The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาหลักสูตร รุ่งทิวา อุดร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Orawan Nimtalung, 2022-06-19 02:44:52

การพัฒนาหลักสูตร รุ่งทิวา อุดร

การพัฒนาหลักสูตร รุ่งทิวา อุดร

282
ถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อ
คณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขนั้ พน้ื ฐาน ผปู้ กครองและชุมชน

3. การประเมินระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับ
เขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพื่อใช้เป็น
ข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ
สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทาและ
ดาเนินการโดยเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดาเนินการจัด
สอบ นอกจากน้ียังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษา

4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐาน
การเรียนรูต้ ามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนใน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 และช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 เข้ารับ
การประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่างๆ
เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนั บสนุน
การตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ
ทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแล
ช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน
ความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ีจาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป
กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนท่ีมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหา
ด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม
กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาใน
การดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบ
ความสาเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วย
การวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และ
แนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือให้บุคลากรท่ีเก่ียวข้อง
ทุกฝา่ ยถอื ปฏิบัตริ ว่ มกนั

เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น

1. การตดั สิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรียน
1.1 การตัดสนิ ผลการเรียน
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และ

เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนาผู้เรียน
แต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน
รวมทง้ั สอนซอ่ มเสริมผเู้ รียนให้พฒั นาจนเตม็ ตามศักยภาพ

283
ระดับประถมศึกษา
1) ผูเ้ รียนต้องมีเวลาเรียนไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นท้งั หมด
2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กาหนด
3) ผูเ้ รยี นตอ้ งไดร้ ับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่ี
สถานศึกษากาหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรม
พัฒนาผูเ้ รยี น
ระดบั มัธยมศึกษา
1) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่
นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นท้งั หมดในรายวิชานั้น ๆ
2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวช้ีวัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กาหนด
3) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รับการตดั สนิ ผลการเรียนทกุ รายวิชา
4) ผู้เรยี นต้องไดร้ บั การประเมนิ และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑท์ ่ี
สถานศึกษากาหนด ในการอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนการพิจารณาเล่ือนช้ันทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมี
ข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ใน
ดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนช้ันได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมี
แนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นท่ีสูงข้ึน สถานศึกษาอาจต้ังคณะกรรมการพิจารณา
ให้เรยี นซ้าชั้นได้ ท้ังน้ีใหค้ านงึ ถึงวุฒภิ าวะและความรคู้ วามสามารถของผู้เรยี นเปน็ สาคัญ
1.2 การใหร้ ะดับผลการเรยี น
ระดบั ประถมศึกษา
ในการตัดสนิ เพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถใหร้ ะดับผล
การเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ
และระบบทีใ่ ช้คาสาคญั สะท้อนมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น
ใหร้ ะดบั ผลการประเมินเป็น ดีเย่ียม ดี และผ่าน
การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น จะต้องพิจารณาท้งั เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม
การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด และให้ผลการเข้าร่วม
กิจกรรมเป็นผ่าน และไมผ่ ่าน
ระดับมัธยมศึกษา ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตัวเลขแสดง
ระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดบั
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์นั้น
ใหร้ ะดับผลการประเมนิ เปน็ ดเี ยย่ี ม ดี และผ่าน

284
การประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม
การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด และให้ผลการเข้าร่วม
กิจกรรมเป็นผ่าน และไมผ่ า่ น
1.3 การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการสอ่ื สารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า
ในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครอง
ทราบเปน็ ระยะๆ หรอื อย่างน้อยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน
ทส่ี ะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
2. เกณฑ์การจบการศึกษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษา
เป็น 3ระดบั คือ ระดบั ประถมศึกษา ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น และระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
2.1 เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา
2.1.1 ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้าง
เวลาเรยี นท่ีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐานกาหนด
2.1.2 ผูเ้ รียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศึกษากาหนด
2.1.3 ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่าน
เกณฑ์ การประเมินตามท่ีสถานศกึ ษากาหนด
2.1.4 ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์
การประเมนิ ตามทส่ี ถานศึกษากาหนด
2.1.5 ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์
การประเมนิ ตามที่สถานศกึ ษากาหนด
2.2 เกณฑก์ ารจบระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น
2.2.1 ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพ่ิมเติมไม่เกิน 81 หน่วยกิต โดยเป็น
รายวชิ าพ้นื ฐาน 66 หน่วยกติ และรายวชิ าเพ่มิ เติมตามที่สถานศึกษากาหนด
2.2.2 ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็น
รายวชิ าพื้นฐาน 66 หนว่ ยกิต และรายวิชาเพม่ิ เตมิ ไม่นอ้ ยกว่า 11 หน่วยกติ
2.2.3 ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผา่ น
เกณฑ์การประเมนิ ตามทส่ี ถานศึกษากาหนด
2.2.4 ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่าน
เกณฑ์การประเมินตามท่สี ถานศึกษากาหนด
2.2.5 ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์
การประเมินตามที่สถานศึกษากาหนด

285
2.3 เกณฑก์ ารจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

2.3.1 ผเู้ รียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิม่ เติม ไมน่ ้อยกวา่ 81 หน่วยกิต โดย
เปน็ รายวิชาพนื้ ฐาน 41 หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพ่ิมเติมตามที่สถานศึกษากาหนด

2.3.2 ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดย
เป็นรายวิชาพ้นื ฐาน 44 หน่วยกติ และรายวชิ าเพิม่ เติม ไมน่ อ้ ยวา่ 36 หนว่ ยกิต

2.3.3 ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน
เกณฑ์ การประเมนิ ตามทส่ี ถานศกึ ษากาหนด

2.3.4 ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่าน
เกณฑ์การประเมินตามท่สี ถานศกึ ษากาหนด

2.3.5 ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์
การประเมนิ ตามท่สี ถานศกึ ษากาหนด

สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศกึ ษา
สาหรับผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตาม
อัธยาศัย ให้คณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และผูท้ ่ีเกี่ยวข้อง ดาเนินการวดั และ
ประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา

เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคญั ท่บี ันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ
ท่ีเกี่ยวข้องกบั พัฒนาการของผูเ้ รยี นในดา้ นต่าง ๆ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้

1. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทีก่ ระทรวงศกึ ษาธิการกาหนด
1.1 ระเบยี นแสดงผลการเรียน
เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตามรายวิชา

ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
สถานศึกษา และผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น สถานศึกษาบันทกึ ข้อมลู และออกเอกสารน้ีให้
ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เม่ือผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6)
จบการศึกษาภาคบังคับ(ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3) จบการศึกษาข้ันพื้นฐาน (ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6) หรือ
เมอ่ื ลาออกจากสถานศกึ ษาในทุกกรณี

1.2 ประกาศนียบัตร
เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อรับรองศักด์ิและสิทธ์ิของผู้จบการศึกษา

ท่ีสถานศึกษาให้ไว้แก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้สาเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน

1.3 แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา
เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อและข้อมูลของผู้จบการศึกษา

ระดับประถมศึกษา (ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6) ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ (ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3) และ
ผ้จู บการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน (ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6)

286
2. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่สี ถานศึกษากาหนด

เป็นเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทาข้ึนเพ่ือบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูล
สาคัญ เก่ียวกับผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจาตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา
ระเบยี นสะสม ใบรบั รองผลการเรยี น และ เอกสารอ่ืนๆ ตามวตั ถุประสงค์ของการนาเอกสารไปใช้

การเทียบโอนผลการเรยี น

สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้าย
สถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับ
การศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบ
โอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา
สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว

การเทียบโอนผลการเรียนควรดาเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียน
แรก ท่ีสถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งน้ี ผู้เรียนท่ีได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้อง
ศึกษาต่อเน่ืองในสถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาท่ีรับผู้เรียนจาก
การเทียบโอนควรกาหนดรายวชิ า/จานวนหนว่ ยกติ ท่ีจะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนนิ การได้ ดงั นี้
1. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอ่ืนๆ ท่ีให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถ
ของผ้เู รียน
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทงั้ ภาค
ความรแู้ ละภาคปฏิบตั ิ
3. พิจารณาจากความสามารถและการปฏบิ ตั ใิ นสภาพจริง
การเทียบโอนผลการเรียนใหเ้ ป็นไปตาม ประกาศ หรือแนวปฏิบตั ิของกระทรวงศกึ ษาธิการ

การบริหารจดั การหลกั สูตร

ในระบบการศึกษาทีม่ กี ารกระจายอานาจใหท้ ้องถิ่นและสถานศึกษามบี ทบาทในการพัฒนา
หลักสูตรน้ัน หน่วยงานต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับ
สถานศึกษา มีบทบาทหน้าท่ี และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และ
พัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ือให้การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและ
การจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรียนให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ในระดับชาติ ระดับท้องถ่ิน ได้แก่ สานักงาน
เขตพ้ืนท่ีการศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่นๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการขับเคล่ือนคุณภาพ
การจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเช่ือมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานท่ีกาหนด
ในระดับชาติท่ีสอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพ่ือนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเร็จ โดยมี
ภารกจิ สาคญั คือ กาหนดเปา้ หมายและจุดเน้นการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนในระดับท้องถิน่ โดยพิจารณา
ให้สอดคล้องกับส่ิงท่ีเป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพ

287
การศกึ ษาในระดับท้องถ่ิน รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใชห้ ลักสูตรด้วยการวจิ ยั และพัฒนา การพัฒนา
บุคลากร สนบั สนนุ สง่ เสรมิ ตดิ ตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผู้เรยี น

สถานศึกษามีหน้าท่ีสาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการ
ใช้หลักสูตร การเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนา
หลักสูตร จัดทาระเบียบการวัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้
สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายละเอียดท่ีเขตพื้นที่การศึกษา หรือ
หน่วยงานต้นสังกัดอื่นๆ ในระดับท้องถ่ินได้จัดทาเพมิ่ เติม รวมท้งั สถานศกึ ษาสามารถเพิ่มเติมในส่วน
ท่ีเก่ียวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความต้องการของผู้เรียน โดยทุกภาค
สว่ นเขา้ มามสี ่วนรว่ มในการพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา

บทสรุป

บทนี้ได้กล่าวถึงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งถือว่าเป็น
หลกั สตู รมาตรฐานชาติ ท่ีสถานศึกษา หนว่ ยงาน องค์กรหรือครอบครัวทท่ี าหนา้ ท่ใี นการจดั การศึกษา
ระดับการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ยดึ ถอื เป็นแนวทางในการจัดการศกึ ษาให้แกเ่ ยาวชน เน้ือหาสาระในบทได้
กล่าวถึงความเป็นมาและความจาเป็นในการปรับเปล่ียนหลักสูตร รวมถึงองค์ประกอบสาคัญของ
หลักสูตร อันได้แก่ วิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นเป้าหมายปลายทางในการพัฒนาผู้เรียน โดยมีมาตรฐานการ
เรียนรู้ ตัวช้ีวัดเป็นตัวกากับคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่สาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ภายใต้หลักการการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพ้ืนฐานของ
ความเป็นไทยควบคู่กบั ความเป็นสากล โดยแบ่งการศึกษาเป็น 3 ระดับ คอื ระดับประถมศกึ ษา ระดับ
มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลายจัดให้มีการสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา
ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาษาต่างประเทศและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ท้ังน้ีโรงเรียน
สามารถจัดรายวิชาเพ่ิมเติมหรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้ผู้เรียนตามจุดเน้นและตามบริบทชุมชนและ
โรงเรียน การจัดการเรียนการสอน สื่อและแหล่งเรียนรู้ให้มีความหลากหลายสอดคล้องกับความ
ต้องการของผเู้ รยี น เพือ่ ให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานคุณภาพผเู้ รียนตามเปา้ หมายของหลักสูตร

288

คาถามทบทวน

1. จงอธิบายสาเหตุของการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2551

2. จงเขียนผังกราฟฟิกแสดงองค์ประกอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551

3. จงสรุปลักษณะสาคัญของผู้เรียนตามวิสัยทัศน์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ของหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

4. จงอธิบายแนวคิดของท่านเกี่ยวกับหลักการของหลักสูตร “เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อ
ปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมโี อกาสได้รบั การศึกษาอย่างเสมอภาค และมคี ณุ ภาพ”

5. จงอธิบายจุดเน้นเก่ียวกับโครงสร้างเวลาเรียนของแต่ละระดับการศึกษาของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

6. จงยกตัวอย่างจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในแต่ละระดับตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

7. จงอธิบายและยกตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

8. จงเขียนผังกราฟฟิกวิธีการวัดและประเมินผลการเรียน และเกณฑก์ ารจบตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

9. จงอธิบายแนวคิดการเทยี บโอนผลการเรยี น
10. จงเขียนผังกราฟฟิกแสดงการบริหารจัดการหลักสูตร ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551

289

เอกสารอา้ งองิ

กระทรวงศกึ ษาธิการ (2544). หลกั สูตรการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2544.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
. (2553). หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2550.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด.

สภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ. (2549). แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ
ฉบับท่ี 10. กรงุ เทพมหานคร : สานกั งานคณะกรรมการการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาติ สานักนายกรัฐมนตร.ี

สานกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. (2547). ข้อเสนอยทุ ธศาสตรก์ ารปฏิรปู การศกึ ษา.
กรงุ เทพมหานคร : เซ็นจูรี่.

สานกั นายกรฐั มนตรี, สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ. (2542). พระราชบัญญัติ
การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์องค์การรบั ส่งสินค้าและ
พัสดภุ ณั ฑ์ (ร.ส.พ.).

สานกั ผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล. (2548). การตดิ ตามปัญหาอปุ สรรคการใช้หลักสูตร
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ. 2544. บนั ทึก ท่ี ศธ 0207/ 2692 ลงวันท่ี 19 กันยายน
2548.

สานักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2546ก.). สรุปผลการประชุมวิเคราะหห์ ลกั สูตรการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน. 27-28 ตุลาคม 2546 โรงแรมตรัง กรุงเทพมหานคร.
. (2546 ข.). สรุปความเห็นจากการประชุมเสวนาหลกั สูตรการศึกษาขนั้ พื้นฐาน 5 จุด.
พฤศจิกายน 2546.
. (2548 ก). รายงานการวิจัย การใช้หลักสตู รการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานตามทัศนะ
ของผู้สอน. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์องค์การรบั ส่งสนิ ค้าและพสั ดภุ ณั ฑ์ (ร.ส.พ.).
. (2548 ข.). รายงานการวิจัยโครงการวิจยั เชงิ ทดลอง กระบวนการสรา้ งหลกั สตู ร
สถานศึกษาแบบอิงมาตรฐาน. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์องค์การรับสง่ สนิ คา้ และพัสดุ
ภัณฑ์ (ร.ส.พ.).

สวุ มิ ล ว่องวาณิช และ นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2547). การประเมินผลการปฎิรปู การเรยี นรู้
ตามพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 พหกุ รณศี ึกษา. เอกสาร
การประชุมทางวชิ าการการวิจัยเก่ยี วกับการปฏริ ปู การเรยี นรู้ โดยสานักงานเลขาธกิ าร
สภาการศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ วันท่ี 19-20 กรกฎาคม 2547.

Kittisunthorn, C., (2003). Standards-based curriculum: The first experience of Thai
teachers. Doctoral Dissertation, Jamia Islamia University, Delhi, India.

Nutravong, R., (2002). School-based curriculum decision-making: A study of the
Thailand reform experiment. Doctoral Dissertation, Indiana University,
Bloomington. U.S.A.

