๒๘. เปรียบเทยี บสมบตั ิบางประการของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์และโลหะ สืบค้นข้อมูล
และนำเสนอตวั อย่างการใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนตแ์ ละโลหะ ได้อยา่ ง
เหมาะสม
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
เคมเี พม่ิ เตมิ ๑ รหสั วชิ า ๓๐๒๒๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา วเิ คราะห์ สัญลักษณใ์ นสมการเคมี ดุลสมการเคมี การคำนวณปริมาณของสารกับมวล
ของสาร กับความเข้มข้นของสารละลายปริมาตรของแก๊ส สารกำหนดปริมาณ ผลได้ร้อยละของ
ผลิตภัณฑ์ในปฏิกิริยาเคมี การปฏิบัติตนในปฏิบัติการเคมี การเลือกใช้อุปกรณ์ การแผนการทดลอง
และเขียนรายงานการทดลอง หน่วยวัดปริมาณ การเปล่ียนหน่วยวัด การใช้แฟกเตอร์เปลี่ยนหน่วย
มวลอะตอมของธาตุ มวลอะตอมเฉลี่ย มวลโมเลกุล มวลสูตรโมล จำนวนอนุภาค มวล และปริมาตร
ของแก๊สท่ี STP กฎสัดส่วนคงท่ี สูตรอย่างง่ายสูตรโมเลกุลความเข้มข้นของสารละลาย การเตรียม
สารละลาย จุดเดือดและจุดเยอื กแขง็ ของสารละลายกบั สารบรสิ ุทธ์ิ การคำนวณจุดเดอื ด และจุดเยอื ก
แขง็ ของสารละลาย
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย
การอธิบาย การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสำรวจตรวจสอบ การนำเสนอข้อมูล การ
ตั้งสมมติฐานและการทดลอง
มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถคิดวิเคราะห์ ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการ
แก้ปัญหา มีความสามารถในการคิดตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. แปลความหมายสัญลกั ษณใ์ นสมการเคมีเขยี นและดลุ สมการเคมขี องปฏกิ ริ ยิ าเคมีบางชนดิ
๒. คำนวณปริมาณของสารในปฏิกริ ยิ าเคมที เ่ี กยี่ วข้องกับมวลสาร
๓. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมีทเี่ กย่ี วข้องกับความเข้มขน้ ของสารละลาย
๔. คำนวณปริมาณของสารในปฏิกิรยิ าเคมีทเ่ี กยี่ วข้องกบั ปริมาตรแก๊ส
๕. คำนวณปริมาณของสารในปฏิกิรยิ าเคมีหลายขั้นตอน
๖. ระบสุ ารกำหนดปรมิ าณ และคำนวณปรมิ าณสารต่าง ๆ ในปฏิกิริยาเคมี
๗. คำนวณผลไดร้ อ้ ยละของผลติ ภัณฑใ์ นปฏิกิริยาเคมี
๘. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุและคำนวณมวลอะตอมเฉลีย่ ของธาตมุ วลโมเลกุลและ
มวลสตู ร
๙. อธบิ าย และคำนวณปรมิ าณใดปริมาณหนงึ่ จากความสมั พนั ธข์ องโมล จำนวนอนภุ าค มวล และ
ปริมาตรของแกส๊ ที่ STP
๑๐. คำนวณอตั ราสว่ นโดยมวลของธาตุองคป์ ระกอบ ของสารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงที่
๑๑. คำนวณสตู รอยา่ งง่ายและสูตรโมเลกุลของสาร
๑๒. คำนวณความเขม้ ขน้ ของสารละลายในหนว่ ย ต่าง ๆ
๑๓. อธบิ ายวิธกี าร และเตรียมสารละลายใหม้ ีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตีและปรมิ าตรสารละลาย
ตามท่กี ำหนด
๑๔. เปรียบเทยี บจดุ เดือดและจุดเยอื กแขง็ ของสารละลายกับสารบริสุทธ์ิรวมทงั้ คำนวณจุดเดอื ดและ
จดุ เยือกแขง็ ของสารละลาย
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
เคมเี พม่ิ เตมิ ๒ ว๓๐๒๒๒ กลมุ่ สาระการเรยี นวทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาวเิ คราะห์ ความสัมพันธแ์ ละคำนวณปริมาตร ความดนั หรืออุณหภูมิของแกส๊ ทภี่ าวะ
ต่าง ๆ ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก คำนวณปรมิ าตร ความดนั หรืออุณหภูมิ
ของแก๊สทีภ่ าวะตา่ ง ๆ ตามกฎรวมแก๊ส คำนวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมล หรือมวลของ
แกส๊ จากความสัมพนั ธต์ ามกฎของอาโวกาโดร และกฎแกส๊ อดุ มคติ คำนวณความดันยอ่ ยหรอื จำนวน
โมลของแกส๊ ในแกส๊ ผสม โดยใชก้ ฎความดนั ยอ่ ยของดอลตัน อธบิ ายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎี
จลน์ของแก๊ส คำนวณและเปรยี บเทยี บอัตราการแพร่ของแกส๊ โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
อภิปรายเก่ยี วกบั อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี ความหมายของอัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี แนวคิด
เกย่ี วกบั การเกิดปฏิกิริยาเคมี พลงั งานกบั การดำเนินไปของปฏิกริ ิยาเคมี ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ อตั ราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมี พ้นื ท่ผี วิ ของสารกับอตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี ความเขม้ ข้นของสารกับอตั ราการ
เกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี อณุ หภูมกิ บั อัตราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี ตวั เรง่ และตัวหน่วงปฏิกิริยาเคมี การ
เปลีย่ นแปลงที่ผันกลับได้ ภาวะสมดุล สมดุลในปฏกิ ิรยิ าเคมี ความสัมพันธร์ ะหว่างความเขม้ ขน้ ของ
สารต่างๆ ณ ภาวะสมดุล ค่าคงท่ีสมดุลกบั สมการเคมี การคำนวณเกีย่ วกับคา่ คงทส่ี มดุล การ
เปลย่ี นภาวะสมดุล หลักของเลอชาเตอลเิ อ การใช้หลกั ของเลอชาเตอลิเอในอุตสาหกรรม
โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมลู การอธิบาย การอภปิ ราย
การวิเคราะห์ การเปรียบเทยี บ การสำรวจตรวจสอบ และการทดลอง
เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงทีเ่ รยี นรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสนิ ใจนำความร้ไู ปใช้ในชวี ิตประจำวนั มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มท่ี
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบายความสมั พันธ์และคำนวณปรมิ าตรความดัน หรืออณุ หภูมิของแกส๊ ที่ภาวะต่าง ๆ ตามกฎ
ของบอยล์ กฎของชารล์ กฎของเกย์–ลูสแซก
๒. คำนวณปริมาตร ความดนั หรอื อุณหภูมิของแก๊สท่ภี าวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแกส๊
๓. คำนวณปรมิ าตร ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมล หรอื มวลของแก๊ส จากความสัมพนั ธต์ ามกฎของ
อาโวกาโดร และกฎแก๊สอดุ มคติ
๔. คำนวณความดนั ย่อยหรอื จำนวนโมลของแกส๊ ในแกส๊ ผสม โดยใช้กฎความดนั ย่อยของดอลตัน
๕. อธิบายการแพรข่ องแกส๊ โดยใช้ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊ส คำนวณและเปรยี บเทยี บอัตราการแพร่ของ
แกส๊ โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
๖. สบื ค้นข้อมูล นำเสนอตัวอยา่ ง และอธิบายการประยุกตใ์ ชค้ วามรเู้ กี่ยวกับสมบัติและกฎตา่ ง ๆ ของ
แก๊สในการอธิบายปรากฏการณ์ หรือแก้ปัญหาในชีวติ ประจำวนั และในอุตสาหกรรม
๗. ทดลอง และเขยี นกราฟการเพ่ิมขนึ้ หรอื ลดลงของสารท่ที ำการวัดในปฏกิ ริ ิยา
๘. คำนวณอตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มข้ึนของสารทีไ่ มไ่ ด้วดั ใน
ปฏกิ ริ ยิ า
๙. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกนั ของอนภุ าคและพลังงานทีส่ ง่ ผลตอ่ อัตราการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
๑๐. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเข้มขน้ พน้ื ท่ีผวิ ของสารต้ังต้น อุณหภูมิ และตวั เรง่ ปฏิกริ ิยาท่ีมี
ต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
๑๑. เปรยี บเทียบอัตราการเกิดปฏิกริ ยิ าเมื่อมกี ารเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พ้ืนที่ผิวของสารตัง้ ต้น
อุณหภูมิ และตวั เรง่ ปฏิกริ ิยา
๑๒. ยกตวั อยา่ ง และอธบิ ายปัจจยั ทีม่ ผี ลตอ่ อัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมีในชวี ิตประจำวันหรือ
อตุ สาหกรรม
๑๓. ทดสอบ และอธบิ ายความหมายของปฏิกริ ิยาผันกลบั ได้และภาวะสมดุล
๑๔. อธบิ ายการเปล่ยี นแปลงความเข้มขน้ ของสาร อัตราการเกิดปฏกิ ิรยิ าไปข้างหน้า และอัตราการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ ายอ้ นกลบั เม่อื เร่มิ ปฏิกิริยาจนกระท่ังระบบอยใู่ นภาวะสมดลุ
๑๕. คำนวณค่าคงทีส่ มดุลของปฏกิ ริ ิยา
๑๖. คำนวณความเขม้ ขน้ ของสารทีภ่ าวะสมดลุ
๑๗. คำนวณคา่ คงที่สมดุลหรือความเขม้ ขน้ ของปฏิกริ ิยาหลายข้ันตอน
๑๘. ระบปุ จั จยั ที่มีผลต่อภาวะสมดุลและค่าคงที่สมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลีย่ นแปลงท่ี
เกิดข้นึ เมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลกั ของเลอชาเตอลิเอ
๑๙. ยกตวั อยา่ ง และอธบิ ายสมดุลเคมีของกระบวนการทเ่ี กิดขน้ึ ในส่งิ มชี วี ติ ปรากฏการณ์ใน
ธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอุตสาหกรรม
รวมท้งั หมด ๑๙ ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
เคมเี พม่ิ เตมิ ๓ รหสั วชิ า ว๓๐๒๒๓ กลมุ่ สาระการเรยี นวทิ ยาศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาวเิ คราะห์ สารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์ ไอออนในสารละลายกรด ไอออนในสารละลาย
เบส ทฤษฎกี รด – เบส การแตกตัวของกรดและเบส การแตกตัวของกรดแก่และเบสแก่ การแตก
ตัวของกรดอ่อน การแตกตวั ของเบสอ่อน การแตกตวั เปน็ ไอออนของนำ้ pH ของสารละลาย การ
วัด pH ของสารละลาย สารละลายกรด เบสในชีวิตประจำวนั และในสง่ิ มีชีวติ ปฏิกิริยาของกรดเบส
ปฏกิ ิรยิ าระหว่างกรดกับเบส ปฏกิ ิริยาของกรดหรอื เบสกบั สารบางชนดิ ปฏิกิริยาไฮโดรลซิ ิส การ
ไทเทรตกรด – เบส อินดเิ คเตอรก์ ับการไทเทรตกรด – เบส การหาปริมาณของสารด้วยวิธีการ
ไทเทรต สารละลายบฟั เฟอร์ ศกึ ษาการดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใชเ้ ลขออกซเิ ดชนั และใชค้ ร่ึงปฏกิ ิริยา
เซลล์กัลวานิกเซลลอ์ ิเล็กโทรไลต์ การเขียนแผนภาพเซลลก์ ลั วานิก ศักยไ์ ฟฟ้าของคร่ึงเซลล์ ศักย์ไฟฟ้า
ของเซลล์ ประเภทเซลลก์ ัลวานกิ การแยกสารละลายดว้ ยไฟฟา้ การแยกสารละลายทีห่ ลอมเหลวการ
ชบุ โลหะ การทำโลหะให้บรสิ ทุ ธ์ิ การผกุ รอ่ นของโลหะและการปอ้ งกนั ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยที ี่
เกี่ยวขอ้ งกับเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี แบตตอร่ีอิเล็กโทรไลตแ์ ขง็ แบตตอรอ่ี ากาศ การทำไดอะลิซีสน้ำทะเล
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมลู การอธบิ าย การอภิปราย
การวเิ คราะห์ การเปรียบเทยี บ การสำรวจตรวจสอบ และการทดลอง
เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิง่ ท่ีเรยี นรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสินใจนำความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. ระบุ และอธิบายวา่ สารเปน็ กรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎกี รด–เบสของอาร์เรเนยี ส เบรนิ สเตด–ลาวรี
และลิวอิส
๒. ระบคุ ู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี
๓. คำนวณ และเปรยี บเทยี บความสามารถในการแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส
๔. คำนวณคา่ pH ความเขม้ ข้นของไฮโดรเนยี มไอออนหรอื ไฮดรอกไซดไ์ อออนของสารละลายกรด
และเบส
๕. เขียนสมการเคมีแสดงปฏกิ ิริยาสะเทิน และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการสะเทิน
