แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1 รหสั วชิ า ว21102
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/6-8
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 เวลาเรยี น 150 นาที
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 พลงั งานความร้อน โรงเรยี นสันทรายวทิ ยาคม
เรื่อง แบบจำลองอนภุ าคของสสารในแต่ละสถานะ
ผู้สอน นางสาวนสุ รินทร์ อนิ่ คำ
1. สาระ/มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด/สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1.1 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
1.2 มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสมบัติของสสาร
กบั โครงสรา้ งและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาตขิ องการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การ
เกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
1.3 ตัวชว้ี ัด
ว 2.1 ม.1/9 อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาคแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการ
เคล่ือนทข่ี องอนภุ าคของสสารชนิดเดยี วกนั ในสถานะของแข็ง ของเหลว และแกส๊ โดยใช้แบบจำลอง
1.4 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาค โดยสารชนิดเดียวกันที่มีสถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการ
จัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของอนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อรูปร่างและ
ปรมิ าตรของสสาร
อนุภาคของของแข็งเรียงชิดกัน มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากที่สุด อนุภาคสั่นอยู่กับที่ ทำให้มี
รูปร่างและปรมิ าตรคงท่ี
อนุภาคของของเหลวอยู่ใกล้กัน มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็งแต่มากกว่าแก๊ส
อนภุ าคเคล่อื นที่ได้แตไ่ ม่เปน็ อสิ ระเท่าแกส๊ ทำให้มรี ปู รา่ งไมค่ งท่ี แต่ปริมาตรคงที่
อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยที่สุด อนุภาคเคลื่อนที่ได้อย่าง
อสิ ระทุกทศิ ทาง ทำให้มีรูปรา่ งและปริมาตรไมค่ งท่ี
2. สาระสำคญั
สสารทกุ ชนิดประกอบด้วยอนุภาค ซึ่งอาจเปน็ อะตอม โมเลกุล หรือไอออน โดยสสารชนิดเดียวกันที่มี
สถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของ
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
อนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อรูปร่าง และปริมาตรของสสาร เมื่อสสารได้รับหรือสูญเสียความร้อน สสารอาจ
เกิดการเปล่ียนแปลงอณุ หภูมิ ขนาด หรอื สถานะของสสาร
ความร้อนทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ เมื่อสสารได้รับความร้อนอาจทำให้สสารมีอุณหภูมิเพิ่มข้ึน
ในทางตรงกันขา้ มเมอื่ สสารสญู เสียความร้อนอาจทำใหส้ สารมีอณุ หภูมิลดลง
โดยทว่ั ไปเมอื่ สสารได้รับความร้อน สสารจะขยายตวั เนอ่ื งจากความร้อนทำให้อนภุ าคเคลื่อนที่เร็วข้ึน
และระยะห่างระหว่างอนุภาคมากขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อสสารสูญเสียความร้อน สสารจะหดตัว เนื่องจาก
ความร้อนทำใหอ้ นภุ าคเคลื่อนท่ชี ้าลงและระยะห่างระหว่างอนภุ าคลดลง
ความร้อนอาจทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ เมื่อสสารได้รับความร้อน อนุภาคจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นและ
เคลื่อนทอ่ี อกหา่ งกันมากขนึ้ แรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนุภาคจะลดลง จนสสารเปลย่ี นสถานะ ในทางกลับกัน เม่อื
สสารสูญเสียความร้อน อนุภาคจะเคลื่อนที่ช้าลงและเข้าใกล้กันมากขึ้น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคจะ
เพิ่มขน้ึ จนสสารเปลยี่ นสถานะ ขณะทส่ี สารเปลี่ยนสถานะ ความร้อนท้งั หมดจะถูกใช้ในการเปลีย่ นสถานะโดย
ไม่มีการเปล่ียนแปลงอุณหภมู ิ
3. สาระการเรียนรู้
➢ แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ
• ความหมายของสสาร
สสารทุกชนิดจะประกอบด้วยอนุภาค ซึ่งอาจจะเป็นอะตอม โมเลกุล หรือไอออนก็ได้ แต่มนุษย์ไม่
สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงมีการสร้างแบบจำลองอนุภาคของสสารขึ้นมา โดยสสารชนิดเดียวกันที่มี
สถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส จะมีการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การเคลื่อนท่ี
ของอนุภาคแตกต่างกนั ซงึ่ จะสง่ ผลตอ่ รูปรา่ งและปริมาตรของสสาร
• แบบจำลองอนภุ าคของสสาร
1. ของแขง็ อนุภาคของของแข็งจะเรียงชดิ กนั มแี รงยดึ เหน่ียวระหว่างอนภุ าคมากที่สุด อนุภาคส่ันอยู่
กับทแ่ี ตจ่ ะไมเ่ คล่อื นที่ จงึ ทำใหม้ ีรปู ร่างและปรมิ าตรคงที่
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
2. ของเหลว อนุภาคของของเหลวจะอยู่ใกล้กัน มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็ง แต่
มากกว่าแกส๊ อนภุ าคสามารถเคลอ่ื นที่ได้ แตไ่ ม่เปน็ อิสระ โดยจะเคลือ่ นทรี่ อบ ๆ อนุภาคทอ่ี ย่ใู กลเ้ คียง ทำให้มี
รูปร่างไมค่ งที่ เปล่ียนไปตามภาชนะท่บี รรจุ แตม่ ีปรมิ าตรคงที่
3. แก๊ส อนุภาคของแก๊สจะอยู่ห่างกันมาก มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยที่สุด อนุภาคสามารถ
เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระทุกทิศทาง ทำให้มีรูปร่างไม่คงที่เปลี่ยนไปตามภาชนะที่บรรจุ และมีปริมาตรไม่คงท่ี
เน่ืองจากอนุภาคของแก๊สสามารถถูกบบี อัดและเคล่ือนที่หา่ งกนั ไดม้ าก
สสารแต่ละชนิดอาจเป็นได้ทั้ง 3 สถานะ เช่น น้ำแข็ง น้ำ และไอน้ำ ขึ้นกับอุณหภูมิ ความดัน ของ
ส่ิงแวดล้อม เปน็ ต้น ซง่ึ ในสถานะทแี่ ตกต่างกันสสารกม็ สี มบัตบิ างอย่างที่แตกต่างกันดว้ ย เชน่ ความหนาแน่น
4. จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
4.1 ความรู้ (K)
นักเรียนสามารถอธิบาย และเปรียบเทียบการจัดเรยี งอนุภาคแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และ
การเคล่อื นท่ีของอนุภาคของสสารในสถานะของแข็ง ของเหลว และแกส๊ ไดอ้ ย่างถกู ต้อง
4.2 ทักษะ (P)
นักเรยี นสามารถสรา้ งแบบจำลองอนภุ าคของสสารในแตล่ ะสถานะได้
4.3 คุณลักษณะ
นักเรยี นมีวนิ ยั ในการส่งงานตรงตามเวลาทก่ี ำหนด
5. สมรรถนะผเู้ รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
มีวินัย
7. กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (5Es structional Mocel) สอนออนไลน์
ข้ันท่ี 1 : ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1. นกั เรยี นได้รับลงิ ค์ Google meet จากครูผ่านกล่มุ ปิดเฟซบคุ๊
2. นักเรยี นถูกเช็คช่ือ โดยวิธีการให้นกั เรียนพิมพช์ ่อื -นามสกลุ เลขท่ี และชัน้ สง่ ผา่ นช่องทางแชทของ
โปรแกรม Google meet
3. นักเรียนทบทวนความรู้ก่อนเรียน ผ่านแอปพลิเคชัน Quizizz เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของ
นักเรียนเกี่ยวกับสสารและสถานะของสสาร ในหนังสือวิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ม.1 หน้า 5 และนักเรียนสังเกต
รูปภาพการระเหิดของไอโอดีน เพ่อื เช่อื มโยงกับเนอื้ หาทจี่ ะทำการสอน
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
หากพบว่านกั เรยี นยังมคี วามรู้พน้ื ฐานไม่ถูกต้อง ครูทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผดิ ของนกั เรยี น
เพ่ือใหน้ ักเรยี นมีความรูพ้ ื้นฐานท่ถี ูกต้องและเพียงพอทจี่ ะเรียนเรือ่ งแบบจำลองอนภุ าคของสสารในแต่ละ
สถานะต่อไป
ขั้นท่ี 2 : ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) (100 นาที)
1. นักเรียนศึกษาคลิปวีดีโอ เรื่อง “แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ” และหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ม.1 (สสวท.) หน้า 4-9 ประกอบเพิม่ เติม โดยครูคอยอำนวยความสะดวกในการศึกษา
(ทม่ี า : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book2/sci-m1b2-001/)
ครกู ระตนุ้ การเรียนร้ดู ้วยคำถามสำคัญ ได้แก่
- นักเรยี นอธิบายสงิ่ ท่ีมองไม่เห็นได้ด้วยวิธีการใด (แนวคำตอบ : แบบจำลอง)
- แบบจำลองจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : สัญลกั ษณก์ ารเคลื่อนท่ี สญั ลักษณ์แรงยึด
เหน่ียว)
2. นักเรยี นตรวจสอบความเข้าใจจากการทำกิจกรรม “แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ”
โดยมีข้นั ตอนดงั ต่อไปนี้
2.1 ใหน้ กั เรยี นสบื ค้นข้อมูลแบบจำลองอนุภาคของสสารแต่ละสถานะเกี่ยวกับการจัดเรียงอนุภาค
แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
จากสื่ออินเทอร์เน็ตหรือแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ โดยนักเรียนสามารถออกแบบและใช้วัสดุท้องถิ่นได้ตามความ
สะดวก กำหนดเวลา 40 นาที
2.2 จากน้นั ใหน้ กั เรยี นอัพโหลดรปู ภาพผา่ นแอปพลเิ คชนั Padlet
ตวั อย่างผลงานของนักเรียน
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ขัน้ ที่ 3 : อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) (25 นาที)
1. นักเรียนอภิปรายสรุป เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ จากตัวอย่างผลงานของ
นักเรยี น เพ่ือช่วยให้นักเรียนสามารถสรุปไดด้ ว้ ยตนเอง
- แบบจำลองอนภุ าคของสสาร ภาพ 1, 2 และ 3 คือสถานะอะไร
- ระยะระหวา่ งอนุภาค ของแต่ละสถานะแตกต่างกนั อยา่ งไร
- แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าคของแข็ง ของเหลว และแก๊สเป็นอย่างไร
- การเคล่อื นทข่ี องอนภุ าคของแขง็ ของเหลว และแก๊ส เป็นอย่างไร
2. ให้นักเรียนทำใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ
(liveworksheets) (ที่มา : https://www.liveworksheets.com/4gu702810su?fbclid=IwAR38dJZJka1
mGbvHB9tRdi3I7rRFQxOkIlM6uyTcepUcPGQro7JAWfnBojg)
3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามข้อสงสยั เพอ่ื สะท้อนความคิดของนักเรยี น
ข้นั ท่ี 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที)
นักเรียนเลือกรูปภาพมา 1 รูป แล้ววิเคราะห์ว่าสสารแต่ละสถานะอยู่ตรงไหนของภาพ รวมท้ัง
วเิ คราะห์การจัดเรยี งตัว แรงยดึ เหนีย่ ว และการเคลื่อนที่ของสสารตวั อยา่ งแต่ละสถานะ (แนวคำตอบ : ขึ้นอยู่
กับคำตอบของนกั เรียน)
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (5 นาที)
1) ครูและนักเรียนประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้ (K) จากใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง แบบจำลอง
อนุภาคของสสารในแตล่ ะสถานะ
2) ครูและนักเรยี นประเมนิ ผลการเรียนรดู้ ้านทกั ษะ (P) จากผลงานแบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่
ละสถานะ
3) ครแู ละนกั เรียนประเมินผลการเรียนรู้ด้านคุณลกั ษณะ (A) จากการสงั เกตการส่งงาน
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ผลงานแบบจำลองอนภุ าคของสสารในแต่ละสถานะ
2. ใบกิจกรรมออนไลน์ เร่ือง แบบจำลองอนภุ าคของสสารในแต่ละสถานะ
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
9. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1) เอกสารประกอบการเรยี นรู้อา้ งอิงจากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ เลม่ 2 ม.1 (สสวท.)
