The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ.2566-2570

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ.2566-2570

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ.2566-2570

แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 45 2. การพัฒนาครูและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยให้มีความรู้และทักษะการดูแลที่เพียงพอ มีจิตวิทยาการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย สามารถท างานร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการ ด้านการเรียนรู้ ของเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการสมวัยตามหลักการพัฒนาสมองและกระบวนการเรียนรู้แก่ เด็กควบคู่กับการพัฒนาการด้านร่างกาย สาธารณสุข และโภชนาการเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี อย่างรอบด้านก่อนเข้าสู่วัยเรียน 3. การยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้มาตรฐาน และจัดสรรทรัพยากรที่ เพียงพอสำหรับการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นกลไกการพัฒนาเด็กปฐมวัยรายพื้นที่ที่มีคุณภาพ 4. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้องเด็กปฐมวัย ให้มีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน สติปัญญาสมวัย โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน รวมถึงพัฒนาระบบสารสนเทศเด็กรายบุคคลเพื่อการส่ง ต่อไปยังสถานศึกษาและการพัฒนาที่ต่อเนื่อง กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 พัฒนาผู้อยู่ในช่วงวัยการศึกษาระดับพื้นฐานให้มีความตระหนักรู้ ในตนเองมีทักษะดิจิทัลและมีสมรรรถนะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการทำงานโดย 1. การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ และขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติเพื่อให้ผู้เรียน สามารถจัดการตนเอง มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถรวมพลังทำงานเป็นทีม มีการคิดขั้นสูงด้วย การจัดการเรียนรู้เชิงรุก และขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติโดยนำร่องกับสถานศึกษาที่มีความพร้อม และ มีมหาวิทยาลัย ในพื้นที่สนับสนุนความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ 2. การยกระดับการอาชีวศึกษา โดยการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ร่วมกับกลุ่มอาชีพผู้ประกอบการ และสถาบันอุดมศึกษาสายปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตาม ความต้องการของตลาดงาน มีงานทำและมีรายได้ตามสมรรถนะ และเป็นผู้ประกอบการใหม่ได้ 3. การยกระดับการผลิตและพัฒนาครูทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ โดยวางแผนจำนวน ความต้องการครูในแต่ละสาขา พัฒนาหลักสูตรการผลิตครูที่มีการเตรียมความพร้อม ด้านวิชาการและด้านทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ พัฒนาระบบการคัดกรองที่สะท้อนสมรรถนะวิชาชีพครู ปรับบทบาทของครูจาก “ผู้สอน” เป็น “โค้ช” ที่อำนวยการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และมุ่งสู่การยกระดับครูสู่วิชาชีพชั้นสูง 4. การปรับปรุงระบบวัดและประเมินผู้เรียนให้มีความหลากหลายตามสภาพจริง ตลอดจน มีการประเมินการเรียนรู้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนเป็น รายบุคคลที่เชื่อมโยงสู่การทำงานในอนาคต 5. การพัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนรู้ 6. การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง รวมถึงการรักษา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยมไทยให้สอดคล้อง เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน เพื่อให้เป็น พื้นฐานของสังคมไทยและเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ในการสื่อสารภาพลักษณ์ของประเทศไทยและนำเสนอ ความเป็นไทยสู่สากล


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 46 กลยุทธ์ย่อยที่ 1.4 พัฒนาวัยแรงงานให้มีสมรรถนะที่จำเป็นเพื่อการประกอบอาชีพและ เชื่อมโยงกับโลกของการทำงานในอนาคต 1. ส่งเสริมและกระจายโอกาสในการพัฒนาสมรรถนะให้กับแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งการเพิ่มพูนและพัฒนาทักษะความรู้ใหม่ เพื่อให้มีทักษะตรงกับงานและอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป และ การพัฒนาทักษะเดิมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน โดยให้สถาบันการศึกษาร่วมกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานพัฒนาของรัฐวางแผนสำรวจข้อมูลและจัดทำ หลักสูตรระยะสั้น เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานและทักษะที่จำเป็นในการทำงานและการใช้ชีวิต โดยมีการปรับ กฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อสนับสนุนการดำเนินการในรูปแบบที่หลากหลายได้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้อง กับเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานในอนาคตและประชาชนควรได้รับเครติตในทักษะอนาคต เพื่อใช้ พัฒนาทักษะ ในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองและสนับสนุนจากภาครัฐ 2. การพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการเข้าสู่เส้นทาง อาชีพเข้าด้วยกันอย่างเบ็ดเสร็จ และมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการ พัฒนาทักษะสามารถต่อยอดสู่การทำงาน และเชื่อมโยงการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีการรับรอง มาตรฐาน รวมถึงการเสริมสร้างผู้ประกอบการที่เชื่อมโยงกับภาคการผลิตและบริการในพื้นที่ 3. ปรับรูปแบบการทำงาน ในการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความคล่องตัว ในการทำงานได้ทุกที่ และสร้างวัฒนธรรมการทำงานในทุกองค์กรที่ส่งเสริมให้คนเก่งได้แสดงความสามารถ และแข่งขันอย่างเป็นธรรมเพื่อขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร รวมถึง การเคารพสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิด้านแรงงาน เพื่อให้แรงงานมีความมั่นคงและปลอดภัย กลยุทธ์ที่ 3 การเรียนรู้ตลอดชีวิต กลยุทธ์ย่อยที่ 3.1 พัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 1. ส่งเสริมให้ภาคส่วนต่าง ๆ สร้างและพัฒนาเมืองเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่ สร้างสรร ที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่กายภาพ และพื้นที่เสมือนจริง โดยกำหนดมาตรการจูงใจที่เหมาะสมเพื่อให้ สถาบันการศึกษาหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ (Start-Up) สร้างพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และพื้นที่สร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ มีสาระที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนทุกกลุ่ม ครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงได้ง่ายทั้งพื้นที่ กายภาพ และพื้นที่เสมือนจริง เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และใช้ประโยชน์ในการพัฒนาและ แสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างค่านิยมและพฤติกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2. สร้างสื่อการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยการสร้างสื่อที่ใช้ภาษาถิ่นเพื่อให้ ประชาชนที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยกลางเป็นภาษาหลักเข้าถึงได้ สื่อทางเลือกสำหรับผู้พิการทางสายตาและ ผู้พิการทางการได้ยิน รวมถึงสนับสนุนกลุ่มประชากรที่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจให้เข้าถึงสื่อในราคาที่เข้าถึง ได้


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 47 3. การพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ที่สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ในทุกระดับและประเภททั้งในระบบสายสามัญ สายอาชีพ การศึกษา นอกระบบและตามอัธยาศัยตั้งแต่มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา และนอกระบบเพื่อสร้าง ความคล่องตัว และเปิดทางเลือกในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนทุกระดับ 4. กำหนดมาตรการจูงใจ ให้ประชาชนพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต โดยจัดให้มีแหล่งเงินทุนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต อาทิ การพัฒนาเครดิตการฝึกอบรมสำหรับ คนทุกกลุ่มการจัดสรรสิทธิพิเศษในการเข้ารับบริการฝึกอบรม การเข้าชมแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ส่งเสริมให้ เอกชนที่ผลิตนวัตกรรมทางการศึกษาจัดทำกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร โดยกำหนด เงื่อนไขการให้ใช้ผลิตภัณฑ์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กลยุทธ์ย่อยที่ 3.2 พัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเรียน ในระบบการศึกษาปกติโดยจัดทำข้อมูลและส่งเสริมการจัดทำแผนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นและ หลากหลายของกลุ่มเป้าหมายเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางเส้นทางการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อจุดมุ่งหมายในอนาคตของตนเอง และสามารถเทียบโอนประสบการณ์ได้ทั้งนี้ ให้มีการพัฒนา บุคลากรที่เกี่ยวข้องในทุกระดับให้มีความเข้าใจและมีสมรรถนะในการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ที่มีความต้องการที่ซับซ้อน หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชน กลยุทธ์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพในการให้บริการภาครัฐที่ตอบโจทย์ สะดวกและประหยัด กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 ยกเลิกภารกิจการให้บริการที่สามารถเปิดให้ภาคส่วนอื่นให้บริการแทน โดยยกเลิกภารกิจการให้บริการของภาครัฐที่มีต้นทุนสูง เมื่อเทียบกับเอกชน หรือไม่มีความจำเป็นที่ภาครัฐ ต้องดำเนินการ โดยพัฒนากลไกและสร้างแรงจูงใจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนวิสาหกิจ เพื่อสังคม องค์การนอกภาครัฐ และภาคีการพัฒนาอื่น ๆ เข้ามาดำเนินการหรือร่วมดำเนินการในลักษณะ นวัตกรรมการให้บริการในการตอบสนองความต้องการของประชาชนและการพัฒนาประเทศที่มีการร่วม รับผลประโยชน์และความเสี่ยงในการดำเนินการ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ทบทวนกระบวนการทำงานของภาครัฐควบคู่กับพัฒนาการบริการ ภาครัฐ ในรูปแบบดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จ โดยปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของภาครัฐจากการควบคุม มาเป็นการกำกับดูแลหรือเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว โดยเฉพาะขั้นตอนการอนุมัติ อนุญาตต่าง ๆ พร้อมทั้ง ปรับกระบวนการทำงานภาครัฐโดยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและให้มีการเชื่อมโยงการให้บริการระหว่าง หน่วยงานให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการ โดยกำหนดเป้าหมายการบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จใน ทุกบริการที่ภาครัฐยังต้องดำเนินการให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ระดับ นโยบาย แผนงบประมาณ กำลังคนและการติดตามประเมินผล ให้เป็นเอกภาพและมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 48 กลยุทธ์ที่ 2 การปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการและโครงสร้างของภาครัฐให้ยืดหยุ่น เชื่อมโยง เปิดกว้างและมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 2.1 เร่งทบทวนบทบาทภาครัฐและกระจายอำนาจการบริหารจัดการภาครัฐ โดยปรับบทบาทและภารกิจใหม่ให้รองรับแนวทางการพัฒนาประเทศและสถานการณ์ในอนาคต ส่งเสริม การกระจายอำนาจการบริหารจัดการภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องโครงสร้างภาครัฐ อัตรากำลัง งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดความยืดหยุ่น คล่องตัว มีประสิทธิภาพในการบริหารของส่วนราชการและจังหวัด และแก้ไขปรับปรุง พัฒนากฎหมาย กฎระเบียบ ให้เอื้อต่อการกระจายอำนาจของส่วนราชการและการบูร ณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีศักยภาพ พร้อมรับภารกิจจากส่วนกลาง ไปดำเนินการได้ทั้งนี้ ควรมีการกำหนดกลไกที่สามารถให้หน่วยงานของรัฐ สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานหรือสร้างนวัตกรรมโดยไม่ติดอยู่ภายใต้กรอบเงื่อนไขของกฎระเบียบเดิม โดยเร็วเป็นอันดับแรก กลยุทธ์ย่อยที่ 2.2 สร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลภาครัฐ โดยเปิดเผยข้อมูลผ่าน เทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ประชาชน องค์กร เครือข่าย และภาคีการพัฒนาต่าง ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลและ มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ความคิดเห็น และตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐผ่าน ช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างกันที่หลากหลาย มีการบูรณาการการบริหารจัดการและ นำไปประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานของรัฐในการแก้ปัญหาและการพัฒนาร่วมกัน เพื่อลดการทุจริต คอร์รัปชัน กลยุทธ์ที่ 3 ปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลในการบริหารจัดการ เพื่อการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 3.1 ปรับเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐทั้งหมดให้เป็นดิจิทัล โดยจัดทำข้อมูลสำหรับ การบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศทั้งในด้านงบประมาณ ทรัพยากรบุคคล และข้อมูลอื่นของ หน่วยงานของรัฐทั้งหมดอย่างบูรณาการให้เป็นดิจิทัลที่มีมาตรฐาน ถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมใช้งาน มีการจัดเก็บที่ไม่ซ้ำซ้อน ไม่เป็นภาระกับผู้ให้ข้อมูล มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐกับ ภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบริการ ภาครัฐให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาได้อย่างเป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อสาธารณะ ในการใช้ประโยชน์ร่วมกันในการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ เร่งพัฒนาระบบที่บูรณาการข้อมูลสำหรับการบริหาร จัดการทรัพยากรภาครัฐในภาพรวมที่สำคัญต่อการตัดสินใจในเชิงนโยบายให้แล้วเสร็จเป็นลำดับแรก กลยุทธ์ย่อยที่ 3.2 ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภาครัฐเป็นดิจิทัล โดยออกแบบ กระบวนการทำงานใหม่ ยกเลิกการใช้เอกสารและขั้นตอนการทำงานที่หมดความจำเป็นหรือมีความจำเป็น น้อยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การวางแผน การปฏิบัติงานและ การติดตามประเมินผลโดยเฉพาะการให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการให้มีความคล่องตัว สะดวก รวดเร็ว มีช่องทางและรูปแบบการให้บริการที่หลากหลายที่สอดคล้องกับการทำงานแบบดิจิทัล