290

แผนบรหิ ารการสอนประจาบทที่ 10
การพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา

วัตถปุ ระสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หลงั ศกึ ษาบทเรยี นน้แี ล้ว นกั ศกึ ษาควรมคี วามสามารถ ดังนี้
1. อธิบายความหมาย ความสาคญั องค์ประกอบของหลกั สตู รสถานศกึ ษาได้
2. อธิบายการบริหารและขนั้ ตอนการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาได้
3. วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน

พทุ ธศักราช 2551 กับหลกั สูตรสถานศกึ ษาได้
4. อธบิ ายวิธกี ารเขียนองคป์ ระกอบทส่ี าคัญของหลักสูตรสถานศึกษาได้
5. วิเคราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั และเขยี นคาอธบิ ายรายวชิ าได้
6. อธิบายแนวคิดการออกแบบกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นได้
7 อธบิ ายแนวคิดการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียนได้
8. เขยี นแผนภมู ิสรุปข้ันตอนการทาหลกั สตู รสถานศกึ ษาตามแนวคิดของตนเองได้
9. วางแผนและออกแบบหลกั สตู รสถานศึกษาตามบรบิ ทและสภาพท่ีชมุ ชนต้องการได้
10. ตรวจสอบพจิ ารณาองคป์ ระกอบหลกั สตู รสถานศึกษาทจ่ี ดั ทาได้
11. ทางานร่วมกบั ผู้อนื่ ไดแ้ ละมีความรับผิดชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

เน้อื หา

ความหมายของหลกั สูตรสถานศึกษา
ความสาคัญของหลักสูตรสถานศึกษา
การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา
การบริหารจดั การหลักสูตรสถานศกึ ษา
แนวการจัดทาหลักสตู รสถานศึกษา ตามแนวทางหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพน้ื ฐานพุทธศักราช 2551

กระบวนการจัดทาหลกั สตู รสถานศึกษา
องคป์ ระกอบสาคัญของหลกั สตู รสถานศึกษา
การกาหนดส่วนนา
การกาหนดโครงสรา้ งเวลาเรยี นของหลักสูตรสถานศกึ ษา
การจัดทาคาอธิบายรายวชิ า
การจดั กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
การจดั ทาเกณฑก์ ารจบหลกั สตู ร
การตรวจสอบคณุ ภาพหลกั สตู รสถานศึกษา

292

วธิ กี ารสอน

1. วธิ สี อน
1.1 วธิ สี อนแบบอภิปราย
1.2 วธิ ีสอนแบบบรรยาย
1.3 วิธีสอนแบบกล่มุ เรยี นรู้
1.4 วธิ ีสอนแบบปฏบิ ัตจิ ริง

2. เทคนิคการสอน
2.1 การใชค้ าถาม
2.2 กระบวนการกล่มุ
2.3 การเรยี นรผู้ ่านของจริง/ตัวอยา่ ง

3. กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขั้นนา
3.1 ผู้สอนทบทวนเกี่ยวกับแนวคิด แนวปฏิบัติของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น

พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดยการซกั ถาม
3.2 ผู้สอนเช่ือมโยงเน้ือหากับบทเรียน พร้อมแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อสาร

กิจกรรมการเรียนรแู้ ละช้ินงานทจ่ี ะเกดิ ขึ้นในการเรยี นร้คู รง้ั นด้ี ว้ ย Microsoft Power Point
ข้ันสอน
3.3 นักศึกษาอ่าน นิทาน “หลักสูตรเถื่อน” พร้อมตอบถามเก่ียวกับเรื่องทีอ่านได้

แงค่ ิดอะไร ผู้สอนถามโยงไปสคู่ วามจาเปน็ และความสาคญั ของการจดั ทาหลักสตู รสถานศึกษา
3.4 ผู้สอนบรรยายเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้วย Microsoft

Power Point พร้อมซักถาม
3.5 นักศึกษาและผู้สอนร่วมกันสรุปเขียนแผนภูมิข้ันตอนการจัดทาหลักสูตร

สถานศกึ ษา สาหรบั เป็นตัวตรวจสอบในการปฏบิ ัติการสร้างหลกั สูตร
3.6 ผู้สอนบรรยายการเกี่ยวกับองค์ประกอบหลักสูตรสถานศึกษาพร้อมกับยกตัวอย่าง

ประกอบทุกองคป์ ระกอบ
3.7 นักศึกษาเข้ากลุ่มตามความสนใจ กลุ่มละ 3 คน ลงมือปฏิบัติจัดทาหลักสูตร

สถานศกึ ษาแตล่ ะองคป์ ระกอบไปพร้อมๆกบั การฟังคาอธิบายของผู้สอนตามลาดบั ใบงานดง้ น้ี
ใบงานที่ 1 กระบวนการจัดทาหลักสตู รสถานศึกษา
ใบงานที่ 2 การกาหนดส่วนนาของหลักสตู รสถานศกึ ษา
ใบงานที่ 3 การกาหนดโครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา
ใบงานที่ 4 การจัดทาคาอธบิ ายรายวชิ า
ใบงานที่ 5 แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
ใบงานท่ี 6 การกาหนดเกณฑก์ ารจบการศึกษา
ใบงานท่ี 7 แนวทางการตรวจสอบหลักสตู รสถานศกึ ษา

3.8 กล่มุ นาเสนองาน สมาชกิ ในห้องรว่ มกนั อภิปรายซักถามผสู้ อนเติมเตม็ ความรู้

293

3.9 กลุ่มตรวจสอบพิจารณาองค์ประกอบหลักสูตรสถานศึกษาท่ีจัดทาข้ึนตามแบบ
ประเมนิ หลักสูตรสถานศกึ ษาดว้ ยตนเอง พรอ้ มปรับปรุงให้สมบูรณ์

3.10 กลมุ่ สลับกนั ประเมนิ หลกั สูตรสถานศึกษาทจ่ี ัดทาขึ้น
ขั้นสรปุ
3.11 ผู้สอนสรุปประเด็นสาคัญและขอ้ พึงระวงั ในการจัดทาหลักสตู รสถานศึกษา ด้วย
Microsoft Power Point พรอ้ มซักถาม
3.12 นักศกึ ษาสรปุ องค์ความรู้หรือประสบการณ์ท่ีได้จากการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา
3.13 นกั ศึกษาตอบคาถามทา้ ยบท และบนั ทึกการเรยี นรู้ (Learning Log)

ส่อื การเรยี นการสอน

1. Microsoft Power Point การจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวทางหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551

2. นิทาน “หลักสตู รเถอ่ื น”
3. เอกสารประกอบการสอนการพัฒนาหลักสูตร
4. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
5. ตัวอย่างหลักสูตรสถานศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และ
มัธยมศึกษาตอนปลาย
6. Internet และ Website ทางการศกึ ษา

การวัดและประเมนิ ผล

หลังศึกษาบทเรียนนี้แลว้ นกั ศกึ ษาควรมคี วามสามารถ ดังน้ี

พฤติกรรม วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารผ่าน
1. อธบิ ายความหมาย ความสาคัญ สังเกต แบบสงั เกต พฤติกรรมการ
องคป์ ระกอบของหลักสตู รสถานศึกษา การตอบ พฤติกรรม/ แสดงออกทั้งการ
ได้ คาถาม แบบประเมนิ ตอบคาถาม /การ
2. อธิบายการบริหารและข้ันตอนการ และอภปิ ราย/ ช้นิ งาน รว่ มอภปิ ราย/
พัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษาได้ ตรวจช้ินงาน/ (แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
3. วิเคราะห์และอธิบายความสัมพนั ธ์ บันทึก หลักสตู ร ผ่านเกณฑร์ ้อยละ
ของหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน การเรยี นรู้ สถานศกึ ษา) 80
พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 กับหลกั สตู ร (Learning Log) ชิน้ งานท่ที า
สถานศกึ ษาได้ สอดคลอ้ งกบั
4. อธิบายวธิ กี ารเขียนองคป์ ระกอบท่ี วตั ถุประสงค์
สาคญั ของหลกั สูตรสถานศกึ ษาได้ ครอบคลุมเนอ้ื หา
5. วเิ คราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู้
ตวั ชวี้ ัดและเขียนคาอธิบายรายวชิ าได้

294

พฤติกรรม วิธีการ เครื่องมือ เกณฑก์ ารผา่ น
6. อธบิ ายแนวคิดการออกแบบกิจกรรม เสนอความ
พัฒนาผู้เรยี นได้ สังเกต คดิ เหน็
7. อธิบายแนวคดิ การกาหนดเกณฑ์การ การตอบ ชดั เจน
วดั และประเมนิ ผลการเรียนได้ คาถาม สง่ งานตรงเวลา
8. เขียนแผนภมู ิสรุปขน้ั ตอนการทา และอภปิ ราย/ ผา่ นร้อยละ 80
หลกั สตู รสถานศึกษาตามแนวคดิ ของ ตรวจชน้ิ งาน/
ตนเองได้ บันทกึ
9. วางแผนและออกแบบหลกั สูตร การเรียนรู้
สถานศกึ ษาตามบริบทและสภาพท่ี (Learning
ชุมชนตอ้ งการได้ Log)
10.ตรวจสอบพิจารณาองค์ประกอบ
หลักสูตรสถานศกึ ษาที่จดั ทาได้

11. ทางานร่วมกบั ผู้อื่นได้และมีความ ตรวจชิ้นงาน/
รับผิดชอบต่องานท่ีไดร้ บั มอบหมาย บนั ทึก
การเรยี นรู้
(Learning
Log)

บทท่ี 10
การพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา

สถานศึกษาจาเป็นต้องจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา ตามกรอบของหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาของชาติ ที่กระทรวงศึกษาธิการกาหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ซ่ึงเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาในการนาหลักสูตรแกนกลางของชาติไปจัด ทาหลักสูตรสถานศึกษาให้
สอดคล้องกับบริบทของท้องถ่ินและสภาพปัญหา ความต้องการของสังคมท่ีใช้หลักสูตรน้ัน โรงเรียน
จึงต้องจัดทาหลักสูตรด้วยตนเอง โดยต้องอาศัยบุคคลและผู้เก่ียวข้องท้ังภายในและภายนอก
สถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรรวมถึงการจัดกิจกรรม ประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน
ท้ังน้ีเพื่อใหไ้ ดค้ ุณภาพมาตรฐานผู้เรียนตามหลกั สูตรแกนกลางของชาติ ในบทนี้ได้นาเสนอกระบวนการจัด
หลักสูตรสถานศึกษาไว้ ดังน้ี

ความหมายของหลักสูตรสถานศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษา (School- Based Curriculum) คือ หลักสูตรท่ีสถานศึกษา
พัฒนาขึ้น ศัพท์ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า School- Based Curriculum Development (SBCD)
บางครั้งเรียน Site–Based Management (SBM) หรือ Collaborative Curriculum Development
(อัญชลี สารรัตนะ, 2547 :91) เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในความหมาย “หลักสูตรสถานศึกษา”
นกั การศกึ ษาไดใ้ หค้ วามหมายของหลักสูตรสถานศึกษาไว้ ดังนี้

ถวัลย์ มาศจรัส (2545 : 22) กล่าวว่า สถานศึกษาต้องมีหลักสูตรเป็นของตนเอง
ซ่ึงหลักสูตรสถานศึกษา หมายถึง มวลประสบการณ์ที่สถานศึกษาจัดให้แก่ผู้เรียนตามสภาพและ
ความต้องการของท้องถิ่นน้ันๆ และหลักสูตรเป็นแผนและแนวทางหรือข้อกาหนดให้ผู้เรียนมีความรู้
ความสามารถโดยสง่ เสรมิ ใหแ้ ตล่ ะบุคคลพฒั นาไปสศู่ ักยภาพของตน

สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (2553 : 1 ) หลักสูตร
สถานศึกษา (School – Based Curriculum) หมายถึง แผนหรือแนวทางหรือข้อกาหนดของ
การจัดการการศึกษาที่จะพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถซ่ึงจัดทาโดยคณะบุคคลของ
สถานศึกษาและผทู้ ่ีเกย่ี วขอ้ งเพ่ือพัฒนาผเู้ รียนและชมุ ชน สังคม ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
และส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักตนเองมีชีวิตอยู่ในชุมชน สังคมอย่างมีความสุขซ่ึงต้องไม่ขัดต่อความม่ันคง
ของชาติและสทิ ธิมนษุ ยชน

ปาริชาติ ประเสริฐสังข์ (2556 : 90) กล่าวถึง ความหมายของหลักสูตรสถานศึกษาว่า
เป็นแผนหรือแนวทางหรือข้อกาหนดของการจัดการ ที่จะพัฒนาให้ผู้เรียนท่ีมีความรู้ ความสามารถ
โดยส่งเสริมให้แต่ละบุคคลพัฒนาไปสู่ศักยภาพสูงสุดของตน รวมถึงระดับข้ันของมวลประสบการณ์
ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้สะสมซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนนาความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้ประสบการณ์สาเร็จใน
การเรียนรู้ด้วยตนเอง ร้จู กั ตนเอง มชี วี ิตอยูใ่ นโรงเรยี น ชุมชน สังคมและโลกอยา่ งมีความสุข

296
สกิลเบ็ก (Skilbeck, 1984 : 2) ให้ความหมายของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
หมายถึง การวางแผน การออกแบบ การนาไปใช้และการประเมินผล การกาหนดการเรียนรู้ของ
นกั เรียนดาเนินการโดยสถานศึกษา เน้นการตัดสินใจรว่ มกันระหว่างบุคลากรภายในสถานศกึ ษา ไม่ใช่
กาหนดจากบคุ คลภายนอก
จากความหมายของหลักสูตรสถานศึกษาที่กล่าวมาท้ังหมดสรุปได้ว่าหลักสูตรสถานศึกษา
คือ แผนหรือแนวทางหรอื ข้อกาหนดของการจดั การศึกษาของแตล่ ะสถานศกึ ษาท่มี ุ่งพัฒนาใหผ้ ู้เรียนมี
ความรู้ความสามารถให้ แต่ละบุคคลพัฒ นาไปสู่ศักยภ าพสูงสุดของตนรวมถึงลาดับขั้ นของมวล
ประสบการณ์ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้สะสม ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนนาความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้ ประสบ
ความสาเร็จในการเรียนรู้ด้วยตนเอง รู้จักตนเอง มีชีวิตอยู่ในโรงเรียนชุมชน สังคม และโลกอย่างมี
ความสุข ดังน้ัน หลักสูตรสถานศกึ ษาจึงประกอบด้วยการเรยี นรูแ้ ละประสบการณ์อื่นๆ ท่ีสถานศึกษา
แต่ละแห่งวางแผนเพื่อพฒั นาผูเ้ รียนตามวสิ ยั ทัศนแ์ ละความต้องการของบคุ คลต่างๆ ทีม่ ีสว่ นเกีย่ วขอ้ ง

ความสาคญั ของหลักสูตรสถานศึกษา

สถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกับ ชุมชน ท้องถ่ินถ่ายทอดเจตนารมณ์ของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ลงส่หู ลกั สตู รสถานศกึ ษาเพื่อพัฒนาผู้เรยี นให้บรรลุ
จดุ มุง่ หมายของหลักสูตร นกั การศกึ ษาได้กลา่ วถึงความสาคัญของหลักสตู รสถานศึกษา ดงั น้ี

สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2553 : 13) กล่าวว่าหลักสูตรสถานศึกษา
มีความสาคัญต่อการช่วยพัฒนาผู้เรียนในทุกๆ ด้านสามารถช้ีแนะให้ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ครูอาจารย์
ตลอดจนผเู้ ก่ียวข้องกบั การจัดการศึกษาได้พยายามจัดมวลประสบการณ์ให้แก่ผูเ้ รียนได้พัฒนาตนเอง
ในด้านความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์บรรลุตามจุดหมายของการจัด
การศึกษา สถานศึกษาจะต้องทางานร่วมกับครอบครัวและชุมชน ท้องถ่ิน วัด หน่วยงาน และ
สถานศึกษาท้ังภาครัฐและเอกชนในท้องถ่ินเพ่ือให้เกิดผลตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรซึ่งสถานศึกษา
ตอ้ งพัฒนาหลักสูตร ภายในบรบิ ทและแนวทางนนั้ ๆ ดงั นี้

1. หลักสูตรสถานศึกษาควรพัฒนาให้เด็กเกิดความสนุกและเพลิดเพลินในการเรียนรู้
เปรียบเสมอื นเป็นวธิ สี ร้างกาลงั ใจ และเร้าใจให้เกดิ ความกา้ วหนา้ แก่ผู้เรยี นให้มากทีส่ ุด มคี วามรสู้ ูงสุด
สาหรับผู้เรียนทุกคนควรสร้างความเข้มแข็ง ความสนใจและประสบการณ์ให้ผู้เรียนและพัฒนาความ
ม่ันใจให้ผู้เรียนและการทางานอย่างเป็นอิสระและร่วมใจกัน ควรให้ผู้เรยี นมีทักษะการเรียนรู้สาคัญๆ
ในการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเปน็ ได้ข้อมลู สารสนเทศ และเทคโนโลยสี ่ือสารสง่ เสรมิ จิตใจที่อยากรู้
อยากเหน็ และมกี ระบวนการคดิ อย่างมเี หตผุ ล

2. หลักสูตรสถานศึกษาควรส่งเสริมการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ จริยธรรม สังคมและ
วัฒนธรรม โดยเฉพาะพัฒนาหลักการในการจาแนกระหว่างถกู และผิด เข้าใจ และ ศรัทธาในความเช่ือ
ของตน ความเชื่อและวัฒนธรรมท่ีแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อตัวบุคคล และสังคมหลักสูตรสถานศึกษา
ต้องพัฒนาหลักคุณธรรมและความอิสระของผู้เรียน และช่วยให้เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ
สามารถช่วยพัฒนาสังคมให้เป็นธรรมข้ึน มีความเสมอภาค ควรพัฒนาความตระหนัก เข้าใจ และ
ยอมรับสภาพแวดล้อมท่ีตนดารงชีวิตอยู่ ยึดม่ันในข้อตกลงร่วมกันต่อการพัฒนาที่ย่ังยืนทั้งในระดับ

297
ส่วนตน ระดับท้องถน่ิ ระดับชาติและระดับโลก หลักสูตรสถานศึกษาควรสรา้ งให้ผเู้ รยี นมีความพร้อม
ในการเปน็ ผ้บู ริโภคท่ตี ดั สนิ ใจแบบมขี อ้ มลู และเป็นอิสระ และเข้าใจในความรบั ผิดชอบ

ธวัชชัย ชัยจิรฉายากุล ปราณี สังขะตะวรรธน์ และประภาพรรณ เอี่ยมสุภาษิต (2545 :
6-7) กล่าวถึงความสาคัญของหลักสูตรสถานศึกษาว่า สถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจะต้อง
จัดทาสาระในรายละเอียดตามกรอบของหลักสูตรแกนกลางและจัดทาหลักสูตรอื่นบางส่วนหรือ
เพิ่มเติม เพื่อสนองความต้องการของผู้เรียนและความต้องการของท้องถ่ินน้ัน ดังนั้นบทบาทของ
สถานศึกษาโดยเฉพาะผู้บริหารและคณะครูจะต้องรับผิดชอบงานทางด้านการจัดทารายละเอียดของ
หลักสูตรในทุกเน้ือหาสาระเพ่มิ เตมิ การทีส่ ถานศึกษาจัดทาหลักสตู รเอง สามารถสนองความต้องการ
ความถนดั และความสามารถของผ้เู รยี นไดอ้ ยา่ งแท้จรงิ

จากความสาคัญของหลักสูตรสถานศึกษาที่กล่าวมาท้ังหมดสรุปได้ว่าหลักสูตรสถานศึกษา
มีความสาคัญต่อการพัฒนาผู้เรียนตามบริบทและความต้องการของผู้เรียนและท้องถ่ินทาให้เกิด
คุณภาพตามมาตรฐานที่สถานศึกษากาหนด ลักษณะของหลักสูตรสถานศึกษาจึงมีลักษณะที่มีเนื้อหา
วิธีการเรียนการสอน และวิธีประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับนักเรียนและท้องถ่ิน
ขณะเดียวกันคุณภาพของนักเรียนท่จี บหลักสูตรจะตอ้ งไดม้ าตรฐานการศึกษา

การพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา

สถานศึกษาสามารถจัดสร้างหลักสูตรได้เองโดยความร่วมมือจากบุคคลหลายฝ่ายได้แก่
ผู้บริหาร หัวหน้าหมวดวชิ า ครผู ู้สอน ผปู้ กครอง ประชาชนในท้องถิ่น และนักวิชาการซึ่งผู้ที่ทาหน้าท่ี
ร่วมกันจัดทาหลักสูตรจะต้องมีความรู้หรือศึกษาเร่ืองการจัดทาหลักสูตร ปรัชญาและธรรมชาติของ
สาระวิชา การจัดการเรียนรู้ตามธรรมชาติของวิชาต่างๆ มาตรฐานการศึกษาที่กาหนดไว้และข้อมูล
ท้องถ่ินอื่นๆ ข้ันตอนการดาเนินการมีดังน้ี ( อัญชลี สารรัตนะ, 2547 ; สานักวิชาการและมาตรฐาน
การศกึ ษา, 2553 ; ปรชิ าติ ประเสรฐิ สังข์, 2556)

1. จัดต้ังคณะทางานเพื่อพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาท่ีมีความต้ังใจจริงมีประสบการณ์
มีความรับผิดชอบโดยคัดเลือกบุคคลท่ีมีความร้คู วามสามารถด้านเนื้อหาวิชาด้านการสอน ด้านบริบท
ของทอ้ งถ่ินและด้านการพฒั นาหลกั สูตรประกอบดว้ ย

1.1 ครูท่เี ปน็ ผูเ้ ชย่ี วชาญในการสอน มปี ระสบการณ์ในการจัดการศกึ ษาของโรงเรยี น
เป็นอยา่ งดีไดแ้ ก่ครูวชิ าการในโรงเรียน เป็นตน้

1.2 ผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้ที่สามารถให้คาแนะนาและให้ความรู้ด้านหลักสูตรและ
การสอน

1.3 ศึกษานเิ ทศก์ เป็นผใู้ หค้ าแนะนาและสนับสนุนการจดั ทาหลักสูตรของโรงเรียน
1.4 วิทยากรท้องถ่ิน ได้แก่ประชาชนในท้องถ่ินที่มีความรู้ในบริบทของท้องถิ่นหรือ
ภูมิปญั ญาท้องถิน่
1.5 นักวิชาการหรอื นักพฒั นาหลักสูตรจากสถาบนั การศึกษาในท้องถน่ิ เชน่ สถาบัน
ราชภฏั หรอื มหาวิทยาลยั
2. ศกึ ษาและวิเคราะหข์ ้อมลู พืน้ ฐาน มีการดาเนินการดงั น้ี

298
2.1 ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่นด้านสังคมวัฒนธรรม
วิถีชีวิต เศรษฐกิจและการศึกษาท้ังในอดีต ปัจจุบัน และมองไปในอนาคตซึ่งควรจะศึกษาข้อมูล
จากแหลง่ ตา่ งๆ ในทอ้ งถน่ิ เชน่ จากผู้ปกครอง องค์กรตา่ งๆ และประชาชนหลากหลายอาชีพ
2.2 วิเคราะห์ศักยภาพของโรงเรียน ได้แก่การศึกษาศักยภาพด้านต่างๆ ของโรงเรียน
เช่น ด้านบุคลากร ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านการบริหาร ด้านงบประมาณ และศึกษาเป้าหมายปรัชญา
ธรรมนญู และวสิ ัยทศั นข์ องโรงเรยี น
3. สร้างหลักสูตรใหม่ของโรงเรียนจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 ด้วยการวางกรอบโครงร่างของหลักสูตรโดยคณะทางานเพ่ือพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเป็น
ผ้ดู าเนนิ การดงั ต่อไปนี้
3.1 ศึกษาทาความเข้าใจหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานเพ่ือให้เข้าใจ
หลักการ จุดหมาย มาตรฐานการศึกษา กลุ่มสาระวิชา การจัดเวลาเรียน ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
การวดั และประเมินผลหลกั สตู ร
3.2 ศึกษาเป้าหมายการจดั การเรียนการสอนของแต่ละกล่มุ สาระ
3.3 จัดทากรอบโครงร่างหลักสูตรโรงเรียน กรอบโครงร่างหลักสูตรจะแสดงส่ิงที่จะต้อง
จัดให้กับนักเรียนท้ังหมดตลอด 6 ปี หรือ 9 ปีหรือ 12 ปี แล้วแต่จานวนชั้นเรียนที่มีของโรงเรียน
กรอบโครงร่างหลักสูตรจะประกอบด้วยเป้าหมาย วิสัยทัศน์ของโรงเรียน และระบุรายวิชาหรือหน่วย
เรียนต่างๆ ที่จัดให้ในแต่ละช้ันปี ตลอดจนโครงงานกิจกรรมนอกเวลาเรียน การจัดเวลา การวัดและ
ประเมนิ ผล
สานกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2553) ไดเ้ สนอกระบวนการพฒั นาหลักสูตร
สถานศึกษา ดังภาพที่ 23 (สานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา , 2553 : 53)

299

ศึกษาขอ้ มูลทีเ่ กีย่ วขอ้ ง หลกั สูตรแกนกลาง
กรอบหลกั สูตรระดับท้องถน่ิ

บรบิ ท ความต้องการของ
สถานศึกษา

หลักสตู รสถานศึกษา
กาหนดวิสยั ทัศน/์ สมรรถนะสาคญั /คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

กาหนดโครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษา เวลาเรียน
รายวิชาพน้ื ฐาน/เพม่ิ เติม กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น

คาอธบิ ายรายวิชา เกณฑก์ ารวดั ประเมนิ ผลและจบหลกั สูตร

ตรวจพจิ ารณาคุณภาพหลกั สูตร ป ัรบป ุรง ัพฒนา

นาเสนอคณะกรรมการสถานศกึ ษา

ใชห้ ลักสูตรสถานศึกษา (ระดับช้ันเรียน)

จัดทาโครงสรา้ งรายวชิ า
ออกแบบหน่วยการเรยี นรู้/จดั การเรยี นการสอน

วจิ ัย ตดิ ตามประเมินผลการใช้หลักสูตร
ภาพท่ี 23 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา

300
สถานศกึ ษาควรดาเนินการในการจัดสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา ดังนี้
การจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาก่อนลงมือจัดทาส่ิงที่ผู้จัดทาหลักสูตรจะต้องดาเนินการคือ
การศึกษาบริบท ความต้องการของสถานศึกษาเพื่อนามาวิเคราะห์ร่วมกับกรอบและทิศทางการจัด
การศึกษาสาหรับคนในชาติ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาชาติและความต้องการตามกรอบ
หลักสูตรท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจ ความต้องการสังคมและชุมชนท่ีโรงเรียนให้บริการ
เพ่อื ใหไ้ ด้ขอ้ มูลพนื้ ฐานจาเปน็ ในการจัดทาหลกั สูตร 5 ขน้ั ตอน ดงั น้ี
ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เป็นกระบวนการที่คณะกรรมการจัดทาหลักสูตร
สถานศึกษา ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลบริบทสถานศึกษา ชุมชน สังคม หลักสูตรแกนกลางของชาติ
กรอบสาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ รวมถึงการศกึ ษาผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่ผ่านมา สาหรับเป็น
ขอ้ มูลในการกาหนดกรอบและทศิ ทางการพัฒนาผูเ้ รยี น และการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น
ข้ันตอนที่ 2 การจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา เป็นกระบวนการท่ีคณะกรรมการจัดทา
หลักสตู รสถานศึกษาลงมือวางแผนและจัดทาหลักสตู ร
1. กาหนดวิสัยทัศน์ สถานศึกษาจาเป็นต้องกาหนดวิสัยทัศน์เพื่อมองอนาคตว่าโลกและ
สงั คมจะเปลย่ี นแปลงไปอย่างไรสถานศึกษาจะต้องปรับตัวปรับหลักสูตรอย่างไรจึงจะพัฒนาผู้เรียนให้
เหมาะสมกับยุคสมัยซึ่งทาได้โดยอาศัยความร่วมมือของชุมชน ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ผู้เรียน
ภาคธุรกจิ ภาครฐั ในชมุ ชน ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาในการแสดงความประสงค์หรือวิสัยทศั น์
ท่ีปรารถนาให้สถานศึกษาเป็นสถาบันพัฒนาผู้เรียนให้ได้มาตรฐาน สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน/
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ท่สี อดคล้องกบั หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาชาติ
2. การกาหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เป็นการพิจารณาจากวิสัยทัศน์ สมรรถนะ
สาคัญของผู้เรียน/คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซึ่งเป้าหมายที่สถานศึกษากาหนดไว้ โดยสถานศึกษา
จะตอ้ งกาหนดเวลาเรยี น ใน 3 ส่วนคอื รายวิชาพื้นฐาน รายวชิ าเพิ่มเตมิ และกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น

2.1 รายวิชาพื้นฐาน เป็นวิชาบังคับตามหลักสูตรแกนกลางของชาติ พิจารณาตาม
มาตรฐานการเรยี นรู้ 8 กล่มุ สาระการเรียนรู้ทผ่ี ู้เรยี นทุกคนตอ้ งเรียนรู้

2.2 รายวิชาเพ่ิมเติม เป็นรายวิชาท่ีจัดให้ผู้เรียนได้เรียนตามจุดเน้นและความ
ต้องการของสถานศกึ ษา โดยสถานศกึ ษาจะตอ้ งกาหนดผลการเรยี นรซู้ ึ่งเปน็ เป้าหมายในการเรียน

2.3 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมหรือสนับสนุนในการพัฒนา
ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ การนาความรู้ในห้องเรียนสู่การปฏิบัติ ซ่ึงการกาหนดเวลาเรียน
ของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาพิจารณาในกรอบที่หลักสูตรแกนกลางชาติกาหนดให้โดย
ยดื หย่นุ ตามบรบิ ท

3. การจัดทาคาอธิบายรายวิชา โรงเรียนกาหนดรูปแบบของการเขียนคาอธิบายรายวิชา
พร้อมกาหนดรหัสวิชาชัดเจน จานวนชั่วโมง หนว่ ยกิตการเรียนโดยพจิ ารณาจากโครงสรา้ งเวลาเรยี น
แต่ละช้ันปี จึงลงมือเขียนเน้ือหาของคาอธิบายรายวิชาโดยการวิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรู้
ตัวชว้ี ดั รายปหี รอื รายภาค สาระการเรยี นรู้รายปี หรือรายภาค มาเขียนเปน็ คาอธบิ ายรายวิชา

4. กาหนดเกณฑ์การวัดและประเมินผลการจบการศึกษา โดยพิจารณาจากเง่ือนไขและ
ระเบียบการปฏิบัติว่าด้วยการวัดและการประเมินผลการจบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
คณะกรรมการจัดทาหลักสูตรให้ครบทุกองค์ประกอบตามรูปแบบท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาหนด

301
ตรวจสอบความถูกต้องตามหลักวิชาและตามแบบประเมินหลักสูตรด้วยคณะกรรมการประเมิน
หลักสตู รทโี่ รงเรยี นแตง่ ต้งั

ข้นั ตอนที่ 3 ขออนมุ ัติการใช้หลักสูตร เป็นกระบวนการนาหลักสูตรสถานศกึ ษาท่ีจัดทาขึ้น
เสนอตอ่ คณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อของอนุมตั ปิ ระกาศใช้

ขน้ั ตอนท่ี 4 การใช้หลกั สตู รสถานศกึ ษา เป็นกระบวนการนาหลักสตู รไปใช้จรงิ ในหอ้ งเรียน
โดยครูผสู้ อน ดาเนินการจดั การเรียนการสอน

1. จดั ทาโครงสร้างรายวิชา โดยครูผูส้ อนหรอื คณะกรรมการ
1.1 การจัดทาหน่วยการเรียนรู้ โดยนาสาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาคที่กาหนด

ไว้บูรณาการจัดทาเป็นหน่วยการเรียนรู้ย่อยๆ เพ่ือสะดวกในการจัดการเรียนรู้และผู้เรียนได้เรียนรู้ใน
ลกั ษณะองค์รวม หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยประกอบด้วยมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรแู้ ละ
จานวนเวลาสาหรับการจัดการเรียนรู้ เม่ือเรียนครบทุกหน่วยย่อยแล้ว ผู้เรียนสามารถบรรลุตามผล
การเรียนร้ทู ค่ี าดหวงั รายปหี รือรายภาคของทกุ รายวิชา

1.2 การจัดทาแผนการเรียนรู้ โดยวิเคราะห์จากคาอธิบายรายวิชา รายปีหรือรายภาค
และหน่วยการเรยี นรทู้ จี่ ัดทา กาหนดเป็นแผนการจดั การเรียนรู้ของผ้เู รียนและผู้สอน

2 จัดการเรยี นการสอนผูเ้ รยี น ตามแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ีองิ หลักสตู ร
3. จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อเก้ือกูลส่งเสริมการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ เช่น
1) จัดกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดตามธรรมชาติและความสามารถความต้องการของผู้เรียน
และชุมชน 2) จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังและสร้างจิตสานึกในการทาประโยชน์ต่อสังคม 3) จัดกิจกรรม
ประเภทบรกิ ารด้านตา่ งๆ ฝึกการทางานท่เี ป็นประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม
4. ดาเนนิ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี น การปฏบิ ตั ิกิจกรรมอย่างเป็นระบบโดยให้ถือว่า
เป็นเกณฑ์การประเมินผลของโรงเรยี น
ข้ันตอนที่ 5 การวิจัย ติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตร เป็นกระบวนการติดตาม
ประเมินผลการใช้หลักสูตร เพื่อทราบข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงการใช้หลักสูตรต่อไปโดยใช้
กระบวนการวจิ ัย

การบริหารจัดการหลักสตู รสถานศึกษา

หลักสูตรต้องตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ และเปลี่ยนไปตาม
ธรรมชาติของการศึกษา ผู้สอนต้องปรับปรุงกระบวนการสอนและประเมินการสอนของตนเพ่ือ
ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนที่เปล่ียนแปลง และผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงทาง
เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม การศึกษาจะเจริญกา้ วหน้ายิ่งข้ึน ถ้าหลักสูตรมีการปรบั ปรุงให้เป็นไป
ตามความต้องการและจาเป็นตลอดเวลา การบริหารจดั การหลักสูตรให้ได้ผลดีบรรลุวัตถุประสงค์ของ
หลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องมีวิธีการบริหารหลักสูตรที่ชัดเจนดังนักวิชาการได้เสนอไว้
ดังต่อไปนี้

302
สงดั อุทรานนั ท์ (2532 : 32) กลา่ ววา่ งานบรหิ ารและบรกิ ารหลกั สตู รประกอบด้วย
1. งานเตรียมบุคลากร เป็นเรื่องที่สาคัญมากเพ่ือให้ครูและบุคลากรมีความรู้ความเข้าใจ
ในแนวคิด หลักการและจุดประสงค์ ตลอดจนแนวทาง การจัดการเรียนการสอนโดยสามารถเตรียม
ด้วยการประชุม อบรม สัมมนา ฯลฯ
2. การจัดครูเข้าสอน ท่ีต้องคานึงถึงความรู้ความสามารถและบุคลิกภาพของครูแต่ละคน
วา่ สอดคล้องกับวิชาท่ีสอนและระดับชน้ั หรืออายนุ ักเรยี นหรือไม่
3. การบริหารและบริการวัสดุหลักสูตร คือการจัดทาเอกสารหลักสูตร สื่อการสอนต่างๆ
เพ่อื อานวยความสะดวกใหแ้ กค่ รผู ู้สอน
4. การบริหารหลักสูตรในโรงเรียน คือการจัดสิ่งอานวยความสะดวกในโรงเรียนเช่น
ห้องสมุด ห้องสื่อการสอน และเครือ่ งมือวัดและประเมินผล เป็นตน้
วิชัย วงษ์ใหญ่ (2554 : 74-77) กล่าวว่าการบริหารหลักสูตรผู้บริหารต้องวางแผนเตรียมการ
ดงั น้ี
1. การเตรียมวางแผนเพ่ือใช้หลักสูตรใหม่คือ การวิเคราะห์สภาพต่างๆ ของโรงเรียนทั้งด้าน
ทรัพยากร สภาพแวดล้อมและชุมชน ว่ามีความพร้อมที่จะใช้หลักสูตรใหม่เพียงใดและวางแผนแก้ไข
จัดการไว้ลว่ งหนา้
2. การจัดเตรียมการอบรมครูเพ่ือใช้หลักสูตรใหม่ เพ่ือให้ครูเข้าใจในจุดหมายหลักการ
ของหลักสูตรและเตรียมจัดทาโครงการสอน แผนการสอน โดยผู้บริหารจะต้องนิเทศติดตามอย่าง
สม่าเสมอ
3. การจัดครูเข้าสอน ผู้บริหารจะต้องพิจารณาจัดเตรียมครูเข้าสอนให้เหมาะสมกับ
ความสามารถของครูกับลักษณะวิชา และจัดระดับช้ันของนักเรียนที่ตรงกับบุคลิกภาพส่วนตัวของครู
แต่ละคนเพ่อื ใชเ้ วลาสอนท่ีเหมาะสม
4. การจัดตารางสอนเพื่อให้เวลาสอนของแต่ละวิชาเหมาะสมกับช่วงเวลาเช้า - บ่ายและ
ความยาวของระยะเวลาท่ที าการสอน จดั ครูเข้าสอนหอ้ งปฏิบตั ิการหรือห้องพิเศษต่าง ๆ ได้
5. การจัดบริการวัสดุประกอบหลักสูตรและสื่อการสอน คือการจัดทากาหนดการสอน
ประมวลการสอน แผนการสอนและสื่อการสอน
6. การประชาสัมพันธ์การใช้หลักสูตร เพ่ือให้ผู้ปกครองทราบว่าบุตรหลานของตนควรมี
การพัฒนาการอย่างไรบ้างจากการเรียนรู้ตามหลักสูตร ทั้งนี้เพ่ือเสริมสร้างการร่วมมือกันระหว่างใน
โรงเรียนและผปู้ กครองในการพฒั นานกั เรียน
7. การจัดสภาพแวดล้อม อาคารสถานท่ีและการเลือกสรรโครงการเสริมหลักสูตรและ
ไดร้ ับบรรยากาศท่ีเอ้ือตอ่ การเรียนรู้
8. การจัดโครงการการประเมินการใช้หลักสูตรและการปรับปรุงหลักสูตร เพ่ือปรับปรุง
หลักสูตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยทาเปน็ ระยะๆ อย่างต่อเน่ือง ในกรณีน้กี ารปรบั ปรุงหลกั สูตรจะ
ทาได้งา่ ยขึน้ ถา้ หลักสูตรมจี ุดหมายท่ีชัดเจน

303

แนวทางการจดั ทาหลกั สูตรสถานศึกษา ตามแนวทางหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา
ข้ันพน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2551

กระบวนการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวทางหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พนื้ ฐานพุทธศกั ราช 2551

กระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในเอกสารฉบับน้ีได้เสนอวิธีการพัฒนาตามแนว
ทางการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (สานักงานวิชาการและ
มาตรฐานการศกึ ษา, 2553) ดังขั้นตอนตามภาพที่ 24

1.แตง่ ต้งั คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวชิ าการของสถานศกึ ษา
2. 2. ศกึ ษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

กรอบหลักสตู รระดบั ท้องถ่นิ ความตอ้ งการของสถานศกึ ษา และข้อมลู อ่ืน ๆ
ทเ่ี กี่ยวข้อง
3. 3. จัดทาหลักสตู รสถานศึกษาที่มีองคป์ ระกอบสาคัญ
3.1 สว่ นนา

- ความนา
- วิสัยทศั น์
- สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
 - คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
3.2 โครงสร้างหลักสูตรสถานศกึ ษา
- โครงสร้างเวลาเรยี น
- โครงสร้างหลักสตู รชนั้ ปี
3.3 คาอธบิ ายรายวิชา
3.4 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
3.5 เกณฑก์ ารจบการศึกษา
4. ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
(ตามแนวทางการตรวจสอบหลักสตู รสถานศกึ ษา)
5. นาเสนอคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐานให้ความเห็นชอบ
6. ประกาศใช้หลักสตู ร

ภาพที่ 24 ขน้ั ตอนการจดั ทาหลักสูตรสถานศกึ ษาตามแนวทางหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

304
องค์ประกอบสาคัญของหลักสูตรสถานศึกษา ตามแนวทางหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
สานักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2553 : 40) ได้กาหนดองค์ประกอบสาคัญ
ของหลักสูตรสถานศกึ ษาให้โรงเรียนไดถ้ อื ปฏิบตั ิรว่ มกนั ดงั นี้

องคป์ ระกอบสาคัญของหลักสตู รโรงเรียน
1. สว่ นนา

1.1 ความนา
1.2 วิสยั ทัศน์
1.3 สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1.4 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
2. โครงสรา้ งหลักสูตรโรงเรียน
2.1 โครงสรา้ งเวลาเรยี น
2.3 โครงสร้างหลักสูตรช้นั ปี
3. คาอธบิ ายรายวิชา
3.1 รายวชิ าพื้นฐาน
3.2 รายวิชาเพิ่มเติม
4. กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
4.1 กิจกรรมแนะแนว
4.2 กิจกรรมนักเรยี น

4.2.1 กิจกรรมลกู เสือ
1) เนตรนารี
2) ยวุ กาชาด
4) ผู้บาเพญ็ ประโยชน์ และ
5) นกั ศึกษาวิชาทหาร

4.2.2 กิจกรรมชมุ นมุ ชมรม
4.3 กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
5. เกณฑก์ ารจบหลักสูตร

สานักงานคณะการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้คาอธิบายแต่ละองค์ประกอบหลักสูตรสถานศึกษา
ท้ัง 5 องคป์ ระกอบหลกั ดังน้ี

1. ส่วนนา ข้อมูลในส่วนนี้ช่วยให้ครูผู้สอนทราบถึงเป้าหมายโดยรวมของสถานศึกษาใน
การพัฒนาผู้เรียน เช่น ความนา วิสัยทัศน์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ตามหลกั สตู รแกนกลาง เป็นต้น

305

2. โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา เป็นส่วนที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกาหนดรายวิชาที่จัด
สอนในแตล่ ะชั้นปี/ภาคเรียน ซง่ึ ประกอบด้วย รายวิชาพ้นื ฐาน รายวิชาเพมิ่ เติม กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
พร้อมทั้งจานวนเวลาเรียน หรือหน่วยกิตของรายวิชาเหล่านั้น โรงเรียนต้องจัดทา 2 ส่วนคือ โครงสร้าง
เวลาเรียน และ โครงสร้างหลักสูตรชน้ั ปี

3. คาอธิบายรายวิชา ส่วนนี้เป็นรายละเอียดท่ีช่วยให้ทราบว่าผู้เรียนจะเรียนรู้อะไรจาก
รายวิชาน้ันๆ ในคาอธิบายรายวิชาจะประกอบด้วย รหัสวิชา ช่ือวิชา ประเภทรายวิชา (พื้นฐาน/
เพม่ิ เตมิ ) กล่มุ สาระการเรียนรู้ ระดบั ชัน้ ที่สอน พร้อมทัง้ คาอธบิ ายใหท้ ราบวา่ เม่ือเรียนรายวิชานนั้ แล้ว
ผู้เรียนจะมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะหรือเจคติอะไร ซ่ึงอาจระบุให้ทราบถึงกระบวนการเรียนรู้หรือ
ประสบการณ์สาคญั ทผี่ ู้เรียนจะไดร้ ับ

4. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นส่วนหน่ึงท่ีสถานศึกษากาหนดให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง
ตามศักยภาพ ประกอบด้วยกิจกรรม 3 ลักษณะ ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และ
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยระบุแนวการจัด เวลา และแนวทางการประเมิน
กจิ กรรม

5. เกณฑ์การจบหลักสูตร เป็นส่วนทีส่ ถานศึกษากาหนดคณุ สมบัตขิ องผ้ทู ี่จะจบการศกึ ษา
ในแต่ละระดับ โดยพัฒนาเกณฑ์ดังกล่าวให้สอดคล้องสัมพันธ์กับเกณฑ์การจบหลักสูตรตามหลักสูตร
แกนกลาง

ดังนั้นการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา โดยจะอธิบายการจัดทาไปแต่ละองค์ประกอบพร้อม
เสนอตัวอย่างประกอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและแนวคิดในการไปดาเนินการต่อไป (ธวัชชัย ชัยจิร
ฉายากุล ปราณี สังขะตะวรรธน์ และประภาพรรณ เอ่ียมสุภาษิต , 2545 ; สานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา, 2553)

1. การกาหนดสว่ นนา ประกอบด้วย
1.1 ความนา
เปน็ กล่าวนาที่แสดงให้เห็นความเชื่อมโยง ระหว่างหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา

ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กับกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น จุดเน้น และความต้องการของ
โรงเรียน