2) แอปพลิเคชัน เชน่ Google meet และ Padlet
3) สื่อวดิ ีทัศน์ประกอบการสอน เรอ่ื ง แบบจำลองอนภุ าคของสสารในแต่ละสถานะ
(ท่มี า : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book2/sci-m1b2-001/)
4) ใบกจิ กรรมออนไลน์ เรอ่ื ง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแตล่ ะสถานะ
10. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวดั เคร่ืองมือวัด เกณฑ์ใช้ประเมนิ
ประเด็นการประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนสามารถ อธิบาย และ ตรวจจากใบกจิ กรรม แบบประเมินใบกจิ กรรม ระดบั คุณภาพ
พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
เปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาคแรง ออนไลน์ เรอื่ ง ออนไลน์ เรื่อง แบบจำลอง
ยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการ แบบจำลองอนุภาคของ อนุภาคของสสารในแต่ละ
เคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารใน สสารในแต่ละสถานะ สถานะ
สถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
ดา้ นทักษะ (P)
นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลอง ตรวจจากผลงาน ผลงานแบบจำลองอนภุ าค ระดับคุณภาพ
อนภุ าคของสสารในแตล่ ะสถานะได้ แบบจำลองอนุภาคของ ของสสารในแต่ละสถานะ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
สสารในแตล่ ะสถานะ
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
นักเรียนมีวินัยในการส่งงานตรงตาม 1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ
รายบุคคล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
เวลาที่กำหนด รายบุคคล 2. แบบบนั ทกึ การส่งงาน
2. ใบกจิ กรรมออนไลน์
3. ผลงานแบบจำลอง
สมรรถนะผู้เรียน
ความสามารถในการสื่อสาร ตรวจจากใบกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ
ออนไลน์และผลงาน รายบคุ คล พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
แบบจำลอง
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
ประเดน็ การประเมิน 3 ระดบั คุณภาพ 1
ทำใบกจิ กรรม 2 ทำใบกิจกรรม
นกั เรยี นสามารถอธบิ ายการจัดเรยี ง ออนไลน์ เร่อื ง ออนไลน์ เร่ือง
อนุภาคแรงยึดเหน่ยี วระหว่างอนภุ าค แบบจำลองอนุภาค ทำใบกิจกรรม แบบจำลองอนภุ าค
และการเคลอ่ื นที่ของอนภุ าคของสสาร ของสสารในแตล่ ะ ออนไลน์ เรื่อง ของสสารในแตล่ ะ
ในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส สถานะ ได้ถกู ต้อง แบบจำลองอนภุ าค สถานะ ได้ถูกต้อง
ได้อยา่ งถูกตอ้ ง 5-6 ช่องวา่ ง ของสสารในแต่ละ 1-2 ช่องวา่ ง
(3 คะแนน) สถานะ ได้ถูกต้อง
3-4 ช่องวา่ ง
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารประเมินดา้ นทักษะ (P)
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ 1
สรา้ งแบบจำลอง 2 สร้างแบบจำลอง
นักเรยี นสามารถสร้างแบบจำลอง อนภุ าคของสสารใน อนภุ าคของสสารใน
อนุภาคของสสารในแต่ละสถานะได้ แตล่ ะสถานะได้ครบ สรา้ งแบบจำลอง แต่ละสถานะได้ครบ
(3 คะแนน) องคป์ ระกอบ ดังน้ี อนุภาคของสสารใน องคป์ ระกอบ ดงั นี้
- แบบจำลองครบ 3 แต่ละสถานะได้ครบ - แบบจำลองครบ 3
สถานะ องคป์ ระกอบ ดังน้ี สถานะ
- มีการอธบิ าย - แบบจำลองครบ 3
ประกอบ สถานะ
- สสี นั สวยงาม - มีการอธิบาย
ประกอบ
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การประเมินด้านคุณลักษณะ (A)
ประเด็นการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
นกั เรยี นมีวินัยในการส่งงานตรงตาม 3 21
เวลาท่กี ำหนด สง่ งานตรงตามที่
(3 คะแนน) กำหนด (ในคาบ ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด ส่งงานช้ากว่ากำหนด
เรยี น)
1-2 ช่ัวโมง 3 ชัว่ โมง
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรับปรงุ
เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านสมรรถนะ
ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 1
2
ตามหลกั สตู รแกนกลาง
ความสามารถในการ เขยี นอธิบายถา่ ยทอด เขียนอธบิ ายถา่ ยทอด
สือ่ สาร ความรู้ ความคิด ความ ความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ ดว้ ยภาษาท่ี เขา้ ใจ ด้วยภาษาที่ไม่
เหมาะสม เหมาะสม
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
2 ดี
1 พอใช้
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
11. บนั ทึกหลงั กิจกรรมการเรยี นรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
จำนวนนักเรยี นทัง้ หมด ............ คน มผี ลการเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ สรุปได้ดังน้ี
นกั เรียนผ่านจุดประสงคด์ ้านความรู้ (K) รอ้ ยละ..........
(ด.ี ..........% , พอใช.้ ..........% , ปรับปรงุ ...........%)
นักเรยี นผา่ นจุดประสงคด์ ้านทักษะ (P) ร้อยละ..........
(ด.ี ..........% , พอใช้...........% , ปรับปรุง...........%)
นักเรียนผา่ นจุดประสงคด์ า้ นคุณลักษณะ (A) ร้อยละ..........
(ด.ี ..........% , พอใช.้ ..........% , ปรบั ปรุง...........%)
ปญั หา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. .............................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ขปัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................................
(นางสาวนสุ รินทร์ อ่ินคำ)
นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
วนั ท.ี่ ..................................................................
แผนการจดั การเรียนร้รู ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
12. ความคดิ เห็นครพู ี่เลยี้ ง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................................................
(นางนพมาศ พทิ ักษก์ มลรตั น)์
ครพู เ่ี ลี้ยง
วนั ที.่ ..................................................................
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ตารางผลการประเมนิ ด้านความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ และสมรรถนะ
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เร่ือง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแตล่ ะสถานะ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1/6
ผลการประเมนิ ด้าน K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขที่ ช่อื -สกุล ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ด้าน รวม ระดับ
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คณุ ภาพ
(3 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เดก็ ชายกฤษกรณ์ ทากสวรรณ์
2 เด็กชายกติ ติ แกว้ ดี
3 เด็กชายจติ รกานต์ เรืองน้อง
4 เด็กชายชยานนท์ เรอื นคำ
5 เด็กชายซินบี นตุ ุ
6 เดก็ ชายณฐั พล สีเสริม
7 เดก็ ชายธนกฤติ ยตี่ ันสี
8 เดก็ ชายธนา ดวงจนิ ดา
9 เดก็ ชายธติ ิภาคย์ หมัน่ งาน
10 เดก็ ชายภัทรกฤต มลิพฒั น์
11 เดก็ ชายรจุ แซทู
12 เดก็ ชายศรัณยพงศ์ สุขทรพั ย์
13 เด็กชายสมชาย ลงุ จี่
14 เด็กชายอนชุ ติ เจริญสุข
15 เด็กชายอภิวัฒน์ ขนุ นา
16 เดก็ ชายอัฎฐวี แกว้ วงศ์
17 เด็กหญิงพัชรพล มันธิโน
18 เด็กหญงิ กรรณกิ าร์ สมศกั ด์ิ
19 เด็กหญิงจาล่ี แซห่ ว่ ง
20 เด็กหญิงจีราวรรณ รวมญาติ
21 เดก็ หญงิ จุฑามาศ ไครม้ ลู
22 เด็กหญิงชิณณชิ า แถวถาทำ
23 เดก็ หญิงณัฐธิดา ดวงใจ
24 เดก็ หญงิ แดง สัตชาน
25 เดก็ หญงิ ธนัญชนก ฟองรตั น์
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ชื่อ-สกุล ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เด็กหญงิ ธัญวลัย แซ่เจ๊า (3 คะแนน) (3 คะแนน)
27 เดก็ หญิงนันทน์ ภัส จันทร์แหว่
28 เด็กหญงิ พจนี วันดี
29 เด็กหญิงพชิ ชา ลงุ ต๋า
30 เด็กหญงิ พิมพช์ นก ชัยเทพ
31 เด็กหญงิ ภัสสร ยอดคำ
32 เดก็ หญงิ มนี า สดุ า
33 เดก็ หญิงเมวดี ลงุ ซอ
34 เดก็ หญิงวรณั ย์รชั ต์ ตนั กุรมิ าน
35 เดก็ หญงิ สรัญญา สุขสร้อย
36 เดก็ หญิงสุทธดิ า แซ่ลี
37 เด็กหญิงสภุ ชา ศรสี ขุ
38 เด็กหญงิ แสงเดือน วิยะ
39 เดก็ หญิงองั คณา ลีลาศลี ธรรม
40 เดก็ หญงิ อาทิตยา ตาพระ
41 เดก็ หญงิ พรพิพฒั น์ ไพสฐิ ตสกุล
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7 พอใช้
1-4 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ตารางผลการประเมินด้านความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ และสมรรถนะ
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เรือ่ ง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/7
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจุดประสงค์
เลขที่ ชอ่ื -สกุล ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ ด้าน รวม ระดับ
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คณุ ภาพ
(3 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เด็กชายกฤษฎา โคตสงิ ห์
2 เด็กชายกติ ิคุณ ปัญญาประชุม
3 เด็กชายจริ ายุทธ์ บ้านเรือน
4 เด็กชายชลทรพั ย์ ติยะ
5 เด็กชายณภัทร ดวงจนั ทร์
6 เดก็ ชายณัฐพล ดวงแก้ว
7 เดก็ ชายธนชาติ -
8 เด็กชายธาวนิ จนั๋ ต๊ะ
9 เดก็ ชายบญุ ชู ลงุ จอ
10 เด็กชายพณิชพล ตุงคณาคร
11 เดก็ ชายพายัพ เจา้ แสนหวี
12 เด็กชายภาคภูมิ วงคส์ ถาน
13 เด็กชายวรพจน์ สร้อยจำปา
14 เด็กชายศกั ดิ์สยาม ป่งิ ยา่
15 เด็กชายสรวิชญ์ แจง้ ใบ
16 เด็กชายอนุพันธ์ แซ่สง
17 เดก็ ชายอภวิ ฒั น์ มากมลู
18 เด็กชายเอกบดินทร์ ใจคำ
19 เด็กชายวีระพฒั น์ แสนปัน
20 เด็กหญิงกวนิ ตรา ประธาน
21 เดก็ หญงิ จิง่ –
22 เด็กหญงิ ไฉไล ชัยทองคำ
23 เดก็ หญงิ โชติกา ทองจนั ทร์
24 เดก็ หญิงณัฐนชิ า วุฒิศลี วตั
25 เด็กหญิงตะวนั วาด เก่งกาจ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ชอื่ -สกุล ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เดก็ หญิงธมลวรรณ เขยี วชอุ่ม (3 คะแนน) (3 คะแนน)
27 นางสาวธดิ าพร ลงุ ทูน
28 เด็กหญิงนามี จะฟู
29 เด็กหญงิ ประกายดาว หลีจะ๊
30 เด็กหญงิ พชิ ญธิดา ไทยธนาศิลป์
31 เด็กหญงิ พิมพด์ าว ทำทอง
32 เดก็ หญิงพมิ พ์ลภัส วนาศรโี สภา
33 เดก็ หญิงภาวดี ลุงโยะ
34 เดก็ หญิงลีนา่ -
35 เดก็ หญงิ วริ าวรรณ วงค์หาญ
36 เดก็ หญงิ สายนำ้ สรุ ยิ ะ
37 เดก็ หญิงสทุ ธิดา บญุ มา
38 เดก็ หญงิ แสงหลา้ ไผท่ อง
39 เดก็ หญิงองั คณาพร อารุณ
40 เดก็ หญิงอัญพัชญ์ หวานเย็น
41 เด็กหญงิ อุมาพร อนิ ทะมาน
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7 พอใช้
1-4 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ตารางผลการประเมนิ ดา้ นความรู้ ทกั ษะ คุณลักษณะ และสมรรถนะ
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
เร่อื ง แบบจำลองอนภุ าคของสสารในแตล่ ะสถานะ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1/8
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขที่ ชอ่ื -สกุล ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คุณลกั ษณะ คณุ ภาพ
(3 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เด็กชายกฤษณพงค์ จนั ทร์ใสย
2 เด็กชายกิตติชัย ผวิ พรรณ์
3 เด็กชายชวกร ลงุ ลาก
4 เด็กชายณรงค์ฤทธ์ิ เฉลียว
5 เดก็ ชายณฐั พล สุก๋า
6 เดก็ ชายธนเดช เตชะมงคล
7 เดก็ ชายธนาวรรณ์ เคหา
8 เดก็ ชายประธาน ลงุ หน่ึง
9 เด็กชายประภากร อำนา
10 เดก็ ชายพรชยั แซ่หาง
11 เด็กชายพิชติ มานะ
12 เดก็ ชายภานุพงศ์ มาลา
13 เดก็ ชายวรศลิ ป์ แซว่ ะ
14 เด็กชายศักดส์ิ ิทธ์ิ แซ่สงั
15 เดก็ ชายสามแสง ลุงทอน
16 เด็กชายอนภุ าพ สรุ ิยะ
17 เดก็ ชายอภวิ ุฒิ ลงุ กอหรงิ่
18 เดก็ ชายธรี วตั น์ มาลยั สาร
19 เดก็ หญงิ กัญญาณัฐ ทรงคำ
20 เด็กหญงิ จดิ าภา วงศช์ าลี
21 เด็กหญิงชนญั ญา สุขแสวง
22 เดก็ หญิงฐานดิ า สุกนั ศีล
23 เด็กหญงิ ณฐั รัช หงสย์ ีส่ ิบส่ี
24 เด็กหญงิ ทอรุ้ง สรุ ะเปยี้
25 เด็กหญิงธมลวรรณ นธิ เิ กษมสมบัติ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ช่ือ-สกุล ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เด็กหญงิ นภสั วรรณ กา๋ บุตร์ (3 คะแนน) (3 คะแนน)
27 เดก็ หญงิ นริ ชั พร คำแดง
28 เด็กหญงิ ปภาวรนิ ทร์ มายา
29 เด็กหญงิ ปรชี ญา อธชิ ากฤษฎ์ิ
30 เดก็ หญิงพลอยชมพู พุ่มพลอย
31 เด็กหญิงพิชญาภา ด้วงไม้
32 เด็กหญิงพมิ พา น้อยหลี
33 เด็กหญิงภูมใิ จ ถนอมจติ ดี
34 เดก็ หญงิ วรรณวศิ า ทรงรุ่งโรจน์
35 เดก็ หญิงศรสี ุดา เหล่านามสวุ รรณ
36 เดก็ หญิงสิรนิ ดา ไวรักษ์
37 เด็กหญิงสนุ ารี นายลือ
38 เด็กหญิงสุรารกั ษ์ ป่าจันทน์ขาว
39 เดก็ หญงิ หญงิ ลุงกู่
40 เด็กหญงิ อัญชสิ า บุญเทยี ม
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7 พอใช้
1-4 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ ชนั้ ม.1
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4 พลังงานความรอ้ น เรื่องท่ี 1 แบบจำลองอนภุ าคของสสารในแตล่ ะสถานะ
คำชแ้ี จง จงเตมิ ข้อความลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ครบถ้วนสมบรู ณ์
แบบจำลองอนภุ าคของนำ้ ในสถานะที่พบในภาพดงั กล่าวความมีลกั ษณะอย่างไร พร้อมอธบิ าย
สถานะ แรงยึดเหน่ียวระหวา่ งอนุภาค การส่ันและการเคล่ือนท่ีของ
อนภุ าค
ชื่อ-นามสกุล ………………………………………………………………………………เลขท…ี่ ……………………หอ้ ง………………….