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 49 กลยุทธ์ที่ 4 การสร้างระบบบริหารภาครัฐที่ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนและพัฒนาบุคลากร ให้มีทักษะที่จำเป็นในการให้บริการภาครัฐดิจิทัล และปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ มาตรการภาครัฐให้เอื้อต่อ การพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 4.1 ปรับระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐเพื่อดึงดูดและรักษา ผู้มีศักยภาพมาขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 4.2 ยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นและพัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อ การพัฒนาประเทศ ตลอดจนปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยภาครัฐต้อง ให้ความสำคัญกับ การบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง การปรับเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก แก่ภาคเอกชนและประชาชนในการพัฒนา 2.2.3 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ ( พ.ศ.2566 – 2570 ) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570) ใช้เป็นกรอบ ทิศทางในการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติ และ รักษาผลประโยชน์แห่งชาติอันเป็นเป้าหมายสูงสุดของประเทศโดยมีวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศชาติ มีเสถียรภาพ ประชาชนอยู่ดีมีสุขปลอดภัย จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ มีศักยภาพบริหารจัดการความมั่นคง แบบองค์รวม และรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติอย่างยั่งยืน” และมีเป้าหมายในภาพรวม : ประเทศไทย มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น ประชาชนดำรงชีวิตโดยปกติสุขรวมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพบริหาร จัดการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงแบบ องค์รวมและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติ โดยมีทั้งสิ้น 17 นโยบายและแผนความมั่นคง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี มีการดำเนินงานเกี่ยวข้องกับนโยบายและ แผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 1 การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ กลยุทธ์หลักที่ 1 การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 ส่งเสริมการเรียนรู้ และการจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรการศึกษา เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกระดับอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับทุกช่วงวัย เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและการตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะศูนย์รวมจิตใจ ของประชาชนในชาติ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ส่งเสริมการจัดทำและเผยแพร่ชุดข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ หลักการทรงงานแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยมุ่งเน้นการจัดทำสื่อที่มีความทันสมัย มีการเผยแพร่ในหลายช่องทาง รวมถึงมี การจัดทำระบบการบริหารจัดการชุดข้อมูลระหว่างส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะ การเข้ามามีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 50 กลยุทธ์หลักที่ 2 การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนในชาติอย่างสันติและเคารพ ในความแตกต่างหลากหลายบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน กลยุทธ์ย่อยที่ 2.4 สร้างความตระหนักรู้ การเสริมสร้าง ทัศนคติ และความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการสิทธิมนุษยชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ให้บุคคลตระหนักและปกป้องถึงสิทธิของตนเอง รวมถึงเคารพและไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น กลยุทธ์ย่อยที่ 2.10 ส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาเป็นหน่วยทาง สังคมที่สำคัญในการวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ โดยมุ่งเน้นแนวคิดการแบ่งปันและการทำ ประโยชน์ เพื่อสังคม ส่วนรวม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างหลากหลายของคนในชาติ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 8 การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด กลยุทธ์หลักที่ 1 การเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน และ สังคมให้มีภูมิคุ้มกันและสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและลดความต้องการยาเสพติด กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 สร้างภูมิคุ้มกันระดับบุคคล ด้วยการเสริมสร้างทัศนคติและความรู้ เท่าทัน ยาเสพติดทั้งการเสพและการค้า รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ให้สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ทั้งรูปแบบ เนื้อหา วิธีการ และช่องทางการสื่อสาร และให้ความสำคัญ กับการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายในทุกขั้นตอน นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 9 การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กลยุทธ์หลักที่ 1 การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.3 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมถึงการรับรู้และตระหนักรู้การจัดการ ความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่ถูกต้องให้กับทุกภาคส่วน ทั้งมิติการวิเคราะห์ภัยที่อาจเกิดขึ้น ความล่อแหลม ในพื้นที่ และประเมินสภาพความเปราะบางที่อาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 10 การป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์ กลยุทธ์หลักที่ 1 การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กระทบ ต่อระบบ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ส่งเสริมให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศมีมาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติในการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยง รักษาและฟื้นฟูความเสียหายจากภัยคุกคามทางไซ เบอร์ที่เท่าทันต่อเหตุการณ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 51 2.3 นโยบายรัฐบาล ( นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี) นายกรัฐมนตรี(นายเศรษฐา ทวีสิน) ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 เพื่อแก้ปัญหาสร้างความพร้อมและวางรากฐานอนาคตให้กับคนไทยทุกคน ประกอบด้วย 4 นโยบายหลัก ได้แก่ 1) นโยบายการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลัก ของชาติ 2) นโยบายระยะสั้น (การกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งแก่ปัญหาเร่งด่วน) 3) นโยบายระยะกลาง และระยะยาว (การสร้างรายได้ การสร้างและขยายโอกาส และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี) 4) นโยบายวางฐานรากและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ นโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา ประกอบด้วย 8 ประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ 1. ปฏิรูปการศึกษาและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดีมีวินัย ภูมิใจในชาติ 2. เสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีอุปกรณ์การเรียนที่ เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัยและใช้ระบบเทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ 3. จัดทำหลักสูตรและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความรู้ ความสนใจของผู้เรียน 4. ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาทั้งในด้านสังคม ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) และการวิจัยชั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อต่อยอดให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 5. การศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศและการปลูกฝังความรักในสถาบัน หลักของชาติ เพื่อให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของโลกสมัยใหม่ อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม 6. ความมีคุณภาพของครูทั้งประเทศ รวมไปถึงครูแนะแนว เพื่อช่วยให้นักเรียนได้รับ คำแนะนำด้านเนื้อหาของวิชาการและการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกเรียนและ ประกอบอาชีพ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของนักเรียนทุกคน 7. ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งสายวิชาการและสายอาชีพให้มี รายได้จากวิชาที่เรียน โอกาสฝึกงานระหว่างเรียน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถ ตรงต่อ ความต้องการของการจ้างงาน 8. แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของ ความเหลื่อมล้ำ ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 52 แผนระดับ 3 2.4.1 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly – UNGA) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 ผู้นำประเทศสมาชิกสหประชาชาติและประเทศไทย รวม 193 ประเทศ ได้ลงนามรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals; SDGs) ทดแทนเป้าหมาย การพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals ; MDGs) ซึ่งหมดอายุลงในปี 2558 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนถูกใช้เป็นเครื่องกำหนดทิศทางการพัฒนาทั้งของประเทศไทยและของ โลกจนถึงปี ค.ศ.2030 (พ.ศ.2573) เป็นระยะเวลา 15 ปี ประกอบด้วย 17 เป้าหมาย (Goal) 169 เป้าหมายย่อย (SDG Targets) ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่าง สมดุล อันเป็นสามเสาหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อขจัดความยากจน ลดความ เหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ไม่ทำลายแหล่งทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้ความสำคัญมาก ยิ่งขึ้นต่อการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนซึ่งจะต้องร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย. : นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดกระทรวง ผู้แทนส่วนราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ เป็นกรรมการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นเลขานุการ) ซึ่งคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ (การประชุม กพย. ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562) ให้ สศช. ในฐานะสำนักงานเลขานุการของ กพย. ดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย (Thailand’s SDG Roadmap) ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ครอบคลุมการดำเนินการใน 6 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การสร้างการตระหนักรู้ 2. การเชื่อมโยงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกับแผน 3 ระดับของประเทศ 3. กลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน 4. การดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒ นาที่ยั่งยืน ผ่านการดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทฯ ด้วยหลักการความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) 5. ความร่วมมือกับภาคีการพัฒนา (ภาคธุรกิจเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคภาคี เพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ) 6. การติดตามประเมินผลการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบและประสานงานหลัก ( Goal ) การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ( Sustainable Development Goal : SDGs ) 1. รายเป้าหมายหลัก (Goal) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 สร้างหลัก ประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ ตลอดชีวิต


