แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
4. จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
4.1 ความรู้ (K)
นักเรยี นสามารถอธบิ ายปจั จัยทสี่ ง่ ผลต่อความชื้นสัมบูรณ์และความชืน้ สัมพทั ธ์ได้
4.2 ทกั ษะ (P)
นกั เรียนสามารถคำนวณหาค่าความชืน้ สัมบูรณแ์ ละความชื้นสัมพันธ์ (รอ้ ยละ) ได้
4.3 คณุ ลกั ษณะ
นกั เรยี นใฝ่เรียนรู้ และสง่ งานตรงตามเวลาท่กี ำหนด
5. สมรรถนะผูเ้ รียน
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ใฝเ่ รยี นรู้
7. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (5Es structional Mocel) สอนออนไลน์
ข้นั ที่ 1 : ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี
1. นักเรียนได้รบั ลิงค์ Google meet จากครผู ู้สอนผา่ นกลุ่มปดิ เฟซบ๊คุ
2. นักเรียนถูกเช็คชื่อ โดยวิธีการพิมพ์ชื่อ-นามสกุล เลขที่ และชั้น ส่งผ่านช่องทางแชทของโปรแกรม
Google meet
3. นักเรียนทบทวนความรู้ก่อนเรียน ผ่านแอปพลิเคชัน Wordwall เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของ
นักเรยี นเกย่ี วกับความช้นื ในหนังสอื วทิ ยาศาสตร์ เลม่ 2 ม.1 หน้า 130
ใหน้ กั เรียนเลอื กคำตอบทถี่ ูกต้อง โดยตอบถกู ในข้อท่ีถูกต้อง (√) และตอบเทจ็ ในข้อท่ีผดิ (X)
1) นำ้ ระเหยได้เม่ือเดือดเทา่ น้นั (X : น้ำสามารถระเหยไดเ้ ม่ือได้รบั ความร้อนในทกุ ช่วง)
2) เมือ่ น้ำระเหยจะกลายเปน็ ไอน้ำอยใู่ นอากาศ (√)
3) เราสามารถมองเหน็ ไอน้ำเป็นควันสีขาวลอยอย่ไู ด้ (X : เราไมส่ ามารถมองเหน็ ไอน้ำด้วยตาเปล่า
ได้ ควันสีขาวที่ลอยเหนือภาชนะที่บรรจุน้ำร้อนคือ ละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมากที่เกิดจากาการควบแน่น
ของไอน้ำในอากาศ)
4) เมฆ และฝนเป็นรูปแบบหนึ่งของหยาดน้ำฟ้า (X : ฝนเป็นหยาดน้ำฟ้า เมฆไม่เป็นหยาดน้ำฟ้า
เน่ืองจากเมฆประกอบด้วยละอองน้ำจำนวนมากทไ่ี มต่ กสูพ่ ืน้ )
หากพบว่านักเรียนยังมีความรู้พื้นฐานไม่ถูกต้อง ครูทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน
เพอ่ื ให้นักเรียนมคี วามรู้พ้ืนฐานทีถ่ กู ต้องและเพยี งพอท่ีจะเรยี นเรอ่ื งความชืน้ ต่อไป
4. นักเรียนสังเกตภาพทะเลหมอก และครูใช้คำถาม ถามนักเรียนว่า “นักเรียนเคยเห็นทะเลหมอก
หรือไม่ ทะเลหมอกเกิดขึ้นช่วงไหน” (แนวคำตอบ : เคย/ไม่เคย เกิดช่วงฤดูหนาว) และถามนักเรียนว่า
แผนการจัดการเรยี นร้รู ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
“ทะเลหมอกเกดิ ขึน้ ได้อย่างไร” (แนวคำตอบ : นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง ครูยงั ไม่เฉลยคำตอบ)
อภปิ รายโดยการเปดิ ไมค์ตอบ และชอ่ งทางแชท Google meet
ขน้ั ท่ี 2 : ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) (100 นาท)ี
1. นกั เรียนศึกษาคลปิ วีดีโอ เรอ่ื ง “ความชน้ื ”
(ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=LL_wZ8XM-Vw)
ครกู ระตนุ้ การเรยี นรดู้ ้วยคำถามสำคญั ได้แก่
- อุณหภูมิอากาศ และความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ในพื้นที่เดียวกันเปลี่ยนแปลง
อย่างไร (แนวคำตอบ : อุณหภูมิอากาศมีค่าต่ำในช่วงเช้าและเพ่ิมสูงขึ้นจนกระทั่งชว่ งบ่ายจากนั้นจึงมีคา่ ลดลง
ความชื้นสัมพัทธ์ในบางพื้นที่ เช่น บริเวณเรือนเพาะชำ มีค่าสูงในช่วงเช้าและลดต่ำลงจนกระทั่งช่วงบ่าย
จากนั้นจึงมีคา่ สูงข้นึ ส่วนในบริเวณกลางแจ้ง มคี ่าสูงในช่วงเช้า และลดตำ่ ลงอีกในช่วงบา่ ย)
- อุณหภูมิอากาศ และความชื้นสมั พัทธ์มคี วามสัมพนั ธ์กนั หรอื ไม่ อย่างไร เพราะเหตุใด (แนว
คำตอบ : มีแนวโน้มว่ามีความสัมพันธ์กันโดยเมื่ออุณหภูมิอากาศต่ำ ความชื้นสัมพัทธ์มีค่าสูง อุณหภูมิอากาศ
สูงขึ้น ความชื้นสัมพัทธ์มีค่าต่ำลง อาจเนื่องจากอุณหภูมิอากาศมีผลต่อปริมาณไอน้ำอิ่มตัว จึงส่งผลต่อค่า
ความชืน้ สมั พัทธ์)
- ความชน้ื สัมพทั ธ์กับพื้นทต่ี รวจวดั มีความสมั พันธ์หรอื ไม่ อยา่ งไร เพราะเหตใุ ด (แนวคำตอบ
: มคี วามสมั พนั ธ์กนั โดยพ้ืนท่ที อ่ี ยใู่ กลแ้ หล่งน้ำจะมีความชนื้ สูงกว่าพนื้ ทกี่ ลางแจง้ เนือ่ งจากมีปริมาณไอน้ำจริง
มากกว่า และพื้นที่ที่อยู่ในบริเวณปิดจะมีความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่ากลางแจ้ง เนื่องจากไอน้ำจริงไม่เคลื่อนย้าย
จากบริเวณดังกล่าวมากนกั )
2. นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง “ความชื้น” โดยใช้สื่อ Power point และหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ 2 ม.1 (สสวท.) หนา้ 130-138 ประกอบเพ่มิ เติม โดยครูคอยอำนวยความสะดวกในการศึกษา
3. นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณหาค่าความชื้นสัมบูรณ์และความชื้นสัมพันธ์ (ร้อยละ) และทำ
กจิ กรรมการแสดงวธิ ที ำการคำนวณไปพร้อมกับครู โดยมีขนั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี
3.1 นักเรียนแสดงวิธีทำการคำนวณหาค่าความชื้นสัมบูรณ์และความชื้นสัมพันธ์ (ร้อยละ) ลงใน
สมุด
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
3.1.1 โจทย์ 1: ในห้องขนาด 250 ลูกบาศก์เมตร มีความชื้นสัมบูรณ์ 30 กรัมต่อลูกบาศก์
เมตร ในห้องนั้นจะมีมวลของไอน้ำในอากาศเท่าใด (แนวคำตอบ : ในห้องมีมวลของไอน้ำในอากาศ เท่ากับ
7500 กรมั )
3.1.2 โจทย์ 2: ณ อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส อากาศที่มีค่าความชื้นสัมพัทธ์ ร้อยละ 70 มี
ปริมาณไอน้ำจริงเท่าใด และจะสามารถรับไอน้ำได้อีกเท่าใด (แนวคำตอบ : ปริมาณไอน้ำจริง 35 กรัมต่อ
ลูกบาศก์เมตร ดงั นั้นจงึ สามารถรบั นำ้ ไดอ้ กี 15 g/m3)
3.2 จากน้นั ใหน้ ักเรียนอพั โหลดรปู ภาพผา่ นแอปพลิเคชัน Padlet
4. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจจากใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง ความชื้น (liveworksheets) โดย
ให้เวลาในการสืบค้นข้อมูลและทำกิจกรรมเป็นเวลา 20 นาที จากนั้นให้นักเรียนอัพโหลดรูปภาพผ่าน
แอปพลิเคชนั Padlet
ขน้ั ท่ี 3 : อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (25 นาท)ี
1. นกั เรียนอภปิ รายสรุป เรื่อง ความช้นื จากตัวอย่างผลงานของนักเรียน เพือ่ ช่วยใหน้ ักเรียนสามารถ
สรุปไดด้ ้วยตนเอง
- ความชน้ื หมายถึงอะไร
- ความชื้นอากาศทำให้เกดิ ผลดีและผลเสยี อย่างไรบา้ ง
- การบอกปรมิ าณอากาศมีความชน้ื มากหรอื มีความช้นื น้อย มกี ีว่ ธิ ี อะไรบ้าง
2. ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรียนได้ซกั ถามขอ้ สงสัย เพือ่ สะท้อนความคดิ ของนักเรียน
ขน้ั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาท)ี
1. นักเรียนศกึ ษาคลปิ วีดโี อ เร่อื ง “เครื่องเพมิ่ ความชนื้ Humidifier มีประโยชน์อย่างไร”
(ทีม่ า: https://www.youtube.com/watch?v=c8Cyp5ahVIA)
2. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายและสรปุ ข้อควรระวังในการใช้เคร่อื งเพม่ิ ความช้ืน
ขั้นท่ี 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation) (5 นาท)ี
1) ครแู ละนกั เรียนประเมินผลการเรยี นรดู้ า้ นความรู้ (K) จากใบกจิ กรรมออนไลน์ เรื่อง ความชื้น
2) ครูและนักเรียนประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะ (P) จากกิจกรรมการคำนวณหาค่าความชื้น
สมั บรู ณแ์ ละความช้ืนสมั พันธ์ (ร้อยละ)
3) ครูและนักเรยี นประเมินผลการเรียนรดู้ ้านคณุ ลกั ษณะ (A) จากการสังเกตการส่งงาน
8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. ใบกจิ กรรมออนไลน์ เรอ่ื ง ความชื้น
2. ช้ินงานการแสดงวิธีการคำนวณหาคา่ ความชนื้ สมั บูรณ์และความชื้นสัมพันธ์ (ร้อยละ)
9. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1) เอกสารประกอบการเรียนรูอ้ ้างอิงจากหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ เลม่ 2 ม.1 (สสวท.)