๖. เขยี นปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือ และระบคุ วามเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลอื
๗. ทดลอง และอธบิ ายหลกั การการไทเทรตและเลือกใช้อนิ ดิเคเตอรท์ เี่ หมาะสมสำหรบั การไทเทรต
กรด-เบส
๘. คำนวณปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
๙. อธบิ ายสมบัติ องค์ประกอบ และประโยชนข์ องสารละลายบัฟเฟอร์
๑๐. สบื คน้ ขอ้ มูล และนำเสนอตวั อย่างการใชป้ ระโยชนแ์ ละการแกป้ ญั หาโดยใช้ความรู้เกย่ี วกับกรด–
เบส
๑๑. คำนวณเลขออกซเิ ดชนั และระบปุ ฏิกริ ยิ าท่เี ปน็ ปฏิกริ ิยารีดอกซ์
๑๒. วิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงเลขออกซิเดชนั และระบุตวั รดี วิ ซแ์ ละตัวออกซไิ ดส์ รวมทั้งเขยี นครง่ึ
ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชันและคร่ึงปฏิกริ ยิ ารีดกั ชันของปฏิกิรยิ ารีดอกซ์
๑๓. ทดลอง และเปรียบเทียบความสามารถในการเปน็ ตัวรีดิวซห์ รือตวั ออกซไิ ดส์ และเขียนแสดง
ปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์
๑๔. ดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใชเ้ ลขออกซเิ ดชัน และวธิ คี รึ่งปฏิกิริยา
๑๕. ระบอุ งคป์ ระกอบของเซลลเ์ คมีไฟฟา้ และเขียนสมการเคมขี องปฏกิ ิรยิ าทีแ่ อโนดและแคโทด
ปฏิกริ ิยารวม และแผนภาพเซลล์
๑๖. คำนวณค่าศกั ยไ์ ฟฟา้ มาตรฐานของเซลลแ์ ละระบปุ ระเภทของเซลล์เคมีไฟฟา้ ขัว้ ไฟฟา้ และ
ปฏิกริ ิยาเคมีท่ีเกิดขนึ้
๑๗. อธิบายหลักการทำงาน และเขยี นสมการแสดงปฏกิ ริ ยิ าของเซลลป์ ฐมภมู ิและเซลล์ทตุ ิยภูมิ
๑๘. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟา้ และอธบิ ายหลกั การทางเคมไี ฟฟ้าทใ่ี ช้ในการ
ชบุ โลหะ การแยกสารเคมีดว้ ยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะใหบ้ รสิ ุทธิ์ และการปอ้ งกนั การกัดกร่อนของ
โลหะ
๑๙. สบื ค้นขอ้ มูล และนำเสนอตัวอยา่ งความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีที่เกย่ี วขอ้ งกบั เซลล์เคมีไฟฟ้าใน
ชวี ิตประจำวนั
รวมทง้ั หมด ๑๙ ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
เคมเี พมิ่ เตมิ ๔ รหสั วชิ า ว๓๐๒๒๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง
สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่พบในชีวิตประจำวัน การ
เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบ
อินทรีย์ ศึกษา ทดลอง วิเคราะห์โครงสร้าง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่
ฟังก์ชัน เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน ๑
หมู่ ตามระบบ IUPAC ศึกษา ทดลองการเกิดไอโซเมอร์ของสารประกอบอินทรีย์ และเขียนไอโซ
เมอร์โครงสรา้ งของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ศกึ ษา วิเคราะห์ และเปรยี บเทียบจุดเดือด
และการละลายน้ำของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างต่างกัน
ศึกษา ทดลอง อธิบายเปรียบเทียบสมบัติ และเขียนผลิตภัณฑ์จากการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน
หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทต่างๆ
ศึกษา ทดสอบ และเขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิ -เคชัน ปฏิกิริยา
สังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน สืบค้นข้อมูล และนำเสนอ
ตวั อย่างการนำสารประกอบอนิ ทรีย์ไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวนั และอตุ สาหกรรม
ศึกษา อธิบายประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ จากโครงสร้างมอนอเมอร์
หรือ พอลิเมอร์ วิเคราะห์ และอธิบายความสมั พันธ์ระหวา่ งโครงสร้างและสมบัตขิ องพอลิเมอร์
รวมทงั้ การนำไปใช้ประโยชน์ ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสติกและผลติ ภัณฑย์ าง รวมทงั้ การ
นำไปใช้ประโยชน์ ศึกษา อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ต่อ
สมบัติของพอลิเมอร์ สบื ค้นข้อมูลและนำเสนอตวั อยา่ งผลกระทบจากการใช้และการกำจดั ผลิตภณั ฑ์
พอลเิ มอร์และแนวทางแกไ้ ข
ผลการเรยี นรู้
๑. สืบค้นข้อมลู และนำเสนอตัวอยา่ งสารประกอบอินทรยี ์ทมี่ ีพนั ธะเดย่ี ว พันธะคู่ หรอื พันธะ
สามทพี่ บในชวี ิตประจำวนั
๒. เขียนสตู รโครงสร้างลวิ อสิ สตู รโครงสรา้ งแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบอนิ ทรยี ์
๓. วเิ คราะหโ์ ครงสร้าง และระบปุ ระเภทของสารประกอบอนิ ทรยี ์จากหมฟู่ งั ก์ชนั
๔. เขียนสูตรโครงสรา้ งและเรยี กชื่อสารประกอบอินทรยี ป์ ระเภทตา่ งๆ ทมี่ ีหมู่ฟงั ก์ชนั ไมเ่ กิน ๑
หมู่ ตามระบบ IUPAC
๕. เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอนิ ทรยี ป์ ระเภทต่างๆ
๖. วเิ คราะห์ และเปรยี บเทียบจดุ เดือดและการละลายน้ำของสารประกอบอนิ ทรียท์ ี่มีหมู่
ฟังกช์ นั ขนาดโมเลกลุ หรอื โครงสรา้ งตา่ งกัน
๗. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน และเขียนผลติ ภณั ฑ์จากการเผาไหม้ ปฏกิ ิริยา
กับโบรมีน หรือปฏกิ ริ ยิ ากับโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต
๘. เขยี นสมการเคมีและอธบิ ายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟเิ คชัน ปฏิกริ ิยาสังเคราะห์เอไมด์
ปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรลซิ ิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน
๙. ทดสอบปฏกิ ิรยิ าเอสเทอริฟเิ คชัน ปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ สิ และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน
๑๐.สืบค้นขอ้ มลู และนำเสนอตวั อย่างการนำสารประกอบอินทรียไ์ ปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวิตประจำวันและอตุ สาหกรรม
๑๑.ระบุประเภทของปฏกิ ิริยาการเกิดพอลเิ มอร์ จากโครงสรา้ งมอนอเมอร์หรือพอลิเมอร์
๑๒.วเิ คราะห์ และอธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโครงสร้างและสมบตั ขิ องพอลิเมอร์ รวมท้ังการ
นำไปใช้ประโยชน์
๑๓.ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสตกิ และผลิตภัณฑย์ าง รวมทั้งการนำไปใชป้ ระโยชน์
๑๔.อธบิ ายผลของการปรบั เปลย่ี นโครงสร้าง และการสงั เคราะห์พอลเิ มอรต์ อ่ สมบัติของพอลิ
เมอร์
๑๕.สืบค้นขอ้ มูล และนำเสนอตวั อยา่ งผลกระทบจากการใชแ้ ละการกำจัดผลิตภณั ฑ์พอลิเมอร์
และแนวทางแก้ไข
รวมทง้ั หมด ๑๕ ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี ขอ้ ๑ ชนั้ ม.๖ (ขอ้ ๑-๑๕)
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
วชิ าเคมเี พมิ่ เตมิ ๕ รหสั วชิ า ว๓๐๒๒๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง
สืบค้นข้อมูล ศึกษา สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพ หรือ
อุตสาหกรรมท่ีสามารถนำความรู้ทางเคมีไปใช้ประโยชน์หรือแก้ปัญหาได้ ศึกษาและแก้ปัญหา
สถานการณ์ท่ีสนใจ โดยบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกับวิทยาศาสตร์แขนงอื่นๆ รวมท้ัง
คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิง
วิศวกรรม นำเสนอผลงานหรือชิ้นงานท่ีได้จากการแก้ปัญหา ในสถานการณ์หรือประเด็นที่สนใจ
โดยใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ผลการเรยี นรู้
๑. กำหนดปัญหา และนำเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจากสถานการณท์ ่ี
เกดิ ข้นึ ในชีวติ ประจำวัน การประกอบอาชพี หรืออุตสาหกรรม
๒. แสดงหลักฐานถงึ การบูรณาการความรทู้ างเคมีร่วมกับสาขาวิชาอื่น รวมท้งั ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรห์ รอื กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมโดยเน้นการคิด
วเิ คราะห์ การแกป้ ญั หาและความคิดสรา้ งสรรค์ เพือ่ แก้ปญั หาในสถานการณ์ หรอื ประเดน็
ทสี่ นใจ
๓. นำเสนอผลงานหรอื ชิน้ งานที่ได้จากการแก้ปญั หา ในสถานการณห์ รอื ประเดน็ ท่ีสนใจ โดย
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
๔. แสดงหลักฐานการเข้ารว่ มสมั มนา การเข้ารว่ มประชมุ วชิ าการ หรือการแสดงผลงาน
สงิ่ ประดิษฐใ์ นงานนิทรรศการ
รวมทงั้ หมด ๔ ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี ขอ้ ๓ ชนั้ ม.๖ (ขอ้ ๑-๔)
กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ม.๔(ภ.๑) ค๓๑10๓ วชิ าพน้ื ฐาน ๑๐0 ชั่วโมง/ภาคเรยี น ๒.5 หนว่ ยกิต
ม.๕(ภ.๑) ค๓๒10๓ ๑๐0 ช่ัวโมง/ภาคเรียน ๒.5 หนว่ ยกติ
ม.๖(ภ.๑) ค๓๓10๓ คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน ๒0 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.๐ หนว่ ยกติ
คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน
ม.๔(ภ.๒) ค๓1๒0๓ คณติ ศาสตรพ์ ้นื ฐาน ๑๐0 ชวั่ โมง/ภาคเรียน ๒.๕ หนว่ ยกติ
ม.๕(ภ.๒) ค๓๒๒0๓ ๑๐0 ช่ัวโมง/ภาคเรียน ๒.๕ หน่วยกติ
ม.๖(ภ.๑) ค๓๓๒0๓ วชิ าเพมิ่ เตมิ
ม.๖(ภ.๒) ค๓๓๒0๔ ๖0 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ๑.๕ หนว่ ยกิต
คณติ ศาสตร์เพิ่มเตมิ ๑๐0 ช่วั โมง/ภาคเรยี น ๒.๕ หน่วยกิต
คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม
คณิตศาสตรเ์ พิม่ เติม
คณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม
คำอธบิ ายรายวชิ า
ค 31103 คณติ ศาสตรพ์ นื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 100 ชว่ั โมง จำนวน 2.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องเซต เอกภพสมั พทั ธ์ สับเซตและเพาเวอรเ์ ซต ยเู นียน อินเตอร์เซก
ชัน และคอมพลีเมนตข์ องเซต
ศึกษาความรเู้ กีย่ วกบั เร่ืองตรรกศาสตร์ ประพจน์ การเชื่อมประพจน์ การหาค่าความจริง
ของประพจน์ การสรา้ งตารางคา่ ความจรงิ ประโยคทม่ี ีตวั บ่ง ปริมาณตัวเดยี ว การอา้ งเหตุผล
ศึกษาความรเู้ กย่ี วกบั เรอื่ งจำนวนจรงิ และพหนุ าม จำนวนจรงิ และสมบตั ิของจำนวนจริง
ค่าสัมบรู ณ์ของจำนวนจริงและสมบัติของค่าสมั บูรณ์ของจำนวนจรงิ จำนวนจริงในรูปกรฑแ์ ละ
จำนวนจริงในรูปเลขยกกำลงั ตวั ประกอบของพหนุ าม สมการและอสมการพหุนาม สมการและ
อสมการเศษสว่ นของพหุนาม สมการและอสมการคา่ สมั บูรณข์ องพหนุ าม
ศกึ ษาความรู้เกี่ยวกับเร่ือง ฟงั ก์ชนั และกราฟของฟงั กช์ ัน ผลคณู คาร์ทีเซียน ความสัมพนั ธ์
โดเมนและเรนจ์ของความสมั พนั ธ์ ฟังก์ชัน ความหมายของฟังกช์ ัน ฟงั ก์ชนั เชงิ เสน้ ฟงั ก์ชนั กำลัง
สอง ฟงั ก์ชนั ข้นั บนั ได และฟังก์ชนั เอกซ์โพเนนเชยี ล
โดยจดั ประสบการณ์ กิจกรรมหรอื โจทย์ปญั หาที่สง่ เสริมการพฒั นาทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรใ์ นการคิดคำนวณ การให้เหตุผล การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การส่อื สาร การสอ่ื
ความหมายและการนำเสนอ
เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ความเขา้ ใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่ร้ใู ฝเ่ รยี น มีระเบียบวินัยมุง่ ม่นั ในการ
