ตอนที่ ๘ พระสังข์ตีคลี พระอินทร์ร้อนใจที่พระสังข์ไม่ยอมถอดรูปเงาะ จึงคิดอุบายโดยยกพลไปท้าท้าวสามลตีคลี พระอินทร์ สั่งให้มาตุลีเตรียมไพร่พล แปลงตนเป็นมนุษย์ไปล้อมเมืองท้าวสามล ชาวเมืองสามลเห็นกองทัพมาล้อมเมือง ต่างพากันตื่นตระหนกตกใจ ฝ่ายท้าวสามลก็ตกพระทัยนึกว่า เจ้าเงาะบุกวัง แต่ฝ่ายเสนาบอกว่ามีกองทัพมาล้อมเมืองก็ยิ่งตกพระทัยมากขึ้น ถึงแม้ จะกลัวแต่ก็สั่งให้เสนา ทหารตระเตรียมอาวุธ รักษาประตูเมืองไว้ ฝ่ายพระอินทร์เมื่อล้อมเมืองได้ ก็สั่งให้พระวิษณุนำสาส์นไปบอกท้าวสามลให้มาแข่งตีคลี ถ้าแพ้จะยึด เมืองทันที ท้าวสามลทั้งกลัวทั้งตกพระทัย แต่พอนึกถึงหกเขยก็คิดว่าเขยทั้งหกน่าจะสู้ได้ จึงรับคำท้า ท้าวสามลบอกให้หกเขยเตรียมตัวออกตีคลี หกเขยกลัวแต่ก็ต้องรับคำสั่งเตรียมแต่งองค์ทรงเครื่อง แล้ว เสด็จขึ้นขี่ม้า หกเขยไม่เคยตีคลีมาก่อน จึงตีผิดตีถูก ขี่ม้ากันชุลมุน สุดท้ายก็ต้อง ยอมแพ้ ท้าวสามลอับอาย จึง ด่าว่าลูกเขยและลูกสาวของตน พระอินทร์ขี่ม้ามาหาท้าวสามลบอกว่าให้ลูกเขยคนเล็กออกมาตีคลีดูบ้าง ท้าว สามลไม่ไว้ใจเจ้าเงาะ แต่นางมณฑาเห็นว่าเจ้าเงาะมีความสามารถในการหาเนื้อหาปลาได้มาก น่าจะมีฝีมืออยู่ บ้าง ท้าวสามลจึงตกลงกับพระอินทร์ให้มาสู้กันใหม่ในวันรุ่งขึ้น นางมณฑาไปตามเงาะป่าที่กระท่อมปลายนา เล่าเรื่องทุกข์ร้อนให้นางรจนาฟัง และขอให้นางช่วย ขอร้องเจ้าเงาะให้ออกไปตีคลี นางรจนาแกล้งบ่ายเบี่ยงแต่ก็ช่วยขอร้อง เจ้าเงาะจึงตกลงแต่ขอเครื่องทรง กษัตริย์จากนางมณฑา ท้าวสามลเลือกเครื่องทรงที่ไม่ดีมากมาให้ แต่เจ้าเงาะไม่รับ ท้าวสามลจึงจัดเครื่องทรง ชั้นดีไปให้ แต่เจ้าเงาะก็ไม่รับอีก เพราะเห็นว่าเก่าเกินไป ถ้าแต่งไปจะ เป็นที่อับอายแก่ข้าศึก พระอินทร์เห็น เหตุการณ์ด้วยญาณทิพย์จึงสั่งให้พระวิษณุจัดเครื่องทรงมาให้เจ้าเงาะ เจ้าเงาะจึงยอมถอดรูป และแต่งองค์ ทรงเครื่องนั้น เมื่อนางมณฑาเห็นพระสังข์มีรูปร่างสง่างาม ก็รู้ความจริงจึงไปบอกท้าวสามล ท้าวสามลไม่เชื่อจนได้ เห็น กับตา แล้วก็บอกว่าพระสังข์นั้นรูปงามยิ่งนัก และเมื่อรู้ความจริงว่าพระสังข์เป็นโอรสกษัตริย์ก็อดชื่นชม ไม่ได้ พระสังข์ทูลขอม้าดี ๆ สำหรับการตีคลี ท้าวสามลก็ให้เสนาไปจับมาให้ เมื่อพระสังข์ขี่ม้าเข้ามาในเมือง ชาวเมืองเห็นรูปทองของพระสังข์ต่างก็ชื่นชม แซ่ซ้องกันเป็นอันมาก พี่ ๆ ของนางรจนาเห็นพระสังข์ก็ตะลึงใน ความสง่างาม จึงทะเลาะกับนางรจนาด้วยความอิจฉา จนนางรจนากับพระสังข์เล่าความจริงเรื่องตัดจมูกกับหู ลูกเขยทั้งหกเพราะขอแลกเนื้อและปลากับพระสังข์ท้าวสามลกับพระธิดาทั้งหกจึงรู้ความจริง โมโหเขยทั้งหก มาก เมื่อถึงเวลาตีคลีพระสังข์กับพระอินทร์ขี่ม้าออกไปตีคลี ทั้งสองสู้กันสุดความสามารถจนเหาะขึ้นไปกลาง อากาศ พระอินทร์แกล้งทำเป็นอ่อนให้ แล้วเอ่ยดัง ๆ ว่า ลูกเขยท้าวสามลคนนี้มีฝีมือตีคลีมาก สมควรจะให้ ครองเมืองสืบไป แล้วก็เหาะกลับไปสวรรค์ ท้าวสามลรีบลงไปรับพระสังข์ จัดข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงดูอย่างดี จากนั้นในวันรุ่งขึ้นจึงจัดการอภิเษก ให้ปกครองบ้านเมืองและจัดให้มีมหรสพฉลองอย่างใหญ่โต
ตอนที่ ๙ ท้าวยศวิมลตามพระสังข์ พระอินทร์สงสารนางจันท์เทวีพระมารดาของพระสังข์ที่ถูกขับไล่ออกจากเมืองไปอยู่กับตายายในป่าจึง คิดช่วยเหลือโดยให้ท้าวยศวิมลไปรับนางกลับ พระอินทร์มาที่วังของท้าวยศวิมล แล้วขู่ท้าวยศวิมลว่าถ้าไม่อยากตายให้ไปรับนางจันท์เทวีและพระสังข์ กลับวังภายในเจ็ดวัน แล้วพระอินทร์ก็บอกที่อยู่ของพระสังข์และนางจันท์เทวี เช้าวันรุ่งขึ้นท้าวยศวิมลสั่งให้เสนาจัดพลตามหานางจันท์เทวี นางจันทารู้ข่าวก็พูดจาเยาะเย้ยประชด ประชัน จนท้าวยศวิมลเหลืออดคว้าไม้ไล่ตีนางจันทา ท้าวยศวิมลและเสนาออกไปป่าตามหานางจันท์เทวีจนพบ ท้าวยศวิมลเล่าเรื่องพระอินทร์มาบอกให้ฟัง ว่าพระสังข์นั้นยังไม่ตาย ตอนนี้เป็นลูกเขยท้าวสามลอยู่ นางจันท์เทวีดีใจจึงลาสองตายายไปตามหาลูก ท้าวยศ วิมลให้รางวัลตากับยายมากมาย เพื่อตอบแทนที่ดูแลนางจันท์เทวี ท้าวยศวิมลและนางจันท์เทวีมาถึงเมืองสามล ก็ปลอมตัวเป็นคนธรรมดา ฝ่ายพระสังข์รู้สึก กระสับกระส่ายนอนไม่หลับ ในคืนที่นางจันท์เทวีมาถึงเมือง พอรุ่งเช้าจึงจัดพลเสด็จเลียบเมืองทันที ท้าวยศ วิมลและนางจันท์เทวีรู้ว่าเจ้าเมืองเสด็จก็ออกมาดู พอเห็นพระสังข์ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นลูก เพราะผิวพระสังข์ที่นาง เห็นนั้นเป็นสีทอง นางจันท์เทวีคิดอุบายสมัครเป็นคนรับใช้พวกวิเสทที่มีหน้าที่ทำของเสวยในวัง วันหนึ่งนางทำแกงฟัก แล้วแกะสลักฟักเป็นเรื่องราวของนางกับลูก ชิ้นที่ ๑ แกะสลักนางคลอดลูกเป็นหอยสังข์ ชิ้นที่ ๒ อุ้มลูกไปใน ป่าด้วยความยากลำบาก ชิ้นที่ ๓ อยู่กับตายาย ลูกออกมาช่วยไล่ไก่ ชิ้นที่ ๔ นางทุบหอยสังข์ ชิ้นที่ ๕ เสนา จับตัวลูก ชิ้นที่ ๖ ลูกถูกฆ่าอย่างไรก็ไม่ตาย ชิ้นที่ ๗ ลูกถูกถ่วงน้ำ เมื่อพระสังข์ตักแกงฟักขึ้นมาก็สงสัยจึง จัดเรียงฟัก เห็นเป็นเรื่องราวของพระองค์ ก็สั่งให้ไปตามผู้ทำแกงฟัก นางจันท์เทวีรีบขึ้นมาเฝ้าพระสังข์ พระ สังข์จำได้ว่าเป็นพระมารดาจึงวิ่งเข้าไปกอด พระบาทกันแสงจนสลบไปทั้งคู่ ฝ่ายนางรจนาตกใจที่เห็นพระสังข์ สลบไป ก็ร้องไห้สลบตามไปอีกคน ท้าวสามลและนางมณฑาหาหมอมาแก้ไขจนฟื้น นางจันท์เทวีก็เล่าเรื่องราวแก่ทุกคน จากนั้นจึงพากัน ไปเฝ้าท้าวยศวิมล ท้าวยศวิมลนึกถึงคำพูดของพระอินทร์ จึงให้พระสังข์กลับเมือง โดยมีนางรจนาติดตามไป ด้วย ท้าวสามลและนางมณฑาฝากพระธิดา และให้กลับมาเมืองสามลบ้าง กษัตริย์ทั้งสี่ออกเดินทางกลับเมือง ท้าวยศวิมลกับพระสังข์ทรงช้าง ส่วนนางจันท์เทวีกับ นางรจนาขึ้น รถทอง มีนางกำนัลห้อมล้อมทั้งซ้ายขวา แซ่ซ้องด้วยเสียงดนตรีอย่างยิ่งใหญ่
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................... ................... ................................................................................................................ .............................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................. ............................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .................................................................................................................................................... .......................... ๓. แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง สังข์ทองกับวิถีชีวิตคนไทย เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการ ดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๑/๒ จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม. ๑/๘ วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลาย เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต ท ๑.๑ ม. ๑/๙ มีมารยาทในการอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม. ๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ ท ๕.๑ ม. ๑/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท ๕.๑ ม. ๑/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.อธิบายอิทธิพลจากเรื่องสังข์ทองที่มีต่อวิถีชีวิตของคนไทย (K) ๒. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเรื่องสังข์ทองกับวิถีชีวิตของคนไทย (P) ๓.วิเคราะห์คุณค่าของเรื่องสังข์ทอง (P) ๔.เห็นความสำคัญของนิทานพื้นบ้านที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไทย (A) สาระสำคัญ นิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์ทองมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทยในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งด้านจิตรกรรม เพลงกล่อมเด็ก การละเล่นพื้นบ้าน ปริศนาคำทาย และสำนวนโวหาร สาระการเรียนรู้ การเขียนรายงาน ได้แก่การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน
การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความน่าสนใจของเรื่อง สังข์ทองที่ทำให้ คนไทยชื่นชอบจนได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย เช่น การสร้างตัวละครเอก คือ พระสังข์ การดำเนินเรื่องที่ สนุกสนานชวนให้ติดตาม การผจญภัยอันน่าตื่นเต้น มีฉากทั้งเมืองบาดาล เมืองยักษ์ สวรรค์ โลกมนุษย์ เรื่องราวสะท้อนอารมณ์ที่หลากหลายทั้งรัก สุข เศร้า อิจฉาริษยา ตลกขบขัน ๒.นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง นิทานพื้นบ้านสังข์ทองกับวิถีชีวิตคนไทย ๓.นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๗ กลุ่ม จับฉลากหัวข้อเพื่อสรุปสาระสำคัญของอิทธิพลจากเรื่องสังข์ทองที่มีต่อ วิถีชีวิตของคนไทย แล้วส่งตัวแทนออกมาพูดให้ความรู้กับเพื่อน ๆ ตามหัวข้อที่ได้รับ ดังนี้ - ความเชื่อเรื่องสถานที่ - นิทานที่มีเนื้อเรื่องคล้ายกับเรื่องสังข์ทอง - ภาพจิตรกรรม - เพลงกล่อมเด็ก - การละเล่นพื้นบ้าน - ปริศนาคำทาย - สำนวนโวหาร ๔.นักเรียนทุกกลุ่มร่วมกันเล่นเกม “ถูกหรือผิดคิดให้ดี” ครูจะเป็นผู้ดำเนินการแข่งขันโดยอ่าน ข้อความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านสังข์ทองกับวิถีชีวิตคนไทยให้นักเรียนฟัง เพื่อพิจารณาว่าข้อความนั้น ถูกหรือผิด เมื่อครูอ่านข้อความจบ กลุ่มใดตอบได้ให้ส่งตัวแทนเป็นผู้ยกมือ กลุ่มที่ยกมือได้ก่อนจะมีสิทธิ์ตอบ ถ้าตอบถูกต้องได้ ๑ คะแนน ถ้าตอบไม่ถูกต้อง กลุ่มอื่น ๆ มีสิทธิ์ ยกมือขอตอบต่อไป กรณีที่ข้อนั้นเป็น ข้อความที่ผิด หากนักเรียนสามารถบอกข้อมูลที่ถูกต้องได้จะได้เพิ่มอีก ๑ คะแนน ข้อความที่ใช้ในการแข่งขัน เช่น √ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ √ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดอัมพวัน จังหวัดสมุทรสงคราม X “เพื่อนเขาเดินดิน หอยสังข์เนื้อนิลถือไม้เท้าเหาะ” เป็นเพลงกล่อมเด็กในภาคเหนือ (ผิด เพราะเป็นเพลงกล่อมเด็กของภาคใต้) √ การตีคลีเป็นการละเล่นพื้นบ้านของคนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ X “เป็นหอยก่อนเป็นคน นามนั้น ใดนอ” เป็นปริศนาคำทายในภาคใต้ (ผิด เพราะเป็นปริศนาคำทายของภาคกลาง) √ “เข้าไปในทับ เห็นไอ้ไหร” อยู่ในตอนนางมณฑาเรียกท้าวสามลให้เข้าไปดูพระสังข์เมื่อถอด รูปเงาะ √ “เงาะถอดรูป” เป็นสำนวนที่มีที่มาจากเรื่องสังข์ทอง X สำนวน “นางรจนากับเจ้าเงาะ” มีความหมายว่า ไม่คู่ควรกัน (ผิด เพราะเป็นสำนวนที่เปรียบเทียบผู้หญิงหน้าตาดีแต่มีคู่ครองหน้าตาไม่ดีเท่านั้น มิได้หมายรวมถึงประเด็นอื่น)
๕.นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับอิทธิพลของนิทานพื้นบ้านสังข์ทองที่มีต่อวิถีชีวิตคนไทย กลุ่มละ ๑ คำถาม ครูตรวจสอบคำถามของทุกกลุ่มไม่ให้ซ้ำกัน จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มออกมาถามคำถามหน้า ชั้นเรียน ให้เพื่อนกลุ่มอื่นช่วยกันตอบ กลุ่มที่เป็นเจ้าของคำถามตรวจสอบความถูกต้อง ๖.นักเรียนเขียนแสดงความรู้ ความคิดที่ได้จากการศึกษาความสำคัญและคุณค่าของเรื่องสังข์ทอง เพื่อแสดงว่านักเรียนตระหนักในคุณค่าของเรื่องนี้ ครูตรวจสอบผลงานของนักเรียนเป็นรายบุคคล ๗.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ นิทานพื้นบ้านเรื่องสังข์ทองมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทยในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งด้านจิตรกรรม เพลงกล่อมเด็ก การละเล่นพื้นบ้าน ปริศนาคำทาย และสำนวนโวหาร ๘.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ การที่เรื่องสังข์ทองมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทยหลายด้าน นักเรียนคิดว่าเรื่องราวของพระ สังข์นี้น่าจะเคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด สื่อการเรียนรู้ 1. ฉลาก 2. ข้อความสำหรับเล่นเกม วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓)ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓.เกณฑ์การประเมิน ๑)การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ................................................................................................................................................ .............................. ๓. แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่องนิทานพื้นบ้านสะท้อนชีวิต เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการ ดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม. ๑/๒ จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม. ๑/๙ มีมารยาทในการอ่าน จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.อธิบายเรื่องราวของนิทานพื้นบ้านในภาคต่าง ๆ (K) ๒.วิเคราะห์สภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่นจากนิทานพื้นบ้านของแต่ละภาค (P) ๓.เห็นความสำคัญของการศึกษานิทานพื้นบ้านในแต่ละภาคเพื่อให้เข้าใจสภาพแวดล้อมและ วัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคนั้น ๆ (A) สาระสำคัญ นิทานพื้นบ้านในภาคต่าง ๆ จะมีเรื่องราวแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมและลักษณะทางวัฒนธรรม ของแต่ละท้องถิ่น สาระการเรียนรู้ นิทานพื้นบ้านในภาคต่าง ๆ สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ นิทานพื้นบ้านสะท้อนภาพอะไรในท้องถิ่น ๒.นักเรียนแบ่งเป็น ๕ กลุ่ม ศึกษาลักษณะของนิทานพื้นบ้านในภาคต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ กลุ่มที่ ๒ นิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มที่ ๓ นิทานพื้นบ้านภาคกลาง กลุ่มที่ ๔ นิทานพื้นบ้านภาคตะวันออก
กลุ่มที่ ๕ นิทานพื้นบ้านภาคใต้ ๓.เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเข้าใจแล้ว ให้ส่งตัวแทนออกมาอธิบายความรู้ให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน ๔.ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมและสรุปให้นักเรียนเข้าใจว่า การศึกษานิทานพื้นบ้านจะช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิต ค่านิยม และความเชื่อของบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นรากฐานพฤติกรรมและวิถีชีวิตของคน ในปัจจุบันจากข้อมูล ข้างต้นจะเห็นว่า นิทานพื้นบ้านมีลักษณะเฉพาะประจำถิ่น แต่มีนิทานบางเรื่องที่ปรากฏในทุกภาคของประเทศ ไทย ซึ่งอาจเกิดจากเนื้อเรื่องของนิทานมีความสนุกสนานเพลิดเพลิน จึงเป็นที่นิยมในทุกท้องถิ่น เช่น เรื่องสังข์ ทอง นางสิบสอง ปลาบู่ทอง นิทานเหล่านี้มีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของ ท้องถิ่น ๕.นักเรียนแต่ละกลุ่มฟังข้อความหรือชื่อนิทานที่ครูอ่าน หากเกี่ยวข้องกับนิทานพื้นบ้านในภาคใดให้ กลุ่มที่ศึกษานิทานพื้นบ้านของภาคนั้น พูดชื่อของภาคตนเองพร้อมกันทุกคนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ๑)เนื้อเรื่องกล่าวถึงความแห้งแล้ง การขอฝน และบทบาทของพญาแถน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ๒)เนื้อเรื่องเกี่ยวกับแม่น้ำลำคลอง หรือตำนานของสถานที่สำคัญ (ภาคกลาง) ๓)เนื้อเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าหรือความเป็นมาของสถานที่ที่เกี่ยวกับพระพุทธประวัติ (ภาคเหนือ) ๔)เนื้อเรื่องเกี่ยวกับที่มาของเกาะและสิ่งที่เกี่ยวกับทะเล (ภาคตะวันออก) ๕)เนื้อเรื่องเกี่ยวกับที่มาของภูเขา เกาะ และชายหาด (ภาคใต้) ๖)เนื้อเรื่องเกี่ยวกับที่มาของชื่อเมือง การสร้างพระธาตุเจดีย์ (ภาคเหนือ) ๗)เรื่องพญาคันคาก (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ๘)เรื่องพญากงพญาพาน (ภาคกลาง) ๙)เรื่องไกรทอง (ภาคกลาง) ๑๐)เรื่องตาม่องล่าย (ภาคตะวันออก) ๑๑)เรื่องเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (ภาคใต้) ๑๒)เรื่องเกาะหนู เกาะแมว (ภาคใต้) ๑๓)เรื่องความเป็นมาของชื่อคลองสองพี่น้องและบ้านแม่หม้าย (ภาคกลาง)