2) แอปพลิเคชัน เชน่ Wordwall, Google meet และ Padlet
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
3) สอื่ วิดที ศั นป์ ระกอบการสอน เรือ่ ง ความชนื้
(ทีม่ า : https://www.youtube.com/watch?v=LL_wZ8XM-Vw)
4) สือ่ วิดที ัศนป์ ระกอบการสอน เรือ่ ง เครอ่ื งเพิม่ ความชื้น Humidifier มปี ระโยชน์อยา่ งไร
(ทม่ี า: https://www.youtube.com/watch?v=c8Cyp5ahVIA)
5) ใบกิจกรรมออนไลน์ เรอ่ื ง ความช้ืน
10. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑใ์ ชป้ ระเมนิ
ประเดน็ การประเมิน
ด้านความรู้ (K)
นักเรียนสามารถอธิบายปัจจัยท่ี ตรวจจากใบกิจกรรม แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม ระดับคุณภาพ
ส่งผลต่อความชื้นสัมบูรณ์และ ออนไลน์ เรื่อง ความชนื้ ออนไลน์ เรอื่ ง ความชนื้ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ความช้นื สมั พัทธ์ได้
ด้านทักษะ (P)
นักเรียนสามารถคำนวณหาค่า ตรวจจากการทำกิจกรรม การแสดงวิธที ำการ ระดบั คุณภาพ
พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ความชื้นสัมบูรณ์และความชื้น การคำนวณหาคา่ คำนวณหาคา่ ความช้นื
สมั พันธ์ (ร้อยละ) ได้ ความชน้ื สัมบูรณ์และ สมั บูรณ์และความชนื้
ความชื้นสมั พนั ธ์ (รอ้ ยละ) สัมพันธ์ (รอ้ ยละ)
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
นักเรียนใฝ่เรียนรู้ และส่งงานตรง 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ
ตามเวลาทีก่ ำหนด รายบคุ คล รายบคุ คล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
2. ใบกิจกรรมออนไลน์ 2. แบบบนั ทึกการสง่ งาน
3. การทำกิจกรรม
สมรรถนะผเู้ รียน
ความสามารถในการแก้ปัญหา ตรวจจากใบกิจกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ
ออนไลนแ์ ละการทำ รายบุคคล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
กิจกรรม
แผนการจัดการเรยี นรูร้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
เกณฑก์ ารประเมินด้านความรู้ (K)
ประเด็นการประเมิน 3 ระดับคณุ ภาพ 1
2 ทำใบกจิ กรรม
นักเรยี นสามารถอธิบายปัจจยั ที่ส่งผลต่อ ทำใบกิจกรรม ออนไลน์ เรื่อง
ทำใบกจิ กรรม ความช้ืน ไดถ้ ูกต้อง
ความชื้นสัมบูรณ์และความชื้นสัมพัทธ์ ออนไลน์ เรอ่ื ง ออนไลน์ เรอื่ ง ท้ัง 1 ขอ้
ความชน้ื ไดถ้ กู ตอ้ ง
ได้ ความชน้ื ไดถ้ กู ต้อง 2 ข้อ
(3 คะแนน) 3-4 ข้อ
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรับปรุง
เกณฑก์ ารประเมินด้านทกั ษะ (P) 3 ระดบั คุณภาพ 1
2 การแสดงวธิ ที ำการ
ประเด็นการประเมนิ คำนวณหาคา่ ความช้นื
การแสดงวิธีทำการ สัมบรู ณแ์ ละความช้ืน
นักเรียนสามารถคำนวณหาค่า คำนวณหาคา่ ความชนื้ สมั พันธ์ (ร้อยละ) ได้
ความชืน้ สมั บูรณแ์ ละความชืน้ สมั บูรณ์และความชื้น ถกู ตอ้ งเพยี ง 1 ข้อ
สมั พันธ์ (รอ้ ยละ) ได้ สัมพันธ์ (ร้อยละ) ได้
(2 คะแนน) ถูกตอ้ งทงั้ 2 ขอ้
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คุณภาพ
2 ดี
1 พอใช้
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ
3 21
นักเรียนใฝ่เรียนรู้ และส่งงานตรงตาม สง่ งานตรงตามท่ี ส่งงานช้ากวา่ กำหนด ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด
เวลาทกี่ ำหนด กำหนด (ในคาบ 1-2 ชว่ั โมง 3 ช่ัวโมง
(3 คะแนน) เรียน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรุง
เกณฑก์ ารประเมนิ ดา้ นสมรรถนะ
ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ 1
2
ตามหลักสตู รแกนกลาง
ความสามารถในการ เขยี นอธบิ ายถ่ายทอด เขียนอธบิ ายถา่ ยทอด
แก้ปัญหา ความรู้ ความคิด ความ ความรู้ ความคดิ ความ
เขา้ ใจ ดว้ ยภาษาที่ เขา้ ใจ ดว้ ยภาษาทไี่ ม่
เหมาะสม และแก้โจทย์ เหมาะสม และไม่
ปัญหาได้ สามารถแกโ้ จทยป์ ญั หา
ได้
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
2 ดี
1 พอใช้
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
11. บันทกึ หลงั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
จำนวนนักเรยี นทัง้ หมด ............ คน มีผลการเรยี นตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สรุปไดด้ ังนี้
นักเรยี นผ่านจุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) ร้อยละ..........
(ด.ี ..........% , พอใช.้ ..........% , ปรับปรงุ ...........%)
นักเรียนผ่านจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) ร้อยละ..........
(ดี...........% , พอใช.้ ..........% , ปรบั ปรงุ ...........%)
นักเรียนผา่ นจุดประสงคด์ า้ นคุณลักษณะ (A) ร้อยละ..........
(ด.ี ..........% , พอใช้...........% , ปรบั ปรงุ ...........%)
ปัญหา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ขปัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................................
(นางสาวนสุ รนิ ทร์ อิ่นคำ)
นักศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี ครู
วันท่.ี ..................................................................
แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
12. ความคิดเหน็ ครพู ่ีเล้ยี ง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................................
(นางนพมาศ พิทักษก์ มลรัตน์)
ครพู เี่ ล้ยี ง
วนั ท.่ี ..................................................................
แผนการจัดการเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ตารางผลการประเมินด้านความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ และสมรรถนะ
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
เร่ือง ความชื้น ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1/6
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขที่ ชือ่ -สกลุ ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้าน รวม ระดับ
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คณุ ภาพ
(2 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เดก็ ชายกฤษกรณ์ ทากสวรรณ์
2 เดก็ ชายกติ ติ แกว้ ดี
3 เดก็ ชายจติ รกานต์ เรอื งนอ้ ง
4 เด็กชายชยานนท์ เรอื นคำ
5 เด็กชายซินบี นุตุ
6 เดก็ ชายณฐั พล สเี สริม
7 เด็กชายธนกฤติ ยตี่ ันสี
8 เดก็ ชายธนา ดวงจินดา
9 เดก็ ชายธติ ภิ าคย์ หมน่ั งาน
10 เด็กชายภทั รกฤต มลพิ ฒั น์
11 เด็กชายรจุ แซทู
12 เด็กชายศรณั ยพงศ์ สขุ ทรพั ย์
13 เด็กชายสมชาย ลงุ จี่
14 เด็กชายอนุชิต เจรญิ สุข
15 เดก็ ชายอภิวฒั น์ ขนุ นา
16 เดก็ ชายอฎั ฐวี แก้ววงศ์
17 เด็กหญงิ พชั รพล มันธโิ น
18 เดก็ หญงิ กรรณกิ าร์ สมศกั ดิ์
19 เดก็ หญิงจาลี่ แซ่หว่ ง
20 เด็กหญิงจรี าวรรณ รวมญาติ
21 เดก็ หญงิ จฑุ ามาศ ไครม้ ลู
22 เด็กหญิงชิณณิชา แถวถาทำ
23 เด็กหญิงณฐั ธดิ า ดวงใจ
24 เดก็ หญิงแดง สัตชาน
25 เด็กหญิงธนัญชนก ฟองรตั น์
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ชอื่ -สกุล ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เด็กหญิงธญั วลยั แซ่เจา๊ (2 คะแนน) (3 คะแนน)
27 เดก็ หญงิ นันท์นภัส จันทรแ์ ห่ว
28 เดก็ หญิงพจนี วันดี
29 เด็กหญิงพิชชา ลงุ ต๋า
30 เดก็ หญิงพมิ พช์ นก ชัยเทพ
31 เด็กหญงิ ภัสสร ยอดคำ
32 เดก็ หญงิ มีนา สุดา
33 เด็กหญิงเมวดี ลุงซอ
34 เดก็ หญงิ วรณั ย์รัชต์ ตันกรุ มิ าน
35 เด็กหญงิ สรัญญา สุขสร้อย
36 เดก็ หญงิ สุทธิดา แซ่ลี
37 เดก็ หญิงสภุ ชา ศรสี ุข
38 เดก็ หญงิ แสงเดอื น วิยะ
39 เด็กหญิงอังคณา ลลี าศีลธรรม
40 เดก็ หญิงอาทติ ยา ตาพระ
41 เด็กหญิงพรพพิ ฒั น์ ไพสฐิ ตสกลุ
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
7 - 8 ดี
4 - 6 พอใช้
1 - 3 ปรบั ปรุง
แผนการจัดการเรียนร้รู ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ตารางผลการประเมินด้านความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ และสมรรถนะ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
เรอื่ ง ความช้นื ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1/7
ผลการประเมนิ ด้าน K P A ตามจุดประสงค์
เลขท่ี ชื่อ-สกลุ ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ดา้ น รวม ระดับ
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คณุ ภาพ
(2 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เดก็ ชายกฤษฎา โคตสิงห์
2 เดก็ ชายกติ คิ ณุ ปญั ญาประชมุ
3 เดก็ ชายจริ ายุทธ์ บา้ นเรอื น
4 เดก็ ชายชลทรัพย์ ตยิ ะ
5 เด็กชายณภัทร ดวงจนั ทร์
6 เดก็ ชายณัฐพล ดวงแกว้
7 เดก็ ชายธนชาติ -
8 เดก็ ชายธาวนิ จัน๋ ตะ๊
9 เด็กชายบญุ ชู ลงุ จอ
10 เด็กชายพณชิ พล ตุงคณาคร
11 เด็กชายพายพั เจา้ แสนหวี
12 เด็กชายภาคภูมิ วงค์สถาน
13 เด็กชายวรพจน์ สรอ้ ยจำปา
14 เดก็ ชายศกั ดิส์ ยาม ปิง่ ย่า
15 เด็กชายสรวิชญ์ แจ้งใบ
16 เด็กชายอนพุ ันธ์ แซ่สง
17 เดก็ ชายอภวิ ฒั น์ มากมลู
18 เด็กชายเอกบดนิ ทร์ ใจคำ
19 เดก็ ชายวรี ะพฒั น์ แสนปนั
20 เด็กหญงิ กวินตรา ประธาน
21 เดก็ หญิงจง่ิ –
22 เด็กหญิงไฉไล ชัยทองคำ
23 เดก็ หญิงโชติกา ทองจนั ทร์
24 เด็กหญงิ ณัฐนิชา วฒุ ิศีลวัต
25 เด็กหญงิ ตะวนั วาด เก่งกาจ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ชื่อ-สกลุ ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เดก็ หญิงธมลวรรณ เขียวชอุ่ม (2 คะแนน) (3 คะแนน)
27 นางสาวธดิ าพร ลุงทนู
28 เด็กหญิงนามี จะฟู
29 เด็กหญงิ ประกายดาว หลีจะ๊
30 เด็กหญงิ พชิ ญธดิ า ไทยธนาศิลป์
31 เด็กหญงิ พมิ พ์ดาว ทำทอง
32 เดก็ หญิงพิมพล์ ภัส วนาศรโี สภา
33 เดก็ หญิงภาวดี ลุงโยะ
34 เดก็ หญิงลนี ่า -
35 เดก็ หญงิ วิราวรรณ วงค์หาญ
36 เดก็ หญงิ สายน้ำ สรุ ยิ ะ
37 เดก็ หญิงสุทธดิ า บุญมา
38 เดก็ หญงิ แสงหล้า ไผ่ทอง
39 เดก็ หญิงองั คณาพร อารณุ
40 เดก็ หญิงอัญพชั ญ์ หวานเย็น
41 เด็กหญงิ อุมาพร อินทะมาน
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
7 - 8 ดี
4 - 6 พอใช้
1 - 3 ปรบั ปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
ตารางผลการประเมินด้านความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ และสมรรถนะ
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
เร่ือง ความช้นื ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1/8
ผลการประเมินด้าน K P A ตามจุดประสงค์
เลขที่ ชอ่ื -สกุล ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คุณภาพ
(2 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เด็กชายกฤษณพงค์ จันทร์ใสย
2 เด็กชายกติ ติชัย ผิวพรรณ์
3 เด็กชายชวกร ลงุ ลาก
4 เด็กชายณรงค์ฤทธิ์ เฉลียว
5 เด็กชายณฐั พล สกุ า๋
6 เดก็ ชายธนเดช เตชะมงคล
7 เดก็ ชายธนาวรรณ์ เคหา
8 เด็กชายประธาน ลุงหนงึ่
9 เด็กชายประภากร อำนา
10 เดก็ ชายพรชัย แซ่หาง
11 เด็กชายพชิ ิต มานะ
12 เด็กชายภานพุ งศ์ มาลา
13 เด็กชายวรศลิ ป์ แซว่ ะ
14 เดก็ ชายศักดิ์สทิ ธิ์ แซส่ งั
15 เด็กชายสามแสง ลุงทอน
16 เด็กชายอนภุ าพ สรุ ยิ ะ
17 เดก็ ชายอภิวุฒิ ลุงกอหรงิ่
18 เด็กชายธรี วตั น์ มาลัยสาร
19 เด็กหญงิ กัญญาณัฐ ทรงคำ
20 เดก็ หญิงจิดาภา วงศช์ าลี
21 เด็กหญงิ ชนญั ญา สขุ แสวง
22 เด็กหญงิ ฐานิดา สุกนั ศลี
23 เด็กหญิงณัฐรัช หงสย์ สี่ ิบส่ี
24 เด็กหญิงทอรุง้ สุระเปย้ี
25 เด็กหญิงธมลวรรณ นธิ เิ กษมสมบตั ิ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ช่อื -สกลุ ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เด็กหญงิ นภสั วรรณ ก๋าบตุ ร์ (2 คะแนน) (3 คะแนน)
27 เดก็ หญงิ นิรชั พร คำแดง
28 เด็กหญงิ ปภาวรนิ ทร์ มายา
29 เด็กหญงิ ปรชี ญา อธชิ ากฤษฎิ์
30 เดก็ หญิงพลอยชมพู พมุ่ พลอย
31 เด็กหญิงพชิ ญาภา ดว้ งไม้
32 เด็กหญิงพิมพา น้อยหลี
33 เด็กหญิงภูมิใจ ถนอมจติ ดี
34 เดก็ หญงิ วรรณวศิ า ทรงรงุ่ โรจน์
35 เดก็ หญิงศรสี ุดา เหลา่ นามสวุ รรณ
36 เดก็ หญิงสิรนิ ดา ไวรกั ษ์
37 เด็กหญิงสุนารี นายลือ
38 เด็กหญิงสรุ ารกั ษ์ ป่าจนั ทนข์ าว
39 เดก็ หญงิ หญิง ลุงกู่
40 เด็กหญงิ อัญชสิ า บญุ เทียม
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
7 - 8 ดี
4 - 6 พอใช้
1 - 3 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ใบกิจกรรมออนไลน์ เรือ่ ง ความชืน้ (on-line)
ชอ่ื -นามสกลุ ………………………………………….……………………………..ช้นั ………………………….เลขที่……………………..
