คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
Biology for MEP4 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาชวี วทิ ยา เกีย่ วกบั ระบบประสาทของสัตว์ไมม่ ีกระดูกสันหลังและสตั ว์มกี ระดกู สันหลงั
เซลลป์ ระสาท การเปลย่ี นแปลงศกั ย์ไฟฟ้า การถา่ ยทอดกระแสประสาท ระบบประสาทสว่ นกลาง
ระบบประสาทรอบนอก โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของสมองสว่ นต่างๆ ระบบประสาทโซมาตกิ ระบบ
ประสาทอตั โนวตั ิ อวยั วะรับสัมผัส ตำแหนง่ ของจดุ บอด โฟเวีย การรับสัมผัสของผวิ หนงั การ
เคล่ือนทีข่ องสัตว์ไมม่ ีกระดกู สนั หลังและสตั ว์มกี ระดกู สันหลัง กระดูก กล้ามเน้อื และขอ้ ตอ่ ของ
มนษุ ย์ การสบื พันธแุ์ บบอาศยั เพศและไม่อาศัยเพศในสัตว์ ระบบสืบพนั ธเุ์ พศชายและเพศหญิง
กระบวนการสร้างเซลลส์ ืบพนั ธุแ์ ละการปฏิสนธิในมนษุ ย์ การเจรญิ เตบิ โตของกบ ไก่ และมนุษย์
หนา้ ท่ีของฮอร์โมนจากตอ่ มไรท้ อ่ พฤตกิ รรมที่เป็นมาแต่กำเนิดและพฤตกิ รรมท่ีเกดิ จากการเรียนรู้
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างพฤตกิ รรมกบั ววิ ฒั นาการของระบบประสาท และการส่อื สารระหว่างสตั วท์ ีท่ ำ
ใหส้ ตั วแ์ สดงพฤติกรรม
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เพ่อื ฝึกทักษะสืบคน้ ขอ้ มลู สังเกต อธบิ าย
อภปิ รายเปรยี บเทยี บ ทดลอง และสรปุ
เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อย่างถูกตอ้ งและ
เหมาะสม เกดิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
สาระ/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 4
ข้อ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 , 11 , 12 , 13 , 14 , 15 , 16 , 17 , 18
, 19
รวม 19 ผลการเรยี นรู้
วเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้
1. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้าง และหนา้ ทข่ี องระบบประสาทของไฮดรา พลานา
เรีย ไสเ้ ดอื นดนิ กุง้ หอย แมลง และสัตวม์ ีกระดกู สันหลัง
2. อธบิ ายเก่ียวกับโครงสร้างและหน้าท่ขี อง เซลล์ประสาท
3. อธิบายเกี่ยวกับการเปลยี่ นแปลงของศักยไ์ ฟฟ้า ที่เย่ือหุ้มเซลล์ของเซลลป์ ระสาท และกลไก การ
ถ่ายทอดกระแสประสาท
4. อธิบาย และสรุปเก่ียวกบั โครงสร้างของระบบ ประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก
5. สบื ค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี อง สว่ นตา่ ง ๆ ในสมองส่วนหนา้ สมองสว่ นกลาง
สมองสว่ นหลงั และไขสันหลงั
6. สืบคน้ ข้อมลู อธิบาย เปรียบเทียบ และ ยกตวั อยา่ งการทำงานของระบบประสาท โซมาตกิ และ
ระบบประสาทอัตโนวตั ิ
7. สบื คน้ ข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งและหน้าทีข่ อง ตา หู จมูก ลิน้ และผิวหนงั ของมนษุ ย์ ยกตัวอยา่ ง โรค
ตา่ ง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง และบอกแนวทางในการ ดแู ลปอ้ งกนั และรักษา
8. สังเกต และอธิบายการหาตำแหน่งของจดุ บอด โฟเวยี และความไวในการรบั สัมผสั ของผิวหนัง
9. สบื คน้ ข้อมลู อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้าง และหน้าที่ของอวยั วะที่เก่ียวข้องกบั การเคลอื่ นท่ี ของ
แมงกะพรุน หมกึ ดาวทะเล ไส้เดือนดิน แมลง ปลา และนก
10. สบื คน้ ขอ้ มูล และอธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ ของกระดูกและกล้ามเนอ้ื ทเี่ กย่ี วข้องกบั การ
เคลอ่ื นไหวและการเคลอื่ นที่ของมนษุ ย์
11. สงั เกต และอธบิ ายการทำงานของขอ้ ต่อชนิด ตา่ ง ๆ และการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่าง ท่ี
เกี่ยวข้องกบั การเคลอื่ นไหวและการเคล่ือนที่ ของมนษุ ย์
12. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และยกตวั อยา่ ง การสืบพนั ธแ์ุ บบไมอ่ าศยั เพศและการสืบพนั ธ์ุ แบบอาศัย
เพศในสตั ว์
13. สบื ค้นข้อมลู อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าท่ขี อง อวัยวะในระบบสบื พนั ธุ์เพศชายและระบบ
สบื พนั ธ์เุ พศหญิง
14. อธบิ ายกระบวนการสรา้ งสเปริ ์ม กระบวนการ สรา้ งเซลล์ไข่ และการปฏสิ นธิในมนุษย์
15. อธบิ ายการเจรญิ เติบโตระยะเอม็ บริโอ และระยะหลงั เอ็มบรโิ อของกบ ไก่ และมนุษย์
16. สบื ค้นข้อมลู อธิบาย และเขียนแผนผังสรปุ หนา้ ท่ีของฮอรโ์ มนจากต่อมไรท้ ่อและเน้ือเย่ือ ท่ีสรา้ ง
ฮอร์โมน
17. สืบคน้ ข้อมลู อธิบาย เปรยี บเทยี บ และ ยกตวั อยา่ งพฤติกรรมท่ีเปน็ มาแต่กำเนดิ และพฤติกรรมท่ีเกิด
จากการเรยี นรู้ของสัตว์
18. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ าย และยกตวั อย่าง ความสมั พันธ์ระหวา่ งพฤตกิ รรมกับ ววิ ัฒนาการ
ของระบบประสาท
19. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสื่อสาร ระหวา่ งสัตว์ทีท่ ำให้สตั ว์แสดงพฤตกิ รรม
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฟสิ กิ ส)์
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หอ้ งเรยี นทว่ั ไป
รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
ว31106 ฟสิ ิกส์พื้นฐาน
ว32102 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ว30201 ฟิสิกส์ 1 จำนวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว30202 ฟสิ กิ ส์ 2
ว30203 ฟิสิกส์ 3 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว30204 ฟิสกิ ส์ 4
ว30205 ฟิสกิ ส์ 5
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฟสิ กิ ส)์
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หอ้ งเรยี นพเิ ศษ MEP
รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว31106 ฟสิ ิกส์พน้ื ฐาน
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ว30216 Basic Physics จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกิต
ว30211 Physics for MEP 1 จำนวน 80 ชว่ั โมง 2.0 หน่วยกติ
2.0 หน่วยกิต
ว30212 Physics for MEP 2 จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หนว่ ยกติ
ว30213 Physics for MEP 3 จำนวน 80 ชว่ั โมง 2.0 หนว่ ยกติ
2.0 หน่วยกิต
ว30214 Physics for MEP 4 จำนวน 80 ช่วั โมง
ว30215 Physics for MEP 5 จำนวน 80 ชว่ั โมง
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฟสิ กิ ส)์
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หอ้ งเรยี นพเิ ศษ GIFTED และ AP
รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ว31106 ฟสิ กิ สพ์ น้ื ฐาน
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกติ
ว30206 ฟสิ ิกส์ 1 จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หน่วยกิต
ว30207 ฟิสิกส์ 2 จำนวน 80 ช่ัวโมง 2.0 หนว่ ยกติ
ว30208 ฟสิ ิกส์ 3 จำนวน 80 ชั่วโมง 2.0 หนว่ ยกติ
ว30209 ฟิสกิ ส์ 4 จำนวน 80 ชว่ั โมง 2.0 หน่วยกิต
ว30210 ฟิสิกส์ 5
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว31106 ฟสิ กิ สพ์ น้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ความสัมพันธ์เก่ียวกับ ธรรมชาติของฟิสิกส์ การวดั และการบันทึกผลการวัด
ปริมาณทางฟิสิกส์ และการทดลองทางฟิสิกส์ ตำแหน่ง การกระจัดและระยะทาง อัตราเร็วและ
ความเร็ว ความเร่ง กราฟของการเคล่ือนที่แนวตรง สมการสำหรับการเคลื่อนท่ีแนวตรง และการตก
แบบเสรี แรง การหาแรงลัพธ์ มวล แรง และกฎการเคล่ือนท่ี แรงเสียดทาน แรงดึงดูดระหว่างมวล
และการประยุกต์ใช้กฎการเคล่ือนที่ สมดุลกล ศูนย์กลางมวลและศูนย์ถ่วง สมดุลต่อการเล่ือนท่ี
สมดลุ ต่อการหมุน และเสถยี รภาพของวตั ถุ
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายและการทดลอง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม
รวมทง้ั หมด 9 ตวั ชว้ี ดั
ตวั ชว้ี ดั
1. สบื ค้น และอธบิ ายการคน้ หาความรู้ทางฟิสกิ ส์ ประวัติความเป็นมา รวมท้ังพัฒนาการของ
หลักการและแนวคดิ ทางฟิสิกสท์ มี่ ีผลตอ่ การแสวงหาความร้ใู หม่และการพฒั นาเทคโนโลยี
2. วดั และรายงานผลการวดั ปริมาณทางฟสิ ิกสไ์ ด้ถูกต้องเหมาะสม โดยนำความ
คลาดเคลื่อนในการวดั มาพิจารณาในการนำเสนอผล รวมทงั้ แสดงผลการทดลองในรปู ของกราฟ
วิเคราะห์ และแปลความหมายจากกราฟเสน้ ตรง
3. ทดลอง และอธิบายความสมั พันธ์ระหวา่ งตำแหนง่ การกระจดั ความเร็ว และความเรง่
ของการเคลื่อนท่ีของวัตถุในแนวตรงทม่ี คี วามเรง่ คงตัวจากกราฟและสมการ รวมทงั้ ทดลองหาค่า
ความเรง่ โน้มถว่ งของโลก และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง
4. ทดลอง และอธิบายการหาแรงลพั ธ์ของแรงสองแรงทีท่ ำมมุ ต่อกัน
5. เขยี นแผนภาพของแรงทก่ี ระทำต่อวตั ถอุ ิสระ ทดลอง และอธิบายกฎการเคล่อื นทข่ี องนิว
ตนั และการใชก้ ฎการเคล่อื นทข่ี องนวิ ตันกบั สภาพการเคลื่อนทข่ี องวัตถุ รวมทง้ั คำนวณปริมาณต่าง ๆ
ทเี่ ก่ยี วข้อง
6. อธบิ ายกฎความโนม้ ถว่ งสากล และผลของสนามโนม้ ถว่ งท่ที ำใหว้ ตั ถมุ ีนำ้ หนกั รวมท้ัง
คำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
7. วเิ คราะห์ อธบิ าย และคำนวณแรงเสยี ดทานระหวา่ งผวิ สัมผัสของวตั ถุค่หู นึง่ ๆ ในกรณที ี่
วัตถุหยดุ นิ่งและวตั ถุเคลอื่ นที่ รวมทงั้ ทดลองหาสัมประสิทธิ์ความเสยี ดทานระหวา่ งผวิ สมั ผัสของวัตถคุ ู่
หนงึ่ ๆ และนำความรู้เรือ่ งแรงเสียดทานไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
8. อธิบายสมดุลกลของวตั ถุ โมเมนต์ และผลรวมของโมเมนต์ทม่ี ตี ่อการหมุน แรงคูค่ วบและ
ผลของแรงค่คู วบทมี่ ีตอ่ สมดุลของวตั ถุ เขยี นแผนภาพของแรงทีก่ ระทำตอ่ วตั ถอุ สิ ระเม่ือวัตถอุ ยู่ใน
สมดลุ กล และคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง รวมท้ังทดลองและอธบิ ายสมดุลของแรงสามแรง
9. สังเกต และอธบิ ายสภาพการเคล่อื นท่ีของวตั ถุ เมื่อแรงทีก่ ระทำต่อวัตถผุ า่ นศนู ย์กลาง
มวลของวัตถุ และผลของศนู ยถ์ ่วงทม่ี ีผลต่อเสถียรภาพของวตั ถุ
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว32102 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรช์ น้ั
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา วเิ คราะห์ความสัมพันธ์เกี่ยวกับ การเคล่ือนที่แนวตรง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์
การเคลอ่ื นท่ีแบบวงกลม การเคลื่อนท่ีแบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า สนามโน้ม
ถ่วง คล่ืนกล องค์ประกอบของคลื่น สมบัติของคล่ืน เสียงและการได้ยิน คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า
กมั มนั ตภาพรังสี รังสีกับมนุษย์ พลังงานนวิ เคลียร์
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายและการทดลอง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มที่เหมาะสม
รวมทง้ั หมด 10 ตวั ชวี้ ดั
ตวั ชว้ี ดั
1. วิเคราะห์และแปลความหมายขอ้ มูล ความเรว็ กบั เวลาของการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ เพื่ออธิบาย
ความเรง่ ของวัตถุ
2. สงั เกตและอธบายการหาแรงลัพธท์ ีเ่ กิดจากแรงหลายแรงทอ่ี ยูใ่ นระนาบเดยี วกนั ท่ีกระทำต่อ
วตั ถุ โดยการเขยี นแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์
3. สงั เกต วเิ คราะห์ และอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างความเรง่ ของวัตถุกับแรงลัพธ์ท่ีกระทำต่อ
วัตถุและมวลของวตั ถุ
4. สังเกตและอธิบายแรงกริ ิยาและปฏิกิริยาระหวา่ งวตั ถุคู่หน่ึง ๆ
5. สงั เกตและอธบิ ายผลของความเร่งท่มี ีตอ่ การเคล่ือนทีแ่ บบตา่ ง ๆ ของวัตถุ ไดแ้ ก่ การ
เคล่อื นท่ีแนวตรง การเคลอ่ื นที่แบบโพรเจกไทล์ การเคล่อื นที่แบบวงกลม และการเคล่อื นทีแ่ บบสัน่
6. สบื ค้นขอ้ มลู และอธบิ ายแรงโนม้ ถว่ งท่ีเกย่ี วกับการเคลื่อนที่ของวตั ถุต่าง ๆ รอบโลก
7. สังเกตและอธบิ ายการเกิดสนามแมเ่ หล็กเน่อื งจากกระแสไฟฟา้
8. สงั เกตและอธบิ ายแรงแม่เหลก็ ทีก่ ระทำต่ออนุภาคที่มีประจไุ ฟฟ้าที่เคลอ่ื นท่ีในสนามแมเ่ หลก็
และแรงแมเ่ หลก็ ทกี่ ระทำต่อลวดตวั นำท่ีมีกระแสไฟฟา้ ผ่านในสนามแม่เหลก็ รวมทัง้ อธิบายหลกั การ
ทำงานของมอเตอร์
9. สังเกตและอธบายการเกดิ อีเอ็มเวฟ รวมท้งั ยกตวั อย่างการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
10.สืบค้นขอ้ มลู และอธิบายแรงเขม้ และแรงอ่อน
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30201 ฟสิ กิ ส์ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ความสัมพันธ์เก่ียวกบั งานและพลังงาน ประกอบด้วยงานเนอื่ งจากแรง
