แแผผนนพัพัพั พั ฒ พั ฒ พั ฒนนาากกาารรศึศึศึ ศึ ก ศึ ก ศึ กษษาาจัจัจั จั ง จั ง จั งหหวัวัวั วั ด วั ด วั ดปปรราาจีจีจี จี น จี น จี นบุบุบุบุ รี บุ รี บุ รี รีรีรี ((พพ..ศศ.. 22556666 -- 22557700)) ฉฉบับับั บั บ บั บ บั บททบบททววนนปปรระะจำจำจำจำจำจำปีปีปีปี ง ปี ง ปี งบบปปรระะมมาาณณ พพ..ศศ.. 22556688 สำสำสำสำสำสำนันันันักนันักงงาานนศึศึศึศึกศึศึกษษาาธิธิธิธิกธิธิกาารรจัจัจัจังจัจังหหวัวัวัวัดวัวัดปปรราาจีจีจีจีนจีจีนบุบุบุบุรีบุรีบุรีรีรีรี
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ก คำนำ แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 - 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ฉบับนี้ จัดทำโดยคำนึงยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 (แผนระดับ 1) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม พ.ศ. 2566 - 2570 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (แผนระดับ 2) แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (แผนระดับ 3) นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา นโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการวิเคราะห์ สถานการณ์และแนวโน้มทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อมูล พื้นฐาน สภาพปัจจุบัน วิเคราะห์สถานการณ์ด้านการศึกษาของจังหวัดปราจีนบุรี โดยคณะทำงานประชาคม การศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี (PEC) และได้รับความเห็นชอบคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี ในคราวประชุมครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันพุธ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด ปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 จะเป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดปราจีนบุรี และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ ความสำคัญ และให้ความร่วมมือในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 - 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ฉบับนี้ สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี เมษายน 2567
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข บทสรุปสำหรับผู้บริหาร 1 ส่วนที่ 1 บริบทเชิงพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี 1.1 ข้อมูลความเป็นมาของจังหวัดปราจีนบุรี 13 1.2 ข้อมูลที่ตั้งและอาณาเขต 15 1.3 ข้อมูลการปกครองและประชากร 16 1.4 ข้อมูลด้านเศรษฐกิจและแรงงาน 18 1.5 ข้อมูลด้านสังคมและความมั่นคง 22 1.6 ข้อมูลด้านการศึกษา 25 ส่วนที่ 2 ความสอดคล้องกับแผน 3 ระดับ ตามมติคณะรัฐมนตรี 33 2.1 แผนระดับ 1 2.1.1 ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 33 2.2 แผนระดับ 2 2.2.1 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) 38 2.2.2 ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566 - 2570 42 2.2.3 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ(พ.ศ. 2566 - 2570) 49 2.3 นโยบายรัฐบาล (นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี) 51 2.4 แผนระดับ 3 2.4.1 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) 52 2.4.2 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 54 2.4.3 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 59 2.4.4 แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของกระทรวงศึกษาธิการ 60 2.4.5 นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2567 62 2.4.6 นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) 66 2.4.7 แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 72 2.4.8 แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 พ.ศ. 2566 - 2570 75 2.4.9 แผนพัฒนาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 - 2570 77 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ข สารบัญ หน้า ส่วนที่ 3 ผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 3.1 ด้านแผนงาน / โครงการ 83 3.2 ด้านข้อมูลคุณภาพการศึกษา 93 3.3 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม SWOT analysis 103 ส่วนที่ 4 สาระสำคัญของแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 4.1 วิสัยทัศน์ 106 4.2 พันธกิจ 106 4.3 ประเด็นยุทธศาสตร์ 107 4.4 เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 108 4.5 แนวทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 115 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ส่วนที่ 5 แผนงาน/โครงการ 5.1 สรุปแผนงาน/โครงการของหน่วยงานทางการศึกษา ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษา 118 จังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 5.2 สรุปจำนวนโครงการ/กิจกรรม ที่สอดคล้องกับโครงการหลักกับแนวทางการขับเคลื่อน 119 แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 5.3 แผนงาน/โครงการของหน่วยงานทางการศึกษาที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษา 117 จังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 - 2570 ตามประเด็นยุทธศาสตร์ 5.3.1 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 120 5.3.2 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 144 5.3.3 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 172 5.3.4 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 190 5.3.5 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 198 5.3.6 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 204 5.3.7 โครงการที่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น 210
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ข สารบัญ หน้า ส่วนที่ 6 การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ และการติดตามและประเมินผล 6.1 การนําแผนไปสู่การปฏิบัติ 212 6.2 การติดตามและประเมินผล 214 6.3 แบบฟอร์มรายงานการรขับเคลื่อนโครงการตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด 216 ปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 - 2570 ภาคผนวก 1. ประกาศคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี เรื่อง แนวทางการขับเคลื่อน แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรีพ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 2. ประกาศสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำ แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 1 บทสรุปผู้บริหาร แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 - 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ตามบทบัญญัติพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 มาตรา 9 กำหนดไว้ว่าการบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจภาครัฐ ให้ส่วนราชการ ถือปฏิบัติ คือ (1) ก่อนจะดำเนินการตามภารกิจใด ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการ ล่วงหน้า (2) การกำหนดแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามข้อ (1) ต้องมีรายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลา และงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดำเนินการของแต่ละขั้นตอน เป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ ของภารกิจและตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจ และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 มาตรา 33 ให้ส่วนราชการจัดให้มีการทบทวนภารกิจของตนว่า ภารกิจใดมีความจําเป็น หรือสมควรที่จะยกเลิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงการดำเนินการต่อไปหรือไม่โดย คำนึงถึงยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกําลังเงินงบประมาณของ ประเทศ ความคุ้มค่าของภารกิจและสถานการณ์อื่นประกอบกัน และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคง แห่งชาติที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 กำหนดให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัด และ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการบริหารและการจัด การศึกษา โดยมีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติราชการ ดังนั้น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี จึงได้จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด ปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้มีความสอดคล้องกับ ทิศทางกับพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ ชาติ และแผนยุทธศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ทุกระดับ รวมถึงแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด ปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 - 2570 มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการจัดการศึกษา ให้ความสำคัญกับการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานทางการศึกษาในประชาคมการศึกษาจังหวัด ปราจีนบุรี (PEC) เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการศึกษาของจังหวัดปราจีนบุรี เป็นไปตามทิศ ทางการพัฒนาประเทศ นโยบายการจัดการศึกษาของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งบริบทที่ เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงสู่ระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ แผนพัฒนาการศึกษาฉบับนี้ ประกอบด้วย สาระสำคัญ ดังนี้ บทสรุปผู้บริหาร , บริบทเชิงพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี , บริบทแผนที่เกี่ยวข้องด้าน การศึกษา , สาระสำคัญของแผน , แผนงาน/โครงการ และการนำแผนไปสู่การปฏิบัติการติดตามและ ประเมินผล โดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี ในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2567 วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น ได้มีมติเห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ปราจีนบุรี