ทำงานอยา่ งมรี ะบบ ประหยัด ซื่อสัตย์ มวี จิ ารณญาน รูจ้ กั นำความรไู้ ปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต
ไดอ้ ยา่ งพอเพียง รวมท้ังมีเจตคติทดี่ ีตอ่ คณิตศาสตร์
ตวั ชีว้ ดั
ค 1.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3
ค 1.2 ม. 4/1
ค 1.3 ม. 4/1 ม. 4/2 ม. 4/3
คำอธบิ ายรายวชิ า
ค3๒10๓ คณติ ศาสตร์ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๑๐๐ ชว่ั โมง จำนวน ๒.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษา หลักการนับเบ้อื งตน้ หลกั การบวกและการคณู การเรียงสบั เปล่ียนเชิงเสน้ กรณที ่ี
สง่ิ ของแตกต่างกันท้งั หมด การจดั หมกู่ รณีทส่ี ่ิงของแตกต่างกันทงั้ หมด
ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ ความนา่ จะเปน็ ของเหตุการณ์
ลำดบั และอนกุ รม ลำดับเลขคณิตและลำดับเรขาคณติ อนกุ รมเลขคณติ และอนกุ รม
เรขาคณิต
ดอกเบีย้ และมูลค่าของเงิน ดอกเบยี้ มูลคา่ ของเงิน คา่ รายงวด
ฝกึ ทักษะการคดิ คำนวณ จัดการเรียนรโู้ ดยใช้ประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชวี ติ ประจำวัน
ที่ใกลต้ วั ผูเ้ รยี น ให้ผูเ้ รียนได้ศึกษาคน้ ควา้ โดยการปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน และฝกึ ทักษะ/
กระบวนการ
มที ักษะในการคิดคำนวณ การแกป้ ญั หา การใหเ้ หตุผล การสอ่ื สาร การสื่อความหมายทาง
คณติ ศาสตร์ การนำเสนอ การเช่อื มโยงความรู้ และสามารถนำไปใช้ในการเรยี นรู้สง่ิ ต่างๆและใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมท้งั เหน็ คุณค่า และเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอบ
ย่างเป็นระบบ ระเบยี บ รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและความเชอ่ื มั่นในตนเอง
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ค๓.๒ ม.๕/๑
ค๓.๒ ม.๕/๒
ค๑.๒ ม.๕/๒
ค๑.๓ ม.๕/๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ค3๓10๓ คณติ ศาสตร์ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา ๔0 ชว่ั โมง จำนวน ๑.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาสถิติ ขอ้ มูล ตำแหนง่ ท่ขี องขอ้ มูล คา่ กลาง(ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉล่ยี เลขคณิต)
คา่ การกระจาย (พิสัย) สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน -การนำเสนอขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพและ
เชงิ ปริมาณ การแปลความหมายของค่าสถิติ
ฝกึ ทักษะการคดิ คำนวณ จัดการเรยี นร้โู ดยใช้ประสบการณ์หรือสถานการณใ์ นชวี ิตประจำวนั
ทีใ่ กลต้ วั ผ้เู รยี น ให้ผ้เู รียนไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ โดยการปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุปรายงาน และฝึกทักษะ/
กระบวนการ
พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกป้ ัญหา การให้เหตุผล การสอ่ื –
ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทงั้ เห็นคุณค่าและมเี จตคติที่ดตี อ่ วชิ าคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งมีระบบ
ระเบยี บรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ และเชื่อมั่นในตนเอง
รหสั ตวั ชว้ี ดั
ค๓.๑ ม.๖/๑
รวมทั้งหมด ๑ ตัวช้วี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
ค 31203 คณิตศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 100 ชว่ั โมง จำนวน 2.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาความรู้เกย่ี วกับเรื่องฟงั กช์ ัน การบวก การลบการคูณการหารฟงั ก์ชัน ฟังกช์ นั
ประกอบ ฟงั ก์ชนั ผกผัน การใช้สมบตั ขิ องฟงั กช์ ันในการแกป้ ญั หา
ศึกษาความรู้เก่ียวกบั เร่ืองเมทรกิ ซ์ ความหมายเมทรกิ ซ์ การบวกเมทรกิ ซ์ การคูณเมทริกซ์
กับจำนวนจรงิ การคณู ระหวา่ งเมทริกซ์ เมทริกซส์ ลบั เปล่ียน ดเี ทอร์มิแนนต์ของเมทริกซ์ nn
เมอ่ื n เป็นจำนวนนับที่ไม่เกินสาม เมทริกซ์ผกผันของเมทริกซ์22 แก้ระบบสมการเชิงเส้นโดยใช้
เมทริกซผ์ กผันและการดำเนินการตามแถว
ศกึ ษาความรเู้ กีย่ วกับเรอื่ งเรขาคณติ วเิ คราะห์ ระยะทางระหวา่ งจดุ สองจุด จุดกง่ึ กลาง
ระหวา่ งจดุ สองจุด ความชันของเส้นตรง เสน้ ขนาน เส้นตัง้ ฉาก ความสมั พนั ธ์ซึ่งมกี ราฟเป็น
เสน้ ตรง ระยะห่างระหว่างเส้นตรงกบั จุด ระยะระหวา่ งเสน้ ขนาน
ศกึ ษาความร้เู ก่ยี วกบั เร่อื ง ภาคตัดกรวย วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอรโ์ บลา
โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรมหรือโจทย์ปญั หาท่ีส่งเสรมิ การพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรใ์ นการคดิ คำนวณ การให้เหตผุ ล การวเิ คราะห์ การแกป้ ญั หา การสื่อสาร การส่ือ
ความหมายและการนำเสนอ
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความคดิ รวบยอด ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น มีระเบียบวนิ ยั มุ่งมั่นในการ
ทำงานอย่างมรี ะบบ ประหยัด ซอ่ื สัตย์ มวี ิจารณญาน รู้จกั นำความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในการดำรงชวี ติ
ไดอ้ ยา่ งพอเพยี ง รวมท้ังมเี จตคติทดี่ ตี อ่ คณิตศาสตร์
ผลการเรยี นรู้
1. หาผลลพั ธข์ องการบวก การลบ การคณู การหารฟงั ก์ชัน หาฟงั ก์ชนั ประกอบ และ
ฟงั กช์ ันผกผนั
2. ใช้สมบัติของฟังกช์ ันในการแก้ปญั หา
3. เขา้ ใจความหมาย หาผลลพั ธข์ องการบวกเมทริกซ์ การคณู เมทรกิ ซ์กบั จำนวนจริง
การคูณระหว่างเมทรกิ ซ์และหาเมทริกซส์ ลับเปลี่ยน หาดีเทอรม์ ิแนนตข์ องเมทริกซ์ nn เมื่อ n เป็น
จำนวนนับทไี่ ม่เกินสาม
4. หาเมทริกซผ์ กผนั ของเมทรกิ ซ2์ 2
5. แก้ระบบสมการเชงิ เสน้ โดยใชเ้ มทริกซผ์ กผนั และการดำเนินการตามแถว
6. เข้าใจ และใช้ความรเู้ กยี่ วกับเรขาคณติ วเิ คราะหใ์ นการแก้ปัญหา
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ค3320๓ คณติ ศาสตร์ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา ๑๐0 ชว่ั โมง จำนวน 2.๕ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาฟงั กช์ นั ตรีโกณมิติ ฟังกช์ ันตรโี กณมิติ ฟงั กช์ ันตรโี กณมติ ิผกผนั
ฟงั กช์ ันเอกซโ์ พเนนเชียลและฟงั กช์ ันลอการทิ มึ ฟังกช์ นั เอกซโ์ พเนนเชยี ล ฟังก์ชนั
ลอการทิ ึม
ฝึกทักษะการคิดคำนวณ จดั การเรยี นรูโ้ ดยใชป้ ระสบการณ์ หรือสถานการณใ์ น
ชวี ิตประจำวนั ที่ใกลต้ ัวผู้เรยี น ให้ผู้เรียนได้ศกึ ษาค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน
และฝกึ ทักษะ / กระบวนการ
มที กั ษะในการคิดคำนวณ การแก้ปญั หา การให้เหตผุ ล การส่ือสาร การสือ่ ความหมาย
ทางคณติ ศาสตร์ การนำเสนอ การเชือ่ มโยงความรู้ และสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งตา่ งๆและ
ใช้ในชวี ติ ประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รวมท้ังเหน็ คณุ ค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์
สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบ ระเบียบ รอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณและความเชื่อมั่น
ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. แกส้ มการตรโี กณมติ ิ และนำไปใชใ้ นการแก้ปัญหา
๒. ใช้กฎของโคไซน์และกฎของไซน์ในการแก้ปัญหา
๓. เข้าใจลักษณะกราฟของฟังก์ชนั เอกซ์โพเนนเชยี ลและฟังก์ชันลอการิทึม และนำไปใชใ้ น
การแก้ปัญหา
รวมทง้ั หมด ๓ ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
ค3220๔ คณติ ศาสตร์ 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา ๑๐0 ชวั่ โมง จำนวน 2.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษาลำดบั จำกัดและลำดบั อนนั ต์ ลำดบั เลขคณิตและลำดับเรขาคณิต ลมิ ิตของ
ลำดับอนันต์ อนกุ รมจำกดั และอนุกรมอนนั ต์ อนกุ รมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณติ
ผลบวกอนุกรมอนนั ต์ การนำความรูเ้ กยี่ วกบั ลำดบั และอนุกรมไปใชใ้ นการแก้ปญั หามูลค่าของเงนิ
และค่ารายงวด
แคลคูลัสเบ้อื งตน้ ลิมิตและความตอ่ เน่อื งของฟังกช์ ัน อนุพนั ธ์ของฟังก์ชนั
พชี คณติ ปรพิ ันธข์ องฟงั กช์ นั พีชคณิต
ฝึกทักษะการคดิ คำนวณ จดั การเรียนร้โู ดยใชป้ ระสบการณ์ หรอื สถานการณใ์ น
ชีวติ ประจำวนั ทีใ่ กล้ตวั ผ้เู รยี น ให้ผเู้ รียนได้ศึกษาคน้ ควา้ โดยการปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน และ
ฝึกทกั ษะ / กระบวนการ
มีทักษะในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสอื่ สาร การส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตร์ การนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ และสามารถนำไปใช้ในการเรียนร้สู ง่ิ
ตา่ งๆและใชใ้ นชวี ติ ประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทง้ั เห็นคุณคา่ และมีเจตคติท่ีดีต่อ
คณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ
และความเชื่อม่นั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. ระบไุ ดว้ า่ ลำดับทีก่ ำหนดใหเ้ ป็นลำดบั ลู่เข้าลอู่ อก
๒. หาผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิตและอนกุ รมเรขาคณติ
๓. หาผลบวกอนกุ รมอนันต์
๔. เขา้ ใจและนำความรเู้ กย่ี วกบั ลำดบั และอนกุ รมไปใช้
๕. ตรวจสอบความต่อเนอ่ื งของฟงั ก์ชันทีก่ ำหนดให้
๖. หาอนุพันธ์ของฟงั ก์ชันพีชคณติ ทกี่ ำหนดใหแ้ ละนำไปใชแ้ กป้ ญั หา
๗. หาปรพิ นั ธ์ไม่จำกัดเขตและจำกดั เขตของฟงั ก์ชนั พีชคณิตทีก่ ำหนดให้ และนำไปใช้
แก้ปัญหา
รวมทงั้ หมด ๗ ผลการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
สาระพน้ื ฐานระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ส ๓๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ๑ ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ๑.๐ หน่วยกิต
ส ๓๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ส ๓๑๑๐๓ สงั คมศึกษา ๒ ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น ๑.๐ หนว่ ยกิต
ส ๓๑๑๐๔ ประวตั ิศาสตร์ ๒ ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น ๐.๕ หน่วยกติ
ส ๓๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ๓ ๔๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ส ๓๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๓ ๒๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น ๐.๕ หน่วยกติ
ส ๓๒๑๐๓ สงั คมศึกษา ๔ ๔๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ส ๓๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร์ ๔ ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ส ๓๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ๕ ๔๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน ๑.๐ หน่วยกิต
ส ๓๓๑๐๒ สังคมศึกษา ๖ ๔๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ๑.๐ หน่วยกิต