๑๔) เรื่องก่ำกาดำ (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ๑๕) เรื่องสังข์ทอง (ทุกภาค) ๖.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ นิทานพื้นบ้านในภาคต่าง ๆ จะมีเรื่องราวแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมและลักษณะทางวัฒนธรรม ของแต่ละท้องถิ่น สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓)ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓.เกณฑ์การประเมิน ๑)การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ................................................................................................................................................ .............................. ๓. แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.สรุปเนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านที่อ่าน (K) ๒.วิเคราะห์สภาพสังคม วัฒนธรรม และข้อคิดที่ได้จากนิทานพื้นบ้านภาคเหนือ (P) ๓.เห็นความสำคัญของการศึกษานิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของท้องถิ่น(A) สาระสำคัญ พระลอเป็นนิทานพื้นบ้านของภาคเหนือที่เล่าสืบต่อกันมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมและ วัฒนธรรมของท้องถิ่น และความเป็นมาของพระธาตุพระลอในจังหวัดแพร่ ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่บรรจุอัฐิของ พระลอและพระเพื่อน พระแพง สาระการเรียนรู้ นิทานพื้นบ้านภาคเหนือเรื่อง พระลอ สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนดูภาพพระธาตุพระลอในจังหวัดแพร่ แล้วร่วมสนทนากับครูถึงความเป็นมาของสถานที่ ตามความเชื่อที่เล่าต่อ ๆ กันมา
๒.นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๓ กลุ่ม ครูแจกนิทานพื้นบ้านภาคเหนือเรื่อง พระลอ ให้นักเรียนอ่านแล้วช่วยกัน จับใจความเพื่อสรุปเนื้อเรื่องภายในกลุ่ม ดังนี้ พระลอ ในครั้งที่พระญาแมนสรวงซึ่งเป็นพระบิดาของพระลอยกทัพไปตีเมืองสรองนั้น พระญา พิมพิสาครเจ้าเมืองสรองสิ้นพระชนม์บนคอช้างพระที่นั่ง เมื่อกองทัพกันพระศพคืนเมือง แล้วก็แต่งกำลัง ป้องกันเมืองอย่างดี จนพระญาแมนสรวงไม่อาจตีเอาเมืองได้ จึงยกทัพกลับ ท้าวพิชัยพิษณุกรซึ่งเป็นพระบิดา ของพระเพื่อนพระแพงก็ได้ครองเมืองสรองสืบแทนพระบิดา ต่อมาท้าวแมนสรวงได้อภิเษกพระลอกับนางลักษณวดี และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว พระลอก็ได้ครองเมืองแมนสรวงแทนพระบิดา โดยที่พระลอเป็นหนุ่มรูปงาม จึงมีผู้คนพ่อค้านำเรื่องความงาม ของพระลอไปขับเล่ากัน จนความทราบไปถึงพระธิดาฝาแฝดแห่งเมืองสรองคือ พระเพื่อนพระแพงสองสาวพี่ น้องได้ข่าวถึงสิริโฉมของพระลอก็หลงรัก จึงได้ปรับทุกข์กับนางรื่นนางโรยซึ่งเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งนางพี่เลี้ยงก็จัดให้ คนไปค้าขายและขับซอยอโฉมพระเพื่อนพระแพงไปถึงเมืองของพระลอ ซึ่งพระลอเมื่อทรงทราบแล้วก็แสดง ความสนพระทัย และให้รางวัลแก่ผู้นำความขึ้นกราบทูลเรื่องสาวสองศรีพี่น้องดังกล่าว จากนั้นนางรื่นนางโรยก็ไปให้หมอทำเสน่ห์ชักพระลอไปหาพระธิดา ซึ่งนางแม่มดก็ชักให้ไป ติดต่อหมอผีสามคนซึ่งมีความสามารถสูง แต่ทั้งสามก็บอกว่าไม่อาจกระทำคุณไสยต่อกษัตริย์ได้ และนำนางพี่ เลี้ยงไปหาปู่เจ้าสมิงพรายเพื่อขอให้ช่วย เมื่อปู่เจ้าสมิงพรายสอบด้วยฌาน ก็ทราบว่าทั้งสองฝ่ายเคยเป็นคู่กัน มาก่อนและจะต้องเสียชีวิตขณะอายุยังน้อย จึงรับจะช่วยเหลือ และได้ไปหาพระเพื่อนพระแพงถึงในวัง เพื่อ สร้างความอุ่นใจแก่นางด้วย ครั้งแรกนั้นปู่เจ้าสมิงพรายนำเอาตอกไม้ไผ่มาสานลูกลมเขียนรูปพระลออยู่กลางและรูปสอง สาวพี่น้องกอดพระลออยู่ทั้งสองข้าง ลงยันต์โดยรอบแล้วปักลูกลมไว้ที่ปลายไม้ยางใหญ่ ขนาดเจ็ดคนโอบ เมื่อ ลมพัดปั่นลูกลมนั้น ใจของพระลอก็ปั่นป่วนคิดถึงนางจนลืมตัว เมื่อนางบุญเหลือพระมารดาทราบข่าวก็ไปดู อาการของพระลอและให้จัดหาหมอ ทั้งหมอยาหมอผีไปรักษาไม่นานนักพระลอก็คืนสู่พระสติดังเดิม ขณะที่พระลอมีอาการดีขึ้น สองสาวพี่น้องก็กลับทรุดลงด้วยความรัญจวนใจคิดถึงพระลอ เมื่อพี่เลี้ยงทั้งสองไปบอกอาการของพระธิดาแก่ปู่เจ้าสมิงพรายแล้ว ปู่เจ้าสมิงพรายจึงใช้ธงสามชายลงอาคมที่ มากกว่าเดิม เขียนรูปของพระลอไว้กลางและรูปสองนางแนบอยู่ทั้งสองข้าง ปักธงนั้นบนยอดตะเคียนใหญ่ ขนาดเก้าคนโอบ เมื่อลมพัดเอากฤตยาคมจากผืนธงไปถึงพระลอแล้ว พระลอก็ทรงรู้สึกว่าสองสาวพี่น้องมาก อดพระองค์อยู่ และก็มีอาการฟั่นเฟือนหนักกว่าครั้งก่อน ครั้นนางบุญเหลือทรงทราบก็เรียกประชุมเสนาบดีให้ ไปหาหมอที่เก่งมาช่วยรักษา ซึ่งก็ได้หมอ สิทธิชัยมาจัดพิธีพลีกรรมทำน้ำมนต์ให้ทรงอาบและพระลอก็คืนสติ มาเหมือนเดิม ครั้นพระเพื่อนพระแพงเห็นว่าเวลาผ่านไปนานผิดสังเกตโดยที่ไม่ได้พบพระลอ จึงให้นางรื่น นางโรยไปหาปู่เจ้าสมิงพรายอีก ปู่เจ้าสมิงพรายก็ว่าหมอฝ่ายพระลอนั้นมีความสามารถสูงและแก้ไขมนต์เสน่ห์ ได้ จากนั้นปู่เจ้าก็ชุมนุมทัพผีป่าให้ไปปราบผีเมืองแล้วปู่เจ้าจึงใช้ “สลาเหิน” คือหมากลงอาคมให้บินไประคน อยู่กับหมากเสวยของพระลอ ครั้นพระลอเสวยหมากลงอาคมแล้วก็คิดถึงพระเพื่อนพระแพงปานใจจะขาด และได้ทูลลานางบุญเหลือและลาพระชายานางลักษณวดีเพื่อจะเสด็จไปหาพระเพื่อนพระแพง แม้นางบุญเหลือ จะบอกพระลอว่าจะไปขอนางทั้งสองให้ พระลอก็ไม่ตกลง โดยตรัสว่ากว่าจะรู้เรื่องก็ช้านัก
ขบวนของพระลอเดินทางจากเมืองแมนสรวงไปถึงเขตแดนเมืองแล้ว พระลอก็โปรดให้แบ่ง กำลังร้อยหนึ่งไว้คอยสนับสนุน และให้ไพร่พลทั้งหลายกลับคืนเมือง จากนั้นพระองค์และ พี่เลี้ยงคือนายแก้ว นายขวัญปลอมตัวเป็นขุนจากเมืองพาบริวารไปตรวจด่านและเดินทางต่อไป ครั้นถึงฝั่งแม่น้ำกาหลง ก็ได้ตัดไม้ทำเป็นแพข้ามน้ำไปพักอยู่ฝั่งตรงข้าม และเมื่อพระลอลง สรงน้ำแล้วก็ลองเสี่ยงว่า หากพระองค์จะไม่ได้กลับคืนเมืองอีกก็ขอให้น้ำเวียนวนอยู่ แต่หากพระองค์จะได้ กลับคืนเมืองแมนสรวงอีกก็ขอให้น้ำไหลต่อไปตามปกติ ครั้งนั้นแม่น้ำกาหลงกลับแสดงเหตุเป็นสีแดงดุจสีเลือด และไหลวนควั่งคว้างอยู่เฉพาะพระพักตร์ พระลอทรงทราบลางร้ายเช่นนั้นแล้วก็ได้แต่เก็บความทุกข์ไว้มิให้พี่ เลี้ยงทราบ จากนั้นก็ให้พี่เลี้ยงไปสำรวจลู่ทาง ในเมืองของพระเพื่อนพระแพงจนได้ควา มชัดเจนก็กลับทูล ความโดยละเอียด ในขณะเดียวกันพระธิดาซึ่งตั้งตาตั้งใจคอยพระลออยู่เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปนานแล้ว แต่พระลอยังไม่ไปถึงก็ให้พี่เลี้ยงทั้งสองคืนนางรื่นนางโรยไปเตือนปู่เจ้าสมิงพราย จากนั้นปู่เจ้าสมิงพรายก็ให้ผี เข้าสิงไก่งามตัวหนึ่งและไปล่อให้พระลอติดตามไป เมื่อพระลอทอดพระเนตรเห็นไก่แก้วหรือไก่ผีสิงนั้น ก็พอ พระทัยอยากจะได้ จึงรีบไล่ติดตามไป ไก่ก็หลอกล่อพาพระลอและบริวารผ่านป่าไปจนถึงเขตที่คนอาศัย จากนั้นพระลอก็แบ่งกำลังไว้ตามรายทางเป็นกลุ่ม ๆ และพระลอกับสองพี่เลี้ยงก็ได้ไปพักอยู่ที่เรือนร้างซึ่งไม่ ห่างจากอุทยานของพระเพื่อนพระแพง คืนนั้นพระลอและพี่เลี้ยงทั้งสองก็ฝันไปต่าง ๆ ซึ่งเป็นลางว่าจะได้พบ กับหญิงที่ตนเดินทางมาหา ฝ่ายพระเพื่อนพระแพงเมื่อปรารภว่าพระลอยังไม่เสด็จมานั้น พี่เลี้ยงก็ทูลว่าโดยนิมิตที่นกได้ แสดงให้เห็นนั้น