คำช้แี จง : ใหน้ ักเรียนตอบคำถามใหถ้ กู ต้อง
1. เด็กชายตู่ สังเกตไดว้ า่ สภาพอากาศในวนั น้รี ้อนอบอ้าว เหงือ่ ออกมาก จงึ พยากรณว์ า่ วันนี้ฝนจะ
ตก จากสถานการณ์ไอนำ้ ในอากาศมมี ากหรอื น้อย จงอธิบาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. นอกจากการระเหยของน้ำจากแหล่งนำ้ และการคายน้ำของพชื ไอนำ้ สามารถเกิดขึ้นได้จากทใี่ ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ความช้ืนของอากาศ หมายถงึ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ให้นกั เรียนอธิบายปัจจยั ท่สี ง่ ผลต่อความชน้ื สมั บรู ณแ์ ละความชื้นสัมพทั ธ์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
กจิ กรรม “การคำนวณหาค่าความช้นื สมั บูรณแ์ ละความช้นื สัมพนั ธ์ (ร้อยละ)”
ชือ่ -นามสกุล………………………………………….……………………………..ช้ัน………………………….เลขที่……………………..
โจทย์ 1: ในห้องขนาด 250 ลกู บาศก์เมตร มคี วามชนื้ สมั บูรณ์ 30 กรัมตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร ในหอ้ งน้ันจะ
มีมวลของไอน้ำในอากาศเท่าใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
โจทย์ 2: ณ อณุ หภูมิ 40 องศาเซลเซียส อากาศท่มี ีค่าความชื้นสมั พทั ธ์ รอ้ ยละ 70 มปี ริมาณไอนำ้ จรงิ
เท่าใด และจะสามารถรบั ไอน้ำไดอ้ ีกเท่าใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
เฉลยภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ใบกจิ กรรมออนไลน์ เรื่อง ความชื้น (on-line)
ชื่อ-นามสกุล………………………………………….……………………………..ชัน้ ………………………….เลขท่ี……………………..
คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามให้ถูกตอ้ ง
1. เด็กชายตู่ สังเกตได้วา่ สภาพอากาศในวันนี้รอ้ นอบอา้ ว เหงือ่ ออกมาก จงึ พยากรณ์วา่ วันนฝ้ี นจะ
ตก จากสถานการณไ์ อนำ้ ในอากาศมมี ากหรอื น้อย จงอธิบาย
………………เ…น่ือ…ง…จ…าก…ก…อ่ …น…ฝน…ต…ก…ก…ล…มุ่ …ข…อง…เม…ฆ…ฝ…น…ท…ี่รว…ม…ต…ัวก…นั …น…้นั …ม…ปี …ริม…า…ณ…ไอ…น…้ำ…ใน…อ…า…กา…ศ…ส…ูง …จ…ึงท…ำ…ให…้ค…ว…าม…ช…้นื …ใน
…อ…า…ก…าศ…เ…พ…ิ่มข…นึ้ …ห…ร…อื ค…ว…า…มช…้นื …ส…มั …พ…ัท…ธ์ส…ูง…ร…ว…มท…ั้ง…ก…อ้ …นเ…ม…ฆค…า…ย…ค…วา…ม…รอ้…น…อ…อ…ก…มา…ป…ะ…ท…ะก…ับ…พ…น้ื …ด…นิ …ท…ำ…ให…้เก…ดิ …ค…ว…าม
…ร…้อ…น…อ…ยู่ร…ะ…ห…วา่…ง…เม…ฆ…ก…ับ…พน้ื…ด…นิ …ซ…ึ่ง…ค…วา…ม…ช…้ืน…ทำ…ใ…ห…้ด.…ช.…ต…ู่ไม…่ส…าม…า…ร…ถร…ะ…บ…าย…ค…ว…าม…ร…้อ…น…ผา่…น…เห…ง…่อื …ท…าง…รขู…มุ …ข…น…ท…ำ…ให้
…ด….…ช.…ต…ู่ ย…ิง่ ร…ูส้ …กึ …ร้อ…น…อ…บ…อ…้าว……………………………………………………………………………………………………………………
2. นอกจากการระเหยของนำ้ จากแหล่งน้ำ และการคายนำ้ ของพืช ไอนำ้ สามารถเกิดข้ึนได้จากที่ใด
………………จ…า…กก…า…ร…เผ…าไ…ห…ม…เ้ ช…ือ้ …เพ…ล…งิ ห…ร…ือ…ก…๊าซ…ธ…รร…ม…ช…าต…ิ …กา…ร…ห…าย…ใ…จ…แ…ละ…ค…า…ย…น้ำ…ข…อ…งส…ัต…ว…์ ……………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ความชื้นของอากาศ หมายถงึ อะไร
………………ส…ภ…าว…ะ…ท…อ่ี า…ก…า…ศม…ไี …อ…นำ้…ป…ะ…ป…นอ…ย…ู่ …ปร…ิม…า…ณ…ไอ…น…้ำ…ใน…อ…าก…า…ศ…จ…ะม…า…ก…หร…อื …น…้อ…ย…ข…้นึ อ…ย…ูก่ …ับ…อ…ณุ …ห…ภ…ูมิ…เม…่ือ……
…อ…ุณ…ห…ภ…มู …สิ …งู อ…า…ก…าศ…จ…ะร…ับ…ไ…อน…ำ้ …ได…ม้ …า…ก…กว…า่ …อ…าก…า…ศท…ม่ี…ีอ…ณุ …ห…ภ…มู …ติ …่ำก…ว…า่ …………………………………………………………
4. ให้นกั เรียนอธิบายปจั จยั ทีส่ ่งผลตอ่ ความชื้นสมั บูรณแ์ ละความชน้ื สมั พทั ธ์
………………ป…จั …จัย…ท…ี่ส…่งผ…ล…ต…อ่ …ค…วา…ม…ช…น้ื ส…ัม…บ…รู …ณ…์ค…อื ป…ร…ิม…าณ……ไอ…น…ำ้ ใ…น…อ…าก…า…ศ…ส…ว่ น…ป…จั …จ…ัย…ทส่ี…่ง…ผ…ลต…อ่…ค…ว…าม…ช…้นื …ส…มั พ…ัท…ธ…์คอื
…ป…ร…มิ …าณ…ไ…อ…น…้ำใ…น…อ…าก…า…ศ…แ…ละ…อ…ณุ …ห…ภ…มู …ิอ…าก…า…ศ…………………………………………………………………………………………
………………-…อ…ณุ …ห…ภ…มู ิเ…พ…มิ่ …ขึน้……ก…าร…ร…ะเ…ห…ยจ…ะ…เก…ดิ …เร…ว็ …ข…ึน้ …ส…ง่ ผ…ล…ให…ค้ …ว…าม…ช…้นื …ใน…อ…า…ก…าศ…ล…ด…ล…ง …แล…ะ…ม…ปี …รมิ…า…ณ…ไอ…น…้ำ…น…้อย
…แ…ล…ะ…สา…ม…า…รถ…ร…ับ…ไอ…น…ำ้ ไ…ด…้ม…าก…………………………………………………………………………………………………………………
………………-…อ…ณุ …ห…ภ…ูมิต…ำ่ …ก…า…รร…ะ…เห…ย…จ…ะเ…ก…ดิ …ได…ย้ …าก……สง่…ผ…ล…ให…้ค…วา…ม…ช…้นื …ใน…อ…า…กา…ศ…ส…งู …แล…ะ…ม…ีป…รมิ…า…ณ…ไ…อน…ำ้ …ม…าก……สา…ม…ารถ
…ร…ับ…ไอ…น…้ำ…ได…้อ…กี …เล…็ก…น…อ้ ย…………………………………………………………………………………………………………………………
………………ท…้งั น…ี้ส…ภ…า…พ…แว…ด…ล…อ้ …มข…อ…ง…พ…้นื ท…ที่ …ต่ี …ร…วจ…ว…ัด…มผี…ล…ต…อ่ …ป…ริม…า…ณ…ไอ…น…้ำ…ใน…อ…า…กา…ศ…แ…ล…ะ…อุณ……หภ…ูม…ิอ…า…กา…ศ…ด…ว้ ย………
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
เฉลยภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
กจิ กรรม “การคำนวณหาคา่ ความชืน้ สมั บรู ณแ์ ละความชน้ื สัมพันธ์ (ร้อยละ)”
ชอื่ -นามสกลุ ………………………………………….……………………………..ช้นั ………………………….เลขท่ี……………………..
โจทย์ 1: ในห้องขนาด 250 ลกู บาศก์เมตร มคี วามชน้ื สมั บูรณ์ 30 กรมั ต่อลกู บาศก์เมตร ในหอ้ งนน้ั จะ
มมี วลของไอนำ้ ในอากาศเทา่ ใด
……(……แน……ว……ค……ำต……อ……บ……:……ค……ว……าม……ช……นื้ ……ส……มั ……บรู……ณ……์ ……………………………………………………………………………………=……ป……ร……มมิ ……วาลต……ขร……ออาง……ไกอ……านศ……้ำ(……(m……g……)3……)…………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………ม…วล…ข…อ…ง…ไอ…น…ำ้ ………………………………………………………=…3…0…g…/…m…3…×…2…5…0…m…3…=…7…5…0…0 …g………………
………………ใน…ห…อ้ …ง…มมี…ว…ล…ข…อง…ไ…อน…้ำ…ใน…อ…า…ก…าศ………เท…า่ …ก…ับ…7…50…0…ก…ร…ัม………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
โจทย์ 2: ณ อุณหภมู ิ 40 องศาเซลเซียส อากาศที่มีคา่ ความช้นื สัมพทั ธ์ รอ้ ยละ 70 มปี รมิ าณไอนำ้ จรงิ
เท่าใด และจะสามารถรบั ไอน้ำไดอ้ ีกเทา่ ใด
……(……แน……ว……ค……ำต……อ……บ……:……ค……ว……าม……ช……ื้น……ส……ัมพ……ทั……ธ……์ ……………………………………=……ป……ริม……า……ณ……ไอ……นป……้ำรอ……ิมิม่ า……ตณ……ัวไ……อณน……้ำอ……ทุณี่ม……หอี ……ภยมู……ู่ในิ ……คอว……าาก……มาด……ศนั ……×แ……ละ……1ป……0รมิ……0า……ต……รเ……ดีย……ว……กนั………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………แ…ละ…จ…า…กก…ร…า…ฟ…ป…ริม…า…ณ…ไ…อน…ำ้…อ…่มิ …ตวั……ณ…อ…ณุ …ห…ภ…มู …ิ 4…0…◦…C…เท…่า…ก…ับ…5…0…g…/m…3………………………………………
………………ป…ริม…า…ณ…ไ…อน…ำ้ …จ…ริง……………………………=…(7…0…%……×…5…0…g/…m…3…)/…10…0…%……=…3…0…g…/m…3………………………………
………………ป…รมิ…า…ณ…ไ…อน…้ำ…จ…รงิ…3…5…ก…ร…มั …ต่อ…ล…ูก…บ…าศ…ก…เ์ …มต…ร…ด…งั …น…นั้ จ…ึง…ส…าม…า…รถ…ร…บั …น…้ำไ…ด…อ้ ีก……1…5 …g/…m…3………………………
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 11 รหสั วชิ า ว21102
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/6-8
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 เวลาเรยี น 150 นาที
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6 ลมฟ้าอากาศรอบตวั โรงเรียนสนั ทรายวทิ ยาคม
เรือ่ ง เมฆและฝน
ผู้สอน นางสาวนุสรินทร์ อ่ินคำ
1. สาระ/มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั /สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1.1 สาระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
1.2 มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบและความสัมพันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
ส่งิ มชี ีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม
1.3 ตวั ชี้วัด
ว 3.2 ม.1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ จากข้อมูล ท่ี
รวบรวมได้
1.4 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลาหนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่
กับองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดย
หยาดน้ำฟ้าทีพ่ บบ่อยในประเทศไทยไดแ้ ก่ ฝน
องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจาก
ดวงอาทิตย์และลักษณะพนื้ ผวิ โลกส่งผลต่ออุณหภูมอิ ากาศ อุณหภูมิอากาศและปรมิ าณไอน้ำส่งผลต่อความชื้น
ความกดอากาศสง่ ผลต่อลม ความชน้ื และลมสง่ ผลต่อเมฆ
2. สาระสำคญั
บรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตั้งแต่เริ่มกำเนิดโลกจนกระทั่งปัจจุบัน
บรรยากาศส่งผลต่อการดำรงชีวิตของมนษุ ย์และสิ่งแวดล้อม บรรยากาศมีสมบัติและองค์ประกอบแตกตา่ งกัน
ไปตามระดับความสูงจากผิวโลก นักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูง แบ่ง
บรรยากาศเป็น 5 ชั้น ได้แก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์ ชั้นสตราโตสเฟียร์ ชั้นมีโซสเฟียร์ ชั้นเทอร์โมสเฟียร์ และช้ัน
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
เอกโซสเฟยี ร์ ด้วยสมบตั ิและองคป์ ระกอบ ทำใหบ้ รรยากาศแต่ละช้นั เกดิ ปรากฏการณ์และส่งผลต่อมนุษย์และ