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
เฉลยภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ใบกจิ กรรมออนไลน์ เรอื่ ง แบบจำลองอนภุ าคของสสารในแตล่ ะสถานะ ชน้ั ม.1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 พลงั งานความร้อน เรอื่ งท่ี 1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแตล่ ะสถานะ
คำช้แี จง จงเตมิ ข้อความลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ครบถ้วนสมบรู ณ์
แบบจำลองอนภุ าคของน้ำในสถานะที่พบในภาพดังกลา่ วความมลี ักษณะอยา่ งไร พร้อมอธบิ าย
สถานะ แรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ งอนุภาค การส่ันและการเคลอ่ื นท่ขี อง
อนุภาค
มีแรงยึดเหน่ยี วระหว่างอนภุ าคมาก อนภุ าคสน่ั อยู่กับท่ี
ทสี่ ุด
มแี รงยึดเหนีย่ วระหว่างอนภุ าค อนุภาคเคลื่อนท่รี อบ ๆ อนภุ าค
น้อยกวา่ ของแข็งแต่มากกว่าแกส๊ ใกล้เคียง
มแี รงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งอนุภาค อนภุ าคเคลื่อนท่ีได้อย่างอสิ ระทกุ
น้อยที่สุด ทศิ ทาง
ชอื่ -นามสกลุ ………………………………………………………………………………เลขท…ี่ ……………………หอ้ ง………………….
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2 รหสั วชิ า ว21102
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1/6-8
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 เวลาเรยี น 150 นาที
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 5 พลังงานความร้อน โรงเรียนสันทรายวิทยาคม
เรอ่ื ง ความร้อนกบั การเปลีย่ นแปลงอุณหภมู ิของสสาร
ผสู้ อน นางสาวนสุ รินทร์ อิน่ คำ
1. สาระ/มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด/สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1.1 สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
1.2 มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลีย่ นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏสิ ัมพนั ธ์
ระหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวิตประจำวนั ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณ์ทเี่ กยี่ วข้องกบั เสียง แสง
และคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
1.3 ตวั ชว้ี ัด
ว 2.3 ม.1/1 วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยน
อณุ หภมู ิและเปลี่ยนสถานะ โดยใชส้ มการ = และ =
ว 2.3 ม.1/2 ใชเ้ ทอรม์ อมิเตอรใ์ นการวดั อุณหภมู ิของสสาร
1.4 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
เมือ่ สสารไดร้ ับหรอื สญู เสยี ความรอ้ นอาจทำใหส้ สารเปลยี่ นอณุ หภมู ิ เปล่ยี นสถานะ หรอื เปลีย่ นรปู ร่าง
ปริมาณความร้อนท่ที ำให้สสารเปลีย่ นอณุ หภมู ขิ น้ึ กบั มวล ความรอ้ นจำเพาะ และอุณหภมู ิท่เี ปลย่ี นไป
ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะขึ้นกับมวลและความร้อนแฝงจำเพาะ โดยขณะที่สสาร
เปลี่ยนสถานะ อณุ หภมู จิ ะไม่เปลยี่ นแปลง
2. สาระสำคญั
สสารทุกชนดิ ประกอบดว้ ยอนภุ าค ซึง่ อาจเปน็ อะตอม โมเลกุล หรือไอออน โดยสสารชนิดเดียวกันที่มี
สถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของ
อนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อรูปร่าง และปริมาตรของสสาร เมื่อสสารได้รับหรือสูญเสียความร้อน สสารอาจ
เกิดการเปลย่ี นแปลงอุณหภมู ิ ขนาด หรอื สถานะของสสาร
ความร้อนทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ เมื่อสสารได้รับความร้อนอาจทำให้สสารมีอุณหภูมิเพิ่มข้ึน
ในทางตรงกนั ขา้ มเม่อื สสารสญู เสยี ความร้อนอาจทำใหส้ สารมีอณุ หภูมิลดลง
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โดยทวั่ ไปเมอ่ื สสารได้รับความร้อน สสารจะขยายตัว เนอ่ื งจากความร้อนทำให้อนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ้น
และระยะห่างระหว่างอนุภาคมากขึ้น ในทำงกลับกัน เมื่อสสารสูญเสียความร้อน สสารจะหดตัว เนื่องจาก
ความรอ้ นทำให้อนุภาคเคลื่อนทช่ี ้าลงและระยะห่างระหว่างอนุภาคลดลง
ความร้อนอาจทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ เมื่อสสารได้รับความร้อน อนุภาคจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นและ
เคลือ่ นท่ีออกหา่ งกนั มากขึน้ แรงยึดเหนย่ี วระหว่างอนภุ าคจะลดลง จนสสารเปลี่ยนสถานะ ในทางกลบั กัน เม่อื
สสารสูญเสียความร้อน อนุภาคจะเคลื่อนที่ช้าลงและเข้าใกล้กันมากขึ้น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคจะ
เพ่ิมข้นึ จนสสารเปลย่ี นสถานะ ขณะท่ีสสารเปล่ยี นสถานะ ความรอ้ นทง้ั หมดจะถกู ใชใ้ นกำรเปลี่ยนสถานะโดย
ไม่มกี ารเปลีย่ นแปลงอุณหภมู ิ
3. สาระการเรียนรู้
➢ ความร้อนกบั การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
อนุภาคของแข็งจะสั่นอยู่กับที่ ส่วนอนุภาคของของเหลวและแก๊สจะเคลื่อนที่ได้ การสั่นและการ
เคลื่อนที่ของอนุภาคทำให้เกิดพลังงานความร้อน (thermal energy) ในสสาร ซึ่งเราไม่สามารถวัดปริมาณ
พลังงานความร้อนนีไ้ ด้โดยตรง แต่เราสามารถวดั ระดบั พลังงานความร้อนของสสารได้ด้วยการวัดอุณหภูมิโดย
ใช้เทอร์มอมเิ ตอรแ์ บบตา่ ง ๆ เชน่ เทอรม์ อมิเตอร์แบบแท่งแก้ว เทอรม์ อมิเตอรแ์ บบอนิ ฟราเรด เทอร์มอมิเตอร์
คปั เปลิ สสารท่ีมอี ณุ หภูมิสูงแสดงว่ามีระดับพลังงานความร้อนสงู ในทางตรงกันขา้ มสสารท่ีมีอุณหภูมิต่ำแสดง
วา่ มีระดับพลงั งานความร้อนตำ่ ดว้ ย
สสารทมี่ อี ณุ หภูมิเพ่มิ ขึ้นเม่ือได้รบั ความร้อน ซึง่ อณุ หภูมิท่เี พิ่มข้นึ ของสสารข้ึนอยู่กับมวลและปริมาณ
ความร้อนที่ได้รับ แต่ถ้าให้ความร้อนแก่สสารต่างชนิดกันในปริมาณเท่ากัน แม้จะมีมวลเท่ากัน อุณหภูมิที่
เปลี่ยนไปจะไม่เท่ากัน ดังนั้นปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของสสารอันเนื่องมากจากการได้รับ
ความร้อนจึงขึน้ อยูก่ บั มวล ปริมาณความร้อน และชนิดของสสาร
หน่วยของอุณหภูมิ ได้แก่ องศาเซลเซียส องศาฟาเรนไฮต์ และเคลวิน มีความสัมพันธ์กัน สามารถ
เปล่ยี นจากหนว่ ยหนึง่ เป็นอีกหน่วยหนึง่ ได้ โดยมีความสมั พนั ธ์ ดงั แสดง
− 32 − 273
100 = 180 = 100
ในการทำใหส้ สารต่างชนิดกันที่มีมวล 1 หนว่ ยเทา่ กัน มอี ณุ หภูมิเพมิ่ ขน้ึ 1 หน่วยเทา่ กัน จะใช้ปริมาณ
ความร้อนทแี่ ตกตา่ งกัน ปรมิ าณความรอ้ นนี้เป็นความร้อนจำเพาะของสาร (specific heat)
ความร้อนจำเพาะของสาร มีหน่วยเป็น แคลอรี/กรัม องศาเซลเซียส หรือ จูล/กรัม องศาเซลเซียส
หรือ จูล/กิโลกรัม เคลวิน ค่าความร้อนจำเพาะเป็นค่าเฉพาะตัวของสาร เช่น ความร้อนจำเพาะของน้ำมีค่า 1
แคลอรี/กรัม องศาเซลเซียส หรือ 4.18 จลู /กรัม องศาเซลเซียส แสดงว่า ตอ้ งใช้ปริมาณความร้อน 1 แคลอรี
หรือ 4.18 จูลในการทำให้น้ำมวล 1 กรัม มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส สารต่างชนิดกันจะมีความร้อน
จำเพาะแตกต่างกัน
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
• ตาราง (1) ความรอ้ นจำเพาะของสาร
ความรอ้ นจำเพาะ
สาร สถานะ แคลอรี/กรัม องศา จลู /กรมั องศาเซลเซยี ส
เซลเซียส
อะลูมิเนยี ม (Aluminium) ของแขง็ 0.22 0.90
ทองแดง (Copper) ของแขง็ 0.09 0.39
ทอง (Gold) ของแข็ง 0.03 0.13
นำ้ แขง็ (Ice) ของแข็ง 0.50 2.10
เงิน (Silver) ของแขง็ 0.06 0.23
แก้ว (Glass) ของแข็ง 0.20 0.84
เหลก็ (Iron) ของแข็ง 0.11 0.45
เอทานอล (Ethanol) ของเหลว 0.59 2.46
กลีเซอรอล (Glycerol) ของเหลว 0.58 2.43
น้ำ (Water) ของเหลว 1.00 4.18
ไอนำ้ (Water vapor) แก๊ส 0.48 2.00
หมายเหตุ : 1 แคลอรี = 4.18 จลู
สารท่มี ีความร้อนจำเพาะน้อยต้องการปริมาณความร้อนเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้สารน้นั มวล 1 กรัม มี
อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส สารที่มีความร้อนจำเพาะมากต้องการปริมาณความร้อนมากเพื่อทำให้สาร
น้ันมวล 1 กรัม มีอณุ หภมู เิ พม่ิ ข้นึ 1 องศาเซลเซียส ในทางกลับกนั ถ้าใหป้ รมิ าณความร้อนเทา่ กัน สารทมี่ ีความ
รอ้ นจำเพาะน้อยก็จะมีอณุ หภมู ิเพิม่ ขึน้ มากกวา่ สารท่ีมคี วามร้อนจำเพาะมาก
• การคำนวณปรมิ าณความร้อนทีท่ ำใหอ้ ุณหภมู ขิ องสสารเปล่ยี นแปลง
การคำนวณหาปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำ มวล 5 กรัม มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจาก 30 องศาเซลเซียส
เป็น 70 องศาเซลเซยี ส โดยนำ้ มีความร้อนจำเพาะ 1 แคลอรี/กรมั องศาเซลเซียส สามารถทำไดด้ งั นี้
จากคา่ ความรอ้ นจำเพาะของน้ำหมายความวา่
นำ้ 1 กรมั มอี ุณหภูมเิ พ่มิ ขึ้น 1 องศาเซลเซียส ใชป้ ริมาณความรอ้ น 1 แคลอรี
