรแกรมระบบปฏบิ ตั กิ ารเบ้ืองตน้
4. มีทกั ษะในการใช้โปรแกรมยทู ลิ ิต้ไี ด้
5. มกี ิจนสิ ัยและส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยมทดี่ ี ในการใชค้ อมพวิ เตอร์

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม

ง30205 ซอ่ มบำรงุ เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาเก่ียวกบั องคป์ ระกอบและหลกั การทำงานของคอมพวิ เตอรก์ ารจดั การเกยี่ วกับ
ระบบส่อื สารข้อมลู และเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ ตลอดจนคุณลกั ษณะของคอมพวิ เตอร์ และ

อุปกรณ์ตอ่ พว่ ง การส่งข้อมลู ทางอนิ เตอร์เนต็ ตอบโต้จดหมายทาง E – Mail
โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยี ใชฮ้ ารด์ แวรแ์ ละซอฟตแ์ วร์เพอื่ นำมาเป็นองค์ประกอบในการ

ประดษิ ฐ์ ช้ินงาน และบำรุงคอมพวิ เตอร์

มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะชำนาญการเก่ียวกับการตรวจซอ่ มบำรงุ และ Updeta
ซอฟตแ์ วร์ใหเ้ ปน็ ปจั จบุ นั และประยกุ ต์ใช้ในงานต่าง ๆ อย่างมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมท่ดี ี

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายองคป์ ระกอบและช้ินส่วนของคอมพิวเตอรไ์ ด้อยา่ งดี
2. อธิบายและจำแนกสว่ นประกอบของอปุ กรณค์ อมพวิ เตอรต์ ลอดจนอปุ กรณ์ ระบบ

เครือข่าย LAN ได้
3. อธิบายและประมวลผล ข้อมูล ใหเ้ ปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิบำรุงรกั ษา การใชข้ อ้ มูล

ทาง Online
4. อธบิ าย การกำหนดติดตง้ั อุปกรณ์ ท่ีจำเป็นสามารถปรับปรงุ ได้ให้เปน็ ปัจจุบัน

พรอ้ มใชง้ าน
5. อธบิ ายการนำซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตม์ าใชอ้ ยา่ งเหมาะสม
6. ใช้คอมพิวเตอร์สรา้ งชิน้ งาน จากจนิ ตนาการหรอื งานท่ที ำในชวี ติ ประจำวนั อย่างมี

จติ สำนึกและความรบั ผดิ ชอบ

รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ

ง30206 เขยี นโฮมเพจ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาเกย่ี วกบั การเขยี น homepage และรวบรวมขอ้ มลู ใหน้ ำมาประกอบการเป็น
Website โดยใช้กระบวนการจาก ซอฟต์แวร์ เช่น notpad dreanweaver ฯลฯ
นำมาประยุกต์
ใช้ โปรแกรมเสรมิ เพอื่ ให้สามารถประดิษฐ์ชิ้นงานได้ เช่น PHOTO SHOP ACD –See PHOTO
Scap
มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนำชิ้นงานเสนอเผยแพรเ่ ป็นสารสนเทศทาง Internet ได้
อยา่ งมีทักษะความชำนาญเกย่ี วกบั การสร้างชิน้ งาน เพื่อประยุกต์ใช้งานอยา่ งมคี ณุ ธรรมและ
จริยธรรม

ผลการเรยี นรู้

1.ให้สามารถเขียน homepage ได้
2.นำช้นิ งานเสนอทาง Internet ได้
3.ตอบโต้ชิ้นงาน E – mail
4.เขา้ ใจระบบเครือข่าย LAN
5.ใช้คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสรา้ งชน้ิ งานจากจนิ ตนาการหรอื งานทท่ี ำให้มจี ิตสำนกึ และ

ความรับผิดชอบ

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

ง30207 การจดั สวนถาดสวนแกว้ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาความหมาย ความสำคญั และประโยชนข์ องการจดั สวนถาดสวนแกว้ ลักษณะรปู แบบ
ของสวนถาดสวนแกว้ วัสดุ อุปกรณท์ ี่ใช้ในการจดั สวนถาดสวนแก้ว วิธีการจดั สวนถาดสวนแก้ว

ลกั ษณะตา่ ง ๆ การดูแลรกั ษา การวางสวนถาดสวนแก้วเพือ่ ประดบั ภายใน
วเิ คราะหข์ อ้ มลู เพื่อจัดสวนถาดสวนแก้วในรปู แบบและภาชนะตา่ ง ๆ วัสดอุ ุปกรณ์

การดแู ลรกั ษา การคำนวณค่าใช้จา่ ย กำหนดราคาขาย จดั จำหน่าย จดบนั ทกึ การปฏบิ ัติงาน