สง่ิ แวดลอ้ มแตกต่างกัน
มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้บรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ซึ่งเกิดสภาพลมฟ้าอากาศต่าง ๆ เช่น ลม เมฆ
ฝน ฟา้ แลบ ฟา้ รอ้ ง องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ
3. สาระการเรียนรู้
➢ เมฆและฝน
• ความหมายของเมฆ
เมฆ (Cloud) คือไอน้ำที่กลั่นตัวรวมกันเข้าเป็นกลุ่มก้อน อาจมีสภาพเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ของน้ำหรือ
น้ำแข็งหรือทั้งสองอย่างปนกันลอยอยู่ในอากาศ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในกลุ่มของผสมนี้อาจมี
อนุภาคใหญ่ ๆของน้ำแข็งปนอยู่ด้วย หรืออาจมีอนุภาคที่ไม่มีน้ำหรืออนุภาคที่เป็นของแข็งตัวอย่าง เช่น ก๊าซ
ผงฝุ่น หรือควัน ฯลฯ ซึง่ เกดิ จากโรงงานอตุ สาหกรรมปนอยู่ด้วย
เมฆเกิดจาก อากาศร้อนซึ่งสามารถดูดรับเอาไอน้ำไว้ได้มาก ซึ่งมักจะเรียกว่าอากาศชื้นลอยตัวขึ้น
และเยน็ ลงไอนำ้ ในอากาศกล่ันตวั กลายเป็นเมฆเราสามารถมองเหน็ ได้
• ตารางการแปลผลปริมาณเมฆปกคลมุ จากค่าประมาณปริมาณเมฆปกคลมุ ท่ีตรวจวดั
• ชนดิ ของเมฆ
เม่อื ใช้ความสงู ของฐานเมฆเป็นเกณฑ์สามารถแบง่ เมฆไดเ้ ปน็ 4 ประเภทดงั น้ี
- เมฆชนั้ สูง (High Could) มีความสงู ของฐานเมฆ 7,000 – 10,000 m มยี อดสงู ไมแ่ น่นอน เช่น
1. เมฆซรี ์รสั (Cirrus)
2. เมฆซีรโ์ รควิ มลู สั (Cirrocumulus)
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
3. เมฆซีร์โรสเตรตัส (Cirrostratus)
- เมฆชั้นกลาง (Medium Cloud) มคี วามสงู ของฐานเมฆ 2,000 m มีความสูงยอดเมฆ 6,000 m เช่น
1. เมฆอลั โตคิวมูลสั (Altocumulus)
2. เมฆอลั โตสเตรตสั (Altostratus)
- เมฆชน้ั ต่ำ (Low Could) มีความสูงของยอดเมฆ 2,000 m เชน่
1. เมฆสเตรตัส (Stratus)
2. เมฆสเตรโตควิ มลู ัส (Stratocumulus)
3. เมฆนิมโบสเตรตัส (Nimbostratus)
รปู ภาพ (1) แสดงลักษณะตา่ ง ๆ ของเมฆ โดยแบง่ ตามความสูงของฐานเมฆ
เมฆ มีหลายชนิด แต่มีบางชนิดเท่านั้นที่มีฝนตกลงมาโดยจะลอยตัวอยู่ในอากาศเฉย ๆ แต่มีลักษณะ
อากาศท่ีทำใหล้ ะอองนำ้ รวมตัวกนั เปน็ เมด็ นำ้ ใหญ่ข้ึนและมีนำ้ หนักมากขึ้น กระแสอากาศหรือลมไม่สามารถจะ
พัดให้เม็ดนำ้ นน้ั ลอยตัวอยู่ในอากาศได้ มันจึงตกลงมาเปน็ ฝนหรอื หมิ ะขาว ๆ หรอื บางทเี ปน็ ลกู เห็บตกลงมาบน
พื้นโลก ละอองน้ำในเมฆจะมีขนาด 0.01-0.02 มิลลิเมตร หรือเท่ากับ 10 ถึง 20 ไมครอน สามารถลอยอยู่ใน
บรรยากาศเป็นเมฆ เมื่อละอองน้ำในเมฆเกิดการรวมตัวกันโต จนมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1 มิลลิเมตร (1,000
ไมครอน) หรือใหญ่กว่า มันจะตกลงมาจากเมฆปกติ แล้วเม็ดฝน 1 เม็ด จะเกิดจากละอองน้ำในเมฆรวมกัน
มากกว่า1ล้านเม็ด จึงมีปัญหาว่าละอองน้ำในเมฆเหล่าน้ันรวมตวั กันเป็นฝน และทราบตามทฤษฎีใหญ่ ๆ ของ
การรวมตวั ของละอองน้ำในเมฆ
จนกลายเป็นเมด็ ฝนใน 2 กรรมวธิ คี ือ
1 กรรมวธิ ีการชนกนั แลว้ รวมตัวกันเป็นกรรมวิธขี องฝนในเขตรอ้ น
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
2 กรรมวิธีผลึกน้ำแข็ง ฝนที่เกิดจากกรรมวิธีนี้จะเกิดขึ้นในเมฆซึ่งมีไอน้ำ ผลึกน้ำแข็งและน้ำ
(Supercooled Water) ปนกนั อยู่ ซึง่ ทงั้ สามสภาวะอยู่ด้วยกันในเมฆท่ีมีอุณหภมู ิต่ำกวา่ 0 องศา ไอน้ำจะกลั่น
ตัวลงบนผลึกน้ำแข็งเพราะความดันไอน้ำของเม็ดน้ำสูงกว่าความดันไอน้ำของผลึกน้ำแข็ง ทำให้ผลึกน้ำแข็งมี
เม็ดโตขึ้นอยา่ งรวดเรว็ โตมาก ๆ จนตกลงมาเป็นหมิ ะ (ต่ำกว่า 0 องศา) เปน็ ฝนธรรมดา (สูงกว่า 0 องศา) และ
ถา้ อณุ หภมู ิตำ่ กว่า 0 องศากจ็ ะระเหยไปเปน็ ไอน้ำ กรรมวิธนี เ้ี กดิ ขึ้นซำ้ ๆกนั
สรุป การกลั่นตัวของไอน้ำเป็นเมฆหรือหมอก ต้องอาศัยอนุภาคกลั่นตัว การเกิดฝนหรือน้ำฟ้าต้อง
อาศัยเมฆขนาดใหญ่หรอื ผลึกนำ้ แข็ง
เมฆพายุฟ้าคะนอง เริ่มก่อตัวขึ้นจากเมฆก้อนธรรมดาก่อน จากนั้นมีการขยายตัวขึ้นด้วยภาวะท่ี
พอเหมาะของอากาศร้อนชื้นที่ไร้เสถียรภาพและมีกลไกที่ทำให้มวลอากาศชื้นลอยตัวสูงขึ้น ทำให้เมฆก้อน
ขยายตัวขึน้ มีกระแสลมแนวต้ังแรงข้ึน เมฆก้อนขยายตวั สูงใหญ่เป็นเมฆพายุฟ้าคะนองมีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า
และมีกระแสอากาศไหลขึน้ และลง มลี มกระโชกรนุ แรงอากาศจะเยน็ ลงมีฝนเกิดในบริเวณระดบั ต่ำของเมฆ ใน
ระดับสงู อาจมีทั้งหมิ ะ ลกู เห็บและฝนปะปนกนั เมฆพายุฝนฟ้าคะนองเป็นเมฆทีเ่ ป็นอันตรายอยา่ งย่ิงต่อกิจการ
บิน
เมฆม้วนตัว (Rotor cloud) บางคร้ังเรียกวา่ เมฆกล้งิ (roll cloud) เป็นเมฆในแบบของเมฆแอลโต-
คิวมูลัส ที่มีลักษณะม้วนตัวหรือกลิ้งตัวแกนหมุนของมันอยู่ในแนวนอน อาจเกิดขึ้นตรงส่วนบนของกระแสลม
วนที่มีบริเวณกว้างและไม่เคลื่อนตัว (large stationary eddies) และบางทีเกิดในบรรยากาศในระดับต่ำทาง
ด้านหลังเขา (ด้านปลายลม) ซึ่งมีคลื่นภูเขา (mountain waves) เกิดขึ้นโดยที่แกนหมุนของกระแสอากาศใน
เมฆจะขนานกับเทือกเขา
• ความหมายของฝน
ฝนเปน็ นำ้ ฟา้ ชนดิ หน่งึ ทีเ่ กิดจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ฝนทำให้ทศั นะวิสัยเสียเป็นสภาวะอากาศ
ท่ีเปน็ อุปสรรคตอ่ การบนิ
ฝนเกิดจาก อนุภาคของไอน้ำขนาดต่าง ๆ ในก้อนเมฆเมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้นจนไม่สามารถลอยตัวอยู่ใน
ก้อนเมฆได้ก็จะตกลงมาเป็นฝน ฝนจะตกลงมายังพื้นดินได้นั้นจะต้องมีเมฆเกิดในท้องฟ้าก่อน เมฆมีอยู่หลาย
ชนิด มีเมฆบางชนิดเท่านั้นที่ทำให้มีฝนตก เราทราบแล้วว่าไอน้ำจะกลั่นตัวเป็นเมฆก็ต่อเมื่อมีอนุภาคกลั่นตัว
เลก็ ๆ อยเู่ ปน็ จำนวนมากเพียงพอและไอน้ำจะเกาะตวั บนอนุภาคเหล่าน้ีรวมกนั ทำให้เกิดเป็นเมฆ เมฆจะกล่ัน
ตัวเป็นน้ำฝนได้ก็ต้องมีอนุภาคแข็งตัว (Freezing nuclei) หรือเม็ดน้ำขนาดใหญ่ซึ่งจะดึงเม็ดน้ำขนาดเล็กมา
รวมตัว กันจนเป็นเม็ดฝน สภาวะของน้ำที่ตกลงมาจากท้องฟ้าอาจเป็นลักษณะของฝน ฝนละออง หิมะหรือ
ลูกเห็บ ซึ่งเรารวมเรียกว่าหยาดน้ำฟ้า (Precipitation) ซึ่งจะตกลงมาในลักษณะไหนขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของ
อากาศในพนื้ ทีน่ ้นั ๆ หยาดนำ้ ฟ้าตอ้ งเกิดจากเมฆ แต่เมอื่ มีเมฆไมจ่ ำเป็นตอ้ งมีหยาดน้ำฟา้ เสมอไป
พายุฟ้าคะนอง เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีสภาวะอากาศร้ายเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการบิน
พายุฟ้าคะนองจะเริม่ ก่อตัวข้ึนจากเมฆก้อน (เมฆคิวมูลัส) ก่อนในสภาวะบรรยากาศแวดลอ้ มที่เหมาะสม คือมี
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
อากาศร้อนช้ืน มสี ภาพอากาศเปน็ แบบไม่มเี สถียรภาพหรือเป็นแบบไม่มเี สถียรภาพแบบมเี ง่ือนไข และมีกลไก
ทำใหอ้ ากาศยกตวั ขนึ้
• ลกู เห็บ
ลูกเห็บ คือ ฝนที่ตกลงมาแล้วถูกลมพัดกลับไปในชั้นบรรยากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ ทำให้หยดน้ำฝน
กลายเป็นก้อนน้ำแข็งแล้ว ถูกลมหอบกลับขึ้นไปอีกครั้งจนกว่าลมจะหอบกลับขึ้นไปไม่ได้ จึงตกลงมาเป็น
ลกู เห็บ
• การวัดปรมิ าณนำ้ ฝน ใช้เครอื่ งวดั ฝน (rain gauge)
เกณฑ์ ในการวัดปรมิ าณนำ้ ฝนภายใน 24 ช่วั โมง เปน็ ดังน้ี
ฝนตกเลก็ นอ้ ย Slight rain มปี ริมาณ 0.1 - 10 มลิ ลเิ มตร
10.1 - 35 มิลลเิ มตร
ฝนตกปานกลาง Moderate rain มปี ริมาณ 35.1 - 90 มิลลเิ มตร
90.1 มลิ ลิเมตร ขึน้ ไป
ฝนตกหนัก Heavy rain มีปริมาณ
ฝนตกหนกั มาก Very Heavy rain มีปริมาณ
• ปัจจัยท่ีมผี ลตอ่ ปรมิ าณฝน ไดแ้ ก่ สภาพภูมปิ ระเทศและฤดกู าล
4. จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
4.1 ความรู้ (K)
นกั เรียนสามารถอธบิ ายปจั จยั ท่ีส่งผลตอ่ ปรมิ าณเมฆและฝนได้
4.2 ทกั ษะ (P)
นกั เรียนสามารถสืบค้นขอ้ มูล และบอกชอื่ ก้อนเมฆทมี่ ลี กั ษณะต่าง ๆ ได้
4.3 คุณลักษณะ
นกั เรียนใฝเ่ รยี นรู้ และส่งงานตรงตามเวลาทก่ี ำหนด
5. สมรรถนะผ้เู รยี น
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ใฝ่เรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
7. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (5Es structional Mocel) สอนออนไซด์
ขนั้ ที่ 1 : ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1. ครูสนทนากับนักเรียนในเรื่องทั่วไป โดยครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนตื่นกันรึยัง คาบที่แล้วเรียน
อะไร”
2. นักเรยี นถูกเช็คชอ่ื โดยครูขานชอื่ ของนกั เรยี น
3. นักเรียนทบทวนความรู้ก่อนเรียน เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับเมฆและฝน ใน
หนังสอื วิทยาศาสตร์ เล่ม 2 ม.1 หน้า 139 ผ่านกิจกรรม โดยมขี นั้ ตอนดงั นี้