เชื่อว่าวันรุ่งขึ้นจะได้พบพระลอแล้ว และคืนนั้นนางทั้งสี่ก็ฝันไปเป็นนิมิตว่าจะได้พบกับ พระลอโดยเร็ว พอเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น นางรื่นนางโรยก็รีบขึ้นช้างไปสืบข่าวที่อุทยาน เมื่อคนเฝ้าอุทยานบอกว่ามี พราหมณ์คนหนึ่งและฆราวาสอีกสองคนซึ่งเป็นคนต่างเมืองมาพักอยู่และออกเดินทางไปแต่เช้าแล้ว สองนางจึง รีบตามไปและได้พบนายแก้วนายขวัญที่ย้อนกลับมา ทั้งสองฝ่ายสนทนาถูกใจกันจนถึงกับได้ร่วมภิรมย์กันด้วย เมื่อทราบว่าทั้งสองนายมากับพระลอแล้ว สองนางก็ให้ไปเชิญเสด็จพระลอไปพักอยู่ที่ตำหนัก แล้วก็รีบกลับไป เชิญพระเพื่อนพระแพงไปเฝ้า พระลอและ พระเพื่อนพระแพงเมื่อพบกันแล้วก็พอใจมากและได้อยู่ร่วมกันจน เวลาเย็นแล้ว หนุ่มทั้งสามก็ปลอมไปกับขบวนของพระธิดาและไปซ่อนอยู่ในเรือนประทับของพระเพื่อนพระ แพง ส่วนนางรื่นนางโรยกับนายแก้วนายขวัญก็ได้อยู่ร่วมกันอีกสองคู่ พระลอและสองนายซ่อนอยู่ในเรือนของพระธิดานานได้ครึ่งเดือนก็ไม่สามารถปิดบังไว้ได้อีก เมื่อมีคนนำความไปทูลท้าวพิชัยพิษณุกร ครั้นทรงเห็นว่าพระลอเสด็จมาอยู่กับพระเพื่อนพระแพงก็เตรียมจะ ต้อนรับเป็นเขยขวัญ แต่เมื่อพระเจ้าย่าทรงทราบข่าวนั้นก็ไปทูลท้าวพิชัยพิษณุกร ว่า ให้จับพระลอซึ่งเป็นโอรส ของศัตรูมาฆ่าเพื่อแก้แค้น ครั้นท้าวพิชัยพิษณุกรไม่ทรงเห็นด้วยพระเจ้าย่าก็แอบอ้างรับสั่งให้ทหารบุกเข้าไป จับพระลอและพี่เลี้ยงที่เรือนของพระเพื่อนพระแพง ในเวลากลางคืน เมื่อนายแก้วนายขวัญและนางรื่นนางโรยทราบเหตุร้ายแล้ว ก็เข้าไปทูลความให้พระลอทรง ทราบ จากนั้นบุคคลทั้งเจ็ดก็เตรียมตัวรบ โดยหญิงทั้งสี่ปลอมตัวเป็นชาย นายแก้วอยู่กับนางรื่นระวังด้านขวา นางโรยกับนายขวัญเข้าป้องกันด้านซ้าย เมื่อกองกำลังของพระเจ้าย่ารุกเข้าหนักจนคนทั้งสี่ต้านไม่อยู่ก็เสียชีวิต ด้วยกันทั้งสองคู่ จากนั้นกองกำลังฝ่ายพระเจ้าย่ารุกเข้าไปอีก แต่พระลอกับพระเพื่อนพระแพงที่ปลอมเป็นชาย
ต่อสู้จนคนเหล่านั้นไม่อาจเข้าใกล้ จึงใช้ธนูรุมยิงและถูกพระลอกับพระเพื่อนพระแพงที่ยืนพิงกันสิ้นพระชนม์ อยู่ด้วยกัน เมื่อท้าวพิชัยพิษณุกรและนางดาราวดีพระมารดาของพระเพื่อนพระแพงเสด็จไปถึงที่เกิดเหตุ นั้น การต่อสู้ก็สิ้นสุดลงแล้ว ท้าวพิชัยพิษณุกรจึงแสร้งว่าพอพระทัยที่นักโทษทั้งเจ็ดตายไปและตรัสสั่งให้ผู้ที่ไป ฆ่านักโทษไปรับรางวัลและรับการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง เมื่อคนที่เกี่ยวข้องเหล่านั้นไปพร้อมกันแล้ว ท้าวพิชัย พิษณุกรก็ตรัสสั่งให้ทหารของพระองค์จับมัดและจดชื่อไว้แล้วจึงให้ฟันทิ้งไปทั้งหมด ส่วนตัวนายนั้นให้ลวกด้วย น้ำร้อนหรือคลอกด้วยไฟ โดยเฉพาะพระเจ้าย่าซึ่งมิใช่พระมารดาของพระองค์นั้นก็โปรดให้แล่เนื้อทีละชิ้นจน สิ้นพระชนม์ แล้วให้ลากศพไปทิ้งเสียทั้งหมด หลังจากที่ระงับความโศกเศร้าในมรณกรรมของหนุ่มสาวได้แล้ว ท้าวพิชัยพิษณุกรก็โปรดให้ จัดการศพของพระลอกับพระเพื่อนพระแพงและพี่เลี้ยงทั้งสี่ โดยให้บรรจุพระศพของพระลอกับพระเพื่อนพระ แพงไว้ในโลงทองเดียวกัน ศพของนายแก้วก็อยู่กับศพนางรื่นในโลงเดียวกัน และศพของนายขวัญกับนางโรยก็ อยู่ด้วยกันอีกโลงหนึ่ง พร้อมทั้งจัดทำเมรุสำหรับเผาศพและประดับประดาอย่างยิ่งใหญ่ ครั้งนั้นท้าวพิชัยพิษณุ กรก็โปรดให้ราชทูตไปทูลเชิญนางบุญเหลือไปร่วมพิธีเผาวรศพด้วย ซึ่งนางบุญเหลือก็แต่งตั้งเสนาผู้ใหญ่สิบนาย นำของมีค่าไปร่วมงานแทน เมื่อการเผาพระศพของพระลอกับพระเพื่อนพระแพงและพี่เลี้ยงทั้งสี่เสร็จสิ้นลงแล้ว ท้าว พิชัยพิษณุกรก็โปรดให้แบ่งอัฐิของบุคคลทั้งเจ็ดออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งไปบรรจุไว้ที่หอพระญาติในเมืองสร อง อีกครึ่งมอบให้แก่ทูตนำไปยังเมืองแมนสรวง ซึ่งนางบุญเหลือก็ให้นำอัฐิของพระลอและพระเพื่อนพระแพง บรรจุไว้ในสถูปองค์กลาง ส่วนอัฐิของนายแก้วกับนายรื่นให้บรรจุในสถูปด้านขวา และอิฐิของนายขวัญกับนาง โรยบรรจุอยู่ในสถูปด้านซ้าย ซึ่งท้าวพิชัยพิษณุกร ก็โปรดให้กระทำอย่างเดียวกันด้วย (เรียบเรียงและเพิ่มเติมจาก หนังสืออ่านกวีนิพนธ์เรื่องลิลิตพระลอ ของกระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๒๗ และเมืองสอง ที่ระลึกในโอกาสเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอสองหลังใหม่ โดยยอดขวัญ บุญซ้อน ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๑) อุดม รุ่งเรืองศรี ที่มา : สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ ๓.นักเรียนประชุมกลุ่มเพื่อเขียนบทละครสั้น ๆ จากนิทาน กำหนดตัวละครและฝึกซ้อมการแสดง บางช่วงของเนื้อเรื่องอาจใช้ผู้บรรยายเพื่อให้การแสดงกระชับขึ้น ๔.นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาแสดงละครหน้าชั้นเรียน กลุ่มที่เป็นผู้ชมช่วยกันสังเกตการถ่ายทอดเนื้อ เรื่องและประเมินการแสดง ๕.นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สภาพสังคมและวัฒนธรรมที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง เช่น การเดินทางไป ค้าขายในต่างเมือง การสู้รบเพื่อขยายอาณาเขต การขับซอชมความงาม ความเชื่อเรื่องผี การเสี่ยงทาย และ การทำเสน่ห์ ๖.นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อคิดที่ได้จากนิทาน และอภิปรายถึงพฤติกรรมของพระลอกับพระเพื่อน พระแพงว่าเหมาะสมหรือไม่ และนักเรียนควรปฏิบัติอย่างไรในชีวิตจริง
๗.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ พระลอเป็นนิทานพื้นบ้านของภาคเหนือที่เล่าสืบต่อกันมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมและ วัฒนธรรมของท้องถิ่น และความเป็นมาของพระธาตุพระลอในจังหวัดแพร่ ที่เชื่อว่าเป็นสถานที่บรรจุอัฐิของ พระลอและพระเพื่อน พระแพง ๘.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ นิทานพื้นบ้านเรื่อง พระลอ มีคุณค่าต่อสังคมไทยอย่างไร สื่อการเรียนรู้ ๑. ภาพ ๒. นิทานพื้นบ้าน ๓. หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓)ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓.เกณฑ์การประเมิน ๑)การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ................................................................................................................................................ .............................. ๓. แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง นิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.สรุปเนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านที่อ่าน (K) ๒.วิเคราะห์สภาพสังคม วัฒนธรรม และข้อคิดที่ได้จากนิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (P) ๓.เห็นความสำคัญของการศึกษานิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของท้องถิ่น(A) สาระสำคัญ พญาคันคากเป็นนิทานพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สะท้อนภาพความแห้งแล้งและการขอ ฝนอันเป็นต้นกำเนิดของประเพณีบุญบั้งไฟ สาระการเรียนรู้ นิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรื่อง พญาคันคาก สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ นิทานมีลักษณะเด่นอย่างไร ๒.นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓.นักเรียนอ่านนิทานพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรื่อง พญาคันคากที่ครูแจกให้เพื่อจับ ใจความและสรุปเนื้อเรื่อง ดังนี้