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 53 2. รายเป้าหมายย่อย (Target) ที่ 4.1/4.2/4.4/4.5/4.6/4.7/4.A/4.C เป้าหมายย่อยที่ 4.1 : สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษา ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่ มีประสิทธิผล ภายในปี พ.ศ. 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.2: สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนาการ ดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กเหล่านั้น มีความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ภายในปี 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.4 เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทักษะ ทางด้านเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการภายใน ปี 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.5 ขจัดความเหลี่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษาและสร้างหลักประกันว่า กลุ่มที่เปราะบางซึ่งรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับ อย่าง เท่าเทียม ภายใน ปี พ.ศ. 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.6 สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ในสัดส่วนสูง ทั้งชาย และหญิง สามารถอ่านออกเขียนได้และคำนวณได้ ภายในปี 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.7 สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็น สำหรับส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการศึกษาสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุข และไม่ใช้ความ รุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความนิยมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของ วัฒนธรรมต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.A สร้างและยกระดับอุปกรณ์และเครื่องมือทางการศึกษาที่อ่อนไหวต่อ เด็กผู้พิการ และเพศภาวะ และให้มีสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง ครอบคลุม และมีประสิทธิผลสำหรับทุกคน เป้าหมายย่อย 4.B เพิ่มจำนวนทุนการศึกษาทั่วโลกที่ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด รัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก และประเทศในทวีปแอฟริกา เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับ อุดมศึกษา รวมถึงการฝึกอาชีพ และโปรแกรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ด้านเทคนิค วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ ในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ภายในปี พ.ศ. 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.C เพิ่มจำนวนครูที่มีคุณวุฒิ รวมถึงการดำเนินการผ่านทาง ความร่วมมือระหว่างประเทศในการฝึกอบรมครูในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนา น้อยที่สุดและรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ภายในปี 2573


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 54 2.4.2 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 เป็นแผนที่วางกรอบเป้าหมายและทิศทาง การจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาค ในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาคนให้มีสมรรถนะ ในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ แนวคิดการจัด การศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษาประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษา เพื่อปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม และทั่วถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของสังคม (All For Education) อีกทั้งยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs 2030) ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากรของประเทศ ความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำ ยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นกรอบความคิดสำคัญในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ วิสัยทัศน์ “ คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ” วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ 3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำ ภายในประเทศลดลง พันธกิจ 1. พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่คนไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสในการศึกษา และเรียนรู้ตลอดชีวิตสร้างความเสมอภาคด้านการศึกษาแก่ผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ยกระดับคุณภาพและ ประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาทุกระดับและจัดการศึกษาที่สอดคล้องและรองรับกระแสการ เปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 2. พัฒนาคุณภาพของคนไทยให้เป็นผู้มีความรู้ คุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 สามารถพัฒนาศักยภาพและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 3. สร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติโดยสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และ สังคมคุณธรรมจริยธรรมที่คนไทยทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยสงบสุขและพอเพียง


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 55 4. พัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเพื่อการก้าวข้ามกับ ดักประเทศรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศในโลกที่หนึ่งและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วยการเพิ่มผลิต ภาพของกำลังแรงงาน (Productivity) ให้มีทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาด งานและการพัฒนาประเทศพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นพลวัตของ โลกศตวรรษที่ 21 ภายใต้ยุค เศรษฐกิจและสังคม 4.0 เป้าหมาย 1. ด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและ ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) ประกอบด้วย ทักษะและคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้ 3Rs ได้แก่ การอ่านออก (Reading) การเขียนได้ (Writing) การคิดเลขเป็น (Arithmetics) 8Cs ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะ ด้านการสร้างสรรค์และ นวัตกรรม ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ ทักษะ ด้านความร่วมมือ การทำงานเป็น ทีมและภาวะผู้นำ ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทักษะอาชีพ และทักษะ การเรียนรู้ ความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม 2. ด้านการจัดการศึกษา (Aspirations) 5 ประการ 2.1 ประชากรทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างทั่วถึง (Access) 2.2 ผู้เรียนทุกคนทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน อย่างเท่าเทียม (Equity) 2.3 ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุขีดความสามารถ เต็มตามศักยภาพ (Quality) 2.4 ระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการลงทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่า และบรรลุเป้าหมาย (Efficiency) 2.5 ระบบการศึกษาที่สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นพลวัตและ บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) ผลลัพธ์ 1. เด็กไทยมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) 2. สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณธรรม มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 3. ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 56 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ เป้าหมาย 1. คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับ การศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 3. คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแลและป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ แนวทางการพัฒนา 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะ กิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูงพื้นที่ ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าว) 4. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัยจากไซเบอร์ เป็นต้น ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป้าหมาย 1. กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงานและ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2. สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญและ เป็นเลิศเฉพาะด้าน 3. การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มทาง เศรษฐกิจ


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 57 แนวทางการพัฒนา 1. ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดงานและ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2. ส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน 3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป้าหมาย 1. ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทักษะและคุณลักษณะ ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 2. คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและ มาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ 3. สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรได้อย่าง มี คุณภาพและมาตรฐาน 4. แหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน นวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน และ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ 5. ระบบและกลไกการวัด การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ 6. ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล 7. ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน แนวทางการพัฒนา 1. ส่งเสริม สนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และการพัฒนา คุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแต่ละช่วงวัย 2. ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ 3. สร้างเสริมและปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรม ที่พึงประสงค์ 4. พัฒนาระบบและกลไกการติดตาม การวัดและประเมินผลผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ 5. พัฒนาคลังข้อมูล สื่อ และนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 6. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 7. พัฒนาคุณภาพครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 58 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา เป้าหมาย 1. ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2. การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย 3. ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เพื่อการวางแผนการบริหารจัดการศึกษา การติดตามประเมินและรายงานผล แนวทางการพัฒนา 1. เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 2. พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย 3. พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยงและเข้าถึงได้ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมาย 1. คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิด ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 2. หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 3. การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนา 1. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และ นำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต 2. ส่งเสริมและพัฒ นาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อ การเรียนรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3. พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา เป้าหมาย 1. โครงสร้าง บทบาทและระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว ชัดเจนและ สามารถตรวจสอบได้ 2. ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษา 3. ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนและพื้นที่


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 59 4. กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะ ที่แตกต่างกันของผู้เรียน สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ 5. ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นธรรม สร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ แนวทางการพัฒนา 1. ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา 2. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา 4. ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพและ ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 5. พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 2.4.3 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561 - 2580) วิสัยทัศน์ “ปฏิรูปประเทศไทยสู่ดิจิทัลไทยแลนด์” ดิจิทัลไทยแลนด์ (Digital Thailand) หมายถึง ยุคประเทศไทยสามารถสร้างสรรค์และ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม ข้อมูล ทุนมนุษย์และทรัพยากรอื่นใด เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เป้าหมายและตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับการจัดการศึกษา 1. เป้าหมายที่ 2 สร้างโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียมด้วยข้อมูลข่าวสารและบริการ ผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 1.1 ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมสามารถเข้าถึง เทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อดิจิทัลอย่างเท่าเทียม 1.2 คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นจากการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศและ บริการสาธารณะ โดยเฉพาะบริการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ตัวชี้วัด 1) ประชาชนทุกคนต้องสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสมือนเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ประเภทหนึ่ง ตัวชี้วัด 2) อันดับ การพัฒ นาตามดัชนี ICT Development Index (IDI) อยู่ในประเทศ ที่มีการพัฒนาสูงสุด 40 อันดับแรก


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 60 2. เป้าหมายที่ 3 พัฒนาทุนมนุษย์สู่ยุคดิจิทัลด้วยการเตรียมความพร้อมให้บุคลากร ทุกกลุ่ม มีความรู้และทักษะที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในยุคดิจิทัล 2.1 ประชาชนมีความสามารถในการพัฒนาและใช้สารสนเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ มีความตระหนักความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์และ สร้างสรรค์ (Digital Literacy) 2.2 ป ระเทศไทยมีกำลังคนด้านดิจิทัลที่มีความรู้ความสามารถและ ความเชี่ยวชาญระดับมาตรฐานสากล และกำลังคนในประเทศให้มีความรอบรู้และสามารถใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติ และสร้างสรรค์ผลงาน ตัวชี้วัด ประชาชนทุกคนมีความตระหนัก มีความรู้ ความเข้าใจทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ 3. เป้าหมายที่ 4 ปฏิรูปกระบวนทัศน์การทำงานและการให้บริการของภาครัฐด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อให้การปฏิบัติงานโปร่งใสมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลกระบวนทัศน์การปฏิบัติงานการบริหารจัดการและการให้บริการของทางภาครัฐเปลี่ยนแปลง ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้บริการประชาชน ธุรกิจ และทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพมีความมั่นคง ปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล 2.4.4 แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของกระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน์ “ ภายในปี 2570 ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะที่จำเป็นพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต และปรับตัวสอดคล้องกับวิถีชีวิตโลกยุคใหม่” พันธกิจ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน 2. สร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 3. ผลิต พัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพกำลังคนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงานและความต้องการของประเทศ 4. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและ สิ่งประดิษฐ์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการพัฒนาด้านการศึกษา สังคม หรือสร้างมูลค่าเพิ่ม เชิงเศรษฐกิจ 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล ผลสัมฤทธิ์ 1. ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นของโลกยุคใหม่ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตได้รับการพัฒนา ศักยภาพตามพหุปัญญา


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 61 2. กำลังคนมีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และความต้องการ ของประเทศ 3. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม ประเด็นยุทธศาสตร์และเป้าประสงค์/เป้าหมายการให้บริการรายประเด็น ยุทธศาสตร์ 1. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศ ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มี ความรู้ความเข้าใจ ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถปรับตัวรับมือกับภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ได้ตามสถานการณ์ 2. การผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้เรียนและ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาทักษะ สมรรถนะวิชาชีพ ตามความต้องการของตลาดแรงงานและ สนับสนุนการพัฒนาประเทศ 3. การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 3.1 ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติมีทักษะที่ จำเป็นในโลกยุคใหม่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญา และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 3.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน วิชาชีพ และได้รับการส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี 3.3 มีผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาการศึกษา สังคมหรือสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ 4. การสร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีหลักประกันในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างทั่วถึง เสมอภาคและเหมาะสม 5. การจัดการศึกษาเพื่อการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีความตระหนักในการดำเนินชีวิตที่เกี่ยวข้องกับ การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. การพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาให้ทันสมัยมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมา ภิบาล ให้ระบบบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและทันสมัย


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 62 2.4.5 นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี พ.ศ. 2567 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 1.1 เร่งสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของสังคมและ ป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่และภัยอื่น ๆ โดยมีการดำเนินการตามแผนและมาตรการ ด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ข้าราชการครูและบุคลากรในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเข้มข้น รวมทั้ง ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามประเมินผลการดำเนินการและแสวงหาสถานศึกษาที่ดำเนินการได้ ดีเยี่ยม (Best Practice) เพื่อปรับปรุง พัฒนาและขยายผลต่อไป 1.2 เร่งปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการ อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กับการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทางวิธีการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.3 เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะและ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 1.4 เร่งพัฒนาบทบาทและภารกิจของหน่วยงานด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ใน ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำเนินการอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษานําหลักสูตรฐานสมรรถนะไปสู่การปฏิบัติ อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างสมรรถนะที่สำคัญจําเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน 2.2 จัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ค้นพบพรสวรรค์ ความสนใจ ความถนัดในอาชีพ ของตนเองด้วยการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในห้องเรียน สถานประกอบการ รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มและห้องดิจิทัลให้คำปรึกษาแนะนํา 2.3 พัฒนาและบูรณาการกระบวนการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลฐาน สมรรถนะสู่การปฏิบัติในชั้นเรียน เพื่อสร้างความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างตรรกะความคิดแบบเป็นเหตุเป็นผลให้นักเรียนไทยสามารถแข่งขันได้กับนานาชาติ 2.4 พัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) สำหรับผู้เรียน ทุกช่วงวัยเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่ 2.5 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและ ศีลธรรมให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ของท้องถิ่นและการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 2.6 จัดการเรียนรู้ตามความสนใจรายบุคคลของผู้เรียนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่หลากหลายและ แพลตฟอร์มการเรียนรู้อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอนคุณภาพสูงรวมทั้งมีการประเมินและพัฒนาผู้เรียน


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 63 2.7 ส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน สหกรณ์ ฯลฯ ผ่านกระบวนการ เรียนรู้ โครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ และการเผยแพร่สื่อแอนิเมชันรอบรู้เรื่องเงิน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด การลงทุนเชิงพาณิชย์เพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่สูงขึ้น 2.8 ปรับโฉมศูนย์วิทยาศาสตร์และศูนย์การเรียนรู้ ให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สวยงาม ร่มรื่น จูงใจให้เข้าไปใช้บริการ โดยมีมุมค้นหาความรู้ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย มุมจัดกิจกรรม เชิงสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ของผู้เรียนหรือกลุ่มผู้เรียน และการร่วมกิจกรรมกับครอบครัว หรือจัดเป็น ฐานการเรียนรู้ด้านต่างๆ ที่ผู้เรียนและประชาชนสามารถมาลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม และได้รับเอกสาร รับรองการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อนําไปประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องหรือสะสมหน่วยการเรียนรู้ ( Credit Bank) ได้ รวมทั้งมีบริเวณพักผ่อนที่มีบริการลักษณะบ้านสวนกาแฟเพื่อการเรียนรู้ เป็นต้น 2.9 ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มีการนําผลการทดสอบทางการศึกษา แห่งชาติไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน 2.10 พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ ที่ตัวผู้เรียน 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย 3.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็น ฐานข้อมูลในการส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะระดับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อป้องกัน เด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคัน 3.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบ การศึกษาเพื่อรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัยและต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการร่วมงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.3 พัฒนาข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกลุ่ม NEETs ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ อย่าง เท่าเทียม 3.4 พัฒ นาระบบสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (Home School) และการเรียนรู้ที่บ้านเป็นหลัก (Home - based Learning) 4. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 4.1 พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น แบบโมดูล (Modular System)มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการ อาชีวศึกษาทั้งในระบบนอก ระบบและระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Block Course) เพื่อสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษา อย่างเข้มข้นเพื่อการมีงานทำ


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 64 4.2 ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากําลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และ ยกระดับสมรรถนะกําลังคนตามกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน และมาตรฐานสากล รวมทั้งขับเคลื่อน ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและ สถานประกอบการในการผลิตกําลังคนที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ 4.3 พัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจโดยการ Re - Skill Up – Skill และ New Skill เพื่อให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นพร้อมทั้ง สร้างช่องทางอาชีพในรูปแบบหลากหลายให้ครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้สูงอายุโดยมี การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V - NET) ตามสมรรถนะที่จําเป็นในการเข้าสู่อาชีพ และการนําผลการทดสอบไปใช้คัดเลือกเข้าทำงาน ศึกษาต่อขอรับประกาศนียบัตรมาตรฐานสมรรถนะการใช้ดิจิทัล (Digital Literacy) การขอรับวุฒิบัตร สมรรถนะภาษาอังกฤษ (English Competency) 4.5 จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ (ศูนย์ Start - Up) ภายใต้ ศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ และพัฒนาศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อการ ส่งเสริม และพัฒนาผู้ประกอบการด้านอาชีพทั้งผู้เรียนอาชีวศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยเชื่อมโยงกับ กศน. และสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพในวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ 4.6 เพิ่มบทบาทการอาชีวศึกษาในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและกําลัง แรงงานในภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) และกลุ่มยุวเกษตรกรอัจฉริยะ (Young Smart Farmer) ที่สามารถรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ 4.7 ส่งเสริม และสนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนทุกช่วงวัยเพื่อการมี งานทำโดยบูรณาการความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถาบันสังคมอื่น 4.8 พัฒนาหลักสูตรอาชีพสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่นอกระบบโรงเรียนและ ประชาชนที่สอดคล้องมาตรฐาน อาชีพ เพื่อการเข้าสู่การรับรองสมรรถนะและได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติรวมทั้งสามารถนํา ผลการเรียนรู้และมวลประสบการณ์เทียบโอนเข้าสู่การสะสม หน่วยการเรียนรู้(Credit Bank) ได้ 5. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวง ศึกษาธิการ 5.1 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะ แนวใหม่ Performance Appraisal (PA) โดยใช้ระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาระบบ Digital Performance Appraisal (DPA)


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 65 5.2 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการ พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ตามกรอบระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอาชีวศึกษา 5.3 พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล 5.4 พัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการพลเรือนในสังกัดกระทรวง ศึกษาธิการให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลง ของโลกอนาคต 5.5 เร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งระบบ ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม 6. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล 6.1 ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ 4.0 ด้วยนวัตกรรม และการนํา เทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นกลไกหลักในการดําเนินงาน (Digitalize Process) การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล (Sharing Data) การส่งเสริมความร่วมมือ บูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก 6.2 ปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้งาน เครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับระบบราชการ 4.0 สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกอุปกรณ์และทุกช่องทาง 6.3 ปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา โดยยึดหลักความจําเป็นและใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ 6.4 นําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในตำแหน่งและสายงานต่าง ๆ 6.5 ส่งเสริมสนับสนุนการดําเนินงานของส่วนราชการให้เป็นไปตามกลไก การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 7. การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติ เร่งรัดการดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองและแผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อรองรับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติควบคู่กับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ 7.1 ให้ส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นํานโยบายและ จุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ข้างต้น เป็นกรอบแนวทางในการจัด การศึกษาโดยดำเนินการจัดทำแผนและงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 66 7.2 ให้มีคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล และรายงานการขับเคลื่อนนโยบาย การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ตรวจราชการ ติดตาม ประเมินผลในระดับนโยบายและจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการทราบตามลำดับ 7.3 กรณีมีปัญหาในเชิงพื้นที่หรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานให้ศึกษา วิเคราะห์ ข้อมูลและ ดำเนินการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ก่อน โดยใช้ภาคีเครือข่ายในการแก้ไขข้อขัดข้อง พร้อมทั้ง รายงานต่อคณะกรรมการติดตามฯ ตามข้อ 2 ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการตามลำดับ 7.4 สำหรับภารกิจของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่ปฏิบัติในลักษณะงาน ในเชิงหน้าที่(Function) งานในเชิงยุทธศาสตร์(Agenda) และงานในเชิงพื้นที่ (Area) ซึ่งได้ดำเนินการ อยู่ก่อนแล้ว หากมีความสอดคล้องกับหลักการนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ข้างต้น ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัด กำกับ ติดตาม ตรวจสอบให้การดำเนินการเกิดผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม 2.4.6 นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบาย การศึกษาและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” วันที่ 14 กันยายน 2566 เน้นลดภาระ ครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น ด้วยความโปร่งใส แก้ไขปัญหาหนี้สิน จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ 1 ครู 1 Tablet และ เร่งลด ภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 6 ด้าน เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ระบบ แนะแนว การเรียนและเป้าหมายชีวิต การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ การจัดทำระบบวัดผลเทียบ ระดับการศึกษามีรายได้ระหว่างเรียนจบแล้วมีงานทำ การดําเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้งนํานโยบายของรัฐบาลมาขับเคลื่อน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาเต็มกําลังความสามารถอย่างเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ภายใต้แนวทาง การทำงาน “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” และใช้สํานวนที่เข้าใจง่ายคือ “เรียนดี มีความสุข” เพื่อยกระดับ คุณภาพการศึกษาไปด้วยกันซึ่งการเรียนการสอนจำเป็นต้องเริ่มจากความสุขทั้งผู้เรียน ผู้สอน และ ผู้ปกครอง เมื่อมีความสุขจะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น เมื่อการเรียนดีขึ้นจะส่งผลกลับไปท ำให้มีความสุข มากยิ่งขึ้น ซึ่งแนวคิดในการจัดการศึกษาแบ่งเป็น 2 ข้อหลัก คือ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษา เพื่อความมั่นคงของชีวิต โดยแบ่งเป็น 2 เรื่องหลัก คือ นโยบายการศึกษา ข้อสั่งการและ แนวปฏิบัติ ดังต่อไปนี้