3.1 ให้นกั เรยี นแบง่ กลุม่ ออกเปน็ 4 กลมุ่ แล้วส่งตัวแทนมารบั อุปกรณ์หน้าช้ันเรยี น (ไดแ้ ก่ บัตรคำ
ตา่ ง ๆ และสัญลักษณ์ถูก-ผดิ )
3.2 จากนั้นครูเขียนบนกระดาน คำใดจัดเป็นหยาดน้ำฟ้า/ไม่จัดเป็นหยาดน้ำฟ้า และข้อความให้
นกั เรียนแปะสัญลกั ษณถ์ ูก-ผิด
➢ คำใดจัดเปน็ หยาดนำ้ ฟ้า/ไมจ่ ดั เป็นหยาดนำ้ ฟ้า
- จัดเปน็ หยาดน้ำฟา้ (หมิ ะ ฝน ลกู เหบ็ ฝนนำ้ แขง็ ฝนละออง ลูกปรายหมิ ะ)
- ไมจ่ ัดเป็นหยาดน้ำฟ้า (น้ำคา้ ง น้ำค้างแขง็ หมอก เมฆ)
➢ จงเติมสัญลกั ษณ์ถกู -ผดิ หนา้ ขอ้ ความตอ่ ไปนี้
1. เมฆเป็นไอน้ำ (X)
2. การควบแนน่ ของเมฆทำใหเ้ กดิ ฝน (X)
3. เมฆเป็นกลมุ่ ของละอองนำ้ (√)
4. ละอองนำ้ ทีร่ วมตวั กนั จนมีนำ้ หนกั มากทำใหเ้ กิดฝน (√)
หากพบว่านักเรียนยังมีความรู้พื้นฐานไม่ถูกต้อง ครูทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน
เพอ่ื ให้นกั เรียนมคี วามรูพ้ ้นื ฐานท่ีถกู ต้องและเพียงพอที่จะเรียนเรือ่ งเมฆและฝนต่อไป
4. นักเรียนสังเกตภาพถ่ายดาวเทียม ที่แสดงปริมาณเมฆเหนือพื้นที่ประเทศไทย และครูใช้คำถาม
ถามนักเรียนว่า “จากภาพบริเวณใดมีเมฆปกคลุม ทราบได้อย่างไร” (แนวคำตอบ : นักเรียนตอบตามความ
เข้าใจ) และถามนักเรียนว่า “นักเรียนคิดว่าพื้นที่ใดน่าจะเกิดฝน เพราะเหตุใด” (แนวคำตอบ : นักเรียนตอบ
ตามความเข้าใจ) อภิปรายโดยการยกมอื ตอบ
ขนั้ ที่ 2 : ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (100 นาที)
1. นกั เรียนศกึ ษาคลิปวีดโี อ เร่อื ง “เมฆและฝน”
(ท่มี า : https://www.youtube.com/watch?v=63qwmRfOMnc)
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
ครกู ระต้นุ การเรียนร้ดู ว้ ยคำถามสำคัญ ไดแ้ ก่
- เมฆดังภาพคือเมฆชนิดใด (แนวคำตอบ : เมฆคิวมูลัสและเมฆเซอร์รัส สังเกตจากลักษณะ
เด่นของเมฆทั้งสองชนิด โดยเมฆคิวมูลัสมีลักษณะเป็นก้อนหนา ฐานแบนราบ คล้ายดอกกะปล่ำขนาดใหญ่
อาจอยู่เป็นก้อนเด่ยี ว หรือรวมตวั กนั เป็นกลุ่ม และเป็นเมฆระดับต่ำพบที่ความสูงต่ำกว่า 2000 เมตร ส่วนเมฆ
เซอรร์ ัสลักษณะเป็นเสน้ เล็ก ๆ บาง ๆ คลา้ ยขนนก และเปน็ เมฆระดบั สูงพบทคี่ วามสงู 6000 เมตร ขึน้ ไป)
รูปภาพ (2) ตัวอย่างลกั ษณะของเมฆต่าง ๆ
2. นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง “เมฆและฝน” โดยใช้สื่อ Power point และหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ 2 ม.1 (สสวท.) หนา้ 139-148 ประกอบเพมิ่ เติม โดยครูคอยอำนวยความสะดวกในการศกึ ษา
3. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจจากใบกิจกรรม เรื่อง เมฆและฝน โดยให้เวลาในการสืบค้นข้อมูล
และทำกิจกรรมเปน็ เวลา 20 นาที จากน้นั ใหน้ กั เรียนอัพโหลดรูปภาพผา่ นแอปพลเิ คชัน Padlet
ข้ันท่ี 3 : อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) (25 นาที)
1. นักเรียนอภิปรายสรุป เรื่อง เมฆและฝน จากตัวอย่างผลงานของนักเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียน
สามารถสรปุ ไดด้ ว้ ยตนเอง
- เมฆและฝน หมายถึงอะไร
- เมฆและฝนเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ย่างไร
- ลักษณะของเมฆสามารถจำแนกได้ตามเกณฑ์ใดบา้ ง และมลี กั ษณะอยา่ งไร
- ปัจจัยใดบา้ งที่ส่งผลตอ่ ปรมิ าณฝน
2. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นได้ซกั ถามข้อสงสัย เพื่อสะท้อนความคิดของนักเรยี น
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
ขนั้ ที่ 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที)
1. นกั เรยี นศกึ ษาคลิปวดี ีโอ เร่ือง “จับตาเตือนภยั ฟ้าผา่ ภยั หน้าฝน”
(ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=WR1EHjZQiVo)
2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายและสรุปความสมั พนั ธ์ระหว่างเมฆและฟ้าผ่า
ข้ันท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) (5 นาที)
1) ครแู ละนกั เรยี นประเมินผลการเรยี นรู้ดา้ นความรู้ (K) จากใบกิจกรรม เรอื่ ง เมฆและฝน
2) ครแู ละนกั เรยี นประเมินผลการเรยี นร้ดู า้ นทกั ษะ (P) จากใบกิจกรรม เร่อื ง เมฆและฝน
3) ครแู ละนกั เรยี นประเมนิ ผลการเรียนรดู้ ้านคุณลกั ษณะ (A) จากการสังเกตการสง่ งาน
8. ช้ินงาน/ภาระงาน
ใบกิจกรรม เรอื่ ง เมฆและฝน
9. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1) เอกสารประกอบการเรียนรอู้ า้ งอิงจากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ เล่ม 2 ม.1 (สสวท.)
2) แอปพลิเคชนั เชน่ Padlet
3) อปุ กรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ บตั รคำตา่ ง ๆ และสัญลักษณ์ถูก-ผิด
4) สือ่ วิดที ัศนป์ ระกอบการสอน เร่ือง เมฆและฝน
(ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=63qwmRfOMnc)
5) สอ่ื วดิ ีทศั น์ประกอบการสอน เรอ่ื ง เร่ือง จับตาเตอื นภัย ฟา้ ผา่ ภยั หนา้ ฝน
(ทมี่ า: https://www.youtube.com/watch?v=WR1EHjZQiVo)
6) ใบกิจกรรม เร่อื ง เมฆและฝน
10. การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑใ์ ช้ประเมนิ
ประเด็นการประเมิน
ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนสามารถอธิบายปัจจัยท่ี ตรวจจากใบกิจกรรม แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม ระดับคุณภาพ
สง่ ผลตอ่ ปริมาณเมฆและฝนได้ เรอ่ื ง เมฆและฝน
เร่อื ง เมฆและฝน พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นทักษะ (P)
นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล และ ตรวจจากใบกิจกรรม แบบประเมินใบกิจกรรม ระดับคุณภาพ
บอกชื่อก้อนเมฆที่มีลักษณะต่าง ๆ เรอื่ ง เมฆและฝน
ได้ เร่ือง เมฆและฝน พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
นักเรียนใฝ่เรียนรู้ และส่งงานตรง 1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ
ตามเวลาทก่ี ำหนด รายบุคคล รายบุคคล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
2. ใบกิจกรรม 2. แบบบนั ทกึ การส่งงาน
สมรรถนะผเู้ รียน
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ตรวจจากใบกจิ กรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ
รายบคุ คล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
เกณฑ์การประเมินดา้ นความรู้ (K)
ประเด็นการประเมิน 3 ระดบั คุณภาพ 1
2 ทำใบกจิ กรรม เรื่อง
นักเรียนสามารถอธบิ ายปจั จยั ทีส่ ง่ ผลตอ่ ทำใบกจิ กรรม เร่อื ง เมฆและฝน (ตอนท่ี
ทำใบกิจกรรม เรื่อง 2) ไดถ้ ูกต้อง 1 ข้อ
ปริมาณเมฆและฝนได้ เมฆและฝน (ตอนท่ี เมฆและฝน (ตอนที่
2) ได้ถูกต้อง 2 ข้อ
(3 คะแนน) 2) ได้ถูกต้องทั้ง 3-4
ขอ้
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คุณภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เกณฑ์การประเมินด้านทกั ษะ (P) ระดบั คุณภาพ
ประเดน็ การประเมิน 321
นักเรียนสามารถสืบคน้ ข้อมลู และบอก ทำใบกจิ กรรม เรือ่ ง ทำใบกิจกรรม เรือ่ ง
ช่ือก้อนเมฆที่มลี ักษณะตา่ ง ๆ ได้
(2 คะแนน) เมฆและฝน (ตอนที่ เมฆและฝน (ตอนท่ี
1) ได้ถูกต้อง ครบ 2 1) ได้ถูกต้อง ครบ 1
ประเดน็ ประเดน็
- บอกชอื่ ก้อนเมฆ - บอกชอ่ื ก้อนเมฆ
- ตกแตง่ ก้อนเมฆ
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
2 ดี
1 พอใช้
เกณฑก์ ารประเมินด้านคุณลกั ษณะ (A)
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คุณภาพ
3 21
นักเรียนใฝ่เรียนรู้ และส่งงานตรงตาม สง่ งานตรงตามท่ี ส่งงานชา้ กว่ากำหนด ส่งงานช้ากว่ากำหนด
เวลาที่กำหนด กำหนด (ในคาบ 1-2 ช่วั โมง 3 ชั่วโมง
(3 คะแนน) เรียน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เกณฑก์ ารประเมินดา้ นสมรรถนะ
ประเด็นการประเมิน 3 ระดับคณุ ภาพ 1
2
ตามหลกั สูตรแกนกลาง
ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร ใ ช้ เขียนอธบิ ายถ่ายทอด เขียนอธบิ ายถา่ ยทอด
เทคโนโลยี ความรู้ ความคิด ความ ความรู้ ความคดิ ความ
เข้าใจ ด้วยภาษาท่ี เข้าใจ ดว้ ยภาษาที่ไม่
เหมาะสม เหมาะสม
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคุณภาพ
2 ดี
1 พอใช้
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
11. บนั ทกึ หลงั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
จำนวนนักเรียนทัง้ หมด ............ คน มีผลการเรยี นตามจุดประสงค์การเรยี นรู้ สรปุ ได้ดงั น้ี
นกั เรยี นผ่านจุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) ร้อยละ..........
(ด.ี ..........% , พอใช้...........% , ปรับปรุง...........%)
นกั เรียนผา่ นจดุ ประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) ร้อยละ..........