คงตัว งานเนื่องจากแรงไม่คงตัว กำลัง พลังงานกล การอนุรักษ์พลังงานกล และเครื่องกลโมเมนตัม
และการชน ประกอบด้วย โมเมนตัม แรงและการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม การดล การอนุรักษ์
โมเมนตัม การชนและการดีดตัวแยกจากกัน การเคล่ือนที่แนวโค้ง ประกอบด้วยการเคลื่อนท่ีแบบ
โพรเจกไทล์ การเคลอ่ื นทแ่ี บบวงกลม ปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้องกับการหมุน ทอร์กและโมเมนต์ความ
เฉ่ือยกับการเคล่ือนท่ีแบบหมุน โมเมนต์ความเฉ่ือยรอบแกนหมุนสมมาตร พลังงานจลน์ของการ
เคล่ือนที่แบบหมนุ โมเมนตัมเชิงมุมและอัตราการเปล่ยี นโมเมนตัมเชงิ มุม การเคล่อื นท่ที ้ังแบบเลอ่ื นที่
และแบบหมนุ
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมลู การอธบิ าย การอภปิ รายและการทดลอง
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและ
คา่ นิยมท่เี หมาะสม
รวมทัง้ หมด 10 ผลการเรยี นรู้
1. วิเคราะห์ และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพ้ืนทีใ่ ตก้ ราฟความสัมพันธร์ ะหว่าง
แรงกบั ตำแหนง่ รวมทัง้ อธบิ าย และคำนวณกำลังเฉลยี่
2. อธิบาย และคำนวณพลังงานจลน์ พลงั งานศกั ย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพนั ธ์
ระหว่างงานกบั พลังงานจลน์ ความสัมพันธร์ ะหว่างงานกับพลังงานศกั ยโ์ นม้ ถ่วง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
ขนาดของแรงทีใ่ ช้ดึงสปริงกบั ระยะท่สี ปรงิ ยดื ออก และความสัมพนั ธ์ระหว่างงานกับพลงั งานศกั ย์
ยืดหยนุ่ รวมทง้ั อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างงานของแรงลพั ธ์และพลังงานจลน์ และคำนวณงานที่
เกิดขน้ึ จากแรงลัพธ์
3. อธบิ ายกฎการอนุรกั ษ์พลังงานกล รวมท้งั วเิ คราะห์ และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง
กับการเคล่ือนทข่ี องวัตถุในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใชก้ ฎการอนุรกั ษ์พลังงานกล
4. อธิบายการทำงาน ประสทิ ธภิ าพและการได้เปรียบเชิงกลของเครือ่ งกลอย่างง่ายบางชนดิ
โดยใชค้ วามรู้เร่อื งงานและสมดลุ กล รวมทั้งคำนวณประสิทธภิ าพและการได้เปรียบเชิงกล
5. อธิบาย และคำนวณโมเมนตมั ของวัตถุ และการดลจากสมการและพืน้ ท่ีใตก้ ราฟ
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งแรงลัพธ์กบั เวลา รวมท้ังอธบิ ายความสมั พันธ์ระหว่างแรงดลกบั โมเมนตัม
6. ทดลอง อธิบาย และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วกบั การชนของวัตถุในหน่งึ มติ ิ ทงั้ แบบ
ยดื หยนุ่ และไมย่ ดื หย่นุ และการดีดตวั แยกจากกัน ในหน่งึ มิติซ่ึงเป็นไปตามกฎการอนรุ ักษ์โมเมนตมั
7. อธบิ าย วิเคราะห์ และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการเคลื่อนทแี่ บบโพรเจกไทล์
และทดลองการเคล่ือนท่แี บบโพรเจกไทล์
8. ทดลอง และอธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่างแรงสศู่ ูนย์กลาง รศั มขี องการเคล่อื นที่ อัตราเร็ว
เชิงเส้น อัตราเร็วเชงิ มมุ และมวลของวตั ถุ ในการเคล่ือนทแ่ี บบวงกลม ในระนาบระดับ รวมทง้ั
คำนวณปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ งและประยกุ ตใ์ ช้ความรูก้ ารเคลอื่ นท่แี บบวงกลม ในการอธิบายการ
โคจรของดาวเทยี ม
9. ทดลอง และอธิบายการเคล่อื นท่ีแบบฮารม์ อนิกอยา่ งงา่ ยของวัตถุตดิ ปลายสปริงและลูกตมุ้
อยา่ งงา่ ย รวมทั้งคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
10. อธิบายความถธ่ี รรมชาติของวัตถุและการเกิดการสัน่ พอ้ ง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30202 ฟสิ กิ ส์ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับคล่ืนกล คล่ืนผิวน้ำ คล่ืนในเส้นเชือก การซ้อนทับของคลื่น สมบัติของ
คล่ืน สมการของคล่ืนเชิงวิทยาศาสตร์ การเคลื่อนท่ีของเสียง อัตราเรว็ คลื่นเสียง สมบัติของคล่ืนเสียง
บีตส์และคล่ืนน่ิงของเสียง การสั่นพ้องของเสียง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์และคลื่นกระแทก ความเข้ม
เสียงและระดับความเข้มเสียง การได้ยิน การนำความรู้เร่ืองเสียงไปใช้ประโยชน์ การเคลื่อนท่ีและ
อตั ราเรว็ ของแสง การสะท้อนของแสง การเกิดภาพจากกระจกเงาราบและกระจกโค้งทรงกลม การ
หกั เหของแสง การสะทอ้ นกลับหมดของแสง มิราจ ความลกึ ปรากฏ การเกิดภาพจากเลนส์ การแทรก
สอดของแสง การเลี้ยวเบนของแสง โพลาไรซ์เซชั่นของแสง การกระเจิงของแสง ปรากฏการณ์เรือน
กระจก การกระจายของแสงและการเกิดรุ้ง ความสว่าง สีและการมองเห็นสี และความผิดปกติของ
สายตา
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจตรวจสอบ การ
สืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปรายและการทดลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มี
จติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมท่ีเหมาะสม
รวมทง้ั หมด 11 ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายปรากฏการณ์คลน่ื ชนิดของคล่ืน ส่วนประกอบของคล่ืน การแผข่ องหน้าคลืน่ ด้วย
หลักการของฮอยเกนส์ และการรวมกันของคลนื่ ตามหลกั การซ้อนทับ พรอ้ มทงั้ คำนวณอตั ราเรว็
ความถ่ี และความยาวคลนื่
2. สังเกต และอธิบายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลื่นผวิ นำ้
รวมทง้ั คำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วขอ้ ง
3. อธบิ ายการเกิดเสียง การเคล่ือนทขี่ องเสียง ความสัมพันธ์ระหวา่ งคลืน่ การกระจดั ของ
อนุภาคกบั คล่นื ความดนั ความสมั พันธ์ระหวา่ งอตั ราเร็วของเสียงในอากาศที่ขน้ึ กับอณุ หภมู ิ ในหน่วย
องศาเซลเซยี ส สมบัติของคล่ืนเสยี ง ไดแ้ ก่ การสะท้อน การหกั เห การแทรกสอด การเลี้ยวเบน
รวมท้ังคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง
4. อธิบายความเขม้ เสียง ระดบั เสยี ง องค์ประกอบของการไดย้ ิน คุณภาพเสยี ง และมลพิษทาง
เสยี ง รวมทงั้ คำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง
5. ทดลอง และอธิบายการเกิดการส่ันพอ้ งของอากาศในทอ่ ปลายเปิดหนงึ่ ด้าน รวมทัง้ สงั เกต
และอธิบายการเกิดบีต คล่ืนน่งิ ปรากฏการณด์ อปเพลอร์ คลน่ื กระแทกของเสยี ง คำนวณปรมิ าณต่าง
ๆ ทีเ่ ก่ยี วข้อง และนำความรู้เร่ืองเสยี งไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั
6. ทดลอง และอธบิ ายการแทรกสอดของแสงผา่ นสลิตคู่และเกรตตงิ การเลยี้ วเบน และการ
แทรกสอดของแสงผ่านสลติ เดีย่ ว รวมท้งั คำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง
7. ทดลอง และอธิบายการสะทอ้ นของแสงท่ีผิววตั ถุตามกฎการสะทอ้ น เขยี นรงั สีของแสงและ
คำนวณตำแหน่งและขนาดภาพของวตั ถุ เม่ือแสงตกกระทบกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลม
รวมทง้ั อธบิ ายการนำความรเู้ รื่องการสะทอ้ นของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใช้
ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวัน
8. ทดลอง และอธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งดรรชนหี กั เห มมุ ตกกระทบ และมุมหกั เห รวมท้งั
อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างความลึกจริงและความลึกปรากฏ มมุ วิกฤตและการสะทอ้ นกลับหมดของ
แสง และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่เกย่ี วข้อง
9. ทดลอง และเขยี นรงั สขี องแสงเพอ่ื แสดงภาพท่ีเกิดจากเลนส์บาง หาตำแหน่ง ขนาด ชนดิ
ของภาพ และความสัมพนั ธ์ระหว่างระยะวตั ถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกสั รวมท้งั คำนวณปรมิ าณ
ต่าง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง และอธิบายการนำความร้เู รือ่ งการหกั เหของแสงผ่านเลนส์บางไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชวี ติ ประจำวนั
10. อธิบายปรากฏการณธ์ รรมชาติท่เี ก่ยี วกบั แสง เชน่ รงุ้ การทรงกลด มิราจ และการ
เห็นท้องฟ้าเปน็ สีตา่ ง ๆ ในชว่ งเวลาต่างกัน
11. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สขี องวตั ถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี
รวมท้ังอธิบายสาเหตขุ องการบอดสี
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30203 ฟสิ กิ ส์ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับไฟฟ้าสถิต ได้แก่ ประจุไฟฟ้าและกฎการอนุรักษ์ประจุไฟฟ้า
ตัวนำและฉนวน การเหนี่ยวนำประจไุ ฟฟ้าและการทำให้วัตถุมีประจุไฟฟ้า แรงระหว่างประจุและกฎ
ของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า เส้นแรงไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ตัวเก็บประจุและความจุไฟฟ้า การนำความรู้เรื่อง
ไฟฟ้าสถิตไปใช้ประโยชน์ ไฟฟ้ากระแสตรง ได้แก่ กระแสไฟฟ้า แหล่งกำเนิด ไฟฟ้า การนำไฟฟ้า
แรงเคลื่อนไฟฟ้ากบั ความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้า กระแสไฟฟ้าในตัวนำ กฎของโอหม์ และความต้านทาน สภาพ
ต้านทานและสภาพนำไฟฟ้า ผลของอุณหภูมิที่มีต่อความต้านทาน แรงเคล่ือน ไฟฟ้าและความต่าง
ศักย์ไฟฟ้า การต่อตัวต้านทาน การต่อเซลล์ไฟฟ้า การคำนวณวงจรไฟฟ้าตามกฎของเคอร์ชอฟฟ์
แอมมิเตอร์ โวลตม์ เิ ตอร์ โอหม์ มเิ ตอร์ พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟา้ วงจรไฟฟา้ และเครือ่ งใช้ไฟฟา้ ใน
บ้าน
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์ และการทดลองเพ่ือให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มท่เี หมาะสม
รวมทงั้ หมด 11 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรยี นรู้
1. ทดลอง และอธิบายการทำวตั ถุท่ีเป็นกลางทางไฟฟ้าใหม้ ีประจุไฟฟา้ โดยการขดั สีกัน และการ
เหนย่ี วนำไฟฟา้ สถิต
2. อธบิ าย และคำนวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของคูลอมบ์
3. อธบิ าย และคำนวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟา้ ที่กระทำกับอนุภาคทมี่ ีประจุไฟฟา้ ท่ีอยู่ใน
สนามไฟฟ้า รวมทงั้ หาสนามไฟฟ้าลพั ธเ์ นอื่ งจากระบบ จุดประจโุ ดยรวมกันแบบเวกเตอร์
4. อธิบาย และคำนวณพลงั งานศักย์ไฟฟา้ ศกั ยไ์ ฟฟ้า และความต่างศักยร์ ะหว่างสองตำแหนง่ ใด
ๆ
5. อธบิ ายส่วนประกอบของตวั เก็บประจุ ความสมั พันธร์ ะหว่างประจไุ ฟฟ้า ความตา่ งศกั ย์ และ
ความจขุ องตวั เกบ็ ประจุ และอธิยายพลงั งานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุสมมูล รวมท้งั คำนวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
6. นำความรเู้ ร่อื งไฟฟา้ สถติ ไปอธิบายหลกั การทำงานของเครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ บางชนิด และ
ปรากฏการณใ์ นชวี ิตประจำวนั
7. อธบิ ายการเคลอื่ นท่ีของอิเลก็ ตรอนอิสระและกระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นำ ความสมั พนั ธ์
ระหว่างกระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นำกบั ความเร็วลอยเล่อื นของอเิ ลก็ ตรอนอิสระ ความหนาแน่นของ
อเิ ล็กตรอนในลวดตวั นำและพน้ื ที่หนา้ ตดั ของลวดตัวนำ และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง
8. ทดลอง และอธิบายกฎของโอหม์ อธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่างความตา้ นทานกบั ความยาว
พื้นทหี่ น้าตดั และสภาพต้านทานของตวั นำโลหะที่อุณหภมู ิคงตัว และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ี
เกยี่ วข้อง รวมทงั้ อธิบาย และคำนวณความตา้ นทานสมมูล เมอ่ื นำตวั ตา้ นทานมาต่อกนั แบบอนุกรม
และแบบขนาน
9. ทดลอง อธบิ าย และคำนวณอีเอม็ เอฟของแหล่งกำเนิดไฟฟา้ กระแสตรง รวมทง้ั อธิบาย และ
คำนวณพลังงานไฟฟา้ และกำลังไฟฟ้า
10.ทดลอง และคำนวณอเี อ็มเอฟสมมูลจากการตอ่ แบตเตอรแี่ บบอนกุ รมและแบบขนาน รวมท้ัง
คำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเกยี่ วข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ซึง่ ประกอบด้วยแบตเตอรแ่ี ละตัวต้านทาน
11.อธบิ ายการเปล่ียนแปลงพลงั งานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟา้ รวมท้ังสบื ค้นและอภิปราย
เกยี่ วกบั เทคโนโลยี ท่นี ำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นพลังงานไฟฟา้ โดยเนน้ ด้าน
ประสทิ ธภิ าพและความคุ้มคา่ ด้านค่าใชจ้ ่าย
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30204 ฟสิ กิ ส์ 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา และวิเคราะห์เกี่ยวกับแม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าทำให้เกิด