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 67 นโยบายการศึกษา : ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน 1. ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษาลดขั้นตอนมุงผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียน 1.1 ปรับระบบการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เน้นตาม สภาพจริง ลดการทำเอกสาร ลดขั้นตอนการประเมิน ไม่ซับซ้อน ไม่ยุ่งยากและเป็นธรรม โดยเน้นผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียนตามช่วงวัยเป็นสำคัญ คำนึงถึงสภาพบริบทของสถานศึกษาและ สอดคล้องกับการเรียนรู้ ที่หลากหลาย เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระงานให้แก่ครูจนเกินไป 1.2 ปรับระบบการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนและการประเมิน วิทยฐานะ ให้มีความเชื่อมโยงกันและออกแบบการประเมินให้สามารถนำาไปใช้กับการประเมินต่าง ๆได้อย่าง หลากหลาย ใช้ในการประเมินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.3 นำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินวิทยฐานะ และสนับสนุน อุปกรณ์สำหรับใช้ในการประเมินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น (โยกย้ายกลับภูมิลำเนา ด้วยความโปร่งใส ไม่มี การซื้อขายตำแหน่ง) 2.1 กำหนดหลักเกณฑ์การย้าย การช่วยราชการ ให้มีความชัดเจน และยืดหยุ่น ตามแต่กรณี รวมทั้งการใช้บทลงโทษอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากการเรียกรับ ผลประโยชน์ในการโยกย้ายหรือแต่งตั้ง 2.2 สถาบันผลิตครูและหน่วยใช้ครู ร่วมกันสำรวจความต้องการครูในแต่ละ สาขาวิชาที่ขาดแคลนในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาให้ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นครูหรือครูผู้ช่วย ในภูมิลำเนาเดิมของตน 3. แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.1 สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการวางแผนการใช้เงินและการเก็บ ออมเงิน ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งปลูกฝังผู้ที่ได้รับการบรรจุใหม่ ให้มีความรู้ สร้างวินัย การบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.2 หน่วยงานต้นสังกัดประสานการจัดการ ให้ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ได้รีไฟแนนซ์ (Re finance) หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้จากหลายที่ โดยลดดอกเบี้ยให้ถูกลง ระยะเวลาผ่อนส่งยาวขึ้น สามารถชำระเงินต้นเพิ่มเติมจากเงิน ที่ผ่อนชำระเป็น รายงวดได้ 3.3 พักชำระดอกเบี้ยให้แก่ครูทุกคนที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูและ สถาบันการเงินโดยรัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้มีวงเงินกู้ไม่เกิน 1,000,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยลูกหนี้ชำระเพียงเงินต้นเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดภาระค่าใช้จ่ายของครูไทยทั่วประเทศ


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 68 4. จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ (1 ครู 1 Tablet) 4.1 สนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการช่วยจัดการเรียนการสอนต่างๆ 4.2 สนับสนุนจัดหาแท็บเล็ต (Tablet) ที่มีประสิทธิภาพ สามารถ เชื่อมโยงระบบ ออนไลน์รองรับการใช้งานให้เพียงพอกับจำนวนครูผู้สอน เพื่อสนับสนุนการจัด การเรียนการสอนที่มี ประสิทธิภาพและส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 4.3 บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน (ผู้เป็นเจ้า ของสัมปทานสัญญาณ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและภาครัฐ ในการพัฒนาเครือข่ายสัญญาณ อินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มี การสอน) 4.4 สนับสนุนงบประมาณ เป็นงบลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาให้ ครอบคลุมทั้งด้าน Hardware, Software และ Peopleware นโยบายการศึกษา : ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน 1. เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา (1 นักเรียน 1 แท็บเล็ต) 1.1 ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและ จัดการศึกษาและการให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมในระหว่างการเรียนหรือฝึกอาชีพ สร้างโอกาส การมีงานทำ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันแรงงานเข้าสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น 1.2 ส่งเสริมการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจัง ออกแบบ ระบบการ เรียนการสอนในแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เรียนที่ไหนก็ได้ และร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มี คุณภาพและสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ รวมทั้ง สื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้อง ทุกภาค ส่วนไม่ว่าจะเป็นสถานประกอบการ ผู้ปกครอง ชุมชน นักเรียน นักศึกษา ให้เห็นถึงความสำคัญ ในการจัด การศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 1.3 สนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ในการช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน 1.4 สนับสนุนจัดหาแท็บเล็ต (Tablet) ที่มีประสิทธิภาพ สามารถ เชื่อมโยงระบบ ออนไลน์รองรับการใช้งานให้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 และระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 - 3 เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับ พัฒนาการของ โลกยุคดิจิทัล 1.5 บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน (ผู้เป็นเจ้า ของสัมปทานสัญญาณ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และภาครัฐ ในการพัฒนาเครือข่ายสัญญาณ อินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุม ทุกพื้นที่) 1.6 พัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์โดยจัดทำ เนื้อหา สาระการเรียนรู้ให้ครอบคลุมหลักสูตรการเรียนรู้และวิธีการจัดการเรียนการสอน


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 69 1.7 จัดทำระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถ เข้าสู่แหล่งความรู้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ นำแพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติมาผสมผสานการเรียนการสอน แบบเดิมในห้องเรียนกับการเรียนการสอนออนไลน์ (Hybrid Education) ผู้เรียนจะมีโอกาสเข้าร่วม กิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอก ห้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้และขยายการ เรียนรู้ไปถึงประชาชนทุกช่วงวัยทั่วประเทศ ให้มีโอกาสทางการศึกษา เข้าถึงเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพและ มีประโยชน์อันจะนำไปสู่การ เกิดผลสัมฤทธิ์ทางด้านการศึกษาของผู้เรียน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชน ในภาพรวมของประเทศ 1.8 พัฒนาการศึกษาผ่านระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชนได้เรียนและทำางานไปในเวลาเดียวกัน สามารถ วางแผนการเรียนรู้ได้ตามความต้องการของผู้เรียน ตามเวลา สถานที่ที่เหมาะสมกับสภาพ และความสนใจ โดยสามารถนำความรู้หรือความสามารถที่ได้จากทักษะ ประสบการณ์การทำงาน การฝึกอบรม หรือการ เรียนรู้ ทั้งจากสถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษา การเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเทียบโอนเป็นหน่วยกิตมาสะสม ไว้สำหรับเทียบคุณวุฒิหรือความสามารถในการทำงาน ทั้งใน ระบบการศึกษาและนอกระบบการศึกษาได้ 1.9 ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนสาขาที่เรียนในขณะที่เข้ารับการศึกษา แล้ว เพื่อให้ตรง กับความถนัดและความต้องการของผู้เรียนและตรงตามตลาดแรงงานที่ปรับเปลี่ยน ไปตามบริบทของสังคม โดยอิสระ 2. อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ 2.1 จัดให้มีการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอย่างน้อย 1 โรงเรียน ในแต่ละ อำเภอหรือเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำร่องการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนโครงสร้าง พื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์และงบประมาณในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและบริบทของโรงเรียน ให้สอดคล้องกับ การเรียนรู้ปัจจุบัน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เช่น บ้าน (ครอบครัว) ผู้นำทางศาสนาและโรงเรียน เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2.2 จัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องทุกปีงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานและ การวางแผน เกิดความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม 2.3 จัดสรรครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มเติมโดยใช้เกณฑ์พิเศษหรือ มีงบประมาณครูอัตราจ้างเพิ่มเติมในวิชาเอกที่ขาดแคลน 2.4 สร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอน 3. ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต 3.1 พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ให้ทันต่อ การเปลี่ยนแปลง โลกโดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีทักษะที่เหมาะสมและจำเป็น ต่อการดำรงชีวิต และ มีหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความสนใจและความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้ว มีงานทำสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 70 3.2 จัดให้มีระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) ตั้งแต่ ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและ เป้าหมายชีวิต ที่ตนเองชอบ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน 3.3 เน้นนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ STEM Education (วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นทักษะจากการปฏิบัติจริงและเสริม ความสามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา 3.4 ประสานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการ แก้ปัญหาสุขภาพจิตของผู้เรียนเพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข 4. การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียน เพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ 4.1 ผู้เรียนและประชาชนสามารถนำหน่วยกิตที่สะสมมาใช้สำหรับ เทียบคุณวุฒิ รับรองมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพนำไปใช้ต่อยอดในการเรียนและ ความก้าวหน้าในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยื่นข้อเสนอ ขอรับเงินเดือนที่เหมาะสมกับ ประสบการณ์ที่มี 4.2 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา สามารถขอการรับรอง มาตรฐานวิชาชีพ ได้ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกที่จะมีรายได้ระหว่างเรียนควบคู่กับการ ทำงานไปพร้อมกัน และสามารถที่จะขอการรับรองมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อยกระดับศักยภาพของตนเอง รวมทั้งการลดระยะเวลาในการเข้าสู่ตลาดแรงงานและเปดโอกาส ทางการศึกษาที่ยืดหยุ่นต่อการประกอบ อาชีพ 5. การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผล การศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่ มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย 5.1 จัดทำระบบการเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ หรือสมรรถนะจากระบบเดียวกันแต่ต่างสถานศึกษาหรือจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง หรือจากต่างประเทศเพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษา หรือการรับรองระดับการศึกษา ต่างสถานศึกษาหรือ ต่างระบบได้หรือไปสะสมเพื่อประโยชน์ในการได้รับการรับรองคุณวุฒิหรือเพื่อประโยชน์ในการประกอบ อาชีพหรือวิชาชีพ และผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศสามารถ เรียนในระดับที่สูงขึ้นโดยไม่ยึดติดกับ ระยะเวลาในการศึกษา 5.2 จัดระบบวัดแววและความถนัดของผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยสามารถ ปรับเปลี่ยนแผนการเรียนในระหว่างเรียนได้รวมทั้งการแนะแนวเลือกเรียนตามเส้นทางอาชีพ ความถนัด และความสนใจเพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนในอนาคต


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 71 6. มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) 6.1 การจัดการอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ต่อเนื่อง) เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสมรรถนะกำาลังคนระดับเทคนิค โดยมุ่งเน้นการผลิต และพัฒนากำลังคนในสาขา ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ตรงความต้องการ ของตลาดแรงงาน สอดคล้องกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติและกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติด้วยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องกับ ภาคประกอบการองค์กรวิชาชีพ และภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นรูปแบบการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษามีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพ ได้ทันต่อความต้องการกำลังคนของประเทศ และอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข 6.2 จัดหาเงินกองทุน เพิ่มนักเรียนสายอาชีวศึกษา นำเข้าสู่ ตลาดแรงงาน โดยประสานกับกระทรวงแรงงานเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาที่จบมามีตลาดรองรับ สามารถประกอบอาชีพ ได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ 6.3 จัดให้มีการเชื่อมโยงหลักสูตรของสายอาชีวศึกษากับมาตรฐาน วิชาชีพ ต่าง ๆ เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพแก่ผู้เรียน (Upskill) หรือเพิ่มพูนทักษะใหม่ (Reskill) โดย ได้รับการ รับรองตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพและผู้เรียนจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามสมรรถนะ อาชีพเพื่อนำไปใช้ ประกอบการสมัครงานและการขอขึ้นเงินเดือนและการประกอบวิชาชีพ ทั้งนี้ผู้เรียนอาจเป็นผู้ที่อยู่ในระบบ การศึกษาหรือนอกระบบการศึกษาก็ได้ 6.4 จัดให้มีการอบรมอาชีพเสริมในชุมชน เพื่อเป็นการเสริมสร้าง ทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill) ให้แก่ผู้เรียนและ ประชาชนทั่วไป เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างแอร์การค้าขาย การเกษตร ฯลฯ เพื่อเป็น เครื่องมือในการช่วยผู้เรียนและ ประชาชนลดรายจ่ายในครัวเรือนและอาจสร้างเป็นอาชีพเสริม ให้แก่ครอบครัวได้ ข้อสั่งการและแนวทางปฏิบัติ 1. ให้นำนโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภาและ นโยบาย ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม (Action Plan) 2. ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย (ห้ามซื้อขายตำแหน่ง) ห้ามทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ ชุดนักเรียน อาหารกลางวัน ฯลฯ และต้องจัดซื้อ จัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ 3. น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 4. ให้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด 5. ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ โดยครูต้องเป็นต้นแบบในการรักการอ่าน 6. การลงพื้นที่ตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม ให้เฉพาะผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง มาร่วมรับ การตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม โดยให้มีการดำเนินการอย่างเรียบง่ายและประหยัด เช่น ไม่ต้องติดป้าย ต้อนรับ ไม่มีของที่ระลึกหรือของฝาก เป็นต้น