306
ตวั อยา่ งความนา
โรงเรียนบา้ นดุงวทิ ยา อาเภอบา้ นดงุ จงั หวดั อดุ รธานี
ความนา
กระทรวงศกึ ษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2544
ใหเ้ ป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ และจากการวจิ ัยและตดิ ตามประเมินผลการใช้หลักสูตรในชว่ ง
ระยะ 6 ปีทผี่ ่านมาของสานักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา พบว่าหลักสูตรการศึกษาข้นั พื้นฐาน
พุทธศกั ราช 2544 มีจดุ ดีหลายประการแตย่ ังมปี ระเด็นท่ีเปน็ ปัญหาและความไม่ชดั เจนของหลกั สตู ร
หลายประการท้ังในสว่ นของเอกสารหลักสูตร กระบวนการนาหลกั สูตรสู่การปฏิบัติและผลผลิตทีเ่ กดิ
จากการใชห้ ลกั สตู ร (กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2551 : 1) และแผนการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม
แหง่ ชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) ได้ช้ีใหเ้ หน็ ถึงความจาเปน็ ในการปรับเปล่ยี นจุดเนน้ ใน
การพัฒนาคุณภาพคนในสงั คมไทยให้มคี ุณธรรม มคี วามรอบรอู้ ย่างเท่าทนั มีความพร้อมทง้ั ด้าน
รา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์ และศลี ธรรม สามารถก้าวทันการเปลย่ี นแปลง เพือ่ นาไปส่สู ังคม
ฐานความรไู้ ด้อยา่ งมั่นคง
กระทรวงศึกษาธกิ ารได้พัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
ทีม่ ีความเหมาะสม ชัดเจน ทัง้ เปา้ หมายของหลกั สูตรและกระบวนการนาหลกั สูตรไปสกู่ ารปฏิบัติใน
ระดบั เขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษา โดยมกี ารกาหนดวสิ ัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคญั ของ
ผู้เรียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ดั ทชี่ ดั เจนให้เปน็ แนวทางในการ
จดั ทาหลกั สูตรและการจัดการเรียนรใู้ นแตล่ ะระดับ
โรงเรยี นบ้านดุงวทิ ยา สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาอดุ รธานี เขต 3 เป็นโรงเรยี นต้นแบบ
ในการใช้หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในปีการศกึ ษา 2552 เพื่อให้
การจดั การเรยี นรู้ในโรงเรียนสอดคล้องกบั หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
จึงได้จดั ทาเอกสารหลักสตู รโรงเรียนบา้ นดงุ วิทยา ที่ประกอบด้วยวิสยั ทศั น์ สมรรถนะสาคญั ของ
ผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โครงสรา้ งเวลาเรยี นระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ และมัธยมศกึ ษา
ตอนปลาย คาอธบิ ายรายวชิ าวชิ าพ้ืนฐานและวิชาเพ่ิมเติม ท่นี าเอากรอบสาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่นของ
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 3 เข้ามาสอดแทรกในตวั ชว้ี ดั ท่ีเหมาะสม กิจกรรมพฒั นา
ผู้เรียน การวัดและประเมินผลและเกณฑ์การจบหลกั สูตร ช่วยใหค้ รูและบคุ ลากรในโรงเรียน
บา้ นดงุ วิทยา ไดใ้ ช้เปน็ แนวทางในการจดั การเรียนร้ใู หบ้ รรลตุ ามวัตถุประสงคอ์ ย่างมปี ระสิทธิภาพ

ท่ีมา โรงเรยี นบ้านดงุ วิทยา (2552 : 1)

307
ตวั อยา่ งความนา
โรงเรยี นบา้ นโคกสวา่ งนาดี อาเภอหนองหาน จังหวดั อดุ รธานี
ความนา
ตามที่กระทรวงศึกษาธกิ าร ไดป้ ระกาศใชห้ ลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 เม่อื วันที่ 11 กรกฎาคม 2551 และให้ใชใ้ นโรงเรียนต้นแบบการใชห้ ลักสตู ร
และโรงเรยี นที่มีความพร้อม ในปีการศกึ ษา 2552 ในชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1- 6 และ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 และปีที่ 4 ซง่ึ หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
จัดทาข้นึ สาหรบั ท้องถ่ินและสถานศึกษาไดน้ าไปใช้เป็นกรอบทิศทางในการจัดทาหลักสูตร
สถานศึกษาและจัดการเรยี นการสอนเพ่ือพฒั นาเดก็ และเยาวชนไทยทกุ คนในระดบั การศึกษา
ขัน้ พ้ืนฐานใหม้ ีคณุ ภาพดา้ นความรู้ และทักษะทจ่ี าเป็นสาหรับการดารงชวี ติ ในสังคมท่ีมีการ
เปลย่ี นแปลงและแสงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ติ
โรงเรยี นบ้านโคกสวา่ งนาดี ได้จดั ทาหลักสูตรโรงเรยี นบ้านโคกสว่างนาดี พุทธศกั ราช
2552 โดยได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรตมกรอบและทศิ ทางของหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา
ขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 นอกจากนัน้ ยังได้นากรอบสาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ และจดุ เน้น
คณุ ภาพผูเ้ รียนที่สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาอุดรธานี เขต 3 กาหนดมาเป็นแนวทางใน
การดา1เน.2ินกวาิสรัยทเพัศื่อนพโ์ ฒัรงนเรายีผนเู้ รียนใหม้ ีคุณภาพตามทีก่ าหนดทั้งระดับชาติ ชมุ ชน ครอบครัว
และบุคลากรทุกฝา่ ยต้องร่วมรบั ผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเปน็ ระบบและต่อเนืองใน
การวางแผน ดาเนนิ การ ส่งเสรมิ สนบั สนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพฒั นาเยาวชน
ของชาติไปสู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้เป็นเจตนารมณ์ อุดมการณ์ หลักการ
ความเชอ่ื อนาคตท่ีพงึ ประสงค์ เอกลักษณ์ของโรงเรียนเพื่อสรา้ งศรทั ธา จุดประกายความคดิ ใน
การพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียนดว้ ยกระบวนการบริหารจดั การเชิงระบบ ทีส่ อดคลอ้ งกบั หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กรอบหลักสตู รระดบั ท้องถ่ิน จดุ เนน้ และ
ความต้องการของโรงเรยี น

ทีม่ า โรงเรยี นบา้ นโคกสวา่ งนาดี (2552 : 2)
1.2 วิสัยทศั นโ์ รงเรียน
เป็นเจตนารมณ์ อุดมการณ์ หลักการ ความเชื่อ อนาคตท่ีพึงประสงค์ เอกลักษณ์

ของโรงเรียนเพื่อสร้างศรัทธา จุดประกายความคิดในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยกระบวนการ
บริหารจัดการเชิงระบบ ท่ีสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
กรอบหลกั สูตรระดบั ท้องถ่ิน จุดเน้น และความต้องการของโรงเรยี น (สานักงานวชิ าการและมาตรฐาน
การศึกษา, 2553 : 28 - 33 )

308

หลักการกาหนดวิสัยทศั น์
1. ศึกษา วิเคราะห์วิสัยทัศน์หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช
2551 กรอบหลักสตู รระดับท้องถิ่น และความตอ้ งการตามจดุ เนน้ ของท้องถน่ิ และโรงเรยี น
2. กาหนดคาสาคัญที่บ่งบอกเจตนารมณ์ อุดมการณ์ หลักการ ความเช่ือ
อนาคตท่พี ึงประสงคท์ ่จี ะพัฒนาผ้เู รียนไปสู่จดุ หมายของสถานศึกษา
3. เรียบเรียงเป็นวสิ ัยทัศนข์ องโรงเรียน
4. การเขยี นควรใช้ภาษาทก่ี ระชับ ชดั เจน และสามารถนาไปสู่การปฏบิ ัติได้

ตวั อย่างวสิ ัยทัศน์
กรณศี ึกษาท่ี 1

หลักสูตรสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานโรงเรียน ......... มุ่งพัฒนานักเรียนทุกคนซึ่งเป็นกาลัง
ชาติให้เป็นมนุษย์ ท่ีมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม รักท้องถ่ิน มีจิตสานึกในการ
อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และมีความเปน็ ไทย ความเป็นพลเมืองไทย และเปน็ พลโลก ยึดม่ัน
ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ มีความรูแ้ ละทักษะ
พ้ืนฐาน รวมทั้งเจตคติท่ีจาเป็นต่อการประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้น
ผู้เรียนเป็นสาคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตาม
ศักยภาพ

ข้องสงั เกตวิสัยทศั น์ กรณีศกึ ษาท่ี 1
1. มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551
2. สิ่งควรปรับ ไม่ควรขนึ้ ต้นวิสัยทัศน์ด้วย “...หลักสูตรสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน
...” เนือ่ งจากเป็นวสิ ยั ทศั นข์ องโรงเรยี น
กรณศี ึกษาที่ 2
ภายในปีการศึกษา 2555 นักเรียนมีคุณธรรมนาความรู้ อยู่อย่างพอเพียงตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก้าวไกลทันเทคโนโลยี มีสุขถ้วนหน้า ชุมชนศรัทธา พัฒนาตนเอง
ได้ตามศักยภาพ สู่ความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ
ขอ้ งสงั เกตวิสยั ทศั น์ กรณศี กึ ษาท่ี 2

309

1. มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551

2. มีการระบจุ ดุ เน้นของโรงเรียน
3. สิ่งที่ควรเพ่ิมเติม ควรมีเพิ่มเติมข้อความหรือประเด็นท่ีแสดงถึงความ
สอดคล้องกับกรอบหลักสตู รระดบั ทอ้ งถิน่

กรณศี กึ ษาที่ 3
โรงเรียน ........... มุ่งม่ันสร้างโอกาสและส่งเสริมการเรียนรู้สู่มาตรฐานสากล พัฒนา

ผู้เรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ มีทักษะการดารงชีวิต
เพอื่ ให้อยู่ในสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ

ข้องสงั เกตวิสัยทัศน์ กรณศี ึกษาท่ี 3
1. มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช
2551
2. ขอ้ ความสน้ั กระชบั และได้ใจความ
3. สิ่งท่ีควรเพ่ิมเติม ควรมีเพ่ิมเติมข้อความหรือประเด็นที่แสดงถึงความ
สอดคล้องกับกรอบหลกั สตู รระดับท้องถิ่น

กรณศี กึ ษาที่ 4
โรงเรียน ........... เป็นองค์กรผู้นาการจัดการศึกษาให้ผู้เรียน เป็นเลิศด้านคุณธรรม

วิชาการและพ้นื ฐานเทคโนโลยี มีมาตรฐานการศึกษาระดบั ชาติ หลกั สูตรโรงเรียนม่งุ พัฒนาผู้เรยี น
ทุกคนซึ่งเป็นกาลังของชาติให้เป็นมนุษย์ท่ีมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม
มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมทั้งเจตคติท่ีจาเป็นต่อ
การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ผู้เรียนมี
ความตระหนัก รักทอ้ งถนิ่ และดาเนินชวี ิตอย่างพอเพยี ง

ขอ้ สังเกตวิสัยทศั น์ กรณศี ึกษาท่ี 4
1. มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551
2. มจี ดุ เนน้ ของความเปน็ ท้องถิน่ และโรงเรยี น
3. ส่ิงท่ีควรตัดข้อความ “...หลักสูตรโรงเรียน .................... ” ออก เน่ืองจาก
ใช้ขอ้ ความซ้าซอ้ นเกินความจาเป็น

310
กรณศี กึ ษาท่ี 5

ภายในปี พ.ศ. ........ โรงเรียน ................. มุ่งเน้นจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานการศึกษา โดยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ท่ีมีความสมบูรณ์ท้ังด้านร่างกาย อารมณ์
สังคม และจิตใจ ตระหนักถึงการเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลกท่ีดี มีคุณธรรม ยึดม่ันในการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นผู้นาทางวิชาการ
เกง่ การอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียนเชี่ยวชาญการใชเ้ ทคโนโลยี สืบสานประเพณีวฒั นธรรมไทย มีใจ
รักส่งิ แวดล้อม นอ้ มตามแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยยึดหลกั การเรยี นร้ทู ีเ่ น้นผ้เู รียนเป็นสาคญั

ขอ้ สงั เกตวสิ ยั ทัศน์ กรณีศึกษาที่ 5
1. มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช
2551
2. ขอ้ ความสัน้ กระชับ และไดใ้ จความ
3. ใชภ้ าษาท่สี นั้ กระชบั ไดใ้ จความ
4. ควรปรับข้อความ “...น้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง...” เป็น “...น้อมนา
หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง...”
ขอ้ สงั เกตโดยรวม ในการเขยี นวิสัยทศั นข์ องโรงเรียน ไมค่ วรคดั ลอกข้อความวสิ ยั ทศั น์ของหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มาเป็นวิสัยทศั นข์ องโรงเรียน ท้ังน้ี ถ้าจะนามาใช้
ควรปรับใหเ้ ปน็ ข้อความทีส่ ะท้อนแนวคิด ความเป็นตวั ตน และลกั ษณะเฉพาะของโรงเรียนและ
ทอ้ งถ่นิ

1.3 สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
การกาหนดสมรรถนะสาคัญซึ่งเป็นสมรรถนะจาเป็นพื้นฐาน 5 ประการ

ที่ผู้เรียนพึงมี ซึ่งกาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สมรรถนะ
สาคัญเหล่าน้ีได้หลอมรวมอยู่ในมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวช้ีวัดของกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ
ท้ัง 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้

1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
โดยโรงเรียนจะต้องนาสมรรถนะสาคัญของผู้เรียนจากหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ทุกข้อ ซง่ึ เปน็ เปา้ หมายสาคัญในการพัฒนาผ้เู รียน

311

ตัวอย่างสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อาเภอบ้านดุง จงั หวดั อุดรธานี
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร เปน็ ความสามารถในการรับและส่งสาร มีวฒั นธรรม
ใน การใช้ภาษา ถ่ายทอดความคดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความรู้สกึ และทัศนะของตนเอง เพ่ือ
แลกเปล่ยี นข้อมลู ข่าวสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชนต์ อ่ การพฒั นาตนเองและสงั คม
รวมทัง้ การเจรจาต่อรองเพ่ือขจดั และลดปัญหาความขัดแย้งตา่ งๆ การเลอื กรบั หรอื ไม่รบั ข้อมลู
ข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วิธกี ารสือ่ สารทม่ี ีประสทิ ธิภาพโดย
คานงึ ถงึ ผลกระทบที่มตี ่อตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ การคดิ สงั เคราะห์
การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสรา้ ง
องค์ความรูห้ รือสารสนเทศเพื่อการตดั สินใจเก่ยี วกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา เปน็ ความสามารถในการแกป้ ัญหาและอปุ สรรค
ตา่ งๆ ทเี่ ผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ
เขา้ ใจความสมั พันธแ์ ละการเปล่ียนแปลงของเหตุการณต์ า่ ง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์
ความรูม้ าใชใ้ นการปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหาและมีการตดั สินใจทมี่ ีประสิทธภิ าพโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบท่ีเกิดขึน้ ต่อตนเอง สงั คมและสงิ่ แวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการตา่ งๆ
ไปใช้ในการดารงชีวิตประจาวัน การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง การเรียนรอู้ ย่างต่อเนอ่ื ง การทางาน และ
การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสรา้ งเสรมิ ความสมั พนั ธ์อันดีระหวา่ งบคุ คล การจดั การปัญหาและ
ความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตวั ให้ทันกับการเปลีย่ นแปลงของสังคมและ
สภาพแวดลอ้ ม และการรู้จักหลีกเลยี่ งพฤติกรรมไม่พึงประสงคท์ ี่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ืน่
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใชเ้ ทคโนโลยี
ด้านต่าง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพือ่ การพฒั นาตนเองและสังคม ในด้านการ
เรียนรู้ การสอื่ สาร การทางาน การแกป้ ญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม
ทมี่ า โรงเรียนบ้านดุงวิทยา (2552 : 3)
ขอ้ สังเกต โรงเรียนทุกโรงเรียนท่ีจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา ต้องยึดกรอบสมรรถนะสาคัญ
ของผเู้ รยี น ตามที่กาหนดไวใ้ นหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ทกุ ประการ
1.4 คุณลักษณะอันพึงประสงค์
การกาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์
8 ประการ ที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซ่ึงเป็น
คุณลักษณะท่ีต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโรงเรียนอาจจะเพ่ิมเติม
ตามจดุ เนน้ ของโรงเรียนได้ตามความเหมาะสม

312

ตัวอย่างคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
โรงเรียนบา้ นดุงวทิ ยา อาเภอบ้านดงุ จงั หวัดอุดรธานี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ กาหนดโดยหลกั สูตรแกนกลาง
2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ การศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
3. มวี ินยั พทุ ธศกั ราช 2551
4. ใฝ่เรยี นรู้ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
5. อยู่อย่างพอเพยี ง กาหนดโดย เขตพน้ื ที่ หรือ
6 ม่งุ มัน่ ในการทางาน โรงเรียน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ
9. กตัญญู
10. รับผิดชอบ