(ด.ี ..........% , พอใช้...........% , ปรบั ปรุง...........%)
นักเรียนผา่ นจดุ ประสงค์ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) ร้อยละ..........
(ด.ี ..........% , พอใช้...........% , ปรับปรงุ ...........%)
ปญั หา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................. .............
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไขปญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.....................................................................
(นางสาวนุสรินทร์ อิ่นคำ)
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชพี ครู
วนั ท.่ี ..................................................................
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
12. ความคดิ เห็นครพู ่เี ลี้ยง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................ ..
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................. ............
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................ ......................
ลงชือ่ .......................................................................
(นางนพมาศ พิทักษ์กมลรัตน์)
ครูพ่ีเลีย้ ง
วนั ท่.ี ..................................................................
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ตารางผลการประเมนิ ด้านความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ และสมรรถนะ
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
เร่อื ง เมฆและฝน ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1/6
ผลการประเมินด้าน K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขที่ ช่ือ-สกุล ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้าน รวม ระดับ
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คณุ ภาพ
(2 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เด็กชายกฤษกรณ์ ทากสวรรณ์
2 เด็กชายกติ ติ แก้วดี
3 เดก็ ชายจติ รกานต์ เรืองน้อง
4 เด็กชายชยานนท์ เรอื นคำ
5 เด็กชายซินบี นุตุ
6 เดก็ ชายณัฐพล สีเสริม
7 เดก็ ชายธนกฤติ ย่ีตนั สี
8 เดก็ ชายธนา ดวงจินดา
9 เดก็ ชายธิติภาคย์ หมน่ั งาน
10 เด็กชายภทั รกฤต มลพิ ฒั น์
11 เด็กชายรุจ แซทู
12 เดก็ ชายศรัณยพงศ์ สขุ ทรพั ย์
13 เด็กชายสมชาย ลุงจี่
14 เด็กชายอนชุ ิต เจรญิ สุข
15 เดก็ ชายอภิวัฒน์ ขนุ นา
16 เดก็ ชายอัฎฐวี แกว้ วงศ์
17 เด็กหญิงพชั รพล มนั ธิโน
18 เด็กหญงิ กรรณกิ าร์ สมศักด์ิ
19 เด็กหญงิ จาลี่ แซห่ ่วง
20 เดก็ หญงิ จีราวรรณ รวมญาติ
21 เดก็ หญงิ จฑุ ามาศ ไครม้ ลู
22 เด็กหญิงชิณณชิ า แถวถาทำ
23 เด็กหญงิ ณัฐธดิ า ดวงใจ
24 เดก็ หญงิ แดง สัตชาน
25 เดก็ หญิงธนัญชนก ฟองรตั น์
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ชื่อ-สกุล ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เด็กหญงิ ธัญวลัย แซ่เจา๊ (2 คะแนน) (3 คะแนน)
27 เดก็ หญิงนันทน์ ภัส จันทรแ์ ห่ว
28 เด็กหญงิ พจนี วันดี
29 เด็กหญิงพชิ ชา ลงุ ต๋า
30 เด็กหญงิ พิมพช์ นก ชัยเทพ
31 เด็กหญงิ ภัสสร ยอดคำ
32 เดก็ หญงิ มนี า สดุ า
33 เดก็ หญิงเมวดี ลงุ ซอ
34 เดก็ หญิงวรณั ย์รชั ต์ ตันกรุ มิ าน
35 เดก็ หญงิ สรัญญา สุขสร้อย
36 เดก็ หญิงสุทธดิ า แซ่ลี
37 เด็กหญิงสภุ ชา ศรสี ขุ
38 เด็กหญงิ แสงเดือน วิยะ
39 เดก็ หญิงองั คณา ลีลาศีลธรรม
40 เดก็ หญงิ อาทิตยา ตาพระ
41 เดก็ หญงิ พรพิพฒั น์ ไพสฐิ ตสกุล
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7 - 8 ดี
4 - 6 พอใช้
1 - 3 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรียนร้รู ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ตารางผลการประเมินด้านความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ และสมรรถนะ
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
เรอื่ ง เมฆและฝน ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1/7
ผลการประเมนิ ด้าน K P A ตามจุดประสงค์
เลขที่ ชือ่ -สกุล ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ดา้ น รวม ระดับ
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คณุ ภาพ
(2 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เดก็ ชายกฤษฎา โคตสงิ ห์
2 เดก็ ชายกติ คิ ุณ ปญั ญาประชมุ
3 เดก็ ชายจริ ายุทธ์ บ้านเรอื น
4 เดก็ ชายชลทรัพย์ ติยะ
5 เดก็ ชายณภทั ร ดวงจันทร์
6 เด็กชายณัฐพล ดวงแกว้
7 เด็กชายธนชาติ -
8 เด็กชายธาวิน จ๋นั ตะ๊
9 เด็กชายบญุ ชู ลุงจอ
10 เดก็ ชายพณิชพล ตุงคณาคร
11 เดก็ ชายพายัพ เจา้ แสนหวี
12 เดก็ ชายภาคภูมิ วงคส์ ถาน
13 เดก็ ชายวรพจน์ สร้อยจำปา
14 เด็กชายศกั ดสิ์ ยาม ปง่ิ ย่า
15 เดก็ ชายสรวชิ ญ์ แจง้ ใบ
16 เดก็ ชายอนุพันธ์ แซ่สง
17 เด็กชายอภิวฒั น์ มากมูล
18 เดก็ ชายเอกบดินทร์ ใจคำ
19 เด็กชายวรี ะพฒั น์ แสนปัน
20 เด็กหญิงกวนิ ตรา ประธาน
21 เดก็ หญิงจงิ่ –
22 เด็กหญิงไฉไล ชัยทองคำ
23 เด็กหญิงโชติกา ทองจนั ทร์
24 เด็กหญงิ ณัฐนิชา วฒุ ศิ ลี วัต
25 เดก็ หญงิ ตะวันวาด เก่งกาจ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ชอื่ -สกุล ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เดก็ หญิงธมลวรรณ เขยี วชอุ่ม (2 คะแนน) (3 คะแนน)
27 นางสาวธดิ าพร ลงุ ทนู
28 เด็กหญิงนามี จะฟู
29 เด็กหญงิ ประกายดาว หลีจะ๊
30 เด็กหญงิ พชิ ญธิดา ไทยธนาศิลป์
31 เด็กหญงิ พิมพด์ าว ทำทอง
32 เดก็ หญิงพมิ พ์ลภัส วนาศรโี สภา
33 เดก็ หญิงภาวดี ลงุ โยะ
34 เดก็ หญิงลีนา่ -
35 เดก็ หญงิ วริ าวรรณ วงค์หาญ
36 เดก็ หญงิ สายนำ้ สรุ ยิ ะ
37 เดก็ หญิงสทุ ธิดา บญุ มา
38 เดก็ หญงิ แสงหลา้ ไผ่ทอง
39 เดก็ หญิงองั คณาพร อารุณ
40 เดก็ หญิงอัญพัชญ์ หวานเย็น
41 เด็กหญงิ อุมาพร อนิ ทะมาน
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7 - 8 ดี
4 - 6 พอใช้
1 - 3 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
ตารางผลการประเมินด้านความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ และสมรรถนะ
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
เรอ่ื ง เมฆและฝน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1/8
ผลการประเมินด้าน K P A ตามจุดประสงค์
เลขท่ี ชอื่ -สกุล ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คุณภาพ
(2 คะแนน) (3 คะแนน)
1 เดก็ ชายกฤษณพงค์ จันทร์ใสย
2 เด็กชายกติ ติชัย ผิวพรรณ์
3 เด็กชายชวกร ลงุ ลาก
4 เด็กชายณรงค์ฤทธิ์ เฉลียว
5 เด็กชายณฐั พล สกุ า๋
6 เดก็ ชายธนเดช เตชะมงคล
7 เดก็ ชายธนาวรรณ์ เคหา
8 เด็กชายประธาน ลงุ หนึง่
9 เดก็ ชายประภากร อำนา
10 เดก็ ชายพรชยั แซห่ าง
11 เด็กชายพชิ ติ มานะ
12 เด็กชายภานุพงศ์ มาลา
13 เด็กชายวรศิลป์ แซว่ ะ
14 เดก็ ชายศักดิส์ ิทธิ์ แซส่ ัง
15 เด็กชายสามแสง ลงุ ทอน
16 เด็กชายอนภุ าพ สุริยะ
17 เดก็ ชายอภวิ ฒุ ิ ลุงกอหริง่
18 เด็กชายธรี วัตน์ มาลยั สาร
19 เด็กหญงิ กัญญาณัฐ ทรงคำ
20 เดก็ หญงิ จดิ าภา วงศช์ าลี
21 เด็กหญิงชนัญญา สุขแสวง
22 เดก็ หญงิ ฐานิดา สกุ ันศีล
23 เด็กหญิงณัฐรัช หงสย์ ี่สบิ สี่
24 เด็กหญิงทอรงุ้ สุระเปี้ย
25 เด็กหญงิ ธมลวรรณ นธิ เิ กษมสมบตั ิ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ผลการประเมินดา้ น K P A ตามจดุ ประสงค์
เลขท่ี ช่ือ-สกุล ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ ด้าน รวม ระดบั
(3 คะแนน) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คณุ ภาพ
26 เด็กหญงิ นภสั วรรณ กา๋ บุตร์ (2 คะแนน) (3 คะแนน)
27 เดก็ หญงิ นริ ชั พร คำแดง
28 เด็กหญงิ ปภาวรนิ ทร์ มายา
29 เด็กหญงิ ปรชี ญา อธชิ ากฤษฎิ์
30 เดก็ หญิงพลอยชมพู พุ่มพลอย
31 เด็กหญิงพิชญาภา ด้วงไม้
32 เด็กหญิงพมิ พา น้อยหลี
33 เด็กหญิงภูมใิ จ ถนอมจติ ดี
34 เดก็ หญงิ วรรณวศิ า ทรงรุ่งโรจน์
35 เดก็ หญิงศรสี ุดา เหล่านามสวุ รรณ
36 เดก็ หญิงสิรนิ ดา ไวรักษ์
37 เด็กหญิงสนุ ารี นายลือ
38 เด็กหญิงสุรารกั ษ์ ป่าจันทน์ขาว
39 เดก็ หญงิ หญงิ ลุงกู่
40 เด็กหญงิ อัญชสิ า บุญเทยี ม
เกณฑ์การสรปุ ผล
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7 - 8 ดี
4 - 6 พอใช้
1 - 3 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ใบกจิ กรรม เรือ่ ง เมฆและฝน (on-site)
ช่ือ-นามสกุล………………………………………….……………………………..ช้ัน………………………….เลขที่……………………..
คำชแ้ี จง : จงตอบคำถามให้ถูกต้อง
ให้นักเรยี นสบื คน้ ข้อมลู และบอกชอื่ ก้อนเมฆทม่ี ลี ักษณะต่าง ๆ พรอ้ มตกแต่งรูปภาพกอ้ นเมฆ
ตวั อย่าง : เจา้ สนุ ขั แสนซน
พบเมฆคิวมูลสั มลี ักษณะเป็นก้อนหนา ฐานแบนราบ คล้ายดอกกะปล่ำขนาดใหญ่ อาจอยูเ่ ปน็ ก้อนเดยี่ ว หรอื
รวมตัวกันเปน็ กล่มุ และเปน็ เมฆระดับต่ำพบทค่ี วามสูงต่ำกวา่ 2000 เมตร
………………………………………………
พบเมฆ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
1. เมฆท่ีพบในแต่ละชว่ งเวลา เช้า กลางวัน และเยน็ มีลกั ษณะและปรมิ าณแตกต่างกันหรือไม่ อยา่ งไร
และพบเมฆชนิดใดมากทสี่ ดุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปัจจยั ใดบา้ งท่ีมผี ลต่อการเกดิ เมฆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ปัจจยั ใดบา้ งทม่ี ีผลต่อปรมิ าณฝน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. พืน้ ทท่ี น่ี กั เรียนอาศัยอยมู่ ีปรมิ าณฝนมากที่สดุ ในชว่ งเดือนใด เหตใุ ดจงึ เปน็ เชน่ นนั้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
เฉลยภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ใบกิจกรรม เร่อื ง เมฆและฝน (on-site)
ชือ่ -นามสกุล………………………………………….……………………………..ช้นั ………………………….เลขที่……………………..