สาระเพมิ่ เตมิ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ส ๓๐๒๐๔ การปกครองท้องถิน่ ไทย ๔๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ๑.๐ หนว่ ยกิต
๔๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ๑.๐ หน่วยกิต
ส ๓๐๒๐๕ การเงนิ การคลัง การ
ธนาคาร
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาสงั คมศกึ ษา ๑ รหสั ส๓๑๑๐๑ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ
ศึกษาศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม เกี่ยวกับลักษณะของสังคมชมพูทวีป และคตคิ วามเช่ือ
ทางศาสนา สมัยก่อนพระพทุ ธเจ้า พระพุทธเจ้าในฐานะมนุษยผ์ ูฝ้ ึกตนไดอ้ ย่างสูงสดุ พุทธประวตั ดิ า้ น
การบริหารและธำรงรักษาพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวิธีสอนท่ีเป็นสากลและข้อ
ปฏิบัติท่ียึดทางสายกลาง เน้นการพัฒนาศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้อง ลักษณะประชาธิปไตยใน
พระพุทธศาสนา หลักของพระพุทธศาสนากับหลักวิทยาศาสตร์ พระพุทธศาสนาเน้นการฝึกอบรม
ตนเอง การพึ่งตนเอง และการมุ่งอิสรภาพพระพุทธศาสนาเป็นศาสตร์แห่งการศึกษา เน้น
ความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัยและวิธีการแก้ปัญหา พระพุทธศาสนาฝึกตนไม่ให้ประมาท มุ่งประโยชน์
สุขและสันติภาพแก่บุคคลสังคมและโลก พระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการ
พัฒนาท่ีย่ังยืน ความสำคัญของพระพุทธศาสนากับการศึกษาที่สมบูรณ์การเมืองและสันติภาพ พระ
รัตนตรัย อริยสัจ พุทธสาวก พุทธสาวิกา ชาดก ศาสนิกชนตัวอย่าง วิธีการศึกษาและค้นคว้า
พระไตรปิฎกและคัมภีรข์ องศาสนาอื่น คณุ ค่าความสำคัญของพระไตรปิฎก ยกตัวอย่างผลท่ีเกิดจาก
การทำความดีความชั่ว โยนิโสมนสิการวิธีคิดแบบอริยสัจ หลักธรรมที่สำคัญตามสาระการเรียนรู้
ประวัติของศาสดาศาสนาสากล คุณค่าและความสำคัญของค่านิยมและจริยธรรม การขจัดความ
ขดั แย้งเพอื่ อยู่ การเข้าใจอัตลักษณ์ของชาตติ ่างๆในอาเซยี นจะช่วยลดความขดั แย้งและส่งเสรมิ ความ
รว่ มมือในภมู ิภาค( ASEAN Curriculum Sourcebook) รว่ มกนั อยา่ งสันติสขุ พฒั นาการเรยี นรู้ ด้วยวธิ ีคิดแบบ
โยนโิ สมนสิการ สวดมนต์แปลและแผ่เมตตา วิเคราะห์ความสำคัญของการยึดหลักธรรมศาสนาที่ตน
นับถือและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดีต่อ
พระภิกษุ ปฏิบัตติ นเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครวั และสังคม ประเภทของศาสนพธิ ีในพระพุทธศาสนา
การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ หลักธรรมคติธรรมท่ีเก่ียวเน่ืองกับวันสำคัญและเทศกาลที่สำคัญ การ
ปฏิบัติตนให้ถูกต้องในวันสำคัญและเทศกาลที่สำคัญในพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่น การปกป้อง
คมุ้ ครอง ธำรงรักษาพระพุทธศาสนาของพุทธบริษัทในสังคมไทยและปลกู จิตสำนึกการมสี ่วนร่วมใน
สังคมพุทธ *มารยาทไทย ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย การปฏิบัติตนท่ี
แสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พระบรมราโชวาท ใน
หลวงรัชกาลที่ 9 หลักการทรงงาน ในหลวงรัชกาลท่ี 9 หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง การมีวินัยใน
ตนเอง
โดยกระบวนการทางสังคมศาสตร์ เพื่อฝึกทักษะการอธิบาย วิเคราะห์ ประพฤตติ น ปฏบิ ตั ิตน
ตัดสินใจเลือก การอยู่ร่วมกัน พัฒนาจิต วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิต
เจริญปัญญา * มสี ว่ นร่วม เผยแพร่ อนุรักษ์ ประยุกต์ เผยแพร่ แสดงออก สนับสนุน ประยกุ ต์
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ ได้อย่างเหมาะสม มี
ศรัทธาท่ถี ูกต้อง เช่ือมั่น ยดึ ม่นั ตระหนกั เหน็ คุณคา่ ความสำคญั อนรุ ักษ์มารยาท เห็นคุณคา่ อนุรักษ์
สืบสาน เป็นแบบอย่าง มีส่วนร่วม วินัยในตนเอง เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
สื่อสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยีอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
รวมตวั ชว้ี ดั ทงั้ หมด 27 ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน ส 1.1 ม. 4-6/1-22
มาตรฐาน ส 1.2 ม. 4-6/1-5
สาระหน้าท่ีเพิ่มเติม ผลการเรียนรู้ 5 ข้อ
1. มีสว่ นร่วมและแนะนำผ้อู ่ืนให้อนุรกั ษแ์ ละเผยแพร่มารยาทไทยสูส่ าธารณะ
2. เหน็ คุณคา่ อนรุ กั ษ์ สืบสาน ประยกุ ต์ เผยแพร่ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม
และภูมิ ปัญญาไทย
3. เปน็ แบบอยา่ ง มีส่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรม และสนับสนนุ ใหผ้ ูอ้ ื่นแสดงออกถงึ ความรกั
ชาติ ยึดมั่น ในศาสนาและเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์
4. เป็นแบบอยา่ ง ประยกุ ต์และเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลัก
ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง
5. ปฏิบัตติ นเป็นผ้มู ีวินยั ในตนเอง
คำอธบิ ายรายวชิ า
วชิ าประวตั ศิ าสตรไ์ ทย ๑ รหสั วชิ า ส๓๑๑๐๒
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรยี น ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ ชวั่ โมง/สปั ดาห/์ ภาคเรยี น
ศึ ก ษ า ค ว า ม ส ำ คั ญ ข อ ง เว ล าแ ล ะ ยุ ค ส มั ย ท าง ป ร ะ วั ติ ศ าส ต ร์ ที่ ป ร า ก ฏ ใน ห ลั ก ฐ าน ท า ง
ประวัตศิ าสตรไ์ ทยตวั อย่างเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของสงั คมมนุษย์ท่ีมีปรากฏในหลักฐาน
ทางประวัตศิ าสตร์ ความหมาย คุณค่า ข้นั ตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ การศึกษาหรือโครงงาน
ทางประวตั ิศาสตร์ วิเคราะห์ประเดน็ สำคญั ของประวตั ิศาสตร์ไทย เช่น แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นมา
ของชาติไทย อาณาจักรโบราณในดินแดนไทย และอิทธิพลที่มีต่อสังคมไทย ปัจจัยที่มีผลต่อการ
สถาปนาอาณาจักรไทยในช่วงเวลาต่าง ๆ สาเหตุและผลของการปฏิรูปการปกครองบ้านเมือง การ
เลิกทาส เลิกไพร่ การเสด็จประพาสยุโรปและหัวเมืองสมัยรัชกาลท่ี ๕ แนวคิดประชาธิปไตยต้ังแต่
สมัยรัชกาลที่ ๖ จนถึงการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ สมัยรัชกาลที่ ๗ บทบาทของสตรี
ไทย
โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ในการไปใช้สืบค้นเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์ท้องถ่ิน
และประวัติศาสตร์ชาติไทยทตี่ นสนใจภายใต้หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง การนำเสนอผลงานด้วย
วธิ กี ารตา่ งๆ
เพื่อให้ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของประวัติศาสตร์ มีความรักความภาคภูมิใจใน
ความเป็นชาติไทย มคี วามสามารถในการคิดและทำงานอย่างเป็นระบบ
รหัสตัวชี้วดั
มาตรฐาน ส ๔.๑ ม.๔-๖/๑-๒
ส ๔.๓ ม.๔-๖/๑
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ๒ รหสั ส๓๑๑๐๓ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ
ศึกษาหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม เก่ียวกับการเป็นพลเมืองดี ประเพณี
และวัฒนธรรมไทย กฎหมายเพ่งเกี่ยวกับนิตกิ รรมสัญญา กฎหมายอาญา กฎหมายอ่ืนท่สี ำคัญ เช่น
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน การรับราชการทหาร กฎหมายภาษีอากร กฎหมาย
คุ้มครองผู้บริโภคข้อตกลงระหว่างประเทศ โครงสร้างทางสังคม การจัดระเบียบทางสังคม สถาบัน
ทางสงั คม การขัดเกลาทางสังคม การเปลย่ี นแปลงทางสังคม การแกป้ ัญหาและแนวทางการพัฒนา
ทางสังคม คุณลักษณะพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก ความหมาย ความสำคัญแนวคิด
และหลักการของสิทธิมนษุ ยชน บทบาทขององคก์ รระหวา่ งประเทศในเวทโี ลกท่ีมีผลต่อประเทศไทย
สาระสำคัญของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนษุ ยชน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย
ฉบับปัจจุบันเก่ียวกับสิทธิมนุษยชน ปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศ และแนวทางแก้ปัญหาและ
พัฒนา ความหมายและความสำคัญของวัฒนธรรม ลักษณะและความสำคัญของวัฒนธรรมไทยที่
สำคัญ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและอนุรักษว์ ัฒนธรรมไทย แนวทางการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทยท่ีดี
งาม วธิ ีการเลือกรบั วัฒนธรรมสากล ระบบการเมือง การปกครองในสังคมปจั จุบันการปกครองระบบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ปัญหาการเมืองสำคัญท่ีเกิดขึ้น
ภายในประเทศ สถานการณ์การเมืองการปกครองของสังคมไทย อิทธิพลของระบบการเมืองการ
ปกครองที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต การประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศ เช่น การสร้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ การแลกเปลี่ยนเพ่ือช่วยเหลือและส่งเสริมด้าน
วัฒนธรรม การศกึ ษา เศรษฐกิจ สงั คม การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรง
เป็นประมุข รูปแบบของรัฐ ฐานะและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ การตรวจสอบการใช้
อำนาจรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย ฉบับปัจจุบนั ท่ีมีผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม
เช่น การตรวจสอบ โดยองคก์ รอิสระ การตรวจสอบโดยประชาชน การเป็นผนู้ ำและการเป็นสมาชกิ ที่
ดี การใช้สิทธิ หน้าที่ และใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ ความกล้าหาญทางจริยธรรม การเสนอแนว
ทางการแก้ปัญหาสังคมต่อสาธารณะ การติดตามและประเมินข่าวทางการเมือง และการรู้เท่าทันสื่อ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
อตั ลักษณ์และเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม การอยู่ร่วมกัน ในสังคมพหุวัฒนธรรม
และเคารพพึ่งพาซึ่งกันและกัน มีวินัยในตนเอง จุดเร่ิมต้นความเจริญ ซ่ือสัตย์สุจริต คือตั้งจิตด้วย
จริงใจ ขยนั หมั่นเพียรไว้ คือต้งั ใจหมัน่ ฝึกฝน ม่ันคงและอดทนนำพาตนใหเ้ จริญ
โดยใชก้ ระบวนการทางสังคมศาสตร์ เพื่อฝึกทักษะ วิเคราะห์ ดำรงชีวิตอย่รู ว่ มกัน ปฏบิ ัตติ น
และปฏิบัติตามหน้าที่ มีส่วนสนับสนุนผู้อ่ืน ประเมิน เสนอแนวทางแก้ไขและพัฒนา ปรับปรุง
เปล่ียนแปลง เลอื กรับ มีสว่ นร่วมในการอนรุ กั ษ์ ยอมรับ สนับสนุน ส่งเสริม ประยุกต์ วิพากษ์ มีส่วน
ร่วม ตดั สนิ ใจ คาดการณเ์ หตุการณ์
เพื่อให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ ทักษะกระบวนการทางสงั คมศาสตร์ ความเป็นพลเมืองดี ยึด
มั่นศรัทธา ในค่านิยมอันดีงาม ธำรงรักษาและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เกิดความสามารถในการคิด
ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
รวมตวั ช้ีวดั 9 ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ส2.1 ตัวชว้ี ดั ม. 4-6/1,2,3,4,5