ที่มา โรงเรียนบ้านดุงวทิ ยา (2552 : 4)
ตวั อย่างคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

โรงเรยี นบา้ นโคกสว่างนาดี อาเภอหนองหาน จงั หวดั อุดรธานี

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ กาหนด
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ โดยหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
2. ซ่ือสัตย์สจุ ริต ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
3. มีวินัย คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
4. ใฝเ่ รยี นรู้ กาหนดโดยโรงเรยี น
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
6. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
9. เอ้ือเฟื้อเผอื่ แผ่

ทีม่ า โรงเรียนบ้านโคกสว่างนาดี (2552 : 4)

313

2. การกาหนดโครงสร้างเวลาเรียนของหลกั สูตรสถานศึกษา
โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษาเปน็ องค์ประกอบสาคญั ของหลกั สตู รสถานศึกษา ซึ่งจะ
กาหนดสัดส่วนเวลาท่ีใช้การจัดกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน ให้แก่ผู้เรียนในแต่ช้ันปีหรือแต่ละภาคเรียน เพื่อบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้หรือผล
การเรียนรู้ที่ระบุไว้ท้ังรายวิชาพื้นฐาน รายวิชาเพ่ิมเติมตามลาดับ ในการจัดทาโครงสร้างสร้างเวลา
เรียนของหลักสตู ร โรงเรยี นจะตอ้ งดาเนนิ การ 2 ประเภทคือ
2.1 โครงสร้างหลักสูตรเวลาเรียน เป็นโครงสร้างหลักสูตรท่ีแสดงให้เป็นภาพรวม
ของเวลาเรียนทั้งหมดของระดับการศกึ ษา พรอ้ มกับระบุเวลาเรียนเป็นรายช้ันปใี นระดับประถมศกึ ษา
หรอื แตล่ ะภาคเรยี น ในระดบั ระดบั มธั ยมศกึ ษาต้น หรอื มยั ธมศกึ ษาตอนปลาย
2.2 โครงสร้างหลกั สูตรช้ันปี เป็นโครงสร้างหลักสตู รทแี่ สดงเวลาเรียนของแต่ละชั้น
ปหี รือแต่ละภาคเรยี น โดยระบเุ วลาเรยี นแต่ละกลุม่ สาระการเรยี นรู้
ข้ันตอนการจัดทาโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา
1. ศึกษา วิเคราะห์โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
โดยพิจารณาเวลาเรียนภาพรวมของแต่ละระดับการศึกษา ระดับชั้นปี สัดส่วนเวลาในแต่กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ซึ่งเป็นรายวิชาพ้ืนฐานและรายวิชาเพ่ิมเติม รวมถึงกาหนดเวลาการเรียนกิจกรรมพัฒนา
ผเู้ รียน และเงื่อนไขในการกาหนดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
2. ศึกษา วิเคราะห์ จดุ เน้นของสานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา จุดเนน้ วิสยั ทศั นข์ องโรงเรียน
3. ศึกษานโยบาย ทศิ ทางการจัดการศึกษาของประเทศ กระทรวงศกึ ษาธิการ รวมถึงของ
ระดับทอ้ งถน่ิ
4. ศกึ ษา วเิ คราะห์ ความต้องการของชุมชน ผปู้ กครองในการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน
5. ศึกษา วิเคราะห์ผลการพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนในอดีต และศักยภาพของโรงเรียน
ทุกด้าน
6. นาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อเป็นข้อมูลพ้ืนฐาน พร้อมการกาหนดจุดเน้นพัฒนา
ผเู้ รยี นของโรงเรียนท่ีได้จากหลอมรวมทั้งจุดเน้นของระดับชาติ เขตพื้นที่การศึกษา และระดับท้องถิ่น
(ความต้องการของชุมชน) เช่น จุดเน้นคุณภาพด้านการเรียนใน 8 กล่มุ สาระการเรียนรู้ หรือ จุดเน้น
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7. กาหนดสัดส่วนเวลาเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน รายวิชาเพ่ิมเติม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ในแต่ละระดับชั้น ให้สอดคล้องและสามารถพัฒนาผู้เรียนตามจุดเน้นท่ีโรงเรียนกาหนดไว้ตามข้อ 6
โดยยดึ กรอบเวลาตามเงือ่ นไขของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
7.1 กาหนดเวลาเรยี นรวมทัง้ หมด
ระดับประถมศกึ ษา ไม่เกิน 1,000 ชว่ั โมง/ปี
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตอ้ น ไมเ่ กิน 1,200 ช่ัวโมง/ปี
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ไมน่ ้อยกวา่ 3,600 ช่วั โมง/ปี
7.2 กาหนดเวลาเรยี นในรายวิชา/กิจกรรมเพม่ิ เตมิ
ระดับประถมศกึ ษา ปีละไมเ่ กิน 40 ชว่ั โมง/ปี
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตอ้ น ปลี ะไม่เกนิ 200 ช่วั โมง/ปี

314

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปลี ะไม่น้อยกวา่ 1,600 ชัว่ โมง/ปี
7.3 กาหนดเวลาเรยี นกจิ กรรมพัฒนาเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
ระดับประถมศึกษา (ป.1– ป.6) รวม 6 ปี จานวน 60 ชัว่ โมง
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตอ้ น (ม.1– ม.3) รวม 3 ปี จานวน 45 ชวั่ โมง
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) รวม 3 ปี จานวน 60 ชวั่ โมง
8. การกาหนดรายวิชาเพ่ิมเติม ซงึ่ เป็นรายวิชาใหม่ โรงเรียนจัดทาเพ่ิมเติมและให้มคี วาม
หลากหลายเพ่ือพัฒนานักเรียนให้เรียนรู้เพ่ิมความเข้มข้นใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือสมรรถนะ
และคณุ ลักษณะตามจดุ เน้นของโรงเรียน

โครงสร้างหลกั สตู ร โครงสร้างหลกั สูตร
โรงเรยี นระดบั ประถมศกึ ษา จดั ทา โรงเรียนระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น จัดทา
1. โครงสรา้ งเวลาเรยี นระดับประถมศกึ ษา 1. โครงสร้างเวลาเรยี นระดบั มธั ยมศึกษา
2. โครงสร้างหลักสูตรช้ันปี ทาครบ 6 ช้ัน
ตอนต้น
โครงสร้างหลักสตู รชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 2. โครงสรา้ งหลกั สูตรชนั้ ปี ทาครบ 3 ชน้ั
โครงสรา้ งหลักสูตรช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โครงสรา้ งหลกั สตู รชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 โครงสร้างหลกั สตู รช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1
โครงสรา้ งหลกั สตู รชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 โครงสร้างหลกั สตู รชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โครงสรา้ งหลักสูตรช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 โครงสร้างหลกั สตู รชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3
โครงสรา้ งหลักสูตรชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6

โครงสรา้ งหลักสตู ร ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ และตอน
โรงเรยี นระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย จัดทา ปลายโครงสรา้ งหลักสตู รชน้ั ปี จะแยก
1. โครงสร้างเวลาเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เปน็ รายภาคเรยี น (เน่ืองจากแตล่ ะ
2. โครงสรา้ งหลกั สูตรชน้ั ปี ทาครบ 3 ชัน้ วชิ าสอนเป็นรายภาคเรียน 1 ปี มี 2
โครงสร้างหลกั สูตรชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียน)
โครงสร้างหลกั สูตรชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5
โครงสรา้ งหลักสตู รช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6

315

ตวั อย่างโครงสร้างเวลาเรยี นโรงเรยี นระดับประถมศกึ ษา
โครงสร้างเวลาเรยี นโรงเรยี นบ้านโคกสวา่ งนาดี

กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรียน
 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ระดบั ประถมศกึ ษา
ภาษาไทย ป.1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 ป. 6
220 220 220 160 160 160
คณิตศาสตร์ 220 220 220 160 160 160
วิทยาศาสตร์ 80 80 80 80 80 80
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 120 120 120 120 120 120
o ประวัติศาสตร์ (40) (40) (40) (40) (40) (40)
o ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม (80) (80) (80) (80) (80) (80)
o หน้าทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรมและ
80 80 80 80 80 80
การดาเนนิ ชวี ิตในสังคม 80 80 80 80 80 80
o เศรษฐศาสตร์ 40 40 40 80 80 80
o ภูมศิ าสตร์ 40 40 40 80 80 80
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ศลิ ปะ
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ภาษาต่างประเทศ

รวมเวลาเรียน (พนื้ ฐาน) 880 880 880 840 840 840

 รายวชิ า / กจิ กรรม ทสี่ ถานศกึ ษา
จดั เพิ่มเติมตามความพร้อมและ - - - 40 40 40

จดุ เน้น
 กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
o กจิ กรรมแนะแนว 30 30 30 40 40 40

o กจิ กรรมนกั เรียน 40 40 40 40 40 40

- ลูกเสือ ยุวกาชาด 40 40 40 30 30 30

- ชมุ นมุ
o กิจกรรมเพ่อื สงั คมและ
สาธารณประโยชน์ 10 10 10 10 10 10

รวมเวลา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 120 120 120 120 120
รวมเวลาทงั้ หมด 1,000 1,000 1,000 1,000 1,000 1,000

ท่ีมา โรงเรยี นบา้ นโคกสวา่ งนาดี (2552 : 5)

316

ตวั อย่าง โครงสรา้ งหลักสตู ร (ไมม่ รี ายวชิ าเพิ่มเตมิ )
โครงสร้างหลักสตู รชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น(ชม./ป)ี
รายวิชาพ้นื ฐาน 880
ท11101 ภาษาไทย 220
ค11101 คณติ ศาสตร์ 220
ว11101 วิทยาศาสตร์ 80
ส11101 สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 80
ส11102 ประวัตศิ าสตร์ 40
พ11101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 80
ศ11101 ศลิ ปะ 80
ง11101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 40
อ11101 ภาษาอังกฤษ 40
รายวิชา/กจิ กรรมเพมิ่ เตมิ
ไมม่ วี ิชาเพ่ิมเตมิ

กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น 120
 กจิ กรรมแนะแนว 30
 กิจกรรมนักเรียน
- ลกู เสือ/เนตรนาร/ี ยุวกาชาด 40
- ชมรม/ชุมนุม 40
กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ 10
รวมเวลาเรยี นทง้ั ส้ิน 1,000

317

ตัวอยา่ ง โครงสร้างหลักสตู ร (มีรายวิชาเพิ่มเตมิ )
โครงสร้างหลักสตู รช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน(ชม./ป)ี
รายวชิ าพน้ื ฐาน 880
ท15101 ภาษาไทย 160
ค15101 คณติ ศาสตร์ 160
ว15101 วิทยาศาสตร์ 80
ส15101 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 80
ส15102 ประวัตศิ าสตร์ 40
พ15101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 80
ศ15101 ศลิ ปะ 80
ง15101 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 80
อ15101 ภาษาอังกฤษ 80
รายวิชา/กจิ กรรมเพ่ิมเตมิ
อ15202 ภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจาวัน 40
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน 120
 กิจกรรมแนะแนว 40
 กจิ กรรมนกั เรยี น
- ลูกเสือ/เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด 40
- ชมรม/ชุมนุม
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ 30
รวมเวลาเรยี นทง้ั ส้นิ
10
1,000

318

ตัวอยา่ งตัวอยา่ ง โครงสร้างเวลาเรียนระดับมธั ยมศึกษา
โครงสร้างเวลาเรียนโรงเรยี นบ้านดงุ วทิ ยา

กลุ่มสาระการเรยี นรู/้ กจิ กรรม เวลาเรยี น ระดับมธั ยมศึกษา
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ ตอนปลาย
 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ม. 1 ม. 2 ม. 3 ม. 4 – 6
ภาษาไทย 240 (6 นก.)
คณติ ศาสตร์ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 240 (6 นก.)
วทิ ยาศาสตร์ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 240 (6 นก.)
สงั คมศึกษา ศาสนา และ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 320 (8 นก.)
วฒั นธรรม 160 (4 นก.) 160 (4 นก.) 160 (4 นก.) 80 (2 นก.)
*ประวัตศิ าสตร์
*ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 240 (6นก.)
*หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง วัฒนธรรม
120 (3นก.) 120(3นก.) 120 (3นก.) 120 (3นก.)
และการดาเนินชวี ิตในสังคม 120 (3 นก.)
*ภูมศิ าสตร์ 80 (2นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 120 (3 นก.)
*เศรษฐศาสตร์ 80 (2นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 240 (6 นก.)
80 (2นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 1,640 (41 นก.)
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) ไม่น้อยกวา่ 1,600
ศลิ ปะ 880 (22นก.) 880 (22นก.) 880 (22นก.) ชว่ั โมงตามแผน
การงานอาชพี และเทคโนโลยี 200 (5 ก.) 200 ( 5 นก.) 200( 5 นก.)
ภาษาตา่ งประเทศ การเรยี น
รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) 40 40 40 180
 รายวชิ าเพิม่ เติม 35 35 35 120
 กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น 40 40 40 60
o กิจกรรมแนะแนว 360
o กิจกรรมนกั เรียน 15 15 15 3,600
120 120 120
- ลกู เสอื ยวุ กาชาดฯ 1,200 1,200 1,200
- ชมุ นมุ
o กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ
สาธารณประโยชน์
รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด

ท่ีมา โรงเรยี นบา้ นดงุ วทิ ยา (2552 : 6)

319

ตวั อยา่ งโครงสรา้ งหลักสตู รระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้
โครงสรา้ งหลกั สูตรชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1

ภาคเรยี นท่ี 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2

รายวชิ า/กิจกรรม หนว่ ยกติ /ช่ัวโมง รายวชิ า/กิจกรรม หนว่ ยกติ /ชว่ั โมง
รายวชิ าพืน้ ฐาน 11.0 (440) รายวชิ าพื้นฐาน 11.0 (440)
ท21101 ภาษาไทย 1.5 (60) ท21102 ภาษาไทย 1.5 (60)
ค21101 คณติ ศาสตร์ 1.5 (60) ค21102 คณิตศาสตร์ 1.5 (60)
ว21101 วทิ ยาศาสตร์ 1.5 (60) ว21102 วทิ ยาศาสตร์ 1.5 (60)
ส21101 สงั คมศึกษา 1.5 (60) ส21102 สงั คมศึกษา 1.5 (60)
ส21103 ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 (20) ส21104 ประวตั ิศาสตร์ 0.5 (20)
พ21101 สุขศกึ ษา 0.5 (20) พ21103 สุขศกึ ษา 0.5 (20)
พ21102 ว่ายนา้ 0.5 (20) พ21104 วา่ ยน้า 0.5 (20)
ศ21101 ดนตรี-นาฏศลิ ป์ 1.0 (40) ศ21102 ทัศนศิลป์ 1.0 (40)
ง21101 การงานอาชีพ ฯ 1.0 (40) ง21102 การงานอาชีพ ฯ 1.0 (40)
อ21101 ภาษาอังกฤษ 1.5 (60) อ21102 ภาษาองั กฤษ 1.5 (60)
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ 2.5 (100) รายวชิ าเพิ่มเติม 2.5 (100)
ค21201คณติ ศาสตร์ 1.0 (40) ค21202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เตมิ
เพ่ิมเตมิ 1.0 (40)

อ21201 ภาษาอังกฤษฟัง- 1.0 (40) อ21202 ภาษาอังกฤษฟัง-พดู 1.0 (40)
พูด
เพ่ิมเตมิ เลือก 0.5 (20) เพม่ิ เตมิ เลือก 0.5 (20)
กิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น 60 กิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น 60
กจิ กรรมแนะแนว 20 กจิ กรรมแนะแนว 20
กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมนกั เรยี น
ลูกเสอื – เนตรนารี 15 ลกู เสอื – เนตรนารี 10
กิจกรรมชมุ นมุ 20 กจิ กรรมชมุ นมุ 20
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและ
สาธารณประโยชน์ 5 สาธารณประโยชน์ 10