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 72 2.4.7 แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ (ฉบับจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี) วิสัยทัศน์ บูรณาการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีคุณภาพ และทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ พันธกิจ 1. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารและจัดการศึกษาแบบบูรณาการทุกระดับ ทุกพื้นที่ อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 3. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เหมาะสมตามศักยภาพและช่วงวัยของผู้เรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 4. ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและพัฒนาสมรรถนะ ของข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ เป้าประสงค์รวม 1. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีการบริหารและการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ ที่มีประสิทธิภาพ 2. ผู้เรียนได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตที่มีคุณภาพและเท่าทัน การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 3. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค 4. ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะที่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียน ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง 2. พัฒนากำลังคนเพื่อสร้างความ สามารถในการแข่งขันของประเทศ 3. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ 4. สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 5. ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 73 เป้าประสงค์และกลยุทธ์ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง เป้าประสงค์รายประเด็นยุทธศาสตร์ ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและทักษะที่จำเป็นสอดคล้อง กับการเสริมสร้างความมั่นคงในแต่ละบริบท กลยุทธ์ 1. ปลูกฝังค่านิยมและหลักคิดที่ถูกต้องเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพสถาบันหลักของชาติ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ยกระดับคุณภาพและสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาด้วยศาสตร์พระราชาและ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขตพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูงพื้นที่ตาม ตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มชน ชายขอบและแรงงาน ต่างด้าว) 3. พัฒนากลไกบูรณาการระบบบริหารจัดการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดหรือ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 4. พัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพและโอกาส ทางการศึกษา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนากำลังคน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ เป้าประสงค์รายประเด็นยุทธศาสตร์ ผู้เรียนมีสมรรถนะ องค์ความรู้ และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาอาชีพและคุณภาพ ชีวิตในพื้นที่ภูมิภาคและประเทศ กลยุทธ์ 1. พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะองค์ความรู้และสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนา อาชีพและคุณภาพชีวิตในพื้นที่ ภูมิภาคและประเทศ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ เป้าประสงค์รายประเด็นยุทธศาสตร์ 1. ผู้เรียนมีคุณภาพ ทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ 2. ครู และบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 74 กลยุทธ์ 1. ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบผ่าน ประสบการณ์ตรง จากการลงมือปฏิบัติ และส่งเสริมพหุปัญญาตามศักยภาพ ควบคู่กับการเรียนรู้ผ่านสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล 2. สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลรองรับการเรียนรู้ที่หลากหลาย 3. บูรณาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริม ระเบียบ วินัย คุณธรรม จริยธรรม จิตสาธารณะ ความเป็นพลเมืองและความปลอดภัยของผู้เรียน 4. พัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อยกระดับ สมรรถนะในการปฏิบัติงาน 5. ส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมการบริหารและจัดการศึกษาและพัฒนาบุคลากรวิจัย ทางการศึกษา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างโอกาส ความเสมอภาค แล ะความเท่ าเทียม ทางการศึกษา เป้าประสงค์รายประเด็นยุทธศาสตร์ ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เสมอภาคและเท่าเทียม ด้วยรูปแบบที่ หลากหลาย กลยุทธ์ 1. เพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตได้อย่างทั่วถึงเสมอภาค และเท่าเทียม 2. ส่งเสริม พัฒนาสื่อการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมต่อการเข้าถึง และ พัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าประสงค์รายประเด็นยุทธศาสตร์ หน่วยงานและสถานศึกษามีการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ 1. ส่งเสริมกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมด้วยรูปแบบที่หลากหลาย


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 75 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เป้าประสงค์รายประเด็นยุทธศาสตร์ หน่วยงานมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลตอบสนอง ความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็วและโปร่งใส กลยุทธ์ 1. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการและ บริการประชาชน 2. พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางด้านการศึกษาให้เป็นเอกภาพเป็นปัจจุบันและเชื่อมโยงกัน ในทุกระดับ 3. ปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น เชื่อมโยง และเอื้อต่อการพัฒนาหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ 4. เร่งรัด ปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับให้สอดคล้องและเหมาะสม กับบริบทที่เปลี่ยนแปลง 5. พัฒนาเครือข่ายต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบให้มีส่วนร่วมจัดกิจกรรม รณรงค์ เฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมเสี่ยงการทุจริต 6. พัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนและบุคลากรทางการศึกษา อื่น เพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะให้สอดคล้องและเหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ 7. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง 2.4.8 แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 ( ปี พ.ศ. 2566 – 2570 ) ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง สถานที่จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศ ณ วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562 ข้อ 9 ให้สำนักงานศึกษาธิการภาค 9 ตั้งอยู่เลขที่ 410/1 ถนนมรุพงษ์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว วิสัยทัศน์ “ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษา อย่างมีคุณภาพมีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” พันธกิจ 1. เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนอยู่ร่วมกันในสังคม พหุวัฒนธรรม ได้อย่างมีความสุขตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีความภาคภูมิใจในความเป็น ชาติไทย 2. พัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของผู้เรียน ให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ชายแดน


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 76 3. ยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาทุกช่วงวัย 4. กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เสริมสร้างโอกาสและความเสมอภาค ทางการศึกษา 5. ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 6. พัฒนาระบบการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมในการจัด การศึกษาทุกภาคส่วน ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ 2. การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ 3. การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 4. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา 5. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา เป้าประสงค์ 1. นักเรียน นักศึกษาและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ได้อย่างมีความสุขตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย 2. ผู้เรียนมีสมรรถนะ ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานรองรับเศรษฐกิจพิเศษและ พื้นที่ชายแดน 3. หน่วยงานทางการศึกษา สามารถบูรณาการ จัดการศึกษาทุกภาคส่วนได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 4. ประชาชนในพื้นที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงครอบคลุมและเป็นธรรม 5. จัดทำและพัฒนาหลักสูตรเพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และส่งเสริมการนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต 6. หน่วยงานทางการศึกษามีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตามหลักธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทุกภาคส่วน กลไกการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 (ปีพ.ศ. 2566- 2570) สู่การปฏิบัติ ให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนราชการ ทุก หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะร่วมขับเคลื่อนฯ และ ถ่ายทอดสาระสำคัญของแผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 (ปี พ.ศ. 2566-2570)


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 77 ลงสู่แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด แผนพัฒนาแผนปฏิบัติราชการของหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งในการขับเคลื่อนฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมนั้น จะต้องสื่อสารสร้างการรับรู้กรอบทิศทางการพัฒนา ประเทศ จุดเน้นและเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และแผนปฏิบัติการ ด้านการศึกษาของภาคหรือกลุ่มจังหวัดให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้รับรู้และเข้าใจในยุทธศาสตร์ฯ โดยผ่านกลใกและเครื่องมือที่สำคัญ ดังนี้ 1. คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค 2. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) 3. คณะทำงานประชาคมการศึกษาภาค (REC) 4. การจัดตั้งประชาคมการศึกษาจังหวัด 5. แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 (ปี พ.ศ. 2566 - 2570) 2.4.9 แผนพัฒนาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 (ฉบับทบทวนปีงบประมาณ พ.ศ. 2567) เป้าหมายการพัฒนา ปราจีนบุรีเมืองน่าอยู่ สู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่า และการพัฒนาที่ยั่งยืน (Prachinburi as a livable city leading to valuable economy attaining sustainable development goals) ประเด็นการพัฒนา ประเด็นการพัฒนาที่ 1 สังคมที่มีคุณภาพ เป็นเมืองแห่งความสุข ประชาชนมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพ เป็นเมืองแห่งความสุข ประชาชนเป็นคนดี มีความรู้ มีสุขภาพดีรายได้ดีและ สิ่งแวดล้อมดี 2. เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มีคุณภาพปราศจาก ภัยคุกคาม 3. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีทุกช่วงวัย ดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง บนความ ผสมผสานระหว่างสังคมเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม 4. ประชาชนได้รับการบริการจากหน่วยงานภาครัฐที่มีคุณภาพและมีความพึงพอใจ ในการรับบริการ


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 78 ประเด็นการพัฒนาที่ 2 พัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมปราจีนบุรีที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อมและเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์ 1. ผลักดันการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีมูลค่าสูง 2. ผลักดันให้จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในเขตระเบียงเศ ร ษ ฐ กิจ ภ า ค ตะวันออก Eastern Economic Corridor 3. ยกระดับศักยภาพของวิสาหกิจเริ่มต้น (Start-up) และวิสาหกิจ SMEs ในจังหวัด ปราจีนบุรี ในการผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอที่เชื่อมโยงกับเขตระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก 4. พัฒนาและยกระดับศักยภาพของกำลังแรงงานในจังหวัดปราจีนบุรีให้สอดคล้องกับ ความต้องการที่แท้จริง ประเด็นการพัฒนาที่ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตรและสมุนไพร สู่มาตรฐานความปลอดภัยและเชื่อมโยงการตลาด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตรเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพในการผลิต การตลาดและการส่งออกสมุนไพรแปรรูป และ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ประเด็นการพัฒนาที่ 4 บูรณาการและยกระดับการจัดการการท่องเที่ยวคุณภาพ เชิงสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม และเชิงนิเวศ ในจังหวัดปราจีนบุรี วัตถุประสงค์ 1. เพื่อบูรณาการการจัดการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชิงสร้างสรรค์ และ วัฒนธรรม และเชิงนิเวศ 2. เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลัก แหล่งท่องเที่ยวรอง และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ตามแนวทางการ พัฒนาที่ยั่งยืน 3. ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวตามอัตลักษณ์และ วิถีชุมชน ที่มีมูลค่าสูง และ สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว 4. เพื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เช่น เชิงสุขภาพ วัฒนธรรม กีฬา เป็นต้น