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 2 สาระสำคัญ วิสัยทัศน์ “ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ มีความรู้ คู่คุณธรรม มีทักษะด้านอาชีพ และมีงานทำ” พันธกิจ 1. สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ 2. ยกระดับการจัดการศึกษา เน้นความรู้คู่คุณธรรม 3. ส่งเสริมการบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพโดยยึดหลักธรรมาภิบาล และตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนมีทักษะด้านอาชีพ และมีงานทำ 5. ส่งเสริมการจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. สร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาอย่างทั่วถึงอย่างยั่งยืน และต่อเนื่องตลอดชีวิต 2. ยกระดับคุณภาพการศึกษา เรียนดี มีความสุขเน้นความรู้คู่คุณธรรมในทุกระดับ ทุกประเภทการจัดการศึกษา 3. เสริมสร้างประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล 4. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา ให้มีทักษะด้านอาชีพ และการมีงานทำ ตามความต้องการของสังคม 6. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 3 แนวทางขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรีดังกล่าว เกิดการบูรณาการ ตามนโยบายปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ มีความเป็น เอกภาพ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถเห็นผลเชิงประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม บรรลุตามวิสัยทัศน์ และ ยุทธศาสตร์ ตามที่กำหนดอาศัยอำนาจ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2560 ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 ข้อ 8 (1)(2)(3)(4)(6) และ (7) ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการ จังหวัดปราจีนบุรี ครั้งที่ 1/2567 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 กำหนดให้มีโครงการหลัก โดยให้หน่วยงาน ทางการศึกษาในจังหวัดปราจีนบุรี ดำเนินการจัดทำโครงการที่มีความสอดคล้อง และสามารถขับเคลื่อน โครงการหลัก บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570 และให้ยกเลิกประกาศ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี เรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด ปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 จนกว่าคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ปราจีนบุรีจะมีมติเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และประเด็นยุทธศาสตร์ ใน แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ดังต่อไปนี้ โครงการหลัก 1. โครงการส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ 2. โครงการสนองพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. โครงการส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนการสอน 4. โครงการสถานศึกษาปลอดภัย 5. โครงการพัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศ 6. โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 7. โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย 8. โครงการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้และรักการอ่าน 9. โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา 10. โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 11. โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาทุกระดับ สู่ศตวรรษที่ 21 12. โครงการส่งเสริมการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และประวัติศาสตร์ชาติไทย
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 4 ทั้งนี้ ให้หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดปราจีนบุรี ดำเนินการจัดกิจกรรมให้สอดคล้อง กับโครงการหลักอย่างต่อเนื่อง และแจ้งให้สถานศึกษาในสังกัด ร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนการจัด การศึกษาของจังหวัดปราจีนบุรีตามโครงการดังกล่าว ให้เห็นผลเชิงประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี คณะกรรมการและอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรีที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกำกับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผลและรายงานผลเป็นระยะทุกไตรมาส ต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อ รับทราบผลการพัฒนา ปัญหา อุปสรรค ในอันที่จะดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้การพัฒนาการศึกษา จังหวัดปราจีนบุรี มีความเป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกัน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถ ตอบโจทย์บริบทของจังหวัดปราจีนบุรีได้อย่างแท้จริง
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 5 สรุปสาระสำคัญตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา อย่างทั่วถึงอย่างยั่งยืน และต่อเนื่องตลอดชีวิต เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด 1. ประชาชนได้รับ โอกาสทางการศึกษา อย่างทั่วถึงมีคุณภาพ และมาตรฐาน ตาม หลักสูตรอย่างมี ประสิทธิภาพ 2. ประชาชนได้เรียนรู้ อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนให้ เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา อย่างทั่วถึง และต่อเนื่อง ตลอดชีวิต 2. ส่งเสริม สนับสนุน แนว ทางการลดความเสี่ยงใน การออกกลางคัน การดูแล ช่วยเหลือเด็กพิการ และ เด็กด้อยโอกาส ของผู้เรียน 1. สัดส่วนนักเรียนปฐมวัย (3 - 5 ปี) ต่อประชากรกลุ่มอายุ 3 - 5 ปี เพิ่มขึ้น 2. ประชากรอายุ 6 - 11 ปี ได้เข้าเรียน ระดับประถม ศึกษาทุกคน 3. ประชากรอายุ 12 - 14 ปี ได้เข้าเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าทุกคน 4. สัดส่วนนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ เทียบเท่า (15 - 17 ปี) ต่อประชากรกลุ่มอายุ 15 - 17 ปี เพิ่มขึ้น 5. ประชากรวัยแรงงาน (15 – 59 ปี) มีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6. ร้อยละของผู้เรียนพิการได้รับการพัฒนา สมรรถภาพหรือบริการทางการศึกษาเพิ่มขึ้น 7. ร้อยละของการส่งต่อเด็กด้อยโอกาส เข้าสู่ระบบการศึกษา 8. ร้อยละของการออกกลางคันของผู้เรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 9. ร้อยละของสถานศึกษามีการดำเนินงาน โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดภัยห่างไกลยา เสพติดและอบายมุข
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ 2 ยกระดับคุณภาพการศึกษา เรียนดี มีความสุขเน้นความรู้คู่คุณธรรม ในทุกระดับทุกประเภทการจัดการศึกษา เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด 1. ประชาชนได้รับการ พัฒนาให้มีความรู้คู่ คุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะที่พึง ประสงค์เป็นพลเมืองดี ของสังคม 2. บุคลากรทางการ ศึกษาทุกระดับทุกสังกัด ได้รับการพัฒนา สมรรถนะ และคุณธรรม จริยธรรม ตามจรรยา บรรณวิชาชีพ 3. พัฒนาคุณภาพ การศึกษาทุกระดับทั้ง ในและนอกระบบ 1. ส่งเสริม สนับสนุน ให้ หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษาดำเนินโครงการ เพื่อพัฒนาความรู้ คุณธรรม จริยธรรม ความเป็นพลเมืองดี แก่ผู้เรียนและบุคลากร 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนทุกช่วง วัยมีทักษะ คุณลักษณะ พื้นฐานของพลเมืองดี และ คุณลักษณะที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ 21 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนทุกช่วง วัยมีทักษะ ความรู้ ความ สามารถและสมรรถนะตาม มาตรฐานการศึกษา 4. ส่งเสริมสถานศึกษาทุก ระดับการศึกษาจัดกระบวน การเรียนรู้ตามหลักสูตร อย่างมีคุณภาพและ มาตรฐาน 5. ส่งเสริม สนับสนุน ครู อาจารย์ และบุคลกรทาง การศึกษามีสมรรถนะตาม มาตรฐานวิชาชีพ 1. ร้อยละของเด็กแรกเกิด ถึง 5 ปี มีพัฒนาการสมวัยเพิ่มขึ้น 2. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนผลการ ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น - ประถมศึกษาปีที่ 6 เฉลี่ยทุกวิชา - มัธยมศึกษาปีที่ 3 เฉลี่ยทุกวิชา - มัธยมศึกษาปีที่ 6 เฉลี่ยทุกวิชา 3. ความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยผลการ ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระหว่างระดับจังหวัดและ ระดับภาค(ศธภ.9) ในวิชาคณิตศาสตร์และ ภาษาอังกฤษลดลง - ประถมศึกษาปีที่ 6 เฉลี่ย 2 วิชา - มัธยมศึกษาปีที่ 3 เฉลี่ย 2 วิชา - มัธยมศึกษาปีที่ 6 เฉลี่ย 2 วิชา 4. ร้อยละของจำนวนโรงเรียนที่ใช้กระบวนการ เรียนรู้เพื่อสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรมเพิ่มขึ้น 5. ร้อยละของจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วม กิจกรรมตามโครงการน้อมนำแนวคิดตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ เพิ่มขึ้น 6. ร้อยละของผู้สำเร็จการศึกษาระดับ อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา มีสมรรถนะเป็นที่ พอใจของสถานประกอบการเพิ่มขึ้น 7. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีคุณภาพตาม เกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาที่สถานศึกษา กำหนดเพิ่มขึ้น - ปฐมวัย - ขั้นพื้นฐาน - ขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 7 ประเด็นยุทธศาสตร์ 2(ต่อ) ยกระดับคุณภาพการศึกษา เรียนดี มีความสุขเน้นความรู้คู่คุณธรรม ในทุกระดับทุกประเภทการจัดการศึกษา เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด 8. ระดับคุณภาพของผลการประเมิน ความสามารถด้าน การอ่านของผู้เรียน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 9. ความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ย ผลการประเมิน คุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างระดับ จังหวัดและระดับประเทศลดลง - คณิตศาสตร์ - ภาษาไทย 10. สถานศึกษามีกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนา ผู้เรียนตาม ศักยภาพและความถนัด เช่น การจัดตั้งชมรม/ชุมนุม เพิ่มขึ้น 11. ผู้เรียนมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริม และพัฒนา ผู้เรียนตามศักยภาพและ ความถนัดของตนเอง 12. ร้อยละของจำนวนนักเรียนเข้าร่วม กิจกรรม/โครงงาน ที่เกี่ยวข้องกับ สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 8 ประเด็นยุทธศาสตร์ 3 เสริมสร้างประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด 1. ระบบบริหารจัดการการศึกษา ในจังหวัดปราจีนบุรี มีการบูรณา การจากทุกภาคส่วนอย่างเป็น ระบบตามหลักธรรมาภิบาล 2. ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมี ส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัด การศึกษา 1. ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาค ส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและ จัดการศึกษา 1. มีระบบการบริหารงานบุคคล ของครู อาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 2. มีระบบการติดตามประกัน คุณภาพการศึกษาที่เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทและความ ต้องการจำเป็นของสถานศึกษา/ หน่วยงาน/องค์กร 3. มีฐานข้อมูลด้านการศึกษาเพื่อ ใช้ประโยชน์ในการวางแผน การ บริหารจัดการการศึกษา การ ติดตาม และประเมินผล 4. มีกลไกส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการจัด การศึกษา 5. ร้อยละของครูและบุคลากร ทางการศึกษาทุกระดับและ ประเภทการศึกษาที่ได้รับการ พัฒนาตามมาตรฐานวิชาชีพ เพิ่มขึ้น 6. จำนวนหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐ/เอกชน ที่มีส่วนร่วมจัด การศึกษาแบบประชารัฐ เพิ่มขึ้น
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 9 ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด 1. สถานศึกษามีการนำเทคโนโลยี มาใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ 2. มีการนำระบบสารสนเทศมาใช้ ในการบริหารจัดการด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภา 1. ส่งเสริมและพัฒนาการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ใน การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การบริหารราชการ และการ บริการประชาชน 2. ส่งเสริม พัฒนาสื่อการเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสม ต่อการเข้าถึงและพัฒนาการ เรียนรู้ตลอดชีวิต 1. มีระบบเครือข่ายเทคโนโลยี ดิจิทัลเพื่อการศึกษาที่ทันสมัย สนองตอบความต้องการของ ผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ 2. สถานศึกษาทุกแห่งมี อินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพสามารถ ใช้งานได้