คำช้ีแจง : จงตอบคำถามให้ถูกต้อง
ใหน้ ักเรียนสบื คน้ ข้อมลู และบอกชอ่ื กอ้ นเมฆทมี่ ลี กั ษณะตา่ ง ๆ พรอ้ มตกแต่งรปู ภาพก้อนเมฆ
ตวั อยา่ ง : เจ้าสุนัขแสนซน
พบเมฆควิ มลู สั มีลักษณะเป็นกอ้ นหนา ฐานแบนราบ คลา้ ยดอกกะปล่ำขนาดใหญ่ อาจอยูเ่ ป็นก้อนเด่ียว หรือ
รวมตวั กนั เป็นกลุ่ม และเปน็ เมฆระดบั ตำ่ พบทค่ี วามสูงต่ำกว่า 2000 เมตร
………………………………………………
พบเมฆ…………………………………………………ข…ึน้ …อ…ย…ู่กับ…ด…ลุ …ย…พ…นิ …ิจข…อ…ง…ผสู้…อ…น……………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
1. เมฆทพ่ี บในแตล่ ะชว่ งเวลา เชา้ กลางวนั และเย็น มลี กั ษณะและปริมาณแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
และพบเมฆชนิดใดมากที่สดุ
…ล…กั …ษ…ณ…ะ…แ…ละ…ป…ร…ิม…าณ…เ…ม…ฆท…ี่พ…บ…ใ…น…แต…่ล…ะ…ช…ว่ ง…เว…ล…าน…ั้น…ต…า่ …งก…นั …ใ…น…ต…อน…เ…ช้า…จ…ะ…พ…บเ…ม…ฆ…นอ้…ย…ม…า…ก…เม…ฆ…ท…่ีพ…บ…จะ…เ…ป็น…ก…้อน
…เ…ล…ก็ …ๆ…(…คิว…ม…ลู …ัส…) ป…ก…ค…ล…มุ …พื้น…ท…่ีเ…พ…ยี ง…น…ดิ …เด…ยี …ว…ต…อน…ก…ล…า…งว…ัน…พ…บ…เม…ฆ…ม…าก…ข…ึ้น…เ…ป็น…เ…ม…ฆค…วิ…ม…ลู …ัส…ต…อ…นเ…ย…็นเ…ม…ฆ…ปก…ค…ลุม
…พ…้นื…ท…ี่ม…า…กข…น้ึ ……มีล…ัก…ษ…ณ…ะ…เป…็น…แ…ผ…น่ …ๆ…(…สต…ร…า…ตสั…)…พ…บ…เม…ฆ…ค…ิวม…ูล…สั …เ…ม…ฆร…วิ้ …ๆ……(ซ…รี ์ร…สั …) …บ…้าง…เล…็ก…น…้อ…ย…โด…ย…ร…วม…แ…ล…้วเ…มฆ
…ท…ีพ่…บ…บ…่อ…ย…ท…ส่ี ด…ค…ือ…เม…ฆ…ค…วิ ม…ลู …สั ………………………………………………………………………………………………………………
2. ปจั จัยใดบ้างทีม่ ีผลตอ่ การเกิดเมฆ
…อ…ณุ …ห…ภ…ูม…สิ …ูงจ…ะ…ส…าม…า…ร…ถด…ูด…ร…ับ…เอ…าไ…อ…น…้ำไ…วไ้…ด…ม้ …าก……ซงึ่…ม…ัก…จะ…เร…ีย…ก…วา่…อ…า…กา…ศ…ช…้นื …ลอ…ย…ต…วั ข…นึ้ …แ…ล…ะเ…ย…็น…ลง…ไอ…น…้ำ…ใน…อ…า…กาศ
…ก…ล…น่ั …ต…วั ก…ล…า…ยเ…ป…็น…เม…ฆ…………………………………………………………………………………………………………………………
3. ปัจจยั ใดบ้างทมี่ ผี ลต่อปรมิ าณฝน
…ส…ภ…า…พ…ภ…มู ิป…ร…ะ…เท…ศ…แ…ละ…ฤ…ด…ูก…าล………………………………………………………………………………………………………………
4. พื้นที่ที่นักเรยี นอาศยั อยู่มปี รมิ าณฝนมากท่สี ุดในชว่ งเดือนใด เหตใุ ดจงึ เปน็ เชน่ นัน้
…ต…อ…บ…ต…าม…ภ…ูม…ภิ …า…คท…่นี …กั …เร…ีย…น…อา…ศ…ัย…อ…ยู่…เช…น่ …พ…นื้ …ท…่ีท…่ีอ…าศ…ยั …อ…ย…ู่ ค…ือ…ภ…าค…ก…ล…าง…ข…อ…งป…ร…ะเ…ท…ศ…ม…ีป…ริม…า…ณ…ฝ…น…ม…าก…ท…สี่ …ุด…
…ใ…น…ช…่วง…เด…อื …น…ม…ิถนุ…า…ย…น…เพ…ร…าะ…ไ…ด้อ…ทิ …ธ…พิ …ล…จา…ก…ม…รส…ุม……………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 รหสั วิชา ว21102
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1/6-8
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 เวลาเรยี น 150 นาที
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ลมฟ้าอากาศรอบตวั โรงเรียนสนั ทรายวิทยาคม
เรอ่ื ง การพยากรณอ์ ากาศ
ผสู้ อน นางสาวนสุ รินทร์ อิ่นคำ
1. สาระ/มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด/สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1.1 สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
1.2 มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลยี่ นแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สิ่งมชี ีวิตและสิ่งแวดล้อม
1.3 ตัวชวี้ ดั
ว 3.2 ม.1/4 อธบิ ายการพยากรณอ์ ากาศ และพยากรณ์อากาศอยา่ งง่ายจากข้อมูลท่รี วบรวมได้
ว 3.2 ม.1/5 ตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์อากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนและการ
ใช้ประโยชน์จากคำพยากรณอ์ ากาศ
1.4 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การพยากรณ์อากาศเป็นการคาดการณ์ลมฟ้าอากาศ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีการตรวจวัด
องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ การสอ่ื สารแลกเปลีย่ นขอ้ มูล องค์ประกอบลมฟา้ อากาศระหวา่ งพืน้ ที่ การวเิ คราะห์
ข้อมูลและสรา้ งคำพยากรณอ์ ากาศ
การพยากรณ์อากาศสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ เช่น การใช้ชีวิตประจำวัน การคมนาคม
การเกษตร การปอ้ งกัน และเฝ้าระวงั ภัยพบิ ัติ ทางธรรมชาติ
2. สาระสำคญั
บรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตั้งแต่เริ่มกำเนิดโลกจนกระทั่งปัจจุบัน
บรรยากาศส่งผลต่อการดำรงชีวิตของมนษุ ย์และสิ่งแวดล้อม บรรยากาศมีสมบัติและองค์ประกอบแตกต่างกัน
ไปตามระดับความสูงจากผิวโลก นักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูง แบ่ง
บรรยากาศเปน็ 5 ชั้น ไดแ้ ก่ ช้ันโทรโพสเฟยี ร์ ช้นั สตราโตสเฟียร์ ชัน้ มโี ซสเฟียร์ ช้ันเทอรโ์ มสเฟียร์ และช้ันเอก
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
โซสเฟียร์ ด้วยสมบัติและองค์ประกอบ ทำให้บรรยากาศแต่ละชั้นเกิดปรากฏการณ์และส่งผลต่อมนุษย์และ
สง่ิ แวดลอ้ มแตกต่างกนั
มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้บรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ซึ่งเกิดสภาพลมฟ้าอากาศต่าง ๆ เช่น ลม เมฆ
ฝน ฟา้ แลบ ฟา้ ร้อง องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ
3. สาระการเรียนรู้
➢ การพยากรณ์อากาศ
• ความหมาย
การพยากรณ์อากาศ คือ การคาดหมายสภาวะของลมฟ้าอากาศในอนาคต รวมทั้งปรากฏการณ์ทาง
ธรรมชาติที่จะเกิดขึน้ ในช่วงเวลาข้างหน้า ตัวอย่างเช่น การคาดหมายลมฟ้าอากาศใน 24 ชั่วโมงข้างหน้าจะมี
ลักษณะอย่างไร อาทิ จะมฝี นหรือฝนฟ้าคะนองหรือไม่ ลมจะพดั ทิศทางใด ด้วยความเร็วขนาดไหน เป็นตน้
• การพยากรณ์อากาศแบ่งตามระยะเวลาที่คาดหมายได้ ดงั นี้
1. การพยากรณป์ จั จุบัน
2. การพยากรณร์ ะยะสั้นมาก คอื การพยากรณ์สำหรับชว่ งเวลาไม่เกนิ 12 ช่ัวโมง
3. การพยากรณ์ระยะสน้ั คอื การพยากรณส์ ำหรับระยะเวลาเกนิ กวา่ 12 ช่วั โมงข้นึ ไปจนถงึ 3 วัน
4. การพยากรณอ์ ากาศระยะปานกลาง คือ การพยากรณ์อากาศสำหรับช่วงเวลาท่เี กินกว่า 3 วันข้นึ ไป
จนถงึ 10 วนั
5. การพยากรณร์ ะยะยาว คอื การพยากรณ์สำหรับช่วงเวลาระหว่าง 10 ถงึ 30 วนั
6. การพยากรณ์ระยะนาน คือ การพยากรณ์ตั้งแต่ 30 วันจนถึง 2 ปี ซึ่งยังแบ่งย่อยออกเป็นอีก 3
ชนิด ไดแ้ ก่ การคาดหมายรายเดือน การคาดหมายราย 3 เดอื น และการคาดหมายรายฤดู
7. การพยากรณภ์ มู อิ ากาศ คอื การพยากรณส์ ำหรับชว่ งเวลามากกว่า 2 ปีขนึ้ ไป โดยแบง่ เปน็
7.1) การพยากรณ์การแปรผันของภูมิอากาศ คือ การพยากรณ์ค่าเฉลี่ยของฤดูนั้นว่าจะแตกต่าง
ไปจากคา่ เฉลี่ยทางภมู ิอากาศอย่างไร
7.2) การพยากรณ์ภูมอิ ากาศ คอื การพยากรณส์ ภาพภมู อิ ากาศในอนาคต โดยพิจารณาทั้งสาเหตุ
จากธรรมชาตแิ ละจากการกระทำของมนษุ ย์
• การพยากรณ์อากาศมขี ัน้ ตอน ดังน้ี
1. การตรวจอากาศเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศปัจจุบัน โดยใช้เครื่องมือต่าง ๆ
เช่น เทอร์มอมเิ ตอร์ ศรลม ดาวเทียม และเรดาร์ตรวจอากาศ
2. การสื่อสารเพื่อรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลผลการตรวจอากาศที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ ทั้งภายใน
และนอกประเทศ
แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
3. การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดหมายสภาพลมฟ้าอากาศและสร้างคำพยากรณ์อากาศ โดยนำข้อมูล
องค์ประกอบลมฟ้าอากาศมาจัดกระทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนภูมิทางอุตุนิยมวิทยา แผนที่อากาศ ฯลฯ
จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลและคาดหมายการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศโดยใช้วิธีการพยากรณ์อากาศแบบต่าง ๆ
และเผยแพรค่ ำพยากรณใ์ นช่องทางตา่ ง ๆ ตอ่ ไป
รูปภาพ (1) การทำงานของนักอุตุนิยมวิทยาในการพยากรณ์อากาศ
แผนท่อี ากาศ คอื แผนที่ท่แี สดงองคป์ ระกอบทางอตุ ุนยิ มวิทยา ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง โดยการบันทกึ ผล
การตรวจอากาศลงบนแผนท่ีดว้ ยสัญลกั ษณ์ตา่ งๆ ทางอตุ นุ ิยมวทิ ยา เช่น
- H ในแผนท่อี ากาศ คือ ศูนยก์ ลางของบรเิ วณความดันอากาศสงู
- L ในแผนที่อากาศ คอื ศนู ยก์ ลางของบรเิ วณความดนั อากาศตำ่
- เสน้ ท่ลี ากในแผนที่อากาศ เป็นเสน้ แสดงความดันอากาศ ทุกๆ บรเิ วณทอ่ี ย่บู นเส้นเดียวกนั จะมีความ
ดันอากาศเท่ากัน ในขณะท่ตี รวจวัดความดนั อากาศ
- เสน้ ไอโซบาร์ เป็นเส้นท่ีมคี วามดันอากาศเท่ากนั ซง่ึ จะไมต่ ัดกนั หรอื สัมผัสกัน
รปู ภาพ (2) แสดงแผนทอ่ี ากาศผวิ พื้น
แผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
• อตุ ุนยิ มวิทยามปี ระโยชนใ์ นด้านต่าง ๆ ดงั นี้
1. ชวี ติ ประจำวนั เชน่ รูล้ ่วงหน้าวา่ พรุ่งนี้ฝนจะตกกน็ ำร่มติดตัวไปด้วย
2. ดา้ นกสิกรรม เช่น คดั เลอื กพนั ธุ์พชื และพันธส์ุ ัตวใ์ หเ้ หมาะกับสภาพอากาศในท้องถ่นิ น้ัน ๆ
3. ด้านวิศวกรรม เชน่ การออกแบบและก่อสร้างอาคารให้สอดคล้องกบั สภาพไหลเวยี นของอากาศใน
บรเิ วณน้ัน ๆ
4. ดา้ นการขนส่ง เช่น ชว่ ยในการกำหนดเส้นทางเดนิ เรือและเส้นทางของเคร่ืองบิน หลีกเลี่ยงบริเวณ
ที่อากาศแปรปรวน
4. จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
4.1 ความรู้ (K)
นักเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการพยากรณ์อากาศ และพยากรณ์อากาศอย่างง่ายจากข้อมูลท่ี
รวบรวมได้
4.2 ทกั ษะ (P)
นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล และบอกแหล่งค้นคว้าที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพยากรณ์
อากาศได้
4.3 คณุ ลกั ษณะ
1. นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์อากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนและ
การใชป้ ระโยชน์จากคำพยากรณอ์ ากาศ
2. นักเรียนมีความซอื่ สัตย์สุจริตในการทำงาน และส่งงานตรงตามเวลาทก่ี ำหนด
5. สมรรถนะผ้เู รียน
ความสามารถในการคิด
6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ซ่ือสัตยส์ ุจริต : การทำงานด้วยความสามารถของตนเองและเปน็ ความจริง
7. กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (5Es structional Mocel) สอนออนไลน์