มาตรฐาน ส2.2 ตัวช้วี ัด ม. 4-6/1,2,3,4
สาระหน้าทีพ่ ลเมืองเพ่ิมเติม 8 ผลการเรยี นรู้
1. เป็นแบบอยา่ งและส่งเสริมสนบั สนุนใหผ้ ู้อืน่ เป็นพลเมืองดีตามวถิ ีประชาธิปไตย
2. ประยุกตใ์ ช้กระบวนการประชาธิปไตย
3. มสี ่วนรว่ มและตดั สินใจเลือกตัง้ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
4. รูท้ นั ขา่ วสารและรู้ทันส่อื
5. คาดการณ์เหตุการณล์ ่วงหนา้ บนพื้นฐานของขอ้ มูล
6. ยอมรับในอัตลกั ษณแ์ ละเคารพความหลากหลายในสงั คมพหวุ ัฒนธรรม
7. เหน็ คุณค่าของการอยูร่ ่วมกนั อยา่ งสนั ตแิ ละพงึ่ พาซึ่งกันและกนั
8. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวนิ ัยในตนเอง
คำอธบิ ายรายวชิ า
วชิ าประวตั ศิ าสตรไ์ ทย ๒ รหสั วชิ า ส๓๑๑๐๔ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรยี น ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห/์ ภาคเรยี น
ศึกษาผลงานของบุคคลสำคญั ท้ังชาวไทยและต่างประเทศ ที่มีส่วนสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมไทย
และประวัตศิ าสตร์ไทย บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในการพัฒนาชาติไทยในดา้ นต่าง ๆ เช่น
การปอ้ งกันและรกั ษาเอกราชของชาติ การสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมไทยอิทธิพลของวฒั นธรรมตะวันตก
และตะวนั ออกท่ีมตี ่อสังคมไทยการอนุรักษ์ภมู ิปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทยสภาพแวดลอ้ มท่ีมีผลต่อ
ก าร สร้า งสร รค์ ภู มิ ปั ญ ญ า แ ละ วัฒ น ธ รร ม ไท ย วิ ถี ชี วิ ต ข อ ง คน ไท ย ใน สมั ย ต่ างก าร สื บ ท อ ด แ ล ะ
เปล่ยี นแปลงของวฒั นธรรมไทย และแนวทางการอนุรกั ษ์ภูมปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทยและการมสี ว่ น
รว่ มในการอนุรกั ษ์ วิธกี ารมีสว่ นรว่ มอนุรักษภ์ ูมปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทย
โดยใชท้ กั ษะการอ่าน การสำรวจ การรวบรวมขอ้ มลู การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสรุป
ความ การสังเคราะห์ การนำเสนอผลงานด้วยวิธีการต่างๆะการอธิบาย วางแผนกำหนดแนวทาง มี
ส่วนร่วม ในการอนุรกั ษ์ภูมิปญั ญาและวฒั นธรรมไทยบนพน้ื ฐานหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
เพอ่ื ใหต้ ระหนักถึงความสำคญั ของบคุ คลสำคัญท่ีมสี ว่ นสรา้ งสรรค์และพฒั นาชาติไทย เห็น
แบบอย่างในการพัฒนาตน เหน็ ความมุ่งมนั่ และความพยายามของพระมหากษตั ริยแ์ ละบรรพบรุ ษุ ไทย
ตระหนักในคณุ คา่ ของการใชภ้ ูมปิ ญั ญาไทยเพือ่ แก้ปญั หาและพฒั นาชาตไิ ทย มีความรักและความ
ภาคภูมใิ จและมสี ว่ นร่วมในการอนุรักษม์ รดกทางวฒั นธรรมของชาติ มคี วามสามารถในการคิด
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ส ๔.๓ ม.๔-๖/๒-๕
รวม ๔ ตวั ชว้ี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ๓ รหสั ส ๓๒๑๐๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาภูมศิ าสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ(ประกอบด้วย ๑. ธรณีภาค ๒.บรรยากาศ
ภาค ๓. อุทกภาค ๔. ชีวภาค) ของพ้นื ทใ่ี นประเทศไทยและภมู ิภาคต่างๆ ของโลกซึง่ ได้รบั อิทธิพลจาก
ปัจจัยทางภูมศิ าสตร์ การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพท่ีส่งผลต่อภูมิประเทศ ภูมอิ ากาศ และ
ทรพั ยากรธรรมชาติ ปญั หาทางกายภาพและภัยพิบัตทิ างธรรมชาติ ในประเทศและภมู ิภาคต่างๆของ
โลก แผนทีแ่ ละองค์ประกอบ การอ่านแผนทเี่ ฉพาะเร่ือง การแปลความหมายรปู ถ่ายทางอากาศและ
ภาพจากดาวเทียม การนำถมู สิ ารสนเทศไปใช้ในชีวิตประจำวัน ปฏิสัมพันธ์ระหวา่ งส่ิงแวดลอ้ มทาง
กายภาพกับวถิ ีการดำเนินชวี ิตภายใต้กระแสโลกาภวิ ัตน์ได้แกป่ ระชากรและการตง้ั ถิ่นฐาน (การ
กระจายและการเปลย่ี นแปลงประชากร ชุมชนเมืองและชนบท และการกลายเปน็ เมืองการกระจาย
ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ (เกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลติ การบริการ และการทอ่ งเที่ยว)
สถานการณก์ ารเปลี่ยนแปลงดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมได้แก่ การเปลยี่ นแปลงสภาพ
ภูมิอากาศความเสอ่ื มโทรมของส่งิ แวดล้อมความหลากหลายทางชีวภาพ และภยั พบิ ตั ิ สาเหตุและ
ผลกระทบของการเปลีย่ นแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมของประเทศไทยและภมู ภิ าค
ต่างๆของโลก การจดั การภัยพิบัติ มาตรการปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดล้อมในประเทศและระหว่างประเทศ ตามแนวทางการพัฒนาท่ยี ่ังยืนความมนั่ คงของมนุษย์
และการบรโิ ภคอย่างรับผิดชอบ กฎหมายและนโยบายดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมทัง้ ใน
ประเทศและระหวา่ งประเทศ บทบาทขององคก์ ารและการประสานความร่วมมือทง้ั ในประเทศและ
ระหว่างประเทศ แนวทางการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม การมสี ่วนร่วมในการ
แก้ปัญหา และการดำเนนิ ชวี ติ ตามแนวทางการจัดการทรพั ยากรและสง่ิ แวดล้อมเพอื่ การพัฒนาท่ี
ย่งั ยืน มารยาทไทย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม พนื้ ฐานของสังคมไทย ภูมิปญั ญาไทย รกั ชาติ ยึดมัน่ ใน
ศาสนา เทิดทนู พระมหากษตั ริย์ พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส หลกั การทรงงาน ของในหลวง
รัชกาลที่ 9การมีวนิ ยั ในตนเอง ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มีวินัยในตนเอง
โดยใชท้ ักษะกระบวนการ*ทางภูมศิ าสตร์ วเิ คราะห์ สืบค้น ปฏิบัติ สรุป เพ่ือฝึกทักษะการตั้ง
คำถามเชิงภูมิศาสตร์ การรวบรวมข้อมูล การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปเพื่อตอบ
คำถาม แสดงออก แนะนำ มีส่วนร่วม สนับสนุน ประยุกต์ เผยแพร่เพ่ือฝึกทักษะ อธิบาย เสนอ
แนวทางแก้ไขปัญหา ความร่วมมือ การใช้ รวบรวม นำเสนอ ประเมิน ระบุมาตรการแกป้ ัญหา ระบุ
แนวทาง อย่างสร้างสรรค์
เพอื่ ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ ทักษะกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ความเขา้ ใจระบบธรรมชาติ
และมนษุ ย์ การใชเ้ หตุผลทางภมู ิศาสตร์ การตัดสินใจอยา่ งเปน็ ระบบตามนยั อยา่ งมีประสิทธิภาพและ
คมุ้ คา่
อยา่ งมีดุลยภาพ มีความตระหนัก ความพอเพียง มจี ิตสำนึก มีสว่ นร่วม อนุรักษอ์ ยา่ งยง่ั ยืน มี
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแกป้ ัญหา *การแปล
ความหมาย ข้อมูลทางภูมศิ าสตร์ การคดิ เชงิ พ้ืนที่ การแปลความข้อมลู ทางภูมิศาสตร์ การใชเ้ ทคนิค
และเคร่ืองมอื การคิดแบบองคร์ วม ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยอี ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
รวม 7 ตวั ชว้ี ดั
ส 5.1 ม 4-6/1 ,ม 4-6/2 ,ม 4-6/3
ส 5.2 ม 4-6/1 , ม 4-6/2 ,ม 4-6/3 , ม. 4-6/4
สาระหนา้ ทพ่ี ลเมอื งเพมิ่ เตมิ 4 ผลการเรยี นรู้
1. แสดงออก แนะนำผู้อ่ืน และยกยอ่ งบคุ คลที่มคี วามเออ้ื เฟ้อื เผ่อื แผ่ และเสยี สละ
2. เปน็ แบบอยา่ งมีสว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรม และสนบั สนุนให้ผูอ้ ื่นแสดงออกถงึ ความรัก
ชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์
3. เปน็ แบบอย่าง ประยกุ ต์ และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลัก
ปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง
4. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มวี นิ ัยในตนเอง
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ ๓ รหสั ส ๓๒๑๐๒ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา วิเคราะห์ ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงการ
เปลี่ยนแปลงของมนุษยชาติ ข้ันตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ คุณค่าและประโยชน์ของวิธีการ
ทางประวัติศาสตร์ที่มีต่อการศึกษาประวัติศาสตร์สากล อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรทีส ไนล์
หวางเหอ สินธุ และอารยธรรมกรกี โรมัน การติดต่อระหวา่ งโลกตะวันออกกับโลกตะวนั ตกท่ีมีผลต่อ
พฒั นาการและการเปลย่ี นแปลงของโลก
โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล
กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลมุ่ ในการสร้างองค์
ความรู้ใหม่บนพน้ื ฐานหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพ่ือใหเ้ กิดความ ตระหนักในความสำคญั ของผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคม ตระหนักถึง
ความสำคญั และความจำเป็นของการร่วมมือกนั อยา่ งสันตสิ ุข สามารถปรบั ตัวให้ดำรงชวี ติ อยูใ่ นยคุ
โลกาภวิ ัฒนไ์ ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ มีความสามารถในการคิดและมีทกั ษะในการดำรงชวี ติ
รหสั ตวั ชวี ัด
ส ๔.๑ ม.๔-๖/๑-๒
ส ๔.๒ ม.๔-๖/๑
รวม ๓ ตวั ชว้ี ดั
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ๔ รหสั ส ๓๒๑๐๓ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ
ศึกษาเศรษฐศาสตร์เก่ียวกับระบบเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน ผลดีและผลเสียของระบบ
เศรษฐกิจแบบต่าง ๆตลาดและประเภทของตลาด การกำหนดราคาตามอุปสงค์และอุปทาน การ
กำหนดราคาในเชิงกลยุทธ์ที่มใี นสังคมไทย การกำหนดค่าจ้าง กฎหมายท่ีเก่ียวข้อง และอัตราค่าจ้าง
แรงงานในสังคมไทย บทบาทของรัฐในการแทรกแซงราคาและการควบคุมราคาเพื่อการแจกจ่ายและ
จัดสรรในทางเศรษฐกิจ การประยกุ ต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนนิ ชีวิตของตนเองและครอบครัว
การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้าและบริการปัญหาการพัฒนา
ประเทศที่ผ่านมา โดยการศึกษาวิเคราะห์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ผ่านมา การพัฒนา
ประเทศท่ีนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับ
ปัจจุบัน วิวัฒนาการของสหกรณ์ในประเทศไทย ความหมาย ความสำคัญ และหลักการของระบบ
สหกรณ์ ความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนา เศรษฐกิจในชุมชนและประเทศ นโยบาย
การเงิน การคลังในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ บทบาทนโยบายการเงินและการคลังของ
รัฐบาลในด้าน รายรับและรายจ่ายของรัฐที่มีผลต่องบประมาณ หนี้สาธารณะ การพัฒนาทาง
เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน นโยบายการเก็บภาษีประเภทต่าง ๆ และการใช้จ่ายของ
รัฐ แนวทางการแก้ปัญหาการว่างงาน ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบที่เกิดจากภาวะทาง
เศรษฐกิจ วิวฒั นาการของการเปดิ เสรีทางเศรษฐกิจในยคุ โลกาภิวัตน์ของไทยการคา้ เสรสี ง่ ผลกระทบ
ต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคท้ังในระดับประเทศชุมชนท้องถ่ิน ( ASEAN Curriculum Sourcebook) ปัจจัยทาง
เศรษฐกิจท่ีมีผลต่อการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของประเทศ และการลงทุนระหว่างประเทศ บทบาท