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 10 ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา ให้มีทักษะด้านอาชีพ และการมีงานทำตามความต้องการของสังคม เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด 1. ผู้เรียนมีความรู้ และ ทักษะการประกอบ อาชีพ และมีงานทำตาม ความต้องการของสังคม 2. ประชาชนมีความรู้ ความสามารถ และ ทักษะ สู่การมีอาชีพ และมีงานทำที่สามารถ พึ่งตนเองได้ 1. พัฒนาผู้เรียนและ ประชาชนให้มีความรู้ ทักษะและสมรรถนะอาชีพ ให้ สอดคล้องกับความ ต้องการของสังคม 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนและ ผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดีต่อ การเรียนต่อสายอาชีพ 1. ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาโดย บูรณาการองค์ความรู้แบบสะเต็มศึกษาเพิ่มขึ้น 2. ร้อยละของผู้เรียนที่เรียนในระบบทวิภาคี/ สหกิจศึกษาในสถานประกอบการ ที่มีมาตรฐานเพิ่มขึ้น 3. สัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผู้เรียนสามัญ 4. อัตราการได้งานทำ/ประกอบอาชีพอิสระ ของผู้สำเร็จการศึกษาระดับอาชีวศึกษา (ไม่นับศึกษาต่อ) ภายในระยะเวลา 1 ปี เพิ่มขึ้น 5. อัตราการได้งานทำ/ประกอบอาชีพอิสระ ของผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา (ไม่นับศึกษาต่อ) ภายในระยะเวลา 1 ปี เพิ่มขึ้น 6. ร้อยละของผู้เรียนมีความรู้และทักษะการ ประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 7. ร้อยละของผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ต่อสายอาชีพ ประเด็นยุทธศาสตร์ 6 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัวชี้วัด 1. หน่วยงานและ สถานศึกษามีการ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 1. ส่งเสริมกิจกรรมสร้าง ความรู้ความเข้าใจ และ ความตะหนักรู้คุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย 1. ร้อยละของจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วม กิจกรรม/โครงงานที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้าง คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 11 การแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ การนําแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 ไปสู่การปฏิบัตินับเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่จะผลักดันหรือ ขับเคลื่อนการดําเนินงานหรือกลไกที่สำคัญทั้งหมดให้สามารถบรรลุผลลัพธ์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ การดําเนินงานจะบังเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยน ทัศนคติ แนวคิด ค่านิยม เป้าหมาย รวมถึงวิธีการปฏิบัติงาน ดังนั้นการนําแผนไปสู่การปฏิบัติจำเป็นต้อง สร้างความเข้าใจ ให้แก่บุคลากรทุกระดับเพื่อให้เกิดการยอมรับและมีส่วนร่วม พร้อมที่จะนําแผนงาน โครงการต่าง ๆ ไปดำเนินการตามแนวทางได้อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และสามารถประยุกต์ การดําเนินงานให้เหมาะสมกับแนวทางปฏิบัติงานของตนเอง อีกทั้งจะต้องมีการระดมสรรพกําลัง แสวงหา การสนับสนุน เพื่อให้เกิดการปฏิบัติและสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุ เป้าประสงค์ตาม วิสัยทัศน์ พันธกิจ และประเด็นยุทธศาสตร์ที่วางไว้ จึงได้กำหนดแนวทางการนําแผนไปสู่ การปฏิบัติโดยสังเขป ดังนี้ 1. การเสริมสร้างความรู้ โดยการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจในกระบวนการจัดทำแผน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและเข้าใจทิศทางการดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนแผน ให้บรรลุ เป้าประสงค์ ตลอดจนเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความรู้สึกการมี ส่วนร่วมและพร้อมรับผิดชอบในการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดย 1.1 ผู้บริหารทุกระดับ ต้องให้ความสำคัญ มีความเข้าใจและผลักดันให้มีการ ดําเนินงานตามแผน อย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง หน่วยงาน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ได้ทราบเกี่ยวกับแนวคิดและสาระสำคัญของแผน วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ และประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดผลใน ทางปฏิบัติ 1.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานการศึกษาในจังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการ ที่สอดคล้อง กับแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 และดำเนินการให้ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยมีการกำกับดูแลการติดตามผล รวมทั้งสามารถประเมินผลการปฏิบัติงานตาม แผนฯที่กำหนดไว้ 1.4 จัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ เช่น บุคลากร งบประมาณให้สอดคล้องกับแผนงาน โครงการแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ โดยเน้นผลลัพธ์ของการดําเนินงานเป็นหลักสำคัญ รวมถึงการพัฒนา สมรรถนะของบุคลากร ให้มีความรู้ ความชํานาญในการดําเนินงานตามแผนงานโครงการต่าง ๆ 1.5 มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดําเนินงานผ่านช่องทางหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การประชุม หนังสือเวียน Internet Website เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนงาน ตามยุทธศาสตร์
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 12 2. พัฒนากระบวนการจัดทำแผนงาน/โครงการของหน่วยงานในลักษณะบูรณาการ ให้เชื่อมโยงไปในทิศทางเดียวกัน และส่งเสริมให้มีประสานการดําเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มากขึ้นเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการประสานแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดย 2.1 สนับสนุนการจัดทำแผนงาน/โครงการในลักษณะบูรณาการและประสานงาน ระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนเกี่ยวข้องในแต่ละภารกิจและประเด็นยุทธศาสตร์ 2.2 สนับสนุนให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการในระดับต่าง ๆ ให้มีความเชื่อมโยง สอดคล้องกัน ทั้งในระดับหน่วยงานและระดับพื้นที่ 2.3 กำหนดขั้นตอนของกระบวนการดําเนินงานตามแผน/โครงการให้ชัดเจน โดย จัดลำดับความสำคัญของแผนงาน/โครงการ การติดตามและประเมินผล การติดตามและประเมินผล เป็นกลไกที่สำคัญที่จะทำให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานทราบถึง ความก้าวหน้า ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการดําเนินงานตามแผนงาน/โครงการ และนําไปสู่ การทบทวน ปรับปรุงแนวทางการดําเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ จนส่งผลให้การดําเนินงานบรรลุตามเป้าประสงค์ที่กำหนด ทั้งนี้อาศัยหลักการ PDCA กล่าวคือ มีการกำหนดยุทธศาสตร์ หรือ แผนงาน/โครงการ (Plan) คือ แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566-2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 แล้วนําแผนไปสู่การปฏิบัติ (Do) ผ่านกระบวนการถ่ายทอดการ แปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ มีการติดตามผลการดําเนินงานว่าเป็นไปตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้หรือไม่ (Check) และหากพบว่าผลการดําเนินงานไม่เป็นไปตามที่กำหนด จำเป็นต้องมีการปรับปรุงแผน (Action) โดยมีกลไกสำคัญที่ใช้ในการติดตามและประเมินผล ประกอบด้วย 3 แนวทาง คือ 1. การติดตามความก้าวหน้าในการดําเนินงานของแผนงาน/โครงการ หรือกิจกรรมสำคัญ ในรูปแบบของการรายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน รายไตรมาส และรายปี เสนอต่อผู้บริหารทราบ 2. การติดตามผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัดของหน่วยงานดําเนินงาน (Outcome) โดยใช้กลไก ของระบบการตรวจราชการ เพื่อให้ทราบถึงผลการดําเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อสรุป เสนอไปยังผู้บริหารสำหรับใช้เป็นข้อมูลในการทบทวน ปรับปรุงแผนการดําเนินงาน 3. การติดตามประเมินผลในภาพรวมของแผนงาน/โครงการที่ได้ดำเนินการทั้งหมด เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการดําเนินงานตามแผน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 13 บทที่ 1 บริบทเชิงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี 1.1 ข้อมูลความเป็นมาของจังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เคยเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรื่องมายาวนาน ดังปรากฏ การตั้ง ถิ่นฐาน ของชุมชนสมัยโบราณเมื่อประมาณ 2,000 - 2,500 ปีที่แหล่งโบราณคดีบ้านกระทุ่มแพ้ว ตำบล กระทุ่มแพ้ว อำเภอบ้านสร้าง บ้านหนองอ้อ ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี และบ้านดุงชัยมัน ตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ ลูกปัดแก้วแบบอินโด - แปซิฟิก สีต่าง ๆ ลูกปัดหิน คาร์เนเลียน หินอะเกตและหินควอตซ์ เครื่องมือเหล็ก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการติดต่อสัมพันธ์กับ ชุมชนโบราณใกล้เคียงและอินเดียโดยเฉพาะที่บ้านดงชัยมัน ได้พบชิ้นส่วนกลองมโหระทึก ซึ่งเป็น โบราณวัตถุในวัฒนธรรมดงซอนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมซึ่งพบทางตอนใต้ของจีนและในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทยและยังพบหลักฐานเป็นซากเมืองโบราณที่เรียกว่า “เมืองศรีมโหสถ” ที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ และบริเวณบ้านโคกขวาง อำเภอศรีมหาโพธิ บริเวณซากเมืองโบราณ เหล่านี้มีซากโบราณสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมศาสนกิจและโบราณวัตถุ ได้แก่ พระพุทธรูป เทวรูป เครื่องปั่นดินเผา เครื่องสำริดซึ่งเป็นเครื่องมือและเครื่องใช้กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปต่อมาศูนย์กลาง ความเจริญได้ย้ายมาตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ดังเช่นปัจจุบัน “เมืองปราจีน” เป็นชื่อที่เรียกกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และยังต่อมาจนถึงสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเรียกว่า “เมืองปราจิณ” หรือ “มณฑลปราจิณ” จวบจนสมัยพระบาทสมเด็จ พระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดระเบียบการปกครองแผ่นดินตามแบบ ต่างประเทศมณฑลปราจิณได้ถูกยุบเลิกคงมีฐานะเป็นเพียงหัวเมืองเมืองหนึ่ง ต่อมาทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยน คำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” จึงมีชื่อเรียกใหม่ว่า “จังหวัดปราจีนบุรี” คำขวัญประจำจังหวัดปราจีนบุรี “ ศรีมหาโพธิ์คู่บ้านไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี”
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 14 ภาพตราประจำจังหวัด ตราประจำจังหวัด เป็นรูปต้นโพธิศรีมหาโพธิปลูกไว้ที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ เป็นสัญลักษณ์ทางด้านพุทธศาสนาที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดปราจีนบุรีเพราะเชื่อกันว่า เป็นต้นโพธิ์ที่ สมณฑูตจากอินเดีย ซึ่งมาเผยแพร่พระศาสนา เมื่อราว พ.ศ. 500 ได้นำพันธุ์มาจากพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าประทับบำเพ็ญธรรมจนสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์นี้ เป็นที่นับถือบูชากราบไหว้ของราษฎรในและนอกพื้นที่ และมีการจัดงานนมัสการ เป็นประจำทุกปี ภาพดอกไม้ประจำจังหวัดปราจีนบุรี ดอกปีบ (ชื่อสามัญ Cork Tree) หรือภาคเหนือเรียกว่า กาซะลอง กาดสะลอง ภาคกลาง เรียก ปีบ ภาษากะเหรี่ยง (กาญจนบุรี) เรียกว่า เด็กดองโห่ ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาด ใหญ่ ลำต้นสูงประมาณ 10 - 20 เมตร เปลือกลำต้นสีเทาขรุขระใบออกเป็นช่อ ลักษณะใบกลมรี ขอบใบ เรียบโคน ใบมน ใต้ใบเห็นเส้นใบชัดเจนดอกออกเป็นช่อตั้งตรง ลักษณะเป็นท่อยาวประมาณ 2 - 3 นิ้ว สีขาวปนเหลืองขนาด 2 เซนติเมตร ปลายกลีบดอกเป็นแฉก 5 แฉก ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้และตัวเมีย ติดอยู่ใกล้ปากท่อ ผลมีลักษณะเป็นฝักแบน ภายในมีเมล็ดลักษณะแบนขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและ การปักชำ เหมาะที่จะปลูกในพื้นที่ที่มีดินร่วนซุย แสงแดดจัดหรือกลางแจ้งมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและ ประเทศพม่า