ขัน้ ที่ 1 : ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1. นกั เรียนได้รับลงิ ค์ Google meet จากครผู สู้ อนผา่ นกลุม่ ปดิ เฟซบุ๊ค
2. นักเรียนถูกเช็คชื่อ โดยวิธีการพิมพ์ชื่อ-นามสกุล เลขที่ และชั้น ส่งผ่านช่องทางแชทของโปรแกรม
Google meet
3. นักเรียนทบทวนความรู้ก่อนเรียน ผ่านแอปพลิเคชัน Wordwall เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของ
นักเรียนเกีย่ วกบั องคป์ ระกอบลมฟา้ อากาศ ในหนงั สอื วทิ ยาศาสตร์ เล่ม 2 ม.1 หน้า 150
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
➢ องค์ประกอบลมฟ้าอากาศมีอะไรบา้ ง (อณุ หภูมิ ความกดอากาศ ความชน้ื )
หากพบว่านักเรียนยังมีความรู้พื้นฐานไม่ถูกต้อง ครูทบทวนและแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน
เพือ่ ให้นกั เรียนมีความรูพ้ นื้ ฐานท่ถี ูกต้องและเพียงพอทีจ่ ะเรียนเรอื่ งการพยากรณอ์ ากาศต่อไป
4. ครูกระตุ้นความสนใจแก่นักเรียน โดยเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของการพยากรณ์
อากาศในชีวิตประจำวันมาให้นักเรียนพิจารณา เช่น ในฤดูร้อนอากาศร้อนจัด กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก
ประกาศเตือนประชาชนระวังภัยจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอากาศอย่างรวดเรว็ จนอาจก่อให้เกิดอันตราย
จากการเป็นลมแดด คำพยากรณ์อากาศดังกล่าวช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ปลอดภัย จากนั้นครูใช้คำถาม ถาม
นกั เรียนว่า “การพยากรณ์อากาศทำได้อย่างไร” (แนวคำตอบ : นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง ครูยัง
ไม่เฉลยคำตอบ) อภปิ รายโดยการเปิดไมคต์ อบ และช่องทางแชท Google meet
ขนั้ ท่ี 2 : ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration) (100 นาที)
1. นกั เรียนศกึ ษาคลิปวีดีโอ เรื่อง “การพยากรณอ์ ากาศ”
(ทมี่ า : https://www.youtube.com/watch?v=BM42u1IEl0A)
ครกู ระตุ้นการเรยี นรดู้ ้วยคำถามสำคัญ ไดแ้ ก่
- คำพยากรณ์อากาศรายเดือน รายสัปดาห์ และข้อมูลพยากรณ์อากาศประจำวัน มีความ
แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ : ทั้ง 3 ช่วงเวลา จะเหมือนกันบางรายการ เช่น อุณหภูมิอากาศ
ความเร็วลม และปริมาณฝน แต่คำพยากรณ์อากาศทั้ง 3 ช่วงเวลาจะมีการคาดหมายพยากรณ์อากาศที่
แตกตา่ งกนั โดยคำพยากรณอ์ ากาศรายวันและรายสัปดาห์จะมรี ายละเอียดมากกวา่ ข้อมลู รายเดอื น โดยเฉพาะ
ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในรอบสัปดาห์และรอบวัน รวมถึงการประกาศเตือนภัยของกรม
อุตนุ ยิ มวิทยา)
2. นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง “การพยากรณ์อากาศ” โดยใช้สื่อ Power point และหนังสือ
เรียนวิทยาศาสตร์ 2 ม.1 (สสวท.) หน้า 150-157 ประกอบเพิ่มเติม โดยครูคอยอำนวยความสะดวกใน
การศึกษา
3. จากนั้นให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจจากใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง การพยากรณ์อากาศ
(liveworksheets) โดยให้เวลาในการสืบค้นข้อมูลและทำกิจกรรมเป็นเวลา 20 นาที แล้วให้นักเรียน
อพั โหลดรูปภาพผ่านแอปพลเิ คชนั Padlet
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ขนั้ ที่ 3 : อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (25 นาที)
1. นักเรียนอภิปรายสรุป เรื่อง การพยากรณ์อากาศ จากตัวอย่างผลงานของนักเรียน เพื่อช่วยให้
นกั เรยี นสามารถสรุปไดด้ ้วยตนเอง
- การพยากรณ์อากาศ หมายถึงอะไร
- ขน้ั ตอนการพยากรณอ์ ากาศ มีกีข่ ัน้ ตอน อะไรบา้ ง
- อตุ นุ ิยมวิทยามีประโยชน์ในดา้ นต่าง ๆ อยา่ งไร
2. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นไดซ้ ักถามข้อสงสยั เพอ่ื สะท้อนความคดิ ของนักเรยี น
ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที)
1. นักเรียนศกึ ษาคลปิ วดี ีโอ เรื่อง “พยากรณอ์ ากาศ 6 กุมภาพนั ธ์ 2565”
(ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=PNG-I8wcS60)
2. นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายและสรปุ การเตรียมตวั รับมือกับสภาพลมฟ้าอากาศ
ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ (Evaluation) (5 นาที)
1) ครูและนักเรยี นประเมินผลการเรียนรู้ดา้ นความรู้ (K) จากใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง การพยากรณ์
อากาศ
2) ครูและนักเรียนประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะ (P) จากใบกิจกรรมออนไลน์ เรื่อง การพยากรณ์
อากาศ
3) ครูและนักเรยี นประเมินผลการเรยี นรู้ด้านคณุ ลักษณะ (A) จากการสงั เกตการสง่ งาน
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบกจิ กรรมออนไลน์ เร่ือง การพยากรณ์อากาศ
9. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เอกสารประกอบการเรยี นร้อู า้ งอิงจากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ เลม่ 2 ม.1 (สสวท.)
2) แอปพลิเคชนั เช่น Wordwall, Google meet และ Padlet
3) สือ่ วิดที ัศนป์ ระกอบการสอน เรือ่ ง การพยากรณ์อากาศ
(ท่มี า : https://www.youtube.com/watch?v=BM42u1IEl0A)
4) สื่อวิดที ัศน์ประกอบการสอน เรอื่ ง พยากรณ์อากาศ 6 กุมภาพันธ์ 2565
(ท่ีมา: https://www.youtube.com/watch?v=PNG-I8wcS60)
5) ใบกจิ กรรมออนไลน์ เรอ่ื ง การพยากรณอ์ ากาศ
แผนการจดั การเรียนรูร้ ายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
10. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด เครอื่ งมือวดั เกณฑ์ใช้ประเมนิ
ประเด็นการประเมิน
ด้านความรู้ (K)
นักเรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการ ตรวจจากใบกิจกรรม แบบประเมนิ ใบกิจกรรม ระดับคุณภาพ
พยากรณ์อากาศ และพยากรณ์ ออนไลน์ เรอ่ื ง การ ออนไลน์ เร่ือง การ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
อากาศอย่างง่ายจากขอ้ มูลที่รวบรวม พยากรณอ์ ากาศ พยากรณ์อากาศ
ได้
ดา้ นทักษะ (P)
นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล และ ตรวจจากใบกิจกรรม แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม ระดับคุณภาพ
บอกแหล่งค้นคว้าที่สามารถใหข้ ้อมลู ออนไลน์ เร่ือง การ ออนไลน์ เรื่อง การ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
เก่ียวกบั การพยากรณ์อากาศได้ พยากรณ์อากาศ พยากรณอ์ ากาศ
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
1. นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของ ตรวจจากใบกจิ กรรม แบบประเมินใบกจิ กรรม ระดับคุณภาพ
การพยากรณ์อากาศ โดยนำเสนอ ออนไลน์ เรอ่ื ง การ ออนไลน์ เร่อื ง การ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
แนวทางการปฏิบัติตนและการใช้ พยากรณอ์ ากาศ พยากรณ์อากาศ
ประโยชน์จากคำพยากรณอ์ ากาศ
2. นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริตใน 1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ
การทำงาน และส่งงานตรงตามเวลา รายบุคคล รายบคุ คล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ทก่ี ำหนด 2. ใบกิจกรรมออนไลน์ 2. แบบบนั ทกึ การส่งงาน
สมรรถนะผูเ้ รยี น
ความสามารถในการคดิ ตรวจจากใบกิจกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ
ออนไลน์ รายบุคคล พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
เกณฑก์ ารประเมินด้านความรู้ (K)
ประเด็นการประเมิน 3 ระดับคุณภาพ 1
2 ทำใบกิจกรรมออนไลน์
นักเรยี นสามารถอธบิ ายข้นั ตอนการ ทำใบกจิ กรรมออนไลน์ เรอ่ื ง การพยากรณ์
ทำใบกิจกรรมออนไลน์ อากาศ (ข้อ 3-4) ได้
พยากรณ์อากาศ และพยากรณ์ เร่ือง การพยากรณ์ เรื่อง การพยากรณ์ ถกู ต้อง 1-2 ขั้นตอน
อากาศ (ข้อ 3-4) ได้
อากาศอย่างงา่ ยจากข้อมูลที่ อากาศ (ข้อ 3-4) ได้ ถกู ต้อง 3-4 ข้นั ตอน
รวบรวมได้ ถูกต้อง ครบถ้วน 5-6
(3 คะแนน) ข้ันตอน
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรุง
เกณฑ์การประเมินดา้ นทกั ษะ (P) 3 ระดบั คณุ ภาพ 1
2 ทำใบกจิ กรรม
ประเดน็ การประเมนิ ออนไลน์ เรอ่ื ง การ
ทำใบกิจกรรมออนไลน์ พยากรณ์อากาศ (ข้อ
นกั เรียนสามารถสบื คน้ ข้อมูล และ เรื่อง การพยากรณ์ 5) ได้ถูกต้อง 1 แหล่ง
บอกแหล่งคน้ ควา้ ที่สามารถใหข้ อ้ มูล อากาศ (ข้อ 5) ได้
เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศได้ ถูกต้องท้งั 2 แหล่ง
(2 คะแนน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
2 ดี
1 พอใช้
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 (ว21102)
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เกณฑก์ ารประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะ (A)
ประเด็นการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
1. นกั เรยี นตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของการ 3 21
พยากรณ์อากาศ โดยนำเสนอแนว
ทางการปฏิบัตติ นและการใช้ประโยชน์ ทำใบกจิ กรรม ทำใบกิจกรรม
จากคำพยากรณอ์ ากาศ
(2 คะแนน) ออนไลน์ เรือ่ ง การ ออนไลน์ เร่ือง การ
พยากรณอ์ ากาศ (ข้อ พยากรณ์อากาศ (ข้อ
1-2) ได้ถกู ต้องท้งั 2 1-2) ได้ถกู ต้อง 1 ข้อ
ขอ้
2. นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริตในการ ทำงานด้วยความ ทำงานดว้ ยความ ทำงานดว้ ยความ
สามารถของตนเอง
ทำงาน และส่งงานตรงตามเวลาที่ สามารถของตนเอง สามารถของตนเอง และส่งงานชา้ กวา่
กำหนด 3 ชว่ั โมง
กำหนด และสง่ งานตรงตามท่ี และส่งงานช้ากว่า
(3 คะแนน) กำหนด (ในคาบ กำหนด 1-2 ชวั่ โมง
เรียน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5 ดี
3 - 4 พอใช้
1 - 2 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารประเมินด้านสมรรถนะ
ประเด็นการประเมิน 3 ระดับคณุ ภาพ 1
2
ตามหลักสูตรแกนกลาง
ความสามารถในการคิด เขยี นอธบิ ายถา่ ยทอด เขยี นอธบิ ายถา่ ยทอด
ความรู้ ความคดิ ความ ความรู้ ความคดิ ความ
เข้าใจ ด้วยภาษาที่ เข้าใจ ดว้ ยภาษาท่ีไม่
เหมาะสม เหมาะสม