สนามแม่เหล็ก แรงกระทำต่อลวดตัวนำท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ในสนามแม่เหล็ก แรงระหว่างลวด
ตวั นำสองเส้นที่ขนานกันและมีกระแสไฟฟ้าผ่าน แรงกระทำต่อขดลวดที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ใน
สนามแม่เหล็ก การประยุกต์ผลของสนามแม่เหล็กต่อตัวนำท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่าน กระแสไฟฟ้า
เหนย่ี วนำและแรงเคลอื่ นไฟฟา้ เหนี่ยวนำ แรงเคลอ่ื นไฟฟ้าเหน่ียวนำในมอเตอรแ์ ละเคร่อื งกำเนดิ ไฟฟ้า
หม้อแปลง ค่าของปริมาณท่ีเกี่ยวข้องกับไฟฟ้ากระแสสลับ การนำความรู้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าไปใช้
ประโยชน์ ทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการทดลองของเฮิรตซ์ การแผ่คลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โพลาไรเซชันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
อุณหภูมิ ความจุความร้อน การขยายตัวของวัตถุเน่ืองจากความร้อน สถานะและการเปล่ียนสถานะ
ของสาร การถา่ ยโอนความรอ้ น ความเค้นและความความเครยี ด มอดูลัสของยงั
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การส ำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์และการทดลองเพื่อให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ ความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสม
รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้
1. สงั เกต และอธบิ ายเสน้ สนามแมเ่ หล็ก อธิบายและคำนวณฟลักซ์แม่เหล็กในบรเิ วณท่ีกำหนด
รวมทัง้ สังเกตและอธิบายสนามแม่เหลก็ ทีเ่ กิดจากกระแสไฟฟา้ ในลวดตัวนำเส้นตรงและโซเลนอยด์
2. อธบิ าย และคำนวณแรงแม่เหล็กท่กี ระทำตอ่ อนภุ าคทม่ี ีประจุไฟฟา้ เคล่อื นที่ในสนามแม่เหลก็
แรงแม่เหล็กทกี่ ระทำตอ่ เสน้ ลวดท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านและวางในสนามแม่เหลก็ รัศมีความโค้งของ การ
เคล่ือนท่เี มอื่ ประจุเคลื่อนท่ีต้งั ฉากกบั สนามแม่เหล็ก รวมทงั้ อธิบายแรงระหวา่ งเส้นลวด ตวั นำคขู่ นาน
ท่มี ีกระแสไฟฟ้าผา่ น
3. อธบิ ายหลกั การทำงานของแกลแวนอมิเตอร์ และมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง รวมท้งั คำนวณ
ปริมาณต่างๆ ท่ีเก่ยี วข้อง
4. สังเกต และอธิบายการเกดิ อีเอม็ เอฟเหนย่ี วนำ กฎการเหนย่ี วนำของฟาราเดย์ และคำนวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง รวมท้งั นำความรู้เรื่องอีเอม็ เอฟเหน่ียวนำไปอธิบายการทำงานของ
เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้า
5. อธิบาย และคำนวณความต่างศกั ยอ์ าร์เอ็มเอส และกระแสไฟฟ้าอารเ์ อม็ เอส
6. อธบิ ายหลกั การทำงานและประโยชน์ของเครือ่ งกำเนิดไฟฟา้ กระแสสลบั ๓ เฟส การแปลง
อเี อ็มเอฟของหมอ้ แปลง และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
7. อธบิ ายการเกดิ และลกั ษณะเฉพาะของ คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรสเ์ ชิง
เส้น และแผน่ โพลารอยด์ รวมทงั้ อธบิ ายการนำคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้า ในช่วงความถี่ตา่ ง ๆ ไปประยุกต์ใช้
และหลกั การทำงานของอุปกรณ์ที่เกยี่ วขอ้ ง
8. สบื คน้ และอธิบายการส่อื สารโดยอาศยั คล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ ในการส่งผ่านสารสนเทศ และ
เปรยี บเทียบการสื่อสารดว้ ยสัญญาณแอนะล็อกกับสญั ญาณดิจิทัล
9. อธิบาย และคำนวณความรอ้ นทที่ ำให้สสารเปลี่ยนอณุ หภูมิ ความร้อนที่ทำให้สสารเปลีย่ น
สถานะ และความรอ้ นทเ่ี กดิ จากการถา่ ยโอนตามกฎการอนรุ ักษ์พลังงาน
10.อธิบายสภาพยดื หยุ่น และลักษณะการยืด และหดตัวของวสั ดุท่ีเปน็ แทง่ เม่ือถกู แรงกระทำ
ดว้ ยแรงค่าตา่ ง ๆ รวมทัง้ ทดลอง อธิบาย และคำนวณความเคน้ ตามยาว ความเครยี ดตามยาว และมอ
ดลุ สั ของยงั และนำความรเู้ ร่ืองสภาพยดื หยุน่ ไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30205 ฟสิ กิ ส์ 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา และวิเคราะห์เก่ียวกับ ความหนาแน่น ความดันในของเหลว กฎพาสคัล แรงพยุง
และหลักอาร์คิมีดสี ความตึงผวิ ความหนืด พลศาสตร์ของของไหล แกส๊ อุดมคติ ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค กลศาสตร์ควอนตัม การคน้ พบกัมมันตภาพรังสี
การเปลี่ยนสภาพนิวเคลียส การสลายของนิวเคลียสกมั มันตรังสี ไอโซโทป เสถียรภาพของนิวเคลียส
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ประโยชน์ของกัมมันตภาพรังสีและพลังงานนิวเคลียร์ รังสีในธรรมชาติ อันตราย
จากรังสีและการป้องกนั
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์และการทดลองเพื่อให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ ความรู้ไปใช้
ประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมทเ่ี หมาะสม
รวมทงั้ หมด 16 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ าย และคำนวณความดนั เกจ ความดนั สัมบูรณ์ และความดนั บรรยากาศ รวมท้งั อธบิ าย
หลกั การทำงานของแมนอมิเตอร์ บารอมิเตอร์ และเคร่ืองอดั ไฮดรอลิก
2. ทดลอง อธบิ าย และคำนวณขนาดแรงพยุงจากของไหล
3. ทดลอง อธิบาย และคำนวณความตงึ ผวิ ของของเหลว รวมทง้ั สงั เกตและอธิบายแรงหนืดของ
ของเหลว
4. อธิบายสมบตั ิของของไหลอดุ มคติ สมการความต่อเนอ่ื ง และสมการแบร์นูลลี รวมทั้งคำนวณ
ปรมิ าณต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง และนำความรเู้ กีย่ วกับสมการความตอ่ เนอื่ งและสมการแบร์นลู ลไี ปอธบิ าย
หลกั การทำงานของอุปกรณ์ตา่ ง ๆ
5. อธิบายกฎของแก๊สอุดมคติและคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
6. อธบิ ายแบบจำลองของแกส๊ อดุ มคติ ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊ส และอตั ราเรว็ อาร์เอม็ เอสของ
โมเลกลุ ของแก๊ส รวมท้ังคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วข้อง
7. อธบิ าย และคำนวณงานที่ทำโดยแก๊สในภาชนะปิด โดยความดันคงตัว และอธิบาย
ความสัมพันธร์ ะหว่างความรอ้ น พลงั งานภายในระบบ และงาน รวมทงั้ คำนวณปริมาณต่าง ๆ ท่ี
เกย่ี วขอ้ ง และนำความรเู้ รอ่ื งพลังงานภายในระบบไปอธิบายหลกั การทำงานของเคร่ืองใช้ใน
ชวี ิตประจำวัน
8. อธบิ ายสมมติฐานของพลงั ค์ ทฤษฎอี ะตอมของโบร์ และการเกิดเสน้ สเปกตรัมของอะตอม
ไฮโดรเจน รวมท้ังคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง
9. อธิบายปรากฏการณโ์ ฟโตอเิ ลก็ ทริกและคำนวณพลังงานโฟตอน พลังงานจลนข์ องโฟโต
อิเลก็ ตรอนและฟงั กช์ นั งานของโลหะ
10.อธบิ ายทวิภาวะของคลนื่ และอนภุ าค รวมทงั้ อธิบาย และคำนวณความยาวคลืน่ เดอบรอยล์
11.อธิบายกมั มนั ตภาพรงั สีและความแตกต่างของรังสแี อลฟา บตี า และแกมมา
12.อธบิ าย และคำนวณกัมมนั ตภาพของนิวเคลียสกัมมันตรังสี รวมท้งั ทดลอง อธิบาย และ
คำนวณจำนวนนวิ เคลียสกัมมนั ตรังสีทีเ่ หลอื จากการสลาย และคร่งึ ชีวติ
13.อธบิ ายแรงนิวเคลียร์ เสถยี รภาพของนิวเคลียส และพลังงานยดึ เหนี่ยว รวมท้งั คำนวณ
ปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง
14.อธิบายปฏิกริ ยิ านิวเคลยี รฟ์ ิชชนั และฟวิ ชนั รวมทัง้ คำนวณพลังงานนวิ เคลยี ร์
15.อธิบายประโยชนข์ องพลังงานนวิ เคลยี ร์ และรังสี รวมท้ังอนั ตรายและการป้องกนั รังสใี นด้าน
ต่าง ๆ
16.อธิบายการคน้ ควา้ วจิ ัยด้านฟิสกิ ส์อนุภาคแบบจำลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชนจ์ ากการ
ค้นคว้าวจิ ัยดา้ นฟสิ ิกสอ์ นภุ าคในดา้ นตา่ ง ๆ
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30216 Basic Physics กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรช์ น้ั
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ความสัมพันธ์เกี่ยวกับ ธรรมชาติของฟิสกิ ส์ การวัดและการบันทึกผลการวัด
ปริมาณทางฟิสิกส์ และการทดลองทางฟิสิกส์ ตำแหน่ง การกระจัดและระยะทาง อัตราเร็วและ
ความเร็ว ความเร่ง กราฟของการเคลื่อนที่แนวตรง สมการสำหรับการเคล่ือนท่ีแนวตรง และการตก
แบบเสรี แรง การหาแรงลัพธ์ มวล แรง และกฎการเคล่ือนที่ แรงเสียดทาน แรงดึงดูดระหว่างมวล
และการประยุกต์ใช้กฎการเคล่ือนที่ สมดุลกล ศูนย์กลางมวลและศูนย์ถ่วง สมดุลต่อการเลื่อนที่
สมดุลตอ่ การหมนุ และเสถยี รภาพของวตั ถุ
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายและการทดลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม
รวมทง้ั หมด 9 ตวั ชว้ี ดั
ตวั ชวี้ ดั
1. สืบค้น และอธบิ ายการค้นหาความรู้ทางฟสิ กิ ส์ ประวตั ิความเป็นมา รวมทัง้ พัฒนาการของ
หลกั การและแนวคดิ ทางฟสิ กิ สท์ ่มี ีผลต่อการแสวงหาความรใู้ หม่และการพัฒนาเทคโนโลยี
2. วัด และรายงานผลการวัดปรมิ าณทางฟสิ กิ ส์ได้ถูกตอ้ งเหมาะสม โดยนำความคลาดเคล่ือนใน
การวัดมาพจิ ารณาในการนำเสนอผล รวมทง้ั แสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะห์ และแปล
ความหมายจากกราฟเสน้ ตรง
3. ทดลอง และอธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งตำแหนง่ การกระจัด ความเรว็ และความเร่งของ
การเคลือ่ นทีข่ องวัตถใุ นแนวตรงท่ีมคี วามเร่งคงตวั จากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาค่าความเร่ง
โนม้ ถว่ งของโลก และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง
4. ทดลอง และอธบิ ายการหาแรงลัพธข์ องแรงสองแรงท่ที ำมมุ ต่อกนั
5. เขยี นแผนภาพของแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถอุ ิสระ ทดลอง และอธิบายกฎการเคลอื่ นท่ีของนวิ ตนั
และการใช้กฎการเคล่ือนทข่ี องนิวตนั กบั สภาพการเคลื่อนท่ขี องวัตถุ รวมทัง้ คำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้อง
6. อธิบายกฎความโน้มถว่ งสากล และผลของสนามโน้มถว่ งท่ีทำใหว้ ตั ถมุ นี ำ้ หนัก รวมทงั้ คำนวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง
7. วเิ คราะห์ อธิบาย และคำนวณแรงเสยี ดทานระหวา่ งผวิ สัมผัสของวตั ถุคู่หนึง่ ๆ ในกรณีที่วตั ถุ
หยุดนงิ่ และวัตถุเคลื่อนที่ รวมท้งั ทดลองหาสมั ประสทิ ธ์ิความเสียดทานระหว่างผวิ สัมผัสของวตั ถุคู่
หน่งึ ๆ และนำความรเู้ รอื่ งแรงเสยี ดทานไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
8. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนต์ และผลรวมของโมเมนตท์ มี่ ตี อ่ การหมุน แรงคคู่ วบและผล
ของแรงคคู่ วบทม่ี ตี ่อสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำตอ่ วตั ถอุ สิ ระเม่ือวัตถอุ ยใู่ นสมดุล
กล และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง รวมทง้ั ทดลองและอธบิ ายสมดุลของแรงสามแรง
9. สังเกต และอธิบายสภาพการเคล่อื นที่ของวัตถุ เม่ือแรงทีก่ ระทำตอ่ วตั ถผุ ่านศนู ยก์ ลางมวล
ของวตั ถุ และผลของศูนยถ์ ่วงทมี่ ผี ลต่อเสถยี รภาพของวัตถุ
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30211 Physics for MEP 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา วิเคราะห์ความสัมพันธ์เก่ียวกบั งานและพลังงาน ประกอบด้วยงานเนอื่ งจากแรง
คงตัว งานเน่ืองจากแรงไม่คงตัว กำลัง พลังงานกล การอนุรักษ์พลังงานกล และเครื่องกลโมเมนตัม
และการชน ประกอบด้วย โมเมนตัม แรงและการเปล่ียนแปลงโมเมนตัม การดล การอนุรักษ์
โมเมนตัม การชนและการดีดตัวแยกจากกัน การเคล่ือนที่แนวโค้ง ประกอบด้วยการเคล่ือนท่ีแบบ
โพรเจกไทล์ การเคล่อื นทแี่ บบวงกลม ปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหมุน ทอร์กและโมเมนต์ความ
เฉ่ือยกับการเคลื่อนที่แบบหมุน โมเมนต์ความเฉ่ือยรอบแกนหมุนสมมาตร พลังงานจลน์ของการ
เคลอื่ นที่แบบหมนุ โมเมนตมั เชิงมมุ และอัตราการเปลยี่ นโมเมนตัมเชิงมมุ การเคล่อื นท่ีทั้งแบบเล่ือนที่
และแบบหมนุ
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมลู การอธิบาย การอภิปรายและการทดลอง
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและ
ค่านิยมทีเ่ หมาะสม
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู้
1. วิเคราะห์ และคำนวณงานของแรงคงตวั จากสมการและพืน้ ทใี่ ต้กราฟความสมั พันธ์ระหวา่ ง
แรงกับตำแหนง่ รวมทัง้ อธบิ าย และคำนวณกำลังเฉล่ีย
2. อธบิ าย และคำนวณพลังงานจลน์ พลงั งานศักย์ พลงั งานกล ทดลองหาความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งงานกบั พลังงานจลน์ ความสมั พันธ์ระหว่างงานกับพลงั งานศกั ย์โน้มถว่ ง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