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 15 1.2 ข้อมูลที่ตั้งและอาณาเขต ลักษณะทางกายภาพ จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่ภาคตะวันออกของประเทศ อยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 13 องศา 39 ลิปดา ถึง 14 องศา 27 ลิปดาเหนือ และเส้นลองติจูดที่ 102 องศา 07 ลิปดาตะวันออก ห่างจาก กรุงเทพมหานคร 136 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 33,305 ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง 30นาที เป็นจุดเชื่อมโยงการคมนาคมจากกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และราชอาณาจักรกัมพูชา ในรัศมี 100 กว่ากิโลเมตร และมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดนครราชสีมา ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดสระแก้ว ทิศตะวันตะตก ติดต่อกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา ภาพที่ตั้งและอาณาเขตจังหวัดปราจีนบุรี ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ทั้งหมด 4,762.362 ตารางกิโลเมตร (2,976,476.2 ไร่) โดยลักษณะภูมิประเทศตอนบนเป็นที่ราบสูงและป่าทึบสลับซับซ่อนมียอดเขาสูง 1,326 เมตร และเป็น แหล่งกำเนิดต้นน้ำหลายสายมีธรรมชาติที่สวยงาม ในขณะที่พื้นที่ตอนล่างเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำเหมาะแก่การ เพาะปลูก ได้แก่ ที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 5 เมตร และที่ราบลุ่มแม่น้ำ ปราจีนบุรี ซึ่งเกิดจากแควหนุมานและ แควพระปรง ไหลมาบรรจบกันที่อำเภอกบินทร์บุรี และไหลลงสู่ อ่าวไทยที่ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 16 1.3 ข้อมูลการปกครองและประชากร ข้อมูลการปกครอง ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 จังหวัดปราจีนบุรีมีประชากรทั้งสิ้น 498,550 คน แบ่งเป็นเพศชาย 246,159 คน (ร้อยละ 49.37) เพศหญิง 252,391 คน (ร้อยละ 50.63) ความหนาแน่น ของประชากรต่อตารางกิโลเมตรโดยเฉลี่ย 104.69 คน จังหวัดปราจีนบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอศรีมโหสถ อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอประจันตคาม อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอ บ้านสร้าง โดยแบ่งเขตตำบล ออกเป็น 65 ตำบล และหมู่บ้าน 708 หมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย 1 องค์การบริหารส่วน จังหวัด (อบจ.) 14 เทศบาล 55 องค์การบริหาร ส่วนตำบล (อบต.) และ ดังตารางข้างล่างนี้ ตารางที่ 1 จำนวนประชากรจากการทะเบียน แยกตามพื้นที่ พ.ศ. 2566 สถิติจำนวนประชากรจังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่ ชาย หญิง รวม ยอดรวมทั้งหมด 246,159 252,391 498,550 อำเภอเมืองปราจีนบุรี 45,577 42,761 88,338 อำเภอกบินทร์บุรี 67,212 69,468 136,680 อำเภอนาดี 22,031 22,262 44,293 อำเภอบ้านสร้าง 13,450 13,987 27,437 อำเภอประจันตคาม 24,288 25,577 49,865 อำเภอศรีมหาโพธิ 37,844 39,889 77,733 อำเภอศรีมโหสถ 6,616 6,806 13,422 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโคกมะกอก 1,058 1,169 2,227 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโคกปีบ 2,731 3,009 5,740 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ 1,747 1,840 3,587 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลกรอกสมบูรณ์ 1,745 1,767 3,512 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลประจันตคาม 2,076 2,299 4,375 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลบ้านสร้าง 1,569 1,628 3,197 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลนาดี 3,889 4,017 7,906 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลสระบัว 869 915 1,784 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเมืองเก่า 3,223 3,333 6,556 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลบ้านนาปรือ 1,114 1,117 2,231 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลกบินทร์ 1,666 1,933 3,599 ท้องถิ่นเทศบาลเมืองปราจีนบุรี 7,454 8,614 16,068 ข้อมูลเดือน ณ พฤษภาคม 2566 ที่มา : สำนักงานบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 17 ตารางที่ 2 จำนวนบ้านจากการทะเบียน แยกตามพื้นที่ พ.ศ. 2566 สถิติจำนวนบ้านในจังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่ จำนวน (หลัง) ยอดรวมทั้งหมด 234,618 อำเภอเมืองปราจีนบุรี 36,935 อำเภอกบินทร์บุรี 55,176 อำเภอนาดี 18,631 อำเภอบ้านสร้าง 9,664 อำเภอประจันตคาม 17,942 อำเภอศรีมหาโพธิ 57,609 อำเภอศรีมโหสถ 6,801 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโคกมะกอก 858 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโคกปีบ 2,374 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ 2,479 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลกรอกสมบูรณ์ 1,321 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลประจันตคาม 2,409 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลบ้านสร้าง 1,671 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลนาดี 3,410 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลสระบัว 650 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเมืองเก่า 4,613 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลบ้านนาปรือ 809 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลกบินทร์ 2,210 ท้องถิ่นเทศบาลเมืองปราจีนบุรี 9,056 ข้อมูลเดือน ณ พฤษภาคม 2566 ที่มา : สำนักงานบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ตารางที่ 3 ตารางแสดงจำนวนประชากรแบ่งตามเพศ (พ.ศ. 2559 - 2566) เพศ / ปี 2560 2561 2562 2563 2564 2565 2566 ชาย 241,281 243,655 245,180 242,934 244,642 245,876 245,884 หญิง 246,263 247,985 249,500 249,273 250,683 251,892 251,894 รวม 487,544 491,640 494,680 492,207 495,325 497,768 497,778 ข้อมูลเดือน ณ พฤษภาคม 2566 ที่มา : สำนักงานบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 18 1.4 ข้อมูลด้านเศรษฐกิจและแรงงาน ด้านเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจังหวัดในปี พ.ศ. 2566 มีสัญญาณขยายตัวจากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจาก ด้านอุปทานขยายตัว ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ขณะที่ภาคเกษตรกรรมหดตัว ด้านอุปสงค์ขยายตัว จากการบริโภค ภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐหดตัว สำหรับเสถียรภาพ เศรษฐกิจจังหวัด อัตราเงินเฟ้อหดตัว ขณะที่การจ้างงานขยายตัว ด้านอุปทาน เศรษฐกิจด้านอุปทาน (การผลิต) พบว่ามีสัญญาณขยายตัวจากปีก่อน สะท้อนจากการ ขยายตัวของดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 15.9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 14.8 โดยพิจารณาจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม และ ทุนจดทะเบียนของโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ขยายตัว และดัชนีผลผลิตภาคบริการ ขยายตัวร้อยละ 22.0 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ชะลอตัวจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 67.6 โดยพิจารณาจาก ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากกลุ่มกิจการโรงแรมที่พักขยายตัว เนื่องจากจังหวัดมีการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว อย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดงานเฉลิมฉลอง 115 ปีลายพระหัตถ์และงานอนุรักษ์และพัฒนาควายไทยและ ประกวดควายงาม ประกอบกับอยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ แนวโน้มภาคบริการคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ท่องเที่ยวในจังหวัดมากขึ้น โดยจังหวัดมีจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว อย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงวัฒนธรรมฯ ขณะที่ดัชนีผลผลิตภาคเกษตรกรรมหดตัว ร้อยละ -1.1 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่หดตัวร้อยละ -5.5 โดยพิจารณาจากปริมาณผลผลิตมันสำปะหลัง กุ้ง และไก่ที่ลดลง ด้านอุปสงค์ เศษฐกิจด้านอุปสงค์ (การใช้จ่าย) พบว่ามีสัญญาณขยายตัวจากปีก่อน จากการขยายตัว ของดัชนีการบริโภคภาคเอกชน ร้อยละ 16.1 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวจาก เดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 11.9 จากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัว ขณะที่ดัชนีการลุงทุนภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 1.8 พิจารณาจากสินเชื่อเพื่อการลงทุนขยายตัว และดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวร้อยละ -11.1 เมื่อ เทียบกับเดือนเดียวกับของปีก่อน หดตัวจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 21.2 โดยผลการเบิกจ่ายรายจ่าย ประจำเพิ่มขึ้น
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 19 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดปราจีนบุรี (GPP : Gross Provincial Product) จังหวัดปราจีนบุรีได้พัฒนาในเชิงเศรษฐกิจและเป็นส่วนสำคัญของเขตพัฒนาการ อุตสาหกรรมโดย มีโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในเกณฑ์ดี มีนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในหลายอำเภอ โดยใน ระยะหลังได้มีการขยายตัวของอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น โครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของจังหวัด ปราจีนบุรี มีลักษณะผสมผสานระหว่างการเกษตร การอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว รายได้ส่วนใหญ่ ได้มาจากภาคอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดในปี 2564 มีมูลค่า 271,868 ล้านบาท สาขา อุตสาหกรรมที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ การผลิต (ร้อยละ 83.6 ของ GPP) การขายส่ง การ ขายปลีก การ ซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคล และของใช้ในครัวเรือน (ร้อยละ 7.0 ของ GPP) ไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำ และระบบปรับอากาศ (ร้อยละ 2.0 ของ GPP) เกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง (ร้อยละ 1.9 ของ GPP) กิจกรรมอสังหาริมทรัพย์และการบริหารราชกรและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการ ประกันสังคมภาคบังคับ (ร้อยละ 1.4 ของ GPP) รายละเอียดดังตารางที่ 1 (ภาคผนวก) ด้านแรงงาน ภาวะด้านแรงงานมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สืบเนื่องจากปัจจัย ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เช่น สถานการณ์ทางการเมืองไม่มีเสถียรภาพ จะส่งผลถึงความเชื่อมั่น ของนักธุรกิจ นักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ เกิดการชะลอการลงทุน ชะลอการขยายกิจการ รวมถึงชะลอ การจ้างงาน