ทำบัญชีรายรบั รายจ่าย และประเมนิ ผล
มีความรคู้ วามเข้าใจ และมีทักษะในการจดั สวนถาดสวนแกว้ รูปแบบต่าง ๆ

และจำหน่ายได้

ผลการเรยี นรู้
1.บอกความหมาย ความสำคญั และประโยชน์ของการจดั สวนถาดสวนแกว้ ได้
2.จำแนกลกั ษณะและรูปแบบของสวนถาดสวนแกว้ ได้
3.เลอื กวสั ดุ อุปกรณ์ในการจดั สวนถาดสวนแกว้ รปู แบบตา่ ง ๆได้
4.บอกวิธีการจดั สวนถาดสวนแกว้ รูปแบบต่าง ๆได้
5.บอกการดแู ลรักษา การวางสวนถาดสวนแกว้ เพอ่ื ประดับภายในไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
6.บอกวธิ ีการจัดการและการจดั จำหนา่ ยสวนถาดสวนแก้วได้
7.วิเคราะหค์ วามต้องการของตลาดในการจดั สวนถาดสวนแก้วได้
8.วางแผน และปฏิบตั ิการจัดสวนถาดสวนแก้วรปู แบบตา่ ง ๆได้
9.ปฏบิ ัติการด้านการตลาดและจดั จำหน่ายสวนถาดสวนแกว้ ได้
10.ปฏบิ ตั ิการจดั ทำบญั ชีรายรับรายจ่ายและจัดทำงบดุลรายรับรายจ่ายได้

รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ง30208 การเลย้ี งปลาสวยงาม กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของการเลยี้ งปลาสวยงาม เชน่ ปลาหมอสี
ปลาสอด ปลาหางนกยงู ปลากดั ปลาทอง ฯ สถานทส่ี ำหรบั เลย้ี งปลาสวยงาม อปุ กรณ์ในการ

เล้ยี งปลาสวยงาม ชนิดและประเภทของการเลย้ี งปลาสวยงาม การจำแนกชนิดและประเภทของ
ปลาสวยงาม วธิ ีการเล้ยี งปลาสวยงามเฉพาะอยา่ ง

วเิ คราะห์ข้อมลู เพอื่ ตัดสนิ ใจเลือกเลี้ยงปลาสวยงาม อย่างนอ้ ย 5 ชนิด วธิ ีการและ

ขน้ั ตอนการเลย้ี งปลาสวยงาม อาหารและวธิ ีการใหอ้ าหารปลาสวยงาม การดูแลป้องกันโรคและ
ศตั รขู องปลาสวยงาม วิธีการจดั ตู้ปลาสวยงาม การจัดจำหน่าย คำนวณคา่ ใชจ้ ่าย กำหนดราคา

ขาย จัดจำหนา่ ย จดบนั ทึกการปฏบิ ตั งิ าน ทำบัญชรี ายรบั รายจา่ ย และประเมินผล
มคี วามรคู้ วามเข้าใจ และมีทักษะในการเล้ียงปลาสวยงาม และจำหนา่ ยได้

ผลการเรยี นรู้
1.บอกความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของการเล้ียงปลาสวยงามได้
2.จำแนกชนิดและประเภทของปลาสวยงามได้
3.บอกการเลอื กสถานที่สำหรับเลยี้ งปลาสวยงามได้
4.เลือกอุปกรณใ์ นการเลีย้ งปลาสวยงามได้
5. บอกวิธีการเลี้ยงปลาสวยงามเฉพาะอย่างได้
6. บอกอาหารและวธิ ใี ห้อาหารปลาสวยงามได้
7. ปฏบิ ตั กิ ารใหอ้ าหารปลาสวยงามเฉพาะอย่างได้
8. อธบิ ายวธิ กี ารดูแลปอ้ งกนั โรคพยาธแิ ละศตั รูปลาสวยงามได้
9. อธบิ ายวิธีการจัดตู้ปลาสวยงามได้
10. บอกวิธีการจัดการและการจดั จำหน่ายปลาสวยงามได้
11. วเิ คราะห์ความต้องการของตลาด วางแผน และปฏิบัตกิ ารเล้ียงปลาสวยงามได้
12. ปฏบิ ัตกิ ารด้านการตลาดและจดั จำหนา่ ยปลาสวยงามได้
13. ปฏิบตั ิการจัดทำบัญชีรายรบั รายจ่ายและจัดทำงบดุลรายรบั รายจ่ายได้