ขนาดของแรงทใ่ี ช้ดึงสปริงกับระยะทีส่ ปรงิ ยืดออก และความสมั พันธร์ ะหว่างงานกับพลังงานศักย์
ยืดหยนุ่ รวมทงั้ อธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างงานของแรงลัพธ์และพลงั งานจลน์ และคำนวณงานท่ี
เกิดขึ้นจากแรงลพั ธ์
3. อธิบายกฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงานกล รวมทั้งวิเคราะห์ และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกยี่ วข้อง
กบั การเคลือ่ นทข่ี องวตั ถุในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใช้กฎการอนรุ กั ษ์พลังงานกล
4. อธิบายการทำงาน ประสิทธภิ าพและการได้เปรยี บเชิงกลของเครือ่ งกลอย่างงา่ ยบางชนิด
โดยใชค้ วามร้เู ร่ืองงานและสมดลุ กล รวมท้งั คำนวณประสิทธภิ าพและการไดเ้ ปรียบเชงิ กล
5. อธิบาย และคำนวณโมเมนตัมของวตั ถุ และการดลจากสมการและพนื้ ที่ใตก้ ราฟ
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งแรงลพั ธ์กับเวลา รวมทง้ั อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างแรงดลกบั โมเมนตัม
6. ทดลอง อธิบาย และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ ก่ียวกบั การชนของวตั ถใุ นหน่ึงมติ ิ ทั้งแบบ
ยดื หยุน่ และไมย่ ืดหยุน่ และการดีดตัวแยกจากกัน ในหน่ึงมติ ซิ ึง่ เปน็ ไปตามกฎการอนุรักษโ์ มเมนตมั
7. อธิบาย วิเคราะห์ และคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การเคลอื่ นท่แี บบโพรเจกไทล์
และทดลองการเคลอ่ื นทแ่ี บบโพรเจกไทล์
8. ทดลอง และอธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่างแรงสู่ศนู ย์กลาง รัศมีของการเคล่ือนที่ อัตราเรว็
เชิงเส้น อัตราเร็วเชงิ มมุ และมวลของวตั ถุ ในการเคล่ือนทแ่ี บบวงกลม ในระนาบระดับ รวมทง้ั
คำนวณปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ งและประยกุ ตใ์ ช้ความรูก้ ารเคลอื่ นที่แบบวงกลม ในการอธบิ ายการ
โคจรของดาวเทยี ม
9. ทดลอง และอธิบายการเคล่อื นท่ีแบบฮารม์ อนิกอยา่ งงา่ ยของวัตถุตดิ ปลายสปรงิ และลูกตุ้ม
อยา่ งงา่ ย รวมทั้งคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
10. อธิบายความถธ่ี รรมชาติของวัตถุและการเกิดการสน่ั พอ้ ง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30212 Physics for MEP 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับคลื่นกล คล่ืนผิวน้ำ คลื่นในเส้นเชือก การซ้อนทับของคล่ืน สมบัติของ
คลื่น สมการของคลื่นเชิงวิทยาศาสตร์ การเคล่ือนท่ีของเสียง อัตราเรว็ คล่ืนเสียง สมบัติของคล่ืนเสียง
บีตส์และคลื่นนิ่งของเสียง การสั่นพ้องของเสียง ปรากฏการณ์ดอปเพลอรแ์ ละคล่ืนกระแทก ความเข้ม
เสียงและระดับความเข้มเสียง การได้ยิน การนำความรู้เร่ืองเสียงไปใช้ประโยชน์ การเคลื่อนท่ีและ
อัตราเรว็ ของแสง การสะท้อนของแสง การเกิดภาพจากกระจกเงาราบและกระจกโค้งทรงกลม การ
หกั เหของแสง การสะทอ้ นกลบั หมดของแสง มริ าจ ความลกึ ปรากฏ การเกิดภาพจากเลนส์ การแทรก
สอดของแสง การเลี้ยวเบนของแสง โพลาไรซ์เซช่ันของแสง การกระเจิงของแสง ปรากฏการณ์เรือน
กระจก การกระจายของแสงและการเกิดรุ้ง ความสว่าง สีและการมองเห็นสี และความผิดปกติของ
สายตา
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจตรวจสอบ การ
สืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปรายและการทดลอง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถส่อื สารสิ่งที่เรียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มี
จิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม
รวมทงั้ หมด 11 ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายปรากฏการณ์คล่ืน ชนดิ ของคลื่น สว่ นประกอบของคลืน่ การแผข่ องหนา้ คล่ืน ดว้ ย
หลักการของฮอยเกนส์ และการรวมกนั ของคลน่ื ตามหลักการซ้อนทับ พร้อมทัง้ คำนวณอัตราเร็ว
ความถ่ี และความยาวคล่นื
2. สงั เกต และอธิบายการสะทอ้ น การหกั เห การแทรกสอด และการเลยี้ วเบนของคล่ืนผิวน้ำ
รวมท้ังคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง
3. อธบิ ายการเกิดเสียง การเคล่ือนทีข่ องเสยี ง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งคล่นื การกระจัดของ
อนุภาคกบั คลนื่ ความดัน ความสมั พันธร์ ะหว่างอัตราเรว็ ของเสยี งในอากาศที่ขน้ึ กบั อุณหภูมิ ในหนว่ ย
องศาเซลเซยี ส สมบตั ิของคลนื่ เสยี ง ได้แก่ การสะทอ้ น การหักเห การแทรกสอด การเล้ยี วเบน
รวมท้ังคำนวณปริมาณต่าง ๆ ทีเ่ ก่ยี วข้อง
4. อธบิ ายความเขม้ เสียง ระดบั เสยี ง องค์ประกอบของการไดย้ ิน คุณภาพเสยี ง และมลพิษทาง
เสียง รวมท้ังคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง
5. ทดลอง และอธบิ ายการเกดิ การสัน่ พ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหนึง่ ด้าน รวมท้ังสงั เกต
และอธิบายการเกดิ บตี คลืน่ น่ิง ปรากฏการณด์ อปเพลอร์ คลื่นกระแทกของเสยี ง คำนวณปรมิ าณต่าง
ๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง และนำความรู้เรื่องเสยี งไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
6. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคู่และเกรตตงิ การเล้ยี วเบน และการ
แทรกสอดของแสงผ่านสลติ เด่ยี ว รวมท้ังคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง
7. ทดลอง และอธิบายการสะทอ้ นของแสงท่ีผิววัตถุตามกฎการสะทอ้ น เขียนรังสีของแสงและ
คำนวณตำแหนง่ และขนาดภาพของวัตถุ เม่ือแสงตกกระทบกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลม
รวมทง้ั อธบิ ายการนำความรเู้ ร่ืองการสะทอ้ นของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใช้
ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน
8. ทดลอง และอธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งดรรชนหี ักเห มมุ ตกกระทบ และมุมหกั เห รวมทงั้
อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างความลกึ จริงและความลกึ ปรากฏ มมุ วิกฤตและการสะทอ้ นกลับหมดของ
แสง และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง
9. ทดลอง และเขยี นรงั สีของแสงเพอ่ื แสดงภาพท่ีเกิดจากเลนสบ์ าง หาตำแหน่ง ขนาด ชนิด
ของภาพ และความสมั พนั ธ์ระหว่างระยะวตั ถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกสั รวมทง้ั คำนวณปรมิ าณ
ต่าง ๆ ทเ่ี ก่ียวข้อง และอธิบายการนำความร้เู รือ่ งการหักเหของแสงผา่ นเลนส์บางไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจำวัน
10. อธิบายปรากฏการณธ์ รรมชาติท่เี กีย่ วกบั แสง เชน่ รงุ้ การทรงกลด มิราจ และการ
เห็นท้องฟ้าเป็นสีตา่ ง ๆ ในชว่ งเวลาต่างกัน
11. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สขี องวตั ถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี
รวมท้ังอธิบายสาเหตขุ องการบอดสี
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30213 Physics for MEP 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับไฟฟ้าสถิต ได้แก่ ประจุไฟฟ้าและกฎการอนุรักษ์ประจุไฟฟ้า
ตัวนำและฉนวน การเหน่ียวนำประจไุ ฟฟ้าและการทำให้วัตถมุ ีประจุไฟฟ้า แรงระหว่างประจุและกฎ
ของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า เส้นแรงไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ตัวเก็บประจุและความจุไฟฟ้า การนำความรู้เร่ือง
ไฟฟ้าสถิตไปใช้ประโยชน์ ไฟฟ้ากระแสตรง ได้แก่ กระแสไฟฟ้า แหล่งกำเนิด ไฟฟ้า การนำไฟฟ้า
แรงเคลอ่ื นไฟฟ้ากบั ความตา่ งศักย์ไฟฟา้ กระแสไฟฟา้ ในตัวนำ กฎของโอห์มและความตา้ นทาน สภาพ
ต้านทานและสภาพนำไฟฟ้า ผลของอุณหภูมิที่มีต่อความต้านทาน แรงเคลื่อน ไฟฟ้าและความต่าง
ศักย์ไฟฟ้า การต่อตัวต้านทาน การต่อเซลล์ไฟฟ้า การคำนวณวงจรไฟฟ้าตามกฎของเคอร์ชอฟฟ์
แอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ โอหม์ มเิ ตอร์ พลงั งานไฟฟ้าและกำลังไฟฟา้ วงจรไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าใน
บา้ น
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์ และการทดลองเพ่ือให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสม
รวมทงั้ หมด 11 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรยี นรู้
1. ทดลอง และอธบิ ายการทำวัตถุท่เี ปน็ กลางทางไฟฟา้ ให้มีประจุไฟฟา้ โดยการขดั สกี ัน และการ
เหนีย่ วนำไฟฟา้ สถติ
2. อธบิ าย และคำนวณแรงไฟฟ้าตามกฎของคูลอมบ์
3. อธบิ าย และคำนวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟ้าทีก่ ระทำกับอนภุ าคท่มี ปี ระจุไฟฟา้ ที่อยู่ใน
สนามไฟฟา้ รวมทง้ั หาสนามไฟฟา้ ลพั ธ์เนื่องจากระบบ จุดประจุโดยรวมกนั แบบเวกเตอร์
4. อธิบาย และคำนวณพลงั งานศกั ยไ์ ฟฟ้า ศกั ย์ไฟฟ้า และความต่างศักยร์ ะหว่างสองตำแหนง่ ใด
ๆ
5. อธิบายสว่ นประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพันธ์ระหวา่ งประจไุ ฟฟา้ ความตา่ งศักย์ และ
ความจุของตวั เกบ็ ประจุ และอธยิ ายพลังงานสะสมในตวั เก็บประจุ และความจสุ มมูล รวมท้ังคำนวณ
ปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง
6. นำความรูเ้ รือ่ งไฟฟา้ สถิตไปอธบิ ายหลักการทำงานของเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ บางชนิด และ
ปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจำวัน
7. อธบิ ายการเคลอ่ื นที่ของอเิ ล็กตรอนอสิ ระและกระแสไฟฟ้าในลวดตวั นำ ความสมั พันธ์
ระหวา่ งกระแสไฟฟา้ ในลวดตัวนำกับความเร็วลอยเล่อื นของอเิ ล็กตรอนอสิ ระ ความหนาแน่นของ
อเิ ล็กตรอนในลวดตัวนำและพน้ื ท่ีหน้าตัดของลวดตวั นำ และคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง
8. ทดลอง และอธิบายกฎของโอหม์ อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่างความต้านทานกบั ความยาว
พื้นทหี่ น้าตดั และสภาพต้านทานของตวั นำโลหะท่ีอุณหภูมิคงตวั และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ี
เกยี่ วข้อง รวมทงั้ อธิบาย และคำนวณความตา้ นทานสมมลู เมอื่ นำตวั ต้านทานมาตอ่ กนั แบบอนุกรม
และแบบขนาน
9. ทดลอง อธบิ าย และคำนวณอีเอ็มเอฟของแหลง่ กำเนดิ ไฟฟ้ากระแสตรง รวมทง้ั อธบิ าย และ
คำนวณพลังงานไฟฟา้ และกำลังไฟฟ้า
10.ทดลอง และคำนวณอเี อ็มเอฟสมมูลจากการตอ่ แบตเตอรีแ่ บบอนกุ รมและแบบขนาน รวมท้ัง
คำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ีเกยี่ วข้องในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง ซง่ึ ประกอบดว้ ยแบตเตอรแ่ี ละตัวต้านทาน
11.อธบิ ายการเปล่ียนแปลงพลงั งานทดแทนเป็นพลงั งานไฟฟ้า รวมท้งั สบื คน้ และอภิปราย
เกยี่ วกบั เทคโนโลยี ท่นี ำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความตอ้ งการทางด้านพลงั งานไฟฟา้ โดยเนน้ ด้าน
ประสทิ ธภิ าพและความคุ้มคา่ ด้านค่าใชจ้ ่าย
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30214 Physics for MEP 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา และวิเคราะห์เกี่ยวกับแม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าทำให้เกิด
สนามแม่เหล็ก แรงกระทำต่อลวดตัวนำท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ในสนามแม่เหล็ก แรงระหว่างลวด
ตวั นำสองเส้นท่ีขนานกันและมีกระแสไฟฟ้าผ่าน แรงกระทำต่อขดลวดท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ใน
สนามแม่เหล็ก การประยุกต์ผลของสนามแม่เหล็กต่อตัวนำท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่าน กระแสไฟฟ้า
เหน่ียวนำและแรงเคลอ่ื นไฟฟ้าเหนี่ยวนำ แรงเคลอ่ื นไฟฟา้ เหนย่ี วนำในมอเตอรแ์ ละเครือ่ งกำเนดิ ไฟฟ้า
หม้อแปลง ค่าของปริมาณที่เก่ียวข้องกับไฟฟ้ากระแสสลับ การนำความรู้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าไปใช้
ประโยชน์ ทฤษฎีคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการทดลองของเฮิรตซ์ การแผ่คล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปกตรัมคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า โพลาไรเซชันของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า
อุณหภูมิ ความจุความร้อน การขยายตัวของวัตถุเนื่องจากความร้อน สถานะและการเปลี่ยนสถานะ
ของสาร การถา่ ยโอนความร้อน ความเคน้ และความความเครยี ด มอดลู ัสของยงั
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์และการทดลองเพื่อให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ ความ รู้ไปใช้
ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมท่เี หมาะสม
รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้
1. สงั เกต และอธบิ ายเสน้ สนามแม่เหลก็ อธบิ ายและคำนวณฟลักซแ์ ม่เหลก็ ในบริเวณที่กำหนด
รวมทั้งสังเกตและอธิบายสนามแมเ่ หล็กทเ่ี กดิ จากกระแสไฟฟา้ ในลวดตัวนำเสน้ ตรงและโซเลนอยด์
2. อธบิ าย และคำนวณแรงแมเ่ หล็กท่กี ระทำตอ่ อนภุ าคที่มีประจุไฟฟ้าเคล่อื นท่ใี นสนามแมเ่ หล็ก
แรงแมเ่ หล็กที่กระทำต่อเสน้ ลวดท่ีมกี ระแสไฟฟ้าผ่านและวางในสนามแมเ่ หล็ก รัศมีความโค้งของ การ
เคลอื่ นท่ีเม่อื ประจเุ คลอื่ นท่ีตั้งฉากกบั สนามแมเ่ หล็ก รวมทง้ั อธิบายแรงระหวา่ งเสน้ ลวด ตัวนำคขู่ นาน
ทีม่ กี ระแสไฟฟ้าผ่าน
3. อธิบายหลักการทำงานของแกลแวนอมิเตอร์ และมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรง รวมทง้ั คำนวณ
ปรมิ าณต่างๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง
4. สังเกต และอธบิ ายการเกิดอีเอ็มเอฟเหน่ียวนำ กฎการเหน่ยี วนำของฟาราเดย์ และคำนวณ
ปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เก่ยี วขอ้ ง รวมท้ังนำความร้เู รือ่ งอเี อม็ เอฟเหน่ียวนำไปอธบิ ายการทำงานของ
เครือ่ งใช้ไฟฟ้า
5. อธิบาย และคำนวณความต่างศักยอ์ ารเ์ อม็ เอส และกระแสไฟฟ้าอารเ์ อ็มเอส
6. อธิบายหลกั การทำงานและประโยชนข์ องเครื่องกำเนิดไฟฟา้ กระแสสลบั ๓ เฟส การแปลง
อีเอ็มเอฟของหม้อแปลง และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง
7. อธิบายการเกิดและลกั ษณะเฉพาะของ คลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรสเ์ ชิง
เส้น และแผน่ โพลารอยด์ รวมทัง้ อธบิ ายการนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในชว่ งความถ่ีต่าง ๆ ไปประยกุ ต์ใช้
และหลักการทำงานของอปุ กรณท์ เี่ ก่ยี วขอ้ ง
8. สบื คน้ และอธิบายการสือ่ สารโดยอาศัยคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ในการสง่ ผ่านสารสนเทศ และ
เปรียบเทยี บการสอื่ สารดว้ ยสัญญาณแอนะล็อกกับสญั ญาณดจิ ิทลั
9. อธบิ าย และคำนวณความร้อนท่ที ำใหส้ สารเปลยี่ นอณุ หภมู ิ ความรอ้ นที่ทำใหส้ สารเปลี่ยน
สถานะ และความร้อนทเ่ี กิดจากการถ่ายโอนตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน
10.อธิบายสภาพยืดหยุน่ และลกั ษณะการยืด และหดตัวของวสั ดุทีเ่ ป็นแทง่ เม่อื ถกู แรงกระทำ
ดว้ ยแรงคา่ ตา่ ง ๆ รวมทั้งทดลอง อธิบาย และคำนวณความเคน้ ตามยาว ความเครียดตามยาว และมอ
ดลุ ัสของยัง และนำความรเู้ รอ่ื งสภาพยืดหยุ่นไปใช้ในชวี ิตประจำวนั
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30215 Physics for MEP 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา และวิเคราะห์เกี่ยวกับ ความหนาแน่น ความดนั ในของเหลว กฎพาสคัล แรงพยุง
และหลกั อาร์คิมีดีส ความตึงผิว ความหนืด พลศาสตร์ของของไหล แก๊สอุดมคติ ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ทวิภาวะของคล่ืนและอนภุ าค กลศาสตร์ควอนตัม การค้นพบกัมมันตภาพรังสี
การเปลี่ยนสภาพนิวเคลียส การสลายของนิวเคลียสกัมมันตรังสี ไอโซโทป เสถียรภาพของนิวเคลียส
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ประโยชน์ของกัมมันตภาพรังสีและพลังงานนิวเคลียร์ รังสีในธรรมชาติ อันตราย
จากรังสแี ละการป้องกัน
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์และการทดลองเพื่อให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ ความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม
รวมทง้ั หมด 16 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ าย และคำนวณความดนั เกจ ความดนั สัมบูรณ์ และความดนั บรรยากาศ รวมทัง้ อธบิ าย
หลักการทำงานของแมนอมิเตอร์ บารอมเิ ตอร์ และเครอื่ งอัดไฮดรอลิก
2. ทดลอง อธิบาย และคำนวณขนาดแรงพยงุ จากของไหล
3. ทดลอง อธบิ าย และคำนวณความตึงผวิ ของของเหลว รวมทงั้ สงั เกตและอธบิ ายแรงหนืดของ
ของเหลว
4. อธบิ ายสมบัติของของไหลอดุ มคติ สมการความต่อเน่อื ง และสมการแบร์นลู ลี รวมทง้ั คำนวณ
ปริมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง และนำความรู้เก่ยี วกบั สมการความต่อเนอ่ื งและสมการแบร์นูลลไี ปอธบิ าย
หลกั การทำงานของอุปกรณต์ ่าง ๆ
5. อธบิ ายกฎของแกส๊ อุดมคติและคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง
6. อธบิ ายแบบจำลองของแกส๊ อดุ มคติ ทฤษฎีจลน์ของแกส๊ และอตั ราเร็วอารเ์ อม็ เอสของ
โมเลกุลของแก๊ส รวมทั้งคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกีย่ วข้อง
7. อธบิ าย และคำนวณงานท่ีทำโดยแก๊สในภาชนะปิด โดยความดันคงตัว และอธบิ าย
ความสมั พันธ์ระหว่างความร้อน พลงั งานภายในระบบ และงาน รวมทั้งคำนวณปริมาณต่าง ๆ ท่ี
เกย่ี วขอ้ ง และนำความร้เู รอื่ งพลงั งานภายในระบบไปอธิบายหลกั การทำงานของเครือ่ งใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั
8. อธบิ ายสมมติฐานของพลงั ค์ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ และการเกดิ เส้นสเปกตรมั ของอะตอม
ไฮโดรเจน รวมทงั้ คำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่เกย่ี วข้อง
9. อธิบายปรากฏการณโ์ ฟโตอิเล็กทรกิ และคำนวณพลงั งานโฟตอน พลงั งานจลนข์ องโฟโต
อเิ ลก็ ตรอนและฟงั กช์ ันงานของโลหะ
10.อธิบายทวิภาวะของคล่นื และอนภุ าค รวมท้งั อธบิ าย และคำนวณความยาวคล่ืนเดอบรอยล์
11.อธบิ ายกมั มนั ตภาพรังสีและความแตกต่างของรังสีแอลฟา บีตา และแกมมา
12.อธิบาย และคำนวณกัมมันตภาพของนิวเคลยี สกัมมนั ตรังสี รวมทง้ั ทดลอง อธบิ าย และ
คำนวณจำนวนนวิ เคลียสกมั มันตรังสที ีเ่ หลือจากการสลาย และครึ่งชวี ิต
13.อธิบายแรงนวิ เคลยี ร์ เสถียรภาพของนิวเคลยี ส และพลังงานยึดเหนี่ยว รวมทงั้ คำนวณ
ปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง
14.อธิบายปฏิกริ ิยานิวเคลยี รฟ์ ิชชัน และฟวิ ชัน รวมทง้ั คำนวณพลังงานนิวเคลยี ร์
15.อธิบายประโยชน์ของพลังงานนิวเคลียร์ และรังสี รวมทง้ั อันตรายและการป้องกนั รังสีในด้าน
ต่าง ๆ
16.อธบิ ายการค้นควา้ วิจัยดา้ นฟิสกิ สอ์ นภุ าคแบบจำลองมาตรฐาน และการใช้ประโยชน์จากการ
ค้นควา้ วจิ ยั ด้านฟสิ กิ ส์อนุภาคในด้านตา่ ง ๆ
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว31106 ฟสิ กิ สพ์ นื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา วิเคราะห์ความสัมพนั ธ์เกี่ยวกับ ธรรมชาติของฟิสิกส์ การวัดและการบันทึกผลการวัด
ปริมาณทางฟิสิกส์ และการทดลองทางฟิสิกส์ ตำแหน่ง การกระจัดและระยะทาง อัตราเร็วและ
ความเร็ว ความเรง่ กราฟของการเคล่ือนที่แนวตรง สมการสำหรับการเคล่ือนท่ีแนวตรง และการตก
แบบเสรี แรง การหาแรงลัพธ์ มวล แรง และกฎการเคล่ือนที่ แรงเสียดทาน แรงดึงดูดระหว่างมวล
และการประยุกต์ใช้กฎการเคลื่อนที่ สมดุลกล ศูนย์กลางมวลและศูนย์ถ่วง สมดุลต่อการเล่ือนที่
สมดลุ ตอ่ การหมนุ และเสถียรภาพของวตั ถุ
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายและการทดลอง เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมท่เี หมาะสม
รวมทงั้ หมด 9 ตวั ชวี้ ดั
ตวั ชวี้ ดั
1. สืบคน้ และอธิบายการค้นหาความรู้ทางฟิสิกส์ ประวัติความเปน็ มา รวมทัง้ พัฒนาการของ
หลักการและแนวคดิ ทางฟิสกิ ส์ทีม่ ีผลต่อการแสวงหาความรู้ใหมแ่ ละการพัฒนาเทคโนโลยี
2. วัด และรายงานผลการวัดปรมิ าณทางฟสิ ิกสไ์ ด้ถูกต้องเหมาะสม โดยนำความคลาดเคลอ่ื นใน
การวัดมาพจิ ารณาในการนำเสนอผล รวมท้ังแสดงผลการทดลองในรปู ของกราฟ วิเคราะห์ และแปล
ความหมายจากกราฟเส้นตรง
3. ทดลอง และอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างตำแหน่ง การกระจัด ความเร็ว และความเรง่ ของ
การเคลอื่ นท่ีของวตั ถุในแนวตรงท่ีมคี วามเรง่ คงตัวจากกราฟและสมการ รวมท้ังทดลองหาคา่ ความเร่ง
โน้มถว่ งของโลก และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
4. ทดลอง และอธบิ ายการหาแรงลัพธ์ของแรงสองแรงทท่ี ำมมุ ตอ่ กนั
5. เขียนแผนภาพของแรงทก่ี ระทำต่อวัตถุอิสระ ทดลอง และอธิบายกฎการเคล่อื นท่ขี องนวิ ตัน
และการใช้กฎการเคลือ่ นที่ของนิวตนั กับสภาพการเคลื่อนทข่ี องวัตถุ รวมทั้งคำนวณปริมาณต่าง ๆ ท่ี
เก่ยี วข้อง
6. อธบิ ายกฎความโน้มถว่ งสากล และผลของสนามโน้มถว่ งที่ทำให้วตั ถมุ นี ำ้ หนกั รวมทง้ั คำนวณ
ปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กยี่ วข้อง
7. วิเคราะห์ อธบิ าย และคำนวณแรงเสยี ดทานระหวา่ งผวิ สมั ผัสของวัตถคุ หู่ น่งึ ๆ ในกรณที ีว่ ัตถุ
หยุดนงิ่ และวตั ถเุ คล่ือนท่ี รวมท้งั ทดลองหาสมั ประสิทธ์คิ วามเสียดทานระหวา่ งผวิ สมั ผัสของวตั ถุคู่
หนึง่ ๆ และนำความรเู้ รื่องแรงเสียดทานไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
8. อธิบายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนต์ และผลรวมของโมเมนตท์ มี่ ตี อ่ การหมุน แรงคคู่ วบและผล
ของแรงคคู่ วบทม่ี ตี ่อสมดุลของวัตถุ เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำตอ่ วตั ถุอสิ ระเมอ่ื วัตถอุ ยใู่ นสมดุล
กล และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง รวมทง้ั ทดลองและอธบิ ายสมดุลของแรงสามแรง
9. สังเกต และอธิบายสภาพการเคล่อื นที่ของวัตถุ เม่ือแรงทีก่ ระทำตอ่ วตั ถุผ่านศูนยก์ ลางมวล
ของวตั ถุ และผลของศูนยถ์ ่วงทมี่ ผี ลต่อเสถยี รภาพของวัตถุ
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30206 ฟสิ กิ ส์ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา วิเคราะห์ความสัมพันธ์เกี่ยวกบั งานและพลังงาน ประกอบด้วยงานเนือ่ งจากแรง
คงตัว งานเน่ืองจากแรงไม่คงตัว กำลัง พลังงานกล การอนุรักษ์พลังงานกล และเครื่องกลโมเมนตัม
และการชน ประกอบด้วย โมเมนตัม แรงและการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัม การดล การอนุรั กษ์
โมเมนตัม การชนและการดีดตัวแยกจากกัน การเคลื่อนที่แนวโค้ง ประกอบด้วยการเคล่ือนท่ีแบบ
โพรเจกไทล์ การเคลือ่ นทแี่ บบวงกลม ปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกับการหมุน ทอร์กและโมเมนต์ความ
เฉื่อยกับการเคล่ือนที่แบบหมุน โมเมนต์ความเฉ่ือยรอบแกนหมุนสมมาตร พลังงานจลน์ของการ
เคลื่อนทีแ่ บบหมุน โมเมนตัมเชิงมุมและอัตราการเปลีย่ นโมเมนตัมเชิงมุม การเคลอ่ื นทท่ี ้ังแบบเลือ่ นท่ี
และแบบหมุน
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสบื คน้ ขอ้ มลู การอธิบาย การอภิปรายและการทดลอง
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและ
คา่ นิยมทเี่ หมาะสม
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้
1. วิเคราะห์ และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพนื้ ท่ีใต้กราฟความสัมพันธ์ระหวา่ ง
แรงกับตำแหน่ง รวมทัง้ อธบิ าย และคำนวณกำลังเฉลีย่
2. อธบิ าย และคำนวณพลงั งานจลน์ พลงั งานศกั ย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งงานกับพลงั งานจลน์ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งงานกบั พลังงานศกั ย์โนม้ ถ่วง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
ขนาดของแรงทใ่ี ชด้ ึงสปริงกับระยะทสี่ ปรงิ ยืดออก และความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งงานกบั พลงั งานศักย์
ยืดหยุ่น รวมท้ังอธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่างงานของแรงลพั ธแ์ ละพลังงานจลน์ และคำนวณงานท่ี
เกดิ ข้นึ จากแรงลัพธ์
3. อธิบายกฎการอนุรกั ษพ์ ลงั งานกล รวมทั้งวเิ คราะห์ และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
กบั การเคลื่อนท่ีของวัตถุในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใชก้ ฎการอนุรักษพ์ ลังงานกล
4. อธิบายการทำงาน ประสทิ ธิภาพและการได้เปรยี บเชงิ กลของเคร่ืองกลอยา่ งง่ายบางชนิด
โดยใชค้ วามรู้เรื่องงานและสมดลุ กล รวมท้งั คำนวณประสิทธภิ าพและการได้เปรยี บเชิงกล
5. อธิบาย และคำนวณโมเมนตมั ของวัตถุ และการดลจากสมการและพืน้ ท่ีใต้กราฟ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างแรงลัพธก์ บั เวลา รวมทั้งอธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งแรงดลกบั โมเมนตมั
6. ทดลอง อธิบาย และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วกับการชนของวัตถุในหน่ึงมิติ ท้ังแบบ
ยดื หยนุ่ และไม่ยดื หยนุ่ และการดีดตัวแยกจากกัน ในหน่ึงมิตซิ ึ่งเป็นไปตามกฎการอนรุ ักษโ์ มเมนตมั