ในขณะที่การผลิตคนเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานของภาคการศึกษายังคงมีอย่างต่อเนื่อง มิอาจ ชะลอตามภาวการณ์ด้านเศรษฐกิจจึงส่งผลต่อการว่างงาน การทำงานต่ำระดับ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีการผลิต ต้นทุนการผลิต ฤดูกาล ทัศนคติทั้งของฝ่ายนายจ้างและผู้ใช้แรงงาน เหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การ เปลี่ยนแปลงของภาวะด้านแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจ้างงาน การเคลื่อนย้ายแรงงาน ฝีมือแรงงาน มาตรฐานแรงงาน ฯลฯ ดังนั้นการจะทราบความเคลื่อนไหวหรือ การเปลี่ยนแปลงของภาวะแรงงาน จึงต้องมีการพิจารณาศึกษาเพื่อกำหนดตัวชี้วัด พร้อมทั้งติดตามการ เปลี่ยนแปลงเพื่อศึกษาวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหา รวมถึงทำนายหรือคาดการณ์อนาคต อันจะเอื้อ ประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการกำหนดแผนงานที่จะต้องทำให้สนองตอบต่อความต้องการของทุกกลุ่ม ทั้งนายจ้าง ผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อัตราการมีงานทำของจังหวัดปราจีนบุรี อัตราการจ้างงานเป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นภาวะการมีงานทำในตลาดแรงงานของจังหวัด ปราจีนบุรีว่ามีสัดส่วนมากน้อยเพียงใด ในไตรมาส 3 ปี 2566 พบว่าอัตราการจ้างงานในจังหวัดอยู่ที่ร้อยละ 71.0 ลดลงจาก ปี 2565 ที่อยู่ที่ร้อยละ 72.38 อัตราการจ้างงานในภาคเกษตรจังหวัดปราจีนบุรีมีอัตรา ร้อยละ 15.75 โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาจะพบว่า อัตราการมีงานทำในภาคเกษตรจังหวัด ปราจีนบุรีลดลงซึ่งมีอัตราอยู่ที่ร้อยละ 24.59 (แผนภูมิ 3) ส่วนอัตราการจ้างงานนอกภาคเกษตรก็จะมี สัดส่วนที่เพิ่มขึ้น กล่าวคือ ไตรมาส 3 ปี 2566 มีอัตรา 84.24 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 75.40
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 20 อัตราการว่างงานของจังหวัดปราจีนบุรี การศึกษาอัตราการว่างงานในปีที่ผ่านมา จะพบว่าอัตราว่างงานของจังหวัดปราจีนบุรี แต่ละ ไตรมาสจะปรับตัวสูงขึ้นและลดลงตามปัจจัยในเรื่องฤดูกาล เนื่องจากจังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ เกษตรกรรม ไตรมาส 1 เป็นช่วงฤดูแล้งนอกฤดูการเกษตร หรือนอกฤดูเก็บเกี่ยว ส่งผลให้แรงงานใน ภาคเกษตรของจังหวัดปราจีนบุรีว่างงาน อัตราการว่างงานในไตรมาส 1 จึงสูงและเริ่มลดลงในไตรมาส 2 เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังแรงงานใหม่สำเร็จการศึกษาเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน สำหรับไตรมาส 3 เป็น ช่วงฤดูการเกษตร ประกอบกับกำลังแรงงานใหม่ที่สำเร็จการศึกษาเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานจึงเป็นปัจจัยที่มี ผลต่ออัตราการว่างงานที่ลดลง และอัตราการว่างงานจะเริ่มขยับตัวสูงขึ้นอีกเล็กน้อยในไตรมาส 4 แต่ยังคง อยู่ ในระดับทรงตัว เนื่องจากไตรมาส 4 เป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวยังต้องใช้แรงงานในภาคเกษตรกรรมอยู่ ดังนั้นอัตราการว่างงานจึงเป็นเครื่องชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยฤดูกาล นอกจากนี้อัตราการว่างงาน จะเกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจและพื้นที่กล่าวคือ แรงงานจะมีการเคลื่อนย้ายสู่ภาคเกษตรในไตรมาส ที่เป็น ฤดูเพาะปลูก จังหวัดที่เป็นพื้นที่การเกษตรจะมีอัตราว่างงานต่ำ ขณะที่จังหวัดในพื้นที่ตั้งของอุตสาหกรรม จะมีอัตราว่างงานสูง อัตราการบรรจุงาน อัตราการบรรจุงานในแต่ละไตรมาส เป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของ ภาวการณ์ด้านแรงงาน ซึ่งสามารถศึกษาวิเคราะห์กับจำนวนตำแหน่งงานว่าง และจำนวนผู้สมัครงาน โดยเมื่อวิเคราะห์จำนวนการบรรจุงานที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดดำเนินการ เทียบกับจำนวนตำแหน่ง งานว่างที่แจ้งผ่าน สำนักงานจัดหางานจังหวัดปราจีนบุรีจะพบว่า อัตราการบรรจุงานต่อตำแหน่งงานว่าง ปี 2566 อยู่ที่ ร้อยละ 74.42 โดยมีอัตราลดลงกว่า ปี 2565 ที่มีร้อยละ 84.04 เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของ ผู้บรรจุงานกับจำนวนผู้สมัครที่มีอัตราร้อยละ 79.87 พบว่า มีอัตราเพิ่มขึ้นจาก ปี 2566 ที่มีอัตรา 78.75
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 21 รายงานสถานการณ์แรงงานจังหวัดปราจีนบุรี รายปี 2566 ที่มา : สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี รายงานสถานการณ์แรงงานจังหวัดปราจีนบุรี รายปี 2566 ที่มา : สำนักงานสถิติจังหวัดปราจีนบุรี 41,745 58,365 77,784 106,337 102,831 652 ผู้มีงานท าจังหวัดปราจีนบุรี จ าแนกตามระดับการศึกษา ต ่ำกว่ำประถมศึกษำ ประถมศึกษำ มัธยมศึกษำตอนต้น มัธยมศึกษำตอนปลำย อุดมศึกษำ ไม่ระบุ 46,722 50,020 51,918 74,528 90,561 0 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 ผู้มีงานท าจังหวัดปราจีนบุรี จ าแนกตามอาชีพ 5 อันดับแรก อาชีพขั้นพื้นฐานต่างๆ ในด้านการขายและการ ให้บริการ ผู้ปฏิบัติงานด้านความสามารถทางฝีมือ ผู้ที่ปฏิบัติงานที่มีฝีมือในด้านการเกษตร ป่าไม้ และการประมง พนักงานบริการและผู้จําหน่ายสินค้า ผู้ควบคุมเครื่องจักรโรงงํานและเครื่องจักร
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 22 1.5 ข้อมูลด้านสังคมและความมั่นคง ด้านสาธารณสุข จังหวัดปราจีนบุรี มีสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชนกระจายอยู่ทุกอำเภอ ในภาครัฐสถานบริการบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วยโรงพยาบาลศูนย์ 1 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 5 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม 1 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี 94 แห่ง อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อประชากร แพทย์ 1 : 2,779 ทันตแพทย์ 1 : 10,992 เภสัชกร 1 : 6,508 พยาบาลวิชาชีพ 1 : 547 เตียงผู้ป่วย 1 : 489 ตารางที่ 4 จำนวนและประเภทสถานบริการภาครัฐ จังหวัดปราจีนบุรี จำแนกรายอำเภอ ที่มา : แผนปฏิบัติราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ปีงบประมาณ 2567
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 23 ตารางที่ 5 จำนวนสถานพยาบาลเอกชน จังหวัดปราจีนบุรี ที่มา : แผนปฏิบัติราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ปีงบประมาณ 2567 ตารางที่ 6 จำนวนของอาสาสมัครสาธารณสุข จังหวัดปราจีนบุรี ที่มา : แผนปฏิบัติราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ปีงบประมาณ 2567 ด้านศาสนา 1) ด้านศาสนา วัด พระภิกษุ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม - ผู้นับถือศาสนาพุทธ จำนวนร้อยละ 98 - วัด/สำนักสงฆ์ จำนวน 415 แห่ง - ที่พักสงฆ์ จำนวน 119 แห่ง - พระอารามหลวง จำนวน 2 แห่ง - สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด จำนวน 14 แห่ง - หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อปต.) จำนวน 59 หน่วย - โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ จำนวน 1 แห่ง - พระภิกษุ จำนวน 1,905 รูป
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 24 - สามเณร จำนวน 245 รูป - พระราชาคณะ จำนวน 6 รูป - พระธรรมทูต จำนวน 65 รูป - พระจริยานิเทศก์ จำนวน 1 รูป - พระปริยัตินิเทศก์ จำนวน 5 รูป - ครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม จำนวน 37 รูป - ครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี จำนวน 9 รูป - พระวิปัสสนาจารย์ จำนวน 56 รูป - วัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่นเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1 วัด - วัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น จำนวน 15 วัด - วัดพัฒนาตัวอย่าง จำนวน 25 วัด - วัดอุทยานการศึกษา จำนวน 10 วัด - โบสถ์คริสตจักร จำนวน 6 แห่ง - มัสยิด จำนวน 3 แห่ง ตารางที่ 7 วัด สำนักสงฆ์ โบสถ์คริสต์ มัสยิด พระภิกษุ และสามเณร เป็นรายอำเภอ พ.ศ. 2564 ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 25 1.6 ข้อมูลด้านการศึกษา ด้านการจัดการศึกษา ในปัจจุบัน การจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี จัดการศึกษาทั้งในระบบและ นอกระบบ ครอบคลุมทุกอำเภอ ทุกระดับชั้นตั้งแต่เตรียมอนุบาลจนถึงระดับปริญญา มีหน่วยงาน ทางการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน จำแนกเป็นประเภทหลักได้จำนวน 5 กระทรวง ดังนี้ 1. กระทรวงศึกษาธิการ 1.1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนระดับ ก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ 1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 รับผิดชอบการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และขยายโอกาสชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ในปีการศึกษา 2566 มีจำนวนโรงเรียนในเขตความ รับผิดชอบ จำนวน 114 แห่ง ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรีอำเภอ บ้านสร้าง อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิและอำเภอศรีมโหสถ มีนักเรียน จำนวน 19,688 คน มีห้องเรียน จำนวน 1,194 ห้อง และมีครู/ผู้สอน จำนวน 1,071 คน 2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 รับผิดชอบการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และขยายโอกาสชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ในปีการศึกษา 2566 มีจำนวนโรงเรียนในเขตความ รับผิดชอบ จำนวน 113 แห่ง ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอนาดีมี นักเรียน จำนวน 15,1258 คน มีห้องเรียน จำนวน 1,036 ห้อง และมีครู/ผู้สอนจำนวน 999 คน 3) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปราจีนบุรี นครนายก รับผิดชอบการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 ซึ่งมีสถานศึกษาที่รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมีทั้งสิ้น 19 แห่ง มีนักเรียนจำนวน 15,069 คน มีห้องเรียน จำนวน 434/446 ห้อง และมีครู/ผู้สอน จำนวน 807 คน 4) ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดปราจีนบุรี จัดการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมและฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่คนพิการ ทุกประเภท ในระดับก่อนวัยเรียน ซึ่งให้บริการทางการศึกษาที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ แบบไป - กลับ และ การให้บริการนอกศูนย์การศึกษาพิเศษ ได้แก่ การให้บริการที่บ้านและการให้บริการที่หน่วยบริการ มีนักเรียน จำนวน 260 คน มีห้องเรียน จำนวน 43 ห้อง และมีครู/ผู้สอนจำนวน 54 คน 5) โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและนักเรียนที่มี ความบกพร่องทางสติปัญญา ในรูปแบบสหศึกษา ลักษณะประจำและไปกลับ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนักเรียน 232 คน มีห้องเรียน จำนวน 35 ห้อง และมีครู/ผู้สอน จำนวน 56 คน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 26 1.2 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดปราจีนบุรีส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ในระบบการศึกษา นอกระบบการศึกษา และการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีคุณภาพที่สอดคล้องกับนโยบาย ทางการศึกษาโดยยึดชุมชนเป็นฐานในการดำเนินงาน โดย สกร.ตำบล มีบทบาทเป็นผู้ประสานงานและ อำนวยความสะดวก บทบาทหน้าที่ ครู สกร.ตำบล บทบาทหน้าที่ของ สกร.