นำ้ 5 กรัม มอี ุณหภมู เิ พ่ิมข้นึ 1 องศาเซลเซยี ส ใช้ปริมาณความร้อนเทา่ กับ 5×1 = 5 แคลอรี
นำ้ 5 กรัม ตอ้ งการให้อุณหภูมิเพิม่ ขึน้ 70-30 = 40 องศาเซลเซียส
ใช้ปริมาณความรอ้ น 5×1×40 = 200 แคลอรี
ดังน้นั ถา้ ให้
m แทน มวลของสสาร มีหน่วยเป็น กรัม (g)
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
แทน อณุ หภูมขิ องสสารท่เี ปลย่ี นแปลงไป หรืออณุ หภูมสิ ูงสดุ (t2) – อุณหภูมติ ำ่ สดุ (t1)
มีหน่วยเปน็ องศาเซลเซยี ส (˚C)
Q แทน ปริมาณความร้อนท่สี สารไดร้ ับหรือสูญเสยี มีหน่วยเป็น แคลอรี (cal)
c แทน ความร้อนจำเพาะของสาร มีหน่วยเปน็ แคลอร/ี กรมั องศาเซลเซียส (cal/g ˚C)
การหาปรมิ าณความร้อนที่ทำให้สสารเปลย่ี นแปลงอุณหภูมิ จากความสมั พันธ์ระหว่างมวล ความร้อน
จำเพาะและอุณหภูมทิ ่เี ปลี่ยนไป ดังสมการ
=
4. จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
4.1 ความรู้ (K)
นักเรียนสามารถวิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง
อณุ หภมู ิของสสารได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
4.2 ทักษะ (P)
1. นักเรียนสามารถอธิบายหลกั การใช้เทอรม์ อมเิ ตอร์ในการวดั อณุ หภูมิของสสารได้
2. นักเรียนสามารถคำนวณปรมิ าณความร้อนทท่ี ำใหส้ สารเปลี่ยนอุณหภมู ิและเปล่ยี นสถานะ โดย
ใช้สมการ = ได้
4.3 คุณลกั ษณะ
นักเรียนมีวินยั ในการส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด
5. สมรรถนะผ้เู รียน
ความสามารถในการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มคี วามมุ่งมัน่ ในการทำงาน
7. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (5Es structional Mocel) สอนออนไลน์
ข้นั ท่ี 1 : ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนได้รบั สง่ ลงิ ค์ Google meet จากครูผ่านกลมุ่ ปดิ เฟซบคุ๊
2. นักเรียนถูกเชค็ ช่ือ โดยวธิ ีการใหน้ ักเรยี นพิมพช์ ่ือ-นามสกลุ เลขที่ และช้นั สง่ ผา่ นช่องทางแชทของ
โปรแกรม Google meet
3. นักเรียนทบทวนความรู้ก่อนเรียน ผ่านแอปพลิเคชัน Quizizz เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของ
นักเรยี นเกย่ี วกบั การใช้เทอร์มอมิเตอร์ ในหนังสือวิทยาศาสตร์ 2 ม.1 หนา้ 12
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
หากพบว่านักเรียนยังมีความรู้พื้นฐานไม่ถูกต้อง ครูทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน
เพ่อื ใหน้ กั เรียนมีความรู้พน้ื ฐานท่ีถูกต้องและเพยี งพอทจี่ ะเรยี นเร่ืองความร้อนกับการเปลี่ยนอุณหภูมิของสสาร
ตอ่ ไป
4. ครูนำเข้าสู่บทเรียน โดยให้นักเรียนสังเกตภาพ 5.9 การใช้เทอร์มอคัปเปิลวัดอุณหภูมิอาหาร และ
ครูใช้คำถาม ถามนักเรียนว่า “หากต้องการให้ชิ้นสเต็กสุกไวขึ้น เชฟควรทำอย่างไร” (แนวคำตอบ : เร่งไฟให้
แรงขึ้น ห่นั สเต็กใหม้ ขี นาดเลก็ ลง)
ขน้ั ที่ 2 : ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นกั เรียนศกึ ษาคลปิ วดี โี อ เรือ่ ง “ความร้อนกบั การเปล่ียนแปลงอุณหภูมขิ องสสาร”
(ที่มา : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book2/sci-m1b2-002/)
ครกู ระตนุ้ การเรียนร้ดู ว้ ยคำถามสำคญั ไดแ้ ก่
- จากกราฟตอนที่ 1 ปริมาณความร้อน นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง จงสรุปผลการทดลอง
จากกราฟ (แนวคำตอบ : บีกเกอร์ที่ได้รับความร้อนจากเทียนไข 2 เล่ม มีอุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่าบีกเกอร์ที่
ได้รับความร้อนจากเทียนไขเพียง 1 เล่ม เนื่องจากเทียนไข 2 เล่ม จะให้ปริมาณความร้อนมากกว่าเทียนไข 1
เล่ม ดงั น้ันปริมาณความร้อนมีผลต่อการเปล่ียนแปลงอุณหภมู ิ ถ้าปรมิ าณความร้อนมาก อณุ หภูมิของสสารจะ
เพม่ิ ขนึ้ มาก)
- จากกราฟตอนที่ 2 มวลของสาร นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง จงสรุปผลการทดลองจาก
กราฟ (แนวคำตอบ : เม่อื ใหป้ ริมาณความรอ้ นที่เทา่ กนั แกน่ ้ำทมี่ ีมวลตา่ งกนั นำ้ ในบกี เกอร์ทม่ี ีมวลน้อยกว่าจะมี
อุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่า ดังนั้นมวลของสสารผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร ถ้ามวลของสสารน้อย
อณุ หภมู ิของสสารจะเพิ่มข้ึนมาก)
- จากกราฟตอนที่ 3 ชนิดของสาร นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง จงสรุปผลการทดลองจาก
กราฟ (แนวคำตอบ : เมื่อให้ความร้อนปริมาณที่เท่ากันกับน้ำและกลีเซอรอลที่ต่างก็มีมวลเท่ากัน กลีเซอรอล
จะมีอุณหภมู เิ พ่มิ ขนึ้ มากกว่าน้ำ ดังน้นั ชนิดของสสารผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงอณุ หภูมิของสสาร ถ้าสารต่างชนิด
กนั มมี วลเทา่ กัน และได้รับปริมาณความร้อนท่เี ทา่ กนั สารแต่ละชนิดจะมีอณุ หภูมิเพิ่มข้นึ แตกตา่ งกัน)
โดยให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้ ที่ได้วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลจากการทดลองในคลิปวิดีโอ
ลงบน Padlet
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
2. นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง “ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร” โดยใช้สื่อ
Power point และหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ 2 ม.1 (สสวท.) หน้า 11-27 ประกอบเพ่มิ เตมิ โดยครคู อยอำนวย
ความสะดวกในการศกึ ษา
3. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจจากการทำใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง เทอร์มอมิเตอร์
(Liveworksheets) โดยมขี ้ันตอนดังต่อไปน้ี
3.1 ให้นักเรียนทำใบกิจกรรมออนไลน์ โดยให้เวลาในการสืบค้นข้อมูลและทำกิจกรรมเป็นเวลา
20 นาที
3.2 จากน้ันให้นักเรยี นกดส่ง Liveworksheets และอพั โหลดรูปภาพผ่านแอปพลเิ คชนั Padlet
4. นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยน
สถานะ โดยใช้สมการ = และตรวจสอบความเข้าใจจากกิจกรรมการแสดงวิธีทำการคำนวณ
ปรมิ าณความรอ้ นทที่ ำใหส้ สารเปล่ยี นอณุ หภมู ิ โดยมขี ั้นตอนดงั ต่อไปน้ี
4.1 ให้นักเรียนแสดงวิธีทำการคำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิลงในสมุด
โดยให้เวลาในการสบื ค้นขอ้ มลู และทำกิจกรรมเปน็ เวลา 20 นาที
4.2 จากนน้ั ให้นักเรียนอัพโหลดรูปภาพผา่ นแอปพลิเคชนั Padlet
ขน้ั ที่ 3 : อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. นักเรียนอภปิ รายสรุป เรื่อง ความรอ้ นกับการเปลย่ี นแปลงอณุ หภมู ขิ องสสาร โดยการเฉลยกจิ กรรม
สรุปองค์ความรู้ ที่ได้วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลจากการทดลองในคลิปวิดีโอ ใบกิจกรรมออนไลน์
เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร (เทอร์มอมิเตอร์) และกิจกรรมการแสดงวิธีทำการ
คำนวณปรมิ าณความร้อนทีท่ ำให้สสารเปล่ียนอณุ หภมู ิ
2. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นได้ซกั ถามขอ้ สงสยั เพ่ือสะท้อนความคดิ ของนักเรยี น
ขั้นท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
นักเรียนรว่ มกนั ทำโจทย์การเปลีย่ นหนว่ ยของอุณหภูมิ “ถ้าวดั อณุ หภูมขิ องด.ช.ก ได้ 104 ˚F แสดงว่า
ด.ช.กมีไข้หรือไม่ (กำหนดให้อุณหภูมิของคนที่มากกว่า 37.5 ˚C เป็นไข้)” (แนวคำตอบ : ด.ช.กมีอุณหภูมิ
40 ˚C แสดงว่าด.ช.กเป็นไข้)
ขนั้ ท่ี 5 ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
1) ครูและนักเรียนประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้ (K) จากกิจกรรมสรุปองค์ความรู้ ที่ได้วิเคราะห์
และแปลความหมายขอ้ มูลจากการทดลองในคลิปวดิ ีโอ
2) ครูและนักเรยี นประเมนิ ผลการเรยี นรู้ด้านทักษะ (P) จากใบกิจกรรมออนไลน์ เร่อื ง เทอร์มอมิเตอร์
และจากกจิ กรรมการแสดงวิธที ำการคำนวณปรมิ าณความร้อนท่ีทำใหส้ สารเปลย่ี นอุณหภูมิ
3) ครแู ละนักเรยี นประเมนิ ผลการเรยี นรู้ด้านคณุ ลกั ษณะ (A) จากการสังเกตการส่งงาน
8. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. ช้ินงานสรปุ องคค์ วามรู้ ทีไ่ ด้วเิ คราะห์และแปลความหมายขอ้ มลู จากการทดลองในคลิปวดิ ีโอ
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
2. ช้ินงานการแสดงวธิ ีทำการคำนวณปรมิ าณความร้อนทที่ ำให้สสารเปลีย่ นอุณหภูมิ
3. ใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง เทอรม์ อมเิ ตอร์
9. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1) เอกสารประกอบการเรยี นรูอ้ ้างอิงจากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ 2 ม.1 (สสวท.)