7. อธิบาย วเิ คราะห์ และคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเี่ ก่ียวข้องกบั การเคลอ่ื นทีแ่ บบโพรเจกไทล์
และทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์
8. ทดลอง และอธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างแรงสู่ศนู ยก์ ลาง รศั มขี องการเคลอ่ื นที่ อัตราเร็ว
เชงิ เส้น อตั ราเร็วเชิงมมุ และมวลของวตั ถุ ในการเคล่ือนทแี่ บบวงกลม ในระนาบระดับ รวมท้ัง
คำนวณปรมิ าณ ตา่ ง ๆ ท่เี ก่ยี วข้องและประยุกตใ์ ชค้ วามร้กู ารเคลอ่ื นท่ีแบบวงกลม ในการอธบิ ายการ
โคจรของดาวเทียม
9. ทดลอง และอธิบายการเคล่ือนที่แบบฮาร์มอนิกอยา่ งงา่ ยของวตั ถุตดิ ปลายสปรงิ และลูกตุม้
อยา่ งง่าย รวมทัง้ คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกย่ี วข้อง
10. อธิบายความถธี่ รรมชาติของวตั ถแุ ละการเกดิ การสัน่ พ้อง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30207 ฟสิ กิ ส์ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาวิเคราะห์เก่ียวกับคลื่นกล คล่ืนผิวน้ำ คล่ืนในเส้นเชือก การซ้อนทับของคลื่น สมบัติของ
คล่ืน สมการของคล่ืนเชิงวิทยาศาสตร์ การเคลื่อนท่ีของเสียง อัตราเร็วคลื่นเสียง สมบัติของคล่ืนเสียง
บีตส์และคล่ืนนิ่งของเสียง การสั่นพ้องของเสียง ปรากฏการณ์ดอปเพลอรแ์ ละคล่ืนกระแทก ความเข้ม
เสียงและระดับความเข้มเสียง การได้ยิน การนำความรู้เรื่องเสียงไปใช้ประโยชน์ การเคล่ือนที่และ
อัตราเรว็ ของแสง การสะท้อนของแสง การเกิดภาพจากกระจกเงาราบและกระจกโค้งทรงกลม การ
หกั เหของแสง การสะท้อนกลบั หมดของแสง มริ าจ ความลึกปรากฏ การเกิดภาพจากเลนส์ การแทรก
สอดของแสง การเล้ียวเบนของแสง โพลาไรซ์เซช่ันของแสง การกระเจิงของแสง ปรากฏการณ์เรือน
กระจก การกระจายของแสงและการเกิดรุ้ง ความสว่าง สีและการมองเห็นสี และความผิดปกติของ
สายตา
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจตรวจสอบ การ
สืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปรายและการทดลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสอื่ สารสิ่งที่เรยี นรู้ มีความสามารถในการตดั สินใจ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มี
จิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม
รวมทงั้ หมด 11 ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายปรากฏการณ์คล่ืน ชนิดของคล่ืน ส่วนประกอบของคล่ืน การแผ่ของหนา้ คลน่ื ดว้ ย
หลักการของฮอยเกนส์ และการรวมกันของคลืน่ ตามหลักการซ้อนทับ พร้อมทั้งคำนวณอัตราเรว็
ความถี่ และความยาวคลน่ื
2. สังเกต และอธิบายการสะทอ้ น การหกั เห การแทรกสอด และการเล้ยี วเบนของคลืน่ ผิวนำ้
รวมท้ังคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
3. อธิบายการเกิดเสียง การเคล่อื นท่ีของเสยี ง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งคลน่ื การกระจดั ของ
อนภุ าคกับคล่นื ความดนั ความสมั พันธร์ ะหว่างอตั ราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึน้ กบั อณุ หภมู ิ ในหนว่ ย
องศาเซลเซยี ส สมบัติของคลื่นเสียง ไดแ้ ก่ การสะทอ้ น การหกั เห การแทรกสอด การเลย้ี วเบน
รวมทัง้ คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
4. อธิบายความเข้มเสยี ง ระดับเสยี ง องคป์ ระกอบของการได้ยิน คุณภาพเสียง และมลพิษทาง
เสียง รวมท้งั คำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
5. ทดลอง และอธบิ ายการเกิดการสนั่ พ้องของอากาศในทอ่ ปลายเปิดหนึ่งดา้ น รวมทงั้ สงั เกต
และอธบิ ายการเกดิ บีต คล่ืนน่ิง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คลน่ื กระแทกของเสียง คำนวณปรมิ าณต่าง
ๆ ที่เก่ียวข้อง และนำความรูเ้ รอื่ งเสยี งไปใช้ในชีวิตประจำวนั
6. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคแู่ ละเกรตตงิ การเลีย้ วเบน และการ
แทรกสอดของแสงผ่านสลติ เด่ียว รวมท้ังคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
7. ทดลอง และอธิบายการสะท้อนของแสงท่ผี ิววตั ถุตามกฎการสะทอ้ น เขยี นรงั สขี องแสงและ
คำนวณตำแหนง่ และขนาดภาพของวัตถุ เมือ่ แสงตกกระทบกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลม
รวมทง้ั อธบิ ายการนำความรเู้ ร่ืองการสะทอ้ นของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงาทรงกลมไปใช้
ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน
8. ทดลอง และอธิบายความสมั พนั ธร์ ะหว่างดรรชนหี กั เห มุมตกกระทบ และมุมหักเห รวมทัง้
อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างความลกึ จรงิ และความลกึ ปรากฏ มมุ วิกฤตและการสะทอ้ นกลบั หมดของ
แสง และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
9. ทดลอง และเขยี นรงั สขี องแสงเพอื่ แสดงภาพท่ีเกิดจากเลนสบ์ าง หาตำแหนง่ ขนาด ชนิด
ของภาพ และความสมั พนั ธ์ระหว่างระยะวัตถุ ระยะภาพ และความยาวโฟกสั รวมทั้งคำนวณปรมิ าณ
ต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง และอธิบายการนำความรู้เร่ืองการหักเหของแสงผา่ นเลนส์บางไปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชวี ติ ประจำวัน
10. อธิบายปรากฏการณธ์ รรมชาติท่เี กย่ี วกับแสง เช่น รุ้ง การทรงกลด มริ าจ และการ
เห็นท้องฟ้าเป็นสีตา่ ง ๆ ในชว่ งเวลาตา่ งกัน
11. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สขี องวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี
รวมท้ังอธิบายสาเหตขุ องการบอดสี
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30208 ฟสิ กิ ส์ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 80 ชว่ั โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับไฟฟ้าสถิต ได้แก่ ประจุไฟฟ้าและกฎการอนุรักษ์ประจุไฟฟ้า
ตวั นำและฉนวน การเหนี่ยวนำประจไุ ฟฟ้าและการทำให้วัตถมุ ีประจุไฟฟ้า แรงระหว่างประจุและกฎ
ของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า เส้นแรงไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ตัวเก็บประจุและความจุไฟฟ้า การนำความรู้เรื่อง
ไฟฟ้าสถิตไปใช้ประโยชน์ ไฟฟ้ากระแสตรง ได้แก่ กระแสไฟฟ้า แหล่งกำเนิด ไฟฟ้า การนำไฟฟ้า
แรงเคล่ือนไฟฟ้ากบั ความต่างศกั ยไ์ ฟฟ้า กระแสไฟฟ้าในตัวนำ กฎของโอห์มและความตา้ นทาน สภาพ
ต้านทานและสภาพนำไฟฟ้า ผลของอุณหภูมิท่ีมีต่อความต้านทาน แรงเคลื่อน ไฟฟ้าและความต่าง
ศักย์ไฟฟ้า การต่อตัวต้านทาน การต่อเซลล์ไฟฟ้า การคำนวณวงจรไฟฟ้าตามกฎของเคอร์ชอฟฟ์
แอมมิเตอร์ โวลต์มเิ ตอร์ โอหม์ มิเตอร์ พลังงานไฟฟ้าและกำลังไฟฟา้ วงจรไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าใน
บา้ น
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์ และการทดลองเพ่ือให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวัน มจี ิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมทเี่ หมาะสม
รวมทงั้ หมด 11 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้
1. ทดลอง และอธบิ ายการทำวตั ถุท่เี ป็นกลางทางไฟฟ้าใหม้ ปี ระจไุ ฟฟ้าโดยการขัดสีกัน และการ
เหนย่ี วนำไฟฟ้าสถิต
2. อธบิ าย และคำนวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของคลู อมบ์
3. อธิบาย และคำนวณสนามไฟฟา้ และแรงไฟฟ้าที่กระทำกบั อนุภาคทมี่ ีประจุไฟฟ้าทีอ่ ย่ใู น
สนามไฟฟ้า รวมทัง้ หาสนามไฟฟา้ ลพั ธ์เนื่องจากระบบ จดุ ประจโุ ดยรวมกนั แบบเวกเตอร์
4. อธิบาย และคำนวณพลงั งานศกั ย์ไฟฟ้า ศักยไ์ ฟฟา้ และความต่างศกั ย์ระหว่างสองตำแหนง่ ใด
ๆ
5. อธบิ ายสว่ นประกอบของตัวเก็บประจุ ความสมั พันธ์ระหวา่ งประจุไฟฟา้ ความต่างศกั ย์ และ
ความจุของตวั เกบ็ ประจุ และอธิยายพลังงานสะสมในตวั เกบ็ ประจุ และความจุสมมูล รวมทงั้ คำนวณ
ปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
6. นำความรู้เร่ืองไฟฟ้าสถติ ไปอธิบายหลกั การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด และ
ปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวัน
7. อธบิ ายการเคลอื่ นท่ีของอิเลก็ ตรอนอสิ ระและกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนำ ความสมั พนั ธ์
ระหว่างกระแสไฟฟ้าในลวดตวั นำกบั ความเร็วลอยเลื่อนของอิเลก็ ตรอนอิสระ ความหนาแน่นของ
อิเลก็ ตรอนในลวดตวั นำและพ้นื ท่ีหนา้ ตัดของลวดตัวนำ และคำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง
8. ทดลอง และอธิบายกฎของโอหม์ อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่างความตา้ นทานกบั ความยาว
พื้นทหี่ น้าตัด และสภาพต้านทานของตวั นำโลหะท่ีอุณหภูมคิ งตวั และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่ี
เกยี่ วข้อง รวมทงั้ อธิบาย และคำนวณความตา้ นทานสมมลู เมอื่ นำตวั ตา้ นทานมาต่อกนั แบบอนุกรม
และแบบขนาน
9. ทดลอง อธบิ าย และคำนวณอีเอ็มเอฟของแหลง่ กำเนดิ ไฟฟ้ากระแสตรง รวมทง้ั อธิบาย และ
คำนวณพลังงานไฟฟา้ และกำลังไฟฟ้า
10.ทดลอง และคำนวณอเี อ็มเอฟสมมูลจากการตอ่ แบตเตอรีแ่ บบอนกุ รมและแบบขนาน รวมท้ัง
คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเกยี่ วข้องในวงจรไฟฟา้ กระแสตรง ซง่ึ ประกอบด้วยแบตเตอรแ่ี ละตัวต้านทาน
11.อธบิ ายการเปล่ียนแปลงพลงั งานทดแทนเป็นพลงั งานไฟฟ้า รวมท้ังสบื ค้นและอภิปราย
เกยี่ วกบั เทคโนโลยี ท่นี ำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นพลังงานไฟฟา้ โดยเนน้ ด้าน
ประสทิ ธภิ าพและความคุ้มคา่ ด้านค่าใชจ้ ่าย
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30209 ฟสิ กิ ส์ 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา และวิเคราะห์เกี่ยวกับแม่เหล็กและสนามแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าทำให้เกิด
สนามแม่เหล็ก แรงกระทำต่อลวดตัวนำที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ในสนามแม่เหล็ก แรงระหว่างลวด
ตัวนำสองเส้นท่ีขนานกันและมีกระแสไฟฟ้าผ่าน แรงกระทำต่อขดลวดที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านและอยู่ใน
สนามแม่เหล็ก การประยุกต์ผลของสนามแม่เหล็กต่อตัวนำท่ีมีกระแสไฟฟ้าผ่าน กระแสไฟฟ้า
เหน่ียวนำและแรงเคลอ่ื นไฟฟ้าเหนย่ี วนำ แรงเคล่ือนไฟฟ้าเหน่ียวนำในมอเตอร์และเคร่ืองกำเนดิ ไฟฟ้า
หม้อแปลง ค่าของปริมาณที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้ากระแสสลับ การนำความรู้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าไปใช้
ประโยชน์ ทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์และการทดลองของเฮิรตซ์ การแผ่คลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้าจากสายอากาศ สเปกตรัมคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า โพลาไรเซชันของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า
อุณหภูมิ ความจุความร้อน การขยายตัวของวัตถุเน่ืองจากความร้อน สถานะและการเปลี่ยนสถานะ
ของสาร การถา่ ยโอนความรอ้ น ความเค้นและความความเครยี ด มอดลู สั ของยัง
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์และการทดลองเพ่ือให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ ความรู้ไปใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมทเ่ี หมาะสม
รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้
1. สงั เกต และอธิบายเส้นสนามแม่เหล็ก อธิบายและคำนวณฟลักซ์แม่เหล็กในบริเวณทกี่ ำหนด
รวมท้งั สังเกตและอธิบายสนามแม่เหลก็ ทเ่ี กิดจากกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนำเสน้ ตรงและโซเลนอยด์
2. อธิบาย และคำนวณแรงแมเ่ หล็กทกี่ ระทำตอ่ อนภุ าคทีม่ ีประจุไฟฟ้าเคลอ่ื นท่ีในสนามแมเ่ หลก็
แรงแม่เหลก็ ทก่ี ระทำตอ่ เสน้ ลวดทมี่ กี ระแสไฟฟา้ ผ่านและวางในสนามแม่เหลก็ รศั มีความโคง้ ของ การ
เคล่ือนท่เี มื่อประจุเคลื่อนท่ีตง้ั ฉากกบั สนามแม่เหล็ก รวมท้งั อธบิ ายแรงระหวา่ งเสน้ ลวด ตวั นำคูข่ นาน
ท่ีมกี ระแสไฟฟ้าผา่ น
3. อธิบายหลักการทำงานของแกลแวนอมิเตอร์ และมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง รวมทง้ั คำนวณ
ปริมาณตา่ งๆ ที่เกยี่ วข้อง
4. สังเกต และอธบิ ายการเกิดอีเอ็มเอฟเหน่ียวนำ กฎการเหนีย่ วนำของฟาราเดย์ และคำนวณ
ปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่เี ก่ียวขอ้ ง รวมทงั้ นำความรู้เรอื่ งอีเอ็มเอฟเหน่ยี วนำไปอธบิ ายการทำงานของ
เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า
5. อธิบาย และคำนวณความตา่ งศักยอ์ าร์เอ็มเอส และกระแสไฟฟา้ อาร์เอม็ เอส
6. อธบิ ายหลกั การทำงานและประโยชนข์ องเครื่องกำเนดิ ไฟฟ้ากระแสสลับ ๓ เฟส การแปลง
อีเอ็มเอฟของหม้อแปลง และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกย่ี วข้อง
7. อธบิ ายการเกิดและลกั ษณะเฉพาะของ คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ แสงไม่โพลาไรส์ แสงโพลาไรสเ์ ชิง
เส้น และแผน่ โพลารอยด์ รวมทัง้ อธบิ ายการนำคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า ในชว่ งความถ่ีต่าง ๆ ไปประยกุ ตใ์ ช้
และหลักการทำงานของอปุ กรณท์ เี่ ก่ยี วขอ้ ง
8. สบื คน้ และอธิบายการสอื่ สารโดยอาศยั คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ ในการส่งผา่ นสารสนเทศ และ
เปรียบเทยี บการสอื่ สารดว้ ยสัญญาณแอนะล็อกกับสญั ญาณดจิ ิทลั
9. อธิบาย และคำนวณความร้อนท่ีทำใหส้ สารเปลีย่ นอุณหภมู ิ ความรอ้ นที่ทำใหส้ สารเปลี่ยน
สถานะ และความร้อนทเ่ี กิดจากการถ่ายโอนตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน
10.อธบิ ายสภาพยืดหยุน่ และลกั ษณะการยืด และหดตัวของวัสดุท่ีเปน็ แทง่ เม่อื ถูกแรงกระทำ
ดว้ ยแรงคา่ ตา่ ง ๆ รวมทั้งทดลอง อธิบาย และคำนวณความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว และมอ
ดลุ ัสของยัง และนำความรเู้ รอ่ื งสภาพยืดหยุ่นไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว30210 AP Physics กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา และวิเคราะห์เก่ียวกับ แคลคูลัสเบ้ืองต้นสำหรับฟิสิกส์ การหาอนุพันธ์ การหาปฏิ
ยานุพันธ์ เวกเตอร์และสมบัติของเวกเตอร์ การเคล่ือนที่ใน 1 มิติ การเคลื่อนท่ีแบบ 2 มิติ กฎการ
เคลอ่ื นทข่ี องนิวตัน แรงเสียดทาน แรงและการเคลื่อนทีเ่ ป็นวงกลม งานท่ที ำโดยแรงคงท่ี งานทีท่ ำโดย
แรงไม่คงที่ พลงั งานจลน์และทฤษฎงี าน-พลังงานจลน์ งานเนอ่ื งจากแรงเสียดทาน กำลัง พลงั งานศกั ย์
การอนุรักษ์ของพลังงานเชิงกล งานที่ทำโดยแรงที่ไม่อนุรักษ์ โมเมนตัมเชิงเส้น การคงตัวของ
โมเมนตัมเชิงเส้น การดลและโมเมนตัม การชนแบบยืดหยุ่น การชนแบบไม่ยืดหยุ่น การชนแบบ 2
มิติ จุดศูนย์กลางมวล ความเร็วเชิงมุมและความเร่งเชิงมุม การหมุนของวัตถุแข็งเกร็งด้วยความเร่ง
เชิงมุมคงท่ี ความสัมพันธ์ระหว่างปรมิ าณเชิงมุมและปริมาณเชิงเส้น พลังงานจลน์ของการหมนุ การ
คำนวณหาค่าโมเมนต์ความเฉื่อย ทอร์ค งาน พลังงานและกำลังงานสำหรับการหมุน การเคลื่อนที่
แบบกลง้ิ โมเมนตัมเชิงมมุ และการคงตัวของโมเมนตัมเชงิ มมุ สมดุลของวตั ถุแข็งเกร็ง
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การอภิปราย วิเคราะห์และการทดลองเพ่ือให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ ความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มท่เี หมาะสม
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ าย และคำนวณการหาอนพุ นั ธ์ และปฏิยานพุ นั ธ์
2. อธบิ าย และคำนวณเกย่ี วกับเวกเตอรแ์ ละสมบัตขิ องเวกเตอร์
3. ทดลอง อธบิ าย และคำนวณเกี่ยวกบั การเคลื่อนที่ใน 1 มิติ และ 2 มติ ิ
4. ทดลอง อธิบาย และคำนวณเกย่ี วกบั กฎการเคลื่อนทีข่ องนิวตัน
5. อธิบาย และคำนวณเก่ยี วกับงานและพลงั งาน
6. อธิบาย และคำนวณเกย่ี วกับโมเมนตมั เชงิ เส้นและการชน
7. อธิบาย และคำนวณเกี่ยวกับการเคลื่อนท่ีของวตั ถุแข็งเกร็ง
โครงสรา้ งหลกั สตู รวทิ ยาศาสตร์ ม.4-6 (ปรบั ปรงุ 2560)
ระดบั ชน้ั รายวชิ าพนื้ ฐาน(สายศลิ ป)์ รายวชิ าพน้ื ฐาน(สายวิทย)์ รายวิชาเพมิ่ เตมิ
ม.4 (20)- -
ว31109
ภาคเรยี นท่ี 1 - จำนวน 0.5 หน่วยกิต ว30271
- โครงสรา้ งโลก
ม.4 - การแปรสณั ฐานของแผ่น
ภาคเรยี นท่ี 2 ธรณี
- ธรณีพิบัติภัย
- การลำดบั เหตกุ ารณ์ทาง
ธรณีวทิ ยา
-
จำนวน 0.5 หน่วยกิต
- ทรพั ยากรธรณี
- แผนทภี่ มู ปิ ระเทศ
และแผนท่ี
ธรณีวทิ ยา
ม.5 - - ว30272
ภาคเรยี นที่ 1
จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
- สมดุลพลงั งานของ
โลก
- การหมนุ เวียนของ
อากาศบนโลก
- การหมนุ เวียนของ
นำ้ ในมหาสมุทร
ม.5 - - ว30273
ภาคเรยี นที่ 2
จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต
- การเกิดเมฆ
- การเปลยี่ นแปลง
ภูมิอากาศโลก
- พยากรณ์อากาศ
ระดบั ชน้ั รายวิชาพน้ื ฐาน(สายศลิ ป)์ รายวิชาพน้ื ฐาน(สายวทิ ย)์ รายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ม.6 - - ว30274
ภาคเรยี นที่ 1
จำนวน 0.5 หน่วยกติ
- เอกภาพ
- ดาวฤกษ์
ม.6 - - ว30275
ภาคเรยี นท่ี 2
จำนวน 0.5 หน่วยกติ
- ระบบสรุ ิยะ
- ดาวบนทรงกลม
ทอ้ งฟ้า
- เทคโนโลยอี วกาศ
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว 31109 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความรู้เก่ยี วกบั เร่ือง โครงสร้างโลก การแปรสณั ฐานของแผน่ ธรณี ธรณีพบิ ัตภิ ัย
การลำดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยา โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ และทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การทดลอง การลงความเห็นจาก
ข้อมูล การสื่อความหมายข้อมูล การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อสรุป การวิเคราะห์ การอธิบาย
การอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รูใ้ ฝ่เรียน มีระเบียบวินัยมุ่งม่ัน
ในการทำงานอย่างมีระบบ ประหยัด ซ่ือสตั ย์ มีวิจารณญาณ รูจ้ ักนำความรูไ้ ปประยกุ ตใ์ ช้ในการ
ดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง มีเจตคติท่ีดีต่อวิทยาศาสตร์ มีสมรรถนะด้านความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิดและความสามารถในการแก้ปัญหา พร้อมท้ังสามารถปฏิบัติตามข้อตกลง
กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของครอบครัว โรงเรยี นและสังคมและรักความยุตธิ รรมและสันติ
รหสั ตวั ชวี้ ดั
ค 7.1 ม 4 / 1 , ค 7.1 ม 4 / 2, ค 7.1 ม 4 / 3, ค 7.1 ม 4 / 4
ค 7.1 ม 4 / 5, ค 7.1 ม 4 / 6, ค 7.1 ม 4 / 7
รวม 7 ตวั ชีว้ ัด
ตวั ชวี ดั
1. อธิบายการแบง่ ช้ันและสมบตั ิของ โครงสร้างโลก พร้อมยกตัวอย่างขอ้ มูลที่ สนบั สนุน
2. อธิบายหลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาที่ สนับสนุนการเคลือ่ นทีข่ องแผ่นธรณี
3. ระบุสาเหตแุ ละอธบิ ายรปู แบบแนว รอยต่อของแผ่นธรณที ี่สัมพนั ธก์ บั การ เคล่อื นทีข่ อง
แผ่นธรณี พร้อมยกตวั อย่าง หลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาท่ีพบ
4. วิเคราะห์หลกั ฐานทางธรณีวิทยาทีพ่ บ ในปัจจุบัน และอธิบายลำดบั เหตกุ ารณ์ ทาง
ธรณวี ิทยาในอดีต
5. อธบิ ายสาเหตกุ ระบวนการเกดิ ภเู ขาไฟ ระเบิดและปัจจยั ทที่ ำให้ความรนุ แรง ของการ
ปะทุและรูปร่างของภูเขาไฟ แตกต่างกนั รวมท้ังสบื คน้ ข้อมลู พน้ื ที่ เสี่ยงภัย ออกแบบและนำเสนอ
แนวทางการเฝา้ ระวังและการปฏิบตั ิตนให้ปลอดภัย
6. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ขนาด และความรนุ แรง และผลจากแผน่ ดินไหว รวมท้งั
สบื คน้ ขอ้ มลู พ้ืนทีเ่ สี่ยงภัยออกแบบและนำเสนอแนวทางการเฝา้ ระวังและการปฏบิ ัติตนให้ปลอดภัย
7. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิด และผล จาก สนึ ามิ รวมท้งั สืบคน้ ข้อมูลพื้นท่ี เสย่ี งภัย
ออกแบบและนำเสนอ แนวทางการเฝา้ ระวังและการปฏิบัตติ น ให้ปลอดภัย
รวม 7 ตวั ชวี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว 30271 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ทรัพยากรธรณี แผนท่ีภูมิประเทศและแผนที่ธรณีวิทยา โดยใช้
กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต
การสืบค้นข้อมูล การทดลอง การลงความเห็นจากข้อมูล การสื่อความหมายข้อมูล การตีความหมาย
ข้อมูล และการลงข้อสรุป การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ
ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินัยมุ่งมั่นในการทำงานอย่างมีระบบ ประหยัด ซื่อสัตย์
มีวิจารณญาณ รู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง มีเจตคติที่ดีต่อ
วทิ ยาศาสตร์ มีสมรรถนะด้านความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ และความสามารถใน
การแก้ปัญหา พร้อมทั้งสามารถปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว
โรงเรยี นและสงั คมและรกั ความยุติธรรมและสันติ
ผลการเรยี นรู้
1. ตรวจสอบและระบชุ นิดแร่รวมทั้งวเิ คราะห์ สมบัติและนำเสนอการใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรแรท่ ี่เหมาะสม
2. ตรวจสอบ จำแนกประเภท และระบชุ ือ่ หิน รวมทงั้ วิเคราะหส์ มบตั แิ ละนำเสนอการใช้
ประโยชน์ของทรัพยากรหินทเี่ หมาะสม
3. อธบิ ายกระบวนการเกิดและการสำรวจแหล่งปิโตรเลยี มและถา่ นหิน โดยใช้ขอ้ มูล ทาง
ธรณวี ทิ ยา
4. อธิบายสมบตั ิของผลิตภัณฑ์ท่ไี ดจ้ ากปิโตเลยี มและถ่านหนิ พรอ้ มนำเสนอการใช้ประโยชน์
อยา่ งเหมาะสม
5. อา่ นและแปลความหมายจากแผนที่ภูมิประเทศ และแผนทธี่ รณวี ทิ ยาของพื้นที่ ที่กำหนด
พร้อมท้ังอธบิ ายและยกตวั อยา่ ง การนำไปใช้ ประโยชน
รวม 5 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว 30272 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความรู้เก่ียวกับเร่ือง สมดุลพลังงานของโลก การหมุนเวียนของอากาศบนโลก การ
หมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร โดยใช้กระบวนการสร้างความรคู้ วามเข้าใจ และทักษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การสืบคน้ ข้อมูล การทดลอง การลงความเห็นจากข้อมูล การส่ือ
ความหมายข้อมูล การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อสรุป การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินัยมุ่งม่ันในการทำงาน
อย่างมีระบบ ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวิจารณญาณ รู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้
อย่างพอเพียง มเี จตคติท่ีดีต่อวทิ ยาศาสตร์ มีสมรรถนะด้านความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถ
ในการคิดและความสามารถในการแกป้ ัญหา พรอ้ มท้ังสามารถปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ
ข้อบงั คับของครอบครวั โรงเรยี นและสงั คมและรกั ความยตุ ธิ รรมและสันติ
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายปจั จยั สำคัญที่มีผลต่อการรบั และคายพลังงานจากดวงอาทิตยแ์ ตกต่างกนั และผลท่มี ี
ต่ออุณหภมู อิ ากาศในแต่ละบรเิ วณของโลก
2. อธบิ ายกระบวนการทท่ี ำใหเ้ กิดสมดุลพลังงาน ของโลก
3. อธบิ ายผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของ ความกดอากาศ แรงคอรอิ อลสิ แรงสู่
ศูนย์กลางและแรงเสียดทานที่มตี ่อการหมุนเวยี นของอากาศ
4. อธิบายการหมุนเวยี นของอากาศตามเขตละติจูด และผลทม่ี ีต่อภมู ิอากาศ
5. อธบิ ายปจั จัยที่ทำให้เกิดการแบง่ ช้ันนำ้ ในมหาสมุทร
6. อธบิ ายปัจจยั ทีท่ ำใหเ้ กิดการหมนุ เวียนของน้ำใน มหาสมทุ รและรูปแบบการหมุนเวียนของน้ำ
ใน มหาสมุทร
7. อธบิ ายผลของการหมุนเวยี นของนำ้ ในมหาสมุทร ที่มตี ่อลกั ษณะลมฟา้ อากาศ ส่ิงมชี วี ติ และ
สง่ิ แวดล้อม
รวม 7 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว 30273 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การเกิดเมฆ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก พยากรณ์อากาศ
โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การ
สังเกต การสืบค้นข้อมูล การทดลอง การลงความเห็นจากข้อมูล การสื่อความหมายข้อมูล การ
ตคี วามหมายข้อมูล และการลงขอ้ สรปุ การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภปิ ราย เพื่อให้เกดิ ความรคู้ วาม
เข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินัยมุ่งม่ันในการทำงานอย่างมีระบบ ประหยัด
ซ่ือสัตย์ มีวจิ ารณญาณ รจู้ ักนำความรูไ้ ปประยกุ ต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างพอเพยี ง มีเจตคติที่ดี
ตอ่ วิทยาศาสตร์ มีสมรรถนะด้านความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิดและความสามารถ
ในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งสามารถปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว
โรงเรียนและสังคมและรกั ความยตุ ิธรรมและสนั ติ
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความสมั พันธ์ระหว่างเสถยี รภาพอากาศ และการเกดิ เมฆ