ขององค์กรระหว่างประเทศในเวที การเงินโลกที่มีผลกับประเทศไทย แนวคิดพ้ืนฐานที่เก่ียวข้องกับ
การค้าระหว่างประเทศบทบาทขององคก์ ารความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญในภูมิภาคตา่ ง ๆ ของ
โลก ปัจจัยต่าง ๆ ท่ีนำไปสู่การพึ่งพา การแข่งขัน การขัดแย้ง และการประสานประโยชน์ ทาง
เศรษฐกิจไทยกับต่างประเท ผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศปัจจัย
ต่าง ๆ ท่ีนำไปสู่การพึ่งพา การแขง่ ขัน การขัดแย้ง และการประสานประโยชน์ทางเศรษฐกิจ วิธีการ
กีดกันทางการค้าในการค้าระหว่างประเทศ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย กระบวนการ
ประชาธิปไตย การเลือกตั้ง การรู้ทันส่ือข่าวสาร และการคาดการณ์โดยใช้ข้อมูล การอยู่ร่วมกัน ใน
สังคมพหุวัฒนธรรม การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในสังคมพหุวัฒนธรรม การมีวินัยในตนเอง
การปฏบิ ัตติ นเปน็ ผ้มู วี ินัยในตนเอง
โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางสงั คมศาสตร์ เพอ่ื ฝึกทกั ษะบรหิ ารจัดการ สนับสนนุ สง่ เสริม
ประยกุ ตก์ ระบวนการประชาธิปไตย การมีสว่ นร่วม การตัดสินใจ คาดการณ์ แก้ปญั หา ปฏิบัตติ นเป็น
ผมู้ วี ินัย อภปิ ราย อธบิ ายและวเิ คราะห์ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรูค้ วามเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทาง
สงั คมศาสตร์ ได้อยา่ งเหมาะสม และตระหนัก เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้
ทักษะชีวติ ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยีอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
รวมตวั ชวี้ ดั 7 ตวั
ส 3.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4
ส 3.2 ม.5/1 ม.5/2, ม.5/3
สาระหน้าท่พี ลเมืองเพ่มิ เตมิ 7 ผลการเรียนรู้
1. เป็นแบบอยา่ งและส่งเสรมิ สนับสนุนใหผ้ ู้อน่ื เป็นพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย
2. ประยกุ ตใ์ ชก้ ระบวนการประชาธปิ ไตยในการวพิ ากษป์ ระเดน็ นโยบายสาธารณะทต่ี นสนใจ
3. การมีส่วนรว่ มและตัดสินใจเลอื กตั้งอยา่ งมวี ิจารณญาณ
4. ร้ทู ันขา่ วสารและรูท้ ันสือ่
5. คาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าบนพ้นื ฐานของข้อมูล
6. มีส่วนรว่ มในการแก้ปัญหาเมอื่ เกิดความขดั แยง้ โดยสันตวิ ิธี และสร้างเครอื ข่ายการป้องกนั
ปัญหา
ความขัดแย้ง
7. ปฏบิ ัตติ นเป็นผมู้ ีวินัยในตนเอง
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ ๔ รหสั ส ๓๒๑๐๔ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
ศึกษา เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงของโลกในปัจจุบัน เช่น ระบอบ
ศักดินาสวามิภักดิ์ สงครามครูเสด การฟ้ืนฟูศิลปะวิทยาการ การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ
ทางทะเล การปฏิรูปศาสนา การปฏิวัติอุตสาหกรรม แนวคิดเสรีนิยม แนวคิดจักรวรรดินิยม แนวคิด
ชาตนิ ิยม ผลกระทบจากการขยายอทิ ธพิ ลของประเทศในยโุ รปไปยังทวปี อเมรกิ า แอฟริกา และเอเชีย
ความร่วมมอื และความขดั แย้งของมนษุ ยชาติในโลก สถานการณ์สำคัญของโลกในคริสตศ์ ตวรรษท่ี ๒๑
บทบาทของสตรีในกลุ่มประเทศอาเซียนต่อการพัฒนาประเทศในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสงั คม(
ASEAN Curriculum Sourcebook)
โดยใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล
กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการทางสังคม กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม
เพ่ือให้เกิดความ ตระหนักในความสำคัญของผลกระทบที่เกิดข้ึนในสังคม ตระหนักถึง
ความสำคัญและความจำเป็นของการร่วมมือกันอย่างสันติสุข สามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในยุค
โลกาภิวฒั น์ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มคี วามสามารถในการคิดและมีทักษะในการดำรงชีวิต
รหัสตัวชวี้ ดั
ส ๔.๒ ม.๔-๖/๒-๔
ผลการเรียนรขู้ อง ASEAN Curiculum Sourcebook
รวม ๓ ตวั ชวี ดั
รวม ๑ ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ า
วชิ าสงั คมศกึ ษา รหสั ส๓๓๑๐๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาละวฒั นธรรม
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษาศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม หน้าท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิต และ
ประวัติศาสตร์ เก่ียวกับลักษณะของสังคมชมพูทวีป และคติความเชื่อทางศาสนา สมัยก่อน
พระพุทธเจ้า พระพุทธเจา้ ในฐานะมนุษย์ผู้ฝึกตนได้อยา่ งสูงสดุ พทุ ธประวัติด้านการบริหารและธำรง
รักษาพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวิธีสอนท่ีเป็นสากลและข้อปฏิบัติท่ียึดทางสาย
กลาง เน้นการพัฒนาศรทั ธาและปัญญาท่ีถูกตอ้ ง ลักษณะประชาธปิ ไตยในพระพุทธศาสนา หลักของ
พระพทุ ธศาสนากับหลกั วิทยาศาสตร์ พระพทุ ธศาสนาเนน้ การฝกึ อบรมตนเอง การพึ่งตนเอง และการ
มุ่งอิสรภาพ พระพุทธศาสนาเป็นศาสตร์แห่งการศึกษา เน้นความสัมพันธ์ของเหตุปัจจัยและวิธีการ
แก้ปญั หา พระพุทธศาสนาฝึกตนไมใ่ ห้ประมาท มุ่งประโยชน์สุขและสันติภาพแกบ่ ุคคลสังคมและโลก
พระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน ความสำคัญของ
พระพุทธศาสนากบั การศกึ ษาทสี่ มบูรณก์ ารเมืองและสันตภิ าพ พระรัตนตรยั อรยิ สัจ พุทธสาวก พทุ ธ
สาวิกา ชาดก ศาสนิกชนตัวอย่าง วิธีการศึกษาและค้นคว้าพระไตรปิฎกและคัมภีร์ของศาสนาอื่น
คุณค่าความสำคัญของพระไตรปิฎก ยกตัวอย่างผลท่ีเกิดจากการทำความดีความช่ัว โยนิโสมนสิการ
วิธีคิดแบบอริยสัจ หลักธรรมที่สำคัญตามสาระการเรียนรู้ ประวัติของศาสดาศาสนาสากล คุณค่า
และความสำคัญของค่านิยมและจริยธรรม การขจัดความขัดแย้งเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
พัฒนาการเรยี นรู้ ด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ สวดมนตแ์ ปลและแผ่เมตตา วิเคราะห์ความสำคัญ
ของการยึดหลักธรรมศาสนาท่ีตนนับถือและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สภาพปัญหาในชุมชนและสงั คม
ปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดีต่อพระภิกษุ ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและสังคม ประเภท
ของศาสนพิธีในพระพุทธศาสนา การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ หลักธรรมคติธรรมท่ีเก่ียวเน่ืองกับวัน
สำคัญและเทศกาลที่สำคัญ การปฏิบัติตนให้ถูกต้องในวันสำคัญ และเทศกาลที่สำคัญ ใน
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาอ่ืน การปกป้องคุ้มครอง ธำรงรักษาพระพุทธศาสนาของพุทธบริษัทใน
สังคมไทยและปลูกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมในสังคมพุทธ กฎหมายเกี่ยวกับกฎหมายอาญาและ
กฎหมายทีส่ ำคัญ เชน่ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปจั จุบนั กฎหมายในชีวติ ประจำวัน และ
ข้อตกลงระหว่างประเทศ โครงสร้างทางสังคม การขัดเกลาและการเปล่ียนแปลงทางสังคม การ
แก้ปัญหาและแนวทางในการพัฒนาสังคม คุณลักษณะของพลเมืองดีของชาติและสังคมโลก
ความหมาย ความสำคัญ แนวคิดและหลักการสิทธิมนุษยชน ความหมายและความสำคัญของ
วัฒนธรรมและวัฒนธรรมไทยที่สำคัญ ปัญหาการเมืองที่เกิดในประเทศ การสานประโยชน์ร่วมกัน
ระหว่างประเทศ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข การ
ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เวลาและยุคสมัยทาง
ประวัติศาสตร์ ที่ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์สากล ข้ันตอนวิธีการ
ทางประวัติศาสตร์ ผลการศึกษา หรือโครงงานทางประวัติศาสตร์ อารยธรรมโลกยุคโบราณ การ
ติดต่อระหว่างโลกตะวันออกและโลกตะวันตก เหตุการณ์สำคัญต่างๆที่สำคัญต่อผลการเปลีย่ นแปลง
โลกในปัจจุบัน การขยายการล่าอาณานิคม การร่วมมือและความขัดแย้งของมนุษยชาติในโลกใน
คริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ สถานการณ์ที่สำคัญของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ ประเด็นสำคญั ของประวตั ิศาสตร์
ไทย บทบาทของกษัตรยิ ์ในการพัฒนาชาติไทยในด้านต่างๆ สภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างสรรค์
ภมู ิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทย วิถีชีวติ คนไทย การสืบทอดการเปล่ียนแปลง แนวทางการอนุรักษ์
และการมสี ่วนร่วมอนุรกั ษ์ภมู ิปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย
โดยกระบวนการทางสังคมศาสตร์ เพือ่ ฝึกทกั ษะการอธิบาย วิเคราะห์ ประพฤติตน ปฏบิ ตั ิตน
ตัดสินใจเลือก การอยู่ร่วมกัน พัฒนาจิต วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิต
เจริญปัญญา ชักชวน ส่งเสริม เสนอแนวทางการแก้ปัญหา แสดงตน มีส่วนร่วมสนับสนุน ประเมิน
สถานการณ์ วางแผน อนรุ กั ษแ์ ละเลอื กรับ สร้างองคค์ วามร้ใู หม่ ด้วยวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางประวัติศาสตร์ ได้อย่างเหมาะสม มี
ศรัทธาที่ถูกต้อง เช่ือมั่น ยึดม่ัน ตระหนัก เห็นคุณค่า ความสำคัญ อย่างมีเหตุผล เป็นพลเมืองดี มี
ค่านิยมที่ดถี กู ต้อง อย่างมรี ะบบ มคี วามรัก ความภูมิใจธำรงรกั ษาความเปน็ ไทย เกดิ ความสามารถใน
การคดิ ความสามารถใน
การสอื่ สาร ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยอี ย่างมีประสิทธิภาพ
รวมตัวชว้ี ดั ทั้งหมด ๔๗ ตัว
มาตรฐาน ส ๑.๑ ม. ๔-๖/๑-๒๒
มาตรฐาน ส ๑.๒ ม. ๔-๖/๑-๕
มาตรฐาน ส ๒.๑ ม. ๔-๖/๑-๕
มาตรฐาน ส ๒.๒ ม. ๔-๖/๑-๔
มาตรฐาน ส ๔.๑ ม. ๔-๖/๑-๒
มาตรฐาน ส ๔.๒ ม. ๔-๖/๑-๔
มาตรฐาน ส ๔.๓ ม. ๔-๖/๑-๕
คำอธบิ ายรายวชิ า
วชิ าสงั คมศกึ ษา ๖ รหสั วชิ า ส๓๓๑๐๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ
ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด หลักการของเศรษฐกิจพอเพยี ง การกำหนดราคาและค่าจ้าง ในระบบ
เศรษฐกิจ ความสำคัญของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีมีต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศ
ความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชน และประเทศ ปัญหาทาง
เศรษฐกิจในชุมชนและเสนอแนวทางแก้ไข ระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทาง
เศรษฐกิจ ความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก บทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับ
นโยบายการเงนิ การคลังในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ผลกระทบของการเปดิ เสรีทางเศรษฐกิจ
ในยุคโลกาภิวัตน์ท่ีมีผลต่อสังคมไทย ผลดีผลเสียของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศใน
รปู แบบต่าง ๆ การเปลยี่ นแปลงทางกายภาพ (ประกอบดว้ ย ธรณภี าค บรรยากาศภาค อุทกภาค ชีว
ภาค) ของพื้นที่ในประเทศไทย และภูมิภาคต่างๆ ของโลก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์
ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลง ทางกายภาพที่ส่งผลต่อภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และ
ทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาทางกายภาพหรือภัยพิบัติ ทางธรรมชาติในประเทศและภูมิภาค ต่างๆ
ของโลก แผนท่ีและองค์ประกอบ การอา่ นแผนท่ีเฉพาะเรื่อง การแปลความหมายรูปถ่ายทางอากาศ
และภาพจากดาวเทียม การนำสารสนเทศไปใช้ในชวี ิตประจำวัน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างส่งิ แวดล้อมทาง
กายภาพกับกิจกรรมของมนุษย์ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ได้แก่ ประชากรและการต้ังถิ่นฐาน (การ
กระจายและการเปล่ียนแปลงประชากร ชมุ ชนเมอื งและชนบท และการกลายเป็นเมือง ความสมั พันธ์
ระหว่างส่ิงแวดลอ้ ม ทางกายภาพกับวิถชี ีวิตการกระจายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (เกษตรกรรม
อุตสาหกรรมการผลิต การบริการและการท่องเท่ียว) สถานการณ์การเปล่ียนแปลงด้าน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเส่ือมโทรมของ
สงิ่ แวดลอ้ ม ความหลากหลาย ทางชีวภาพ และภัยพิบัติ สาเหตุ และผลกระทบของการเปล่ียนแปลง
ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ มของประเทศไทย และภมู ิภาคต่างๆ ของโลก การจดั การภัย
พิบัติ มาตรการป้องกันและแก้ไขปญั หาทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในประเทศและระหว่าง
ประเทศ ตามแนวทางการพัฒนาท่ียั่งยืน ความมั่นคงของมนุษย์ และการบริโภคอย่างรับผิดชอบ
กฎหมายและนโยบายด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
บทบาทขององค์การ และการประสานความรว่ มมือท้ังในประเทศและระหวา่ งประเทศ แนวทางการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และการดำเนินชีวิตตาม
แนวทางการจดั การทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อมเพอื่ การพฒั นาทยี่ ่ังยืน
โดยใช้ทักษะกระบวรการทางสังคมศาสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ เพ่ือฝึกทักษะ
อธิบาย วิเคราะห์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ความร่วมมือ การใช้ รวบรวม นำเสนอ ประเมิน ระบุ
มาตรการแก้ปัญหา ระบุแนวทาง สร้างสรรค์ การต้ังคำถามเชิงภูมิศาสตร์ การรวบรวมข้อมูล การ
จดั การข้อมลู การวิเคราะห์ขอ้ มูล การสรปุ เพือ่ ตอบคำถาม
เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ความเข้าใจ ทกั ษะกระบวนการทางสังคมศาสตร์ อยา่ งมีประสิทธิภาพและ
ค้มุ คา่
อย่างมดี ุลยภาพ มีความตระหนกั ความพอเพยี ง มจี ติ สำนกึ มีสว่ นรว่ ม อนุรักษอ์ ย่างยั่งยืน การใช้
เหตุผล ทางภูมศิ าสตร์ การตัดสนิ ใจอยา่ งเป็นระบบตามนัย ความเข้าใจระบบธรรมชาติและมนษุ ย์ มี
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถใน
การใชท้ กั ษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ช้ีวัดจำนวน 14 ตวั ชีว้ ดั
ส 3.1 ม 4-6/1 ,ม 4-6/2 , ม 4-6/3 , ม 4-6/4
ส 3.2 ม 4-6/1 ,ม 4-6/2 ,ม 4-6/3
ส 5.1 ม 4-6/1 ,ม 4-6/2 ,ม 4-6/3,
ส 5.2 ม 4-6/1 , ม 4-6/2 ,ม 4-6/3 , ม ๔-๖/๔
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
รายวชิ าการปกครองทอ้ งถนิ่ ไทย รหสั ส ๓๐๒๐๔ ภาคเรยี นท่ี ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาความเปน็ มาการบริหารราชการแผ่นดินไทย การปกครองท้องถิ่นไทย เก่ียวกับ ความ
เปน็ มา โครงสร้าง อำนาจหน้าท่ีของสขุ าภิบาล เทศบาล องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด องค์การบริหาร
ส่วนตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรูปพิเศษ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และการกระจาย
อำนาจกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ปัญหาเกี่ยวกับการปกครองท้องถ่ินไทยและแนว
ทางการแก้ปญั หา บทบาทของประชาชนในทอ้ งถน่ิ กับการมสี ว่ นร่วมในการปกครองทอ้ งถ่นิ ไทย
โดยใช้กระบวนการศกึ ษาจากกรณตี ัวอยา่ ง อภิปราย วิเคราะห์ ใช้ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
ความคิดรวบยอด กระบวนการสร้างความตระหนัก
มีความเขา้ ใจเก่ยี วกับการปกครองสว่ นท้องถิ่น การกระจายอำนาจการปกครองตามระบอบ
ประชาธปิ ไตย เห็นความสำคญั ของการมสี ว่ นร่วมทางการเมอื งส่วนทอ้ งถิน่ ปฏิบตั ติ นเพ่ือการพัฒนา
ท้องถ่นิ ใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้
ผลการเรยี นรู้
๑. มีความรู้ความเข้าใจท้องถ่ินไทย
๒. เหน็ ความสำคญั ของการกระจายอำนาจในระบอบประชาธปิ ไตย
๓. การมีสว่ นรว่ มและปฏบิ ัติตนเพือ่ พฒั นาท้องถ่นิ
รวมทง้ั หมด ๓ ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
รายวิชาการเงนิ การธนาคารและการคลงั ส ๓๐๒๐๕ ภาคเรยี นที่ ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑ หนว่ ยกติ
ศึกษาความหมาย ความสำคัญและหน้าท่ีของสถาบันการเงิน บทบาทหน้าที่ของธนาคาร
กลาง ธนาคารพาณิชย์ นโยบายการเงิน ความหมาย ความสำคัญ รายรับ รายจ่ายของรัฐบาล
นโยบายการคลัง ความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายการเงินและการคลงั ปัญหาและการแก้ปัญหาด้าน
การเงินและการคลังของประเทศ
โดยใช้กระบวนการศึกษาจากกรณีตัวอย่าง อภิปราย วิเคราะห์ โดยใช้ทักษะการคิด
วเิ คราะห์ ความคดิ รวบยอด กระบวนการกลุม่ กระบวนการสรา้ งเจตคติและค่านิยม
มคี วามเข้าใจระบบการเงนิ การธนาคารและการคลงั วิเคราะหค์ วามสมั พันธ์ของระบบ
การเงิน
การธนาคารและการคลงั ทม่ี ผี ลตอ่ เศรษฐกิจของประเทศ มีส่วนรว่ มในการแกป้ ญั หาการเงินของ
ประเทศ
ผลการเรยี นรู้
๑. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความหมาย ความสำคัญและววิ ฒั นาการการเงนิ ใน
ประเทศไทย
๒. มีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับหน้าทีแ่ ละบทบาทของสถาบันการเงนิ
๓. มีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั ความสำคญั ของการคลังรัฐบาล รายรับ – รายจา่ ย
การคลังส่วนกลาง
๔. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจและสามารถวิเคราะหเ์ กี่ยวกบั ภาวะเงินเฟอ้ เงนิ ฝืด และภาวะเงนิ ตึง
๕. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับนโยบายการเงนิ และการคลงั เพ่ือพฒั นาประเทศ
๖. เขา้ ใจและตระหนักถงึ ความสำคญั ของการออม
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
รายวชิ าสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษาพนื้ ฐาน
พ31101 สุขศึกษาและพลศึกษา 1 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกติ
พ31102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกติ
พ32101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 3 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกติ
พ32102 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 4 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
พ33101 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 5 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
พ33102 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 6 20 ชัว่ โมง/ภาคเรียน 0.5 หน่วยกิต
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
พ31101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาอทิ ธิพลของครอบครวั เพอ่ื น สงั คม และวฒั นธรรมทีม่ ีผลตอ่ พฤตกิ รรมทางเพศและ
การดำเนินชีวิต ค่านิยมในเร่ืองเพศตามวัฒนธรรมไทยและวฒั นธรรมอื่นๆ เลือกใช้ทกั ษะทเ่ี หมาะสม
ในการปอ้ งกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปญั หาเร่ืองเพศและครอบครัว สาเหตแุ ละผลของความขัดแย้ง
ทอ่ี าจเกิดขึ้นระหวา่ งนกั เรยี นหรือเยาวชนในชมุ ชนและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา
โดยใช้กระบวนการความรู้ ความเข้าใจ วเิ คราะห์ สังเกต อธบิ าย ปฏิบตั ิ การสร้างความ
ตระหนัก การแกป้ ญั หา การสร้างเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมลู การอภิปราย สรปุ
สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ เลือกแนวทางปฏบิ ตั ิอย่างมี
เหตุผล นำความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านยิ มท่เี หมาะสม
รหสั ตวั ชวี้ ัด
พ2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4
รวมท้งั หมด 4 ตัวช้วี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
พ31102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา กระบวนการสร้างเสรมิ และดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ
วางแผนดแู ลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตและพฒั นาการของตนเองและบคุ คลในครอบครัว
สาเหตุและเสนอแนวทางการปอ้ งกันการเจ็บปว่ ยและการตายของคนไทย วางแผนและปฏบิ ัติตาม
แผนการพัฒนาสขุ ภาพของตนเองและครอบครัว มีสว่ นร่วมในการส่งเสริมและพฒั นาสุขภาพของ
บุคคลในชุมชน วางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเข้าใจ วิเคราะห์ สังเกต อธิบาย ปฏิบัติ การสรา้ งความ
ตระหนัก การแกป้ ัญหา การสร้างเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย สรุป
สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เลือกแนวทางปฏิบตั อิ ยา่ งมี
เหตผุ ล นำความร้ไู ปใช้ในชวี ติ ประจำวันเกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และชมุ ชน
มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม
รหสั ตวั ชวี้ ดั
พ1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2
พ4.1 ม.4-6/4 ,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 6 ตวั ชี้วัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
พ32101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา บทบาทและความรับผดิ ชอบของบคุ คลทม่ี ีตอ่ การสร้างเสรมิ สุขภาพและการปอ้ งกนั
โรคในชุมชน อิทธพิ ลของสือ่ โฆษณาเก่ยี วกับสขุ ภาพเพอ่ื การเลอื กบรโิ ภค ปฏิบัติตนตามสิทธขิ อง
ผู้บริโภค มีส่วนร่วมในการปอ้ งกนั ความเส่ียงตอ่ การใชย้ า การใช้สารเสพติดและความรุนแรง เพือ่
สขุ ภาพของตนเองครอบครัว และสังคม ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการครอบครอง การใชแ้ ละการจำหน่าย
สารเสพติด ปัจจยั ทม่ี ีผลต่อสุขภาพหรอื ความรนุ แรงของคนไทยและเสนอแนวทางปอ้ งกัน
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเข้าใจ วิเคราะห์ สังเกต อธิบาย ปฏิบัติ การสร้างความ
ตระหนัก การแก้ปัญหา การสรา้ งเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมลู การอภปิ ราย สรุป
สามารถสอ่ื สารสิง่ ที่เรียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ เลอื กแนวทางปฏบิ ัติอย่างมี
เหตุผล นำความรูไ้ ปประยุกต์ให้เปน็ ประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสงั คม มีจริยธรรม คณุ ธรรม
และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
รหสั ตวั ชวี้ ดั
พ4.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2 ,ม.4-6/3
พ5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2 ,ม.4-6/3
รวมทัง้ หมด 6 ตวั ชว้ี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
พ32102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา เกย่ี วกบั วางแผน กำหนดแนวทางลดอุบตั ิเหตุและสร้างเสรมิ ความปลอดภัยในชมุ ชน
มสี ่วนร่วมในการสร้างเสรมิ ความปลอดภัยในชมุ ชน ทักษะการตัดสินใจแก้ปญั หาในสถานการณ์ท่ี
เสี่ยงตอ่ สขุ ภาพและความรุนแรง แสดงวธิ กี ารชว่ ยฟืน้ คืนชีพอยา่ งถูกวิธี
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเข้าใจ วเิ คราะห์ สงั เกต อธิบาย ปฏิบตั ิ การสร้างความ
ตระหนกั การแก้ปัญหา การสร้างเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสืบคน้ ขอ้ มูล การอภิปราย สรปุ
สามารถสื่อสารสง่ิ ที่เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ เลือกแนวทางปฏบิ ตั ิอย่างมี
เหตผุ ล นำความรไู้ ปประยกุ ต์ให้เปน็ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสงั คม มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรม
และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม
รหสั ตวั ชวี้ ัด
พ5.1 ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7
รวมท้งั หมด 4 ตวั ชีว้ ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
พ33101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา ความคดิ รวบยอดเกีย่ วกบั การเคลอ่ื นไหวรปู แบบต่างๆ ในการเล่นกีฬา แสดงการ
เคลื่อนไหวได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ เข้าร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการ นอกโรงเรยี นและนำหลักการแนวคิดไป
ปรับปรุงและพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของตนและสงั คม ออกกำลังกายและเลน่ กฬี าทเี่ หมาะสมกับตนเอง
อย่างสม่ำเสมอ และใช้ความสามารถของตนเองเพม่ิ ศักยภาพของทีม ลดความเป็นตัวตนคำนึงถึงผลท่ี
เกิดตอ่ สังคม
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเข้าใจ วเิ คราะห์ สงั เกต อธบิ าย ปฏิบตั ิ การสรา้ งความ
ตระหนกั การแกป้ ญั หา การปฏิบตั ิ การสร้างเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสืบคน้ ข้อมลู
การอภิปราย สรปุ
สามารถสอื่ สารสิ่งที่เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เลอื กแนวทางปฏิบตั ิอย่างมี
เหตุผล นำความรู้ไปประยุกตใ์ ห้เป็นประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัวและสังคม มีจริยธรรม คณุ ธรรม
และค่านิยมที่เหมาะสม
รหสั ตวั ชวี้ ดั
พ3.1 ม.4-6/1,ม.4-6/4 ,ม.4-6/5
พ3.2 ม.4-6/1
รวมทง้ั หมด 4 ตวั ชี้วัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
พ33102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา ปฏบิ ัติการเล่นกีฬาไทย กีฬาสากล ประเภทบุคคล /คู่ ประเภททมี อย่างนอ้ ย 1 ชนดิ
กฬี า ใช้ความสามารถของตน เพื่อเพ่ิมศักยภาพของทีม คำนึงถึงผลท่ีเกิดตอ่ ผูอ้ ่ืนและสังคม กฎ
กตกิ า กลวิธีต่างๆ ในระหว่างการเลน่ การแขง่ ขันกฬี ากับผ้อู นื่ และนำไปสรุปเป็นแนวปฏิบตั ิและใชใ้ น
ชวี ิตประจำวันอยา่ งตอ่ เน่อื ง แสดงออกถงึ การมมี ารยาทในการดู การเลน่ และการแขง่ ขันกีฬาดว้ ย
ความมีน้ำใจนักกีฬา และนำไปใช้ปฏิบัติทกุ โอกาสจนเปน็ บคุ ลิกภาพที่ดี รว่ มกิจกรรมทางกายและ
เล่นกฬี าอยา่ งมีความสุข ชนื่ ชมในคณุ คา่ และความงามของการกฬี า
โดยใชก้ ระบวนการความรู้ ความเข้าใจ วิเคราะห์ สงั เกต อธบิ าย ปฏิบัติ การสรา้ งความ
ตระหนัก การแกป้ ัญหา การปฏิบัติ การสรา้ งเจตคติ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
การอภปิ ราย สรปุ
สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เลอื กแนวทางปฏิบัติอยา่ งมี
เหตุผล นำความรไู้ ปประยุกต์ใหเ้ ปน็ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสงั คม มีจรยิ ธรรม คุณธรรม
และค่านิยมทเ่ี หมาะสม
รหสั ตวั ชวี้ ัด
พ3.1 ม.4-6/2 ,ม.4-6/3
พ3.2 ม.4-6/2 ,ม.4-6/3,ม.4-6/4
รวมทงั้ หมด 5 ตวั ช้วี ัด
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
โครงสรา้ งรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
รายวชิ าศลิ ปะพน้ื ฐาน
ศ31101 ศิลปะ 1 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต
ศ31102 ศิลปะ 2 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หนว่ ยกติ
ศ32101 ศิลปะ 3 20 ช่วั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกิต
ศ32102 ศลิ ปะ 4 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกติ
ศ33101 ศิลปะ 5 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน 0.5 หนว่ ยกติ
ศ33102 ศลิ ปะ 6 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 0.5 หน่วยกิต
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ศ31101 ศลิ ปะ1 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาและฝึกปฏิบัติงานทัศนศิลป์ เก่ียวกับหลักการออกแบบเบ้ืองต้น ศัพท์ทางด้าน
จิตรกรรม วัสดุอุปกรณ์ เทคนิค วิธีการในการสร้างงานจิตรกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใน
การการเขยี นภาพการต์ ูน สร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์ การนำเสนอผลงาน การวิเคราะหผ์ ลงานศลิ ปิน
การวิจารณ์งานศิลปะ การประเมินผลงาน การอนุรกั ษ์และสรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์จากภูมิปัญญา
ไทยและสากล
ศึกษาการจัดวงดนตรี การใช้เคร่ืองดนตรีในวงดนตรปี ระเภทต่าง ๆ บทเพลงท่ีบรรเลง
โดย วงดนตรีประเภทต่าง ๆ ประเภทของวงดนตรีไทย และประเภทของวงดนตรีสากล
รูปแบบบทเพลงและวงดนตรไี ทยแต่ละยุคสมัย รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีสากลแต่ละยคุ สมัย
ศึกษาเก่ียวกับรูปแบบของการแสดง ระบำ รำ ฟ้อน การแสดงพ้ืนเมือง การละครไทย
การละครสากล และการแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่างๆ
การเปรียบเทยี บรูปแบบของบทเพลงแต่ละประเภท เปรียบเทยี บรูปแบบของวงดนตรแี ต่ละ
ประเภท จำแนกประเภทรูปแบบของวงดนตรที ง้ั ไทยและสากล จำแนกรปู แบบของวงดนตรที ้ังไทย
และสากล วเิ คราะหร์ ูปแบบของดนตรีไทยในยคุ สมัยต่าง ๆ วิเคราะห์รปู แบบของดนตรีสากลในยุค
สมยั ตา่ ง ๆ การคน้ ควา้ ขอ้ มลู และฝกึ ทกั ษะปฏิบตั ิในรูปแบบของการแสดงนาฏศิลปไ์ ทย
สามารถถา่ ยทอดประสบการณแ์ ละจนิ ตนาการ สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ปส์ ่อื ความหมายเป็น
เร่อื งราวได้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและประโยชน์ใช้สอย ทสี่ ะท้อนคุณค่าของวฒั นธรรม ในแต่
ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล นำความรู้ศลิ ปะมาบูรณาการกับสาระการเรยี นรู้อนื่ และใน
ชีวติ ประจำวันได้เหมาะสม มีความรบั ผดิ ชอบ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มคี วามมุ่งมั่น ขยัน มีความ
ซื่อสัตย์ มีค่านิยมท่ีเหมาะสม รกั และภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยและสากล
เหน็ คณุ ค่าของการแสดงนาฏศิลป์ไทย นาฏศลิ ป์สากล สามารถนำไปบรู ณาการใช้ในชวี ิตประจำวัน
และกลุม่ สาระการเรียนรู้อน่ื
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ศ 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2
ศ 1.2 ม.4-6/1
ศ 2.1 ม.4-6/1
ศ 2.2 ม.4-6/1
ศ 3.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2
ศ 3.2 ม.4-6/1
รวมทั้งหมด 8 ตัวชวี้ ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ศ31102 ศลิ ปะ2 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาและฝึกปฏิบัติงานทัศนศิลป์ เกี่ยวกับหลักการออกแบบเบ้ืองต้น ศัพท์ทางด้าน
จิตรกรรมวัสดุอุปกรณ์ เทคนคิ วิธกี ารในการสร้างงานจิตรกรรม การประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีในการ
สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ การเสนอผลงาน การวิเคราะห์ผลงานศิลป์ การวิจารณ์งานศิลปะ การ
ประเมินผลงาน การอนรุ ักษแ์ ละสรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ปจ์ ากภมู ปิ ญั ญาไทย และสากล
ศกึ ษาปจั จัยในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม ความเชื่อกับการสร้างสรรค์
งานดนตรี ศาสนากับการสร้างสรรค์งานดนตรี วิถีชีวิตกับการสร้างสรรค์งานดนตรี เทคโนโลยีกับ
การสร้างสรรค์งานดนตรี เคร่ืองหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี เคร่ืองหมายกำหนดอัตราจังหวะ
เครื่องหมายกำหนดบันไดเสยี ง โน้ตบทเพลงไทยอัตราจังหวะตา่ ง ๆ เพลงไทยอตั ราจังหวะ 3 ชั้น
เพลงไทยอัตราจังหวะ 2 ชั้น เพลงไทยอัตราจังหวะช้ันเดียว ประวัติสังคีตกวี สังคีตกวีไทย
สงั คตี กวีสากล
ศึกษาเก่ียวกับละครสร้างสรรค์ ความเป็นมา องค์ประกอบของละครสร้างสรรค์ ละคร
พดู ละครโศกนาฏกรรม ละครสุขนาฏกรรม ละครแนวเหมอื นจรงิ ละครแนว
ไมเ่ หมือนจรงิ และบุคคลสำคญั ในวงการนาฏศิลปแ์ ละการละครของไทยในยคุ สมยั ต่างๆ
โดยอธิบายความเช่ือกับการสร้างสรรค์งานดนตรี อธิบายศาสนากับการสร้างสรรค์งาน
ดนตรี อธิบายวิถีชีวิตกับการสรา้ งสรรค์งานดนตรี อธิบายเทคโนโลยีกับการสร้างสรรค์งานดนตรี
เขียนเครือ่ งหมายและสัญลักษณท์ างดนตรี อา่ นเคร่ืองหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี เครอ่ื งหมาย
กำหนดอัตราจงั หวะ เครอ่ื งหมายกำหนดบนั ไดเสยี ง เขียนโน้ตดนตรีไทยและสากล อา่ นโนต้ ดนตรี
ไทยและสากล วิเคราะห์สถานะทางสังคมของสังคีตกวีไทย วิเคราะหส์ ถานะทางสังคมของสังคตี กวี
สากล ค้นคว้าข้อมลู และฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ิ ในรปู แบบของการแสดงละคร
สามารถถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ส่ือความหมายเป็น
เร่ืองราวได้เหมาะสมกบั สภาพแวดล้อมและประโยชน์ใชส้ อย ท่สี ะท้อนคุณค่าของวฒั นธรรม ในแต่
ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและสากล นำความรู้ศิลปะมาบรู ณาการกับสาระการเรยี นรู้อื่นและใน
ชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มีความรบั ผิดชอบ มีคณุ ธรรม จริยธรรม มคี วามมุ่งมัน่ ขยัน มี
ความซื่อสัตย์ มีค่านิยมที่เหมาะสม รักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยและ
สากล เกิดสุนทรียภาพด้านนาฏศิลป์ เห็นประโยชน์และคุณค่าของการแสดงละคร สามารถนำไป
บูรณาการใช้ในชวี ิตประจำวนั และกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อืน่
รหสั ตวั ชวี้ ัด
ศ 1.1 ม.4-6/3, ม.4-6/4
ศ 1.2 ม.4-6/1
ศ 2.1 ม.4-6/2, ม.4-6/3
ศ 2.2 ม.4-6/2
ศ 3.1 ม.4-6/3
ศ 3.2 ม.4-6/2 รวมทงั้ หมด 8 ตวั ชว้ี ดั