2) แอปพลิเคชัน เช่น Quizizz Google meet และ Padlet
3) สื่อวดิ ที ัศน์ประกอบการสอน เรอ่ื ง “ความรอ้ นกับการเปลีย่ นแปลงอณุ หภมู ิของสสาร”
(ทีม่ า : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book2/sci-m1b2-002/)
4) ใบกจิ กรรมออนไลน์ เร่ือง เทอรม์ อมิเตอร์
10. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั เคร่ืองมอื วัด เกณฑใ์ ช้ประเมนิ
ประเด็นการประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนสามารถวิเคราะห์ แปล ตรวจจากกจิ กรรมสรุป แบบประเมินกิจกรรมสรุป ระดับคุณภาพ
พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ความหมายข้อมูล และอธิบายปัจจัย องค์ความรู้ ที่ได้ องค์ความรู้ ที่ได้วิเคราะห์
ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ วิเคราะหแ์ ละแปล และแปลความหมายข้อมูล
ของสสารได้อยา่ งถูกตอ้ ง ความหมายข้อมูลจาก จากการทดลองในคลิป
การทดลองในคลปิ วดิ โี อ วดิ โี อ
ด้านทักษะ (P)
1. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการ ตรวจจากใบกิจกรรม แบบประเมินใบกจิ กรรม ระดับคุณภาพ
พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ใช้เทอร์มอมิเตอร์ในการวัดอุณหภูมิ ออนไลน์ เรอื่ ง เทอรม์ อ ออนไลน์ เรื่อง เทอรม์ อ
ของสสารได้ มเิ ตอร์ มิเตอร์
2. นักเรียนสามารถคำนวณปริมาณ ตรวจจากกิจกรรมการ แบบประเมินกิจกรรมการ ระดบั คุณภาพ
พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยน แสดงวิธีทำการคำนวณ แสดงวิธีทำการคำนวณ
อุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะ โดยใช้ ปริมาณความร้อนที่ทำ ปริมาณความร้อนที่ทำให้
สมการ = ได้ ใหส้ สารเปลย่ี นอุณหภมู ิ สสารเปลีย่ นอณุ หภมู ิ
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
นักเรียนมคี วามมุ่งมัน่ ในการทำงาน 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ
สง่ งานตรงตามเวลาที่กำหนด รายบุคคล รายบุคคล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
2. การทำกิจกรรม 2. แบบบนั ทึกการสง่ งาน
3. ใบกจิ กรรมออนไลน์
สมรรถนะผู้เรียน
ความสามารถในการคิดอย่างมี ตรวจจากการทำ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ
รายบคุ คล พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
วจิ ารณญาณ กจิ กรรมและใบ
กิจกรรมออนไลน์
เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K)
ประเดน็ การประเมนิ ระดับคุณภาพ
321
นกั เรียนสามารถวิเคราะห์ แปล ทำกิจกรรมสรปุ องค์ ทำกจิ กรรมสรปุ องค์ ทำกิจกรรมสรปุ องค์
ความหมายข้อมูล และอธบิ ายปจั จยั ทมี่ ี ความรู้ ทไี่ ด้วิเคราะห์ ความรู้ ที่ได้วิเคราะห์ ความรู้ ทไ่ี ด้วิเคราะห์
ผลตอ่ การเปล่ียนแปลงอณุ หภูมิของ และแปลความหมาย และแปลความหมาย และแปลความหมาย
สสารไดอ้ ย่างถูกต้อง ข้อมูลจากการ ขอ้ มูลจากการ ข้อมูลจากการ
(3 คะแนน) ทดลองในคลปิ วดิ ีโอ ทดลองในคลปิ วดิ โี อ ทดลองในคลิปวิดีโอ
ได้ถูกต้อง 3 ข้อ ไดถ้ ูกต้อง 2 ข้อ ไดถ้ ูกต้อง 1 ข้อ
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คุณภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
เกณฑ์การประเมินดา้ นทกั ษะ (P)
ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 1
ทำใบกิจกรรม 2 ทำใบกจิ กรรม
1. นักเรยี นสามารถอธบิ ายหลกั การใช้ ออนไลน์ เรอื่ ง เทอร์ ออนไลน์ เร่อื ง เทอร์
เทอรม์ อมเิ ตอรใ์ นการวัดอุณหภมู ิของ มอมเิ ตอร์ ได้ถกู ต้อง ทำใบกจิ กรรม มอมิเตอร์ ได้ถูกต้อง
สสารได้ ทั้ง 3 ขอ้ ออนไลน์ เร่อื ง เทอร์ ทัง้ 1 ขอ้
(3 คะแนน) มอมิเตอร์ ได้ถกู ต้อง
ทั้ง 2 ขอ้
2. นักเรียนสามารถคำนวณปริมาณ ทำกจิ กรรมการแสดง ทำกจิ กรรมการแสดง ทำกจิ กรรมการแสดง
ความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ วธิ ที ำการคำนวณ วธิ ีทำการคำนวณ วิธีทำการคำนวณ
และเปลี่ยนสถานะ โดยใช้สมการ ปริมาณความร้อนท่ี ปรมิ าณความร้อนท่ี ปริมาณความร้อนที่
= ได้ ทำใหส้ สารเปลย่ี น ทำให้สสารเปลี่ยน ทำใหส้ สารเปล่ยี น
(3 คะแนน) อุณหภมู ิ ได้ถกู ต้อง อุณหภมู ิ ได้ถกู ต้อง อุณหภูมิ ได้ถูกต้อง
ครบองค์ประกอบ 3 ครบองค์ประกอบ 2 ครบองค์ประกอบ 1
ข้อ ข้อ (ข้อใดก็ได)้ ข้อ (ข้อใดก็ได้)
- เขยี นสูตร - เขยี นสูตร - เขยี นสตู ร
- แทนคา่ - แทนค่า - แทนค่า
- คำตอบ - คำตอบ - คำตอบ
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดับคุณภาพ
5 - 6 ดี
3 - 4 พอใช้
1 - 2 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารประเมินดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
นักเรยี นมีความมงุ่ มน่ั ในการทำงาน 3 21
ส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด สง่ งานตรงตามท่ี
(3 คะแนน) กำหนด (ในคาบ ส่งงานช้ากวา่ กำหนด ส่งงานชา้ กว่ากำหนด
เรียน)
1-2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คุณภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารประเมินดา้ นสมรรถนะ
ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคณุ ภาพ 1
2
ตามหลักสูตรแกนกลาง
ความสามารถในการคดิ เขยี นอธิบายถา่ ยทอด เขียนอธบิ ายถา่ ยทอด
อยา่ งมวี ิจารณญาณ ความรู้ ความคิด ความ ความรู้ ความคดิ ความ
เขา้ ใจ ดว้ ยภาษาที่ เข้าใจ ดว้ ยภาษาท่ีไม่
เหมาะสม เหมาะสม
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคุณภาพ
2 ดี
1 พอใช้
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
11. บนั ทึกหลงั กิจกรรมการเรยี นรู้
ผลการจดั การเรียนรู้
จำนวนนกั เรยี นทั้งหมด ............ คน มผี ลการเรยี นตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สรปุ ได้ดงั นี้
นกั เรียนผา่ นจุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) ร้อยละ..........
(ดี...........% , พอใช.้ ..........% , ปรับปรงุ ...........%)
นักเรียนผา่ นจุดประสงค์ด้านทักษะ (P) ร้อยละ..........
(ดี...........% , พอใช.้ ..........% , ปรบั ปรุง...........%)
นักเรยี นผ่านจุดประสงค์ด้านคณุ ลกั ษณะ (A) ร้อยละ..........
(ดี...........% , พอใช้...........% , ปรบั ปรุง...........%)
ปญั หา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ขปัญหา
............................................................................................................................................ ..................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................. ............................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................................................
(นางสาวนสุ รนิ ทร์ อ่นิ คำ)
นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชพี ครู
วนั ท.่ี ..................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
12. ความคดิ เห็นครพู ี่เลยี้ ง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................................................
(นางนพมาศ พทิ ักษก์ มลรัตน์)
ครูพี่เลีย้ ง
วนั ที.่ ..................................................................
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ตารางผลการประเมนิ ดา้ นความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ และสมรรถนะ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เรือ่ ง ความร้อนกับการเปล่ยี นแปลงอุณหภมู ิของสสาร ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1/6
ผลการประเมนิ ด้าน K P A ตามจุดประสงค์
เลขที่ ชอ่ื -สกุล ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
(6 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เด็กชายกฤษกรณ์ ทากสวรรณ์
2 เดก็ ชายกติ ติ แกว้ ดี
3 เด็กชายจิตรกานต์ เรืองนอ้ ง
4 เด็กชายชยานนท์ เรือนคำ
5 เดก็ ชายซนิ บี นตุ ุ
6 เดก็ ชายณัฐพล สเี สริม
7 เดก็ ชายธนกฤติ ย่ตี ันสี
8 เด็กชายธนา ดวงจินดา
9 เด็กชายธติ ิภาคย์ หมนั่ งาน
10 เดก็ ชายภัทรกฤต มลพิ ฒั น์
11 เด็กชายรุจ แซทู
12 เด็กชายศรณั ยพงศ์ สุขทรัพย์
13 เดก็ ชายสมชาย ลุงจี่
14 เด็กชายอนชุ ติ เจรญิ สุข
15 เด็กชายอภิวัฒน์ ขนุ นา
16 เด็กชายอัฎฐวี แก้ววงศ์
17 เด็กหญงิ พชั รพล มันธิโน
18 เด็กหญงิ กรรณกิ าร์ สมศกั ดิ์
19 เด็กหญิงจาลี่ แซห่ ว่ ง
20 เด็กหญิงจีราวรรณ รวมญาติ
21 เดก็ หญงิ จฑุ ามาศ ไคร้มูล
22 เด็กหญิงชณิ ณิชา แถวถาทำ
23 เด็กหญงิ ณัฐธดิ า ดวงใจ
24 เดก็ หญิงแดง สัตชาน
25 เดก็ หญงิ ธนัญชนก ฟองรตั น์
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมนิ ด้าน K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขที่ ชือ่ -สกุล ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ ดา้ น รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คุณลักษณะ คณุ ภาพ
26 เด็กหญงิ ธญั วลัย แซ่เจา๊ (6 คะแนน) (3 คะแนน)
27 เด็กหญิงนนั ท์นภัส จันทร์แหว่
28 เด็กหญงิ พจนี วันดี
29 เดก็ หญิงพิชชา ลงุ ต๋า
30 เด็กหญงิ พิมพช์ นก ชัยเทพ
31 เดก็ หญงิ ภัสสร ยอดคำ
32 เด็กหญงิ มนี า สดุ า