พญาคันคาก พระยาหลวงเอกราช และนางสีดา ปกครองเมืองอินทปัตถ์มานาน ประชาชนมีความสุข สมบูรณ์กันถ้วนหน้า พระโพธิสัตว์ได้ถือกำเนิดในครรภ์นางสีดาในร่างของคันคาก (คางคก) ในคืนหนึ่ง นางสีดา ฝันว่าพระอาทิตย์ได้ตกลงมาจากฟากฟ้าแล้วลอยเข้ามาในปากของนาง เมื่อนางกลืนลงท้องเนื้อตัวของนางได้ กลายเป็นสีเหลืองสดใสประดุจดังทองคำ ในความฝันยังแสดงให้เห็นว่า นางมีอิทธิฤทธิ์สามารถเหาะเหิน เดินอากาศได้ นางได้เหาะไปยังเขาพระสุเมรุแล้วจึงกลับมายังปราสาทราชวังในเมืองอินทปัตถ์ดังเดิม ครั้งสะดุ้ง ตื่นนางได้เล่าความฝันถวายแก่พระยาหลวงเอกราชพระสวามี พระยาหลวงล่วงรู้ในนิมิตความฝันว่า พระองค์ จะมีโอรสที่จะสืบราชสมบัติต่อไป เมื่อครบสิบสองเดือนนางสีดาได้ให้กำเนิดกุมารเป็นตัวคันคาก (คางคก) มีรูปร่างเหลืองอร่าม ดั่งทองคำ พระยาหลวงเอกราชดีใจมากได้สั่งให้จัดหาอู่ทองคำมาให้นอน และจัดหา แม่นมมาดูแลอย่าง ใกล้ชิด ต่อมาท้าวคันคากเจริญวัยเป็นหนุ่ม อายุได้ ๒๐ ปี คิดอยากจะมีคู่ครอง พระบิดาได้พยายามหาผู้ที่ เหมาะสมมาให้แต่ก็หาไม่ได้ ด้วยมีเหตุขัดข้องที่ท้าวคันคากมีรูปกายที่อัปลักษณ์ผิดแผกไปจากมนุษย์คนอื่น ๆ พระยาหลวงเอกราชรู้สึกสงสารโอรสเป็นอันมาก จึงปลอบใจว่า ขอให้สร้างสมบุญบารมีต่อไปอีก จนกว่าจะ กลายร่างเป็นมนุษย์เมื่อใด จะยกทรัพย์สมบัติให้ปกครองบ้านเมืองสืบต่อไป ท้าวคันคากจึงตั้งจิตอธิษฐานว่า หากตนมีบุญญาบารมีขอให้ได้หญิงงามมาเป็นคู่ครอง ดังนั้น พระอินทร์จึงลงมาเนรมิตปราสาทแก้วไว้กลาง เมือง ปราสาทนี้มีขนาดใหญ่โตมาก มีเสาเป็นหมื่น ๆ ต้น มีห้องใหญ่น้อยจำนวนหนึ่งพันห้อง พร้อมทั้ง เครื่องประดับตกแต่ง ปราสาทหลังนี้เต็มไปด้วยอัญมณีที่มีค่ายิ่ง นอกจากนี้ พระอินทร์ได้ให้นางแก้วมาเป็น ชายาท้าวคันคาก และได้เนรมิตกายท้าวคันคากให้มีรูปกายงดงามอีกด้วย เสร็จแล้วพระอินทร์จึงเสด็จกลับสู่ สวรรค์อันเป็นที่ประทับของพระองค์ ท้าวคันคากและนางแก้วอาศัยอยู่ในปราสาทที่พระอินทร์เนรมิตงามดัง ไพชยนต์ปราสาทแห่งนี้ ต่อมาเมื่อพระยาหลวงเอกราชและนางสีดาทราบข่าวได้เสด็จมาเยี่ยมยังปราสาท พร้อมทั้งได้จัดทำพิธีอภิเษกให้ท้าวคันคากเป็นเจ้าเมืองปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์สืบไป นับตั้งแต่พญาคัน คากขึ้นครองเมือง บรรดาพญาทั้งหลายตลอดจนสัตว์เดรัจฉานได้เข้ามาขอเป็นบริวารอีกมากมาย พญาแถนทราบว่าพญาคันคากได้ขึ้นครองเมือง จึงคิดอิจฉาและไม่พอใจ จึงคิดหาทางกลั่น แกล้งแต่ก็รู้ดีว่าพญาคันคากมีบุญญาธิการและมีอิทธิฤทธิ์มากเกรงจะเป็นภัยแก่ตน ได้วางแผนการโดยที่ไม่ให้ฝนตกลงมายังมนุษย์โลก ทำให้สิ่งที่มีชีวิตเดือดร้อนกันไปทั่วพิภพนานถึงเจ็ดปี พญา คันคากไม่ทราบว่าจะหาทางแก้ปัญหานั้นได้อย่างไรจึงลงไปยังใต้พิภพ เพื่อปรึกษากับพญานาค พญาหลวงนา โคบอกกับพญาคันคากว่า พญาแถนประทับอยู่ยังปราสาทเมืองยุคันธร ที่เมืองนี้มีแม่น้ำคงคาอันกว้างใหญ่ ไพศาล พญาแถนมีหน้าที่ดูแลรักษาแม่น้ำยุคันธรแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังมีเขาสัตบริภัณฑ์ตั้งอยู่รายล้อมเขาพระ สุเมรุถึง ๗ ลูก เมื่อครบกำหนดเวลาบรรดานาคจะลงมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ฝนฟ้าก็จะตกต้องตาม ฤดูกาล แต่บัดนี้พญาแถนไม่ยอมให้นาคลงไปเล่นน้ำดังแต่ก่อน จึงทำให้เมืองมนุษย์แห้งแล้ง ผู้คน สัตว์ และพืช ล้มตายเป็นอันมาก พญาคันคากได้ฟังดังนั้น จึงคิดหาทางไปเมืองแถน ได้ไปตามพวก ครุฑ นาค ปลวก มาก่อ ภูเขา เพื่อทำทางขึ้นไปรบกับพญาแถน เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมสรรพแล้ว จึงยกพลไปรบกับพญาแถน โดยต่างฝ่ายต่างก็มีคาถาอาคม พญาคันคากได้ร่ายเวทมนตร์ให้บังเกิดมีกบเขียดอย่างมากมาย ทำให้ชาวเมือง แถนตกใจกลัวเป็นอย่างยิ่ง พญาแถนเองก็ใช้คาถาอาคมเป่าให้เกิดมีงูร้ายมากมายหลายชนิด เพื่อมาจับกบและ เขียดกิน พญาคันคากได้ให้ครุฑ และกามาจิกกินงูที่เกิดจากอาคมพญาแถน จนกระทั่งงูเหล่านั้น ต้องล้มตาย พญาแถนจึงให้สุนัขวิ่งไล่จับครุฑและกากินเป็นอาหาร พญาคันคากได้ให้เสือโคร่งออกมาจับสุนัขกิน พญาแถน
ได้ยิงธนูให้กลายเป็นห่าฝนหอกดาบตกลงมาเสียบคนล้มตายเป็นจำนวนมาก พญาครุฑได้เนรมิตปีกให้แผ่กว้าง เพื่อกำบังห่าฝนหอกดาบ และมีการร่ายเวทมนตร์คาถาอาคมให้ผู้คนที่ล้มตายกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง การสู้รบกันระหว่างพญาคันคากกับพญาแถนเป็นไปอย่างดุเดือด ต่างคนต่างก็มีคาถาอาคมเพื่อต่อสู้กับศัตรู อย่างฉกาจฉกรรจ์ ปรากฏว่าไม่มีใครแพ้ใครชนะ จึงได้มาชนช้างกัน ในที่สุดพญาแถนแพ้พญาคันคาก พญาคัน คากจึงมีบัญชาให้พญาแถนยอมให้นาคมาเล่นน้ำ ฝนจะได้ตกบนพื้นพิภพดังเดิม ครั้งนี้นับเป็นการสู้รบ ที่เรียกว่า มหายุทธ เลยทีเดียว ต่อมาสัตว์ต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นศัตรูกันตั้งแต่นั้นมา ที่มา : สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน ๔.ครูให้เวลานักเรียนฝึกซ้อมการเล่านิทาน จากนั้นจับฉลากหมายเลขประจำตัวนักเรียน หากได้ หมายเลขใดให้นักเรียนออกมาเล่านิทานหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนฟัง ผู้ฟังช่วยกันจับใจความว่าถูกต้องตามเนื้อ เรื่องที่อ่านหรือไม่ และประเมินลีลาการเล่านิทานและการใช้เสียงของผู้เล่าครูพิจารณาจำนวนผู้ออกมาเล่า นิทานตามเวลาที่เหมาะสม ๕.นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของเนื้อเรื่องกับสภาพที่เป็นจริงของภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ๖.ครูอธิบายความรู้เกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟให้นักเรียนฟังเพิ่มเติม ๗.นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อคิดที่ได้จากนิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ ๘.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ พญาคันคากเป็นนิทานพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สะท้อนภาพความแห้งแล้งและการขอ ฝนอันเป็นต้นกำเนิดของประเพณีบุญบั้งไฟ สื่อการเรียนรู้ ๑. นิทานพื้นบ้านพญาคันคาก ๒. หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓)ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓.เกณฑ์การประเมิน ๑)การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ................................................................................................................................................ .............................. ๓. แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง นิทานพื้นบ้านภาคกลาง เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.สรุปเนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านที่อ่าน (K) ๒. วิเคราะห์สภาพสังคม วัฒนธรรม และข้อคิดที่ได้จากนิทานพื้นบ้านภาคกลาง (P) ๓.เห็นความสำคัญของการศึกษานิทานพื้นบ้านภาคกลางเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของท้องถิ่น (A) สาระสำคัญ นิทานพื้นบ้านภาคกลางหลายเรื่องเป็นที่รู้จักกันดี เนื่องจากได้รับการนำมาสร้างเป็นการ์ตูนหรือละคร โทรทัศน์ และบางเรื่องก็มีการนำมาแต่งเป็นวรรณคดีด้วย สาระการเรียนรู้ นิทานพื้นบ้านภาคกลาง สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ ละครที่มาจากนิทานพื้นบ้านหรือละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ต่างจากละครทั่วไปอย่างไร ๒.นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๘ กลุ่ม จับฉลากชื่อนิทานพื้นบ้านของภาคกลาง ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ เรื่อง ปลาบู่ทอง กลุ่มที่ ๒ เรื่อง พระร่วง กลุ่มที่ ๓ เรื่อง พระรถ-เมรี (นางสิบสอง) กลุ่มที่ ๔ เรื่อง กบิลพรหม (ท้าวมหาสงกรานต์) กลุ่มที่ ๕ เรื่อง เมขลา-รามสูร