ตำบล มีสถานศึกษา จำนวน 7 ศูนย์ มีนักเรียนจำนวน 10,592 คนมีห้องเรียน จำนวน 396 ห้อง มีครูผู้สอน จำนวน 400 คน 1.3 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มีสถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษา ในระบบการศึกษา ตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมีทั้งสิ้น 26 แห่ง มีนักเรียน จำนวน 22,072 คน มีห้องเรียน จำนวน 1,628 ห้อง และมีครู/ผู้สอน จำนวน 1,212 คน 1.4 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย สถานศึกษาที่จัดโดยรัฐบาล จำนวน 4 แห่ง มีนักเรียน จำนวน 7,731 คน มีโรงเรียน จำนวน 324 ห้อง มีครูผู้สอน จำนวน 311 คน และจัดโดยเอกชนจำนวน 3 แห่ง มีนักเรียน จำนวน 1,999 คน มีห้องเรียน จำนวน 84 ห้อง และมีครู/ผู้สอน จำนวน 72 คน 2. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2.1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดปราจีนบุรี จัดการศึกษาระดับปริญญาตรี - ปริญญาโท มีนักศึกษา จำนวน 1,883 คน มีห้องเรียน จำนวน 22 ห้อง มีครูผู้สอน จำนวน 30 คน 2.2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี จัดการศึกษาระดับปริญญาตรี - ปริญญาโท มีนักศึกษา จำนวน 2,398 คน มีห้องเรียน จำนวน 144 ห้อง มีครู/ผู้สอน จำนวน 116 คน 2.3 มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย ศูนย์การศึกษาปราจีนบุรี จัดการศึกษาระดับปริญญาตรี มีนักศึกษา จำนวน 212 คน มีห้องเรียน จำนวน 11 ห้อง มีครู/ผู้สอน จำนวน 17 คน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 27 3. กระทรวงมหาดไทย (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 171 แห่ง โรงเรียนในสังกัดเทศบาล จำนวน 9 แห่ง และโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี 6 แห่ง 3.1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา มีนักเรียน จำนวน 5,104 คนห้องเรียน จำนวน 170 ห้อง มีครู/ผู้สอน จำนวน 167 คน 3.2 โรงเรียนในสังกัดเทศบาล 1) เทศบาลเมืองปราจีนบุรี จัดการศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 มีจำนวนโรงเรียนในเขตความรับผิดชอบ จำนวน 6 แห่ง มีนักเรียน จำนวน 2,201 คน มีห้องเรียน จำนวน 102 ห้อง มีครูผู้สอน จำนวน 146 คน 2) เทศบาลตำบลกบินทร์จัดการศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มีจำนวนโรงเรียนในเขตความรับผิดชอบ จำนวน 2 แห่ง มีนักเรียน จำนวน 1,250 คน มีห้องเรียนจำนวน 37 ห้องมีครูผู้สอน จำนวน 68 คน 3) เทศบาลตำบลนาดีจัดการศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มีจำนวนโรงเรียนในเขตความรับผิดชอบ จำนวน 1 แห่ง มีนักเรียน จำนวน 333 คน มีห้องเรียน จำนวน 16 ห้อง มีครูผู้สอน จำนวน 17 คน 3.3 โรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี จัดการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 มีจำนวนโรงเรียนในเขตความรับผิดชอบ จำนวน 6 แห่ง มีนักเรียน จำนวน 2,271 คน มีห้องเรียน จำนวน 58 ห้องมีครูผู้สอน จำนวน 130 คน 4. กระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย วิทยาลัยแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จัดการศึกษาระดับปริญญาตรี มีนักเรียน/นักศึกษา จำนวน 134 คน มีห้องเรียน 4 ห้อง มีครู/ผู้สอน จำนวน 25 คน 5. สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาวัดแจ้งสังกัดสำนัก พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 มีนักเรียน 55 คน มี มีห้องเรียน 6 ห้องและมีครู/ผู้สอน จำนวน 12 คน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 28 ตารางที่ 8 แสดงจำนวนสถานศึกษารายสังกัดในจังหวัดปราจีนบุรีแยกตามรายอำเภอ
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 29 ตารางที่ 9 แสดงจำนวนครู/ผู้สอน รายสังกัด จำแนกตามระดับที่สอน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 30 ตารางที่ 10 แสดงจำนวนนักเรียน/นักศึกษา จำแนกตามสังกัด
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 31 ความเท่าเทียมทางการศึกษา นักเรียนออกกลางคัน นักเรียนออกกลางคัน คือ นักเรียนระดับก่อนประถม - มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. และ ปวส. ที่ถูกจําหน่ายออกจากสถานศึกษาในขณะที่ยังไม่สำเร็จการศึกษาโดยไม่ใช่สาเหตุอันเนื่องมาจากการ ย้ายสถานศึกษา โดยแยกตามสาเหตุ และสังกัด มีจำนวนทั้งหมด 887 คน จำแนกตามสาเหตุได้ ดังนี้ 1. ฐานะยากจน 505 ราย 6. เจ็บป่วย อุบัติเหตุ 3 ราย 2. มีปัญหาครอบครัว 131 ราย 7. อพยพตามผู้ปกครอง 88 ราย 3. สมรสแล้ว 0 ราย 8. หาเลี้ยงครอบครัว 8 ราย 4. มีปัญหาในการปรับตัว 42 ราย 9. อื่นๆ 110 ราย 5. ต้องคดีถูกจับ 0 ราย นักเรียนพิการเรียนร่วม การศึกษาแบบเรียนร่วม หมายถึง การนํานักเรียนพิการ หรือมีความพกพร่อง เข้าไปใน ระบบการศึกษาปกติ มีการร่วมกิจกรรม และใช้เวลาว่างช่วงใดช่วงหนึ่งในแต่ละวัน ระหว่างนักเรียนพิการ หรือที่มีความพกพร่องกับนักเรียนทั่วไปในจังหวัดปราจีนบุรีมีจำนวนนักเรียนพิการที่เรียนร่วมใน สถานศึกษาทั้งหมด 1,798 คน โดยแยกตามระดับการศึกษา มีจำนวนนักเรียนบกพร่องทางการเรียนรู้/ พฤติกรรม มากที่สุด จำนวน 1,197 คน รองลงมาคือ บกพร่องทางสติปัญญา จำนวน 262 คน และ บกพร่องทางการเห็น และบกพร่องทางการพูด/ภาษา จำนวนเท่ากันและน้อยที่สุด จำนวน 13 คน ตารางที่ 11 แสดงจำนวนนักเรียนตามระดับการศึกษา จำแนกตามสาเหตุความพิการ สาเหตุ อนุบาล ประถม ม.ต้น ม.ปลาย/ ปวช รวม บกพร่องทางการเห็น 1 5 1 6 13 บกพร่องทางการได้ยิน 7 27 10 14 58 บกพร่องทางสติปัญญา 97 71 60 34 262 บกพร่องทางร่างกายสุขภาพ 31 6 2 5 44 บกพร่องทางการเรียนรู้/พฤติกรรม 1 943 226 27 1,197 บกพร่องทางการพูด/ภาษา 1 8 4 0 13 ออทิสติก 94 14 12 7 107 พฤติกรรมและอารมณ์ (สมาธิสั้น) 12 9 2 1 24 พิการซ้ำซ้อน 55 16 4 5 80 รวม 279 1,099 321 99 1,798
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 32 ด้านประสิทธิภาพ อัตราการเรียนต่อของนักเรียน ข้อมูลการจบการศึกษา/เรียนต่อ ของนักเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี ปีการศึกษา 2565 มีนักเรียนเรียนจบระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 6,137 คน เรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 6,137 คน นักเรียนจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 5,977 คน เรียนต่อระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 3,626 คน เรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน 1,452 คน ทำงาน จำนวน 106 คน และอื่นๆ จำนวน 793 คนนักเรียนจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3,633 คน เรียนต่อระดับอนุปริญญา/ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จำนวน 270 คน เรียนต่อระดับปริญญาตรี จำนวน 2,131คน ทำงาน จำนวน 261 คน และอื่นๆ จำนวน 971 คน อัตราการเรียนต่อสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญ ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2561 - 2580 กำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดสัดส่วนผู้เรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายประเภทอาชีวศึกษา : สามัญศึกษา (ปวช.1 : ม.4) ในช่วง 5 ปีแรก เป็น 45 : 55 ซึ่งวิสัยทัศน์ ตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี(พ.ศ.2562 - 2565) กำหนดว่า “ประชาชน ได้รับโอกาสทางการศึกษา มีคุณธรรม และคุณภาพ สู่อาชีพหรือการมีงานทำ ที่สอดคล้องกับ ความต้องการ ของสังคม” ซึ่งจะเน้นการพัฒนาการศึกษาเพื่อการมีงานทำเป็นหลัก สนองพระบรมราโชบาย ด้าน การศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 3 ด้าน คือ 1) มีทัศนคติที่ถูกต้อง 2) มีพื้นฐานชีวิต อุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง 3) มีอาชีพมีงานทำ และตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นมาคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับประชาคมการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี (PEC) ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนการเพิ่มปริมาณผู้เรียนต่อสายอาชีพ ให้สอดคล้องกับการผลิตและ พัฒนากําลังคนระดับอาชีวศึกษา สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บท แผนปฏิรูปประเทศ นโยบาย รัฐบาล แผนการศึกษาชาติและแผนปฏิบัติราชการซึ่งในปีการศึกษา 2565 สัดส่วนอัตราผู้เรียนระดับมัธยม ศึกษาตอนปลาย คือ 29 : 71
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 33 บทที่ 2 บริบทเชิงพื้นที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ทำการวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูล โดยมีพื้นฐานจากแผน ยุทธศาสตร์ระดับที่ 1 - 3 เข้าไว้ด้วยกันเพื่อความสอดคล้องและเชื่อมโยงแผนทุกระดับ ดังนี้ แผนระดับที่ 1 2.1 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติได้ดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและ ยุทธศาสตร์ ดังนี้ วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ความมั่นคง การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลง ทั้งภายในประเทศ และภายนอก ประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคล และมีความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งมิติทางการทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง เช่น ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและ อธิปไตยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความเข้มแข็งเป็นศูนย์กลางและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 34 มีระบบการเมืองที่มั่นคงเป็นกลไกที่นำไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล สังคม มีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกำลังเพื่อพัฒนาประเทศ ชุมชนมีความเข้มแข็ง ครอบครัว มีความอบอุ่น ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีงานและรายได้ที่มั่นคง พอเพียงกับการดำรงชีวิต มีการออม สำหรับวัยเกษียณ ความมั่นคงของอาหาร พลังงาน และน้ำ มีที่อยู่อาศัย และความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ความมั่งคั่ง ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน จนเข้าสู่กลุ่มประเทศ รายได้สูง ความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาลดลง ประชากรมีความอยู่ดีมีสุขได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนา อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น และมีการพัฒนาอย่างทั่วถึงทุกภาคส่วน มีคุณภาพชีวิตตามมาตรฐานขององค์การ สหประชาชาติ ไม่มีประชาชนที่อยู่ในภาวะความยากจน เศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกัน ต้องมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั้งในตลาดโลกและตลาดภายในประเทศเพื่อให้สามารถ สร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนมีการสร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคตเพื่อให้สอดรับกับบริบทการ พัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป และประเทศไทยมีบทบาทที่สำคัญในเวทีโลก และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และการค้าอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย เป็นจุดสำคัญของการเชื่อมโยงในภูมิภาคทั้งการ คมนาคมขนส่ง การผลิต การค้า การลงทุน และการทำธุรกิจ เพื่อให้เป็นพลังในการพัฒนา นอกจากนั้น ยังมีความสมบูรณ์ในทุน ที่จะสามารถสร้างการพัฒนาต่อเนื่องไปได้ ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทาง การเงิน ทุนที่เป็นเครื่องมือเครื่องจักร ทุนทางสังคม และทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่อยู่บนหลักการใช้ การรักษา และการฟื้นฟู ฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะ ต่อสิ่งแวดล้อม จนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศ การผลิตและการบริโภค เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดม สมบูรณ์มากขึ้น และสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอื้ออาทร เสียสละ เพื่อผลประโยชน์ ส่วนรวม รัฐบาล มีนโยบายที่มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของ ประชาชน และทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนา อย่างสมดุล มีเสถียรภาพและยั่งยืน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 35 โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของ ประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีภาครัฐของ ประชาชน เพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย 1) ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย 2) ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ 3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ 4) ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม 5) ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ 6) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561 - 2580) มี 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เน้นการ บริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมีความสงบ เรียบร้อย ในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุกระดับ ความรุนแรง ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชนประชาสังคม และองค์กรที่ ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศทั่วโลก บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลเพื่อเอื้ออำนวย ประโยชน์ต่อการดำเนินการของยุทธศาสตร์ชาติด้านอื่นๆ ให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ ตามทิศทางและ เป้าหมายที่กำหนด 2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ 1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ของประเทศในด้านอื่นๆ นำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้สอดรับกับบริบทของ เศรษฐกิจ และสังคมโลกสมัยใหม่
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 36 2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในมิติต่างๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและดิจิทัล และ การปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต 3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่น ใหม่ รวมถึง ปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับ อนาคต บนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้ ประเทศไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลางและลดความเหลื่อมล้ำ ของ คนในประเทศได้ในคราวเดียวกัน 3. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีใน ทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสาร ภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่าง ต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูงเป็นนวัตกรรรม นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง 4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญที่ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวม การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดิน ในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของ ประชากรไทยทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถ พึ่งตนเองและทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึง บริการและสวัสดิการที่มีคุณภาพ อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง 5. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้ง ภายในและภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการ ให้ทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยเป็นการ ดำเนินการบนพื้นฐาน การเติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยให้ ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทั้ง 3 ด้าน อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 37 6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชน เพื่อประชาชน และประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะ บทบาท หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการกำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขัน มีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัยและพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และ โปร่งใส โดยทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และ สร้างจิตสำนึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้อง มีความชัดเจน มีเพียงเท่าที่จำเป็นมีความทันสมัย มีความเป็นสากล มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การ ลดความเหลื่อมล้ำและเอื้อต่อการพัฒนา โดยกระบวนการยุติธรรม มีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและการอำนวยความยุติธรรมตามหลักนิติธรรม แผนระดับที่ 2
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 38 2.2.1 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. 2561 - 2580 ตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 บัญญัติว่า 1) เมื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติแล้วให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละ ด้านจัดทำแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติเสนอคณะกรรมการพิจารณา ให้ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีและ 3) แผนแม่บทที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้มีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น รวมทั้งการจัดทำ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทด้วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบแผน แม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเสนอ และ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 136 ตอนที่ 51 ก เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 เรื่อง ประกาศแผน แม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) จำนวน 23 ประเด็น ดังนี้ 1. ประเด็นความมั่นคง มี 5 แผนย่อย 1.1 แผนย่อยการรักษาความสงบภายในประเทศ 1.2 แผนย่อยการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง 1.3 แผนย่อยการพัฒนาศักยภาพของประเทศให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามที่กระทบต่อ ความมั่นคงของชาติ 1.4 แผนย่อยการบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอาเซียน และนานาชาติ รวมทั้งองค์กรภาครัฐและมิใช่ภาครัฐ 1.5 แผนย่อยการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม 2. ประเด็นการต่างประเทศ มี 5 แผนย่อย 2.1 แผนย่อยความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ 2.2 แผนย่อยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ 2.3 แผนย่อยการพัฒนาที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศ 2.4 แผนย่อยการส่งเสริมสถานะและบทบาทของประเทศไทยในประชาคมโลก 2.5 แผนย่อยการต่างประเทศมีเอกภาพและบูรณาการ 3. ประเด็นการเกษตร มี 6 แผนย่อย 3.1 แผนย่อยเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น 3.2 แผนย่อยเกษตรปลอดภัย 3.3 แผนย่อยเกษตรชีวภาพ 3.4 แผนย่อยเกษตรแปรรูป 3.5 แผนย่อยเกษตรอัจฉริยะ 3.6 แผนย่อยการพัฒนาระบบนิเวศการเกษตร
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 39 4. ประเด็นอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต มี 6 แผนย่อย 4.1 แผนย่อยอุตสาหกรรมชีวภาพ 4.2 แผนย่อยอุตสาหกรรมและบริการการแพทย์ครบวงจร 4.3 แผนย่อยอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ 4.4 แผนย่อยอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการพัฒนาระบบคมนาคม 4.5 แผนย่อยอุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศ 4.6 แผนย่อยการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 5. ประเด็นการท่องเที่ยว มี 6 แผนย่อย 5.1 แผนย่อยการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม 5.2 แผนย่อยการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ 5.3 แผนย่อยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย 5.4 แผนย่อยการท่องเที่ยวสำราญทางน้ำ 5.5 แผนย่อยการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค 5.6 แผนย่อยการพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยว 6. ประเด็นพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ มี 2 แผนย่อย 6.1 แผนย่อยการพัฒนาเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 6.2 แผนย่อยการพัฒนาพื้นที่เมือง ชนบท เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ที่มีการบริหารจัดการตามแผนผังภูมินิเวศอย่างยั่งยืน 7. ประเด็นโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล มี 3 แผนย่อย 7.1 แผนย่อยโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ 7.2 แผนย่อยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน 7.3 แผนย่อยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล 8. ประเด็นผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ มี 4 แผนย่อย 8.1 แผนย่อยการสร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการอัจฉริยะ 8.2 แผนย่อยการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน 8.3 แผนย่อยการสร้างโอกาสเข้าถึงตลาด 8.4 แผนย่อยการสร้างระบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ 9. ประเด็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ มี 3 แผนย่อย 9.1 แผนย่อยการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 9.2 แผนย่อยการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ 9.3 แผนย่อยการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 40 10. ประเด็นการปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มี 3 แผนย่อย 10.1 แผนย่อยการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และเสริมสร้างจิตสาธารณะ และการเป็นพลเมืองที่ดี 10.2 แผนย่อยการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์จากภาคธุรกิจ 10.3 แผนย่อยการใช้สื่อและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมของคนใน สังคม 11. ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มี 5 แผนย่อย 11.1 แผนย่อยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ 11.2 แผนย่อยการพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย 11.3 แผนย่อยการพัฒนาช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น 11.4 แผนย่อยการพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน 11.5 แผนย่อยการส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ 12. ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้มี 2 แผนย่อย 12.1 แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 12.2 แผนย่อยการตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย 13. ประเด็นการเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีมี 5 แผนย่อย 13.1 แผนย่อยการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะและการป้องกัน และควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะ 13.2 แผนย่อยการใช้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ ที่ดี 13.3 แผนย่อยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ทันสมัยสนับสนุนการสร้างสุขภาวะที่ดี 13.4 แผนย่อยการกระจายบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ 13.5 แผนย่อยการพัฒนาและสร้างระบบรับมือและปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 14. ประเด็นศักยภาพการกีฬา มี 3 แผนย่อย 14.1 แผนย่อยการส่งเสริมการออกกำลังกาย และกีฬาขั้นพื้นฐานให้กลายเป็นวิถีชีวิต และการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมออกกำลังกาย กีฬา และ นันทนาการ 14.2 แผนย่อยการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาสู่ระดับอาชีพ 14.3 แผนย่อยการพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬาและนันทนาการ 15. ประเด็นพลังทางสังคม มี 2 แผนย่อย 15.1 แผนย่อยการเสริมสร้างทุนทางสังคม 15.2 แผนย่อยการรองรับสังคมสูงวัยเชิงรุก