รวมเวลาเรยี นท้ังสิน้ 13.5 (600) รวมเวลาเรียนทง้ั สน้ิ 13.5 (600)

ท่มี า โรงเรยี นบ้านดงุ วทิ ยา (2552 : 7)

320

ตัวอย่างโครงสรา้ งหลกั สตู รระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
โครงสร้างหลกั สตู รชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4

แผนการเรยี นวิทยาศาสตร์ – คณติ ศาสตร์
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2
รายวชิ า/กจิ กรรม หน่วยกติ /ชั่วโมง รายวชิ า/กจิ กรรม หน่วยกิต/
ชั่วโมง
รายวิ รายวิชาพนื้ ฐาน 7.5 (300ร)าย รายวิชาพื้นฐาน 7.5 (300)
ท31101 ภาษาไทย 1.0 (40) ท31102 ภาษาไทย 1.0 (40)
ค31101 คณิตศาสตร์ 1.0 (40) ค31102 คณติ ศาสตร์ 1.0 (40)
ว31101 ฟสิ กิ สพ์ ื้นฐาน 1.5 (60) ว31102 เคมพี ้นื ฐาน 1.5 (60)
ส31101 สังคมศึกษา 1.5 (60) ส31102 สังคมศึกษา 1.5 (60)
พ31101 สขุ ศกึ ษา 0.5 (20) พ31102 สุขศกึ ษา 0.5 (20)
ศ31101 ทศั นศลิ ป์ 0.5 (20) ศ31102 ดนตรีนาฏศิลป์ 0.5 (20)
ง31101 การงานอาชีพ ฯ 0.5 (20) ง31102 การงานอาชพี ฯ 0.5 (20)
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1.0 (40) อ31102 ภาษาอังกฤษ 0 (40)
รายวิชาเพ่มิ เตมิ 8.5 (340) รายวชิ าเพ่ิมเตมิ 8.5 (340)
ค31201 คณติ ศาสตร์ 2.0 (80) ค31202 คณติ ศาสตร์ 2.0 (80)
เพ่ิมเติม 1 เพม่ิ เติม 2
ว30201 ฟิสิกส์ 1 1.5 (60) ว30202 ฟสิ ิกส์ 2 1.5 (60)
ว30221 เคมี 1 1.5 (60) ว30222 เคมี 2 1.5 (60)
ว30241 ชวี วทิ ยา 1 1.5 (60) ว30242 ชวี วิทยา 2 1.5 (60)
พ31201 แบดมินตัน 0.5 (20) พ31202 ฟุตบอล 0.5 (20)
อ31201 ภาษาองั กฤษ 1.5 (60) อ31202 ภาษาองั กฤษ 1.5 (60)
อ่านเขียน 1 อา่ นเขียน2
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น 60 กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน 60
กิจกรรมแนะแนว 30 กิจกรรมแนะแนว 30
กิจกรรมนักเรียน กจิ กรรมนกั เรยี น
กิจกรรมชุมนมุ 20 กจิ กรรมชมุ นมุ 20
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและ 10 กิจกรรมเพ่อื สังคมและ 10
สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียนท้ังส้ิน 16 (700) รวมเวลาเรียนทัง้ ส้ิน 16 (700)

ที่มา โรงเรยี นบ้านดุงวทิ ยา (2552 : 10)

321
การกาหนดรหัสวิชา
เพ่ือให้เกิดความสะดวกและความเข้าใจตรงกันในการส่ือสาร สถานศึกษาจาเป็นต้องกาหนด
รหสั วชิ าอย่างเปน็ ระบบ
ระบบรหสั วชิ า
การกาหนดรหัสวิชาควรใช้ตัวเลขอารบิก เพื่อส่ือสารและการจัดทาเอกสารหลักฐานการศึกษา
ระบบรหัสวิชา สาหรับรายวิชาพ้ืนฐานและรายวิชาเพ่ิมเติม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ประกอบดว้ ยตัวอักษรและตัวเลข 6 หลกั ดงั นี้

หลกั ท่ี 1 เป็นรหสั ตวั อกั ษรแสดงกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คอื
ท หมายถงึ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ค หมายถงึ กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ว หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ส หมายถึง กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
พ หมายถึง กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ศ หมายถึง กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ง หมายถงึ กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี
฀ หมายถึง กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
หมายเหตุ
1. ฀ ให้ใชร้ หัสตวั อกั ษรของแตล่ ะภาษาดังน้ี
ก หมายถึง ภาษาเกาหลี ข หมายถงึ ภาษาเขมร
จ หมายถึง ภาษาจนี ซ หมายถึง ภาษารัสเซีย

322
ญ หมายถึง ภาษาญ่ปี นุ่ ด หมายถงึ ภาษาเวยี ดนาม
น หมายถงึ ภาษาลาตนิ บ หมายถึง ภาษาบาลี
ป หมายถงึ ภาษาสเปน ฝ หมายถึง ภาษาฝร่งั เศส
ม หมายถงึ ภาษามลายู ย หมายถงึ ภาษาเยอรมนั
ร หมายถึง ภาษาอาหรับ ล หมายถึง ภาษาลาว
อ หมายถงึ ภาษาอังกฤษ ฮ หมายถงึ ภาษาฮินดู

2. กรณีท่ีมีสถานศึกษาใดจัดทารายวิชาภาษาต่างประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากที่
กาหนดไว้ให้สถานศึกษาทาเร่ืองเสนอสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพื่ออนุมัติและ
ประกาศการใชร้ หสั ตวั อกั ษรกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศเพิ่มเตมิ

หลักที่ 2 เป็นรหัสตัวเลขแสดงระดับการศึกษาในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา
ตอนตน้ และมัธยมศกึ ษาตอนปลาย สะทอ้ นระดบั ความรู้และทกั ษะในรายวชิ าทีก่ าหนดไว้ คอื

1 หมายถงึ รายวิชาระดบั ประถมศกึ ษา
2 หมายถึง รายวิชาระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้
3 หมายถึง รายวชิ าระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
หลักที่ 3 เป็นรหัสตวั เลขแสดงปีที่เรยี นของรายวิชา ซึ่งสะท้อนระดบั ความรู้และ
ทักษะในรายวิชาที่กาหนดไวใ้ นแตล่ ะปี คอื
0 หมายถงึ รายวชิ าทีไ่ มก่ าหนดปที ่ีเรยี น จะเรยี นปีใดกไ็ ด้ในระดับ

ประถมศกึ ษามัธยมศึกษาตอนตน้ และมธั ยมศกึ ษา
ตอนปลาย
1 หมายถงึ รายวิชาทเี่ รียนในปที ี่ 1 ของระดับประถมศกึ ษา
มัธยมศึกษาตอนต้นและมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(ป.1 ม.1 และ ม.4)
2 หมายถึง รายวิชาทีเ่ รยี นในปที ่ี 2 ของระดบั ประถมศึกษา
มธั ยมศึกษาตอนต้นและมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(ป.2 ม.2 และ ม.5)
3 หมายถึง รายวชิ าทเ่ี รียนในปีที่ 3 ของระดับประถมศกึ ษา
มัธยมศกึ ษาตอนต้นและมธั ยมศึกษาตอนปลาย
(ป.3 ม.3 และ ม.6)
4 หมายถึง รายวิชาทเ่ี รียนในปีท่ี 4 ของระดบั ประถมศึกษา (ป.4)
5 หมายถึง รายวิชาท่เี รียนในปีที่ 5 ของระดบั ประถมศึกษา (ป.5)
6 หมายถึง รายวิชาทีเ่ รียนในปีที่ 6 ของระดับประถมศกึ ษา (ป.6)
หลกั ท่ี 4 เปน็ รหสั ตัวเลขแสดงประเภทของรายวิชา คอื
1 หมายถงึ รายวชิ าพน้ื ฐาน
2 หมายถงึ รายวิชาเพิ่มเติม

323

หลักที่ 5 และหลักท่ี 6 เป็นรหัสตัวเลขแสดงลาดับของรายวิชาแต่ละกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ในปี/ระดับการศึกษาเดียวกัน ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น หรือมัธยมศึกษา
ตอนปลาย มจี านวนต้ังแต่ 01-99 ดังนี้

รายวิชาท่ีกาหนดปีที่เรียน ให้นับรหัสหลักที่ 5-6 ต่อเนื่องในปีเดียวกัน หากจัด
รายวิชาเป็นรายภาค ให้กาหนดเรียงลาดับรายวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกันให้เสร็จสิ้นในภาค
เรยี นแรกก่อน แล้วจงึ กาหนดต่อในภาคเรียนทีส่ องรายวิชาที่ไมก่ าหนดปีท่ีเรียน ให้นบั รหัสหลักท่ี 5-6
ตอ่ เน่ืองในระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลายทงั้ น้ี รหัสหลักที่ 5 และ
หลักที่ 6 ของรายวชิ าเพิ่มเติม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ใหก้ าหนดรหัสวิชา เป็นช่วงลาดบั ดงั น้ี

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ลาดบั ท่ี 01 - 19 หมายถงึ รายวิชาในกลุม่ ฟสิ ิกส์
ลาดับที่ 21 - 39 หมายถงึ รายวชิ าในกลุ่มเคมี
ลาดบั ท่ี 41 - 59 หมายถงึ รายวิชาในกล่มุ ชีววิทยา
ลาดับท่ี 61 - 79 หมายถึง รายวิชาในกลมุ่ โลกและอวกาศ
ลาดับท่ี 81 - 99 หมายถึง รายวิชาในกลมุ่ วิทยาศาสตรอ์ น่ื ๆ
หมายเหตุ ในทางปฏิบัติใหโ้ รงเรียนระบุเวลาเรียนตามท่โี รงเรยี นกาหนด

ตวั อยา่ ง

ระดบั ประถมศึกษา รายวชิ าพ้ืนฐาน

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ท11101 ภาษาไทย ชือ่ วชิ า
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ลาดบั วิชา

ระดบั ประถมศึกษา ท11201 การอา่ น รายวชิ าเพม่ิ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชอื่ วิชา
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1
ลาดับวชิ า

324

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น ค21101 คณติ ศาสตร์ รายวิชาพืน้ ฐาน
ช่ือวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ลาดบั วิชา
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1

ตวั อยา่ ง รหัสรายวิชา
ระดับประถมศกึ ษา
รายวชิ าพ้นื ฐานและเพิ่มเติม กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท11101 ภาษาไทยจานวน 220 ช่ัวโมง
ท12101 ภาษาไทยจานวน 220 ชั่วโมง
ท13101 ภาษาไทยจานวน 220 ชัว่ โมง
ท14101 ภาษาไทยจานวน 160 ชว่ั โมง
ท15101 ภาษาไทยจานวน 160 ชว่ั โมง
ท16101 ภาษาไทยจานวน 160 ช่ัวโมง

รายวชิ าเพ่มิ เติม จานวน 40 ชั่วโมง
ท11201 ทักษะการพดู จานวน 40 ช่วั โมง
ท11201 ทกั ษะการอ่าน จานวน 40 ชว่ั โมง
ท13201 ทักษะการเขียน จานวน 40 ชวั่ โมง
ท14201 วรรณกรรมทอ้ งถิ่น จานวน 40 ชว่ั โมง
ท15201 การเขียนสรา้ งสรรค์ จานวน 40 ชว่ั โมง
ท16201 ภาษาเพอ่ื การสอื่ สาร

ตัวอยา่ ง รหัสรายวชิ า
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้
รายวชิ าพ้นื ฐานและเพ่ิมเตมิ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รายวชิ าพื้นฐาน
ท21101 ภาษาไทย จานวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท21102 ภาษาไทย จานวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท22101 ภาษาไทย จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ

325

ท22103 ภาษาไทย จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ
ท23101 ภาษาไทย จานวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท23102 ภาษาไทย จานวน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกติ

รายวชิ าเพิ่มเติม จานวน 40 ช่ัวโมง 1 หน่วยกิต
ท21201 เสริมทักษะการอา่ นรอ้ ยแก้ว รอ้ ยกรอง จานวน 10 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ท21202 เสรมิ ทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ จานวน 40 ชว่ั โมง 1 หน่วยกิต
ท22201 เสริมทกั ษะอา่ นบทประพันธ์ จานวน 40 ชั่วโมง 1 หนว่ ยกิต
ท22202 เสรมิ ทักษะการเขยี นเรือ่ งส้นั จานวน 40 ชว่ั โมง 1 หน่วยกติ
ท23201 เสริมทกั ษะการเขยี นสรา้ งสรรค์ จานวน 10 ช่ัวโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ท23201เสรมิ ทักษะการพดู ในท่ชี มุ ชน

ตัวอยา่ ง รหสั รายวชิ า
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวชิ าพื้นฐานและเพ่ิมเตมิ กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

รายวิชาพืน้ ฐาน จานวน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกิต
ท31101 ภาษาไทย จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท31101 ภาษาไทย จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท32101 ภาษาไทย จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ท32101 ภาษาไทย จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกติ
ท33101 ภาษาไทย จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ท33101 ภาษาไทย

รายวชิ าเพ่ิมเติม จานวน 40 ชัว่ โมง 1 หนว่ ยกิต
ท31101 เสรมิ ทักษะการอา่ นรอ้ ยแก้ว ร้อยกรอง จานวน 10 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ
ท31101 เสริมทักษะการอ่านจบั ใจความสาคญั จานวน 40 ช่วั โมง 1 หน่วยกิต
ท31101 เสริมทักษะอา่ นบทประพันธ์ จานวน 40 ช่วั โมง 1 หน่วยกิต
ท31101 เสรมิ ทักษะการเขยี นเรือ่ งส้ัน จานวน 40 ชั่วโมง 1 หน่วยกติ
ท33101 เสรมิ ทักษะการเขียนสร้างสรรค์ จานวน 10 ชัว่ โมง 0.5 หน่วยกิต
ท33101 เสรมิ ทกั ษะการพูดในทีช่ ุมชน

326
3. การจัดทาคาอธบิ ายรายวชิ า

การจัดทาคาอธิบายรายวิชา เป็นข้อมูลรายละเอียดของแต่ละรายวิชา โดยนาตัวชี้วัด
รายปีหรือ ตัวชี้วัดช่วงชั้น และสาระการเรียนรู้ในชั้นปีท่ีจัดทาคาอธิบายรายวิชา สาหรับนาไปสู่การ
จัดการเรียนรใู้ ห้แกผ่ ูเ้ รยี นในแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ หรอื รายวิชา ใหบ้ รรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้
ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
ซึ่งคาอธิบายรายวชิ ามี 2 ประเภทคือ

3.1 คาอธิบายราชวิชาพื้นฐาน เป็นรายวิชาท่ีถูกกาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มี 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนทุกคนจะต้องได้เรียนรู้
โดยหลกั สตู รกาหนดมาตรฐานการเรยี นรู้ และตัวชี้วัดขัน้ ต่าไว้ โรงเรียนจะนาไปจัดการเรียนการสอน
ท้งั นี้เพ่ือใหเ้ ปน็ มาตรฐานเดียวกนั ทุกระดบั การศึกษาและทุกระดบั ดบั ช้นั ปี

3.2 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ซ่ึงเป็นรายวิชาใหม่ โรงเรียนจัดทาเพิ่มเติมและให้มี
ความหลากหลายเพ่ือพัฒนานักเรียนให้เรียนรู้เพ่ิมความเข้มข้นใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ หรือ
สมรรถนะ และคุณลักษณะตามจุดเน้นของโรงเรียน ต้องสอดคล้องกับสภาพ ความต้องการของ
ทอ้ งถิ่น