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 79 ประเด็นการพัฒนาที่ 5 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความสมดุลและยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน วัตถุประสงค์ 1. เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพ พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคประชาชน ในการ บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. เพื่อเฝ้าระวัง และป้องกันปราบปรามการเกิดปัญหามลพิษ ทั้งทางบก ทางน้ำ และ ทางอากาศ อย่างมีประสิทธิภาพ 4. เพื่อทำจัดทำ และรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและพัฒนา เป็นศูนย์กลาง ข้อมูลในระดับจังหวัด (Data center) 5. เพื่อเพิ่มศักยภาพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 80


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 81


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 82


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 83 บทที่ 3 ผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 3.1 ด้านแผนงาน/โครงการ หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดปราจีนบุรีที่จัดทำโครงการ/แผนงาน สอดคล้องกับ โครงการหลักของแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 - 2570 และได้บรรจุโครงการไว้ใน แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 15 หน่วยงาน ได้แก่ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปราจีนบุรี นครนายก 4. สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดปราจีนบุรี 5. สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี 6. องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี 7. สำนักงานเทศบาลตำบลนาดี 8. สำนักงานเทศบาลตำบลกบินทร์ 9. วิทยาลัยแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร 10. สำนักงานวิทยาเขต มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย ศูนย์การศึกษาปราจีนบุรี 11. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี 12. ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดปราจีนบุรี 13. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี 14. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี 15. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปราจีนบุรี


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 84 หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดปราจีนบุรี ได้รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติ การด้านการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สรุปได้ดังนี้ 1) โครงการตามแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีทั้งสิ้น 175 โครงการ รวมจำนวนเงินตามแผนทั้งสิ้น 15.9 ล้านบาท 2) โครงการที่สามารถดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 152 โครงการคิดเป็นร้อยละ 86.86 ของโครงการตามแผนฯ จำนวนเงินเบิกจ่ายทั้งสิ้น 11.40 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 71.69 ของจำนวนเงินตามแผน เนื่องจากบาง โครงการไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ได้รับการจัดสรรงบประมาณต่ำกว่าแผน บูรณาการโครงการร่วมกับ หน่วยงานอื่นเปลี่ยนวัตถุประสงค์หรือยกเลิกโครงการไปเนื่องจาก มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณและ ทรัพยากรเพื่อตอบสนองการพัฒนาการศึกษาในด้านอื่นๆ 3) หน่วยงานที่มีโครงการสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สูงสุด คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 จำนวน 30 โครงการ รองลงมาคือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 จำนวน 26 โครงการ และหน่วยงานที่สามารถดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ได้สูงสุด คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 จำนวน 28 โครงการ รองลงมาคือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 และ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 26 โครงการ และ 22 โครงการ ตามลำดับ 4) หน่วยงานที่มีงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการตามแผนฯ ได้สูงสุดคือ องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 3,300,00 บาท รองลงมาคือ และ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด ปราจีนบุรี จำนวน 3,233,900 บาท 5) หน่วยงานที่สามารถดำเนินโครงการได้ตามแผน ครบถ้วนทุกโครงการ คิดเป็น 100% มีดังนี้ (1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 (2) สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดปราจีนบุรี (3) สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี (4) องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (5) สำนักงานเทศบาลตำบลกบินทร์ (6) โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี (7) ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดปราจีนบุรี (8) สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี (9) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 85 ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดจากแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพและมาตรฐานเท่าเทียม อย่างยั่งยืนและต่อเนื่องตลอดชีวิต เป้าประสงค์ กลยุทธ์ 1. ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพและมาตรฐาน ตามหลักสูตรอย่างมี ประสิทธิภาพ 2. ประชาชนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา อย่างทั่วถึง และต่อเนื่องตลอดชีวิต 2. ส่งเสริม สนับสนุน แนวทางการลดความเสี่ยง ในการออกกลางคัน การดูแลช่วยเหลือเด็กพิการ และเด็กด้อยโอกาสของผู้เรียน ตัวชี้วัด ฐาน ค่าเป้าหมาย 2566 ผลการ ดำเนินงาน 1. สัดส่วนนักเรียนปฐมวัย (3 - 5 ปี) ต่อประชากร กลุ่มอายุ 3 - 5 ปี เพิ่มขึ้น 2. ประชากรอายุ 6 - 11 ปี ได้เข้าเรียนระดับ ประถมศึกษาทุกคน 3. ประชากรอายุ 12 - 14 ปี ได้เข้าเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าทุกคน 4. สัดส่วนนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ เทียบเท่า (15 - 17 ปี) ต่อประชากรกลุ่มอายุ 15 - 17 ปี เพิ่มขึ้น 5. ประชากรวัยแรงงาน (15 - 59 ปี) มีจำนวนปี การศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6. ร้อยละของผู้เรียนพิการได้รับการพัฒนา สมรรถภาพหรือบริการทางการศึกษาเพิ่มขึ้น 7. ร้อยละของการส่งต่อเด็กด้อยโอกาสเข้าสู่ระบบ การศึกษา 8. ร้อยละของการออกกลางคันของผู้เรียนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน 9. ร้อยละของสถานศึกษามีการดำเนินงานโครงการ สถานศึกษาสีขาวปลอดภัยห่างไกลยาเสพติดและ อบายมุข 100 100 100 90.59 10.1 100 85 2.10 85 100 100 100 91.00 10.3 100 90 1.80 90 100 100 100 89.60 9.93 100 95 0.80 95


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 86 ประเด็นยุทธศาสตร์ 2. ยกระดับทางการศึกษา เน้นความรู้คู่คุณธรรมในทุกระดับ ทุกประเภท เป้าประสงค์ กลยุทธ์ 1. ประชาชนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ คู่คุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นพลเมืองดีของสังคม 2. บุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ ทุกสังกัด ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ และคุณธรรม จริยธรรม ตามจรรยาบรรณวิชาชีพ 3. พัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทั้งในและนอกระบบ 1. ส่งเสริม สนับสนุน ให้หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาความรู้ คุณธรรม จริยธรรม ความเป็นพลเมืองดี แก่ผู้เรียนและบุคลากร 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีทักษะ คุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองดี และ คุณลักษณะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐาน การศึกษา 4. ส่งเสริมสถานศึกษาทุกระดับการศึกษาจัด กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างมีคุณภาพ และมาตรฐาน 5. ส่งเสริม สนับสนุน ครู อาจารย์ และบุคลกร ทางการศึกษามีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ ตัวชี้วัด ฐาน ค่าเป้าหมาย 2566 ผลการ ดำเนินงาน 1. ร้อยละของเด็กแรกเกิด – 5 ปี มีพัฒนาการสมวัย เพิ่มขึ้น 2. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนผลการทดสอบทาง การศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชา ผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น - ประถมศึกษาปีที่ 6 เฉลี่ยทุกวิชา - มัธยมศึกษาปีที่ 3 เฉลี่ยทุกวิชา - มัธยมศึกษาปีที่ 6 เฉลี่ยทุกวิชา 3. ความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของ นักเรียนระหว่างระดับจังหวัดและระดับภาค(ศธภ.9) ในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษลดลง - ประถมศึกษาปีที่ 6 เฉลี่ย 2 วิชา - มัธยมศึกษาปีที่ 3 เฉลี่ย 2 วิชา - มัธยมศึกษาปีที่ 6 เฉลี่ย 2 วิชา 80 26.12 24.53 13.50 มากกว่า 0.36 น้อยกว่า 0.15 น้อยกว่า 0.76 81 27 26 14.50 0 0.08 0.50 89 30.84 17.63 8.88 น้อยกว่า 0.34 น้อยกว่า 0.28 น้อยกว่า 0.70


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 87 ตัวชี้วัด ฐาน ค่าเป้าหมาย 2566 ผลการ ดำเนินงาน 4. ร้อยละของจำนวนโรงเรียนที่ใช้กระบวนการ เรียนรู้เพื่อสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรมเพิ่มขึ้น 5. ร้อยละของจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมตาม โครงการน้อมนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติเพิ่มขึ้น 6. ร้อยละของผู้สำเร็จการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและ อุดมศึกษา มีสมรรถนะเป็นที่พอใจของสถาน ประกอบการเพิ่มขึ้น 7. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ ประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนดเพิ่มขึ้น - การศึกษาปฐมวัย - การศึกษาขั้นพื้นฐาน - การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ศูนย์การศึกษาพิเศษ) 8. ระดับคุณภาพของผลการประเมินความสามารถ ด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 9. ความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยผลการประเมิน คุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่าง ระดับจังหวัดและระดับประเทศลดลง - คณิตศาสตร์ - ภาษาไทย 10. สถานศึกษามีกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ตามศักยภาพและความถนัด เช่น การจัดตั้งชมรม/ ชุมนุม เพิ่มขึ้น 11. ผู้เรียนมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมและ พัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพและความถนัดของตนเอง 12. ร้อยละของจำนวนนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม/ โครงงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันชาติ ศาสนาและ พระมหากษัตริย์ 50 30 N/A N/A N/A N/A ดี ต่ำกว่า 1.50 ต่ำกว่า 0.39 มี มี 100 60 35 65 80 80 80 ดี 1.45 0.35 มี มี 100 90 100 N/A 100 100 100 ดีมาก 0.18 0.09 มี มี 100


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 88 ประเด็นยุทธศาสตร์ 3. เสริมสร้างประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ กลยุทธ์ 1. ระบบบริหารจัดการการศึกษาในจังหวัดปราจีนบุรี มีการบูรณาการจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบตาม หลักธรรมาภิบาล 2. ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการ สนับสนุนการจัดการศึกษา 1. ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ในการพัฒนาและจัดการศึกษา ตัวชี้วัด ฐาน ค่าเป้าหมาย 2566 ผลการ ดำเนินงาน 1. มีระบบการบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และ บุคลากรทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและเป็นไป ตามเกณฑ์มาตรฐาน 2. มีระบบการติดตามประกันคุณภาพการศึกษาที่ เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทและความต้องการ จำเป็นของสถานศึกษา/ หน่วยงาน/องค์กร 3. มีฐานข้อมูลด้านการศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ในการ วางแผน การบริหารจัดการการศึกษา การติดตาม และประเมินผล 4. มีกลไกส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนทรัพยากร เพื่อการจัดการศึกษา 5. ร้อยละของครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ และประเภทการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาตาม มาตรฐานวิชาชีพเพิ่มขึ้น 6. จำนวนหน่วยงาน องค์กรภาครัฐ/เอกชน ที่มีส่วน ร่วมจัดการศึกษาแบบประชารัฐ เพิ่มขึ้น มี มี มี มี 100 35 มี มี มี มี 100 40 มี มี มี มี 100 50