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 41 16. ประเด็นเศรษฐกิจฐานราก มี 2 แผนย่อย 16.1 แผนย่อยการยกระดับศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ 16.2 แผนย่อยการสร้างสภาพแวดล้อมและกลไกที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 17. ประเด็นความเสมอภาคและหลักประกันทางสังคม มี 2 แผนย่อย 17.1 แผนย่อยการคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐานและหลักประกันทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ 17.2 แผนย่อยมาตรการแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่ม 18. ประเด็นการเติบโตอย่างยั่งยืน มี 5 แผนย่อย 18.1 แผนย่อยการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว 18.2 แผนย่อยการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล 18.3 แผนย่อยการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ 18.4 แผนย่อยการจัดการมลพิษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสารเคมีในภาคเกษตร ทั้งระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล 18.5 แผนย่อยการยกระดับกระบวนทัศน์เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ 19. การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มี 3 แผนย่อย 19.1แผนย่อยการพัฒนาการจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำทั้งระบบเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของ ประเทศ 19.2 แผนย่อยการเพิ่มผลิตภาพของน้ำทั้งระบบในการใช้น้ำอย่างประหยัดรู้คุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้น้ำให้ทัดเทียมกับระดับสากล 19.3 แผนย่อยการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ 20. ประเด็นการบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ มี 5 แผนย่อย 20.1 แผนย่อยการพัฒนาบริการประชาชน 20.2 แผนย่อยการบริหารจัดการการเงินการคลัง 20.3 แผนย่อยการปรับสมดุลภาครัฐ 20.4 แผนย่อยการพัฒนาระบบบริหารงานภาครัฐ 20.5 แผนย่อยการสร้างและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ 21.ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ มี 2 แผนย่อย 21.1 แผนย่อยการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ 21.2 แผนย่อยการปราบปรามการทุจริต 22. ประเด็นกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มี 2 แผนย่อย 22.1 แผนย่อยการพัฒนากฎหมาย 22.2 แผนย่อยการพัฒนากระบวนการยุติธรรม
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 42 23. ประเด็นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มี 5 แผนย่อย 23.1 แผนย่อยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ด้านเศรษฐกิจ 23.2 แผนย่อยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ด้านสังคม 23.3 แผนย่อยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม 23.4 แผนย่อยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ด้านองค์ความรู้พื้นฐาน 23.5 แผนย่อยด้านปัจจัยสนับสนุนในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม 2.2.2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม พ.ศ. 2566 - 2570 การพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่สิบสาม ให้สามารถก้าวข้าม ความท้าทายที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ จำเป็นจะต้องเร่งแก้ไขจุดอ่อนและ ข้อจำกัดของประเทศที่มีอยู่เดิม รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการรับมือกับความเสี่ยงสำคัญที่มาจากการ เปลี่ยนแปลงของบริบททั้งจากภายนอกและภายใน ตลอดจนการเสริมสร้างความสามารถในการสร้างสรรค์ ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงทีด้วยเหตุนี้ การกำหนดทิศทางการพัฒนา ประเทศในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่สิบสาม จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ พลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคม ก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” ซึ่งหมายถึง การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ โครงสร้าง นโยบาย และกลไก เพื่อมุ่งเสริมสร้างสังคมที่ก้าวทันพลวัตของโลก และเกื้อหนุนให้คนไทยมี โอกาสที่จะพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกับ การยกระดับกิจกรรมการผลิตและการให้บริการ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นโดยอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม จึงได้กำหนดเป้าหมายหลักของการพัฒนาจำนวน 5 ประการ ประกอบด้วย 1. การปรับโครงสร้างภาคการผลิตและบริการสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม มุ่งยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการสำคัญ ผ่านการผลักดันส่งเสริมการสร้าง มูลค่าเพิ่ม โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ที่ตอบโจทย์พัฒนาการของสังคมยุคใหม่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการ รายย่อยกับห่วงโซ่มูลค่าของภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย รวมถึงพัฒนาระบบนิเวศที่ส่งเสริมการค้า การลงทุนและนวัตกรรม 2. การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ มุ่งพัฒนาให้คนไทยมีทักษะและคุณลักษณะที่ เหมาะสมกับโลกยุคใหม่ ทั้งทักษะในด้านความรู้ ทักษะทางพฤติกรรม และคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดี ของสังคมและเร่งรัดการเตรียมพร้อมกำลังคนให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเอื้อต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ภาคการผลิตและบริการเป้าหมายที่มีศักยภาพและผลิตภาพ สูงขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันและความคุ้มครองทางสังคมที่สามารถส่งเสริมความ มั่นคงในชีวิต
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 43 3. การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและ สังคม ทั้งในเชิงรายได้พื้นที่ ความมั่งคั่ง และการแข่งขันของภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่ม เปราะบางและผู้ด้อยโอกาสให้มีโอกาสในการเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม กระจายโอกาสทาง เศรษฐกิจและจัดให้มีบริการสาธารณะที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาส ในการแข่งขันของภาคธุรกิจให้เปิดกว้างและเป็นธรรม 4. การเปลี่ยนผ่านการผลิตและบริโภคไปสู่ความยั่งยืน มุ่งลดการก่อมลพิษ ควบคู่ไปกับ การผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับขีดความสามารถในการ รองรับของระบบนิเวศ ตลอดจนลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุ เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์ภายในปี 2608 5. การเสริมสร้างความสามารถของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความ เสี่ยงภายใต้บริบทโลกใหม่ มุ่งสร้างความพร้อมในการรับมือและแสวงหาโอกาสจากการเป็นสังคมสูงวัยการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยโรคระบาด และภัยคุกคามทางไซเบอร์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไก ทางสถาบันที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างและระบบการบริหารงานของ ภาครัฐให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีได้ อย่างทันเวลามีประสิทธิภาพ และมีธรรมาภิบาล หมุดหมายการพัฒนา เพื่อถ่ายทอดเป้าหมายหลักไปสู่ภาพของการขับเคลื่อนที่ชัดเจนในลักษณะของวาระ การพัฒนา ที่เอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วนในการผลักดันการพัฒนา เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จึงได้กำหนดหมุดหมายการพัฒนา จำนวน 13 หมุดหมาย ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่ประเทศไทยปรารถนาจะ “เป็น” หรือมุ่งหวังจะ “มี” เพื่อสะท้อนประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญสูงต่อการพลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” โดยหมุดหมายทั้ง 13 ประการ แบ่งออกได้เป็น 4 มิติ ดังนี้ 1. มิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญ ของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรม ดิจิทัลของอาเซียน
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 44 2. มิติโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และ สามารถแข่งขันได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และมีความคุ้มครองทางสังคมที่ เพียงพอเหมาะสม 3. มิติความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4. มิติปัจจัยผลักดันการพลิกโฉมประเทศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การ พัฒนาแห่งอนาคต หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน ภารกิจที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมุดหมายการพัฒนาที่ เชื่อมโยงกับเป้าหมายหลัก ประกอบด้วย 3 หมุดหมาย ดังนี้ หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลงและคนไทยทุกคนมีความคุ้มครองทาง สังคมที่เพียงพอเหมาะสม กลยุทธ์ที่ 2 การสร้างโอกาสที่เสมอภาคแก่เด็กจากครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น กลยุทธ์ย่อยที่ 2.2 ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพที่มีคุณภาพ จัดสรรเงินอุดหนุนและทรัพยากรที่จำเป็นแก่เด็กจากครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ด้านการศึกษาในโรงเรียนและการเรียนรู้ภายนอกห้องเรียน ทั้งแหล่งเรียนรู้บนพื้นที่กายภาพและพื้นที่ เสมือนจริงหรือออนไลน์พร้อมทั้งพัฒนาระบบการเฝ้าระวังและติดตามช่วยเหลือเด็กยากจนให้กลับเข้าสู่ ระบบการศึกษาหรือการพัฒนาทักษะอาชีพตามความเหมาะสม หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนา แห่งอนาคต กลยุทธ์ที่ 1 คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 พัฒนาเด็กช่วงตั้งครรภ์ถึงปฐมวัยให้มีพัฒนาการรอบด้าน มีอุปนิสัยที่ดี 1. การเตรียมความพร้อมพ่อแม่ผู้ปกครองและสร้างกลไกประสานความร่วมมือ เพื่อดูแลหญิงตั้งครรภ์ให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ และดูแลเด็กให้มีพัฒนาการสมวัย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์- 6 ปี