33 เดก็ หญิงเมวดี ลงุ ซอ
34 เด็กหญิงวรัณยร์ ชั ต์ ตนั กุริมาน
35 เด็กหญิงสรัญญา สขุ สร้อย
36 เดก็ หญงิ สทุ ธิดา แซ่ลี
37 เด็กหญิงสภุ ชา ศรสี ุข
38 เด็กหญงิ แสงเดือน วิยะ
39 เดก็ หญิงอังคณา ลลี าศลี ธรรม
40 เดก็ หญงิ อาทิตยา ตาพระ
41 เด็กหญิงพรพิพัฒน์ ไพสิฐตสกุล
เกณฑ์การสรุปผล
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
10-12 ดี
6-9 พอใช้
1-5 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ตารางผลการประเมินดา้ นความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ และสมรรถนะ
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เร่อื ง ความร้อนกบั การเปลีย่ นแปลงอุณหภูมิของสสาร ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1/7
ผลการประเมนิ ด้าน K P A ตามจุดประสงค์
เลขที่ ชือ่ -สกุล ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คุณลกั ษณะ คุณภาพ
(6 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เดก็ ชายกฤษฎา โคตสิงห์
2 เดก็ ชายกติ ิคุณ ปญั ญาประชุม
3 เด็กชายจริ ายุทธ์ บ้านเรือน
4 เดก็ ชายชลทรพั ย์ ตยิ ะ
5 เด็กชายณภัทร ดวงจันทร์
6 เด็กชายณฐั พล ดวงแก้ว
7 เดก็ ชายธนชาติ -
8 เด็กชายธาวนิ จนั๋ ต๊ะ
9 เดก็ ชายบญุ ชู ลุงจอ
10 เด็กชายพณิชพล ตงุ คณาคร
11 เด็กชายพายัพ เจ้าแสนหวี
12 เดก็ ชายภาคภูมิ วงค์สถาน
13 เดก็ ชายวรพจน์ สร้อยจำปา
14 เด็กชายศักด์ิสยาม ป่ิงยา่
15 เดก็ ชายสรวิชญ์ แจ้งใบ
16 เดก็ ชายอนุพันธ์ แซ่สง
17 เดก็ ชายอภวิ ัฒน์ มากมูล
18 เด็กชายเอกบดนิ ทร์ ใจคำ
19 เด็กชายวรี ะพัฒน์ แสนปนั
20 เด็กหญงิ กวนิ ตรา ประธาน
21 เดก็ หญิงจิ่ง –
22 เด็กหญงิ ไฉไล ชัยทองคำ
23 เด็กหญิงโชติกา ทองจนั ทร์
24 เดก็ หญงิ ณฐั นชิ า วฒุ ศิ ีลวัต
25 เดก็ หญงิ ตะวนั วาด เกง่ กาจ
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมนิ ด้าน K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขที่ ช่ือ-สกุล ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ ดา้ น รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คุณลักษณะ คณุ ภาพ
26 เด็กหญงิ ธมลวรรณ เขียวชอุม่ (6 คะแนน) (3 คะแนน)
27 นางสาวธิดาพร ลงุ ทูน
28 เด็กหญิงนามี จะฟู
29 เดก็ หญงิ ประกายดาว หลจี ๊ะ
30 เด็กหญงิ พิชญธิดา ไทยธนาศิลป์
31 เดก็ หญิงพิมพด์ าว ทำทอง
32 เดก็ หญิงพิมพล์ ภสั วนาศรโี สภา
33 เด็กหญงิ ภาวดี ลงุ โยะ
34 เด็กหญิงลนี ่า -
35 เดก็ หญงิ วิราวรรณ วงค์หาญ
36 เดก็ หญิงสายน้ำ สรุ ิยะ
37 เด็กหญงิ สุทธิดา บุญมา
38 เดก็ หญงิ แสงหลา้ ไผท่ อง
39 เดก็ หญงิ อังคณาพร อารณุ
40 เดก็ หญิงอญั พชั ญ์ หวานเย็น
41 เด็กหญงิ อุมาพร อินทะมาน
เกณฑ์การสรุปผล
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
10-12 ดี
6-9 พอใช้
1-5 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ตารางผลการประเมนิ ดา้ นความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ และสมรรถนะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
เร่ือง ความร้อนกับการเปลย่ี นแปลงอุณหภูมิของสสาร ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1/8
ผลการประเมนิ ดา้ น K P A ตามจุดประสงค์
เลขท่ี ช่อื -สกุล ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ ดา้ น รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คุณลกั ษณะ คุณภาพ
(6 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เด็กชายกฤษณพงค์ จนั ทร์ใสย
2 เด็กชายกติ ติชัย ผิวพรรณ์
3 เดก็ ชายชวกร ลุงลาก
4 เด็กชายณรงค์ฤทธิ์ เฉลียว
5 เด็กชายณฐั พล สกุ ๋า
6 เดก็ ชายธนเดช เตชะมงคล
7 เด็กชายธนาวรรณ์ เคหา
8 เดก็ ชายประธาน ลงุ หนงึ่
9 เด็กชายประภากร อำนา
10 เด็กชายพรชัย แซ่หาง
11 เดก็ ชายพิชิต มานะ
12 เดก็ ชายภานพุ งศ์ มาลา
13 เด็กชายวรศลิ ป์ แซ่วะ
14 เด็กชายศักดสิ์ ิทธ์ิ แซ่สัง
15 เด็กชายสามแสง ลงุ ทอน
16 เด็กชายอนุภาพ สรุ ยิ ะ
17 เด็กชายอภิวุฒิ ลงุ กอหรง่ิ
18 เดก็ ชายธีรวตั น์ มาลยั สาร
19 เด็กหญิงกัญญาณฐั ทรงคำ
20 เดก็ หญงิ จดิ าภา วงศช์ าลี
21 เด็กหญิงชนญั ญา สขุ แสวง
22 เดก็ หญงิ ฐานดิ า สุกันศลี
23 เด็กหญิงณัฐรชั หงสย์ ่สี บิ สี่
24 เดก็ หญิงทอรุ้ง สุระเปย้ี
25 เดก็ หญิงธมลวรรณ นธิ ิเกษมสมบัติ
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมนิ ด้าน K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ชื่อ-สกุล ด้านความรู้ ด้านทกั ษะ ดา้ น รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คุณลักษณะ คณุ ภาพ
26 เดก็ หญงิ นภัสวรรณ ก๋าบุตร์ (6 คะแนน) (3 คะแนน)
27 เด็กหญงิ นิรชั พร คำแดง
28 เด็กหญิงปภาวรินทร์ มายา
29 เด็กหญงิ ปรีชญา อธิชากฤษฎิ์
30 เดก็ หญงิ พลอยชมพู พุ่มพลอย
31 เด็กหญงิ พชิ ญาภา ด้วงไม้
32 เดก็ หญิงพิมพา น้อยหลี
33 เด็กหญงิ ภูมิใจ ถนอมจติ ดี
34 เดก็ หญิงวรรณวศิ า ทรงรุ่งโรจน์
35 เด็กหญิงศรีสดุ า เหล่านามสวุ รรณ
36 เด็กหญิงสิรนิ ดา ไวรักษ์
37 เดก็ หญิงสนุ ารี นายลือ
38 เด็กหญิงสรุ ารกั ษ์ ปา่ จันทน์ขาว
39 เดก็ หญิงหญิง ลงุ กู่
40 เดก็ หญิงอญั ชิสา บุญเทยี ม
เกณฑ์การสรุปผล
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
10-12 ดี
6-9 พอใช้
1-5 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ใบกิจกรรมออนไลน์ เรอ่ื ง เทอร์มอมเิ ตอร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 (On-line)
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 พลงั งานความร้อน เรื่องท่ี 2 ความรอ้ นกบั การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ชอ่ื -นามสกลุ ………………………………………………………………………………เลขท…ี่ ……………………ห้อง………………….
คำชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นเตมิ คำตอบลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
1. ภาพในข้อใดต่อไปน้ี แสดงวิธีการวดั อณุ หภมู ขิ องของเหลวไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. ภาพในข้อใดต่อไปนี้ แสดงวิธีการอา่ นคา่ ของเทอร์มอมิเตอร์ได้อย่างถกู ต้อง
3. จงบอกหลักการใช้เทอร์มอมเิ ตอร์ในการวัดอุณหภูมขิ องสสาร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
เฉลยภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ใบกจิ กรรมออนไลน์ เรอ่ื ง เทอรม์ อมิเตอร์ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 (On-line)
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พลงั งานความร้อน เรอื่ งที่ 2 ความร้อนกับการเปล่ยี นแปลงอุณหภูมิของสสาร
ชื่อ-นามสกลุ ………………………………………………………………………………เลขท…ี่ ……………………หอ้ ง………………….
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเตมิ คำตอบลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกต้อง
1. ภาพในขอ้ ใดต่อไปน้ี แสดงวธิ กี ารวัดอณุ หภมู ขิ องของเหลวไดอ้ ยา่ งถูกต้อง 1
2. ภาพในข้อใดต่อไปน้ี แสดงวิธกี ารอ่านค่าของเทอร์มอมเิ ตอร์ได้อยา่ งถูกต้อง 1
3. จงบอกหลกั การใชเ้ ทอร์มอมิเตอรใ์ นการวดั อุณหภมู ขิ องสสาร
…………………1…. ใ…ช…้ม…อื ท…ถ่ี…น…ัด…จ…ับท…า…ง…สว่…น…ป…ล…าย…ข…อ…งเ…ท…อร…์ม…อ…ม…เิ ต…อ…รด์…้า…น…ท…ี่ไม…่ม…กี …ระ…เป…า…ะ……………………………………
…………………2…. ใ…ช…้เท…อ…ร…ม์ อ…ม…ิเต…อ…ร…์ต…ั้งต…ร…งใ…น…แน…ว…ด…ิ่งแ…ล…ะ…ห…ัน…ด้า…น…ท…่ีม…ตี วั…เ…ลข…เ…ข้า…ห…า…ตัว…………………………………………
…………………3…. …ก…ระ…เ…ปา…ะ…ต…้อง…ไ…มส่…มั …ผ…สั …กบั…ภ…า…ช…น…ะท…บ่ี …ร…รจ…ุส…ิง่ …ท…ีต่ อ้…ง…ก…าร…ว…ัด……………………………………………………
…………………4…. …ก…าร…อ…า่ …นอ…ุณ…ห…ภ…ูม…สิ …าย…ต…า…จะ…ต…อ้ …งอ…ย…ใู่ …นร…ะ…ด…ับ…เด…ีย…วก…บั …ข…อ…งเ…หล…ว…ท…่อี …ยูใ่…น…เท…อ…ร…ม์ อ…ม…เิ …ตอ…ร…์ ……………
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ใบกิจกรรรม เรื่อง คำนวณปรมิ าณความร้อนจำเพาะ (On-hand)
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 พลงั งานความร้อน เรือ่ งที่ 2 ความรอ้ นกับการเปล่ียนแปลงอณุ หภมู ิของสสาร
คำชแี้ จง 1. จงแสดงวธิ กี ารคำนวณ
โจทย์ วิธีทำ
1. น้ำรอ้ นปริมาตร 1 ลติ ร อุณหภมู ิ 60 องศา จากสูตร
เซลเซยี ส ปลอ่ ยทง้ิ ไวจ้ นมีอณุ หภูมิเท่ากับอณุ หภูมิ แทนค่า
หอ้ ง น้ำจะได้รบั หรือสูญเสียความร้อนไปเท่าใด
(ความรอ้ นจำเพาะของนำ้ มีค่า 1 แคลอร/ี กรัม
องศาเซลเซียส และอณุ หภูมหิ ้องมีค่าประมาณ 30
องศาเซลเซียส) ตอบ
2. ทองมวล 100 กรมั มีอณุ หภูมิลดลงจาก 50 องศา จากสตู ร
เซลเซียส เปน็ 20 องศาเซลเซียส ความรอ้ น แทนคา่
ท่ีทองสูญเสียมคี ่าก่แี คลอรี (ความร้อนจำเพาะของ
ทอง มีคา่ 0.03 แคลอรี/กรัม องศาเซลเซยี ส)
3. ถา้ ต้องการทำให้แทง่ แก้วมวล 0.5 กโิ ลกรมั มี ตอบ
อุณหภูมสิ งู ข้ึนจาก 25 องศาเซลเซียส เป็น 200 จากสูตร
องศาเซลเซียส ต้องใหค้ วามร้อนแก่แทง่ แก้วนกี้ ่ี แทนค่า
แคลอรี (ความรอ้ นจำเพาะของแทง่ แกว้ มคี า่
0.2 แคลอร/ี กรัม องศาเซลเซียส) ตอบ
2. จงบอกหลักการใช้เทอร์มอมิเตอร์ในการวัดอุณหภมู ิของสสาร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอ่ื -นามสกุล ………………………………………………………………………………เลขท…่ี ……………………หอ้ ง………………….