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 89 ประเด็นยุทธศาสตร์ 4. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ 1. สถานศึกษามีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ 2. การนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการบริหาร จัดการด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ 1. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การบริหารราชการ และการบริการประชาชน 2. ส่งเสริม พัฒนาสื่อการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เหมาะสมต่อการเข้าถึงและพัฒนาการเรียนรู้ตลอด ชีวิต ตัวชี้วัด ฐาน ค่าเป้าหมาย 2566 ผลการ ดำเนินงาน 1. มีระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาที่ ทันสมัย สนองตอบความต้องการของผู้ใช้บริการ อย่างมีประสิทธิภาพ 2. สถานศึกษาทุกแห่งมีอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพ สามารถใช้งานได้ มี N/A มี มี มี มี


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 90 ประเด็นยุทธศาสตร์ 5. ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา สู่อาชีพและการมีงานทำ ตามความต้องการของสังคม เป้าประสงค์ กลยุทธ์ 1. ผู้เรียนมีความรู้ และทักษะการประกอบอาชีพ และมีงานทำตามความต้องการของสังคม 2. ประชาชนมีความรู้ ความสามารถ และทักษะ สู่การมีอาชีพและมีงานทำที่สามารถพึ่งตนเองได้ 1. พัฒนาผู้เรียนและประชาชนให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการ ของสังคม 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนและผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดีต่อ การเรียนต่อสายอาชีพ ตัวชี้วัด ฐาน ค่าเป้าหมาย 2566 ผลการ ดำเนินงาน 1. ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาโดยบูรณา การองค์ความรู้แบบสะเต็มศึกษาเพิ่มขึ้น 2. ร้อยละของผู้เรียนที่เรียนในระบบทวิภาคี/สหกิจ ศึกษาในสถานประกอบการที่มีมาตรฐานเพิ่มขึ้น 3. สัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงขึ้น เมื่อเทียบกับ ผู้เรียนสามัญ 4. อัตราการได้งานทำ/ประกอบอาชีพอิสระของ ผู้สำเร็จการศึกษาระดับอาชีวศึกษา (ไม่นับศึกษาต่อ) ภายในระยะเวลา 1 ปี เพิ่มขึ้น 5. อัตราการได้งานทำ/ประกอบอาชีพอิสระของ ผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา (ไม่นับศึกษาต่อ) ภายใน ระยะเวลา 1 ปี เพิ่มขึ้น 6. ร้อยละของผู้เรียนมีความรู้และทักษะการ ประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 7. ร้อยละของผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนต่อ สายอาชีพ 30 N/A 30 : 70 N/A N/A N/A N/A 40 30 32 : 68 70 60 80 80 100 57 29 : 71 69 86 100 80


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 91 ประเด็นยุทธศาสตร์ 6. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม เป้าประสงค์ กลยุทธ์ 1. หน่วยงานและสถานศึกษามีการส่งเสริมคุณภาพ ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 1. ส่งเสริมกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้ คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ตัวชี้วัด ฐาน ค่าเป้าหมาย 2566 ผลการ ดำเนินงาน 1. ร้อยละของจำนวนนักเรียน/สถานศึกษาที่เข้าร่วม กิจกรรม/โครงงานที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้าง คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม N/A 40 97


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 92 สรุปรายงานผลการติดตามโครงการแผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จ ำนวนโครงกำร จ ำนวนเงิน (บำท) จ ำนวนโครงกำร จ ำนวนเงิน (บำท) 1 ส ำนักงำนเขตพนื้ทกี่ำรศกึษำประถมศกึษำปรำจีนบรุี เขต 1 30 2,049,175 28 1,946,620 2 ส ำนักงำนเขตพนื้ทกี่ำรศกึษำประถมศกึษำปรำจีนบรุี เขต 2 26 1,628,000 26 1,541,119 3 ส ำนักงำนสง่เสริมกำรเรียนรู้จังหวัดปรำจีนบรุี 13 3,233,900 13 3,163,261 4 ส ำนักงำนเขตพนื้ทกี่ำรศกึษำมัธยมศกึษำ ปรำจีนบรุี-นครนำยก 14 736,350 13 628,303 5 ส ำนักงำนพระพุทธศำสนำจังหวัดปรำจีนบรุี 2 27,440 2 27,440 6 องคก์ำรบริหำรสว่นจังหวัดปรำจีนบรุี 6 3,300,000 6 1,427,907 7 ส ำนักงำนเทศบำลตำ บลนำดี 14 467,300 12 164,560 8 ส ำนักงำนเทศบำลตำ บลกบนิทร์ 2 385,810 2 385,395 9 โรงเรียนโสตศกึษำจังหวัดปรำจีนบรุี 2 167,000 2 167,000 10 ศนูย์กำรศกึษำพิเศษจังหวัดปรำจีนบรุี 2 6,500 2 อยู่ในระหว่ำงกำร ด ำเนนิงำนในปี กำรศึกษำ2566 11 ส ำนักงำนอำชีวศกึษำจังหวัดปรำจีนบรุี 22 1,466,000 22 758,493 12 มหำวิทยำลยัเทคโนโลยีพระจอมเกลำ้ พระนครเหนือ วิทยำเขตปรำจีนบรุี 1 16,400 1 15,700 13 ส ำนักงำนศกึษำธกิำรจังหวัดปรำจีนบรุี 24 1,307,900 23 1,180,561 14 วิทยำลยัแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร 8 410,930 N/A N/A 15 มหำวิทยำลยัมหำมกฏุรำชวิทยำลยั วิทยำเขตมหำวชิรำลงกรณรำชวิทยำลยั 9 709,000 N/A N/A รวม 175 15,911,705 152 11,406,359 ล ำดบัที่สงักดั ตำมแผนปฏิบตักิำรดำ้นกำรศกึษำ กำรดำ เนินกำรในปีพ.ศ. 2566 งบประมำณปีพ.ศ. 2566


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 93 3.2 ข้อมูลด้านคุณภาพการศึกษา ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O - NET) การทดสอบ O - NET หมายถึง การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test : O - NET) เป็นการทดสอบเพื่อวัดความรู้และความคิดของ นักเรียน โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) เป็นผู้จัดสอบ และมีศูนย์สอบ ที่บริหารการจัดสอบให้เป็นไปตามนโยบายและแนวปฏิบัติที่สถาบันกำหนด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา (โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย) สถาบันการพลศึกษากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (โรงเรียนพระปริยัติธรรม) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (โรงเรียนเทศบาล , โรงเรียนองค์การบริหารสวนตำบล , โรงเรียน องค์การบริหารส่วนจังหวัด) สำนักการศึกษากรุงเทพมหานครและสำนักการศึกษาเมืองพัทยา ในปีการศึกษา 2566 การสอบ O - NET มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความรู้และความคิด รวบยอดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 และนำผลการทดสอบไปใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ในการ จบการศึกษา ปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน และประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน ระดับชาติ นอกจากนี้ยังสามารถนำผลการสอบ O - NET นี้ ไปใช้ร่วมกับการสอบเข้าสถาบันต่างๆ อีกด้วย สำหรับวิชาที่ดำเนินการสอบมีดังนี้ ชั้น ป. 6 และ ชั้น ม.3 ทดสอบความรู้ 4 วิชาได้แก่วิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์และวิชาภาษาอังกฤษ สำหรับชั้น ม.6 ทดสอบความรู้ 5 วิชา ได้แก่ วิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาสังคมศึกษาศาสนาและ วัฒนธรรม ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2566 ของจังหวัดปราจีนบุรี ชั้น ป.6 ของจังหวัดปราจีนบุรี วิชาภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ย 57.46 วิชาภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ย 36.41 วิชาคณิตศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 29.58 วิชาวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 40.36 ชั้น ม.3 ของจังหวัดปราจีนบุรี วิชาภาษาไทย มีคะแนนเฉลี่ย 50.52 วิชาภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ย 31.64 วิชาคณิตศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 24.29 วิชาวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 29.61 ชั้น ม.6 ของจังหวัดปราจีนบุรี พบว่าวิชาภาษาไทยมีคะแนนเฉลี่ย 40.54 วิชา ภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ย 27.13 วิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ย 19.32 วิชาวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 29.29 และวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีคะแนนเฉลี่ย 32.75


แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2566 – 2570 ฉบับทบทวน พ.ศ. 2568 94 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตารางที่ 12 ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระดับชั้น ป.6 ปีการศึกษา 2566 วิชา คะแนนเฉลี่ย ระดับสังกัดในจังหวัดปราจีนบุรี ระดับ จังหวัด ระดับ ภาค (สธภ.9) ระดับ กระทรวง ศึกษาธิการ ระดับ สพป. สช. อปท. ประเทศ ภาษาไทย 56.13 60.20 52.56 57.46 57.86 57.13 57.30 ภาษาอังกฤษ 32.38 43.96 28.04 36.41 36.63 37.12 37.32 คณิตศาสตร์ 28.45 32.14 23.57 29.58 30.05 29.96 29.96 วิทยาศาสตร์ 39.20 43.23 31.90 40.36 40.82 40.75 40.75 รวมทุกสาระ 39.04 44.88 34.02 40.95 41.34 41.24 41.33 ตารางที่ 13 เปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระหว่างคะแนนเฉลี่ยระดับจังหวัดกับระดับประเทศ ของนักเรียน ชั้น ป.6 วิชา ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 ระดับประเทศ ระดับ จังหวัด + สูงกว่า/ - ต่ำกว่า ระดับประเทศ (ร้อยละ) ระดับประเทศ ระดับ จังหวัด + สูงกว่า/ - ต่ำกว่า ระดับประเทศ (ร้อยละ) ภาษาไทย 53.89 53.50 -0.39 57.30 57.46 +0.16 ภาษาอังกฤษ 37.62 36.85 -0.77 37.32 36.41 -0.91 คณิตศาสตร์ 28.06 27.23 -0.83 29.96 29.58 -0.38 วิทยาศาสตร์ 39.34 38.74 -0.60 40.75 40.36 -0.39 รวมทุกสาระ 39.73 39.08 -0.65 41.33 40.95 -0.38


Click to View FlipBook Version