กลุ่มที่ ๖ เรื่อง ไกรทอง กลุ่มที่ ๗ เรื่อง พระยากง-พระยาพาน กลุ่มที่ ๘ เรื่อง โสนน้อยเรือนงาม ๓.นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านนิทานที่ครูแจกให้เพื่อจับใจความและช่วยกันสรุปเนื้อเรื่อง จากนั้นประชุม กลุ่มเพื่อวางแผนการแสดงบทบาทสมมุติประกอบการเล่านิทาน โดยคัดเลือกผู้เล่านิทาน ๑-๒ คน และผู้แสดง บทบาทสมมุติตามตัวละครในเรื่อง ผู้แสดงสามารถแสดงสีหน้าท่าทางได้แต่ห้ามพูด ส่วนผู้เล่าจะต้องเล่าให้ สัมพันธ์กับการแสดง (ครูอาจมอบหมายให้นักเรียนฝึกซ้อมการแสดงนอกเวลาเรียน) ๔.เมื่อฝึกซ้อมแล้วให้นักเรียนออกมาแสดงหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่ม กลุ่มที่เป็นผู้ชมจับใจความเนื้อเรื่อง และร่วมกันประเมินการแสดง ครูช่วยแนะนำเพิ่มเติม ๕.นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สภาพสังคมและวัฒนธรรมที่ปรากฏในเนื้อเรื่องแล้วแสดงความคิดเห็น ๖.นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อคิดที่ได้จากนิทานพื้นบ้านเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ๗.นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการชมการ์ตูนหรือละครโทรทัศน์ที่มาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องต่าง ๆ ๘.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ นิทานพื้นบ้านภาคกลางหลายเรื่องเป็นที่รู้จักกันดี เนื่องจากได้รับการนำมาสร้างเป็นการ์ตูน หรือละครโทรทัศน์ และบางเรื่องก็มีการนำมาแต่งเป็นวรรณคดีด้วย สื่อการเรียนรู้ ๑. นิทานพื้นบ้านภาคกลาง ๒. หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓)ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓.เกณฑ์การประเมิน ๑)การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ................................................................................................................................................ .............................. ๓. แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง นิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกและภาคใต้ เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.สรุปเนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านที่อ่าน (K) ๒. วิเคราะห์สภาพสังคม วัฒนธรรม และข้อคิดที่ได้จากนิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกและภาคใต้ (P) ๓.เห็นความสำคัญของการศึกษานิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกและภาคใต้เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น (A) สาระสำคัญ ภูมิประเทศของภาคตะวันออกและภาคใต้ส่วนใหญ่ติดทะเล มีชายหาด เกาะ และภูเขา เรื่องราวของ นิทานพื้นบ้านจึงมักอธิบายที่มาของสถานที่เหล่านั้น และสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ใกล้ทะเล สาระการเรียนรู้ นิทานพื้นบ้านภาคตะวันออกและภาคใต้ สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนสังเกตและช่วยกันอธิบายลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออกและภาคใต้จากแผนที่ ประเทศไทย ๒. นักเรียนแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม จับฉลากชื่อนิทานพื้นบ้าน ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ เรื่อง ตาม่องล่าย (ภาคตะวันออก) กลุ่มที่ ๒ เรื่อง เกาะหนูเกาะแมว (ภาคใต้) ๓.นักเรียนอ่านนิทานที่แต่ละกลุ่มได้รับ ช่วยกันจับใจความและสรุปเนื้อเรื่องพร้อมทั้งดูภาพสถานที่ จริงประกอบ
๔.นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปเหตุการณ์สำคัญและวาดภาพตามลำดับเนื้อเรื่องเหล่านั้น เพื่อใช้ ประกอบการเล่านิทาน จากนั้นคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถในการเล่านิทานกลุ่มละ ๑ คน ฝึกซ้อมเล่านิทาน ประกอบภาพ ๕.นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนที่คัดเลือกไว้พร้อมผู้ช่วยถือภาพออกมาเล่านิทานประกอบภาพหน้า ชั้นเรียน ทุกคนร่วมกันฟังและจับใจความเนื้อเรื่อง พร้อมทั้งประเมินการเล่านิทาน ครูช่วยแนะนำเพิ่มเติม ๖.นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สภาพสังคม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ๗.นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อคิดที่ได้จากนิทาน และอภิปรายพฤติกรรมของตัวละครต่าง ๆ ว่า เหมาะสมหรือไม่ และควรปฏิบัติอย่างไร ๘.นักเรียนจับคู่นิทานพื้นบ้านกับเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง และวิเคราะห์ความสำคัญของนิทานพื้นบ้านแต่ ละเรื่อง ๙.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ ภูมิประเทศของภาคตะวันออกและภาคใต้ส่วนใหญ่ติดทะเล มีชายหาด เกาะ และภูเขา เรื่องราวของ นิทานพื้นบ้านจึงมักอธิบายที่มาของสถานที่เหล่านั้น และสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ใกล้ทะเล ๑๐.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ นิทานพื้นบ้านเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยเพราะเหตุใด สื่อการเรียนรู้ ๑. นิทานพื้นบ้านภาคใต้ ๒. หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒)สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓)ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓.เกณฑ์การประเมิน ๑)การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
ตาม่องล่าย ณ บริเวณหมู่บ้านอ่าวน้อย มีสองสามีภรรยาคือ ตาม่องล่ายและยายรำพึง ทั้งสองมีลูกสาว สวยชื่อนางยมโดย เป็นที่หมายปองของบรรดาชายหนุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าลายและเจ้า กรุงจีนเจ้าลายซึ่งเป็นบุตรของเจ้าเมืองเพชรบุรีได้นำของไปให้ยายรำพึงเสมอ ๆ ทำให้ยาย รำพึงพอใจ ส่วนเจ้ากรุงจีนก็มักจะแวะนำของไปให้ตาม่องล่าย ทำให้ตาม่องล่ายพอใจเช่นกัน ต่อมาเจ้าลายได้ให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอนางยมโดย บังเอิญขณะนั้นตาม่องล่ายไม่อยู่บ้าน ยายรำพึงซึ่ง พอใจเจ้าลายอยู่แล้วก็ตกลงยกให้ ฝ่ายเจ้ากรุงจีนก็ติดต่อสู่ขอนางยมโดยจากตาม่องล่าย ตาม่องล่ายได้ตกลงยกให้โดยไม่ได้ปรึกษายายรำพึง ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดนัดหมายให้มีพิธี แต่งงานในวันเดียวกันโดยบังเอิญ เมื่อถึงกำหนดเจ้าลายและเจ้ากรุงจีนก็ยกขบวนขันหมากมา ทั้งตาม่องล่ายและยายรำพึงตกใจ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ต่างก็กล่าวโทษกันและกัน ทะเลาะวิวาทกันรุนแรง พลางหยิบข้าวของขว้างปากัน ยายรำพึงฉวยได้หมวกก็ขว้างหมวกไป ยังตาม่องล่าย หมวกลอยไปตกริมหาดประจวบกลายเป็นเขาชื่อเขาล้อมหมวก ตาม่องล่ายคว้า กระบุงขว้างยายรำพึง กระบุงลอยไปตกเป็นเกาะกระบุงในจังหวัดตราด ยายรำพึงหยิบได้งอบก็ ขว้างงอบไปที่ตาม่องล่ายอีก งอบกระเด็นไปตกเป็นแหลมงอบในจังหวัดจันทบุรี ตาม่องล่าย คว้าสากขว้างตอบไป สากปลิวไปโดนเกาะแห่งหนึ่งทำให้เกาะทะลุ เกาะนั้นเลยได้ชื่อว่าเกาะ ทะลุ และสากก็ไปตกเป็นเกาะสาก ยายรำพึงโมโหมากวิ่งจนหมดแรงและไปนอนเฉย กลายเป็นเขาใหญ่ชื่อเขาแม่รำพึงที่อ่าวบางสะพานใหม่ ตาม่องล่ายโกรธจัดเลยจับยมโดย ฉีกเป็นสองซีก แล้วโยนซีกหนึ่งไปทางเจ้าลาย ไปตกเป็นเกาะนมสาวที่บ้านบางปูในอำเภอ ปราณบุรี อีกซีกหนึ่งโยนไปทางเจ้ากรุงจีนไปตกเป็นเกาะนมสาวในจังหวัดชลบุรี ตาม่องล่าย ได้โยนหมากพลูและสิ่งต่าง ๆ กระจายไปตกในที่ต่าง ๆ พลูไปตกกลายเป็นหอยพลูมวน หมาก ตกไป กลายเป็นเกาะหมาก ขนมจีนตกเป็นสาหร่ายทะเล ปูทอดตกลงไปเป็นปูหิน กระจก ส่องหน้าของนางยมโดยลอยไปติดที่เขากลายเป็นเขาช่องกระจก ตะเกียบไปตกกลายเป็นเขา ตะเกียบที่อำเภอ หัวหิน จานก็ตกเป็นเกาะจาน อยู่หน้าอ่าวคลองวาฬ เครื่องเพชรพลอยตก ลงไปเป็นหอยดาวหอยทับทิม แมวไปตกกลางทะเลกลายเป็นเกาะแมว ที่อำเภอสวี จังหวัด ชุมพร เจ้าลายเสียใจตายไปเป็นเขาเจ้าลาย ส่วนตาม่องล่ายก็รู้สึกเสียใจมาก ไปนั่งดื่มเหล้า และดื่มเกินขนาด จนในที่สุดกลายเป็นภูเขาชื่อเขาตาม่องล่ายจนกระทั่งทุกวันนี้ เอกสารอ้างอิง ประพัฒน์ ตรีณรงค์. นิทานโบราณวัตถุสถาน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์เลี่ยงเซียง,๒๕๐๓. สัณห์ ภาวิต. นิทาน ๔ ภาค ภาคกลางและภาคตะวันออก. สิวีริยาสาส์น จัดพิมพ์, ๒๕๓๙. ประคอง นิมมานเหมินท์ เรียบเรียง ที่มา : สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