รวมทงั้ หมด 13 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

ง30209 ปลกู พชื สมนุ ไพร กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาความหมาย ความสำคญั และประโยชน์ของพชื สมนุ ไพรในท้องถนิ่ ขงิ ข่า ขม้นิ
ตะไคร้ กระชาย ดีปลี ฯลฯ ลักษณะประเภทและสรรพคุณทาง ยาของพืชสมุนไพร การปลูกพชื
สมุนไพร การดูแลบำรุงรักษาการเกบ็ เก่ยี ว การจดั ผลติ ผลจำหนา่ ย

วเิ คราะห์ขอ้ มลู ความต้องการตลาด เลือกพืชสมุนไพรสำหรับปลูกและ ขยายพนั ธ์ุอย่าง
นอ้ ย 3 ชนิด การปลูกพชื สมนุ ไพรในแปลงหรือกระดาษชำระต่าง ๆ ดแู ลรักษาเก็บเกี่ยว จัด
ผลผลิตจำหน่าย คำนวณค่าใช้จา่ ยกำหนดราคาขาย จดั จำหน่าย จดบันทกึ การปฏิบตั งิ าน ทำ
บญั ชรี ายรบั รายจา่ ย และประเมนิ ผล

มคี วามรคู้ วามเข้าใจ และมที ักษะในการปลกู และขยายพันธ์พุ ืช สมนุ ไพรในท้องถิ่น และ
จำหนา่ ยได้

ผลการเรยี นรู้
1.เขา้ ใจความหมาย ความสำคญั ประโยชน์และวตั ถปุ ระสงค์ของการขยายพันธ์พชื

สมนุ ไพรในท้องถ่ิน
2.เขา้ ใจวิธีการขยายพนั ธพ์ ืชพืชสมุนไพรชนดิ ต่าง ๆ
3.จำแนกชนดิ ของพืชท่ีเหมาะสมดว้ ยวธิ ีการขยายพันธ์พืชสมนุ ไพร แบบต่าง ๆ
4.ปฏิบตั ิการขยายพนั ธุ์พืชด้วยวิธีการตา่ ง ๆ ที่เหมาะสมกับชนดิ ของพชื
5.ดูแลพชื ที่ขยายพันธ์ใุ หม้ ีการเจรญิ เตบิ โตไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
6.ปลูกและดแู ลรักษาได้อยา่ งเหมาะสม
7.จำหนา่ ยตน้ พชื และผลผลติ พืชได้
8.ใช้ทรพั ยากรทมี่ อี ยู่ในท้องถนิ่ ให้เกิดประโยชน์

รวมทงั้ หมด 8 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

ง30210 ขยายพนั ธพุ์ ชื กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาความหมายและความสำคัญของวัตถุประสงค์ ประโยชน์ของการขยายพันธ์ุพชื

จำแนกวิธกี ารขยายพนั ธ์ุตา่ ง ๆ บอกชนดิ ของพชื ที่เหมาะสมตอ้ งการขยายพันธ์ุและวิธีการ

โดยศึกษาหาความรู้ จากเอกสาร ดกู ารสาธติ จากครูผสู้ อน พรอ้ มลงมือฝกึ ปฏบิ ัติด้วย

ตนเองโดยสามารถทำงานร่วมกบั เพอ่ื น ๆ ในกล่มุ ได้

เห็นคุณค่าของการทำงานกล่มุ มีความขยัน อดทน พากเพยี ร หมน่ั ศกึ ษาหาความรู้

เพมิ่ เติมนำความร้ทู ไ่ี ด้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวันและประกอบอาชีพในอนาคตเพื่อความกา้ วหน้าของ

ตนเอง

ผลการเรยี นรู้

1.เข้าใจความหมาย ความสำคัญประโยชนแ์ ละวัตถปุ ระสงคข์ องการขยายพันธุ์พชื
2.เขา้ ใจวิธีการขยายพันธุ์พืชแบบตา่ ง ๆ
3.จำแนกชนิดของพืชท่ีเหมาะสมด้วยวธิ กี ารขยายพนั ธุ์แบบต่าง ๆ

4.ขยายพนั ธพ์ุ ืชด้วยวิธีการตา่ ง ๆ ทเี่ หมาะสมกบั ชนดิ ของพืช
5.ดแู ลพืชท่ีขยายพนั ธใุ์ ห้มกี ารเจรญิ เติบโตไดอ้ ย่างเหมาะสม

6.ปลูกและดูแลรักษาจนพืชเจรญิ เตบิ โตไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
7.จำหนา่ ยตน้ พชื และผลผลิตพืชได้ในภาคที่เหมาะสม
8.ใช้ทรพั ยากรที่มอี ยใู่ นทอ้ งถนิ่ ให้เกดิ ประโยชน์

รวมทงั้ หมด 8 ผลการเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version