2. อธิบายการเกิดแนวปะทะอากาศแบบต่างๆ และลักษณะลมฟา้ อากาศท่ีเกย่ี วข้อง
3. อธบิ ายปัจจยั ตา่ งๆทีม่ ีผลต่อการเปลยี่ นแปลง ภูมิอากาศของโลก พรอ้ มยกตวั อย่างข้อมูล
สนบั สนุน
4. วเิ คราะหแ์ ละอภิปรายเหตกุ ารณท์ ีเ่ ป็นผลจาก การเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศโลก และนำเสนอ
แนวปฏิบัตขิ องมนษุ ยท์ ี่มีสว่ นช่วยในการชะลอ การเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลก
5. แปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศบนแผนท่ีอากาศ
6. วเิ คราะห์และคาดการณ์ลกั ษณะลมฟ้าอากาศ เบ้ืองต้นจากแผนท่ีอากาศและข้อมูล
สารสนเทศ อ่นื ๆเพ่อื วางแผนในการประกอบอาชพี และการดำเนินชีวิตให้สอดคลอ้ งกับสภาพ
ลมฟ้า อากาศ
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว 30274 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความรู้เก่ียวกับเร่ือง เอกภาพ ดาวฤกษ์ โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ
และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การทดลอง การลง
ความเห็นจากข้อมลู การสื่อความหมายข้อมูล การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อสรุป การวิเคราะห์
การอธบิ าย การอภิปราย เพื่อให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝเ่ รียน มีระเบียบ
วินัยมุ่งมั่นในการทำงานอย่างมีระบบ ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวิจารณญาณ รู้จักนำความรู้ไป
ประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ มีสมรรถนะด้าน
ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการคดิ และความสามารถในการแก้ปัญหา พรอ้ มทั้งสามารถ
ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสังคมและรักความ
ยุตธิ รรมและสนั ติ
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายการกำเนิดและการเปลีย่ นแปลงพลังงาน สสาร ขนาดอุณหภมู ขิ องเอกภพหลังเกิดบิ
กแบง ในชว่ งเวลาต่างๆ ตามวิวฒั นาการของเอกภพ
2. อธิบายหลักฐานท่สี นับสนนุ ทฤษฎีบกิ แบง จากความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความเรว็ กบั ระยะทาง
ของกาแลก็ ซีรวมท้ังขอ้ มลู การค้นพบไมโครเวฟ พื้นหลงั จากอวกาศ
3. อธบิ ายโครงสร้างและองคป์ ระกอบของกาแล็กซี ทางชา้ งเผือก และระบุตำแหน่งของระบบ
สรุ ิยะ พรอ้ มอธิบายเช่อื มโยงกับ การสงั เกตเห็น ทางชา้ งเผอื กของคนบนโลก
4. อธบิ ายกระบวนการเกิดดาวฤกษ์ โดยแสดง การเปลี่ยนแปลงความดนั อุณหภูมขิ นาด จาก
ดาวฤกษก์ อ่ นเกิดจนเป็นดาวฤกษ์
5. อธิบายกระบวนการสรา้ งพลังงานของดาวฤกษแ์ ละผลทเ่ี กิดขึน้ โดยวเิ คราะห์ปฏกิ ิริยาลูกโซ่
โปรตอน –โปรตอน และวฏั จักรคารบ์ อน ไนโตรเจน ออกซเิ จน
6. ระบปุ จั จัยท่ีสง่ ผลต่อความสอ่ งสว่างของดาวฤกษ์และอธิบายความสมั พันธ์ระหว่างความสอ่ ง
สวา่ ง กับโชติมาตรของดาวฤกษ์
7. อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งสี อุณหภูมิผิว และสเปกตรมั ของดาวฤกษ์
8. อธิบายวธิ กี ารหาระยะทางของดาวฤกษ์ ด้วยหลักการแพรัลแลกซพ์ ร้อมคำนวณหาระยะทาง
ของดาวฤกษ์
9. อธบิ ายลำดับววิ ฒั นาการทีส่ มั พันธก์ ับมวลตง้ั ต้น และวเิ คราะห์การเปลย่ี นแปลงสมบตั ิบาง
ประการ ของดาวฤกษ์ในลำดบั วิวัฒนาการ จากแผนภาพ เฮริ ์ซปรงุ -รสั เซลล์
รวม 9 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ า
ว 30275 โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความรู้เก่ียวกับเร่ือง ระบบสุริยะ ดาวบนทรงกลมท้องฟ้า เทคโนโลยีอวกาศ โดยใช้
กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต
การสืบค้นข้อมูล การทดลอง การลงความเห็นจากข้อมูล การสื่อความหมายข้อมูล การตีความหมาย
ข้อมูล และการลงข้อสรุป การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ
ความคิดรวบยอด ใฝร่ ใู้ ฝ่เรยี น มีระเบยี บวนิ ัยมงุ่ ม่นั ในการทำงานอยา่ งมรี ะบบ ประหยัด ซอื่ สัตย์
มีวิจารณญาณ รู้จักนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง มีเจตคติท่ีดีต่อ
วิทยาศาสตร์ มสี มรรถนะด้านความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ และความสามารถใน
การแก้ปัญหา พร้อมท้ังสามารถปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว
โรงเรยี นและสังคมและรักความยุติธรรมและสนั ติ
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายกระบวนการเกดิ ระบบสรุ ยิ ะ การแบง่ เขต บรวิ ารของดวงอาทิตยแ์ ละลกั ษณะของดาว
เคราะห์ที่เอ้อื ตอ่ การดำรงชวี ติ
2. อธบิ ายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ด้วยกฎเคพเลอรแ์ ละกฎความโน้มถ่วงของ
นิวตัน พร้อมคำนวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์
3. อธิบายโครงสรา้ งของดวงอาทิตย์การเกิด ลมสุริยะพายสุ รุ ยิ ะ และวิเคราะห์ นำเสนอ
ปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั ผลของลมสรุ ิยะ และพายุสรุ ิยะท่ีมตี ่อโลก
รวมทง้ั ประเทศไทย
4. สรา้ งแบบจำลองทรงกลมฟ้า สงั เกต และเช่อื มโยง จดุ และเสน้ สำคัญของแบบจำลองทรงกลม
ฟ้า กับท้องฟ้าจริง และอธิบายการระบุพกิ ดั ของดาวในระบบขอบฟา้ และระบบศูนย์สตู ร
5. สงั เกตท้องฟา้ และอธบิ ายเสน้ ทางการข้นึ การตกของดวงอาทติ ย์และดาวฤกษ์
6. อธิบายเวลาสุริยคติปรากฏ โดยรวบรวมขอ้ มลู และเปรียบเทียบเวลาขณะท่ีดวงอาทิตย์ผ่าน
เมริเดยี นของผ้สู ังเกตในแต่ละวัน
7. อธิบายเวลาสุรยิ คติปานกลาง และการเปรยบี เทยีบเวลาของแตละ่ เขตเวลาบนโลก
8. อธบิ ายมมุ หา่ งที่สัมพันธ์กับตำแหน่งในวงโคจรและอธบิ ายเชอื่ มโยงกับตำแหนง่ ปรากฏของ
ดาวเคราะหท์ ่ีสังเกตไดจ้ ากโลก
9. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ ายการสำรวจอวกาศ โดยใช้ กล้องโทรทรรศน์ในชว่ งความยาวคล่นื ต่างๆ
ดาวเทยี มยานอวกาศ สถานอี วกาศ และนำเสนอ แนวคิดการนำความรทู้ างด้าน
เทคโนโลยีอวกาศมาประยกุ ต์ ใช้ในชีวิตประจำวันหรอื ในอนาคต
10.สืบคน้ ข้อมลู ออกแบบ และนำเสนอกจิ กรรม การสงั เกตดาวบนท้องฟ้าดว้ ยตาเปลา่ และ/
หรือกลอ้ งโทรทรรศน์
รวม 10 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
เคมพี นื้ ฐาน รหสั วชิ า ว ๓๑๑๐๒ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
การศึกษาข้อปฏิบัติเบ้ืองต้นและการปฏิบัติตนในการทำปฏิบัติการเคมีเพ่ือให้มีความ
ปลอดภัยท้ังต่อตนเอง ผู้อน่ื และสิ่งแวดล้อม และเสนอแนวทางแก้ไขเม่ือเกิดอุบัติเหตุ การเลอื กและใช้
อุปกรณ์หรือเครื่องมือในการทำปฏิบัติการ และวัดปริมาณต่าง ๆ การนำเสนอแผนการทดลอง
ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง การระบุหน่วยวัดปริมาณตา่ ง ๆ ของสาร และเปลย่ี นหน่วยวัด
ให้เป็นหน่วยในระบบเอสไอดว้ ยการใชแ้ ฟกเตอร์เปล่ียนหนว่ ย รวมถึงการวิเคราะห์โครงสร้างอะตอม
แบบจำลองอะตอมแบบต่างๆ การเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ การจัดเรียงอิเล็กตรอนใน
ระดับพลังงานหลัก ระดับพลังงานยอ่ ย ระบุหมู่ คาบ ความเปน็ โลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ธาตุเรฟรี
เซนเททีฟ ธาตุแทรนซิชัน แนวโน้มสมบัติของธาตุเรฟรีเซนเททีฟ ตามหมู่และตามคาบ สมบัติของ
ธาตุโลหะแทรนซิชัน สมบัติกับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรฟรีเซนเททีฟ การคำนวณ ครึ่งชีวิตของ
ไอโซโทปกัมมันตรังสี การนำธาตุมาใช้ประโยชน์ ผลกระทบต่อส่ิงมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม การเกิด
ไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก การเขียนสูตร และเรียกช่ือสารประกอบไอออนิก คำนวณ
พลังงานการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักรบอร์น-ฮาเบอร์ สมบัติของสารปะกอบไอออนิก
สมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก การเกิดพันธะโควา
เลนต์ การเขียนสูตร การเรียกช่อื สารโควาเลนต์ ความยาวพันธะและพลังงานพันธะการคำนวณในสาร
โควาเลนต์ รปู ร่างโมเลกุล สภาพขวั้ และแรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งโมเลกลุ โควาเลนต์ จดุ หลอมเหลว จุด
เดือด การละลายน้ำของสารโควาเลนต์สมบัติของสารโควาเลนต์โครงผลึกร่างตาข่ายการเกิดพันธะ
โลหะและสมบัติของโลหะ สมบตั ิของสารประกอบไอออนกิ
สารโควาเลนต์ การใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นขอ้ มูล การอภปิ ราย
การอธิบาย การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสำรวจตรวจสอบ การนำเสนอข้อมูล การ
ตง้ั สมมติฐานและการทดลอง
มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถคิดวิเคราะห์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
แก้ปัญหา มีความสามารถในการคิดตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
คุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มท่เี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. บอกและอธิบายข้อปฏิบัติเบ้อื งต้น และปฏบิ ัติตนท่แี สดงถงึ ความตระหนกั ในการทำปฏิบัติการเคมี
เพ่อื ให้มีความปลอดภัยทงั้ ตอ่ ตนเอง ผ้อู ่ืนและสง่ิ แวดลอ้ ม และเสนอแนวทางแกไ้ ขเม่ือเกดิ อุบัตเิ หตุ
๒. เลือกและใช้อุปกรณห์ รอื เครอื่ งมือในการทำปฏบิ ัติการ และวัดปริมาณตา่ ง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
๓. นำเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขยี นรายงานการทดลอง
๔. ระบหุ น่วยวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ของสาร และเปล่ียนหนว่ ยวัดให้เปน็ หนว่ ยในระบบเอสไอดว้ ยการใช้
แฟกเตอรเ์ ปล่ียนหนว่ ย
๕. สืบคน้ ขอ้ มูลสมมติฐาน การทดลอง หรอื ผลการทดลองทเี่ ปน็ ประจักษ์พยานในการเสนอ
แบบจำลองอะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ และอธบิ ายววิ ฒั นาการของแบบจำลองอะตอม
๖. เขยี นสญั ลักษณน์ ิวเคลียร์ของธาตแุ ละระบุ จำนวนโปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ล็กตรอนของ อะตอม
จากสัญลักษณ์นิวเคลียรร์ วมทั้งบอก ความหมายของไอโซโทป
๗. อธิบาย และเขยี นการจัดเรยี งอิเลก็ ตรอนในระดับพลงั งานหลกั และระดับพลังงานย่อยเมอ่ื ทราบ
เลขอะตอมของธาตุ
๘. ระบุหมคู่ าบ ความเปน็ โลหะ อโลหะและกึง่ โลหะ ของธาตเุ รพรเี ซนเททีฟและธาตแุ ทรนซิชันใน
ตารางธาตุ
๙. วิเคราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบัติของธาตุ เรพรเี ซนเททีฟตามหมูแ่ ละตามคาบ
๑๐. บอกสมบตั ขิ องธาตโุ ลหะแทรนซิชันและ เปรียบเทยี บสมบัตกิ บั ธาตโุ ลหะในกลุม่ ธาตุเรพรเี ซนเท
ทฟี
๑๑. อธบิ ายสมบัติและคำนวณครึง่ ชวี ิตของไอโซโทปกมั มนั ตรังสี
๑๒. สืบค้นขอ้ มูล และยกตัวอยา่ งการนำธาตุ มาใช้ประโยชน์รวมทงั้ ผลกระทบต่อสิ่งมีชวี ิตและ
ส่งิ แวดล้อม
๑๓. บอกสมบัตขิ องธาตุโลหะแทรนซิชนั และ เปรยี บเทยี บสมบตั ิกับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรีเซนเท
ทฟี
๑๔. อธิบายสมบัติและคำนวณครง่ึ ชวี ติ ของไอโซโทปกมั มนั ตรังสี
๑๕. สืบค้นขอ้ มูล และยกตัวอย่างการนำธาตุ มาใชป้ ระโยชน์รวมทั้งผลกระทบต่อสงิ่ มีชีวิตและ
ส่งิ แวดล้อม
๑๖. อธิบายการเกดิ ไอออนและการเกดิ พันธะ ไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรอื สัญลกั ษณ์ แบบจุดของ
ลิวอิส
๑๗. เขียนสตู ร และเรียกชือ่ สารประกอบไอออนกิ
๑๘. คำนวณพลังงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับปฏิกริ ยิ าการเกดิ สารประกอบไอออนิกจากวฏั จกั รบอร์น-ฮาเบอร์
๑๙. อธิบายสมบตั ิของสารประกอบไอออนิก
๒๐. เขียนสมการไอออนกิ และสมการไอออนกิ สทุ ธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนกิ
๒๑. อธิบายการเกิดพนั ธะโคเวเลนต์แบบพันธะเด่ยี วพันธะคู่และพนั ธะสาม ดว้ ยโครงสรา้ งลวิ อิส
๒๒.เขยี นสตู ร และเรยี กช่อื สารโคเวเลนต์
๒๓. วิเคราะหแ์ ละเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนตร์ วมทง้ั คำนวณ
พลงั งานที่เก่ียวข้องกบั ปฏิกริ ิยาของสารโคเวเลนต์จากพลงั งานพนั ธะ
๒๔. คาดคะเนรูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหวา่ งคู่อเิ ล็กตรอนในวงเวเลนซ์และ
ระบุสภาพขว้ั ของโมเลกลุ โคเวเลนต์
๒๕. ระบุชนดิ ของแรงยึดเหนีย่ วระหว่างโมเลกุลโคเวเลนตแ์ ละเปรยี บเทียบจดุ หลอมเหลว จุดเดอื ด
และการละลายนำ้ ของสารโคเวเลนต์
๒๖. สบื ค้นข้อมูล และอธิบายสมบัติของสารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่ายชนดิ ต่าง ๆ
๒๗. อธบิ ายการเกิดพนั ธะโลหะและสมบัตขิ องโลหะ