วัตถุประสงค์ในการจัดทาคาอธิบายรายวิชา เพื่อสร้างความเข้าใจว่าในรายวิชาน้ัน ผู้เรียน
จะได้เรียนรู้องค์ความรู้ ฝึกทักษะ กระบวนการ และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สาคัญอะไรบ้าง
และเปน็ แนวทางใหผ้ ู้สอนนาไปออกแบบการจัดการเรียนรู้

ลักษณะของคาอธิบายรายวิชา เป็นความเรียงที่ประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ ทักษะ
กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามตัวชี้วัดท่ีหลักสูตรกาหนดในรายวิชาพื้นฐานและ
ตามผลการเรียนรู้ที่สถานศึกษากาหนดข้ึนในรายวิชาเพ่ิมเติม ดังนั้น คาอธิบายรายวิชา จึงต้อง
สะท้อนตัวช้ีวัดหรือผลการเรียนรู้ของรายวิชาน้ัน เป็นรายปีสาหรับระดับประถมศึกษา และเป็น
รายภาคเรียนสาหรบั ระดบั มัธยมศึกษา

ขั้นตอนการจัดทาคาอธิบายรายวิชา
รายวิชาพ้นื ฐาน
รายวิชาพื้นฐานเป็นรายวิชาที่สอนให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 การเขียนคาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
มีขัน้ ตอนดังน้ี
1. วเิ คราะห์ตัวชี้วัดช้ันปีในระดับประถมศึกษา สาหรับมัธยมศึกษาตอนต้น วิเคราะห์ตัวช้ีวัด
ช้ันปี เพื่อกาหนดเป็นรายภาค หรือตัวช้ีวัดช่วงช้ันในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นรายภาคและ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลางตามที่หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กาหนด
2. วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ท้องถ่ินจากกรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ินของสานักงานเขต
พื้นที่การศึกษา และความต้องการและบริบทของโรงเรียนเพื่อกาหนดสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินที่เกี่ยวข้อง
กับตัวช้ีวัดในรายวชิ านนั้
3. จัดกลุ่มตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นที่มีความเชื่อมโยง
สัมพันธ์กันเพ่ือหลอมรวมและเรยี บเรียง เขียนเป็นความเรียง ให้เห็นสิ่งท่ีต้องการให้ผู้เรียน มีความรู้
ความสามารถ และคณุ ลักษณะในรายวชิ าน้นั

327

4. จดั ทารายละเอยี ดตามรูปแบบของคาอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาเพิม่ เติม
รายวิชาเพ่ิมเติมเป็นรายวิชาท่ีโรงเรียนกาหนดข้ึนตามจุดเน้น ความต้องการ หรือท้องถิ่น
การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม มขี ั้นตอน ดงั นี้
1. กาหนดผลการเรียนรู้ซงึ่ โรงเรยี นเป็นผ้กู าหนดขึน้ เอง
2. กาหนดสาระการเรยี นรู้ที่สอดคล้องกบั ผลการเรยี นรู้
3. จัดกลุ่มผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันเพ่ือหลอมรวม
และเรียบเรียง เขียนเป็นความเรียง ให้เห็นสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียน มีความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะ
ในรายวิชาน้ัน
4. จัดทารายละเอียดของรปู แบบของคาอธิบายรายวชิ า
องค์ประกอบของคาอธบิ ายรายวชิ า
องค์ประกอบสาคัญของคาอธิบายรายวิชา ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
สว่ นท่ี 1 หวั คาอธิบายวชิ า
ส่วนที่ 2 เนื้อหา สาระการเรียนรู้
ส่วนที่ 3 รหสั ตัวช้ีวัด หรือผลการเรยี นรู้
ส่วนท่ี 1 หัวคาอธิบายวิชา แสดงให้เห็น รหัสวิชา (เป็นรายพื้นฐานหรือเพิ่มเติม) กลุ่ม
สาระการเรยี นรู้ ระบรุ ะดับชนั้ ทใี่ ช้เรยี น เวลาทใ่ี ช้ในการเรยี น ประกอบด้วย

รหัสวิชา...... ชื่อรายวิชา………. กลมุ่ สาระการเรียนร้.ู ............
ชน้ั ปี..... จานวนชว่ั โมงหรอื หนว่ ยกติ (ตามโครงสร้างเวลาเรียนของสถานศกึ ษา)

ส่วนที่ 2 เน้ือหา สาระการเรียนรู้ แสดงให้เห็น เน้ือหา สาระการเรียนรู้ ทักษะ กระบวนการ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ท่ีต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และได้รับการพัฒนาประกอบด้วย
องค์ความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคโ์ ดยมแี นวการเขยี นที่สาคญั ดังนี้

1. ผ้เู รยี นได้เรียนรูอ้ ะไรบ้าง หมายถึง ส่วนท่ีเป็นเนื้อหาสาระการเรยี นรู้ ตามหลกั สตู ร
2. ผู้เรียนสามารถทาอะไรได้บ้าง หมายถึง ส่วนท่ีเป็นทักษะ/กระบวนการเรียนรู้ที่ต้องการ
ให้ฝกึ และเกดิ กับผเู้ รยี น
3. ผเู้ รียนมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์อะไรบ้าง ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
และ ตามธรรมชาติวิชา หมายถึงส่วนที่เป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ปรากฏในหลักสูตรแกนกลาง
หลกั สตู รสถานศึกษาและกลมุ่ สาระการเรยี นรูน้ ้ัน
เน้ือหาคาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ได้จากการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
ในประเด็น ผู้เรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง ผู้เรียนสามารถทาอะไรได้บ้าง และผู้เรียนมีคุณลักษณะอัน
พึงประสงค์อะไรบ้าง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ส่วนคาอธิบาย
รายวชิ าเพม่ิ เติม เนือ้ หาพิจารณาตามธรรมชาตวิ ิชา
ส่วนท่ี 3 รหัสตัวช้ีวัด หรือผลการเรียนรู้ แสดงให้เห็นภาพรวมและรายมาตรฐาน
การเรยี นรู้ หรือตวั ชี้วดั หรอื ผลการเรยี นรู้ท่ีจะใชใ้ นการประเมนิ ผลการเรียน

328

รหสั ตัวชว้ี ดั (รายวชิ าพนื้ ฐาน พิจารณาจากหลกั สตู รแกนกลาง)
ผลการเรยี นรู้ (รายวิชาเพมิ่ เติม โรงเรียนกาหนดเอง)
การเขียนคาอธิบายรายวิชาในเอกสารฉบบั น้นี าเสนอ 2 รปู แบบ

รูปแบบที่ 1 เขยี นรหสั วิชา และชอ่ื รายวชิ ากากับไว้สว่ นที่ 1

รหัสวิชา..............ชือ่ รายวิชา...............
รายวิชาพ้ืนฐาน (หรอื รายวชิ าเพิ่มเติม) กล่มุ สาระการเรียนร.ู้ ................
ช้ันปกี ารศกึ ษา........................... เวลา...........ชวั่ โมง ส่วนท่ี 1

เขียนเปน็ ความเรียงให้ไดใ้ จความว่าผู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้อะไร (ความรู้:เนอ้ื หา/ สว่ นท่ี 2
สารการเรยี นรู้) สามารถทาอะไรได้ (ทักษะ/ กระบวนการ) และมีคณุ ลักษณะ สว่ นท่ี 3
อนั พงึ ประสงค์ใดบ้างตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐานและธรรมชาติ
ของวิชา
……………………………………………………….……….………………………………………………………คทเ…………นณุกั…้ือ…………ษลห…ะ…………ักา/ษ…/…………สกณ…าร…………ะระ…อะบ…………กันว…าพ…………นร…งึกเ…………ปรา…ยีรร…………นะ…สร…………งู้ …ค…………์ …………………………………………………………………………………………………………(หแ…ส3…………ยลว่…ก…………อนป…แม…………เรตด…ร…………ะ่ลวีย…เ…………มะวด…)ยเ…………็นป…่อน…………็นห…้สี …………ยนา…่อ…………ม้า…หห…………าน…รร…………ถ้าือ……………เเด…ข…………ียยี ……………วน……
………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………
………
……ร(ผ……หลัส……กต…าัวร…ชเร…้ีวยีัด…น…ร(รู้…า:…ยรว…าชิ ย…าว…พิช…้ืนาเฐ…พา…่ิมน…เต…ิม…) …………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………….……………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………….
รวมท้ังหมด.............ตวั ช้ีวดั (รายวิชาพืน้ ฐาน)
(รวมท้ัง.......ผลการเรยี นรู้ : รายวิชาเพิม่ เติม)

329
รูปแบบที่ 2 ขนึ้ ต้นส่วนหัวด้วยคาว่า “คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐานหรอื เพิ่มเติมกากบั ในสว่ นที่ 1

คาอธิบายรายวิชา…………..
รหัสวชิ า.................ชื่อรายวิชา กลมุ่ สาระการเรียนรู้.................
ช้ันปกี ารศึกษา........................... เวลา...........ชวั่ โมง สว่ นท่ี 1

เขียนเป็นความเรยี งใหไ้ ด้ใจความว่าผู้เรียนได้เรยี นร้อู ะไร (ความรู้: ส่วนที่ 2
เน้ือหา/สาระ การเรยี นรู)้ สามารถทาอะไรได้(ทักษะ/ กระบวนการ) และมี ส่วนท่ี 3
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ใดบา้ งตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานและ
ธรรมชาติของวิชา
…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………ทเคน……………ุณกั ้ือ……………ษลหักะ……………าษ/……………/ณสก……………ะารอ……………ระนัะบ……………กพว……………างึ นปร……………กเร……………ราะียรส……………นง……………คร์……………ู้ …………………………………………………………………………………………………………แห(3ส……………ยลว่ ก…ป…………อนแมร……………เตดะร……………่ลเวียด……………มะว็น)ยเ……………ปน่อ……………็นส้ีห……………ยานมอ่……………้าาหห……………รนรถ……………า้ือเ……………เขดยี……………ียน……………ว…………………………………
……………ส…งค…์ ………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
ร…ห…ัส…ต…ัวชี้วัด (รายวชิ าพื้นฐาน)
(ผลการเรยี นรู้ : รายวชิ าเพ่มิ เติม)
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
รวมท้ังหมด.............ตัวชี้วัด (รายวชิ าพนื้ ฐาน)
(รวมทง้ั .......ผลการเรยี นรู้ : รายวิชาเพิ่มเตมิ )

330
ตัวอยา่ งคาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 (รปู แบบท่ี 1)

รหสั วชิ าพนื้ ฐาน ว11101 วทิ ยาศาสตร์ ส่วนท่ี 1
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 จานวน 80 ช่ัวโมง /ปี
ศึกษา สารวจ สังเกต ระบุ จาแนก เปรยี บเทียบ อธิบาย ความแตกต่าง
ระหว่างส่งิ มีชวี ติ กบั ส่งิ ไมม่ ชี วี ิต ลกั ษณะหนา้ ท่ีของโครงสรา้ งภายนอกของพชื และสัตว์
ลักษณะหน้าท่แี ละความสาคญั ของอวัยวะภายนอกของมนุษย์ตลอดจนการดูแลรกั ษา
เน้ือหา/ สุขภาพ ระบลุ กั ษณะของส่ิงมีชวี ิตในทอ้ งถ่ิน และนามาจัดจาแนกโดยใช้ลักษณะภายนอก
สาระ เป็นเกณฑ์ การจาแนกส่ิงมีชีวิตในท้องถ่นิ และการนาไปใช้ประโยชน์ ลักษณะสมบัติ
การเรยี นรู้ ของวสั ดทุ ่ีใชท้ าของเล่นของใช้ในชีวติ ประจาวัน ทดลอง อธิบาย

การดงึ การผลักวตั ถุ องค์ประกอบและสมบัตขิ องดิน การใช้ประโยชนจ์ ากดนิ ในทอ้ งถ่นิ สว่ น 2
ระบใุ นทอ้ งฟา้ มดี วงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์และดวงดาว
โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ /

ทกั ษะ/ ตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มูลเพื่อการตดั สนิ ใจ รวมถึงกระบวนการคดิ
กระบวนการ กระบวนการปฏบิ ตั ิ และกระบวนการวจิ ยั

คุณลักษณะ เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รียนนาความรูไ้ ปใช้ในชีวติ ประจาวัน มีวนิ ยั มีความรับผดิ ชอบ
อันพงึ ประสงค์ ใฝ่รู้ใฝเ่ รียน มงุ่ ม่ันในการทางานและมจี ติ วิทยาศาสตร์ มุ่งม่ันในการอนรุ กั ษ์ ส่งิ แวดล้อม

ตัวช้ีวัด สว่ น 3
ว1.1 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3
ว1.2 ป.1/1 /
ว3.1 ป.1/1 , ป.1/2
ว4.1 ป.1/1
ว6.1 ป.1/1
ว7.1 ป.1/1
ว8.1 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4 , ป.1/5 , ป.1/6 , ป.1/7

รวม 16 ตัวชวี้ ดั

331
ตัวอย่างคาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 (รปู แบบท่ี 2)

ว 11101 วทิ ยาศาสตร์ คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 จานวน 80 ชัว่ โมง /ปี
ศกึ ษา สารวจ สงั เกต ระบุ จาแนก เปรยี บเทียบ อธบิ าย ความแตกตา่ งระหวา่ ง
สิ่งมีชวี ติ กับสิ่งไม่มีชีวติ ลักษณะหนา้ ที่ของโครงสรา้ งภายนอกของพชื และสัตว์ ลักษณะ
หนา้ ทแี่ ละความสาคัญของอวัยวะภายนอกของมนษุ ยต์ ลอดจนการดแู ลรกั ษาสุขภาพ ระบุ
ลกั ษณะของสงิ่ มชี วี ิตในท้องถ่ิน และนามาจดั จาแนกโดยใช้ลกั ษณะภายนอกเป็นเกณฑ์
การจาแนกสง่ิ มีชีวิตในทอ้ งถน่ิ และการนาไปใชป้ ระโยชน์ ลักษณะสมบตั ิของวสั ดุท่ีใช้ทา
ของเลน่ ของใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ทดลอง อธบิ ายการถึงการผลกั วตั ถุ องค์ประกอบและ
สมบัตขิ องดิน การใชป้ ระโยชน์จากดนิ ในท้องถน่ิ ระบุในท้องฟ้ามดี วงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์และ
ดวงดาว
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ
การสืบค้นข้อมลู เพ่อื การตดั สินใจ รวมถึงกระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบตั ิ และ
กระบวนการวิจัย
เพือ่ ให้ผเู้ รียนนาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มวี นิ ัย มคี วามรับผิดชอบ ใฝร่ ใู้ ฝ่เรยี น
มงุ่ มัน่ ในการทางานและมจี ติ วทิ ยาศาสตร์ มุง่ มนั่ ในการอนุรกั ษ์สงิ่ แวดลอ้ ม

ตวั ชี้วดั
ว1.1 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3
ว1.2 ป.1/1
ว3.1 ป.1/1 , ป.1/2
ว4.1 ป.1/1
ว6.1 ป.1/1
ว7.1 ป.1/1
ว8.1 ป.1/1 , ป.1/2 , ป.1/3 , ป.1/4 , ป.1/5 , ป.1/6 , ป.1/7
รวม 16 ตวั ช้ีวัด

หมายเหตุ เวลาเรียนพิจารณาจากโครงสรา้ งเวลาเรยี นตามหลกั สูตรสถานศึกษา


Click to View FlipBook Version