เกาะหนูเกาะแมว เกาะหนูเกาะแมว เป็นนิทานประเภทอธิบายสถานที่ซึ่งปรากฏอยู่หน้าแหลมสมิหลา อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดสงขลา สรุปเรื่องได้ดังนี้ นานมาแล้วมีพ่อค้าจีนคนหนึ่งคุมเรือสำเภาเดินทางค้าขายแถบชายทะเลจากเมืองจีน มาถึงเมืองสงขลา เมื่อขายสินค้าจนหมดแล้ว ก็จะซื้อสินค้าจากสงขลาบรรทุกสำเภากลับไป ขายเมืองจีน ปฏิบัติอยู่เช่นนี้เป็นเนืองนิจ วันหนึ่งเมื่อขายสินค้าหมดแล้วก็เข้าเมืองสงขลา เพื่อ ซื้อสินค้ากลับไปขายเมืองจีน ระหว่างที่เดินซื้อสินค้าอยู่นั้น พ่อค้าได้เห็นหมากับแมวคู่หนึ่งมี รูปร่างหน้าตาน่าเอ็นดู จึงขอซื้อหมากับแมวคู่นั้นเอาลงเรือไปด้วย ฝ่ายหมากับแมวเมื่อลงไป อยู่ในเรือนาน ๆ ก็เกิดความเบื่อหน่าย และอยากจะกลับไปอยู่บ้านที่สงขลา จึงปรึกษากันหา วิธีการที่จะกลับบ้าน หมาได้บอกกับแมวว่าพ่อค้าเรือสำเภานั้นมีดวงแก้ววิเศษสำหรับกันจมน้ำ หากใครได้ไว้จะว่ายน้ำไปไหน ๆ ก็ไม่จมน้ำ แมวจึงคิดอุบายที่จะได้แก้ววิเศษนั้น โดยไปข่มขู่ หนูให้ขโมยแก้ววิเศษของพ่อค้ามาให้ โดยที่หนูขอหนีขึ้นฝั่งไปด้วย ครั้นเรือเดินทางมาถึงเมือง สงขลาอีกครั้งหนึ่ง หนูก็ลอบเข้าไปลักเอาดวงแก้วของพ่อค้ามา โดยอมเอาไว้ในปาก แล้วทั้ง สามหนีลงจากเรือว่ายน้ำจะไปขึ้นที่ฝั่งหน้าเมืองสงขลา ขณะที่ว่ายน้ำมาด้วยกัน หนูซึ่งว่ายน้ำ อยู่ข้างหน้า ก็นึกขึ้นได้ว่าดวงแก้วที่ตนเอาไว้ในปากนั้นมีค่ามหาศาล เมื่อถึงฝั่งหมากับแมวก็คง จะแย่งกันเอาไป จึงคิดที่จะหนีหมากับแมวขึ้นฝั่งไปตามลำพัง จะได้ครอบครองดวงแก้วเป็น สมบัติของตนตลอดไป แต่แมวซึ่งว่ายน้ำตามหลังหนูมาก็คิดอย่างเดียวกันกับที่หนูคิด ก็ว่ายน้ำ ตรงรี่เข้าไปหาหนู ฝ่ายหนูเห็นแมวตรงเข้ามาก็ตกใจ นึกว่าแมวเข้ามาจะตะปบจึงว่ายน้ำหนี สุดแรง และไม่ทันระวังตัวดวงแก้ววิเศษที่อมไว้ในปากก็ตกลงจมหายไปในน้ำ เมื่อดวงแก้ว จมน้ำไปแล้วทั้งหนูและแมวต่างก็หมดแรงไม่อาจจะว่ายน้ำต่อไปได้ สัตว์ทั้งสองจึงจมน้ำตาย กลายเป็นเกาะหนูเกาะแมว อยู่ที่อ่าวหน้าเมืองสงขลา ส่วนหมาก็ตะเกียกตะกายว่ายน้ำไป จนถึงฝั่ง ด้วยความเหน็ดเหนื่อยหมาจึงขาดใจตายกลายเป็นหินเรียกว่า เขาตังกวน อยู่ริมอ่าว สงขลา ส่วนดวงแก้ววิเศษที่หล่นจากปากของหนู ก็แตกแหลกละเอียดเป็นหาดทราย เรียกกันว่า หาดทรายแก้ว อยู่ทางด้านเหนือของแหลมสนยื่นออกไปในอ่าวสงขลา จังหวัด สงขลา (พิทยา บุษรารัตน์) ที่มา : สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… .............................................................................................................................................................................. ๓. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................. ................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง ย้อนคิดถึงนิทานพื้นบ้าน เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ม. ๑/๒ เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ ม. ๑/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.อธิบายลักษณะของนิทานพื้นบ้าน (K) ๒. เขียนเรื่องย่อนิทานพื้นบ้านจากการฟังและดู (P) ๓.เห็นความสำคัญในการนำประสบการณ์จากการฟังและดูมาเขียนถ่ายทอดเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของตนเอง ในชีวิตประจำวัน (A) สาระสำคัญ การนำประสบการณ์จากการฟังและดูนิทานพื้นบ้านมาเขียนเป็นเรื่องย่อ ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ในเนื้อหานิทานพื้นบ้านเรื่องนั้น ๆ ชัดเจนขึ้น สาระการเรียนรู้ การเขียนเรื่องย่อนิทานพื้นบ้านจากการฟังและดู สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ นักเรียนเคยฟังหรือดูนิทานพื้นบ้านเรื่องใดบ้าง จากแหล่งใด ๒.นักเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับแนวทางการสรุปความจากการฟังและดู เพื่อนำมาใช้ เขียนเรื่องย่อ นิทานพื้นบ้าน ๓.ครูนำตัวอย่างการเขียนเรื่องย่อนิทานพื้นบ้านเรื่อง อุทัยเทวี มาให้นักเรียนร่วมกันศึกษาดังนี้
ตัวอย่างเรื่องย่อนิทานพื้นบ้านเรื่อง อุทัยเทวี ณ เมืองใต้บาดาลอันเป็นถิ่นที่อยู่ของพญานาคราช พระองค์ทรงมีพระธิดาที่สิริโฉมงดงามองค์หนึ่ง นางแอบหนีขึ้นมาเที่ยวบนโลกมนุษย์ จึงได้พบรักกับรุกขเทวดาจนตั้งครรภ์ นางกลัวว่าพระบิดาจะลงโทษ จึง สำรอกลูกในท้องออกมาเป็นไข่ฟองหนึ่ง แล้วใช้ผ้าห่อนำไปซ่อนไว้ในพงหญ้าริมหนองน้ำพร้อมทั้งมอบแหวน วิเศษให้ไว้ด้วย จากนั้นนางก็กลับเมืองบาดาล คางคกตัวหนึ่งกำลังหิว เมื่อเห็นไข่ที่พระธิดาพญานาคสำรอกไว้ก็รีบกลืนลงท้องทันทีพิษของนาคทำให้ คางคกขาดใจตาย ในขณะเดียวกันนั้นเปลือกไข่ก็แตกออก ภายในมีเด็กหญิงน่ารักงดงามคนหนึ่ง เด็กหญิงจึงได้ อาศัยอยู่ในซากคางคก ที่ชายป่าใกล้หนองน้ำแห่งนั้น มีตายายปลูกกระท่อมอาศัยอยู่ วันหนึ่งตายายไปหาปลาในหนองน้ำได้ พบซากคางคก คางคกขอให้ตายายนำไปเลี้ยง ตายายสงสารจึงนำกลับไปด้วย เมื่อตายายออกไปหาผักหาปลา เด็กหญิงก็ออกจากซากคางคกมาช่วยทำความสะอาดบ้านและ จัดเตรียมอาหารไว้ให้ จนตายายสงสัยและแอบดูจนรู้ความจริง เด็กหญิงอาศัยอยู่ในซากคางคกจนเติบโตเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตางดงาม ผิวขาวผุดผ่อง ดัง แสงอาทิตย์แรกขึ้น ตายายจึงเรียกนางว่า อุทัยเทวี วันหนึ่งนางขอให้ตายายพาไปทำบุญที่วัดและได้พบกับ เจ้าชายสุทราช โอรสพระเจ้าการพผู้ครองเมือง เมื่อตายายรู้ว่าเจ้าชายสุทราชรักใคร่นางอุทัยเทวี จึงบอกให้ เจ้าชายสร้างสะพานเงินสะพานทองจากวังมาถึงกระท่อมเพื่อสู่ขอนางพระเจ้าการพทรงพิโรธจึงมีรับสั่งให้ตา ยายสร้างปราสาทสำหรับรับเสด็จเจ้าชายภายใน ๗ วัน หากทำไม่ได้จะถูกประหารชีวิต นางอุทัยเทวีเห็นตายายต้องเดือดร้อนจึงเนรมิตปราสาทภายในชั่วข้ามคืน และพระอินทร์ก็มาช่วย เนรมิตสะพานเงินสะพานทองด้วย พระเจ้าการพจึงจัดพิธีอภิเษกสมรสให้เจ้าชายสุทราชกับนางอุทัยเทวี ต่อมาเจ้าชายสุทราชต้องไปอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงฉันนาตามสัญญาที่กษัตริย์ทั้งสองเมืองตกลงหมั้น หมายกันไว้ เจ้าหญิงฉันนาเกิดริษยาที่เจ้าชายรักนางอุทัยเทวีจึงให้คนไปหลอกนางมาขังไว้ แล้วเฆี่ยนนางจน สลบไปจากนั้นก็นำไปทิ้งแม่น้ำ แต่เมื่อถูกน้ำนางกลับฟื้นเพราะมีเชื้อสายนาคและมีแม่ค้าขายขนมมาช่วยไว้ นางจึงแปลงเป็นหญิงชราที่มีผมดำไปขายขนมบริเวณท่าน้ำพระราชวัง เจ้าหญิงฉันนาถูกผลกรรมตามสนองทำให้พระเกศาหงอกทั้งพระเศียร นางกำนัลจึงพาหญิงชราขาย ขนมที่ผมดำสนิทมาช่วยรักษา หญิงชราได้ปลงพระเกศาของเจ้าหญิงออกทั้งหมดนำปลาร้ามาพอก แล้วใช้หม้อ ดินครอบไว้ทำให้บาดแผลจากการโกนผมของเจ้าหญิงติดเชื้อจนสิ้นพระชนม์ เจ้าชายสุทราชจึงออกผนวชเพื่อ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้าหญิง เมื่อทรงลาผนวชแล้วพระเจ้าการพได้มอบราชสมบัติให้เจ้าชายสุทราชและนางอุทัย เทวี ทั้งสองก็ปกครองบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองและสงบสุขตั้งแต่นั้นมา ๔.นักเรียนเขียนเรื่องย่อนิทานพื้นบ้านที่เคยฟังจากวิทยุ ฟังจากผู้ใหญ่เล่า หรือดูจากโทรทัศน์ ซึ่ง นักเรียนชอบมากที่สุดคนละ ๑ เรื่อง ๕.ครูมอบหมายให้นักเรียนเตรียมการเล่านิทานหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนฟังในชั่วโมงถัดไป ๖.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ การนำประสบการณ์จากการฟังและดูนิทานพื้นบ้านมาเขียนเป็นเรื่องย่อ ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ในเนื้อหานิทานพื้นบ้านเรื่องนั้น ๆ ชัดเจนขึ้น