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
เฉลยใบกจิ กรรรม เรอื่ ง คำนวณปริมาณความรอ้ นจำเพาะ (On-hand)
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 พลังงานความร้อน เร่อื งท่ี 2 ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอณุ หภมู ิของสสาร
คำชี้แจง 1. จงแสดงวธิ ีการคำนวณ
โจทย์ วิธที ำ
1. น้ำร้อนปรมิ าตร 1 ลิตร อุณหภูมิ 60 องศา จากสูตร =
เซลเซยี ส ปลอ่ ยทิง้ ไว้จนมีอณุ หภมู เิ ท่ากับ แทนค่า = 1000 × 1 × (60-30)
อณุ หภูมหิ อ้ ง นำ้ จะไดร้ ับหรอื สญู เสยี ความรอ้ นไป = 1000 × 1 × 30
เทา่ ใด (ความร้อนจำเพาะของน้ำ มคี า่ 1 แคลอรี/ = 30000 cal หรอื 30 Kcal
กรัม องศาเซลเซยี ส และอุณหภูมหิ อ้ งมีค่าประมาณ
30 องศาเซลเซยี ส) ตอบ น้ำสญู เสียความร้อนปริมาณ 30 กโิ ลแคลอรี
2. ทองมวล 100 กรมั มีอุณหภูมลิ ดลงจาก 50 องศา จากสตู ร =
เซลเซยี ส เป็น 20 องศาเซลเซยี ส ความรอ้ นที่ทอง แทนค่า = 100 × 0.03 × (50-20)
สูญเสียมีค่ากแี่ คลอรี (ความร้อนจำเพาะของทอง = 100 × 0.03 × 30
มคี ่า 0.03 แคลอร/ี กรัม องศาเซลเซยี ส) = 90 cal
3. ถา้ ต้องการทำให้แทง่ แกว้ มวล 0.5 กโิ ลกรัม มี ตอบ ทองสูญเสียความร้อนปริมาณ 90 แคลอรี
อณุ หภมู ิสูงขึ้นจาก 25 องศาเซลเซียส เปน็ 200 จากสตู ร =
องศาเซลเซียส ตอ้ งให้ความร้อนแก่แทง่ แกว้ นีก้ ี่ แทนคา่ = 500 × 0.2 × (200-25)
แคลอรี (ความรอ้ นจำเพาะของแทง่ แกว้ มคี ่า
0.2 แคลอร/ี กรัม องศาเซลเซียส) = 500 × 0.2 × 175
= 17500 cal หรือ 17.5 Kcal
ตอบ แท่งแกว้ ตอ้ งไดร้ บั ความร้อนปริมาณ 17.5 กิโลแคลอรี
2. จงบอกหลักการใชเ้ ทอร์มอมิเตอรใ์ นการวดั อณุ หภูมิของสสาร
…1…. …ใช…้ม…อื …ท…ถี่ น…ดั …จ…บั …ท…าง…ส…่วน…ป…ล…า…ยข…อ…ง…เท…อ…ร์ม…อ…ม…ิเต…อ…ร…์ด้า…น…ท…ี่ไม…ม่ …ีก…ระ…เ…ปา…ะ……………………………………………………
…2…. …ใช…้เท…อ…ร…์ม…อม…เิ …ตอ…ร…์ต…้งั ต…ร…งใ…น…แ…น…วด…ง่ิ …แล…ะ…ห…ัน…ด…้าน…ท…ี่ม…ตี …ัวเ…ล…ขเ…ข…้าห…า…ต…ัว………………………………………………………
…3…. …ก…ร…ะเ…ป…าะ…ต…้อ…งไ…ม…ส่ ัม…ผ…สั …ก…บั …ภา…ช…น…ะ…ทบ่ี…ร…ร…จุส…ิง่ …ท…่ตี …้อง…ก…าร…ว…ัด……………………………………………………………………
…4…. …ก…า…รอ…า่ …น…อุณ……หภ…มู…สิ …า…ยต…า…จ…ะต…้อ…ง…อย…ใู่ …น…ระ…ด…บั …เด…ยี …วก…บั …ข…อ…งเ…ห…ลว…ท…่ีอ…ย…ู่ใน…เท…อ…ร…์ม…อม…เิ…ต…อร…์ ……………………………
ชื่อ-นามสกุล ………………………………………………………………………………เลขท…ี่ ……………………ห้อง………………….
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 รหัสวิชา ว21102
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1/6-8
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 เวลาเรียน 150 นาที
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5 พลงั งานความรอ้ น โรงเรยี นสนั ทรายวิทยาคม
เรอ่ื ง ความร้อนของการขยายตวั หรอื หดตวั ของสสาร
ผู้สอน นางสาวนุสรนิ ทร์ อิน่ คำ
1. สาระ/มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด/สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1.1 สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
1.2 มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏิสัมพันธ์
ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจำวัน ธรรมชาตขิ องคล่ืน ปรากฏการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกบั เสียง แสง
และคลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้ รวมท้ังนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
1.3 ตัวชีว้ ดั
ว 2.3 ม.1/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการขยายตัวหรือหดตัวของสสารเนื่องจากได้รับหรือสูญเสีย
ความรอ้ น
ว 2.3 ม.1/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการหดและขยายตัวของสสารเนื่องจากความร้อน
โดยวเิ คราะหส์ ถานการณ์ปญั หา และเสนอแนะวิธกี ารนำความร้มู าแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
1.4 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ความร้อนทำให้สสารขยายตัวหรือหดตัวได้ เนื่องจากเมื่อสสารได้รับความร้อนจะทำให้อนุภาค
เคลื่อนที่เร็วขึ้น ทำให้เกิดการขยายตัว แต่เมื่อสสารคายความร้อนจะทำให้อนุภาค เคลื่อนที่ช้าลง ทำให้เกิด
การหดตวั
ความร้เู รื่องการหดและขยายตวั ของสสารเน่ืองจากความร้อนนำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ด้านตา่ ง ๆ เชน่ การ
สรา้ งถนน การสร้างรางรถไฟ การทำเทอร์มอมเิ ตอร์
2. สาระสำคัญ
สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนภุ าค ซึง่ อาจเปน็ อะตอม โมเลกลุ หรือไอออน โดยสสารชนดิ เดียวกันที่มี
สถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของ
อนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อรูปร่าง และปริมาตรของสสาร เมื่อสสารได้รับหรือสูญเสียความร้อน สสารอาจ
เกดิ การเปลย่ี นแปลงอุณหภูมิ ขนาด หรอื สถานะของสสาร
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
ความร้อนทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ เมื่อสสารได้รับความร้อนอาจทำให้สสารมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น
ในทางตรงกันขา้ มเม่อื สสารสญู เสยี ความรอ้ นอาจทำให้สสารมีอุณหภมู ิลดลง
โดยท่วั ไปเมื่อสสารได้รับความร้อน สสารจะขยายตวั เนื่องจากความร้อนทำให้อนุภาคเคล่ือนท่ีเร็วข้ึน
และระยะห่างระหว่างอนุภาคมากขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อสสารสูญเสียความร้อน สสารจะหดตัว เนื่องจาก
ความรอ้ นทำให้อนุภาคเคลื่อนทีช่ ้าลงและระยะห่างระหว่างอนภุ าคลดลง
ความร้อนอาจทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ เมื่อสสารได้รับความร้อน อนุภาคจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นและ
เคลื่อนที่ออกห่างกันมากขึ้น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคจะลดลง จนสสารเปลี่ยนสถานะ ในทางกลับกัน
เมื่อสสารสูญเสียความร้อน อนุภาคจะเคลื่อนที่ช้าลงและเข้าใกล้กันมากขึ้น แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคจะ
เพมิ่ ขึ้น จนสสารเปลีย่ นสถานะ ขณะที่สสารเปลี่ยนสถานะ ความร้อนท้งั หมดจะถูกใช้ในการเปลยี่ นสถานะโดย
ไม่มกี ารเปลีย่ นแปลงอณุ หภูมิ
3. สาระการเรยี นรู้
➢ ความร้อนของการขยายตัวหรือหดตวั ของสสาร
สสารจะมีปริมาตรเพิ่มขึ้น เพราะเกิดการขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน ในทางตรงกันข้ามสสารจะมี
ปริมาตรลดลง เพราะเกิดการหดตัวเมื่อสูญเสียความร้อน โดยไม่มีการเปลี่ยนสถานะ นอกจากความร้อนจะ
ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารแล้ว ความร้อนยังทำให้ปริมาตรของสสารเปลี่ยนแปลง โดยการ
ขยายตัวตามความร้อน (thermal expansion) และการหดตัวตามความร้อน (thermal contraction)
ซ่ึงทำให้รูปร่างของสสารเปล่ียนแปลง
เมื่อสสารได้รับความร้อน อนุภาคของสสารไม่ได้มขี นาดเพิ่มขึ้นหรือมีจำนวนอนุภาคมากขึ้น และเม่ือ
สสารสูญเสยี ความรอ้ น อนุภาคของสสารก็ไมไ่ ด้มขี นาดเล็กลงหรอื มีจำนวนนอ้ ยลง เพยี งแตก่ ารได้รบั ความร้อน
หรอื สูญเสยี ความร้อนนนั้ เกีย่ วขอ้ งกับการเคลอื่ นที่และระยะห่างของอนภุ าคของสสาร
• การขยายและหดตัวเนือ่ งจากความรอ้ น
เมื่อสสารได้รับความรอ้ นจะขยายตัว โดยความร้อนทำใหอ้ นุภาคเคลื่อนท่ีเร็วข้ึนและระยะห่างระหว่าง
อนภุ าคมากขึน้ สสารจึงขยายตวั เชน่ การขยายตัวของแอลกอฮอลใ์ นหลอดเทอร์มอมิเตอร์เมื่อได้รบั ความร้อน
หรืออากาศในบอลลูนหรือโคมลอยได้รับความร้อน อนุภาคของอากาศเกิดการขยายตัว จึงทำให้บอลลูนหรือ
โคมลอยมีขยายใหญข่ น้ึ
เมื่อสสารสูญเสียความร้อนจะหดตัว โดยความร้อนที่สูญเสียไปทำให้อนุภาคเคลื่อนที่ช้าลงและมี
ระยะห่างระหว่างอนุภาคลดลง เช่น การเดินสายไฟจะต้องไม่ขึงสายให้ตึงหรือหย่อนจนเกินไป เนื่องจากใน
ฤดูหนาวสายไฟจะสูญเสียความร้อนอนุภาคของสสารในสายไฟจะเกิดหดตัว หากขึงสายไฟตึงเกินไปในตอน
แรกสายไฟอาจจะขาดได้
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
• ประโยชน์ของการขยายและหดตัวเน่อื งจากความรอ้ น
เราสามารถนำความรู้ในเรื่องการขยายตัวและหดตัวของสสารนี้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้
หลายประการ เช่น การขยายตัวของแอลกอฮอล์ในหลอดเทอร์มอมิเตอร์ หรือการขยายตัวของพื้นถนน
คอนกรีตในช่วงฤดูร้อน ซึ่งหากไม่มีการเว้นที่ไว้สำหรับการขยายตัวของคอนกรีต ก็อาจจะทำให้เกิดการ
แตกร้าวของผิวถนนได้ หรือการนำความรู้นี้ไปใช้กับเทอร์โมสตัท (ตัวควบคุมการทำงานเกี่ยวกับอุณหภูมิของ
เตารีด) ในเตารีด ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะ 2 ชนิดที่จะขยายตัวและสัมผัสกันเมื่อได้รับความร้อน ทำให้เกิด
การตัดไฟในวงจรเตารีดไฟฟา้ เป็นต้น
4. จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
4.1 ความรู้ (K)
นักเรียนสามารถอธบิ ายการขยายตวั หรอื หดตวั ของสสารเนอื่ งจากไดร้ บั หรอื สูญความร้อนได้
4.2 ทกั ษะ (P)
นักเรยี นสามารถสร้างแบบจำลองการขยายตัวหรอื หดตัวของสสารได้
4.3 คณุ ลักษณะ
1. ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการหดและขยายตัวของสสารเนื่องจากความร้อน โดย
วิเคราะหส์ ถานการณ์ปญั หา และเสนอแนะวธิ ีการนำความรมู้ าแกป้ ญั หาในชีวติ ประจำวันได้
2. นักเรยี นมคี วามซอ่ื สัตย์สุจรติ ในการทำงาน และสง่ งานตรงตามเวลาท่กี ำหนด
5. สมรรถนะผเู้ รยี น
ความสามารถในการคิด
6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ซื่อสตั ยส์ จุ รติ : การทำงานด้วยความสามารถของตนเองและเปน็ ความจริง
7. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (5Es structional Mocel) สอนออนไลน์
ข้นั ท่ี 1 : ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1. นักเรียนไดร้ ับลิงค์ Google meet จากครูผ่านกลมุ่ ปิดเฟซบุ๊ค
2. นกั เรียนถูกเชค็ ช่ือ โดยวิธีการใหน้ กั เรียนพิมพ์ช่ือ-นามสกลุ เลขท่ี และชั้น ส่งผ่านช่องทางแชทของ
โปรแกรม Google meet
3. นักเรียนทบทวนความรู้ก่อนเรียน ผ่านแอปพลิเคชัน Quizizz เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของ
นกั เรยี นเก่ยี วกบั การเปล่ียนแปลงของสสารเม่ือได้รับหรือสูญเสียความร้อน ในหนงั สอื วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ม.1
หนา้ 29
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
หากพบว่านักเรียนยังมีความรู้พื้นฐานไม่ถูกต้อง ครูทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน
เพื่อให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะเรียนเรื่องแบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละ
สถานะต่อไป
4. ครูนำเข้าสู่บทเรียน โดยให้นักเรียนสังเกตภาพ 5.12 การยกตัวของถนน และครูใช้คำถาม ถาม
นักเรียนว่า “นักเรียนคิดว่าทำไมถนนถึงเกิดการยกตัวขึ้น” ผ่านแอปพลิเคชัน Mentimeter (แนวคำตอบ:
เนื่องจากถนนที่สร้างขึ้นได้ออกแบบช่องว่างที่รองรับการขยายตัวน้อยเกินไป เมื่อสสารที่รับความร้อนจึงเกิด
การขยายมากขนึ้ ทำใหถ้ นนยกตัว)
ขน้ั ที่ 2 : ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration) (100 นาที)
1. นักเรียนศึกษาคลิปวีดีโอ เรื่อง “ความร้อนกับการขยายหรือหดตัวของสสาร” และหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ เลม่ 2 ม.1 (สสวท.) หน้า 28-42 ประกอบเพ่มิ เติม โดยครูคอยอำนวยความสะดวกในการศกึ ษา
(ทีม่ า : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book2/sci-m1b2-004/)
ครกู ระตนุ้ การเรียนรู้ด้วยคำถามสำคญั ได้แก่
- จำนวน และขนาดของอนุภาคของอากาศในขวดแก้วและลกู โปง่ มีการเปลยี่ นแปลงหรือไม่
(แนวคำตอบ : จำนวนของอนุภาคไม่มกี ารเปลี่ยนแปลง เพราะอากาศภายนอกไม่สามารถเข้าไปภายในไดแ้ ละ
อากาศภายในไม่สามารถออกไปไดเ้ ช่นกนั สว่ นขนาดไมม่ กี ารเปล่ียนแปลงเช่นเดียวกัน)
- จากการทดลองท้ัง 3 ตอน เมอ่ื สสารไดร้ ับความร้อน สสารจะขยายตวั เกดิ การเปลย่ี นแปลง
ระดบั อนุภาคของสสารเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : อนุภาคของสสารอยูห่ ่างกันมากขึ้น)
2. นกั เรยี นตรวจสอบความเขา้ ใจจากการทำกจิ กรรม “ความร้อนสง่ ผลตอ่ สสารแตล่ ะสถานะอย่างไร”
โดยดว้ ยขน้ั ตอนตอ่ ไปนี้
2.1 ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลแบบจำลองความร้อนส่งผลต่อสสารแต่ละสถานะเกี่ยวกับการ
เปล่ยี นแปลงของการจัดเรยี งอนภุ าคของแก๊ส ของเหลว และของแข็ง พร้อมอธบิ ายการขยายตวั หรือหดตัวของ
สสารเนื่องจากได้รับหรือสูญความร้อน สามารถสืบค้นจากสื่ออินเทอร์เน็ตหรือแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ โดยให้
นักเรยี นกำหนดสญั ลกั ษณแ์ ทนอนภุ าคของสสารและทิศทางความเรว็ ของอนภุ าค กำหนดเวลา 20 นาที
2.2 จากน้ันใหน้ ักเรียนอัพโหลดรูปภาพผา่ นแอปพลเิ คชนั Padlet
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ตวั อยา่ งผลงานของนกั เรยี น
3. ให้นักเรียนทำใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง ประโยชน์ของความรู้การหดและขยายตัวของสสาร
เนื่องจากความร้อน (liveworksheets) โดยให้เวลาในการสืบค้นข้อมูลและทำกิจกรรมเป็นเวลา 20 นาที
จากนน้ั ใหน้ กั เรียนอพั โหลดรูปภาพผ่านแอปพลเิ คชนั Padlet
ขน้ั ท่ี 3 : อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (25 นาที)
1. นักเรียนอภิปรายสรปุ เรื่อง ความร้อนสง่ ผลต่อสสารแต่ละสถานะอย่างไร จากตัวอย่างผลงานของ
นักเรยี น เพอ่ื ชว่ ยให้นักเรียนสามารถสรุปได้ด้วยตนเอง
- แบบจำลองอนภุ าคของสสาร ภาพ 1, 2 และ 3 แตกต่างกันอย่างไร
- เมอ่ื ได้รับความร้อน การเคลอื่ นท่ีของอนุภาคและแรงยดึ เหน่ียวระหว่างอนภุ าคของแต่ละสถานะ
เป็นอยา่ งไร
- เมื่อสูญเสียความร้อน การเคลื่อนที่ของอนุภาคและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของแต่ละ
สถานะเปน็ อย่างไร
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
2. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นได้ซกั ถามข้อสงสยั เพอื่ สะทอ้ นความคดิ ของนักเรียน
ข้ันท่ี 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที)
1. นกั เรยี นศกึ ษาคลปิ วดี ีโอ เรือ่ ง “มารูจ้ กั ลกู หมนุ ระบายอากาศ”
(ท่มี า: https://www.youtube.com/watch?v=UGZrrtGSHLo)
2. นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายและสรุปหากมบี ้านควรตดิ ลกู หมุนระบายอากาศไหม
ขนั้ ท่ี 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (5 นาที)
1) นักเรียนถูกประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้ (K) จากผลงานแบบจำลองความร้อนส่งผลต่อสสาร
แต่ละสถานะ
2) นักเรียนถกู ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ดา้ นทกั ษะ (P) จากผลงานแบบจำลองความรอ้ นส่งผลตอ่ สสารแต่
ละสถานะ
3) นักเรียนถูกประเมินผลการเรียนรู้ด้านคุณลักษณะ (A) จากใบกิจกรรมออนไลน์ และสังเกตการส่ง
งาน
8. ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. ผลงานแบบจำลองความร้อนส่งผลต่อสสารแต่ละสถานะ
2. ใบกิจกรรมออนไลน์ เรอ่ื ง ประโยชนข์ องความรู้การหดและขยายตัวของสสารเน่อื งจากความรอ้ น
9. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1) เอกสารประกอบการเรียนรูอ้ ้างอิงจากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ เล่ม 2 ม.1 (สสวท.)
2) แอปพลิเคชัน เช่น Quizizz, Mentimeter, Google meet และ Padlet
3) สือ่ วดิ ที ัศน์ประกอบการสอน เรือ่ ง ความร้อนของการขยายตวั หรอื หดตวั ของสสาร
(ทมี่ า : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book2/sci-m1b2-004/)
4) ส่อื วดิ ที ัศน์ประกอบการสอน เรือ่ ง มาร้จู ัก ลกู หมนุ ระบายอากาศ
(ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=UGZrrtGSHLo)
5) ใบกจิ กรรมออนไลน์ เรื่อง ประโยชน์ของความรกู้ ารหดและขยายตวั ของสสารเน่ืองจากความรอ้ น
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
10. การวดั และประเมินผล วิธกี ารวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑใ์ ช้ประเมนิ
ประเดน็ การประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนสามารถอธิบายการขยายตัว ตรวจจากกจิ กรรม ผลงานแบบจำลอง ระดับคุณภาพ
พอใช้ ผ่านเกณฑ์
หรือหดตัวของสสารเนื่องจากได้รับ แบบจำลองความร้อนส่งผล ความร้อนสง่ ผลตอ่
หรอื สญู ความรอ้ นได้ ตอ่ สสารแตล่ ะสถานะ สสารแต่ละสถานะ
ด้านทักษะ (P)
นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลอง ตรวจจากกิจกรรม ผลงานแบบจำลอง ระดบั คุณภาพ
พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
การขยายตวั หรือหดตวั ของสสารได้ แบบจำลองความร้อนสง่ ผล ความรอ้ นส่งผลตอ่
ต่อสสารแตล่ ะสถานะ สสารแตล่ ะสถานะ
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
1. ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ ตรวจจากใบกจิ กรรม แบบประเมินใบ ระดบั คุณภาพ
ของการหดและขยายตัวของสสาร ออนไลน์ เรอื่ ง ประโยชน์ กจิ กรรมออนไลน์ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
เนื่องจากความร้อน โดยวิเคราะห์ ของความรู้การหดและ เรอ่ื ง ประโยชน์ของ
สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะ ขยายตวั ของสสารเนือ่ งจาก ความรู้การหดและ
วิธีการนำความรู้มาแก้ปัญหาใน ความรอ้ น ขยายตวั ของสสาร
ชวี ติ ประจำวนั ได้ เนื่องจากความร้อน
2. นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริตใน 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ
พฤติกรรมรายบคุ คล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
การทำงาน และส่งงานตรงตามเวลา รายบคุ คล 2. แบบบันทึกการสง่
งาน
ที่กำหนด 2. ผลงานแบบจำลอง
3. ใบกิจกรรมออนไลน์
สมรรถนะผูเ้ รียน ตรวจจากการทำกจิ กรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ
ความสามารถในการคดิ
และใบกจิ กรรมออนไลน์ รายบคุ คล พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เกณฑก์ ารประเมนิ ด้านความรู้ (K)
ประเด็นการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
321
นักเรยี นสามารถอธิบายการขยายตัว สรา้ งแบบจำลอง สร้างแบบจำลอง สร้างแบบจำลอง
หรอื หดตวั ของสสารเนื่องจากได้รับหรือ ความร้อนส่งผลตอ่ ความร้อนส่งผลต่อ ความรอ้ นส่งผลต่อ
สญู ความร้อนได้ สสารแต่ละสถานะ สสารแต่ละสถานะ สสารแต่ละสถานะ
(3 คะแนน) ได้ครบองค์ประกอบ ไดค้ รบองค์ประกอบ ไดค้ รบองค์ประกอบ
ดังน้ี ดังน้ี ดงั น้ี
- อธบิ ายการขยายตัว - อธิบายการขยายตัว - อธบิ ายการขยายตัว
ของสสาร ของสสาร ของสสาร
- อธบิ ายการหดตวั - อธบิ ายการหดตวั
ของสสาร ของสสาร
- ยกตวั อย่างสสาร
สถานะนนั้ ๆ
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เกณฑ์การประเมนิ ด้านทักษะ (P)
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
สร้างแบบจำลอง 2 สร้างแบบจำลอง
นักเรยี นสามารถสรา้ งแบบจำลองการ ความร้อนสง่ ผลตอ่ ความร้อนส่งผลต่อ
ขยายตัวหรอื หดตัวของสสารได้ สสารแต่ละสถานะ สรา้ งแบบจำลอง สสารแตล่ ะสถานะ
(3 คะแนน) ได้ครบองคป์ ระกอบ ความรอ้ นส่งผลต่อ ไดค้ รบองค์ประกอบ
ดงั น้ี สสารแตล่ ะสถานะ ดงั นี้
- สร้างแบบจำลอง ไดค้ รบองคป์ ระกอบ - สร้างแบบจำลอง
- มกี ารกำหนด ดังน้ี
สัญลักษณ์ต่าง ๆ - สรา้ งแบบจำลอง
- สสี นั สวยงาม - มีการกำหนด
สัญลักษณต์ า่ ง ๆ
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรับปรุง
เกณฑ์การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 1
2 ทำใบกจิ กรรม
1. ตระหนักถึงประโยชนข์ องความรู้ของ ทำใบกิจกรรม ออนไลน์ มี
ทำใบกจิ กรรม องค์ประกอบ ดงั นี้
การหดและขยายตวั ของสสารเน่ืองจาก ออนไลน์ มี ออนไลน์ มี - วิเคราะห์สาเหตุ
องค์ประกอบ ดงั น้ี ของปญั หา
ความรอ้ น โดยวเิ คราะห์สถานการณ์ องค์ประกอบ ดงั นี้ - วเิ คราะห์สาเหตุ
ของปญั หา
ปัญหา และเสนอแนะวิธีการนำความรู้ - วเิ คราะห์สาเหตุ - เสนอแนะวธิ ีการ
แก้ปญั หา
มาแก้ปญั หาในชีวิตประจำวันได้ ของปัญหา
(3 คะแนน) - เสนอแนะวิธีการ
แก้ปัญหา
- เช่อื มโยงกับการใช้
ในชวี ิตประจำวนั
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
2. นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริตในการ ส่งงานตรงตามที่ ส่งงานชา้ กว่ากำหนด ส่งงานช้ากว่ากำหนด
ทำงาน และส่งงานตรงตามเวลาท่ี กำหนด (ในคาบ
กำหนด เรียน) 1-2 ชว่ั โมง 3 ชัว่ โมง
(3 คะแนน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
5 - 6 ดี
3 - 4 พอใช้
1 - 2 ปรับปรุง
เกณฑ์การประเมนิ ด้านสมรรถนะ
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ 1
2
ตามหลักสูตรแกนกลาง
ความสามารถในการคดิ เขยี นอธิบายถา่ ยทอด เขยี นอธิบายถ่ายทอด
ความรู้ ความคดิ ความ ความรู้ ความคิด ความ
เขา้ ใจ ดว้ ยภาษาที่ เข้าใจ ด้วยภาษาที่ไม่
เหมาะสม เหมาะสม
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดับคุณภาพ
2 ดี
1 พอใช้