สื่อการเรียนรู้ ๑.ตัวอย่างเรื่องย่อนิทานพื้นบ้าน ๒. หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๓. เกณฑ์การประเมิน การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………ฃ ................................................................................................................................................... ........................... ๓. แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง อภิปรายข้อคิดจากนิทานท้องถิ่น เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๓.๑สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกใน โอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ม. ๑/๒ เล่าเรื่องย่อจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ ม. ๑/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.อธิบายข้อคิดที่ได้จากการฟังนิทานพื้นบ้าน (K) ๒. อภิปรายแนวทางการนำข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านไปใช้ในชีวิตจริง (P) ๓.เห็นความสำคัญการนำข้อคิดที่ได้จากการฟังนิทานพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้ (A) สาระสำคัญ นิทานพื้นบ้านแต่ละเรื่องให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ ซึ่งสามารถนำมาสอนใจและประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ สาระการเรียนรู้ ข้อคิดจากนิทานพื้นบ้าน สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนอ่านแถบข้อความบนกระดาน ดังนี้ แล้วร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับแนวคิดหลักของนิทานพื้นบ้านซึ่งสัมพันธ์กับสำนวน ดังกล่าว ๒.นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน จัดอภิปรายกลุ่มย่อย โดยร่วมกันพิจารณาและแสดงความ คิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้
- ข้อคิดที่ได้จากนิทานพื้นบ้าน (นำข้อคิดที่แต่ละคนบันทึกไว้ในชั่วโมงที่ผ่านมา มาร่วมกันอภิปรายสรุป และบันทึกเป็นแผนภาพความคิดสำหรับนำเสนอหน้าชั้นเรียน) - การนำข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงตามสถานการณ์ที่เหมาะสม - เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของนิทานพื้นบ้านหรือข้อน่าสังเกต อื่น ๆ ที่นักเรียนสนใจ ๓.นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการอภิปรายหน้าชั้นเรียน แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ๔.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ นิทานพื้นบ้านแต่ละเรื่องให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ ซึ่งสามารถนำมาสอนใจและประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ ๕.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ การอภิปรายทำให้นักเรียนได้มุมมองใหม่เพิ่มขึ้นอย่างไร สื่อการเรียนรู้ ๑.ตัวอย่างเรื่องย่อนิทานพื้นบ้าน ๒. หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................................. ๓. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................................. ............. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ท 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ นิทานพื้นบ้าน รวม ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง นิทานพื้นบ้านสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย เวลา ๑ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม. ๑/๘ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน ท ๒.๑ ม. ๑/๙ มีมารยาทในการเขียน จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑.สรุปความรู้และประโยชน์ที่ได้จากการทำโครงงาน (K) ๒.นำเสนอโครงงานหน้าชั้นเรียน (P) ๓.เห็นความสำคัญของการนำเสนอโครงงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ (A) สาระสำคัญ การนำเสนอโครงงานไม่ว่าจะเป็นการเขียนรายงานโครงงานหรือการจัดแสดงโครงงานเป็นการนำผล การปฏิบัติงานจากการทำโครงงานมาเผยแพร่ให้ผู้อื่นรับทราบ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความคิด และเป็นแนวทาง ในการจัดทำโครงงานต่อไป สาระการเรียนรู้ การนำเสนอโครงงานเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน สมรรถนะของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน การจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดป้ายนิเทศโครงงานนอกเวลาเรียนเพื่อใช้ประกอบการ นำเสนอโครงงานหน้าชั้นเรียน ๒.นักเรียนออกมาพูดนำเสนอผลการจัดทำโครงงานหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่มนักเรียนกลุ่มอื่นสามารถ แสดงความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัยเพิ่มเติมได้ ๓.เมื่อทุกกลุ่มนำเสนอโครงงานเรียบร้อยแล้ว ให้ช่วยกันนำป้ายนิเทศโครงงานไปจัดแสดงในบริเวณ ชั้นเรียนเพื่อให้นักเรียนทุกคนได้ชื่นชมผลงานอีกครั้ง ๔.นักเรียนร่วมกันพิจารณาลงมติให้คะแนนการจัดทำและนำเสนอโครงงานของกลุ่มต่าง ๆ
๕.ครูสรุปผลการให้คะแนนแล้วจัดลำดับผลงานกิจกรรมกลุ่มของนักเรียน เรียงลำดับคะแนน ๑-๖ ๖.ครูอธิบายเสนอแนะการจัดทำและการเขียนรายงานโครงงานของนักเรียนแต่ละกลุ่มเพิ่มเติมเพื่อ ปรับปรุงแก้ไข ๗.นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ การนำเสนอโครงงานไม่ว่าจะเป็นการเขียนรายงานโครงงานหรือการจัดแสดงโครงงาน เป็นการนำผล การปฏิบัติงานจากการทำโครงงานมาเผยแพร่ให้ผู้อื่นรับทราบ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความคิด และเป็นแนวทาง ในการจัดทำโครงงานต่อไป ๘.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ นักเรียนมีแนวทางอนุรักษ์นิทานพื้นบ้านให้คงอยู่ได้อย่างไร สื่อการเรียนรู้ ๑.ตัวอย่างเรื่องย่อนิทานพื้นบ้าน ๒. หนังสือวรรณคดีและวรรณกรรมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑. วิธีการวัดและประเมินผล ๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓) ตรวจผลงานของนักเรียน ๒. เครื่องมือ ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ๒) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ๓. เกณฑ์การประเมิน ๑) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ๒) การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คะแนน ๙ - ๑๐ ระดับ ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดับ ดี คะแนน ๕ - ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ - ๔ ระดับ ควรปรับปรุง
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ๑. ผลการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................................. ๓. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.....................................................ผู้สอน (นางสาวชาลิสา หาญกิจ) ครู ความเห็นของผู้อำนวยการสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ.............................................................................. (นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